สภาวิศวกร | Council of Engineers Thailand

    

คำอธิบายสรุปสาระสำคัญ
พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542

1. หลักการสำคัญและเหตุผล
          พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีหลักการเพื่อควบคุม กลั่นกรอง และติดตามดูแลการประกอบวิชาขีพวิศวกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน ประกอบกับองค์กรวิชาชีพวิศวกรได้ก่อตั้งมานานสมควรให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมรวมตัวกันเป็นองค์กรเข้ามามีส่วนช่วยในการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดผลดียิ่งขึ้น รวมถึง ประเทศไทยต้องเปิดเสรีทางการค้าและบริการสมควรให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้มีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการส่งเสริมคุณภาพการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเพื่อให้พร้อมที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้
2. สาระสำคัญ
          พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีสาระสำคัญ ดังนี้
           1 สภาวิศวกร กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมกันเองในรูปแบบของสภา โดยมีสภาวิศวกรซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ควบคุมและพัฒนาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถของมวลสมาชิก มีการกำหนดเป้าหมายและทิศทางของสภาวิศวกรอย่างชัดเจน โดยกำหนดวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 ดังนี้
              1) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
              2) ส่งเสริมความสามัคคีและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสมาชิก
              3) ส่งเสริมสวัสดิการและผดุงเกียรติของสมาชิก
              4) ควบคุมความประพฤติและการดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมให้ถูกต้องตามมาตรฐานและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม5) ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้บริการทางด้านวิชาการต่าง ๆ แก่ประชาชน และองค์กรอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาการและเทคโนโลยีทางวิศวกรรม
              6) ให้คำปรึกษา หรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและปัญหาด้านวิศวกรรม รวมทั้งด้านเทคโนโลยี
              7) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมของประเทศไทย
              8) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
           และเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ตามกฎกระทรวงกำหนดการดำเนินการอื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้
              1) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              2) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามข้อตกลงยอมรับร่วมของอาเซียนด้านบริการวิศวกรรม รวมทั้งข้อตกลงระหว่างประเทศอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการวิศวกรรมข้ามแดน
           สภาวิศวกรมีอำนาจและหน้าที่ตามมาตรา 8 ดังต่อไปนี้
              1) ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              2) พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
              3) รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              4) รับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              5) เสนอแนะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดและการเลิกสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              6) ออกข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วย
                 (ก) การกำหนดลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 (6)
                 (ข) การรับสมัครเป็นสมาชิก ค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก
                 (ค) การเลือกและการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 32
                 (ง) การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และการรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
                 (จ) คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากการดำรงตำแหน่งของผู้ตรวจตามมาตรา 20 วรรคสอง
                 (ฉ) หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ละระดับตามมาตรา 46
                 (ช) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 49
                 (ซ) จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
                 (ฌ) มาตรฐานในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
                 (ญ) การประชุมของที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร
                 (ฎ) การใด ๆ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
          ข้อบังคับสภาวิศวกรนั้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษ และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
              7) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร
              2 สมาชิก สภาวิศวกรประกอบด้วยสมาชิก 3 ประเภท คือ สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์ โดยกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกในมาตรา 12 คือ เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ได้รับ ได้รับปริญญาหรือเทียบเท่าปริญญาในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่สภารับรอง ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ และไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร
              สมาชิกสามัญเป็นผู้มีสิทธิ์มีเสียงในการกำหนดทิศทางของสภาวิศวกรโดยตรง ดังต่อไปนี้
              1) สามารถให้ความเห็นชอบต่อแผนการดำเนินงานประจำปี นโยบาย งบดุล และข้อบังคับที่คณะกรรมการสภาวิศวกรเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีตามมาตรา 19
              2) ออกเสียงเลือกผู้ตรวจ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสภาวิศวกรตามมาตรา 20
              3) สมาชิกสามัญตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป มีสิทธิ์เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับกิจกรรมของสภาวิศวกร และคณะกรรมการสภาวิศวกรต้องชี้แจงตามมาตรา 13
              4) ขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่จำเป็น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร ตามมาตรา 16
              5) สมาชิกสามัญจำนวนมากกว่า 100 คน เสนอร่างข้อบังคับสภาวิศวกรได้ตามมาตรา 43
           สมาชิกวิสามัญ เป็นสมาชิกที่ไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงลงคะแนนเลือก รับเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการ
           สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรแต่งตั้ง
           3 คณะกรรมการสภาวิศวกร กรรมการสภาวิศวกรต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 27 คือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตสามัญวิศวกรไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือเป็นวุฒิวิศวกร ไม่เคยถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย มีอำนาจหน้าที่บริหารและดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร สอดส่องดูแลและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ออกระเบียบคณะกรรมการ กำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณประจำปี และวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจรรยาบรรณ มีวาระ 3 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ องค์ประกอบคณะกรรมการสภาวิศวกรตามมาตรา 24 ประกอบด้วย
             1) กรรมการจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญซึ่งไม่ได้ดำรงตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญา จำนวน 10 คน
              2) กรรมการจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญา จำนวน 5 คน
              3) กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญโดยการเสนอชื่อของรัฐมนตรี จำนวน 5 คน
           4 ข้อบังคับสภาวิศวกร การเสนอร่างข้อบังคับสภาวิศวกรกระทำได้โดย 1) คณะกรรมการเป็นผู้เสนอ หรือ 2) สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คนรับรอง ซึ่งร่างข้อบังคับสภาวิศวกรต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมตามมาตรา 44 และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะสภานายกพิเศษแห่งสภาวิศวกร
           5 การควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ผู้ประกอบวิชาขีพวิศวกรรมควบคุมต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกรตามมาตรา 45 ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละสาขาแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ วุฒิวิศวกร สามัญวิศวกร ภาคีวิศวกร และภาคีวิศวกรพิเศษ ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ต้องอยู่ในกรอบของจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม บุคคลผู้ได้รับความเสียหายหรือพบการประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิกล่าวหาผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นต่อสภาวิศวกรตามมาตรา 51 โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการจรรยาบรรณที่มาจากการแต่งตั้งของที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดและมีคำสั่งตามมาตรา 61 ได้แก่ ยกข้อกล่าวหา ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต
           6 การกำกับดูแล รัฐมนตรีมีอำนาจกำกับดูแล ดังต่อไปนี้
              1) กำกับดูแลการดำเนินงานของสภาวิศวกรและการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              2) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาวิศวกรและการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              3) สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภาวิศวกร
              4) สั่งให้สภาวิศวกรระงับ หรือแก้ไขการกระทำที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร นอกจากนี้ รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจปลดคณะกรรมการ นายกสภาวิศวกร หรือกรรมการคนใดคนหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง หากพบพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าว กระทำผิดวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร หรือกระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่สภาวิศวกร
           7 บทกำหนดโทษ การฝ่าฝืนพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ดังต่อไปนี้
           มาตรา 45 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนพร้อมจะประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาใด เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตในสาขานั้นจากสภาวิศวกร
           มาตรา 47 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็น ผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้างวานหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้ตน เว้นแต่ผู้ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมสาขานั้น ๆ จากสภาวิศวกรหรือสถาบันที่สภาวิศวกรรับรอง หรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร
           มาตรา 59 ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจรรยาบรรณ และของคณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งให้กรรมการจรรยาบรรณ และอนุกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา แต่ถ้าเป็นการมีคำสั่งต่อบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษหรือผู้ซึ่งสภานายกพิเศษมอบหมาย ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้กรรมการจรรยาบรรณหรืออนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
           มาตรา 63 ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งสภาวิศวกรที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น
          มาตรา 67 เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา 66 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา และมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานในสำนักงานของสภาวิศวกร หรือในสถานที่ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมได้ในระหว่างเวลาทำการ หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอ ทั้งนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
           ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
           มาตรา 71 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 45 หรือมาตรา 63 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา 72 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 47 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา 73 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณหรืออนุกรรมการตามมาตรา 59 หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 67 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
           มาตรา 74 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น และสำหรับนิติบุคคลต้องระวางโทษปรับไม่เกินสิบเท่าของอัตราโทษปรับสำหรับความผิดนั้นด้วย
3. ความสำคัญของกฎหมายที่ประชาชนควรรู้
           สภาวิศวกรจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ ได้แก่ ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร ออกใบอนุญาต พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม รับรองปริญญา ประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และออกข้อบังคับสภาวิศวกร ผู้ใช้อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่
           1. คณะรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งสมาชิกสามัญเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการสภาวิศวกรตามมาตรา 24 (3) แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 โดยการเสนอชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวน 5 คน และพิจารณาอนุมัติกรณีรัฐมนตรีมีคำสั่งให้คณะกรรมการสภาวิศวกร นายกสภาวิศวกร หรือกรรมการสภาวิศวกรพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 69
           2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีฐานะเป็นสภานายกพิเศษแห่งสภาวิศวกร มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
              1) เป็นรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
              2) เสนอชื่อสมาชิกสามัญให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาวิศวกร ตามมาตรา 24 (3) แห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542
              3) กำกับดูแลการดำเนินงานของสภาวิศวกรและการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
              4) สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาวิศวกรและการประกอบวิชาขีพวิศวกรรมควบคุม
              5) สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภาวิศวกร และจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการสภาวิศวกรก็ได้
              6) สั่งเป็นหนังสือให้สภาวิศวกรระงับหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร
              7) มีคำสั่งให้คณะกรรมการ นายกสภาวิศวกร หรือกรรมการสภาวิศวกรพ้นจากตำแหน่งโดยอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ในกรณีกระทำผิดวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกรหรือกระทำอันเป็นที่เสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่สภาวิศวกร และแต่งตั้งสมาชิกสามัญดำรงตำแหน่งกรรมการวิศวกรชั่วคราวแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งในวันเดียวกันกับวันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
              8) เข้าร่วมการประชุมชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการสภาวิศวกร หรือส่งความเห็นเป็นหนังสือในเรื่องใด ๆ
              9) พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือยังยั้งร่างข้อบังคับสภาวิศวกร
           3. คณะกรรมการสภาวิศวกร มีจำนวน 20 คน ประกอบด้วยกรรมการซึ่งสมาชิกสามัญ เลือกตั้งขึ้นจากสมาชิกสามัญ จำนวน 15 คน ตามมาตรา 24 (1) และ (2) และกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญโดยการเสนอชื่อของรัฐมนตรี จำนวน 5 คน ตามมาตรา 24 (3) มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
              1) บริหารและดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสภาวิศวกร
              2) สอดส่องดูแลและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้
              3) ออกระเบียบคณะกรรมการสภาวิศวกร
              4) กำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภาวิศวกร
              5) วินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณที่ให้ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
              6) เลือกนายกสภาวิศวกร อุปนายกสภาวิศวกร และเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง
              7) วินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาวิศวกร
              8) เสนอร่างข้อบังคับสภาวิศวกร และพิจารณาร่างข้อบังคับสภาวิศวกร
           4. คณะกรรมการจรรยาบรรณ ประกอบด้วย ประธานกรรมการจรรยาบรรณ 1 คนและกรรมการจรรยาบรรณตามจำนวนที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกำหนดไม่น้อยกว่าสามคนจากการแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญโดยคณะกรรมการสภาวิศวกรตามมติที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษเกี่ยวกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และทำคำวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (1) ยกข้อกล่าวหา (2) ตักเตือน (3) ภาคทัณฑ์ (4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน 5 ปี และ (5) เพิกถอนใบอนุญาต
           5. นายกสภาวิศวกร มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้แทนสภาวิศวกรในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการสภาวิศวกรและที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร รวมถึงดำเนินกิจการของสภาวิศวกรให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการสภาวิศวกร
           6. อุปนายกสภาวิศวกรคนที่หนึ่ง มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสภาวิศวกรในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภาวิศวกรตามที่นายกสภาวิศวกรมอบหมายและเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาวิศวกรเมื่อนายกสภาวิศวกรไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
           7. อุปนายกสภาวิศวกรคนที่สอง มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสภาวิศวกรในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภาวิศวกรตามที่นายกสภาวิศวกรมอบหมาย และเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาวิศวกรเมื่อนายกสภาวิศวกร และอุปนายกสภาวิศวกรที่หนึ่งไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
           8. เลขาธิการสภาวิศวกร มีอำนาจหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่สภาวิศวกร เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการสภาวิศวกรและประชุมใหญ่สภาวิศวกร และดำเนินการตามที่นายกสภาวิศวกรมอบหมาย
           9. เหรัญญิกสภาวิศวกร มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล รับผิดชอบการบัญชี การเงิน และการงบประมาณของสภาวิศวกร
           10. หัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกร มีอำนาจหน้าที่ควบคุมรับผิดชอบงานธุรการทั่วไปของสภาวิศวกร ดูแลรักษาทะเบียนสมาชิก ทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และทะเบียนอื่น ๆ ของสภาวิศวกร ควบคุมดูแลทรัพย์สินของสภาวิศวกร และปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการสภาวิศวกรหรือเลขาธิการสภาวิศวกรมอบหมาย