สภาวิศวกร สภาวิศวกร
สภาวิศวกร
สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Internal Combustion Engines

เนื้อหาวิชา : 375 : Performance & Testing
ข้อที่ 1 : สมรรถนะของเครื่องยนต์หมายถึง
1 : กำลังของเครื่องยนต์
2 : การกินน้ำมัน
3 : ไอเสียจากเครื่องยนต์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 : การหาสมรรถนะของเครื่องยนต์ สามารถกระทำได้โดยวิธีการใด
1 : สตาร์ทเครื่องยนต์และตรวจสภาพเครื่องโดยทั่วไป
2 : เอาเครื่องยนต์ติดตั้งในรถและทดสอบวิ่งเพื่อดูอัตราเร่ง
3 : วัดกำลังอัดของลูกสูบ
4 : ทดสอบบนไดนาโมมิเตอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 : อัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน คือ
1 : 12 : 1
2 : 13 : 1
3 : 14 : 1
4 : 15 : 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 4 : เครื่องยนต์เบนซินควรใช้อัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงในช่วง
1 : 5 – 20 : 1
2 : 8 – 20 : 1
3 : 10 – 20 : 1
4 : 12 – 20 : 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 : Compression Ratio ของเครื่องยนต์เบนซินอยู่ในช่วง
1 : 5 : 1 – 20 : 1
2 : 8 : 1 – 10 : 1
3 : 10 : 1 – 20 : 1
4 : 15 : 1 – 40 : 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 : Compression Ratio ของเครื่องยนต์ดีเซลอยู่ในช่วง
1 : 5 : 1 – 20 : 1
2 : 8 : 1 – 10 : 1
3 : 10 : 1 – 20 : 1
4 : 15 : 1 – 40 : 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 : การเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์หมายถึง
1 : การกินน้ำมันน้อยลง
2 : กำลังเพิ่มขึ้น
3 : ไอเสียมีมลพิษน้อยลง
4 : BSFC น้อยลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 : ข้อใดเป็นขนาดของ Bore x Stoke ในเครื่อง 2000 CC (4 สูบ)
1 : 85 mm x 90 mm
2 : 70 mm x 80 mm
3 : 90 mm x 105 mm
4 : 100 mm x 100 mm
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 : Performance Map บอกถึงการแปรผันของ
1 : กำลัง และความเร็วรอบ
2 : การกินน้ำมันที่ภาระและความเร็วรอบต่างๆ
3 : ปริมาณไอเสียที่ภาระต่างๆ
4 : อัตราส่วนอากาศต่อน้ำมัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 : การเผาไหม้ในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ดีกว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะ คือ
1 : เผาไหม้ได้ดีกว่า
2 : ประหยัดน้ำมันมากกว่า
3 : ให้กำลังต่อรอบทำงานมากกว่า
4 : มีมลพิษน้อยกว่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 : จากรูปที่ให้เหตุที่กำลังสูงสุดเกิดที่ F/A Ratio ประมาณ 0.75 เนื่องจาก
1 : เมื่อ F/A Rich และ Lean มากจะเผาไหม้ช้าและเสียเวลา
2 : น้ำมันมากไปอากาศไม่พอ
3 : อากาศมากไปน้ำมันไม่พอ
4 : การควบคุมเครื่องไม่ดี
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 : จากรูปถ้า Delay Period ยิ่งยาว จะทำให้
1 : Peak Pressure ยิ่งสูง
2 : Peak Pressure ยิ่งต่ำ
3 : เกิด Knock ในกระบอกสูบ
4 : การเผาไหม้จะใช้เวลายาวนาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 : สูตรด้านล่างนี้ใช้หาค่าใด
1 : ความดันในกระบอกสูบของเครื่อง 2 จังหวะ
2 : ความดันเฉลี่ยจากกำลังของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ
3 : กำลังของเครื่องยนต์
4 : ขนาดของกระบอกสูบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 : BSFC มีความสำคัญต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ คือ
1 : บอกกำลังของเครื่องยนต์
2 : บอกขนาดของเครื่องยนต์
3 : บอกการกินน้ำมันของเครื่องยนต์
4 : บอกการกินน้ำมันต่อกำลังที่ให้ต่อเวลา
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 : A/R คือพื้นที่ของ Inlet nozzle ต่อรัศมีของ Centroid ของพื้นที่นั้น ใน Turbocharger จากกราฟเมื่อค่า A/R น้อยลง ผลกระทบต่อกำลังเครื่องยนต์อย่างไร
1 : กำลังเพิ่มขึ้น
2 : กำลังน้อยลง
3 : รอบต่ำกำลังสูง
4 : รอบสูงกำลังต่ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 : Discharge Coefficient ของ Port และ Valve ที่ออกแบบอยู่ปัจจุบัน เพื่อให้ได้ Steady Flow เข้ากระบอกสูบ คือ
1 : 0.1 – 0.5
2 : 0.5 – 0.9
3 : 0.4 – 0.8
4 : 0.8 – 1.0
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 : Squish ในกระบอกสูบเกิดขึ้นจาก
1 : การอัดก๊าซในกระบอกสูบที่เป็น Rotational Flow
2 : ในจังหวะอัด ก๊าซถูกอัดจากช่องเล็กไปช่องคงที่
3 : การอัดแบบ Turbulence
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 : การเรียงกระบอกสูบ แบบรูปตัว V มีผลดีคือ
1 : กินพื้นที่น้อยลง
2 : ลดจำนวนอุปกรณ์ให้น้อยลง
3 : เป็นการเรียงที่สวยงาม
4 : เหมาะกับเครื่องมากกว่า 4 สูบ ขึ้นไป
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 : วาล์วไอดีและวาล์วไอเสียแบบรูปตัวไอมีผลเสียอย่างไร
1 : ฝาสูบไม่แข็งแรง
2 : การดูดไอดี ไอเสียไม่ดีพอ
3 : การวางวาล์วไม่สะดวก
4 : พื้นที่วางวาล์วไม่พอ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 : Overhead Camshaft ดีกว่า Side Camshaft คือ
1 : ชิ้นส่วนยุ่งยากกว่า
2 : การออกแบบยากกว่า
3 : ความเที่ยงตรงของการเปิดปิดวาล์วดีกว่า
4 : ไม่มีอะไรดีกว่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 21 : Supercharger ที่เป็นแบบ Turbo มีส่วนดีอย่างไร
1 : เพิ่มปริมาณอากาศมากขึ้น
2 : จำนวนชิ้นส่วนน้อยกว่า
3 : ไม่เปลืองกำลังเครื่องยนต์
4 : ทำให้ไอเสียเดินได้สะดวก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 : การหล่อลื่นในเครื่องยนต์ที่ดีมีผลต่อสมรรถนะคือ
1 : กำลังเพิ่มขึ้น
2 : เครื่องไม่ร้อน
3 : เครื่องเดินเรียบ
4 : กินน้ำมันน้อยลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 : Valve Overlap ให้ผลดีต่อสมรรถนะเครื่องยนต์คือ
1 : เพิ่มกำลังเครื่องยนต์
2 : เปิดปิดวาล์วได้เร็วขึ้น
3 : การทำงานของวาล์วถูกต้องตามจังหวะดีขึ้น
4 : ไอดีเข้ามากขึ้น ไอเสียออกน้อยลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 24 : การจุดระเบิดช้าจะมีผลกระทบต่อสมรรถนะคือ
1 : การเผาไหม้ในกระบอกสูบไม่ดี
2 : กำลังเครื่องยนต์ตก
3 : กำลังเครื่องยนต์เพิ่ม
4 : ไอดีไอเสียไม่สมดุลกัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 25 : การใช้ระบบ Fuel Injection ดีกว่าใช้คาร์บูเรเตอร์มีผลต่อสมรรถนะ
1 : BSFC ดีขึ้น
2 : ลดมลพิษในไอเสียลง
3 : การเผาไหม้ในกระบอกสูบดีขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 : เมื่อ Air Filter สกปรกจะมีผลต่อสมรรถนะคือ
1 : อากาศสกปรก
2 : เชื้อเพลิงเข้าเครื่องยนต์ไม่สะดวก
3 : กำลังลดลง
4 : ไอเสียออกจากเครื่องยนต์สกปรก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 : การฉีดน้ำมันแบบ Common Rail ทำให้สมรรถนะดีขึ้นคือ
1 : เพิ่มกำลังเครื่องยนต์มากขึ้น
2 : ทำให้ไอเสียสะอาดขึ้น
3 : การฉีดน้ำมันเข้าลูกสูบมีความดันสม่ำเสมอทุกสูบและ BSFC ดีขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 : หัวฉีดแบบ Pintle มีผลดีต่อสมรรถนะกว่าหัวฉีดแบบ Hole คือ
1 : การเผาไหม้ดีขึ้น
2 : การออกแบบง่ายกว่า
3 : การติดตั้งสะดวกกว่า
4 : กินน้ำมันน้อยลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 : Scavenging Efficiency ยิ่งสูง ทำให้
1 : แรงบิดสูงขึ้น
2 : การเผาไหม้สมบูรณ์
3 : กำลังเครื่องยนต์สูงขึ้น
4 : การดูดอากาศได้มากยิ่งขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 : เมื่อความเร็วรอบสูงท่อไอดียาวมีผลอย่างไร
1 : Volumetric Efficiency สูงขึ้น
2 : Volumetric Efficiency ลดลง
3 : ไอดีบางลง
4 : ไอดีหนาขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 : เครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงที่มีค่า Octane Number สูงกว่าค่าที่กำหนดจะมีผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์คือ
1 : ประสิทธิภาพสูงขึ้น
2 : ประสิทธิภาพลดลง
3 : ไม่มีผลกระทบ
4 : ไอเสียสะอาดขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 : Gasohol มีผลต่อสมรรถนะเครื่องยนต์คือ
1 : กำลังลดลง
2 : กำลังเพิ่มขึ้น
3 : วิ่งได้ดีขึ้น
4 : วิ่งได้ช้าลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 33 : E 20 หมายถึง เชื้อเพลิงผสม
1 : เบนซิน 80 + Ethanol 20
2 : เบนซิน 20 + Ethanol 80
3 : ดีเซล 80 + Ethanol 20
4 : ดีเซล 20 + Ethanol 80
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 : E 20 มีผลต่อชิ้นส่วนและเครื่องยนต์คือ
1 : คาร์บูเรเตอร์ถูกกัดกร่อน
2 : ระบบทางเดินน้ำมันที่เป็นยางถูกกัดกร่อน
3 : กำลังเครื่องยนต์ลดลง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 35 : Ethanol มีผลดีต่อการใช้งานคือ
1 : Octane สูง
2 : ช่วยเกษตรกร
3 : ลดความสูญเสียเงินตราต่างประเทศ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 : Biodiesel คืออะไร
1 : น้ำมันที่ได้จากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม
2 : น้ำมันจากพืชที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และนำมาผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่เหมาะสม
3 : น้ำมันจากพืชที่ผ่านกระบวนการ Transesterifications และนำมาผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่เหมาะสม
4 : น้ำมันดีเซลที่ได้จากน้ำมันใช้แล้วจากครัวเรือน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสมรรถนะของรถที่ใช้ LPG และรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน
1 : รถที่ใช้ LPG มีกำลังมากกว่ารถที่ใช้น้ำมันเบนซิน
2 : รถที่ใช้ LPG มีกำลังเท่ากับรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน
3 : รถที่ใช้ LPG มีกำลังน้อยกว่ารถที่ใช้น้ำมันเบนซิน
4 : รถที่ใช้ LPG จะไม่มีกำลัง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 : สมรรถนะของรถที่ใช้ CNG ต่างกับใช้ Diesel คือ
1 : รถกำลังมากขึ้น
2 : รถกำลังลดลง
3 : รถกำลังเท่าเดิม
4 : รถไม่มีกำลัง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 : รถ Hybrid คือรถประเภท
1 : รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
2 : รถใช้พลังงานจากเครื่องยนต์
3 : รถที่ใช้พลังงานร่วมจากไฟฟ้าและเครื่องยนต์
4 : รถที่ใช้พลังงานทดแทน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 : รถ Fuel Cell คือรถประเภท
1 : ใช้เชื้อเพลิง Alcohol
2 : ใช้ไฟฟ้า
3 : ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 : การ Knock ในเครื่องยนต์เบนซินเกิดขึ้นเพราะ
1 : ตั้งไฟจุดระเบิดช้าไป
2 : ตั้งไฟจุดระเบิดเร็วไป
3 : ใช้น้ำมัน Octane สูงเกินไป
4 : รอบเดินเบาเครื่องยนต์สูงไป
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 42 : ถ้าค่า Cetane Number สูง จะมีผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลอย่างไร
1 : กำลังสูงขึ้น
2 : เครื่องยนต์ไม่เกิด Knock
3 : เครื่องยนต์สั่น
4 : ไอเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 : จากคำกล่าวที่ว่า ค่า CR ยิ่งสูง ประสิทธิภาพยิ่งดีพิสูจน์ได้จาก
1 : Otto Cycle
2 : Diesel Cycle
3 : Dual Cycle
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 : MTBE มีผลอย่างไรต่อเครื่องยนต์
1 : ทำให้กำลังลดลง
2 : ทำให้ไอเสียไม่ดี
3 : ทำให้ Octane สูง เหมาะกับเครื่องยนต์ CR สูง
4 : มีผลต่อวัสดุของชิ้นส่วน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 : ข้อดีของรถ Hybrid คือ
1 : เครื่องยนต์กำลังสูงขึ้น
2 : ไอเสียสะอาด
3 : ใช้ไฟฟ้าอย่างเดียว
4 : สามารถใช้น้ำมันผสมได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 : อุปกรณ์ Choke ในเครื่องยนต์โดยทั่วไปใช้เพื่อ
1 : เพิ่มความเร็ว
2 : ช่วยประหยัดน้ำมัน
3 : ช่วยสตาร์ทตอนเครื่องเย็น
4 : ช่วยสตาร์ทตอนเครื่องร้อน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 : Knock ในเครื่องยนต์เกิดขึ้นเพราะ
1 : ไอดีเกิดการสันดาปขึ้นเองก่อนหัวเทียนจุด
2 : ไอดีส่วนปลายด้านหน้าของเปลวไฟเกิดการสันดาปก่อนที่เปลวจะลามไปถึง
3 : ไอดีเกิดการสันดาปก่อนจากจุดร้อนภายในห้องสันดาปก่อนหัวเทียนจุด
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 : เมื่อดึง Choke จะมีผลเป็น
1 : Stoichiometic Mixture
2 : Chemically Correct Mixture
3 : Rich Mixture
4 : Lean Mixture
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 : ควันไอเสียสีขาวในเครื่องยนต์เกิดจาก
1 : การกลั่นตัวของ HC เมื่อไอเสียมีอุณหภูมิต่ำ
2 : การสันดาปไม่สมบูรณ์เนื่องจากส่วนผสมอากาศกับเชื้อเพลิงไม่ดี
3 : การฉีดเชื้อเพลิงช้ากว่าตำแหน่งที่เหมาะสม
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 : Exhaust Gas Recirculation Valve มีไว้เพื่อ
1 : หมุนเวียนไอเสียเพื่อทำให้ไอเสียเย็นลง
2 : หมุนเวียนไอเสียเพื่อลดปริมาณของไอพิษ
3 : หมุนเวียนไอเสียเพื่อให้เสียงดังลดลง
4 : หมุนเวียนไอเสียเพื่อเพิ่มกำลังเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 51 : จุดเด่นของการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าใน Hybrid Car ในช่วงออกตัว และขับเคลื่อนความเร็วต่ำคือ
1 : แรงบิดสูงที่รอบต่ำ
2 : แรงบิดต่ำที่รอบสูง
3 : แรงบิดสูงที่รอบสูง
4 : แรงบิดต่ำที่รอบต่ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 : Hybrid Car มีข้อดีคือ
1 : มีอัตราเร่งดีกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป
2 : มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ
3 : ประหยัดน้ำมัน
4 : ค่าบำรุงรักษาต่ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 : ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของ Gasohol
1 : ราคาต่ำ
2 : เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์
3 : ไม่ต้องปรับตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่
4 : การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 54 : ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ CNG
1 : มีสัดส่วนคาร์บอนน้อยกว่าน้ำมันเบนซิน
2 : มีคุณสมบัติเป็นก๊าซ
3 : ปริมาณไอเสียต่ำ
4 : มีราคาแพงกว่าน้ำมันเบนซิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 55 : Knock ในเครื่องยนต์ SI สามารถขจัดได้ง่ายโดย
1 : ลดอุณหภูมิน้ำระบายความร้อน
2 : ตั้งไฟให้แก่ขึ้น (Advance)
3 : ตั้งไฟให้อ่อนลง (Retard)
4 : ใช้เชื้อเพลิงที่มีค่า Octane สูงขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 : Hot Spark Plug มีลักษณะอย่างไร
1 : มีอุณหภูมิสูงขณะใช้งาน
2 : ให้ Spark ที่รุนแรงกว่า
3 : มีเขี้ยวหัวเทียนยื่นออกมาจากปลายเกลียวยาวกว่าหัวเทียนเย็น
4 : มีอัตราการระบายความร้อนออกจากกระเบื้องหุ้มปลายหัวเทียนน้อย
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 : รถ Hybrid ขับเคลื่อนด้วยอะไร
1 : เครื่องยนต์
2 : มอเตอร์ไฟฟ้า
3 : เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า
4 : พลังงานแสงอาทิตย์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 : เครื่องยนต์ของ Hybrid Car จะเข้ามาเสริมแรงขับเคลื่อนให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อ
1 : ลิ้นปีกผีเสื้อเปิด 25 %
2 : ลิ้นปีกผีเสื้อเปิด 50 %
3 : ลิ้นปีกผีเสื้อเปิด 75 %
4 : ลิ้นปีกผีเสื้อเปิด 100 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 59 : Direct Injection ในเครื่องยนต์ CI จะมีคุณสมบัติอย่างไร
1 : ให้อัตราส่วนการอัดต่ำกว่าแบบ Indirect Injection
2 : ให้กำลังสูงสุดที่อัตราเร่งเครื่องยนต์ต่ำกว่าแบบ Indirect Injection
3 : ฉีดเชื้อเพลิงที่ความดันสูงกว่าแบบ Indirect Injection
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 : เครื่องยนต์ SI ที่ใช้งานหนักในระยะเวลาต่อครั้งน้อย ควรใช้หัวเทียนแบบใด
1 : หัวเทียนร้อนกว่ามาตรฐานผู้ผลิต
2 : หัวเทียนตามมาตรฐาน
3 : หัวเทียนเย็นกว่ามาตรฐาน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 : เครื่องยนต์ SI ที่ใช้งานหนักในระยะเวลาต่อครั้งนานควรใช้หัวเทียนแบบใด
1 : หัวเทียนร้อนกว่ามาตรฐาน
2 : หัวเทียนเย็นกว่ามาตรฐาน
3 : หัวเทียนตามที่ผู้ผลิตกำหนด
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 62 : ถ้าใส้กรองอากาศตันจะมีผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์อย่างไร
1 : สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
2 : สิ้นเปลืองน้ำมันเครื่อง
3 : สิ้นเปลืองน้ำหล่อเย็น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 63 : Common Rail ในเครื่อง CI Direct Injection มีความดันน้ำมันสูงกว่าแบบธรรมดาเท่าไร
1 : 6 เท่า
2 : 8 เท่า
3 : 10 เท่า
4 : 12 เท่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 : Stoichimetric ของน้ำมันเบนซิน คือ
1 : 10 ต่อ 1
2 : 12 ต่อ 1
3 : 15 ต่อ 1
4 : 20 ต่อ 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 : ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลเกิดการ Knock
1 : การใช้น้ำมันค่า Cetane ต่ำ
2 : เครื่องยนต์เย็นเกินไป
3 : การตั้ง Injection Timing ผิด
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 : การ Overlap คือ
1 : ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียปิดสนิท
2 : ลิ้นไอดีกำลังจะเปิดและลิ้นไอเสียกำลังจะปิด
3 : ลิ้นไอดีเปิดพร้อมลิ้นไอเสีย
4 : ลิ้นไอดีกำลังจะปิดและลิ้นไอเสียกำลังจะปิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 : การป้องกัน Knock ใน SI คือ
1 : เพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์
2 : ลดอัตราส่วนกำลังอัดลง
3 : ลดอุณหภูมิอากาศเข้าเครื่อง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 : เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ถ้าสูบ 2 เป็นจังหวะอัด สูบ 3 จะเป็นจังหวะอะไร
1 : ดูด
2 : อัด
3 : ระเบิด
4 : คาย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 : สาเหตุที่ต้องเคลือบผิวสัมผัสของแหวนลูกสูบเพื่อ
1 : เพิ่มคุณสมบัติการเป็นสปริง
2 : เพิ่มความแข็ง
3 : ลดการขยายตัว
4 : ให้รอยสัมผัสระหว่างแหวนและกระบอกสูบกระชับกันอย่างรวดเร็ว
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 : สมรรถนะใดที่ทำให้รถเร่งได้เร็วและขึ้นทางชันได้ดี
1 : Moment สูงสุดของเครื่องยนต์
2 : กำลังสูงสุด
3 : สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของล้อและรถ
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 71 : Thermal Efficiency ของวัฎจักรอุดมคติ (Ideal Cycle) ใดมีค่าสูงสุด
1 : Otto Cycle
2 : Dual Cycle
3 : Diesel Cycle
4 : Combined Cycle
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 72 : Crankcase Dilution หมายถึง
1 : Dilution ในน้ำ
2 : Dilution ในน้ำมัน
3 : Dilution ในแก๊สต่างๆ
4 : Dilution ในการเปลี่ยนอุณหภูมิน้ำมัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 73 : เวลาเปรียบเทียบเครื่องยนต์ขนาดเท่ากัน จะพิจารณาจาก
1 : Brake Power
2 : Fuel Consumption
3 : Torque
4 : BSFC
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 : Vapor Lock เกิดขึ้นเพราะ
1 : หัว Jet ของคาร์บูเรเตอร์เกิดการอุดตัน
2 : ให้น้ำมันมากเกินไป
3 : น้ำมันระเหยมากไปในระบบดูด
4 : น้ำมันเชื้อเพลิงสกปรก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 75 : Pre-Ignition บอกได้จาก
1 : เสียงดังในกระบอกสูบ
2 : อุณหภูมิไอเสียสูง
3 : ความเร็วรอบสูง
4 : เครื่องกำลังตก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 : การใช้ระบบหัวฉีดแทนคาร์บูเรเตอร์ในเครื่องยนต์ SI เพราะ
1 : ควบคุมส่วนผสมไอดีได้ดีทุกสถานการณ์
2 : ได้กำลังสูงสุดเพราะขยายท่อไอดีได้
3 : ฉีดเชื้อเพลิงได้มากกว่า
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 : กำลังของเครื่องยนต์ดีเซลถูกควบคุมจาก
1 : ปริมาณน้ำมัน
2 : ปริมาณอากาศ
3 : Injection timing
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 : แก๊สชนิดใดในไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซลที่มีมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน
1 : แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
2 : แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์
3 : แก๊สไฮโดรคาร์บอน
4 : แก๊สไนโตรเจนออกไซด์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 : คาร์บูเรเตอร์ (Carburetor) ในเครื่องยนต์ SI (เครื่องยนต์เบนซิน) มีหน้าที่อย่างไร
1 : ทำหน้าที่ผสมน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศในอัตราส่วนที่พอเหมาะแล้วส่งส่วนผสมที่ได้เข้ากระบอกสูบในสภาพละอองไอและพร้อมเผาไหม้ต่อไป
2 : อัตราส่วนอากาศต่อน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ตามทฤษฏีเท่ากับ 15 : 1 (โดยมวล)
3 : ในขณะที่กำลังขับขี่อัตราส่วนของอากาศต่อน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงกว่า 15 : 1
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับซุปเปอร์ชาร์ทเจอร์ (Supercharger)
1 : เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพิ่มปริมาณของอากาศเข้าไปในกระบอกสูบ
2 : เป็นชุดโบลว์เออร์ (Blower) ที่ทำหน้าที่อัดอากาศเข้ากระบอกสูบโดยอาศัยการส่งกำลังขับจากเครื่องยนต์โดยใช้สายพานทำให้ปริมาณอากาศเข้ากระบอกสูบเพิ่มขึ้น
3 : ข้อจำกัดของการซุปเปอร์ชาร์ทเจอร์ (Supercharger) คือมีปัญหาตอนสตาร์ทและหยุดเครื่องยนต์รวมถึงการสึกหรอของเครื่องยนต์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับเทอร์โบชาร์ทเจอร์ (Turbocharger)
1 : เป็นชุดอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อัดไอดี (เครื่องยนต์เบนซิน) หรืออากาศ (เครื่องยนต์ดีเซล) ให้เข้ากระบอกสูบของเครื่องยนต์มากขึ้น
2 : เทอร์โบชาร์ทเจอร์ประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วนคือเทอร์ไบน์ (Turbine) และคอมเพรสเซอร์ (Compressor) ซึ่งเชื่อมต่อบนเพลาอันเดียวกัน
3 : เทอร์โบชาร์ทเจอร์ (Turbocharger)เป็นชุดโบล์วเวอร์ (Blower) ที่ทำหน้าที่อัดอากาศเข้ากระบอกสูบโดยอาศัยการส่งกำลังขับจากเครื่องยนต์โดยใช้สายพานทำให้ปริมาณของอากาศเข้ากระบอกสูบเพิ่มขึ้น
4 : ถูกข้อ 1 และข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 82 : ข้อใดเป็นการจำแนกเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในตามการจัดวางกระบอกสูบ
1 : เครื่องยนต์แบบกระบอกสูบเรียง
2 : เครื่องยนต์แบบกระบอกสูบวี
3 : เครื่องยนต์แบบกระบอกสูบตรงกันข้าม
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 83 : ข้อใดเป็นการจำแนกเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในตามการจัดวางตำแหน่งของลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย
1 : เครื่องยนต์แบบลิ้นอยู่ด้านบน (I-Head Valve)
2 : เครื่องยนต์แบบลิ้นอยู่ด้านข้าง (L-Head Valve)
3 : เครื่องยนต์แบบลิ้นจัดวางรูปตัวM (M-Head Valve)
4 : ถูกข้อ 1 และข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับกลไกการเปิด-ปิดลิ้นไอดีและไอเสียแบบโอเวอร์เฮดวาล์ว (O.H.V)
1 : ชุดกลไกการเปิด-ปิดลิ้นด้วยก้านกระทุ้ง (Push Rod) จะอาศัยชุดกลไกเปิด-ปิด ลิ้นแบบโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป ซึ่งเพลาลูกเบี้ยวจะอยู่ด้านบนของกระบอกสูบโดยมีหน้าที่หมุนดันลิ้นให้เปิด-ปิดโดยตรง
2 : ชุดกลไกการเปิด-ปิดลิ้นด้วยก้านกระทุ้ง (Push Rod) จะให้ความเที่ยงตรงแน่นอนในการเปิด-ปิดมากกว่าแบบที่ใช้ชุดกลไกการเปิด-ปิดลิ้นแบบโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป
3 : ชุดกลไกการเปิด-ปิดลิ้นด้วยก้านกระทุ้ง (Push Rod) มีผลทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นและมีเสียงดังน้อยลง
4 : ชุดกลไกการเปิด-ปิดลิ้นแบบโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป (O.H.C)จะให้ความเที่ยงตรงแน่นอนในการเปิด-ปิดและมีผลทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นและมีเสียงดังน้อยลงมากกว่าชุดกลไกการเปิด-ปิดลิ้นด้วยก้านกระทุ้ง (Push Rod)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับซุปเปอร์ชาร์ทเจอร์ (Supercharger)
1 : เป็นชุดอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อัดไอดี (เครื่องยนต์เบนซิน) หรืออากาศ (เครื่องยนต์ดีเซล) ให้เข้ากระบอกสูบของเครื่องยนต์มากขึ้นส่งผลทำให้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น
2 : ซุปเปอร์ชาร์ทเจอร์ประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วนคือเทอร์ไบน์ (Turbine) และคอมเพรสเซอร์ (Compressor) ซึ่งเชื่อมต่อบนเพลาอันเดียวกัน
3 : ซุปเปอร์ชาร์ทเจอร์ (Turbocharger)เป็นชุดโบล์วเวอร์ (Blower) ที่ทำหน้าที่อัดอากาศเข้ากระบอกสูบโดยอาศัยการส่งกำลังขับจากเครื่องยนต์โดยใช้สายพานทำให้ปริมาณของอากาศเข้ากระบอกสูบเพิ่มขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ SI 4 จังหวะ
1 : ระบบจุดระเบิดประกอบด้วยการทำงาน 2 วงจรได้แก่วงจรปฐมภูมิและวงจรทุติยภูมิ
2 : วงจรปฐมภูมิทำงานโดยรับกระแรงเคลื่อนสูงจากแบตเตอรี่ผ่านกุญแจสตาร์ทผ่านสายส่งเข้าสู่ขดลวดปฐมภูมิภายในคอยล์จุดระเบิด
3 : วงจรปฐมภูมิทำงานโดยรับกระแรงเคลื่อนต่ำจากแบตเตอรี่ผ่านกุญแจสตาร์ทผ่านสายส่งเข้าสู่ขดลวดทุติยภูมิภายในคอยล์จุดระเบิด
4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกำลังม้าอินดิเคด (Indicated Horse Power)
1 : หมายถึงกำลังม้าของเครื่องยนต์ที่วัดออกมาจากเพลาข้อเหวี่ยงโดยตรง
2 : หมายถึงกำลังม้าของเครื่องยนต์ที่ผลิตขึ้นได้จริงทั้งหมดภายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์
3 : หมายถึงกำลังม้าของเครื่องยนต์ที่นำไปใช้ในการเอาชนะความเสียดทานในแบริ่ง ระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบและชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ในขณะที่มีการเคลื่อนไหว
4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับไดนาโมมิเตอร์
1 : ไดนาโมมิเตอร์คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบกำลังของเครื่องยนต์ โดยจะทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานโดยใส่ทอร์กความเสียดทานต้านต่อการหมุนของเพลา
2 : ไดนาโมมิเตอร์คืออุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานความร้อน
3 : ในการทดสอบไดนาโมมิเตอร์จะทำการเลือกทดสอบภายใต้ภาวะเงื่อนไขที่อัตราเร็วรอบคงที่หรือภาวะหรือภาวะเครื่องยนต์คงที่
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 : ข้อใดเป็นการจำแนกตามกลไกทางการทำงานของไดนาโมมิเตอร์
1 : แชสซีสไดนาโมมิเตอร์ (Chassis Dynamometer)
2 : ไดนาโมมิเตอร์แบบโพรนีเบรก (Prony Break)
3 : เอนจินไดนาโมมิเตอร์ (Engine Dynamometer)
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 : ข้อใดเป็นการจำแนกไดนาโมมิเตอร์ตามการติดตั้งในการทดสอบ
1 : แชสซีสไดนาโมมิเตอร์ (Chassis Dynamometer)
2 : ไดนาโมมิเตอร์แบบโพรนีเบรก (Prony Break Dynamometer)
3 : ไดนาโมมิเตอร์แบบเบรกด้วยน้ำ (Water Break Dynamometer)
4 : ไดนาโมมิเตอร์แบบทรานส์มิสชัน (Transmission Dynamometer)
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องยนต์สแตรติไฟด์ชาร์ท (Stratified Charge)
1 : ฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยในระหว่างกระบวนการอัดเพื่อหลีกเลี่ยงการน๊อก
2 : จุดระเบิดในขณะที่ผสมกับอากาศด้วยประกายไฟจากหัวเทียนเพื่อให้สามารถควบคุมการจุดระเบิดได้โดยตรง
3 : ควบคุมกำลังของเครื่องยนต์โดยการควบคุมปริมาณของเชื้อเพลิงที่ฉีดเข้าไปต่อวัฏจักรการทำงาน เพื่อลดงานเนื่องจากการนำอากาศเข้า (Pumping Work) ลง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องยนต์โรทารี
1 : เครื่องยนต์โรทารีถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดแต่มีอัตราเร็วต่ำและมีข้อเสียคือมีการถ่ายเทความร้อนสูง
2 : เครื่องยนต์โรทารีถูกออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดและมีอัตราเร็วสูงแต่มีปัญหาเกี่ยวกับการรั่วของแก๊ส
3 : เครื่องยนต์โรทารีเป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในแบบลูกผสมซึ่งรวมเอาข้อดีของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟและเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดเข้าด้วยกัน
4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และข้อ 3
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 : ข้อใดเป็นกลุ่มของเครื่องสแตรติไฟด์ชาร์ท (Stratified Charge)
1 : เครื่องสแตรติไฟด์ชาร์ทแบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection Stratified Charge Engine)
2 : เครื่องสแตรติไฟด์ชาร์ทแบบห้องเผาไหม้ก่อน (Prechamber Stratified Charge Engine)
3 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และข้อ 2
4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 94 : ข้อใดเป็นระบบเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซล
1 : ปั๊มหัวฉีด
2 : ปั๊มส่งเชื้อเพลิง
3 : คาร์บูเรเตอร์
4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 : ข้อใดกำลังที่นิยมใช้ในการแสดงสมรรถนะของเครื่องยนต์
1 : กำลังสูงสุด
2 : กำลังที่กำหนดปกติ
3 : กำลังที่กำหนดสูงสุด
4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และข้อ 3
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 : ข้อใดมีความสัมพันธ์กับการปล่อยมลพิษจำเพาะและดรรชนีมลพิษ
1 : ออกไซด์ของไนโตรเจน ไนตริกออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน สารละออง
2 : ความเข้มข้นของแก๊สที่เป็นมลพิษจะถูกวัดเป็นส่วนในล้านส่วน (ppm)
3 : การปล่อยมลพิษจำเพาะ (Specific Emission)
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 97 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับน้ำหนักจำเพาะ
1 : แสดงถึงประสิทธิภาพในการใช้วัสดุสำหรับการผลิตเครื่องยนต์
2 : แสดงถึงประสิทธิผลในการใช้เนื้อที่ของเครื่องยนต์
3 : เป็นการวัดประสิทธิภาพเมื่อพื้นที่ลูกสูบถูกใช้โดยไม่คำนึงถึงขนาดของกระบอกสูบ
4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปริมาตรจำเพาะ
1 : แสดงถึงประสิทธิภาพในการใช้วัสดุสำหรับการผลิตเครื่องยนต์
2 : แสดงถึงประสิทธิผลในการใช้เนื้อที่ของเครื่องยนต์
3 : เป็นการวัดประสิทธิภาพเมื่อพื้นที่ลูกสูบถูกใช้โดยไม่คำนึงถึงขนาดของกระบอกสูบ
4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเผาไหม้ตามปกติในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ
1 : มีการจุดระเบิดเองก่อนประกายไฟจากหัวเทียนมาถึง (Pre-Ignition)
2 : มีการจุดระเบิดเองหลังประกายไฟจากหัวเทียนมาถึง (Post-Ignition)
3 : ความร้อนที่ใช้ในการจุดระเบิดได้มาจากการสัมผัสของสารผสมกับบริเวณจุดร้อนตามผนังห้องเผาไหม้
4 : เปลวไฟด้านหน้าแพร่ออกเป็นรูปผิวครึ่งทรงกลมและลุกลามอย่างสม่ำเสมอในห้องเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการลดน๊อก (Knock) ในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด
1 : ลดอุณหภูมิและความดันของแก๊สส่วนสุดท้ายลงโดยการตั้งไฟอ่อน
2 : ออกแบบให้เครื่องยนต์มีขนาดหรืออัตราส่วนการอัดสูง
3 : ใช้เชื้อเพลิงที่มีตัวเลขออกเทนต่ำ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความไวของเชื้อเพลิง (Fuel Sensitivity)
1 : สามารถหาได้จากผลต่างระหว่างตัวเลขออกเทนจากการทดสอบ (MON) กับตัวเลขออกเทนจากการวิจัย (RON)
2 : ค่าความไวของเชื้อเพลิงจะบ่งบอกถึงค่าของการเปลี่ยนแปลงสมบัติต้านการน๊อกของเชื้อเพลิงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงภาวะการทำงานของเครื่องยนต์นั้น
3 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และขัอ 2
4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานของคาร์บูเรเตอร์
1 : สามารถควบคุมส่วนผสมระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิงได้อย่างแน่นอนเนื่องจากอัตราส่วนสมมูลคงที่
2 : ที่อัตราเร็วรอบต่ำคาร์บูเรเตอร์จะให้ส่วนผสมหนามากกว่าส่วนผสมบาง
3 : ที่ภาระเครื่องยนต์ระดับปานกลางในคาร์บูเรเตอร์จะพบว่าอัตราส่วนสมมูลจะลดลงเมื่ออัตราการไหลของอากาศมากขึ้น
4 : ที่ตำแหน่งเปิดลิ้นเร่งเต็มที่ (WOT) เมื่ออัตราการไหลของอากาศเพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุด อัตราส่วนสมมูลจะค่อนข้างคงที่
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องยนต์ SI ที่ใช้ระบบหัวฉีดเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์
1 : มีกำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์
2 : เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายเนื่องจากการแตกตัวเป็นละอองของเชื้อเพลิงไม่ขึ้นอยู่กับอัตราเร็วรอบของข้อเหวี่ยง
3 : ไม่จำเป็นต้องใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระเหยง่าย เนื่องจากการกระจายของน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบหัวฉีดไม่ขึ้นอยู่กับการระเหยตัวของเชื้อเพลิง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 : ข้อใดเป็นข้อแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ CI และ SI
1 : เครื่องยนต์ CI เป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราส่วนการอัดต่ำกว่า
2 : สารผสมระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศเป็นส่วนผสมหนาสำหรับการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์
3 : ในเครื่องยนต์ CI จะฉีดเชื้อเพลิงก่อนเริ่มต้นเผาไหม้เพียงเล็กน้อย จึงไม่มีข้อจำกัดของการน๊อกเหมือนเครื่องยนต์ SI
4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และข้อ 3
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อม (Indirect Injection) เมื่อเปรียบเทียบกับระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection)
1 : ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อมสามารถให้กำลังสูงกว่า BMEP มากกว่าและมีการบำรุงรักษาง่ายกว่า
2 : ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection) มีประสิทธิภาพทางปริมาตรสูงกว่าและที่ภาวะเดินเบาเครื่องยนต์ในระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงจะเดินเรียบและเงียบกว่า
3 : ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection) ใช้กับเชื้อเพลิงได้หลายเกรดเมื่อเปรียบเทียบกับระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อม (Indirect Injection)
4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และข้อ 3
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 106 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะการออกแบบห้องเผาไหม้เปิด (Open Chamber)ในเครื่องยนต์ระบบ DI
1 : มีการออกแบบให้มีการไหลวนอย่างช้าๆ (Low Swirl)
2 : การผสมระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศและอัตราการเผาไหม้จะถูกควบคุมโดยระบบฉีดเชื้อเพลิง
3 : เครื่องยนต์ที่มีห้องเผาไหม้เปิดจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับประสิทธิภาพทางความร้อนของวัฏจักรอากาศมาตรฐาน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบครูสคอนโทล (Cruise control)
1 : เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาความเร็วของรถให้อยู่ในระดับคงที่โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง
2 : เป็นระบบที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในรถที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ โดยระบบครูสคอนโทลในรถที่ใช้เกียร์ธรรมดายังไม่มีใช้ในประเทศไทย เนื่องจากสภาพถนนและลักษณะการขับขี่ที่ต้องมีการเปลี่ยนเกียร์บ่อยครั้ง
3 : ในปัจจุบันระบบนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นไปอีก เป็นระบบครูสคอนโทลแบบปรับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ซึ่งรถจะลดความเร็วลงอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบสิ่งที่อยู่ ด้านหน้า

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด
1 : กำลังของเครื่องยนต์ขึ้นอยู่กับจำนวน และขนาดของลูกสูบ ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น แรงและกำลังก็ยิ่งมากขึ้น
2 : เครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์โรตารี่ และเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ เป็นประเภทของเครื่องยนต์สันดาปภายใน
3 : สำหรับเครื่องยนต์ที่มีหลายลูกสูบ การจัดเรียงกระบอกสูบกระทำกันอยู่ 3 แบบคือ การเรียงของกระลูกสูบอยู่ในแนวเดียวกัน, การเรียงของกระลูกสูบเป็นรูปตัววี และ การเรียงของกระลูกสูบเป็นแนวนอน
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 : ข้อใดเป็นวิธีการส่งกำลังจากเพลาข้อเหวี่ยงไปยังแคมชาฟท์
1 : แบบเฟืองไทมมิ่ง
2 : แบบโซ่ไทม์มิ่ง
3 : แบบสายพานไทม์มิ่ง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับการระบายความร้อนด้วยอากาศในเครื่องยนต์
1 : ได้เครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบา
2 : มีความร้อนค่อนข้างสูง ทำให้อายุการใช้งานของเครื่องยนต์สั้น

 


3 : มีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการระบายความร้อนด้วยน้ำ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 111 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูก
1 : วิธีหนึ่งในการเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น คือการเพิ่มแรงดันให้กับอากาศ
2 : อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพิ่มแรงดันให้กับอากาศ ได้แก่ เทอร์โบชาร์จ และซุปเปอร์ชาร์จ
3 : ข้อแตกต่างระหว่าง เทอร์โบชาร์จ และซุปเปอร์ชาร์จ คือเทอร์โบชาร์จใช้ไอเสียของรถยนต์เป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนซุปเปอร์ชาร์จใช้กำลังจากเครื่องยนต์โดยตรงขับเคลื่อน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 112 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูก
1 : คาร์บิวเรเตอร์ ทำหน้าที่ฉีดเชื้อเพลิงที่ได้รับการผสมแล้วเข้าไปในกระบอกสูบโดยตรง
2 : หัวฉีด มีหน้าที่ผสมน้ำมันกับอากาศให้ได้สัดส่วนพอดี แล้วจึงผ่านเข้าไปในกระบอกสูบ
3 : การเพิ่มขนาดของกระบอกสูบ ยิ่งมีขนาดใหญ่กำลังของเครื่องยนต์ก็ยิ่งมาก

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูก
1 : การเพิ่มขนาดของกระบอกสูบ ผู้ผลิตสามารถเพิ่มความจุได้โดยการทำให้กระบอกสูบสูงขึ้น หรือเส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มจำนวนกระบอกสูบขึ้น
2 : การเพิ่มกำลังอัดของลูกสูบ (Compression ratio) ยิ่งมีค่าอัตราส่วนการอัดมากเท่าไร กำลังที่ได้ยิ่งมีค่ามากขึ้น

 


3 : เพื่อป้องกันการเกิดการเผาไหม้ก่อนเวลา จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูง

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 : ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1 : แรงม้าคือหน่วยสำหรับใช้วัดกำลังของเครื่องยนต์ หน่วยวัดกำลังที่นิยมใช้กัน เช่น แรงม้า (HP) และ กิโลวัตต์ (KW)
2 : แรงบิดคือแรงหมุนของเพลาเครื่องยนต์เป็นแรงที่ใช้เพื่อส่งกำลังของเครื่องยนต์ไปหมุนเกียร์ เพลา และ ล้อรถ เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไปได้
3 : Indicated Horse Power หมายถึงกำลังที่เครื่องยนต์ผลิตได้ และ FHP คือ Friction Horse Power ซึ่งหมายถึงแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 : ข้อใดเป็นข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซล
1 : ราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงถูกกว่าน้ำมันเบนซิน
2 : ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์แข็งแรง มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน

 


3 : น้ำมันดีเซลไม่ไวไฟเหมือนน้ำมันเบนซินทำให้มีความปลอดภัยมากกว่า
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 : ข้อใดเป็นข้อแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ CI และเครื่องยนต์ SI
1 : สารผสมระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศเป็นส่วนผสมหนาสำหรับการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์
2 : เครื่องยนต์ CI มีอัตราส่วนการอัดต่ำกว่า
3 : โดยทั่วไปเครื่องยนต์ CI ออกแบบให้ทำงานที่รอบสูง จึงทำให้กำลังสูญเสียเนื่องจากความฝืดต่ำ

 


4 : ในเครื่องยนต์ CI จะฉีดเชื้อเพลิงก่อนเริ่มต้นเผาไหม้เพียงเล็กน้อย จึงไม่มีข้อจำกัดของการน็อกเหมือนเครื่องยนต์ SI
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 : การจัดเรียงกระบอกสูบแบบใดไม่นิยมใช้ในรถยนต์
1 : กระบอกสูบแนวรัศมี
2 : กระบอกสูบรูปตัว V
3 : กระบอกสูบรูปตัว W
4 : กระบอกสูบตรงกันข้าม
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 118 : ค่าการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะคือ
1 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลเชื้อเพลิงและกำลังที่ได้
2 : อัตราส่วนระหว่างปริมาตรเครื่องยนต์และกำลังที่กำหนด
3 : อัตราส่วนระหว่างงานต่อวัฏจักรและปริมาตรกระจัดต่อวัฏจักร

 


4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 : อัตราส่วนระหว่างปริมาตรกระบอกสูบสูงสุดคืออะไร
1 : ความดันยังผลเฉลี่ยบ่งชี้
2 : ความดันยังผลเฉลี่ยเบรก

 


3 : ปริมาตรจำเพาะกระบอกสูบ
4 : อัตราส่วนการอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ และ ช่วงชัก ในข้อใดใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ 6 สูบขนาด 3,000 CC มากที่สุด
1 : 80 × 80 mm.
2 : 84 × 84 mm.
3 : 86 × 86 mm.
4 : 88 × 88 mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 : ข้อใดกล่าวผิดถ้าเปรียบเทียบระหว่างเครื่องยนต์ 2 จังหวะ และ 4 จังหวะ ด้วยขนาดความจุเครื่องยนต์เท่ากัน
1 : เครื่องยนต์ 2 จังหวะ มีน้ำหนักเบากว่า เครื่องยนต์ 4 จังหวะ
2 : เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ได้กำลังมากกว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 เท่า
3 : เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่า เครื่องยนต์ 4 จังหวะ

 


4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 : ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรคืออะไร
1 : อัตราส่วนระหว่างปริมาตรเครื่องยนต์ และ กำลังที่ได้
2 : อัตราส่วนระหว่างประสิทธิภาพเชิงกล และปริมาตรเครื่องยนต์
3 : อัตราส่วนระหว่างประสิทธิภาพเชิงความร้อน และอัตราซึ่งปริมาตรถูกกวาดโดยลูกสูบ
4 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลของปริมาตรอากาศที่เข้าไปในระบบไอดี และอัตราซึ่งปริมาตรถูกกวาดโดยลูกสูบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 123 : ตัวแปรใดไม่ได้บ่งชี้ว่าถ้ามีค่าเพิ่มขึ้นจะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะเพิ่มมากขึ้น
1 : อัตราการไหลเชิงมวลของเชื้อเพลิง
2 : กำลังของเครื่องยนต์

 


3 : ความเร็วของรถยนต์
4 : ความเร็วรอบของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 : อัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงคืออะไร
1 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลเชิงมวลของเชื้อเพลิง ต่อ อัตราการไหลเชิงมวลของอากาศ
2 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลเชิงมวลของอากาศ ต่อ อัตราการไหลเชิงมวลของเชื้อเพลิง

 


3 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลเชิงปริมาตรของเชื้อเพลิง ต่อ อัตราการไหลเชิงปริมาตรของอากาศ

 


4 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลเชิงปริมาตรของอากาศ ต่อ อัตราการไหลเชิงปริมาตรของเชื้อเพลิง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 125 : ต้องทำอย่างไรเพื่อให้เครื่องยนต์ 4 จังหวะมีสมรรถนะสูงขึ้น
1 : ทำให้อากาศเข้าเครื่องยนต์มีความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น
2 : มีประสิทธิภาพเชิงปริมาตรสูง
3 : มีประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานเชื้อเพลิงสูง

