สภาวิศวกร

สาขา : สิ่งแวดล้อม

วิชา : Environmental Unit Processes

เนื้อหาวิชา : 689 : 1. Fundamental of process analysis, hydraulic characteristics of reactor
ข้อที่ 1 :
  • กระบวนการใดที่การออกแบบต้องคำนึงถึงอัตราเร็วของปฏิกิริยา
  • 1 : ถังฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน
  • 2 : ถังกรองทราย
  • 3 : ถังลอยตะกอน
  • 4 : ถังตกตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • Flow model ใดใกล้เคียงแบบ Plug flow
  • 1 : บ่อน้ำ
  • 2 : แม่น้ำ
  • 3 : ทะเลสาบ
  • 4 : มหาสมุทร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 3 :
  • ถังปฏิกรณ์ Plug Flow เป็น ideal reactor โดยถ้าปฏิกิริยาที่เกิดเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าถังปฏิกิริยาจริงเป็น non-ideal reactor ขนาดถังปฏิกรณ์ต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเท่าเดิม
  • 1 : เท่ากับ Plug Flow
  • 2 : ใหญ่กว่า Plug Flow
  • 3 : เล็กกว่า Plug Flow
  • 4 : อาจเล็กหรือใหญ่กว่าขึ้นกับ Dispersion number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • ถ้าสัมประสิทธิใน Stoichiometric เป็นดังนี้ A + 2B -----> C + 3D จงหาอัตราการเกิดสาร D ถ้าอัตราในการใช้ไปของสาร A เท่ากับ 0.9 โมล/ชม.
  • 1 : 0.3 โมล/ชม.
  • 2 : 0.9 โมล/ชม.
  • 3 : 1.8 โมล/ชม.
  • 4 : 2.7 โมล/ชม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • ถ้าสัมประสิทธิใน stoichiometric เป็นดังนี้ A + 2 B ----> C + 3D ในการทดลองใส่ A และ B เท่ากัน เท่ากับ 100 มก./ล. โดยที่น้ำหนักโมเลกุลของ A มากกว่า B อยู่ 2 เท่า เมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที เหลือ A อยู่ 2 โมล เพราะฉะนั้นจะมี B เหลืออยู่เท่าใด
  • 1 : 0.5 โมล
  • 2 : 1 โมล
  • 3 : 2 โมล
  • 4 : 4 โมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นค่าแสดงระดับของการกวนผสม (degree of mixing)
  • 1 : Reynolds number
  • 2 : Prandtl number
  • 3 : Nusselt number
  • 4 : Stanton number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่สัมพันธ์กัน
  • 1 : Kinetic energy / Velocity head
  • 2 : Gravitational potential / Elevation head
  • 3 : Flow work / Pressure head
  • 4 : Total energy / Piezometric head
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • สัดส่วนของ Kinematic viscosity ต่อ Molecular diffusivity คือ
  • 1 : Reynolds number
  • 2 : Schmidt number
  • 3 : Prandtl number
  • 4 : Nusselt number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 9 :
  • สัดส่วนของ Kinematic viscosity ต่อ Thermal diffusivity คือ
  • 1 : Reynolds number
  • 2 : Schmidt number
  • 3 : Prandtl number
  • 4 : Nusselt number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • สมการ W = Wmax[Kc/(1+Kc)] คือ
  • 1 : Langmuir
  • 2 : Freundlich
  • 3 : Hydrostatic
  • 4 : Barometric
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :
  • สมการ W = bCm คือ
  • 1 : Langmuir
  • 2 : Freundlich
  • 3 : Hydrostatic
  • 4 : Barometric
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • กระบวนการเติมอากาศ (Aeration) สามารถกำจัดและ/หรือมีผลต่อสารในข้อใด
  • 1 : Fe2+ / Mn2+
  • 2 : Dissolved Oxygen (DO)
  • 3 : CO2 / H2S / CH4
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • จากสมการของ Stokes’ law ข้อใดต่อไปนี้มีความสำคัญต่อกระบวนการโคแอกกูเลชัน
  • 1 : ความหนาแน่น
  • 2 : ความหนืด
  • 3 : ความลึก
  • 4 : ขนาดอนุภาค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 14 :
  • m จากสมการของ Monod ความสัมพันธ์ของค่า m และ S อยู่ในรูปใด
  • 1 : rectangular hyperbola
  • 2 : normal distribution
  • 3 : exponential
  • 4 : linear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • ถังปฏิกรณ์ CSTR ปริมาตร 8 ลิตร อัตราการไหล 0.125 ลิตรต่อชม. มีความเข้มข้นของเซลล์เข้าเท่ากับ 333 mg/L เมื่อเติมของแข็งเฉื่อย ความเข้มข้น 50 mg/L ความเข้มข้นรวมของของแข็งแขวนลอยมีค่าเท่ากับ
  • 1 : 383 mg/L
  • 2 : 333 mg/L
  • 3 : 283 mg/L
  • 4 : 50 mg/L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • หากต้องการใช้งานเรซิ่นในลักษณะ counter current แบบ up flow service ควรพิจารณาเลือกเรซิ่นจากคุณสมบัติข้อใดเป็นสำคัญ
  • 1 : % cross linkage
  • 2 : bulk density
  • 3 : % swelling
  • 4 : Uniformity coefficient
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • ถ้าออกแบบถังปฏิกรณ์สำหรับบำบัดน้ำเสียชุมชนแห่งหนึ่งให้มีระยะเวลากักเก็บเท่ากัน ถังปฏิกรณ์ประเภทใดต้องใช้ปริมาตรรวมมากที่สุด
  • 1 : ถังปฏิกรณ์กวนสมบูรณ์แบบไหลต่อเนื่อง
  • 2 : ถังปฏิกรณ์แบบไหลตามกัน
  • 3 : ถังปฏิกรณ์แบบแบตช์
  • 4 : ถังปฏิกรณ์กวนสมบูรณ์หลายใบต่ออนุกรมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • ในการคำนวณสมการสมดุลมวลของถังปฏิกิริยาแบบแบตซ์ มีการกำหนดในบางพจน์มีค่าเป็นศูนย์ ยกเว้น ข้อใด
  • 1 : มวลเข้าสู่ระบบ
  • 2 : มวลออกจากระบบ
  • 3 : มวลสะสมในระบบ
  • 4 : ถูกเฉพาะตัวเลือกที่ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • การวิเคราะห์รูปแบบการไหลในถังปฏิกรณ์บำบัดน้ำเสียว่าเป็นการไหลแบบกวนสมบูรณ์หรือแบบไหลตามกัน สามารถกระทำได้โดยวิธีการใด
  • 1 : วัดปริมาตรของถังแล้วหารด้วยอัตราการไหล
  • 2 : หาอันดับของอัตราการเกิดปฏิกิริยาและค่าสัมประสิทธิอัตราการเกิดปฏิกิริยาในระบบ
  • 3 : คำนวณจากแบบทางวิศวกรรมโดยใช้หลักทางตรีโกณมิติ
  • 4 : ป้อนสีเข้าระบบแล้ววัดความเข้มข้น ณ จุดออกตามเวลาต่างๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • ในระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพมักแทนอันดับการเกิดปฏิกิริยาเป็นอันดับใด
  • 1 : อันดับศูนย์
  • 2 : อันดับหนึ่ง
  • 3 : อันดับสอง
  • 4 : อันดับเศษหนึ่งส่วนสอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • วิธีการบำบัดใดใช้หลักการถ่ายเทมวลของสารมลพิษในน้ำเสียสู่ตัวกลางของแข็ง
  • 1 : การตกตะกอนทางเคมี
  • 2 : การกรองด้วยทราย
  • 3 : การดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์
  • 4 : การหมักตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • การกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds, VOCs) ในน้ำเสียด้วยวิธีอย่างง่าย ควรเลือกใช้ระบบใด
  • 1 : ระบบไล่ก๊าซ
  • 2 : ระบบย่อยสลายทางชีวภาพ
  • 3 : ระบบแยกสลายด้วยสารเคมี
  • 4 : ระบบตะกอนด้วยสารเคมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • การกำจัดสารอนินทรีย์ละลายออกจากน้ำ ควรเลือกใช้กระบวนการใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
  • 1 : Coagulation
  • 2 : Precipitation
  • 3 : Filtration
  • 4 : Evaporation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 :
  • จงคำนวณระยะเวลากักพักของถังปฏิกรณ์ dispersion plug flow ที่มีสัมประสิทธิการกระจายเท่ากับ 1.0 โดยกำหนดให้ถังปฏิกรณ์นี้มีประสิทธิภาพการบำบัดสาร A เท่ากับถังปฏิกรณ์ ideal plug-flow ที่มีระยะเวลากักพัก 9 ชม. และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในถังเป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง โดยมีค่าคงที่อัตราการเกิดปฏิกิริยาเท่ากับ 0.3 ต่อ ชม.
  • 1 : 3 ชั่วโมง
  • 2 : 9 ชั่วโมง
  • 3 : 23 ชั่วโมง
  • 4 : 46 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • จงคำนวณระยะเวลากักพักของถังปฏิกรณ์แบบ CSTR ที่ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพกำจัดสารปนเปื้อนชนิดหนึ่งเท่ากับ 95% โดยที่ปฏิกิริยาการย่อยสลายสารปนเปื้อนนี้เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่งมีค่าคงที่ของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเท่ากับ 0.5 ต่อชั่วโมง
  • 1 : 6 ชั่วโมง
  • 2 : 19 ชั่วโมง
  • 3 : 25 ชั่วโมง
  • 4 : 38 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  • จงหาค่าคงที่ของอัตราการเกิดปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง เมื่อทดลองกำจัดสารมลพิษชนิดหนึ่งด้วยถังปฏิกรณ์แบบไหลตามกัน (plug-flow reactor) ที่มีระยะเวลากักพัก 8 ชั่วโมง ได้ประสิทธิภาพการบำบัดร้อยละ 80
  • 1 : 0.1 ต่อชั่วโมง
  • 2 : 0.2 ต่อชั่วโมง
  • 3 : 0.4 ต่อชั่วโมง
  • 4 : 2.0 ต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • จงหาค่าคงที่ปฏิกิริยาของการทดลองหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาอันดับสองซึ่งได้ผลการทดลองโดยการวัดความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่เหลืออยู่ในถังปฏิกรณ์แบบแบตซ์ (batch reactor) ณ ที่เวลาต่างๆดังนี้ คือ 150, 17.6, 9.4, 6.4 และ 4.8 mg/l ณ ที่เวลา 0, 15, 30, 45 และ 60 นาที ตามลำดับ
  • 1 : 0.1 ต่อชั่วโมง
  • 2 : 0.2 ต่อชั่วโมง
  • 3 : 0.3 ต่อชั่วโมง
  • 4 : 0.4 ต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :
  • ต้องใช้ถังปฏิกรณ์ CSTR ต่ออนุกรมกันกี่ใบ เมื่อถังแต่ละใบมีระยะเวลากักพักเท่ากันเท่ากับ 45 นาที และปฏิกิริยาอันดับหนึ่งมีค่าคงที่ 0.3 ต่อชั่วโมง โดยกำหนดให้ระบบมีประสิทธิภาพการบำบัดเท่ากับร้อยละ 90
  • 1 : CSTR จำนวน 3 ใบต่ออนุกรมกัน
  • 2 : CSTR จำนวน 6 ใบต่ออนุกรมกัน
  • 3 : CSTR จำนวน 12 ใบต่ออนุกรมกัน
  • 4 : CSTR จำนวน 18 ใบต่ออนุกรมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • ถังตกตะกอนรับอัตราไหลน้ำเสีย 4000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยมีอัตราไหลล้นผิว (Surface Overflow rate) 40 ลูกบาศก์เมตรต่อตารางเมตรต่อวัน และถังมีความลึก 4 เมตร จงคำนวณระยะเวลากักเก็บน้ำ (HRT) ของถังใบนี้
  • 1 : 1 วัน
  • 2 : 4 ชั่วโมง
  • 3 : 2 ชั่วโมง
  • 4 : 0.1 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • ลำดับของปฏิกิริยา (n) เป็นอย่างไร เมื่อค่าคงที่ของปฏิกิริยา (k) มีค่าเท่ากับ 0.5 ต่อชั่วโมง
  • 1 :  0
  • 2 :  1
  • 3 :  2
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • น้ำเสียในรางระบายน้ำขนาดกว้าง 0.20 ม. แห่งหนึ่ง มีความลึกเฉลี่ยเท่ากับ 0.25 ม. จงคำนวณหาอัตราการไหลของน้ำในราง หากความเร็วในการไหลเฉลี่ยของน้ำในรางเท่ากับ 0.1 ม./วินาที
  • 1 :  0.03 ลบ.ม./นาที
  • 2 :  0.3 ลบ.ม./นาที
  • 3 :  3 ลบ.ม./นาที
  • 4 :  30 ลบ.ม./นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • จงหาความสูญเสียเฮด (headloss) เมื่อน้ำไหลผ่านตะแกรงแบบหยาบโดยที่ ความเร็วในรางก่อนถึงตะแกรงเท่ากับ 0.6 เมตรต่อวินาที ความเร็วไหลผ่านช่องตะแกรง 0.9 เมตรต่อวินาที และสัมประสิทธิ์สูญเสียเฮด (headloss coefficient) เท่ากับ 0.8
  • 1 :  0.028 m
  • 2 :  0.038 m
  • 3 :  0.048 m
  • 4 :  0.058 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 690 : 2. Applications of physical unit operations in water and waste water treatment
ข้อที่ 33 :
  • เมื่อเปรียบเทียบขนาดของถัง Equalization tank ที่มีการติดตั้งแบบ off-line กับการติดตั้งแบบ in-line ควรจะ
  • 1 : ใหญ่กว่า
  • 2 : เล็กกว่า
  • 3 : เท่ากัน
  • 4 : ขนาดอาจใหญ่หรือเล็กขื้นกับอัตราการไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ถังตกตะกอน 2 ถัง ที่รับน้ำทิ้งด้วยอัตราการไหลเท่ากัน หากน้ำทิ้งมีตะกอนแขวนลอยต่ำกว่า 100 มก./ล. และมีสมบัติตะกอน ไม่ รวมตัว ประสิทธิภาพการกำจัดตะกอนของทั้ง 2 ถังจะเท่ากันเมื่อลักษณะถังเป็นอย่างไร
  • 1 : ปริมาตรเท่ากัน
  • 2 : ความลึกของถังเท่ากัน
  • 3 : พื้นที่ผิวหน้าเท่ากัน
  • 4 : เวลากักเก็บ HRT เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 35 :
  • ใบพัด impeller แบบใดขับน้ำให้ไหลขนานกับแกน
  • 1 : Curve Blade Turbine
  • 2 : Straight Blade Turbine
  • 3 : Paddle
  • 4 : Pitch Blade Turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 :
  • ถ้าตะกอนที่อัดอากาศจากถังอัดความดันมี rising velocity เท่ากับ 0.05 เมตร/นาที จงคำนวณพื้นที่ผิวของถัง flotation tank เมื่อรับน้ำเสีย 200 ลบ.ม. / วัน
  • 1 : 8.72 ตารางเมตร
  • 2 : 7.58 ตารางเมตร
  • 3 : 5.82 ตารางเมตร
  • 4 : 2.78 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • น้ำหนักทรายทั้งหมดเท่ากับ 2 ตัน มี effective size 0.45 mm. และ uniform coefficient 1.5 จงหาน้ำหนักทรายรวมของทรายขนาดในช่วง 0.45 mm. ถึง 0.675 mm.
  • 1 : 0.5 ตัน
  • 2 : 1 ตัน
  • 3 : 1.5 ตัน
  • 4 : 2 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของตะแกรงละเอียด (fine screen)
  • 1 : ลดปริมาณกรวดทรายที่เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 2 : ลดปริมาณเศษขยะชิ้นเล็กๆ ที่เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 3 : ลดปริมาณตะกอนแขวนลอยที่เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 4 : ลดปริมาณสารอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบตะแกรงราง (bar rack)
  • 1 : ควรออกแบบตะแกรงรางให้มีอย่างน้อย 2 ชุด เพื่อสะดวกในการซ่อมบำรุง
  • 2 : ความปั่นป่วนของกระแสน้ำที่เข้าและออกจากตะแกรงไม่มีผลกับการทำงานของตะแกรง
  • 3 : ตะแกรงรางอาจเป็นแบบทำความสะอาดด้วยแรงคนหรือเครื่องกลก็ได้
  • 4 : ควรออกแบบช่องว่างระหว่างซี่ตะแกรงประมาณ 1 ใน 3 ของขนาดของแข็งที่เครื่องสูบยอมให้ผ่านได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 40 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่หลักของบ่อปรับสมดุล (equalization tank)
  • 1 : ลดการเกิด Shock Load
  • 2 : ทำให้เกิดการผสมของน้ำเสียให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนเข้าสู่ระบบบำบัด
  • 3 : สร้างโอกาสให้กรวดทรายตกตะกอนในบ่อ
  • 4 : ลดการแปรปรวนของอัตราไหลของน้ำเสียที่เข้าสู่ระบบบำบัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับบ่อปรับสมดุล (Equalization tank)
  • 1 : บ่อปรับสมดุลช่วยให้ความต้องการเกี่ยวกับขนาดของระบบบำบัดเล็กลงได้
  • 2 : บ่อปรับสมดุลมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 3 : บ่อปรับสมดุลอาจทำหน้าที่ทั้งปรับสมดุลการไหลของน้ำและปรับสมดุลคุณภาพน้ำ
  • 4 : บ่อปรับสมดุลสามารถบำบัดค่าบีโอดีได้ในช่วงร้อยละ 50-75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • ข้อใดเป็นชั้นสารกรองที่ให้ประสิทธิภาพการกรองสูงที่สุดตามทฤษฎี
  • 1 : มีการเรียงตัวโดยสารกรองขนาดใหญ่อยู่ด้านบน และสารกรองขนาดเล็กอยู่ด้านล่าง
  • 2 : มีการเรียงตัวโดยสารกรองขนาดเล็กอยู่ด้านบน และสารกรองขนาดใหญ่อยู่ด้านล่าง
  • 3 : สารกรองขนาดใหญ่และขนาดเล็กกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งชั้น
  • 4 : มีเพียงสารกรองขนาดเล็กเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการเรียงตัวของชั้นสารกรองจากบนลงล่างที่จะพบหลังจากการล้างย้อน (backwash) เสร็จสิ้นแล้ว
  • 1 : ทราย, ถ่านแอนทราไซท์, ทรายการ์เน็ท
  • 2 : ถ่านแอนทราไซท์, ทราย, ทรายการ์เน็ท
  • 3 : ทรายการ์เน็ท, ทราย, ถ่านแอนทราไซท์
  • 4 : ถ่านแอนทราไซท์, ทรายการ์เน็ท, ทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการทำ Aeration
  • 1 : ไล่ก๊าซ CO2 ออกจากน้ำ
  • 2 : ไล่ก๊าซ H2S ออกจากน้ำ
  • 3 : ยับยั้งการเจริญเติบโตของสาหร่ายในน้ำ
  • 4 : ออกซิไดซ์เหล็กและแมงกานีสให้เป็นสารประกอบที่ไม่ละลายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยสำคัญต่อการถ่ายเทออกซิเจนจากอากาศสู่น้ำ
  • 1 : พื้นที่ผิวสัมผัสระหว่างน้ำกับอากาศ
  • 2 : ระยะเวลาการสัมผัสระหว่างน้ำกับอากาศ
  • 3 : ความแตกต่างของความเข้มข้นของออกซิเจนในน้ำกับในอากาศ
  • 4 : ความต้านทานของ gas film ที่ Gas-Liquid Interface
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 46 :
  • จงหาแรงม้าที่ต้องการตามทฤษฎีในการกวนเร็วในถังปริมาตร 0.5 ลบ.ม. ให้ได้ค่า velocity gradient 1,000 ต่อวินาที เมื่อกำหนดให้ค่า dynamic viscosity ของน้ำมีค่าเท่ากับ 0.798 x 10-3 N.s/m2 และ 1 แรงม้า = 745.5 watt.
  • 1 : 0.54 แรงม้า
  • 2 : 0.65 แรงม้า
  • 3 : 0.75 แรงม้า
  • 4 : 0.82 แรงม้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นค่า G และเวลาเก็บกักที่ไม่เหมาะสมกับชนิดของถังกวน
  • 1 : G = 20 ต่อวินาที และเวลาเก็บกัก 30 นาที สำหรับถังกวนช้า
  • 2 : G = 80 ต่อวินาที และเวลาเก็บกัก 60 นาที สำหรับถังกวนช้า
  • 3 : G = 1200 ต่อวินาที และเวลาเก็บกัก 30 วินาที สำหรับถังกวนเร็ว
  • 4 : G = 800 ต่อวินาที และเวลาเก็บกัก 60 วินาที สำหรับถังกวนเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 48 :
  • เม็ดทรายขนาดใหญ่ซึ่งมีความเร็วตกตะกอนสุดท้ายเท่ากับ 20 มม.ต่อวินาที เข้ามาในถังดักกรวดทรายที่ความลึก 0.4 ม. ด้วยความเร็วในแนวราบ 0.3 ม.ต่อวินาที เม็ดทรายนี้จะลอยไปได้ระยะทางแนวราบเท่าใดก่อนจะตกตะกอนตามทฤษฎีถังตกตะกอนในอุดมคติ
  • 1 : 0.4 เมตร
  • 2 : 2.3 เมตร
  • 3 : 6.0 เมตร
  • 4 : 8.6 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มีค่าเท่ากับอัตราน้ำล้นผิว (surface overflow rate) 0.15 ม.ต่อนาที
  • 1 : อัตราน้ำล้นผิว 3.6 ลบ.ม.ต่อวันต่อเมตร
  • 2 : อัตราน้ำล้นผิว 9 ลบ.ม.ต่อวันต่อเมตร
  • 3 : อัตราน้ำล้นผิว 9 ลบ.ม.ต่อวันต่อตารางเมตร
  • 4 : อัตราน้ำล้นผิว 216 ลบ.ม.ต่อวันต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • ในการออกแบบถังตกตะกอนขั้นที่ 2 ซึ่งมีอัตราไหลของน้ำจากถังเติมอากาศเข้าถัง 600 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง ค่า MLSS 2800 มก.ต่อลิตร และจากการทดลองได้ค่า Limiting Flux 10 กก.ต่อชม.ต่อตารางเมตร จงคำนวณหาพื้นที่ผิวของถังที่ต้องการโดยใช้ค่า scale-up factor เท่ากับ 1.5
  • 1 : 120 ตารางเมตร
  • 2 : 168 ตารางเมตร
  • 3 : 205 ตารางเมตร
  • 4 : 252 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการทดลองการตกตะกอนแบบที่ 3 (TYPE III Sedimentaion) หรือ zone setting
  • 1 : ตะกอนจะตกแยกชั้น เห็นชั้นแบ่ง (interface) ระหว่างตะกอนกับน้ำใสชัดเจน
  • 2 : ความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) จะลดลงเรื่อย ๆ นับจากเริ่มการตกตะกอนสำหรับความเข้มข้นหนึ่ง ๆ
  • 3 : ในช่วงความเข้มข้นในการตกตะกอนแบบนี้ ยิ่งหากความเข้มข้นของตะกอนสูง ความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) จะมีค่าสูงกว่าเมื่อความเข้มข้นของตะกอนต่ำ
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการทดลองการตกตะกอนแบบที่ 2 (TYPE II Sedimentaion) หรือ flocculant setting
  • 1 : เป็นการตกตะกอนแบบเกาะกลุ่ม
  • 2 : โดยตะกอนจะเริ่มรวมตัวเป็นกลุ่ม และเมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มตะกอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • 3 : ยิ่งเวลาผ่านไปนานขึ้น ความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) จะมีค่าสูงขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตกตะกอนแบบที่ 1 (TYPE I Sedimentaion) หรือ Discrete setting
  • 1 : เป็นการตกตะกอนแบบอนุภาคเดียว โดยไม่มีกับรวมตัวกับอนุภาคอื่น ๆ
  • 2 : ค่าความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) ขึ้นอยู่กับลักษณะความปั่นป่วนของการไหลของน้ำ
  • 3 : ในช่วงความปั่นป่วนแบบ Laminar ยิ่งค่า Reynold Number สูงขึ้น ค่าความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) ของอนุภาคหนึ่งจะมีค่าต่ำลง
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับถังการตกตะกอนแบบที่ 1 ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมแบบอุดมคติ (Ideal Rectangular TYPE I Sedimentation Basin)
  • 1 : ค่าความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) ขึ้นอยู่กับขนาดของอนุภาคตะกอน
  • 2 : หากนำค่าอัตราการไหลของน้ำเข้าถังตกตะกอน (Q) หารด้วยค่าความกว้างและค่าความยาวของถังดังกล่าว จะได้เป็นค่าความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity) ของอนุภาคขนาดเล็กที่สุดเคลื่อนที่เข้าถังตกตะกอนที่จุดบนสุดของถุง แล้วไม่หลุดออกไปนอกถังตกตะกอน
  • 3 : ทิศทางการเคลื่อนที่ของอนุภาคตะกอนในถังการตกตะกอนจะเป็นการเคลื่อนที่ลักษณะโปรเจคไทล์ (Projectile)
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • ในการตกตะกอนแบบที่ 1 ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับแรงลัพธ์ที่ทำบนตะกอนเคลื่อนที่ 1 มิติ
  • 1 : ในขณะเริ่มการตกตะกอน แรงลัพธ์จะมีทิศทางตามทิศของแรงโน้มถ่วงของโลก
  • 2 : แรงลัพธ์เป็นผลจากแรงโน้มถ่วงของโลก แรง drag และแรงลอยตัว
  • 3 : เมื่อตะกอนเคลื่อนที่ลงค่าแรง drag จะมีค่าสูงขึ้นจนกระทั่งมีค่าคงที่ หากคอลัมน์ยาวพอ
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 :
  • เราจะพบการตกตะกอนแบบที่ 3 ในขั้นตอนไหนของการบำบัดน้ำเสียด้วยกระบวนการตะกอนเร่ง
  • 1 : ถังดักทราย (Grit chamber)
  • 2 : ถังตกตะกอนขั้นที่ 2 (Secondary clarifier)
  • 3 : ถังเติมอากาศ (Aeration Tank)
  • 4 : ถังย่อยสลายตะกอนชีวภาพ (Sludge Digester)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • สำหรับการถ่ายเทออกซิเจนลงในน้ำ (Aeration) หากอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น ค่าความสามารถในการละลายน้ำสูงสุดของออกซิเจนในน้ำหนึ่ง ๆ จะมีค่า
  • 1 : สูงขึ้น
  • 2 : ต่ำลง
  • 3 : ไม่มีผล
  • 4 : อาจจะสูงขึ้นหรือต่ำลงก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 58 :
  • หน้าที่ของ Baffle ในถังกวนผสมมาตรฐาน (Standard Mixing Tank) คือ
  • 1 : เปลี่ยนลักษณะการไหลในแนว Radial ให้เป็นแนว Axial
  • 2 : เปลี่ยนลักษณะการไหลในแนว Axial ให้เป็นแนว Radial
  • 3 : ลดการเกิด Dead Volume
  • 4 : เพิ่มการเกิด Vortex
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 :
  • อัตราส่วน SOTR/AOTR มักจะมีค่า
  • 1 : มากกว่า 1
  • 2 : น้อยกว่า 1
  • 3 : เท่ากับ 1
  • 4 : อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • สำหรับการไหลผ่านวัตถุจม ทิศทางของแรง drag ที่กระทำบนตัววัตถุจม จะอยู่ในทิศทาง
  • 1 : เดียวกับทิศทางการไหลของน้ำ
  • 2 : ตรงกันข้ามกับทิศทางการไหลของน้ำ
  • 3 : ตั้งฉากกับทิศทางการไหลของน้ำ
  • 4 : มีทิศทางไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 61 :
  • ถังกรองถังหนึ่ง มีการเรียงชั้นจากบนสุดถึงล่างสุดดังนี้ (1) ทรายละเอียด (2) กรวด (3) ชั้นน้ำสะอาด ถังกรองนี้มีการเรียงตัวกลางแบบใด
  • 1 : Single-Medium Filter
  • 2 : Dual-Medium Filter
  • 3 : Tri-Medium Filter
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • ในถังกรองทรายเร็ว หากเกิด Negative Head Loss จะส่งผลอย่างไรต่อระบบ
  • 1 : อัตราการกรองเร็วขึ้นกว่าอัตราการกรองปกติ
  • 2 : ทิศทางการไหลของน้ำในการกรองเปลี่ยนจากทิศทางลงเป็นทิศทางขึ้น
  • 3 : ทำให้เกิด Head Loss น้อยที่สุด
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 63 :
  • วิธีการคำนวณหาพื้นที่หน้าตัดของถังตกตะกอนขั้นที่ 2 ทำโดยใช้วิธี Solid Flux ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ส่วนประกอบของค่า Solid Flux
  • 1 : Flux ของตะกอนที่เกิดการตะกอนตามแรงโน้มถ่วงของโลก
  • 2 : Flux ของตะกอนที่เกิดจากความเร็วของการดูดตะกอนที่ก้นถัง
  • 3 : Flux ของตะกอนที่เกิดจากความปั่นป่วนของการไหลของถัง
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • จงหาพื้นที่หน้าตัดของถัง ตกตะกอนขั้นที่ 2 ทำโดยใช้วิธี Solid Flux หากคำนวณค่า Limiting Solid Flux ได้เท่ากับ 6 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อชั่วโมง ค่าความเข้มข้นของ MLSS เข้าถังเท่ากับ 2,500 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าอัตราการไหลของน้ำเข้าถังเท่ากับ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 250 ตารางเมตร
  • 2 : 420 ตารางเมตร
  • 3 : 0.25 ตารางเมตร
  • 4 : 0.42 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 65 :
  • ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์หรือวิธีการวัดอัตราการไหลของน้ำ
  • 1 : Magnetic stirrer
  • 2 : Parshall flume
  • 3 : Ultrasonic
  • 4 : Venturi tube
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 66 :
  • การสูญเสียพลังงานเนื่องจากการอุดตันของตะแกรงดักเศษขยะในน้ำเสียขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ยกเว้น ข้อใด
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำในร่องน้ำ
  • 2 : พื้นที่ช่องว่างของรูตะแกรง
  • 3 : สัดส่วนสารอินทรีย์ต่อสารอนินทรีย์ของเศษขยะ
  • 4 : ความเร็วของน้ำผ่านช่องว่างของตะแกรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 :
  • เพราะเหตุใดจึงต้องมีการติดตั้งเครื่องตัดย่อยเศษขยะที่ถูกดักบนตะแกรงให้มีขนาดเล็กและสามารถไหลผ่านตะแกรงไปได้
  • 1 : เพื่อลดปริมาณขยะจากตะแกรงดักขยะที่ต้องนำไปกำจัด
  • 2 : เพื่อลดการสะสมของตะกอนอนินทรีย์ในถังเติมอากาศ
  • 3 : เพื่อเพิ่มตัวกลางยึดเกาะให้ตะกอนจุลินทรีย์ในถังปฏิกรณ์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 68 :
  • ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งถังปรับอัตราการไหลในระบบบำบัดน้ำเสียคือที่ใด
  • 1 : หน้าตะแกรงดักขยะ
  • 2 : หน้าบ่อดักกรวดทราย
  • 3 : หลังบ่อดักกรวดทราย
  • 4 : หลังถังปรับความเป็นกรดด่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 69 :
  • วัตถุประสงค์ของการกวนเร็วในกระบวนการโคแอกคูเลชันคืออะไร
  • 1 : รวมตะกอนขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ ทำให้สามารถตกตะกอนได้ดี
  • 2 : ผสมสารเคมีในถังน้ำเสียในทั่วถึง
  • 3 : แยกตะกอนของแข็งออกจากน้ำด้วยแรงหนีศูนย์กลาง
  • 4 : เพิ่มปริมาณก๊าซละลายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 70 :
  • พารามิเตอร์ใดไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกวน
  • 1 : Velocity gradient
  • 2 : Viscosity of fluid
  • 3 : Tank volume
  • 4 : Overflow rate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • ลักษณะการตกตะกอนประเภทใดที่เกิดขึ้นในถังดักกรวดทราย
  • 1 : Hindered settling
  • 2 : Flocculent settling
  • 3 : Compression settling
  • 4 : Discrete particle settling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • เมื่อใดควรใช้กระบวนการลอยตัว (flotation)
  • 1 : ต้องการลดขนาดของถังแยกตะกอนในกรณีตะกอนมีขนาดเล็ก
  • 2 : ต้องการประหยัดพลังงานในการเดินระบบ
  • 3 : ต้องการใช้ปฏิกิริยาการสังเคราะห์แสงที่ผิวน้ำ
  • 4 : ต้องการเติมออกซิเจนให้กับตะกอนจุลินทรีย์ในกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 73 :
  • เครื่องเติมอากาศหรือไล่ก๊าซชนิดใดเหมาะกับระบบประปาภูเขามากที่สุด
  • 1 : Cascade aerator
  • 2 : Multiple-tray aerator
  • 3 : Jet aerator
  • 4 : Spray-nozzle aerator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • กำหนดให้อัตราไหลล้นผิว (Overflow rate)ของการออกแบบถังตกตะกอนขั้นที่หนึ่งเท่ากับ 40 เมตรต่อวัน หากอัตราไหลน้ำเสียเท่ากับ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พื้นที่ผิวน้ำที่ต้องการเท่ากับกี่ตารางเมตร
  • 1 : 50 ตารางเมตร
  • 2 : 100 ตารางเมตร
  • 3 : 150 ตารางเมตร
  • 4 : 200 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • เป้าหมายหลักของกระบวนการ Air Flotation คืออะไร
  • 1 : การทำให้อากาศลอย
  • 2 : การทำให้ตะกอนลอย
  • 3 : การทำให้ตะกอนจม
  • 4 : การทำให้สารเคมีผสมกันดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • กระบวนการใดไม่ใช่ Physical Unit Process
  • 1 : Mixing
  • 2 : Adsorption
  • 3 : Gas Transfer
  • 4 : Flow measurement
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของกระบวนการ Mixing
  • 1 : กวนสารเคมีให้เข้ากับน้ำอย่างทั่วถึง
  • 2 : ป้องกันการตกตะกอน
  • 3 : แยกชั้นของเหลวที่มีความหนาแน่นต่างกัน
  • 4 : รวมตะกอนขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 78 :
  • อุปกรณ์ในข้อใดมีหน้าที่แตกต่างจากข้ออื่น
  • 1 : Weir
  • 2 : Flume
  • 3 : Pump
  • 4 : Orifice
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประเภทของ Flotation
  • 1 : Dissolved Air Flotation
  • 2 : Vacuum Flotation
  • 3 : Air flotation
  • 4 : Centrifuge Flotation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • ถังกรองทรายแบบสองสารกรองประกอบไปด้วยสารอะไรบ้าง
  • 1 : ทรายกับถ่านแอนทราไซท์
  • 2 : ทรายกับกรวด
  • 3 : ทรายกับเรซิน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • การกรองน้ำในถังกรองทรายจะหยุดทำงานเพื่อล้างย้อน (Back Wash) เมื่อใด
  • 1 : เมื่อน้ำที่กรองได้มีความสกปรก
  • 2 : เมื่อ Headloss มากกว่าที่ออกแบบ
  • 3 : ข้อ 1 และข้อ 2 ถูกทั้งคู่
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • การเติมอากาศนั้นถูกวิเคราะห์โดยทฤษฎีอะไร
  • 1 : Two-film theory
  • 2 : Three-film theory
  • 3 : Air bubble phenomenon
  • 4 : Piezoelectric theory
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • Grit Chambers คืออะไร
  • 1 : ระบบกำจัดตะกอนสารอินทรีย์
  • 2 : ระบบกำจัดทรายหรือเศษวัสดุอื่นๆที่มีความถ่วงจำเพาะสูง
  • 3 : ระบบกำจัดเชื้อโรค
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • โดยทั่วไป Mixing อาจทำโดยการใช้
  • 1 : การอัดอากาศ
  • 2 : การหมุนเวียนน้ำ
  • 3 : การใช้ Hydraulic Jump
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • ถัง Thickening มีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : ทำตะกอนให้เข้มข้นขึ้น
  • 2 : ตกตะกอนให้น้ำใส
  • 3 : หมักตะกอนให้เหลือปริมาตรน้อยลง
  • 4 : หมักตะกอนให้เกิดก๊าซชีวภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการทำ thickening
  • 1 : Grinding
  • 2 : Flotation
  • 3 : Centrifugation
  • 4 : Sedimentation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • Gas stripping เกิดได้ที่ตำแหน่งใด
  • 1 : บ่อสูบ
  • 2 : ถังเติมอากาศ
  • 3 : ถังดักกรวดทรายแบบเติมอากาศ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 88 :
  • ข้อใดไม่ใช่กลไกการกรอง
  • 1 : Straining
  • 2 : Flocculation
  • 3 : Interception
  • 4 : Stabilization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 :
  • ประสิทธิภาพของระบบ Dissolved Air Flotation ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดเป็นหลัก
  • 1 : Air to Solids ratio
  • 2 : Air to Soluble Organics ratio
  • 3 : Air to Surface Area ratio
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 90 :
  • ในการจำแนกประเภทการตกตะกอนนั้นมีกี่ประเภท
  • 1 : 3 ประเภท
  • 2 : 4 ประเภท
  • 3 : 5 ประเภท
  • 4 : 6 ประเภท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • การตกตะกอนของเม็ดทรายนั้นเป็นการตกตะกอนแบบใด
  • 1 : Discrete Settling
  • 2 : Flocculent Settling
  • 3 : Zone Settling
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :
  • อุปกรณ์การกวนประเภทใดให้ค่าความปั่นป่วนสูงสุด
  • 1 : In-line Blender
  • 2 : Static mixer
  • 3 : Turbine mixer
  • 4 : Propeller mixer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • อุปกรณ์ตะแกรงแบบใดที่ต้องการการบำรุงรักษาต่ำสุด
  • 1 : Centrifugal screen
  • 2 : Rotary drum screen
  • 3 : Incline fixed screen
  • 4 : Mechanical cleaned bar rack
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 94 :
  • หากค่า KLa ของเครื่องเติมอากาศเครื่องหนึ่งซึ่งวัดค่าที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส มีค่าเท่ากับ 4.2 ต่อชั่วโมง ค่า KLa ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสจะมีค่าเป็นอย่างไรเมื่อกำหนดให้ค่า ? เท่ากับ 1.020
  • 1 : มากกว่า 4.2 ต่อชั่วโมง
  • 2 : น้อยกว่า 4.2 ต่อชั่วโมง
  • 3 : เท่ากับ 4.2 ต่อชั่วโมง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • บ่อขนาดความจุน้ำ 2,000 ลูกบาศก์เมตร หากต้องการกวนผสมโดยมีค่า G เท่ากับ 100 per second จะต้องมีการถ่ายเทกำลังงาน (power) ลงสู่น้ำเท่าใด กำหนดให้ dynamic viscosity (m) เท่ากับ 0.890 x 10-3 N.s/m2
  • 1 : 12.5 watt
  • 2 : 12.5 kilowatt
  • 3 : 17.8 watt
  • 4 : 17.8 kilowatt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • จงหาความสูญเสียเฮด (headloss) เมื่อน้ำไหลผ่านตะแกรงแบบหยาบโดยที่ความเร็วในรางก่อนถึงตะแกรงเท่ากับ 0.6 เมตรต่อวินาที ความเร็วไหลผ่านช่องตะแกรง 0.8 เมตรต่อวินาที และสัมประสิทธิ์สูญเสียเฮด (headloss coefficient) เท่ากับ 0.65
  • 1 : 0.022 m
  • 2 : 0.038 m
  • 3 : 0.041 m
  • 4 : 0.053 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • จงหาความสูญเสียเฮด (headloss) เมื่อน้ำไหลผ่านตะแกรงแบบหยาบที่มีขยะอุดตันอยู่คิดเป็นพื้นที่ 50% ของช่องตะแกรง โดยที่ความเร็วในรางก่อนถึงตะแกรงเท่ากับ 0.6 เมตรต่อวินาที ความเร็วไหลผ่านช่องตะแกรงเมื่อไม่มีขยะตกค้างเท่ากับ 0.8 เมตรต่อวินาที และสัมประสิทธิ์สูญเสียเฮด (headloss coefficient) เมื่อมีขยะตกค้างเท่ากับ 0.6
  • 1 : 0.105 m
  • 2 : 0.138 m
  • 3 : 0.187 m
  • 4 : 0.243 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • กระบวนใดต่อไปนี้จัดว่าเป็น Physical Unit Processes
  • 1 : การเติมอากาศ (Aeration)
  • 2 : การทำให้ลอยตัว (Flotation)
  • 3 : การกรอง (Filtration)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบแอเรชันและดีแอเรชัน (ทั้งแบบใบพัดและแบบฟองอากาศ)
  • 1 : ปิดฝาถังปฏิกิริยา เพื่อเพิ่มความดัน
  • 2 : เพิ่มขนาดของฟองอากาศ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสระหว่างอากาศกับน้ำ
  • 3 : เพิ่มความเร็วใบพัด เพื่อเพิ่มความปั่นป่วนภายในถังปฏิกิริยา
  • 4 : ลดขนาดถังปฏิกิริยา เพื่อเพิ่มความปั่นป่วนภายในถังปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อกระบวนการ Coagulation - Flocculation
  • 1 : รูปแบบถังปฏิกิริยาที่ใช้ (Reactor types)
  • 2 : ค่าพีเอชของน้ำ (pH)
  • 3 : ค่าความปั่นปวนหรือความเร็วเเกรเดียนท์ (Velocity gradient)
  • 4 : เวลาสัมผัสหรือเวลากักน้ำ (Detention time)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคและเกณฑ์การออกแบบถังกวนเร็ว (Rapid mixing tank)
  • 1 : ถังกวนเร็วรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ให้ผลดีกว่าถังรูปทรงกระบอก
  • 2 : แผ่นกั้นน้ำตามขอบถัง (Stator baffle) ช่วยให้การกวนน้ำมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • 3 : การเติมสารเคมีควรเติมบริเวณที่ไกลใบพัด เพื่อให้โคแอกกูเลชันเกิดได้ดีที่สุด
  • 4 : ไม่ควรเติมสารโคแอกกูเลชันเอด (Coagulation aid) พร้อมกับโคแอกูแลนท์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคและเกณฑ์การออกแบบถังกวนช้า (Flocculation tank)
  • 1 : ถังกวนช้าต้องการความปั่นป่วนสูงและเวลาสัมผัสนานๆ
  • 2 : การสร้างฟล็อคคูเลชันโดยมีการลดความปั่นปวนไปตามความยาวของถังกวนช้า จะส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้น
  • 3 : ควรออกแบบให้ทางเชื่อมระหว่างถังกวนช้าและถังตกตะกอนมีโครงสร้างร่วมกัน
  • 4 : เครื่องกวนน้ำแบบใบพัดเรือ (Axial Flow propeller) สามารถสร้างความปั่นป่วนได้ทั่วทั้งถังกวนช้ามากกว่าใบพัดกวนน้ำแบบอื่นๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 103 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการ Coagulation - Flocculation
  • 1 : เป็นกระบวนการที่ทำให้คอลลอยด์ (Colloid) หลายๆ อนุภาคจับตัวกันเป็นฟล็อค (Floc)
  • 2 : เป็นการทำลายหรือลดเสถียรภาพของอนุภาคคอลลอยด์ที่อยู่ในระบบ
  • 3 : การสร้างสัมผัสให้กับอนุภาคคอลลอยด์ เพื่อเพิ่มขนาดของฟล็อค (Floc)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการกรองอนุภาคแขวนลอยในน้ำเสีย
  • 1 : เครื่องกรองทรายแบบกรองช้ามีการสูญเสียเฮด (Head loss) เกิดขึ้นต่ำมาก เนื่องจากใช้อัตราการกรองต่ำมาก
  • 2 : เครื่องกรองทรายแบบกรองเร็วมักจะไม่มีปฎิกิริยาทางชีวภาพของจุลินทรีย์เกิดขึ้น
  • 3 : รูปแบบการเรียงตัวของชั้นสารกรองทรายหลังการล้างย้อนสามารถส่งผลถึงความลึกของชั้นกรองก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพื่อเปรียบเทียบกับชั้นทรายกรองแบบอุดมคติ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการดูดติดผิว (Adsorption)
  • 1 : สามารถกำจัดสารปนเปื้อนที่มีขนาดเล็กจนถึงขั้นระดับโมเลกุล
  • 2 : เป็นการเคลื่อนย้ายมวลสารจากของเหลวหรือก๊าซมายังผิวของของแข็ง
  • 3 : การเกาะจับของโมเลกุลสารปนเปื้อนบนสารที่ใช้เกิดขึ้นได้จากแรงทางเคมี เท่านั้น
  • 4 : Activated Carbon สามารถนำมาใช้ในกระบวนการดูดติดผิวได้เป็นอย่างดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบถังตกตะกอนในระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 1 : การใส่ท่อหรือแผ่นต่างๆ เข้าไปในถังตกตะกอนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของถังตกตะกอน
  • 2 : ลดความสูง (ลึก) ของถังตกตะกอนลงจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของถังตกตะกอน
  • 3 : ความเร็วในการตกตะกอนของอนุภาคแปรผกผันกับความหนืดของน้ำเสียซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิของน้ำ
  • 4 : การติดรางน้ำล้น (Weir plates) ช่วยแก้ไขปัญหาการไหลลัดทางของน้ำเสียในถังตกตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นกลไกการเคลื่อนย้ายสารแขวนลอยเข้าหาสารกรอง (Transport mechanism) ที่สอดคล้องกับหมายเลข 1 ถึง 3 ตามลำดับ
  • 1 : Brownian, Interception, Sedimentation
  • 2 : Interception, Brownian, Sedimentation
  • 3 : Sedimentation, Brownian, Interception
  • 4 : Interception, Sedimentation, Brownian
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • จงเรียงลำดับขั้นตอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการดูดติดผิว ซึ่งได้แก่
    1. Film Diffusion                   2. Pore Diffusion
    3. Adsorption                       4. Molecular Transport mechanism
  • 1 : 1 2 3 4
  • 2 : 4 1 2 3
  • 3 : 4 3 1 2
  • 4 : 4 2 1 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :
  • การออกแบบถังกวนเร็วด้วยสารส้มปริมาณ 18 มก/ล ที่พีเอชเท่ากับ 6.4 จงคำนวณหาค่าความเป็นด่างอย่างน้อยที่จำเป็นต้องมีเพื่อควบคุมให้พีเอชมีค่าคงที่และโคแอกกูเลชันมีประสิทธิภาพสูงสุด
    กำหนดให้ สมการสตอยชิโอเมตริกของการสร้างโคแอกกูเลชันด้วยสารส้ม คือ
    Al2(SO4)3. 14.3H2O + 3Ca(HCO3)2 ® 3CaSO4 + 2Al(OH)3 + 6CO2 + 14.3H2O
  • 1 : 9 มก./ล. CaCO3
  • 2 : 5 มก./ล. CaCO3
  • 3 : 15 มก./ล. CaCO3
  • 4 : 20 มก./ล. CaCO3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • สำหรับประเภทการตกตะกอนแบบโดด (Discrete particle settling) ของพวกกรวดและทรายที่มีขนาดเท่ากับ 0.1 มม. จงคำนวณหาค่าความเร็วในการตกตะกอนอย่างคร่าวๆ จากกฎของสโตค (Stoke’s law) ได้แก่    

    เมื่อ ความถ่วงจำเพาะของอนุภาค (SG) เท่ากับ 2.5 และความหนืดสมบูรณ์ของน้ำ เท่ากับ 1.3*10-2 ซม.2/วินาที
     

     

  • 1 : 0.00724 ม/วินาที
  • 2 : 0.00624 ม/วินาที
  • 3 : 0.00824 ม/วินาที
  • 4 : 0.00924 ม/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • สำหรับประเภทการตกตะกอนแบบโดด (Discrete particle settling) ของพวกกรวดและทรายที่มีขนาดเท่ากับ 0.1 มม. (ดูสมการข้างล่าง) จงคำนวณหาพื้นที่ของถังตกตะกอนที่จำเป็น (A) ในการตกตะกอนแยกอนุภาค ที่มีความเร็วในการตกตะกอน 6.24 มม/ วินาทีเมื่ออัตราไหลของน้ำเสียที่จะต้องบำบัด (Q) มีค่าเท่ากับ 1,000 ลบ.ม./วัน

    เมื่อ ความถ่วงจำเพาะของอนุภาค (SG) เท่ากับ 2.5 และความหนืดสมบูรณ์ของน้ำ เท่ากับ 1.3*10-2 ซม.2/วินาที

  • 1 : 1.86 ตารางเมตร
  • 2 : 2.26 ตารางเมตร
  • 3 : 2.68 ตารางเมตร
  • 4 : 3.25 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • ในการใช้เครื่องแอเรเตอร์แบบโปรยน้ำ (Spray Aerators) โดยใช้หัวฉีดซึ่งติดอยู่กับที่ (Fixed nozzle/orifice) เป่าน้ำขึ้นไปบนอากาศ ในอัตราการไหลที่ผ่านหัวฉีดเท่ากับ 0.1 ลบ.ม./นาที จงคำนวณหาความดันลด (Head loss) เป็นเมตร ที่สอดคล้องกับขนาดของรูบนหัวฉีดขนาดเท่ากับ 2.5 เซนติเมตร กำหนดให้ ค่าคงที่ของหัวฉีด (CD) มีค่าเท่ากับ 0.9

    กำหนดให้

  • 1 : 0.51 เมตร
  • 2 : 0.73 เมตร
  • 3 : 1.25 เมตร
  • 4 : 1.85 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • จงคำนวณหาพื้นที่ผิวสัมผัสทั้งหมดต่อปริมาตรถังปฎิกิริยา (Interfacial area - a) ของฟองอากาศจากระบบเติมอากาศแบบ Diffused aerators โดยที่ปริมาณอากาศคิดเป็น 25% ของปริมาตรทั้งหมดและขนาดฟองอากาศโดยเฉลี่ยเท่ากับ 3 มม. (สมมติให้ฟองอากาศมีลักษณะเป็นทรงกลม)

                                      

  • 1 : 0.66 /มม
  • 2 : 3.86 /มม
  • 3 : 1.25 /มม
  • 4 : 2.45 /มม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • การใช้ Mechanical bar screen ซึ่งช่องว่างที่น้ำเสียไหลผ่านกว้าง 30 มม. และความหนาของ Bar หนา 10 มม. จงคำนวณหาความเร็วของน้ำเสียที่ไหลผ่านระหว่าง Bar เมื่ออัตราการไหลของน้ำเสียเข้าสู่ระบบ (Q) เท่ากับ 80,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน ความกว้าง (W) และความสูง (D) ของช่องทางเข้าของน้ำเสีย (Channel) เท่ากับ 1.5 ม. และ 1 ม. ตามลำดับ
  • 1 : 0.52 ม/วินาที
  • 2 : 0.75 ม/วินาที
  • 3 : 1.25 ม/วินาที
  • 4 : 0.83 ม/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • จงคำนวณความดันลด (เป็นเมตร) ที่สอดคล้องกับการใช้งาน Mechanical bar screen เมื่อกำหนดให้ Discharge coefficient (CD) มีค่าเท่ากับ 0.84 ความเร็วน้ำเสียสูงสุดที่ไหลเข้าช่อง (VChannel) และความเร็วสูงสุดที่ไหลระหว่าง Bar (VBar) เท่ากับ 0.62 ม./วินาที และ 0.36 ม./วินาที ตามลำดับ

  • 1 : 0.023 ม.
  • 2 : 0.033 ม.
  • 3 : 0.025 ม.
  • 4 : 0.019 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • สำหรับตัวเลือกต่อไปนี้ ตัวเลือกใดเป็นวิธีเหมาะสมที่สุดในการกำจัดอนุภาคขนาดเล็กในน้ำ
  • 1 : Screening
  • 2 : Sedimentation
  • 3 : Titration
  • 4 : Filtration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • การบำบัดน้ำเสียในขั้นตอนใดต่อไปนี้ ที่กลไกในการบำบัดหลักอาศัยการตกตะกอนแบบที่ 3 (TYPE III Sedimentation)
  • 1 : Filtration
  • 2 : Secondary clarifier
  • 3 : Coagulation
  • 4 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • ข้อใดเป็นการเรียงลำดับกระบวนการทำน้ำประปาที่ถูกต้องสำหรับการใช้น้ำผิวดินเป็นแหล่งน้ำ
  • 1 : Coagulation/Flocculation Filtration Disinfection Sedimentation
  • 2 : Coagulation/Flocculation Filtration Sedimentation Disinfection
  • 3 :

    Coagulation/Flocculation ® Sedimentation ® Disinfection® Filtration

  • 4 : Coagulation/Flocculation Sedimentation Filtration Disinfection
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับกระบวนการ Coagulation/Flocculation
  • 1 : เป็นกระบวนการเติมสารเคมี เพื่อให้คอลลอยด์สูญเสียเสถียรภาพ
  • 2 : เป็นกระบวนการในการกำจัดความขุ่นของน้ำ
  • 3 : ทำให้เกิดปุยตะกอนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • 4 : จะต้องใช้การกวนแบบกวนเร็วตลอดกระบวนการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :
  • ในถังตกตะกอนแบบทรงสี่เหลี่ยม ทิศทางการไหลของน้ำออกจากถังตกตะกอน และทิศทางการเคลื่อนที่ของตะกอนที่ถูกกำจัดตรงกับความสัมพันธ์แบบใดมากที่สุด
  • 1 : ตรงกันข้าม
  • 2 : ทิศทางเดียวกัน
  • 3 : ทำมุมระหว่าง 0 ถึง 90 องศา
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • ขั้นตอนใดต่อไปนี้ไม่จำเป็นสำหรับกระบวนการทำน้ำประปาโดยใช้น้ำดิบจากแหล่งน้ำใต้ดิน
  • 1 : การตกตะกอน (Sedimentation)
  • 2 : การกรอง (Filtration)
  • 3 : การกำจัดเชื้อโรค (Disinfection)
  • 4 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 122 :
  • ค่า Gt (ผลคูณระหว่าง Velocity gradient และเวลา) ที่เหมาะสมสำหรับถังกวนเร็ว (Rapid tank mixing) มีค่าอยู่ในช่วงใดต่อไปนี้
  • 1 : 30 - 60
  • 2 : 300 - 600
  • 3 : 3,000 - 6,000
  • 4 : 30,000 - 60,000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 123 :
  • Reynolds Number มีความจำเป็นในการใช้คำนวณเพื่อออกแบบถังตกตะกอน ข้อใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับ Reynolds Number สำหรับการคำนวณเพื่อออกแบบถังตกตะกอนน้อยที่สุด
  • 1 : ความเร็วในการตกตะกอน (Settling Velocity)
  • 2 : ความหนืดของน้ำ (Viscosity)
  • 3 : ขนาดของอนุภาค (Particle Size)
  • 4 : พื้นที่ผิวของอนุภาค (Particle Surface Area)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • Pump ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ทำหน้าที่รับน้ำเสีย
  • 2 : ทำหน้าที่สูบน้ำเสีย
  • 3 : ทำหน้าที่ระเหยน้ำเสีย
  • 4 : ทำหน้าที่กรองน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 125 :
  • ต้องการสูบน้ำเสียด้วย pump ที่มีอัตราสูบน้ำ 30 m3/hr. และ TDH = 15 m. ประสิทธิภาพของ pump = 60% ขนาดแรงม้าของ pump มีค่าเท่ากับเท่าใด
    เมื่อกำหนดสูตร

     

  • 1 : 3 Hp
  • 2 : 5 Hp
  • 3 : 7.5 Hp
  • 4 : 10 Hp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • ท่านควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด Flow rate ของน้ำเสียในรางระบายเปิด ซึ่งน้ำเสียมี SS สูง ดังนี้
  • 1 : V-notch Weir
  • 2 : Rectangular Weir
  • 3 : Current flow meter
  • 4 : Parshall Flume
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 127 :
  • จงคำนวณอัตราการไหลของน้ำเสียผ่าน V-notch Weir 90 องศา ที่มีความสูง 15 cm.
    เมื่อกำหนดสูตร Q = 1.47 H2.5
  • 1 : 21.5 m3/hr
  • 2 : 32.4 m3/hr
  • 3 : 43.3 m3/hr
  • 4 : 54.2 m3/hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :
  • เครื่องมือที่ใช้ในการวัดอัตราการไหลของน้ำเสียจากโรงงานชุบโลหะโดยสูบน้ำผ่านท่อจ่ายขนาด 2 นิ้ว ควรติดตั้งเครื่องมือชนิดใด
  • 1 : Current flow meter
  • 2 : Rota meter
  • 3 : V-notch Weir
  • 4 : Hydro meter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • จากสูตรของ Manning formula ให้คำนวณเพื่อหาขนาดท่อระบายน้ำเสียที่รับน้ำเสียของโรงงานแห่งหนึ่ง มีอัตราการไหลเฉลี่ย 300 m3/hr และ peak flow มีค่าเป็น 120% ของอัตราการไหลเฉลี่ย ท่อวางให้มีความลาดเอียง 1:1000 และ n = 0.015

    กำหนดสูตร  

  • 1 : ใช้ท่อขนาด 400 มม.
  • 2 : ใช้ท่อขนาด 500 มม.
  • 3 : ใช้ท่อขนาด 600 มม.
  • 4 : ใช้ท่อขนาด 800 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • ท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 500 มม. วางโดยมีความลาดเอียง 1:1000 สามารถรับน้ำเสียที่น้ำไหลเต็มท่อ (Flow full) ได้เท่าใด (กำหนด n = 0.015)

    กำหนดสูตร

     

  • 1 : 275 m3/hr
  • 2 : 375 m3/hr
  • 3 : 425 m3/hr
  • 4 : 525 m3/hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • การออกแบบท่อระบายน้ำเสียให้มีการไหลแบบ Gravity flow ต้องออกแบบให้มีความเร็วของน้ำในเส้นท่อไม่น้อยกว่าเท่าใด
  • 1 : 0.3 m/s
  • 2 : 0.4 m/s
  • 3 : 0.5 m/s
  • 4 : 0.6 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 132 :
  • การกัดกร่อนของท่อระบายน้ำเสียชนิดคอนกรีตเสริมเหล็กเกิดจากอิทธิพลของแก๊สใด
  • 1 : CO2
  • 2 : CH4
  • 3 : H2S
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • การแก้ปัญหาของกลิ่นเหม็นในท่อระบายน้ำเสีย ควรดำเนินการโดยการละลายและเติมสารเคมีชนิดใด
  • 1 : CaCO3
  • 2 : CaSO4
  • 3 : CaO
  • 4 : CaCl2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นความแตกต่างระหว่าง Dissolved Air Flotation และ Induces Air Flotation
  • 1 :  ขนาดฟองอากาศ
  • 2 :  ความปั่นป่วนของเฟสน้ำเสีย
  • 3 :  ความดันของระบบ
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 :
  • ระบบเมมเบรนชนิดใดที่ต้องพิจารณาถึง Osmotic pressure ในการออกแบบระบบ
  • 1 :  RO
  • 2 :  UF
  • 3 :  MF
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  • สารเคมีชนิดใดไม่นิยมใช้ในการล้างทำความสะอาดเมมเบรน (Chemical washing)
  • 1 :  NaOH
  • 2 :  EDTA
  • 3 :  Citric acid
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นหน่วยของฟลักซ์ (Flux) ในการเคลื่อนที่ของอนุภาค
  • 1 :  Kg
  • 2 :  Kg/m3
  • 3 :  Kg/m2.s
  • 4 :  Kg/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 138 :
  • อนุภาคชนิดหนึ่งมีความเร็วในการตกตะกอนแบบโดดเท่ากับ 20 เซนติเมตรต่อวินาที ถ้าอนุภาคดังกล่าวไหลเข้าสู่ถังตกตะกอนด้วยอัตราการไหลเท่ากับ 10 ลบ.ม.ต่อนาที โดยพื้นที่ถังตะกอนเท่ากับ 100 ตร.ม. ท่านคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น
  • 1 :  อนุภาคตกตะกอนได้
  • 2 :  อนุภาคตกตะกอนไม่ได้
  • 3 :  บางส่วนตกตะกอนได้
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการตกตะกอนอนุภาคในน้ำเสียไม่ควรดำเนินการข้อใด
  • 1 :  เพิ่มขนาดอนุภาค
  • 2 :  เพิ่มอุณหภูมิน้ำเสีย
  • 3 :  ทำให้ความกลมของอนุภาคลดลง
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • อัตราการไหลของอากาศเสียจะมีค่าเพิ่มสูงขึ้นเมื่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร
  • 1 :  อุณหภูมิสูงขึ้น
  • 2 :  อุณหภูมิสูงต่ำลง
  • 3 :  ความดันเพิ่มขึ้น
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 141 :
  • จงประมาณจำนวนถุงกรองฝุ่น (ถุง) สำหรับบำบัดอัตราไหลของอากาศเสีย 2500 ลบ.ฟ.ต่อนาที กำหนดให้ ถุงกรองฝุ่นมีความเร็วในการกรองเท่ากับ 0.25 ฟุตต่อนาที และมีพื้นที่ต่อถุงเท่ากับ 40 ตร.ฟ.
  • 1 :  150
  • 2 :  200
  • 3 :  250
  • 4 :  300
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 :
  • จงคำนวณอัตราการไหลของเฟสเข้มข้น (Concentrate flow) ที่สัมพันธ์กับการเดินระบบเมมเบรน RO ที่มีค่า % Recovery = 90% และสามารถผลิตน้ำสะอาดได้เท่ากับ 1000 m3/d
  • 1 :  110 m3/d
  • 2 :  55 m3/d
  • 3 :  165 m3/d
  • 4 :  220 m3/d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 143 :
  • จงคำนวณค่า Adsorption Isotherm ของระบบสารดูดซับมลพิษชนิดหนึ่งจาก 100 เหลือ 5 มก.ต่อลิตร โดยประยุกต์ใช้สมการ Freundlich Adsorption isother (qe = k.Ce1/n) ที่มีค่า Isotherm constants (k = 3 และ n = 1)
  • 1 :  15
  • 2 :  300
  • 3 :  285
  • 4 :  ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับเรซินแลกเปลี่ยนไอออน
  • 1 :  ถพ. ประมาณ 1.3
  • 2 :  ไม่ละลายน้ำ
  • 3 :  มีอิออนอิสระ
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • เป้าหมายของกระบวนการ Air Flotation คืออะไร
  • 1 :  การทำให้อากาศลอย
  • 2 :  การทำให้ตะกอนลอย
  • 3 :  การทำให้ตะกอนลอยแล้วจม
  • 4 :  ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 146 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นกระบวนการที่สามารถประยุกต์ใช้กับการทำน้ำสะอาดจากน้ำทะเล
  • 1 :  กระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 2 :  กระบวนการ RO
  • 3 :  กระบวนการ Dialysis
  • 4 :  กระบวนการ Electrodialysis
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับทฤษฏีของสโตค (Stoke law)
  • 1 : สามารถใช้ประมาณค่าความเร็วสุดท้ายในการตกตะกอนได้ทุกรูปแบบการตกตะกอน
  • 2 : ค่า CD ที่สอดคล้องมีค่าเท่ากับ 24/Re
  • 3 : เหมาะสำหรับการวิเคราะห์การตกตะกอนแบบโดด (Discrete settling)
  • 4 : ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • ถ้าเราต้องการลดค่าพีเอช (กำจัดด่างโดยไม่เติมกรด) ด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน ควรใช้เรซินชนิดใด
  • 1 :  กรดแก่
  • 2 :  กรดอ่อน
  • 3 :  ด่างแก่
  • 4 :  ด่างอ่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 149 :
  • เราควรใช้เมมเบรนชนิดใดในระบบ Membrane Bio-reactor (MBR)
  • 1 :  RO
  • 2 :  UF
  • 3 :  NF
  • 4 :  MF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นการฟื้นฟูสภาพ (Regeneration) ของถ่านกัมมันต์
  • 1 :  เพิ่มอุณหภูมิระบบ
  • 2 :  เพิ่มความดันระบบ
  • 3 :  ล้างด้วยสารเคมี
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ลักษณะของกระบวนการทำให้ลอยตัวแบบ Dissolved Air Flotation (DAF)

  • 1 :  มีความปั่นป่วนสูง
  • 2 :  ขนาดฟองอากาศเล็กมาก
  • 3 :  ระบบมีขนาดใหญ่
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอุปกรณ์ไซโคลน (Cyclone)
  • 1 :  เป็นการเพิ่มค่าความเร่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแยก
  • 2 :  เหมาะสำหรับใช้ในการแยกอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน
  • 3 :  ในการออกแบบมักประยุกต์ใช้กราฟของ Lapple (1951)
  • 4 :  ขนาดตัดของอุปกรณ์สอดคล้องกับประสิทธิภาพการบำบัดที่ 50 เปอร์เซนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการ NH3 stripping
  • 1 :  ใช้ไล่แอมโมเนียจากน้ำเสียได้ที่ pH < 5
  • 2 :  ใช้ไล่แอมโมเนียจากน้ำเสียได้ที่ pH > 11
  • 3 :  ช่วยลดปัญหา Eutrophication
  • 4 :  ลดปริมาณความต้องการออกซิเจนของระบบบำบัดน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการกับอนุภาคขนาดเล็ก
  • 1 :  ควรใช้ Aerodynamic diameter ในการออกแบบ
  • 2 :  การต่อระบบบำบัดแบบอนุกรมให้ประสิทธิภาพการบำบัดที่ต่ำลง
  • 3 :  อุปกรณ์ Bag filter ให้ประสิทธิภาพการบำบัดสูงกว่าไซโคลน
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้องเกี่ยวข้องอุปกรณ์ ESP
  • 1 :  ทำให้อนุภาคมีประจุเป็นบวก
  • 2 :  สามารถจัดการกับอนุภาคขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอนได้
  • 3 :  ถ้าไม่บำรุงรักษาอย่างเหมาะสมจะเกิดปัญหา Black corona
  • 4 :  ควรทำงานที่อุณหภูมิที่ต่างจาก 300 F มากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับสมการเฮนรี (Henry ‘s law)
  • 1 :  สามารถประมาณความเข้มข้นสูงสุดของก๊าซที่ละลายน้ำได้
  • 2 :  สามารถประมาณความเข้มข้นต่ำสุดของก๊าซที่ละลายน้ำได้
  • 3 :  ใช้ได้กับก๊าซที่ละลายน้ำได้ปากกลางถึงมากเท่านั้น
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • ค่า G.T เรียกว่าอะไร
  • 1 :  Velocity Gradient number
  • 2 :  Reynolds number
  • 3 :  Camp number
  • 4 :  Mixing number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นลักษณะที่ควรทราบเกี่ยวกับการจัดการอนุภาคขนาดเล็ก
  • 1 :  ขนาด
  • 2 :  ความเข้มข้น
  • 3 :  การกระจาย
  • 4 :  พื้นผิวรูพรุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • หากค่า KLa ของเครื่องเติมอากาศเครื่องหนึ่งซึ่งวัดค่าที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส มีค่าเท่ากับ 5.2 ต่อชั่วโมง ค่า KLa ที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสจะมีค่าเป็นอย่างไร
  • 1 :  มากกว่า 5.2 ต่อชั่วโมง
  • 2 :  น้อยกว่า 5.2 ต่อชั่วโมง
  • 3 :  เท่ากับ 5.2 ต่อชั่วโมง
  • 4 :  ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 :
  • อุปกรณ์ชนิดหนึ่งมีประสิทธิภาพบำบัด 90 เปอร์เซนต์ ถ้านำมาต่ออนุกรมกัน 3 ตัว จงคำนวณหาเปอร์เซนต์ประสิทธิภาพบำบัดโดยรวม
  • 1 :  90.9
  • 2 :  90
  • 3 :  99.9
  • 4 :  99
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • อุปกรณ์ชนิดหนึ่งมีประสิทธิภาพบำบัด 90 เปอร์เซนต์ ถ้านำมาต่ออนุกรมกัน 4 ตัว จงคำนวณหาเปอร์เซนต์การผ่าน (Penetration) โดยรวมที่เกิดขึ้น
  • 1 :  0.01
  • 2 :  0.1
  • 3 :  1
  • 4 :  10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 162 :
  • ขนาดสัมฤทธิ์ของสารกรองจะเป็นค่าที่เปอร์เซนต์ไทด์เท่าใดของการกระจายขนาดสารกรอง
  • 1 :  5
  • 2 :  10
  • 3 :  60
  • 4 :  90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 163 :
  • จงประมาณค่า Uniformity Coefficient (UC) ของสารกรองที่มีขนาดสัมฤทธิ์ 0.5 และขนาดสารกรองที่เปอร์เซนต์ไทด์ 60 เท่ากับ 0.75
  • 1 :  1.5
  • 2 :  0.375
  • 3 :  0.666
  • 4 :  1.25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 164 :
  • ถ้าถังกรองน้ำมีความเร็วในการกรองเท่ากับ 25 m/Hr จงประมาณพื้นที่หน้าตัดโดยรวม (m2) ของถังกรอง สำหรับกรองน้ำที่มีอัตราการไหลเท่ากับ 5,000 m3/hr
  • 1 :  100
  • 2 :  150
  • 3 :  200
  • 4 :  250
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 165 :
  • ถ้าตัวกลางมีความหนาแน่นรวม (bulk density) เท่ากับ 1200 kg/m3 และมีค่าความหนาแน่นตัวกลางเท่ากับ 3600 kg/m3 จงประมาณค่าสัดส่วนความพรุนของตัวกลางข้างต้น
  • 1 :  0.33
  • 2 :  0.66
  • 3 :  0.99
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • อนุภาคของแข็งชนิดหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 3 mm และมีค่าสัมประสิทธิ์รูปร่างหรือทรงกลม (Shape factor) เท่ากับ 0.7 เส้นผ่านศูนย์กลางจริงของอนุภาคข้างต้น (mm) ควรเป็นเช่นไร
  • 1 :  มากกว่า 3.6
  • 2 :  น้อยกว่า 3.6
  • 3 :  เท่ากับ 3.6
  • 4 :  ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :
  • เฟสของเหลวเข้มข้นชนิดหนึ่งมีความเข้มข้น 6000 mg/L และมีค่าความเร็วเริ่มต้นในการตกตะกอน (Initial Settling Velocity, ISV) เท่ากับ 0.3 m/Hr จงคำนวณหาค่าฟลักซ์ในการตกตะกอน (Settling flux, GS) หน่วย Kg/m2.Hr
  • 1 :  1.8
  • 2 :  1800
  • 3 :  20000
  • 4 :  20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • เฟสของเหลวเข้มข้นชนิดหนึ่งมีความเข้มข้น 6000 mg/L และมีค่าความเร็วเริ่มต้นในการตกตะกอน (Initial Settling Velocity, ISV) เท่ากับ 0.3 m/Hr จงคำนวณหาค่าฟลักซ์ทั้งหมดในการตกตะกอน (Total flux, GT) หน่วย Kg/m2.Hr เมื่อมีความเร็วในการดูดตะกอนออกจากระบบเท่ากับ 0.1 m/Hr
  • 1 :  2.4
  • 2 :  2400
  • 3 :  15000
  • 4 :  15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • จากการวิเคราะห์ความต้องการออกซิเจนของถังเติมอากาศเท่ากับ 4,000 กก./วัน จงประมาณค่าความต้องการอากาศในสนาม (ลบ.ม./วัน) เมื่อกำหนดให้ความหนาแน่นอากาศเท่ากับ 1.2 กก./ลบ.ม. สัดส่วนออกซิเจนในอากาศ 20 % และประสิทธิภาพของหัวฟู่เติมอากาศเท่ากับ 30%
  • 1 :  55,555
  • 2 :  3,333
  • 3 :  20,000
  • 4 :  13,333
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • ถ้ากำหนดให้ ความต้องการอากาศในการกวนผสม = 15 ลบ.ม./นาที-1,000 ลบ.ม. จงคำนวณปริมาณอากาศในการกวนผสม (ลบ.ม./นาที) สำหรับปริมาตรถังเติมอากาศทั้ง 4 ถัง (มีปริมาตรถังละ 1,400 ลบ.ม.)
  • 1 :  21
  • 2 :  42
  • 3 :  63
  • 4 :  84
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • จงคำนวณหาค่าเปอร์เซนต์การผ่านของอนุภาค (Penetration) ของอุปกรณ์บำบัดมลพิษชนิดหนึ่ง (A) ซึ่งมีความเข้มข้นขาเข้าและขาออกเท่ากับ 500 และ 20 mg/m3 ตามลำดับ
  • 1 :  20
  • 2 :  4
  • 3 :  96
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • จงคำนวณค่าอัตราเร่ง (m2/s) ของอุปกรณ์ไซโคลนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 cm เมื่อประยุกต์ใช้ความเร็วอากาศไหลเข้าเท่ากับ 5 m/s
  • 1 : 1
  • 2 :  50
  • 3 :  500
  • 4 :  5000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 173 :
  • จงคำนวณค่าอัตราเร่ง (m2/s) ของอุปกรณ์ไซโคลนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 cm เมื่ออากาศมีความเร็วรอบในการหมุนเท่ากับ 70 รอบต่อวินาที
  • 1 :  968
  • 2 :  9.68
  • 3 :  96.8
  • 4 :  9680
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • ปัจจัยใดที่ไม่มีผลต่อค่าออกซิเจนละลายน้ำอิ่มตัว
  • 1 :  อุณหภูมิ
  • 2 :  ปริมาณคลอไรด์ในน้ำ
  • 3 :  ความเข้มข้นของออกซิเจนเริ่มต้น
  • 4 :  ความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 691 : 3. Applications of chemical unit processes in water and wastewater treatment
ข้อที่ 175 :
  • ถังตกตะกอนตัวที่สอง (Secondary sedimentation tank) ที่ใช้ในกระบวนการ Activated sludge ถ้าเพิ่มพื้นที่ผิวหน้าของถังมากขึ้น ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : น้ำล้นออกมีตะกอนแขวนลอยต่ำลง
  • 2 : น้ำล้นออกมีตะกอนแขวนลอยสูงขึ้น
  • 3 : ความเข้มข้นของตะกอนก้นถังสูงขึ้น
  • 4 : ความเข้มข้นของตะกอนก้นถังต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ถ้าต้องการลดความกระด้างของน้ำควรใช้เครื่องแลกเปลี่ยนประจุอย่างไร
  • 1 : เครื่องแลกเปลี่ยนประจุบวก
  • 2 : เครื่องแลกเปลี่ยนประจุบวกตามด้วยเครื่องแลกเปลี่ยนประจุลบ
  • 3 : เครื่องแลกเปลี่ยนประจุลบ
  • 4 : เครื่องแลกเปลี่ยนประจุลบตามด้วยเครื่องแลกเปลี่ยนประจุบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • โดยทั่วไปข้อใดไม่ใช่ตัวแปรในการดำเนินงานที่มีผลทำให้ mass transfer zone ในหอดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์เปลี่ยน
  • 1 : ความยาวของถัง
  • 2 : อัตราการป้อนน้ำ
  • 3 : ขนาดของถ่านกัมมันต์
  • 4 : ชนิดของถ่านกัมมันต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • สารที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของเรซินคือสารใด
  • 1 : Acrylic
  • 2 : Styrene
  • 3 : Divinyl Benzene
  • 4 : Vinyl Chloride
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของกระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 1 : กำจัดไอออนต่างๆ ออกจากน้ำ
  • 2 : ทำให้ไอออนต่างๆ มีความเข้มข้นสูงขึ้น
  • 3 : กรองคอลลอยด์หรือโมเลกุลขนาดใหญ่ที่อยู่ในรูปของไอออน
  • 4 : ใช้เป็นสารดูดเกาะติดผิว (Adsorbent)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • ถ้าผ่านน้ำที่มี Ca(HCO3)2, CaSO4, Na2SO4, CaCl2 และ MgCl2 ผ่านเรซินแบบกรดอ่อน (ไฮโดรเจนฟอร์ม) น้ำที่ผ่านเรซินแล้วจะเหลือเกลือแร่ชนิดใดอยู่บ้าง
  • 1 : Ca(HCO3)2
  • 2 : CaCl2 และ MgCl2
  • 3 :  Ca(HCO3)2 และ Na2SO4
  • 4 : CaSO4, MgCl2, Na2SO4, CaCl2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 181 :
  • คำกล่าวใดถูกต้อง
  • 1 : ความลึกของชั้นเรซินมีความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนไอออนมาก
  • 2 : อัตราการไหลของน้ำผ่านชั้นเรซินไม่มีอิทธิพลต่ออำนาจในการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 3 : ความเข้มข้นของเกลือแร่ในน้ำดิบมีอิทธิพลอย่างมากต่ออำนาจหรือความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออนของเรซิน
  • 4 : การใช้ปริมาณสารฟื้นสภาพเรซินยิ่งมากยิ่งทำให้เพิ่มอำนาจการแลกเปลี่ยนไอออนมากยิ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 182 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของเรซินแบบกรดแก่
  • 1 : ประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพต่ำ
  • 2 : มีหมู่ซัลโฟนิก (-SO3-) เป็นหมู่ไอออน
  • 3 : มีคุณสมบัติ salt splitting
  • 4 : การเปลี่ยนรูปของ Na+ ไปเป็น H+ ทำให้ปริมาตรลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • หากต้องการกำจัดซิลิกา (SiO2) ออกจากน้ำ ควรใช้เรซินใด
  • 1 : แบบกรดอ่อน
  • 2 : แบบกรดแก่
  • 3 : แบบด่างอ่อน
  • 4 : แบบด่างแก่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • สารใดต่อไปนี้ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นสารฟื้นสภาพเรซิน
  • 1 : โซเดียมคลอไรด์
  • 2 : โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • 3 : กรดกำมะถัน
  • 4 : กรดไนตริก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • คำกล่าวใดไม่ถูกต้องสำหรับเรซินแบบด่างอ่อน
  • 1 : ไม่เกิดการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 2 : กำจัดได้เฉพาะกรดแก่
  • 3 : ไม่จำเป็นต้องมีไอออนอิสระ
  • 4 : ประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 186 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียมีอัตราการไหลเฉลี่ย 25,000 m3/d ต้องเติมคลอรีนเข้มข้น 5 mg/L โดยเติมคลอรีนทุกวันด้วยสารละลาย NaOCl ความเข้มข้นร้อยละ 10 (W/W) ระยะเวลาขนส่งจากผู้ผลิตมายังสถานีบำบัดเป็นเวลา 2 วัน และต้องเตรียมสารละลายสำรองไว้เป็นเวลา 10 วัน จงคำนวณปริมาณคลอรีนที่ต้องการในแต่ละวัน
  • 1 : 50 kg/d
  • 2 : 100 kg/d
  • 3 : 125 kg/d
  • 4 : 150 kg/d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียมีอัตราการไหลเฉลี่ย 25,000 m3/d ต้องเติมคลอรีนเข้มข้น 5 mg/L โดยเติมคลอรีนทุกวันด้วยสารละลาย NaOCl ความเข้มข้นร้อยละ 10 (W/W) ระยะเวลาขนส่งจากผู้ผลิตมายังสถานีบำบัดเป็นเวลา 2 วัน และต้องเตรียมสารละลายสำรองไว้เป็นเวลา 10 วัน คำนวณปริมาตรของสารละลาย NaOCl ที่ต้องใช้ในแต่ละวัน (โดยกำหนดให้ ถพ.ของสารละลายนี้มีค่าเท่ากับ 1)
  • 1 : 1.50 m3/d
  • 2 : 1.25 m3/d
  • 3 : 1.00 m3/d
  • 4 : 0.5 m3/d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียมีอัตราการไหลเฉลี่ย 25,000 m3/d ต้องเติมคลอรีนเข้มข้น 5 mg/L โดยเติมคลอรีนทุกวันด้วยสารละลาย NaOCl ความเข้มข้นร้อยละ 10 (W/W) ระยะเวลาขนส่งจากผู้ผลิตมายังสถานีบำบัดเป็นเวลา 2 วัน และต้องเตรียมสารละลายสำรองไว้เป็นเวลา 10 วัน จงคำนวณความจุของถังบรรจุสารละลาย NaOCl
  • 1 : 5 m3
  • 2 : 10 m3
  • 3 : 12.5 m3
  • 4 : 15 m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียมีอัตราการไหลเฉลี่ย 25,000 m3/d ต้องเติมคลอรีนเข้มข้น 5 mg/L โดยเติมคลอรีนทุกวันด้วยสารละลาย NaOCl ความเข้มข้นร้อยละ 10 (W/W) ระยะเวลาขนส่งจากผู้ผลิตมายังสถานีบำบัดเป็นเวลา 2 วัน และต้องเตรียมสารละลายสำรองไว้เป็นเวลา 10 วัน จงคำนวณความจุของถังบรรจุสารละลาย NaOCl ถ้าสารละลาย NaOCl มีอัตราการเสื่อมสลายร้อยละ 0.03 ต่อวัน
  • 1 : 13.2 m3
  • 2 : 10.6 m3
  • 3 :   15.6 m3
  • 4 :  20.8 m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • หากต้องการกำจัดความเป็นด่าง (alkalinity) ออกจากน้ำควรใช้เรซิน ประเภทใดจึงจะเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
  • 1 : แบบกรดอ่อน
  • 2 : แบบกรดแก่
  • 3 : แบบด่างอ่อน
  • 4 : แบบด่างแก่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : ประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพเรซินหมายถึง อัตราส่วนระหว่างจำนวนสมมูลของไอออนในสารที่ใช้ฟื้นสภาพที่นำมาแลกเปลี่ยน ต่อจำนวนสมมูลของไอออนในเรซินที่เสื่อมแล้ว
  • 2 : เรซินประเภทกรดอ่อนและด่างอ่อนจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพสูงกว่าเรซินประเภทกรดแก่และด่างแก่
  • 3 : เรซินประเภทกรดแก่และด่างแก่สิ้นเปลืองสารที่ใช้ฟื้นสภาพมากกว่าเรซิ่นประเภทกรดอ่อนและด่างอ่อน
  • 4 : ความเข้มข้นของสารละลาย NaCl ที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นสภาพเรซินคือ 10-15%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของเรซินที่มีระดับองศาของแรงยึดเหนี่ยว (degree of cross linkage) สูง
  • 1 : เรซินมีความแข็งมากกว่า
  • 2 : มีช่องว่างภายในมาก มีโอกาสบวมน้ำมาก
  • 3 : มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออนสูง
  • 4 : เรซินแตกง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 193 :
  • ข้อใดเรียงลำดับความชอบไอออนของเรซินจากมากไปน้อยได้ถูกต้อง
  • 1 : Fe+3, Al+3, Fe+2, Ca+2
  • 2 : Ba+2, Cu+2, Ma+2
  • 3 : Ca+2, Mg+2, Na+, K+
  • 4 : K+, Li+, Na+, H+
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 194 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการปรับสภาพพีเอชของน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรด
  • 1 : เติม NaOCl
  • 2 : เติม NaOH
  • 3 : เติม Ca(OH)2
  • 4 : ให้น้ำไหลผ่านชั้นหินปูน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการปรับสภาพพีเอชของน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง
  • 1 : เติม H2SO4
  • 2 : เติม Na2CO3
  • 3 : เติม HCl
  • 4 : เป่าฟองแก๊ส CO2 ผ่านเข้าไปในน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 :
  • ข้อใดไม่ใช่การช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ coagulation
  • 1 : การเติมสารโพลีเมอร์
  • 2 : การเติมตะกอนเพื่อให้เกิดการชนกันของอนุภาคเพิ่มขึ้น
  • 3 : การลดค่าความเป็นด่าง (alkalinity) ให้เหลือน้อยที่สุด
  • 4 : การปรับค่าพีเอชให้เหมาะสมกับสาร coagulant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • ข้อใดไม่ใช่สาร coagulant ที่ใช้ในงานวิศวกรรมประปา
  • 1 : Ferric chloride
  • 2 : Ferrous sulfate
  • 3 : Ferric sulfate
  • 4 : Aluminum chloride
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 198 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับคอลลอยด์
  • 1 : การทำลายเสถียรภาพของคอลลอยด์เกิดขึ้นในกระบวนการ coagulation
  • 2 : อนุภาคคอลลอยด์จะตกตะกอนได้ด้วยแรงโน้มถ่วง
  • 3 : คอลลอยด์ที่พบในน้ำมีขนาดประมาณ 10-3 ถึง 10 ไมครอน
  • 4 : อนุภาคคอลลอยด์ที่เป็นตะกอนดิน มักมีประจุเป็นบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 :
  • ข้อใดไม่ใช่สารเคมีที่ใช้ในการบำบัดความกระด้างของน้ำด้วยวิธีตกผลึก
  • 1 : ปูนขาว
  • 2 : กรดเกลือ
  • 3 : โซดาแอช
  • 4 : โซดาไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 200 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำ Breakpoint Chlorination
  • 1 : Breakpoint Chlorination จะทำในระบบผลิตน้ำประปาแต่ไม่ทำในระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 2 : คลอรีนที่เติมในช่วงแรกจะทำการออกซิไดซ์สารต่างๆ ที่มีอยู่ในน้ำ
  • 3 : ที่จุด breakpoint จะมีสัดส่วนโมลคลอรีนต่อโมลแอมโมเนียประมาณ 1 ต่อ 1
  • 4 : คลอรีนที่เติมหลังจุด breakpoint จะเป็น free residual chlorine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาด้วยโอโซน
  • 1 : ไม่ทำให้เกิด trihalomethane
  • 2 : ไม่ทำให้เกิด haloacetic acid
  • 3 : มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคสูง
  • 4 : ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อตกค้างอยู่ในน้ำประปาที่เข้าระบบท่อจ่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • ในการคำนวณออกแบบเพื่อหาปริมาตรเรซินที่ต้องการในถังแลกเปลี่ยนไอออนด้วยวิธี Scale-up Approach หาก Test Column ใช้ Qb = 1.5 BV/hr และอัตราไหลของน้ำที่เข้าระบบจริงเท่ากับ 120 ลบ.ม.ต่อวัน จงหาปริมาตรเรซินที่ต้องใช้ในถัง
  • 1 : 3.3 ลบ.ม.
  • 2 : 5.0 ลบ.ม.
  • 3 : 7.5 ลบ.ม.
  • 4 : 80 ลบ.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 203 :
  • จงหาเวลาสัมผัสระหว่างน้ำเกลือกับเรซินในการฟื้นสภาพเรซินที่อัตราไหล 40 ลิตรต่อนาทีต่อ ลบ.ม.เรซิน
  • 1 : 20 นาที
  • 2 : 25 นาที
  • 3 : 30 นาที
  • 4 : 35 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • การทดสอบการดูดซับในห้องปฏิบัติการ โดยให้ถ่านกัมมันต์ดูดซับสาร A และจดบันทึกค่าต่างๆ ของความเข้มข้นของ A ในน้ำที่สภาวะสมดุล (C) และสัดส่วนมวลของสาร A ต่อมวลถ่าน (x/m) แล้วสร้างกราฟโดยให้แกน X คือ log C และแกน Y คือ log (x/m) จากการทดสอบนี้ หากอ่านค่าความชันจากกราฟได้เท่ากับ 0.41 และทราบว่าที่ C = 1.0 มก./ลิตร ค่า log (x/m) = 0.26 จงเขียน Freundlich Isotherm ของการดูดซับสาร A ในสภาวะการทดสอบนี้
  • 1 : x/m = (0.41) C1/2.44
  • 2 : x/m = (0.41) C1/0.41
  • 3 : x/m = (0.26) C1/2.44
  • 4 : x/m = (0.26) C1/0.41
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • จงคำนวณหาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของถังบรรจุถ่านกัมมันต์ที่ต้องการในระบบประปาแห่งหนึ่งซึ่งผลิตน้ำประปา 500 ลบ.ม.ต่อวัน เดินระบบวันละ 7 ชั่วโมง โดยใช้ค่าอัตราไหลของน้ำผ่านชั้นถ่านกัมมันต์เท่ากับ 5.5 ม.ต่อชม. และใช้ถัง 2 ถังต่อแบบขนาน ค่าที่ได้ให้ปัดเป็นจำนวนเต็มในหน่วยเมตร
  • 1 : 6 เมตร
  • 2 : 5 เมตร
  • 3 : 4 เมตร
  • 4 : 3 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  • น้ำเสียจากโรงงานแห่งหนึ่ง มีปริมาณ 250 ลบ.ม.ต่อวัน และมีสารมลพิษชนิดหนึ่งเข้มข้น 150 มก./ล. ซึ่งต้องการบำบัดให้ลดลงเหลือเพียง 5 มก./ล. โดยใช้ระบบการดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ได้ค่า k1 และ q0 เท่ากับ 0.13 ลิตรต่อวินาทีต่อ กก. และ 0.2 กก.ต่อกก. ตามลำดับ ถ้าต้องการออกแบบถังดูดซับให้ทำงานได้ 7 วันต่อรอบ ในถังจะต้องบรรจุถ่านกัมมันต์หนักเท่าไรตามการคำนวณด้วยวิธี Kinetic approach
  • 1 : 1,328 กก.
  • 2 : 1,517 กก.
  • 3 : 1,687 กก.
  • 4 : 1,894 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • ในการทำ Chemical Coagulation โดยเติมสารเคมี เพื่อทำให้ตะกอนมีขนาดใหญ่ขึ้น มีขั้นตอนในการทำตามข้อใด
  • 1 : เติมสารเคมี กวนเร็ว กวนช้า
  • 2 : กวนช้า เติมสารเคมี กวนเร็ว
  • 3 : เติมสารเคมี กวนช้า กวนเร็ว
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • อนุภาคคอลลอยด์ในน้ำยากแก่การกำจัดโดยวิธีการตกตะกอนธรรมดา เนื่องจาก
  • 1 : มักลอยอยู่ที่ผิวน้ำเสมอ
  • 2 : มักมีประจุลบ ทำให้อยู่อย่างมีเสถียรภาพในน้ำไม่ตกตะกอน
  • 3 : มักมีประจุบวก ทำให้อยู่อย่างมีเสถียรภาพในน้ำไม่ตกตะกอน
  • 4 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 :
  • การเติม alum ลงไปในน้ำด้วยปริมาณที่ทำให้เกิดการตกตะกอนของ Al(OH)3 ถือว่าเป็นการทำ coagulation ด้วยกลไกใด
  • 1 : ลดความหนาชั้นสนามไฟฟ้ารอบๆ คอลลอยด์
  • 2 : เปลี่ยนประจุบนคอลลอยด์
  • 3 : Sweep Floc
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 210 :
  • การทดลองหาปริมาณของ Coagulant ที่เหมาะสมในกระบวน Coagulation เรียกว่า
  • 1 : Titration test
  • 2 : Jar test
  • 3 : Conductivity test
  • 4 : Hardness test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 211 :
  • ความสามารถในการละลายน้ำของตะกอน Al(OH)3 (s) ที่ pH 1 มีค่าเช่นไรเมื่อเทียบกับที่ pH 6
  • 1 : มากกว่า
  • 2 : น้อยกว่า
  • 3 : เท่ากับ
  • 4 : อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • Combined chlorine residual มีความสามารถอย่างไรในการฆ่าเชื้อโรค เมื่อเทียบกับ Free chlorine residual
  • 1 : มากกว่า
  • 2 : น้อยกว่า
  • 3 : เท่ากับ
  • 4 : ไม่เกี่ยวข้องกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 213 :
  • การเติมสารใดต่อไปนี้ลงไปในน้ำ จัดเป็นการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ
  • 1 : Alum
  • 2 : Lime
  • 3 : Chlorine
  • 4 : มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมมติฐานของการดูดติดผิวแบบ Langmuir
  • 1 : ตัวดูดซับมีจำนวนที่สำหรับดูดซับที่คงที่แน่นอน
  • 2 : พลังงานในการดูดติดผิวมีค่าคงที่สำหรับทุกที่สำหรับดูดซับบนตัวดูดซับ
  • 3 : เป็นการดูดติดผิวแบบชั้นเดียว
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • ข้อใดไม่ใช่พารามิเตอร์ที่ใช้ในการบอกคุณสมบัติของถ่านกัมมันต์
  • 1 : พื้นที่ผิว
  • 2 : ขนาดของรูพรุน
  • 3 : เลขไอโอดีน
  • 4 : ไม่มีข้อที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  • Mg(OH)2 (s) มีค่า Ksp เท่ากับ 9 x 10-12 น้ำตัวอย่างมีพีเอชเท่ากับ 3 วัดค่าความเข้มข้นของ [Mg2+] = 0.01M หากเพิ่มพีเอชด้วยการเติม Ca(OH)2 (s) จนกระทั่งมีพีเอชเท่ากับ 8 จงหาค่าความเข้มข้นของ [Mg2+] ที่พีเอชนี้
  • 1 : 9x10-12 M
  • 2 : 9x10-4 M
  • 3 : 9 M
  • 4 : 0.01 M
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • สาร Coagulant ที่ใช้มากที่สุดในกระบวนการทำน้ำประปาคือสารใด
  • 1 : Alum
  • 2 : Copper
  • 3 : Ferric Sulphate
  • 4 : Ferric Chloride
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 218 :
  • สถานการณ์ใดเหมาะสำหรับการใช้ปูนขาวในการลดความเป็นกรดในน้ำเสีย
  • 1 : มีปริมาณอะลูมิเนียมละลายอยู่ในน้ำสูง
  • 2 : มีปริมาณเหล็กละลายอยู่ในน้ำสูง
  • 3 : มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายต่ำ
  • 4 : มีปริมาณกรดซัลฟูริกละลายอยู่ในน้ำมากกว่า 1%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 :
  • สารประกอบชนิดใดไม่เหมาะที่จะใช้กระบวนการโคแอกคูเลชันในการกำจัด
  • 1 : ของแข็งละลายน้ำ
  • 2 : สีปรากฏ
  • 3 : สารแขวนลอย
  • 4 : ความขุ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ข้อใดถูก
  • 1 : กระบวนการโคแอกคูเลชันต้องการ HRT มากกว่ากระบวนฟล็อกคูเลชัน
  • 2 : กระบวนการโคแอกคูเลชันต้องใช้ค่า G สูงกว่ากระบวนฟล็อกคูเลชัน
  • 3 : กระบวนการโคแอกคูเลชันต้องใช้ปริมาตรถังปฏิกรณ์ใหญ่กว่ากระบวนฟล็อกคูเลชัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • อิออนบวกในข้อใดถูกกำจัดยากที่สุดโดยกระบวนการแลกเปลี่ยนประจุ (ion exchange)
  • 1 : แคลเซียม
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : ทองแดง
  • 4 : โปแตสเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • การฆ่าเชื้อโรควิธีใดเหมาะสำหรับระบบผลิตน้ำประปาที่มีการขนส่งน้ำประปาในระยะไกล
  • 1 : แสงอัลตราไวโอเลต
  • 2 : โอโซน
  • 3 : คลอรีน
  • 4 : แอมโมเนีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 223 :
  • การกำจัดสารข้อใดไม่เหมาะที่จะใช้การดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์มากที่สุด
  • 1 : COD
  • 2 : NOM
  • 3 : TOC
  • 4 : TDS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 :
  • สารเคมีข้อใดควรเก็บในสถานะของแข็ง
  • 1 : แคลเซียมออกไซด์
  • 2 : เฟอร์ริกคลอไรด์
  • 3 : เฟอร์รัสซัลเฟต
  • 4 : โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • ถ้าต้องการกำจัดความกระด้างในน้ำดิบที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 10 mg/l, แคลเซียมอิออน 60 mg/l, แมกนีเซียมอิออน 30 mg/l และไบคาร์บอนเนตอิออน 250 mg/l ปนเปื้อนอยู่ ต้องใช้ปูนขาวและโซดาแอชอย่างละกี่กิโลกรัมต่อปริมาณที่ต้องการบำบัดหนึ่งลูกบาศก์เมตร
  • 1 : ปูนขาว 0.074 กิโลกรัม และโซดาแอช 0.232 กิโลกรัม
  • 2 : ปูนขาว 0.232 กิโลกรัม และโซดาแอช 0.074 กิโลกรัม
  • 3 : ปูนขาว 1.4 กิโลกรัม และโซดาแอช 8.3 กิโลกรัม
  • 4 : ปูนขาว 8.3 กิโลกรัม และโซดาแอช 1.4 กิโลกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 :
  • จงคำนวณหาสัดส่วนของคลอรีนต่อแอมโมเนียไนโตรเจน ณ จุด breakpoint และปริมาณสภาพด่าง (alkalinity) ที่ต้องการสำหรับการออกซิไดซ์แอมโมเนียไนโตรเจน 1.0 mg/l ณ จุด breakpoint นั้น
  • 1 : คลอรีน : แอมโนเนียไนโตรเจน = 5.1 : 1 และต้องการสภาพด่าง = 7.2 mg/l
  • 2 : คลอรีน : แอมโนเนียไนโตรเจน = 5.1 : 1 และต้องการสภาพด่าง = 14.3 mg/l
  • 3 : คลอรีน : แอมโนเนียไนโตรเจน = 7.6 : 1 และต้องการสภาพด่าง = 7.2 mg/l
  • 4 : คลอรีน : แอมโนเนียไนโตรเจน = 7.6 : 1 และต้องการสภาพด่าง = 14.3 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • กระบวนใดต่อไปนี้ จัดว่าเป็น Chemical Unit Processes
  • 1 : การแลกเปลี่ยนไอออน
  • 2 : การฆ่าเชื้อโรคและการเติมฟลูออไรด์
  • 3 : การปรับพีเอชของน้ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • การกำจัดโลหะออกจากน้ำเสียโรงงานชุบโลหะ นิยมใช้วิธีใด
  • 1 : Chlorination
  • 2 : Filtration
  • 3 : Chemical precipitation
  • 4 : Sedimentation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 229 :
  • ยูนิตใดต่อไปนี้ไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานแป้งมันสำปะหลัง
  • 1 : Anaerobic pond
  • 2 : pH adjustment
  • 3 : Facultative pond
  • 4 : Ion exchange
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • สารใดต่อไปนี้สามารถแยกออกจากน้ำโดยกระบวนการแลกเปลี่ยนอิออน
  • 1 : ไฮโดรเจนอิออน
  • 2 : ไฮดรอกไซด์อิออน
  • 3 : แคลเซียมอิออน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 231 :
  • ค่า C ในสมการไอโซเทอมของ Langmuir คืออะไร
  • 1 : ความเข้มข้นก่อนการทดลอง
  • 2 : ความเข้มข้นใดๆ ระหว่างการทดลอง
  • 3 : ความเข้มข้นที่เหลือสุดท้าย
  • 4 : ความเข้มข้นที่ถูกกำจัดออก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • ในการเติมสารส้มนั้น ฟล๊อคสารส้มที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร
  • 1 : Al3+
  • 2 : Fe(OH)3
  • 3 : Al(OH)3
  • 4 : AlOH2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 233 :
  • สารใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารเคมีที่ใช้ในการปรับพีเอช
  • 1 : Calcium oxide
  • 2 : Sodium hydroxide
  • 3 : Sodium sulfide
  • 4 : Sulfuric acid
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • วัตถุประสงค์ของกระบวนการ Disinfection ยกเว้นข้อใด
  • 1 : การทำลายจุลินทรีย์ทุกชนิด
  • 2 : การทำลายเชื้อโรค
  • 3 : การทำลายแบคทีเรีย
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • การฆ่าเชื้อโรควิธีใดที่ทำให้มีสารตกค้างสำหรับฆ่าเชื้อโรค
  • 1 : UV
  • 2 : Chlorine
  • 3 : Ozone
  • 4 : UV และ Ozone
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • กระบวนการ Adsorption นั้น เกิดขึ้นได้ดีในวัสดุใด
  • 1 : พลาสติก
  • 2 : น้ำ
  • 3 : ถ่าน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการที่ทำให้ตะกอนมีความเสถียรไม่เหม็น
  • 1 : Disinfection
  • 2 : Lime addition
  • 3 : Aerobic digestion
  • 4 : Composting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • โมเลกุลใดของสารใดที่ไม่สามารถกำจัดโดยวิธี Gas stripping
  • 1 : โซเดียมคลอไรด์
  • 2 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : ไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • 4 : แอมโมเนีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • จงคำนวณขนาดของระบบไร้อากาศที่รับน้ำเสียวันละ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน บีโอดีน้ำเสีย 3,000 มิลลิกรัมต่อลิตร และกำหนดให้อัตราภาระสารอินทรีย์ (Organic loading rate) เท่ากับ 3 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • 1 : 320 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 350 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 380 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 300 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุสำคัญในการปรับค่าพีเอช ในกระบวนการผลิตน้ำประปาและการบำบัดน้ำเสีย
  • 1 : ทำให้กระบวนการโคแอกกูเลชัน-ฟลอคคูเลชันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 2 : ป้องกันการกัดกร่อนหรือตกผลึกในระบบ
  • 3 : ปรับสีของน้ำในระบบให้น่าดูยิ่งขึ้น
  • 4 : ทำให้แบคทีเรียในระบบบำบัดน้ำเสียเจริญเติบโตได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดว่าเป็นพารามิเตอร์ในการคำนวณความเป็นด่างทั้งหมด (Alkalinity)
  • 1 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 2 : คาร์บอเนต
  • 3 : ไฮดรอกไซด์อิออน
  • 4 : ไบคาร์บอเนต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 242 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นสาเหตุสำคัญในการกำจัดเหล็กและแมงกานีสในระบบผลิตน้ำประปา
  • 1 : สามารถก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันของท่อส่งน้ำ
  • 2 : ทำให้น้ำมีลักษณะไม่น่าดื่มน่าใช้ (น้ำขุ่น มีสี และมีกลิ่น)
  • 3 : เกิดปัญหาคราบสนิมที่เครื่องสุขภัณฑ์ต่าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 243 :
  • วิธีใดต่อไปนี้ไม่สามารถนำมาใช้ในการกำจัดความกระด้างของน้ำ
  • 1 : การแลกเปลี่ยนไอออน (Ion exchange)
  • 2 : การตกผลึกด้วยสารเคมีประเภทปูนขาว โซดาแอช หรือโซดาไฟ
  • 3 : การเติมคลอรีน
  • 4 : กระบวนการโคแอกกูเลชัน-ฟลอคคูเลชัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับค่าความเป็นกรด (Acidity)
  • 1 : เป็นความสามารถทำให้ด่างเป็นกลาง
  • 2 : ความเป็นกรดไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ
  • 3 : น้ำใดๆ ที่มีค่าพีเอชต่ำกว่า 8.3 ถือว่ามีค่าความเป็นกรดเสมอ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 245 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคการปรับค่าพีเอชของน้ำ
  • 1 : ควรใช้สารที่มีราคาถูกและหาได้ง่าย
  • 2 : การใช้สารประกอบพวกแคลเซียม (Ca(OH)2) ซึ่งละลายน้ำได้น้อย มักจะส่งผลให้เกิดการอุดตันท่อน้ำหรือปัญหาอื่นๆ ได้
  • 3 : ควรคำนึงถึงความเป็นพิษต่อผู้ใช้งาน
  • 4 : ไม่ควรใช้สารประกอบพวกโซเดียม (NaOH) ในการเพิ่มค่าพีเอช เนื่องจากละลายน้ำได้น้อยมากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion exchange)
  • 1 : สารเรซินที่ใช้ส่วนใหญ่พัฒนามาจากสารอินทรีย์โพลีเมอร์
  • 2 : ใช้ในการกำจัดไอออนต่างๆ ออกจากน้ำได้
  • 3 : กำจัดสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ๆ ที่ไม่ละลายน้ำได้เป็นอย่างดี
  • 4 : สารเรซินสามารถฟื้นสภาพและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นคุณสมบัติทั่วไปในการผลิตเรซินเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 1 : ต้องมีไอออนอิสระที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนกับไอออนในน้ำได้
  • 2 : ต้องไม่ละลายน้ำ
  • 3 : ต้องมีขนาดเรซินใหญ่มาก ๆ
  • 4 : ต้องมีช่องว่างในโครงสร้างไฮโดรคาร์บอนอย่างพอเพียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นสารที่นิยมใช้ในกระบวนการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน (Chlorination)
  • 1 : ก๊าซคลอรีน
  • 2 : สารประกอบไฮโปคลอไรต์
  • 3 : คลอรีนไดออกไซด์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 249 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของโครงสร้างเรซินที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 1 : สารประกอบไฮโดรคาร์บอนจำนวนมากชนิดเดียวกันที่ต่อกันเป็นเส้นยาว
  • 2 : ตัวประสาน (ส่วนใหญ่จะเป็นไฮโดรคาร์บอน) เพื่อทำให้เกิดเป็นรูปร่างเรซินแบบ 3 มิติ
  • 3 : หมู่ไอออน (Functional group) ของเรซิน
  • 4 : น้ำกลั่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 250 :
  • ตัวอย่างน้ำชนิดหนึ่งนำมาหาค่าความเป็นด่างที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ได้ค่าเท่ากับ 30 มก./ล. CaCO3 จงหาค่าความเป็นด่างเมื่อวัดที่อุณหภูมิสูงขึ้นเป็น 90 องศาเซลเซียส และพบว่ามีการตกผลึกของ CaCO3 จำนวน 5 มก./ล.
  • 1 : 20 mg/L CaCO3
  • 2 : 25 mg/L CaCO3
  • 3 : 35 mg/L CaCO3
  • 4 : 30 mg/L CaCO3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • จงหาค่าความเป็นกรด (Acidity) เมื่อละลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 35 mg/L CaCO3 ลงในน้ำกลั่นบริสุทธิ์
  • 1 : 0 mg/L CaCO3
  • 2 : 35 mg/L CaCO3
  • 3 : 45 mg/L CaCO3
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 252 :
  • จากรูปแบบการแลกเปลี่ยนไอออนของเรซินดังแสดงในรูปด้านล่าง ท่านคิดว่าจะเป็นการทำงานของระบบเรซินแบบใด
  • 1 : กรดแก่
  • 2 : กรดอ่อน
  • 3 : ด่างแก่
  • 4 : ด่างอ่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อโรคในน้ำด้วยการใช้คลอรีน
  • 1 : สภาพพีเอชต่ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคสูงขึ้นและสิ้นเปลืองคลอรีนน้อยลง
  • 2 : การใช้คลอรีนรวม (Combined chlorine) ทำให้สามารถใช้เวลาสัมผัสต่ำกว่าการใช้คลอรีนอิสระ (Free available chlorine)
  • 3 : ความต้องการคลอรีนในระบบทั่วไปจะต้องคำนึงถึงปริมาณคลอรีนที่ต้องการให้ตกค้างเพื่อสำรองไว้ฆ่าเชื้อโรค
  • 4 : ความขุ่นของน้ำอาจเป็นเกราะกำบังให้กับเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ ส่งผลให้คลอรีนไม่สามารถเข้าไปสัมผัสและฆ่าเชื้อโรคได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • จากกราฟของการเติมคลอรีนให้กับน้ำชนิดต่างๆ กำหนดให้แกน y คือปริมาณคลอรีนตกค้าง (Cl2 residual) และแกน x คือปริมาณคลอรีนที่เติม (Cl2 dosage) จงวิเคราะห์ผลและบ่งบอกถึงลักษณะของน้ำที่สอดคล้องกับผลการเติมคลอรีนเพื่อทำการฆ่าเชื้อโรค ตามลำดับ
  • 1 : น้ำประปา น้ำที่มีแอมโมเนียและสารอื่น ๆ น้ำบริสุทธิ์
  • 2 : น้ำบริสุทธิ์ น้ำประปา น้ำที่มีแอมโมเนียและสารอื่น ๆ
  • 3 : น้ำบริสุทธิ์ น้ำที่มีแอมโมเนียและสารอื่น ๆ น้ำประปา
  • 4 : น้ำที่มีแอมโมเนียและสารอื่นๆ น้ำบริสุทธิ์ น้ำประปา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • จากปฏิกิริยา A ® B ท่านคิดว่าค่าของแกน y ในรูปของความเข้มข้นของสารตั้งต้น [CA] ที่สอดคล้องกับปฏิกิริยาแบบ Zero-order reactions First-order reactions และ Second-order reactions ควรเป็นค่าใด ตามลำดับ (เมื่อค่า k คือค่าคงที่ของปฏิกิริยา)

  • 1 : CA , 1/CA , lnCA
  • 2 : CA , lnCA, 1/CA
  • 3 :  lnCA, CA , 1/CA
  • 4 :  1/CA , lnCA, CA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  • จากปฏิกิริยา 2A + B  ® 3C + 4D เมื่อสารทำปฏิกิริยา A ที่มีน้ำหนักโมเลกุล 200 ทำปฏิกิริยากับสาร B ที่มีน้ำหนักโมเลกุล 100 ถ้าอัตราการใช้สาร B เท่ากับ 20 กรัม/ชั่วโมง-ลิตร จงคำนวณหาอัตราการใช้สาร A ที่สอดคล้องกัน
  • 1 : 20 กรัม/ชั่วโมง-ลิตร
  • 2 : 40 กรัม/ชั่วโมง-ลิตร
  • 3 : 60 กรัม/ชั่วโมง-ลิตร
  • 4 : 80 กรัม/ชั่วโมง-ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 257 :
  • ข้อใดคือ ค่า Reaction order และค่าคงที่ของปฏิกิริยา k ที่สอดคล้องกับค่าผลการทดลอง  จากผลการทดลอง Kinetic ของปฏิกิริยา A  ® B พบว่าค่าของความเข้มข้นของสารตั้งต้น [CA] มีค่าเปลี่ยนแปลงตามเวลา ดังตารางและรูปกราฟ ด้านล่าง

    เวลา (ชั่วโมง-ชม.)

    [CA] (มก./ล.)

    0

    135

    1

    53

    2

    33

    3

    24

    4

    19

    5

    15

    6

    13

    7

    11

    8

    10

     
  • 1 : 1 และ 0.011575 ต่อชม.
  • 2 : 0 และ 0.00069 มก/ล-ชม
  • 3 : 1 และ 0.021550 ต่อชม.
  • 4 : 2 และ 0.011750 ล/มก.-ชม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • จากการศึกษาคุณสมบัติของน้ำดิบพบว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้ (หน่วย มก/ล หินปูน)

    Ca2+

    300

    HCO3-

    270

    Mg2+

    50

    SO42-

    130

    Na-

    150

    Cl-

    100

    จงคำนวณปริมาณสารต่างๆ ที่สามารถถูกบำบัดได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchange) ถ้าใช้ถังเรซินแบบกรดแก่ (RSO3H) และถังเรซินแบบกำจัดความกระด้าง (RSO3Na) ตามลำดับ

  • 1 : 500 และ 350 มก/ล หินปูน
  • 2 : 350 และ 350 มก/ล หินปูน
  • 3 : 500 และ 300 มก/ล หินปูน
  • 4 : 350 และ 500 มก/ล หินปูน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 259 :
  • การใช้สารส้มในอัตรา 50 มิลลิกรัมต่อลิตรสำหรับระบบบำบัดที่มีอัตราไหลน้ำเสีย 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวันนั้น จะมีตะกอนเคมีเกิดขึ้นวันละกี่กิโลกรัม (มวลโมเลกุลสารส้มเท่ากับ 666 และมวลโมเลกุลตะกอนอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์เท่ากับ 78 และกำหนดให้สารส้มตกตะกอนทั้งหมด)
  • 1 : 1.17 กิโลกรัม
  • 2 : 2.34 กิโลกรัม
  • 3 : 3.51 กิโลกรัม
  • 4 : 4.68 กิโลกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 260 :
  • ในการกำจัดความกระด้างด้วยวิธีการตกตะกอนทางเคมี (Chemical coagulation) แคลเซียมไอออนในน้ำจะถูกกำจัดด้วยการตกตะกอนให้อยู่ในรูปสารประกอบใด
  • 1 : แคลเซียมคาร์บอเนต
  • 2 : แคลเซียมไฮดรอกไซค์
  • 3 : แคลเซียมฟอสเฟต
  • 4 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 261 :
  • ในการกำจัดความกระด้างด้วยวิธีตกตะกอนทางเคมี (Chemical coagulation) แมกนีเซียมไอออนในน้ำจะถูกกำจัดโดยการตกตะกอนในรูปสารประกอบใด
  • 1 : แมกนีเซียมคาร์บอเนต
  • 2 : แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์
  • 3 : แมกนีเซียมฟอสเฟต
  • 4 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • สำหรับการกำจัดความกระด้างของน้ำด้วยกระบวนการ Excess lime-soda นั้น การทำลายความเป็นด่างของน้ำเกิดขึ้นในขั้นตอนใด
  • 1 : First stage treatment (Lime addition)
  • 2 : First stage recarbonation
  • 3 : Second stage treatment (Soda addition)
  • 4 : Second stage recarbonation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • คลอรามีนเกิดจากการรวมตัวในน้ำระหว่างคลอรีนและสารใดต่อไปนี้
  • 1 : ไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • 2 : แอมโมเนีย
  • 3 : ไฮโปรคลอรัส
  • 4 : ฟลูออรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • หากผลการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีของน้ำตัวอย่างหนึ่งพบว่า ค่าความเป็นด่างทั้งหมด (Total alkalinity) มากกว่าค่าความกระด้างทั้งหมด (Total hardness) โดยค่าทั้ง 2 ค่ามีหน่วยเป็น มก./ล. ของหินปูน ข้อใดต่อไปนี้สรุปถูกต้อง
  • 1 : ความกระด้างของน้ำนี้สามารถกำจัดได้ด้วยวิธีการต้ม
  • 2 : ควรจะพบไอออนประจุบวกอื่น ๆ นอกจากประจุบวก 2 ในน้ำตัวอย่างนี้
  • 3 : NCH (Non Carbonate Hardness) = 0 มก./ล. หินปูน
  • 4 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป ความเข้มข้นของคลอรีนในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตรที่ใช้ในการออกซิไดซ์สารประกอบที่พบอยู่แล้วในน้ำนอกเหนือจากแอมโมเนีย มีค่าประมาณเท่าใดในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 1
  • 2 : 3
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป หากเราเติมคลอรีน (Chlorine added) ลงไปในน้ำตัวอย่างนี้เท่ากับ 6 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดเราจะพบความเข้มข้นของ Combined chlorine มีค่าประมาณเท่าใดในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1.1
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป หากเราเติมคลอรีน (Chlorine added) ลงไปในน้ำตัวอย่างนี้เท่ากับ 8 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดเราจะพบความเข้มข้นของคลอรีนอิสระมีค่าประมาณเท่าใดในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : ระหว่าง 0 - 1
  • 2 : ระหว่าง 0 - 2
  • 3 : ระหว่าง  2 - 4
  • 4 : ระหว่าง 1.5 - 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 268 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป ที่จุด Breakpoint chlorination ค่า Chlorine added มีค่าประมาณค่าใดต่อไปนี้ในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 1
  • 2 : 3
  • 3 : 5
  • 4 : ไม่มีคำตอบใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป คลอรามีนจะเริ่มเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อความเข้มข้นคลอรีนที่เติมลงไปมีค่าประมาณเท่าใดในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 3
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป ช่วงความเข้มข้นของคลอรีนที่เติมในช่วงใดต่อไปนี้ที่สารประกอบระหว่างคลอรีนและแอมโมเนียถูกทำลาย
  • 1 : 0 - 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 1 - 3 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 3 - 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 5 - 7 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป ช่วงความเข้มข้นของคลอรีนที่เติมในประมาณช่วงใดต่อไปนี้ที่คลอรีนที่เติมเพิ่มเข้าไปจะอยู่ในรูปของคลอรีนอิสระทั้งหมด
  • 1 : น้อยกว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : ระหว่าง 1 - 3 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : ระหว่าง 3 - 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : มากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • การทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อหา Breakpoint chlorination ของน้ำตัวอย่างหนึ่งได้ผลการทดลองดังกราฟความสัมพันธ์ดังรูป ความเข้มข้นของสารประกอบระหว่างคลอรีนและแอมโมเนียที่มากที่สุดที่เป็นไปได้สำหรับน้ำตัวอย่างนี้ มีค่าประมาณเท่าใดในหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 0.7
  • 2 : 1.5
  • 3 : 2.1
  • 4 : ไม่สามารถหาค่าได้ เพราะข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • ในการกำจัดความกระด้างในน้ำที่มีแต่แคลเซี่ยมไอออน และ Carbonate hardness โดยใช้วิธีการตกตะกอนทางเคมี (Chemical coagulation) ควรเติมสารเคมีแบบใดต่อไปนี้
  • 1 : Lime
  • 2 : Lime + Excess Lime
  • 3 : Lime + Soda Ash
  • 4 : Excess Lime + Soda Ash
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าว ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการ Coagulation - Flocculation
  • 1 :  มักทำให้ค่า pH ลดลง
  • 2 :  ต้องการกระบวนการตกตะกอนเสมอ
  • 3 :  ค่า Oxidation – Reduction Potential (ORP) บ่งบอกถึงเสถียรภาพของคอลลอยด์ได้
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 275 :
  • การตกตะกอนแบบ Flocculent Settling หมายถึงอะไร
  • 1 :  การตกตะกอนที่ตะกอนไม่มีการเพิ่มขนาด
  • 2 :  การตกตะกอนแบบชั้น
  • 3 :  การตกตะกอนแบบอัดตัว
  • 4 :  การตกตะกอนแบบเพิ่มขนาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาถึงเกี่ยวกับกระบวนการ Coagulation - Flocculation
  • 1 :  เวลาสัมผัสหรือเวลากักน้ำ (Detention time)
  • 2 :  ระดับพีเอชของน้ำ (pH)
  • 3 :  ค่าความปั่นปวนหรือความเร็วเเกรเดียนท์
  • 4 :  ไม่มีข้อผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • การใช้สารส้มในอัตรา 100 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับระบบบำบัดที่มีอัตราไหลน้ำเสีย 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวันนั้น จะมีตะกอนเคมีเกิดขึ้นวันละกี่กิโลกรัม (มวลโมเลกุลสารส้มเท่ากับ 666 และมวลโมเลกุลตะกอนอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์เท่ากับ 78 และกำหนดให้สารส้มตกตะกอนทั้งหมด)
  • 1 :  2.34 กิโลกรัม
  • 2 :  4.68 กิโลกรัม
  • 3 :  6.99 กิโลกรัม
  • 4 :  8.93 กิโลกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • โลหะโครเมี่ยมในรูปใดที่มีความอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
  • 1 : Cr3+
  • 2 : Cr4+
  • 3 : Cr6+
  • 4 : Cr8+
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • ข้อใด คือ กระบวการที่นิยมใช้ในการกำจัดโลหะหนักในน้ำเสีย
  • 1 : การปรับ pH
  • 2 : การตกผลึก
  • 3 : การลอยตัว
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • ข้อใดเป็นตัวให้อิเลกตรอนที่ดีสุดในกระบวนการ Denitrification
  • 1 : ออกซิเจน
  • 2 : มีเทน
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : ไนเตรท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • ที่ปริมาตรเท่ากันถังปฏิกรณ์รูปแบบใดใช้เวลาในการกำจัดมลสาร ภายใต้ประสิทธิภาพเดียวกันน้อยที่สุด
  • 1 : Batch
  • 2 : CSTR
  • 3 : Fluidized bed
  • 4 : Plug Flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • กระบวนการปรับ pH ใช้ได้ดีกับการกำจัดสารประเภทใด
  • 1 : สารประกอบเหล็ก
  • 2 : NOM
  • 3 : ความขุ่น
  • 4 : THM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 283 :
  • ปฏิกิริยาการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน เป็นปฏิกิริยาลำดับที่เท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 0
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • ข้อใดถูก
  • 1 : กระบวนการกวนเร็วใช้สำหรับกำจัดของแข็งแขวนลอย
  • 2 : กระบวนการปรับพีเอชใช้ในการฆ่าเชื้อโรค
  • 3 : กระบวนการตกตะกอนใช้สำหรับกำจัดสี
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :
  • ข้อใดไม่ใช้ผลลัพธ์จากกระบวนการไร้อากาศ
  • 1 : CH4
  • 2 : H2S
  • 3 : NO3-
  • 4 : CO2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 692 : 4. Applications of the biological operations in wastewater treatment
ข้อที่ 286 :
  • ค่า yield ของจุลินทรีย์ผสมที่อิงกับ COD ที่หมดไปได้ 0.8 กรัม VSS / กรัม COD จงคำนวณหาค่า yield ที่อิงกับโมลอิเลคตรอนที่ถูกใช้ไป
  • 1 : 6.4 กรัม VSS / โมลอิเลคตรอน
  • 2 : 0.1 กรัม VSS / โมลอิเลคตรอน
  • 3 : 0.2 กรัม VSS / โมลอิเลคตรอน
  • 4 : 3.2 กรัม VSS / โมลอิเลคตรอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :
  • ค่าคงที่จลน์ศาสตร์ของจุลินทรีย์กลุ่ม A และ B เป็นดังนี้
    กลุ่ม A : mmax = 0.5 day-1 และ Ks = 50 mg/l
    กลุ่ม B : mmax = 1.0 day-1 และ Ks = 140 mg/l
    จงคำนวณค่าความเข้มข้นสารอาหาร (S) ที่ให้ค่าอัตราการเติบโตจำเพาะของจุลินทรีย์ A และ B เท่ากัน
  • 1 : S = 70 mg/l
  • 2 : S = 60 mg/l
  • 3 : S = 50 mg/l
  • 4 : S = 40 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  • มวลของสารแขวนลอยที่เข้าระบบ Activated sludge ข้อใด ที่มีผลให้ประสิทธิภาพการบำบัดสารอินทรีย์ดีขึ้น
  • 1 : มวลสารแขวนลอยที่เป็นสารอินทรีย์
  • 2 : มวลสารแขวนลอยเฉื่อย
  • 3 : มวลสารแขวนลอยที่เป็นจุลินทรีย์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • กระบวนการ Activated sludge จัดเป็นระบบแบบใด
  • 1 : Anaerobic suspended growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic attached growth process
  • 4 : Aerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • กลุ่มจุลินทรีย์หลักที่บำบัดสารอินทรีย์คาร์บอนในระบบ Trickling filter คือข้อใด
  • 1 : Aerobic heterotrophs
  • 2 : Anaerobic heterotrophs
  • 3 : Aerobic autotrophs
  • 4 : Anaerobic autotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • กระบวนการใดจัดเป็น Attached growth system ทั้งคู่
  • 1 : Stabilization pond / Trickling filter
  • 2 : Anaerobic filter / Rotating biological disk
  • 3 : Anaerobic digester / Anaerobic baffled reactor
  • 4 : Aerated lagoon / Polishing pond
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • ความเข้มข้น MLSS จากถังเติมอากาศของ Activated sludge เท่ากับ 3,000 มก. /ล. วัด SV30 ได้ 750 มิลลิลิตร ค่า SVI เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 250 มล./ก.
  • 2 : 250 มล./มก.
  • 3 : 250 ล./ก.
  • 4 : 250 ล./มก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :
  • ความเข้มข้น MLSS จากถังเติมอากาศของ Activated sludge เท่ากับ 3,000 มก. /ล. วัด SV30 ได้ 750 มิลลิลิตร ค่า Solid density index (SDI) เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 8,000 มก./ล.
  • 2 : 6,000 มก./ล.
  • 3 : 4,000 มก./ล.
  • 4 : 3,000 มก./ล.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :
  • ระบบ Activated sludge ที่มีถังปฏิกรณ์เป็นแบบ Plug flow มีขนาดถังเติมอากาศ 40 ลบ.ม. รับน้ำเสีย 120 ลบ.ม./วัน มีค่า recycle ratio เท่ากับ 1.0 จะมีค่า HRT ของถังเติมอากาศเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 3 ชั่วโมง
  • 2 : 4 ชั่วโมง
  • 3 : 6 ชั่วโมง
  • 4 : 8 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 :
  • ระบบ Activated sludge ที่มีปริมาตรถังเติมอากาศเท่ากับ 24 ลบ.ม. คำนวณค่าเวลากักเก็บสลัดจ์ (Sludge age) เท่ากับ 5 วัน เพื่อบำบัดน้ำเสีย 120 ลบ.ม./วัน ให้เหลือ BOD5 20 มก./ล. และดึงสลัดจ์ออกเท่ากับ 24 กก. VSS/วัน ความเข้มข้น MLVSS ในถังเติมอากาศเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 3,000 มก./ล.
  • 2 : 4,000 มก./ล.
  • 3 : 5,000 มก./ล.
  • 4 : 6,000 มก./ล.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 :
  • ระบบ Activated sludge ที่เติมน้ำเสียเป็นช่วงตลอดแนวถัง คือ
  • 1 : Step feed
  • 2 : Tapered aeration
  • 3 : Oxidation ditch
  • 4 : Completely mixed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • ระบบ Activated sludge ที่มีค่า F/M ratio ต่ำ คือ
  • 1 : Step aeration
  • 2 : Tapered aeration
  • 3 : Modified aeration
  • 4 : Extended aeration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • เมื่อเปรียบเทียบระบบ Activated sludge กับ Aerated lagoon ในการบำบัดน้ำเสียชนิดเดียวกัน และได้ประสิทธิภาพการบำบัด BOD ละลายเท่ากัน ข้อใดผิด
  • 1 : มวลเซลล์ในถังเติมอากาศเท่ากัน
  • 2 : อายุ Sludge เท่ากัน
  • 3 : HRT เท่ากัน
  • 4 : ค่าคงที่จลน์ศาสตร์เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • Fresh sludge ที่ป้อนเข้า Anaerobic digestion 1,000 kg/day มี dry solids 5% ใน dry solids มี VSS 70% ค่า % dry solids ใน digested sludge เท่ากับเท่าใด
  • 1 : เท่ากับ 5%
  • 2 : มากกว่า 5%
  • 3 : น้อยกว่า 5%
  • 4 : น้อยหรือมากกว่าขึ้นกับเปอร์เซ็นต์การย่อยสลายของ VSS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • กระบวนการใดไม่ได้ลดค่า Total Kjeldahl Nitrogen
  • 1 : Assimilation for cell synthesis
  • 2 : Anammox
  • 3 : Denitrification
  • 4 : Nitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • อัตราการตายของจุลินทรีย์ด้วยแบบจำลองที่ใช้หลักการของ first order ขึ้นกับค่าใด
  • 1 : จำนวนเซลล์ที่ตายไปแล้ว
  • 2 : จำนวนเซลล์ที่มีชีวิตเหลืออยู่
  • 3 : จำนวนสารอาหารที่ถูกใช้
  • 4 : ไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์จุลินทรีย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • ในวัฎจักรของคาร์บอนและออกซิเจน กระบวนการใดเกิดสวนทางกัน
  • 1 : photosynthesis / respiration
  • 2 : photosynthesis / combustion
  • 3 : respiration / combustion
  • 4 : มีข้อที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  • จุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่เป็น Predator ที่พบในระบบ Activated sludge คือข้อใด
  • 1 : Protozoa
  • 2 : Bacteria
  • 3 : Fungi
  • 4 : Yeast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • จุลชีพกลุ่มใดพบในระบบ Activated sludge
  • 1 : Floc-forming organism / Nuisance organism
  • 2 : Saprophytes / Nuisance organism
  • 3 : Nuisance organism / Predator
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 :
  • จำนวนของ Adenosine Triphosphate (ATP) ที่เกิดในระหว่างกระบวนการสร้างมีเทน (methanogenesis) เป็นอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการดีไนทริฟิเคชัน (Denitrification)
  • 1 : สูงกว่า
  • 2 : เท่ากัน
  • 3 : ต่ำกว่า
  • 4 : ไม่เกิด ATP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 306 :
  • การวัดค่าออกซิเจนละลายในระบบ Activated sludge เป็นสิ่งจำเป็น แต่ผู้ควบคุมระบบอาจใช้การสังเกตพารามิเตอร์ใดต่อไปนี้แทนการวัดค่าออกซิเจนละลาย
  • 1 : สีของตะกอน
  • 2 : กลิ่น
  • 3 : พีเอช
  • 4 : มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • ความสัมพันธ์ระหว่างค่า MLVSS กับค่า F/M คือข้อใด
  • 1 : แปรผันตามกัน
  • 2 : แปรผกผัน
  • 3 : s-curve
  • 4 : normal curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 308 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพแบบใด มักเดินระบบบำบัดแบบไร้อากาศ
  • 1 : ระบบ RBC
  • 2 : ระบบ UASB
  • 3 : ระบบ SBR
  • 4 : ระบบ TF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 309 :
  • ข้อใดอธิบายกระบวนการ Acidogenesis
  • 1 : แบคทีเรียนำกรดไขมันระเหยง่ายไปผลิตเป็นกรดอะซิติกและกรดฟอร์มิก
  • 2 : แบคทีเรียนำกรดอะซิติกและกรดฟอร์มิกไปผลิตเป็นก๊าซมีเทน
  • 3 : แบคทีเรียนำสารอินทรีย์ไปผลิตเป็นกรดไขมันระเหยง่าย
  • 4 : แบคทีเรียนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปผลิตกรดอะซิตริก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของบ่อแฟคัลเททีฟ (Facultative pond)
  • 1 : เป็นบ่อปรับเสถียรที่มีความลึกประมาณ 1-2 เมตร
  • 2 : ไม่มีการหมุนเวียนตะกอน
  • 3 : น้ำส่วนบนของบ่อมีสภาพแอโรบิก ส่วนน้ำส่วนล่างมีสภาพแอนแอโรบิก
  • 4 : ใช้เพื่อการปรับสภาพน้ำและกำจัดเชื้อโรคก่อนปล่อยน้ำลงสู่แหล่งน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเติบโตของแบคทีเรียในช่วง Endogenous Growth Phase
  • 1 : ระยะที่แบคทีเรียต้องใช้อาหารภายในเซลล์เพื่อดำรงชีพ
  • 2 : ระยะที่แบคทีเรียกำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว
  • 3 : ระยะที่แบคทีเรียมีอัตราการตายต่ำกว่าอัตราการเจริญ
  • 4 : ระยะที่แบคทีเรียย่อยสลายสารอินทรีย์ภายนอกอย่างรวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • แบคทีเรียไนโตรโซโมนัส (Nitrosomonas sp.) มีบทบาทอย่างไรในปฏิกิริยาไนทริฟิเคชัน
  • 1 : เปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นไนไตรท์
  • 2 : เปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นไนเตรท
  • 3 : เปลี่ยนไนไตรท์ไปเป็นไนเตรท
  • 4 : เปลี่ยนไนไตรท์ไปเป็นแก๊สไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 313 :
  • แบคทีเรียไนโตรแบกเทอร์ (Nitrobacter sp.) มีบทบาทอย่างไรในปฏิกิริยาไนทริฟิเคชัน
  • 1 : เปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นไนไตรท์
  • 2 : เปลี่ยนไนไตรท์ไปเป็นไนเตรท
  • 3 : เปลี่ยนแอมโมเนียไปเป็นไนเตรท
  • 4 : เปลี่ยนไนไตรท์ไปเป็นแก๊สไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะของระบบ Activated Sludge ที่ดัดแปลงเพื่อให้สามารถกำจัดไนโตรเจนในระบบแยกเชื้อและระบบเชื้อผสม
  • 1 : ทั้งสองระบบใช้ถังตกตะกอนมากกว่า 1 ชุด แต่ใช้ถังเติมอากาศชุดเดียวกัน
  • 2 : ทั้งสองระบบใช้ถังตกตะกอนเพียงชุดเดียว แต่ใช้ถังเติมอากาศหลายชุด
  • 3 : ระบบแยกเชื้อใช้ถังตกตะกอนหลายชุด แต่ระบบเชื้อผสมใช้ถังตกตะกอนเพียงชุดเดียว
  • 4 : ระบบแยกเชื้อใช้ถังตกตะกอนชุดเดียว แต่ระบบเชื้อผสมใช้ถังตกตะกอนหลายชุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาที่มีสาเหตุมาจากปฏิกิริยาดีไนตริฟิเคชัน ที่เกิดขึ้นในระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Activated Sludge
  • 1 : ต้องการปริมาณออกซิเจนมากขึ้น
  • 2 : ปัญหา Bulking Sludge
  • 3 : แบคทีเรียชนิดเส้นใยในถังตกตะกอนเติบโตได้ดีมากเกินไป
  • 4 : ตะกอนในถังตกตะกอนขั้นที่สองลอยขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 316 :
  • ในแหล่งน้ำบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงจะพบการเจริญของจุลินทรีย์กลุ่มใดมากที่สุด
  • 1 : Nitrifying bacteria
  • 2 : Archaea
  • 3 : Photosynthetic bacteria
  • 4 : Sheathed bacteria
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 :
  • จุลินทรีย์ในกลุ่มใดที่จัดเป็นแบคทีเรียชี้แนะในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ
  • 1 : coliform bacteria
  • 2 : nitrifying bacteria
  • 3 : sulfur bacteria
  • 4 : stalk bacteria
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 318 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ coliform bacteria
  • 1 : gram negative bacteria
  • 2 : rod shape and non-spore forming bacteria
  • 3 : anaerobic bacteria
  • 4 : ferment glucose to acid and gas
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ aerobic biological treatment
  • 1 : เป็นระบบที่ต้องอาศัยการเติมอากาศเข้าไปในระบบบำบัด
  • 2 : มีจำนวนจุลินทรีย์ในระบบเกิดขึ้นมากจึงต้องมีการกำจัดตะกอนส่วนเกิน
  • 3 : โดยส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายในการเดินระบบสูงเนื่องจากต้องเติมอากาศ
  • 4 : ใช้ได้ดีกับน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์สูง (BOD>2,000 มก./ล.)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 320 :
  • ระบบบำบัดที่ใช้จุลชีพเกาะติดอยู่บนตัวกลาง มีข้อแตกต่างจากระบบที่ใช้จุลชีพแขวนลอยอย่างไร
  • 1 : ในระบบมีทั้งจุลชีพที่ใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนอยู่รวมกัน
  • 2 : เป็นระบบที่มี Cell yield สูงกว่า
  • 3 : รับภาระสารอินทรีย์ได้มากกว่า
  • 4 : ต้องใช้พลังงานในการเดินระบบมากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 321 :
  • ในการควบคุมระบบบำบัดแบบแอ็คติเวดเต็ดสลัดจ์ ถ้ากำหนดให้ F/M > 1 จะพบจุลชีพกลุ่มใดเป็นกลุ่มเด่น
  • 1 : Flagellate Protozoa
  • 2 : Stalked Ciliates
  • 3 : Rotifer
  • 4 : Archaea
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :
  • ความแตกต่างที่สำคัญและเด่นชัดที่สุดระหว่างสิ่งมีชีวิตในกลุ่ม Prokaryote และ Eukaryote คือข้อใด
  • 1 : Prokaryote มีเยื่อหุ้มเซลล์ 2 ชั้น
  • 2 : Prokaryote มีไรโบโซมชนิด 80S
  • 3 : Eukaryote มีโครโมโซมล่องลอยในเซลล์
  • 4 : Eukaryote 1 เซลล์หมายถึง 1 ชีวิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 323 :
  • สิ่งมีชีวิตในกลุ่มใดจัดเป็น eukaryote
  • 1 : แบคทีเรีย โปรโตซัว ไวรัส
  • 2 : สาหร่าย แบคทีเรีย โปรโตซัว
  • 3 : รา สาหร่าย โปรโตซัว
  • 4 : แบคทีเรีย ยีสต์ สาหร่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 :
  • โครงสร้างใดที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสร้างโปรตีนสำหรับเซลล์
  • 1 : Endospore
  • 2 : Ribosome
  • 3 : Mesosome
  • 4 : Mitochondria
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 325 :
  • ข้อใดเป็นการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง
  • 1 :  Escherichia coli
  • 2 : Escherichia Coli
  • 3 : Escherichia Coli
  • 4 : Escherichia coli
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 326 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของโปรโตซัว
  • 1 : กินแบคทีเรียและสารอินทรีย์เป็นอาหาร
  • 2 : เป็น indicator ในการตรวจสอบวงจรทางชีวภาพ
  • 3 : เป็นสิ่งมีชีวิตประเภท eukaryote
  • 4 : ก่อให้เกิดปัญหา eutrophication
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 327 :
  • การย้อมสีแบบ gram strain เป็นการจำแนกแบคทีเรียโดยอาศัยโครงสร้างใด
  • 1 : flagella
  • 2 : inclusion
  • 3 : cell wall
  • 4 : capsule
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • โครงสร้างใดในเซลล์แม้ขาดหายไป เซลล์จุลินทรีย์จะยังคงมีชีวิตอยู่ได้
  • 1 : Ribosome
  • 2 : Flagella
  • 3 : Mitochondria
  • 4 : Mesosome
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • สิ่งมีชีวิตในกลุ่มใดใช้สารอินทรีย์ในการสร้างเซลล์
  • 1 : Autotroph
  • 2 : Heterotroph
  • 3 : Lithotroph
  • 4 : Phototroph
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 330 :
  • ข้อใดไม่ใช่ความต้องการพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเซลล์จุลินทรีย์
  • 1 : สารอาหาร
  • 2 : อุณหภูมิที่เหมาะสม
  • 3 : น้ำ
  • 4 : รังสีอุลตราไวโอเลต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • สารใดในเซลล์ที่ส่งผลให้เกิดการเร่งการทำงานหรือกระบวนการเมตาบอริซึมในเซลล์จุลินทรีย์
  • 1 : protein
  • 2 : enzyme
  • 3 : DNA
  • 4 : antigen
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของเอนไซม์
  • 1 : เป็นสารโปรตีนที่สังเคราะห์จากสิ่งมีชีวิต
  • 2 : ถูกทำลายและสลายตัวด้วยความร้อน
  • 3 : เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ในเซลล์
  • 4 : เป็นตัวชะลอปฏิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ในเซลล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 :
  • โครงสร้างของเอนไซม์ในรูปที่ active สำหรับการเร่งปฏิกิริยาในเซลล์คือข้อใด
  • 1 : Apoenzyme
  • 2 : Coenzyme
  • 3 : Holoenzyme
  • 4 : Methanoenzyme
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • ข้อใดคือความแตกต่างระหว่าง catabolism และ anabolism
  • 1 : ขนาดของสารตั้งต้นที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา
  • 2 : พลังงานของปฏิกิริยา
  • 3 : ผลจากปฏิกิริยา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :
  • กระบวนการเมตาบอริซึมที่สำคัญที่เกิดขึ้นในเซลล์จุลินทรีย์ ซึ่งมีผลก่อให้เกิดพลังงานคือ
  • 1 : การหายใจ
  • 2 : การย่อยอาหาร
  • 3 : การเคลื่อนไหว
  • 4 : การนอนหลับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • สารประกอบในรูปใดที่มีค่าพลังงานในตัวสูงที่สุด
  • 1 : ATP
  • 2 : ADP
  • 3 : AMP
  • 4 : NTP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 337 :
  • สารตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย ที่สำคัญในถังปฏิกรณ์ Activated Sludge คือข้อใด
  • 1 : NO3-
  • 2 : O2
  • 3 : CO2
  • 4 : SO42-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 338 :
  • พลังงานรวมทั้งสิ้นที่ได้จากกระบวนการหายใจแบบใช้ออกซิเจน เมื่อใช้กลูโคส 1 โมเลกุล เป็นสารตั้งต้น คือเท่าใด
  • 1 : 38 ATP
  • 2 : 34 ATP
  • 3 : 32 ATP
  • 4 : 30 ATP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 339 :
  • กระบวนการใดจัดเป็น anabolism
  • 1 : photosynthesis
  • 2 : fermentation
  • 3 : respiration
  • 4 : consumption
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • วัฎจักรใดของการหายใจแบบใช้ออกซิเจน ที่ให้พลังงานออกมามากที่สุด
  • 1 : glycolysis
  • 2 : electron transport system
  • 3 : Kreb’s cycle
  • 4 : Embden-Meyerhof pathway
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ bacterial growth
  • 1 : การสืบพันธุ์
  • 2 : การเพิ่มจำนวนเซลล์
  • 3 : การสร้างสปอร์
  • 4 : การเพิ่มมวลเซลล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 342 :
  • เซลล์ในระยะใดที่มีแต่การเพิ่มขนาดและมวลเซลล์ ในขณะที่จำนวนเซลล์ยังคงเดิม
  • 1 : lag phase
  • 2 : stationary phase
  • 3 : exponential phase
  • 4 : death phase
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 343 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นวิธีการวัดการเจริญของจุลินทรีย์
  • 1 : การนับจำนวนเซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์
  • 2 : การวัดความขุ่นด้วย spectrophotometer
  • 3 : การนับจำนวนสปอร์ในเซลล์
  • 4 : การกรองและชั่งหาน้ำหนักเซลล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • การเกิดสภาวะ Anoxic ในระบบบำบัดทางชีวภาพ หมายถึงข้อใด
  • 1 : สภาวะที่น้ำเสียมีออกซิเจนละลายน้ำเกิน 5.0 มก./ล.
  • 2 : สภาวะที่น้ำเสียมีออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่า 2.0 มก./ล.
  • 3 : สภาวะที่น้ำเสียไม่มีออกซิเจนละลายน้ำอยู่เลย
  • 4 : สภาวะที่ไม่มีออกซิเจนในรูปอิสระละลายอยู่ในน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 345 :
  • แบคทีเรีย Nitrosomonas และ Nitrobacter ที่ก่อให้เกิดกระบวนการ Nitrification จัดเป็นจุลินทรีย์ประเภทใด
  • 1 : Autotrophic Photosynthetic bacteria
  • 2 : Autotrophic Chemosynthetic bacteria
  • 3 : Heterotrophic Photosynthetic bacteria
  • 4 : Heterotrophic Chemosynthetic bacteria
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียในข้อใดจัดเป็น Suspended growth treatment system ทั้งคู่
  • 1 : Rotating Biological Contactor / Anaerobic Digester
  • 2 : Constructed Wetland / Fluidize Bed Reactor
  • 3 : Stabilization Pond / Oxidation Ditch
  • 4 : Anaerobic Filter / Trickling Filter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • Ammonification หมายถึงขั้นตอนใด
  • 1 : การเปลี่ยนแอมโมเนียไนโตรเจนเป็นไนไตรท์
  • 2 : การเปลี่ยนไนไตร์ทเป็นไนเตรท
  • 3 : การเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นแก๊สไนโตรเจน
  • 4 : การเปลี่ยนไนโตรเจนอินทรีย์เป็นแอมโมเนีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • ข้อใดเป็นคุณสมบัติของบ่อบำบัดแบบ Facultative pond ในระบบ Stabilization pond
  • 1 : บ่อบำบัดที่มีความลึก 1 ถึง 2 เมตร มีการเติมอากาศด้วยเครื่องเติมอากาศแบบ Jet Aeration และมีออกซิเจนละลายน้ำทั่วทั้งบ่อ
  • 2 : บ่อบำบัดที่มีความลึก 0.30-0.60 เมตร มีสาหร่ายแพร่อยู่ในบ่อและมีออกซิเจนละลายน้ำทั่วทั้งบ่อ
  • 3 : บ่อบำบัดที่มีความลึก 1 ถึง 2 เมตร มีสาหร่ายอยู่ในบ่อและมีออกซิเจนอยู่บริเวณผิวบนของบ่อ แต่บริเวณน้ำลึกและก้นบ่อไม่มีออกซิเจนละลายน้ำ
  • 4 : บ่อบำบัดที่มีความลึกเกิน 2.5 เมตร และในบ่อไม่มีออกซิเจนละลายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :
  • ข้อใดจัดเป็นการเกิด Symbiosis ในบ่อบำบัดของระบบ Stabilization pond
  • 1 : จุลชีพย่อยสารอินทรีย์จนเจริญเติบโตเพื่อให้สัตว์น้ำขนาดจิ๋ว เช่น โรติเฟอร์ คลัสตาเซียน กินจุลชีพเป็นอาหาร
  • 2 : การทำลาย pathogen ด้วยจุลชีพไล่ล่า
  • 3 : จุลชีพประเภท aerobic และ anaerobic อยู่ร่วมกันและช่วยกันย่อยสลายสารอินทรีย์
  • 4 : สาหร่ายสังเคราะห์แสงและจุลชีพย่อยสลายสารอินทรีย์เพื่อแลกเปลี่ยนแหล่งพลังงานและแหล่งคาร์บอนในการสร้างเซลล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 :
  • ลำดับขั้นตอน (sequence) ที่ถูกต้องของระบบบำบัดน้ำเสียทั่วไปแบบเติมอากาศจนจบขั้น secondary treatment เป็นไปตามคำตอบข้อใด
  • 1 : ตะแกรงหยาบ ถังดักกรวดทราย ถังเติมอากาศ ถังตกตะกอนใบแรก ถังตกตะกอน ถังเติมอากาศใบที่สอง
  • 2 : ถังดักกรวดทราย ตะแกรงหยาบ ถังตกตะกอนใบแรก ถังเติมอากาศ ถังตกตะกอนใบที่สอง
  • 3 : ตะแกรงหยาบ ถังดักกรวดทราย ถังตกตะกอนใบแรก ถังเติมอากาศ ถังตกตะกอนใบที่สอง
  • 4 : ถังตกตะกอนใบแรก ถังเติมอากาศ ถังตกตะกอนใบที่สอง ถังดักกรวดทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • กลุ่มของหน่วยบำบัดข้อใดที่จัดเป็นกระบวนการแยกน้ำออกจากตะกอน (liquid-solids separation)
  • 1 : ถังดักกรวดทราย ถังเติมอากาศ ถังตกตะกอนใบแรก ถังตกตะกอนใบที่สอง
  • 2 : ตะแกรงหยาบ ถังดักกรวดทราย ถังตกตะกอนใบแรก ถังเติมอากาศ
  • 3 : ตะแกรงหยาบ ถังปรับสภาพการไหล ถังเติมอากาศ ถังตกตะกอนใบที่สอง
  • 4 : ถังดักกรวดทราย ถังตกตะกอนใบแรก ถังลอยตัว (flotation tank) ถังตกตะกอนใบที่สอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 352 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Activated Sludge โดยทั่วไปมักพิจารณาอัตราส่วนระหว่าง BOD : N : P ให้มีค่าที่เหมาะสม ค่าดังกล่าวดังต่อไปนี้ ค่าในข้อใดที่ไม่จำเป็นต้องเติมสาร N และ/หรือ P เข้าไปในระบบ
  • 1 : 150 : 12 : 4
  • 2 : 200 : 5 : 1
  • 3 : 120 : 10 : 0.5
  • 4 : 100 : 7 : 0.1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 353 :
  • ปฏิกิริยาชีวเคมีที่สารอินทรีย์โมเลกุลใหญ่ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน ถูก extracellular enzyme ย่อยจนกลายเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีโมเลกุลเล็กลงและละลายน้ำได้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : Hydrolysis
  • 2 : Hydrophobic
  • 3 : Acetogenesis
  • 4 : Solidification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 354 :
  • น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดขั้น Nitrification ที่สมบูรณ์ ถ้าปล่อยน้ำเสียนั้นทิ้งลงในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีแนวโน้มก่อให้เกิดสภาวะใด
  • 1 : เกิด eutrophication
  • 2 : เกิดสภาพ anaerobic
  • 3 : เพิ่มธาตุอาหารให้สัตว์น้ำ
  • 4 : เพิ่มปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • ถังปฏิกิริยาที่มีการไหลของน้ำเสียแบบ Plug Flow มีลักษณะอย่างไร
  • 1 : มีการหยุดเติมน้ำเสียและเริ่มเติมอากาศเมื่อน้ำเสียไหลเข้ามาเต็มถัง
  • 2 : มีการหยุดเติมอากาศในถังเป็นระยะ ๆ
  • 3 : ความสกปรกของน้ำเสียในถังจะเท่ากันทุกตำแหน่งและจะต่ำกว่าค่าความสกปรกก่อนบำบัด
  • 4 : ความสกปรกของน้ำเสียจะแปรผันผกผันกับระยะทางหรือความยาวของถังที่เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • เซลล์จุลชีพที่เกิดขึ้นในถังตกตะกอนใบที่สอง โดยทั่วไปจัดเป็นสารแขวนลอยที่สามารถตกตะกอนในรูปแบบใดเป็นส่วนใหญ่
  • 1 : Discrete settling
  • 2 : Flocculent settling
  • 3 : Hindered settling
  • 4 : Compression settling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 357 :
  • ระบบบำบัดประเภทใดจัดเป็นรูปแบบของการบำบัดแบบเติมอากาศระยะยาว (Extended Aeration)
  • 1 : Oxidation Ditch
  • 2 : Trickling Filter
  • 3 : Pure Oxygen
  • 4 : Solid Contact / Stabilization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • ข้อใดจัดเป็น primary treatment ในการบำบัดน้ำเสีย
  • 1 : การใช้สารเคมีในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำเสีย
  • 2 : การใช้จุลินทรีย์เพื่อลดค่า BOD ในน้ำ
  • 3 : การกำจัดไนโตรเจน และฟอสฟอรัส
  • 4 : การกรองด้วยตะแกรงเพื่อแยกเอาสารแขวนลอยออก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • น้ำเสียโรงงานแห่งหนึ่งมีค่าบีโอดี 200 มิลลิกรัมต่อลิตร และอัตราไหลน้ำเสีย 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากต้องการบำบัดให้บีโอดีน้ำทิ้งน้อยกว่า 20 มิลลิกรัมต่อลิตร ระบบบำบัดแบบใดไม่เหมาะสม
  • 1 : ระบบเอสบีอาร์
  • 2 : ระบบเอเอส
  • 3 : ระบบบ่อแฟคคัลเททีฟ
  • 4 : ระบบบ่อหมักไร้อากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : Primary sedimentation tank มีไว้เพื่อตกตะกอนจุลินทรีย์
  • 2 : ระบบเอสบีอาร์เป็นระบบเอเอสแบบหนึ่ง
  • 3 : การเติมสารอีเอ็มเหมาะสำหรับการบำบัดน้ำเสียโรงงานชุบโลหะ
  • 4 : กล่าวผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • เมื่อเกิดปัญหาเรื่องตะกอนอืด (Bulking sludge) ควรตรวจสอบอะไร
  • 1 : บีโอดีในถังปฏิกรณ์
  • 2 : ชนิดของสายพันธุ์แบคทีเรียที่มีในระบบ
  • 3 : ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • Flocculent Settling หมายถึงอะไร
  • 1 : การตกตะกอนที่ตะกอนไม่มีการเพิ่มขนาด
  • 2 : การตกตะกอนแบบชั้น
  • 3 : การตกตะกอนแบบอัดตัว
  • 4 : การตกตะกอนแบบเพิ่มขนาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 363 :
  • สารใดไม่ควรใช้ในการปรับพีเอชสำหรับระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ
  • 1 : กรดไฮโดรคลอริก
  • 2 : กรดไนตริก
  • 3 : โซเดียมไบคาร์บอเนต
  • 4 : โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • ปัจจัยใดที่ไม่มีผลต่อค่าออกซิเจนละลายน้ำอิ่มตัว
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ปริมาณคลอไรด์ในน้ำ
  • 3 : ความเข้มข้นของออกซิเจนเริ่มต้น
  • 4 : ระดับความสูงจากน้ำทะเล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • F/M ratio หมายถึงอะไร
  • 1 : “อัตราการป้อนสารอาหาร” หารด้วย “มวลของจุลินทรีย์”
  • 2 : “ปริมาณสารอาหารในถังปฏิกรณ์” หารด้วย “มวลของจุลินทรีย์”
  • 3 : “อัตราการใช้สารอาหาร”หารด้วย “มวลของจุลินทรีย์”
  • 4 : “ปริมาณสารอาหารที่ถูกใช้”หารด้วย “มวลของจุลินทรีย์ที่โตขึ้น”
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 366 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 1 : ระบบไร้ออกซิเจนต้องการอาหารเสริม (N และ P) น้อยกว่าระบบใช้ออกซิเจน
  • 2 : ระบบไร้ออกซิเจนต้องการอาหารเสริม (N และ P) มากกว่าระบบใช้ออกซิเจน
  • 3 : ระบบไร้ออกซิเจนมักถูกออกแบบให้น้ำทิ้งมีค่าบีโอดีต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามาตรฐานน้ำทิ้ง
  • 4 : ระบบไร้ออกซิเจนจำเป็นต้องทำเป็นระบบปิด เพื่อไม่ให้โดนแสงแดด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • ปัจจัยใดที่ส่งผลให้เกิดสภาวะตะกอนอืด (Sludge Bulking) ได้ง่าย
  • 1 : ค่า F/M สูงเกินไป
  • 2 : สารอาหารเสริมไม่เพียงพอ
  • 3 : ออกซิเจนละลายอยู่ระหว่าง 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : คำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • หน้าที่หลักของถัง Equalization Tank คืออะไร
  • 1 : ปรับอัตราไหลของน้ำเสียให้สม่ำเสมอ
  • 2 : ปรับความเข้มข้นของน้ำเสียให้สม่ำเสมอ
  • 3 : ลดค่าบีโอดีและซีโอดี
  • 4 : ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 369 :
  • การทำ Dewatering แบบใดทำให้ตะกอนมีความชื้นน้อยที่สุด
  • 1 : Drying bed
  • 2 : Vacuum filter
  • 3 : Belt press
  • 4 : Filter press
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • จงคำนวณบีโอดีโหลด (BOD Load) ของระบบเอเอสที่รับน้ำเสีย 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งมีค่าบีโอดี 2,000 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 1,000 กิโลกรัมต่อวัน
  • 2 : 1,500 กิโลกรัมต่อวัน
  • 3 : 2,000 กิโลกรัมต่อวัน
  • 4 : 2,500 กิโลกรัมต่อวัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 371 :
  • สารละลายน้ำตาล (C6H12O6) เข้มข้น 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร ควรมีค่า COD ประมาณเท่าใด
  • 1 : 500 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 533 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 1,067 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 372 :
  • เซลล์แบคทีเรีย (C5H7O2N) 1 กรัม/ลิตร ที่หลุดออกไปพร้อมกับน้ำทิ้ง เทียบเท่ากับปริมาณซีโอดีที่หลุดออกไปเท่าไร
  • 1 : 1.22 กรัม/ลิตร
  • 2 : 1.42 กรัม/ลิตร
  • 3 : 1.62 กรัม/ลิตร
  • 4 : 1.82 กรัม/ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • กระบวนการในข้อใดต่อไปนี้ จัดว่าเป็น Biological Unit Processes
  • 1 : การบำบัดน้ำเสียแบบ Suspended and attached growth system
  • 2 : การฆ่าเชื้อโรค (Disinfection)
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน (Ion exchange)
  • 4 : การดูดติดผิว (Adsorption)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่มีลักษณะเป็นถังปฏิกิริยาแบบ Plug-flow reactor
  • 1 : ระบบเอเอสแบบคูวนเวียน
  • 2 : ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย
  • 3 : ระบบจานหมุนชีวภาพ
  • 4 : ระบบเอสบีอาร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 375 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อเติมอากาศกลางแจ้ง (Aerated lagoon)
  • 1 : เป็นระบบถังปฏิกิริยาการกวนแบบสมบูรณ์ (CSTR)
  • 2 : เป็นระบบที่จำเป็นต้องมีการหมุนเวียนตะกอน เพื่อเพิ่มปริมาณจุลชีพในระบบ
  • 3 : เป็นระบบที่ใช้สาหร่ายบำบัดน้ำเสีย
  • 4 : มีลักษณะเป็นบ่อดินขนาดใหญ่ ที่ใช้เวลากักน้ำนานๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 376 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเอเอส (Activated sludge)
  • 1 : ถังเติมอากาศ (Aeration tank)
  • 2 : ถังตกตะกอน (Sedimentation tanl)
  • 3 : ถังกรองน้ำ (Filtration tank)
  • 4 : ระบบหมุนเวียนตะกอน (Sludge recycle system)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ
  • 1 : มีการกำจัดสารอินทรีย์ที่ละลายอยู่ในน้ำโดยจุลินทรีย์ในถังปฎิกิริยา
  • 2 : ความเข้มข้นของสารอินทรีย์ที่เข้าระบบควรต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : การสร้างเสถียรภาพให้กับตะกอบอินทรีย์ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยระบบไร้ออกซิเจน
  • 4 : ปฎิกิริยา Nitrification และ Denitrification จัดเป็นการเปลี่ยนรูปของสารอนินทรีย์ที่ละลายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 378 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบถังปฎิกิริยาที่มีการหมุนเวียนตะกอน
  • 1 : เนื่องจากจำนวนจุลินทรีย์ในถังปฏิกิริยาไม่เพียงพอ
  • 2 : เกิดขึ้นในระบบ conventional activated sludge
  • 3 : เพื่อเป็นการเพิ่มอัตราการย่อยสลายในถังปฏิกิริยา
  • 4 : เพื่อระบายน้ำใสกลับคืนมายังถังปฎิกิริยาแบบ CSTR อีกรอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ เป็นลักษณะเฉพาะของถังปฏิกิริยาแบบ Plug-flow reactor ในระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ
  • 1 : จุลินทรีย์ในถังจะมีสภาพทางชีววิทยาที่เหมือนกันทั้งหมด
  • 2 : มีความง่ายในการควบคุมและการนำไปใช้
  • 3 : ความเข้มข้นของน้ำเสียไม่เท่ากันทั้งถัง
  • 4 : ขนาดของถังจะใหญ่กว่าถังปฏิกิริยาแบบ Completely mix reactor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 380 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบถังปฎิกิริยาแบบใบเดียวสำหรับปฎิกิริยาเดียว (Single reaction) โดยสมมติให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่นของน้ำเสียที่จะบำบัด
  • 1 : ขนาดถังปฏิกิริยาสามารถหาค่าได้จากสมการที่ใช้หาค่าเวลาเกิดปฏิกิริยา (q)
  • 2 : อันดับของปฏิกิริยา (Reaction order) ส่งผลต่อขนาดของถังปฏิกิริยา
  • 3 : สำหรับปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง (First order reaction) ถังปฏิกิริยา CSTR จะมีขนาดเล็กที่สุด
  • 4 : ข้อมูลจากการทดลองค่าความเข้มข้นสารอินทรีย์ในน้ำเสีย (CA) ที่เวลาใดๆ สามารถใช้วิเคราะห์ค่าเวลาเกิดปฏิกิริยาและขนาดของถังปฏิกิริยาได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบถังปฏิกิริยาที่มีการต่อกันหลายใบในระบบบำบัดน้ำเสีย โดยสมมติให้มีการทำปฎิกิริยาเดี่ยว (Single reaction) และเป็นปฎิกิริยาอันดับหนึ่ง (First order reaction)
  • 1 : กรณีของ Batch reactor ที่ต่ออนุกรมกัน สามารถลดขนาดของถังโดยรวมลงได้
  • 2 : กรณีของ CSTR reactor ที่ต่ออนุกรมกันจะทำให้ขนาดโดยรวมของถังลดลงเมื่อเทียบกับถัง CSTR ใบเดียว
  • 3 : กรณีของ CSTR reactor ที่ต่ออนุกรมกันในจำนวนมากๆ จะมีลักษณะหรือขนาดถังโดยรวมเข้าใกล้ถังปฎิกิริยาแบบ Plug flow reactor
  • 4 : กรณีของ Plug flow reactor ที่ต่อกันแบบอนุกรม ไม่ให้ผลที่แตกต่างจากการใช้ถังใบเดียวที่มีปริมาตรรวมเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนำสมการ Monod:   m  = mm·S/(KS+S)

    ไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย

    เมื่อ KS คือ ค่าคงที่ของการอิ่มตัว(ความเข้มข้นของอาหาร) (S) ที่มีค่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะสูงสุด (mm)

  • 1 : สมการนี้พัฒนามาจากการทดลองที่ใช้แบคทีเรียสายพันธุ์บริสุทธิ์ (Pure cultures) ให้เติบโตด้วยสารประกอบชนิดเดียวในระบบ
  • 2 : ค่าพารามิเตอร์ KSและ mm ขึ้นอยู่กับชนิดของสารอินทรีย์และสารอาหารที่ใช้ในระบบ
  • 3 : สารอาหารที่ย่อยยากจะให้ค่า mm และค่า KS สูง
  • 4 : กรณีที่ค่า KS ต่ำมากๆ อัตราการเจริญเติบโตไม่ขึ้นกับความเข้มข้นของสารอาหาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 383 :
  • ถังปฏิกิริยาการกวนแบบสมบูรณ์ (CSTR) ที่มีปริมาตรเท่ากับ 120 ลิตร ใช้ในการสลายเซลล์จุลชีพ โดยความเข้มข้นของเซลล์ในกระแสเข้า 1200 ก./ลบ.ม. อัตราการไหลเท่ากับ 1 ลิตร/ชั่วโมง กำหนดให้อัตราการสลายตัวของเซลล์เท่ากับ 0.02 ต่อชม. จงคำนวณหาความเข้มข้นของเซลล์ในถังปฏิกิริยา CSTR
  • 1 : 125 ก./ลบ.ม.
  • 2 : 216 ก./ลบ.ม.
  • 3 : 353 ก./ลบ.ม.
  • 4 : 455 ก./ลบ.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • จากการวิเคราะห์สมดุลมวล (Mass balance) ของถังปฏิกิริยาแบบเท (Batch reactor) และถังปฏิกิริยาแบบปลักโฟลว์ (Plug-flow reactor) ดังรูปด้านล่าง (กำหนดให้ปฏิกิริยาเป็นแบบ First-order reaction)ที่มีค่าคงที่ k เท่ากัน และเวลาในการทำปฏิกิริยา (Residence time) เท่ากัน ข้อใดต่อไปนี้เป็นการสรุปที่ถูกต้อง
  • 1 : Plug-flow reactor มีประสิทธิภาพดีกว่า Batch reactor
  • 2 : ทั้งสองระบบมีประสิทธิภาพการทำงานเท่ากัน
  • 3 : Batch reactor มีประสิทธิภาพดีกว่า Plug-flow reactor
  • 4 : ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 385 :
  • จงคำนวณเปรียบเทียบขนาดถังปฎิกิริยาแบบปลักโฟลว์ (Plug-flow reactor) ต่อขนาดของถังปฏิกิริยาการกวนแบบสมบูรณ์ (CSTR) เมื่อกำหนดให้ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นปฎิกิริยาอันดับหนึ่งและมีค่าคงที่เท่ากับ k เท่ากัน กำหนดให้ค่าความเข้มข้นขาเข้าและออกจากถังปฎิกิริยาทั้งสองแบบของตัวทำปฎิกิริยา A มีค่าเท่ากับ 100 และ 10 มก./ล. ตามลำดับ
  • 1 : 0.15 เท่า
  • 2 : 0.26 เท่า
  • 3 : 0.32 เท่า
  • 4 : 0.42 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 :
  • จงคำนวณหาจำนวนถังกวนสมบูรณ์ CSTR ซึ่งแต่ละถังมีขนาดเท่ากันคือ 1,000 ลิตร ต่ออนุกรมกันเพื่อลดความเข้มข้นของสารอินทรีย์ A จาก 20 กรัมต่อลิตร ให้เหลือน้อยกว่า 0.2 กรัมต่อลิตร โดยกำหนดให้อัตราการไหลของน้ำเสียเท่ากับ 10,000 ลิตรต่อชั่วโมง กำหนดให้เป็นปฎิกิริยาอันดับหนึ่ง (First order reaction) และมีค่าคงที่ k เท่ากับ 20 ต่อชั่วโมง
  • 1 : 4 ถัง
  • 2 : 6 ถัง
  • 3 : 2 ถัง
  • 4 : 5 ถัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :
  • จากการใช้ถังเติมอากาศแบบ CSTR 2 ถัง ที่มีขนาดต่างกัน คือ ถังขนาดใหญ่ 1,000 ลิตรและถังขนาดเล็ก 500 ลิตร โดยอัตราการไหลเข้าถังเท่ากับ 100 ลิตรต่อชั่วโมงและค่าความเข้มข้นขาเข้า (CA0) เท่ากับ 100 กรัมต่อลิตร กำหนดให้ปฏิกิริยาเป็นแบบลำดับที่หนึ่งและค่าคงที่ k มีค่าเท่ากับ 1 ต่อชั่วโมง ในทุกถังปฏิกิริยา จงคำนวณหาความเข้มข้นขาออก (CAn) เมื่อจัดเรียงลำดับของถังปฏิกิริยาแบบถังใหญ่ไว้ข้างหน้าและไว้ข้างหลัง ตามลำดับ
  • 1 : 1.5 และ 2 กรัมต่อลิตร
  • 2 : 1.5 และ 1.5 กรัมต่อลิตร
  • 3 : 2 และ 2 กรัมต่อลิตร
  • 4 : 2 และ 1.5 กรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 388 :
  • ปฎิกิริยาอันดับหนึ่ง (First order reaction) ที่เกิดขึ้นในถังปฎิกิริยาแบบเท (Batch reactor) ต้องการเวลา 10 ชั่วโมง ในการทำให้ตัวทำปฎิกิริยาลดลง 50% ถ้าต้องการให้ตัวทำปฎิกิริยาลดลง 75% จะต้องใช้เวลาเท่าใด
  • 1 : 10 ชั่วโมง
  • 2 : 15 ชั่วโมง
  • 3 : 20 ชั่วโมง
  • 4 : 25 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • จงคำนวณขนาดของระบบไร้ออกซิเจนที่รับน้ำเสียวันละ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน บีโอดีน้ำเสีย 3000 มิลลิกรัมต่อลิตร และกำหนดให้ อัตราภาระสารอินทรีย์ (Organic loading rate) เท่ากับ 3 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • 1 : 220 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 250 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 280 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 300 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 :
  • จงคำนวณปริมาณตะกอนที่เกิดขึ้นจากระบบ AS ที่มีขนาดถังเติมอากาศ 200 ลูกบาศก์เมตร เมื่ออัตราไหลน้ำเสีย 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน บีโอดี 250 มิลลิกรัมต่อลิตร ประสิทธิภาพการกำจัดบีโอดีเท่ากับ 98 เปอร์เซ็นต์ เมื่อกำหนดให้ Observed Yield เท่ากับ 0.3
  • 1 : 36.75 กิโลกรัมต่อวัน
  • 2 : 40.75 กิโลกรัมต่อวัน
  • 3 : 50.25 กิโลกรัมต่อวัน
  • 4 : 73.50 กิโลกรัมต่อวัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • อุปกรณ์อะไรไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระบบ Aerated Lagoon
  • 1 : Aerator
  • 2 : Pump
  • 3 : Secondary Sedimentation Tank
  • 4 : Electrical Supply
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 392 :
  • ระบบ AS ใช้เครื่องเติมอากาศผิวน้ำขนาด 20 Hp จำนวน 4 Units ทำงาน และ 1 เครื่อง ขนาด 20 Hp สำรอง ให้คำนวณค่ากระแสไฟฟ้าในการเดินเครื่องเติมอากาศดังกล่าวต่อค่ากระแสไฟฟ้า 2 บาท/Unit (ใช้ 1 เดือนเท่ากับ 30 วันและ 1 แรงม้าเท่ากับ 0.764 กิโลวัตต์)
  • 1 : 64,477 บาท/เดือน
  • 2 : 85,940 บาท/เดือน
  • 3 : 107,462 บาท/เดือน
  • 4 : 115,200 บาท/เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 393 :
  • หากพบว่าระบบ AS รับ BOD มากกว่าที่ออกแบบไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำเสียเข้าระบบมากกว่าค่าที่ออกแบบ ควรปรับปรุงระบบอย่างไร
  • 1 : ควบคุมโดยเพิ่ม F/M ratio ให้สูงขึ้น
  • 2 : เอาตะกอน Excess Sludge ออกมากขึ้น
  • 3 : ควบคุมโดยเพิ่ม Sludge age
  • 4 : ขยายถังเติมอากาศให้ใหญ่ขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 394 :
  • ค่า Kinetic Coefficients ในสมการของ Monod คือข้อใด
  • 1 : Y, kd
  • 2 : mmax , Y
  • 3 : mmax , kd
  • 4 : mmax , ks
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 395 :
  • จากผลวิเคราะห์น้ำตัวอย่าง 2 ลิตร พบว่า Settleable Solids ที่ 30 นาที เท่ากับ 180 มล./ล. ค่า MLSS เท่ากับ 3,600 มล./ล. ค่า SVI มีค่าเท่าใด
  • 1 : SVI มีค่า 20
  • 2 : SVI มีค่า 50
  • 3 : SVI มีค่า 100
  • 4 : SVI มีค่า 200
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 396 :
  • การวิเคราะห์ SVI ( Sludge Volume Index) ควรเก็บตัวอย่างน้ำจากจุดใด
  • 1 : น้ำเสียก่อนเข้าระบบ
  • 2 : น้ำทิ้งออกจากถังตกตะกอนขั้นที่ 2
  • 3 : น้ำเสียจาก Aeration Tank
  • 4 : ตะกอนจาก Primary Sedimentation Tank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 397 :
  • การวิเคราะห์เพื่อหาค่า SVI จะต้องดำเนินการอย่างไร
  • 1 : นำตัวอย่างน้ำจากถังเติมอากาศมาตกตะกอนใน Imhoff Cone และหาค่า MLSS แล้วนำไปคำนวณ
  • 2 : นำตัวอย่างน้ำจากถังเติมอากาศมาตกตะกอนใน Imhoff Cone และหาค่า TS แล้วนำไปคำนวณ
  • 3 : นำตัวอย่างน้ำจากถังตกตะกอนขั้นที่ 1 มาตกตะกอนใน Imhoff Cone และหาค่า MLSS แล้วนำไปคำนวณ
  • 4 : นำตัวอย่างน้ำจากถังตกตะกอนขั้นที่ 1 มาตกตะกอนใน Imhoff Cone และหาค่า TS แล้วนำไปคำนวณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :
  • ค่า SVI (Sludge Volume Index) ของน้ำเสียควรมีค่าประมาณเท่าไร ที่บอกสมรรถนะในการตกตะกอนได้ดี
  • 1 : SVI < 100 ดีมาก
  • 2 : 100 < SVI < 200
  • 3 : SVI > 200
  • 4 : การตกตะกอนไม่ได้ดูจากค่า SVI
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • สารอาหารเสริมหลัก (Nutrients) ที่มักจะเติมในระบบ AS คือ
  • 1 : Urea / Phosphate
  • 2 : FeSO4 / FeCl3
  • 3 : CaCl2 / CaCO3
  • 4 : H2NO3 / NH4Cl
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 400 :
  • สารอาหารเสริมรอง (Trace elements) ที่ควรจะเติมในระบบ AS คืออะไร
  • 1 : ปุ๋ย Urea
  • 2 : ปุ๋ย Phosphate
  • 3 : CaCO3
  • 4 : FeCl3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 401 :
  • Nocardia foam เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในถังอะไรของระบบบำบัดน้ำเสีย
  • 1 : Equalization Tank
  • 2 : Dissolved Air Flotation Tank
  • 3 : Aeration Tank
  • 4 : Secondary Sedimentation Tank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 402 :
  • ปัญหาในระบบ AS หากพบว่าใน Aeration Tank มีปริมาณ MLSS มีค่าน้อยและมีตะกอนสีขาวขุ่น ควรแก้ปัญหาโดยวิธีใด
  • 1 : ลดค่า F/M ratio
  • 2 : ลดค่า BOD ของน้ำเสีย
  • 3 : เพิ่มค่า F/M ratio
  • 4 : เพิ่มค่า BOD ของน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 403 :
  • หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระบบ AS ควรดำเนินการดังข้อใด
  • 1 : เพิ่ม DO ให้มากกว่า 2 มก./ล.
  • 2 : เพิ่ม Sludge age
  • 3 : เพิ่ม Flow rate
  • 4 : เพิ่ม BOD น้ำเสียเข้าระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 404 :
  • โรงงานผลิตอาหารกระป๋องแห่งหนึ่งออกแบบเป็นระบบ AS ผู้ควบคุมดูแลระบบพบว่าค่า MLSS ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สาเหตุควรมาจากข้อใด
  • 1 : ออกแบบถังเติมอากาศเล็กเกินไป
  • 2 : ออกแบบถังเติมอากาศใหญ่เกินไป
  • 3 : ออกแบบถังตกตะกอนขั้นสองเล็กเกินไป
  • 4 : ออกแบบถังตกตะกอนขั้นสองใหญ่เกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 405 :
  • Still well ในถังตกตะกอนขั้นที่ 2 ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ป้องกันไม่ให้ตะกอนสัมผัสกับน้ำเสีย
  • 2 : ป้องกันไม่ให้ตะกอนสัมผัสกับออกซิเจน
  • 3 : ป้องกันไม่ให้ตะกอนลอยขึ้นผิวน้ำ
  • 4 : ป้องกันไม่ให้ตะกอนจมลงสู่ก้นถัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 406 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียชนิด AS ของโรงงานแห่งหนึ่งมีค่าอัตราการไหล 500 m3/d ค่า BOD5 ก่อนเข้าถังเติมอากาศ 450 mg/l Ultimate BOD = 500 mg/l ต้องการบำบัดตามมาตรฐานกรมโรงงานให้มีค่า BOD เท่ากับ 20 mg/l จงคำนวณจำนวนและขนาดแรงม้าของเครื่องเติมอากาศผิวน้ำ (Surface Aerator) ที่เหมาะสม กำหนดให้เครื่องเติมอากาศมีความสามาถให้ O2 ได้ 1.2 kg-O2/Hp-hr ที่ field condition
  • 1 : 2 Units @ 4 Hp
  • 2 : 2 Units @ 6 Hp
  • 3 : 2 Units @ 8 Hp
  • 4 : 2 Units @ 10 Hp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 407 :
  • น้ำเสียจากโรงงานแห่งหนึ่งมีค่า Flow rate 500 m3/d ค่า BOD5 เข้าระบบ AS = 350 mg/l ควบคุมค่า Sludge Age = 5 days ค่าสัมประสิทธิ์ทางจลศาสตร์ของน้ำเสีย Kd = 0.04 day-1, mmax = 6 day-1, KS = 85 mg/l ดังนั้นน้ำทิ้งที่บำบัดแล้วมีค่า BOD เท่าใด
  • 1 : 3.39 mg/l
  • 2 : 3.54 mg/l
  • 3 : 4.53 mg/l
  • 4 : 5.34 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 408 :
  • เซลล์จุลินทรีย์ในระบบบำบัดน้ำเสียประเภท AS สามารถเขียนแทนด้วยสูตรเคมีได้ดังข้อใด
  • 1 : C5H7NO2
  • 2 : C5H8NO2
  • 3 : C6H8NO2
  • 4 : C7H5NO2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 409 :
  • จุลินทรีย์ที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ในรูป Carbonaceous phase คือข้อใด
  • 1 : Autotrophic
  • 2 : Heterotrophic
  • 3 : Biophilic
  • 4 : Thermophilic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 410 :
  • NBOD คือค่า BOD ที่จุลินทรีย์ใช้ไปในการย่อยสลายสารอินทรีย์ประเภทใด
  • 1 : Organic Carbon
  • 2 : Organic Nitrogen
  • 3 : TKN
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 411 :
  • ระบบ Completely mixed AS มีเกณฑ์การออกแบบค่า F/M ratio อยู่ในช่วงใด
  • 1 : 0.02 – 0.1 kg-BOD/kg-MLVSS.d
  • 2 : 0.1 – 0.2 kg-BOD/kg-MLVSS.d
  • 3 : 0.2 – 0.6 kg-BOD/kg-MLVSS.d
  • 4 : 2 – 4 kg-BOD/kg-MLVSS.d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 412 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับระบบ Extended Aeration
  • 1 : ระบบที่มีถังปฏิกรณ์ยาวมากกว่าปกติ
  • 2 : ระบบที่มีตะกอนมากกว่าปกติ
  • 3 : ระบบที่มีสารอาหาร F/M < 0.15
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 413 :
  • กระบวนการในข้อใดจัดเป็น Anoxic Process
  • 1 : การย่อยสลายสารอินทรีย์ในสภาวะไร้อากาศ
  • 2 : การกำจัดก๊าซไข่เน่าจากน้ำเสีย
  • 3 : การเกิด Biogas จากน้ำเสีย
  • 4 : การเกิด Denitrification ในการกำจัด Nitrate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 414 :
  • Eutrophication คือปรากฎการณ์ในข้อใด
  • 1 : สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างมากในบ่อเติมอากาศ
  • 2 : สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างมากในบ่อ Polishing Pond
  • 3 : การเจริญเติบโตของยูคาริโอตในระบบ
  • 4 : การเจริญเติบโตของแบคทีเรียกลุ่มที่สะสมฟอสฟอรัสในเซลล์จำนวนมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 415 :
  • กระบวนการ Phostrip มีประโยชน์ในการกำจัดมลสารในข้อใด
  • 1 : กำจัด Photoelectric cells
  • 2 : กำจัด Nitrogen
  • 3 : กำจัด Phosphorus
  • 4 : กำจัด Algae
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 416 :
  • ในการออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงงานที่มีค่า BOD สูง TKN สูง และที่ดินราคาต่ำ ควรเลือกใช้กระบวนการตามลำดับในข้อใด
  • 1 : AS + Anaerobic Pond + Anoxic
  • 2 : Anoxic + Anaerobic Pond + AS
  • 3 : Anaerobic Pond + AS + Anoxic
  • 4 : Anaerobic Pond + Anoxic + AS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 417 :
  • ในระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Waste Stabilization Pond บ่อที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่น คือข้อใด
  • 1 : Anaerobic Pond
  • 2 : Facultative Pond
  • 3 : Aerobic Pond
  • 4 : Polishing Pond
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 418 :
  • บ่อ Polishing Pond ที่พบปัญหา Algae Bloom จะก่อให้เกิดปลาตายภายในบ่อ เนื่องจากสาเหตุในข้อใด
  • 1 : บ่อเขียวเกินไปทำให้แสงแดดส่องไปไม่ถึงก้นบ่อ
  • 2 : Algae ที่อยู่ในบ่อให้ออกซิเจนมากไป
  • 3 : Algae ในบ่อใช้ออกซิเจนมากในเวลากลางคืนจนปลาไม่สามารถดำรงชีวิตได้
  • 4 : Algae ตายในเวลากลางคืนทำให้เกิดกระบวนการหมักจนน้ำเน่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 419 :
  • หากท่านต้องการใช้ประโยชน์จากพืชน้ำ (เช่น ผักตบชวา) ในการบำบัดน้ำเสีย ท่านควรใส่พืชน้ำลงในบ่อใด
  • 1 : Polishing Pond
  • 2 : Facultative Pond
  • 3 : Anaerobic Pond
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 420 :
  • น้ำในบ่อ Facultative Pond มักจะพบว่ามีสีใด
  • 1 : สีขาวขุ่น
  • 2 : สีน้ำตาล
  • 3 : สีดำ
  • 4 : เขียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 421 :
  • บ่อสูบน้ำเสียจากบ่อเก็บ Molasse ของโรงงานน้ำตาล ควรออกแบบให้มีลักษณะในข้อใด
  • 1 : ใช้เครื่องสูบน้ำที่ทนต่อการกัดกร่อน
  • 2 : การระบายอากาศที่ดี
  • 3 : ใช้สวิตซ์แบบ Non-Explosion Proof
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 422 :
  • ค่าคงที่จลศาสตร์ของจุลินทรีย์ A และB เป็นดังนี้

    A: µmax = 0.3 1/วัน; Ks = 50 มก./.

    B: µmax = 0.6 1/วัน; Ks = 100มก./.

    ที่ความเข้มข้นของสารอาหาร (S) 50 มก./.อัตราการเติบโตของจุลินทรีย์ A ต่อจุลินทรีย์ Bเท่ากับ
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.5
  • 3 : 0.75
  • 4 :  1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 423 :
  • ระบบ Activatedsludge แบบใดมีค่าระยะเวลากักเก็บน้ำสั้นที่สุด 
  • 1 : High rateaeration activated sludge
  • 2 : Extended aerationactivated sludge
  • 3 : Conventional activated sludge
  • 4 : เท่ากันทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 424 :
  • ระบบ Trickling filter จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 425 :

  • ในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับการอธิบายการเคลื่อนตัวของจุลินทรีย์ในแม่น้ำ

    จะมองว่าแม่น้ำเป็นถังปฎิกรณ์แบบใด


  • 1 : Plug flow 
  • 2 : CSTR
  • 3 : แบบใดก็ได้
  • 4 : ไม่ใช่ทั้งสองแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 426 :
  • การกำจัดไนโตรเจนในน้ำเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพจะต้องใช้ถังปฏิกรณ์ที่มีสภาวะใดบ้าง
  • 1 : ถังปฏิกรณ์แบบเติมอากาศ 
  • 2 : ถังปฏิกรณ์แบบเติมอากาศและไม่เติมอากาศ 
  • 3 :  ถังปฏิกรณ์แบบไม่เติมอากาศ 
  • 4 : ถังปฏิกรณ์แบบเติมก๊าซไนโตรเจน 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 427 :
  • สำหรับการกำจัดไนโตรเจนในน้ำเสีย ปฏิกริยาที่เกิดในถังปฏิกรณ์แบบไม่เติมอากาศ คือ
  • 1 :

     NH4+ --> NO2-

  • 2 :

    NO2--> NO3-

     

  • 3 :

    NH4--> NO3-

     

  • 4 :

    NO3--> N2

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 428 :
  • จงเรียงลำดับกระบวนการบำบัดน้ำเสียชุมชน
  • 1 : Sedimentation --> Aeration --> Disinfection -->  Sedimentation 
  • 2 : Sedimentation --> Aeration -->  Sedimentation -->  Disinfection
  • 3 : Disinfection --> Sedimentation -->  Aeration -->Sedimentation 
  • 4 : Aeration -->  Sedimentation --> Disinfection -->  Sedimentation 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 429 :
  • ถังเติมอากาศขนาด 500 ลบ.. รับน้ำเสียที่มีอัตราไหล 500 ลบ../วัน ความเข้มข้น BOD200 มก./.ความเข้มข้นตะกอน 1000 มก./. มีค่าอัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรีย์เท่าใด
  • 1 : 0.1
  • 2 : 0.2
  • 3 : 0.5
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 430 :
  • ระบบ Activated sludge จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 431 :
  • ระบบ Activatedsludge ในข้อใด จะพบกลุ่มจุลินทรีย์จำพวกโรติเฟอร์มากที่สุด 
  • 1 :  ระบบที่มีระยะเวลากักเก็บตะกอนนาน 
  • 2 : ระบบที่มีระยะเวลากักเก็บตะกอนสั้น
  • 3 : ระบบที่มีระยะเวลากักเก็บตะกอนปานกลาง
  • 4 : เกิดเท่าๆ กัน  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 432 :
  • แม่น้ำสองสายมีอัตรากรไหลเท่ากัน สายที่หนึ่งมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ 3x106เซล/.  สายที่สองมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ 9x106เซล/.เมื่อแม่น้ำทั้งสองสายไหลมารวมกันจะมีความเข้มข้นจุลินทรีย์อยูที่เท่าใด 
  • 1 : 3x106เซล/.
  • 2 : 12x106 เซล/.
  • 3 : 9x106 เซล/.
  • 4 : 6x106 เซล/.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 433 :
  • ในกระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ หลังจากเติมสารอินทรีย์แล้ว สารอนินทรีย์ตัวใดจะถูกกำจัดออกจากระบบก่อน
  • 1 : NO3-
  • 2 : Fe3+
  • 3 : NO2-
  • 4 : SO42-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 434 :
  • ระบบ Aerated lagoon จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 435 :
  • ระบบในข้อใด เป็นระบบ Attached growth
  • 1 : Activated Sludge 
  • 2 : Oxidation ditch 
  • 3 : Aerated lagoon 
  • 4 : Trickling filter 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 436 :
  • ในการบำบัดน้ำเสียชุมชน หากต้องการกำจัดไนโตรเจนออกจากน้ำเสียด้วยนอกเหนือจากการกำจัดสารอินทรีย์เพียงอย่างเดียวค่าระยะเวลากักเก็บน้ำเสียจะเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับระบบที่กำจัดสารอินทรีย์เพียงอย่างเดียว
  • 1 : สั้นลง 
  • 2 : เท่าเดิม 
  • 3 : ยาวนานขึ้น
  • 4 : อย่างไรก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 437 :
  • ในการกำจัดฟอสฟอรัสในน้ำเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพจำเป็นต้องมีถังปฏิกรณ์แบบใดและเรียงลำดับอย่างไร 
  • 1 : Anaerobic --> Aerobic
  • 2 : Anaerobic
  • 3 : Aerobic 
  • 4 : Aerobic --> Anoxic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 438 :
  • ในการกำจัดไนโตรเจนในน้ำเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ จำเป็นต้องมีถังปฏิกรณ์แบบใดและเรียงลำดับอย่างไร
  • 1 : Aerobic 
  • 2 : Anoxic --> Aerobic 
  • 3 : Anoxic 
  • 4 : Anaerobic --> Anoxic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 439 :
  • ระบบ Activated sludge แบบใดมีค่าระยะเวลากักเก็บน้ำนานที่สุด 
  • 1 : High rateaeration activated sludge
  • 2 : Extended aerationactivated sludge
  • 3 : Conventional activated sludge
  • 4 : เท่ากันทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 440 :
  • ในการกำจัดทั้งไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในน้ำเสียจำเป็นต้องมีถังปฏิกรณ์แบบใดและเรียงลำดับอย่างไร
  • 1 : Anaerobic --> Anoxic
  • 2 : Anaerobic --> Aerobic --> Aerobic 
  • 3 : Anaerobic --> Anoxic --> Aerobic 
  • 4 : Aerobic -->  Anoxic --> Aerobic  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 441 :
  • จงหาขนาดถังเติมอากาศ  สำหรับการบำบัดน้ำเสียที่มีอัตรา ไหล 100 ลบ../วัน ค่าความเข้มข้น BOD 200 ./. โดยกำหนดให้ใช้ค่าF/M = 0.2 และ MLSS =  2000 ./.
  • 1 : 25 ลบ..
  • 2 : 50 ลบ..
  • 3 : 100 ลบ..
  • 4 : 150 ลบ..
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 442 :
  • ในการบำบัดนำ้เสียชุมชน หากต้องการกำจัดไนโตรเจนออกจากน้ำเสียด้วยนอกเหนือจากการกำจัดสารอินทรีย์เพียงอย่างเดียวค่าระยะเวลากักเก็บน้ำเสียจะเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับระบบที่กำจัดสารอินทรีย์เพียงอย่างเดียว
  • 1 : สั้นลง 
  • 2 : เท่าเดิม 
  • 3 : ยาวนานขึ้น
  • 4 : อย่างไรก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 443 :
  • ข้อดีขอระบบเซลตรึง (Attach growth) ที่เหนือกว่าระบบเซลแขวนลอย (Suspended growth) คือ  
  • 1 : จุลินทรีย์ในระบบทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมได้มากกว่า 
  • 2 : ขนาดของระบบเล็กกว่า
  • 3 : ถูกทั้งสองข้อ
  • 4 : ผิดทั้งสองข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 444 :
  • ในการกำจัดฟอสฟอรัสในน้ำเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพจำเป็นต้องมีถังปฏิกรณ์แบบใดและเรียงลำดับอย่างไร 
  • 1 : Anaerobic --> Aerobic
  • 2 : Anaerobic
  • 3 : Aerobic 
  • 4 : Aerobic --> Anoxic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 445 :
  • ในการกำจัดไนโตรเจนในน้ำเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ จำเป็นต้องมีถังปฏิกรณ์แบบใดและเรียงลำดับอย่างไร
  • 1 : Aerobic 
  • 2 : Anoxic --> Aerobic 
  • 3 : Anoxic 
  • 4 : Anaerobic --> Anoxic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 446 :
  • ระบบ Activated sludge แบบใดมีค่าระยะเวลากักเก็บน้ำนานที่สุด 
  • 1 : High rateaeration activated sludge
  • 2 : Extended aerationactivated sludge
  • 3 : Conventional activated sludge
  • 4 : เท่ากันทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 447 :
  • ในการกำจัดทั้งไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในน้ำเสียจำเป็นต้องมีถังปฏิกรณ์แบบใดและเรียงลำดับอย่างไร
  • 1 : Anaerobic --> Anoxic
  • 2 : Anaerobic --> Aerobic -->  Aerobic 
  • 3 : Anaerobic --> Anoxic --> Aerobic 
  • 4 : Aerobic -->  Anoxic --> Aerobic  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 448 :
  • จงหาขนาดถังเติมอากาศ  สำหรับการบำบัดน้ำเสียที่มีอัตรา ไหล 100 ลบ../วัน ค่าความเข้มข้น BOD 200 ./. โดยกำหนดให้ใช้ค่าF/M = 0.2 และ MLSS =  2000 ./.
  • 1 : 25 ลบ..
  • 2 : 50 ลบ..
  • 3 : 100 ลบ..
  • 4 : 150 ลบ..
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 449 :
  • น้ำเสียแบบใดเหมาะกับระบบ Anaerobic filter 
  • 1 : น้ำเสียที่มีค่าไนโตรเจนสูงมากๆ
  • 2 : น้ำเสียที่มีค่า BOD ต่ำมากๆ 
  • 3 :  น้ำเสียที่มีค่าฟอสฟอรัสสูงมากๆ 
  • 4 : น้ำเสียที่มีค่า SS ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 450 :
  • โดยทฤษฎี ระบบใดมีค่าระยะเวลากักเก็บน้ำเท่ากับระยะเวลากักเก็บตะกอนคือ
  • 1 : Aerated lagoon 
  • 2 : Activated sludge 
  • 3 : Oxidation ditch 
  • 4 : ถูกทุกข้อ 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 451 :
  • ในกระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ หลังจากเติมสารอินทรีย์แล้ว สารอนินทรีย์ตัวใดจะถูกกำจัดออกจากระบบเป็นตัวสุดท้าย
  • 1 : NO3-
  • 2 : Fe3+
  • 3 : NO2-
  • 4 : SO42-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 452 :
  • ระบบ Oxidation ditch จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 453 :
  • ระบบ Upflow anaerobic sludge blanket จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 454 :
  • จงหาขนาดถังปฏิกรณ์แบบไร้อากาศ ที่มีประสิทธิภาพ 50 % สำหรับการบำบัดน้ำเสียที่มีอัตราไหล 100ลบ../วัน ความเข้มข้น BOD  1000 มก./โดยกำหนดค่า BOD loading rate ที่ 0.5 กก.BOD/ลบ..-วัน
  • 1 : 5000 ลบ.
  • 2 : 100 ลบ..
  • 3 : 25000 ลบ..
  • 4 : 200 ลบ..
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 455 :
  • ในกระบวนการไนตริฟิเคชัน จะต้องมีการปรับ pH หรือไม่ ถ้ามีต้องปรับอย่างไร 
  • 1 : เติมกรด
  • 2 : เติมเบส 
  • 3 : ไม่ต้องปรับ
  • 4 : บางเวลา เติมกรด บางเวลา เติมเบส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 456 :
  • ถังเติมอากาศที่มีขนาด 200 ลบ.. รับน้ำเสียที่มีอัตราไหล  100 ลบ../วัน มีค่าความเข้มข้น BOD  200 มก./. มีค่าภาระสารอินทรีย์เท่าใด 
  • 1 : 0.1 กก.BOD/ลบ..-วัน
  • 2 : 1 กก.BOD/ลบ..-วัน
  • 3 : 10 กก.BOD/ลบ..-วัน
  • 4 : 100 กก.BOD/ลบ..-วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 457 :
  • แม่น้ำสองสายมีอัตรากรไหลเท่ากัน สายที่หนึ่งมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ 3x106 เซล/ล. สายที่สองมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ 3x106เซล/ล. เมื่อแม่น้ำทั้งสองสายไหลมารวมกันจะมีความเข้มข้นจุลินทรีย์อยู่ที่เท่าใด

  • 1 :

    3x106 เซลต่อลิตร

  • 2 :

    12x106 เซลต่อลิตร

  • 3 :

    9x106 เซลต่อลิตร

  • 4 :

    6x106 เซลต่อลิตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 458 :
  • ในกระบวนการกำจัดซัลเฟต (SO42-) ด้วยกระบวนการทางชีวภาพ สารตัวใดที่ไม่มีผลรบกวนกระบวนการ

     

  • 1 :

    NO3-

     

  • 2 :

    O2

     

  • 3 :

    NO2-

     

  • 4 :

    CO2

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 459 :
  • ระบบ Rotating biological contractor จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 460 :
  • แม่น้ำสองสายมีอัตราการไหลไม่เท่ากันสายที่หนึ่งมีอัตราการไหลเป็นสองเท่าของสายที่สอง โดยสายที่หนึ่งมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ 5x105เซลต่อลิตร สายที่สองมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ 5x105 เซลต่อลิตร เมื่อแม่น้ำสองสายไหลวมกันจะมีความเข้มข้นจุลินทรีย์เท่ากับข้อใด

  • 1 :

    10x105 เซลต่อลิตร

     

  • 2 :

    15x105 เซลต่อลิตร

     

  • 3 :

    7.5x105 เซลต่อลิตร

     

  • 4 :

    5x105 เซลต่อลิตร

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 461 :
  • ในการย่อยสลายแบบแอนแอโรบิค กระบวนการใดมีความอ่อนไหวต่อความเป็นกรดมากที่สุด
  • 1 : Hydrolysis
  • 2 : Acidogenesis
  • 3 : Methanogenesis
  • 4 : มีผลเท่าๆกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 462 :
  • กระบวนการ Methanogenesis คือ
  • 1 : กระบวนการที่จุลินทรีย์นำกรดไขมันระเหยง่ายไปผลิตเป็นมีเทน
  • 2 : กระบวนการที่จุลินทรีย์นำมีเทนไปผลิตเป็นกรดไขมันระเหยง่าย
  • 3 : กระบวนการที่จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์โมเลกุลซับซ้อนเป็นโมเลกุลอย่างง่าย
  • 4 : กระบวนการที่จุลินทรีย์สร้างสารอินทรีย์โมเลกุลซับซ้อนจากโมเลกุลอย่างง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 463 :
  • ระบบ Packed bed reactor จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 464 :
  • ระบบ Activated sludge แบบ High rate aeration  จะต้องควบคุมจุลินทรีย์ให้เจริญเติบโตอยู่ในช่วงใด
  • 1 : Lag phase
  • 2 : Log phase
  • 3 : Stationary phase
  • 4 : Declining phase
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 465 :
  • ระบบ Activated sludge ชนิดใดจะต้องใช้ Flow model แบบ Plug flow เท่านั้น
  • 1 : Conventional activated sludge
  • 2 : Step feed activated sludge
  • 3 : High rate aeration activated sludge
  • 4 : Extended aeration activated sludge
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 466 :
  • เมื่อมีการทิ้งน้ำเสียที่มีความสกปรกสูงลงสู่แม่น้ำค่าออกซิเจนละลายน้ำในลำน้ำหลังจากจุดทิ้งน้ำเสียจะเป็นอย่างไร 
  • 1 : คงที่ตลอดทั้งลำน้ำ 
  • 2 : ลดลงในช่วงแรกแล้วคงที่ 
  • 3 : ลดลงในช่วงแรกแล้วจะเพิ่มขึ้น 
  • 4 :  ลดลงในช่วงแรกแล้วจะเพิ่มขึ้นและลดลงอีกครั้งหนึ่ง 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 467 :
  • สำหรับสมการ Monod µ = µmaxS)/(Ks+S) หากค่าS มีค่าน้อย ความสัมพันธ์ระหว่างµ และS จะเป็นในรูปแบบใด 
  • 1 : Linear slope = 0
  • 2 : Rectangular hyperbola
  • 3 : Exponential 
  • 4 : Linear slope 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 468 :
  • ระบบ Anaerobic digester จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 469 :
  • ข้อใดเป็นพารามิเตอร์ที่แสดงจำนวนจุลินทรีย์ในถังเติมอากาศได้ดีที่สุด
  • 1 : SVI
  • 2 : SV60
  • 3 : MLSS
  • 4 : MLVSS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 470 :
  • แบคทีเรียที่กำจัดสารอินทรีย์ในระบบบำบัดน้ำเสียจัดเป็น
  • 1 : Chemoautotrophs
  • 2 : Chemoheterotrophs
  • 3 : Photoautotrophs
  • 4 : Photoheterotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 471 :
  • สำหรับสมการ Monod µ = µmaxS)/(Ks+S) หากค่าS มีค่ามากๆ ความสัมพันธ์ระหว่าง m และS จะเป็นในรูปแบบใด
  • 1 : Linear slope = 0
  • 2 : Rectangular hyperbola
  • 3 :  Exponential 
  • 4 : Linear slope 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 472 :
  • ระบบ Aerobic digester จัดเป็น
  • 1 : Aerobic attached growth process
  • 2 : Anaerobic attached growth process
  • 3 : Aerobic suspended growth process
  • 4 : Anaerobic suspended growth process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 473 :
  • ข้อใดเป็นส่วนประกอบที่มีมากที่สุดในเซลแบคทีเรีย
  • 1 : C
  • 2 : H
  • 3 : O
  • 4 : N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 474 :
  • ข้อใดเป็นตัวรับอิเล็คตรอนที่ดีที่สุด
  • 1 :

    NO3-

     

  • 2 :

    O2

     

  • 3 :

    NO2-

     

  • 4 :

    CO2

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 475 :
  • หากนำน้ำเสียมาใส่ในขวดเปล่าทิ้งไว้ ค่า BOD (S) ในน้ำสามารถอธิบายได้ด้วยสมการใด โดย S0 เป็นค่า BOD เริ่มต้น t เป็นเวลาและ k เป็นค่าคงที่
  • 1 :

    S = S0ekt

     

  • 2 :

    S = S0k/t 

     

  • 3 :

    S = S0e-kt

     

  • 4 :

    S = S0t

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 476 :
  • กระบวนการ Denitrification จะเกิดได้เมื่ออยู่ในสภาวะใด
  • 1 : Aerobic
  • 2 : Aerobic
  • 3 : Anoxic 
  • 4 : Anaerobic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 477 :
  • แบคทีเรียโดยส่วนมากจะใช้ไนโตรเจนในรูปใดในการสร้างเซล
  • 1 : NH4+ 
  • 2 : NO2-
  • 3 : N2
  • 4 : ใช้ได้ดีเท่าๆกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 478 :
  • ระบบ Activated sludge แบบ Extended aeration  จะต้องควบคุมจุลินทรีย์ให้เจริญเติบโตอยู่ในช่วงใด
  • 1 : Lag phase
  • 2 : Log phase
  • 3 : Stationary phase
  • 4 : Declining phase
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 479 :
  • หากนำน้ำเสียมาทิ้งไว้ในขวดเปล่า จำนวนแบคทีเรีย(X) ในน้ำเสียสามารถอธิบายได้ด้วยสมการใด โดย X0เป็นจำนวนเซลเริ่มต้น t เป็นเวลา และ kเป็นค่าคงที่ 
  • 1 : X = X0e-kt
  • 2 : X = X0ekt
  • 3 : X = X0t
  • 4 : X = X0k/t
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 480 :
  • ระบบ Activated sludge แบบ Conventional จะต้องควบคุมจุลินทรีย์ให้เจริญเติบโตอยู่ในช่วงใด
  • 1 : Lag phase
  • 2 : Log phase
  • 3 : Stationary phase
  • 4 : Declining phase
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 481 :
  • แบคทีเรียที่ออกซิไดซ์แอมโมเนียไปเป็นไนไตรท์ในระบบบำบัดน้ำเสียจัดเป็น
  • 1 : Chemoautotrophs
  • 2 : Chemoheterotrophs
  • 3 : Photoautotrophs
  • 4 : Photoheterotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 482 :
  • สำหรับสมการ Monod ค่า Half saturationconstant (Ks) มีความหมายว่าอย่างไร 
  • 1 : ค่าความเข้มข้นที่ µ =µmax / 2 
  • 2 : ค่าความเข้มข้นที่ µ =µmax
  • 3 : ค่าความเข้มข้นที่ µ = 0
  • 4 : ค่าความเข้มข้นที่ µ = µmax
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 483 :
  • ข้อใดเป็นการเกิดกระบวนการ Nitrification แบบไม่สมบูรณ์
  • 1 : NO3- --> NO2-
  • 2 : NH4+--> NO3-
  • 3 : NO2- --> NO3-
  • 4 : NH4+--> NO2-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 484 :
  • ระบบ Activated sludge แบบใด มีค่าระยะเวลากักเก็บตะกอนนานที่สุด 
  • 1 : High rateaeration activated sludge
  • 2 : Extended aerationactivated sludge
  • 3 : Conventional activated sludge
  • 4 : เท่ากันทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 485 :
  • ในถังเติมอากาศแบบ Plug flow ที่รับน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ แอมโมเนีย และ ไนเตรท ในช่วงต้นถัง ออกซิเจนจะถูกใช้ในการย่อยสลายสารตัวใดก่อน
  • 1 : สารอินทรีย์
  • 2 : แอมโมเนีย
  • 3 : ไนเตรท
  • 4 : ทั้งสามตัวเท่าๆกัน 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 486 :
  • แบคทีเรียที่ออกซิไดซ์ไนไตรท์ไปเป็นไนเตรทในระบบบำบัดน้ำเสียจัดเป็น
  • 1 : Chemoautotrophs
  • 2 : Chemoheterotrophs
  • 3 : Photoautotrophs
  • 4 : Photoheterotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 487 :
  • ถังปฏิกรณ์ถังแรกในการบำบัดน้ำเสียโรงงานที่มีอัตราไหล1000 ลบ../วันและความเข้มข้น10000 มก./. ควรใช้ระบบแบบใด
  • 1 : Trickling filter
  • 2 : Anaerobic pond
  • 3 : Activated sludge
  • 4 : Aerated lagoon
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 488 :
  • แบคทีเรียที่รีดิวซ์ไนเตรทไปเป็นก๊าซไนโตรเจนในระบบบำบัดน้ำเสียจัดเป็น
  • 1 : Chemoautotrophs
  • 2 : Chemoheterotrophs
  • 3 : Photoautotrophs
  • 4 : Photoheterotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 489 :
  • ข้อใดเป็นหน่วยสำหรับภาระสารอินทรีย์ของถังเติมอากาศ 
  • 1 : มก./.
  • 2 : มก./.-วัน
  • 3 : มก./วัน
  • 4 : 1/.-วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 490 :
  • แบคทีเรียที่รีดิวซ์ซัลเฟตไปเป็นซัลไฟด์ในระบบบำบัดน้ำเสียจัดเป็น 
  • 1 : Chemoautotrophs
  • 2 : Chemoheterotrophs
  • 3 : Photoautotrophs
  • 4 : Photoheterotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 491 :
  • จุลินทรีย์ที่ผลิตมีเทนจัดเป็น
  • 1 : Chemoautotrophs
  • 2 : Chemoheterotrophs
  • 3 : Photoautotrophs
  • 4 : Photoheterotrophs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 492 :
  • จุลินทรีย์กลุ่มในมีค่ายิลล์ (Yield)  มากที่สุด 
  • 1 : จุลินทรีย์ที่กำจัดไนโตรเจนในถังแอโรบิค
  • 2 : จุลินทรีย์ที่กำจัดสารอินทรีย์ในถังแอโรบิค 
  • 3 : จุลินทรีย์ที่กำจัดสารอินทรีย์ในถังแอนแอโรบิค
  • 4 :  เท่ากันทุกข้อ 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 493 :
  • ระบบ Activated sludge แบบใดมีค่าระยะเวลากักเก็บตะกอนสั้นที่สุด 
  • 1 : High rateaeration activated sludge
  • 2 : Extended aerationactivated sludge
  • 3 : Conventional activated sludge
  • 4 : เท่ากันทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 494 :
  • ระบบ Activated sludge แบบใดมีค่า F/M มากที่สุด 
  • 1 : High rateaeration activated sludge
  • 2 : Extended aerationactivated sludge
  • 3 : Conventional activated sludge
  • 4 :  เท่ากันทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 495 :
  • ปัญหา Sludge bulking เกิดจากสาเหตุใด 
  • 1 : เชื้อราที่เป็นเส้น 
  • 2 : แบคทีเรีย 
  • 3 : ไวรัส 
  • 4 :  โรติเฟอร์ 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 496 :
  • จงหาปริมาณตะกอนส่วนเกิน สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียที่มีอัตราไหล 100 ลบ../วัน ความเข้มข้น BOD  100 มก./.โดยประสิทธิภาพของระบบอยู่ที่ 90%  กำหนดค่ายิลล์ (Y) =0.5
  • 1 : 4.5 กก./วัน
  • 2 : 4500 กก./วัน
  • 3 : 5 กก./วัน
  • 4 : 5000 กก./วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 497 :
  • จงคำนวณปริมาตรถัง CSTR สำหรับลดปริมาณสาร A ลง 50% จากปฏิกิริยา A --> B ที่มีอัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับ 1 เมื่อกำหนดให้ ปริมาณสาร A เริ่มต้นเท่ากับ 2 โมลต่อลิตร ค่าคงที่ (K) เท่ากับ 10 ต่อชั่วโมง และอัตราการไหลเข้าถัง (Q) เท่ากับ 100 ลิตรต่อชั่วโมง
  • 1 :  5 ลิตร
  • 2 :  10 ลิตร
  • 3 :  15 ลิตร
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 498 :
  • จงคำนวณปริมาตรถัง CSTR สำหรับลดปริมาณสาร A ลง 50% จากฏิกิริยา A --> B ที่มีอัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับศูนย์ เมื่อกำหนดให้ ปริมาณสาร A เริ่มต้นเท่ากับ 2 โมลต่อลิตร ค่าคงที่ (K) เท่ากับ 10 ต่อชั่วโมง และอัตราการไหลเข้าถัง (Q) เท่ากับ 100 ลิตรต่อชั่วโมง
  • 1 :  5 ลิตร
  • 2 :  10 ลิตร
  • 3 :  15 ลิตร
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 499 :
  • จงคำนวณปริมาตรถัง CSTR สำหรับลดปริมาณสาร A ลง 90% จากฏิกิริยา A --> B ที่มีอัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับศูนย์ เมื่อกำหนดให้ ปริมาณสาร A เริ่มต้นเท่ากับ 2 โมลต่อลิตร ค่าคงที่ (K) เท่ากับ 10 ต่อชั่วโมง และอัตราการไหลเข้าถัง (Q) เท่ากับ 100 ลิตรต่อชั่วโมง
  • 1 :  8 ลิตร
  • 2 :  18 ลิตร
  • 3 :  28 ลิตร
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 500 :
  • จงคำนวณปริมาตรถัง CSTR สำหรับลดปริมาณสาร A ลง 90% จากฏิกิริยา A --> B ที่มีอัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับ 1 เมื่อกำหนดให้ ปริมาณสาร A เริ่มต้นเท่ากับ 2 โมลต่อลิตร ค่าคงที่ (K) เท่ากับ 10 ต่อชั่วโมง และอัตราการไหลเข้าถัง (Q) เท่ากับ 100 ลิตรต่อชั่วโมง
  • 1 :  9 ลิตร
  • 2 :  90 ลิตร
  • 3 :  45 ลิตร
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 501 :
  • จงคำนวณความเข้มข้นสาร A ที่เหลือ จากฏิกิริยา A --> B ที่มีอัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับ 1 ที่เกิดขึ้นในปริมาตรถัง CSTR เท่ากับ 100 ลิตร เมื่อกำหนดให้ ปริมาณสาร A เริ่มต้นเท่ากับ 20 โมลต่อลิตร ค่าคงที่ (K) เท่ากับ 5 ต่อชั่วโมง และอัตราการไหลเข้าถัง (Q) เท่ากับ 1000 ลิตรต่อชั่วโมง
  • 1 :  3.33 โมลต่อลิตร
  • 2 :  33.3 โมลต่อลิตร
  • 3 :  0.333 โมลต่อลิตร
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 502 :
  • จงคำนวณความเข้มข้นสาร A ที่เหลือ จากฏิกิริยา A --> B ที่มีอัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับศูนย์ ที่เกิดขึ้นในปริมาตรถัง CSTR เท่ากับ 100 ลิตร เมื่อกำหนดให้ ปริมาณสาร A เริ่มต้นเท่ากับ 20 โมลต่อลิตร ค่าคงที่ (K) เท่ากับ 5 ต่อชั่วโมง และอัตราการไหลเข้าถัง (Q) เท่ากับ 1000 ลิตรต่อชั่วโมง
  • 1 :  1.95 โมลต่อลิตร
  • 2 :  19.5 โมลต่อลิตร
  • 3 :  0.195 โมลต่อลิตร
  • 4 :  ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร