สภาวิศวกร

สาขา : โยธา

วิชา : Soil Mechanics

เนื้อหาวิชา : 545 : Formation of soil, soil classification, soil exploration
ข้อที่ 1 :

  • 1 : CH
  • 2 : CL
  • 3 : SP
  • 4 : MH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • ตัวอย่างดินเม็ดละเอียดชนิดหนึ่งมีคุณสมบติดังต่อไปนี้ ค่าพิกัดเหลว (Liquid limit) LL = 48% ค่าพิกัดพลาสติก (Plastic limit) PL = 26% ปริมาณดินเหนียว (Clay content) = 25% ปริมาณทรายแป้ง (Silt content) = 36% ปริมาณทราย (Sand content) = 39% ค่าปริมาณน้ำในดิน(Moisture content) w = 29% จงหาค่า ดัชนีความเหลว (Liquidity index, LI)
  • 1 : 0.14
  • 2 : 0.27
  • 3 : 22%
  • 4 : 19%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • การทดสอบหาค่าพิกัดเหลว (Liquid limit, LL) ของดินเหนียวชนิดหนึ่ง ในห้องปฏิบัติการพบว่าปริมาณความชื้นในดินมีค่าเท่ากับ 38% จงหาค่าอัตราส่วนช่องว่าง (void ratio, e) ของดินที่พิกัดเหลว ถ้าค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific gravity, Gs) มีค่าเท่ากับ 2.7 กำหนดให้ Degree of Saturation = 100%
  • 1 : 0.38
  • 2 : 1.03
  • 3 : 0.14
  • 4 : 0.27
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
  • 1 : ถูกเฉพาะ ข้อความ a)
  • 2 : ถูกเฉพาะ ข้อความ b)
  • 3 : ถูกเฉพาะ ข้อความ c)
  • 4 : ไม่มีข้อความใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • การทดสอบหาค่าพิกัดเหลว (Liquid limit, LL) ของดินเหนียวชนิดหนึ่ง ในห้องปฏิบัติการโดยอุปกรณ์ถ้วยของคาซาเกนดี้ (Casagrande cup) ดังภาพ ได้ผลดังนี้
    จงประมาณค่าพิกัดเหลว
  • 1 : 55
  • 2 : 42
  • 3 : 38
  • 4 : 32
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • ดินประเภท loess ที่พบมากในภาคอีสาน จัดเป็นดินที่ผ่านขบวนการเคลื่อนย้ายด้วยตัวกลางใด
  • 1 : แม่น้ำ
  • 2 : ลม
  • 3 : แรงโน้มถ่วง
  • 4 : ทะเล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 7 :
  • ดินในข้อใดต่อไปนี้ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงดินชนิด SP-SM มากที่สุด
  • 1 : %Fines (Fraction smaller than 0.075 mm) = 4%, Cu = 2.5
  • 2 : %Fines = 6%, Cu = 4.5
  • 3 : %Fines = 8%, Cu = 6.5
  • 4 : %Fines = 10%, Cu = 8.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 8 :
  • กำหนดให้ค่า SPT-N value จากการทดสอบด้วยเครื่องมือของบริษัทหนึ่งมีค่าเท่ากับ 40 ถ้าทราบว่าการส่งผ่านพลังงานของเครื่องมือไปยังกระบอกเก็บตัวอย่าง มีค่าเท่ากับ 60% (N60 = 40) จงปรับแก้ค่าดังกล่าวไปเป็น N80
  • 1 : N80 = 30
  • 2 : N80 = 35
  • 3 : N80 = 40
  • 4 : N80 = 53
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • ดินที่อยู่ตามธรรมชาติเกิดจาก
  • 1 : สารอินทรีย์
  • 2 : การสลายตัวของหิน
  • 3 : การตกตะกอน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 10 :
  • ส่วนประกอบของดินอิ่มตัว(Saturated soil) คือ
  • 1 : ส่วนที่เป็นเม็ดดิน (Solid)
  • 2 : ส่วนที่เป็นเม็ดดิน (Solid) และน้ำ (Water)
  • 3 : ส่วนที่เป็นเม็ดดิน (Solid) และอากาศ (Air)
  • 4 : ส่วนที่เป็นเม็ดดิน (Solid) น้ำ (Water) และอากาศ (Air)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 :
  • ดินตัวอย่างมีปริมาตร (V) = 1,000 c.c. หนัก (W) = 1,750 gm. มีปริมาตรน้ำ (Vw) 250 c.c. ความถ่วงจำเพาะ (Gs) = 2.60 จงหาค่าอัตราส่วนช่องว่าง (e)

     

     

  • 1 : 0.16
  • 2 : 0.25
  • 3 : 0.69
  • 4 : 0.73
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 12 :
  • แร่ประกอบดินชนิดใดที่ทำให้ดินมีความบวมตัวสูง
  • 1 : Illite
  • 2 : Montmorillonite
  • 3 : Quartz
  • 4 : Kaolinite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • เราไม่ควรนำตัวอย่างดินที่ได้รับการกระทบกระเทือน (Disturbed Sample) มาทำการทดสอบประเภทใด
  • 1 : การทดสอบหาพิกัดอัตเทอร์เบอร์ก
  • 2 : การทดสอบการบดอัด
  • 3 : การทดสอบหาความถ่วงจำเพาะ
  • 4 : การทดสอบการอัดตัวคายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 14 :
  • ถ้าเราเพิ่มพลังงานในการบดอัด ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสม (Optimum Moisture Content) จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดเพิ่มขึ้น และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมเพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดเพิ่มขึ้น และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมลดลง
  • 3 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดลดลง และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมลดลง
  • 4 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดลดลง และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :
  • ดินชื่อใดต่อไปนี้สามารถจัดสัญลักษณ์กลุ่มได้เป็น CL
  • 1 : Sandy lean clay
  • 2 : High plasticity clay
  • 3 : Organic clay with sand
  • 4 : Sandy fat clay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • วิธีการทดสอบในสนามข้อใดต่อไปนี้สามารถใช้ร่วมกับกระบอกเก็บตัวอย่างแบบผ่าซีก (Split Spoon Sampler) ได้
  • 1 : Standard penetration test
  • 2 : Cone penetration test
  • 3 : Vane shear test
  • 4 : Down hole test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • ตัวอย่างดินอิ่มตัวด้วยน้ำ มีค่า Water content 65.1% และค่า Total unit weight 1.57 t/m3 จงหาค่า Specific gravity ของดิน

     

     

  • 1 : 2.45
  • 2 : 2.50
  • 3 : 2.55
  • 4 : 2.60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • ตัวอย่างดินมีค่า Liquid limit 74% Plastic limit 27% Water content 65% จงหาค่า Liquidity index และ Plastic index
  • 1 : 0.88,45%
  • 2 : 0.85,45%
  • 3 : 0.83,47%
  • 4 : 0.81,47%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • ตัวอย่างดินก่อนอบให้แห้งมีน้ำหนักเท่ากับ 168 gms ปริมาตรเท่ากับ 102 cm3 Specific gravity 2.65 ตัวอย่างดินหลังอบให้แห้งมีน้ำหนักเท่ากับ 112 gms จงหาค่า Void ratio และ Degree of saturation
  • 1 : 1.55,98.74%
  • 2 : 1.51,98.74%
  • 3 : 1.41,95.74%
  • 4 : 1.41,93.74%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • โครงสร้างดินเหนียวที่ตกตะกอนในน้ำจืดเป็นโครงสร้างดินแบบใด
  • 1 : Single grained structure
  • 2 : Double grained structure
  • 3 : Honeycomb structure
  • 4 : Dispersed structure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • โครงสร้างดินเหนียวที่ตกตะกอนในทะเลเป็นโครงสร้างดินแบบใด
  • 1 : Single grained structure
  • 2 : Flocculated structure
  • 3 : Honeycomb
  • 4 : Dispersed structure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • ในงานถนนนิยมใช้การจำแนกดินแบบใด
  • 1 : AASHTO
  • 2 : FAA
  • 3 : Unified
  • 4 : ASTM
  • 5 : DIN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • ในงานวิศวกรรมทั่วไปนิยมใช้การจำแนกดินแบบใด
  • 1 : AASHTO
  • 2 : FAA
  • 3 : Unified
  • 4 : ASTM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • วิธีการใดใช้หาเส้นโค้งการกระจายขนาดของเม็ดดินละเอียดที่มีขนาดเล็กกว่า 0.075 มม.
  • 1 : Hydrometer Analysis
  • 2 : Hygrometer Analysis
  • 3 : Sieve Analysis
  • 4 : Spectrum Analysis
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 :
  • สถานะของดิน ณ สถานะใดที่ดินเปลี่ยนจากของแข็งเป็นกึ่งของแข็ง
  • 1 : Shrinkage limit
  • 2 : Plastic limit
  • 3 : Liquid limit
  • 4 : Plastic index
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 26 :
  • สถานะของดิน ณ สถานะใดที่ดินเปลี่ยนจากกึ่งของแข็งเป็นพลาสติก
  • 1 : Shrinkage limit
  • 2 : Plastic limit
  • 3 : Liquid limit
  • 4 : Plastic index
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • สถานะของดิน ณ สถานะใดที่ดินเปลี่ยนจากพลาสติกเป็นของเหลว
  • 1 : Shrinkage limit
  • 2 : Plastic limit
  • 3 : Liquid limit
  • 4 : Plastic index
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • ดัชนีความเหนียว (Plasticity index) เป็นผลต่างของค่าใด
  • 1 : LL-PL
  • 2 : LL-SL
  • 3 : LL-PI
  • 4 : PL-LL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 :
  • ดินชนิดหนึ่ง เมื่อนำไปร่อนผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ต่าง ๆ ได้ข้อมูลดังนี้
    มี % ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 4 = 75 %
    มี% ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 200 = 45 %
    ดินชนิดนี้ควรมีสัญลักษณ์ตัวแรกตามระบบจำแนกดิน Unified เป็น
  • 1 : G
  • 2 : S
  • 3 : C
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะตัดสิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • ปริมาณน้ำที่จุดใดเป็นปริมาณน้ำที่น้อยที่สุดที่แม้ว่าจะมีการสูญเสียน้ำในดินก็ไม่ทำให้ดินหดตัวหรือมีปริมาตรลดลง
  • 1 : Shrinkage limit
  • 2 : Plastic limit
  • 3 : Liquid limit
  • 4 : Plastic index
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 31 :
  • ดินชนิดหนึ่ง เมื่อนำไปร่อนผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ต่าง ๆ ได้ข้อมูลดังนี้
    มี % ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 4 = 70 %
    มี % ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 200 = 45 %
    ดินชนิดนี้ควรมีสัญลักษณ์ตัวแรกตามระบบจำแนกดินแบบ Unified เป็น
  • 1 : C
  • 2 : ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะตัดสิน
  • 3 : G
  • 4 : S
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • การจำแนกดินแบบใดที่แบ่งดินออกเป็นกลุ่มจาก A-1ถึง A-7
  • 1 : ASTM
  • 2 : DIN
  • 3 : Unified
  • 4 : AASHTO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • ในการก่อสร้างชนิดใดที่สมควรใช้การบดอัดแบบ Modified Proctor มากที่สุด
  • 1 : ถนนทั่วไป
  • 2 : สนามบิน
  • 3 : สนามกีฬา
  • 4 : งานอาคาร
  • 5 : โรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ในการบดอัดดินเหนียวให้แน่นเครื่องจักรแบบใดที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : รถบดสั่นสะเทือน
  • 2 : รถบดล้อยาง
  • 3 : รถบดล้อเหล็ก
  • 4 : รถบดตีนแกะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 35 :
  • การทดสอบ Triaxial Test แบบใดที่ใช้ในการวิเคราะห์หน่วยแรงรวมและใช้ในการหาค่ากำลังต้านทานแรงเฉือนของดินในระยะสั้น
  • 1 : UU Test
  • 2 : DCTest
  • 3 : CD Test
  • 4 : ได้ทุกวิธี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • การทดสอบ Triaxial Test แบบใดที่ใช้ในการวิเคราะห์หน่วยแรงประสิทธิผลและใช้ในการหาค่ากำลังต้านทานแรงเฉือนของดินในระยะยาว
  • 1 : UU Test
  • 2 : CU Test
  • 3 : CD Test
  • 4 : DC Test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • การทดสอบดินแบบใดที่หน่วยแรงยึดเหนี่ยว มีค่าประมาณครึ่งหนึ่งของหน่วยแรงอัด
  • 1 : Unconfine Compression Test
  • 2 : Triaxial Test แบบ UU
  • 3 : Triaxial Test แบบ CU
  • 4 : Triaxial Test แบบ CD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • ดินชนิดหนึ่งมีอัตราส่วนช่องว่างเท่ากับ 0.60 จะมีความพรุนเท่าไร
  • 1 : 0.375
  • 2 : 0.450
  • 3 : 0.550
  • 4 : 0.675
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • การทดสอบใดที่ใช้ทดสอบหาหน่วยแรงเฉือนในสนาม
  • 1 : Unconfine Compression Test
  • 2 : Triaxial Test
  • 3 : Vane Shear Test
  • 4 : Plate Load Test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • ตัวอย่างดินชื้นหนัก 20 กิโลกรัม นำมาอบแห้งเป็นเวลา 24 ชั่วโมง น้ำหนักดินเหลือ 15 กิโลกรัม จงหาว่าตัวอย่างดินชื้นมีความชื้น (Water Content) กี่เปอร์เซนต์
  • 1 : 15.0%
  • 2 : 25.0%
  • 3 : 33.3%
  • 4 : 66.7%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • ตัวอย่างดินชนิดหนึ่ง เมื่อนำไปร่อนผ่านตะแกรงพบว่าผ่านตะแกรงเบอร์ 4 90% และผ่านตะแกรงเบอร์ 200 20% อยากทราบว่าดินชนิดนี้เป็นดินประเภทใด ถ้าเราใช้ระบบการจำแนกดินของ Unified Soil Classification System
  • 1 : Gravel
  • 2 : Sand
  • 3 : Silt
  • 4 : Clay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 42 :
  • ถ้วย Casagrande ใช้ในการทดสอบใด
  • 1 : Liquid Limit
  • 2 : Plastic Limit
  • 3 : Shrinkage Limit
  • 4 : Plastic Index
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • ดินชนิดหนึ่ง เมื่อนำไปร่อนผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ต่าง ๆ ได้ข้อมูลดังนี้
    มี % ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 4 = 80 %
    มี % ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 200 = 55 %
    ดินชนิดนี้ควรมีสัญลักษณ์ตัวแรกตามระบบจำแนกดิน Unified เป็น
  • 1 : S
  • 2 : M
  • 3 : C
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะตัดสิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 :
  • ดินชนิดใดมีความเป็นพลาสติกสูง
  • 1 : CH
  • 2 : GL
  • 3 : GH
  • 4 : CL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • ตัวอย่างดินคงสภาพมีปริมาตร 0.25 ลูกบาศก์เมตร ชั่งได้หนัก 4.20 กิโลนิวตัน ถ้าตัวอย่างดินคงสภาพนี้มีปริมาณความชื้น 22.0 % ดินก้อนนี้จะมีน้ำหนักดินแห้งเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 3.16 kN
  • 2 : 3.45 kN
  • 3 : 4.03 kN
  • 4 : 4.18 kN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • ตัวอย่างดินคงสภาพมีปริมาตร 0.4 ลูกบาศก์เมตร ชั่งได้หนัก 6.6 กิโลนิวตัน ถ้าตัวอย่างดินคงสภาพนี้มีปริมาณความชื้น 20.0 % จะมีความหนาแน่นแห้งเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 0.31 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 5.50 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 13.75 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 16.50 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 :
  • ถ้าตัวอย่างดินชนิดหนึ่งมีค่าความถ่วงจำเพาะ 2.65 มีความพรุน (Porosity) 42 % และมีปริมาณความชื้น 24 % ดินนี้จะมีระดับความอิ่มตัวด้วยน้ำ (Degree of saturation) เท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 61.4 %
  • 2 : 70.7 %
  • 3 : 87.8 %
  • 4 : 95.6 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • ดินชื้นมีความถ่วงจำเพาะ, (Gs) = 2.70 ความพรุน, (n) = 0.35 จงหาความหนาแน่นของดินแห้ง
  • 1 : 1,350 kg/m3
  • 2 : 1,755 kg/m3
  • 3 : 2,075 kg/m3
  • 4 : 2,700 kg/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 49 :
  • ดินชื้นมีความหนาแน่น 2.0 gm/c.c. องศาของความอิ่มตัว 59.4% เมื่อทำให้แห้งมีความหนาแน่น 1.8 gm/c.c. จงหาค่าของความถ่วงจำเพาะของดิน
  • 1 : 2.55
  • 2 : 2.68
  • 3 : 2.71
  • 4 : 2.82
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • การจำแนกดินด้วยระบบเอกภาพ (Unified soil classification system) จะต้องทราบคุณสมบัติพื้นฐานของดิน คือ
  • 1 : Sieve analysis , LL, PL
  • 2 : Sieve analysis , Group Index.
  • 3 : Consistency limit , % Passing sieve no. 200
  • 4 : Consistency limit , Group Index. , Cu , Cc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • การจำแนกดินด้วยระบบเอกภาพ ได้ชนิดของดินคือ SM หมายถึง
  • 1 : Clayey silt
  • 2 : Inorganic silt
  • 3 : Clayey sand, Sand - clay mixture
  • 4 : Silty sand, Sand - silt mixture
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • จากข้อมูลการทดสอบดิน จงเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด % Passing sieve no. 200 = 40% Cu = 6.4 Cc = 2.5
  • 1 : GW or SW
  • 2 : GM , GC , SM , SC
  • 3 : Fine grained soil
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 :
  • การจำแนกดินด้วยระบบ AASHTO Granular materials หมายถึง
  • 1 : ดิน A-4 , A-5 , A-6 และ A-7
  • 2 : ดินที่มีค่า Group Index. > 16
  • 3 : ดินที่มี % Passing sieve no. 200 < 35%
  • 4 : ดินที่มี % Passing sieve no. 200 < 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • ดินชนิดหนึ่งได้ข้อมูลจากการทดสอบ คือ % Passing sieve no. 200 45% ถ้าจำแนกดินด้วยระบบ AASHTO จงเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด
  • 1 : A-1 , A-2 หรือ A-3
  • 2 : A-4 , A-5 , A-6 หรือ A-7
  • 3 : Clayey sand
  • 4 : Silty gravel
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 :
  • Liquid limit คือ
  • 1 : ปริมาณความชื้นของดินตามธรรมชาติ
  • 2 : เมื่อลดปริมาณน้ำในดินลง ปริมาตรรวมของดินจะคงที่
  • 3 : ปริมาณความชื้นของดิน เมื่อดินเปลี่ยนสภาพจากของแข็งเป็นของเหลว
  • 4 : ปริมาณความชื้นของดิน เมื่อดินเปลี่ยนสภาพจากปลาสติกเป็นของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 :
  • Plasticity index คือ
  • 1 : LL - SL
  • 2 : ผลต่างของปริมาณความชื้นระหว่างขีดแหลวและขีดปลาสติก
  • 3 : เป็นค่าที่ชี้ว่าดินที่อยู่ตามธรรมชาติอยู่ในสภาพปลาสติก
  • 4 : เป็นค่าที่ชี้สภาพของดินตามธรรมชาติว่าอยู่ในสภาพ ของแข็ง กึ่งของแข็ง ปลาสติก หรือของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • ในการเจาะสำรวจดิน การกำหนดความลึกของหลุมเจาะจะขึ้นอยู่กับ
  • 1 : ต้องลึกกว่า 20 เมตร
  • 2 : งบประมาณของเจ้าของโครงการ
  • 3 : ความสามารถของเครื่องมือการเจาะสำรวจ
  • 4 : สภาพของชั้นดิน และน้ำหนักของโครงสร้างส่วนเหนือดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • ถ้าบริเวณที่เก็บตัวอย่างดินคงสภาพอยู่ใต้ระดับน้ำใต้ดิน เมื่อเก็บตัวอย่างดินดังกล่าวขึ้นมาแล้ว หาค่าปริมาณความชื้นได้ 30 % และค่าความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 2.67 ค่าอัตราส่วนช่องว่าง (Void ratio) จะมีค่าเท่าหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 0.30
  • 2 : 0.62
  • 3 : 0.80
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • สัญลักษณ์กลุ่มในข้อใด ที่ใช้สำหรับดินประเภทตะกอนทราย (Silt)
  • 1 : SP
  • 2 : GW
  • 3 : MH
  • 4 : CL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • วิธีการทดสอบต่อไปนี้ข้อใดที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อกระบวนการจำแนกประเภทของดิน
  • 1 : Sieve analysis
  • 2 : Hydrometer analysis
  • 3 : Consistency test
  • 4 : Compaction test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • เครื่องมือทดสอบที่ได้แสดงไว้นี้เป็นเครื่องมือสำหรับการทดสอบใด
  • 1 : Field vane test
  • 2 : Cone penetration test
  • 3 : Standard penetration test
  • 4 : Field density test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • ดินประเภท SW เป็นดินที่มีคุณสมบัติใดต่อไปนี้
  • 1 : ดินเหนียวที่มีพลาสติกซิติ้สูง
  • 2 : กรวดที่มีดินเหนียวปนอยู่เล็กน้อย
  • 3 : ทรายที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความโค้งเท่ากับ 0.8
  • 4 : ทรายที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความสม่ำเสมอเท่ากับ 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :
  • ดิน A ที่แสดงไว้ในรูปจัดเป็นดินชนิดใด
  • 1 : SP
  • 2 : GW
  • 3 : SW
  • 4 : SC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • ดินชนิดหนึ่งถูกนำมาทดสอบในห้องปฏิบัติการได้ผลการทดสอบดังนี้
    ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 200 = 42 %
    Liquid limit = 38 %
    Plastic limit = 26 %
    ดินชนิดนี้จะมีค่า Group index (GI) ของระบบจำแนกดิน AASHTO เท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด กำหนดสูตร GI = (F-35)[0.2+0.005(u-40)]+0.01(F-15)(PI-10)
  • 1 : -3
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ดินชนิดหนึ่งถูกนำมาทดสอบในห้องปฏิบัติการได้ผลการทดสอบดังนี้
    ผ่านตะแกรงมาตราฐานเบอร์ 200 = 33 %
    Liquid limit = 30 %
    Plastic limit = 24 %
    ดินชนิดนี้จะมีค่า Group index (GI) ของระบบจำแนกดิน AASHTO เท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด กำหนดสูตร GI = (F-35)[0.2+0.005(u-40)]+0.01(F-15)(PI-10)
  • 1 : 4
  • 2 : 7
  • 3 : -1
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • จงจำแนกประเภทดินที่ได้ให้ไว้ตามระบบของ AASHTO
  • 1 : A-1-a
  • 2 : A-1-b
  • 3 : A-3
  • 4 : A-2-4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • จงจำแนกตัวอย่างดินที่ได้ให้ไว้ตามระบบ AASHTO
  • 1 : A-5
  • 2 : A-6
  • 3 : A-7-5
  • 4 : A-7-6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :
  • เมื่อต้องการเก็บตัวอย่างดินคุณภาพสูง (Undisturbed sample) ควรจะใช้อุปกรณ์เก็บตัวอย่างดินแบบใด
  • 1 : Hand auger
  • 2 : Split spoon sampler
  • 3 : Shelby tube sampler
  • 4 : Thickwall sampler
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 69 :
  • รูปที่ได้แสดงไว้เป็นผลการทดสอบที่ได้จากวิธีการใด
  • 1 : Standard penetration test
  • 2 : Cone penetration test
  • 3 : Field vane test
  • 4 : Down hole test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 70 :
  • จงหาค่า Percent finer ของตะแกรงเบอร์ 40 ของตัวอย่างดินที่มีผลการทดสอบดังตาราง
  • 1 : 43.00

  • 2 : 13.96
  • 3 : 75.04
  • 4 : 57.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • จงหาค่า Percent finer ของตะแกรงเบอร์ 60 ของตัวอย่างดินที่มีผลการทดสอบดังตาราง
  • 1 : 97.92
  • 2 : 86.04
  • 3 : 64.28
  • 4 : 35.72
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • ถ้าในการบดอัดตัวอย่างดินลงในกระบอกตัวอย่างที่มีปริมาตร 0.05 ลูกบาศก์ฟุต โดยใช้ลูกตุ้มหนัก12 ปอนด์ ยกให้สูง 15 นิ้วแล้วปล่อยให้ตกกระแทกดินในกระบอกตัวอย่างชั้นละ 30 ครั้ง จำนวน 4 ชั้นเต็มกระบอกตัวอย่างพอดี จงหาว่าพลังงานที่ใช้บดอัดดินในกระบอกตัวอย่างมีค่าเท่าไร
  • 1 : 12,000 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 2 : 24,000 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 3 : 36,000 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 4 : 42,000 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • ถ้าในการบดอัดตัวอย่างดินลงในกระบอกตัวอย่างที่มีปริมาตร 0.08 ลูกบาศก์ฟุต โดยใช้ลูกตุ้มหนัก 20 ปอนด์ ยกให้สูง 18 นิ้วแล้วปล่อยให้ตกกระแทกดินในกระบอกตัวอย่างชั้นละ 30 ครั้ง จำนวน 6 ชั้นเต็มกระบอกตัวอย่างพอดี จงหาว่าพลังงานที่ใช้บดอัดดินในกระบอกตัวอย่างมีค่าเท่าไร
  • 1 : 67,500 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 2 : 56,250 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 3 : 36,000 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 4 : 12,375 ฟุตปอนด์/ลบ.ฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • นำตัวอย่างดินแห้งมาใส่น้ำให้มีความชื้นพอประมาณ จากนั้นนำดินดังกล่าวมาบดอัดด้วยวิธี Standard Proctor test โดยใช้กระบอกตัวอย่างมีปริมาตร 1/30 ลูบ.ฟุต เมื่อบดอัดจนเต็มแล้ว นำดินออกจากกระบอกตัวอย่างแล้วนำไปชั่งได้หนัก 4.13 ปอนด์ นำเศษดินไปหาปริมาณความชื้น ได้ข้อมูลดังนี้
    นน.ดินเปียก+กระป๋อง = 165.3 กรัม
    นน.ดินแห้ง+กระป๋อง = 148.6 กรัม
    นน.กระป๋อง= 40.5 กรัม
    จงหาค่าความหนาแน่นแห้งของดิน
  • 1 : 7.55 ปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 2 : 87.6 ปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 3 : 107.4 ปอนด์/ลบ.ฟุต
  • 4 : 123.9 ปอนด์/ลบ.ฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 75 :
  • ดินชนิดหนึ่งมีค่าความพรุน (porosity) เท่ากับ 40% และมีค่าความถ่วงจำเพาะของเม็ดดิน (Specific gravity of solids) เท่ากับ 2.7 จงคำนวณค่าหน่วยน้ำหนักของดิน ในกรณีที่ดินมีดีกรีความอิ่มตัวด้วยน้ำเท่ากับ 50%
  • 1 : 15.9 kN/m3
  • 2 : 18.2 kN/m3
  • 3 : 18.5 kN/m3
  • 4 : 19.5 kN/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :

  • 1 : 4453 m3
  • 2 : 4776 m3
  • 3 : 5224 m3
  • 4 : 5557 m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 77 :
  • ดินเหนียวอิ่มตัวก้อนหนึ่งมีปริมาตร 25 cm3 ที่พิกัดเหลว (liquid limit) ดินเหนียวชนิดนี้มีค่าพิกัดเหลว และ ค่าพิกัดการหดตัว (shrinkage limit) เท่ากับ 42% และ 25% ตามลำดับ จงหาค่าต่ำสุดของปริมาตรของดินก้อนนี้ที่เป็นไปได้ สมมติว่าดินมีค่าความถ่วงจำเพาะของเม็ดดิน (specific gravity of solids) เท่ากับ 2.72
  • 1 : 25 cm3
  • 2 : 22 cm3
  • 3 : 20 cm3
  • 4 : 18 cm3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 78 :
  • การทดสอบในสนามในข้อใด ที่มีขึ้นเพื่อบอกค่าความแข็งแรงของดินเหนียวอ่อน
  • 1 : Field vane shear test
  • 2 : Pressuremeter test
  • 3 : Constant head test
  • 4 : Field density test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • ผลการทดสอบ Standard Penetration test จะบ่งบอกค่าใดของดินในข้อต่อไปนี้
  • 1 : Relative density
  • 2 : Angle of internal friciton
  • 3 : Stiffness modulus
  • 4 : ถูกทั้ง 3 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • การทดสอบในสนามในข้อไหนที่มีขึ้นเพื่อแสดงความต้านทานต่อแรงเฉือนของดิน
  • 1 : Vane shear test
  • 2 : Pressuremeter test
  • 3 : Constant head test
  • 4 : Field density test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • หากท่านต้องการทราบพฤติกรรมของการทรุดตัวของดินเหนียว ท่านต้องกำหนดการทดสอบแบบใดในข้อต่อไปนี้
  • 1 : Compaction test
  • 2 : Triaxial compresstion tet

  • 3 : Direct shear test

  • 4 : Consolidation test

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 82 :
  • จงบอกองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความหนาแน่นของดินแห้งในการบดอัดดินเหนียวในสนาม
  • 1 : วิธีการในการบดอัด
  • 2 : พลังงานที่ใช้ในการบดอัด
  • 3 : ปริมาณน้ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 83 :
  • ข้อใดเป็นการบ่งบอกข้อกำหนดสำหรับการบดอัดดิน (Compaction specification)
  • 1 : Relative density
  • 2 : Percentage compaction
  • 3 : Optimum water content
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 :
  • จงบอกประเภทของดิน A ตามระบบ USCS (Unified Soil Classification System) โดยมีข้อมูลดังนี้ %ผ่านตะแกรง#4 100% %ผ่านตะแกรง#10 98% %ผ่านตะแกรง#40 70% %ผ่านตะแกรง#100 20% %ผ่านตะแกรง#200 8% ขนาดของเม็ดดินที่60%finer 0.33 mm. ขนาดของเม็ดดินที่30%finer 0.18 mm. ขนาดของเม็ดดินที่10%finer 0.09 mm.
  • 1 : SW
  • 2 : SP
  • 3 : SW-SM หรือ SW-SC
  • 4 : SP-SM หรือ SP-SC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • จงบอกประเภทของดิน B ตามระบบ USCS (Unified Soil Classification System) โดยมีข้อมูลดินดังนี้
    %ผ่านตะแกรง#4 100% %ผ่านตะแกรง#40 100%
    %ผ่านตะแกรง#100 93% %ผ่านตะแกรง#200 90%
    Liquid Limit 40% Plastic Limit 20%
  • 1 : CL
  • 2 : OL
  • 3 : ML
  • 4 : CL-ML
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ความหนาแน่นของมวลดิน คือน้ำหนักของมวลดินต่อหน่วยปริมาตรของมวลดินนั้นซึ่งจะมีค่ามากน้อยแตกต่างกันไปตามสภาพของมวลดิน ได้แก่ มวลดินชื้น มวลดินแห้ง มวลดินอิ่มตัว และมวลดินจมอยู่ในน้ำ ความหนาแน่นของมวลดินจะมีค่ามากที่สุดเมื่อมวลดินอยู่ในสภาพใด
  • 1 : มวลดินชื้น
  • 2 : มวลดินแห้ง
  • 3 : มวลดินอิ่มตัว
  • 4 : มวลดินจมอยู่ในน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • Transported Soil เป็นดินที่เกิดจากการสลายตัวของหิน แล้วถูกพัดพาไปตกตะกอนที่อื่นด้วยกลไกธรรมชาติ เช่น การพัดพาไปด้วยน้ำ น้ำแข็ง ลมและแรงโน้มถ่วง ดินชนิดใดที่ไม่ได้เกิด จากการพัดพาของน้ำ
  • 1 : Lacustine
  • 2 : Alluvial clay
  • 3 : Marine
  • 4 : Loess
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 88 :
  • นำดินเหนียวชนิดหนึ่งมาทำการทดลอง Sieve Analysis แล้วเขียน Grain Size Distribution เพื่อหาปริมาณ Percent Finer ของเม็ดดินที่ลอดผ่านตระแกรง ร่อนเบอร์ต่างๆ และจากการทดลองหา Atterberg’s Limits ได้ค่า LL เท่า กับ 52 และค่า Plasticity Index PI = 37 โดยการใช้ AASHTO SoilClassification systemจำแนกได้ว่าดินนี้อยู่ใน Group A-7 จงหาค่า PL และชนิดของดิน

  • 1 : 25, A-7-6
  • 2 : 15, A-7-5
  • 3 : 15 , A-7-6
  • 4 : 25 , A-7-5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • จากกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำที่ใช้ผสมกับมวลดินกับจำนวนครั้งที่ใช้ในการกระแทกถ้วยทองเหลือง ค่า Liquid Limit ที่ได้จากการทดลองวิธี Percussion นี้ คือค่าของปริมาณน้ำที่ใช้ผสมซึ่งจะทำให้รอยบากของมวลดินเคลื่อนเข้ามาบรจบกันเป็นระยะ 1 ซม.พอดีที่การกระทบกี่ครั้ง
  • 1 : 15 ครั้ง
  • 2 : 20 ครั้ง
  • 3 : 25 ครั้ง
  • 4 : 30 ครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเคลื่อนตัวของดินใต้ฐานรากที่ทำให้เกิดการพิบิต
  • 1 : General Shear
  • 2 : Local Shear
  • 3 : Punching Shear
  • 4 : Beam Shear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • องค์ประกอบใดที่ไม่มีผลต่อค่า Ultimate Bearing Capaciy ของดินใต้ฐานราก
  • 1 : น้ำหนักดินเหนือฐานราก
  • 2 : ความกว้างของฐานราก
  • 3 : ความลึกของฐานรากจากผิวดิน
  • 4 : คุณภาพของคอนกรีตที่ใช้ทำฐานราก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • ในการทดลองหาค่า CBR ค่าแรงกดมาตรฐาน (Standard Unit Load ) ในการกดให้ Piston ที่มีพื้นที่หน้าตัด 3 ตร.นิ้ว จมลงในเนื้อดินลึก 0.1 in มีค่าเท่ากับ 1000 psi สำหรับดินชนิดหนึ่งเมื่อบดอัดด้วยวิธี Modified Proctor แล้วเมื่อกดให้ Piston จมลงไปลึก 0.1 in เท่ากัน วัดค่าแรงได้ 750 lb ดินนี้มีค่า CBR เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 25
  • 2 : 55
  • 3 : 75
  • 4 : 85
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • ในการวิเคราะห์ขนาดของเม็ดดินชนิดเม็ดละเอียดมาก ด้วยวิธี Hydrometer Analysis นั้น สามารถหาขนาดของเม็ดดินได้จากกฎที่เกี่ยวข้องกับความเร็วในการตกตะกอนของอนุภาคทรงกลมเล็กๆ ในของเหลว กฏนั้นมีชื่อว่าอะไร
  • 1 : Darcy ’s Law
  • 2 : Stoke ‘ s Law
  • 3 : Allen Hazen ‘ s Law
  • 4 : Coulomb ‘ s Law
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 94 :
  • สัมประสิทธิ์แรงดันดินด้านข้าง( Coefficient of Lateral Earth Pressure) มีค่าอยู่ 3 ค่า คือ At rest Lateral Earth Pressure Ko Active Lateral Earth Pressure Ka และ Passive Lateral Earth Pressure Kp ถ้าเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์จากน้อยไปหามากจะได้ดังนี้
  • 1 : Ko , Ka , Kp
  • 2 : Ko , Kp , Ka
  • 3 : Ka , Ko , Kp
  • 4 : Kp ,Ko ,Ka
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 95 :
  • Atterberg ได้กำหนดปริมาณน้ำในดิน เพื่อแบ่งขอบเขตที่ดินอยู่ในสภาวะต่างๆ ได้แก่ สภาวะแข็ง สภาวะกึ่งแข็ง สภาวะพลาสติกและสภาวะของเหลว ซึ่งปริมาณน้ำที่เป็นตัวแบ่งขอบเขตนี้ เรียกว่า Limit ถ้าเรียงลำดับของขีดแบ่งตามปริมาณน้ำที่มีอยู่ในดินจากน้อยไปหามากจะได้ดังนี้
  • 1 : ขีดพลาสติก , ขีดเหลว , ขีดหดตัว
  • 2 : ขีดเหลว, ขีดหดตัว, ขีดพลาสติก
  • 3 : ขีดเหลว , ขีดพลาสติก , ขีดหดตัว
  • 4 : ขีดหดตัว, ขีดพลาสติก , ขีดเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงดันดินเชิงรุก ( Active Lateral Pressure ) Ka ของดินทรายชนิดหนึ่งเมื่อคำนวณโดยใช้ทฤษฎีของ Rankine มีค่าเท่ากับ 0.327 ดินทรายนี้มีค่ามุมเสียดทานภายใน (Angle of Internal Friction ) เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 20 องศา
  • 2 : 25 องศา
  • 3 : 30 องศา
  • 4 : 35 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • ดินลูกรังมีความหนาแน่นเท่ากับ 2.1 T/m^3 , Angle of Internal Friction = 30 องศา และ c = 0.61 T/m^2 จงหาความลึก ของ Tension Crack ที่จะเกิดขึ้น เมื่อนำดินลูกรังไปเป็นดินถมหลังกำแพงกันดิน
  • 1 : 0.75 m.
  • 2 : 1.00 m.
  • 3 : 1.25 m.
  • 4 : 1.50 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • จาก Mohr’s Circle ดังแสดงในรูป จงหาค่าของ Normal Stress และ Shear Stress บนระนาบซึ่งทำมุม Angle of Internal Friction = 30 กับแนวระดับ โดยมี Hajor Principal Stress(1) = 15 ksc และ Hajor Principal Stress(3) = 65 ksc
  • 1 : 50.0 ksc,25.5 ksc
  • 2 : 50.0 ksc, 27.5 ksc
  • 3 : 52.5 ksc , 21.7 ksc
  • 4 : 52.5 ksc , 25.5 ksc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • จากข้อมูลของชั้นดินเหนียว มีระดับน้ำอยู่ที่ผิวดิน เก็บตัวอย่างหาค่าความชื้น (Water content, w%)ได้ 50% และความถ่วงจำเพาะของเม็ดดิน 2.65 ให้คำนวณหาอัตราส่วนช่องว่าง (Void ratio, e) ของดิน
  • 1 : 1.3
  • 2 : 1.0
  • 3 : 0.5
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : ค่า Degree of Saturation คืออัตราส่วนระหว่างปริมาตรของน้ำในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน (Vw) กับปริมาตรของช่องว่างทั้งหมดระหว่างเม็ดดิน (Vv) ซึ่งจะมีค่าไม่เกิน 1
  • 2 : ค่าความพรุน Porosity, n คืออัตราส่วนระหว่างปริมาตรของช่องว่างระหว่างเม็ดดิน (Vv) กับปริมาตรของมวลดิน (V) ซึ่งจะมีค่าไม่เกิน 1
  • 3 : ความชื้นของมวลดิน (Water Content) คืออัตราส่วนระหว่างน้ำหนักของน้ำในมวลดิน (Ww) เทียบกับน้ำหนักของมวลดินแห้ง (Ws)
  • 4 : ค่าอัตราส่วนช่องว่างระหว่างเม็ดดิน (Void ratio, e) คืออัตราส่วนระหว่างปริมาตรของช่องว่างระหว่างเม็ดดิน (Vv) กับปริมาตรของเนื้อดิน (Vs) ในมวลดินนั้น ซึ่งจะมีค่าไม่เกิน 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ในการจำแนกชนิดของดินด้วยระบบ Unified Soil Classification
  • 1 : การจำแนกชนิดดินว่าเป็นแบบเม็ดหยาบ (Coarse grained soil) หรือเม็ดละเอียด (Fine grained soil) ต้องใช้ตะแกรงเบอร์ 200
  • 2 : การทดสอบ Atterberg Limit ใช้เพื่อจำแนกดินประเภท Fine grained soil เท่านั้น
  • 3 : กรณี Peat หรือดินที่มีสารอินทรีย์ปนอยู่มาก จะทำการบ่งชี้ชนิดได้ด้วยการสังเกตและพิจารณาลักษณะของเนื้อดิน
  • 4 : ดินที่มีค่า Liquid Limit (LL) มากกว่า 50 % จัดเป็นดินชนิด High plasticity soil
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :
  • ข้อใดกล่าวได้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจำแนกประเภทของดิน
  • 1 : ดินชนิด A-1 คือดินที่ถูกจำแนกด้วยมาตรฐาน AASHTO
  • 2 : ดินชนิด A-1, A-2 และ A-3 จัดเป็นดินชนิด Granular Soil
  • 3 : ค่าสัมประสิทธิ์ความสม่ำเสมอ Cu และค่าสัมประสิทธิ์ความโค้ง Cc ใช้ประกอบในการคำนวณ Group Index
  • 4 : การวิเคราะห์ค่า D10, D30 และ D60 นั้นได้จากกราฟการกระจายตัวของขนาดเม็ดดินหรือความสัมพันธ์ระหว่าง Percent Finer by Weight กับขนาดของเม็ดดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • ข้อใดกล่าวได้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสำรวจดิน
  • 1 : การเจาะเก็บตัวอย่างดินด้วยกระบอกบาง ตัวอย่างดินที่เก็บมาได้จัดเป็นดินประเภทไม่ถูกรบกวน
  • 2 : การทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) จะได้ตัวอย่างดินแบบถูกรบกวน
  • 3 : การทดสอบ Vane Shear Test (VST) เป็นการเก็บตัวอย่างดินวิธีหนึ่ง
  • 4 : การทดสอบ Vane Shear Test เพื่อหาค่า Undrained Shear Strength ของดินที่ทดสอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • ในการทดสอบ Standard Penetration Test (SPT)ได้ผลดังนี้
    ช่วง 6” แรก = 6 ครั้ง
    ช่วง 6” ครั้งที่ 2 = 7 ครั้ง
    ช่วง 6” ครั้งที่ 3 = 8 ครั้ง
    ดังนั้นค่า SPT, N เป็นเท่าใด
  • 1 : 13 ครั้งต่อฟุต
  • 2 : 14 ครั้งต่อฟุต
  • 3 : 15 ครั้งต่อฟุต
  • 4 : 21 ครั้งต่อฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการเจาะสำรวจดิน
  • 1 : เพื่อเลือกหาแหล่งวัสดุ
  • 2 : เพื่อใช้เป็นข้อมูลด้านออกแบบ
  • 3 : เพื่อประเมินการทรุดตัวของชั้นดิน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 106 :
  • ให้อธิบายความหมายของ D60 จากกราฟกระจายตัวของเม็ดดิน
  • 1 : ขนาดเม็ดดินที่มีเปอร์เซ็นต์ผ่าน (Percent finer) 60 % ของมวลดินทั้งหมด
  • 2 : ขนาดเม็ดดินที่มีเปอร์เซ็นต์ผ่าน (Percent finer) 40 % ของมวลดินทั้งหมด
  • 3 : เม็ดดินที่มีขนาด 60 มิลลิเมตร
  • 4 : เปอร์เซ็นต์ผ่านของมวลดินที่มีขนาด 60 มิลลิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • มีตัวอย่างดิน 1000 กรัม มีความชื้น (Water Content) 3% ถ้าต้องการให้ตัวอย่างดินนี้มีความชื้นที่ 10% จะต้องเติมน้ำผสมเพิ่มประมาณเท่าใด
  • 1 : 10 กรัม
  • 2 : 37 กรัม
  • 3 : 68 กรัม
  • 4 : 100 กรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 108 :
  • แร่ดินเหนียวที่มีค่า Activity สูง ใช้ในการทำเข็มเจาะระบบเปียก เพื่อป้องกันการพังทลายของหลุมเจาะในดินทรายคือ
  • 1 : Kaolinite
  • 2 : Illite
  • 3 : Montmorillonite
  • 4 : Attapulgite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 109 :
  • ตัวอย่างดินเหนียวมีค่า Void ratio เท่ากับ 1 จะมีค่า Porosity เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0.5
  • 2 : 1.0
  • 3 : 1.5
  • 4 : 2.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • มาตรฐานการจำแนกประเภทดินชนิดใดที่ใช้ในการทำงานเกี่ยวกับถนน
  • 1 : ก. Unified Soil Classification System (USCS)
  • 2 : ข. The American Association of State Highway and Transportation Offices (AASHTO)
  • 3 : ค. U.S. Department of Agricultura Texture Classification (USDA)
  • 4 : ง. The Federal Aviation Agency Classification System (FAA)
  • 5 : จ. ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • รูปร่างเส้นโค้งสะสมของดิบแบบใดที่แสดงเส้นโค้งการสะสมแบบ Well graded
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : จ. ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • แร่ดินเหนียวชนิดใดที่เมื่อเป็นองค์ประกอบหลักของดินเหนียวแล้วจะทำให้ดินเหนียวนั้นมีการบวมตัวได้สูง
  • 1 : Montmorillonite
  • 2 : Illite
  • 3 : Kaolinite
  • 4 : Lignite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 113 :
  • จากชั้นดินลุ่มเจ้าพระยาดังรูป ถ้าจัดดินตามลักษณะการเกิดของดิน จะจัดอยู่ในประเภทใด
  • 1 : Sedimented soil
  • 2 : Residual soil
  • 3 : Dispersive soil
  • 4 : Collapsible soil
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 114 :
  • ดินเหนียวที่ถูกกัดเซาะได้โดยง่ายเมื่อมีน้ำไหลผ่านมีชื่อเฉพาะว่าอะไร
  • 1 : Dispersive clay
  • 2 : Fissured clay
  • 3 : Soft clay
  • 4 : Expansive clay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 115 :
  • คุณสมบัติของดินที่เมื่อดินถูกแรงกระทำแล้วจะเสียรูปแต่เมื่อปล่อยแรงกระทำจะไม่มีรูปร่างเหมือนเดิมโดยดินมีปริมาตรไม่เปลี่ยนแปลงเรียกว่าอะไร
  • 1 : Plastic limit
  • 2 : Liquid limit
  • 3 : Elasticity
  • 4 : Plasticity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • ดินชนิดหนึ่งเมื่อนำมารบกวนโดยการปั่นหรือเขย่าจะมีกำลังรับแรงเฉือนลดลง แต่เมื่อตั้งทิ้งไว้โดยไม่รบกวนซักครู่จะมีกำลังรับแรงเฉือนเพิ่มขึ้นดังแสดงในรูป เราเรียกคุณสมบัติชนิดนี้ว่าอะไร
  • 1 : Barotropy
  • 2 : Anisotropy
  • 3 : Thixotropy
  • 4 : Plasticity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • ดินชนิดหนึ่ง Plastic limit = 30%, Liquid limit = 60% และมี Natural water content = 20% ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ดินอยู่ในสภาพแข็งปั้นแล้วดินแตก มีค่า Plasticity index = 20 %
  • 2 : ดินอยู่ในสภาพแข็งปั้นแล้วดินแตก มีค่า Plasticity index = 30 %
  • 3 : ดินอยู่ในสภาพอ่อนปั้นได้โดยไม่แตก มีค่า Plasticity index = 20 %
  • 4 : ดินอยู่ในสภาพอ่อนปั้นได้โดยไม่แตก มีค่า Plasticity index = 30 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • จากการทดสอบร่อนดินผ่านตะแกรงได้ผลการทดสอบว่ามีปริมาณดินผ่านตะแกรงเบอร์ 200 = 94% จะจัดดินชนิดนี้เป็นดินชนิดใด
  • 1 : หิน
  • 2 : ทราย
  • 3 : กรวด
  • 4 : ดินเหนียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • จากรูปกราฟที่กำหนดให้ มีปริมาณดินที่มีขนาดเล็กกว่า 0.075 มิลลิเมตร ประมาณเท่าใด
  • 1 : 35 เปอร์เซ็นต์
  • 2 : 45 เปอร์เซ็นต์
  • 3 : 55 เปอร์เซ็นต์
  • 4 : 60 เปอร์เซ็นต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :
  • ในการทดสอบดินชนิดหนึ่งได้ผลการจำแนกดินตามระบบ Unified Soil Classification System เป็น CH ดินชนิดนี้อาจจะเป็นดินชนิดใด
  • 1 : Clayey soil
  • 2 : Sandy soil
  • 3 : Gravelly soil
  • 4 : Silty soil
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • จากกราฟที่กำหนดให้ ดินชนิดใดจัดเป็นดินที่มีขนาดคละกันดีที่สุด
  • 1 : ดิน A
  • 2 : ดิน B
  • 3 : ดิน C
  • 4 : ดิน D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 122 :
  • ต้องการทดสอบกำลังรับแรงเฉือนของดินเหนียวอ่อนมากในที่(in-situ test) โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่าง ควรใช้การทดสอบแบบใด
  • 1 : Standard penetration test
  • 2 : Unconsolidated Undrained triaxial test
  • 3 : Field vane shear test
  • 4 : Consolidation test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • ถ้าต้องการเก็บตัวอย่างดินเหนียวอ่อนมากที่ระดับลึก 12 เมตรมาทดสอบกำลังรับแรงเฉือนของดินด้วยวิธี Triaxial test ควรจะใช้อุปกรณ์ใดในการเก็บตัวอย่าง
  • 1 : Cone Penetrometer
  • 2 : Split spoon sampler
  • 3 : Pocket penetrometer
  • 4 : Thin wall sampler
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • ดินชนิดหนึ่งมี ความหนาแน่นทั้งหมด (Bulk density) 1760 kg/m3 ความถ่วงจำเพาะ 2.7 และ มีปริมาณความชื้น 10% จงหาอัตราส่วนช่องว่าง (Void ratio) และ ความหนาแน่นดินอิ่มตัว (saturated density)
  • 1 : 0.59 และ 1.91 kg/m3
  • 2 : 0.59 และ 2.01 kg/m3
  • 3 : 0.69 และ 1.91 kg/m3
  • 4 : 0.69 และ 2.01 kg/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • คันดินถมถูกบดอัดที่ปริมาณความชื้นเท่ากับ 17%และมี ค่าความพรุนเท่ากับ 0.386 ถ้าความถ่วงจำเพาะของเม็ดดินเท่ากับ 2.65 จงคำนวณหาระดับความอิ่มตัวของคันดินนี้
  • 1 : 54.5%
  • 2 : 63.2%
  • 3 : 71.7%
  • 4 : 87.3%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • ดินเหนียวมีอัตราส่วนช่องว่างเท่ากับ 0.73 ความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 2.71 ระดับความอิ่มตัวเท่ากับ 92 % จงหาความหนาแน่นแห้งและความหนาแน่นทั้งหมดตามลำดับ
  • 1 : 1,566 kg/m3 และ 1,955 kg/m3
  • 2 : 1,566 kg/m3 และ 1,965 kg/m3
  • 3 : 1,555 kg/m3 และ 1,955 kg/m3
  • 4 : 1,555 kg/m3 และ 1,965 kg/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • ดินเหนียวชนิดหนึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ LL = 50, PI = 25, wn = 54% ตัวอย่างดินเหนียวชนิดเดียวกันนี้แบบ Undisturbed ควรจะมี Undrained shear strength ประมาณเท่าไร
  • 1 : 0.03 t/m2
  • 2 : 3 t/m2
  • 3 : 30 t/m2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • การทดสอบความหนาแน่นดินในสนามของงานก่อสร้างถนนโดยวิธีกรวยทรายได้ผลการทดสอบดังนี้ นน.มวลดินเปียกที่ขุดออกจากหลุม = 1,942 g, นน.มวลทรายที่ใช้เติมเต็มหลุมและกรวยทดสอบ = 2,744 g, ความหนาแน่นของทรายที่ใช้ = 1.60 g/cm3, นน.มวลของทรายที่ใช้เติม = 1,289.7 g, นน.อบแห้งของมวลดินที่ขุดออกมา = 1,708.7 g, เมื่อดินมีความหนาแน่นแห้งสูงสุด(ในห้องปฏิบัติการ) = 1,950 kg/m3. จงหาความหนาแน่นแห้ง และ การบดอัดสัมพัทธ์
  • 1 : 1.88 g/cm3 และ 93.4%
  • 2 : 1.98 g/cm3 และ 93.4%
  • 3 : 1.88 g/cm3 และ 96.4%
  • 4 : 1.98 g/cm3 และ 96.4%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • ตะแกรงเบอร์ใดใช้ในการจำแนกกรวด (gravel) และทราย (sand)
  • 1 : #4
  • 2 : #10
  • 3 : #40
  • 4 : #200
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 130 :
  • ดินชนิดใดมีส่วนคละดีที่สุด
  • 1 : GW
  • 2 : GP
  • 3 : SP
  • 4 : CH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • ดินที่มีขนาดคละกันดีจะมีค่า Coefficient of curvature (Cc) อยู่ในช่วงใด
  • 1 : 1-2
  • 2 : 1-3
  • 3 : 2-3
  • 4 : 2-4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :
  • การเก็บตัวอย่างทรายละเอียดควรใช้อุปกรณ์ชนิดใดในการเก็บตัวอย่าง
  • 1 : Sherby Tube
  • 2 : Vane shear

  • 3 : Thin wall Tube
  • 4 : Split-Spoon Sampler
  • 5 : ได้ทุกชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใด ถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับค่าอัตราส่วนช่องว่างของมวลดิน ?
  • 1 : หมายถึง อัตราส่วนระหว่างปริมาตรของช่องว่างมวลอากาศในดิน ต่อปริมาตรมวลเม็ดดิน
  • 2 : แทนด้วย e และสามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือในห้องปฐพีกลศาสตร์โดยตรง
  • 3 : เมื่อมวลดินอิ่มตัวด้วยน้ำ อัตราส่วนช่องว่าง=ปริมาณน้ำในมวลดินx specific gravity
  • 4 : เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของดินประเภทเม็ดละเอียด เช่น ดินเหนียว และดินทรายแป้ง เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใด มิได้บ่งบอกตัวพา(tranportation agent) ที่แสดงถึงลักษณะของการกำเนิดดิน ?
  • 1 : Alluvial Soils
  • 2 : Sand Dunes
  • 3 : Expansive Clay
  • 4 : Peat
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 135 :
  • ดินชนิดหนึ่ง ผ่านตะแกรงเบอร์ 200 มากกว่า 50% มีค่า LL = 40 % PI =20 % ดินชนิดนี้เป็นดินประเภทใด
  • 1 : Gravel
  • 2 : Sand
  • 3 : Silt
  • 4 : Clay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 136 :
  • ดินมีค่าความหนาแน่นอิ่มตัว 2 ตัน/ลบ.ม จงหาค่าหน่วยแรงประสิทธิผล(Effective stress) ที่ความลึก 5 เมตร เมื่อระดับน้ำอยู่ที่ผิวดิน
  • 1 : 10 ตัน/ลบ.ม
  • 2 : 5 ตัน/ลบ.ม
  • 3 : 2.5 ตัน/ลบ.ม
  • 4 : 0.4 ตัน/ลบ.ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 137 :
  • ตะแกรงเบอร์ใดใช้ในการจำแนกกรวด(gravel)และทราย (sand)
  • 1 : #4
  • 2 : #10
  • 3 : #40
  • 4 : #100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • ในการทดสอบ Field density ถ้าไม่มีทราย Ottawa จะใช้ทรายขนาดใดแทนได้
  • 1 : ทรายแม่น้ำเม็ดหยาบ
  • 2 : ทรายบกเม็ดหยาบ
  • 3 : ทรายถมเม็ดละเอียด
  • 4 : ทรายที่มีขนาดเม็ดสม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  • ดินชนิดใดมีส่วนคละดีที่สุด
  • 1 : GW
  • 2 : GP
  • 3 : CL
  • 4 : CH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 140 :
  • ดินที่มีขนาดคละกันดีจะมีค่า Coefficient of curvature (Cc) อยู่ในช่วงใด
  • 1 : 1-3
  • 2 : 1-4
  • 3 : 2-3
  • 4 : 2-4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 141 :
  • การเก็บตัวอย่างทรายควรใช้อุปกรณ์ชนิดใดในการเก็บตัวอย่าง
  • 1 : Sherby Tube
  • 2 : Thick wall Tube
  • 3 : Thin wall Tube
  • 4 : Split-Spoon
  • 5 : ได้ทุกชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • จงหาความหนาแน่นอิ่มตัวของดินทราย
  • 1 : ก. 1.5 Mg/m3
  • 2 : ข. 1.62 Mg/m3
  • 3 : ค. 1.78 Mg/m3
  • 4 : ง. 1.85 Mg/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • จงประมาณหาพลังงานต่อปริมาตรในการบดอัดแบบ Standard Proctor Test โดยมี mold ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว สูง 4.58 นิ้ว ใช้ตุ้มหนัก 5.5 ปอนด์ ยกสูง 12 นิ้ว บดอัด 3 ชั้น ชั้นละ 25 ครั้ง
  • 1 : 12,375 (ft. Ibf)/ft3
  • 2 : 592.7 (ft. Ibf)/ft3
  • 3 : 24,750 (ft. Ibf)/ft3
  • 4 : 1,085.4 (ft. Ibf)/ft3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • จากผลการทดสอบจำแนกดินด้วยระบบ Unified soil classification ดินชนิดใดเหมาะสมที่จะนำไปทำแกนเขื่อนทึบน้ำที่สุด
  • 1 : GW
  • 2 : SP
  • 3 : CL
  • 4 : SW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 145 :
  • ตัวอย่างดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำตัวอย่างหนึ่งมีค่าหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 20 kN/m3 ถ้าตัวอย่างดินถูกทำให้แห้งโดยคงปริมาตรตัวอย่างไว้เท่าเดิม จงหาหน่วยน้ำหนักแห้งของดินตัวอย่างเมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินนี้เท่ากับ 2.7

  • 1 : 14.5 kN/m3
  • 2 : 15.8 kN/m3
  • 3 : 16.7 kN/m3
  • 4 : 17.7 kN/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • ตัวอย่างดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำตัวอย่างหนึ่งมีค่าหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 21 kN/m3 ถ้าตัวอย่างดินถูกทำให้แห้งโดยคงปริมาตรตัวอย่างไว้เท่าเดิม จงหาหน่วยน้ำหนักแห้งของดินตัวอย่างเมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินนี้เท่ากับ 2.7
  • 1 : 14.8 kN/m3
  • 2 : 16.2 kN/m3
  • 3 : 17.8 kN/m3
  • 4 : 18.0 kN/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • ตัวอย่างดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำตัวอย่างหนึ่งมีค่าหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 21 kN/m3 ถ้าตัวอย่างดินถูกทำให้แห้งโดยคงปริมาตรตัวอย่างไว้เท่าเดิม จงหาหน่วยน้ำหนักแห้งของดินตัวอย่างเมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินนี้เท่ากับ 2.65
  • 1 : 14.5 kN/m3
  • 2 : 15.8 kN/m3
  • 3 : 16.7 kN/m3
  • 4 : 18.7 kN/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • ตัวอย่างดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำตัวอย่างหนึ่งมีค่าหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 19 kN/m3 ถ้าตัวอย่างดินถูกทำให้แห้งโดยคงปริมาตรตัวอย่างไว้เท่าเดิม จงหาหน่วยน้ำหนักแห้งของดินตัวอย่างเมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินนี้เท่ากับ 2.65
  • 1 : 14.5 kN/m3
  • 2 : 15.8 kN/m3
  • 3 : 16.7 kN/m3
  • 4 : 17.7 kN/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • จงจำแนกชนิดของดินตามคุณสมบัติที่กำหนดให้

  • 1 : SM
  • 2 : CH
  • 3 : ML
  • 4 : SC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 150 :
  • จงจำแนกชนิดของดินตามคุณสมบัติที่กำหนดให้

  • 1 : SM
  • 2 : CH
  • 3 : ML
  • 4 : SC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • จากรูป Phase diagram กำหนด W =  346 gm   Ws = 284 gm   ถพ. = 2.70   ความหนาแน่น  = 1.86 gm/cc จงคำนวณหาค่า degree of saturation และ porosity

  • 1 : 29%,   35%
  • 2 : 74%,   43%
  • 3 : 62%,   40%
  • 4 : 77%,   43%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 152 :
  • จากรูป Phase diagram กำหนด W =  300 gm   Ws = 284 gm   ถพ. = 2.70   ความหนาแน่น  = 1.86 gm/cc จงคำนวณหาค่า degree of saturation และ porosity

  • 1 : 29%,   35%
  • 2 : 74%,   43%
  • 3 : 62%,   40%
  • 4 : 77%,   43%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • จากรูป Phase diagram กำหนด W =  300 gm   Ws = 260 gm   ถพ. = 2.70   ความหนาแน่น  = 1.86 gm/cc จงคำนวณหาค่า degree of saturation และ porosity

  • 1 : 29%,   35%
  • 2 : 74%,   43%
  • 3 : 62%,   40%
  • 4 : 77%,   43%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 154 :
  • จากรูป Phase diagram กำหนด W =  320 gm   Ws = 265 gm   ถพ. = 2.70   ความหนาแน่น  = 1.86 gm/cc จงคำนวณหาค่า degree of saturation และ porosity

  • 1 : 74%,   43%

  • 2 : 62%,   40%

  • 3 : 77%,   43%

  • 4 : 29%,   35%

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • ดินแห้งมี Gs = 2.70 ผสมน้ำทำให้มีปริมาณความชื้น 16 % ถูกบดอัดลงในแบบรูปทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มม. ยาว 76 มม. ปริมาณอากาศ 6 % จงคำนวณหาค่า มวลของดินที่อยุ่ในแท่งดินรูปทรงกระบอก
  • 1 : 163 gm.
  • 2 : 177 gm.
  • 3 : 158 gm.
  • 4 : 183 gm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • ดินแห้งมี Gs = 2.70 ผสมน้ำทำให้มีปริมาณความชื้น 25 % ถูกบดอัดลงในแบบรูปทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มม. ยาว 76 มม. ปริมาณอากาศ 6 % จงคำนวณหาค่า มวลของดินที่อยุ่ในแท่งดินรูปทรงกระบอก
  • 1 : 163 gm.
  • 2 : 177 gm.
  • 3 : 158 gm.
  • 4 : 183 gm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • ดินแห้งมี Gs = 2.65 ผสมน้ำทำให้มีปริมาณความชื้น 10 % ถูกบดอัดลงในแบบรูปทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 มม. ยาว 76 มม. ปริมาณอากาศ 8 % จงคำนวณหาค่า มวลของดินที่อยุ่ในแท่งดินรูปทรงกระบอก
  • 1 : 163 gm.
  • 2 : 177 gm.
  • 3 : 158 gm.
  • 4 : 183 gm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • ตัวอย่างดินชื้นหนัก  2.0  กรัม เมื่ออบจนแห้งดินหนัก  1.8  กรัม จงหาปริมาณความชื้นของดิน
  • 1 : 16%
  • 2 : 17%
  • 3 : 11%
  • 4 : 22%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 :
  • ตัวอย่างดินชื้นหนัก  2.2  กรัม เมื่ออบจนแห้งดินหนัก  1.8  กรัม จงหาปริมาณความชื้นของดิน
  • 1 : 16%
  • 2 : 17%
  • 3 : 11%
  • 4 : 22%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • ตัวอย่างดินชื้นหนัก  2.1  กรัม เมื่ออบจนแห้งดินหนัก  1.8  กรัม จงหาปริมาณความชื้นของดิน
  • 1 : 15.5%
  • 2 : 16.7%
  • 3 : 17.5%
  • 4 : 18.7%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 161 :
  • ตัวอย่างดินชื้นหนัก  2.2  กรัม เมื่ออบจนแห้งดินหนัก  1.9  กรัม จงหาปริมาณความชื้นของดิน
  • 1 : 16%
  • 2 : 17%
  • 3 : 11%
  • 4 : 22%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 162 :
  • ดินตัวอย่างมีขนาดเม็ดโตสุด  2 มม. และมีขนาดเล็กสุด  0.075 มม.  ดินตัวอย่าง เป็นดินประเภทใด
  • 1 : G
  • 2 : S
  • 3 : M
  • 4 : C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 546 : Permeability, stresses in a soil mass, stress-strain and shear strength properties of cohesive and cohesionless soils
ข้อที่ 163 :
  • จงใช้กฏของดาร์ซีหาค่าความเร็วของน้ำผ่านท่อที่มีทรายอยู่เต็ม ดังแสดงในรูป กำหนดให้ทรายในท่อมีค่าสัมประสิทธิ์การซีมผ่านของน้ำเท่ากับ 10 ไมโครเมตรต่อวินาที
  • 1 : 2.5 mm/s
  • 2 : 5.0 mm/s
  • 3 : 7.5 mm/s
  • 4 : 10.0 mm/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • การทดสอบหาค่าสัมประสิทธิ์การซึม (coefficient of permeability, k) ของดินทรายแหล่งหนึ่ง ในห้องปฏิบัติการ โดยวิธีเฮดคงที่ (Constant head) ซึ่งมีข้อมูลดังนี้ ตัวอย่างดินมีขนาด ความสูง 6 cm พื้นที่หน้าตัด 50 cm2 วัดปริมาณน้ำที่ไหลซึมตัวอย่างใน 10 นาที ได้ปริมาตรน้ำ 430 cm3 การไหลอยู่สภาวะความสูง (Head) คงที่เท่ากับ 40 cm จงคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์การซึม ในหน่วย cm/sec
  • 1 : 1.15 x 10-2
  • 2 : 2.15 x 10-2
  • 3 : 1.15 x 10-3
  • 4 : 2.15 x 10-3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
  • 1 : ข้อ a ถูกต้อง
  • 2 : ข้อ b ถูกต้อง
  • 3 : ข้อ c ถูกต้อง
  • 4 : ข้อ d ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • มวลดินก้อนหนึ่ง อยู่ในชั้นดินเหนียวล้วนในตำแหน่งที่ลึกจากผิวดิน 5 เมตร หน่วยน้ำหนักรวมของดินมีค่าเท่ากับ 18 kN/m3 และ หน่วยน้ำหนักของน้ำมีค่าเท่ากับ 10 kN/m3 ระดับน้ำใต้ดินอยู่ต่ำกว่าผิวดิน 1.5 m จงคำนวณค่าหน่วยแรงรวมในแนวราบ (horizontal total stress) ของมวลดินก้อนนี้ ถ้าสัมประสิทธิ์แรงดันดินด้านข้าง (coefficient of lateral earth pressure) มีค่าเท่ากับ 0.6
  • 1 : 35 kN/m2
  • 2 : 68 kN/m2
  • 3 : 89kN/m2
  • 4 : 90 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • มวลดินก้อนหนึ่ง อยู่ในชั้นดินเหนียวล้วนในตำแหน่งที่ลึกจากผิวดิน 5 เมตร หน่วยน้ำหนักของดินมีค่าเท่ากับ 18 kN/m3 และ หน่วยน้ำหนักของน้ำมีค่าเท่ากับ 9.8 kN/m3 ระดับน้ำใต้ดินอยู่ต่ำกว่าผิวดิน 1.5 m จงคำนวณค่าหน่วยแรงประสิทธิผลแนวดิ่งสูงสุดในอดีต (maximum past stress) ของมวลดินก้อนนี้ ถ้าอัตราส่วนการอัดตัวคายน้ำ (overconsolidation ratio, OCR) มีค่าเท่ากับ 1.5
  • 1 : 124.3 kN/m2
  • 2 : 90.0 kN/m2
  • 3 : 83.6 kN/m2
  • 4 : 55.7 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • จงคำนณค่าหน่วยแรงที่เพิ่มมากขึ้นในมวลดินเฉพาะในแนวดิ่ง ณ ตำแหน่งทีอยู่ลึกลงไปจากผิวดิน 4 เมตร เมื่อมีน้ำหนักแบบจุด (point load) ที่มีค่าเท่ากับ 200 ตัน กระทำห่างจากจุด A ในแนวราบ 3 เมตร โดยที่
  • 1 : 25.15 ตัน/ตร.ม
  • 2 : 5.97 ตัน/ตร.ม
  • 3 : 1.96 ตัน/ตร.ม
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 169 :
  • มวลดินอิ่มตัวด้วยน้ำ อยู่ในชั้นดินเหนียวล้วนในตำแหน่งที่ลึกจากผิวดิน 5 เมตร ต่อมามีหน่วยแรงภายนอกมากระทำแบบรวดเร็ว เป็นผลทำให้หน่วยแรงรวมในแนวดิ่งและราบของดินมีค่าเพิ่มขึ้นเท่ากับ 15 kN/m2 และ 10 kN/m2 ตามลำดับและก่อให้เกิดแรงดันน้ำเพิ่มขึ้นอย่างกระทันหันเป็นความสูง 2 เมตร จงหาค่าพารามิเตอร์ A (Skempton’s pore pressure parameter) ถ้าหน่วยน้ำหนักของน้ำมีค่าเท่ากับ 9.8 kN/m3
  • 1 : 1.96
  • 2 : 0.78
  • 3 : 1.31
  • 4 : 1.92
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • จากผลการทดสอบทะลุทะลวงมาตรฐาน (Standard Penetration Test, SPT) ด้วยการตอกให้จมครั้งละ 6 นิ้ว ได้ผลการนับครั้งในการตอกดังตารางข้างล่าง จงคำนวณหาค่า N
  • 1 : 15
  • 2 : 22
  • 3 : 25
  • 4 : 27
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • ข้อใดเป็นผลที่ได้จากการทดสอบ Cone Penetration Test (CPT)
  • 1 : แรงแบกทานของดิน (end bearing resistance)
  • 2 : แรงเสียดทาน (friction resistance)
  • 3 : แรงดันน้ำใต้ดิน (water pressure)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • อุปกรณ์การทดสอบหรือวิธีการทดสอบในข้อใด ที่ไม่สามารถใช้หาค่ากำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength)ของดินได้
  • 1 : การทดสอบแบบเฉือนโดยตรง (direct shear test)
  • 2 : การทดสอบการยุบตัวหนึ่งมิติ (oedometer หรือ consolidation test)
  • 3 : การทดสอบแบบมีแรงอัดสามแกน (triaxial test)
  • 4 : การทดสอบโดยใช้ใบมีดมาตรฐาน (vane shear test)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 :
  • การทดสอบหากำลังรับแรงเฉือนของดินทรายอัดแน่น (Direct Shear) โดยใช้กล่องทดสอบขนาด 10 x 10 cm เมื่อใส่แรงกระทำแนวดิ่ง (normal load) 200 กก. กระทำคงที่ตลอดการทดสอบ พบว่าวัดค่าแรงเฉือนสูงสุด (peak shear load) มีค่าเท่ากับ 183 กก. จงหาค่ามุมของแรงเสียดทานภายใน (Angle of Internal Friction)
  • 1 : 28 องศา
  • 2 : 35 องศา
  • 3 : 42.5 องศา
  • 4 : 47.5 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 174 :
  • จากผลการทดสอบแบบไม่มีแรงอัดรอบข้าง (unconfined compression test) ของดินจากแหล่งดินแห่งหนึ่ง ได้ค่า qu = 10 t/m2 ถ้านำตัวอย่างดินจากแหล่งนี้ไปทดสอบแบบแรงอัดสามแกนชนิดไม่ระบายน้ำ (consolidated undrained triaxial compression test, CU-Test) จะได้ผลของค่ากำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength) เท่าใด
  • 1 : มากกว่า 10 t/m2
  • 2 : 10 t/m2
  • 3 : 5 t/m2 หรือมากกว่า 5 t/m2
  • 4 : น้อยกว่า 5 t/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 175 :
  • จากผลการทดสอบแบบแรงอัดสามแกนชนิดไม่ระบายน้ำ (unconsolidated undrained triaxial compression test, UU-Test) จงหาค่ากำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength) เมื่อความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวอย่างก่อนการทดสอบคือ 76mm และ 38mm ตามลำดับ โดยผลการทดสอบที่จุดวิบัติมีค่าตามตารางข้างล่างนี้
  • 1 : 292 kN/m2
  • 2 : 248 kN/m2
  • 3 : 146 kN/m2
  • 4 : 124 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • จากสมการที่กำหนดให้สำหรับการหาค่าหน่วยแรงที่ระดับความลึก z ภายใต้จุดศูนย์กลางของแรงกระทำบนพื้นที่วงกลมที่มีรัศมี R ดังแสดงในรูป ก) จงหาค่าหน่วยแรงที่ระดับความลึก 2.5 ม. ภายใต้เงื่อนไขในรูป ข)
  • 1 : 1.52 t/sq.m.
  • 2 : 4.55 t/sq.m.
  • 3 : 6.83 t/sq.m.
  • 4 : 9.11 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
  • 1 : ถูกทุกข้อ
  • 2 : ถูกสามข้อ
  • 3 : ถูกสองข้อ
  • 4 : ถูกหนึ่งข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • มวลดินก้อนหนึ่ง อยู่ในชั้นดินเหนียวล้วนลึกจากผิวดิน 5 เมตร หน่วยน้ำหนักของดินมีค่าเท่ากับ 18 kN/m3 และ หน่วยน้ำหนักของน้ำมีค่าเท่ากับ 9.8 kN/m3 ระดับน้ำใต้ดินอยู่ต่ำกว่าผิวดิน 1.5 m ถ้าพารามิเตอร์สำหรับกำลังแรงเฉือนของมอร์-คูลอมป์ (Mohr-Coulomb shear strength parameters) มีค่าคือ c = 5 kN/m2 และ phi = 28 องศา ให้ประมาณค่ากำลังรับแรงเฉือนแบบระบายน้ำ (drained shear strength) ของมวลดินก้อนนี้
  • 1 : 51 kN/m2
  • 2 : 48 kN/m2
  • 3 : 35 kN/m2
  • 4 : 32 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • ในการวิเคราะห์เสถียรภาพงานขุดในชั้นดินเหนียว เราควรใช้ Parameters จากการทดสอบประเภทใด
  • 1 : Unconfined Compression Test
  • 2 : Triaxial Test - Unconsolidated Undrained
  • 3 : Vane Shear Test
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :
  • ระดับน้ำเหนือเขื่อนที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อ Flow Net อย่างไร
  • 1 : Flow Line ยาวขึ้น
  • 2 : Flow Net ไม่เปลี่ยนแปลง
  • 3 : จำนวน Equipotential Line เพิ่มขึ้น
  • 4 : จำนวน Equipotential Line ไม่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • ในกรณีที่มีน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอกระทำลงบนผิวดินภายในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ จงหาว่าที่ระดับลึกลงใต้ผิวดิน 4 เมตร หน่วยแรงจะมีค่าลดลงเหลือประมาณร้อยละเท่าใดเทียบกับขนาดของน้ำหนักแผ่ที่ผิวดิน
  • 1 : ประมาณร้อยละ 20
  • 2 : ประมาณร้อยละ 40
  • 3 : ประมาณร้อยละ 60
  • 4 : ประมาณร้อยละ 80
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 182 :
  • ดินชนิดหนึ่งมีค่าความถ่วงจำเพาะ 2.68 และอัตราส่วนช่องว่าง 0.65 อยากทราบว่ามีค่าความลาดวิกฤตเชิงชลศาสตร์ Critical Hydrualic Gradient) เท่าไร
  • 1 : 1.02
  • 2 : 4.12
  • 3 : 5.66
  • 4 : 0.24
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • ในกรณีที่ดินถมหลังกำแพงกันดินเป็นแบบเอียงจะใช้ทฤษฎีใดในการวิเคราะห์
  • 1 : Columb
  • 2 : Rankine
  • 3 : Terzaghi
  • 4 : Mohr
  • 5 : ได้ทุกวิธี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • วิธีการใดใช้ในการวิเคราะห์หาแรงดันด้านข้างของดินโดยวิธีกราฟฟิค โดยสามเหลี่ยมแทนแรง
  • 1 : Columb
  • 2 : Rankine
  • 3 : Terzaghi
  • 4 : Mohr
  • 5 : Culmann
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 185 :
  • แรงดันดินด้านข้างที่กระทำต่อโครงสร้างกำแพงกันดินเมื่อให้กำแพงกันดินเกิดการเคลื่อนที่หนีจากดินที่กั้นไว้เรียกว่า
  • 1 : Earth pressure at rest
  • 2 : Active Earth pressure
  • 3 : Passive Earth pressure
  • 4 : Overturning Moment
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • Newmark’s Chart ใช้ในการคำนวณหาสิ่งใด
  • 1 : การกระจายหน่วยแรงในดิน
  • 2 : ตาข่ายการไหลของน้ำในดิน
  • 3 : ความสามารถในการซึมน้ำ
  • 4 : การทรุดตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • จากรูป ค่าความเค้นประสิทธิผล (Effective Stress) ที่จุด A มีค่าเท่าไร
  • 1 : -50 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 2 : 0 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 3 : 10 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 4 : 20 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • การไหลของน้ำผ่านชั้นดินจะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลักข้อใด
  • 1 : แนวที่แสดงการไหลของน้ำ (Flow line)
  • 2 : ผลต่างของพลังงานระหว่างจุด 2 จุดที่น้ำไหล
  • 3 : ทิศทางการไหลของน้ำ
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 189 :
  • จากรูปการทดสอบการไหลของน้ำผ่านชั้นดินแบบ Constant head จงหาความเร็วของน้ำ (Seepage velocity) ที่ไหลผ่านชั้นดิน
  • 1 : 0.360 cm/sec.
  • 2 : 0.054 cm/sec.
  • 3 : 0.090 cm/sec.
  • 4 : 0.216 cm/sec.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • จากรูปจงหา Seepage pressure ที่จุด A, กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของน้ำ = 9.81 kN/m3
  • 1 : 2.94 kN/m2
  • 2 : 3.92 kN/m2
  • 3 : 6.87 kN/m2
  • 4 : 9.81 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • จากรูปจงหา Effective stress ที่จุด A เมื่อมีการไหลของน้ำ, กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของน้ำ = 9.81 kN/m3
  • 1 : 0.82 kN/m2
  • 2 : 2.94 kN/m2
  • 3 : 3.76 kN/m2
  • 4 : 7.68 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • จากรูปเป็นหน่วยแรงที่กระทำกับดิน จงหาหน่วยแรงในระนาบที่เอียง 35 deg. กับแนวราบ
  • 1 : Normal stress = 22.5 MPa Shear stress = 5.5 MPa
  • 2 : Normal stress = 35.5 MPa Shear stress = 5.0 MPa
  • 3 : Normal stress = 40.5 MPa Shear stress = 4.5 MPa
  • 4 : Normal stress = 44.5 MPa Shear stress = 4.0 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :

  • 1 : C = 10 kN/m2 Phi = 10 deg.
  • 2 : C = 25 kN/m2 Phi = 10 deg.
  • 3 : C = 40 kN/m2 Phi = 20 deg.
  • 4 : C = 55 kN/m2 Phi = 20 deg.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :
  • การทดสอบหาค่าคุณสมบัติในการรับแรงเฉือนของดินในสนามคือ
  • 1 : Vane shear test
  • 2 : Direct shear test
  • 3 : Triaxial test
  • 4 : Unconfined Compression test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • จงหาปริมาณการไหลผ่านชั้นทรายที่ได้แสดงไว้ กำหนดให้น้ำไหลตามแนวเอียงของชั้นทราย
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • จงหาค่าสัมประสิทธิ์การไหลของน้ำในชั้นดินที่ได้แสดงไว้ หากปริมาณการสูบออกที่สภาพสมดุลย์มีค่าเท่ากับ 200 ลบ.ม.ต่อวัน
  • 1 : 0.14 m/day
  • 2 : 0.24 m/day
  • 3 : 0.29 m/day
  • 4 : 0.35 m/day
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • จากผลการทดสอบหาสปส.ความซึมได้แบบ Variable head พบว่าระดับน้ำลดจาก H1 = 20 ซม.ไปเป็น H2 = 10 ซม. ในเวลา 3 วัน โดยความสูงของชั้นดิน L มีค่าเท่ากับ 10 ซม. จงหาค่าสปส.ความซึมได้ของตัวอย่างดินชนิดนี้
  • 1 : 0.69 cm/days
  • 2 : 1.44 cm/days
  • 3 : 2.31 cm/days
  • 4 : 3.32 cm/days
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 198 :
  • ในการทดลอง Unconfined compression test กับตัวอย่างดินเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร สูง 8 เซนติเมตร ค่าแรงกดในขณะที่ตัวอย่างดินวิบัติเท่ากับ 145 นิวตัน โดยทำให้แท่งตัวอย่างยุบตัว 1.2 เซนติเมตร ค่า Undrained shear strength ของดินนี้มีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 49 kN/sq.m
  • 2 : 57.5 kN/sq.m
  • 3 : 98 kN/sq.m
  • 4 : 115 kN/sq.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 :
  • ในการทดลอง Unconfined compression test กับตัวอย่างดินเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร สูง 8 เซนติเมตร ค่าแรงกดในขณะที่ตัวอย่างดินวิบัติเท่ากับ 150 นิวตัน โดยทำให้แท่งตัวอย่างยุบตัว 1.2 เซนติเมตร ค่า Unconfined compressive strength ของดินนี้มีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 50.6 kN/sq.m
  • 2 : 59.5 kN/sq.m
  • 3 : 101.3 kN/sq.m
  • 4 : 119 kN/sq.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 200 :
  • ถ้านำดินเหนียวที่มีค่ากำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำเท่ากับ 10 t/sq.m. ไปทดสอบด้วยเครื่องอัดสามแกนวิธี Unconsolidated-Undrained test โดยใช้แรงดันเซลล์เท่ากับ 10 t/sq.m. ตัวอย่างดินจะวิบัตเมื่อมีหน่วยแรงตามแนวแกนเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 10 t/sq.m.
  • 2 : 20 t/sq.m.
  • 3 : 30 t/sq.m.
  • 4 : 40 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ถ้านำดินเหนียวไปทดสอบด้วยเครื่องอัดสามแกนวิธี Unconsolidated-Undrained test โดยใช้แรงดันเซลล์เท่ากับ 7.5 t/sq.m. พบว่าหน่วยแรงวิบัติในแนวดิ่งเท่ากับ 27.5 t/sq.m. ดินเหนียวนี้จะมีกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำเท่าใด
  • 1 : 10 t/sq.m.
  • 2 : 17.5 t/sq.m.
  • 3 : 20 t/sq.m.
  • 4 : 27.5 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 202 :
  • ถ้านำดินเหนียวที่มีค่ากำลังรับแรงอัดแกนเดียวเท่ากับ 10 t/sq.m. ไปทดสอบด้วยเครื่องอัดสามแกนวิธี Unconsolidated-Undrained test โดยใช้แรงดันเซลล์เท่ากับ 20 t/sq.m. ตัวอย่างดินจะวิบัตเมื่อมีหน่วยแรงตามแนวแกนเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 25 t/sq.m.
  • 2 : 30 t/sq.m.
  • 3 : 35 t/sq.m.
  • 4 : 40 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • ถ้านำตัวอย่างทรายที่ไม่มีค่า Cohesion ไปทดสอบในเครื่องอัดสามแกนแล้วพบว่า ตัวอย่างดินวิบัติเมื่อหน่วยแรงตามแนวแกนมีค่าเท่ากับ 20 t/sq.m. ภายใต้แรงดันเซลล์ 10 t/sq.m. จงหาค่าองศาแห่งความเสียดทานของตัวอย่างดินนี้
  • 1 : 14.5 องศา
  • 2 : 21.2 องศา
  • 3 : 19.47 องศา
  • 4 : 26.56 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :
  • ถ้านำตัวอย่างทรายที่มีค่า Cohesion เท่ากับ 1 t/sq.m. ไปทดสอบในเครื่องอัดสามแกนแล้วพบว่า ตัวอย่างดินวิบัติเมื่อหน่วยแรงตามแนวแกนมีค่าเท่ากับ 15 t/sq.m. ภายใต้แรงดันเซลล์ 5 t/sq.m. จงหาค่าองศาแห่งความเสียดทานของตัวอย่างดินนี้
  • 1 : 12.5 degree
  • 2 : 24.5 degree
  • 3 : 36.5 degree
  • 4 : 42.5 degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 205 :
  • ชั้นดินบริเวณหนึ่งแสดงดังรูป ถ้าค่าหน่วยน้ำหนักของน้ำเท่ากับ 9.81 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร จงหาค่าความเค้นประสิทธิผล (Effective stress) ที่จุด A
  • 1 : 58.94 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 2 : 63.84 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 3 : 68.75 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 4 : 78.56 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 206 :
  • ชั้นดินบริเวณหนึ่งแสดงดังรูป ถ้าค่าหน่วยน้ำหนักของน้ำเท่ากับ 9.81 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร จงหาค่าความเค้นประสิทธิผล (Effective stress) ที่จุด A
  • 1 : 0 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 2 : 76.38 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 3 : 105.81 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 4 : 135.42 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • ชั้นดินบริเวณหนึ่งแสดงดังรูป ถ้าค่าหน่วยน้ำหนักของน้ำเท่ากับ 9.81 กิโลนิวตันต่อลูกบาศก์เมตร จงหาค่าความเค้นประสิทธิผล (Effective stress) ที่จุด A
  • 1 : 107.82 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 2 : 137.25 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 3 : 176.49 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 4 : 215.73 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :

  • 1 : 145.5 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 2 : 152.8 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 3 : 280 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • 4 : 295 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :

  • 1 : 26.4 องศา
  • 2 : 32.8 องศา
  • 3 : 45 องศา
  • 4 : 51.7 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :

  • 1 : 26.4 องศา
  • 2 : 32.8 องศา
  • 3 : 45 องศา
  • 4 : 58.2 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  • จงใช้กฏของดาร์ซีหาค่าความเร็วของน้ำผ่านท่อที่มีทรายอยู่เต็ม ดังแสดงในรูป กำหนดให้ทรายในท่ออยู่มีสัมประสิทธิ์การซีมผ่านของน้ำเท่ากับ 1มิลลิเมตรต่ิอวินาที
  • 1 : 35.4 mm/s
  • 2 : 70.7 mm/s
  • 3 : 141.4 mm/s
  • 4 : 200 mm/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • ในกรณีที่มีน้ำหนักแผ่สม่ำเสมอกระทำลงบนผิวดินภายในพื้นที่ที่ได้แสดงไว้ จงหาว่าที่ระดับลึกลงใต้ผิวดิน 4 เมตร หน่วยแรง ณ ตำแหน่งที่มีลูกศรชี้จะมีค่าลดลงเหลือประมาณร้อยละเท่าใดเทียบกับขนาดของน้ำหนักแผ่ที่ผิวดิน
  • 1 : ประมาณร้อยละ 12.5
  • 2 : ประมาณร้อยละ 25
  • 3 : ประมาณร้อยละ 37.5
  • 4 : ประมาณร้อยละ 50
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 213 :
  • ชั้นดินทรายหนา 1 เมตร ซึ่งตรวจสอบให้ละเอียดพบว่ามีชั้นดินเหนียวบางหนา 1 เซนติเมตร แทรกอยู่ที่กึ่งกลาง จงคำนวณค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมผ่านของน้ำในแนวดิ่ง สมมติว่าค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมผ่านของน้ำในดินทรายและดินเหนียวเท่ากับ 1x10-3 และ 1x10-7 cm/sec ตามลำดับ
  • 1 : 10-3 เซนติเมตรต่อวินาที
  • 2 : 10-4 เซนติเมตรต่อวินาที
  • 3 : 10-5 เซนติเมตรต่อวินาที
  • 4 : 10-6 เซนติเมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :

  • 1 : 15 องศา
  • 2 : 30 องศา
  • 3 : 45 องศา
  • 4 : 60 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :

  • 1 : 63 N
  • 2 : 65 N
  • 3 : 126 N
  • 4 : 128 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • จาก Flow net ของเขื่อนดังรูป ค่า Total head ที่จุด A จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 4.05 เมตร
  • 2 : 6.5 เมตร
  • 3 : 12.95 เมตร
  • 4 : 17.0 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • จาก Flow net ของเขื่อนดังรูป ค่า Total head ที่จุด A จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 3.64 เมตร
  • 2 : 7.04 เมตร
  • 3 : 10.5 เมตร
  • 4 : 13.4 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • จาก Flow net ดังรูป ค่าPressure head ที่จุด A จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด ถ้าระยะจากจุด A ถึง Datum เท่ากับ 7 เมตร
  • 1 : 5.95 เมตร
  • 2 : 10.5 เมตร
  • 3 : 12.95 เมตร
  • 4 : 15.02 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • จาก Flow net ดังรูป ค่าPressure head ที่จุด A จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด ถ้าระยะจากจุด A ถึง Datum เท่ากับ 3 เมตร
  • 1 : 2.84 เมตร
  • 2 : 3.65 เมตร
  • 3 : 10.40 เมตร
  • 4 : 13.75 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • ดินก้อนหนึ่งมีความพรุน ( Porosity ) เท่ากับ 35% จงหาค่าอัตราส่วนช่องว่าง ( Void Ratio )
  • 1 : 0.65
  • 2 : 0.54
  • 3 : 0.43
  • 4 : 0.32
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • น้ำไหลซึมผ่านในแนวตั้งฉากกับการเรียงตัวของชั้นดิน (Stratification ) ชั้นดินเรียงซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความหนาและค่าสัมประสิทธิ์ความซึมได้ k ดังแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความซึมได้รวม k T มีค่าเท่าไร
  • 1 : 0.0001 cm/sec
  • 2 : 0.0036 cm/sec
  • 3 : 0.0136 cm/sec
  • 4 : 0.1360 cm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 222 :
  • ในการทดลอง Direct Shear Test ของดินชนิดหนึ่ง เมื่อใช้ Normal Stress เท่ากับ 20 ksc ดินเกิดการพิบัติเมื่อ Shear Stress เท่ากับ 13.888 ksc ถ้าใช้ Normal Stress เท่ากับ 40 ksc ดินจะเกิดการพิบัติเมื่อ Shear Stress เท่ากับ 24.444 ksc จงหา Mohr-Coumb Equation ของดินนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :
  • องค์ประกอบใดที่ไม่มีผลต่อค่าสัมประสิทธิ์ของการซึมได้ (Coefficient of Permeability ) k
  • 1 : Fluid Viscosity
  • 2 : Fluid Density
  • 3 : Shape of Particle
  • 4 : Poisson ‘ s Ratio
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 :
  • ในการทดลองหาค่า Shear Stress ของดินตัวอย่างหนึ่งโดยวิธี Unconfined Compression Test ถ้าดินนี้เป็นดินเหนียวล้วน มี Angle of Internal Friction = 0 มุมเอียง ของ Faillure Plane ที่วัดได้จากตัวอย่างดินเมื่อเกิดการพิบัติ จะทำมุมเท่าใดกับแนวระดับ
  • 1 : 35 องศา
  • 2 : 40 องศา
  • 3 : 45 องศา
  • 4 : 60 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 225 :
  • ทรายในสถานที่แห่งหนึ่งถูกทำให้แน่นโดยมีความพรุน ( Porosity ) เท่ากับ 38.5% และมีค่าความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 2.62 จงหาค่าระดับวิกฤต ( Critical Hydraulic Gradient )ที่จะทำให้ทรายเกิดสภาวะทรายดูด
  • 1 : 0.875
  • 2 : 0.925
  • 3 : 0.996
  • 4 : 1.025
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 226 :
  • จงหาความสูงของระดับน้ำที่จะถูกดึงขึ้นไปในช่องว่างระหว่างเม็ดดินได้สูงที่สุด ( Hightest Capillary Rise ) มวลดินที่พิจารณามีค่าแรงตึงผิวเท่ากับ 0.074 g/cm. ช่องว่างระหว่างเม็ดดินมีลักษณะเหมือนท่อมีรัศมีเท่ากับ 0.00592 mm.
  • 1 : 150 mm.
  • 2 : 200 cm.
  • 3 : 250 cm.
  • 4 : 300 cm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 227 :
  • น้ำไหลมาอย่างอิสระในการไหลแบบ Laminar Steady State Flow ด้วย Approach Velocity เท่ากับ 2 cm/min เมื่อไหลผ่านเข้าไปในมวลดินที่มีค่าความพรุน เท่ากับ 33% ความเร็วที่น้ำไหลผ่านมวลดินจะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 1 cm/min
  • 2 : 3 cm/min
  • 3 : 6 cm/min
  • 4 : 9 cm/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 228 :
  • เมื่อตอกเข็มพืดลงในดินซึ่งมีค่า k = 10^-3 cm/sec สามารถเก็บกักน้ำไว้ภายในโดยมีระดับน้ำภายในและภายนอกแตกต่างกัน 10 m. เมื่อเขียน Flow Net แสดงทิศทางการไหลซึมของน้ำผ่านดินจากภายในออกสู่ภายนอกแล้ว นับจำนวนช่องของการไหลได้เท่ากับ 4 และจำนวนช่องของความดันที่ลดลงเท่ากับ 10 จงหาปริมาณน้ำที่ไหลซึมออกไป ต่อหน้ากว้าง 1 m.ของเข็มพืด
  • 1 : 2 x 10 ^-6 (m^3/ sec)
  • 2 : 2 x 10 ^-5 (m^3/ sec)
  • 3 : 4 x 10 ^-4 (m^3/ sec)
  • 4 : 4 x 10 ^-5 (m^3/ sec)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • ดินเหนียวในสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งมีค่า Unconfined Compressive ตามสภาพธรรมชาติเท่ากับ 10.0 T/m^2 ภายหลังการตอกเสาเข็มแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า Unconfined Compressive Strength ลดลงเหลือ 2.5 T/m^2 จงหาค่าความไวตัวของ ดินเหนียวนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • จากการเจาะสำรวจดิน ได้ Soil Profile และคุณสมบัติของดินในแต่ละชั้นดังแสดงในรูป จงหา Effective Stress ที่ตำแหน่งล่างสุดของชั้นดินเหนียว
  • 1 : 18.72 T/m^2
  • 2 : 15.72 T/m^2
  • 3 : 12.72 T/m^2
  • 4 : 21.72 T/m^2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • จากชั้นดินที่กำหนดให้ ให้คำนวณค่าความดันประสิทธิผล (Effective stress) ที่ระดับกึ่งกลางของดิน Layer ที่ 3 เมื่อกำหนดให้ความหนาแน่นของน้ำประมาณ 10 kN/m3

  • 1 : 186.5 kN/m2
  • 2 : 179.0 kN/m2
  • 3 : 111.5 kN/m2
  • 4 : 91.5 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • จากรูปถ้าระดับน้ำเริ่มต้นอยู่ที่ความลึกจากผิวดิน 2 เมตร ต่อมาระดับน้ำขึ้นสูงมาอยู่ที่ระดับพื้นดินทำให้ดินมีสภาพเป็น Over Consolidated Condition จงหาค่า OCR ที่ระดับกึ่งกลางของดิน Layer ที่ 3 ว่ามีค่าเป็นเท่าใด เมื่อกำหนดให้ความหนาแน่นของน้ำประมาณ 10 kN/m3
  • 1 : 0.8
  • 2 : 1.0
  • 3 : 1.21
  • 4 : 1.71
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 233 :
  • ข้อใดกล่าวได้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมน้ำในดิน (Coefficient of Permeability, k)
  • 1 : ขนาดคละ อุณหภูมิและชนิดของดิน มีผลต่อค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมของน้ำในดิน
  • 2 : อัตราการไหลของน้ำในดินแปรผันตรงกับค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมของน้ำ
  • 3 : อุณหภูมิของน้ำยิ่งสูงค่าสัมประสิทธิ์การไหลของน้ำยิ่งต่ำ
  • 4 : การบดอัดดินมีผลทำให้ค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมของน้ำในมวลดินต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • จากรูปให้คำนวณหาค่า Total Head Loss
  • 1 : 4.0 เมตร
  • 2 : 6.5 เมตร
  • 3 : 8.0 เมตร
  • 4 : 15 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : การทดสอบแรงอัดสามแกน (Triaxial Test) และการทดสอบแบบเฉือนตรง (Direct Shear Test) เป็นการทดสอบหาค่ากำลังของดินที่ให้ผลทดสอบเหมือนกัน
  • 2 : การทดสอบแรงอัดสามแกนทำได้ทั้งกับดินเหนียวและดินทราย
  • 3 : การทดสอบ Vane Shear test เพื่อหาค่ากำลังของดินในสนามจะไม่นำมาทดสอบกับชั้นดินทราย
  • 4 : การทดสอบ Direct Shear test สามารถทดสอบได้กับดินเหนียวและดินทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 236 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : การทดสอบแรงอัดสามแกนแบบ Consolidated Drained Test, CD test จัดว่าเป็นการทดสอบเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Effective Stress analysis
  • 2 : ดินเหนียวจะมีค่า Cohesion, c สูงและมุมเสียดทานของดิน (Friction angle) ต่ำในขณะที่ดินทรายจะมีค่ามุมเสียดทานของดินสูงกว่า
  • 3 : เมื่อทดสอบ Direct Shear Test กับตัวอย่างทรายจะได้ค่ามุมเสียดทานมากกว่าการทดสอบดินเหนียว
  • 4 : ค่ามุมเสียดทานของดินเมื่อวิเคราะห์แบบ Total stress analysis จะมีค่าสูงกว่าค่ามุมเสียดทานที่วิเคราะห์แบบ Effective stress analysis
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :
  • ข้อใดคือพฤติกรรมในการรับแรงของ Dense sand หรือ Stiff clay
  • 1 : เส้น A
  • 2 : เส้น B
  • 3 : เส้น C
  • 4 : เส้น A และ เส้น C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 238 :
  • ข้อใดคือพฤติกรรมในการรับแรงของ Loose sand หรือ Soft clay
  • 1 : เส้น A
  • 2 : เส้น B
  • 3 : เส้น C
  • 4 : เส้น A และ เส้น B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • คุณสมบัติในข้อใดมีผลกระทบน้อยที่สุดต่อความสามารถในการรับแรงของดินเม็ดหยาบเช่น ทรายหรือกรวด
  • 1 : Relative density
  • 2 : รูปร่างของเม็ดดิน (Shape of soil particle)
  • 3 : Water content
  • 4 : ความดันรอบข้าง (Confining pressure)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 240 :
  • ถ้าต้องการหาความสามารถในการรับแรงอัดของดินควรตรวจสอบโดยใช้การทดลองใด
  • 1 : Tri-axial Test
  • 2 : Atterberg’s Limit Test
  • 3 : การทดสอบการทรุดตัว (Consolidation Test)
  • 4 : การทดสอบหาความสามารถในการซึมน้ำ (Permeability Test)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • จงหา Hydraulic gradient ของการไหลของน้ำผ่านแท่งดินเอียง 30 องศากับแนวราบดังแสดงในรูป เมื่อ hA = 2.5 m. ZA= 1.1 m. hB= 2 m. ZB= 1 m. L = 1.5 m.
  • 1 : 0.5/1.5
  • 2 : 0.5/ (1.5*cos (30))
  • 3 : (1.4-1)/1.5
  • 4 : (1.4-1)/ (1.5*cos (30))
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 242 :
  • ความสามารถในการรับแรงประเภทใดของดินที่ไม่ต้องตรวจสอบ
  • 1 : ความสามารถในการรับแรงอัด
  • 2 : ความสามารถในการรับแรงดึง
  • 3 : ความสามารถในการรับแรงเฉือน
  • 4 : ความสามารถในการรับแรงอัดและความสามารถในการรับแรงเฉือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • จงหา Vertical Effective stress บริเวณจุด A
  • 1 : 55 kN/m2 
  • 2 : 59 kN/m2 
  • 3 : 69 kN/m2
  • 4 : 124 kN/m2 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 :
  • จงหา effective stress ที่จุด A
  • 1 : ก. 50 kPa
  • 2 : ข. 55 kPa
  • 3 : ค. 92.5 kPa
  • 4 : ง. 110.5 kPa
  • 5 : จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 245 :
  • ถ้าน้ำไหลขึ้นด้านบน(upward flow) ในอัตรา 1.0 ft^3/min/ft^2 ของพื้นที่ จงหาความสูงของน้ำที่สูญเสียในดิน C , ดิน B และ ดิน A ตามลำดับ
  • 1 : 4.7 ฟุต, 7 ฟุต, และ 12 ฟุต ตามลำดับ
  • 2 : 10.6 ฟุต, 18 ฟุต, และ 20 ฟุต ตามลำดับ
  • 3 : 9.5 ฟุต, 10 ฟุต, และ 16 ฟุต ตามลำดับ
  • 4 : 6.4 ฟุต, 7 ฟุต, 12 ฟุต ตามลำดับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 246 :
  • พบการไหลของน้ำขึ้นด้านบน(upward flow) ในอัตรา 1.0 cfm/ft2 ของพื้นที่ จงหา Total head ที่จุด C
  • 1 : 50 ฟุต
  • 2 : 60 ฟุต
  • 3 : 65 ฟุต
  • 4 : 70 ฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • พบการไหลของน้ำขึ้นด้านบน(upward flow) ในอัตรา 1.0 cfm/ft2 ของพื้นที่ Total head ที่จุด A
  • 1 : 40 ฟุต
  • 2 : 41 ฟุต
  • 3 : 42 ฟุต
  • 4 : 43 ฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 248 :
  • พบการไหลของน้ำขึ้นด้านบน(upward flow) ในอัตรา 1.0 cfm/ft2 ของพื้นที่ จงหา Effective stress ที่ความลึก 35 ฟุต ที่กึ่งกลางชั้น C
  • 1 : ก. 3880 Ib/ft2
  • 2 : ข. 1820.8 Ib/ft2
  • 3 : ค. 635.2 Ib/ft2
  • 4 : ง. 926.4 Ib/ft2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 249 :
  • จาก Flow net ของการไหลของน้ำผ่าน sheet piles จงหาอัตราการไหลของน้ำในช่อง II ต่อหนึ่งหน่วยความยาว
    เมื่อค่า kx = kz = k = 5*10^-3 ft/sec
  • 1 : 5.0x10^-3 ft./sec
  • 2 : 8.3x10^-5 ft./sec
  • 3 : 1.38x10^-6 ft./sec
  • 4 : 6.94x10^-7 ft./sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • แรงดันน้ำใต้ฝายคอนกรีตที่จุด A มีค่าเป็นเท่าใด (กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของน้ำ = 10 kN/m^3)
  • 1 : 61.5 kPa (kN/m2)
  • 2 : 89.7 kPa (kN/m2)
  • 3 : 30.4 kPa (kN/m2)
  • 4 : 70.2 kPa (kN/m2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 251 :
  • จากรูปที่กำหนดให้ อัตราการไหลของน้ำผ่านกำแพงกันดิน ต่อความกว้าง 1 เมตรเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.00162 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • 2 : 0.0005 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • 3 : 0.02 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • 4 : 1.88e-8 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • จากรูปตัดชั้นดินที่กำหนดให้ หน่วยแรงกดทับประสิทธิผลในแนวดิ่ง (vertical effective srress) ที่ความลึก 10 เมตรจากผิวดิน (จุด A) เป็นเท่าใด
  • 1 : 80 kPa (kN/m2)
  • 2 : 140 kPa (kN/m2)
  • 3 : 160 kPa (kN/m2)
  • 4 : 200 kPa (kN/m2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • จากรูปตัดชั้นดินที่กำหนดให้ แรงดันดินด้านข้างประสิทธิผลในสภาพนิ่ง (Horizontal effective stress – at rest) ที่ความลึก 10 เมตรจากผิวดิน เป็นเท่าใด
  • 1 : 48 kPa (kN/m2)
  • 2 : 80 kPa (kN/m2)
  • 3 : 52 kPa (kN/m2)
  • 4 : 64 kPa (kN/m2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • ถ้าผลการทดสอบ CBR ได้ดังรูปกราฟที่กำหนดให้ ค่า CBR จะเท่ากับเท่าใด (ถ้าหน่วยแรงกดมาตรฐานที่ระยะจม 0.1 นิ้วเท่ากับ 1000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
  • 1 : 5 %
  • 2 : 7.5 %
  • 3 : 10 %
  • 4 : 17.5 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  • นำดินเหนียวเหนียวอิ่มตัวด้วยน้ำไปทดสอบ Unconsolidated Undrained ด้วยแรงดันน้ำ 100 kN/m^2 ได้ค่าหน่วยแรงกดในแนวดิ่งที่เพิ่มขึ้นที่จุดวิบัติเท่ากับ 80 kN/m^2
    กำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (Undrained shear strength) ของดินตัวอย่างนี้จะเป็นเท่าใด
  • 1 : 30 kPa
  • 2 : 40 kPa
  • 3 : 50 kPa
  • 4 : 60 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  • จากผลการทดสอบ consolidated undrained triaxial กับดิน Normally consolidated clay ชุดหนึ่งได้ค่า friction angle = 27 องศา และค่า Cohesion = 0
    ถ้าทดสอบดินชนิดนี้แต่ใช้ cell pressure = 300 kPa จะต้องใช้หน่วยแรงกดเพิ่มขึ้นเท่าใดดินจึงจะวิบัติ
  • 1 : 388.9 kPa
  • 2 : 498.9 kPa
  • 3 : 598.9 kPa
  • 4 : 698.9 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • ในการทดสอบการเฉือนแบบ Direct shear ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบ
  • 1 : Friction angle
  • 2 : Cohesion
  • 3 : Horizontal displacement
  • 4 : Confining stress
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • เราจะใช้วิธีใดในห้องปฏิบัติการในการทดสอบกำลังรับแรงเฉือนของดิน
  • 1 : Triaxial test
  • 2 : Consolidation test
  • 3 : Compaction test
  • 4 : Permeability test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 259 :
  • การทดสอบ Unconfined compression (UC) test โดยใช้ตัวอย่างดินเหนียวชนิดหนึ่ง พบว่าค่า Unconfined compressive strength ของดินเหนียวนี้มีค่าเท่ากับ 10 ตัน/เมตร2 ถ้านำตัวอย่างดินชนิดนี้มาทดสอบ Triaxial test แบบ Unconsolidated Undrained (UU) test โดยใช้ความดันใน Triaxial cell เท่ากับ 10 ตัน/เมตร2 Maximum Deviator stress ที่วัดได้จากการทดสอบนี้`จะมีค่าเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 15 ตัน/เมตร2
  • 2 : 20 ตัน/เมตร2
  • 3 : 5 ตัน/เมตร2
  • 4 : 10 ตัน/เมตร2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • การทดสอบ Direct shear test โดยใช้ Normal stress เท่ากับ 65 kPa บนตัวอย่างทรายที่มีส่วนคละไม่ดี (Poorly graded sand) และไม่มีแรงยึดเหนี่ยว พบว่าหน่วยแรงเฉือนที่วิบัติเท่ากับ 41 kPa จงหามุมเสียดทานภายใน (Internal friction angle)
  • 1 : 28 องศา
  • 2 : 32 องศา
  • 3 : 57 องศา
  • 4 : 61 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 261 :
  • ในการทดสอบหาค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมแบบ Head คงที่ ของตัวอย่างทรายหยาบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.5 ซม. สูง 15.0 ซม. ใช้ Head สูง 40.0 ซม. เป็นเวลา 6 วินาที วัดปริมาณการไหลได้ 400 ลบ.ซม. จงหาค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมของทราย
  • 1 : 1.05 cm/sec
  • 2 : 2.05 cm/sec
  • 3 : 3.05 cm/sec
  • 4 : 4.05 cm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • ชั้นดิน 3 ชั้น มีความหนาเท่ากัน ชั้นบนและชั้นล่างมีค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึมเท่ากับ 1x10-4 cm/s ชั้นกลางมีค่าสัมประสิทธิ์การไหลซึม 1x10-2 cm/s จงหาอัตราส่วนของสัมประสิทธิ์การไหลซึมเฉลี่ยในแนวนอน ต่อแนวดิ่ง
  • 1 : 12.8:1
  • 2 : 22.8:1
  • 3 : 32.8:1
  • 4 : 42.8:1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • ในชั้นดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักรวมของดินเท่ากับ 20 kN/m3 หน่วยน้ำหนักของน้ำเท่ากับ 10 kN/m3 โดยระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าผิวดิน 2 เมตร จงหาหน่วยแรงประสิทธิผลในแนวราบที่ความลึก 8 เมตร ถ้าสัมประสิทธิ์แรงดันด้านข้าง (Coefficient of Lateral Earth Pressure, Ko) = 0.6
  • 1 : 160 kN/m2
  • 2 : 100 kN/m2
  • 3 : 80 kN/m2
  • 4 : 60 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ในการทดสอบ Field Density ทำไมจึงต้องใช้ Ottawa Sand
  • 1 : เพราะเป็นทรายสะอาด
  • 2 : เพราะเป็นทรายสีขาว
  • 3 : เพราะเป็นทรายที่มีขนาดเม็ดสม่ำเสมอ
  • 4 : เพราะเป็นทรายมาตรฐานบังคับเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 :
  • ข้อใด คำนวณไม่ถูก เกี่ยวกับ total head, elevation head และ pressure head ของน้ำในต้วอย่างทราย เมื่อเกิดการไหลของน้ำจาก point A ไป point B ดังรูป ?
  • 1 : Total head เปลี่ยนจาก +2.4m มาเป็น +0.9m
  • 2 : Elevation head ของจุด A และ B มีค่าเท่ากับ +0.6m และ +1.5m ตามลำดับ
  • 3 : Pressure head เปลี่ยนจาก +1.8m ที่จุด A มาเป็น -1.6m ที่จุด B
  • 4 : Hydraulic gradient ระหว่างจุด A และ B เท่ากับ 0.94
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • ฐานรากแผ่คอนกรีต ขนาด 4 x 8 m2 มีน้ำหนักจากโครงสร้าง รวมน้ำหนักฐานราก 504 ตัน วางบนชั้นดินเหนียวแข็งปานกลาง หนา 10m รองรับด้วยชั้นหินดินดาน จงประมาณการกระจายน้ำหนักบรรทุกของฐานรากแผ่ ลงบนชั้นหินดินดาน ?
  • 1 : 4.3 ตัน/ตร.ม.
  • 2 : 2.0 ตัน/ตร.ม.
  • 3 : 0.5 ตัน/ตร.ม.
  • 4 : 0.25 ตัน/ตร.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • ดินชนิดใดที่มีค่า Coefficient of Permeability ต่ำที่สุด
  • 1 : Gravel
  • 2 : Sand
  • 3 : Silt
  • 4 : Clay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • กรณีที่เกิด Critical Hydraulic gradient ค่าใดมีค่าเท่ากับ ศูนย์
  • 1 : Total stress
  • 2 : Effective stress
  • 3 : Pore water pressure
  • 4 : Seepage pressure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • ค่า Cohesion, C ที่ได้จาก Vane Shear Test คือ
  • 1 : Drained cohesion
  • 2 : Undrained cohesion
  • 3 : Remolded state cohesion
  • 4 : Disturbed state cohesion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :

  • 1 : 60 kPa
  • 2 : 69 kPa
  • 3 : 72 kPa
  • 4 : 172 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :
  • จาก Flow net ของการไหลของน้ำผ่าน sheet piles จงหาระดับน้ำใน piezometer เมื่อนำไปวัดที่จุด a, b และ c ตามลำดับ
  • 1 : 9 ft., 7 ft., และ 6 ft.
  • 2 : 10 ft., 9 ft., และ 6 ft.
  • 3 : 10 ft., 8 ft., และ 6 ft.
  • 4 : 9 ft., 8 ft., และ 6 ft.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 :
  • จาก Flow net ของการไหลของน้ำผ่าน sheet piles จงหาอัตราการไหลของน้ำในช่อง II ต่อหนึ่งหน่วยความยาว เมื่อค่า kx = kz = k = 5*10^-3
  • 1 : 1.20*10^-4 ft./sec
  • 2 : 1.64*10^-4 ft./sec
  • 3 : 2.10*10^-4 ft./sec
  • 4 : 2.54*10^-4 ft./sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • รูปด้านล่างแสดงตาข่ายการไหลของน้ำใต้เขื่อนและการกระจายแรงดันน้ำใต้เขื่อน จงหาค่าความสูงของน้ำที่หน้าเขื่อน (H)

  • 1 : 2.7 m
  • 2 : 2.8 m
  • 3 : 3.0 m
  • 4 : 3.6 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 274 :
  • สภาพของหน่วยแรงที่กระทำต่อดินที่บริเวณหนึ่งเป็นไปดังรูปด้านล่าง ถ้าหน่วยแรงเฉือน (t) เพิ่มขึ้นเป็น 30.5 kPa  จงหาว่ามุมของ s1 เปลี่ยนแปลงไปกี่องศา

  • 1 : 2.4 องศา
  • 2 : 4.2 องศา
  • 3 : 5.3 องศา
  • 4 : 3.5 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • ชั้นดินที่สม่ำเสมอกันชั้นหนึ่งมีความหนา 6 m มีค่าหน่วยน้ำหนักเมื่ออิ่มตัวด้วยน้ำเท่ากับ 20 kN/m3 และมีค่าหน่วยน้ำหนักแห้งเท่ากับ 16 kN/m3 ในตอนแรกระดับผิวน้ำอยู่ที่เดียวกับระดับผิวดิน ต่อมาได้มีการสูบน้ำทำให้ระดับผิวน้ำลดต่ำลงไป 3 m จงหาว่าค่าหน่วยแรงประสิทธิผลในแนวดิ่งที่ความลึกเท่ากับ 3 m มีค่าเปลี่ยนไปเท่าใด โดยสมมุติให้ชั้นดินที่อยู่เหนือกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะแห้ง และชั้นดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะอิ่มตัวด้วยน้ำเสมอ
  • 1 : เพิ่มขึ้น 14.4 kPa
  • 2 : ลดลง 17.4 kPa
  • 3 : ลดลง 14.4 kPa
  • 4 : เพิ่มขึ้น 17.4 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • ชั้นดินที่สม่ำเสมอกันชั้นหนึ่งมีความหนา 6 m มีค่าหน่วยน้ำหนักเมื่ออิ่มตัวด้วยน้ำเท่ากับ 21 kN/m3 และมีค่าหน่วยน้ำหนักแห้งเท่ากับ 16 kN/m3 ในตอนแรกระดับผิวน้ำอยู่ที่เดียวกับระดับผิวดิน ต่อมาได้มีการสูบน้ำทำให้ระดับผิวน้ำลดต่ำลงไป 3 m จงหาว่าค่าหน่วยแรงประสิทธิผลในแนวดิ่งที่ความลึกเท่ากับ 3 m มีค่าเปลี่ยนไปเท่าใด โดยสมมุติให้ชั้นดินที่อยู่เหนือกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะแห้ง และชั้นดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะอิ่มตัวด้วยน้ำเสมอ
  • 1 : ลดลง 17.4 kPa
  • 2 : ลดลง 14.4 kPa
  • 3 : เพิ่มขึ้น 17.4 kPa
  • 4 : เพิ่มขึ้น 14.4 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ชั้นดินที่สม่ำเสมอกันชั้นหนึ่งมีความหนา 6 m มีค่าหน่วยน้ำหนักเมื่ออิ่มตัวด้วยน้ำเท่ากับ 20 kN/m3 และมีค่าหน่วยน้ำหนักแห้งเท่ากับ 18 kN/m3 ในตอนแรกระดับผิวน้ำอยู่ที่เดียวกับระดับผิวดิน ต่อมาได้มีการสูบน้ำทำให้ระดับผิวน้ำลดต่ำลงไป 3 m จงหาว่าค่าหน่วยแรงประสิทธิผลในแนวดิ่งที่ความลึกเท่ากับ 3 m มีค่าเปลี่ยนไปเท่าใด โดยสมมุติให้ชั้นดินที่อยู่เหนือกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะแห้ง และชั้นดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะอิ่มตัวด้วยน้ำเสมอ
  • 1 : ลดลง 20.4 kPa
  • 2 : ลดลง 14.4 kPa
  • 3 : เพิ่มขึ้น 17.4 kPa
  • 4 : เพิ่มขึ้น 23.4 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :
  • ชั้นดินที่สม่ำเสมอกันชั้นหนึ่งมีความหนา 6 m มีค่าหน่วยน้ำหนักเมื่ออิ่มตัวด้วยน้ำเท่ากับ 21 kN/m3 และมีค่าหน่วยน้ำหนักแห้งเท่ากับ 18 kN/m3 ในตอนแรกระดับผิวน้ำอยู่ที่เดียวกับระดับผิวดิน ต่อมาได้มีการสูบน้ำทำให้ระดับผิวน้ำลดต่ำลงไป 3 m จงหาว่าค่าหน่วยแรงประสิทธิผลในแนวดิ่งที่ความลึกเท่ากับ 3 m มีค่าเปลี่ยนไปเท่าใด โดยสมมุติให้ชั้นดินที่อยู่เหนือกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะแห้ง และชั้นดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในสถานะอิ่มตัวด้วยน้ำเสมอ
  • 1 : ลดลง 17.4 kPa
  • 2 : ลดลง 23.4 kPa
  • 3 : เพิ่มขึ้น 23.4 kPa
  • 4 : เพิ่มขึ้น 20.4 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • ดินเหนียวอิ่มตัวอยู่เหนือชั้นทราย ระดับน้ำในหลอด Piezometer = 8 m ดังแสดง จงหาความลึกที่สามารถขุดได้ลึกที่สุด  H ที่จะไม่ทำให้เกิด   Quick condition ที่จุด       

    กำหนด     rsat. clay = 2,000 kg/m3       rsat. sand = 1,600 kg/m3

  • 1 : 4 m
  • 2 : 4.5 m
  • 3 : 5 m
  • 4 : 6 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • ดินตัวอย่างอยู่ลึกจากผิวดิน  5 m.  ระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับผิวดิน ตัวอย่างดินมีน้ำหนัก  1.8  กรัม เมื่อมีปริมาตร  1 cm3   จงหาค่าหน่วยแรงประสิทธิผล (Eftective  Stress)
  • 1 : 4500 kg/m2
  • 2 : 4800 kg/m2
  • 3 : 4000 kg/m2
  • 4 : 5400 kg/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :
  • ดินตัวอย่างอยู่ลึกจากผิวดิน  6 m.  ระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับผิวดิน ตัวอย่างดินมีน้ำหนัก  1.8  กรัม เมื่อมีปริมาตร  1 cm3   จงหาค่าหน่วยแรงประสิทธิผล (Eftective  Stress)
  • 1 : 4500 kg/m2
  • 2 : 4800 kg/m2
  • 3 : 4000 kg/m2
  • 4 : 5400 kg/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 282 :
  • ดินตัวอย่างอยู่ลึกจากผิวดิน  6 m.  ระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับผิวดิน ตัวอย่างดินมีน้ำหนัก  1.9  กรัม เมื่อมีปริมาตร  1 cm3   จงหาค่าหน่วยแรงประสิทธิผล (Eftective  Stress)
  • 1 : 4500 kg/m2
  • 2 : 4800 kg/m2
  • 3 : 4000 kg/m2
  • 4 : 5400 kg/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • ดินตัวอย่างอยู่ลึกจากผิวดิน  5 m.  ระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับผิวดิน ตัวอย่างดินมีน้ำหนัก  1.9  กรัม เมื่อมีปริมาตร  1 cm3   จงหาค่าหน่วยแรงประสิทธิผล (Eftective  Stress)
  • 1 : 4500 kg/m2
  • 2 : 4800 kg/m2
  • 3 : 4000 kg/m2
  • 4 : 5400 kg/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • Piezometer เป็นเครื่องมือวัดค่าใด
  • 1 : ระดับน้ำ
  • 2 : ปริมาณน้ำ
  • 3 : ความหนาแน่นน้ำ
  • 4 : ความเป็นกรดของน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • กำหนด P1 = 80 t  , P2 = 40 t  จงหาหน่วยแรงที่เพิ่มขึ้น sZA  เนื่องจากแรงกระทำเป็นจุด Point load ที่ผิวดิน ณ จุด A ที่ความลึก  1.50 เมตร

  • 1 : 2.6 t/sq.m.
  • 2 : 1.7 t/sq.m.
  • 3 : 2.0 t/sq.m.
  • 4 : 2.3 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 286 :
  • กำหนด P1 = 80 t  , P2 = 20 t  จงหาหน่วยแรงที่เพิ่มขึ้น sZA  เนื่องจากแรงกระทำเป็นจุด Point load ที่ผิวดิน ณ จุด A ที่ความลึก  1.50 เมตร

  • 1 : 2.3 t/sq.m.
  • 2 : 1.7 t/sq.m.
  • 3 : 2.0 t/sq.m.
  • 4 : 2.6 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 287 :
  • กำหนด P1 = 80 t  , P2 = 60 t  จงหาหน่วยแรงที่เพิ่มขึ้น sZA  เนื่องจากแรงกระทำเป็นจุด Point load ที่ผิวดิน ณ จุด A ที่ความลึก  1.50 เมตร

  • 1 : 1.7 t/sq.m.
  • 2 : 2.3 t/sq.m.
  • 3 : 2.0 t/sq.m.
  • 4 : 2.6 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 :
  • กำหนด P1 = 80 t  , P2 = 80 t  จงหาหน่วยแรงที่เพิ่มขึ้น sZA  เนื่องจากแรงกระทำเป็นจุด Point load ที่ผิวดิน ณ จุด A ที่ความลึก  1.50 เมตร

  • 1 : 1.5 t/sq.m.
  • 2 : 2.3 t/sq.m.
  • 3 : 2.0 t/sq.m.
  • 4 : 2.6 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • จากการทดสอบ  Triaxial   หน่วยแรงที่ทำให้ดินพัง(deviator stress) =  80 kN/m2  ขณะทดสอบมี      Confining Pressure,  s3=  60 kN/m2  จงหาค่า Maximum principal stress
  • 1 : 100 kN/m2  
  • 2 : 70 kN/m2  
  • 3 : 120 kN/m2  
  • 4 : 140 kN/m2  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • จากการทดสอบ  Triaxial   หน่วยแรงที่ทำให้ดินพัง(deviator stress) =  10 kN/m2  ขณะทดสอบมี      Confining Pressure,  s3=  60 kN/m2  จงหาค่า Maximum principal stress
  • 1 : 100 kN/m2
  • 2 : 70 kN/m2
  • 3 : 120 kN/m2
  • 4 : 140 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 291 :
  • จากการทดสอบ  Triaxial   หน่วยแรงที่ทำให้ดินพัง(deviator stress) =  40 kN/m2  ขณะทดสอบมี      Confining Pressure,  s3=  60 kN/m2  จงหาค่า Maximum principal stress
  • 1 : 100 kN/m2
  • 2 : 70 kN/m2
  • 3 : 120 kN/m2
  • 4 : 140 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :
  • จากการทดสอบ  Triaxial   หน่วยแรงที่ทำให้ดินพัง(deviator stress) =  60 kN/m2  ขณะทดสอบมี      Confining Pressure,  s3=  60 kN/m2  จงหาค่า Maximum principal stress
  • 1 : 140 kN/m2
  • 2 : 100 kN/m2
  • 3 : 70 kN/m2
  • 4 : 120 kN/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 547 : Soil settlement, consolidation theory
ข้อที่ 293 :
  • การบดอัดดินจะมีผลทำให้
  • 1 : Vs ลดลง ทำให้ความหนาแน่นแห้งของดินเพิ่มขึ้น
  • 2 : Ws เพิ่มขึ้น ทำให้ความหนาแน่นแห้งของดินเพิ่มขึ้น
  • 3 : ปริมาณช่องว่างของอากาศในดินลดลง
  • 4 : ปริมาณน้ำในดินลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :

  • 1 : 160 mm
  • 2 : 80 mm
  • 3 : 73 mm
  • 4 : 36 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • ชั้นดินเหนียวอิ่มตัวด้วยน้ำหนา 5 เมตร อยู่ระหว่างชั้นทรายพรุนน้ำ เมื่อเก็บตัวอย่างดินเหนียวไปทดสอบการอัดตัวคายน้ำหนึ่งมิติ โดยใช้ตัวอย่างหนา 1 นิ้ว (2.5 cm) และมีการระบายน้ำทั้งด้านบนและด้านล่าง การวิเคราะห์ผลข้อมูลโดยใช้วิธีของเทย์เลอร์ (Taylor’s method) ซึ่งอ่านค่าเวลาการอัดตัวคายน้ำที่ 50% เท่ากับ 12.5 นาที ถ้าต้องการก่อสร้างอาคารเหนือชั้นดินเหนียวนี้ จงคาดคะเนเวลาการทรุดตัวที่ 90%
  • 1 : 1 ปี
  • 2 : 2 ปี
  • 3 : 3 ปี
  • 4 : 4 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :

  • 1 : 178 mm
  • 2 : 89 mm
  • 3 : 16 cm
  • 4 : 32 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
  • 1 : ถูกเฉพาะข้อ a)
  • 2 : ถูกเฉพาะข้อ b)
  • 3 : ถูกเฉพาะข้อ c)
  • 4 : ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับปรากฏการณ์ หรือ ผลอันเกิดจากขบวนการยุบอัดตัวของดิน (consolidation) ?
  • 1 : ขบวนการยุบอัดตัวของดิน (consolidation) จะทำให้มวลดินมีช่องว่างในดินลดลง.
  • 2 : ขบวนการยุบอัดตัวของดิน (consolidation) จะทำให้กำลังรับแรงเฉือนของดินลดลง.
  • 3 : ขบวนการยุบอัดตัวของดิน (consolidation) จะทำให้มวลดินมีสัมประสิทธิ์การระบายน้ำลดลง.
  • 4 : ขบวนการยุบอัดตัวของดิน (consolidation) สามารถจำลองแบบจาก ลักษณะ Piston-spring analogy.
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 299 :
  • ถ้ามีน้ำหนักมากระทำที่ผิวดินแล้วทำให้เกิดความเค้นเพิ่มขึ้นเท่ากันทั่วทั้งชั้นดินเหนียวที่มีชั้นดินทรายประกบทั้งข้างบนและข้างล่าง อยากทราบว่าบริเวณใดที่มีอัตราส่วนการอัดตัวคายน้ำต่ำที่สุด
  • 1 : ที่ขอบชั้นดินเหนียวติดกับชั้นดินทราย
  • 2 : ที่ระยะ 1/4 ของความหนาของชั้นดินเหนียวถัดมาจากขอบด้านบนของชั้นดินเหนียว
  • 3 : ที่ระยะ 1/3 ของความหนาของชั้นดินเหนียวถัดมาจากขอบด้านบนของชั้นดินเหนียว
  • 4 : ที่กึ่งกลางชั้นดินเหนียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • ดินที่ในช่วงเวลาในอดีตได้รับแรงดันมากกว่าที่รับในปัจจุบัน และมีผลต่อการทรุดตัวคายน้ำ คือดินตามความหมายใด
  • 1 : Normally consolidated Clay
  • 2 : Overconsolidated sand
  • 3 : Overconsolidated Clay
  • 4 : Normally consolidated Sand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • ดินที่ในอดีตไม่เคยรับแรงใดๆมากกว่าแรงดันของดินในปัจจุบัน และมีผลต่อการทรุดตัวคายน้ำ คือดินตามความหมายใด
  • 1 : Normally consolidated Clay
  • 2 : Overconsolidated Clay
  • 3 : Normally consolidated Sand
  • 4 : Overconsolidated sand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 302 :
  • วิธีการใดใช้ในการเร่งการทรุดตัวของดินเหนียว
  • 1 : Static compaction
  • 2 : Deep Mixing Pile
  • 3 : Vibroflot
  • 4 : Preloading
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  • Consolidation settlement เกิดจาก
  • 1 : ปริมาตรของเนื้อดินลดลง ทำให้เกิดการทรุดตัว
  • 2 : ระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้น ทำให้ค่าหน่วยแรงประสิทธิผลเพิ่มขึ้น
  • 3 : น้ำหนีออกจากช่องว่างระหว่างเม็ดดินเนื่องจากแรงดันน้ำส่วนเกิน
  • 4 : มีน้ำหนักกระทำที่ผิวดิน ทำให้ช่องว่างของอากาศในดินลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 304 :
  • อัตราเร็วของการทรุดตัวแบบ Consolidation settlement ขึ้นอยู่กับ
  • 1 : Compression index
  • 2 : Over consolidation ratio
  • 3 : Pre-consolidation pressure
  • 4 : Coefficient of permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 :
  • จากข้อมูลที่ได้ให้ไว้ในรูปประกอบ จงหาว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใดในการระบายแรงดันน้ำส่วนเกิน (ที่เกิดขึ้นจากแรงกระทำขนาด 10 t/sq.m. ที่ผิวดิน) ให้หมดสิ้น
  • 1 : 1.5 ปี
  • 2 : 3 ปี
  • 3 : 4.5 ปี
  • 4 : 6 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • จากข้อมูลที่ได้ให้ไว้ในรูปประกอบ จงหาว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใดในการระบายแรงดันน้ำส่วนเกิน (ที่เกิดขึ้นจากแรงกระทำขนาด 10 t/sq.m. ที่ผิวดิน) ให้หมดสิ้น
  • 1 : 340 วัน
  • 2 : 680 วัน
  • 3 : 1,020 วัน
  • 4 : 1,360 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 307 :
  • ชั้นดินที่มีค่า OCR = 2.5 และมีค่า Preconsolidation pressure = 4 t/sq.m. จะมีค่าหน่วยแรงกดทับในปัจจุบันเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1.6 t/sq.m.
  • 2 : 2.5 t/sq.m.
  • 3 : 4 t/sq.m.
  • 4 : 10 t/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 :
  • จากรูปกราฟ e log p ถ้าจุด A เป็นจุดที่มีรัศมีความโค้งน้อยที่สุด และค่า Overburden pressure เท่ากับ 20 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร ค่า Overconsolidation ratio ของดินชนิดนี้จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 1.0
  • 2 : 2.0
  • 3 : 3.0
  • 4 : 4.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 309 :
  • จากกราฟ e log p ค่า Compression index มีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 0.0086
  • 2 : 0.01
  • 3 : 0.43
  • 4 : 0.68
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • จากรูปกราฟ e log p ถ้าจุด A เป็นจุดที่มีรัศมีความโค้งน้อยที่สุด ค่า Maximum past pressure มีค่าเท่ากับ หรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 50 kN/sq.m.
  • 2 : 60 kN/sq.m.
  • 3 : 70 kN/sq.m.
  • 4 : 80 kN/sq.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • ชั้นดินบริเวณหนึ่งเป็นดังรูป ถ้าความเค้นที่เพิ่มขึ้นบริเวณกึ่งกลางชั้นดินเหนียว (Normally consolidated clay) เนื่องจากน้ำหนักแผ่กระจายสม่ำเสมอบนผิวดินเท่ากับ 98 กิโลนิวตันต่อตารางเมตร ขนาดของการทรุดตัวของชั้นดินเหนียวมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 24 เซ็นติเมตร
  • 2 : 32 เซ็นติเมตร
  • 3 : 42 เซ็นติเมตร
  • 4 : 64 เซ็นติเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 312 :
  • ชั้นดินเหนียวอ่อนอิ่มตัวด้วยน้ำหนา 14 เมตร มีลักษณะชั้นดินดังรูป ถ้าที่บริเวณผิวดินมีน้ำหนักแผ่กระจายสม่ำเสมอกระทำเป็นบริเวณกว้าง ถ้าเวลาผ่านไป 2 ปี ค่า Time factor ของชั้นดินนี้จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 0.011
  • 2 : 0.027
  • 3 : 0.034
  • 4 : 0.045
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • ชั้นดินเหนียวอ่อนอิ่มตัวด้วยน้ำหนา 12 เมตร มีลักษณะชั้นดินดังรูป ที่บริเวณผิวดินมีน้ำหนักแผ่กระจายสม่ำเสมอกระทำเป็นบริเวณกว้าง ถ้าเวลาผ่านไป 3 ปี ค่า Time factor ของชั้นดินนี้จะมีค่าเท่ากับหรือใกล้เคียงกับค่าใด
  • 1 : 0.011
  • 2 : 0.023
  • 3 : 0.068
  • 4 : 0.091
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :

  • 1 : 5.0 เมตร
  • 2 : 5.2 เมตร
  • 3 : 5.5 เมตร
  • 4 : 5.7 เมตร
  • 5 : 6.0 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :
  • ชั้นดินเหนียวหนา 4 เมตร วางตัวอยู่ระหว่างชั้นทราย 2 ชั้น มีค่าสัมประสิทธิ์การอัดตัวคายน้ำ (Coefficient of consolidation),CV 0.8 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ถ้ามีน้ำหนักภายนอกมากระทำแล้วทำให้เกิดความเค้นเพิ่มขึ้นในชั้นดินเหนียว อยากทราบว่าการอัดตัวคายน้ำเกิดขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์เมื่อเวลาผ่านไปนานกี่เดือน (Time Factor = 0.848 ที่การอัดตัวคายน้ำ 90%)
  • 1 : 11 เดือน
  • 2 : 18 เดือน
  • 3 : 36 เดือน
  • 4 : 51 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 316 :
  • เมื่อนำตัวอย่างดินที่ระดับความลึก 10 ม. จากสถานที่ก่อสร้างซึ่งน้ำไหลออกได้ทางเดียวมาทำการทดลองในเครื่องทดสอบอัดตัวคายน้ำแบบมาตรฐานซึ่งมีการระบายน้ำทั้งด้านบนและด้านล่าง พบว่าเกิดการยุบตัว 50% สำหรับตัวอย่างดินหนา 1 ซม. ใช้เวลา 32.392 วินาที ดินในสถานที่ก่อสร้างจะต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะเกิดการยุบตัวเท่ากัน
  • 1 : 500 วัน
  • 2 : 1000 วัน
  • 3 : 1500 วัน
  • 4 : 2000 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 :
  • คุณสมบัติในข้อใดที่ไม่มีผลกระทบหรือกระทบน้อยที่สุดต่อขนาดและอัตราการทรุดตัวของดินเหนียว
  • 1 : Stress history
  • 2 : Water content และ Atterberg’s limit
  • 3 : แร่ประกอบในดินเหนียว
  • 4 : ความหนาแน่นแห้งสูงสุด (Maximum dry density)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • ข้อใดคือพฤติกรรมในการรับน้ำหนักและการทรุดตัวของดินแบบ Dense sand หรือ Stiff clay
  • 1 : เส้น A
  • 2 : เส้น B
  • 3 : เส้น C
  • 4 : เส้น A และ เส้น B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดคือพฤติกรรมในการรับน้ำหนักและการทรุดตัวของดินแบบ Loose sand หรือ Soft clay
  • 1 : เส้น A
  • 2 : เส้น B
  • 3 : เส้น C
  • 4 : เส้น A และ เส้น B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :
  • ท่านได้ผลการทดสอบ Consolidation test ของดินชนิดหนึ่ง ณ ระดับความลึกหนึ่ง ปรากฏว่าท่านพบเส้นโค้งความสัมพันธ์ระหว่าง void ratio และ Log (P’) มีทั้งหมด 3 เส้นดังแสดงในภาพ ข้อใดที่ท่านควรสรุปจากเส้นโค้งข้างล่างนี้
  • 1 : เส้นโค้ง B ควรเป็นเส้นความสัมพันธ์ที่ได้มาจากตัวอย่างแบบ Disturbed ไม่สามารถหา Maximum Past Pressure ได้
  • 2 : ถูกทุกข้อ
  • 3 : เส้นโค้ง C ควรจะเป็นเส้นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในสนามโดยมีการตรวจวัดในสภาพจริง
  • 4 : เส้นโค้ง A ควรจะเป็นเส้นความสัมพันธ์ในห้องปฏิบัติการและตัวอย่างเป็นตัวอย่างที่มีคุณภาพ( Undisturbed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
  • คำกล่าวในข้อใดที่ไม่ถูกต้องในทฤษฏีการทรุดตัวแบบ One dimension ของ Terzaghi
  • 1 : ค่า Over-Consolidation ratio (OCR) คืออัตราส่วนของความเค้นที่มากที่สุดในอดีต บางครั้งเรียกว่า “Pre-consolidation pressure” หรือ “Maximum Past Pressure” ต่อ ความเค้นในปัจจุบัน
  • 2 : ถ้าดินมี OCR = 1 ถูกเรียกว่า “Normal-consolidated Soil” , ถ้าดินมี OCR > 1 ถูกเรียกว่า “Over-consolidated Soil” และ ถ้าดินมี OCR < 1 ถูกเรียกว่า “Under-consolidated Soil” ซึ่งไม่ค่อยพบ
  • 3 : ทฤษฎีการทรุดตัวแบบ One-dimension เป็นการประมาณขนาดและอัตราการทรุดตัวของดินที่มีความซึมน้ำน้อยๆ เช่น ดินเหนียวโดยพิจารณาถึงประวัติการรับแรงของดิน(Stress history) ด้วยซึ่งการนำดินมาทดสอบในห้องปฏิบัติการต้องเก็บตัวอย่างดินแบบ Undisturbed และต้องไม่ทำลายโครงสร้างอื่นๆ ในระหว่างตัวแต่งดิน
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • จากรูปจงหาค่าการทรุดตัว (Consolidation settlement) ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชั้นดินเหนียวเนื่องจากดินถม ดังแสดง ทราย Bulk unit weight = 16 kN/m3 Saturated unit weight = 19 kN/m3 ดินเหนียว Saturated unit weight = 18.5 kN/m3 Initial void ratio,eo = 0.57 OCR = 1 Cc= 0.38
  • 1 : 20.8 cm.
  • 2 : 44.4 cm
  • 3 : 53.7 cm.
  • 4 : 62.9 cm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
  • ดินเหนียวตัวอย่างดังแสดงในรูป เมื่อนำไปทดสอบหาค่าการทรุดตัว ได้ค่าจากการทดสอบดังนี้ Compression index = 0.40 Pre-consolidation pressure, = 87.1 kN/m2 Over Consolidation Ratio, OCR = 0.90 Coefficient of consolidation = 1.20 x 10-3 mm/sec. จงหาค่าของความลึก D ที่เก็บตัวอย่างดินไปทดสอบ
  • 1 : 4 m.
  • 2 : 5 m.
  • 3 : 6 m.
  • 4 : 7 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 324 :
  • ดินเหนียวหนา 12 เมตรมีลักษณะการระบายน้ำออกทั้งด้านบนและด้านล่างหรือที่เรียกว่า “Doubly drained” นั่นหมายความว่าชั้นดินที่อยู่ด้านบนและด้านล่างของดินเหนียวนี้ยอมให้น้ำระบายออกได้มากกว่าชั้นดินเหนียว โดยดินเหนียวมี coefficient of consolidation, Cv = 8.0x10-8 m2/s จงหาเปอร์เซ็นต์ของการอัดตัวคายน้ำที่กึ่งกลางชั้นดิน หลังจากมีน้ำหนักมากระทำ 5 ปี
  • 1 : 45 %
  • 2 : 55 %
  • 3 : 65 %
  • 4 : 75 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • ดินเหนียวหนา 12 เมตรมีลักษณะการระบายน้ำออกทั้งด้านบนและด้านล่างหรือที่เรียกว่า “Doubly drained” นั่นหมายความว่าชั้นดินที่อยู่ด้านบนและด้านล่างของดินเหนียวนี้ยอมให้น้ำระบายออกได้มากกว่าชั้นดินเหนียว โดยดินเหนียวมี coefficient of consolidation, Cv = 8.0x10-8 m2/s จงหาเปอร์เซ็นต์การทรุดตัว ณ ความลึก 6 เมตร จากผิวด้านบนของชั้นดินเหนียวหลังจากมีน้ำหนักมากระทำ 5 ปี
  • 1 : 40 %
  • 2 : 46 %
  • 3 : 52 %
  • 4 : 58%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • ดินเหนียวหนา 12 เมตรมีลักษณะการระบายน้ำออกทั้งด้านบนและด้านล่างหรือที่เรียกว่า “Doubly drained” นั่นหมายความว่าชั้นดินที่อยู่ด้านบนและด้านล่างของดินเหนียวนี้ยอมให้น้ำระบายออกได้มากกว่าชั้นดินเหนียว โดยดินเหนียวมี coefficient of consolidation, Cv = 8.0x10-8 m2/s จงหาเปอร์เซ็นต์การทรุดตัว ณ ความลึก 9 เมตร จากผิวด้านบนของชั้นดินเหนียว หลังจากมีน้ำหนักมากระทำ 5 ปี
  • 1 : 55 %
  • 2 : 61 %
  • 3 : 70 %
  • 4 : 75 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • ถ้าการถมดินทำให้เกิดความเค้นในแนวดิ่งโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 100 kPa แก่ชั้นดินเหนียวที่มีความหนา 12 ม. และมีการระบายน้ำแบบ Doubly drainaged,Cv =8.0*10-8 m2/s จงประมาณความดันน้ำที่ยังคงอยู่ในชั้นดินเหนียวณ. ความลึก 3 ม.หลังการก่อสร้างโครงสร้าง 5 ปี โดยกำหนดว่าโครงสร้างดังกล่าวก่อให้เฉพาะความเค้นในแนวดิ่งเท่านั้น
  • 1 : 30 kPa.
  • 2 : 35 kPa.
  • 3 : 39 kPa.
  • 4 : 45 kPa.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • ถ้าการถมดินทำให้เกิดความเค้นในแนวดิ่งโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 100 kPa แก่ชั้นดินเหนียวที่มีความหนา 12 ม. และมีการระบายน้ำแบบ Doubly drainaged,Cv =8.0*10-8 m2/s จงประมาณความดันน้ำที่ยังคงอยู่ในชั้นดินเหนียวณ. ความลึก 6 ม.หลังการก่อสร้างโครงสร้าง 5 ปี โดยกำหนดว่าโครงสร้างดังกล่าวก่อให้เฉพาะความเค้นในแนวดิ่งเท่านั้น
  • 1 : 45 kPa.
  • 2 : 54 kPa.
  • 3 : 60 kPa.
  • 4 : 65 kPa.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • ถ้าการถมดินทำให้เกิดความเค้นในแนวดิ่งโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 100 kPa แก่ชั้นดินเหนียวที่มีความหนา 12 ม. และมีการระบายน้ำแบบ Doubly drainaged,Cv =8.0*10-8 m2/s จงประมาณความดันน้ำที่ยังคงอยู่ในชั้นดินเหนียวณ. ความลึก 9 ม.หลังการก่อสร้างโครงสร้าง 5 ปี โดยกำหนดว่าโครงสร้างดังกล่าวก่อให้เฉพาะความเค้นในแนวดิ่งเท่านั้น
  • 1 : 30 kPa.
  • 2 : 35 kPa.
  • 3 : 39 kPa.
  • 4 : 45 kPa.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • ถ้าการถมดินทำให้เกิดความเค้นในแนวดิ่งโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 100 kPa แก่ชั้นดินเหนียวที่มีความหนา 12 ม. และมีการระบายน้ำแบบ Doubly drainaged,Cv =8.0*10-8 m2/s จงประมาณความดันน้ำที่ยังคงอยู่ในชั้นดินเหนียวณ. ความลึก 12 ม.หลังการก่อสร้างโครงสร้าง 5 ปี โดยกำหนดว่าโครงสร้างดังกล่าวก่อให้เฉพาะความเค้นในแนวดิ่งเท่านั้น
  • 1 : 15 kPa.
  • 2 : 10 kPa.
  • 3 : 2 kPa.
  • 4 : 0 kPa.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • เมื่อดินเหนียวอิ่มตัวด้วยน้ำรับแรงกดโดยแช่อยู่ในน้ำและทิ้งไว้ช่วงเวลาหนึ่ง ปริมาณน้ำในช่องว่างของดินจะลดลงและดินทรุดตัว เราเรียกกระบวนการนี้ว่าอะไร
  • 1 : Shrinkage
  • 2 : Expansion
  • 3 : Consolidation
  • 4 : Compaction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 :
  • จากรูปตัดชั้นดิน ถ้ามีแรงดัน 50 kPa กระทำที่ผิวดินเป็นบริเวณกว้างมากจนไม่จำกัด จะมีการทรุดตัวเนื่องจาก Primary Consolidation เป็นเท่าใด
  • 1 : 24 cm
  • 2 : 34 cm
  • 3 : 44 cm
  • 4 : 65 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :
  • ทำ consolidation test โดยใช้ตัวอย่างดินเหนียวอิ่มตัวด้วยน้ำหนา 20 มม. พบว่าที่หน่วยแรงกดทับค่าหนึ่งต้องใช้เวลา 10.4 นาทีจึงจะมี degree of consolidation = 90% ถ้าดินเหนียวชนิดเดียวกันนี้หนา 4 เมตรมีสภาพการระบายน้ำเหมือนกับใน lab และหน่วยแรงกดทับเท่ากัน จะใช้เวลานานเท่าใดจึงจะมี degree of consolidation = 90%
  • 1 : 1.44 วัน
  • 2 : 72.2 วัน
  • 3 : 288.9 วัน
  • 4 : 354.3 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • จากรูปตัดชั้นดิน และรูปผลการทดสอบ Consolidation ดินจะมีค่า OCR เท่าใด
  • 1 : 1.0
  • 2 : 1.2
  • 3 : 1.5
  • 4 : 2.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 :
  • การทดสอบการอัดตัวคายน้ำของดินเหนียวตัวอย่างหนา 2 ซม. โดยยอมให้น้ำไหลออกทั้งด้านบนและล่างของตัวอย่าง พบว่าในเวลา 20 นาที เกิดการทรุดตัว 50 % จงหาค่าสัมประสิทธิ์การอัดตัวคายน้ำของดิน (Coefficient of consolidation) (Tv = 0.197)
  • 1 : 1.85x10-3 cm2 / sec
  • 2 : 9.85 x10-3 cm2 / sec
  • 3 : 1.64 x10-4 cm2 / sec
  • 4 : 9.85 x10-4 cm2 / sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 336 :
  • กำหนด Pre-consolidation pressure = 200 kN/sq.m Effective overburden pressure = 100 kN/sq.m จงหาค่าของ OCR (Over Consolidation Ratio)
  • 1 : 0.5
  • 2 : 1.0
  • 3 : 1.5
  • 4 : 2.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 337 :
  • ค่าใดไม่เกี่ยวข้องกับการคำนวณระยะทรุดตัวของของดิน
  • 1 : Optimum water content
  • 2 : Compression Index
  • 3 : Effective stress
  • 4 : Void ratio
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 338 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมมุติฐานของ Consolidation settlement ของ Terzaghi
  • 1 : One dimensional compression
  • 2 : Saturated soil
  • 3 : Homogeneous soil
  • 4 : One-way drainage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • จากข้อมูลที่ได้ให้ไว้ในรูปประกอบ จงหาว่าจะต้องใช้เวลาเท่าใดในการระบายแรงดันน้ำส่วนเกิน (ที่เกิดขึ้นจากแรงกระทำขนาด 10 t/sq.m. ที่ผิวดิน) ให้หมดสิ้น
  • 1 : 340 วัน
  • 2 : 680 วัน
  • 3 : 1,020 วัน
  • 4 : 1,360 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • ทฤษฎีการยุบอัดตัวคายน้ำแบบหนึ่งมิติของเทอร์ซากิใช้สำหรับคำนวณการทรุดตัวของดินเหนียวแบบใด
  • 1 : การทรุดตัวแบบทันทีทันใด
  • 2 : การทรุดตัวแบบระยะยาว
  • 3 : การทรุดตัวทั้งหมดที่เกิดจากดินไม่อิ่มตัว
  • 4 : ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • ค่าใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับอัตราการทรุดตัวของดิน
  • 1 : Cc
  • 2 : Cv
  • 3 : U
  • 4 : Tv
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 548 : Bearing capacity theory
ข้อที่ 342 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 21 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบไม่ระบายน้ำ โดยมีกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength, su) เท่ากับ 105 kN/m2 กำหนด Nc = 5.14, Nq = 1
  • 1 : 540 kPa (kN/m2)
  • 2 : 560 kPa (kN/m2)
  • 3 : 1080 kPa (kN/m2)
  • 4 : 1120 kPa (kN/m2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) กว้าง 2 เมตร ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 21 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบระบายน้ำ โดยมีค่า effective shear strength c = 10 kN/m2 และ phi = 28 องศา
  • 1 : 258 kPa (kN/m2)
  • 2 : 567 kPa (kN/m2)
  • 3 : 797 kPa (kN/m2)
  • 4 : 1134 kPa (kN/m2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 344 :
  • แท้งค์น้ำฐานวงกลมมีรัศมี 1 เมตร ฝังอยู่ในชั้นดินเหนียวลึกลงไป 0.25 เมตร ระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ฐานของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนัก 20 kN/m3 และ effective shear strength c = 0, phi = 35 องศา จงหาความสูงของน้ำในแท้งค์สูงสุดที่เป็นไปได้ โดยใช้ระดับความปลอดภัย (factor of safety) 2.5
  • 1 : 5 m
  • 2 : 10 m
  • 3 : 15 m
  • 4 : 20 m
  • 5 : 25 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 345 :
  • กำลังรับรับน้ำหนักของดินตามทฤษฎีของ Terzaghi จะขึ้นอยู่กับ
  • 1 : ความลึกของระดับที่วางฐานราก
  • 2 : น้ำหนักที่กระทำกับฐานราก
  • 3 : ค่ามุมเสียดทานระหว่างฐานรากและดินใต้ฐานราก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 :
  • ระยะเยื้องศูนย์ที่จะไม่ทำให้เกิดหน่วยแรงดึง (Tensile stress) ที่ขอบของฐานรากจะต้องไม่มากกว่า
  • 1 : B/6 (B = ความกว้างของฐานราก)
  • 2 : B/3
  • 3 : D/6 (D = ความลึกของระดับที่วางฐานราก)
  • 4 : D/3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 347 :
  • กรณีที่มีน้ำใต้ดินเหนือระดับฐานราก ระดับน้ำใต้ดินจะมีผลทำให้
  • 1 : กำลังรับน้ำหนักแบกทานของดินลดลง
  • 2 : กำลังรับน้ำหนักแบกทานของดินเพิ่มขึ้น
  • 3 : กำลังรับน้ำหนักแบกทานของดินไม่เปลี่ยนแปลง
  • 4 : ไม่สามารถสรุปได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 :
  • Bearing capacity factor , Nc , Nq
  • 1 : หน่วยแรงดึงดูดของดิน(Cohesion)
  • 2 : มุมเสียดทานภายในของดิน (Angle of internal friction)
  • 3 : ขนาดความกว้างของฐานราก, B
  • 4 : น้ำหนักของดินเหนือระดับที่วางฐานรากและหน่วยน้ำหนักของดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 :
  • ฐานรากร่วม (Combined footing) หมายถึง
  • 1 : ฐานรากที่มีน้ำหนักจากเสากระทำสองจุดหรือมากกว่า
  • 2 : ฐานรากเดี่ยวที่ออกแบบให้รับแรงในแนวดิ่งและโมเมนต์ร่วมกัน
  • 3 : ฐานรากของอาคารที่มีหลาย ๆ รูปแบบในอาคารหลังเดียวกัน
  • 4 : ฐานรากของอาคารที่มีทั้งฐานรากแผ่และฐานรากเสาเข็มร่วมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 350 :
  • จงคำนวณตามวิธีของ Terzaghi ว่าฐานรากแผ่ที่แสดงไว้ตามเงื่อนไขในรูป จะสามารถรับแรงกระทำตามแกนดิ่งก่อนการวิบัติ (ซึ่งรวมถึงน้ำหนักฐานรากแล้ว) ได้มากที่สุดเท่าใด
  • 1 : 7.4 t
  • 2 : 29.6 t
  • 3 : 37.2 t
  • 4 : 50.1 t
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • ระดับน้ำใต้ดินที่ระดับใดมีผลให้ Bearing Capacity มีค่าน้อยที่สุด
  • 1 : ระดับผิวดิน
  • 2 : ระดับ1/2 ของความลึกฐานราก
  • 3 : ระดับ 1/4 ของความลึกฐานราก
  • 4 : ระดับใต้ฐานราก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • ในกรณีที่เกิดแรงเยื้องศูนย์ที่ฐานราก (Eccentric Load) ขนาด e จะต้องเปลี่ยนแปลงขนาดฐานราก (B) ที่ใช้ในการคำนวณหา Bearing Capacity ตามวิธี effective area เป็นเท่าใด
  • 1 : B’=B-e
  • 2 : B’=B-2e
  • 3 : ฺB’=B-3e
  • 4 : B’=B-4e
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • วิธีการใดที่สามารถคำนวณหาค่า Bearing Capacity ได้ในกรณีที่น้ำหนักกระทำต่อฐานรากเป็นแบบเฉียง ( Incline Load )
  • 1 : Skempton Equation
  • 2 : Terzaghi Equation
  • 3 : Meyerhof Equation
  • 4 : Peck Equation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 354 :
  • กำหนดขนาดฐานรากยาวต่อเนื่อง (Strip Footing) ที่ระดับ –1 เมตรจากผิวดิน หน่วยน้ำหนักดิน 18 kN/m3, c= 5 kPa, internal friction angle=0 จงคำนวณหา Gross Ultimate Bearing Capacity
  • 1 : 25.7 kPa
  • 2 : 35.7 kPa
  • 3 : 43.7 kPa
  • 4 : 53.7 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 355 :
  • ดินชนิดใดที่ความลึกของฐานรากมีผลต่อ Bearing Capacity น้อยมาก
  • 1 : Cohesionless soil
  • 2 : Dense Sand
  • 3 : Loose sand
  • 4 : Clay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • ในการวิเคราะห์ Bearing Capacity ตามทฤษฎีของ Terzaghi กำหนดให้ดินมีการวิบัติแบบใด
  • 1 : General Shear Failure
  • 2 : Local Shear Failure
  • 3 : Punching Shear Failure
  • 4 : Rotational Failure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 357 :
  • จงหาค่าน้ำหนักปรรทุกปลอดภัยของฐานรากแผ่ที่แสดงไว้โดยใช้สมการของ Terzaghi โดยระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ผิวดิน กำหนดให้ใช้อัตราส่วนปลอดภัยเท่ากับ 3
  • 1 : 36 ตัน
  • 2 : 72 ตัน
  • 3 : 114 ตัน
  • 4 : 162 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • จงหาว่าฐานรากที่ได้แสดงไว้มีอัตราส่วนปลอดภัยเท่ากับเท่าใด (กำหนดให้น้ำหนักของฐานรากเป็นศูนย์)
  • 1 : 3.2
  • 2 : 3.5
  • 3 : 3.8
  • 4 : 4.1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • จงหาค่าน้ำหนักบรรทุกยอมให้ของฐานรากที่ได้แสดงไว้ โดยใช้ส่วนปลอดภัยเท่ากับ 3
  • 1 : 58 ตัน
  • 2 : 68 ตัน
  • 3 : 78 ตัน
  • 4 : 88 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 360 :
  • จงหาค่าน้ำหนักบรรทุกยอมให้ของฐานรากที่ได้แสดงไว้ตามสมการของเทอร์ซากี โดยใช้ส่วนปลอดภัยเท่ากับ 3
  • 1 : ประมาณ 30 ตัน
  • 2 : ประมาณ 40 ตัน
  • 3 : ประมาณ 50 ตัน
  • 4 : ประมาณ 60 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • นำตัวอย่างดินลูกรังซึ่งมีค่า ถพ. Gs = 2.730 ไปทำการทดลอง Modified Proctor Compaction Test ได้ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุด = 1.868 g/cm^3 โดยใช้ปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่สุด OMC = 14.95% ถ้าสามารถบดอัดจนกระทั่งในช่องว่างระหว่างเม็ดดินไม่มีฟองอากาศอยู่เลยโดยใช้ปริมาณน้ำที่ OMC นี้ ได้ค่าความหนาแน่นสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 0.732 g/cu.m
  • 2 : 1.868 g/cu.m
  • 3 : 1.939 g/cu.m
  • 4 : 2.730 g/cu.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :
  • ในการบดอัดดินแบบ Modified Proctor ใช้ Mold ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้ว สูง 4.584 นิ้ว ตุ้มน้ำหนักขนาด 10 lb ระยะยกสูง 18 นิ้ว กระแทกลงบนเนื้อดินรวม 5 ชั้น ชั้นละ 56 ครั้ง พลังงานที่ใช้ในการบดอัดดินในรูปของพลังงานที่ใช้ในการบดอัดดินต่อปริมาตรของดินที่บดอัด มีค่าเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 12400 ft-lb/ft^3
  • 2 : 24800 ft-lb/ft^3
  • 3 : 56000 ft-lb/ft^3
  • 4 : 62400 ft-lb/ft^3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • ในการก่อสร้างฐานแผ่แนวยาว ( Strip Footing ) บนดินเหนียวที่มีระดับน้ำใต้ดินลึกมากซึ่งมีค่าต่างๆดังนี้ จงหาค่าความแตกต่างของ Ultimate Soil Bearing Capacity เมื่อฐานแผ่อยู่ที่ผิวดิน และเมื่อฐานแผ่อยู่ที่ความลึก 1 ม. จากผิวดิน
  • 1 : 0.95 T/m^2
  • 2 : 1.45 T/m^2
  • 3 : 1.95 T/m^2
  • 4 : 2.45 T/m^2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • ท่านต้องการหาความสามารถในการแบกทานของดิน (Bearing Capacity) เพื่อทำการก่อสร้างแท็งก์น้ำรูปวงแหวนดังแสดงในรูป ท่านควรใช้ความสัมพันธ์เพื่อหาความสามารถในการแบกทานของดินหรือรู้จักกันในชื่อ “Terzaghi’s bearing capacity” คือ Qultimate = cNc+qNq+1/2(gamma)BN(gamma) จากความสัมพันธ์ดังกล่าวท่านควรจะกระทำการกระทำในข้อใด
  • 1 : ก. ปรับแก้สูตรความสัมพันธ์ดังกล่าวเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์สำหรับฐานรากวงกลม
  • 2 : ข. ปรับแก้สูตรความสัมพันธ์ดังกล่าวเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์สำหรับฐานรากสี่เหลี่ยมผืนผ้า
  • 3 : ค. ปรับแก้สูตรความสัมพันธ์ดังกล่าวเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์สำหรับฐานรากแบบต่อเนื่องหรือ Strip footing
  • 4 : ง. ไม่ต้องปรับแก้ความสัมพันธ์ความสัมพันธ์ดังกล่าวสมบรูณ์และสามารถใช้ได้เลย
  • 5 : จ. ปรับแก้สูตรความสัมพันธ์ดังกล่าวเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์สำหรับฐานรากสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • เสาเข็มหน้าตัดสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 400 มิลลิเมตร วางอยู่ในชั้นดินเหนียวดังรูป กำลังรับน้ำหนักประลัยของเสาเข็มต้นนี้เป็นเท่าใด โดยไม่คิดน้ำหนักเสาเข็ม
    กำหนดให้
    หน่วยแรงเสียดทานผิวเสาเข็มเฉลี่ยประลัย = 23 kPa (kN/m2)
    หน่วยแรงต้านทานปลายเสาเข็มประลัย = 450 kPa (kN/m2)
  • 1 : 109 kN
  • 2 : 417 kN
  • 3 : 620 kN
  • 4 : 624 kN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • ถ้าฐานรากแผ่ยาวมาก (มีความยาวมากกว่าความกว้างมาก) วางบนผิวดิน
    Ultimate bearing capacity จะมีค่าเป็นเท่าใด ถ้าระดับน้ำใต้ดินอยู่ในระดับลึกมาก
  • 1 : 125.6 kPa (kN/m2)
  • 2 : 135.9 kPa (kN/m2)
  • 3 : 140.5 kPa (kN/m2)
  • 4 : 154.2 kPa (kN/m2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • ถ้าฐานรากแผ่ยาวมาก (มีความยาวมากกว่าความกว้างมาก) วางบนผิวดินเหนียว ที่มีสภาพไม่ระบายน้ำ จะมี Ultimate Bearing capacity เป็นเท่าใด
  • 1 : 154.2 kPa
  • 2 : 135.9 kPa
  • 3 : 125.8 kPa
  • 4 : 110.6 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 368 :
  • วิธีการทดสอบเสาเข็มแบบใดสามารถใช้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อคอนกรีตเสาเข็มได้
  • 1 : Sonic Integrity test
  • 2 : Static pile load test – Quick test
  • 3 : Plate bearing test
  • 4 : Static pile load test – Maintained load test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 369 :
  • ในการตอกเสาเข็มด้วยลูกตุ้มหนัก 7 ตันและมีระยะยกสูง 60 เซนติเมตร ถ้าเสาเข็มมีระยะจมตัวเนื่องจากการตอก 10 ครั้งสุดท้ายเท่ากับ 20 มิลลิเมตร แรงต้านทานต่อการตอกเสาเข็มต้นนี้เป็นเท่าใดถ้าใช้สูตรของ Engineering news
  • 1 : 155.6 tons
  • 2 : 145.6 tons
  • 3 : 135.6 tons
  • 4 : 125.6 tons
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • การวิบัติของฐานรากตื้นในรูปใดจัดว่าเป็นการวิบัติแบบใด
  • 1 : Sliding
  • 2 : Overturning
  • 3 : General shear
  • 4 : Punching shear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 371 :
  • เสาเข็มของบ่อเก็บน้ำที่อยู่ในสภาพเกือบแห้งดังรูปจะมีแรงกระทำชนิดใดที่กระทำกับเสาเข็มเป็นหลักเป็นหลัก
  • 1 : Compressive force
  • 2 : Tension
  • 3 : Horizontal force
  • 4 : Torsion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • เสาเข็มก่อสร้างในชั้นดินดังรูป จะต้องคำนึงถึงข้อใดเป็นพิเศษ
  • 1 : General shear failure
  • 2 : Negative skin friction
  • 3 : Lateral movement
  • 4 : Pile deviation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • ฐานรากสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร วางอยู่บนชั้นทรายที่ความลึก 2 เมตรจากผิวดิน รับแรงกดในแนวแกน (รวมน้ำหนักฐานราก) 80 ตัน จงประมาณค่าหน่วยแรงที่เกิดขึ้นบนชั้นดินที่ระดับฐานรากและที่ความลึก 8 เมตรจากผิวดินเนื่องจากฐานรากนี้ กำหนดให้ใช้การกระจายหน่วยแรง 2:1
  • 1 : 10 t/m2 และ 1 t/m2
  • 2 : 10 t/m2 และ 0.67 t/m2
  • 3 : 20 t/m2 และ 1 t/m2
  • 4 : 20 t/m2 และ 0.67 t/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเคลื่อนตัวของดินใต้ฐานรากที่ทำให้เกิดการวิบัติ
  • 1 : Punching Shear
  • 2 : Beam Shear
  • 3 : General Shear
  • 4 : Local Shear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 375 :
  • องค์ประกอบใดที่ไม่มีผลต่อค่า Ultimate Bearing Capacity ของดินใต้ฐานราก
  • 1 : น้ำหนักดินเหนือฐานราก
  • 2 : ความกว้างของฐานราก
  • 3 : ความลึกของฐานรากจากผิวดิน
  • 4 : คุณภาพของคอนกรีตที่ใช้ทำฐานราก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 376 :
  • จงคำนวณหากำลังรับน้ำหนักบรรทุกเสาเข็มปลอดภัยของเสาเข็ม spun เส้นผ่านศูนย์กลาง 60 ซม. ใช้ Safety Factor ตามกฏกระทรวงเท่ากับ 2.5 ตามชั้นดินที่กำหนดให้ (ไม่คิดน้ำหนักเสาเข็ม)
  • 1 : 19 ตัน
  • 2 : 36 ตัน
  • 3 : 46 ตัน
  • 4 : 115 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • จงคำนวณหากำลังรับน้ำหนักบรรทุกเสาเข็มปลอดภัยของเสาเข็มสี่เหลี่ยม 0.45x0.45 ม. โดยใช้ Safety Factor ตามกฏกระทรวงเท่ากับ 2.5 ตามชั้นดินข้างล่างโดยไม่คิดน้ำหนักเสาเข็ม
  • 1 : 23 ตัน
  • 2 : 53 ตัน
  • 3 : 112 ตัน
  • 4 : 132 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 378 :
  • ในการตอกเสาเข็มคอนกรีตรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมขนาด 0.2x0.2 m. ความยาว 5 m. ลงไปในชั้นดินเหนียวอ่อน ซึ่งมีค่า c = 1.2 T/m^2 และ Angle of Internal Friction = 0 ค่าสัมประสิทธิ์แรงยึดเกาะ ( Adhesion Factor ) ระหว่างผิวคอนกรีตกับดินเหนียวอ่อนเท่ากับ 1 ค่าแรงต้านทานที่ผิวด้านข้างของเสาเข็มมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 2.4 ton
  • 2 : 4.8 ton
  • 3 : 5.6 ton
  • 4 : 9.6 ton
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 1 เมตร ระดับน้ำใต้ ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 21 kN/m3 จงหาค่ากำลัง แบกทานประลัยของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบไม่ระบายน้ำ โดยมีกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ ระบายน้ำ (undrained shear strength, su) เท่ากับ 105 kN/m2 กำหนด Nc = 5.14, Nq = 1
  • 1 : 540 kPa (kN/m^2)
  • 2 : 561 kPa (kN/m^2)
  • 3 : 224 kPa (kN/m^2)
  • 4 : 216 kPa (kN/m^2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 1.5 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 20 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานประลัยของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบไม่ระบายน้ำ โดยมีกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength, su) เท่ากับ 95 kN/m2 กำหนด Nc = 5.14, Nq = 1
  • 1 : 488 kPa (kN/m^2)
  • 2 : 207 kPa (kN/m^2)
  • 3 : 195 kPa (kN/m^2)
  • 4 : 518 kPa (kN/m^2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 2 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 20 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานประลัยของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบไม่ระบายน้ำ โดยมีกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength, su) เท่ากับ 95 kN/m2 กำหนด Nc = 5.14, Nq = 1
  • 1 : 211 kPa (kN/m^2)
  • 2 : 195 kPa (kN/m^2)
  • 3 : 488 kPa (kN/m^2)
  • 4 : 528 kPa (kN/m^2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 2 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 18 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานประลัยของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบไม่ระบายน้ำ โดยมีกำลังรับแรงเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ (undrained shear strength, su) เท่ากับ 40 kN/m2 กำหนด Nc = 5.14, Nq = 1
  • 1 : 82 kPa (kN/m^2)
  • 2 : 97 kPa (kN/m^2)
  • 3 : 206 kPa (kN/m^2)
  • 4 : 242 kPa (kN/m^2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) กว้าง 2 เมตร ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 21 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานประลัยของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบระบายน้ำ โดยมีค่า effective shear strength c = 10 kN/m2 และ phi = 28 องศา
  • 1 : 567 kPa (kN/m^2)
  • 2 : 797 kPa (kN/m^2)
  • 3 : 258 kPa (kN/m^2)
  • 4 : 488 kPa (kN/m^2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 384 :
  • ฐานรากแผ่แบบยาวเหยียด (strip footing) กว้าง 1.5 เมตร ฝังจมอยู่ในชั้นดินเหนียวลึก 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากเมื่อเทียบกับความกว้างของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักเท่ากับ 20 kN/m3 จงหาค่ากำลังแบกทานประลัยของฐานรากแผ่ในกรณีใช้การวิเคราะห์แบบระบายน้ำ โดยมีค่า effective shear strength c = 10 kN/m2 และ phi = 28 องศา
  • 1 : 258 kPa (kN/m^2)
  • 2 : 422 kPa (kN/m^2)
  • 3 : 552 kPa (kN/m^2)
  • 4 : 717 kPa (kN/m^2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :

  • 1 : 0.11 m
  • 2 : 0.22 m
  • 3 : 0.33 m
  • 4 : 0.67 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 386 :

  • 1 : 0.095 m
  • 2 : 0.19 m
  • 3 : 0.25 m
  • 4 : 0.50 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 387 :
  • แท้งค์น้ำฐานวงกลมมีรัศมี 2.0 เมตร ฝังอยู่ในชั้นดินเหนียวลึกลงไป 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ฐานของฐานราก ดินเหนียวมีหน่วยน้ำหนักอิ่มตัวและหน่วยน้ำหนักชื้นเท่ากับ 21 kN/m^3 และ effective shear strength c = 0, phi = 20 องศา และ Su= 15 kN/m^2 จงหาความสูงของน้ำในแท้งค์สูงสุดที่เป็นไปได้ โดยใช้ระดับความปลอดภัย (factor of safety) 2.5 และไม่ต้องคำนึงถึงน้ำหนักของโครงสร้างแท้งค์น้ำ
  • 1 : 3 m
  • 2 : 6 m
  • 3 : 9 m
  • 4 : 12 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 388 :
  • กำหนดขนาดฐานรากยาวต่อเนื่อง (Strip Footing) ที่ระดับ –1 เมตรจากผิวดิน หน่วยน้ำหนัก ดิน 18 kN/m3, c= 5 kPa, internal friction angle=0 จงคำนวณหา Gross Ultimate Bearing Capacity เมื่อ Nc = 5.14 , Nq = 1 , Nγ = 0
  • 1 : 25.7 kPa
  • 2 : 35.7 kPa
  • 3 : 43.7 kPa
  • 4 : 53.7 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • กำหนดขนาดฐานรากยาวต่อเนื่อง (Strip Footing) ที่ระดับ –0.5 เมตรจากผิวดิน หน่วยน้ำหนักดิน 20 kN/m3, c= 10 kPa, internal friction angle= 0 จงคำนวณหา Gross Ultimate Bearing Capacity เมื่อ Nc = 5.14 , Nq = 1 , Nγ = 0
  • 1 : 35.7 kPa
  • 2 : 61.4 kPa
  • 3 : 51.4 kPa
  • 4 : 25.7 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • กำหนดขนาดฐานรากยาวต่อเนื่อง (Strip Footing) ที่ระดับ –2 เมตรจากผิวดิน หน่วยน้ำหนักดิน 21 kN/m3, c= 12.5 kPa, internal friction angle= 0 จงคำนวณหา Gross Ultimate Bearing Capacity เมื่อ Nc = 5.14 , Nq = 1 , N? = 0
  • 1 : 106.25 kPa
  • 2 : 64.25 kPa
  • 3 : 43.70 kPa
  • 4 : 61.40 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • การออกแบบเสาเข็มสี่เหลี่ยม 0.20x0.20 ม. ยาว 6 ม. ในชั้นดินเหนียวที่มีค่า Undrained shear strength = 2.5 t/m2   หน่วยน้ำหนักชื้น = 1.6 t/m2   α = 0.98 ระดับน้ำใต้ดินอยุ่ต่ำกว่าผิวดิน 1 ม. ให้หาค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็ม (Ultimate pile capacity) โดยไม่คำนึงถึง End bearing capacity
  • 1 : 11.8 t/m2
  • 2 : 19.6 t/m2
  • 3 : 14.7 t/m2
  • 4 : 15.7 t/m2 

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :
  • การออกแบบเสาเข็มสี่เหลี่ยม 0.25x0.25 ม. ยาว 8 ม. ในชั้นดินเหนียวที่มีค่า Undrained shear strength = 2.5 t/m2   หน่วยน้ำหนักชื้น = 1.8 t/m2   α = 0.98 ระดับน้ำใต้ดินอยุ่ต่ำกว่าผิวดิน 1 ม. ให้หาค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็ม (Ultimate pile capacity) โดยไม่คำนึงถึง End bearing capacity
  • 1 : 15.7 t/m2   
  • 2 : 11.8 t/m2   
  • 3 : 19.6 t/m2   
  • 4 : 14.7 t/m2   
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  •  การออกแบบเสาเข็มสี่เหลี่ยม 0.20x0.20 ม. ยาว 8 ม. ในชั้นดินเหนียวที่มีค่า Undrained shear strength = 2.5 t/m2   หน่วยน้ำหนักชื้น = 1.8 t/m2   α = 0.98 ระดับน้ำใต้ดินอยุ่ต่ำกว่าผิวดิน 1 ม. ให้หาค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็ม (Ultimate pile capacity) โดยไม่คำนึงถึง End bearing capacity
  • 1 : 15.7 t/m2   
  • 2 : 11.8 t/m2   
  • 3 : 19.6 t/m2   
  • 4 : 14.7 t/m2   
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  •   การออกแบบเสาเข็มสี่เหลี่ยม 0.25x0.25 ม. ยาว 6 ม. ในชั้นดินเหนียวที่มีค่า Undrained shear strength = 2.5 t/m2   หน่วยน้ำหนักชื้น = 1.8 t/m2   α = 0.98 ระดับน้ำใต้ดินอยุ่ต่ำกว่าผิวดิน 1 ม. ให้หาค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดของเสาเข็ม (Ultimate pile capacity) โดยไม่คำนึงถึง End bearing capacity
  • 1 : 11.8 t/m2

  • 2 : 19.6 t/m2
  • 3 : 14.7 t/m2
  • 4 : 15.7 t/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทราย

  • 1 : 400 kPa
  • 2 : 800 kPa
  • 3 : 500 kPa
  • 4 : 1,000 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 396 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทราย

  • 1 : 800 kPa
  • 2 : 500 kPa
  • 3 : 1,000 kPa
  • 4 : 400 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 397 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทราย

  • 1 : 400 kPa
  • 2 : 800 kPa
  • 3 : 500 kPa
  • 4 : 1,000 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทราย

  • 1 : 400 kPa
  • 2 : 800 kPa
  • 3 : 500 kPa
  • 4 : 1,000 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 399 :
  • จงหาความสามารถการรับน้ำหนักบรรทุกที่ยอมให้ของเสาเข็ม (Allowable Pile Capacity) ที่กำหนดให้อัตราส่วนความปลอดภัยเท่ากับ 2.5 และไม่คิดน้ำหนักของเสาเข็ม เสาเข็มเป็นรูปวงกลมมีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 0.4 เมตร

  • 1 : 200 kN
  • 2 : 260 kN
  • 3 : 550 kN
  • 4 : 470 kN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทรายปนดินเหนียวที่มีค่า undrained shear strength = 2.0 kN/m2, f = 16? ( Nq = 5 Nc= 14 Ng= 3  ) และน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับ -1.5 ม.จากผิวดิน กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของดินอิ่มตัวด้วยน้ำและหน่วยน้ำหนักของดินชื้นเท่ากับ 20 kN/m3

  • 1 : 155 kPa
  • 2 : 204 kPa
  • 3 : 180 kPa
  • 4 : 192 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 401 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทรายปนดินเหนียวที่มีค่า undrained shear strength = 2.0 kN/m2, f = 16? ( Nq = 5 Nc= 14 Ng= 3  ) และน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับ -0.5 ม.จากผิวดิน กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของดินอิ่มตัวด้วยน้ำและหน่วยน้ำหนักของดินชื้นเท่ากับ 20 kN/m3

  • 1 : 155 kPa
  • 2 : 204 kPa
  • 3 : 180 kPa
  • 4 : 192 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 402 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทรายปนดินเหนียวที่มีค่า undrained shear strength = 2.0 kN/m2, f = 16? ( Nq = 5 Nc= 14 Ng= 3  ) และน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับ -1.0 ม.จากผิวดิน กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของดินอิ่มตัวด้วยน้ำและหน่วยน้ำหนักของดินชื้นเท่ากับ 20 kN/m3

  • 1 : 155 kPa
  • 2 : 204 kPa
  • 3 : 180 kPa
  • 4 : 192 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 403 :
  • จงคำนวนหาค่าการรับแรงแบกทาน (Ultimate bearing capacity, qult) ของฐานรากแผ่บนชั้นดินทรายปนดินเหนียวที่มีค่า undrained shear strength = 2.0 kN/m2, f = 16? ( Nq = 5 Nc= 14 Ng= 3  ) และน้ำใต้ดินอยู่ที่ระดับผิวดิน กำหนดให้หน่วยน้ำหนักของดินอิ่มตัวด้วยน้ำและหน่วยน้ำหนักของดินชื้นเท่ากับ 20 kN/m3

  • 1 : 155 kPa
  • 2 : 204 kPa
  • 3 : 180 kPa
  • 4 : 192 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 549 : Compaction
ข้อที่ 404 :
  • จากเส้นโค้งการบดอัดดังรูปและต้องการบดอัดดินให้ตรงตามข้อกำหนดโดยให้มี Compaction density อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ของความหนาแน่นแห้งสูงสุดที่ได้จากห้องปฎิบัติการและมีความชื้นอยู่ในช่วง -2 ถึง +2 เปอร์เซ็นต์ของ Optimum water content เมื่อทดสอบ Sand cone test พบว่า ปริมาตรของดินเท่ากับ 1153 cm3 น้ำหนักเปียกเท่ากับ 2209 g. และ น้ำหนักแแห้งเท่ากับ 1879 g.จงหาความหนาแน่นแห้งของบดอัดในสนาม
  • 1 : 1.13 g/cm3
  • 2 : 1.33 g/cm3
  • 3 : 1.53 g/cm3
  • 4 : 1.63 g/cm3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 405 :
  • จากเส้นโค้งการบดอัด และต้องการบดอัดดินให้ตรงตามข้อกำหนด (Specification) โดยให้มี Compaction density อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ของความหนาแน่นแห้งสูงสุดที่ได้จากห้องปฎิบัติการและมีความชื้นอยู่ในช่วง -2 ถึง +2 เปอร์เซ็นต์ของ Optimum water content เมื่อทดสอบ Sand cone test พบว่า ปริมาตรของดินเท่ากับ 1153 cm3 น้ำหนักเปียกเท่ากับ 2209 g.และน้ำหนักแห้งเท่ากับ 1879 g. จงหา Water content ของดินในสนาม
  • 1 : 10.5 %
  • 2 : 15.5%
  • 3 : 17.6 %
  • 4 : 19.7%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 406 :
  • จากเส้นโค้งการบดอัดและต้องการบดอัดดินให้ตรงตามข้อกำหนด (Specification) โดยให้มี Compaction density อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ของความหนาแน่นแห้งสูงสุดที่ได้จากห้องปฎิบัติการและมีความชื้นอยู่ในช่วง -2 ถึง +2 เปอร์เซ็นต์ของ Optimum water content เมื่อทดสอบ Sand cone test พบว่า ปริมาตรของดินเท่ากับ 1153 cm3 น้ำหนักเปียกเท่ากับ 2209 g. และ น้ำหนักแห้งเท่ากับ 1879 g.
  • 1 : 94 %
  • 2 : 96 %
  • 3 : 97 %
  • 4 : 98 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 407 :
  • เส้นโค้งการบดอัดและต้องการบดอัดดินให้ตรงตามข้อกำหนด (Specification) โดยให้มี Compaction density อย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ของความหนาแน่นแห้งสูงสุดที่ได้จากห้องปฎิบัติการและมีความชื้นอยู่ในช่วง 2 เปอร์เซ็นต์ ของ Optimum water content เมื่อทดสอบ Sand cone test พบว่า ปริมาตรของดินเท่ากับ 1153 cm3 น้ำหนัก เปียกเท่ากับ 2209 g. และ น้ำหนักแห้งเท่ากับ 1879 g.
  • 1 : เป็นไปตามข้อกำหนดเนื่องมาจากความหนาแน่นแห้ง และ Optimum water content
  • 2 : ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเนื่องมาจากความหนาแน่นแห้ง
  • 3 : ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเนื่องมาจากความหนาแน่นแห้งและ Optimum water content
  • 4 : ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเนื่องมาจาก Optimum water content
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 408 :
  • จากรูปเส้นโค้งการบดอัดข้างล่าง โค้งเส้นใดที่แสดงการบดอัดโดยใช้พลังงานน้อยที่สุดและเป็นไปตามข้อกำหนด
  • 1 : ก. เส้นโค้ง A
  • 2 : ข. เส้นโค้ง B
  • 3 : ค. เส้นโค้ง C
  • 4 : ง. เส้นโค้ง D
  • 5 : จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 409 :
  • การทดสอบการบดอัดในห้องปฏิบัติการได้ผลดังนี้
    ความหนาแน่นเปียก = 18 kN/m^3, ปริมาณน้ำในดิน = 20 %
    ความหนาแน่นแห้งของดินนี้เป็นเท่าใด
  • 1 : 17 kN/m^3
  • 2 : 16 kN/m^3
  • 3 : 15 kN/m^3
  • 4 : 14 kN/m^3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 410 :
  • จากกราฟผลการทดสอบการบดอัดดินในห้องปฏิบัติการด้วยวิธี Standard Proctor ดังรูป ถ้านำดินชนิดนี้ไปบดอัดถนนแล้วทำการทดสอบการบดอัดในสนามด้วยวิธี Sand cone ได้ความหนาแน่นแห้ง 18.5 kN/m^3 ความแน่นของการบดอัดของดินเปอร์เซ็นต์เป็นเท่าใด
  • 1 : 96.5 %
  • 2 : 94.9 %
  • 3 : 92.4 %
  • 4 : 93.8 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 411 :
  • การบดอัดดินจะมีผลทำให้
  • 1 : Vs ลด ทำให้ ความหนาแน่นของดิน เพิ่ม
  • 2 : Ws เพิ่ม ทำให้ ความหนาแน่นของดิน เพิ่ม
  • 3 : ปริมาณช่องว่างของอากาศลดลง
  • 4 : ปริมาณน้ำในดินลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 412 :
  • การทดสอบการบดอัดดินในห้องทดลองเพื่อต้องการหาค่าของ
  • 1 : ความแข็งแรงของดินที่บดอัด
  • 2 : ความหนาแน่นของดินชื้นที่ปริมาณความชื้นต่าง ๆ กัน
  • 3 : ความหนาแน่นแห้งสูงสุดและความชื้นที่เหมาะสม
  • 4 : หาค่าความหนาแน่นแห้งของดินเมื่อช่องว่างของอากาศเท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 413 :
  • การบดอัดเขื่อนดิน
  • 1 : ควรใช้รถบดแบบลากจูง
  • 2 : ควรใช้รถบดล้อเหล็ก
  • 3 : ควรบดอัดทางด้านแห้ง (Dry side)
  • 4 : ควรบดอัดทางด้านเปียก (Wet side)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 414 :
  • การบดอัดดินทางด้านแห้ง (Dry side)
  • 1 : ควรใช้รถบดแบบตีนแกะ (Sheep foot)
  • 2 : ควรใช้รถบดแบบสั่นสะเทือน (Vibrating Roller)
  • 3 : เมื่อเพิ่มพลังงานในการบดอัดความหนาแน่นแห้งจะเพิ่มขึ้น
  • 4 : สัมประสิทธิ์ความซึมได้ของดินจะต่ำกว่าการบดอัดทางด้านเปียก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 415 :
  • ดินที่มีค่า CBR สูงที่สุด
  • 1 : หินคลุก
  • 2 : ดินลูกรัง
  • 3 : ดินเหนียวปนกรวด
  • 4 : ดินเหนียวปนตะกอนทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 416 :
  • นำตัวอย่างดินลูกรังซึ่งมีค่า ถพ. Gs = 2.730 ไปทำการทดลอง Modified Proctor Compaction Test ได้ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุด = 1.868 g/cm^3 โดยใช้ปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่สุด OMC = 14.95% ถ้าสามารถบดอัดจนกระทั่งในช่องว่างระหว่างเม็ดดินไม่มีฟองอากาศอยู่เลยโดยใช้ปริมาณน้ำที่ OMC นี้ ได้ค่าความหนาแน่นสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 1.868 g/cu.m.
  • 2 : 2.730 g/cu.m.
  • 3 : 1.939 g/cu.m.
  • 4 : 0.732 g/cu.m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 417 :
  • ในการบดอัดดินแบบ Modified Proctor ใช้ Mold ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้ว สูง 4.584 นิ้ว ตุ้มน้ำหนักขนาด 10 lb ระยะยกสูง 18 นิ้ว กระแทกลงบนเนื้อดินรวม 5 ชั้น ชั้นละ 56 ครั้ง พลังงานที่ใช้ในการบดอัดดินในรูปของพลังงานที่ใช้ในการบดอัดดินต่อปริมาตรของดินที่บดอัด มีค่าเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 12400 ft-lb/ft^3
  • 2 : 24800 ft-lb/ft^3
  • 3 : 56000 ft-lb/ft^3
  • 4 : 62400 ft-lb/ft^3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 418 :
  • ถ้าเราเพิ่มพลังงานในการบดอัด ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุด (Maximum Dry Density) และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสม (Optimum Moisture Content) จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดลดลง และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมลดลง
  • 2 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดลดลง และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมเพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดเพิ่มขึ้น และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมเพิ่มขึ้น
  • 4 : ค่าความหนาแน่นแห้งสูงสุดเพิ่มขึ้น และค่าความชื้นบดอัดเหมาะสมลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 419 :
  • จุดประสงค์หลักของการทดสอบการบดอัดดินในห้องทดลองคือ
  • 1 : ความแข็งแรงของดินที่บดอัด
  • 2 : ความหนาแน่นของดินชื้นที่ปริมาณความชื้นต่างๆกัน
  • 3 : ความหนาแน่นแห้งสูงสุดและความชื้นที่เหมาะสม
  • 4 : หาค่าความหนาแน่นแห้งของดินเมื่อช่องว่างของอากาศเท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 420 :
  • การบดอัดดินทางด้านแห้ง (Dry side)
  • 1 : ควรใช้รถบดแบบตีนแกะ (Sheep foot)
  • 2 : ควรใช้รถบดแบบสั่นสะเทือน (Vibrating Roller)
  • 3 : เมื่อเพิ่มพลังงานในการบดอัดความหนาแน่นแห้งจะเพิ่มขึ้น
  • 4 : สัมประสิทธิ์ความซึมได้ของดินจะต่ำกว่าบดอัดทางด้านเปียก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 421 :
  • ดินที่มีค่า CBR สูงที่สุด
  • 1 : หินคลุก
  • 2 : ดินลูกรัง
  • 3 : ดินเหนียวปนกรวด
  • 4 : ดินเหนียวปนตะกอนทราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 422 :
  • 1 : 80%
  • 2 : 85%
  • 3 : 90%
  • 4 : 95%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 423 :
  • 1 : 80%
  • 2 : 85%
  • 3 : 90%
  • 4 : 95%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 424 :
  • 1 : 80%
  • 2 : 85%
  • 3 : 90%
  • 4 : 95%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 425 :
  • 1 : 80%
  • 2 : 85%
  • 3 : 90%
  • 4 : 95%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 426 :
  • ในการบดอัดแน่นของคันทาง กำหนดให้ใช้วัสดุที่มีค่า CBR อยู่ระหว่าง 20-30% ดินที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุคันทางควรเป็นวัสดุใด

  • 1 : ดินเลน
  • 2 : ดินเหนียวอ่อน
  • 3 : ดินลูกรัง
  • 4 : หินคลุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 427 :
  • ในการบดอัดแน่นของคันทาง กำหนดให้ใช้วัสดุที่มีค่า CBR อยู่มากกว่า 80% ขึ้นไป ดินที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุคันทางควรเป็นวัสดุใด

  • 1 : ดินเหนียวอ่อน
  • 2 : ดินลูกรัง
  • 3 : หินคลุก
  • 4 : ดินเลน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 428 :
  • ในการบดอัดดินเดิม (Subgrade) ที่เป็นดินเหนียวชื้น ท่านจะเลือกเครื่องจักรบดอัดใด
  • 1 : เครื่องบดอัดล้อเหล็กเรียบ
  • 2 : เครื่องบดอัดตีนแกะ
  • 3 : เครื่องบดอัดล้อเหล็กเรียบแบบอัดกระแทก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 429 :
  • รูปด้านล่างแสดงผลการทดสอบการบดอัดจากดินชนิดหนึ่ง จงหาค่าดีกรีการอิ่มตัวด้วยน้ำของดินชนิดนี้ที่ปริมาณความชื้นที่เหมาะสม เมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินเท่ากับ 2.9

  • 1 : 69%
  • 2 : 76%
  • 3 : 85%
  • 4 : 91%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 430 :
  • รูปด้านล่างแสดงผลการทดสอบการบดอัดจากดินชนิดหนึ่ง จงหาค่าดีกรีการอิ่มตัวด้วยน้ำของดินชนิดนี้ที่ปริมาณความชื้นที่เหมาะสม เมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินเท่ากับ 2.8

  • 1 : 69%
  • 2 : 76%
  • 3 : 85%
  • 4 : 91%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 431 :
  • รูปด้านล่างแสดงผลการทดสอบการบดอัดจากดินชนิดหนึ่ง จงหาค่าดีกรีการอิ่มตัวด้วยน้ำของดินชนิดนี้ที่ปริมาณความชื้นที่เหมาะสม เมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินเท่ากับ 2.7

  • 1 : 69%
  • 2 : 76%
  • 3 : 85%
  • 4 : 91%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 432 :
  • รูปด้านล่างแสดงผลการทดสอบการบดอัดจากดินชนิดหนึ่ง จงหาค่าดีกรีการอิ่มตัวด้วยน้ำของดินชนิดนี้ที่ปริมาณความชื้นที่เหมาะสม เมื่อสมมุติว่าค่าความถ่วงจำเพาะของดินเท่ากับ 2.65

  • 1 : 69%
  • 2 : 76%
  • 3 : 85%
  • 4 : 91%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร