สภาวิศวกร

สาขา : โยธา

วิชา : Reinforced Concrete Design

เนื้อหาวิชา : 539 : Fundamental behavior in thrust, flexure, torsion, shear, bond and interaction among these forces
ข้อที่ 1 :
  • คอนกรีตหล่อในที่ ตามข้อกำหนด วสท.3408 คอนกรีตที่หล่อติดกับดินและผิวคอนกรีตสัมผัสกับดินตลอดเวลา ให้มีระยะหุ้มต่ำสุดสำหรับเหล็กเสริม เท่ากับกี่ ซม.
  • 1 : 3.0 ซม.
  • 2 : 3.5 ซม.
  • 3 : 5.0 ซม.
  • 4 : 7.5 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • น้ำหนักบบรรทุกจร ของอาคาร ตามข้อบัญญัติ กทม.พ.ศ.2522 ข้อใด มีน้ำหนักมากที่สุด
  • 1 : ห้องเก็บหนังสือของหอสมุดกลาง
  • 2 : ภัตตาคารใหญ่
  • 3 : หอประชุมแห่งชาติ
  • 4 : ที่จอดหรือเก็บรถยนต์บรรทุกเปล่าและรถอื่น ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 :
  • เหล็กข้ออ้อย ที่ใช้ในประเทศไทย จะมีคุณสมบัติดีกว่าเหล็กกลมอย่างไร
  • 1 : รับแรงดึงได้มากกว่า
  • 2 : มีแรงยึดเกาะดีกว่า
  • 3 : ทั้งรับแรงดึงและมีแรงยึดเกาะได้ดีกว่า
  • 4 : ราคาถูกกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • คานยื่น cantilever beam เหล็กเสริมที่อยู่ในคาน เหล็กใดเป็นเหล็กเสริมที่สำคัญที่สุด
  • 1 : เหล็กเสริมด้านล่างสุดของคาน
  • 2 : เหล็กเสริมด้านกลางของคาน
  • 3 : เหล็กเสริมด้านบนคาน
  • 4 : เหล็กคอม้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 5 :
  • การถอดค้ำยันใต้ท้องคานยื่น ที่มีความยาวมาก ควรจะถอดอย่างไร
  • 1 : ถอดไล่จากด้านเสาที่รองรับออกไป
  • 2 : ถอดไล่จากด้านปลายคานยื่นเข้ามา
  • 3 : ถอดตรงกลางก่อนแล้วไล่ออกสองด้าน
  • 4 : ถอดอันเว้นอันจากด้านในออกไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • กำลังอัดคอนกรีต เท่ากับ 210 กก./ตร.ซม. ชนิดทรงกระบอก ที่อายุ 28 วัน จะเท่ากับกำลังอัดของคอนกรีตชนิดลูกบาศก์ ประมาณเท่าใด
  • 1 : 180 กก./ตร.ซม.
  • 2 : 210 กก./ตร.ซม.
  • 3 : 240 กก./ตร.ซม.
  • 4 : 280 กก./ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • ถ้ากำหนดให้ใช้คอนกรีตกำลังอัดประลัยที่ 240 กก./ตร.ซม. สำหรับออกแบบในมาตรฐาน ว.ส.ท.จะหมายถึงแท่งตัวอย่างคอนกรีตรูปร่างใด ที่อายุกี่วัน?
  • 1 : ชนิดลูกบาศก์ ขนาด 15 x15x15 ซม. ที่อายุ 14 วัน
  • 2 : ชนิดลูกบาศก์ ขนาด 15 x15x15 ซม. ที่อายุ 28 วัน
  • 3 : ชนิดทรงกระบอกขนาด 6"x12" ที่อายุ 7 วัน
  • 4 : ชนิดทรงกระบอกขนาด 6"x12" ที่อายุ 28 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • รอยแตกร้าวในคานต่อเนื่องซึ่ง ถ้ามีแนวเอียงหรือเฉียงทแยง ซึ่งเรียกทั่วไปว่า เกิดจากแรงดึงทแยง (diagonal tension) มักจะพบในบริเวณใดของคาน
  • 1 : ด้านล่างของคาน บริเวณกึ่งกลางคาน
  • 2 : ด้านบนของคาน บริเวณกึ่งกลางคาน
  • 3 : ที่ขอบของหัวเสา
  • 4 : ใกล้บริเวณโคนเสา ห่างจากเสาประมาณเท่ากับความลึกของคาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • พื้น คสล. กว้าง 3.00 ม. ยาว 5.00 ม. รับน้ำหนักจร 350 กก./ตร.ม. หนา 0.15 ม. จะมีน้ำหนักลงคานด้านยาวเท่าไร (วิธี WSD)
  • 1 : 710 กก./ม.
  • 2 : 937.2 กก./ม.
  • 3 : 1420 กก./ม.
  • 4 : 1775 กก./ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 :
  • พื้น คสล. กว้าง 3.00 ม. ยาว 5.00 ม. รับน้ำหนักจร 350 กก./ตร.ม. หนา 0.15 ม. จะมีน้ำหนักลงคานด้านยาวเท่าไร และใช้เกณฑ์มาตรฐานของ ว.ส.ท.ในการออกแบบ (วิธี SDM)
  • 1 : 1450 กก./ม.
  • 2 : 1775 กก./ม.
  • 3 : 1099 กก./ม.
  • 4 : 1237.2 กก./ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :
  • เสาเข็มสี่เหลี่ยมตันขนาด 0.15x0.15x 4.50 ม. มีจะกำลังรับน้ำหนักปลอดภัยของเสาเข็มเท่าไร เมื่อคำนวนโดยใช้ความฝืดของดินที่ยอมให้ตามข้อบัญญัติ กทม. ข้อ 67 กำหนดให้ fc’ของคอนกรีต เสาเข็ม = 210 ksc; fc’ของคอนกรีต ฐานราก = 180 ksc วิธี WSD
  • 1 : 1620 กก.
  • 2 : 1890 กก.
  • 3 : 2160 กก.
  • 4 : 17718 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 :
  • การรับแรงในแนวแกนของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนที่เป็นเนื้อคอนกรีตถูกกำหนดให้รับความเค้นสูงสุดไม่เกินกี่เปอร์เซ็นของความเค้นสูงสุดที่คอนกรีตรับได้ สำหรับการออกแบบด้วยวิธีกำลัง
  • 1 : 60%
  • 2 : 75%
  • 3 : 80%
  • 4 : 85%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • เหล็กปลอกในเสาทำหน้าที่อะไร เมื่อเสารับแรงในแนวแกน
  • 1 : เพื่อยึดเหล็กยืนไว้ให้อยู่ตามตำแหน่งที่ต้องการ
  • 2 : เพื่อให้ระยะหุ้ม (Covering) ถูกต้องตามต้องการ
  • 3 : เพื่อช่วยเสริมให้เสามีคุณสมบัติเหนียว (ductility)
  • 4 : เพื่อช่วยให้เสารับแรงดึงได้ดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง (USD)กำหนดให้ใช้หน่วยการยืดหดตัวประลัยของคอนกรีตมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.001 มม./มม.
  • 2 : 0.002 มม./มม.
  • 3 : 0.003 มม./มม.
  • 4 : 0.004 มม./มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :
  • ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing) มีความลึกประสิทธิผลเท่ากับ d จะเกิดการวิบัติเนื่องจากโมเมนต์ดัดที่บริเวณใด
  • 1 : บริเวณขอบเสาตอม่อ
  • 2 : ที่ระยะ d/4 จากขอบเสาตอม่อ
  • 3 : ที่ระยะ d/2 จากขอบเสาตอม่อ
  • 4 : ที่ระยะ d จากขอบเสาตอม่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing) มีความลึกประสิทธิผลเท่ากับ d จะเกิดการวิบัติเนื่องจากแรงเฉือนทางเดียว(ฺBeam Shear) ที่บริเวณใด
  • 1 : บริเวณขอบเสาตอม่อ
  • 2 : ที่ระยะ d/4 จากขอบเสาตอม่อ
  • 3 : ที่ระยะ d/2 จากขอบเสาตอม่อ
  • 4 : ที่ระยะ d จากขอบเสาตอม่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • ฐานรากเดี่ยว (Isolated Footing) มีความลึกประสิทธิผลเท่ากับ d จะมีการวิบัติเนื่องจากแรงเฉือนทะลุ(Punching Shear) ที่บริเวณใด
  • 1 : บริเวณขอบเสาตอม่อ
  • 2 : ที่ระยะ d/4 จากขอบเสาตอม่อ
  • 3 : ที่ระยะ d/2 จากขอบเสาตอม่อ
  • 4 : ที่ระยะ d จากขอบเสาตอม่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • การจัดน้ำหนักบรรทุกจรในคานต่อเนื่อง 3 ช่วงเท่าๆกัน และมีน้ำหนักบรรทุกคงที่ของคานเท่ากันตลอด ข้อใดให้แรงดัดลบมากที่สุด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • การจัดน้ำหนักบรรทุกจรในคานต่อเนื่องที่มีความยาวช่วงเท่ากัน และมีน้ำหนักบรรทุกจรคงที่เท่ากันตลอดข้อใดให้ผลของแรงดัดบวกมากที่สุด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • คอนกรีตของคานขนาด 0.20 x 0.50 เมตร สามารถรับแรงเฉือนได้เท่าใดตามวิธีหน่วยแรงใช้งาน (WSD) ถ้า fc’=240 ksc, d = 0.45 เมตร
  • 1 : 2043 kg
  • 2 : 4043 kg
  • 3 : 11084 kg
  • 4 : 18404 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • ถ้าไม่ทำ “ของอมาตรฐาน” ระยะที่ต้องฝังเหล็กกลมเรียบ (RB 15 มม.) จากหน้าตัดวิกฤต (critical section) มีค่าประมาณเท่าใด กำหนดให้ หน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่ยอมให้ u = 11 กก./ตร.ซม. (สูตรคำนวณ L = dbfs/4u)
  • 1 : 40 ซม.
  • 2 : 35 ซม.
  • 3 : 50 ซม.
  • 4 : 30 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 22 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ที่มิใช่มาตรฐานกำหนดของ ว.ส.ท. (หมายเหตุ d = ความลึกประสิทธิผล, db = ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม)
  • 1 : ต้องยื่นเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์ดัดให้เลยจากจุดที่ไม่ต้องการทางทฤษฏีออกไปอีกอย่างน้อยเท่ากับ d หรือ 12 db โดยใช้ค่าที่มากกว่า
  • 2 : ต้องยื่นเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 ใน 3 ของเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์บวกทั้งหมดในคานช่วงเดี่ยว เลยเข้าไปในฐานรองรับเป็นระยะไม่น้อยกว่า 15 ซม.
  • 3 : ต้องยื่นเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 ใน 4 ของเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์บวกทั้งหมดในคานต่อเนื่อง เลยเข้าไปในฐานรองรับเป็นระยะไม่น้อยกว่า 15 ซม.
  • 4 : ต้องยื่นเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 ใน 3 ของเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์ลบทั้งหมดเลยจากตำแหน่งของจุดดัดกลับเป็นระยะไม่น้อยกว่า d หรือ 12 db หรือ 1/18 ของระยะช่วงว่างของคาน โดยใช้ค่าที่มากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • บันไดพาดทางช่วงกว้างกับแม่บันไดทั้งสองข้าง ถ้าให้ช่วงกว้างระหว่างแม่บันได = 2.50 เมตร ขั้นบันไดกว้าง = 25 ซม. ส่วนยก = 15 ซม. ความหนาของพื้นบันได = 7.5 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 500 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานทั้งหมดในทางราบ
  • 1 : 700 กก./ม.2
  • 2 : 800 กก./ม.2
  • 3 : 900 กก./ม.2
  • 4 : 1000 กก./ม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • บันไดพาดทางช่วงกว้างกับแม่บันไดทั้งสองข้าง ถ้าให้ช่วงกว้างระหว่างแม่บันได = 2.50 เมตร ขั้นบันไดกว้าง = 30 ซม. ส่วนยก = 15 ซม. ความหนาของพื้นบันได = 7.5 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 400 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานทั้งหมดในทางราบ
  • 1 : 600 กก./ม.2
  • 2 : 700 กก./ม.2
  • 3 : 800 กก./ม.2
  • 4 : 900 กก./ม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • บันไดพาดทางช่วงกว้างกับแม่บันไดทั้งสองข้าง ถ้าให้ช่วงกว้างระหว่างแม่บันได = 1.50 เมตร ขั้นบันไดกว้าง = 25 ซม. ส่วนยก = 15 ซม. ความหนาของพื้นบันได = 7.5 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 400 กก./ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกประลัยทั้งหมดในทางราบ กำหนดให้ Factored Load = 1.4D + 1.7L
  • 1 : 1000 กก./ม.2
  • 2 : 1150 กก./ม.2
  • 3 : 1250 กก./ม.2
  • 4 : 1500 กก./ม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • บันไดพาดทางช่วงกว้างกับแม่บันไดทั้งสองข้าง ถ้าให้ช่วงกว้างระหว่างแม่บันได = 2.50 เมตร ขั้นบันไดกว้าง = 25 ซม. ส่วนยก = 15 ซม. ความหนาของพื้นบันได = 7.5 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 500 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกประลัยทั้งหมดในทางราบ กำหนดให้ Factored load = 1.4D + 1.7L
  • 1 : 1150 กก./ม.2
  • 2 : 1250 กก./ม.2
  • 3 : 1300 กก./ม.2
  • 4 : 1400 กก./ม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. โดยใช้ As = 7.07 ซม.2 fc‘ = 100 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดที่ทำให้คานร้าว (cracking moment) สมมติไม่คิดผลของเหล็กเสริมที่ใช้
  • 1 : 1650 กก.-เมตร
  • 2 : 1880 กก.-เมตร
  • 3 : 2000 กก.-เมตร
  • 4 : 2080 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.45 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.40 ม. โดยใช้ As = 5.30 ซม.2 fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดที่ทำให้คานร้าว (cracking moment) สมมติไม่คิดผลของเหล็กเสริมที่ใช้
  • 1 : 1450 กก.-เมตร
  • 2 : 1550 กก.-เมตร
  • 3 : 1600 กก.-เมตร
  • 4 : 1700 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. โดยใช้ As = 5.30 ซม.2 fc‘ = 100 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 จงใช้วิธี WSD ประมาณกำลังรับโมเมนต์ดัดใช้งาน สมมติให้ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 15 ซม.
  • 1 : 2400 กก.-เมตร
  • 2 : 2500 กก.-เมตร
  • 3 : 2650 กก.-เมตร
  • 4 : 2700 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. โดยใช้ As = 7.07 ซม.2 fc‘ = 100 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 จงใช้วิธี WSD ประมาณกำลังรับโมเมนต์ดัดใช้งาน สมมติให้ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 15 ซม.
  • 1 : 2650 กก.-เมตร
  • 2 : 2950 กก.-เมตร
  • 3 : 3400 กก.-เมตร
  • 4 : 3550 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 31 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.45 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.39 ม. โดยใช้ As = 9.36 ซม.2 fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 จงใช้วิธี USD ประมาณกำลังรับโมเมนต์ดัดประลัย (Mu) สมมติค่า jd = 33.5 ซม.
  • 1 : 8000 กก.-เมตร
  • 2 : 8450 กก.-เมตร
  • 3 : 9400 กก.-เมตร
  • 4 : 9900 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.25x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.50 ม. โดยใช้ As = 12.5 ซม.2 fc‘ = 250 กก./ซม.2 และ fy = 4000 กก./ซม.2 จงใช้วิธี USD ประมาณกำลังรับโมเมนต์ดัดประลัย (Mu) สมมติค่า jd = 45 ซม.
  • 1 : 19120 กก.-เมตร
  • 2 : 20250 กก.-เมตร
  • 3 : 22500 กก.-เมตร
  • 4 : 24250 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. โดยใช้ As = 36 ซม.2 fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 ตามวิธี USD พบว่า คานนี้เป็นแบบ
  • 1 : over-reinforced
  • 2 : balanced-reinforcement
  • 3 : under-reinforced
  • 4 : lightly-reinforcement
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.35 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.30 ม. โดยใช้ As = 6.75 ซม.2 fc‘ = 150 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 ตามวิธี WSD เมื่อให้ n = 11 พบว่า คานนี้เป็นแบบ
  • 1 : over-reinforced
  • 2 : balanced-reinforcement
  • 3 : under-reinforced
  • 4 : lightly-reinforcement
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • คานรองรับแผ่นพื้นช่วงภายในทั่วไปซึ่งหล่อเป็นเนื้อเดียวกันกับแผ่นพื้นนั้น ถ้าพื้นหนา = 10 ซม. ตัวคานกว้าง = 15 ซม. ระยะห่างจากศูนย์ถึงศูนย์ของคานข้างเคียงแต่ละข้าง = 4 เมตร และช่วงคานยาว = 5 เมตร จงหาความกว้างประสิทธิผลของปีกคานรูปตัดตัวที
  • 1 : 1.25 เมตร
  • 2 : 1.50 เมตร
  • 3 : 1.75 เมตร
  • 4 : 2.00 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • คานรูปตัดตัวทีโดดๆ มีปีกคานกว้าง = 75 ซม. หนา = 10 ซม. ตัวคานกว้าง = 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 11.30 ซม.2 ที่ความลึกประสิทธิผล d = 40 ซม. ถ้าใช้ fc = 45 กก./ซม.2 และ fs = 1200 กก./ซม.2 จงประมาณค่าโมเมนต์ต้านทานปลอดภัยของคานนี้ สมมติตำแหน่งแนวแกนสะเทิน = 10 ซม.
  • 1 : 4500 กก.-เมตร
  • 2 : 5000 กก.-เมตร
  • 3 : 6000 กก.-เมตร
  • 4 : 6500 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • คานรูปตัดตัวทีโดดๆ มีปีกคานกว้าง = 75 ซม. หนา = 10 ซม. ตัวคานกว้าง = 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As ที่ความลึกประสิทธิผล d = 45 ซม. ถ้าใช้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 4000 กก./ซม.2 จงประมาณค่า min As ที่ต้องใช้ตามมาตรฐานกำหนด
  • 1 : As = 3.0 ซม.2
  • 2 : As = 4.0 ซม.2
  • 3 : As = 5.0 ซม.2
  • 4 : As = 6.0 ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 :
  • แผ่นพื้นช่วงเดียวหนา 18 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 15 ซม. โดยใช้ เหล็ก9 มม. @12 ซม. (As = 5.30 ซม.2/เมตร) fc‘ = 150 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดต้านทานปลอดภัย สมมติให้ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 5 ซม.
  • 1 : 748 กก.-เมตร/เมตร
  • 2 : 848 กก.-เมตร/เมตร
  • 3 : 948 กก.-เมตร/เมตร
  • 4 : 1048 กก.-เมตร/เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • ในการออกแบบชิ้นส่วนรับโมเมนต์ดัด ถ้าให้ระยะ b, d มีค่าคงที่ และให้กำลังจุดครากมีค่าคงที่ ครั้นเมื่อให้กำลังรับแรงอัดของคอนกรีตมีค่าเพิ่มขึ้น จะพบว่า
  • 1 : โมเมนต์ต้านทานมีค่าลดลง
  • 2 : โมเมนต์ต้านทานมีค่าเท่าเดิม
  • 3 : โมเมนต์ต้านทานมีค่าเพิ่มขึ้น
  • 4 : แรงเฉือนต้านทานมีค่าลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • ในการออกแบบชิ้นส่วนรับโมเมนต์ดัด ถ้าให้ระยะ b, d มีค่าคงที่ และให้กำลังรับแรงอัดของคอนกรีตมีค่าคงที่ ครั้นเมื่อให้กำลังจุดครากมีค่าเพิ่มขึ้น จะพบว่า
  • 1 : โมเมนต์ต้านทานมีค่าลดลง
  • 2 : โมเมนต์ต้านทานมีค่าเท่าเดิม
  • 3 : โมเมนต์ต้านทานมีค่าเพิ่มขึ้น
  • 4 : แรงเฉือนต้านทานมีค่าลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 :
  • ในการออกแบบชิ้นส่วนรับโมเมนต์ดัดที่เสริมเหล็กรับแรงดึง ถ้าให้ระยะ b, d มีค่าคงที่ และให้กำลังรับแรงอัดของคอนกรีตมีค่าคงที่ ครั้นเมื่อกำลังจุดครากมีค่าเพิ่มขึ้น จะพบว่าตำแหน่งแกนสะเทินที่ห่างจากด้านรับแรงอัด มีค่า
  • 1 : มากขึ้นตามกำลังจุดครากที่เพิ่มขึ้น
  • 2 : เท่าเดิมตามกำลังจุดครากที่เพิ่มขึ้น
  • 3 : ลดลงตามกำลังจุดครากที่เพิ่มขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 :
  • ปริมาณอย่างน้อยของเหล็กเสริมทางขวาง (min Av) ในคาน คสล. ตามวิธี WSD คือ
  • 1 : 0.0010 bws ตร.ซม.
  • 2 : 0.0015 bws ตร.ซม.
  • 3 : 0.0020 bws ตร.ซม.
  • 4 : 0.0025 bws ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • คาน คสล. รูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.35 ม. ระยะ d = 0.30 ม. ตามวิธี WSD เมื่อแรงเฉือน V = Vc จะต้องเสริมเหล็กทางขวางออกไปอีกเป็นระยะเท่ากับ d ดังนั้น ถ้าใช้เหล็ก RB 6 มม. (สองขา) จงหาระยะเรียงห่างมากที่สุด ตามมาตรฐานกำหนด
  • 1 : 25 ซม.
  • 2 : 20 ซม.
  • 3 : 15 ซม.
  • 4 : 5 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 44 :
  • คานต่อเนื่องช่วงในๆ มีรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.43 ม. ถ้าแรงเฉือนที่หน้าตัดวิกฤตอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งานมีค่า = 6800 กก. จงหาระยะเรียงห่างมากที่สุดของเหล็กลูกตั้ง 9 มม. (สองขา) ซึ่งมีค่า fy = 2400 กก./ซม.2 สมมติว่าคอนกรีตมีค่า fc ‘ = 200 กก./ซม.2
  • 1 : 20 ซม.
  • 2 : 25 ซม.
  • 3 : 30 ซม.
  • 4 : 40 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • คานช่วงเดียว มีรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.40x0.65 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.55 ม. ถ้าแรงเฉือนที่หน้าตัดวิกฤตอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกประลัยมีค่า = 22500 กก. จงหาระยะเรียงห่างมากที่สุดของเหล็กลูกตั้ง 9 มม. (สองขา) ซึ่งมีค่า fy = 3000 กก./ซม.2 สมมติว่าคอนกรีตมีค่า fc ‘ = 200 กก./ซม.^2
  • 1 : 25 ซม.
  • 2 : 15 ซม.
  • 3 : 17.5 ซม.
  • 4 : 20 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 46 :
  • คาน คสล. รูปตัดตัวทีโดดๆ ขนาดความกว้างของตัวคาน = 30 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 50 ซม. ถ้าแรงเฉือนที่หน้าตัดวิกฤตอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งานมีค่า = 12000 กก. จงหาขนาดและระยะเรียงห่างมากที่สุดของเหล็กลูกตั้ง (สองขา) ซึ่งมีค่า fy = 2400 กก./ซม.^2 สมมติว่าคอนกรีตมีค่า fc ‘ = 200 กก./ซม.^2
  • 1 : 6 มม. @ 7.50 ซม.
  • 2 : 6 มม. @ 10.0 ซม.
  • 3 : 9 มม. @ 12.5 ซม.
  • 4 : 9 มม. @ 25.0 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 :
  • คานช่วงเดียว มีรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.40x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.50 ม. ถ้าแรงเฉือนที่หน้าตัดวิกฤตอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกประลัยมีค่า = 25000 กก. จงหาขนาดและระยะเรียงห่างมากที่สุดของเหล็กลูกตั้ง (สองขา) ซึ่งมีค่า fy = 3000 กก./ซม.^2 สมมติว่าคอนกรีตมีค่า fc ‘ = 200 กก./ซม.^2
  • 1 : 6 มม. @ 7.00 ซม.
  • 2 : 6 มม. @ 10.0 ซม.
  • 3 : 12 มม. @ 20.0 ซม.
  • 4 : 12 มม. @ 27.5 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ที่มิใช่มาตรฐานกำหนดของ ว.ส.ท. (หมายเหตุ d = ความลึกประสิทธิผล, db = ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม)
  • 1 : ต้องยื่นเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 ใน 3 ของเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์ลบทั้งหมดเลยจากตำแหน่งของจุดดัดกลับเป็นระยะไม่น้อยกว่า d หรือ 12 db หรือ 1/18 ของระยะช่วงว่างของคาน โดยใช้ค่าที่มากกว่า
  • 2 : ต้องยื่นเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์ดัดให้เลยจากจุดที่ไม่ต้องการทางทฤษฏีออกไปอีกอย่างน้อยเท่ากับ d หรือ 12 db โดยใช้ค่าที่มากกว่า
  • 3 : ต้องยื่นเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 ใน 3 ของเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์บวกทั้งหมดในคานช่วงเดี่ยว เลยเข้าไปในฐานรองรับเป็นระยะไม่น้อยกว่า 15 ซม.
  • 4 : ต้องยื่นเหล็กเสริมอย่างน้อย 1 ใน 4 ของเหล็กเสริมที่ใช้รับโมเมนต์บวกทั้งหมดในคานต่อเนื่อง เลยเข้าไปในฐานรองรับเป็นระยะไม่น้อยกว่า 15 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • ระยะต่อทาบเหล็กข้ออ้อย (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กกว่า 36 มม.) ซึ่งรับแรงดึงและที่รับแรงอัดต้องไม่น้อยกว่า
  • 1 : 25 ซม.
  • 2 : 30 ซม.
  • 3 : 36 ซม.
  • 4 : 40 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 50 :
  • ถ้าระยะฝังยึดของเหล็กเสริมรับแรงดึง (ที่มิใช่เหล็กบน) ถูกจำกัดไม่ให้เกินกว่า 120 ซม. จงใช้วิธี WSD หาขนาดโตสุดของเหล็กกลมเรียบที่สามารถนำมาใช้ กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม.2
  • 1 : 12 มม.
  • 2 : 15 มม.
  • 3 : 19 มม.
  • 4 : 25 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • คานยื่นตัวหนึ่งต้องเสริมเหล็ก RB 25 มม. (As = 4.91 ซม.^2) จำนวนหนึ่งเพื่อรับโมเมนต์ดัด จงประมาณค่าระยะฝังที่ต้องฝังยึดท่อนเหล็กตรงจากหน้าตัดวิกฤตเข้าไปในส่วนโครงสร้างที่รองรับนี้ ตามวิธี WSD กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม. ^2 fy = 2400 กก./ซม.2 และหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่ยอมให้ของเหล็กเสริม RB 25 มม. = 7.91 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 70 ซม.
  • 2 : 80 ซม.
  • 3 : 90 ซม.
  • 4 : 100 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • จงประมาณระยะฝังยึดจากหน้าตัดวิกฤตถึงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริมเพื่อทำเป็น “ของอมาตรฐาน“ สำหรับเหล็กเสริม DB 25 มม. (As = 4.91 ซม.2) ที่รับแรงดึง ซึ่งวิธี WSD กำหนดว่า “ของอมาตรฐาน“ มีกำลังรับแรงดึงได้เท่ากับ 700 กก./ซม.2 กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม. ^2 fy = 3000 กก./ซม.^2 และหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่ยอมให้ของเหล็กเสริม DB 25 มม. = 13 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 30 ซม.
  • 2 : 40 ซม.
  • 3 : 50 ซม.
  • 4 : 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 :
  • จงใช้วิธี USD ประมาณระยะฝังยึดจากหน้าตัดวิกฤตถึงตำแหน่งโค้งงอเหล็กเสริมเมื่อทำเป็น “ของอมาตรฐาน“ สำหรับเหล็ก RB 25 มม. (As = 4.91 ซม.^2) ที่รับแรงดึง กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม. ^2 fy = 2400 กก./ซม.^2 และให้ modifation factor = 1.0
  • 1 : 30 ซม.
  • 2 : 40 ซม.
  • 3 : 50 ซม.
  • 4 : 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • ในการออกแบบคานต่อเนื่อง คสล. โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์ของโมเมนต์ดัดซึ่งมีค่าทั้งโมเมนต์บวกและลบที่มากที่สุดอันเนื่องมาจากการจัดวางน้ำหนักบรรทุกจร ถ้าคานต่อเนื่องมีระยะช่วงว่างเท่ากับ L เมตร รับนำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอเท่ากับ w กก./เมตร และออกแบบให้คานรับโมเมนต์ดัดชนิดบวก ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์ของโมเมนต์บวก = 1/16 ดังนั้น ตำแหน่งทางทฤษฎี (โดยประมาณ) ซึ่งห่างมาจากจุดรองรับ ที่จะหยุด ตัด หรือดัดเหล็กเสริมรับโมเมนต์ดัดบวก คือ
  • 1 : 0.15L
  • 2 : 0.25L
  • 3 : 0.30L
  • 4 : 0.35L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • ในการออกแบบคานต่อเนื่อง คสล. โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์ของโมเมนต์ดัดซึ่งมีค่าทั้งโมเมนต์บวกและลบที่มากที่สุดอันเนื่องมาจากการจัดวางน้ำหนักบรรทุกจร ถ้าคานต่อเนื่องมีระยะช่วงว่างเท่ากับ L เมตร รับนำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอเท่ากับ w กก./เมตร และออกแบบให้คานรับโมเมนต์ดัดชนิดลบ ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์ของโมเมนต์ลบ = 1/11 ดังนั้น ตำแหน่งทางทฤษฎี (โดยประมาณ) ซึ่งห่างมาจากจุดรองรับ ที่จะหยุด ตัด หรือดัดเหล็กเสริมรับโมเมนต์ดัดลบ คือ
  • 1 : 0.15L
  • 2 : 0.25L
  • 3 : 0.30L
  • 4 : 0.35L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • ตามมาตรฐานการออกแบบโดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หน่วยแรงเฉือนบิดที่ยอมให้ของคอนกรีตตามลำพัง หรือของคาน คสล. ที่ไม่มีเหล็กเสริมเหล็กทางขวาง คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 :
  • คานกลวงมีขนาดกว้าง 30 ซม. ลึก 40 ซม. ผนังด้านข้างหนา 10 ซม. ผนังด้านบนและด้านล่างหนา 12.5 ซม. ถ้าคานนี้รับโมเมนต์บิดเพียงอย่างเดียว (pure torsion) จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์บิดใช้งานสูงสุดที่ได้จากคอนกรีตเพียงอย่างเดียว กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 150 กก.-เมตร
  • 2 : 300 กก.-เมตร
  • 3 : 360 กก.-เมตร
  • 4 : 660 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • คานกลวงมีขนาดกว้าง 30 ซม. ลึก 40 ซม. ผนังด้านข้างหนา 10 ซม. ผนังด้านบนและด้านล่างหนา 12.5 ซม. ถ้าคานนี้รับโมเมนต์บิดเพียงอย่างเดียว (pure torsion) มาตรฐาน ว.ส.ท. (วิธีหน่วยแรงใช้งาน) กำหนดว่าเมื่อเสริมเหล็กทางขวางและทางยาว โมเมนต์บิดใช้งานสูงสุดที่คานกลวงนี้สามารถรับได้เท่ากับ (กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม.)
  • 1 : 1460 กก.-เมตร
  • 2 : 1560 กก.-เมตร
  • 3 : 1660 กก.-เมตร
  • 4 : 1760 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • คานกลวงมีขนาดกว้าง 30 ซม. ลึก 40 ซม. ผนังด้านข้างหนา 10 ซม. ผนังด้านบนและด้านล่างหนา 12.5 ซม. ถ้าคานนี้รับโมเมนต์บิดเพียงอย่างเดียว (pure torsion) จงใช้วิธี USD ประมาณกำลังรับโมเมนต์บิดประลัยที่ได้จากคอนกรีตเพียงอย่างเดียว กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม.
  • 1 : 660 กก.-เมตร
  • 2 : 780 กก.-เมตร
  • 3 : 930 กก.-เมตร
  • 4 : 1080 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • คานช่วงเดี่ยวรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.60 เมตร ระยะ d = 50 ซม. ใช้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. เพื่อต้านทาน M ที่กลางช่วงคาน และ V = 1875 กก. กับ T ที่หน้าตัดวิกฤต อันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งาน จะพบว่าหน่วยแรงเฉือนที่เกิดขึ้นเนื่องจากโมเมนต์ดัดมีค่า
  • 1 : น้อยกว่าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต
  • 2 : เท่ากับหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต
  • 3 : มากกว่าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต แต่ไม่เกินกว่าค่าสูงสุดที่ยอมให้
  • 4 : มากกว่าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต และเกินกว่าค่าสูงสุดที่ยอมให้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • คานช่วงเดี่ยวรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.60 เมตร ระยะ d = 50 ซม. ใช้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. เพื่อต้านทาน M ที่กลางช่วงคาน และ V กับ T = 1125 กก.-เมตร ที่หน้าตัดวิกฤต อันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งาน จะพบว่าหน่วยแรงเฉือนที่เกิดขึ้นเนื่องจากโมเมนต์บิดมีค่า
  • 1 : น้อยกว่าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต
  • 2 : เท่ากับหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต
  • 3 : มากกว่าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต แต่ไม่เกินกว่าค่าสูงสุดที่ยอมให้
  • 4 : มากกว่าหน่วยแรงเฉือนที่ยอมให้ของคอนกรีต และเกินกว่าค่าสูงสุดที่ยอมให้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  • คานช่วงเดี่ยวรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.30 x 0.50 เมตร ระยะ d = 45 ซม. ใช้ fc' = 155 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. (สำหรับเหล็กตามยาว) fy = 2400 กก./ซม. (สำหรับเหล็กปลอกทางขวาง) เพื่อต้านทาน M ที่กลางช่วงคาน และ V = 4940 กก. กับ T = 1450 กก.-เมตร ที่หน้าตัดวิกฤต อันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ถ้าให้ระยะ x1 = 24 ซม. y1 = 42 ซม. ดังนั้น ต้องการปริมาณเหล็กปลอก (ขาเดียว) สำหรับโมเมนต์บิด At/s เท่ากับ
  • 1 : 0.000 ตร.ซม. ต่อ ซม.
  • 2 : 0.040 ตร.ซม. ต่อ ซม.
  • 3 : 0.060 ตร.ซม. ต่อ ซม.
  • 4 : 0.065 ตร.ซม. ต่อ ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • คาน คสล. รูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 30 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึง 3-DB 28 มม. ชั้นเดียว และใช้เหล็กลูกตั้ง RB 9 มม. จงหาจำนวนเหล็กเสริมที่เทียบเท่า (equivalent no. of bars) n
  • 1 : 5
  • 2 : 4
  • 3 : 3
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • คาน คสล. รูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 30 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงสองชั้น ชั้นล่างสุดใช้ 2-DB 25 มม. ชั้นบนถัดขึ้นมาใช้ 2-DB 25 มม. โดยมีระยะช่องว่างระหว่างชั้น = 5 ซม. ถ้าใช้เหล็กลูกตั้ง RB 9 มม. และระยะคอนกรีตหุ้มจากผิวล่างของคานถึงผิวของเหล็กลูกตั้ง = 4.0 ซม. ดังนั้น ตำแหน่ง c.g. ของเหล็กรับแรงดึงจะอยู่ห่างจากผิวล่างของคาน ประมาณ
  • 1 : 9.0 ซม.
  • 2 : 9.5 ซม.
  • 3 : 10.0 ซม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • แผ่นพื้นทางเดียวช่วงเดี่ยว หนา 12 ซม. ใช้เหล็กเสริมกำลังจุดคราก 4000 กก./ซม.2 ให้ระยะ covering (clear) เท่ากับ 3 ซม. ถ้าใช้เหล็กเสริมขนาด 16 มม. และให้ดัชนีความกว้างของรอยร้าว (index of crack width) , Z ไม่เกินกว่า 23100 กก./ซม. จงหาระยะห่างมากที่สุดของเหล็กเสริม
  • 1 : 45 ซม.
  • 2 : 40 ซม.
  • 3 : 35 ซม.
  • 4 : 30 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง 3-25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 1240 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 620 กก./ม. จงประมาณค่าการโก่งตัวทันทีของคาน สมมติให้ Ec = 2.5 x 105 กก./ตร.ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผล (Ie) = 56000 ซม.4
  • 1 : 2.00 ซม.
  • 2 : 2.25 ซม.
  • 3 : 2.30 ซม.
  • 4 : 2.50 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง 3- 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 1240 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 620 กก./ม. จงประมาณค่าการโก่งตัวทั้งหมดในระยะยาว ซึ่งมากกว่า 5 ปีขึ้นไป สมมติให้ Ec = 2.5 x 105 กก./ตร.ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผล (Ie) = 56000 ซม.4
  • 1 : 7.50 ซม.
  • 2 : 7.00 ซม.
  • 3 : 6.75 ซม.
  • 4 : 6.00 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :
  • บันไดแบบพื้นตันที่พาดทางช่วงยาวระหว่างคานรองรับทั้งสองข้าง ถ้าความหนาของพื้นบันได = 10 ซม. ขั้นบันไดกว้าง = 30 ซม. ส่วนยก = 15 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 300 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานทั้งหมดในทางราบ

  • 1 :

    700 กก./ม.2

  • 2 :

    750 กก./ม.2

  • 3 :

    800 กก./ม.2

  • 4 :

    825 กก./ม.2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • บันไดแบบพื้นตันที่พาดทางช่วงยาวระหว่างคานรองรับทั้งสองข้าง ถ้าความหนาของพื้นบันได = 12 ซม. ขั้นบันไดกว้าง = 27.5 ซม. ส่วนยก = 17.5 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 400 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานทั้งหมดในทางราบ

  • 1 :

    850 กก./ม.2

  • 2 :

    800 กก./ม.2

  • 3 :

    950 กก./ม.2

  • 4 :

    1000 กก./ม.2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • บันไดพับผ้าที่พาดทางช่วงยาวระหว่างคานรองรับทั้งสองข้าง ถ้าแต่ละขั้นบันไดหนา 12 ซม. ลูกนอนกว้าง = 25 ซม. ลูกตั้งสูง = 15 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 300 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานทั้งหมดในทางราบ

  • 1 :

    650 กก./ม.2

  • 2 :

    690 กก./ม.2

  • 3 :

    760 กก./ม.2

  • 4 :

    810 กก./ม.2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 71 :
  • บันไดพับผ้าที่พาดทางช่วงยาวระหว่างคานรองรับทั้งสองข้าง ถ้าแต่ละขั้นบันไดหนา 10 ซม. ลูกนอนกว้าง = 27.5 ซม. ลูกตั้งสูง = 15 ซม. น้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 200 กก./ ม.2 จงประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานทั้งหมดในทางราบ

  • 1 :

    540 กก./ม.2

  • 2 :

    570 กก./ม.2

  • 3 :

    600 กก./ม.2

  • 4 :

    640 กก./ม.2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :
  • คานยื่นจากหน้าเสา ยาว 1.50 เมตร เสริมหล็กรับแรงดึง 4 - RB 15 มม. ที่ระระยะ d = 35 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอ = 4000 กก/เมตร (รวมน้ำหนักคานแล้ว) จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress : u) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 j = 0.857

  • 1 :

    u = 8.40 กก./ซม. 2

  • 2 :

    u = 10.60 กก./ซม. 2

  • 3 :

    u = 11.25 กก./ซม. 2

  • 4 :

    u = 11.40 กก./ซม. 2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 73 :
  • คานยื่นจากขอบรองรับ ยาว 1.50 เมตร เสริมหล็กรับแรงดึง RB 15 มม. จากหน้าตัดวิกฤตเข้าไปในที่รองรับเป็นระยะ = 0.40 เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการฝังยึดเหล็กเสริม (anchorage bond stress : u) สมมติว่า fS = 1200 กก./ซม.2

  • 1 :

    u = 8.40 กก./ซม. 2

  • 2 :

    u = 10.60 กก./ซม. 2

  • 3 :

    u = 11.25 กก./ซม. 2

  • 4 :

    u = 15.00 กก./ซม. 2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน กำหนดว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) หากหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดขึ้นจากการฝังยึดเหล็กเสริมนั้นมีค่าไม่เกินเท่าใดของหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่ยอมให้

  • 1 :

    0.75

  • 2 :

    0.80

  • 3 :

    0.85

  • 4 :

    0.90

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • คาน คสล. ช่วงเดียว เสริมเหล็กรับแรงดึง RB 25 มม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาระยะอย่างน้อยที่ต้องฝังยึดเหล็กเสริมนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม.2

  • 1 :

    80 ซม.

  • 2 :

    100 ซม.

  • 3 :

    120 ซม.

  • 4 :

    150 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • คาน คสล. ช่วงเดียว เสริมเหล็กรับแรงดึง DB 25 มม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาระยะอย่างน้อยที่ต้องฝังยึดเหล็กเสริมนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม..2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 :

    75 ซม.

  • 2 :

    90 ซม.

  • 3 :

    120 ซม.

  • 4 :

    125 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • เมื่อจะไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) ดังนั้น หากพบว่าระยะฝังยึดของเหล็กเสริมรับแรงดึง (ที่ไม่ใช่เหล็กบน) เท่ากับ 1.00 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณขนาดโตสุดของเหล็กกลมเรียบที่สามารถนำมาใช้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    f12 มม.

  • 2 :

    f15 มม.

  • 3 :

    f19 มม.

  • 4 :

    f25 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 78 :
  • เมื่อจะไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) ดังนั้น หากพบว่าระยะฝังยึดของเหล็กเสริมรับแรงดึง (ที่ไม่ใช่เหล็กบน) เท่ากับ 65 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาขนาดโตสุดของเหล็กข้ออ้อย (SD 30) ที่สามารถนำมาใช้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    f16 มม.

  • 2 :

    f20 มม.

  • 3 :

    f25 มม.

  • 4 :

    f28 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • เมื่อจะไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) ดังนั้น หากพบว่าระยะฝังยึดของเหล็กเสริมรับแรงดึง (ที่เป็นเหล็กบน) เท่ากับ 1.75 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาขนาดโตสุดของเหล็กข้ออ้อย (SD 30) ที่สามารถนำมาใช้ กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม.2

  • 1 :

    f32 มม.

  • 2 :

    f28 มม.

  • 3 :

    f25 มม.

  • 4 :

    f20 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • เมื่อจะไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) ดังนั้น หากพบว่าระยะฝังยึดของเหล็กเสริมรับแรงดึง (ที่เป็นเหล็กบน) เท่ากับ 1.30 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาขนาดโตสุดของเหล็กข้ออ้อย (SD 40) ที่สามารถนำมาใช้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    f32 มม.

  • 2 :

    f28 มม.

  • 3 :

    f25 มม.

  • 4 :

    f20 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 :
  • เมื่อจะไม่ตรวจสอบหน่วยแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโมเมนต์ดัด (flexural bond stress) ดังนั้น หากพบว่าระยะฝังยึดของเหล็กเสริมรับแรงดึง (ที่เป็นเหล็กบน) เท่ากับ 0.85 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณขนาดโตสุดของเหล็กกลมเรียบที่สามารถนำมาใช้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    f12 มม.

  • 2 :

    f15 มม.

  • 3 :

    f19 มม.

  • 4 :

    f25 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • หากดัดปลายเหล็กเสริมเอกให้เป็น “ของอครึ่งวงกลม” โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในวงโค้งเป็น 6 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม และให้มีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอีกเป็นระยะไม่น้อยกว่า 4 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม แต่ไม่น้อยกว่า 6 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณกำลังรับแรงดึงตรงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริม ขนาด DB 25 มม. (ที่ไม่ใช่เหล็กบน) กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม. 2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 : 780 กก./ซม.2
  • 2 : 950 กก./ซม.2
  • 3 : 980 กก./ซม.2
  • 4 : 1090 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • หากดัดปลายเหล็กเสริมเอกให้เป็น “ของอครึ่งวงกลม” โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในวงโค้งเป็น 6 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม และให้มีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอีกเป็นระยะไม่น้อยกว่า 4 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม แต่ไม่น้อยกว่า 6 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณกำลังรับแรงดึงตรงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริม ขนาด DB 28 มม. (ที่เป็นเหล็กบน) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม. 2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 : 695 กก./ซม.2
  • 2 : 780 กก./ซม.2
  • 3 : 810 กก./ซม.2
  • 4 : 980 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 :
  • หากดัดปลายเหล็กเสริมเอกให้เป็น “ของอมุมฉาก” โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในวงโค้งเป็น 6 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม และให้มีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอีกเป็นระยะไม่น้อยกว่า 12 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณกำลังรับแรงดึงตรงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริม ขนาด DB 28 มม. (ที่เป็นเหล็กบน) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม. 2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 : 695 กก./ซม.2
  • 2 : 780 กก./ซม.2
  • 3 : 810 กก./ซม.2
  • 4 : 995 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • หากดัดปลายเหล็กเสริมเอกให้เป็น “ของอมุมฉาก” โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในวงโค้งเป็น 6 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม และให้มีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอีกเป็นระยะไม่น้อยกว่า 12 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณกำลังรับแรงดึงตรงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริม ขนาด DB 32 มม. (ที่ไม่ใช่เหล็กบน) กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม. 2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 : 705 กก./ซม.2
  • 2 : 780 กก./ซม.2
  • 3 : 865 กก./ซม.2
  • 4 : 995 กก./ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน กำหนดว่า “ของอมาตรฐาน“ มีกำลังรับแรงดึงได้เท่ากับ 700 กก./ซม.2 ดังนั้น จงประมาณระยะฝังยึดจากหน้าตัดวิกฤตถึงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริม DB 20 มม. (ที่ไม่ใช่เหล็กบน) เมื่อทำเป็น “ของอมาตรฐาน“ กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม. 2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 :

    20 ซม.

  • 2 :

    30 ซม.

  • 3 : 40 ซม.
  • 4 : 50 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน กำหนดว่า “ของอมาตรฐาน“ มีกำลังรับแรงดึงได้เท่ากับ 700 กก./ซม.2 ดังนั้น จงประมาณระยะฝังยึดจากหน้าตัดวิกฤตถึงตำแหน่งที่จะเริ่มดัดงอเหล็กเสริม DB 28 มม. (ที่เป็นเหล็กบน) เมื่อทำเป็น “ของอมาตรฐาน“ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม. 2 fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 :

    40 ซม.

  • 2 :

    45 ซม.

  • 3 :

    50 ซม.

  • 4 :

    55 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • คาน คสล. ช่วงเดี่ยวยาว 4.00 เมตร เสริมเหล็ก 4-RB 15 มม. ที่กึ่งกลางคาน พอดีเพื่อรับโมเมนต์ดัดชนิดบวกอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอ ให้หาตำแหน่ง (ทางทฤษฎี) ซึ่งห่างมาจากจุดรองรับ ที่จะหยุด ดัด หรือตัดเหล็กเสริมออกไป 2 เส้น โดยเหลือเหล็กเสริม 2 เส้นที่ปล่อยเลยเข้าไปในจุดรองรับนั้น

  • 1 :

    45 ซม.

  • 2 : 55 ซม.
  • 3 : 65 ซม.
  • 4 : 75 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • คาน คสล. ช่วงเดี่ยวยาว 5.50 เมตร เสริมเหล็ก 6-RB 15 มม. ที่กึ่งกลางคาน พอดีเพื่อรับโมเมนต์ดัดชนิดบวกอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอ ให้หาตำแหน่ง (ทางทฤษฎี) ซึ่งห่างมาจากจุดรองรับ ที่จะหยุด ดัด หรือตัดเหล็กเสริมออกไป 4 เส้น โดยเหลือเหล็กเสริม 2 เส้นที่ปล่อยเลยเข้าไปในจุดรองรับนั้น

  • 1 :

    40 ซม.

  • 2 : 50 ซม.
  • 3 : 60 ซม.
  • 4 : 70 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :
  • คานยื่น คสล. ยาว 1.50 เมตร เสริมเหล็ก 4-RB 12 มม. พอดีเพื่อรับโมเมนต์ดัดชนิดลบอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอ ให้ประมาณตำแหน่ง (ทางทฤษฎี) ซึ่งห่างจากขอบรองรับ ที่จะหยุด ดัด หรือตัดเหล็กเสริมออกไป 2 เส้น โดยปล่อยเหล็กเสริมที่เหลืออีก 2 เส้นไปจนถึงปลายคาน

  • 1 :

    35 ซม.

  • 2 : 45 ซม.
  • 3 : 65 ซม.
  • 4 : 75 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • คานยื่น คสล. ยาว 2.00 เมตร เสริมเหล็ก 6-DB 16 มม. พอดีเพื่อรับโมเมนต์ดัดชนิดลบอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอ ให้ประมาณตำแหน่ง (ทางทฤษฎี) ซึ่งห่างจากขอบรองรับ ที่จะหยุด ดัด หรือตัดเหล็กเสริม 2 เส้นแรกออกไป

  • 1 :

    55 ซม.

  • 2 : 70 ซม.
  • 3 : 85 ซม.
  • 4 : 100 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.50 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 2.50 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 500 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    550 กก.-เมตร

  • 2 :

    640 กก.-เมตร

  • 3 :

    820 กก.-เมตร

  • 4 :

    910 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 93 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.50 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 2.50 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 300 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    640 กก.-เมตร

  • 2 :

    730 กก.-เมตร

  • 3 :

    910 กก.-เมตร

  • 4 :

    550 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.50 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 2.50 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 600 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    550 กก.-เมตร

  • 2 :

    640 กก.-เมตร

  • 3 :

    730 กก.-เมตร

  • 4 :

    910 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.25 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 2.50 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 300 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    380 กก.-เมตร

  • 2 :

    445 กก.-เมตร

  • 3 :

    510 กก.-เมตร

  • 4 :

    570 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 96 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.50 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 2.50 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 200 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    380 กก.-เมตร

  • 2 :

    250 กก.-เมตร

  • 3 :

    570 กก.-เมตร

  • 4 :

    445 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.50 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 3.00 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 300 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    730 กก.-เมตร

  • 2 :

    840 กก.-เมตร

  • 3 :

    960 กก.-เมตร

  • 4 :

    1080 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • จงประมาณค่าโมเมนต์บิดตรงหน้าตัดวิกฤตของคานรองรับบันไดพับผ้าแบบยื่น ดังแสดง ถ้าบันไดกว้าง = 1.50 เมตร ระยะช่วงว่างระหว่างเสา (ตามแนวราบ) = 3.00 เมตร คานเสริมเหล็กที่ระยะ d = 45 ซม. สมมติน้ำหนักบรรทุกจรใช้งาน = 400 กก./ตร. เมตร

  • 1 :

    730 กก.-เมตร

  • 2 :

    840 กก.-เมตร

  • 3 :

    960 กก.-เมตร

  • 4 :

    1080 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน กำหนดว่า ผลรวมของหน่วยแรงเฉือนที่เกิดจากโมเมนต์ดัดและโมเมนต์บิด ของคานที่เสริมเหล็กทางขวาง ต้องไม่เกินกว่าค่าต่อไปนี้ มิฉะนั้นต้องเปลี่ยนขนาดรูปตัดคาน

  • 1 : 0.29 กก./ตร. ซม.
  • 2 : 0.53 กก./ตร. ซม.
  • 3 : 1.32 กก./ตร. ซม.
  • 4 : 1.65 กก./ตร. ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง กำหนดว่า ส่วนโครงสร้างที่รับทั้งโมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU และโมเมนต์บิด TU ถ้ากำลังรับโมเมนต์บิดประลัยของคอนกรีต = fTC ค่าโมเมนต์บิดประลัยที่กระทำ TU ต่อส่วนโครงสร้างนี้ ต้องไม่เกินว่าข้อใด

  • 1 :

    3(fTC)

  • 2 :

    4(fTC)

  • 3 :

    5(fTC)

  • 4 :

    6(fTC)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณกำลังรับโมเมนต์บิดประลัยที่ได้จากคอนกรีต (fTC) ถ้าคานมีรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.60 เมตร ต้องรับทั้ง โมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU และโมเมนต์บิด TU กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. อัตราส่วนของ TU/VU = 0.6 เมตร และค่า 1/Ct = 30 ซม.

  • 1 :

    800 กก.-เมตร

  • 2 :

    900 กก.-เมตร

  • 3 :

    1100 กก.-เมตร

  • 4 :

    1300 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :
  • จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณกำลังรับโมเมนต์บิดประลัยที่ได้จากคอนกรีต (fTC) ถ้าคานมีรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.30 x 0.60 เมตร ต้องรับทั้ง โมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU และโมเมนต์บิด TU กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. อัตราส่วนของ TU/VU = 0.5 เมตร และค่า 1/Ct = 36 ซม.

  • 1 :

    1900 กก.-เมตร

  • 2 :

    1600 กก.-เมตร

  • 3 :

    1300 กก.-เมตร

  • 4 :

    1000 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณกำลังรับแรงเฉือนประลัยที่ได้จากคอนกรีต (fVC) ถ้าคานมีรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.60 เมตร ระยะ d = 50 ซม. ต้องรับทั้ง โมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU และโมเมนต์บิด TU กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. อัตราส่วนของ TU/VU = 0.6 เมตร และค่า 1/Ct = 30 ซม.

  • 1 :

    1400 กก.

  • 2 :

    1550 กก.

  • 3 :

    1850 กก.

  • 4 :

    2000 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 104 :
  • จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณกำลังรับแรงเฉือนประลัยที่ได้จากคอนกรีต (fVC) ถ้าคานมีรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.30 x 0.60 เมตร ระยะ d = 50 ซม. ต้องรับทั้ง โมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU และโมเมนต์บิด TU กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. อัตราส่วนของ TU/VU = 0.5 เมตร และค่า 1/Ct = 36 ซม.

  • 1 :

    2500 กก.

  • 2 :

    2800 กก.

  • 3 :

    3200 กก.

  • 4 :

    3800 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณกำลังรับโมเมนต์บิดประลัยสูงสุด (fTn) ของคานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.30 x 0.60 เมตร (ซึ่งต้องรับทั้ง โมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU และโมเมนต์บิด TU) ที่เสริมเหล็กปลอกเกลียวแบบวงปิดและเหล็กเสริมตามยาว กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. อัตราส่วนของ TU/VU = 0.5 เมตร ค่า 1/Ct = 36 ซม. และให้ fTS = 4(fTC)

  • 1 :

    5000 กก.-เมตร

  • 2 :

    6500 กก.-เมตร

  • 3 :

    8000 กก.-เมตร

  • 4 :

    9500 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • เมื่อคานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ต้องรับทั้ง โมเมนต์ดัด M แรงเฉือน V และโมเมนต์บิด T อันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งาน พบว่าเหล็กปลอก (ขาเดียว) ที่ต้องการสำหรับต้านโมเมนต์บิด (At/s) และแรงเฉือน (AV/s) มีค่าเท่ากับ 0.059 ซม. ดังนั้น จงหาขนาดเหล็กปลอกและระยะเรียงที่ต้องใช้

  • 1 :

    f 9 มม. @ 12.5 ซม.

  • 2 :

    f 9 มม. @ 15 ซม.

  • 3 :

    f 12 มม. @ 15 ซม.

  • 4 :

    f 12 มม. @ 17.5 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 107 :
  • พื้นช่วงเดี่ยว หนา 12 ซม. เสริมเหล็กขนาด 16 มม.ทางเดียว ที่มีกำลังจุดคราก 4000 กก./ซม.2 ระยะ clear covering เท่ากับ 3 ซม. หากกำหนดให้ ดัชนีความกว้างของรอยร้าว (index of crack width) , Z ไม่เกินกว่า 23100 กก./ซม. จงประมาณระยะเรียงห่างมากที่สุด (ทางทฤษฎี) ของเหล็กเสริมนี้

  • 1 :

    45 ซม.

  • 2 :

    40 ซม.

  • 3 :

    35 ซม.

  • 4 :

    30 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • พื้นยื่น หนา 10 ซม. เสริมเหล็ก SR 24 ขนาด 9 มม. จำนวน 9 เส้นทุกระยะ 1 เมตร ถ้าระยะ clear covering เท่ากับ 2.5 ซม. และสมมติให้ fs = 0.6fy ดังนั้น ดัชนีความกว้างของรอยร้าว (index of crack width : Z) มีค่าประมาณ

  • 1 :

    8300 กก./ซม.

  • 2 :

    9300 กก./ซม.

  • 3 :

    11200 กก./ซม.

  • 4 :

    12500 กก./ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :
  • คานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง As = 14.73 ซม.2 ที่ระยะ d = 30 ซม. จงหาตำแหน่งแนวแกนสะเทิน (kd) เมื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. n = 8

  • 1 :

    12.0 ซม.

  • 2 :

    13.5 ซม.

  • 3 :

    15.0 ซม.

  • 4 :

    18.0 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • คานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง As = 12.32 ซม.2 ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัดแปลงร้าว (Icr) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. n = 10 และ k = 0.375

  • 1 :

    43500 ซม.4

  • 2 :

    55000 ซม.4

  • 3 :

    56000 ซม.4

  • 4 :

    65500 ซม.4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • คานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.20 x 0.40 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง As = 9.42 ซม.2 ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 35 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัดแปลงร้าว (Icr) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. n = 10 และ k = 0.375

  • 1 :

    45000 ซม.4

  • 2 :

    52500 ซม.4

  • 3 :

    60100 ซม.4

  • 4 :

    75000 ซม.4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 112 :
  • คานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดที่ทำให้คานเริ่มร้าว (Mcr) กำหนดให้ modulus of rupture fr = 2.0 กก./ ซม.2

  • 1 :

    1100 กก.-เมตร

  • 2 :

    1200 กก.-เมตร

  • 3 :

    1450 กก.-เมตร

  • 4 :

    1600 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • คานรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 0.20 x 0.40 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 6.03 ซม.2 ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 35 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดที่ทำให้คานเริ่มคราก (My) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. n = 10 และ j = 7/8

  • 1 :

    2750 กก.-เมตร

  • 2 :

    4450 กก.-เมตร

  • 3 :

    5540 กก.-เมตร

  • 4 :

    6200 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 114 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว ถ้าคานนี้น้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งานทั้งหมด = 6000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผลของคาน (Ie) เพื่อนำไปคำนวณหาค่าการโก่งตัวต่อไป สมมติให้ Mcr = 1400 กก.-เมตร Icr = 55900 ซม.4

  • 1 :

    55500 ซม.4

  • 2 :

    56200 ซม.4

  • 3 :

    57000 ซม.4

  • 4 :

    57800 ซม.4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • คานช่วงเดียว มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว ถ้าคานนี้น้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งานทั้งหมด และพบว่าอัตราส่วน Mcr/Ma = 0.20 จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผลของคาน (Ie) เพื่อนำไปคำนวณหาค่าการโก่งตัวต่อไป สมมติให้ Icr = 55900 ซม.4

  • 1 :

    45500 ซม.4

  • 2 :

    54500 ซม.4

  • 3 :

    55000 ซม.4

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็ก 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 5000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 1250 กก./ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าการโก่งตัวทันทีที่ปลายคานยื่น สมมติให้ Ie = 56050 ซม.4 และ EC = 2.5x105 กก./ตร.ซม. [สูตรคำนวณ Di = wL4/(8EcIe) ]

  • 1 :

    0.30 ซม.

  • 2 :

    0.35 ซม.

  • 3 :

    0.40 ซม.

  • 4 :

    0.50 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็ก 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 5000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 2500 กก./ม. จงประมาณค่าของ (Mcr/Ma)3 เพื่อนำไปหาค่า Ie ตามมาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ต่อไป สมมติให้ Mcr = 1400 กก.-เมตร

  • 1 :

    0.0042

  • 2 :

    0.0045

  • 3 :

    0.0047

  • 4 :

    0.0050

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็ก 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เมื่อคานรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 5000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 2500 กก./ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าของโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผลของคานยื่น (Ie) สมมติให้ Mcr = 1400 กก.-เมตร

  • 1 :

    55950 ซม.4

  • 2 :

    56050 ซม.4

  • 3 :

    56500 ซม.4

  • 4 :

    56800 ซม.4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • พื้นยื่นยาว 1.80 เมตร หนา 10 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 7.5 ซม. เมื่อพื้นนี้รับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 240 กก./ตร.ม. (รวมน้ำหนักของพื้นแล้ว) และ wL = 100 กก./ตร.ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าของโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผลของพื้นยื่น (Ie) สมมติให้ Mcr = 470 กก.-เมตร/เมตร

  • 1 :

    5170 ซม.4

  • 2 :

    5870 ซม.4

  • 3 :

    6200 ซม.4

  • 4 :

    6570 ซม.4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็ก 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. ต้องรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 5000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 1250 กก./ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าการโก่งตัวทั้งหมดที่ปลายคานยื่นนี้ เมื่อรับน้ำหนักมากกว่า 5 ปีขึ้นไป สมมติให้ Ie = 55950 ซม.4 และ EC = 2.5x105 กก./ตร.ซม. [สูตรคำนวณ Di = wL4/(8EcIe) ]

  • 1 :

    0.60 ซม.

  • 2 :

    0.90 ซม.

  • 3 :

    1.00 ซม.

  • 4 :

    1.20 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.20 x 0.40 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวชนิด SD30 As = 9.42 ซม.2 ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 35 ซม. เพื่อรับโมเมนต์ดัดใช้งานที่หน้าตัดวิกฤต = 4875 กก.-ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณค่าการโก่งตัวทันทีที่ปลายคานยื่นนี้ สมมติให้ ICR = 60150 ซม.4 และ EC = 2.0x105 กก./ตร.ซม. [สูตรคำนวณ Di = ML2/(4EcIe) ]

  • 1 :

    0.10 ซม.

  • 2 :

    0.18 ซม.

  • 3 :

    0.23 ซม.

  • 4 :

    0.30 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • คานยื่นยาว 1.50 เมตร มีขนาด 0.20 x 0.40 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวชนิด SD30 As = 9.42 ซม.2 ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 35 ซม. เพื่อรับโมเมนต์ดัดใช้งานที่หน้าตัดวิกฤต = 5850 กก.-ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณค่าการโก่งตัวทั้งหมดที่ปลายคานยื่นนี้ เมื่อรับน้ำหนักมากกว่า 1 ปีขึ้นไป สมมติให้ ICR = 60150 ซม.4 และ EC = 2.0x105 กก./ตร.ซม. [สูตรคำนวณ Di = ML2/(4EcIe) ]

  • 1 :

    0.46 ซม.

  • 2 :

    0.55 ซม.

  • 3 :

    0.65 ซม.

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 123 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เมื่อคานรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 1240 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 620 กก./ม. จงประมาณค่าของ (Mcr/Ma)3 กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และสมมติให้โมเมนต์ดัดที่ทำให้คานเริ่มร้าว (Mcr) = 1400 กก.-เมตร

  • 1 :

    0.0042

  • 2 :

    0.0045

  • 3 :

    0.0048

  • 4 :

    0.0053

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าของโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผลของคานนี้ (Ie) ถ้าสมมติค่า (Mcr/Ma)3 = 0.0048 และ Icr = 55900 ซม.4

  • 1 :

    56000 ซม.4

  • 2 :

    56250 ซม.4

  • 3 :

    56500 ซม.4

  • 4 :

    56800 ซม.4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.35 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึง 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 30 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 1240 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 310 กก./ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าการโก่งตัวทันที สมมติให้ EC = 2.5x105 กก./ตร.ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผล (Ie) = 56040 ซม.4

  • 1 :

    2.00 ซม.

  • 2 :

    1.95 ซม.

  • 3 :

    1.85 ซม.

  • 4 :

    1.75 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.40 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่าง้ดียว ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 34 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 3000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 3900 กก./ม. จงประมาณค่าการโก่งตัวทันที สมมติให้ EC = 2.0x105 กก./ตร.ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผล (Ie) = 86540 ซม.4

  • 1 :

    1.00 ซม.

  • 2 :

    1.25 ซม.

  • 3 :

    1.50 ซม.

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • คานช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร มีขนาด 0.25 x 0.40 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว 3-f 25 มม. (As = 14.73 ซม.2) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 34 ซม. เพื่อรับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งาน wD = 3000 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) และ wL = 3900 กก./ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณค่าการโก่งตัวทั้งหมด เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี สมมติให้ EC = 2.0x105 กก./ตร.ซม. และ ICR = 84750 ซม.4

  • 1 :

    3.05 ซม.

  • 2 :

    4.60 ซม.

  • 3 :

    5.80 ซม.

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • คาน คสล. ช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งานทั้งหมด w = 1860 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าการโก่งตัวทั้งหมดที่กึ่งกลางคาน เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี สมมติให้ EC = 2.5x105 กก./ตร.ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผล (Ie) = 56000 ซม.4

  • 1 :

    7.50 ซม.

  • 2 :

    7.00 ซม.

  • 3 :

    6.75 ซม.

  • 4 :

    6.00 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • คาน คสล. ช่วงเดี่ยวยาวเท่ากับ 6.00 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแผ่ใช้งานทั้งหมด w = 1860 กก./ม. (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) จงประมาณค่าการโก่งตัวทันทีที่กึ่งกลางคาน สมมติให้ EC = 2.5x105 กก./ตร.ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผล (Ie) = 56000 ซม.4

  • 1 :

    2.00 ซม.

  • 2 :

    2.25 ซม.

  • 3 :

    2.30 ซม.

  • 4 :

    2.50 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :
  • กันสาดยื่นออกจากคานรองรับเป็นระยะ = 1.50 ม. ถ้ากันสาดหนา 10 ซม. เสริมเหล็ก f 9 มม. จำนวน 9 เส้นทุกระยะ 1.00 ม. (As = 5.73 ซม.2/ม.) ที่ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 7.5 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าคัดแปลงร้าว (Icr) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 2400 กก./ตร.ซม. และ n = 10

  • 1 :

    1850 ซม.4/ม.

  • 2 :

    1900 ซม.4/ม.

  • 3 :

    1960 ซม.4/ม.

  • 4 :

    2050 ซม.4/ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 131 :
  • กันสาดยื่นออกจากคานรองรับเป็นระยะ = 1.50 ม. หนา 10 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดที่ทำให้กันสาดเริ่มร้าว (Mcr) สมมติให้ modulus of rupture fr = 2.0 กก./ ซม.2 และ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    470 กก.-เมตร/ม.

  • 2 :

    500 กก.-เมตร/ม.

  • 3 :

    530 กก.-เมตร/ม.

  • 4 :

    560 กก.-เมตร/ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • กันสาดยื่นออกจากคานรองรับเป็นระยะ = 1.50 ม. หนา 10 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์อินเนอร์เชียประสิทธิผลของกันสาดยื่น (Ie) เมื่อกันสาดรับน้ำหนักบรรทุกคงที่ของตัวมันเองและน้ำหนักบรรทุกจรใช้งานแบบแผ่ = 150 กก./ม.2 สมมติให้ (Mcr/Ma)3 = 1.25 และ Icr = 1960 ซม.4/ม.

  • 1 :

    9000 ซม.4/ม.

  • 2 :

    9500 ซม.4/ม.

  • 3 :

    9900 ซม.4/ม.

  • 4 :

    10200 ซม.4/ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • กันสาดยื่นออกจากคานรองรับเป็นระยะ = 1.50 ม. หนา 10 ซม. จงประมาณค่าการโก่งตัวทันทีที่ปลายยื่นอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกจรใช้งานแบบแผ่ = 150 กก./ม.2 กำหนดให้ EC = 15100 กก./ตร.ซม. (Ie)DL + LL = 9900 ซม.4/ม. (เนื่องจากน้ำหนักของกันสาด + น้ำหนักจร) และให้ (Ie)DL = 35900 ซม.4/ม. (เนื่องจากน้ำหนักของกันสาดอย่างเดียว) และ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    0.06 ซม.

  • 2 :

    0.07 ซม.

  • 3 :

    0.08 ซม.

  • 4 :

    0.10 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • คานช่วงเดี่ยวมีรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.25 x 0.50 เมตร ระยะ d = 0.45 เมตร (ให้ x1 = 19 ซม. y1 = 40 ซม.) ต้องรับ M = 5030 กก.-เมตร ที่กลางช่วงคาน และ V = 4200 กก. กับ T = 1200 กก.-เมตร ที่หน้าตัดวิกฤต จงใช้วิธี WSD หาระยะห่างของเหล็กปลอก RB 9 มม. แบบวงปิดเพื่อต้านแรงเฉือนและโมเมนต์บิด กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    8.50 ซม.

  • 2 :

    9.25 ซม.

  • 3 :

    10.25 ซม.

  • 4 :

    11.25 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • คานช่วงเดี่ยวมีรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.25 x 0.50 เมตร ระยะ d = 0.45 เมตร (ให้ x1 = 19 ซม. y1 = 40 ซม.) ต้องรับ M = 5030 กก.-เมตร ที่กลางช่วงคาน และ V = 4200 กก. กับ T = 1200 กก.-เมตร ที่หน้าตัดวิกฤต จงใช้วิธี WSD หาปริมาณเหล็กเสริมชนิด SD 30 ที่ต้องใช้ตรงกลางช่วงคาน เพื่อต้านโมเมนต์ดัดและโมเมนต์บิด กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม. ค่า k = 0.331, j = 0.89 และ R = 9.941 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    AS‘ = 0.00 ตร.ซม.     AS = 14.50 ตร.ซม.

  • 2 :

    AS‘ = 2.00 ตร.ซม.     AS = 13.50 ตร.ซม.

  • 3 :

    AS‘ = 2.50 ตร.ซม.     AS = 12.50 ตร.ซม.

  • 4 :

    AS‘ = 3.10 ตร.ซม.     AS = 11.50 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 136 :
  • คานยื่นรูปตัดตันสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.25 x 0.50 เมตร ระยะ d = 0.45 เมตร (ให้ x1 = 20 ซม. y1 = 40 ซม.) ต้องรับโมเมนต์ดัด MU แรงเฉือน VU = 4500 กก. และโมเมนต์บิด TU = 1800 กก.-เมตร ที่หน้าตัดวิกฤต จงใช้วิธี USD หาระยะห่างของเหล็กปลอก RB 9 มม. แบบวงปิดเพื่อต้านแรงเฉือนและโมเมนต์บิด กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. Ct = 0.036 ซม.-1 at = 1.36

  • 1 :

    7.50 ซม.

  • 2 :

    8.75 ซม.

  • 3 :

    10.00 ซม.

  • 4 :

    15.00 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 540 : Design of reinforced concrete structural components by working stress and strength design concepts
ข้อที่ 137 :
  • โดยวิธี Strength design : คานคอนกรีตสี่เหลี่ยมผืนผ้า 0.20x0.50 เมตร(d=0.45) มีเหล็กเสริมรับแรงดึงด้านล่าง จำนวน 3–DB20 จงหาโมเมนต์ที่คำนวณได้จริง (Nominal flexural moment หรือ ideal strength) ของหน้าตัดนี้ ถ้ากำหนดให้คอนกรีตมีกำลังอัดประลัย 180 กก./ซม2 และใช้เหล็กเสริม SD30
  • 1 : 11,410 กก.-ม.
  • 2 : 12,410 กก.-ม.
  • 3 : 13,410 กก.-ม.
  • 4 : 10,410 กก.-ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • ค่ากำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กตามมาตราฐานวสท.ตรงกับข้อใด
  • 1 : ผลการทดสอบตัวอย่างรูปทรงกระบอกที่ 7 วัน
  • 2 : ผลการทดสอบตัวอย่างรูปทรงกระบอกที่ 28 วัน
  • 3 : ผลการทดสอบตัวอย่างรูปลูกบาศก์ที่ 7 วัน
  • 4 : ผลการทดสอบตัวอย่างรูปลูกบาศก์ที่ 28 วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • เหล็กข้อใดไม่มีขายในท้องตลาด
  • 1 : DB 10
  • 2 : DB 16
  • 3 : DB 19
  • 4 : DB 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ในคานคอนกรีตเสริมเหล็กการเสริมเหล็กแบบใดมีการเตือนล่วงหน้าก่อนการวิบัติ
  • 1 : เสริมเหล็กเกินสมดุล
  • 2 : เสริมเหล็กสมดุล
  • 3 : เสริมเหล็กต่ำกว่าสมดุล
  • 4 : ไม่เสริมเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :
  • เหล็กกลมรับแรงดึงในคานคอนกรีตเสริมเหล็กตามทฤษฎีหน่วยแรงใช้งานสามารถรับแรงดึงได้เท่าใด
  • 1 : 0.375 fy
  • 2 : 0.40 fy
  • 3 : 0.45 fy
  • 4 : 0.50 fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • เหล็กในเสาสั้นคอนกรีตเสริมเหล็กตามทฤษฎีหน่วยแรงใช้งานสามารถรับหน่วยแรงอัดปลอดภัยได้เท่าใด
  • 1 : 0.375 fy
  • 2 : 0.40 fy
  • 3 : 0.45 fy
  • 4 : 0.50 fy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมการที่ใช้ในทฤษฎีหน่วยแรงใช้งาน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • จงใช้ทฤษฎีหน่วยแรงใช้งานหาค่า k สำหรับการออกแบบ เมื่อกำหนดให้ fc=65ksc. fs=1200ksc. และ n=10
  • 1 : 0.245
  • 2 : 0.302
  • 3 : 0.351
  • 4 : 0.368
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 145 :
  • คานคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง 25 cm.หนา 50 cm.พื้นที่เหล็กเสริม 12sq.cm. เหล็กอยู่ห่างจากผิวด้านแรงดึง 5 cm. ถ้า fc=65ksc. fs=1200ksc. และ n=10 จงหาโมเมนต์ดัดสูงสุดที่คานจะรับได้โดยใช้ทฤษฎีหน่วยแรงใช้งาน
  • 1 : 5099 kg-m
  • 2 : 6099 kg-m
  • 3 : 7099 kg-m
  • 4 : 8099 kg-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • คาน คสล. มีหน้าตัดกว้าง b และความลึกประสิทธิผล d กำหนดให้ fc’ = 225 ksc; fy = 2400 ksc และใช้เกณฑ์มาตรฐานของ ว.ส.ท.ในการออกแบบ จงหาโมเมนต์ต้านทานของคอนกรีต (Mc)(วิธีหน่วยแรงใช้งาน) กำหนดให้ n = 9

  • 1 : 15.59 bd2
  • 2 : 17.102 bd2
  • 3 : 18.7 bd2
  • 4 : 25.14 bd2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • ในการออกแบบเสา คสล. ปลอกเดี่ยว ซึ่งมีขนาด 0.30x0.50 ม. ใช้เหล็กเสริมหลัก 10-DB 25 มม. และใช้เหล็กปลอก RB 6 มม. จะต้องเรียงเหล็กปลอกห่างไม่เกินเท่าไร (วิธี WSD)
  • 1 : 40 ซม.
  • 2 : 28.8 ซม.
  • 3 : 30 ซม.
  • 4 : 25 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • แผ่นพื้นหนา 0.15 ซม. หาพื้นที่เหล็กเสริมได้ 2.25 ตร.ซม./ม. ต้องการใช้เหล็กเสริม 12 มม. จะต้องเรียงเหล็กห่างกันเท่าไรจึงเป็นไปตามมาตรฐาน ว.ส.ท. (วิธี SDM)
  • 1 : 40 ซม.
  • 2 : 45 ซม.
  • 3 : 50 ซม.
  • 4 : 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 0.40x0.40 ม. เสริมเหล็ก 8-RB 12 มม. เหล็กปลอก RB 6 @ 0.25 จะรับน้ำหนักได้เท่าไร ถ้า fc’ = 240 ksc; fy = 3000 ksc (วิธี WSD)
  • 1 : 93  ตัน
  • 2 : 90.5 ตัน
  • 3 : 106.5  ตัน
  • 4 : 95.5 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 150 :
  • จงหาว่าเสาสั้นปลอกเกลียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ซม. มีเหล็กเสริมยืน 6-DB 20 มม. fc’ = 210 ksc; fy = 3000 ksc รับน้ำหนักประลัยตามแนวแกนได้เท่าไร เมื่อคำนวนตามข้อกำหนดของวสท.และการก่อสร้างมีการควบคุมงานเป็นอย่างดี
  • 1 : 105 ตัน
  • 2 : 114 ตัน
  • 3 : 150  ตัน
  • 4 : 190  ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • จงหาคำนวนกำลังรับน้ำหนักที่สถาวะประลัยของเสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาด 40x40 ซม. มีเหล็กเสริมยืน 6-DB 20 มม. เมื่อกำหนด fc’ = 210 ksc; fy = 3000 ksc คำนวนตามมาตราฐาน วสท. กรณีการก่อสร้างมีการควบคุมงานเป็นอย่างดี
  • 1 : 190  ตัน
  • 2 : 201  ตัน
  • 3 : 203  ตัน
  • 4 : 216  ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • จงออกแบบเพื่อหาขนาดและระยะเรียงของเหล็กปลอกเดี่ยวที่มีปริมาณเหล็กปลอกต่ำสุดในเสาสั้นขนาด 20x30 sq.cm.เสริมเหล็กตามแนวแกน 6-DB20 โดยทฤษฎีกำลังประลัยตามมาตราฐานวสท. เมื่อกำหนดเสารับแรงอัดประลัย 50 Tons ถ้าใช้เหล็กกลม fy = 2400 ksc เป็นเหล็กปลอก คอนกรีตมีกำลังประลัย 240 ksc.

  • 1 : 6 mm.@ 0.18 m.
  • 2 : 6 mm.@ 0.20 m.
  • 3 : 6 mm.@ 0.28 m.
  • 4 : 6 mm.@ 0.32 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • เหล็กยืนในเสาควรมีเนื้อที่หน้าตัดไม่เกินกี่เปอร์เซ็นของเนื้อที่หน้าตัดทั้งหมดของคอนกรีต
  • 1 : 1%
  • 2 : 3%
  • 3 : 5%
  • 4 : 8%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • จงใช้วิธีกำลังหาระยะเรียงของเหล็กปลอก (RB 6 mm. เกรด SR 24)แบบลูกตั้งของคานคอนกรีต กว้าง 20 cm ความลึกประสิทธิผลเท่ากับ 40 cmเมื่อมีแรงเฉือนกระทำ Vu=1600 kg ความต้านทานแรงเฉือนของคอนกรีต Vc= 2000 kg

  • 1 : 15
  • 2 : 20
  • 3 : 27.5
  • 4 : 33.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 :
  • พื้น S1 ขนาด 5x5 เมตร หนา 12 ซม. เหล็กเสริมโมเมนต์บวก(เสริมล่าง) กลางแผ่นพื้น กำหนดให้เท่ากับ RB12@0.15# ถ้าต้องการเปิดช่องโล่งกลางแผ่นพื้นนี้ ขนาด 0.80x0.80 เมตร ต้องเสริมเหล็กทดแทนอย่างน้อยเท่าไร?
  • 1 : เสริม 2-RB9 ทั้งสองข้าง (รวมสี่ด้าน)
  • 2 : เสริม 2-RB12 ทั้งสองข้าง (รวมสี่ด้าน)
  • 3 : เสริม 2-DB16 ทั้งสองข้าง (รวมสี่ด้าน)
  • 4 : เสริม 2-DB20 ทั้งสองข้าง (รวมสี่ด้าน)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 156 :
  • พื่นยื่นในข้อใดมีการเสริมเหล็กที่ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • คอนกรีตมีกำลัง ( fc , ) รูปทรงกระบอก 300 kg/cm2 ควรมีค่าโมดูลัสยืดหยุ่น เท่าใด
  • 1 : 3.0 x 106 กก/ซม2
  • 2 : 2.6 x 106 กก/ซม2
  • 3 : 2.6 x 105 กก/ซม2
  • 4 : 3.0 x 105 กก/ซม2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • เมื่อกำหนดให้ f’c = 200 ksc และ Es = 2.04 x 106 ksc ค่าสัดส่วนโมดูลัสของเหล็กเสริมต่อของคอนกรีต (n) มีค่า
  • 1 : 8
  • 2 : 9
  • 3 : 10
  • 4 : 11
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • จงเรียงลำดับขนาดของน้ำหนักบรรทุกจรจากมากไปน้อย ของส่วนต่างๆในโรงเรียนแห่งหนึ่ง
  • 1 : ห้องประชุม > ห้องน้ำ > ห้องสมุด
  • 2 : ห้องสมุด > ห้องประชุม > ห้องน้ำ
  • 3 : เท่ากันทุกส่วนของโรงเรียน
  • 4 : ห้องสมุด > ห้องน้ำ > ห้องประชุม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • โมดูลัสของการแตกร้าว (Modulus of rupture) ของคอนกรีตที่มีกำลังอัด 210 ksc มีค่าเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 22.98 ksc
  • 2 : 25.89 ksc
  • 3 : 28.98 ksc
  • 4 : 31.89 ksc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • คานยื่นขนาด 25 cm. x 50 cm. (ความลึกประสิทธิผล d = 42.5 cm.) กำหนดให้ f’c = 210 ksc , fy = 3000 ksc ควรมีการเสริมเหล็กตามข้อใด เพื่อใช้ต้านทานโมเมนต์ดัดประลัย Mu = 22,000 kg.m
  • 1 : เหล็กบน 3-DB25
  • 2 : เหล็กล่าง 3-DB25
  • 3 : เหล็กบน 5-DB25
  • 4 : เหล็กล่าง 5-DB25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 :
  • คานขนาด 20 cm. x 45 cm. (ความลึกประสิทธิผล d = 40 cm.) ควรมีปริมาณเหล็กเสริมน้อยที่สุดไม่น้อยกว่าข้อใดต่อไปนี้ เมื่อกำหนดให้ f’c = 210 ksc และ fy = 3000 ksc
  • 1 : 2-DB12
  • 2 : 3-DB12
  • 3 : 2-DB16
  • 4 : 3-DB16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • จงคำนวณความลึกประสิทธิผลของเหล็กเสริมรับแรงดึงของคานยื่นที่มีหน้าตัดขนาด 20 cm. x 50 cm. เหล็กเสริมบน 2-DB20 เหล็กเสริมล่าง 2-DB16 ใช้เหล็กปลอก RB-6 @ 0.15 m. (กำหนดให้ใช้ covering = 3.0 cm.)
  • 1 : 44.6 cm.
  • 2 : 45.4 cm.
  • 3 : 45.6 cm.
  • 4 : 46.4 cm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • จากรูปตัดของบันได จะต้องใช้ค่าความยาวค่าใดในการออกแบบบันไดแบบพาดช่วงยาว เมื่อคำนวณโดยพิจารณาจากน้ำหนักบรรทุกกระทำบนพื้นราบ

  • 1 : 2.0 m.
  • 2 : 3.0 m.
  • 3 : 3.2 m.
  • 4 : 4.2 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • ปริมาณเหล็กเสริมยืนในเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก 20 x 120 ตร.ซม. ควรพิจารณาใช้เป็นเหล็กน้อยสุด
  • 1 : 4 DB 12
  • 2 : 6 DB 10
  • 3 : 6 DB 12
  • 4 : 8 DB 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • จงคำนวณจำนวนเสาเข็มที่ต้องใช้สำหรับฐานรากเสาเข็มซึ่งรับแรงตามแนวแกนประกอบด้วยน้ำหนักบรรทุกคงที่ (Dead Load) = 60 ตัน น้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) = 40 ตัน โดยฐานรากมีน้ำหนักของตัวเอง = 5.5 ตัน เมื่อเลือกใช้เสาเข็มขนาด 30 cm. x 30 cm. ซึ่งสามารถรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานได้เท่ากับ 30 ตัน/ต้น
  • 1 : 3 ต้น
  • 2 : 4 ต้น
  • 3 : 5 ต้น
  • 4 : 6 ต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • แผ่นพื้นหล่อในที่ขนาด 2.00 x 5.00 m. ไม่ต่อเนื่อง 4 ด้าน มีความหนาแผ่นพื้น 0.08 m. รับน้ำหนักบรรทุกจร 300kg/m2.ตามข้อกำหนดมาตราฐานว.ส.ท.โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน(WSD)ใช้เหล็กเสริมชนิด SR24 fs = 1200 ksc, j = 0.88 , R = 10.1 ksc. และความลึกประสิทธิผล (d) = 5 cm. จะต้องใช้เหล็กเสริมไม่น้อยกว่า
  • 1 : 2.83 cm.2/m.
  • 2 : 3.71 cm.2/m.
  • 3 : 4.66 cm.2/m.
  • 4 : 8.15 cm.2/m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • ฐานรากเสาเข็มหน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้เสาเข็มขนาด 0.20 x 0.20 x 9.00 m. จำนวน 4 ต้น ซึ่งเสาเข็มแต่ละต้นกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งที่สมมาตรเมื่อพิจารณาจากหน้าตัดฐานราก จงคำนวณหาขนาดของฐานรากที่ยังไม่พิจารณาถึงแรงที่กระทำ สมมติศูนย์กลางเสาเข็มอยู่ห่างจากขอบของฐานรากเป็นระยะเท่ากับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็ม
  • 1 : 1.00 x 1.00 m.
  • 2 : 1.20 x 1.20 m.
  • 3 : 1.30 x 1.30 m.
  • 4 : 1.50 x 1.50 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ฐานแผ่(Spread Footing) บนดินขนาด 1.50 x 2.00 ม. มีความหนา 0.40 ม. รองรับเสาตอม่อขนาดหน้าตัด 0.20 x 0.20 ม. วางที่ตำแหน่งกึ่งกลางฐานราก ถ้าน้ำหนักฐานรากรวมกับน้ำหนักที่กระทำตามแนวแกนเท่ากับ 25,000 kg. จงคำนวณหาค่าหน่วยแรงเฉือนทางเดียวทางยาวที่หน้าตัดวิกฤติ กำหนดความลึกประสิทธิผล (d) = 35 cm.
  • 1 : 2.38ksc.
  • 2 : 2.14ksc.
  • 3 : 1.72 ksc.
  • 4 : 1.31 ksc.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 170 :
  • ฐานแผ่วางบนดินขนาด 1.5 x 2.0 m.หนา 0.40 m. รองรับเสาตอม่อขนาดหน้าตัด 0.2 x 0.2 m. วาง ณ กึ่งกลางฐานราก ถ้าน้ำหนักฐานรากรวมกับแรงที่กระทำตามแนวแกนบนเสาตอม่อเท่ากับ 25,000 kg. จงคำนวณหาค่าปริมาณเหล็กเสริมทางยาวต้านทานโมเมนต์ดัดสูงสุดโดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน(WSD)ตามมาตราฐานว.ส.ท. กำหนดความหนาฐานรากสามารถรับแรงเฉือนแบบคานกว้างและแบบทะลุได้ ความลึกประสิทธิผล (d) = 35 cm. , j = 0.88 และใช้เหล็กเสริม fy = 2400 ksc
  • 1 : 7.1 cm2.
  • 2 : 9.1 cm2.
  • 3 : 13.7 cm2.
  • 4 : 15.0 cm2.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • คานขนาด 0.20 x 0.50 มีความยาวช่วง 5 ม. รับน้ำหนักบรรทุกรวมน้ำหนักคานทั้งหมด 2000 kg/m ต้องเสริมเหล็กรับแรงดึงเท่าใด ถ้าออกแบบด้วยวิธีหน่วยแรงใช้งาน (WSD), fc’=240 ksc, fy = 3000 ksc, d = 0.45 m, k = 0.39
  • 1 : 2-DB25
  • 2 : 3-DB25
  • 3 : 4-DB25
  • 4 : 5-DB25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • คานขนาด 0.20 x 0.50 มีความยาวช่วง 5 ม. รับน้ำหนักบรรทุกรวมน้ำหนักคานทั้งหมด 2000 kg/m ออกแบบด้วยวิธีหน่วยแรงใช้งาน (WSD)หาปริมาณเหล็กปลอก, fc’=240 ksc,fy = 2400 ksc , d = 0.45 m
  • 1 : RB6@0.10
  • 2 : RB6@0.20
  • 3 : RB6@0.30
  • 4 : RB6@0.40
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 :
  • จงออกแบบเหล็กเสริมโดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน (WSD) ของพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กทางเดียว (one-way slab) ช่วงยาว 2 ม. หนา 10 ซม. รับน้ำหนักบรรทุกจร 200 กก./ตร.ม. กำหนด fc’=200 ksc, fy = 2400 ksc, d = 0.07 m, k = 0.40
  • 1 : RB6@0.10
  • 2 : RB6@0.20
  • 3 : RB9@0.10
  • 4 : RB9@0.20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • เสาสั้นขนาด 0.25 x 0.25 สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ต่ำสุดเท่าใด โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน (WSD) กำหนด fc’=240 ksc, fy = 3000 ksc
  • 1 : 38.2 ตัน
  • 2 : 39.8 ตัน
  • 3 : 82.9 ตัน
  • 4 : 95.6 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 :
  • จงหาโมเมนต์ดัดเพื่อออกแบบฐานรากแผ่ขนาด 2.0 x 2.0 หนา 0.40 ซม. รับเสาขนาด 0.40 x 0.40 น้ำหนักฐานราก และแรงถ่ายลงเสาตอม่อรวม 40 ตัน
  • 1 : 1152 kg-m/m
  • 2 : 2048 kg-m/m
  • 3 : 3200 kg-m/m
  • 4 : 5000 kg-m/m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ในการออกแบบพื้นS1โดยวิธีกำลังประลัย โดยมีแปลนพื้น-คาน และข้อมูลสำหรับการออกแบบแสดงดังรูป การเสริมเหล็กทีรูปตัด1-1ในข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : A: RB6@0.15 B: RB6@0.25
  • 2 : A: RB6@0.25 B: RB6@0.15
  • 3 : A: RB9@0.15 B: RB9@0.20
  • 4 : A: RB9@0.20 B: RB9@0.15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร กำหนดหน่วยแรงใช้งานสำหรับคอนกรีตและเหล็กเสริมในคาน คสล. ที่รับโมเมนต์ดัด ดังต่อไปนี้ ข้อใดที่ถูกต้อง
  • 1 : fc = 0.375fc’ กก./ตร.ซม. ไม่เกิน 60 กก./ตร.ซม.
  • 2 : fs (เหล็กกลม) = 1200 กก./ตร.ซม.
  • 3 : fs (เหล็กข้ออ้อยซึ่ง fy ไม่เกิน 4200 กก./ตร.ซม.) = 0.5fy กก./ตร.ซม.
  • 4 : fs (เหล็กข้ออ้อยซึ่ง fy มากกว่า 4200 กก./ตร.ซม.) = 1700 กก./ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 :
  • พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร กำหนดหน่วยแรงใช้งานสำหรับคอนกรีตและเหล็กเสริมในเสา คสล. ดังต่อไปนี้ ข้อใดที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : fs (เหล็กกลมในเสาปลอกเกลียว) = 1200 กก./ตร.ซม.
  • 2 : fs (เหล็กข้ออ้อยในเสาปลอกเกลียว) = 0.4fy ไม่เกิน 2100 กก./ตร.ซม.
  • 3 : fs ในเสาปลอกเดี่ยว = 0.85 เท่าของค่าที่กำหนดของเสาปลอกเกลียว แต่ไม่เกิน 1750 กก./ตร.ซม.
  • 4 : fc = 0.375fc’ กก./ตร.ซม. ไม่เกิน 60 กก./ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. กำหนดหน่วยแรงใช้งานสำหรับคอนกรีต ดังต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : fc เมื่อรับแรงอัดหรือแรงดัด = 0.45fc’ กก./ตร.ซม.
  • 2 : fv เมื่อคานไม่มีเหล็กรับแรงเฉือน = 0.29 fc’ 1/2 กก./ตร.ซม.
  • 3 : fv เมื่อคานมีเหล็กรับแรงเฉือน = 1.36 fc’ 1/2 กก./ตร.ซม.
  • 4 : fv เมื่อแผ่นพื้นหรือฐานรากรับแรงเฉือนทะลุ = 0.53 fc’ 1/2 กก./ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. กำหนดหน่วยแรงใช้งานสำหรับเหล็กเสริม ดังต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : fs (เหล็กกลม) = 1200 กก./ตร.ซม.
  • 2 : fs (เหล็กข้ออ้อยซึ่ง fy ไม่เกิน 4000 กก./ตร.ซม.) = 0.5fy แต่ไม่เกิน 1500 กก./ตร.ซม.
  • 3 : fs (เหล็กข้ออ้อยซึ่ง fy มากกว่า 4000 กก./ตร.ซม.) = 0.5fy แต่ไม่เกิน 1700 กก./ตร.ซม.
  • 4 : fs (เหล็กขวั้น) = 0.5 เท่าของกำลังพิสูจน์ แต่ไม่เกิน 2500 กก./ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 181 :
  • สมมติฐานข้อใดต่อไปนี้ ที่ไม่มีอยู่ในการออกแบบ คสล. โดยวิธีกำลัง (Strength design)
  • 1 : หน่วยการยืด-หดตัวบนหน้าตัดเป็นสัดส่วนโดยตรงกับระยะที่ห่างจากแนวแกนสะเทิน
  • 2 : ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยแรงกับหน่วยการยืด-หดตัวของคอนกรีตและเหล็กเสริม เป็นสัดส่วนโดยตรง
  • 3 : การยึดเหนี่ยวระหว่างคอนกรีตกับเหล็กเสริมเป็นไปอย่างสมบูรณ์
  • 4 : ไม่คิดกำลังต้านทางแรงดึงของคอนกรีตใต้แนวแกนสะเทิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • ในการจัดวางเหล็กเสริม ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ระยะช่องว่างของเหล็กเสริมในเสาต้องไม่น้อยกว่า 4 ซม. หรือ 1.34 เท่าของขนาดโตสุดของหิน
  • 2 : ระยะช่องว่างของเหล็กเสริมในแผ่นพื้นทั่วไป ต้องไม่เกินกว่า 3 เท่าของความหนาของแผ่นพื้นหรือ 45 ซม.
  • 3 : ระยะช่องว่างของเหล็กเสริมในชั้นเดียวกันของคานต้องไม่แคบกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม หรือ 1.34 เท่าของขนาดโตสุดของหิน หรือ 2.5 ซม.
  • 4 : ระยะช่องว่างของเหล็กเสริมแต่ละชั้นสำหรับคาน ต้องไม่เกินกว่า 2.5 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • ในวิธี WSD ถ้าให้ เป็นอัตราส่วนของเหล็กเสริมรับแรงดึงในคาน คสล. Ms เป็นโมเมนต์ต้านทานโดยเหล็กเสริม, Mc เป็นโมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีต ข้อใดไม่ถูกต้อง

                   ก) รูปตัดคาน            ข) การกระจายของ                             ค) การกระจายของหน่วยแรง

                                                    หน่วยการยืดหดตัว                           และแรงภายในบนหน้าตัด

  • 1 : ถ้า  = b  แสดงว่า Ms = Mc
  • 2 : ถ้า  < b  แสดงว่า Ms < Mc
  • 3 : ถ้า  < b  แสดงว่า Ms > Mc
  • 4 : ถ้า  > b แสดงว่า M< Ms
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • ในวิธี WSD ถ้าให้ n = Es/Ec, = As/bd ข้อใดไม่ถูต้อง

                    ก) รูปตัดคาน        ข) การกระจายของ                    ค) การกระจายของหน่วยแรง
                                                     หน่วยการยืดหดตัว                     และแรงภายในบนหน้าตัด

     

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :   
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • โมเมนต์ลบที่พื้นยื่นต้องรับ M =215 กก.-เมตร/เมตร หน่วยแรงใช้งานที่ยอมให้ fc = 65 กก./ตร.ซม., fs = 1200 กก./ตร.ซม. และ n = 11 ถ้าใช้แผ่นพื้นหนา 10 ซม. ความลึกประสิทธิผล d = 7.5 ซม. ต้องการปริมาณเหล็กเสริมเอกต่อความกว้างหนึ่งเมตร เท่ากับ
  • 1 : 2.05 ตร.ซม.
  • 2 : 2.50 ตร.ซม.
  • 3 : 2.75 ตร.ซม.
  • 4 : 3.00 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 186 :
  • คาน คสล. รูปตัดขนาด 20x45 ซม. (d = 40 ซม., d’ = 5 ซม.) ต้องรับโมเมนต์ดัดทั้งหมด M = 5850 กก.-เมตร หน่วยแรงใช้งานที่ยอมให้ fc = 90 กก./ตร.ซม., fs = 1200 กก./ตร.ซม. และ n = 10 ปริมาณเหล็กเสริมรับแรงดึงที่ต้องการอย่างน้อยเท่ากับ
  • 1 : 15.25 ตร.ซม.
  • 2 : 14.25 ตร.ซม.
  • 3 : 13.93 ตร.ซม.
  • 4 : 12.90 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 187 :
  • คานรูปตัวทีโดดๆ เสริมเหล็กรับแรงดึง (As = 14.73 ตร.ซม.) ดังรูป ถ้าหน่วยแรงใช้งานที่ยอมให้ fc = 45 กก./ตร.ซม., fs = 1200 กก./ตร.ซม. และ n = 14 จงประมาณค่าโมเมนต์ต้านทานโดยปลอดภัยของคานนี้
  • 1 : 6000 กก.-เมตร
  • 2 : 6360 กก.-เมตร
  • 3 : 7000 กก.-เมตร
  • 4 : 7240 กก.-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • คาน คสล. ช่วงเดี่ยวธรรมดารับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่ w = 6.5 ตัน/เมตร (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) ถ้าคานมีรูปตัดดังแสดง โดยที่ fc’ = 100 กก./ตร.ซม. และสมมติใช้เหล็กปลอก (SR24) ขนาด 9 มม. จงหาระยะเรียงของเหล็กปลอก
  • 1 : 4 ซม.
  • 2 : 6 ซม.
  • 3 : 8 ซม.
  • 4 : 12 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • เสาสั้นสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 30x30 ซม. ต้องรับแรงอัดใช้งานตามแนวแกน = 54 ตัน ถ้ากำหนดให้ fc’ = 100 กก./ตร.ซม., fy = 3000 กก./ตร.ซม. และเหล็กปลอกเดี่ยว (SR24) ขนาด 6 มม. จงหาเหล็กยืน และระยะห่างของเหล็กปลอกเดี่ยวที่ควรใช้
  • 1 : เหล็กยืน 8-DB 20 มม. เหล็กปลอก RB 6 มม. @ 32 ซม.
  • 2 : เหล็กยืน 8-DB 20 มม. เหล็กปลอก RB 6 มม. @ 30 ซม.
  • 3 : เหล็กยืน 8-DB 20 มม. เหล็กปลอก RB 6 มม. @ 29 ซม.
  • 4 : เหล็กยืน 8-DB 20 มม. เหล็กปลอก RB 6 มม. @ 25 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • จงประมาณเหล็กยืนที่ต้องใช้ในเสาปลอกเดี่ยวจัตุรัสขนาด 25x25 ซม. เพื่อรับน้ำหนักใช้งาน P = 40 ตัน, M = 2 ตัน-เมตร โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fc’ = 250 กก./ตร.ซม., fy = 3000 กก./ตร.ซม.
  • 1 : ใช้เหล็กยืน 6-DB 16 มม.
  • 2 : ใช้เหล็กยืน 6-DB 20 มม.
  • 3 : ใช้เหล็กยืน 4-DB 28 มม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :
  • ถ้า Pเสายาว และ Mเสายาว เป็นแรงอัดและโมเมนต์ดัดที่กระทำต่อเสายาวซึ่งมีอัตราส่วนความชะลูดค่าหนึ่ง และ R เป็นตัวคูณลดกำลังของเสาตามมาตรฐาน วสท. กำหนดในวิธีหน่วยแรงใช้งาน ดังนั้นแรงอัดและโมเมนต์ดัดที่จะนำมาพิจารณาออกแบบ คือ
  • 1 : P = (1/R)Pเสายาว อย่างเดียว
  • 2 : M = (1/R)Mเสายาว อย่างเดียว
  • 3 : P = (1/R)Pเสายาว และ M = (1/R)Mเสายาว
  • 4 :  P = Pเสายาว  และ M = (1/R)Mเสายาว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 192 :
  • ในการออกแบบฐานรากแบบวางบนเสาเข็ม ตามรูป แรงอัดสูงสุดที่เสาเข็มต้องรับพิจารณาได้จากค่า
  • 1 : R1
  • 2 : R2
  • 3 : R3
  • 4 : R4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • ปัจจัยสำคัญในการหาขนาดความลึกของฐานรากทั่วไป คือ
  • 1 : ระยะถ่ายแรงจากเหล็กยืนสู่ฐานราก
  • 2 : โมเมนต์ดัด
  • 3 : แรงเฉือนทางเดียวแบบคานและแรงเฉือนทะลุ
  • 4 : แรงกดอัดระหว่างตัวเสากับฐานราก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • พ.ร.บ. ควบคุมอาคารข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร กำหนดหน่วยแรงสูงสุดของคอนกรีตและเหล็กเสริมสำหรับการออกแบบโดยวิธีกำลังดังต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : หน่วยแรงสูงสุดของคอนกรีต = 150 กก./ตร.ซม.
  • 2 : หน่วยแรงสูงสุดของเหล็กเสริมธรรมดา เมื่อไม่มีผลการทดสอบ ให้ใช้ไม่เกิน 2400 กก./ตร.ซม.
  • 3 : หน่วยแรงสูงสุดของเหล็กเสริมอื่น ให้ใช้เท่ากับ 0.85fy แต่ไม่เกิน 4200 กก./ตร.ซม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • การต่อทาบเหล็กข้ออ้อย (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กกว่า 36 มม.) ซึ่งรับแรงดึงและที่รับแรงอัดต้องไม่น้อยกว่า
  • 1 : 25 ซม.
  • 2 : 30 ซม.
  • 3 : 36 ซม.
  • 4 : 40 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 :
  • ข้อปฏิบัติในการเสริมเหล็กต้านการยืดหดในแผ่นพื้นขนาด bxh ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : min. As สำหรับเหล็ก SR24 ต้องไม่น้อยกว่า 0.0025bh
  • 2 : min. As สำหรับเหล็ก SD30 ต้องไม่น้อยกว่า 0.0020bh
  • 3 : min. As สำหรับเหล็ก SR40 ต้องไม่น้อยกว่า 0.0018bh
  • 4 : เรียงเหล็กต้านการยืดหดห่างกันไม่เกิน 5 เท่าของความหนาของแผ่นพื้นหรือไม่เกิน 40 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ ไม่ถูกต้องตามหลักวิชา
  • 1 : คาน คสล. ที่เสริมเหล็กรับแรงดึงพอดีเท่ากับอัตราส่วนที่สภาวะสมดุล เหล็กเสริมจะถูกดึงถึงจุดคราก และคอนกรีตจะถูกอัดแตกพร้อมๆ กัน
  • 2 : คาน คสล. ที่เสริมเหล็กรับแรงดึงน้อยกว่าอัตราส่วนที่สภาวะสมดุล เหล็กเสริมจะถูกดึงถึงจุดคราก ก่อนที่คอนกรีตจะถูกอัดแตก
  • 3 : คาน คสล. ที่เสริมเหล็กรับแรงดึงมากกว่าอัตราส่วนที่สภาวะสมดุล ย่อมโก่งตัวได้มากกว่า
  • 4 : คอนกรีตจะถูกอัดแตกเมื่อหน่วยการหดตัวมีค่าสูงสุดประมาณ 0.003-0.004 มม./มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 198 :
  • เพื่อให้การคำนวณออกแบบโดยวิธีกำลังง่ายขึ้น จึงสมมติให้หน่วยแรงอัดในคอนกรีตที่สภาวะวิบัติกระจายเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเทียบเท่าดังแสดง โดยให้หน่วยแรงอัดสูงสุดในคอนกรีตมีค่าเท่ากับ 0.85fc' และแผ่สม่ำเสมอบนพื้นที่รับแรงอัดเทียบเท่า ดังรูป ทั้งนี้ค่า  คือ

                        

                        (ก) รูปตัดคาน      (ข) การกระจายของ     (ค) การกระจายของ   (ง) แรงภายใน
                                                    หน่วยการยืดหดตัว        หน่วยแรง                บนหน้าตัด

  • 1 :  = 0.85 เมื่อ ≤ 280 กก./ซม.2
  • 2 :  = = 0.85 - 0.05( - 280)/70 เมื่อ 280 กก./ซม.2 < ≤ 560 กก./ซม.2
  • 3 :  = 0.65 เมื่อ > 560 กก./ซม.2
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • เพื่อให้การวิบัติเป็นแบบ yielding failure มาตรฐาน วสท. กำหนดให้ใช้อัตราส่วนของเหล็กเสริมรับแรงดึงสูงสุด ดังนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 200 :
  • คาน คสล. ช่วงเดี่ยวธรรมดา รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่ที่เพิ่มค่าแล้ว wu = 9.5 ตัน/เมตร (รวมน้ำหนักของคานแล้ว) ถ้าคานมีรูปตัดดังแสดง โดยที่ fc’ = 200 กก./ตร.ซม. และสมมติใช้เหล็กปลอก (SR24) ขนาด 9 มม. จงประมาณหาระยะเรียงของเหล็กปลอก
  • 1 : 8 ซม.
  • 2 : 9 ซม.
  • 3 : 15 ซม.
  • 4 : 18 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ถ้าเสาสั้นปลอกเดี่ยวต้องรับ Pu = 131.25 ตัน และ Mu = 22.3 ตัน-เมตร หากพิจารณาใช้เสารูปตัด b = 25 ซม., h = 50 ซม., d = 45 ซม. โดยที่ fc’ = 300 กก./ตร.ซม., fy = 3000 กก./ตร.ซม. จงประมาณหาปริมาณเหล็กยืนทั้งหมด (Ast) ที่ต้องใช้ โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบเสา
  • 1 : 20 ตร.ซม.
  • 2 : 22 ตร.ซม.
  • 3 : 25 ตร.ซม.
  • 4 : 28 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 202 :
  • ชิ้นส่วนรับแรงอัดตามแนวแกนและโมเมนต์ดัด มีรูปแสดงการกระจายของหน่วยการยืด-หดตัว (strain distribution) ที่สภาวะต่างๆ ดังที่แสดง รูปใดแสดงถึงสภาวะสมดุล (balanced condition) ตามวิธีกำลัง
  • 1 : รูป (ก)
  • 2 : รูป (ข)
  • 3 : รูป (ค)
  • 4 : รูป (ง)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 203 :
  • จากรูปตัดคานคอนกรีตที่เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว โมเมนต์ดัดที่ใช้ออกแบบ (design strength) เมื่อคานวิบัติที่ด้านรับแรงดึง (yielding failure) คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • จงหาปริมาณเหล็กเสริมรับแรงดึงที่มากที่สุด (As max) ที่ยอมให้ใช้ตามข้อกำหนดในวิธีกำลัง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.35 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.30 ม. ถ้าใช้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 จงใช้วิธี WSD ประมาณอัตราส่วนของเหล็กเสริมที่สภาวะสมดุล สมมติให้ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 11.25 ซม.
  • 1 : 0.0161
  • 2 : 0.0113
  • 3 : 0.0092
  • 4 : 0.0074
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • แผ่นพื้นต่อเนื่องมีระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ = 3.50 เมตร ต้องรับน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานเท่ากับ 500 กก./ม.2 ถ้าที่รองรับสามารถรับโมเมนต์ดัดได้เท่ากับ wL2/24 จงใช้วิธี WSD หาขนาดและระยะเรียงของเหล็กเสริมที่ต้องใช้ตรงกลางช่วงพื้น สมมติให้แผ่นพื้นหนา 20 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 15 ซม. fc' = 150 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 5 ซม.
  • 1 : เหล็ก 6 มม. @ 8 ซม.
  • 2 : เหล็ก 6 มม. @ 10 ซม.
  • 3 : เหล็ก 9 มม. @ 12 ซม.
  • 4 : เหล็ก 9 มม. @ 16 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • แผ่นพื้นต่อเนื่องมีระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ = 4.00 เมตร ต้องรับน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานเท่ากับ 500 กก./ม.2 ถ้าที่รองรับสามารถรับโมเมนต์ดัดได้เท่ากับ wL2/24 จงใช้วิธี WSD หาขนาดและระยะเรียงของเหล็กเสริมที่ “ประหยัด” ตรงกลางช่วงพื้น สมมติให้แผ่นพื้นหนา 20 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 15 ซม. fc‘ = 150 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 5 ซม.
  • 1 : เหล็ก 12 มม. @ 18 ซม.
  • 2 : เหล็ก 12 มม. @ 16 ซม.
  • 3 : เหล็ก 12 มม. @ 20 ซม.
  • 4 : เหล็ก 12 มม. @ 30 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.45 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.40 ม. โดยใช้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2 ซึ่งจากวิธี WSD พบว่า ค่า k = 0.43 และโมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีต = 5300 กก.-เมตร ถ้าคานนี้ต้องรับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 6000 กก.-เมตร จงหาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) ที่ต้องใช้ตามทฤษฏี สมมติระยะ d’ = 3 ซม.
  • 1 : As‘ = 1.26 ซม.2 As = 14.10 ซม.2
  • 2 : As‘ = 1.42 ซม.2 As = 14.30 ซม.2
  • 3 : As‘ = 1.50 ซม.2 As = 14.35 ซม.2
  • 4 : As‘ = 1.58 ซม.2 As = 14.40 ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 209 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. โดยใช้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 ซึ่งจากวิธี WSD พบว่า ค่า k = 0.38 และโมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีต = 6025 กก.-เมตร ถ้าคานนี้ต้องรับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 8025 กก.-เมตร จงหาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) ที่ต้องใช้ตามทฤษฏี สมมติระยะ d’ = 5 ซม.
  • 1 : As‘ = 3.33 ซม.2 As = 13.60 ซม.2
  • 2 : As‘ = 3.67 ซม.2 As = 13.93 ซม.2
  • 3 : As‘ = 3.84 ซม.2 As = 14.10 ซม.2
  • 4 : As‘ = 4.00 ซม.2 As = 14.26 ซม.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 210 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. โดยใช้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 ซึ่งจากวิธี WSD พบว่า ค่า k = 0.38 และโมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีต = 6025 กก.-เมตร ถ้าคานนี้ต้องรับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 8025 กก.-เมตร จงหาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) ที่ต้องใช้ตามทฤษฏี สมมติระยะ d’ = 3 ซม.
  • 1 : As‘ = 3.17 ซม.2 As = 13.43 ซม.2
  • 2 : As‘ = 3.49 ซม.2 As = 13.75 ซม.2
  • 3 : As‘ = 3.65 ซม.2 As = 13.91 ซม.2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ที่มิใช่ขอบข่ายของการออกแบบพื้น คสล. 2 ทาง ตามวิธีที่ 2 ของมาตรฐาน ว.ส.ท.
  • 1 : แผ่นพื้นอาจเป็นแบบตันหรือครีบ
  • 2 : แผ่นพื้นอาจต่อเนื่องหรือไม่ก็ได้ และอาจมีหรือไม่มีคานรองรับทั้งสี่ด้าน
  • 3 : น้ำหนักบรรทุกบนแผ่นพื้นต้องเป็นแบบแผ่สม่ำเสมอ
  • 4 : น้ำหนักบรรทุกจรใช้งานต้องไม่เกินกว่าสามเท่าของน้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • แผ่นพื้น คสล. 2 ทาง ช่วงภายในทั่วไป มีขนาดที่วัดจากระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ = 4.00x5.00 เมตร ดังนั้น แผ่นพื้นต้องมีความหนาอย่างน้อยเท่ากับ
  • 1 : 6 ซม.
  • 2 : 8 ซม.
  • 3 : 10 ซม.
  • 4 : 12 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  • แผ่นพื้น คสล. 2 ทาง ช่วงภายในทั่วไป มีขนาดที่วัดจากระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ = 4.50x6.00 เมตร ดังนั้น แผ่นพื้นต้องมีความหนาอย่างน้อยเท่ากับ
  • 1 : 8 ซม.
  • 2 : 10 ซม.
  • 3 : 12 ซม.
  • 4 : 14 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  • แผ่นพื้น คสล. 2 ทาง ช่วงภายในทั่วไป มีขนาดที่วัดจากระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ = 5.00x5.00 เมตร ถ้าความกว้างของคานรองรับแต่ละด้านเท่ากับ 20 ซม. และแผ่นพื้นหนาเท่ากับ 12 ซม. ดังนั้น ความยาวทางด้านสั้น (S) ที่ใช้คำนวณหาค่าโมเมนต์ดัด คือ
  • 1 : 4.80 เมตร
  • 2 : 5.00 เมตร
  • 3 : 5.05 เมตร
  • 4 : 5.25 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  • แผ่นพื้น คสล. 2 ทาง ช่วงภายในทั่วไป มีขนาดที่วัดจากระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ = 3.00x4.50 เมตร ถ้าความกว้างของคานรองรับแต่ละด้านเท่ากับ 15 ซม. และแผ่นพื้นหนาเท่ากับ 10 ซม. ดังนั้น ความยาวที่จะนำไปใช้คำนวณหาค่าโมเมนต์ดัดที่ขนานกับด้านยาว คือ
  • 1 : 3.00 เมตร
  • 2 : 3.05 เมตร
  • 3 : 4.50 เมตร
  • 4 : 4.55 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 216 :
  • ตามวิธีที่ 2 ของมาตรฐาน ว.ส.ท. สำหรับแผ่นพื้น คสล. 2 ทาง ที่ไม่ต่อเนื่องกันทั้งสี่ด้าน จะพบว่า
  • 1 : มีแต่โมเมนต์ดัดชนิดบวกอย่างเดียวที่ขนานกับด้านสั้น
  • 2 : มีแต่โมเมนต์ดัดชนิดบวกอย่างเดียวที่ขนานกับด้านสั้นและด้านยาว
  • 3 : มีทั้งโมเมนต์ดัดชนิดบวกและชนิดลบที่ขนานกับด้านสั้นเพียงอย่างเดียว
  • 4 : มีทั้งโมเมนต์ดัดชนิดบวกและชนิดลบที่ขนานกับด้านสั้นและด้านยาว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • ตามวิธีที่ 2 ของมาตรฐาน ว.ส.ท. จะพบว่าโมเมนต์ดัดชนิดบวกที่กึ่งกลางช่วงของแผ่นพื้น คสล. 2 ทาง แบบใด ที่มึค่ามากที่สุด
  • 1 : เมื่อแผ่นพื้นไม่ต่อเนื่องกันทั้งสี่ด้าน
  • 2 : เมื่อแผ่นพื้นไม่ต่อเนื่องกันสามด้าน
  • 3 : เมื่อแผ่นพื้นไม่ต่อเนื่องกันสองด้าน
  • 4 : เมื่อแผ่นพื้นไม่ต่อเนื่องกันด้านเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 218 :
  • ตามวิธีที่ 2 ของมาตรฐาน ว.ส.ท. จะพบว่าโมเมนต์ดัดชนิดลบที่ด้านซึ่งต่อเนื่องของแผ่นพื้น คสล. 2 ทาง แบบใด ที่มึค่ามากที่สุด
  • 1 : เมื่อแผ่นพื้นต่อเนื่องกันทั้งสี่ด้าน
  • 2 : เมื่อแผ่นพื้นต่อเนื่องกันสามด้าน
  • 3 : เมื่อแผ่นพื้นต่อเนื่องกันสองด้าน
  • 4 : เมื่อแผ่นพื้นต่อเนื่องกันเพียงด้านเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 219 :
  • ตามวิธีที่ 2 ของมาตรฐาน ว.ส.ท. โมเมนต์ดัดในแถบเสาของแผ่นพื้น คสล. 2 ทาง มีค่าเท่ากับ
  • 1 : หนึ่งในสามของโมเมนต์ดัดในแถบกลาง
  • 2 : หนึ่งในสองของโมเมนต์ดัดในแถบกลาง
  • 3 : สองในสามของโมเมนต์ดัดในแถบกลาง
  • 4 : สามในสี่ของโมเมนต์ดัดในแถบกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยว เสริมเหล็กยืน As = As‘ รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 130 ตัน และ PL = 98.5 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 280 กก./ซม.^ 2 และ fy = 4000 กก./ซม. ^2 จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดเสาที่เล็กที่สุด โดยวิธี WSD
  • 1 : 1170 ตร.ซม.
  • 2 : 1250 ตร.ซม.
  • 3 : 1360 ตร.ซม.
  • 4 : 1500 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 221 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยว เสริมเหล็กยืน As = As‘ รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 130 ตัน และ PL = 98.5 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 280 กก./ซม.2 และ fy = 4000 กก./ซม.2 จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดเสาที่ใหญ่ที่สุด โดยวิธี WSD
  • 1 : 2700 ตร.ซม.
  • 2 : 3000 ตร.ซม.
  • 3 : 3130 ตร.ซม.
  • 4 : 3250 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยว เสริมเหล็กยืน As = As‘ รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 130 ตัน และ PL = 98.5 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 280 กก./ซม.2 และ fy = 4000 กก./ซม.2 จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดเสาที่ใหญ่ที่สุด โดยวิธี USD(SDM), U = 1.4D + 1.7L
  • 1 : 1500 ตร.ซม.
  • 2 : 1600 ตร.ซม.
  • 3 : 2100 ตร.ซม.
  • 4 : 2250 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยว เสริมเหล็กยืน As = As‘ รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 130 ตัน และ PL = 98.5 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 280 กก./ซม.2 และ fy = 4000 กก./ซม.2 ถ้าใช้ปริมาณเหล็กยืนเท่ากับ 4% จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดเสา โดยวิธี WSD
  • 1 : 1800 ตร.ซม.
  • 2 : 1900 ตร.ซม.
  • 3 : 2000 ตร.ซม.
  • 4 : 2100 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยว เสริมเหล็กยืน As = As‘ รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 130 ตัน และ PL = 98.5 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 280 กก./ซม. ^2 และ fy = 4000 กก./ซม. ^2 ถ้าใช้ปริมาณเหล็กยืนเท่ากับ 3% จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดเสา โดยวิธี USD
  • 1 : 1650 ตร.ซม.
  • 2 : 1750 ตร.ซม.
  • 3 : 1800 ตร.ซม.
  • 4 : 1850 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 225 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียว รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 150 ตัน และ PL = 100 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม. ^2 และ fy = 3000 กก./ซม. ^2 จงประมาณขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าตัดเสาที่เล็กที่สุด โดยวิธี WSD
  • 1 : 35 ซม.
  • 2 : 45 ซม.
  • 3 : 50 ซม.
  • 4 : 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียว รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 150 ตัน และ PL = 100 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม. ^2 และ fy = 3000 กก./ซม.^ 2 จงประมาณขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าตัดเสาที่เล็กที่สุด โดยวิธี USD
  • 1 : 35 ซม.
  • 2 : 45 ซม.
  • 3 : 50 ซม.
  • 4 : 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียว รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 150 ตัน และ PL = 100 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม. ^2 และ fy = 3000 กก./ซม. ^2 จงประมาณขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าตัดเสาที่ใหญ่ที่สุด โดยวิธี WSD
  • 1 : 55 ซม.
  • 2 : 60 ซม.
  • 3 : 65 ซม.
  • 4 : 70 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 228 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียว รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 150 ตัน และ PL = 100 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.^ 2 และ fy = 3000 กก./ซม. ^2 ถ้าใช้ปริมาณเหล็กยืนเท่ากับ 4% จงหาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าตัดเสา โดยวิธี WSD
  • 1 : 45 ซม.
  • 2 : 50 ซม.
  • 3 : 55 ซม.
  • 4 : 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 229 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยว รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 130 ตัน และ PL = 98.5 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 280 กก./ซม. 2 และ fy = 3000 กก./ซม.2 ถ้าเลือกใช้ขนาดเสาเท่ากับ 50 x 50 ซม. ให้ใช้วิธี USD(SMD) หาเนื้อที่หน้าตัดทั้งหมด (Ast) ของเหล็กยืน U = 1.4D + 1.7L
  • 1 : 10 ตร.ซม.
  • 2 : 20 ตร.ซม.
  • 3 : 25 ตร.ซม.
  • 4 : 30 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 230 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียว รับแรงอัดใช้งานตามแนวแกนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกคงที่และน้ำหนักบรรทุกจร ตามลำดับ ดังนี้ PD = 150 ตัน และ PL = 100 ตัน กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม. ^2 และ fy = 3000 กก./ซม.^2 ถ้าเลือกใช้เสาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 50 ซม. ให้ใช้วิธี WSD หาเนื้อที่หน้าตัดทั้งหมด (Ast) ของเหล็กยืน
  • 1 : 20 ตร.ซม.
  • 2 : 40 ตร.ซม.
  • 3 : 50 ตร.ซม.
  • 4 : 60 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • ถ้าเสาสั้นปลอกเดี่ยวสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเท่ากับ h x h ซม. สามารถรับแรงอัดตามแนวแกนได้ตามมาตรฐานกำหนดของ WSD ซึ่งในที่นี้สมมติว่ามีค่าเท่ากับ P ตัน จงหาค่าโมเมนต์ดัดใช้งาน (M) มากที่สุดที่เสานี้สามารถรับได้ ซึ่งเสมือนว่าเสานี้รับแต่แรงอัดตามแนวแกนเพียงอย่างเดียว
  • 1 : 0.0005hP ตัน-เมตร
  • 2 : 0.001hP ตัน-เมตร
  • 3 : 0.01hP ตัน-เมตร
  • 4 : 0.05hP ตัน-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 232 :
  • ถ้าเสาสั้นปลอกเกลียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ h ซม. สามารถรับแรงอัดตามแนวแกนได้ตามมาตรฐานกำหนดของ WSD ซึ่งในที่นี้สมมติว่ามีค่าเท่ากับ P ตัน จงหาค่าโมเมนต์ดัดใช้งาน (M) มากที่สุดที่เสานี้สามารถรับได้ ซึ่งเสมือนว่าเสานี้รับแรงอัดตามแนวแกนอย่างเดียว
  • 1 : 0.0005hP ตัน-เมตร
  • 2 : 0.001hP ตัน-เมตร
  • 3 : 0.01hP ตัน-เมตร
  • 4 : 0.05hP ตัน-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 233 :
  • การคำนวณออกแบบเสาในช่วงแรงอัดเป็นหลักตามวิธี WSD จะพบว่า
  • 1 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้นและเป็นสัดส่วนกัน
  • 2 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้เท่าเดิม
  • 3 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้น้อยลง
  • 4 : เมื่อเพิ่มค่าแรงอัดตามแนวแกนมากขึ้น เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้นกว่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • การคำนวณออกแบบเสาในช่วงแรงดึงเป็นหลักตามวิธี WSD จะพบว่า
  • 1 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้น
  • 2 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้เท่าเดิม
  • 3 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้น้อยลงและเป็นสัดส่วนกัน
  • 4 : เมื่อเพิ่มค่าแรงอัดตามแนวแกนมากขึ้น เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้นแต่ไม่เป็นสัดส่วนกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :
  • พฤติกรรมจริงของเสาในช่วงแรงอัดเป็นหลัก จะพบว่า
  • 1 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้นแต่ไม่เป็นสัดส่วนโดยตรง
  • 2 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้เท่าเดิม
  • 3 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้น้อยลง
  • 4 : เมื่อเพิ่มค่าแรงอัดตามแนวแกนมากขึ้น เสาจะสามารถรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้นกว่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 236 :
  • พฤติกรรมจริงของเสาในช่วงแรงดึงเป็นหลัก จะพบว่า
  • 1 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้น
  • 2 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้เท่าเดิม
  • 3 : เมื่อลดค่าแรงอัดตามแนวแกนลง เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้น้อยลงแต่ไม่เป็นสัดส่วนโดยตรง
  • 4 : เมื่อเพิ่มค่าแรงอัดตามแนวแกนมากขึ้น เสาจะรับโมเมนต์ดัดได้มากขึ้นและเป็นสัดส่วนโดยตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6เส้น เส้นละ25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. เสานี้ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid ให้ใช้วิธี USD ประมาณหน่วยการยืดหดตัวของเหล็กเสริมรับแรงอัด ณ สภาวะสมดุล (Balanced Condition) กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ ES = 2x10^6 กก./ซม.2
  • 1 : 0.0015 มม./มม.
  • 2 : 0.0020 มม./มม.
  • 3 : 0.0025 มม./มม.
  • 4 : 0.0030 มม./มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 238 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 25 x 45 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 เส้น เส้นละ25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 3 ซม. เสานี้ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid ให้ใช้วิธี USD ประมาณหน่วยการยืดหดตัวของเหล็กเสริมรับแรงอัด ณ สภาวะสมดุล (Balanced Condition) กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ ES = 2x10^6 กก./ซม.2
  • 1 : 0.0015 มม./มม.
  • 2 : 0.0020 มม./มม.
  • 3 : 0.0025 มม./มม.
  • 4 : 0.0030 มม./มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนขนาด 25 มม. โดยที่ As = As‘ ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเดี่ยวสำหรับเสานี้คือ
  • 1 : 9 มม. @ 0.40 ม.
  • 2 : 6 มม. @ 0.40 ม.
  • 3 : 9 มม. @ 0.45 ม.
  • 4 : 6 มม. @ 0.30 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 240 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 45 x 45 ซม. เสริมเหล็กยืนขนาด 28 มม. โดยที่ As = As‘ ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเดี่ยวสำหรับเสานี้คือ
  • 1 : 9 มม. @ 0.40 ม.
  • 2 : 9 มม. @ 0.45 ม.
  • 3 : 6 มม. @ 0.30 ม.
  • 4 : 6 มม. @ 0.45 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 40 ซม. เสริมเหล็กยืนขนาด 20 มม. โดยที่ As = As‘ ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเดี่ยวสำหรับเสานี้คือ
  • 1 : 9 มม. @ 0.30 ม.
  • 2 : 6 มม. @ 0.30 ม.
  • 3 : 9 มม. @ 0.40 ม.
  • 4 : 6 มม. @ 0.25 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 30 ซม. เสริมเหล็กยืนขนาด 15 มม. โดยที่ As = As‘ ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเดี่ยวสำหรับเสานี้คือ
  • 1 : 9 มม. @ 0.25 ม.
  • 2 : 6 มม. @ 0.20 ม.
  • 3 : 9 มม. @ 0.30 ม.
  • 4 : 6 มม. @ 0.30 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวขนาดเสันผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 40 ซม. ระยะคอนกรีตหุ้มเท่ากับ 3 ซม. กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเกลียวสำหรับเสานี้คือ
  • 1 : 9 มม. @ 0.03 ม.
  • 2 : 6 มม. @ 0.025 ม.
  • 3 : 9 มม. @ 0.05 ม.
  • 4 : 6 มม. @ 0.05 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 30 ซม. อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ จากผลของแรงอัดและโมเมนต์ดัด เสานี้จะโก่งสองทาง และอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก ถ้าช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 6.00 ม. ให้ใช้วิธี WSD ประมาณค่าตัวคูณลดค่า R
  • 1 : 0.90
  • 2 : 0.92
  • 3 : 0.94
  • 4 : 0.96
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 40 x 40 ซม. อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ จากผลของแรงอัดและโมเมนต์ดัด เสานี้จะโก่งสองทาง และอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก ถ้าช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 6.00 ม. ให้ใช้วิธี WSD ประมาณค่าตัวคูณลดค่า R
  • 1 : 0.93
  • 2 : 0.95
  • 3 : 1.00
  • 4 : 1.02
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • เสาปลอกเดี่ยวสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ จากผลของแรงอัดและโมเมนต์ดัด เสานี้จะโก่งสองทาง และอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก ถ้าช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 8.00 ม. ให้ใช้วิธี WSD ประมาณขนาดอย่างน้อยของเสาต้นนี้ที่จะถือว่าเป็นเสาสั้น
  • 1 : 45 x 45 ซม.
  • 2 : 50 x 50 ซม.
  • 3 : 55 x 55 ซม.
  • 4 : 60 x 60 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 30 ซม. อยู่ในโครงเฟรมแบบ Portal ช่วงเดียวและชั้นเดียวซึ่งเซได้ โดยที่ปลายเสาเป็นแบบยึดแน่น (fixed) และที่หัวเสายึดติดกับคานซึ่งมีค่า I/L = 200 ซม.^3 จากผลของแรงอัดและโมเมนต์ดัด เสาต้นนี้จะโก่งสองทาง และอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก ถ้าช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 6.00 เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าตัวคูณลดค่า R ของเสาต้นนี้
  • 1 : 0.50
  • 2 : 0.52
  • 3 : 0.54
  • 4 : 0.56
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 30 ซม. อยู่ในโครงเฟรมแบบ Portal ช่วงเดียวและชั้นเดียวซึ่งเซได้ โดยที่ปลายเสาเป็นแบบยึดแน่น (fixed) และที่หัวเสายึดติดกับคานซึ่งมีค่า I/L = 200 ซม.^3 จากผลของแรงอัดและโมเมนต์ดัด เสาต้นนี้จะโก่งสองทาง และอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก ถ้าช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 8.00 เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าตัวคูณลดค่า R ของเสาต้นนี้
  • 1 : 0.30
  • 2 : 0.33
  • 3 : 0.36
  • 4 : 0.40
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ถ้าความหนาของฐานรากเท่ากับ 40 ซม. โดยมีความลึกสุทธิ d = 30 ซม. และให้หน่วยแรงกดใต้ฐาน เท่ากับ 10 ตัน/เมตร^2 จงหาจำนวนอย่างน้อยของเหล็กเสริม DB25 มม. ในแต่ละทิศทางเนื่องจากโมเมนต์ดัด โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน กำหนดค่า j = 0.88, fs = 1500 กก/ซม^2
  • 1 : 6 เส้น
  • 2 : 12 เส้น
  • 3 : 14 เส้น
  • 4 : 20 เส้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับแรงอัดตามแนวแกนจากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ถ้าใช้ความหนาของฐานรากเท่ากับ 40 ซม. โดยมีความลึกสุทธิ d = 30 ซม. จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดวิกฤตสำหรับต้านแรงเฉือนทางเดียวแบบคาน
  • 1 : 7500 ตร.ซม.
  • 2 : 9000 ตร.ซม.
  • 3 : 10000 ตร.ซม.
  • 4 : 12000 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับแรงอัดตามแนวแกนจากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ถ้าใช้ความหนาของฐานรากเท่ากับ 40 ซม. โดยมีความลึกสุทธิ d = 30 ซม. จงหาเนื้อที่ของหน้าตัดวิกฤตสำหรับต้านแรงเฉือนทะลุ
  • 1 : 3600 ตร.ซม.
  • 2 : 5400 ตร.ซม.
  • 3 : 7200 ตร.ซม.
  • 4 : 10800 ตร.ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 252 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 2.70 x 3.60 ม. รองรับแรงอัดใช้งาน P = 120 ตันอย่างเดียวจากเสาตอม่อขนาด 0.30 x 0.30 เมตร โดยใช้ เสาเข็มขนาด    0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถว ขนานกับด้านยาวของฐาน แต่ละแถวใช้เสาเข็ม 4 ต้น โดยให้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากที่ห่างจากศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ถ้าให้ความหนาของฐานรากเท่ากับ 70 ซม. โดยมีระยะ d = 45 ซม. ดังนั้น ถ้าต้องออกแบบตามวิธี WSD จงประมาณค่าแรงเฉือนแบบทะลุ ที่หน้าตัดวิกฤต
  • 1 : 125000 กก.
  • 2 : 100000 กก.
  • 3 : 115000 กก.
  • 4 : 120000 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 253 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 25 x 25 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6-DB20 มม. ( Ast = 18.84 ตร.ซม.) โดยที่ As = As' และระยะคอนกรีตหุ้ม = 4 ซม. ให้ใช้วิธี WSD ประมาณกำลังต้านแรงอัดใช้งาน ( Pb ) ที่สภาวะสมดุล (Balanced Condition ) สมมติค่า หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของเสา = 120 กก./ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของเสา = 112.5 กก./ซม.2 ระยะเยื้องศูนย์สมดุล = 8.50 ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 55700 ซม.4
  • 1 : 33 ตัน
  • 2 : 47 ตัน
  • 3 : 60 ตัน
  • 4 : 75 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.45 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว AS = 9.36 ซม.2 ที่ระยะ d = 0.39 ม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์ดัดประลัย (MU) ที่คานสามารถรับได้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ jUd = 33.5 ซม.

  • 1 :

    9400 กก.-เมตร

  • 2 :

    8450 กก.-เมตร

  • 3 :

    8000 กก.-เมตร

  • 4 :

    7450 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.25x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว AS = 12.50 ซม.2 ที่ระยะ d = 0.50 ม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์ดัดประลัย (MU) ที่คานสามารถรับได้ กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 4000 กก./ซม.2 และ jUd = 45 ซม.

  • 1 :

    25000 กก.-เมตร

  • 2 :

    22500 กก.-เมตร

  • 3 :

    20250 กก.-เมตร

  • 4 :

    19250 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.25x0.40 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว AS = 0.01bd ซม.2 ที่ระยะ d = 0.35 ม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งาน (M) ของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ n = 10

  • 1 :

    4340 กก.-เมตร

  • 2 :

    4040 กก.-เมตร

  • 3 :

    3740 กก.-เมตร

  • 4 :

    3540 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.15x0.35 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว ที่ระยะ d = 0.30 ม. ให้หาปริมาณเหล็กเสริมมากที่สุดสำหรับคานนี้ ตามมาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ kd = 11.25 ซม.

  • 1 :

    0.0161bd ซม.2

  • 2 :

    0.0113bd ซม.2

  • 3 :

    0.0092bd ซม.2

  • 4 :

    0.0074bd ซม.2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 258 :
  • คานรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 14.73 ซม.2 ที่ระยะ d = 0.45 ม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์ดัดประลัย (MU)ที่คานสามารถรับได้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2

  • 1 :

    12650 กก.-เมตร
     

  • 2 :

    13360 กก.-เมตร

  • 3 :

    14060 กก.-เมตร

  • 4 :

    12000 กก.-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 259 :
  • พื้น คสล. หนา 8 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 2.83 ซม.2/เมตร ที่ระยะ d = 6 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณค่าโมเมนต์ดัด M ของพื้นนี้ สมมติให้ fy = 2400 กก./ซม.2 และ ตำแหน่งแนวแกนสะเทิน kd = 2.58 ซม.

  • 1 :

    150 กก.-เมตร/เมตร

  • 2 :

    175 กก.-เมตร/เมตร

  • 3 :

    200 กก.-เมตร/เมตร

  • 4 :

    250 กก.-เมตร/เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 260 :
  • พื้น คสล. หนา 8 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 4.87 ซม.2/เมตร ที่ระยะ d = 6 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณค่าโมเมนต์ดัด MU ของพื้นนี้ สมมติให้ fy = 3000 กก./ซม.2 และค่า jU = 0.92

  • 1 :

    850 กก.-เมตร/เมตร

  • 2 :

    800 กก.-เมตร/เมตร

  • 3 :

    725 กก.-เมตร/เมตร

  • 4 :

    650 กก.-เมตร/เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • แผ่นพื้นช่วงเดียวหนา 8 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 2.83 ซม.2/เมตร ที่ระยะ d = 6 ซม. ถ้าระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับเท่ากับ 1.75 เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณค่าน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานสูงสุด กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 และค่า j = 7/8

  • 1 :

    320 กก./เมตร2

  • 2 :

    225 กก./เมตร2

  • 3 :

    250 กก./เมตร2

  • 4 :

    275 กก./เมตร2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 :
  • แผ่นพื้นช่วงเดียวหนา 15 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 5.30 ซม.2/เมตร ที่ระยะ d = 12 ซม. ถ้าแผ่นพื้นนี้รับน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานเท่ากับ 500 กก./ม.2 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณระยะห่างระหว่างศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 และค่า jd = 10.28 ซม.

  • 1 :

    2.00 เมตร

  • 2 :

    2.50 เมตร

  • 3 :

    3.00 เมตร

  • 4 :

    3.50 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • แผ่นพื้นช่วงเดียวหนา 15 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 5.65 ซม.2/เมตร ที่ระยะ d = 12 ซม. ถ้าแผ่นพื้นนี้รับน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานเท่ากับ 500 กก./ม.2 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณระยะห่างระหว่างศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และค่า jUd = 11.50 ซม.

  • 1 :

    2.90 เมตร

  • 2 :

    3.20 เมตร

  • 3 :

    3.50 เมตร

  • 4 :

    3.80 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • พื้น คสล. ต่อเนื่อง 2 ช่วง โดยมีระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับช่วงละ 3.00 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานทั้งหมดเท่ากับ 500 กก./ม.2 (รวมน้ำหนักพื้นแลัว) ถ้าโมเมนต์ดัดชนิดลบตรงที่รองรับตัวในมีค่าเท่ากับ wL2/9 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ สมมติให้พื้นหนา 10 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 7.5 ซม. fc‘ = 150 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 และค่า j = 7/8

  • 1 :

    As = 2.50 ซม.2/เมตร.

  • 2 :

    As = 4.10 ซม.2/เมตร

  • 3 :

    As = 5.55 ซม.2/เมตร

  • 4 :

    As = 6.35 ซม.2/เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • พื้น คสล. ต่อเนื่อง 2 ช่วง โดยมีระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับช่วงละ 3.00 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานทั้งหมดเท่ากับ 500 กก./ม.2 (รวมน้ำหนักพื้นแลัว) ถ้าโมเมนต์ดัดชนิดลบตรงที่รองรับตัวนอกมีค่าเท่ากับ wL2/24 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ สมมติให้พื้นหนา 10 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 7.5 ซม. fc‘ = 150 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 และค่า j = 7/8

  • 1 :

    As = 4.10 ซม.2/เมตร

  • 2 :

    As = 5.55 ซม.2/เมตร

  • 3 :

    As = 6.35 ซม.2/เมตร

  • 4 :

    As = 2.50 ซม.2/เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 266 :
  • พื้น คสล. ต่อเนื่อง 2 ช่วง โดยมีระยะศูนย์ถึงศูนย์ของที่รองรับช่วงละ 3.00 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานทั้งหมดเท่ากับ 500 กก./ม.2 (รวมน้ำหนักพื้นแลัว) ถ้าโมเมนต์ดัดชนิดบวกตรงกลางช่วงพื้นมีค่าเท่ากับ wL2/14 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ สมมติให้พื้นหนา 10 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 7.5 ซม. fc‘ = 150 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 และค่า j = 7/8

  • 1 :

    As = 2.50 ซม.2/เมตร

  • 2 :

    As = 4.10 ซม.2/เมตร

  • 3 :

    As = 5.55 ซม.2/เมตร

  • 4 :

    As = 6.35 ซม.2/เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • พื้นยื่นจากขอบที่รองรับ = 1.50 เมตร ต้องรับน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งาน = 150 กก./ม.2 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ สมมติให้พื้นหนา 10 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 8 ซม. fc‘ = 150 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 และค่า j = 7/8

  • 1 :

    As = 6.36 ซม.2/เมตร

  • 2 :

    As = 5.22 ซม.2/เมตร
     

  • 3 :

    As = 4.54 ซม.2/เมตร

  • 4 :

    As = 3.98 ซม.2/เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 268 :
  • พื้นยื่นจากขอบที่รองรับ = 2.00 เมตร ถ้าพื้นหนา 15 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 5.65 ซม.2/เมตร ที่ระยะ d = 12 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานสำหรับพื้นนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และค่า jUd = 11.50 ซม.

  • 1 :

    340 กก./เมตร2

  • 2 :

    280 กก./เมตร2

  • 3 :

    220 กก./เมตร2

  • 4 :

    200 กก./เมตร2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • คานยื่นจากขอบที่รองรับ = 2.00 เมตร ถ้าคานกว้าง 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 35 ซม โดยใช้ AS = 0.01bd ซม.2 จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณน้ำหนักบรรทุกจรแบบแผ่สม่ำเสมอใช้งานสำหรับคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และค่า n = 10 

  • 1 :

    1780 กก./เมตร

  • 2 :

    2010 กก./เมตร

  • 3 :

    2170 กก./เมตร

  • 4 :

    2270 กก./เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • คาน คสล. ขนาด 0.20x0.45 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 6000 กก.-เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 2400 กก./ซม.2 ระยะ d = 40 ซม. d’ = 5 ซม. ค่า k = 0.43 และโมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีต (MC) = 5300 กก.-เมตร

  • 1 :

    As‘ = 1.47 ซม.2     As = 13.50 ซม.2
     

  • 2 :

    As‘ = 1.67 ซม.2     As = 14.50 ซม.2
     

  • 3 :

    As‘ = 1.87 ซม.2     As = 15.50 ซม.2
     

  • 4 :

    As‘ = 2.07 ซม.2     As = 17.50 ซม.2
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :
  • คาน คสล. ขนาด 0.25x0.60 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 21505 กก.-เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 ระยะ d = 54 ซม. d’ = 6 ซม. ค่า j = 0.866 และโมเมนต์ต้านทานโดยคอนกรีต (MC) = 14305 กก.-เมตร

  • 1 :

    As‘ = 12.00 ซม.2     As = 29.30 ซม.2
     

  • 2 :

    As‘ = 11.50 ซม.2     As = 32.50 ซม.2
     

  • 3 :

    As‘ = 11.40 ซม.2     As = 32.40 ซม.2
     

  • 4 :

    As‘ = 10.25 ซม.2     As = 30.40 ซม.2
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • คาน คสล. ขนาด 0.15x0.30 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย (MU) ที่หน้าตัดวิกฤต = 3500 กก.-เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 ระยะ d = 25 ซม. d’ = 5 ซม. และกำลังต้านทานโมเมนต์ดัดประลัยเมื่อใช้อัตราส่วนเหล็กเสริม r - r‘ = 0.01 มีค่าเท่ากับ 2300 กก.-เมตร

  • 1 :

    As‘ = 2.00 ซม.2     As = 5.75 ซม.2
     

  • 2 :

    As‘ = 2.22 ซม.2     As = 5.97 ซม.2
     

  • 3 :

    As‘ = 2.50 ซม.2     As = 6.25 ซม.2
     

  • 4 :

    As‘ = 3.00 ซม.2     As = 6.75 ซม.2
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 273 :
  • คาน คสล. ขนาด 0.20x0.35 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย (MU) ที่หน้าตัดวิกฤต = 6000 กก.-เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 4000 กก./ซม.2 ระยะ d = 30 ซม. d’ = 3 ซม. และกำลังต้านทานโมเมนต์ดัดประลัยเมื่อใช้อัตราส่วนเหล็กเสริม r - r‘ = 0.006 มีค่าเท่ากับ 3610 กก.-เมตร

  • 1 :

    As‘ = 2.75 ซม.2     As = 6.35 ซม.2
     

  • 2 :

    As‘ = 1.50 ซม.2     As = 5.10 ซม.2
     

  • 3 :

    As‘ = 2.00 ซม.2     As = 5.60 ซม.2
     

  • 4 :

    As‘ = 2.50 ซม.2     As = 6.10 ซม.2
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • คาน คสล. ขนาด 0.20x0.45 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย (MU) ที่หน้าตัดวิกฤต = 15000 กก.-เมตร จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาปริมาณของเหล็กเสริมรับแรงดึง (As) และรับแรงอัด (As‘) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 ระยะ d = 40 ซม. d’ = 3 ซม. และกำลังต้านทานโมเมนต์ดัดประลัยเมื่อใช้อัตราส่วนเหล็กเสริม r - r‘ = 0.016 มีค่าเท่ากับ 11800 กก.-เมตร

  • 1 :

    As‘ = 3.20 ซม.2     As = 16.0 ซม.2
     

  • 2 :

    As‘ = 3.77 ซม.2     As = 15.8 ซม.2
     

  • 3 :

    As‘ = 4.20 ซม.2     As = 17.0 ซม.2
     

  • 4 :

    As‘ = 5.74 ซม.2     As = 15.3 ซม.2
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • คานรองรับแผ่นพื้นช่วงภายในทั่วไปซึ่งหล่อเป็นเนื้อเดียวกันกับแผ่นพื้นนั้น ถ้าพื้นหนา = 12 ซม. ตัวคานกว้าง = 20 ซม. ระยะห่างจากศูนย์ถึงศูนย์ของคานข้างเคียงแต่ละข้าง = 4.50 เมตร และช่วงคานยาว = 6 เมตร จงหาความกว้างประสิทธิผลของปีกคานรูปตัดตัวที ตามมาตรฐานของ ว.ส.ท.

  • 1 :

    0.80 เมตร
     

  • 2 :

    1.50 เมตร

  • 3 :

    2.10 เมตร

  • 4 :

    2.45 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 276 :
  • คานรองรับแผ่นพื้นช่วงภายในทั่วไปซึ่งหล่อเป็นเนื้อเดียวกันกับแผ่นพื้นนั้น ถ้าพื้นหนา = 15 ซม. ตัวคานกว้าง = 20 ซม. ระยะห่างจากศูนย์ถึงศูนย์ของคานข้างเคียงแต่ละข้าง = 5 เมตร และช่วงคานยาว = 8 เมตร จงหาความกว้างประสิทธิผลของปีกคานรูปตัดตัวที ตามมาตรฐานของ ว.ส.ท.

  • 1 :

    2.75 เมตร
     

  • 2 :

    2.50 เมตร

  • 3 :

    2.00 เมตร

  • 4 :

    1.25 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 277 :
  • คานขอบตัวริมที่รองรับแผ่นพื้นและหล่อเป็นเนื้อเดียวกันกับแผ่นพื้นนั้น ถ้าพื้นหนา = 12 ซม. ตัวคานกว้าง = 20 ซม. จงหาความกว้างประสิทธิผลของปีกคานรูปตัดตัวที ตามมาตรฐานของ ว.ส.ท. ถ้าระยะห่างจากศูนย์ถึงศูนย์ของคานข้างเคียง = 4.50 เมตร และช่วงคานยาว = 6 เมตร

  • 1 :

    0.90 เมตร

  • 2 :

    0.80 เมตร

  • 3 :

    0.70 เมตร

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :
  • คานขอบตัวริมที่รองรับแผ่นพื้นและหล่อเป็นเนื้อเดียวกันกับแผ่นพื้นนั้น ถ้าพื้นหนา = 10 ซม. ตัวคานกว้าง = 15 ซม. จงหาความกว้างประสิทธิผลของปีกคานรูปตัดตัวที ตามมาตรฐานของ ว.ส.ท. ถ้าระยะห่างจากศูนย์ถึงศูนย์ของคานข้างเคียง = 4 เมตร และช่วงคานยาว = 4 เมตร

  • 1 :

    0.60 เมตร

  • 2 :

    0.75 เมตร

  • 3 :

    2.15 เมตร

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • คานรูปตัดตัวที มีความกว้างประสิทธิผลของปีกคาน = 125 ซม. หนา = 8 ซม. ตัวคานกว้าง = 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 48.24 ซม.2 ที่ระยะ d = 40 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณกำลังรับโมเมนต์ดัดประลัย (MU) กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 :

    50 ตัน-เมตร

  • 2 :

    53 ตัน-เมตร

  • 3 :

    45 ตัน-เมตร

  • 4 :

    48 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • คานรูปตัดตัวทีโดดๆ มีปีกคานกว้าง = 75 ซม. หนา = 10 ซม. ตัวคานกว้าง = 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว As = 9.82 ซม.2 ที่ระยะ d = 40 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณโมเมนต์ดัดใช้งาน (M) ของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ n = 10

  • 1 :

    4.35 ตัน-เมตร

  • 2 :

    5.45 ตัน-เมตร

  • 3 :

    7.50 ตัน-เมตร

  • 4 :

    11.3 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • คานรูปตัดตัวทีโดดๆ มีปีกคานกว้าง = 75 ซม. หนา = 12 ซม. ตัวคานกว้าง = 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว ที่ระยะ d = 30 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาปริมาณเหล็กเสริม กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ n = 10

  • 1 :

    As = 26.50 ซม.2

  • 2 :

    As = 21.20 ซม.2

  • 3 :

    As = 18.00 ซม.2

  • 4 :

    As = 17.60 ซม.2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • ถ้าแผ่นพื้น คสล. 2 ทาง มีขนาด S x L เท่ากับ 5.00x5.00 เมตร รับน้ำหนักบรรทุกคงที่ใช้งานเท่ากับ 350 กก./ ม.2 และน้ำหนักบรรทุกจรใช้งานเท่ากับ 250 กก./ ม.2 ให้ใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. ตามวิธีที่ 2 ของการออกแบบพื้น คสล. 2 ทาง ว่าคานรองรับแต่ละด้านต้องรับน้ำหนักบรรทุกแผ่สม่ำเสมอเทียบเท่าจากแผ่นพื้นนี้เท่าใด

  • 1 :

    750 กก./เมตร

  • 2 :

    1000 กก./เมตร

  • 3 :

    1525 กก./เมตร

  • 4 :

    2000 กก./เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 283 :
  • คานรูปตัดคัวทีโดดๆ ตัวคานกว้าง 30 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.50 ม. ถ้าแรงเฉือนที่หน้าตัดวิกฤตอันเนื่องมาจากน้ำหนักบรรทุกใช้งานมีค่า = 12000 กก. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาระยะเรียงห่างมากที่สุดของเหล็กลูกตั้ง (SR24) ขนาด f9 มม. (สองขา) สมมติให้ fc ‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    7.5 ซม.

  • 2 :

    10.0 ซม.

  • 3 :

    12.5 ซม.

  • 4 :

    20.0 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 284 :
  • คานกว้าง 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 40 ซม. ถ้าแรงเฉือนประลัยที่หน้าตัดวิกฤต = 14150 กก. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาระยะเรียงห่างมากที่สุดของเหล็กลูกตั้ง (SD30) ขนาด f10 มม. (สองขา) สมมติให้ fc ‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    15 ซม.

  • 2 :

    17.5 ซม.

  • 3 :

    20 ซม.

  • 4 :

    25 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 285 :
  • คานกว้าง 25 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 50 ซม. ถ้าเหล็กลูกตั้ง (SD30) ขนาด f10 มม. (สองขา) มีระยะเรียงห่าง = 20 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาความต้านทานแรงเฉือนประลัยที่หน้าตัดวิกฤต สมมติให้ fc ‘ = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    14100 กก.

  • 2 :

    15900 กก.

  • 3 :

    16100 กก.

  • 4 :

    16900 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 :
  • คานกว้าง 20 ซม. เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 35 ซม. ถ้าเหล็กลูกตั้ง (SR24) ขนาด f6 มม. (สองขา) มีระยะเรียงห่าง = 14 ซม. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน หาความต้านทานแรงเฉือนใช้งานที่หน้าตัดวิกฤต สมมติให้ fc ‘ = 150 กก./ซม.2

  • 1 :

    4175 กก.

  • 2 :

    4500 กก.

  • 3 :

    5150 กก.

  • 4 :

    3825 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :
  • คาน คสล. ช่วงเดียวธรรมดา ยาว 5.00 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 40 ซม. ถ้าคานนี้ต้องรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอทั้งหมด w = 2000 กก./เมตร (รวมน้ำหนักคานแล้ว) โดยคอนกรีตมีกำลังต้านทานแรงเฉือนปลอดภัย = 3300 กก. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณระยะ (ทางทฤษฎี) จากจุดรองรับที่ต้องเสริมเหล็กลูกตั้ง

  • 1 :

    1.00 เมตร

  • 2 :

    1.25 เมตร

  • 3 :

    1.50 เมตร

  • 4 :

    2.00 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 :
  • คานยื่น คสล. ยาว 2.00 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 40 ซม. ถ้าคานนี้ต้องรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานแบบแผ่สม่ำเสมอทั้งหมด w = 2500 กก./เมตร (รวมน้ำหนักคานแล้ว) โดยคอนกรีตมีกำลังต้านทานแรงเฉือนปลอดภัย = 3000 กก. จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีหน่วยแรงใช้งาน ประมาณระยะ (ทางทฤษฎี) จากขอบรองรับที่ต้องเสริมเหล็กลูกตั้ง

  • 1 :

    1.00 เมตร

  • 2 :

    1.20 เมตร

  • 3 :

    1.40 เมตร

  • 4 :

    1.60 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • คาน คสล. ช่วงเดียวธรรมดา ยาว 6.00 เมตร เสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 55 ซม. ถ้าคานนี้ต้องรับน้ำหนักบรรทุกประลัยแบบแผ่สม่ำเสมอทั้งหมด wU = 11.5 ตัน/เมตร (รวมน้ำหนักคานแล้ว) โดยคอนกรีตมีกำลังต้านทานแรงเฉือนประลัย = 14 ตัน จงใช้มาตรฐานของ ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณระยะ (ทางทฤษฎี) จากจุดรองรับที่ต้องเสริมเหล็กลูกตั้ง

  • 1 :

    1.20 เมตร

  • 2 :

    1.80 เมตร

  • 3 :

    2.40 เมตร

  • 4 :

    3.00 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 f25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. เสานี้ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid ให้ใช้วิธี WSD ประมาณค่าหน่วยแรงอัด Fa ที่ยอมให้ของคอนกรีต กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ ES = 2x106 กก./ซม.2

  • 1 :

    100 กก./ตร.ซม.

  • 2 :

    125 กก./ตร.ซม.

  • 3 :

    150 กก./ตร.ซม.

  • 4 :

    200 กก./ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 f25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. เสานี้ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid ให้ใช้วิธี WSD ประมาณค่าหน่วยแรงดัด Fb ที่ยอมให้ของคอนกรีต กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ ES = 2x106 กก./ซม.2

  • 1 :

    100 กก./ตร.ซม.

  • 2 :

    115 กก./ตร.ซม.

  • 3 :

    130 กก./ตร.ซม.

  • 4 :

    150 กก./ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 f25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. ให้ใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์ดัด M0 ที่ยอมให้ของเสาเมื่อไม่มีแรงอัดตามแนวแกน กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และ ES = 2x106 กก./ซม.2

  • 1 :

    10000 กก.-ม.

  • 2 :

    9000 กก.-ม.

  • 3 :

    8000 กก.-ม.

  • 4 :

    7000 กก.-ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาด 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 f25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงอัดใช้งานที่สภาวะสมดุล (Pb) สมมติให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 100 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 115 กก./ ซม.2 ระยะเยื้องศูนย์สมดุล = 12.7 ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 720000 ซม.4

  • 1 :

    170 ตัน

  • 2 :

    190 ตัน

  • 3 :

    210 ตัน

  • 4 :

    230 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวรูปตัดกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงอัดใช้งานที่สภาวะสมดุล (Pb) กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 115 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 112.5 กก./ ซม.2 ระยะเยื้องศูนย์สมดุล = 13 ซม. และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 465300 ซม.4

  • 1 :

    85 ตัน

  • 2 :

    95 ตัน

  • 3 :

    100 ตัน

  • 4 :

    105 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาด 30 x 30 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 f25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. รับโมเมนต์ดัดใช้งาน = 5000 กก.-เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงอัดใช้งานที่เสาสามารถรับได้ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก สมมติให้ fC‘ = 200 กก./ ซม.2 fY = 3000 กก./ ซม.2 และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 123470 ซม.4

  • 1 :

    18 ตัน

  • 2 :

    22 ตัน

  • 3 :

    26 ตัน

  • 4 :

    30 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 25 ซม. เสริมเหล็กยืนโดยที่ As = As‘ รับแรงอัดใช้งาน = 50 ตัน จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานที่เสาสามารถรับได้ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 120 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 112.5 กก./ ซม.2 และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 55700 ซม.4

  • 1 :

    2.00 ตัน-ม.
     

  • 2 :

    2.55 ตัน-ม.
     

  • 3 :

    3.00 ตัน-ม.
     

  • 4 :

    1.65 ตัน-ม.
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 25 ซม. เสริมเหล็กยืนโดยที่ As = As‘ รับแรงอัดใช้งาน = 45 ตัน จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานที่เสาสามารถรับได้ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 120 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 112.5 กก./ ซม.2 และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 55700 ซม.4

  • 1 :

    1.65 ตัน-ม.

  • 2 :

    2.00 ตัน-ม.

  • 3 :

    2.55 ตัน-ม.

  • 4 :

    3.00 ตัน-ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 25 ซม. เสริมเหล็กยืนโดยที่ As = As‘ จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานที่สภาวะสมดุล (Mb) กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 120 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 112.5 กก./ ซม.2 แรงอัดใช้งานที่สภาวะสมดุล (Pb) = 33 ตัน และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 55700 ซม.4

  • 1 :

    2.0 ตัน-ม.

  • 2 :

    2.4 ตัน-ม.

  • 3 :

    2.8 ตัน-ม.

  • 4 :

    3.0 ตัน-ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • เสาสั้นปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด 6 f25 มม. (Ast = 29.45 ตร.ซม.) โดยที่ As = As‘ และระยะคอนกรีตหุ้ม = 5 ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งานที่สภาวะสมดุล (Mb) กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 100 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 115 กก./ ซม.2 แรงอัดใช้งานที่สภาวะสมดุล (Pb) = 170 ตัน และค่า n = 9

  • 1 :

    20 ตัน-ม.

  • 2 :

    22 ตัน-ม.

  • 3 :

    25 ตัน-ม.

  • 4 :

    30 ตัน-ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 300 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวรูปตัดกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. รับโมเมนต์ดัดใช้งาน MX = 6.3 ตัน-เมตร MY = 3.15 ตัน-เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงอัดใช้งานที่เสาสามารถรับได้ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 92 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 90 กก./ ซม.2 และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 456150 ซม.4

  • 1 :

    75 ตัน

  • 2 :

    90 ตัน

  • 3 :

    100 ตัน

  • 4 :

    105 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวรูปตัดกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. รับโมเมนต์ดัดใช้งาน MX = 8.5 ตัน-เมตร MY = 4.25 ตัน-เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงอัดใช้งานที่เสาสามารถรับได้ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 92 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 90 กก./ ซม.2 และโมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 456150 ซม.4

  • 1 :

    75 ตัน

  • 2 :

    60 ตัน

  • 3 :

    55 ตัน

  • 4 :

    40 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 302 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวรูปตัดกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. รับแรงอัดใช้งาน = 80 ตัน จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าโมเมนต์ดัดใช้งาน MX ที่เสาสามารถรับได้ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก กำหนดให้ หน่วยแรงอัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 92 กก./ ซม.2 หน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของคอนกรีต = 90 กก./ ซม.2 โมเมนต์อินเนอร์เชียของหน้าตัด = 456150 ซม.4 และให้ MX = 2MY

  • 1 :

    MX = 8.25 ตัน-เมตร

  • 2 :

    MX = 7.30 ตัน-เมตร

  • 3 :

    MX = 6.30 ตัน-เมตร

  • 4 :

    MX = 6.10 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวขนาดเสันผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 25 ซม. ระยะคอนกรีตหุ้มเท่ากับ 3 ซม. กำหนดให้ fc‘ = 100 กก./ซม.2 fsy = 2400 กก./ซม.2 ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเกลียวสำหรับเสานี้คือ

  • 1 :

    f9 มม. @ 0.03 ม.

  • 2 :

    f6 มม. @ 0.03 ม.

  • 3 :

    f9 มม. @ 0.04 ม.

  • 4 :

    f6 มม. @ 0.025 ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวขนาดเสันผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 25 ซม. ระยะคอนกรีตหุ้มเท่ากับ 3 ซม. กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fsy = 2400 กก./ซม.2 ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเกลียวสำหรับเสานี้คือ

  • 1 :

    f9 มม. @ 0.03 ม.

  • 2 :

    f6 มม. @ 0.03 ม.

  • 3 :

    f9 มม. @ 0.04 ม.

  • 4 :

    f6 มม. @ 0.025 ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • เสาสั้นปลอกเกลียวขนาดเสันผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 40 ซม. ระยะคอนกรีตหุ้มเท่ากับ 3 ซม. กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 fsy = 2400 กก./ซม.2 ดังนั้น ต้องใช้เหล็กปลอกเกลียวสำหรับเสานี้คือ

  • 1 :

    f9 มม. @ 0.03 ม.

  • 2 :

    f6 มม. @ 0.025 ม.

  • 3 :

    f9 มม. @ 0.05 ม.

  • 4 :

    f6 มม. @ 0.05 ม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 306 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 30 x 30 ซม. อยู่ในโครงเฟรมแบบ Portal ช่วงเดียวและชั้นเดียวซึ่งเซได้ โดยที่ปลายเสาเป็นแบบยึดแน่น (fixed) และที่หัวเสายึดติดกับคานซึ่งมีค่า I/L = 200 ซม.3 ถ้าเสาต้นนี้โก่งสองทาง และสมมติว่าอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก หากช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 6.00 เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าความยาวประสิทธิผลของเสาต้นนี้

  • 1 :

    5.70 เมตร

  • 2 :

    6.00 เมตร

  • 3 :

    6.20 เมตร

  • 4 :

    6.50 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 307 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 30 ซม. อยู่ในโครงเฟรมแบบ Portal ช่วงเดียวและชั้นเดียวซึ่งเซได้ โดยที่ปลายเสาเป็นแบบยึดแน่น (fixed) และที่หัวเสายึดติดกับคานซึ่งมีค่า I/L = 75 ซม.3 ถ้าเสาต้นนี้โก่งสองทาง และสมมติว่าอยู่ในช่วงแรงอัดเป็นหลัก ถ้าช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันเท่ากับ 4.25 เมตร จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าความยาวประสิทธิผลของเสาต้นนี้

  • 1 :

    4.25 เมตร

  • 2 :

    4.75 เมตร

  • 3 :

    5.00 เมตร

  • 4 :

    5.50 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 308 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 50 ซม. โดยมีโมเมนต์ดัดกระทำขนานกับด้านที่ยาวเท่ากับ 50 ซม. ถ้าเสานี้อยู่ในโครงเฟรมที่เซได้ และพบว่าค่า effective length factor เท่ากับ 1.50 ดังนั้น ช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันควรมีค่าเท่าใดตามวิธี USD จึงจะถือว่าเป็นเสาสั้น

  • 1 :

    4.00 เมตร

  • 2 :

    3.00 เมตร

  • 3 :

    2.50 เมตร

  • 4 :

    2.00 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 309 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาดเท่ากับ 30 x 50 ซม. โดยมีโมเมนต์ดัดกระทำขนานกับด้านที่ยาวเท่ากับ 50 ซม. ถ้าเสานี้อยู่ในโครงเฟรมที่เซได้ และพบว่าค่า effective length factor เท่ากับ 1.70 ดังนั้น ช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันควรมีค่าเท่าใดตามวิธี USD จึงจะถือว่าเป็นเสาสั้น

  • 1 :

    1.90 เมตร

  • 2 :

    2.10 เมตร

  • 3 :

    2.20 เมตร

  • 4 :

    2.30 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 310 :
  • เสาปลอกเกลียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 35 ซม. อยู่ในโครงเฟรมที่เซได้ ถ้าพบว่าค่า effective length factor เท่ากับ 1.80 ดังนั้น ช่วงความยาวของเสาต้นนี้ที่ปราศจากค้ำยันควรมีค่าเท่าใดตามวิธี USD จึงจะถือว่าเป็นเสาสั้น

  • 1 :

    1.00 เมตร

  • 2 :

    1.50 เมตร

  • 3 :

    2.00 เมตร

  • 4 :

    2.50 เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 35 x 35 ซม. ยาว 5.00 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ รับแรงอัดตามแนวแกน PD = 15 ตัน PL = 8.5 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 10 ตัน-ม. ML = 6 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 5 ตัน-ม. ML = 3 ตัน-ม. ซึ่งทำให้เสาโก่งสองทาง ถ้าให้ effective length factor kb มีค่าเท่ากับ 0.9 จงหาอัตราส่วนความชะลูดของเสาต้นนี้โดยเปรียบเทียบกับค่าในวิธี USD

  • 1 :

    kblu/r = 43 > 34 – 12(M1b/M2b) = 28

  • 2 :

    kblu/r = 43 > 34 – 12(M1b/M2b) = 40

  • 3 :

    kblu/r = 51 > 34 – 12(M1b/M2b) = 28

  • 4 :

    kblu/r = 51 > 34 – 12(M1b/M2b) = 40

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 35 x 35 ซม. ยาว 5.00 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ รับแรงอัดตามแนวแกน PD = 15 ตัน PL = 8.5 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 10 ตัน-ม. ML = 6 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 5 ตัน-ม. ML = 3 ตัน-ม. ซึ่งทำให้เสาโก่งสองทาง จงใช้วิธี USD หาค่า creep factor bd ของเสาต้นนี้เพื่อนำไปหาค่า moment magnifier factor ต่อไป

  • 1 :

    0

  • 2 :

    0.45

  • 3 :

    0.58

  • 4 :

    0.65

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 40 ซม. ยาวเท่ากับ 7.20 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน PD = 24 ตัน PL = 12 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 4.70 ตัน-ม. ML = 2.35 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งไม่มีโมเมนต์กระทำ ถ้าให้ effective length factor kb มีค่าเท่ากับ 1.0 จงหาอัตราส่วนความชะลูดของเสาต้นนี้ตามวิธี USD

  • 1 :

    kblu/r = 40

  • 2 :

    kblu/r = 50

  • 3 :

    kblu/r = 60

  • 4 :

    kblu/r = 96

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 40 ซม. ยาวเท่ากับ 7.20 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน PD = 24 ตัน PL = 12 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 4.70 ตัน-ม. ML = 2.35 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งไม่มีโมเมนต์กระทำ จงใช้วิธี USD หาค่า creep factor bd ของเสาต้นนี้เพื่อนำไปหาค่า moment magnifier factor ต่อไป

  • 1 :

    0.50

  • 2 :

    0.55

  • 3 :

    0.62

  • 4 :

    0.65

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 35 x 35 ซม. ยาวเท่ากับ 5.00 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน PD = 15 ตัน PL = 8.5 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 10 ตัน-ม. ML = 6 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 5 ตัน-ม. ML = 3 ตัน-ม. ซึ่งทำให้เสาโก่งสองทาง ถ้าให้ effective length factor kb มีค่าเท่ากับ 0.9 ค่า creep factor bd เท่ากับ 0.58 และให้ Ec เท่ากับ 2.5x105 กก./ซม.2 จงใช้วิธี USD หาค่าแรงอัดวิกฤต (critical load : PC) ของเสาต้นนี้

  • 1 :

    380 ตัน

  • 2 :

    420 ตัน

  • 3 :

    510 ตัน

  • 4 :

    610 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 35 x 35 ซม. ยาวเท่ากับ 5.00 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน PD = 15 ตัน PL = 8.5 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 10 ตัน-ม. ML = 6 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 5 ตัน-ม. ML = 3 ตัน-ม. ซึ่งทำให้เสาโก่งสองทาง จงใช้วิธี USD หาค่า moment magnification factor db สำหรับใช้ออกแบบเสาต้นนี้ สมมติให้ แรงอัดวิกฤต (critical load : PC) = 380 ตัน

  • 1 :

    0.46

  • 2 :

    1.00

  • 3 :

    1.15

  • 4 :

    1.30

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 40 ซม. ยาว 7.20 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน PD = 24 ตัน PL = 12 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 4.70 ตัน-ม. ML = 2.35 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งไม่มีโมเมนต์กระทำ ถ้าให้ effective length factor kb มีค่าเท่ากับ 1.0 ค่า creep factor bd เท่ากับ 0.6 และให้ Ec เท่ากับ 2.4x105 กก./ซม.2 จงใช้วิธี USD หาค่าแรงอัดวิกฤต (critical load : PC) ของเสาต้นนี้

  • 1 :

    125 ตัน

  • 2 :

    150 ตัน

  • 3 :

    170 ตัน

  • 4 :

    200 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 :
  • เสาปลอกเดี่ยวขนาด 25 x 40 ซม. ยาว 7.20 เมตร อยู่ในโครงเฟรมที่เซไม่ได้ ต้องรับแรงอัดตามแนวแกน PD = 24 ตัน PL = 12 ตัน และโมเมนต์ดัดรอบ plastic centroid โดยที่ปลายหนึ่งรับโมเมนต์ MD = 4.70 ตัน-ม. ML = 2.35 ตัน-ม. และอีกปลายหนึ่งไม่มีโมเมนต์กระทำ จงใช้วิธี USD หาค่า moment magnification factor db สำหรับใช้ออกแบบเสาต้นนี้ สมมติให้ แรงอัดวิกฤต (critical load : PC) = 150 ตัน

  • 1 :

    0.65

  • 2 :

    1.00

  • 3 :

    1.12

  • 4 :

    1.24

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 25 x 25 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ เพื่อรับแรงอัดใช้งาน P = 39 ตัน และโมเมนต์ดัดใช้งาน M = 1.95 ตัน-เมตร ถ้าให้อัตราส่วน d/h = 0.9 จงหาเหล็กยืนทั้งหมดที่ต้องใช้ตามวิธี WSD โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 250 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    4-DB 16 มม.

  • 2 :

    4-DB 20 มม.

  • 3 :

    4-DB 25 มม.

  • 4 :

    4-DB 28 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 30 x 30 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ เพื่อรับแรงอัดใช้งาน P = 78 ตัน และโมเมนต์ดัดใช้งาน M = 4.0 ตัน-เมตร ถ้าให้อัตราส่วน d/h = 0.9 จงหาเหล็กยืนทั้งหมดที่ต้องใช้ตามวิธี WSD โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 250 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    6-DB 20 มม.

  • 2 :

    6-DB 25 มม.

  • 3 :

    6-DB 28 มม.

  • 4 :

    6-DB 32 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 25 x 40 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ เพื่อรับแรงอัดใช้งาน P = 50 ตัน และโมเมนต์ดัดใช้งาน M = 8.0 ตัน-เมตร ถ้าให้อัตราส่วน d/h = 0.9 จงหาเหล็กยืนทั้งหมดที่ต้องใช้ตามวิธี WSD โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 250 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    6-DB 20 มม.

  • 2 :

    6-DB 25 มม.

  • 3 :

    4-DB 28 มม.

  • 4 :

    4-DB 32 มม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 322 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 25 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ เพื่อรับแรงอัดประลัย PU = 157.5 ตัน และโมเมนต์ดัดประลัย MU = 26.25 ตัน-เมตร ถ้าให้อัตราส่วน d/h = 0.9 จงหาปริมาณเหล็กยืนทั้งหมดที่ต้องใช้ตามวิธี USD โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 300 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    42.5 ตร. ซม.

  • 2 :

    45.5 ตร. ซม.

  • 3 :

    50.5 ตร. ซม.

  • 4 :

    62.5 ตร. ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 323 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 25 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ เพื่อรับแรงอัดประลัย PU = 131.25 ตัน และโมเมนต์ดัดประลัย MU = 22.3 ตัน-เมตร ถ้าให้อัตราส่วน d/h = 0.9 จงหาปริมาณเหล็กยืนทั้งหมดที่ต้องใช้ตามวิธี USD โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 300 กก./ตร.ซม. fY = 4000 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    12.5 ตร. ซม.

  • 2 :

    16.0 ตร. ซม.

  • 3 :

    20.0 ตร. ซม.

  • 4 :

    24.5 ตร. ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 25 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ = 9.42 ตร. ซม. ถ้าเสารับแรงอัดประลัย PU = 105 ตัน จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับโมเมนต์ดัดประลัย MU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 200 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/h = 0.9

  • 1 :

    8.5 ตัน-เมตร

  • 2 :

    10.5 ตัน-เมตร

  • 3 :

    13.0 ตัน-เมตร

  • 4 :

    15.5 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 325 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 30 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ = 13.39 ตร. ซม. ถ้าเสารับแรงอัดประลัย โดยมีระยะเยื้องศูนย์ e จากแกนศูนย์ถ่วงพลาสติกเท่ากับ 35 ซม. จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับโมเมนต์ดัดประลัย MU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 350 กก./ตร.ซม. fY = 5000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/h = 0.9

     

  • 1 :

    30.5 ตัน-เมตร

  • 2 :

    36.0 ตัน-เมตร

  • 3 :

    40.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    50.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ ถ้าเสารับแรงอัดประลัย โดยมีระยะเยื้องศูนย์ e จากแกนศูนย์ถ่วงพลาสติกเท่ากับ 20 ซม. จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับโมเมนต์ดัดประลัย MU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 300 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/h = 0.9 และให้ค่า rtm = 0.3

  • 1 :

    36.5 ตัน-เมตร

  • 2 :

    42.5 ตัน-เมตร

  • 3 :

    52.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    60.5 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 50 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ ถ้าเสารับแรงอัดประลัย โดยมีระยะเยื้องศูนย์ e จากแกนศูนย์ถ่วงพลาสติกเท่ากับ 20 ซม. จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับแรงอัดประลัย PU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 200 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/h = 0.9 และให้ค่า rtm = 0.3

  • 1 :

    155 ตัน

  • 2 :

    175 ตัน

  • 3 :

    190 ตัน

  • 4 :

    210 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 328 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 30 x 50 ซม. เสริมเหล็กยืน As = As‘ = 13.39 ตร. ซม. ถ้าเสารับแรงอัดประลัย โดยมีระยะเยื้องศูนย์ e จากแกนศูนย์ถ่วงพลาสติกเท่ากับ 35 ซม. จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับแรงอัดประลัย PU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 200 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/h = 0.9

  • 1 :

    54.5 ตัน

  • 2 :

    58.5 ตัน

  • 3 :

    64.5 ตัน

  • 4 :

    68.5 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • เสาปลอกเกลียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง D = 50 ซม. รับแรงอัดประลัย PU = 70 ตัน และโมเมนต์ดัดประลัย MU = 23 ตัน-เมตร จงหาปริมาณเหล็กยืนทั้งหมดที่ต้องใช้ตามวิธี USD โดยพิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 250 กก./ตร.ซม. fY = 4000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/D = 0.8

  • 1 :

    26.0 ตร. ซม.

  • 2 :

    31.5 ตร. ซม.

  • 3 :

    35.5 ตร. ซม.

  • 4 :

    40.0 ตร. ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 330 :
  • เสาปลอกเกลียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง D = 40 ซม. เสริมเหล็กยืนทั้งหมด = 18.7 ตร. ซม. ถ้าเสารับแรงอัดประลัย PU = 84 ตัน จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับโมเมนต์ดัดประลัย MU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 350 กก./ตร.ซม. fY = 4000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/D = 0.8

  • 1 :

    15.5 ตัน-เมตร
     

  • 2 :

    17.5 ตัน-เมตร
     

  • 3 :

    12.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    14.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 331 :
  • เสาปลอกเกลียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง D = 45 ซม. ถ้าเสารับแรงอัดประลัย โดยมีระยะเยื้องศูนย์ e จากแกนศูนย์ถ่วงพลาสติกเท่ากับ 11.25 ซม. จงใช้วิธี USD หาว่า เสารับแรงอัดประลัย PU ได้เท่าใด ทั้งนี้ให้พิจารณาจากกราฟออกแบบที่แสดง กำหนดให้ fC‘ = 250 กก./ตร.ซม. fY = 3000 กก./ตร.ซม. อัตราส่วน d/D = 0.8 และให้ค่า rtm = 0.2

  • 1 :

    135 ตัน

  • 2 :

    145 ตัน

  • 3 :

    155 ตัน

  • 4 :

    190 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • พฤติกรรมของเสาที่รับแรงอัดและโมเมนต์ดัดตามวิธี USD พิจารณาได้จากการกระจายของหน่วยการยืด-หดตัว (strain distribution) รูปใดแสดงพฤติกรรมที่เสารับแรงอัดกระทำผ่าน plastic centroid

  • 1 :

    รูป (ก)

  • 2 :

    รูป (ข)

  • 3 :

    รูป (ค)

  • 4 :

    รูป (ง)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 :
  • พฤติกรรมของเสาที่รับแรงอัดและโมเมนต์ดัดตามวิธี USD พิจารณาได้จากการกระจายของหน่วยการยืด-หดตัว (strain distribution) รูปใดแสดงพฤติกรรมที่สภาวะสมดุล (balanced condition)

  • 1 :

    รูป (ก)

  • 2 :

    รูป (ข)

  • 3 :

    รูป (ค)

  • 4 :

    รูป (ง)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • พฤติกรรมของเสาที่รับแรงอัดและโมเมนต์ดัดตามวิธี USD พิจารณาได้จากการกระจายของหน่วยการยืด-หดตัว (strain distribution) รูปใดแสดงพฤติกรรมที่เสารับแรงอัด โดยที่ระยะเยื้องศูนย์มีค่าน้อย

  • 1 :

    รูป (ง)

  • 2 :

    รูป (ค)

  • 3 :

    รูป (ข)

  • 4 :

    รูป (ก)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 :
  • พฤติกรรมของเสาที่รับแรงอัดและโมเมนต์ดัดตามวิธี USD พิจารณาได้จากการกระจายของหน่วยการยืด-หดตัว (strain distribution) รูปใดแสดงพฤติกรรมที่เสารับแรงอัด โดยที่ระยะเยื้องศูนย์มีค่ามากๆ

  • 1 :

    รูป (ง)

  • 2 :

    รูป (ค)

  • 3 :

    รูป (ข)

  • 4 :

    รูป (ก)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • ฐานรากแผ่รองรับกำแพง คสล. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้ากำแพงหนา 15 ซม. ถ่ายน้ำหนักปรรทุกใช้งานทั้งหมด = 4.25 ตัน/เมตร ให้ฐานรากแผ่นี้ และฐานรากกว้าง 1.50 เมตร จงหาความลึกสุทธิ d อย่างน้อย ของฐานราก เพื่อให้ปลอดภัยทั้งจากโมเมนต์ดัดและแรงเฉือนแบบคานกว้าง กำหนดให้ fc‘ = 144 กก./ตร.ซม. และค่า R = 10.57 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    4 ซม.

  • 2 :

    6 ซม.

  • 3 :

    8 ซม.

  • 4 :

    10 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :
  • ฐานรากแผ่รองรับกำแพง คสล. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้ากำแพงหนา 15 ซม. ถ่ายน้ำหนักปรรทุกใช้งานทั้งหมด = 5.4 ตัน/เมตร ให้ฐานรากแผ่นี้ และฐานรากกว้าง 1.80 เมตร จงหาความลึกสุทธิ d อย่างน้อย ของฐานราก เพื่อให้ปลอดภัยทั้งจากโมเมนต์ดัดและแรงเฉือนแบบคานกว้าง กำหนดให้ fc‘ = 144 กก./ตร.ซม. และค่า R = 10.57 กก./ตร.ซม.

     

  • 1 :

    4 ซม.

  • 2 :

    6 ซม.

  • 3 :

    8 ซม.

  • 4 :

    10 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 1.80x1.80 เมตร รองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัด P = 16.20 ตัน และโมเมนต์ดัด M = 1.40 ตัน-เมตร ให้กับฐานราก จงหาว่าดินใต้ฐานต้องรับหน่วยแรงกดอัดสุทธิมากที่สุดเท่าใด

  • 1 :

    max. qnet = 5880 กก./ตารางเมตร

  • 2 :

    max. qnet = 6440 กก./ตารางเมตร

  • 3 :

    max. qnet = 6880 กก./ตารางเมตร

  • 4 :

    max. qnet = 7440 กก./ตารางเมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับแรงอัดตามแนวแกนจากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ถ้าใช้ความหนาของฐานรากเท่ากับ 70 ซม. โดยมีความลึกสุทธิ d = 60 ซม. จงใช้วิธี USD หากำลังรับแรงเฉือนประลัยแบบทะลุ (fVc) ตรงหน้าตัดวิกฤต ถ้าให้ฐานรากมีค่า fc‘ = 150 กก./ตร.ซม.

     

  • 1 :

    100 ตัน

  • 2 :

    150 ตัน

  • 3 :

    200 ตัน

  • 4 :

    240 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 340 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับแรงอัดตามแนวแกนจากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ถ้าใช้ความหนาของฐานรากเท่ากับ 70 ซม. โดยมีความลึกสุทธิ d = 60 ซม. จงใช้วิธี USD หากำลังรับแรงเฉือนประลัยแบบคานกว้าง (fVc) ตรงหน้าตัดวิกฤต ถ้าให้ฐานรากมีค่า fc‘ = 150 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    100 ตัน

  • 2 :

    150 ตัน

  • 3 :

    200 ตัน

  • 4 :

    240 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 341 :
  • ฐานรากตัวหนึ่ง รองรับแรงอัดใช้งานตามแนวแกน P จากเสาตอม่อซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ถ้าเนื้อที่หน้าตัดวิกฤตของแรงเฉือนแบบทะลุเท่ากับ 7000 ตร.ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงอัด P ที่กระทำ กำหนดให้ฐานรากมีค่า fc‘ = 200 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    30 ตัน

  • 2 :

    50 ตัน

  • 3 :

    65 ตัน

  • 4 :

    70 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับแรงอัดตามแนวแกน PU จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ถ้าฐานรากหนา = 40 ซม. ความลึกสุทธิ d = 30 ซม. หากคิดว่าฐานรากนี้ถูกควบคุมโดยแรงเฉือนประลัยแบบคานกว้าง (fVc) ตรงหน้าตัดวิกฤต จงใช้วิธี USD ประมาณค่าแรงอัดประลัยตามแนวแกน (PU) ที่เสาตอม่อถ่ายให้กับฐานราก สมมติให้ fc‘ ของฐานราก = 150 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    80 ตัน

  • 2 :

    100 ตัน

  • 3 :

    120 ตัน

  • 4 :

    140 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 3x3 เมตร รองรับแรงอัดตามแนวแกน PU จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ถ้าฐานรากหนา = 40 ซม. ความลึกสุทธิ d = 30 ซม. หากคิดว่าฐานรากนี้ถูกควบคุมโดยแรงเฉือนประลัยแบบทะลุ (fVc) ตรงหน้าตัดวิกฤต จงใช้วิธี USD ประมาณค่าแรงอัดประลัยตามแนวแกน (PU) ที่เสาตอม่อถ่ายให้กับฐานราก สมมติให้ fc‘ ของฐานราก = 150 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    80 ตัน

  • 2 :

    100 ตัน

  • 3 :

    120 ตัน

  • 4 :

    140 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 2.70x3.60 ม. หนา = 70 ซม. รองรับแรงอัดใช้งาน P = 120 ตันอย่างเดียวจากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ถ้าใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก โดยให้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากที่ห่างจากศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. จงหาว่าเสาเข็มแต่ละต้นต้องรับแรงอัดทั้งหมดเท่าใด

  • 1 :

    10.00 ตัน

  • 2 : 11.50 ตัน
  • 3 :

    13.00 ตัน

  • 4 :

    14.50 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 2.70x3.60 ม. มีเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร อยู่ตรงกึ่งกลางฐานราก ใช้เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก โดยให้ระยะห่างระหว่างศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากที่ห่างจากศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัดใช้งาน PD = 55 ตัน PL = 30 ตัน และโมเมนต์ดัดใช้งาน MD = 10.5 ตัน-เมตร ML = 5.5 ตัน-เมตร จงหาว่าเสาเข็มต้องต้านแรงสุทธิที่มากที่สุดเท่าใด เมื่อจะออกแบบฐานรากตามวิธี USD

  • 1 :

    11.5 ตัน

  • 2 :

    12.5 ตัน

  • 3 :

    13.5 ตัน

  • 4 :

    14.5 ตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดและโมเมนต์ดัดประลัย PU = 128 ตัน MU = 24.05 ตัน-เมตร ในที่นี้ พิจารณาใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ดังนั้น จะได้ฐานรากขนาด 2.70x3.60 ม. หากให้ระยะ d ของฐานราก = 45 ซม. จงประมาณค่าแรงเฉือนประลัยแบบคานกว้าง (one-way shear) ที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    39000 กก.

  • 2 :

    40500 กก.

  • 3 :

    42000 กก.

  • 4 :

    43500 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดและโมเมนต์ดัดประลัย PU = 128 ตัน MU = 24.05 ตัน-เมตร ในที่นี้ พิจารณาใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ดังนั้น จะได้ฐานรากขนาด 2.70x3.60 ม. หากให้ระยะ d ของฐานราก = 45 ซม. จงประมาณค่าแรงเฉือนประลัยแบบทะลุ (punching shear) ที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    8.00 กก./ตร.ซม.

  • 2 :

    9.50 กก./ตร.ซม.

  • 3 :

    11.0 กก./ตร.ซม.

  • 4 :

    12.5 กก./ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดและโมเมนต์ดัดประลัย PU = 128 ตัน MU = 24.05 ตัน-เมตร ในที่นี้ พิจารณาใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ดังนั้น จะได้ฐานรากขนาด 2.70x3.60 ม. หากให้ระยะ d ของฐานราก = 45 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์ดัดประลัยที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    40 ตัน - เมตร

  • 2 :

    60 ตัน - เมตร
     

  • 3 :

    50 ตัน - เมตร
     

  • 4 :

    45 ตัน - เมตร
     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 120 ตันอย่างเดียว ในที่นี้ พิจารณาใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ดังนั้น จะได้ฐานรากขนาด 2.70x3.60 ม. หากให้ระยะ d ของฐานราก = 45 ซม. จงประมาณค่าแรงเฉือนแบบคานกว้าง (one-way shear) ที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    25000 กก.

  • 2 :

    30000 กก.

  • 3 :

    35000 กก.

  • 4 :

    40000 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 120 ตันอย่างเดียว ในที่นี้ พิจารณาใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ดังนั้น จะได้ฐานรากขนาด 2.70x3.60 ม. หากให้ระยะ d ของฐานราก = 45 ซม. จงประมาณค่าแรงเฉือนแบบทะลุที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    100000 กก.

  • 2 :

    115000 กก.

  • 3 :

    120000 กก.

  • 4 :

    125000 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.30x0.30 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 120 ตันอย่างเดียว ในที่นี้ พิจารณาใช้ เสาเข็มขนาด f 0.30 ม. จำนวน 12 ต้น เรียงเป็น 3 แถวๆละ 4 ต้น ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 90 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 45 ซม. ดังนั้น จะได้ฐานรากขนาด 2.70x3.60 ม. หากให้ระยะ d ของฐานราก = 45 ซม. จงประมาณค่าโมเมนต์ดัด ที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    45 ตัน - เมตร

  • 2 :

    40 ตัน - เมตร

  • 3 :

    35 ตัน - เมตร

  • 4 :

    30 ตัน - เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 2.0x2.0 เมตร รองรับเสาตอม่อ ขนาด 0.30x0.30 ม. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัด P = 18 ตัน และโมเมนต์ดัด M = 2000 กก.-เมตร ให้ฐานรากแผ่นี้ จงหาความลึกสุทธิ d ที่ต้องการเพื่อให้ฐานรากนี้ปลอดภัยจากโมเมนต์ดัด กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ n = 10

  • 1 :

    11.0 ซม.

  • 2 :

    11.5 ซม.

  • 3 :

    12.5 ซม.

  • 4 :

    13.5 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 2.0x2.0 เมตร รองรับเสาตอม่อ ขนาด 0.30x0.30 ม. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัด P = 18 ตัน และโมเมนต์ดัด M = 2000 กก.-เมตร ให้ฐานรากแผ่นี้ จงหาความลึกสุทธิ d ที่ต้องการเพื่อให้ฐานรากนี้ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ n = 10
  • 1 :

    11.0 ซม.

  • 2 :

    11.5 ซม.

  • 3 :

    12.5 ซม.

  • 4 :

    13.5 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 354 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 2.0x2.0 เมตร รองรับเสาตอม่อ ขนาด 0.30x0.30 ม. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัด P = 18 ตัน และโมเมนต์ดัด M = 2000 กก.-เมตร ให้ฐานรากแผ่นี้ จงหาความลึกสุทธิ d ที่ต้องการเพื่อให้ฐานรากนี้ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ n = 10

  • 1 :

    11.0 ซม.

  • 2 :

    11.5 ซม.

  • 3 :

    12.5 ซม.

  • 4 :

    13.5 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • ฐานรากแผ่ขนาด 2.0x2.0 เมตร รองรับเสาตอม่อ ขนาด 0.30x0.30 ม. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัด P = 18 ตัน และโมเมนต์ดัด M = 2000 กก.-เมตร ให้ฐานรากแผ่นี้ จงใช้วิธีWSD ประมาณปริมาณเหล็กเสริมอย่างน้อยที่ควรใช้ สมมติให้ ความลึกสุทธิ d = 15 ซม. fc‘ = 150 กก./ตร.ซม. fy = 2400 กก./ตร.ซม. และ j = 0.873

  • 1 :

    26 ตร. ซม.

  • 2 :

    28 ตร. ซม.

  • 3 :

    30 ตร. ซม.

  • 4 :

    24 ตร. ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 356 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.20x0.20 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 8 ตันและโมเมนต์ดัด M = 1.20 ตัน-เมตร ถ้าใช้ เสาเข็มจำนวน 4 ต้น โดยให้ ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 20 ซม. ซึ่งจะได้ฐานรากขนาด 1.00x1.00 ม. หากให้ความลึกสุทธิ d ของฐานราก = 15 ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงเฉือนแบบคานกว้าง ที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    2000 กก.

  • 2 :

    3000 กก.

  • 3 :

    4000 กก.

  • 4 : 6000 กก.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 357 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.20x0.20 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 8 ตันและโมเมนต์ดัดใช้งาน M = 1.20 ตัน-เมตร ถ้าใช้ เสาเข็มจำนวน 4 ต้น โดยให้ ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 20 ซม. ซึ่งจะได้ฐานรากขนาด 1.00x1.00 ม. จงใช้วิธี WSD หาความลึกสุทธิอย่างน้อย d ที่ต้องการเพื่อให้ฐานรากนี้ปลอดภัยจากโมเมนต์ดัด กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม. fy = 2400 กก./ตร.ซม. และ R = 11.25 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    10.5 ซม.

  • 2 :

    12.5 ซม.

  • 3 :

    13.5 ซม.

  • 4 :

    15.0 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.20x0.20 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 8 ตันและโมเมนต์ดัดใช้งาน M = 1.60 ตัน-เมตร ถ้าใช้ เสาเข็มจำนวน 4 ต้น โดยให้ ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 80 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 20 ซม. ซึ่งจะได้ฐานรากขนาด 1.20x1.20 ม. จงใช้วิธี WSD หาความลึกสุทธิอย่างน้อย d ที่ต้องการเพื่อให้ฐานรากนี้ปลอดภัยจากโมเมนต์ดัด กำหนดให้ fc‘ = 150 กก./ตร.ซม. fy = 2400 กก./ตร.ซม. และ R = 11.25 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    15.0 ซม.

  • 2 :

    10.0 ซม.

  • 3 :

    12.0 ซม.

  • 4 :

    13.5 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • ฐานรากเดี่ยวรองรับเสาตอม่อขนาด 0.20x0.20 เมตร ตรงกึ่งกลางฐานราก ซึ่งถ่ายแรงอัดใช้งาน P = 8 ตันและโมเมนต์ดัดใช้งาน M = 1.60 ตัน-เมตร ถ้าใช้ เสาเข็มจำนวน 4 ต้น โดยให้ ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 80 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 20 ซม. ซึ่งจะได้ฐานรากขนาด 1.20x1.20 ม. หากให้ความลึกสุทธิ d ของฐานราก = 15 ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณค่าแรงเฉือนแบบคานกว้าง ที่หน้าตัดวิกฤต

  • 1 :

    2000 กก.

  • 2 :

    3000 กก.

  • 3 :

    4000 กก.

  • 4 :

    6000 กก.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • ฐานรากเดี่ยวขนาด 1.20x1.20 เมตร ใข้รองรับเสาตอม่อ ขนาด 0.20x0.20 ม. ตรงกึ่งกลางฐาน ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัด P = 10 ตัน และโมเมนต์ดัด M = 1.40 ตัน-เมตร และฐานรากนี้ใช้เสาเข็มจำนวน 4 ต้น โดยให้ ระยะ c to c ของเสาเข็ม = 80 ซม. และระยะขอบของฐานรากถึงศูนย์กลางของเสาเข็มเท่ากับ 20 ซม. จงใช้วิธี WSD ประมาณปริมาณเหล็กเสริมอย่างน้อยที่ควรใช้ สมมติให้ความลึกสุทธิ d = 15 ซม. fc‘ = 150 กก./ตร.ซม. fy = 2400 กก./ตร.ซม. และ j = 0.873

  • 1 :

    10.5 ตร. ซม.

  • 2 :

    12.5 ตร. ซม.

  • 3 :

    15.0 ตร. ซม.

  • 4 :

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • คานรูปตัด 0.25x0.45 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว โดยใช้ r = 0.5rb ที่ระยะ d = 0.40 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัยของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ jU = 0.857

  • 1 :

    18.7 ตัน-เมตร

  • 2 :

    20.5 ตัน-เมตร

  • 3 :

    24.7 ตัน-เมตร

  • 4 :

    27.5 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • คานรูปตัด 0.30x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว โดยใช้ r = 0.5rb ที่ระยะ d = 0.50 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัยของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    35.0 ตัน-เมตร

  • 2 :

    38.0 ตัน-เมตร

  • 3 :

    41.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    42.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • คานรูปตัด 0.25x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว โดยใช้ r = 0.5rb ที่ระยะ d = 0.50 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัยของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    17.5 ตัน-เมตร

  • 2 :

    21.0 ตัน-เมตร

  • 3 :

    24.0 ตัน-เมตร

  • 4 :

    29.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • คานรูปตัด 0.20x0.55 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียว โดยใช้ r = 0.75rb ที่ระยะ d = 0.45 ม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัยของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    20.0 ตัน-เมตร

  • 2 :

    22.5 ตัน-เมตร

  • 3 :

    23.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    25.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 365 :
  • คานรูปตัด 0.25x0.45 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.40 ม. รับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 10800 กก.- เมตร จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    9.0 ตร.ซม.

  • 2 :

    11.0 ตร.ซม.

  • 3 :

    12.0 ตร.ซม.

  • 4 :

    14.0 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 366 :
  • คานรูปตัด 0.25x0.55 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.45 ม. รับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 22750 กก.- เมตร จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    11.3 ตร.ซม.

  • 2 :

    13.5 ตร.ซม.

  • 3 :

    15.5 ตร.ซม.

  • 4 :

    18.0 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 367 :
  • คานรูปตัด 0.30x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึงอย่างเดียวที่ระยะ d = 0.50 ม. รับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 27000 กก.- เมตร จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริมที่ต้องใช้ กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    22.5 ตร.ซม.

  • 2 :

    24.0 ตร.ซม.

  • 3 :

    25.5 ตร.ซม.

  • 4 :

    27.0 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 368 :
  • คานรูปตัด 0.30x0.55 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึง AS = 36.96 ตร.ซม. ที่ระยะ d = 0.45 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัด AS‘ = 9.82 ตร.ซม. ที่ระยะ d’ = 4.5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัย MU ของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    53.5 ตัน-เมตร

  • 2 :

    55.0 ตัน-เมตร

  • 3 :

    49.0 ตัน-เมตร

  • 4 :

    51.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 369 :
  • คานรูปตัด 0.25x0.60 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึง AS = 24.42 ตร.ซม. ที่ระยะ d = 0.50 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัด AS‘ = 9.42 ตร.ซม. ที่ระยะ d’ = 5.0 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัย MU ของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    30.0 ตัน-เมตร

  • 2 :

    35.5 ตัน-เมตร

  • 3 :

    38.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    45.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 370 :
  • คานรูปตัด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กรับแรงดึง AS = 21.70 ตร.ซม. ที่ระยะ d = 0.42 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัด AS‘ = 8.25 ตร.ซม. ที่ระยะ d’ = 4.5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณโมเมนต์ดัดประลัย MU ของคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    18.5 ตัน-เมตร

  • 2 :

    22.0 ตัน-เมตร

  • 3 :

    25.5 ตัน-เมตร

  • 4 :

    30.0 ตัน-เมตร

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 371 :
  • คานรูปตัด 0.30x0.55 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 51.0 ตัน-เมตร ถ้าพิจารณาใช้ค่า r - r‘ = 0.02 โดยเสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.45 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัดที่ระยะ d’ = 4.5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริม AS และ AS‘ สำหรับคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    AS = 36.82 ตร.ซม. AS‘ = 9.82 ตร.ซม.

  • 2 :

    AS = 35.82 ตร.ซม. AS‘ = 10.32 ตร.ซม.

  • 3 :

    AS = 36.82 ตร.ซม. AS‘ = 10.32 ตร.ซม.

  • 4 :

    AS = 39.82 ตร.ซม. AS‘ = 12.82 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 372 :
  • คานรูปตัด 0.25x0.60 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 38.0 ตัน-เมตร ถ้าพิจารณาใช้ค่า r - r‘ = 0.012 โดยเสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.50 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัดที่ระยะ d’ = 5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริม AS และ AS‘ สำหรับคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    AS = 22.25 ตร.ซม. AS‘ = 7.25 ตร.ซม.

  • 2 :

    AS = 23.25 ตร.ซม. AS‘ = 7.25 ตร.ซม.

  • 3 :

    AS = 24.25 ตร.ซม. AS‘ = 9.25 ตร.ซม.

  • 4 :

    AS = 26.25 ตร.ซม. AS‘ = 9.25 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 373 :
  • คานรูปตัด 0.20x0.50 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 20.0 ตัน-เมตร ถ้าพิจารณาใช้ค่า r - r‘ = 0.016 โดยเสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.42 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัดที่ระยะ d’ = 4.5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริม AS และ AS‘ สำหรับคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ตร.ซม. fy = 3000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    AS = 13.50 ตร.ซม. AS‘ = 5.26 ตร.ซม.

  • 2 :

    AS = 19.70 ตร.ซม. AS‘ = 6.26 ตร.ซม.

  • 3 :

    AS = 21.70 ตร.ซม. AS‘ = 8.25 ตร.ซม.

  • 4 :

    AS = 26.25 ตร.ซม. AS‘ = 9.25 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 :
  • คานรูปตัด 0.30x0.60 ม. ต้องรับโมเมนต์ดัดประลัย MU = 46.0 ตัน-เมตร ถ้าพิจารณาใช้ค่า r - r‘ = 0.016 โดยเสริมเหล็กรับแรงดึงที่ระยะ d = 0.50 ม. และเสริมเหล็กรับแรงอัดที่ระยะ d’ = 5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณปริมาณเหล็กเสริม AS และ AS‘ สำหรับคานนี้ กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ตร.ซม. fy = 4000 กก./ตร.ซม. และ ES = 2.04x106 กก./ตร.ซม.

  • 1 :

    AS = 24.20 ตร.ซม. AS‘ = 4.95 ตร.ซม.

  • 2 :

    AS = 27.40 ตร.ซม. AS‘ = 3.25 ตร.ซม.

  • 3 :

    AS = 27.80 ตร.ซม. AS‘ = 3.65 ตร.ซม.

  • 4 :

    AS = 29.10 ตร.ซม. AS‘ = 4.95 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :
  • ฐานรากตีนเป็ดแบบแผ่ ขนาด 1.50x1.50 เมตร รองรับเสาตอม่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 ซม. ซึ่งศูนย์เสาตอม่ออยู่ห่างจากศูนย์ฐานรากเป็นระยะ = 45 ซม. ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัดใช้งาน = 9 ตัน และโมเมนต์ดัดใช้งาน = 4.725 ตัน-เมตร จงหาแรงต้านสุทธิของดินใต้ฐานราก
  • 1 : max. qnet = 7.60 ตัน/ตารางเมตร     min. qnet = 0.40 ตัน/ตารางเมตร
  • 2 : max. qnet = 7.70 ตัน/ตารางเมตร     min. qnet = 7.70 ตัน/ตารางเมตร
  • 3 : max. qnet = 8.40 ตัน/ตารางเมตร     min. qnet = 0.80 ตัน/ตารางเมตร
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 376 :
  • ฐานรากตีนเป็ดแบบแผ่ ขนาด 1.50x1.50 เมตร รองรับเสาตอม่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 ซม. ซึ่งศูนย์เสาตอม่ออยู่ห่างจากศูนย์ฐานรากเป็นระยะ = 45 ซม. ถ้าเสาตอม่อถ่ายแรงอัดใช้งาน = 9 ตัน และโมเมนต์ดัดใช้งาน = 4.725 ตัน-เมตร จงใช้วิธี WSD หาความลึกประสิทธิผลอย่างน้อย (d) เพื่อให้ฐานรากนี้ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ กำหนดให้ fc ‘ = 144 กก./ซม.2
  • 1 : d = 7.5 ซม.
  • 2 : d = 8.6 ซม.
  • 3 : d = 9.7 ซม.
  • 4 : d = 10.8 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 1.20x1.80 เมตร รองรับน้ำหนัก PU = 90 ตัน และโมเมนต์ MU = 18 ตัน-เมตร จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.40 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของฐานราก ถ้าใช้เสาเข็มขนาด f 30 ซม. จำนวน 6 ต้น โดยเรียงเป็น 2 แถวที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก แถวละ 3 ต้น โดยให้ c to c ของเสาเข็มห่างกัน = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากห่างจากศูนย์เสาเข็ม = 30 ซม. ถ้าความลึกประสิทธิผล d ของฐานราก = 35 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ตรวจสอบความปลอดภัยของฐานรากทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง (beam shear) และจากแรงเฉือนแบบทะลุ (punching shear) กำหนดให้ fc‘ ของฐานราก = 200 กก./ซม.2

  • 1 :

    ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง และจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 2 :

    ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง แต่ไม่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 3 :

    ไม่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง แต่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 4 :

    ไม่ปลอดภัยทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง และจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 1.20x1.80 เมตร รองรับน้ำหนัก PU = 90 ตัน และโมเมนต์ MU = 18 ตัน-เมตร จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.40 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของฐานราก ถ้าใช้เสาเข็มขนาด f 30 ซม. จำนวน 6 ต้น โดยเรียงเป็น 2 แถวที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก แถวละ 3 ต้น โดยให้ c to c ของเสาเข็มห่างกัน = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากห่างจากศูนย์เสาเข็ม = 30 ซม. ถ้าความลึกประสิทธิผล d ของฐานราก = 35 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ตรวจสอบความปลอดภัยของฐานรากทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง (beam shear) และจากแรงเฉือนแบบทะลุ (punching shear) กำหนดให้ fc‘ ของฐานราก = 400 กก./ซม.2

  • 1 :

    ปลอดภัยทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง และจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 2 :

    ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง แต่ไม่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 3 :

    ไม่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง แต่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 4 :

    ไม่ปลอดภัยทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง และจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 1.20x1.80 เมตร รองรับน้ำหนัก PU = 90 ตัน และโมเมนต์ MU = 18 ตัน-เมตร จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.40 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของฐานราก ถ้าใช้เสาเข็มขนาด f 30 ซม. จำนวน 6 ต้น โดยเรียงเป็น 2 แถวที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก แถวละ 3 ต้น โดยให้ c to c ของเสาเข็มห่างกัน = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากห่างจากศูนย์เสาเข็ม = 30 ซม. ถ้าความลึกประสิทธิผล d ของฐานราก = 40 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ตรวจสอบความปลอดภัยของฐานรากทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง (beam shear) และจากแรงเฉือนแบบทะลุ (punching shear) กำหนดให้ fc‘ ของฐานราก = 250 กก./ซม.2

  • 1 :

    ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง แต่ไม่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 2 :

    ไม่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง แต่ปลอดภัยจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 3 :

    ไม่ปลอดภัยทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง และจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • 4 :

    ปลอดภัยทั้งจากแรงเฉือนแบบคานกว้าง และจากแรงเฉือนแบบทะลุ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 380 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 1.20x1.80 เมตร รองรับน้ำหนัก PU = 90 ตัน และโมเมนต์ MU = 18 ตัน-เมตร จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.40 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของฐานราก ถ้าใช้เสาเข็มขนาด f 30 ซม. จำนวน 6 ต้น โดยเรียงเป็น 2 แถวที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก แถวละ 3 ต้น โดยให้ c to c ของเสาเข็มห่างกัน = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากห่างจากศูนย์เสาเข็ม = 30 ซม. ถ้าความลึกประสิทธิผล d ของฐานราก = 45 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาปริมาณเหล็กเสริมที่เรียงขนานกับด้านยาวของฐานราก กำหนดให้ fc‘ ของฐานราก = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และประมาณค่า ju = 0.85

  • 1 :

    7.00 ตร.ซม.

  • 2 :

    9.20 ตร.ซม.

  • 3 :

    16.60 ตร.ซม.

  • 4 :

    25.20 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • ฐานรากเสาเข็มขนาด 1.20x1.80 เมตร รองรับน้ำหนัก PU = 90 ตัน และโมเมนต์ MU = 18 ตัน-เมตร จากเสาตอม่อขนาด 0.30x0.40 เมตร ซึ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของฐานราก ถ้าใช้เสาเข็มขนาด f 30 ซม. จำนวน 6 ต้น โดยเรียงเป็น 2 แถวที่ขนานกับด้านยาวของฐานราก แถวละ 3 ต้น โดยให้ c to c ของเสาเข็มห่างกัน = 60 ซม. และระยะขอบของฐานรากห่างจากศูนย์เสาเข็ม = 30 ซม. ถ้าความลึกประสิทธิผล d ของฐานราก = 45 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง หาปริมาณเหล็กเสริมที่เรียงขนานกับด้านสั้นของฐานราก กำหนดให้ fc‘ ของฐานราก = 200 กก./ซม.2 fy = 3000 กก./ซม.2 และประมาณค่า ju = 0.85

  • 1 :

    7.00 ตร.ซม.

  • 2 :

    9.20 ตร.ซม.

  • 3 :

    16.60 ตร.ซม.

  • 4 :

    25.20 ตร.ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 382 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 0.30x0.60 ม. เสริมเหล็กยืน As = 12.56 ซม.2 และ As‘ = 6.28 ซม.2 และมีระยะคอนกรีตหุ้มถึง c.g. ของเหล็ก = 5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณตำแหน่ง plastic centroid ของเสาต้นนี้ ว่าห่างจาก c.g. ของเหล็กที่รับแรงดึงเท่าไร กำหนดให้ fc‘ = 250 กก./ซม.2 และ fy = 3000 กก./ซม.2

  • 1 :

    18.50 ซม.

  • 2 :

    23.95 ซม.

  • 3 :

    24.20 ซม.

  • 4 :

    25.40 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 0.40x0.60 ม. เสริมเหล็กยืน As = 12.56 ซม.2 และ As‘ = 6.28 ซม.2 และมีระยะคอนกรีตหุ้มถึง c.g. ของเหล็ก = 5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณตำแหน่ง plastic centroid ของเสาต้นนี้ ว่าห่างจาก c.g. ของเหล็กที่รับแรงดึงเท่าไร กำหนดให้ fc‘ = 200 กก./ซม.2 และ fy = 2400 กก./ซม.2

  • 1 :

    18.50 ซม.

  • 2 :

    23.95 ซม.

  • 3 :

    24.20 ซม.

  • 4 :

    25.40 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • เสาปลอกเดี่ยว ขนาด 0.20x0.50 ม. เสริมเหล็กยืน As = 12.56 ซม.2 และ As‘ = 6.28 ซม.2 และมีระยะคอนกรีตหุ้มถึง c.g. ของเหล็ก = 5 ซม. จงใช้มาตรฐาน ว.ส.ท. โดยวิธีกำลัง ประมาณตำแหน่ง plastic centroid ของเสาต้นนี้ ว่าห่างจาก c.g. ของเหล็กที่รับแรงดึงเท่าไร กำหนดให้ fc‘ = 300 กก./ซม.2 และ fy = 4000 กก./ซม.2

  • 1 :

    18.50 ซม.

  • 2 :

    23.95 ซม.

  • 3 :

    24.20 ซม.

  • 4 :

    25.40 ซม.

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
สภาวิศวกร