สภาวิศวกร

สาขา : เหมืองแร่

วิชา : Metallurgy of Metal Joining

เนื้อหาวิชา : 525 : Introduction to metal joining, soldering, brazing and welding
ข้อที่ 1 :
  • การส่งถ่ายน้ำโลหะในการเชื่อมโดยใช้ก๊าซคลุม (MIG/MAG) แบบไหนที่ให้การซึมลึกต่ำที่สุด
  • 1 : แบบเม็ดโต (Globular)
  • 2 : แบบพ่น (Spray)
  • 3 : แบบลัดวงจร (Short Circuit)
  • 4 : แบบพัลส์ (Pulse)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • ก๊าซคลุมใดที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเชื่อมทิก(TIG)
  • 1 : อาร์กอน
  • 2 : ฮีเลียม
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : อาร์กอน/ฮีเลียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • ธาตุใดที่ถูกใส่เข้าไปในทังสเตนบริสุทธิ์เพื่อใช้ทำแท่งอิเลคโตรดสำหรับการเชื่อมทิก (TIG)
  • 1 : ทอเรียม (Thorium)
  • 2 : เซอร์โคเนียม (Zirconium)
  • 3 : โคลัมเบียม (Columbium)
  • 4 : ทอเรียม (Thorium) และเซอร์โคเนียม (Zirconium)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 4 :
  • ข้อความใดถูกต้องเกี่ยวกับงานเชื่อม
  • 1 : บ่อหลอมละลายรอยเชื่อมมีอัตราการเย็นตัวสูง
  • 2 : การหลอมละลายและการแข็งตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน
  • 3 : การแข็งตัวของบ่อหลอมจะเริ่มจากผนังของบ่อหลอมซึ่งติดกับเนื้อโลหะชิ้นงาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • Ferro-Manganese ในลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ มีหน้าที่อะไร
  • 1 : เพิ่มค่าความแข็งแรงให้กับเนื้อเชื่อม
  • 2 : ช่วยลดออกซิเจนในเนื้อเชื่อม
  • 3 : ช่วยลดปริมาณไฮโดรเจนในเนื้อเชื่อม
  • 4 : ช่วยป้องกันการขึ้นสนิมในเนื้อเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • ในการเชื่อมทิกเหล็กกล้าชนิดหนึ่ง ใช้กระแส 110A ใช้แรงดันเชื่อม 15V และความเร็วในการเชื่อม 10 cm./min. ให้หาค่าความร้อนเข้า (Heat Input) ในการเชื่อมนี้
  • 1 : 10.9 kJ/cm.
  • 2 : 7.9 kJ/cm.
  • 3 : 8.9 kJ/cm.
  • 4 : 9.9 kJ/cm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 :
  • ประโยชน์ของการเชื่อมคือ อะไร
  • 1 : ใช้เชื่อมโลหะสองชนิดที่เหมือนกัน
  • 2 : ใช้เชื่อมโลหะสองชนิดที่ไม่เหมือนกัน
  • 3 : ก และ ข
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือข้อดีของการเชื่อม
  • 1 : การเชื่อมมีต้นทุนต่ำกว่าการต่อโลหะวิธีอื่น
  • 2 : โลหะสองชนิดที่เหมือนและไม่เหมือนกันต่อกันได้
  • 3 : ช่างเชื่อมต้องผ่านการทดสอบ
  • 4 : ต้องมีการเตรียมรอยก่อนการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้รอยเชื่อมต่อกันสมบูรณ์
  • 1 : พลังงาน
  • 2 : ลวดเชื่อม
  • 3 : ความดัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 10 :
  • โลหะแบ่งเป็นกี่กลุ่ม อะไรบ้าง
  • 1 : 2 กลุ่ม เหล็กและนอกกลุ่มเหล็ก
  • 2 : 2 กลุ่ม โลหะเบาและโลหะหนัก
  • 3 : 2 กลุ่ม โลหะทนและไม่ทนอุณภูมิสูง
  • 4 : 2 กลุ่ม โลหะผสมและโลหะไม่ผสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :
  • การเชื่อมวิธีใดที่ไม่ใช้แรงกดดันหรือความดัน
  • 1 : การเชื่อมใช้ความต้านทาน (Resistance welding)
  • 2 : การเชื่อมด้วยการอาร์กไฟฟ้า
  • 3 : การเชื่อมด้วยการทุบ (Force welding)
  • 4 : การเชื่อมด้วยคลื่นอุลตร้าโซนิก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • ก๊าซที่ไม่สร้างปัญหารูพรุนในรอยเชื่อม คือ
  • 1 : ไนโตรเจน อาร์กอน
  • 2 : คาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน
  • 3 : อาร์กอน ฮีเลียม
  • 4 : ออกซิเจน ไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • ค่า Brittle temperature range (BTR) คือ
  • 1 : ความแตกต่างของจุดหลอมเหลวขณะเหล็กเย็นตัว
  • 2 : ช่วงอุณหภูมิการแข็งตัวของโลหะ
  • 3 : ช่วงอุณหภูมิที่เกิดการแตกร้าวขณะร้อน
  • 4 : ช่วงอุณหภูมิระหว่าง NDT และ NST
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 14 :
  • ทำไมต้องเคลือบผิวลวดเชื่อมเหล็กด้วยทองแดง
  • 1 : เพื่อป้องกันสนิม
  • 2 : เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเชื่อม
  • 3 : เพื่อการนำไฟฟ้าที่ดี
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • การตัดโลหะควรใช้วิธีการตัดด้วยเปลวไฟเหมาะสม ข้อใดถูก
  • 1 : Oxy-acetylene กับ เหล็กกล้าคาร์บอน เหล็กหล่อ
  • 2 : Metal powder oxygen cutting กับ ทองแดง
  • 3 : Flux injection cutting กับ เหล็กกล้าไร้สนิม เหล็กผสมสูง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • อะไรคือ การเชื่อมโลหะด้วยอาร์กไฟฟ้า
  • 1 : การต่อโลหะสองชนิดโดยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน
  • 2 : การไหลของอิเล็กตรอนระหว่างขั้วโลหะบวกและลบ
  • 3 : กระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านขั้วโลหะสองขั้ว
  • 4 : การไหลของกระแสผ่านช่องว่างโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 17 :
  • การต่อโลหะในสภาวะที่โลหะแข็งจำเป็นต้อง
  • 1 : อุณหภูมิสูงกว่าจุด Recrystallization แต่ไม่ถึงจุดหลอมเหลว
  • 2 : ต้องกำจัดผิวออกไซด์และคราบสิ่งสกปรก
  • 3 : ความดัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 :
  • ข้อต่อไปนี้คือ ไม่ใช่กระบวนการต่อโลหะขณะที่โลหะเป็นของแข็ง
  • 1 : Frictions stir welding
  • 2 : Ultrasonic welding
  • 3 : Upset welding
  • 4 : Diffusion welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • อะไร คือ ข้อดีของการเชื่อมอาร์กในบรรยากาศก๊าซเฉื่อย
  • 1 : สามารถเชื่อมได้ด้วยมือและใช้ระบบอัตโนมัติ
  • 2 : มองเห็นอาร์กได้
  • 3 : การเชื่อมเสร็จสิ้นเองด้วยตัวมันเอง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • การเชื่อมมิกต่างจากการเชื่อมแมก คือ
  • 1 : ก๊าซปกคลุม
  • 2 : การเชื่อมแมกมี Spatter มากกว่า
  • 3 : การเชื่อมมิกให้รอยซึมลึกสูง
  • 4 : การเชื่อมแมกสามารถใช้ความเร็วได้สูงกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • โดยทั่วไปมีหลักการเลือกลวดเชื่อมอย่างไร
  • 1 : ให้ค่าความแกร่งสูงกว่าเนื้อโลหะเดิม
  • 2 : ให้ความแข็งแรงสูงกว่าเนื้อโลหะเดิม
  • 3 : มีส่วนผสมเคมีใกล้เคียงกับเนื้อโลหะเดิม
  • 4 : มีไฮโดรเจนต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • ก๊าซชนิดใดใช้กับการเชื่อมมิก (MIG) และ แมก (MAG)
  • 1 : อาร์กอน ไนโตรเจน ออกซิเจน
  • 2 : อาร์กอน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : อาร์กอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน
  • 4 : อาร์กอน ฮีเลียม คาร์บอนไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :
  • อะไรคือข้อแตกต่างระหว่าง บัดกรีอ่อน และบัดกรีแข็ง
  • 1 : ความแข็งแรงของรอยบัดกรีแข็งสูงกว่า
  • 2 : อุณหภูมิบัดกรีอ่อนใกล้จุดยูเทกติก
  • 3 : โลหะที่ถูกต่อไม่ละลาย
  • 4 : ลวดบัดกรีแข็งทำด้วยทองเหลือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ส่วนผสมของลวดบัดกรีอ่อน คือ
  • 1 : Pb/Sn = 50/50
  • 2 : Pb/Sn = 60/40
  • 3 : Pb/Sn/ = 63/37
  • 4 : Pb/Sn = 70/30
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • ข้อใดคือโครงสร้างผลึกของเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Steels) ที่อุณหภูมิห้อง
  • 1 : Face Center Cubic (FCC)
  • 2 : Body Center Cubic (BCC)
  • 3 : Tetragonal Center Cubic (TCC)
  • 4 : Hexagonal Closed Pack (HCP)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 26 :
  • อิเล็คโทรดชนิดใดเหมาะสมสำหรับการเชื่อมประสานเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-Strength Steel) ด้วยกระบวนการการเชื่อม Shield Metal Arc Welding
  • 1 : Cellulosic Coating Electrode
  • 2 : Rutile Coating Electrode
  • 3 : Acid Coating Electrode
  • 4 : Basic Coating Electrode
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • วิธีการเชื่อมใดไม่จัดอยู่ในกลุ่ม Consumable Arc Welding
  • 1 : Gas Tungsten Arc Welding (GTAW)
  • 2 : Submerged Arc Welding (SAW)
  • 3 : Gas Metal Arc Welding (GMAW)
  • 4 : Shielded Metal Arc Welding (SMAW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  • อะไรคือความสัมพันธ์ที่ถูกต้องระหว่างอัตราความร้อนป้อนเข้า (Heat Input Rate) และ อัตราการเย็นตัว (Cooling Rate)
  • 1 : อัตราความร้อนป้อนเข้าลดลง -> อัตราการเย็นตัวลดลง
  • 2 : อัตราความร้อนป้อนเข้าเพิ่มขึ้น -> อัตราการเย็นตัวเพิ่มขึ้น
  • 3 : อัตราความร้อนป้อนเข้าเพิ่มขึ้น -> อัตราการเย็นตัวลดลง
  • 4 : ไม่มีความสัมพันธ์กันระหว่างอัตราความร้อนป้อนเข้าและอัตราการเย็นตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • การเชื่อมด้วยเทคนิคใดจำเป็นต้องปฏิบัติงานในห้องสุญญากาศ (Vacuum Chamber) เท่านั้น ?
  • 1 : Laser Beam Welding (LBW)
  • 2 : Electron Beam Welding (EBW)
  • 3 : Friction Stir Welding (FSW)
  • 4 : Electroslag Welding (ESW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • การทดสอบทางกลชนิดใดเหมาะสำหรับใช้ทดสอบหาความสามารถในการรับแรงกระแทกของแนวเชื่อม ?
  • 1 : การทดสอบแรงดึง (Tensile Test)
  • 2 : การทดสอบแรงกระแทก (Impact Test)
  • 3 : การทดสอบความแข็ง (Hardness Test)
  • 4 : การทดสอบการคืบ (Creep Test)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • วิธีการเชื่อมใดสามารถเทคนิค Keyhole Welding
  • 1 : Friction Stir Welding (FSW)
  • 2 : Laser Beam Welding
  • 3 : Shielded Metal Arc Welding
  • 4 : Flux Cored Arc Welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • ก๊าซชนิดใดจัดอยู่ในกลุ่ม Reactive Gas สำหรับใช้ผสมเป็นก๊าซปกคลุมของการเชื่อม
  • 1 : ก๊าซฮีเลียม
  • 2 : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : ก๊าซมีเทน
  • 4 : ก๊าซอาร์กอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • ข้อดีของการผสมก๊าซฮีเลียมไปในก๊าซปกคลุมสำหรับการเชื่อมโลหะ
  • 1 : ช่วยลดปริมาณคาร์บอนของแนวเชื่อม
  • 2 : สามารถใช้เชื่อมท่าเหนือหัว (Overhead Position)
  • 3 : ช่วยลดปริมาณออกซิเจนของแนวเชื่อม
  • 4 : ช่วยลดราคาต้นทุนของก๊าซปกคลุม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Soldering และ Brazing
  • 1 : Soldering ไม่ต้องการโลหะเติม (Filler Metal)
  • 2 : Brazing ใช้อุณหภูมิสูงกว่า Soldering
  • 3 : Brazing ไม่ต้องการวัสดุช่วยประสาน (Flux)
  • 4 : Soldering ไม่ต้องการแหล่งกำเนิดความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  • โลหะเติมชนิดใดไม่มีการใช้งานสำหรับกระบวนการ Brazing
  • 1 : เงินผสม
  • 2 : ทองคำผสม
  • 3 : ทองแดงผสม
  • 4 : เหล็กกล้าผสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดคือเหตุผลของการเพิ่มปริมาณทอเรียมออกไซด์ (Thorium Oxide) ในอิเล็คโทรดทังสเตน
  • 1 : ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของอิเล็ดโทรด
  • 2 : ลดการปลดปล่อยอิล็คตรอน (Electron Emission) ของอิเล็คโทรด
  • 3 : สำหรับใช้เชื่อมกับกระแสสลับ
  • 4 : สำหรับใช้เชื่อมอลูมิเนียมและแมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 37 :
  • อะไรคือสาเหตุของการเกิดโพรง (Porosity) ในแนวเชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : การลดความเร็วการเชื่อม
  • 2 : การเพิ่มกระแสการเชื่อม
  • 3 : คราบน้ำมันและความชื้นของผิวชิ้นงาน
  • 4 : การลดปริมาณธาตุคาร์บอนของแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดคือข้อดีของ Hot-wire GTAW
  • 1 : สามารถเติมลวดเชื่อมด้วยมือ (Manual Feeding)
  • 2 : ช่วยเพิ่มอัตราการเติมลวด (Deposition Rate)
  • 3 : ไม่ต้องใช้ก๊าซปกคลุม
  • 4 : ไม้ต้องกใช้โลหะเติม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • วิธีทดสอบใดสามารถใช้หาส่วนผสมทางเคมี (Chemical Composition) ของโลหะพื้นเพื่อเทียบกับค่ากำหนด (Specification) ?
  • 1 : Hardness Test
  • 2 : Tensile Test
  • 3 : Spark Emission Spectrometry
  • 4 : Impact Test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • ก๊าซปกคลุมชนิดใดที่เกิดขึ้นปกคลุมบ่อโลหะหลอมเหลว (Weld Pool) ในระหว่างการเชื่อมด้วย SMAW
  • 1 : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 2 : ก๊าซไนโตรเจน
  • 3 : ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • 4 : ก๊าซมีเทน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 :
  • โดยทั่วไปแล้วการทำ Preheat ก่อนการทำการเชื่อมโลหะผสมพิเศษที่มีอนุภาคแกมมาไพร์มควรเป็นการอบชุบ ทางความร้อนประเภทใด
  • 1 : Aging การบ่มแข็ง
  • 2 : Stress relieving การคลายความเครียด
  • 3 : Solution treatment การทำให้เป็นสารละลายของแข็ง
  • 4 : Annealing การอบอ่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • หลังจากการทำการเชื่อมแล้ว Post heat จะถูกทำตามมาในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษประเภทที่มีกลไกการเพิ่มความแข็งแรงแบบการตกตะกอนของแข็งของอนุภาคแกมมาไพร์ม แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในช่วงนี้คือ Strain age cracking ซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจาก
  • 1 : ความเครียดตกค้างภายหลังการเชื่อม
  • 2 : ความเครียดที่เพิ่มขึ้นจากการตกตะกอนของอนุภาคแกมมาไพร์มขณะการทำ Post heat
  • 3 : ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 43 :
  • มีวิธีการใดบ้างที่พอจะลดปัญหา Strain age cracking ในขณะทำ Post heat หลังจากการเชื่อมโลหะผสมพิเศษ
  • 1 : ประเภทที่มีกลไกการเพิ่มความแข็งแรงแบบตกตะกอนของแข็ง
  • 2 : การทำ Preheat ที่เหมาะสม
  • 3 : การอบคลายความเครียดภายหลังการเชื่อมโดยอุณหภูมิที่ใช้จะต่ำกว่าอุณหภูมิการตกตะกอนของอนุภาคแกมมาไพร์ม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 :
  • การเชื่อมโลหะผสมพิเศษแบบไหนที่มีการป้องกันบรรยากาศจากภายนอกดีที่สุด
  • 1 : Shield Metal Arc Welding (SMAW)
  • 2 : Submerged Arc Welding (SAW)
  • 3 : Plasma Arc Welding (PAW)
  • 4 : Electron Beam Welding (EBW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 45 :
  • การเชื่อม Arc วิธีไหนที่เหมาะสมกับการเชื่อมแผ่นโลหะผสมพิเศษที่มีขนาดบ้าง
  • 1 : Gas Tungsten Arc Welding (GTAW)
  • 2 : Gas Metal Arc Welding (GMAW)
  • 3 : Shield Metal Arc Welding (SMAW)
  • 4 : Submergld Arc Welding (SAW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :
  • ก๊าซชนิดใดที่นิยมใช้สำหรับ Shielding gases ในการเชื่อมแบบ Gas Tungsten Arc Welding (GTAW) และ Gas Metal Arc Welding (GMAW)
  • 1 : ไนโตรเจน
  • 2 : ออกซิเจน
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : อาร์กอน, ฮีเลียม หรือผสมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • Filler Metals สำหรับการเชื่อมโลหะผสมพิเศษในการเชื่อมแบบ (GTAW) ควรมีสมบัติในข้อใด
  • 1 : มีส่วนผสมทางเคมีใกล้เคียงกับวัสดุที่จะถูกเชื่อม
  • 2 : มีการเกิดรูพรุนในขณะทำการเชื่อมต่ำ
  • 3 : ทำให้รอยเชื่อมมีโอกาสเกิด “Hot Cracking” ต่ำที่สุด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :
  • ธาตุใดบ้างที่ผสมลงไปใน Brazing Filler Metals ในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษแบบ Brazing โดยทำหน้าที่ลดจุดหลอมเหลวของตัว Brazing Filler Metals เอง
  • 1 : ออกซิเจน, คาร์บอน หรือไนโตรเจน
  • 2 : ซิลิกอน, ออกซิเจน, หรือโบรอน
  • 3 : ซิลิกอน, โบรอน หรือฟอสฟอรัส
  • 4 : คาร์บอน, โบรอน หรือไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • Fluxes ที่ทำจากเกลือ Halide ที่ผสมกันหลายชนิดสำหรับการเชื่อมแบบ Gas Welding, Brazing และ Soldering ในโลหะผสมอลูมิเนียมมีหน้าที่อย่างไร
  • 1 : ทำหน้าที่ทะลุทะลวงผ่านชั้นอ๊อกไซด์เข้าไปที่ผิวของโลหะหลอมเหลว, กระจายตัวและลายฟิล์ม อ๊อกไซด์
  • 2 : ป้องกันการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนไปในเนื้อโลหะหลอมเหลว
  • 3 : ป้องกันการซึมผ่านของก๊าซไฮโดรเจนไปในเนื้อโลหะหลอมเหลว
  • 4 : ป้องกันการซึมผ่านของก๊าซไนโตรเจนไปในเนื้อโลหะหลอมเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 50 :
  • กระบวนการเชื่อมแบบ SMAW ตรงตามข้อใด
  • 1 : กระบวนการเชื่อมอาร์คด้วยลวดเชื่อมชนิดหุ้มสารพอก
  • 2 : กระบวนการเชื่อมหลอมละลายด้วยลวดเชื่อมต่อเนื่อง
  • 3 : กระบวนการเชื่อมด้วยความร้อนจากเปลวไฟแก๊ส
  • 4 : กระบวนการเชื่อมด้วยความต้านทานไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • กระบวนการเชื่อมแบบ GMAW ย่อมาจากอะไร
  • 1 : Gas Metal active welding
  • 2 : Gas Manual active welding
  • 3 : Gas Manual arc welding
  • 4 : Gas Metal arc welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • สารพอกหุ้มลวด มีหน้าที่สำคัญตรงตามข้อใด
  • 1 : ทำให้อาร์คได้เรียบและช่วยถ่ายเทหยดโลหะให้สม่ำเสมอ
  • 2 : สลายตัวเป็นแก๊สและขี้ตะกรันปกคลุมบ่อหลอมละลาย
  • 3 : เพิ่มธาตุเจือที่ต้องการให้กับรอยเชื่อมของชิ้นงาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • รูพรุน(Porosity) ที่พบในแนวเชื่อม เกิดจากสาเหตุในข้อใด
  • 1 : ใช้แก๊สปกคลุมที่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเชื่อมเกิดเป็นฟองแก๊ส
  • 2 : ส่วนผสมในลวดเชื่อม ไม่หลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับเนื้อเชื่อม
  • 3 : แก๊สไฮโดรเจน ลอยหนีออกมาไม่ทันในขณะที่บ่อหลอมละลายแข็งตัว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • ในงานเชื่อม TIG วัสดุที่นิยมใช้ทำขั้วไฟฟ้าอิเล็คโทรด คือข้อใด
  • 1 : ไททาเนียม
  • 2 : ทังสเตน
  • 3 : นิกเกิลผสมโครเมียม
  • 4 : โคบอลต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 :
  • คุณสมบัติของแก๊สปกคลุมในงานเชื่อม TIG ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : แก๊สอาร์กอนเหมาะกับงานเชื่อมโลหะหนา
  • 2 : แก๊สคารบอนไดออกไซด์ทำให้การอาร์คเรียบ สม่ำเสมอ
  • 3 : แก๊สฮีเลียมช่วยการซึมลึกสูง
  • 4 : แก๊สฮีเลียมหนักกว่าแก๊สอาร์กอน 10 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :
  • กระบวนการเชื่อมแบบ GTAW กระแสเชื่อม เป็นตัวแปรที่ควบคุมปัจจัยตามข้อใด
  • 1 : ควบคุมการซึมลึกของแนวเชื่อม
  • 2 : อัตราการเติมลวดเชื่อม
  • 3 : คุณภาพของแนวเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 :
  • ข้อดีในการเชื่อมพอกผิว คือข้อใด
  • 1 : เพื่อเพิ่มความต้านทานการสึกหรอ
  • 2 : เพื่อป้องกันการผุกร่อน
  • 3 : ซ่อมเพิ่มความหนาของชิ้นงานที่สึกหรอจาการใช้งาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • ในการเชื่อมโดยวิธีการ Fusion welding น้ำโลหะในอ่างโลหะหลอมเหลวจะเกิดการเคลื่อนที่ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้น้ำโลหะเคลื่อนที่
  • 1 : Surface tension force
  • 2 : Buoyancy force
  • 3 : Electromagnetic force
  • 4 : Clamping force
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 59 :
  • สภาวะในการเชื่อมใดที่ไม่มีผลต่อการเกิด Keyhole mode welding ในการเชื่อมด้วยแสงเลเซอร์
  • 1 : ความเร็วของการเชื่อม
  • 2 : อัตราการจ่ายพลังงาน(Laser power)
  • 3 : ความสามารถในการดูดซับแสงเลเซอร์ของโลหะนั้น
  • 4 : ขนาดของลำแสงเลเซอร์ที่ตกกระทบบนผิวชิ้นงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • เลเซอร์ประเภทใดบ้างที่ถูกนำมาใช้ในงานเชื่อมโลหะ
  • 1 : คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์
  • 2 : YAG laser
  • 3 : Diode laser
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • การเชื่อมใดไม่จัดเป็นการเชื่อมประเภท Solid state welding
  • 1 : FSW(friction stir welding)
  • 2 : Diffusion bonding
  • 3 : Magnetics pulse welding
  • 4 : MIG welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :
  • วิธีการยึดชิ้นส่วนโลหะแบบใดไม่ได้จัดเป็นการเชื่อม
  • 1 : Bolt and nut
  • 2 : MIG welding
  • 3 : TIG welding
  • 4 : FSW(friction stir welding)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • วิธีการยึดโลหะสองชิ้นให้ติดกันวิธีการใดไม่จัดเป็น Mechanical Fastening
  • 1 : Bolt and nut
  • 2 : Diffusion bonding
  • 3 : Self piercing rivets
  • 4 : Clinching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 :
  • ข้อใดแสดงวิธีการยึดติดชิ้นส่วนโลหะได้ครบถ้วน
  • 1 : Mechanical Fastening
  • 2 : Welding, brazing and soldering
  • 3 : Adhesive
  • 4 : ทุกข้อรวมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • Solid state welding คือ การเชื่อมประเภทใด
  • 1 : การเชื่อมที่ต้องอาศัยลวดเชื่อม
  • 2 : เป็นการเชื่อมที่ชิ้นงานเชื่อมไม่มีการหลอมเหลวระหว่างการเชื่อม
  • 3 : เป็นการเชื่อมที่บริเวณเชื่อมเกิดการหลอมเหลวบ้างส่วนแต่บริเวณอื่นยังอยู่ในสภาพของแข็ง
  • 4 : เป็นการเชื่อมที่ใช้แสงเป็นแห่งพลังงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 66 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ก๊าซที่ใช้ปกคลุมรอยเชื่อม
  • 1 : คลอรีน
  • 2 : ไนโตรเจน
  • 3 : อาร์กอน
  • 4 : ฮีเลียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • กระบวนการเชื่อมใดไม่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์
  • 1 : TIG welding
  • 2 : MIG welding
  • 3 : Laser welding
  • 4 : Diffusion bonding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดไม่จัดว่าเป็นการเชื่อมโดยใช้ความต้านทานไฟฟ้า (Resistance welding)
  • 1 : เชื่อมจุด (Spot welding)
  • 2 : เชื่อมตะเข็บ (Seam welding)
  • 3 : เชื่อมด้วยแรงระเบิด (Explosive welding)
  • 4 : เชื่อมชนวาบ (Flash welding)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 69 :
  • ก๊าซที่ใช้ปกคลุมงานเชื่อม โดยวิธีการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ หรือ Shield metal arc welding นั้นเกิดขึ้นโดย
  • 1 : ฟลักซ์ที่หุ้มลวดอิเล็กโตรดถูกเผาไหม้จนเกิดเป็นก๊าซปกคลุม
  • 2 : การระเหยของชิ้นงานที่นำมาเชื่อมเมื่อได้รับความร้อน
  • 3 : การทำปฏิกิริยาระหว่างน้ำโลหะหลอมเหลวกันอากาศ
  • 4 : การแตกตัวของอากาศรอบๆชิ้นงานเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • ข้อใด ไม่ ช่วยแก้ปัญหา Arc blow ที่เกิดขึ้นในการเชื่อมแบบ Shield metal arc welding
  • 1 : ใช้ไฟกระแสสลับ
  • 2 : หากใช้ไฟกระแสตรงให้ลดกระแสไฟและลดความเร็วในการเชื่อม
  • 3 : เพิ่มจำนวนหัวอิเล็กโตรดที่ใช้ในการเชื่อม
  • 4 : หันหัวอิเล็กโตรดในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางการเกิด Arc blow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 71 :
  • ในการเชื่อมแบบ Multiple-arc welding โดยใช้หัวอิเล็กโตรดจำนวน 2 อัน เราควรต่อกระแสไฟในการเชื่อมแบบใดเพื่อลดการเกิด Arc blow
  • 1 : ต่อกระแสตรงทั้งสองอันโดยใช้ขั้วสลับกัน
  • 2 : ต่อกระแสตรงทั้งสองอันโดยใช้ขั้วเหมือนกัน
  • 3 : ต่อกระแสตรงและกระแสสลับอย่างละอัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 526 : Weldability of various metals and alloys
ข้อที่ 72 :
  • การเพิ่มค่าคาร์บอนเทียบเท่า (Carbon Equivalent) ในเหล็กกล้า จะทำให้เกิดผลอะไรได้บ้าง
  • 1 : เพิ่มความเหนียว (Ductility)
  • 2 : เพิ่มค่าความแข็ง (Hardness)
  • 3 : เพิ่มค่าความแข็งแรงกระแทก (Impact Strength)
  • 4 : เพิ่มความสามารถในการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 73 :
  • ถ้าไฮโดรเจนแพร่เข้าไปในเนื้อเชื่อมขณะหลอม จะทำให้เกิดอะไรขึ้น
  • 1 : เกิดรูหรือโพรง (Porosity)
  • 2 : แตกใต้แนวเชื่อม (Underbead cracking)
  • 3 : แตกในระยะเวลาต่อมา (Delayed cracking)
  • 4 : ถูกทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • โครงสร้างใดในบริเวณ HAZ มีความแข็งมากที่สุด
  • 1 : มาร์เทนไซท์
  • 2 : เฟอร์ไรท์
  • 3 : ไบไนท์
  • 4 : เพิร์ลไลท์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • ในการกำหนดค่าอุณหภูมิในการอุ่นชิ้นงาน ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง
  • 1 : ค่าคาร์บอนเทียบเท่า
  • 2 : ความหนาของชิ้นงานที่เชื่อม
  • 3 : ค่าความร้อนเข้าในการเชื่อม (Heat Input)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 76 :
  • ธาตุตัวใดสามารถใช้เป็นตัวลดออกซิเจน (Deoxidation) ในเนื้อเชื่อมได้
  • 1 : Si
  • 2 : Mn
  • 3 : Al
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 77 :
  • ความสามารถในการเชื่อมของเหล็กกล้า (weldability of steels) ชนิดใดต่อไปนี้ ดีที่สุด
  • 1 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.1%
  • 2 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.15%
  • 3 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.25%
  • 4 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.4%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • ความสามารถในการเชื่อมของเหล็กกล้า (weldability of steels) ชนิดใดต่อไปนี้ แย่ที่สุด
  • 1 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.15%
  • 2 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.25%
  • 3 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.4%
  • 4 : เหล็กกล้าที่มีคาร์บอนผสม 0.6%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • เหล็กกล้าผสม 3% หรือ 9% Ni (Ni-steel) เหมาะสมกับงานประเภทใด
  • 1 : งานอุณหภูมิสูง
  • 2 : งานทนการกัดกร่อน
  • 3 : งานอุณหภูมิต่ำที่ต้องการคำนวณค่าความเหนียว (Toughness) สูง
  • 4 : งานที่ต้องการความแข็งแรงสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 80 :
  • ธาตุตัวใดอาจจะเป็นสาเหตุของการแตกร่อน (hot crack) ในแนวเชื่อม
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : ไฮโดรเจน
  • 3 : ออกซิเจน
  • 4 : ซัลเฟอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 :
  • ท่านคิดว่าในการเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง บริเวณใดจะมีค่าความแข็งสูงที่สุด
  • 1 : บริเวณเนื้อเชื่อม
  • 2 : บริเวณที่มีผลกระทบเนื่องมาจากความร้อน (HAZ)
  • 3 : บริเวณเนื้อโลหะเดิม (Base Metal)
  • 4 : บริเวณที่มีรอยแตกในแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 82 :
  • การเย็นตัวอย่างรวดเร็วของเหล็กกล้าคาร์บอน มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : quenching
  • 2 : tempering
  • 3 : normalizing
  • 4 : stress relieving
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • การแตกของเนื้อเชื่อมอย่างทันทีทันใด เรียกว่า
  • 1 : Ductility
  • 2 : Brittleness
  • 3 : Hardness
  • 4 : Elastic limit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • โลหะตัวใดต่อไปนี้ เป็นโลหะแบบเหนียว
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : อลูมิเนียม
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแตกในการเชื่อมเหล็กหล่อ
  • 1 : อุ่นชิ้นงานก่อนการเชื่อม
  • 2 : เชื่อมแนวสั้นๆ เช่น ประมาณ 50 มม.
  • 3 : มีการใช้ฆ้อนเคาะหลังการเชื่อม (peening)
  • 4 : ให้เย็นตัวอย่างรวดเร็วหลังเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • คาร์บอนในเหล็กหล่อมีผลอย่างไรบ้าง
  • 1 : เพิ่มความสามารถในการเชื่อม
  • 2 : ลดค่าความเหนียว (ductility)
  • 3 : เพิ่มอุณหภูมิหลอมเหลว
  • 4 : เพิ่มค่าความแข็งแรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 87 :
  • ในการเชื่อมไทเทเนียม ควรจะทำอย่างไร
  • 1 : ทำการเชื่อมภายใต้บรรยากาศควบคุม ปราศจากอากาศภายนอก
  • 2 : โดยการเชื่อมก๊าซ (Oxyfuel)
  • 3 : ต้องมีการให้ความร้อนก่อนเชื่อม
  • 4 : โดยการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 88 :
  • เหล็กกล้าสเตนเลสออสเตนิติก 18-8 หมายถึงอะไร
  • 1 : 18% นิเกิล, 8% โครเมียม
  • 2 : 18% โครเมียม, 8% นิเกิล
  • 3 : มีโครเมียมและนิเกิลเทียบเท่า 18% และที่เหลือเป็นอย่างอื่น
  • 4 : มีคาร์บอน 0.18%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • เหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High Carbon Steels) มีแนวโน้มที่จะเกิดอะไร ถ้าเชื่อมโดยปราศจากการอุ่นชิ้นงานก่อนเชื่อม (Preheating) และให้ความร้อนหลังเชื่อม (Postheating)
  • 1 : แข็งและเปราะ
  • 2 : แข็งและเหนียว
  • 3 : เหนียวและนุ่ม
  • 4 : เปราะและแข็งแรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 90 :
  • เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ มี C ผสมอยู่เท่าไร
  • 1 : เท่าไร < 1%
  • 2 : 1% < 0.03%
  • 3 : 0.03% < 0.3%
  • 4 : 0.3% < 3%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 91 :
  • ในการใช้งานเชื่อมจริงเหล็กข้อใดที่ใช้การเชื่อมมากสุด
  • 1 : เหล็กที่ผ่านการขึ้นรูป
  • 2 : เหล็กหล่อ
  • 3 : เหล็กกล้าคาร์บอน
  • 4 : เหล็กกล้าผสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • ในการใช้งานเชื่อมจริงโลหะข้อใดที่ใช้การเชื่อมมากสุด
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : อะลูมิเนียม
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : ทองเหลือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • การเกิดรูพรุนในเนื้อเชื่อมมีสาเหตุจากข้อใด
  • 1 : ก๊าซ
  • 2 : กระแสเชื่อม
  • 3 : ความเร็วเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • ฟลักซ์ในงานเชื่อมแบ่งออกเป็นกี่แบบ อะไรบ้าง
  • 1 : 3 แบบ กรด กลางและด่าง
  • 2 : 3 แบบ ไม่มีไฮโดรเจน ไฮโดรเจนต่ำและสูง
  • 3 : 3 แบบ เซลลูโลส รูไทล์ และด่าง
  • 4 : 3 แบบ ให้ความแข็งแรงสูง ปานกลาง และต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 95 :
  • ทำไมต้องมีการใช้ฟลักซ์หรือก๊าซคลุมรอยเชื่อมสำหรับการเชื่อมอาร์ก
  • 1 : ป้องกันออกซิเจนทำปฏิกิริยา
  • 2 : เพื่อให้เนื้อเชื่อมมีความแข็งแรงสูง
  • 3 : ให้เกิดอาร์กเสถียร รอยเชื่อมไม่มีตำหนิ
  • 4 : เพื่อให้การเชื่อมต่อสมบูรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 96 :
  • โครงสร้างจุลภาคที่สร้างปัญหาแก่การเชื่อมเหล็กมากที่สุด คือ
  • 1 : เฟอร์ไรต์ มาร์เตนไซต์
  • 2 : ซีเมนต์ไตต์ เบนไนต์
  • 3 : มาร์เตนไซต์ ซีเมนต์ไตต์
  • 4 : เพริล์ไลต์ มาร์เตนไซต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • การแตกร้าวจากการเชื่อมเหล็กมีกี่ชนิดอะไรบ้าง
  • 1 : 2 ชนิด แตกร้าวขณะเชื่อมและแตกร้าวหลังเชื่อม
  • 2 : 2 ชนิด แตกร้าวขณะร้อนและแตกร้าวขณะเย็น
  • 3 : 2 ชนิดแตกร้าวเพราะไฮโดรเจนและแตกร้าวเพราะกำมะถัน
  • 4 : 2 ชนิด แตกร้าวเพราะความแข็งสูงและการแข็งตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • สำหรับการเชื่อมเหล็ก ปัจจัยสำคัญต่อการแตกร้าวเพราะไฮโดรเจน (Hydrogen Induced Cracking) คือ
  • 1 : ความเค้น
  • 2 : มาร์เตนไซด์
  • 3 : ก และ ข ถูก
  • 4 : ปริมาณไฮโดรเจนสูงกว่า 5 ml/g
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • การแตกร้าวขณะร้อนและขณะเย็นต่างกันอย่างไร
  • 1 : การแตกร้าวขณะร้อนเกิดขึ้นที่อุณหภูมิสูงกว่า
  • 2 : การแตกร้าวขณะร้อนเกิดขึ้นที่ความเค้นสูงกว่า
  • 3 : การแตกร้าวขณะเย็นเกิดขึ้นเพราะความเค้นขณะเย็นตัว
  • 4 : การแตกร้าวขณะเย็นเกิดขึ้นกับเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • การตัดเหล็กแผ่นด้วยก๊าซมีข้อเสีย คือ
  • 1 : ขอบตัดไม่สวยงามต้องเจียรแต่ง
  • 2 : เกิดการสูญเสียเนื้อเหล็กมากเกินความจำเป็น
  • 3 : ขอบตัดเปราะแตกหักง่ายเพราะคาร์บอนแทรกซึม
  • 4 : ใช้ตัดเหล็กแผ่นหนาตั้งแต่ 5 มม. ขึ้นไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • ข้อใดคือ คุณสมบัติของลวดเชื่อมเหล็กคาร์บอนปานกลาง
  • 1 : มีปริมาณคาร์บอนต่ำ
  • 2 : มีความแข็งแรงสูง
  • 3 : มีกำมะถันต่ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • โลหะชนิดใดที่ไม่ต้องใช้ฟลักซ์ขณะเชื่อม
  • 1 : เหล็กหล่อ
  • 2 : เหล็กกล้าไร้สนิม
  • 3 : เหล็กผสมต่ำ
  • 4 : โลหะนอกกลุ่มเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • ขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อการตัดโลหะด้วยก๊าซให้ผลดีที่สุด
  • 1 : ก๊าซออกซิเจนต้องบริสุทธิ์
  • 2 : ความเร็วต้องเหมาะสม
  • 3 : ขนาดรูของหัวตัดต้องเหมาะสม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :
  • ทำไมไม่ใช้การตัดหรือการเชื่อมด้วยก๊าซกับโครเมียมและเหล็กผสมโครเมียม นิกเกิล
  • 1 : เพราะเกิดออกไซด์ที่ผิว
  • 2 : เพราะเกิดการสูญเสียคาร์บอน
  • 3 : เพราะต้องใช้อุณหภูมิสูงมาก
  • 4 : ก และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 105 :
  • ทำไมไม่ใช้การตัดหรือการเชื่อมด้วยก๊าซกับโลหะผสมทองแดงและโลหะผสมอะลูมิเนียม
  • 1 : เพราะเกิดออกไซด์ที่ผิว
  • 2 : เพราะเกิดคาร์บอนแทรกซึม
  • 3 : เพราะต้องใช้อุณหภูมิสูงมาก
  • 4 : ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ปัญหาการเชื่อมโลหะผสมอะลูมิเนียม คือ
  • 1 : เกิดรูพรุนได้ง่าย
  • 2 : ผิวมีออกไซด์ต้องกำจัด
  • 3 : ความแข็งแรงลดลงเพราะโครงสร้างจุลภาคถูกทำลาย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 :
  • โครงสร้างจุลภาคใดที่ให้ความแกร่งเนื้อเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนผสมแมงกานีสสูง
  • 1 : โพรยูเต็กตอยเฟอร์ไรต์
  • 2 : เบนไนต์
  • 3 : อะซิคูล่าเฟอร์ไรต์
  • 4 : เพริล์ไลต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดที่ทำให้ก๊าซละลายในเนื้อเชื่อมสูงขึ้น
  • 1 : การเพิ่มกระแสเชื่อม
  • 2 : การเพิ่มไนโตรเจนในก๊าซอาร์กอนสำหรับเชื่อมทิก
  • 3 : การเพิ่มความเร็วเชื่อม
  • 4 : การเพิ่มส่วนผสมเคมีของเนื้อเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อบกพร่องในงานเชื่อม
  • 1 : รอยแหว่ง รอยแตก spatter
  • 2 : Crater สารฝังใน lack of fusion
  • 3 : Blow and worm holes การบิดตัว
  • 4 : ความแข็งแรง ความแกร่ง น้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำว่า “คุณสมบัติการเชื่อมได้ (Weldability) ของโลหะ”
  • 1 : คุณสมบัติของโลหะที่เชื่อมได้ง่ายมาก
  • 2 : คุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับลักษณะรอยต่อ
  • 3 : คุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับวิธีการเชื่อม
  • 4 : คุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติกล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับคำว่า “คุณสมบัติการเชื่อมได้ (Weldability) ของโลหะ”
  • 1 : อะลูมิเนียมมีสมบัติการเชื่อมได้สูง
  • 2 : เหล็กมีสมบัติการเชื่อมได้สูง
  • 3 : ทองแดงมีสมบัติการเชื่อมได้ต่ำกว่าอะลูมิเนียม
  • 4 : ไททาเนียมมีสมบัติการเชื่อมได้ใกล้เคียงอะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • ปริมาณคาร์บอนสมมูล (Carbon Equivalence) เท่าใดที่ทำให้ค่าคุณสมบัติการเชื่อมของเหล็กกล้าต่ำ
  • 1 : 0.25%
  • 2 : 0.35%
  • 3 : 0.45%
  • 4 : 0.55%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • ส่วนผสมซิลิคอนของลวดเชื่อมอะลูมิเนียมที่ทำให้เกิดรอยแตกขณะร้อนในเนื้อเชื่อมอะลูมิเนียม คือ
  • 1 : 0.5%
  • 2 : 1%
  • 3 : 1.5%
  • 4 : 2%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • ปัญหาการเชื่อมเหล็กหล่อได้ยากเพราะ
  • 1 : ความแข็งสูง
  • 2 : เกิดโครงสร้างมาร์เตนไซต์ได้ง่าย
  • 3 : เกิดรอยแตกขณะร้อนได้ง่าย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • ปัญหา Strain-age embrittlement ของเหล็กกล้าคาร์บอนแมงกานีสมาจากสารประกอบใด
  • 1 : เหล็กไนไตรด์
  • 2 : เหล็กคาร์ไบด์
  • 3 : อะลูมิเนียมไนไตรด์
  • 4 : เหล็กคาร์โบไนไตรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 116 :
  • ปัญหารูพรุนไนโตรเจนในเนื้อเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนจะเกิดขึ้นถ้าส่วนผสมไนโตรเจนในเนื้อเหล็กมากกว่า
  • 1 : 0.025%
  • 2 : 0.035%
  • 3 : 0.045%
  • 4 : 0.055%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • การเชื่อมที่มีสแลก เมื่อความเป็นด่างของสแลกเพิ่มขึ้นจะทำให้
  • 1 : ส่วนผสมออกซิเจนของเนื้อเชื่อมลดลง
  • 2 : ส่วนผสมแมงกานีสของเนื้อเชื่อมลดลง
  • 3 : ส่วนผสมซิลิคอนของเนื้อเชื่อมเพิ่มขึ้น
  • 4 : ส่วนผสมอะลูมิเนียมของเนื้อเชื่อมเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 118 :
  • การแก้ปัญหารอยแตกขณะร้อนของเหล็กกล้าคาร์บอนแมงกานีสลดลง คือ
  • 1 : ลดปริมาณคาร์บอน
  • 2 : ลดปริมาณกำมะถันและฟอสฟอรัส
  • 3 : เพิ่มปริมาณแมงกานีส
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการแตกร้าวขณะร้อน (Hot cracking)
  • 1 : Coherence temperature
  • 2 : Nil-ductility temperature
  • 3 : Brittle temperature
  • 4 : จุดหลอมเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 120 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับการหลีกเลี่ยงการแตกร้าวขณะเย็น (Cold cracking) ของเหล็กกล้าคาร์บอน
  • 1 : การเลือกส่วนผสม
  • 2 : การออกแบบรอยต่อ
  • 3 : การเลือกกระบวนการเชื่อม
  • 4 : การใช้วิธีการเชื่อมอาร์ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 121 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับการแตกร้าวแบบ “Lamellar”
  • 1 : รอยแตกขนานกับผิวแผ่นเหล็ก
  • 2 : แก้ปัญหาได้โดยการทำ Buttering
  • 3 : เกิดกับรอยต่อรูปตัวที
  • 4 : เกิดเพราะไฮโดรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อควรระวังสำหรับการเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับโครงสร้าง
  • 1 : ปริมาณคาร์บอนมากกว่า 0.45%
  • 2 : การอุ่นร้อน 100-250 องศาเซลเซียส
  • 3 : การแตกร้าวขณะร้อน
  • 4 : การควบคุมปริมาณไฮโดรเจนในเนื้อเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อควรระวังสำหรับการเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนความแข็งแรงสูง
  • 1 : ปริมาณไฮโดรเจนในเนื้อเชื่อม
  • 2 : การแตกร้าวขณะร้อน
  • 3 : ค่า Through-thickness ductility ระหว่าง 25%-35%
  • 4 : ปริมาณคาร์บอนสมมูลน้อยกว่า 0.45%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • ข้อใดคือคุณลักษณะของท่อเหล็กกล้าคาร์บอนใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
  • 1 : โครงสร้างจุลภาคเป็นเฟอร์ไรท์
  • 2 : มีคาร์บอนไม่เกิน 0.4%
  • 3 : มีความแกร่งสูงแม้ที่อุณหภูมิต่ำมาก
  • 4 : มีค่าการยึดตัวไม่เกิน 25%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • กระบวนการเชื่อมใดใช้สำหรับท่อเหล็กกล้าคาร์บอนใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
  • 1 : SAW (เชื่อมใต้ฟลักซ์)
  • 2 : MAG หรือ MIG
  • 3 : PAW (เชื่อมอาร์กพลาสม่า)
  • 4 : เชื่อมด้วยแสงเลเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • ข้อใดเกี่ยวข้องกับวิธีการเชื่อม (Welding procedure) ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
  • 1 : ใช้ความร้อนการเชื่อมต่ำ
  • 2 : ปัญหากาแตกร้าวขณะเย็นน้อย
  • 3 : ใช้ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์เป็นเซลลูโลส
  • 4 : ไม่มีข้อใดผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 127 :
  • มาตรฐานงานเชื่อมใดนิยมใช้สำหรับเหล็กกล้าคาร์บอนมากสุด
  • 1 : AWS D1.1
  • 2 : BS 5500
  • 3 : ASME
  • 4 : ASTM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • ธาตุกลุ่มใดที่เพิ่มการแตกร้าวขณะร้อนของเหล็กกล้าคาร์บอน
  • 1 : Mo, Cr, B, Nb
  • 2 : B, Nb, Al, Ni
  • 3 : Zr, B, V, Al
  • 4 : B, Ni, V, Ti
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • สำหรับการเชื่อมทิกข้อใดทำให้รอยซึมลึกน้อยหรือเนื้อเชื่อมของเหล็กกล้าไร้สนิมกว้าง
  • 1 : มีส่วนผสมกำมะถันหรือออกซิเจนสูง
  • 2 : ผสมไนโตรเจนในก๊าซปกคลุมอาร์กอน
  • 3 : ผสมไฮโดรเจนในก๊าซปกคลุมอาร์กอน
  • 4 : ใช้ก๊าซอาร์กอนบริสุทธิ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • ข้อใดไม่จัดอยู่ในข้อกำหนดของ IIW (International Institute of Welding) เรื่องการหลีกเลี่ยงระยะซึมลึกของเนื้อเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติกไม่สม่ำเสมอ
  • 1 : มีส่วนผสมของธาตุหายาก (Rare earth) ไม่เกิน 0.01%
  • 2 : ส่วนผสมกำมะถันไม่น้อยกว่า 0.01%
  • 3 : มีส่วนผสมอะลูมิเนียมไม่เกิน 0.01%
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • เนื้อเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติกมักเกิดข้อบกพร่องใด
  • 1 : รอยแตกขณะเย็น
  • 2 : รอยแตกขณะร้อน
  • 3 : ปริมาณเดลต้าเฟอร์ไรต์สูง
  • 4 : เกิดเฟสซิกม่าทำให้เปราะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :
  • การแข็งตัวของเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติกแบบใดที่มีโอกาสทำให้เกิดรอยแตกร้าวขณะร้อนมาก
  • 1 : เกิดเฟอร์ไรต์ก่อน
  • 2 : เกิดปฏิกิริยาเพอริเทกติก
  • 3 : เกิดปฏิกิริยายูเทกติก
  • 4 : เกิดออสเตนไนต์ก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 1 : มาร์เตนซิติก เฟอริติก ออสเตนนิติก ดูเพล็กซ์ และ พีเอช
  • 2 : AISI 201, 409, 304, 316, 430, 446
  • 3 : 18-8 Cr-Ni steel, 17-4, 13-8 Mo
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ค่า Cr equivalence ต่อ Ni equivalence เท่าใดที่ทำให้เนื้อเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติกเกิดรอยแตกขณะร้อนได้ยาก
  • 1 : 1.0-1.4
  • 2 : 1.5-1.9
  • 3 : 1.2-1.7
  • 4 : 1.4-1.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาการตกตะกอนโครเมียมคาร์ไบด์ในรอยเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 1 : ปริมาณคาร์บอนไม่เกิน 0.03%
  • 2 : ผสมธาตุไนโอเบียม ไททาเนียม วาเนเดียม
  • 3 : อบละลายหลังการเชื่อมที่อุณหภูมิ 950 องศาเซลเซียส
  • 4 : อบหลังการเชื่อมที่อุณหภูมิ 870-900 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 136 :
  • การเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมเกรดใดง่ายที่สุด
  • 1 : มาร์เตนซิติก
  • 2 : เฟอรริติก
  • 3 : ออสเตนนิติก
  • 4 : ดูเพล็กซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • ปัญหาการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมเฟอริติก คือ
  • 1 : เกรนโต และเปราะในส่วน HAZ
  • 2 : แตกร้าวขณะร้อนได้ง่าย
  • 3 : เกิดเฟสซิกม่าและเปราะ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • ข้อใด คือ ปัญหาที่ต้องควบคุมปริมาณเดลต้าเฟอร์ไรต์ในเนื้อเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติก
  • 1 : ความแกร่งลดลง
  • 2 : เกิดการแตกขณะร้อนได้ง่าย
  • 3 : เกิดเฟสซิกม่าทำให้เนื้อเชื่อมเปราะ
  • 4 : เกิดสารประกอบคาร์ไบด์ตกตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • ข้อใด คือ ปัญหาการเชื่อมพอกผิวแผ่นเหล็กกล้าผสมต่ำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 1 : การแตกร้าวเพราะไฮโดรเจน
  • 2 : การแตกร้าวตรงรอยต่อ
  • 3 : ส่วนผสมเคมีของรอยต่อเนื้อเชื่อมกับผิวพื้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 140 :
  • กระบวนการเชื่อมพอกผิวแผ่นเหล็กที่นิยมใช้ คือ
  • 1 : SAW, ESW
  • 2 : MIG, FCAW
  • 3 : SMAW, MAG
  • 4 : ESW, LW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 141 :
  • คู่ข้อใดถูกต้องสำหรับการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 1 : AISI 304 กับ E308
  • 2 : AISI 321 กับ E347
  • 3 : AISI 316 กับ E 316L
  • 4 : AISI 316 กับ E309
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • ข้อใดคือปัญหาการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมพีเอช (PH alloy)
  • 1 : โครงสร้างจุลภาคที่แข็งมาก
  • 2 : การอบหลังการเชื่อมเพื่อปรับโครงสร้างจุลภาค
  • 3 : คุณสมบัติกลเปลี่ยนไปหลังการเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • อะลูมิเนียมเกรดใดที่สามารถเชื่อมได้
  • 1 : 7075, 6063, 5154
  • 2 : 1060, 6061, 5456
  • 3 : 1006, 3003, 2014
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 144 :
  • ก๊าซใดก่อปัญหารูพรุนในเนื้อเชื่อมทองแดง
  • 1 : ไนโตรเจน
  • 2 : ไฮโดรเจน
  • 3 : ออกซิเจน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • ธาตุที่ทำให้ทองแดงเกิดรอยแตกขณะร้อนได้ง่าย คือ
  • 1 : นิกเกิล อะลูมิเนียม ซิลิคอน
  • 2 : บิทมัส ตะกั่ว ซิลิคอน
  • 3 : ฟอสฟอรัส ซิลิคอน ตะกั่ว
  • 4 : กำมะถัน นิกเกิล อะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • ธาตุที่ทำให้นิกเกิลและโลหะผสมนิกเกิลเกิดรอยแตกขณะร้อนได้ง่าย
  • 1 : ทองแดง เหล็ก ซิลิคอน
  • 2 : บิทมัส ตะกั่ว โครเมียม
  • 3 : กำมะถัน ฟอสฟอรัส ตะกั่ว
  • 4 : กำมะถัน อะลูมิเนียม โครเมียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • มาตรฐานงานเชื่อมใดที่ไม่ใช่มาตรฐานงานเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 1 : ASME
  • 2 : BS 5500
  • 3 : AWS A5.4
  • 4 : EN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเชื่อมไททาเนียม
  • 1 : เปราะ เพราะ คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเจน
  • 2 : โลหะผสมประเภท อัลฟ่า ไม่สามารถเชื่อมได้
  • 3 : โลหะผสม Ti-6Al-4V เชื่อมได้ง่าย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • การแตกร้าวชนิดใดที่มีโอกาสเกิดขึ้นในการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค AISI 316L
  • 1 : การแตกร้าวขณะเย็น (Cold Cracking)
  • 2 : การแตกร้าวที่มีสาเหตุมาจากไฮโดรเจน ( Hydrogen Induced Cracking)
  • 3 : การแตกร้าวที่มีสาเหตุมาจากการตกผลึกโครเมียมคาร์ไบด์
  • 4 : การแตกร้าวขณะร้อน (Hot Cracking)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • อะไรคือปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นจากการเชื่อมเหล็กกล้าที่มีปริมาณคาร์บอนสูง
  • 1 : มีโอกาสแตกร้าวในบริเวณรอยกระทบร้อน (Heat Affected Zone) ง่าย
  • 2 : ไม่สามารถใช้เพิ่มความเร็วการเชื่อมได้
  • 3 : ต้องการกระแสอาร์ค (Arc Current) สูง
  • 4 : ต้องการก๊าซปกคลุมชนิดพิเศษ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 151 :
  • ข้อใดคือตัวแปรสำคัญของการออกไซด์ (Oxide) ในเนื้อโลหะแนวเชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : ปริมาณไนโตรเจนของเนื้อโลหะแนวเชื่อม
  • 2 : ปริมาณไฮโดรเจนของเนื้อโลหะแนวเชื่อม
  • 3 : ปริมาณออกซิเจนของเนื้อโลหะแนวเชื่อม
  • 4 : ปริมาณฟอสฟอรัสของเนื้อโลหะแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • เหตุใด Iron-Carbon Equilibrium Diagram จึงไม่เหมาะสมสำหรับใช้อธิบายโครงสร้างจุลภาคของรอยกระทบร้อนเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : รอยกระทบร้อนมีอัตราการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว
  • 2 : โลหะพื้น (Base Metal) มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่าปกติ
  • 3 : เนื้อโลหะเกิดการหลอมเหลวในระหว่างการเชื่อม
  • 4 : ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคหลังจากการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • คุณสมบัติข้อใดที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนปฏิบัติการเชื่อมประสานเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : มีปริมาณคาร์บอนเทียบเท่าไม่เกิน 0.4 เปอร์เซ็นต์
  • 2 : มีค่า Hardenability สูง
  • 3 : มีค่า Weldability ต่ำ
  • 4 : มีปริมาณโครเมียมสูงเพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 154 :
  • ตัวแปรใดสามารถใช้บ่งชี้ว่าเหล็กกล้าประเภทใดสามารถนำมาเชื่อมประสานได้หรือไม่
  • 1 : คุณภาพผิวของเหล็กล้า
  • 2 : การเตรียมรอยบากชนแผ่นเหล็กกล้าสำหรับการเชื่อมประสาน
  • 3 : ความหนาของแผ่นเหล็กกล้า
  • 4 : ค่าคาร์บอนเทียบของเหล็กกล้าชนิดนั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาหลักที่พบได้บ่อยในการเชื่อมอลูมิเนียม
  • 1 : ไม่เกิดการแตกร้าวขณะร้อน (Hot Cracking)
  • 2 : เกิดผิวออกไซด์บนแนวเชื่อมได้ง่าย
  • 3 : เกิดการแตกร้าวขณะเย็น (Cold Cracking)
  • 4 : โครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • วิธีการใดที่เหมาะสำหรับการเชื่อมแผ่นอลูมิเนียมความหนาสูง
  • 1 : Gas Tungsten Arc Welding (GTAW)
  • 2 : Gas Metal Arc Welding (GMAW)
  • 3 : Shielded Metal Arc Welding (SMAW)
  • 4 : Electron Beam Welding (EBW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • เหตุใดจึงมีการใช้เทคนิค Alternating Current Gas Tungsten Arc Welding สำหรับการเชื่อมอลูมิเนียม
  • 1 : เพื่อลดระดับอุณหภูมิของชิ้นงานระหว่างการเชื่อม
  • 2 : เพื่อกำจัดออกไซด์ออกจากผิวแนวเชื่อมในระหว่างการเชื่อม
  • 3 : เพื่อหลีกเลี่ยงการทำ Preheat ก่อนการเชื่อม
  • 4 : เพื่อเพิ่มความเร็วการเชื่อม (Welding Speed)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 158 :
  • อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเชื่อมประสานอลูมิเนียมยากกว่าเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : มีชั้นอลูมิเนียมออกไซด์บนผิว
  • 2 : อลูมิเนียมมีค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) ต่ำ
  • 3 : อลูมิเนียมมีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อน (Thermal Expansion Coefficient) ต่ำ
  • 4 : อลูมิเนียมมีจุดหลอมเหลวต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 159 :
  • ลวดเชื่อม (Coated Electrode) ชนิดใดเหมาะสำหรับการเชื่อมเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Strength Steel) เพื่อป้องกันการแตกร้าวขณะเย็น (Cold Cracking)
  • 1 : Cellulosic Electrode
  • 2 : Rutile Electrode
  • 3 : Acid Electrode
  • 4 : Basic Electrode
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • เหตุใดปริมาณออกซิเจนในแนวเชื่อมของเหล็กกล้าผสมต่ำจึงต้องมีการควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำ
  • 1 : เพื่อความสามารถการยืดตัวของเหล็กกล้า
  • 2 : เพื่อลดการเกิดโครงสร้างมาร์เทนไซต์ในบริเวณรอยกระทบร้อน (HAZ)
  • 3 : เพื่อลดอัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมในระหว่างการเย็นตัว
  • 4 : ป้องกันการเกิดโครงสร้างมาร์เทนไซต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 161 :
  • ข้อใดที่ไม่มีอิทธิพลต่อการเกิดแตกร้าวขณะร้อนของแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : ส่วนผสมทางเคมี (Chemical Composition)
  • 2 : ความร้อนป้อนเข้าที่สูงเกินไป (Excessive Heat Input)
  • 3 : รูปแบบการยึดชิ้นงาน (Intensity of Restraint)
  • 4 : ปริมาณไฮโดรเจน (Hydrogen)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • สารมลทินชนิดใดต้องมีการควบคุมในอยู่ในระดับต่ำเพื่อป้องกันการแตกร้าวขณะร้อน
  • 1 : ซัลเฟอร์และฟอสฟอรัส
  • 2 : ดีบุกและตะกั่ว
  • 3 : ทังสเตนและวานาเดียม
  • 4 : ไนโตรเจนและคาร์บอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 163 :
  • ข้อใดสามารถใช้เพื่อประเมินค่าความสามารถในการเชื่อม (Weldability) ของเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : ปริมาณโครเมียมเทียบเท่า (Chromium Equivalent)
  • 2 : ปริมาณคาร์บอนเทียบเท่า (Carbon Equivalent)
  • 3 : ปริมาณนิกเกิลเทียบเท่า (Nickel Equivalent)
  • 4 : ปริมาณออกซิเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • ความไม่สมบูรณ์ของแนวเชื่อมข้อใดเป็นผลมาจากการเลือกใช้พารามิเตอร์การเชื่อมไม่เหมาะสม
  • 1 : Undercut
  • 2 : รอยแตกร้าวขณะเย็น
  • 3 : รอยแตกร้าวขณะร้อน
  • 4 : โพรงอากาศในเนื้อโลหะแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • การผสมธาตุชนิดใดในเหล็กกล้าไร้สนิมมาร์เทนซิติคทำให้อุณหภูมิการเกิดมาร์เทนไซต์ (Ms Temperature) เพิ่มขึ้น
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : โมลิบดินั่ม
  • 3 : นิกเกิล
  • 4 : แมงกานิส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • ควรเติมธาตุชนิดใดลงไปในเหล็กกล้าคาร์บอนเพื่อป้องกันปัญหาการแตกร้าวขณะร้อนระหว่างการเชื่อม
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : ซิลิกอน
  • 3 : แมงกานีส
  • 4 : นิกเกิล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 167 :
  • โลหะชนิดใดมีความเสี่ยงต่อการเกิดแตกร้าวขณะเย็นหลังจากผ่านกระบวนการเชื่อม
  • 1 : เหล็กกล้าผสมต่ำความแข็งแรงสูง
  • 2 : อลูมิเนียมอัลลอย
  • 3 : เหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค
  • 4 : นิกเกิลอัลลอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • ข้อใดคือสาเหตุสำคัญของปัญหาการกัดกร่อนตามขอบเกรน (Intergranular Corrosion) บริเวณแนวเชื่อมและรอยกระทบร้อน (HAZ) ของเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : การลดปริมาณคาร์บอนในเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 2 : การเพิ่มปริมาณไนโตรเจนในเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 3 : การเกิดชั้นฟิล์มโครเมียมออกไซด์บนผิวเหล็กกล้า
  • 4 : การเกิดผลึกโครเมียมคาร์ไบด์บริเวณขอบเกรน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 169 :
  • ธาตุชนิดใดช่วยลดการเกิดผลึกโครเมียมคาร์ไบด์ในรอยกระทบร้อนของเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค?
  • 1 : ไนโตรเจน
  • 2 : อลูมีเนียม
  • 3 : ไททาเนียม
  • 4 : แมงกานีส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 170 :
  • เหตุใดต้องมีการควบคุมปริมาณออกซิเจนของแนวเชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : เพื่อลดความสามารถในการยืดตัวของแนวเชื่อม
  • 2 : เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงกระแทกของแนวเชื่อม
  • 3 : ลดระดับความแข็งของแนวเชื่อม
  • 4 : ป้องกันการแตกร้าวขณะร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 :
  • ก๊าซปกคลุมชนิดใดช่วยลดปริมาณเดลต้าเฟอร์ไรท์ในแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : อาร์กอน
  • 2 : อาร์กอน+ฮีเลียม
  • 3 : อาร์กอน+ไฮโดรเจน
  • 4 : อาร์กอน+ไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • ธาตุชนิดใดไม่จัดอยู่ในกลุ่มที่ทำให้เกิดโครงสร้างออสเทนไนท์ในแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : โครเมียม
  • 3 : นิกเกิล
  • 4 : แมงกานีส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 :
  • ปัญหาการแตกร้าวชนิดใดสามารถพบแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมมาร์เทนซิติค
  • 1 : การแตกร้าวขณะเย็น
  • 2 : การแตกร้าวขณะร้อน
  • 3 : การแตกร้าวในเกรนออสเทนไนต์
  • 4 : การแตกร้าวระหว่างเกรนเฟอร์ไรต์และออสเทนไนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • ปัจจัยใดช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแตกร้าวขณะร้อนในแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : การเพิ่มปริมาณเดลต้าเฟอร์ไรท์ในเนื้อโลหะรอยเชื่อม
  • 2 : การลดสัดส่วนของโครเมียมเทียบเท่าต่อนิกเกิลเทียบเท่า
  • 3 : การเพิ่มปริมาณสารมลทินในเนื้อโลหะรอยเชื่อม
  • 4 : การลดอัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 :
  • เหตุใดจึงไม่เกิดโครงสร้างมาร์เทนไซต์ในแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : มีปริมาณธาตุในกลุ่มเพิ่มความเสถียรโครงสร้างออสเทนไนต์สูง
  • 2 : ระดับอุณหภูมิการเกิดมาร์เทนไซต์สูงกว่าอุณหภูมิห้อง
  • 3 : อัตราการเย็นตัวหลังของแนวเชื่อมต่ำ
  • 4 : มีปริมาณโครเมียมต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  • วิธีการเชื่อมวิธีใดไม่เหมาะสำหรับการเชื่อมไททาเนียมอัลลอย
  • 1 : Shielded Metal Arc Welding
  • 2 : Gas Tungsten Arc Welding
  • 3 : Plasma Arc Welding
  • 4 : Electron Beam Welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • อะไรคือข้อจำกัดของการเลือกใช้วิธีการเชื่อมสำหรับไททาเนียม
  • 1 : ไททาเนียมทำปฏิกริยากับออกซิเจนได้ง่าย
  • 2 : ไททาเนียมมีผิวมันวาว
  • 3 : ไททาเนียมมีราคาแพง
  • 4 : ไททาเนียมมีความแข็งแรงสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • อะไรคือสาเหตุการเกิดโครงสร้างมาร์เทนไซต์ในรอยกระทบร้อนของเหล็กกล้าผสมต่ำ
  • 1 : อัตราการเย็นตัวหลังการเชื่อมสูง
  • 2 : มีปริมาณคาร์บอนต่ำ
  • 3 : ระดับอุณหภูมิการเกิดมาร์เทนไซต์ต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง
  • 4 : มีปริมาณไนโตรเจนเพียงพอสำหรับการเกิดโครงสร้างมาร์เทนไซต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :
  • การทดสอบวิธีใดสามารถใช้ประเมินหาความสามารถต้านทานการแตกร้าวขณะเย็นของเหล็กกล้าผสมต่ำได้
  • 1 : การทดสอบแรงกระแทก
  • 2 : การทดสอบแรงดึง
  • 3 : การทดสอบความแข็ง
  • 4 : การทดสอบแบบ Tekken (Tekken Test)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :
  • การทดสอบวิธีใดสามารถใช้ประเมินหาความสามารถต้านทานการเกิดแตกร้าวขณะร้อนของเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : Cruciform Cracking Test
  • 2 : Implant Test
  • 3 : Varestraint Test
  • 4 : Tekken Test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • วิธีการเชื่อมแบบใดนิยมใช้สำหรับการเชื่อมประกอบตัวถังรถยนต์
  • 1 : Spot Welding
  • 2 : Electron Beam Welding
  • 3 : Gas Tungsten Arc Welding
  • 4 : Submerged Arc Welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • เหตุใดลวดเชื่อม (Filler Metal) จึงจำเป็นต้องมีส่วนผสมทางเคมีใกล้เคียงกับโลหะพื้นฐาน (Base Metal)
  • 1 : เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับแนวเชื่อม
  • 2 : เพื่อลดความแข็งแรงของแนวเชื่อม
  • 3 : เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติทางกลของแนวเชื่อม
  • 4 : เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 183 :
  • ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้ความสามารถในการรับแรงกระแทกของรอยกระทบร้อนแนวเชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำลดลง
  • 1 : การลดปริมาณออกซิเจนของรอยกระทบร้อนแนวเชื่อม
  • 2 : การเพิ่มปริมาณ Inclusion ของรอยกระทบร้อนแนวเชื่อม
  • 3 : การลดขนาดเกรนของรอยกระทบร้อนแนวเชื่อม
  • 4 : การอบคลายความเครียดหลังจากการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 184 :
  • ข้อดีของเดลต้าเฟอร์ไรท์ที่ปรากฏอยู่ในแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : ช่วยเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนแบบรูเข็มของแนวเชื่อม
  • 2 : ช่วยเพิ่มความต้านทานการแตกร้าวขณะร้อนของแนวเชื่อม
  • 3 : ช่วยเพิ่มความสามารถในการยืดตัวของแนวเชื่อม
  • 4 : ช่วยลดขนาดเกรนของออสเตนไนท์ในระหว่างการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 185 :
  • ธาตุชนิดใดที่มีอิทธิพลต่อการแตกร้าวขณะร้อนของแนวเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอน
  • 1 : ซัลเฟอร์
  • 2 : ไฮโดรเจน
  • 3 : ดีบุก
  • 4 : แมงกานีส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • ข้อใดคือโครงสร้างผลึกของอลูมิเนียม
  • 1 : Face Center Cubic (FCC)
  • 2 : Body Center Cubic (BCC)
  • 3 : Tetragonal Center Cubic (TCC)
  • 4 : Hexagonal Closed Pack (HCP)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง (Medium Carbon Steel) ควรมีปริมาณคาร์บอนอยู่ในช่วงใด
  • 1 : น้อยกว่า 0.25 เปอร์เซ็นต์
  • 2 : 0.25 ถึง 0.50 เปอร์เซ็นต์
  • 3 : 0.50 ถึง 1.00 เปอร์เซ็นต์
  • 4 : มากกว่า 1.1 เปอร์เซ็นต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • อุณหภูมิหลอมเหลว (Melting Temperature) ของอลูมิเนียมออกไซด์คือ
  • 1 : ประมาณ 660 องศาเซลเซียส
  • 2 : ประมาณ 1,050 องศาเซลเซียส
  • 3 : ประมาณ 1,930 องศาเซลเซียส
  • 4 : ประมาณ 2,200 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • วิธีการใดเหมาะสมสำหรับใช้เชื่อมทองแดงผสมแผ่นบางมากที่สุด
  • 1 : GMAW
  • 2 : SMAW
  • 3 : SAW
  • 4 : GTAW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • อุณหภูมิหลอมเหลว (Melting Temperature) ของเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง
  • 1 : ประมาณ 721 องศาเซลเซียส
  • 2 : ประมาณ 910 องศาเซลเซียส
  • 3 : ประมาณ 1,400 องศาเซลเซียส
  • 4 : ประมาณ 1,530 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • ปัญหาที่ยุ่งยากในทางปฏิบัติในขั้นตอนการเชื่อมโลหะผสมพิเศษสำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิสูงที่ประกอบไปด้วยธาตุอะลูมิเนียมและไทเทเนียมคืออะไร
  • 1 : การเกิดอ๊อกไซด์ฟิล์มจากธาตุทั้ง 2 ขณะทำการเชื่อมทำให้รอยเชื่อมไม่มีความแข็งแรง
  • 2 : ต้องใช้ก๊าซเฉื่อย เช่น ก๊าซอาร์กอนพ่นตรงบริเวณที่จะถูกเชื่อมเพื่อป้องกันฟิล์มอ๊อกไซด์
  • 3 : ต้องเตรียม Chamber พิเศษเช่นมีสภาวะสุญญากาศสำหรับป้องกันการเกิดอ๊อกไซด์ฟิล์ม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 192 :
  • ในการเชื่อมโลหะนิกเกิล คุณสมบัติของนิกเกิลที่ต้องพึงระวังในการเชื่อมโดยทั่วไป คือ
  • 1 : มีคุณสมบัติละลายก๊าซได้ดี ทำให้เกิดรอยพรุนในเนื้อเชื่อมได้
  • 2 : เกิดสารประกอบนิกเกิลซัลไฟด์ (NiS) ทำให้เกิดรอยแตกร้าวขณะร้อน (Hot Cracking)
  • 3 : การเกิดขึ้นของนิกเกิลออกไซด์ (NiO) ทำให้เกิดบ่อน้ำโลหะ (Weld pool)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • การเชื่อมแบบใดที่เหมาะสมสำหรับทำการเชื่อมโลหะผสมพิเศษนิกเกิลที่มีความแข็งแรงมาจากการกระจายตัวของอนุภาคอ๊อกไซด์อยู่ทั่วไปภายในเนื้อพื้น (Matrix) ที่ผลิตจากกรรมวิธีโลหะผง
  • 1 : Gas Tungsten Arc Welding (GTAW)
  • 2 : Gas Metal Arc Welding (GMAW)
  • 3 : Shielded Metal Arc Welding (SMAW)
  • 4 : Brazing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :
  • ในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษโคบอลต์แบบ Brazing, Filler metals ที่ทำด้วยโลหะชนิดใดที่ให้ค่าความแข็งแรง และความต้านทานต่อการเกิด Oxidation ที่อุณหภูมิสูงต่ำสุด
  • 1 : เงินหรือทองแดง
  • 2 : นิกเกิล
  • 3 : โคบอลค์
  • 4 : ทอง-พาลาเดียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • โลหะผสมไทเทเนียมที่มีโครงสร้างแบบใดที่ไม่เหมาะสมกับการเชื่อมประเภท Fusion welding
  • 1 : โครงสร้างที่มีเฟส อัลฟ่า อย่างเดียว
  • 2 : โครงสร้างที่มีเฟส อัลฟ่า เป็นส่วนใหญ่
  • 3 : โครงสร้างผสมที่มีเฟส อัลฟ่า- เบต้า
  • 4 : โครงสร้างที่มีเฟส เบต้า เป็นส่วนใหญ่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 196 :
  • สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างมากในการเชื่อมข้อใดของโลหะผสมไทเทเนียมที่เหมือนกับการเชื่อมโลหะผสมพิเศษ
  • 1 : การควบคุมบรรยากาศการเชื่อม
  • 2 : การควบคุมเฟสที่ตกผลึกออกมาได้
  • 3 : การทำ Pre weld และ Post weld
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • โลหะประเภทใดที่เกิดปัญหาโดยรอยเชื่อมมีความเปราะได้ง่ายที่สุด
  • 1 : โลหะไทเทเนียม
  • 2 : โลหะผสมไทเทเนียมที่มีเฟสเป็นโครงสร้างแบบ อัลฟ่า น้อยมาก
  • 3 : โลหะผสมไทเทเนียมที่มีเฟสเป็นโครงสร้างแบบ เบต้า ที่เสถียรเล็กน้อย
  • 4 : โลหะผสมไทเทเนียมที่มีเฟสเป็นโครงสร้างแบบ เบต้า ที่เสถียรมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 198 :
  • การเชื่อมโลหะผสมไทเทเนียมประเภทอัลฟา-เบต้า และเบต้า เราสามารถเพิ่มความแข็งแรงของวัสดุได้โดยวิธีใด
  • 1 : Cold work
  • 2 : Hot work
  • 3 : การอบอ่อน (Annealing) ในช่วง Pre weld treatment
  • 4 : การบ่มแข็ง (Aging) ในช่วง Post weld treatment
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • ความเหนียวของรอยเชื่อม (Weld ductility) ในโลหะผสมไทเทเนียมที่มีโครงสร้างแบบ อัลฟา-เบต้า ส่วนใหญ่จะมีค่าต่ำเนื่องจากสาเหตุใด
  • 1 : อ๊อกไซด์ฟิล์มในรอยเชื่อม
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงของเฟสในแนวรอยเชื่อมหรือในบริเวณ HAZ
  • 3 : เกิดการตกตะกอนของไฮไดรด์ในแนวรอยเชื่อม
  • 4 : เป็นไปได้ทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • ในการใช้โลหะไทเทเนียมเป็น Filler-Metal ในการเชื่อมโลหะผสมไทเทเนียมแบบ GTAW มีข้อดีอย่างไร
  • 1 : ทำให้รอยเชื่อมมีโอกาสเกิดเฟสเบต้าได้น้อยลง
  • 2 : ลดปริมาณการเกิดการเปลี่ยนแปลงของเฟสในรอยเชื่อม
  • 3 : เพิ่มสมบัติความเหนียวของรอยเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 201 :
  • โดยทั่วไปแล้ว Filler-metals ที่ทำด้วยโลหะไทเทเนียมและมีส่วนผสมของออกซิเจนไฮโดรเจน, ไนโตรเจนและคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย ในการเชื่อมโลหะผสมไทเทเนียมมีหน้าที่หลักในด้านใด
  • 1 : ป้องกันการเกิดฟิล์มต่าง ๆ ที่รอยเชื่อม
  • 2 : ควบคุมขนาดของผลึกในรอยเชื่อม
  • 3 : เพิ่มความแข็งแรงของรอยเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • ในการเชื่อมโลหะไทเทเนียมด้วยวิธีการเชื่อมแบบ Electron Beam Welding (EBW) มีข้อดีกว่าการเชื่อมแบบ Arc Welding อย่างไร
  • 1 : สามารถเชื่อมรอยเชื่อมที่มีหน้ากว้างน้อยและมีความลึกมากได้ดี
  • 2 : มีบริเวณของ Heat –Affected zone (HAZ) น้อยกว่า
  • 3 : มีความทนทานต่อการเปลี่ยนรูปเมื่อมีการขยายหรือหดตัวจากความร้อนที่สูงกว่า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • โลหะผสมพิเศษกลุ่มใดที่มีปัญหายุ่งยากในการเชื่อมโดยเฉพาะต้องคำนึงถึงปัญหาแบบ strain-age cracking
  • 1 : Inconel 718, Inconel X, และ Nimonic มากที่สุด
  • 2 : Inconel 702, Warpoloy , และ Rene 41
  • 3 : Mar-M-200, Udimet 500 และ Udimet 700
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :
  • โลหะผสมพิเศษกลุ่มใดต่อไปนี้ที่มีความยุ่งยากในการเชื่อมน้อยที่สุด
  • 1 : โลหะผสมพิเศษเหล็ก-นิกเกิล แบบ Precipitation Strengthening
  • 2 : โลหะผสมพิเศษนิกเกิลแบบ Precipitation Strengthening ที่ได้จากการรีด
  • 3 : โลหะผสมพิเศษนิกเกิลแบบ Precipitation Strengthening ที่ได้จากการหล่อ
  • 4 : โลหะผสมพิเศษโคบอลต์แบบ Carbide Strengthening
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  • สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษนิกเกิลแบบสารละลายของแข็ง (Solid Solution Strengthening) ที่ได้จากการรีดอีกประการหนึ่งคือ ขนาดของผลึกเริ่มต้นเพราะสามารถส่งผลในด้าน
  • 1 : ความสามารถในการเชื่อม
  • 2 : ความต้านทานสูงสุดต่อการคืบ
  • 3 : ความสามารถในการเปลี่ยนรูป (Ductility) และความยืดหยุ่น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  • การเชื่อมโลหะผสมพิเศษนิกเกิลแบบ Gamma-Precipitation Strengthening ในอากาศอาจเกิดเหตุการณ์ใดได้บ้าง
  • 1 : ธาตุอะลูมิเนียมและไทเทเนียมอาจสูญเสียจากเนื้อโลหะพื้น (Matrix)
  • 2 : สัดส่วนเชิงปริมาณของอนุภาค Gamma ลดลง
  • 3 : การกระจายตัวของอนุภาค Gamma เกิดการบิดเบือนในโครงสร้าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 207 :
  • ในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษนิกเกิลประเภทที่มีความแข็งแรงเนื่องจากอนุภาคคาร์ไบด์ (Carbide Hardening) และโลหะผสมพิเศษโคบอลต์ โดยทั่วไปแล้ว filler ควรจะมีลักษณะที่สำคัญที่สุด
  • 1 : หาได้ง่าย
  • 2 : ราคาถูก
  • 3 : ไม่เกิดอ๊อกไซด์ขณะทำการเชื่อม
  • 4 : มีส่วนผสมทางเคมีของธาตุที่จะทำให้เกิดคาร์ไบด์ เช่น โครเมียม, ไนโอเนียม และคาร์บอนที่อิ่มตัวอย่างยิ่งยวดน้อยกว่าโลหะผสมพิเศษที่จะถูกเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 208 :
  • ธาตุตัวใดที่ไม่ถือว่าเป็นสิ่งปนเปื้อนในโลหะผสมพิเศษที่สามารถส่งผลให้เกิด Liquation Cracking ในระหว่างการเชื่อมโลหะผสมพิเศษ
  • 1 : ซัลเฟอร์
  • 2 : ฟอสฟอรัส
  • 3 : ตะกั่ว
  • 4 : โบรอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 209 :
  • โลหะใดบ้างที่ต้องระวังในขณะทำการเชื่อม เนื่องจากมีจุดหลอมเหลวต่ำ สามารถแพร่เข้าไปแทรกอยู่ที่ขอบผลึกได้ทำให้ความแข็งแรงของผลึกลดลง (หมายเหตุ : อุปกรณ์การเชื่อมและ Chills ส่วนใหญ่ทำจากโลหะประเภทนี้และนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางต้องระวังไม่มีการหลุดลงไปที่ผิวของชิ้นงานเชื่อมของโลหะผสมพิเศษ
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : ทองเหลือง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • การเชื่อมประเภทใดที่นิยมใช้สำหรับการเชื่อมโลหะผสมพิเศษนิกเกิล (Precipitation Strengthening) ที่ได้จาก การหล่อ
  • 1 : TIG
  • 2 : EBW
  • 3 : LBW
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  • โลหะผสมกลุ่มใดที่เหมาะสำหรับเป็น Filler Metals ในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษนิกเกิล-เหล็ก เกรด IN-718 ในการเชื่อมแบบ GTAW เพื่อให้ได้ค่าบ่มแข็งเชิงกลสูงสุด
  • 1 : Rene 41, GMS 235 และ IN-718 (โลหะผสมพิเศษนิกเกิล-เหล็กที่บ่มแข็งได้)
  • 2 : Hostelloy S และ Inconel 82 (โลหะผสมพิเศษนิกเกิลที่ได้ความแข็งแรงแบบสารละลายของแข็ง)
  • 3 : WI-52, X-40 และ FSX-414 (โลหะผสมพิเศษโคบอลต์ที่ได้ความแข็งแรงแบบสารละลายของแข็ง)
  • 4 : ใช้กลุ่มใดก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเชื่อมประเภท Fusion Welding โดยเฉพาะการแตกร้าวของรอยเชื่อมขณะแข็งตัว และปัญหาการลดลงของความแข็งแรงแบบดึงโดยเฉพาะที่ Heat-Affected Zone (HAZ) ในโลหะประเภทใด ต่อไปนี้เกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด
  • 1 : โลหะอลูมิเนียม
  • 2 : โลหะผสมอลูมิเนียม-แมกนีเซียม
  • 3 : โลหะผสมอลูมิเนียม-แมงกานีส
  • 4 : โลหะผสมอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :
  • แก๊สชนิดใดถ้ามีปริมาณสูงเกินไปสามารถทำให้เกิดรูพรุน(Porosity) ในรอยเชื่อมแบบวิธี Gas Metal Arc Welding (High Current) ในโลหะผสมอลูมิเนียมได้
  • 1 : ไฮโดรเจน
  • 2 : ออกซิเจน
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : ไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :
  • โดยทั่วไปแล้วในการเชื่อมโลหะอลูมิเนียมยิ่งใช้อุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้ก๊าซออกซิเจนมีโอกาสในการละลายลง ไปในรอยเชื่อมได้มากขึ้น นำไปสู่การเกิดอนุภาคของอลูมินา (Al2O3) ละลายอยู่ในเนื้ออลูมิเนียม ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาที่สำคัญใดตามมา
  • 1 : เป็นแหล่งเริ่มต้นของรูพรุนแก๊ส
  • 2 : Hot Cracking
  • 3 : ความไม่สม่ำเสมอของแนวเชื่อม
  • 4 : เกิดฟิล์มอ๊อกไซด์ที่แนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 215 :
  • การทำให้รอยเชื่อมของโลหะผสมอลูมิเนียมมีผลึกขนาดเล็กมาก ๆ เพื่อที่จะลด Crack Sensivity นั้น สามารถนำเทคนิคใดมาใช้ได้
  • 1 : การอบชุบทางความร้อน
  • 2 : การควบคุมการเป็นตัวของชิ้นงานที่ถูกเชื่อม
  • 3 : ผสมอ๊อกไซด์บางชนิดลงไประหว่างเชื่อมเพื่อทำให้ผลึกไม่สามารถโตต่อไปได้
  • 4 : การสั่นหรือกวน Weld Pool ด้วยเครื่อง Ultrasonic หรือเครื่องกวนแบบ Electromagnetic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • โดยทั่วไปแล้วจะนิยมเชื่อมแผ่นโลหะผสมอลูมิเนียมที่ผ่านการขึ้นรูปมา(ซึ่งมีความเครียดภายในตกค้างอยู่) ด้วย วิธีการเชื่อม Gas Tungsten Arc Welding เพื่อลดการสูญเสียความแข็งแรงของรอยเชื่อมด้วยเหตุผลใด
  • 1 : ลดความกว้างของ Heat-affected zone
  • 2 : เพื่อทำให้อ๊อกไซด์กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
  • 3 : เพื่อทำให้รอยเชื่อมได้รับความร้อนเป็นปริมาณสูงขึ้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • กรรมวิธีการเชื่อมโลหะอลูมิเนียม และโลหะผสมอลูมิเนียมโดยทั่วไปนิยมใช้วิธีเชื่อมแบบใด
  • 1 : Solid Phase Welding
  • 2 : Adhesive Welding
  • 3 : Resistance Welding
  • 4 : Fusion Welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • ปัญหาที่สำคัญที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการเชื่อมโลหะแมกนีเซียม (Magnesium) และโลหะผสมแมกนีเซียม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเชื่อมโลหะอลูมิเนียม และโลหะผสมอลูมิเนียมคือข้อใด
  • 1 : Refractory Oxide ที่ผิวของโลหะหลอมเหลวขณะทำการเชื่อม
  • 2 : การควบคุมการโตของผลึกในรอยเชื่อม
  • 3 : การควบคุมการเน้นตัวของรอยเชื่อม
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • กรรมวิธีการเชื่อมแบบ Fusion Welding ชนิดใดที่นิยมใช้แพร่หลายในการเชื่อมโลหะแมกนีเซียม และโลหะผสมแมกนีเซียม
  • 1 : Gas Tungsten Arc Welding
  • 2 : Gas Metal Arc Welding
  • 3 : Shielded Metal Arc Welding
  • 4 : Submerged Arc Welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ธาตุใดที่เป็นส่วนผสมในโลหะผสมแมกนีเซียมที่มีปริมาณมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดการแตกร้าวของรอยเชื่อมขณะแข็งตัว
  • 1 : ธอเรียม (Thorium)
  • 2 : อลูมิเนียมและแมกนีเซียม
  • 3 : เซอร์โคเนียม
  • 4 : สังกะสีและแคลเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 221 :
  • โดยทั่วไปแล้วโลหะผสมแมกนีเซียมที่มีส่วนผสมของธาตุอลูมิเนียมอยู่ด้วยจะมีความเสี่ยงในการเกิดรอยร้าวแบบถูกกัดกร่อนและมีความเค้นร่วมด้วย (Stress Corrosion Cracking) ใน HAZ ของรอยเชื่อมภายหลังการเชื่อมแบบ Fusion Welding ถามว่าวิธีการใดที่ถูกนำมาใช้เพื่อหลีกเหลี่ยงปัญหาในข้อนี้
  • 1 : การ Coating ผิวรอยเชื่อม
  • 2 : การทำ Annealing
  • 3 : การทำ Precipitate Aging
  • 4 : การทำ Stress-Relieving
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • โลหะผสมทองแดงประเภทใดที่ประกอบไปด้วยธาตุ Deoxidizing ทำให้สามารถเชื่อมได้ โดยไม่ต้องใช้ Filler Metal ที่มีส่วนผสมพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรูพรุนในรอยเชื่อม
  • 1 : Aluminium Bronze
  • 2 : Tin Bronze
  • 3 : Silicon Copper
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :
  • โดยทั่วไปแล้วการเชื่อมโลหะประเภททองเหลืองจะค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากปัญหาในการเกิดรูพรุนแบบ Weld Deposit เนื่องจากการกลายเป็นไอของธาตุผสมใด
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : ดีบุก
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : เงิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • ปัญหาแบบ “Hot-Shortness” ในโลหะนิกเกิลและโลหะผสมนิกเกิลในการเชื่อมการเกิดขึ้นเนื่องจากมีส่วนผสม ปนเปื้อนของธาตุใด
  • 1 : ซัลเฟอร์
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : ฟอสฟอรัส
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • โดยทั่วไปแล้วธาตุผสมตัวใดในโลหะนิกเกิลหรือโลหะผสมนิกเกิลที่ต้องระวังให้มีปริมาณที่ต่ำเพื่อลดปัญหา “Intergranular Corrosion Attack” ของรอยเชื่อมเพื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน ๆ
  • 1 : โบรอน
  • 2 : โคเมียม
  • 3 : อลูมิเนียม
  • 4 : คาร์บอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • โดยทั่วไปแล้วปัญหาที่สำคัญในการเชื่อมโลหะประเภทเบริลเลียม, ไนโอเบียม, โมลิบดีนัม, แทนทาลัม, ไทเทเนียม, ทังสเตน และเซอร์โคเนียม คือข้อใด
  • 1 : มีความสามารถในการละลายก๊าซออกซิเจนและไนโตรเจนดีที่อุณหภูมิสูงโดยเฉพาะในบริเวณ “Molten Weld Pool”
  • 2 : แนวรอยเชื่อมมีค่าความแข็งแรงสูงเกินไปทำให้มีความยืดหยุ่นต่ำ
  • 3 : การโตขึ้นของผลึกในแนวรอยเชื่อม
  • 4 : ข้อ ก. กับ ข. ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเชื่อมแบบ Diffusion Bonding ในโลหะผสมไทเทเนียม คืออะไร
  • 1 : เวลาที่ต้องใช้ในการแพร่ของอะตอมต่าง ๆ
  • 2 : อุณหภูมิที่ใช้สูงกว่าหรือต่ำกว่าการเปลี่ยนแปลงของเฟสอัลฟา-เบต้า
  • 3 : โหลดที่ต้องใช้ในการกดชิ้นงานที่ถูกเชื่อมให้ติดกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • Braze filler metal ตัวใดที่นำมาใช้เชื่อมแบบ Brazing แล้วทนความร้อนได้น้อยที่สุด
  • 1 : เงิน-พาลาเดียม
  • 2 : เงิน-ลิเทียม-ทองแดง-อลูมิเนียม-ดีบุก
  • 3 : ไทเทเนียม-นิกเกิล-ทองแดง
  • 4 : ไทเทเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 229 :
  • ก๊าซใดบ้างที่ต้องระวังระหว่างการเชื่อมแบบ Arc Welding ไม่ให้ถูกดูดซับลงไปในรอยเชื่อมที่อุณหภูมิสูง ณ ขณะเชื่อมโลหะเซอร์โคเนียม โลหะผสมเซอร์โคเนียม และโลหะฮาฟเนียม
  • 1 : ไนโตรเจน
  • 2 : ออกซิเจน
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • ข้อได้เปรียบที่เห็นเด่นชัดในการเชื่อมโลหะผสมเซอร์โคเนียมที่เหนือกว่าโลหะเซอร์โคเนียมแบบ Arc Welding คือข้อใด (ประโยชน์ของโลหะธาตุผสมในการเชื่อม)
  • 1 : ทำให้อุณหภูมิในการเปลี่ยนจากเฟสอัลฟา อัลฟ่า (HCP)ไปเป็นเฟสเบต้า เบต้า (BCC) สูงขึ้น
  • 2 : ทำให้มีการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อนต่ำ
  • 3 : มีการเปลี่ยนแปลงปริมาตรน้อยเมื่อเฟสเปลี่ยนไปทำให้เกิดการบิดเบี้ยวของงานเชื่อมยาก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  • ในการเชื่อมแบบ Arc Welding สำหรับโลหะไนโอเบียมและโลหะผสมไนโอเบียม ธาตุใดในอากาศที่สามารถทำปฏิกริยากับรอยเชื่อมได้ง่ายที่อุณหภูมิสูง
  • 1 : ออกซิเจน และ ไนโตรเจน
  • 2 : ไฮโดรเจน และคาร์บอน
  • 3 : อาร์กอน และ ฮีเลียม
  • 4 : ข้อ ก. กับ ข. ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • เหตุผลหลักที่ไม่สามารถเชื่อมโลหะไนโอเนียมและโลหะผสมไนโอเนียม ต่อโลหะชนิดอื่นเช่นเหล็ก ทองแดงและอลูมิเนียมคือข้อใด
  • 1 : เหนี่ยวนำทำให้เกิดการผุกร่อนได้ง่าย
  • 2 : ธาตุต่าง ๆ ของโลหะเหล่านี้ละลายในกันและกันได้ดีเกินไป
  • 3 : รอยเชื่อมมีความเปราะมาก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 233 :
  • โลหะแทนทาลัมไม่สมควรนำไปเชื่อมติดกับโลหะประเภทใด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดสารประกอบระหว่าง โลหะ (inter metallic compounds) และทำให้รอยเชื่อมเปราะแตกหักง่าย
  • 1 : ทังสเตน
  • 2 : ฮาฟเนียม
  • 3 : ไนโอเนียม
  • 4 : เหล็กกล้าไร้สนิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • ปัญหาที่พบได้บ่อยในการเชื่อมโลหะเบริลเลียมแบบ Arc Welding คือข้อใด
  • 1 : เกิดปัญหา Hot Cracking ได้ง่าย
  • 2 : การควบคุมขนาดของผลึกที่บริเวณโลหะที่ถูกเชื่อม และ HAZ
  • 3 : มีค่า Affinity ในการทำปฏิกริยากับก๊าซออกซิเจนสูง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • โดยทั่วไปแล้วธาตุใดบ้างที่ต้องควบคุมให้มีปริมาณน้อยเป็นพิเศษในฐานะของสิ่งปนเปื้อนในการเชื่อมโลหะ เบริลเลียมแบบ Arc Welding
  • 1 : ทองแดง และสังกะสี
  • 2 : นิกเกิล และโคบอลต์
  • 3 : เหล็ก และอลูมิเนียม
  • 4 : เงิน และทองคำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :
  • ธาตุใดต่อไปนี้ที่ถูกเชื่อมที่อุณหภูมิสูงแล้วมีโอกาสที่ขนาดของผลึกจะโตมากกว่าโลหะเดิมก่อนการเชื่อม
  • 1 : นิกเกิล และโคบอลต์
  • 2 : โมลิบดีนัม และทังสเตน
  • 3 : เหล็ก และเหล็กกล้า
  • 4 : อลูมิเนียม และไทเทเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • โลหะประเภทใดต่อไปนี้ถ้ามีธาตุเช่นออกซิเจน, คาร์บอน และไนโตรเจน แทรกตัวอยู่แบบ Interstitial atoms ขณะทำการเชื่อมจะทำให้รอยเชื่อมมีปัญหาเรื่องความเหนียวต่ำที่สุด
  • 1 : เหล็ก
  • 2 : ไนโอเนียม
  • 3 : แทนทาลัม
  • 4 : โมลิบดีนัมและทังสเตน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  • ธาตุใดต่อไปนี้ที่เติมลงไปใน Brazing Filler Metals สำหรับทำการเชื่อมโลหะผสมนิกเกิลทนความร้อน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความความต้านทานต่อการเกิดอ๊อกซิเดชั่นและการกัดกร่อนของรอยเชื่อม Brazing
  • 1 : ฟอสฟอรัส
  • 2 : โบรอน
  • 3 : ซิลิกอน
  • 4 : โครเมียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • ธาตุใดต่อไปนี้ที่เติมลงไปใน Brazing Filler Metals สำหรับทำการเชื่อมโลหะผสมโคบอลต์ทนความร้อน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของรอยเชื่อม Brazing
  • 1 : นิกเกิล
  • 2 : โครเมียม
  • 3 : ทังสเตน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • Brazing Filler Metals ประเภทใดที่มีความแข็งแรงและทนต่อการกัดกร่อนที่อุณหภูมิสูง ต่ำที่สุดในการเชื่อมโลหะผสมโคบอลต์
  • 1 : นิกเกิล หรือ โคบอลต์
  • 2 : ทอง หรือ พาลาเดียม
  • 3 : เงิน หรือ ทองแดง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • ในงานเชื่อมเหล็กหล่อกราไฟต์ก้อนกลม (GGG) หลังงานเชื่อมต้องนำไปอบความร้อนอีกครั้ง ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
  • 1 : เพื่อลดความเค้นตกค้างในชิ้นงาน
  • 2 : เพื่อสลายคาร์บอนที่จับตัวกับโครเมียม
  • 3 : เพื่อให้กราไฟต์ ฟอร์มรูปเป็นก้อนกลม
  • 4 : เพื่อให้ตกตะกอนเป็นกราไฟต์ก้อนกลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • โครงสร้างจุลภาคในงานเชื่อมที่มีคุณสมบัติทนต่อแรงกระแทกดี คือข้อใด
  • 1 : ferrite
  • 2 : acicular ferrite
  • 3 : austenite
  • 4 : martensite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ที่อุณหภูมิสูงเกรนออสเทนไนต์มีขนาดโตมาก เมื่อถูกเย็นตัวในอากาศที่รวดเร็วหลังการเชื่อมลักษณะที่เป็นเกรนหยาบ เป็นโครงสร้างจุลภาคที่เรียกว่าอะไร
  • 1 : bainite
  • 2 : widmanstatten structure
  • 3 : martensite
  • 4 : pearite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • โครงสร้าง widmanstatten พบในบริเวณใดของงานเชื่อม
  • 1 : Weld metal
  • 2 : Grain coarsening
  • 3 : Grain refining
  • 4 : Partail grain refining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • ชิ้นงานในงานเชื่อมที่ผสมธาตุใดในปริมาณสูง เป็นสาเหตุของการแตกร้าวแบบร้อนได้
  • 1 : สังกะสี โคบอลต์
  • 2 : กำมะถัน สังกะสี
  • 3 : ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม
  • 4 : กำมะถัน ฟอสฟอรัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • ปรากฏการณ์การเปราะในงานเชื่อม เกิดมาจากสาเหตุข้อใด
  • 1 : ความเค้นหลงเหลือ
  • 2 : การเกิดเฟสมาร์เทนไซต์
  • 3 : การแยกตัวของธาตุต่าง ๆ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 :
  • สำหรับเหล็กกล้าไร้สนิม ที่มีความเค้นหลงเหลือแบบความเค้นดึงอยู่ในแนวเชื่อม ผลของความร้อนจากงานเชื่อมส่งผลเสียอย่างไร
  • 1 : Transgranular craeking
  • 2 : Intergranular craeking
  • 3 : Stress relief craeking
  • 4 : ข้อ ก และ ข ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 248 :
  • อะไรคือปัญหาที่สามารถพบในการเชื่อมแมกเนเซียมผสมเกรด AZ91
  • 1 : การเกิดการแยกตัวของสารประกอบเชิงโลหะเนื่องจากอัตราการเย็นตัวที่รวดเร็ว
  • 2 : การเกิดฟองก๊าซ
  • 3 : การสูญเสียโลหะเนื่องจากการระเหย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 527 : Metallurgical effects of the weld thermal cycle
ข้อที่ 249 :
  • เทคนิคใดที่ไม่ได้ช่วยลดความเค้นตกค้างในการเชื่อม
  • 1 : การใช้ค้อนเคาะ (peening)
  • 2 : ลดความเค้นโดยใช้การสั่นสะเทือน (vibration)
  • 3 : ลดความเค้นโดยใช้ความร้อน (thermal)
  • 4 : จับยึดชิ้นงานให้แน่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 250 :
  • การอุ่นชิ้นงานก่อนเชื่อมให้ผลอะไรบ้าง
  • 1 : อัตราการเย็นตัวเร็วขึ้น และบริเวณ HAZ กว้างขึ้น
  • 2 : อัตราการเย็นตัวช้าขึ้น และบริเวณ HAZ แคบลง
  • 3 : อัตราการเย็นตัวช้าลง และบริเวณ HAZ กว้างขึ้น
  • 4 : อัตราการเย็นตัวเร็วลง และบริเวณ HAZ แคบลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • การเย็นตัวอย่างรวดเร็วจากเฟสออสเตนไนท์ จะเกิดขึ้นบริเวณใดในการเชื่อมเหล็กกล้า คาร์บอนปานกลาง
  • 1 : เกิดบริเวณแนวเชื่อม
  • 2 : เกิดบริเวณโลหะฐาน (Base Metal)
  • 3 : เกิดบริเวณลวดเชื่อม
  • 4 : เกิดบริเวณที่มีผลกระทบอันเนื่องมาจากความร้อน (HAZ)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการทำ PWHT (Post Weld Heat Treatment)
  • 1 : เพื่อเพิ่มความแข็งในแนวเชื่อม
  • 2 : ต้องการลดความเค้นตกค้างในแนวเชื่อม
  • 3 : เพื่อลดปริมาณไฮโดรเจนในแนวในเนื้อเชื่อม
  • 4 : เพื่อลดการเกิดรูพรุน (porosity) ในเนื้อเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • t 8/5 ในการเชื่อมหมายถึงอะไร
  • 1 : เวลาที่เนื้อเชื่อมและบริเวณ HAZ เย็นตัวจากช่วงอุณหภูมิ 800 ถึง 500 C
  • 2 : เวลาที่เนื้อเชื่อมและบริเวณ HAZ เย็นตัวจากช่วงอุณหภูมิ 80 ถึง 50 C
  • 3 : เวลาที่เนื้อเชื่อมและบริเวณ HAZ เย็นตัวจากช่วงอุณหภูมิ 8 ถึง 5 C
  • 4 : เวลาที่เนื้อเชื่อมและบริเวณ HAZ ร้อนขึ้นจากช่วงอุณหภูมิ 500 ถึง 800 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • ทำไมบริเวณที่มีผลกระทบอันเนื่องมาจากความร้อน (Heat Affected Zone) ในเหล็กกล้าคาร์บอน จึงมีขนาดของเกรนไม่เท่ากัน
  • 1 : เพราะได้รับความร้อนไม่เท่ากัน
  • 2 : เพราะมีอัตราเย็นตัวต่างกัน
  • 3 : เพราะมีคาร์บอนต่างกัน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • บริเวณกระทบร้อนแบ่งเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง
  • 1 : 2 ส่วน เกรนใหญ่ เกรนละเอียด
  • 2 : 3 ส่วน Fusion line เกรนใหญ่ เกรนละเอียด
  • 3 : 3 ส่วน High Citrical Medium
  • 4 : 2 ส่วน ความแข็งสูงมาก ความแข็งปานกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • ค่าความร้อนการเชื่อม (Heat input, HI) สัมพันธ์กับอัตราเร็วการเย็นตัว (Cooling rate, CR) แบบใด
  • 1 : แบบผกผัน ถ้า HI สูง CR ต่ำ
  • 2 : แบบไฮเปอร์โบล่า
  • 3 : แปรตรงกัน ถ้า HI สูง CR สูง
  • 4 : แบบเอกซ์โปเนนเชียล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • ธาตุใดไม่เกี่ยวข้องกับ Reheat cracking
  • 1 : Cr, Mo, V, Nb, Ti
  • 2 : Cr, Mo, Cu, B, S
  • 3 : Cr, Mo, Si, Mn
  • 4 : Cu, V, Nb, P
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • กระบวนการเชื่อมใดที่มีค่า Power Density ต่ำที่สุด
  • 1 : Gas Tungsten arc Welding (GTAW)
  • 2 : Plasma Arc Welding (PAW)
  • 3 : Laser Beam Welding (LBW)
  • 4 : Electron Beam Welding (EBW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 259 :
  • ข้อใดคือคำจำกัดความของ Interpass Temperature
  • 1 : อุณหภูมิสูงสุดที่ทำให้เหล็กกล้าเกิดการหลอมเหลว
  • 2 : อุณหภูมิที่โครงสร้างทางจุลภาคของเหล็กกล้าเปลี่ยนจากเฟอร์ไรท์เป็นออสเตนไนท์
  • 3 : ระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้สำหรับการเย็นตัวก่อนจะเชื่อมแนวเชื่อมอื่นต่อไป
  • 4 : อุณหภูมิที่เหล็กกล้าเปลี่ยนจากของเหลวเป็นของแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 260 :
  • ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการอบทางความร้อนหลังการเชื่อม (Post Weld Heat Treatment)
  • 1 : ลดอัตราการเย็นตัว (Cooling Rate) ของโลหะที่ผ่านการเชื่อม
  • 2 : เพิ่มความแข็งให้กับแนวเชื่อมและรอยกระทบร้อน
  • 3 : ลดความเค้นตกค้างที่เกิดจากการเชื่อมประสาน
  • 4 : ลดความสามารถในการรับแรงกระแทกของแนงเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • ทำไมการตัดเหล็กกล้าคาร์บอนด้วยหัวตัดแก๊ส (Oxyfuel Gas Cutting) ผสมระหว่างออกซิเจนและอะซิทีลีน (Acetylene) ทำให้ผิวรอยตัดมีความแข็งเพิ่มขึ้น
  • 1 : มีปริมาณคาร์บอนที่ผิวรอยตัดเพิ่มสูงขึ้น
  • 2 : รอยตัดและบริเวณใกล้เคียงมีอัตราการเย็นต่ำ
  • 3 : โครงสร้างจุลภาคของรอยตัดเป็นออสเตนไนท์
  • 4 : มีปริมาณเฟสเฟอร์ไรท์เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • เหตุใดบริเวณรอยกระทบร้อนจึงเป็นบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดการความเสียหายมากที่สุด
  • 1 : มีความสามารถการยืดตัวต่ำที่สุด
  • 2 : มีความเค้นตกค้าง ( Residual Stress) ต่ำกว่าบริเวณอื่น
  • 3 : มีความแข็ง (Hardness) ลดลง
  • 4 : โครงสร้างจุลภาคไม่เปลี่ยนแปลงในระหว่างการเย็นตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • ข้อใดคือโครงสร้างผลึกของเหล็กกล้าผสมต่ำก่อนที่จะเกิดการหลอมเหลวในระหว่างการเชื่อม
  • 1 : Face Centered Cubic Structure (FCC)
  • 2 : Body Centered Cubic Structure (BCC)
  • 3 : Hexagonal Close Packed Structure (HCP)
  • 4 : Tetragonal Center Cubic (TCC)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • แผนภาพใดเหมาะสำหรับใช้อธิบายส่วนประกอบโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : แผนภาพสมดุลเหล็ก-คาร์บอน (Fe-C Equilibrium Diagram)
  • 2 : แผนภาพ Time Temperature Transformation (TTT)
  • 3 : แผนภาพ Continuous Cooling Transformation (CCT)
  • 4 : แผนภาพ Delong (Delong Diagram)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • อัตราการเย็นตัวในช่วงอุณหภูมิใดที่ผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคของเหล็กกล้าผสมต่ำหลังการเชื่อมซึ่งส่งผลต่อการแตกร้าวขณะเย็น
  • 1 : ช่วง 1200 ถึง 800 องศาเซลเซียส
  • 2 : ช่วง 800 ถึง 500 องศาเซลเซียส
  • 3 : ช่วง 500 ถึง 300 องศาเซลเซียส
  • 4 : ช่วง 300 ถึง 100 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เดลต้าเฟอร์ไรท์เกิดขึ้นในแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเตนนิติค
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงอัตราการเย็นตัวไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณเดลต้าเฟอร์ไรท์ของแนวเชื่อม
  • 3 : เดลต้าเฟอร์ไรท์ช่วยลดความแข็งแรงของแนวเชื่อม
  • 4 : เดลต้าเฟอร์ไรท์ช่วยเพิ่มความสามารถในการยืดตัวของแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • ตัวแปรสำคัญสำหรับกำหนดระดับอุณหภูมิของการอบความร้อนก่อนการเชื่อมสำหรับเหล็กกล้าไร้สนิมมาร์เทนซิติคคือ
  • 1 : สภาพความชื้นของสิ่งแวดล้อม
  • 2 : รูปทรงชิ้นงาน
  • 3 : ค่าคาร์บอนเทียบเท่าของเหล็กกล้า
  • 4 : ปริมาณออสเทนไนต์ตกค้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 268 :
  • ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการอบความร้อนหลังการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : สร้างความเสถียรให้แก่ชั้นฟิล์มโครเมียมออกไซด์
  • 2 : ลดระดับความเค้นตกค้าง
  • 3 : เพิ่มขนาดของเกรน
  • 4 : เพิ่มความแข็งแรงให้แนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • อัตราการเย็นตัวช่วงอุณหภูมิใดใช้พิจารณาความเสี่ยงของการเกิดแตกร้าวขณะร้อนของแนวเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : 1200 – 800 องศาเซลเซียส
  • 2 : 800 – 500 องศาเซลเซียส
  • 3 : 500 – 300 องศาเซลเซียส
  • 4 : 300 – 100 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมเร็วทำให้ลดความเสี่ยงการแตกร้าวขณะร้อน
  • 2 : อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมช้าทำให้ลดความเสี่ยงการแตกร้าวขณะร้อน
  • 3 : ปริมาณความร้อนเข้า (Heat Input) เพิ่มขึ้นทำให้ลดความเสี่ยงการแตกร้าวขณะร้อน
  • 4 : อัตราการเย็นตัวเร็วทำให้ปริมาณเดลต้าเฟอร์ไรท์ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 271 :
  • ความเร็วการเชื่อมมีผลอย่างไรต่ออัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อม
  • 1 : การเพิ่มความเร็วการเชื่อมทำให้อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมลดลง
  • 2 : การเพิ่มความเร็วการเชื่อมทำให้อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมเพิ่มขึ้น
  • 3 : การเพิ่มความเร็วการเชื่อมไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อม
  • 4 : การเพิ่มความเร็วการเชื่อมทำให้อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมไม่สม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : การเพิ่มความต่างศักย์อาร์ค (Arc Voltage) ทำให้อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมเพิ่มขึ้น
  • 2 : การเพิ่มกระแสอาร์ค (Arc Current) ทำให้อัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อมลดลง
  • 3 : การเพิ่มความเร็วการเชื่อมต้องจำเป็นต้องลดกระแสการอาร์คลงเพื่อรักษาระดับการซึมลึกของแนวเชื่อม
  • 4 : การเพิ่มกระแสการอาร์ค (Arc Current) ไม่มีผลต่ออัตราการเย็นตัวของแนวเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • ข้อใดสอดคล้องกับการเกิด Heterogeneous Nucleation ในบริเวณเส้นกลาง (Centerline) ของแนวเชื่อม
  • 1 : ความเร็วการเชื่อมต่ำ
  • 2 : ความเร็วการเชื่อมสูง
  • 3 : ความเร็วการเชื่อมสูงและปริมาณความร้อนการเชื่อมสูง
  • 4 : ความเร็วการเชื่อมต่ำและปริมาณความร้อนการเชื่อมต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 274 :
  • เหตุใดบริเวณรอยกระทบร้อนจึงเกิดการแตกร้าวได้ง่ายเมื่อเทียบกับโลหะพื้น
  • 1 : รอยกระทบร้อนมีเกรนละเอียด
  • 2 : รอยกระทบร้อนมีอัตราการยืดตัวต่ำ
  • 3 : รอยกระทบร้อนมีโครงสร้างจุลภาคแบบออสเตนไนต์
  • 4 : รอยกระทบร้อนมีระดับความเค้นตกค้างต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • โครงสร้างจุลภาคชนิดใดบริเวณรอยกระทบร้อนเกิดจากการเย็นตัวในอัตราเร็วที่สุด
  • 1 : Martensite
  • 2 : Upper Bainite
  • 3 : Lower Bainite
  • 4 : Widmanstätten Ferrite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 :
  • เหตุใดโครงสร้างมาร์เทนไซต์จึงไม่เกิดในรอยกระทบร้อนของการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมออสเทนนิติค
  • 1 : รอยกระทบร้อนมีปริมาณคาร์บอนต่ำ
  • 2 : รอยกระทบร้อนมีอัตราการเย็นตัวต่ำ
  • 3 : รอยกระทบร้อนมีปริมาณโมลิบดินั่มสูง
  • 4 : รอยกระทบร้อนมีปริมาณของธาตุเพิ่มความเสถียรของโครงสร้างออสเทนไนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ข้อใดไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคของแนวเชื่อมและรอยกระทบร้อนของเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ
  • 1 : ส่วนผสมทางเคมี
  • 2 : ปริมาณความร้อนป้อนเข้า (Heat Input)
  • 3 : การแยกตัว (Segregation) ของผลึกในแนวเชื่อม
  • 4 : การเตรียมแนวเชื่อม (Edge Preparation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :
  • แรงชนิดใดไม่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของบ่อน้ำโลหะ (Weld Pool) จากงการเชื่อม GTAW
  • 1 : Lorentz forces
  • 2 : Buoyancy forces
  • 3 : Surface tension forces
  • 4 : Thermodynamic forces
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • วิธีการใดจัดอยู่ในกลุ่มการเชื่อมแบบสถานะของแข็ง (Solid State Welding)
  • 1 : Stud arc welding
  • 2 : Projection arc welding
  • 3 : Friction welding
  • 4 : Resistance spot welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :
  • โดยทั่วไปแล้วทำไมถึงต้องทำการอบคลายความร้อน (Stress Relieving) ต่อชิ้นงานโลหะผสมไทเทเนียมภายหลังการเชื่อมแบบ Fusion Weld
  • 1 : ป้องกันการเกิด Weld Cracking
  • 2 : ลดการเกิด Stress-Corrosion Cracking ในระหว่างการใช้งาน
  • 3 : เพิ่มความต้านทานการล้า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 281 :
  • ในการทำการอบเพื่อคลายความร้อนของงานเชื่อมโลหะผสมไทเทเนียมประเภทที่มีโครงสร้างแบบอัลฟ่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคืออุณหภูมิ และเวลาที่ใช้เพื่อป้องกันการเกิด
  • 1 : การโตของชั้นอ๊อกไซด์ฟิล์มที่ผิว
  • 2 : ป้องกันการโตของอนุภาคที่ตกผลึกภายใน
  • 3 : ความเปราะของรอยเชื่อม
  • 4 : การโตขึ้นของผลึกในแนวรอยเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • Hot Cracking แตกต่างกับ Post Weld Strain Age Cracking อย่างไร ในการเชื่อมโลหะผสมพิเศษ
  • 1 : Hot Cracking เกิดขึ้นได้ภายหลังการเชื่อมโดยส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่า
  • 2 : Post Weld Strain Age Cracking เกิดขึ้นได้ในช่วงการอบสุขทางความร้อนเพื่อคืนสภาพเชิงกลในกับวัสดุ
  • 3 : Post Weld Strain Age Cracking เกิดขึ้นได้ในช่วงการทำ Stress relief ภายหลังการเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • MC คาร์ไบด์ และ Laves เฟสในเนื้อพื้น (Matrix) ที่เกิดขึ้นในช่วงการแข็งตัว สามารถถูกละลายเริ่มแรกในช่วง HAZ ระหว่างการเชื่อม และสามารถขยายตัวต่อไปตามขอบผลึกได้ โดยถ้ามีความเครียดที่เกิดจากความร้อนเพียงพอจะทำให้เกิดรอยแตกร้าว ตามขอบผลึกในช่วง HAZ แล้วขยายต่อไปในช่วง Fusion Zone รอยร้าว ประเภทนี้ถูกเรียกว่าอย่างไร
  • 1 : Hot Cracking
  • 2 : Microfissuring
  • 3 : Liquation
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • การเชื่อมประเภท fusion welding แบบไหนที่ทำให้ได้รอยเชื่อมมีความถูกต้องแม่นยำ และมี HAZ น้อยที่สุด
  • 1 : Plasma Arc Welding (PAW)
  • 2 : Electron Beam Welding (EBW)
  • 3 : Laser Beam Welding (LBW)
  • 4 : Resistance Spot Welding (RSW)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 285 :
  • ลักษณะของน้ำโลหะหลอมเหลวตกค้าง (Residual Liquid) ระหว่างผลึกแบบใดที่ส่งผลเสียน้อยที่สุดในการเชื่อมโลหะผสมอลูมิเนียมแบบ Fusion Welding
  • 1 : Continuous intergranular film
  • 2 : Irregular shape
  • 3 : Needle shape
  • 4 : Very fine globular form
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :
  • การทำ Stress Relieving ภายหลังการเชื่อมโลหะโมลิบดีนัม และทังสเตนมีจุดประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : ลดความเครียดตกค้างภายใน
  • 2 : เพื่อความเหนียวของชิ้นงานเชื่อม
  • 3 : รักษาระดับอุณหภูมิ Ductile-to-Brittle transition ให้คงที่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • โดยทั่วไปแล้วนิยมทำ “Preheating” ก่อนการเชื่อมโลหะผสมโมลิบดีนัม และทังสเตนเพื่อจุดประสงค์ใด
  • 1 : ลดโอกาสในการเกิดการแตกร้าวเนื่องจาก Thermal Shock
  • 2 : ลดโอกาสในการเกิดการแตกร้าวเนื่องจาก Thermal Shock
  • 3 : ทำให้ Thermal gradient ของชิ้นงาน 2 ชิ้น (ขนาดเล็กกับขนาดใหญ่) มีปริมาณใกล้เคียงกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  • สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกสภาวะของการทำ “Preheating” ให้กับโลหะผสมโมลิบดีนัมและทังสเตนคือข้อใด
  • 1 : ขนาดของชิ้นงานที่จะถูกเชื่อม
  • 2 : รูปร่างของชิ้นงานที่จะถูกเชื่อม
  • 3 : ความอ่อนไหวในการเกิดการแตกร้าวของโลหะผสมแต่ละเกรด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • การลดความเค้นตกค้างในแนวเชื่อม ด้วยการอบอ่อน มีข้อเสียอย่างไร
  • 1 : เกิดตะกอนของคารไบด์เพิ่มขึ้น
  • 2 : เกิดการแตกร้าวแบบร้อนได้ ในขณะเย็นตัว
  • 3 : รักษารูปร่างเดิมได้ยาก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • Fusion line เป็นเส้นแสดงรอยต่อของบริเวณใดในงานเชื่อม
  • 1 : Weld metal-Grain coarsening
  • 2 : Grain coarsening- Grain refining
  • 3 : Grain refining-Patial grain refining
  • 4 : Patial gain refining-Base metal
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • อะไรไม่ใช่ปัญหาที่พบซึ่งเกิดจากผลของความร้อนในการเชื่อมเหล็กกล้า
  • 1 : การโกงง้อของชิ้นงาน
  • 2 : การเกิดมาร์เทนไซด์บริเวณ HAZ
  • 3 : การเกิดโครเมียมคาร์ไบด์ตามขอบเกรน
  • 4 : การเกิด Thermal stress
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 292 :
  • ข้อใดคือผลทางความร้อนที่มีต่อชิ้นงานเชื่อม
  • 1 : การบิดงอ
  • 2 : การตกผลึกบริเวณ HAZ
  • 3 : การเติบโตของเกรนบริเวณ HAZ
  • 4 : ทุกข้อถูกหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • วิธีการเชื่อมใดที่ก่อให้เกิดบริเวณกระทบร้อนแคบที่สุด
  • 1 : Electron beam welding
  • 2 : TIG welding
  • 3 : MIG welding
  • 4 : Diffusion bonding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 :
  • วิธีการเชื่อมใดที่ก่อให้เกิดบริเวณกระทบร้อนกว้างที่สุด
  • 1 : Laser beam welding
  • 2 : Resistance spot welding
  • 3 : Diffusion bonding
  • 4 : TIG welding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลทางความร้อนที่พบในการเชื่อมโลหะแมกนีเซียม
  • 1 : การบิดงอ
  • 2 : การแยกตัวของเฟสขณะเย็นตัวของน้ำโลหะ
  • 3 : เกิดรอยแตกจากความร้อน
  • 4 : การเกิดการโตของเกรนบริเวณกระทบร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 296 :
  • โลหะผสมใดบ้างที่ไม่น่าจะพบปัญหาการเกิด liquation
  • 1 : เหล็กกล้า
  • 2 : อะลูมิเนียมผสม
  • 3 : แมกนีเซียมผสม
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • การเย็นตัวมีผลมากต่อการเชื่อมเหล็กหล่อเทาข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : เนื่องจากการเย็นตัวที่รวดเร็วรอยเชื่อมจึงมีโอกาสกลายเป็นเหล็กหล่อขาวหลังการเชื่อม
  • 2 : เนื่องจากชิ้นงานได้รับความร้อนอีกครั้งกร๊าฟไฟต์อาจจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นกลมมากขึ้น
  • 3 : เนื่องจากการเย็นตัวที่รวดเร็วรอยเชื่อมจึงมีโอกาสกลายเป็นเหล็กหล่อกร๊าฟไฟต์ตัวหนอนหลังการเชื่อม
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • ข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : การเชื่อมด้วยความเร็วทำให้ความร้อนลงสู่ชิ้นงานในบริเวณหนึ่งๆน้อยลง
  • 2 : การเชื่อมด้วยความเร็วสูงทำให้อัตราการเย็นตัวของชิ้นงานเชื่อมเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • 3 : การเชื่อมด้วยความเร็วสูงทำให้ลดการบิดงอของชิ้นงาน
  • 4 : การเชื่อมด้วยความเร็วสูงทำให้ชิ้นงานเกิดการออกซิเดชันได้มาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 :
  • ทำอย่างไรจึงจะลดขนาดของบริเวณกระทบร้อน (Heat affected zone) ลงได้
  • 1 : เพิ่มขนาดหัวอิเล็กโตรด
  • 2 : ลดปริมาณ Shielding gas
  • 3 : ออกแบบร่องชิ้นงานให้มีรอยเชื่อมขนาดเล็ก
  • 4 : เพิ่มกระแสไฟที่ใช้ในการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • จากรูปที่กำหนดให้การแตกในรอยเชื่อมทางซ้ายมือเกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : เกิดจากการเชื่อมชิ้นงานทางขวามือก่อนเชื่อมชิ้นงานทางซ้ายมือ
  • 2 : เกิดจากรอยเชื่อมทางขวามือดึงชิ้นงานไว้
  • 3 : เนื่องจากการหดตัวระหว่างการแข็งตัวของเนื้องานเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 301 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีการเชื่อมโดยแสงเลเซอร์แบบใช้เทคนิคTwin laser beam ชนิดลำแสงเลเซอร์ที่สองเดินตามลำแสงเลเซอร์แรก
  • 1 : เราสามารถทำการอบก่อนการเชื่อมได้ด้วยการเชื่อมเพียงครั้งเดียว
  • 2 : เราสามารถทำการอบหลังการเชื่อมได้ด้วยการเชื่อมเพียงครั้งเดียว
  • 3 : สามารถป้องกันการเกิดโครเมียมออกไซด์ในการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมเกรดออสเตนนิติคได้
  • 4 : ลดการแตกหักหลังการเชื่อมได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :
  • การแตกหักใดเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการเพิ่มความร้อนในการเชื่อม
  • 1 : การแตกที่ผิวบริเวณรอบๆรอยเชื่อมห่างจาบริเวณหลอมละลายเล็กน้อย
  • 2 : การแตกที่ผิวบริเวณใจกลางรอยเชื่อม
  • 3 : การแตกในบริเวณ Fusion zone
  • 4 : การแตกใบนผิวในบริเวณที่เกิดการหลอมเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • ข้อใดเป็นการป้องกันการเกิด Weld decay ที่พบในการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 1 : เลือกใช้เหล็กกล้าไร้สนิมที่มีปริมาณคาร์บอนสูง
  • 2 : นำชิ้นงานหลังการเชื่อมมาผ่านการบวนการทางความร้อน
  • 3 : ทำความสะอาดชิ้นงานทุกครั้งก่อนการเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • บริเวณกระทบร้อน (Heat-affected zone) เป็นบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ยกเว้น
  • 1 : เนื้อโลหะเกิดการตกผลึกใหม่
  • 2 : เนื้อโลหะเกิดการคลายตัวของความเค้นสะสม
  • 3 : เนื้อโลหะเกิดการเปลี่ยนแปลงเฟส/โครงสร้าง
  • 4 : เนื้อโลหะเกิดบริเวณกึ่งแข็งกึ่งเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 :
  • ในการเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High carbon steels) นิยมอุ่นชิ้นงานให้ร้อนก่อนการเชื่อม (Preheating) เพื่อวัตถุประสงค์ใด เป็นหลัก
  • 1 : เพิ่มปริมาณความร้อนให้กับชิ้นงานทำให้เชื่อมได้เร็วขึ้น
  • 2 : ลดอัตราการเย็นตัวเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้ชิ้นงานเปราะ
  • 3 : เพิ่มปริมาณคาร์บอนในชิ้นงานเชื่อม
  • 4 : ลดขนาดของรอยเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 306 :
  • การเชื่อมโลหะอลูมิเนียมผสมเกรด 2xxx ที่ผ่านกระบวนการทางความร้อนที่ T6 (Solution treatment +artificial aging) นั้นพบว่า ค่าความแข็งที่บริเวณกระทบร้อนมีการเปลี่ยนแปลง คือ
  • 1 : ค่าความแข็งลดลง
  • 2 : ค่าความแข็งเพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่าความแข็งไม่เปลี่ยนแปลง
  • 4 : ค่าความแข็งไม่สามารถทำนายได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 307 :
  • หลังจากการเชื่อมอลูมิเนียมเกรด 2xxx ที่ผ่านกระบวนการทางความร้อนที่ T6 (Solution treatment +artificial aging) พบว่าบริเวณกระทบร้อนของชิ้นงานเกิดการเปลี่ยนแปลงทางโลหวิทยา ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : เกิดการละลายกลับของเฟสที่เกิดการตกผลึกระหว่างกระบวนการทางความร้อน
  • 2 : เฟสที่เกิดการตกผลึกระหว่างกระบวนการทางความร้อนขนาดใหญ่ขึ้น
  • 3 : เกิดการสูญเสียแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเฟสที่เกิดการตกผลึกระหว่างกระบวนการทางความร้อนกับโลหะพื้น
  • 4 : เกิดการกลายเป็นของเหลวบางส่วนที่ขอบเกรนของชิ้นงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • ในการเชื่อมต่อเหล็กกล้าเข้ากับอะลูมิเนียมผสมอะไรคือผลของความร้อนที่สำคัญที่สุดต่อสมบัติของรอยเชื่อมที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางจุลภาคที่
  • 1 : การก่อตัวของสารประกอบเชิงโลหะ
  • 2 : การเกิด Liquation ใน อะลูมิเนียมผสม
  • 3 : การเกิดมาร์เทนไซน์ในเหล็กกล้า
  • 4 : การเกิดการโตของเกรนในอะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • ในการเชื่อมหลายแนว (Multi-pass welding) นั้น ท่านคิดว่าแนวการเชื่อมแรก (First weld bead) และแนวการเชื่อมที่สอง (Second weld bead) จะมีอัตราการเย็นตัวแตกต่างกันอย่างไร
  • 1 : แนวการเชื่อมแรกจะมีอัตราการเย็นตัวที่เร็วกว่าแนวการเชื่อมที่สอง
  • 2 : แนวการเชื่อมที่สองจะมีอัตราการเย็นตัวที่เร็วกว่าแนวการเชื่อมแรก
  • 3 : แนวการเชื่อมทั้งสองมีอัตราการเย็นตัวที่เท่ากัน
  • 4 : ลำดับการเชื่อมไม่สัมพันธ์กับอัตราการเย็นตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 310 :
  • การเชื่อมหลายแนว (Multi-pass welding) ในเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำนั้นจะเกิดโครงสร้างของเนื้อเชื่อมที่ละเอียดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่าง Weld bead เนื่องจาก
  • 1 : บริเวณโครงสร้างที่เคยเป็นเฟอร์ไรท์กลายเป็นออสเตนไนต์เมื่อได้รับความร้อน จากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นเกรนละเอียดของเฟอร์ไรท์ เมื่อเกิดการเย็นตัว
  • 2 : บริเวณโครงสร้างที่เคยเป็นเพิร์ลไลท์กลายเป็นออสเตนไนต์เมื่อได้รับความร้อน จากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นเกรนละเอียดของเฟอร์ไรท์ เมื่อเกิดการเย็นตัว
  • 3 : บริเวณโครงสร้างที่เคยเป็นเพิร์ลไลท์และเฟอร์ไรท์กลายเป็นออสเตนไนต์ทั้งหมดเมื่อได้รับความร้อน จากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นเกรนละเอียดของเฟอร์ไรท์และเพิร์ลไรท์ เมื่อเกิดการเย็นตัว
  • 4 : บริเวณโครงสร้างที่เคยเป็นออสเตนไนต์กลายเป็นเพิร์ลไลท์และเฟอร์ไรท์เมื่อได้รับความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  • การเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนสูงนั้นจะเกิดโครงสร้างที่เปราะขึ้นในบริเวณกระทบร้อนหากเลือกใช้วิธีการเชื่อมที่มี Power density สูง เช่น Electron beam welding อยากทราบว่า โครงสร้างที่แข็งและเปราะนั้นคือ
  • 1 : เฟอร์ไรต์
  • 2 : เพิร์ลไลต์
  • 3 : มาร์เทนไซต์
  • 4 : ออสเตนไนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :
  • การเชื่อมหลายแนว (Multi-pass welding) ในเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำนั้นจะเกิดโครงสร้างเกรนของ Weld bead ที่หยาบ (Columnar grains) และละเอียด (Refined grains) หากต้องการบริเวณที่เป็นเกรนละเอียดที่มากขึ้นเพื่อปรับปรุงสมบัติเชิงกล เราควร
  • 1 : ลดจำนวน Weld bead ในการเชื่อม
  • 2 : ลดขนาดหัวอิเล็กโตรด
  • 3 : เพิ่มกระแสไฟในการเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 313 :
  • การเชื่อมหลายแนว (Multi-pass welding) ในเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำนั้นพบว่าจะเกิดโครงสร้างที่ไม่สม่ำเสมอเนื่องจาก
  • 1 : Weld bead เกิดโครงสร้างหยาบ (Columnar grains) ในบริเวณที่เป็น As-deposited area
  • 2 : Weld bead เกิดโครงสร้างละเอียด (Refined grains) ในบริเวณที่เป็น Reheated area
  • 3 : Weld bead มีขนาดแปรตามขนาดของอิเล็กโตรดที่ใช้ในการเชื่อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :
  • ในการเชื่อมหลายแนว (Multi-pass welding) ในเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ บริเวณบางส่วนของ Weld bead ที่ได้รับอิทธิพลจากความร้อนจะเกิดเกรนละเอียดแค่เพียงบางส่วน (Partial refined grains) นั้น โลหะบริเวณนั้นจะถูกทำให้ร้อนขึ้นที่อุณหภูมิใดเมื่อเปรียบเทียบใน Phase diagram
  • 1 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น A1 แต่ไม่เกิน A3
  • 2 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น A3 แต่ไม่เกินอุณหภูมิเพอริเทคติก
  • 3 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น liquidus
  • 4 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น Acm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 315 :
  • ในการเชื่อมหลายแนว (Multi-pass welding) ในเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ บริเวณบางส่วนของ Weld bead ที่ได้รับอิทธิพลจากความร้อนจะเกิดการเปลี่ยนเฟสกลับไปเป็นออสเตนไนต์ทั้งหมดในระหว่างที่ทำการเชื่อม โลหะบริเวณนั้นจะถูกทำให้ร้อนขึ้นที่อุณหภูมิใดเมื่อเปรียบเทียบใน Phase diagram
  • 1 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น A1 แต่ไม่เกิน A3
  • 2 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น A3 แต่ไม่เกินอุณหภูมิเพอริเทคติก
  • 3 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น liquidus
  • 4 : ช่วงอุณหภูมิเหนือเส้น Acm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • ข้อใด ผิด เกี่ยวกับการเกิด Liquation cracking ในชิ้นงานเชื่อมอะลูมิเนียมผสม
  • 1 : เกิดการตกผลึกของอนุภาคของเฟสที่สองภายในเกรน
  • 2 : การเกิด Liquation cracking นั้นมักเกิดการแตกตามบริเวณขอบเกรน
  • 3 : เกิดการแยกชั้นของส่วนผสมยูเทคติกบริเวณขอบเกรนทำให้เกิดการเปราะ
  • 4 : บางบริเวณเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเป็นกึ่งแข็งกึ่งเหลวระหว่างการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • การทดสอบว่าชิ้นงานเชื่อมมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหา Liquation cracking โดยใช้วิธี Circular patch testing นั้น หากว่าชิ้นงานเชื่อมเกิดปัญหาดังกล่าว เราจะพบรอยแตกบริเวณใด
  • 1 : บริเวณที่ยึดชิ้นงาน
  • 2 : บริเวณภายในของรอยเชื่อม
  • 3 : บริเวณขอบด้านนอกของรอยเชื่อม
  • 4 : บริเวณขอบด้านในของรอยเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :
  • ความหนาของชิ้นงานเชื่อมมีผลต่อการโกงตัวของชิ้นงานเชื่อมที่ได้จากการเชื่อมแบบ Fusion welding และ ใช้การเชื่อมแบบต่อชนหรือไม่อย่างไร
  • 1 : ไม่มี
  • 2 : มี ยิ่งความหนาของชิ้นงานมาก การโกงตัวของชิ้นงานเชื่อมน้อย เพราะชิ้นงานหนาจะแข็งแรงกว่าชิ้นงานบาง
  • 3 : มี ยิ่งความหนาของชิ้นงานมากขึ้น การโกงตัวของชิ้นงานเชื่อมจะน้อยลง เพราะใช้ความร้อนมากขึ้นทำให้ความเครียดจากความร้อนน้อยลง
  • 4 : มี ยิ่งความหนาของชิ้นงานมากขึ้น การโกงตัวของชิ้นงานเชื่อมจะมากขึ้นเพราะการหดตัวของชิ้นงานเชื่อมระหว่างแข็งตัวมีมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Solidification crack
  • 1 : พบในการเชื่อมประเภท Fusion welding
  • 2 : มันพบเป็นรอยแตกที่รอบๆบริเวณที่เกิดการหลอมเหลวในการเชื่อม
  • 3 : มักเป็นการแตกแบบ interganular crack
  • 4 : เกิดจากการที่ความเค้นแรงดึงที่เกิดบริเวณไกล้ขอบเกรนขณะเย็นตัวมีค่ามากกว่าความแข็งแรงของโลหะที่เพิ่งแข็งตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Hydrogen cracking
  • 1 : มักเกิดที่ใจกลางของบริเวณที่หลอมละลายในงานเชื่อม
  • 2 : เป็นผลของการละลายของไฮโดเจนสู่งานเชื่อมที่อุณหภูมิสูง
  • 3 : มักเกิดหลังการการเชื่อมแล้วเสร็จ
  • 4 : มักพบการแตกหักในบริเวณที่มีโครงสร้างง่ายต่อการแตกหักเช่น มาร์เทนไซน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 321 :
  • ในระหว่างการเชื่อมประเภท Fusion ก๊าซต่างๆจากบรรยากาศจะซึมเข้าสู่น้ำโลหะอยากทราบว่าการจับคู่ระหว่างโลหะและก๊าซคู่ใดไม่เหมาะสม
  • 1 : เหล็ก ไฮโดรเจน
  • 2 : อะลูมิเนียม ไฮโดรเจน
  • 3 : เงิน ออกซิเจน
  • 4 : ทองแดง คลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • โครงสร้างการแข็งตัวของบริเวณที่หลอมเหลวขณะทำการเชื่อมสามารถแปรเปลี่ยนไปตามความร้อนที่ให้กับชิ้นงาน และความเร็วในการเชื่อม ท่านคิดว่าถูกหรือไม่
  • 1 : ไม่ถูก เพราะความร้อนที่ให้กับชิ้นงาน เป็นฟังก์ชันของความเร็วในการเชื่อม
  • 2 : ถูก เพราะแม้ว่าให้ความร้อนกับชิ้นงานเหมือนกันในการเชื่อมโลหะเดียวกันแต่ความเร็วที่ใช้เชื่อมต่างกันยังผลให้โครงสร้างการแข็งตัวของชิ้นงานเชื่อมที่หลอมเหลวก็ต่างกัน
  • 3 : ไม่ถูกต้อง เพราะ ความร้อนที่ให้กับชิ้นงานไม่เกี่ยวข้องกับอัตราการเย็นตัว
  • 4 : ไม่ถูกต้อง เพราะ ทั้งความร้อนที่ให้กับชิ้นงานเชื่อมและความเร็วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการแข็งตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
  • ในการเชื่อมอะลูมิเนียมที่ผ่านการรีดเย็นมาโครงสร้างทางจุลภาคมันเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณกระทบร้อนอยากทราบว่าข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : เกิดการตกผลึกของเกรนใหม่ซึ่งเป็นผลจากการรีดร่วมกับความร้อนที่ให้ระหว่างการเชื่อม
  • 2 : เมื่อเกิดการตกผลึกได้เกรนใหม่ในอะลูมิเนียมที่ผ่านการรีดมายังผลให้ความแข็งแรงที่เกิดจากการรีดสูญเสียไป
  • 3 : เมื่อเกิดการตกผลึกได้เกรนใหม่ในอะลูมิเนียมที่ผ่านการรีดมายังผลให้ความแข็งลดลง
  • 4 : เมื่อเกิดการตกผลึกได้เกรนใหม่ในอะลูมิเนียมที่ผ่านการรีดมายังผลให้ความแข็งแรงที่ได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากการได้เกรนที่ละเอียดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 324 :
  • ในการเชื่อมโลหะต่างชนิดระหว่างเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมผสมโดยวิธีการใช้แสงเลเซอร์วิธีการใดต่อไปนี้ที่น่าจะสามารถเชื่อมได้ผลดีที่สุด
  • 1 : ทำการเชื่อมแบบต่อชนโดยให้เลเซอร์ตกกระทบที่เหล็กกล้า
  • 2 : ทำการเชื่อมแบบซ้อนเกยกันโดยให้เหล็กกล้าอยู่ด้านบนของการซ้อนเกยและทำการเชื่อมที่มุมของการซ้อนเกย
  • 3 : ทำการเชื่อมแบบซ้อนเกยกันโดยให้เหล็กกล้าอยู่ด้านบนของการซ้อนเกยและทำการเชื่อมที่มุมของการซ้อนเกยแต่ให้แรงดันกับขิ้นงานที่ซ้อนเกยให้เกิดกับติดกันที่ดีขึ้น
  • 4 : การเชื่อมแบบต่อชนโดยให้แสงเลเซอร์ตกกระทบบริเวณรอยต่อของการต่อชนของโลหะสองประเภท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 325 :
  • อะไรคือกุญแจสำคัญในการทำการเชื่อมโลหะต่างชนิดระหว่างไททาเนียมและอะลูมิเนียมผสมให้ได้ผลดี
  • 1 : ทำการเชื่อมโดยควบคุมไม่ให้เกิดการผสมกันของโลหะไททาเนียมที่หลอมเหลวและโลหะอะลูมิเนียมที่หลอมเหลว
  • 2 : ทำการเชื่อมโดยควบคุมการก่อตัวของสารประกอบเชิงโลหะระหว่างไททาเนียมและอะลูมิเนียมให้ก่อตัวน้อยที่สุด
  • 3 : ทำการเชื่อมที่ความเร็วการเชื่อมสูงๆ
  • 4 : ทำการเชื่อมโดยการซ้อนเกยกันระหว่างไททาเนียมแผ่นและอะลูมีเนียมแผ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • ถ้าการแตกหักของชิ้นงานเกิดขึ้นระหว่างการให้ความร้อนกับชิ้นงานในการเชื่อมแบบ laser spot welding ข้อใดแสดงลักษณะของรอยแตกได้ถูกต้อง
  • 1 : รอยแตกจะเริ่มเกิดที่ผิวชิ้นงานแล้วขยายตัวลงสู่ใต้ผิว
  • 2 : รอยแตกเกิดใต้ผิวในบริเวณที่เกิดการหลอมละลาย
  • 3 : รอยแตกมักเกิดใต้ผิวและมักเกิดบริเวณใกล้ๆกับอ่างน้ำโลหะหลอมเหลว และมีทิศพุ่งออกจากอ่างน้ำโลหะหลอมเหลว
  • 4 : รอยแตกจะพบบริเวณรอบๆบริเวณที่หลอมเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :
  • ข้อบกพร่องในงานเชื่อมโลหะผสมแมกนีเซียมใดที่บ่งให้ทราบว่าเกิดจากการให้ความร้อนมากไป
  • 1 : เกิดฟองก๊าซ
  • 2 : เกิดการหลอมทะลุ
  • 3 : เกิดการหายไปของโลหะ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 328 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลของความร้อนที่ให้กับชิ้นงานที่มากเกิดความต้องการในการเชื่อมในการเชื่อมแบบfusion welding
  • 1 : ความผสมกันของโลหะที่เชื่อม
  • 2 : การแตกหักจากควมเค้นทางความร้อน
  • 3 : การเกิด blow hole
  • 4 : การเกิด gas porosity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 528 : Introduction to quality assurance and control in joining processes
ข้อที่ 329 :
  • ในการประกันคุณภาพงานเชื่อม ในบ้างครั้งการทดสอบแบบไม่ทำลายอาจจะได้รับการร้องขอจากผู้ว่าจ้างอยากทราบว่าข้อใดไม่ใช่การทดสอบแบบไม่ทำลาย
  • 1 : Tensile test
  • 2 : Visual inspection test
  • 3 : Magnetics inspection test
  • 4 : Ultrasonics test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • ข้อใดคือข้อเสียของการทดสอบแบบไม่ทำลายโดยวิธี ultrasonic testing ในการตรวจหาข้อบกพร่องของชิ้นงาน
  • 1 : หัว probe ต้องสัมผัสกับชิ้นงานเป็นอย่างดี
  • 2 : ไม่สามารถตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมที่ทำจากวัสดุเชิงประกอบได้(composition materials)
  • 3 : ไม่มีข้อถูก
  • 4 : ถูกทั้งสองข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • ข้อใดจัดเป็นข้อดีของการทดสอบแบบไม่ทำลายประเภท ultrasonic testing
  • 1 : ใช้ได้กับโลหะทุกประเภท
  • 2 : ให้หาข้อบกพร่องใต้ผิวชิ้นงานได้
  • 3 : สามารถระบุตำแหน่งของข้อบกพร่องในชิ้นงานได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 332 :
  • ข้อบกพร่องในการเชื่อมใดไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบแบบไม่ทำลายประเภท Visual inspection test ได้
  • 1 : Centerline crack
  • 2 : Inclusions
  • 3 : Melt-through
  • 4 : Incomplete fusion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :
  • อะไรคือข้อดีของทางตรวจสอบรอยเชื่อมโดยวิธีการ Visual inspection
  • 1 : ราคาถูก
  • 2 : เป็นการทดสอบแบบไม่ทำลาย
  • 3 : ใช้เวลาตรวจสอบสั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • ข้อใดคือมาตรฐานของการเชื่อมที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและการรับรองผู้ตรวจสอบงานเชื่อม
  • 1 : AWS A5.1
  • 2 : AWS QC1-88
  • 3 : AWS D1.1
  • 4 : AWS A2.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 335 :
  • ตามมาตรฐานของ American Society for Nondestructive Testing แบ่งระดับความสามารถของผู้ตรวจสอบแบบไม่ทำลายออกเป็นกี่ระดับ
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : ไม่มีการกล่าวถึง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • เพื่อการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ออกแบบงานเชื่อม และเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบในการควบคุมคุณภาพการเชื่อม จึงได้มีการออกแบบสัญลักษณ์งานเชื่อมขึ้น และได้กำหนดเป็นมาตรฐาน ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่มาตรฐานของสัญลักษณ์งานเชื่อม
  • 1 : JIS Z3021
  • 2 : AWS A 2.4
  • 3 : DIN 32520-1
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 337 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : การตรวจสอบรอยแตกที่ผิวสามารถทำได้โดยวิธีการ liquid penatration testing
  • 2 : การตรวจสอบรอยแตกที่ผิวโดยวิธี liquid penetration testing ไม่สามารถบอกความยาวของรอยแตกบนผิวอย่างคร่าวๆได้
  • 3 : การตรวจสอบรอยแตกที่ผิวโดยวิธี liquid penetration testing สามารถบอกความลึกของรอยแตกได้
  • 4 : Liquid penetration testing สามารถหาข้อบกพร่องของชิ้นงานได้ทุกประเภททุกบริเวณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 338 :
  • ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : liquid penetration testing : สีของสารแทรกซึมที่ถูกดูดซับกลับโดยสารดูดซับ
  • 2 : ultrasonics testing : ความแตกต่างของเวลาที่เสียงสะท้อนกลับ
  • 3 : radiation testing : ความแตกต่างของสีบนแผ่นฟิล์มที่ผ่านการล้างมา
  • 4 : eddy current testing : ความแตกต่างของการกระจายตัวของผงโลหะบนผิวชิ้นงานทดสอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้ตรวจสอบแบบไม่ทำลายระดับความสามารถที่ 2
  • 1 : ควบคุมงานการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย
  • 2 : สามารถเลือกวิธีการตรวจสอบโดยยึดถือมาตรฐานได้
  • 3 : วิเคราะห์ผลจากรายงานการตรวจสอบแบบไมทำลายได้
  • 4 : สามารถตั้งเกณฑ์การตรวจสอบแบบไม่ทำลายที่ไม่มีในมาตรฐานได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 340 :
  • ในการถ่ายภาพด้วยรังสี ของใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ความเร็วในการถ่ายภาพสูง การจำแนกส่วนประกอบในภาพทำได้ดี
  • 2 : ความเร็วในการถ่ายภาพสูง ความละเอียดของภาพต่ำ
  • 3 : ความเร็วในการถ่ายภาพต่ำ ความละเอียดของภาพสูง
  • 4 : ความเร็วในการถ่ายภาพต่ำ การจำแนกส่วนประกอบในภาพทำได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • ข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : ฟิล์มที่ใช้ในการทดสอบแบบไม่ทำลายวิธีการถ่ายภาพรังสีเหมือนกันทุกประเภท
  • 2 : การเลือกใช้ฟิล์มต้องให้เหมาะสมกับประเภทของโลหะ
  • 3 : การเลือกใช้ฟิล์มต้องให้เหมาะสมกับความหนาของโลหะ
  • 4 : การเลือกใช้ฟิล์มต้องให้เหมาะสมกับประเภทของรังสีที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ ultrasonic testing
  • 1 : อาศัยหัว probe ในการสร้าง ส่งถ่าย และรับกลับของคลื่นเสียง
  • 2 : probe ต้องติดกับผิวชิ้นงานอย่างดี
  • 3 : สามารถบอกตำแหน่งของจุดบกพร่องอย่างคร่าวได้
  • 4 : ใช้ตรวจหาข้อบกพร่องในชิ้นงานบางมากๆได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • ในการตรวจสอบรอยเชื่อมที่มีรูพรุนโดยใช้วิธีฉายรังสี (Rediographic examination) นั้นจะเห็นบริเวณรูพรุนบนแผ่นฟิล์มเป็นอย่างไร
  • 1 : บริเวณที่เป็นรอยสีเข้ม
  • 2 : บริเวณที่เป็นรอยสว่าง
  • 3 : บริเวณที่เป็นสีฟ้า
  • 4 : บริเวณที่เป็นสีอ่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • ตามมาตรฐาน JIS Z3104 ได้แบ่งชนิดของความรุนแรงของความบกพร่องในรอยเชื่อมเป็น 3 ระดับใหญ่ ข้อบกพร่องใดจัดอยู่ในกลุ่มรอยบกพร่องชนิดที่ 3 ซึ่งมีความรุนแรงสูงสุด
  • 1 : รอยแตกแบบต่างๆในรอยเชื่อม
  • 2 : รอยบกพร่องที่เป็นโพรงอากาศขนาดเล็กๆ
  • 3 : รอยสแลกเจือปนขนาดเล็กๆ
  • 4 : รอยสแลกเจือปนที่ถูกยึดเป็นส้นยาวๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 345 :
  • รังสีชนิดใดที่นิยมนำมาใช้ในการถ่ายภาพด้วยรังสีสำหรับการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย
  • 1 : รังสีอัลฟ่า
  • 2 : รังสีเอ็กซ์
  • 3 : รังสีเบตา
  • 4 : แสงจากดวงอาทิตย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :
  • การเชื่อมท่ออะลูมิเนียมนั้น ไม่ควร ใช้การตรวจสอบรอยเชื่อมประเภทใด
  • 1 : การตรวจสอบโดยใช้คลื่นอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic examination)
  • 2 : การตรวจสอบโดยใช้สารซึมลึก (Liquid penetrant)
  • 3 : การตรวจสอบโดยใช้ผงแม่เหล็ก (Magnetic particle examination)
  • 4 : สามารถทำการตรวจสอบได้ทุกประเภทที่กล่าวข้างต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • การเชื่อมท่อไททาเนียมคาดว่าจะพบโพรงก๊าซอยู่ภายในเนื้องานเชื่อม เราควรทำการตรวจสอบโดยวิธีใด
  • 1 : ทดสอบโดยใช้ผงแม่เหล็ก
  • 2 : ทดสอบโดยการใช้สารละลายแทรกซึม
  • 3 : ทดสอบโดยใช้คลื่นอัลตร้าโซนิค
  • 4 : ทดสอบโดยการดึงชิ้นงานจนเกิดการแตกหักเพื่อหาตำแหน่งของตำหนิดังกล่าว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 348 :
  • ข้อใดผิดเกี่ยวกับการทดสอบแบบไม่ทำลาย
  • 1 : ชิ้นงานไม่ถูกทำลายระหว่างการทดสอบ
  • 2 : สามารถทำการตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมที่ผลิตในโรงงานได้ 100%
  • 3 : แต่ละวิธีการทดสอบมีประสิทธิภาพที่ไม่เท่ากัน
  • 4 : สามารถเปรียบเทียบผลกับการทดสอบแบบทำลายได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 349 :
  • ในการทดสอบความแกร่งหรือ Fracture toughness ของชิ้นงานเชื่อมจะต้องมีการบันทึกทิศทางการเติบโตของรอยแตก และระนาบของรอยแตกที่อยู่ในรอยเชื่อมนั้น อยากทราบว่าชิ้นงานเชื่อมทดสอบที่มีระนาบของรอยแตกตามทิศทางการเชื่อม และมีทิศทางการโตของรอยแตกตามความหนาของชิ้นงาน
  • 1 : NQ
  • 2 : PQ
  • 3 : NP
  • 4 : PN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 350 :
  • การตรวจสอบขนาดของรอยเชื่อมโดยใช้ Gauge วัดนั้น ไม่สามารถ ใช้วัดหรือตรวจสอบข้อมูลใดได้เสมอไป
  • 1 : ความนูนของเนื้องานเชื่อม
  • 2 : ความเว้าของเนื้องานเชื่อม
  • 3 : การซึมลึกของเนื้องานเชื่อม
  • 4 : ความกว้างของรอยเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • ข้อใด ผิด เกี่ยวกับการตรวจสอบงานเชื่อมโดยวิธีใช้สารแทรกซึม
  • 1 : ราคาถูกกว่าวิธีการทดสอบอื่น
  • 2 : สามารถตรวจสอบรอยแตกที่ผิวของชิ้นงานเชื่อมได้
  • 3 : สามารถตรวจสอบรูพรุนภายในชิ้นงานเชื่อมได้
  • 4 : ไม่จำเป็นต้องทำการตรวจสอบภายในห้องทดลองเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 352 :
  • การตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมโดยใช้สารแทรกซึมนั้น น้ำยาที่ใช้มักนิยมใช้สีใด
  • 1 : ดำ
  • 2 : แดง
  • 3 : เหลือง
  • 4 : น้ำตาล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • ในการตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมโดยใช้ผงแม่เหล็กนั้นมีการทำให้เกิดสนามแม่เหล็กในชิ้นงานเชื่อม โดยทิศทางของสนามแม่เหล็กจะวิ่งจาก
  • 1 : ขั้วเหนือไปขั้วใต้
  • 2 : ขั้วใต้ไปขั้วเหนือ
  • 3 : ขั้วลบไปขั้วบวก
  • 4 : ขั้วบวกไปขั้วลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • ข้อใด ผิด เกี่ยวกับการตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมโดยใช้ผงแม่เหล็ก
  • 1 : สามารถตรวจตำหนิได้เฉพาะที่ผิวของชิ้นงานเท่านั้น
  • 2 : ไม่สามารถใช้ตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมอะลูมิเนียมได้
  • 3 : สามารถตรวจสอบรอยแตกที่เกิดขึ้นภายในชิ้นงานเชื่อมได้
  • 4 : สามารถทำการตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมที่เป็นเหล็กหล่อได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 355 :
  • ข้อใดเป็นชนิดของรังสีที่ใช้ในการตรวจสอบชิ้นงานเชื่อมโดยวิธีการฉายรังสี
  • 1 : แกมมา
  • 2 : แอลฟ่า
  • 3 : เบต้า
  • 4 : แลมด้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 356 :
  • ข้อควรระวังในการตรวจสอบรอยเชื่อมโดยใช้ผงแม่เหล็กคือ
  • 1 : ผงแม่เหล็กที่ใช้ต้องเป็นแบบชนิดแห้งเท่านั้น
  • 2 : ไม่สามารถใช้ในการทดสอบพื้นผิวงานเชื่อมที่เป็นส่วนโค้งเช่น ท่อ ได้
  • 3 : ต้องทำการนำสภาพแม่เหล็กออกจากชิ้นงานเชื่อมทุกครั้งหลังจากการทดสอบ
  • 4 : ผงแม่เหล็กที่ใช้ไม่ควรเป็นสีหรือเรืองแสงเนื่องจากทำให้ประสิทธิภาพลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 357 :
  • ข้อใด ถูก เกี่ยวกับการตรวจสอบตำหนิในชิ้นงานเชื่อมด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิกคือ
  • 1 : สามารถบอกตำแหน่งของรอยตำหนิในชิ้นงานเชื่อมได้
  • 2 : สามารถตรวจสอบรอยตำหนิในชิ้นงานเชื่อมได้ที่ผิวเท่านั้น
  • 3 : ไม่สามารถทำการตรวจสอบภายนอกห้องปฏิบัติการได้
  • 4 : ชิ้นงานเชื่อมต้องสามารถนำไฟฟ้าได้เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • การทดสอบแบบไม่ทำลายในรอยเชื่อมแบบใดที่ใช้ตรวจสอบข้อบกพร่องภายในชิ้นงาน
  • 1 : การทดสอบโดยใช้ผงแม่เหล็ก
  • 2 : การทดสอบโดยใช้การซึมของของเหลว
  • 3 : การทดสอบโดยใช้กระแสไหลวน
  • 4 : การทดสอบโดยใช้รังสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • ในการตรวจสอบแบบไม่ทำลายวิธีการใดสามารถตรวจสอบรอยแตกระหว่างการขยายตัวของรอยแตกได้
  • 1 : การทดสอบโดยใช้รังสี
  • 2 : การทดสอบโดยใช้อัลตราโซนิก
  • 3 : การทดสอบโดยอคูสติก อิมิสชัน
  • 4 : การทดสอบโดยใช้กระแสไหลวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 360 :
  • สารแทรกซึมที่ใช้ในการตรวจสอบรอยแตกหลังการเชื่อมบริเวณผิวต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  • 1 : สามารถแรกซึมเข้าสู่รอยแตกได้ดี
  • 2 : สามารถแทรกซึมได้ดีและไม่ถูกกำจัดไปขณะทำการขจัดสารแทรกซึมบริเวณผิว
  • 3 : รักษาสภาพของสีที่แตกต่างกับสีของพื้อนหลังได้เป็นอย่างดี
  • 4 : มีสภาพเป็นกรดเพื่อให้เกิดปฏิกิรยาดูดเข้าสู่รอยแตกได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
  • ข้อบกพร่องที่เกิดจากการเชื่อมข้อบกพร่องใดสามารถใช้วิธีการตรวจสอบแบบไม่ทำลายชนิดใช้สารแทรกซึมตรวจหาได้
  • 1 : รอยแตกใต้ตะเข็บ(Underbead crack)
  • 2 : รอยแตกจากกำมะถัน(Surfur crack)
  • 3 : การหลอมตัวไม่ดีระหว่างชิ้นงานกับวัสดุเติม
  • 4 : รอยแตกตามขวาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • ท่านเป็นวิศวกรงานเชื่อมที่ต้องการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์หลังการเชื่อมและท่านก็ได้ให้ลูกน้องทำการตรวจสอบคุณภาพโดยใช้ตาเปล่าอยากทราบว่ารอยบกพร่องใดสามารถตรวจพบโดยวิธีการนี้บ้าง
  • 1 : การขาดการซึมลึกในการเชื่อมแบบครั้งเดียว
  • 2 : ชิ้นงานบิดเบี้ยว
  • 3 : Crater
  • 4 : รอยแตกทุกชนิดที่เกิดจากการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 363 :
  • ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยสารแทรกซึมได้ถูกต้อง ก. ทำความสะอาดผิวก่อนการตรวจสอบ ข. ทำการแทรกซึมด้วยน้ำยาแทรกซึม ค. สร้างภาพของรอยบกพร่องโดยใช้สารดูดซับ ง. กำจัดสารแทรกซึม จ. ตรวจสอบรอยแตก ฉ. ทำความสะอาดหลังการตรวจสอบ
  • 1 : ก ข ค ง จ ฉ
  • 2 : ก ข ง ค จ ฉ
  • 3 : ก ง ข ค จ ฉ
  • 4 : ก ง ข จ ค ฉ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • ท่านเป็นวิศวกรที่ต้องการตรวจสอบรอยเชื่อมต่อของท่อโลหะ สิ่งที่ท่านทราบคือการตรวจสอบแบบไม่ทำลายชนิดใช้กระแสไหลวนเป็นวิธีการที่สามารถตรวจสอบได้รวดเร็ว แต่วิธีการดังกล่าวก็มีข้อจำกัดข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อจำกัดของการตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยกระแสไหลวน
  • 1 : ไม่สามารตรวจหาจุดบกพร่องบนผิวชิ้นงานได้
  • 2 : ไม่สามารถแยกแยะ ชนิด รูปร่าง ขนาดของรอยบกพร่องได้ง่าย
  • 3 : มีประสิทธิภาพต่ำในการตรวจหารอยกพร่องของชิ้นงานที่ซับซ้อน
  • 4 : การสั่นสะเทือนมีผลต่อความถูกต้องในการวัดได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • การตรวจสอบแบบไม่ทำลายวิธีการใดสามารถทำการตรวจสอบข้อบกพร่องได้เฉพาะในวัสดุที่นำไฟฟ้าเท่านั้น
  • 1 : การตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยใช้อัลตราโซนิก
  • 2 : การตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยใช้รังสี
  • 3 : การตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยใช้กระแสไหลวน
  • 4 : การตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยการซึมของของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • ในการตรวจสอบรอยเชื่อมด้วยวิธีฉายรังสี (Radiographic examination) นั้นมีข้อจำกัดเกี่ยวกับทิศทางการเรียงตัวของรอยแตกที่สัมพันธ์กับทิศทางการฉายรังสี อยากทราบว่า รอยแตกในข้อใดไม่สามารถตรวจพบบนแผ่นฟิล์ม
  • 1 : รอยแตกภายในชิ้นงานเชื่อมที่มีทิศทางขนานกับทิศทางการฉายรังสี
  • 2 : รอยแตกภายในชิ้นงานเชื่อมที่มีทิศทางตั้งฉากกับทิศทางการฉายรังสี
  • 3 : รอยภายในชิ้นงานเชื่อมที่มีทิศทางเฉียงทำมุมกับทิศทางการฉายรังสี
  • 4 : สามารถตรวจสอบได้ทุกลักษณะที่กล่าวมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • การตรวจสอบรอยเชื่อมด้วยวิธีใดมีข้อจำกัดในเรื่องวัสดุที่เชื่อม
  • 1 : Ultrasonic examination
  • 2 : Liquid penetration
  • 3 : Magnetic powder inspection
  • 4 : Visual inspection
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 368 :
  • เพราะเหตุใด จึงต้องมีการบันทึกทิศทางและตำแหน่งของรอยเชื่อมในชิ้นงานทดสอบแรงดึง ก่อนที่จะทำการทดสอบสมบัติเชิงกลดังกล่าว
  • 1 : ทิศทางของรอยเชื่อมมีผลต่อการสอบเทียบเครื่องมือทดสอบ
  • 2 : ทิศทางของรอยเชื่อมมีผลต่อการเกิดและเติบโตของรอยแตก
  • 3 : ทิศทางของรอยเชื่อมมีผลต่อความแม่นยำของเครื่องมือทดสอบแรงดึง
  • 4 : ทิศทางของรอยเชื่อมมีผลต่อการเปลี่ยนเฟสระหว่างการทดสอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • การทดสอบแรงดึงในชิ้นงานเชื่อม โดยมีการเตรียมชิ้นงานให้มีรอยเชื่อมอยู่บริเวณกึ่งกลางของ Gage length มักพบว่าค่าการยืดตัวในชิ้นงานเชื่อมจะมีค่าต่ำกว่าชิ้นงานทดสอบแรงดึงของโลหะพื้นมาก เนื่องจาก
  • 1 : เกิด Stress concentration บริเวณจุดที่เป็นชิ้นงานเชื่อม
  • 2 : เกิดการหดตัวที่ไม่สม่ำเสมอตลอดชิ้นงานทดสอบ
  • 3 : รอยเชื่อมมักมีความแข็งที่ต่ำกว่าโลหะพื้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • หากทำการทดสอบสมบัติการทนต่อแรงกระแทกหรือ Impact testing ของชิ้นงานเชื่อมในช่วงอุณหภูมิหนึ่งโดยเปรียบเทียบชิ้นงานปกติของโลหะพื้น พบว่า
  • 1 : Transition temperature ในชิ้นงานเชื่อมมีค่ามากกว่าในชิ้นงานปกติ
  • 2 : Transition temperature ในชิ้นงานเชื่อมมีค่าน้อยกว่าในชิ้นงานปกติ
  • 3 : Energy absorption ในชิ้นงานเชื่อมมีค่ามากกว่าในชิ้นงานปกติ
  • 4 : Energy absorption ในชิ้นงานเชื่อมมีค่าเท่ากับในชิ้นงานปกติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 :
  • การทดสอบ Bend test ของชิ้นงานเชื่อมนั้นจะมีการจัดวางชิ้นงานทดสอบอย่างไร
  • 1 : Four-point bending
  • 2 : Three-point bending
  • 3 : Two-point bending
  • 4 : Single-point bending
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • ข้อใดไม่ใช่การทดสอบงานเชื่อมด้วยวิธี Destructive testing
  • 1 : Free bend
  • 2 : Guided bend
  • 3 : Break test
  • 4 : Scratch test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 373 :
  • ในการทดสอบ Ductility ในชิ้นงานเชื่อมโดยวิธี bend test ซึ่งทำการทดสอบให้เกิดการโค้งงอในชิ้นงานเชื่อมโดยใช้ชิ้นงานเชื่อม 4 ชิ้นด้วยกัน พบว่าทั้ง 4 ชิ้นทำให้เกิดองศาของการโค้งงอที่ต่างกันโดยไม่เกิดการแตกหัก อยากทราบว่าการชิ้นงานเชื่อมใดมี Ductility ที่ดีที่สุด
  • 1 : ชิ้นงานเชื่อมที่ 1: 30 อาศา
  • 2 : ชิ้นงานเชื่อมที่ 2: 45 อาศา
  • 3 : ชิ้นงานเชื่อมที่ 3: 90 อาศา
  • 4 : ชิ้นงานเชื่อมที่ 4: 180 อาศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 374 :
  • ข้อใด ผิด เกี่ยวกับการทดสอบชิ้นงานเชื่อมโดยวิธี Guided bend test และ Free bend test
  • 1 : Free bend test ไม่ต้องใช้ Guide ในการทดสอบ
  • 2 : เป็นการทดสอบสมบัติการยืดตัวของชิ้นงานเชื่อม
  • 3 : ชิ้นงานเชื่อมจะต้องถูกงอให้เกิดการแตกหัก
  • 4 : ชิ้นงานเชื่อมมีรอยเชื่อมอยู่กึ่งกลางซึ่งเป็นตำแหน่งที่รับ Bending
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • ในการทดสอบแรงดึงในชิ้นงานเชื่อมแผ่นหนึ่ง มีเตรียมชิ้นงานทดสอบที่ต่างกันคือ ชิ้นแรกเป็นชิ้นงานทดสอบที่มีรอยเชื่อมขนานกับ Gauge length หรือ All weld metal tension specimen และชิ้นงานที่สองเป็นชิ้นงานทดสอบที่มีรอยเชื่อมขวางอยู่กึ่งกลางของชิ้นงานทดสอบ อยากทราบว่า ชิ้นงานทั้งสองชิ้นนี้จะมีการตอบสนองต่อแรงดึงอย่างไร
  • 1 : ชิ้นงานแรกจะมีการเปลี่ยนรูปของชิ้นงานที่ไม่สม่ำเสมอตลอด Gauge length
  • 2 : ชิ้นงานที่สองจะมีการเปลี่ยนรูปของชิ้นงานที่สม่ำเสมอตลอด Gauge length
  • 3 : ทิศทางการเรียงตัวของเกรน/โครงสร้างของงานเชื่อมต่อแรงที่มากระทำต่างกันในชิ้นงานทดสอบทั้งสอง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 376 :
  • ในการทดสอบแรงดึงในชิ้นงานเชื่อมโลหะไททาเนียมผสมด้วยวิธี Autogenous TIG welding มีการเตรียมชิ้นงานทดสอบโดยให้รอยเชื่อมอยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของ Gauge length เมื่อทำการทดสอบ พบว่า มีค่า Yield strength ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่มีค่าเปอร์เซ็นต์การยืดตัวที่ลดลงอย่างมาก หากท่านต้องการเชื่อมโลหะไททาเนียมผสมนี้ในครั้งต่อไปเพื่อให้ได้สมบัติเชิงกลที่ดีขึ้น ท่านควร
  • 1 : ใช้ Grain refiner
  • 2 : เพิ่มขนาดเนื้องานเชื่อม
  • 3 : ลดการใช้ Shielding gas
  • 4 : เพิ่มกระแสในการเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 377 :
  • ชิ้นงานเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอนสูงความหนา 5 mmโดยวิธี Shield metal arc welding มีขนาดความกว้างของรอยเชื่อมประมาณ 10 มิลลิเมตรถูกนำมาทำการทดสอบสมบัติเชิงกล เช่นการทดสอบแรงดึง การทดสอบค่าความแข็ง พบว่า
  • 1 : ค่าเปอร์เซ็นต์การยืดตัวของชิ้นงานเชื่อมนั้นมีค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • 2 : ค่าความแข็งในเนื้องานเชื่อมน้อยกว่าในโลหะพื้น
  • 3 : บริเวณรอยเชื่อมจะเกิด Strain ที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับบริเวณโลหะพื้น
  • 4 : Work hardening exponent มีค่าเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • ในการทดสอบ Bend test ของงานเชื่อม Groove welding มีการเตรียมชิ้นงานทดสอบโดยขึ้นอยู่กับด้านของรอยเชื่อม 3 ประเภทด้วยกัน ข้อใดไม่ใช่ลักษณะชิ้นงานเชื่อมที่เตรียมทดสอบ Bend test
  • 1 : Face bend test
  • 2 : Root bend test
  • 3 : Side bend test
  • 4 : Front bend test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • ในการทดสอบชิ้นงานเชื่อมโดยวิธี Guided bend test เราต้องทำการทดสอบให้เกิดการงอในชิ้นงานเชื่อม โดยด้านนอกสุดของงานเชื่อมที่เกิดการโค้งงอจะอยู่ภายใต้สถาวะของแรงที่เป็น
  • 1 : Shear
  • 2 : Tension
  • 3 : Torsion
  • 4 : Compressive
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • วัสดกันรังสีมีความจำเป็นต่อการถ่ายภาพรังสีเพื่อตรวจสอบรอยเชื่อมหรือไม่
  • 1 : ไม่จำเป็น ไม่ใช้ก็ได้
  • 2 : ไม่จำเป็น เพราะเป็นแค่อุปกรณ์เสริม
  • 3 : จำเป็นเพราะจะช่วยลดการเกิดหมอกสีดำบนแผ่นฟิล์มที่โดนรังสีตรงๆ
  • 4 : จำเป็นเพราะ ต้องการนำฟิล์มส่วนที่ไม่ควรโดนรังสีกลับไปใช้ใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • เพื่อให้งานเชื่อมที่ได้จากการเชื่อมโดยวิธีการอาร์คแบบลวดเชื่อมมีสารพอกนั้น ข้อใดต่อไปนี้ผู้เชื่อมต้องคำนึงถึงในการเชื่อม
  • 1 : การชื้นของลวดเชื่อม
  • 2 : ความสะอาดของชิ้นงาน
  • 3 : ประเภทของกระแสไฟที่ใช้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • ข้อใดคือความหมายที่ใกล้เคียงที่สุดของคำว่าการประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • 1 : การรับรองว่าชิ้นงานที่ผลิตขึ้นได้ตามมาตรฐานที่ต้องการของลูกค้า
  • 2 : การควบคุมกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ
  • 3 : รูปของกิจกรรมในองค์กรที่เป็นระบบและออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ขององค์กรนั้นๆให้กับลูกค้า
  • 4 : การควบคุมกระบวนการออกแบบ การผลิต และการขนส่งผลิตภัณฑ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 383 :
  • ข้อใดคือความหมายที่ใกล้เคียงที่สุดของคำว่าการควบคุมคุณภาพ
  • 1 : กิิจกรรมทีทำอย่างเป็นระบบในองค์กรเพื่อการสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ขององค์กร
  • 2 : การควบคุมการผลิต การออกแบบ และการขนส่งสู่ลูกค้า
  • 3 : กิจกรรมที่ทำขึ้นในองค์กรอย่างเป็นระบบเพื่อการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่องค์กรผลิตขึ้นให้เป็นไปตามความต้องการขององค์กร
  • 4 : การควบคุมการผลิตให้ดีที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • แนวคิดการควบคุมคุณภาพแบบ TQM ต่างจาก Six Sigma อย่างไร
  • 1 : No mass training in statistics and quality
  • 2 : Quality initiative
  • 3 : Largely within a single function
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :
  • ข้อใดคือสาเหตุของการควบคุมคุณภาพในงานเชื่อม
  • 1 : เพราะต้องการลดต้นทุนการเชื่อมจากการลดของเสีย
  • 2 : เพราะต้องการความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน
  • 3 : เพราะต้องการความเชื่อมั่นในงานเชื่อมที่ผลิตขึ้นมา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • ในการบัดกรีวงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้มีการประยุกต์ใช้การตรวจสอบแบบไม่ทำลายมีด้วยกันหลายวิธี อยากทราบว่าวิธีการใดถูกใช้เฉพาะในการตรวจสอบรอยเชื่อมวงจรอิเล็กทรอนิกเท่านั้น
  • 1 : การตรวจสอบด้วยตาปล่าว
  • 2 : การตรวจสอบด้วยการใช้ภาพถ่ายรังสี
  • 3 : การตรวจสอบการนำไฟฟ้าและไม่นำไฟฟ้าของขั้วต่างๆในวงจร
  • 4 : การตรวจสอบโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 387 :
  • ในการควบคุมคุณภาพการเชื่อมวงจรอิเล็กทรอนิกส์วิธีการตรวจสอบรอยเชื่อมวิธีการใดได้รับความนิยมสูงสุดในคำตอบต่างๆต่อไปนี้
  • 1 : วิธีการ Automated optical inspection
  • 2 : วิธีการตรวจสอบแบบกระแสไหลวน
  • 3 : วิธีการตรวจสอบแบบคลื่นเสียงอัลตราโซนิกส์
  • 4 : วิธีการตรวจสอบแบบสารแทรกซึม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 388 :
  • ข้อใดคือข้อด้วยของการตรวจสอบแบบไม่ทำลายชนิด Automated optical inspection ในการตรวจรอยบัดกรีในวงจรอิเล็กทรอนิกส์
  • 1 : รอยเชื่อมอยู่ใต้ผิวชิ้นงาน
  • 2 : รอยเชื่อมอยู่ในบริเวณที่แสงส่องไม่ถึง
  • 3 : รอยเชื่อมไม่อยู่ในระนาบที่ถ่ายภาพได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 389 :
  • ในการเชื่อมเหล็กกล้าไร้สนิมแผ่นหนาเกรดออสเตนนิกที่ต้องการการเชื่อมหลายๆครั้งปัญหาที่มักพบและต้องการวิศวกรหาทางแก้ไขก่อนการเชื่อมเพื่อลดของเสียคืออะไร
  • 1 : การแตกบริเวณ HAZ ซึ่งเกิดจากการตกผลึกของโครเมียมคาร์ไบด์
  • 2 : การเกิดมาร์เทนไซน์บริเวณ HAZ
  • 3 : การเกิดความล้าเนื่องจากความร้อนซ้ำของชิ้นงานเชื่อม
  • 4 : การเกิดการสูญเสียโครเมียมจากบริเวณหลอมละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • ข้อใดคือข้อจำกัดของการตรวจสอบแบบไม่ทำลายชนิดใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิก
  • 1 : หัวโพรบต้องสัมผัสกับผิวชิ้นงานอย่างดี
  • 2 : ใช้กับวัสดุได้เกือบทุกประเภท
  • 3 : สามารถบอกตำแหน่งของจุดบกพร่องได้
  • 4 : สามารถบอกขนาดของจุดบกพร่องอย่างคร่าวๆได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทดสอบแบบไม่ทำลายชนิดใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกโดยที่หัวโพรบไม่สัมผัสกับชิ้นงานอย่างดี(ใช้สารเคลือบก่อนการว่างหัวโพรบ)
  • 1 : เป็นไปไม่ได้เพราะว่าคลื่นเสียงจะเกิดการกระเจิงเมื่อผ่านตัวกลางที่ไม่ต่อเนื่อง
  • 2 : เป็นไปไม่ได้เพราะว่าคลื่นเสียงจะเกิดการกระเจิงเมื่อผ่านตัวกลางที่เนื่อไม่สม่ำเสมอเช่นอากาศที่ไหลตลอดเวลา
  • 3 : เป็นไปได้ถ้าอากาศที่เป็นตัวนำคลื่นเสียงอัลตราโซนิกมีความสม่ำเสมอตลอดเวลาการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย
  • 4 : น่าจะถูกทั้งข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 :
  • ข้อใดเป็นการทดสอบแบบทำลายของรอยเชื่อม
  • 1 : Ultrasonic test
  • 2 : Radiographic test
  • 3 : Bending test
  • 4 : Magnetic particle test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • ข้อใดจัดเป็นการตรวจสอบแบบไม่ทำลายที่ใช้ตรวจสอบรอยเชื่อม
  • 1 : Ultrasonic test
  • 2 : Tensile test
  • 3 : Bending test
  • 4 : Impact test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • การทดสอบแรงกระแทกในรอยเชื่อมทำขึ้นเพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อทราบความสามารถในการดูดซับพลังงานก่อนการแตกหักโดยภาระกรรมแบบฉับพลัน
  • 2 : เพื่อทราบความแข็งแรงของวัสดุ
  • 3 : เพื่อทราบถึงความสามารถในการงอ
  • 4 : เพื่อทราบความสามารถในการบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 395 :
  • การเชื่อมจัดเป็นงานที่มีอันตราย อุปกรณ์ใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากงานเชื่อม
  • 1 : ชุดหนังกันความร้อน
  • 2 : แว่นตากันแดด
  • 3 : หน้ากากเชื่อม
  • 4 : หมวกกันกระแทก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 396 :
  • ข้อใดผิดเกี่ยวความปลอดภัยในการใช้เครื่องเชื่อมเลเซอร์
  • 1 : เครื่องเลเซอร์ประเภท 4 เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ปลอดภัย
  • 2 : แว่นตากันแสงเลเซอร์ประเภท YAG laser สามารถใช้งานได้เฉพาะการเชื่อมโดยแสงเลเซอร์ประเภท YAG laser เท่านั้น
  • 3 : ไม่ควรมองไปที่บริเวณเชื่อมด้วยตาปล่าวเมื่อทำการเชื่อมด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์
  • 4 : แม้ว้าเลเซอร์บอกตำแหน่งในการเชื่อมจะมีกำลังน้อยแต่ก็ไม่ควรมอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 397 :
  • ข้อใดไม่จัดเป็นหลักความปลอดภัยในงานเชื่อม
  • 1 : มองรอยเชื่อมขณะเชื่อมด้วยการมองผ่านแว่นตาดำ
  • 2 : สวมเสื้อหรือชุดที่ป้องกันสะเก็ดไฟได้
  • 3 : ไม่เอามือที่เปียกปรับกำลังเครื่องเชื่อมไฟฟ้า
  • 4 : ไม่จับชิ้นงานหลังงานเชื่อมทันที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :
  • Acetylene gas จะเกิดระเบิดได้เมื่อกรณีใด
  • 1 : มี Acetylene gas อยู่ในอากาศระหว่าง 2-82 เปอร์เซนต์
  • 2 : Acetylene gas ได้รับแรงดันที่สุดเกิดค่าหนึ่งแม้ไม่มีอากาศ
  • 3 : Acetylene gas อยู่ในบรรยากาศที่เย็นจัด
  • 4 : มีคำตอบถูกเกินสองข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 399 :
  • การเชื่อมด้วยเครื่องเชื่อมอัตโนมัติ หรือ หุ่นยนต์เชื่อม มีหลักความผลอดภัยหลายข้ออยากทราบว่าข้อใดคือหลักความปลอดภัย
  • 1 : กำหนดบริเวณที่หุ่นยนต์เชื่อมสามารถเคลื่อนที่ถึงเป็นบริเวณอันตราย
  • 2 : สวมอุปกรณ์กันกระแทกเพื่อป้องกันการกระแทกของเครื่องจักรกับตัวผู้ปฏิบัติงานอันเนื่องมาจากความผิดพลาดจากการทำงาน
  • 3 : ควรอยู่บริเวณที่ปลอดภัยในขณะหุ่นยนต์เชื่อมทำงาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 400 :
  • ความไม่ปลอดภัยที่พบในงานเชื่อมเกิดได้หลายสาเหตุ ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นสาเหตุของความไม่ปลอดภัยในงานเชื่อมบ้าง
  • 1 : การระเหิดของลวดบัดกรีในขณะบัดกรี
  • 2 : แสงสว่างที่เกิดจากการอาร์ค
  • 3 : สะเก็ดไฟในการเชื่อม
  • 4 : การใส่หน้ากากป้องกันแสงจากการอาร์คทำให้ทำงานยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร