คลังข้อสอบภาคีวิศวกร
วิชา : ชื่อวิชา Electric Power System Analysis
:
     
 
    
1 .' - '.46017 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีทั้งหมด 2 bus ไม่นับ bus อ้างอิง ข้อใดเป็นไปได้ที่จะเป็น Admittance Matrix ของระบบนี้
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
2 .' - '.46018 .' ' จากรูปที่กำหนด ข้อใดคือ admittance equation
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
3 .' - '.46027 .' ' หม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียวพิกัด 110/440 V 2.5 kVA มีรีแอกแตนซ์เนื่องจากฟลักซ์รั่ว 0.96 ohm ที่ด้านแรงดันสูง จงกำหนดค่ารีแอก-แตนซ์ เป็นแบบ per unit
 10.0124 .
 20.0224
 30.0324
 40.0424
   เฉลย ข้อ 1
    
4 .' - '.46028 .' ' สายส่ง 48.4 ohm ต่อยู่ระหว่างหม้อแปลง T1 และ T2 ที่มีพิกัด 50 MVA 22/220 kV x = 10 % และ 40 MVA 220/11 kV x = 6.0% ตามลำดับ จงกำหนด per unit สำหรับรีแอกแตนซ์ของสายส่งโดยใช้ฐานเดียวกับหม้อแปลง T1
 10.03
 20.04
 30.05 .
 40.06
   เฉลย ข้อ 3
    
5 .' - '.46029 .' ' ที่ด้านปลายสายส่งต่อยู่กับหม้อแปลง T2 พิกัด 40 MVA 220 / 11 kV x = 6.0% จ่ายภาระให้กับมอเตอร์ M พิกัด 66.5 MVA 10.45 kV x = 18.5% ถ้ามอเตอร์ทำงานเต็มพิกัดที่ตัวประกอบกำลังนำหน้า 0.8 ระดับแรงดัน 10.45 kV โดยการเลือกฐาน 100 MVA และ 220 kV ด้านแรงดันสูงของหม้อแปลง จงคำนวณกระแส per unit ของมอเตอร์
 10.46 + j 0.32
 20.56 + j 0.42 .
 30.66 + j 0.52
 40.76 + j 0.62
   เฉลย ข้อ 2
    
6 .' - '.46031 .' ' skin effect ทำให้ความต้านทานของสายส่งเพิ่มขึ้น 3.7 % ถ้าความต้านทานไฟฟ้ากระแสตรงของสายส่งมีค่า 0.0922 ohm/mi จงหาความต้านทานไฟฟ้ากระแสสลับ
 10.0956 ohm/mi .
 20.0856 ohm/mi
 30.0756 ohm/mi
 40.0656 ohm/mi
   เฉลย ข้อ 1
    
7 .' - '.46034 .' ' โหลด 3 เฟส 380 V ขนาด 20 kW เพาเวอร์แฟคเตอร์ 0.8 ล้าหลัง ข้อใดถูกต้อง
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
8 .' - '.46036 .' ' หม้อแปลงเฟสเดียว 3 ชุด แต่ละชุดมีขนาด 20 MVA 66.4 kV/22 kV, X= 0.06 pu. เมื่อนำมาต่อเป็น 3 เฟส โดยด้านแรงสูงต่อเป็น วายและทางด้านแรงต่ำต่อเป็น เดลต้า อิมพีแดนซ์ทางด้านแรงสูงมีค่าเท่าไร
 19.12 โอห์ม
 210.23โอห์ม
 312.15โอห์ม
 413.23 โอห์ม .
   เฉลย ข้อ 4
    
9 .' - '.46037 .' ' หม้อแปลงเฟสเดียว 3 ชุด แต่ละชุดมีขนาด 20MVA 66.4 kV/22 kV, X= 0.06 pu. เมื่อนำมาต่อเป็น 3 เฟส โดยด้านแรงสูงต่อเป็น วายและทางด้านแรงต่ำต่อเป็น เดลต้า อิมพีแดนซ์ทางด้านแรงต่ำมีค่าเท่าไร
 10.727โอห์ม
 20.654โอห์ม
 30.532โอห์ม
 40.484 โอห์ม .
   เฉลย ข้อ 4
    
10 .' - '.46041 .' ' จงหาระยะห่างเฉลี่ยเชิงเรขาคณิตระหว่าง เฟส a และ เฟส b
 14.20 เมตร
 24.49 เมตร .
 36.00 เมตร
 46.78 เมตร
   เฉลย ข้อ 2
    
11 .' - '.46042 .' ' จงหาระยะทางเฉลี่ยเชิงเรขาคณิตระหว่าง เฟส(GMD) ของสายส่งในรูป
 14.17 เมตร
 24.29 เมตร
 34.48 เมตร
 44.95 เมตร .
   เฉลย ข้อ 4
    
12 .' - '.46047 .' ' ระบบไฟฟ้า 3 เฟส ส่งจ่ายด้วยแรงดันไฟฟ้า 115 kV จ่ายโหลดปลายทางด้วยกระแส 250 A ที่ค่า Power Factor 0.95 Lagging จงคำนวณหาค่า P
 140.5 MW
 235.5 MW
 347.3 MW .
 442 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
13 .' - '.46049 .' ' วงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่งประกอบด้วยแหล่งจ่ายซึ่งมีค่าแรงดัน V = 1200 V มุม 0 องศา ต่ออยู่กับโหลดซึ่งมีค่า Z = 6+j12 โอม ข้อใดคือค่า complex power ของโหลดดังกล่าว
 148+j99 kVA
 298+j46 kVA
 355+j56 kVA
 448+j96 kVA .
   เฉลย ข้อ 4
    
14 .' - '.46050 .' ' โหลดทางไฟฟ้า 2 ชุด ซึ่งต่อร่วมกันอยู่ ประกอบด้วย โหลดชุดที่ 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading จงคำนวณหาค่า กำลังไฟฟ้ารวม S
 1325.7 kVA
 2425.7 kVA .
 3455.7 kVA
 4535.7 kVA
   เฉลย ข้อ 2
    
15 .' - '.46052 .' ' โหลดทางไฟฟ้า 2 ชุด ซึ่งต่อร่วมกันอยู่ ประกอบด้วย โหลดชุดที่ 1: 230 kVA PF. 0.95 Lagging, โหลดชุดที่ 2: 200 kW 0.80 PF. Leading จงคำนวณหาค่า กำลังไฟฟ้าจริงรวม P
 1418.5 kW .
 2416.8 kW
 3415.5 kW
 4414.8 kW
   เฉลย ข้อ 1
    
16 .' - '.46055 .' ' สมมุติให้โรงงานแห่งหนึ่งมีโหลด 3 เฟส ขนาด 8 MVA 0.75 PF lagging โดยระดับแรงดันที่หน้าโรงงานคือ 22 kV (line-to-line)จงหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่โรงงานว่ามีค่าเท่าใด
 1320.35 A
 2225.98 A
 3220.35 A
 4209.95 A .
   เฉลย ข้อ 4
    
17 .' - '.46058 .' ' สำหรับสายส่งหนึ่งเฟสสองสาย ซึ่งมีรัศมีเท่ากัน คือ 2 ซม. วางอยู่ห่างกัน 0.5 ม. จงหาว่าค่าความจุไฟฟ้าระหว่างเฟสมีค่าเท่าใด
 10.0145 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร
 20.0167 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร
 30.0086 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร .
 40.0068 ไมโครฟารัด/กิโลเมตร
   เฉลย ข้อ 3
    
18 .' - '.46062 .' ' ในระบบสายส่งสามเฟส ถ้าวางสายส่งแต่ละเฟสห่างกันเป็นระยะทางเท่ากัน(สามเหลี่ยมด้านเท่า) เมื่อสายส่งมีระยะห่างระหว่างตัวนำ(เฟส)มากขึ้นจะทำให้ค่าความเหนี่ยวนำแต่ละเฟสเปลี่ยนแปลงไป เช่นไร
 1สูงขึ้น .
 2ต่ำลง
 3คงที่
 4สูงขึ้นหรือต่ำลงก็ได้ขึ้นกับความถี่ของระบบไฟฟ้า
   เฉลย ข้อ 1
    
19 .' - '.46063 .' ' ระบบสายส่ง 3 เฟส ; 50 Hz; 115 kV จ่ายโหลด 50 MW ที่ 95 % p.f. lagging ถ้าระบบสายส่งยาว 150 km และมีค่า line constant ทั้งหมดเป็น Z = 95 โอห์ม มุม 78 องศา และ Y = j0.001 S ให้คำนวณหา ค่าคงตัว A, B, C, D ของสายส่ง (หมายเหตุ: ใช้วงจรสมมูลย์แบบ nominal-Pi)
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
20 .' - '.46064 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมี load curve ในหนึ่งวัน ซึ่งให้ค่าโหลดเฉลี่ยเท่ากับ 10 MW โหลดสูงสุดเท่ากับ 20 MW ให้คำนวณหาค่า load factor ของระบบไฟฟ้ากำลังนี้
 12
 20.5 .
 3200
 41
   เฉลย ข้อ 2
    
21 .' - '.46070 .' ' ถ้าจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้กับโหลดตัวหนึ่ง แล้วทำการวัดค่า power factor ของโหลดได้ 0.5 นำหน้า และค่ากำลังไฟฟ้าจริงได้ 10 kW จงคำนวณหาขนาดของค่า complex power ของโหลดนี้
 110 kVA
 25 kVA
 3100 kVA
 420 kVA .
   เฉลย ข้อ 4
    
22 .' - '.46073 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลัง 3 เฟสแบบสมดุลต่อแบบ delta มีค่าแรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส A และ B เป็น 50 V(rms) ทำการจ่ายโหลด 3 เฟสที่ต่อแบบ delta ที่มีค่าอิมพีแดนซ์เป็น 6-j8 โอห์ม ให้คำนวณขนาดกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโหลด
 15 A .
 28.66 A
 32.88 A
 41.67 A
   เฉลย ข้อ 1
    
23 .' - '.46074 .' ' แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า 3 เฟสแบบสมดุลต่อแบบ delta ทำการจ่ายโหลดที่ต่อแบบ delta ซึ่งมีค่าอิมพีแดนซ์เป็น 6+j8 โอห์ม โดยมีกระแสไฟฟ้าไหลระหว่างแหล่งจ่ายกับโหลดเป็น 173.2 A(rms) ให้คำนวณหาขนาดกำลังไฟฟ้าจริง 3 เฟสที่โหลด เมื่อแรงดันตกคร่อมอิมพีแดนซ์เป็น 1000 V(rms)
 1300 kW
 2100 kW
 3311.77 kW
 4180 kW .
   เฉลย ข้อ 4
    
24 .' - '.46081 .' ' หม้อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส ขนาดพิกัด 100 kVA 20/5 kV มีค่าอิมพีแดนซ์เมื่อคำนวณทางด้าน 20 kV เป็น 10% ให้คำนวณค่าอิมพีแดนซ์ของหม้อแปลงนี้ในหน่วย p.u.เมื่อคำนวณด้าน 5 kV
 110 p.u.
 21.6 p.u.
 30.1 p.u. .
 40.00625 p.u.
   เฉลย ข้อ 3
    
25 .' - '.46084 .' ' จากรูป ค่าที่แสดงเป็นค่า addmittance ของอุปกรณ์ไฟฟ้า ให้คำนวณค่าสมาชิก Y22 (สมาชิกในตำแหน่งแถวที่ 2 หลักที่ 2) ของ addmittance matrix
 1j15
 2-j4
 3j4
 4-j15 .
   เฉลย ข้อ 4
    
26 .' - '.46085 .' ' จากรูป ค่าที่แสดงเป็นค่า addmittance ของอุปกรณ์ไฟฟ้า ให้คำนวณค่าสมาชิก Y43 (สมาชิกในตำแหน่งแถวที่ 4 หลักที่ 3) ของ addmittance matrix
 1j15
 2-j5
 3j5 .
 4-j15
   เฉลย ข้อ 3
    
27 .' - '.46089 .' ' ข้อใดเป็นลักษณะของแรงดันบนสายส่งระยะยาวแบบที่มีโหลดประเภทที่ตัวประกอบกำลัง (power factor )แบบล้าหลังต่ออยู่ที่ปลายสาย
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
28 .' - '.46090 .' ' ถ้าแทนสายส่งแบบสั้น(สายส่งยาว 40 กม.) ด้วยวงจรตาข่ายแบบ Two port network ดังรูป โดยที่ Vs: แรงดันด้านส่ง (sending end voltage) Is: กระแสด้านส่ง (sending end current) VR: แรงดันด้านรับ (receiving end voltage) IR: กระแสด้านรับ(receiving end current) มีความสัมพันธ์กันดังรูป จงหาแรงดันด้านส่ง, Vs
 1127∠0o
 2127∠4.93o
 3144.33∠-4.93o
 4144.33∠4.93o .
   เฉลย ข้อ 4
    
29 .' - '.46091 .' ' ถ้าแทนสายส่งแบบสั้น(สายส่งยาว 40 กม.) ด้วยวงจรตาข่ายแบบ Two port network และกำหนดค่าคงที่ A, B, C, D, แรงดันและกระแสด้านรับ โดยที่ VR มีหน่วยเป็นกิโลโวลต์ และ IR มีหน่วยเป็นแอมป์ จงหากระแสด้านส่ง, Is
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
30 .' - '.46092 .' ' ถ้าแทนสายส่งแบบสั้น(สายส่งยาว 40 กม.) ด้วยวงจรตาข่ายแบบ Two port network กำหนดค่าคงที่ A, B, C, D แรงดันและกระแสด้านรับ ดังแสดงด้านล่าง จงหากำลังงานด้านส่ง รวม 3 เฟส โดยที่ VR มีหน่วยเป็นกิโลโวลต์และ IR มีหน่วยเป็นแอมป์
 1322.8 MW 288.6 Mvar
.
 2322.8 MW 280.4 Mvar
 3350.0 MW 288.6 Mvar
 4350.0 MW 280.4 Mvar
   เฉลย ข้อ 1
    
31 .' - '.46094 .' ' ถ้าแทนสายส่งแบบสั้น(สายส่งยาว 40 กม.) ด้วยวงจรตาข่ายแบบ Two port network กำหนดค่า A, B, C, D, แรงดันและกระแสด้านรับ โดยที่ VR มีหน่วยเป็นกิโลโวลต์ และ IR มีหน่วยเป็นแอมป์  จงหา voltage regulation
 1-10.0%
 210.0%
 3-13.6%
 413.6% .
   เฉลย ข้อ 4
    
32 .' - '.46096 .' ' ถ้าแทนสายส่งแบบสั้น(สายส่งยาว 40 กม.) ด้วยวงจรตาข่ายแบบ Two port network กำหนดให้ค่า ความต้านทานของสายส่งเท่ากับ 0.15 โอห์ม ต่อ กิโลเมตร และความเหนี่ยวนำของสายส่งเท่ากับ 1.3263 มิลลิเฮนรี่ ต่อ กิโลเมตร สำหรับค่าตัวเก็บประจุมีค่าน้อยมากจนตัดทิ้งได้ จงหาค่า A, B, C และ D
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
33 .' - '.46097 .' ' กำหนดค่ากำลังงานฐาน (Base MVA) เท่ากับ 100 MVA และแรงดันฐาน (Base Voltage) เท่ากับ 220 kV ค่าอิมพีแดนซ์ฐาน (Base Impedance)มีค่าเท่ากับกี่โอห์ม
 148.4
 2484 .
 34840
 448400
   เฉลย ข้อ 2
    
34 .' - '.46099 .' ' จากวงจรสมมูลของสายส่งระยะสั้น เมื่อเขียนแสดงเป็นโครงข่ายสองพอร์ต (Two Ports Network) ดังรูป จะสามารถหาค่าพารามิเตอร์ ABCD ได้ตรงกับข้อใด
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
35 .' - '.46100 .' ' G1: 100 MVA 12kV X = 10% T1: 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2: 120 MVA 11kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1: 50 MVA 6.6kV X = 10% ค่าเปอร์ยูนิตรีแอคแตนซ์ของ เครื่องกำเนิด G1 มีค่าเท่าใด เมื่อกำหนดฐานอยู่ที่สายส่ง(LINE) แรงดันฐานเท่ากับ 115 kV และกำลังไฟฟ้าฐานเท่ากับ 200 MVA
 10.068
 20.101
 30.147 .
 40.194
   เฉลย ข้อ 3
    
36 .' - '.46101 .' ' G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 : 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA 6.6kV X = 10% ค่าเปอร์ยูนิตรีแอคแตนซ์ของหม้อแปลงตัวที่ 1 มีค่าเท่าใด เมื่อกำหนดฐานอยู่ที่สายส่ง(LINE) แรงดันฐานเท่ากับ 115 kV และกำลังไฟฟ้าฐานเท่ากับ 200 MVA
 10.075
 20.133 .
 30.175
 40.211
   เฉลย ข้อ 2
    
37 .' - '.46103 .' ' สายส่ง 3 เฟส วงจรเดี่ยวมีแรงดันไฟฟ้าต้นทางเท่ากับ 238 kV แรงดันไฟฟ้าปลายทางเท่ากับ 230 kV แรงดันไฟฟ้าเรคกูเรชั่นมีค่าเท่าไร
 12.89%
 23.12%
 33.48% .
 44.22%
   เฉลย ข้อ 3
    
38 .' - '.46107 .' ' ข้อใดเป็นคุณสมบัติค่าความต้านทานกระแสสลับ(Rac)สายส่ง
 1ค่าความต้านทานลดลง เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
 2มีค่าน้อยกว่าความต้านทานแบบ DC
 3มีโอกาสเกิด Skin effect .
 4ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิรอบข้าง
   เฉลย ข้อ 3
    
39 .' - '.46108 .' '
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
40 .' - '.46110 .' ' สายตัวนำอะลูมิเนียมล้วนเส้นหนึ่งมีความต้านทานกระแสตรงเท่ากับ 0.09 โอห์มต่อกิโลเมตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส จงคำนวณหาค่าความต้านทานกระแสสลับที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส โดยสมมติว่าปรากฏการณ์ผิว (Skin effect)ทำให้ความต้านทานเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และกำหนดให้ความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานและอุณหภูมิเป็นดังนี้
R2/R1 = (228+T2)/(228+T1)
 10.096 โอห์มต่อกิโลเมตร
 20.100 โอห์มต่อกิโลเมตร
 30.104 โอห์มต่อกิโลเมตร .
 40.109 โอห์มต่อกิโลเมตร
   เฉลย ข้อ 3
    
41 .' - '.46118 .' ' อิมพิแดนซ์ 0.5 + j0.5 pu ซึ่งอ้างอิงกับค่าฐาน 100 kVA 10 kV จะมีค่าต่อหน่วยค่าใหม่เท่าไร ถ้านำไปอ้างอิงกับค่าฐาน 200 kVA 20 kV
 10.25 + j0.25 pu .
 20.5 + j0.5 pu
 30.75 + j0.75 pu
 41.0 + j1.0 pu
   เฉลย ข้อ 1
    
42 .' - '.46119 .' ' ข้อความต่อไปนี้ข้อใด ไม่ถูกต้อง
 1พารามิเตอร์ของสายส่งมีลักษณะเป็นพารามิเตอร์แบบกระจาย
 2ค่าความต้านทานต่อกระแสตรงของสายส่งจะมีค่าน้อยกว่าค่าความต้านทานต่อกระแสสลับ
 3โดยส่วนใหญ่แล้วตัวนำที่ใช้ทำสายส่งแบบเหนือดิน คือ อลูมิเนียม
 4ค่าอินดักทีฟรีแอกแตนซ์ของสายส่งแบบเหนือดิน จะทำให้เกิดกระแสรั่วไหลในระบบส่ง .
   เฉลย ข้อ 4
    
43 .' - '.46121 .' ' สมาชิกตำแหน่ง (1,3) ของบัสแอดมิทแตนซ์เมตริกซ์ของระบบในรูปข้างล่างจะมีค่าเท่าไร
 1–j1
 2j1 .
 3–j2
 4j2
   เฉลย ข้อ 2
    
44 .' - '.46122 .' ' สำหรับวงจรไฟฟ้า 1 เฟส ถ้าแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับวงจรเท่ากับ 460∠20o V และมีกระแสไหลในวงจรเท่ากับ 125∠30o A จงคำนวณหาค่า Active Power และ Reactive Power ในรูป Complex Power โดย S=VI*
 157.5 kW , 56.6 kVAR
 257.5 kW , - 56.6 kVAR
 356.6 kW , 9.98 kVAR
 456.6 kW , -9.98 kVAR .
   เฉลย ข้อ 4
    
45 .' - '.46123 .' ' หม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสขนาด 500 kVA 24/0.4 kV มีค่ารีแอคแตนซ์ทางด้านแรงต่ำเท่ากับ 0.1 โอห์ม จงหาค่าเปอร์ยูนิตรีแอคแตนซ์ของหม้อแปลงนี้
 10.3125 pu .
 20.4525 pu
 30.4838 pu
 40.5771 pu
   เฉลย ข้อ 1
    
46 .' - '.46125 .' ' สายส่งระยะกลาง (Medium Transmission Line) จะมีกระแสประจุไหลผ่าน Shunt admittance เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในการคำนวณหาค่าแรงดันและกระแสของสายส่งจะต้องนำหรือรวมเอาค่า C ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตลอดความยาวของสายส่งไว้เป็นค่า ๆ เดียว การต่อตัว C ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการคำนวณเป็นการต่อแบบใด
 1ต่อตัว C ที่ต้นสายส่ง
 2ต่อตัว C ที่กลางสายส่ง
 3ต่อตัว C ที่ปลายสายส่ง
 4ต่อตัว C ที่ต้นและปลายสายส่งโดยแบ่งออกเป็นค่าเท่า ๆ กัน .
   เฉลย ข้อ 4
    
47 .' - '.46127 .' ' การให้เครื่องหมายที่ปลายสายของหม้แปลงไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าให้เครื่องหมายขั้วผิดพลาดเมื่อนำหม้อแปลงมาต่อขนานจะทำให้เกิดการลัดวงจรอย่างรุนแรง ดังนั้นตามมาตรฐานโดยทั่วไปจะกำหนดเครื่องหมายขั้วของปลายสายทางด้านแรงต่ำหรือทุติยภูมิ เป็นตัวอักษรใด
 1H1 และ H2
 2L1 และ L2
 3X1 และ X2
.
 4Y1 และ Y2
   เฉลย ข้อ 3
    
48 .' - '.46128 .' ' หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 7.2 kVA 1.2 kV / 120 V มีจำนวนขดลวดทางด้าน Primary 800 รอบ จงหาจำนวนรอบของขดลวดทางด้าน Secondary
 1

8000 รอบ

 2800 รอบ
 380 รอบ .
 48 รอบ
   เฉลย ข้อ 3
    
49 .' - '.46129 .' ' หม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 kVA มีการสูญเสียที่แกนเหล็กและขดลวด 2500 W และ 7500 W ตามลำดับในขณะที่จ่ายไฟเต็มที่ จงหาประสิทธิภาพของหม้อแปลงเมื่อ Power factor = 1
 195.0 %
 296.0 %
 397.0 %
 498.0 % .
   เฉลย ข้อ 4
    
50 .' - '.46130 .' ' ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงจากการติดตั้งชุดตัวเก็บประจุเพื่อปรับปรุง power factor
 1ทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ดีขึ้น .
 2ทำให้กำลังสูญเสียในสายส่งน้อยลง
 3ทำให้แรงดันสูงขึ้น
 4ไม่มีคำตอบใดถูก
   เฉลย ข้อ 1
    
51 .' - '.46131 .' ' ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับกำลังสูญเสียของหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
 1ประกอบด้วย Core Loss และ Load Loss
 2Eddy Current Loss เป็น Core Loss ชนิดหนึ่ง
 3Hysteresis Loss เป็น Load Loss ชนิดหนึ่ง .
 4ในการจ่ายโหลดที่แรงดันค่าหนึ่ง Core Loss มีค่าประมาณคงที่
   เฉลย ข้อ 3
    
52 .' - '.46132 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1Admittance bus matrix ไม่สามารถรวมหม้อแปลงเข้าไปได้
 2สายส่งระยะยาวไม่สามารถวิเคราะห์โดยวิธี Two-Port Network
 3สายส่งระยะสั้นมีผลของตัวเก็บประจุค่อนข้างสูง
 4การใช้สายควบ(Bundled Conductor) มีส่วนช่วยลดโคโรนา .
   เฉลย ข้อ 4
    
53 .' - '.46133 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1กำลังไฟฟ้าจริงมักจะไหลจากบัสที่มีแรงดันสูงกว่าไปยังบัสที่มีแรงดันต่ำกว่า
 2Percent Impedance ของหม้อแปลงสามารถบ่งบอกถึงกระแสลัดวงจรที่หม้อแปลงได้ .
 3การเปลี่ยน Tap ของหม้อแปลงต้องกระทำในภาวะไร้โหลด เพื่อไม่ให้เกิดการสปาร์ค
 4เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามโรงไฟฟ้าทั่วๆไปมักพันขดลวดอาร์เมเจอร์ไว้ที่โรเตอร์
   เฉลย ข้อ 2
    
54 .' - '.46135 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องจ่ายกำลังรีแอกทีฟเสมอขณะจ่ายกำลังจริงเข้าสู่ระบบ
 2การทำ Line Compensation โดย Shunt Capacitor จะทำให้แรงดันปลายทางสูงกว่าแรงดันต้นทางเสมอ
 3หม้อแปลงไฟฟ้ายิ่งมีพิกัด kVA ยิ่งมาก มักจะมี Percent Impedance ยิ่งน้อยลง
 4การเกิดโคโรนาที่สายส่งเป็นการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าอย่างหนึ่ง .
   เฉลย ข้อ 4
    
55 .' - '.46136 .' ' โหลดต้องการกำลังไฟฟ้า 10 kW มี p.f.=0.6 lagging ต้องการปรับปรุงให้ p.f. =0.95 lagging ต้องใช้ตัวเก็บประจุขนาดกี่ kVAr
 13 kVAr
 25 kVAr
 38 kVAr
 410 kVAr .
   เฉลย ข้อ 4
    
56 .' - '.46137 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีค่าพิกัด 500 V 20 kVA และมีค่ารีแอกแตนซ์ 0.2 p.u. จงหาค่ารีแอกแตนซ์ บนค่าฐานใหม่ซึ่งกำหนดให้มีค่าเป็น 400 V 10 kVA
 10.156 p.u. .
 20.064 p.u.
 30.08 p.u.
 40.04 p.u.
   เฉลย ข้อ 1
    
57 .' - '.46141 .' ' หม้อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส ขนาดพิกัด 100 kVA,  20/5 kV มีค่าอิมพีแดนซ์เมื่อคำนวณทางด้าน 20 kV เป็น 10% ให้คำนวณค่าอิมพีแดนซ์ของหม้อแปลงนี้ในหน่วยโอห์มเมื่อคำนวณด้าน 5 kV
 120 โอห์ม
 225 โอห์ม .
 330 โอห์ม
 435 โอห์ม
   เฉลย ข้อ 2
    
58 .' - '.46147 .' ' ถ้านำค่า Impedance ที่มีค่า j0.5 มาต่อที่ bus1 ไปยัง bus 3 ซึ่งเป็น bus ใหม่ จงหา Zbus ใหม่ เมื่อกำหนด Zbus เดิม ดังนี้
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
59 .' - '.46157 .' ' สายส่ง 3 เฟส แบบวงจรเดี่ยว มีความยาว 30 กิโลเมตร มีความต้านทาน 3 โอห์ม/เฟส และมีรีแอคแตนซ์ชนิดความเหนี่ยวนำ 20 โอห์ม/เฟส จ่ายกำลังไฟฟ้าให้โหลด 100 MW ที่ 230 kV เพาเวอร์แฟกเตอร์ 0.8 ล้าหลัง ค่ากระแสไฟฟ้าต้นทางสายส่งมีค่าเท่าไร
 1543 A
 2421 A
 3314 A .
 4251 A
   เฉลย ข้อ 3
    
60 .' - '.46158 .' ' จากรูป Y22 ใน bus admittance matrix มีค่าเท่าไร
 1–j19 .
 2–j30
 3j0.55
 4j0.4
   เฉลย ข้อ 1
    
61 .' - '.46160 .' ' สายส่งยาว 300 km รับภาระเต็มพิกัดที่ปลายทางซึ่งมีระดับแรงดัน 215 kV ถ้าปรากฏว่าการคุมแรงดันของสายส่งมีค่า 24.7 % และค่าคงตัววางนัยทั่วไป |A| = |D| = 0.8180 |B|= 172.2 ohm และ |C| = 0.001933 mho จงคำนวณแรงดันด้านต้นทาง
 1217.31 kV
 2218.31 kV
 3219.31 kV .
 4220.31 kV
   เฉลย ข้อ 3
    
62 .' - '.46162 .' ' ข้อใดไม่เป็นคุณสมบัติของสายส่งขนาดกลาง (Medium line)
 1มีความยาวระหว่าง 80 ถึง 240 กิโลเมตร
 2สามารถแทนด้วยวงจรแบบพาย
 3สามารถตัดค่าคาปาร์ซิแตนซ์ออกไปได้ .
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
63 .' - '.46165 .' ' ระบบไฟฟ้าสามเฟสความยาว 30 กิโลเมตร ทำงานที่ความถี่ 50 เฮิรตซ์ แต่ละเฟสประกอบด้วยสายตัวนำเส้นเดียว โดยมีระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของสายตัวนำแต่ละเส้นเท่ากับ 3 เมตร เท่ากันหมด และมีค่ารีแอคแตนซ์เชิงเหนี่ยวนำ (Inductive reactance) เท่ากับ 0.14 โอห์มต่อเส้น จงคำนวณหาค่ารีแอคแตนซ์เชิงเหนี่ยวนำเมื่อกำหนดให้ระบบดังกล่าวมีความยาว 25 กิโลเมตร และทำงานที่ความถี่ 60 เฮิรตซ์
 10.10 โอห์มต่อเส้น
 20.14 โอห์มต่อเส้น .
 30.20 โอห์มต่อเส้น
 4ข้อมูลไม่เพียงพอ
   เฉลย ข้อ 2
    
64 .' - '.46166 .' ' ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าขนาดแรงดัน 500 kV ความยาว 250 km มีค่าความเหนี่ยวนำของสาย (Line inductance) เท่ากับ 1 mH/km/phase และมีค่าความจุไฟฟ้า (Line capacitance) เท่ากับ 0.01 ไมโครฟารัด/km/phase ถ้าสมมติว่าสายส่งไม่มีความสูญเสีย (Lossless line) จงคำนวณหาค่า Surge Impedance Loading (SIL)
 1250 เมกะวัตต์
 2500 เมกะวัตต์
 3632 เมกะวัตต์
 4790 เมกะวัตต์ .
   เฉลย ข้อ 4
    
65 .' - '.46173 .' ' ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขของการขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้ากับระบบ
 1ตัวประกอบกำลังต้องเท่ากัน .
 2ความถี่ต้องเท่ากัน
 3ระดับแรงดันต้องเท่ากัน
 4ลำดับเฟสต้องเหมือนกัน
   เฉลย ข้อ 1
    
66 .' - '.46174 .' ' การต่อชุดขดลวดของหม้อแปลงในระบบจำหน่าย 3 เฟส จะนิยมต่อแบบใด
 1วาย – วาย
 2เดลตา – เดลตา
 3เดลตา – วาย .
 4นิยมต่อทั้งสามแบบในข้อ ก ข และ ค
   เฉลย ข้อ 3
    
67 .' - '.46176 .' ' สายส่ง 3 เฟสวงจรหนึ่ง เส้นผ่าศูนย์กลางสายทุกเส้นมีขนาด 2 cm วางดังแสดงในรูป จงหาค่าความเหนี่ยวนำของสาย เมื่อมีการสลับสายที่ทุกๆความยาวหนึ่งในสามของความยาวสาย
 11.3 H/km
 21.3 mH/km .
 32.6 H/km
 42.6 mH/km
   เฉลย ข้อ 2
    
68 .' - '.46179 .' ' สายส่ง 3 เฟส ระยะทาง 400 กิโลเมตร ในสภาวะไม่มีโหลด จ่ายด้วยแรงดันต้นทางเท่ากับ 500kV อยากทราบว่าแรงดันปลายทาง จะเป็นอย่างไร
 1มีค่าน้อยกว่าต้นทาง
 2เท่ากับต้นทาง
 3มากกว่าต้นทาง .
 4ไม่มีข้อถูก
   เฉลย ข้อ 3
    
69 .' - '.46180 .' ' สายส่ง 3 เฟส ระยะยาว ถ้าปลายทางมีโหลดเป็นค่าความต้านทาน ซึ่งมีอิมพีแดนซ์เท่ากับ characteristic impedance ของสายส่ง ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าด้านปลายทางจะเป็นอย่างไร?
 1มีค่าเท่ากับ 1 .
 2มีค่ามากกว่า 1
 3มีค่ามากกว่า 0 แต่น้อยกว่า 1
 4มีค่าติดลบ
   เฉลย ข้อ 1
    
70 .' - '.46181 .' ' โหลดแบบใดมีโอกาสทำให้เกิด Voltage Regulation เป็นลบได้?
 1โหลด R
 2โหลด R-L
 3โหลด R-C .
 4ขึ้นอยู่กับสภาวะของระบบ
   เฉลย ข้อ 3
    
71 .' - '.46573 .' ' ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับตัวประกอบโหลด (Load Factor)
 1ถ้ามีค่าต่ำแสดงว่าต้องเตรียมกำลังการผลิตจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่สำหรับจ่ายโหลดสูงสุดไว้ในปริมาณมากทำให้ค่าใช้จ่ายสูง .
 2เป็นค่าที่บ่งบอกว่าในระบบที่พิจารณามีการใช้กำลังไฟฟ้าพร้อมกันสูงเท่าไรเทียบกับโหลดทั้งหมดที่มีอยู่
 3เป็นค่าที่บ่งบอกถึงกำลังสูญเสียในระบบเทียบกับโหลดสูงสุด
 4ข้อ ก. และ ค.
   เฉลย ข้อ 1
    
72 .' - '.46183 .' ' การศึกษาโหลดโฟลมีวัตถุประสงค์ข้อใดที่ถูกต้องมากที่สุด
 1เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสำหรับการวางแผนสำหรับระบบไฟฟ้าในอนาคต
 2เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสำหรับการวางแผนสำหรับระบบไฟฟ้าในปัจจุบัน
 3เพื่อศึกษาการไหลของโหลดสำหรับการวางแผนสำหรับระบบไฟฟ้าในปัจจุบันและอนาคต .
 4เพื่อศึกษาการพยากรณ์และไหลของโหลดสำหรับระบบไฟฟ้าในปัจจุบัน
   เฉลย ข้อ 3
    
73 .' - '.46184 .' ' การศึกษาโหลดโฟลที่มีประสิทธิภาพที่สุดควรให้ระบบไฟฟ้าแทนด้วยแมตทริกส์
 1Ybus .
 2Zbus
 3Ybranch
 4Ylink
   เฉลย ข้อ 1
    
74 .' - '.46187 .' ' การคำนวณโหลดโฟลของระบบไฟฟ้าที่ประกอบด้วยสามบัส บัสที่ 1 เป็นบัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่มีค่าแรงดันไฟฟ้าคงที่ บัสที่ 2 เป็นบัสของโหลดหรือ บัสที่มี PL2 และ QL2 คงที่ บัสที่ 3 เป็นบัสที่มีทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและโหลดที่มี Pg3 ของเครื่องกำเนิดคงที่และมี PL3, QL3 ของโหลดคงที่ กำลังไฟฟ้าจริงของแต่ละบัส (บัสที่ 2 และ บัสที่3) มีค่าเท่าใด
 1P2=PL2, P3=PL3
 2P2=PL2, P3=Pg3
 3P2=-PL2, P3=-PL3
 4P2=-PL2, P3=Pg3-PL3 .
   เฉลย ข้อ 4
    
75 .' - '.46188 .' ' ข้อใดไม่ใช่วิธีคำนวณ Load Flow
 1Gauss-Siedel Method
 2Newton-Raphson Method
 3Decouple Method
 4Gaussian Elimination Method .
   เฉลย ข้อ 4
    
76 .' - '.46189 .' ' การคำนวณ Load Flow วิธีใดต้องทำการหา Jacobian Matrix
 1Gauss-Seidel Method
 2Newton-Raphson Method .
 3Decouple Method
 4Gaussian Elimination Method
   เฉลย ข้อ 2
    
77 .' - '.46190 .' ' การคำนวณ Load Flow วิธีใดใช้ Susceptance Matrix แทนการหา Jacobian Matrix
 1Gauss-Seidel Method
 2Newton-Raphson Method
 3Decouple Method .
 4Gaussian Elimination Method
   เฉลย ข้อ 3
    
78 .' - '.46191 .' ' บัสที่ไม่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต่ออยู่เป็นบัสขนิดใด
 1Load Bus .
 2Voltage-controlled bus
 3Slack bus
 4PV bus
   เฉลย ข้อ 1
    
79 .' - '.46193 .' ' บัสที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต่ออยู่และไม่ได้เป็นบัสอ้างอิงเป็นบัสชนิดใด
 1Load Bus
 2Voltage-controlled bus .
 3Slack bus
 4PQ bus
   เฉลย ข้อ 2
    
80 .' - '.46194 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีจำนวนบัสทั้งหมด 6 บัส แต่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต่ออยู่เพียง 3 บัส จงหาจำนวนสมการการไหลของกำลังไฟฟ้า (Power flow equations) ที่เกี่ยวข้อง เมื่อกำหนดให้บัสใดบัสหนึ่งเป็นบัสอ้างอิง (Reference or slack bus)
 13
 27
 38 .
 410
   เฉลย ข้อ 3
    
81 .' - '.46195 .' ' จงระบุจำนวนบัสโหลด (PQ) และบัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (PV) จากรูปของแบบจำลองระบบไฟฟ้ากำลังข้างล่างนี้
 1บัสโหลด 2 บัส บัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 บัส
 2บัสโหลด 2 บัส บัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 บัส
 3บัสโหลด 3 บัส บัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 บัส .
 4บัสโหลด 3 บัส บัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 บัส
   เฉลย ข้อ 3
    
82 .' - '.46196 .' ' ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
 1ขนาดและมุมของแรงดันที่บัสอ้างอิงต้องกำหนดให้คงที่เท่ากับ 1.0 ต่อหน่วย และ 0 องศา ตามลำดับ
 2บัสที่พบส่วนใหญ่ในระบบไฟฟ้ากำลังคือบัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 3วิธีแก้ปัญหาการไหลของกำลังไฟฟ้าแบบ Gauss-Seidel สามารถลู่เข้าหาคำตอบได้ง่ายกว่าและเร็วกว่าแบบ Newton-Raphson
 4สมการแสดงการไหลของกำลังไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับบัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถเขียนได้เพียงสมการการไหลของกำลังไฟฟ้าจริงเท่านั้น .
   เฉลย ข้อ 4
    
83 .' - '.46200 .' ' ข้อใดคือปริมาณทางไฟฟ้า 4 ปริมาณหลักที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาการไหลของกำลังไฟฟ้า (Power Flow)
 1กำลังไฟฟ้าจริง กำลังไฟฟ้าเสมือน ขนาดของแรงดันไฟฟ้า ขนาดกระแสไฟฟ้า
 2กำลังไฟฟ้าจริง กำลังไฟฟ้าปรากฎ แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า
 3กำลังไฟฟ้าจริง กำลังไฟฟ้าเสมือน ขนาดแรงดันไฟฟ้า มุมของแรงดันไฟฟ้า .
 4กำลังไฟฟ้าจริง กำลังไฟฟ้าเสมือน ขนาดกระแสไฟฟ้า มุมของกระแสไฟฟ้า
   เฉลย ข้อ 3
    
84 .' - '.46201 .' '
 1บัส 1
 2บัส 2
 3บัส 3
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง .
   เฉลย ข้อ 4
    
85 .' - '.46202 .' '
 12x2
 23x3 .
 35x5
 46x6
   เฉลย ข้อ 2
    
86 .' - '.46203 .' ' ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ PQ bus ในการคำนวน load flow
 1เป็นบัสที่มี load แบบ static ต่ออยู่
 2เป็นบัสที่ทราบค่า real power
 3เป็นบัสที่ขนาดของแรงดันมีค่าคงที่ตลอดการคำนวน load flow .
 4เป็นบัสที่ค่า reactive power มีค่าคงที่ตลอดการคำนวน load flow
   เฉลย ข้อ 3
    
87 .' - '.46209 .' ' . ถ้ากำลังไฟฟ้าที่บัส k ใดๆมีค่าเท่ากับ Sk=VkIk* จากรูป กำลังไฟฟ้ารวมที่บัส 2 มีค่าเท่าไร
 10.6+j0.3
 2-0.4-j0.1 .
 30.6-j0.3
 4-0.4+j0.1
   เฉลย ข้อ 2
    
88 .' - '.46210 .' ' บัสที่ทราบเฉพาะขนาดและมุมของแรงดันไฟฟ้า ในการศึกษาโหลดโฟลเรียกบัสชนิดว่าอะไร
 1Slack bus .
 2Load bus
 3Generator bus
 4VA bus
   เฉลย ข้อ 1
    
89 .' - '.46214 .' ' ระบบกำลังไฟฟ้า 3 บัสมีอิมพิแดนซ์ระหว่างบัส 1-2, 2-3, และ 3-1, คือ j0.4pu j0.2pu และ j0.2 pu ตามลำดับ เครื่องกำเนิดต่ออยู่บนบัสหมายเลข 1 ซิงโครนัสรีแอกแตนซ์ j1 pu และเครื่องกำเนิดต่ออยู่บนบัสหมายเลข 2 มีซิงโครนัสรีแอกแตนซ์ j0.8 pu จงกำหนดค่าแอดมิแตนซ์ใน Y-bus ตรงตำแหน่งของ PQ-บัส (PQ bus)
 1–j5 pu
 2–j8.5 pu
 3–j8.75 pu
 4–j10 pu .
   เฉลย ข้อ 4
    
90 .' - '.46217 .' ' ในการคำนวณของปัญหากำลังไหล บัสชนิดใดจะถูกนำออกไปจากการคำนวณ
 1slack bus .
 2load bus
 3voltage controlled bus
 4PQ bus
   เฉลย ข้อ 1
    
91 .' - '.46218 .' ' ค่าตัวแปรใดจะถูกกำหนดที่บัสโหลด (Load Bus)
 1แรงดัน, กำลังไฟฟ้าจริง(P)
 2กำลังไฟฟ้าจริง(P), กระแส
 3มุมเฟสแรงดัน, ขนาดแรงดัน
 4กำลังไฟฟ้าจริง(P), กำลังไฟฟ้าเสมือน(Q) .
   เฉลย ข้อ 4
    
92 .' - '.46219 .' ' ในการคำนวณโหลดโฟว์, ค่าขนาดแรงดันและค่ากำลังไฟฟ้าจริงจะถูกกำหนดให้ที่บัสแบบใด
 1โหลดบัส
 2แสลกบัส
 3บัสเครื่องกำเนิดไฟฟ้า .
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
93 .' - '.46220 .' ' ข้อใดถูก
 1กำลังไฟฟ้ารีแอกทีฟไหลจากบัสที่มีแรงดันสูงไปยังบัสที่มีแรงดันต่ำ
 2กำลังไฟฟ้าจริงไหลจากบัสที่มีเฟสของแรงดันแบบนำหน้าไปยังบัสที่มีเฟสของแรงดันแบบตามหลัง
 3กำลังที่ใช้ในการทำงานคือกำลังไฟฟ้าจริง
 4ถูกทุกข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
94 .' - '.46221 .' ' จงคำนวณหากำลังไฟฟ้าสูญเสียในระบบ (Network losses) จากผลเฉลยการไหลของกำลังไฟฟ้า (Power flow solution) ซึ่งแสดงดังรูปข้างล่างนี้
 136.91 +j 17.67 เมกะโวลต์แอมแปร์
 236.91 –j 17.67 เมกะโวลต์แอมแปร์
 317.67 –j 36.91 เมกะโวลต์แอมแปร์
 417.67 +j 36.91 เมกะโวลต์แอมแปร์ .
   เฉลย ข้อ 4
    
95 .' - '.46222 .' ' ข้อใดคือจาคอเบียนเมทริกซ์ (Jacobian matrix) สำหรับปัญหาการไหลของกำลังไฟฟ้าของแบบจำลองระบบไฟฟ้ากำลังข้างล่างนี้
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
96 .' - '.46223 .' ' ข้อใดคือสมมติฐานที่ใช้ในการคำนวณการไหลของกำลังไฟฟ้าแบบ Fast-decoupled power flow
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
97 .' - '.46226 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีโครงสร้างดังแสดงในรูปข้างล่าง ถ้าทำการวิเคราะห์โหลดโฟลว์ระบบนี้โดยใช้วิธี Gauss-Seidel สมการโหลดโฟลว์ซึ่งใช้สำหรับวิเคราะห์หาแรงดันบัสจะมีทั้งหมดกี่สมการ
 11 สมการ
 22 สมการ
 33 สมการ
 44 สมการ .
   เฉลย ข้อ 4
    
98 .' - '.46229 .' ' ผลการวิเคราะห์โหลดโฟลว์ของระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีผลลัพธ์ดังแสดงในรูปข้างล่าง จงวิเคราะห์หากำลังไฟฟ้าสูญเสียในสายส่ง 1-2
 10.4671 + j0.0071
 20.45 + j0.0356
 30.9171 + j0.0427
 40.0171 - j0.0285 .
   เฉลย ข้อ 4
    
99 .' - '.46231 .' ' ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการจำแนกประเภทของบัสทางไฟฟ้า
 1Swing bus หรือ Slack bus คือ บัสที่ต้องการจะหาค่ามุมเฟส
 2Voltage-controlled bus คือ บัสที่กำหนดเฉพาะขนาดของแรงดันมาให้
 3Load bus คือ บัสที่ต้องการจะหาค่ากำลังไฟฟ้าจริง และกำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ
 4ไม่มีข้อใดถูก .
   เฉลย ข้อ 4
    
100 .' - '.46232 .' ' ข้อใดต่อไปนี้ไม่สามารถวิเคราะห์หาคำตอบได้จากการวิเคราะห์การไหลของกำลังไฟฟ้า
 1ปริมาณกำลังสูญเสียในระบบส่ง
 2การเกิดปัญหาเสถียรภาพชั่วขณะของมุมโรเตอร์ .
 3การเกิดปัญหาแรงดันตกหรือแรงดันเกิน
 4การเกิดปัญหาการส่งกำลังไฟฟ้าเกินขีดจำกัดทางความร้อนของสายส่ง
   เฉลย ข้อ 2
    
101 .' - '.46234 .' ' การวิเคราะห์การไหลของกำลังไฟฟ้าในระบบสายส่งไฟฟ้าจากสถานีผลิตกำลังไฟฟ้าไปยังโหลดผู้ใช้ไฟฟ้า จะแบ่งชนิดของ Bus ออกเป็น 3 ชนิด อะไรบ้าง
 1Slack Generator Bus , Reference Bus และ Voltage-control Bus
 2Slack Generator Bus , Generator Bus และ Voltage-control Bus
 3Generator Bus , Voltage-control Bus และ Load Bus
 4Slack Generator Bus , Voltage-control Bus และ Load Bus .
   เฉลย ข้อ 4
    
102 .' - '.46235 .' ' ในการคำนวณ Load flow ของระบบไฟฟ้ากำลัง บัสที่ไม่มีการควบคุมขนาดของแรงดัน คือ บัสอะไร
 1Slack bus
 2Swing bus
 3Generator bus
 4Load bus .
   เฉลย ข้อ 4
    
103 .' - '.46236 .' ' การคำนวณการไหลของกำลังไฟฟ้าที่ Load bus คือ บัสที่มีโหลดต่ออยู่ สิ่งที่จะต้องคำนวณหาค่าคืออะไร
 1ค่า Real power และ Reactive power
 2ค่า Reactive power และ Phase angle
 3ค่า Reactive power และ Voltage magnitude
 4ค่า Voltage magnitude และ Phase angle .
   เฉลย ข้อ 4
    
104 .' - '.46240 .' ' ข้อใดถูกต้องสำหรับการวิเคราะห์ Load Flow
 1Swing Bus เป็นบัสที่มีแรงดันเท่ากับ 1 p.u. เสมอ
 2ในระบบทั่วๆ ไป Load Bus เป็นบัสที่ไม่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า .
 3วิธี Gauss-Seidel Load Flow พัฒนามาจากวิธี Newton-Raphson Load Flow
 4Power flow equation เป็นสมการที่กล่าวถึงการเกิน Limit ต่างๆ สายส่ง
   เฉลย ข้อ 2
    
105 .' - '.46241 .' ' ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับการวิเคราะห์ Load Flow
 1Load Bus เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Voltage-Controlled Bus .
 2Swing Bus เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Slack Bus
 3การวิเคราะห์ Load Flow ทำให้ได้กำลังสูญเสียในสายส่งด้วย
 4วิธี Newton-Raphson ใช้ Jacobian Matrix
   เฉลย ข้อ 1
    
106 .' - '.46242 .' ' ข้อใดถูกต้องสำหรับการวิเคราะห์ Load Flow
 1วิธี Fast Decoupled Load Flow พัฒนามาโดยตรงมาจากวิธี Gauss-Seidel Load Flow
 2การวิเคราะห์ Load Flow โดยวิธีทั่วๆไป สามารถป้องกันการจ่ายกำลังเกินของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้
 3Slack Bus เป็นบัสที่ต้องทราบกำลังไฟฟ้ารีแอกทีฟที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่าย
 4ผิดทุกข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
107 .' - '.46247 .' ' หากเปรียบเทียบการคำนวณโหลดโฟลว์ด้วยวิธี Newton-Raphson กับวิธี Fast Decoupled ข้อใดถูกต้อง
 1วิธี Newton-Raphson ได้ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยำกว่า
 2วิธี Fast Decoupled ได้ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยำกว่า
 3วิธี Newton-Raphson ได้ผลลัพธ์รวดเร็วกว่า แต่มีความแม่นยำน้อยกว่า
 4วิธี Fast Decoupled ได้ผลลัพธ์รวดเร็วกว่า แต่มีความแม่นยำน้อยกว่า .
   เฉลย ข้อ 4
    
108 .' - '.46248 .' ' ในการคำนวณโหลดโฟลว์ บัสที่ถูกกำหนดมุมเฟสมาให้คือบัสใด
 1Load bus
 2Voltage-controlled bus
 3Slack bus .
 4Jacobian bus
   เฉลย ข้อ 3
    
109 .' - '.46249 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีจำนวนบัสทั้งหมด 10 บัส โดยเลือกจะเลือก 1 บัสให้เป็นบัสสแล็ค (Slack bus) สำหรับบัสที่เหลือจะกำหนดให้เป็นบัสควบคุมแรงดัน (Voltage-controlled bus) จำนวน 3 บัส และที่เหลืออีก 6 บัสกำหนดให้เป็นบัสโหลด (Load bus) หากวิเคราะห์โหลดโฟลว์ด้วยวิธี Newton-Raphson เมตริกซ์จาโคเบียน (Jacobian matrix) จะมีจำนวนแถวเป็นเท่าไร
 120 แถว
 218 แถว
 315 แถว .
 49 แถว
   เฉลย ข้อ 3
    
110 .' - '.46252 .' ' ข้อแตกต่างระหว่าง Swing bus กับ Generator bus คืออะไร?
 1Swing bus ไม่มีเครื่องกำเนิด Generator bus มีเครื่องกำเนิด
 2Swing bus ไม่มีทั้งเครื่องกำเนิดและไม่มีโหลด แต่ Generator bus มี
 3Swing bus ทราบค่าแรงดันและมุมเฟส แต่ Generator bus ทราบค่าแรงดันและกำลังไฟฟ้าจริง .
 4Swing bus ทราบค่าแรงดันและกำลังไฟฟ้าจริง แต่ Generator bus ทราบค่าแรงดันและมุมเฟส
   เฉลย ข้อ 3
    
111 .' - '.46269 .' ' จงแก้สมการต่อไปนี้ด้วยวิธีของ Gauss-Seidel เมื่อจบรอบการคำนวณที่สาม เมื่อ x – 2y -1 = 0, x +4y – 4 = 0 โดยใช้ค่าเริ่มต้น x=0, y=0
 1x = 1.75 , y = 0.5625 .
 2x = 1.23 , y = 0.6235
 3x = 2.12 , y = 0.7325
 4x = 2.03 , y = 1.0215
   เฉลย ข้อ 1
    
112 .' - '.46506 .' ' การกลับทิศการไหลของกำลังไฟฟ้าจริงในสายส่งสามารถทำได้โดยวิธีใด
 1ลดค่ารีแอกแตนซ์ของสายส่ง
 2ลดขนาดแรงดันต้นและปลาย
 3กลับมุมเฟสของแรงดันต้นและปลาย .
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
113 .' - '.46271 .' ' แรงดันที่ขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถเพิ่มให้สูงขึ้นได้โดย
 1เพื่มกระแสกระตุ้น (exciting current) ให้มากขึ้น .
 2ลดกระแสกระตุ้น (exciting current) ให้น้อยลง
 3หมุนความเร็วโรเตอร์ให้มากขึ้น
 4ลดความเร็วโรเตอร์ให้น้อยลง
   เฉลย ข้อ 1
    
114 .' - '.46273 .' ' อุปกรณ์หรือส่วนประกอบไฟฟ้าใดที่เป็นตัวจ่ายกำลังไฟฟ้ารีแอกตีฟ (Q)เข้าสู่ระบบไฟฟ้า
 1สายส่งเหนือดินระยะสั้น
 2โหลดมอเตอร์
 3สายส่งใต้ดินระยะสั้น
 4คาปาซิเตอร์ .
   เฉลย ข้อ 4
    
115 .' - '.46275 .' ' หม้อแปลงสองชุด A, B เหมือนกันทุกประการ นำมาต่อขนานกันช่วยกันจ่ายโหลดขนาด P=1000 kW, Q=800 kVAR ถ้าปรับมุมของหม้อแปลง A ทางด้านทุติยภูมิให้มีมุมแรงดันไฟฟ้านำหน้าหม้อแปลง B 2 องศา กำลังไฟฟ้าที่ไหลผ่านหม้อแปลง A, B คำตอบใดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
 1PA=500 kW, PB=500 kW, QA=400 kVAR, QB=400 kVAR
 2PA=500 kW, PB=500 kW, QA=500 kVAR, QB=300 kVAR
 3PA=500 kW, PB=500 kW, QA=300 kVAR, QB=500 kVAR
 4PA=600 kW, PB=400 kW, QA=400 kVAR, QB=400 kVAR .
   เฉลย ข้อ 4
    
116 .' - '.46276 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมี 2 บัส คือ bus 1 และ bus 2  และเชื่อมต่อด้วยสายส่งที่มีอิมพีแดนซ์เท่ากับ 0 + j1 โอห์ม   ขนาดแรงดันที่ bus 1 เท่ากับ 500 kV และมีมุมเฟส 0 องศา และขนาดแรงดันที่ bus 2  เท่ากับ 502 kV และมีมุมเฟส 10 องศา ค่ากำลังจริง P ที่ไหลในสายส่งมีทิศทางอย่างไร
 1ไหลจาก bus 1 ไป bus 2
 2ไหลจาก bus 2 ไป bus 1 .
 3ไหลเข้าทั้ง bus 1 และ bus 2
 4ไม่มีการไหล
   เฉลย ข้อ 2
    
117 .' - '.46277 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมี 2 บัส คือ bus 1 และ bus 2 และเชื่อมต่อด้วยสายส่งที่มีอิมพีแดนซ์เท่ากับ 0 + j1 โอห์ม ขนาดแรงดันที่ bus 1 เท่ากับ 500 kV และมีมุมเฟส 0 องศา และขนาดแรงดันที่ bus 2 เท่ากับ 502 kV และมีมุมเฟส 10 องศา ค่ากำลังเสมือนหรือกำลังรีแอคทีฟ Q ที่ไหลในสายส่งมีทิศทางอย่างไร
 1ไหลจาก bus 1 ไป bus 2
 2ไหลจาก bus 2 ไป bus 1 .
 3ไหลเข้าทั้ง bus 1 และ bus 2
 4ไม่มีการไหล
   เฉลย ข้อ 2
    
118 .' - '.46278 .' ' Generator ตัวหนึ่งต่ออยู่กับ infinite bus ถ้าต้องการให้ Generator ตัวนี้จ่ายกำลังไฟฟ้าจริง (Real Power) ให้กับ infinite bus จะต้องทำอย่างไร
 1ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้นำหน้า มุมของแรงดันของ infinite bus .
 2ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้ล้าหลัง มุมของแรงดันของ infinite bus
 3ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้มากกว่าขนาดของแรงดันของ infinite bus
 4ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้น้อยกว่าขนาดของแรงดันของ infinite bus
   เฉลย ข้อ 1
    
119 .' - '.46279 .' ' Generator ตัวหนึ่งต่ออยู่กับ infinite bus ถ้าต้องการให้ Generator ตัวนี้จ่ายกำลังไฟฟ้าเสมือน (Reactive Power) ให้กับ infinite bus จะต้องทำอย่างไร
 1ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้นำหน้า มุมของแรงดันของ infinite bus
 2ปรับมุมของแรงดันของ Generator ให้ล้าหลัง มุมของแรงดันของ infinite bus
 3ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้มากกว่าขนาดของแรงดันของ infinite bus .
 4ปรับขนาดของแรงดันของ Generator ให้น้อยกว่าขนาดของแรงดันของ infinite bus
   เฉลย ข้อ 3
    
120 .' - '.46280 .' ' การชดเชยสายส่ง (Line compensation) แบบใดถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหา Ferranti Effect
 1ต่อตัวเก็บประจุอนุกรมกับสายส่ง
 2ต่อตัวเก็บประจุขนานกับสายส่ง
 3ต่อตัวเหนี่ยวนำอนุกรมกับสายส่ง
 4ต่อตัวเหนี่ยวนำขนานกับสายส่ง .
   เฉลย ข้อ 4
    
121 .' - '.46281 .' ' อุปกรณ์ไฟฟ้าอันใดไม่สามารถจ่ายค่า reactive power เข้าสู่ระบบ
 1เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
 2หม้อแปลงไฟฟ้า .
 3สายส่งเหนือดิน
 4load ชนิดตัวเก็บประจุ
   เฉลย ข้อ 2
    
122 .' - '.46282 .' ' การควบคุมกำลังงานไฟฟ้ารีแอคทีฟของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในข้อใดทำให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
 1ปรับค่ากระแสกระตุ้นสนาม (Field Exciting Current) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า .
 2ปรับค่ามุมกำลังงานไฟฟ้า (Power Angle) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 3ปรับค่ากำลังงานทางกลที่จ่ายให้แก่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 4ปรับความเร็วรอบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
   เฉลย ข้อ 1
    
123 .' - '.46283 .' ' การควบคุมกำลังงานไฟฟ้าจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในข้อใดทำให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
 1ปรับค่ากระแสกระตุ้นสนาม (Field Exciting Current) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 2ปรับความเร็วรอบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 3ปรับกำลังงานทางกลที่จ่ายให้แก่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า .
 4ปรับค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
   เฉลย ข้อ 3
    
124 .' - '.46287 .' ' กำลังไฟฟ้าชนิดใดมีผลในการควบคุมความถี่ของระบบไฟฟ้ากำลัง
 1กำลังไฟฟ้าเสมือน
 2กำลังไฟฟ้าปรากฎ
 3กำลังไฟฟ้าจริง .
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
125 .' - '.46288 .' ' การลดลงของความถี่ระบบไฟฟ้ากำลังอาจเกิดจากสาเหตุในข้อใด
 1ปริมาณความต้องการกำลังไฟฟ้าจริงลดลง
 2ปริมาณความต้องการของกำลังไฟฟ้าจริงเพิ่มขึ้น .
 3ปริมาณความต้องการของกำลังเสมือนลดลง
 4ปริมาณความต้องการของกำลังเสมือนเพิ่มขึ้น
   เฉลย ข้อ 2
    
126 .' - '.46290 .' ' ท่านสามารถเพิ่มการส่งของกำลังไฟฟ้าจริงในสายส่งได้โดยวิธีใด
 1ต่อรีแอกเตอร์เข้าไปอนุกรมกับสายส่ง
 2ต่อคาปาร์เตอร์เข้าไปอนุกรมกับสายส่ง .
 3ต่อรีแอกเตอร์เข้าไปขนานกับสายส่ง
 4ต่อคาปาร์เตอร์เข้าไปขนานกับสายส่ง
   เฉลย ข้อ 2
    
127 .' - '.46291 .' ' กำลังไฟฟ้าเสมือน(Q) มีผลต่อการควบคุมตัวแปรใดในระบบไฟฟ้ากำลัง
 1แรงดัน .
 2ความถี่
 3ความเร็วรอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 4มุมโรเตอร์
   เฉลย ข้อ 1
    
128 .' - '.46296 .' ' อุปกรณ์ควบคุมชนิดใดต่อไปนี้ไม่จัดอยู่ในประเภทเดียวกับอุปกรณ์ควบคุมอื่น
 1Tab-Changing Transformer
 2Phase-Shifter Transformer .
 3Capacitor Bank
 4Synchronous Condenser
   เฉลย ข้อ 2
    
129 .' - '.46299 .' ' การควบคุมกำลังไฟฟ้าจริงด้วยหม้อแปลงไฟฟ้า โดยแรงดันไฟฟ้าที่ออกจากหม้อแปลงจะมีมุมเฟสต่างจากแรงดันไฟฟ้าที่เข้าหม้อแปลง แต่ขนาดของแรงดันไม่เปลี่ยนแปลง เราเรียกหม้อแปลงชนิดนี้ว่าอะไร
 1Auto Transformer
 2Phase Transformer
 3Phase Shift Transformer .
 4Phase Angle Transformer
   เฉลย ข้อ 3
    
130 .' - '.46300 .' ' ข้อใดไม่จัดเป็นวิธีควบคุมการไหลของกำลังไฟฟ้าโดยตรง
 1ปรับ Tap ของหม้อแปลงไฟฟ้า
 2ติดตั้งชุดตัวเก็บประจุแบบปรับค่าได้
 3ติดตั้ง Syncronous Motor
 4เปลี่ยนการจัดเรียงบัสในสถานีไฟฟ้า .
   เฉลย ข้อ 4
    
131 .' - '.46302 .' ' Phase-shifting transformer ทำหน้าที่อะไรในระบบไฟฟ้ากำลัง
 1เพิ่มระดับแรงดัน
 2ลดระดับแรงดัน
 3ควบคุมการไหลของกำลังจริง .
 4ควบคุมการไหลของกำลังรีแอกทีฟ
   เฉลย ข้อ 3
    
132 .' - '.46309 .' ' ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1ใช้หม้อแปลงเรคกูเลตควบคุมการไหลของกำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ
 2ใช้หม้อแปลงเฟสชิฟควบคุมการไหลของกำลังไฟฟ้าจริง
 3กำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟที่ไหลผ่านหม้อแปลงที่มีเฟสชิฟต่างกันจะมีค่าต่างกันมาก .
 4กำลังไฟฟ้าจริงจะไหลมากในหม้อแปลงที่มีเฟสชิฟนำหน้า
   เฉลย ข้อ 3
    
133 .' - '.46311 .' ' ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1เครื่องกำเนิดสามารถจ่ายและรับกำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟได้
 2หม้อแปลงรับกำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟเสมอ
 3สายเคเบิลจ่ายกำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ
 4โหลดรับกำลังไฟฟ้าจริง และกำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟเสมอ .
   เฉลย ข้อ 4
    
134 .' - '.46312 .' ' ถ้าต้องการเพิ่มระดับแรงดันบัสให้สูงขึ้นทำได้โดยวิธีใด
 1เพิ่มแรงดันโดยใช้หม้อแปลง
 2ป้อนกำลังไฟฟ้ารีแอคตีฟโดยใช้เครื่องกำเนิด
 3ต่อตัวเก็บประจุที่บัส
 4ถูกทุกข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
135 .' - '.46315 .' ' หม้อแปลงขนาด 2000kVA 6% impedance voltage 24kV/416V ให้หากระแสลัดวงจรสามเฟสสูงสุดทางด้านแรงสูง เมื่อเกิดลัดวงจรทางด้านแรงต่ำ
 148 kA
 22.77 kA
 346 kA
 40.80 kA .
   เฉลย ข้อ 4
    
136 .' - '.46316 .' ' หม้อแปลงขนาด 2000kVA 6% impedance voltage 24kV/416V ให้หากระแสลัดวงจรสามเฟสสูงสุดทางด้านแรงต่ำ เมื่อเกิดลัดวงจรทางด้านแรงต่ำ
 148 kA
 22.775 kA
 346 kA .
 40.80 kA
 50.05kA
   เฉลย ข้อ 3
    
137 .' - '.46319 .' ' การไฟฟ้าต้นทางได้กำหนดกระแสลัดวงจรณ.จุดที่จะสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยระบบ 115 kV เป็น 100MVA ทำให้ทราบว่าอิมพีแดนซ์ต้นทางทั้งหมดมีค่ากี่โอห์ม
 1229
 2502
 3870
 4132 .
 576
   เฉลย ข้อ 4
    
138 .' - '.46320 .' ' ข้อใดคือกระแส three-phase fault
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
139 .' - '.46322 .' ' ข้อใดคือกระแส fault เมื่อเกิด three-phase fault ที่ bus 2 เมื่อ กำหนด
 1–j2.5
 2–j4 .
 3–j5
 4–j10
   เฉลย ข้อ 2
    
140 .' - '.46325 .' ' ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
 1แรงดันไฟฟ้า ณ จุดที่เกิดความผิดพร่อง (Fault point) จะมีค่าเป็นศูนย์ในขณะที่เกิดความผิดพร่อง
 2พิกัดกระแสของอุปกรณ์ตัดตอนแปรผกผันกับความเร็วในการทำงาน
 3ค่าอิมพิแดนซ์เทียบเท่าเทวินินของระบบ (Thevenin equivalent system impedance) สามารถหาได้จากค่าสมรรถภาพของการลัดวงจร (Short-circuit capability) .
 4โดยทั่วไปพบว่าค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชั่วแวบ (Sub-transient reactance) มีค่ามากกว่าค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชั่วครู่ (Transient reactance)
   เฉลย ข้อ 3
    
141 .' - '.46326 .' ' ข้อใดคือสมมติฐานที่ไม่ถูกต้องในการวิเคราะห์ความผิดพร่อง (Fault analysis)
 1ความต้านทาน (Resistance) และความจุไฟฟ้า (Capacitance) สามารถตัดออกจากการพิจารณาได้
 2หม้อแปลงไฟฟ้าทุกตัวมีระดับแรงดันตามจุดแยกที่ระบุไว้ (Nominal tap)
 3กระแสโหลด (Load current) ไม่มีผลต่อการคำนวณกระแสผิดพร่อง (Fault current) .
 4แบบจำลองของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประกอบด้วยแรงเคลื่อนไฟฟ้าคงที่ (Constant voltage source) ต่ออนุกรมกับรีแอคแตนซ์ค่าหนึ่ง
   เฉลย ข้อ 3
    
142 .' - '.46327 .' ' รูปข้างล่างนี้แสดงวงจรลำดับ (Sequence network) ของการเกิดความผิดพร่องแบบใด
 1ความผิดพร่องแบบสามเฟสสมดุล (Balanced three-phase fault)
 2ความผิดพร่องแบบสองเฟสลงดิน (Double line-to-ground fault)
 3ความผิดพร่องแบบเฟสเดียวลงดิน (Single line-to-ground fault)
 4ความผิดพร่องแบบระหว่างเฟส (Line-to-line fault) .
   เฉลย ข้อ 4
    
143 .' - '.46328 .' ' โหลดต่อแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหล่งจ่ายไฟสามเฟสที่มีแรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือกแรงดันไฟฟ้าฐาน 250 kV (Line voltage) และกำลังไฟฟ้าฐาน 600 MVA (3 เฟส) แรงดันไฟฟ้าของโหลดเปอร์ยูนิตมีค่าเท่าไร
 10.88
 20.92 .
 30.95
 40.97
   เฉลย ข้อ 2
    
144 .' - '.46329 .' ' โหลดต่อแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหล่งจ่ายไฟสามเฟสที่มีแรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) = 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือกแรงดันไฟฟ้าฐาน 250 kV (Line voltage) และกำลังไฟฟ้าฐาน 600 MVA (3 เฟส) กำลังไฟฟ้าของโหลดเปอร์ยูนิตมีค่าเท่าไร
 10.326
 20.452
 30.564 .
 40.672
   เฉลย ข้อ 3
    
145 .' - '.46330 .' ' โหลดต่อแบบ Y สมมาตร รับไฟจากแหล่งจ่ายไฟสามเฟสที่มีแรงดันเฟส-เฟส (Line voltage) = 230 kV และมีกระแสไหล 850 A เลือกแรงดันไฟฟ้าฐาน 250 kV (Line voltage) และกำลังไฟฟ้าฐาน 600 MVA (3 เฟส) อิมพีแดนซ์ฐานมีค่าเท่าไร
 1104.2 โอห์ม .
 2106.7โอห์ม
 3108.6 โอห์ม
 4110.4โอห์ม
   เฉลย ข้อ 1
    
146 .' - '.46331 .' ' G1 : 100 MVA 12kV X = 10% T1 : 150 MVA 115kV /14kV X = 10% T2 : 120 MVA 115kV /8kV X = 15% LINE :1+ j 4 Ohms M1 : 50 MVA 6.6kV X = 10% ค่าเปอร์ยูนิตอิมพีแดนซ์ของสายมีค่าเท่ากับเท่าไร เมื่อกำหนดฐานอยู่ที่สายส่ง(LINE) และกำลังไฟฟ้าฐานเท่ากับ 200 MVA
 10.015+j0.06 .
 20.03+j0.12
 30.008+j0.03
 40.04+j0.16
   เฉลย ข้อ 1
    
147 .' - '.46333 .' ' จากรูปค่า Ybus matrix มีค่าตรงกับข้อใด
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
148 .' - '.46334 .' ' กำหนดให้ Zbus มีค่าตามที่กำหนดในเมตริกซ์ หากเกิดลัดวงจรสามเฟสที่บัส 1 โดยที่แรงดันก่อนลัดวงจรเท่ากับ 1+j0 pu. กระแสลัดวงจรมีค่าเท่ากับเท่าใด
 1-j7.7 pu
 2-j12.5 pu. .
 3-j20.0 pu.
 4-j14.3 pu.
   เฉลย ข้อ 2
    
149 .' - '.46336 .' ' จากข้อมูล Zbus ที่กำหนดให้ข้างล่างนี้ จงคำนวณหาค่าแรงดันไฟฟ้าหลังเกิดฟอลต์ที่บัส 3 เมื่อเกิดฟอลต์แบบสมมาตรที่บัส 4 เมื่อแรงดันไฟฟ้าก่อนการเกิดฟอลต์เท่ากับ 1 pu มุม 0 องศา

 10.3244 pu .
 20.3451 pu
 30.3755 pu
 40.3952 pu
   เฉลย ข้อ 1
    
150 .' - '.46338 .' ' โครงข่ายไฟฟ้า(network) ระบบหนึ่งสามารถเขียนแทนได้ด้วยเมตริกซ์อิมพีแดนซ์(impedance matrix) ขนาด 4x4 ถ้าทำการเพิ่มบัสใหม่เข้าไปยังโครงข่ายไฟฟ้าอันนี้ โดยบัสใหม่ต่อเข้ากับจุดอ้างอิง(reference node) ขนาดของเมตริกซ์อิมพีแดนซ์อันใหม่จะมีค่าเป็นเท่าไร
 13x3
 24x4
 35x5 .
 46x6
   เฉลย ข้อ 3
    
151 .' - '.46339 .' ' ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับขนาดของ DC component ของกระแสลัดวงจรแบบสามเฟสที่เกิดขึ้นที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
 1ขนาดพิกัดแรงดันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 2ค่าอิมพีแดนซ์ลำดับศูนย์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า .
 3มุมบนรูปคลื่นแรงดันไฟฟ้าขณะที่เกิดการลัดวงจร
 4ค่า transient reactance ในแนวแกน direct ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
   เฉลย ข้อ 2
    
152 .' - '.46340 .' ' จากรูปจงคำนวณหาค่าขนาด IC (Interrupting Capacity) ของเบรกเกอร์ A
 117 kA
 220 kA
 323 kA .
 430 kA
   เฉลย ข้อ 3
    
153 .' - '.46341 .' ' จากรูป เกิดลัดวงจรสามเฟสที่บัส 3 ค่ากระแสลัดวงจรมีค่าเท่าใด โดยที่แรงดันไฟฟ้าที่บัส 3 ขณะจ่ายโหลดปกติมีค่าเท่ากับ 0.95+j0 pu. แรงดันภายในเครื่องกำเนิดเท่ากับ 1.055+j0.182 pu. และแรงดันภายในมอเตอร์เท่ากับ 0.88-j0.121 pu.
 1–j6.95 pu.
 2-j7.92 pu. .
 3-j8.12 pu.
 4-j8.85 pu.
   เฉลย ข้อ 2
    
154 .' - '.46343 .' ' เครื่องกำเนิด 100 MVA 13.8 kV รีแอกแตนซ์ชั่วแวบ 0.15 pu ส่งกำลังไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ 100 MVA 13.8 kV รีแอกแตนซ์ชั่วแวบ 0.20 pu โดยผ่าน 2 หม้อแปลง 100 MVA 138/13.8 kV รีแอกแตนซ์ฟลักซ์รั่ว 0.10 pu ระหว่างหม้อแปลงมีสายส่งรีแอกแตนซ์ 20 ohm จงหาอิมพิแดนซ์ Thevenin สำหรับการคำนวณกระแสลัดวงจรที่จุดต่อระหว่างเครื่องกำเนิดกับหม้อแปลง
 1j 0.106 pu
 2j 0.116 pu .
 3j 0.126 pu
 4j 0.136 pu
 5j 0.146 pu
   เฉลย ข้อ 2
    
155 .' - '.46348 .' ' การลัดวงจรแบบใดมีโอกาสเกิดสูงสุดในระบบไฟฟ้ากำลัง
 1Three phase fault
 2Double line fault
 3Double line to ground fault
 4Single line to ground fault .
   เฉลย ข้อ 4
    
156 .' - '.46349 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสมีพิกัด 500 เมกะโวลต์แอมแปร์ 13.8 กิโลโวลต์ 50 เฮิรตซ์ ค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชั่วแวบ (Sub-transient reactance) เท่ากับ 0.2 ต่อหน่วย ในขณะที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากำลังทำงานในภาวะไร้โหลด ได้เกิดการลัดวงจรแบบสามเฟส (Three-phase short circuit) ขึ้นที่ขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จงคำนวณหาค่า rms ของกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้น
 120.9 กิโลแอมแปร์
 2104.6 กิโลแอมแปร์ .
 3181.2 กิโลแอมแปร์
 4313.8 กิโลแอมแปร์
   เฉลย ข้อ 2
    
157 .' - '.46351 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสมีพิกัด 500 เมกะโวลต์แอมแปร์ 20 กิโลโวลต์ 50 เฮิรตซ์ ค่ารีแอคแตนซ์ในภาวะชั่วแวบ (Sub-transient reactance) เท่ากับ 0.15 ต่อหน่วย ในขณะที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากำลังจ่ายโหลดที่พิกัดกำลังและแรงดัน โดยมีค่าตัวประกอบกำลังแบบตาม (Lagging power factor) เท่ากับ 0.9 ได้เกิดการลัดวงจรแบบสามเฟส (Three-phase short circuit) ขึ้นที่ขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จงคำนวณหาค่า rms ของกระแสสลับ
 190.8 แอมแปร์
 296.2 แอมแปร์
 3103.3 แอมแปร์ .
 4179.0 แอมแปร์
   เฉลย ข้อ 3
    
158 .' - '.46352 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสามเฟสพิกัด 500 kVA 2.4 kV มีค่ารีแอคแตนซ์ Sub-transient เท่ากับ 0.2 pu. ต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสสามเฟสสองตัวขนานกันดังแสดงในรูปข้างล่างนี้
เมื่อใช้พิกัดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นค่าฐาน มอเตอร์แต่ละตัวมีค่ารีแอคแตนซ์ Sub-transient เท่ากับ 0.8 pu. จงคำนวณหาค่า rms ของกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้น
 1200 แอมแปร์
 2347 แอมแปร์
 3902 แอมแปร์ .
 41562 แอมแปร์
   เฉลย ข้อ 3
    
159 .' - '.46353 .' ' ส่วนประกอบใดต่อไปนี้ไม่ได้เป็นส่วนประกอบของกระแสลัดวงจรที่ไหลออกจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
 1ส่วนประกอบกระแสตรง
 2ส่วนประกอบกระแสสลับฮาร์มอนิกที่ 1
 3ส่วนประกอบกระแสสลับฮาร์มอนิกที่ 3 .
 4ส่วนประกอบกระแสสลับฮาร์มอนิกที่ 5
   เฉลย ข้อ 3
    
160 .' - '.46354 .' ' การลัดวงจรแบบใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นการลัดวงจรแบบสมมาตร
 1การลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน
 2การลัดวงจรแบบ 3 เฟส .
 3การลัดวงจรแบบ 2 เฟส
 4การลัดวงจรแบบ 2 เฟส ลงดิน
   เฉลย ข้อ 2
    
161 .' - '.46355 .' ' ข้อความต่อไปนี้ข้อใด ไม่ถูกต้อง
 1รีแอกแตนซ์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสในสถานะซับทรานเซียนต์มีค่ามากที่สุด .
 2การลัดวงจรโดยตรงมีความรุนแรงกว่าการลัดวงจรผ่านอิมพิแดนซ์
 3การลัดวงจรแบบ 3 เฟส ลงดิน เป็นการลัดวงจรแบบสมมาตร
 4กระแสลัดวงจรในสถานะซับทรานเซียนต์มีค่ามากกว่าสถานะทรานเซียนต์
   เฉลย ข้อ 1
    
162 .' - '.46356 .' '
 1จุด P1 .
 2จุด P2
 3จุด P3
 4จุด P4
   เฉลย ข้อ 1
    
163 .' - '.46360 .' ' การผิดพร่องในลักษณะใด ถือเป็นแบบ Symmetrical Fault
 1Three-phase to ground fault .
 2single line to ground fault
 3double line to ground fault
 4line-to-line fault
   เฉลย ข้อ 1
    
164 .' - '.46361 .' ' กำหนดให้องค์ประกอบบางตัวในเมตริกซ์บัสอิมพิแดนซ์ของระบบที่พิจารณามีค่าดังนี้ Z11=j0.28 pu. Z22=j0.25 pu. และ Z12=j0.1 pu. ก่อนเกิด Three-phase fault ที่บัสที่2 ของระบบ พบว่า บัส1 มีขนาดแรงดันเท่ากับ 0.99 pu. บัส 2 มีขนาดแรงดันเท่ากับ 1 pu. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
 1บัส1 มีค่า Short-circuit Capacity สูงกว่าบัส2
 2กระแสลัดวงจรแบบสามเฟสที่บัส2 มีค่าเท่ากับ 4 pu. .
 3หลังจากเกิดการลัดวงจรที่บัส2 แล้วขนาดของแรงดันที่บัส1 มีขนาดเท่ากับ 0.4 pu.
 4ถูกทั้งข้อ ข และ ค
   เฉลย ข้อ 2
    
165 .' - '.46363 .' ' เฟสเซอร์ขององค์ประกอบที่สมมาตร ที่มีขนาดเท่ากันทั้ง 3 เฟส มีมุมต่างเฟสเท่ากันและมีทิศทางไปทางเดียวกัน คือส่วนประกอบส่วนใด
 1ส่วนประกอบลำดับบวก
 2ส่วนประกอบลำดับลบ
 3ส่วนประกอบลำดับศูนย์ .
 4โอเปอเรเตอร์
   เฉลย ข้อ 3
    
166 .' - '.46366 .' ' การคำนวณกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่ เราไม่สามารถเขียนไดอะแกรมเส้นเดี่ยวได้ ดังนั้นการแก้ปัญหาเราต้องแปลงไดอะแกรมของระบบให้อยู่ในรูปของเมตริกซ์ และเมตริกซ์ที่นิยมใช้กันมากและสะดวกที่สุดในการคำนวณกระแสลัดวงจรได้แก่
 1YBUS
 2YLOOP
 3ZBUS .
 4ZLOOP
   เฉลย ข้อ 3
    
167 .' - '.46369 .' ' ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายในการวิเคราะห์ Symmetrical Fault
 1เพื่อตั้งค่า Relay
 2เพื่อเลือกเครื่องป้องกันกระแสเกิน
 3เพื่อให้ทราบกำลังสูญเสียของระบบ .
 4เพื่อให้ทราบแรงที่ใช้ในการยึดจับอุปกรณ์
   เฉลย ข้อ 3
    
168 .' - '.46371 .' ' จงคำนวณ Short-Circuit MVA และกระแสลัดวงจรสามเฟสสมดุลตามลำดับ สำหรับหลังหม้อแปลง 400V 3 เฟส %Z=4% 500kVA โดยหม้อแปลงต่ออยู่กับ Infinite Bus
 112.5 MVA, 18 kA .
 215.5 MVA, 20 kA
 318.5 MVA, 22 kA
 420.5 MVA, 25 kA
   เฉลย ข้อ 1
    
169 .' - '.46372 .' ' เมื่อเกิดการลัดวงจรขึ้นทันทีที่ขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส จะแบ่งช่วงเวลาของเหตุการณ์ออกได้เป็น 3 ช่วง ข้อใดเรียงลำดับช่วงเวลาของเหตุการณ์ตามลำดับก่อนหลังได้ถูกต้อง
 1Transient period , Subtransient period , Steady-state period
 2Subtransient period , Transient period, Steady-state period .
 3Steady-state period , Subtransient period, Transient period
 4Steady-state period , Transient period, Subtransient period
   เฉลย ข้อ 2
    
170 .' - '.46373 .' ' พิจารณาระบบไฟฟ้ากำลังซึ่งมีแรงดันลายน์(Line-Line Voltage)เท่ากับ 10 kV หากกระแสลัดวงจรมีค่า 10000 A จงคำนวณค่า Short-circuit Capacity
 157.7 MVA
 2100 MVA
 3173.2 MVA .
 4300 MVA
   เฉลย ข้อ 3
    
171 .' - '.46374 .' '
 1-j4.2 pu.
 2-j5.0 pu. .
 3-j5.8 pu.
 4-j6.45 pu.
   เฉลย ข้อ 2
    
172 .' - '.46375 .' '
 13.3 pu.
 23.5 pu.
 35.0 pu.
 45.25 pu. .
   เฉลย ข้อ 4
    
173 .' - '.46376 .' '
 10.925 pu. , 0.925 pu. , 0 pu.
 20.925 pu. , 0.925 pu. , 0.525 pu. .
 30.925 pu. , 0.925 pu. , 0.925 pu.
 40 pu. , 0 pu. , 0 pu.
   เฉลย ข้อ 2
    
174 .' - '.46377 .' '
 1150 MVA
 2200 MVA .
 3250 MVA
 4300 MVA
   เฉลย ข้อ 2
    
175 .' - '.46378 .' ' การคำนวณหากระแสผิดพร่องแบบใด นำไปกำหนดขนาดพิกัดของเซอร์กิตเบรกเกอร์
 1ความผิดพร่องแบบเฟสเดียวลงดิน
 2ความผิดพร่องแบบสองเฟสลัดวงจรลงดิน
 3ความผิดพร่องแบบสองเฟสลัดวงจร
 4ความผิดพร่องแบบสามเฟสสมดุล .
   เฉลย ข้อ 4
    
176 .' - '.46379 .' ' ข้อใดเป็นแหล่งกำเนิดกระแสลัดวงจรในระบบไฟฟ้ากำลัง
 1เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
 2มอเตอร์ซิงโครนัส
 3มอเตอร์เหนี่ยวนำ
 4ถูกทุกข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
177 .' - '.46380 .' '
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
178 .' - '.46381 .' '
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
179 .' - '.46384 .' '
 12.747 pu.
 25.420 pu.
 38.167 pu. .
 4ไม่มีข้อใดถูก
   เฉลย ข้อ 3
    
180 .' - '.46385 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
181 .' - '.46387 .' '
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
182 .' - '.46388 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
183 .' - '.46389 .' '
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
184 .' - '.59548 .' '  ระบบจ่ายไฟสามเฟส ถ้าค่าฐาน Sbase = 100 MVA, Vbase =230 kV ถ้าเกิดกระแสลัดวงจรขนาด 1000 แอมแปร์ จงแปลงเป็นค่าต่อหน่วย
 1 1 p.u.
 2 2 p.u.
 3 3 p.u.
 4 4 p.u. .
   เฉลย ข้อ 4
    
185 .' - '.59549 .' '  ระบบจ่ายไฟสามเฟส ถ้าค่าฐาน Sbase = 100 MVA, Vbase =230 kV ถ้าเกิดกระแสลัดวงจรขนาด 2 p.u. จงแปลงเป็นค่าในหน่วยแอมแปร์
 1 250 A
 2 500 A .
 3 750 A
 4 1000 A
   เฉลย ข้อ 2
    
186 .' - '.59550 .' '  ที่จุดจ่ายไฟของระบบสามเฟส ถ้าขนาดกำลังไฟฟ้าลัดวงจร(Short circuit capacity) SCC = 100 MVA,  ขนาดแรงดัน 230 kV ถ้าเกิดวงจรที่จุดจ่ายไฟแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j300 โอห์ม จงหากระแสลัดวงจร
 1-j0.638 p.u. .
 2-j0.668 p.u.
 3-j0.768 p.u.
 4-j1.0 p.u.
   เฉลย ข้อ 1
    
187 .' - '.59551 .' '  ที่จุดจ่ายไฟของระบบสามเฟส ถ้าขนาดกำลังลัดวงจร(Short Circuit Capacity) SCC = 100 MVA, ขนาดแรงดัน 230 kV ถ้าเกิดวงจรที่จุดจ่ายไฟแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j300 โอห์ม จงหากระแสลัดวงจร
 1 -j160A .
 2 -j320A
 3 -j500A
 4 -j600 A
   เฉลย ข้อ 1
    
188 .' - '.59552 .' '  ในระบบสามเฟสที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 kVA 18 kV x 10% เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดินเครื่องแบบไร้โหลด ถ้าเกิดลัดวงจรแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j0 โอห์ม จงหากระแสลัดวงจร
 1 -j320 A .
 2  -j800 A
 3  -j1000 A
 4  -j1600 A
   เฉลย ข้อ 1
    
189 .' - '.59553 .' '  ในระบบสามเฟสที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 kVA 18 kV x 10% เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดินเครื่องแบบไร้โหลด ถ้าเกิดลัดวงจรแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j0 โอห์ม ถ้าใช้ค่าพิกัดเป็นค่าฐาน จงหากระแสลัดวงจรค่าต่อหน่วย
 1 -j2 p.u.
 2 -j5 p.u.
 3 -j8 p.u.
 4 -j10 p.u. .
   เฉลย ข้อ 4
    
190 .' - '.59554 .' '  ในระบบสามเฟสที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 1000 kVA 18 kV x 10% เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดินเครื่องแบบไร้โหลด ถ้าเกิดลัดวงจรแบบสามเฟสลงดินผ่านอิมพีแดนซ์ขนาด j32.4 โอห์ม จงหากระแสลัดวงจร
 1 -j160 A .
 2  -j320 A
 3  -j800 A
 4  -j1000 A
   เฉลย ข้อ 1
    
191 .' - '.59665 .' '  ข้อใดไม่ใช่วิธีการคำนวณหากระแสลัดวงจร
 1 แรงดันภายในเครื่องจักร
 2 เทวินิน
 3พื้นที่เท่ากัน .
 4 บัสอิมพีแดนซ์เมตริกซ์
   เฉลย ข้อ 3
    
192 .' - '.59666 .' ' เครื่องกำเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่านหม้อแปลงเดลต้า-วาย G1 มีพิกัด 50 MVA 13.8 kV, G2 มีพิกัด 25 MVA 13.8 kV โดยที่มีค่ารีแอคแตนซ์ซับทรานเซียนท์เท่ากันคือ 25% หม้อแปลงมีพิกัด 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีค่ารีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกำหนดให้หม้อแปลงเป็นฐานของระบบ ค่ารีแอคแตนซ์ของ G1 เท่ากับเท่าไร
 1 0.25
 2 0.375 .
 3 0.167
 4 0.75
   เฉลย ข้อ 2
    
193 .' - '.59667 .' ' เครื่องกำเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่านหม้อแปลงเดลต้า-วาย G1 มีพิกัด 50 MVA 13.8 kV, G2 มีพิกัด 25 MVA 13.8 kV โดยที่มีค่ารีแอคแตนซ์ซับทรานเซียนท์เท่ากันคือ 25% หม้อแปลงมีพิกัด 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีค่ารีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกำหนดให้หม้อแปลงเป็นฐานของระบบ ค่ารีแอคแตนซ์ของ G2 เท่ากับเท่าไร
 10.25
 2 0.375
 3 0.167
 4 0.75 .
   เฉลย ข้อ 4
    
194 .' - '.59668 .' '

เครื่องกำเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่านหม้อแปลงเดลต้า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีค่ารีแอคแตนซ์ซับทรานเซียนท์ที่แปลงสู่ฐานกลางแล้วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลำดับ หม้อแปลงมีพิกัด 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีค่ารีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกำหนดให้หม้อแปลงเป็นฐานของระบบ จุด P ก่อนลัดวงจรมีแรงดันเท่ากับ 66 kV กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จุด P มีค่าเท่ากับกี่เปอร์ยูนิต

 1 –j1.741
 2 –j2.322
 3 –j2.733 .
 4 –j3.214
   เฉลย ข้อ 3
    
195 .' - '.59669 .' '

เครื่องกำเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่านหม้อแปลงเดลต้า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีค่ารีแอคแตนซ์ซับทรานเซียนท์ที่แปลงสู่ฐานกลางแล้วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลำดับ หม้อแปลงมีพิกัด 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีค่ารีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกำหนดให้หม้อแปลงเป็นฐานของระบบ จุด P ก่อนลัดวงจรมีแรงดันเท่ากับ 66 kV กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จุด P มีค่าเท่ากับกี่กิโลแอมป์

 1 1.716 .
 21.935
 3 2.327
 4 2.691
   เฉลย ข้อ 1
    
196 .' - '.59670 .' '

เครื่องกำเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่านหม้อแปลงเดลต้า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีค่ารีแอคแตนซ์ซับทรานเซียนท์ที่แปลงสู่ฐานกลางแล้วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลำดับ หม้อแปลงมีพิกัด 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีค่ารีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกำหนดให้หม้อแปลงเป็นฐานของระบบ กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จุด P มีค่าเท่ากับ –j2.735 pu. กระแสลัดวงจรจาก G1 มีค่าเท่าไร

 1 –j1.823 .
 2 –j0.912
 3 –j1.234
 4 –j1.501
   เฉลย ข้อ 1
    
197 .' - '.59671 .' '

เครื่องกำเนิด G1 และ G2 ต่อขนานกันเพื่อร่วมจ่ายโหลดผ่านหม้อแปลงเดลต้า-วาย ดังรูป G1และ G2 มีค่ารีแอคแตนซ์ซับทรานเซียนท์ที่แปลงสู่ฐานกลางแล้วเท่ากับ 0.375 และ 0.75 ตามลำดับ หม้อแปลงมีพิกัด 75 MVA 13.8 Delta/69 Y kV มีค่ารีแอคแตนซ์เท่ากับ 10% หากกำหนดให้หม้อแปลงเป็นฐานของระบบ กระแสลัดวงจรสับทรานเซียนท์ที่จุด P มีค่าเท่ากับ –j2.735 pu. กระแสลัดวงจรจาก G2 มีค่าเท่าไร

 1 –j1.823
 2 –j0.912 .
 3 –j1.234
 4 –j1.501
   เฉลย ข้อ 2
    
198 .' - '.46391 .' ' อิมพีแดนซ์บวก Z1 (positive) อิมพีแดนซ์ลบ Z2 (negative) อิมพีแดนซ์ศูนย์ Z0(zero) ของสายส่งเหนือดิน มีค่าแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร?
 1Z1 > Z2 > Z0
 2Z1 < Z2 < Z0
 3Z1 = Z2 = Z0
 4Z1 = Z2 < Z0 .
   เฉลย ข้อ 4
    
199 .' - '.46392 .' ' อิมพีแดนซ์บวก Z1 (positive) อิมพีแดนซ์ลบ Z2 (negative) อิมพีแดนซ์ศูนย์ Z0(zero) ของหม้อแปลงแบบ core type มีค่าแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร?
 1Z1 > Z2 > Z0
 2Z1 < Z2 < Z0
 3Z1 = Z2 = Z0
 4Z1 = Z2 < Z0 .
   เฉลย ข้อ 4
    
200 .' - '.46393 .' ' อิมพีแดนซ์บวก Z1 (positive) อิมพีแดนซ์ลบ Z2 (negative) อิมพีแดนซ์ศูนย์ Z0(zero) ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบขั้วยื่น มีค่าแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร?
 1Z1 > Z2 > Z0 .
 2Z1 < Z2 < Z0
 3Z1 = Z2 = Z0
 4Z1 = Z2 > Z0
   เฉลย ข้อ 1
    
201 .' - '.46394 .' ' ถ้าหม้อแปลง 1000kVA 24kV/416V ทางด้านแรงสูงต่อแบบเดลต้าไม่ต่อลงดิน และทางด้านแรงต่ำต่อแบบ Y ต่อลงดินโดยตรง ถ้ากระแสลัดวงจรลงดินที่เฟส A กระแสไหลในเฟส A, B, C มีค่าเป็นลำดับดังนี้ 20 kA, 20 kA, 10 kA กระแสซีเควนซ์ศูนย์ทางด้านแรงสูงมีค่าเท่าใด?
 1173 A
 210 kA
 320 kA
 40 kA .
   เฉลย ข้อ 4
    
202 .' - '.46395 .' ' ระบบไฟฟ้ากำลังประกอบด้วยวงจรเทวินินของเน็ตเวิร์กบวก ลบ ศูนย์ที่ประกอบด้วยอิมพีแดนซ์เทวินินของบวก ลบ ศูนย์ มีค่าเรียงลำดับดังนี้ Z1=0.01 เปอร์ยูนิต , Z2=0.01 เปอร์ยูนิต, Z0=0.01 เปอร์ยูนิต .ถ้าเกิดลัดวงจรลงดินที่เฟส A และสมมุตแรงดันมีค่า 1.0 เปอร์ยูนิต ให้หากระแสลัดวงจรลงดินที่เฟส A, B, C เป็น เปอร์ยูนิต
 1Ia=100 เปอร์ยูนิต, Ib=0 เปอร์ยูนิต, Ic =0 เปอร์ยูนิต
 2Ia=33 เปอร์ยูนิต, Ib=0 เปอร์ยูนิต, Ic =0 เปอร์ยูนิต .
 3Ia=11 เปอร์ยูนิต , Ib=0 เปอร์ยูนิต , Ic =0 เปอร์ยูนิต
 4Ia=300 เปอร์ยูนิต, Ib=0 เปอร์ยูนิต , Ic =0 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 2
    
203 .' - '.46396 .' ' ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Symmetrical Component เมื่อกำหนด
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
204 .' - '.46397 .' ' ข้อใดคือสูตรกำลังไฟฟ้า 3 เฟส
 1
 2
 3ถูกทั้งคำตอบ 1 และ 2 .
 4ไม่มีข้อใดถูก
   เฉลย ข้อ 3
    
205 .' - '.46398 .' ' ข้อใดคือ Zero sequence circuit ของ Single line diagram ที่กำหนด
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
206 .' - '.46399 .' ' ข้อใดคือ Zero sequence circuit ของ Single line diagram ที่กำหนด
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
207 .' - '.46400 .' ' ข้อใดคือกระแส positive sequence ในกรณี single line-to-ground fault
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
208 .' - '.46401 .' ' ข้อใดคือกระแส positive sequence ในกรณี line-to-line fault
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
209 .' - '.46402 .' ' ข้อใดคือกระแส positive sequence ในกรณี double line-to-ground fault
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
210 .' - '.46403 .' ' เมื่อเกิดการลัดวงจรจากเฟส b ลงดินโดยตรง ในระบบส่งจ่ายไฟฟ้า เงื่อนไขในข้อใดไม่ถูกต้อง
 1กระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เฟส a เท่ากับศูนย์
 2กระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เฟส b เท่ากับศูนย์ .
 3กระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่เฟส c เท่ากับศูนย์
 4แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กันดินมีค่าเท่ากับศูนย์
   เฉลย ข้อ 2
    
211 .' - '.46404 .' ' เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างเฟส b กับ c ผ่านอิมพิแดนซ์ของการเกิดฟอลต์ Z ในระบบไฟฟ้าโดยไม่คิดผลของกระแสที่ไหลก่อนเกิดการลัดวงจร ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1กระแสไฟฟ้าของเฟส a มีค่าเท่ากับศูนย์
 2ขนาดของกระแสไฟฟ้าของเฟส b เท่ากับเฟส c
 3แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กับดินมีค่าเท่ากับแรงดันไฟฟ้าเฟส c กับดิน .
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
212 .' - '.46405 .' ' เมื่อเกิดการลัดวงจรระหว่างเฟส b กับ c ลงดินผ่านอิมพิแดนซ์ของการเกิดฟอลต์เท่ากับ z ในระบบไฟฟ้า ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
 1กระแสไฟฟ้าลัดวงจรของเฟส a มีค่าเท่ากับศูนย์
 2แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กับดินมีค่าเท่ากับศูนย์ .
 3แรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส b กับดินเท่ากับแรงดันไฟฟ้าระหว่างเฟส c กับดิน
 4มีคำตอบมากว่า 1 ข้อ
   เฉลย ข้อ 2
    
213 .' - '.46406 .' ' ลำดับเฟสของแรงดันไฟฟ้าของส่วนประกอบสมมาตรลำดับบวกและลบ คือข้อใด ถ้าลำดับเฟสของระบบไฟฟ้าคือ abc
 1abc และ abc
 2abc และ acb .
 3acb และ abc
 4acb และ acb
   เฉลย ข้อ 2
    
214 .' - '.46407 .' ' กำหนดให้แรงดันไฟฟ้าต่อเฟสของเฟส a, b และ c มีขนาดเท่ากับ 220 โวลต์ ซึ่งมีมุมเฟสต่างกัน 120 องศา(a = 0, b= -120, c =120 องศา) จงหาขนาดของแรงดันไฟฟ้าของส่วนประกอบสมมาตรลำดับบวก ลบและศูนย์
 1V0 = 0 โวลต์,V1 = 0 โวลต์ , V2 = 220 โวลต์ มุม -120 องศา
 2V0 = 220 โวลต์ มุม 0 องศา ,V1 = 0 โวลต์, V2 = 0 โวลต์
 3V0 = 0 โวลต์, V1 = 220 โวลต์ มุม 0 องศา, V2 = 220 โวลต์ มุม -120 องศา
 4V0 = 0 โวลต์ ,V1 = 220โวลต์ มุม 0 องศา, V2 = 0 โวลต์ .
   เฉลย ข้อ 4
    
215 .' - '.46408 .' ' ถ้าระบบไฟฟ้าเกิดการลัดวงจรของเฟส a ลงดินโดยตรง จงหาค่ากระแสฟอลต์ที่เกิดขึ้นเมื่อกำหนดให้แรงดันไฟฟ้าก่อนฟอลต์ในระบบไฟฟ้าเท่ากับ 1.05 เปอร์ยูนิต มุม 0 องศาและค่าอิมพิแดนซ์ของส่วนประกอบสมมาตรลำดับบวก ลบและศูนย์เท่ากับ j0.25, j0.1และ j0.2 เปอร์ยูนิต ตามลำดับ
 1-j5.7273 เปอร์ยูนิต .
 2j5.7273 เปอร์ยูนิต
 3-j1.9091 เปอร์ยูนิต
 4j1.9091 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 1
    
216 .' - '.46409 .' '
 10.53 A
 21.6 A
 30 A
 40.94 A .
   เฉลย ข้อ 4
    
217 .' - '.46411 .' '
 1j5 p.u.
 2-j5 p.u. .
 3-j1.67 p.u.
 41.67 p.u.
   เฉลย ข้อ 2
    
218 .' - '.46412 .' '
 10 p.u. .
 2-j2.22 p.u.
 3j2.22 p.u.
 4-3.85 p.u.
   เฉลย ข้อ 1
    
219 .' - '.46415 .' ' จากเวกเตอร์แรงดันไฟฟ้าในเฟส ABC ที่กำหนด จงหาแรงดันไฟฟ้าในซีเควนซ์เน็ตเวิร์ก ศูนย์ ของเฟส A
 10 .
 21.155
 32
 43.464
   เฉลย ข้อ 1
    
220 .' - '.46416 .' ' กรณีเกิดลัดวงจรเฟส B-เฟส C ลงดิน (Double line to ground fault) ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
221 .' - '.46417 .' ' กรณีเกิดลัดวงจรเฟส A ลงดิน (Single line to ground fault) ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
222 .' - '.46421 .' ' อิมพีแดนซ์ซึ่งต่อกับนิวทรอลของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสมีผลต่อการไหลของกระแส ลัดวงจรแบบใด
 1Double line fault
 2Single line to ground fault .
 3open line
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 2
    
223 .' - '.46422 .' ' จากข้อมูลแรงดันเฟสหลังจากที่เกิดความผิดพร่อง (Post-fault phase voltages) จงระบุว่าความผิดพร่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นแบบใด
 1ความผิดพร่องแบบสามเฟสสมดุล (Balanced three-phase fault)
 2ความผิดพร่องแบบสองเส้นลงดิน (Double line-to-ground fault)
 3ความผิดพร่องแบบเส้นเดียวลงดิน (Single line-to-ground fault) .
 4ความผิดพร่องแบบระหว่างเส้น (Line-to-line fault)
   เฉลย ข้อ 3
    
224 .' - '.46423 .' ' จงคำนวณหาค่า rms ของกระแสในเฟส a จากแผนภาพการเชื่อมต่อวงจรลำดับ (Sequence network connection) ข้างล่างนี้
 12 เปอร์ยูนิต
 24 เปอร์ยูนิต
 36 เปอร์ยูนิต .
 48 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 3
    
225 .' - '.46424 .' '
 10 pu .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
226 .' - '.46426 .' ' การวิเคราะห์การลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน ในระบบอ้างอิง 012 ต้องใช้เนทเวอร์กลำดับเฟสใดบ้าง และเนทเวอร์กเหล่านั้นต้องนำมาต่อกันอย่างไร
 1ใช้เฉพาะเนทเวอร์กลำดับเฟสศูนย์เท่านั้น
 2ใช้เฉพาะเนทเวอร์กลำดับเฟสบวกและลบต่อขนานกัน
 3ใช้เนทเวอร์กลำดับเฟสศูนย์ บวกและลบต่ออนุกรมกัน .
 4เนทเวอร์กลำดับเฟสศูนย์ บวกและลบต่อขนานกัน
   เฉลย ข้อ 3
    
227 .' - '.46427 .' ' ถ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสในรูปข้างล่างกำลังทำงานในสภาวะไร้โหลดและแรงดันที่ขั้วมีขนาดเต็มพิกัด ต่อมาเกิดลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน (เฟส a) ณ จุด P จงวิเคราะห์หาขนาดกระแสลัดวงจรของเฟส a
 10 pu .
 22.8571 pu
 33.3333 pu
 46.6667 pu
   เฉลย ข้อ 1
    
228 .' - '.46428 .' ' ถ้าเกิดลัดวงจรแบบ 1 เฟส ลงดิน (เฟส a) ณ บัส 1 ดังแสดงในรูปข้างล่าง จงวิเคราะห์หาขนาดของกระแสลัดวงจรเฟส a ณ บัส 1 ถ้าในสถานะก่อนลัดวงจรแรงดันที่บัส 1 มีขนาด 1 เปอร์ยูนิต
 114.2857 เปอร์ยูนิต
 211.7647 เปอร์ยูนิต .
 39.5238 เปอร์ยูนิต
 43.9216 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 2
    
229 .' - '.46430 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
230 .' - '.46431 .' ' จงคำนวณค่ากระแสลำดับศูนย์ (Zero-sequence current) จากกระแสเฟส (Phase currents) ต่อไปนี้
 10
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
231 .' - '.46433 .' ' จากรูปไดอะแกรมของการเกิดฟอลต์ระหว่างไลน์กับไลน์ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ไม่ต่อโหลด โดยเกิดฟอลต์ระหว่างเฟส b กับ c จะได้สมการของกระแสและแรงดันในข้อใด
 1Vb = Vc, Ia = 0, Ib = Ic
 2Vb = Vc, Ia = 0, Ib = -Ic
.
 3Va = Vb = Vc, Ia = 0, Ib = Ic
 4Va= Vb = Vc, Ia = 0, Ib = - Ic
   เฉลย ข้อ 2
    
232 .' - '.46434 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
233 .' - '.46438 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1ขนาดแรงดันแต่ละเฟสของ Zero Sequence ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
 2กระแสลัดวงจรไม่สมมาตรสามารถเขียนในรูป Symmetrical Component ได้เสมอ .
 3ถูกทั้ง 2 ข้อ
 4ผิดทั้ง 2 ข้อ
   เฉลย ข้อ 2
    
234 .' - '.46440 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1หม้อแปลงเดลต้า-วายแบบนิวทรัลต่อลงดินมีวงจร Positive Sequence เหมือนกับวงจร Negative Sequence
 2Bolted Fault คือ Fault ผ่านอิมพีแดนซ์ที่มีค่าเป็นศูนย์ .
 3ถูกทั้ง 2 ข้อ
 4ผิดทั้ง 2 ข้อ
   เฉลย ข้อ 2
    
235 .' - '.46441 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1การวิเคราะ Line-to-Line Fault ต้องคำนวณหา Zero Sequence
 2ขนาดกระแส Positive Sequence เท่ากับขนาดกระแส Negative Sequence สำหรับ Double Line-to-Ground Fault
 3ถูกทั้ง 2 ข้อ
 4ผิดทั้ง 2 ข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
236 .' - '.46442 .' '
 11.5 - j0.866
 2-1.5 + j0.866
 3-1.5 - j0.866 .
 41.5 + j0.866
   เฉลย ข้อ 3
    
237 .' - '.46445 .' ' ในการเกิด Line-to-line fault กระแสลำดับเฟสศูนย์จะมีค่าเป็นเท่าไร
 1เท่ากับกระแสลำดับเฟสบวก
 2เท่ากับกระแสลำดับเฟสลบ
 3อนันต์
 4ศูนย์ .
   เฉลย ข้อ 4
    
238 .' - '.46446 .' ' ในการจำลองการเกิด Double line-to-ground fault จะต้องให้ Sequence network ต่อกันอย่างไร
 1Sequence network ทั้งสามชุดต่อกันแบบอนุกรม
 2Sequence network ทั้งสามชุดต่อกันแบบขนาน .
 3Positive sequence network และ Negative Sequence network ต่อกันแบบอนุกรม
 4Positive sequence network และ Negative Sequence network ต่อกันแบบขนาน
   เฉลย ข้อ 2
    
239 .' - '.46448 .' '
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
240 .' - '.46449 .' ' ถ้าเครื่องกำเนิดขณะไม่มีโหลด เกิดการลัดวงจรเฟสเดียวลงดิน ลำดับของอิมพีแดนซ์ทั้งสามลำดับ จะต่อกันอย่างไร?
 1ต่อขนานกันหมด
 2ต่ออนุกรมกันหมด .
 3ต่อขนานและอนุกรมกัน
 4ต่ออนุกรมและขนานกัน
   เฉลย ข้อ 2
    
241 .' - '.46450 .' ' การลัดวงจรแบบไม่สมมาตรแบบใด ไม่มีอิมพีแดนซ์ลำดับศูนย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ?
 1single line to ground fault
 2double line to ground fault
 3double line fault .
 4some line to ground fault
   เฉลย ข้อ 3
    
242 .' - '.46452 .' '
 1


Ia(0)= 0 A

 

.
 2Ia(0)=
 3Ia(0)=
 4Ia(0)=
   เฉลย ข้อ 1
    
243 .' - '.46453 .' '
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
244 .' - '.46454 .' '
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
245 .' - '.46455 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
246 .' - '.59480 .' '  เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามเฟสเดินเครื่องแบบไร้โหลด ถ้าเกิดลัดวงจรแบบเฟสเดี่ยวลงดิน(single line to ground fault) ที่เฟส a ข้อใดถูกต้อง
 1 Ia = 0 และ Ib = 0
 2 Ib = 0 และ Ic = 0 .
 3 Ic = 0 และ Ia = 0
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 2
    
247 .' - '.59481 .' '  เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามเฟสเดินเครื่องแบบไร้โหลด ถ้าเกิดลัดวงจรแบบสองเฟสลงดิน(double line to ground fault) ที่เฟส b และ c ข้อใดถูกต้อง
 1 Ia = 0 .
 2 Ib = 0
 3 Ic = 0
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
248 .' - '.59561 .' '  แรงดันเป็นแบบลำดับเฟสบวก ข้อใดถูกต้อง
 1 มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 120 องศา และ 240 องศา ตามลำดับ
 2 มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 240 องศา และ 120 องศา ตามลำดับ .
 3 มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, -120 องศา และ 240 องศา ตามลำดับ
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 2
    
249 .' - '.59562 .' '  แรงดันเป็นแบบลำดับเฟสลบ ข้อใดถูกต้อง
 1 มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 120 องศา และ 240 องศา ตามลำดับ .
 2 มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, 240 องศา และ 120 องศา ตามลำดับ
 3 มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c คือ 0 องศา, -120 องศา และ 240 องศา ตามลำดับ
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
250 .' - '.59563 .' '  ถ้ |a| = |1| มีมุมเฟส 120 องศา และเป็นระบบลำดับเฟสบวก ข้อใดถูกต้อง

 1 Vb = aVa , Vc = a2Va
 2 Vb = a2Va , Vc = aVa .
 3 Vb = -a2Va , Vc = -aVa
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 2
    
251 .' - '.59564 .' '  ถ้า |a| = |1| มีมุมเฟส 120 องศา และเป็นระบบลำดับเฟสลบ ข้อใดถูกต้อง
 1 Vb = aVa , Vc = a2Va .
 2 Vb = a2Va , Vc = aVa
 3 Vb = -a2Va , Vc = -aVa
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
252 .' - '.59565 .' '  ในระบบ symmetrical component ข้อใดถูกต้อง
 1 ลำดับเฟสศูนย์ มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c เท่ากันหมด

 

.
 2 ลำดับเฟสบวก มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c เท่ากันหมด
 3 ลำดับเฟสลบ มุมเฟสของแรงดันเฟส a, เฟส b และเฟส c เท่ากันหมด
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
253 .' - '.59673 .' ' เครื่องกำเนิดมีพิกัด 20 MVA 13.8 kV และมี Xd=0.25 pu. มีรีแอคแตนซ์ลำดับลบ และศูนย์เท่ากับ 0.35 และ 0.1 pu. ตามลำดับ มีการต่อลงดินโดยตรง (Solidly grounded) จงหากระแสลัดวงจร Ia1 ที่ขั้วเครื่องกำเนิดเมื่อเกิดลัดวงจรแบบ double line to ground (b-c to ground)
 1 –j1.43
 2 –j1.667
 3 –j3.05 .
 4 –j4.12
   เฉลย ข้อ 3
    
254 .' - '.59674 .' ' เครื่องกำเนิดมีพิกัด 20 MVA 13.8 kV และมี Xd=0.25 pu. มีรีแอคแตนซ์ลำดับลบ และศูนย์เท่ากับ 0.35 และ 0.1 pu. ตามลำดับ มีการต่อลงดินโดยตรง (Solidly grounded) จงหากระแสลัดวงจร Ia2 ที่ขั้วเครื่องกำเนิดเมื่อเกิดลัดวงจรแบบ double line to ground (b-c to ground)
 1 j0.68 .
 2 -j0.87
 3 –j1.05
 4 j1.22
   เฉลย ข้อ 1
    
255 .' - '.59675 .' '  เครื่องกำเนิดมีพิกัด 20 MVA 13.8 kV และมี Xd=0.25 pu. มีรีแอคแตนซ์ลำดับลบ และศูนย์เท่ากับ 0.35 และ 0.1 pu. ตามลำดับ มีการต่อลงดินโดยตรง (Solidly grounded) จงหากระแสลัดวงจร Ia0 ที่ขั้วเครื่องกำเนิดเมื่อเกิดลัดวงจรแบบ double line to ground (b-c to ground)
 1 j0.93
 2 j1.47
 3 j1.85
 4 j2.37 .
   เฉลย ข้อ 4
    
256 .' - '.60087 .' '  
 1 
 2 
 3  .
 4 
   เฉลย ข้อ 3
    
257 .' - '.60088 .' '  
 1 
 2  .
 3 
 4 
   เฉลย ข้อ 2
    
258 .' - '.60089 .' '  
 1  .
 2 
 3 
 4 
   เฉลย ข้อ 1
    
259 .' - '.60090 .' '  
 1 
 2 
 3 
 4  .
   เฉลย ข้อ 4
    
260 .' - '.46456 .' ' ข้อใดที่ไม่ใช่คุณสมบัติของระบบป้องกันที่ดี
 1สามารถตรวจจับและแยกส่วนที่เกิดลัดวงจรออกจากระบบให้เร็วที่สุด
 2สามารถจ่ายไฟได้ในส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกิดลัดวงจรหลังจากที่แยกส่วนที่เกิดลัดวงจรออกจากระบบ เรียบร้อยแล้ว
 3กระแสลัดวงจรบางครั้งที่เกิดขึ้นแม้มีขนาดไม่สูงมากนัก ระบบป้องกันที่ดีต้องสามารถแยกออกได้ว่ากระแสที่ไหลขณะนั้นปกติหรือเกิดลัดวงจรขึ้น
 4ต้องทนแรงดันสูงได้ไม่น้อยกว่า 100kV .
   เฉลย ข้อ 4
    
261 .' - '.46458 .' ' ข้อใดคือส่วนประกอบของระบบป้องกันระบบไฟฟ้ากำลัง
 1ทรานสดิวเซอร์
 2รีเลย์ป้องกัน
 3อุปกรณ์ตัดวงจร
 4ถูกทุกข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
262 .' - '.46461 .' ' รีเลย์แบบใดถูกใช้ในการป้องกันระบบไฟฟ้าแบบรัศมีสั้น (Short-radial system)
 1Over-current relay .
 2Directional relay
 3Differential relay
 4Distance relay
   เฉลย ข้อ 1
    
263 .' - '.46462 .' ' ค่าโหลดสูงสุดที่หม้อแปลงศักดาไฟฟ้า (potential transformer) สามารถทำงานได้โดยมีค่าความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ในระบบป้องกันไฟฟ้ากำลังมีค่าเรียกว่าอะไร

 1burden .
 2impedance ratio
 3power ratio
 4maximum power transfer
   เฉลย ข้อ 1
    
264 .' - '.46463 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) มีหน้าที่ป้องกันแรงดันเกินและกระแสเกิน
 2ฟิวส์ มีหน้าที่ป้องกันแรงดันเกินและกระแสเกิน
 3ทั้ง กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) และ ฟิวส์ มีหน้าที่ป้องกันแรงดันเกิน
 4ไม่มีข้อใดถูก .
   เฉลย ข้อ 4
    
265 .' - '.46464 .' ' ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1ปรากฎการณ์ฟ้าผ่าสามารถทำให้เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้ากำลัง
 2การเปิดวงจรของเซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถทำให้เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้ากำลัง
 3การเกิดเฟอโรเรโซแนนซ์สามารถทำให้เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้ากำลัง
 4การปรับค่าโหลดทีละน้อยสามารถทำให้เกิดแรงดันเกินในระบบไฟฟ้ากำลัง .
   เฉลย ข้อ 4
    
266 .' - '.46465 .' ' ถ้าระบบป้องกันสายป้อนของระบบจำหน่ายแบบเรเดียลในรูปข้างล่างใช้รีเลย์ป้องกันกระแสเกิน ค่า Time dial setting (TDS) ของรีเลย์ป้องกันตัวใดควรมีค่าต่ำที่สุด
 1OC1
 2OC2
 3OC3
 4OC4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
267 .' - '.46466 .' ' ในการป้องกันระบบไฟฟ้ากำลัง เราจะแยกรีเลย์ป้องกันออกโดยแบ่งตามระดับการป้องกัน ถ้าหากเราต้องการป้องกันเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือหม้อแปลงไฟฟ้า เราควรใช้การป้องกันลักษณะใดเป็นการป้องกันหลัก
 1Primary relay .
 2Secondary relay
 3Back-up relay
 4Auxiliary relay
   เฉลย ข้อ 1
    
268 .' - '.46467 .' ' Dropout fuse เป็นอุปกรณ์ป้องกันที่ใช้ในระบบจำหน่ายแรงสูง ทำหน้าที่ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบจำหน่ายจากกระแสไฟฟ้าเกินพิกัด โดยปกติส่วนใหญ่จะใช้ในการป้องกันหม้อแปลงไฟฟ้าและสายเมนย่อยที่แยกจากสายเมนในระบบจำหน่ายในประเทศไทยนิยมใช้กระแสไม่เกินกี่แอมป์
 1100 A .
 2150 A
 3200 A
 4250 A
   เฉลย ข้อ 1
    
269 .' - '.46468 .' ' pickup value หมายถึง
 1ค่าที่มากที่สุดทำให้รีเลย์ทำการปิดหน้าสัมผัสที่ปกติปิด หรือเปิดหน้าสัมผัสปกติเปิด
 2ค่าที่น้อยที่สุดทำให้รีเลย์ทำการปิดหน้าสัมผัสที่ปกติปิด หรือเปิดหน้าสัมผัสปกติเปิด
 3ค่าที่น้อยที่สุดของปริมาณที่กระตุ้นรีเลย์แล้วรีเลย์ทำงาน .
 4ค่าที่มากที่สุดของปริมาณที่กระตุ้นรีเลย์แล้วรีเลย์ทำงาน
 5ค่าระบุชนิดของรีเลย์
   เฉลย ข้อ 3
    
270 .' - '.46469 .' ' หม้อแปลงเฟสเดียวสองขดลวด 10 MVA 80 kV / 20 kV มีการป้องกันด้วยรีเลย์ผลต่าง ถ้าเลือก CT ด้านแรงดันสูงให้มีอัตราส่วน 150:5 จงเลือกอัตราส่วนของ CT ด้านแรงดันต่ำ
 1150:5
 2300:5
 3450:5
 4600:5 .
 5750:5
   เฉลย ข้อ 4
    
271 .' - '.46470 .' ' กระแสอินเตอร์รัพท์ (Interupting current) ของเซอร์กิตเบรกเกอร์คืออะไร
 1กระแสสูงสุดในครึ่งไซเคิลแรกหลังจากการลัดวงจร
 2กระแสที่ไหลผ่านหน้าสัมผัสของเซอร์กิตเบรกเกอร์ในขณะกำลังจะเปิดวงจร .
 3กระแสต่ำสุดที่จะทำให้เซอร์กิตเบรกเกอร์เริ่มทำงาน
 4กระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้นในระบบ
   เฉลย ข้อ 2
    
272 .' - '.46471 .' ' พิจารณาระบบป้องกันในรูป ถ้าเซอร์กิตเบรกเกอร์ B12 , B21 , B23 , B32 , B34 และ B43 ถูกควบคุมด้วยรีเลย์ป้องกันกระแสเกินและรีเลย์แบบรู้ทิศทาง ส่วนเซอร์กิตเบรกเกอร์ B1 และ B4 ถูกควบคุมด้วยรีเลย์ป้องกันกระแสเกินเท่านั้น ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
 1หากเกิดการลัดวงจรที่จุด P1 เฉพาะเซอร์กิตเบรกเกอร์ B34 และ B43 จะทำงาน
 2หากเกิดการลัดวงจรที่จุด P2 เฉพาะเซอร์กิตเบรกเกอร์ B23 และ B32 จะทำงาน
 3หากเกิดการลัดวงจรที่บัส 3 เฉพาะเซอร์กิตเบรกเกอร์ B23 และ B43 จะทำงาน
 4หากเกิดการลัดวงจรที่บัส 2 เฉพาะเซอร์กิตเบรกเกอร์ B21 และ B23 จะทำงาน .
   เฉลย ข้อ 4
    
273 .' - '.46472 .' ' พิกัดการตัดกระแส (interrupting rating) กำหนดเป็นหน่วยอะไร ?
 1kV, MV
 2kA
 3kVA, MVA .
 4kVAR, MVAR
   เฉลย ข้อ 3
    
274 .' - '.46473 .' ' ระดับกระแสที่เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถรับได้ เมื่อหน้าสัมผัสของเซอร์กิตเบรกเกอร์ตัดกระแสเรียกว่าอะไร ?
 1steady state current
 2interrupting current .
 3momentary current
 4subtransient current
   เฉลย ข้อ 2
    
275 .' - '.46474 .' ' ถ้าเครื่องกำเนิดขณะไม่มีโหลด เกิดการลัดวงจรเฟสเดียวลงดิน ลำดับของอิมพีแดนซ์ทั้งสามลำดับ จะต่อกันอย่างไร?
 1ต่อขนานกันหมด
 2ต่ออนุกรมกันหมด .
 3ต่อขนานและอนุกรมกัน
 4ต่ออนุกรมและขนานกัน
   เฉลย ข้อ 2
    
276 .' - '.46475 .' ' ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขของฟิวส์ ที่ใช้ในการป้องกันหม้อแปลงจำหน่าย ซึ่งควรทนได้โดยไม่ทำงาน(หลอมละลาย) ?
 1กระแสเสิร์จในสภาวะ transient ที่ไหลผ่านฟิวส์เนื่องจากฟ้าผ่า
 2กระแสสนามไฟฟ้าพุ่งเข้า(inrush current) .
 3กระแสกระตุ้นหม้อแปลง
 4ไม่มีข้อถูก
   เฉลย ข้อ 2
    
277 .' - '.46476 .' ' อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินที่ทำงานโดยการปลดวงจรและปิดซ้ำอย่างอัตโนมัติตามจำนวนครั้งที่ตั้งไว้เรียกว่าอะไร?
 1Automatic Circuit Load Breaker
 2Circuit Breaker
 3Reclosers .
 4Interrupter
   เฉลย ข้อ 3
    
278 .' - '.46479 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
279 .' - '.46481 .' '
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
280 .' - '.46485 .' '
 1CTa : 250/5 A.,CTb : 100/5 A., CTc : 50/5 A.
 2CTa : 150/5 A.,CTb : 100/5 A., CTc : 50/5 A.
 3CTa : 250/5 A.,CTb : 150/5 A., CTc : 50/5 A.
.
 4CTa : 50/5 A.,CTb : 150/5 A., CTc : 250/5 A.
   เฉลย ข้อ 3
    
281 .' - '.46486 .' '
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
282 .' - '.46487 .' ' ข้อใดต่อไปนี้ที่ทำให้ระบบไม่มีเสถียรภาพ ในกรณีที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งหรือสายจำหน่ายไปให้กับโหลด
 1ใช้สายขนาดใหญ่ขึ้น
 2ลดขนาดโหลดให้น้อยลง
 3ลดระดับแรงดันทั้งระบบให้น้อยลง .
 4ใส่คาปาซิเตอร์อนุกรมกับสาย
   เฉลย ข้อ 3
    
283 .' - '.46489 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องพร้อมโหลดที่ต่ออยู่กับเครื่องกำเนิดทั้งสอง และต่อถึงกันด้วยสายส่ง ให้แรงดันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองให้มีค่าคงที่ สายส่งให้แทนด้วยวงจรสมมูล Pi ถ้าอย่างอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ให้เปลี่ยนเฉพาะค่าความจุไฟฟ้าทั้งสองในวงจร Pi โดยการเปลี่ยนให้เปลี่ยนไปแต่มีค่าเท่ากัน กำลังไฟฟ้าจริงที่ส่งจากเครื่องกำเนิดด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง (real power transfer) จะมีค่าเป็นอย่างไร
 1มีค่าเพิ่มขึ้นถ้าความจุเพิ่มขึ้น
 2มีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อความจุลดลง
 3มีค่าเท่าเดิม .
 4อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้
   เฉลย ข้อ 3
    
284 .' - '.46490 .' ' ข้อใดคือ Swing Equation
 1
 2
 3
 4ถูกทุกข้อ .
   เฉลย ข้อ 4
    
285 .' - '.46491 .' ' ข้อใดคือ Power Angle Equation
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
286 .' - '.46492 .' ' จาก Swing Equation ที่ให้มาสมการใดมี generator ขนาดใหญ่ที่สุด
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
287 .' - '.46493 .' ' จาก Swing Equation ที่ให้มาสมการใดมี Power Angle curve สูงที่สุด
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
288 .' - '.46494 .' ' ข้อใดคือความหมายของ Critical Clearing Time
 1เวลาที่น้อยที่สุดในการกำจัดฟอล์ทแล้ว ระบบไฟฟ้ากำลังยังคงมีเสถียรภาพ
 2เวลาที่มากที่สุดในการกำจัดฟอล์ทแล้วระบบไฟฟ้ากำลังยังคงมีเสถียรภาพ .
 3เวลาที่น้อยที่สุดในการกำจัดฟอล์ทแล้วระบบไฟฟ้ากำลังไม่มีเสถียรภาพ
 4เวลาที่มากที่สุดในการกำจัดฟอล์ทแล้วระบบไฟฟ้ากำลังไม่มีเสถียรภาพ
   เฉลย ข้อ 2
    
289 .' - '.46496 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ Synchronous เครื่องหนึ่งมีจำนวนขั้ว ทั้งหมด 6 ขั้ว ถ้าเราต้องการให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้านี้ ผลิตสัญญาณไฟฟ้าที่ ความถี่ 50 Hz จะต้องหมุนมันด้วยความเร็ว Synchronous ซึ่งมีค่าเท่าใด
 11000 rpm .
 22000 rpm
 33000 rpm
 44000 rpm
   เฉลย ข้อ 1
    
290 .' - '.46497 .' ' การพิจารณาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากำลังโดยวิธีพื้นที่เท่ากัน (equal area criterion) เป็นการพิจารณาพื้นที่ใต้กราฟของความสัมพันธ์ในข้อใด
 1ขนาดของแรงดันไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับมุม power angle
 2ค่าอิมพีแดนซ์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับความถี่ของกระแสไฟฟ้า
 3ขนาดของแรงดันไฟฟ้ากับขนาดของกระแสไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
 4ค่ากำลังไฟฟ้าจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสกับมุม power angle .
   เฉลย ข้อ 4
    
291 .' - '.46498 .' ' Swing equation เป็นสมการแสดงความสัมพันธ์ของข้อใด
 1กระแสลัดวงจรกับมุม power angle
 2ความเร็วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากับเวลา
 3แรงดันไฟฟ้ากับมุม power angle
 4มุม power angle กับเวลา .
   เฉลย ข้อ 4
    
292 .' - '.46499 .' ' ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งแสดงในรูป จงหากำลังไฟฟ้าส่งผ่านสูงสุด (Maximum power transfer) เมื่อคิดให้ความต้านทานสายส่งเป็นศูนย์
 11.40 p.u. .
 21.1 p.u.
 31.05 p.u.
 41.0 p.u.
   เฉลย ข้อ 1
    
293 .' - '.46500 .' ' จากรูปเป็นวงจรสมมูลหลังเกิดฟอลต์(เบรกเกอร์เปิดวงจรออก) Power angle equation ของระบบหลังเกิดฟอลต์มีค่าเท่าใด
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
294 .' - '.46501 .' ' จากรูปเป็นวงจรสมมูลขณะเกิดฟอลต์ Power angle equation ของระบบขณะเกิดฟอลต์มีค่าเท่าใด
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
295 .' - '.46502 .' ' จากรูปเป็นวงจรสมมูลก่อนเกิดฟอลต์ Power angle equation ของระบบก่อนเกิดฟอลต์มีค่าเท่าใด
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
296 .' - '.46503 .' ' เสถียรภาพของระบบในสภาวะทรานเซียนต์ สามารถทำให้เพิ่มขึ้นโดยวิธีใด
 1ลดแรงดันที่บัส
 2ลดค่ารีแอกแตนซ์ของสายส่ง .
 3เพิ่มรีแอกแตนซ์ของสายส่ง
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 2
    
297 .' - '.46505 .' ' ข้อใดเป็นวิธีเพิ่มเสถียรภาพในสภาวะคงตัว (Steady-state stability
 1เพิ่มมุมกำลัง (power angle) การทำงานของระบบ
 2เพิ่มค่ารีแอกแตนซ์ของสายส่ง
 3ลดแรงดันที่บัส
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง .
   เฉลย ข้อ 4
    
298 .' - '.46507 .' ' ข้อใดเป็นวิธีแก้สมการสวิงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสในการวิเคราะห์เสถียรภาพ
 1Newton-Raphson
 2Gauss-Seidal
 3Equal-Area Criterion .
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
299 .' - '.46510 .' ' วิธีใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีแก้สมการสวิงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
 1Newton-Raphson method .
 2Step by step method
 3Equal-area criterion method
 4Runge-Kutta method
   เฉลย ข้อ 1
    
300 .' - '.46511 .' ' ข้อใดต่อไปนี้แสดงสมการการแกว่งเชิงกล-ไฟฟ้า (Swing Equation) ได้อย่างถูกต้อง
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
301 .' - '.46512 .' ' ปัจจัยใดที่ถูกละเลยไปในการพิจารณาเสถียรภาพชั่วขณะของระบบด้วยหลักการ Equal Area Criterion
 1จุดทำงานที่สภาวะอยู่ตัวก่อนเกิดการผิดพร่อง
 2ลักษณะการเชื่อมโยงบัสทางไฟฟ้าของระบบ
 3การหน่วงการแกว่งของโรเตอร์และกำลังสูญเสีย .
 4ความเร็วในการตอบสนองของอุปกรณ์ป้องกัน
   เฉลย ข้อ 3
    
302 .' - '.46513 .' ' การศึกษาเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากำลัง ช่วงที่ตอบสนองของระบบไฟฟ้าต่อการรบกวนขนาดใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใด เช่น การเกิดฟอลต์ในสายส่ง คือช่วงใด
 1ช่วงไดนามิก (dynamic)
 2ช่วงแกว่ง (oscillation)
 3ช่วงคงที่ (steady state)
 4ช่วงทรานเซียนต์ (transient) .
   เฉลย ข้อ 4
    
303 .' - '.46517 .' ' ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Transient Stability
 1เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะสูญเสียการซิงโครไนซ์ถ้าแรงบิดทางกลมากขึ้นเรื่อยๆจนมุมใน Power Angle Equation เกิน 90 องศา
 2เมื่อเกิด Fault ในระบบไฟฟ้าจะทำให้มุมกำลังมีแนวโน้มมากขึ้น
 3ถูกทั้ง 2 ข้อ .
 4ผิดทั้ง 2 ข้อ
   เฉลย ข้อ 3
    
304 .' - '.46520 .' ' ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้ช่วยปรับปรุงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากำลัง
 1ใช้สายส่งแบบบันเดิล
 2ใช้ระบบเอ็กไซเตอร์ชนิดความเร็วสูง
 3ชดเชยสายส่งแบบอนุกรมด้วยตัวเก็บประจุ
 4ลดระดับแรงดันของระบบให้ต่ำลง .
   เฉลย ข้อ 4
    
305 .' - '.46521 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสต่อผ่านหม้อแปลงและสายส่งไปยังอินฟินิตบัสดังแสดงในรูป หากอินฟินิตบัสรับกำลังจริง 1.0 pu. ที่ตัวประกอบกำลัง 0.8 ล้าหลัง สมการในข้อใดต่อไปนี้เป็นสมการกำลังไฟฟ้า-มุมโรเตอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกล่าว
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
306 .' - '.46522 .' ' ความสัมพันธ์ในการตอบสนองของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสต่อการเพิ่มกำลังไฟฟ้าของโหลดอย่างช้าๆ เป็นเสถียรภาพแบบใด ?
 1steady-state stability .
 2voltage stability
 3temporary stability
 4transient stability
   เฉลย ข้อ 1
    
307 .' - '.46525 .' ' ข้อใดไม่ส่งผลให้เกิด transient stability ?
 1การรบกวนขนาดเล็ก .
 2การเกิด fault ที่สายส่ง
 3การสวิตชิงสายส่งหรือเครื่องกำเนิด
 4สายส่งขาด
   เฉลย ข้อ 1
    
308 .' - '.46527 .' ' เมื่อเกิดการรบกวนขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด จะไปมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงข้อใดมากที่สุด ?
 1ความเร็วโรเตอร์
 2มุมกำลัง
 3ความเร็วโรเตอร์และมุมกำลัง .
 4ไม่มีข้อถูก
   เฉลย ข้อ 3
    
309 .' - '.46528 .' ' การตั้งค่าเครื่องควบคุมแรงดันกระตุ้นของเครื่องกำเนิด จะมีผลต่อค่าใดมาก ?
 1ค่า P
 2ค่า Q .
 3ทั้งค่า P และ ค่า Q
 4ไม่มีผลต่อทั้งค่า P และ ค่า Q
   เฉลย ข้อ 2
    
310 .' - '.46529 .' ' การปรับวาลควบคุมไอน้ำของเครื่องกำเนิด จะมีผลต่อค่าใดมาก ?
 1ค่า P .
 2ค่า Q
 3ทั้งค่า P และ ค่า Q
 4ไม่มีผลต่อทั้งค่า P และ ค่า Q
   เฉลย ข้อ 1
    
311 .' - '.46530 .' ' สมการใดที่มักนำมาใช้เป็นพื้นฐานเพื่อศึกษาเสถียรภาพแบบ transient ?
 1สมการ slack equation
 2voltage regulation equation
 3angular displacement equation
 4swing equation .
   เฉลย ข้อ 4
    
312 .' - '.46531 .' ' การแยก fault ออกก่อนที่ระบบจะมีมุมโรเตอร์ เกินค่าวิกฤตค่าหนึ่ง เรียกมุมนี้ว่ามุมอะไร ?
 1critical clearing angle .
 2critical clearing time
 3critical clearing time angle
 4clearing time angle
   เฉลย ข้อ 1
    
313 .' - '.46532 .' ' หลักเกณฑ์พื้นที่เท่ากัน จะใช้ประโยชน์ในการหาอะไร?
 1หา critical current ได้
 2หา clearing speed ได้
 3หา critical clearing time สอดคล้องกับมุม critical clearing angleได้ .
 4หา clearing speed สอดคล้องกับ clearing time ได้
   เฉลย ข้อ 3
    
314 .' - '.46533 .' ' จากรูป จงหา Power-angle equation
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
315 .' - '.46534 .' ' จากรูปข้างล่าง ที่สภาวะอยู่ตัว (Steady State) กำลังงานกล (Mechanical Power, Pm) มีค่าเท่ากับ 1 เปอร์ยูนิต จงหากำลังไฟฟ้า(Electrical Power, Pe)
 11 เปอร์ยูนิต .
 22 เปอร์ยูนิต
 33 เปอร์ยูนิต
 44 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 1
    
316 .' - '.46535 .' ' จากรูปข้างล่าง ที่สภาวะอยู่ตัว (Steady State) กำลังไฟฟ้า(Electrical Power, Pe) มีค่าเท่ากับ 1.2 เปอร์ยูนิต จงหากำลังงานกล (Mechanical Power, Pm)
 11.0 เปอร์ยูนิต
 21.2 เปอร์ยูนิต .
 32 เปอร์ยูนิต
 43 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 2
    
317 .' - '.46536 .' '
 110 องศา
 220 องศา
 330 องศา .
 440 องศา
   เฉลย ข้อ 3
    
318 .' - '.46537 .' '
 1
 2
 3
 4 .
   เฉลย ข้อ 4
    
319 .' - '.46538 .' '
 11.00 เปอร์ยูนิต
 21.05 เปอร์ยูนิต .
 32.10 เปอร์ยูนิต
 40.525 เปอร์ยูนิต
   เฉลย ข้อ 2
    
320 .' - '.46539 .' '
 1
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
321 .' - '.46540 .' '
 10.5
 21.0
 31.5
 42.1 .
   เฉลย ข้อ 4
    
322 .' - '.46541 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
323 .' - '.46542 .' '
 1 .
 2
 3
 4
   เฉลย ข้อ 1
    
324 .' - '.59555 .' '  ในระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากำลัง หากความถี่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าค่าความถี่กำหนดเล็กน้อย เช่น 50.1 Hz ข้อใดถูกต้อง
 1 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในระบบจ่ายกำลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าผลรวมโหลดกับกำลังสูญเสียในสายส่ง
 2 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในระบบจ่ายกำลังงานไฟฟ้ามากกว่าผลรวมโหลดกับกำลังสูญเสียในสายส่ง .
 3 ควรต่อตัวเก็บประจุขนานเข้าบัสที่ต่อโหลด
 4

 ไม่มีข้อใดถูกต้อง

 

   เฉลย ข้อ 2
    
325 .' - '.59556 .' '  ลักษณะของเส้นโค้งกำลัง (power curve) เป็นอย่างไร
 1 เส้นตรง
 2 เอกซ์โปแนนเชียล
 3 รูปซายน์ครึ่งซีกด้านบวก .
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
326 .' - '.59557 .' '  ข้อต่อไปนี้ข้อใดที่ระบบจ่ายไฟฟ้ากำลังมีเสถียรภาพ
 1 ความถี่ของระบบมีการแกว่ง ขนาดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแล้วเข้าสู่สภาวะอยู่ตัว .
 2 หลังจากเกิดลัดวงจร อุปกรณ์ป้องกันทำหน้าที่เปิดวงจรนานกว่าเวลาวิกฤต(critical time)
 3 มุมโรเตอร์(power angle)มีค่าอยู่ระหว่าง 90 – 180 องศา
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
327 .' - '.59558 .' '

 ในขณะจ่ายโหลดสมดุล หากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ทำงาน

ผิดปกติจนอุปกรณ์ป้องกันทำงาน และถูกตัดออกจากระบบ ข้อใดถูกต้อง

 1 ความถี่ระบบจะสูงขึ้น
 2 ความถี่ในระบบต่ำจะลง .
 3 ความถี่ในระบบคงเดิม
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 2
    
328 .' - '.59559 .' '  ในระบบส่งจ่ายหนึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่ายกำลังไฟฟ้าให้โหลดผ่านสายส่ง ถ้าหากต้องการเพิ่มกำลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งเพื่อจ่ายให้โหลดต้องทำอย่างไร
 1  เพิ่มโหลด
 2 ลดแรงดันด้านโหลด
 3 เพิ่มจำนวนวงจรของสายส่งขนานกับสายส่งเดิม .
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
329 .' - '.59560 .' '  ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าระบบหนึ่ง มีสายส่งจำนวน 2 วงจรต่อขนาน หากสายส่งถูกตัดออกจากระบบไป 1 วงจร จะเกิดอะไรขึ้น
 1 กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งลดลง .
 2 กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งเพิ่มขึ้น
 3 กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Pmax) ที่สามารถส่งผ่านสายส่งเท่าเดิม

 

 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
330 .' - '.46544 .' ' การเรียนเรื่องการจ่ายโหลดอย่างประหยัด( Economic Dispatch) มีประโยชน์อย่างไร?
 1เพื่อหากำลังไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดเพื่อให้ความสูญเสียรวมต่ำสุด
 2เพื่อหากำลังไฟฟ้ารวมจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้มีค่ากำลังไฟฟ้ารวมน้อยที่สุด
 3เพื่อให้ค่าใช้จ่ายต่อกำลังไฟฟ้าของแต่ละเครื่องกำเนิดมีค่าใช้จ่ายต่ำสุด
 4เพื่อให้ค่าใช้จ่ายรวมของเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องกำเนิดรวมต่ำสุด .
   เฉลย ข้อ 4
    
331 .' - '.46545 .' ' ผลที่ได้จากการศึกษา จ่ายโหลดอย่างประหยัด( Economic Dispatch) คืออะไร
 1ได้ค่ากำลังไฟฟ้า P เฉพาะเครื่องกำเนิดเฉพาะเครื่องที่ให้ค่าเชื้อเพลิงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องกำเนิดอื่นๆ
 2ได้ค่ากำลังไฟฟ้า P ของเครื่องกำเนิดทุกเครื่องที่ให้ค่ากำลังไฟฟ้า/ค่าเชื้อเพลิง มีค่าต่ำที่สุดทุกเครื่อง
 3ได้ค่ากำลังไฟฟ้า P ของเครื่องกำเนิดทุกเครื่องที่ให้ค่า d(ค่าเชื้อเพลิง)/dP ต่ำที่สุด
 4ได้ค่ากำลังไฟฟ้า P ของเครื่องกำเนิดทุกเครื่องที่ให้ค่า d(ค่าเชื้อเพลิง)/dP มีค่าเท่ากันทุกเครื่อง .
   เฉลย ข้อ 4
    
332 .' - '.46546 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่อง แต่ละเครื่องมีค่าการเปลี่ยนแปลงของกำลังไฟฟ้าต่อค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงดังนี้ dF1/dP1=P1 สำหรับเครื่องที่ 1 dF2/dP2=P2 สำหรับเครื่องที่ 2 ให้หาค่า P1 และ P2 ที่ให้ค่าเชื้อเพลิงรวมต่ำที่สุดเมื่อจ่ายโหลดรวมกัน 100MW
 1P1=50 MW, P2=50 MW .
 2P1=70 MW, P2=30 MW
 3P1=60 MW, P2=40MW
 4P1=30 MW, P2=70MW
   เฉลย ข้อ 1
    
333 .' - '.46547 .' ' เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงของเชื้อเพลิงต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเป็นดังนี้ dF1/dP1=P1+20 dF2/dP2=P2+40 ถ้า P1=40 และสมมุติระบบจ่ายไฟฟ้าแบบการจ่ายโหลดแบบประหยัด (Economic Dispatch) เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่สองควรจ่ายไฟฟ้าเท่าใด และโหลดรวมทั้งหมดเป็นเท่าใด
 1P2=40 โหลดรวม =80
 2P2=60 โหลดรวม =100
 3P2=20 โหลดรวม =60 .
 4P2=80 โหลดรวม =120
   เฉลย ข้อ 3
    
334 .' - '.46548 .' ' โรงจักรไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีค่า Incremental Fuel Cost =500 บาท/MWh หมายความว่าอะไร
 1ค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 500 บาทต่อ MW
 2ค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 500 บาทต่อ MW ต่อ ชั่วโมง
 3เมื่อ output ของโรงจักรเพิ่มขึ้น 1 MW ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 500 บาทต่อชั่วโมง .
 4เมื่อ output ของโรงจักรเพิ่มขึ้น 1 MW ค่าใช้จ่ายลดลง 500 บาท ต่อชั่วโมง
   เฉลย ข้อ 3
    
335 .' - '.46549 .' ' โรงจักรไฟฟ้าแห่งหนึ่งมี เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง โดยมี Incremental fuel cost ตามสมการด้านล่าง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้ง 2 จะทำงานภายใต้การจ่าย load อย่างประหยัด ก็ต่อเมื่อ
 1
 2 .
 3
 4
   เฉลย ข้อ 2
    
336 .' - '.46552 .' ' ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
 1กำลังไฟฟ้าสูญเสีย (Power losses) แปรผกผันกับโหลดของระบบ
 2เมื่อคิดที่ค่ากำลังไฟฟ้าเดียวกัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีค่าต้นทุนส่วนเพิ่ม (Incremental cost) ต่ำสุด ควรกำหนดให้มีปริมาณการผลิตต่ำสุด
 3ตัวประกอบปรับโทษ (Penalty factor) ของหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ต่อเชื่อม ณ บัสเดียวกัน อาจจะมีค่าไม่เท่ากัน
 4ต้นทุนหน่วยท้ายสุดของระบบ (System marginal cost) แปรผันตรงกับโหลดของระบบ .
   เฉลย ข้อ 4
    
337 .' - '.46554 .' ' ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาการจ่ายโหลดอย่างประหยัด
 1ต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตกำลังไฟฟ้า
 2ช่วงเวลาที่โรงจักรไฟฟ้าแต่ละแห่งทำการจ่ายโหลด
 3incremental transmission loss
 4ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง .
   เฉลย ข้อ 4
    
338 .' - '.46555 .' ' ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่ง ประกอบด้วย 2 บัส ดังแสดงในรูป ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและขีดจำกัดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แสดงดังนี้ เครื่องที่ 1 F1(P1) = 1700P1 (Baht/MWh), 100 < P1 < 400 MW เครื่องที่ 2 F2(P2) = 1800P2 (Baht/MWh), 100 < P2 < 400 MW ถ้าสายส่งมีขีดจำกัดที่ 150 MW จงหาว่าแต่ละเครื่องควรผลิตไฟฟ้าเท่าใดที่ทำให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงต่ำสุด เมื่อโหลดรวมทั้งหมด 300 MW และสมมุติไม่มีกำลังสูญเสีย
 1P1 = 200 MW, P2 = 100 MW .
 2P1 = 300 MW, P2 = 0 MW
 3P1 = 250 MW, P2 = 50 MW
 4P1 = 100 MW, P2 = 200 MW
   เฉลย ข้อ 1
    
339 .' - '.46556 .' ' ระบบส่งจ่ายไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่ง ประกอบด้วย 2 บัส ดังแสดงในรูป ต้นทุนการผลิต และขีดจำกัดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แสดงดังนี้ เครื่องที่ 1 F1(P1) = 1700P1 (Baht/MWh), 100 < P1 < 400 MW เครื่องที่ 2 F2(P2) = 1800P2 (Baht/MWh), 100 < P2 < 400 MW ถ้าสายส่งมีขีดจำกัด 150 MW จงหาว่าแต่ละเครื่องควรผลิตไฟฟ้าเท่าใดที่ทำให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงต่ำสุดและไม่เกินขีดจำกัด โหลดรวม 400 MW และสมมติไม่มีการสูญเสีย
 1P1 = 200 MW, P2 = 200 MW
 2P1 = 400 MW, P2 = 0 MW
 3P1 = 250 MW, P2 = 150 MW .
 4P1 = 100 MW, P2 = 300 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
340 .' - '.46557 .' ' วัตถุประสงค์ในการจ่ายโหลดอย่างประหยัดระหว่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Economic Load Dispatch) คือข้อใด
 1การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการใช้กำลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุด
 2การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามากที่สุด
 3การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการสูญเสียต่ำที่สุด
 4การสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อให้เกิดต้นทุนการผลิตต่ำสุด .
   เฉลย ข้อ 4
    
341 .' - '.46559 .' ' อัตราค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องกำเนิด 2 เครื่อง เป็นดังสมการข้างล่างนี้ ค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุดและต่ำสุดที่เครื่องกำเนิดทั้งสองจะจ่ายได้ คือ 125 และ 20 MW ตามลำดับ เมื่อโหลดมีขนาด 180 MW จงหาขนาดของกำลังไฟฟ้าที่เครื่องกำเนิดแต่ละเครื่องจ่ายโหลดอย่างประหยัด
 1P1 = 60 MW P2= 120 MW
 2P1 = 70 MW P2= 110 MW
 3P1 = 80 MW P2= 100 MW .
 4P1 = 90 MW P2= 90 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
342 .' - '.46567 .' ' การวิเคราะห์การจ่ายโหลดอย่างประหยัดในระบบไฟฟ้ากำลังนั้นการจ่ายโหลดอย่างประหยัดระหว่างโรงจักร (economic operation between plants) จะแตกต่างจากการจ่ายโหลดอย่างประหยัดภายในโรงจักร(economic operation between units within a plants) คืออะไร
 1ต้องคิดโหลดรวมทั้งหมดของระบบ
 2ต้องคิดกำลังไฟฟ้าสูญเสียในสายส่ง .
 3ต้องคิดค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดของทุกโรงจักร
 4ต้องคิดความสัมพันธ์ระหว่างค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงและกำลังไฟฟ้าที่ได้
   เฉลย ข้อ 2
    
343 .' - '.46569 .' ' โรงต้นขนาดใหญ่ได้รับกำลังไฟฟ้าจาก 3 หน่วยกำเนิดที่มีฟังก์ชัน IC(incremental cost) ดังนี้ IC1 = 8.8 + 0.01 PG1 $/MWh , IC2 = 10.2 + 0.015 PG2 $/MWh และ IC3 = 12.1 + 0.02 PG3 $/MWh หากโรงต้นได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าแบบประหยัดเหมาะที่สุด(optimal economic dispatch) สำหรับความต้องการกำลัง PD = 800 MW จงหาว่าหน่วยกำเนิด PG1 จ่ายกำลังไฟฟ้าเท่าใด
 1458.5 MW
 2468.5 MW
 3478.5 MW
 4488.5 MW .
   เฉลย ข้อ 4
    
344 .' - '.46570 .' ' โรงต้นมี 2 หน่วยการผลิตที่มีฟังก์ชัน IC(incremental cost) ดังนี้ IC1 = 0.0080 PG1 + 8.0 $/MWh และ IC2 = 0.0096 PG2 + 6.4 $/MWh โดยทั้ง 2 หน่วยต้องทำงานตลอดเวลาซึ่งมีภาระแปรค่าตั้งแต่ 250 ถึง 1250 MW ขณะที่ค่าขีดจำกัดสูงสุดและต่ำสุดของแต่ละหน่วยคือ 625 และ 100 MW ตามลำดับ ถ้าภาระของโรงต้นเท่ากับ 350 MW จงหาว่าแต่ละหน่วยควรจ่ายกำลังไฟฟ้าอย่างไรจึงจะเป็นการจ่ายไฟฟ้าแบบประหยัดเหมาะที่สุด
 1หน่วยที่ 1: 100 MW หน่วยที่ 2: 250 MW .
 2หน่วยที่ 1: 110 MW หน่วยที่ 2: 240 MW
 3หน่วยที่ 1: 120 MW หน่วยที่ 2: 230 MW
 4หน่วยที่ 1: 130 MW หน่วยที่ 2: 220 MW
   เฉลย ข้อ 1
    
345 .' - '.46574 .' ' การจัดสรรกำลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
 1ลดกำลังสูญเสียในระบบให้มีค่าต่ำสุด
 2ทำให้ค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีค่าต่ำสุด .
 3ปรับปรุงเสถียรภาพของระบบ
 4เพิ่มประสิทธิภาพของสายส่ง
   เฉลย ข้อ 2
    
346 .' - '.46575 .' '


กำหนดฟังก์ชันต้นทุนเชื้อเพลิงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า / ยูนิตดังนี้

C1(P1)=100+2(P1)+0.005(P1)(P1) $/h

C2(P2)=200+2(P2)+0.01(P2)(P2) $/h

โดยที่ P1 และ  P2 มีหน่วยเป็น MW  หากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองยูนิตช่วยกันจ่ายโหลด 450 MW จงจัดสรรกำลังผลิตตามหลักเศรษฐศาสตร์

 1P1 = 200 MW และ P2 = 250 MW
 2P1 = 250 MW และ P2 = 200 MW
 3P1 = 300 MW และ P2 = 150 MW .
 4P1 = 350 MW และ P2 = 100 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
347 .' - '.46576 .' ' ถ้าเครื่องกำเนิดมี 2 หน่วยในโรงไฟฟ้าเดียวกัน แต่มีต้นทุนส่วนเพิ่มไม่เท่ากัน การแบ่งจ่ายโหลด ควรทำอย่างไร?
 1ควรแบ่งจ่ายโหลดแต่ละเครื่องเท่าๆ กัน
 2ควรโอนถ่ายโหลดจากเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงสูงมาให้เครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงน้อย .
 3ควรโอนถ่ายโหลดจากเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงน้อยมาให้เครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงสูง
 4ไม่มีข้อถูก
   เฉลย ข้อ 2
    
348 .' - '.46577 .' ' ตามหลักเกณฑ์ทางเศรษฐศาสตร์สำหรับการจ่ายโหลดระหว่างเครื่องกำเนิดมี n หน่วยในโรงไฟฟ้าเดียวกัน ควรทำอย่างไร?
 1ต้องเดินเครื่อง เฉพาะเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงน้อยๆ ก่อน
 2ต้องเดินเครื่อง เฉพาะเครื่องที่มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงมากๆ ถ้าไม่พอจึงค่อยเดินเครื่องอื่นๆ
 3ต้องเดินเครื่องให้มีต้นทุนส่วนเพิ่มของเชื้อเพลิงที่ค่าเดียวกัน .
 4ต้องเดินเครื่องให้มีกำลังอินพุตใกล้เคียงกันกำลังไฟฟ้าเอาต์พุต
   เฉลย ข้อ 3
    
349 .' - '.46578 .' ' มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลดดังรูปบน ส่วนรูปล่างแสดงต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้าย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1, IC2 คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 และ P คือกำลังไฟฟ้า จงหาโหลดรวม
 150 MW
 2100 MW
 3150 MW .
 4200 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
350 .' - '.46579 .' ' มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลด ดังรูปบน ส่วนรูปล่างแสดงต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้าย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1, IC2 คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 และ P คือกำลังไฟฟ้า จงหาต้นทุนหน่วยสุดท้ายในการจ่ายโหลดรวม 150 MW
 150 Baht/MW
 2100 Baht/MW
 31000 Baht/MW
 42000 Baht/MW .
   เฉลย ข้อ 4
    
351 .' - '.46580 .' ' มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลดรวม 150 MWดังรูปบน ส่วนรูปล่างแสดงต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้าย(IC, Incremental cost) โดย IC1 คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1, IC2 คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 และP คือกำลังไฟฟ้า จงหา P1 และ P2 (กำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1 และ G2 )
 1P1 = 50 MW, P2 = 100 MW
 2P1 = 100 MW, P2 = 50 MW .
 3P1 = 150 MW, P2 = 100 MW
 4P1 = 150 MW, P2 = 2000 MW
   เฉลย ข้อ 2
    
352 .' - '.46581 .' '

ระบบจ่ายไฟแห่งหนึ่ง มีการเดินเครื่องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องคือ G1 และ G2 เพื่อช่วยกันจ่ายโหลด  60 MW แบบไม่มีกำลังสูญเสียในสายส่ง โดยมีต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายดังนี้ 

IC1(P1) = 7 + 0.002P1 $/MWh, 20<P1<100 MW
 

IC2(P2) = 10 + 0.004P2 $/MWh, 20<P2<100 MW
 

จงหา P1 (กำลังจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1 ) และ P2 (กำลังจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G2 )

 1P1 = 20 MW, P2 = 40 MW
 2P1 = 40 MW, P2 = 20 MW .
 3P1 = 0 MW, P2 = 60 MW
 4P1 = 60 MW, P2 = 0 MW
   เฉลย ข้อ 2
    
353 .' - '.46582 .' '

จากรูป มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลด 110 MW

โดย P1 และ P2 (กำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และ G2)

IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW

IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW

เมื่อ IC1(P1) คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1และ IC2(P2) คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 โดย P1 = 50 MW และ P2 = 60 MW หากโหลดเพิ่มขึ้นเป็น120 MW จงหา P1และ P2

 1P1 = 0 MW, P2 = 120 MW
 2P1 = 120 MW, P2 = 0 MW
 3P1 = 60 MW, P2 = 60 MW
 4P1 = 50 MW, P2 = 70 MW .
   เฉลย ข้อ 4
    
354 .' - '.46583 .' '

ระบบจ่ายไฟแห่งหนึ่ง มีการเดินเครื่องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องคือ G1 และ G2 เพื่อช่วยกันจ่ายโหลด  130 MW แบบไม่มีกำลังสูญเสียในสายส่ง โดยมีต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายดังนี้
IC1(P1) = 1700 Baht/MWh, 50<P1<200 MW

IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW
 

จงหา P1 (กำลังจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1 ) และ P2 (กำลังจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G2 )

 

 1P1 = 0 MW, P2 = 130 MW
 2P1 = 130 MW, P2 = 0 MW
 3P1 = 60 MW, P2 = 70 MW
 4P1 = 50 MW, P2 = 80 MW .
   เฉลย ข้อ 4
    
355 .' - '.46584 .' '

จากรูป มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลด 120 MW โดย P1 และ P2 คือกำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า G1 และ G2)

IC1(P1) = 1700 Baht/MWh , 50<P1<200 MW

IC2(P2) = 1500 Baht/MWh, 50<P2<200 MW

เมื่อ IC1(P1) และ IC2(P2) คือต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และ G2 โดย P1 = 50 MW และ P2 = 70 MW หากโหลดลดลงเป็น110 MW จงหา P1และ P2

 1P1 = 0 MW, P2 = 110 MW
 2P1 = 110 MW, P2 = 0 MW
 3P1 = 50 MW, P2 = 60 MW .
 4P1 = 55 MW, P2 = 55 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
356 .' - '.46585 .' '

จากรูป มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG2 เพื่อ ช่วยกันจ่ายโหลดโดยมีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตกำลังไฟฟ้าของ G1 และ G2 ดังนี้

F1(P1) = 1800(P1) +(2.0)(P1)(P1) Baht, 50<P1<250MW

F2(P2) = 1500(P2) +(1.0)(P2)(P2) Baht, 50<P2<250 MW

หากต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายในการผลิตกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 2000 Baht/MWh จงหา P1 และ P2 (กำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และ G2)

 1P1 = 250 MW, P2 = 250 MW
 2P1 = 50 MW, P2 = 250 MW .
 3P1 = 100 MW, P2 = 250 MW
 4P1 = 150 MW, P2 = 150 MW
   เฉลย ข้อ 2
    
357 .' - '.46586 .' '

จากรูป มีการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และG2 เพื่อช่วยกันจ่ายโหลดโดยมีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตกำลังไฟฟ้าของ G1 และ G2 ดังนี้

F1(P1) = 1800(P1) +(2.0)(P1)(P1) Baht, 50<P1<250 MW

F2(P2) = 1500(P2) +(1.0)(P2)(P2) Baht, 50<P2<250 MW

โดย P1 และ P2 คือกำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าG1 และG2 หากต้นทุนผลิตหน่วยสุดท้ายในการผลิตกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 2000 Baht/MWh จงหาโหลดรวม

 1250 MW
 2300 MW .
 3400 MW
 4500 MW
   เฉลย ข้อ 2
    
358 .' - '.59473 .' '  

ในระบบจ่ายไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 ตัวต่อขนานกันเพื่อจ่ายโหลด 1 ชุดผ่านสายส่ง 1 วงจร หากปลายทางเป็นโหลดขนาด 100 MW กำลังสูญเสียในสายส่งเท่ากับ 4 MW เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 จ่ายกำลังไฟฟ้า 50 MW จงหากำลังไฟฟ้าที่จ่ายออกจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2

 1 50 MW
 2 52 MW
 3 54 MW .
 4 46 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
359 .' - '.59474 .' '  

ในระบบจ่ายไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 ตัวต่อขนานกันเพื่อจ่ายโหลด 1 ชุดผ่านสายส่ง 1 วงจร หากปลายทางเป็นโหลดขนาด 100 MW เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 จ่ายกำลังไฟฟ้า 40 MW เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 จ่ายกำลังไฟฟ้า 65 MW จงหากำลังสูญเสียในสายส่ง

 1 5 MW .
 2 6 MW
 3 7 MW
 4 8 MW
   เฉลย ข้อ 1
    
360 .' - '.59475 .' '  

ในระบบจ่ายไฟฟ้ากำลังระบบหนึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 ตัวจ่ายต่อขนานกันเพื่อโหลด 1 ชุดผ่านสายส่ง 1 วงจร เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 จ่ายกำลังไฟฟ้า 40 MW เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 จ่ายกำลังไฟฟ้า 65 MW กำลังสูญเสียในสายส่งเท่ากับ 5 MW จงหาขนาดโหลดปลายทาง

 1 90 MW
 2 95 MW
 3 100 MW .
 4 105 MW
   เฉลย ข้อ 3
    
361 .' - '.59476 .' ' ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 50 < PG1 < 100 MW     ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุต เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 50 < PG2 < 100 MW    ขีดจำกัด กำลังงานเอาพุตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 3 50 < PG3 < 100 MW  หากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1, 2 และ 3 จ่ายกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 50, 100 และ 70 MW ตามลำดับ และให้ FLACi (Full load average cost) คือค่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยขณะจ่ายโหลดเต็มพิกัดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ i  ข้อใดถูกต้อง
 1 

FLAC1 < FLAC2 < FLAC3

 2 

FLAC1 >FLAC2 > FLAC3

 3 

FLAC2 < FLAC3 < FLAC1

.
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
362 .' - '.59477 .' '  

ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 50 < PG1 < 100 MW

ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุต เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 50 < PG2 < 100 MW

หากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 และ 2 จ่ายกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 50 และ 70 MW ตามลำดับ และให้ FLACi (Full load average cost) คือค่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยขณะจ่ายโหลดเต็มพิกัดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ i ข้อใดถูกต้อง

 1 FLAC1 < FLAC2
 2 

FLAC2 <FLAC1

.
 3 

FLAC2 = FLAC1

 4 

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

   เฉลย ข้อ 2
    
363 .' - '.59478 .' '  

ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 50 < PG1 < 100 MW

ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุต เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 50 < PG2 < 100 MW

ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 เท่ากับ 1800 บาทต่อMW

ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 เท่ากับ 2000 บาทต่อMW

จงทำการจัดสรรการผลิตกำลังงานไฟฟ้าจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 และ 2 เพื่อจ่ายโหลดขนาด 150 MW

 1 PG1 = 100 MW, PG 2 = 50 MW .
 2 PG1 = 50 MW, PG 2 = 100 MW
 3 PG1 = 75 MW, PG 2 = 75 MW
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
364 .' - '.59479 .' '

 ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 50 < PG1 < 100 MW   ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุต เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2: 50 < PG2 < 100 MW  ขีดจำกัดกำลังงานเอาพุต เครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 3: 50 < PG3 < 100 MW  ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1 เท่ากับ 1500 บาทต่อMW   ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 2 เท่ากับ 1800 บาทต่อMW   ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 3 เท่ากับ 2000 บาทต่อMW     จงทำการจัดสรรการผลิตกำลังงานไฟฟ้าจริงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตัวที่ 1, 2

และ 3 เพื่อจ่ายโหลดขนาด 180 MW

 1 PG1 = 60 MW, PG 2 = 60 MW, PG3 = 60 MW
 2 PG1 = 50 MW, PG 2 = 50 MW, PG3 = 80 MW
 3 PG1 = 80 MW, PG 2 = 50 MW, PG3 = 50 MW .
 4 ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 3
    
365 .' - '.46562 .' '
 10
 2
 3 .
 4
   เฉลย ข้อ 3
    
366 .' - '.46563 .' ' ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่ถูกต้อง
 1BIL ย่อมาจาก Basic Insulation Level
 2Lightning surge มีค่ามากกว่า Switching surge เสมอ .
 3Surge arrester ซึ่งใช้ป้องกันระบบส่งจะต่ออยู่ระหว่างไลน์และกราวน์
 4Surge arrester ส่วนใหญ่ทำมาจากซิงก์ออกไซด์
   เฉลย ข้อ 2
    
367 .' - '.46588 .' ' หม้อแปลงจำหน่ายที่มีช่องว่างแบบก้าน (rod gap) ไว้ป้องกันแรงดันเกินแทนอะเรสเตอร์ใช้ในกรณีใด
 1หม้อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีค่าสูง แต่ความชันของแรงดันมีค่าสูง
 2หม้อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีค่าสูง แต่ความชันของแรงดันเกินมีค่าต่ำ .
 3หม้อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีค่าสูง กระแสมีค่าสูง
 4หม้อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีค่าสูง กระแสมีค่าต่ำ
 5หม้อแปลงเล็ก แรงดันเกินมีค่าต่ำ กระแสมีค่าต่ำ
   เฉลย ข้อ 2
    
368 .' - '.46589 .' ' การป้องกันใดที่ไม่ถูกต้องสำหรับการประสานสัมพันธ์ทางฉนวน (Insulation Coordination)
 1ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดกับหม้อแปลงด้วยอะเรสเตอร์
 2ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดกับหม้อแปลงด้วยช่องว่างแท่ง (rod gap)
 3ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดกับหม้อแปลงด้วยฟิวส์ .
 4ป้องกันแรงดันเกินในระบบด้วยการติดตั้งอะเรสเตอร์ที่เสาเป็นระยะๆ
 5ลดแรงดันเกินที่เกิดที่หัวเสาด้วยการลดความต้านทานดินให้ต่ำ
   เฉลย ข้อ 3
    
369 .' - '.46590 .' ' คลื่นแรงดันอิมพัลส์ฟ้าผ่ามีรูปร่างคลื่นโดยประมาณ (หน่วยเป็นไมโครวินาที) เป็น
 11.2/50 .
 28/20
 3100/1000
 44/10
 5ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 1
    
370 .' - '.46591 .' ' การป้องกันหม้อแปลงด้วยช่องว่างแท่ง (rod gap) มีข้อใดที่ไม่ถูกต้อง
 1ช่องว่างแท่งมีราคาถูก
 2ช่องว่างแท่งทำงานผิดพลาดได้เนื่องจากความชื้นและอุณหภูมิ
 3ช่องว่างแท่งสามารถทำงานแทนอะเรสเตอร์ได้ในพื้นที่มีแรงดันเกินสูง
 4ช่องว่างแท่งสามารถทำงานแทนอะเรสเตอร์ได้ในพื้นที่มีความชันสัญญาณฟ้าผ่าสูงๆ .
 5ไม่มีข้อใดถูกต้อง
   เฉลย ข้อ 4
    
371 .' - '.46593 .' ' ข้อใดต่อไปนี้มีความทนต่อสนามไฟฟ้าสูงที่สุด
 1Air
 2Hydrogen
 3Nitrogen
 4Sulfur hexafluoride .
   เฉลย ข้อ 4
    
372 .' - '.46596 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1ระดับแรงดันที่กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทำงาน สูงกว่าระดับความคงทนฉนวน
 2ระดับแรงดันที่กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทำงาน ต่ำกว่าระดับความคงทนฉนวน .
 3ระดับแรงดันที่กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทำงาน ต่ำกว่าระดับแรงดันกระเพื่อมแบบชั่วคราว (temporary voltage)
 4ระดับแรงดันที่กับดักฟ้าผ่า (lightning arrester) เริ่มทำงาน ต่ำกว่าระดับแรงดันสูงสุดของระบบ
   เฉลย ข้อ 2
    
373 .' - '.46597 .' ' BIL คืออะไร
 1ค่าความคงทนของฉนวนต่อแรงดันเจาะทะลุ(puncture)
 2ค่าความคงทนของฉนวนต่อแรงดันอิมพัลส์รูปคลื่นฟ้าผ่า .
 3ค่าความคงทนของฉนวนต่อการเกิดเบรกดาวน์บนผิวฉนวนด้วยกระแสสลับ
 4ค่าความคงทนของฉนวนต่อการเกิดดิสชาร์จบางส่วนบนผิวฉนวนด้วยกระแสสลับ
   เฉลย ข้อ 2
    
374 .' - '.46598 .' ' แรงดันทดสอบที่ฉนวนต้องทนได้จะเป็นตัวกำหนดระดับการเป็นฉนวน การทดสอบแรงดันอิมพัลส์รูปคลื่นฟ้าผ่าตามมาตรฐาน IEC สำหรับแรงดันของระบบต่ำกว่า 300 kV รูปคลื่นแรงดันอิมพัลส์มีเวลาหน้าคลื่นและเวลาหลังคลื่นกี่ไมโครวินาที
 11.2/50
.
 22.5/25
 325/250
 4250/2500
   เฉลย ข้อ 1
    
375 .' - '.46600 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1V-t Curve ที่เกี่ยวกับ Breakdown ของแรงดันอิมพัลส์ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันอิมพัลส์เบรคดาวน์และเวลาเบรคดาวน์ .
 2Dielectric Strength เป็นการทนแรงดันไฟฟ้าของตัวเก็บประจุ
 3ความถี่มีผลอย่างมากต่อความเครียดสนามไฟฟ้าของก๊าซ
 4ถูกทุกข้อ 
   เฉลย ข้อ 1
    
376 .' - '.46601 .' ' ในการป้องกันอุปกรณ์จากแรงดันเกิน จะใช้อุปกรณ์ป้องกันต่อขนานเข้ากับอุปกรณ์ที่จะได้รับการป้องกัน ค่าอิมพีแดนซ์ของอุปกรณ์ป้องกันดังกล่าวจะต้องมีค่าเป็นอย่างไรในช่วงปกติและช่วงเกิดแรงดันเกิน
 1มีค่าต่ำในช่วงปกติและมีค่าสูงในช่วงเกิดแรงดันเกิน
 2มีค่าสูงทั้งในช่วงปกติและในช่วงเกิดแรงดันเกิน
 3มีค่าต่ำทั้งในช่วงปกติและในช่วงเกิดแรงดันเกิน
 4มีค่าสูงในช่วงปกติและมีค่าต่ำในช่วงเกิดแรงดันเกิน .
   เฉลย ข้อ 4
    
377 .' - '.46602 .' '
 10.5 , 0.25
 2-0.5 , 0.25
 30.5 , -0.25 .
 4-0.5 , -0.25
   เฉลย ข้อ 3
    
378 .' - '.46603 .' ' แรงดันเสิร์จมีผลกระทบต่อสิ่งใดในระบบไฟฟ้ากำลังมากที่สุด ?
 1ความถี่ของระบบไฟฟ้า
 2กำลังไฟฟ้าในระบบ
 3การฉนวนของอุปกรณ์ไฟฟ้า .
 4การไหลของกระแสในระบบ
   เฉลย ข้อ 3
    
379 .' - '.46604 .' ' การปลดโหลดออกจากระบบอย่างกะทันหัน อาจจะส่งก็อย่างไรต่อระบบ ?
 1เกิดแรงดันตกเกิดขึ้น
 2เกิดแรงดันเกินเกิดขึ้น .
 3เกิดแรงดัน sag เกิดขึ้น
 4ไม่มีข้อใดถูก
   เฉลย ข้อ 2
    
380 .' - '.46605 .' ' กระแสที่ไหลผ่านกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ที่ต่อในระบบ ที่สภาวะปกติที่แรงดันไม่เกินค่าแรงดันเกินต่อเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV) จะมีลักษณะเป็นอย่างไร
 1มีลักษณะเป็นกระแสอัดประจุ (capacitive current) .
 2มีลักษณะเป็นกระแสไหลผ่านตัวเหนี่ยวนำ (inductive current)
 3มีลักษณะเป็นกระแสไหลผ่านตัวต้านทาน (resistive current)
 4ไม่มีข้อใดถูก
   เฉลย ข้อ 1
    
381 .' - '.46606 .' ' ข้อใดถูกต้อง
 1แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใช้งานอย่างต่อเนื่องต้องน้อยกว่าค่าแรงดันเกินต่อเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV) .
 2แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใช้งานอย่างต่อเนื่องต้องมากกว่าค่าแรงดันเกินต่อเนื่องสูงสุด (Maximum continuous operation voltage, MCOV)
 3แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกิน(surge arrester)ขณะใช้งานอย่างต่อเนื่องต้องมากกว่าค่าแรงดันเกินชั่วคราวสูงสุด(Temporary overvoltages, TOV)
 4ไม่มีข้อใดถูก
   เฉลย ข้อ 1
    
382 .' - '.46612 .' ' ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Backflash หรือ Backflashover (overhead ground wire)
 1ขนาดแรงดันที่เกิดขึ้นที่เสา (tower) มีค่าสูงกว่าแรงดันในสายตัวนำ (conductor) .
 2ขนาดแรงดันที่เกิดขึ้นที่เสา (tower) มีค่าต่ำกว่าแรงดันในสายตัวนำ (conductor)
 3เกิดการวาบไฟ(flashover) จากสายกราวด์ (overhead ground or shield wires) ไปที่เสา (tower)
 4ไม่มีข้อใดถูก
   เฉลย ข้อ 1
    
383 .' - '.46614 .' ' ข้อใดถูกต้อง เมื่อมีแรงดันสูงกว่าค่า BIL เคลื่อนที่มาถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการติดตั้งกับดักแรงดันอยู่
 1ความต้านทานกับดักแรงดันเกินลดลงเป็นศูนย์
 2แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกินลดลงเป็นศูนย์
 3แรงดันตกคร่อมกับดักแรงดันเกินลดลงเท่ากับแรงดันดีสชาร์จ(discharge voltage) .
 4ถูกทุกข้อ
   เฉลย ข้อ 3
    
384 .' - '.46616 .' ' การต่อลงดินทางด้านแรงต่ำที่ขั้วศูนย์(neutral) ของหม้อแปลงสามเฟสลงดิน ถ้าต่อไม่ดีและขั้วต่อหลุด คือ ขั้วศูนย์ของหม้อแปลงไม่ได้ต่อลงดิน จะเกิดอะไรขึ้น
 1กระแสลัดวงจรสามเฟสมีค่าตำลงและเบรกเกอร์อาจไม่ทำงาน
 2แรงดันบางเฟสอาจมีค่าสูงมากจนทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย .
 3ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ป้องกันหม้อแปลงทางด้านแรงต่ำเปิดวงจรออก
 4ทำให้เกิดอันตรายเนื่องจากไฟฟ้าดูดได้
   เฉลย ข้อ 2
    
385 .' - '.46617 .' ' การต่อลงดินที่ระบบไฟฟ้าแรงต่ำที่ถูกต้องต้องเป็นดังนี้
 1สายดินต้องไม่มีกระแสไหลในกรณีจ่ายไฟฟ้าปกติ .
 2สายดินต้องไม่มีกระแสไหลในกรณีที่เกิดลัดวงจรลงดิน
 3สายดินต้องต่อกับสายศูนย์ที่แผงไฟฟ้าทุกแผง(ถ้ามีแผงไฟหลายแผง)
 4สายดินต้องไม่ต่อลงดินที่จุดใดในระบบ
   เฉลย ข้อ 1
    
386 .' - '.46618 .' ' การต่อลงดินสถานีไฟฟ้าย่อย ข้อใดที่ถูกต้องสมบูรณ์มากที่สุด
 1เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์ และลดกระแสฟ้าผ่าให้ลงดินเร็วที่สุด
 2เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์ และเพื่อให้แรงดันสัมผัส (touch voltage) และแรงดันย่างก้าว (step voltage) มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย .
 3เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์
 4เพื่อการต่อลงดินของอุปกรณ์ และเพื่อให้แรงดันสัมผัส (touch voltage) และแรงดันย่างก้าว (step voltage) มีค่าต่ำที่สุด
   เฉลย ข้อ 2
    
387 .' - '.46620 .' ' ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
 1ความต้านทานดิน (Ground resistance) แปรผกผันกับระดับความลึกจากผิวดิน .
 2น้ำทะเลมีค่าสภาพต้านทาน (Resistivity) สูงกว่าพื้นดิน
 3ค่าสภาพต้านทาน (Resistivity) ของพื้นดินแปรผกผันกับอุณหภูมิ
 4การฝังแท่งตัวนำลงไปใต้ดินส่งผลให้สภาพต้านทาน (Resistivity) ของพื้นดินเพิ่มขึ้น
   เฉลย ข้อ 1
    
388 .' - '.46622 .' ' จงคำนวณค่าความต้านทานของแท่งสายดินเดี่ยว(single ground rod) ความยาว 305 cm มีรัศมี 1.27 cm อยู่ในพื้นดินที่มีสภาพต้านทาน 200,000 ohm-cm
 1312 ohm
 2412 ohm
 3512 ohm
 4612 ohm .
 5712 ohm
   เฉลย ข้อ 4
    
389 .' - '.46623 .' ' อิเล็กโทรดสายดินโลหะแบบครึ่งทรงกลม(hemispheric metal ground)มีรัศมี 25 cm ฝังอยู่ในพื้นดินที่มีสภาพต้านทาน 8000 ohm-cm ถ้ามีกระแส 500 A ไหลผ่านอิเล็กโทรดสู่ดิน ขณะที่มีบุคคลยืนอยู่ห่างจากอิเล็กโทรดออกไป 6 m จงคำนวณแรงดันแตะ(touch voltage) เมื่อฝ่ามือของบุคลคลสัมผัสกับอิเล็กโทรดหรือชิ้นส่วนโลหะที่ต่อกับอิเล็กโทรด
 123.4 kV
 224.4 kV .
 325.4 kV
 426.4 kV
 527.4 kV
   เฉลย ข้อ 2
    
390 .' - '.46624 .' ' ในการวัดค่าความต้านทานดินโดยวิธีการของ Wenner ซึ่งใช้ลักษณะของอิเล็กโตรด 4 จุด และระยะห่างระหว่างอิเล็กโตรดมีค่าเท่ากับ 2 เมตร อ่านค่าความต้านทานดินจากเครื่องมือวัดได้เท่ากับ 100 โอห์ม จงคำนวณหาค่าความต้านทานจำเพาะของดิน
 11256 โอมห์-เมตร .
 2400 โอมห์-เมตร
 3314 โอมห์-เมตร
 4200 โอมห์-เมตร
   เฉลย ข้อ 1
    
391 .' - '.46625 .' ' ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการลดค่าความต้านทานของการต่อลงดิน
 1ปรับปรุงสภาพดินโดยการเพิ่มสารเคมีประเภทเกลือลงในดิน
 2เพิ่มความยาว Grounding electrode
 3ลดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง Grounding electrode .
 4เพิ่มจำนวน Grounding electrode
   เฉลย ข้อ 3
    
392 .' - '.46627 .' ' ข้อดีของการต่อลงดินที่ฐานเสาผ่านความต้านทาน (resistance grounding) คืออะไร
 1ทำให้อุปกรณ์ป้องกันทำงานได้ตามฟังก์ชั่นที่ถูกต้อง
 2จะไม่เกิดแรงดันเกินจากการเกิดอาร์กซิงกราวด์
 3ลดแรงดันไฟฟ้าเกินในระบบ .
 4ลดกำลังไฟฟ้าสูญเสีย
   เฉลย ข้อ 3
    
393 .' - '.46629 .' ' แท่งดินรัศมี 12 mm ยาว 3 m ดินมีความต้านทานจำเพาะ 100 โอห์มเมตรสม่ำเสมอ จงหาความต้านทานดิน
 111 โอห์ม
 221 โอห์ม
 331 โอห์ม .
 441 โอห์ม
   เฉลย ข้อ 3
    
394 .' - '.46630 .' ' ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการต่อลงดิน
 1ป้องกันแรงดันเกินที่เกิดจากฟ้าผ่า
 2ทำให้เครื่องป้องกันกระแสเกินทำงานเมื่อเกิดลัดวงจรลงดิน
 3เพิ่มแรงดันสัมผัส .
 4ป้องกันอันตรายต่อผู้สัมผัส
   เฉลย ข้อ 3
    
395 .' - '.46632 .' ' ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการต่อลงดิน
 1เพื่อความปลอดภัย
 2เพื่อให้ระบบอุปกรณ์ป้องกันทำงาน
 3เพื่อป้องกันแรงดันเกินในระบบ .
 4เพื่อจำกัดกระแสลัดวงจร
   เฉลย ข้อ 3
    
396 .' - '.46633 .' ' ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการต่อลงดินในระบบป้องกันฟ้าผ่าอาคารสิ่งปลูกสร้าง
 1เพื่อให้กระแสฟ้าผ่าไหลลงดินเร็วที่สุด
 2เพื่อป้องกันเพลิงไหม้อาคาร
 3เพื่อความปลอดภัยของบุคคล
 4เพื่อป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร .
   เฉลย ข้อ 4
    
397 .' - '.46635 .' ' เสาส่งกำลังไฟฟ้ามีค่าเสิร์จอิมพีแดนซ์เท่ากับ 150 โอห์ม แท่งหลังดินที่ฐานเสามีค่าเท่ากับ 10 โอห์ม สัมประสิทธิ์การสะท้อนมีค่าเท่าไร
 1-0.785
 2-0.875 .
 30.725
 40.845
   เฉลย ข้อ 2
    
398 .' - '.46637 .' ' การวัดความต้านทานจำเพาะดินแบบ 4 จุด ด้วยวิธีของ Wenner ค่าที่อ่านได้จากเครื่องมีหน่วยเป็นอะไร
 1โอห์ม .
 2โอห์ม. เมตร
 3โอห์ม/เมตร
 4ไม่มีหน่วย
   เฉลย ข้อ 1
    
399 .' - '.46638 .' ' การวัดความต้านทานจำเพาะดินแบบ 4 จุด ด้วยวิธีของ Wenner โดยปักแท่งตัวนำห่างกัน 10 เมตร อ่านค่าจากเครื่องวัดได้ 2 โอห์ม ค่าความต้านทานจำเพาะดินมีค่าเท่าใด
 1115 โอห์ม. เมตร
 2126 โอห์ม. เมตร .
 3132 โอห์ม. เมตร
 4150 โอห์ม. เมตร
   เฉลย ข้อ 2