สภาวิศวกร

สาขา : โยธา

วิชา : Timber and Steel Design

เนื้อหาวิชา : 541 : Design of timber and steel structures, tension and compression members
ข้อที่ 1 :
  • คานไม้ที่มีความลึกมากว่าเท่าใดจึงจำเป็นต้องลดหน่วยแรงดัดลง
  • 1 : 20 cm
  • 2 : 30 cm
  • 3 : 40 cm
  • 4 : 50 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • ในการคำนวณองค์อาคารรับแรงดึงตรงบริเวณที่มิได้ทำรอยต่อ ค่า Maximum Allowable Tensile Stress บนหน้าตัดทั้งหมดของเหล็กรูปพรรณคือ
  • 1 : 0.40Fy
  • 2 : 0.50Fy
  • 3 : 0.60Fy
  • 4 : 0.75Fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • สำหรับโครงสร้างหลัก(Main member) ขององค์อาคารเหล็กรูปพรรณรับแรงดึง ค่า Slenderness ratio ใช้ไม่เกินกว่า
  • 1 : 120
  • 2 : 240
  • 3 : 300
  • 4 : 360
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • ถ้าหน้าตัดเหล็กสี่เหลี่ยมตันขนาด 50 x100 mm จงหาค่า radius of gyration ที่น้อยที่สุด
  • 1 : 1.44 cm
  • 2 : 2.89 cm
  • 3 : 5.78 cm
  • 4 : 11.54 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 5 :
  • เสาประกอบกรณีเสากว้างเกินกี่เซนติเมตร จึงจะต้องใช้ Lacing คู่
  • 1 : 25 cm
  • 2 : 35 cm
  • 3 : 50 cm
  • 4 : 80 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • การวิบัติแบบ Block Shear ของโครงสร้างเหล็กเกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : เกิดจากแรงเฉือนและแรงดัด
  • 2 : เกิดจากแรงอัดและแรงดัด
  • 3 : เกิดจากแรงดึงและแรงเฉือน
  • 4 : เกิดจากแรงดึงและแรงดัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • ในการคำนวณออกแบบองค์อาคารไม้รับแรงดึง ถ้าไม้ที่ใช้มีตาไม้ที่ระนาบวิกฤต ผู้ออกแบบควรทำเช่นไร
  • 1 : นำพื้นที่หน้าตัดทั้งหมดมาใช้ในการคำนวณ
  • 2 : นำพื้นที่ตาไม้หักออกจากพื้นที่หน้าตัดทั้งหมด
  • 3 : นำพื้นที่ตาไม้หักออกจากพื้นที่หน้าตัดสุทธิ
  • 4 : นำพื้นที่หน้าตัดสุทธิมาคำนวณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • เสาไม้ขนาด 5 นิ้ว x 5 นิ้ว มีความยาว 3 เมตร จะสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณเท่าไร
    เมื่อกำหนดให้ P/A = Fc// (1.33 - L/(35d))
    โดยที่หน่วยแรงอัดขนานเสี้ยนที่ยอมให้ (Fc//) เท่ากับ 90 ksc
    คำนวณโดยใช้ nominal size
  • 1 : 9,000 kg
  • 2 : 11,500 kg
  • 3 : 13,000 kg
  • 4 : 15,000 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • น้ำหนักบรรทุกจรใด (ในประเทศไทย)ต่อไปนี้น่าจะมีค่ามากที่สุด
  • 1 : หลังคาคอนกรีต
  • 2 : ที่พักอาศัย
  • 3 : ห้องสมุด
  • 4 : ธนาคาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • ค่าอัตราส่วนของกำลังที่เสานั้นรับได้ต่อน้ำหนักเสา เรียงลำดับจากน้อยไปมาก
  • 1 : เสาตัน, เสาประกอบตัน, เสาประกอบไม้แผ่น
  • 2 : เสาประกอบไม้แผ่น, เสาตัน, เสาประกอบตัน
  • 3 : เสาประกอบตัน, เสาตัน, เสาประกอบไม้แผ่น
  • 4 : รับน้ำหนักได้เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 :
  • สำหรับเหล็กที่มีกำลังจุดคราก (Yield strength) สูงมาก ตำแหน่งจุดครากไม่ปรากฏชัดเจน มาตรฐาน ASTM ให้พิจารณาหน่วยแรงจุดคราก ณ หน่วยการยืด (Strain) ตัวใด
  • 1 : 0.02
  • 2 : 0.05
  • 3 : 0.002
  • 4 : 0.005
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • กำลังรับแรงอัดของเสาแต่ละต้นซึ่งขนาดหน้าตัด และความยาวเท่ากัน ปลายเสาแบบใดมีความสามารถรับแรงได้สูงที่สุด
  • 1 : หมุนทั้งสองปลาย (pin-ended)
  • 2 : ปลายหนึ่งยึดแน่น และ อีกปลายหนึ่งยึดหมุน (Fixed-Pin Ended)
  • 3 : แบบยึดแน่นทั้งสองปลาย (Fixed-Fixed Ended)
  • 4 : ไม่สามารถบอกได้เพราะต้องทราบว่าเสาแต่ละต้นดังกล่าวมีการเซหรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • กำลังรับแรงอัดของเสาแต่ละต้นซึ่งไม่มีการเซ และ ขนาดหน้าตัด, ความยาวเท่ากัน ปลายเสาแบบใดมีความสามารถรับแรงได้สูงที่สุด
  • 1 : หมุนทั้งสองปลาย (Pin-Ended)
  • 2 : ปลายหนึ่งยึดแน่น และ อีกปลายหนึ่งยึดหมุน (Fixed-Pin Ended)
  • 3 : แบบยึดแน่นทั้งสองปลาย (Fixed-Fixed Ended)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • กำลังรับแรงอัดของเสาแต่ละต้นซึ่งไม่มีการเซ ขนาดหน้าตัดเท่ากัน ความยาวเสาใดสามารถรับแรงได้สูงที่สุด โดยมีการยึดปลายเสาเหมือนกัน
  • 1 : เสายาว 3.00 เมตร
  • 2 : เสายาว 3.50 เมตร
  • 3 : เสายาว 3.70 เมตร
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • เสาเหล็กหน้าตัดวงกลม ยาว 3 เมตร ปลายทั้งสองเป็นแบบหมุน และไม่มีการเซ หากมีการค้ำยันตรงกลางไม่ให้โก่งได้ (โก่งไม่ได้ทุกทิศทาง, หมุนได้) เสาจะสามารถรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นกี่เท่า
  • 1 : เท่าเดิม
  • 2 : 2 เท่า
  • 3 : 3 เท่า
  • 4 : 4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • เสาเหล็กหน้าตัดวงกลม ยาว 3 เมตร ปลายทั้งสองเป็นแบบยืดแน่น และไม่มีการเซ หากมีการค้ำยันตรงกลางไม่ให้โก่งได้ (โก่งไม่ได้ทุกทิศทาง, หมุนได้) เสาจะสามารถรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นกี่เท่า
  • 1 : ประมาณ 8 เท่า
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : ประมาณ 2 เท่า
  • 4 : ประมาณ 4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 :
  • โครงสร้างแบบใดที่ไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบของการโก่งในแนวขวาง (P-Delta Effect)
  • 1 : เสารับแรงในแนวดิ่ง (Column)
  • 2 : คานรับแรงดัดและแรงในแนวแกน (Beam-Column)
  • 3 : คานรับเฉพาะแรงดัด (Beam)
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • หน่วยแรงดึงที่ยอมให้สำหรับท่อนเหล็กหรือเคเบิ้ล มีค่าเท่ากับข้อใด
  • 1 : 0.30 Fu
  • 2 : 0.33 Fu
  • 3 : 0.50 Fu
  • 4 : 0.75 Fu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 19 :
  • ตามมาตรฐานของ ว.ส.ท.กำหนดให้เนื้อที่หน้าตัดสุทธิมากที่สุดขององค์อาคารเหล็กรับแรงดึงที่มีรูเจาะมีค่าไม่เกินกี่เปอร์เซนต์ของเนื้อที่หน้าตัดทั้งหมด
  • 1 : 85%
  • 2 : 50%
  • 3 : 60%
  • 4 : 75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 :
  • ไม้ใดต้องคำนวณแรงต้านทานของอุปกรณ์ยึด ด้วยสูตรฮันกินสัน
  • 1 : ไม้ ก.
  • 2 : ไม้ ข.
  • 3 : ไม้ ค.
  • 4 : ไม้ทุกชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • โครงถักดังรูป ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : ชิ้นส่วน A รับแรงดึง
  • 2 : ชิ้นส่วน B รับแรงดึง
  • 3 : ชิ้นส่วน C รับแรงดึง
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • ในการออกแบบโดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน (Allowable Stress Design) หากต้องพิจารณาถึงแรงลมที่กระทำต่อโครงสร้างโดยไม่เพิ่มค่าหน่วยแรงที่ยอมให้ จะคำนวณหาน้ำหนักบรรทุกใช้งานสูงสุดจาก
    เมื่อ D = Dead Load, L = Live Load และ W = Wind Load
  • 1 : D + L + W
  • 2 : 0.75 (D + L + W)
  • 3 : 1.2 D + 0.8 W
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :
  • เหล็กรูปพรรณ มีมิติดังรูป ท่อนละ 6 m. ขายท่อนละกี่บาท
    (สมมติ ราคาเหล็กในท้องตลาดปัจจุบันกิโลกรัมละ 30 บาท)
  • 1 : 532.50 บาท
  • 2 : 679 บาท
  • 3 : 3,195 บาท
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • จงประมาณกำลังรับน้ำหนักของเสา มีมิติดังรูป โดยวิธี ASD เสายาว 3.0 เมตร ปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน
  • 1 : 70 ตัน
  • 2 : 77 ตัน
  • 3 : 86 ตัน
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 25 :
  • จงประมาณกำลังรับแรงอัดประลัยของเสา  เสายาว 3.0 เมตร ปลายทั้งสองข้างยึดหมุน

    เมื่อ  ≤ 1.5        

    เมื่อ  > 1.5        

  • 1 : 110 ตัน
  • 2 : 120 ตัน
  • 3 : 130 ตัน
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 26 :
  • เสาเหล็กรูปพรรณต้นหนึ่ง ยาว L เมตร ปลายทั้งสองข้างยึดหมุน (k = 1) รับน้ำหนักได้ 100 ตัน ถ้าเปลี่ยนการยึดจับปลายเป็นยึดแน่นข้างเดียว อีกข้างปล่อยอิสระ (k = 2) จะรับน้ำหนักวิกฤตได้เท่าใด
  • 1 : 25 ตัน
  • 2 : 50 ตัน
  • 3 : 100 ตัน
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  • อัตราส่วนความชะลูดของโครงสร้างเหล็กรูปพรรณรับแรงอัด ไม่ควรเกินเท่าใด
  • 1 : 12
  • 2 : 50
  • 3 : 200
  • 4 : 300
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • ในการคำนวณออกแบบองค์อาคารรับแรงดึง ข้อมูลเกี่ยวกับ Block Shear ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : คำนวณทั้งวิธี ASD และ LRFD
  • 2 : พื้นที่รับแรงดึงตั้งฉากกับแนวแรง
  • 3 : รอยต่อแบบเชื่อมไม่วิบัติด้วย Block Shear
  • 4 : พื้นที่รับแรงเฉือนขนานกับแนวแรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • จงประมาณความยาวสูงสุดที่ยอมให้ได้ตามข้อกำหนดของ AISC สำหรับองค์อาคารรับแรงดึงซึ่งมีหน้าตัดเป็นเหล็กแบนหนา 25 มม.
  • 1 : 2.15 m
  • 2 : 2.25 m
  • 3 : 2.35 m
  • 4 : 2.45 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • ท่อนเหล็กกลมชนิด A36 ใช้รับแรงดึงใช้งาน 4 ตัน ถ้าต้องเผื่อทำเกลียวประมาณ 1/16 นิ้ว ดังนั้น ต้องใช้ท่อนเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ
  • 1 : 15 มม.
  • 2 : 20 มม.
  • 3 : 22 มม.
  • 4 : 25 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • แผ่นเหล็กชนิด A36 ใช้รับแรงดึงใช้งาน 32 ตัน ถ้าเผื่อทำรอยต่อด้วยสลักเกลียวขนาด  20 มม. อย่างน้อย 3 ตัวในหนึ่งแถว และสมมติว่าไม่เกิดการวิบัติที่ตัวสลักเกลียว หรือวิบัติแบบ block-shear ดังนั้น ต้องใช้แผ่นเหล็กขนาดเท่ากับ 
  • 1 : 20x100 มม.
  • 2 : 20x120 มม.
  • 3 : 20x125 มม.
  • 4 : 20x150 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • เสาที่มีค่า E, I และ L เหมือนกันทุกต้น เสาแบบใดมีกำลังรับแรงอัดตามแนวแกนได้สูงสุด
  • 1 : เสาที่มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน
  • 2 : เสาที่มีปลายข้างหนึ่งเป็นแบบยึดหมุน และปลายอีกข้างหนึ่งเป็นแบบยึดแน่น
  • 3 : เสาที่มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดแน่น และเซได้
  • 4 : เสาที่มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดแน่น แต่ไม่เซ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • จงหาค่าอัตราส่วนความชะลูด  ของเสาเหล็กรูปพรรณ เมื่อหน่วยแรงวิกฤต (critical stress) มีค่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของกำลังจุดคราก
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • เสาเหล็ก W344x115 (Ag = 146 ซม.2 rmin = 8.78 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 (Fy=2500 ksc, E=2x106 ksc) มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน ยาว 5.0 เมตร จงประมาณกำลังรับแรงอัดที่ใช้ออกแบบ (design strength)

    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ     เมื่อ    :  หน่วยแรงวิกฤต 
                                                   เมื่อ   :  หน่วยแรงวิกฤต

                                        ในที่นี้  = slenderness parameter =

     

  • 1 : 200 ตัน
  • 2 : 240 ตัน
  • 3 : 280 ตัน
  • 4 : 330 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 35 :
  • เสาเหล็ก W390x107 (Ag = 136 ซม.2 rmin = 7.28 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 (Fy=2500 ksc, E=2x106 ksc) มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดแน่นและไม่เซ ยาว 5.0 เมตร จงประมาณกำลังรับแรงอัดที่ใช้ออกแบบ (design strength)
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

            เมื่อ : หน่วยแรงวิกฤต

            เมื่อ   : หน่วยแรงวิกฤต

            ในที่นี้  = slenderness parameter =

  • 1 : 270 ตัน
  • 2 : 280 ตัน
  • 3 : 315 ตัน
  • 4 : 325 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :
  • เสาเหล็กมีรูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 (Fy=2500 ksc, E=2x106 ksc) มีปลายข้างหนึ่งเป็นแบบยึดแน่นและปลายอีกข้างหนึ่งเป็นแบบยึดหมุน ไม่เซ ยาว 6.0 เมตร จงหาค่า rmin ของเสาเพื่อให้หน่วยแรงวิกฤต Fcr ไม่เกินกว่า 900 กก./ ซม.2
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

                เมื่อ : หน่วยแรงวิกฤต

                เมื่อ   : หน่วยแรงวิกฤต

                ในที่นี้  = slenderness parameter =

  • 1 : rmin = 2.83 ซม.
  • 2 : rmin = 3.24 ซม.
  • 3 : rmin = 4.05 ซม.
  • 4 : rmin = 4.86 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • เสาเหล็ก W350x136 (Ag = 174 ซม.2 rmin = 8.84 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 (Fy=2500 ksc, E=2x106 ksc) มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน ยาว 6.0 เมตร จงหากำลังรับแรงอัดปลอดภัย
  • 1 : 200 ตัน
  • 2 : 210 ตัน
  • 3 : 220 ตัน
  • 4 : 230 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • เสาเหล็ก W350x136 (Ag = 174 ซม.2 rx = 15.2 ซม. ry = 8.84 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 (Fy=2500 ksc, E=2x106 ksc) มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุนและมีค้ำยันที่กึ่งกลางเสา ดังนั้น ถ้าสมมติให้ความยาวประสิทธิผลแต่ละแกนมีค่าดังรูป จงประมาณกำลังรับแรงอัดปลอดภัย
  • 1 : 165 ตัน
  • 2 : 175 ตัน
  • 3 : 185 ตัน
  • 4 : 200 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • เสาไม้ตันขนาด 12.5x12.5 ซม. ยาว 2.50 เมตร ปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน จงประมาณกำลังรับแรงอัดปลอดภัยของเสา กำหนดให้หน่วยแรงอัดขนานเสี้ยนที่ยอมให้ Fc = 90 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 6.8 ตัน
  • 2 : 8.5 ตัน
  • 3 : 10.5 ตัน
  • 4 : 14.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • จงหาขนาดของเสาไม้ตันรูปตัดสี่เหลี่ยมจตุรัส (ไม่ไส) ปลายทั้งสองด้านเป็นแบบยึดหมุน ยาว 3.00 เมตร เพื่อรับแรงอัดปลอดภัย 9 ตัน กำหนดให้ หน่วยแรงอัดขนานเสี้ยนที่ยอมให้ Fc = 90 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 15x15 ซม.
  • 2 : 20x20 ซม.
  • 3 : 10x10 ซม.
  • 4 : 12.5x12.5 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • ปริมาตรไม้ ที่คิดหน่วยเป็น “คิว” สำหรับการซื้อขายไม้แปรรูปในประเทศไทย จะคิดจาก
  • 1 : ขนาดหน้าตัดที่ใช้เรียกซึ่งมีหน่วยเป็นนิ้ว โดยคิดความยาวเป็นฟุต
  • 2 : ขนาดหน้าตัดที่ใช้เรียกซึ่งมีหน่วยเป็นเมตร โดยคิดความยาวเป็นฟุต
  • 3 : ขนาดหน้าตัดที่ไสแล้วซึ่งมีหน่วยเป็นนิ้ว โดยคิดความยาวเป็นเมตร
  • 4 : ขนาดหน้าตัดที่ไสแล้วซึ่งมีหน่วยเป็นเมตร โดยคิดความยาวเป็นฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 42 :
  • พบว่า ไม้แปรรูปจะหดตัว
  • 1 : ทางด้านที่สัมผัสกับเส้นวงปีมากกว่าด้านที่ขนานกับเสื้ยนไม้
  • 2 : ทางด้านที่ตั้งฉากกับเส้นวงปีมากกว่าด้านที่สัมผัสกับเส้นวงปี
  • 3 : ทางด้านที่ตั้งฉากกับเส้นวงปีน้อยกว่าด้านที่ขนานกับเสื้ยนไม้
  • 4 : ทางด้านที่ตั้งฉากกับเส้นวงปีมีค่าน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • เมื่อนำไม้แปรรูปมาอาบหรืออัดน้ำยา จะพบว่า
  • 1 : ไม้มีกลสมบัติต้านแรงอัดได้มากขึ้น
  • 2 : ไม้มีกลสมบัติต้านแรงดัดได้มากขึ้น
  • 3 : ไม้มีกลสมบัติต้านแรงอัดได้มากขึ้น แต่ต้านแรงดัดได้เท่าเดิม
  • 4 : ไม้มีกลสมบัติต้านแรงกระทำต่างๆได้ใกล้เคียงกับไม้ที่ไม่อาบหรืออัดน้ำยา เพียงแต่มีความคงทนดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 :
  • ไม้มีความต้านทานต่อแรงชนิดใดน้อยที่สุด
  • 1 : แรงดัด
  • 2 : แรงอัด
  • 3 : แรงดึง
  • 4 : แรงเฉือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 45 :
  • ในการต่อชิ้นส่วนรับแรงดึงแบบต่อชน โดยนำแต่ละชิ้นส่วนมาชนกันแล้วใช้ไม้ชนิดเดียวกันซึ่งมีความกว้างขนาดเดียวกันกับชิ้นส่วนที่รับแรงดึงมาประกบหรือประกับแต่ละข้าง ความหนาอย่างน้อยของไม้ประกับข้าง คือ
  • 1 : เท่ากับความหนาของชิ้นส่วนที่รับแรงดึง
  • 2 : เท่ากับสามในสี่ของความหนาของชิ้นส่วนที่รับแรงดึง
  • 3 : เท่ากับครึ่งหนึ่งของความหนาของชิ้นส่วนที่รับแรงดึง
  • 4 : เท่ากับหนึ่งในสามของความหนาของชิ้นส่วนที่รับแรงดึง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • เสาไม้ตันรูปตัด bxd (b > d) เป็นเสายื่น ยาวเท่ากับ L รับแรงอัดตามแนวแกน หากใช้อัตราส่วนความปลอดภัยเท่ากับ 3 และค่าโมดูลัสยืดหยุ่นของไม้เท่ากับ E ดังนั้น จงประมาณค่าหน่วยแรงอัดปลอดภัยของเสาตามสมการของออยเลอร์
  • 1 : 0.07E/ (L/d)2
  • 2 : 0.07E/ (L/b)2
  • 3 : 0.75E/ (L/d)2
  • 4 : 0.75E/ (L/b)2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • เสาไม้ตันรูปตัด bxd (b>d) ปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน หากมีค้ำยันข้างเสาตรงกึ่งกลางช่วงความยาว ในทิศทางที่ตั้งฉากกับระยะ d จะพบว่า
  • 1 : เสานี้มีกำลังรับแรงอัดปลอดภัยเท่าเดิม
  • 2 : เสานี้มีกำลังรับแรงอัดปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม
  • 3 : เสานี้มีกำลังรับแรงอัดปลอดภัยน้อยลงกว่าเดิม
  • 4 : ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องทราบชนิดของไม้ หรือค่า E ของไม้ ก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • เสาไม้ตันรูปตัด bxd (โดยที่ b=2d) ยาวเท่ากับ L มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน รับแรงอัดตามแนวแกน หากทำค้ำยันข้างเสาตรงกึ่งกลางช่วงความยาว ในทิศทางที่ตั้งฉากกับระยะ b และใช้อัตราส่วนความปลอดภัยเท่ากับ 3 จงประมาณค่าหน่วยแรงอัดปลอดภัยของเสาตามสมการของออยเลอร์ กำหนดให้โมดูลัสยืดหยุ่นของไม้เท่ากับ E
  • 1 : 0.3E/ (L/d)2
  • 2 : 0.75E/ (L/d)2
  • 3 : 1.20E/ (L/d)2
  • 4 : 1.50E/ (L/d)2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • ให้ออกแบบเสาประกับพุก (spaced column) โดยใช้ไม้หนา 1½" (ไม่ไส) ปลายทั้งสองด้านเป็นแบบยึดหมุนยาว 2.00 เมตร เพื่อรับแรงอัดตามแนวแกนเท่ากับ 2.5 ตัน กำหนดให้ หน่วยแรงอัดขนานเสี้ยนที่ยอมให้ Fc = 90 กก./ซม.2, E = 120000 กก./ซม.2 และให้การยึดปลายเสาเป็นแบบ "ก"

    สูตรคำนวณ  เมื่อ L/d > : ค่า  

  • 1 : ใช้ไม้ขนาด 1½" x 3" (ไม่ไส) สองแผ่น
  • 2 : ใช้ไม้ขนาด 1½" x 4" (ไม่ไส) สองแผ่น
  • 3 : ใช้ไม้ขนาด 1½" x 5" (ไม่ไส) สองแผ่น
  • 4 : ใช้ไม้ขนาด 1½" x 6" (ไม่ไส) สองแผ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • จงหาขนาดของชิ้นส่วนรูปตัด W ที่มีกำลังรับแรงดึงใช้งานใกล้เคียงกับค่า 90.5 ตัน ถ้าต้องทำรอยต่อที่ปลายชิ้นส่วนตรงแผ่นปีก (flange) แต่ละข้างโดยใช้สลักเกลียว 2 แถวๆ ละ 3 ตัว สมมติหน้าตัดวิกฤตตั้งฉากกับแรงดึงที่กระทำโดยผ่านรูเจาะ 2 รู ให้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะ = 25 มม. และใช้เหล็กชนิด A36
  • 1 : W300 x 56.8 (A = 72.38 ซม.2 d = 294 มม. bf = 200 มม. tf = 12 มม.)
  • 2 : W200 x 49.9 (A = 63.53 ซม.2 d = 200 มม. bf = 200 มม. tf = 12 มม.)
  • 3 : W400 x 66 (A = 84.12 ซม.2 d = 400 มม. bf = 200 มม. tf = 13 มม.)
  • 4 : W350 x 49.6 (A = 63.14 ซม.2 d = 350 มม. bf = 175 มม. tf = 11 มม.)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 51 :
  • จงหาค่าอัตราส่วนความชะลูดของเสาเหล็กรูปพรรณ เมื่อหน่วยแรงอัดวิกฤต (critical stress) ตามสมการของออยเลอร์มีค่าเท่ากับหนึ่งในสามของกำลังจุดคราก (Fy)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • เสาซึ่งได้จากท่อเหล็กขนาด 90x90 มม. (Ag = 10.85 ซม.2 r = 3.51 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 มีปลายข้างหนึ่งเป็นแบบยึดหมุนและปลายอีกข้างหนึ่งเป็นแบบยึดแน่นยาว 2.00 เมตร จงประมาณกำลังรับแรงอัดปลอดภัย กำหนดให้ E = 2x106 ซม.2
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

            เมื่อ  :

            เมื่อ :

            ในที่นี้

  • 1 : 16.50 ตัน
  • 2 : 14.20 ตัน
  • 3 : 13.25 ตัน
  • 4 : 11.60 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 :
  • จงประมาณค่าแรงอัดปลอดภัยของเสาในโครงเฟรมที่เซได้ (unbraced frame) ถ้าใช้เสาเหล็ก W300x94 (Ag = 120 ซม.2 rx = 13.1 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ยาว 5.00 เมตร ทำด้วยเหล็กชนิด A36 สมมติว่ามีค้ำยันทางข้างกันการโก่งรอบแกน y ให้ Kx = 1.8 และให้ E = 2x106 กก./ซม.2 
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

            เมื่อ  :

            เมื่อ :

            ในที่นี้

  • 1 : 120 ตัน
  • 2 : 140 ตัน
  • 3 : 160 ตัน
  • 4 : 180 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • จงประมาณค่าแรงอัดปลอดภัยของเสาในโครงเฟรมที่เซได้ (unbraced frame) ถ้าใช้เสาเหล็ก W600x106 (Ag = 134.4 ซม.2 rx = 24.0 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ยาว 4.00 เมตร ทำด้วยเหล็กชนิด A36 สมมติว่ามีค้ำยันทางข้างกันการโก่งรอบแกน y ให้ Kx = 1.8 และให้ E = 2x106 กก./ซม.2 
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

            เมื่อ       KL/r <Cc  :   Fa  =   

            เมื่อ       KL/r >Cc  :   Fa  =    

            ในที่นี้   Cc  =    

  • 1 : 185 ตัน
  • 2 : 170 ตัน
  • 3 : 150 ตัน
  • 4 : 140 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • จงประมาณค่าแรงอัดปลอดภัยของเสาในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ (braced frame) ถ้าใช้เสาเหล็ก W600x106 (Ag = 134.4 ซม.2 rmin = 4.12 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ยาว 4.50 เมตร ทำด้วยเหล็กชนิด A36 สมมติว่ามีค้ำยันทางข้างกันการโก่งรอบแกน y ให้ K = 0.80 และให้ E = 2x106 กก./ซม.2 
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

            เมื่อ    :   

            เมื่อ   :   

            ในที่นี้

  • 1 : 150 ตัน
  • 2 : 135 ตัน
  • 3 : 120 ตัน
  • 4 : 100 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • เสาเหล็ก W344x115 (Ag = 146 ซม.2 rmin = 8.78 ซม.) รูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดแน่น ยาว 6.0 เมตร จงประมาณกำลังรับแรงอัดที่ใช้ออกแบบ (design strength) กำหนดให้ E = 2x106 กก./ซม.2

    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

    เมื่อ : หน่วยแรงวิกฤต

    เมื่อ : หน่วยแรงวิกฤต

    ในที่นี้  = slenderness parameter =
  • 1 : 340 ตัน
  • 2 : 290 ตัน
  • 3 : 240 ตัน
  • 4 : 200 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • เสาเหล็กมีรูปตัดแบบคอมแพค ทำด้วยเหล็กชนิด A36 มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน จงประมาณค่าความยาวของเสาเมื่อหน่วยแรงอัดวิกฤต Fcr = Fy/2 สมมติให้เสามี rmin = 2.06 ซม. และให้ E = 2x106 กก./ซม.2
    กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

                เมื่อ  : หน่วยแรงวิกฤต

                เมื่อ   : หน่วยแรงวิกฤต

                ในที่นี้  = slenderness parameter =

  • 1 : 2.00 เมตร
  • 2 : 2.30 เมตร
  • 3 : 2.70 เมตร
  • 4 : 3.20 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • เสาเหล็กรูปพรรณขนาด W300x94 (A = 119.8 ซม. d = b= 300 มม.) รับแรงอัดตามแนวแกนที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้งาน 35 ตัน และจากน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน 70 ตัน จงประมาณขนาดแผ่นเหล็กรองใต้เสาสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ทำด้วยเหล็กชนิด A36 เพื่อกระจายแรงอัดลงสู่ตอม่อคอมกรีตขนาด 90x90 ตาราง ซม. สมมติคอนกรีตมีหน่วยแรงอัดประลัยเท่ากับ 200 กก./ตร.ซม.

    กำหนด     หน่วยแรงกดใช้งานของคอนกรีตที่ยอมให้ (เมื่อแผ่นเหล็กคลุมเต็มเนื้อที่) :  Fp = 0.35          

                   หน่วยแรงกดใช้งานของคอนกรีตที่ยอมให้ (เมื่อแผ่นเหล็กไม่คลุมเต็มเนื้อที่) : Fp =  0.35< 0.7

       ความยาวของแผ่นเหล็ก ในเมื่อ = 0.5 (0.95d - 0.8bf )

  • 1 : 30x30 ซม.
  • 2 : 35x35 ซม.
  • 3 : 40x40 ซม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • จงออกแบบหาขนาดของเสาปลายยื่น ยาว 4.00 เมตร ทำด้วยเหล็กชนิด A36 รับแรงอัดประลัยตามแนวแกนอันเนื่องมาจาก PD = 15 ตัน และ PL = 9.5 ตัน กำหนดให้ E = 2x106 กก./ซม.
     กำหนดสูตรที่ใช้คำนวณ

                เมื่อ  : หน่วยแรงวิกฤต

                เมื่อ   : หน่วยแรงวิกฤต

                ในที่นี้  = slenderness parameter =

  • 1 : 300x36.7 (Ag = 46.78 ซม.2 rmin = 3.29 ซม.)
  • 2 : W300x94 (Ag = 119.80 ซม.2 rmin = 7.51 ซม.)
  • 3 : W250x72.4 (Ag = 92.18 ซม.2 rmin = 6.29 ซม.)
  • 4 : W300x56.8 (Ag = 72.38 ซม.2 rmin = 4.71 ซม.)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • เสาเหล็กรูปพรรณขนาด W350x136 (A = 173.9 ซม. d = b= 350 มม.) รับแรงอัดตามแนวแกนที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้งาน 100 ตัน และจากน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน 60 ตัน จงออกแบบแผ่นเหล็กรองใต้เสาขนาดสี่เหลี่ยมจตุรัสที่ทำด้วยเหล็กชนิด A36 เพื่อกระจายแรงอัดลงสู่ตอม่อคอมกรีต สมมติแผ่นเหล็กรองคลุมเต็มเนื้อที่ของเสาตอม่อคอมกรีตซึ่งมีหน่วยแรงอัดประลัย 200 กก./ตร.ซม.

    กำหนด     หน่วยแรงกดใช้งานของคอนกรีตที่ยอมให้ (เมื่อแผ่นเหล็กคลุมเต็มเนื้อที่) :             

                   ความยาวของแผ่นเหล็ก  ในเมื่อ

  • 1 : 450 x 450 x 36 มม.
  • 2 : 450 x 450 x 40 มม.
  • 3 : 500 x 500 x 34 มม.
  • 4 : 500 x 500 x 36 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • เนื้อที่หน้าตัดสุทธิ (Net Cross-Sectional Areas : An คำนวณได้จากข้อใด ?
  • 1 : Agross - Ahole
  • 2 : U (An)
  • 3 : U (Ag)
  • 4 : U (Ae)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • เนื้อที่หน้าตัดสุทธิประสิทธิผล (Effective Net Cross Sectional Area : Ae) ของรอยต่อแบบสลักเกลียว คำนวณได้จากข้อใด ?
  • 1 : Agross - Ahole
  • 2 : U (An)
  • 3 : U (Ag)
  • 4 : U (Ae)
  • 5 : คำตอบข้อ 1-4 ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 63 :
  • จงวิเคราะห์กำลังรับแรงของหน้าตัดเสาไม้ตันขนาด 5 นิ้ว x 5 นิ้ว เสามีความยาว 3 ม. และหน้า กำหนดให้ กำลังรับแรงอัดของไม้เท่ากับ 100 กก./ซ.ม.^2 ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นเท่ากับ 112,300 กก./ซ.ม.^2
  • 1 : 0.2 ตัน
  • 2 : 9 ตัน
  • 3 : 20 ตัน
  • 4 : 90 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 :
  • จงวิเคราะห์กำลังรับแรงของหน้าตัดเสาขนาด 5 นิ้ว x 5 นิ้ว เป็นเสาไม้ประกอบพุกจากไม้ขนาด 1.5 นิ้ว x 5 นิ้ว และพุกปลายห่างจากปลายเสา 15 ซ.ม. เสาความยาว 3 ม. กำหนดให้ กำลังรับแรงอัดของไม้เท่ากับ 100 กก./ซ.ม.2 ค่าโมดูลัสยืดหยุ่นเท่ากับ 112,300 กก./ซ.ม.2
  • 1 : 3 ตัน
  • 2 : 13 ตัน
  • 3 : 23 ตัน
  • 4 : 32 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 65 :
  • ค่า KL/r ของแกนที่แข็งแรง และแกนที่อ่อนแอของหน้าตัดเสาเหล็กรูปพรรณ W200 x 21.3 ที่มีคำยันบนแกนที่แข็งแรงเท่ากับ 6 ม. และบนแกนที่อ่อนแอเท่ากับ 4 ม. มีค่าเท่าไร เมื่อ Ix = 1840 cm4 Iy = 134 cm4 rx = 8.24 cm ry = 2.22 cm และจุดยึดรั้งเป็น Pinned
  • 1 : 49 และ 270
  • 2 : 73 และ 180
  • 3 : 60 และ 223
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 66 :
  • เสาประกอบไม้แผ่น (layered column) ได้จากการนำไม้ขนาด 2” x 6” สองแผ่น มาประกอบทำเป็นเสาไม้ขนาด 4” x 6” และยึดตรึงด้วยตะปู ถ้าเสานี้มีปลายทั้งสองข้างยึดหมุน ยาวเท่ากับ 3 เมตร จงประมาณหน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของเสานี้ จากสูตร Fa = Fc(1.33 - Le/35d) และใช้ตัวคูณประกอบ (Kf) เท่ากับ 0.6 กำหนดให้หน่วยแรงอัดขนานเสี้ยน (Fc) ที่ยอมให้ เท่ากับ 90 กก./ตรซม.
  • 1 : 25.5 กก. ต่อตาราง ซม.
  • 2 : 42.5 กก. ต่อตาราง ซม.
  • 3 : 68.3 กก. ต่อตาราง ซม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • จงหา Effective Length Factor : K สำหรับเสา AB ซึ่งอยู่ในโครงเฟรมที่เซได้ โดยพิจารณาจาก Alignment Chart ที่แสดง

    กำหนดให้ เสาทุกต้น ยาว 4.00 เมตร มีค่า Ix = 40300 ซม.4 และคานทุกตัว ยาว 10.00 เมตร มีค่า Ix = 33500 ซม.4

    รูป A B

  • 1 :

    K = 1.50

  • 2 :

    K = 1.60

  • 3 :

    K = 1.70

  • 4 :

    K = 1.80

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • จงหา Effective Length Factor : K สำหรับเสา AB ซึ่งอยู่ในโครงเฟรมที่เซได้ โดยพิจารณาจาก Alignment Chart ที่แสดง

    กำหนดให้ คานยาว 8.00 เมตร มีค่า Ix = 21700 ซม.4 เสายาว 5.00 เมตร มีค่า Ix = 20400 ซม.4 และฐานรองรับเสา (จุด B) เป็นแบบยึดแน่น

    รูป A B

  • 1 :

    K = 1.35

  • 2 :

    K = 1.55

  • 3 :

    K = 1.95

  • 4 :

    K = 2.05

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • จงหา Effective Length Factor : K สำหรับเสา AB ซึ่งอยู่ในโครงเฟรมที่เซได้ โดยพิจารณาจาก Alignment Chart ที่แสดง

    กำหนดให้ คานยาว 6.00 เมตร มีค่า Ix = 23700 ซม.4 เสายาว 4.00 เมตร มีค่า Ix = 20400 ซม.4 และฐานรองรับเสา (จุด B) เป็นแบบยึดหมุน

    รูป A B

  • 1 :

    K = 1.35

  • 2 :

    K = 1.55

  • 3 :

    K = 1.95

  • 4 :

    K = 2.05

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 542 : Beams, beam-columns
ข้อที่ 70 :
  • คานเหล็กรูปพรรณรูปตัด w ในท้องตลาด มี bf = 15 ซม. และ tf = 0.9 ซม. ปีกคานเหล็กนี้มีหน้าตัดแบบใด (กำหนดให้ E=2.0x106 ksc และ Fy=2500 ksc)
  • 1 : Partially compact section
  • 2 : Compact section
  • 3 : Noncompact section
  • 4 : Slender section
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • คานหน้าตัดขนาด W500x89.7 จะสามารถต้านทานโมเมนต์ดัดใช้งานสูงสุดได้ประมาณเท่าใด เมื่อหน้าตัดนี้มี bf = 200 mm, tf = 16 mm, Sx = 1910 cm3, Fy = 2500 ksc, E = 2x106 ksc สมมติมีการค้ำยันด้านข้างคานเพียงพอ
  • 1 : 27300 kg-m
  • 2 : 29300 kg-m
  • 3 : 30100 kg-m
  • 4 : 31500 kg-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • การโก่งของคานไม้ในแนวดิ่ง (Deflection) หากมีมากเกินไป สามารถแก้ไขโดยวิธีใดที่ถูกต้องในแง่ของวิศวกรรมโยธา
  • 1 : เปลี่ยนขนาดของคานไม้ให้มีพื้นหน้าตัดคานมากขึ้น
  • 2 : เพิ่มความกว้างของหน้าไม้
  • 3 : ลดความลึกของไม้ให้มีความลึกลดลง
  • 4 : เพิ่มค่าโมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of Inertia) ของหน้าตัดคาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ถ้าพบว่าการโก่งของคานไม้ในแนวด้านข้าง (Lateral Deflection) มีค่ามากจนทำให้ไม่สามารถรับโมเมนต์ดัดได้ตามต้องการ สามารถแก้ไขได้โดยวิธีใด
  • 1 : ลดความลึกของไม้ให้มีความลึกลดลง
  • 2 : เสริมค้ำยันทางข้างเป็นระยะๆ
  • 3 : เพิ่มความลึกของไม้ให้มีความลึกมากขึ้น
  • 4 : ลดความกว้างของหน้าไม้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 74 :
  • จงคำนวณหาความหนาของแผ่นเหล็กรองใต้เสา(Column base plate)ขนาด 360x360 mm เพื่อกระจายน้ำหนักลงบนฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับเสาซึ่งใช้เหล็ก A36 (กำลังจุดครากเท่ากับ 2520 ksc)มีหน้าตัด W200x200x8x12mm รับน้ำหนัก 75 ตัน กำหนดให้หน่วยแรงกด(bearing stress)บนฐานราก ค.ส.ล.ที่ยอมให้เท่ากับ 60 ksc.โดยวิธี Allowable stress design
  • 1 : 15 mm
  • 2 : 20 mm
  • 3 : 25 mm
  • 4 : 30 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 75 :
  • คานเหล็กหน้าตัดขนาด W 600x106 จะสามารถต้านทานโมเมนต์ดัดปลอดภัยได้ประมาณเท่าใด โดยใช้วิธี Allowable stress design สมมติมีการค้ำยันด้านข้างอย่างเพียงพอ
    กำหนดให้ bf = 200 mm., tf = 17 mm., Sx = 2590 cm3 Fy = 2520 ksc.
  • 1 : 31500 kg-m
  • 2 : 43000 kg-m
  • 3 : 53400 kg-m
  • 4 : 61300 kg-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • คานไม้แดงขนาด 2 นิ้ว x 8 นิ้ว จะต้านทานโมเมนต์ดัดปลอดภัยได้ประมาณเท่าใด กำหนดให้หน่วยแรงดัดที่ยอมให้เท่ากับ 120 ksc คำนวณโดยใช้ Nominal size
  • 1 : 400 kg-m
  • 2 : 420 kg-m
  • 3 : 460 kg-m
  • 4 : 500 kg-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • พฤติกรรมของแปไม้รับน้ำหนักกระเบื้องลอนคู่ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
  • 1 : แรงดัดรอบแกนหลัก, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • 2 : แรงดัดรอบแกนรอง, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • 3 : แรงดัดรอบแกนหลักและแกนรอง, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • 4 : แรงดัดร่วมกับแรงอัด, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 78 :
  • พฤติกรรมของแม่บันไดไม้รับลูกตั้งและลูกนอนไม้ ต้องตรวจสอบอะไร
  • 1 : แรงดัดรอบแกนหลัก, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • 2 : แรงดัดรอบแกนรอง, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • 3 : แรงดัดรอบแกนหลักและแกนรอง, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • 4 : แรงดัดร่วมกับแรงอัด, แรงเฉือน, ระยะโก่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • เหล็กรูปพรรณ มีมิติดังรูป จงหาพื้นที่รับแรงเฉือน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์ที่คานต้องรับโดยวิธี AISC-LRFD ตามมาตรฐาน วสท.
  • 1 : 1700 kg.m
  • 2 : 4860 kg.m
  • 3 : 7630 kg.m
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 81 :
  • จงคำนวณหาค่าโมเมนต์ใช้งานโดยวิธี AISC-ASD
  • 1 : 1700 kg.m
  • 2 : 4860 kg.m
  • 3 : 7630 kg.m
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 82 :
  • จากรูป เป็นคานที่มีระยะค้ำยันเพียงพอ และเป็น Compact Section หน่วยแรงดัดที่ยอมให้เท่ากับ 0.66 Fy จงประมาณกำลังรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลักโดยวิธิ AISC-ASD
  • 1 : 1,440 kg.m
  • 2 : 1,650 kg.m
  • 3 : 3,030 kg.m
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • ข้อใดมีผลต่อค่าหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ในการออกแบบคานเหล็ก
  • 1 : ระยะค้ำยันด้านข้าง
  • 2 : ระยะห่างระหว่างคาน
  • 3 : น้ำหนักบรรทุกที่กระทำ
  • 4 : ไม่มีข้อไดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 :
  • ให้หาหน่วยแรงกด (bearing stress) ในฐานราก เมื่อมีแรงกระทำ ดังรูป
  • 1 : 25 กก./ซม.2 (หน่วยแรงอัด) และ 9 กก./ซม.2 (หน่วยแรงดึง)
  • 2 : 27 กก./ซม.2(หน่วยแรงอัด) และ 7 กก./ซม.2 (หน่วยแรงดึง)
  • 3 : 30 กก./ซม.2 (หน่วยแรงอัด) และ 4 กก./ซม.2 (หน่วยแรงดึง)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • ให้หาตำแหน่งที่หน่วยแรงกด (bearing stress) ในฐานราก มีค่าเป็นศูนย์
  • 1 : 25 ซม. จากจุด A หรือ B
  • 2 : 40 ซม. จากจุด B
  • 3 : 43.5 ซม. จากจุด B
  • 4 : 7.5 ซม. จากจุด A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • เสาไม้ตันขนาด 10x10 ซม.(ไม่ไส) มีปลายทั้งสองข้างเป็นแบบยึดหมุน และรับแรงอัดตามแนวแกน จงหาความยาวของเสาที่พอดีให้ค่าหน่วยแรงดัดเท่ากับ 110 กก./ตร.ซม. กำหนดให้โมดูลัสยืดหยุ่น E = 120,000 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 2.50 เมตร
  • 2 : 2.75 เมตร
  • 3 : 3.00 เมตร
  • 4 : 3.25 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • โมดูลัสยืดหยุ่นของไม้เนื้อแข็งมีค่า
  • 1 : น้อยกว่าโมดูลัสยืดหยุ่นของเหล็กโครงสร้างประมาณ 30 เท่า
  • 2 : น้อยกว่าโมดูลัสยืดหยุ่นของเหล็กโครงสร้างประมาณ 15 เท่า
  • 3 : น้อยกว่าโมดูลัสยืดหยุ่นของเหล็กโครงสร้างประมาณ 10 เท่า
  • 4 : ใกล้เคียวกับโมดูลัสยืดหยุ่นของเหล็กโครงสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • เมื่อบากหรือหยักปลายคานไม้ทางด้านรับแรงดึง มีผลให้
  • 1 : คานไม้มีกำลังต้านทานแรงดัดน้อยลง
  • 2 : คานไม้มีกำลังต้านทานแรงเฉือนน้อยลง
  • 3 : คานไม้โก่งตัวมากขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • คานช่วงเดียวธรรมดายาว 4.00 เมตร มีค้ำยันทางข้างเฉพาะที่ปลายคานเท่านั้น จงเปรียบเทียบกำลังต้านทานโมเมนต์ดัดระหว่างคาน "ก" ขนาด 2"x8" หนึ่งท่อน กับคาน "ข" ขนาด 4"x4" หนึ่งท่อน โดยพิจารณาจากสูตรคำนวณเกี่ยวกับ lateral stability ตามมาตรฐานกำหนด ทั้งนี้ คาน "ก" และคาน "ข" ใช้ไม้ชนิดเดียวกัน โดยมีค่าหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ = 150 กก./ซม.2 และโมดูลัสยืดหยุ่น = 120000 กก./ซม.2 (สังเกตว่าคานทั้งสองมีเนื้อที่หน้าตัดเท่ากัน)

    สูตรคำนวณเกี่ยวกับ lateral stability คือ    

    คานสั้น ( เมื่อ 0 < RB ≤ 10 ) : Fb' = Fb

    คานยาวปานกลาง (เมื่อ 10 < RB ≤ KB) : Fb' = Fb     

     คานยาว (เมื่อ KB < RB ≤ 50) : Fb' =

    ในที่นี้   ,  RB = ความชะลูดของคาน =

  • 1 : คาน “ก” มีกำลังต้านโมเมนต์ดัด เท่ากับ คาน “ข”
  • 2 : คาน “ก” มีกำลังต้านโมเมนต์ดัด มากกว่า คาน “ข” ถึงสองเท่า
  • 3 : คาน “ก” มีกำลังต้านโมเมนต์ดัด มากกว่า คาน “ข” เพียงเล็กน้อย
  • 4 : คาน “ก” มีกำลังต้านโมเมนต์ดัด น้อยกว่า คาน “ข” เพียงเล็กน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :

  • 1 : 0.23 ซม.
  • 2 : 0.46 ซม.
  • 3 : 0.52 ซม.
  • 4 : 0.60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 91 :
  • ลักษณะวิบัติของคานเหล็กรูปพรรณต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : หน้าตัดแบบคอมแพค จะเกิดการคราก เมื่อระยะค้ำยันทางข้างพอเพียง
  • 2 : หน้าตัดแบบคอมแพค จะเกิดการบิดและโก่งออกทางข้าง เมื่อระยะค้ำยันทางข้างไม่พอเพียง
  • 3 : หน้าตัดแบบคอมแพค จะเกิดการบิดและโก่งออกทางข้าง เมื่อระยะค้ำยันทางข้างพอเพียง
  • 4 : หน้าตัดแบบไม่คอมแพค จะเกิดการโก่งเดาะเฉพาะที่ และเกิดการบิดและโก่งออกทางข้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • ถ้าให้ Sx เป็น elastic section modulus และให้ Zx เป็น plastic section modulus จะพบว่าคานเหล็กรูปพรรณรูปตัดตัว I หรือตัว C
  • 1 : มีค่า Sxมากกว่าค่า Zx โดยขึ้นกับประเภทของหน้าตัดคาน และระยะค้ำยันทางข้าง
  • 2 : มีค่า Sx มากกว่าค่า Zx โดยขึ้นกับประเภทของหน้าตัดคาน แต่ไม่ขึ้นกับระยะค้ำยันทางข้าง
  • 3 : มีค่า Sx น้อยกว่าค่า Zxโดยขึ้นกับประเภทของหน้าตัดคาน และระยะค้ำยันทางข้าง
  • 4 : มีค่า Sx น้อยกว่าค่า Zx โดยขึ้นกับประเภทของหน้าตัดคาน แต่ไม่ขึ้นกับระยะค้ำยันทางข้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • คานเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าต้ดแบบคอมแพค แต่มีระยะค้ำยันที่ปีกรับแรงอัดไม่พอเพียง ถ้าคานนี้รับน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ค่าหน่วยแรงดัดสูงสุดรอบแกนหลักที่ยอมให้ คือ
  • 1 : 0.75Fy
  • 2 : 0.66Fy
  • 3 : 0.60Fy
  • 4 : 0.40Fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 94 :
  • คานเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าต้ดแบบคอมแพคบางส่วน และมีระยะค้ำยันที่ปีกรับแรงอัดพอเพียง ถ้าคานนี้รับน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ค่าหน่วยแรงดัดสูงสุดรอบแกนรองที่ยอมให้ คือ
  • 1 : 0.75Fy
  • 2 : 0.66Fy
  • 3 : 0.60Fy
  • 4 : 0.40Fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 95 :
  • คานเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าต้ดแบบคอมแพคบางส่วน และมีระยะค้ำยันที่ปีกรับแรงอัดพอเพียง ถ้าคานนี้รับน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ค่าหน่วยแรงดัดรอบแกนหลักที่ยอมให้ คือ
  • 1 : 0.75Fy
  • 2 : 0.66Fy
  • 3 : 0.60Fy
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • คานเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าต้ดแบบคอมแพคบางส่วน และมีระยะค้ำยันที่ปีกรับแรงอัดไม่พอเพียง ถ้าคานนี้รับน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ค่าหน่วยแรงดัดสูงสุดรอบแกนรองที่ยอมให้ คือ
  • 1 : 0.75Fy
  • 2 : 0.66Fy
  • 3 : 0.60Fy
  • 4 : 0.40Fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • คานเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าต้ดแบบคอมแพค และมีระยะค้ำยันที่ปีกรับแรงอัดอย่างพอเพียง ถ้าคานนี้รับน้ำหนักบรรทุกประลัย ค่ากำลังรับโมเมนต์ดัดประลัยสูงสุดรอบแกนหลัก คือ
  • 1 : 0.85ZxFy
  • 2 : 0.90ZxFy
  • 3 : ZxFy
  • 4 : ZyFy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • คานเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าต้ดแบบคอมแพค และมีระยะค้ำยันที่ปีกรับแรงอัดไม่พอเพียง ถ้าคานนี้รับน้ำหนักบรรทุกประลัย ค่ากำลังรับโมเมนต์ดัดประลัยสูงสุดรอบแกนรอง คือ
  • 1 : 0.85ZyFy
  • 2 : 0.90ZyFy
  • 3 : ZxFy
  • 4 : ZyFy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • เสาเหล็กรูปพรรณเชื่อมติดกับแผ่นเหล็กรองรับโมเมนต์ดัดใช้งานรอบแกนหลัก = 5.625 ตัน-เมตร สู่ตอม่อคอนกรีต จงประมาณจำนวน anchored bolt ขนาด Ø 20 มม. ที่ต้องใช้แต่ละข้างของปีกเสา โดยพิจารณาว่า anchored bolt เป็นตัวช่วยต้านแรงดึงที่เกิดจากโมเมนต์ดัดนั้นอย่างเดียวโดยมีหน่วยแรงดึงใช้งานที่ยอมให้ตัวละ 1200 กก/ซม.2

  • 1 : ใช้ข้างละ 5 ตัว
  • 2 : ใช้ข้างละ 4 ตัว
  • 3 : ใช้ข้างละ 3 ตัว
  • 4 : ใช้ข้างละ 2 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • คานเหล็กช่วงเดี่ยวธรรมดา ยาว L เซนติเมตร รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอเท่ากับ w กก./เซนติเมตร ถ้าต้องการไม่ให้คานโก่งตัวที่กึ่งกลางคานเกินกว่า 1/300 ของช่วงความยาว จงประมาณค่าอย่างน้อยของอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อของช่วงความยาว กำหนดให้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นหน่วยเป็น กก./ ซม.2 และ 0.6Fy เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้หน่วยเป็น กก./ ซม.2
  • 1 : d/L = 22.5Fy/E
  • 2 : d/L = 30Fy/E
  • 3 : d/L = 37.5Fy/E
  • 4 : d/L = 45Fy/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • คานเหล็กช่วงเดี่ยวธรรมดา ยาว L เซนติเมตร รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอเท่ากับ w กก./เซนติเมตร ถ้าต้องการไม่ให้คานโก่งตัวที่กึ่งกลางคานเกินกว่า 1/240 ของช่วงความยาว จงประมาณค่าอย่างน้อยของอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อของช่วงความยาว กำหนดให้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นหน่วยเป็น กก./ ซม.2 และ 0.6Fy เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้หน่วยเป็น กก./ ซม.2
  • 1 : d/L = 22.5Fy/E
  • 2 : d/L = 30Fy/E
  • 3 : d/L = 37.5Fy/E
  • 4 : d/L = 45Fy/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :
  • คานเหล็กช่วงเดี่ยวธรรมดา ยาว L เซนติเมตร รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอเท่ากับ w กก./เซนติเมตร ถ้าต้องการไม่ให้คานโก่งตัวที่กึ่งกลางคานเกินกว่า 1/360 ของช่วงความยาว จงประมาณค่าอย่างน้อยของอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อของช่วงความยาว กำหนดให้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นหน่วยเป็น กก./ ซม.2 และ 0.6 Fy เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้หน่วยเป็น กก./ ซม.2
  • 1 : d/L = 22.5 Fy/E
  • 2 : d/L = 30 Fy/E
  • 3 : d/L = 37.5 Fy/E
  • 4 : d/L = 45 Fy/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • คานเหล็กยื่นช่วงยาว L เซนติเมตร รับน้ำหนักบรรทุกแบบจุดเท่ากับ W กก.ที่ปลายคาน ถ้าต้องการไม่ให้ปลายคานโก่งตัวเกินกว่า1/200 ของช่วงความยาว จงประมาณค่าอย่างน้อยของอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อของช่วงความยาว กำหนดให้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นหน่วยเป็น กก./ซม.2และ0.6Fyเป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้หน่วยเป็น กก./ซม.2และไม่คิดน้ำหนักของคาน(ค่าการโก่งตัวที่ปลายคาน = WL3/3EI)
  • 1 : d/L = 72Fy/E
  • 2 : d/L = 80Fy/E
  • 3 : d/L = 96Fy/E
  • 4 : d/L = 120Fy/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 104 :
  • คานเหล็กยื่นช่วงยาว L ซม. รับน้ำหนักบรรทุกแบบจุดเท่ากับ W กก. ที่ปลายคาน ถ้าต้องการไม่ให้ปลายคานโก่งตัวเกินกว่า 1/300 ของช่วงความยาว จงประมาณค่าอย่างน้อยของอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อของช่วงความยาว กำหนดให้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นหน่วยเป็น กก./ซม.2 และ 0.6Fy เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้หน่วยเป็น กก./ซม.2 และไม่คิดน้ำหนักของคาน (ค่าการโก่งตัวที่ปลายคาน = WL3/3EI
  • 1 : d/L = 72 Fy/E
  • 2 : d/L = 80 Fy/E
  • 3 : d/L = 96 Fy/E
  • 4 : d/L = 120 Fy/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • คานเหล็กยื่นช่วงยาว L ซม. รับน้ำหนักบรรทุกแบบจุดเท่ากับ W กก. ที่ปลายคาน ถ้าต้องการไม่ให้ปลายคานโก่งตัวเกินกว่า 1/240 ของช่วงความยาว จงประมาณค่าอย่างน้อยของอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อของช่วงความยาว กำหนดให้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นหน่วยเป็น กก./ซม.2 และ 0.6Fy เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้หน่วยเป็น กก./ซม.2 และไม่คิดน้ำหนักของคาน (ค่าการโก่งตัวที่ปลายคาน = WL3/3EI)
  • 1 : d/L = 72Fy/E
  • 2 : d/L = 80Fy/E
  • 3 : d/L = 96Fy/E
  • 4 : d/L = 120Fy/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • คานเหล็กรูปพรรณทำด้วยเหล็กชนิด A36 ยาว 5.00 เมตร ปลายคานทั้งสองเป็นแบบยึดแน่น และมีค้ำยันทางข้างตรงกึ่งกลางคาน ถ้าเลือกใช้หน้าตัดแบบคอมแพคและระยะค้ำยัน Lb นั้นพอดีเท่ากับระยะ Lp ที่ทำให้คานสามารถต้านโมเมนต์ได้ถึงโมเมนต์ดัดพลาสติก (Mp) จงหาน้ำหนักบรรทุกประลัย wu แบบแผ่สม่ำเสมอ (รวมน้ำหนักคานแล้ว) ที่สามารถรับได้
  • 1 : wu = 12.0(Zx) กก./เมตร
  • 2 : wu = 10.8(Zx) กก./เมตร
  • 3 : wu = 8.0(Zx) กก./เมตร
  • 4 : wu = 7.2(Zx) กก./เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • คานเหล็กรูปพรรณรูปตัด W ช่วงเดียว ยาวเท่ากับ L เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่ใช้งาน w กก./เมตร (รวมน้ำหนักคานแล้ว) ตลอดความยาวคาน และรับโมเมนต์ดัดใช้งานชนิดลบ M = wL2 /18 กก.-เมตร ตรงปลายคานที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ถ้าคานนี้มีพื้นที่หน้าตัดของแผ่น Web เท่ากับ Aw ซม.2 และมีค่า elastic section modulus : Sx เท่ากับ 4Aw ซม.3 หากสมมุติว่าหน้าตัดคานเป็นแบบคอมแพคและถือว่ามีค้ำยันทางข้างพอเพียง จงหาความยาว L ของคานนี้ เพื่อให้หน่วยแรงดัดที่เกิดขึ้นมีค่าพอดีเท่ากับหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ และหน่วยแรงเฉือนที่เกิดขึ้นมีค่าพอดีเท่ากับหนึ่งในแปดของหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้

  • 1 : L = 2.75 เมตร
  • 2 : L = 3.00 เมตร
  • 3 : L = 3.25 เมตร
  • 4 : L = 3.50 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • ลักษณะวิบัติของส่วนโครงสร้าง คาน-เสา คือ
  • 1 : อาจเกิดการโก่งเดาะเฉพาะแห่งของแต่ละชิ้นส่วนที่ประกอบเป็นหน้าตัด
  • 2 : อาจเกิดจากส่วนโครงสร้างโก่งเดาะทางข้างอย่างเดียว
  • 3 : อาจเกิดการบิดและโก่งทางข้าง
  • 4 : อาจเกิดการโก่งเดาะเฉพาะแห่ง การโก่งเดาะทางข้างหรือชิ้นส่วนโครงสร้างถูกบิดและโก่งทางข้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • โครงเฟรม portal 2 โครง มีลักษณะช่วงเดียว ชั้นเดียว และจุดรองรับทั้งสองข้างเป็นแบบ fixed เหมือนกัน ถ้าโครงเฟรม “ก” มีแรงอัดบนหัวเสาแต่ละข้างซึ่งมีค่าเท่ากัน และมีน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอตลอดความยาวคาน ส่วนโครงเฟรม “ข“ มีแรงอัดบนหัวเสาแต่ละข้างซึ่งมีค่าเท่ากัน แต่มีน้ำหนักบรรทุกแบบจุดกระทำเยื้องจากกึ่งกลางคาน ดังนั้น จะพบว่า
  • 1 : เสาในโครงเฟรมทั้งสองมีการเซ
  • 2 : เสาในโครงเฟรมทั้งสองไม่มีการเซ
  • 3 : เสาในโครงเฟรม “ก” มีการเซ แต่เสาในโครงเฟรม “ข” ไม่มีการเซ
  • 4 : เสาในโครงเฟรม “ข” มีการเซ แต่เสาในโครงเฟรม “ก” ไม่มีการเซ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • ชิ้นส่วนโครงสร้าง คาน-เสา ปลายทั้งสองข้างยึดหมุน รับแรงอ้ดและโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก ถ้าพบว่าค่า fa/Fa = 0.12 จงประมาณค่าหน่วยแรงดัดสูงสุดที่ชิ้นส่วนนี้สามารถรับได้ กำหนดให้ Fbx = 1500 กก./ซม.2
  • 1 : fbx = 1400 กก./ ซม.2
  • 2 : fbx = 1300 กก./ ซม.2
  • 3 : fbx = 1200 กก./ ซม.2
  • 4 : fbx = 1100 กก./ ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • ชิ้นส่วนโครงสร้าง คาน-เสา ปลายทั้งสองข้างยึดหมุน รับแรงอ้ดและโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก ถ้าพบว่าค่า fa/Fa = 0.50 และตัวประกอบขยายค่าโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก = 1.20 จงประมาณค่าหน่วยแรงดัดสูงสุดที่ชิ้นส่วนนี้สามารถรับได้ กำหนดให้ Fbx = 1350 กก./ ซม.2
  • 1 : fbx = 560 กก./ ซม.2
  • 2 : fbx = 620 กก./ ซม.2
  • 3 : fbx = 680 กก./ ซม.2
  • 4 : fbx = 750 กก./ ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • ชิ้นส่วนโครงสร้าง คาน-เสา ปลายทั้งสองข้างยึดหมุน รับแรงอ้ดและโมเมนต์ดัดรอบแกนหลักและแกนรอง พบว่าค่า fbx/Fbx = 0.60 และค่า fby/Fby = 0.20 โดยที่ตัวประกอบขยายค่าโมเมนต์ดัดรอบแกนหลักและแกนรอง = 1.00 จงประมาณค่าหน่วยแรงอัดสูงสุดที่ชิ้นส่วนนี้สามารถรับได้ กำหนดให้ Fa = 1000 กก./ ซม.2
  • 1 : fa = 150 กก./ ซม.2
  • 2 : fa = 200 กก./ ซม.2
  • 3 : fa = 300 กก./ ซม.2
  • 4 : fa = 600 กก./ ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • คานช่วงเดี่ยวธรรมดา รับน้ำหนักแบบจุดซึ่งกระทำบนหลังคานและมีแนวเอียงกับแกนหลักของคาน ฉะนั้น
  • 1 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก และโมเมนต์บิด
  • 2 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก และรอบแกนรอง
  • 3 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนรอง และโมเมนต์บิด
  • 4 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลักและรอบแกนรอง รวมทั้งโมเมนต์บิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • คานช่วงเดี่ยวธรรมดา รับน้ำหนักแบบจุดซึ่งกระทำผ่านศูนย์กลางแรงเฉือน (shear center) แต่มีแนวเอียงกับแกนหลักของคาน ฉะนั้น
  • 1 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก และโมเมนต์บิด
  • 2 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลัก และรอบแกนรอง
  • 3 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนรอง และโมเมนต์บิด
  • 4 : คานต้องรับโมเมนต์ดัดรอบแกนหลักและรอบแกนรอง รวมทั้งโมเมนต์บิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • สัญลักษณ์ W400 x 172 หมายถึงอะไร
  • 1 : เหล็กรูปพรรณที่มีรูปตัดแบบปีกกว้าง ที่มีความลึกระบุ 400 มม. และมีน้ำหนัก 172 กก/ม.
  • 2 : เหล็กรูปพรรณที่มีรูปตัดแบบปีกกว้าง ที่มีปีกกว้างเท่ากับ 400 มม. และมีน้ำหนัก 172 กก/ม.
  • 3 : เหล็กรูปพรรณที่มีรูปตัดแบบปีกกว้าง ที่มีความลึกระบุ 172 มม. และมีน้ำหนัก 400 กก/ม.
  • 4 : เหล็กรูปพรรณที่มีรูปตัดแบบปีกกว้าง ที่มีปีกกว้างเท่ากับ 172 มม. และมีน้ำหนัก 400 กก/ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 116 :
  • หน้าตัดคาน W350 x 49.6 เกณฑ์ของแผ่นตั้ง (web) มีค่าเท่าใด ผ่านเกณฑ์ 3.76*(E/Fy)^0.5 หรือไม่ เมื่อกำหนดให้ d = 350 มม. bf = 175 มม. tf = 11 มม. tw = 7 มม. Fy = 2500 ksc E = 2000000 ksc
  • 1 : 2 (ผ่าน)
  • 2 : 25 (ผ่าน)
  • 3 : 50 (ผ่าน)
  • 4 : 150 (ผ่าน)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • คานเหล็กซึ่งเป็นเหล็กโครงสร้าง A36 เมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นหน้าตัดอัดแน่นและมีค้ำยันด้านข้างเพียงพอ ต้องรับโมเมนต์กระทำเท่ากับ 18000 kg-m ท่านจะใช้หน้าตัดขนาดเท่าไหร่จึงจะปลอดภัยและประหยัดที่สุด ตามวิธี ASD
  • 1 : W250 x 72.4, Sx = 867 ซม.3
  • 2 : W300 x 94, Sx = 1360 ซม.3
  • 3 : W350 x 49.6, Sx = 775 ซม.3
  • 4 : W400 x 66, Sx = 1190 ซม.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • ค่า Cb (Liberalizing modified factor) ในการคำนวณออกแบบคานตามวิธี ASD มีค่าอยู่ในช่วงใด
  • 1 : 0.5 ถึง 1.5
  • 2 : 0.75 ถึง 1.8
  • 3 : 1.0 ถึง 2.3
  • 4 : 1.25 ถึง 2.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :
  • คานเหล็กโครงสร้างชนิด A36 เป็นหน้าตัดอัดแน่น ปีกรับแรงอัดมีคำยันเพียงพอ หน้าตัดคานนี้ มีค่า Sx = 1670 ซม.3 ถามว่าคานนี้จะสามารถรับโมเมนต์สูงสุดได้เท่าไหร่ ตามวิธี ASD
  • 1 : 23545 kg-m
  • 2 : 25050 kg-m
  • 3 : 27555 kg-m
  • 4 : 28835 kg-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 120 :
  • คานไม้แปรรูปช่วงเดี่ยวธรรมดา มีรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอตลอดความยาวคาน ถ้าให้ Fb เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของไม้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นของไม้ และให้การโก่งตัวที่ยอมให้ไม่เกินกว่า 1/300 ของช่วงความยาวคาน ดังนั้น ควรเลือกใช้ไม้แปรรูปที่มีค่าอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อความยาวคานอย่างน้อยประมาณเท่ากับ
  • 1 : 41.5 Fb/E
  • 2 : 50.0 Fb/E
  • 3 : 62.5 Fb/E
  • 4 : 75.0 Fb/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • คานไม้แปรรูปช่วงเดี่ยวธรรมดา มีรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอตลอดความยาวคาน ถ้าให้ Fb เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของไม้ E เป็นโมดูลัสยืดหยุ่นของไม้ และให้การโก่งตัวที่ยอมให้ไม่เกินกว่า 1/240 ของช่วงความยาวคาน ดังนั้น ควรเลือกใช้ไม้แปรรูปที่มีค่าอัตราส่วนระหว่างความลึกต่อความยาวคานอย่างน้อยประมาณเท่ากับ
  • 1 : 41.5 Fb/E
  • 2 : 50.0 Fb/E
  • 3 : 62.5 Fb/E
  • 4 : 75.0 Fb/E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 :
  • คานเหล็กรูปพรรณ ยาว 6.00 เมตร ทำด้วยเหล็กที่มี Fy = 3000 ksc. ปลายคานทั้งสองข้างเป็นแบบยึดแน่น ถ้าเลือกใช้รูปตัดแบบไม่คอมแพคแต่ระยะค้ำยันทางข้างพอเพียง จงหาน้ำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอ (รวมน้ำหนักคานแล้ว) w ที่สามารถรับได้ ตามวิธี ASD
  • 1 : w = 4.0(Sx) กก./เมตร
  • 2 : w = 6.0(Sx) กก./เมตร
  • 3 : w = 6.6(Sx) กก./เมตร
  • 4 : w = 7.5(Sx) กก./เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 :
  • คานเหล็กรูปพรรณชนิด A36 ขนาด W600x106 (tf = 1.7 ซม., r = 2.2 ซม.) ถ่ายแรงปฏิกิริยาประลัย Ru = 50 ตัน ให้กับหัวเสา คสล. (fc‘ = 250 ksc.) โดยใช้แผ่นเหล็กชนิด A36 ขนาด BxN = 30x30 ซม. รองใต้คาน ซึ่งคลุมเต็มเนื้อที่ของหัวเสา จงประมาณความหนาของแผ่นเหล็กรองนี้ ตามวิธี AISC/LRFD
  • 1 : 10 มม.
  • 2 : 20 มม.
  • 3 : 25 มม.
  • 4 : 30 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • พบว่าคานเหล็กรูปพรรณชนิด A36 ขนาด W600x151 (d = 58.8 ซม. bf = 30 ซม. tw = 1.2 ซม. tf = 2 ซม. Sx = 4020 ซม.3) ที่มีหน้าตัดแบบคอมแพค ไม่สามารถรับโมเมนต์ดัดใช้งานซึ่งมีค่าเท่ากับ 103 ตัน-เมตร ได้ ดังนั้น จะพิจารณาออกแบบแผ่นเหล็กประกบที่แต่ละด้านของปีกคาน หากสมมติว่าคานเหล็กประกอบนี้ยังมีหน้าตัดแบบคอมแพค และระยะค้ำยันทางข้างพอเพียง
  • 1 : 30 ซม.2
  • 2 : 35ซม.2
  • 3 : 40ซม.2
  • 4 : 45ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • พบว่าคานเหล็กรูปพรรณชนิด A36 ขนาด W600x151 (d = 58.8 ซม. bf = 30 ซม. tw = 1.2 ซม. tf = 2 ซม. Zx = 4308 ซม.3) ที่มีหน้าตัดแบบคอมแพค ไม่สามารถรับโมเมนต์ดัดประลัยซึ่งมีค่าเท่ากับ 143 ตัน-เมตร ได้ ดังนั้น จะพิจารณาออกแบบแผ่นเหล็กประกบที่แต่ละด้านของปีกคาน หากสมมติว่าคานเหล็กประกอบนี้ยังมีหน้าตัดแบบคอมแพค และระยะค้ำยันทางข้างพอเพียง
  • 1 : 30 ซม.2
  • 2 : 35 ซม.2
  • 3 : 40 ซม.2
  • 4 : 45 ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • ถ้าวางตงเหล็กขนาด W250x72.4 (tw = 0.9 ซม., tf = 1.4 ซม., r = 1.6 ซม.) พาดระหว่างช่วงของคานเหล็กขนาด W300x94 (tw = 1.0 ซม., tf = 1.5 ซม., r = 1.8 ซม.)
  • 1 : R = 30 ตัน
  • 2 : R = 34 ตัน
  • 3 : R = 38 ตัน
  • 4 : R = 40 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • ถ้าวางตงเหล็กขนาด W250x72.4 (tw = 0.9 ซม., tf = 1.4 ซม., r = 1.6 ซม.) พาดระหว่างช่วงของคานเหล็กขนาด W300x94 (tw = 1.0 ซม., tf = 1.5 ซม., r = 1.8 ซม.)
  • 1 : Ru = 34 ตัน
  • 2 : Ru = 38 ตัน
  • 3 : Ru = 40 ตัน
  • 4 : Ru = 50 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 128 :
  • ตงไม้ช่วงเดี่ยวธรรมดายาว 4.00 เมตร วางห่างกันทุกระยะ 40 ซม. เพื่อรองรับพื้นและน้ำหนักบรรทุกจรใช้งานเท่ากับ 200 กก./ม.2 (รวมน้ำหนักตงแล้ว) จงหาขนาดตงไม้ (ไม่ไส) ที่ประหยัด กำหนดให้ หน่วยแรงดัดที่ยอมให้เท่ากับ 150 กก./ซม.2

  • 1 :

    2”x6”

  • 2 : 2”x4”
  • 3 :

    1.5”x5”

  • 4 :

    1.5”x3”

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • ตงไม้ขนาด 1 ”x5” (ไม่ไส) ช่วงเดี่ยวธรรมดายาว 3.00 เมตร วางห่างกันทุกระยะ 50 ซม. เพื่อรองรับพื้นและน้ำหนักบรรทุกจรใช้งานเท่ากับ 200 กก./ม.2 (รวมน้ำหนักตงแล้ว) จะบากปลายตงได้มากที่สุดเท่าใดเพื่อลดระดับพื้นห้อง กำหนดให้ หน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้เท่ากับ 10 กก./ซม.2

  • 1 :

    1.50 ซม.

  • 2 :

    2.50 ซม.

  • 3 :

    3.75 ซม.

  • 4 :

    4.50 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • คานช่วงเดียวธรรมดายาว L รับน้ำหนักแบบจุด Pu ที่กึ่งกลางคาน ถ้าคานนี้ทำค้ำยันทางข้างที่ปีกรับแรงอัดที่ปลายคานทั้งสองและที่กึ่งกลางคาน จงใช้วิธี LRFD หาค่าสัมประสิทธิ์ของโมเมนต์ดัด : Cb

     

  • 1 :

    Cb = 1.14

  • 2 :

    Cb = 1.30

  • 3 :

    Cb = 1.52

  • 4 :

    Cb = 1.67

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • คานช่วงเดียวธรรมดายาว L รับน้ำหนัก wu แบบแผ่สม่ำเสมอตลอดความยาวคานและรับน้ำหนักแบบจุด Pu = 1.5wuL ที่กึ่งกลางคาน ถ้าคานนี้ทำค้ำยันทางข้างที่ปีกรับแรงอัดที่ปลายคานทั้งสองเท่านั้น จงใช้วิธี LRFD หาค่าสัมประสิทธิ์ของโมเมนต์ดัด : Cb

  • 1 :

    Cb = 1.14

  • 2 :

    Cb = 1.30

  • 3 :

    Cb = 1.52

  • 4 :

    Cb = 1.67

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • คานเหล็กรูปพรรณชนิด A36 (Fy = 2500 กก./ตร.ซม. E = 2x106 กก./ตร.ซม.) ช่วงเดียวธรรมดา ยาว 5.00 เมตร รูปตัด W 300x36.7 (compact section d = 30 ซม. bf = 15 ซม. tf = 0.9 ซม. SX = 481 ซม.3 ระยะ LC = 1.88 เมตร) มีค้ำยันทางข้างด้านรับแรงอัดที่ปลายคานเท่านั้น จงใช้วิธี ASD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานที่คานนี้สามารถรับได้ กำหนดให้ ค่า Cb = 1.00

    สูตรคำนวณหาหน่วยแรงดัดที่ยอมให้รอบแกนหลัก Fbx (เมื่อระยะค้ำยัน L > ระยะ Lc)

  • 1 :

    7215 กก.- เมตร

  • 2 :

    7100 กก.- เมตร

  • 3 :

    3585 กก.- เมตร

  • 4 :

    3465 กก.- เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • คานเหล็กรูปพรรณ (Fy = 3000 กก./ตร.ซม. E = 2x106 กก./ตร.ซม.) ช่วงเดียวธรรมดา ยาว 5.00 เมตร รูปตัด W 350x49.6 (compact section d = 35 ซม. bf = 17.5 ซม. tf = 1.1 ซม. SX = 775 ซม.3 ระยะ LC = 2.00 เมตร) มีค้ำยันทางข้างด้านรับแรงอัดที่ปลายคาน และที่กึ่งกลางคาน จงใช้วิธี ASD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานที่คานนี้สามารถรับได้ กำหนดให้ ค่า Cb = 1.75

    สูตรคำนวณหาหน่วยแรงดัดที่ยอมให้รอบแกนหลัก Fbx (เมื่อระยะค้ำยัน L > ระยะ Lc)

  • 1 :

    9880 กก.- เมตร

  • 2 :

    13475 กก.- เมตร

  • 3 :

    13950 กก.- เมตร

  • 4 :

    7525 กก.- เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 543 : Built-up members, plate girders
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเหล็กเสริมข้างคาน Stiffenersของคานเหล็กประกอบ
  • 1 : เพื่อป้องกันการโก่งงอ (Buckling) ของเหล็กปีกคาน (Flange)
  • 2 : เพื่อป้องกันการโก่งงอ (Buckling) ของเหล็กแผ่นตั้ง (Web)
  • 3 : เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงของจุดรองรับ (Support)
  • 4 : เพื่อรองรับและกระจายน้ำหนักแบบจุด (Point Load) ลงบนตัวคาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  • หน้าที่สำคัญของเหล็กเสริมข้างคานแบบไม่รับแรงกด (Intermediate stiffeners) ในคานเหล็กประกอบคือ
  • 1 : เพื่อป้องกันการโก่งงอ (Buckling) ของเหล็กปีกคาน (Flange)
  • 2 : เพื่อป้องกันการโก่งงอ (Buckling) ของเหล็กแผ่นตั้ง (Web)
  • 3 : เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงเฉือนของเหล็กแผ่นตั้ง (web)
  • 4 : เพื่อรองรับและกระจายน้ำหนักแบบจุด (Point Load)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 136 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการวิบัติของคานเหล็ก
  • 1 : การบิดและโก่งตัวทางข้าง
  • 2 : การโก่งเดาะบริเวณปีกด้านที่รับแรงอัด
  • 3 : การโก่งเดาะบริเวณปีกด้านที่รับแรงดึง
  • 4 : การโก่งเดาะบริเวณแผ่นตั้งที่รับแรงอัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • เสาประกอบ แบบ Solid core ดังรูป เสาแกน 4 นิ้ว x 4 นิ้ว (ไม่ไส)
    ไม้ปิดรอบขนาด 2 นิ้ว x 6 นิ้ว (ไม่ไส) ถ้าเสานี้มีปลายทั้งสองเป็นแบบยึดหมุนยาวเท่ากับ 3.0 ม.
    ให้หากำลังรับแรงอัดปลอดภัยของเสาประกอบต้นนี้
    สมมติหน่วยแรงอัดขนานเสี้ยนที่ยอมให้ = 90 ksc
    และให้ตัวคูณประกอบสำหรับเสาประกอบต้นนี้เท่ากับ 0.71
  • 1 : 12 ตัน
  • 2 : 22 ตัน
  • 3 : 32 ตัน
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 138 :
  • จงคำนวณหาความกว้างของแผ่นเหล็กซึ่งหนา 10 มม.ที่ใช้เชื่อมเสริมปีกคาน W 300x87 ทั้งสองด้าน เพื่อให้สามารถรับกำลังดัดได้เท่ากับคาน W350x131 และเหล็กทั้งสองชนิดเป็นเหล็ก ASTM A36
  • 1 : 30 cm.
  • 2 : 32.5 cm.
  • 3 : 35 cm.
  • 4 : 37.5 cm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 :
  • ในการออกแบบคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (Plate Girder) เพื่อต้านทานแรงกดแบบจุดที่กระทำ จะต้องทำอย่างไร
  • 1 : เสริมเหล็กปีกบน
  • 2 : เสริมเหล็กปีกล่าง
  • 3 : เสริมเหล็กข้างคานแบบ bearing stiffener
  • 4 : เสริมเหล็กข้างคานแบบ non-bearing stiffener
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ในการออกแบบคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (Plate Girder) กรณีจำกัดความลึก จะต้องทำอย่างไร
  • 1 : เสริมเหล็กปีกบนและล่าง (Flange)
  • 2 : เสริมเหล็กแผ่นตั้ง (Web)
  • 3 : เสริมเหล็กข้างคานเป็นระยะ ๆ (Stiffener)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 141 :
  • ในการออกแบบคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ ถ้า h/tw > 200 จะต้องทำอย่างไร
  • 1 : เสริมเหล็กปีกคาน
  • 2 : เสริมเหล็กข้างคานแบบรับแรงกด
  • 3 : เสริมเหล็กข้างคานแบบไม่รับแรงกด
  • 4 : เสริมเหล็กข้างคานแบบรับแรงเฉือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 :
  • หน่วยแรงกดที่กระทำต่อเหล็กเสริมข้างคาน (Stiffener) ของคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ตามวิธี AISC/ASD ต้องมีค่าไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 0.70Fy 

  • 2 : 0.90Fy 

  • 3 : 0.60Fy
  • 4 : 0.50Fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • ในการต่อเหล็กเสริมข้างคานกับเหล็กแผ่นตั้งของคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ ระยะช่องว่างของการเชื่อมแบบเว้นระยะต้องไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 15 cm
  • 2 : 20 cm
  • 3 : 25 cm
  • 4 : 30 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 144 :
  • ในการต่อเหล็กเสริมข้างคานกับเหล็กแผ่นตั้งของคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ ระยะระหว่างศูนย์กลางของสลักเกลียวต้องไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 15 cm
  • 2 : 20 cm
  • 3 : 26 cm
  • 4 : 30 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • กรณีใดไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กเสริมข้างคานของคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ เมื่อเป็นอย่างไร
  • 1 : อัตราส่วน h/tw < 260 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • 2 : อัตราส่วน h/tw > 260 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • 3 : อัตราส่วน h/tw < 2.60 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • 4 : อัตราส่วน h/tw > 2.60 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • ในการออกแบบ Plate Girder แรงประเภทใดไม่ก่อให้เกิดปัญหากับเหล็กแผ่นตั้ง
  • 1 : แรงอัด
  • 2 : แรงดึงทแยง
  • 3 : แรงดัด
  • 4 : แรงบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 :
  • พฤติกรรมสมมุติที่ให้เหล็กแผ่นตั้งรับเฉพาะแรงดึงในแนวทแยงภายหลังการโก่งงอ เรียกว่า
  • 1 : Compression field action
  • 2 : Tension field action
  • 3 : Torsion field action
  • 4 : Bending field action
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • กรณีต้องเสริมเหล็กข้างคานแบบไม่รับแรงกดของคานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ เมื่อเป็นอย่างไร
  • 1 : อัตราส่วน h/tw < 260 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • 2 : อัตราส่วน h/tw > 260 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • 3 : อัตราส่วน h/tw < 2.60 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • 4 : อัตราส่วน h/tw > 2.60 และสามารถรับแรงเฉือนได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 149 :
  • จุดประสงค์ของการเสริมเหล็กข้างคานแบบไม่รับแรงกด (non-bearing stiffener) คือ
  • 1 : เพิ่มสติฟเนสให้กับคาน ช่วยลดการโก่งตัว
  • 2 : เพิ่มกำลังรับโมเมนต์ให้มากขึ้น
  • 3 : เพิ่มกำลังรับแรงเฉือนให้มากขึ้น
  • 4 : เพิ่มกำลังรับแรงกดให้มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • ในการออกแบบคานเหล็กประกอบธรรมดา (built-up beams) เพื่อรับโมเมนต์ดัด M อาจประมาณเนื้อที่หน้าตัดของแผ่นเหล็กปีกคาน (A f) แต่ละด้าน ตามวิธี ASD โดยพิจารณาจาก (ให้ Fb เป็นหน่วยแรงดัดที่ยอมให้)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • ในการต่อแผ่นเหล็กปีกคานกับเหล็กฉากปีกคาน ถ้าแต่ละข้างของปีกคานใช้ตัวยึด 2 ตัว ให้ R เป็นกำลังรับแรงเฉือนของตัวยึดหนึ่งตัว หากหน่วยแรงเฉือนในแนวนอน = VQ/I กก./ซม. ดังนั้น ระยะห่างของตัวยึดตลอดความยาว คือ
  • 1 : 2RI/VQ
  • 2 : RI/VQ
  • 3 : RI/2VQ
  • 4 : 4RI/VQ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • ในการต่อเหล็กแผ่นตั้งกับเหล็กฉากปีกคาน โดยใช้ตัวยึดทุกระยะ s ดังรูป ถ้าน้ำหนักแผ่บนปีกคาน = w กก./ซม. และให้ R เป็นกำลังรับแรงเฉือนของตัวยึดหนึ่งตัว ดังนั้น ระยะ s เท่ากับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • คานช่วงเดี่ยวธรรมดายาว 1.80 เมตร ประกอบขึ้นจากไม้ 3 แผ่น (แต่ละแผ่นมีขนาด 5x10 ซม.) และต่อยึดกันด้วยกาว ซึ่งหน่วยแรงเฉือนปลอดภัยของกาวเท่ากับ 3.5 กก./ตร.ซม. จงหาแรงแบบจุด P ที่ปลอดภัยซึ่งกระทำที่กึ่งกลางช่วงคาน (ไม่คิดน้ำหนักของคาน)
  • 1 : P = 850 กก.
  • 2 : P = 825 กก.
  • 3 : P = 800 กก.
  • 4 : P = 785 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • ถ้าหน้าตัดของคานประกอบด้วยไม้แปรรูป A สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 5x10 ซม. และมีแผ่นไม้อัด B ขนาด 1.2x25 ซม. ประกบติดทั้งสองข้างของคานไม้แปรรูปดังแสดง จงหากำลังต้านโมเมนต์ดัดปลอดภัย กำหนดให้หน่วยแรงใช้งานปลอดภัยของไม้ A = 120 กก./ตร.ซม. EA= 8x104 กก./ตร.ซม. และหน่วยแรงใช้งานปลอดภัยของไม้ B = 140 กก./ตร.ซม. EB= 1x104 กก./ตร.ซม.
  • 1 : M = 1265 กก.-เมตร
  • 2 : M = 1300 กก.-เมตร
  • 3 : M = 1355 กก.-เมตร
  • 4 : M = 1400 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • คานไม้ประกอบรูปกล่องกลวงช่วงเดียวธรรมดายาว 5.00 เมตร มีขนาดหน้าตัดคานทั้งหมดเท่ากับ 6"x10" ซึ่งประกอบขึ้นจากไม้ขนาด 2"x6" ไม่ไส สี่ท่อน โดยวางทางตั้ง 2 ท่อนให้มีช่องว่าง = 2" (จะได้ความกว้างทั้งหมด = 6") แล้วปิดด้านบนและด้านล่างด้วยไม้แผ่นที่เหลือ (จะได้ความลึกทั้งหมด = 10") คานไม้ประกอบรูปกล่องนี้ต่อยึดกันด้วยตะปู หากคานประกอบนี้รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอ (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) = 500 กก./ม. จงหาระยะห่างอย่างน้อยของตะปูที่ต้องใช้ตลอดความยาวคาน กำหนดให้ตะปูมีแรงต้านทางข้างตัวละ 150 กก.

  • 1 : 5.75 ซม.
  • 2 : 7.50 ซม.
  • 3 : 11.50 ซม.
  • 4 : 12.50 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 156 :

  • 1 : 575 กก./เมตร
  • 2 : 675 กก./เมตร
  • 3 : 775 กก./เมตร
  • 4 : 875 กก./เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 157 :

  • 1 : 1150 กก.
  • 2 : 1240 กก.
  • 3 : 1300 กก.
  • 4 : 1375 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 158 :

  • 1 : 5.00 ซม.
  • 2 : 7.50 ซม.
  • 3 : 10.00 ซม.
  • 4 : 12.50 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 :

  • 1 : 5.00 ซม.
  • 2 : 7.50 ซม.
  • 3 : 10.00 ซม.
  • 4 : 12.50 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • ถ้าคานประกอบกลวง ประกอบด้วยไม้แปรรูปขนาด 5x10 ซม. จำนวน 2 ชิ้นที่ด้านบนและด้านล่าง และมีแผ่นไม้อัดกว้าง 25 ซม. ประกบติดทั้งสองข้างของไม้แปรรูป 2 ชิ้นดังกล่าว ซึ่งจะได้รูปตัดกลวงขนาด 10x15 ซม. ถ้าคานประกอบกลวงนี้ต่อยึดกันด้วยกาวสังเคราะห์อย่างดี สมมติว่าคานประกอบนี้ต้องรับโมเมนต์ดัดปลอดภัย = 1250 กก.- เมตร. จงประมาณความหนาอย่างน้อยของแผ่นไม้อัดที่ต้องใช้ประกบติดด้านข้างไม้แปรรูป กำหนดให้ หน่วยแรงดัดใช้งานของไม้แปรรูป = 120 กก./ซม.และค่า E = 8x104 กก./ซม.2  ส่วนแผ่นไม้อัดมีหน่วยแรงดัดใช้งาน = 140 กก./ซม.2 และค่า E = 1x105 กก./ซม.2

  • 1 : 24 มม.
  • 2 : 20 มม.
  • 3 : 12 มม.
  • 4 : 10 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • การนำเหล็กเสริมข้างคานแบบไม่รับแรงกด (intermediate stiffeners) มาใช้เพิ่มในคานเหล็กรูปพรรณ หรือในคานเหล็กประกอบ (plate girders) ซึ่งมีเหล็กเสริมข้างคานแบบรับแรงกดอยู่แล้ว โดยมีขนาดตามมาตรฐานกำหนด มีจุดประสงค์เพื่อให้คานนั้น
  • 1 : รับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้น
  • 2 : รับแรงเฉือนได้มากขึ้น
  • 3 : โก่งตัวน้อยลง
  • 4 : รับโมเมนต์ดัดและโมเนต์บิดได้มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 162 :
  • เหล็กเสริมข้างคานแบบไม่รับแรงกด (intermediate stiffeners) ที่นำมาใช้ในคานเหล็กประกอบ (plate girders) ช่วงในๆ โดยมีขนาดตามมาตรฐานกำหนด หากนำพฤติกรรมของ Tension Field Action มาพิจารณาด้วย จะพบว่า คานเหล็กประกอบมีกำลังต้านทานแรงเฉือน
  • 1 : ลดลง
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : มากขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • การนำเหล็กเสริมข้างคานแบบรับแรงกด (bearing stiffeners) มาใช้ในคานเหล็กรูปพรรณ หรือคานเหล็กประกอบ (plate girders) โดยมีขนาดตามมาตรฐานกำหนด มีจุดประสงค์เพื่อให้คานนั้น
  • 1 : รับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้น
  • 2 : รับแรงเฉือนได้มากขึ้น
  • 3 : โก่งตัวน้อยลง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • เมื่อนำเหล็กเสริมข้างคานแบบรับแรงกด (bearing stiffeners) 1 คู่ มาใช้ในคานเหล็กประกอบ (plate girders) ตรงบริเวณที่รับน้ำหนักแบบจุด ซึ่งต้องมีขนาดตามมาตรฐานกำหนด สำหรับการตรวจสอบกำลังรับแรงกดตามข้อกำหนดมาตรฐาน จะพิจารณาว่าเนื้อที่ส่วนหนึ่งของแผ่นปีกคานรวมกับเนื้อที่ของ bearing stiffener เสมือนเป็นเนื้อที่หน้าตัดเสาที่รับแรงอัดตามแนวแกน

    ถ้าให้ Ast เป็นเนื้อที่หน้าตัดของ bearing stiffener 1 ข้าง และให้ tw  เป็นความหนาของเหล็กแผ่นตั้ง ดังนั้น เนื้อที่หน้าตัดที่เสมือนเป็นเสาตรงบริเวณกลางช่วงคานที่นำไปพิจารณา คือ

  • 1 : 12 tw2 + 2 Ast
  • 2 : 25 tw2 + 2Ast
  • 3 : 15 tw2 + 2Ast
  • 4 : 12.5 tw2 + Ast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • คานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (plate girders) มีรูปตัดตัว W ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 15x450 มม. ที่แต่ละด้าน และเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. ซึ่งทำด้วยเหล็กชนิด A36 และยึดต่อกันโดยการเชื่อม จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานสูงสุดของคานนี้ สมมติให้ ค่า Rpg = 1 และ Fb = 1400 กก./ซม.2
  • 1 : 200 ตัน-เมตร
  • 2 : 225 ตัน-เมตร
  • 3 : 250 ตัน-เมตร
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • ถ้า Plate Girder ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาดความลึกเท่ากับ 1440 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม ถ้าโมเมนต์ดัดใช้งานสูงสุดที่ plate girder สามารถรับได้ เท่ากับ 385 ตัน-เมตร จงหาความหนาของเหล็กแผ่นตั้งที่ต้องใช้ สมมติว่า Rpg = 1 และ Fb = 1500 กก./ซม.2
  • 1 : 6 มม.
  • 2 : 8 มม.
  • 3 : 10 มม.
  • 4 : 12 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • คานเหล็กประกอบขนาดใหญ่(plate girders)ยาวมากมีรูปตัดตัว W ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 15x450 มม. ที่แต่ละด้าน และเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. ซึ่งทำด้วยเหล็กชนิด A36 และยึดต่อกันโดยการเชื่อม ถ้าคานเหล็กประกอบนี้รับน้ำหนักแผ่ใช้งานสม่ำเสมอและไม่ใช้ intermediate stiffener เลย จงประมาณค่าแรงเฉือนใช้งานสูงสุดที่ plate girder สามารถรับได้ โดยอาศัยค่าหน่วยแรงเฉือนใช้งานที่กำหนดไว้ในตารางข้างล่างนี้
  • 1 : 30 ตัน
  • 2 : 33 ตัน
  • 3 : 38 ตัน
  • 4 : 40 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 168 :
  • Plate Girder ช่วงเดี่ยวยาว 20 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอและน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบจุดห่างจากจุดรองรับแต่ละข้างเป็นระยะเท่ากับ 7.00 เมตร

    ถ้า Plate Girder ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 8x1440 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม จงประมาณค่าแรงเฉือนใช้งานสูงสุดที่ปลายคานของ plate girder ที่สามารถรับได้โดยใช้จากตารางข้างล่างนี้ เมื่อใช้ bearing stiffener เฉพาะตรงจุดที่รับน้ำหนักแบบจุดเท่านั้น 

  • 1 : 20.0 ตัน
  • 2 : 18.5 ตัน
  • 3 : 16.5 ตัน
  • 4 : 15.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • คานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (plate girders) มีรูปตัดตัว W ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 15x450 มม. ที่แต่ละด้าน และเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. ซึ่งทำด้วยเหล็กชนิด A36 และยึดต่อกันโดยการเชื่อม
  • 1 : 150 ซม.
  • 2 : 140 ซม.
  • 3 : 130 ซม.
  • 4 : 120 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • ถ้าต้องการให้ plate girder ซึ่งประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 8x1440 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม รับแรงเฉือนใช้งานที่ปลายคานเท่ากับ 50 ตัน จงใช้ตารางข้างล่างนี้ประมาณตำแหน่งของ intermediate stiffener ตัวแรกว่าจะอยู่ห่างจากปลายคานได้มากที่สุดเท่าไร
  • 1 : 125 ซม.
  • 2 : 120 ซม.
  • 3 : 110 ซม.
  • 4 : 105 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • Plate Girder ช่วงเดี่ยวยาว 20 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอเท่ากับ 3 ตัน/เมตร (รวมน้ำหนักคานแล้ว) และรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบจุดเท่ากับ 20 ตัน ห่างจากจุดรองรับแต่ละข้างเป็นระยะเท่ากับ 7.00 เมตร 

    ถ้า Plate Girder ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 8x1440 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม และมี bearing stiffener ตรงจุดที่รับน้ำหนักแบบจุด จงใช้ตารางข้างล่างนี้หาระยะของ intermediate stiffener ที่ต้องใช้ระหว่างจุดที่รับแรงแบบจุดตรงบริเวณกลางคาน

  • 1 : ใช้ทุกระยะ 3 เมตร
  • 2 : ใช้ทุกระยะ 2 เมตร
  • 3 : ใช้ทุกระยะ 1.5 เมตร
  • 4 : ไม่ต้องใช้เลย เพราะเหล็กแผ่นตั้งมีกำลังต้านแรงเฉือนพอเพียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • Plate Girder ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 8x1440 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม จงประมาณค่าเนื้อที่หน้าตัดอย่างน้อย (min Apb) ของ bearing stiffener ที่ต้องการตรงปลายคาน สมมติให้แรงปฏิกิริยาที่ปลายคานเท่ากับ 50 ตัน และเหล็กชนิด A36
  • 1 : 22.0 ซม.2
  • 2 : 18.5 ซม.2
  • 3 : 25.0 ซม.2
  • 4 : 22.5 ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 173 :
  • Plate Girder ทำด้วยเหล็กชนิด A36 ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 50x350 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 10x1700 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม และมี bearing stiffener ขนาด 12x150 มม. 1 คู่ ตรงบริเวณกลางคานที่รับน้ำหนักแบบจุด ตามข้อกำหนดมาตรฐานยอมให้ตรวจสอบกำลังรับแรงกดตรงบริเวณนี้โดยพิจารณาว่าเนื้อที่ส่วนหนึ่งของแผ่นปีกคานรวมกับเนื้อที่ของ bearing stiffener เสมือนเป็นเนื้อที่หน้าตัดเสาที่รับแรงอัดตามแนวแกน โดยมีอัตราส่วนความชะลูดเท่ากับ KL/r ฉะนั้น จงหาค่า KL/r สำหรับกรณีนี้
  • 1 : 17
  • 2 : 19
  • 3 : 21
  • 4 : 25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 174 :
  • คานเหล็กรูปตัด W ช่วงเดียวยาว 20 เมตร ได้จากการนำแผ่นเหล็กปีกคาน 2 แผ่นขนาด 300x25 มม. และเหล็กแผ่นตั้งหนึ่งแผ่นขนาด 1450x15 มม. มาใช้รับน้ำหนักบรรทุก ในการคำนวณออกแบบจะพิจารณาว่าคานนี้เป็น
  • 1 : rolled beam
  • 2 : built-up beam
  • 3 : plate girder
  • 4 : composite beam
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • การวิบัติของ plate girder อันเนื่องมาจากผลของโมเมนต์ดัด คือ
  • 1 : อาจเกิดการครากที่ปีกรับแรงดึง และโก่งเดาะที่ปีกรับแรงอัด
  • 2 : อาจเกิดการโก่งเดาะที่เหล็กแผ่นตั้ง
  • 3 : อาจเกิดการบิดและโก่งออกทางข้าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • Plate girder ที่ทำด้วยเหล็กชนิด A36 และมี a/h = 3 จะไม่วิบัติแบบ vertical web buckling เมื่อ (h/tw)max มีค่าประมาณ
  • 1 : 350
  • 2 : 335
  • 3 : 320
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • การเกิดพฤติกรรมของ Tension Field Action ที่ช่วงในๆของคานที่มี a/h ratio ไม่เกินกว่าที่กำหนด ได้มาจากการพิจารณาว่า
  • 1 : ไม่ให้เหล็กแผ่นตั้งรับแรงอัดในแนวทแยงเลย
  • 2 : ให้เหล็กแผ่นตั้งรับแรงดึงในแนวทแยงเฉพาะช่วงอิลาสติก
  • 3 : ให้เหล็กแผ่นตั้งรับแรงอัดในแนวทแยงเฉพาะช่วงอิลาสติก หลังจากนั้นให้เหล็กแผ่นตั้งทำหน้าที่รับแรงดึงในแนวทแยง โดยกระจายแรงอัดในแนวทแยงที่จะมีในช่วงอินอิลาสติก ไปให้กับปีกคานและเหล็กเสริมข้างคาน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 178 :
  • คานเชิงประกอบแบบ nonencased beam โดยหล่อพื้นคอนกรีตวางทับเหนือคานเหล็กแต่ไม่ใช้สลักรับแรงเฉือนเลย ในทางทฤษฏีถือว่า คานนี้เป็นแบบ
  • 1 : fully composite-beam
  • 2 : partially composite-beam
  • 3 : noncomposite-beam
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • คานเชิงประกอบแบบ encased beam ที่มีตาข่ายเหล็กและคอนกรีตหุ้มรอบคานเหล็กรูปพรรณตรงตามมาตรฐานกำหนด แต่ไม่ใช้สลักรับแรงเฉือนเลย ในทางทฤษฏีถือว่า คานนี้เป็นแบบ
  • 1 : fully composite-beam
  • 2 : partially composite-beam
  • 3 : noncomposite-beam
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • คานเชิงประกอบแบบ nonencased beam โดยหล่อพื้นคอนกรีตวางทับเหนือคานเหล็กและใช้สลักรับแรงเฉือนมากพอตามมาตรฐานกำหนด ดังนั้น คานนี้สามารถ
  • 1 : รับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้น และโก่งตัวน้อยลง

  • 2 : รับโมเมนต์ดัดได้เท่าเดิม

  • 3 : รับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้น

  • 4 : รับโมเมนต์ดัดได้เท่าเดิม แต่โก่งตัวน้อยลง

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • คานเหล็กและพื้นคอนกรีตจะมีพฤติกรรมเชิงประกอบต่อเมื่อคอนกรีตมีกำลังรับแรงอัดเท่ากับ
  • 1 : 0.45fc’
  • 2 : 0.75fc’
  • 3 : 0.85fc’
  • 4 : fc’
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • คานไม้ประกอบช่วงเดี่ยวธรรมดา ขนาด 4” x 8” ยาว 4.00 เมตร ประกอบขึ้นจากท่อนไม้ขนาด 4” x 4” สองท่อน (ไม่ไส) วางซ้อนกันทางตั้งและต่อยึดกันด้วยกาวสังเคราะห์ หากคานประกอบนี้มีค้ำยันทางข้างที่ปลายทั้งสองเท่านั้น และรับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอ (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) = 500 กก./ม. จงหาว่ากาวสังเคราะห์ที่นำมาใช้ต้องมีหน่วยแรงยึดเหนี่ยวปลอดภัยอย่างน้อยเท่าใด

  • 1 : 6.0 กก./ซม.2
  • 2 :

    7.0 กก./ซม.2

  • 3 :

    7.5 กก./ซม.2

  • 4 : 8.0 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 183 :
  • คานไม้ประกอบช่วงเดี่ยวธรรมดา ขนาด 4” x 8” ยาว 3.50 เมตร ประกอบขึ้นจากท่อนไม้ขนาด 4” x 4” สองท่อน (ไม่ไส) วางซ้อนกันทางตั้งและต่อยึดกันด้วยสลักเกลียวแถวเดียว หากคานนี้มีค้ำยันทางข้างที่ปลายทั้งสองเท่านั้น และรับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอ (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) = 400 กก./ม. จงหาระยะห่างระหว่างตัวสลักเกลียวที่ต้องใช้บริเวณปลายคาน กำหนดให้ สลักเกลียวมีแรงต้านทางข้างตัวละ 700 กก.

  • 1 :

    10.0 ซม.

  • 2 :

    12.5 ซม.

  • 3 :

    15.0 ซม.

  • 4 :

    17.5 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 184 :
  • คานไม้ประกอบขึ้นจากไม้ขนาด 2” x 6” สี่ท่อน (ไม่ไส) เป็นรูปกล่องกลวง มีขนาดหน้าตัดเท่ากับ 6” x 10” มีช่องว่างทางกว้าง = 2” และทางลึก = 6” ต่อยึดกันด้วยตะปู ถ้าคานประกอบนี้เป็นคานช่วงเดี่ยวธรรมดายาว 4.50 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอ (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) = 600 กก./ม. จงประมาณระยะห่างของตะปูที่ต้องใช้ บริเวณปลายคาน กำหนดให้ ตะปูมีแรงต้านทางข้างตัวละ 150 กก.

  • 1 :

    8.00 ซม.

  • 2 : 6.00 ซม.
  • 3 :

    4.00 ซม.

  • 4 :

    3.00 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 185 :
  • คานไม้ประกอบขึ้นจากไม้ (ไม่ไส) ขนาด 1” x 8” สองแผ่น วางนอน และขนาด 2” x 8” สองแผ่น วางตั้ง ทำเป็นรูปกล่องกลวง มีขนาดหน้าตัดเท่ากับ 8” x 10” ถ้าคานประกอบนี้เป็นคานช่วงเดี่ยวธรรมดายาว 4.00 เมตร และต่อยึดกันอย่างดี จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดแบบแผ่สม่ำเสมอที่คานประกอบสามารถรับได้ สมมติว่า หน่วยแรงดัดสูงสุด = 100 กก./ซม.2 ค่า Form Factor Cf = 1

  • 1 :

    600 กก./เมตร

  • 2 :

    675 กก./เมตร

  • 3 :

    775 กก./เมตร

  • 4 :

    875 กก./เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 186 :
  • คานประกอบกลวง ประกอบด้วยไม้แปรรูป (ไม่ไส) ขนาด 5x10 ซม. จำนวน 2 ชิ้นที่ด้านบนและด้านล่างของคาน และแผ่นไม้อัดกว้าง 30 ซม. 2 แผ่น ประกบด้านข้างของไม้แปรรูป ซึ่งจะได้ช่องกลวงขนาด 10x20 ซม. ถ้าคานประกอบกลวงนี้ต่อยึดกันอย่างดี และรับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 1700 กก.-เมตร. จงประมาณว่า ต้องใช้แผ่นไม้อัดหนาอย่างน้อยเท่าไร กำหนดให้ ไม้แปรรูปมีหน่วยแรงดัด Fb = 120 กก./ซม.2 และค่า E = 8x104 กก./ซม.2 ส่วนแผ่นไม้อัดมีหน่วยแรงดัด Fb = 150 กก./ซม.2 และค่า E = 1x105 กก./ซม.2

  • 1 :

    8 มม.

  • 2 :

    10 มม.

  • 3 :

    12 มม.

  • 4 :

    15 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 187 :
  • คานประกอบกลวง ประกอบด้วยไม้แปรรูป (ไม่ไส) ขนาด 5x10 ซม. จำนวน 2 ชิ้นที่ด้านบนและด้านล่างของคาน และแผ่นไม้อัดขนาด 1.2x25 ซม. 2 แผ่น ประกบด้านข้างของไม้แปรรูป ซึ่งจะได้ช่องกลวงขนาด 10x15 ซม. ถ้าคานประกอบกลวงนี้ต่อยึดกันอย่างดี จงประมาณกำลังต้านทานโมเมนต์ดัดใช้งานของคานประกอบนี้ กำหนดให้ ไม้แปรรูปมีหน่วยแรงดัด Fb = 125 กก./ซม.2 และค่า E = 1x105 กก./ซม.2 ส่วนแผ่นไม้อัดมีหน่วยแรงดัด Fb = 150 กก./ซม.2 และค่า E = 1.2x105 กก./ซม.2 สมมติค่า Form Factor Cf = 1

  • 1 :

    1400 กก.-เมตร

  • 2 :

    1450 กก.-เมตร

  • 3 :

    1500 กก.-เมตร

  • 4 :

    1600 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • ถ้าคานเหล็กประกอบ (plate girders) มีความหนาของเหล็กแผ่นตั้ง = tW เสริมเหล็กข้างคานแบบรับแรงกด (bearing stiffeners) 1 คู่ ซึ่งเหล็กเสริมข้างคานแต่ละด้านของเหล็กแผ่นตั้งมีเนื้อที่หน้าตัด = Ast การตรวจสอบหากำลังรับแรงกดบริเวณกลางช่วงคานจะพิจารณาว่าเสมือนเป็นเสาที่มีเนื้อที่หน้าตัดเท่ากับ

  • 1 :

    12tW2 + 2Ast

  • 2 :

    25tW2 + 2Ast

  • 3 :

    15tW2 + 2Ast

  • 4 :

    12.5tW2 + Ast

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 189 :
  • Plate Girder ช่วงเดี่ยวยาว 20 เมตร รูปตัดตัว W ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 8x1440 มม. ใช้เหล็กชนิด A36 ต่อกันโดยการเชื่อม รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอและน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบจุดกระทำห่างจากจุดรองรับแต่ละด้านเป็นระยะเท่ากับ 7.00 เมตร ถ้า Plate Girder นี้มีแต่ bearing stiffener ตรงจุดที่รับน้ำหนักแบบจุดเท่านั้น จงประมาณค่าแรงเฉือนใช้งานสูงสุดที่ plate girder สามารถรับได้โดยพิจารณาจากตารางข้างล่างนี้

    หน่วยแรงเฉือนใช้งานในเหล็กแผ่นตั้งของคานเหล็กประกอบ (กก./ตร.ซม.) สำหรับเหล็กชนิด A36

    (ไม่รวมผลของ Tension Field Action)

    h/tw

    Aspect Ratios a/h : Stiffener Spacing to Web Depth

    0.5

    0.6

    0.7

    0.8

    0.9

    1.0

    1.2

    1.4

    1.6

    1.8

    2.0

    2.5

    3.0

    Over 3.0

    160

    863

    743

    624

    517

    444

    391

    340

    309

    289

    275

    266

    251

    224

    170

    812

    699

    553

    458

    393

    347

    301

    274

    256

    244

    235

    198

    180

    767

    624

    493

    409

    351

    309

    269

    244

    229

    218

    210

    177

  • 1 :

    15.0 ตัน

  • 2 :

    16.5 ตัน

  • 3 :

    18.5 ตัน

  • 4 :

    20.0 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • คานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (plate girders) รูปตัดตัว W ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 15x450 มม. ที่แต่ละด้าน และเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. ซึ่งทำด้วยเหล็กชนิด A36 และยึดต่อกันโดยการเชื่อม จงใช้วิธี LRFD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดประลัยของคานนี้ สมมติให้ ค่า Re = RPG = 1 Fcr = Fy = 2500 กก./ตร. ซม.

  • 1 :

    405 ตัน-เมตร

  • 2 :

    375 ตัน-เมตร

  • 3 :

    345 ตัน-เมตร

  • 4 :

    310 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • ถ้า Plate Girder ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานแต่ละด้านขนาด 40x400 มม. และเหล็กแผ่นตั้ง 1 แผ่นขนาด 8x1440 มม. ต่อกันโดยการเชื่อม จงใช้วิธี LRFD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดประลัย สมมติให้ ค่า Re = RPG = 1 Fcr = Fy = 2500 กก./ตร. ซม.

  • 1 :

    410 ตัน-เมตร

  • 2 :

    450 ตัน-เมตร

  • 3 :

    520 ตัน-เมตร

  • 4 :

    550 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • คานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (plate girders) ช่วงเดียว ยาว 12 เมตร ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 15x450 มม. ที่แต่ละด้าน และเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. ซึ่งทำด้วยเหล็กชนิด A36 และต่อกันโดยการเชื่อม ถ้าระหว่างช่วงความยาวคานไม่ใช้ intermediate stiffener เลย จงประมาณค่าแรงเฉือนประลัยที่ plate girder สามารถรับได้ โดยอาศัยค่าหน่วยแรงเฉือนประลัยที่ให้ในตารางข้างล่างนี้

    หน่วยแรงเฉือนประลัย (fVVn /Aw) ในเหล็กแผ่นตั้งของคานเหล็กประกอบ (กก./ตร. ซม.) สำหรับเหล็กชนิด A36

    (ไม่รวมผลของ Tension Field Action)

    H/tw

    Aspect Ratios a/h : Stiffener Spacing to Web Depth

    0.5

    0.6

    0.7

    0.8

    0.9

    1.0

    1.2

    1.4

    1.6

    1.8

    2.0

    2.5

    3.0

    Over 3.0

    160

    1313

    1141

    975

    822

    716

    641

    543

    484

    446

    420

    401

    372

    321

    170

    1235

    1073

    864

    728

    635

    568

    481

    429

    395

    372

    355

    284

    180

    1167

    957

    770

    649

    566

    507

    429

    383

    352

    332

    317

    253

  • 1 :

    42 ตัน

  • 2 :

    45 ตัน

  • 3 :

    48 ตัน

  • 4 :

    50 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  • คานเหล็กประกอบขนาดใหญ่ (plate girders) ช่วงเดียว ยาว 12 เมตร ประกอบด้วยแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 15x450 มม. ที่แต่ละด้าน และเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. ซึ่งทำด้วยเหล็กชนิด A36 และต่อกันโดยการเชื่อม ถ้าต้องการให้คานนี้สามารถรับนำหนักบรรทุกประลัยแบบแผ่สม่ำเสมอได้ประมาณ 24 ตันต่อเมตร จงใช้ตารางข้างล่างนี้ประมาณตำแหน่งของ intermediate stiffener ตัวแรกว่าจะอยู่ห่างจากปลายคานได้มากที่สุดเท่าไร

    หน่วยแรงเฉือนประลัย (fVVn /Aw) ในเหล็กแผ่นตั้งของคานเหล็กประกอบ (กก./ตร. ซม.) สำหรับเหล็กชนิด A36

    (ไม่รวมผลของ Tension Field Action)

    H/tw

    Aspect Ratios a/h : Stiffener Spacing to Web Depth

    0.5

    0.6

    0.7

    0.8

    0.9

    1.0

    1.2

    1.4

    1.6

    1.8

    2.0

    2.5

    3.0

    Over 3.0

    160

    1313

    1141

    975

    822

    716

    641

    543

    484

    446

    420

    401

    372

    321

    170

    1235

    1073

    864

    728

    635

    568

    481

    429

    395

    372

    355

    284

    180

    1167

    957

    770

    649

    566

    507

    429

    383

    352

    332

    317

    253

  • 1 :

    90 ซม.

  • 2 :

    100 ซม.

  • 3 :

    120 ซม.

  • 4 :

    135 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • Plate Girder ที่ต่อกันโดยการเชื่อม ถ้านำ bearing stiffener 1 คู่ ขนาดแผ่นละ 14x150 มม. ชนิด A36 (Fy = 2500 กก./ตร. ซม.) มาใช้เพื่อรับน้ำหนักประลัยแบบจุด แต่บากตรงมุมออกไป 1.5 ซม. เพื่อเผื่อสำหรับการเชื่อมต่อ จงประมาณกำลังรับแรงกดประลัยของ bearing stiffener นี้

  • 1 :

    170 ตัน

  • 2 :

    140 ตัน

  • 3 :

    125 ตัน

  • 4 :

    100 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 :
  • หากนำแผ่นเหล็กปีกคาน 2 แผ่นขนาด 300x25 มม. และเหล็กแผ่นตั้งหนึ่งแผ่นขนาด 1450x15 มม. ซึ่งเป็นเหล็กชนิด A36 (Fy = 2500 กก./ตร. ซม.) มาประกอบเป็นคานเหล็กรูปตัด W เพื่อใช้รับน้ำหนักบรรทุก ในการคำนวณออกแบบตามมาตรฐานกำหนด จะพิจารณาว่าคานนี้เป็นแบบ
  • 1 : rolled beam
  • 2 : built-up beam
  • 3 : plate girder
  • 4 : composite beam
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 544 : Connections
ข้อที่ 196 :
  • อุปกรณ์ยึดไม้ชนิดใดที่ใช้รับได้ทั้งแรงด้านข้างและแรงถอน
  • 1 : แหวนยึด
  • 2 : ตะปู
  • 3 : สลักเกลียว
  • 4 : สลักไม้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 197 :
  • อุปกรณ์ยึดไม้ชนิดใดที่ใช้รับแรงด้านข้างอย่างเดียว
  • 1 : ตะปู
  • 2 : ตะปูเกลียว
  • 3 : สลักเกลียว
  • 4 : ลิ่มเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 198 :
  • จงประมาณค่าแรงเฉือน 2 ระนาบของสลักเกลียวขนาด 16 mm ถ้าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้เท่ากับ 1,470 kg/cm2
  • 1 : 2,950 kg
  • 2 : 5,900 kg
  • 3 : 11,800 kg
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • ขนาดการเชื่อมในทางปฏิบัติไม่เล็กกว่ากี่ mm
  • 1 : 3 mm
  • 2 : 6 mm
  • 3 : 9 mm
  • 4 : 12 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • ในการเชื่อมอ้อมปลาย (End return) ให้ใช้ความยาวอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 1 เท่าขนาดการเชื่อม
  • 2 : 2 เท่าขนาดการเชื่อม
  • 3 : 3 เท่าขนาดการเชื่อม
  • 4 : 4 เท่าขนาดการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 201 :
  • จะต้องใช้ขาเชื่อมขนาดเท่าใด เพื่อให้รับแรงดึง 26,000 kg โดยเชื่อมแบบฟิลเลทยาวด้านละ 20 cm ทั้ง 2 ด้าน เมื่อใช้ลวดเชื่อม E60 (กำลังรับแรงดึงประลัยของลวดเชื่อม FEXX เท่ากับ 4200 ksc)
  • 1 : 5 mm
  • 2 : 6 mm
  • 3 : 7 mm
  • 4 : 8 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • กำหนดให้ กำลังของรอยเชื่อมเท่ากับ 450 kg/ความยาว 1 cm ถ้ามีแรงดึงกระทำเท่ากับ 2000 kg และไม่มีการเชื่อมอ้อมปลาย จงหาความยาวทั้งหมดของรอยเชื่อม
  • 1 : 3.5 cm
  • 2 : 4.5 cm
  • 3 : 5.5 cm
  • 4 : 6.5 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • แรงดึงในองค์อาคารของเหล็กฉากเดี่ยวใช้เหล็กประกับหนา 6 mm มีค่าเท่ากับ 4000 kg จงหาจำนวนของหมุดย้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 mm ชนิด A502 G1 เมื่อหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้เท่ากับ 1225 ksc และหน่วยแรงดึงประลัย(Fu) เท่ากับ 4070 ksc.
  • 1 : 2 ตัว
  • 2 : 3 ตัว
  • 3 : 4 ตัว
  • 4 : 5 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • องค์อาคารต่อโดยใช้เหล็กฉากเดี่ยว ขนาด 50 x 50 x 6 mm มีพื้นที่หน้าตัดเท่ากับ 5.64 ตร.ซม. ใช้สลักเกลียวแถวเดียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 mm เผื่อรูเจาะ 3 mm ยึดกับเหล็กประกับหนา 6 mm เพียงขาเดียว จงหาพื้นที่หน้าตัดสุทธิประสิทธิผลของเหล็กฉาก
  • 1 : 4.74 ตร.ซม.
  • 2 : 4.50 ตร.ซม.
  • 3 : 4.03 ตร.ซม.
  • 4 : 3.55 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  • ถ้าต้องการต่อองค์อาคารไม้เพื่อรับแรงดึงเท่ากับ 3000 kg โดยการต่อชนและใช้แผ่นเหล็กประกับข้าง จงหา จำนวนของสลักเกลียว สมมติให้สลักเกลียวมีแรงต้านทานด้านข้างที่ยอมให้ขนานเสี้ยน 450 กก./ตัว (ยังไม่รวมผลจากแผ่นเหล็กประกับ)
  • 1 : 4 ตัว
  • 2 : 5 ตัว
  • 3 : 6 ตัว
  • 4 : 7 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 206 :
  • อุปกรณ์ยึดไม้ในข้อใดรับกำลังทางข้าง (แรงเฉือนของจุดต่อ) ได้มากที่สุด
  • 1 : ตะปู
  • 2 : ชุดแหวนยึดไม้
  • 3 : ตะปูเกลียว
  • 4 : สลักเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • อุปกรณ์ยึดไม้ในข้อใดรับกำลังแรงถอนได้น้อยที่สุด
  • 1 : ตะปู
  • 2 : ชุดแหวนยึดไม้
  • 3 : ตะปูเกลียว
  • 4 : ตะปูควง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • ข้อใดมีผลกระทบต่อกำลังยึดที่จุดต่อของตะปู
  • 1 : คุณสมบัติของไม้, ความชื้นในไม้
  • 2 : ระยะฝังของตะปู
  • 3 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของตะปู
  • 4 : มีผลกระทบทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 209 :
  • แผ่นเหล็กปะกับด้านข้างของชิ้นไม้จะเพิ่มความสามารถของสลักเกลียวในการรับแรงด้านใดมากที่สุด
  • 1 : แรงตั้งฉากเสี้ยน
  • 2 : แรงขนานเสี้ยน
  • 3 : แรงที่ทำมุม 30 องศา กับแนวเสี้ยน
  • 4 : แรงที่ทำมุม 45 องศา กับแนวเสี้ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  • ในการเชื่อมเหล็ก วิธีใดสามารถใช้เพื่อลดจุดแรงวิกฤต (High Stress Concentration) ได้
  • 1 : ใช้ลวดเชื่อมขนาดเล็กกว่าความหนาของเหล็ก
  • 2 : การเชื่อมอ้อมปลาย (End Return)
  • 3 : ไม่ใช้ขนาดรอยเชื่อมเกิน 6 ม.ม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 211 :
  • การวิบัติของรอยต่อที่ต่อด้วยสลักเกลียว แบบใด ที่สามารถแก้ไขได้โดยเพิ่มจำนวนสลักเกลียว
  • 1 : การวิบัติโดยแรงดึงที่แผ่นเหล็ก
  • 2 : การวิบัติโดยแรงกดที่แผ่นเหล็ก
  • 3 : การวิบัติโดยแรงดึง และแรงกดที่แผ่นเหล็ก
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • จงประมาณขนาดของรอยเชื่อมของรอยต่อสำหรับฐานรองรับคานดังแสดงในรูป เพื่อรับแรงปฏิกริยา 5 ตัน สมมุติว่าฐานรองรับคานมีความแข็งแรงพอ ใช้ลวดเชื่อมชนิด E70 และการเชื่อมแบบพอก(fillet weld) ตามข้อกำหนดของ AISC(allowable stress design)
  • 1 : 3 mm
  • 2 : 4 mm
  • 3 : 5 mm
  • 4 : 6 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 213 :
  • จงคำนวณหาเนื้อที่หน้าตัดสุทธิขององค์อาคารรับแรงดึงซึ่งเจาะรูขนาด 24 mm.ดังแสดงในรูป กำหนดให้พื้นที่หน้าตัดทั้งหมด(Ag)ของL150x100x12 mm เท่ากับ 26.58 cm2
  • 1 : 20.40 cm2
  • 2 : 22.80 cm2
  • 3 : 24.08 cm2
  • 4 : 25.40 cm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 214 :
  • ตามมาตรฐาน AISC(1963) กำหนดหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้สำหรับรอยเชื่อมแบบพอก(Fillet weld)ของลวดเชื่อม AWS A5.1E60xx เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1140 ksc
  • 2 : 1260 ksc
  • 3 : 1470 ksc
  • 4 : 1520 ksc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  • จงประมาณค่าที่ยอมให้ของการต่อเชื่อม ถ้าเหล็กที่ใช้เป็นเหล็ก A36 ลวดเชื่อมเป็นชนิด E70 และการเชื่อมเป็นการเชื่อมทาบโดยใช้ขนาดของรอยเชื่อม 12 mm ดังแสดงในรูป
  • 1 : 19,000 kg
  • 2 : 28,700 kg
  • 3 : 38,000 kg
  • 4 : 48,880 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  • จากรูปจงคำนวณหาระยะระหว่างสลักเกลียว(pitch)ซึ่งจะทำให้เนื้อที่หน้าตัดสุทธิเท่ากับเนื้อที่หน้าตัดสุทธิของการเจาะรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 19 mm แถวเดียว โดยกำหนดให้เพิ่มขนาดของรูเจาะเท่ากับ 3 mm
  • 1 : 3.53 cm
  • 2 : 4.83 cm
  • 3 : 5.43 cm
  • 4 : 6.63 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • การวิบัติของรอยต่อ กรณีใดวิบัติที่ตัวยึด
  • 1 : Block Shear Failure
  • 2 : Cracking Failure
  • 3 : Tear out Failure
  • 4 : Single Shear or Double Shear Failure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • สัญลักษณ์ของการเชื่อมดังรูป หมายถึง
  • 1 : เชื่อมทาบด้านใกล้ ขนาดรอยเชื่อม 6 mm. เชื่อมยาว 50 mm. เว้นระยะ 100 mm.
  • 2 : เชื่อมทาบด้านไกล ขนาดรอยเชื่อม 6 mm. เชื่อมยาว 100 mm. เว้นระยะ 50 mm.
  • 3 : เชื่อมทาบด้านใกล้ ขนาดรอยเชื่อม 6 mm. เชื่อมยาว 100 mm. เว้นระยะ 50 mm.
  • 4 : เชื่อมทาบสลับด้าน ขนาดรอยเชื่อม 6 mm. เชื่อมยาว 50 mm. เว้นระยะ 100 mm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 219 :
  • จงหาแรงสูงสุดที่ยอมให้(P)ขององค์อาคารรับแรงดึงที่ต่อทาบเข้าด้วยกันโดยการเชื่อมทาบดังแสดงในรูป ให้ใช้ข้อกำหนดของ AISC กำหนดให้ลวดเชื่อมเป็นชนิด E70 มีหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ 1040 ksc เชื่อมหนา 10 mm และเหล็ก plate เป็นเหล็กชนิด ASTM A36 มีความหนา 12 mm
  • 1 : 10,800 kg
  • 2 : 16,800 kg
  • 3 : 20,800 kg
  • 4 : 26,800 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • จงคำนวณหาความสามารถในการรับแรงดึงของแผ่นเหล็กขนาด
    250 mm x 12 mm ดังแสดงในรูป ถ้าแผ่นเหล็กเป็นเหล็กชนิด ASTM A36 และหมุดย้ำชนิด A502 เกรด 1และใช้ข้อกำหนดของ AISC กำหนดให้หน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของหมุดย้ำเท่ากับ 1050 ksc.และหน่วยแรงแบกทานที่ยอมให้เท่ากับ 3400 ksc.
  • 1 : 12,450 kg
  • 2 : 17,870 kg
  • 3 : 24,380 kg
  • 4 : 26,130 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • เมื่อทำรอยต่อรับแรงดึงในโครงเหล็ก ดังรูป จงประมาณหน่วยแรงเฉือนที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว ตามวิธี ASD
  • 1 : 8830 กก./ซม.2
  • 2 : 4420 กก./ซม.2
  • 3 : 2210 กก./ซม.2
  • 4 : 1105 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • เมื่อทำรอยต่อรับแรงดึงในโครงสร้าง ดังรูป จงประมาณหน่วยแรงเฉือนที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว ตามวิธี LRFD
  • 1 : 2210 กก./ซม.2
  • 2 : 2930 กก./ซม.2
  • 3 : 3200 กก./ซม.2
  • 4 : 3500 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 223 :
  • เมื่อทำรอยต่อรับแรงดึงในโครงสร้างเหล็ก ดังรูป จงประมาณหน่วยแรงกดที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว ตามวิธี ASD
  • 1 : 1303 กก./ซม.2
  • 2 : 2605 กก./ซม.2
  • 3 : 3780 กก./ซม.2
  • 4 : 4135 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • เมื่อทำรอยต่อรับแรงดึงในโครงสร้างเหล็ก ดังรูป จงประมาณหน่วยแรงกดที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว ตามวิธี LRFD
  • 1 : 3780 กก./ซม.2
  • 2 : 3450 กก./ซม.2
  • 3 : 2605 กก./ซม.2
  • 4 : 1303 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • ในโครงสร้างเหล็กถ้าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของสลักเกลียว A325-x = 2100 กก./ซม.2 จงประมาณแรงดึงปลอดภัยที่คิดจากหน่วยแรงเฉือนของสลักเกลียวอย่างเดียว
  • 1 : 9500 กก.
  • 2 : 19000 กก.
  • 3 : 37200 กก.
  • 4 : 38000 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • ในโครงสร้างเหล็กเมื่อทำรอยต่อรับแรงดึง ดังรูป ถ้าแผ่นเหล็กเป็นชนิด A36 (สมมติ Fy = 2500 กก./ซม.2 Fu = 4050 กก./ซม.2) และทำรูเจาะแบบมาตรฐาน (standard hole) จงประมาณค่าแรงดึงที่คิดจากหน่วยแรงกดระหว่างแผ่นเหล็กกับตัวสลักเกลียว
  • 1 : 18600 กก.
  • 2 : 37200 กก.
  • 3 : 62200 กก.
  • 4 : 74600 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • เมื่อทำรอยต่อแบบมีแรงฝืด (friction-type connection) ดังรูป จงประมาณค่าแรงดึงประลัย ตามวิธี LRFD (ถ้าแผ่นเหล็กไม่วิบัติจากการครากหรือฉีกขาด) กำหนดให้ หน่วยแรงเฉือนประลัยของสลักเกลียว A 325-x = 4140 กก./ซม.2
  • 1 : 21200 กก.
  • 2 : 56200 กก.
  • 3 : 75000 กก.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 228 :
  • เมื่อทำรอยต่อแบบมีแรงกดระหว่างค้ำยันรับแรงดึงกับเสา ดังรูป โดยใช้สลักเกลียวกำลังสูงชนิด A325-N ขนาด 22 มม. (A= 3.80 ซม.2) ข้างละ 4 ตัว จงประมาณค่าแรงดึงปลอดภัย P สูงสุด (ที่กระทำผ่านศูนย์ถ่วงของรอยต่อ) เมื่อคิดจากตัวสลักเกลียวอย่างเดียว

    กำหนดหน่วยแรงที่ยอมให้ของสลักเกลียว A325-N ดังนี้

            หน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้    Fv = 1470 กก./ซม.2

            หน่วยแรงดึงที่ยอมให้        Ft = กก./ซม.2

  • 1 : 65000 กก.
  • 2 : 60000 กก.
  • 3 : 55000 กก.
  • 4 : 50000 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 229 :
  • รอยต่อคานกับเสา รับแรงปฏิกิริยาจากคานที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้งาน 20 ตัน และจากน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน 15 ตันโดยใช้สลักเกลียวชนิด A325 ขนาด  22 มม. (Ab = 3.80 ซม.2) และเหล็กฉากชนิด A36 แต่ละข้าง ยาว 30 ซม. ให้หาความหนาของเหล็กฉาก ตามวิธี ASD

  • 1 : 5 มม.
  • 2 : 6 มม.
  • 3 : 7 มม.
  • 4 : 8 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 230 :
  • รอยต่อคานกับเสา รับแรงปฏิกิริยาจากคานที่เกิดจากน้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้งาน 20 ตัน และจากน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน 15 ตันโดยใช้สลักเกลียวชนิด A325 ขนาด 22 มม. (Ab = 3.80 ซม.2) และเหล็กฉากชนิด A36 แต่ละข้าง ยาว 30 ซม. ให้หาความหนาของเหล็กฉาก ตามวิธี LRFD

  • 1 : 5 มม.
  • 2 : 6 มม.
  • 3 : 7 มม.
  • 4 : 8 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • เมื่อทำรอยเชื่อมต่อระหว่างเหล็กฉากกับแผ่นเหล็กประกับ ดังรูป ถ้าต้องการให้ศูนย์ถ่วงของรอยเชื่อม อยู่ในแนวเดียวกันกับแรงกระทำ P หากให้กำลังรับแรงของรอยเชื่อมต่อหน่วยความยาว =PW ดังนั้น ระยะเชื่อมที่แต่ละข้างของแผ่นเหล็กประกับ คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • จงหาความยาวทั้งหมดของรอยเชื่อมเพื่อรับแรงดึงใช้งาน = 30 ตัน สมมติใช้เหล็กชนิด A36 และลวดเชื่อมขนาด 8 มม. ชนิด E70 (FEXX = 4900 กก./ ซม.2)
  • 1 : 18 ซม.
  • 2 : 40 ซม.
  • 3 : 36 ซม.
  • 4 : 20 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 233 :
  • จงหาความยาวทั้งหมดของรอยเชื่อมเพื่อรับแรงดึงประลัย = 45 ตัน สมมติใช้เหล็กชนิด A36 และลวดเชื่อมขนาด 8 มม. ชนิด E70 (FEXX = 4900 กก./ ซม.2)
  • 1 : 40 ซม.
  • 2 : 36 ซม.
  • 3 : 20 ซม.
  • 4 : 18 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 234 :
  • ถ้าทำรอยเชื่อมต่อบ่าเสาเป็นรูปตัวซี ดังแสดง หากให้ขาเชื่อมมีค่าหนึ่งหน่วย ดังนั้น โพลาโมเมนต์อินเนอร์เชียของรอยเชื่อม ประมาณ
  • 1 : 1690 ซม.3
  • 2 : 43310 ซม.3
  • 3 : 45000 ซม.3
  • 4 : 46690 ซม.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • ในการต่อคานกับเสา ถ้าใช้เหล็กฉาก 1 คู่ชนิด A36 ยาว = 25 ซม. เพื่อช่วยถ่ายแรงปฏิกิริยาใช้งานจากคานซึ่งมีค่า = 40 ตัน ให้กับเสา แล้วเชื่อมติดกับเหล็กแผ่นตั้งและหน้าเสา ดังแสดง ให้หาความหนาอย่างน้อยของเหล็กฉากที่ต้องใช้
  • 1 : 7 มม.
  • 2 : 8 มม.
  • 3 : 9 มม.
  • 4 : 10 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • ในการทำรอยต่อเชื่อมบ่าเสา เพื่อถ่ายแรงใช้งาน 13 ตัน ซึ่งกระทำห่างจากหน้าเสา 3 ซม. ดังรูป จงหาหน่วยแรงลัพธ์สูงสุดที่รอยเชื่อมต้องรับ
  • 1 : fr = 433.5 กก./ตร.ซม.
  • 2 : fr = 511.5 กก./ตร.ซม.
  • 3 : fr = 670.5 กก./ตร.ซม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • ในการทำรอยต่อเชื่อมบ่าเสา เพื่อถ่ายแรงใช้งาน 13 ตัน ซึ่งกระทำห่างจากหน้าเสา 3 ซม. ดังรูป ถ้าใช้ลวดเชื่อมชนิด E70 (FEXX = 4900 กก./ ซม.2) จงประมาณขนาดของขาเชื่อม
  • 1 : 7 มม.
  • 2 : 8 มม.
  • 3 : 9 มม.
  • 4 : 10 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • ในการต่อทาบไม้ขนาด 1½" x 3" (ไม่ไส) สองชิ้น เพื่อถ่ายแรงดึง 1000 กก. โดยใช้ตะปูที่มีกำลังต้านทางข้างตัวละ 60 กก. จงหาจำนวนของตะปูที่ต้องใช้
  • 1 : ใช้ 3 แถวๆละ 5 ตัว
  • 2 : ใช้ 2 แถวๆละ 6 ตัว
  • 3 : ใช้ 3 แถวๆละ 6 ตัว
  • 4 : ใช้ 2 แถวๆละ 8 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • ในการต่อไม้ขนาด 1½" x 3" (ไม่ไส) สองชึ้นแบบต่อชนโดยอาศัยแผ่นเหล็กประกับ เพื่อถ่ายแรงดึง 3000 กก.โดยใช้สลักเกลียว จงหาจำนวนของสลักเกลียวที่ต้องใช้ สมมติ กำลังต้านทานแรงขนานเสี้ยนระหว่างไม้กับไม้ของสลักเกลียว = 400 กก./ตัว กำลังต้านทานแรงตั้งฉากเสี้ยนระหว่างไม้กับไม้ของสลักเกลียว = 250 กก./ตัว
  • 1 : ใช้ 2 แถวๆละ 4 ตัว
  • 2 : ใช้ 2 แถวๆละ 3 ตัว
  • 3 : ใช้ 2 แถวๆละ 2 ตัว
  • 4 : ใช้ 2 แถวๆละ 5 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • ถ้ากำลังต้านทานแรงขนานเสี้ยนระหว่างไม้กับไม้ของสลักเกลียว = 1170 กก./ตัว กำลังต้านทานแรงตั้งฉากเสี้ยนระหว่างไม้กับไม้ของสลักเกลียว = 510 กก./ตัว จงหากำลังต้านทานแรงระหว่างไม้กับไม้ของสลักเกลียวเมื่อมีแรงกระทำเป็นมุม 60 องศากับแนวเสี้ยนไม้
  • 1 : 840 กก./ตัว
  • 2 : 670 กก./ตัว
  • 3 : 590 กก./ตัว
  • 4 : 450 กก./ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • ในการทำรอยต่อด้วยตัวยึดแบบรับแรงกดระหว่างชิ้นส่วนหลักซึ่งใช้แผ่นเหล็ก ชนิดA36 ขนาด 20x300 มม. รับแรงดึงเท่ากับ 70 ตัน กับแผ่นเหล็กประกับ 2 แผ่นชนิด A36 โดยที่แต่ละแผ่นมีขนาด 10x300 มม.  จงหาจำนวนของสลักเกลียวขนาด 16 มม. (Ab = 2 ซม.2)  ที่ต้องใช้ สมมติว่าหน่วยแรงเฉือนใช้งานที่ยอมให้ของสลักเกลียว = 2100 กก./ ซม.2 ต่อระนาบ และหน่วยแรงกดใช้งานที่ยอมให้ = 4860 กก./ซม.2
  • 1 : 6 ตัว
  • 2 : 8 ตัว
  • 3 : 9 ตัว
  • 4 : 12 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • จงหาจำนวนของสลักเกลียวขนาด  16 มม. (Ab = 2 ซม.2) ที่ต้องใช้ ในการทำรอยต่อแบบรับแรงกดระหว่างชิ้นส่วนรับแรงดึงของโครงหลังคาซึ่งใช้เหล็กฉากขนาด 50x50x4 มม. จำนวน 2 ท่อนเพื่อรับแรงดึงเท่ากับ 8 ตัน กับแผ่นเหล็กประกับหนา 6 มม. สมมติว่าหน่วยแรงเฉือนใช้งานที่ยอมให้ของสลักเกลียว = 2100 กก./ซม.2 ต่อระนาบ และหน่วยแรงกดใช้งานที่ยอมให้ = 4860 กก./ซม.2
  • 1 : 1 ตัว
  • 2 : 2 ตัว
  • 3 : 3 ตัว
  • 4 : 4 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ในการต่อยึดชิ้นส่วนรับแรงดึงของโครงหลังคาซึ่งใช้เหล็กฉากขนาด 50x50x4 มม. จำนวน 2 ท่อน กับแผ่นเหล็กประกับ โดยใช้สลักเกลียวขนาด 16 มม. ยึดขาข้างหนึ่งของเหล็กฉากกับแผ่นเหล็กประกับโดยเรียงเป็นแถวเดียว จงประมาณค่าแรงดึงใช้งานสูงสุดที่เหล็กฉากแต่ละท่อนสามารถรับได้ สมมติใช้เหล็กชนิด A36 และเหล็กฉากขนาด 50x50x4 มม. แต่ละท่อนมีเนื้อที่หน้าตัดทั้งหมด = 3.89 ซม.2
  • 1 : 4750 กก.
  • 2 : 5830 กก.
  • 3 : 9500 กก.
  • 4 : 11660 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 244 :
  • ในการต่อปลายคานกับเสารองรับเพื่อถ่ายแรงปฏิกิริยาใช้งานเท่ากับ 26 ตัน โดยใช้เหล็กฉาก 1 คู่ยึดติดกับแผ่น web ของคานและกับแผ่น flange ของเสา ถ้าใช้เหล็กฉากยาว 22.5 ซม. จงหาความหนาของเหล็กฉากนั้น สมมติใช้เหล็กชนิด A36
  • 1 : 3 มม.
  • 2 : 6 มม.
  • 3 : 8 มม.
  • 4 : 12 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • ในการต่อปลายคานกับเสารองรับแบบง่าย เพื่อถ่ายแรงปฏิกิริยาใช้งานจากคานเท่ากับ 13 ตัน โดยใช้เหล็กฉากขนาด 150x100 มม. ยาว 25 ซม. รองใต้คาน (seated beam connection) โดยยึดขาเหล็กฉากด้านยาว 150 มม. ติดกับแผ่น flange ของเสาด้วยตัวยึด เช่น สลักเกลียว จงประมาณค่าความหนาของเหล็กฉากที่ต้องนำมาใช้ ถ้าสมมติว่า แรงปฏิกิริยาใช้งานทำให้ขาเหล็กฉากด้านสั้นที่ยื่นออกต้องรับโมเมนต์ดัดที่หน้าตัดวิกฤตเท่ากับ 100 กก.-ม
  • 1 : 9 มม.
  • 2 : 10 มม.
  • 3 : 12 มม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • สำหรับรอยเชื่อมต่อทุกประเภท ค่าหน่วยแรงเฉือนใช้งานที่ยอมให้ของลวดเชื่อมชนิด E70 คือ
  • 1 : 1260 กก./ซม.2
  • 2 : 1470 กก./ซม.2
  • 3 : 1800 กก./ซม.2
  • 4 : 2100 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ถ้าต่อชิ้นส่วนโครงสร้างเพื่อรับแรงกระทำ P แผ่นเหล็กแต่ละแผ่นมีขนาด a x b ขนาดขาเชื่อมเท่ากับ a ดังรูป จงหาหน่วยแรงบนรอยเชื่อมต่อแบบฟิลเลท
  • 1 : P/ab
  • 2 : 0.707P/ab
  • 3 : 1.414P/ab
  • 4 : P/2ab
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 248 :
  • ถ้าต่อชิ้นส่วนโครงสร้างเพื่อรับแรงกระทำ P แผ่นเหล็กกว้างเท่ากับ b ขนาดขาเชื่อมแต่ละข้างเท่ากับ a ดังรูป จงหาหน่วยแรงบนรอยเชื่อมต่อแบบฟิลเลท

  • 1 : 0.707P/ab
  • 2 : 0.707P/2ab
  • 3 : 1.414P/ab
  • 4 : P/2ab
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • ในการต่อเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x1700 มม. กับแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 50x400 มม. ของคานประกอบ โดยการเขื่อมทั้งสองด้านของเหล็กแผ่นตั้งให้มีรูปตัดแบบตัว W ถ้าพบว่าแรงปฏิกิริยาที่ปลายคานอันเนื่องมาจากจากน้ำหนักบรรทุกใช้งานมีค่าเท่ากับ 80 ตัน และค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียของคานประกอบ = 3,450,000 ซม.4 จงประมาณค่าแรงเฉือนในแนวนอนตรงรอยต่อระหว่างเหล็กแผ่นตั้งกับแผ่นเหล็กปีกคาน

  • 1 : 300 กก./ซม.
  • 2 : 350 กก./ซม.
  • 3 : 400 กก./ซม.
  • 4 : 440 กก./ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • ถ้ารอยเชื่อมต้องรับแรงดึงได้ 12 ตัน หากใช้รอยเชื่อม 6 มม. ต้องเชื่อมยาวทั้งหมดเท่าใด (ลวดเชื่อมมีกำลัง 1470 ksc)
  • 1 : 5 ซม.
  • 2 : 10 ซม.
  • 3 : 15 ซม.
  • 4 : 20 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :
  • ระยะทาบของแผ่นเหล็กที่นำมาต่อ อย่างน้อยเท่ากับ 5 เท่าของความหนาของแผ่นเหล็กที่บางกว่า แต่ต้องไม่น้อยกว่ากี่มิลลิเมตร
  • 1 : 20 มม.
  • 2 : 25 มม.
  • 3 : 30 มม.
  • 4 : 40 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 252 :
  • จากรูป พื้นที่หน้าตัดสุทธิที่รับแรงดึง (Ant) มีค่าเท่าไหร่ เมื่อรอยต่อเกิดการวิบัติแบบ Block Shear ตามแนว ABCDE
  • 1 : 5.04 cm^2
  • 2 : 9.54 cm^2
  • 3 : 13.86 cm^2
  • 4 : 14.04 cm^2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 :
  • จากรูป พื้นที่หน้าตัดสุทธิที่รับแรงเฉือน (Anv) มีค่าเท่าไหร่ เมื่อรอยต่อเกิดการวิบัติแบบ Block Shear ตามแนว ABCDE
  • 1 : 13.86 cm^2
  • 2 : 14.04 cm^2
  • 3 : 5.04 cm^2
  • 4 : 9.54 cm^2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 :
  • จากรูป ถ้าสลักเกลียวและแผ่นเหล็ก เป็นเหล็กโครงสร้างชนิด A36 (Fy = 2500 ksc และ Fu = 4200 ksc) ถามว่า กำลังรับแรงดึงบนหน้าตัดทั้งหมดมีค่าเท่าไหร่ (สมมติว่าไม่เกิดการวิบัติที่สลักเกลียว หรือการวิบัติแบบ Block Shear)
  • 1 : 40500 kg
  • 2 : 44550 kg
  • 3 : 33750 kg
  • 4 : 50625 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • จากรูป ถ้าสลักเกลียวและแผ่นเหล็กเป็นเหล็กโครงสร้างชนิด A36 (Fy = 2500 ksc และ Fu = 4200 ksc) ถามว่า กำลังรับแรงดึงบนหน้าตัดประสิทธิผลมีค่าเท่ากับเท่าไหร่ (สมมติว่าไม่เกิดการวิบัติที่สลักเกลียว หรือการวิบัติแบบ Block Shear)
  • 1 : 40500 kg
  • 2 : 44550 kg
  • 3 : 45612 kg
  • 4 : 50625 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • จากรูป กำลังรับแรงดึงมีค่าเท่าไหร่ เมื่อรอยต่อเกิดการวิบัติแบบ Block Shear ตามแนว ABCDE กำหนดให้ Fy = 2500 ksc และ Fu = 4050 ksc
  • 1 : 40022 kg
  • 2 : 50131 kg
  • 3 : 55000 kg
  • 4 : 55065 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 :
  • จากรูป ความกว้างสุทธิ (Wn) ตามแนว ABECD มีค่าเท่าไหร่ เมื่อสลักเกลียวมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 22 มม.
  • 1 : 25.00 cm
  • 2 : 26.26 cm
  • 3 : 27.06 cm
  • 4 : 29.60 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • จากรูป ความกว้างสุทธิ (Wn) ตามแนว ABEFG มีค่าเท่าไหร่ เมื่อสลักเกลียวมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 22 มม.
  • 1 : 25.00 cm
  • 2 : 26.26 cm
  • 3 : 27.06 cm
  • 4 : 29.60 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
  • ในการทำรอยต่อด้วยตัวยึดแบบรับแรงกดระหว่างชิ้นส่วนหลักซึ่งใช้แผ่นเหล็ก ชนิดA36 ขนาด 20x300 มม. รับแรงดึงเท่ากับ 70 ตัน กับแผ่นเหล็กประกับ 2 แผ่นชนิด A36 โดยที่แต่ละแผ่นมีขนาด 10x300 มม. จงหาจำนวนของสลักเกลียวขนาด f 16 มม. (Ab = 2 ซม.2) ที่ต้องใช้ สมมติว่าหน่วยแรงเฉือนใช้งานที่ยอมให้ของสลักเกลียว = 2100 กก./ซม.2 ต่อระนาบ และหน่วยแรงกดใช้งานที่ยอมให้ = 4860 กก./ซม.2

  • 1 :

    9 ตัว

  • 2 :

    12 ตัว

  • 3 :

    6 ตัว

  • 4 :

    8 ตัว

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • จงหาจำนวนของสลักเกลียวขนาด f 16 มม. (Ab = 2 ซม.2) ที่ต้องใช้ ในการทำรอยต่อแบบรับแรงกดระหว่างชิ้นส่วนรับแรงดึงของโครงหลังคาซึ่งใช้เหล็กฉากขนาด 50x50x4 มม. จำนวน 2 ท่อนเพื่อรับแรงดึงเท่ากับ 8 ตัน กับแผ่นเหล็กประกับหนา 6 มม. สมมติว่าหน่วยแรงเฉือนใช้งานที่ยอมให้ของสลักเกลียว = 2100 กก./ซม.2 ต่อระนาบ และหน่วยแรงกดใช้งานที่ยอมให้ = 4860 กก./ซม.2

  • 1 :

    1 ตัว

  • 2 :

    2 ตัว

  • 3 :

    3 ตัว

  • 4 : 4 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 261 :
  • ในการต่อเหล็กแผ่นตั้งขนาด 10x170 มม. กับแผ่นเหล็กปีกคานขนาด 50x400 มม. ของคานประกอบ โดยการเขื่อมทั้งสองด้านของเหล็กแผ่นตั้งให้มีรูปตัดแบบตัว W ถ้าพบว่าแรงปฏิกิริยาที่ปลายคานอันเนื่องมาจากจากน้ำหนักบรรทุกใช้งานมีค่าเท่ากับ 80 ตัน และค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียของคานประกอบ = 3450000 ซม.4 จงประมาณค่าแรงเฉือนในแนวนอนตรงรอยต่อระหว่างเหล็กแผ่นตั้งกับแผ่นเหล็กปีกคาน

  • 1 :

    300 กก./ซม.

  • 2 :

    400 กก./ซม.

  • 3 :

    500 กก./ซม.

  • 4 :

    550 กก./ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร