สภาวิศวกร | Council of Engineers Thailand

สภาวิศวกร
สภาวิศวกร
สภาวิศวกร

พูดคุยเรื่องวิชาการ

การแสดงความคิดเห็นกระทู้ หรือการตั้งกระทู้ใหม่ สภาวิศวกรขอสงวนสิทธิ์ในการแสดง กรณียังไม่ Login เข้าระบบ Login

กระทู้ที่ : 43057
กฎกระทรวง เรื่องการตรวจสอบงานออกแบบ และคำนวณส่วนต่าง ๆ ของอาคาร
ไม่ทราบว่าได้อ่านกฎกระทรวงฉบับนี้กันรึยังครับ มีความเห็นกันว่าอย่างไรบ้างครับ
หมายความว่าจะต้องมีวุฒิวิศวกรมาตรวจสอบการคำนวณของวิศวกรด้วยกันเองเหรอครับ
(ไม่ผิดจรรณาบรรณเหรอครับ)
แล้วความรับผิดชอบอยู่ที่ใครครับ ยังอยู่ที่ผู้ออกแบบ??? หรือว่ารับผิดชอบร่วมกันครับ???
ตรวจสอบรายการคำนวนได้จริง ๆ เหรอครับ ยากนะครับ มีวุฒิเพียงพอจะตรวจสอบเหรอครับ
โดย : วิศวกรชั้นผู้น้อย 03 ม.ค. 2008
ความเห็น : 9 ว.โยธา9 [03 ธ.ค. 2009]
ความเห็น กฎหมายออกมาดี แต่การปฎิบัติของวิศวกร บางคน มีปัญหาปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ต้องมีวุฒิรับรอง ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าตั้งแต่มีการก่อสร้างอาคารขึ้นมาในอดีต เคยมีอาคารเสียหายหรือตึกถล่ม เพราะออกแบบผิดหรือไม่ แต่ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญผลเน้นที่กฎหมายควรให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมงาน มากกว่า และการตรวจสอบ การควบคุมงานก่อสร้าง ควรจะมี ผู้ตรวจสอบรับรองทุกเดือน น่าจะดีกว่า
ความเห็น : 8 ว.โยธา9 [03 ธ.ค. 2009]
เห็นด้วย กับ 7/7
ความเห็น : 7 ยอมรับความจริงกันบ้าง [05 ก.ย. 2009]
จุดประสงค์ของกฏหมายดีครับ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว
เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับวุฒิวิศวกร
ผมเชื่อว่าคนที่ออกกฏหมาย เป็นแต่พวกวุฒิวิศวกรทั้งนั้น
ออกกฎหมายเพื่อหาผลประโยชน์ให้พวกตัวเอง
จริงแล้วลักษณะงานที่ควบคุมจะเป็นบริษัทออกแบบ ทำกัน
ในการออกแบบจริงๆ พวกบริษัทออกแบบทั้งหลาย
ใช้เด็กภาคีหรือสามัญออกแบบกันทั้งนั้น แล้วมีวุฒิวิศวกรเป็นผู้ให้คำแนะนำ และตรวจสอบอยู่แล้ว
ผมยังไม่เคยเห็นวุฒิวิศวกรมานั่งออกแบบจริง เองสักคนเดียว
ดังนั้นจึงไม่เห็นมีความจำเป็นที่ต้องมีวุฒิวิศวกรตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก
และในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้ว คนตรวจสอบก็ไม่ได้ตรวจสอบจริง ๆ
รับแต่เงินอย่างเดียว
รายการคำนวณแผ่นดินไหวเหมือนกัน จากที่ผมพบเจอผมว่าวุฒิวิศวกรประมาณ 95 % ไม่มีความรู้ด้านการออกแบบแผ่นดินไหวหรอก เพราะว่าหลักสูตรการออกแบบแผ่นดินไหวมีสอนเฉพาะระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมโครงสร้างเท่านั้น และอาคารสมัยก่อนปี 2550ไม่ได้มีการออกแบบรับแรงแผ่นดินไหว วุฒิวิศวกรรุ่นเก่าจะไม่มีประสบการณ์และความรู้เพียงพอที่จะมาตรวจสอบรายการคำนวณแผ่นดินไหว ผมว่าเด็กจบใหม่ภาคีบางท่าน ยังมีความรู้ด้านการออกแบบอาคารรับแรงแผ่นดินไหวดีกว่าวุฒิวิศวกรอีก แต่กฎหมายให้อำนาจคนที่ไม่มีความรู้มาตรวจสอบการคำนวณ นี้แหละออกกฎหมายเพื่อหาเงินให้ตัวเอง
ผมเข้าใจจุดประสงค์ที่ดีของกฏหมาย แต่ในทางปฎิบัติมันเป็นไปไม่ได้
ความเห็น : 6 AAA [22 มิ.ย. 2009]
มีผลดีกับส่วนรวมมากขึ้น เป็นการกรองความผิดพลาดก่อนอนุญาตให้ก่อสร้าง
ความเห็น : 5 ทีน [09 ม.ค. 2008]
1.ทำงานตามหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนดไม่น่าผิดจรรยาบรรณครับ ขอยกตัวอย่างนะครับ ถ้าหัวหน้าทีมออกแบบเราเป็นสามัญวิศวกร ตัวเราเป็นสามัญวิศวกรเหมือนกัน หมายความว่าหัวหน้าเราไม่มีสิทธิ์ ที่จะตรวจงานออกแบบของเราเลยหรือเปล่าครับ เพราะถ้ามาตรวจงานเราก็จะถือว่าผิดจรรยาบรรณ ในความเป็นจริงสามารถทำได้ครับถ้าเป็นการทำงานตามสายงาน ในจรรยาบรรณเองก็ยกเว้นให้ครับ คนที่เป็นวุฒิก็ไม่ใช่ว่าจะต้องรู้มันทุกเรื่องนิครับ การที่มีคนที่เป็นวุฒิอีกคนมาช่วยรับงานที่ออกแบบก็น่าจะดีกว่า บางทีวุฒิก็อาจจะหลงลืมในบางรายละเอียดที่สำคัญก็ได้ครับ
2. โดยปรกติขอบเขตการทำงานของวุฒิกับ สามัญก็ไม่ได้แตกต่างกันมากอยู่แล้วนิครับ ที่เห็นชัดๆ ก็คือการเป็นที่ปรึกษา กับ ขออนุญาติงานแบบ 39ทวิ ถ้าเป็นแบบ 39ทวิ ผู้ออกแบบก็ยังต้องเป็นวุฒิ อยู่ดีครับ และที่สำคัญการจะใช้บริษัทไหนออกแบบ เค้าดูที่ความน่าเชื่อถือ ดูจากประสบการณ์มากกว่าครับ
3.ผมเข้าใจว่าอาคารนั้นต้องเป็นอาคารสำหรับชุมนุมคน และ มีพื้นที่เกิน 1000 ตรม. ด้วยครับ จุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของคนหมู่มากครับ ถ้าเป็นอาคารเก็บสินค้าทั่วไปไม่น่าเกี่ยวครับ ลองดูที่กฎกระทรวงอีกทีครับ
4.ผมคิดว่าคงไม่ไปลดเงินเดือนวิศวกรลงหรอกมั้งครับ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เป็นความรับผิดชอบของเจ้าของอาคาร แต่มูลค่าที่เพิ่มขึ้นคงจะน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับราคาโดยรวม ไม่น่าเกิน 0.5-2% หรอกครับ แลกกับความปลอดภัย และได้อาคารที่มีความถูกต้องทางกฎหมายมากขึ้น น่าจะคุ้มนะครับ
5. ยังไม่มีครับ ตอนนี้มีเฉพาะวุฒิวิศวกร โยธาครับ อย่าที่บอกไว้ในตอนแรกครับ จุดประสงค์หลักคือ ความปลอดภัยในชีวิตคนครับ ในงานออกแบบที่เกี่ยวข้องความปลอดภัยกับชีวิตคนที่สุดในอาคารคือวิศวกรโยธาครับ งานสถาปัตย์ผิด ไม่มีผลร้ายแรงถึงชีวิตครับ หรือ งานระบบเพลิงไหม้ก็มีการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอาคาร ถ้าไม่เป็นตามมาตราฐานก็ยังพอแก้ได้ครับ แต่ตึกถ้าไม่ได้ตราฐานแก้ยากครับ
ความเห็น : 4 วิศวกรชั้นผู้น้อย [03 ม.ค. 2008]
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ คุณทีน
ผมขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วย 100% เกี่ยวกับกฎกระทรวงนี้นะครับ ผมว่ายังมีบางอย่างที่ยังไม่ค่อยชัดเจนในความคิดของผม
1. กฎกระทรวงระบุไว้ว่าต้องให้วุมิวิศวกรตรวจสอบงานออกแบบของโครงสร้างอาคารดังกล่าวข้างต้น (โดยที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทผู้ออกแบบเดิม) สมมุตินะครับว่าอาตารดังกล่าวข้างต้นมีผู้ออกแบบรับผิดชอบอยู่แล้วเป็นวุฒิวิศวกร แล้วจะต้องมีการตรวจสอบอีกทีโดยวุฒิวิศวกรอีกผู้หนึ่ง (อันนี้จะเข้าข่ายผิดนรรณยาบรรณไหมครับ) แล้วจะมีคนกล้าตรวจสอบแบบของวุฒิวิศวกรอีกผู้หนึ่งจริง ๆ เหรอครับ
2. ทีนี้นะครับผมมองว่าเจ้าของโครงการยินยอมจ่ายค่าธรรมเนียมการออกแบบให้แก่วุฒิวิศวกรในทีแรก จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นในส่วนนี้ด้วย ดังนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้บริษัทออกแบบที่มีวุฒิวิศวกรเป็นผู้ออกแบบก็ได้ (เพื่อลดค่าธรรมเนียมที่ต่ำอยู่แล้ว) ให้ต่ำลงไปอีกแล้วไปจ่ายให้แก่ผู้ตรวจสอบอีกทีหนึ่ง อันนี้ผมมองว่าเป็นการตัดข้อได้เปรียบของวิศวกรผู้ออกแบบที่เป็นวุฒิวิศวกรนะครับ ที่นี้งานที่ได้มันจะมีคุณภาพมากขึ้นหรือน้อยลงกันแน่ครับ
3. โครงหลังคายี่สิบเมตร โดยทั่วไปโครงสร้างลักษณะนี้มีให้เห็นบ่อยครั้งตามโกดังชั้นเดียวทั่วไปนะครับ จำเป็นต้องให้วุฒิวิศวกรตรวจสอบสามัญวิศวกรผู้ออกแบบด้วยเหรอครับ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรครับในข้อนี้ (ผมคิดว่าค่าธรรมเนียมการออกแบบอาคารเหล่านี่ไม่ได้สูงมากนะครับ จะมีภาระเพิ่มเติมให้เจ้าของงาน หรือแม้แต่เป็นกดราคาผู้ออกแบบโดยปริยายรึเปล่าครับ)
4. ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบที่พูดถึงกันนะครับ อยู่ที่หลักเท่าไรครับ
ค่าใช้จ่ายโดยรวมด้านวิศวกรรมโยธาจะเพิ่มขึ้นกับเจ้าของโตรงการ หรือลดลงสำหรับวิศวกรโยธา เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น ใครเป็นคนกำหนดครับ
5. สุดท้ายนะครับ อยากทราบว่ามีกฎกระทรวงให้ต้องมีวุฒิสถาปนิกตรวจสอบแบบสถาปัตย์ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อาคารของอาคารเหล่านี้รึเปล่าครับ รวมถึงการออกแบบระบบป้องกันเพลิงไหม้ ของวิศวกรงานระบบด้วยครับ อันนี้แค่น้อยใจในฐานะวิศวกรโยธาผู้น้อยคนหนึ่งนะตรับ ผมเห็นว่าความเสียหายของอาคารในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากจุดอื่น ๆ ที่ไม่ใช้งานทางด้านการออกแบบวิศวกรรมโยธา
แค่นี้ก่อนะครับ แล้วขอความคิดเห้นด้วยครับ
ความเห็น : 3 ทีน [03 ม.ค. 2008]
กฎกระทรวงตัวนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2550 เป็นกฎกระทรวงที่ออกมาตามมาตรา 21 ทวิ ของพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร 2522 แก้ไขเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ ควบคุมอาคารฉบับที่ 3 พ.ศ. 2543 ใช้บังคับเฉพาะที่เข้าข่าย 7 รายการเท่านั้น โดยหลักๆ ก็คือ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีการชุมนุมคน อาคารที่มีข่วงความยาวเป็นพิเศษ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าอาคารที่ทำการตรวจสอบ จะเป็นอาคาร ที่มีความสำคัญต่อชีวิตประชาชนส่วนรวมในมุมกว้าง ส่วนอาคารขนาดเล็ก เช่น บ้านพักอาศัย ตึกแถว หอพักขนาดเล็ก เป็นต้น ก็จะไม่เข้าข่ายที่ต้องมีการตรวจสอบ ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับกำกระทรวงตัวนี้ออย่างมาก มันเป็นการยกมาตราฐานความปลอดภัยในการออกแบบให้สูงขึ้น ผลได้ที่เกิดขึ้นกับเจ้าของอาคารก็เห็นอย่างชัดเจน คือได้อาคารที่มีความปลอดภัยขึ้น ในส่วนตัวของวิศวกรผู้ออกแบบ ที่เป็น สามัญ หรือ ภาคี ก็ตาม ก็จะได้มีโอกาส แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในงานออกแบบ กับวุฒิวิศวกรที่ได้เข้ามาตรวจสอบงานออกแบบของเรา ผมมองเห็นแต่ผลดี ยังไม่เห็นข้อเสีย ของกฎกระทรวงนี้เลย
สำหรับเรื่องจรรยาบรรณ ในกฎกระทรวงฉบับนี้ระบุผู้ที่จะตรวจสอบงานออกแบบต้องเป็นวุฒิวิศวกร ซึ่งโดยขอบเขตงานตามวิชาชีพ ก็เป็นสิ่งที่พึ่งกระทำได้อยู่แล้วครับ ตรงจุดนี้คงได้มีการพิจารณากันมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะออกมาเป็นกฎกระทรวงอย่างที่เห็นครับ เพราะผมได้มีโอกาส ดูตัวร่างของกฎกระทรวงก่อนหน้านี้ จะระบุว่าผู้ตรวจสอบงานออกแบบ ต้องเป็นวุฒิวิศวกร หรือ สามัญวิศวกรประสบการณ์ 10 ปี แต่ พอกฎกระทรวงนี้ออกก็ตัด สามัญวิศวกรประสบการณ์ 10 ปีทิ้งไปครับ โดยความคิดเห็นส่วนตัวถ้าใช้สามัญวิศวกร เป็นตรวจสอบงานออกแบบ น่าจะเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณครับ
ความรับผิดชอบ นี้แหละครับที่เป็นปัญหาอยู่ ผมก็อยากทราบเหมือนกันครับ ถ้าใครรู้ข้อเท็จจริงตรงนี้ช่วยให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ โดยส่วนตัว คิดว่าน่าจะร่วมกันรับผิดชอบ เพราะถ้าใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด อาจทำให้คนที่ไม่ต้องรับผิดชอบ ทำงานออกมาไม่เต็มทีครับ ผมว่าตรงจุดนี้ทุกคนก็น่าจะรู้กันอยู่ครับ และจุดที่ทำการตรวจสอบงานออกแบบ น่าจะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนกว่านี้ อย่างที่เจ้าของกระทู้บอกหละครับ ถ้าต้องดูรายการคำนวณทั้งหมด ยากมากทีเดียว
อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ผมเข้าใจว่าประเด็นหลักๆ ที่กฎกระทรวงตัวนี้ออกมา หลังจากที่ได้มีการกำหนดเอาไว้แล้วใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคารฉบับที่ 3 พ.ศ. 2543 ซึ่งออกมาล่าช้ากว่า 7 ปี จุดประสงค์ของกฎกระทรวงฉบับนี้น่าจะมี 2 เหตุหลักๆ ครับ
1. อย่างที่ทราบครับ ตอนนี้กฎกระทรวงของผู้ตรวจสอบอาคารมีผลบังคับใช้ไปเรียบร้องแล้ว ซึ่งผู้ตรจสอบอาคารเหมือนเป็นการตรวจสอบที่ปลายเหตุ แล้วก็ปรับปรุ่ง มีอาคารจำนวนมาก ที่ไม่ได้ก่อสร้างตามกฎกระทรวง ไม่มีระบบรับษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ถ้ามีการตรวจสอบงานออกแบบตั้งแต่ต้นก็จะลดความผิดพลาดลงได้อย่างมาก ทำให้เจ้าของอาคารมั่นใจได้ว่าจะได้อาคารที่มีความถูกต้องตามกฏหมาย มีความปลอดภัยในการใช้อาคาร และไม่ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติ่มในการปรับปรุ่งอาคารในภายหลัง ตรงนี้ผู้ตรวจสอบงานออกแบบน่าจะให้ความสำคัญกับข้อกฎหมายทั้งหมดที่บังคับใช้ครับ
2. กฎกระทรวงเรื่อง การออกแบบการต้านแรงแผ่นดินไหว ได้ออกมาพร้อมกับกฎกระทรวงเรื่องการตรวจสอบงานออกแบบ ตรงนี้ผมว่าน่าจะมีนัยยะอยู่พอสมควร งานออกแบบต้านแรงแผ่นดินไหวมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ การทำรายละเอียดของโครงสร้าง ซึ่งกฎกระทรวงกำหนดให้ ใช้โครงสร้างแบบมีความเหนียวจำกัด (Limited Ductility) จึงจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับงานออกแบบมากขึ้น และในอนาคตผลเชื่อว่า ก็ต้องมีกฎกระทรวงที่ออกมาบังคับใช้ มาตราฐานออกแบบแรงลมตัวใหม่ของกรมโยธา จึงทำให้กฎกระทรวงเรื่องงานตรวจสอบงานออกแบบ รีบออกมาบังคับใช้ ตรงจุดนี้จะเป็นการตรวจสอบรายการคำนวณ และรายละเอียดของแบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อโครงสร้างครับ

ในส่วนคำถามว่าจะมีวุฒิวิศวกรเพี่ยงพอหรือเปล่า ผมคิดว่างานที่เข้าข่ายที่ต้องทำการตรวจสอบงานออกแบบ ที่จะขออนุญาติใหม่ ในแต่ละปี โดยประมาณน่าจะซักอยู่ซัก 3,000 อาคาร ถ้าใครมีข้อมูลช่วยบอกด้วยครับ วุฒิ น่าจะมีเกิน 1,000 คนนะครับ ไม่ใช่ก็น่าจะใกล้เคียงครับ ดูจากตัวเลขแล้วยังไงก็น่าจะพอครับ
ความเห็น : 2 วิศวกรชั้นผู้น้อย [03 ม.ค. 2008]
คุณยาโทโยทา ได้อ่านแล้วยังครับ
ช่วยไขความกระจ่างแก่ผู้น้อยด้วยครับ กระผมอ่านแล้วก็ตีความได้ตามนั้นแหละครับ
ความเห็น : 1 ยาโทโยทา [03 ม.ค. 2008]
อ่านอะไรเข้าใจผิดไปป่าวครับ อย่าตีโพนตีพายดิครับ ชาวบ้านเขาตกใจ
แสดงความคิดเห็น
   
โดย: 
E-mail: 
  
กรุณากรอกข้อความในรูปภาพ
 
    
สภาวิศวกร