สภาวิศวกร

สาขา : โยธา

วิชา : Water Supply and Sanitary Engineering

เนื้อหาวิชา : 562 : Sources of water supply, drinking water standards, quality requirement, groundwater collection
ข้อที่ 1 :
  • ข้อมูลใดไม่ใช้ในการคำนวณหาปริมาณน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา
  • 1 : จำนวนประชากรที่รับบริการน้ำประปา
  • 2 : อัตราการใช้น้ำของประชากร
  • 3 : ขอบเขตและประเภทของพื้นที่รับบริการประปา
  • 4 : อายุเฉลี่ยของประชากรที่รับบริการน้ำประปา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะสมบัติทางกายภาพของน้ำ
  • 1 : ความขุ่น สี กลิ่น
  • 2 : ความขุ่น รส ความกระด้าง
  • 3 : อุณหภูมิ ความเป็นด่าง พีเอช
  • 4 : อุณหภูมิ กลิ่น ความกระด้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • น้ำที่มีความกระด้าง 150 - 300 mg/l as CaCO3 จัดเป็นน้ำประเภทใด
  • 1 : น้ำกระด้าง
  • 2 : น้ำกระด้างมาก
  • 3 : น้ำอ่อน
  • 4 : น้ำค่อนข้างอ่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 4 :
  • ข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มักมีค่าพีเอชต่ำ
  • 2 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มีค่าดีโอสูง
  • 3 : น้ำบาดาลมักมีปริมาณเหล็กและแมงกานีสสูงกว่าน้ำผิวดิน
  • 4 : น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาใหม่ มักใส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • ความเป็นด่างของน้ำธรรมชาติ เกิดจาก
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • อัตราการใช้น้ำส่วนบุคคล ไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยใด
  • 1 : ค่าน้ำประปา
  • 2 : สภาพอากาศ
  • 3 : น้ำใช้เพื่องานสาธารณะประโยชน์
  • 4 : คุณภาพน้ำประปา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดค่ามาตรฐานความขุ่นของน้ำดื่มไว้ที่เท่าใด
  • 1 : 2 units
  • 2 : 3 units
  • 3 : 4 units
  • 4 : 5 units
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • ข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : น้ำกระด้างทำให้สิ้นเปลืองสบู่ในงานซักล้างต่าง ๆ
  • 2 : น้ำกระด้างทำให้เกิดตะกรันในหม้อน้ำ
  • 3 : สาเหตุที่ทำให้เกิดความกระด้างคือ แคลเซียม และ แมกนีเซียม
  • 4 : น้ำประปาไม่ควรมีความกระด้างเกิน 150 มก./ล CaCO3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • คราบสีเหลืองที่เกิดขึ้นในเครื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ เกิดจากอะไร
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : เหล็ก
  • 3 : คลอไรด์
  • 4 : แมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 :
  • ประเทศไทยมาตรฐานน้ำดื่ม เรื่องแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดโรคต่อมนุษย์ได้ กำหนดค่า MPN เท่าไร
  • 1 : น้อยกว่า 10.0 ต่อน้ำ 100 ml
  • 2 : น้อยกว่า 10.0 ต่อน้า 1000 ml
  • 3 : น้อยกว่า 2.2 ต่อน้ำ 100 ml
  • 4 : มากกว่า 2.2 ต่อน้ำ 1000 ml
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • เทคนิคที่ใช้ในการเจาะบ่อบาดาลแบบฉีดน้ำตามแนวดิ่งลงไปในดินเรียกว่าอะไร
  • 1 : Jet Drilling
  • 2 : Percussion
  • 3 : Rotary
  • 4 : Casing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 :
  • ตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค ค่าดัชนีคุณภาพน้ำใดที่ต้องไม่พบในน้ำเลย
  • 1 : Coliform
  • 2 : E. Coli
  • 3 : Mercury
  • 4 : Lead
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาที่สำคัญของไทย
  • 1 : น้ำบาดาล
  • 2 : น้ำกร่อย
  • 3 : น้ำคลอง
  • 4 : แม่น้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 :
  • หากพบว่าในน้ำมีตะกอนสีแดง น่าจะสันนิษฐานได้ว่าในน้ำดังกล่าวมีการปนเปื้อนสิ่งใด
  • 1 : แมงกานีส
  • 2 : คลอไรด์
  • 3 : เหล็ก
  • 4 : สารหนู
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :
  • ข้อใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณการใช้น้ำประปา
  • 1 : ฤดูกาล
  • 2 : ฐานะของประชาชน
  • 3 : คุณภาพของน้ำประปาที่ผลิตได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบของการที่มีความกระด้างในน้ำประปาสูง
  • 1 : น้ำมีรสผิดปกติ
  • 2 : เกิดตะกรันใน boiler
  • 3 : น้ำมีความขุ่น ทำให้ไม่น่าบริโภค
  • 4 : สิ้นเปลืองสบู่ในการซักล้างมากกว่าปกติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 :
  • การเก็บข้อมูลปริมาณน้ำฝนของสถานีวัดปริมาณน้ำฝนที่ขาดหายไปสามารถกระทำได้จาก สถานีวัดปริมาณน้ำฝนใกล้เคียงซึ่งจะให้ค่าที่น่าเชื่อถือได้ ข้อมูลจากสถานีดังกล่าวจะต้องมีค่า แตกต่างจากสถานีที่ขาดหายไปโดยคิดจากปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปีเท่าใด
  • 1 : 10%
  • 2 : 15%
  • 3 : 20%
  • 4 : 25%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • คุณภาพของน้ำดิบเพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปา ประเภทน้ำผิวดินควรจะมีค่า TDS เกินกว่าเท่าใด
  • 1 : 1000 mg/l
  • 2 : 1500 mg/l
  • 3 : 2000 mg/l
  • 4 : 2500 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 19 :
  • คุณภาพของน้ำประปาเพื่อชุมชนไม่ควรมีค่าความขุ่นเกินเท่าใด.
  • 1 : 2 หน่วย
  • 2 : 3 หน่วย
  • 3 : 4 หน่วย
  • 4 : 5 หน่วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • น้ำที่มีค่า pH มากกว่า 11.0 จะมีอนุมูลใดบ้างปรากฏในน้ำ
  • 1 : Hydroxide
  • 2 : Hydroxide และ Carbonate
  • 3 : Carbonate
  • 4 : Bicarbonate ion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • สารประกอบใดที่ปรากฏอยู่ในน้ำแล้วทำให้เกิดความกระด้างถาวร
  • 1 : Calcium bicarbonate
  • 2 : Calcium Sulfate
  • 3 : Sodium Chloride
  • 4 : Sodium carbonate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • มาตรฐานของน้ำดื่มกำหนดให้มีคลอไรด์ได้ไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 150 mg/l
  • 2 : 200 mg/l
  • 3 : 250 mg/l
  • 4 : 300 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • ปัจจัยใดที่มีผลต่อการใช้น้ำในชุมชน
  • 1 : ขนาดของชุมชน
  • 2 : สภาพความเป็นอยู่ของชุมชน
  • 3 : ระบบจ่ายน้ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ลุ่มน้ำแม่กลองมีน้ำบาดาลที่ระดับน้ำลึก 150-600 เมตร จัดอยู่ในชั้นหินประเภทใด
  • 1 : หินร่วน
  • 2 : หินดินดาน
  • 3 : หินทราย
  • 4 : หินปูน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 :
  • ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยของของโรงพยาบาลคิดจากอะไรจึงจะถูกต้องที่สุด
  • 1 : จำนวนคนที่มาใช้บริการทั้งหมดต่อวัน
  • 2 : จำนวนเตียงต่อวัน
  • 3 : จากเครื่องสุขภัณฑ์ของโรงพยาบาลทั้งหมด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 26 :
  • การไหลของน้ำใต้ดินไปสู่ที่มีระดับน้ำใต้ดินที่ต่ำกว่าเรียกว่า
  • 1 : Percolation
  • 2 : Transpiration
  • 3 : Evaporation
  • 4 : Infiltration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  • ในถังกรองช้า ควรมีการออกแบบให้มีชั้นทรายหนาเท่าใด
  • 1 : 50 cm.
  • 2 : 60 cm.
  • 3 : 80 cm.
  • 4 : 90 cm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • ในการกำจัดความขุ่นของน้ำผิวดิน ถ้ามีความขุ่นต่ำมาก ควรใช้สารใดลงไปเพื่อเพิ่มเป้าการตกตะกอน
  • 1 : สารส้ม
  • 2 : ปูนขาว
  • 3 : ดินเบนโทไนท์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • แหล่งน้ำดิบใดที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาที่มักจะพบความกระด้างของน้ำมากกว่า
  • 1 : น้ำผิวดิน
  • 2 : น้ำใต้ดิน
  • 3 : น้ำทะเล
  • 4 : น้ำฝน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของแหล่งน้ำใต้ดินที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา
  • 1 : มีความขุ่นน้อย
  • 2 : มีค่า DO ต่ำมาก
  • 3 : ตัวเชื้อจุลชีพมีมาก
  • 4 : มีความกระด้างมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • ฝนกรดเกิดจากสารประกอบจำพวกใด
  • 1 : ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
  • 2 : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : ก๊าซคาร์บอนมอนนอไซด์
  • 4 : ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :
  • สารฟลูออไรด์(Fluoride) ควรมีอยู่ในน้ำประปาเท่าใดจึงจะเหมาะสม
  • 1 : 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 0.50 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 0.10 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 1.00 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • พันธะของน้ำในสถานะของเหลวคือ
  • 1 : เตตระฮีดรอล
  • 2 : โควาเลนท์
  • 3 : ไฮโดรเจน
  • 4 : วาน เดอ วาวล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ตัวแปรใดที่เกี่ยวข้องในระบบการผลิตน้ำประปา
  • 1 : ความขุ่น, ของแข็งแขวนลอย, สี
  • 2 : ความเค็ม, ซีโอดี, บีโอดี
  • 3 : ความขุ่น, ทีเคเอ็น, ทีโอซี
  • 4 : ซีโอดี, บีโอดี, ของแข็งละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • พื้นที่รับน้ำขนาด 1000 ha โดยมีฝนตกเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 900 mm. มีการระเหยต่อปีเท่ากับ 290 mm. สูญเสียไปกับน้ำบาดาลเท่ากับ 80 mm. ต่อปี คำนวณปริมาตรน้ำที่สามารถกักเก็บได้
  • 1 : 5.3 x 10^9 ลบ.ม.
  • 2 : 5.3 x 10^6 ลบ.ม.
  • 3 : 5.3 x 10^3 ลบ.ม.
  • 4 : 530 ลบ.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • NTU ย่อมาจาก
  • 1 : Nephelometric turbidity unit
  • 2 : Nernst turbidity unit
  • 3 : National turbidity unit
  • 4 : Nelson turbidity unit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 37 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับน้ำบริสุทธิ์
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นมลสารที่จำเป็นต้องกำจัดมากที่สุดสำหรับการผลิตน้ำประปาชุมชน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • ข้อใดเป็นมลสารที่ควรกำจัดออกจากน้ำประปาน้อยที่สุด
  • 1 : โลหะหนัก
  • 2 : แคลเซียม
  • 3 : แมกนีเซียม
  • 4 : คาร์บอเนต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • น้ำดิบจากแหล่งใดมีความสะอาดเหมาะสมที่สุดในการผลิตน้ำประปา
  • 1 : น้ำผิวดิน
  • 2 : น้ำทะเล
  • 3 : น้ำบาดาล
  • 4 : น้ำบ่อตื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 41 :
  • ต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่มีความจำเป็นในการคำนวนหาปริมาณน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ยกเว้นข้อใด
  • 1 : จำนวนประชากรที่รับบริการ
  • 2 : ประเภทของกิจกรรมในพื้นที่ให้บริการ
  • 3 : ช่วงอายุการใช้งานของระบบประปา
  • 4 : ปริมาณน้ำดิบจากแหล่งน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • ปัญหาน้ำดิบใต้ดินเกิดตกผลึกสีแดงหรือสีคล้ำเกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : สารอินทรีย์ละลายน้ำ
  • 2 : ปริมาณค่าของแข็งละลายน้ำสูงเกินไป
  • 3 : pH ต่ำเกินไป
  • 4 : ปฏิกิริยาออกซิเดชันระหว่างเหล็กกับออกซิเจนในอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 :
  • ตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก ข้อใดเรียงลำดับความอันตรายต่อสุขภาพของโลหะหนักชนิดต่างๆจากน้อยไปมากได้อย่างถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 :
  • ประเภทของการใช้น้ำประปาสามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  • 1 : การใช้น้ำภายในครัวเรือน
  • 2 : การใช้น้ำเพื่อการเกษตร
  • 3 : การใช้น้ำเพื่อสาธารณประโยชน์และดับเพลิง
  • 4 : การใช้น้ำเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดมิใช่ความสำคัญของระบบประปาชุมชน
  • 1 : ผลิตน้ำที่มีความสะอาดปลอดภัย
  • 2 : ผลิตน้ำให้มีปริมาณพอเพียงต่อความต้องการ
  • 3 : แจกจ่ายน้ำประปาอย่างทั่วถึง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 46 :
  • ปริมาณน้ำของแหล่งน้ำต่างๆบนโลกแหล่งใดมีปริมาณมากที่สุด
  • 1 : น้ำเค็ม
  • 2 : น้ำในบรรยากาศ
  • 3 : น้ำแข็ง
  • 4 : น้ำจืดผิวดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างคุณภาพน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน
  • 1 : น้ำใต้ดินมีการแปรปรวนตามฤดูกาลมากกว่าน้ำผิวดิน
  • 2 : น้ำใต้ดินมีความสะอาดกว่าน้ำผิวดินเสมอ
  • 3 : คุณภาพน้ำใต้ดินไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • ข้อใดเป็นคุณสมบัติทางกายภาพของน้ำดิบ
  • 1 : ความขุ่น 
  • 2 : BOD
  • 3 : ความเป็นด่าง
  • 4 : COD  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อคุณสมบัติของแหล่งน้ำดิบ
  • 1 : การปนเปื้อนสารเคมีทางการเกษตร
  • 2 : การปล่อยน้ำเสียจากชุมชน
  • 3 : การชะละลายสินแร่ใต้ดิน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • แหล่งน้ำจืดแหล่งใดมีปริมาณน้ำมากที่สุด
  • 1 : แม่น้ำลำธาร
  • 2 : น้ำในบรรยากาศ
  • 3 : ทะเลสาบน้ำจืด
  • 4 : น้ำบาดาล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • กรดแฮโลอาซิติกมีโทษต่อร่างกายอย่างไร
  • 1 : เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร
  • 2 : อาจเป็นสารก่อมะเร็ง
  • 3 : ก่อให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์
  • 4 : ส่งผลต่อระบบประสาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 52 :
  • กรดแฮโลอาซิติกเกิดจากกระบวนการใดในการผลิตน้ำประปา
  • 1 : การกรองตรง
  • 2 : การกวนเร็ว
  • 3 : การตกตะกอน
  • 4 : การฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • สารไตรแฮโลมีเทนเกิดจากกระบวนการใดในการผลิตน้ำประปา
  • 1 : การฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน
  • 2 : การกวนเร็ว
  • 3 : การตกตะกอน
  • 4 : การกรองตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารพลอยได้จากการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน
  • 1 : ไตรแฮโลมีเทน
  • 2 : HCl
  • 3 : กรดแฮโลอาซิติก
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 :
  • ปริมาณฟลูออไรด์ที่มากเกินไปส่งผลอย่างไรต่อร่างกายของผู้บริโภค
  • 1 : ส่งผลต่อไต
  • 2 : ส่งผลต่อสีของฟัน
  • 3 : ส่งผลต่อระบบประสาท
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • 5 : ...
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :
  • แหล่งน้ำดิบใดที่ควรมีระบบ Filtration เพื่อกำจัดความขุ่นมากที่สุด
  • 1 : น้ำบาดาล
  • 2 : น้ำฝน
  • 3 : น้ำผิวดิน
  • 4 : น้ำทะเล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 57 :
  • ค่า pH ของน้ำดื่ม ตามมาตรฐานจะอยู่ในช่วงใด
  • 1 : 5.5 – 7.5
  • 2 : 5.8 – 7.2
  • 3 : 6.5 – 8.5
  • 4 : 6.8 – 8.2
  • 5 : 6.8 – 8.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • อัตราการใช้น้ำส่วนบุคคลของประเทศไทยมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 50 – 100 ลิตรต่อคนต่อวัน
  • 2 : 100 - 300 ลิตรต่อคนต่อวัน
  • 3 : 300 – 500 ลิตรต่อคนต่อวัน
  • 4 : 500 – 700 ลิตรต่อคนต่อวัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • มาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก ได้กำหนดค่าความขุ่นไว้ว่า น้ำดื่มควรมีค่าความขุ่นอยู่ในช่วงใด
  • 1 : 1 - 5 NTU
  • 2 : 5 - 15 NTU
  • 3 : 5 - 25 NTU
  • 4 : 15 - 50 NTU
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการวัดหาค่า pH ของน้ำ
  • 1 : ต้องเก็บไว้ในภาชนะที่อยู่ในอุณหภูมิต่ำถึง 4 องศาเซลเซียส
  • 2 : ต้องทำการวัดภายใน 24 ชม. หลังจากได้เก็บตัวอย่างน้ำขึ้นมาแล้ว
  • 3 : วิธี Electrometric method ใช้หลักการของแรงดันไฟฟ้าที่เกิดจาก H+
  • 4 : วิธี Colorimetric method จะใช้หลักการเทียบสีมาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 61 :
  • ข้อใดไม่ใช่ตัวการที่สำคัญต่อการมีสภาพความเป็นด่างของน้ำ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของน้ำที่มีความกระด้าง
  • 1 : ทำให้เกิดตะกรันในหม้อน้ำ
  • 2 : ทำให้การซักฟอกไม่มีฟอง เกิดความสิ้นเปลืองสบู่มากกว่าปกติในขณะอาบน้ำ
  • 3 : น้ำดื่มจะมีรสหวานเกินปกติ
  • 4 : อาจจะทำให้เป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • จากเอกสารทางวิจัยทางแพทย์ พบว่าน้ำที่มีความกระด้างน้อยเกินไป (น้ำอ่อน) นอกจากจะมีความสามารถในการกัดกร่อนสูงและอาจมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

  • 1 : ข. โรคไต
  • 2 : ค. โรคมะเร็ง
  • 3 : ง. โรคหัวใจ
  • 4 : จ. โรคกระเพาะอักเสบ

  • 5 : ก. โรคนิ่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • ระดับความกระด้างของน้ำใช้ที่ครอบครัวทั่วไปพอใจควรจะมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ระดับความกระด้างของน้ำดื่มตามมาตรฐานของการประปานครหลวงมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 66 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสารประเภท Chloramines
  • 1 : สาร Chloramines ก็สามารถฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาได้เช่นเดียวกับคลอรีนอิสระ
  • 2 : สาร Chloramines มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคได้ต่ำกว่าของคลอรีนอิสระ
  • 3 : สาร Chloramines สามารถคงรูปอยู่ในน้ำประปาได้นานกว่าคลอรีนอิสระ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 67 :
  • วิธีที่นิยมกำจัดไนเตรทโดยเฉพาะน้ำประปาในโรงพยาบาล คือวิธีใด
  • 1 : Ultraviolet
  • 2 : Ion exchange
  • 3 : Activated carbon
  • 4 : Electrodyalysis
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • ตามมาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ว่าควรมีค่าคลอไรด์ในน้ำประปาไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 100 มก./ลิตร
  • 2 : 200 มก./ลิตร
  • 3 : 300 มก./ลิตร
  • 4 : 400 มก./ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • มาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ว่าควรมีเหล็กไม่เกินเท่าใดในน้ำประปา
  • 1 : 1.0 มก./ลิตร
  • 2 : 1.5 มก./ลิตร
  • 3 : 2.0 มก./ลิตร
  • 4 : 2.5 มก./ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการคำนวณหาปริมาณน้ำดิบสำหรับการวางโครงการจัดหาน้ำประปาและการระบายน้ำเสีย
  • 1 : อัตราการใช้น้ำส่วนบุคคลของประชากรอาชีพต่าง ๆ
  • 2 : หน่วยงานที่ดูแลการจ่ายน้ำประปา
  • 3 : อายุการใช้งานของส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบประปา
  • 4 : จำนวนประชากรที่รับบริการน้ำประปา ภายในชั่วอายุใช้งานของระบบประปา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • ข้อใดไม่ใช่ดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำผิวดิน โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
  • 1 : บีโอดี (Biochemical Oxygen Demand-BOD)อา-� ��������โน้มที่จะก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

  • 2 : ความขุ่น(Turbidity)
  • 3 : คลอไรด์ (Cl)
  • 4 : แบคทีเรียโคลิฟอร์ม (Total Coliform Bacteria-TCB)
  • 5 : ปริมาณออกซิเจนละลาย (Dissolve Oxygen-DO)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 72 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำประเภทที่ 3
  • 1 : คุณภาพน้ำอยู่ในระดับพอใช้
  • 2 : เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรการอุปโภคและบริโภคโดยต้องการทำการฆ่าเชื้อโรคและปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อน
  • 3 : FCBไม่เกินกว่า 1,000 หน่วย
  • 4 : DO ไม่ต่ำกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • ข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : DO คือ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ การตรวจวัดค่า DO เพื่อบ่งชี้ว่าแหล่งน้ำมี ปริมาณออกซิเจนเพียงพอต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่
  • 2 : BOD คือ ปริมาณความสกปรกในรูปบีโอดี เป็นการหาความต้องการออกซิเจน เพื่อย่อยสลายสารอินทรีย์ของจุลินทรีย์ในน้ำ เพื่อเป็นตัวชี้วัดความสกปรกของน้ำ
  • 3 : ค่าบีโอดีที่มีปริมาณมากๆ แสดงว่าค่า ดีโอ จะมีค่ามากด้วย
  • 4 : FCB คือ แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มเป็นแบคทีเรียที่มีอยู่ในระบบขับถ่ายของสัตว์เลือดอุ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • มาตรฐานน้ำดื่มของกระทรวงอุตสาหกรรม (มอก.) ระบุค่าความเป็นกรดหรือด่าง (pH Value) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 5.5 – 7.5
  • 2 : 5.5 – 8.5
  • 3 : 6.5 – 7.5
  • 4 : 6.5 – 8.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 75 :
  • มาตรฐานน้ำดื่มของกระทรวงอุตสาหกรรม (มอก.) ระบุกลิ่นและรส (Odour and Taste) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 50 TON
  • 2 : 75 TON
  • 3 : 100 TON
  • 4 : ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 563 : Water transmission and distribution
ข้อที่ 76 :
  • อัตราเร็วของการไหลของน้ำภายในท่อขนส่งน้ำ มีค่าประมาณ
  • 1 : 0.2-0.5 เมตร/วินาที
  • 2 : 0.5-1.0 เมตร/วินาที
  • 3 : 1.0-1.5 เมตร /วินาที
  • 4 : 2.0-3.0 เมตร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 77 :
  • ถ้ามีอ่างเก็บน้ำสำรอง ท่อขนส่งน้ำควรมีขนาดใหญ่เพื่อรองรับ
  • 1 : Maximum Daily Rate
  • 2 : Average Daily Rate
  • 3 : Minimum Daily Rate
  • 4 : Minimun Weekly Rate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • ลิ้นระบายอากาศหรือ Air Relief Valve มักติดตั้งในระบบท่อส่งประปาเพื่อวัตถุประสงค์ใด
  • 1 : ปล่อยอากาศในท่อออกไปภายนอกในกรณีแรงดันสูงเกินกำหนด
  • 2 : ปรับอัตราการไหลของน้ำ
  • 3 : ลดความดันในท่อจ่ายน้ำที่อยู่ต่ำกว่าจุดส่งน้ำมาก ๆ
  • 4 : ป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเวลาเครื่องสูบน้ำหยุดทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • วาล์วประเภทใดในระบบท่อส่งน้ำประปาที่นิยมมากในงานปรับลดการไหล
  • 1 : วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve)
  • 2 : ปลั๊กวาล์ว (Plug valve)
  • 3 : โกลปวาล์ว (Globe valve)
  • 4 : วาล์วประตูน้ำ (Gate valve)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • อัตราส่วนระหว่างอัตราการใช้น้ำในชั่วโมงที่ใช้มากที่สุดต่ออัตราเฉลี่ยตลอดปี สำหรับชุมชนขนาดเล็กกว่า 100,000 คนเป็นอย่างไร
  • 1 : 100-200 %
  • 2 : 150-250%
  • 3 : 300-400%
  • 4 : 500-600%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 81 :
  • มาตรฐานการออกแบบท่อระบายน้ำเสียภายนอกอาคารมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำสุดเท่าใด
  • 1 : 3 นิ้ว
  • 2 : 4 นิ้ว
  • 3 : 6 นิ้ว
  • 4 : 8 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • การระบายน้ำเสียที่มีคุณสมบัติการกัดกร่อนสูงควรเลือกวัสดุท่อประเภทใด
  • 1 : ท่อ PVC
  • 2 : ท่อ PE
  • 3 : ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • 4 : ท่อเหล็กเหนียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • โดยทั่ว ๆไป การออกแบบท่อระบายน้ำฝนมักใช้ท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าใด
  • 1 : มากกว่าหรือเท่ากับ 200 mm.
  • 2 : มากกว่าหรือเท่ากับ 300 mm.
  • 3 : มากกว่าหรือเท่ากับ 400 mm.
  • 4 : มากกว่าหรือเท่ากับ 500 mm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • เครื่องสูบน้ำที่ใช้ มอเตอร์ แบบ squirrel-eage induction ซึ่งมีกำลังระหว่าง 15-17 กิโลวัตต์ ช่วงเวลาระหว่างการสตาร์ทเครื่องแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่าเท่าใด
  • 1 : 10 นาที
  • 2 : 15 นาที
  • 3 : 20 นาที
  • 4 : 30 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • การออกแบบหัวดับเพลิง ริมถนนสาธารณะควรมีระยะห่างกันไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 100 เมตร
  • 2 : 150 เมตร
  • 3 : 200 เมตร
  • 4 : 250 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 86 :
  • ความเร็วของน้ำไหลในท่อประปา ในท่อ main ขนาด 4-16 นิ้ว ควรมีค่าต่ำสุดเท่าใด
  • 1 : 0.6 m/sec
  • 2 : 0.7 m/sec
  • 3 : 0.8 m/sec
  • 4 : 0.9 m/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • ขนาดท่อประปาที่ใช้ภายในอาคารมีขนาดต่ำสุดเท่าใดเพื่อจ่ายน้ำในเวลาที่ต้องการใช้น้ำสูงสุด
  • 1 : 1/4 นิ้ว
  • 2 : 1/2 นิ้ว
  • 3 : 3/4 นิ้ว
  • 4 : 1 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • การวางท่อระบายน้ำเสียคู่กับท่อประปา ควรมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่าเท่าใด
  • 1 : 2 เมตร
  • 2 : 3 เมตร
  • 3 : 4 เมตร
  • 4 : 5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • การเลือกขนาดของเครื่องสูบน้ำจะต้องพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง
  • 1 : อัตราการไหลในช่วงต่างๆ
  • 2 : ตำแหน่งของสถานีสูบน้ำ
  • 3 : ค่าความสัมพันธ์ระหว่างค่า head ที่ต้องการกับค่าอัตราการไหล
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 90 :
  • ในการออกแบบปริมาณน้ำประปาที่ไหลในท่อ main ควรมีปริมาณเท่าใด ของปริมาณน้ำที่ใช้เฉลี่ยของชุมชน
  • 1 : 0.5-1 เท่า
  • 2 : 1.2-1.5 เท่า
  • 3 : 2-3 เท่า
  • 4 : 3-4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ระบบการแจกจ่ายน้ำประปาของหมู่บ้านจัดสรรควรใช้ระบบใดจึงจะเหมาะสม
  • 1 : ระบบแขนง
  • 2 : ระบบวงจร
  • 3 : ระบบร่วมกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :
  • วัสดุใดที่ไม่ใช้ในงานท่อประปา
  • 1 : ท่อ PVC
  • 2 : ท่อ PE
  • 3 : ท่อเหล็กอาบสังกะสี
  • 4 : ท่อเหล็กหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • จุดต่ำสุดของท่อประปา ควรอยู่สูงกว่าจุดใดของท่อระบายน้ำไม่น้อยกว่าเท่าใด
  • 1 : 200 mm.
  • 2 : 300 mm.
  • 3 : 500 mm.
  • 4 : 600 mm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • ขนาดท่อระบายน้ำต่ำสุดตาม พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินมีค่าเท่าใด
  • 1 : 200 mm.
  • 2 : 300 mm.
  • 3 : 400 mm.
  • 4 : 500 mm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 95 :
  • ท่อ PVC class 13.5 หมายถึงอะไร
  • 1 : ท่อประปาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13.5 เซนติเมตร
  • 2 : ท่อประปาที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13.5 นิ้ว
  • 3 : ท่อประปาที่สามารถทนแรงดันได้สูงสุด 13.5 psi
  • 4 : ท่อประปาที่สามารถทนแรงดันได้สูงสุด 13.5 ksc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่สอดคล้องกัน
  • 1 : kinetic energy/velocity head
  • 2 : gravitational potential energy/elevation head
  • 3 : the flow work/pressure head
  • 4 : the total head/piezometric head
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 97 :
  • หัวฉีดน้ำ (nozzle) เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร ติดตั้งที่ด้านล่างของถังเก็บน้ำ โดยมีระดับน้ำเหนือหัวฉีด 4 เมตร คำนวณความเร็ว (efflux velocity) และอัตราการจ่ายน้ำ (discharge) จากหัวฉีด
  • 1 : 6.85 m/s , 0.08 m^3/s
  • 2 : 7.85 m/s , 0.09 m^3/s
  • 3 : 8.85 m/s , 0.10 m^3/s
  • 4 : 9.85 m/s , 0.11 m^3/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือมาตรวัดอัตราการไหลชนิดแรงดันต่าง (pressure differential type meter)
  • 1 : Flow tubes
  • 2 : Parshall flumes
  • 3 : V-notch weirs
  • 4 : Magnetic flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 99 :
  • ถ้าต้องการผลิตน้ำประปา 50 ล้านแกลลอนต่อวันด้วยระบบ conventional plant ขนาดพื้นที่ตั้งของระบบโดยประมาณกี่ตารางเมตร
  • 1 : 25,000
  • 2 : 10,000
  • 3 : 15,000
  • 4 : 20,000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบที่จำเป็นในการขนส่งน้ำจากแหล่งน้ำดิบไปสู่โรงผลิตน้ำประปา
  • 1 : คลองส่งน้ำ
  • 2 : เครื่องสูบน้ำ
  • 3 : สถานีสูบน้ำ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • โดยทั่วไปปริมาณน้ำสูญเสียโดยไม่ตั้งใจจะมีค่าเฉลี่ยประมาณเท่าใด
  • 1 : 1% ของปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้ทั้งหมด
  • 2 : 5% ของปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้ทั้งหมด
  • 3 : 20% ของปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้ทั้งหมด
  • 4 : 50% ของปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้ทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • กิจกรรมในข้อใดมีความต้องการใช้น้ำในปริมาณสูงสุด
  • 1 : อุตสาหกรรม
  • 2 : เกษตรกรรม
  • 3 : คมนาคม
  • 4 : พาณิชยกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • กิจกรรมในข้อใดมีความต้องการน้ำที่มีความสะอาดสูงสุด
  • 1 : เกษตรกรรม
  • 2 : คมนาคม
  • 3 : อุปโภค บริโภค
  • 4 : นันทนาการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • อัตราการใช้น้ำส่วนบุคคลในแต่ละชุมชนอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยในข้อใด
  • 1 : สภาพอากาศ
  • 2 : ขนาดของชุมชน
  • 3 : ระดับรายได้ของประชากร
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • การควบคุมปริมาณของฟลูออไรด์ที่ละลายอยู่ในน้ำประปาในปริมาณเท่าใดจึงจะสามารถช่วยป้องกันโรคฟันผุได้ดี และป้องกันการเกิดโรคฟันลายได้
  • 1 : 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 2.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 106 :
  • โดยทั่วไปน้ำประปาระหว่างการส่งจ่ายน้ำประปาจากโรงผลิตน้ำประปาไปถึงผู้บริโภค กำหนดไว้ว่าคลอรีนอิสระควรมีอยู่ในน้ำประปาที่ก๊อกน้ำอย่างต่ำเท่าใด
  • 1 : 0.5-1.0 มก./ลิตร
  • 2 : 1.0-1.5 มก./ลิตร
  • 3 : 1.5-2.0 มก./ลิตร
  • 4 : 0.2-0.5 มก./ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 :
  • ในการจ่ายน้ำประปาโดยปกติอัตราเร็วของการไหลของน้ำภายในท่อมักอยู่ระหว่างเท่าใด
  • 1 : 0.5 - 1.0 เมตร/วินาที
  • 2 : 1.0 - 2.0 เมตร/วินาที
  • 3 : 2.0 - 4.0 เมตร/วินาที
  • 4 : 4.0 - 6.0 เมตร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 564 : Water treatment technique
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดเรียงลำดับของหน่วยในกระบวนการผลิตประปาได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : ถังกวนช้า ถังกวนเร็ว ถังกรอง ถังตกตะกอน
  • 2 : ถังกวนเร็ว ถังกวนช้า ถังตกตะกอน ถังกรอง
  • 3 : ถังตกตะกอน ถังกวนช้า ถังกวนเร็ว ถังกรอง
  • 4 : ถังกวนเร็ว ถังกวนช้า ถังกรอง ถังตกตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดกล่าวผิดสำหรับการออกแบบถังกวนเร็ว
  • 1 : ถังกวนเร็วที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส จะให้ผลดีกว่าถังรูปทรงกระบอก
  • 2 : ใบพัดแบบใบพัดเรือให้ผลดีกว่าใบพัดแบบแบน
  • 3 : การเติมสารเคมีใส่ตรงใบพัดทำให้เกิดโคแอกกูเลชันเกิดได้ดีที่สุด
  • 4 : Stator Baffle ช่วยทำให้การกวนน้ำมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :
  • เทคนิคใดไม่สามารถนำมาใช้ในการกวนเร็วได้
  • 1 : การกวนเร็วโดยใช้ Static Mixer
  • 2 : การกวนเร็วโดยใช้ Hydraulic Jump
  • 3 : การกวนเร็วโดยใช้ Orifice
  • 4 : การกวนเร็วโดยใช้ Water Hammer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 111 :
  • ข้อใดจัดเป็นวิธีการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
  • 1 : การเติมคลอรีน
  • 2 : การใช้ด่างทับทิม
  • 3 : การใช้แสง UV
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 112 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการกำจัดความกระด้าง
  • 1 : นำน้ำไปต้มให้เดือด
  • 2 : เติมอากาศลงไปเพื่อเปลี่ยนให้อยู่ในรูปไม่เป็นอันตราย
  • 3 : ใช้เรซินแลกเปลี่ยนไอออน
  • 4 : ใส่ปูนขาวลงในน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของเรซินแลกเปลี่ยนไอออนที่ดีสำหรับใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ
  • 1 : ต้องมีไอออนอิสระที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนกับไอออนในน้ำที่ต้องการกำจัดได้
  • 2 : สามารถฟื้นฟูสภาพได้ง่าย
  • 3 : มีีความโปร่งมากพอที่จะให้ไอออนต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านเข้าออกได้ง่าย
  • 4 : ละลายน้ำได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • ข้อใดไม่จัดว่าเป็นกระบวนการเมมเบรน
  • 1 : Reverse Osmosis
  • 2 : Precipitation
  • 3 : Electrodialysis
  • 4 : Ultrafiltration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : น้ำประปาหมายถึงน้ำที่ผ่านกระบวนการทำให้สะอาดแล้วแจกจ่ายโดยให้ไหลตามระบบท่อน้ำ
  • 2 : การเลือกวัสดุกรองที่มีค่า Effective size และ Non uniformity coefficient สูงๆ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการกรอง
  • 3 : น้ำบาดาลที่ไม่มีการปนเปื้อนสามารถนำมาอุปโภคและบริโภคโดยไม่จำเป็นต้องผ่านการปรับปรุงคุณภาพน้ำ
  • 4 : ข้อดีของการใช้คาร์บอนแบบผงในการกำจัดสี กลิ่น รส ในน้ำคือการดูดติดผิวเกิดขึ้นได้รวดเร็วเนื่องจากมีพื้นที่ผิวมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • การกำจัดความกระด้างถาวรในระบบผลิตน้ำประปา ควรใช้กระบวนการใด
  • 1 : เติมปูนขาวแล้วตกตะกอน
  • 2 : Lime- Soda และ Soda ash
  • 3 : Ion Exchange
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 117 :
  • ในการทำความสะอาดชั้นกรองในเครื่องกรองเร็วจะต้องดูที่ค่าสูญเสียความดัน ( head loss )สูงถึงเท่าใดจึงจะมีการล้างชั้นกรอง
  • 1 : 0.4-0.8 เมตร
  • 2 : 0.9-1.2 เมตร
  • 3 : 1.5-1.9 เมตร
  • 4 : 2.4-3.0 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • วิธีการกำจัดกากตะกอนสลัดจ์ด้วยวิธีใดที่จำเป็นต้องใช้สาร polymer เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของกากตะกอน
  • 1 : การกรองแบบสูญญากาศ
  • 2 : การรีดด้วยสายพาน
  • 3 : ลานทรายตากแดด
  • 4 : การหมุนเหวี่ยง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • น้ำดิบประเภทใดที่มีความสามารถในการต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของ pH ได้ดี
  • 1 : น้ำกร่อย
  • 2 : น้ำที่มีความเป็นกรดสูง
  • 3 : น้ำที่มีความเป็นด่างต่ำ
  • 4 : น้ำที่มีความเป็นด่างสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :
  • ทารกที่ป่วยเป็นโรค Blue Baby ตัวเขียวคล้ำ ชักกระตุกอาจถึงตายได้ต้องได้รับสารใดมากเกินไป
  • 1 : ไนเตรท
  • 2 : เหล็ก
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : แคดเมียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรค อิไต-อิไต ได้รับสารใดมากเกินไป
  • 1 : ตะกั่ว
  • 2 : ปรอท
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : แคดเมียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมินามาตะได้รับสารใดมากเกินไป
  • 1 : ปรอท
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : แคดเมียม
  • 4 : สังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :

  • 1 : กระบวนการ Ion Exchange
  • 2 : กระบวนการ Lime – Soda
  • 3 : กระบวนการ Zeolite
  • 4 : กระบวนการ Desalination
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการกำจัดเกลือ
  • 1 : กระบวนการ Freezing
  • 2 : กระบวนการ Electrodialysis
  • 3 : กระบวนการ Reverse Osmosis
  • 4 : กระบวนการ Zeolite
  • 5 : กระบวนการ Distillation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นกระบวนการ Presedimentation
  • 1 : sand trap
  • 2 : cyclone
  • 3 : microstraining
  • 4 : aerator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • ค่าการละลายของแก๊ส ในกระบวนการเติมอากาศ (aeration) นั้น สอดคล้องกับสมการใดต่อไปนี้
  • 1 : Boyle-Mariotte Law
  • 2 : Bernoulli equation
  • 3 : Henry’s Law
  • 4 : Manning formula
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • ถ้าสารโพลีเมอร์ที่เติมในระบบ coagulation-flocculation จับตัวเป็นก้อนหรือละลายไม่สมบูรณ์จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า
  • 1 : polymer clog
  • 2 : fish eyes
  • 3 : settling floc
  • 4 : pin point floc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • ค่าการอิ่มตัวของออกซิเจนในน้ำเปลี่ยนแปลงตามพารามิเตอร์ใด
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : พีเอช
  • 3 : การนำไฟฟ้า
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :
  • การทดสอบหลักในการศึกษาประสิทธิภาพของกระบวนการตกตะกอนคือ
  • 1 : ความขุ่น
  • 2 : พีเอช
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ความเป็นด่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 130 :
  • วิธีใดนิยมใช้ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำที่มีความขุ่นมากกว่า 20 หน่วย
  • 1 : ใช้แสงยูวี
  • 2 : เติมคลอรีน
  • 3 : เติมโอโซน
  • 4 : เติมไอโอดีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 131 :
  • สารที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของเรซินคือสารใด
  • 1 : Acrylic
  • 2 : Styrene
  • 3 : Divinyl benzene
  • 4 : Vinyl chloride
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของกระบวนการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 1 : กำจัดไอออนต่างๆ ออกจากน้ำ
  • 2 : ทำให้ไอออนต่างๆ มีความเข้มข้นสูงขึ้น
  • 3 : ใช้เป็นสารดูดเกาะติดผิว
  • 4 : กรองคอลลอยด์หรือโมเลกุลขนาดใหญ่ที่อยู่ ในรูปไอออน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • หากต้องการกำจัดความเป็นด่างออกจากน้ำ ควรใช้เรซินประเภทใดจึงจะเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
  • 1 : แบบกรดอ่อน
  • 2 : แบบกรดแก่
  • 3 : แบบด่างอ่อน
  • 4 : แบบด่างแก่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : ประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพเรซินหมายถึงอัตราส่วนระหว่างจำนวนสมมูลของไอออนในสารที่ใช้ฟื้นสภาพที่นำมาแลกเปลี่ยนต่อจำนวนสมมูลของไอออนในเรซินที่เสื่อมแล้ว
  • 2 : เรซินประเภทกรดอ่อนและด่างอ่อนจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพสูงกว่าเรซินประเภทกรดแก่ ด่างแก
  • 3 : เรซินประเภทกรดแก่ ด่างแก่ สิ้นเปลืองสารที่ใช้ฟื้นสภาพมากกว่าเรซินประเภทกรดอ่อน ด่างอ่อน
  • 4 : ความเข้มข้นของสารละลายเกลือแกงที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นสภาพเรซินคือ ร้อยละ 10-15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : ความลึกของชั้นเรซินมีความสำคัญอย่างมากต่อการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 2 : อัตราการไหลของน้ำผ่านชั้นเรซินมีอิทธิพลอย่างมากต่ออำนาจในการแลกเปลี่ยนไอออน
  • 3 : ความเข้มข้นของเกลือแร่ในน้ำดิบมีอิทธิพลอย่างมากต่ออำนาจหรือความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออนของเรซิน
  • 4 : การใช้ปริมาณสารฟื้นสภาพเรซินยิ่งมากยิ่งทำให้เพิ่มอำนาจการแลกเปลี่ยนไอออนมากยิ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติของเรซินแบบกรดแก่
  • 1 : ประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพต่ำ
  • 2 : มีหมู่ซัลโฟนิกเป็นหมู่ไอออน
  • 3 : มีสมบัติของ salt splitting
  • 4 : การเปลี่ยนรูปของ Na+ ไปเป็น H+ ทำให้ปริมาตรของเรซินลด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • หากต้องการกำจัดซิลิกา (SiO2) ออกจากน้ำ ควรใช้เรซินชนิดใด
  • 1 : แบบกรดอ่อน
  • 2 : แบบกรดแก่
  • 3 : แบบด่างอ่อน
  • 4 : แบบด่างแก่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเรซินที่มีระดับองศาของแรงยึดเหนี่ยว (degree of cross linkage) สูง
  • 1 : เรซินมีความแข็งมากกว่า
  • 2 : ช่องว่างภายในมาก มีโอกาสบวมน้ำมาก
  • 3 : ความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออนสูง
  • 4 : เรซินแตกง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • หากต้องการใช้งานเรซินในลักษณะ counter current แบบ up flow service ควรพิจารณาเลือกเรซินจากลักษณะข้อใดเป็นสำคัญ
  • 1 : cross linkage percent
  • 2 : bulk density
  • 3 : swelling percent
  • 4 : uniformity coefficient
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 140 :
  • สารใดต่อไปนี้ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นสารฟื้นสภาพเรซิน
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : โซดาแอช
  • 3 : กรดกำมะถัน
  • 4 : กรดไนตริก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • ข้อใดเรียงลำดับความชอบไอออนของเรซินประจุบวกจากมากไปน้อยได้ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับเรซินแบบด่างอ่อน
  • 1 : ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงไอออน
  • 2 : กำจัดได้เฉพาะกรดแก่
  • 3 : ไม่จำเป็นต้องมีไอออนอิสระ
  • 4 : ประสิทธิภาพในการฟื้นสภาพต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • ข้อใดไม่ใช่ functional group ของ ion exchange resin
  • 1 : sulfuric
  • 2 : carboxylic
  • 3 : quaternary ammonium
  • 4 : primary amine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • หากสงสัยว่า activated carbon ที่ใช้หมดอายุการใช้งานแล้วจะตรวจสอบได้อย่างไร
  • 1 : ตรวจสอบค่า exchange capacity
  • 2 : ตรวจสอบค่า uniformity coefficient
  • 3 : ตรวจสอบค่า iodine number
  • 4 : ตรวจสอบค่า bromine number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 146 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงของ activated carbon
  • 1 : กำจัดกลิ่น สี รส
  • 2 : กำจัดคลอรีน
  • 3 : กำจัดโลหะหนัก
  • 4 : กำจัดอนุภาคคอลลอยด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 147 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับค่าความเป็นด่าง (alkalinity)
  • 1 :
  • 2 : น้ำธรรมชาติมีสารทั้ง 3 ชนิดในข้อ ก เสมอ
  • 3 : น้ำที่มีความเป็นด่างสูง มีความสามารถในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงพีเอชได้ดี
  • 4 : สามารถลดความเป็นด่างลงได้โดยใช้ ion exchange resin
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • หากต้องการกรองน้ำคลอง ควรเลือกใช้ activated carbon ที่ทำจากวัสดุชนิดใด
  • 1 : coconut shell
  • 2 : anthracite
  • 3 : lignite
  • 4 : peat
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • ข้อใดไม่ใช่สารเคมีช่วยตกตะกอน
  • 1 : สารส้ม
  • 2 : ปูนขาว
  • 3 : โซเดียมอะลูมิเนต
  • 4 : โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • การใช้สารส้มเป็นสารเคมีช่วยตกตะกอน ควรปรับพีเอชของน้ำดิบเป็นเท่าใด จึงทำให้การตกตะกอนเกิดดีที่สุดและประหยัดที่สุด
  • 1 : 4-6
  • 2 : 6-8
  • 3 : 8-10
  • 4 : 10-12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • หน่วยของการกรองข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นพารามิเตอร์ที่ใช้ตรวจติดตามประสิทธิภาพหลังการล้างย้อน
  • 1 : ความขุ่น
  • 2 : เวลาการกรอง
  • 3 : การสูญเสียความดัน
  • 4 : ปริมาณโพลีเมอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 153 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องถ้าเกิด air binding ขณะล้างย้อน
  • 1 : เกิด negative head
  • 2 : เกิด positive head
  • 3 : เกิดการสูญเสียความดัน
  • 4 : เกิดการสูญเสียชั้นกรอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นตัวกลางในการกรอง
  • 1 : diatomaceous earth
  • 2 : resin
  • 3 : clay saddles
  • 4 : garnet
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 155 :
  • ข้อใดไม่ใช่สารที่ใช้ในการกำจัดแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ออกจากน้ำ
  • 1 : แก๊สคลอรีน
  • 2 : โซเดียมไฮโปคลอไรต์
  • 3 : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • 4 : โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดไม่ใช่การกำจัดความกระด้างถาวรในน้ำ
  • 1 : ความร้อน
  • 2 : สารส้ม
  • 3 : โซดาแอช
  • 4 : โซเดียมอลูมิเนต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :

  • 1 : 20
  • 2 : 40
  • 3 : 80
  • 4 : 160
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับระบบ reverse osmosis
  • 1 : concentration polarization
  • 2 : permeate
  • 3 : ion exchange
  • 4 : recovery
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 :

  • 1 : 35
  • 2 : 53
  • 3 : 350
  • 4 : 530
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :

  • 1 : 1878
  • 2 : 1928
  • 3 : 4383
  • 4 : 5400
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • ระบบผลิตน้ำดื่มจากน้ำทะเลด้วยระบบ reverse osmosis ต้องใช้ความดันออสโมติกเท่าไร ถ้าน้ำทะเลมีความเข้มข้น 30 gmol/L ที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส กำหนดค่า R = 8314 m^3 Pa/kg mol K
  • 1 : 14 x 10^3 Pa
  • 2 : 72 x 10^3 Pa
  • 3 : 14 x 10^5 Pa
  • 4 : 72 x 10^5 Pa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 :
  • สารเคมีที่ใช้ในระบบ preoxidation คือ
  • 1 : แก๊สคลอรีน
  • 2 : โซเดียมไฮโปคลอไรต์
  • 3 : โปตัสเซียมเปอร์แมงกาเนต
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 :
  • วัสดุที่นิยมใช้ผลิตเรซินในระบบการแลกเปลี่ยนไอออน (ion exchange)
  • 1 : polyethylene
  • 2 : polystyrene
  • 3 : polyester
  • 4 : polypropylene
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • วงจรของการลดความกระด้างโดยการแลกเปลี่ยนไอออนได้แก่
  • 1 : softening/backwashing/regeneration/rinse
  • 2 : softening/rinse/backwashing/regeneration
  • 3 : service/backwashing/rinse
  • 4 : service/rinse/bachwashing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัญหาในการกำจัดความกระด้างด้วยเรซิน
  • 1 : การแตกของเม็ดเรซิน
  • 2 : เกิดสนิมเหล็กเคลือบบนเม็ดเรซิน
  • 3 : เกิดแบคทีเรีย
  • 4 : เกิดการตกตะกอนของหินปูน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 166 :
  • ในระบบการดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ EBCT ย่อมาจาก
  • 1 : Empty Bed Contact Time
  • 2 : Equivalent Bed Contact Time
  • 3 : Empty Bed Chlorine Test
  • 4 : Equivalent Bed Chlorine Test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :

  • 1 : 352
  • 2 : 532
  • 3 : 3,520
  • 4 : 5,320
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • วิธีการใดในการผลิตน้ำประปามีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเติบโตของสาหร่ายในระบบผลิตน้ำประปา
  • 1 : การเติมคลอรีนเบื้องต้น
  • 2 : การ เติมสารส้ม
  • 3 : การเติมเฟอร์ริกคลอไรด์
  • 4 : การกรองช้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • กระบวนการใดมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการตกตะกอนของน้ำดิบ
  • 1 : การกวนเร็ว
  • 2 : การกวนช้า
  • 3 : การกรองเร็ว
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • กระบวนการใดมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพกำจัดสารแขวนลอยในน้ำดิบ
  • 1 : การเติมคลอรีน
  • 2 : การกำจัดความกระด้าง
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • กระบวนการใดมีวัตถุประสงค์ในการกำจัดอิออนต่างๆในน้ำดิบ
  • 1 : การกรองเร็ว
  • 2 : การเติมคลอรีน
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 172 :
  • สำหรับน้ำดิบจากแหล่งน้ำที่มีความขุ่นต่ำมากกระบวนการผลิตน้ำประปาขั้นตอนใดสามารถละเว้นได้
  • 1 : การฆ่าเชื้อโรค
  • 2 : การตกตะกอน
  • 3 : การกรอง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 :
  • กระบวนการผลิตน้ำประปาโดยทั่วไปไม่สามารถกำจัดมลสารในข้อใด
  • 1 : โลหะหนัก
  • 2 : ความขุ่น
  • 3 : จุลชีพที่ก่อให้เกิดโรค
  • 4 : สี และกลิ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • กระบวนการใดสามารถกำจัดความกระด้างในน้ำดิบได้
  • 1 : การเติมสารทำลายเสถียรของตะกอน
  • 2 : การกรอง
  • 3 : การตกตะกอน
  • 4 : การเติมปูนขาว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องควบคุมในกระบวนการกรอง
  • 1 : ความดันเหนือสารกรอง
  • 2 : ความหนาของสารกรอง
  • 3 : ขนาดของสารกรอง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • ถ่านกัมมันต์สามารถกำจัดมลสารในข้อใดได้น้อยที่สุด
  • 1 : โลหะหนัก
  • 2 : สี
  • 3 : กลิ่น
  • 4 : สารประกอบเบนซีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • สภาพของน้ำดังข้อใดต่อไปนี้บ่งชี้ว่าน้ำมีแนวโน้มในการตกตะกรันในเส้นท่อ
  • 1 : ดัชนีแลงเกลียร์มีค่าใกล้ศูนย์
  • 2 : ดัชนีแลงเกียร์มีค่าเป็น บวกสูง
  • 3 : ดัชนีแลงเกียร์มีค่าเป็น ลบสูง
  • 4 : ดัชนีแลงเกียร์มีค่าไม่เข้าใกล้ ศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 :
  • การควบคุมพีเอชของน้ำด้วยระบบอัตโนมัติอาจเกิดความยุ่งยากเนื่องจากกรณีดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำสูงเกินไป
  • 2 : พีเอชของน้ำแปรปรวนมาก
  • 3 : พีเอชของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
  • 4 : อัตราการไหลของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :
  • เสถียรภาพของคอลลอยด์เกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : แรงดึงดูดระหว่างคอลลอยด์มากกว่าแรงผลักระหว่างคอลลอยด์
  • 2 : แรงดึงดูดระหว่างคอลลอยด์เท่ากับแรงผลักระหว่างคอลลอยด์
  • 3 : แรง Van der Waals น้อยกว่าแรงผลักเนื่องจากประจุไฟฟ้า
  • 4 : แรง Van der Waals เท่ากับแรงผลักเนื่องจากประจุไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • การทำลายเสถียรของคอลลอยด์ในข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทำลายหรือลดประจุไฟฟ้าของอนุภาค
  • 1 : การลดความหนาของชั้นกระจาย
  • 2 : การดูดติดผิว
  • 3 : การใช้สารโพลีเมอร์เป็นสะพานเชื่อม
  • 4 : Sweep Coagulation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 181 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการโคแอกกูเลชันและฟลอคคูเลชัน
  • 1 : ถังกวนเร็ว ถังกรองเร็ว ถังกวนช้า ถังตกตะกอน
  • 2 : ถังกวนช้า ถังกวนเร็ว ถังตกตะกอน ถังกรองเร็ว
  • 3 : ถังกวนเร็ว ถังกวนช้า ถังกรองเร็ว ถังตกตะกอน
  • 4 : ถังกรองเร็ว ถังกวนเร็ว ถ้งกรองช้า ถังตกตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 182 :
  • ข้อใดสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการรวมตะกอนของถังกวนช้า
  • 1 : การเติมสารโพลิเมอร์
  • 2 : การเติมโคแอกกูแลนท์เอด
  • 3 : การลดค่าความเร็วแกรเดียนท์ลงเป็นลำดับในอัตรา 2:1 จนกระทั้งได้ความเร็วแกรเดียนท์ที่เหมาะสมบริเวณทางน้ำออก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของถังกวนช้าแบบใช้แผ่นกั้นน้ำ
  • 1 : เกิดการตกตะกอนภายในถังได้ยาก
  • 2 : มีการไหลลัดทางเกิดได้น้อย
  • 3 : ระดับความปั่นป่วนของน้ำเป็นอิสระจากอัตราการไหล
  • 4 : การออกแบบและควบคุมการเกิดฟล็อคคูเลชันทำได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 184 :
  • ต่อไปนี้คือปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการใช้โพลิเมอร์เป็นสะพานเชื่อมคอลลอยด์อย่างมีประสิทธิภาพยกเว้นข้อใด
  • 1 : ปริมาณสารโพลิเมอร์ที่เหมาะสม
  • 2 : ชนิดของโพลิเมอร์ที่เหมาะสม
  • 3 : ความเร็วแกรเดียนท์
  • 4 : อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • กระบวนการผลิตน้ำประปาข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อกำจัดความขุ่น
  • 1 : การเติมคลอรีน
  • 2 : การตกตะกอน
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : การเติมโอโซน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • กระบวนการผลิตน้ำประปาข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการตกตะกรันในเส้นท่อ
  • 1 : การปรับพีเอช
  • 2 : การเติมโอโซน
  • 3 : การดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์
  • 4 : การกรอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • กระบวนการผลิตน้ำประปาข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อการฆ่าเชื้อโรค
  • 1 : การปรับพีเอส
  • 2 : การตกตะกอน
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : การเติมคลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 188 :
  • กระบวนการใดสามารถกำจัดสีจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำดิบ
  • 1 : การดีแอเรชัน
  • 2 : การปรับพีเอส
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : การดูดติดผิว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • กรณีใช้น้ำดิบที่มีความกระด้างสูงควรเพิ่มเติมกระบวนการใดลงในระบบผลิตน้ำประปาแบบปกติ (Conventional water treatment system)
  • 1 : การดีแอเรชัน
  • 2 : การเติมโอโซน
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : การดูดติดผิว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเมื่อเกิดการตกผลึกของหินปูน
  • 1 : ค่าความเป็นด่างของน้ำเปลี่ยนแปลง
  • 2 : ค่าความเป็นกรดของน้ำเปลี่ยนแปลง
  • 3 : ค่าพีเอชเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :

  • 1 : ดีแอเรชัน
  • 2 : การกรอง
  • 3 : การดูดซับ
  • 4 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • แอมโมเนียจะมีสภาพเป็นก๊าซที่พีเอชใด
  • 1 : พีเอชต่ำมากๆ
  • 2 : พีเอชสูงมากๆ
  • 3 : พีเอชกลาง
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 193 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มิใช่อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแอเรชันและดีแอเรชัน
  • 1 : Spray aerator
  • 2 : Diffuser
  • 3 : Cascade aerator
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :

  • 1 : 11.04 mg/l
  • 2 : 9.27 mg/l
  • 3 : 7.46 mg/l
  • 4 : 4.86 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • สภาวะใดที่กระบวนการโคแอกกูเลชันเกิดได้ดีที่สุด
  • 1 : ค่าซีตาโพเทนเชียลมีค่าบวกมาก
  • 2 : ค่าซีตาโพเทนเชียลมีค่าลบมาก
  • 3 : ค่าซีตาโพเทนเชียลมีค่าเข้าใกล้ศูนย์
  • 4 : ค่าซีตาโพเทนเชียลมีค่าไม่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 196 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มิใช่รูปแบบ Polymeric Hydroxo Complex ของสารส้ม
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • วิธีการรวมตัวของอนุภาคโดยการสร้างสภาวะของน้ำให้มีความเร็วไม่เท่ากัน (Velocity Gradient) เรียกว่าวิธีใด
  • 1 : Perikinetic Flocculation
  • 2 : Orthokinetic Flocculation
  • 3 : Thermal Motion Flocculation
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :
  • วิธีการรวมตัวของอนุภาคโดยการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติอย่างไม่เป็นระเบียบ ของอนุภาค (Brownian Motion) เรียกว่าวิธีใด
  • 1 : Perikinetic Flocculation
  • 2 : Orthokinetic Flocculation
  • 3 : Thermal Motion Flocculation
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 :
  • วัสดุประเภทใดดังต่อไปนี้สามารถใช้เป็นเป้าสัมผัสเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวมตะกอน
  • 1 : ผงดินเหนียว
  • 2 : Activated Silica
  • 3 : ดินขาวเกาลิน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ผิวของถ่านกัมมันต์ชนิดผง
  • 1 : มีพื้นที่ผิวสูง
  • 2 : มีรูพรุนทั้งขนาดเล็กและใหญ่
  • 3 : มีความหลากหลายของฟังก์ชันนอลกรุ๊ปบนพื้นผิว
  • 4 : ส่วนใหญ่มีคุณสมบัติของพื้นผิวแบบชอบน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 201 :
  • ถ่านกัมมันต์ชนิดใดที่มักถูกใช้ในการผลิตน้ำประปา
  • 1 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

  • 2 : ถ่านกัมมันต์แบบผง
  • 3 : ถ่านกัมมันต์แบบเกร็ด
  • 4 : ถ่านกัมมันต์แบบแผ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 202 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการใช้ถ่านกัมมันต์แบบผง
  • 1 : ไม่คุ้มค่าที่จะทำการฟื้นอำนาจ
  • 2 : ไม่สามารถกำจัดมลสารให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง
  • 3 : สามารถเกิดการอุดตันเส้นท่อ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • สารใดต่อไปนี้ไม่สามารถถูกกำจัดโดยถ่านกัมมันต์ได้ดี
  • 1 : สี กลิ่น รส
  • 2 : คลอรีนในน้ำ
  • 3 : ยาฆ่าแมลง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :
  • ปัจจัยใดดังต่อไปนี้ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการดูดซับของถ่านกัมมันต์
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความปั่นป่วนของน้ำ
  • 3 : พีเอช
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  • เมื่อค่าพีเอชของน้ำเพิ่มขึ้นจะส่งผลอย่างไรต่อสภาพความเป็นประจุของตัวกลางดูดซับ
  • 1 : สภาพประจุของพื้นผิวมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในแนวบวก
  • 2 : สภาพประจุของพื้นผิวมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในแนวลบ
  • 3 : สภาพประจุของพื้นผิวไม่เปลี่ยนแปลง
  • 4 : สภาพประจุของพื้นผิวเกิดความไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 206 :
  • การฟื้นสภาพของถ่านกัมมันต์มักใช้การทำให้เกิดปฏิกริยาใดดังต่อไปนี้
  • 1 : ปฏิกิรยาออกซิเดชัน
  • 2 : ปฏิกริยาไพโรไลซีส
  • 3 : ปฏิกริยารีดักชัน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 207 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับการฟื้นสภาพของถ่านกัมมันต์ด้วยวิธีทางเคมีหรือวิธีใช้ความร้อนสูง
  • 1 : วิธีทางเคมีได้ผลดีกว่าวิธีใช้ความร้อนสูง
  • 2 : วิธีใช้ความร้อนสูงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณออกซิเจนและความชื้นอย่างเกินพอ
  • 3 : การฟื้นสภาพถ่านกัมมันต์แบบเกร็ดด้วยวิธีความร้อนสูงมักมีการสูญเสียคาร์บอนส่วนหนึ่ง
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 208 :
  • ข้อใดเป็นสมการ Isotherm แบบ Langmuir (กำหนดให้ Q = ปริมาณการดูดซับ , C = ความเข้มข้นที่สมดุล , a และ b คือค่าคงที่ )
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  • ข้อใดเป็นสมการ Isotherm แบบ Freundlich (กำหนดให้ Q = ปริมาณการดูดซับ , C = ความเข้มข้นที่สมดุล , a และ b คือค่าคงที่ )
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช้กระบวนการเมมเบรน
  • 1 : Reverse Osmosis
  • 2 : Distillation
  • 3 : Electrodialysis
  • 4 : Ultrafiltration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 211 :
  • กระบวนการแยกสารละลายออกจากน้ำประเภทใดมีความสามารถในการทำความสะอาดน้ำได้ดีที่สุด
  • 1 : Reverse Osmosis
  • 2 : Distillation
  • 3 : Electrodialysis
  • 4 : Ultrafiltration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • อิออนใดในน้ำที่สามารถกำจัดได้โดยเรซินแลกเปลี่ยนอิออนแบบกรดแก่ชนิดมีโซเดียมเป็นอิออนอิสระ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :
  • สารหรืออิออนใดในน้ำที่สามารถกำจัดได้โดยเรซินแลกเปลี่ยนอิออนแบบด่างแก่
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับถูกต้องสำหรับการทำงานของถังเรซินแลกเปลี่ยนอิออน
  • 1 : การชะล้าง, การล้างย้อน , การแลกเปลี่ยนอิออน, การรีเจนเนอเรชัน
  • 2 : การแลกเปลี่ยนอิออน, การชะล้าง, การล้างย้อน , การรีเจนเนอเรชัน
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน, , การล้างย้อน, การรีเจนเนอเรชัน, การชะล้าง
  • 4 : การชะล้าง, การล้างย้อน , การแลกเปลี่ยนอิออน, การรีเจนเนอเรชัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 :
  • เวลากักเก็บน้ำภายในถังเรซินที่บรรจุเรซิน 8.5 ลบ. ฟุตเมื่ออัตราการไหลที่ 0.1 ลบ.ฟุต / นาที-ลบ.ฟุต เป็นเท่าใด
  • 1 : 10 นาที
  • 2 : 15 นาที
  • 3 : 30 นาที
  • 4 : 40 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 216 :
  • ความเข้มข้นของเกลือแกงที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรีเจนเนอเรชันประมาณกี่ %
  • 1 : 2- 5 %
  • 2 : 5 – 10 %
  • 3 : 10 – 15 %
  • 4 : 20 – 30 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • สารเคมีชนิดใดสามารถใช้เป็นรีเจนเนอแรนต์สำหรับเรซินแบบกรดอ่อน
  • 1 : กรดเกลือ
  • 2 : โซดาไฟ
  • 3 : เกลือแกง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 218 :
  • ความสามารถในการแลกเปลี่ยนอิออนของเรซินสามารถแสดงได้ในหน่วยใด
  • 1 : meq / ml
  • 2 :
  • 3 : mg/l
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นวัตถุประสงค์ของการชะล้างเรซินหลังจากการรีเจนเนอเรชัน
  • 1 : ล้าง Regenerant
  • 2 : กำจัดอิออนที่แลกเปลี่ยนในโครงสร้างของเรซิน
  • 3 : เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างในถังเรซิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับความพรุนของเรซินแลกเปลี่ยนอิออน
  • 1 : เรซินที่มี Degree of Crosslinkage ต่ำจะมีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนอิออนสูง (คิดต่อปริมาตร)
  • 2 : เรซินที่มี Degree of Crosslinkage สูงจะมีความแข็งแรงของโครงสร้างสูง
  • 3 : เรซินที่มี Degree of Crosslinkage สูงจะสามารถอมน้ำได้สูง
  • 4 : เรซินที่มี Degree of Crosslinkage ต่ำจะแตกหักง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • ความลึกของเรซินแลกเปลี่ยนอิออนมีอิทธิพลต่ออำนาจแลกเปลี่ยนอิออนอย่างไร
  • 1 : อำนาจแลกเปลี่ยนอิออนลดลงขึ้นตามความลึก
  • 2 : อิทธิพลต่ออำนาจการแลกเปลี่ยนอิออนแตกต่างกันตามชนิดของเรซิน
  • 3 : อำนาจแลกเปลี่ยนอิออนสูงขึ้นตามความลึก
  • 4 : ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการล้างย้อนถังเรซินแลกเปลี่ยนอิออน
  • 1 : ถังเรซินแบบด่างต้องการ Free Board มากกว่าของถังเรซินแบบกรด
  • 2 : ถังเรซินแบบกรดต้องการ Free Board มากกว่าของถังเรซินแบบด่าง
  • 3 : ถังเรซินแบบด่างต้องอัตราการล้างย้อนสูงกว่าของถังเรซินแบบกรด
  • 4 : ถังเรซินแบบด่างและถังเรซินแบบกรดต้องการอัตราการล้างย้อนในอัตราเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • หินปูนสามารถละลายน้ำได้ประมาณเท่าใดที่อุณหภูมิปกติ
  • 1 : 10 มิลลิกรัม/ลิตร
  • 2 : 20 มิลลิกรัม/ลิตร
  • 3 : 30 มิลลิกรัม/ลิตร
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 :
  • เมื่อค่าดัชนีแลงเกลียร์ที่คำนวนได้ของน้ำมีค่าติดลบมีความหมายว่าอย่างไร
  • 1 : มีแนวโน้มในการเกิดตะกรัน
  • 2 : มีแนวโน้มในการกัดกร่อนโลหะ
  • 3 : มีแนวโน้มในการฟิล์มเคลือบโลหะ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 225 :
  • จงเรียงลำดับความชอบไอออนของเรซินของอิออนประจุบวกต่างๆดังต่อไปนี้กับน้ำที่มี TDS ต่ำกว่า 1000 mg/l จากมากไปน้อย
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :
  • ข้อใดคือกระบวนการกรองตรง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • ข้อใดคือกระบวนการกรองแบบทั่วไป (การกรองเร็ว)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • ระบบผลิตน้ำประปาระบบใดเหมาะสมกับท้องถิ่นชนบทและมีแหล่งน้ำดิบที่มีความขุ่นต่ำและมีความสะอาดค่อนข้างสูง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์และข้อควรระวังในการใช้สารโพลิเมอร์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรวมตะกอน
  • 1 : ความปั่นป่วนอันเนื่องมากจากการกวนต้องไม่มากเกินไป
  • 2 : เลือกใช้โพลิเมอร์ที่มีความยาวเพียงพอ
  • 3 : เลือกชนิดโพลิเมอร์ที่มีประจุตรงข้ามกับคลอลอยด์
  • 4 : เลือกใช้โพลิเมอร์ชนิดที่ไม่มีประจุแต่ใช้ในปริมาณมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • ข้อเสียของการใช้ถ่านกัมมันต์แบบผงในการกำจัดมลสารต่างๆ ในน้ำมีดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  • 1 : มีการสูญเสียอย่างมากในกระบวนการฟื้นสภาพด้วยความร้อน
  • 2 : สามารถแยกถ่านกัมมันต์ออกจากน้ำได้ยาก
  • 3 : มีประสิทธิภาพในการดูดซับมลสารต่ำกว่าแบบเกร็ด
  • 4 : สามารถดูดซับมลสารที่มีมวลโมเลกุลต่ำได้น้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 231 :
  • ความกระด้างคาร์บอเนตสามารถกำจัดได้โดยวิธีใด
  • 1 : การต้ม
  • 2 : การเติมปูนขาว
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • ความกระด้างถาวรสามารถกำจัดได้โดยวิธีใด
  • 1 : การต้ม
  • 2 : การเติมปูนขาว
  • 3 : การแลกเปลี่ยนอิออน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ข. และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :

  • 1 : 0.52 mg/l
  • 2 : 0.71 mg/l
  • 3 : 0.93 mg/l
  • 4 : 1.15 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ UASB ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่าอะไร
  • 1 : Upflow Aerobic Sludge Blanket
  • 2 : Upflow Anaerobic Sludge Blanket
  • 3 : Upflow Anaerobic Sludge Bacteria
  • 4 : Up-life Aerobic Sludge Blanket
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  • การที่ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไหลลงสู่ลำน้ำธรรมชาติแล้ว ลำน้ำสามารถที่จะบำบัดรักษาตัวของมันเองได้ตามธรรมชาติ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าอะไร
  • 1 : Blue green algae
  • 2 : Self purification
  • 3 : Eutrophication
  • 4 : Nitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • การที่พืชน้ำเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากได้รับสารจำพวก ไนเตรทและฟอสเฟตในปริมาณที่สูง จนทำให้น้ำเสีย เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าอะไร
  • 1 : Blue green algae
  • 2 : Self purification
  • 3 : Eutrophication
  • 4 : Nitrification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • ก๊าซไข่เน่าหมายถึงข้อใดต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 238 :
  • ความลึกของบ่อ Anaerobic pond อยู่ในช่วงประมาณเท่าใด
  • 1 : น้อยกว่า 0.20 เมตร
  • 2 : 0.20 – 0.40 เมตร
  • 3 : 1.00 – 1.50 เมตร
  • 4 : 2.00 – 8.00 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • ความลึกของบ่อ Aerobic pond อยู่ในช่วงประมาณเท่าใด
  • 1 : น้อยกว่า 0.20 เมตร
  • 2 : 0.20 – 0.40 เมตร
  • 3 : 1.00 – 1.50 เมตร
  • 4 : 2.00 – 4.00 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • ระบบบำบัดน้ำเสียแบบแอกติเวเต็ดสลัดจ์โดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ อะไร
  • 1 : ถังเติมอากาศ (Aeration Tank) และถังตกตะกอน (Sedimentation Tank)
  • 2 : ถังเติมอากาศ (Aeration Tank) และถังกรอง (Filtration Tank)
  • 3 : ถังตกตะกอน (Sedimentation Tank) และถังกรอง (Filtration Tank)
  • 4 : ถังเติมอากาศ (Aeration Tank) และถังปรับสภาพ (Equalization Tank)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • ระบบใดต่อไปนี้ไม่ใช่ระบบบำบัดน้ำเสียแบบกายภาพ
  • 1 : Screening
  • 2 : Oil Grease trap
  • 3 : Trickling Filter
  • 4 : Filtration tank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • ระบบใดต่อไปนี้ไม่ใช่ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเคมี
  • 1 : ระบบโคแอกูเลชัน
  • 2 : ถังฆ่าเชื้อโรค
  • 3 : ถังดักไขมัน
  • 4 : ถังตกผลึก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • ระบบใดต่อไปนี้เป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติ
  • 1 : ระบบโปรยกรอง
  • 2 : ระบบ RBC
  • 3 : ระบบแอกติเวเต็ดสลัดจ์
  • 4 : ระบบบ่อบึงประดิษฐ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :

  • 1 : ถังเติมอากาศ
  • 2 : ถังโคแอกกูแลนท์
  • 3 : ถังเติมอากาศ
  • 4 : ถังหมักแบบไร้ออกซิเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 565 : Screening coagulation and flocculation, sedimentation, filtration, disinfection, softening, iron removal, taste and order removal
ข้อที่ 245 :
  • กลิ่นและรสของน้ำเกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : จุลินทรีย์ต่าง ๆ
  • 2 : เหล็กและแมงกานีส
  • 3 : H2S
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • ข้อใดคือวิธีการกำจัดความกระด้างถาวร
  • 1 : การต้ม
  • 2 : การใช้ปูนขาวและโซดาแอช
  • 3 : การกรอง
  • 4 : การเติมออกซิเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ค่าความนำไฟฟ้า เกี่ยวข้องกับค่าใด
  • 1 : pH
  • 2 : ความเป็นกรด
  • 3 : ความเป็นด่าง
  • 4 : อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 248 :
  • ค่า pH ของ H+ = 10^-6 เท่ากับ
  • 1 : 5
  • 2 : 6
  • 3 : 1/6
  • 4 : -6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • สารโคแอกกูแลนท์ ( Coagulant ) ใดที่นิยมใช้ในการผลิตน้ำประปามากที่สุด
  • 1 : Sodium Carnonate
  • 2 : Ferric Chloride
  • 3 : Aluminium Sulfate
  • 4 : Polyelectrolyte
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • ข้อใดไม่ใช่สารโคแอกกูแลนท์ เอด ( Coagulant Aid )
  • 1 : Lime
  • 2 : Polymer
  • 3 : Activated Silica
  • 4 : Ferric Chloride
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :
  • น้ำดิบชนิดใดที่สร้างโคแอกกูเลชันได้ยากที่สุด
  • 1 : น้ำดิบที่มีความขุ่นมากและมีความเป็นด่างสูง
  • 2 : น้ำดิบที่มีความขุ่นมากและมีความเป็นด่างต่ำ
  • 3 : น้ำดิบที่มีความขุ่นน้อยและมีความเป็นด่างสูง
  • 4 : น้ำดิบที่มีความขุ่นน้อยและมีความเป็นด่างต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • ถังตกตะกอนที่มีกระบวนการโคแอกกูเลชันรวมอยู่ภายในถังเดียวกัน มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : ถังตกตะกอนแบบธรรมดา
  • 2 : ถังตกตะกอนแบบท่อ ( Tube Settler )
  • 3 : ถังตกตะกอนแบบ Solids Contact
  • 4 : ถังตกตะกอนแบบ Presedimentation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 253 :
  • การสูญเสียเฮดในระหว่างการล้างเครื่องกรอง เนื่องจากสาเหตุใด
  • 1 : การขยายตัวของสารกรองทุกชั้น
  • 2 : การไหลผ่านระบบท่อ , ข้อต่อ และวาล์วต่าง ๆ
  • 3 : การไหลผ่านระบบระบายน้ำ เช่น ท่อเจาะรู
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 :
  • เรซินที่อยู่ในรูปของ Na+ ต้องทำการรีเจนเนอเรตด้วยสารใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • สารใดไม่สามารถใช้ในการกำจัดเหล็กได้
  • 1 : Zeolite
  • 2 : Ion Exchange Resin
  • 3 : Activated Carbon
  • 4 : Chlorine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • น้ำดิบที่มีเหล็กไม่เกิน 5 มก./ล. มักจะใช้วิธีใดในการกำจัดเหล็กออก
  • 1 : วิธีโคแอกกูเลชันและการกรอง
  • 2 : วิธีกำจัดด้วย Ion Exchange Resin
  • 3 : วิธีแอเรชันและการกรอง
  • 4 : วิธีแอเรชันและการกรองโดยใช้ถังตกตะกอนร่วมด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  • ระบบประปาในหมู่บ้านที่มีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ มักจะติดตั้งถาดเจาะรูเพื่อกระจายน้ำ เอาไว้เหนือถังกรองน้ำ เพื่อวัตถุประสงค์ใด
  • 1 : กำจัดสี
  • 2 : กำจัดเหล็ก
  • 3 : กำจัดกลิ่น
  • 4 : กำจัดแมงกานีส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 258 :
  • กราฟใดแสดงถึงการเติมคลอรีนในน้ำประปา
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 259 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับโอโซน
  • 1 : โอโซนมีอำนาจออกซิไดซิงต่ำกว่าคลอรีน
  • 2 : โอโซนราคาแพงกว่าคลอรีน
  • 3 : โอโซนสามารถผลิตได้ทุกสถานที่ที่มีกระแสไฟฟ้าไปถึง
  • 4 : โอโซนสามารถกำจัดสี กลิ่น และรสได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • แสงอัลตราไวโอเลต (UV) ในช่วงใดใช้ในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้ดีที่สุด
  • 1 : 3250 - 3900 แองสตรอม
  • 2 : 2950 - 3250 แองสตรอม
  • 3 : 2000 - 2950 แองสตรอม
  • 4 : 1650 - 2000 แองสตรอม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • ข้อใดที่ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้น้ำประปามีกลิ่นและรส
  • 1 : จุลินทรีย์ชนิดที่กินเหล็ก
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : สาหร่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 262 :
  • ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดการไหลลัดทาง ( Short Circuit ) ในถังตกตะกอน
  • 1 : พีเอช
  • 2 : อุณหภูมิ
  • 3 : กระแสลม
  • 4 : สารละลายน้ำ (TDS)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • จากคุณลักษณะของน้ำดิบดังต่อไปนี้ จงคำนวณหา Ion Exchange Load ของถังเรซินแบบกรดแก่

     

  • 1 : 197 mg/L as CaCO3
  • 2 : 220 mg/L as CaCO3
  • 3 : 310 mg/L as CaCO3
  • 4 : 468 mg/L as CaCO3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ข้อใดเรียงขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพน้ำถูกต้อง
  • 1 : Coagulation-->Flocculation-->Sedimentation-->Filtration--> Disinfection
  • 2 : Flocculation-->Coagulation-->Sedimentation-->Filtration--> Disinfection
  • 3 : Flocculation-->Filtration-->Coagulation-->Sedimentation--> Disinfection
  • 4 : Coagulation-->Flocculation-->Filtration-->Sedimentation--> Disinfection
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 265 :
  • การตรวจวัดความขุ่นในน้ำประปาแสดงว่าเป็นการทดสอบคุณสมบัติของน้ำด้านใด
  • 1 : ด้านกายภาพ
  • 2 : ด้านเคมี
  • 3 : ด้านชีวภาพ
  • 4 : ด้านกายภาพเคมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • การทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาปริมาณและชนิดของสารสร้างตะกอนที่เหมาะสมเรียกว่าอะไร
  • 1 : Jar test
  • 2 : Floc test
  • 3 : Coagulation test
  • 4 : Flocculation test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • วัตถุประสงค์ในการติดตั้งตะแกรงในกระบวนการผลิตน้ำประปาคืออะไร
  • 1 : กำจัดเศษใบไม้ที่ลอยมา
  • 2 : กำจัดสารหนูที่ปนเปื้อนในน้ำ
  • 3 : กำจัดเหล็กและแมงกานีส
  • 4 : กำจัดสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • ข้อใดจัดเป็นสารช่วยสร้างตะกอน
  • 1 : สารส้ม
  • 2 : โพลิเมอร์
  • 3 : ปูนขาว
  • 4 : โพลีอะลูมิเนียมคลอไรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • ข้อใดจัดเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อกระบวนการสร้างตะกอน
  • 1 : ปริมาณสารสร้างตะกอนมากๆ
  • 2 : ความปั่นป่วนของน้ำสูงๆ
  • 3 : ค่าพีเอชของน้ำสูง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • ความกระด้างในน้ำชนิดใดไม่สามารถกำจัดได้โดยวิธีการให้ความร้อน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • ปัญหาการพบปริมาณ trihalomethane ในน้ำประปาบางแห่งของไทย แสดงว่าโรงประปาดังกล่าวน่าจะฆ่าเชื้อโรคในน้ำด้วยวิธีใด
  • 1 : ใช้แสง Ultraviolet
  • 2 : เติมคลอรีน
  • 3 : เติมก๊าซโอโซน
  • 4 : เติม Potassium permanganate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 :
  • หากในขั้นตอนการผลิตน้ำประปามีระบบเติมอากาศ (Aerator) ด้วย แสดงว่าในน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปาน่าจะมีการปนเปื้อนสิ่งใดในปริมาณมาก
  • 1 : จุลินทรีย์ก่อโรค
  • 2 : คลอไรด์
  • 3 : เหล็ก ์
  • 4 : คอลลอยด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • อุปกรณ์แบบใดที่ไม่นิยมนำมาใช้เป็นถังกวนเร็วในปัจจุบัน
  • 1 : ใบพัด
  • 2 : In-line blender
  • 3 : Baffled tank
  • 4 : Static mixer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 274 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของเครื่องกรองทรายแบบกรองช้า
  • 1 : ระยะเวลาเกิดความดันสูญเสียช้า
  • 2 : เหมาะสำหรับน้ำดิบที่มีความขุ่นต่ำ
  • 3 : สามารถทำความสะอาดชั้นกรองด้วยการ Backwash
  • 4 : ต้องการพื้นที่มาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 275 :
  • การกำจัดสารที่ทำให้เกิดกลิ่นและรสสามารถกระทำได้ในกระบวนการใดในการผลิตน้ำประปา
  • 1 : Adsorption
  • 2 : Coagulation
  • 3 : Flocculation
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 2. และ 3.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • การเติมคลอรีนในน้ำประปาภายหลังเพื่อแจกจ่ายไปตามชุมชนจะต้องมีระยะเวลาการฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 20 นาที
  • 2 : 30 นาที
  • 3 : 40 นาที
  • 4 : 60 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 277 :
  • การเติมคลอรีนในกระบวนการการผลิตน้ำประปาเพื่อให้มีคลอรีนหลงเหลือเท่าใดก่อนแจกจ่ายไปตามชุมชน
  • 1 : 0.5-0.9 mg/l
  • 2 : 1.0-2.0 mg/l
  • 3 : 0.3-0.4 mg/l
  • 4 : 0.5-0.6 mg/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • จงคำนวนปริมาณคลอรีนที่ต้องการสูงสุดในแต่ละวันเพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรค ในกระบวนการผลิตน้ำประปาขนาด 10000 ลบ.ม. ต่อวัน กำหนดให้ความเข้มข้นของคลอรีนสูงสุด = 2 mg/l
  • 1 : 5 ก.ก./วัน
  • 2 : 10 ก.ก./วัน
  • 3 : 15 ก.ก./วัน
  • 4 : 20 ก.ก./วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • การกำจัดกลิ่นและรสในกระบวนการผลิต น้ำประปาโดยการใช้ Activated Carbon นิยมใช้เวลากักเก็บสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 20 นาที
  • 2 : 30 นาที
  • 3 : 40 นาที
  • 4 : 60 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • การกำจัดเหล็กและมังกานีสใช้วิธีใดที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : เติมอากาศ
  • 2 : เติมคลอรีน
  • 3 : เติมสารส้ม
  • 4 : เติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 :
  • น้ำประปาที่ใช้ในโรงพยาบาลเด็กอ่อนต้องไม่มีสารใดเจือปน
  • 1 : เหล็กและมังกานีส
  • 2 : ฟลูออไรด์
  • 3 : ไนเตรต
  • 4 : ฟอสเฟต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการกำจัดกลิ่นออกจากน้ำประปา
  • 1 : เติมอากาศ
  • 2 : Activated carbon
  • 3 : เติมด่างทับทิม
  • 4 : เติมคลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • การทดลองเรื่องใดใช้เพื่อทดสอบหาชนิดและปริมาณสารเคมีในกระบวนการ Coagulation-flocculation
  • 1 : การผสม
  • 2 : จาร์เทสต์
  • 3 : พีเอช
  • 4 : ความเป็นด่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 284 :

  • 1 : 1 kg
  • 2 : 2 kg
  • 3 : 3 kg
  • 4 : 4 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :

  • 1 : ลดแบคทีเรีย
  • 2 : ลดซีโอดี
  • 3 : ลดบีโอดี
  • 4 : ลดสาหร่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :

  • 1 : 1.5
  • 2 : 2.5
  • 3 : 3.5
  • 4 : 4.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ coagulation-flocculation
  • 1 : Zeta potential
  • 2 : Reynolds number 
  • 3 : Van der Waals force
  • 4 : Destabilization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตกตะกอน
  • 1 : Reynolds number
  • 2 : Stokes equation
  • 3 : discrete settling
  • 4 : uniformity coefficient
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • ระบบผลิตน้ำประปากำลังการผลิต 0.2 m^3/s มีถังน้ำใส (clarifier) 4 ถัง แต่ละถังมีขนาดกว้าง 5 m ยาว 25 m ความลึก 4 m คำนวณเวลากักพัก (detention time)
  • 1 : 1 hr
  • 2 : 2 hr
  • 3 : 3 hr
  • 4 : 4 hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • ระบบผลิตน้ำประปากำลังการผลิต 0.2 m^3/s มีถังน้ำใส (clarifier) 4 ถัง แต่ละถังมีขนาดกว้าง 5 m ยาว 25 m ความลึก 5 m คำนวณอัตราน้ำล้น (overflow rate)
  • 1 : 35 m/d
  • 2 : 70 m/d
  • 3 : 140 m/d
  • 4 : 280 m/d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • ระบบผลิตน้ำประปากำลังการผลิต 0.2 m^3/s มีถังน้ำใส (clarifier) 4 ถัง แต่ละถังมีขนาดกว้าง 5 m ยาว 25 m ความลึก 5 m คำนวณ horizontal velocity
  • 1 : 36 m/min
  • 2 : 18 m/min
  • 3 : 9 m/min
  • 4 : 4.5 m/min
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 292 :
  • ระบบผลิตน้ำประปากำลังการผลิต 0.2 m^3/s มีถังน้ำใส (clarifier) 4 ถัง แต่ละถังมีขนาดกว้าง 5 m ยาว 25 m ความลึก 5 m คำนวณ weir loading rate (กำหนดให้ weir length เท่ากับ 3 เท่าของความกว้างของถังน้ำใส)
  • 1 : 6 m^2/min
  • 2 : 12 m^2/min
  • 3 : 24 m^2/min
  • 4 : 48 m^2/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 :
  • การทดสอบใดเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการ coagulation-flocculation
  • 1 : Jar test
  • 2 : turbidity
  • 3 : zeta potential
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • การเลือกสารเคมีที่เหมาะสมกับกระบวนการ coagulation-flocculation นั้นควรมีการวัดพารามิเตอร์ใดต่อไปนี้ในน้ำดิบ
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : พีเอช
  • 3 : ความเป็นด่าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 :
  • ถังตกตะกอนประกอบด้วยโซนอะไรบ้าง
  • 1 : inlet/settling/outlet/sludge
  • 2 : influent/settling/effluent
  • 3 : inlet/scum/outlet/sludge
  • 4 : influent/scum/effluent
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • หน่วยวัดความขุ่นคือ
  • 1 : CU
  • 2 : mV
  • 3 : NTU
  • 4 : degree Be
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 297 :
  • ประจุบวกของโลหะชนิดใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นสารฆ่าเชื้อโรค
  • 1 : เงิน
  • 2 : ทองคำ
  • 3 : ปรอท
  • 4 : ไซยาไนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน่วยวัดความขุ่น
  • 1 : JTU
  • 2 : FTU
  • 3 : BTU
  • 4 : NTU
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • คลอรีนที่เติมลงไปหลังจากจุดเบรกพอยท์ เรียกว่า
  • 1 : คลอรีนอิสระตกค้าง
  • 2 : คลอรีนรวมคงค้าง
  • 3 : คลอรีนรวมคงเหลือ
  • 4 : คลอรีนรวมมีอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 300 :
  • ข้อใดมีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคมากที่สุด
  • 1 : คลอรีนอิสระตกค้าง
  • 2 : คลอรีนรวมคงค้าง
  • 3 : คลอรีนรวมคงเหลือ
  • 4 : คลอรีนรวมมีอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • ข้อเสียของการเติมคลอรีนในน้ำประปา
  • 1 : ราคาแพง
  • 2 : เกิดสารก่อมะเร็ง
  • 3 : ประสิทธิภาพต่ำ
  • 4 : หาซื้อยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • การเติมคลอรีนในน้ำประปานอกจากเป็นสารฆ่าเชื้อโรคแล้วยังช่วยกำจัดสารใดต่อไปนี้
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : สี
  • 3 : เหล็กและแมงกานีส
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  • ระบบผลิตน้ำประปาขนาด 10,000 ลบ.ม.ต่อวัน ต้องใช้คลอรีนความเข้มข้น 2 มก.ต่อลิตร ระบบนี้ต้องใช้คลอรีนกี่ถังต่อเดือน (ความจุ 100 กิโลกรัมต่อถัง)
  • 1 : 0.2
  • 2 : 2
  • 3 : 0.6
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นคลอรีนรวมตัว
  • 1 : โมโนคลอรามีน
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : กรดไฮโปคลอรัส
  • 4 : ไฮโปคลอไรต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคของคลอรีนจะลดลงเมื่อใด
  • 1 : พีเอชเป็นกลาง
  • 2 : พีเอชลดลง
  • 3 : พีเอชสูงขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 306 :
  • สารใดมีตัวที่ทำให้เกิดความกระด้างแบบชั่วคราว
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 307 :
  • ข้อใดอธิบายความหมายของ effective size (ES) ของทรายกรองที่มีขนาด ES = 0.6 มม. ได้ถูกต้อง
  • 1 : ทรายที่ผ่านตะแกรงร่อนขนาด 0.6 มม. ได้ร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก
  • 2 : ทรายที่ผ่านตะแกรงร่อนขนาด 0.6 มม. ได้ร้อยละ 30 โดยน้ำหนัก
  • 3 : ทรายที่ผ่านตะแกรงร่อนขนาด 0.6 มม. ได้ร้อยละ 60 โดยน้ำหนัก
  • 4 : ทรายที่ผ่านตะแกรงร่อนขนาด 0.6 มม. ได้ร้อยละ 90 โดยน้ำหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็น high rate clarification
  • 1 : ไม่มีข้อถูก
  • 2 : Tube settlers
  • 3 : Sludge blanket clarification
  • 4 : Contact clarification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :

  • 1 : 350
  • 2 : 250
  • 3 : 210
  • 4 : 110
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  • สูตรเคมีของ Quicklime คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • ข้อใดไม่นิยมใช้ในการกำจัดเหล็กและแมงกานีสในน้ำ
  • 1 : โอโซน
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : สารส้ม
  • 4 : ด่างทับทิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :

  • 1 : 350
  • 2 : 250
  • 3 : 210
  • 4 : 110
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • ค่า uniformity coefficient (UC) คือ
  • 1 : ขนาดตะแกรงร่อนที่ยอมให้ตัวกลางกรองผ่านร้อยละ 10 โดยน้ำหนักต่อขนาด ES
  • 2 : ขนาดตะแกรงร่อนที่ยอมให้ตัวกลางกรองผ่านร้อยละ 30 โดยน้ำหนักต่อขนาด ES
  • 3 : ขนาดตะแกรงร่อนที่ยอมให้ตัวกลางกรองผ่านร้อยละ 60 โดยน้ำหนักต่อขนาด ES
  • 4 : ขนาดตะแกรงร่อนที่ยอมให้ตัวกลางกรองผ่านร้อยละ 90 โดยน้ำหนักต่อขนาด ES
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 :

  • 1 : 131
  • 2 : 154
  • 3 : 208
  • 4 : 230
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :

  • 1 : 131
  • 2 : 154
  • 3 : 208
  • 4 : 230
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • เครื่องกรองน้ำพื้นที่ 40 x 40 ตารางฟุต มีความลึกของชั้นกรอง 30 นิ้ว ผ่านการใช้งานเป็นเวลา 22 ชั่วโมง โดยกรองน้ำได้รวมเป็นปริมาตร 6 ล้านแกลลอน จึงทำการล้างย้อนเป็นเวลา 22 นาที ด้วยอัตรา 15 แกลลอนต่อนาทีต่อตารางฟุต คำนวณอัตราการกรองเฉลี่ย
  • 1 : 3 gpm/sq.ft.
  • 2 : 152 gpm/in
  • 3 : 3750 gal/sq.ft.
  • 4 : 4545 gpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • เครื่องกรองน้ำพื้นที่ 40 x 40 ตารางฟุต มีความลึกของชั้นกรอง 30 นิ้ว ผ่านการใช้งานเป็นเวลา 22 ชั่วโมง โดยกรองน้ำได้รวมเป็นปริมาตร 6 ล้านแกลลอน จึงทำการล้างย้อนเป็นเวลา 22 นาที ด้วยอัตรา 15 แกลลอนต่อนาทีต่อตารางฟุต คำนวณร้อยละของน้ำล้างย้อนที่ใช้เมื่อเทียบกับน้ำที่กรองได้
  • 1 : 3
  • 2 : 5
  • 3 : 7
  • 4 : 9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • การทำลายเสถียรภาพ (destabilization) ของคอลลอยด์โดยสารโคแอกกูแลนท์อินทรีย์เกิดจากกลไกใดต่อไปนี้
  • 1 : diffuse layer compression
  • 2 : sweep coagulation
  • 3 : adsorption
  • 4 : polymer bridging
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดหมายถึง ความแตกต่างของประจุไฟฟ้าระหว่างชั้นความหนาแน่นของไอออนที่อยู่รอบๆ อนุภาคและประจุในของเหลวที่อยู่ล้อมรอบ อนุภาค ที่เกิดขึ้นในกระบวนการ coagulation-flocculation
  • 1 : Stern potential
  • 2 : Nernst potential
  • 3 : Zeta potential
  • 4 : Electric potential
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :
  • ระบบแลกเปลี่ยนไอออนประกอบด้วยเรซินปริมาตร 11 cu.ft. มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออน 30,000 grain/cu.ft. คำนวณความสามารถของระบบนี้ในการกำจัดความกระด้าง(ในหน่วย kg)
  • 1 : 11
  • 2 : 21
  • 3 : 30
  • 4 : 33
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
  • ระบบแลกเปลี่ยนไอออนประกอบด้วยเรซินปริมาตร 11 cu.ft. มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออน 30,000 grain/cu.ft. ถ้าน้ำดิบมีความกระด้าง 233 mg/L ระบบนี้สามารถผลิตน้ำอ่อนได้กี่ลูกบาศก์เมตรก่อนทำการฟื้นสภาพ
  • 1 : 30
  • 2 : 60
  • 3 : 90
  • 4 : 120
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 322 :
  • ระบบแลกเปลี่ยนไอออนประกอบด้วยเรซินปริมาตร 11 cu.ft. มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออน 30,000 grain/cu.ft. ถ้าใช้เกลือในการฟื้นสภาพเรซินเป็นปริมาณ 0.4 lb ต่อ 1,000 grains ของความกระด้างที่กำจัดได้ คำนวณปริมาณเกลือทั้งหมด (ในหน่วยกิโลกรัม) ที่ต้องใช้ในการฟื้นสภาพ
  • 1 : 20
  • 2 : 40
  • 3 : 60
  • 4 : 80
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • ระบบแลกเปลี่ยนไอออนประกอบด้วยเรซินปริมาตร 11 cu.ft. มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนไอออน 30,000 grain/cu.ft. ถ้าใช้เกลือในการฟื้นสภาพเรซินเป็นปริมาณ 0.4 lb ต่อ 1,000 grains ของความกระด้างที่กำจัดได้ กำหนดให้น้ำเกลือเข้มข้นร้อยละ 12 (น้ำหนักต่อปริมาตร) คำนวณปริมาตรน้ำเกลือทั้งหมด (ในหน่วยลิตร) ที่ต้องใช้ในการฟื้นสภาพ
  • 1 : 100
  • 2 : 300
  • 3 : 500
  • 4 : 700
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 :
  • กระบวนการใดในการผลิตน้ำประปาดังต่อไปนี้ไม่สามารถกำจัดหรือลดจำนวนสารอินทรีย์ในน้ำดื่ม
  • 1 : การกรองช้า
  • 2 : การกรองเร็ว
  • 3 : การเติมคลอรีน
  • 4 : การกวนเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มิใช่วิธีการฆ่าเชื้อโรคในกระบวนการผลิตน้ำประปา
  • 1 : การเติมคลอรีน
  • 2 : การเติมโอโซน
  • 3 : การฉายรังสียูวี
  • 4 : การเติมฟลูออไรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 326 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารเคมีที่นิยมใช้ในการทำลายเสถียรของสารแขวนลอยในน้ำ
  • 1 : สารส้ม
  • 2 : โซเดียมไฮโปคลอไรท์
  • 3 : เฟอร์ริกคลอไรด์
  • 4 : เฟอร์ริกซัลเฟต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเติมสารช่วยรวมตะกอนในกระบวนการผลิตน้ำประปา
  • 1 : ควรเติมก่อนการเติมสารทำลายเสถียรของตะกอน
  • 2 : ควรเพิ่มความปั่นป่วนของน้ำให้มากที่สุดขณะเติม
  • 3 : ควรเติมสารช่วยรวมตะกอนให้มากเกินพอ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 328 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องควบคุมในกระบวนการทำลายเสถียรของตะกอน
  • 1 : ความปั่นป่วนของน้ำ
  • 2 : ปริมาณสารทำลายเสถียร
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ระยะเวลากักเก็บ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 329 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องควบคุมในกระบวนการตกตะกอน
  • 1 : อุณหภูมิของน้ำ
  • 2 : อัตราเร็วในการไหล
  • 3 : ระยะเวลากักเก็บ
  • 4 : ความปั่นป่วนของน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องสำหรับกระบวนการกรอง
  • 1 : ขนาดของสารกรองควรเรียงตัวจากใหญ่ไปเล็กและจากบนลงล่าง
  • 2 : จำเป็นต้องมีการทำความสะอาดสารกรอง
  • 3 : การรักษาระดับความดันเหนือสารกรองให้คงที่สามารถรักษาอัตราการกรองให้คงที่ได้
  • 4 : ควรรักษาระดับน้ำให้ท่วมสารกรองเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 331 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีการควบคุมการกรอง
  • 1 : การควบคุมอัตราการกรองให้คงที่โดยเพิ่มความดันเหนือสารกรอง
  • 2 : การรักษาความดันเหนือสารกรองให้คงที่โดยอัตราการกรองแปรเปลี่ยน
  • 3 : การควบคุมอัตราการกรองและความดันเหนือสารกรองให้คงที่
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 332 :
  • ข้อใดเป็นข้อเสียในการฆ่าเชื้อโรคน้ำประปาด้วยรังสียูวี
  • 1 : ไม่สามารถคงสภาพการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
  • 2 : ใช้เวลากักเก็บยาวนาน
  • 3 : เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 :
  • ข้อใดเป็นข้อเสียในการฆ่าเชื้อโรคน้ำประปาด้วยการเติมคลอรีน
  • 1 : ไม่สามารถคงสภาพการฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
  • 2 : ใช้เวลากักเก็บยาวนาน
  • 3 : ก่อให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • อุปกรณ์กวนเร็วในข้อใดเหมาะสำหรับใช้ในกระบวนการทำลายเสถียรของอนุภาคด้วยวิธีทำลายประจุไฟฟ้า
  • 1 : แบบใบพัด
  • 2 : Hydraulic Jump
  • 3 : In-line blender
  • 4 : In-line static mixer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 :
  • ปัจจัยต่างๆในข้อใดที่เป็นตัวกำหนดกลไกของการทำลายเสถียรของคอลลอยด์
  • 1 : Velocity gradient (G), เวลากักเก็บในถังกวนเร็ว
  • 2 : Velocity gradient (G), รูปร่างของถังกวนเร็ว
  • 3 : เวลากักเก็บในถังกวนเร็ว , รูปร่างของถังกวนเร็ว
  • 4 : ชนิดของโคแอกกูเลนท์ , Velocity gradient (G)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • โดยทั่วไปตำแหน่งของกระบวนการโคแอกกูเลชันมักอยู่ที่ตำแหน่งใดในกระบวนการผลิตน้ำประปา
  • 1 : อยู่หลังถังตกตะกอน
  • 2 : อยู่หลังถังกวนช้า
  • 3 : อยู่ก่อนถังตกตะกอน
  • 4 : อยู่ก่อนถังกวนช้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 337 :
  • ในกรณีถังตกตะกอนแบบอุดมคติอนุภาคชนิดใดที่มีโอกาสตกตะกอนในถังตกตะกอน
  • 1 : อนุภาคที่มีอัตราเร็วในการตกตะกอนต่ำกว่าค่าอัตราน้ำล้นผิว
  • 2 : อนุภาคที่มีอัตราเร็วในการตกตะกอนเท่ากับอัตราน้ำล้นผิว
  • 3 : อนุภาคที่มีอัตราเร็วในการตกตะกอนสูงกว่าอัตราน้ำล้นผิว
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • อัตราน้ำล้นผิวมีความสำคัญกับพารามิเตอร์ของถังตกตะกอนในข้อใด
  • 1 : ความลึก และความยาว
  • 2 : อัตราการไหลของน้ำและพื้นที่ตกตะกอน
  • 3 : อัตราการไหลและความลึก
  • 4 : พื้นที่ตกตะกอนและความลึก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :
  • การควบคุมการกรองน้ำสามารถทำใด้โดยวิธีใด
  • 1 : ควบคุมให้อัตราการกรองน้ำคงที่
  • 2 : ควบคุมให้ระดับน้ำเหนือสารกรองคงที่
  • 3 : ควบคุมให้ความต้านทานของสารกรองคงที่
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของกระบวนการกรองช้า
  • 1 : มีขนาดของถังกรองเล็กกว่า
  • 2 : สามารถเกิดชั้นฟิลม์บางที่ผิวหน้าและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองได้
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดของสารกรองเล็ก
  • 4 : การทำความสะอาดสารกรองทำได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • ปริมาณคลอรีนอิสระตกค้างจากกระบวนการฆ่าเชื้อโรคควรมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 0.3 – 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 2 : 5 – 7 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 3 : 10-12 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 4 : 15 – 20 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • คอลลอยด์โดยทั่วไปในแหล่งน้ำดิบมักมีประจุแบบใด
  • 1 : ประจุลบ
  • 2 : ประจุบวก
  • 3 : ไม่มีประจุ
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 :
  • การควบคุมสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเติมโคแอกกูแลนท์สามารถทำได้ด้วยวิธีใด
  • 1 : วัดค่าพีเอส
  • 2 : วัดค่าซีตาโพเทนเชียล
  • 3 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.
  • 4 : วิธีจาร์เทสต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • ความเร็วแกรเดียนท์ที่เหมาะสมสำหรับถังกวนช้าควรอยู่ระหว่างค่าใด
  • 1 : 1 - 5 วินาที ^-1
  • 2 : 20 - 50 วินาที ^-1
  • 3 : 100 – 500 วินาที ^-1
  • 4 : 1000 – 5000 วินาที ^-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการสูญเสียเฮดของถังกวนช้า
  • 1 : ถังกวนช้าแบบใช้ใบพัดมีการสูญเสียเฮดของน้ำมากที่สุด
  • 2 : ถังกวนเร็วแบบใบพัดมีการสูญเสียเฮดมากกว่าแบบแผ่นกั้น
  • 3 : ถังกวนเร็วแบบแผ่นกั้นมีการสูญเสียเฮดของน้ำมากกว่าแบบใบพัด
  • 4 : ถังกวนช้าแบบแผ่นกั้นมีการสูญเสียเฮดของน้ำน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :
  • อัตราการไหลของน้ำที่เหมาะสมภายในถังกวนช้าควรมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 0.1 – 0.3 เมตรต่อวินาที
  • 2 : 1 – 2 เมตรต่อวินาที
  • 3 : 3 – 4 เมตรต่อวินาที
  • 4 : 5 – 7 เมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 347 :
  • การเติม Alum ในกระบวนการโคแอกกูเลชันส่งผลอย่างไรต่อค่าความเป็นด่างของน้ำ
  • 1 : ค่าความเป็นด่างเพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่าความเป็นด่างลดลง
  • 3 : ค่าความเป็นด่างคงที่
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ค และ ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสารเคมีสำหรับกระบวนการโคแอกกูเลชันของน้ำดิบที่มีความขุ่นสูงแต่มีความเป็นด่างต่ำ
  • 1 : สามารถใช้สารส้มใด้ดี
  • 2 : สามารถใช้เกลือเฟริคได้ดี
  • 3 : ต้องมีการปรับพีเอชด้วยสารละลายด่าง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับกลไกการทำลายประจุด้วยสารส้มหรือสารประกอบเหล็ก
  • 1 : การทำลายประจุแบบดูดติดผิวต้องการระยะเวลาสัมผัสนานกว่าแบบ Sweep Coagulation
  • 2 : การทำลายประจุแบบ Sweep Coagulation ต้องการระยะเวลาสัมผัสนานกว่าแบบดูดติดผิว
  • 3 : สลัดจ์ที่ได้จากกระบวนการ Sweep Coagulation มีลักษณะเบาและดึงน้ำออกได้ง่าย
  • 4 : การทำลายประจุแบบดูดติดผิวมักถูกใช้เป็นกระบวนการหลักในกระบวนการโคแอกกูเลชัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • ความเร็วเกรเดียนท์ที่เหมาะสมสำหรับกระบวนการฟล็อคคูเลชันอยู่ในช่วงใด
  • 1 : 5-20 วินาที^-1
  • 2 : 20-50 วินาที^-1
  • 3 : 50-70 วินาที^-1
  • 4 : 70 – 90 วินาที^-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • เครื่องกวนแบบใดมักมีประสิทธภาพต่ำกว่าแบบอื่น
  • 1 : แบบใบพาย
  • 2 : แบบเทอร์ไบน์
  • 3 : แบบใบพัดเรือ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 352 :
  • วิธีใดเป็นวิธีลดผลกระทบจากความปั่นป่วนภายในทางเชื่อมระหว่างถังกวนช้าและถังกวนเร็ว
  • 1 : ลดขนาดของทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างถังกวนช้าและถังกวนเร็ว
  • 2 : ออกแบบให้ถังกวนช้าและถังกวนช้ามีโครงสร้างร่วมกัน
  • 3 : เพิ่มอัตราเร็วในการไหลของน้ำระหว่างถังกวนช้าและถังกวนเร็ว
  • 4 : เติมสารเคมีเพื่อคงความเสถียรของฟล็อค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุของการสูญเสียเฮดในระหว่างการล้างเครื่องกรอง
  • 1 : สูญเสียเฮดเนื่องจากการขยายตัวของสารกรองทุกชั้น
  • 2 : สูญเสียเฮดเนื่องจากชั้นรองรับสารกรอง
  • 3 : สูญเสียเฮดเนื่องจากระบบท่อ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 354 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีการผสมระหว่างคลอรีนกับน้ำ
  • 1 : ถังกวนเร็วแบบธรรมดา
  • 2 : เวียร์
  • 3 : ผสมในเส้นท่อ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อดีของการใช้โอโซนฆ่าเชื้อโรค
  • 1 : วัตถุดิบของระบบหาง่าย
  • 2 : สามารถใช้ได้ทุกสถานที่ที่มีกระแสไฟฟ้าไปถึง
  • 3 : มีอำนาจการฆ่าเชื้อโรครุนแรงกว่าคลอรีน
  • 4 : อุปกรณ์มีราคาถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • ข้อใดเป็นข้อเสียของการใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อโรคในระบบผลิตน้ำประปาเพื่อแจกจ่ายสู่ชุมชน
  • 1 : มีอำนาจการออกซิไดซ์สูงกว่าคลอรีนเกือบ 1 เท่า
  • 2 : เมื่อผสมกับน้ำจะมีกลิ่นรุนแรง
  • 3 : มีปริมาณโอโซนตกค้างสูง
  • 4 : มีความต้องการการเพิ่มความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคในระบบขนส่งน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการผลิตโอโซน
  • 1 : การระเหยเป็นไอของโอโซนเหลว
  • 2 : การผ่านอากาศแห้งเข้าไประหว่างขั้วไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์สูง
  • 3 : ปฏิกริยาทางเคมีของก๊าซออกซิเจนและน้ำ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อโรค
  • 1 : ไม่จำเป็นต้องทำการ Post Chlorination
  • 2 : สามารถใช้ภาชนะและอุปกรณ์ได้ทุกชนิด
  • 3 : ก๊าซโอโซนเป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่น
  • 4 : โอโซนมีอำนาจในการทำลายไวรัสสูงกว่าคลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณหาการสูญเสียเฮดของอุปกรณ์ต่างๆของถังกรอง
  • 1 : ใช้ค่าความยาวสมมูลของอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆแทนการสูญเสียเฮดของอุปกรณ์นั้นได้ทันที
  • 2 : ใช้ค่าความยาวสมมูลของอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆเปรียบได้กับความยาวของท่อตรงและคำนวณหาการสูญเสียเฮด
  • 3 : คำนวณโดยใช้ค่าการสูญเสียเฮดของอุปกรณ์ที่มีการสูญเสียมากที่สุดเท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการกรองน้ำด้วยอัตราลดลง (Declining Rate Filtration)
  • 1 : การลดลงของอัตราการกรองโดยรวมของทุกถังกรองเกิดขึ้นอย่างช้าๆ
  • 2 : ไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมอัตราการกรอง
  • 3 : ระดับของถังกรองทุกถังมีระดับเท่ากัน
  • 4 : อัตราการกรองของแต่ละถังกรองไม่เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณออกแบบระบบการล้างย้อนของถังกรอง
  • 1 : ต้องคำนวณอัตราการไหลในการล้างย้อนและอัตราการขยายตัว
  • 2 : ต้องคำนวณหาการสูญเสียเฮดทั้งหมด
  • 3 : น้ำที่ใช้ล้างเครื่องกรองต้องเป็นน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณหาการสูญเสียเฮดเนื่องจากการไหลผ่านชั้นกรองและชั้นกรวดรองรับชั้นกรอง
  • 1 : การคำนวณหาการสูญเสียเฮดเนื่องจากการไหลของชั้นกรองคำนวณจากหลักการไหลแบบไหลเอื่อย (Laminar Flow)
  • 2 : การคำนวณหาการสูญเสียเฮดเนื่องจากการไหลของชั้นกรวดรองรับชั้นกรองคำนวณจากหลักการไหลแบบไหลเอื่อย (Laminar Flow)
  • 3 : การสูญเสียเฮดของระหว่างชั้นกรองแปรผันตรงกับอัตราการกรอง
  • 4 : การสูญเสียเฮดของระหว่างชั้นกรองแปรผกผันกับอัตราการกรอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 363 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการสูญเสียเฮดในกรณีการล้างเครื่องกรองซึ่งชั้นกรองมีการลอยตัว
  • 1 : การสูญเสียเฮดของชั้นกรวดรองรับสารกรองสามารถคำนวณได้เช่นเดียวกับในกรณีการกรอง
  • 2 : การสูญเสียเฮดไม่ขึ้นอยู่กับขนาดของสารกรอง
  • 3 : การสูญเสียเฮดขึ้นกับค่าความพรุนที่ขยายขึ้นของสารกรอง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 364 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับการออกแบบถังคาร์บอนในการกำจัดกลิ่นและรสของน้ำประปา
  • 1 : มักเลือกใช้ถ่านกัมมันต์แบบเกร็ด
  • 2 : ไม่จำเป็นต้องมีระบบล้างย้อน
  • 3 : อัตราการไหลต่อหน่วยพื้นที่ของชั้นคาร์บอนแบบเกร็ดมักกำหนดอยู่ที่ 2.5 ม/ชม.
  • 4 : ปริมาตรของชั้นถ่านกัมมันต์สามารถคำนวณได้จากการทำ Isotherm test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 365 :
  • เพื่อความมั่นใจในการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีควรใช้แสงยูวีไม่ต่ำกว่าข้อใด
  • 1 : 3000 ไมโครวัตต์-วท. / ตร.ซม.
  • 2 : 5,000 ไมโครวัตต์-วท. / ตร.ซม.
  • 3 : 20,000 ไมโครวัตต์-วท. / ตร.ซม.
  • 4 : 30,000 ไมโครวัตต์-วท. / ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • หลอดไฟยูวีที่ทำขึ้นขายเพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคมักมีความยาวคลื่นเท่าได
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • ข้อใดคือข้อดีของการฆ่าเชื้อโรคของแสงยูวีที่เหนือกว่าการใช้คลอรีน
  • 1 : ไม่ทำให้เกิดรส
  • 2 : ไม่สร้างสารตกค้างในน้ำ
  • 3 : สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในน้ำที่มีสี
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 368 :
  • ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้การฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสียูวีล้มเหลว
  • 1 : น้ำดิบมีความขุ่นสูง
  • 2 : น้ำดิบมีสี
  • 3 : ความลึกของน้ำสูงเกินไป
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 369 :
  • Mud Ball คืออะไร
  • 1 : สารกรอง
  • 2 : เครื่องกวนเร็ว
  • 3 : เครื่องวัดอัตราการไหล
  • 4 : ปัญหาการรวมตัวของสารกรองเป็นก้อนกลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • สาเหตุของการเกิด Mud Ball ในถังกรองมีสาเหตุมาจากข้อใด
  • 1 : อัตราการล้างย้อนไม่เพียงพอ
  • 2 : มีการใช้สารส้มมากเกินไปในกรณีกรองตรง
  • 3 : อัตราการกรองต่ำเกินไป
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 371 :
  • ถังกรองช้าควรทำความสะอาดสารกรองได้ด้วยวิธีใด
  • 1 : การล้างย้อน
  • 2 : การเปลี่ยนสารกรองใหม่
  • 3 : การขูดนำทรายที่ผิวหน้าไปทำความสะอาด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 372 :
  • จงคำนวนหาขนาดเฉลี่ยของสารกรอง จากชั้นกรองที่ประกอบด้วยสารกรอง 2 ประเภทได้แก่ ถ่านแอนทราไซต์ ซึ่งมีขนาดสัมฤทธิ์ 0.85 มม. และ ความลึกของชั้นกรอง 200 มม. และ ทราย มีขนาดสัมฤทธิ์ 0.4 มม. และ ความลึกของชั้นกรอง 450 มม.
  • 1 : 0.40 มม.
  • 2 : 0.54 มม.
  • 3 : 0.73 มม.
  • 4 : 0.83 มม.
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :

  • 1 : Hydraulic Jump
  • 2 : ในพัดแบบเทอร์ไบน์
  • 3 : In-line Blender
  • 4 : In-line Static Mixer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 374 :
  • การเรียงตัวของสารกรองในข้อใดให้ประสิทธิภาพของระบบกรองน้ำรวมถึงการล้างย้อนสูงสุด
  • 1 : ขนาดเล็กลงไปขนาดใหญ่
  • 2 : ความถ่วงจำเพาะจากน้อยลงไปหามาก
  • 3 : ขนาดรูพรุนจากใหญ่ไปเล็ก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :

  • 1 : a
  • 2 : b
  • 3 : c
  • 4 : d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 376 :
  • ความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคของ Combined chlorine ในช่วงใดต่ำที่สุด
  • 1 : a
  • 2 : b
  • 3 : c
  • 4 : d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • ตะกอนของแมงกานีสที่พบได้จากน้ำบาดาลมีสีใด
  • 1 : สีแดง
  • 2 : สีดำ
  • 3 : สีขาว
  • 4 : สีน้ำตาลดำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 378 :
  • ตะกอนของเหล็กที่พบได้จากน้ำบาดาลมีสีใด
  • 1 : สีแดง
  • 2 : สีดำ
  • 3 : สีขาว
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • คำนวณปริมาตรถังผสมที่เกิดปฏิกิริยาแบบ plug flow เมื่อเติม alum 70 mg/L อัตราไหลเข้าของน้ำดิบ 250 m^3/d โดยประสิทธิภาพการใช้ alum ที่ร้อยละ 80 กำหนดค่า k เท่ากับ 0.7 d^-1
  • 1 : 200
  • 2 : 275
  • 3 : 500
  • 4 : 575
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 380 :
  • สารเคมีดังต่อไปนี้นิยมใช้เพื่อทำลายเสถียรภาพของคอลลอยด์ยกเว้นข้อใด
  • 1 : สารส้ม
  • 2 : เฟอร์ริกคลอไรด์
  • 3 : เฟอร์ริกซัลเฟต
  • 4 : โซเดียมคลอไรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • ถ้าได้กลิ่นแก๊สไข่เน่าในระบบ เกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : ไฮโดรเจน
  • 2 : ไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • 3 : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
  • 4 : ไฮโดรเจนคลอไรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 382 :
  • สารใดที่ใช้ในระบบ Coagulation-Flocculation ของกระบวนการทำน้ำให้สะอาดมากที่สุด
  • 1 : ถ่านคาร์บอน
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : ฟลูออไรด์
  • 4 : สารส้ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • สารใดที่ใช้ในระบบ Adsorption เพื่อการกำจัดกลิ่นของกระบวนการทำน้ำให้สะอาดมากที่สุด
  • 1 : ถ่านคาร์บอน
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : ฟลูออไรด์
  • 4 : สารส้ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :
  • การควบคุมความเป็นกรดของน้ำ (acidity) เพื่อจะช่วยลดการกัดกร่อนของระบบประปา ควรใส่สารใดลงไป
  • 1 : ปูนขาว (lime)
  • 2 : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : ฟลูออไรด์
  • 4 : เกลือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :
  • การป้องกันการเกิดตะกรันในระบบประปาทั่วไปที่เรียกว่า Recarbonation ควรใส่สารใดลงไป
  • 1 : ปูนขาว (lime)
  • 2 : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : ฟลูออไรด์
  • 4 : เกลือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 :
  • การใช้สารใดในระบบทำน้ำประปาจะมีสารจำพวก Carcinogenic ซึ่งก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
  • 1 : สารส้ม
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : ถ่านกัมมันต์
  • 4 : ด่างทับทิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 387 :
  • วิธีการใดไม่เหมาะกับการกำจัดความกระด้างถาวร
  • 1 : การใช้วิธี Ion Exchange
  • 2 : การเติมคาร์บอนไดออกไซด์ไล่ตะกรัน
  • 3 : การเติมโซดาแอซและปูนขาว
  • 4 : การเติม โซดาไฟและคลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • ประเทศทางแถบตะวันออกกลางบางประเทศจำเป็นต้องใช้น้ำทะเลมาทำการผลิตเป็นน้ำประปาที่สามารถดื่มได้ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการแปรสภาพของน้ำเค็มเป็นน้ำจืด
  • 1 : วิธีกลั่น (Distillation)
  • 2 : การเติมคลอรีน (Chlorination)
  • 3 : วิธีทำให้เย็นจนแข็ง (Freezing)
  • 4 : วิธีออสโมซิสผันกลับ (Reverse Osmosis)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • อนุภาคสารคอลลอยด์ที่มีสภาพเป็นประจุลบ ที่พอใจจะรวมตัวอยู่กับน้ำ คือสารประเภทใด
  • 1 : Hydrophilic colloids
  • 2 : Heterophilic colloids
  • 3 : Hydrophobic colloids
  • 4 : Heterophobic colloids
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการเติมคลอรีนในน้ำประปา
  • 1 : มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคสูง
  • 2 : ราคาถูกสามารถจัดหาได้ง่าย
  • 3 : มีปริมาณเกลือที่ละลายน้ำเพิ่มขึ้น (Total Dissolved salts )
  • 4 : คลอรีนสามารถมีหลงเหลือค้างอยู่ในน้ำประปา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • การเติมสารสร้างตะกอน (Coagulants) ด้วยความเข้มข้นและปริมาณจำนวนหนึ่งเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุดในการทดลองหาปริมาณและชนิดของสารสร้างตะกอนต่างๆที่เหมาะสมในถ้วยแก้วใส (Beaker)ขนาด 1-2 ลิตร เรียกการทดลองนี้ว่าอะไร
  • 1 : Nephelometric Turbidimeter test
  • 2 : Jar Test
  • 3 : Colorimetric method
  • 4 : Alkalinity test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 392 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สารเคมีช่วยสร้างตะกอน (Coagulant Aids)ให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้ดีขึ้นในกระบวนการเกิด Coagulation-Flocculation ของการผลิตน้ำประปา
  • 1 : chlorine
  • 2 : Bentonite clay
  • 3 : Fluoride
  • 4 : Activated silica
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีกำจัดคลอรีนออกจากน้ำประปา
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 394 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการกำจัดสลัดจ์ในโรงผลิตน้ำประปา
  • 1 : การทำให้สลัดจ์เข้มข้น (Thickening)
  • 2 : การหมุนเหวี่ยง (Centrifuging)
  • 3 : การนำกลับไปผสมใหม่ (Remixing)
  • 4 : การรีดกรองด้วยสายพาน (Belt filter press)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีการกำจัดสีออกจากน้ำประปา
  • 1 : วิธี Coagulation – flocculation
  • 2 : วิธีการไล่อากาศ (De aeration)
  • 3 : วิธีเติมคลอรีน (Chlorination)
  • 4 : วิธีดูดซับ (Activated Carbon)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 396 :
  • สารใดที่ใช้สำหรับทดสอบหาค่าความเข้มของสีด้วยเครื่องเทียบสีกับสีมาตรฐาน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 397 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีวัดค่าความขุ่นของน้ำ
  • 1 : Jackson Candle Turbidimeter
  • 2 : Kjeldah Turbidimeter
  • 3 : Formazin Turbidimeter
  • 4 : Nephelometric Turbidimeter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 398 :

  • 1 : 6.3
  • 2 : 6.5
  • 3 : 8.3
  • 4 : 8.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร