สภาวิศวกร

สาขา : สิ่งแวดล้อม

วิชา : Hazardous Waste Engineering

เนื้อหาวิชา : 638 : 1. Types and Characteristics of Hazardous Wastes
ข้อที่ 1 :
  • ถ้ามีการปนเปื้อนของโทลูอีน (Toluene) ลงในน้ำใต้ดิน จงหาว่าโทลูอีนจะมีการเคลื่อนที่อย่างไรในน้ำโดยให้ค่าความสามารถในการละลายน้ำ (water solubility) ของโทลูอีน เท่ากับ 546 มก./ล. และค่าความถ่วงจำเพาะ (specific gravity)เป็น 0.867
  • 1 : จมตัวลงไปสู่ด้านล่างจากนั้นจึงลอยน้ำ
  • 2 : ลอยน้ำแล้วค่อยๆจมตัวลงสู่ด้านล่าง
  • 3 : ลอยไปกับน้ำโดยไม่มีการจมตัวเลย
  • 4 : จมตัวลงไปใต้ท้องน้ำโดยไม่มีการลอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • ถ้ามีการปนเปื้อนของโดยแนพธาลีน (Naphthalene) ลงในน้ำใต้ดิน จงหาว่าแนพธาลีนจะมีการเคลื่อนที่อย่างไรในน้ำ ให้ค่าความสามารถในการละลายน้ำ (water solubility) ของแนพธาลีนเท่ากับ 31.9 มก./ล. และค่าความถ่วงจำเพาะ (specific gravity)เป็น 1.145
  • 1 : จมตัวลงไปสู่ด้านล่างจากนั้นจึงลอยน้ำ
  • 2 : ลอยน้ำแล้วค่อยๆจมตัวลงสู่ด้านล่าง
  • 3 : ลอยไปกับน้ำโดยไม่มีการจมตัวเลย
  • 4 : จมตัวลงไปใต้ท้องน้ำโดยไม่มีการลอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 :
  • ในการเก็บสารไตรคลอโรเอทิลีน (Trichloroethylene) ซึ่งมีจุดวาบไฟ (Flash point) ที่อุณหภูมิ 32.2 องศาเซลเซียส บรรจุในถังเหล็กในอาคารเก็บสารเคมีแห่งหนึ่ง พบว่าสารเคมีในถังมีอุณหภูมิร้อนถึง 138 องศาฟาเรนไฮต์ ถามว่ามีโอกาสที่จะเกิดเพลิงไหม้ที่อาคารแห่งนั้นหรือไม่
  • 1 : ไม่เกิด เพราะสารไตรคลอโรเอทิลีนแยกเก็บไว้ในถังเฉพาะ ไม่มีการปนเปื้อนกับสารอื่นๆ จึงไม่เกิดความร้อน
  • 2 : เกิด เพราะสารไตรคลอโรเอทิลีนต้องเก็บไว้ในถังพลาสติก เมื่อใส่ในถังเหล็กจะทำให้สารไตรคลอโรเอทิลีนร้อนได้ง่าย
  • 3 : เกิด เพราะสารไตรคลอโรเอทิลีนในถังมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดวาบไฟ
  • 4 : ไม่เกิด เพราะสารไตรคลอโรเอทิลีนเป็นสารเฉื่อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • สารเคมีใดต่อไปนี้สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เกิดปัญหาหรืออุบัติภัยตามมา
  • 1 : กรดซัลฟิวริกเข้มข้นและโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น
  • 2 : กรดไนตริกเข้มข้นและน้ำ
  • 3 : กรดฟอสฟอริกและไซยาไนด์
  • 4 : กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นและโซเดียมคลอไรด์เข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • สารใดต่อไปนี้หากสัมผัสกับน้ำแล้วจะเกิดการลุกติดไฟ
  • 1 : เมททานอล (methanol)
  • 2 : เบนซิน (benzene)
  • 3 : โปตัสเซียมคลอไรด์ (potassium chloride)
  • 4 : โซเดียมในรูปของโลหะ (sodium metal)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • รถบรรทุกสารเคมีทำสารเอนดริน (endrin) หกรั่วไหลลงสู่ถนนดิน ถ้าความเข้มข้นเริ่มต้นของเอนดรินที่เกิดการปนเปื้อนในดินเป็น 7800 มก./ล. และมีค่า k = 0.00229 ต่อวัน จงหาว่าเมื่อไรความเข้มข้นของเอนดรินในดินจะเหลือเป็น 0.001 มก./ล. เมื่อสมการการสลายตัวของเอนดริน คือ ln (c/c0) = -kt
  • 1 : 9 ปี
  • 2 : 19 ปี
  • 3 : 29 ปี
  • 4 : 39 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 7 :
  • สารที่ใช้ในการกำจัดแมลงสารใดที่ไม่จัดว่าเป็นสารในกลุ่มของ Organochlorine Insecticide
  • 1 : DDT
  • 2 : Lindane
  • 3 : Endosulfan
  • 4 : Malathion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • จงคำนวณหาค่าคงที่ของเฮนรี่สำหรับสาร Perchloroetylene ที่ความดันไอ 90 มม.ปรอทเมื่อค่าคงที่เฮนรี่ = ความดันไอ (บรรยากาศ) / ค่าการละลาย (โมลต่อลบ.ม.) (ค่า water solubility 275 มก./ลิตร และน้ำหนักโมเลกุล 166 กรัม/โมล)
  • 1 : 0.07 บรรยากาศ. ลบ.ม./โมล
  • 2 : 0.58 บรรยากาศ. ลบ.ม./โมล
  • 3 : 1.39 บรรยากาศ. ลบ.ม./โมล
  • 4 : 4.38 บรรยากาศ. ลบ.ม./โมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • หากพิจารณาว่าสารใดจะละลายในน้ำได้มากหรือน้อย ควรพิจารณาลักษณะสมบัติใดของสาร
  • 1 : Water Reactivity
  • 2 : Water Solubility
  • 3 : Specific Gravity
  • 4 : Water/Vapor Pressure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 :
  • หากพิจารณาว่าสารใดจะถูกดูดซับในดินได้มากหรือน้อย ลักษณะสมบัติใดของสารบอกคุณสมบัติได้ดีที่สุด
  • 1 : Octanol-water partition coefficient (Kow)
  • 2 : Organic matter-water partition coefficient (Kom)
  • 3 : Soil matter-water partition coefficient (Kd)
  • 4 : Organic carbon-water partition coefficient (Koc)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูก
  • 1 : โครเมียมเป็นโลหะหนักที่มีชนิดของประจุอยู่ 2 ชนิดเท่านั้น คือ ประจุ +6 และ ประจุ +3
  • 2 : ลักษณะเด่นของตะกั่วคือ มีจุดหลอมเหลวต่ำ มีความหนาแน่นสูง ทำให้ระเหยกลายเป็นไอได้ยาก
  • 3 : อาร์เซนิคชนิดที่มีประจุ +5 เป็นสารที่มีความเป็นพิษต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอาร์เซนิคที่มีประจุหมายเลขอื่นๆ
  • 4 : โครเมียมที่มีประจุ +6 เป็นสารที่มีความเป็นพิษต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับโครเมียมที่มีประจุหมายเลขอื่นๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ชื่อสารที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในข้อใดต่อไปนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ของสารนั้นผิด
  • 1 : PCE = Tetrachloroethylene
  • 2 : Xylene = Methylphenol
  • 3 : Toluene = Phenylmethane
  • 4 : PCDF = Polychlorinated dibenzofurans
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่มีการรั่วไหลของของเสียอันตรายลงในแม่น้ำแห่งหนึ่ง ค่าคงที่ใดดังต่อไปนี้ ที่สามารถใช้ในการประมาณว่าจะมีการสะสมของของเสียนั้น ในดินตะกอนแม่น้ำหรือสิ่งมีชีวิตในน้ำในปริมาณมากน้อยเพียงใด
  • 1 : Water solubility
  • 2 : Organic carbon-water partition coefficient (Koc)
  • 3 : Henry’s constant
  • 4 : Reference dose (RfD)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 :
  • สาร CFC เป็นสารที่ต้องควบคุม เนื่องจากจัดอยู่ในประเภทใด
  • 1 : Flammable
  • 2 : Reactive
  • 3 : Corrosive
  • 4 : Persistent
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 :
  • สารไดออกซินเป็นสารอันตรายในประเภทใด
  • 1 : Toxic
  • 2 : Reactive
  • 3 : Corrosive
  • 4 : Ignitable
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • สาร Carcinogen คือสารที่มีคุณสมบัติอย่างไร
  • 1 : สารเคมีที่ระเบิดได้เมื่อถูกความชื้น
  • 2 : สารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในสิ่งมีชีวิต
  • 3 : สารที่อาจมีผลให้เกิดการกลายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต
  • 4 : สารที่มีส่วนทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 17 :
  • แหล่งกำเนิดของเสียอันตรายประเภทใดที่จัดเป็น Non-Point Source
  • 1 : น้ำเสียจากโรงงานที่มีโลหะหนักปนเปื้อน
  • 2 : สลัดจ์จากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานปิโตรเลียม
  • 3 : น้ำเสียจากห้องปฏิบัติการวิจัยของมหาวิทยาลัย
  • 4 : น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่เพาะปลูกที่ใช้ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลงปริมาณมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Incompatible Waste
  • 1 : ของเสียอันตรายที่ผสมกับสารอื่นแล้วเกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดก๊าซพิษ
  • 2 : ของเสียอันตรายที่ผสมกับสารอื่นแล้วเกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดความร้อนสูง
  • 3 : ของเสียอันตรายที่ผสมกับสารอื่นแล้วเกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดการลุกไหม้
  • 4 : ของเสียซึ่งไม่สามารถบดอัดได้ มิฉะนั้นอาจเกิดระเบิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • สมบัติหรือลักษณะในข้อใดดังต่อไปนี้ของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่พบในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2540)
  • 1 : เป็นสารไวไฟ
  • 2 : เป็นสารระเหยง่าย
  • 3 : เป็นสารกัดกร่อน
  • 4 : เป็นสารที่ถูกชะล้างได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดถูกที่สุดสำหรับสารอินทรีย์ที่มี flash point ต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง
  • 1 : ระเหยเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง
  • 2 : สามารถละลายน้ำได้น้อย
  • 3 : มีความเป็นพิษน้อย
  • 4 : สามารถติดไฟได้เองที่อุณหภูมิห้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • ข้อใดถูกที่สุดสำหรับสารอินทรีย์ที่มีความสามารถในการละลายน้ำมาก
  • 1 : เมื่อรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม มักจะคงอยู่ได้นาน
  • 2 : มีความดันไอน้อย
  • 3 : มักจะมีมวลโมเลกุลสูง
  • 4 : สามารถดูดซับกับตะกอนดินได้น้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • ข้อใดถูกที่สุดสำหรับสารอินทรีย์ที่มีความถ่วงจำเพาะน้อยกว่าหนึ่ง (เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำ)
  • 1 : ต้องแยกตัวจากน้ำและลอยอยู่เหนือน้ำเสมอ
  • 2 : มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ
  • 3 : มีความสามารถในการละลายน้ำน้อย
  • 4 : เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่มีมวลโมเลกุลต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับสารอินทรีย์ที่มีคลอรีน (Chlorine) เป็นองค์ประกอบอยู่มาก
  • 1 : เมื่อรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม มักจะคงอยู่ได้นาน
  • 2 : เมื่อผ่านกระบวนการเผาทำลาย อาจจะได้สารกลุ่มไดออกซิน (dioxin) เป็นผลิตภัณฑ์
  • 3 : มักจะมีความเป็นพิษสูง
  • 4 : สามารถสะลายน้ำได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ข้อใดถูกที่สุดสำหรับสารเคมีกำจัดวัชพืชและแมลง
  • 1 : มักจะมีคลอรีน หรือฟอสเฟตเป็นองค์ประกอบ
  • 2 : สามารถสลายตัวง่าย ไม่สะสมในสิ่งแวดล้อม และในสิ่งมีชีวิต
  • 3 : มักจะไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
  • 4 : มักจะละลายน้ำได้น้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 :
  • ของผสมในข้อใดอาจจะเกิดระเบิดหรือติดไฟได้เองง่ายที่สุด
  • 1 : ส่วนผสมของสารทำละลายอินทรีย์กับเถ้าลอย
  • 2 : ส่วนผสมของสารละลายที่มีสารตัวทำละลายอินทรีย์และกรดอินทรีย์
  • 3 : ส่วนผสมของสารพวกเปอร์ออกไซด์หรือคลอรีนกับสารทำละลายอินทรีย์
  • 4 : ถ่านกัมมันต์ที่ใช้แล้วในกระบวนการบำบัดสีจากน้ำและกรดอินทรีย์เจือจาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • การกระทำในข้อใดเป็นสิ่งที่สมควรเพื่อการลดอันตรายหรือสารพิษเกิดขึ้น
  • 1 : การใช้ปูนขาวเพื่อทำเสถียรขยะอันตรายประเภทแบตเตอรี่รถยนต์ใช้แล้ว
  • 2 : การทิ้งส่วนผสมของกรดจากกระบวนการกัดแต่งผิวโลหะและเศษผงโลหะไว้ในภาชนะปิดรวมกัน
  • 3 : การทิ้งส่วนผสมของสารทำละลายอินทรีย์จากการล้างชิ้นงานรวมกับสารละลายกรด
  • 4 : การผสมปูนซีเมนต์กับสลัดจ์จากกระบวนการตกตะกอนเคมีน้ำทิ้งโรงชุบโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • จากข้อมูลลักษณะสมบัติทางเคมีกายภาพในตาราง เมื่อมีการรั่วไหลของสารดังกล่าวสู่สิ่งแวดล้อม สารใดน่าจะมีการสะสมได้ดีในดินตะกอนได้ดีที่สุดจากมากไปน้อย ที่สภาวะสมดุล
  • 1 : D > C > B > A
  • 2 : A > B > C > D
  • 3 : A > C > B > D
  • 4 : B > C > A > D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  • สารใดสามารถบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงของการปนเปื้อนของสารอันตรายจากน้ำทิ้งโรงงานหลอมแบตเตอรี่
  • 1 : ตะกั่ว
  • 2 : ไซยาไนต์
  • 3 : ยูเรเนียม
  • 4 : แคลเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 :
  • ข้อไม่ใช่ผลที่เกิดจากปฏิกิริยาของการผสมกันของของเสียอันตรายที่ปนกันไม่ได้
  • 1 : เกิดระเบิด
  • 2 : เกิดไฟไหม้
  • 3 : เกิดความร้อนสูง
  • 4 : เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • ในการจัดแบ่งประเภทสารอันตราย ข้อใดไม่ใช่สารที่เป็นก๊าซติดไฟได้ง่าย
  • 1 : Propane
  • 2 : Hydrogen
  • 3 : Butadiene
  • 4 : Xenon
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • เมื่อแคลเซียมคาร์ไบด์โดนน้ำหรือความชื้นในบรรยากาศ จะเกิดสารลุกติดไฟได้ คือสารอะไร
  • 1 : แคลเซียมไฮดรอกไซด์
  • 2 : อะเซทิลีน
  • 3 : แคลเซียมออกไซด์
  • 4 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของกากของเสียอันตราย
  • 1 : corrosivity
  • 2 : reactivity
  • 3 : degradablility
  • 4 : ignitability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • สารประเภทตัวทำละลายจะพบในกากของเสียจากโรงงานประเภทไหน
  • 1 : กากของเสียจากอุตสาหกรรมพลาสติก
  • 2 : กากของเสียจากอุตสาหกรรมใยสังเคราะห์
  • 3 : กากของเสียจากโรงงานอิเล็กโทรนิกส์
  • 4 : กากของเสียจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 34 :
  • แหล่งกำเนิดสำคัญที่สุดของสารไดอ๊อกซินคือข้อใด
  • 1 : หลุมฝังกลบปลอดภัย (Secure Landfill)
  • 2 : เตาเผาขยะ
  • 3 : หลุมฝังกลบขยะชุมชน (Sanitary landfill)
  • 4 : การหมักปุ๋ย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นของเสียอันตรายประเภทสารพิษ (Toxicity)
  • 1 : ถังบรรจุก๊าซหุงต้ม
  • 2 : ถังบรรจุก๊าซออกซิเจน
  • 3 : กระป๋องบรรจุยาฆ่าแมลง
  • 4 : ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :
  • แหล่งใดที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนของแคดเมียมสู่สิ่งแวดล้อมมากที่สุด
  • 1 : โรงงานผลิตพลาสติก
  • 2 : โรงงานชุบโลหะ
  • 3 : โรงงานผลิตกระดาษ
  • 4 : โรงงานทำแก้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • สารเคมีใดที่ใช้เป็นยาฆ่าแมลง
  • 1 : TNT
  • 2 : PCB
  • 3 : BTEX
  • 4 : DDT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 38 :
  • ถ้ามีการสัมผัสสารอันตรายที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูงควรปฏิบัติเช่นไร
  • 1 : ล้างด้วยน้ำสบู่
  • 2 : ล้างด้วยน้ำสะอาด
  • 3 : ประคบด้วยน้ำแข็ง
  • 4 : ล้างด้วยเบสก่อนเพื่อปรับสภาพให้เป็นกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • คุณสมบัติ carcinogenicity ของสารคือข้อใด
  • 1 : การติดเชื้อ
  • 2 : การระคายเคือง
  • 3 : การก่อให้เกิดมะเร็ง
  • 4 : การกัดกร่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • ไดออกซิน มีองค์ประกอบของอะไรบ้าง
  • 1 : C, O, H, P
  • 2 : C, O, H, Cl
  • 3 : C, O, P, Cl
  • 4 : C, O, H, S
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 41 :
  • ยาฆ่าแมลงที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ คือสารเคมีกลุ่มใด
  • 1 : ออร์กาโนคลอรีน
  • 2 : ออร์กาโนฟอสเฟต
  • 3 : คาร์บาเมต
  • 4 : ไพรีทรอยด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 42 :
  • สารก่อมะเร็งที่มักพบในน้ำประปาที่มีการฆ่าเชื้อโรคด้วยสารคลอรีน คือข้อใด
  • 1 : benzene
  • 2 : dioxin
  • 3 : trichloroethylene
  • 4 : trihalomethane
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 :
  • ข้อใดสามารถวิเคราะห์ได้ด้วยเครื่อง Inductively Coupled Plasma Spectrometer (ICPs)
  • 1 : VOC
  • 2 : Heavy metals
  • 3 : Furan
  • 4 : Dioxin
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • น้ำเสียจากอุตสาหกรรมชุบโครเมียม มักจะพบสารชนิดใดปนเปื้อน
  • 1 : Phenol
  • 2 : Cyanide
  • 3 : Dioxin
  • 4 : Toluene
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 45 :
  • น้ำเสียปนเปื้อนด้วยฟอร์มาดีไฮด์ พบได้ในแหล่งน้ำเสียใด
  • 1 : น้ำเสียอุตสาหกรรมผลิตนม
  • 2 : น้ำเสียอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่
  • 3 : น้ำเสียโรงพยาบาล
  • 4 : น้ำเสียอุตสาหกรรมผลิตแอลกอฮอล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • ข้อใดจัดเป็นสาร Polycyclic Aromatic Hydrocarbons
  • 1 : Pyrene
  • 2 : Benzene
  • 3 : Toluene
  • 4 : Xylene
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดเป็นวิธีสกัดสารอนินทรีย์อันตรายและสารอินทรีย์อันตรายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (พ.ศ. 2548)
  • 1 : Synthetic Precipitation Leaching Procedure (SPLP)
  • 2 : Toxicity Characteristic Leaching Procedure (TCLP)
  • 3 : Waste Extraction Test (WET)
  • 4 : Sequencing Extraction Procedure (SEP)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • น้ำเสียที่เกิดจากการวิเคราะห์ค่าซีโอดี ในห้องปฏิบัติการมักจะพบโลหะชนิดใดปนเปื้อน
  • 1 : ปรอท แคดเมียม และ เงิน
  • 2 : ปรอท ตะกั่ว และโครเมียม
  • 3 : ปรอท ตะกั่ว และเงิน
  • 4 : ปรอท โครเมียม และ เงิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสมบัติที่จำแนกของเสียอันตราย
  • 1 : ถูกชะล้างได้
  • 2 : ติดไฟง่าย
  • 3 : เกิดปฏิกิริยาง่าย
  • 4 : ทำให้เกิดโรค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 50 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสมบัติของโพลีคลอริเนตเต็ดไบฟีนิล (Poly Chlorinated Biphenyl, PCB)
  • 1 : มีความคงตัวสูง
  • 2 : ละลายน้ำได้ง่าย
  • 3 : ไวไฟ
  • 4 : ระเหยช้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • Arochlor 1242 หมายถึงสารที่ประกอบด้วยคลอรีนกี่เปอร์เซ็นต์
  • 1 : 24
  • 2 : 12
  • 3 : 42
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • ดีดีที(DDT) เป็นยาฆ่าแมลงจำพวกใด
  • 1 : Chlorinated hydrocarbon
  • 2 : Dichlorinated hydrocarbon
  • 3 : Biphenylchlorinated hydrocarbon
  • 4 : Diphenylchlorinated hydrocarbon
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นลักษณะสมบัติของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วประเภทสารไวไฟ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548
  • 1 : เป็นสารออกซิไดเซอร์ (Oxidizer)
  • 2 : เป็นสารที่ไม่ใช่ของเหลวแต่สามารถลุกเป็นไฟได้
  • 3 : เป็นของเหลวที่มีจุดวาบไฟ (Flash point) ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส
  • 4 : เป็นสารกัมมันตรังสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นลักษณะสมบัติของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วประเภทสารที่เกิดปฏิกิริยาได้ง่าย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548
  • 1 : เป็นสารซึ่งเมื่อผสมกับน้ำ จะทำให้เกิดมีก๊าซพิษ
  • 2 : เป็นสารซึ่งทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับน้ำ
  • 3 : เป็นสารซึ่งเมื่อถูกทำให้ร้อนในที่จำกัดจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาระเบิดรุนแรงได้
  • 4 : เป็นสารที่ระเหยได้อย่างรวดเร็วและไม่ทำปฏิกิริยากับอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 55 :
  • ข้อใดเป็นหน่วยของค่าความเป็นพิษ LD50 (Lethal Dose 50)
  • 1 : ส่วนในล้านส่วน
  • 2 : มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • 3 : มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : มิลลิกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • ข้อใดเป็นหน่วยของค่าความเป็นพิษ LC50 (Lethal Concentration 50)
  • 1 : ส่วนในล้านส่วน
  • 2 : มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • 3 : มิลลิกรัมต่อนาที
  • 4 : มิลลิกรัมต่อเซลล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 :
  • สารโพลีคลอริเนตเต็ดไบฟีนิล (Poly Chlorinated Biphenyl, PCB) สามารถพบได้ในวัสดุใด
  • 1 : หม้อแปลงไฟฟ้า
  • 2 : ก๊าซที่ใช้ในการเชื่อม
  • 3 : ฉนวนและวัสดุก่อสร้าง
  • 4 : น้ำมันเครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสารฆ่าแมลงประเภทออร์แกโนคลอรีน (organochlorine)
  • 1 : ดีดีที และเอนโดซัลแฟน นับเป็นสารประเภทนี้
  • 2 : ถูกห้ามจำหน่ายและใช้ แล้วในประเทศไทย
  • 3 : สะสมได้มากในสิ่งมีชีวิต
  • 4 : มีพิษร้ายแรง แต่ถูกย่อยสลายได้ง่ายในธรรมชาติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 59 :
  • สารในข้อใดก่อให้เกิดโรค methemoglobinemia หรือ blue baby ในเด็กที่ได้รับในปริมาณมาก
  • 1 : ตะกั่ว
  • 2 : ไนเตรท
  • 3 : ปรอท
  • 4 : ซัลไฟด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • เครื่องมือวิเคราะห์ในข้อใด ใช้วิเคราะห์โลหะหนักในตัวอย่างน้ำ
  • 1 : X-ray fluorescence spectroscope (XRF)
  • 2 : Atomic absorption spectrophotometer (AAS)
  • 3 : Gas Chromatography (GC)
  • 4 : Environmental Scanning Electron Microscopy (ESEM)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 61 :
  • เครื่องมือวิเคราะห์ในข้อใด ใช้วิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่าย
  • 1 : X-ray fluorescence spectroscope (XRF)
  • 2 : Atomic absorption spectrophotometer (AAS)
  • 3 : Gas Chromatography (GC)
  • 4 : Environmental Scanning Electron Microscopy (ESEM)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  • มลพิษกลุ่มใดที่ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดมาจาก Anthropogenic source
  • 1 : NOx
  • 2 : SOx
  • 3 : Volatile organic compounds (VOCs)
  • 4 : Radon
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :
  • HA (Hazardous waste – Absolute entry) ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลกับวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๔๘ คืออะไร
  • 1 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ผู้ประกอบการสามารถทำการโต้แย้งว่าสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย
  • 2 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อสุขอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม เพราะมีคุณสมบัติของความเป็นสารก่อมะเร็ง สารพิษแบบเฉียบพลัน
  • 3 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นสารซึ่งเมื่อถูกทำให้ร้อนในที่จำกัดจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาระเบิดรุนแรงได้
  • 4 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นของเสียอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 64 :
  • HM (Hazardous waste – Mirror entry) ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลกับวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. ๒๕๔๘ คืออะไร
  • 1 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นของเสียอันตราย
  • 2 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ผู้ประกอบการสามารถทำการโต้แย้งว่าสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย
  • 3 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อสุขอนามัยหรือสิ่งแวดล้อม เพราะมีคุณสมบัติของความเป็นสารก่อมะเร็ง สารพิษแบบเฉียบพลัน
  • 4 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีคุณสมบัติเป็นสารซึ่งเมื่อถูกทำให้ร้อนในที่จำกัดจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาระเบิดรุนแรงได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 65 :
  • คุณสมบัติข้อใดสามารถบอกได้ว่าของเสียอันตรายนั้นสามารถระเหยสู่บรรยากาศได้
  • 1 : Solubility
  • 2 : Ignitability
  • 3 : Toxicity
  • 4 : Vapor pressure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • ถังบรรจุสาร Chlorobenzene (ความหนาแน่น 1.106 กก./ลิตร) มีสารนี้อยู่ในถัง 30 ลิตร หกรั่วลงในแหล่งน้ำที่มีปริมาตร 10,000 ลบม. จงคำนวณหาค่าความเข้มข้นของสารในแหล่งน้ำนี้
  • 1 : 3.318 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 33.18 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 36.87 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 368.67 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • ความเข้มข้นของโครเมียมในน้ำเสีย 200 มก./ลิตร ถ้าน้ำเสียมีปริมาตร 30 ลิตร และเกิดการหกปนเปื้อนลงบนดินที่มีน้ำหนัก 2,000 กก. จงหาความเข้มข้นของโครเมียมในดิน
  • 1 : 3.33 มก./กก.
  • 2 : 3.00 มก./ลิตร
  • 3 : 3.33 มก./ลิตร
  • 4 : 3.00 มก./กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • สารใดต่อไปนี้เมื่อปนเปื้อนแล้วมีแนวโน้มที่จะระเหยได้ง่ายที่สุด
  • 1 : Methyl isobutyl ketone (Vapor Pressure = 15 mm Hg)
  • 2 : Methyl ethyl ketone (Vapor Pressure = 77.5 mm Hg)
  • 3 : Methyl formate (Vapor Pressure = 476 mm Hg)
  • 4 : Methyl chloride (Vapor Pressure = 3,790 mm Hg)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • รังสีหรืออนุภาคใดต่อไปนี้มีความสามารถในการทะลุทะลวงสูงสุด
  • 1 : อัลฟ่า
  • 2 : เบตา
  • 3 : แกมม่า
  • 4 : ซีต้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • สาร PCB ได้รั่วไหลลงในน้ำใต้ดิน โดยซึมผ่านชั้นดิน พบว่าน้ำใต้ดินมีสาร PCB 0.2 มก./ล. จงคำนวณหาค่าความเข้มข้นของสาร PCB ที่ถูกดูดซับในดิน กำหนดให้ดินมีสารอินทรีย์ 5% และค่า Koc ของ PCB เท่ากับ 5.3x105 มก./ก.
  • 1 : 4,200 มก./กก.
  • 2 : 4,400 มก./กก.
  • 3 : 4,900 มก./กก.
  • 4 : 5,300 มก./กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • พื้นที่ในข้อใดที่เราสามารถตรวจพบสาร BTEX ปนเปื้อนในชั้นดิน
  • 1 : ปั๊มน้ำมัน
  • 2 : โรงงานผลิตยา
  • 3 : ไร่เกษตรกรรม
  • 4 : โรงงานผลิตนม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • สารอันตรายที่ใช้ในกระบวนการแต่งแร่ ในเหมืองทองคำ คือ
  • 1 : สารปรอท
  • 2 : สารตะกั่ว
  • 3 : สารหนู
  • 4 : ไซยาไนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • สารเคมีชนิดหนึ่งมีค่าคงที่อัตราเร็วปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง 0.02 ต่อวัน สารนี้จะมีเวลาครึ่งชีวิตเป็นเท่าไร
  • 1 : 15 วัน
  • 2 : 25 วัน
  • 3 : 35 วัน
  • 4 : 45 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • สารในข้อใดถูกดูดซับด้วยดินได้มากที่สุด
  • 1 : 2,3,7,8-TCDD (log KOW = 6.64)
  • 2 : Naphthalene (log KOW = 3.36)
  • 3 : Trichloroethylene (log KOW = 2.42)
  • 4 : Benzene (log KOW = 2.13)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • สารอันตรายที่พบมากในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรม มักเป็นพวกสารป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ ข้อใดต่อไปนี้เป็นกลุ่มสารอันตรายที่พบมากที่สุด 
  • 1 : ฟอสเฟต
  • 2 : อีเทอร์
  • 3 : ออร์กาโนคลอรีน
  • 4 : ดีดีที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • สัญลักษณ์นี้แสดงของเสียอันตรายประเภทใด
  • 1 : สารควบคุมอุณหภูมิ ขณะการขนส่ง
  • 2 : สารที่เป็นก๊าซความดันสูง
  • 3 : สารอันตรายเบ็ดเตล็ด
  • 4 : สารแพร่เชื้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • สัญลักษณ์นี้แสดงของเสียอันตรายประเภทใด
  • 1 : poison
  • 2 : toxic
  • 3 : danger
  • 4 : biohazard
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • สัญลักษณ์นี้แสดงของเสียอันตรายประเภทใด
  • 1 : poison
  • 2 : corrosive
  • 3 : explosive
  • 4 : flammable
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำจัดเป็นของเสียอันตราย เพราะมีลักษณะสมบัติในข้อใด
  • 1 : Corrosivity
  • 2 : Ignitability
  • 3 : Flammability
  • 4 : Explosivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • ควรเก็บสารเคมีที่เป็นของเหลวและไวไฟด้วยวิธีใด
  • 1 : เก็บในตู้เย็นสำหรับเก็บสารโดยเฉพาะ
  • 2 : เก็บในที่มืดและอากาศถ่ายเทได้ดี
  • 3 : เก็บให้ห่างจากความชื้นและความร้อน
  • 4 : จัดเก็บในขวดสีชา เพื่อลดความผลกระทบจากแสงแดด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 :
  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 ได้แบ่งประเภทของขยะอันตรายตามลักษณะสมบัติของสาร (Characteristics-based) ออกเป็น 5 ประเภท โดยสารกลุ่มที่มีลักษณะเป็นสารกัดกร่อน (Corrosive substance) นั้นจะมีค่าพีเอชเป็นอย่างไร
  • 1 : น้อยกว่า 2 หรือ มากกว่า 11
  • 2 : น้อยกว่า 4 หรือ มากกว่า 11
  • 3 : น้อยกว่า 2 หรือ มากกว่า 12.5
  • 4 : น้อยกว่า 4 หรือ มากกว่า 12.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • การวิเคราะห์ตัวอย่างแก๊สโซลีนต้องใช้เครื่องมือชนิดใด
  • 1 : Gas chromatography
  • 2 : Liquid chromatography
  • 3 : Fluorescence spectroscopy
  • 4 : Infrared spectroscopy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • สารนิกเกิลคลอไรด์เป็นสารอันตรายเนื่องจากจัดอยู่ในประเภทใด
  • 1 : Toxic
  • 2 : Reactive
  • 3 : Corrosive
  • 4 : Persistent
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 :
  • สีทาบ้านที่ใช้อยู่ทั่วไปมีสารใดเป็นองค์ประกอบ ที่เมื่อเหลือใช้จัดเป็นของเสียอันตราย
  • 1 : อาร์เซนิก จัดเป็นของเสียอันตราย
  • 2 : ปิโตรเคมี จัดเป็นของเสียอันตราย
  • 3 : แอสเบสตอส จัดเป็นของเสียอันตราย
  • 4 : ไซยาไนด์ จัดเป็นของเสียอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • ข้อใดไม่ใช่สารอินทรีย์ระเหยง่ายที่เป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen)
  • 1 : Trichloroethylene
  • 2 : Vinyl Chloride
  • 3 : Xylene
  • 4 : Haloacetic Acid
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของสารที่มีหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ 
  • 1 : ละลายเนื้อเดียวกันกับน้ำได้
  • 2 : มีความถ่วงจำเพาะมากกว่าหรือเท่ากับหนึ่ง (เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำ)
  • 3 : แยกตัวออกจากน้ำ และลอยอยู่เหนือผิวน้ำ
  • 4 : เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่มีมวลโมเลกุลสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับสารกลุ่มโลหะหนัก
  • 1 : ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติก สี ถ่านไฟฉาย
  • 2 : บางชนิดเป็นธาตุอาหารสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต
  • 3 : ความเป็นพิษมีค่าแปรผันตามค่าเลขออกซิเดชั่น
  • 4 : มีค่าความถ่วงจำเพาะตั้งแต่ 3 ขึ้นไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 88 :
  • Butadiene จัดเป็นของเสียอันตรายประเภทใด 
  • 1 : สารติดไฟง่าย
  • 2 : สารกัมมันตรังสี
  • 3 : สารระเบิดได้
  • 4 : สารออกซิไดซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • โซเดียมไฮดรอกไซด์ จัดเป็นสารประเภทใด
  • 1 : สารที่สัมผัสกับน้ำแล้วได้ก๊าซไวไฟ
  • 2 : สารกัดกร่อน
  • 3 : สารกัมมันตรังสี
  • 4 : ของเหลวไวไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :
  • ข้อใดไม่ใช่ของเสียอันตรายที่มักจะพบในโรงพยาบาล
  • 1 : ขยะติดเชื้อ
  • 2 : น้ำเสียปนเปื้อนด้วยฟอร์มาลดีไฮด์
  • 3 : ขยะที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี
  • 4 : น้ำเสียปนเปื้อนด้วยไนเตรท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดไม่ใช่ คุณสมบัติของ Polychlorinated Dibenzodioxins (PCDDs)
  • 1 : เป็นผลึกไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน
  • 2 : ละลายน้ำได้เล็กน้อย แต่ละลายได้ดีในไขมัน
  • 3 : น้ำหนักโมเลกุล เท่ากับ 321.96
  • 4 : จุดหลอมเหลว 300 องศาเซลเซียส สลายตัวที่ 700 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :
  • หน่วยงานในสหรัฐอเมริกา EPA มีชื่อเต็มว่า
  • 1 : Energy Production Agency
  • 2 : Environmental Protection Agency
  • 3 : Energy Production Agenda
  • 4 : Environmental Protection Agenda
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • สารชนิดใดไม่จัดอยู่ในกลุ่มยาฆ่าแมลง (Pesticides)
  • 1 : Endrin
  • 2 : Heptachlor
  • 3 : Lindrane
  • 4 : Cresol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • กฎหมายใดในสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินการด้านการควบคุมของเสียอันตราย
  • 1 : OSHA และ RCRA
  • 2 : CERCLA และ OSHA
  • 3 : USGS และ RCRA
  • 4 : RCRA และ CERCLA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 :
  • กฎหมายในสหรัฐอเมริกา RCRA มีชื่อเต็มว่า
  • 1 : Recycle Company Resource Agency
  • 2 : Resource Compensation and Recovery Act
  • 3 : Resource Conservation and Recovery Act
  • 4 : Resource Company Recycle Agency
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • กฎหมายในสหรัฐอเมริกา CERCLA มีชื่อเต็มว่า
  • 1 : Comprehensive Environmental Response, Compensation, and Liability Agency
  • 2 : Comprehensive Environmental Response, Conservation, and Liability Act
  • 3 : Comprehensive Environmental Response, Conservation, and Liability Agency
  • 4 : Comprehensive Environmental Response, Compensation, and Liability Act
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 97 :
  • ข้อใดจัดเป็นสารอนินทรีย์ (Inorganic)
  • 1 : Barium
  • 2 : Benzene
  • 3 : Bromoform
  • 4 : Benzidine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 639 : 2. Toxicology
ข้อที่ 98 :
  • ผลจากการได้รับสารเคมีในข้อใด เป็นการเกิดเนื้องอกในร่างกายของผู้ได้รับสารเคมีนั้น
  • 1 : Carcinogenic effect
  • 2 : Mutagenic effect
  • 3 : Teratogenic effect
  • 4 : Immunogenic effect
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 99 :
  • ผลจากการได้รับสารเคมีในข้อใด เป็นการเกิดการกลายพันธุ์ในเซลล์ในร่างกายของผู้ได้รับสารเคมีนั้น
  • 1 : Carcinogenic effect
  • 2 : Mutagenic effect
  • 3 : Teratogenic effect
  • 4 : Immunogenic effect
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • ผลจากการได้รับสารเคมีในข้อใด เป็นการเกิดการผิดปกติในตัวอ่อนในร่างกายของผู้ได้รับสารเคมีนั้น
  • 1 : Carcinogenic effect
  • 2 : Mutagenic effect
  • 3 : Teratogenic effect
  • 4 : Immunogenic effect
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • สารเคมีใดต่อไปนี้มีระดับความเป็นพิษสูงสุด 
  • 1 : Malathion (LD50 = 100 มก./กก.)
  • 2 : Dieldrin (LD50 = 10.0 มก./กก.)
  • 3 : Dicofol (LD50 = 690 มก./กก.)
  • 4 : Demeton (LD50 = 1.70 มก./กก.)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานจะได้รับในระยะเวลาไม่เกิน 8 ชั่วโมงทำงานติดต่อกันใน 1 วันเป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์คือข้อใด
  • 1 : Threshold Limit Value - Short Term Exposure Limit (TLV-STEL)
  • 2 : Threshold Limit Value - Time Weighted Average (TLV-TWA)
  • 3 : Threshold Limit Value - Ceiling Exposure Limit (TLV-C)
  • 4 : Permissible Exposure Limit (PEL)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • หากพิจารณาถึงระดับความเข้มข้นของสารเคมีต่อวันที่สามารถรับเข้าสู่ร่างกายได้ไม่ว่าจะเป็นจากการกิน หรือการหายใจ โดยไม่ทำอันตรายใดๆกับร่างกาย ต้องพิจารณาค่าใด
  • 1 : Reference dose (RfD)
  • 2 : Threshold limit value (TLV)
  • 3 : Slope Factor (SF)
  • 4 : Carcinogen class
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 104 :
  • ค่าใดต่อไปนี้ใช้ในการหาความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
  • 1 : Reference dose (RfD)
  • 2 : Threshold limit value (TLV)
  • 3 : Slope Factor (SF)
  • 4 : Carcinogen class
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • หากพิจารณาตาม carcinogen class ที่จำแนกโดยระบบของ US EPA ของสารต่อไปนี้
    Bromoform : class B2
    1,1,1-Trichloroethane: class D
    Chromium(VI) : class A
    1,2- Dichlrobenzene: class D
    Formaldehyde: class B1
    Hexachloroethane: class C
    สารใดจัดเป็นสารที่ก่อหรืออาจก่อมะเร็งในมนุษย์ 
  • 1 : Bromoform, Chromium(VI), 1,2- Dichlrobenzene, Formaldehyde, Hexachloroethane
  • 2 : Bromoform, 1,2- Dichlrobenzene, Formaldehyde, Hexachloroethane
  • 3 : Bromoform, Chromium(VI), Formaldehyde
  • 4 : Bromoform, Formaldehyde
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • คำศัพท์ใดต่อไปนี้ที่ใช้ในการเรียก การพบความเข้มข้นของสารปนเปื้อน ที่สะสมในปลาหรือสิ่งมีชีวิตในน้ำในปริมาณที่สูงกว่าความเข้มข้นของสารปนเปื้อนในน้ำนั้นเอง
  • 1 : Biomagnification
  • 2 : Bioaugmentation
  • 3 : Biosorption
  • 4 : Biostimulation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • Chronic Effect คือ
  • 1 : ผลร้ายรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพอย่างเฉียบพลันอันเกิดจากการได้รับสารอันตราย
  • 2 : ผลร้ายที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพจากการได้รับสารอันตรายเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน 
  • 3 : ผลที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เรือนกระจก
  • 4 : ผลร้ายที่เกิดกับสุภาพจากการได้รับสารพิษมากกว่าหนึ่งชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • Acute Effect มีความหมายตามข้อใด
  • 1 : ผลร้ายรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพอย่างเฉียบพลันอันเกิดจากการได้รับสารอันตราย
  • 2 : ผลร้ายที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพจากการได้รับสารอันตรายเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน
  • 3 : ผลที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เรือนกระจก
  • 4 : ผลร้ายที่เกิดกับสุภาพจากการได้รับสารพิษมากกว่าหนึ่งชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • การสูดไอปรอทเข้าไปทีละน้อย แต่เป็นเวลานาน ๆ ทำให้เกิดผลต่อระบบใด
  • 1 : ระบบทางเดินอาหาร
  • 2 : ระบบประสาท
  • 3 : ระบบทางเดินหายใจ
  • 4 : ระบบขับถ่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับค่า LC50
  • 1 : ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศที่ทำให้สัตว์ทดลองเสียชีวิตไปเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งในกลุ่มที่ทำการทดลอง
  • 2 : ปริมาณของสารเคมีซึ่งเมื่อสัตว์ที่ใช้ในการทดลองได้รับเข้าสู่ร่างกายเพียงครั้งเดียว แล้วทำให้สัตว์เสียชีวิตไปเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งในกลุ่มที่ทำการทดลอง
  • 3 : ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานจะได้รับในระยะเวลาไม่เกิน 50 ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์
  • 4 : ค่าความดังของเสียง ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานจะได้รับในระยะเวลาไม่เกิน 50 ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับค่า No Observed Adverse Effect Level (NOAEL)
  • 1 : ความเข้มข้นในอากาศ ที่ต่ำที่สุดที่ทำให้สัตว์ทดลองเริ่มเสียชีวิต
  • 2 : ปริมาณของสารเคมีที่มากที่สุดที่สัตว์ทดลองรับได้แล้ว ไม่ทำให้เกิดความเป็นพิษหรือผลเสีย
  • 3 : ปริมาณของสารเคมีที่น้อยที่สุด ซึ่งได้รับทุกวันแล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น
  • 4 : ปริมาณของสารเคมีที่ผู้ปฏิบัติงานจะสัมผัสกับสารเคมีได้อย่างปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์เนื่องจากสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
  • 1 : อายุ
  • 2 : น้ำหนัก
  • 3 : สัญชาติ
  • 4 : เพศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • โรคอิไต-อิไต (Itai-itai disease) เกิดจากการได้รับสารใด
  • 1 : แคดเมียม (Cadmium: Cd)
  • 2 : สารหนู (Arsenic: As)
  • 3 : ปรอท (Mercury: Hg)
  • 4 : ตะกั่ว (Lead: Pb)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • โรคมินามาตะ (Minamata disease) เกิดจากการได้รับสารใด
  • 1 : แคดเมียม (Cadmium: Cd)
  • 2 : สารหนู (Arsenic: As)
  • 3 : ปรอท (Mercury: Hg)
  • 4 : ตะกั่ว (Lead: Pb)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ผลกระทบต่อสุขภาพจากของเสียอันตราย
  • 1 : สารบางชนิดก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
  • 2 : ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น การเกิดโรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องมาจากโลหะหนัก
  • 3 : ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
  • 4 : ทำให้กระดูกหัก เช่น การล้มทับของถังเก็บสารเคมีอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • สารใดที่ทำให้เกิดโรค Beryllicosis
  • 1 : นิกเกิล
  • 2 : ลิเทียม
  • 3 : โบรมีน
  • 4 : เบริลเลียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • จงคำนวณเวลาครึ่งชีวิต (Half life) ของเมทิลเมอคิวรี ในร่างกายของคนที่ได้รับ โดยการสลายตัวของเมทิลเมอคิวรี่เป็นไปตามปฏิกิริยาอันดับ 1 โดยมีค่าคงที่เท่ากับ 0.0175 ต่อวัน
  • 1 : 56 วัน
  • 2 : 39.6 วัน
  • 3 : 2 วัน
  • 4 : 0.03 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • ความเป็นพิษ (Toxicity) ของสารใดๆ ต่อร่างกายมนุษย์ ไม่ขึ้นกับข้อใด
  • 1 : เส้นทางการได้รับ
  • 2 : ปริมาณที่ได้รับ
  • 3 : สมบัติของสาร
  • 4 : อุณหภูมิของร่างกาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ค่า TLV (Threshold Limit Values) เป็นค่าที่กำหนดระดับการได้รับการได้รับสารอันตรายในทางใด
  • 1 : การกิน
  • 2 : การสัมผัสทางผิวหนัง
  • 3 : การหายใจ
  • 4 : การมองเห็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 120 :
  • ไซยาไนด์ก่อให้เกิดพิษแบบเฉียบพลันต่อร่างกายแบบใด
  • 1 : หายใจติดขัด ชักและหมดสติ
  • 2 : ปวดศีรษะ เหนื่อยล้าเสียงดังในหู ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ
  • 3 : อาเจียน ปอดบวมน้ำ วิงเวียน ชีพจรอ่อนและเต้นไม่สม่ำเสมอ ชัก
  • 4 : เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ลำไส้ คลื่นไส้อาเจียน และท้องร่วง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • ถ้าชายผู้หนึ่งมีน้ำหนักตัว 70 กก. รับประทานปลาโดยเฉลี่ย 6.5 กรัมต่อวัน ปลาที่รับประทานนี้ถูกจับมาจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนด้วยไตรคลอโรเอธิลีน (TCE) ที่มีความเข้มข้น 100 ppb ถ้าค่า bioconcentration factor (BCF) ของ TCE มีค่าเป็น 10.6 ลิตรต่อกก. ค่า Chronic daily intake (CDI) มีค่าเป็นเท่าไร
  • 1 : 6.9 มก./กก./วัน
  • 2 : 0.0069 มก./กก./วัน
  • 3 : 9.8 มก./กก./วัน
  • 4 : 0.000098 มก./กก./วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • ค่า LD50 ของ Mercury(II) chloride มีค่าเท่ากับ 41 มก./กก. จงคำนวณหาค่าที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย ต่อผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัว 80 กก.
  • 1 : 3.28 กรัม
  • 2 : 2.66 กรัม
  • 3 : 2.84 กรัม
  • 4 : 3.01 กรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • ระดับของเครื่องป้องกันภัยส่วนบุคคล ตามข้อกำหนดของ US EPA ทีมีการป้องกันสูงสุด มีทางผิวหนัง ระบบการหายใจ และตา คือระดับในข้อใด 
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 124 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่กลืนกินกรดไฮโดรคลอริก
  • 1 : ห้ามทำให้อาเจียนโดยเด็ดขาด
  • 2 : ใช้น้ำยาบ้วนปาก ถ้าผู้ป่วยยังมีสติ
  • 3 : กระตุ้นให้อาเจียนทันที
  • 4 : ให้ดื่มนม ถ้าผู้ป่วยยังมีสติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับเอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี หรือ SDS (Safety Data Sheet)
  • 1 : ควรจัดให้มีไว้ในบริเวณปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานใช้อ้างอิงได้
  • 2 : มีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของสารหรือวัตถุอันตราย
  • 3 : มีข้อมูลของอาการที่เกิดขึ้นเมื่อสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
  • 4 : ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใส่ข้อมูลก่อนการใช้งานสารเคมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 126 :
  • ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของเอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี หรือ SDS (Safety Data Sheet)
  • 1 : ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับผู้ใช้งานสารเคมี
  • 2 : ข้อมูลเกี่ยวกับการกำจัด
  • 3 : ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการปฐมพยาบาล
  • 4 : ข้อมูลเกี่ยวกับพิษวิทยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • ข้อใด ไม่ใช่ ข้อควรปฏิบัติในการเก็บรวบรวมของเสียอันตราย
  • 1 : แยกการเก็บสารเคมีตามประเภทอันตราย 
  • 2 : ใช้ตู้ดูดควัน เป็นที่เก็บรวบรวมสารเคมี
  • 3 : สารเคมีไวไฟ ควรเก็บให้ห่างจากประกายไฟ
  • 4 : บันทึกชนิดและปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • Acute toxicity test ไม่รวม ถึงการทดสอบใด
  • 1 : การประมาณค่า LD50
  • 2 : การทดสอบ eye limitation
  • 3 : การประเมินผล skin irritation
  • 4 : การประเมินฤทธิ์ ก่อกลายพันธ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 129 :
  • การทดสอบพิษทางพันธุกรรม คือข้อใด
  • 1 : Ames Test
  • 2 : Draize test
  • 3 : LD50 test
  • 4 : TEA test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 130 :
  • ข้อใดไม่ใช่โรคที่เกิดจากพิษของโลหะหนัก

  • 1 :

    โรคไข้ดำ

  • 2 :

    โรคอิไตอิไต

  • 3 :

    โรคมินามะตะ

  • 4 :

    โรคเด็กตัวเขียว (Blue Baby)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษ จ่ายค่าเสียหายชดเชยให้แก่ประชาชนในหมู่คลิตี้ล่าง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากสารตะกั่ว โดยประชาชนในพื้นที่มีลักษณะอาการเจ็บป่วยเช่นไร

  • 1 :

    อาการพิษทางประสาท และสมอง ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ เกิดอาการประสาทหลอน ซึมไม่รู้สึกตัว ชัก มือและเท้าตก เป็นอัมพาต

  • 2 :

    ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ลำไส้ คลื่นไส้อาเจียน และท้องร่วง ในกรณีที่อาการรุนแรงอุจจาระอาจมีเลือดปน อ่อนเพลีย ช็อกและเสียชีวิต

  • 3 :

    ไอและปวดศีรษะอย่างรุนแรง ต่อมาจะมีอาการเป็นไข้ หายใจอึดอัด ต่อมาปากจะเปื่อยเป็นแผลอักเสบ

  • 4 :

    คลื่นไส้ วิงเวียน อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อกระตุก ม่านตาหรี่เล็กลง น้ำลายฟูมปาก อุจจาระปัสสาวะราด ชัก หายใจลำบาก และหมดสติ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • จากค่า LD50 ให้โดยวิธีการกิน (oral route) สำหรับมนุษย์ ข้อใดเรียงลำดับจากความเป็นพิษมากไปน้อยได้ถูกต้อง

     

    สารพิษ

    Lethal dose

    Aspirin (Salicylic acid)

    0.2-0.5 g/kg

    DDT (Dichlorodiphenyl trichloroethane )

    0.4 mg/kg

    Malathion

    1375 mg/kg

    Parathion

    3 mg/kg

     

  • 1 :

    Aspirin > DDT> Parathion > Malathion

  • 2 :

    DDT> Parathion > Malathion > Aspirin

  • 3 :

    Aspirin > Malathion > Parathion > DDT

  • 4 :

    Aspirin > DDT> Malathion > Parathion

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใดไม่ใช่ การจำแนกความเป็นอันตราย (Hazard classification) ตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบการจําแนกและการสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตราย .. 2555

  • 1 :

    ความเป็นอันตรายทางกายภาพ (Physical hazards)

  • 2 :

    ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (Health hazards)

  • 3 :

    ความเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental hazards)

  • 4 :

    ความเป็นอันตรายต่อการเกิดเพลิงไหม้ (Fire hazards)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :
  • Additive effect คือข้อใด
  • 1 : การตอบสนองต่อการเกิดพิษของสารพิษที่ทำให้เกิดพิษไปในทิศทางเดียวกัน การตอบสนองจะเป็นผลรวมของการเกิดพิษของสารพิษแต่ละชนิด
  • 2 : การตอบสนองต่อการเกิดพิษจากสารพิษชนิดหนึ่งซึ่งปกติไม่เป็นพิษต่ออวัยวะเป้าหมาย แต่สามารถเพิ่มการทำลาย หรือเป็นพิษต่ออวัยวะนั้นโดยสารพิษอีกชนิดหนึ่งมากขึ้นเมื่อให้เข้าไปพร้อมกัน
  • 3 : การที่สารพิษชนิดหนึ่งสามารถไปยับยั้งการเกิดพิษจากสารพิษอีกชนิดหนึ่งได้ สารพิษดั่งกล่าวถูกนำไปใช้ในการแก้พิษ
  • 4 : การตอบสนองต่อการเกิดพิษที่เกิดขึ้นจากสารสองชนิด เป็นอิสระต่อกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  • ประชาชนในพื้นที่ร่อนพิบูลย์ ที่ดื่มน้ำบาดาลปนเปื้อนสารหนู มีอาการของพิษสารหนู (Arsenic: As) อย่างไร

  • 1 :

    ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ลำไส้ คลื่นไส้อาเจียน และท้องร่วง ในกรณีที่อาการรุนแรงอุจจาระอาจมีเลือดปน อ่อนเพลีย ช็อกและเสียชีวิต

  • 2 :

    อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ตับอาจถูกทำลาย เกิดการเปลี่ยนสีของผิวหนัง ทำให้หนังด้าน อาการนูนบวมแข็ง เกิดความผิดปกติของระบบขับเหงื่อและทำให้เกิดเนื้อตายบริเวณนิ้ว

  • 3 :

    มีอาการระบบประสาทกล้ามเนื้อ มีอาการสั่นกระตุกของกล้ามเนื้อ เปลือกตาริมฝีปาก ลิ้น และนิ้วมือเป็นพักๆ

  • 4 :

    ไอและปวดศีรษะอย่างรุนแรง ต่อมาจะมีอาการเป็นไข้ หายใจอึดอัด ต่อมาปากจะเปื่อยเป็นแผลอักเสบ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • สารหนู หรือ Arsenic มีค่า No Observed Adverse Effect Level (NOAEL) ในหนูทดลองเท่ากับ 0.008 มก./กก./วัน

    หากกำหนดให้ค่า safety factor = 100 เมื่อขนาดที่เหมาะสมที่ประชาชนในพื้นที่ปนเปื้อนด้วยสารหนู ที่มีน้ำหนักตัว 50 กก. สามารถรับประทานได้ในแต่ละวัน(Acceptable daily intake, ADI) ไม่ควรเกินเท่าใด

  • 1 :

    40 มก.

  • 2 :

    4 มก.

  • 3 :

    0.04 มก.

  • 4 :

    0.004 มก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง สำหรับ MATERIAL SAFETY DATA SHEET (MSDS) 
  • 1 : ควรจัดให้มีไว้ในบริเวณปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานใช้อ้างอิงได้
  • 2 : มีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของสารหรือวัตถุอันตราย
  • 3 : มีข้อมูลของอาการที่เกิดขึ้นเมื่อสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 640 : 3. Treatment Processes
ข้อที่ 138 :
  • ข้อใดมิใช่ปัจจัยของการเผาไหม้ ในเตาเผาขยะอันตราย
  • 1 : เวลา (Time)
  • 2 : สภาพความร้อน (Thermal condition)
  • 3 : ความปั่นป่วน (Turbulence)
  • 4 : อุณหภูมิ (Temperature)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • สารในข้อใดไม่ใช่สารออกซิไดส์ที่ใช้ในการบำบัดของเสียอันตราย
  • 1 : โอโซน
  • 2 : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • 3 : แคดเมียมคลอไรด์
  • 4 : คลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ข้อใดไม่ใช่ตะกอนผลึกอนินทรีย์ที่เกิดจากกระบวนการตกตะกอน(precipitation)
  • 1 : hydroxides
  • 2 : silicates
  • 3 : glaciate
  • 4 : carbonates
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :
  • ข้อพิจารณาในการเลือกใช้วิธีการในการบำบัดและกำจัดของเสียอันตรายข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ของเสียอันตรายที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ ควรนำไปบำบัดด้วยวิธีการย่อยสลายทางชีวภาพ
  • 2 : ของเสียอันตรายที่มีโครงสร้างมีกิ่งก้านสาขาของสารอินทรีย์มาก สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ดีกว่าของเสียอันตรายที่มีโครงสร้างมีกิ่งก้านสาขาของสารอินทรีย์น้อยๆ
  • 3 : ของเสียอันตรายที่เป็นสารประกอบ aromatic สามารถย่อยสลายได้ยากกว่าสารประกอบอินทรีย์ในกลุ่ม aliphatic
  • 4 : ของเสียอันตรายกลุ่มของสารอินทรีย์ที่มีโพลีเมอร์เป็นส่วนประกอบ จะย่อยสลายทางชีวภาพได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 :
  • สารอันตรายชนิดใดต่อไปนี้มีแนวโน้มที่จะย่อยสลายทางชีวภาพได้ดีที่สุด
  • 1 : ไนโตรเบนซีน (C6H5NO2)
  • 2 : เอทานอล (C2H5OH)
  • 3 : คลอโรฟอร์ม (CHCl3)
  • 4 : คลอโรเบนซิน (C6H5Cl)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • สารอันตรายใดต่อไปนี้มีแนวโน้มที่จะกำจัดด้วยวิธี reduction ได้ดีที่สุด 
  • 1 : CH3Cl
  • 2 : CH2Cl2
  • 3 : CHCl3
  • 4 : CCl4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • สาร Pyrene มีลักษณะสมบัติต่อไปนี้ Structure: poly aromatic hydrocarbon (4 benzene rings), log Kow = 5.32, KOH = 1x1010 M-1sec-1, ค่า H = 1.87x10-5 atm·m3/mole จงหาว่าในการบำบัดสารนี้ออกจากน้ำเสีย วิธีการใดมีแนวโน้มให้ประสิทธิภาพต่ำที่สุด
  • 1 : UV/ozone oxidation
  • 2 : sorption by activated carbon
  • 3 : membrane filtration
  • 4 : air stripping
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • สาร Carbon tetrachloride มีลักษณะสมบัติต่อไปนี้ Structure: aliphatic hydrocarbon with 4 chlorines, log Kow = 2.73, KOH < 2x106 M-1sec-1, ค่า H' = 1.24 จงหาว่าในการบำบัดสารนี้ออกจากน้ำเสีย วิธีการใดมีแนวโน้มให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • 1 : UV/ozone oxidation
  • 2 : sorption by activated carbon
  • 3 : aerobic biodegradation
  • 4 : air stripping
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 :
  • ถ้าในน้ำเสียมีสาร Toluene และ 2,4 dichlorophenol ผสมอยู่ในน้ำเสียเดียวกัน ควรจะบำบัดด้วยวิธีการใด โดยพิจารณาจากลักษณะสมบัติของสารแต่ละชนิด คือ
    Toluene : log Kow = 2.58, KOH = 3x109 M-1sec-1, ค่า H’ = 0.275
    2,4 dichlorophenol: log Kow = 3.08, KOH = 4x109 M-1sec-1,H’ = 2.7x10-4
  • 1 : air stripping
  • 2 : UV/ozone oxidation
  • 3 : activated carbon
  • 4 : aerobic biodegradation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 147 :
  • Off-Site Treatment หมายถึงข้อใด
  • 1 : การบำบัดของเสียอันตรายที่ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำยุค
  • 2 : การบำบัดของเสียอันตรายในโรงบำบัดที่ปิดมิดชิดเพื่อกันการรั่วไหลของสารอันตราย
  • 3 : การบำบัดของเสียนอกพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของเสียนั้น
  • 4 : การบำบัดของเสียอันตรายที่ไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 148 :
  • สารที่ใช้ในการตกผลึกตะกอนของโครเมียมในน้ำเสียคือข้อใด
  • 1 : ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และปูนขาว
  • 2 : สารส้ม และ ปูนขาว
  • 3 : ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และสารส้ม
  • 4 : สารส้ม และ เฟอร์ริกไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • การบำบัดของเสียจากโรงงานชุบโลหะที่มีไซยาไนด์เจือปน ด้วยการเติมสารละลายไฮโปคลอไรท์เป็นการบำบัดด้วยวิธีใด
  • 1 : Neutralization
  • 2 : Coagulation
  • 3 : Oxidation
  • 4 : Reduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • การบำบัดวิธีใด ที่ไม่ใช่การบำบัดทางเคมี
  • 1 : Oxidation
  • 2 : Precipitation
  • 3 : Reverse Osmosis
  • 4 : Reduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • SDS –Safety Data Sheet คือข้อใด
  • 1 : เอกสารที่ใช้กำกับเพื่อติดตามการเกิด การขนส่ง และ การกำจัดของเสียอันตราย
  • 2 : เอกสารบันทึกการใช้สารอันตราย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้
  • 3 : เอกสารบันทึกการใช้สารอันตราย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้
  • 4 : การติดตามดูแลการจัดเก็บของเสียอันตรายของโรงงาน โดยภาครัฐ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • ให้เรียงลำดับแนวคิดในการจัดการของเสียอันตรายต่อไปนี้ โดยเรียงจากที่พึงประสงค์มากที่สุดลงไป 1) การแลกเปลี่ยน หรือขาย ให้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานอื่น 2) การเผาเพื่อนำพลังงานความร้อน และ/หรือ ไฟฟ้ามาใช้ 3) การแยก และลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น 4) การบำบัด 5) รีไซเคิลเพื่อใช้ซ้ำในกระบานการผลิต 6) การลดการเกิด 7) การกำจัด
  • 1 : 3), 1), 2), 5), 4), 6), 7)
  • 2 : 6), 3), 4), 5), 2), 1),7)
  • 3 : 6), 1), 3), 5), 4), 2), 7)
  • 4 : 6), 3), 5), 1), 2), 4), 7)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 153 :
  • น้ำปนเปื้อนด้วย Benzene จะต้องได้รับการบำบัดจนความเข้มข้นลดลงจาก 200 ไมโครกรัมต่อลิตร เหลือ 0.02 ไมโครกรัมต่อลิตร ในถังปฏิกิริยาไหลแบบกวนสมบูรณ์ โดยให้ทำปฏิกิริยากับ UV/Ozone ถ้าความเข้มข้นของ oxidant มีค่าคงที่ โดยมีผลคูณค่าคงที่อัตราการเกิดปฏิกิริยาและความเข้มข้นของoxidant (k’) เป็น 0.05 ต่อวินาที จงใช้สูตรที่ให้คำนวณเวลากักพักของถังปฏิกิริยานี้
  • 1 : 3 นาที
  • 2 : 8 นาที
  • 3 : 22 นาที
  • 4 : 33 นาที
  • 5 : 45 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 154 :
  • ข้อใดเป็นระบบที่ไม่เหมาะสมในการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยออกจากน้ำ
  • 1 : Air Stripping
  • 2 : Activated Carbon Adsoprtion
  • 3 : Chemical Oxidation
  • 4 : Naturalization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • สารเคมีใดไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยา Oxidation
  • 1 : Ozone
  • 2 : Hydrogen Peroxide
  • 3 : Hydroxide ion
  • 4 : Permanganate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดเป็นเป็นกระบวนการหลักที่มีประสิทธิภาพและง่ายที่สุดในการบำบัดน้ำเสียที่มีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ที่ความเข้มข้นสูงๆ
  • 1 : Biological Process
  • 2 : Filtration
  • 3 : Reverse Osmosis
  • 4 : Precipitation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 :
  • ข้อใดเป็นข้อจำกัดของระบบ Air Stripping
  • 1 : เป็นระบบที่มีขนาดใหญ่
  • 2 : ไม่สามารถใช้กำจัดสารอินทรีย์ระเหย
  • 3 : อาจจะมีการสะสมของจุลชีพและตะกรันในระบบ
  • 4 : ไม่สามารถกำจัดสารอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ของเสียอันตรายใดที่สามารถกำจัดด้วยวิธีไล่ด้วยอากาศ
  • 1 : พวกตัวทำละลาย
  • 2 : พวกโลหะหนัก
  • 3 : พวกกรด-ด่าง
  • 4 : พวกสารกัมมันตภาพรังสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 159 :
  • การกรองแบบออสโมซิสผันกลับไม่ควรนำมาใช้กำจัดสารในกลุ่มใด
  • 1 : กำจัดสารอินทรีย์ระเหย
  • 2 : กำจัดของแข็งแขวนลอย
  • 3 : กำจัดสารอนินทรีย์ละลาย
  • 4 : กำจัดสารอินทรีย์ละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • ข้อใดผิดเกี่ยวกับการย่อยสลายทางชีวภาพ
  • 1 : สารที่มีการแตกแขนงจะย่อยสลายยาก
  • 2 : Aromatic จะย่อยสลายยากกว่า Aliphatic
  • 3 : Aliphatic แบบโซ่ยาวแนวเดียวจะย่อยสลายยาก
  • 4 : Aromatic ที่มี Halogen เกาะจะย่อยสลายยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • น้ำเสียจากแหล่งกำเนิดใดต่อไปนี้ ที่อาจจะบำบัดด้วยระบบบำบัดทางชีวภาพได้
  • 1 : น้ำทิ้งจากโรงพิมพ์
  • 2 : น้ำทิ้งจากโรงพยาบาล
  • 3 : น้ำทิ้งจากโรงงานแบตเตอรี่
  • 4 : น้ำทิ้งจากเหมืองแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 162 :
  • การบำบัดโดยกองดินไม่เหมาะสมกับกรณีใด
  • 1 : ดินปนเปื้อนที่มีสารอินทรีย์น้อย
  • 2 : ดินปนเปื้อนด้วยสารฟีนอล น้ำมันดินจากถ่านหิน
  • 3 : บริเวณพื้นที่ลุ่ม
  • 4 : พื้นที่ที่ไกลจากแหล่งน้ำชุมชน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นการบำบัดของเสียอันตรายทางกายภาพ (Physical Treatment)
  • 1 : การดูดซับด้วยคาร์บอน
  • 2 : การย่อยสลายแบบ aerobic
  • 3 : การเผา
  • 4 : การทำ Precipitation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 164 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นการบำบัดของเสียอันตรายทางเคมี (Chemical Treatment)
  • 1 : การกรอง
  • 2 : การทำสะเทินกรดด่าง (Neutralization)
  • 3 : การหมักทำปุ๋ย
  • 4 : การเหวี่ยงด้วยแรงหนีศูนย์กลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการกำจัดขยะอันตราย
  • 1 : การปรับเสถียรและการฝังกลบ
  • 2 : การหมักทำปุ๋ย
  • 3 : การเผาทำลายด้วยเตาเผาปูนซีเมนต์ 
  • 4 : การบำบัดน้ำเสียชุบโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • โดยปกติแล้วเตาเผาขยะพิษหรือขยะอันตรายจะต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่าเท่าใด
  • 1 : 500 องศาเซลเซียส
  • 2 : 800 องศาเซลเซียส
  • 3 : 1500 องศาเซลเซียส 
  • 4 : 2000 องศาเซลเซียส 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อตามกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545
  • 1 : การทำลายเชื้อด้วยสารเคมี (Chemical Disinfection)
  • 2 : เตาเผา (Incineration)
  • 3 : การทำลายเชื้อด้วยไอน้ำ (Steam Sterilization / Autoclaving)
  • 4 : การทำลายเชื้อด้วยแรงดัน (Pressure Sterilization)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 168 :
  • ข้อใดเป็นการกำจัดขยะอันตรายที่ไม่ควรกระทำมากที่สุด
  • 1 : เผากลางแจ้ง
  • 2 : เผาในเตาเผาโรงปูนซีเมนต์
  • 3 : การฝังกลบแบบ Secure Landfill
  • 4 : เผาในเตาเผาแบบ Multiple-chamber incinerators
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อดีของการกำจัดขยะอันตรายด้วยเตาเผา
  • 1 : ประหยัดพื้นที่
  • 2 : ลดมลพิษ
  • 3 : ค่าใช้จ่ายต่ำ
  • 4 : ได้พลังงานทดแทน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 170 :
  • ของเสียอันตรายในข้อใดต่อไปนี้ที่สามารถทำการกำจัดด้วยวิธีไล่ด้วยอากาศ
  • 1 : กลุ่มสารกัดกร่อน
  • 2 : กลุ่มสารกัมมันตภาพรังสี
  • 3 : กลุ่มตัวทำละลาย
  • 4 : กลุ่มโลหะหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • กระบวนการหลังการเผาโดยเตาเผา (Incinerator) เศษเถ้าที่เหลือต่างๆจากกระบวนการเผาควรมีการจัดการอย่างไร
  • 1 : ฝังกลบลงในดิน
  • 2 : ฝังกลบอย่างปลอดภัย
  • 3 : เผาอีกครั้งจนได้เถ้าสีขาว
  • 4 : นำไปผ่านน้ำกลั่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • การทำลายเชื้อด้วยสารเคมีในมูลฝอยติดเชื้อควรราดด้วยสารใด
  • 1 : Sodium Hydroxide
  • 2 : Sodium Hypochloride
  • 3 : Ammonium Hydroxide
  • 4 : Ammonium Hypochloride
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 :
  • อุปกรณ์ในข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ในระบบ Air pollution control ของเตาเผาขยะอันตราย
  • 1 : electrostatic precipitator
  • 2 : scrubber
  • 3 : air sparking
  • 4 : fabric filter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 174 :
  • การบำบัดน้ำเสียที่มีไซยาไนด์ปนเปื้อนไม่สามารถกำจัดโดยสารเคมีชนิดใด
  • 1 : โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • 2 : โซเดียมไฮโปคลอไรท์
  • 3 : โซเดียมคลอไรด์
  • 4 : ปูนขาว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 175 :
  • วิธีการที่เหมาะสมในการกำจัดและบำบัดกากสารกัมมันตรังสี ได้แก่ข้อใด
  • 1 : Cement Based
  • 2 : Pozzolanic
  • 3 : Surface Encapsulation
  • 4 : Glassification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • สารในข้อใดไม่ใช่สารที่เกิดจากการย่อยสลายเตตตระคลอโรเอทิลีน (PCE) ภายใต้สภาวะไร้อากาศ
  • 1 : ไตรคลอโรเอทิลีน (TCE)
  • 2 : ไดคลอโรเอทิลีน (DCE)
  • 3 : ไวนิลคลอไรด์ (VC)
  • 4 : เพนตะคลอโรเอทิลีน (PCE)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  • ในการบำบัดของเสียอันตราย กระบวนการใดต่อไปนี้ที่ไม่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียที่มีโลหะหนัก
  • 1 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 2 : การตกตะกอนทางเคมี
  • 3 : การเผาไหม้
  • 4 : การใช้เมมเบรน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 178 :
  • ในการบำบัดของเสียอันตรายที่มีสารอินทรีย์คลอรีน (chlorinated organics) ปนเปื้อนด้วยกระบวนการใดที่เหมาะสมในการบำบัดของเสียนั้น
  • 1 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 2 : การตกตะกอนทางเคมี
  • 3 : การเผาไหม้ในเตาเผาอุณหภูมิสูง
  • 4 : การหล่อก้อนแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • ข้อใดไม่ใช่การบำบัดด้วยวิธี advanced oxidation
  • 1 : Fenton’s reagent
  • 2 : Ozone
  • 3 : UV
  • 4 : Activated Carbon Sorption 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :
  • ข้อใดไม่ใช่การบำบัดของเสียอันตรายด้วยกระบวนการที่ใช้ membrane
  • 1 : Reverse osmosis
  • 2 : Electrodialysis
  • 3 : Ultrafiltration
  • 4 : Sand Filtration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 181 :
  • ข้อใดเป็นการป้องกันการเกิดสารกลุ่มไดออกซิน (Dioxin) และฟูราน (Furan) ในระหว่างการเผา
  • 1 : เติมอากาศให้เพียงพอขณะทำการเผาที่อุณหภูมิ 340oC
  • 2 : พ่นสารละลายคลอรีนในเตาเผา
  • 3 : ติดตั้งระบบ Electrostatic precipitator ในเตาเผา
  • 4 : เผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1200 oC ให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 :
  • ข้อใดเกี่ยวข้องกับการกำจัดขยะอันตราย
  • 1 : Secure Landfill
  • 2 : Sanitary Landfill
  • 3 : Composting
  • 4 : Municipal Landfill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • ของเสียอันตรายในข้อใดไม่เหมาะสมในการบำบัดด้วยกระบวนการ Chemical oxidation- reduction
  • 1 : น้ำที่ปนเปื้อน Cr (VI) ใช้กระบวนการ Reduction
  • 2 : น้ำที่ปนเปื้อน Fe (II) ใช้กระบวนการ Oxidation
  • 3 : น้ำที่ปนเปื้อน สาร Phenol ใช้กระบวนการ Oxidation
  • 4 : น้ำที่ปนเปื้อน Benzene ใช้กระบวนการ Reduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการควบคุม NOx ในเตาเผาขยะอันตราย
  • 1 : Selective catalytic reduction
  • 2 : Bag filter house
  • 3 : Electrostatic precipitator
  • 4 : Cyclone
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • ข้อใดคือวิธีการควบคุมการเกิดแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) ในการเผาอันตราย
  • 1 : ทำให้เตาเผามีปริมาณออกซิเจนเพียงพอ
  • 2 : ทำให้เตาเผามีความร้อนเพียงพอ
  • 3 : ทำให้เตาเผามีเชื้อเพลิงเกินพอ
  • 4 : ทำให้เตาเผามีการกวนผสมอย่างสม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • ขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลควรกำจัดด้วยวิธีการใด
  • 1 : ฝังกลบ
  • 2 : เผาในเตาเผาขยะโรงพยาบาล
  • 3 : เติมสารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วนำไปฝังกลบ
  • 4 : ฆ่าเชื้อด้วย UV แล้วทิ้งรวมกับขยะชุมชน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 187 :
  • ของเสียในกลุ่มปนเปื้อนด้วยโลหะหนักควรกำจัดอย่างไร
  • 1 : Air stripping
  • 2 : Landfill
  • 3 : Incineration
  • 4 : Chemical fixation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 188 :
  • Afterburner ในเตาเผา Rotary Kiln ของเตาเผาขยะอันตรายมีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อกำจัดก๊าซพิษต่างๆจากการเผาให้เหลือเพียง H2 และ O2
  • 2 : เพื่อกำจัด CO
  • 3 : เพื่อกำจัด HCl
  • 4 : เพื่อกำจัด CO2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 189 :
  • วิธีใดใช้ในการแยกเถ้าลอยออกจากก๊าซจากการเตาเผา
  • 1 : Granular filtration
  • 2 : Baghouse filter
  • 3 : Filter press
  • 4 : Belt press
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • น้ำเสียมีสาร Phenol 500 มก./ล. มีอัตราการไหลเท่ากับ 200 ลบ.ม.ต่อวัน ใช้สาร H2O2 และเหล็กในรูป Fe2+ เพื่อกำจัดสาร Phenol ได้ถึง 99% จงคำนวณหาปริมาณของสาร H2O2 และ Fe2+ ที่ต้องการใช้กำจัด กำหนดให้จะใช้ 2.5 ก.H2O2 ต่อ 1 ก.Phenol พร้อมด้วย 0.05 มก.Fe2+ ต่อการใช้ 1 มก.H2O2
  • 1 : ปริมาณ H2O2 ที่ต้องการใช้เท่ากับ 200 กิโลกรัมต่อวันและปริมาณ Fe2+ ที่ต้องการใช้เท่ากับ 10.00 กิโลกรัมต่อวัน
  • 2 : ปริมาณ H2O2 ที่ต้องการใช้เท่ากับ 250 กิโลกรัมต่อวันและปริมาณ Fe2+ ที่ต้องการใช้เท่ากับ 12.50 กิโลกรัมต่อวัน
  • 3 : ปริมาณ H2O2 ที่ต้องการใช้เท่ากับ 250 กิโลกรัมต่อวันและปริมาณ Fe2+ ที่ต้องการใช้เท่ากับ 12.50 กิโลกรัมต่อวัน
  • 4 : ปริมาณ H2O2 ที่ต้องการใช้เท่ากับ 300 กิโลกรัมต่อวันและปริมาณ Fe2+ ที่ต้องการใช้เท่ากับ 15.00 กิโลกรัมต่อวัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 191 :
  • กระบวนการบำบัดและกำจัดของเสียที่มีโลหะหนักละลายปนเปื้อนอยู่ได้แก่
  • 1 : Coagulation + Sedimentation + Solidification + Landfill
  • 2 : Precipitation + Stabilization + Solidification + Landfill
  • 3 : Activated Sludge + Precipitation + Landfill
  • 4 : Neutralization + Coagulation + Sedimentation + Landfill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องตามหลักวิชาการในการปรับเสถียรขยะอันตราย
  • 1 : กากอุตสาหกรรมอันตรายที่เป็นสารอนินทรีย์ เช่น เถ้าลอยที่มีโลหะหนัก สามารถนำไปฝังกลบได้เลย โดยไม่ต้องผ่านการปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็ง
  • 2 : การปรับเสถียรไม่สามารถประยุกต์ใช้กับการฟื้นฟูพื้นดินปนเปื้อนสารมลพิษในบริเวณกว้าง
  • 3 : กากที่ผ่านกระบวนการปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็งจะสามารถซึมผ่านน้ำได้ดีขึ้น
  • 4 : ต้องปรับเสถียรของเสียที่ปนเปื้อนด้วยโลหะหนักและหล่อก้อนแข็งด้วยปูนซีเมนต์ก่อนฝังกลบในหลุมฝังกลบขยะอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • ข้อใดไม่ใช่มลพิษที่อาจจะเกิดจากการเผาขยะอันตราย
  • 1 : ก๊าซกรด
  • 2 : โลหะหนัก
  • 3 : ไดออกซิน
  • 4 : ไบโอติน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :
  • ข้อพิจารณาในการเลือกใช้วิธีการในการบำบัดและกำจัดของเสียอันตรายข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ของเสียอันตรายที่เป็นสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างทางเคมีแบบแขนงจะถูกดูดซับได้ง่ายกว่าแบบเส้นตรง
  • 2 : ของเสียอันตรายที่เป็นสารอินทรีย์ที่แตกตัวได้น้อยจะถูกดูดซับได้ดีกว่าสารอินทรีย์ที่แตกตัวได้มาก
  • 3 : ของเสียอันตรายที่เป็นสารอินทรีย์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลน้อยจะถูกดูดซับได้ดีกว่าสารอินทรีย์ที่มีน้ำหนักโมเลกุลมาก
  • 4 : ของเสียอันตรายที่เป็นสารอินทรีย์ที่ละลายน้ำได้น้อยจะถูกดูดซับได้ดีกว่าสารอินทรีย์ที่มีละลายน้ำได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 :
  • ของเสียจากโรงงานปิโตรเลียมไม่เหมาะจะจัดการด้วยวิธีใด
  • 1 : Conventional Anaerobic Digestion
  • 2 : Land Farming
  • 3 : Augmented Activated Sludge
  • 4 : High Temperature Incineration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • ข้อใดไม่ใช่ตะกอนผลึกอนินทรีย์ที่เกิดจากกระบวนการตกตะกอน(precipitation)
  • 1 : hydroxides
  • 2 : silicates
  • 3 : glaciate
  • 4 : carbonates
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • สารเคมีใดนิยมใช้ในการตกตะกอนน้ำเสียจากอุตสาหกรรมชุบโลหะ
  • 1 : โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • 2 : เฟอร์ริกคลอไรด์
  • 3 : กรดไนตริก
  • 4 : กรดบอริก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • วิธีการใดต่อไปนี้ ที่ไม่เหมาะสมกับการกำจัดขยะอินทรีย์อันตรายที่สุด
  • 1 : Secure landfill
  • 2 : Incineration
  • 3 : Solidification
  • 4 : Co-processing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 199 :
  • Density, Leachability, Compressive Strength เป็นคุณสมบัติจำเป็นของของเสียที่ต้องทดสอบก่อนนำไปกำจัดแบบใด
  • 1 : เผา
  • 2 : ฝังกลบในหลุมฝังกลบปลอดภัย
  • 3 : การตกตะกอน
  • 4 : รีไซเคิล 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 200 :
  • วิธีการ Chemical Fixation ใช้กำจัดของเสียประเภทใด
  • 1 :  ของเสียที่ระเหยได้ง่าย
  • 2 :  ของเสียที่ทำปฏิกิริยาได้ง่าย
  • 3 :  ของเสียที่เป็นโลหะหนัก
  • 4 :  ของเสียที่ไวไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • การทำให้เตาเผามีปริมาณออกซิเจนเพียงพออยู่ตลอดเวลามีจุดประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อควบคุมการเกิดแก๊สมีเทน
  • 2 : เพื่อควบคุมการเกิดแก๊สออกไซด์ของไนโตรเจน
  • 3 : เพื่อควบคุมการเกิดไดออกซิน
  • 4 : เพื่อควบคุมการเกิดแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • การบำบัดน้ำเสียที่มีไซยาไนด์ปนเปื้อนสามารถกำจัดได้ด้วยสารเคมีชนิดใด
  • 1 :  โซเดียมคลอไรด์
  • 2 :  โซเดียมไฮโปคลอไรท์
  • 3 :  แคลเซียม ไฮดรอกไซด์
  • 4 :  แคลเซียมคาร์บอเนต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • วัสดุชนิดใดที่นิยมใช้ในการดูดซับสลัดจ์ที่ปนเปื้อนน้ำมัน( Oil sludge)
  • 1 : Soil
  • 2 : Fly ash
  • 3 : Kiln dust
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :
  • กระบวนการใดนิยมใช้ในการจัดการของเสียประเภทนิวเคลียร์ (Nuclear waste)
  • 1 : Jaceting Systems
  • 2 : Macroencapsulation
  • 3 : Thermoplastic Microencapsulation
  • 4 : Vitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • จงหาประสิทธิภาพในการทำลายฤทธิ์ของสลัดจ์อาร์เซนิก ซึ่งมีปริมาณอาร์เซนิกในสลัดจ์ก่อนบำบัดเท่ากับ 0.724 มก./ล. และปริมาณอาร์เซนิกในสลัดจ์หลังการบำบัดเท่ากับ 0.049 มก./ล.
  • 1 : ประสิทธิภาพในการลดอาร์เซนิกเท่ากับร้อยละ 67.5
  • 2 : ประสิทธิภาพในการลดอาร์เซนิกเท่ากับร้อยละ 93.2
  • 3 : ประสิทธิภาพในการลดอาร์เซนิกเท่ากับร้อยละ 13.8
  • 4 : ประสิทธิภาพในการลดอาร์เซนิกเท่ากับร้อยละ 77.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อตามกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 กำหนดอุณหภูมิในเตาเผาเป็นเท่าไร
  • 1 : ห้องเผามูลฝอยติดเชื้ออุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 300  องศาเซลเซียส ห้องเผาควันอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 500 องศาเซลเซียส 
  • 2 : ห้องเผามูลฝอยติดเชื้ออุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 760  องศาเซลเซียส ห้องเผาควันอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1000 องศาเซลเซียส
  • 3 : ห้องเผามูลฝอยติดเชื้ออุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 800  องศาเซลเซียส ห้องเผาควันอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1000 องศาเซลเซียส
  • 4 : ห้องเผามูลฝอยติดเชื้ออุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 800  องศาเซลเซียส ห้องเผาควันอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1200 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • การเผาทำลายกากอุตสาหกรรมในเตาเผาปูนซีเมนต์ในประเทศไทย มักเป็นเตาเผาประเภทใด
  • 1 : เตาเผาแบบแผงตะกรับกล (Mechanism Stoker Incinerator)
  • 2 : เตาเผาแบบใช้ตัวกลางนำความร้อน (Fluidized Bed Incinerator)
  • 3 : เตาเผาแบบหมุน (Rotary Kiln)
  • 4 : เตาเผาแบบแผงตะกรับหมุน (Rotary Grate Stoker Incinerator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 208 :
  • การกำจัดของเสียอันตรายโดยการเผาในเตาเผาปูนซีเมนต์ มีอุณหภูมิในการเผาประมาณเท่าใด
  • 1 : 500 องศาเซลเซียส 
  • 2 : 1200 องศาเซลเซียส
  • 3 : 1400 องศาเซลเซียส 
  • 4 : 2000 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 209 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการกำจัดของเสียอันตรายโดยการเผาในเตาเผาปูนซีเมนต์ 
  • 1 : ลดปัญหามลพิษ เนื่องจากอุณหภูมิห้องเผาเฉลี่ยสูงกว่าเตาเผาของเสียโดยทั่วไป ซึ่งสามารถเผาทำลายของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 2 : เถ้าจากการเผากำจัดของเสียกลายเป็นปูนเม็ดได้เช่นกัน ซึ่งต่างจากเตาเผาทั่วไป ที่ต้องนำเถ้าไปกำจัดอีกครั้ง โดยสารจำพวกโลหะหนักจะถูกดูดซับอยู่ในปูนเม็ด
  • 3 : สามารถใช้ของเสีย ทดแทนวัตถุดิบ และเชื้อเพลิง ในกระบวนการผลิตปูนได้
  • 4 : มีระบบดักจับมลพิษทางอากาศ ทั้ง NOx SOx และ Dioxin
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • โรงงานแห่งหนึ่ง ได้ส่งของเสียจาระบีใช้แล้วมากำจัดโดยการเผาในเตาเผาปูนซีเมนต์ ของเสียดังกล่าวมีค่าความร้อน 10,000 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม จะสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน แทนถ่านหิน ที่มีค่าความร้อน 5,000 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม 
  • 1 : เชื้อเพลิงทดแทน 1 ตัน ต่อ ถ่านหิน 2 ตัน
  • 2 : เชื้อเพลิงทดแทน 2 ตัน ต่อ ถ่านหิน 1 ตัน
  • 3 : เชื้อเพลิงทดแทน 1 ลบ.ม. ต่อ ถ่านหิน 2 ลบ.ม.
  • 4 : เชื้อเพลิงทดแทน 2 ลบ.ม. ต่อ ถ่านหิน 1 ลบ.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • กฎกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี พ.ศ. 2546 กำหนดให้เก็บกักกากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ ครึ่งชีวิตสั้น ที่มีค่าครึ่งชีวิตน้อยกว่าหนึ่งร้อยวัน ไว้กี่วันก่อนที่จะระบายเข้าสู่ระบบระบายน้ำทิ้ง หรือขจัดรวมกับมูลฝอยทั่วไปได้
  • 1 : ห้าเท่าของครึ่งชีวิต
  • 2 : สิบเท่าของครึ่งชีวิต
  • 3 : ห้าสิบเท่าของครึ่งชีวิต
  • 4 : หนึ่งร้อยเท่าของครึ่งชีวิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • หน่วยงานใดรับผิดชอบในการกำจัดของเสียกากกัมมันตรังสีของโรงงานอุตสาหกรรม
  • 1 : สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
  • 2 : สำนักงานปรมาณูแห่งชาติ
  • 3 : กรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • 4 : กรมควบคุมมลพิษ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :
  • ข้อใดเป็นการกำจัดกากกัมมันตรังสีที่มีครึ่งชีวิตยาว และมีระดับความแรงรังสีสูง ที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : ตกตะกอนเคมี แล้วฝังกลบแบบปลอดภัย
  • 2 : เผาให้สลายตัวที่อุณหภูมิสูง ภายใต้แรงดันสูง
  • 3 : ดูดซับด้วย  Activated Carbon ที่เคลือบด้วย Silver Nitrate
  • 4 : ทำเสถียรด้วยคอนกรีตแล้วฝังกลบแบบปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :
  • ข้อใดเป็นการจัดการน้ำมันเครื่องใช้แล้วที่ดีที่สุด
  • 1 : การใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับเตาเผาปูนซีเมนต์
  • 2 : การนำไปใช้ประโยชน์ (reuse) เช่น ใช้ทาไม้แบบสำหรับคอนกรีต ใช้ทาไม้ป้องกันปลวก มอด และ แมลง ใส่ขาตู้กับข้าวเพื่อป้องกันมด
  • 3 : นำไปรีไซเคิล (recycle) โดยกรองเอาสิ่งสกปรกออก และเติมสารโซเดียมคลอไรด์
  • 4 : นำไปผ่านกระบวนการเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ด้วยการกลั่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการกำจัดไดออกซินจากอากาศที่เกิดจากเตาเผาขยะที่ถูกต้อง
  • 1 : ระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber System)
  • 2 : ระบบเครื่องดักฝุ่น (Dust Collection System)
  • 3 : ระบบถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon System)
  • 4 : ระบบกรองชีวภาพ (Biofiltration System)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 216 :
  • ข้อใดไม่เหมาะสมกับการบำบัดของเสียของแข็งปนเปื้อนสารอินทรีย์ในรูปของแข็ง
  • 1 : Land Treatment
  • 2 : Composting
  • 3 : Air stripping
  • 4 : Soil Piles
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกำจัดของเสียหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ใช้แล้ว
  • 1 : บดให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วผสมกับปูนซีเมนต์ หล่อเป็นก้อนแข็ง จากนั้นนำไปฝังกลบแบบปลอดภัย
  • 2 : นำไปแยกปรอท และฟอสฟอรัสออก จากนั้นบดแก้วให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนนำไปหลอมใช้ใหม่
  • 3 : นำไปเผาที่เตาเผาของเสียอันตราย จากนั้นนำกากไปฝังกลบแบบปลอดภัย
  • 4 : นำไปแยกปรอทออก จากนั้นนำไปปรับเสถียรแล้วฝังกลบในหลุมฝังกลบขยะอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :
  • ข้อใดเป็นการกำจัดน้ำเสียปนเปื้อนไซยาไนด์ จากเหมืองทอง ที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : การไล่ด้วยไอน้ำ (Air Stripping)
  • 2 : การออกซิเดชันทางเคมี (Chemical Oxidation)
  • 3 : การดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon Adsorption)
  • 4 : การกำจัดด้วยถังกรองชีวภาพ (Bio Filtration)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  • ข้อใดไม่ใช่สารที่ใช้ในการทำปฏิกิริยาของกระบวนการออกซิเดชันทางเคมี (Chemical Oxidation)
  • 1 : โอโซน
  • 2 : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • 3 : Chlorinated Hydrocarbon
  • 4 : คลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • การดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon Adsorption) เหมาะสมในการกำจัดสารมลพิษในข้อใด 
  • 1 : สารอินทรีย์ระเหยง่ายในอากาศ
  • 2 : โลหะหนัก
  • 3 : DNAPLs ในน้ำ
  • 4 : ไซยาไนด์ในน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • กลไกใดที่ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อมีการดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon Adsorption)
  • 1 : การแพร่ผ่านในรูพรุน
  • 2 : การเคลื่อนที่ในชั้นฟิล์ม
  • 3 : การทำปฏิกิริยาที่พื้นผิว
  • 4 : การดูดติดผิว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • ของเสียชนิดใดที่เหมาะสมสำหรับการกำจัดเตาเผาปูนซีเมนต์
  • 1 : ผ้าและถุงมือที่เปื้อนน้ำมัน
  • 2 : กากของเสียปนเปื้อนโลหะหนัก
  • 3 : กากของเสียที่มีกัมตรังสีระดับต่ำ
  • 4 : กากตะกอน CaSO4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • ไอโอดีน-131 มีคุณสมบัติเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีความคงตัวต่ำ ใช้ในการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือคอหอยพอก มีค่าครึ่งชีวิตของการสลายตัวประมาณ 8 วัน ตามกฎกระทรวงกฎกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี พ.ศ. 2546 ต้องเก็บไอโอดีน-131 ไว้กี่วันจึงจะสามารถทิ้งได้
  • 1 : 40 วัน
  • 2 : 80 วัน
  • 3 : 400 วัน
  • 4 : 800 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • ข้อใดเป็นการจับคู่ของสาร ในกระบวนการออกซิเดชันทางเคมี (Chemical Oxidation) ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : คลอรีน ทำปฏิกิริยากับ โครเมียม 6+
  • 2 : เฟอร์รัสซัลเฟต ทำปฏิกิริยากับ โครเมียม 6+
  • 3 : โอโซน ทำปฏิกิริยากับ ไซยาไนด์
  • 4 : โอโซน ทำปฏิกิริยากับ สารอินทรีย์ (CH2Cl2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • ในการกำจัดด้วยระบบการไล่ด้วยอากาศ (Air Stripping) หากต้องการกำจัด น้ำที่ปนเปื้อนด้วย โทลูอีน 100 มก./ล. ให้มีความเข้มข้น 1 มก./ล. มีปริมาณน้ำเสีย 100 ลบ.ม. ต่อวัน โดยค่าคงที่ของเฮนรี่ของ โทลูอีน คือ 0.27 ที่ 25 องศาเซลเซียส (หน่วยของค่าคงที่คือ ความเข้มข้น/ความเข้มข้น เทียบในปริมาตรที่เท่ากัน) จงคำนวณอัตราการไหลของอากาศที่ต้องการในระบบ
  • 1 : 271 ลบ.ม./ วัน
  • 2 : 265.3 ลบ.ม./ วัน
  • 3 : 365.3 ลบ.ม./ วัน
  • 4 : 369.3 ลบ.ม./ วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 226 :
  • การกำจัดมลพิษด้วยระบบ การไล่ด้วยอากาศ (Air Stripping) เหมาะสมสำหรับของเสียประเภทใด
  • 1 : น้ำเสียที่ปนเปื้อนด้วยเบนซีน (Benzene) ค่าคงที่เฮนรี่ 4.4 x 10-3 atm-m3/mol ความเข้มข้น 100 มคก./ล.
  • 2 : น้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนด้วยคลอโรฟอร์ม (Chloroform) ค่าคงที่เฮนรี่  2.95 x 10-3 atm-m3/mol ความเข้มข้น 100 มก./ล.
  • 3 : น้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนด้วย เอนดริน (Endrin) ค่าคงที่เฮนรี่  4.00 x 10-7 atm-m3/mol ความเข้มข้น 300 มก./ล.
  • 4 : ดินปนเปื้อนด้วยแอนทราซีน (Atrazine) ค่าคงที่เฮนรี่  2.63 x 10-9 atm-m3/mol ความเข้มข้น 100 มคก./ล.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • การกำจัดมลพิษด้วยระบบการไล่ด้วยไอน้ำ (Stream Stripping) เหมาะสมสำหรับของเสียประเภทใด
  • 1 : น้ำเสียที่ปนเปื้อนด้วยเบนซีน (Benzene) ค่าคงที่เฮนรี่ 4.4 x 10-3 atm-m3/mol ความเข้มข้น 100 มคก./ล.
  • 2 : น้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนด้วยคลอโรฟอร์ม (Chloroform) ค่าคงที่เฮนรี่ 2.95 x 10-3 atm-m3/mol ความเข้มข้น 10 มคก./ล.
  • 3 : น้ำใต้ดินที่ปนเปื้อนด้วยเอนดริน (Endrin) ค่าคงที่เฮนรี่ 4.00 x 10-7 atm-m3/mol ความเข้มข้น 300 มก./ล.
  • 4 : ดินปนเปื้อนด้วยแอนทราซีน (Atrazine) ค่าคงที่เฮนรี่ 2.63 x 10-9 atm-m3/mol ความเข้มข้น 100 มคก./ล.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • ตามกฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 กำหนดให้ตรวจสอบวิเคราะห์เชื้อตัวใด เมื่อมีการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ใช่เตาเผา
  • 1 : เชื้อบัคเตรี
  • 2 : เชื้อไวรัส
  • 3 : ปาราสิต
  • 4 : เชื้อบะซิลลัสสะเทียโรเธอร์โมฟิลลัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการกรองผ่านเยื่อกรองแบบ Reverse Osmosis
  • 1 : ตัวถูกละลายจะถูกแยกจากสารละลายโดยใช้ความดันที่มีค่าสูงกว่าความดันออสโมติกเป็นตัวบังคับให้ไหลผ่านเยื่อกรอง
  • 2 : น้ำและตัวถูกละลายที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจะเคลื่อนที่ผ่านเยื่อกรองขณะที่ตัวถูกละลายโมเลกุลขนาดใหญ่จะติดค้างบนเยื่อกรอง 
  • 3 : เยื่อกรองจะแยกประจุชนิดต่างๆ ออกจากน้ำโดยการใช้ความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นแรงขับดันให้เกิดการแยกสารเจือปนที่แตกตัวเป็นอิออนสนามไฟฟ้า
  • 4 : ตัวถูกละลายที่มีค่าคงที่เฮนรีต่ำจะแยกผ่านเยื่อกรองขณะที่สารอื่นจะค้างอยู่บนเยื่อกรอง 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • ในการกำจัด trichloroethylene (TCE) ด้วยโอโซน ค่าคงที่อัตราเร็วปฏิกิริยาอันดับหนึ่งมีค่า 0.001/วินาที  ครึ่งชีวิตของปฏิกิริยามีค่าเป็นเท่าไร 
    สมการปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง คือ ln(C/C0)=-kt
  • 1 : 1693.14 วัน
  • 2 : 693.14 วินาที
  • 3 : 993.56 วินาที
  • 4 : 356.45 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • สารกัมมันตรังสีซีเซียม -137 (Cs-137) มีค่าครึ่งชีวิต 30 ปี ค่าคงที่อัตราเร็วปฏิกิริยาอันดับหนึ่งมีค่าเท่าไร
    สมการปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง คือ
  • 1 : 0.693 ปี
  • 2 : 0.693 ต่อปี
  • 3 : 30 ปี
  • 4 : 0.023 ต่อปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • จงคำนวณปริมาณออกซิเจนที่ต้องการในการย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ของ Alkene (C7H12) ทางทฤษฎี
  • 1 : 6.66 กรัม O2/ กรัม Alkene
  • 2 : 3.33 กรัม O2/ กรัม Alkene
  • 3 : 10.0 กรัม O2/ กรัม Alkene
  • 4 : 96 กรัม O2/ กรัม Alkene
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • ในการกำจัดของเสียสารอินทรีย์ด้วยวิธีทางชีววิทยา ค่าคงที่อัตราเร็วปฏิกิริยาอันดับหนึ่งในการย่อยสลายเท่ากับ 0.2 /วัน หากโรงงานมีน้ำเสียปนเปื้อนของเสียดังกล่าว 1 ลบ.ม./วัน ความเข้มข้น 10 มก./ล. และต้องบำบัดให้ความเข้มข้นลดลงเหลือ 1 มก./ล. ต้องใช้ถังปฏิกิริยาที่มีขนาดบรรจุของเหลวเท่าไร (สมการปฏิกิริยาอันดับที่หนึ่ง คือ C/C0 = e-kt )
  • 1 : 11.51 ลบ.ม.
  • 2 : 23.03 ลบ.ม.
  • 3 : 0.5 ลบ.ม.
  • 4 : 50 ลบ.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • น้ำเสียที่ปนเปื้อนไซยาไนด์ ในรูป NaCN ความเข้มข้น 500 มก./ล. ปริมาณ 100 ลบ.ม./วัน ต้องใช้คลอรีนเท่าไรในการกำจัดให้น้ำเสียมีความเข้มข้นลดลงเหลือ 10 มก./ล. 
    ปฏิกิริยา ที่เกิดขึ้น คือ
                2NaCN + 5 Cl2 +12 NaOH --> N2 + Na2CO3 +10NaCl + 6H2
                น้ำหนักโมเลกุล Cl = 35.5, Na =23, C=12, N=14 
  • 1 : 3.5 กก./วัน
  • 2 : 49 กก./วัน
  • 3 : 35.5 กก./วัน
  • 4 : 88.7 กก./วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :
  • ต้องใช้ถ่านกัมมันต์ปริมาณเท่าไร ในการบำบัดน้ำเสียที่มีการปนเปื้อนของ xylene ที่มีความเข้มข้น 200 มก./ล. ให้เหลือ 20 มก./ล. ปริมาณน้ำเสีย 100 ลบ.ม. ต่อวัน กำหนดให้ค่าคงที่ของฟรุนดิช (K) มีค่า 50 มก./ก. และค่า 1/n มีค่า 0.2 โดยที่ X/M = KCf1/n  
  • 1 : 197.7 กก./วัน
  • 2 : 1,977.40 กก./วัน
  • 3 : 163.8 กก./วัน
  • 4 : 1,638.50 กก./วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 641 : 4. Stabilization and Solidification
ข้อที่ 236 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลของการใช้กระบวนการปรับเสถียรภาพ(stabilizer)
  • 1 : ลดการเคลื่อนที่ออกของสารปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
  • 2 : ปรับค่าพีเอชของสารปนเปื้อน
  • 3 : ลดความเป็นพิษ
  • 4 : บำบัดของเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • การทดสอบการชะละลายเพื่อตรวจสอบสมบัติหรือลักษณะการเป็นของเสียอันตราย (TCLP) ตามข้อกำหนดของ US EPA โดยใช้กรดอะซิติก (Acetic acid) เป็นน้ำชะละลาย นั้นเป็นการจำลองสถานการณ์ใด
  • 1 : การเทของเสียอันตรายร่วมกับขยะจากบ้านเรือน
  • 2 : การเทของเสียอันตรายใน monofill
  • 3 : การทิ้งบนดิน
  • 4 : การทิ้งในแม่น้ำลำคลอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • ของเสียอันตรายที่หล่อให้เป็นก้อนแข็งก่อนนำไปฝังกลบไม่จำเป็นต้องทดสอบลักษณะสมบัติข้อใด
  • 1 : Hardness
  • 2 : Compressive Strength
  • 3 : Leachability
  • 4 : Density
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • ข้อใดไม่ไช่วัตถุประสงค์ในการนำกากอุตสาหกรรมอันตรายมาปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็ง
  • 1 : เพื่อลดความเป็นพิษของกากอุตสาหกรรมอันตราย
  • 2 : เพื่อนำกากอุตสาหกรรมกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตใหม่
  • 3 : เพื่อลดอัตราการปลดปล่อยสารพิษของกากอุตสาหกรรมอันตราย
  • 4 : เพื่อบำบัดกากอุตสาหกรรมอันตรายก่อนนำไปฝังกลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นกลไกการปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็ง
  • 1 : Macroencapsulation และ Microencapsulation
  • 2 : Adsorption และ Absorption
  • 3 : Precipitation
  • 4 : Vapolization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 241 :
  • สารในข้อใดเหมาะสำหรับการปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็งกากปนเปื้อนน้ำมันที่สุด
  • 1 : ซีเมนต์
  • 2 : ปูนขาว
  • 3 : ดินเหนียวดัดแปลง
  • 4 : Pozzolans
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการปรับเสถียรและทำเป็นก้อนแข็งโดยใช้ซีเมนต์
  • 1 : ไม่เหมาะกับกากปนเปื้อนโลหะหนัก
  • 2 : ไม่เหมาะกับกากปนเปื้อนสารทำละลายอินทรีย์
  • 3 : ไม่สามารถบำบัดกรดได้
  • 4 : ไม่เหมาะกับกากที่มีความชื้นสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ตะกอนโลหะหนักชนิดใดที่ต้องเปลี่ยนรูปให้เป็นโลหะซัลไฟด์ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำให้เป็นก้อนต่อไป
  • 1 : อาร์เซนิค
  • 2 : โครเมียม
  • 3 : แมงกานีส
  • 4 : ปรอท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • สารเคมีชนิดใดนิยมใช้ในกระบวนการปรับเสถียรของเสียอันตราย
  • 1 : โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • 2 : โซเดียมไฮโปคลอไรท์
  • 3 : แคลเซียมออกไซด์
  • 4 : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 245 :
  • การกำจัดตะกอนที่มีแคดเมียมปนเปื้อนต้องเติมสารเคมีชนิดใด เพื่อให้อยู่ในรูปตะกอนที่ไม่ละลายน้ำ
  • 1 : ปูนขาว
  • 2 : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • 3 : ไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • 4 : โซเดียมไฮโปคลอไรท์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • สารประกอบของโลหะหนักชนิดใดมีสถานะที่เสถียร เมื่อหล่อให้เป็นก้อนแข็งก่อนนำไปฝังกลบ
  • 1 : ปรอทไฮดรอกไซด์
  • 2 : ปรอทซัลไฟด์
  • 3 : แคดเมียมไฮดรอกไซด์
  • 4 : โครเมียมไซยาเนต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ของเสียอันตรายที่หล่อให้เป็นก้อนแข็งก่อนนำไปฝังกลบต้องมีลักษณะสมบัติเช่นใด
  • 1 : ปริมาณความเข้มข้นของสารอันตรายในน้ำสกัด ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • 2 : มีลักษณะสมบัติเป็นกลาง
  • 3 : สามารถรับแรงอัด ซึ่งทดสอบตามมาตรฐาน  ASRM D – 2166  ได้ไม่น้อยกว่า 3.5  กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
  • 4 : มีค่าความหนาแน่นไม่ต่ำกว่า 1.15  ตันต่อลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 :
  • ค่าสัดส่วนน้ำต่อซีเมนต์ (w/c) ที่นิยมใช้ในการหล่อของเสียอันตรายให้เป็นก้อนแข็งมีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.50
  • 3 : 0.75
  • 4 : 1.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • ของเสียชนิดใดใช้ผสมกับของเสียอันตรายในกระบวนการหล่อให้เป็นก้อนแข็งได้
  • 1 : ตะกอนของเสียอุตสาหกรรม
  • 2 : เถ้าลอย
  • 3 : ตะกอนน้ำเสียชุมชน
  • 4 : ตะกอนจากระบบแอนแอโรบิก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 250 :
  • ปฏิกิริยาที่เกิดในกระบวนการหล่อของเสียอุตสาหกรรมด้วยซีเมนต์ คือข้อใด
  • 1 : Neutralization
  • 2 : Oxidation
  • 3 : Pozzolanic
  • 4 : Reduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 251 :
  • มาตรฐานกำลังรับแรงอัดของสิ่งปฏิกูลที่ผ่านกระบวนการทำให้เป็นก้อนแข็งตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2540)
  • 1 : ไม่ต่ำกว่า 15 กิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร
  • 2 : ไม่ต่ำกว่า 1.5 กิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร
  • 3 : ไม่ต่ำกว่า 35 กิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร
  • 4 : ไม่ต่ำกว่า 3.5 กิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • มาตรฐานความหนาแน่นของสิ่งปฏิกูลที่ผ่านกระบวนการทำให้เป็นก้อนแข็งตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2540)
  • 1 : ไม่ต่ำกว่า 1.15 ตัน ต่อลูกบาศก์เมตร
  • 2 : ไม่ต่ำกว่า 11.5 ตัน ต่อลูกบาศก์เมตร
  • 3 : ไม่ต่ำกว่า 11.5 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  • 4 : ไม่ต่ำกว่า 1.15 กิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :
  • การทำเสถียรหลอดฟลูออเรสเซนส์ที่ใช้แล้ว ต้องใช้สารเคมีประเภทใด
  • 1 : คลอไรด์
  • 2 : ไฮดรอกไซด์
  • 3 : ซัลไฟด์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 254 :
  • สารในข้อใดต่อไปนี้ ที่ไม่สามารถใช้เป็นตัวประสาน (binder) ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อน (stabilization/solidification) ได้
  • 1 : ซีเมนต์
  • 2 : ดินเหนียว
  • 3 : เถ้าลอยถ่านหิน
  • 4 : ZEOLITE
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  • ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์นั้น สารประกอบใดในซีเมนต์ที่สร้างความแข็งแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ
  • 1 : แคลเซียมออกไซด์
  • 2 : แคลเซียมซัลเฟต
  • 3 : แคลเซียมคาร์บอเนต
  • 4 : แคลเซียมซิลิเกต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์นั้น วัสดุใดที่สามารถช่วยสร้างความแข็งแรง เมื่อทำปฏิกิริยากับแคลเซียมไฮดรอกไซด์ที่เกิดจากปฏิกิริยาไฮเดรชันของปูนซีเมนต์กับน้ำ
  • 1 : ปอซโซลาน
  • 2 : มวลรวม
  • 3 : หินปูน
  • 4 : ไฟเบอร์กลาส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 :
  • ในการบำบัดของเสียที่มีโลหะหนักด้วยการตกตะกอนนั้น โลหะหนักใดที่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำเสถียรโดยใช้สารเคมีก่อน
  • 1 : Pb
  • 2 : Ba
  • 3 : As (III)
  • 4 : As (V)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • อะไรคือข้อเสียของการบำบัดแบบ Solidification
  • 1 : ราคาแพง
  • 2 : เกิด Sludge
  • 3 : ไม่เหมาะสำหรับของเสียที่มีสารอินทรีย์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 259 :
  • วัสดุข้อใดที่มักใช้ในการจัดการขยะอันตรายให้อยู่ในสภาวะเสถียรมากที่สุด
  • 1 : Portland cement
  • 2 : Pozzolans
  • 3 : Lime
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • การทดสอบในข้อใดที่ไม่ได้แสดงประสิทธิภาพในการปรับเสถียร
  • 1 : leaching test
  • 2 : toxicity test
  • 3 : chemical test
  • 4 : biological test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 261 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องมากที่สุดในการปรับเสถียรและทำก้อนแข็งกากอุตสาหกรรม
  • 1 : เป็นการกำจัดกากอุตสาหกรรมขั้นสุดท้าย
  • 2 : สามารถลดความเป็นพิษและปริมาตรกากอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 3 : กากมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากหลังจากผ่านกระบวนการนี้
  • 4 : สามารถใช้กับกากอุตสาหกรรมทุกประเภท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 262 :
  • ข้อใดคือวิธีในการบำบัด Cr (VI)
  • 1 :  ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์นั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำเสถียรโดยใช้สารเคมีก่อน
  • 2 :  ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์นั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำเสถียรโดยผ่านความเย็นก่อน
  • 3 :  ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์นั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำเสถียรโดยผ่านความร้อนก่อน
  • 4 :  ในการทำเสถียรและทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์นั้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำเสถียรโดยใช้กรดชะล้างก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • ตะกอนปรอทเป็นโลหะหนักที่ต้องเปลี่ยนรูปให้อยู่ในรูปใดก่อนเข้าสู่กระบวนการทำให้เป็นก้อนต่อไป
  • 1 :  โลหะคลอไรด์
  • 2 :  โลหะฟลูออไรด์
  • 3 :  โลหะออกไซต์
  • 4 :  โลหะซัลไฟต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการ Vitrification
  • 1 : ใช้กับของเสียที่มีความเป็นพิษสูง
  • 2 : ใช้อุณหภูมิ 1000-1200 องศาเซลเซียส
  • 3 : ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง
  • 4 : ใช้ของเสียผสมกับกระบวนการหลอมแก้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • วัสดุชนิดใดไม่จัดเป็น Natural pozzolanic materials
  • 1 : Volcanic lava masses
  • 2 : Deposits of hydrated silicic acid
  • 3 : Fly ash
  • 4 : Diatomaceous earth
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • สารเคมีข้อใดไม่สามารถใช้ในการปรับเสถียรได้
  • 1 : แคลเซียมไฮดรอกไซด์
  • 2 : โซเดียมซัลไฟด์
  • 3 : แคลเซียมไฮโปคลอไรด์
  • 4 : เมโซพอร์รัส ซิลิกา 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 267 :
  • ข้อใดคือกลไก detoxification
  • 1 : เปลี่ยนจากองค์ประกอบเดิมทางเคมี ไปเป็นองค์ประกอบที่มีความเป็นพิษน้อยลง หรือไม่เป็นพิษเลย
  • 2 : สารเคมีอันตรายจะถูกดูดติดผิวของสารตัวกลาง
  • 3 : สารเคมีอันตรายจะถูกดูดซับไว้ในผลึกโครงสร้างขนาดเล็ก
  • 4 : การย่อยสลายทางชีวภาพ ไปเป็นองค์ประกอบที่มีความเป็นพิษน้อยลง หรือไม่เป็นพิษเลย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • ข้อเสียของการเติมปูนขาวเหลวในการปรับเสถียรของเสียอันตรายคือ
  • 1 : เพิ่มค่าความเป็นกรดด่างของสารที่มีความเป็นกรดสูง 
  • 2 :
  • 3 : เหมาะสมสำหรับของเสียสารอินทรีย์
  • 4 : ปูนขาวเกาะเป็นก้อนแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 269 :
  • ข้อใดไม่ใช้ปัญหาของการใช้ซีเมนต์ในการทำเสถียรของเสียประเภทสารประกอบอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน
  • 1 : อาจเกิดสารระเหยออกมาในช่วงของการผสม
  • 2 : เกิดปัญหาของการคงตัวในระยะยาว
  • 3 : อาจทำให้แข็งตัวช้า
  • 4 : อาจเกิดการระเบิดได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 270 :
  • สารที่ใช้ทำก้อนแข็งแบบใดที่ไม่เหมาะสมสำหรับสารกัมมันตรังสี
  • 1 : ซีเมนต์
  • 2 : เทอร์โมพลาสติก
  • 3 : ปูนขาว
  • 4 : Vitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • การทำเสถียรในข้อใดที่ทำให้ปริมาตรลดลง
  • 1 : ซีเมนต์
  • 2 : เทอร์โมพลาสติก
  • 3 : ปูนขาว
  • 4 : Vitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • รหัสเลข 3 หลัก ของการปรับเสถียร/ตรึงทางเคมีโดยใช้ซีเมนต์หรือวัสดุ pozzolanic (chemical fixation using cementitious and/or pozzolanic material) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 คือข้อใด
  • 1 : 068
  • 2 : 071
  • 3 : 073
  • 4 : 099
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 273 :
  • ข้อใดคือปฏิกิริยา hydration ในการทำให้เป็นก้อนแข็งด้วยซีเมนต์
  • 1 : Al2(SO4)3. 18 H2O + 6 HCO3- ---> 2Al(OH)3 + 3 SO42- +6CO2 + 18 H2O
  • 2 : 3 Zn + 2 FeCl3 ---> 3 ZnCl2 + 2 Fe
  • 3 : 2(3CaO.SiO2) + 6 H2O ---> 3 CaO.2SiO2.3H2O + 3 Ca(OH)2
  • 4 : Me(OH)2  + H2CO3 ---> MeCO3 + 2 H2O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 642 : 5. Land Disposal
ข้อที่ 274 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดในการคัดเลือกพื้นที่สำหรับการฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : ระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดของเสียและพื้นที่ฝังกลบ
  • 2 : สภาพทางธรณีวิทยาของพื้นที่ฝังกลบ
  • 3 : สภาพภูมิประเทศของพื้นที่ฝังกลบ
  • 4 : ระบบนิเวศวิทยาในบริเวณพื้นที่ฝังกลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในการฝังกลบของเสียอันตรายคือข้อใด
  • 1 : ก๊าซมีเทนที่เกิดขึ้น
  • 2 : การทรุดตัวของพื้นที่หลังการฝังกลบ
  • 3 : การปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน
  • 4 : กลิ่น และพาหะนำโรค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติสำคัญของ Secure Landfill
  • 1 : มีชั้นกันซึมรองพื้นหลุมอย่างน้อย 2 ชั้น
  • 2 : มีท่อระบายน้ำชะขยะเฉพาะชั้นกันซึมชุดล่างสุด
  • 3 : ท่อระบายน้ำชะขยะต้องทำด้วยกระเบื้องเท่านั้นเพื่อกันการกัดกร่อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นการกำจัดแบบ Land Disposal
  • 1 : Landfill
  • 2 : Injection Well
  • 3 : Drying Bed
  • 4 : Waste Piles
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :
  • Secure Landfill เหมาะกับขยะประเภทใด
  • 1 : ของเสียประเภทกระดาษ
  • 2 : ของเสียจากครัวเรือน
  • 3 : ของเสียจากตลาดสด
  • 4 : ของเสียประเภทภาชนะบรรจุสารเคมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • แผ่นพลาสติกที่ใช้ปูดาดในหลุมฝังกลบของเสียอันตรายทำจากวัสดุในข้อใด
  • 1 : High Density Polypropylene
  • 2 : High Density Polyethylene
  • 3 : Low Density Polypropylene
  • 4 : Low Density Polyethylene
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 280 :
  • ข้อใดที่ไม่ควรพบในหลุมฝังกลบขยะอันตราย
  • 1 : Double layer Liner System
  • 2 : Leachate control system
  • 3 : Enriched gas เช่น Methane
  • 4 : Cover system
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :
  • Extraction Well หมายถึงข้อใด
  • 1 : บ่อที่ใช้สำหรับบำบัดน้ำเสียอันตราย ด้วยการดูดสารอันตรายออกจากน้ำ
  • 2 : บ่อที่ใช้อัดน้ำดีเพื่อเจือจางน้ำใต้ดินที่ถูกปนเปื้อนให้อยู่ในมาตรฐานที่ยอมรับได้
  • 3 : บ่อที่ใช้ดูดน้ำใต้ดินที่ถูกปนเปื้อนขึ้นมาเพื่อนำไปบำบัด
  • 4 : บ่อที่ใช้อัดน้ำเสียอันตรายที่บำบัดแล้วสู่ชั้นใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลักของระบบฝังกลบกากอุตสาหกรรม
  • 1 : ระบบป้องกันน้ำชะ
  • 2 : ระบบควบคุมและระบายก๊าซ
  • 3 : ระบบระบายน้ำใต้ดิน
  • 4 : พื้นที่กันชน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :
  • ข้อใดไม่ใช่ระบบป้องกันและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมในหลุมฝังกลบ
  • 1 : ระบบติดตามน้ำชะกากอุตสาหกรรม
  • 2 : ระบบติดตามตรวจสอบก๊าซ
  • 3 : ระบบติดตามตรวจสอบดิน
  • 4 : ระบบติดตามตรวจสอบน้ำใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการปิดทับหลุมฝังกลบ
  • 1 : ช่วยลดปริมาณน้ำชะกากของเสีย
  • 2 : ช่วยป้องกันกลิ่น
  • 3 : ช่วยป้องกันการกัดเซาะ
  • 4 : ช่วยเพิ่มอัตราการย่อยสลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :
  • สาเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีปิดทับหลุมฝังกลบ
  • 1 : ช่วยลดปริมาณน้ำชะกาก
  • 2 : ช่วยป้องกันกลิ่น
  • 3 : ช่วยป้องกันการกัดเซาะ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :
  • ปัจจุบันไม่อนุญาตให้กำจัดของเสียชนิดใดโดย Secure Landfill
  • 1 : PCBs
  • 2 : Cyanides
  • 3 : Halogenated organic compounds
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Secure Landfill
  • 1 : ชั้นฝังกลบต้องสูงกว่าระดับน้ำใต้ดินอย่างน้อย 10 ฟุต
  • 2 : ชั้นฝังกลบต้องปูด้วยแผ่น HDPE อย่างน้อย 2 ชั้น
  • 3 : บนชั้นฝังกลบต้องปูด้วยแผ่น flexible-membrane lining
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  • หลุมฝังกลบอย่างปลอดภัย (Secure Landfill)  ที่นำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตรายที่อยู่ในรูปที่คงตัว (เสถียร) ไปฝังกลบ จัดเป็นโรงงานประเภทใด
  • 1 : โรงงานประเภท 101
  • 2 : โรงงานประเภท 104
  • 3 : โรงงานประเภท 105
  • 4 : โรงงานประเภท 106
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของหลุมฝังกลบที่ต้องมี ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 
  • 1 : ระบบกันซึม 
  • 2 : ระบบรวบรวมก๊าซ 
  • 3 : ระบบการตรวจสอบการรั่วไหล
  • 4 : ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 290 :
  • ข้อใดเป็นหน้าที่ของ Geotextile ในชั้นป้องกันของหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : ป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะ
  • 2 : มีลักษณะเป็นตาข่ายเพื่อการระบายน้ำ
  • 3 : รองรับน้ำหนักของหลุมฝังกลบให้มีความแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักได้หลังจากปิดหลุมแล้ว
  • 4 : ช่วยกรองเศษขยะขนาดเล็ก เพื่อป้องกันการอุดตันของชั้นทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 291 :
  • ข้อใดเป็นหน้าที่ของชั้นดินเหนียวในชั้นป้องกันของหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : ป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะ
  • 2 : เป็นชั้นรองรับการซึมผ่านของน้ำชะ หาก HDPE ชั้นที่สองชำรุดหรือเสื่อมสภาพ 
  • 3 : รองรับน้ำหนักของหลุมฝังกลบให้มีความแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักได้หลังจากปิดหลุมแล้ว
  • 4 : ช่วยกรองเศษขยะขนาดเล็ก เพื่อป้องกันการอุดตันของชั้นทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นที่ตั้งหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : พื้นที่น้ำท่วม (Flood plains) จะเป็นการยุ่งยากมากถ้าในกรณีหลุมฝังกลบเกิดน้ำท่วม
  • 2 : พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) เพราะว่าจะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์พื้นที่ชุ่มน้ำได้ ตลอดจนการควบคุมการ ทำงานฝังกลบจะเกิดความลำบากและต้องลงทุนสูง
  • 3 : แม่น้ำ (River) ไม่ควรเลือกสถานที่ฝังกลบใกล้แม่น้ำมากเกินไป กล่าวคือ ควรอยู่ห่างจากแม่น้ำมากกว่า 5 กิโลเมตร เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้เพื่อป้องกันภัยจากแม่น้ำและการปนเปื้อนจากหลุมฝังกลบไปสู่แม่น้ำ
  • 4 : พื้นที่ที่ไม่คงตัว (Unstable Areas) ได้แก่ บริเวณที่เกิดจากการพังทลายของดินหรือโคลน พื้นที่บริเวณที่มีการยุบตัวของดิน ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 :
  • ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์การเลือกที่ตั้งด้านทางธรณีวิทยาของพื้นที่ สำหรับหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : ไม่ขวางทางน้ำเพื่อป้องกันการชะและการแพร่กระจายของมลสารสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • 2 : มีแนวกันชนรอบพื้นที่เพื่อป้องกันความรำคาญที่อาจก่อให้แก่พื้นที่ข้างเคียง
  • 3 : สามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่าน้ำหนักของเสียและอุปกรณ์ที่จะกดทับบนหลุมเพื่อป้องกันการทรุดตัวของชั้นดิน
  • 4 : ควรตั้งบนพื้นที่ที่มีชั้นดินเป็นดินเหนียว เพื่อป้องกับการซึมผ่านของน้ำชะขยะสู่สิ่งแวดล้อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • บ่อตรวจสอบน้ำใต้ดิน (Monitoring well) มีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อตรวจสอบโอกาสปนเปื้อนของมลพิษจากหลุมฝังกลบต่อแหล่งน้ำใต้ดิน
  • 2 : เพื่อตรวจสอบระดับน้ำใต้ดิน (well head)
  • 3 : เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของของมลพิษจากหลุมฝังกลบจาก Surface Runoff
  • 4 : เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำชะกากตามแนวทาง Toxicity characteristic leaching procedure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 295 :
  • การเก็บน้ำใต้ดินของบ่อตรวจสอบน้ำใต้ดิน ต้องวิเคราะห์พารามิเตอร์ใด
  • 1 : pH, EC, TDS, BOD5, COD, Hydrocarbon
  • 2 : pH, EC, TDS, Alkalinity, Chloride, BOD, COD, Hydrocarbon 
  • 3 : pH, EC, TDS, As, Cu, Cr, Cd, Pb, Hg, Ni, Zn
  • 4 : pH, EC, TDS, As, Cu, Cr, Cd, Pb, Hg, Ni, Zn, Hydrocarbon
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :
  • ความถี่ของการตรวจสอบบ่อติดตามตรวจสอบน้ำใต้ดินของหลุมฝังกลบของเสียอันตรายในช่วงดำเนินการ  คือ
  • 1 : สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • 2 : เดือนละ 1 ครั้ง
  • 3 : ปีละ 2 ครั้ง
  • 4 : ปีละ 1 ครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 297 :
  • ความถี่ของการตรวจสอบบ่อติดตามตรวจสอบน้ำใต้ดิน ในช่วงการดูแลหลุมฝังกลบของเสียอันตรายภายหลังการปิดทับถาวร  คือ
  • 1 : สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • 2 : เดือนละ 1 ครั้ง
  • 3 : ปีละ 2 ครั้ง
  • 4 : ปีละ 1 ครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 298 :
  • บริษัทในข้อใดรับอนุญาตให้กำจัดของเสียอันตรายด้วยวิธีกำจัดโดยหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)
  • 2 : บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด
  • 3 : บริษัท บางปู เอนไวรอนเมนทอล คอมเพล็กซ์ จำกัด
  • 4 : บริษัท สยามเวสท์ แมเนจเม้นท์ คอนซัลแทนท์ จำกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 299 :
  • จากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 ข้อใดที่ ผู้บําบัดและกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติ
  • 1 : ต้องใช้ใบกํากับการขนส่ง
  • 2 : ต้องมีข้อมูลผลวิเคราะห์ทางเคมีและกายภาพของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วก่อนการดําเนินการบําบัดหรือกําจัด
  • 3 : ต้องมีผู้ควบคุมดูแลระบบป้องกันสิ่งแวดล้อม
  • 4 : ต้องมีวิศวกรสิ่งแวดล้อมเพื่อควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่จัดตั้งศูนย์กำจัดของเสียอันตรายจากชุมชนที่แนะนำโดยกรมควบคุมมลพิษ
  • 1 : ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง พิจารณาคาบการเกิดซ้ำในช่วง 100 ปี
  • 2 : ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ที่ 1 และ 2
  • 3 : สภาพภูมิประเทศ ความลาดชันไม่เกิน 15% 
  • 4 : อยู่เหนือระดับน้ำใต้ดินอย่างน้อย 1.5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของชั้นดินเหนียวที่ใช้เป็นวัสดุกันซึมในชั้นป้องกันของหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : มีค่าการซึมผ่านน้ำ 10-5 ซม./วินาที หนาอย่างต่ำ 0.3 เมตร
  • 2 : มีค่าการซึมผ่านน้ำ 10-7 ซม./วินาที หนาอย่างต่ำ 0.9 เมตร
  • 3 : มีค่าการซึมผ่านน้ำ 10-12 ซม./วินาที หนาอย่างต่ำ 0.3 เมตร
  • 4 : มีค่าการซึมผ่านน้ำ 10-12 ซม./วินาที หนาอย่างต่ำ 0.9 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • ข้อใดเป็นการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่เป็นของเสียอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 
  • 1 : ฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล
  • 2 : อัดฉีดลงบ่อใต้ดินหรือชั้นดินใต้ทะเล
  • 3 : หมักทําปุ๋ยหรือสารปรับปรุงคุณภาพดิน
  • 4 : ถมทะเลหรือที่ลุ่ม (land reclamation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับตำแหน่งของระบบตรวจสอบ (Monitoring) น้ำใต้ดิน
  • 1 : มีจำนวนบ่ออย่างน้อย 3 บ่อ อยู่ตำแหน่งเหนือทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 1 บ่อ และใต้ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 2 บ่อ
  • 2 : มีจำนวนบ่ออย่างน้อย 4 บ่อ อยู่ตำแหน่งเหนือทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 2 บ่อ และใต้ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 2 บ่อ 
  • 3 : มีจำนวนบ่ออย่างน้อย 5 บ่อ อยู่ตำแหน่งเหนือทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 1 บ่อ และใต้ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 2 บ่อ และรอบข้างอีก 2 บ่อ
  • 4 : มีจำนวนบ่ออย่างน้อย 6 บ่อ อยู่ตำแหน่งเหนือทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 2 บ่อ และใต้ทิศทางการไหลของน้ำใต้ดิน 2 บ่อ และรอบข้างอีก 2 บ่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • ข้อใดไม่ใช่การออกแบบการปิดหลุมฝังกลบ
  • 1 : การปิดหลุมฝังกลบตามที่ออกแบบไว้ด้วยดินถมบดอัดแน่นหนา 30 เซนติเมตร
  • 2 : ผิวดินมีความลาดชันอย่างน้อยร้อยละ 3 เพื่อลดการซึมผ่านของน้ำลงสู่ชั้นของเสีย
  • 3 : ชั้นระบายน้ำ ประกอบด้วย วัสดุสังเคราะห์แบบ geonet ที่มีค่าสัมประสิทธิการซึมผ่านของน้ำ ไม่มากกว่า 3x10-5 ตารางเมตร/วินาที
  • 4 : ดินชั้นบนเป็นดินธรรมดาที่เหมาะสมสำหรับปลูกพืชคลุมดินเป็นชั้นบนสุดมีความหนา 90 เซนติเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อควรปฏิบัติหลังจากปิดหลุมฝังกลบของเสียอันตราย
  • 1 : ดูแลรักษาระดับและความลาดชันของผิวดินและพืชที่ใช้ปกคลุมหลุมฝังกลบ
  • 2 : ตรวจสอบการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน ต่อไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 30 ปี
  • 3 : รายงานผลการติดตามตรวจสอบการปนเปื้อน ทั้งดิน น้ำ และอากาศ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • 4 : ดูแลระบบรวบรวมกาซมีเทนเพื่อไปผลิตกระแสไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ดี 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • หลุมฝังกลบของเสียอันตรายของ บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่จังหวัดอะไร
  • 1 : นครนายก
  • 2 : ระยอง
  • 3 : สระแก้ว
  • 4 : อยุธยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 307 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อควรคำนึงในการบำบัดของเสียอันตรายแบบอัดฉีดลงบ่อใต้ดิน (underground injection)
  • 1 : ชั้นหินมีช่องรูพรุนที่จะรับของเสียอันตราย และโดยรอบเป็นชั้นที่น้ำซึมผ่านไม่ได้
  • 2 : ต้องอัดฉีดน้ำให้ลึกลงไปถึงชั้นเกลือหิน หรือชั้นที่ไม่ลึกกว่าชั้นน้ำจืด
  • 3 : บ่อรับของเสียอันตรายต้องตั้งในพื้นที่มีความเสถียร ไม่มีรอยเลื่อนในชั้นหิน ไม่มีความเสี่ยงของการเกิดแผ่นดินไหว
  • 4 : ไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • ข้อใดคือความเสี่ยงของการบำบัดของเสียอันตรายแบบอัดฉีดลงบ่อใต้ดิน (underground injection)
  • 1 : การกระจายของมลพิษ ออกสู่ชั้นน้ำใต้ดิน เนื่องจากความบกพร่องของบ่อเก็บของเสีย
  • 2 : การกระจายของมลพิษ ออกสู่ชั้นน้ำใต้ดิน เนื่องการฉีกขาดของแผ่นวัสดุกันซึม
  • 3 : การเกิดเพลิงไหม้ เนื่องจากกาซมีเทนจากการย่อยสลายสารประกอบไฮโดรคาร์บอน
  • 4 : การกระจายของมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม เนื่องจากการปนเบื้อนในน้ำผิวดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • รหัสเลข 3 หลัก ของการฝังกลบอย่างปลอดภัยเมื่อทําการปรับเสถียรหรือทําให้เป็นก้อนแข็งแล้ว (secure landfill of stabilized and/or solidified wastes) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2548 คือข้อใด
  • 1 : 068
  • 2 : 071
  • 3 : 073
  • 4 : 099
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • ข้อใดเรียงลำดับถูกต้องจากข้างบนไปข้างล่าง ระบบกันซึม  2  ชั้น ของหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย 
  • 1 : ชั้นทราย 30 ซม. ปูทับด้วย Geotextile / ระบบรวบรวมน้ำชะ/ HDPE 1.5 มม. / Geonet ปูทับด้วย Geotextile/ ระบบรวบรวมน้ำชะ/ HDPE 1.5 mm มม. /ชั้นดินเหนียว 90 ซม./ ชั้นดินเดิมอัดแน่น
  • 2 : ชั้นทราย 60 ซม. ปูทับด้วย Geotextile / ระบบรวบรวมน้ำชะ/ HDPE 1.5 มม. /ชั้นดินเหนียว/ HDPE 1.5 mm มม. /ชั้นระบายอากาศ/ชั้นดินเหนียว 60 ซม./ ชั้นดินเดิมอัดแน่น
  • 3 : ชั้นทราย 60 ซม. ปูทับด้วย Geotextile / HDPE 1.5 มม. /ชั้นดินเหนียว 60 ซม. / Geonet ปูทับด้วย Geotextile/ HDPE 1.5 mm มม. /ชั้นดินเหนียว 60 ซม./ ชั้นดินเดิมอัดแน่น
  • 4 : ชั้นทราย 30 ซม. ปูทับด้วย Geotextile / ระบบรวบรวมน้ำชะ/ ชั้นระบายอากาศ/HDPE 1.5 มม. / Geonet ปูทับด้วย Geotextile/ ระบบรวบรวมน้ำชะ/ HDPE 1.5 mm มม. /ชั้นดินเหนียว 90 ซม./ ชั้นดินเดิมอัดแน่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้กำหนดให้ บริษัท โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) ปิดหลุมฝังกลบเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อแก้ไขปัญหาร้องเรียน ใน ปี พ.ศ. 2553
  • 1 : ให้ปรับปรุงคุณภาพน้ำใต้ดินให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดิน
  • 2 : ให้ดำเนินการซ่อมแซมและจัดหาวัสดุที่ใช้ปิดคลุมหลุมฝังกลบของเสียอันตราย และหลุมฝังกลบของเสียที่ไม่เป็นของเสียอันตรายทั้งหมด
  • 3 : ให้ปรับปรุงคุณภาพดินให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพดินที่ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยและการเกษตรกรรม
  • 4 : ให้ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ได้มาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 312 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาสำคัญของ geotextile ที่ใช้ในหลุมฝังกลบของเสียอันตราย ในระยะดำเนินการ
  • 1 : ความคงทนต่อ ultraviolet light
  • 2 : clogging
  • 3 : ความคงทนต่อ abrasion
  • 4 : Impact resistance
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 313 :
  • วัสดุในภาพคือ
  • 1 : Geosynthetic clay liner
  • 2 : Geotextile
  • 3 : High-density polyethylene sheet
  • 4 : Geonet
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 643 : 6. Site Remediation
ข้อที่ 314 :
  • กระบวนการบำบัดและฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกปนเปื้อนในข้อใด ที่สามารถทำในดิน ณ จุดที่ถูกปนเปื้อนนั้นเลยได้ (in-situ remediation)
  • 1 : การเผา (Incineration)
  • 2 : รีเวอร์ส ออสโมซิส (Reverse osmosis)
  • 3 : การสกัดไอระเหยจากดิน (Soil vapor extraction)
  • 4 : การล้างดิน (Soil washing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :
  • Superfund เป็นกองทุนที่จัดตั้งในสหรัฐอเมริกามีวัตถุประสงค์เพื่อข้อใด
  • 1 : ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุบัติภัยที่เกิดจากสารอันตราย
  • 2 : ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารอันตรายที่ไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้
  • 3 : จัดตั้งหน่วยงานตอบโต้อุบัติภัยกรณีฉุกเฉินจากสารอันตราย
  • 4 : ช่วยเหลือประเทศยากจนที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกปนเปื้อนด้วยสารอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • In-Situ Treatment หมายถึงข้อใด
  • 1 : การบำบัดของเสียอันตรายที่ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำยุค
  • 2 : การบำบัดของเสียอันตรายในโรงบำบัดที่ปิดมิดชิดเพื่อกันการรั่วไหลของสารอันตราย
  • 3 : การบำบัดของเสียภายในบริเวณพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของเสียนั้น
  • 4 : การบำบัดและกำจัดของเสียอันตราย ณ จุดที่เป็นพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารอันตราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 317 :
  • การทำ Containment หมายถึงข้อใด
  • 1 : การป้องกันการซึมของสารอันตรายสู่ชั้นใต้ดิน
  • 2 : ภาชนะที่จัดเตรียมพิเศษสำหรับบรรจุของเสียอันตรายก่อนนำไปกำจัด
  • 3 : ภาชนะใส่สารดูดซับของเสียอันตรายกรณีเกิดการหกหล่น หรือรั่วไหล
  • 4 : ถังบำบัดของเสียอันตรายด้วยวิธีทางเคมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 318 :
  • ข้อใด ไม่ใช่การทำ Bioremediation
  • 1 : การเติมจุลินทรีย์พิเศษลงในดินที่ถูกปนเปื้อนเพื่อทำลายสารพิษในดิน
  • 2 : การเติมสารอาหารให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วในดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายสารพิษของจุลินทรีย์
  • 3 : การเติมอากาศให้กับจุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วในดินหรือชั้นน้ำใต้ดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายสารพิษของจุลินทรีย์
  • 4 : การเติมสารเคมีลงในดินเพื่อทำลายสารพิษในดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ในการสกัดสารระเหยง่ายออกจากดินสิ่งที่ขาดไม่ได้คือข้อใด
  • 1 : การบำบัดก๊าซหรือไอของสารปนเปื้อนก่อนปล่อย
  • 2 : สำรวจว่าความดันปั๊มคงที่หรือไม่
  • 3 : เปลี่ยนตัวทำละลายที่ใช้สกัด
  • 4 : นำไประเหยเอาไอน้ำออกให้หมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการนำขึ้นมากำจัด
  • 1 : สามารถเลือกวิธีกำจัดได้ง่าย
  • 2 : มีแนวโน้มที่จะกำจัดได้ง่าย
  • 3 : ไม่ก่อให้เกิดมลพิษบริเวณพื้นดิน
  • 4 : รู้ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของการบำบัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • ในประเทศไทย พบของเสียอันตรายประเภทใดมากที่สุด
  • 1 : ตะกอนและของแข็งโลหะหนัก
  • 2 : ตัวทำละลาย (solvent)
  • 3 : น้ำเสียล้างอัดรูป
  • 4 : ขยะติดเชี้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :
  • ในการบำบัดของเสียอันตรายด้วยวิธีทางชีวภาพ (Bioremediation) ที่ปนเปื้อนในชั้นดินถ้าหาก พบว่าค่า permeability ของชั้นดินมีค่าสูงควรจะเลือกการบำบัดอย่างไร
  • 1 : In situ
  • 2 : Ex situ
  • 3 : Out situ
  • 4 : Above situ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 323 :
  • กระบวนการในข้อใดต่อไปนี้ ที่เป็นการให้ความร้อนที่ไม่สูงแก่ ดิน สลัดจ์ ตะกอนที่ปนเปื้อน เพื่อระเหยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile organic compound) ออกโดยไม่ทำให้เกิดการเผาไหม้
  • 1 : Air sparging
  • 2 : Soil venting
  • 3 : Thermal desorption
  • 4 : Catalytic oxidation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 :
  • ข้อใดเป็นกระบวนการบำบัดฟื้นฟูที่ปนเปื้อน โดยใช้กระบวนการทางธรรมชาติในการเก็บกักและลดปริมาณความปนเปื้อนลง
  • 1 : Natural Attenuation
  • 2 : Natural Elimination
  • 3 : Self Purification
  • 4 : Conservation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • ในการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนเมื่อต้องเข้าไปสำรวจอาคารที่เก็บถังสารเคมีที่ไม่ทราบชนิด ผู้ปฏิบัติงานต้องใส่ชุดป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) ระดับใด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • วิธีการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนในข้อใด ที่เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับ ใช้มานานและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมาก (Established technology)
  • 1 : Phytoremediation
  • 2 : Pump and treat
  • 3 : Microwave extraction
  • 4 : Vitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • การบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ในพื้นที่ที่ปนเปื้อนด้วย Benzene ที่มีดินเป็นดินร่วนปนทราย ในข้อใดเหมาะสมที่สุด
  • 1 : In-situ Stabilization/Solidification
  • 2 : Thermal desorption
  • 3 : In-situ vartification
  • 4 : Soil Vapor extraction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 328 :
  • ในการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน การขุดดินปนเปื้อนขึ้นมาเพื่อทำการบำบัดแบบ ex-situ จะก่อให้เกิดผลกระทบในข้อใด
  • 1 : ค่าใช้จ่ายสูง
  • 2 : เกิดปัญหาเนื่องจากฝุ่น
  • 3 : ทำให้สารปนเปื้อนระเหยสู่บรรยากาศ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 329 :
  • ชั้นดินที่ชุ่มด้วยน้ำบาดาล เรียกว่าอย่างไร
  • 1 : Vadose zone
  • 2 : Saturated zone
  • 3 : Aquifer
  • 4 : Aquitard
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • ชั้นดินที่อยู่เหนือระดับน้ำบาดาลและไม่อิ่มตัวหรือชุ่มน้ำบาดาล เรียกว่าอย่างไร
  • 1 : Vadose zone
  • 2 : Saturated zone
  • 3 : Aquifer
  • 4 : Aquitard
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 331 :
  • ดินชนิดใดต่อไปนี้มี Hydraulic conductivity ต่ำสุด
  • 1 : ดินเหนียว
  • 2 : ดินร่วน
  • 3 : ดินทราย
  • 4 : กรวด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 332 :
  • จงเรียงลำดับความสำคัญในการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน จากมากไปน้อย
  • 1 : น้ำบาดาล น้ำผิวดินปนเปื้อน ดินปนเปื้อน
  • 2 : ถังสารเคมีรั่ว ดินปนเปื้อน น้ำบาดาลปนเปื้อน
  • 3 : ดินปนเปื้อน ถังสารเคมีรั่ว น้ำบาดาลปนเปื้อน
  • 4 : น้ำผิวดินปนเปื้อน น้ำบาดาลปนเปื้อน ดินปนเปื้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :
  • ข้อใดไม่อยู่ในขั้นตอนในการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย
  • 1 : การปล่อยให้ธรรมชาติบำบัด โดยมีการตรวจติดตามและดูแล
  • 2 : การจำกัดหรือกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
  • 3 : การตรวจภาพถ่ายทางอากาศในอดีต ของบริเวณที่มีการปนเปื้อน
  • 4 : การนำสารที่ปนเปื้อนกลับไปใช้ใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • ข้อใดเป็นการบำบัดดินปนเปื้อน โดยใช้ความร้อนในการเผาไหม้สารอินทรีย์ระเหยง่ายและกึ่งระเหยง่าย
  • 1 : Thermal destruction
  • 2 : Thermal desorption
  • 3 : Vitrification
  • 4 : Soil vapor extraction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • ข้อใดเป็นการบำบัดดินปนเปื้อน โดยใช้ความร้อนในการระเหยสารอินทรีย์ระเหยง่ายและกึ่งระเหยง่ายออกจากดินที่ปนเปื้อนนั้น
  • 1 : Thermal destruction
  • 2 : Thermal desorption
  • 3 : Vitrification
  • 4 : Soil vapor extraction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 336 :
  • สารในข้อใดเมื่อปนเปื้อนในดินและน้ำบาดาลจะเกิด Light Aqueous Phase Liquid (LNAPL)
  • 1 : ไตรคลอโรอีธีน (TCE)
  • 2 : เบนซีน (Benzene)
  • 3 : โครเมียม (Chromium)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 337 :
  • สารในข้อใดเมื่อปนเปื้อนในดินและน้ำบาดาลจะเกิด Dense Aqueous Phase Liquid (DNAPL)
  • 1 : ไตรคลอโรอีธีน (TCE)
  • 2 : เบนซีน (Benzene)
  • 3 : โครเมียม (Chromium)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 338 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ผิด เกี่ยวกับการบำบัดดินที่ปนเปื้อนแบบ ex-situ bioremediation
  • 1 : โดยทั่วไปแล้ว จะใช้เวลาในการบำบัดน้อย
  • 2 : โดยทั่วไปแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายสูง
  • 3 : อาจมีประสิทธิภาพไม่ดี ในการบำบัดดินที่แบ่งชั้นมาก
  • 4 : อาจใช้กระบวนการหมัก (composting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 339 :
  • การบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนแบบใดต่อไปนี้ เป็นการบำบัดโดยใช้พืช
  • 1 : Bioventing
  • 2 : Phytoremediation
  • 3 : Soil flushing
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • การบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนแบบใดต่อไปนี้ เป็นการบำบัดโดยใช้ไฟฟ้าความต่างศักย์สูง ทำให้สิ่งที่ถูกปนเปื้อน เช่น ดิน กลายเป็นแก้ว ซึ่งจะคลุมทับสิ่งปนเปื้อนไว้
  • 1 : solidification
  • 2 : chemical extraction
  • 3 : vitrification
  • 4 : incineration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 341 :
  • ถ้าพบว่า soil distribution coefficient (Kd) ของ Cr(VI) ในหน้าดินที่ปนเปื้อนด้วยกรดโครมิกมีค่า 0.63 mL/g หน้าดินนี้จะเป็นแหล่งที่ทำให้น้ำบาดาลปนเปื้อนจากการซึมชะของน้ำฝนหรือไม่
  • 1 : ใช่ เนื่องจาก Cr(VI) จะถูกชะละลายไปอย่างช้าๆ
  • 2 : ใช่ เนื่องจาก Cr(VI) จะถูกชะละลายไปอย่างรวดเร็ว
  • 3 : ไม่ใช่ เนื่องจาก Cr(VI) จะไม่ถูกชะละลาย
  • 4 : ไม่ใช่ เนื่องจาก Cr(VI) จะถูกรีดิวซ์เป็น Cr(III) อย่างรวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • ดินที่ปนเปื้อนด้วยไซลีน (xylene) ในปริมาณ 3500 mg/kg จะต้องใช้เวลาบำบัดอย่างน้อยเท่าใด เพื่อให้เหลือความปนเปื้อนของไซลีนในดิน 100 mg/kg เมื่อการย่อยสลายทางชีวภาพมีค่าคงที่อัตราเร็วของปฏิกิริยาอันดับที่หนึ่ง เท่ากับ 0.032 /วัน
  • 1 : 36 วัน
  • 2 : 114 วัน
  • 3 : 235 วัน
  • 4 : 479 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 :
  • ในการ กระบวนการใดต่อไปนี้ที่เป็นการเป่าอากาศลงไปในชั้นน้ำบาดาล เพื่อไล่ให้สารเคมีระเหยง่ายหรือกึ่งระเหยง่ายออกจากน้ำบาดาลนั้น
  • 1 : Air stripping
  • 2 : Air sparging
  • 3 : aeration
  • 4 : soil venting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 344 :
  • ผลการวิเคราะห์ดินจากพื้นที่ปนเปื้อนของโรงงานที่ใช้กรดโครมิก มีดังนี้ 

    ตัวอย่าง

    ปริมาณ Cr(VI) ในน้ำชะละลาย

    (มิลลิกรัมต่อลิตร)

    ปริมาณ Cr(VI) ในดิน

    (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)

    1

    31.0

    17.0

    2

    20.0

    10.0

    3

    13.0

    7.5

    4

    10.0

    7.0

    5

    7.1

    4.5

    ค่า soil distribution coefficient (Kd) ของ Cr(VI) เป็นเท่าใด

  • 1 : 0.50 มิลลิลิตรต่อกรัม
  • 2 : 0.59 มิลลิลิตรต่อกรัม
  • 3 : 0.63 มิลลิลิตรต่อกรัม
  • 4 : 0.70 มิลลิลิตรต่อกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • ข้อใดเป็นการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนของเสียอันตรายแบบที่ทำในพื้นที่ (in-situ remediation)
  • 1 : Supercritical fluid extraction
  • 2 : Incineration
  • 3 : Soil vapor extraction
  • 4 : มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 :
  • ข้อใดเป็นการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนของเสียอันตรายแบบที่ทำนอกพื้นที่ (ex-situ remediation)
  • 1 : Air sparging
  • 2 : Bioventing
  • 3 : Permeable reactive barrier
  • 4 : Thermal desorption
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 347 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนของเสียอันตรายด้วยวิธี in-situ bioremediation
  • 1 : ปริมาณออกซิเจนมักเป็นตัวจำกัดอัตราเร็วปฏิกิริยา
  • 2 : สามารถใช้ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ในการเติมออกซิเจนได้
  • 3 : เพื่อให้ปฏิกิริยาดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อาจต้องมีการเติมสารอาหารที่จำเป็นด้วย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • ถ้าไตรคลอโรเอธิลีน (TCE) ที่ปนเปื้อนในน้ำใต้ดินมีการย่อยสลายทางชีวภาพ และมีเวลาครึ่งชีวิต (half life) เท่ากับ 10 ปี สมมติว่าการย่อยสลายนี้เป็นแบบ exponential ไตรคลอโรเอธิลีนจะมีค่าคงที่ของอัตราเร็วปฏิกิริยาเป็นเท่าไร
  • 1 : 14.4 ต่อวัน
  • 2 : 0.069 ต่อวัน
  • 3 : 0.00019 ต่อวัน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :
  • กระบวนการบำบัดฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนทางชีวภาพ (bioremediation) ในข้อใดที่เป็นการให้สารอาหาร และออกซิเจนแก่จุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการย่อยสลายได้
  • 1 : Bioventing
  • 2 : Bioconcentration
  • 3 : Biostimulation
  • 4 : Bioaugmentation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 350 :
  • เมื่อมีรั่วไหลของสาร DNAPL (Dense Non Aqueous Phase Liquid) ลงสู่น้ำใต้ดิน มีวิธีการจัดการอย่างไร
  • 1 : Vertical Barrier Wall
  • 2 : Air Sparging
  • 3 : Horizontal Barrier
  • 4 : Air Stripping
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 351 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนด้วยสารอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compound: VOC)
  • 1 : Pump and Treat
  • 2 : Vertical Barrier Wall
  • 3 : Soil Vapor Extraction (SVE)
  • 4 : Horizontal Barrier
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 352 :
  • ถังบรรจุ PCE (Perchloroethylene) มีสาร PCE อยู่ 20 ลิตร ถูกเททิ้งลงบ่อน้ำใต้ดินที่มีปริมาตร 500,000 ลบ.ม. จงคำนวณหาค่าความเข้มข้นของสาร PCE ในน้ำใต้ดิน (กำหนดให้ความหนาแน่นของสาร PCE = 1.623 กิโกรัมต่อลิตร)
  • 1 : 52.5 ไมโครกรัมต่อลิตร
  • 2 : 64.9 ไมโครกรัมต่อลิตร
  • 3 : 74.5 ไมโครกรัมต่อลิตร
  • 4 : 75.9 ไมโครกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • น้ำเสียปริมาตร 10 ลูกบาศก์เมตร ถูกทิ้งลงบนดินที่มีมวลเท่ากับ 1100 กิโลกรัม โดยน้ำเสียดังกล่าวมีความเข้มข้นของสารแคดเมียมเท่ากับ 20 มิลลิกรัมต่อลิตร จงคำนวณหาค่าความเข้มข้นของสารแคดเมียมในดินในหน่วย มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • 1 : 151.25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • 2 : 165.11 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • 3 : 170.45 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • 4 : 181.82 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 354 :
  • ในบ่อน้ำ 4000 ลูกบาศก์เมตร มีสาร Malathion หกกระจายลง ทำให้น้ำในบ่อมีความเข้มข้นของสาร Malathion ถึง 8 มิลลิกรัมต่อลิตร วิศวกรสิ่งแวดล้อมได้เสนอใช้ดิน 800 กิโลกรัม เพื่อทำหน้าที่ดูดซับสาร Malathion ในบ่อได้ โดยมีค่าคงที่ของ Langmuir Isotherm a เท่ากับ 0.01 และ b เท่ากับ 4.5 จงคำนวณหาว่าน้ำในบ่อจะมีสาร Malathion เหลืออยู่กี่มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 1 : 5.27 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 5.83 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 6.07 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 6.44 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 355 :
  • ข้อใดเป็น การทำ Bioremediation
  • 1 : การเติมจุลินทรีย์ลงไปในดินที่ถูกปนเปื้อนเพื่อทำลายสารพิษในดิน
  • 2 : การเติมอากาศและสารอาหารให้กับจุลทรีย์ที่มีอยู่แล้วในดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายสารพิษในดิน
  • 3 : การสร้างจุลินทรีย์ชนิดพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมพื่นที่ดินที่ต้องการทำลายสารพิษที่ปนเปื้อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • วิธีการบำบัดแบบ In-Situ Treatment หมายถึงข้อใด
  • 1 : การบำบัดของเสียอันตรายชนิดพิเศษที่ต้องใช้เทคโนโลยีสร้างขึ้นโดยเฉพาะ
  • 2 : การบำบัดของเสียอันตราย ณ จุดที่บนพื้นที่ปนเปื้อนโดยตรง
  • 3 : การบำบัดของเสียอันตรายโดยนำของเสียออกจากบริเวณปนเปื้อนแล้วไปบำบัดในห้องปฏิบัติการ
  • 4 : มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 357 :
  • บ่อที่ใช้อัดน้ำเสียอันตรายที่บำบัดแล้วสู่ชั้นใต้ดิน หมายถึงบ่อใด
  • 1 :  Recharge Well
  • 2 :  Confined Aquifer Well
  • 3 :  Extraction Well
  • 4 :  Observed Well
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • สารปนเปื้อนชนิดใดยังไม่สามารถใช้ Phytoremediation ประยุกต์ในการบำบัดได้
  • 1 : PCBs
  • 2 : PAHs
  • 3 : Chlorinated solvents
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 359 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Phytoremediation
  • 1 : สารอินทรีย์ทุกชนิดสามารถดูดซึมได้ด้วยพืช
  • 2 : ความสามารถในการดูดซึมสารอินทรีย์พิจารณาจากค่า Kow
  • 3 : ethylbenzene ไม่สามารถดูดซึมได้บริเวณรากของพืช
  • 4 : benzene มีความสามารถในการระเหยได้ต่ำกว่า toluene
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :
  • ข้อใดไม่ใช่การบำบัดแบบ Phytoremediation
  • 1 : Phytoextraction
  • 2 : Phytodegradation
  • 3 : Phytovolatilization
  • 4 : Phytooxidation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
  • ข้อใดเป็นวิธีป้องกันของเสียอันตรายออกไปสู่สิ่งแวดล้อมรอบนอก
  • 1 : ขุดสร้างกำแพงดินเหนียวรอบพื้นที่ปนเปื้อน
  • 2 : เพิ่มอุณหภูมิใต้ดินเพื่อให้ของเสียอันตรายระเหยขึ้นมา
  • 3 : ขุดสร้างกำแพงดินเหนียวรอบพื้นที่และสูบน้ำออก
  • 4 : สูบของเสียอันตรายออกจากพื้นที่โดยตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  •  การบำบัดดินที่ปนเปื้อนของเสียอันตรายด้วยกระบวนการทางชีววิทยาคือข้อใด

  • 1 :  อัดอากาศลงไปใต้ดินเพื่อไล่ของเสียอันตรายออก
  • 2 :   เพิ่มอุณหภูมิใต้ดินเพื่อให้ของเสียอันตรายระเหยขึ้นมา
  • 3 :  เติมอาหารและอากาศลงใต้ดินเพื่อให้แบคทีเรียกำจัดของเสียอันตราย
  • 4 :  สูบอากาศใต้ดินที่ปนเปื้อนของเสียอันตรายออกมาบำบัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 644 : 7. Management
ข้อที่ 363 :
  • Manifest คือข้อใด
  • 1 : เอกสารที่ใช้กำกับเพื่อติดตามการเกิด การขนส่ง และ การกำจัดของเสียอันตราย
  • 2 : การเก็บรวบรวมขยะอันตรายด้วยแรงคนเป็นหลัก
  • 3 : เอกสารกำกับสารอันตราย เพื่อให้รายละเอียดตัวสาร วิธีการใช้ และวิธีแก้ไขกรณีหกหล่น
  • 4 : การติดตามดูแลการจัดเก็บของเสียอันตรายของโรงงาน โดยภาครัฐ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • หน่วยงานใดของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับของเสียอันตรายโดยตรง
  • 1 : สำนักงานแผนและนโยบายสิ่งแวดล้อม
  • 2 : การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • 3 : กรมควบคุมมลพิษ
  • 4 : กรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • ลำดับความสำคัญในการจัดการของเสียอันตราย (Hazardous Waste Management Hierarchy) ที่กำหนดโดย U.S. EPA ในข้อใดต่อไปนี้ที่เรียงลำดับได้อย่างถูกต้อง 1) การบำบัด 2) การทิ้ง 3) การลดที่จุดกำเนิด 4) การนำกลับมาใช้ใหม่
  • 1 : 2-1-3-4
  • 2 : 3-4-2-1
  • 3 : 3-4-1-2
  • 4 : 1-2-3-4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • หน่วยงานใดดังต่อไปนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีหน้าที่รับผิดชอบคล้ายกับกรมควบคุมมลพิษ ของประเทศไทย
  • 1 : U.S.GS
  • 2 : U.S.MC
  • 3 : U.S.DOE
  • 4 : U.S.EPA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 367 :
  • ในแง่ของการคัดแยกของเสียอันตราย ข้อปฏิบัติใดไม่ควรกระทำ
  • 1 : แยกของเสียอันตรายที่เป็นอันตรายออกจากขยะทั่วไป
  • 2 : ใช้น้ำฉีดล้างพื้นที่มีวัสดุอันตรายอยู่บนพื้นบางส่วน
  • 3 : ไม่นำของเสียอันตรายที่เป็นของแข็งผสมกับน้ำแล้วทิ้งลงท่อระบายน้ำ
  • 4 : มีแบบพิมพ์เขียวแสดงรายละเอียดการวางท่อระบายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • รถขนขยะประเภทใดไม่เหมาะที่จะใช้กับขยะอันตรายและขยะรีไซเคิล
  • 1 : รถอัดขยะชนิด 6 ล้อ
  • 2 : รถยนต์บรรทุกขยะแบบเปิดข้าง
  • 3 : รถบรรทุกเทท้าย 6 ล้อ
  • 4 : รถยนต์บรรทุกขยะแบบขอเกี่ยว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 369 :
  • การเก็บไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ควรทำอย่างไร เพื่อป้องอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้
  • 1 : จัดเก็บในขวดสีชา เพื่อลดความรุนแรงจากแสงแดด
  • 2 : เก็บในตู้เย็นสำหรับเก็บสารโดยเฉพาะ
  • 3 : เก็บให้ห่างจากน้ำและความร้อน
  • 4 : เก็บในที่มืดและอากาศถ่ายเทได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 370 :
  • การเก็บอีเทอร์ควรทำอย่างไร เพื่อป้องอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้
  • 1 : จัดเก็บในขวดสีชา เพื่อลดความรุนแรงจากแสงแดด
  • 2 : เก็บในตู้เย็นสำหรับเก็บสารโดยเฉพาะ
  • 3 : เก็บให้ห่างจากน้ำและความร้อน
  • 4 : เก็บในที่มืดและอากาศถ่ายเทได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 :
  • สิ่งที่ต้องมีการกำหนดสำหรับการขนส่งกากของเสียอันตราย คือข้อต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : เส้นทางที่ใช้ในการเดินทางโดยละเอียด
  • 2 : รายชื่อคนขับ และผู้ร่วมทาง
  • 3 : ชนิดของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
  • 4 : ปริมาณของสารเคมีที่ใช้ในการขนส่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • การคัดแยกกระป๋องสเปรย์ที่ใช้แล้วให้ทำดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : จัดเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด เช่น ลังไม้
  • 2 : เจาะกระป๋องและบีบให้แบนไล่อากาศออกให้หมด
  • 3 : ถอดฝาฉีดสเปรย์ออก
  • 4 : แยกเป็นขยะประเภทกระป๋องโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 373 :
  • Poly Chlorinated Biphenyls (PCBs) เป็นสารอันตรายและไม่มีการนำเข้ามาตั้งแต่ ปี 2518 แล้ว แต่ยังพบได้ในกากของเสียประเภทไหน
  • 1 : ถังเก็บประจุไฟฟ้า
  • 2 : กากของเสียจากกิจกรรมล้างภาพ
  • 3 : กากของเสียจากโรงงานชุบโลหะ
  • 4 : ไม่มีการพบอีก ตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 :
  • ข้อใดคือปัญหาของของเสียอันตราย
  • 1 : การเก็บรวบรวมและขนส่งของเสียอันตรายยังไม่ถูกต้องเหมาะสม
  • 2 : การขาดการบำบัดหรือกำจัดอย่างถูกวิธี
  • 3 : การลักลอบทิ้งของเสียอันตรายในสถานที่สาธารณะ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :
  • สาเหตุของปัญหาของเสียอันตรายคือข้อใด
  • 1 : ระบบการจัดการของเสียอันตรายยังไม่ครอบคลุมครบทุกแหล่งกำเนิด
  • 2 : ระบบกำจัดของเสียอันตรายที่มีอยู่ไม่เพียงพอ
  • 3 : ประชาชนยังขาดความรู้ และความเข้าใจถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น จากของเสียอันตรายที่ขาดการจัดการที่ถูกต้อง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 376 :
  • อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน คืออะไร
  • 1 : SOPs
  • 2 : POPs
  • 3 : STPs
  • 4 : OPTs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 377 :
  • สนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามเขตแดนคือข้อใด
  • 1 : สนธิสัญญาเกียวโต
  • 2 : สนธิสัญญาบาเซล
  • 3 : สนธิสัญญาเจนนีวา
  • 4 : สนธิสัญญาสตอกโฮล์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 378 :
  • อนุสัญญาใดเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน
  • 1 : สนธิสัญญาเกียวโต
  • 2 : สนธิสัญญาบาเซล
  • 3 : สนธิสัญญาเจนนีวา
  • 4 : สนธิสัญญาสตอกโฮล์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • ผลิตภัณฑ์ทางการค้าของสารพีซีบี (PCB) มีหมายเลข 4 ตัวตามหลังชื่อทางการค้าซึ่งหมายเลข 2 ตัวหลังหมายถึงข้อใด
  • 1 : เปอร์เซ็นต์คลอรีน
  • 2 : จำนวนอะตอมคลอรีน
  • 3 : เปอร์เซ็นต์ฟอสเฟต
  • 4 : จำนวนอะตอมฟอสเฟต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :
  • สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วดังต่อไปนี้ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (พ.ศ. 2548)
  • 1 : กากกัมมันตรังสี
  • 2 : น้ำเสียที่ส่งไปบำบัดนอกบริเวณโรงงานทางท่อส่ง
  • 3 : สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย จากสำนักงาน บ้านพักอาศัย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • ตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องไม่ครอบครองสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไว้ภายในโรงงานเกินระยะเวลาเท่าใด
  • 1 : 30 วัน
  • 2 : 60 วัน
  • 3 : 90 วัน
  • 4 : 120 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • สิ่งใดที่ผู้ประกอบกิจการบำบัดหรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ต้องมีตามกฎหมาย
  • 1 : แผนการป้องกันอุบัติภัยเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน
  • 2 : รายงานการเงินประจำปี
  • 3 : รายงานกระบวนการบำบัดและสารเคมีที่ใช้โดยละเอียด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 383 :
  • ผู้ครอบครองของเสียอันตรายในข้อใดต่อไปนี้ ที่ได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของเสียอันตราย
  • 1 : มีของเสียอันตรายในครอบครอง 2000 กิโลกรัมต่อเดือน ขึ้นไป
  • 2 : มีของเสียอันตรายในครอบครอง 1000 กิโลกรัมต่อเดือน ขึ้นไป
  • 3 : มีของเสียอันตรายในครอบครองไม่เกิน 500 กิโลกรัมต่อเดือน
  • 4 : มีของเสียอันตรายในครอบครองไม่เกิน 100 กิโลกรัมต่อเดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 384 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับรหัสของชนิดและประเภทของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (พ.ศ. 2548)
  • 1 : มีการกำหนดรหัสเฉพาะของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โดยใช้รหัสเลข 7 หลัก
  • 2 : เลข 2 หลักกลาง แสดงถึงกระบวนการเฉพาะในการประกอบกิจการที่ทำให้เกิดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
  • 3 : เลข 2 หลักแรกแสดงถึงประเภทของการประกอบกิจการ
  • 4 : เลข 2 หลักสุดท้าย แสดงถึงลักษณะเฉพาะของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :
  • การทดสอบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โดยนำมาสกัดด้วยวิธี Waste Extraction Test (WET) จะทำขึ้นก็ต่อเมื่อ ค่าความเข้มข้นทั้งหมด (Total Concentration) ของสารอันตรายใดๆ เป็นไปตามข้อใด
  • 1 : มีค่าไม่เกินค่า TTLC แต่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่าค่า STLC ของสารนั้น
  • 2 : มีค่าไม่เกินค่า STLC แต่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่าค่า TTLC ของสารนั้น
  • 3 : มีค่าไม่เกินค่า STLC แต่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่าค่า TCLP ของสารนั้น
  • 4 : มีค่าไม่เกินค่า TCLP แต่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่าค่า STLC ของสารนั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 386 :
  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (พ.ศ. 2548) กำหนดให้แผนป้องกันอุบัติภัยและแผนฉุกเฉิน ต้องประกอบด้วยรายละเอียดในข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ขั้นตอนและวีธีการปฏิบัติ ในการตอบสนองต่ออัคคีภัย การระเบิด หรือการรั่วไหล
  • 2 : การเตรียมการกับหน่วยงานท้องถิ่น
  • 3 : แผนการหนีภัยสำหรับบุคลากรของสถานประกอบการ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • การสกัดด้วยวิธี Waste Extraction Test (WET) เพื่อวิเคราะห์หาค่าสารที่ระเหยได้ เช่น trichloroethylene จะต้องปฏิบัติตามข้อใด
  • 1 : เติมน้ำสกัดลงในตัวอย่าง จากนั้นนำของผสมไปไล่อากาศด้วยก๊าซไนโตรเจน
  • 2 : ไล่อากาศและออกซิเจนออกจากน้ำสกัด ก่อนที่จะเติมลงในตัวอย่าง
  • 3 : ใส่น้ำสกัดลงในตัวอย่างในขวดที่มีฝาปิดมิดชิด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 388 :
  • น้ำสกัดที่ใช้ในวิธี Waste Extraction Test (WET) เป็นสารใด
  • 1 : กรดซัลฟิวริกและกรดไนตริก
  • 2 : กรดอะซิติก
  • 3 : กรดซิตริก
  • 4 : กรดไฮโดรคลอริก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • โรงงานที่จะประกอบกิจการปรับสภาพของเสียรวม ที่เป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ต้องขอใบอนุญาตเป็นโรงงานประเภทใดกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • 1 : 101
  • 2 : 105
  • 3 : 106
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • โรงงานที่จะประกอบกิจการคัดแยก และ/หรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ต้องขอใบอนุญาตเป็นโรงงานประเภทใดกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • 1 : 101
  • 2 : 105
  • 3 : 106
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 391 :
  • โรงงานที่จะประกอบกิจการนำกลับมาใช้ประโยชน์สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ต้องขอใบอนุญาตเป็นโรงงานประเภทใดกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • 1 : 101
  • 2 : 105
  • 3 : 106
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 392 :
  • การปฏิบัติในข้อใด ไม่ จัดเป็นการลดมลพิษที่แหล่งกำเนิด
  • 1 : การลดการใช้น้ำในการล้างผลิตภัณฑ์
  • 2 : การบำบัดโลหะหนักในน้ำเสียให้ได้มาตรฐานก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม
  • 3 : การจัดระเบียบสถานที่ในโรงงานให้เรียบร้อยและเป็นระเบียบ
  • 4 : การเปลี่ยนไปใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายน้อยลงในกระบวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 393 :
  • การปฏิบัติในข้อใดเป็นการลดมลพิษที่แหล่งกำเนิด
  • 1 : การแยกของเสียอันตรายออกจากของเสียไม่อันตราย
  • 2 : การนำสารเคมีกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต
  • 3 : การเผาทำลายของเสียในโรงงาน
  • 4 : การแลกเปลี่ยนของเสียกับโรงงานอื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : การแยกของเสียอันตรายออกจากของเสียไม่อันตราย
  • 2 : การทำสะเทินสารเคมีที่เป็นกรดหรือด่าง ก่อนส่งบริษัทรับกำจัดของเสีย
  • 3 : การเก็บสารเคมีในห้องทดลองให้เป็นระเบียบบนชั้น เรียงตามตัวอักษรของชื่อสาร
  • 4 : มีคำตอบมากกว่าหนึ่งข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ที่กำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ส่งไปจำหน่ายในประเทศในกลุ่ม EU รับซากเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นกลับมาบำบัดเอง
  • 1 : WEEE
  • 2 : ISO
  • 3 : GRI
  • 4 : EMS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 396 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มีการกำหนดปริมาณโลหะหนักในผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ ส่งไปจำหน่ายในประเทศในกลุ่ม EU
  • 1 : WEEE
  • 2 : RoHS
  • 3 : IEEE
  • 4 : EMS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ “Resource Conservation and Recovery Act (RCRA)”
  • 1 : “Cradle-to-grave” concept
  • 2 : Hazardous waste identification system
  • 3 : Hazard Ranking System
  • 4 : Manifest system
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 398 :
  • ข้อใดคือคำจำกัดความของ Material safety data sheet (MSDS)
  • 1 : เอกสารกำกับการขนส่งแสดงรายละเอียดการติดตามการขนส่งวัตถุอันตราย
  • 2 : เอกสารชุดตัวเลขโดยแต่ละชุดจะหมายถึง สารที่สามารถแสดงสูตรได้ในเชิงอะตอม การจับของอะตอม และโครงสร้าง 3 มิติ ซึ่งประกอบด้วยชุดตัวเลขไม่เกิน 9 หลัก (xxxxxx-xx-x) ใช้สำหรับตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขทั้งชุดด้วยคอมพิวเตอร์
  • 3 : เอกสารข้อมูลความปลอดภัยเคมีภัณฑ์ แสดงรายละเอียดความปลอดภัยเบื้องต้นทางด้านข้อมูลกายภาพ อันตรายต่อสุขภาพอนามัย การปฐมพยาบาล การดับเพลิง การจัดการกรณีหกรั่วไหล อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 399 :
  • เมื่อสิ้นสุดกระบวนการดำเนินการตามระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย (Manifest system) ผู้กำเนิดของเสียอันตราย (Hazardous waste generator) จะต้องมีเอกสารกำกับการขนส่งของเสียอันตราย (Hazardous waste manifest document) จำนวนรวมทั้งหมดกี่ฉบับ (ฉบับใดบ้าง)
  • 1 : 1 ฉบับ (ฉบับที่ 1)
  • 2 : 2 ฉบับ (ฉบับที่ 1 และ 2)
  • 3 : 1 ฉบับ (ฉบับที่ 2)
  • 4 : 2 ฉบับ (ฉบับที่ 2 และ 6)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 400 :
  • การขนย้ายของเสียอันตรายต้องขออนุญาตองค์กรใด
  • 1 : กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • 2 : สำนักจัดการของเสียและขยะอันตราย
  • 3 : การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • 4 : กรมโรงงานอุตสาหกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 401 :
  • กองทุนประเภท Superfund เป็นกองทุนที่จัดตั้งในที่ใด และเพื่อจุดประสงค์ใด
  • 1 : จัดที่เยอรมัน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยจากสารอันตราย
  • 2 : จัดที่เยอรมัน เพื่อช่วยเหลือสำหรับโรงงานที่ต้องการค่าใช้จ่ายในการบำบัดจากการปนเปื้อนสารอันตราย
  • 3 : จัดที่อเมริกา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารอันตรายที่ไม่สามารถหาผู้มารับผิดชอบได้
  • 4 : จัดที่อเมริกา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการปนเปื้อนของเสียอันตรายในแหล่งแม่น้ำ หรือ มหาสมุทร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 402 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์จากการที่ไทยได้เข้าร่วมลงนามกับอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention)
  • 1 : ได้รับสิทธิในการส่งออกของเสียอันตราย ไปกำจัดในประเทศภาคีซึ่งมีเทคโนโลยีที่เหมาะสม และมีความสามารถใน การกำจัดของเสียอันตราย
  • 2 : จะได้รับความคุ้มครอง และความช่วยเหลือทั้งทางด้านวิชาการ และด้านการเงิน จากกองทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหากรณีเกิดอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากการขนส่ง เคลื่อนย้าย และกำจัดของเสียอันตราย
  • 3 : จะได้รับความช่วยเหลือด้านวิชาการ และเทคโนโลยีต่างๆ จากประเทศภาคีที่พัฒนาแล้ว เพื่อปรับปรุง แก้ไขปัญหาการจัดการของเสียอันตรายภายในประเทศ
  • 4 : สามารถค้าขายกับประเทศภาคี และนอกภาคี ในการส่งออก และนำเข้าเกี่ยวกับของ เสียอันตรายได้ทุกชนิด และทุกวิธีการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 403 :
  • ข้อใดไม่ใช่ กฎหมายหลัก 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารอันตรายในประเทศไทย 
  • 1 :  พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย
  • 2 :  พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์
  • 3 :  พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
  • 4 :  พระราชบัญญัติเทศบาล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร