สภาวิศวกร

สาขา : โยธา

วิชา : Construction Management

เนื้อหาวิชา : 580 : Project delivery systems, Project organization
ข้อที่ 1 :
  • นายขาว ตกลงรับงานขุดดินอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ โดยทำสัญญาแบบ unit-price การจ่ายค่าจ้างทุกๆ 30 วัน ระยะเวลาทำงานตามสัญญา 300 วัน เมื่อทำการขุดดินได้ครบ 30 วันแล้ว นายขาวจะได้รับค่าจ้างอย่างไร
  • 1 : นายขาวจะได้รับเงินค่าจ้าง 10% ของค่าจ้างทั้งหมด
  • 2 : นายขาวจะได้รับเงินค่าจ้าง 9.8% โดยหักค่าประกันผลงาน 0.2% ของค่าก่อสร้างทั้งหมด
  • 3 : นายขาวจะได้รับเงินค่าจ้างโดยคิดตามปริมาณงานที่ทำได้หลังผ่านการตรวจสอบจากผู้ว่าจ้างแล้ว
  • 4 : นายขาวจะได้รับเงินค่าจ้างเมื่อทำงานครบถ้วนทุกรายการตามที่ระบุในงวดที่ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • ในงานการก่อสร้างโรงแรมระดับห้าดาวในเขตเทศบาลนครขอนแก่น มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนรุ่นลิฟต์โดยสารซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าที่ระบุในแบบ ผู้รับจ้างได้ให้วิศวกรประจำบริษัทผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับสามัญโยธาเป็นผู้คำนวณเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใดหรือไม่
  • 1 : ต้องได้รับการอนุมัติแบบจากผู้ออกแบบ
  • 2 : ต้องได้รับการอนุมัติแบบจากเจ้าของโครงการ
  • 3 : ต้องได้รับการอนุมัติแบบจากผู้ออกแบบและนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น
  • 4 : ผู้รับจ้างทำการก่อสร้างได้ตามแบบที่แก้ไขโดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากผู้ใด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • เจ้าของโครงการก่อสร้างอาคารพักอาศัยรวมขนาด 40 ห้อง ในเขตเทศบาลเมืองสงขลา เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 หลัง เมื่อทำการปักผังและขุดหลุมฐานรากแล้ว เจ้าของโครงการเห็นว่าจะมีผู้มาเช่าจำนวนมากกว่าที่ได้ประมาณการเอาไว้ จึงจะสร้างเพิ่มอีก 1 หลัง ในบริเวณที่ดินเดียวกันและใช้แบบก่อสร้างเดียวกัน จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใดหรือไม่
  • 1 : ต้องได้รับอนุมัติแบบจากผู้ออกแบบ
  • 2 : ต้องได้รับอนุมัติแบบจากนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลา
  • 3 : ต้องได้รับอนุมัติแบบจากผู้ออกแบบและนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลา
  • 4 : เจ้าของโครงการสั่งให้ผู้รับจ้างทำการก่อสร้างได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากผู้ใด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • ในโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองของเทศบาลนครเชียงใหม่ ระหว่างทำการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานของเทศบาลฯพบว่าสภาพดินคันทางช่วง Sta.2+450 ถึง Sta.2+475 มีร่องดินเลน(Soft clay) ลึก 1.00 ม. ผู้ควบคุมงานจึงกำหนดให้ผู้รับจ้างขุดดินเลนออกให้หมดและนำทรายขี้เป็ดมาถมกลับให้เต็ม จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใดหรือไม่
  • 1 : ต้องได้รับอนุมัติจากกรมทางหลวง
  • 2 : ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบ
  • 3 : ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบและนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่
  • 4 : ผู้ควบคุมงานสามารถสั่งให้ผู้รับจ้างดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากผู้ใด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • นายสมบูรณ์ เป็นเจ้าของโครงการให้บริการสถานออกกำลังกายและสระว่ายน้ำ โดยใช้งบประมาณลงทุน 100 ล้านบาท ได้ว่าจ้างสำนักงานออกแบบ และดำเนินการขออนุญาตจากเทศบาลเป็นที่เรียบร้อย ในระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างเห็นว่าควรเปลี่ยนระบบกรองน้ำจากระบบ Sand filter เป็น Membrane filter ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการกรองที่ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่า จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้ใดหรือไม่
  • 1 : ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบ
  • 2 : ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการ
  • 3 : ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ออกแบบและนายกเทศมนตรี
  • 4 : ผู้รับจ้างเห็นว่าดีกว่าสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุมัติผู้ใด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • ในโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัทรับเหมาหลักได้ขออนุมัติให้บริษัทรับจ้างช่วงทำการติดตั้งแผ่นใยไฟเบอร์หลังคาอาคารผู้โดยสารขาออก คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ทำการตรวจรับเรียบร้อย ต่อมาเกิดรอยฉีกขาดที่รอยเย็บตะเข็บรอยต่อ ผู้ว่าจ้างจะเรียกร้องให้ผู้ใดรับผิดชอบในการซ่อมแซม
  • 1 : เรียกร้องให้ผู้รับเหมาหลักรับผิดชอบ
  • 2 : เรียกร้องให้ผู้รับเหมาช่วงรับผิดชอบ
  • 3 : เรียกร้องให้ผู้รับเหมาหลักร่วมกับผู้รับเหมาช่วงรับผิดชอบ
  • 4 : ไม่สามารถเรียกร้องให้ผู้รับเหมาหลักและผู้รับเหมาช่วงรับผิดชอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • การจัดองค์กรแบบ Functional Organization มีลักษณะเช่นใด
  • 1 : จัดกลุ่มตามสายการผลิต
  • 2 : จัดกลุ่มตามหน้าที่ความชำนาญเฉพาะทาง
  • 3 : จัดกลุ่มตามสถานการณ์ ตลอดระยะเวลาของโครงการ
  • 4 : จัดกลุ่มตามความชำนาญและหน้าที่ในโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 8 :
  • การจัดองค์กรแบบ Matrix Organization มีลักษณะเช่นใด
  • 1 : จัดกลุ่มตามสายการผลิต
  • 2 : จัดกลุ่มตามหน้าที่ความชำนาญเฉพาะทาง
  • 3 : จัดกลุ่มตามความเชี่ยวชาญและหน้าที่ในโครงการ
  • 4 : จัดกลุ่มตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • การจัดองค์กร (Organization) แบบใดที่มีลักษณะการสื่อสารแนวราบ (Horizontal)
  • 1 : Project Organization
  • 2 : Functional Organization
  • 3 : Matrix Organization
  • 4 : Balanced Organization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • การจัดองค์กร (Organization) แบบใดที่มีลักษณะการสื่อสารแนวราบ (Vertical)
  • 1 : Project Organization
  • 2 : Functional Organization
  • 3 : Matrix Organization
  • 4 : Balanced Organization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 :
  • สัญญารูปแบบใดที่มีการแบ่งปันความเสี่ยงร่วมกันระหว่างเจ้าของโครงการ และ ผู้รับเหมาใกล้เคียงกันที่สุด
  • 1 : Lump Sum Contract
  • 2 : Unit Price Contract
  • 3 : Cost Plus Fixed Fee Contract
  • 4 : Cost Plus Variable Fee Contract
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • สัญญาในลักษณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องแบกรับความเสี่ยงสูงที่สุด
  • 1 : Lump Sum Contract
  • 2 : Unit Price Contract
  • 3 : Cost Plus Fixed Fee Contract
  • 4 : Cost Plus Variable Fee Contract
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 13 :
  • รูปแบบองค์กรแบบใดมีรูปแบบของการประสานงาน (Coordination) ในแนวราบ
  • 1 : Functional Organization
  • 2 : Project Organization
  • 3 : Matrix Organization
  • 4 : Hybrid Organization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • รูปแบบองค์กรแบบใดที่อาจจะทำให้ทีมงานรู้สึกขาดความมั่นคงในการทำงาน
  • 1 : Functional Organization
  • 2 : Project Organization
  • 3 : Matrix Organization
  • 4 : Hybrid Organization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะที่มักพบได้ในการประมูลงานก่อสร้างจาก ‘เจ้าของงานแบบภาครัฐ’
  • 1 : รูปแบบการจ้างงานก่อสร้างมีหลายรูปแบบ
  • 2 : การตัดสินใจเลือกผู้รับเหมารายใด ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบข้อมูลได้
  • 3 : กฎเกณฑ์เงื่อนไขที่พิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมา กำหนดไว้ละเอียดและเปลี่ยนแปลงไม่ได้
  • 4 : ผู้รับเหมาสามารถขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขตามประกาศประกวดราคาได้ ถ้าเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 16 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะที่มักพบได้ในการประมูลงานก่อสร้างจาก ‘เจ้าของงานแบบภาคเอกชน’
  • 1 : รูปแบบการว่าจ้างงานก่อสร้างมีจำกัด
  • 2 : หากเกิดความไม่เป็นธรรมในงานก่อสร้าง สามารถร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้ตามขั้นตอนของรัฐ
  • 3 : พิจารณาราคาเป็นอันดับแรก ส่วนคุณภาพและความสามารถเป็นอันดับรอง
  • 4 : การจ่ายเงินงวดอาจขึ้นอยู่กับสภาวะการเงินของเจ้าของงานในขณะนั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • จากลักษณะการว่าจ้างต่อไปนี้ “ผู้ออกแบบและฝ่ายก่อสร้างทำงานร่วมกัน และเสนอราคาก่อสร้างรวมค่าออกแบบต่อเจ้าของงาน โดยผู้ออกแบบและก่อสร้างจะเป็นผู้ลงทุนให้ก่อน” ลักษณะการว่าจ้างงานที่กล่าวมานี้ จัดเป็นการว่าจ้างทีทำสัญญาแบบใด
  • 1 : Construction Management Contract: การว่าจ้างทีมผู้จัดการโครงการก่อสร้าง
  • 2 : Turnkey Contract: การว่าจ้างงานออกแบบก่อสร้าง
  • 3 : Design &Construction Contract: การว่าจ้างงานออกแบบและก่อสร้างร่วมกัน
  • 4 : Single Prime Contract: การว่าจ้างผู้ออกแบบและผู้รับเหมาก่อสร้างหลักแยกกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่หลักของผู้จัดการงานก่อสร้าง(Construction Manager)
  • 1 : จัดทำแผนงานก่อสร้างหลัก
  • 2 : ประสานแหล่งเงินทุน และจัดทำแผนการใช้เงิน (Cash Flow)
  • 3 : คัดเลือกผู้รับเหมาและประเมินผลการก่อสร้าง
  • 4 : ตัดสินใจคัดเลือกผู้ออกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • โครงสร้างองค์กรก่อสร้างในข้อใดต่อไปนี้ เป็นโครงสร้างของสำนักงานภาคสนาม
  • 1 : หน่วยธุรการ หน่วยจัดซื้อ หน่วยกฎหมาย หน่วยบุคคล
  • 2 : หน่วยออกแบบ หน่วยวิศวกรรม หน่วยสำรวจปริมาณ หน่วยบัญชีและการเงิน
  • 3 : หน่วยธุรการภาคสนาม วิศวกรคุมงาน ผู้จัดการงานก่อสร้าง หน่วยวัสดุ
  • 4 : หน่วยธุรการ หน่วยออกแบบ หน่วยงานตรวจสอบ หน่วยวิจัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 20 :
  • สัญญาตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในข้อความต่อไปนี้เป็นสัญญาในรูปแบบใด “สัญญาที่ทำให้คู่สัญญาต่างเป็นทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกัน หรือกล่าวได้ว่า คู่สัญญาต่างมีหนี้หรือมีหน้าที่จะต้องชำระให้แก่กัน เช่น สัญญาจ้างก่อสร้าง เป็นต้น”
  • 1 : สัญญาต่างตอบแทน
  • 2 : สัญญามีค่าตอบแทน
  • 3 : สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก
  • 4 : สัญญาไม่ต่างตอบแทน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • สัญญางานก่อสร้างต่อไปนี้เป็นสัญญาประเภทใด “สัญญาที่ใช้กับงานก่อสร้างที่เจ้าของงานต้องการเร่งรัดให้เสร็จเร็วที่สุด หรือเป็นลักษณะงานพิเศษที่ทั้งผู้รับเหมาและเจ้าของยังไม่เคยทำมาก่อน โดยตกลงค่าดำเนินการและกำไรไว้ก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นคิดตามต้นทุนจริงที่ได้จ่ายไป”
  • 1 : ประเภทราคาต่อหน่วย (Unit-price)
  • 2 : ประเภทเหมารวม (Lump-sum)
  • 3 : ประเภทคิดค่าใช้จ่ายจริงบวกค่าดำเนินการและกำไร (Cost Plus Fixed fee and Profit)
  • 4 : ประเภทมีรางวัลและค่าปรับ (Reward & Fine)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของสัญญาก่อสร้างแบบราคาต่อหน่วย (Unit-price)
  • 1 : ทำให้ทราบวงเงินทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินงานทั้งโครงการแน่นอน
  • 2 : ผู้รับจ้างสามารถส่งมอบงานและรับค่าจ้างได้ตามปริมาณงานที่ทำได้จริง
  • 3 : รูปแบบการก่อสร้างชัดเจน เปลี่ยนแปลงไม่ได้
  • 4 : ผู้ว่าจ้างสามารถวางแผนการจ่ายเงินได้ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :
  • จงเรียงลำดับขั้นตอนในการจัดการโครงการก่อสร้างต่อไปนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดโครงการ

    ก) การวางแผนกิจกรรมในโครงการ              ข) การติดตามความก้าวหน้า

    ค) การกำหนดขอบเขตของโครงการ             ง) การคำนวณระยะเวลาโครงการ

    จ) การประเมินงบประมาณของโครงการ        ฉ) การปิดโครงการ

  • 1 : ค, ก, ง, จ, ข, ฉ
  • 2 : ค, จ, ก, ง, ข, ฉ
  • 3 : ก, ค, จ, ง, ข, ฉ
  • 4 : ค, ง, จ, ก, ข, ฉ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการจัดองค์กรเพื่อดำเนินโครงการ
  • 1 : กำหนดงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินโครงการ
  • 2 : กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน
  • 3 : กำหนดตำแหน่งต่างๆ ตามหน้าที่ความรับผิดชอบ
  • 4 : จัดบุคลากรเข้ารับผิดชอบงานในตำแหน่งต่างๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารโครงการ
  • 1 : ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • 2 : ควบคุมค่าใช้จ่ายและเวลาในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามที่กำหนด
  • 3 : จัดทำแบบและรายการประกอบแบบตามความต้องการของเจ้าของโครงการ
  • 4 : ร่างเอกสารประกวดราคาและเอกสารประกอบสัญญาก่อสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของวิศวกรโครงการ
  • 1 : กำหนดแผนการทำงานและควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามแผนการทำงานที่กำหนด
  • 2 : ตรวจสอบและประเมินผลการทำงาน
  • 3 : จัดทำรายงานประจำวัน ประจำสัปดาห์
  • 4 : ประสานงานระหว่างเจ้าของโครงการ สถาปนิก/วิศวกรผู้ออกแบบ และหน่วยงานผู้รับจ้างก่อสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของวิศวกรสนาม
  • 1 : ศึกษาแบบก่อสร้าง สัญญางานก่อสร้าง และรายการก่อสร้าง
  • 2 : ศึกษาความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ของงานก่อสร้าง
  • 3 : ควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ สัญญา รายการก่อสร้าง
  • 4 : ควบคุมช่างฝีมือและคนงานให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • ใครเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการกำหนดวันสิ้นสุดของโครงการ
  • 1 : ผู้รับเหมาก่อสร้าง
  • 2 : เจ้าของโครงการ
  • 3 : สถาปนิกหรือวิศวกรผู้ออกแบบ
  • 4 : ผู้บริหารโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 29 :
  • ถ้าพบว่ามีปัญหาการตอกเสาเข็มหนีศูนย์ ใครควรจะเป็นผู้ให้ความเห็นในการแก้ไขปัญหานี้
  • 1 : เจ้าของโครงการ
  • 2 : วิศวกรโครงการ
  • 3 : วิศวกรผู้ออกแบบ
  • 4 : ผู้รับเหมาก่อสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดมิใช่การแบ่งประเภทงานก่อสร้างตามลักษณะของงาน
  • 1 : งานก่อสร้างที่อยู่อาศัย
  • 2 : งานก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงในต้นทุนต่ำ
  • 3 : งานก่อสร้างด้านอุตสาหกรรม
  • 4 : งานก่อสร้างขนาดใหญ่ หรืองานก่อสร้างสาธารณูปโภค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Infrastructure Project)
  • 1 : อาจให้เอกชนที่มีความสามารถระดมทุนเป็นผู้ลงทุน ในลักษณะการแบ่งผลประโยชน์กับภาครัฐ

  • 2 : มีการออกแบบโดยสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญเป็นแกนนำ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจการค้าเป็นหลัก
  • 3 : นิยมจัดจ้างผู้รับเหมารายเล็กๆ เข้ามาทำงานในแต่ละรายการย่อยโดยไม่ต้องมีผู้รับเหมาหลัก
  • 4 : ลงทุนโดยเอกชนโดยเลือกดำเนินโครงการในพื้นที่ที่มีความเจริญแล้วเท่านั้นเพื่อความคุ้มค่าการลงทุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :
  • ข้อใดเป็นการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม
  • 1 : มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
  • 2 : มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด
  • 3 : มีเป้าหมายที่ชัดเจนในด้านงบประมาณ กำหนดเวลา และคุณภาพ
  • 4 : มีแผนการทำงานที่สลับซับซ้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • การกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการก่อสร้าง ควรตอบสนองความต้องการของบุคคลกลุ่มใดเป็นหลัก
  • 1 : วิศวกรและสถาปนิกผู้ออกแบบ
  • 2 : ผู้บริหารโครงการก่อสร้าง
  • 3 : เจ้าของโครงการ
  • 4 : เจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ข้อใดมิใช่หลักการที่ดีในการเลือกบุคลากรเพื่อจัดองค์การโครงการก่อสร้าง
  • 1 : ต้องรวมรวมผู้มีความสามารถที่เหมาะสมมารวมกันทำงานเพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
  • 2 : บุคลากรที่ใช้ในองค์การไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีความชำนาญในสาขานั้นๆ เพราะสามารถฝึกหัดอบรมเมื่อเริ่มทำงานได้
  • 3 : ทีมบริหารโครงการอาจมาจากบุคลากร หรือผู้เชี่ยวชาญภายนอก หรือจากสายงานในองค์กรหลัก
  • 4 : ทีมบริหารโครงการอาจทำงานในลักษณะเต็มเวลาหรือไม่เต็มเวลาก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  • การจัดองค์การบริหารงานก่อสร้างต้องจัดให้หน่วยงานต่างๆ สนองตอบต่อจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยงานก่อสร้างจำแนกเป็นสายงานได้ 2 สายงาน คือ สายงานหลัก (Line Agency) และสายงานช่วย (Staff Agency) บุคลากรกลุ่มใดที่มิได้อยู่ในสายงานหลัก
  • 1 : วิศวกรโครงการ
  • 2 : วิศวกรคำนวณโครงสร้าง
  • 3 : หัวหน้าช่าง
  • 4 : คนงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการจัดองค์การก่อสร้างที่เหมาะสม
  • 1 : ช่วยให้ผู้จัดการก่อสร้างสามารถวางรูปงานให้สัมพันธ์และต่อเนื่องกัน
  • 2 : ช่วยให้การรวบรวมทรัพยากรต่างๆ ที่ต้องใช้เป็นไปอย่างมีระเบียบมีเหตุผล
  • 3 : ช่วยให้การดำเนินโครงการมีความประหยัด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • 4 : ช่วยให้สามารถหาทรัพยากรในการทำงานได้จำนวนที่มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • การจัดองค์กรก่อสร้างสามารถทำได้หลายรูปแบบขึ้นกับความเหมาะสม ซึ่งการจัดองค์การแต่ละรูปแบบก็จะมีลักษณะต่างกัน ข้อใดกล่าวถึงรูปแบบการจัดองค์กรไม่ถูกต้อง
  • 1 : การจัดองค์กรตามหน้าที่การงาน (Functional Organization) จะแบ่งงานโครงการเป็นส่วนๆ หรือกลุ่มงานแล้วมอบหมายให้บุคลากรในแผนกต่างๆ ในผังบริหารโครงการแม่รับผิดชอบไป โดยการประสานงานจะทำโดยผู้จัดการแผนกหรือผู้จัดการระดับสูงขึ้นไป
  • 2 : การจัดองค์กรแบบโครงการ (Project Organization) จะเน้นความสำเร็จของโครงการเป็นหลัก ในการบริหารงานผู้จัดการแผนกขององค์การแม่จะมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจทุกอย่างในโครงการโดยมีผู้จัดการโครงการเป็นผู้รับคำสั่งและคอยสนับสนุนการทำงานเท่านั้น
  • 3 : การจัดองค์กรแบบประสาน (Matrix Organization) เป็นการจัดองค์กรในลักษณะการผสมผสานอำนาจ และหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่าง การจัดองค์การตามหน้าที่การงาน และ การจัดองค์การแบบโครงการ
  • 4 : การจัดองค์กรแบบประสาน (Matrix Organization) เป็นการรูปแบบการจัดองค์กรสำหรับบริษัทก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 :
  • “ในโครงการก่อสร้างงานโยธาทั่วไปที่มีปริมาณงานสูงและจำนวนรายการน้อย เนื้องานสุดท้ายได้จากกระบวนการก่อสร้างหลายขั้นตอน มูลค่าสุดท้ายที่แท้จริงซึ่งผู้รับเหมาจะได้รับจากเจ้าของงานคำนวณจากปริมาณงานสุดท้ายที่ได้รับการวัดโดยมาตรฐานทางวิศวกรรมกับราคาต่อหน่วยที่ตกลงไว้ งานในลักษณะดังกล่าวมีอาทิเช่น งานถนน งานถมดิน เป็นต้น”
  • 1 : สัญญาแบบ Cost-Plus-Fee
  • 2 : สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (Unit Rate)
  • 3 : สัญญาแบบจ้างเหมา (Lump-Sum Contract)
  • 4 : สัญญาแบบประกันราคาก่อสร้างสูงสุด (Maximum Price Guarantee)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • รูปแบบสัญญาก่อสร้างแบบจ้างเหมา (Lump-Sum) เหมาะกับรูปแบบและเงื่อนไขใดต่อไปนี้มากที่สุด
  • 1 : โครงการไม่มีการบริหารที่ดีเพียงพอในการทำเอกสาร หรือขอบเขตของงานก่อสร้างที่จะกระตุ้นให้ผู้รับเหมารับความเสี่ยง
  • 2 : โครงการต้องการเร่งงานก่อสร้าง โดยในช่วงที่มีการทำสัญญายังไม่มีแบบก่อสร้างที่สมบูรณ์ มีเพียงข้อกำหนดและความต้องการในแต่ละช่วงเวลาของโครงการ
  • 3 : โครงการที่มีการก่อสร้างตามรูปแบบในแบบก่อสร้างตามเอกสารสัญญาอย่างเคร่งครัด ไม่มีการแก้ไขแบบก่อสร้างตามความต้องการของเจ้าของโครงการในการใช้งาน วัสดุ และรายละเอียดแบบก่อสร้าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • เอกสารในข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา
  • 1 : แบบก่อสร้าง (Drawings)
  • 2 : ข้อกำหนดมาตรฐาน (Standard Specifications)
  • 3 : เอกสารเพิ่มเติม (Addenda)
  • 4 : เอกสารสั่งงาน (Job Assignment Sheet)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มิใช่หลักการเขียนรายการก่อสร้างที่ถูกต้อง
  • 1 : ไม่ควรใช้ถ้อยคำที่เน้นหนักไปทางวิชาการ หรือบรรจุถ้อยคำที่เป็นศัพท์ทางกฎหมายมากนัก แต่จำเป็นต้องเขียนให้ได้เนื้อความจะแจ้งและรวบรัดที่สุด
  • 2 : ควรใช้คำที่มีความหมายกว้าง ไม่ผูกมัดจนเกินไปนัก เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการตีความ
  • 3 : ประโยคของรายการก่อสร้างต้องสรุปให้ได้ความที่กระชับมากที่สุด แต่ต้องไม่ให้เสียความหมายแต่อย่างใด
  • 4 : การใช้คำในรายการก่อสร้างต้องกำหนดให้แน่ชัด ต้องหลีกเลี่ยงคำประเภท “คุณภาพดีที่สุด” หรือ “เป็นการสั่งงานโดยสถาปนิก” เพื่อไม่เป็นช่องว่างที่เปิดโอกาสให้เจ้าของเอาเปรียบผู้รับเหมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 42 :
  • คำกล่าวในข้อใดถูกต้อง สำหรับสัญญาก่อสร้างแบบเหมารวม (lump-sum contract)
  • 1 : ราคาของโครงการ (project price) ตายตัวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • 2 : เป็นสัญญาประเภทที่เจ้าของโครงการต้องแบกรับความเสี่ยงในการก่อสร้างน้อยกว่าผู้รับเหมา เพราะรู้งบประมาณที่แน่นอน
  • 3 : เหมาะกับโครงการที่แบบก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์
  • 4 : เจ้าของโครงการจะชำระค่าก่อสร้างแก่ผู้รับเหมาเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • คำกล่าวในข้อใด ไม่ถูกต้อง สำหรับสัญญาก่อสร้างแบบราคาต่อหน่วย (unit-price contract)
  • 1 : เป็นสัญญาก่อสร้างที่ไม่ทราบมูลค่าสัญญาที่แน่นอนก่อนการก่อสร้าง
  • 2 : ราคาต่อหน่วยในสัญญาจะทำการตกลงระหว่างการก่อสร้างตามปริมาณงานที่วัดได้แท้จริง
  • 3 : เป็นสัญญาที่เหมาะกับงานก่อสร้างที่ไม่ทราบปริมาณงานที่แน่นอนก่อนการก่อสร้าง
  • 4 : ผู้รับเหมาอาจใช้เทคนิค unbalanced bidding ในการเสนอราคาเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้แก่ตนเอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของสัญญาแบบ cost-plus contract
  • 1 : เป็นประเภทของสัญญาก่อสร้างที่ใช้โดยทั่วไปในงานราชการของไทย
  • 2 : เจ้าของโครงการอาจควบคุมราคาของโครงการโดยใช้เทคนิค guarantee maximum price (GMP)
  • 3 : ค่าตอบแทน (fee) สำหรับผู้รับเหมาอาจคำนวณได้หลายวิธี ขึ้นกับข้อตกลงระหว่างเจ้าของโครงการและผู้รับเหมา
  • 4 : เป็นสัญญาก่อสร้างที่เจ้าของโครงการต้องแบกรับความเสี่ยงในการก่อสร้างสูงกว่าผู้รับเหมา เพราะไม่ทราบราคาที่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • สัญญาก่อสร้างประเภทใดมีลักษณะใกล้เคียงกับสัญญาแบบ turnkey มากที่สุด
  • 1 : Fast Track
  • 2 : Phased Construction
  • 3 : Design Build
  • 4 : Cost Plus
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • โดยทั่วไป สัญญาก่อสร้างระหว่างเจ้าของโครงการและผู้รับเหมาจัดเป็นสัญญาประเภทใด
  • 1 : สัญญาจ้างแรงงาน
  • 2 : สัญญาจ้างทำของ
  • 3 : สัญญาซื้อขาย
  • 4 : สัญญาแลกเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์จากการการดำเนินโครงการก่อสร้างในรูปแบบกิจการร่วมค้า (joint venture) สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง
  • 1 : การกระจายความเสี่ยงของการดำเนินโครงการระหว่างบริษัทในกิจการร่วมค้า
  • 2 : การแบ่งงานที่มีความชัดเจนมากกว่ารูปแบบธุรกิจแบบผู้รับเหมารายเดียว
  • 3 : การถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างผู้เข้าร่วมในกิจการร่วมค้า
  • 4 : การบุกเบิกตลาดในต่างประเทศของบรรษัทข้ามชาติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 48 :
  • จงเรียงลำดับขั้นตอนในการจัดตั้งองค์กรธุรกิจก่อสร้างในส่วนของงานบุคลากรตามลำดับ จากเริ่มต้นจนสิ้นสุด

    ก. การจัดหาบุคลากรเพื่อทำงานในองค์กร
    ข. การจัดสรรหน้าที่สำหรับแต่ละตำแหน่งงาน
    ค. การระบุหน้าที่ทั้งหมดในองค์กร
    ง. การจัดโครงสร้างองค์กรโดยกำหนดสายการบังคับบัญชาสำหรับตำแหน่งต่าง ๆ
  • 1 : ง.-ข.-ค.-ก.
  • 2 : ง.-ค.-ข -ก.
  • 3 : ค.-ง.-ข.-ก.
  • 4 : ค.-ข.-ง.-ก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 49 :
  • คำกล่าวในข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : การเรียกร้องสิทธิของผู้รับเหมาและข้อพิพาทระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้รับเหมาถือเป็นความเสี่ยงในงานก่อสร้าง
  • 2 : การรับความเสี่ยงในงานก่อสร้างของผู้รับเหมามีผลต่อราคาของโครงการ
  • 3 : เจ้าของโครงการไม่ควรแบกรับความเสี่ยงในโครงการก่อสร้าง เพราะความเสี่ยงทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้รับเหมา
  • 4 : ประเภทของสัญญาก่อสร้างมีผลต่อการกระจายความเสี่ยงระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้รับเหมาในงานก่อสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • รูปแบบการบริหารการก่อสร้างแบบ phased construction มีความเหมาะสมในกรณีใดมากที่สุด
  • 1 : โครงการขนาดใหญ่
  • 2 : โครงการก่อสร้างที่มีความเร่งด่วน
  • 3 : โครงการก่อสร้างที่มีระยะเวลาการก่อสร้างยาวนาน
  • 4 : โครงการขนาดเล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 51 :
  • Joint Venture ต่างกับ Consortium อย่างไร
  • 1 : J.V. สามารถรวบรวมบริษัทที่เกี่ยวข้องได้มากกว่า
  • 2 : ความรับผิดชอบในผลงานมีความแตกต่างกัน
  • 3 : J.V. สามารถระดมเงินทุนได้มากกว่า
  • 4 : Consortium มีระบบการทำงานที่ดีกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 52 :
  • ความรับผิดชอบในความ “วินาศ” ที่เกิดขึ้นกับสิ่งก่อสร้างก่อนส่งมอบงาน ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ และเหตุแห่งความวินาศไม่ได้เกิดจากผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้าง เป็นดังนี้ (ข้อใดถูก)
  • 1 : ความวินาศในสัมภาระตกกับผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างไม่ได้รับสินจ้าง
  • 2 : ความวินาศในสัมภาระตกกับผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างได้รับสินจ้าง
  • 3 : ความวินาศในสัมภาระตกกับผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างไม่ได้รับสินจ้าง
  • 4 : ความวินาศในสัมภาระตกกับผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างได้รับสินจ้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของรูปแบบของการดำเนินการก่อสร้างในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด
  • 1 : ห้างหุ้นส่วนฯ และบริษัทฯ มีขีดจำกัดในการรับผิดชอบในหนี้สินขององค์กรคล้ายคลึงกัน
  • 2 : ทั้งสองรูปแบบ ช่วยให้การระดมทุนทำได้ดีขึ้นกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว
  • 3 : ทั้งสองรูปแบบได้ประโยชน์ทางด้านภาษีเงินได้ดีกว่าแบบกิจการเจ้าของคนเดียว
  • 4 : ทั้งสองรูปแบบมีกฏหมายควบคุมที่ดีในเรื่องการดำเนินกิจการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดที่กฎหมายเรื่องความปลอดภัยในงานก่อสร้างยังไม่ครอบคลุม
  • 1 : อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล
  • 2 : ลิฟท์ชั่วคราว
  • 3 : นั่งร้าน
  • 4 : การทำงานคอนกรีต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 55 :
  • ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการมี Retention
  • 1 : เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับเหมาได้กำไรในช่วงต้นของงานมากเกินไป จนอาจทิ้งงานได้
  • 2 : เพื่อให้เจ้าของงานมีอำนาจต่อรองกับผู้รับเหมาเพิ่มขึ้น
  • 3 : เพื่อให้ลดต้นทุนของเจ้าของงาน
  • 4 : เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาที่ดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :
  • ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่กำหนดใน General Conditions ในสัญญาก่อสร้าง
  • 1 : สิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา
  • 2 : ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องของผู้รับจ้าง
  • 3 : กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของโครงการ
  • 4 : หน้าที่ของผู้รับจ้างในกรณีใช้วิธีอนุญาโตตุลาการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 57 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ Substantial Completion
  • 1 : เป็นจุดเริ่มต้นของการโอนภาระในการดูแลงานก่อสร้างจากผู้รับจ้างไปยังผู้ว่าจ้าง
  • 2 : เกิดขึ้นก่อน taking-over โดยผู้ว่าจ้าง
  • 3 : แสดงว่างานยังไม่แล้วเสร็จบริบูรณ์
  • 4 : แสดงว่าผู้ว่าจ้างพร้อมจะใช้งานก่อสร้างนั้นได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • สัญญาแบบ Unit Price มีความเหมาะสมกว่าสัญญาแบบ Lump Sum ในโครงการลักษณะใด
  • 1 : ในโครงการที่เจ้าของต้องการสร้างให้แล้วเสร็จเร็ว ทั้ง ๆ ที่มีปริมาณงานที่ไม่ชัดเจน
  • 2 : ในโครงการที่เจ้าของไม่มีความมั่นใจว่าผู้รับเหมาจะถอดแบบประมาณราคาได้อย่างถูกต้อง
  • 3 : ในโครงการที่ผู้รับเหมาหลักมีผู้รับเหมาย่อยหลายราย และต้องการให้เจ้าของได้ราคาก่อสร้างที่ถูกลง
  • 4 : ในโครงการที่ผู้รับเหมาหลักมีผู้รับเหมาย่อยหลายราย และต้องการให้ระยะเวลาการก่อสร้างลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 :
  • ระบบ Public - Private Partnership หมายถึงข้อใด
  • 1 : ให้เจ้าของจัดซื้อวัสดุเอง
  • 2 : ให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการ
  • 3 : ให้ผู้บริหารโครงการดำเนินการควบคุมโครงการ
  • 4 : ให้เอกชนทำงานก่อสร้างของภาครัฐ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • องค์การแบบ Matrix Organization มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
  • 1 : การผสมกันระหว่าง Weak Matrix และ Balance Matrix
  • 2 : การผสมกันระหว่าง Balance Matrix และ Strong Matrix
  • 3 : การผสมกันระหว่าง Composite Organization และ Project Organization
  • 4 : การผสมกันระหว่าง Functional Organization และ Project Organization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • ข้อใดใกล้เคียงกับวงจรชีวิตโครงการก่อสร้าง (Construction Project Life Cycle)
  • 1 : Plan , Do , Check , Action
  • 2 : Planning , Organizing , Staffing , Controlling
  • 3 : Planning , Executing , Monitoring , Close - out
  • 4 : Planning , Operating , Maintenance , Transferring
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :

  • 1 : เจ้าของโครงการ , ผู้รับเหมา , ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน , ตกลงแบบ Design-Build
  • 2 : เจ้าของโครงการ , ผู้จัดการก่อสร้าง , ผู้ออกแบบ , ที่ปรึกษา, ตกลงแบบ Design-Bid-Build
  • 3 : เจ้าของโครงการ , ผู้จัดการโครงการ , ผู้ควบคุมงาน , Quality Surveyor, ตกลงแบบ Turn-Key
  • 4 : เจ้าของโครงการ , ผู้จัดการก่อสร้าง , ผู้ออกแบบ , ผู้ควบคุมงาน , ตกลงแบบ Design-Bid-Build
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • ข้อใดใกล้เคียงกับวงจรชีวิตของการพัฒนาโครงการก่อสร้าง (Project Development Life Cycle)
  • 1 : Need Analysis , Conceptual , Development , Implementation , Operating & Maintenance
  • 2 : Product Definition , Design Development , Growth , Decline
  • 3 : Need Analysis , Conceptual , Detail Design , Planning
  • 4 : Conceptual , Planning , Implementation , Risk Analysis , Operation & Maintenance
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • ในขั้นตอนใดใช้ทรัพยากรสูงสุดและมีความยุ่งยากสูงสุดของโครงการก่อสร้าง
  • 1 : Conceptual
  • 2 : Planning
  • 3 : Development
  • 4 : Implementation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • ในการบริหารโครงการในแต่ละ Phase ของโครงการ คำกล่าวใดถูกต้อง
  • 1 : การใช้ทรัพยากรจะสูงสุดในช่วง Project Planning เพราะเป็นช่วงที่มีความสำคัญที่สุด ที่จะมีผลกระทบต่อโครงการมากที่สุด
  • 2 : ความสำคัญช่วง Project Feasibility Study มีน้อยที่สุด เพราะโครงการโดยส่วนใหญ่สามารถทำให้คุ้มทุนหรือไม่ก็ได้
  • 3 : ในช่วง Project Close-out มีความจำเป็นมาก เพราะเป็นการทำให้โครงการสมบูรณ์ที่สุดต่อการใช้ Facility ในอนาคต รวมทั้งการบริหารจัดการบุคคลากรของโครงการ
  • 4 : ช่วง Design Development มีความสำคัญต่อการก่อสร้างเพราะจะต้องวิเคราะห์ Need Analysis หลังจาก การทำ Design Development เพื่อให้การก่อสร้างง่ายขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • การ Communication จะเกิดขึ้นมากที่สุดใน Phase ใดของโครงการก่อสร้าง
  • 1 : Conceptual phase
  • 2 : Construction
  • 3 : Hand-over phase
  • 4 : Design phase
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • นาย ก. ต้องการก่อสร้างโรงงาน จึงไปหานาย ข. ให้ช่วยก่อสร้างให้ นาย ข. รับจะดำเนินการก่อสร้างให้โดยเสนอราคารวมทั้งหมดกับการบริหารที่ให้โดย ก. อย่างไรก็ตาม นาย ข. ได้ติดต่อให้นาย ค. และทีมช่วยออกแบบความสวยงาม และความแข็งแรงรวมทั้งงานระบบต่างๆ นาย ข. นำผลการออกแบบเสนอนาย ก. เพื่อดำเนินการก่อสร้าง นาย ก. ไม่มีความรู้ ไม่มั่นใจ จึงจ้างนาย ง. มาช่วยตรวจจสอบงานทั้งหมด จากกรณีข้างต้น ข้อความใดถูกต้อง
  • 1 : นาย ก. ตกลงกับนาย ข. ให้ช่วยออกแบบและก่อสร้าง และตกลงให้นาย ง. เป็นที่ปรึกษา และจัดหาผู้รับเหมาก่อสร้าง
  • 2 : นาย ก. ตกลงให้นาย ข. และ นาย ง. แบบ Design-Build
  • 3 : นาย ง. ตรวจสอบความไม่ถูกต้องของแบบก่อสร้าง จึงแจ้งให้นาย ก. ทราบเพื่อให้นาย ข. แก้ไขให้ถูกต้อง
  • 4 : นาย ง. สามารถสั่งให้ นาย ค. และทีมได้ เพื่อแก้ไขออกแบบให้ตรงตามความต้องการ ของนาย ก. โดยเสมือนเป็นตัวแทนของนาย ข.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :
  • นาย ก. ต้องการก่อสร้างโรงงาน จึงไปหานาย ข. ให้ช่วยก่อสร้างให้ นาย ข. รับ จะดำเนินการก่อสร้างให้โดยเสนอราคารวมทั้งหมดกับการบริหารที่ให้โดย ก. อย่างไรก็ตาม นาย ข. ได้ติดต่อให้นาย ค. และทีมช่วยออกแบบความสวยงาม และความแข็งแรงรวมทั้งงานระบบต่างๆ นาย ข. นำผลการออกแบบเสนอนาย ก. เพื่อดำเนินการก่อสร้าง นาย ก. ไม่มีความรู้ ไม่มั่นใจ จึงจ้างนาย ง. มาช่วยตรวจจสอบงานทั้งหมด จากกรณีศึกษาดังกล่าว ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : หากการออกแบบมีข้อผิดพลาด จะเป็นความบกพร่องของนาย ค. ต่อนาย ก. สำหรับ นาย ข. ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ใช่ผู้ออกแบบ
  • 2 : นาย ง. ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของตามที่นาย ก. มอบหมายหน้าที่ไว้
  • 3 : นาย ง. จะต้องทำหน้าที่โดยซื่อตรงต่อนาย ก. ส่วนนาย ค. จะต้องทำหน้าที่ตามที่ตกลงกับ นาย ข.
  • 4 : นาย ก. จ้างให้นาย ข. ทำงานแบบ Design-Build โดยการเสนอราคาแบบ Lump-Sum Contract
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • โดยทั่วไป ข้อใดไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของผู้ออกแบบในโครงการก่อสร้างประเภทออกแบบ ประกวดราคา และก่อสร้าง (design-bid-build)

  • 1 : พัฒนาแบบก่อสร้าง (drawing) และข้อกำหนดเชิงเทคนิค (technical specifications) ของสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการก่อสร้าง
  • 2 : ให้ความเห็นและวินิจฉัยในกรณีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างเห็นว่าแบบก่อสร้างไม่ชัดเจน
  • 3 : ควบคุมงานก่อสร้างในฐานะตัวแทนของเจ้าของโครงการ
  • 4 : แจ้งต่อเจ้าของโครงการ ในกรณีที่ผู้รับจ้างก่อสร้างไม่ดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบก่อสร้างและข้อกำหนด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัญหาอุปสรรคสำคัญที่มักพบในโครงการก่อสร้างประเภทออกแบบ ประกวดราคา และก่อสร้าง (design-bid-build)

  • 1 : ผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ทำให้ขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน
  • 2 : การดำเนินโครงการมักจะมีปัญหาเรื่องการประสานงานระหว่างผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้าง
  • 3 : ในโครงการก่อสร้างที่มีความสลับซับซ้อน ผู้รับจ้างก่อสร้างอาจไม่สามารถเข้าใจแบบก่อสร้างได้อย่างถูกต้อง
  • 4 : การพัฒนาโครงการใช้เวลายาวนานเพราะการออกแบบและการก่อสร้างไม่สามารถทำควบคู่กันไปได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 71 :
  • โครงการก่อสร้างประเภทใดเหมาะที่จะพัฒนาโดยวิธีออกแบบและก่อสร้าง (design and build) มากที่สุด

  • 1 : โครงการก่อสร้างบ้านจัดสรร
  • 2 : โครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันที่มีความสลับซับซ้อน
  • 3 : โครงการก่อสร้างอาคารสูง
  • 4 : โครงการก่อสร้างถนน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :
  • สำหรับผู้ว่าจ้าง ข้อใดเป็นความเสี่ยงที่สำคัญในโครงการก่อสร้างประเภทออกแบบและก่อสร้าง (design and build)

  • 1 : การพัฒนาโครงการใช้เวลายาวนานเพราะการออกแบบและการก่อสร้างไม่สามารถทำควบคู่กันไปได้
  • 2 : ในโครงการก่อสร้างที่มีความสลับซับซ้อน ผู้รับจ้างก่อสร้างอาจไม่สามารถเข้าใจแบบก่อสร้างได้อย่างถูกต้อง
  • 3 : การประสานงานระหว่างผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้าง
  • 4 : ผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้างเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ทำให้ขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งกันและกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโครงการก่อสร้างประเภทออกแบบ ประกวดราคา และก่อสร้าง (design-bid-build)

  • 1 : งานออกแบบและงานก่อสร้างถูกรับผิดชอบโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
  • 2 : มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้าง
  • 3 : โครงการก่อสร้างสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว
  • 4 : การประสานงานระหว่างผู้ออกแบบและผู้รับจ้างก่อสร้างมักมีอุปสรรค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดแสดงประเภทต่าง ๆ  ของสัญญาจ้างก่อสร้างซึ่งแบ่งตามวิธีการจ่ายเงิน (method of payment) แก่ผู้รับจ้าง
  • 1 : สัญญาแบบผู้รับจ้างหลักเจ้าเดียว (single contract) และสัญญาแบบผู้รับจ้างหลักหลายเจ้า (multiple contract)
  • 2 : สัญญาจ้างหลัก (prime contract) และสัญญาจ้างช่วง (subcontract)
  • 3 : สัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum) สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (unit-price) และสัญญาแบบต้นทุนบวกค่าดำเนินการ (cost-plus-fee)
  • 4 : สัญญาแบบประกวดราคา (competitively bid contract) และสัญญาแบบเจรจาต่อรอง (negotiated contract)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 75 :
  • ข้อใดแสดงประเภทต่าง ๆ  ของสัญญาจ้างก่อสร้างซึ่งแบ่งตามบุคคลที่เป็นคู่สัญญา

  • 1 : สัญญาแบบผู้รับจ้างหลักเจ้าเดียว (single contract) และสัญญาแบบผู้รับจ้างหลักหลายเจ้า (multiple contract)

  • 2 : สัญญาจ้างหลัก (prime contract) และสัญญาจ้างช่วง (subcontract)

  • 3 : สัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum) สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (unit-price) และสัญญาแบบต้นทุนบวกค่าดำเนินการ (cost-plus-fee)

  • 4 : สัญญาแบบประกวดราคา (competitively bid contract) และสัญญาแบบเจรจาต่อรอง (negotiated contract)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดแสดงประเภทต่าง ๆ  ของสัญญาจ้างก่อสร้างซึ่งแบ่งโดยจำนวนของผู้รับจ้างที่ผู้ว่าจ้างทำสัญญาด้วย

  • 1 : สัญญาแบบผู้รับจ้างหลักเจ้าเดียว (single contract) และสัญญาแบบผู้รับจ้างหลักหลายเจ้า (multiple contract)

  • 2 : สัญญาจ้างหลัก (prime contract) และสัญญาจ้างช่วง (subcontract)

  • 3 : สัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum) สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (unit-price) และสัญญาแบบต้นทุนบวกค่าดำเนินการ (cost-plus-fee)

  • 4 : สัญญาแบบประกวดราคา (competitively bid contract) และสัญญาแบบเจรจาต่อรอง (negotiated contract)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • ข้อใดแสดงประเภทต่าง ๆ  ของสัญญาจ้างก่อสร้างซึ่งแบ่งโดยวิธีจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง

  • 1 : สัญญาแบบผู้รับจ้างหลักเจ้าเดียว (single contract) และสัญญาแบบผู้รับจ้างหลักหลายเจ้า (multiple contract)

  • 2 : สัญญาจ้างหลัก (prime contract) และสัญญาจ้างช่วง (subcontract)

  • 3 : สัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum) สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (unit-price) และสัญญาแบบต้นทุนบวกค่าดำเนินการ (cost-plus-fee)

  • 4 : สัญญาแบบประกวดราคา (competitively bid contract) และสัญญาแบบเจรจาต่อรอง (negotiated contract)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 78 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องสำหรับสัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum)

  • 1 : เหมาะสำหรับโครงการที่แบบก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • 2 : เจ้าของโครงการสามารถกำหนดงบประมาณก่อสร้างได้ค่อนข้างแน่นอน

  • 3 : ผู้รับจ้างก่อสร้างแบกรับความเสี่ยงในด้านราคาของโครงการ

  • 4 : สามารถปรับเปลี่ยนมูลค่าของโครงการตามปริมาณงานแท้จริงที่ผู้รับจ้างต้องทำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • งานก่อสร้างใดต่อไปนี้ไม่เหมาะที่จะใช้สัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum)

  • 1 : งานก่อสร้างอาคารสูงที่แบบก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • 2 : งานก่อสร้างอุโมงค์ในชั้นดินชนิดเดียว

  • 3 : โครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน

  • 4 : งานขุดและถมดินที่สภาพใต้ดินที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับสัญญาแบบราคาต่อหน่วย (unit-price)

  • 1 : ผู้ว่าจ้างจะยังไม่ทราบมูลค่าโครงการที่แท้จริงเมื่อว่าจ้างผู้รับจ้าง

  • 2 : เหมาะสำหรับโครงการซึ่งแบบก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

  • 3 : ปริมาณงานซึ่งใช้ในการเสนอราคาแต่ละรายการจะถูกกำหนดโดยผู้รับจ้างเอง

  • 4 : เหมาะสำหรับงานก่อสร้างที่ปริมาณงานยังไม่ทราบแน่ชัดเมื่อคัดเลือกผู้รับจ้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 81 :
  • สำหรับสัญญาราคาต่อหน่วย (unit-price) ในโครงการก่อสร้างภาครัฐ  ราคาต่อหน่วยสามารถปรับเปลี่ยนได้ในกรณีใด

  • 1 : สภาพการทำงานจริงยากหรือง่ายกว่าที่คาดการณ์ไว้

  • 2 : ผู้รับจ้างก่อสร้างทำงานเสร็จเร็วกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา

  • 3 : ปริมาณงานจริงที่ผู้รับจ้างต้องทำมากหรือน้อยกว่าปริมาณงานที่กำหนดไว้ในสัญญามาก ๆ

  • 4 : งบประมาณของหน่วยงานรัฐดังกล่าวไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • สัญญาก่อสร้างประเภทใดเป็นสัญญาที่ผู้ว่าจ้างจะต้องชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นจริงในโครงการ รวมถึงค่าดำเนินการของผู้รับจ้างก่อสร้าง

  • 1 : สัญญาแบบราคาต่อหน่วย (unit-price)

  • 2 : สัญญาแบบต้นทุนบวกค่าดำเนินการ (cost-plus-fee)

  • 3 : สัญญาแบบราคาเหมารวม (lump-sum)

  • 4 : สัญญาแบบจ้างเหมาเบ็ดเสร็จ (turnkey)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • ข้อใดเรียงลำดับสัญญาก่อสร้างที่มีการจัดสรรความเสี่ยง (risk allocation) แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด
    1
  • 1 : สัญญาราคาเหมารวม สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ

  • 2 : สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาราคาเหมารวม สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ

  • 3 : สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาราคาเหมารวม

  • 4 : สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ สัญญาราคาเหมารวม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 :
  • ข้อใดเรียงลำดับสัญญาก่อสร้างที่มีการจัดสรรความเสี่ยง (risk allocation) แก่เจ้าของโครงการจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด

  • 1 : สัญญาราคาเหมารวม สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ

  • 2 : สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาราคาเหมารวม สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ

  • 3 : สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาราคาเหมารวม

  • 4 : สัญญาราคาต่อหน่วย สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ สัญญาราคาเหมารวม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • สัญญาจ้างก่อสร้างประเภทใดสามารถจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างโดยวิธีเจรจาต่อรองได้

  • 1 : สัญญาราคาเหมารวม

  • 2 : สัญญาราคาต่อหน่วย

  • 3 : สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • สัญญาจ้างก่อสร้างประเภทใด ไม่สามารถจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างโดยวิธีประกวดราคาแข่งขันได้

  • 1 : สัญญาราคาเหมารวม

  • 2 : สัญญาราคาต่อหน่วย

  • 3 : สัญญาต้นทุนบวกค่าดำเนินการ

  • 4 : สัญญาจ้างเหมาเบ็ดเสร็จ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • โดยทั่วไป ความเสี่ยงใดมีความสำคัญมากที่สุดในการพิจารณาเลือกประเภทของสัญญาจ้างก่อสร้างในโครงการก่อสร้างภาครัฐ

  • 1 : ความเสี่ยงในด้านการเงิน

  • 2 : ความเสี่ยงในด้านคุณภาพงาน

  • 3 : ความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยในการทำงาน

  • 4 : ความเสี่ยงในด้านความล่าช้าในการทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 88 :
  • ข้อใดเป็นความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับผู้ว่าจ้างในการเลือกใช้สัญญาประเภทผู้รับจ้างหลักหลายเจ้า (multiple contract)

  • 1 : คุณภาพงาน

  • 2 : การประสานงานระหว่างผู้รับจ้างหลัก

  • 3 : ต้นทุนโครงการ

  • 4 : ระยะเวลาของโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • ข้อความใดถูกต้องเกี่ยวกับการจัดองค์กรในงานก่อสร้าง

  • 1 : ควรมุ่งเน้นการจัดองค์กรในแนวดิ่ง เพราะ จะได้มีการตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมในเรื่องต่าง ๆ  อย่างละเอียดถี่ถ้วน

  • 2 : การจัดองค์กรแบบ matrix เหมาะสมสำหรับองค์กรก่อสร้างทุกขนาด

  • 3 : การมุ่งเน้นการบริหารงานในระดับโครงการจะทำให้การบริหารในระดับองค์กรประสบความสำเร็จในที่สุด

  • 4 : การจัดสรรความรับผิดชอบ (responsibility) ในแต่ละงาน จะต้องไปพร้อมกับอำนาจในการดำเนินงาน (authority) ด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 582 : Critical path method (CPM)
ข้อที่ 90 :
  • การจัดทำแผนงานที่ใช้เวลาของกิจกรรมที่กำหนดเอาไว้และการทำกิจกรรมก่อนหลัง เป็นหลักในการจัดวางแผนการทำงาน คือเทคนิคการวางแผนงานใด
  • 1 : Critical Path Method

  • 2 : PERT – Program Evaluation and Review Techniques

  • 3 : Line of Balance

  • 4 : Resource Allocation

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 :
  • การจัดทำแผนงานที่ใช้เวลาของกิจกรรมที่กำหนดเอาไว้แบบไม่แน่นอนและการทำกิจกรรมก่อนหลัง เป็นหลักในการจัดวางแผนการทำงาน คือเทคนิคการวางแผนงานใด
  • 1 : Critical Path Method

  • 2 : PERT – Program Evaluation and Review Techniques

  • 3 : Line of Balance

  • 4 : Resource Allocation

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  • การจัดทำแผนงานที่ใช้ทรัพยากรของแต่ละชนิด เป็นหลักในการกำหนดการทำงานต่อเนื่องของแต่ละกิจกรรมการทำงาน คือการวางแผนโดยใช้เทคนิคใด
  • 1 : Critical Path Method

  • 2 : PERT – Program Evaluation and Review Techniques

  • 3 : Line of Balance

  • 4 : Resource Allocation

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 93 :
  • จากแผนงานข้างต้น หากเริ่มงาน 15 มีนาคม 2556 โดยทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ หยุดเสาร์และอาทิตย์ ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : โครงการสิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2556 กิจกรรม F เริ่มวันที่ 22 มีนาคม 2556

  • 2 : โครงการใช้เวลาทั้งสิ้น 24 วัน โครงการสิ้นสุดวันที่ 4 เมษายน 2556

  • 3 : โครงการใช้เวลาทั้งสิ้น 16 วัน โครงการสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2556

  • 4 : โครงการสิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2556 กิจกรรม F เริ่มวันที่ 25 มีนาคม 2556

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • จากแผนงานข้างต้น หากเริ่มงาน 15 มีนาคม 2556 โดยทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ หยุดเสาร์และอาทิตย์ ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : โครงการวิกฤตมีทุกวันตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2556 ถึง 4 เมษายน 2556

  • 2 : ถ้าจะให้ระยะเวลาของโครงการน้อยลง คือ เสร็จสิ้นเร็วขึ้น จะต้องทำงานเสารอาทิตย์ด้วย จะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น  6 วัน

  • 3 : กิจกรรม E จะเสร็จในวันที่ 22 มีนาคม 2556  และเริ่มกิจกรรม F ในวันที่ 23 มีนาคม 2556

  • 4 : กิจกรรม E จะเสร็จในวันที่ 20 มีนาคม 2556  และกิจกรรม F จะเริ่มในวันที่ 21 มีนาคม 2556

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • จากแผนงานข้างต้น หากเริ่มงาน 15 มีนาคม 2556 โดยทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ หยุดเสาร์และอาทิตย์ ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : กิจกรรม E จะเสร็จในวันที่ 20 มีนาคม 2556  และกิจกรรม F ที่เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจะเริ่มในวันที่ 21 มีนาคม 2556

  • 2 : โครงการมีสายวิกฤตสายเดียวคือ A, B, H, I

  • 3 : กิจกรรม G มีระยะเวลา Free Float ในวันที่ 28 มีนาคม 2556 ถึง 4 เมษายน 2556

  • 4 : กิจกรรม D มีระยะเวลา Free Float ในวันที่ 21 และ 22 มีนาคม 2556

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • จากแผนงานข้างต้น หากเริ่มงาน 15 มีนาคม 2556 โดยทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ หยุดเสาร์และอาทิตย์ ข้อใดกล่าวถึงการทำงานจากแผนงานนี้
  • 1 : ในวันที่ 16 มีนาคม 2556  จะมีการทำงาน B, C และ D

  • 2 : ในวันที่ 21 มีนาคม 2556  จะมีการทำงาน B, C และ D

  • 3 : ในวันที่ 22 มีนาคม 2556  จะมีการทำงาน E, B และ G

  • 4 : ในวันที่ 3 เมษายน 2556  อาจจะมีการทำงานของ H, G, E,  B ถ้าโครงการไม่ล่าช้า

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : การวางแผนงานควรใช้ทั้ง CPM (Critical Path Method) ร่วมกันกับ Bar Chart เพื่อทำให้การสื่อสารง่ายขึ้น และมีการคำนวณผลกระทบของกิจกรรม

  • 2 : การวางแผนโครงการขนาดใหญ่ Bar Chart มีความไม่เหมาะสม ควรใช้ PERT เพราะทำได้ง่ายกว่า มีความแม่นยำกว่า

  • 3 : การวางแผนโครงการขนาดเล็กควรใช้ Bar Chart ร่วมกับ Line of Balance เพราะ Line of Balance จะเหมาะกับการทำงานที่ซ้ำซ้อน กิจกรรมทำงานพร้อมกัน

  • 4 : โครงการทางด่วนหรือการทำงานเป็นแนวราบควรใช้ CPM (Critical Path Method) ไม่ควรใช้ Bar Chart เพราะไม่เหมาะสมและไม่ควรใช้ Line of Balance เพราะงานมักไม่ Balance กัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 :

  • จากแผนภูมิ Bar Chart ข้างต้น หากกิจกรรม C มีความล่าช้าจะมีผลกระทบต่อกิจกรรมอะไรบ้าง

  • 1 : D, E, F และ G
  • 2 : ไม่กระทบกิจกรรมใดเป็นเวลา 1 วัน
  • 3 : ไม่กระทบกิจกรรมใดๆ เลย
  • 4 : ไม่สามารถบอกได้แน่ชัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :


  • จากแผนภูมิ Bar Chart ข้างต้น กิจกรรม A, D และ E มี Total Float กี่วัน
  • 1 : TFA = 1, TFD = 1, TFE = 0
  • 2 : TFA = 11, TFD = 11, TFE = 3
  • 3 : TFA = 4, TFD = 4, TFE = 3
  • 4 : อาจจะเป็นไปได้ทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :


  • จากแผนภูมิ Bar Chart ข้างต้น กิจกรรมใดเป็น Critical Path
  • 1 : B, D, E, F
  • 2 : A, D, E, F
  • 3 : อาจจะไม่ใช่ทั้ง 1&2
  • 4 : ทุกกิจกรรมเป็น Critical Path
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :


  • จากแผนภูมิ Bar Chart ข้างต้น ข้อใดถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : กิจกรรม D ใช้เวลา 3 วัน ทำต่อกิจกรรม B และทำให้เสร็จก่อนกิจกรรม E
  • 2 : โครงการใช้เวลา 13 วัน  ในวันที่ 2 จะเป็นวันที่หน่วยงานก่อสร้างจะมีการทำกิจกรรมมากที่สุด
  • 3 : กิจกรรม G น่าจะเป็น Critical Activity และไม่สามารถเลื่อนได้
  • 4 : กิจกรรม B และ C เริ่มพร้อมกันในวันที่ 2 และล่าช้าไม่ได้ จะมีผลกระทบต่อกิจกรรมต่อมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :


  • สามารถแสดงเป็น Bar chart ได้ดังในรูปใด

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 103 :


  • จากแผนภูมินี้เทียบกับ Procedure Diagram ในข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 584 : Construction safety, Quality systems
ข้อที่ 104 :
  • การทดสอบใดที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมากที่สุด
  • 1 : Core Test, การทดสอบกำลังลูกปูนคอนกรีต, CBR
  • 2 : การทดสอบกำลังลูกปูนคอนกรีต, การทดสอบกำลังการรับแรงดึงของโครงสร้าง
  • 3 : CBR การทดสอบกำลังการรับแรงดึงของเหล็กเสริม, Optimum Moisture Content
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 105 :
  • ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องในการควบคุมคุณภาพของงานก่อสร้าง
  • 1 : การเก็บตัวอย่างลูกปูนใช้ทดสอบเมื่อการเทคอนกรีตคานและพื้นในขณะฝนตกหนัก

  • 2 : การตอกเสาเข็มเพิ่มเติมเมื่อไม่ต้องการ Blow Count ในการตอกเสาเข็มคอนกรีต

  • 3 : ไม่ถูกทั้งข้อ 1&2

  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1&2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง

  • 1 : วิศวกรที่ลงนามเป็นผู้ควบคุมงานประจำงานก่อสร้าง ไม่จำเป็นต้องอยู่ควบคุมงานในขณะการดำเนินงาน หากมี Foreman ที่มีความสามารถอยู่ทดแทนแล้ว

  • 2 : การควบคุมงานก่อสร้างที่ดี ต้องมีระบบการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง ระหว่างการก่อสร้าง และหลังการก่อสร้าง

  • 3 : คุณภาพการก่อสร้างไม่ได้เกิดจากวัสดุที่มีราคาแพง ค่าแรงราคาถูก ความสามารถของผู้รับเหมา แต่เป็นเรื่องของการควบคุมงานที่ดี

  • 4 : การควบคุมงานก่อสร้างที่ดีควรมีการวางแผน การกำหนดเกณฑ์วิธีการตรวจสอบมาตรฐานการวัด จะทำให้ไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพของผู้ตรวจสอบงานมากนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • ข้อใดคือคุณภาพที่ดีของงานก่อสร้าง
  • 1 : คอนกรีตที่เทพื้นชั้น 3 ได้กำลังสูงกว่าที่กำหนดโดยผู้ออกแบบ

  • 2 : กระเบื้องห้องน้ำมีรอยต่อที่สม่ำเสมอ ราบเรียบ และได้ระดับความลาดเอียง

  • 3 : การก่อสร้างตรงตามกำหนดเวลาและอยู่ในราคาที่กำหนด

  • 4 : ถูกทุกข้อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในเรื่องคุณภาพ
  • 1 : ถ้ามีข้อขัดแย้งในเรื่องคุณภาพของการก่อสร้างที่เกิดจากความแตกต่างที่ระบุในแบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ ให้ยึดถือตามที่ระบุไว้ในรายการประกอบแบบ 

  • 2 : ถ้าผู้ควบคุมงานคิดว่าผู้ออกแบบ ออกแบบไว้ค่อนข้างเกินความจำเป็น วิศวกรผู้ควบคุมงานสามารถลดขนาดหรือคุณลักษณะลงได้ตามความเหมาะสม 

  • 3 : การที่บอกว่าคุณภาพคือความพึงพอใจของลูกค้า ดังนั้นหากลูกค้าขอให้ลดการใส่เหล็กเสริมลง 5%  วิศวกรควบคุมงานก็สามารถลดการใส่เหล็กเสริมลง 5%  วิศวกรควบคุมก็สามารถทำได้

  • 4 : มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องในเรื่องการส่งขออนุมัติ Submittle หรือ Shop Drawings
  • 1 : Approved คือการยอมรับในสิ่งที่เสนอโดยไม่มีการแก้ไข  แต่ต้องส่งต้นฉบับมาไว้เป็นหลักฐาน

  • 2 : Approved as noted คือ การยอมรับโดยให้แก้ไขตามที่ระบุแล้วนำมาส่งขออนุมัติใหม่

  • 3 : Resubmit คือการไม่ยอมรับสิ่งที่นำเสนอ ให้นำเสนอใหม่

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • การขออนุมัติวัสดุ Shop Drawings  ต่างๆ ของผู้รับเหมาต่อผู้ควบคุมงาน มีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : ทำให้ผู้รับเหมาได้เตรียมงานตั้งแต่เริ่มต้น จะได้ไม่พบปัญหาในภายหลัง

  • 2 : เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนผู้รับเหมาจะเริ่มดำเนินการทำงาน

  • 3 : เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบงาน เมื่อผู้รับเหมาดำเนินการ

  • 4 : ถูกทุกข้อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 111 :
  • ข้อใดเป็นเรื่องอันตรายในงานก่อสร้าง
  • 1 : เมื่อมีการตอกเสาเข็มในฐานรากที่มี 4 เสาเข็ม และพบว่าเสาเข็ม 1 ต้นหักระหว่างการดำเนินการตอกเสาเข็ม

  • 2 : ขณะดำเนินการปูกระเบื้องพื้นห้องน้ำพบว่านำกระเบื้องผนังที่มีความลื่นมากกว่ามาปูพื้นห้องน้ำ

  • 3 : คนงานก่อสร้างสวมหมวก Hard hat ให้กับลูกวัย 10 ขวบทุกครั้งที่เอาข้าวกลางวันมาให้ที่หน่วยงานก่อสร้าง

  • 4 : การเทคอนกรีตเสาอาคารโรงงานแห่งหนึ่ง มีฝนตกหนักระหว่างการเทคอนกรีต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 112 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : As built drawings เป็นแบบที่ใช้ประกอบลงนามข้อตกลงการทำสัญญาระหว่างเจ้าของงานกับผู้รับเหมาก่อสร้าง

  • 2 : Shop drawings เป็นแบบที่ใช้ก่อสร้างจริง ทำเมื่อโครงการแล้วเสร็จ สามารถนำไปใช้ในการดูแลอาคาร

  • 3 : Construction drawings เป็นแบบที่ได้จากการออกแบบโดยสถาปนิคและวิศวกร ซึ่งสามารถนำมาเป็น  As built drawings  ได้หากไม่มีการปรับแก้เกิน 50%

  • 4 : ในการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาเรื่องคุณภาพและสามารถทำงานได้ตรงตามแผนงาน ผู้รับเหมาควรทำ Shop Drawings ตั้งแต่เริ่มโครงการ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 113 :
  • ข้อใดเกี่ยวข้องกับการจัดการด้านคุณภาพ
  • 1 : ACI

  • 2 : ASTM

  • 3 : ISO

  • 4 : OSHA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 114 :
  • ฝ่ายใดเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง

  • 1 : ผู้ออกแบบ

  • 2 : ผู้รับเหมา

  • 3 : ที่ปรึกษาโครงการ (Consultant)

  • 4 : เจ้าของโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 115 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง 
  • 1 : สำหรับงานผนังก่ออิฐฉาบปูน ไม่ควรตรวจสอบแนวของผนังก่ออิฐก่อนงานฉาบผนัง เพราะจะทำให้เสียเวลา

  • 2 : ควรรีปิดฝ้าบริเวณใต้ห้องน้ำให้เร็วที่สุด โดยสามารถตรวจสอบรอยรั่วของท่อเหนือฝ้าภายหลังได้

  • 3 : ถ้าใช้ช่างปูกระเบื้องที่มีมือดี ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบความลาดเอียงของระดับการปูกระเบื้องห้องน้ำ เพราะอาจทำให้ยากและเสียเวลา

  • 4 : ถูกทุกข้อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • การตรวจสอบคุณภาพใดที่ยากในการกำหนดมาตรฐาน
  • 1 : ความเอียงของผนังคอนกรีต

  • 2 : แรงดึงของเหล็กเสริมคอนกรีต

  • 3 : การรับน้ำหนักประลัยของคอนกรีต

  • 4 : ความสวยงามของรอยต่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • วิธีการใดเป็นการควบคุมคุณภาพของงานก่อสร้างในทางปฏิบัติที่ทำได้ยาก
  • 1 : การกำหนดคุณสมบัติวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง

  • 2 : การกำหนดคุณภาพของฝีมือช่าง

  • 3 : การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง

  • 4 : การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุจากหน่อยทดสอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • ผลการทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตพื้นที่งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง มีค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่ใช้ออกแบบและผลการทดสอบดังนี้

    ค่ากำลังอัดคอนกรีตที่ใช้ออกแบบ 28 วัน ผลกำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่ 28 วัน
      S1 S2 S3
    300 ksc 280 300 320
     
    หากท่านเป็นวิศวกร ข้อใดต่อไปนี้ควรปฏิบัติ
  • 1 : ให้ผ่านโดยหาค่าเฉลี่ยของผลการทดสอบ

  • 2 : ทำการเจาะพื้นเพื่อทดสอบกำลังอัดของคอนกรีตเพิ่มเติม

  • 3 : ต้องทำการทุบและทำลายเพื่อเทคอนกรีตใหม่

  • 4 : ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ควบคุมงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : เรื่องคุณภาพมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับวิศวกร

  • 2 : การควบคุมคุณภาพจะต้องเริ่มต้นจากการมีทัศนคติที่ดีต่อความสำคัญของคุณภาพ

  • 3 : ระหว่าง เวลา คุณภาพ และต้นทุน  ต้นทุนจะมีความสำคัญเป็นอันดับแรก 

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 120 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : การตรวจสอบคุณภาพงานเป็นหน้าที่ของ Foreman สำหรับวิศวกรนั้น จะต้องบริหารจัดการในภาพรวมระหว่าง Time, Cost และ Quality

  • 2 : การตรวจสอบคุณภาพเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่อาจเกิดจากงานที่ผิดพลาด

  • 3 : ความรับผิดชอบเรื่องคุณภาพเป็นของผู้รับเหมาหลัก  วิศวกรผู้ควบคุมงานเป็นผู้ตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น

  • 4 : มีข้อไม่ถูกต้องมากกว่า 1 ข้อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 121 :
  • การตรวจสอบคุณภาพในงานก่อสร้างมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ใดบ้าง
  • 1 : Foreman, Owner, Main contractor, Draftman

  • 2 : Subcontractor, Engineer, Main contractor

  • 3 : Engineer, Labor, หัวหน้าช่าง

  • 4 : ถูกทุกข้อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • สาเหตุของคุณภาพงานที่ไม่ดี เกิดจาก
  • 1 : ผู้รับเหมาย่อยไม่ตรวจสอบของคนงาน

  • 2 : ผู้รับเหมาหลักไม่ตรวจสอบของผู้รับเหมาย่อย

  • 3 : ผู้ควบคุมงานไม่ตรวจสอบของผู้รับเหมาหลัก

  • 4 : ทุกคนไม่ตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนส่งงานให้ผู้อื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 123 :
  • ความปลอดภัยในการก่อสร้างเกิดจากผู้ใดบ้าง
  • 1 : Owner

  • 2 : Project Manager

  • 3 : Safety Engineer

  • 4 : ทุกคนที่อยู่ในหน่วยงานก่อสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • ผลกระทบต่อ Safet
  • 1 : ทำให้จ่ายเพิ่มขึ้น

  • 2 : ทำให้เสียขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน

  • 3 : ทำให้เสียเวลา

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • การต่อทาบเหล็กคานในทางปฏิบัติสามารถทำได้ดังนี้
    ก. การต่อทาบเหล็กบนที่กลางคาน
    ข. การต่อทาบเหล็กล่างที่กลางคาน
    ค. การต่อเหล็กที่ couple ที่บริเวณใดๆ


  • 1 : ก ค
  • 2 : ข
  • 3 : ก
  • 4 : ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • เมื่อท่านเป็นผู้ควบคุมงาน ข้อใด ไม่ถูกต้อง เมื่อพบว่าคุณภาพของงานไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • 1 : ปรับลดเกณฑ์เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

  • 2 : แก้ไขแต่ไม่จำเป็นต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

  • 3 : แก้ไขงานให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

  • 4 : ไม่จำเป็นต้องแก้ไขงานดังกล่าว แต่จะต้องแก้ไขในครั้งถัดไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการใช้ระบบความปลอดภัยในงานก่อสร้าง
  • 1 : ช่วยวิเคราะห์หาเหตุการณ์เสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตราย

  • 2 : สนับสนุนการเพิ่มความรู้ด้านความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน

  • 3 : สร้างความตระหนักในการทำงานให้เกิดความปลอดภัย

  • 4 : ช่วยทำให้โครงการมีคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 128 :


  • จงหาแรง T ที่รับน้ำหนัก w=1200 kg โดยน้ำหนัก Platform มีค่า 50 kg
  • 1 : 1,767.5 N

  • 2 : 883.75 N

  • 3 : 17,675 N

  • 4 : 8,837.5 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 129 :

  • ลอดยกน้ำหนักวัสดุ 20T จงหาแรงดึง (P) และเชือกต้องสามารถรับน้ำหนักประมาณเท่าไร หากมีค่า Safety Factor เท่ากับ 1.5
  • 1 : P=350N, เชือกรับน้ำหนัก 350N

  • 2 : P=100N, เชือกรับน้ำหนัก 150N

  • 3 : P=200N, เชือกรับน้ำหนัก 200N

  • 4 : P=200N, เชือกรับน้ำหนัก 350N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์เสี่ยง (Risk event) ของงานติดตั้งนั่งร้าน
  • 1 : การทรุดตัวของพื้นดินที่ฐานรองรับนั่งร้าน

  • 2 : การใช้ท่อเหล็กเสริมเพื่อยึดนั่งร้าน

  • 3 : การติดแผงป้องกันฝุ่นรอบอาคาร

  • 4 : การตรวจสอบและขนย้ายนั่งร้าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์เสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
  • 1 : การสวมหมวกนิรภัยขณะทำงานกลางแจ้งในขณะที่ฝนตก

  • 2 : การไม่สวมแว่นตาขณะเชื่อมเหล็ก

  • 3 : การไม่ใส่เครื่องครอบหูเมื่อทำงานตอกเสาเข็ม

  • 4 : การไม่ใส่หน้ากากกันฝุ่นในขณะทาสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์เสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ 
    ก. การสวมหมวกนิรภัยขณะทำงานกลางแจ้งในขณะที่ฝนตก
    ข. การไม่สวมถุงมือขณะเชื่อมโลหะ
    ค. การไม่สวมหน้ากากกันฝุ่นในขณะทาสี
  • 1 : ก ค

  • 2 : ก ข

  • 3 : ข ค

  • 4 : ก ข ค

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • กิจกรรมใดเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ  ที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำงานก่อสร้าง
    ก. การวิเคราะห์เหตุการณ์เสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในกิจกรรมการก่อสร้าง
    ข. การสวมหมวกนิรภัยในขณะทำงานก่อสร้าง
    ค. การลดปริมาณฝุ่นโดยการกวาดและทำความสะอาดหน่วยงาน
  • 1 : ก ค

  • 2 : ข ค

  • 3 : ก ค

  • 4 : ก ข ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย (Safety)

  • 1 : WTO

  • 2 : ISO

  • 3 : ACI

  • 4 : OSHA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 :
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป) ที่ประจำหน่วยงานก่อสร้างเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการหน่วยใด
  • 1 : กระทรวงแรงงานและสวัสดิการมนุษย์

  • 2 : กระทรวงมหาดไทย

  • 3 : กระทรวงสาธารณสุข

  • 4 : กรมโยธาธิการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • ในหน่วยงานก่อสร้าง ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัย ควรเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายใด
  • 1 : เจ้าของโครงการ

  • 2 : ผู้รับเหมา

  • 3 : ผู้ควบคุมงาน (ที่ปรึกษาโครงการ)

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวข้องกับมาตรการด้านความปลอดภัยในหน่วยงานก่อสร้าง
  • 1 : การใส่เข็มขัดนิรภัยเมื่อทำงานในที่สูง

  • 2 : การปิดช่องเปิดที่พื้นด้วยถุงปูนซีเมนต์ที่ใช้แล้ว

  • 3 : การสร้างราวกันตกด้วยท่อเหล็กบริเวณรอบอาคาร

  • 4 : ตรวจสอบลิฟต์โดยสารตามระยะเวลาที่กำหนด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 138 :
  • ข้อใดเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความปลอดภัย
  • 1 : ผู้รับเหมาที่ดีควรลดต้นทุนด้านความปลอดภัยเพื่อให้ได้กำไรตามเป้าหมายที่วางไว้

  • 2 : ผู้ควบคุมงานสามารถยอมให้เกิดอุบัติเหตุในหน่วยงานก่อสร้างได้บ้าง ถ้ามีผู้ควบคุมงานไม่เพียงพอ

  • 3 : การบริหารโครงการที่ดี ควรคำนึงถึงต้นทุน ระยะเวลา และคุณภาพของงานเป็นหลัก ส่วนเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงมา

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  • ข้อใดเป็นข้อปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับความปลอดภัยในกรณีที่มีช่องเปิดที่พื้นในหน่วยงานก่อสร้าง
  • 1 : เขียนป้ายเตือนว่ามีช่องเปิดอยู่

  • 2 : จัดคนงานคอยเฝ้าระวังไม่ให้มีผู้เข้าใกล้ช่องเปิด

  • 3 : ใช้เชือกกันบริเวณของช่องเปิด

  • 4 : ถ้าเป็นช่องเปิดที่มีขนาดเล็ก ควรปิดช่องเปิดด้วยวัสดุที่แข็งแรง เช่น แผ่นเหล็กหนา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 140 :
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสำหรับคนงานก่อสร้างควรมีคุณสมบัติอย่างไร
  • 1 : ราคาถูก

  • 2 : สวมใส่และถอดได้รวดเร็ว

  • 3 : สีสันสวยงาม

  • 4 : ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • เมื่อมีเพื่อนมาเยี่ยมชมหน่วยงานก่อสร้างอาคารสูงที่ท่านเป็นวิศวกรดูแลอยู่ สิ่งใดที่ต้องปฏิบัติ
  • 1 : แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยประจำหน่วยงานให้ทราบและท่านในฐานะวิศวกรพาเดินชมการก่อสร้างอาคารสูง

  • 2 : สวมหมวดนิรภัยก่อนเข้าชมหน่วยงานก่อสร้าง

  • 3 : สวมรองเท้าหุ้มส้น แต่งกายรัดกุม

  • 4 : แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยประจำหน่วยงานให้ดำเนินการต่อไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • การวิเคราะห์อุบัติเหตุในหน่วยงานก่อสร้างเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไข ควรพิจารณา
  • 1 : ความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุ

  • 2 : ความรุนแรงของอุบัติเหตุ

  • 3 : ความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุ×ความรุนแรงของอุบัติเหตุ

  • 4 : พิจารณาทุกประเด็นทั้ง 1,2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : ผู้รับเหมาก่อสร้างมักไม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญและเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

  • 2 : การอบรมพนักงานเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการป้องกันอุบัติเหตุในสถานที่ก่อสร้าง

  • 3 : ผู้รับเหมาควรจะมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและการทำงานที่ปลอดภัย อย่างน้อยที่สุดคือตามกฎหมายที่กำหนด

  • 4 : Safety Management ครอบคลุมหลายด้าน ไม่เพียงแต่เรื่องเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 144 :
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในหน่วยงานก่อสร้างที่น่าจะเกิดบ่อยครั้งมากคือ
  • 1 : ของตกที่สูง ปั้นจั่นล้ม นั่งร้านพังทลาย 

  • 2 : ถังแก๊สระเบิด ของแหลมทิ่มแทง น้ำท่วม 

  • 3 : ไฟฟ้าช๊อต ตะปูตำ อาคารพังทลาย

  • 4 : ของแหลมทิ่มแทง ของตกใส่ อุบัติเหตุจากการใช้เครื่องมือเครื่องจักร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • ข้อใดแสดงถึงความเป็นวิศวกรที่เคารพในสิทธิของผู้อื่น
  • 1 : ไม่ก่อสร้างยามวิกาล ถึงแม้ผู้อาศัยในพื้นที่ข้างเคียงกับสถานที่ก่อสร้างน้อย

  • 2 : ทำตาข่ายกันฝุ่นและอุปกรณ์ป้องกัน

  • 3 : ยอมออกจากพื้นที่เช่าที่เช่าไว้อย่างทันทีเมื่อเจ้าของพื้นที่ขอร้องให้ย้ายออก เนื่องจากเลยสัญญาเช่ามานานแล้ว โดยท่านได้ทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อยในสภาพเดิม

  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • ข้อใดแสดงถึงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานในงานก่อสร้าง
  • 1 : อบรมเรื่องการป้องกันอันตรายให้แก่แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เข้ามาทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง

  • 2 : จัดทำป้ายประกาศทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างด้าว ให้แก่คนงานทุกประเภทได้รับทราบ

  • 3 : จ่ายเงินล่วงหน้าให้แก่คนงานก่อสร้างเพื่อไปซื้อ Hard hat, Safety shoes เป็นเงินก้อนเมื่อเริ่มโครงการ

  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร