สภาวิศวกร

สาขา : ไฟฟ้าแขนงไฟฟ้ากำลัง

วิชา : Electrical System Design

เนื้อหาวิชา : 50 : Basic Design Concept
ข้อที่ 1 : ระบบไฟฟ้าจะสามารถทำให้ระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้อย่างไรบ้าง
1 : เลือกใช้หม้อแปลงขนาดใหญ่กว่าโหลดมากๆ
2 : เลือกใช้หม้อแปลงขนาดพอดีกับโหลด
3 : เลือกใช้หม้อแปลงชนิดกำลังสูญเสียต่ำ
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 : ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าจะวางแผนเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานและการขยายโหลดในอนาคตได้อย่างไรบ้าง
1 : เพิ่มขนาดของสายป้อน
2 : เพิ่มขนาดของหม้อแปลงไฟฟ้า
3 : เพิ่มขนาดอุปกรณ์ป้องกัน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 : วิธีต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่เป็นวิธีการที่จะทำให้ระบบไฟฟ้ามีการจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและมีความเชื่อถือได้สูงขึ้น
1 : การจัดให้มีการติดตั้งชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
2 : การติดตั้งระบบสายดิน
3 : การจัดให้มีแหล่งจ่ายไฟฟ้าหลายแหล่ง
4 : การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าและตัวนำไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 : ข้อใดเป็นปัจจัยที่บ่งบอกถึงคุณภาพของกำลังไฟฟ้าที่ดีในระบบไฟฟ้า
1 : ค่า Power Factor ในระบบมีค่าต่ำ
2 : แรงดันตกคร่อมในสายไฟฟ้ามีค่าสูง
3 : กระแสฮาร์โมนิกส์ในระบบมีค่าต่ำ
4 : แรงดันฮาร์โมนิกส์ในระบบมีค่าสูง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 5 : ข้อใดต่อไปนี้เป็นการออกแบบระบบไฟฟ้าที่ดี
1 : มีค่าลงทุนเริ่มแรกที่ต่ำที่สุด (Minimum Initial Investment)
2 : ระบบไฟฟ้าต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง (Maximum Service Continuity)
3 : มีคุณภาพทางไฟฟ้าที่ดี (Maximum Power Quality)
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 : มาตรฐานใดต่อไปนี้เป็นมาตรฐานสากล
1 : มาตรฐาน ISO
2 : มาตรฐาน ANSI
3 : มาตรฐาน BS
4 : มาตรฐาน DIN
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 : มาตรฐานใดต่อไปนี้เป็นมาตรฐานประจำชาติ
1 : มาตรฐาน มอก.
2 : มาตรฐาน EN
3 : มาตรฐาน IEC
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 : ตัวนำนิวทรัลในข้อใดไม่ถูกต้อง
1 : ต้องสามารถรับกระแสไม่สมดุลสูงสุดที่เกิดขึ้น
2 : ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าขนาดสายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้า
3 : ถ้าสายเส้นไฟมีกระแสไม่สมดุลเกิน 200 A สายนิวทรัลเท่ากับสาย 200 A
4 : ถ้าสายเส้นไฟมีกระแสไม่สมดุลมากกว่า 200A ขนาดสายนิวทรัลต้องไม่น้อยกว่า 200A และบวกด้วยร้อยละ 70 ของส่วนที่เกิน 200A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 : ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดมีค่าเท่าใด
1 : 380/220V
2 : 400/230V
3 : 415/240V
4 : 430/250V
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 51 : Power Distribution Schemes
ข้อที่ 10 : สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ในเขตการไฟฟ้านครหลวงแปลงไฟดังนี้
1 : 115 kV, 69 kV เป็น 22 kV หรือ 33 kV
2 : 115 kV, 69 kV เป็น 12 kV หรือ 24 kV
3 : 115 kV, 69 kV เป็น 33 kV
4 : 115 kV, 69 kV เป็น 11 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 : สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ในเขตการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแปลงไฟดังนี้
1 : 115 kV เป็น 22 kV หรือ 33 kV
2 : 115 kV เป็น 12 kV
3 : 115 kV เป็น 24 kV
4 : 115 kV เป็น 11 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 : หม้อแปลงจำหน่าย (Distribution Transformer) ของการไฟฟ้านครหลวงซึ่งแปลงไฟจาก 24 kV เป็น 416/240 V มีการต่อทางด้าน Primary และ Secondary อย่างใด
1 : Primary Wye Secondary Delta
2 : Primary Delta Secondary Wye
3 : Primary Delta Secondary Delta
4 : Primary Wye Secondary Wye
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 : เขตจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวงครอบคลุมจังหวัดใดบ้าง
1 : กรุงเทพมหานครแห่งเดียว
2 : กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี
3 : กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ
4 : กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 : ในเขตจำหน่ายของการไฟฟ้านครหลวง โหลดขนาดเท่าใดที่จะต้องติดตั้งมิเตอร์แรงสูง
1 : 66 kVA
2 : 100 kVA
3 : 200 kVA
4 : 300 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 : ในเขตการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โหลดขนาดเท่าใดที่จะต้องติดตั้งมิเตอร์แรงสูง
1 : 66 kVA
2 : 100 kVA
3 : 200 kVA
4 : 300 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 : ระบบการจ่ายไฟแบบ Radial System มีคุณสมบัติดังนี้
1 : มีความเชื่อถือได้สูงสุด
2 : ให้คุณภาพไฟฟ้าดีสุด
3 : แบบง่ายที่สุดและราคาต่ำสุด
4 : ให้ความปลอดภัยสูงสุด
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 : ระบบการจ่ายไฟแบบ Primary Selective System มีคุณสมบัติดังนี้
1 : มีสายป้อนทาง Primary 1 ชุด
2 : มีสายป้อนทาง Primary 2 ชุด
3 : สายป้อนทาง Primary ไม่สามารถสับเปลี่ยนได้
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 : ระบบการจ่ายไฟแบบ Secondary Selective System มีคุณสมบัติดังนี้
1 : ระบบเหมือนมี Radial 2 ชุด และมี Tie CB แบบ Normally Opened
2 : มี Tie CB ซึ่งเป็นแบบ Normally Closed
3 : มีหม้อแปลงทั้ง 2 ด้านต่อขนานกัน
4 : มีการแบ่งโหลดเท่าๆกัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 19 : ระบบไฟฟ้าแบบ Spot Network System อุปกรณ์ป้องกันเมนด้านแรงต่ำจะต้องเป็นแบบใด
1 : ACB ธรรมดา
2 : ใช้ Fuse ป้องกัน
3 : ใช้ Network Protector
4 : ใช้ MCCB ธรรมดา
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 20 : หม้อแปลง (Distribution Transformer) ที่ใช้กับระบบของการไฟฟ้านครหลวง ต้องมี Rated Voltage ตามข้อใด
1 : 24 kV / 416-240 V
2 : 24 kV / 400-230 V
3 : 22 kV / 416-240 V
4 : 22 kV / 400-230 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 : หม้อแปลงชนิดแห้ง (Dry Type) ควรใช้เมื่อใด
1 : เมื่อต้องการให้มีความปลอดภัยจากการสัมผัสไฟฟ้า
2 : เมื่อต้องติดตั้งไว้ภายในกล่องหุ้ม (Enclosure) ซึ่งอยู่ภายนอกอาคาร
3 : เมื่อต้องติดตั้งไว้ภายในตัวอาคาร
4 : เมื่อต้องการให้ระบบมีค่ากระแสลัดวงจรต่ำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 : ระบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันปานกลางของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีอยู่ 2 ระบบ คือข้อใด
1 : 11 kV และ 22 kV
2 : 22 kV และ 33 kV
3 : 33 kV และ 44 kV
4 : 44 kV และ 55 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 : ระบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำ 3 เฟส 4 สาย ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีแรงดันมาตรฐานคือ
1 : 380/220 V
2 : 400/230 V
3 : 380/230 V
4 : 400/220 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 : การจ่ายไฟฟ้าแรงดันต่ำ ใช้อะไรเป็นตัวแยกทรัพย์สินระหว่างการไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้า
1 : มิเตอร์ไฟฟ้า
2 : แผงประธานไฟฟ้า
3 : จุดต่อระหว่างหม้อแปลงและสายไฟฟ้าที่จะเข้าแผงประธานไฟฟ้า
4 : หม้อแปลงจำหน่าย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 : การจำหน่ายไฟฟ้าแรงดันปานกลางของการไฟฟ้านครหลวง มี 2 ระดับคือ
1 : 11 kV และ 22 kV
2 : 22 kV และ 33 kV
3 : 12 kV และ 24 kV
4 : 24 kV และ 33 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 : ข้อใดมิใช่ลักษณะการจ่ายไฟฟ้าแรงดันปานกลาง ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า
1 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า
2 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศจากสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้า
3 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายใต้ดินจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า
4 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายใต้ดินจากสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 : ในกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายไฟฟ้าใต้ดินจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า อุปกรณ์ที่เป็นสื่อกลางนำไฟฟ้าจากสายป้อนอากาศลงดินเรียกว่า
1 : LA
2 : CT
3 : VT
4 : Pot Head
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 : อุปกรณ์ Ring Main Unit (RMU) ใช้ร่วมกับการจ่ายไฟฟ้าในลักษณะใด
1 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า
2 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศจากสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้า
3 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายใต้ดินจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า
4 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายใต้ดินจากสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 : โดยปกติแล้วลักษณะการจ่ายไฟของระบบจำหน่ายแรงดันต่ำของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นแบบใด
1 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า
2 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายอากาศจากสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้า
3 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายใต้ดินจากสายป้อนอากาศของการไฟฟ้า
4 : ผู้ใช้ไฟฟ้ารับไฟฟ้าด้วยสายใต้ดินจากสายป้อนใต้ดินของการไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 : ข้อใดคือข้อเสียเปรียบของการจ่ายไฟฟ้าแบบ Radial System
1 : เป็นแบบที่ยุ่งยากซับซ้อน
2 : การออกแบบในลักษณะนี้ มีราคาแพง
3 : ถ้าเกิดการผิดพร่องขึ้นที่สายป้อนปฐมภูมิแล้ว โหลดทั้งหมดจะไม่ได้รับไฟฟ้า
4 : ถ้าเกิดการผิดพร่องขึ้นที่สายป้อนทุติยภูมิแล้ว โหลดทั้งหมดจะไม่ได้รับไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 : ข้อใดไม่ใช่วิธีที่ทำให้หม้อแปลงแต่ละตัวสามารถจ่ายโหลดได้เพิ่มมากขึ้น
1 : ยอมให้หม้อแปลงทำงานเกินค่าพิกัดในช่วงที่มีการซ่อมบำรุงหม้อแปลงตัวที่เสียหาย
2 : จัดการระบายความร้อนให้กับหม้อแปลง โดยวิธี Air Forced Cooling
3 : เผื่อขนาดของหม้อแปลงให้สามารถจ่ายโหลดทั้งหมดได้เมื่อหม้อแปลงตัวใดตัวหนึ่งชำรุด
4 : จัดวงจรหม้อแปลงจาก Star เป็น Delta
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 32 : ข้อใดมิใช่ระดับแรงดันของระบบสายส่งแรงดันสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
1 : 230 kV
2 : 115 kV
3 : 69 kV
4 : 33 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 : หม้อแปลง (Distribution Transformer) ที่ใช้กับระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องมี Rated Voltage ตามข้อใด
1 : 24 kV / 416-240 V
2 : 24 kV / 400-230 V
3 : 22 kV / 416-240 V
4 : 22 kV / 400-230 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 54 : Electrical Wires, Raceways, Apparatus and Equipment
ข้อที่ 34 : พิกัดแรงดันของสายไฟฟ้าระบบแรงดันต่ำตามมาตรฐานกำหนดไม่เกินเท่าใด
1 : 12 kV
2 : 24 kV
3 : 1000 V
4 : 750 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 35 : สายไฟฟ้าขนาด 50 Sqmm. จำนวน 4 เส้น เดินร้อยสายในท่อโลหะหนาปานกลางเกาะผนัง ถ้าสายไฟฟ้าทั้งหมดถือว่าเป็นสายที่มีกระแสไหล จงหาค่าตัวคูณลด
1 : 0.48
2 : 0.56
3 : 0.72
4 : 0.82
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 : ฉนวนที่นิยมใช้มากกับสายไฟฟ้าแรงต่ำได้แก่
1 : PE
2 : PVC และ XLPE
3 : Rubber
4 : Butane
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 : ฉนวน PVC และมี XLPE มีอุณหภูมิใช้งานไม่เกินเท่าใด
1 : 70 องศาเซลเซียส และ 80 องศาเซลเซียส
2 : 65 องศาเซลเซียส และ 90 องศาเซลเซียส
3 : 70 องศาเซลเซียส และ 90 องศาเซลเซียส
4 : 70 องศาเซลเซียส และ 110 องศาเซลเซียส
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 : สายไฟฟ้าแรงสูงแบบ ACSR มีโครงสร้างสายลักษณะใด
1 : สายอะลูมิเนียมตีเกลียวเปลือย
2 : สายอะลูมิเนียมผสม
3 : สายอะลูมิเนียมแกนเหล็ก
4 : สาย XLPE
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 : สายไฟฟ้าแรงสูงแบบ Partial Insulated Cable (PIC) มีโครงสร้างสายลักษณะใด
1 : มีฉนวน XLPE หุ้มบางๆ
2 : ไม่สามารถแตะต้องได้
3 : ต้องเดินบนลูกถ้วย
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 : สายไฟฟ้าแรงสูงแบบ Space Aerial Cable (SAC) มีโครงสร้างสายลักษณะใด
1 : มีฉนวน XLPE หุ้ม และมีเปลือก (Sheath) ทำด้วย XLPE
2 : เดินเกาะผนังได้
3 : ฝังใต้ดินโดยตรงได้
4 : เดินร้อยท่อฝังดินได้
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 : สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. เบอร์เท่าใดและใช้อุณหภูมิไม่เกินเท่าใด
1 : มอก. 293-2526 อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส
2 : มอก. 11-2531 อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส
3 : มอก. 11-2531 อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส
4 : มอก. 18-2531 อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 : ท่อสายมีประโยชน์ในการเดินสายไฟฟ้าอย่างไร
1 : สามารถป้องกันสายไฟจากความเสียหายทางกายภาพ
2 : สามารถป้องกันอันตรายกับคนที่อาจจะไปแตะถูกสายไฟ
3 : สามารถใช้เป็นสายดินได้
4 : ถูกเฉพาะข้อ ก และ ข
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 : ท่อโลหะอ่อน (FMC) ใช้กับงานประเภทใด
1 : ติดตั้งยึดแน่นถาวร
2 : ใช้กับอุปกรณ์ที่มีการสั่นสะเทือนขณะใช้งาน
3 : ใช้เดินเกาะกับผนัง
4 : ใช้ฝังในคอนกรีต
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 : มุมดัดโค้งของท่อร้อยสายระหว่างจุดดึงสายรวมกันต้องไม่เกินเท่าใด
1 : 180 องศา
2 : 270 องศา
3 : 360 องศา
4 : 450 องศา
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 : ท่อชนิดใดห้ามฝังดินโดยตรง
1 : EMT
2 : IMC
3 : RMC
4 : PVC
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 : ท่อร้อยสายโลหะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 mm. ต้องการร้อยสายไฟฟ้าตารางที่ 6 (NYY) ขนาด 25 Sqmm. ไม่เกิน 40% จะร้อยได้กี่เส้น
1 : 4 เส้น
2 : 5 เส้น
3 : 6 เส้น
4 : 7 เส้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 : พื้นที่หน้าตัดรวมของสายไฟทุกเส้นคิดเป็นร้อยละเทียบกับพื้นที่หน้าตัดของท่อที่สายไฟฟ้าตารางที่ 4 (THW) จำนวน 2 เส้น ร้อยอยู่ในท่อดังกล่าว คิดเป็นกี่เปอร์เซนต์
1 : 31%
2 : 40%
3 : 50%
4 : 60%
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 : พื้นที่หน้าตัดของสายไฟรวมฉนวนต้องไม่เกินเท่าใดของรางเดินสาย (Wireways)
1 : 10% ของพื้นที่หน้าตัดรางเดินสาย
2 : 20% ของพื้นที่หน้าตัดรางเดินสาย
3 : 30% ของพื้นที่หน้าตัดรางเดินสาย
4 : 40% ของพื้นที่หน้าตัดรางเดินสาย
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 49 : รางเดินสาย (Wire Way) ขนาด 100x200 mm. สามารถจะร้อยสายไฟตารางที่ 4 (THW) ขนาด 50 Sqmm. (เส้นผ่านศูนย์กลาง 13.5 mm.) ได้กี่เส้น
1 : 15 เส้น
2 : 20 เส้น
3 : 27 เส้น
4 : 30 เส้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 : รางเดินสาย (Wire Way) ขนาด 100x200 mm. พื้นที่หน้าตัดสายไฟฟ้ารวมกันต้องไม่เกินเท่าใด
1 : 4000 Sqmm.
2 : 4500 Sqmm.
3 : 5000 Sqmm.
4 : 6000 Sqmm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 : ถ้าต้องการให้พิกัดกระแสของสายไฟฟ้าในรางเดินสาย (Wire Way) เท่ากับค่ากระแสในท่อร้อยสายไม่เกิน 3 เส้น จะต้องมีตัวนำกระแสรวมไม่เกินกี่เส้น
1 : ไม่เกิน 30 เส้น
2 : ไม่เกิน 32 เส้น
3 : ไม่เกิน 35 เส้น
4 : ไม่เกิน 40 เส้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 : เพื่อให้ CB ขนาดใหญ่สามารถซ่อมบำรุงได้โดยง่าย CB ต้องเป็นแบบใด
1 : Fixed Type
2 : Open Type
3 : Drawout Type
4 : Plug – In Type
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 : วงจรที่ 5 ในแผงย่อยแบบ 3 เฟส 4 สาย จะรับกระแสจากเฟสไหน
1 : เฟส A
2 : เฟส B
3 : เฟส C
4 : เฟส N
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 : กับดักฟ้าผ่ามีหน้าที่ป้องกันความผิดพร่องในระบบไฟฟ้าที่เกิดจากสาเหตุใด
1 : กระแสเกินที่เกิดจากการใช้โหลด
2 : แรงดันเกินที่เกิดจากฟ้าผ่า หรือ Surge
3 : การลัดวงจรในระบบ
4 : การเกิดแรงดันต่ำในระบบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 : สำหรับระบบจำหน่าย 22 kV 3 เฟส ที่ต่อลงดินโดยตรง พิกัดกับดักฟ้าผ่าที่ใช้คือ
1 : 15 kV
2 : 18 kV
3 : 21 kV
4 : 25 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 : สวิตช์ปลดวงจร (Disconnecting Switch) แรงดันปานกลาง มีหน้าที่อะไร
1 : ปลดวงจรขณะไม่มีโหลด
2 : ปลดวงจรเมื่อมีกระแสเต็มพิกัด
3 : ปลดวงจรเมื่อมีกระแสเกินพิกัด
4 : ปลดวงจรขณะเกิดการลัดวงจร
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 : ฟิวส์แรงดันสูงซึ่งใช้ป้องกันหม้อแปลงมีหน้าที่อะไร
1 : ป้องกันฟ้าผ่า และ Surge
2 : ป้องกันแรงดันไม่สมดุล
3 : ป้องกันกระแสเกินและลัดวงจร
4 : ป้องกันความถี่สูงเกิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 : สวิตช์สำหรับตัดโหลด (Load Break Switch) แรงดันสูงมีคุณสมบัติ
1 : สามารถตัดกระแสพิกัดได้
2 : สามารถตัดกระแสลัดวงจรได้
3 : สามารถตัดวงจรเมื่อเกิดกระแสไม่สมดุลได้
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 : สวิตช์สำหรับตัดโหลด (Load Break Switch) เมื่อใช้ร่วมกับฟิวส์แรงสูงที่มี Striker Pin มีคุณสมบัติดังนี้
1 : ไม่ตัดวงจรเมื่อฟิวส์ขาด 1 เส้น
2 : ไม่ตัดวงจรเมื่อฟิวส์ขาด 2 เส้น
3 : ไม่ตัดวงจรเมื่อฟิวส์ขาด 3 เส้น
4 : เมื่อฟิวส์ขาด 1 เส้น จะตัดวงจรออกทั้งหมด
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 60 : อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้กับระบบไฟฟ้าแบบ Open Loop คืออะไร
1 : Metal Clad Switchgear
2 : Cubicle Switchgear
3 : Ring Main Unit
4 : Switch Disconnect
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 61 : หม้อแปลงจำหน่าย (Distribution Transformer) ใช้สำหรับ
1 : แปลงแรงดัน 115 kV เป็น 22 kV
2 : แปลงแรงดัน 69 kV เป็น 33 kV
3 : แปลงแรงดัน 22 kV เป็น 400/230 V
4 : แปลงแรงดัน 33 kV เป็น 22 kV
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 : แผงย่อยแบบ Main Lugs คืออะไร
1 : มี Main Circuit Breaker อยู่ภายใน
2 : มีเฉพาะ Lugs สำหรับต่อสายป้อนเข้าเท่านั้น
3 : มี Ground Bus และ Neutral Bus รวมกัน
4 : อาจมีพิกัดสูงถึง 400A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 63 : สายไฟฟ้าตาม มอก. 11-2531 ขนาด 70 Sqmm. จำนวน 4 เส้น เดินร้อยในท่อโลหะหนาปานกลางเกาะผนัง ถ้าสายไฟฟ้าทั้งหมดถือว่าเป็นสายที่มีกระแสไหล จงหาขนาดกระแส
1 : 119.21 A
2 : 121.36 A
3 : 148.35 A
4 : 195.47 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 : โรงงานแห่งหนึ่งกำหนดใช้สายที่มีฉนวนเป็น XLPE (CV) ดังนี้ สาย CV 5[3x185Sqmm. 1x95Sqmm.(N)] จงหาขนาดความกว้างรางเคเบิล (โดยเพื่อเพิ่ม 25%) ที่จะนำมาใช้กับงานนี้ หากเส้นผ่านศูนย์กลางของสาย CV ขนาด 185 Sqmm. คือ 24.8 mm. และเส้นผ่านศูนย์กลางของสาย CV ขนาด 95 Sqmm. คือ 18.3 mm.
1 : 300 mm.
2 : 400 mm.
3 : 600 mm.
4 : 700 mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 : หม้อแปลงจำหน่าย 3 เฟส 1600 kVA, 22kV/400-230V ให้หากระแสพิกัดทางด้านปฐมภูมิและด้านทุติยภูมิ
1 : 22A, 1500A
2 : 27A, 2109A
3 : 35A, 2204A
4 : 42A, 2309A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 : จงหาขนาดของสายเมนแรงสูง ที่ใช้กับหม้อแปลงที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง 1600 kVA 22kV/400-230V โดยกำหนดให้ใช้สาย XLPE
1 : 3x35 Sqmm.
2 : 3x50 Sqmm.
3 : 4x35 Sqmm.
4 : 4 x50 Sqmm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 : สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC และ XLPE ร้อยท่อโลหะในอากาศไม่เกิน 3 เส้น ขนาด 50 Sqmm.มีพิกัดกระแสเท่าใด
1 : 109A และ 143A
2 : 119A และ 153A
3 : 129A และ 163A
4 : 139A และ 173A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 : สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ขนาด 95 Sqmm.จำนวน 5 เส้น ร้อยในท่ออโลหะ มีพิกัดกระแสเท่าใด
1 : 128A
2 : 138A
3 : 148A
4 : 158A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 69 : สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ขนาด 35 Sqmm.จำนวน 3 เส้น ร้อยในท่อโลหะ ติดตั้งในบริเวณที่มีอุณหภูมิโดยรอบ 52 องศาเซลเซียส พิกัดกระแสจะเป็นเท่าใด
1 : 67A
2 : 77A
3 : 87A
4 : 95A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 : ท่อโลหะปานกลาง (IMC) ขนาด 100 mm. ถ้าต้องการร้อยสายตั้งแต่ 3 เส้นขึ้นไป พื้นที่รวมของสายรวมฉนวนต้องไม่เกินเท่าใด
1 : 2542 Sqmm.
2 : 2842 Sqmm.
3 : 3142 Sqmm.
4 : 3442 Sqmm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 71 : ท่อโลหะบาง (EMT) ขนาด 50 mm. ถ้าต้องการร้อยสาย 2 เส้น พื้นที่รวมของสายรวมฉนวนต้องไม่เกินเท่าใด
1 : 509 Sqmm.
2 : 609 Sqmm.
3 : 709 Sqmm.
4 : 809 Sqmm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 : สายไฟฟ้าตารางที่ 7 (3C) ขนาด 120 Sqmm.(เส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 50.5 mm.) จำนวน 20 เส้น จะต้องใช้รางเดินสาย (Cable Tray) ขนาดกว้างอย่างน้อยที่สุดเท่าใด
1 : 1300 mm.
2 : 1400 mm.
3 : 1500 mm.
4 : 1600 mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 73 : จงหาขนาดของสายเมนแรงสูง ที่ใช้กับหม้อแปลงที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง 2000 kVA 24kV/416-240V โดยกำหนดให้ใช้สาย SAC
1 : 3x35 Sqmm.
2 : 3x50 Sqmm.
3 : 4x35 Sqmm.
4 : 4 x50 Sqmm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 : วงจรไฟฟ้าหนึ่งมีแรงดันไฟฟ้า 380 V 3 เฟส 4 สาย ใช้สายไฟขนาด 50 Sqmm.เดินในท่อพีวีซี ยาว 150 m. กระแส 100 A, PF = 0.65 ค่าแรงดันตกมีค่ากี่เปอร์เซ็นต์
1 : 2.33%
2 : 2.58%
3 : 3.97%
4 : 4.43%
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 : วงจรไฟฟ้าหนึ่งมีแรงดันไฟฟ้า 380 V 3 เฟส 4 สาย ใช้สายไฟขนาด 50 Sqmm.เดินในท่อพีวีซี ยาว 150 m. กระแส 100 A, PF = 0.9 ค่าแรงดันตกมีค่ากี่เปอร์เซ็นต์
1 : 3.19%
2 : 3.21%
3 : 3.97%
4 : 4.43%
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 : ในระบบไฟฟ้า 220V 1 เฟส 2 สาย จ่ายไฟให้โหลด 40A, PF = 0.8 (lagging) เดินในท่อโลหะในอากาศ ความยาวของสาย 60 m. จงหาแรงดันตกในสาย กำหนดให้ใช้สายตารางที่ 4 (THW) ขนาด 16 Sqmm. ซึ่งมีค่า R = 1.3743 Ohm/km. X = 0.181 Ohm/km.
1 : 5.79 V
2 : 5.02 V
3 : 2.89 V
4 : 2.51 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 : ในระบบไฟฟ้า 220V 1 เฟส 2 สาย จ่ายไฟให้โหลด 40A PF = 0.8 (lagging) เดินในท่อโลหะในอากาศ ความยาวของสาย 60 m. จงหาเปอร์เซ็นต์แรงดันตกในสาย กำหนดให้ใช้สายตารางที่ 4 (THW) ขนาด 16 Sqmm. ซึ่งมีค่า R = 1.3743 Ohm/km. X = 0.181 Ohm/km.
1 : 6.35%
2 : 2.63%
3 : 11.04%
4 : 5.52%
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 : ในระบบไฟฟ้า 380V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้โหลด 40A PF = 0.8 (lagging) เดินในท่อโลหะในอากาศ ความยาวของสาย 60 m. จงหาแรงดันตกในสาย กำหนดให้ใช้สายตารางที่ 4 (THW) ขนาด 16 Sqmm. ซึ่งมีค่า R = 1.3743 Ohm/km. X = 0.181 Ohm/km.
1 : 5.02 V
2 : 1.51 V
3 : 2.62 V
4 : 3.02 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 : ในระบบไฟฟ้า 380V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้โหลด 40A PF = 0.8 (lagging) เดินในท่อโลหะในอากาศ ความยาวของสาย 60 m. จงหาเปอร์เซ็นต์แรงดันตกในสาย กำหนดให้ใช้สายตารางที่ 4 (THW) ขนาด 16 Sqmm. ซึ่งมีค่า R = 1.3743 Ohm/km. X = 0.181 Ohm/km.
1 : 1.32%
2 : 3.32%
3 : 1.80%
4 : 4.14%
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 : กำหนดให้ใช้สายตารางที่ 4 (THW) จ่ายกระแสไฟให้โหลด 60A, 380V 3 เฟส 4 สาย PF=0.8 (lagging) กำหนดแรงดันตกในสาย 3% และสายขนาด 35 Sqmm. ซึ่งมีค่า R = 0.6251 Ohm/km. X = 0.159 Ohm/km. จงหาความยาวสูงสุด
1 : 106 m.
2 : 185 m.
3 : 123 m.
4 : 142 m.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 : ท่อร้อยสายโลหะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 mm. ต้องการร้อยสายไฟฟ้าCV 1C ขนาด 6 Sqmm. ไม่เกิน 40% จะร้อยได้กี่เส้น
1 : 3 เส้น
2 : 6 เส้น
3 : 5 เส้น
4 : 7 เส้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 82 : IP 56 หมายความว่าอย่างไร
1 : ป้องกันฝุ่น และป้องกันน้ำสาดเข้าทุกทิศทาง
2 : ป้องกันฝุ่น และป้องกันน้ำฉีดเข้าทุกทิศทาง
3 : ป้องกันฝุ่น และป้องกันน้ำฉีดอย่างแรงเข้าทุกทิศทาง
4 : ผนึกกันฝุ่น และป้องกันน้ำสาดเข้าทุกทิศทาง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 : เครื่องป้องกันกระแสเกินของบริภัณฑ์แรงต่ำขนาดตั้งแต่เท่าใดที่ต้องมีการป้องกันกระแสรั่วลงดิน
1 : ขนาดตั้งแต่ 1,000 A ขึ้นไป
2 : ขนาดตั้งแต่ 1,500 A ขึ้นไป
3 : ขนาดตั้งแต่ 2,000 A ขึ้นไป
4 : ขนาดตั้งแต่ 2,500 A ขึ้นไป
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 : เครื่องตัดไฟรั่ว ( Residual Current Device ) ซึ่งใช้ป้องกันไฟดูด ต้องมีค่ากระแสรั่วไม่เกินเท่าใด และใช้เวลาเท่าใดในการตัด
1 : 20 mA , 0.02 s
2 : 20 mA , 0.04 s
3 : 30 mA , 0.02 s
4 : 30 mA , 0.04 s
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 : บัสบาร์ทองแดงที่ใช้ต้องมีความบริสุทธิ์อย่างน้อยเท่าใด
1 : 92 %
2 : 94 %
3 : 96 %
4 : 98 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 : บัสเวย์ หรือ บัสดักต์ ที่เป็นแบบ Plug-in แตกต่างจากแบบ Feeder อย่างไร
1 : แบบ Plug-in ส่งผ่านกำลังไฟฟ้าได้มากกว่าแบบ Feeder
2 : แบบ Plug-in ใช้ติดตั้งในแนวระดับ แบบ Feeder ใช้ติดตั้งในแนวดิ่ง
3 : แบบ Plug-in สามารถต่อแยกไปใช้งานได้ระหว่างความยาวที่เดิน
4 : แบบ Feeder สามารถต่อแยกไปใช้งานได้ระหว่างความยาวที่เดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 : หม้อแปลงจำหน่าย 3 เฟส 1000 kVA, 24kV/416-240V ให้หากระแสพิกัดทางด้านปฐมภูมิและด้านทุติยภูมิ
1 : 22A, 1343A
2 : 24A, 1387A
3 : 28A, 1487A
4 : 33A, 1443A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 : สายไฟฟ้าแบบทนไฟควรใช้กับวงจรไฟฟ้าแบบใด
1 : วงจรไฟฟ้าสำหรับลิฟต์
2 : วงจรย่อยแสงสว่าง
3 : วงจรย่อยสำหรับแสงสว่างฉุกเฉิน
4 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :  จงหาขนาดของสายเมนแรงต่ำ ที่ใช้กับหม้อแปลงที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง 800 kVA 24kV/380-220V โดยกำหนดให้ใช้สาย XLPE เดินในรางเคเบิล
1 :   4[3x50 ตร.มม.]
2 :   4[4x120 ตร.มม.]
3 :   4[3x240 ตร.มม.]
4 :   4[4 x240 ตร.มม.]
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 90 :  จงหาขนาดของสายเมนแรงสูงที่เล็กที่สุด ที่ใช้กับหม้อแปลงที่ใช้งานอย่างต่อเนื่อง 2500 kVA 24kV/380-220V โดยกำหนดให้ใช้สาย XLPE เดินในอากาศ
1 :   3x35 ตร.มม.
2 :  3x50 ตร.มม.
3 :  4x35 ตร.มม.
4 :  4 x50 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 :   สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ขนาด 120 ตร.มม. จำนวน 9 เส้น ร้อยในท่อโลหะเดินในอากาศ สายไฟฟ้ามีพิกัดกระแสเท่าใด
1 :  214A
2 :  175A
3 :  154A
4 :  120A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :   สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน XLPE ขนาด 70 ตร.มม. จำนวน 3 เส้น ร้อยในท่อโลหะเดินในอากาศผ่านสถานที่ที่มีอุณหภูมิแวดล้อม 52 เซลเซียส สายไฟฟ้ามีพิกัดกระแสเท่าใด
1 :  149A
2 :  160A
3 :  191A
4 :  200A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :   สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ขนาด 150 ตร.มม. จำนวน 8 เส้น ร้อยในท่อโลหะเดินในอากาศผ่านสถานที่ที่มีอุณหภูมิแวดล้อม 57 เซลเซียส สายไฟฟ้ามีพิกัดกระแสเท่าใด
1 :  141A
2 :  181A
3 :  196A
4 :  251A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :  สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 4 ขนาด 120 ตร.มม. (เส้นผ่านศูนย์กลางสายไฟฟ้าเท่ากับ 19.5 มม. และพื้นที่หน้าตัดสายไฟฟ้าเท่ากับ 298.7 ตารางมิลลิเมตร) จำนวน 24 เส้น จะต้องใช้รางเดินสาย (Cable Tray) ขนาดกว้างอย่างน้อยที่สุดเท่าใด
1 :  200 มิลลิเมตร
2 :  500 มิลลิเมตร
3 :  1000 มิลลิเมตร
4 :  7500 มิลลิเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :  สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน XLPE ขนาด 70 ตร.มม. (เส้นผ่านศูนย์กลางสายไฟฟ้าเท่ากับ 16.2 มม. และพื้นที่หน้าตัดสายไฟฟ้าเท่ากับ 206.1 ตารางมิลลิเมตร) จำนวน 5 เส้น ร้อยในท่อโลหะเดินในอากาศ จะต้องใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่ออย่างน้อยที่สุดเท่าใด
1 :  20 มิลลิเมตร
2 :  40 มิลลิเมตร
3 :  50 มิลลิเมตร
4 :  65 มิลลิเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :  วงจรที่ 9 ในแผงย่อยแบบ 3 เฟส 4 สาย จะรับกระแสจากเฟสไหน
1 :  เฟส A
2 :  เฟส B
3 :  เฟส C
4 :  เฟส N
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :  

พื้นที่หน้าตัดรวมของสายไฟทุกเส้นคิดเป็นร้อยละเทียบกับพื้นที่หน้าตัดของท่อที่สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 6 จำนวน 8 เส้น ร้อยอยู่ในท่อดังกล่าว คิดเป็นกี่เปอร์เซนต์

1 :  31%
2 :  38%
3 :  40%
4 :  55%
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 55 : Load Estimation
ข้อที่ 98 : การคำนวณขนาดของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแรงต่ำสำหรับห้องชุดประเภทอยู่อาศัย (การไฟฟ้านครหลวง) ที่ไม่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง พื้นที่ห้อง 483 ตารางเมตร ต้องใช้ขนาดเครื่องวัดเท่าใด
1 : 50(150) A 1P
2 : 15(45) A 3P
3 : 30(100) A 3P
4 : 50(150) A 3P
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 : การคำนวณขนาดของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแรงต่ำสำหรับห้องชุดประเภทอยู่อาศัย (กฟน.) ที่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง พื้นที่ห้อง 690 ตารางเมตร ต้องใช้ขนาดเครื่องวัดเท่าใด
1 : 15(45) A 1P
2 : 15(45) A 3P
3 : 30(100) A 3P
4 : 50(150) A 3P
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 : ขนาดตัวนำประธานเข้าห้องชุดต้องมีขนาดกระแสไม่ต่ำกว่าพิกัดเครื่องป้องกันกระแสเกินและต้องมีขนาดไม่เล็กกว่าเท่าใด
1 : 16 ตารางมิลลิเมตร
2 : 10 ตารางมิลลิเมตร
3 : 6 ตารางมิลลิเมตร
4 : 4 ตารางมิลลิเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 : ขนาดของหม้อแปลงที่ใช้สำหรับอาคารชุดเมื่อไม่ใช้พัดลมเป่า (Forced Air Cooled) ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่ากี่เท่าของโหลดที่คำนวณได้ เมื่อใช้ค่าโคอินซิเดนต์แฟกเตอร์
1 : 1.15 เท่า
2 : 1.20 เท่า
3 : 1.25 เท่า
4 : 1.30 เท่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 : ตัวนำประธานใต้ดิน สำหรับระบบแรงต่ำต้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 4 ตารางมิลลิเมตร
2 : 6 ตารางมิลลิเมตร
3 : 10 ตารางมิลลิเมตร
4 : 16 ตารางมิลลิเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 : สำหรับวงจรย่อยที่ใช้ขนาดสาย 2.5 ตร.มม. ควรเลือกอุปกรณ์ป้องกันขนาดเท่าไร (A) จึงทำให้วงจรนั้น ตัดอย่างปลอดภัย
1 : 15 A
2 : 30 A
3 : 40 A
4 : 45 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 104 : ในการออกแบบวงจรย่อย 230V วงจรหนึ่งมีเต้ารับจำนวน 10 จุด ให้หาขนาดพิกัดของวงจรย่อยที่เหมาะสมที่สุด (A)
1 : 4 A
2 : 5 A
3 : 7 A
4 : 15 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 : มอเตอร์ 3 เฟส, 380 V, 75 kW กระแส = 138 A จงหาขนาดโหลด (kVA)
1 : 91 kVA
2 : 100 kVA
3 : 105 kVA
4 : 120 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 106 : อาคารที่พักอาศัย ถ้าขนาดของไฟแสงสว่างไม่เกิน 2 kVA จะใช้ดีมานด์แฟกเตอร์ 100% ส่วนของไฟแสงสว่างที่เกินกว่า 2 kVA จะใช้ดีมานด์แฟกเตอร์เท่าใด
1 : 25 %
2 : 35 %
3 : 45 %
4 : 55 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 : บ้านหลังหนึ่งมีเครื่องทำน้ำร้อนขนาด 5,000 W อยู่ 3 ชุด จงคำนวณหาโหลดรวมของบ้านหลังนี้ (VA)
1 : 10250 VA
2 : 11250 VA
3 : 12250 VA
4 : 13250 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 : ห้องชุดประเภทอยู่อาศัยที่ไม่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง มีพื้นที่ห้องพัก 50 ตารางเมตร และพื้นที่เฉลียง 6 ตารางเมตร จงคำนวณหาโหลด
1 : 6,000 VA
2 : 6,540 VA
3 : 7,500 VA
4 : 8,040 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 : ห้องชุดประเภทสำนักงานหรือร้านค้าทั่วไปที่ไม่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง มีพื้นที่ห้อง 100 ตารางเมตร จงคำนวณหาโหลด
1 : 8,500 VA
2 : 9,000 VA
3 : 15,500 VA
4 : 22,000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 : อาคารสำนักงานมีเต้ารับรวม 200 ชุด ให้หาดีมานด์โหลดเต้ารับรวม
1 : 18 kVA
2 : 23 kVA
3 : 25 kVA
4 : 28 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 : อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งมี 6 ชั้น แต่ละชั้นมี 20 ห้อง แต่ละห้องมีเครื่องทำน้ำร้อน 3 kW 1 ชุด จงหาโหลดเครื่องทำน้ำร้อนรวม
1 : 90.5 kVA
2 : 92.5 kVA
3 : 94.5 kVA
4 : 96.5 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 112 : โรงแรมแห่งหนึ่งมี 100 ห้องแต่ละห้องมีเครื่องปรับอากาศขนาด 1.5 T ความเย็น (2.25 kVA) จงหา Demand Load ของเครื่องปรับอากาศ
1 : 150.75 kVA
2 : 158.75 kVA
3 : 160.75 kVA
4 : 168.75 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 113 : จงหาขนาดสายเฟสและสายนิวทรัลของสายป้อน ซึ่งเดินในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ ที่จ่ายไฟให้แผงย่อย ขนาด 120 kVA , 3 เฟส 4 สาย 400/230 V โหลดส่วนใหญ่เป็น Fluorescent
1 : 4 X 120 Sq.mm.
2 : 3 X 120, 1X70 Sq.mm.
3 : 3 X 150,1X95 Sq.mm.
4 : 4 X 150 Sq.mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 : จงหาขนาดสายเฟสและสายนิวทรัลเพื่อจ่ายโหลดให้กับโหลดระบบ Computer 100 kVA, 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย เดินในท่อโลหะในอากาศ
1 : 4 X 150 Sq.mm.
2 : 4 X 120 Sq.mm.
3 : 4 X 95 Sq.mm.
4 : 4 X 70 Sq.mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 : จงหาขนาดต่ำสุดของสายเฟส และนิวทรัลของสายป้อนเดินในท่อโลหะฝังดินที่จ่ายไฟให้โหลดหลอดไส้แบบสมดุล 180 kVA, 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย
1 : 4 X 150 Sq.mm.
2 : 4 X 120 Sq.mm.
3 : 4 X 95 Sq.mm.
4 : 4 X 70 Sq.mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 : อาคารแห่งหนึ่งอยู่เขต กฟน. วิศวกรคำนวณโหลดสูงสุดได้ 180 A, 3 เฟส 4 สาย, 380 V จงหาขนาดมิเตอร์และสายตัวนำประธานในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ
1 : ขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 150 A, สายขนาด 4x150 Sq.mm.
2 : ขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 200 A, สายขนาด 4x150 Sq.mm.
3 : ขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 150 A, สายขนาด 4x120 Sq.mm.
4 : ขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 200 A, สายขนาด 4x120 Sq.mm.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 117 : อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งมี 10 ห้องในแต่ละห้องมีโหลดดังนี้ ไฟแสงสว่างหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1x36 W (100 VA) 1 ชุด ไฟฟ้าหลอดไส้ 60 W 1 ชุด จงคำนวณหาโหลดรวมของอพาร์ทเมนต์แห่งนี้
1 : 960 VA
2 : 1100 VA
3 : 1600 VA
4 : 2000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 : บ้านหลังหนึ่งใช้ไฟ 220 V, 1 เฟส มีโหลดไฟฟ้าดังนี้ ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1x36 W (100VA) 10 ชุด ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1x18 W (100VA) 20 ชุด เครื่องทำน้ำร้อนขนาด 3000 W 1 เครื่อง เต้ารับใช้งานทั่วไป 30 ชุด เครื่องปรับอากาศขนาด12,000BTU (1,500VA) 1 เครื่อง จงคำนวณหาโหลดรวมของบ้านหลังนี้ (A)
1 : 56 A
2 : 61 A
3 : 65 A
4 : 70 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 : อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งมี 20 ห้อง ในแต่ละห้องมีโหลดดังนี้ ไฟฟ้าแสงสว่างหลอดฟลูออเรสเซนต์1x18W (100VA) 6 ชุด โหลดเต้ารับ 6 ชุด เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU (1,500VA) 1 เครื่อง เครื่องทำน้ำร้อนขนาด 3,000W 1 เครื่อง จงคำนวณหาโหลดรวม(kVA)โดยคิดเป็นแบบที่พักอาศัย
1 : 61.8 kVA
2 : 76.6 kVA
3 : 83.1 kVA
4 : 123.6 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 : บ้านหลังหนึ่งมี 2 ชั้นในแต่ละชั้นมีโหลดไฟฟ้าดังนี้ ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์1x36W (100VA) 10 ชุด ไฟฟ้าหลอดไส้ 60W 2 ชุด เต้ารับใช้งานทั่วไป 20 ชุด เครื่องปรับอากาศขนาด12,000 BTU (1,500VA) 2 เครื่อง จงคำนวณหาโหลดรวมของบ้านหลังนี้ (kVA)
1 : 10.72 kVA
2 : 15.28 kVA
3 : 16.44 kVA
4 : 21.44 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 : อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งใช้ไฟ 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย มีห้องพัก 10 ห้อง ในแต่ละห้องมีโหลดดังนี้ ไฟฟ้าแสงสว่างหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1x18W (100VA) 10 ชุด โหลดเต้ารับ 10 ชุด เครื่องทำน้ำร้อนขนาด 3,300W 2 ชุด จงคำนวณหาโหลดรวม (A) โดยคิดเป็นแบบที่พักอาศัย
1 : 44 A
2 : 54 A
3 : 64 A
4 : 74 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 : โหลดห้องชุดประเภทสำนักงานหรือร้านค้าทั่วไปที่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง กำหนดให้ใช้ค่า
1 : 20 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
2 : 85 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
3 : 90 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
4 : 220 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 : โหลดห้องชุดประเภทที่พักอาศัยที่ไม่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลางขนาดพื้นที่มากกว่า 180 ตารางเมตร กำหนดให้ใช้ค่า
1 : 20 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร + 6000 โวลต์แอมแปร์
2 : 85 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร + 6000 โวลต์แอมแปร์
3 : 90 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร + 6000 โวลต์แอมแปร์
4 : 155 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร + 6000 โวลต์แอมแปร์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 : โหลดห้องชุดประเภทอุตสาหกรรม กำหนดให้ใช้ค่า
1 : 85 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
2 : 90 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
3 : 155 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
4 : 220 โวลต์แอมแปร์ต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 : บ้านชั้นเดียวใช้ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1x36W(100VA) จำนวน 4 ชุด จงหาขนาดของสายไฟฟ้าที่เล็กที่สุดสำหรับวงจรย่อยแสงสว่างนี้
1 : 1.0 ตารางมิลลิเมตร
2 : 1.5 ตารางมิลลิเมตร
3 : 2.5 ตารางมิลลิเมตร
4 : 4.0 ตารางมิลลิเมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 : ห้องชุดสำนักงานมีขนาด 90 ตารางเมตร ที่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง จงคำนวณหาโหลด
1 : 7,650 VA
2 : 9,650 VA
3 : 12,500 VA
4 : 13,950 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 : สำนักงานแห่งหนึ่งมี 4 ชั้น ใช้เต้ารับคู่จำนวน 60 ชุด จงหาโหลดทั้งหมด
1 : 10.4 kVA
2 : 10.8 kVA
3 : 21.6 kVA
4 : 26.6 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 : บ้านหลังหนึ่งใช้ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1X36W (100VA) จำนวน 50 จงคำนวณหาโหลด
1 : 1,800 VA
2 : 3,050 VA
3 : 4,050 VA
4 : 5,000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 : ห้องชุดที่อยู่อาศัยมีขนาด 200 ตารางเมตร มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง จงคำนวณหาโหลด
1 : 5,500 VA
2 : 7,000 VA
3 : 10,000 VA
4 : 24,000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 : โรงแรมแห่งหนึ่งมีเครื่องทำน้ำร้อนขนาด 3,600 W อยู่ 40 ชุด และเครื่องหุงต้มอาหารขนาด 10,000W จำนวน 10 ชุด จงคำนวณหาโหลดรวม
1 : 244 kVA
2 : 200.4 kVA
3 : 154 kVA
4 : 107.4 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 : ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมีเครื่องหุงต้มอาหาร ขนาด 5 kW 10 ชุด และ ขนาด 10 kW อีก 20 ชุด จงหาโหลดรวมของเครื่องหุงต้มอาหาร
1 : 100 kVA
2 : 156 kVA
3 : 200 kVA
4 : 250 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :  อาคารประเภทโรงแรม ถ้าขนาดของไฟแสงสว่างไม่เกิน 20 kVA จะใช้ดีมานด์แฟกเตอร์เท่าใด
1 :  30 %
2 :  40 %
3 :  50 %
4 :  100 %
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :  ห้องชุดประเภทอุตสาหกรรม มีพื้นที่ห้อง 500 ตารางเมตร จงคำนวณหาโหลด
1 :  42 kVA
2 :  51 kVA
3 :  77 kVA
4 :  110 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :  

ห้องชุดประเภทอยู่อาศัยที่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง มีพื้นที่ห้องพัก 120 ตารางเมตร จงคำนวณหาโหลด

1 :  3,900 VA
2 :  5,400 VA
3 :  8,400 VA
4 :  13,800 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :  

อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งมี 200 ห้องแต่ละห้องมีเครื่องหุงต้มอาหารขนาด 10 A 220V จำนวน 1 เครื่อง จงคำนวณหา Demand Load ของเครื่องหุงต้มอาหาร

1 :  133 kVA
2 :  607 kVA
3 :  1,015 kVA
4 :  2,000.0 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :  

ห้องชุดประเภทสำนักงานที่ไม่มีระบบทำความเย็นจากส่วนกลาง มีพื้นที่ 200 ตารางเมตร จงคำนวณหาขนาดเครื่องวัดที่เหมาะสมสำหรับการจ่ายไฟด้วยแรงดันไฟฟ้า 380/220V

1 :  15(45)A 3P
2 :  50(150)A 1P
3 :  30(100) 3P
4 :  400A 3P
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 56 : Wiring Design
ข้อที่ 137 : ข้อใดกล่าวถึงขนาดตัวนำของสายป้อน ตามมาตรฐานของ วสท. ได้ถูกต้อง
1 : ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดที่คำนวณได้
2 : ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าขนาดพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของสายป้อน
3 : ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 4 ตร.มม.
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 : ข้อใดกล่าวถึงขนาดตัวนำของสายวงจรย่อย ตามมาตรฐานของ วสท. ได้ถูกต้อง
1 : ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดที่คำนวณได้
2 : ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าขนาดพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อย
3 : ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม.
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 : เครื่องใช้ไฟฟ้าในข้อใดต่อไปนี้ต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว
1 : เครื่องล้างจาน
2 : เตาไฟฟ้า
3 : อ่างน้ำวน
4 : เตาไมโครเวฟ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 : เต้ารับไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณใดต้องมีการป้องกันโดยใช้เครื่องตัดไฟรั่ว
1 : ห้องน้ำ
2 : ห้องครัว
3 : ห้องใต้ดิน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 : สายทองแดงหุ้มฉนวนสำหรับใช้เป็นตัวนำประธานอากาศในระบบแรงต่ำ ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า
1 : 10 ตร.มม.
2 : 6 ตร.มม.
3 : 4 ตร.มม.
4 : 2.5 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 : สายป้อนของระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4, 380/220 V, สายที่จ่ายไฟฟ้าให้กับโหลดเฟสเดี่ยวแบบรีซิสทีฟรวม 100 kVA เดินลอยในอากาศ โดยแต่ละเฟสใช้สายตารางที่ 4 (THW) ขนาด70 ตร.มม. จงหาขนาดของสายนิวทรัล
1 : 25 ตร.มม.
2 : 35 ตร.มม.
3 : 50 ตร.มม.
4 : 70 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 : พิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของบ้านพักอาศัยในเขตการไฟฟ้านครหลวง ที่ใช้เครื่องวัด 1 เฟส 15(45) A มีขนาดเท่าใด
1 : 15 A
2 : 30 A
3 : 45 A
4 : 50 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 : แผงย่อย หรือ Panel Board สำหรับ 3 เฟส 4 สาย จะมีวงจรย่อยได้สูงสุดเท่าใด
1 : 24 วงจร
2 : 36 วงจร
3 : 42 วงจร
4 : 48 วงจร
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 145 : วงจรย่อยแสงสว่าง 220 V, 1 เฟส จ่ายไฟฟ้าให้กับโคมฟลูออเรสเซนต์ 2 x 36W (200VA) จำนวน 10 ชุด ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดเล็กสุดเท่าใด
1 : 15 A
2 : 20 A
3 : 30 A
4 : 40 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 : วงจรย่อยเต้ารับ 220V จ่ายไฟฟ้าให้กับเต้ารับจำนวน 10 ชุด ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดเล็กสุดเท่าใด
1 : 15 A
2 : 20 A
3 : 30 A
4 : 40 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 147 : สายตัวนำเล็กที่สุดของวงจรย่อยมอเตอร์ตัวเดียว ที่อนุญาตให้ใช้ได้ คือขนาด
1 : 1.5 ตร.มม.
2 : 2.5 ตร.มม.
3 : 4 .0 ตร.มม.
4 : 6.0 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 : สายตัวนำวงจรย่อยของมอเตอร์ ขนาด 7.5 kW 380 V 17 A ต้องมีพิกัดกระแสไม่ต่ำกว่าเท่าใด
1 : 16 A
2 : 18 A
3 : 20 A
4 : 22 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 149 : สายตัวนำลงดินเล็กสุดของมอเตอร์ ที่อนุญาตให้ใช้ได้ คือ ขนาด
1 : 6 ตร.มม.
2 : 4 ตร.มม.
3 : 2.5 ตร.มม.
4 : 1.5 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 : พิกัดกระแสเครื่องปลดวงจรมอเตอร์ขนาด 3.7 kW, 3 เฟส, 380 V, 9.2 A จะต้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 10 A
2 : 15 A
3 : 20 A
4 : 25 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 : วงจรย่อยใหญ่สุดของระบบแสงสว่างทั่วไป ในอาคารทั่วไป กำหนดให้ใช้ CB ขนาดไม่เกินกี่A
1 : 10 A
2 : 15 A
3 : 20 A
4 : 50 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 152 : วงจรย่อยของเต้ารับ กำหนดให้ใช้เต้ารับแบบใด
1 : เต้ารับทั่วไป
2 : เต้ารับแบบขากลม
3 : เต้ารับทุกแบบที่มีขั้วสายดิน
4 : เต้ารับทุกแบบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 : มอเตอร์ 3 เฟส 400V, 60kW กระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายไฟในแต่ละเฟสเท่ากับ 60 A มอเตอร์ตัวนี้มีโหลดต่อเฟสเท่ากับข้อใด
1 : 41.57 kVA/phase
2 : 20.11 kVA/phase
3 : 13.86 kVA/phase
4 : 7.18 kVA/phase
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 154 : วงจรย่อยแสงสว่างขนาด 1450 VA, 220 V จะต้องใช้สายขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 2 x 1.5 ตร.มม., THW
2 : 2 x 2.5 ตร.มม., THW
3 : 2 x 1.5 ตร.มม., NYY
4 : 2 x 4.0 ตร.มม., VAF
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 : ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2545 ของ ว.ส.ท. โหลดของเต้ารับใช้งานทั่วไปชนิดเต้ารับคู่ (Duplex) ให้คำนวณโหลดจุดละเท่าไร
1 : 90 VA
2 : 180 VA
3 : 270 VA
4 : 360 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 : หลอด HID 125W, 220V แบบLPF (Low Power Factor) บัลลาสต์ มีพิกัดกระแสเท่ากับ 1.18 A ข้อใดคือโหลดของหลอด HID นี้
1 : 160 VA
2 : 200 VA
3 : 230 VA
4 : 260 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 : หลอด HID 125W, 220V แบบ HPF (High Power Factor) บัลลาสต์ มีพิกัดกระแสเท่ากับ 0.73 A ข้อใดคือโหลดของหลอดHID นี้
1 : 160 VA
2 : 200 VA
3 : 230 VA
4 : 260 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 158 : Load Factor คือ
1 : อัตราส่วนของผลรวมโหลดไฟฟ้าสูงสุดของการใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่มย่อยของระบบต่อ Maximum Demand
2 : อัตราส่วนของโหลดไฟฟ้าที่ใช้พร้อมกันสูงสุดต่อผลรวมทั้งหมดของโหลดไฟฟ้าในสถานประกอบการ
3 : อัตราส่วนของ Average Load ในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อ Peak Load ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
4 : อัตราส่วนของ Demand Load ต่อ Maximum Demand
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 : โหลดของเต้ารับในสถานที่ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยรวมเท่ากับ 45 kVA ในการคำนวณหาขนาดสายป้อนของโหลดเต้ารับดังกล่าวโดยใช้ดีมานต์แฟกเตอร์ ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2545 ของ ว.ส.ท. โหลดของสายป้อนที่คำนวณได้มีค่าเท่ากับ
1 : 27.5 kVA
2 : 30.5 kVA
3 : 40.5 kVA
4 : 45 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 : โหลดของแสงสว่างส่วนกลางของอาคารชนิดที่พักอาศัยรวมเท่ากับ12 kVA ในการคำนวณหาขนาดสายป้อนของโหลดแสงสว่างส่วนกลางดังกล่าวโดยใช้ดีมานต์แฟกเตอร์ ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2545 ของ ว.ส.ท. โหลดของสายป้อนที่คำนวณได้มีค่าเท่ากับ
1 : 5.5 kVA
2 : 6.5 kVA
3 : 7.5 kVA
4 : 9.5 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 161 : โหลดแสงสว่างชนิดหลอดฟลูออเรสเซนต์พิกัด 18 W, 220 V ใช้งานร่วมกับบัลลาสต์ที่มีพิกัดกระแส 0.36A และตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.30 จงคำนวณหาขนาดของโหลดที่เกิดขึ้น
1 : 20 VA
2 : 40 VA
3 : 60 VA
4 : 80 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 : โหลดแสงสว่างชนิดหลอดฟลูออเรสเซนต์พิกัด 36 W, 220 V ใช้งานร่วมกับบัลลาสต์ที่มีพิกัดกระแส 0.43A และตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.50 จงคำนวณหาขนาดของโหลดที่เกิดขึ้น
1 : 40 VA
2 : 60 VA
3 : 70 VA
4 : 95 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 : เครื่องจักรกลไฟฟ้ามีพิกัด 75 kW 380V 3 เฟส PF = 0.84 โดยเครื่องจักรกลไฟฟ้านี้มีประสิทธิภาพ = 93.5% จงหาขนาดโหลดของเครื่องจักรกลไฟฟ้าดังกล่าว
1 : 75 kVA
2 : 80 kVA
3 : 90 kVA
4 : 95 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 : กรณีขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 1 เฟส 5(15) A สำหรับการไฟฟ้านครหลวง กำหนดขนาดโหลดสูงสุดไว้ที่เท่าไร
1 : 20 A
2 : 15 A
3 : 10 A
4 : 5 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 165 : กรณีขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 1 เฟส 15(45) A สำหรับการไฟฟ้าภูมิภาค กำหนดขนาดโหลดสูงสุดไว้ที่เท่าไร
1 : 45 A
2 : 36 A
3 : 30 A
4 : 20 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย 380 / 220 V แบบโหลดไม่สมดุล โดยมีค่ากระแสเฟส A เท่ากับ 80A กระแสเฟส B เท่ากับ 100A และกระแสเฟส C เท่ากับ 130A จงหากระแสไม่สมดุลสูงสุดมีขนาดเท่าใด
1 : 50 A
2 : 80 A
3 : 100 A
4 : 130 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 167 : วงจรย่อยแสงสว่าง 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 2x36 W (2x100VA) จำนวน 10 ชุด จงคำนวณหาโหลดของวงจรย่อย
1 : 1000 VA
2 : 1200 VA
3 : 1500 VA
4 : 2000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 168 : วงจรย่อยแสงสว่าง 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้ดวงโคมหลอดโซเดียมความดันไอสูง 400W, HPF (500VA) จำนวน 6 ชุด จงคำนวณหาโหลดของวงจรย่อย
1 : 1000 VA
2 : 2000 VA
3 : 3000 VA
4 : 4000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 169 : วงจรย่อยแสงสว่าง 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้ดวงโคมหลอดเมทัลฮาไลด์ 1000W, HPF (1200VA) จำนวน 3 ชุด จงคำนวณหาโหลดของวงจรย่อย
1 : 3600 VA
2 : 4000 VA
3 : 4500 VA
4 : 5000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 : วงจรไฟฟ้าหรือเต้ารับบริเวณอ่างล้างจานที่ติดตั้งเต้ารับห่างจากขอบอ่างด้านนอกไม่เกินระยะเท่าใดจะต้องเครื่องตัดไฟรั่ว
1 : 3.0 เมตร
2 : 2.5 เมตร
3 : 2.0 เมตร
4 : 1.5 เมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 : ข้อใดกล่าวถึงการเดินสายควบได้ถูกต้อง
1 : ใช้กับสายที่มีขนาดไม่น้อยกว่า 50 ตร.มม.
2 : ต้องเป็นสายชนิดเดียวกัน
3 : สายต้องมีความยาวเท่ากัน และใช้วิธีต่อสายเหมือนกัน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 : วงจรย่อยเต้ารับใช้ไฟ 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้เต้ารับเดี่ยว (Simplex) จำนวน 8 ชุด จงคำนวณหาโหลดของวงจรย่อย
1 : 1240 VA
2 : 1440 VA
3 : 1540 VA
4 : 1640 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 : วงจรย่อยเต้ารับใช้ไฟ 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้เต้ารับจำนวน 10 ชุด จงคำนวณหาโหลดของวงจรย่อย
1 : 1500 VA
2 : 1800 VA
3 : 2000 VA
4 : 2400 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 174 : วงจรย่อยแสงสว่าง 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 2x36W (2x100VA) จำนวน 10 ชุด จงหาขนาดเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่เล็กที่สุดที่สามารถใช้ได้
1 : 10 A
2 : 15 A
3 : 20 A
4 : 25 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 : วงจรย่อยแสงสว่าง 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้ดวงโคม HID 400W, HPF (500VA) จำนวน 6 ชุด จงหาขนาดเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่เล็กที่สุดที่สามารถใช้ได้
1 : 10 A
2 : 16 A
3 : 20 A
4 : 25 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 176 : วงจรย่อยเฉพาะ 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้บริภัณฑ์ไฟฟ้าพิกัด 3000 VA จะต้องใช้สายขนาดเล็กที่สุดเท่าใด หากเดินสายในท่อร้อยสายโลหะ
1 : 1.5 ตร.มม.
2 : 2.5 ตร.มม.
3 : 4 ตร.มม.
4 : 6 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 177 : Fuse หน่วงเวลาที่ใช้สำหรับการป้องกันลัดวงจรในวงจรมอเตอร์ต้องมีพิกัดสูงสุดไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกัด
1 : 125%
2 : 150%
3 : 175%
4 : 250%
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 178 : CB แบบผกผันที่ใช้สำหรับการป้องกันลัดวงจรในวงจรมอเตอร์ต้องมีพิกัดป้องกันสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกัด
1 : 125%
2 : 250%
3 : 350%
4 : 500%
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 : CB แบบปลดทันทีที่ใช้สำหรับการป้องกันลัดวงจรในวงจรมอเตอร์ต้องมีพิกัดป้องกันสูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกัด
1 : 300%
2 : 400%
3 : 600%
4 : 700%
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 : การสตาร์ทมอเตอร์เหนี่ยวนำด้วยวิธี Direct On Line (DOL) กระแสเริ่มต้นจะเป็นกี่เท่าของกระแสพิกัด
1 : 2 เท่า
2 : 3 เท่า
3 : 4 เท่า
4 : 6 เท่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 181 : การสตาร์ทมอเตอร์เหนี่ยวนำด้วยวิธี Star - Delta กระแสเริ่มต้นจะเป็นกี่เท่าของกระแสพิกัด
1 : 2 เท่า
2 : 4 เท่า
3 : 5 เท่า
4 : 6 เท่า
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 : การสตาร์ทมอเตอร์เหนี่ยวนำด้วยวิธี Star – Delta จะต้องมีสายไฟจาก Starter ไปยังมอเตอร์กี่เส้น
1 : 3 เส้น
2 : 6 เส้น
3 : 10 เส้น
4 : 15 เส้น
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 : เครื่องควบคุมมอเตอร์จะต้องติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้จากมอเตอร์และห่างจากตัวมอเตอร์ไม่เกินเท่าใด
1 : 15 m
2 : 20 m
3 : 25 m
4 : 30 m
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 : รีเลย์โหลดเกินที่ใช้ป้องกันมอเตอร์เหนี่ยวนำควรปรับตั้งไว้กี่เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกัด
1 : 115%
2 : 125%
3 : 150%
4 : 175%
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 : เครื่องปลดวงจรมอเตอร์ต้องมีพิกัดอย่างต่ำกี่เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกัด
1 : 100%
2 : 115%
3 : 125%
4 : 150%
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 : เครื่องปลดวงจรมอเตอร์ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้จากมอเตอร์และห่างจากตัวมอเตอร์ไม่เกินเท่าใด
1 : 15 m
2 : 20 m
3 : 25 m
4 : 30 m
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 : จงคำนวณหาขนาดกระแสของสายนิวทรัลของสายป้อนระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย 380/220V ที่จ่ายโหลดรีซิสทีฟขนาด 260 kVA
1 : 198A
2 : 296 A
3 : 337 A
4 : 395 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 : จงคำนวณหาแรงดันตกในระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย ที่ใช้สายป้อน THW ขนาด 25 ตร.มม. ความยาว 85 เมตร เดินในท่อโลหะ มีกระแสไหลผ่าน 60 A , PF = 0.80 โดยสาย THW 25 ตร.มม. เดินในท่อโลหะ มีค่า r = 0.87 โอห์มต่อกิโลเมตร, x = 0.16 โอห์มต่อกิโลเมตร
1 : 5.89 V
2 : 6.35 V
3 : 6.99 V
4 : 7.31 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 : จงคำนวณหาแรงดันตกในระบบไฟฟ้า 1 เฟส ที่ใช้สายป้อนขนาด THW 16 ตร.มม. ความยาว 50 เมตร เดินในท่อโลหะ มีกระแสไหลผ่าน 40 A , PF = 0.80 โดยสายตารางที่ 4 (THW) 16 ตร.มม. เดินในท่อโลหะ มีค่า r = 1.37 โอห์มต่อกิโลเมตร และ x = 0.17 โอห์มต่อกิโลเมตร
1 : 4.79 V
2 : 5.26 V
3 : 6.49 V
4 : 7.13 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 : บ้านหลังหนึ่งอยู่ในเขตของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คำนวณโหลดสูงสุดได้ 50A, 220 V จงหาขนาดเครื่องวัด, ตัวนำประธานอากาศ และขนาดเซอร์กิตเบรกเกอร์
1 : 1P 30(100) A , THW 2x35 ตร.มม , THWG 10 ตร.มม, CB 100 A
2 : 1P 15(45) A , THW 2x10 ตร.มม , THWG 6 ตร.มม, CB 50 A
3 : 1P 30(100) A , THW 2x25 ตร.มม , THWG 10 ตร.มม, CB 100 A
4 : 1P 30(100) A , THW 2x10 ตร.มม , THWG 10 ตร.มม, CB 100 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 : บ้านหลังหนึ่งอยู่ในเขตของการไฟฟ้านครหลวง คำนวณโหลดสูงสุดได้ 80A, 3 เฟส, 380/220 V จงหาขนาดเครื่องวัด, ตัวนำประธานใต้ดิน และขนาดเซอร์กิตเบรกเกอร์
1 : 3P 30(100) A , THW 4x25 ตร.มม , THWG 10 ตร.มม, CB 100 A
2 : 3P 30(100) A , THW 4x35 ตร.มม , THWG 16 ตร.มม, CB 125 A
3 : 3P 50(150) A , THW 4x50 ตร.มม , THWG 16 ตร.มม, CB 125 A
4 : 3P 50(150) A , THW 4x70 ตร.มม , THWG 16 ตร.มม, CB 150 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 192 : สายป้อนชุดหนึ่งใช้ไฟ 400/230V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้กับโหลดขดลวดความร้อน 100 kVA ถ้าคิดเป็นแบบโหลดต่อเนื่อง สายไฟต้องมีพิกัดนำกระแสอย่างน้อยเท่าใด
1 : 151 A
2 : 181A
3 : 191 A
4 : 201 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 193 : สายป้อนชุดหนึ่งใช้ไฟ 400/230V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้กับโหลด Computer รวม 50 kVA ถ้าคิดเป็นแบบโหลดต่อเนื่อง จะต้องใช้สายไฟตารางที่ 4 ขนาดเท่าใด หากเดินสายในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ
1 : 4x16 ตร.มม.
2 : 4x25 ตร.มม.
3 : 4x35 ตร.มม.
4 : 4x50 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 : สายป้อนชุดหนึ่งใช้ไฟ 400/230V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้กับโหลดหลอดฟลูออเรสเซนต์รวม 100 kVA ถ้าคิดเป็นแบบโหลดต่อเนื่อง สายไฟต้องมีพิกัดนำกระแสอย่างน้อยเท่าใด หากเดินสายในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ
1 : 181 A
2 : 201 A
3 : 221 A
4 : 241 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 : สายป้อนชุดหนึ่งใช้ไฟ 400/230V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้กับโหลดหลอดไส้รวม 50 kVA ถ้าคิดเป็นแบบโหลดต่อเนื่อง จะต้องใช้สายไฟตารางที่ 4 ขนาดเท่าใด หากเดินสายในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ
1 : 4x25 ตร.มม.
2 : 4x35 ตร.มม.
3 : 4x50 ตร.มม.
4 : 4x70 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 : แผงย่อย 400/230V, 3 เฟส 4 สาย, ขนาดพิกัด 200A สาย Neutral ต้องมีพิกัดนำกระแสอย่างต่ำเท่าใด
1 : 100 A
2 : 120 A
3 : 150 A
4 : 200 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 : มอเตอร์ 5.5 kW, 230 V, 1 เฟส มีประสิทธิภาพ 80% ตัวประกอบกำลัง 70% จงคำนวณหากระแสพิกัด
1 : 22.7 A
2 : 32.7 A
3 : 42.7 A
4 : 52.7 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 : มอเตอร์ 550 kW, 6.6 kV, 3 เฟส มีประสิทธิภาพ 94% ตัวประกอบกำลัง 90% จงคำนวณหากระแสพิกัด
1 : 26.9 A
2 : 36.9 A
3 : 46.9 A
4 : 56.9 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 : แผงเมน 400/230V 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้กับโหลดหลอด HID ที่มีการจัดโหลดให้สมดุล และโหลดเป็นแบบต่อเนื่อง 80 kVA สาย Neutral ต้องมีพิกัดนำกระแสต่ำสุดเท่าใด หากเดินสายในท่อร้อยสายโลหะฝังดิน
1 : 126 A
2 : 156 A
3 : 195 A
4 : 242 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 200 : มอเตอร์ขนาด 22 kW, 400 V, 3 เฟส, กระแสพิกัด 42 A สตาร์ทเตอร์เป็นแบบสตาร์-เดลต้า จงหาขนาดสายไฟเล็กที่สุด เมื่อใช้สายตารางที่ 4 เดินในท่อโลหะในอากาศ ส่วนที่เดินจากสตาร์ทเตอร์ไปยังมอเตอร์
1 : 3x10 ตร.มม.
2 : 6x10 ตร.มม.
3 : 3x16 ตร.มม.
4 : 6x16 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 201 : มอเตอร์ 3 kW, 230 V, 1 เฟส, กระแสพิกัด 24 A, พิกัดต่ำสุดของสายวงจรย่อยมอเตอร์เป็นเท่าใด
1 : 30 A
2 : 35 A
3 : 40 A
4 : 45 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 202 : มอเตอร์ 22 kW, 400 V, 3 เฟส, กระแสพิกัด 42 A, จงหาสายวงจรย่อยมอเตอร์เล็กที่สุด โดยใช้สายตารางที่ 4 เดินในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ
1 : 3x10 ตร.มม.
2 : 3x16 ตร.มม.
3 : 3x25 ตร.มม.
4 : 3x35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 : มอเตอร์ 2 kW, 230 V, 1 เฟส, กระแสพิกัด 19 A, จงหาสายวงจรย่อยมอเตอร์เล็กที่สุด โดยใช้สายตารางที่ 4 เดินในท่อร้อยสายโลหะในอากาศ
1 : 2x1.5 ตร.มม.
2 : 2x 2.5 ตร.มม.
3 : 2x 4 ตร.มม.
4 : 2x 6 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 : มอเตอร์ 22 kW, 400 V, 3 เฟส, กระแสพิกัด 42 A, จงหาสายวงจรย่อยมอเตอร์เล็กที่สุด โดยใช้สายตารางที่ 6 เดินในท่อร้อยสายโลหะฝังดิน
1 : 3x10 ตร.มม.
2 : 3x16 ตร.มม.
3 : 3x25 ตร.มม.
4 : 3x35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 205 : มอเตอร์ 2 ความเร็ว 400 V, 3 เฟส มีพิกัดกระแสดังนี้ ความเร็ว 750 rpm 75 A ความเร็ว 1500 rpm 21 A จงหาขนาดสายตารางที่ 4 เดินร้อยสายในท่อโลหะในอากาศ ที่ต่อจากเครื่องปลดวงจรถึงเครื่องควบคุม
1 : 3x25 ตร.มม
2 : 3x35 ตร.มม.
3 : 3x50 ตร.มม.
4 : 3x70 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 : มอเตอร์ 55 kW, 400 V, 3 เฟส, พิกัดกระแส 104 A, CB แบบผกผันที่เหมาะสำหรับการป้องกันการลัดวงจรคือ
1 : 260 A
2 : 290 A
3 : 310 A
4 : 330 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 : มอเตอร์ 22 kW, 400 V, 3 เฟส, พิกัดกระแส 42 A ควรปรับตั้ง Overload Relay ไว้เท่าใด
1 : 42.3 A
2 : 48.3 A
3 : 51.3 A
4 : 55.3 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 : สายป้อนวงจรมอเตอร์จ่ายไฟให้มอเตอร์ 3 ตัว ขนาดเท่ากันคือ 37 kW, 400 V, 3 เฟส, กระแสพิกัด 70 A, พิกัดกระแสสายป้อนอย่างน้อยที่สุดคือเท่าใด
1 : 200.5 A
2 : 227.5 A
3 : 247.5 A
4 : 267.5 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 : สายป้อนวงจรมอเตอร์จ่ายไฟให้มอเตอร์ 3 ตัว ขนาดเท่ากันคือ 37 kW, 400 V, 3 เฟส, 70 A, จงคำนวณหาขนาดสายป้อน (ตารางที่ 4) ขนาดเล็กที่สุดซึ่งเดินในรางเดินสาย (Wireway)
1 : 3x95 ตร.มม.
2 : 3x120 ตร.มม.
3 : 3x150 ตร.มม.
4 : 3x185 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 210 : สายป้อนวงจรมอเตอร์จ่ายไฟให้มอเตอร์ 3 ตัว ขนาดเท่ากันคือ 37 kW, 400 V, 3 เฟส, 70 A, CB 110 A, จงคำนวณหาขนาด CB ป้องกันสายป้อน
1 : 220 A
2 : 250 A
3 : 350 A
4 : 400 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 211 : แผงย่อยแผงหนึ่งใช้ไฟ 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย มีรายการโหลดดังนี้ วงจรย่อยแสงสว่าง (หลอดไส้) 9 วงจรๆละ 1500 VA วงจรย่อยเต้ารับ 6 วงจรๆละ 1200 VA วงจรสำรอง 3 วงจรๆละ 1000 VA จงคำนวณหา Total Connected Load
1 : 21.7 kVA
2 : 23.7 kVA
3 : 25.7 kVA
4 : 27.7 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 : แผงย่อยแผงหนึ่งใช้ไฟ 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย มีรายการโหลดดังนี้ วงจรย่อยแสงสว่าง (หลอดไส้) 9 วงจรๆละ 1500 VA วงจรย่อยเต้ารับ 6 วงจรๆละ 1200 VA วงจรสำรอง 3 วงจรๆละ 1000 VA ถ้าเผื่อการขยายโหลด 25% จงคำนวณหาพิกัดกระแสของสายป้อน
1 : 23.9 kVA
2 : 26.6 kVA
3 : 29.6 kVA
4 : 33.6 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 : แผงประจำชั้น (Distribution Board) ใช้ไฟ 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้แผงย่อย 6 แผง ซึ่งมีโหลดเท่ากันคือ 60 kVA ถ้าให้ Demand Factor = 0.8 จงคำนวณหา Demand Load ของแผงประจำชั้น
1 : 258 kVA
2 : 268 kVA
3 : 278 kVA
4 : 288 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 : แผงประจำชั้น (Distribution Board) ใช้ไฟ 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย จ่ายไฟให้แผงย่อย 6 แผง ซึ่งมีโหลดเท่ากันคือ 60 kVA ถ้าให้ Demand Factor = 0.8 จงคำนวณหาพิกัดกระแสของสายป้อนแผงประจำชั้น
1 : 316 A
2 : 416 A
3 : 516 A
4 : 616 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 : เครื่องใช้ไฟฟ้าในข้อใดต่อไปนี้ต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว
1 : เครื่องปรับอากาศ
2 : เครื่องคอมพิวเตอร์
3 : อ่างน้ำวน
4 : เตาอบไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 216 : จงหาขนาดของสายทองแดงหุ้มฉนวนที่เล็กที่สุดสำหรับใช้เป็นสายป้อนระบบแรงต่ำติดตั้งในท่อร้อยสายโลหะเดินในอากาศเมื่อกระแสโหลดเท่ากับ 17 A
1 : 10 ตร.มม.
2 : 6 ตร.มม.
3 : 4 ตร.มม.
4 : 2.5 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 : พิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของบ้านพักอาศัยในเขตการไฟฟ้านครหลวง ที่ใช้เครื่องวัด 1 เฟส 30(100) A มีขนาดเท่าใด
1 : 30 A
2 : 45 A
3 : 50 A
4 : 100 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 : พิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของบ้านพักอาศัยในเขตการไฟฟ้านครหลวง ที่ใช้เครื่องวัด 1 เฟส 50(150) A มีขนาดเท่าใด
1 : 50 A
2 : 100 A
3 : 125 A
4 : 150 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย 380 / 220 V แบบโหลดไม่สมดุล โดยมีค่ากระแสเฟส A เท่ากับ 180A กระแสเฟส B เท่ากับ 100A และกระแสเฟส C เท่ากับ 130A จงหากระแสไม่สมดุลสูงสุดมีขนาดเท่าใด
1 : 30 A
2 : 50 A
3 : 80 A
4 : 180 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 220 : สายทองแดงหุ้มฉนวนสำหรับใช้เป็นสายป้อนในระบบแรงต่ำ ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า
1 : 10 ตร.มม.
2 : 6 ตร.มม.
3 : 4 ตร.มม.
4 : 2.5 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 221 : สายป้อนชุดหนึ่งจ่ายไฟให้กับแผงย่อย 400V 3 เฟส ซึ่งมี 18 วงจรดังนี้ วงจรที่ 1 –6 โหลดวงจรละ 3600 VA วงจรที่ 7 – 12 โหลดวงจรละ 4000 VA วงจรที่ 13 – 16 โหลดวงจรละ 1500 VA วงจรที่ 17 – 18 เป็นวงจรย่อยว่าง กำหนดให้ดีมานด์แฟกเตอร์รวมเท่ากับ 80% จงคำนวณหาพิกัดเครื่องป้องกันกระแสเกินของสายป้อนนี้เมื่อพิจารณาเป็นโหลดต่อเนื่อง
1 : 60 A
2 : 80 A
3 : 100 A
4 : 125 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 222 : ) สายป้อนชุดหนึ่งจ่ายไฟให้กับแผงย่อย 400V 3 เฟส ซึ่งมี 24 วงจรดังนี้ วงจรที่ 1 – 8 โหลดวงจรละ 3600 VA วงจรที่ 9 – 16 โหลดวงจรละ 4000 VA วงจรที่ 17 – 20 โหลดวงจรละ 1500 VA วงจรที่ 20 – 24 เป็นวงจรย่อยว่าง กำหนดให้ดีมานด์แฟกเตอร์รวมเท่ากับ 80% จงคำนวณหาโหลดของสายป้อน
1 : 40080 VA
2 : 53440 VA
3 : 66800 VA
4 : 83500 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 : โหลดแสงสว่างชนิดหลอดฟลูออเรสเซนต์พิกัด 36 W, 230 V ใช้งานร่วมกับบัลลาสต์ที่มีพิกัดกระแส 0.43A และตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.50 จงคำนวณหาขนาดของโหลดที่เกิดขึ้น
1 : 59 VA
2 : 79 VA
3 : 89 VA
4 : 99 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 : หลอด HID 125W, 230V แบบ HPF (High Power Factor) บัลลาสต์ มีพิกัดกระแสเท่ากับ 0.73 A ข้อใดคือโหลดของหลอดHID นี้
1 : 168 VA
2 : 208 VA
3 : 250 VA
4 : 268 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 : มอเตอร์ขนาด 55 kW, 400 V, 3 เฟส, กระแสพิกัด 104 A สตาร์ทเตอร์เป็นแบบสตาร์-เดลต้า จงหาขนาดสายไฟเล็กที่สุด เมื่อใช้สายตารางที่ 4 เดินในท่อโลหะในอากาศ ส่วนที่เดินจากสตาร์ทเตอร์ไปยังมอเตอร์
1 : 3x25 ตร.มม.
2 : 6x25 ตร.มม.
3 : 3x35 ตร.มม.
4 : 6x35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 : มอเตอร์ 90 kW, 380 V, 3 เฟส มีประสิทธิภาพ 90% ตัวประกอบกำลัง 85% จงคำนวณหากระแสพิกัด
1 : 137 A
2 : 152A
3 : 161 A
4 : 179 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 : มอเตอร์ขนาด 90 kW, 400 V, 3 เฟส, กระแสพิกัด 162 A สตาร์ทเตอร์เป็นแบบสตาร์-เดลต้า จงหาขนาดสายไฟเล็กที่สุด เมื่อใช้สายตารางที่ 4 เดินในท่อโลหะในอากาศ ส่วนที่เดินจากสตาร์ทเตอร์ไปยังมอเตอร์
1 : 3x70 ตร.มม.
2 : 6x70 ตร.มม.
3 : 3x90 ตร.มม.
4 : 6x90 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 228 : มอเตอร์ 90 kW, 400 V, 3 เฟส มีประสิทธิภาพ 90% ตัวประกอบกำลัง 85% จงคำนวณหากระแสพิกัด
1 : 130 A
2 : 144A
3 : 153 A
4 : 170 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 : จงหาขนาด CB ที่เหมาะสมสำหรับแผงสวิตช์บอร์ดที่จ่ายไฟให้โหลดดังนี้ มอเตอร์ 3.7 kW 380 V, 3 เฟส 1 ตัว START แบบ DOL มอเตอร์ 11 kW 380 V, 3 เฟส 1 ตัว START แบบ สตาร์-เดลต้า มอเตอร์ 22 kW 380 V, 3 เฟส 1 ตัว START แบบ สตาร์-เดลต้า แผงย่อยโหลดต่อเนื่อง 60 kVA , 380 V , 3 เฟส 4 สาย
1 : 150 A
2 : 175 A
3 : 200 A
4 : 225 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 : จงหาขนาด CB ที่เหมาะสมสำหรับแผงสวิตช์บอร์ดที่จ่ายไฟให้โหลดดังนี้ มอเตอร์ 3.7 kW 380 V, 3 เฟส 1 ตัว START แบบ DOL มอเตอร์ 11 kW 380 V, 3 เฟส 1 ตัว START แบบ สตาร์-เดลต้า แผงย่อยโหลดต่อเนื่อง 60 kVA , 380 V , 3 เฟส 4 สาย
1 : 150 A
2 : 175 A
3 : 200 A
4 : 225 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :  

วงจรย่อยหนึ่งมีโหลดแสงสว่างขนาด 2200 VA, 220 V และโหลดเต้ารับ 1800 VA,220 V จะต้องใช้สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 4 ขนาดเล็กที่สุดเท่าใด หากเดินสายร้อยท่อโลหะในอากาศ

1 :  2 x 1.0 ตร.มม.
2 :  2 x 1.5 ตร.มม.
3 :  2 x 2.5 ตร.มม.
4 :  2 x 4.0 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :  

วงจรย่อยหนึ่งมีโหลดแสงสว่างที่ใช้หลอด HID 250W, 220V แบบ HPF (High Power Factor) จำนวน 12 หลอด บัลลาสต์ มีพิกัดกระแสเท่ากับ 1.35A จะต้องใช้สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 6 ขนาดเล็กที่สุดเท่าใด หากเดินสายร้อยท่อโลหะในอากาศ

1 :  

2 x 1.0 ตร.มม.


2 :  2 x 1.5 ตร.มม.
3 :  2 x 2.5 ตร.มม.
4 :  2 x 4.0 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :  

แผงย่อยแผงหนึ่งใช้ไฟ 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย มีรายการโหลดดังนี้

วงจรย่อยแสงสว่าง 9 วงจรๆละ 2400 VA

วงจรย่อยเต้ารับ 6 วงจรๆละ 1800 VA

วงจรสำรอง 3 วงจรๆละ 2000 VA

ถ้าให้ Demand Factor = 0.8 จงคำนวณหา Demand Load

1 :  23,040 VA
2 :  30,720 VA
3 :  38,400 VA
4 :  48,000 VA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 234 :  

แผงย่อยแผงหนึ่งใช้ไฟ 380/220V, 3 เฟส 4 สาย มีโหลดรวม 45 kVA จงคำนวณหาขนาด CB ที่ใช้ป้องกันสายป้อน และขนาดของสายป้อนขนาดเล็กที่สุด หากใช้สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 4 เดินสายร้อยท่อโลหะในอากาศ โดยให้เผื่อการขยายโหลด 25% ด้วย

1 :  70 AT, 4 x 25 ตร.มม.
2 :  90 AT, 4 x 25 ตร.มม.
3 :  70 AT, 4 x 35 ตร.มม.
4 :  125 AT, 4 x 35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :  

แผงย่อยแผงหนึ่งใช้ไฟ 400/230V, 3 เฟส 4 สาย มีโหลดรวม 60 kVA จงคำนวณหาขนาด CB ที่ใช้ป้องกันสายป้อน และขนาดของสายป้อนขนาดเล็กที่สุด หากใช้สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน XLPE เดินสายร้อยท่อโลหะในอากาศ โดยให้เผื่อการขยายโหลด 25% ด้วย

1 :  90 AT, 4 x 25 ตร.มม.
2 :  90 AT, 4 x 35 ตร.มม.
3 :  125 AT, 4 x 35 ตร.มม.
4 :  125 AT, 4 x 50 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 236 :  

วงจรย่อยแสงสว่าง 230V 1 เฟส จ่ายไฟให้ดวงโคมหลอดฟลูออเรสเซนต์ 2x36W (2x100VA) จำนวน 6 ชุด จงหาขนาดสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 4 ขนาดเล็กที่สุด หากเดินสายร้อยท่อโลหะในอากาศ

1 :  2 x 0.5 ตร.มม.
2 :  2 x 1.0 ตร.มม.
3 :  2 x 1.5 ตร.มม.
4 :  2 x 2.5 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :  

วงจรย่อยเต้ารับ 220V 1 เฟส จ่ายไฟให้กับเต้ารับจำนวน 5 จุด จงหาขนาดของ CB ที่ใช้ป้องกันวงจรย่อย และสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน PVC ตารางที่ 6 ขนาดเล็กที่สุด หากเดินสายร้อยท่อโลหะในอากาศ

1 :  10 AT, 2 x 1.5 ตร.มม.
2 :  10 AT, 2 x 2.5 ตร.มม.
3 :  15 AT, 2 x 2.5 ตร.มม.
4 : 15 AT, 2 x 4 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 238 :  

อาคารแห่งหนึ่งรับไฟแรงดัน 24kV/380-220V โดยมีโหลดเท่ากับ 860 kVA จงคำนวณหาขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า และขนาดของ Main CB ทางด้านแรงต่ำ โดยให้เผื่อการขยายโหลด 25% ด้วย

1 :  800 kVA, 1000AT
2 :  1000 kVA, 1600AT
3 :  1250 kVA, 1250AT
4 :  1250 kVA, 1800AT
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :  

อาคารแห่งหนึ่งรับไฟแรงดัน 24kV/380-220V โดยมีโหลดเท่ากับ 1175 kVA จงคำนวณหาขนาดหม้อแปลงไฟฟ้า และขนาดของฟิวส์ที่ใช้ป้องกันด้านแรงสูง โดยให้เผื่อการขยายโหลด 25% ด้วย

1 :  1250 kVA, 30A
2 :  1250 kVA, 40A
3 :  1600 kVA, 30A
4 :  1600 kVA, 63A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :  

อาคารแห่งหนึ่งรับไฟแรงดัน 22kV/400-230V โดยมีโหลดเท่ากับ 1280 kVA จงคำนวณหาขนาด Main CB ทางด้านแรงต่ำ และขนาดสายประธานสายไฟฟ้าทองแดงหุ้มด้วยฉนวน XLPE ขนาดเล็กที่สุดหากเดินสายร้อยในรางเคเบิล (Cable Tray)

1 :  

1250AT, 5[4x185 ตร.มม.]


2 :  1600AT, 5[4x240 ตร.มม.]
3 :  2000AT, 7[4x185 ตร.มม.]
4 :  3000AT, 7[4x240 ตร.มม.]
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 241 :  

อาคารแห่งหนึ่งใช้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 1250 kVA, 22kV/400-230V ต่อเข้ากับระบบขนาดใหญ่มาก (Infinite Bus) จงคำนวณหาค่าพิกัดตัดกระแสลัดวงจรของ Main CB ทางด้านแรงต่ำ หากกำหนดให้หม้อแปลงมีค่า % Impedance เท่ากับ 6%

1 :  10 kA
2 :  16 kA
3 :  25 kA
4 :  35 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :  

อาคารแห่งหนึ่งใช้สายประธาน 3[4x185 ตร.มม.] เดินจากหม้อแปลงไฟฟ้าเข้าสู่ตู้ Main Distribution Board (MDB) ในรางเคเบิล จงคำนวณหาขนาดสายต่อลงดินของระบบไฟฟ้ากระแสสลับของอาคารนี้

1 :  35 ตร.มม.
2 :  50 ตร.มม.
3 :  70 ตร.มม.
4 :  95 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 243 :  

แผงย่อยแผงหนึ่งใช้ไฟ 380/220V, 3 เฟส 4 สาย ใช้ CB ขนาด 200AT สำหรับป้องกันสายป้อน จงคำนวณขนาดสายดินของแผงย่อยแผงนี้

1 :  4 ตร.มม.
2 :  6 ตร.มม.
3 :  10 ตร.มม.
4 :  16 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 57 : Grounding
ข้อที่ 244 : การต่อลงดินของระบบไฟฟ้าคือ
1 : การต่อส่วนโลหะของบริภัณฑ์ไฟฟ้าลงดิน
2 : การต่อส่วนของระบบไฟฟ้าที่มีกระแสไหลผ่านลงดิน
3 : การต่อโครงสร้างโลหะลงดิน
4 : การต่อสายล่อฟ้าลงดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 : การต่อลงดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าคือ
1 : การต่อส่วนโลหะของบริภัณฑ์ไฟฟ้าลงดิน
2 : การต่อส่วนของระบบไฟฟ้าที่มีกระแสไหลผ่านลงดิน
3 : การต่อโครงสร้างโลหะลงดิน
4 : การต่อสายล่อฟ้าลงดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 246 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย, 400/230V สายไฟใดต้องต่อลงดิน
1 : สายเฟส A
2 : สายเฟส B
3 : สายเฟส C
4 : สาย Neutral
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 : ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 3 สาย, 460/230V, Center-Tapped สายไฟใดต้องต่อลงดิน
1 : สาย Hot 1
2 : สาย Hot 2
3 : สาย Neutral
4 : สาย Hot 1 และ สาย Hot 2
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 : สายต่อหลักดินต้องมีคุณสมบัติใด
1 : เป็นตัวนำทองแดงเดี่ยวเท่านั้น
2 : เป็นตัวนำทองแดงเดี่ยวหรือตีเกลียวก็ได้ แต่ต้องหุ้มฉนวน
3 : เป็นสายเหล็กกล้า
4 : เป็นสายอลูมิเนียม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 : การต่อสายต่อหลักดินเข้ากับหลักดินวิธีใดเป็นวิธีที่ดีที่สุด
1 : ใช้หูสายแบบบีบอัด
2 : ประกับต่อสาย
3 : บัดกรี
4 : เชื่อมความร้อน (Exothermic Welding)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 250 : ตัวนำประธานสำหรับมิเตอร์ 1 เฟส, 230V, 15(45)A, ใช้สาย 2x16 ตร.มม. ในท่อโลหะ จงหาขนาดสายต่อหลักดินขนาดเล็กที่สุด
1 : 10 ตร.มม.
2 : 16 ตร.มม.
3 : 25 ตร.มม.
4 : 35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 251 : ตัวนำประธานสำหรับมิเตอร์ 1 เฟส, 230V, 50(150)A, ใช้สาย 2x70 ตร.มม. ในท่อโลหะในอากาศ จงหาขนาดสายต่อหลักดินขนาดเล็กที่สุด
1 : 10 ตร.มม.
2 : 16 ตร.มม.
3 : 25 ตร.มม.
4 : 35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 252 : ตัวนำประธานสำหรับมิเตอร์ 3 เฟส 4 สาย, 400/230V, 30(100)A, ใช้สาย 4x50 ตร.มม. ในท่อโลหะ จงหาขนาดสายต่อหลักดินขนาดเล็กที่สุด
1 : 10 ตร.มม.
2 : 16 ตร.มม.
3 : 25 ตร.มม.
4 : 35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 : ตัวนำประธานสำหรับมิเตอร์ 3 เฟส 4 สาย, 400/230V, 400A, ใช้สาย 2(4x150 ตร.มม.) ในท่อโลหะ จงหาขนาดสายต่อหลักดินขนาดเล็กที่สุด
1 : 16 ตร.มม.
2 : 25 ตร.มม.
3 : 35 ตร.มม.
4 : 50 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย, 400/230 V, ใช้สายวงจรประธาน 3(4x300 ตร.มม.) จงหาขนาดสายต่อฝากหลักขนาดเล็กที่สุดที่บริภัณฑ์ประธาน
1 : 50 ตร.มม.
2 : 70 ตร.มม.
3 : 95 ตร.มม.
4 : 120 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 255 : ระบบไฟฟ้าที่มีตัวจ่ายแยกต่างหาก (Separately Derived System) สายไฟของทั้ง 2 ระบบมีคุณสมบัติดังนี้
1 : มีสายเฟสแยกกัน สาย Neutral ใช้ร่วมกัน
2 : มีสายเฟสร่วมกัน สาย Neutral ใช้ร่วมกัน
3 : มีสายเฟสแยกกัน สาย Neutral แยกกัน
4 : มีสายเฟสแยกกัน สาย Neutral และสายดินร่วมกัน
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 : สายดินบริภัณฑ์ไฟฟ้ามีหลักการเลือกอย่างไร
1 : เลือกตามขนาดสายเฟส
2 : เลือกตามอุปกรณ์ป้องกัน
3 : เลือกตามชนิดอาคาร
4 : เลือกตามขนาดสายต่อหลักดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ 100 AT ใช้สาย 4x50 ตร.มม. ในท่อร้อยสายโลหะ สายดินบริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 4 ตร.มม.
2 : 6 ตร.มม.
3 : 10 ตร.มม.
4 : 16 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ 200 AT ใช้สาย 2(4x50 ตร.มม.) ในท่อร้อยสายโลหะ สายดินบริภัณฑ์ไฟฟ้าในแต่ละท่อต้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 10 ตร.มม.
2 : 16 ตร.มม.
3 : 25 ตร.มม.
4 : 35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 : ค่าความต้านทานระหว่างหลักดินกับดินที่ต้องการตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของ ว.ส.ท. คือเท่าใด
1 : 1 โอห์ม
2 : 5 โอห์ม
3 : 10 โอห์ม
4 : 15 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 260 : หลักดินแท่ง (Ground Rod) ขนาดที่เล็กที่สุดที่ยอมให้ใช้มีขนาดเท่าใด
1 : ยาว 1.8 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5/8 นิ้ว
2 : ยาว 2.4 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5/8 นิ้ว
3 : ยาว 3.0 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว
4 : ยาว 3 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3/4 นิ้ว
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 261 : สายต่อหลักดินของระบบไฟฟ้าขนาดเล็กที่สุดที่ยอมให้ใช้มีขนาดเท่าใด
1 : 6 ตร.มม.
2 : 10 ตร.มม.
3 : 16 ตร.มม.
4 : 25 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 : ถ้าค่าความต้านทานของหลักดินเกิน 5 โอห์มในพื้นที่ที่ยากในการปฏิบัติ ค่าความต้านทานของหลักดินกับดินยอมให้ไม่เกินเท่าใด
1 : 25 โอห์ม
2 : 35 โอห์ม
3 : 45 โอห์ม
4 : 55 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 : ระบบไฟฟ้าที่มีหม้อแปลงไฟฟ้าติดตั้งภายนอกอาคาร การต่อลงดินจะต้องทำอย่างไร
1 : ต่อลงดินที่หม้อแปลงไฟฟ้าเท่านั้น
2 : ต่อลงดินที่บริภัณฑ์ประธานเท่านั้น
3 : ต่อลงดินที่หม้อแปลงไฟฟ้าและบริภัณฑ์ประธาน
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 264 : สายต่อหลักดินมีหลักการเลือกอย่างไร
1 : เลือกตามขนาดหลักดิน
2 : เลือกตามขนาดเซอร์กิตเบรกเกอร์ต้นทาง
3 : เลือกตามขนาดสายเฟสรวม
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 : ระบบใดที่ไม่ต้องต่อลงดิน
1 : 220 V 1 เฟส 3 สาย
2 : ระบบที่มีตัวต้านทานต่อกับจุดนิวทรัล
3 : หม้อแปลงที่มีแรงดันด้านไฟเข้า 380 V
4 : ระบบแสงสว่างที่ใช้แรงดัน24 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 266 : แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่ขนาดแรงดันตั้งแต่กี่โวลต์ เป็นต้นไป ถ้าจ่ายให้กับบริภัณฑ์ไฟฟ้าชนิดเคลื่อนที่ได้ จึงจะต้องต่อลงดิน
1 : 1,000 V
2 : 380 V
3 : 220 V
4 : 110 V
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 : ระบบไฟฟ้าของอุปกรณ์ชนิดใดที่ห้ามต่อลงดิน
1 : วงจรไฟฟ้าในห้องผ่าตัด
2 : อุปกรณ์ประกอบอาหาร
3 : มอเตอร์ปั๊มน้ำ
4 : แผงสวิตช์
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 : การต่อลงดินของระบบประธานต้องทำอย่างไร
1 : ระบบไฟฟ้าต้องต่อลงดินที่บริภัณฑ์ประธานด้านไฟเข้า
2 : กรณีหม้อแปลงติดตั้งภายนอกอาคารให้ติดตั้งเพิ่มทางด้านไฟออกของหม้อแปลง
3 : ห้ามต่อลงดินที่จุดอื่นอีกภายในอาคาร
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 269 : เมื่อหม้อแปลงไฟฟ้าติดตั้งภายนอกอาคารจะต้องต่อลงดินเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 จุดภายนอกอาคารที่ใด
1 : หม้อแปลงไฟฟ้า
2 : เสา
3 : มิเตอร์
4 : รั้วโลหะ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 : การต่อลงดินที่บริภัณฑ์ประธานและแผงย่อยแรงต่ำที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
1 : ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่บริภัณฑ์ประธาน และต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่ทุกแผงย่อย
2 : ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่บริภัณฑ์ประธาน และไม่ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่แผงย่อย
3 : ไม่ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่บริภัณฑ์ประธาน และไม่ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้า ด้วยกันที่แผงย่อย
4 : ไม่ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่บริภัณฑ์ประธาน แต่ต่อขั้วนิวทรัลและขั้วดินเข้าด้วยกันที่แผงย่อย
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 : ข้อใดมีความสมบูรณ์และถูกต้องมากที่สุดเมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของสายต่อหลักดิน
1 : สายเปลือย ไม่มีการตัดต่อสาย เส้นเดียวยาวตลอด
2 : สายมีฉนวน ไม่มีการตัดต่อสาย เส้นเดียวยาวตลอด
3 : สายเปลือย ตัดต่อได้แต่ต้องมีความแข็งแรง ทนทาน
4 : สายฉนวน ตัดต่อได้แต่ต้องมีความแข็งแรง ทนทาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 : ข้อใดที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ที่สุดเมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของสายดินสำหรับวงจรย่อยมอเตอร์
1 : ให้มีขนาดตามขนาดแอมป์ทริปของเบรกเกอร์ที่กำหนดในมาตรฐานฯ
2 : ให้มีขนาดตามขนาดสายเฟสตามที่กำหนดในตารางในมาตรฐานฯ
3 : ให้มีขนาดตามขนาดพิกัดสูงสุดของอุปกรณ์ป้องกันโหลดเกินตามที่กำหนดในตารางในมาตรฐานฯ
4 : ให้มีขนาด 15% ของสายเฟส
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 : ถ้าอาคารรับไฟจากตัวนำประธาน 2 ชุด ซึ่งอยู่ภายในสิ่งห่อหุ้มเดียวกัน หรือติดตั้งแยกคนละสิ่งห่อหุ้ม แต่อยู่ติดกันและต่อถึงกันทางด้านไฟออก ที่จุดต่อถึงกันนี้สามารถต่อตัวนำชนิดใดของตัวนำประธานลงหลักดินเพียงชุดเดียวก็ได้
1 : สายที่มีการต่อลงดิน
2 : ตัวนำนิวทรัล
3 : ตัวนำเฟส
4 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 : การต่อลงดินของวงจรที่มีบริภัณฑ์ประธานชุดเดียวจ่ายไฟให้กับอาคาร 3 หลัง เพื่อต่อสายที่มีการต่อลงดินของวงจรและระบบไฟฟ้ากระแสสลับและเครื่องห่อหุ้มของเครื่องปลดวงจร แต่ละอาคารต้องมีอะไร
1 : หลักดิน
2 : ตัวนำนิวทรัล
3 : มอเตอร์
4 : ตัวต้านทาน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 : สถานประกอบการแห่งหนึ่ง วงจรประธานใช้สายไฟฟ้าตาม มอก.11-2531 ตารางที่ 4 ขนาด 4(4x300 ตร.มม.) ในท่อร้อยสายโลหะ จงหาขนาดสายต่อหลักดินที่เล็กที่สุดที่สามารถใช้ได้
1 : 70 ตร.มม.
2 : 95 ตร.มม.
3 : 120 ตร.มม.
4 : 150 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 276 : สถานประกอบการแห่งหนึ่งใช้หม้อแปลงขนาด 1600 kVA, 22 kV/400-230V, ทางด้านแรงต่ำสายประธานใช้สายไฟฟ้าตาม มอก.11-2531 ตารางที่ 6, 4(3x400, 1x240 ตร.มม.) จงหาขนาดสายต่อหลักดินที่เล็กที่สุด
1 : 70 ตร.มม.
2 : 95 ตร.มม.
3 : 120 ตร.มม.
4 : 150 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 277 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย, 400/230V, ใช้สายวงจรประธาน 4x 300 ตร.มม. จงหาขนาดสายต่อฝากหลักขนาดเล็กที่สุดที่บริภัณฑ์ประธาน
1 : 25 ตร.มม.
2 : 35 ตร.มม.
3 : 50 ตร.มม.
4 : 70 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 : Cable Tray มีสายป้อน 5 ชุด ซึ่งมีเซอร์กิตเบรกเกอร์ต้นทางป้องกันคือ 80AT, 100AT, 200AT, 300AT, และ 400AT ตามลำดับ ถ้าต้องการใช้สายดินบริภัณฑ์ไฟฟ้าร่วมกันจะต้องใช้สายขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 10 ตร.มม.
2 : 16 ตร.มม.
3 : 25 ตร.มม.
4 : 35 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 : แท่งหลักดินยาว 3 เมตร รัศมี 8 มิลลิเมตร ตอกลงในดินซึ่งมีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์ม-เมตร ในแนวดิ่งตลอดความยาวของหลักดิน จงหาค่าความต้านทานดินของหลักดินนี้
1 : 24 โอห์ม
2 : 34 โอห์ม
3 : 44 โอห์ม
4 : 54 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 280 : แท่งหลักดินยาว 2.4 เมตร รัศมี 12 มิลลิเมตร ตอกลงในดินซึ่งมีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์ม-เมตร ในแนวดิ่งตลอดความยาวของหลักดิน จงหาค่าความต้านทานดินของหลักดินนี้
1 : 37.7 โอห์ม
2 : 47.7 โอห์ม
3 : 57.7 โอห์ม
4 : 67.7 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 : การวัดความต้านทานจำเพาะของดินด้วยวิธี Wenner ซึ่งใช้ Electrode 4 แท่ง ระยะห่างกัน 5 เมตร วัดความต้านทานได้ 10 โอห์ม จงหาค่าความต้านทานจำเพาะของดิน
1 : 114 โอห์ม-เมตร
2 : 214 โอห์ม-เมตร
3 : 314 โอห์ม-เมตร
4 : 414 โอห์ม-เมตร
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 : แท่งหลักดินยาว 3 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร ตอกลงในดินซึ่งมีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์ม-เมตร ในแนวดิ่งตลอดความยาวของหลักดิน จงหาค่าความต้านทานดินของหลักดินนี้
1 : 21 โอห์ม
2 : 27 โอห์ม
3 : 30.2 โอห์ม
4 : 39 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 : หลักดินแบบวงแหวนยาว 20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 20 มิลลิเมตร ฝังในดินที่มีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์ม-เมตร ลึก 50 เซนติเมตร ตามแนวระดับ จงหาค่าความต้านทานดินของหลักดินนี้
1 : 11.6 โอห์ม
2 : 15.6 โอห์ม
3 : 21.6 โอห์ม
4 : 27.6 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 : หลักดินแบบวงแหวน ยาว 15 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 24 มิลลิเมตร ฝังในดินที่มีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์ม-เมตร ลึก 50 เซนติเมตร ตามแนวระดับ จงหาค่าความต้านทานดินของหลักดินนี้
1 : 13.0 โอห์ม
2 : 14.5 โอห์ม
3 : 16.0 โอห์ม
4 : 16.0 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 : หลักดินแบบวงแหวน ยาว 15 เมตร รัศมี 15 มิลลิเมตร ฝังในดินที่มีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์ม-เมตร ลึก 50 เซนติเมตร ตามแนวระดับ จงหาค่าความต้านทานดินของหลักดินนี้
1 : 14.0 โอห์ม
2 : 15.5 โอห์ม
3 : 19.1 โอห์ม
4 : 21.7 โอห์ม
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 : สถานประกอบการแห่งหนึ่งใช้หม้อแปลงขนาด 1000 kVA, 24 kV/400-230V, ทางด้านแรงต่ำสายประธานใช้สายไฟฟ้าตาม มอก.11-2531 ตารางที่6, 5(3x300, 1x150 ตร.มม.) จงหาขนาดสายต่อหลักดินที่เล็กที่สุด
1 : 50 ตร.มม.
2 : 70 ตร.มม.
3 : 95 ตร.มม.
4 : 120 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 287 : ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย, 400/230V, ใช้สายวงจรประธานใช้สายไฟฟ้าตาม มอก.11-2531 ตารางที่ 6,  2(4x300) ตร.มม. จงหาขนาดสายต่อฝากหลักขนาดเล็กที่สุดที่บริภัณฑ์ประธาน
1 : 35 ตร.มม.
2 : 50 ตร.มม.
3 : 70 ตร.มม.
4 : 95 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 : Cable Tray มีสายป้อน 5 ชุด ซึ่งมีเซอร์กิตเบรกเกอร์ต้นทางป้องกันคือ 40AT, 60AT, 100AT, 200AT, และ 300AT ตามลำดับ ถ้าต้องการใช้สายดินบริภัณฑ์ไฟฟ้าร่วมกันจะต้องใช้สายขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 6 ตร.มม.
2 : 10 ตร.มม.
3 : 16 ตร.มม.
4 : 25 ตร.มม.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 58 : Short Circuit Calculation
ข้อที่ 289 : กระแสลัดวงจรเป็นผลมาจากกระแสส่วนใด
1 : กระแส A.C. ซึ่งมีขนาดคงที่ ตลอดระยะเวลาการเกิดลัดวงจร
2 : กระแส D.C. ซึ่งมีค่าสูงสุดค่าหนึ่งและค่อยๆมีค่าลดลงจนเป็นศูนย์
3 : กระแส A.C. ซึ่งมีค่าสูงสุดค่าหนึ่งและค่อยๆมีค่าลดลงจนเป็นศูนย์
4 : กระแส A.C. ซึ่งมีขนาดคงที่ ตลอดระยะเวลาการเกิดลัดวงจร และ กระแส D.C. ซึ่งมีค่าสูงสุด ค่าหนึ่งและค่อยๆมีค่าลดลงจนเป็นศูนย์
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 : กระแสลัดวงจรประเภทใดที่โดยทั่วไปแล้วก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงที่สุด
1 : Line to Earth Short Circuit
2 : Three Phase Short Circuit
3 : Line to Line Short Circuit with Earth Connection
4 : Line to Line Short Circuit without Earth Connection
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 291 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นตามนิยามของมาตรฐานการคำนวณกระแสลัดวงจร IEC 60909 หมายถึงอะไร
1 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะเริ่มลัดวงจร
2 : ค่าสูงสุดของกระแสลัดวงจร
3 : ค่า R.M.S. ของกระแสลัดวงจรซึ่งยังคงมีอยู่หลังจากการลดลงของภาวะชั่วครู่
4 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะที่หน้าสัมผัสขั้วแรกของบริภัณฑ์ สวิตชิ่งแยกออก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 : กระแสลัดวงจรค่ายอดตามนิยามของมาตรฐานการคำนวณกระแสลัดวงจร IEC 60909 หมายถึงอะไร
1 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะเริ่มลัดวงจร
2 : ค่าสูงสุดของกระแสลัดวงจร
3 : ค่า R.M.S. ของกระแสลัดวงจรซึ่งยังคงมีอยู่หลังจากการลดลงของภาวะชั่วครู่
4 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะที่หน้าสัมผัสขั้วแรกของบริภัณฑ์สวิตชิ่งแยกออก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 : กระแสลัดวงจรอยู่ตัวตามนิยามของมาตรฐานการคำนวณกระแสลัดวงจร IEC 60909 หมายถึงอะไร
1 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะเริ่มลัดวงจร
2 : ค่าสูงสุดของกระแสลัดวงจร
3 : ค่า R.M.S. ของกระแสลัดวงจรซึ่งยังคงมีอยู่หลังจากการลดลงของภาวะชั่วครู่
4 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะที่หน้าสัมผัสขั้วแรกของบริภัณฑ์ สวิตชิ่งแยกออก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 : กระแสตัดวงจรแบบสมมาตรตามนิยามของมาตรฐานการคำนวณกระแสลัดวงจร IEC 60909 หมายถึงอะไร
1 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะเริ่มลัดวงจร
2 : ค่าสูงสุดของกระแสลัดวงจร
3 : ค่า R.M.S. ของกระแสลัดวงจรซึ่งยังคงมีอยู่หลังจากการลดลงของภาวะชั่วครู่
4 : ค่า R.M.S. ของส่วนประกอบ A.C. ของกระแสลัดวงจรขณะที่หน้าสัมผัสขั้วแรกของบริภัณฑ์สวิตชิ่งแยกออก
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 : การเกิดลัดวงจรจะทำให้เกิดภาวะใดในระบบไฟฟ้า
1 : กระแสไหลมากกว่ากระแสปกติหลายเท่า
2 : เกิดความเครียดทางกลและทางไฟฟ้า
3 : ถูกทั้งข้อ ก.และ ข
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 : หากต้องการคำนวณกระแสลัดวงจรแบบสามเฟสสมดุล (Balanced Three-Phase Short Circuit) จะต้องนำ Sequence Impedance ใดมาใช้
1 : Positive Sequence Impedance
2 : Negative Sequence Impedance
3 : Zero Sequence Impedance
4 : ใช้ทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 : หากต้องการคำนวณกระแสลัดวงจรแบบสายถึงดิน (Line to Earth Short Circuit)จะต้องนำ Sequence Impedance ใดมาใช้
1 : Positive Sequence Impedance
2 : Negative Sequence Impedance
3 : Zero Sequence Impedance
4 : ใช้ทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 : หากต้องการคำนวณกระแสลัดวงจรแบบสายถึงสายต่อกับดิน ( Line to Line Short Circuit with Earth Connection ) จะต้องนำ Sequence Impedance ใดมาใช้
1 : Positive Sequence Impedance
2 : Negative Sequence Impedance
3 : Zero Sequence Impedance
4 : ใช้ทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 : หากต้องการคำนวณกระแสลัดวงจรแบบสายถึงสายไม่ต่อกับดิน ( Line to Line Short Circuit without Earth Connection ) จะต้องนำ Sequence Impedance ใดมาใช้
1 : Positive Sequence Impedance
2 : Negative Sequence Impedance
3 : Zero Sequence Impedance
4 : ใช้ทั้งข้อ ก. และ ข.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 : กระแสลัดวงจรประเภทใดเกิดบ่อยที่สุดสำหรับระบบไฟฟ้าที่มีการต่อลงดิน
1 : Line to Earth Short Circuit
2 : Three Phase Short Circuit
3 : Line to Line Short Circuit with Earth Connection
4 : Line to Line Short Circuit without Earth Connection
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 : เมื่อเกิดลัดวงจรขึ้นในระบบไฟฟ้าจะเกิดความเครียดอะไรขึ้น
1 : ความเคียดทางความร้อน ( Thermal Stress ) อย่างเดียว
2 : ความเครียดทางกล ( Mechanical Stress ) อย่างเดียว
3 : ความเครียดทางความร้อนและความเครียดทางกล
4 : ความเครียดทางไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 : เมื่อเกิดลัดวงจรขึ้นในระบบไฟฟ้า กระแสลัดวงจรตอนเริ่มต้นประกอบด้วยอะไรบ้าง
1 : ส่วนประกอบ AC อย่างเดียว
2 : ส่วนประกอบ DC อย่างเดียว
3 : ส่วนประกอบ AC ด้านบวกอย่างเดียว
4 : มี 2 ส่วนคือส่วนประกอบ AC และ DC
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 : การคำนวณกระแสลัดวงจรต้องทำตามมาตรฐานอะไร
1 : IEC 60898
2 : IEC 60947-2
3 : IEC 60439-1
4 : IEC 60909
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 : การลัดวงจรแบบที่ไกลจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามมาตรฐาน IEC 60909 คืออะไร
1 : แหล่งจ่ายไฟเปลี่ยนตามเวลาการลัดวงจร
2 : ค่าอิมพีแดนซ์เปลี่ยนตามเวลาการลัดวงจร
3 : แหล่งจ่ายไฟมีค่าคงที่แต่อิมพีแดนซ์เปลี่ยนไปตามเวลาการลัดวงจร
4 : แหล่งจ่ายไฟและอิมพีแดนซ์มีค่าคงที่ตลอดเวลาการลัดวงจร
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 : ถ้ากระแสลัดวงจรแบบ 3 เฟสสมดุลเป็น 10 kA ที่แรงดัน 22 kV จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าลัดวงจรแบบสมมาตร
1 : 281 MVA
2 : 381 MVA
3 : 481 MVA
4 : 581 MVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 306 : ถ้ากระแสลัดวงจรแบบ 3 เฟสสมดุลเป็น 10 kA ที่แรงดัน 230 kV จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าลัดวงจรแบบสมมาตรจะเป็นเท่าใด
1 : 1984 MVA
2 : 2984 MVA
3 : 3984 MVA
4 : 4984 MVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 307 : หม้อแปลงสามเฟส 1000 kVA, 24kV/416V, Impedance Voltage 6%, ต้องใส่เบรกเกอร์ที่มีขนาด IC ( Interrupting Capacity ) ไม่น้อยกว่าเท่าใด ให้เลือกข้อที่ถูกต้องมากที่สุด
1 : 50 kA
2 : 40 kA
3 : 30 kA
4 : 20 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 308 : ถ้ากระแสลัดวงจรแบบ 3 เฟสสมดุลเป็น 10 kA ที่แรงดัน 115 kV จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าลัดวงจรแบบสมมาตรจะเป็นเท่าใด
1 : 3992 MVA
2 : 2992 MVA
3 : 1992 MVA
4 : 992 MVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
1 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสามเฟสสมดุล
2 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงดิน
3 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงสายไม่ลงดิน
4 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงสายลงดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 310 :
1 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสามเฟสสมดุล
2 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงดิน
3 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงสายไม่ลงดิน
4 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงสายลงดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 311 :
1 : 10.1 kA
2 : 13.1 kA
3 : 16.1 kA
4 : 16.1 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :
1 : 20.1 kA
2 : 22.1 kA
3 : 25.1 kA
4 : 28.1 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 : หม้อแปลง 3150 kVA, 22 kV/400-230V, มี %U = 8, และกำหนดให้ KT = 1, หากต่อหม้อแปลงนี้เข้ากับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่มาก (Infinite Bus) จงคำนวณหากระแสลัดวงจรแบบสามเฟสทางด้านแรงต่ำ
1 : 39.7 kA
2 : 49.7 kA
3 : 59.7 kA
4 : 69.7 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 : หม้อแปลง 2000 kVA, 33 kV/400-230 V, มี %U = 6.5, และกำหนดให้ KT = 1, หากต่อหม้อแปลงนี้เข้ากับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่มาก (Infinite Bus) จงคำนวณหากระแสลัดวงจรแบบสามเฟสสมดุลทางด้านแรงต่ำ
1 : 46.6 kA
2 : 56.6 kA
3 : 66.6 kA
4 : 76.6 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 315 : หม้อแปลง 20 MVA , 115kV / 22 kV , % U = 10 % ต่อเข้ากับ Infinite Bus เมื่อเกิดลัดวงจรทางด้าน MV จงคำนวณหากระแสลัดวงจร
1 : 2.3 kA
2 : 2.3 kA
3 : 4.3 kA
4 : 5.3 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 316 : หม้อแปลง 40 MVA , 115kV / 22 kV , % U = 12 % ต่อเข้ากับ Infinite Bus เมื่อเกิดลัดวงจรทางด้าน MV จงคำนวณหากระแสลัดวงจร
1 : 4.7 kA
2 : 6.7 kA
3 : 8.7 kA
4 : 10.7 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 : หม้อแปลงสามเฟส 1600 kVA, 22 kV/400V, Impedance Voltage 6%, ต้องใส่เบรกเกอร์ที่มีขนาด IC ( Interrupting Capacity ) ไม่น้อยกว่าเท่าใด ให้เลือกข้อที่ถูกต้องมากที่สุด
1 : 60 kA
2 : 50 kA
3 : 35 kA
4 : 25 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 : ถ้ากระแสลัดวงจรแบบ 3 เฟสสมดุลเป็น 10 kA ที่แรงดัน 22 kV จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าลัดวงจรแบบสมมาตร
1 : 281 MVA
2 : 381 MVA
3 : 481 MVA
4 : 581 MVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 319 :
1 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสามเฟสสมดุล
2 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงดิน
3 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงสายไม่ลงดิน
4 : กระแสลัดวงจรสมมาตรเริ่มต้นแบบสายถึงสายลงดิน
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 : ระบบไฟฟ้าแรงดัน 22 kV 3 เฟส โดยมีค่า S''kQ = 350 MVA, X / R = 8 และมีหม้อแปลงทำหน้าที่เปลี่ยนแรงดัน จาก 22 kV 3 เฟสเป็น 400/230 V, 3เฟส 4 สาย, จงคำนวณหาค่าของ RQt, XQt อ้างอิงมาทางด้านแรงต่ำ
1 : RQt = 0.062 m , XQt = 0.820 m
2 : RQt = 0.062 m , XQt = 0.499 m
3 : RQt = 0.049 m , XQt = 0.392 m
4 : ไม่มีคำตอบ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :
1 :
2 :
3 :
4 :
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 323 :
1 : 19.2 kA
2 : 22.9 kA
3 : 29.2 kA
4 : 35.9 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 : หม้อแปลง 1600 kVA, 22 kV / 400-230 V, มี Short Circuit Impedance อ้างอิงทางด้านแรงต่ำคือ ZkT = 1.20 + j5.70 m หากต่อหม้อแปลงนี้เข้ากับระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่มาก (Infinite Bus) และมี Busway ZL = 0.07 + j0.02    / km ยาว 50 m ไปยังตู้ SDB ให้หากกระแสลัดวงจรที่ตู้ SDB
1 : 8.2 kA
2 : 18.2 kA
3 : 31.65 kA
4 : 46.2 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 325 :
1 : 3.4 kA
2 : 5.1 kA
3 : 7.1 kA
4 : 10.5 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
1 : 34.3 kA
2 : 38.8 kA
3 : 44.3 kA
4 : 48.8 kA
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 59 : Coordination of Protective Devices
ข้อที่ 327 : เพราะเหตุใดจึงต้องมีการจัดลำดับการทำงานของบริภัณฑ์ป้องกัน
1 : เพื่อให้บริภัณฑ์ป้องกันที่อยู่ใกล้ความผิดพร่องมากที่สุดทำงานก่อน
2 : เพื่อให้บริภัณฑ์ป้องกันที่อยู่ไกลความผิดพร่องมากที่สุดทำงานก่อน
3 : เพื่อให้บริภัณ์ป้องกันที่อยู่ถัดไปทำงานหากบริภัณฑ์ป้องกันที่อยู่ใกล้ความผิดพร่องมากที่สุดไม่ทำงาน
4 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 328 : ลักษณะการทำงานของ Fully Rated Protective System คือข้อใด
1 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องมีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
2 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องมีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง แต่เส้นโค้งลักษณะการตัดวงจรของเซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องเลือกโดยไม่ให้มีการวางซ้อนทับกัน
3 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ประธานเท่านั้นที่มีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
4 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่อยู่ถัดจากเซอร์กิตเบรกเกอร์ปประธานเท่านั้นที่มีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 329 : ช่วงเวลาในการทำ Coordination พิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง
1 : ขนาดของกระแสผิดพร่อง
2 : ลักษณะสมบัติของบริภัณฑ์ไฟฟ้า
3 : แรงดัน
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 : ลักษณะการทำงานของ Selective Protective System คือข้อใด
1 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องมีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
2 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องมีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง แต่เส้นโค้งลักษณะการตัดวงจรของเซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องเลือกโดยไม่ให้มีการวางซ้อนทับกัน
3 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ประธานเท่านั้นที่มีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
4 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่อยู่ถัดจากเซอร์กิตเบรกเกอร์ปประธานเท่านั้นที่มีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 : ลักษณะการทำงานของ Cascade Protective System คือข้อใด
1 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องมีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
2 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องมีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง แต่เส้นโค้งลักษณะการตัดวงจรของเซอร์กิตเบรกเกอร์ทุกตัวจะต้องเลือกโดยไม่ให้มีการวางซ้อนทับกัน
3 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ประธานเท่านั้นที่มีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
4 : เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่อยู่ถัดจากเซอร์กิตเบรกเกอร์ปประธานเท่านั้นที่มีพิกัดการตัดกระแสลัดวงจรเพียงพอสำหรับกระแสลัดวงจรสูงสุดที่มีได้ ณ จุดติดตั้ง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 : การเลือกขอบเขตการป้องกันของบริภัณฑ์ไฟฟ้า ทำได้โดยพิจารณาปัจจัยใดบ้าง
1 : การป้องกันอย่างต่ำ
2 : ความคงทนของบริภัณฑ์ไฟฟ้า
3 : ลักษณะสมบัติของบริภัณฑ์ไฟฟ้า
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 : CB แรงต่ำแบบ Thermal-Magnetic มีคุณสมบัติอย่างไร
1 : เมื่อ Overload มีค่าน้อยจะใช้ Bimetal Device เป็นตัว Trip แต่ถ้า Overload มีค่ามากจะใช้ Electromagnetic Device เป็นตัว Trip
2 : เมื่อ Overload มีค่าน้อยจะใช้ Electromagnetic Device เป็นตัว Trip แต่ถ้า Overload มีค่ามากจะใช้จะใช้ Bimetal Device เป็นตัว Trip
3 : เมื่อเกิด Overload ไม่ว่าจะมากหรือน้อยจะใช้ Electromagnetic Device เป็นตัว Trip
4 : เมื่อเกิด Overload ไม่ว่าจะมากหรือน้อยจะใช้ Bimetal Device เป็นตัว Trip
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 334 : CB แรงต่ำแบบ Solid State มีคุณสมบัติอย่างไร
1 : ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยร่วมกับหม้อแปลงกระแส
2 : วงจรอิเล็กทรอนิกส์และหม้อแปลงกระแสทำหน้าที่เปรียบเทียบค่ากระแสในวงจรกับค่าที่ตั้งไว้หากกระแสในวงจรสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ก็จะทำการตัดวงจร
3 : มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือสูง
4 : ถูกทุกข้อ
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 : CB ป้องกันทางด้านแรงต่ำของหม้อแปลงจะต้องปรับตั้งไม่เกินร้อยละเท่าใดของกระแสพิกัดหม้อแปลง
1 : 80%
2 : 100%
3 : 125%
4 : 150%
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 336 : Fuse ป้องกันทางด้านแรงสูงของหม้อแปลงจะต้องมีพิกัดปรับตั้งไม่เกินร้อยละเท่าใดของกระแสพิกัดหม้อแปลง
1 : 100%
2 : 200%
3 : 300%
4 : 400%
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 : Ground Fault Protection สำหรับสายประธานใช้กับระบบที่กระแสตั้งแต่เท่าใด
1 : 800 A
2 : 1000 A
3 : 1200 A
4 : 1400 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 338 : การปรับตั้ง Ground Fault Protection ของสายประธานต้องไม่เกินเท่าใด
1 : 800 A
2 : 1000 A
3 : 1200 A
4 : 1400 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 339 : ข้อใดมิใช่ลักษณะการทำงานของรีเลย์กระแสเกิน
1 : Short Time Inverse
2 : Long Time Inverse
3 : Very Inverse
4 : Extremely Inverse
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 : การป้องกันการเกิดลัดวงจรลงดินสำหรับวงจรสายป้อนควรปรับตั้งเวลาการทำงานของ Ground Fault Protection ไว้ที่ประมาณเท่าใด
1 : ทำงานทันทีทันใด
2 : 0.1-0.2 วินาที
3 : 0.2-0.5 วินาที
4 : 0.5-0.7 วินาที
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 : การ Coordination ของ Ground Fault Protection แบบใดที่จัดให้มีการหน่วงเวลาระหว่าง Ground Fault Protection ที่ต่ออนุกรมกัน เพื่อให้ตัวที่อยู่ใกล้กระแสผิดพร่องทำงานก่อน และหากตัวที่อยู่ใกล้ไม่ทำงาน ตัวที่อยู่ถัดไปต้องทำงานต่อมาเป็นลำดับเสมอ
1 : Zone Selective Interlock
2 : Time Current Band Selective
3 : Distance Selective
4 : Voltage Band Selective
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 60 : Power Factor Improvement
ข้อที่ 342 : ระบบไฟฟ้ามีกำลังไฟฟ้าจริง 100 kW และกำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟ 50 kVAR จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าปรากฏ
1 : 100 kVA
2 : 112 kVA
3 : 130 kVA
4 : 150 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 : ระบบไฟฟ้า 100 kVA, Power Factor = 0.7 lagging จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าจริงและกำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟ
1 : 70 kW, 71 kVAR
2 : 80 kW, 80 kVAR
3 : 85 kW, 50 kVAR
4 : 70 kW, 80 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 : โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลด 800 kW, 500 kVAR จงคำนวณหา Power Factor
1 : 80.8%
2 : 82.8%
3 : 83.8%
4 : 84.8%
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 345 : ข้อใดคือหน่วยของกำลังไฟฟ้าจริง (Real Power)
1 : GW
2 : kvar
3 : MVA
4 : eV
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 : ข้อใดต่อไปนี้คือกำลังงานไฟฟ้าที่ถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานสะสมของตัวเก็บประจุในรูปสนามไฟฟ้า
1 : กำลังไฟฟ้าจริง
2 : กำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟ
3 : กำลังไฟฟ้าปรากฏ
4 : กำลังไฟฟ้าเชิงซ้อน
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 : โหลดในข้อใดมีตัวประกอบกำลังเป็น 1.0
1 : โหลดชนิดความต้านทาน
2 : โหลดขดลวดเหนี่ยวนำ
3 : โหลดความจุไฟฟ้า
4 : โหลดมอเตอร์เหนี่ยวนำ
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 : อุปกรณ์ในข้อใดใช้ติดตั้งเพื่อปรับปรุงตัวประกอบกำลังได้
1 : ตัวต้านทาน
2 : ไดโอด
3 : ตัวเก็บประจุ
4 : ฟิวส์
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 : โหลดในข้อใดต่อไปนี้จะมีกำลังงานสูญเสียในสายส่งสูงที่สุด ถ้านำมาต่อที่ปลายสายส่งยาว 500 เมตร และแรงดันระหว่างคู่สายที่โหลดมีค่าเป็น 365 V
1 : 30 kVA ตัวประกอบกำลัง 0.8 ล้าหลัง
2 : 30 kW ตัวประกอบกำลัง 0.8 ล้าหลัง
3 : 30 kVA ตัวประกอบกำลัง 0.6 ล้าหลัง
4 : 30 kW ตัวประกอบกำลัง 0.6 ล้าหลัง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 : ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่เกิดจากการปรับปรุงตัวประกอบกำลังของโหลดให้ดีขึ้น
1 : ลดกำลังไฟฟ้าสูญเสียในสายส่ง
2 : ลดแรงดันตกในสายส่ง
3 : เพิ่มพิกัดการทนกระแสของสายส่ง
4 : ลดค่าไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 : ข้อใดคือประโยชน์ที่เกิดจากการปรับปรุงตัวประกอบกำลัง
1 : ลดกำลังสูญเสียในขดลวดของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
2 : เพิ่มแรงบิดให้กับมอเตอร์ซิงโครนัส
3 : ลดกำลังงานสูญเสียในแกนเหล็กของหม้อแปลง
4 : ลดกำลังไฟฟ้าสูญเสียในสายไฟฟ้า
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 352 : โรงงานแห่งหนึ่งใช้ระบบไฟฟ้า 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย, มีโหลด 1000 kW และ Power Factor = 0.8 lagging จงคำนวณหากระแส
1 : 1500 A
2 : 1704 A
3 : 1754 A
4 : 1804 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 : โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลดดังนี้ โหลดลวดความร้อน 100 kW, Power Factor = 1.0 โหลดมอเตอร์ 200 kW, Power Factor = 0.8 lagging จงคำนวณหา kVA รวม
1 : 300 kVA
2 : 335 kVA
3 : 365 kVA
4 : 385 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 : ระบบไฟฟ้าของโรงงานแห่งหนึ่งมีขนาดกำลังไฟฟ้า 1000 kW, 800 kVAR จงคำนวณหาขนาดของ Capacitor หากต้องการปรับปรุง PF ให้ได้ 0.95
1 : 371 kVAR
2 : 451 kVAR
3 : 471 kVAR
4 : 491 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 355 : โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลดดังนี้ โหลดลวดความร้อน 100 kW, Power Factor = 1.0 โหลดมอเตอร์ 200 kW, Power Factor = 0.8 lagging จงคำนวณหา Power Factor รวม
1 : 0.8 lagging
2 : 0.85 lagging
3 : 0.89 lagging
4 : 0.95 lagging
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 356 : โรงงานแห่งหนึ่งใช้ระบบไฟฟ้า 400/230 V, 3 เฟส 4 สาย, มีโหลดต่างๆดังนี้ โหลดแสงสว่าง 120 kVA, P.F. = 0.8 lagging โหลดมอเตอร์ 220 kVA, P.F. = 0.8 lagging Heater 100 kW, P.F. = 1.0จ งคำนวณหา kVA รวม
1 : 402 kVA
2 : 424 kVA
3 : 444 kVA
4 : 454 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 357 : โรงงานแห่งหนึ่งใช้ระบบไฟฟ้า 400/230V, 3 เฟส 4 สาย, มีโหลดต่างๆดังนี้ โหลดแสงสว่าง 120 kVA, P.F. = 0.8 lagging โหลดมอเตอร์ 220 kVA, P.F. = 0.8 lagging Heater 100 kW, P.F. = 1.0 จงคำนวณหา Power Factor รวม
1 : 0.82 lagging
2 : 0.84 lagging
3 : 0.86 lagging
4 : 0.88 lagging
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 358 : ระบบไฟฟ้าของโรงงานแห่งหนึ่งมีขนาดกำลังไฟฟ้า 400 kW, P.F.=0.7 lagging จงคำนวณหาขนาดของ Capacitor หากต้องการปรับปรุง PF ให้ได้ 0.9 lagging
1 : 114 kVAR
2 : 154 kVAR
3 : 184 kVAR
4 : 214 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 : Capacitor ขนาด 100 kVAR, 400V ต่อแบบ Delta จงคำนวณหากระแสพิกัด
1 : 114 A
2 : 124 A
3 : 134 A
4 : 144 A
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 : Capacitor พิกัด 50 kVAR, 400V หากแรงดันตกลงเหลือ 380V กำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟจะเป็นเท่าใด
1 : 48 kVAR
2 : 45 kVAR
3 : 43 kVAR
4 : 40 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 : Capacitor พิกัด 50 kVAR, 400V หากแรงดันเพิ่มเป็น 420V กำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟจะเป็นเท่าใด
1 : 51 kVAR
2 : 53 kVAR
3 : 55 kVAR
4 : 57 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 : ระบบไฟฟ้าของโรงงานแห่งหนึ่งใช้หม้อแปลง 2000 kVA, 22kV/400-230V, จะต้องใช้ Capacitor พิกัดรวมเท่าใดสำหรับการปรับปรุงตัวประกอบกำลัง
1 : 300 kVAR
2 : 400 kVAR
3 : 500 kVAR
4 : 600 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 363 : โหลดขนาด 60 kVA ตัวประกอบกำลัง 0.6 ล้าหลัง 380/220 V, 50 Hz จงคำนวณขนาดของตัวเก็บประจุที่ใช้ถ้าต้องการปรับปรุงตัวประกอบกำลังเป็น 0.8 ล้าหลัง
1 : 18 kVAR
2 : 21 kVAR
3 : 30 kVAR
4 : 36 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 : Capacitor ขนาด 100 kVAR, 400V ต่อแบบ Delta จงคำนวณหาค่า Xc ต่อเฟส
1 : 1.6 โอห์มต่อเฟส
2 : 1.4 โอห์มต่อเฟส
3 : 1.2 โอห์มต่อเฟส
4 : 1.0 โอห์มต่อเฟส
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 : โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลดขนาด 1000 kW 1200 kVAR จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าปรากฏ
1 : 1200 kVA
2 : 1462 kVA
3 : 1562 kVA
4 : 1615 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 : โรงงานมีโหลด 1000 kVA, Power Factor = 0.7 lagging ต้องการปรับปรุง Power Factor ให้เป็น 1.0 จงคำนวณหาขนาด Capacitor ที่ต้องใช้
1 : 527 kVAR
2 : 714 kVAR
3 : 820 kVAR
4 : 938 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 : ข้อใดคือหน่วยของกำลังไฟฟ้าปรากฏ (Apparent Power)
1 : GW
2 : kVAR
3 : MVA
4 : A
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 368 : Capacitor พิกัด 300 kVAR, 380V หากแรงดันเพิ่มเป็น 416V กำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟจะเป็นเท่าใด
1 : 250 kVAR
2 : 320 kVAR
3 : 360 kVAR
4 : 410 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 369 : มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ 3 เฟสตัวหนึ่ง ขณะทำงานวัดกระแสในสายได้ 50 A และแรงดันระหว่างคู่สายที่ป้อนให้มอเตอร์ได้ 400 V จงคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏที่มอเตอร์ตัวนี้รับจากแหล่งจ่ายไฟ
1 :
2 : 20 kVAR
3 :
4 : 60 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 370 :
1 : 2.5 kVAR
2 : 4.0 kVAR
3 : 10.0 kVAR
4 : 20.0 kVAR
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 371 : ข้อใดคือหน่วยของกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ (Reactive Power)
1 : GW
2 : kVAR
3 : VA
4 : A
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 61 : Emergency Power Systems
ข้อที่ 372 : อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำหน้าที่ในการสับเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟฟ้าระหว่างแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติและแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรอง ที่นิยมใช้กัน คืออุปกรณ์ตัวใด
1 : Ring Main Unit
2 : Load Break Switch
3 : Automatic Transfer Switch
4 : Safety Switch
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 373 : Transfer Switch มีไว้ใช้สำหรับงานใด
1 : งานปลด- สับ ระหว่างระบบไฟฟ้าหลักและระบบไฟฟ้าสำรอง
2 : งานปลด- สับ ระหว่างระบบไฟฟ้าหลักและมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่
3 : งานปลด- สับ ระหว่างระบบไฟฟ้าสำรองและมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่
4 : งานปลด- สับ ระหว่างแผงควบคุมหลัก และ แผงควบคุมวงจรย่อย
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 : โหลดที่นิยมต่อผ่าน Transfer Switch เป็นโหลดประเภทใด
1 : Emergency Load
2 : Non – Emergency Load
3 : Fire Protection System Load
4 : Air-conditioning Load
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 375 : สถานประกอบการมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 kVA ถ้าต้องการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเผื่อไว้ในระบบกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ออกแบบต้องการเลือกขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประมาณ 20% ของโหลดทั้งหมด ควรเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเท่าใด
1 : 50 kVA
2 : 100 kVA
3 : 150 kVA
4 : 200 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 : จงหาขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเป็น kVA ในกรณีคิดที่โหลด 100 kW, 380 V, PF = 0.8
1 : 80 kVA
2 : 100 kVA
3 : 125 kVA
4 : 150 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 : จงหาขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเป็น kVA ในกรณีคิดที่โหลด 200 kW, 380 V, PF = 0.8
1 : 180 kVA
2 : 200 kVA
3 : 225 kVA
4 : 250 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 : จงหาขนาดโหลดที่เป็นกำลังไฟฟ้าจริง (Real Power) ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 100 kVA จ่ายได้สูงสุด เมื่อระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 3 เฟส 4 สาย, 380/220 V, 50 Hz, PF = 0.8
1 : 80 kW
2 : 100 kW
3 : 125 kW
4 : 150 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 : โหลดของระบบแสงสว่างในสถานประกอบการมีขนาด 40 kW ที่ PF = 0.8 ถ้าต้องการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับจ่ายโหลดแสงสว่างนี้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ควรเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเท่าใด
1 : 30 kVA
2 : 40 kVA
3 : 50 kVA
4 : 60 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 380 : ตัวต้นกำลังที่ใช้กันมากสำหรับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองคืออะไร
1 : เครื่องกังหันน้ำ
2 : เครื่องกังหันก๊าซ
3 : เครื่องกังหันไอน้ำ
4 : เครื่องยนต์ดีเซล
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 : เครื่องยนต์ดีเซลของชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่มี Turbocharge เพื่ออะไร
1 : เครื่องยนต์หมุนที่รอบต่ำ
2 : เครื่องยนต์ทนทาน
3 : เครื่องยนต์มีกำลังสูงขึ้น
4 : เครื่องยนต์ราคาถูกลง
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 : เปอร์เซ็นต์ Droop แบบ Isochronous คืออะไร
1 : ความเร็วรอบปรับไปตามโหลด
2 : ความเร็วรอบไม่เปลี่ยนแปลง
3 : ความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัดเสมอ
4 : ความเร็วรอบสูงกว่าพิกัดเสมอ
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 : Brushless Exciter ของชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าคืออะไร
1 : มี Brush ส่งไฟ DC เข้า Rotor
2 : ไม่ต้องใช้ Brush ที่ Exciter
3 : Rotor ผลิตไฟ DC เอง
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 384 : Exciter แบบ Separately Excited จะต้องมี
1 : Permanent Magnet
2 : ไม่ต้องมี Permanent Magnet
3 : Excite โดยใช้ DC อย่างเดียว
4 : ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 : ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 125 kVA, PF = 80% สามารถจ่ายโหลดกำลังจริงสูงสุดเท่าใด
1 : 125 kW
2 : 100 kW
3 : 80 kW
4 : 60 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 : ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 100 kW, 400 V, PF = 80% กำลังไฟฟ้าปรากฏสูงสุดมีค่าเท่าใด
1 : 100 kVA
2 : 125 kVA
3 : 150 kVA
4 : 200 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 387 : Voltage Dip ของชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีค่าสูงสุดเมื่อ
1 : ใช้กับโหลดแสงสว่าง
2 : ใช้กับโหลดความร้อน
3 : มีการสตาร์ทมอเตอร์
4 : ใช้กับโหลดแบบ Inductive
คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 388 : โหลดคอมพิวเตอร์ควรให้มี Voltage Dip ไม่เกินเท่าใด
1 : 10%
2 : 20%
3 : 25%
4 : 30%
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 : การสตาร์ทมอเตอร์แบบ Direct On Line (DOL) มี Starting KVA ประมาณเท่าใด
1 : 2.5 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
2 : 3 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
3 : 4 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
4 : 6 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 : การสตาร์ทมอเตอร์แบบ Autotransformer ที่ Tap 80% มี Starting KVA ประมาณเท่าใด
1 : 2.84 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
2 : 3.84 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
3 : 4.84 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
4 : 5.84 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 391 : การสตาร์ทมอเตอร์แบบ Star-Delta มี Starting KVA ประมาณเท่าใด
1 : 2 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
2 : 4 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
3 : 5 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
4 : 6 เท่าของ KVA พิกัด (KVAn)
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 : โหลดแสงสว่างฉุกเฉิน 100 kVA, PF = 100% จะต้องใช้ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 80 kW, PF = 80%
2 : 100 kW, PF = 80%
3 : 125 kW, PF = 80%
4 : 150 kW, PF = 80%
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 393 : โหลดแสงสว่างฉุกเฉิน 100 kW, PF = 50% จะต้องใช้ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 100 kW, PF = 80%
2 : 125 kW, PF = 80%
3 : 150 kW, PF = 80%
4 : 175 kW, PF = 80%
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 394 : โหลดฉุกเฉินของอาคารแห่งหนึ่งประกอบด้วย แสงสว่าง 100 kVA, PF = 80% ความร้อน 100 kW, PF = 100% จะต้องใช้ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 180 kW, PF = 80%
2 : 200 kW, PF = 80%
3 : 250 kW, PF = 80%
4 : 300 kW, PF = 80%
คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 395 : โหลดฉุกเฉินของโรงงานแห่งหนึ่งประกอบด้วย แสงสว่าง 100 kVA, PF = 80% ความร้อน 100 kW, PF = 100% จะต้องใช้ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาดเล็กที่สุดเท่าใด
1 : 150 kW, PF = 80%
2 : 200 kW, PF = 80%
3 : 250 kW, PF = 80%
4 : 300 kW, PF = 80%
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 396 : สถานประกอบการมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 1000 kVA ถ้าต้องการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเผื่อไว้ในระบบกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ออกแบบต้องการเลือกขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า30% ของโหลดทั้งหมด ควรเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเท่าใด
1 : 200 kVA
2 : 300 kVA
3 : 400 kVA
4 : 500 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 : จงหาขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเป็น kW ในกรณีคิดที่โหลด 1000 kVA, 400 V และพิจารณาเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยสำรองโหลด 40% PF = 0.8
1 : 240 kW
2 : 320 kW
3 : 360 kW
4 : 400 kW
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 398 : ขนาดถังน้ำมัน Day Tank ควรสำรองน้ำมันเพื่อให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานเท่าใด
1 : 1 ชั่วโมง
2 : 3 ชั่วโมง
3 : 6 ชั่วโมง
4 : 8 ชั่วโมง
คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 399 : โหลดของระบบแสงสว่างมีขนาด 70 kW ที่ PF = 0.7 ถ้าต้องการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับจ่ายโหลดแสงสว่างนี้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินโดยให้พิจารณาสำรองโหลดไว้ 50% ควรเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเท่าใด
1 : 40 kVA
2 : 50 kVA
3 : 60 kVA
4 : 70 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 : โหลดของโรงงานมีขนาด 2500 kW ที่ PF = 0.8 ถ้าต้องการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับจ่ายโหลดในกรณีที่เกิดเหตุไฟดับโดยให้พิจารณาสำรองโหลดไว้ 20% ควรเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเท่าใด
1 : 575 kVA
2 : 625 kVA
3 : 718 kVA
4 : 835 kVA
คำตอบที่ถูกต้อง : 2