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 126 : ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของคาร์บูเรเตอร์
1 : ควบคุมอัตราการไหลของเชื้อเพลิง
2 : กระจายเชื้อเพลิงให้เป็นฝอยละอองในอากาศ
3 : ควบคุมอัตราการไหลของอากาศ
4 : จุดระเบิดให้เชื้อเพลิงเผาไหม้ในอากาศ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 127 :  การติดตั้ง EGR วาล์ว ให้ไอเสียผ่านเข้าในท่อไอดีเพื่อลดมลพิษใด
1 :  CO
2 :  NOX
3 :  S
4 :  HC
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :  การปรับระบบให้ส่วนผสมอากาศกับเชื้อเพลิงบางลง เป็นผลให้
1 :  CO , HC และ NOX ลดลง
2 :  CO และ HC ลดลง แต่ NOX เพิ่มขึ้น
3 :  NOX , HC ลดลง และ CO เพิ่มขึ้น
4 :  NOX , CO ลดลง และ HC เพิ่มขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :  ข้อใดเป็นสารที่ใช้เพิ่มค่า Octane ของน้ำมันเบนซินที่เลิกใช้ไปแล้ว
1 :  MTBE
2 :  Ethanol
3 :  Lead
4 :  ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :  เครื่องยนต์โรตารี่ (Wankel) มีอัตราส่วนการอัดต่ำ จะส่งผลให้ลดมลพิษใด
1 :  CO และ NOX เพิ่มขึ้น แต่ HC ต่ำลง
2 :  CO และ NOX ลดลง แต่ HC สูงขึ้น
3 :  การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น CO, HC และ NOX ลดลง
4 :  การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น CO, HC ลดลง แต่ NOX สูงขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 131 :  การลดอัตรากำลังอัดของเครื่องยนต์ลงเพื่อใช้น้ำมันที่มี Octane ต่ำลง และลดอุณหภูมิในกระบอกสูบลง เป็นผลให้
1 :  NOX ลดลง
2 :  CO ลดลง
3 :  HC ลดลง
4 :  CO และ HC ลดลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :  มลพิษในไอเสียของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟประกอบด้วย
1 :  CO , HC และ NOX
2 :  CO , HC , NOX และเขม่า
3 :  CO , HC , NOX และ Lead
4 :  ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 376 : Lubrication
ข้อที่ 133 : วัตถุประสงค์ของการหล่อลื่นในเครื่องยนต์คือ
1 : ลดแรงเสียดทาน
2 : ป้องกันการสัมผัสของผิวโลหะ
3 : ป้องกันการร้อนจัดเกินไป
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 : ความหนืดของน้ำมันเครื่องกำหนดได้จาก
1 : SAE Number
2 : Centi Stroke
3 : Centi Poise
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 : การเลือกใช้น้ำมันเครื่องพิจารณาจากหลักเกณฑ์ใดต่อไปนี้
1 : เลือกตามลักษณะการใช้งาน
2 : เลือกจากความหนืดที่เหมาะสม
3 : เลือกชนิดตาม API
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 136 : เครื่องยนต์ดีเซลที่มีสภาพการทำงานร้อนจัดตลอดเวลา ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องชนิดใด
1 : ความหนืดสูง
2 : ความหนืดปานกลาง
3 : ความหนืดต่ำ
4 : ความหนืดตามมาตรฐานผู้ผลิตกำหนดไว้
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 : Multi Viscosity คือน้ำมันเครื่องที่มีคุณสมบัติอย่างไร
1 : น้ำมันเครื่องที่ทำงานภายใต้สภาวะความแตกต่างของอุณหภูมิได้สูง
2 : น้ำมันเครื่องที่ได้จากการนำน้ำมันแบบ Single Grade หลายชนิดมารวมกัน
3 : น้ำมันเครื่องที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในภูมิประเทศเมืองร้อน
4 : น้ำมันเครื่องที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในภูมิประเทศเมืองหนาว
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 : ถ้าน้ำมันเครื่อง Single Grade 2 ชนิด มาผสมกัน คุณสมบัติด้านการหล่อลื่นจะเปลี่ยนแปลงอย่างใด
1 : มีค่าลดลง
2 : มีค่าสูงขึ้น
3 : มีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งสองชนิด
4 : มีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งสองชนิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 : ค่าดัชนี Viscosity Index (VI) บ่งบอกถึงคุณสมบัติด้านใดของน้ำมันหล่อลื่น
1 : การทนต่อสภาพอุณหภูมิสูงได้
2 : การทนต่อสภาพอุณหภูมิต่ำได้
3 : การทนต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอุณหภูมิได้
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 : เครื่องมือที่ใช้วัดค่าความหนืดคือ
1 : Hygrometer
2 : Tachometer
3 : Viscosimeter
4 : Fluxmeter
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 : น้ำมันเครื่องที่มีอักษร W ตามหลังจะมีคุณสมบัติความหนืดอย่างไร
1 : น้อยกว่าเบอร์ที่ตามหลัง
2 : เท่ากับเบอร์ที่ตามหลัง
3 : มากกว่าเบอร์ที่ตามหลัง
4 : สูงกว่าเบอร์ที่ตามหลังแต่น้อยกว่าเบอร์ถัดไป
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 : การเติมสาร Additive ลงในน้ำมันเครื่องมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
1 : ป้องกันและขจัดเขม่า
2 : ลดการกัดกร่อน
3 : ป้องกันสนิม
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 : ถ้าใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ต่ำกว่ามาตรฐานที่เครื่องต้องการ ผลที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์คือ
1 : เครื่องยนต์เสียกำลังมากขึ้น สตาร์ทติดยากเมื่ออากาศเย็น
2 : เครื่องยนต์มีการหล่อลื่นดีขึ้น
3 : เครื่องยนต์กินน้ำมันเครื่องน้อยลง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 : ถ้าใส่น้ำมันเครื่องเบอร์สูงกว่ามาตรฐานที่เครื่องยนต์ต้องการผลที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์คือ
1 : เครื่องยนต์เสียกำลังมากขึ้น สตาร์ทติดยากเมื่ออากาศเย็น
2 : เครื่องยนต์มีการหล่อลื่นดีขึ้น
3 : กินน้ำมันเครื่องน้อยลง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 : น้ำมันหล่อลื่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจาก
1 : น้ำมันปิโตรเลียม
2 : น้ำมันพืช
3 : น้ำมันสัตว์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 : เครื่องยนต์ที่ทำงานหนักตลอดเวลา ควรใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณสมบัติอย่างไร
1 : ค่า SAE สูง
2 : ค่า VI สูง
3 : ค่า API สูง
4 : ค่า AF สูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 : น้ำมันหล่อลื่นชนิดใดที่มีคุณสมบัติทนอุณหภูมิได้สูงกว่า
1 : Synthetic Lube
2 : Semi-syntetic Lube
3 : Paraffinic Base Lube
4 : Napthanic Base Lube
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 : เชื้อเพลิงทดแทนในเครื่องยนต์เบนซินปัจจุบันที่มีการใช้งานคือ
1 : น้ำมัน Gasohol
2 : ก๊าซ LPG
3 : ก๊าซ CNG
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 149 : Biodiesel ที่ใช้ได้ในเครื่องยนต์ดีเซลได้มาจากกระบวนการใด
1 : กระบวนการ Esterification จากน้ำมันพืชชนิดต่างๆ
2 : กระบวนการ Purification จากน้ำมันพืชชนิดต่างๆ
3 : กระบวนการ Distillation จากน้ำมันพืชชนิดต่างๆ
4 : กระบวนการ Decomposition จากน้ำมันพืชชนิดต่างๆ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 150 : การใช้น้ำมัน Gasohol ในเครื่องยนต์ SI จะมีผลคือ
1 : ลดอาการ Knock ได้มากขึ้น
2 : เพิ่มการกินเชื้อเพลิง
3 : ไอเสียสะอาดขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 151 : ผลของการใช้ Biodiesel ในเครื่องยนต์ CI
1 : กำลังลดลง
2 : กำลังเพิ่มขึ้น
3 : เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 152 : การใช้ก๊าซ CNG ในเครื่องยนต์จำเป็นต้องมีการปรับเครื่องยนต์ที่
1 : อัตราส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง
2 : อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น
3 : ความเร็วรอบเครื่องยนต์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 : ข้อใดเป็นหน่วยของความหนืดสัมบูรณ์
1 : Stroke
2 : Poise
3 :
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 : ข้อใดไม่ใช่หน่วยของความหนืด
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 : ข้อใดกล่าวความหมายของความหนืดได้ถูกต้องที่สุด
1 : ความสามารถในการยืดตัวของของไหล
2 : ความสามารถในการลดแรงกระทบกันของของไหล
3 : ความสามารถในการกระทำให้ของไหลเกิดแรงต้าน เมื่อมีแรงมากระทำ
4 : ความสามารถในการต้านทานการไหลของของไหล เมื่อมีแรงมากระทำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 : ข้อใดไม่ใช่สารที่นำมาทำน้ำมันหล่อลื่น
1 : น้ำมันปิโตรเลียม
2 : น้ำมันพืช
3 : น้ำมันสัตว์
4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่า VI สูงเหมาะกับเครื่องยนต์ลักษณะใด
1 : เครื่องยนต์ที่ทำงานหนักตลอดเวลา
2 : เครื่องยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน
3 : เครื่องยนต์ที่ต้องการประหยัดพลังงาน
4 : เครื่องยนต์ที่มีความจุมากๆ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 158 :
1 : เพื่อมิให้เกิดการชำรุดแตกหักของชิ้นส่วน
2 : เพื่อมิให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
3 : เพื่อลดปัญหาการสึกหรอของกระบอกสูบ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 159 : API SM เป็นมาตรฐานคุณภาพน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ชนิดใด
1 : จุดระเบิดด้วยการอัด
2 : จุดระเบิดด้วยประกายไฟ
3 : จุดระเบิดด้วยการอัดแบบลูกผสม
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 : API (American Petroleum Institute) ได้แบ่งระดับคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่นเป็น 2 ประเภทได้แก่
1 : Service Oils and Commercial Oils
2 : Spark Ignition and Compression Ignition
3 : เครื่องยนต์ขนาดเล็กและเครื่องยนต์ขนาดใหญ่
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 161 : ลักษณะการไหลของของไหลแบบใด ที่ของไหลมีค่าความหนืดคงที่ที่อุณหภูมิหนึ่งๆ ไม่เปลี่ยนแปลงกับอัตราเฉือน (Shear Rate) หรือความเร็วในการกวน
1 : Dilatant Fluid
2 : Bingham Plastic
3 : Newtonian Fluid
4 : Pseudo Plastic
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 : ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
1 : น้ำมันหล่อลื่น SAE 20W-50 หมายถึงที่อุณหภูมิ 0 องศาฟาเรนไฮท์ จะมีค่าความหนืดเท่ากับ SAE 20W แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาฟาเรนไฮท์จะมีค่าความหนืดเท่ากับ SAE 50

2 : SAE 40 จะมีค่าความหนืดน้อยกว่า SAE 40W
3 : น้ำมันหล่อลื่นความหนืดเดี่ยว (Single Viscosity Oil) จะแสดงเป็นตัวเลขเช่น SAE 20W-50, SAE 20W-40 เป็นต้น
4 : น้ำมันหล่อลื่นความหนืดเดี่ยว (Single Viscosity Oil) จะแสดงเป็นตัวเลขเช่น SAE 20, SAE 30 เป็นต้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 : ข้อใดเป็นหน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์
1 : ป้องกันการสึกหรอและส่งถ่ายกำลังผ่านฟิล์มน้ำมัน
2 : ทำให้สสารต่างๆ ที่เกิดจากเผาไหม้และเศษโลหะให้แขวนลอยอยู่ในน้ำมัน
3 : มีคุณสมบัติทำให้น้ำมันเครื่องมีสภาพเป็นกลาง
4 : นำความร้อนได้ดีและมีความหนืดต่ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 164 : ข้อใดเป็นคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องยนต์
1 : ทำให้สารตกค้างจากการเผาไหม้ไม่ทำลายระบบ
2 : ป้องกันการกัดกร่อน
3 : ป้องกันการสึกหรอและส่งถ่ายน้ำมันกำลังผ่านฟิล์มที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันกับโลหะ
4 : มีความไวต่อการเกิดปฎิกิริยากับผิวโลหะ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 : ข้อใดเป็นการแบ่งประเภทของคุณภาพตามมาตรฐานคุณภาพของยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล
1 : API SA, SE, SH
2 : API SF,CD,CG
3 : API CE,CF-2,CF-4
4 : API SA, SE, CG
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 166 : ข้อใดเป็นระดับค่าความหนืดในระบบ SAE (Society of Automotive Engineers) ของน้ำมันเกรดเดียว
1 : SAE 20W-20
2 : SAE 5W-30
3 : SAE 10W-40, 10W-50
4 : SAE 10W-30, 10W-40
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :

ข้อใดเป็นระดับค่าความหนืดในระบบ SAE (Society of Automotive Engineers) ของน้ำมันกลุ่มประหยัดพลังงาน

 

1 : SAE 20W-20
2 : SAE 5W-30
3 : SAE 10W-40, 10W-50
4 : SAE 10W-30, 10W-40
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 168 : เพื่อป้องกันการเกิดอาการเวเพอร์ล็อก ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเมื่อน้ำมันเบรกมีจุดเดือดต่ำกว่าเท่าใด
1 : 150 oC
2 : 200 oC
3 : 250 oC
4 : 300 oC
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 169 : ข้อใดเป็นความหมายของ SAE 20W-50 ตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (Society of Automotive Engineer : SAE)
1 : ในอุณหภูมิ -25 องศาเซลเซียส น้ำมันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่ เบอร์ 20 แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส จะเปลี่ยนค่าความหนืดเป็น เบอร์ 50
2 : ในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส น้ำมันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่ เบอร์ 20 แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส จะเปลี่ยนค่าความหนืดเป็น เบอร์ 50
3 : ในอุณหภูมิ -25 องศาเซลเซียส น้ำมันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่ เบอร์ 20 แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส จะเปลี่ยนค่าความหนืดเป็น เบอร์ 50
4 :

ในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส น้ำมันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่ เบอร์ 20 แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส จะเปลี่ยนค่าความหนืดเป็น เบอร์ 50

 


คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 : ข้อใดเป็นความหมายของ CH4/SG ตามมาตรฐานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (The American Petroleum Institute : API)
1 : หมายถึง น้ำมันเครื่องนี้เหมาะสำหรับการใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน แต่ก็สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้ในระยะสั้น
2 : หมายถึง น้ำมันเครื่องนี้เหมาะสำหรับการใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล แต่ก็สามารถใช้กับเครื่องยนต์เบนซินได้ในระยะสั้น
3 : หมายถึง น้ำมันเครื่องนี้เหมาะสำหรับการใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซินโดยสามารถใช้กับเครื่องยนต์ทั้ง 2 ประเภทได้ในระยะสั้น
4 : หมายถึง น้ำมันเครื่องนี้เหมาะสำหรับการใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซินโดยสามารถใช้กับเครื่องยนต์ทั้ง 2 ประเภทได้ในระยะยาว
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 : มาตรฐานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (The American Petroleum Institute : API) คืออะไร
1 : เป็นมาตรฐานที่ใช้ระบุประเภทของเครื่องยนต์ และสมรรถนะในการปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยนต์
2 : เป็นมาตรฐานที่ใช้แสดงคุณสมบัติการไหลตัวของน้ำมันเครื่องยนต์ภายใต้สภาวะการใช้งาน
3 : เป็นมาตรฐานที่ใช้แสดงความสามารถในการแขวนลอยของของแข็งในน้ำมันหล่อลื่นยานยนต์
4 : ใช้ระบุความหนืด (ความข้นใส) ของน้ำมันเครื่อง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 172 : มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (Society of Automotive Engineer : SAE) คืออะไร
1 : เป็นมาตรฐานที่ใช้ระบุประเภทของเครื่องยนต์ และสมรรถนะในการปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยนต์
2 : เป็นมาตรฐานที่ใช้แสดงคุณสมบัติการไหลตัวของน้ำมันเครื่องยนต์ภายใต้สภาวะการใช้งาน
3 :

เป็นมาตรฐานที่ใช้ระบุค่าความหนืด (ความข้นใส) ของน้ำมันเครื่องยนต์


4 : เป็นมาตรฐานที่ใช้แสดงความสามารถในการแขวนลอยของของแข็งในน้ำมันหล่อลื่นยานยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับดัชนีข้นใสของน้ำมันหล่อลื่น
1 : น้ำมันที่มีค่าดัชนีความข้นใสสูงเมื่อถูกทำให้ร้อนขึ้นจะใสตัวลงไม่มาก และหากทำให้เย็นลงจากเดิมก็จะข้นขึ้นไม่มาก
2 : น้ำมันที่มีค่าดัชนีความข้นใสสูงเมื่อถูกทำให้ร้อนขึ้นจะใสลงมาก และหากทำให้เย็นลงจากเดิมก็จะข้นขึ้นมาก
3 : น้ำมันที่มีค่าดัชนีความข้นใสต่ำเมื่อถูกทำให้ร้อนขึ้นจะใสตัวลงไม่มาก และหากทำให้เย็นลงจากเดิมก็จะข้นขึ้นไม่มาก
4 : น้ำมันที่มีค่าดัชนีความข้นใสต่ำเมื่อถูกทำให้ร้อนขึ้นจะใสตัวลงไม่มาก และหากทำให้เย็นลงจากเดิมก็จะข้นขึ้นมาก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 : ข้อใดเป็นคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจากน้ำมันดิบฐานพาราฟินิก (Paraffinic Base Oil)
1 : การมีค่าดัชนีความข้นใสต่ำ
2 : การมีจุดวาบไฟต่ำ
3 : การมีจุดไหลเทต่ำ

 


4 : มีการระเหยตัวต่ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 : ข้อใดเป็นคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจากน้ำมันสังเคราะห์ (Synthetic Base Oil)
1 : การมีค่าดัชนีความข้นใสสูง
2 : การมีจุดไหลเทสูง

 


3 : มีการระเหยตัวสูง

 


4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับการเลือกใช้ความข้นใสน้ำมันหล่อลื่นกับสภาพการทำงาน
1 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสสูงสภาพการทำงานจะใช้ในเครื่องยนต์ที่ทำงานรอบต่ำ
2 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสต่ำสภาพการทำงานจะใช้ที่อุณหภูมิสูง
3 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสต่ำสภาพการทำงานจะใช้ที่แรงกดสูง

 


4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับค่าดัชนีความข้นใส (Viscosity Index)
1 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก แสดงว่าน้ำมันหล่อลื่นมีค่า VI ต่ำ
2 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก แสดงว่าน้ำมันหล่อลื่นมีค่า VI สูง
3 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสเปลี่ยนแปลงมากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงน้อยแสดงว่าน้ำมันหล่อลื่นมีค่า VI สูง
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 : ประเภทของสารเพิ่มคุณภาพใดมีประโยชน์เพื่อใช้ลดอัตราการเปลี่ยนแปลงความข้นใสตามอุณหภูมิของน้ำมัน ใช้ในน้ำมันชนิดมัลติเกรดหรือเกรดรวม
1 : สารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น
2 : สารเพิ่มค่าดัชนีความข้นใส
3 : สารเปลี่ยนแปลงความฝืด

 


4 : สารลดจุดไหลเท
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 : ข้อใดเป็นหน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่น
1 : ช่วยหล่อลื่นและช่วยระบายความร้อน
2 : ช่วยป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน
3 : ช่วยรักษาความสะอาดและช่วยกระจายความสกปรก

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 : คุณสมบัติใดดังต่อไปนี้ของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่สามารถกำจัด คราบเขม่า ยางเหนียว เถ้า และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ติดเป็นคราบอยู่ตามชิ้นส่วนของเครื่องยนต์
1 : Detergency
2 : Dispersancy
3 : Anti Oxidant

 


4 : TBN
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 : คุณสมบัติข้อใดในน้ำมันหล่อลื่นใดที่มีผลทำให้การหล่อลื่นมีประสิทธิภาพสูง เครื่องยนต์สตาร์ตง่ายและการสึกหรอลดลง
1 : Detergency
2 : Dispersancy

 


3 : Anti Oxidant

 


4 : High Viscosity Index
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 : สมรรถนะของน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลตามการกำหนดของมาตรฐาน API มีกี่ระดับอะไรบ้าง
1 : มี 4 ระดับ ได้แก่ CA, CB, CC, CE-2
2 : มี 4 ระดับ ได้แก่ CA, CB, CC, CD-4
3 : มี 5 ระดับ ได้แก่ CA, CB, CC, CE และ CG-2

 


4 : มี 5 ระดับ ได้แก่ CA, CB, CC, CE และ CF-4
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 : น้ำมันสังเคราะห์เอสเทอร์มักใช้เป็นน้ำมันพื้นฐานสำหรับผลิตน้ำมันหล่อลื่นในงานประเภทใด
1 : น้ำมันเบรกที่ใช้สำหรับรถยนต์
2 : น้ำมันเทอร์ไบน์ของเครื่องยนต์ไอพ่น

 


3 : น้ำมันเกียร์และเฟือง

 


4 : น้ำมันหล่อลื่นลูกสูบไอน้ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 184 : น้ำมันหล่อลื่นที่มีค่าความข้นใสเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมากแสดงว่าน้ำมันหล่อลื่นนั้นมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร
1 : มีค่า VI สูง
2 : มีค่า VI ต่ำ
3 : มีค่า cSt ต่ำ

 


4 : มีค่า cSt สูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 : สารเพิ่มคุณภาพชนิดใดที่ช่วยป้องกันการสึกหรอ
1 : เมทอลฟีเนต
2 : โพลีไอโซบิวทิลีน
3 : เมทาครีเลต

 


4 : ซิงก์ไดอัลคิลไดไธโอฟอสเฟต (ZDDP)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 377 : Supercharge
ข้อที่ 186 : ข้อใดอธิบายความหมายของคอมเพรสเซอร์ในระบบไอดี แบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : มีการเพิ่มปริมาณอากาศด้วยระบบกลไก
2 : มีการเพิ่มความดันและอุณหภูมิของอากาศเข้ากระบอกสูบ
3 : มีการเพิ่มความดันอากาศด้วยไอเสียขับใบพัด
4 : เพิ่มปริมาณอากาศด้วยคลื่นความดัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 : การนํ าไอดีเข้าไปไล่ไอเสียออกจากกระบอกสูบนั้น จํ าเป็นต้องมีคุณลักษณะใดต่อไปนี้
1 : ไอดีต้องมีปริมาณมากพอกับปริมาณไอเสียและเพียงพอกับเชื้อเพลิงขณะเผาไหม้
2 : ไอดีต้องมีความดันใกล้เคียงกับความดันของไอเสีย
3 : ไอดีต้องมีความดันเท่ากับความดันของไอเสีย
4 : ไอดีต้องมีความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศเสมอ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 188 : กระบวนการกํ าจัดไอเสีย (Scavenging Process) ของเครื่องยนต์สองจังหวะ ข้อใดกล่าวได้ถูก ต้อง
1 : การรวมกระบวนการดูดไอดีและคายไอเสียเข้าไว้ด้วยกัน
2 : กระบวนการขับไล่ไอเสียจากการเผาไหม้ออกจากกระบอกสูบ
3 : การไล่ไอเสียด้วยการเคลื่อนที่ขึ้นลงของลูกสูบภายในกระบอกสูบ
4 : มีอุปกรณ์เสริมในการเพิ่มปริมาณอากาศมากขึ้นเพื่อกํ าจัดไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 : ข้อใดบอกหน้าที่ของซูเปอร์ชาร์จเจอร์และเทอร์โบชาร์จเจอร์ในเครื่องยนต์ ได้อย่างถูกต้อง
1 : เพิ่มอัตราเร่งให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานของเครื่องยนต์
2 : ประจุอากาศเข้ากระบอกสูบของแต่ละวัฏจักรให้มากขึ้น
3 : ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น โดยการทํ าให้เกิดความปั่นป่วนมากขึ้น
4 : ลดการเกิดอาการน็อคในเครื่องยนต์ โดยการเพิ่มปริมาณอากาศ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 : การลดอุณหภูมิของอากาศขาออกเมื่อผ่านซูเปอร์ชาร์จเจอร์ในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ เพื่อป้องกันปัญหาใดต่อไป
1 : อุปกรณ์อาจเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น
2 : ลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอันเกิดจากการระเหย
3 : การชิงจุดระเบิดและการน็อคของเครื่องยนต์
4 : ลดความรุนแรงในขณะเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 191 : เหตุใดจึงต้องลดอัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ เมื่อทํ าการดัดแปลงให้ใช้กับเทอร์โบชาร์จเจอร์
1 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง จะส่งผลต่ออุณหภูมิการเผาไหม้สูง
ทําให้เกิดการชิงจุดและเกิดการน็อคได้
2 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอันเกิดจากการระเหยจะสูงขึ้น
3 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง อุปกรณ์อาจเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น
4 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง อาจเกิดความรุนแรงในขณะเผาไหม้ได้สูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 : เหตุใดหากติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์กับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด จึงไม่จําเป็นต้องลดอัตราส่วนการอัดลง
1 : เนื่องด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดใช้วัสดุที่มีความทนทาน
2 : เนื่องด้วยปริมาณอากาศสําหรับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดมากเพียงพอ
3 : เนื่องด้วยปัญหาต่างๆ ในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดไม่ส่งผลต่อเครื่องยนต์
4 : เนื่องด้วยการน็อคไม่เป็นปัญหาในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 : เครื่องยนต์แบบที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์หรือซูเปอร์ชาร์จเจอร์มาจากโรงงานมักมีการควบคุมแรงดันของอากาศที่จะอัดเข้าสู่เครื่องยนต์ ไว้ในอัตราที่ไม่สร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์ และจะกําหนดอัตราส่วนการอัดไว้ไม่ควรเกิน
1 : 7.5:1
2 : 8.5:1
3 : 9.5:1
4 : 10.5:1
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 : การติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ ควรคํานึงถึงลักษณะใดดังต่อไปนี้
1 : ติดตั้งใกล้ช่องพอร์ทไอดีมากที่สุด
2 : ติดตั้งใกล้ช่องพอร์ทไอเสียมากที่สุด
3 : กลไกที่ใช้ขับมีความเร็ว 10,000 RPM ขึ้นไป
4 : กลไกที่ใช้ขับมีความเร็ว 100,000 RPM ขึ้นไป
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 : เพื่อเพิ่มกําลังต่อหน่วยมวลข้อใดเปรียบเทียบจุดด้อยของซูเปอร์ชาร์จ
เจอร์กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการขับอุปกรณ์เพิ่มปริมาณอากาศ
2 : กินกําลังเครื่องยนต์และเมื่อรอบสูงจัดๆ ใช้กําลังจะสูงตามไม่ได้
3 : ความล่าช้าของการตอบสนองต่อการจุดระเบิด
4 : ความเฉื่อยในการตอบสนองต่อคันเร่ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 : ปัญหาการกํ าจัดไอเสียในเครื่องยนต์ 2 จังหวะเกิดจากสาเหตุใดเป็นสํ าคัญ
1 : ลิ้นเร่งเปิดแคบทํ าให้ความดันไอดีตํ่ า การกํ าจัดไอเสียไม่ดีเท่าที่ควร
2 : ความดันไอดีสูงเกินไปทํ าให้ปริมาณไอดีถูกใช้มากเกินความจํ าเป็น
3 : การไล่ไอเสียไม่ดีพออันเนื่องจากความดันไอดีสูงกว่าความดันไอเสีย
4 : ไอดีถูกไล่ออกไปพร้อมกับการกํ าจัดไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 : การประจุไอดีสํ าหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะนั้นสามารถกระทำโดย
1 : ประจุผ่านลิ้นไอดีหรือช่องไอดี
2 : ประจุทางกลกับประจุอัตโนมัติ
3 : ประจุผ่านช่องไอดีและช่องไอเสีย
4 : ประจุผ่านลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 : ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ 2 จังหวะจะเป็นห้องเดี่ยว ไม่ถูกแบ่งและไม่มีช่องแคบเพราะเหตุใด
1 : เพื่อให้เหมาะต่อการใช้ไอดีไปไล่ไอเสีย
2 : เพื่อไม่ให้เกิดความดันต่างในช่วงป้อนไอดีไล่ไอเสีย
3 : เพื่อให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างรวดเร็ว
4 : เพื่อให้เกิดความสมดุลในการป้อนไอดี
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 : ความดันไอดีที่ใช้ไล่ไอเสียออกจากกระบอกสูบในเครื่องยนต์จํ าเป็นต้องมีคุณสมบัติใดดังต่อไปนี้
1 : ความดันไอดีต้องสูงกว่าความดันไอเสีย 1.2-1.8 เท่าของความดันบรรยากาศ
2 : ปริมาณไอดีต้องมากกว่าปริมาณไอเสีย 1.2-1.8 เท่า ของปริมาณมวลอากาศ
3 : จํ านวนโมเลกุลด้านไอดีต้องมากกว่าด้านไอเสีย 1.2-1.8 เท่า ของบรรยากาศ
4 : ปริมาณไอเสียต้องมากกว่าปริมาณไอดี 1.2-1.8 เท่า ของปริมาณมวลอากาศ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 : ไอเสียในเครื่องยนต์ 2 จังหวะควรถูกระบายออกจากกระบอกสูบในตําแหน่งใดดังต่อไปนี้
1 : ช่วง 100 – 110 องศา หลังศูนย์ตายบน
2 : ช่วง 100 – 110 องศา ก่อนศูนย์ตายบน
3 : ช่วง 100 – 110 องศา ก่อนจังหวะอัด
4 : ช่วงหลังศูนย์ตายบน 10 องศา
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 : ในกระบวนการไล่ไอเสียในเครื่องยนต์ 2 จังหวะควรคํ านึงสิ่งใดดังต่อไปนี้
1 : สามารถไล่ไอเสียได้เกือบหมดและไอดีไม่ไหลตามออกไป
2 : สามารถไล่ไอเสียได้หมดจดและไอดีไม่ไหลตามออกไป
3 : สามารถกํ าจัดไอเสียได้หมดจดและเผาไหม้ได้หมด
4 : สามารถควบคุมการไล่ไอเสียได้เกือบหมดและเผาไหม้ได้หมด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 202 : ข้อใดเป็นวิธีการแก้ปัญหาการกํ าจัดไอเสียในเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ได้อย่างเหมาะสม
1 : นําอากาศเข้าอย่างเดียวเพื่อไล่ไอเสียจนไอดีปิดแล้วจึงฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้
2 : นําไอดีเข้าไล่ไอเสียได้เกือบหมดแล้วควบคุมไอดีไม่ให้ไหลตามออกไป
3 : นําอากาศเข้าอย่างเดียวเพื่อไล่ไอเสียออกจนหมดแล้วควบคุมไอดีไม่ให้ไหลตามออกไป
4 : หาวิธีการในการกํ าจัดไอเสียให้หมดด้วยการมีลิ้นเปิดปิดแทนช่องไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 203 : การไล่ไอเสียแบบที่ช่องไอดีไอเสียอยู่ด้านเดียวกันจะส่งผลให้การไหลของไอดีเป็นลักษณะใด
1 : ไอดีไหลวนเป็นวง
2 : ไอดีไหลได้อย่างปั่นป่วนมากขึ้น
3 : ไอดีไล่ไอเสียได้ดีที่สุด
4 : ไอดีไหลเป็นขั้นบันได
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 : การประจุไอดีของเครื่องยนต์สองจังหวะกับสี่จังหวะเมื่อเปรียบเทียบที่กํ าลังเท่ากันนั้น การใช้อากาศของเครื่องยนต์สองจังหวะจะมากกว่าเพราะสาเหตุใดต่อไปนี้
1 : อากาศบางส่วนรั่วในช่วงที่ไอดีและช่องไอเสียยังเปิดอยู่พร้อมกับขณะไล่ไอเสีย
2 : อากาศรั่วไหลไปพร้อมกับไอเสียในช่วงกํ าจัดไอเสียและหายไปกับความร้อนในช่วงนี้
3 : ความต้องการในการนํ าไอดีไปไล่ไอเสียมากกว่าความต้องการในการเผาไหม้
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 205 : การลดปัญหาตกค้างของไอเสียในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์สองจังหวะให้น้อยที่สุดควรต้องคํ านึงถึงเหตุใดเป็นสํ าคัญ
1 : ภายในกระบอกสูบจะต้องไม่มีมุมอับที่ทํ าให้การไหลของก๊าซชะงัก
2 : ปริมาณไอดีที่ป้อนเข้ามาเพื่อไล่ปริมาณไอเสียเพียงพอไม่ให้เกิดการชะงัก
3 : ความดันไอดีที่ทางเข้าต้องสูงกว่าความดันไอเสียที่ทางออกเพื่อสามารถไล่ไอเสียได้หมด
4 : ปริมาณอากาศที่เข้าไอดีต้องมีมากพอเพื่อไล่ไอเสียได้หมด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 206 : การลดปัญหาตกค้างของไอเสียในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์สองจังหวะให้น้อยที่สุดควรต้องคำนึงถึงเหตุใดเป็นสำคัญ
1 : ภายในกระบอกสูบจะต้องไม่มีมุมอับที่ทำให้การไหลของก๊าซชะงัก
2 : ปริมาณไอดีที่ป้อนเข้ามาเพื่อไล่ปริมาณไอเสียเพียงพอไม่ให้เกิดการชะงัก
3 : ความดันไอดีที่ทางเข้าต้องสูงกว่าความดันไอเสียที่ทางออกเพื่อสามารถไล่ไอเสียได้หมด
4 : ปริมาณอากาศที่เข้าไอดีต้องมีมากพอเพื่อไล่ไอเสียได้หมด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 : อัตราส่วนป้อนไอดีจํ าเป็นต้องมีค่าสูงกว่าอัตราส่วนประจุไอดีเสมอเพราะสาเหตุใดต่อไปนี้
1 : เพราะไอดีส่วนหนึ่งเล็ดลอดออกทางช่องไอเสียก่อนปิด
2 : เพราะไอดีส่วนป้อนมีความดันตํ่ ากว่าไอดีส่วนประจุ
3 : เพราะไอดีบางส่วนถูกประจุไปโดยเปล่าประโยชน์
4 : เพราะไอดีที่ป้อนเข้าเป็นสิ่งที่จํ าเป็นต่อกํ าลังของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดที่ทํ างานโดยไม่ใช้ลิ้นปีกผีเสื้อ กํ าลังและความเร็วของเครื่องยนต์จะถูกควบคุมด้วยวิธีใดต่อไปนี้
1 : ควบคุมโดยปริมาตรของเชื้อเพลิงที่ฉีด
2 : ควบคุมโดยปริมาณไอดีที่เข้าภายในกระบอกสูบ
3 : ควบคุมโดยปริมาณความดันและอากาศที่เข้า
4 : ควบคุมโดยอัตราส่วนการอัดและความเร็วรอบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 : ข้อใดดังต่อไปนี้เป็นจุดด้อยของซูเปอร์ชาร์จเจอร์
1 : ใช้กําลังจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อนมาขับเคลื่อน ต้นทุนสูง นํ้ าหนักมาก และมีเสียงรบกวน
2 : จะมีปัญหาเรื่องกําลังที่ความเร็วรอบตํ่ าไม่ทันกับความต้องการ ต้นทุนสูง และนํ้ าหนักมาก
3 : สามารถนํามาติดตั้งกับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดเท่านั้น ต้นทุนสูง และมีเสียงดัง
4 : ไม่สามารถติดตั้งกับเครื่องยนต์ที่มีความเร็วรอบสูงมากๆ มีเสียงรบกวน และต้นทุนสูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 : ข้อใดดังต่อไปนี้เป็นจุดดีของซูเปอร์ชาร์จเจอร์
1 : การตอบสนองต่อการเร่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว
2 : สามารถควบคุมความร้อนด้วยตัวอุปกรณ์เอง
3 : ความดันและอุณหภูมิคงที่ตลอดการทํางาน
4 : ปริมาณอากาศได้รับอย่างต่อเนื่อง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 : เหตุใดความดันของอากาศที่เข้าสู่กระบอกสูบของเครื่องยนต์จึงตํ่ากว่าความดันบรรยากาศ
1 : เมื่ออากาศไหลผ่านสิ่งกีดขวางใดก็ตามจะมีความดันลดลงเสมอ ซึ่งอากาศไหลผ่านหม้อกรองอากาศ คาร์บูเรเตอร์ ลิ้นผีเสื้อ ท่อไอดี และลิ้นไอดี
2 : เมื่ออากาศไหลผ่านสิ่งกีดขวางโมเลกุลของอากาศไม่สามารถผ่านได้ทั้งหมด จึงมีผลทําให้ความดันเมื่อเข้ากระบอกสูบจึงลดลง
3 : ความดันของอากาศตกลงอันเนื่องจากมีแรงต้านจากคลื่นความดันในกระบอกสูบ รวมถึงอากาศไหลผ่านกรองอากาศ คาร์บูเรเตอร์ ลิ้นผีเสื้อ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 : การลดปัญหาการน็อคของเครื่องยนต์เมื่อติดตั้งอุปกรณ์อัดอากาศ แก้ไขได้โดยติดตั้งอุปกรณ์ใดต่อไปนี้
1 : After Cooler
2 : Inter Cooler
3 : ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 2
4 : ผิดทั้งข้อ 1 และข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 : ตําแหน่งใดต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่สําคัญที่ทําให้ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรลดลง เมื่อเครื่องยนต์ทํางานที่ความเร็วรอบสูง
1 : บริเวณลิ้นไอดีและบริเวณคอคอดในคาร์บูเรเตอร์
2 : บริเวณช่องลิ้นปีกผีเสื้อ
3 : ลิ้นไอเสียและท่อไอเสีย
4 : ท่อร่วมไอดีและท่อร่วมไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 : การกําจัดไอเสียของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ แบบใดดังต่อไปนี้ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด
1 : ลักษณะการไหลวนกลับ
2 : ลักษณะการไหลแบบข้ามฝาก
3 : ลักษณะการไหลแบบไหลลง
4 : ลักษณะการไหลวนเป็นวง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 : การไหลวนของไอดีในช่วงจังหวะดูด ที่ดีควรมีลักษณะตามของใดต่อไปนี้
1 : ไหลวนในทิศทางที่สัมพันธ์กับกระบอกสูบ โดยมีความเร็วเท่ากับความเร็วเสียง
2 : ไหลวนเป็นวงรอบแกนวาล์วก่อนเข้ากระบอกสูบ โดยมีความเร็วเท่ากับความเร็วเสียง
3 : ไหลวนในทิศทางที่สัมพันธ์กับกระบอกสูบ และถูกบังคับให้ไหลวนผ่านช่องแคบบ่าวาล์วก่อนเข้ากระบอกสูบ
4 : ไหลวนในทิศทางที่สัมพันธ์กับกระบอกสูบ และถูกบังคับให้ไหลวนรอบแกนของวาล์วก่อนเข้ากระบอกสูบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 : ประสิทธิภาพการไล่ไอเสีย (Scavenging Efficiency) สามารถหาได้จากความสัมพันธ์ตามข้อใดต่อไปนี้
1 : อัตราส่วนมวลของไอดีในกระบอกสูบต่อมวลไอดีและไอเสียตกค้างในกระบอกสูบเมื่อ ทุกช่องปิดสนิท
2 : อัตราส่วนมวลของไอเสียในกระบอกสูบต่อมวลไอดีและไอเสียตกค้างในกระบอกสูบ เมื่อทุกช่องปิดสนิท
3 : อัตราส่วนมวลของไอดีในกระบอกสูบต่อมวลไอดีที่ตกค้างในกระบอกสูบเมื่อทุกช่อง ปิดสนิท
4 : อัตราส่วนมวลของไอเสียในกระบอกสูบต่อมวลไอดีที่ตกค้างในกระบอกสูบเมื่อทุกช่อง ปิดสนิท
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 : การออกแบบท่อร่วมไอดีให้มีความเสียดทานของอากาศน้อยที่สุดเพื่อจุดประสงค์ใดต่อไปนี้
1 : เพื่อเพิ่มปริมาณอากาศที่ทางเข้าในทุกความเร็วของเครื่องยนต์
2 : เพื่อให้ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรมีค่าสูงในทุกความเร็วของเครื่องยนต์
3 : เพื่อเพิ่มปริมาณไอดีที่ทางเข้าในทุกความเร็วของเครื่องยนต์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 218 : กําลังจริงที่ใช้ขับคอมเพรสเซอร์ของซูเปอร์ชาร์จเจอร์ต้องมากกว่าค่าในอุดมคติเสมอเพราะเหตุใดเป็นสําคัญ
1 : เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เป็นหลัก
2 : เพราะไม่คิดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบ
3 : เพราะที่ความดันเดียวกันความสามารถที่จะอัดไปถึงย่อมตํ่ากว่า
4 : เพราะประสิทธิภาพไอเซนโทรปิคของคอมเพรสเซอร์ตํ่ากว่า 100% เสมอ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 219 : การคอมเพรสเซอร์ในระบบไอดีคืออะไรดังต่อไปนี้
1 : เป็นระบบการอัดอากาศด้วยกลไกและไอเสีย
2 : เป็นระบบการอัดอากาศให้มีความดันสูงขึ้น
3 : การประจุไอดีด้วยปริมาณความต้องการของกระบอกสูบ
4 : การประจุไอดีด้วยซูเปอร์ชาร์จเจอร์และเทอร์โบชาร์จเจอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 220 : คอมเพรสเซอร์ในระบบไอดีแบบใดที่ตอบสนองต่อการเร่งได้อย่างรวดเร็ว
1 : Turbocharger
2 : Supercharger
3 : Scavenging
4 : ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 : เครื่องยนต์ 2 จังหวะประเภทใดควรพัฒนาให้มีระบบการอัดอากาศ
1 : ประเภทที่ไม่ได้อัดไอดีจากห้องข้อเหวี่ยง
2 : ประเภทที่ไม่ได้ประจุไอดีด้วยช่องไอดีและไอเสีย
3 : ประเภทที่ไม่ได้ประจุไอดีด้วยช่องไอดีและลิ้นไอเสีย
4 : ประเภทที่ไม่ได้ประจุไอดีด้วยลิ้นไอดีและลิ้นไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 : อุปกรณ์ระบายความร้อนอากาศสําหรับระบบอัดอากาศนั้น ถ้ามีราคาสูงและกินเนื้อที่มาก ดังนั้นถ้าจะไม่ติดตั้งสามารถแก้ไขได้อย่างเหมาะสมโดยวิธีใดดังต่อไปนี้
1 : ควบคุมกําลังที่ขับกังหันให้ลดลง
2 : ควบคุมสิ่งที่กินกําลังให้ลดลง
3 : จํากัดปริมาณไอดีให้ลดลง
4 : ลดอัตราส่วนการอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 : การติดตั้งการระบายอากาศในอุปกรณ์อัดอากาศก็เพื่อลดปัญหาใดของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ
1 : ปัญหาการชิงจุดระเบิดและการน็อคของเครื่องยนต์ขณะเผาไหม้
2 : ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์เช่น กังหัน แบริ่ง เป็นต้น
3 : ปัญหาความสิ้นเปลืองปริมาณเชื้อเพลิง
4 : ปัญหาเกี่ยวกับความสึกหรอของอุปกรณ์เครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 : การแก้ปัญหาเพื่อลดความสูญเสียความดันในท่อไอดี วิธีใดน่าจะเหมาะสมที่สุด
1 : ปรับผนังด้านในให้เรียบ ออกแบบท่อไม่ให้มีการหักมุม เลิกใช้คาร์บูเรเตอร์ ออกแบบหน้าสัมผัสให้มีรอยต่อเรียบสนิท ไม่มีขอบปะเก็น เพิ่มพื้นที่อากาศไหลผ่านลิ้นให้ใหญ่ขึ้น
2 : เคลือบสารเพิ่มความมันภายในท่อร่วมไอดี ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มความดันทางเข้า ออกแบบหน้าสัมผัสให้มีรอยต่อน้อยลง ไม่มีขอบปะเก็น เพิ่มพื้นที่อากาศไหลผ่านลิ้นให้ใหญ่ขึ้น
3 : ใช้วัสดุที่ทนการกัดกร่อนเพื่อลดปัญหาการขรุขระ และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มความดันทางเข้าออกแบบหน้าสัมผัสให้มีรอยต่อน้อยลง ไม่มีขอบปะเก็น เพิ่มพื้นที่อากาศไหลผ่านลิ้นให้ใหญ่ขึ้น
4 : แต่งผนัง ออกแบบท่อให้มีจุดหักมุมน้อยๆ ไม่ใช้คาร์บูเรเตอร์ ออกแบบหน้าสัมผัสให้มีรอยต่อเรียบสนิท เพิ่มปริมาณอากาศโดยอุปกรณ์และไม่มีขอบปะเก็น
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 : เครื่องยนต์ของรถยนต์ทั่วไปมักใช้ใบพัดคอมเพรสเซอร์แบบใดต่อไปนี้ในระบบอัดอากาศ
1 : Axial Flow
2 : Radial Flow
3 : Mixed Flow
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 : เครื่องยนต์ของรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่มากมักใช้ใบพัดคอมเพรสเซอร์แบบใดต่อไปนี้ในระบบอัดอากาศ
1 : Axial Flow
2 : Radial Flow
3 : Mixed Flow
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 : ใบพัดคอมเพรสเซอร์แบบใดให้ประสิทธิภาพสูงกว่ากันที่มวลการไหลของอากาศสูง
1 : Axial Flow > Radial Flow
2 : Axial Flow < Radial Flow
3 : Axial Flow ≥ Radial Flow
4 : Axial Flow ≤ Radial Flow
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 : ปัญหาความเฉื่อยของเทอร์โบชาร์จเจอร์สามารถลดลงได้โดยวิธีใดต่อไปนี้
1 : ใช้แบริ่งที่มีความแข็งแรงสูง มีโมเมนต์แรงเฉื่อยตํ่า และใช้ท่อร่วมไอเสียขนาดเล็ก
2 : ใช้แบริ่งที่มีความเสียดทานตํ่า มีโมเมนต์แรงเฉื่อยตํ่า และใช้ท่อร่วมไอเสียขนาดเล็ก
3 : ใช้กังหันที่มีความแข็งแรงสูง มีโมเมนต์แรงเฉื่อยตํ่า และใช้ท่อร่วมไอเสียขนาดเล็ก
4 : ใช้กังหันที่ทําจากวัสดุเบา มีโมเมนต์แรงเฉื่อยตํ่า และใช้ท่อร่วมไอเสียขนาดเล็ก
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 : เมื่อความดันสูงถึงจุดเสี่ยงต่อการเกิดการน็อคในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟที่ติดตั้งอุปกรณ์อัดอากาศ สามารถแก้ไขอย่างไรต่อไปนี้
1 : ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มลดอุณหภูมิก่อนเข้ากระบอกสูบ ซึ่งสามารถตรวจสอบในทุกอัตราเร่งของเครื่องยนต์สมํ่าเสมอที่ความเร็วแตกต่าง
2 : ติดครีบที่สามารถปรับมุมได้ เพื่อปรับขนาดช่องไอเสียไหลผ่านก่อนถึงกังหัน ให้ได้ความเร็วของไอเสียสูงสมํ่าเสมอที่ความเร็วแตกต่าง
3 : ปรับแต่งสารระบายความร้อนในอุปกรณ์ให้สามารถเพิ่มลดอุณหภูมิตามสภาวะการทํางานของเครื่องยนต์สมํ่าเสมอที่ความเร็วแตกต่าง
4 : ติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบปริมาณไอเสียก่อนเข้ากังหันตามความเร็วที่สมํ่าเสมอที่ความเร็วแตกต่าง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 230 : ข้อใดกล่าวถึงการซูเปอร์ชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ถูกใช้ในเครื่องยนต์ 2 และ 4 จังหวะ เพื่อเพิ่มกําลังต่อหน่วยความจุ
2 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ถูกใช้ในเครื่องยนต์ 4 จังหวะเพื่อเพิ่มกําลังต่อหน่วยความจุ
3 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ถูกใช้ในเครื่องยนต์ 2 จังหวะเพื่อเพิ่มคุณภาพการไล่ไอเสียและในเครื่องยนต์ 4 จังหวะ เพื่อเพิ่มกําลังต่อหน่วยความจุ
4 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ถูกใช้ในเครื่องยนต์ 2 และ 4 จังหวะเพื่อเพิ่มคุณภาพการไล่ไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 231 : ข้อใดกล่าวถึงความแตกต่างของซูเปอร์ชาร์จเจอร์กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์รับกำลังจากกลไก เทอร์โบชาร์จเจอร์รับกำลังจากไอเสีย
2 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์รับกําลังจากไอเสีย เทอร์โบชาร์จเจอร์รับกําลังจากกลไก
3 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์มีความเฉื่อยต่อการตอบสนองมากกว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์
4 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ใช้วัสดุทนความร้อนสูงกว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 232 : ข้อใดเปรียบเทียบจุดด้อยของเทอร์โบชาร์จเจอร์และซูเปอร์ชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการขับอุปกรณ์เพิ่มปริมาณอากาศ
2 : กินกําลังเครื่องยนต์และรอบสูงจัดๆ กําลังจะสูงตามไม่ได้
3 : ความล่าช้าของการตอบสนองต่อการจุดระเบิด
4 : ความเฉื่อยในการตอบสนองต่อคันเร่ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 : การติดตั้งกังหันที่ทําด้วยเซรามิกกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ เพื่อลดปัญหาใดต่อไปนี้
1 : ลดปัญหาที่ส่งผลต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของกังหัน
2 : ลดความเฉื่อยของเทอร์โบชาร์จและลดความร้อนสูง
3 : ลดปัญหาการเพิ่มปริมาณของอากาศได้ช้าลง
4 : ลดอุณหภูมิอากาศและเพิ่มความดันอากาศ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 234 : การเพิ่มความดันไอดีในเครื่องยนต์ 2 จังหวะเพื่อจุดประสงค์ใดต่อไปนี้
1 : เพื่อให้ไอดีไหลเข้าแทนที่ไอเสีย โดยไอดีส่วนหนึ่งจะผสมกับไอเสียและไหลออกจากกระบอกสูบไปกับไอเสียด้วย
2 : เพื่อให้ไอดีมีอัตราการไหลสูงกว่าและเข้าแทนที่เพื่อไล่ไอเสีย โดยไอดีจะไม่ไหลออกจากกระบอกสูบไปพร้อมกับไอเสีย
3 : เพื่อให้ไอดีไหลเข้าแทนที่ไอเสีย โดยไอดีจะไม่ไหลออกจากกระบอกสูบไปพร้อมกับไอเสีย
4 : เพื่อให้ไอดีมีปริมาณมากกว่าไอเสียและสามารถไล่ไอเสียออกจะกระบอกสูบ โดยที่ไอดีจะไม่ไหลออกจากกระบอกสูบไปพร้อมกับไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 235 : ข้อใดกล่าวถึงวิธีการของระบบเพิ่มความดันไอดีในเครื่องยนต์ 2 จังหวะได้ถูกต้อง
1 : ใช้การอัดในห้องเพลาข้อเหวี่ยง หรือเครื่องอัดแบบแรงเหวี่ยง และติดตั้งวาล์วไอดี
2 : ใช้การอัดในห้องเพลาข้อเหวี่ยง หรือเครื่องเป่าลม และใช้เครื่องอัดแบบแรงเหวี่ยง
3 : ใช้การอัดในห้องเพลาข้อเหวี่ยง หรือเครื่องอัดแบบแรงเหวี่ยง และติดตั้งซูเปอร์ชาร์จเจอร์
4 : ใช้การอัดในห้องเพลาข้อเหวี่ยง หรือเครื่องอัดแบบแรงเหวี่ยง และติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 : ข้อใดเปรียบเทียบอัตราส่วนการส่งเข้า ในกระบวนการไล่ไอเสียได้อย่างถูกต้อง
1 : เปรียบเทียบมวลอากาศทฤษฏีกับที่ใช้จริง
2 : เปรียบเทียบมวลอากาศที่ต้องการสําหรับกระบวนการในอุดมคติกับที่ใช้จริง
3 : เปรียบเทียบมวลอากาศที่ใช้จริงกับที่ต้องการสําหรับกระบวนการในอุดมคติ
4 : เปรียบเทียบมวลอากาศที่ใช้จริงกับที่ต้องการสําหรับกระบวนการโพลีทรอปิค
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 : เหตุใดเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟจึงมีประสิทธิภาพเชิงปริมาตรตํ่ากว่าเครื่องยนต์ดีเซล
1 : เนื่องด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ ใช้เชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติการระเหยตัวเป็นไอได้มากกว่า และความสูญเสียจากการไหลผ่านอุปกรณ์ก่อนเข้ากระบอกสูบ
2 : เนื่องด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ มีไอเชื้อเพลิงในท่อร่วมไอดีและเศษส่วนก๊าซที่ค้างอยู่มากกว่า และความร้อนที่เพิ่มในท่อร่วมไอดี
3 : เนื่องด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ มีการสูญเสียจากการไหลในลิ้นเร่ง และมีไอเชื้อเพลิงอันเนื่องจากการเพิ่มความร้อนในท่อร่วมไอดีมาก
4 : เนื่องด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ มีการสูญเสียจากการไหลในคาร์บูเรเตอร์และลิ้นเร่ง การเพิ่มความร้อนในท่อร่วมไอดี มีไอเชื้อเพลิงและเศษส่วนก๊าซที่ค้างอยู่มากกว่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 : การที่ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรของเครื่องยนต์ตํ่าลงจะส่งผลด้านใดกับเครื่องยนต์
1 : อัตราเร่งและความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์
2 : อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและกําลังของเครื่องยนต์
3 : กําลังและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์
4 : แรงบิดและกําลังของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 : สิ่งใดต่อไปเป็นสิ่งที่ต้องคํานึงถึงในการออกแบบเครื่องยนต์
1 : สมรรถนะ ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เสียงและมลพิษของเครื่องยนต์ ราคา และความน่าเชื่อถือ
2 : สมรรถนะ ความสูญเสีย เสียงและมลพิษของเครื่องยนต์ กําลัง และความน่าเชื่อถือ
3 : สมรรถนะ ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง กําลัง ราคา และความน่าเชื่อถือ
4 : สมรรถนะ อัตราเร่ง กําลัง ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเสียงและมลพิษของเครื่องยนต์และความน่าเชื่อถือ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 240 : สมรรถนะของเครื่องยนต์ถูกกําหนดโดยสิ่งใดต่อไปนี้
1 : แรงบิดสูงสุดตลอดช่วงการใช้งาน และอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ทํางานได้ดี
2 : แรงบิดสูงสุดตลอดช่วงการใช้งาน และค่าความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ทํางานได้ดี
3 : กําลังหรือแรงบิดสูงสุดตลอดช่วงการใช้งาน และอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ทํางานได้ดี
4 : กําลังหรือแรงบิดสูงสุด ตลอดช่วงการใช้งาน และอัตราเร็วกับกําลังที่เครื่องยนต์ทํางานได้ดี
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 241 :
1 : 13.8 kW
2 : 14.8 kW
3 : 15.8 kW
4 : 16.8 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
1 : 2.3 kW
2 : 3.3 kW
3 : 4.3 kW
4 : 5.3 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 243 : เครื่องยนต์ดีเซล 8 สูบ 4 จังหวะ เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบมีการหล่อเย็น โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ 128 mm ระยะชัก 140 mm ความดันก่อนเข้าเทอร์โบเท่ากับ 1 atm หลังผ่านเครื่องหล่อเย็นความดันเท่ากับ 1.8 atm , อุณหภูมิ 325 K พิจารณาที่กํ าลังสูงสุด ที่อัตราเร็ว 2000 RPM ประสิทธิภาพเชิงปริมาตร 90 % ประสิทธิภาพไอเซนทรอปิคของเครื่องอัดอากาศ 70 % จงหาอัตราการไหลเชิงมวลของอากาศที่เข้า
1 : 0.22 kg/s
2 : 0.32 kg/s
3 : 0.42 kg/s
4 : 0.52 kg/s
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 : เครื่องยนต์ดีเซล 8 สูบ 4 จังหวะ เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบมีการหล่อเย็น โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ 128 mm ระยะชัก 140 mm ความดันก่อนเข้าเทอร์โบเท่ากับ 1 atm หลังผ่านเครื่องหล่อเย็นความดันเท่ากับ 1.8 atm , อุณหภูมิ 325 K พิจารณาที่กํ าลังสูงสุด ที่อัตราเร็ว 2000 RPM ประสิทธิภาพเชิงปริมาตร 90 % ประสิทธิภาพไอเซนทรอปิคของเครื่องอัดอากาศ 70 % จงหากํ าลังที่ใช้ขับคอมเพรสเซอร์
1 : 32 kW
2 : 33 kW
3 : 34 kW
4 : 37 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
1 : 327.36 kJ/kg
2 : 356.36 kJ/kg
3 : 427.36 kJ/kg
4 : 456.36 kJ/kg
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 246 :
1 : 3300.5 K
2 : 3173.5 K
3 : 2973.5 K
4 : 2773.5 K
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 : ข้อใดอธิบายความหมายของคอมเพรสเซอร์ในระบบไอดี แบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : มีการเพิ่มปริมาณอากาศด้วยระบบกลไก
2 : มีการเพิ่มความดันและอุณหภูมิของอากาศเข้ากระบอกสูบ
3 : มีการเพิ่มความดันอากาศด้วยไอเสียขับใบพัด
4 : เพิ่มปริมาณอากาศด้วยคลื่นความดัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 : การนำไอดีเข้าไปไล่ไอเสียออกจากกระบอกสูบนั้น จำเป็นต้องมีคุณลักษณะใดต่อไปนี้
1 : ไอดีต้องมีปริมาณมากพอกับปริมาณไอเสียและเพียงพอกับเชื้อเพลิงขณะเผาไหม้
2 : ไอดีต้องมีความดันใกล้เคียงกับความดันของไอเสีย
3 : ไอดีต้องมีความดันเท่ากับความดันของไอเสีย
4 : ไอดีต้องมีความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศเสมอ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 249 : กระบวนการกำจัดไอเสีย (Scavenging Process) ของเครื่องยนต์สองจังหวะ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
1 : การรวมกระบวนการดูดไอดีและคายไอเสียเข้าไว้ด้วยกัน
2 : กระบวนการขับไล่ไอเสียจากการเผาไหม้ออกจากกระบอกสูบ
3 : การไล่ไอเสียด้วยการเคลื่อนที่ขึ้นลงของลูกสูบภายในกระบอกสูบ
4 : มีอุปกรณ์เสริมในการเพิ่มปริมาณอากาศมากขึ้นเพื่อกำจัดไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 : การลดอุณหภูมิของอากาศขาออกเมื่อผ่านซูเปอร์ชาร์จเจอร์ในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ เพื่อป้องกันปัญหาใดต่อไป
1 : อุปกรณ์อาจเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น
2 : ลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอันเกิดจากการระเหย
3 : การชิงจุดระเบิดและการน็อคของเครื่องยนต์
4 : ลดความรุนแรงในขณะเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 251 : เหตุใดจึงต้องลดอัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ เมื่อทำการดัดแปลงให้ใช้กับเทอร์โบชาร์จเจอร์
1 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง จะส่งผลต่ออุณหภูมิการเผาไหม้สูง ทำให้เกิดการชิงจุดและเกิดการน็อคได้
2 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอันเกิดจากการระเหยจะสูงขึ้น
3 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง อุปกรณ์อาจเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น
4 : ถ้าไม่ลดอัตราส่วนการอัดลง อาจเกิดความรุนแรงในขณะเผาไหม้ได้สูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 : เหตุใดหากติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์กับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด จึงไม่จำเป็นต้องลดอัตราส่วนการอัดลง
1 : เนื่องด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดใช้วัสดุที่มีความทนทาน
2 : เนื่องด้วยปริมาณอากาศสำหรับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดมากเพียงพอ
3 : เนื่องด้วยปัญหาต่างๆ ในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดไม่ส่งผลต่อเครื่องยนต์
4 : เนื่องด้วยการน็อคไม่เป็นปัญหาในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 : เครื่องยนต์แบบที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์หรือซูเปอร์ชาร์จเจอร์ มาจากโรงงานมักจะมีการควบคุมแรงดันของอากาศที่จะอัดเข้าสู่เครื่องยนต์ไว้ในอัตราที่ไม่สร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์และจะกำหนดอัตราส่วนการอัดไว้ไม่ควรเกิน
1 : 7.5:1
2 : 8.5:1
3 : 9.5:1
4 : 10.5:1
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 254 : การติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ ควรคำนึงถึงลักษณะใดดังต่อไปนี้
1 : ติดตั้งใกล้ช่องพอร์ทไอดีมากที่สุด
2 : ติดตั้งใกล้ช่องพอร์ทไอเสียมากที่สุด
3 : กลไกที่ใช้ขับมีความเร็ว 10000 RPM ขึ้นไป
4 : กลไกที่ใช้ขับมีความเร็ว 100000 RPM ขึ้นไป
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 : ข้อใดเปรียบเทียบจุดด้อยของซูเปอร์ชาร์จเจอร์ที่มากกว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้ถูกต้อง
1 : สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการขับอุปกรณ์เพิ่มปริมาณอากาศ
2 : กินกำลังเครื่องยนต์และเมื่อรอบสูงจัดๆ กำลังจะสูงตามไม่ได้
3 : ความล่าช้าของการตอบสนองต่อการจุดระเบิด
4 : ความเฉื่อยในการตอบสนองต่อคันเร่ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 256 : ข้อใดกล่าวถึงความแตกต่างของซูเปอร์ชาร์จเจอร์กับเทอร์โบชาร์จเจอร์ ได้ถูกต้อง
1 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ทำหน้าที่เพิ่มปริมาณอากาศ เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำหน้าที่อัดอากาศ
2 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์รับกำลังจากไอเสีย เทอร์โบชาร์จเจอร์รับกำลังจากกลไก
3 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ใช้วัสดุทนความร้อนสูงกว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์
4 : ซูเปอร์ชาร์จเจอร์มีความเฉื่อยต่อการตอบสนองมากกว่าเทอร์โบชาร์จเจอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 : ข้อใดเปลี่ยนเทียบจุดด้อยของเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มากกว่าซูเปอร์ชาร์จเจอร์ ได้ถูกต้อง
1 : สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการขับอุปกรณ์เพิ่มปริมาณอากาศ
2 : กินกำลังเครื่องยนต์และรอบสูงจัดๆ กำลังจะสูงตามไม่ได้
3 : ความล่าช้าของการตอบสนองต่อการจุดระเบิด
4 : ความเฉื่อยในการตอบสนองต่อการเร่ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 : การติดตั้งกังหันที่ทำด้วยเซรามิกกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ เพื่อลดปัญหาใดต่อไปนี้
1 : ลดปัญหาที่ส่งผลต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวชองกังหัน
2 : ลดความเฉื่อยของเทอร์โบชาร์จและทนความร้อนสูง
3 : ลดปัญหาการเพิ่มปริมาณของอากาศได้ช้าลง
4 : ลดอุณหภูมิอากาศและเพิ่มความดันอากาศ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
1 : 15 kW
2 : 16 kW
3 : 17 kW
4 : 18 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 260 : อุปกรณ์ Aftercooler ในระบบเครื่องยนต์ที่ใช้ Turbocharger มีหน้าที่อะไร
1 : ลดอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง
2 : ลดอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น
3 : ลดอุณหภูมิของอากาศก่อนเข้าเครื่องยนต์
4 : ลดอุณหภูมิของอากาศหลังออกจากเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 : ระบบ Turbocharger ในรถยนต์ ใช้ใบพัดชนิดใดเป็นใบพัดอัดอากาศ
1 : Rotary
2 : Screw

 


3 : Axial
4 : Centrifugal
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 : อุปกรณ์ Waste Gate Valve มีหน้าที่อะไร
1 : ระบายอากาศออกโดยตรงเพื่อไม่ให้อากาศผ่าน Compressor มากเกินไป
2 : ระบายไอเสียออกโดยตรงไม่ให้ไอเสียผ่าน Turbine มากเกินไป
3 : ระบายอากาศออกโดยตรงก่อนเข้าเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้ไหลย้อนกลับออกทาง Compressor

 


4 : ผิดทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :  ข้อใดกล่าวถึงปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อใช้ซูเปอร์ชาร์จกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีนได้ ถ้าไม่มีการวิเคราะห์ให้เหมาะสม
1 :  เกิดการน็อค
2 :  กำลังตก
3 :  ความร้อนขึ้น
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :  วัตถุประสงค์ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จในเครื่องยนต์เพื่อต้องการ
1 :  เพิ่มความหนาแน่นของมวลอากาศ
2 :  ลดความสิ้นเปลื้องเชื้อเพลิง
3 :  ลดความเสียดทานภายในกระบอกสูบ
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 378 : Ignition
ข้อที่ 265 : ข้อใดเปรียบเทียบความแตกต่างของลักษณะหัวเทียนร้อนกับหัวเทียนเย็นได้อย่างถูกต้อง
1 : ระยะเขี้ยวของหัวเทียนร้อนจะกว้างกว่า
2 : หัวเทียนร้อนจะมีแกนกลางยาวกว่า
3 : หัวเทียนร้อนจะมีแกนกลางสั้นกว่า
4 : ระยะเขี้ยวของหัวเทียนร้อนจะแคบกว่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 : วงจรไฟแรงตํ่าของระบบจุดระเบิดด้วยคอยล์ประกอบด้วยอุปกรณ์ใดต่อไปนี้
1 : แบตเตอรี่ สวิตช์กุญแจ ตัวต้านทาน ขดลวดไฟแรงตํ่า ชุดทองขาว และคอนเดนเซอร์
2 : แบตเตอรี่ สวิตช์กุญแจ ตัวเก็บประจุ ขดลวดไฟแรงตํ่า ชุดทองขาว และคอนเดนเซอร์
3 : แบตเตอรี่ สวิตช์กุญแจ ขดลวดไฟแรงตํ่า ชุดทองขาว และคอนเดนเซอร์
4 : แบตเตอรี่ สวิตช์กุญแจ ตัวต้านทาน ชุดทองขาว และคอนเดนเซอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 : ระบบจุดระเบิดที่ดีควรมีคุณสมบัติใดดังต่อไปนี้
1 : สามารถให้แรงบิดสูงสุดตามความเหมาะสมของอัตราความเร็วรอบของเครื่องยนต์
2 : สามารถควบคุมมลพิษที่ออกจากเครื่องยนต์ ได้อย่างเหมาะสมต่อภาระงาน
3 : สามารถเปลี่ยนจังหวะการจุดระเบิดตามอัตราความเร็วรอบและภาระของเครื่องยนต์
4 : สามารถควบคุมการเกิดอาการน็อคภายในเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 268 : ข้อใดอธิบายหน้าที่หลักของจานจ่ายได้ถูกต้องที่สุด
1 : ควบคุมแรงบิดให้สัมพันธ์กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์
2 : ควบคุมจังหวะตํ าแหน่งจุดระเบิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม
3 : ควบคุมภาระงานของเครื่องยนต์สัมพันธ์กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์
4 : ควบคุมการจุดระเบิดให้สัมพันธ์กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 269 : การกระโดดของประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างเขี้ยวหัวเทียนในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟนั้นจะเริ่มขึ้นที่ตําแหน่งใดต่อไปนี้
1 : เริ่มกระบวนการเผาไหม้หลังจังหวะคายไอเสียเล็กน้อย
2 : เริ่มกระบวนการเผาไหม้ตามความเหมาะสมของเครื่องยนต์นั้นๆ
3 : เริ่มกระบวนการเผาไหม้ใกล้กับจุดสิ้นสุดของจังหวะอัด
4 : เริ่มกระบวนการเผาไหม้หลังลูกสูบเลื่อนลงจากศูนย์ตายบนเล็กน้อย
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 : ระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันมี 2 ระบบด้วยกันดังต่อไปนี้
1 : ระบบจุดระเบิดด้วยคอยล์จุดระเบิด และจุดระเบิดด้วยทรานซิสเตอร์
2 : ระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ 4 จังหวะและ 2 จังหวะ
3 : ระบบจุดระเบิดด้วยตัวเองและระบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ
4 : ระบบจุดระเบิดด้วยแบตเตอรี่ และระบบจุดระเบิดด้วยแมกนิโต
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 271 : ข้อใดไม่ใช่ระบบจุดระเบิดด้วยแบตเตอรี่
1 : Magneto Ignition System
2 : Coil Ignition System
3 : Capacitive Discharge Ignition System
4 : Transistorized Coil Ignition System
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 272 : ระบบจุดระเบิดด้วยแมกนิโต(Magneto Ignition System) มักนิยมใช้กับรถประเภทใด
1 : มักใช้กับเครื่องยนต์ 4 จังหวะขนาดเล็ก
2 : มักใช้กับเครื่องยนต์ 4 จังหวะขนาดใหญ่
3 : มักใช้กับเครื่องยนต์ทั้ง 2 จังหวะ และ 4 จังหวะขนาดเล็ก
4 : มักใช้กับเครื่องยนต์ทั้ง 2 จังหวะและ 4 จังหวะขนาดใหญ่
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 : ระบบจุดระเบิดแบบใดเป็นระบบที่ใช้ตัวเก็บประจุเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ เพื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแรงดันสูงส่งไปยังหัวเทียน
1 : Magneto Ignition System
2 : Coil Ignition System
3 : Capacitive Discharge Ignition System
4 : Transistorized Coil Ignition System
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 274 : หัวเทียนทั่วไปมีส่วนที่สําคัญอยู่ดังต่อไปนี้
1 : เขี้ยว ฉนวน และเปลือก
2 : ฉนวน ขั้ว และเปลือก
3 : เขี้ยว ขั้ว และเปลือก
4 : ฉนวน เขี้ยวและเปลือก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 : ระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์สี่จังหวะ แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ ที่นิยมใช้กันมากเป็นแบบใดต่อไปนี้
1 : แบตเตอรี่และขดลวด
2 : แมกนีโต
3 : ซีดีไอ
4 : ทรานซิสเตอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 : การคายประจุไฟฟ้าที่เขี้ยวหัวเทียน เพื่อกระตุ้นการเผาไหม้ให้เกิดขึ้นในเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในแบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟนั้น จะเหมาะสมที่ตําแหน่งใดดังต่อไปนี้
1 : ตําแหน่ง 10- 30 ก่อนศูนย์ตายล่าง
2 : ตําแหน่ง 10- 30 ก่อนศูนย์ตายบน
3 : ตําแหน่ง 0- 5 ก่อนศูนย์ตายล่าง
4 : ตําแหน่ง 0- 5 ก่อนศูนย์ตายบน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 277 : ข้อใดกล่าวถึงการจุดระเบิดของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟได้อย่างถูกต้อง
1 : การจุดระเบิดเริ่มขึ้นด้วยหัวเทียนก่อนลูกสูบถึงศูนย์ตายบน และความดันสูงสุดควรเกิดขึ้น ประมาณ 16 หลังศูนย์ตายบน
2 : การจุดระเบิดเริ่มขึ้นด้วยตัวเองก่อนลูกสูบถึงศูนย์ตายบน และความดันสูงสุดควรเกิดขึ้น ประมาณ 16 หลังศูนย์ตายบน
3 : การจุดระเบิดเริ่มขึ้นด้วยหัวเทียนก่อนลูกสูบถึงศูนย์ตายบน และความดันสูงสุดควรเกิดขึ้น ประมาณ 8 หลังศูนย์ตายบน
4 : การจุดระเบิดเริ่มขึ้นด้วยตัวเองก่อนลูกสูบถึงศูนย์ตายบน และความดันสูงสุดควรเกิดขึ้น ประมาณ 8 หลังศูนย์ตายบน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 278 : หัวเทียนร้อนแตกต่างกับหัวเทียนเย็นอย่างไร
1 : หัวเทียนร้อนจะมีความยาวของระยะทางการนํ าความร้อนจากปลายฉนวนไปยังเปลือกอีกด้านมากกว่าหัวเทียนเย็น
2 : หัวเทียนเย็นจะมีความยาวของระยะทางการนํ าความร้อนจากปลายฉนวนไปยังเปลือกอีกด้านมากกว่าหัวเทียนร้อน
3 : หัวเทียนร้อนจะมีระยะทางการนํ าความร้อนจากปลายฉนวนไปยังเปลือกอีกด้านสั้นกว่าหัวเทียนเย็น
4 : หัวเทียนร้อนจะมีเขี้ยวหัวเทียนมากกว่าหัวเทียนเย็น อย่างน้อยเท่าตัว
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 279 : ความเร็วในการเผาไหม้แบบราบเรียบของสารผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับอากาศนั้น จะขึ้นอยู่กับ สิ่งใดเป็นสําคัญ
1 : ความดัน อุณหภูมิและอัตราส่วนสมมูล
2 : ลักษณะการเผาไหม้และอัตราส่วนสมมูล
3 : ลักษณะการเผาไหม้ ความดัน และอุณหภูมิ
4 : ความดัน อุณหภูมิ และมลพิษ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 : ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่หลักของระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง
1 : ทำให้มีการเริ่มต้นกระบวนการเผาไหม้ในแต่ละวัฏจักรใด้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องยนต์
2 : ทำให้มีการเริ่มต้นกระบวนการเผาไหม้และสามารถแพร่กระจายได้ทั่วถึงภายในกระบอกสูบในแต่ละวัฏจักรเพื่อให้เหมาะสมกับการทํ างานของเครื่องยนต์
3 : ทำให้มีการเริ่มต้นกระบวนการแพร่กระจายของการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบในแต่ละวัฏจักรให้เหมาะสมกับการทํ างานของเครื่องยนต์
4 : ทำให้มีการเริ่มต้นกระบวนการแพร่กระจายของเปลวไฟในแต่ละวัฏจักรตลอดช่วงภาระและอัตราเร่งในจุดที่เหมาะสมในวัฏจักรการทำงานของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 281 : จังหวะการจุดระเบิดที่เหมาะสมที่สุดจะแปรผันตามเหตุผลใดต่อไปนี้
1 : การเปลี่ยนแปลงอัตราเร่งของเครื่องยนต์ และปริมาณความต้องการของเชื้อเพลิงและอากาศ
2 : การเปลี่ยนแปลงอัตราเร็วเครื่องยนต์ ความดันท่อไอดีและส่วนประกอบของสารผสม
3 : การเปลี่ยนแปลงอัตราเร่งเครื่องยนต์ อุณหภูมิและส่วนประกอบของสารผสม
4 : การเปลี่ยนแปลงอัตราเร็วเครื่องยนต์ อุณหภูมิและส่วนประกอบของสารผสม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 282 : การจุดระเบิดโดยผิวร้อน(Hot Spot)คืออะไร
1 : เป็นการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นเองของสารผสม อันเกิดจากคุณสมบัติของเชื้อเพลิง
2 : เป็นลักษณะการเผาไหม้ได้เองของกากคาร์บอนที่ตกค้างภายในกระบอกสูบเมื่อเกิดความดัน สูงมากของเครื่องยนต์
3 : เป็นลักษณะการเผาไหม้เชื้อเพลิงกับอากาศที่ติดตามซอกแหวนของลูกสูบและผิวผนัง กระบอกสูบเมื่อเกิดความดันสูงมากของเครื่องยนต์
4 : เป็นการเผาไหม้ที่มีการจุดระเบิดของสารผสม อากาศกับเชื้อเพลิงโดยจุดร้อนบนผนังห้อง เผาไหม้หรือสารตกค้างที่ติดอยู่ในห้องเผาไหม้ที่ลุกแดงอยู่
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 : Break down please หมายถึงอะไร
1 : จุดที่เกิดความต้านทานภายในหน้าทองขาวเกิดกระแสไฟฟ้าผ่านอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดแรงเคลื่อนมหาศาล ที่เขี้ยวหัวเทียน
2 : จุดที่ความต่างศักย์เสียสภาพฉับพลัน ทำให้ความต้านทานของช่องว่างลดลงอย่างมากและกระแสไฟฟ้าผ่านช่องว่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
3 : จุดที่มีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นระหว่างขั้วบวกกับขั้วลบ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าผ่านอย่างรวดเร็ว เกิดแรงเคลื่อนมหาศาลที่เขี้ยวหัวเทียน
4 : จุดที่มีความต้านทานภายในหน้าทองขาวเกิดกระแสไฟฟ้าผ่านอย่างรวดเร็ว และเกิดการหยุดของช่วงฉับพลันทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าผ่านช่องว่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 284 : แรงบิดเบรกสูงสุดสำหรับสภาพการทำงานจะถูกจำกัดด้วยเหตุผลใดต่อไปนี้
1 : แรงบิดสูงสุดหรือกำลังสูงสุด และการควบคุมจังหวะการจุดระเบิด
2 : อุณหภูมิจุดเดือดของเชื้อเพลิง และการควบคุมจังหวะการจุดระเบิด
3 : การควบคุมมลพิษหรือความจำเป็นในการควบคุมการน็อค และจังหวะการจุดระเบิด
4 : ความต้องการปริมาณเชื้อเพลิงหรือความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และการควบคุมจังหวะการจุดระเบิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 285 : มีการโต้เถียงกันในเรื่องการตั้งไฟในการจุดระเบิด โดยนาย ก กล่าวว่าควรตั้งไฟจุดระเบิดล่วงหน้ามากเมื่อเครื่องยนต์อยู่ภายใต้ภาระงานหนัก นาย ข กล่าวว่าควรตั้งไฟจุดระเบิดล่วงหน้ามากก็เมื่อเครื่องยนต์ต้องการความเร็วสูง ใครกล่าวได้ถูกต้อง
1 : นาย ก ถูกต้อง
2 : นาย ข ถูกต้อง
3 : ถูกทั้งนาย ก และนาย ข
4 : ผิดทั้งนาย ก และนาย ข
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 : ข้อใดกล่าวถึงการทำงานของระบบจุดระเบิดที่ดี
1 : แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่เกิดขึ้นต้องสูงพอสามารถจุดประกายไฟระหว่างเขี้ยวหัวเทียนได้
2 : จังหวะจุดระเบิดที่เหมาะสมต้องมีระยะเวลาในการจุดระเบิดที่เหมาะสมกับความเร็วรอบของเครื่องยนต์และภาระ
3 : มีความทนทานต่อการสั่นสะเทือนและความร้อนของเครื่องยนต์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 : ข้อใดกล่าวถึงหลักการที่ทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟแรงสูงได้อย่างถูกต้อง
1 : การเหนี่ยวนำของเส้นเเรงแม่เหล็กผ่านขดลวดเกิดการยุบตัวทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้า
2 : การเหนี่ยวนำตัวเองเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลเข้าขดลวดจนเต็มและถูกตัดวงจรอย่างทันทีทันใด สนามแม่เหล็กจะยุบตัวลงตัดกับขดลวดเกิดการเปลี่ยนแปลงการเหนี่ยวนำของแม่เหล็ก ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าขึ้น
3 : การเหนี่ยวนำร่วมเมื่อขดลวดปฐมภูมิและขดลวดทุติยภูมิอยู่รอบๆ แกนเหล็กอ่อนเดียวกัน โดยเส้นแรงแม่เหล็กยืดตัวทำให้ขดลวดทุติยภูมิเกิดแรงดันไฟฟ้าขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 : การที่แรงดันไฟฟ้าจะเกิดการเหนี่ยวนำมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
1 : จำนวนของเส้นแรงแม่เหล็ก
2 : ความโตของขดลวด
3 : การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็ก
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 289 : มุมดเวล (Dwell Angle) คือ
1 : มุมของลูกเบี้ยวจานจ่ายในตำแหน่งที่หน้าทองขาวเปิด
2 : มุมของลูกเบี้ยวจานจ่ายในตำแหน่งที่หน้าทองขาวปิด
3 : มุมตำแหน่งการเกิดเส้นแรงแม่เหล็กในตำแหน่งเปิด
4 : มุมตำแหน่งการเกิดเส้นแรงแม่เหล็กในตำแหน่งปิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 290 : การควบคุมการจุดระเบิดล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างไร
1 : เพื่อปรับให้การจุดระเบิดเกิดความสัมพันธ์กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์และภาระ
2 : เพื่อป้องกันปัญหาการชิงจุดระเบิดและลดปัญหามลภาวะที่อาจเกิดขึ้น
3 : เพื่อป้องกันปัญหาของการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 : ข้อใดอาจเป็นสาเหตุให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
1 : หัวเทียนบอด สายหัวเทียนและคอยล์ขาดใน หรือตั้งไฟไม่ถูกต้อง
2 : ตำแหน่งการจุดระเบิดไม่ถูกต้องอันมาจากน้ำมันเชื้อเพลิง
3 : เพื่อป้องกันปัญหาของการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 : ค่าความล่าช้าในการจุดระเบิดคือ
1 : คุณสมบัติการเปลี่ยนสภาพของละอองน้ำมันให้เป็นไอ
2 : เป็นคุณสมบัติในการจุดระเบิดของน้ำมัน
3 : ระยะเวลาที่เสียไปในการทำละอองเชื้อเพลิงให้ร้อนขึ้น
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 : ค่าตัวเลขซีเทนต่ำจะส่งผลอย่างไร
1 : ค่าความล่าช้าในการจุดระเบิดจะยาวนาน
2 : ความดันในกระบอกสูบพุ่งต่ำลง
3 : การเผาไหม้จะเริ่มขึ้นเร็ว
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 : มุมดเวล (Dwell Angle) มากเกินไปจะส่งผลอย่างไร
1 : ระยะห่างหน้าทองขาวจะกว้างขึ้นเกิดประกายไฟได้ง่ายเมื่อหน้าทองขาวเริ่มเปิด
2 : ระยะห่างหน้าทองขาวจะแคบลงเกิดประกายไฟได้ง่ายเมื่อหน้าทองขาวเริ่มเปิด
3 : ระยะห่างหน้าทองขาวจะแคบลงเกิดประกายไฟได้ยากเมื่อหน้าทองขาวเริ่มเปิด
4 : ระยะห่างหน้าทองขาวจะกว้างขึ้นเกิดประกายไฟได้ยากเมื่อหน้าทองขาวเริ่มเปิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 : มุมดเวล (Dwell Angle) น้อยเกินไปจะส่งผลอย่างไร
1 : จะทำให้ระยะเวลาที่หน้าทองขาวปิดสั้น ทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดปฐมภูมิมีเวลามากขึ้น เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าวงจรปฐมภูมิไม่เพียงพอ ทำให้จังหวะจุดระเบิดผิดพลาด
2 : จะทำให้ระยะเวลาที่หน้าทองขาวเปิดยาว ทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดปฐมภูมิมีเวลาน้อยลง เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าวงจรปฐมภูมิไม่เพียงพอ ทำให้จังหวะจุดระเบิดผิดพลาด
3 : จะทำให้ระยะเวลาที่หน้าทองขาวปิดสั้น ทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดปฐมภูมิมีเวลาน้อยลง เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าวงจรปฐมภูมิไม่เพียงพอ ทำให้จังหวะจุดระเบิดผิดพลาด
4 : จะทำให้ระยะเวลาที่หน้าทองขาวเปิดยาว ทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดปฐมภูมิมีเวลามากขึ้น เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นกระแสไฟฟ้าวงจรปฐมภูมิไม่เพียงพอ ทำให้จังหวะจุดระเบิดผิดพลาด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับข้อจำกัดของการทำงานของคาร์บูเรเตอร์
1 : สามารถควบคุมส่วนผสมระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิงได้อย่างแน่นอน เนื่องจากอัตราส่วนสมมูล (  ) คงที่
2 : ที่อัตราเร็วรอบต่ำ คาร์บูเรเตอร์จะให้ส่วนผสมหนามากกว่าส่วนผสมบาง ทั้งๆที่เครื่องยนต์ต้องการส่วนผสมบางที่ภาวะเดินเบา
3 : ที่ภาระเครื่องยนต์ปานกลาง ในคาร์บูเรเตอร์พบว่าอัตราส่วนสมมูลจะลดลงเมื่ออัตราไหลของอากาศมากขึ้น
4 : ที่ตำแหน่งเปิดลิ้นเร่งเต็มที่ (WOT) เมื่ออัตราไหลของอากาศเพิ่มขึ้นถึงค่าสูงสุด อัตราส่วนสมมูลค่อนข้างจะคงที่ แต่เครื่องยนต์ต้องการส่วนผสมหนาขึ้น ( >1.0)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 : ข้อใดเป็นข้อดีของระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อม (IDI) เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเชื้อเพลิงตรง (DI)
1 : ระบบ IDI ให้กำลังและ BMEP สูงกว่าระบบ DI รวมทั้งมีควันดำเกิดขึ้นน้อย
2 : บำรุงรักษาได้ง่ายกว่า เนื่องจากหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ใช้สามารถทำความสะอาดได้ในตัวเองขณะใช้งานและมีความเค้นทางกลต่ำ
3 : ที่ภาวะเดินเบา เครื่องยนต์ในระบบ IDI จะเดินเรียบและเงียบกว่า

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของระบบฉีดเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ CI
1 : ฉีดเชื้อเพลิงเป็นละอองซึ่งมีรูปทรงตามแบบของห้องเผาไหม้
2 : การเริ่มฉีดและหยุดฉีดต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยจะต้องไม่เกิดหยดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นในภายหลัง
3 : ควบคุมปริมาณการส่งเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับอัตราเร็วรอบและภาระของเครื่องยนต์

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 : ข้อใดไม่มีในเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ
1 : หัวเทียน
2 : ห้องเผาไหม้ช่วย

 


3 : ไอดี
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 300 : รอบเครื่องยนต์เดินเบามีลักษณะอย่างไร

 

1 : รอบเครื่องยนต์ที่สามารถเร่งได้สูงสุด
2 : รอบเครื่องยนต์ที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยที่สุด
3 : รอบเครื่องยนต์ที่ช้าที่สุดที่เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ครบรอบวัฏจักร
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 : อุปกรณ์ใดไม่มีในเครื่องยนต์โรตารี

 

1 :

วาล์วไอดีและวาล์วไอเสีย

 


2 : ฟลายวีล
3 : หัวเทียนจุดระเบิด
4 : โรเตอร์สามเหลี่ยม
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 302 : Ignition Delay คืออะไร
1 :  ช่วงลามเปลวไฟ
2 :  เวลาในการจุดระเบิด
3 :  ช่วงเวลาระหว่างที่เริ่มฉีดน้ำมันจนถึงจุดที่เริ่มติดไฟ
4 :  ข้อ 2 และ 3 ถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 303 : ค่า Ignition Delay จะขึ้นอยู่กับค่าใดของเชื้อเพลิง
1 :  Cetane Number
2 :  Heating Value
3 :  Flash Point
4 :  Density
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 379 : Cycle
ข้อที่ 304 :
1 : 52.9 %

2 : 94.5 %

3 : 47.1 %

4 : 35.9 %

คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 : เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างวัฏจักรอ๊อตโต ดีเซล และดูอัล (จำกัดความดัน) ดังรูป ประสิทธิภาพความร้อนบ่งชี้ ของวัฏจักรใดมีค่าสูงสุด เรียงตามลำดับมากไปหาน้อย
1 : ดูอัล > อ๊อตโต > ดีเซล

2 : ดีเซล > ดูอัล > อ๊อตโต

3 : ดูอัล > ดีเซล > อ๊อตโต

4 : อ๊อตโต > ดูอัล > ดีเซล

คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 : ข้อใดเป็นสมการหาประสิทธิภาพความร้อนบ่งชี้ (Specific Thermal Efficiency) ของวัฏจักรดีเซลมาตรฐานอากาศ
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 307 : เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 4 จังหวะ ความจุ 3.3 ลิตร วัดกำลังเพลาได้ 57 kW ที่ความเร็วรอบ 2,000 RPM จงหาแรงบิดที่เกิดขึ้นในสภาวะนี้
1 : 0.27 kJ
2 : 0.37 kJ
3 : 0.47 kJ
4 : 0.77 kJ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 : เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 4 จังหวะ ความจุ 3.3 ลิตร วัดกำลังเพลาได้ 57 kW ที่ความเร็วรอบ 2,000 RPM จงหาความดันยังผลเฉลี่ยเบรก(Brake Mean Effective Pressure)ในสภาวะนี้
1 : 936.36 kPa
2 : 1036.36 kPa
3 : 1136.36 kPa
4 : 1336.36 kPa
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 309 :
1 : 40 %
2 : 48 %
3 : 51 %
4 : 54 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 : เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 2 จังหวะ เส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ 35 cm ระยะชัก 105 cm กำลังเบรก 3,600 kW ที่ความเร็วรอบ 210 RPM จงหาแรงบิดที่ความเร็วรอบนี้
1 : 82 kN-m
2 : 84 kN-m
3 : 162 kN-m
4 : 164 kN-m
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 : เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 2 จังหวะ เส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูบ 35 cm ระยะชัก 105 cm กำลังเบรก 3,600 kW ที่ความเร็วรอบ 210 RPM จงหาความดันยังผลเฉลี่ยเบรก(Brake Mean Effective Pressure)
1 : 850 kPa
2 : 871 kPa
3 : 1679 kPa
4 : 1700 kPa
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 312 :
1 : 12.45
2 : 15.32
3 : 16.45
4 : 17.32
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 313 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 314 :
1 : 8.5:1
2 : 9.5:1
3 : 10:1
4 : 11:1
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 319 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :
1 : 24.1 %

2 : 25.9 %

3 : 27.9 %

4 : 28.1 %

คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
1 : 689 kJ/kg

2 : 778 kJ/kg

3 : 878 kJ/kg

4 : 989 kJ/kg

คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 :
1 : 1.15 kJ

2 : 1.91 kJ

3 : 2.15 kJ

4 : 2.91 kJ

คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 325 :
1 : 15.25:1

2 : 17.25:1

3 : 18.65:1

4 : 19.25:1

คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 326 : เหตุใดวัฏจักรจริงจึงมีกำลังน้อยกว่าวัฏจักรอากาศมาตรฐาน
1 : ความดันที่ BTDC ของวัฏจักรจริงต่ำกว่าวัฏจักรทางทฤษฎี
2 : การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
3 : เกิดการรั่วไหลทำให้ปริมาตรหัวสูบมากกว่าที่กำหนด
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 327 : ข้อใดคือสมการหาประสิทธิภาพความร้อนบ่งชี้(Specific Thermal Efficiency)ของวัฏจักรดีเซลอุดมคติ
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 : วัฏจักรดูอัลแอร์มาตรฐานใช้กับเครื่องยนต์ประเภทใด
1 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ
2 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด
3 : เครื่องยนต์โรตารี
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 : วัฏจักรอ๊อตโตอากาศมาตรฐานใช้กับเครื่องยนต์ประเภทใด
1 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ

2 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด

3 : เครื่องยนต์สเตอร์ลิง

4 : ถูกทุกข้อ

คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 : วัฏจักรดีเซลอากาศมาตรฐานใช้กับเครื่องยนต์ประเภทใด
1 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ

2 : เครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัด

3 : เครื่องยนต์โรตารี

4 : ไม่มีข้อถูก

คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 : Dual-Cycle เป็นวัฏจักรผสมระหว่างวัฏจักรใด

 

1 : Carnot และ Otto
2 : Carnot และ Diesel

 


3 : Wancel และ Diesel
4 : Otto และ Diesel
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 332 : ข้อใดกล่าวถึงเครื่องยนต์ Stratified Charged ได้ถูกต้อง
1 :  การปรับปรุงการส่งส่วนผสมของเชื้อเพลิงเข้ากระบอกสูบให้มีความหนาบางต่างกันและให้จุดเผาไหม้ที่ส่วนผสมหนาก่อนแล้วจึงลามไปยังส่วนผสมบาง ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น
2 :  การปรับปรุงการส่งส่วนผสมของเชื้อเพลิงเข้ากระบอกสูบให้มีความหนาบางต่างกันและให้จุดเผาไหม้ที่ส่วนผสมบางก่อนแล้วจึงลามไปยังส่วนผสมหนา ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น
3 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมบางก่อนแล้วจึงลามไปยังส่วนผสมหนา ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์
4 :  ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 : การจัดระบบวาล์วให้เหลื่อมมากขึ้นคือมี Overlap มากกว่าเดิมจงส่งผลดีด้านใด
1 :  ทำให้ปริมาณอากาศเข้าห้องเผาไหม้มากกว่าส่งผลให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น
2 :  ปริมาณไอเสียเหลือในกระบอกสูบมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิห้องเผาไหม้ลดลง NOX ลดลง
3 :  ปริมาณเชื้อเพลิงที่เข้าในกระบอกสูบมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิห้องเผาไหม้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น CO, HC ลดลง
4 :  ข้อ 1 และ 3 ถูกต้อง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 334 : Direct Injection ในเครื่องยนต์ CI จะมีคุณสมบัติอย่างไร
1 :  ให้อัตราส่วนการอัดต่ำกว่าแบบ Indirect Injection
2 :  ให้กำลังสูงสุดที่อัตราเร่งเครื่องยนต์ต่ำกว่าแบบ Indirect Injection
3 :  ฉีดเชื้อเพลิงที่ความดันสูงกว่าแบบ Indirect Injection
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 : ข้อดีของเครื่องยนต์สเตอร์ลิง (Stirling Engine) คือ
1 :  เป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในที่ให้ไอเสียที่สะอาด แต่มีควันมาก
2 :  เป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในที่ให้ไอเสียที่สะอาด ควันน้อย ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง
3 :  เป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายนอกที่ให้ไอเสียที่สะอาด แต่มีควันมาก
4 :  เป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายนอกที่ให้ไอเสียที่สะอาด ควันน้อย ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 336 : ข้อดีข้อใดกล่าวถึงเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ได้ถูกต้อง
1 :  เป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ทั้งแก๊สโซลีนและไฟฟ้าร่วมกัน
2 :  เป็นเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟใช้ร่วมกับไฟฟ้า
3 :  เป็นเครื่องยนต์สเตอร์ลิงที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 380 : Fundamental of heat balance
ข้อที่ 337 : คำว่าเครื่องจักรความร้อน “Heat Engine” หมายถึงข้อใด
1 : เครื่องจักรที่ใช้เชื้อเพลิงเพื่อการเผาไหม้
2 : เครื่องจักรที่มีการเผาไหม้ในภาชนะปิด
3 : เครื่องจักรที่เปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนให้เป็นงานกล
4 : เครื่องจักรที่ทำงานแล้วให้ความร้อนออกมาใช้งาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 338 : เครื่องยนต์สันดาปภายใน “Internal Combustion Engine” ที่ใช้กับยานยนต์ทั่วไป มีการจุดระเบิดการเผาไหม้เป็นแบบใด
1 : จุดระเบิดจากความร้อนในห้องเผาไหม้ในสภาวะที่เหมาะสม
2 : จุดระเบิดจากการอัดและการจุดประกายไฟพร้อมกัน
3 : จุดระเบิดจากการอัดหรือการจุดประกายไฟหลังการอัดสิ้นสุด
4 : จุดระเบิดจากการอัดหรือการจุดประกายไฟก่อนการอัดสิ้นสุด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 : เครื่องยนต์สันดาปภายนอก “External Combustion Engine” ที่ใช้กับยานยนต์ทั่วไป มีการจุดระเบิดการเผาไหม้เป็นแบบใด
1 : เผาไหม้ให้ความร้อนในห้องเผาไหม้ในสภาวะที่เหมาะสม
2 : จุดระเบิดจากการอัดและการจุดประกายไฟพร้อมกัน
3 : จุดระเบิดจากการอัดหรือการจุดประกายไฟหลังการอัดสิ้นสุด
4 : จุดระเบิดจากการอัดหรือการจุดประกายไฟก่อนการอัดสิ้นสุด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 : เครื่องยนต์ลูกสูบหมุน “Rotary Engine” หนึ่งสูบ เมื่อหมุนครบหนึ่งรอบ มีจังหวะการอัดได้กี่ครั้ง
1 : 1 ครั้ง
2 : 3 ครั้ง
3 : 6 ครั้ง
4 : 2 ครั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 : เครื่องยนต์ลูกสูบหมุน “Rotary engine” หนึ่งสูบ เมื่อหมุนครบหนึ่งรอบ มีจังหวะการจุดระเบิดกี่ครั้ง
1 : 1 ครั้ง
2 : 3 ครั้ง
3 : 6 ครั้ง
4 : 2 ครั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 : เครื่องยนต์ลูกสูบหมุน “Rotary Engine” หนึ่งสูบ เมื่อหมุนครบหนึ่งรอบ มีจังหวะการดูดไอดีกี่ครั้ง
1 : 1 ครั้ง
2 : 3 ครั้ง
3 : 6 ครั้ง
4 : 2 ครั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 : เครื่องยนต์ลูกสูบหมุน “Rotary Engine” หนึ่งสูบ เมื่อหมุนครบหนึ่งรอบ มีจังหวะการคายไอเสียกี่ครั้ง
1 : 1 ครั้ง
2 : 3 ครั้ง
3 : 6 ครั้ง
4 : 2 ครั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 344 : ปลอกสูบ “Liner” ประกอบอยู่ในชิ้นส่วนใดของเครื่องยนต์
1 : ลูกสูบ
2 : เสื้อสูบ
3 : ฝาสูบ
4 : ก้านสูบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 : ส่วนใดของลูกสูบที่ใช้ในเครื่องยนต์ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนกลมโตที่สุด
1 : ส่วนบนสุดของลูกสูบเหนือแหวนอัด
2 : ส่วนบนเหนือแหวนน้ำมัน
3 : ส่วนคอลูกสูบด้านล่างแหวนน้ำมัน
4 : ส่วนชายล่างสุด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 : ทั้งเครื่องยนต์ CI และ SI โดยทั่วไปมีแหวนอัดและแหวนน้ำมันจำนวนเท่าใด
1 : . แหวนอัด 2 วง แหวนน้ำมัน 1 วง
2 : แหวนอัด 1 วง แหวนน้ำมัน 2 วง
3 : แหวนอัด 2 วง แหวนน้ำมัน 2 วง
4 : แหวนอัด 3 วง แหวนน้ำมัน 1 วง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 347 : Crankshaft Offset หมายถึงข้อใด
1 : ระยะจากศูนย์กลาง Main Bearing ถึง Journal Bearing ของเพลาข้อเหวี่ยง
2 : ระยะพิกัดเผื่อที่ Main Bearing ของเพลาข้อเหวี่ยง
3 : ระยะพิกัดเผื่อที่ Journal Bearing ของเพลาข้อเหวี่ยง
4 : ระยะการแกว่งตัวของเพลาข้อเหวี่ยงขณะหมุน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 : ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
1 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีความเร็วรอบหมุนมากกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
2 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีน้ำหนักมากกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
3 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีก๊าซมลพิษมากกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
4 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 : ข้อความต่อไปนี้ข้อใดผิด
1 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีความเร็วรอบหมุนน้อยกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
2 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีน้ำหนักน้อยกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
3 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีก๊าซมลพิษน้อยกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
4 : เครื่องยนต์สี่จังหวะมีความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องยนต์สองจังหวะ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 : เครื่องยนต์ GDI คือเครื่องยนต์แบบใด
1 : เครื่องยนต์ดีเซลแบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้ตรง
2 : เครื่องยนต์ก๊าซโซลีนแบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้ตรง
3 : เครื่องยนต์ดีเซลแบบจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ตรง
4 : เครื่องยนต์ก๊าซโซลีนแบบจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ตรง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 : Fly Wheel เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในเครื่องยนต์เพื่อวัตถุประสงค์หลักตามข้อใด
1 : ทำให้ล้อหมุนบินได้
2 : ทำให้เครื่องยนต์ทำงานครบวัฏจักรของการทำงานได้
3 : เป็นน้ำหนักถ่วงเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์สั่นขณะทำงาน
4 : เป็นส่วนต่อกำลังไปยังเกียร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 352 : SOHC เป็นอักษรย่อของชิ้นส่วนตามข้อใด
1 : Super Overlap Higher Camshaft
2 : Single Overlap Heavy Duty Camshaft
3 : Single Over Head Camshaft
4 : Swirl Over Head Camshaft
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 353 : คำว่า Swept Volume หมายถึงข้อใด
1 : Displacement Volume
2 : Total Volume
3 : Clearance Volume
4 : Crevice Volume
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 354 : Variable Geometry Turbocharger เป็นเทอร์โบชาร์จแบบใด
1 : ขับด้วยเครื่องยนต์ มีวาล์วระบายไอเสียที่เรียกว่า Waste Gate แบบปรับได้
2 : ขับด้วยแก๊สไอเสีย มีวาล์วระบายไอเสียที่เรียกว่า Waste Gate แบบปรับได้
3 : ขับด้วยแก๊สไอเสีย มีใบพัดคอมเพรสเซอร์แบบปรับมุมได้
4 : ขับด้วยแก๊สไอเสีย มีใบพัดเทอร์ไบน์แบบปรับมุมได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 : Air Standard Otto Cycle ประกอบด้วยขบวนการอะไรบ้าง
1 : ปริมาตรคงที่ อุณหภูมิคงที่
2 : ปริมาตรคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic)
3 : ความดันคงที่ อุณหภูมิคงที่
4 : ความดันคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic)
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 356 : Air Standard Diesel Cycle ประกอบด้วยขบวนการอะไรบ้าง
1 : ปริมาตรคงที่ อุณหภูมิคงที่ ความดันคงที่
2 : ปริมาตรคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic) อุณหภูมิคงที่
3 : ความดันคงที่ อุณหภูมิคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic)
4 : ความดันคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic) ปริมาตรคงที่
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 : Air Standard Dual Cycle ประกอบด้วยขบวนการอะไรบ้าง
1 : ปริมาตรคงที่ อุณหภูมิคงที่ ความดันคงที่
2 : ปริมาตรคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic) อุณหภูมิคงที่
3 : ความดันคงที่ อุณหภูมิคงที่ ปริมาตรคงที่
4 : ความดันคงที่ อาไดเบติก(Adiabatic) ปริมาตรคงที่
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 358 : Air standard Otto cycle ประกอบด้วยขบวนการอะไรบ้าง
1 : ปริมาตรคงที่ อุณหภูมิคงที่
2 : ปริมาตรคงที่ อาไดเบติก (Adiabatic)
3 : ความดันคงที่ อุณหภูมิคงที่
4 : ความดันคงที่ อาไดเบติก (Adiabatic)
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 359 : ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการติดตั้ง EGR valve ในเครื่องยนต์ เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อใด
1 : ลดไฮโดรคาร์บอน
2 : ลดคาร์บอนมอนน๊อกไซด์
3 : ลดคาร์บอนไดออกไซด์

4 : ลดไนโตรเจนออกไซด์

คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 : ลูกสูบที่ใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในชนิดสี่จังหวะโดยทั่วไปมีแหวนลูกสูบตามข้อใด
1 : แหวนอัด 2 แหวนกวาด1 แหวนน้ำมัน 1
2 : แหวนอัด 1 แหวนกวาด1 แหวนน้ำมัน 2
3 : แหวนอัด 2 แหวนน้ำมัน 2
4 : แหวนอัด 2 แหวนน้ำมัน 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
1 : 15.00 : 1
2 : 15.25 : 1
3 : 15.49 : 1
4 : 15.69 : 1
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 362 : Blow by Gas เกิดขึ้นที่ในส่วนใดของเครื่องยนต์ก่อน
1 : กระบอกสูบ
2 : ฝาสูบ
3 : ท่อไอดี
4 : ท่อไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 363 : เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ โดยทั่วไปมีอัตราส่วนการอัดตามข้อใด
1 : 8-12:1
2 : 8-15:1
3 : 15-18:1
4 : 15-22:1
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 364 : เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด โดยทั่วไปมีอัตราส่วนการอัดตามข้อใด
1 : 8-12:1
2 : 8-15:1
3 : 15-18:1
4 : 15-22:1
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 365 : แหวนลูกสูบของเครื่องยนต์ควรมีแหวนอัดอย่างน้อยกี่ตัว
1 : 1 ตัว
2 : 2 ตัว
3 : 3 ตัว
4 : 1 หรือ 2 ตัวก็ได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 366 : ความเรียบที่ผิวกระบอกสูบของเครื่องยนต์ในปัจจุบันควรมีค่าอยู่ที่เท่าใด
1 : 0 - 0.5 ไมครอน
2 : 0.5 - 1.0 ไมครอน
3 : 1.0 - 1.5 ไมครอน
4 : 1.5 - 2.0 ไมครอน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 : คำว่าDisplacement Volume หมายถึงข้อใด
1 : ปริมาตรเหนือลูกสูบทั้งหมดขณะอยู่ที่ศูนย์ตายบน
2 : ปริมาตรเหนือลูกสูบทั้งหมดขณะอยู่ที่ศูนย์ตายล่าง
3 : ปริมาตรทั้งหมดที่ลูกสูบดูดได้ทางทฤษฎี
4 : ปริมาตรทั้งหมดที่ลูกสูบดูดได้ทางปฏิบัติ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 368 : คำว่าClearance volume หมายถึงข้อใด
1 : ปริมาตรเหนือลูกสูบทั้งหมดขณะอยู่ที่ศูนย์ตายบน
2 : ปริมาตรเหนือลูกสูบทั้งหมดขณะอยู่ที่ศูนย์ตายล่าง
3 : ปริมาตรทั้งหมดที่ลูกสูบดูดได้ทางทฤษฎี
4 : ปริมาตรทั้งหมดที่ลูกสูบดูดได้ทางปฏิบัติ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 369 : Crevice Volume คือปริมาตรที่ตำแหน่งใดของเครื่องยนต์
1 : ปริมาตรเหนือลูกสูบทั้งหมดขณะอยู่ที่ศูนย์ตายบน
2 : ปริมาตรเหนือลูกสูบทั้งหมดขณะอยู่ที่ศูนย์ตายล่าง
3 : ปริมาตรทั้งหมดในห้องข้อเหวี่ยง
4 : ช่องว่างระหว่างลูกสูบและกระบอกสูบเหนือแหวนอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 : คำว่า Dead Volume ในเครื่องยนต์หมายถึงข้อใด
1 : ปริมาตรที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมวล
2 : ปริมาตรที่ไม่มีการเคลื่อนที่ของมวล
3 : ปริมาตรที่มวลมีการเคลื่อนที่น้อยมาก
4 : ปริมาตรที่มีขนาดคงที่
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 : E G R เป็นค่าย่อมาจากข้อใด
1 : Exhaust Gas Ratio
2 : Exhaust Gas Return
3 : Exhaust Gas Retard
4 : Exhaust Gas Recirculation
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 : E G R Valve ยอมให้ไอเสียเข้าไปผสมกับไอดีได้ในอัตราเท่าใด จึงจะไม่ทำให้เครื่องยนต์มีปัญหา
1 : 0 – 15 %
2 : 0 – 30 %
3 : 0 – 50 %
4 : 0 – 75 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 373 : การนำแก๊สไอเสียกลับมาเข้ามาผสมในไอดีเกิดขึ้นในสถานะใด
1 : ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์มาก
2 : ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์น้อยสุด
3 : ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ปานกลาง
4 : ทุกสภาวการณ์ทำงานของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 : การนำแก๊สไอเสียกลับเข้ามาผสมในไอดีเพื่อจุดประสงค์ใด
1 : เพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์
2 : ลดอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
3 : ลดแก๊สมลพิษทั่วไป
4 : ลดแก๊สไนโตรเจนออกไซด์

คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 : EGR Valve ติดตั้งอยู่ที่ส่วนใดของเครื่องยนต์
1 : ระหว่างท่อไอดีและท่อไอเสีย
2 : ระหว่างท่อไอเสียและเครื่องยนต์
3 : ระหว่างท่อไอดีและเครื่องยนต์
4 : ในเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 376 : Crank Offset หมายถึงข้อใด
1 : การวางเพลาข้อเหวี่ยงให้เยื้องศูนย์
2 : รัศมีของเพลาข้อเหวี่ยง
3 : เส้นกึ่งกลางของลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยงเยื้องกัน
4 : การวางเครื่องเอียงไม่ตั้งตรง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 377 : จุดประสงค์ที่ต้องทำให้กึ่งกลางจุดหมุนของสลักลูกสูบเยื้องกับกึ่งกลางของลูกสูบเพื่อข้อใด
1 : เพื่อลดอาการน็อคของเครื่องยนต์
2 : เพื่อลดอาการตบข้างของลูกสูบ
3 : เพื่อทำให้ลูกสูบมีความสมดุล
4 : เพื่อให้เครื่องยนต์มีเสียงเงียบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 378 : เครื่องยนต์ใช้ลูกสูบแบบ Over Square มีลักษณะตามข้อใด
1 : ระยะชักมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง
2 : ระยะชักน้อยกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง
3 : ระยะชักเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลาง
4 : เส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบมากกว่ามาตรฐาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 : เครื่องยนต์ใช้ลูกสูบแบบ Under Square มีลักษณะตามข้อใด
1 : ระยะชักมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง
2 : ระยะชักน้อยกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง
3 : ระยะชักเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลาง
4 : เส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบน้อยกว่ามาตรฐาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 : เครื่องยนต์ใช้ลูกสูบแบบ Square มีลักษณะตามข้อใด
1 : ระยะชักมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบ
2 : ระยะชักน้อยกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบ
3 : ระยะชักเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบ
4 : เส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบตามมาตรฐาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 : เครื่องยนต์ DI คือเครื่องยนต์ที่มีลักษณะตามข้อใด
1 : มีการจ่ายไฟจุดระเบิดโดยตรงไม่ผ่านจานจ่าย
2 : มีการฉีดน้ำมันโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้หลัก
3 : มีการฉีดน้ำมันโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้ช่วย
4 : มีการระบายความร้อนโดยตรงไม่ต้องมีหม้อน้ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 382 : เครื่องยนต์ IDI คือเครื่องยนต์ที่มีลักษณะตามข้อใด
1 : มีการจ่ายไฟจุดระเบิดโดยตรงไม่ผ่านจานจ่าย
2 : มีการฉีดน้ำมันโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้หลัก
3 : . มีการฉีดน้ำมันโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้ช่วย
4 : มีการระบายความร้อนโดยตรงไม่ต้องมีหม้อน้ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 383 : เครื่องยนต์ GDI คือเครื่องยนต์ที่มีลักษณะตามข้อใด
1 : มีการจ่ายไฟจุดระเบิดโดยตรงไม่ผ่านจานจ่าย
2 : มีการฉีดน้ำมันโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้หลัก
3 : มีการฉีดน้ำมันโดยตรงเข้าห้องเผาไหม้ช่วย
4 : มีการระบายความร้อนโดยตรงไม่ต้องมีหม้อน้ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 384 : เครื่องยนต์ Direct Ignition คือเครื่องยนต์ที่มีลักษณะตามข้อใด
1 : มีการจ่ายไฟจุดระเบิดโดยตรงไม่ผ่านจานจ่าย
2 : มีการจ่ายไฟจุดระเบิดโดยตรงที่ห้องเผาไหม้หลัก
3 : มีการจ่ายไฟจุดระเบิดโดยตรงที่ห้องเผาไหม้ช่วย
4 : มีการจุดระเบิดตรงไม่ผ่านหัวเทียน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 : เครื่องยนต์ GDI คือเครื่องยนต์ที่มีลักษณะตามข้อใด
1 : มีการจุดระเบิดโดยใช้ประกายไฟ
2 : มีการจุดระเบิดโดยการอัดความดันสูง
3 : มีการใช้น้ำมันโซล่าเพื่อการเผาไหม้
4 : ใช้กับรถจักรยานยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 386 : ที่อัตราส่วนการอัดเท่ากัน วัฏจักรแบบใดที่ให้งานมากที่สุด
1 : วัฏจักรออตโต
2 : วัฏจักรดีเซล
3 : วัฏจักดูอัล
4 : เท่ากันทุกวัฏจักร
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 : ที่ความดันสูงสุดเท่ากัน วัฏจักรแบบใดที่ให้งานมากที่สุด
1 : วัฏจักรออตโต
2 : วัฏจักรดีเซล
3 : วัฏจักดูอัล
4 : เท่ากันทุกวัฏจักร
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 388 :
1 : วัฏจักรออตโต
2 : วัฏจักรดีเซล
3 : วัฏจักดูอัล
4 : ใช้ได้กับทุกวัฏจักร
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 : กำลังงานเนื่องจากความร้อนที่เครื่องยนต์ได้รับเหนือหัวลูกสูบคือข้อใด
1 : IHP-FHP
2 : BHP-FHP
3 : BHP+FHP
4 : IHP-BHP
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 390 : กำลังงานเนื่องจากความร้อนที่เครื่องยนต์ได้รับที่เพลาข้อเหวี่ยงคือข้อใด
1 : IHP-FHP
2 : BHP-FHP
3 : BHP+FHP
4 : IHP-BHP
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 : กำลังงานเนื่องจากความร้อนที่เครื่องยนต์สูญเสียไปคือข้อใด
1 : IHP-FHP
2 : BHP-FHP
3 : BHP+FHP
4 : IHP-BHP
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 : คำว่า Equivalent Ratio หมายถึงข้อใด
1 : อัตราส่วนการอัดเปรียบเทียบ
2 : อัตราส่วนความดันเปรียบเทียบ
3 : อัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงเปรียบเทียบ
4 : อัตราส่วนเชื้อเพลิงต่ออากาศเปรียบเทียบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 393 : เครื่องยนต์ที่เผาไหม้โดยมีค่า Equivalent Ratio มากกว่า 1 หมายถึงข้อใด
1 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมหนา
2 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมบาง
3 : การเผาไหม้ที่ใช้อากาศมากกว่าทางทฤษฎี
4 : การเผาไหม้ที่สมบูรณ์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 : เครื่องยนต์ที่เผาไหม้โดยมีค่า Equivalent Ratio น้อยกว่า 1 หมายถึงข้อใด
1 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมหนา
2 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมบาง
3 : การเผาไหม้ที่ใช้อากาศน้อยกว่าทางทฤษฎี
4 : การเผาไหม้ที่สมบูรณ์
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 395 : เครื่องยนต์ที่เผาไหม้โดยมีค่า equivalent ratio เท่ากับ 1 หมายถึงข้อใด
1 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมหนา
2 : การเผาไหม้ที่ส่วนผสมบาง
3 : การเผาไหม้ที่ใช้อากาศน้อยกว่าทางทฤษฎี
4 : การเผาไหม้ที่สมบูรณ์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 : การสูญเสียพลังงานความร้อนเนื่องจากการระบายความร้อนของน้ำในเครื่องยนต์ข้อใดมีคำตอบใกล้เคียงที่สุด
1 : น้อยกว่า 10 %
2 : น้อยกว่า 20 %
3 : น้อยกว่า 30 %
4 : น้อยกว่า 40 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 397 : การสูญเสียพลังงานความร้อนเนื่องจากการระบายและไล่ไอเสียของเครื่องยนต์ข้อใดมีคำตอบใกล้เคียงที่สุด
1 : น้อยกว่า 10 %
2 : น้อยกว่า 20 %
3 : น้อยกว่า 30 %
4 : น้อยกว่า 40 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 398 : พลังงานความร้อนที่เปลี่ยนเป็นงานที่ได้ของเครื่องยนต์ข้อใดมีคำตอบใกล้เคียงที่สุด
1 : น้อยกว่า 10 %
2 : น้อยกว่า 20 %
3 : น้อยกว่า 30 %
4 : น้อยกว่า 40 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 399 : จากรูปปริมาตรเหนือลูกสูบคือข้อใด
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 400 : จากรูปจงหาอัตราส่วนการอัดของลูกสูบ
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 401 : จากรูปความเร็วของลูกสูบหาจากข้อใด
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 402 :
1 : วัฏจักรออตโต
2 : วัฏจักรดีเซล
3 : วัฏจักดูอัล
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 403 :
1 : วัฏจักรออตโต
2 : วัฏจักรดีเซล
3 : วัฏจักดูอัล
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 404 : เครื่องยนต์เครื่องหนึ่งผลิตแรงม้าเบรค 20 kW มีประสิทธิภาพทางกล 80% และมีประสิทธิภาพทางความร้อนอินดิเขต(indicated Therml Efficiency) เท่ากับ 33% พลังงานที่ให้กับเครื่องยนต์มีค่าเท่าใด
1 : 8.25 kW
2 : 48.48 kW
3 : 75.76 kW
4 : 25 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 405 : เครื่องยนต์เครื่องหนึ่งผลิตแรงม้าเบรค 20 kW มีประสิทธิภาพทางกล 80% และมีประสิทธิภาพทางความร้อนอินดิเขต(Indicated Thermal Efficiency) เท่ากับ 33% พลังงานที่หัวลูกสูบของเครื่องยนต์มีค่าเท่าใด
1 : 8.25 kW
2 : 48.48 kW
3 : 75.76 kW
4 : 25 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 406 : ภายในกระบอกสูบ โลหะที่บริเวณจุดใดของลูกสูบมีโอกาสเกิดการไหม้มากที่สุด
1 : หัวลูกสูบ
2 : แหวนอัด
3 : แหวนน้ำมัน
4 : สลักลูกสูบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 407 : การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลเกิดขึ้นอย่างไร
1 : แผ่ออกจากหัวเทียนไปยังผนังกระบอกสูบ
2 : เกิดการลุกไหม้พร้อมๆกันทีเดียว
3 : แผ่ออกจากหัวฉีดไปยังผนังกระบอกสูบ
4 : เกิดการลุกไหม้จากส่วนที่เหมาะสมแล้วแผ่ออกเป็นวงกว้าง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 408 : การเผาไหม้ของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนเกิดขึ้นอย่างไร
1 : แผ่ออกจากหัวเทียนไปยังผนังกระบอกสูบ
2 : เกิดการลุกไหม้พร้อมๆกันทีเดียว
3 : แผ่ออกจากหัวฉีดไปยังผนังกระบอกสูบ
4 : เกิดการลุกไหม้จากส่วนที่เหมาะสมแล้วแผ่ออกเป็นวงกว้าง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 409 :
1 : 1,463 kW
2 : 1,638 kW
3 : 87,780 kW
4 : 98,280 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 410 :
1 : 1,463 kW
2 : 1,638 kW
3 : 87,780 kW
4 : 98,280 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 411 :
1 : 1563 kJ/min
2 : 1653 kJ/min
3 : 1356 kJ/min
4 : 1536 kJ/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 412 :
1 : 3396 kJ/min
2 : 3936 kJ/min
3 : 3639 kJ/min
4 : 3369 kJ/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 413 :
1 : 24.9 %
2 : 26.4 %
3 : 30.5 %
4 : 48.7 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 414 :
1 : 24.9 %
2 : 26.4 %
3 : 30.5 %
4 : 48.7 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 415 :
1 : 24.9 %
2 : 26.4 %
3 : 30.5 %
4 : 48.7 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 416 :
1 : 24.9 %
2 : 26.4 %
3 : 30.5 %
4 : 48.7 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 417 :
1 : 78.9 %
2 : 80.4 %
3 : 84.5 %
4 : 86.7 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 418 :
1 : 355.2 kJ/kg
2 : 322.5 kJ/kg
3 : 535.2 kJ/kg
4 : 235.5 kJ/kg
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 419 :
1 : 22.0%
2 : 24.3 %
3 : 29.8 %
4 : 32.5 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 420 :
1 : 22.0%
2 : 24.3 %
3 : 29.8 %
4 : 32.5 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 421 :
1 : 22.0%
2 : 24.3 %
3 : 29.8 %
4 : 32.5 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 422 :
1 : 22.0%
2 : 24.3 %
3 : 29.8 %
4 : 32.5 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 423 :
1 : 21.2 %
2 : 24.3 %
3 : 29.8 %
4 : 32.5 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 424 :
1 : 134,400 kJ/h
2 : 1,938,461 kJ/h
3 : 2,072,861 kJ/h
4 : 2,207,261 kJ/h
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 425 :
1 : 34,400 kJ/h
2 : 34,674 kJ/h
3 : 36,571 kJ/h
4 : 38,461 kJ/h
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 426 :
1 : 22.31 %
2 : 24 41 %
3 : 25.71 %
4 : 27.21 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 427 : น้ำมันมีไฮโดรเจน 15 % คาร์บอน 85 % ถูกใช้เพื่อการเผาไหม้จำนวน 4 kg/h ถ้าไฮโดรเจน 1 kg มีน้ำออกมาจากการเผาไหม้ทั้งหมด 9 kg จงหาปริมาณน้ำที่ได้จากการเผาไหม้
1 : 0.09 kg/min
2 : 1.09 kg/min
3 : 2.09 kg/min
4 : 3.09 kg/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 428 : น้ำมันมีไฮโดรเจน 15 % คาร์บอน 85 % มีค่าความร้อน 43 MJ/kg ถูกใช้เพื่อการเผาไหม้จำนวน 4 kg/h ถ้าไฮโดรเจน 1 kg มีน้ำออกมาจากการเผาไหม้ทั้งหมด 9 kg จงหาปริมาณน้ำที่ได้จากการเผาไหม้
1 : 0.09 kg/min
2 : 1.09 kg/min
3 : 2.09 kg/min
4 : 3.09 kg/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 429 : น้ำมันมีไฮโดรเจน 15 % คาร์บอน 85 % มีค่าความร้อน 43 MJ/kg ถูกใช้เพื่อการเผาไหม้จำนวน 4 kg/h ถ้าไฮโดรเจน 1 kg มีน้ำออกมาจากการเผาไหม้ทั้งหมด 9 kg จงหาปริมาณความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้
1 : 430 kJ/min
2 : 2436 kJ/min
3 : 2646 kJ/min
4 : 2866 kJ/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 430 : น้ำมันมีไฮโดรเจน 15 % คาร์บอน 85 % มีค่าความร้อน 43 MJ/kg ถูกใช้เพื่อการเผาไหม้จำนวน 4 kg/h โดยใช้อัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิง 32:1 ถ้าไฮโดรเจน 1 kg มีน้ำออกมาจากการเผาไหม้ทั้งหมด 9 kg จงหาปริมาณไอเสียที่ได้ จากการเผาไหม้ที่มีความชื้นผสมอยู่
1 : 2.2 kg/min
2 : 2.4 kg/min
3 : 2.6 kg/min
4 : 2.8 kg/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 431 : น้ำมันมีไฮโดรเจน 15 % คาร์บอน 85 % มีค่าความร้อน 43 MJ/kg ถูกใช้เพื่อการเผาไหม้จำนวน 4 kg/h โดยใช้อัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิง 32:1 ถ้าไฮโดรเจน 1 kg มีน้ำออกมาจากการเผาไหม้ทั้งหมด 9 kg จงหาปริมาณไอเสียแห้งที่ ได้จากการเผาไหม้
1 : 2.11 kg/min
2 : 2.44 kg/min
3 : 2.66 kg/min
4 : 2.88 kg/min
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 432 : เครื่องยนต์ใช้เครื่องหนึ่งใช้น้ำมันที่มีค่าความร้อน 43 MJ/kg จำนวน 4 kg/h ผลิตกำลังม้า IHP ได้เท่ากับ 15.7 kW ได้กำลังม้า BHP เท่ากับ 10.6 kW ระบายความร้อนด้วยน้ำ 845.45 kJ/min ไอเสียไหลออกด้วยพลังงาน 826.67 kJ/min คิดเป็นพลังงานที่สูญเสียไปกับการแผ่รังสีและอื่นๆของเครื่องยนต์เป็นเท่าใด
1 : 19.45 %
2 : 22.18 %
3 : 28.83 %
4 : 32.86 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 433 : เครื่องยนต์ใช้เครื่องหนึ่งใช้น้ำมันที่มีค่าความร้อน 43 MJ/kg จำนวน 4 kg/h ผลิตกำลังม้า IHP ได้เท่ากับ 15.7 kW ได้กำลังม้า BHP เท่ากับ 10.6 kW ระบายความร้อนด้วยน้ำ 845.45 kJ/min ไอเสียไหลออกด้วยพลังงาน 826.67 kJ/min คิดเป็นพลังงานที่ได้จากหัวลูกสูบของเครื่องยนต์เป็นเท่าใด
1 : 19.45 %
2 : 22.18 %
3 : 28.83 %
4 : 32.86 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 434 : เครื่องยนต์ใช้เครื่องหนึ่งใช้น้ำมันที่มีค่าความร้อน 43 MJ/kg จำนวน 4 kg/h ผลิตกำลังม้า IHP ได้เท่ากับ 15.7 kW ได้กำลังม้า BHP เท่ากับ 10.6 kW ระบายความร้อนด้วยน้ำ 845.45 kJ/min ไอเสียไหลออกด้วยพลังงาน 826.67 kJ/min คิดเป็นพลังงานที่ได้จากเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์เป็นเท่าใด
1 : 19.45 %
2 : 22.18 %
3 : 28.83 %
4 : 32.86 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 435 : เครื่องยนต์ใช้เครื่องหนึ่งใช้น้ำมันที่มีค่าความร้อน 43 MJ/kg จำนวน 4 kg/h ผลิตกำลังม้า IHP ได้เท่ากับ 15.7 kW ได้กำลังม้า BHP เท่ากับ 10.6 kW ระบายความร้อนด้วยน้ำ 845.45 kJ/min ไอเสียไหลออกด้วยพลังงาน 826.67 kJ/min คิดเป็นพลังงานที่สูญเสียไปกับไอเสียของเครื่องยนต์เป็นเท่าใด
1 : 19.45 %
2 : 22.18 %
3 : 28.83 %
4 : 32.86 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 436 : เครื่องยนต์ใช้เครื่องหนึ่งใช้น้ำมันที่มีค่าความร้อน 43 MJ/kg จำนวน 4 kg/h ผลิตกำลังม้า IHP ได้เท่ากับ 15.7 kW ได้กำลังม้า BHP เท่ากับ 10.6 kW ระบายความร้อนด้วยน้ำ 845.45 kJ/min ไอเสียไหลออกด้วยพลังงาน 826.67 kJ/min คิดเป็นประสิทธิภาพทางกลของเครื่องยนต์เป็นเท่าใด
1 : 67.51 %
2 : 52.18 %
3 : 48.83 %
4 : 32.86 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 437 : เครื่องยนต์ใช้เครื่องหนึ่งใช้น้ำมันที่มีค่าความร้อน 43 MJ/kg จำนวน 4 kg/h ผลิตกำลังม้า IHP ได้เท่ากับ 15.7 kW ได้กำลังม้า BHP เท่ากับ 10.6 kW ระบายความร้อนด้วยน้ำ 845.45 kJ/min ไอเสียไหลออกด้วยพลังงาน 826.67 kJ/min คิดเป็นประสิทธิภาพทางพลังงานของเครื่องยนต์เป็นเท่าใด
1 : 19.45 %
2 : 22.18 %
3 : 28.83 %
4 : 32.86 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 438 : คาบูเรเตอร์ (Carburetor) มีหน้าที่อะไร
1 : จ่ายไฟให้กับหัวเทียน
2 : ลดปริมาณน้ำที่ได้จากการสันดาปในเครื่องยนต์
3 : จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ
4 : กำหนดเวลาการจุดระเบิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 439 : ส่วนประกอบใดที่ไม่มีในเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบจุดระเบิด ทั่วไป
1 : เครื่องมือวัดอัตราการไหลอากาศ (Air Flow Meter)
2 : เครื่องมือวัดปริมาณออกซิเจน (Oxygen Sensor)
3 : กรองน้ำมันดีเซล
4 : หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 440 : อุปกรณ์ใดต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องมีในเครื่องยนต์แบบที่ติดตั้ง คาบูเรเตอร์ (Carburetor) เป็นอุปกรณ์จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง
1 : หัวเทียน
2 : จานจ่าย (Distributor)
3 : เครื่องมือวัดอัตราการไหลอากาศ (Air Flow Meter)
4 : ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 441 : สำหรับเครื่องยนต์แบบจุดระเบิดทั่วไป การจุดระเบิดในแต่ละสูบจะถูกกำหนดด้วย
1 : หัวเทียน(Spark Plug)
2 : จานจ่าย (Distributor)
3 : สวิทช์จุดระเบิด (Ignition Switch)
4 : คอลย์จุดระเบิด (Ignition Coil)
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 442 : คอล์ยจุดระเบิด (Ignition Coil) ทำหน้าที่อะไร
1 : กำหนดเวลาการจุดระเบิดของแต่ละสูบ
2 : เพิ่มกำลังไฟในการจุดระเบิด
3 : ถ่วงเวลาการจุดระเบิด
4 : จุดระเบิดในช่วงที่เครื่องยนต์ต้องการอัตราเร่งสูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 443 : การที่มีกลไกการจุดระเบิดล่วงหน้า (Spark Advanced) เพื่อวัตถุประสงค์ใด
1 : เพิ่มเวลาการจุดระเบิดให้นานขึ้น
2 : เพื่อให้การจุดระเบิดสมบูรณ์ขึ้น
3 : เพื่อให้ประสิทธิผลการทำงานของเครื่องยนต์สูงสุดในทุกรอบการทำงาน
4 : เพื่อเพิ่มแรงดูดของเครื่องยนต์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 444 : เครื่องมือวัดปริมาณออกซิเจน (Oxygen Sensor) จะติดตั้งไว้ที่ช่วงใดของเครื่องยนต์
1 : ก่อนที่อากาศจะเข้าเครื่องกรองอากาศ
2 : ก่อนที่น้ำมันเชื้อเพลิงจะนำมาผสมกับอากาศ
3 : ก่อนอากาศเข้าสู่ลูกสูบ
4 : วางไว้ในส่วนท่อไอเสียตอนต้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 445 : การที่เครื่องยนต์ไม่ติดตั้ง Catalytic Converter จะส่งผลอะไร
1 : เครื่องยนต์จะมีกำลังลดลง
2 : เครื่องยนต์จะทำให้เกิดมลพิษเพิ่มขึ้น
3 : ทำให้อากาศผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ดี
4 : ทำให้การสันดาปลดความสมบูรณ์ลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 446 : เครื่องยนต์ 4 สูบแบบจุดระเบิดด้วยหัวเทียน โดยทั่วไปที่ใช้ในรถยนต์ จะมีรอบเดินเบาที่ประมาณเท่าใด
1 : 100 – 300 RPM
2 : 700 – 900 RPM
3 : 1500 – 1800 RPM
4 : 2500 – 3000 RPM
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 447 : เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดโดยทั่วไปจะผสมน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศบริเวณใด
1 : ก่อนที่จะเข้าสู่เครื่องกรองอากาศ
2 : ก่อนที่จะเข้าสู่เครื่องยนต์
3 : ระหว่างที่อากาศอยู่ในเครื่องยนต์
4 : ก่อนที่อากาศจะออกจากห้องเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 448 : เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบจุดระเบิด ที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไปจะเป็นเครื่องแบบสี่จังหวะ ซึ่งหมายความว่าแต่ละสูบจะมีจำนวนครั้งการจุดระเบิดต่อรอบการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยงในเครื่องยนต์เท่าใด
1 : จุดระเบิด 4 ครั้งต่อการทำงาน 1 รอบเพลาข้อเหวี่ยง
2 : จุดระเบิด 2 ครั้งต่อการทำงาน 1 รอบเพลาข้อเหวี่ยง
3 : จุดระเบิด 1 ครั้งต่อการทำงาน 1 รอบเพลาข้อเหวี่ยง
4 : จุดระเบิด 1 ครั้งต่อการทำงาน 2 รอบเพลาข้อเหวี่ยง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 449 : ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของในเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบจุดระเบิด ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด
1 : หัวเทียน (Spark Plug)
2 : จานจ่าย (Distributor)
3 : คาร์บูเรเตอร์ (Carburetor)
4 : คอลย์จุดระเบิด (Ignition Coil)
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 450 : การสมดุลย์พลังงานสำหรับกระบวนการเผาไหม้นั้นหมายถึง
1 :  พลังงานที่เข้าระบบและพลังงานที่ออกจากระบบ จะเท่ากับพลังงานที่เข้าสะสมภายในระบบ
2 :  พลังงานที่เข้าและออกจากระบบจะเท่ากับพลังงานที่เข้าสู่ระบบ
3 :  พลังงานที่ออกจากระบบและพลังงานที่สะสมอยู่ภายในระบบ จะเท่ากับพลังงานที่เข้าสู่ระบบ
4 :  ไม่มีข้อถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 451 : ข้อใดเป็นหน่วยของพลังงาน
1 :  Pa
2 :  Nm
3 :  N
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 381 : Fuel & Combustion
ข้อที่ 452 : ถ้าเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งมีจำนวนโมลเท่ากับ N และมีมวลโมเลกุลเท่ากับ M เชื้อเพลิงจะมีมวลเท่าใด
1 : m = 1/(NM)
2 : m = NM
3 : m = N/M
4 : m = M/N
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 453 : Air-Fuel Ratio (AF) นิยามว่า
1 : มวลของเชื้อเพลิง ต่อ มวลของอากาศ
2 : มวลของอากาศ ต่อ มวลของเชื้อเพลิง
3 : มวลของเชื้อเพลิง ต่อ (มวลรวมของอากาศและเชื้อเพลิง)
4 : มวลของอากาศ ต่อ (มวลรวมของอากาศและเชื้อเพลิง)
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 454 : Fuel-Air Ratio (FA) นิยามว่า
1 : มวลของเชื้อเพลิง ต่อ มวลของอากาศ
2 : มวลของอากาศ ต่อ มวลของเชื้อเพลิง
3 : มวลของเชื้อเพลิง ต่อ (มวลรวมของอากาศและเชื้อเพลิง)
4 : มวลของอากาศ ต่อ (มวลรวมของอากาศและเชื้อเพลิง)
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 455 : Stoichiometric Air หมายความว่า
1 : มวลของอากาศที่เป็นอากาศในบรรยากาศมาตรฐาน
2 : มวลของอากาศที่ทำให้การเผาไหม้เป็นการเผาไหม้แบบหนา (Rich)
3 : มวลของอากาศที่ทำให้การเผาไหม้เป็นการเผาไหม้แบบบาง (Lean)
4 : มวลของอากาศที่ทำให้การเผาไหม้เป็นการเผาไหม้แบบพอดีตามทฤษฎี
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 456 : ค่า Equivalence Ratio คือ
1 : ค่า Fuel-Air Ratio ที่เป็นจริง ต่อ Fuel-Air Ratio ทางทฤษฎี
2 : ค่า Fuel-Air Ratio ที่เป็นจริง ต่อ Fuel-Air Ratio ปัจจุบัน
3 : ค่า Fuel-Air Ratio ทางทฤษฎี ต่อ Fuel-Air Ratio ปัจจุบัน
4 : ค่า Fuel-Air Ratio ของการสันดาปตลอดเวลาการทำงาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 457 : ค่า Equivalence Ratio เมื่อมีค่ามากกว่า 1 หมายความว่า
1 : การสันดาปเป็นแบบหนา (Rich)
2 : การสันดาปเป็นแบบบาง (Lean)
3 : การสันดาปเป็นไปตามทฤษฎีที่ต้องการ
4 : ยังสรุปไม่ได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 458 : โดยทั่วไปประสิทธิภาพการเผาไหม้จะลดลงเมื่อ
1 : อัตราส่วนผสมนั้นบาง (Lean) ลง
2 : อัตราส่วนผสมนั้นหนา (Rich) ขึ้น
3 : อัตราส่วนผสมเป็นไปตามทฤษฎี
4 : ประสิทธิภาพการเผาไหม้ ไม่ขึ้นกับอัตราส่วนผสม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 459 : ในไอเสียจะเกิดหยดน้ำขึ้นในท่อไอเสียของรถยนต์ เมื่อ
1 : อุณหภูมิของไอเสียลดลงต่ำกว่า 100 องศา C
2 : อุณหภูมิของไอเสียลดลงต่ำกว่า 0 องศา C
3 : อุณหภูมิของไอเสียลดลงต่ำกว่า 37 องศา C
4 : อุณหภูมิของไอเสียลดลงต่ำกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้าง (Dew Point)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 460 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์
1 : การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะเป็นอัตราการไหลของมวลเชื้อเพลิงต่อหน่วยกำลังที่ให้ออกมา

2 : การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะเป็นการวัดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ในการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตงานออกมา

3 : การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมีความสัมพันธ์กันกับอัตราการไหลของมวลเชื้อเพลิง

4 : ถูกทุกข้อ

คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 461 : จากข้อต่อไปนี้ข้อใดเป็นประโยชน์ในการกำหนดสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์
1 : อัตราการไหลของมวลอากาศและอัตราการไหลของมวลเชื้อเพลิง

2 : อัตราส่วนอากาศ/เชื้อเพลิง (A/F)

3 : อัตราส่วนเชื้อเพลิง/อากาศ (F/A)

4 : ถูกทุกข้อ

5 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 462 : เชื้อเพลิงประเภทใดที่มีองค์ประกอบของกลุ่ม OH รวมอยู่ด้วย
1 : Benzene
2 : Octane
3 : Alcohol
4 : Propane
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 463 : น้ำมันเชื้อเพลิงที่ป้องกันการ Knock ได้ดีควรมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Ignition Delay เป็นอย่างไร
1 : มี Ignition Delay สูงกว่า 1 วินาที
2 : มี Ignition Delay ต่ำกว่า 1 วินาที
3 : ควรมี Ignition Delay ต่ำที่สุดที่จะเป็นไปได้
4 : ควรมี Ignition Delay สูงที่สุดที่จะเป็นไปได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 464 : น้ำมันเชื้อเพลิงที่มี Octane Number 91 หมายความว่าอย่างไร
1 : น้ำมันนี้ป้องกันการ Knock ได้ 91% ของน้ำมัน Octane
2 : น้ำมันนี้ป้องกันการ Knock ได้ 9% ของน้ำมัน Octane
3 : น้ำมันนี้เกิดการ Knock เหมือนกับน้ำมันที่ประกอบด้วย Octane 91% และ n-heptane 9%
4 : น้ำมันนี้เกิดการ Knock เหมือนกับน้ำมันที่ประกอบด้วย Octane 91% และ Benzene 9%
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 465 : โดยทั่วไปการตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อหา Octane Number แบบ Motor Method และ Research Method จะมีลักษณะเทียบเคียงกันได้อย่างไร
1 : Octane Number ที่ได้จาก Motor Method จะสูงกว่า
2 : Octane Number ที่ได้จาก Research Method จะสูงกว่า
3 : ทั้งสองกรณีจะมีค่าเท่ากัน
4 : ไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 466 : การที่เราใส่สารตะกั่ว เข้าไปน้ำมันเชื้อเพลิงมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1 : ให้การเผาไหม้สะอาดขึ้น
2 : ทำให้ลดมลภาวะที่อยู่ในไอเสีย
3 : เพื่อป้องกันการ Knock
4 : ทำให้ลดจำนวนน้ำที่ได้จากการเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 467 : ตัวเลข Cetane เป็นตัวเลขที่เป็นคุณสมบัติของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องยนต์ประเภทใด
1 : เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์แบบอัดระเบิด
2 : เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์แบบจุดระเบิด
3 : เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์แบบหมุนระเบิด
4 : เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ทุกชนิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 468 : ในมุมมองของเครื่องยนต์สันดาปภายในนั้น เราใส่แอลกอฮอล์ในน้ำมันแก๊สโซฮอล์เพื่อสาเหตุใด
1 : ลดต้นทุนการผลิต
2 : ช่วยเพิ่ม Octane Number ให้น้ำมัน
3 : ลดมลภาวะของไอเสีย
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 469 : ค่า Lower Heating Value ของน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการหาความร้อนเมื่อ
1 : น้ำในการเผาไหม้มีสภาพเป็นน้ำแข็ง
2 : น้ำในการเผาไหม้มีสภาพเป็นของเหลว
3 : น้ำในการเผาไหม้มีสภาพเป็นไอน้ำ
4 : ไม่มีน้ำที่อยู่ในการสันดาป
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 470 : ค่า Higher Heating Value เป็นการหาค่าความร้อนของเชื้อเพลงเมื่อ
1 : น้ำในการเผาไหม้มีสภาพเป็นน้ำแข็ง
2 : น้ำในการเผาไหม้มีสภาพเป็นของเหลว
3 : น้ำในการเผาไหม้มีสภาพเป็นไอน้ำ
4 : ไม่มีน้ำที่อยู่ในการสันดาป
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 471 : เซนเซอร์แลมด้า (Lambda Sensor) ในเครื่องยนต์มีไว้เพื่อ
1 : ตรวจจับปริมาณน้ำในไอเสีย
2 : ตรวจจับปริมาณออกซิเจนในไอเสีย
3 : ตรวจจับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย

4 : ตรวจจับคาร์บอนมอนน๊อกไชค์ในไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 472 : กรณีใดต่อไปนี้ โดยทั่วไปแล้วจะเพิ่มโอกาสการเกิด Knock
1 : ตั้งเวลาการจุดระเบิดใกล้จุดศูนย์ตายบน
2 : ตั้งเวลาการจุดระเบิดห่างจากจุดศูนย์ตายบน
3 : ตั้งเวลาการจุดระเบิดใกล้จุดศูนย์ตายล่าง
4 : ตั้งเวลาการจุดระเบิดห่างจากจุดศูนย์ตายล่าง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 473 : ค่าเฉลี่ยของ Octane Number ที่ได้จากการทดสอบด้วยวิธี Motor และวิธี Research เราเรียกว่า
1 : Anti-Octane Number
2 : Anti-Knock Index
3 : Average Octane Number
4 : Average Knock Index
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 474 : Fuel Sensitivity (FS) คือค่า
1 : Motor Octane Number ลบด้วย Research Octane Number
2 : Research Octane Number ลบด้วย Motor Octane Number
3 : Motor Octane Number บวกด้วย Research Octane Number
4 : Motor Octane Number หารด้วย Research Octane Number
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 475 : ข้อใดเป็นข้อเสียของการใช้ Alcohol เป็นเชื้อเพลิง
1 : ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่สามารถผลิตในประเทศได้
2 : มีซัลเฟอร์ผสมอยู่มาก ทำให้เกิดมลพิษมาก
3 : มีการกัดกร่อนมากกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงปกติ
4 : มีความหนืดสูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิวปกติอย่างมาก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 476 : เครื่องยนต์ปัจจุบันมีการพัฒนาการเผาไหม้แบบ Lean-burn มากขึ้น เครื่องยนต์ประเภทนี้มีคุณสมบัติ คือ
1 : ใช้น้ำมันในการเผาไหม้ มากกว่า ทางทฤษฎี
2 : ใช้น้ำมันในการเผาไหม้ น้อยกว่า ทางทฤษฎี
3 : ใช้เชื้อเพลิงแข็งในการเผาไหม้
4 : ใช้เชื้อเพลิงจากการเกษตรกรรมในการเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 477 : อุปกรณ์ที่เป็นตัวกำหนดให้หัวเทียนในกระบอกสูบที่ต้องการจุดระเบิด คือ
1 : แบตเตอรี่
2 : จานจ่าย
3 : ไดร์ชาร์ท
4 : คอลย์จุดระเบิด
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 478 : โดยปกติแล้วในเครื่องยนต์แบบจุดระเบิดความดันสูงสุดที่เกิดขึ้นในกระบอกสูบจะเกิดขึ้นเมื่อลูกสูบอยู่ตำแหน่งใด
1 : ก่อนถึงจุดศูนย์ตายบนเล็กน้อย
2 : หลังจากจุดศูนย์ตายบนเล็กน้อย
3 : ก่อนถึงจุดศูนย์ตายล่างเล็กน้อย
4 : หลังจากจุดศูนย์ตายล่างเล็กน้อย
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 479 : โดยปกติแล้วสำหรับเครื่องยนต์แบบจุดระเบิดการเกิด Knock จะเกิดขึ้นเมื่อใด
1 : เกิดในช่วงต้นของจังหวะระเบิด
2 : เกิดในช่วงท้ายของจังหวะระเบิด
3 : เกิดในช่วงต้นของจังหวะอัด
4 : เกิดในช่วงท้ายของจังหวะอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 480 : โดยปกติแล้วสำหรับเครื่องยนต์แบบอัดระเบิดการเกิด Knock จะเกิดขึ้นเมื่อใด
1 : เกิดในช่วงต้นของจังหวะระเบิด
2 : เกิดในช่วงท้ายของจังหวะระเบิด
3 : เกิดในช่วงต้นของจังหวะอัด
4 : เกิดในช่วงท้ายของจังหวะอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 481 : การที่เครื่องยนต์ใช้หัวเทียน 2 อันนั้น ในมุมมองของการสันดาป ไม่เกี่ยวข้องกับข้อใดต่อไปนี้
1 : ลดมลภาวะ
2 : ลดโอกาสการเกิด Knock
3 : ลดปริมาณน้ำมันที่ใช้ได้
4 : ทำให้ควบคุมการสันดาปง่ายขึ้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 482 : โดยปกติแล้วถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงมี Ignition Delay สูงจะมี
1 : Cetane Number ต่ำ
2 : Cetane Number สูง
3 : Cetane Number มีค่าใกล้เคียงกันมาก
4 : ตัวเลขทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 483 : ในเครื่องยนต์แบบอัดระเบิด การสันดาปที่เกิดขึ้น ส่วนผสมโดยภาพรวมจะเป็นแบบใด
1 : ส่วนผสมบาง (Lean)
2 : ส่วนผสมหนา (Rich)
3 : ส่วนผสมตามทฤษฎี
4 : ไม่สามารถระบุได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 484 : การฉีดน้ำมันเข้ากระบอกสูบของเครื่องยนต์อัดระเบิด จะฉีดน้ำมันที่ประมาณตำแหน่งใด
1 : ประมาณ 15-20 องศา ก่อนที่ลูกสูบจะถึงจุดศูนย์ตายบน
2 : ประมาณ 40-50องศา ก่อนที่ลูกสูบจะถึงจุดศูนย์ตายบน
3 : ประมาณ 70-90 องศา ก่อนที่ลูกสูบจะถึงจุดศูนย์ตายบน
4 : ประมาณ 120-150 องศา ก่อนที่ลูกสูบจะถึงจุดศูนย์ตายบน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 485 : น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องยนต์ดีเซล ควรมีคุณสมบัติแบบใด
1 : มีความหนืดสูง จะได้ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี
2 : สามารถระเหยตัวได้ช้า ป้องกันการ Knock
3 : แตกตัวได้ช้าเพื่อป้อกันการ Knock
4 : สามารถระเหยตัวได้เร็ว สันดาปด้วยตนเองได้ง่าย
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 486 : โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเครื่องยนต์แบบจุดระเบิดทำงานในสภาพความเร็วรอบต่ำ เช่น เดินเบา ส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงควรเป็นอย่างไร
1 : ส่วนผสมหนา
2 : ส่วนผสมบาง
3 : ส่วนผสมตามทฤษฎี
4 : เป็นประเภทได้ก็ได้ ขึ้นกับอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 487 : ในการคำนวณปกติ สำหรับอากาศมาตรฐานจะประกอบด้วย
1 : ออกซิเจนร้อยละ 51 และไนโตรเจนร้อยละ 49

2 : ออกซิเจนร้อยละ 41 และไนโตรเจนร้อยละ 59

3 : ออกซิเจนร้อยละ 31 และไนโตรเจนร้อยละ 69

4 : ออกซิเจนร้อยละ 21 และไนโตรเจนร้อยละ 79

คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 488 : ข้อใดเป็นคุณสมบัติของน้ำมันดีเซลเมื่อมีการบำบัดโดยโรงกลั่น
1 : ยิ่งมีการบำบัดโดยการกลั่นมากเท่าไรจะส่งผลให้น้ำหนักโมเลกุลยิ่งน้อยลงราคายิ่งสูงขึ้น
2 : ยิ่งมีการบำบัดโดยการกลั่นมากเท่าไรจะส่งผลให้น้ำหนักโมเลกุลยิ่งมากราคายิ่งสูงขึ้น
3 : ยิ่งมีการบำบัดโดยการกลั่นมากเท่าไรจะส่งผลให้ความหนืดยิ่งมากลงราคายิ่งสูงขึ้น
4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และ 3
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 489 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อเพลิงไฮโดรเจน
1 : มลพิษต่ำไม่มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนในไอเสีย
2 : มีความพร้อมในการผลิตสามารถผลิตได้หลายวิธีด้วยกันรวมทั้งวิธีการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า
3 : ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหากรั่วไหล
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 490 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแก๊สธรรมชาติมีเทน (Natural Gas Methane)
1 : มีค่าออกเทนสูงถึง 120 จึงเป็นเชื้อเพลิงที่ดีสำหรับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟ
2 : สารพิษในไอเสียน้อยสารอัลดีไฮด์น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เมทานอล
3 : ประสิทธิภาพเชิงปริมาตรต่ำเนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงแก๊สและคุณสมบัติการเป็นเชื้อเพลิงไม่คงเส้นคงวา
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 491 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเมทานอล (Methanol)
1 : สามารถผลิตเมทานอลได้จากการหมักธัญพืชหรือจากน้ำตาลโดยส่วนใหญ่ผลิตจากข้าวโพดอ้อย ไม้หรือกระดาษ
2 : ไอเสียจากเมทานอลมีไฮโดรคาร์บอนมากกว่าเอทานอล
3 : เมทานอลไม่เหมาะกับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดเพราะเป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูงจึงมีค่าซีเทนต่ำ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 492 : ข้อใดเป็นข้อด้อยของแอลกอฮอล์ (Alcohol)
1 : มีไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสียมากเพราะเปลวไฟมีอุณหภูมิสูง

2 : มีคุณสมบัติในการเป็นเชื้อเพลิงไม่คงเส้นคงวา
3 : มีค่าพลังงานจำเพาะต่ำจึงให้กำลังเครื่องยนต์ต่ำ
4 : มีปัญหาการกลายเป็นไอในท่อเชื้อเพลิง (Vapor Lock)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 493 : ข้อใดเป็นข้อดีของแอลกอฮอล์ (Alcohol)
1 : ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหากรั่วไหล
2 : เป็นเชื้อเพลิงออกเทนสูงมีค่าดัชนีต้านการน็อกสูงเกิน 100 และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นได้หากถูกเพิ่มอัตราส่วนการอัด
3 : ลดอุณหภูมิของไอดีได้มากในขณะระเหยไอดีในจังหวะดูดและจังหวะอัดจึงเย็นกว่าทำให้ปริสิทธิภาพเชิงปริมาตรของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น และงานที่ใช้ในจังหวะอัดก็ลดลงด้วย
4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และข้อ 3
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 494 : ข้อได้เปรียบของเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen) คือ
1 : มลพิษต่ำ ไม่มีคาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรคาร์บอนในไอเสียเพราะไม่มีคาร์บอนปนอยู่ในเชื้อเพลิงในไอเสียจึงมีแต่น้ำและไนโตรเจนเกือบทั้งหมด
2 : อันตรายเพราะมีโอกาสระเบิดได้ง่าย
3 : ค่าออกเทนสูงเกิน 120 จึงเป็นเชื้อเพลิงที่ดีสำหรับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟค่าออกเทนที่สูงเป็นเพราะความเร็วของเปลวไฟของแก๊สธรรมชาติทำให้ใช้อัตราส่วนการอัดสูงได้
4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และข้อ 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 495 : ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโพรเพน (Propane)
1 : โพรเพนเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟเพราะมีค่าออกเทนสูงและมีมลพิษในไอเสียต่ำ
2 : โพรเพนเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดเพราะมีค่าซีเทนสูงและมีมลพิษในไอเสียต่ำ
3 : โพรเพนมีค่าพลังงานจำเพาะต่ำจึงให้กำลังเครื่องยนต์ต่ำ
4 : โพรเพนเป็นเชื้อเพลิงออกเทนสูงมีค่าดัชนีต้านการน็อกสูงเกิน 120 และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นได้หากถูกเพิ่มอัตราส่วนการอัด
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 496 : ข้อใดอธิบายความหมายของ Stoichiomethric Mixture ได้ถูกต้อง
1 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่พอเหมาะทำให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ปริมาณของเชื้อเพลิงจะถูกออกซิไดซ์จนหมด
2 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศมากเกินค่าพอดี จึงทำให้ผลปฏิกิริยามีออกซิเจนเหลือและกำหนดอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้เป็นเปอร์เซ็นต์ของอากาศเกินพอดี
3 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศน้อยกว่าค่าพอดี จึงทำให้เชื้อเพลิงถูกออกซิไดซ์ไม่หมด
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 497 : ข้อใดอธิบายความหมายของ Fuel Lean Mixture ได้ถูกต้อง
1 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่พอเหมาะทำให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ปริมาณของเชื้อเพลิงจะถูกออกซิไดซ์จนหมด
2 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศมากเกินค่าพอดี จึงทำให้ผลปฏิกิริยามีออกซิเจนเหลือและกำหนดอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้เป็นเปอร์เซ็นต์ของอากาศเกินพอดี
3 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศน้อยกว่าค่าพอดี จึงทำให้เชื้อเพลิงถูกออกซิไดซ์ไม่หมด
4 : ผลของปฏิกิริยาจะมีแก๊สคาร์บอนมอนน๊อกไซด์, คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำในไอเสีย

คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 498 : ข้อใดอธิบายความหมายของ Fuel Rich Mixture ได้ถูกต้อง
1 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่พอเหมาะทำให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ปริมาณของเชื้อเพลิงจะถูกออกซิไดซ์จนหมด
2 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศมากเกินค่าพอดี จึงทำให้ผลปฏิกิริยามีออกซิเจนเหลือและกำหนดอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้เป็นเปอร์เซ็นต์ของอากาศเกินพอดี
3 : เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศน้อยกว่าค่าพอดี จึงทำให้เชื้อเพลิงถูกออกซิไดซ์ไม่หมด
4 : ผลของปฏิกิริยาจะมีแก๊สคาร์บอนมอนน๊อกไซด์, คาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำในไอเสีย

คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 499 : ข้อใดเป็นความหมายของการเผาไหม้ที่อากาศเกินพอดี 50%
1 : มีจำนวนเท่าของอากาศทางทฤษฏีคิดเป็น 1.5 เท่าของอากาศทางทฤษฏี
2 : 50% Excess Air
3 : เมื่อเกิดปฏิกิริยาจะมีออกซิเจนส่วนเหลืออยู่ในผลปฏิกิริยา
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 500 : Fuel Atomisation สัมพันธ์กับส่วนประกอบใดในระบบ Common rail Direct Injection
1 : ปั๊มแรงดันสูง
2 : รางร่วม
3 : หัวฉีดโซลินอย
4 : ECU
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 501 : Pilot Injection สัมพันธ์กับส่วนประกอบใดในระบบ Common rail Direct Injection
1 : ปั๊มแรงดันสูง
2 : รางร่วม
3 : หัวฉีดโซลินอย
4 : ECU
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 502 : Residence time หมายถึง
1 : เวลารวมที่สารทำปฏิกิริยาแต่ละโมเลกุลอยู่ในระบบท่อไอเสีย
2 : เวลาที่น้อยที่สุดที่สารทำปฏิกิริยาแต่ละโมเลกุลอยู่ในระบบท่อไอเสีย
3 : เวลาที่มากที่สุดที่สารทำปฏิกิริยาแต่ละโมเลกุลอยู่ในระบบท่อไอเสีย

 


4 : เวลาเฉลี่ยที่สารทำปฏิกิริยาแต่ละโมเลกุลอยู่ในระบบท่อไอเสีย
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 503 : ข้อใดเป็นหน้าที่ของตัวเร่งปฏิกิริยาสามทาง
1 : การออกซิไดส์ CO และไฮโดรคาร์บอนในไอเสียให้เป็น CO2 และ น้ำ
2 : การรีดิวซ์ NO โดยใช้ CO และ H2 ในไอเสีย
3 : มีการรีดิวซ์ NO และการออกซิไดส์ CO และ HC ซึ่งเกิดขึ้นในตัวเร่งอันเดียวกัน
4 : ทำหน้าที่ควบคุมสารละอองของไอเสียของเครื่องยนต์โดยใช้เครื่องดักที่มีลักษณะพิเศษที่ทนอุณหภูมิสูงและสามารถทำความสะอาดได้เอง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 504 : ข้อใดเป็นชนิดของเครื่องกรองหรือเครื่องดักสารละออง
1 : ชนิดโฟมเซรามิกส์ และชนิดปฏิกรณ์อุณหภาพ

 


2 : ชนิดแผ่นในเซรามิกส์ และชนิดไอเสียเชิงเร่งปฎิกิริยา

 


3 : ชนิดรังผึ้งเซรามิก และชนิดตะแกรงลวดเคลือบอลูมินา
4 : ชนิดตะแกรงลวดเคลือบอลูมินา และชนิดปฏิกรณ์อุณหภาพ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 505 : ปริมาณมลพิษใดในไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซลที่มีปริมาณต่ำกว่าเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟประมาณ 5 เท่า
1 : HC
2 : CO
3 : NO
4 : NOx
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 506 : Single Catalyst Bed  สัมพันธ์กันกับข้อใด
1 : เครื่องปฏิกรณ์อุณหภาพ
2 : เครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยา

 


3 : เครื่องกรองและเครื่องดักสารละออง

 


4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 507 : อัตราส่วนอากาศเชื้อเพลิงซึ่งไม่สมบูรณ์และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์มีผลต่อแก๊สไอเสียชนิดใด
1 : HC
2 : CO

 


3 : NO

 


4 : NOx
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 508 : ข้อใดเป็นมลพิษหลักของเครื่องยนต์ที่ใช้แอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิง
1 : Aldehydes

 


2 : Sulfur
3 : Lead

 


4 : Phosphorus
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 509 : ข้อใดเป็นมลพิษที่เมื่อผสมอยู่ในไอเสียของเครื่องยนต์และถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศจะทำให้เกิดฝนกรด

 

1 : Aldehydes

 


2 : Sulfur

 


3 : Lead

 


4 : Phosphorus
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 510 : ภาวะส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับอากาศแบบใดที่เป็นส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับตัวออกซิไดซ์ในอัตราส่วนที่มีอากาศมากเกินค่าพอดี โดยมีผลทำให้ปฏิกิริยามีออกซิเจนเหลือ โดยกำหนดอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้เป็นเปอร์เซ็นต์ของอากาศเกินพอดี

 

1 : Stoichiometric Mixture
2 : Fuel-Lean Mixture
3 : Fuel-Rich Mixture

 


4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 511 : ข้อใดต่อไปนี้เป็นคุณสมบัติของสารผสมส่วนหน้า (First Element) หากต้องการลดการน็อกในเครื่องยนต์ CI
1 : การมีอุณหภูมิที่สูง

 


2 : การมีความหนาแน่นมาก

 


3 : สารผสมไวต่อการจุดติดไฟ

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 512 : ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะและการออกแบบห้องเผาไหม้เปิดในระบบ DI
1 : การผสมระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศ และอัตราการเผาไหม้จะถูกควบคุมโดยระบบฉีดเชื้อเพลิง
2 : เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพทางความร้อนสูง เนื่องจากเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ผนังห้องเผาไหม้ต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรน้อยที่สุด
3 : ห้องเผาไหม้จะออกแบบอยู่ระหว่างฝาสูบและลูกสูบ โดยทำเป็นหลุมในลูกสูบ

 


4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 513 : ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับลักษณะของเครื่องยนต์ดีเซลรอบต่ำที่มีห้องเผาไหม้เปิด
1 : ปริมาณสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลทุกๆแบบ
2 : A/F Ratio ต่ำจึงทำให้การเผาไหม้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ และทำให้มีประสิทธิภาพเข้าใกล้ประสิทธิภาพของวัฏจักรอากาศมาตรฐาน
3 : เนื่องจากมีการไหลวน อัตราส่วนพื้นที่ผนังต่อปริมาตรของห้องเผาไหม้ต่ำ และอุณหภูมิเผาไหม้ต่ำจึงทำให้มีความร้อนสูญเสียออกจากห้องเผาไหม้น้อย

 


4 : เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก และเกิดการสั่นเมื่อเดินเครื่อง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 514 : ข้อใดไม่ถือว่าเป็นมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์สันดาปภายใน

 

1 : คาร์บอนไดออกไซด์
2 : คาร์บอนมอนอกไซด์

 


3 : ไนตริกออกไซด์
4 : ไนโตรเจนไดออกไซด์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 515 : ข้อใดไม่ใช่สารต้านทานการน๊อคของเครื่องยนต์
1 : นอร์มอลเฮปเทน
2 :

เตตระเมทิลเลด

 

 

 


3 : ไอโซออกเทน
4 : เมทิลเทอร์เทียรีบิวทิลอีเทอร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 516 : เชื้อเพลิงที่ไม่สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟได้คือ
1 :  LPG
2 :  CNG
3 :  B5
4 :  E85
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 517 : ข้อใดอธิบายการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยประกายไฟได้ถูกต้องที่สุด
1 :  จุดระเบิดพร้อมกันทั่วห้องเผาไหม้
2 :  จุดระเบิดเปลวไฟค่อยๆ ลามจนเต็มห้องเผาไหม้
3 :  จุดระเบิดด้วยหัวเทียนลุกไหม้พร้อมกันทั่วห้องเผาไหม้
4 :  จุดระเบิดด้วยตัวของเชื้อเพลิงเอง เปลวไฟลามเต็มห้องเผาไหม้
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 518 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อม (Indirect Injection) เมื่อเปรียบเทียบกับระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection)
1 :  ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection) ใช้กับเชื้อเพลิงได้หลายเกรดเมื่อเปรียบเทียบกับระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อม (Indirect Injection)
2 :  ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection) มีประสิทธิภาพทางปริมาตรสูงกว่าและที่ภาวะเดินเบาเครื่องยนต์ในระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงจะเดินเรียบและเงียบกว่า
3 :  ระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยอ้อมสามารถให้กำลังสูงกว่า BMEP มากกว่าและมีการบำรุงรักษาง่ายกว่า
4 :  ข้อ 2 และข้อ 3 ถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 519 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะการออกแบบห้องเผาไหม้เปิด (Open Chamber) ในเครื่องยนต์ระบบ DI
1 :  มีการออกแบบให้มีการไหลวนอย่างช้าๆ (Low Swirl)
2 :  การผสมระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศและอัตราการเผาไหม้จะถูกควบคุมโดยระบบฉีดเชื้อเพลิง
3 :  เครื่องยนต์ที่มีห้องเผาไหม้เปิดจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับประสิทธิภาพทางความร้อน ของวัฏจักรอากาศมาตรฐาน
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 520 : การใช้ระบบหัวฉีดแทนคาร์บูเรเตอร์ในเครื่องยนต์ SI เพราะ
1 :  ควบคุมส่วนผสมไอดีได้ดีทุกสถานการณ์
2 :  ได้กำลังสูงสุดเพราะขยายท่อไอดีได้
3 :  ฉีดเชื้อเพลิงได้มากกว่า
4 :  ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 521 : โดยทั่วไปประสิทธิภาพการเผาไหม้จะเพิ่มขึ้นเมื่อ
1 :  อัตราส่วนผสมนั้นหนา (Rich) ขึ้น
2 :  อัตราส่วนผสมนั้นบาง (Lean) ลง
3 :  อัตราส่วนผสมเป็นไปตามทฤษฎี
4 :  ประสิทธิภาพการเผาไหม้ ไม่ขึ้นกับอัตราส่วนผสม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 522 : ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะการออกแบบห้องเผาไหม้เปิด (Open Chamber)ในเครื่องยนต์ระบบ DI
1 :  มีการออกแบบให้มีการไหลวนอย่างช้าๆ (Low Swirl)
2 :  การผสมระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศและอัตราการเผาไหม้จะถูกควบคุมโดยระบบ ฉีดเชื้อเพลิง
3 :  เครื่องยนต์ที่มีห้องเผาไหม้เปิดจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับประสิทธิภาพทางความร้อนของวัฏจักรอากาศมาตรฐาน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 523 : องค์ประกอบใดต่อไปนี่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดปฏิกริยาออกซิเดชั่นได้เร็วขึ้น
1 :  น้ำหนักจำเพาะ
2 :  ปริมาตร
3 :  ปริมาณเชื้อเพลิง
4 :  อุณหภูมิ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร

ตรวจสอบใบอนุญาต

เลขที่สมาชิก :

หรือ ใบอนุญาต :

 


ค้นหาสมาชิกตาม ชื่อ - สกุล

ชื่อ :

นามสกุล :


ขอรับใบอนุญาตภาคีวิศวกร

การอบรมทดสอบความพร้อม

ตารางตรวจสอบสถานะการยื่นขอรับใบอนุญาต

กระดานข่าว

สภาวิศวกร