สภาวิศวกร

สาขา : เหมืองแร่

วิชา : Metal Forming

เนื้อหาวิชา : 518 : Theory and modern development of foundry processes
ข้อที่ 1 :
  • สำหรับในประเทศไทย เมื่อกล่าวถึงกระบวนการ Die Casting หมายถึง?
  • 1 : Permanent Mold Casting
  • 2 : Gravity Die Casting
  • 3 : High Pressure Die Casting
  • 4 : Low Pressure Die Casting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • โลหะใดที่ไม่สามารถหล่อด้วยกรรมวิธี Die Casting
  • 1 : เหล็กหล่อ
  • 2 : อะลูมิเนียม
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : แมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • ชิ้นงานลักษณะใดที่ไม่เหมาะกับการหล่อโดยอาศัยแรงเหวี่ยง (Centrifugal Casting)
  • 1 : ชิ้นงานทรงกระบอก
  • 2 : ชิ้นงานขนาดใหญ่
  • 3 : ชิ้นงานซับซ้อนที่ต้องอาศัยไส้แบบ (Core)
  • 4 : ชิ้นงานบาง ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • เตาหลอมโลหะชนิดใดที่ไม่ใช้กับการหลอมอะลูมิเนียม
  • 1 : เตาไฟฟ้าแบบตัวต้านทาน (Resistance)
  • 2 : เตาเชื้อเพลิงแบบใช้น้ำมัน
  • 3 : เตาเชื้อเพลิงแบบใช้ก๊าซ
  • 4 : เตาคิวโปลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • กระบวนการหล่อใด ที่ไม่เหมาะสำหรับการผลิตชิ้นส่วนที่ต้องการความละเอียดสูง
  • 1 : หล่อด้วยแบบหล่อทรายชื้น (Green Sand)
  • 2 : กรรมวิธีขี้ผึ้งหาย (Lost Wax)
  • 3 : กรรมวิธีอินเวสต์เมนต์ (Investment Casting)
  • 4 : กรรมวิธีเชลล์โมลด์ (Shell Mold)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 6 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบที่อยู่ในหีบแบบ ขณะทำการหล่อด้วยกรรมวิธีแบบหล่อทราย
  • 1 : ไส้แบบ (Core)
  • 2 : แบบจำลองหรือกระสวน (Pattern)
  • 3 : ทุ่นเย็น (Chill)
  • 4 : ระบบทางเดินโลหะหลอมเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 7 :
  • กรรมวิธีการหล่อแบบใดที่ไม่ต้องมีไรเซอร์
  • 1 : High Pressure Die Casting
  • 2 : Gravity Die Casting
  • 3 : กรรมวิธีหล่อด้วยแบบทรายชื้น (Green Sand)
  • 4 : กรรมวิธีหล่อด้วยแบบทรายแห้ง (ผสมเรซิน)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 :
  • คำว่า Permanent Mold Casting หรือการหล่อด้วยแบบหล่อถาวรนั้น เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
  • 1 : Die Casting
  • 2 : Low Pressure Die Casting
  • 3 : Gravity Die Casting
  • 4 : High Pressure Die Casting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของกรรมวิธี High Pressure Die Casting
  • 1 : ชิ้นงานเนื้อแน่น ไม่มีรูพรุน
  • 2 : หล่อชิ้นงานบางได้
  • 3 : กำลังการผลิตสูง เหมาะกับการหล่องานจำนวนมาก
  • 4 : ความเที่ยงตรงของมิติชิ้นงานสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • ทราย CO2 คือ
  • 1 : ทรายชื้น (Green Sand)
  • 2 : ทรายที่มีคาร์บอเนตเป็นองค์ประกอบ
  • 3 : ทรายทำแบบที่ผสมโซเดียมซิลิเกต
  • 4 : ทรายทำแบบที่ผสมเรซิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • กระบวนการหล่อตัวเรือนเครื่องประดับ และแหวนจากโลหะมีค่าเช่น ทอง เงิน เงินสเตอลิงในประเทศไทย ใช้วัสดุใดเป็นแบบหล่อ และหล่อด้วยกรรมวิธีใดเป็นส่วนใหญ่
  • 1 : ทรายชื้น เทน้ำโลหะตามปกติ
  • 2 : แม่พิมพ์ ใช้แรงดันฉีดน้ำโลหะเข้าแบบ
  • 3 : ปูนปลาสเตอร์ ใช้แรงเหวี่ยงดันให้น้ำโลหะเข้าแบบ
  • 4 : แม่พิมพ์ ใช้การหมุนแม่พิมพ์ให้เกิดแรงเหวี่ยงทำให้น้ำโลหะเข้าแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างขนาดเม็ดทรายกับความโปร่งอากาศ (ในทรายที่นำมาทำแบบหล่อโลหะ)
  • 1 : แบบทรายที่ทำจากทรายเม็ดใหญ่ มีความโปร่งอากาศสูง
  • 2 : แบบทรายที่ทำจากทรายเม็ดเล็ก มีความโปร่งอากาศต่ำ
  • 3 : แบบทรายที่ทำจากทรายเม็ดใหญ่และเล็กผสมกัน มีความโปร่งอากาศต่ำกว่าแบบทรายที่ทำจากทรายเม็ดขนาดเดียวกัน
  • 4 : แบบทรายที่ทำจากทรายเม็ดใหญ่และเล็กผสมกัน มีความโปร่งอากาศสูงกว่าแบบทรายที่ทำจากทรายเม็ดเล็กขนาดเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • ข้อใดเป็นตัวประสานที่เติมในทรายแบบชนิดทรายชื้น (Green Sand) เพื่อทำให้ทรายแบบเกิดความแข็งแรง ด้วยแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเม็ดทราย
  • 1 : เรซิน
  • 2 : กาว
  • 3 : ดินเหนียวเบนโตไนต์
  • 4 : ผงถ่านหรือผงแกรไฟต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • ทรายที่ใช้กับงานทำแบบหล่อโลหะ ส่วนใหญ่จะเป็นทรายแก้ว มีส่วนผสมหลักคือ
  • 1 : SiO2
  • 2 : Na2O
  • 3 : CaO
  • 4 : Al2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • องค์ประกอบที่ทำให้ทรายแบบหล่อชนิดทรายชื้น (Green Sand) มีความแข็งแรงคือ
  • 1 : น้ำ
  • 2 : ดินเหนียว
  • 3 : น้ำและดินเหนียว
  • 4 : ผงถ่านหรือผงแกรไฟต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 16 :
  • ในโรงงานหล่อโลหะด้วยแบบทราย มีอุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่เรียกสั้น ๆ ว่า Jolt และ Squeeze อุปกรณ์พวกนี้ คือ
  • 1 : อุปกรณ์/เครื่องทำ (ปั้น) แบบทรายชื้น (Green Sand)
  • 2 : อุปกรณ์/เครื่องรื้อแบบหลังหล่อเสร็จแล้ว
  • 3 : อุปกรณ์/เครื่องช่วยในการเทโลหะหลอมเหลวเข้าแบบ
  • 4 : อุปกรณ์/เครื่องตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานหล่อที่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • ปัจจัยต่อไปนี้ ข้อใดมีผลต่อโครงสร้างและคุณสมบัติของชิ้นงานหล่อน้อยที่สุด
  • 1 : ชนิดของวัสดุที่ใช้ทำแม่พิมพ์
  • 2 : อุณหภูมิของเบ้าหล่อ
  • 3 : ความแข็งของแม่พิมพ์
  • 4 : อุณหภูมิของน้ำโลหะขณะเท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • ขณะที่ชิ้นงานโลหะเย็นตัวลง การหดตัวของชิ้นงานในช่วงใดที่อาจทำให้ชิ้นงานแตกหักมากที่สุด
  • 1 : ช่วงก่อนจะมีการแข็งตัว
  • 2 : ช่วงที่เริ่มแข็งตัว
  • 3 : ช่วงที่มีการแข็งตัวเป็นบางส่วน
  • 4 : ช่วงที่แข็งตัวหมดแล้วที่อุณหภูมิต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • ในการหล่อโดยใช้แม่พิมพ์เหล็ก ภาวะใดที่จะทำให้ได้โครงสร้างเกรนละเอียดที่สุด
  • 1 : อุณหภูมิน้ำโลหะและอุณหภูมิแม่พิมพ์เหล็กสูง
  • 2 : อุณหภูมิน้ำโลหะและอุณหภูมิแม่พิมพ์เหล็กต่ำ
  • 3 : อุณหภูมิน้ำโลหะสูงและอุณหภูมิแม่พิมพ์เหล็กต่ำ
  • 4 : อุณหภูมิน้ำโลหะต่ำและอุณหภูมิแม่พิมพ์เหล็กสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • อะลูมิเนียมผสมที่เหมาะสมกับงานหล่อมีโลหะใดเป็นตัวผสมหลัก
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : ซิลิกอน
  • 3 : เหล็ก
  • 4 : แมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • เหล็กหล่อมีส่วนผสมของคาร์บอนประมาณเท่าไร
  • 1 : 0.01 - 0.1 wt%
  • 2 : 0.5 - 1.0 wt%
  • 3 : 1.5 - 2.0 wt%
  • 4 : 2.0 - 4.0 wt%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • ตามรูปนี้ โครงสร้างเกรนแบบใดเกิดจากการหล่อ
  • 1 : ข้อ (a)
  • 2 : ข้อ (b)
  • 3 : ข้อ (c)
  • 4 : ทุกโครงสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • ในการหล่อโลหะผสม A-15wt%B น้ำโลหะจะเริ่มแข็งตัวที่ประมาณอุณหภูมิเท่าไร
  • 1 : 1200˚C
  • 2 : 1000˚C
  • 3 : 750˚C
  • 4 : 500˚C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • ในการหล่อโลหะผสม A-15wt%B น้ำโลหะจะแข็งตัวหมดที่ประมาณอุณหภูมิเท่าไร
  • 1 : 1200˚C
  • 2 : 1000˚C
  • 3 : 750˚C
  • 4 : 500˚C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • ในการหล่อโลหะผสม A-5wt%B โดยการเย็นตัวอย่างช้าๆ น้ำโลหะจะแข็งตัวหมดที่ประมาณอุณหภูมิเท่าไร
  • 1 : 1200˚C
  • 2 : 1000˚C
  • 3 : 750˚C
  • 4 : 500˚C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • โลหะผสม A-5wt%B ที่อุณหภูมิ 500˚C จะมีโครงสร้างประกอบด้วยอะไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  • โลหะผสม A-15wt%B ที่อุณหภูมิ 550˚C จะมีโครงสร้างประกอบด้วยอะไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • จากรูป ระยะความยาวใดคือ ขนาดเกรน (grain size)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 :
  • จากรูป ระยะความยาวใดคือ ขนาดของ Primary Dendrite Arm Spacing
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • จากรูป ระยะความยาวใดคือ ขนาดของ Secondary Dendrite Arm Spacing
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • การหล่อดังที่แสดงในภาพ เป็นการทดสอบอะไร
  • 1 : ความสามารถในการไหลของน้ำโลหะ
  • 2 : ความหนืดของน้ำโลหะ
  • 3 : สมบัติเชิงกลของงานหล่อ
  • 4 : การแตกร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :
  • การหล่อดังที่แสดงในภาพ เป็นการทดสอบอะไร
  • 1 : ความสามารถในการไหลของน้ำโลหะ
  • 2 : ความหนืดของน้ำโลหะ
  • 3 : สมบัติเชิงกลของงานหล่อ
  • 4 : การแตกร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • โครงสร้างที่เห็นในภาพเรียกว่าอะไร
  • 1 : Columnar
  • 2 : Dendrite
  • 3 : Single Crystal
  • 4 : Equiaxed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • จากรูป ข้อใดคือ Killed Steel
  • 1 : (a)
  • 2 : (b)
  • 3 : (c)
  • 4 : ทุกรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • จากรูป ข้อใดคือ Semi-Killed Steel
  • 1 : (a)
  • 2 : (b)
  • 3 : (c)
  • 4 : ทุกรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • จากรูป ข้อใดคือ Rimmed-Steel
  • 1 : (a)
  • 2 : (b)
  • 3 : (c)
  • 4 : ทุกรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • จากรูป ข้อใดคือ เหล็กหล่อขาว (white cast iron)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • จากรูป ข้อใดคือ เหล็กหล่อเทา (gray cast iron)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • จากรูป ข้อใดคือ เหล็กหล่อเหนียว (ductile cast iron)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • จากรูป ข้อใดคือ เหล็กหล่ออบเหนียว (malleable cast iron)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • เหล็กหล่อเหนียว (ductile cast iron) เป็นผลมาจากการเติมโลหะชนิดใด ลงในเหล็กหล่อเทา (gray cast iron) เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างกราไฟต์
  • 1 : Si
  • 2 : Al
  • 3 : Mg
  • 4 : Cu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 :
  • เหล็กหล่อชนิดใด ได้จากการเย็นตัวอย่างรวดเร็วขณะหล่อ
  • 1 : White cast iron
  • 2 : Gray cast iron
  • 3 : Ductile cast iron
  • 4 : Malleable cast iron
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • วัสดุชนิดใดนำมาเป็นภาชนะใส่น้ำอะลูมิเนียมได้โดยไม่มีปัญหา
  • 1 : Alumina
  • 2 : Copper
  • 3 : Steel
  • 4 : Magnesium
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • วัสดุชนิดใดนำมาเป็นภาชนะใส่น้ำแมกนีเซียมได้โดยไม่มีปัญหา
  • 1 : Aluminium
  • 2 : Zinc
  • 3 : Steel
  • 4 : Magnesium
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ทรายแบบหล่อในข้อใดต่อไปนี้มีราคาถูกที่สุด
  • 1 : Silica sand
  • 2 : Chromite sand
  • 3 : Zircon sand
  • 4 : Olivine sand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :
  • ข้อใดเป็นข้อจำกัดหลักของ Silica sand
  • 1 : มีราคาแพง
  • 2 : มีจุดหลอมตัวสูง
  • 3 : พบน้อยในธรรมชาติ
  • 4 : มีอัตราการขยายตัวสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดผิด
  • 1 : Zircon sand มีจุดหลอมตัวสูงกว่า Silica sand
  • 2 : ทรายเม็ดใหญ่มี Permeability สูงกว่าทรายเม็ดเล็ก
  • 3 : ทรายเม็ดใหญ่มี Flowability สูงกว่าทรายเม็ดเล็ก
  • 4 : ทรายที่มีขนาดสม่ำเสมอมี Permeability ต่ำกว่าทรายเม็ดใหญ่และเม็ดเล็กผสมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :
  • ตัวประสานในข้อใดมีราคาถูกที่สุด
  • 1 : Bentonite clay
  • 2 : Furan resin
  • 3 : Phenolic resin
  • 4 : Sodium Silicate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดเป็นสารตั้งต้นในการผลิต Furan resin
  • 1 : Urea Formaldehyde และ Furfuryl Alcohol
  • 2 : Urea Formaldehyde และ Ethyl Alcohol
  • 3 : Phenol Formaldehyde และ Hexamine
  • 4 : Phenol Formaldehyde และ Methyl Alcohol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 50 :
  • ตัวประสานในข้อใดต่อไปนี้มีข้อจำกัดคือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ยาก
  • 1 : Bentonite clay
  • 2 : Furan resin
  • 3 : Phenolic resin
  • 4 : Sodium Silicate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • คุณสมบัติในข้อใดของทรายแบบหล่อที่ทำให้สามารถระบายก๊าซผ่านทรายแบบหล่อได้ดี
  • 1 : Permeability
  • 2 : Collapsibility
  • 3 : Thermal Stability
  • 4 : Green Strength
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • คุณสมบัติในข้อใดของทรายแบบหล่อที่ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายแบบหล่อได้ง่าย
  • 1 : Green Strength
  • 2 : Hot Strength
  • 3 : Dry Strength
  • 4 : Collapsibility
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • คุณสมบัติในข้อใดของทรายแบบหล่อที่ทำให้สามารถรื้อแบบได้ง่าย
  • 1 : Green Strength
  • 2 : Hot Strength
  • 3 : Dry Strength
  • 4 : Collapsibility
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 54 :
  • ผงขี้เลื่อยไม่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในข้อใดของทรายแบบหล่อ
  • 1 : Permeability
  • 2 : Collapsibility
  • 3 : Thermal Stability
  • 4 : Green Strength
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • หากต้องการทราบปริมาณความชื้นในทรายแบบหล่อต้องทำการทดสอบคุณสมบัติทรายในข้อใด
  • 1 : Moisture content test
  • 2 : Permeability test
  • 3 : Fineness test
  • 4 : Clay-content test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • กระบวนการทำแบบในข้อใดเหมาะต่อการทำแบบทรายสำหรับหล่อระฆังโบสถ์ขนาดใหญ่
  • 1 : Shell Mold
  • 2 : Vacuum Process
  • 3 : Green Sand Molding
  • 4 : Loam Mold
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 :
  • กระบวนการทำแบบในข้อใดถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่มีต้นทุนต่ำที่สุด
  • 1 : Shell Mold
  • 2 : Vacuum Process
  • 3 : Green Sand Molding
  • 4 : Loam Mold
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • กระบวนการทำแบบในข้อใดเหมาะต่อการทำแบบทรายสำหรับอัญมณีเครื่องประดับที่มีรายละเอียดมาก
  • 1 : Shell Mold
  • 2 : Lost Wax Process
  • 3 : Green Sand Molding
  • 4 : Loam Mold
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • อีกชื่อหนึ่งของ Lost Was Process คือ
  • 1 : Investment Casting
  • 2 : Shell Mold
  • 3 : Vacuum Process
  • 4 : Green Sand Molding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • ข้อใดเป็นข้อได้เปรียบของ Dry Sand Molding
  • 1 : ได้แบบทรายที่มีความแข็งแรง ต้านทานการกัดเซาะของน้ำโลหะได้ดี
  • 2 : เป็นวิธีที่ประหยัดเวลาในการทำแบบ
  • 3 : ทรายแบบสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่าย
  • 4 : เป็นกระบวนการที่สะอาดทำให้เกิดกากอุตสาหกรรมน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเกรนในโครงสร้างงานหล่อ
  • 1 : Chilled Grain
  • 2 : Columnar Grain
  • 3 : Equiaxed Grain
  • 4 : Elongated Grain
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :
  • ในการวัด Fluidity แบบมาตรฐานมีรูปร่างอย่างไร
  • 1 : ทรงก้นหอย
  • 2 : ทรงกรวย
  • 3 : ทรงกลม
  • 4 : ทรงพีระมิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • Moisture Teller เป็นเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์อะไร
  • 1 : ปริมาณความชื้นในทรายแบบ
  • 2 : ปริมาณความชื้นใน Binder
  • 3 : ปริมาณความชื้นในชิ้นงานหล่อ
  • 4 : ปริมาณความชื้นในบรรยากาศของโรงหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • การหาความละเอียดของทรายแบบใช้วิธีการใด
  • 1 : Sieve Analysis
  • 2 : Permeability Test
  • 3 : Moisture Content Test
  • 4 : Refractoriness Test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 65 :
  • ความแข็งแรงแบบใดของทรายแบบหล่อที่ไม่เป็นที่นิยมทดสอบ
  • 1 : Tensile Strength Test
  • 2 : Compressive Strength Test
  • 3 : Shear Strength Test
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 66 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของเตาหลอมแบบ Induction
  • 1 : เพิ่มคาร์บอนให้กับงานหล่อได้จากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง
  • 2 : สามารถควบคุมปริมาณธาตุต่าง ๆ ได้ง่าย
  • 3 : สามารถควบคุมอุณหภูมิของโลหะหลอมเหลวได้ดี
  • 4 : สูญเสียโลหะขณะทำการหลอมน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • เกรนในลักษณะใดที่ส่งผลให้สมบัติเชิงกลของชิ้นงานไม่สม่ำเสมอในแต่ทิศทาง
  • 1 : Chilled Grain
  • 2 : Columnar Grain
  • 3 : Equiaxed Grain
  • 4 : Isotropic Grain
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • อุปกรณ์ในข้อใดต่อไปนี้ ใช้สำหรับเจาะรูไอ
  • 1 : Vent Wire
  • 2 : Riddle
  • 3 : Draw Spike
  • 4 : Bench Rammer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • อุปกรณ์ในข้อใดต่อไปนี้ ใช้สำหรับถอดแบบ
  • 1 : Draw Spike
  • 2 : Vent Wire
  • 3 : Riddle
  • 4 : Bench Rammer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • การเติมผง Cereals ลงไปในทรายแบบหล่อไม่เป็นการเพิ่มสมบัติในข้อใด
  • 1 : Permeability
  • 2 : Dry Strength
  • 3 : Green Strength
  • 4 : Collapsibility
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 71 :
  • การเติมโมลาส (Molasses) ลงไปในทรายแบบหล่อเป็นการเพิ่มสมบัติในข้อใด
  • 1 : Dry Strength
  • 2 : Green Strength
  • 3 : Flowability
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • การเติมผงเหล็กออกไซด์ลงไปในทรายแบบหล่อเป็นการเพิ่มสมบัติในข้อใด
  • 1 : Hot Strength
  • 2 : Green Strength
  • 3 : Flowability
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 73 :
  • การเติมผงทรายซิลิกาลงไปในทรายแบบหล่อเป็นการเพิ่มสมบัติในข้อใด
  • 1 : Refractoriness
  • 2 : Green Strength
  • 3 : Flowability
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อได้เปรียบของกระบวนการหล่อแบบ Vacuum Process
  • 1 : เหมาะสำหรับผลิตชิ้นงานจำนวนน้อย
  • 2 : เป็นกระบวนการที่เงียบปราศจากเสียง
  • 3 : ปริมาณของเสียน้อย
  • 4 : ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานฝีมือมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • เพราะเหตุใดข้อต่อท่อจึงนิยมทำจากเหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Cast Iron)
  • 1 : เพราะข้อต่อท่อมีความหนาน้อยอัตราการเย็นตัวจึงสูง จึงหล่อให้เป็นเหล็กหล่อขาวได้ง่าย
  • 2 : เพราะเหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Cast Iron) มีความแข็งแรงอยู่ในเกณฑ์ดี
  • 3 : เพราะเหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Cast Iron) มีราคาถูก
  • 4 : เพราะเหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Cast Iron) มีอัตราการหดตัวต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดผิด
  • 1 : โลหะที่มี Heat Capacity สูงจะมี Fluidity ต่ำ
  • 2 : Permeability ของทรายแบบมีผลต่อความยากง่ายของโลหะหลอมในการไหลเข้าเติมโพรงแบบ
  • 3 : โลหะที่มี Solidification Range สั้นมักจะมี Fluidity สูงกว่า Solidification Range กว้าง
  • 4 : โลหะที่มีความหนืดมากจะมี Fluidity ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • ข้อใดผิด
  • 1 : หากโลหะเกิดการแข็งตัวอย่างรวดเร็วจะทำให้ได้เกรนละเอียด
  • 2 : เหล็กหล่อสามารถหล่อหลอมได้ง่ายกว่าเหล็กกล้า
  • 3 : เหล็กหล่อสีเทาโดยทั่วไปมีอัตราการหดตัว (Shrinkage) ต่ำกว่าเหล็กหล่อสีขาว
  • 4 : ข้อเสียของเตา Induction คือควบคุมปริมาณคาร์บอนในน้ำเหล็กได้ยากกว่าเตา Cupola
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 519 : Gating and riser design
ข้อที่ 78 :
  • การตรวจสอบเพื่อหารูพรุนหรือโพรงในเนื้องานหล่อทำได้โดยวิธีใด
  • 1 : ตรวจสอบโดยวิธีรังสีเอกซ์ (Radiography)
  • 2 : ใช้ตาเปล่าตรวจดูสภาพชิ้นงาน (Visual Inspection)
  • 3 : ใช้สนามแม่เหล็กและผงเหล็ก (Magnetic-particle technique)
  • 4 : ใช้สารทา (Penetrant)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • การตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานหล่อ วิธีใดเป็นการตรวจสอบแบบทำลาย (Destructive Inspection)
  • 1 : การตรวจด้วยรังสีเอกซ์
  • 2 : การตรวจด้วยตาเปล่า
  • 3 : การทดสอบแรงดึง
  • 4 : การตรวจสอบด้วยคลื่นอัลตราโซนิก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 80 :
  • ข้อใดมีความหมายต่างจากพวก
  • 1 : Riser
  • 2 : Feeder
  • 3 : รูล้น
  • 4 : รูเท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 :
  • นิยาม มอดุลัสการเย็นตัว (M) คือ อัตราส่วนระหว่างปริมาตร ต่อ พื้นที่ผิว เมื่ออธิบายจากค่า M นี้ หลักการออกแบบไรเซอร์ คืออะไร
  • 1 : M ของส่วนที่เป็นไรเซอร์ต้อง สูงกว่า M ของส่วนที่เป็นชิ้นงานหล่อ
  • 2 : M ของส่วนที่เป็นไรเซอร์ต้อง ต่ำกว่า M ของส่วนที่เป็นชิ้นงานหล่อ
  • 3 : M ของทั้งสองส่วนต้องเท่ากันและยิ่งมีค่าน้อยยิ่งดี
  • 4 : M ของทั้งสองส่วนต้องเท่ากันและยิ่งมีค่ามากยิ่งดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 82 :
  • นิยาม มอดุลัสการเย็นตัว คือ อัตราส่วนของปริมาตร ต่อ พื้นที่ผิว ความหมายของมอดุลัสการเย็นตัวในการออกแบบงานหล่อโลหะ คืออะไร
  • 1 : บริเวณที่มีมอดุลัสการเย็นตัวสูงกว่า จะแข็งตัวก่อนส่วนอื่น
  • 2 : บริเวณที่มีมอดุลัสการเย็นตัวต่ำกว่า จะแข็งตัวก่อนส่วนอื่น
  • 3 : มอดุลัสการเย็นตัว ไม่เกี่ยวกับเวลาในการแข็งตัวของโลหะ
  • 4 : มอดุลัสในการเย็นตัวใช้บอกถึงระดับการหดตัวในสภาพของแข็งเพื่อประเมินว่าจะเกิดความเค้นตกค้างในชิ้นงานหรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • การใช้ไรเซอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อชดเชยการหดตัวของโลหะในกรณีใด
  • 1 : การหดตัวในสถานะของเหลว
  • 2 : การหดตัวในสถานะของแข็ง
  • 3 : การหดตัวขณะแข็งตัว (เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง)
  • 4 : การหดตัวขณะเปลี่ยนเฟส (Phase Transformation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 84 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการพิจารณาการเผื่อขนาดของแบบจำลองหรือกระสวน (Pattern)
  • 1 : การเจียระไนหรือกลึงไสเพื่อตกแต่งผิวชิ้นงานหล่อ
  • 2 : การหดตัวของงานหล่อหลังจากแข็งตัวแล้ว
  • 3 : การหดตัวของโลหะขณะที่แข็งตัว (Soldiify)
  • 4 : การกลึงผิวงานหล่อเพื่อทำเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • การป้องกันปัญหาโพรงหดตัวจากการแข็งตัว (Solidification Shrinkage) ในเนื้องานหล่อโลหะมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ได้แก่ วิธีดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : ออกแบบให้มีไรเซอร์ (Riser)
  • 2 : ติดทุ่นเย็น (Chill)
  • 3 : ออกแบบให้มีการแข็งตัวอย่างมีทิศทางภายในระบบงานหล่อ
  • 4 : เผื่อขนาดของแบบจำลอง (กระสวนหรือ Pattern)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • เมื่อเกิดปัญหาโลหะหลอมเหลวไหลเข้าไม่เต็มโพรงแบบ หรือที่เรียกว่า Misrun จะต้องแก้ไขที่ใด
  • 1 : การออกแบบระบบทางเดินโลหะหลอมเหลว (Gating System)
  • 2 : การออกแบบไรเซอร์ (Riser)
  • 3 : การออกแบบทุ่นเย็น (Chill)
  • 4 : การออกแบบ Pattern
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • ในการหล่อโลหะผสมชนิดหนึ่ง พบว่าได้ผลดังรูป กล่าวคือ ถึงมีการใช้ไรเซอร์ (Riser) ก็ไม่ทำให้โพรงหดตัวภายในเนื้อชิ้นงานหมดไป โลหะผสมชนิดนี้มีลักษณะเป็นอย่างไร
  • 1 : เหล็กหล่อเทา
  • 2 : โลหะผสมที่มีช่วงการแข็งตัวกว้าง (Long Range Solidification)
  • 3 : โลหะผสมที่มีการแข็งตัวแบบ skin mode
  • 4 : โลหะผสมที่มีจุดหลอมเหลวสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • การกำหนดค่าดราฟต์ (Draft) หรือเทเปอร์ (Taper) ในแบบจำลอง (กระสวนหรือ Pattern) ที่ใช้กับการทำแบบหล่อทรายนั้น กำหนดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด
  • 1 : เผื่อการหดตัวของชิ้นงานหล่อ
  • 2 : เผื่อการหดตัวของกระสวนเอง
  • 3 : เผื่อการขยายตัวของทรายแบบ
  • 4 : ช่วยให้ถอดกระสวนออกจากแบบทรายได้ง่ายขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 :
  • โดยทั่วไปการใช้ทุ่นเย็น (Chill) และการใช้ไรเซอร์ (Riser) เพื่อแก้ปัญหาโพรงหดตัวในงานหล่อโลหะ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะใช้ได้ผลดีกับโลหะประเภทใด
  • 1 : โลหะที่แข็งตัวแบบ Mushy
  • 2 : โลหะที่มีช่วงการแข็งตัวกว้าง (Long Range Solidification)
  • 3 : โลหะที่แข็งตัวแบบ Skin mode
  • 4 : ใช้ได้ดีกับโลหะทุกชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • โลหะที่แข็งตัวแบบ Mushy เวลาหล่อเป็นชิ้นงานหล่อ ถึงแม้จะมีการติดไรเซอร์ (Riser) แล้วก็ตาม ยังอาจเกิดปัญหาโพรงในเนื้อโลหะในลักษณะใด
  • 1 : Microporosity ที่เกิดจาก Microshrinkage
  • 2 : โพรงหดตัวตรงมุม
  • 3 : โพรงหดตัวบริเวณ junction เช่น T-junction X-junction
  • 4 : โพรงก๊าซ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดผิดไปจากหลักการออกแบบรูล้น (ไรเซอร์)
  • 1 : วางไว้ติดส่วนที่แข็งตัวหลังสุดของงานหล่อ
  • 2 : วางไว้ติดกับทุ่นเย็น (ชิลล์)
  • 3 : ถ้าเป็นไปได้ใช้ปลอกฉนวน หรือ สารให้ความร้อนแก่ไรเซอร์ด้วย
  • 4 : มอดุลัสการเย็นตัวของไรเซอร์ต้องสูงกว่าส่วนที่เป็นชิ้นงานหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  • ในการหล่อชิ้นงานรูปทรงเดียวกันขนาดเท่ากันจากโลหะต่อไปนี้ โลหะใดที่มีความจำเป็นต้องใช้รูล้น (ไรเซอร์) น้อยที่สุด
  • 1 : อะลูมิเนียม
  • 2 : เหล็กกล้าคาร์บอน
  • 3 : เหล็กกล้าผสม
  • 4 : เหล็กหล่อเทา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • จากรูป แสดงว่าเป็นการแข็งตัวของโลหะแบบใด
  • 1 : โลหะผสมที่มีช่วงการแข็งตัวสั้น (Short Range Solidification)
  • 2 : โลหะบริสุทธิ์
  • 3 : โลหะผสมที่มีช่วงการแข็งตัวกว้าง (Long Range Solidification)
  • 4 : โลหะผสมที่มียูเทกติก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • จากรูปเป็นการแข็งตัวของโลหะผสมชนิดใด
  • 1 : โลหะผสมที่มีช่วงการแข็งตัวกว้าง (Long Range Solidification)
  • 2 : โลหะผสมที่มีช่วงการแข็งตัวแคบ (Short Range Solidification)
  • 3 : โลหะบริสุทธิ์
  • 4 : โลหะผสมที่มีจุดหลอมเหลว (อุณหภูมิลิควิดัส) สูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 95 :
  • ชิ้นส่วน C ในรูปนี้มีไว้เพื่อควบคุมอะไร
  • 1 : อุณหภูมิของน้ำโลหะ
  • 2 : อุณหภูมิของเบ้าหล่อ
  • 3 : การไหลของน้ำโลหะ
  • 4 : ความดันของน้ำโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ชิ้นส่วนใด ในรูปควรมีการปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เรียวตรงปลาย (tapered) เพื่อควบคุมการไหลของน้ำโลหะ
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • ในการหล่อโลหะชนิดหนึ่ง (density = 7,500 kg/m3) ตามแบบในรูปภาพ แรงดันน้ำโลหะที่ช่วยในการไหลมีประมาณเท่าไร
  • 1 : 1 kPa
  • 2 : 5 kPa
  • 3 : 15 kPa
  • 4 : 30 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ในการหล่อโลหะชนิดหนึ่ง (density = 7,500 kg/m3) ตามแบบในรูปภาพ ความเร็วของน้ำโลหะที่ไหลในรูเข้าชิ้นงาน (D) มีประมาณเท่าไร
  • 1 : 0.5 m/s
  • 2 : 1 m/s
  • 3 : 2 m/s
  • 4 : 5 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • จากรูป ชิ้นส่วนใด คือ แอ่งเท (Pouring Basin)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • จากรูป ชิ้นส่วนใด คือ รูเท (Sprue)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 101 :
  • จากรูป ชิ้นส่วนใด คือ บ่อขังน้ำ (Well)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • จากรูป ชิ้นส่วนใด คือ รูวิ่ง (Runner)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • จากรูป ชิ้นส่วนใด คือ รูเข้า (Gate)
  • 1 : C
  • 2 : D
  • 3 : E
  • 4 : F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • จากรูป ชิ้นส่วนใด คือ ชิ้นงานหล่อ (Casting)
  • 1 : C
  • 2 : D
  • 3 : E
  • 4 : F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • ในการออกแบบชิ้นงานหล่อรูปตัว L แบบใดควรใช้ที่สุด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : ใช้ได้ดีทุกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ในการออกแบบชิ้นงานหล่อรูปตัว V แบบใดควรใช้ที่สุด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : ใช้ได้ดีทุกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • ในการออกแบบชิ้นงานหล่อรูปตัว Y แบบใดควรใช้ที่สุด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : ใช้ได้ดีทุกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • ในการออกแบบชิ้นงานหล่อรูปตัว T แบบใดควรใช้ที่สุด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : ใช้ได้ดีทุกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 109 :
  • รูล้น (Riser) คืออะไร
  • 1 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของชิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเข้าสู่โพรงที่เป็นขิ้นงาน
  • 3 : ส่วนประกอบหนึ่งที่เป็นทางไหลของน้ำโลหะ
  • 4 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยรับน้ำโลหะจากการเท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • รูเข้า (Gate) คืออะไร
  • 1 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของชิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเข้าสู่โพรงที่เป็นขิ้นงาน
  • 3 : ส่วนประกอบหนึ่งที่เป็นทางไหลของน้ำโลหะ
  • 4 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยรับน้ำโลหะจากการเท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • รูวิ่ง (Runner) คืออะไร
  • 1 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของชิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเข้าสู่โพรงที่เป็นขิ้นงาน
  • 3 : ส่วนประกอบหนึ่งที่เป็นทางไหลของน้ำโลหะ
  • 4 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยรับน้ำโลหะจากการเท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 112 :
  • แอ่งน้ำโลหะ (Basin) คืออะไร
  • 1 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของชิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยส่งน้ำโลหะเข้าสู่โพรงที่เป็นขิ้นงาน
  • 3 : ส่วนประกอบหนึ่งที่เป็นทางไหลของน้ำโลหะ
  • 4 : ส่วนประกอบหนึ่งที่ช่วยรับน้ำโลหะจากการเท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 113 :
  • กระสวน คืออะไร
  • 1 : รูปทรงที่ทำจำลองขิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนบนของเบ้าทราย
  • 3 : ส่วนล่างของเบ้าทราย
  • 4 : ไส้หรือแกนเพื่อให้เกิดช่องว่างในชิ้นงานหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • Core คืออะไร
  • 1 : รูปทรงที่ทำจำลองขิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนบนของเบ้าทราย
  • 3 : ส่วนล่างของเบ้าทราย
  • 4 : ไส้หรือแกนเพื่อให้เกิดช่องว่างในชิ้นงานหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • Cope คืออะไร
  • 1 : รูปทรงที่ทำจำลองขิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนบนของเบ้าทราย
  • 3 : ส่วนล่างของเบ้าทราย
  • 4 : ไส้หรือแกนเพื่อให้เกิดช่องว่างในชิ้นงานหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • Drag คืออะไร
  • 1 : รูปทรงที่ทำจำลองขิ้นงานหล่อ
  • 2 : ส่วนบนของเบ้าทราย
  • 3 : ส่วนล่างของเบ้าทราย
  • 4 : ไส้หรือแกนเพื่อให้เกิดช่องว่างในชิ้นงานหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • จากภาพ เป็นการหล่อวิธีใด
  • 1 : Low-Pressure Casting
  • 2 : Sand Casting
  • 3 : High-Pressure Die Casting
  • 4 : Lost-Wax Casting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • จากภาพ เป็นการหล่อวิธีใด
  • 1 : Low-Pressure Casting
  • 2 : Sand Casting
  • 3 : High-Pressure Die Casting
  • 4 : Lost-Wax Casting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • จากภาพ เป็นการหล่อวิธีใด
  • 1 : Low-Pressure Casting
  • 2 : Sand Casting
  • 3 : High-Pressure Die Casting
  • 4 : Lost-Wax Casting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :
  • เตาหลอมโลหะดังแสดงในภาพ คือเตาอะไร
  • 1 : Induction Furnace
  • 2 : Arc Furnace
  • 3 : Gas Crucible Furnace
  • 4 : Cupola Furnace
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • เตาหลอมโลหะดังแสดงในภาพ คือเตาอะไร
  • 1 : Induction Furnace
  • 2 : Arc Furnace
  • 3 : Gas Crucible Furnace
  • 4 : Cupola Furnace
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • เตาหลอมโลหะดังแสดงในภาพ คือเตาอะไร
  • 1 : Induction Furnace
  • 2 : Arc Furnace
  • 3 : Gas Crucible Furnace
  • 4 : Cupola Furnace
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • เตาหลอมโลหะดังแสดงในภาพ คือเตาอะไร
  • 1 : Induction Furnace
  • 2 : Arc Furnace
  • 3 : Gas Crucible Furnace
  • 4 : Cupola Furnace
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • การหล่ออะลูมิเนียมแบบใดที่เหมาะสำหรับผลิตชิ้นงานที่มีปริมาณการผลิตสูง เช่นในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์
  • 1 : หล่อทราย (Sand Casting)
  • 2 : หล่อแม่พิมพ์ความดันสูง (High Pressure Die Casting)
  • 3 : หล่อแบบขี้ผึ้งหาย (Lost-Wax Casting)
  • 4 : หล่อโฟมหาย (Lost-Foam Casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 125 :
  • การหล่อแบบใดไม่นิยมใช้ในการหล่อเหล็ก
  • 1 : หล่อทราย (Sand Casting)
  • 2 : หล่อแม่พิมพ์ความดันสูง (High Pressure Die Casting)
  • 3 : หล่อแบบขี้ผึ้งหาย (Lost-Wax Casting)
  • 4 : หล่อโฟมหาย (Lost-Foam Casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • การหล่อชิ้นงานขนาดเล็กที่มีรายละเอียดมาก เช่น เครื่องประดับทองคำ นิยมใช้การหล่อแบบใด
  • 1 : หล่อทราย (Sand Casting)
  • 2 : หล่อแม่พิมพ์ความดันสูง (High Pressure Die Casting)
  • 3 : หล่อแบบขี้ผึ้งหาย (Lost-Wax Casting)
  • 4 : หล่อโฟมหาย (Lost-Foam Casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • ชิ้นงานพวกใดเหมาะกับการขึ้นรูปด้วยการหล่อ
  • 1 : แหวนทองคำ
  • 2 : โครงรถยนต์
  • 3 : ไขควง
  • 4 : ท่อไอเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการหล่อทราย
  • 1 : ต้นทุนต่ำเหมาะกับชิ้นงานจำนวนน้อย
  • 2 : ใช้หล่อโลหะที่มีอุณหภูมิสูงได้
  • 3 : รูพรุนในเบ้าทรายเป็นตัวระบายอากาศได้ดี
  • 4 : ได้ชิ้นงานที่แข็งแกร่งกว่าการหล่อแบบอื่นๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 129 :
  • ขั้นตอนใดที่เป็นส่วนหนึ่งในการหล่อทราย
  • 1 : การฉีดสารหล่อลื่น
  • 2 : การหลอมละลายขี้ผึ้ง
  • 3 : การทำกระสวน
  • 4 : การเหวี่ยง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • ข้อใดเป็นหน้าที่ของ Riser หรือ Feeder
  • 1 : ป้อนน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของโลหะ
  • 2 : ควบคุมอัตราการเย็นตัวของงานหล่อ
  • 3 : ป้อนความร้อนให้กับน้ำโลหะ
  • 4 : ป้องกันการเกิดโพรงแก๊สในงานหล่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • ข้อใดคือหน้าที่ของ Pouring Basin
  • 1 : รองรับน้ำโลหะก่อนที่จะไหลลงไปยัง Sprue
  • 2 : ให้น้ำหนักกดทับหีบแบบเพื่อป้องกันการเกิด Fin และ Flash
  • 3 : เป็นเครื่องหมายแสดงขนาดของโพรงแบบและทิศทางการไหลของน้ำโลหะ
  • 4 : เป็นจุดสังเกตว่าน้ำโลหะไหลเต็มแบบหรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • ข้อใดเป็นรูปทรงของ Sprue ที่ดี
  • 1 : ทรงกระบอก
  • 2 : ทรงกระบอกเอียงมีขนาดใหญ่ด้านบนและเล็กลงด้านล่าง
  • 3 : ทรงกรวย
  • 4 : ปริซึมฐานสี่เหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการใช้ Sprue ที่สูงเกินไป
  • 1 : ทำให้แรงดันน้ำโลหะที่กระทำต่อแบบมาก อาจเกิน Break Out, Fin หรือ Flash ได้
  • 2 : ทำให้สิ้นเปลืองน้ำโลหะ
  • 3 : ทำให้ความเร็วของน้ำโลหะสูงเกินไป
  • 4 : ทำให้รื้อแบบได้ยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ชิ้นงานที่มีความสูงมาก ๆ ควรใช้ Gate ในข้อใด
  • 1 : Top Gate
  • 2 : Parting Line Gate
  • 3 : Bottom Gate
  • 4 : Step Gate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 :
  • Skim Bob ทำหน้าที่ใด
  • 1 : ดักเศษทรายไม่ให้เข้าไปในโพรงแบบ
  • 2 : ลดพื้นที่รอยต่อของ Riser ทำให้ตัดออกจากชิ้นงานได้ง่าย
  • 3 : ควบคุมอัตราการเย็นตัวของชิ้นงาน
  • 4 : ลดการกัดเซาะโลหะหลอมเหลวต่อทรายแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  • ระบบทางเข้าโลหะหลอมเหลวแบบในข้อใดทำให้เกิดการไหลแบบ Turbulence น้อยที่สุด
  • 1 : Bottom Gate
  • 2 : Parting Line Gate
  • 3 : Top Gate
  • 4 : Skimming Gate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 :
  • ระบบทางเข้าโลหะหลอมเหลวแบบในข้อใดทำให้เกิด Directional Solidification ได้ง่ายที่สุด
  • 1 : Top Gate
  • 2 : Bottom Gate
  • 3 : Parting Line Gate
  • 4 : Skimming Gate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • อัตราส่วนของพื้นที่ภาคตัดขวางของ Sprue : Runner : Gate ในข้อใดต่อไปนี้เป็นแบบ Unpressurized Gating System
  • 1 : 1:3:3
  • 2 : 1:0.5:0.5
  • 3 : 3:2:1
  • 4 : 1:0.75:0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :
  • อัตราส่วนของพื้นที่ภาคตัดขวางของ Sprue : Runner : Gate ในข้อใดต่อไปนี้เป็นแบบ Pressurized Gating System
  • 1 : 1:0.75:0.5
  • 2 : 1:3:3
  • 3 : 1:1.5:2
  • 4 : 1:2:3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 520 : Pattern design
ข้อที่ 140 :
  • ข้อใดไม่ใช่เหตุผลของการเผื่อขนาดแบบจำลอง (Pattern Allowance)
  • 1 : เพื่อชดเชยการหดตัว
  • 2 : เพื่อชดเชยการกลึงไส
  • 3 : เพื่อให้ถอด Pattern ได้ง่าย
  • 4 : เพื่อชดเชยการหดตัวของโลหะหลอมเหลวเมื่อเปลี่ยนสถานะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • ข้อใดเป็นข้อเสียเปรียบของ Pattern ที่ทำจากไม้
  • 1 : ความต้านทานการกัดกร่อน
  • 2 : ความยากง่ายในการซ่อม
  • 3 : น้ำหนัก
  • 4 : อัตราการขยายตัวเมื่อได้รับความชื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • Pattern แบบใดเหมาะสำหรับชิ้นงานหล่อที่มีขนาดใหญ่มาก
  • 1 : Skeleton Pattern
  • 2 : Match Plate Pattern
  • 3 : Gate Pattern
  • 4 : Loose Pattern
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 143 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อได้เปรียบของ Pattern ที่ทำจากเหล็กกล้า
  • 1 : น้ำหนัก
  • 2 : ความคงทน
  • 3 : ความยากง่ายในการตัดเจาะ
  • 4 : การขยายตัวเมื่อได้รับความชื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อได้เปรียบของ Pattern ที่ทำจากปูนปลาสเตอร์
  • 1 : ความต้านทานแรงกระแทก
  • 2 : ความต้านทานแรงอัด
  • 3 : ความยากง่ายในการตัดเจาะ
  • 4 : น้ำหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • Pattern ในข้อใดเหมาะสำหรับผลิตชิ้นงานเป็นจำนวนมาก
  • 1 : Gate Pattern
  • 2 : Skeleton Pattern
  • 3 : Sweep Pattern
  • 4 : Follow Board Pattern
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 521 : Finishing and inspection of castings
ข้อที่ 146 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กระบวนการทำความสะอาดชิ้นงานหล่อ
  • 1 : Shot Peening
  • 2 : Sand Blasting
  • 3 : Wire Bushing
  • 4 : Tumbling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 147 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การทดสอบแบบไม่ทำลาย (Non Destructive Testing)
  • 1 : Fatigue Testing
  • 2 : Liquid Penetrant Testing
  • 3 : Ultrasonic Testing
  • 4 : X-ray Testing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 522 : Casting design
ข้อที่ 148 :
  • โลหะในข้อใดต่อไปนี้มีอัตราการหดตัวสูงที่สุด
  • 1 : เหล็กหล่อสีเทา
  • 2 : เหล็กหล่อกราไฟต์กลม
  • 3 : เหล็กกล้า
  • 4 : อะลูมิเนียมผสมซิลิกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • ข้อใดคือหน้าที่ของ Chill
  • 1 : ป้อนน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของโลหะ
  • 2 : ทำให้โลหะแข็งตัวช้าลงบริเวณที่ติด Chill
  • 3 : ลดอัตราการหดตัวของโลหะ
  • 4 : ทำให้โลหะแข็งตัวเร็วขึ้นบริเวณที่ติด Chill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • ข้อใดคือหน้าที่ของ Chaplet
  • 1 : ป้อนน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของโลหะ
  • 2 : ทำให้โลหะแข็งตัวช้าลงบริเวณที่ติด Chill
  • 3 : ค้ำ ยัน Core Sand ให้อยู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • 4 : ทำให้โลหะแข็งตัวเร็วขึ้นบริเวณที่ติด Chaplet
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้ Chill ที่เป็นสนิม
  • 1 : บริเวณผิวของชิ้นงานที่ใกล้ Chill มีฟองแก๊สเล็ก ๆ
  • 2 : เกิดรอยแตกบริเวณใกล้ Chill
  • 3 : เกิด Misrun บริเวณเหนือ Chill
  • 4 : เกิดการบิดเบี้ยวของชิ้นงานบริเวณ Chill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • วัสดุในข้อใดต่อไปนี้เหมาะที่จะใช้ทำ Chill สำหรับชิ้นงานเหล็ก
  • 1 : ทองแดงเนื่องจากมีความสามารถในการนำความร้อนสูง
  • 2 : อะลูมิเนียมเนื่องจากมีจุดหลอมตัวต่ำ
  • 3 : เหล็กกล้าคาร์บอนเนื่องจากมีราคาถูกและมีสมบัติใกล้เคียงกับงาน
  • 4 : ซิลิคอนคาร์ไบด์เนื่องจากมีความแข็งสูงและทนความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • ข้อใดคือหน้าที่ของ Exothermic Materials
  • 1 : ป้อนน้ำโลหะเพื่อชดเชยการหดตัวของโลหะ
  • 2 : ป้องกันการเกิดโพรงแก๊สในชิ้นงาน
  • 3 : ลดอัตราการหดตัวของโลหะ
  • 4 : ให้ความร้อนแก่ Feeder หรือ Riser ทำให้ประสิทธิภาพในการป้อนน้ำโลหะสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • ทรายแบบหล่อในข้อใดต่อไปนี้มีจุดหลอมตัวสูงที่สุด
  • 1 : Silica sand
  • 2 : Chromite sand
  • 3 : Zircon sand
  • 4 : Olivine sand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 155 :
  • เหล็กหล่อในข้อใดต่อไปนี้นิยมใช้ทำเป็นข้อต่อท่อน้ำ
  • 1 : เหล็กหล่อสีขาว (White Cast Iron)
  • 2 : เหล็กหล่อสีเทา (Grey Cast Iron)
  • 3 : เหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Cast Iron)
  • 4 : เหล็กหล่อเหนียว (Ductile Cast Iron)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 523 : Theory of mechanical forming processes of metal,i.e. rolling,forging,extrusion, drawing and sheet metal forming
ข้อที่ 156 :
  • จากรูปเป็นกระบวนการขึ้นรูปในกรรมวิธีใด
  • 1 : การรีดเย็น
  • 2 : การดึงลวด
  • 3 : การทุบขึ้นรูป
  • 4 : การหล่อโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 157 :
  • จากรูป เป็นกรรมวิธีขึ้นรูปโลหะกรรมวิธีใด
  • 1 : Metal Rolling
  • 2 : Wire Drawing
  • 3 : Extrusion
  • 4 : Deep Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ในการรีดเย็นเหล็กแผ่นที่เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ ทำไมจึงต้องรีด skin pass หรือ temper rolling
  • 1 : เพื่อให้ผิวเป็นเงางาม
  • 2 : เพื่อป้องกันปัญหา stretcher strain
  • 3 : เพื่อขจัดชั้นออกไซด์ออกไป
  • 4 : เพื่อลดแรงเสียดทานให้น้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับค่า lankford value ของเหล็กแผ่นรีดเย็น
  • 1 : ความสามารถในการขึ้นรูป
  • 2 : ค่าเฉลี่ย plastic strain ratio ( true strain ในแนวกว้างหารด้วย true strain ในแนวหนา)
  • 3 : 1/4 (R0 + 2R 45 + R 90 )
  • 4 : ค่า n
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ Forming Limit Diagram
  • 1 : เทคนิคการควบคุมการเสียหายในการขึ้นรูปโลหะแผ่น
  • 2 : การดัดงอโลหะแผ่น
  • 3 : การทำเครื่องหมายเป็นรูปวงกลมด้วยวิธี electroetching
  • 4 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปครึ่งทรงกลมจนแตก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 161 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ Yield Point Elongation ของเหล็กแผ่นคาร์บอนต่ำ
  • 1 : การยืดตัวที่โหลดคงที่
  • 2 : Luder band
  • 3 : age hardening
  • 4 : Lower yield point
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 :
  • การรีดร้อนมีผลต่อโครงสร้างจุลภาคของเหล็กแผ่นอย่างไร
  • 1 : เกรนออสเทนไนท์มีขนาดโต
  • 2 : เกิดการแปลงเฟสที่อุณหภูมิสูงขึ้น
  • 3 : เกรนออสเทนไนท์แบนเป็นรูปรียาวแล้วตกผลึกใหม่
  • 4 : เกิดโครงสร้างที่มีเฟสแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • แท่นรีดที่มีลูกรีด 6 ลูก (high crown mill) ช่วยทำให้การรีดเหล็กแผ่นดีขึ้นได้อย่างไร
  • 1 : ทำให้เหล็กแผ่นเรียบดีขึ้น ไม่เป็นลอน
  • 2 : ทำให้เหล็กแผ่นมีความกว้างดีขึ้น
  • 3 : ลูกรีดลูกกลางเลื่อนออกด้านข้างเพื่อลดขนาด crown ของเหล็กแผ่น
  • 4 : ทำให้การรีดไม่เกิดเสียงดัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 164 :
  • ลักษณะ orange peel ของโลหะแผ่น
  • 1 : เกิดจากโลหะแผ่นที่มีขนาดเกรนใหญ่
  • 2 : เกิดจากลูกรีดสึกหรอ
  • 3 : เกิดจาก stretcher strain
  • 4 : เกิดจากการอบอ่อนไม่ถูกวิธี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • Earing ของการดึงขึ้นรูปลึกเป็น
  • 1 : รอยยับที่ขอบบนของถ้วยที่ขึ้นรูปจากโลหะแผ่น
  • 2 : การแตกที่ก้นถ้วยที่ขึ้นรูปจากโลหะแผ่น
  • 3 : ผิวหยาบของถ้วยที่ขึ้นรูปจากโลหะแผ่น
  • 4 : ขอบบนของถ้วยที่ขึ้นรูปจากโลหะแผ่นไม่เรียบสม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 166 :
  • Deep drawing เป็น
  • 1 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปครึ่งทรงกลมหรือรูปถ้วยโดยเนื้อโลหะบางลง
  • 2 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปครึ่งทรงกลมหรือรูปถ้วยโดยเนื้อโลหะหนาใกล้เคียงกับของเดิม
  • 3 : การตัดเฉือนโลหะแผ่นออกมาเป็นรูปแผ่นกลม
  • 4 : การตัดขอบของโลหะแผ่นที่รีดมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • Stretching หรือ stretch forming เป็น
  • 1 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปถ้วยโดยเนื้อโลหะบางลง
  • 2 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปถ้วยโดยเนื้อโลหะหนาใกล้เคียงกับของเดิม
  • 3 : การตัดเฉือนโลหะแผ่นออกมาเป็นรูปแผ่นกลม
  • 4 : การตัดขอบของโลหะแผ่นที่รีดมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • ข้อใดไม่ใช่ hydroforming
  • 1 : การขึ้นรูปโลหะแผ่นที่ด้านหนึ่งเป็นน้ำมันไฮดรอลิกความดันสูงอีกด้านหนึ่งเป็นแม่พิมพ์
  • 2 : การขึ้นรูปโลหะแผ่นในน้ำ
  • 3 : การขึ้นรูปท่อโลหะให้มีความโค้งตามกำหนดโดยใช้น้ำมันอยู่ในท่อ
  • 4 : การขึ้นรูปคัซซี (chassis) เป็นชิ้นส่วนเดี่ยวโดยไม่ต้องเชื่อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 169 :
  • Billet
  • 1 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีขนาด 50 มม. ถึง 125 มม.
  • 2 : เหล็กแท่งแบนที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีด้านยาวมากกว่าด้านกว้างไม่ต่ำกว่า 2 เท่า
  • 3 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีขนาด 150 มม. ถึง 300 มม
  • 4 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นวงกลมและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • Slab
  • 1 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีขนาด 50 มม. ถึง 125 มม.
  • 2 : เหล็กแท่งแบนที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีด้านยาวมากกว่าด้านกว้างไม่ต่ำกว่า 2 เท่า
  • 3 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีขนาด 150 มม. ถึง 300 มม
  • 4 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นวงกลมและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 :
  • Bloom
  • 1 : เหล็กแท่งเล็กที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีขนาด 50 มม. ถึง 125 มม.
  • 2 : เหล็กแท่งแบนที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีด้านยาวมากกว่าด้านกว้างไม่ต่ำกว่า 2 เท่า
  • 3 : เหล็กแท่งใหญ่ที่มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีขนาด 150 มม. ถึง 300 มม
  • 4 : เหล็กแท่งที่มีหน้าตัดเป็นวงกลมและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 172 :
  • Crown ของเหล็กแผ่นเป็น
  • 1 : ลักษณะคลื่นบนเหล็กแผ่น
  • 2 : ความไม่ได้ฉากของเหล็กแผ่น
  • 3 : ความแตกต่างของความหนาที่ตรงกลางกับที่ขอบของเหล็กแผ่น
  • 4 : การโก่งตัวของเหล็กแผ่นหลังการรีดร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • Tandem mill
  • 1 : การรีดลดขนาดความกว้าง
  • 2 : การรีดปรับสภาพผิว
  • 3 : การม้วนเหล็กแผ่นหลังการรีดหยาบ
  • 4 : การรีดต่อเนื่องหลายแท่นรีด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • ข้อใดไม่ใช่เป็นการทำ Rotary tube piercing ของการขึ้นรูปท่อ
  • 1 : เป็นการขึ้นรูปท่อไร้ตะเข็บ
  • 2 : เป็นการขึ้นรูปท่อมีตะเข็บ
  • 3 : ชิ้นงานทำให้หมุนด้วยลูกรีดรูปกรวย 2 ลูกขณะที่ถูกเจาะทะลวง
  • 4 : เป็นการขึ้นรูปท่อจากแท่งโลหะตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป็น open die forging
  • 1 : การตีมีด
  • 2 : Cogging (การทุบเพื่อลดขนาดหน้าตัดจากอินก็อท)
  • 3 : การทุบขึ้นรูป Crank shaft
  • 4 : upsetting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ closed die forging
  • 1 : Closed die forging แบบไม่มีปีก ไม่มีโลหะส่วนเกินนอกแม่พิมพ์
  • 2 : Closed die forging แบบมีปีก มีโลหะส่วนเกินนอกแม่พิมพ์
  • 3 : Coining
  • 4 : การทุบหัวหมุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ upsetting
  • 1 : ขั้นตอนแรกของการทำหัวก้านสูบ
  • 2 : ขึ้นรูปได้ทั้งร้อนและเย็น
  • 3 : การขึ้นรูปโลหะจนพื้นที่หน้าตัดเพิ่มขึ้น
  • 4 : ใช้ขึ้นรูปท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ wire rod
  • 1 : เป็นการดึงลวดให้ได้ strength สูงมาก
  • 2 : ทำ patenting
  • 3 : ใช้ร่วมกับคอนกรีตในงานก่อสร้าง
  • 4 : ใช้ในยางรถยนต์ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ stretcher strain
  • 1 : ปรากฏการณ์ที่เกิดในช่วงเกิดจุดคราก
  • 2 : ผลจาก Yield point elongation
  • 3 : รอยริ้วครากบนเหล็กแผ่น
  • 4 : ผลของการอบชุบด้วยความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การทุบขึ้นรูป (forging)
  • 1 : การตีหัวหมุด
  • 2 : การตีมีด
  • 3 : การทำหลอดยาสีฟัน
  • 4 : การขึ้นรูป Connecting rod
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 181 :
  • การรีดเย็นเหล็กแผ่นบางมีขั้นตอนที่ไม่สำคัญคือ
  • 1 : การอบอ่อน
  • 2 : การรีดปรับสภาพผิว
  • 3 : การทำให้เย็นตัวเร็ว
  • 4 : การกัดผิวด้วยกรด (pickling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 182 :
  • เครื่องมือทุบขึ้นรูปแบ่งตามการทำงาน 3 ชนิดคือ
  • 1 : Forge hammer (drop hammer)
  • 2 : Mechanical forging
  • 3 : Hydraulic press
  • 4 : Screw press
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • Strain aging คือ
  • 1 : การแข็งขึ้นจากการรีดเย็น
  • 2 : การอบคืนตัว
  • 3 : ปรากฏการณ์ที่เหล็กเกิด yield point อีกครั้งหลังการรีดปรับสภาพผิวระยะเวลาหนึ่ง
  • 4 : การสะสมความเค้นจากการขึ้นรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • Conical cup test เป็น
  • 1 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปครึ่งทรงกระบอกจนแตก
  • 2 : เป็นการหาความสามารถในการลากขึ้นรูปลึก
  • 3 : การทดสอบท่อ
  • 4 : การขึ้นรูปที่เริ่มจากแผ่นสี่เหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 185 :
  • Erichsen test เป็น
  • 1 : การทดสอบที่ไม่ใช้สารหล่อลื่น
  • 2 : การขึ้นรูปลึกเป็นรูปครึ่งทรงกลมจนแตก
  • 3 : การทดสอบท่อ
  • 4 : การประเมินความสามารถในการลากขึ้นรูปลึก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการอัดขึ้นรูปท่อ
  • 1 : หลอดยาสีฟัน
  • 2 : ท่อไร้ตะเข็บ
  • 3 : ท่อที่เชื่อมด้วยวิธีความต้านทานไฟฟ้า
  • 4 : ท่ออะลูมิเนียมที่ไม่ต้องมีแกนในการขึ้นรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :
  • Springback
  • 1 : เป็นการเปลี่ยนแปลงของขนาดสัดส่วนหลังจากปล่อยแรงดันของแม่พิมพ์
  • 2 : เป็นการดีดกลับของสปริงเมื่อถูกแรงกดแล้วปล่อย
  • 3 : เกิดจากการรีดแผ่นโลหะ
  • 4 : เกิดจากการตัดแผ่นโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • Temper rolling คือ
  • 1 : การรีดเย็นให้ได้ความแข็งตามที่กำหนด
  • 2 : การอบคืนตัวหลังการรีดเย็น
  • 3 : การรีดหยาบ
  • 4 : การอบคืนตัวหลังการรีดร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • Ironing
  • 1 : เป็นการรีดให้ท่อมีผนังบางลงจากท่อผนังหนา
  • 2 : การรีดผ้า
  • 3 : การขึ้นรูปท่อไร้ตะเข็บ
  • 4 : การขึ้นรูปท่อมีตะเข็บ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 :
  • Tube sinking
  • 1 : เป็นการลดขนาดท่อโดยไม่มีแกนอยู่ในท่อ
  • 2 : เป็นท่อใช้ใต้น้ำ
  • 3 : การขึ้นรูปท่อมีตะเข็บ
  • 4 : เป็นท่อสำหรับอ่างล้างหน้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • การอัดขึ้นรูปร้อนใช้อะไรเป็นตัวหล่อลื่น
  • 1 : น้ำมัน
  • 2 : ผงแก้ว
  • 3 : น้ำมันผสม
  • 4 : น้ำสบู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติที่ดีขึ้นจากการทำ Forging ชิ้นงานผงโลหะที่ขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีโลหะผง
  • 1 : รับแรงกระแทกดีขึ้น
  • 2 : ช่องว่างน้อยลง
  • 3 : ความหนาแน่นสูงขึ้น
  • 4 : ทนการสึกหรอดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • Spinning
  • 1 : เป็นการขึ้นรูปโลหะแผ่นที่ใช้ลูกกลิ้งกลิ้งด้านนอกของโลหะแผ่นให้ได้รูปร่างที่มีแกนกลางอยู่โดยไม่ลดความหนาโลหะแผ่นเลย
  • 2 : เป็นการอัดขึ้นรูปวิธีหนึ่ง
  • 3 : เป็น closed-die forming
  • 4 : เป็นการขึ้นรูปเย็นที่ผิวชิ้นงานอยู่นิ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 194 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ Coining
  • 1 : เป็น closed-die forming
  • 2 : เป็นการขึ้นรูปเย็นที่ผิวชิ้นงานอยู่นิ่ง
  • 3 : เป็นรอยกดของแม่พิมพ์ลงบนชิ้นงาน
  • 4 : เป็นการอัดขึ้นรูปวิธีหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 195 :
  • Roll forming
  • 1 : เป็นการขึ้นรูปโลหะแผ่นที่ลูกรีดมีรูปร่างต่างๆและเมื่อชิ้นงานยาวๆถูกรีดจะมีหน้าตัดเปลี่ยนแปลงตามรูปร่างลูกรีดเป็นขั้นๆ
  • 2 : เป็นการขึ้นรูปเย็นที่ผิวชิ้นงานอยู่นิ่ง
  • 3 : เป็นการอัดขึ้นรูปวิธีหนึ่ง
  • 4 : การรีดปรับสภาพผิว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงแบน (Flat product)
  • 1 : เหล็กตัวซี (C)
  • 2 : เหล็กเส้น
  • 3 : wire rod
  • 4 : เหล็กข้ออ้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงแบน (Flat product)
  • 1 : ท่อเหล็กแบบมีตะเข็บ
  • 2 : เหล็ก H-beam
  • 3 : เหล็กเข็มพืด (sheet pile)
  • 4 : ลวดสลิง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงยาว (Long product)
  • 1 : ตู้เหล็ก
  • 2 : เหล็กข้ออ้อย
  • 3 : ประตูรถยนต์
  • 4 : เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงยาว (Long product)
  • 1 : wire rod
  • 2 : ท่อเหล็กแบบมีตะเข็บ
  • 3 : เหล็กพับเป็นตัวซี (C)
  • 4 : จอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงยาว (Long product)
  • 1 : กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุก
  • 2 : ช้อนเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 3 : เหล็กทำพื้นสะพาน
  • 4 : เหล็กราง(รถไฟ)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 201 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงยาว (Long product)
  • 1 : เหล็กแผ่นทำตู้คอนเทนเนอร์
  • 2 : เหล็กแผ่นทำผนังโรงงานชนิดเคลือบสี
  • 3 : เหล็กเส้นกลม
  • 4 : เหล็กแผ่นซิลิคอนทำหม้อแปลงไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทรงยาว (Long product)
  • 1 : กระป๋องสเปรย์เหล็ก
  • 2 : ตะปู
  • 3 : เหล็กกั้นขอบถนน
  • 4 : กระทะล้อเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ planar anisotropy
  • 1 : R = 1/2 (R0 - 2R 45 + R 90 )
  • 2 : เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Earing
  • 3 : เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Orange peel
  • 4 : แสดงผลจากการเรียงตัวของเกรนในทิศต่างๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :
  • ข้อใดคือข้อดีของการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging)
  • 1 : ราคาถูก
  • 2 : ชิ้นงานมีความแข็งแกร่งสูง
  • 3 : เหมาะกับการขึ้นรูปโลหะทุกชนิด
  • 4 : ต้นทุนการผลิตต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 205 :
  • ข้อใดคือข้อเสียของการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging) เมื่อเทียบกับการหล่อโลหะ
  • 1 : ผลิตชิ้นงานที่ซับซ้อนกว่า
  • 2 : ชิ้นงานแข็งแรงน้อยกว่า
  • 3 : เครื่องจักรราคาแพงกว่า
  • 4 : การทุบขึ้นรูปโลหะดีกว่าเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 206 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของการทุบขึ้นรูปโลหะแบบเย็น (Cold Forging)
  • 1 : ได้ชิ้นงานที่มีผิวที่ดีกว่าการทุบขึ้นรูปโลหะแบบร้อน
  • 2 : ชิ้นงานที่ได้แข็งแรงกว่าการทุบขึ้นรูปโลหะแบบร้อน
  • 3 : ใช้ขึ้นรูปโลหะได้บางประเภทเท่านั้น
  • 4 : ใช้แรงในการทุบน้อยกว่าการทุบขึ้นรูปโลหะแบบร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 207 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของการทุบขึ้นรูปโลหะแบบร้อน (Hot Forging)
  • 1 : ได้ชิ้นงานที่มีผิวที่ดีกว่าการทุบขึ้นรูปโลหะแบบเย็น
  • 2 : ชิ้นงานที่ได้แข็งแรงกว่าการทุบขึ้นรูปโลหะแบบเย็น
  • 3 : ใช้ขึ้นรูปโลหะได้ทุกประเภท
  • 4 : ใช้แรงในการทุบน้อยกว่าการทุบขึ้นรูปโลหะแบบเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 208 :
  • หลังจากการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging) ควรมีการอบชุบอีกหรือไม่ เพราะอะไร
  • 1 : มี เพื่อปรับปรุงผิวชิ้นงาน
  • 2 : มี เพื่อปรับปรุงสมบัติเชิงกล
  • 3 : ไม่มี เพราะจะทำให้ชิ้นงานแตกหัก
  • 4 : ไม่มี เพราะจะทำให้ผิวชิ้นงานร้าว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 :
  • ในแม่พิมพ์ของการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging Die) มีมุมดราฟท์ (Draft Angle) ไว้เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อป้องกันการแตกของชิ้นงาน
  • 2 : เพื่อช่วยในการไหลของเนื้อโลหะ
  • 3 : ช่วยในการเอาชิ้นงานออกได้ง่าย
  • 4 : เพื่อลดการใช้โลหะในการขึ้นรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 210 :
  • ตามรูปนี้ โครงสร้างเกรนแบบใดเกิดจากการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging)
  • 1 : ข้อ (a)
  • 2 : ข้อ (b)
  • 3 : ข้อ (c)
  • 4 : ทุกโครงสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • เพราะอะไรในการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging) บางครั้งจะมีปัญหาชิ้นงานบวมอย่างที่เห็นในรูป
  • 1 : ใช้น้ำมันหล่อลื่นน้อยไป
  • 2 : ใช้แรงทุบน้อยเกินไป
  • 3 : โลหะชิ้นงานอ่อนเกินไป
  • 4 : โลหะชิ้นงานแข็งเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • ข้อใดคือข้อดีของการทุบขึ้นรูปโลหะแบบแม่พิมพ์เปิด (Open-Die Forging) เมื่อเทียบกับแบบแม่พิมพ์ปิด (Closed-Die Forging)
  • 1 : ขึ้นรูปชิ้นงานได้หลากหลายรูปทรง
  • 2 : กำลังการผลิตสูง
  • 3 : แม่พิมพ์ราคาถูก
  • 4 : ไม่ต้องมีการกลึงอีก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  • ข้อใดคือข้อจำกัดของการทุบขึ้นรูปโลหะแบบแม่พิมพ์ปิด (Closed-Die Forging)
  • 1 : แม่พิมพ์ราคาแพง
  • 2 : ผลิตชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูง
  • 3 : กำลังการผลิตสูง
  • 4 : ได้ชิ้นงานที่มีสมบัติเชิงกลสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  • ข้อใดไม่มีผลต่อแรงที่ใช้การทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging Force)
  • 1 : อุณหภูมิของชิ้นงาน
  • 2 : ชนิดโลหะของชิ้นงาน
  • 3 : ชนิดโลหะของแม่พิมพ์
  • 4 : พื้นที่ของชิ้นงานที่ถูกทุบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 :
  • ในการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging) ครีบ (Flash) คืออะไร
  • 1 : แกนที่ใช้พยุงในการขึ้นรูป
  • 2 : ส่วนเกินของวัสดุที่ล้นจากแม่พิมพ์
  • 3 : การที่ชิ้นงานไหลไม่ทั่วถึง
  • 4 : อุปกรณ์ที่ช่วยดันชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  • ข้อใดเป็นผลของการใช้น้ำมันหล่อลื่น (Lubricant) ในการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging)
  • 1 : ชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ง่าย
  • 2 : ชิ้นงานแข็งแรงขึ้น
  • 3 : แรงเสียดทานเพิ่มขึ้น
  • 4 : ใช้แรงทุบมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • ในการตีมีด ทำไมต้องเผาให้ความร้อนกับเหล็กขณะทุบขึ้นรูปเป็นมีด
  • 1 : เพื่อให้ได้ผิวชิ้นงานดีขึ้น
  • 2 : เพื่อลดแรงเสียดทาน
  • 3 : เพื่อช่วยให้มีดแข็งแกร่งขึ้น
  • 4 : เพื่อให้ขึ้นรูปง่ายขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • วัสดุชนิดใดน่าจะทุบขึ้นรูปแบบเย็น (Cold Forging) ได้ง่ายที่สุด
  • 1 : Ti alloys
  • 2 : Ni alloys
  • 3 : Al alloys
  • 4 : Copper alloys
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 :
  • การทุบขึ้นรูปโลหะแบบเย็น (Cold Forging) มีผลต่อสมบัติโลหะอย่างไร เพราะอะไร
  • 1 : ทำให้ชิ้นงานอ่อนลง เพราะมีความเค้นน้อยลง
  • 2 : ทำให้ชิ้นงานอ่อนลง เพราะมีความเค้นเพิ่มขึ้น
  • 3 : ทำให้ชิ้นงานแข็งขึ้น เพราะมีความเค้นเพิ่มขึ้น
  • 4 : ทำให้ชิ้นงานแข็งขึ้น เพราะมีความเค้นน้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • ข้อใดคือสภาวะที่ช่วยให้ชิ้นงานที่ขึ้นรูปโดยการทุบ (Forging) มีความแข็งแรงมากที่สุด
  • 1 : อุณหภูมิของชิ้นงานสูง
  • 2 : อุณหภูมิของชิ้นงานต่ำ
  • 3 : อุณหภูมิของชิ้นงานปานกลาง
  • 4 : มีผลเช่นเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • แม่พิมพ์ที่ใช้ในการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging) ควรทำจากวัสดุพวกใด
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : เหล็กกล้า
  • 3 : ตะกั่ว
  • 4 : เซรามิก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 222 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติที่ต้องการในแม่พิมพ์ที่ใช้ในการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging)
  • 1 : สามารถทนแรงกระแทกได้ดี
  • 2 : แข็งแรงทนการสึกหรอ
  • 3 : ไม่เกิดการกัดกร่อน
  • 4 : แรงเสียดทานสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :
  • ชิ้นงานประเภทใดที่เหมาะกับการผลิตด้วยการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging)
  • 1 : โครงรถยนต์
  • 2 : แหวนทองคำ
  • 3 : ไขควง
  • 4 : ท่อไอเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้น้ำมันหล่อลื่น (Lubricant) ในการทุบขึ้นรูปโลหะ (Forging)
  • 1 : แรงเสียดทานลดลง
  • 2 : ลดการใช้แรงทุบ
  • 3 : ช่วยให้ผิวชิ้นงานแข็งแกร่งขึ้น
  • 4 : ช่วยให้ชิ้นงานไม่ติดแม่พิมพ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 225 :
  • กระบวนการ Hot Extrusion เป็นกระบวนการขึ้นรูปโดยที่ให้ความร้อนให้สูงกว่าช่วงอุณหภูมิใดของวัสดุ
  • 1 : Recrystallization Temperature
  • 2 : Crystallization Temperature
  • 3 : Melting Point
  • 4 : Glass transition Temperature
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :
  • ค่า Extrusion Ratio ของกระบวนการ Direct Extrusion ชิ้นงานรูปทรงกระบอก (cylindrical billet) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25cm โดยแม่พิมพ์รูปทรงกลม (Die) มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5cm มีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 5
  • 2 : 10
  • 3 : 15
  • 4 : 25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • รูปแบบ (Configuration) ของกระบวนการ Rolling ที่ใช้ ลูกรีด (Roll) ขนาดใหญ่ร่วมกับลูกรีดขนาดเล็ก ดังรูป มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Two-high Rolling Mill
  • 2 : Three-high Rolling Mill
  • 3 : Four-high Rolling Mill
  • 4 : Cluster Rolling Mill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • รูปแบบ (Configuration) ของกระบวนการ Rolling ที่ใช้ลูกรีด (Roll) ต่อกัน (Sequence) เป็นคู่ๆ ดังรูป มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Three-high Rolling Mill
  • 2 : Four-high Rolling Mill
  • 3 : Tandem Rolling Mill
  • 4 : Cluster Rolling mill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 229 :
  • ข้อใดคือข้อดีของกระบวนการรีดเกลียว (Thread Rolling) เมื่อเปรียบเทียบกับ Machining
  • 1 : อัตราการผลิตสูงกว่า
  • 2 : ลดการสูญเสียเนื้อวัสดุ
  • 3 : มีความแข็งแรงกว่า (stronger due to work hardening)
  • 4 : มีข้อที่ถูกมากกว่าหนึ่งข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • กราฟดังรูปเป็นกราฟระหว่าง Extrusion pressure และ Ram displacemnt ของการอัดไหลตาม (Direct Extrusion) และ การอัดไหลทวน (Indirect Extrusion) เพราะเหตุใด Extrusion pressureของการอัดไหลตามจึงสูงกว่าของการอัดไหลทวน
  • 1 : มีแรงเสียดทาน (friction) ในDirect Extrusion
  • 2 : มีแรงเสียดทาน (friction) ใน Indirect Extrusion
  • 3 : การไหลของโลหะในDirect Extrusionทำได้ง่ายกว่า
  • 4 : การไหลของโลหะใน Indirect Extrusionทำได้ยากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  • ข้อดีของกระบวนการ Cold Rolling ต่อกระบวนการ Hot Rolling คืออะไร
  • 1 : ใช้แรง (Roll force) น้อยกว่า
  • 2 : สามารถควบคุมขนาดได้แม่นยำกว่า
  • 3 : ผิวหน้าของผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีกว่า
  • 4 : มีข้อที่ถูกมากกว่าหนึ่งข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • โดยทั่วไป กระบวนการที่ใช้ในการผลิตกระป๋องนำ้อัดลม (Aluminium can) จากอะลูมิเนียมแผ่นมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Rolling
  • 2 : Deep Drawing
  • 3 : Extrusion
  • 4 : Forging
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชนิดของกระบวนการ tube drawing
  • 1 : Sinking
  • 2 : Plug Drawing
  • 3 : Forging
  • 4 : Mandrel Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • การเพิ่มอุณหภูมิมีผลอย่างไรกับ Flow stress และ Rolling Load ของการรีดขึ้นรูป (Rolling)
  • 1 : เพิ่ม Flow stress แต่ลด Rolling Load
  • 2 : ลด Flow stress แต่เพิ่ม Rolling Load
  • 3 : ลด Flow stress และลด Rolling Load
  • 4 : เพิ่ม Flow stress และเพิ่ม Rolling Load
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :
  • กระบวนการขึ้นรูป ดังรูปนี้ มีชื่อว่าอะไร
  • 1 : Indirect extrusion
  • 2 : Direct extrusion
  • 3 : Impact extrusion
  • 4 : Hydrostatic extrusion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • รูปแบบ (Configuration) ของกระบวนการ Rolling ดังรูป มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Two-high Rolling Mill
  • 2 : Three-high Rolling Mill
  • 3 : Cluster mill
  • 4 : Tandem Rolling Mill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 237 :
  • กระบวนการขึ้นรูปนี้ มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Extrusion
  • 2 : Deep drawing
  • 3 : Wire drawing
  • 4 : Forging
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 238 :
  • ในกระบวนการ cold rolling เพื่อลดความหนาของ metal sheet โดยทั่วไปจะต้องผ่านกระบวนการรีดหลายครั้ง ซึ่งอาจทำให้ flow stress ของ metal sheet ในระหว่างการรีดเพิ่มขึ้นและเป็นอุปสรรค วิธีใดจะช่วยลด flow stress ของ metal sheet ในระหว่างการรีด
  • 1 : Annealing
  • 2 : Quenching
  • 3 : Tempering
  • 4 : Heating
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • Upsetting เป็นกระบวนการขึ้นรูปแบบ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • Skin pass เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • Coining เป็นกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 242 :
  • Ironing เป็นกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : การลากขึ้นรูปลึก (Deep drawing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 243 :
  • Tube sinking เป็นกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • การดึงลวดเป็นกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :
  • Fine blanking เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : Metal sheet forming
  • 4 : Extrusion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • Stamping เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : Metal sheet forming
  • 4 : Extrusion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • Cogging เป็นกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : sheet metal forming
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 :
  • Punching เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : Metal sheet forming
  • 4 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 249 :
  • Four-high mill หมายถึง
  • 1 : แท่นรีดที่มีลูกรีด 4 ลูก
  • 2 : โรงงานที่มีแท่นรีด 4 แท่น
  • 3 : โรงงานที่มีแท่นรีด 2 แท่นรีดต่อเนื่องกัน
  • 4 : แท่นรีดที่มีลูกรีด 6 ลูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : พื้นที่หน้าตัดของ bloom ใหญ่กว่า billet
  • 2 : พื้นที่หน้าตัดของ billet ใหญ่กว่า bloom
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดของ billet ใหญ่กว่าเหล็กลวด
  • 4 : พื้นที่หน้าตัดของ billet ใหญ่กว่าเหล็กเส้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • Springback เป็นปัญหาของกระบวนการ
  • 1 : Sheet metal forming
  • 2 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 3 : การรีด
  • 4 : การทุบขึ้นรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • Springback เป็นปัญหากับโลหะที่มี
  • 1 : Strength ต่ำ
  • 2 : Strength สูง
  • 3 : Toughness ต่ำ
  • 4 : Toughness สูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • หาความสามารถในการขึ้นรูป (formablility) ได้จาก
  • 1 : Impact test
  • 2 : Tensile test
  • 3 : Erichsen test
  • 4 : Hardness test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 254 :
  • หาความสามารถในการขึ้นรูป (formability) ได้จาก
  • 1 : Lankford value
  • 2 : Tensile test
  • 3 : Hardness test
  • 4 : Impact test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • หาความสามารถในการขึ้นรูป (formability) ได้จาก
  • 1 : Tensile test
  • 2 : Forming limit diagram
  • 3 : Hardness test
  • 4 : Impact test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  • หาความสามารถในการขึ้นรูป (formability) ได้จาก
  • 1 : Conical cup test
  • 2 : Hardness test
  • 3 : Tensile test
  • 4 : Impact test
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 :
  • Bloom เป็นชื่อเรียกก้อนโลหะที่ถูกรีดจาก ingot ที่มีขนาดพื้นที่หน้าตัดเล็กกว่า
  • 1 : เหล็กลวด
  • 2 : slab
  • 3 : billet
  • 4 : เหล็กเส้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 258 :
  • Yield point elongation จะเกิดขึ้นกับเหล็กแผ่น
  • 1 : รีดร้อนที่มีคาร์บอนสูง
  • 2 : รีดเย็นที่มีคาร์บอนต่ำ
  • 3 : รีดเย็นที่มีคาร์บอนสูง
  • 4 : เคลือบสังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
  • Limiting drawing ratio (LDR) ซึ่งเป็นค่าอัตราส่วนที่มากที่สุดของเส้นผ่านศูนย์กลางของแผ่นแบลงค์ (blank) กับเส้นผ่านศูนย์กลางของถ้วยที่สามารถขึ้นรูปได้สำเร็จนั้น เป็นค่าที่ใช้ในกระบวนการ
  • 1 : Deep drawing
  • 2 : wire drawing
  • 3 : การทุบขึ้นรูป
  • 4 : การรีด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • ความแตกต่างของ strip กับ sheet คือสภาพของเหล็กแผ่นบาง โดย strip หมายถึง
  • 1 : เหล็กอยูในสภาพม้วน
  • 2 : เหล็กอยู่ในสภาพแผ่น
  • 3 : เหล็กอยู่ในสภาพเศษเหล็ก
  • 4 : เหล็กอยู่ในสภาพใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 261 :
  • strip กับ sheet ต่างก็มีความหนาน้อยกว่า
  • 1 : 1 มม.
  • 2 : 3 มม.
  • 3 : 10 มม.
  • 4 : 30 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • Plate มีความหนามากกว่า sheet คือหนามากกว่า
  • 1 : 1 มม.
  • 2 : 3 มม.
  • 3 : 10 มม.
  • 4 : 30 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • Slab มีหน้าตัดเป็นรูป
  • 1 : 4 เหลี่ยมจัตรัส
  • 2 : 4 เหลี่ยมผืนผ้า
  • 3 : 6 เหลี่ยม
  • 4 : 8 เหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • Bloom มีหน้าตัดเป็นรูป
  • 1 : 4 เหลี่ยมจัตรัส
  • 2 : กลม
  • 3 : 6 เหลี่ยม
  • 4 : 8 เหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 265 :
  • Billet มีหน้าตัดเป็นรูป
  • 1 : กลม
  • 2 : 4 เหลี่ยมจัตรัส
  • 3 : 6 เหลี่ยม
  • 4 : 8 เหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : indirect extrusion
  • 2 : direct extrusion
  • 3 : forging
  • 4 : rolling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • ชิ้นงานต่อไปนี้เกิดจากการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า

  • 1 : forging
  • 2 : deep drawing
  • 3 : bending
  • 4 : extrusion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : deep drawing
  • 2 : forging
  • 3 : extrusion
  • 4 : rolling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : rolling
  • 2 : forging
  • 3 : drawing
  • 4 : bending
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : extrusion
  • 2 : deep drawing
  • 3 : rolling
  • 4 : upsetting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 271 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : rolling
  • 2 : forging
  • 3 : ironing
  • 4 : bending
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 272 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า

  • 1 : forging
  • 2 : bending
  • 3 : roll forming
  • 4 : drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : Rotary tube piercing
  • 2 : Rolling
  • 3 : Forging
  • 4 : bending
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • รูปต่อไปนี้เป็นการขึ้นรูปที่มีชื่อเรียกว่า
  • 1 : rolling
  • 2 : tube drawing
  • 3 : forging
  • 4 : bending
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • การขึ้นรูปต่อไปนี้ที่ไม่ใช่การขึ้นรูปโลหะแผ่น
  • 1 : deep drawing
  • 2 : ironing
  • 3 : tube drawing
  • 4 : extrusion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • การขึ้นรูปต่อไปนี้ที่ไม่ใช่การขึ้นรูปก้อนโลหะ (bulk forming)
  • 1 : upsetting
  • 2 : extrusion
  • 3 : deep drawing
  • 4 : rotary tube piercing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 277 :
  • การขึ้นรูปต่อไปนี้ที่ไม่ใช่การขึ้นรูปก้อนโลหะ (bulk forming)
  • 1 : closed die forging
  • 2 : ironing
  • 3 : backward extrusion
  • 4 : cogging
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • การขึ้นรูปต่อไปนี้ที่ไม่ใช่การขึ้นรูปโลหะแผ่น
  • 1 : roll forming
  • 2 : deep drawing
  • 3 : open die forging
  • 4 : reverse drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • upsetting เป็นการขึ้นรูป
  • 1 : โลหะก้อน (bulk forming)
  • 2 : โลหะแผ่น
  • 3 : โลหะผง
  • 4 : แก้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • Ironing เป็นการขึ้นรูป
  • 1 : โลหะก้อน (bulk forming)
  • 2 : โลหะแผ่น
  • 3 : โลหะผง
  • 4 : แก้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • ข้อใดเป็นข้อเสียของ Hot working
  • 1 : ใช้พลังงานน้อยในการทำให้โลหะเปลี่ยนรูปอย่างถาวร
  • 2 : ให้ความเหนียวสูงเมื่อเทียบกับ Cold working
  • 3 : เกิดการตกผลึกใหม่ระหว่างการขึ้นรูป (Recrystallization)
  • 4 : เกิด Oxidation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • หากต้องการซื้อเหล็กมาอัดขึ้นรูปเป็นประตูรถยนต์ควรเลือกเหล็กกล้าที่ผ่านกระบวนใด
  • 1 : การรีดเย็น (Cold Rolling)
  • 2 : การรีดร้อน (Hot Rolling)
  • 3 : การถลุง (Extracting)
  • 4 : การชุบแข็งผิว (Surface Hardening)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 283 :
  • การผลิตแหวนเงิน ควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การฉีดขึ้นรูป (Die Casting)
  • 2 : การรีด (Rolling)
  • 3 : กระบวนการโลหะผง (Powder Metallurgy)
  • 4 : การดึงขึ้นรูป (Drawing)
  • 5 : การหล่อขี้ผึ้ง (Investment Casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 284 :
  • การผลิตสายไฟฟ้าทองแดง ควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การฉีดขึ้นรูป (Die Casting)
  • 2 : การรีด (Rolling)
  • 3 : กรรมวิธีโลหะผง (Powder Metallurgy)
  • 4 : การดึงขึ้นรูป (Drawing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :
  • การผลิตล้อรถยนต์อะลูมิเนียม ควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การฉีดขึ้นรูป (Die Casting)
  • 2 : การรีด (Rolling)
  • 3 : กรรมวิธีโลหะผง (Powder Metallurgy)
  • 4 : การดึงขึ้นรูป (Drawing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :
  • การผลิตเหล็กเส้น ควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การฉีดขึ้นรูป (Die Casting)
  • 2 : การรีด (Rolling)
  • 3 : กรรมวิธีโลหะผง (Powder Metallurgy)
  • 4 : การดึงขึ้นรูป (Drawing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 287 :
  • การผลิตเม็ดมีดกลึงทังสเตนคาร์ไบด์ ควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การฉีดขึ้นรูป (Die Casting)
  • 2 : การรีด (Rolling)
  • 3 : กระบวนการโลหะผง (Powder Metallurgy)
  • 4 : การดึงขึ้นรูป (Drawing)
  • 5 : การหล่อขี้ผึ้ง (Investment Casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • การขึ้นรูปกระป๋องน้ำอัดลมควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การลากขึ้นรูปลึก (Deep Drawing)
  • 2 : การหล่อแบบทราย (Sand Casting)
  • 3 : การตีขึ้นรูป (Forging)
  • 4 : การอัดขึ้นรูป (Extrusion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 289 :
  • การขึ้นรูปบันไดอะลูมิเนียมควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การกดอัดขึ้นรูป (Deep Drawing)
  • 2 : การหล่อแบบทราย (Sand Casting)
  • 3 : การตีขึ้นรูป (Forging)
  • 4 : การอัดรีดขึ้นรูป (Extrusion)
  • 5 : การหล่อต่อเนื่อง (Continuous Casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • การขึ้นรูปดาบควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การลากขึ้นรูปลึก (Deep Drawing)
  • 2 : การหล่อแบบทราย (Sand Casting)
  • 3 : การตีขึ้นรูป (Forging)
  • 4 : การอัดขึ้นรูป (Extrusion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • การขึ้นรูปเสื้อสูบรถยนต์ควรใช้กระบวนการขึ้นรูปใด
  • 1 : การลากขึ้นรูปลึก (Deep Drawing)
  • 2 : การหล่อแบบทราย (Sand Casting)
  • 3 : การตีขึ้นรูป (Forging)
  • 4 : การอัดขึ้นรูป (Extrusion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 524 : Source and elimination of defects
ข้อที่ 292 :
  • ข้อบกพร่องชนิดใดในงานหล่อ ที่มีสาเหตุเกี่ยวกับความสามารถในการไหลตัว (Fluidity) และการออกแบบทางเดินโลหะหลอมเหลวที่ไม่ดี
  • 1 : Misrun
  • 2 : Cold Shut
  • 3 : แบบรั่ว
  • 4 : ทั้ง Misrun และ Cold Shut
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • โลหะชนิดใด เมื่อหล่อด้วยกรรมวิธีใช้แบบทรายชื้น (Green Sand Mold) แล้วมีโอกาสเกิดตำหนิที่ผิวจากการที่เม็ดทรายหลอมติด (Fusion) ได้
  • 1 : อะลูมิเนียม
  • 2 : เหล็กหล่อเทา
  • 3 : เหล็กกล้าไร้สนิม
  • 4 : ดีบุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :
  • แบบทรายชื้น (Green Sand Mold) ที่ทำจากทรายที่มีความโปร่งอากาศ (Permeability) ต่ำเกินไป มีโอกาสเกิดข้อบกพร่องในงานหล่อแบบใดได้บ้าง
  • 1 : ทรายหลอมตัว
  • 2 : ผิวทรายพังเนื่องจากการกัดเซาะของโลหะหลอมเหลว
  • 3 : เกิด Gas Defect ที่ผิวหรือใกล้ผิวงานหล่อ
  • 4 : ทรายตก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • ทรายไส้แบบ (Core) ที่มีสมบัติการยุบตัว (Collapsibility) ที่ไม่เพียงพอ มีโอกาสทำให้เกิดปัญหาใดได้
  • 1 : Hot Tearing การแตกร้าวหรือฉีกขาดขณะร้อนในเนื้องานหล่อ
  • 2 : ทรายร่อนหลุดติดไปกับผิวงานหล่อ
  • 3 : ผิวงานหล่อไม่สวย
  • 4 : เกิดฟองก๊าซในเนื้องานเพราะก๊าซหนีไม่ทัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • ในกระบวนการหล่อด้วยแบบทราย ข้อใดไม่ใช่ปัญหาที่มีสาเหตุมาจากทรายแบบ
  • 1 : Fusion
  • 2 : Metal Penetration
  • 3 : Cold Shut
  • 4 : Erosion Scab
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 297 :
  • ในงานหล่อโลหะ ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของงานเสียแบบ Misrun และ Cold Shut
  • 1 : Riser เล็กเกินไป
  • 2 : ใช้ทุ่นเย็น (Chill) ใหญ่เกินไป
  • 3 : ทางเดินโลหะหลอมเหลวมีระยะทางยาวและคดเคี้ยวเกินไป
  • 4 : อุณหภูมิเทต่ำเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • ในงานหล่อโลหะด้วยแบบทราย
    แผ่นเซรามิกพรุน หรือที่เรียกว่า Strainer ที่ใช้วางในระบบทางเดินโลหะหลอมเหลวมีหน้าที่หลายประการ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : ช่วยกรองเศษทรายและตะกรันในโลหะหลอมเหลวออก
  • 2 : ผ่อนแรงกระแทกของการไหลของโลหะหลอมเหลว เพื่อกันการกัดเซาะทรายแบบในส่วนถัดไป
  • 3 : ดักฟองกาซที่มากับโลหะหลอมเหลว
  • 4 : เป็นฉนวน ช่วยเก็บความร้อน ทำให้โลหะหลอมเหลวไม่เย็นเร็วเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 :
  • การเทน้ำโลหะที่อุณหภูมิต่ำเกินไป อาจทำให้เกิดข้อบกพร่องใดในชิ้นงาน
  • 1 : รูพรุน
  • 2 : การแตกหัก
  • 3 : น้ำโลหะเข้าไม่ถึง
  • 4 : ขี้ตะกรันแทรกในงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • จุดเสียในชิ้นงานหล่อชนิดใดที่อาจแก้ไขได้โดยการใช้ทุ่นเย็น (chill)
  • 1 : รูเข็ม (pin holes)
  • 2 : โพรงที่เกิดจากการหดตัว (shrinkage porosity)
  • 3 : น้ำโลหะเข้าไม่ถึง (misrun)
  • 4 : ขี้ตะกรันแทรกในงาน (inclusions)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 301 :
  • จุดเสียในชิ้นงานหล่อชนิดใดที่อาจแก้ไขได้โดยการเพิ่มอุณหภูมิเท (superheat)
  • 1 : รูพรุน (blow holes)
  • 2 : รูเข็ม (pin holes)
  • 3 : น้ำโลหะเข้าไม่ถึง (misrun)
  • 4 : ขี้ตะกรันแทรกในงาน (inclusions)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :
  • รูพรุนที่เห็นในรูปเกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : ก็าซไฮโดรเจนที่ละลายในน้ำโลหะ
  • 2 : ก็าซออกซิเจนที่ละลายในน้ำโลหะ
  • 3 : ก็าซอาร์กอนที่ละลายในน้ำโลหะ
  • 4 : ก็าซไนโตรเจนที่ละลายในน้ำโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • รูพรุน (blow hole) คืออะไร
  • 1 : รูในชิ้นงานที่เกิดจากก็าซที่ถูกดักไว้
  • 2 : รูในชิ้นงานที่เกิดจากการหดตัวของโลหะ
  • 3 : รูเล็กๆ ใต้ผิวของชิ้นงานหล่อ
  • 4 : รูที่เกิดจากขี้ตะกรัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • Shrinkage Porosity คืออะไร
  • 1 : รูในชิ้นงานที่เกิดจากก็าซที่ถูกดักไว้
  • 2 : รูในชิ้นงานที่เกิดจากการหดตัวของโลหะ
  • 3 : รูเล็กๆ ใต้ผิวของชิ้นงานหล่อ
  • 4 : รูที่เกิดจากขี้ตะกรัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 305 :
  • รูเข็ม (Pin hole) คืออะไร
  • 1 : รูในชิ้นงานที่เกิดจากก็าซที่ถูกดักไว้
  • 2 : รูในชิ้นงานที่เกิดจากการหดตัวของโลหะ
  • 3 : รูเล็กๆ ใต้ผิวของชิ้นงานหล่อ
  • 4 : รูที่เกิดจากขี้ตะกรัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 306 :
  • ข้อใดคือวิธีการแก้ปัญหาขี้ตะกรันแทรกในชิ้นงาน
  • 1 : การใส่ที่กรองน้ำโลหะ
  • 2 : การใช้ทุ่นเย็น
  • 3 : การเผาให้ความร้อนเบ้าหล่อ
  • 4 : การเทขณะน้ำโลหะร้อนมากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 307 :
  • จุดเสียในงานหล่อดังที่แสดงในรูปคืออะไร
  • 1 : รูพรุน
  • 2 : รูเข็ม
  • 3 : การหดตัวภายใน
  • 4 : โพรงที่เกิดจากการหดตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 :
  • จุดเสียในงานหล่อดังที่แสดงในรูปคืออะไร
  • 1 : รูพรุน
  • 2 : รูเข็ม
  • 3 : การหดตัวภายใน
  • 4 : โพรงที่เกิดจากการหดตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 309 :
  • จุดเสียในงานหล่อดังที่แสดงในรูปคืออะไร
  • 1 : รูพรุน
  • 2 : รูเข็ม
  • 3 : การหดตัวภายใน
  • 4 : โพรงที่เกิดจากการหดตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 310 :
  • จุดเสียในงานหล่อดังที่แสดงในรูปคืออะไร
  • 1 : รูพรุน
  • 2 : รูเข็ม
  • 3 : การหดตัวภายใน
  • 4 : โพรงที่เกิดจากการหดตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  • ในการทุบขึ้นรูปโลหะแบบแม่พิมพ์ปิด (Closed-Die Forging) ข้อบกพร่องของชิ้นงานที่เกิดขึ้นดังรูป เกิดจากอะไร
  • 1 : ใช้แรงทุบมากเกินไป
  • 2 : ใช้แรงทุบน้อยเกินไป
  • 3 : ใช้แท่งโลหะ (billet) ที่ขนาดเล็กเกินไป
  • 4 : เพราะมีแรงเสียดทานมากไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :
  • ในการทุบขึ้นรูปโลหะแบบแม่พิมพ์ปิด (Closed-Die Forging) การแตกร้าว หรือ Crack ที่เกิดตรงกลางชิ้นงานดังแสดงในรูปนี้ เกิดจากสาเหตุอะไร
  • 1 : ใช้แรงทุบมากเกินไป
  • 2 : ใช้แรงทุบน้อยเกินไป
  • 3 : ใช้แท่งโลหะ (billet) ที่ขนาดใหญ่เกินไป
  • 4 : เพราะมีแรงเสียดทานมากไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • การเกิดรอยร้าวบนผิว (Surface Crack) ของชิ้นงานที่ทุบขึ้นรูป (Forged Parts) ควรแก้ไขโดยวิธีนี้
  • 1 : เพิ่มแรงทุบ
  • 2 : เพิ่มความเร็วในการทุบ
  • 3 : เพิ่มอุณหภูมิของชิ้นงานขณะขึ้นรูป
  • 4 : ลดอุณหภูมิของชิ้นงานขณะขึ้นรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 :
  • ในการทุบขึ้นรูปโลหะแบบแม่พิมพ์ปิด (Closed-Die Forging) ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการที่โลหะไหลไม่เต็มแม่พิมพ์
  • 1 : อุณหภูมิชิ้นงานต่ำเกินไป
  • 2 : แรงทุบน้อยเกินไป
  • 3 : แรงเสียดทานมากเกินไป
  • 4 : แม่พิมพ์ร้อนเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 315 :
  • Defect ที่อาจเกิดขึ้นได้ในขบวนการ Rolling ดังรูปนี้ มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Edge Cracking
  • 2 : Center Split
  • 3 : Alligatoring
  • 4 : Wavy Edge
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 316 :
  • Coil break เป็น defect ที่เกิดขึ้นในกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • Edge wave เป็น defect ที่เกิดขึ้นในกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 318 :
  • Lap เป็น defect ที่ผิวชนิดหนึ่งของกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 319 :
  • การแยกชั้น (lamination) ของเนื้อเหล็กเป็น defect ที่เกิดขึ้นในกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ defect ของการรีดเหล็กแผ่นที่เรียกว่า wavy edge ซึ่งมีลักษณะเป็นคลื่นที่ขอบตามแนวรีดและความยาวของคลื่นแต่ละลูกจะใกล้เคียงกัน
  • 1 : อุณหภูมิตามความกว้างของ slab ไม่สม่ำเสมอ
  • 2 : การหล่อเย็นที่ส่วนกลางลูกรีดมากเกินไป
  • 3 : เหล็กแผ่นมีค่า yield strength ต่ำ
  • 4 : ลูกรีดมี crown ไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ defect ของการรีดเหล็กแผ่นที่เรียกว่า edge crack ซึ่งเป็นรอยแตกที่ขอบเหล็กแผ่นตั้งฉากกับแนวรีด
  • 1 : การลดขนาดช่วงรีดร้อนมากเกินไป
  • 2 : ปริมาณทองแดงและดีบุกมากเกินไป
  • 3 : อุณหภูมิการหล่อไม่เหมาะสม
  • 4 : เหล็กแผ่นมีค่า yield strength ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ defect ของการรีดเหล็กแผ่นที่เรียกว่า coil break ซึ่งเหล็กแผ่นมีลักษณะเป็นรอยจีบเป็นแนวตั้งฉากกับแนวรีด มักเกิดขึ้นขณะที่คลี่เหล็กม้วน (uncoiling)
  • 1 : เหล็กแผ่นมีค่า yield strength ต่ำ
  • 2 : แปรรูปหรือคลี่เหล็กม้วนขณะที่ยังร้อนเกิน 50 oC
  • 3 : ลูกรีดที่ใช้คลี่เหล็กม้วนมีขนาดเล็กเกินไป
  • 4 : การลดขนาดช่วงรีดร้อนมากเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 323 :
  • Cold shut เป็น defect ที่มีลักษณะเป็นเส้นร่องลึกไปจากผิวซึ่งเกิดจากการที่เนื้อโลหะที่เป็นออกไซด์ถูกขึ้นรูปแล้วปิดเนื้อเหล็กโดยไม่เป็นเนื้อเดียวกัน เป็นลักษณะ defect ของกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • 4 : Drawing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • Stretcher strain เป็นปัญหาของกระบวนการ
  • 1 : การรีด
  • 2 : การทุบขึ้นรูป
  • 3 : Sheet metal forming
  • 4 : การอัดขึ้นรูป (extrusion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 325 :
  • Defect ของเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดหนึ่งเรียกว่า coil break เกิดจาก
  • 1 : การรีดปรับสภาพผิว
  • 2 : การคลี่เหล็กแผ่นม้วนขณะร้อน
  • 3 : การคลี่ม้วนเหล็กแผ่นแล้วน้ำหนักเหล็กก่อให้เกิดรอยพับ
  • 4 : การรีดหยาบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :
  • ถ้า Clearance ระหว่างแบบหรือไส้แบบไม่ดีจะทำให้เกิดข้อบกพร่องของงานหล่อชนิดใด
  • 1 : Flash
  • 2 : Veining
  • 3 : Misrun
  • 4 : Hot Tear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 327 :
  • ถ้าโลหะหลอมเหลวมี Fluidity ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดข้อบกพร่องของงานหล่อชนิดใด
  • 1 : Misrun
  • 2 : Flash
  • 3 : Veining
  • 4 : Hot Tear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 328 :
  • ถ้าใช้ผงกราไฟต์เพื่อให้ง่ายต่อการถอดแบบมากเกินไปจะทำให้เกิดข้อบกพร่องของงานหล่อชนิดใด
  • 1 : Lustrous Film
  • 2 : Flash
  • 3 : Veining
  • 4 : Hot Tear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 329 :
  • ถ้าทรายแบบหล่อมี Collapsibility ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดข้อบกพร่องของงานหล่อชนิดใด
  • 1 : Hot Tear
  • 2 : Lustrous Film
  • 3 : Flash
  • 4 : Veining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • รูปต่อไปนี้เป็น defect ที่มีชื่อเรียกว่า

  • 1 : orange peel
  • 2 : stretcher strain mark
  • 3 : blanking
  • 4 : wrikling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร