สภาวิศวกร

สาขา : เหมืองแร่

วิชา : Chemical Metallurgy

เนื้อหาวิชา : 491 : Principles of hydrometallurgy,including thermodynamics of aqueous solutions,kinetics of leaching and precipitation, solvent extraction ion exchange
ข้อที่ 1 :
  • hydrometallurgy หมายถึง
  • 1 : กรรมวิธีสกัดโลหะจากสินแร่โดยใช้สารละลายเคมีละลายและตกตะกอนเป็นโลหะ
  • 2 : กรรมวิธีสกัดโลหะจากสินแร่โดยใช้น้ำ
  • 3 : กรรมวิธีสกัดโลหะจากสินแร่โดยใช้ไฟฟ้า
  • 4 : กรรมวิธีสกัดโลหะจากสินแร่โดยใช้พลังน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • ใน Bayer process บอกไซต์จะถูกละลายด้วยสารละลาย
  • 1 : 5% NaOH
  • 2 : 10% NH4OH
  • 3 : NaOH เข้มข้น
  • 4 : NH4OH เข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • สารละลายที่ใช้ในการละลายสินแร่ทองแดงด้วยกระบวนการโลหวิทยาสารละลาย (hydrometallurgy) คือ
  • 1 : กรดซัลฟูริก
  • 2 : กรดไนตริก
  • 3 : กรดไฮโดรคลอริก
  • 4 : กรดผสมด่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 4 :
  • เทคนิคทางโลหวิทยาสารละลาย (hydrometallurgy) เหมาะสำหรับ
  • 1 : สินแร่ทองแดงซัลไฟด์เกรดสูง
  • 2 : สินแร่ทองแดงออกไซด์เกรดต่ำ
  • 3 : แหล่งที่ค่าไฟฟ้าถูก
  • 4 : ประเทศที่มีกรดไนตริกเป็นผลพลอยได้จำนวนมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • ปฏิกิริยา CuSO4(aq) + Fe = FeSO4 (aq) + Cu เกิดขึ้นในกระบวนการใด
  • 1 : cementation
  • 2 : leaching
  • 3 : solvent extraction
  • 4 : ion exchange
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 6 :
  • ตัวอย่างของกระบวนการ hydrometallurgy คือ
  • 1 : liquation
  • 2 : การย่าง (roasting) แร่สังกะสีซัลไฟด์
  • 3 : การออกซิไดส์ตะกั่วไม่บริสุทธิ์
  • 4 : leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 :
  • ยกเว้นอุณหภูมิที่ใช้ในการทำงาน pressure leaching จะคล้ายคลึงกับ
  • 1 : heap leaching
  • 2 : inplace leaching
  • 3 : agitation leaching
  • 4 : dump leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • ออกซิเดชันคือปฏิกิริยาที่
  • 1 : มีการเพิ่มวาเลนซีเนื่องจากการสูญเสียอิเล็กตรอน
  • 2 : มีความร้อนจำนวนมากถูกปลดปล่อยออกมาทันที
  • 3 : ความร้อนที่เกิดขึ้นไม่อาจวัดได้
  • 4 : ไม่มีสารรีดิวซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มิใช่ข้อเด่นของ in situ leaching
  • 1 : ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำ
  • 2 : ความจำเป็นด้านเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ต้องใช้น้อย
  • 3 : ความสามารถด้านการจัดการสินแร่เกรดต่ำได้โดยมีกำไร
  • 4 : อัตราการผลิตรวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 10 :
  • กรดกัดแก้ว(HF)ใช้เป็นสารละลายหลักในการสกัดแร่
  • 1 : ตะกั่ว
  • 2 : ทองแดง
  • 3 : ทองคำ
  • 4 : แทนทาไลต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • สารละลายไซยาไนด์ใช้เป็นสารละลายหลักในการสกัดแร่
  • 1 : ตะกั่ว
  • 2 : ทองแดง
  • 3 : ทองคำ
  • 4 : แทนทาไลต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ก่อนขั้นตอนการละลายด้วยกรดซัลฟูริก สฟาเลอไรต์(ZnS) ต้องผ่านกระบวนการย่างแร่(roasting) เพื่อ
  • 1 : เปลี่ยน ZnS ในแร่เป็นซิงก์เฟอร์ไรต์(ZnFe2O4)
  • 2 : เปลี่ยน ZnS ในแร่เป็น ZnO
  • 3 : ทำให้แร่แห้งดี
  • 4 : เปลี่ยน ZnS ในแร่เป็น ZnSO4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • ในกระบวนการ hydrometallurgy มีขั้นตอนหลักคือ
  • 1 : ละลายสินแร่ แยกสารละลายออกจากกากแร่ และแยกโลหะออกจากสารละลาย
  • 2 : บดสินแร่ให้ละเอียด และแต่งให้มีเกรดสูงขึ้น
  • 3 : บดแร่ให้ละเอียด และปรับสภาพแร่ทางเคมี
  • 4 : บดแร่ให้ละเอียด ถลุงด้วยคาร์บอน และทำโลหะให้บริสุทธิ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • ในการสกัดโลหะจากสินแร่โดยใช้สารละลายเคมี ควรบดสินแร่ให้ละเอียดเสียก่อนเพื่อ
  • 1 : เพิ่มความเข้มข้นของเนื้อแร่
  • 2 : ลดการใช้สารละลายเคมี
  • 3 : เพิ่มพื้นที่ผิวฃองแร่ในการทำปฏิกิริยา
  • 4 : ลดอุณหภูมิที่ต้องใช้ในการสกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :
  • ปฏิกิริยาเคมีใดต่อไปนี้ที่เรียกว่าปฏิกิริยา hydrolysis
  • 1 : Ni2+ + H2 = Ni + 2H+
  • 2 : Al3+ + 3H2O = Al(OH)3 + 3H+
  • 3 : 2Cl- + ½ O2 + 2H+ = Cl2(g) + H2O
  • 4 : Ag+ + Cl- = AgCl
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 16 :
  • สำหรับปฏิกิริยา   O2 +  4H+ +  x   =   2H2O,     x   คือ
  • 1 : +2 e-
  • 2 : -2 e-
  • 3 : +4 e-
  • 4 : -4 e-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 :
  • ใน bacterial leaching อัตราเร็วของปฏิกิริยาการละลายเพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับการละลายปกติเนื่องจากแบคทีเรียช่วย
  • 1 : ออกซิไดส์
  • 2 : รีดิวซ์
  • 3 : ทั้งออกซิไดส์และรีดิวซ์
  • 4 : ปรับ pH ของสารละลายให้เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • Pressure leaching ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเนื่องจาก
  • 1 : มลทินถูกขจัดออกไปได้ง่ายโดยการรีดิวซ์
  • 2 : ไม่ต้องใช้วิธีการย่างและถลุงซึ่งแพง
  • 3 : สามารถละลายสินแร่ซัลไฟด์ได้โดยตรง
  • 4 : ต้องการความชำนาญทางเทคนิคน้อยกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • ในกระบวนการ solvent extraction นิยมใช้ MIBK ในการสกัดธาตุใด
  • 1 : ยูเรเนียม
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : แทนทาลัม
  • 4 : ทองคำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 20 :
  • โลหะใดไม่สามารถใช้ตกตะกอนโลหะทองแดงจากสารละลายทองแดงซัลเฟตได้
  • 1 : เหล็ก
  • 2 : สังกะสี
  • 3 : นิกเกิล
  • 4 : เงิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • pH ของสารละลาย HNO3 ที่มีความเข้มข้น 0.003 mol/ dm3 เท่ากับ
  • 1 : 1.02
  • 2 : 2.02
  • 3 : 2.52
  • 4 : 3.02
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • pH ของสารละลาย NaOH ที่มีความเข้มข้น 0.003 mol/ dm3 เท่ากับ
  • 1 : 10.08
  • 2 : 10.98
  • 3 : 11.48
  • 4 : 12.98
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • โดยปกติวิธีการใดใช้เวลาในการละลายสินแร่ยาวนานที่สุด
  • 1 : Solution mining
  • 2 : Vat leaching
  • 3 : Agitation leaching
  • 4 : Pressure leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 24 :
  • ที่ 25 องศาเซลเซียส Ni2+ + 2e- = Ni  Eº = -0.25 V ,   2H+ + 2e-  =  H2 Eº = 0 V   จงหาค่า Eº ของปฏิกิริยา Ni2+ + H2 = Ni + 2H+
  • 1 : -0.25 V
  • 2 : +0.25 V
  • 3 : -0.50 V
  • 4 : +0.50 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 :
  • ที่ 25 องศาเซลเซียส Ni2+ + 2e- = Ni   Eº = -0.25 V   ;  2H+ + 2e- = H2    Eº = 0 V       จงหาค่า ΔGº ของปฏิกิริยา Ni2+ + H2 =   Ni + 2H+
  • 1 : +24.125 KJ
  • 2 : -24.125 KJ
  • 3 : +48.250 KJ
  • 4 : -48.250 KJ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • เครื่องมือที่ไม่ได้ใช้ในการแยกของแข็งออกจากสารละลายน้ำคือ
  • 1 : Thickener
  • 2 : Belt filter
  • 3 : Bag filter
  • 4 : Filter press
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 :
  • สารที่ช่วยในการตกตะกอนของแข็งจากสารละลายน้ำเรียกว่า
  • 1 : Desiccator
  • 2 : Thickener
  • 3 : Flocculant
  • 4 : Filter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • เมื่อปรับ pH ของสารละลายกรดที่มี Fe3+ ละลายอยู่ให้มี pH ประมาณ 4, Fe3+ จะมีพฤติกรรมอย่างไร
  • 1 : ยังคงอยู่ในสารละลายในสภาพเดิมคือ Fe3+
  • 2 : เปลี่ยนไปเป็น Fe2+
  • 3 : ตกตะกอนเป็นไฮดรอกไซด์ในรูป Fe(OH)3
  • 4 : ตกตะกอนเป็นไฮดรอกไซด์ในรูป Fe(OH)2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • เมื่อปรับ pH ของสารละลายกรดที่มี Fe2+ ละลายอยู่ให้มี pH ประมาณ 4, Fe2+ จะมีพฤติกรรมอย่างไร
  • 1 : ยังคงอยู่ในสารละลายในสภาพเดิมคือ Fe2+
  • 2 : เปลี่ยนไปเป็น Fe3+
  • 3 : ตกตะกอนเป็นไฮดรอกไซด์ในรูป Fe(OH)3
  • 4 : ตกตะกอนเป็นไฮดรอกไซด์ในรูป Fe(OH)2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการทำสารละลายให้บริสุทธิ์ (solution purification)
  • 1 : Chemical precipitation
  • 2 : Cementation
  • 3 : Solvent extraction
  • 4 : Fire refining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • กระบวนการใดที่ทำสารละลายให้เข้มข้นและบริสุทธิ์(solution concentration and purification)
  • 1 : Chemical precipitation
  • 2 : Cementation
  • 3 : Solvent extraction
  • 4 : Fire refining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • วิธีการใดสามารถแยกอิออนโลหะที่อยู่ในสารละลายออกมาในรูปของโลหะได้โดยตรง
  • 1 : Reduction by hydrogen
  • 2 : Solvent extraction
  • 3 : Ion extraction
  • 4 : Leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 33 :
  • วิธีการใดไม่สามารถผลิตโลหะจากสารละลายได้โดยตรง
  • 1 : Reduction by hydrogen
  • 2 : Solvent extraction
  • 3 : Cementation
  • 4 : Electrowinning
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ในการเปลี่ยน Fe2+ ในสารละลายให้เป็น Fe3+ เราสามารถทำได้โดยใช้...............พ่นลงไปในสารละลาย
  • 1 : CO
  • 2 : H2
  • 3 : N2
  • 4 : อากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 35 :
  • ของแข็ง A หนัก 100 กรัมมีปริมาตร 20 มิลลิลิตรผสมอยู่กับของเหลว B หนัก 100 กรัมปริมาตร 100 มิลลิลิตร จงหา pulp density ของของผสมนี้
  • 1 : 2.00 กรัม/มิลลิลิตร
  • 2 : 1.67 กรัม/มิลลิลิตร
  • 3 : 1.50 กรัม/มิลลิลิตร
  • 4 : 1.37 กรัม/มิลลิลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • ในกระบวนการ solvent extraction ปฏิกิริยาเคมีอาจแทนได้ด้วยสมการ                                                               RH (organic phase) + M+(aqueous phase) = RM(organic phase) + H+(aqueous phase)                                 เมื่อ RH คือ organic reagent ที่ใช้ ,   M+ คือโลหะอิออนในสารละลายน้ำ สำหรับการทำ loading เพื่อให้โลหะอิออนเข้าไปในชั้นของสารอินทรีย์      ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ควรเพิ่มอุณหภูมิในการทำปฏิกิริยาให้สูงขึ้น
  • 2 : การปรับ pHไม่มีผลต่อการทำ loading
  • 3 : ควรปรับ pH ของสารละลายน้ำให้ต่ำขึ้น
  • 4 : ควรปรับ pH ของสารละลายน้ำให้สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ในกระบวนการ solvent extraction ปฏิกิริยาเคมีอาจแทนได้ด้วสมการ                                                                  RH (organic phase) + M+(aqueous phase) = RM(organic phase) + H+(aqueous phase)                                  เมื่อ RH คือ organic reagent ที่ใช้ ,    M+ คือโลหะอิออนในสารละลายน้ำ    สำหรับการทำ stripping เพื่อให้โลหะจากชั้นของสารอินทรีย์กลับมาอยู่ในชั้นสารละลายน้ำ ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ควรเพิ่มอุณหภูมิในการทำปฏิกิริยาให้สูงขึ้น
  • 2 : การปรับ pHของสารละลายน้ำ   ไม่มีผลต่อการทำ stripping
  • 3 : ควรปรับ pH ของสารละลายน้ำให้ต่ำลง
  • 4 : ควรปรับ pH ของสารละลายน้ำให้สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ในกระบวนการตกตะกอนโลหะอิออนในสารละลายออกมาในรูป ไฮดรอกไซด์ ปฏิกิริยาเคมีอาจแทนได้ด้วยสมการ M2+ + 2H2O = M(OH)2 + 2H+            เมื่อ M2+ แทนโลหะอิออนในสารละลาย        ดังนั้นปริมาณโลหะ อิออนจะเหลือในสารละลายน้อยลงเมื่อ
  • 1 : มีการปรับ pH ของสารละลายให้สูงขึ้น
  • 2 : มีการปรับ pH ของสารละลายให้ลดลง
  • 3 : มีการเพิ่มกรดในสารละลายให้มากขึ้น
  • 4 : มีการปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น แต่ pH จะไม่มีผลต่อการตกตะกอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • สารละลายน้ำมีทองแดงละลายอยู่ 3 กรัม/ลิตร นำไปสัมผัสกับเศษเหล็กที่อุณหภูมิห้อง สารละลายนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : ปริมาณทองแดงในสารละลายจะเพิ่มขึ้น
  • 2 : ปริมาณทองแดงในสารละลายจะลดลง
  • 3 : ปริมาณทองแดงในสารละลายไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • 4 : ปริมาณเหล็กในสารละลายไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 40 :
  • การตกตะกอนอิออนแคดเมียมในสารละลายสังกะสีซัลเฟตให้ออกมาในรูปโลหะแคดเมียมสามารถทำได้โดยใช้
  • 1 : โลหะสังกะสี
  • 2 : โลหะทองแดง
  • 3 : ก๊าซออกซิเจน
  • 4 : ก๊าซไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดไม่จัดว่าเป็นขั้นตอนการแต่งแร่
  • 1 : magnetic separation
  • 2 : crushing
  • 3 : flotation
  • 4 : leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • ในการทำ pressure leaching สินแร่สังกะสีซัลไฟด์
  • 1 : สินแร่จะถูกย่าง(roast) ก่อนที่จะนำไปถลุงเป็นโลหะ
  • 2 : สินแร่ไม่ต้องผ่านการย่าง(roast)
  • 3 : มีการรีดิวซ์สินแร่เกิดขึ้น ทำให้ได้โลหะสังกะสี
  • 4 : โลหะสังกะสีที่ได้ไม่จำเป็นต้องทำให้บริสุทธิ์อีก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • อิออนเหล็กที่อยู่ในสารละลายสังกะสีซัลเฟต ถูกตกตะกอนออกจากสารละลายได้โดยการ
  • 1 : ปรับ pH ของสารละลายให้ต่ำลง
  • 2 : ใช้กรรมวิธี jarosite
  • 3 : พ่นด้วยก๊าซไฮโดรเจน
  • 4 : พ่นด้วยก๊าซไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • ในการละลายโลหะสังกะสีด้วยสารละลายกรดซัลฟูริกเจือจางที่อุณหภูมิห้อง จะมีก๊าซชนิดใดเกิดขึ้นจากปฏิกิริยา
  • 1 : ออกซิเจน
  • 2 : ไนโตรเจน
  • 3 : ไฮโดรเจน
  • 4 : คลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • หากต้องการละลายเศษโลหะทองแดงด้วยสารละลายกรดซัลฟูริกเจือจาง จำเป็นต้องพ่น...................เข้าไปในสารละลายด้วยเพื่อให้ปฏิกิริยาการละลายเกิดได้ดี
  • 1 : อากาศ
  • 2 : ไนโตรเจน
  • 3 : ไฮโดรเจน
  • 4 : อาร์กอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :
  • Cyanidation เป็นกระบวนการที่ใช้ในการสกัดสินแร่
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : ทองคำ
  • 4 : แทนทาลัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 :
  • สารที่อาจใช้ตกตะกอนโลหะอิออนจากสารละลายในรูปโลหะซัลไฟด์ คือ
  • 1 : ไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • 2 : โซเดียมซัลเฟต
  • 3 : กรดซัลฟูริก
  • 4 : แคลเซียมซัลเฟต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • สมการใดคือรูปแบบของสมการ Arrhenius
  • 1 : ΔG? = -RTln K
  • 2 : PV = nRT
  • 3 : k = Aexp(-E / RT)
  • 4 : ΔG?= ΔH? - TΔS?
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดมีความหมายเดียวกับ solution mining
  • 1 : Heap leaching
  • 2 : Dump leaching
  • 3 : In place leaching
  • 4 : Pressure leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • Eh-pH diagram คือ
  • 1 : Ellingham diagram
  • 2 : Pourbaix diagram
  • 3 : Kellogg diagram
  • 4 : Rist diagram
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 51 :
  • ข้อใดมีความหมายเดียวกับ percolation leaching
  • 1 : In place leaching
  • 2 : Heap leaching
  • 3 : Vat leaching
  • 4 : Pressure leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • แคดเมียมในสารละลายสังกะสีซัลเฟตถูกแยกออกจากสารละลายได้ดีที่สุดโดยวิธี
  • 1 : รีดิวซ์ด้วยก๊าซไฮโดรเจน
  • 2 : ตกตะกอนเป็นไฮดรอกไซด์
  • 3 : ทำซีเมนเตชันด้วยผงสังกะสี
  • 4 : ตกตะกอนเป็นซัลไฟด์โดยก๊าซ H2S
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 :
  • ข้อใดมีความหมายเดียวกับ solvent extraction
  • 1 : ion exchange
  • 2 : cementation
  • 3 : liquid-liquid extraction
  • 4 : extractive metallurgy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • Pachuca tank ใช้ในกระบวนการ
  • 1 : เก็บสารละลายเคมีที่ได้จากการละลายแร่
  • 2 : electrolysis
  • 3 : filtering
  • 4 : leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 55 :
  • จากปฏิกิริยา Ag+ + Cl- = AgCl (s) ถ้ามีค่าคงที่สมดุล, K = x อยากทราบว่า solubility product ของ AgCl (s) จะเป็นเท่าใด
  • 1 : 1/ x
  • 2 : - x
  • 3 : x
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • อะลูมิเนียมสามารถละลายอยู่ในสารละลายที่ 25 ?C ในรูป cation (Al3+) และ anion (AlO2- ) ถ้าสารละลายมี pH ค่อนข้างสูง เช่น มากกว่า 12         อะลูมิเนียมจะอยู่ในสารละลายในรูปใด
  • 1 : Al3+
  • 2 : AlO2-
  • 3 : อยู่ได้ทั้งสองรูป
  • 4 : อะลูมิเนียมจะตกตะกอนเป็น Al2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • ในการละลายแมงกานีสออกจากไพโรลูไซต์ด้วยกรดซัลฟูริกเจือจาง จำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพ MnO2 ในแร่ให้เป็น MnO ก่อนเพื่อ
  • 1 : ไม่ต้องใช้ตัวออกซิไดส์ในขณะละลายแมงกานีสด้วยกรด
  • 2 : ให้กรดซัลฟูริกเจือจางสามารถละลายแมงกานีสออกมาได้ง่ายขึ้น
  • 3 : ลดปริมาณกรดซัลฟูริกเจือจางที่ต้องใช้ลง
  • 4 : ไม่ให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนจากปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 58 :
  • การตกตะกอนโลหะอิออนออกจากสารละลายน้ำให้อยู่ในรูปโลหะไฮดรอกไซด์สามารถทำได้โดย
  • 1 : ปรับ pH ของสารละลายให้มีฤทธิ์เป็นกรด
  • 2 : ปรับ pH ของสารละลายให้มีฤทธิ์เป็นด่าง
  • 3 : พ่นสารละลายด้วยก๊าซ H2S
  • 4 : เติมเกลือคลอไรด์ในสารละลายให้มากพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • สารละลายกรดซัลฟูริกเจือจางสามารถละลายโลหะทองแดงออกจากเศษสายไฟทองแดงได้ง่าย ถ้า
  • 1 : ตัดเศษสายไฟให้เป็นชิ้นเล็กๆก่อนการละลายด้วยกรด
  • 2 : กวนสารละลายแรงๆด้วยก๊าซไฮโดรเจน
  • 3 : พ่นอากาศลงไปในสารละลายกรดระหว่างการละลาย
  • 4 : เพิ่มอุณหภูมิของสารละลายให้สูงกว่าอุณหภูมิห้องเล็กน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • การพ่นก๊าซไฮโดรเจนในสารละลาย CuSO4 ที่อุณหภูมิห้องจะมีผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในสารละลายอย่างไร
  • 1 : pH ของสารละลายสูงขึ้น
  • 2 : CuSO4 จะตกตะกอนออกจากสารละลาย
  • 3 : ปริมาณอิออนทองแดงในสารละลายจะลดลง ในขณะที่ pH ของสารละลายเพิ่มขึ้น
  • 4 : ปริมาณอิออนทองแดงในสารละลายจะลดลงเนื่องจากโลหะทองแดงตกตะกอนออกมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • ในการละลายแร่ด้วยสารละลายเคมี เทคนิคใดต่อไปนี้สามารถละลายโลหะออกจากแร่ได้สูงกว่าในเวลาที่สั้นกว่า
  • 1 : agitation leaching
  • 2 : heap leaching
  • 3 : vat leaching
  • 4 : dump leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • Mixer-settler เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในกระบวนการใด
  • 1 : leaching
  • 2 : precipitation
  • 3 : electroplating
  • 4 : solvent extraction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :
  • Amalgamation process สามารถใช้ในการแยกสินแร่ใด
  • 1 : ปรอท
  • 2 : ดีบุกออกไซด์
  • 3 : ทองคำ
  • 4 : สังกะสีซัลไฟด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • ในการละลายสังกะสีจากฝุ่นที่ได้จากการหลอมเศษเหล็กในเตาอาร์กไฟฟ้าโดยใช้สารละลาย NaOH สังกะสีในสารละลายที่ได้จะอยู่ในรูปใด
  • 1 : Zn2+
  • 2 : ZnO
  • 3 : (ZnO2)2-
  • 4 : Zn(OH)2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • อุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการแยกกากแร่ออกจากสารละลายน้ำอย่างต่อเนื่องคือ
  • 1 : Bag house
  • 2 : Filter press
  • 3 : Horizontal belt filter
  • 4 : Venturi scrubber
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • Jarosite process เป็นกรรมวิธีที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้
  • 1 : สกัดตะกั่วจากกาลีนา
  • 2 : แยกโลหะเงินจากโลหะตะกั่ว
  • 3 : ตกตะกอนเหล็กจากสารละลายกรดในรูปผลึกที่กรองง่าย
  • 4 : ตกตะกอนสังกะสีจากสารละลายกรดในรูปผลึกที่กรองและล้างง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 :
  • Zinc ferrite หรือ ZnOFe2O3 ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการผลิตโลหะสังกะสีจากแร่สังกะสีซัลไฟด์นั้นเกิดขึ้นในขั้นตอนใด
  • 1 : ขั้นตอนการทำ oxidising roasting เพื่อเปลี่ยนแร่สังกะสีซัลไฟด์ให้เป็นสังกะสีออกไซด์
  • 2 : ขั้นตอนการละลายสังกะสีออกไซด์ด้วยสารละลายกรดซัลฟูริกเจือจาง
  • 3 : ขั้นตอนการตกตะกอนเหล็กจากสารละลายกรดโดยการเติม ZnO
  • 4 : ขั้นตอนการขจัดเหล็กออกจากสารละลายสังกะสีซัลเฟตโดยการเติม CaO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 68 :
  • Equilibrium constant (K) ของปฏิกิริยา Cu2+ + Fe = Cu + Fe2+ เป็นไปตามข้อใด
  • 1 : K = (a Cu)(a Fe2+ )
  • 2 : K = (a Cu2+)(a Fe)
  • 3 : K = {(a Cu2+)(a Fe)} / {(a Cu)(a Fe2+)}
  • 4 : K = {(a Cu)(a Fe2+)} / {(a Cu2+)(a Fe)}
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • การตกตะกอนโลหะนิกเกิลจากสารละลายที่มีอิออนนิกเกิลที่ pH 5.5 อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสด้วยก๊าซไฮโดรเจนภายใต้ความดัน 10 บรรยากาศ ปฏิกิริยาเป็นไปตามสมการ Ni2+ + H2 (g)  =   Ni (s) + 2 H+ หากมีการปรับ pH ของสารละลายให้ลดลง จะมีผลต่อความเข้มข้นของ Ni2+ ที่สมดุลอย่างไร
  • 1 : ไม่มีผล
  • 2 : ลดลง
  • 3 : เพิ่มขึ้น
  • 4 : ไม่แน่นอนขึ้นกับ activity ของโลหะนิกเกิลที่ได้ด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • ปฏิกิริยาการตกตะกอนโลหะนิกเกิลจากสารละลายที่มีอิออนนิกเกิลที่ pH 5.5 อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสด้วยก๊าซไฮโดรเจนภายใต้ความดัน 10 บรรยากาศ เป็นไปตามสมการ Ni2+ + H2 (g) = Ni (s) + 2 H+ หากมีการเพิ่มความดันของก๊าซไฮโดรเจนให้สูงขึ้น จะมีผลต่อความเข้มข้นของ Ni2+ ที่สมดุลอย่างไร
  • 1 : ไม่แน่นอนขึ้นกับความเข้มข้นของ Ni2+ เริ่มต้นด้วย
  • 2 : ไม่เปลี่ยนแปลง
  • 3 : ลดลง
  • 4 : เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 71 :
  • วิธีการในข้อใดไม่สามารถเพิ่มความเร็วของปฏิกิริยาเคมี (rate) ในกระบวนการละลายแร่ (leaching)
  • 1 : การเพิ่มอุณหภูมิของปฏิกิริยาเคมี
  • 2 : การใช้ ตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 3 : การเพิ่มอัตราในการกวน
  • 4 : การเพิ่มเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • จากปฏิกิริยาที่ (1) M2+ + 2e- = M , E? = x โวลต์ และปฏิกิริยาที่ (2) M3+ + 3e- = M , E? = y โวลต์ เมื่อ E? คือ standard reduction potential จงหาค่า E? ของปฏิกิริยาที่ (3) M3+ + e- = M2+
  • 1 : y - x
  • 2 : x - y
  • 3 : 3y - 2x
  • 4 : 3x – 2y
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • สำหรับปฏิกิริยา Ni2+ + H2(g) = Ni + 2 H+ ที่ 25 องศาเซลเซียส พบว่า pH ของสารละลาย = 4.23 , ความดันของก๊าซ H2 = 1 บรรยากาศ และความเข้มข้นของ Ni2+ ในสารละลาย = 1 molal จงหาค่าคงที่ที่สมดุล (equilibrium constant) ของปฏิกิริยาดังกล่าวที่ 25 องศาเซลเซียส
  • 1 : 3.47×10-9
  • 2 : 3.47×10-6
  • 3 : 3.47×10-3
  • 4 : 3.47
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดเป็นผลผลิตที่ได้จากการใช้สารละลายกรดซัลฟูริกทำปฏิกิริยากับ zinc ferrite หรือ ZnO. Fe2O3 ที่อุณหภูมิสูง
  • 1 : Zn2+ และ Fe2O3 (s)
  • 2 : Zn2+ และ Fe3+
  • 3 : ZnO (s) และ Fe2O3 (s) แตกตัวออกจากกัน
  • 4 : ZnO (s) และ Fe3+
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • สารใดต่อไปนี้ใช้ช่วยในการตกตะกอนของแข็งจากของเหลวให้เร็วขึ้นได้
  • 1 : acrylamide polymer
  • 2 : matte
  • 3 : MIBK
  • 4 : slag
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • เส้น upper limit ของ water stability ใน Pourbaix diagram แทนโดยสมการ
  • 1 : ½ O2(g) + 2H+ (aq) + 2e- = H2O(l)
  • 2 : ½ O2(g) + H2(g) = H2O(l)
  • 3 : 2H+ (aq) + 2e-  =  H2(g)
  • 4 : ½ O2(g) + 2H+(aq) = H2O(l)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • เส้น lower limit ของ water stability ใน Pourbaix diagram แทนโดยสมการ
  • 1 : ½ O2(g) + 2H+ (aq) + 2e-   =   H2O(l)
  • 2 : ½ O2(g) + H2(g) = H2O(l)
  • 3 : 2H+ (aq) + 2e-  =  H2(g)
  • 4 : ½ O2(g) + 2H+ (aq) = H2O(l)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 78 :
  • Barren solution คือ
  • 1 : สารละลายใสที่ปราศจากโลหะที่มีคุณค่าละลายอยู่
  • 2 : สารละลายที่ยังไม่ผ่านการกรอง
  • 3 : สารละลายใสที่มีโลหะที่มีคุณค่าละลายอยู่
  • 4 : สารละลายใสที่ได้จากการละลายแร่โดยวิธี percolation leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • Pregnant solution คือ
  • 1 : สารละลายใสที่ได้จากการตกตะกอนโลหะที่ต้องการออกไปแล้ว
  • 2 : สารละลายปนกับกากแร่
  • 3 : สารละลายใสที่ปราศจากโลหะที่มีคุณค่าละลายอยู่
  • 4 : สารละลายใสที่ได้จากการละลายแร่โดยวิธี leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในการละลายแร่ทองคำด้วยสารละลายไซยาไนด์คือ
  • 1 : 4 Au + 8 [CN]- + O2 + 2 H2O = 4 [Au(CN)2]- + 4 [OH]-
  • 2 : 2 Au + 4 [CN]- + H2 + O2 = 2 [Au(CN)2]- + 2 [OH]-
  • 3 : Au + 2 [CN]- = [Au(CN)2]-
  • 4 : 2 Au + 4 NaCN + H2 + O2 = 2 Au(CN)2 + 2 NaOH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • ในแง่จลนพลศาสตร์ (kinetics) ของการละลายแร่ด้วยสารละลายเคมี ถ้าปฏิกิริยามีค่าพลังงานกระตุ้น(activation energy) มากกว่า 10 Kcal/mol เพื่อให้อัตราเร็วในการทำปฏิกิริยาสูงควรใช้วิธีใด
  • 1 : เพิ่มความเร็วในการกวนสารละลาย
  • 2 : เพิ่มอุณหภูมิของสารละลาย
  • 3 : เพิ่มความดันของระบบ
  • 4 : เพิ่มปริมาณแร่ต่อปริมาณสารละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 82 :
  • ในแง่จลนพลศาสตร์ (kinetics) ของการละลายแร่ด้วยสารละลายเคมี ถ้าปฏิกิริยามีค่าพลังงานกระตุ้น(activation energy) ต่ำกว่า 5 Kcal/mol อาจกล่าวได้ว่า
  • 1 : ปฏิกิริยาดังกล่าวถูกควบคุมโดยปฏิกิริยาเคมีที่บริเวณที่เกิดปฏิกิริยา(reaction site)
  • 2 : ปฏิกิริยาเคมีเกิดค่อนข้างช้า
  • 3 : ปฏิกิริยาดังกล่าวมักถูกควบคุมโดยการแพร่ของสารตั้งต้น (reactant) ในสารละลายไปยังบริเวณที่ทำปฏิกิริยา (reaction site)
  • 4 : อัตราเร็วในการแพร่ของสารตั้งต้น (reactant) สูงกว่าอัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาเคมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 492 : Electrochemistry of a queous solution,current and energy efficiency
ข้อที่ 83 :
  • โลหะใดต่อไปนี้ต้องใช้กระบวนการ fused salt electrolysis ในการผลิต
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : อะลูมิเนียม
  • 3 : พลวง
  • 4 : ตะกั่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • เกลือไครโอไลต์ (cryolite) เหมาะสำหรับใช้ในกระบวนการรีดิวส์อะลูมินาด้วยไฟฟ้า (electrolytic reduction of alumina) เพื่อผลิตโลหะอะลูมิเนียมเนื่องจาก
  • 1 : อะลูมินาในไครโอไลต์แตกตัวเป็นอิออนไม่ได้
  • 2 : อะลูมินาไม่หลอมละลายในไครโอไลต์  จึงถูกรีดิวซ์ได้ง่าย
  • 3 : ไครโอไลต์เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีและมีจุดหลอมเหลวต่ำ
  • 4 : การรีดิวซ์อะลูมินาในไครโอไลต์จะไม่มีก๊าซเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • อุณหภูมิของเซลไฟฟ้าในกระบวนการ Hall – Heroult สำหรับการรีดิวส์อะลูมินาอยู่ที่ประมาณ
  • 1 : 500 องศาเซลเซียส
  • 2 : 750 องศาเซลเซียส
  • 3 : 1000 องศาเซลเซียส
  • 4 : 1200 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • Hoopes process คือกระบวนการ ................... สำหรับอะลูมิเนียม
  • 1 : zone refining
  • 2 : distillation
  • 3 : liquation
  • 4 : electrolytic refining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • ปริมาณกระแสไฟฟ้าหนึ่งฟาราเดย์ ที่ผ่านเข้าไปในอิเล็กทรอไลต์ จะทำให้สารมาเกาะ(deposit) ที่ขั้วได้เท่าใด
  • 1 : หนึ่งกรัม
  • 2 : หนึ่งกรัมสมมูล
  • 3 : หนึ่งกรัมโมล
  • 4 : หนึ่งกิโลกรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • โวลเตจที่ต้องใช้ในการทำอิเล็กทรอไลซีสจะลดลงได้เมื่อใช้
  • 1 : ความหนาแน่นกระไฟฟ้าสูงและอุณหภูมิสูง
  • 2 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าต่ำและอุณหภูมิต่ำ
  • 3 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าสูงและอุณหภูมิต่ำ
  • 4 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าต่ำและอุณหภูมิสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 :
  • ค่า standard reduction potential ของโลหะสังกะสี ต่ำกว่าของไฮโดรเจน แต่ในกระบวนการแยกสังกะสีจากสารละลายน้ำโดยวิธีอิเล็กทรอไลซีส สามารถกระทำได้เนื่องจาก
  • 1 : over potential ของสังกะสีสูงกว่าของไฮโดรเจน
  • 2 : over potential ของสังกะสีต่ำกว่าของไฮโดรเจน
  • 3 : over potential ของสังกะสีเท่ากับของไฮโดรเจน
  • 4 : ปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ over potential แต่อย่างใด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :
  • อิออนของธาตุใดในอิเล็กทรอไลต์ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ chemical short-circuiting ได้
  • 1 : H
  • 2 : Zn
  • 3 : Pb
  • 4 : Fe
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • การเกิดปรากฏการณ์ chemical short-circuiting ในกระบวนการอิเล็กทรอไลซีส มีผลให้
  • 1 : มลทินในอิเล็กทรอไลต์ลดลง
  • 2 : ประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
  • 3 : ประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้าลดลง
  • 4 : มลทินในอิเล็กทรอไลต์เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • โวลเตจที่ต้องใช้ในการทำโลหะทองแดงให้บริสุทธิ์ด้วยไฟฟ้า (Electrorefining) มีค่า..................เมื่อเทียบกับโวเตจที่ใช้ในการแยกทองแดงออกจากอิเล็กทรอไลต์ด้วยไฟฟ้า (Electrowinning)
  • 1 : เท่ากันโดยประมาณ
  • 2 : ต่ำกว่า
  • 3 : สูงกว่า
  • 4 : สูงกว่า ถ้ามีมลทินในโลหะของทองแดงสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • ในการทำ Fused-salt electrolysis เพื่อแยกแมกนีเซียมจากเกลือคลอไรด์ผสมหลอมเหลว จะได้
  • 1 : แมกนีเซียมที่ขั้วแอโนด
  • 2 : ก๊าซคลอรีนที่ขั้วแอโนด
  • 3 : ก๊าซคลอรีนที่ขั้วแคโทด
  • 4 : แมกนีเซียมและก๊าซคลอรีนที่ขั้วแคโทด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 94 :
  • Spent electrolyte จากกระบวนการแยกสังกะสีจากสารละลายสังกะสีซัลเฟตด้วยไฟฟ้า จะมีค่า pH ลดลงเนื่องจาก
  • 1 : สังกะสีถูกแยกออกไป
  • 2 : อุณหภูมิของอิเล็กทรอไลต์สูงขึ้น
  • 3 : มีกรดซัลฟูริกเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาอิเล็กทรอไลซีส
  • 4 : มีการเติมกรดซัลฟูริกในสารละลายเป็นระยะๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 95 :
  • ปัจจัยในข้อใดที่มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้าในกระบวนการแยกโลหะจากสารละลายด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) น้อยที่สุด
  • 1 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่ใช้
  • 2 : อุณหภูมิของอิเล็กทรอไลต์
  • 3 : ความชำนาญของคนงาน
  • 4 : pHของสารละลายอิเล็กทรอไลต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ค่าActivation overvoltage ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการอิเล็กทรอไลซีส โดยเป็นไปตามสมการของ
  • 1 : Nernst
  • 2 : Tafel
  • 3 : Hall-Heroult
  • 4 : Faraday
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • ในอุตสาหกรรมแยกสังกะสีด้วยวิธีอิเล็กทรอไลซีส ขั้วที่ใช้ทำเป็นแคโทด คือ
  • 1 : สังกะสี
  • 2 : แพลทินัม
  • 3 : อะลูมิเนียม
  • 4 : ตะกั่วผสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ในอุตสาหกรรมผลิตโลหะสังกะสีจากสารละลายสังกะสีซัลเฟตด้วยวิธีอิเล็กทรอไลซีส ขั้วที่ใช้ทำแอโนด คือ
  • 1 : สังกะสี
  • 2 : แพลทินัม
  • 3 : อะลูมิเนียม
  • 4 : ตะกั่วผสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้า 30 แอมแปร์ เป็นเวลา 8 ชั่วโมงจะได้โลหะทองแดงที่ถูกแยกจากสารละลายทองแดงซัลเฟต จำนวนเท่าใด (มวลอะตอมของทองแดง = 63.54 และ 1 ฟาราเดย์ = 96,500 คูลอมป์)
  • 1 : มากกว่า 300 กรัม
  • 2 : ประมาณ 260 กรัม
  • 3 : ประมาณ 280 กรัม
  • 4 : ประมาณ 300 กรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 100 :
  • ในกระบวนการทำโลหะให้บริสุทธิ์ด้วยไฟฟ้า (electro refining) Anode mud จะประกอบด้วย
  • 1 : มลทินในโลหะที่ละลายออกจากแคโทดได้ง่าย
  • 2 : มลทินในโลหะที่ไม่ละลาย และสะสมตัวอยู่ที่ขั้วแคโทด
  • 3 : มลทินในโลหะที่ไม่ละลาย และสะสมตัวอยู่ที่ขั้วแอโนด
  • 4 : มลทินในโลหะที่ละลายออกจากแอโนดได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • โวลเตจที่ต้องใช้ในการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าสู่เซลล์ในกระบวนการelectrowinning จะต้อง
  • 1 : เท่ากับOver voltageที่ขั้วแคโทด
  • 2 : เท่ากับOver voltageที่ขั้วแอโนด
  • 3 : เท่ากับDecomposition voltage
  • 4 : มากกว่า Decomposition voltage เสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • ในการทำโลหะทองแดงให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีไฟฟ้า (Electrorefining) โดยใช้สารละลายทองแดงซัลเฟตเป็นอิเล็กทรอไลต์ที่กระแสไฟฟ้า 15000 แอมแปร์ และ 0.4 โวลต์ ถ้าได้โลหะทองแดง 408.5 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีพื้นที่แผ่นแคโทดทั้งหมด 10 ตารางเมตร จงหาความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่ใช้ ( 1 ฟาราเดย์ =96500 คูลอมป์ มวลอะตอมทองแดง = 63.54)
  • 1 : 150 แอมป์/ ตารางเมตร
  • 2 : 1500 แอมป์/ ตารางเมตร
  • 3 : 15000 แอมป์/ ตารางเมตร
  • 4 : 15 แอมป์/ ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • ในการทำโลหะทองแดงให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีไฟฟ้า (Electrorefining) โดยใช้สารละลายทองแดงซัลเฟตเป็นอิเล็กทรอไลต์ ที่กระแสไฟฟ้า 15000 แอมแปร์ และ 0.4 โวลต์ ถ้าได้โลหะทองแดง 408.5 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีพื้นที่แผ่นแคโทดทั้งหมด 10 ตารางเมตร ประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้า(current efficiency) มีค่าประมาณเท่าใด ( 1 ฟาราเดย์ =96500 คูลอมป์ มวลอะตอมทองแดง = 63.54 )
  • 1 : 85 เปอร์เซ็นต์
  • 2 : 90 เปอร์เซ็นต์
  • 3 : 95 เปอร์เซ็นต์
  • 4 : 99 เปอร์เซ็นต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • ในการทำโลหะทองแดงให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีไฟฟ้า (Electrorefining) โดยใช้สารละลายทองแดงซัลเฟตเป็นอิเล็กทรอไลต์ ที่กระแสไฟฟ้า 15000 แอมแปร์ และ 0.4 โวลต์ ถ้าได้โลหะทองแดง 408.5 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีพื้นที่แผ่นแคโทดทั้งหมด 10 ตารางเมตร จงประมาณปริมาณการใช้ไฟฟ้า ต่อทองแดงที่ได้ 1 กิโลกรัม          ( 1 ฟาราเดย์ =96500 คูลอมป์ มวลอะตอมทองแดง = 63.54 )
  • 1 : 0.15 kWh / Kg
  • 2 : 0.20 kWh / Kg
  • 3 : 0.35 kWh / Kg
  • 4 : 0.45 kWh / Kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • ในกระบวนการ electrowinning ควรออกแบบให้ขั้วแคโทดวางห่างจากขั้วแอโนดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อ
  • 1 : ป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร
  • 2 : ช่วยให้อิเล็กทรอไลต์ไหลในเซลได้เร็ว
  • 3 : ลดความต้านทานกระแสไฟฟ้าในอิเล็กทรอไลต์
  • 4 : ลดละอองกรด(acid mist) ที่เกิดขึ้นในเซล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ในกระบวนการ electrorefining,  reversible decomposition voltage มีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 0 โวลต์
  • 2 : 1.0โวลต์
  • 3 : 2.0โวลต์
  • 4 : 3.0โวลต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • Periodic current reversal เป็นเทคนิคที่ใช้ในกระบวนการ
  • 1 : Leaching
  • 2 : Solvent extraction
  • 3 : Electrorefining
  • 4 : Electrothermic reduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 108 :
  • สำหรับปฏิกิริยา 2H2O (l) = 2H2 (g) + O2 (g)      ΔG? ที่ 298 เคลวินเท่ากับ    x     Joule            ถ้า F คือ ค่าคงที่ฟาราเดย์ ,   E? ของปฏิกิริยาดังกล่าวจะเป็นเท่าใด
  • 1 : x / 2F    Volt
  • 2 : – x / 2F    Volt
  • 3 : x / 4F    Volt
  • 4 : – x / 4F     Volt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • สำหรับปฏิกิริยาการผลิตโลหะแมกนีเซียมด้วยไฟฟ้าที่   750   องศาเซลเซียส                                               MgCl2 (l) = Mg (l) + Cl2 (g)     ΔG? = 477 kJ      Decomposition potential ของปฏิกิริยาดังกล่าวมีค่าประมาณเท่าใด เมื่อค่าคงที่ฟาราเดย์เท่ากับ 96.5 kJ / V equivalent
  • 1 : 4.94 Volt
  • 2 : 46.03 Volt
  • 3 : 2.47 Volt
  • 4 : 0.20 Volt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 :
  • ข้อใดมีความหมายเดียวกับ Tank house
  • 1 : Bag house
  • 2 : Water house
  • 3 : Cell house
  • 4 : Bag filter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 111 :
  • ในการทำอิเล็กทรอไลซีส วิธีหนึ่งที่ป้องกันปรากฏการณ์ chemical short-circuitingได้คือ
  • 1 : การใช้ diaphragm cell
  • 2 : การใช้อุณหภูมิของสารละลายอิเล็กทรอไลต์ต่ำๆ
  • 3 : การใช้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่ต่ำ
  • 4 : การกวนสารละลายอิเล็กทรอไลต์อย่างรุนแรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าใน electrolytic cell,   cation ในอิเล็กทรอไลต์จะ
  • 1 : เคลื่อนที่ไปที่ขั้วแอโนด
  • 2 : เคลื่อนที่ไปที่ขั้วแคโทด
  • 3 : ตกตะกอนที่ขั้วแอโนด
  • 4 : ละลายออกจากขั้วแคโทด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าใน electrolytic cell,   anion ในอิเล็กทรอไลต์จะ
  • 1 : เคลื่อนที่ไปที่ขั้วแอโนด
  • 2 : เคลื่อนที่ไปที่ขั้วแคโทด
  • 3 : ตกตะกอนที่ขั้วแคโทด
  • 4 : ละลายออกจากขั้วแคโทด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • ในการทำ electrowinning ทองแดงจากสารละลาย CuSO4 ปฏิกิริยาที่เกิดที่ขั้วแคโทดคือ
  • 1 : Cu   =   Cu2+ +   2e-
  • 2 : CuSO4   =   Cu2+   +   (SO4) 2-
  • 3 : Cu2+ +   2e-   =   Cu
  • 4 : H2O   =   ½ O2  +  2H+  +  2e-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 :
  • ในการทำ electrowinning ทองแดงจากสารละลาย CuSO4 ปฏิกิริยาที่เกิดที่ขั้วแอโนดคือ
  • 1 : Cu   =   Cu2+   +  2e-
  • 2 : CuSO  =   Cu2+  +  (SO4) 2-
  • 3 : Cu2+  +  2e-   =   Cu
  • 4 : H2O   =   ½ O  +   2H +  2e-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • ในการทำ electrorefining โลหะทองแดงในสารละลาย CuSO4 ปฏิกิริยาที่เกิดที่ขั้วแอโนดคือ
  • 1 : Cu   =  Cu2+  +  2e-
  • 2 : CuSO4   =   Cu2+  +  (SO4) 2-
  • 3 : Cu2+   +   2e-   =   Cu
  • 4 : ½ O2   +  2H+ +  2e-   =   H2O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • ในการทำ electrowinning ทองแดงจากสารละลายซัลเฟต ปฏิกิริยารวมเป็นดังนี้                                           CuSO +  H2O   =   Cu  +  H2SO+  ½ O2         pH ของ spent electrolyte หลังการทำ electrowinning จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
  • 1 : pH สูงขึ้น
  • 2 : pH ค่อนข้างคงที่
  • 3 : pH ต่ำลง
  • 4 : pH ไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • กระบวนการ electrolytic refining ของโลหะตะกั่ว ซึ่งใช้สารละลายอิเล็กทรอไลต์ที่ประกอบด้วย PbSiF6 และ H2SiF6 เรารู้จักกันในชื่อ
  • 1 : Parkes process
  • 2 : Kroll process
  • 3 : Betts process
  • 4 : Harris process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :
  • ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเรียบของผิวโลหะที่เกาะ(deposit) ที่ขั้วแคโทดในกระบวนการอิเล็กโทรไลซีสคือ
  • 1 : อุณหภูมิของอิเล็กโทรไลต์
  • 2 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้า
  • 3 : อัตราเร็วในการไหลของสารละลายอิเล็กโทรไลต์
  • 4 : ระยะห่างระหว่างขั้วแคโทดและแอโนด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • ในอุตสาหกรรมผลิตโลหะอะลูมิเนียมโดยวิธี fused-salt electrolysis นิยมใช้วัสดุใดเป็นขั้วแคโทด
  • 1 : แพลทินัม
  • 2 : คาร์บอน
  • 3 : ไทเทเนียม
  • 4 : ตะกั่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • ในอุตสาหกรรมผลิตโลหะอะลูมิเนียมโดยวิธี fused-salt electrolysis วัสดุที่ใช้เป็นขั้วแอโนดคือ
  • 1 : แพลทินัม
  • 2 : คาร์บอน
  • 3 : ไทเทเนียม
  • 4 : ตะกั่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 :
  • ในการทำ electrorefining โลหะทองแดง วัสดุที่ใช้เป็นขั้วแอโนดคือ
  • 1 : ทองแดงบริสุทธิ์
  • 2 : ทองแดงไม่บริสุทธิ์
  • 3 : ตะกั่ว
  • 4 : เหล็กกล้าไร้สนิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 :
  • มลทินที่ต้องขจัดออกไปจากโลหะดีบุกไม่บริสุทธิ์ก่อนการทำโลหะดีบุกให้บริสุทธิ์ด้วยวิธี electrorefining คือ
  • 1 : เงิน
  • 2 : เหล็ก
  • 3 : บิสมัท
  • 4 : ทองคำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • ในการทำ electrowinning สังกะสี จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิของสารละลายสังกะสีซัลเฟตซึ่งเป็นอิเล็กโทรไลต์ไม่ให้สูงเกินไปเนื่องจาก
  • 1 : ประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้า(current efficiency)จะลดลง
  • 2 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้า(current density)จะลดลง
  • 3 : จะเกิดการสูญเสียสารละลายอิเล็กโทรไลต์มากขึ้น
  • 4 : จะเกิดการตกตะกอนของสารประกอบสังกะสีจากสารละลายมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • หากจัดระยะระหว่างขั้วแคโทดและแอโนดใน electrolytic cell ให้ห่างกันมากขึ้นจะมีผลให้
  • 1 : โวลเตจที่ต้องใช้ในเซลล์ลดลง
  • 2 : ความต้านทานในอิเล็กโทรไลต์ระหว่างขั้วสูงขึ้น
  • 3 : ความต้านทานในอิเล็กโทรไลต์ระหว่างขั้วลดลง
  • 4 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในเซลล์สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • ในการทดลองแยกทองแดงจากสารละลายต่อไปนี้ด้วยวิธีอิเล็กโทรไลซีส ข้อใดจะได้ current efficiency สูงสุด ถ้าตัวแปรอื่นๆเหมือนกัน
  • 1 : 8% CuSO4,   4.6% H2SO4,   0.10% Fe2(SO4)3
  • 2 : 8.1% CuSO4,   4.5% H2SO4,   0.35% Fe2(SO4)3
  • 3 : 6.4% CuSO4,   4.0% H2SO4,   0.31% Fe2(SO4)3
  • 4 : 6.5% CuSO4,  1.7% H2SO4,   0.75% Fe2(SO4)3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • Acid mist เป็นปัญหาที่พบในกระบวนการ
  • 1 : leaching
  • 2 : solvent extraction
  • 3 : cementation
  • 4 : electrowinning
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 128 :
  • ใน electrolytic cell ขั้วแคโทดและแอโนดมีมิติที่เท่ากันคือ 1 เมตร× 1 เมตร ขั้วทั้งสองวางห่างกัน 8 เซนติเมตร ถ้า specific resistance ของอิเล็กโทรไลต์เท่ากับ 6 โอห์ม-เซนติเมตร จงหาว่าความต้านทานของอิเล็กโทรไลต์มีค่าประมาณกี่โอห์ม
  • 1 : 0.0024
  • 2 : 0.048
  • 3 : 0.0048
  • 4 : 0.0013
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • หน้าที่หลักของ animal glue ที่เติมในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ในระหว่างกระบวนการอิเล็กโทรไลซีสคือ
  • 1 : ลดความต้านทานของสารละลายอิเล็กโทรไลต์
  • 2 : ลดความหนืดของสารละลายอิเล็กโทรไลต์
  • 3 : ช่วยให้แซะ(strip) โลหะที่เกาะ(deposit)ที่ขั้วออกจากขั้วได้ง่ายขึ้น
  • 4 : ช่วยให้โลหะที่เกาะ(deposit)ที่ขั้วมีผิวเรียบขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • ในการผลิตโลหะอะลูมิเนียมด้วยกรรมวิธี fused-salt electrolysis ปฏิกิริยาใดเกิดขึ้นที่ขั้วแอโนด
  • 1 : Al3+  +  3 e-  =  Al
  • 2 : Al  =  Al3+  +  3 e-
  • 3 : 3C   +   2 Al2O3   =   3 CO2 +   4Al
  • 4 : 2 O2-  +   C   =  CO2  +   4 e-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • ข้อมูลของเซลล์ไฟฟ้าผลิตโลหะอะลูมิเนียม ชี้ว่ากระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าเซลล์เท่ากับ 280,000 แอมแปร์ cell voltage เท่ากับ 4.09 โวลต์ current efficiency เท่ากับ 94.5 % จงหาปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น kWh ในการผลิตโลหะอะลูมิเนียมหนึ่งกิโลกรัม ( น้ำหนักอะตอมของ Al = 27 และหนึ่งฟาราเดย์มีค่าเท่ากับ 96,500 คูลอมบ์ )
  • 1 : 4.09
  • 2 : 8.9
  • 3 : 12.9
  • 4 : 15.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • ในกระบวนการ electrorefiningโลหะนิกเกิล ปฏิกิริยาใดเกิดขึ้นที่ขั้วแอโนด
  • 1 : H2O   =   ½ O2  +  2 H+  +  2 e-
  • 2 : Ni2+   +   2 e-   =   Ni
  • 3 : 2 H+   +   2 e-   =   H2
  • 4 : Ni   =   Ni2+  +   2 e-
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • Electrogalvanizing หมายถึง
  • 1 : การเคลือบดีบุกบนแผ่นเหล็กด้วยไฟฟ้า
  • 2 : การเคลือบสังกะสีบนแผ่นเหล็กด้วยไฟฟ้า
  • 3 : การผลิตสังกะสีจากสารละลายอิเล็กโทรไลต์ด้วยไฟฟ้า
  • 4 : การทำผิวโลหะอะลูมิเนียมให้เป็นออกไซด์ด้วยไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :
  • ในการชุบดีบุกบนแผ่นเหล็กกล้าด้วยไฟฟ้า ความเร็วของแผ่นเหล็กกล้าที่ผ่านเข้าเซลล์เท่ากับ 10 เมตรต่อวินาที ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าเซลล์เท่ากับ 4,000 แอมแปร์ต่อตารางเมตร ระยะทางของอิเล็กโทรไลต์เท่ากับ 30 เมตร สมมติให้อิออนดีบุกอยู่ในรูป Sn2+ จงหาน้ำหนักของดีบุกที่เคลือบบนแผ่นเหล็กกล้าต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร ( น้ำหนักอะตอมของดีบุก = 118.7 และหนึ่งฟาราเดย์ = 96,500 คูลอมบ์ )
  • 1 : 2.46 กรัม
  • 2 : 7.38 กรัม
  • 3 : 4.92 กรัม
  • 4 : 14.76 กรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ในการทำ electrowinning สังกะสี cell voltage ที่ใช้ เท่ากับ 3.0 โวลต์ ที่ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้า 0.05 แอมป์ต่อตารางเซนติเมตร ปรากฏว่าได้ประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้า 94 % จงหาปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น kWh ต่อโลหะสังกะสีหนึ่งกิโลกรัม               ข้อมูล: มวลอะตอมของสังกะสี = 65.4 ปริมาณไฟฟ้า 1 ฟาราเดย์ = 96500 คูลอมป์
  • 1 : 2.57
  • 2 : 2.62
  • 3 : 2.46
  • 4 : 2.99
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • ในการทำ electrowinning อะลูมิเนียม ปฏิกิริยาเป็นไปตามสมการ 2 Al2O3 + 3 C  =  4 Al  +  3 CO2 ถ้า applied voltage ที่ใช้ เท่ากับ 5.0 โวลต์ และประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้าเท่ากับ 90 % จงหาปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น kWh ต่อโลหะอะลูมิเนียมที่ผลิตได้หนึ่งกิโลกรัม     ข้อมูล: มวลอะตอมของอะลูมิเนียม = 27.0, ปริมาณไฟฟ้า 1 ฟาราเดย์ = 96500 คูลอมบ์
  • 1 : 13.55
  • 2 : 14.55
  • 3 : 15.55
  • 4 : 16.55
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • ข้อใดไม่ใช้หลักการพื้นฐานของอิเล็กโทรไลซีส
  • 1 : Electrorefining
  • 2 : Electroplating
  • 3 : Electric arc melting
  • 4 : Fused-salt electrowinning
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 138 :
  • ผลจากปรากฏการณ์ anode effect ในกระบวนการผลิตโลหะอะลูมิเนียมโดยวิธีแยกด้วยไฟฟ้าทำให้
  • 1 : ความต้านทานของอิเล็กโทรไลต์ในเซลไฟฟ้าสูงขึ้น
  • 2 : โวลเตจที่ใช้ในเซลไฟฟ้าลดลงเพราะความต้านทานของเซลไฟฟ้าลดลง
  • 3 : ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าของเซลไฟฟ้าสูงขึ้น
  • 4 : ขั้วแอโนดละลายออกมามากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :
  • ในการทดลองทำกระบวนการอิเล็กโทรไลซีสนั้น ขั้วแคโทดและแอโนดของเซลต้องต่อกับ แบตเตอรีอย่างไร
  • 1 : ขั้วแคโทดต่อกับขั้วลบของแบตเตอรี ส่วนขั้วแอโนดต่อกับขั้วบวก
  • 2 : ขั้วแคโทดต่อกับขั้วบวกของแบตเตอรี ส่วนขั้วแอโนดต่อกับขั้วลบ
  • 3 : ขั้วแคโทดต่อกับขั้วลบของแบตเตอรีถ้าทำ eletrowinning แต่ต่อกับขั้วบวกถ้าทำ electrorefining
  • 4 : ขั้วแคโทดต่อกับขั้วบวกของแบตเตอรีถ้าทำ eletrowinning แต่ต่อกับขั้วลบถ้าทำ electrorefining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 493 : Principles of pyrometallurgy,including thermodynamic applications,calcination,roasting and metal reduction
ข้อที่ 140 :
  • ในขั้นตอนการถลุงแมตต์ทองแดง (Copper matte smelting) เหตุใด FeS จึงถูกออกซิไดส์ก่อน Cu2S
  • 1 : FeS มีเสถียรภาพกว่า Cu2S
  • 2 : Cu2S มีเสถียรภาพกว่า FeS
  • 3 : Cu2S มีเสถียรภาพกว่า FeS ที่อุณหภูมิที่ถลุง
  • 4 : FeS มีเสถียรภาพกว่า Cu2S ที่อุณหภูมิที่ถลุง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :
  • การทำให้แห้ง (drying) หมายถึง
  • 1 : การขจัดความชื้นหรือน้ำจากสาร
  • 2 : การขจัดคาร์บอนจากสาร
  • 3 : การขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากสาร
  • 4 : การขจัดกำมะถันออกไปจากสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • ปฏิกิริยาเคมีใดที่เรียกว่าปฏิกิริยาคัลซิเนชัน (calcination reaction)
  • 1 : CaSO3 = CaO + SO2
  • 2 : MgCO3 = MgO + CO2
  • 3 : TiO2 + 2Cl2 = TiCl4 + O2
  • 4 : FeS + CaO = FeO + CaS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • ปฏิกิริยาเคมีใดต่อไปนี้ที่เรียกว่าการย่างแบบคลอไรด์ (Chloridising roasting)
  • 1 : CaSO3 = CaO + SO2
  • 2 : MgCO3 = MgO + CO2
  • 3 : PbO + 2NaCl = PbCl2 + Na2O
  • 4 : FeS + CaO = FeO + CaS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 144 :
  • โลหะใดต่อไปนี้ใช้เป็นตัวลดออกซิเจน(deoxidiser) ในน้ำเหล็กไม่ได้
  • 1 : นิกเกิล
  • 2 : ซิลิคอน
  • 3 : ไทเทเนียม
  • 4 : อะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • วัตถุดิบที่ไม่ป้อนเข้าเตาคิวโปล่า (cupola) คือ
  • 1 : สินแร่เหล็ก
  • 2 : หินปูน
  • 3 : เหล็กถลุง (pig iron)
  • 4 : เศษเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • Parkes process เป็นกระบวนการทำโลหะใดให้บริสุทธิ์
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : เหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 :
  • โลหะใดที่ถูกใช้ในกระบวนการ Parkes process
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : พลวง
  • 3 : เงิน
  • 4 : สังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 148 :
  • โลหะใดที่ถูกขจัดออกไปในกระบวนการ Parkes process
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : พลวง
  • 3 : เงิน
  • 4 : สังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • Dross คือ
  • 1 : ออกไซด์ของโลหะ
  • 2 : ซัลไฟด์ของโลหะ
  • 3 : คาร์ไบด์ของโลหะ
  • 4 : อาซิไนด์ของโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 150 :
  • ฟลักซ์ (flux) คือ
  • 1 : สารที่ถูกใช้ในการทำปฏิกิริยากับสารมลทิน และช่วยให้ใช้อุณหภูมิของกระบวนการลดลงด้วย
  • 2 : สารมลทินในสินแร่
  • 3 : วัสดุทนไฟชนิดหนึ่ง
  • 4 : สารที่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการถลุงแร่ ซึ่งทำหน้าที่รีดิวซ์แร่ออกไซด์ให้เป็นโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 151 :
  • สแลก (slag) คือ
  • 1 : ผลผลิตจากการละลายแร่
  • 2 : ผลผลิตจากการถลุงสินแร่
  • 3 : วัสดุทนไฟที่ใช้ในการถลุงแร่
  • 4 : โลหะซัลไฟด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 152 :
  • ส่วนประกอบของสแลกที่มีฤทธิ์เป็นด่างคือ
  • 1 : CaO, SiO2
  • 2 : MgO, SiO2
  • 3 : CaO, MgO
  • 4 : MnO, SiO2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • ส่วนประกอบของสแลกที่มีฤทธิ์เป็นกรดคือ
  • 1 : CaO, SiO2
  • 2 : MgO, SiO2
  • 3 : CaO, MgO
  • 4 : SiO2 ,  P2O5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • Basicity ของแสลกที่สูงขึ้นมีผลต่อความหนืดของแสลกอย่างไร
  • 1 : ลดลง
  • 2 : เพิ่มขึ้น
  • 3 : ไม่มีผล
  • 4 : เพิ่มขึ้น ถ้ามีปริมาณแคลเซียมฟลูออไรด์ในสแลกเล็กน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • การเติมแคลเซียมฟลูออไรด์ในสแลกจะทำให้อัตราความเร็วในการถ่ายเทกำมะถันจากโลหะไปยัง สแลกอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลงเนื่องจากสแลกมีความหนืดน้อยลง
  • 3 : ไม่มีผล
  • 4 : ลดลงมากเนื่องจากสแลกมีความหนืดมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดไม่ใช่กระบวนการทำให้เป็นก้อน (agglomeration)
  • 1 : sintering
  • 2 : pelletising
  • 3 : leachinig
  • 4 : briquetting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 157 :
  • ในการถลุงโลหะจาก self-fluxing ore, เราควรใช้ฟลักซ์ชนิดใด
  • 1 : ที่เป็นกรด
  • 2 : ที่เป็นด่าง
  • 3 : ที่เป็นกลาง
  • 4 : ไม่ต้องใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • ข้อใดแสดง Basicity ของสแลกที่ถูกต้อง
  • 1 : (CaO+SiO2)/MgO
  • 2 : (CaO+MgO)/SiO2
  • 3 : (MgO+SiO2)/CaO
  • 4 : (CaO+Al2O3)/P2O5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • อะลูมิเนียมใช้ทำหน้าที่อะไรในเหล็กกล้าหลอมเหลว
  • 1 : ออกซิไดส์
  • 2 : ลดออกซิเจน
  • 3 : เพิ่มคาร์บอน
  • 4 : ลดคาร์บอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • ทองแดงบลิสเตอร์ (Blister copper) มีปริมาณทองแดงอยู่ประมาณร้อยละเท่าไร
  • 1 : 40.0
  • 2 : 60.5
  • 3 : 80.0
  • 4 : 99.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • แมตต์ทองแดงมีส่วนประกอบหลักเป็น
  • 1 : ทองแดงซัลไฟด์และเหล็กซัลไฟด์
  • 2 : ทองแดงซัลเฟตและเหล็กซัลเฟต
  • 3 : ทองแดงออกไซด์และเหล็กออกไซด์
  • 4 : ทองแดงออกไซด์และเหล็กซัลไฟด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 162 :
  • กาลีนา (galena) คือสินแร่ซัลไฟด์ของ
  • 1 : สังกะสี
  • 2 : ทองแดง
  • 3 : ตะกั่ว
  • 4 : ดีบุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • สินแร่ออกไซด์ของดีบุกที่มีความสำคัญคือ
  • 1 : กาลีนา
  • 2 : แคสซิเทอไรต์
  • 3 : สฟาเลอไรต์
  • 4 : ฮีมาไทต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • เมื่ออะลูมิเนียมไตรไฮเดรต [Al(OH)3] ถูกเผาที่อุณหภูมิประมาณ 1100 องศาเซลเซียส จะได้ผลผลิตอะไร
  • 1 : อะลูมิเนียมคาร์บอเนต
  • 2 : อะลูมิเนียมซัลเฟต
  • 3 : อะลูมินา
  • 4 : อะลูมิเนียมไตรไฮเดรตที่แห้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 165 :
  • ในกระบวนการถลุงแร่ทองแดงจากสินแร่ซัลไฟด์โดยใช้ความร้อนสูง สแลกที่เกิดขึ้นมีองค์ประกอบหลักคือ
  • 1 : เหล็กซิลิเกต
  • 2 : เหล็กอะลูมิเนต
  • 3 : เหล็กฟอสเฟต
  • 4 : เหล็กซิลิไซด์ (Silicide)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • โลหะที่ได้จาก Imperial smelting process คือ
  • 1 : สังกะสี
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : สังกะสีและตะกั่ว
  • 4 : ตะกั่วปนดีบุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 167 :
  • อุณหภูมิที่ใช้ถลุงแร่ดีบุกออกไซด์อยู่ที่ประมาณ
  • 1 : 800 องศาเซลเซียส
  • 2 : 1000 องศาเซลเซียส
  • 3 : 1200 องศาเซลเซียส
  • 4 : 1600 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • การถลุงแร่ดีบุกออกไซด์ต้องใช้วัตถุดิบในข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ซิลิโคแมงกานีส
  • 2 : ถ่านหินผงและหินปูน
  • 3 : ซิลิกาและโดโลไมต์
  • 4 : เฟอร์โรแมงกานีส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 169 :
  • ค่าคงที่สมดุล (equilibrium constant, K) ของปฏิกิริยา CaCO3 = CaO + CO2 คือข้อใด ถ้า a คือ activity, P คือ partial pressure
  • 1 : K = aCO2
  • 2 : K = aCaCO3 / aCaO aCO2
  • 3 : K = PCO2 aCaO / aCaCO3
  • 4 : K = aCaCO3 / PCO2 aCaO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 170 :
  • สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ป้อนเข้าเตาพ่นลม (Blast furnace) คือ
  • 1 : coking coal
  • 2 : non – coking coal
  • 3 : coke
  • 4 : lignite
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • ใน regenerator การถ่ายเทความร้อนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจาก
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสี
  • 4 : การนำความร้อนและการแผ่รังสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • ปฏิกิริยาใดที่ใช้ความร้อน
  • 1 : CaCO3 = CaO + CO2
  • 2 : 2CaO + SiO2 = Ca2SiO4
  • 3 : 2Mn + O2 = 2MnO
  • 4 : C + O2 = CO2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • สำหรับปฏิกิริยา Fe2O3 + 3C = 2Fe + 3CO ความร้อนของปฏิกิริยานี้ที่ 298 เคลวิน มีค่าเท่าใด ถ้า heat of formation ของ Fe2O3 และ CO ที่ 298 เคลวิน เท่ากับ   x  และ  y   kJ/mole  ตามลำดับ
  • 1 : x + 3y
  • 2 : x – 3y
  • 3 : y + 3x
  • 4 : 3y – x
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • ที่สภาวะสมดุล (equilibrium) ของปฎิกิริยาเคมีใดๆ จะได้ความสัมพันธ์ตามข้อใด เมื่อ ΔG และ ΔGº คือ free energy change และ standard free energy change ตามลำดับ,   R คือ  gas constant ,  T  คืออุณหภูมิ ,   K  คือค่าคงที่ที่สมดุล
  • 1 : ΔG = RT ln K
  • 2 : ΔG = - RT ln K
  • 3 : ΔGº = RT ln K
  • 4 : ΔGº = - RT ln K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • Ideal solution  คือสารละลายที่เป็นไปตามกฎของ
  • 1 : Raoult
  • 2 : Henry
  • 3 : Sieverts
  • 4 : Gibbs-Duhem
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  • ในปฏิกิริยา   2Ca + O2 = 2CaO ,   CaO จะสลายตัวถ้าความดันย่อย(partial pressure)ของออกซิเจนที่อุณหภูมิที่พิจารณามีค่า
  • 1 : มากกว่าความดันย่อยของออกซิเจนที่ต้องการที่สภาวะสมดุล(equilibrium)
  • 2 : น้อยกว่าความดันย่อยของออกซิเจนที่ต้องการที่สภาวะสมดุล(equilibrium)
  • 3 : เท่ากับความดันย่อยของออกซิเจนที่ต้องการที่สภาวะสมดุล(equilibrium)
  • 4 : เท่ากับและมากกว่าความดันย่อยของออกซิเจนที่ต้องการที่สภาวะสมดุล(equilibrium)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 177 :
  • Ellingham diagram สำหรับระบบโลหะ-ออกไซด์ ไม่ได้ให้ข้อมูลในด้าน
  • 1 : ออกซิเดชันของโลหะ
  • 2 : รีดักชันของโลหะออกไซด์
  • 3 : จลนพลศาสตร์(kinetics)ของปฏิกิริยาออกซิเดชัน
  • 4 : ค่าความดันย่อย(partial pressure) ของออกซิเจนของปฏิกิริยาต่างๆในไดอะแกรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 178 :
  • ปฏิกิริยาที่ดูดความร้อน(endothermic) จะดำเนินไปได้ดี ( ค่าคงที่ที่สมดุล(K) ของสมการมีค่ามากขึ้น )  เมื่อปฏิกิริยาเกิดที่
  • 1 : อุณหภูมิต่ำ
  • 2 : อุณหภูมิสูง
  • 3 : ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ
  • 4 : ไม่แตกต่างจากปฏิกิริยาที่คายความร้อน(exothermic)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 :
  • ข้อความใดไม่จริงสำหรับถ่านโค้กที่ใช้ในงานโลหกรรม
  • 1 : ควรมีปริมาณขี้เถ้าต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • 2 : ควรมีปริมาณความชื้น กำมะถัน และฟอสฟอรัสต่ำ
  • 3 : ควรมีเนื้อพรุนและนิ่มเพื่อให้เผาไหม้ง่าย
  • 4 : ควรมีขนาดสม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • โลหะใดต่อไปนี้มีจุดหลอมเหลวต่ำสุด
  • 1 : ตะกั่ว
  • 2 : ทองแดง
  • 3 : ดีบุก
  • 4 : อะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 181 :
  • ในกระบวนการทำแคลไซน์(calcining) จะเกิดก๊าซใด
  • 1 : ออกซิเจน
  • 2 : คลอรีน
  • 3 : ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
  • 4 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 :
  • ในการทำ proximate analysis ของถ่านหิน จะได้ผลวิเคราะห์ต่อไปนี้
  • 1 : ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และออกซิเจน
  • 2 : ความชื้น คาร์บอนคงตัว ขี้เถ้า และสารระเหย
  • 3 : ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และ กำมะถัน
  • 4 : ไฮโดรเจน ไนโตรเจน และคาร์บอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 :
  • ถ่านหินใดต่อไปนี้มีปริมาณคาร์บอนคงตัวสูงสุด
  • 1 : แอนทราไซต์
  • 2 : บิทูมินัส
  • 3 : เซมิบิทูมินัส
  • 4 : ลิกไนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • วัสดุใดต่อไปนี้เป็นวัสดุทนไฟที่มีฤทธิ์เป็นกรด(acid refractory)
  • 1 : แมกนีไซต์
  • 2 : โครม-แมกนีไซต์
  • 3 : โดโลไมต์
  • 4 : ซิลิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • เปอร์เซ็นต์สารระเหยในถ่านโค้กมีค่า................เมื่อเทียบกับเปอร์เซ็นต์สารระเหยในถ่านหิน
  • 1 : ต่ำกว่า
  • 2 : ประมาณเท่ากัน
  • 3 : สูงกว่า
  • 4 : ไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • สิ่งใดต่อไปนี้ ไม่ต้องใช้วัสดุทนไฟ
  • 1 : smelting furnace
  • 2 : tundish
  • 3 : ladle
  • 4 : ingot mould
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 187 :
  • Activity ของสารบริสุทธิ์ที่สภาวะมาตรฐานมีค่า
  • 1 : น้อยกว่าหนึ่ง
  • 2 : เท่ากับหนึ่ง
  • 3 : มากกว่าหนึ่ง
  • 4 : อยู่ระหว่าง 0 และ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • Pidgeon process เป็นกระบวนการทาง pyrometallurgy ที่ใช้ผลิตโลหะใด
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : นิกเกิล
  • 3 : แมกนีเซียม
  • 4 : อะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • ในการเผาไหม้ CH4    1โมล ให้สมบูรณ์ต้องใช้ O2 กี่โมล
  • 1 : 1 โมล
  • 2 : 2 โมล
  • 3 : 2.5 โมล
  • 4 : 4 โมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • หากทราบผลวิเคราะห์ของถ่านหิน เช่น C, H, O และ S จะสามารถคำนวณหาค่าความร้อน(Gross heating value) ของถ่านหิน ได้โดยใช้สูตรของ
  • 1 : Arrhenius
  • 2 : Hess
  • 3 : Dulong
  • 4 : Petit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 191 :
  • กระบวนการผลิตเหล็กกล้าในข้อใดที่ทำได้เร็วที่สุดคือ
  • 1 : Open hearth
  • 2 : L.D.
  • 3 : Induction
  • 4 : Electric arc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • เตาในข้อใดต่อไปนี้ต้องใช้อิเล็กโทรดแกรไฟต์
  • 1 : Open hearth
  • 2 : L-D converter
  • 3 : Induction
  • 4 : Electric arc
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • สินแร่ตะกั่วที่สำคัญคือ
  • 1 : คาลโคไพไรต์
  • 2 : แคสซิเทอไรต์
  • 3 : กาลีนา
  • 4 : สฟาเลอไรต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • ปฏิกิริยาใดต่อไปนี้เรียกว่า Alumino-thermic process
  • 1 : Al2O3 + 2NaOH = 2NaAlO2 + H2O
  • 2 : Fe2O3 + 2Al = Al2O3 + 2Fe
  • 3 : Fe2O3 + 3CO = 2Fe + 3CO2
  • 4 : 2CaO + Al2O3 = Ca2Al2O5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • อุปกรณ์เก็บฝุ่นชนิดใดต่อไปนี้มีประสิทธิภาพในการขจัดฝุ่นจากก๊าซเสียดีที่สุด
  • 1 : Settling chamber
  • 2 : Cyclone
  • 3 : Bag filter
  • 4 : Multiclone
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 196 :
  • ในการสกัดสังกะสีด้วย retort process    สังกะสีออกไซด์ถูกรีดิวซ์ด้วย
  • 1 : กรดซัลฟูริก
  • 2 : กำมะถัน
  • 3 : ถ่านโค้ก
  • 4 : ไฮโดรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • จากปฏิกิริยา   Ag2O = 2Ag + ½ O   ΔGº   =   6720 – 14.49 T   calorie        จงประมาณค่าอุณหภูมิที่ Ag2O เริ่มสลายตัวที่ความดันย่อยของก๊าซออกซิเจนเท่ากับหนึ่งบรรยากาศ
  • 1 : 463  เคลวิน
  • 2 : 563  เคลวิน
  • 3 : 663  เคลวิน
  • 4 : Ag2O สลายตัวไม่ได้เพราะออกไซด์ของเงินมีเสถียรภาพมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ถ้าโลหะผสมทองแดง-ดีบุกมีดีบุก 10 เปอร์เซ็นต์โดยมวล จงคำนวณเป็นสัดส่วนโดยโมล ( mole fraction ) ของดีบุก ( มวลอะตอมทองแดง = 63.54 , มวลอะตอมดีบุก = 118.7)
  • 1 : 0.016
  • 2 : 0.046
  • 3 : 0.056
  • 4 : 0.106
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 199 :
  • ปฏิกิริยาใดต่อไปนี้ดำเนินไปที่อุณหภูมิคงที่โดยมีค่าเอนโทรปี(entropy ) ลดลง
  • 1 : Ni(CO)4 (g)   =   Ni (s)  +  4CO (g)
  • 2 : CaCO3(s)   =   CaO (s)   +   CO2 (g)
  • 3 : C (s)   +   ½ O2 (g)   =   CO (g)
  • 4 : Cu (s)   +   ½ O2 (g)   =   CuO (s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • สภาวะที่ไม่เหมาะสมในการขจัดฟอสฟอรัสออกจากเหล็กกล้าหลอมเหลวคือ
  • 1 : อุณหภูมิของเหล็กหลอมเหลวสูงเกินไป
  • 2 : สแลกเป็นด่าง
  • 3 : ใช้ปริมาณสแลกที่มีฤทธิ์เป็นด่างจำนวนมาก
  • 4 : มีออกซิเจนในเหล็กกล้าหลอมเหลวมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 :
  • สภาวะที่ไม่เหมาะสมในการขจัดกำมะถันออกจากเหล็กกล้าหลอมเหลวคือ
  • 1 : สแลกที่ใช้ในการขจัดกำมะถันมีความหนืดต่ำไป
  • 2 : สแลกเป็นด่าง
  • 3 : ใช้ปริมาณสแลกที่มีฤทธิ์เป็นด่างจำนวนมาก
  • 4 : มีออกซิเจนในเหล็กกล้าหลอมเหลวมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • ΔG? (standard free energy change) ของการเกิดออกไซด์ของซิลิคอน และแมกนีเซียมที่ 1200 องศาเซลเซียสเท่ากับ  -680  และ  -920  KJ/mole O2 ตามลำดับ   ดังนั้นที่อุณหภูมิ 1200 องศาเซลเซียส
  • 1 : ซิลิคอนสามารถรีดิวซ์แมกนีเซียมออกไซด์ (MgO) ได้
  • 2 : แมกนีเซียมสามารถรีดิวซ์ซิลิคอนออกไซด์ (SiO2)ได้
  • 3 : SiO2 มีเสถียรภาพกว่า MgO
  • 4 : MgO  จะออกซิไดส์  Si  เป็น  SiO2 ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • ถ่านหินมีเปอร์เซ็นต์ของธาตุในข้อใดมากที่สุด
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : ออกซิเจน
  • 3 : ฟอสฟอรัส
  • 4 : กำมะถัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 :
  • สารประกอบใดต่อไปนี้เป็นส่วนผสมหลักของหินปูน
  • 1 : แมกนีเซียมคาร์บอเนต
  • 2 : แคลเซียมคาร์บอเนต
  • 3 : เหล็กออกไซด์
  • 4 : อะลูมิเนียมออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 205 :
  • การใช้ซิลิคอนรีดิวซ์แมกนีเซียมออกไซด์ให้เป็นแมกนีเซียมที่ 1200 องศาเซลเซียสนั้นต้องใช้
  • 1 : เตาอาร์กไฟฟ้า
  • 2 : เตาเหนี่ยวนำ
  • 3 : ความดันสูงด้วย
  • 4 : ระบบสุญญากาศด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  • ธาตุมลทินที่ไม่สามารถขจัดออกไปจากโลหะตะกั่วโดยวิธีออกซิเดชันคือ
  • 1 : ดีบุก
  • 2 : พลวง
  • 3 : สารหนู
  • 4 : บิสมัท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 207 :
  • ข้อใดมิใช่กระบวนการทำโลหะให้บริสุทธิ์ด้วยความร้อน(Thermal refining)
  • 1 : Oxidation
  • 2 : Solvent extraction
  • 3 : Chloridising
  • 4 : Vacuum distillation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • การขจัดสารหนูออกไปจากน้ำโลหะดีบุกนิยมใช้วิธี
  • 1 : ออกซิไดส์น้ำโลหะดีบุกด้วยอากาศ
  • 2 : กวนน้ำโลหะดีบุกด้วยกำมะถัน
  • 3 : กวนน้ำโลหะดีบุกด้วยอะลูมิเนียม
  • 4 : พ่นน้ำโลหะดีบุกด้วยไนโตรเจนเพื่อให้สารหนูลอยขึ้นมาอยู่ใน dross
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 209 :
  • การขจัดสารหนูในแร่ดีบุกกระทำได้โดยวิธี
  • 1 : Oxidising roast
  • 2 : Reducing roast
  • 3 : Sulfatising roast
  • 4 : Chloridising roast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :
  • การขจัดตะกั่วในแร่ดีบุกกระทำได้โดยวิธี
  • 1 : Oxidising roast
  • 2 : Reducing roast
  • 3 : Sulfatising roast
  • 4 : Chloridising roast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  • การขจัดทองแดงออกไปจากน้ำโลหะดีบุกนิยมใช้วิธี
  • 1 : กวนด้วยอะลูมิเนียม
  • 2 : กวนด้วยกำมะถัน
  • 3 : กวนด้วยสังกะสี
  • 4 : กวนด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • การขจัดบิสมัทออกไปจากน้ำโลหะตะกั่วนิยมใช้วิธี
  • 1 : กวนด้วยอะลูมิเนียม
  • 2 : กวนด้วยกำมะถัน
  • 3 : กวนด้วยสังกะสี
  • 4 : กวนด้วยแคลเซียมและแมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :
  • Hardhead ที่เกิดในระหว่างกระบวนการถลุงแร่ดีบุกคือ
  • 1 : ออกไซด์ที่เกิดจากการพ่นน้ำโลหะดีบุกด้วยอากาศ
  • 2 : ซัลไฟด์ของเหล็ก
  • 3 : โลหะผสมระหว่างเหล็กและดีบุก
  • 4 : ซัลไฟด์ของดีบุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  • สารประกอบใดต่อไปนี้ที่เป็นส่วนผสมหลักของโดโลไมต์
  • 1 : แมกนีเซียมคาร์บอเนต
  • 2 : ซิลิกา
  • 3 : เหล็กออกไซด์
  • 4 : อะลูมินา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 215 :
  • โลหะผสมทองแดง-ดีบุกมีสัดส่วนโดยโมล (mole fraction) ของดีบุกอยู่ 0.02 คิดเป็นดีบุกกี่เปอร์เซ็นต์โดยมวล (มวลอะตอมทองแดง = 63.54 มวลอะตอมดีบุก = 118.7)
  • 1 : 6.67
  • 2 : 3.67
  • 3 : 1.67
  • 4 : 0.67
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  • ปฏิกิริยา   A + B = C       ΔGº  =  a - bT  ถ้า  a  และ b  มีค่าเป็นบวก        ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาที่ดูดความร้อน(endothermic)
  • 2 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาที่คายความร้อน(exothermic)
  • 3 : Heat of reaction ของปฏิกิริยานี้คือ b
  • 4 : ปฏิกิริยานี้จะดำเนินไปได้ดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • ปฏิกิริยา   A + B   =  C      ΔGº  =  -a + bT     ถ้า a และb มีค่าเป็นบวก       ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : Heat of reaction ของปฏิกิริยานี้คือ -a
  • 2 : Heat of reaction ของปฏิกิริยานี้คือ b
  • 3 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาที่ดูดความร้อน(endothermic)
  • 4 : ปฏิกิริยานี้จะดำเนินไปได้ดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 218 :
  • โลหะผสมประกอบด้วยธาตุ A 0.5 โมล ธาตุ B 0.5 โมล และมีพฤติกรรมเป็น ideal solution จงหา activity ของ A ในโลหะผสมนี้
  • 1 : 1.00
  • 2 : 0.50
  • 3 : 0.25
  • 4 : 0.10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  • สังกะสีมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดที่อุณหภูมิประมาณ 420 และ 907 องศาเซลเซียสตามลำดับ เมื่อหลอมสังกะสีที่ 550 องศาเซลเซียส ความดันย่อยของไอสังกะสีที่อยู่ในสมดุลกับโลหะสังกะสีจะเป็นไปตามข้อใด
  • 1 : หนึ่งบรรยากาศ
  • 2 : มากกว่าหนึ่งบรรยากาศ
  • 3 : มีความดันย่อยของไอสังกะสี แต่น้อยกว่าหนึ่งบรรยากาศ
  • 4 : จะไม่มีความดันย่อยของไอสังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • กำหนดให้ปฏิกิริยา FeO + CO = Fe + CO2 มีค่าคงที่ที่สมดุลหรือ K ที่อุณหภูมิที่กำหนดเท่ากับ 0.4 ดังนั้นในการผลิต Fe 1 โมล ต้องใช้ CO กี่โมล
  • 1 : 1.0โมล
  • 2 : 2.5 โมล
  • 3 : 3.0 โมล
  • 4 : 3.5 โมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 221 :
  • กำหนดให้ปฏิกิริยา FeO + CO = Fe + CO2 มีค่าคงที่ที่สมดุลหรือ K ที่อุณหภูมิที่กำหนดเท่ากับ 0.4 ประสิทธิภาพการใช้ CO ของปฏิกิริยานี้ประมาณเท่าใด
  • 1 : 100 %
  • 2 : 72%
  • 3 : 36%
  • 4 : 28%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • กำหนดให้ปฏิกิริยา FeO + CO = Fe + CO2 มีค่าคงที่ที่สมดุลหรือ K ที่อุณหภูมิที่กำหนดเท่ากับ 0.4      ถ้าผ่านก๊าซผสมระหว่าง CO กับ CO2โดยมีอัตราส่วน CO2/CO เท่ากับ 0.5 ไปยัง FeO และ Fe ที่อยู่ในระบบ        ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : COในก๊าซผสมจะรีดิวซ์ FeOได้
  • 2 : COในก๊าซผสมจะรีดิวซ์ FeO ไม่ได้
  • 3 : Feในระบบจะเพิ่มขึ้น
  • 4 : FeO และ Fe ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • กำหนดให้ปฏิกิริยา FeO + CO = Fe + CO2 มีค่าคงที่ที่สมดุลหรือ K ที่อุณหภูมิที่กำหนดเท่ากับ 0.4       ถ้าผ่านก๊าซผสมระหว่าง CO กับ CO2โดยมีอัตราส่วน CO2/CO เท่ากับ 0.5 ไปยัง FeO และ Fe ที่อยู่ในระบบ          ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : FeOในระบบจะลดลง
  • 2 : FeOในระบบจะเพิ่มขึ้น
  • 3 : FeO และ Fe ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ก๊าซผสมนี้จะรีดิวซ์ FeO ในระบบจนกว่า FeO จะหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • กำหนดให้ปฏิกิริยา FeO + CO = Fe + CO2 มีค่าคงที่ที่สมดุลหรือ K ที่อุณหภูมิที่กำหนดเท่ากับ 0.4       ถ้าผ่านก๊าซผสมระหว่าง CO กับ CO2โดยมีอัตราส่วน CO2/CO เท่ากับ 0.3 ไปยัง FeO และ Fe ที่อยู่ในระบบ          ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ก๊าซผสมนี้จะรีดิวซ์ FeO ในระบบจนกว่า FeO จะหมด
  • 2 : ก๊าซผสมนี้ไม่ทำปฏิกิริยากับ FeO และ Fe ในระบบ
  • 3 : FeOในระบบจะเพิ่มขึ้น
  • 4 : ก๊าซผสมนี้จะออกซิไดส์ Fe ในระบบจนกว่า Fe จะหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • แหล่งแร่ (Ore body) คือ
  • 1 : แร่ที่ได้จากการใช้กรรมวิธีการทำเหมืองแร่
  • 2 : แร่ที่พบว่ายังคงปนอยู่กับหิน , ดิน และทรายในเปลือกโลก
  • 3 : แร่ที่ได้จากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่
  • 4 : แร่ที่เหลือตกค้างหลังจากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 :
  • สินแร่ (Ore) คือ
  • 1 : แร่ที่ได้จากการใช้กรรมวิธีการทำเหมืองแร่
  • 2 : แร่ที่พบว่ายังคงปนอยู่กับหิน , ดิน และทรายในเปลือกโลก
  • 3 : แร่ที่ได้จากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่
  • 4 : แร่ที่เหลือตกค้างหลังจากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  • หัวแร่ (Concentrates) คือ
  • 1 : แร่ที่ได้จากการใช้กรรมวิธีการทำเหมืองแร่
  • 2 : แร่ที่พบว่ายังคงปนอยู่กับหิน , ดิน และทรายในเปลือกโลก
  • 3 : แร่ที่ได้จากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่
  • 4 : แร่ที่เหลือตกค้างหลังจากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 228 :
  • หางแร่ (Tailings) คือ
  • 1 : แร่ที่ได้จากการใช้กรรมวิธีการทำเหมืองแร่
  • 2 : แร่ที่พบว่ายังคงปนอยู่กับหิน , ดิน และทรายในเปลือกโลก
  • 3 : แร่ที่ได้จากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่
  • 4 : แร่ที่เหลือตกค้างหลังจากการทำเหมืองแร่และแต่งแร่แล้ว
  • 5 : แร่ที่พบอยู่ทั่วไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • แร่ (Minerals) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปสินแร่ (Ore) หรือ หัวแร่ (Concentrates) พบในธรรมชาติในรูป
  • 1 : สารประกอบ (Compound)
  • 2 : สารละลาย (Solution)
  • 3 : ธาตุ (Element)
  • 4 : อิออน (Ion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • หัวแร่ดีบุกมีแร่มลทิน คือ Arsenopyrite เจือปนอยู่ด้วย ทำให้มีสารหนูค่อนข้างสูงและไม่สามารถแยกออกด้วยกรรมวิธีการแต่งแร่ เมื่อนำไปถลุงจะทำให้ได้โลหะดีบุกเจือสารหนูมากเกิน specification กำหนด ดังนั้น ควรต้องย่างหัวแร่ดีบุกดังกล่าวด้วยวิธีใด จึงจะช่วยลดสารหนูลงได้
  • 1 : Magnetizing roast
  • 2 : Volatilizing roast
  • 3 : Sulphatizing roast
  • 4 : Reduction roast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • หัวแร่ Galena (PbS) ถูกถลุงให้เป็นโลหะตะกั่วในเชิงอุตสาหกรรมด้วยเตา Blast furnace แต่เนื่องจากเป็นหัวแร่ในรูปซัลไฟด์ จึงจำเป็นต้องผ่านการเตรียมแร่โดยวิธีย่างแร่ก่อน ควรย่างหัวแร่ Galena ด้วยวิธีใด
  • 1 : Oxidizing roast
  • 2 : Sulphatizing roast
  • 3 : Chloridizing roast
  • 4 : Carburizing roast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 232 :
  • ควรย่างหัวแร่ Sphalerite ด้วยเตาย่างแร่ชนิดใด ก่อนนำไปชะละลายด้วยสารละลายกรดกำมะถันและแยกสกัดโลหะสังกะสีออกจากสารละลายด้วยวิธี Electrolysis
  • 1 : Multiple hearth roaster
  • 2 : Fluidized bed roaster
  • 3 : Flash roaster
  • 4 : Sintering machine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • 2FeAsS (ของแข็ง) + 5O2 (ก๊าซ) = Fe2O3(ของแข็ง) + As2O3(ก๊าซ) + 2SO2(ก๊าซ)
    เป็นตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีของการย่างแร่ประเภทใด
  • 1 : Volatilizing roast
  • 2 : Oxidizing roast
  • 3 : Magnetizing roast
  • 4 : Reduction roast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • ZnS  +  2 O2   =   ZnSO4
    เป็นตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีของการย่างแร่ประเภทใด
  • 1 : Volatilizing roast
  • 2 : Oxidizing roast
  • 3 : Sulphatizing roast
  • 4 : Blast roasting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :
  • แร่ Chalcopyrite
  • 1 : Cu2S
  • 2 : CuFeS2
  • 3 : FeS2
  • 4 : FeAsS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • แร่ Hematite
  • 1 : ZnS
  • 2 : FeAsS
  • 3 : FeS2
  • 4 : Fe2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :
  • โลหะซัลเฟตส่วนใหญ่ละลายได้ง่ายแม้กระทั่งในน้ำ    จงพิจารณาว่า โลหะซัลเฟตในข้อใดละลายน้ำได้น้อยที่สุด
  • 1 : ZnSO4
  • 2 : CuSO4
  • 3 : NiSO4
  • 4 : PbSO4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  • หัวแร่ Sphalerite (ZnS) ผ่านกระบวนการสกัดเอาสังกะสีออกจากหัวแร่ โดยให้ชะละลายด้วยสารละลายกรด H2SO4    หลังจากนั้นทำให้สารละลายสะอาดแล้วใช้ไฟฟ้ากระแสตรงล่ออิออน ของ Zn++ ออกจากสารละลายด้วยวิธี Electrolysis     เนื่องจากหัวแร่สังกะสีอยู่ในรูปซัลไฟด์ไม่เหมาะสมที่จะให้ทำปฏิกิริยาเคมีกับสารละลายกรดโดยตรง ดังนั้น ควรย่างหัวแร่ Sphalerite ด้วยวิธีใด
  • 1 : Oxidizing roast
  • 2 : Sulphatizing roast
  • 3 : Chloridizing roast
  • 4 : Oxidizing roast และ Sulphatizing roast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • ข้อใดไม่มีผลหรือมีผลน้อยที่สุดต่อการควบคุมการย่างหัวแร่ CuFeS2 ให้ได้ Products ตามต้องการ
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดันรวมของก๊าซในเตาย่างแร่
  • 3 : ปริมาณก๊าซ O2 และ ปริมาณก๊าซ SO2
  • 4 : อัตราการไหล (flow rate) ของก๊าซที่ออกจากเตาย่างแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • การควบคุมอุณหภูมิการย่างหัวแร่ MeS ให้ได้ Products เป็น MeSO4 ควรปรับอุณหภูมิการย่างแร่ไปในทิศทางใด
  • 1 : สูงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • 2 : สูงมาก
  • 3 : ค่อนข้างสูง
  • 4 : ค่อนข้างต่ำ (อย่าให้สูงนัก)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 241 :
  • การย่างหัวแร่ MeS ในเตาย่างแร่ในบรรยากาศปกติ ควรปรับก๊าซภายในเตาย่างแร่อย่างไร
  • 1 : PSO2  +  PO2  ประมาณเท่ากับ  1  atm
  • 2 : PSO2  +   PO2  ประมาณเท่ากับ  0.2  atm
  • 3 : PSO2 + PO2   ประมาณเท่ากับ   2  atm
  • 4 : PSO2  +  PO2  ประมาณเท่ากับ  10  atm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 242 :
  • จาก Diagram ของ Cu – S – O ที่ 627 องศาเซลเซียส ที่ให้มาด้วยนี้ตีความได้ว่า ถ้าย่างหัวแร่ Chalcocite ที่ 627 องศาเซลเซียส และควบคุมให้ PO2 = 10 -4 atm และ PSO2 = 1 atm หัวแร่ Chalcocite จะถูกเปลี่ยนไปเป็น
  • 1 : CuO
  • 2 : CuO.CuSO4
  • 3 : CuSO4
  • 4 : Cu2O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • จาก Diagram ของ Cu – S – O ที่ 627 องศาเซลเซียส ที่ให้มาด้วยนี้ ตีความได้ว่า    ถ้าย่างหัวแร่ Chalcocite ที่ 627 องศาเซลเซียส และควบคุมให้ PO2 =  0.05 atm และ PSO2 =  0.15 atm   หัวแร่ Chalcocite จะถูกเปลี่ยนไปเป็น
  • 1 : CuSO4 และ CuO.CuSO4
  • 2 : CuO.CuSO4
  • 3 : CuSO4
  • 4 : CuO และ Cu2O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 :
  • จาก Diagram ของ Cu – S – O และ Fe – S – O ที่ให้มา    ตีความได้ว่า ถ้าย่างหัวแร่ CuFeS2 โดยมีเป้าหมายเพื่อแยก Cu และ Fe ออกจากกัน หลังการย่างแร่ ควรดำเนินการดังนี้
  • 1 : ให้ Cu อยู่ในรูป Cu2O ขณะที่ Fe อยู่ในรูป Fe2(SO4)3
  • 2 : ให้ Cu อยู่ในรูป CuO ขณะที่ Fe อยู่ในรูป Fe2(SO4)3
  • 3 : ให้ Cu อยู่ในรูป CuO.CuSO4 ขณะที่ Fe อยู่ในรูป Fe2(SO4)3
  • 4 : ให้ Cu อยู่ในรูป CuSO4 ขณะที่ Fe อยู่ในรูป Fe2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :
  •  จาก Diagram ของ Cu – S – O และ Fe – S – O ที่ให้มา     ถ้าต้องการย่างหัวแร่ CuFeS2 ให้เปลี่ยนไปเป็น CuSO4 และ Fe2(SO4)3 ซึ่งต่างก็ละลายได้ในน้ำ   ควรจะย่างหัวแร่ CuFeS2 ที่อุณหภูมิเท่าไร (ย่างในบรรยากาศปกติ)
  • 1 : 827 องศาเซลเซียส
  • 2 : 727 องศาเซลเซียส
  • 3 : 677 องศาเซลเซียส
  • 4 : 627 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • ในการเผาไหม้ CH4   1 โมลให้สมบูรณ์ ด้วยอากาศ   จะต้องใช้อากาศกี่โมล
  • 1 : 2.38 โมล
  • 2 : 4.76 โมล
  • 3 : 9.52 โมล
  • 4 : 11.90 โมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อยากทราบว่า เตาถลุงแร่ดีบุกชนิดใดต่อไปนี้ จะมีก๊าซเสียออกจากเตาน้อยที่สุด
  • 1 : submerged arc furnace
  • 2 : เตานอน (reverberatory furnace)
  • 3 : เตาหมุน( rotary furnace)
  • 4 : เตาตั้ง (shaft furnace)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 :
  • Flue gas คือ
  • 1 : ก๊าซเสียที่ออกจากเตา
  • 2 : ก๊าซที่ผ่านเข้าเตา
  • 3 : อากาศส่วนเกินที่ออกจากเตา
  • 4 : อากาศส่วนเกินที่ผ่านเข้าเตา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • เชื้อเพลิงหลักที่ใช้ใน blast furnace คือ
  • 1 : ก๊าซธรรมชาติ
  • 2 : ถ่านลิกไนต์
  • 3 : ถ่านโค้ก
  • 4 : น้ำมันเตา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • Green pellet หมายถึง
  • 1 : pellet สีเขียว
  • 2 : pellet ที่ไม่มีปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
  • 3 : pellet ที่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูงจนแข็งแรง
  • 4 : pellet ที่ยังไม่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :
  • หลังจากทำ Parkes process แล้ว จะมีสังกะสีตกค้างในโลหะตะกั่ว ซึ่งสังกะสีดังกล่าวจะถูกขจัดออกไปได้ดีที่สุดโดยวิธี
  • 1 : liquation
  • 2 : chloridising
  • 3 : vacuum distillation
  • 4 : oxidizing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 252 :
  • โลหะผสมนิกเกิล-ทองแดงมีทองแดงอยู่ 20 อะตอม%   สมมติว่าโลหะผสมนี้มีพฤติกรรมแบบ ideal solution, activity ของนิกเกิลจะเท่ากับ
  • 1 : 80%
  • 2 : 20%
  • 3 : 0.80
  • 4 : 0.20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 253 :
  • โลหะตะกั่วมีเงินละลายอยู่ 0.02 อะตอม%    ถ้า activity coefficient ที่ infinite dilution ของเงินในโลหะตะกั่วเท่ากับ 2.3   จงหา activity ของเงินในโลหะตะกั่วนี้
  • 1 : 0.020
  • 2 : 0.046
  • 3 : 0.0046
  • 4 : 0.00046
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 :
  • Peirce-Smith converter ใช้ในกระบวนการผลิตโลหะ
  • 1 : เหล็กกล้า
  • 2 : ทองแดง
  • 3 : ตะกั่ว
  • 4 : สังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • องค์ประกอบหลักของอิฐทนไฟ fireclay คือ
  • 1 : Al2O3
  • 2 : Al2O3 + SiO2
  • 3 : MgO + CaO
  • 4 : MgO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  • Ferrous slag เป็นผลผลิตจากกระบวนการ
  • 1 : ถลุงแร่เหล็ก
  • 2 : ถลุงแร่ที่ไม่ใช่เหล็ก เช่น ตะกั่ว
  • 3 : ทำโลหะตะกั่วให้บริสุทธิ์
  • 4 : ทำโลหะดีบุกให้บริสุทธิ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • ปฏิกิริยาใดต่อไปนี้มีชื่อว่า Boudouard reaction
  • 1 : FeO + CO = Fe + CO2
  • 2 : FeO  +  H2  =   Fe  +  H2O
  • 3 : CO2  +  C  =  2CO
  • 4 : C  +  O2   =   CO2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • ปฏิกิริยาใน zinc retort สามารถแทนได้ด้วยสมการ   ZnO (s) + C (s) = Zn (g) + CO (g)            ถ้าความดันทั้งหมดของระบบเท่ากับ   0.9 บรรยากาศ         ความดันย่อยของไอสังกะสีที่เกิดขึ้นจะมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 1.0 บรรยากาศ
  • 2 : 0.9 บรรยากาศ
  • 3 : 0.5 บรรยากาศ
  • 4 : 0.45 บรรยากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • ก๊าซเสียมี SO2  1 โมล นำไปผลิตเป็นกรด H2SO4 จะได้กรด H2SOประมาณกี่โมล
  • 1 : 1 โมล
  • 2 : 0.5 โมล
  • 3 : 2 โมล
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • แร่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมผลิตโลหะไทเทเนียมคือ
  • 1 : ไพโรลูไซต์
  • 2 : รูไทล์
  • 3 : สติบไนต์
  • 4 : ไพไรต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 261 :
  • กระบวนการที่ใช้โลหะแมกนีเซียมในการผลิตโลหะไทเทเนียมจากไทเทเนียมคลอไรด์คือ
  • 1 : Parkes process
  • 2 : Kroll process
  • 3 : Betts process
  • 4 : Harris process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • สารใดต่อไปนี้สามารถใช้ขจัดสารหนูในโลหะดีบุกหลอมเหลวได้ดี
  • 1 : อะลูมิเนียม
  • 2 : สังกะสี
  • 3 : กำมะถัน
  • 4 : คลอรีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • การขจัดเงินในโลหะดีบุกจะกระทำได้โดย
  • 1 : การใช้อะลูมิเนียมกวนในโลหะดีบุกหลอมเหลว
  • 2 : การใช้สังกะสีกวนในโลหะดีบุกหลอมเหลว
  • 3 : การใช้ก๊าซคลอรีนกวนในโลหะดีบุกหลอมเหลว
  • 4 : ใช้วิธี electrorefining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ในการถลุงแร่ดีบุกที่มีธาตุแทนทาลัมปนในแร่ด้วยนั้น   ธาตุดังกล่าวจะไปอยู่ในส่วนใด
  • 1 : โลหะดีบุกที่ถลุงได้
  • 2 : slag ที่ได้
  • 3 : ฝุ่นในก๊าซเสีย
  • 4 : สะสมตัวอยู่ที่พื้นเตาถลุง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • ในเตาหลอมโลหะทองแดงผสมสังกะสีที่มีปริมาณสังกะสี 30 เปอร์เซ็นต์โดยมวล     activity ของสังกะสีในโลหะผสมดังกล่าวเท่ากับ 0.1 ที่ 900 องศาเซลเซียส จงหาความดันย่อยของไอสังกะสีที่อยู่ในสมดุลกับโลหะผสมหลอมเหลวนี้ ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องคือ Zn (l) = Zn (g) กำหนดให้ ค่าคงที่สมดุล, K ที่ 900 ?C = x
  • 1 : 0.1x   บรรยากาศ
  • 2 : 1.0x   บรรยากาศ
  • 3 : 10x   บรรยากาศ
  • 4 : 0.01x   บรรยากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • ในเตาหลอมโลหะทองแดงผสมสังกะสีที่มีปริมาณสังกะสี 30 เปอร์เซ็นต์โดยมวล     activity ของสังกะสีในโลหะผสมดังกล่าวเท่ากับ 0.1 ที่ 900 องศาเซลเซียส    ถ้าผู้ปฏิบัติงานผสมโลหะสังกะสีในเตาเพิ่มขึ้น จะมีผลต่อความดันย่อยของไอสังกะสีที่เกิดขึ้นอย่างไร
  • 1 : สูงขึ้น
  • 2 : ต่ำลง
  • 3 : ไม่มีผล
  • 4 : ไม่แน่นอนขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • สารหรือก๊าซใดต่อไปนี้ไม่สามารถเปลี่ยน MnO2 ให้เป็น MnO ได้ที่อุณหภูมิสูง
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 3 : คาร์บอนมอนอกไซด์
  • 4 : ไฮโดรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 268 :
  • แมตต์ประกอบด้วย PbS 0.5 โมล และ FeS 1.0 โมล     activity ของ PbS ในแมตต์มีค่าประมาณเท่าใดตาม Temkin model
  • 1 : 0.5
  • 2 : 0.25
  • 3 : 0.33
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • จากปฏิกิริยา   TiO2  +  2 Cl2 (g)  +  2 C  =  TiCl4 (g)  +  2 CO (g)     ถ้าความดันย่อยของ TiCl4 ที่เกิดขึ้นเท่ากับ   x   บรรยากาศ     ความดันย่อยของ CO ที่เกิดขึ้นจะเท่ากับกี่บรรยากาศ
  • 1 : x
  • 2 : 2x
  • 3 : 0.5x
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • Slag ที่เกิดขึ้นจากการถลุงแร่ดีบุกออกไซด์ในเตานอนมีองค์ประกอบหลักคือ
  • 1 : SiO2-CaO-FeO
  • 2 : SiO2-CaO-Al2O3
  • 3 : CaO-Al2O3
  • 4 : MgO-Al2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 271 :
  • Slag ที่เกิดขึ้นจากการถลุงแร่ตะกั่วคาร์บอเนตในเตาหมุนมีองค์ประกอบหลักคือ
  • 1 : SiO2-CaO-FeO
  • 2 : SiO2-CaO-Al2O3
  • 3 : CaO-Al2O3
  • 4 : MgO-Al2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • ปฏิกิริยาการละลายของก๊าซไฮโดรเจนในน้ำโลหะเป็นไปตามสมการ     ½  H2 (g)  =  [H]    โดย [H] คือไฮโดรเจนที่ละลายในน้ำโลหะ   ถ้า  PH2  คือความดันย่อยของก๊าซไฮโดรเจนที่สัมผัสกับน้ำโลหะ,    %[H] ที่ละลายในน้ำโลหะจะสัมพันธ์กับ  PH2 อย่างไร
  • 1 : %[H] ไม่ขึ้นกับ  PH2 แต่อย่างใด
  • 2 : %[H]  ขึ้นกับ  PH2  ยกกำลังสอง
  • 3 : %[H]  ขึ้นกับ  PH2 ยกกำลัง 0.5
  • 4 : %[H]  จะแปรผกผันกับ  PH2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • ปฏิกิริยา   MgO (s)  +  C (s)  =  Mg (g)  +  CO (g)   มี standard free energy change,   ΔGº   =   a  +  bT   เมื่อ a, b คือค่าคงที่,   T  คือ อุณหภูมิ      นอกจากนี้ที่สภาวะสมดุล     ΔGº  =  - RT ln K     เมื่อ  R  คือ ค่าคงที่ของก๊าซ,   K คือ ค่าคงที่ที่สมดุล     ถ้าความดันทั้งหมดของระบบเท่ากับ P    จงหาอุณหภูมิต่ำสุดที่ต้องใช้เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาข้างต้น
  • 1 : a/b
  • 2 : – a/b
  • 3 : – a / ( b + 2R ln (P/2) )
  • 4 : – a / ( b + 2R ln P )
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 274 :
  • คาร์บอนรีดิวซ์ MgO ได้ไอ Mg และก๊าซCO ตามสมการ   MgO (s)  +  C (s)  =  Mg (g)  +  CO (g)     ถ้าความดันทั้งหมดของระบบเท่ากับหนึ่งบรรยากาศ    ความดันย่อยของ  Mg (g)  ที่เกิดขึ้นจะเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.21   บรรยากาศ
  • 2 : 0.79   บรรยากาศ
  • 3 : 0.50   บรรยากาศ
  • 4 : 1.00   บรรยากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 275 :
  • MgO (s) ทำปฏิกิริยากับคาร์บอนได้ตามปฏิกิริยา   MgO (s)   +   C (s)   =  Mg (g)  +  CO (g)    ถ้าความดันของ CO ที่เกิดขึ้นเท่ากับ  x  บรรยากาศ     ความดันของ Mg (g) ที่ได้จะเป็นเท่าใด
  • 1 : x/4
  • 2 : 2x
  • 3 : x/2
  • 4 : x
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • Rutile ( TiO2 ) ทำปฏิกิริยากับคาร์บอนและก๊าซคลอรีนได้ตามปฏิกิริยา                                                             TiO2 (s)  +  2 C (s)  +  2 Cl2 (g)  =  TiCl4 (g)  +  2 CO (g)     ถ้าความดันทั้งหมดของระบบเท่ากับ  x บรรยากาศ    ข้อความใดถูกต้อง
  • 1 : PTiCl4  +  2 PCO   =   x
  • 2 : PTiCl4 + PCO   =   x
  • 3 : 2 PTiCl4 + PCO   =   x
  • 4 : PCl2 + PTiCl4 + PCO   =   x
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • Ellingham diagram เป็นไดอะแกรมที่พล็อตระหว่าง
  • 1 : potential กับ pH
  • 2 : PSO2  กับ  PO2  ( เมื่อ  P  คือความดัน )
  • 3 : standard free energy change ของปฏิกิริยา กับ เวลา
  • 4 : standard free energy change ของปฏิกิริยา กับ อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :
  • ข้อใดจัดว่าเป็นกระบวนการทำโลหะให้บริสุทธิ์ (refining process)
  • 1 : Ironmaking
  • 2 : Liquation
  • 3 : Matte smelting
  • 4 : Chloridising roasting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 279 :
  • การทำ distillation สามารถแยกโลหะต่างชนิดกันออกจากกันได้โดยอาศัย
  • 1 : จุดหลอมตัวของโลหะที่แตกต่างกัน
  • 2 : จุดเดือดของโลหะที่แตกต่างกัน
  • 3 : ความหนาแน่นของโลหะต่างชนิดกันที่แตกต่างกัน
  • 4 : น้ำหนักอะตอมของธาตุต่างๆที่แตกต่างกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 280 :
  • ก๊าซผสมประกอบด้วย CH4 และ CO อย่างละ 1 โมล ถูกเผาด้วยอากาศอย่างสมบูรณ์จะได้ CO2 กี่โมล
  • 1 : 0.5 โมล
  • 2 : 1.0 โมล
  • 3 : 1.5 โมล
  • 4 : 2.0 โมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 494 : Extraction of ferrous and nonferrous metals
ข้อที่ 281 :
  • กระบวนการสกัดโลหะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่
  • 1 : Smelting, melting และ refining
  • 2 : Smelting, melting และ casting
  • 3 : Leaching, precipitation และ calcining
  • 4 : Pyrometallurgy, Hydrometallurgy และ Electrometallurgy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • สแลกจากการถลุงเหล็กด้วยเตาพ่นลม (Blast furnace) มีองค์ประกอบใดเป็นหลัก
  • 1 : SiO2 – Na2O – FeO
  • 2 : SiO2 – MgO – FeO
  • 3 : SiO2 – CaO – FeO
  • 4 : SiO2 – CaO – Al2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • สแลกจากการผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาคอนเวอร์เตอร์ (Converter) มีองค์ประกอบใดเป็นหลัก
  • 1 : SiO2 – CaO – FeO
  • 2 : SiO2 – CaO – Al2O3
  • 3 : SiO2 – Na2O – Al2O3
  • 4 : CaO – MgO - Al2O3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • โลหะใดที่มีการผลิตจากน้ำทะเล
  • 1 : เหล็ก
  • 2 : ตะกั่ว
  • 3 : สังกะสี
  • 4 : แมกนีเซียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :
  • ในการถลุงแร่เหล็กด้วยเตาพ่นลม (Blast furnace) สิ่งใดถูกส่งผ่าน tuyere ของเตา
  • 1 : แร่เหล็ก
  • 2 : สแลก
  • 3 : อากาศร้อน
  • 4 : ผงเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 286 :
  • เฟอร์โรแมงกานีสสามารถผลิตได้จากเตาใด
  • 1 : เตาหมุน (Rotary furnace)
  • 2 : เตานอน (Reverberatory furnace)
  • 3 : เตาพ่นลม (Blast furnace)
  • 4 : เตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction furnace)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 287 :
  • Sintering ที่ใช้ในโรงถลุงแร่เหล็กกระทำใน
  • 1 : Multiple – hearth furnace
  • 2 : Fluidized bed roaster
  • 3 : Dwight Lloyd machine
  • 4 : Rotary furnace
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • Comminution หมายถึง
  • 1 : การทำให้เป็นก้อน
  • 2 : การลดขนาด
  • 3 : การคัดขนาด
  • 4 : การผสมให้เข้ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 289 :
  • ที่มาของกำมะถันในเหล็กถลุง (pig iron) ที่ได้จากเตาพ่นลม (Blast furnace) คือ
  • 1 : ฟลักซ์
  • 2 : สแลก
  • 3 : หินปูน
  • 4 : ถ่านโค้ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • นอกจากเตาพ่นลม (Blast furnace) แล้ว เหล็กถลุง (pig iron) สามารถถลุงได้จากเตาชนิดใด
  • 1 : เตาหมุน (Rotary furnace)
  • 2 : เตานอน (Reverberatory furnace)
  • 3 : Submerged  arc furnace
  • 4 : เตาคิวโปล่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • เตาคิวโปล่า ใช้ผลิตเหล็กชนิดใด
  • 1 : เหล็กถลุง (pig iron)
  • 2 : เหล็กกล้า (steel)
  • 3 : เหล็กหล่อ (cast iron)
  • 4 : เหล็กกล้าผสม (alloy steel)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 292 :
  • กระบวนการใดที่ใช้ผลิตเหล็กพรุน (Sponge  iron หรือ Direct  reduced  iron) โดยใช้ก๊าซเป็นตัวรีดิวซ์
  • 1 : SL/RN
  • 2 : MIDREX
  • 3 : FASTMET
  • 4 : INMETCO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 :
  • กระบวนการใดที่ผลิตเหล็กถลุง (pig iron) ได้โดยไม่ต้องใช้ถ่านโค้ก
  • 1 : MIDREX
  • 2 : HYL
  • 3 : FASTMET
  • 4 : COREX
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • โลหะออกไซด์ตัวใดที่ไม่ถูกรีดิวส์ในเตาพ่นลม (Blast furnace)ที่ใช้ ถลุงแร่เหล็ก
  • 1 : SiO2
  • 2 : Al2O3
  • 3 : MnO
  • 4 : FeO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • ข้อดีของการใช้ Self – fluxing sinter ในเตาพ่นลม (Blast furnace) ถลุงเหล็ก
  • 1 : ราคาถูกกว่าแร่ก้อน
  • 2 : ช่วยลดอัตราการใช้ถ่านโค้กลง
  • 3 : สามารถใช้ถ่านหินราคาถูกในการถลุงแร่ได้
  • 4 : ถลุงง่ายเพราะเป็นเม็ดละเอียด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 296 :
  • Self – fluxing sinter คือ
  • 1 : Sinter ที่มีฟลักซ์ผสมในปริมาณเพียงพอต่อการถลุงแร่อยู่แล้ว    ไม่จำเป็นต้องใช้ฟลักซ์ป้อนเข้าเตาในระหว่างการถลุงแร่อีก
  • 2 : Sinter ที่ไม่มีฟลักซ์เลย
  • 3 : Sinter ที่ผสมถ่านโค้กในตัว
  • 4 : Sinter ที่ผสมทั้งฟลักซ์และถ่านโค้กในตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • PCI ที่ใช้ในการถลุงเหล็กด้วยเตาพ่นลม (Blast furnace) คือ
  • 1 : Power coal index
  • 2 : Power coke index
  • 3 : Pulverized coal injection
  • 4 : Pulverized coal indicator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 298 :
  • ข้อดีของการใช้เชื้อเพลิงพ่นเข้าไปในเตาพ่นลม (Blast furnace) ทางรูลม (tuyere)คือ
  • 1 : ช่วยลดอัตราการใช้ถ่านโค้กลง
  • 2 : ช่วยให้เตามีอุณหภูมิสูงขึ้น
  • 3 : ช่วยให้ความดันภายในเตาสูงขึ้น
  • 4 : ช่วยเพิ่มอุณหภูมิและความดันภายในเตา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 299 :
  • ปัจจัยที่ช่วยลดปริมาณกำมะถันในเหล็กถลุง (pig iron) ในกระบวนการถลุงเหล็กคือ
  • 1 : อุณหภูมิของเตาต่ำ
  • 2 : ความดันของเตาสูง
  • 3 : Basicity ของสแลกต่ำ
  • 4 : Basicity ของสแลกสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • วิธีแก้ปัญหาการเกิด channeling ในเตาพ่นลม (Blast furnace) ที่ถลุงเหล็กคือ
  • 1 : เพิ่มความเร็วของอากาศที่ใช้
  • 2 : เพิ่มอุณหภูมิของเตาถลุง
  • 3 : คัดขนาดของวัตถุดิบให้สม่ำเสมอ
  • 4 : เพิ่มอุณหภูมิของอากาศที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • ปฏิกิริยาใดหมายถึง Direct reduction ในเตาพ่นลม (Blast furnace)
  • 1 : MnO  +  CO  =  Mn  +  CO2
  • 2 : FeO  +  CO   =   Fe  +  CO2
  • 3 : C  +  CO2  =  2CO
  • 4 : FeO  +  C  =  Fe   +  CO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 302 :
  • ปฏิกิริยาใดหมายถึง ปฏิกิริยา  Indirect reduction ในเตาพ่นลม (Blast furnace)
  • 1 : MnO  +  C   =   Mn  +  CO
  • 2 : FeO   +  CO   =   Fe  +  CO2
  • 3 : C  +  CO  =   2CO
  • 4 : FeO   +   C   =   Fe   +   CO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • เหล็กพรุน (Sponge iron) นำไปใช้ประโยชน์อย่างไร
  • 1 : ทำอิฐทนไฟ
  • 2 : เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า
  • 3 : เป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนซิเมนต์
  • 4 : เป็นวัตถุดิบป้อนเข้าเตาพ่นลม ( Blast  furnace ) ทดแทนเศษเหล็ก  เพื่อถลุงเป็นเหล็กถลุง ( pig  iron )
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • L.D. process มาจากคำว่า
  • 1 : Linz – Donawitz process
  • 2 : Lloyd – Dwight  process
  • 3 : Linz – Dwight  process
  • 4 : Lloyd – Donawitz  process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • ธาตุใดในเหล็กถลุง(pig iron) ที่ถูกขจัดออกไปใน L.D. process
  • 1 : Carbon, Silicon, Nickel
  • 2 : Carbon, Tin, Chromium
  • 3 : Nickel, Manganese, Chromium
  • 4 : Carbon, Silicon, Manganese
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • ข้อดีของ open hearth process คือ
  • 1 : ขจัดคาร์บอนได้ดีกว่า L.D. process
  • 2 : สามารถรับเศษเหล็กได้มากกว่า L.D. process
  • 3 : ทำงานได้เร็วกว่า L.D. process
  • 4 : ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงในระหว่างกระบวนการผลิตเหล็กกล้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 307 :
  • หน้าที่ของ regenerator ในเตา open hearth
  • 1 : ใช้เผาเศษเหล็กให้ร้อนก่อนป้อนเข้าเตา open hearth
  • 2 : ใช้ดักฝุ่นจากก๊าซเสียของเตา open hearth
  • 3 : ใช้ในการเผาก๊าซเสียของเตา open hearth เพื่อมิให้มีก๊าซ CO เหลือ
  • 4 : ใช้ความร้อนของก๊าซเสียเพื่อเพิ่มอุณหภูมิของอากาศที่ป้อนเข้าเตา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • ก๊าซออกซิเจนที่ใช้ใน L.D. process มีความบริสุทธิ์ร้อยละ
  • 1 : 21
  • 2 : 30
  • 3 : 50
  • 4 : 100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 309 :
  • สิ่งที่ใช้เป็น coolant ใน L.D. process
  • 1 : อากาศ
  • 2 : น้ำ
  • 3 : เศษเหล็ก
  • 4 : แร่เหล็กเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • ฟอสฟอรัสที่อยู่ในวัตถุดิบที่ป้อนใน L.D. process ส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ใด
  • 1 : ก๊าซเสียที่ออกจากเตา
  • 2 : น้ำเหล็กกล้าที่ได้
  • 3 : สแลก
  • 4 : ฝุ่นที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  • ซิลิคอนที่อยู่ในวัตถุดิบที่ป้อนใน L.D. process ส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่ใด
  • 1 : ก๊าซเสียที่เกิดขึ้น
  • 2 : ฝุ่นที่ปลิวออกจากเตา
  • 3 : แสลก
  • 4 : น้ำเหล็กกล้าที่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :
  • ปัจจัยที่ไม่เป็นผลดีต่อการขจัดฟอสฟอรัสออกจากเหล็กกล้า
  • 1 : อุณหภูมิสูง
  • 2 : Basicity ของสแลกสูง
  • 3 : ปริมาณออกซิเจนในน้ำเหล็กสูง
  • 4 : ปริมาณสแลกมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 313 :
  • ปัจจัยที่ไม่เป็นผลดีต่อการขจัดกำมะถันออกจากเหล็กกล้า
  • 1 : มีสัดส่วนของ  CaO ต่อ SiO2 ในสแลกสูง
  • 2 : ปริมาณออกซิเจนในน้ำเหล็กสูง
  • 3 : ใช้ Basicity ของสแลกสูง
  • 4 : ใช้ปริมาณสแลกมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • AOD process เป็นกระบวนการที่ใช้ผลิต
  • 1 : เหล็กหล่อแกรไฟต์กลม
  • 2 : เหล็กกล้าคาร์บอนสูง
  • 3 : เหล็กกล้าไร้สนิมที่มีคาร์บอนสูง
  • 4 : เหล็กกล้าไร้สนิมที่มีคาร์บอนต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 315 :
  • ก๊าซหลักจากบรรยากาศที่มักละลายเข้าไปในน้ำเหล็กกล้าคือ
  • 1 : CO
  • 2 : CO2
  • 3 : N2
  • 4 : Ar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 316 :
  • เหล็กที่ผลิตจากเตาพ่นลม (Blast furnace) เรียกว่า
  • 1 : cast  iron
  • 2 : pig  iron
  • 3 : nodular  iron
  • 4 : malleable  iron
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • เหล็กถลุง (pig iron) มีเหล็กอยู่ประมาณร้อยละ
  • 1 : 50
  • 2 : 60
  • 3 : 70
  • 4 : 90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • ส่วนบนของเตาพ่นลม (Blast furnace) เรียกว่า
  • 1 : Hearth
  • 2 : Bosh
  • 3 : Stack
  • 4 : Tuyere
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • ในเตาพ่นลม (Blast furnace) เหล็กจะหลอมเหลวที่อุณหภูมิในช่วง 1200 องศาเซลเซียส เนื่องจาก
  • 1 : คาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้เหล็กหลอมที่อุณหภูมิต่ำลง
  • 2 : เหล็กที่อยู่ในสภาวะของเตาพ่นลมมีมลทินเช่น  C , Mn ,  Si ,  P,  S  เป็นต้น
  • 3 : สแลกทำให้จุดหลอมตัวของเหล็กลดลง
  • 4 : ผลของฟลักซ์ที่ใช้ผสมในวัตถุดิบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • อุณหภูมิสูงสุดภายในเตาพ่นลม (Blast furnace) อยู่ที่
  • 1 : หน้า tuyere
  • 2 : ก้น hearth
  • 3 : บริเวณ stack
  • 4 : บริเวณ bosh
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 321 :
  • การขจัดกำมะถันในเตาพ่นลม (Blast furnace) เกิดขึ้นได้ดีเมื่อ
  • 1 : Basicity และอุณหภูมิของสแลกต่ำ
  • 2 : Basicity ของแสลกต่ำและอุณหภูมิของสแลกสูง
  • 3 : Basicity ของแสลกสูงและอุณหภูมิของสแลกต่ำ
  • 4 : Basicity และอุณหภูมิของแสลกสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • การรีดิวซ์ซิลิกาในเตาพ่นลม (Blast furnace) เกิดขึ้นได้ดีเมื่อ
  • 1 : Basicity และอุณหภูมิของสแลกต่ำ
  • 2 : Basicity และอุณหภูมิของสแลกสูง
  • 3 : Basicity ของสแลกต่ำและอุณหภูมิของสแลกสูง
  • 4 : Basicity ของสแลกสูงและอุณหภูมิของสแลกต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • วัตถุดิบหลักถูกป้อนเข้าเตาพ่นลมที่ใช้ถลุงเหล็ก (Iron blast furnace) ที่
  • 1 : ส่วนบนสุดของเตา
  • 2 : ช่องเปิดที่ stack
  • 3 : ช่องเปิดที่ tuyere
  • 4 : bosh
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 324 :
  • ถ้าไอน้ำถูกป้อนเข้าเตาพ่นลม (Blast furnace) พร้อมกับลมร้อน
  • 1 : อุณหภูมิของลมจะสูงขึ้น เนื่องจากไอน้ำมีความร้อนสูง
  • 2 : อุณหภูมิของ hearth จะลดลง
  • 3 : มีคาร์บอนไดออกไซด์เกิดมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการรีดิวซ์ด้วย
  • 4 : มีไฮโดรเจนเกิดขึ้น ซึ่งไม่มีส่วนในการรีดิวซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 325 :
  • ในการผลิตเหล็กพรุน (sponge  iron) สามารถนำก๊าซใดต่อไปนี้ไป reform เพื่อใช้ในการรีดิวซ์แร่ได้
  • 1 : ก๊าซคลอรีน
  • 2 : ก๊าซไนโตรเจน
  • 3 : ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
  • 4 : ก๊าซธรรมชาติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 326 :
  • Hot stove ที่ใช้ช่วยในการถลุงเหล็กด้วยเตาพ่นลม (Blast furnace) ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : อุ่นวัตถุดิบให้ร้อน
  • 2 : อุ่นลมที่พ่นเข้าเตาให้ร้อน
  • 3 : ขจัดฝุ่นและก๊าซที่เผาไหม้ไม่หมดจากก๊าซเสีย
  • 4 : ทำให้แร่เป็นก้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • ในการผลิตเหล็กกล้าโดย L. D. converter   เหล็กถลุง (pig iron) ที่ป้อนเข้าเตาอยู่ในสภาพใด
  • 1 : ของแข็งที่เย็น
  • 2 : ของเหลว
  • 3 : ของแข็งที่ร้อน
  • 4 : ของแข็งกึ่งของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 328 :
  • สิ่งที่ถูกพ่นเข้าไปในเตาใน L. D. process คือ
  • 1 : อากาศ
  • 2 : ผงปูนขาวอย่างเดียว
  • 3 : ออกซิเจน
  • 4 : ไนโตรเจนพร้อมเหล็กพรุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 329 :
  • ความสามารถในการละลายของไนโตรเจนในเหล็กกล้าเป็นไปตามสมการของ
  • 1 : Henry
  • 2 : Raoult
  • 3 : Gibbs
  • 4 : Sieverts
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 330 :
  • ไอของโลหะใดที่เกิดขึ้นในเตาพ่นลม (Blast furnace) ถ้ามีออกไซด์ของมันอยู่ในสินแร่เหล็ก และทำให้วัสดุทนไฟของเตาเสียหายได้
  • 1 : แมงกานีส
  • 2 : ไทเทเนียม
  • 3 : โมลิบดีนัม
  • 4 : สังกะสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • การรีดิวซ์เหล็กออกไซด์ เกิดขึ้นในเตาพ่นลม (Blast furnace) โดยลำดับดังนี้
  • 1 : จาก  FeO  เป็น  Fe2O3  เป็น  Fe3Oเป็น  Fe
  • 2 : จาก Fe3O4  เป็น  Fe2O3  เป็น  FeO  เป็น  Fe
  • 3 : จาก  Fe3O เป็น FeO  เป็น  Fe2Oเป็น  Fe
  • 4 : จาก  Fe2O3  เป็น  Fe3O4  เป็น FeO  เป็น  Fe
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 332 :
  • สแลกที่มีอัตราส่วน CaO/SiO2 เท่ากับ 2.5 เราเรียกว่าเป็นสแลกที่มีฤทธิ์เป็น
  • 1 : ด่าง
  • 2 : กรด
  • 3 : เป็นกลาง
  • 4 : กรดสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 :
  • ข้อใดไม่มีส่วนช่วยเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ของเตาพ่นลม (Blast furnace) ถลุงแร่เหล็ก
  • 1 : การพ่นเชื้อเพลิง (fuel injection) เข้าเตา
  • 2 : การเพิ่มอุณหภูมิของอากาศ
  • 3 : ขนาดของวัตถุดิบที่เล็กละเอียด
  • 4 : การเพิ่มความดันภายในเตาให้สูงขึ้น (high top pressure)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • ปฏิกิริยาออกซิเดชันในกระบวนการผลิตเหล็กกล้าเกิดขึ้นช้าที่สุดในเตาใด ต่อไปนี้
  • 1 : L. D. converter
  • 2 : open-hearth furnace
  • 3 : electric arc furnace
  • 4 : Kaldo converter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 335 :
  • Oxidising slag ที่เกิดจากการผลิตเหล็กกล้าคาร์บอนด้วยเตาอาร์กไฟฟ้ามีสีอะไร
  • 1 : ขาว
  • 2 : น้ำเงิน
  • 3 : แดง
  • 4 : ดำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 336 :
  • ในการผลิตเหล็กกล้าโดยใช้ double slag process
  • 1 : ปริมาตรของสแลกจะเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับการใช้ single slag process จึงขจัดมลทินได้ดีกว่า
  • 2 : จะมีสแลกสองชั้น
  • 3 : ผู้ผลิตจะทำ oxidizing slag ก่อน  หลังจากขจัด slag ออกแล้ว  จึงทำ reducing slag
  • 4 : ผู้ผลิตมักจะทำ reducing slag ก่อน  แล้วจึงทำ oxidizing slag โดยไม่มีการขจัด slag ออก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :
  • เหล็กกล้าที่ผ่านการทำ deoxidation มากที่สุดคือ
  • 1 : Rimmed Steel
  • 2 : Semi – Killed Steel
  • 3 : Killed Steel
  • 4 : Capped Steel
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 338 :
  • Hairline crack มักจะเกิดขึ้นเมื่อเหล็กกล้ามีธาตุต่อไปนี้อยู่
  • 1 : คลอรีน
  • 2 : ไนโตรเจน
  • 3 : ไฮโดรเจน
  • 4 : ซิลิคอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 339 :
  • ในกระบวนการ L. D. A. C.   สิ่งที่ถูกพ่นเข้าไปใน converter คือ
  • 1 : CO2
  • 2 : O2 + N2
  • 3 : O2 + ปูนขาว
  • 4 : O2 + แคลเซียมฟลูออไรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 340 :
  • เตาชนิดใดที่ใช้ผลิตเฟอร์โรซิลิคอนหรือเฟอร์โรแมงกานีส
  • 1 : L. D. converter
  • 2 : open – hearth  furnace
  • 3 : submerged  arc  furnace
  • 4 : cupola
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 341 :
  • Hot metal ถูกป้อนเข้าเตาอะไรเพื่อผลิตเป็นเหล็กกล้า
  • 1 : Cupola
  • 2 : Induction furnace (เตาเหนี่ยวนำ)
  • 3 : L. D. converter
  • 4 : Flash roaster
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 342 :
  • สแลกที่หนืดทำให้การขจัดกำมะถันและฟอสฟอรัสจากน้ำเหล็กเป็นอย่างไร
  • 1 : ไม่มีผล
  • 2 : ดีขึ้น
  • 3 : เลวลง
  • 4 : มีประสิทธิภาพในการขจัดกำมะถันดีขึ้นแต่ไม่มีผลในการขจัดฟอสฟอรัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 343 :
  • แบบหล่อเย็นด้วยน้ำ (water cooled mould) ที่ใช้ในการหล่อเหล็กอย่างต่อเนื่อง (continuous casting) ทำจาก
  • 1 : เหล็กหล่อ
  • 2 : เหล็กกล้า
  • 3 : ทองแดง
  • 4 : นิกเกิล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • การรีดิวซ์อะลูมินาให้เป็นอะลูมิเนียมด้วยคาร์บอนในสภาวะปกติทำไม่ได้ เนื่องจาก
  • 1 : จุดหลอมเหลวอะลูมินาสูงมาก
  • 2 : จุดหลอมเหลวของอะลูมิเนียมต่ำเกินไป
  • 3 : อะลูมิเนียมรวมตัวกับออกซิเจนได้ดีกว่าคาร์บอนที่อุณหภูมิไม่เกิน 2000 องศาเซลเซียส
  • 4 : คาร์บอนรวมตัวกับออกซิเจนได้ดีกว่าอะลูมิเนียมที่อุณหภูมิไม่เกิน 2000 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :
  • Sublance สำหรับ Basic oxygen furnace ใช้ทำหน้าที่ใด
  • 1 : พ่นฟลักซ์
  • 2 : ชักตัวอย่างเหล็กหลอมเหลวและวัดอุณหภูมิ
  • 3 : พ่นวัสดุทนไฟเพื่อซ่อมแซมเตา
  • 4 : พ่นก๊าซเฉื่อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :
  • สารละลายที่ใช้ในการขจัดเหล็กออกไซด์ออกจากผิวของแผ่นเหล็กกล้าก่อนได้รับการเคลือบผิวด้วยโลหะเช่น ดีบุก คือ
  • 1 : น้ำเกลือ
  • 2 : น้ำสบู่
  • 3 : สารละลายด่างเช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์
  • 4 : สารละลายกรดเช่น กรดซัลฟูริก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 347 :
  • Tundish ใช้สำหรับ.............
  • 1 : รองรับสแลกหลอมเหลว
  • 2 : ขนส่งเหล็กหลอมเหลวจากโรงถลุงแร่เหล็กไปยังโรงงานผลิตเหล็กกล้า
  • 3 : หล่อเหล็กกล้าหลอมเหลวอย่างต่อเนื่อง
  • 4 : แยกโลหะและสแลกที่ถูกเจาะออกจากเตาถลุงไม่ให้ปนกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 348 :
  • การลดคาร์บอนในเหล็กกล้าหลอมเหลวทำได้โดยปฏิกิริยา
  • 1 : Oxidation
  • 2 : Reduction
  • 3 : Chlorination
  • 4 : Cementation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :
  • อันตรายจากก๊าซพิษอาซีน (AsH3) ที่อาจเกิดขึ้นในโรงถลุงแร่ดีบุกนั้นมาจากขั้นตอนใด
  • 1 : การย่างแร่ดีบุก
  • 2 : การถลุงแร่ให้เป็นโลหะ
  • 3 : การผสมแร่ดีบุกกับวัตถุดิบอื่นให้เข้ากันก่อนถลุง
  • 4 : การทำโลหะดีบุกให้บริสุทธิ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 :
  • สารที่ใช้เป็น Reductant สำหรับรีดิวส์ Sb2S3 ให้เป็นธาตุโลหะ Sb ที่อุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียส คือ
  • 1 : เศษเหล็ก
  • 2 : Carbon
  • 3 : Copper
  • 4 : Bismuth
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 351 :
  • ถ้าใช้ถ่าน Coke เป็น Reductant สำหรับรีดิวส์ หัวแร่ Fe2O3 ให้เป็น ธาตุโลหะเหล็ก (ในรูป Pig iron) ที่อุณหภูมิ 1600 องศาเซลเซียส ถ้าหัวแร่ Fe2O3 ดังกล่าวมีแร่ MnO , SiO2 , Al2O3 , MgO , CaO เจืออยู่ด้วย   ถามว่า Pig iron ที่ได้จะมีธาตุโลหะอะไรเจืออยู่ด้วย
  • 1 : Calcium และ Magnesium
  • 2 : Silicon และ Aluminium
  • 3 : Manganese และ Silicon
  • 4 : Aluminium และ Magnesium
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 352 :
  • ถ้าค่า PO2 ที่อยู่ในสมดุลระหว่าง Fe และ FeO ที่อุณหภูมิ 1000 องศาเซลเซียส เท่ากับ 10-16 atm    ตีความได้ว่า เมื่ออบแท่งเหล็ก (Billet) ที่อุณหภูมิ 1000 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหลายชั่วโมงในบรรยากาศปกติ ถามว่า เหล็กแท่งนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร
  • 1 : ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เหล็กจะยิ่งเสถียร
  • 2 : เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยผิวเหล็กจะทำปฏิกิริยากับกำมะถัน
  • 3 : ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าก๊าซ O2 ในบรรยากาศภายในเตายังห่างไกลจากค่าสมดุลมาก
  • 4 : เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะว่าค่า   PO2 ในเตาเท่ากับ   0.21 atm      ซึ่งสูงกว่าค่า   PO2       ที่สมดุล  ซึ่งเท่ากับ 10-16 atm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • การผลิตเหล็กกล้า(steelmaking) เป็นกระบวนการ
  • 1 : smelting
  • 2 : oxidation
  • 3 : calcination
  • 4 : distillation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • กระบวนการใดที่ไม่ได้ใช้ผลิตเหล็กพรุน(sponge iron)
  • 1 : AOD process
  • 2 : SL/RN process
  • 3 : MIDREX process
  • 4 : FASTMET process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • poling เป็นกระบวนการในการ
  • 1 : คัดขนาดสินแร่ทองแดง
  • 2 : แต่งสินแร่ทองแดง
  • 3 : ย่าง(roast) สินแร่ทองแดงที่ผ่านการแต่งแล้ว
  • 4 : ทำ blister copperให้บริสุทธิ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • การออกซิไดส์ทองคำและเงินเพื่อให้โลหะที่เจือปนอยู่เข้าไปในตะกั่วออกไซด์เรียกว่า
  • 1 : calcination
  • 2 : oxidizing roast
  • 3 : cupellation
  • 4 : cementation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 357 :
  • เทคนิค ESR คือกระบวนการ.........
  • 1 : electric steel refining
  • 2 : electro-slag refining
  • 3 : electric smelting and refining
  • 4 : electro-slag reduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • การลดก๊าซไฮโดรเจนและไนโตรเจนที่ละลายในเหล็กกล้าหลอมเหลวกระทำได้โดย
  • 1 : ใช้ระบบสูญญากาศ
  • 2 : ผสมด้วยเหล็กกล้าที่มีก๊าซต่ำ
  • 3 : ใช้สแลกที่เหมาะสมในการขจัดก๊าซออกไป
  • 4 : เพิ่มอุณหภูมิของเหล็กกล้าหลอมเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 359 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้เป็นข้อความที่ถูกต้องสำหรับเตาเหนี่ยวนำความถี่สูง
  • 1 : การควบคุมอุณหภูมิทำได้ลำบากและไม่แม่นยำ
  • 2 : ไม่มีคาร์บอนจากเตาถูกเพิ่มเติมเข้าไปในเหล็ก จึงใช้ประโยชน์ในการผลิตเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำได้
  • 3 : เป็นเตาที่ล้าสมัย
  • 4 : มีการสูญเสียธาตุผสมมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :
  • กรรมวิธีที่ใช้ขจัดดีบุก สารหนู และพลวงในโลหะตะกั่วโดยวิธีออกซิเดชันเรียกว่า
  • 1 : Softening process
  • 2 : Kroll process
  • 3 : Parkes process
  • 4 : Betterton process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :
  • Dwight Lloyd machine คือ
  • 1 : เครื่องจักรสำหรับรีดเหล็ก
  • 2 : เครื่องจักรสำหรับทำแบบหล่อทราย
  • 3 : เครื่องทำสินแร่เหล็กให้เป็นก้อนโดยวิธี sintering
  • 4 : เครื่องขจัดฝุ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :
  • เทคนิค flash smelting ถูกนำมาใช้ถลุงสินแร่ใด
  • 1 : ทองแดง
  • 2 : ดีบุก
  • 3 : เหล็ก
  • 4 : อะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 363 :
  • Ladle furnace เป็น
  • 1 : เตาเผา ladleให้ร้อนก่อนใช้งาน
  • 2 : เตาที่ใช้ทำ secondary steelmaking
  • 3 : เตาที่ใช้หลอมเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 4 : เตาขนาดเล็กที่ใช้ถลุงเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • Mini-blast furnace ใช้ผลิต
  • 1 : เหล็กพรุน(sponge iron)
  • 2 : เหล็กถลุง (pig iron)
  • 3 : เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ
  • 4 : เหล็กกล้าคาร์บอนสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 365 :
  • ก๊าซหลักที่ใช้ในกระบวนการ AOD คือ
  • 1 : O2 และ N2
  • 2 : N2 และ Ar
  • 3 : Ar และ O2
  • 4 : CO และ Ar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • ในการย่าง ( roast )แร่สังกะสีซัลไฟด์ให้เป็นออกไซด์   สังกะสีส่วนหนึ่งในแร่จะแปรสภาพไปอยู่ในรูป
  • 1 : zinc chloride
  • 2 : zinc ferrite
  • 3 : zinc metal
  • 4 : zinc nitrate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • สารใดต่อไปนี้สามารถขจัดกำมะถันออกจาก hot metalได้
  • 1 : Na2S
  • 2 : CaC2
  • 3 : Na2SO4
  • 4 : CaSO4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • ธาตุใดต่อไปนี้ไม่สามารถขจัดออกจาก hot metal โดยวิธีออกซิเดชันได้
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : ซิลิคอน
  • 3 : แมงกานีส
  • 4 : ทองแดง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 369 :
  • เราสามารถผลิตโลหะแทนทาลัมจากเกลือ K2TaF7 โดยใช้สารใดเข้าทำปฏิกิริยา
  • 1 : Na
  • 2 : NaCl
  • 3 : NaF
  • 4 : KF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • โลหะตะกั่วที่ถลุงจากแร่ตะกั่วเรียกว่า
  • 1 : secondary lead
  • 2 : ore lead
  • 3 : mineral lead
  • 4 : primary lead
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • โลหะตะกั่วที่ถลุงจากเศษโลหะตะกั่วเรียกว่า
  • 1 : lead scrap
  • 2 : lead alloy
  • 3 : primary lead
  • 4 : secondary lead
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 :
  • โลหะใดต่อไปนี้สามารถใช้ลดออกซิเจนในเหล็กกล้าหลอมเหลวได้ผลดีที่สุด
  • 1 : เฟอร์โรซิลิคอน
  • 2 : เฟอร์โรแมงกานีส
  • 3 : ซิลิโคแมงกานีส
  • 4 : อะลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 373 :
  • ผลผลิตจากการเผา Al(OH)3 ที่ 1000 องศาเซลเซียสคือ
  • 1 : Al2O3
  • 2 : Al(OH)
  • 3 : Al(OH)2
  • 4 : Al(OH)4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 :
  • ในการขจัดสังกะสีออกจากน้ำโลหะตะกั่วโดยใช้การระเหยภายใต้สุญญากาศ ปฏิกิริยาเป็นไปตามสมการ  Zn (l) = Zn (g)     ค่าคงที่สมดุลที่ 600 องศาเซลเซียส , K = 0.0135 ถ้าความดันไอสังกะสีเท่ากับ 0.000054 บรรยากาศ จงหาสัดส่วนโดยโมล (mole fraction) ของสังกะสีที่สมดุลโดยประมาณ กำหนดให้ activity coefficient ของสังกะสีในโลหะตะกั่วที่ 600 องศาเซลเซียสเท่ากับ 10
  • 1 : 0.04
  • 2 : 0.004
  • 3 : 0.0004
  • 4 : 0.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • เทคโนโลยี dry quenching ที่ใช้ในกรรมวิธีผลิตถ่านโค้กมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
  • 1 : เพิ่มผลิตภาพในการผลิตถ่านโค้ก
  • 2 : แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการผลิตถ่านโค้ก
  • 3 : ใช้ลดอุณหภูมิของถ่านโค้กที่ออกจากเตาผลิตถ่านโค้กโดยสามารถนำความร้อนไปใช้ประโยชน์ได้
  • 4 : ลดขนาดของถ่านโค้กที่ได้ให้เหมาะที่จะป้อนเข้าเตาถลุงแร่เหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 376 :
  • ในกระบวนการหล่อเหล็กกล้าอย่างต่อเนื่อง (continuous casting of steel) breakouts มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงใด
  • 1 : ช่วงก่อนน้ำเหล็กไหลเข้า mold
  • 2 : ช่วงที่เหล็กกำลังอยู่ใน mold
  • 3 : ช่วงที่เหล็กเคลื่อนออกจาก mold แล้ว
  • 4 : ช่วงที่เหล็กแข็งตัวหมดแล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • Flash smelting process มีความสำคัญในการผลิตโลหะที่ไม่ใช่เหล็กจากแร่ชนิดใด
  • 1 : แร่ซัลไฟด์
  • 2 : แร่ออกไซด์
  • 3 : แร่คาร์บอเนต
  • 4 : แร่คลอไรด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 378 :
  • ออกซิเจนที่ใช้ในกระบวนการ basic oxygen process ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : กวนน้ำเหล็กในเตา
  • 2 : ลดปริมาณคาร์บอนในน้ำเหล็ก
  • 3 : ลดปริมาณซัลเฟอร์ในน้ำเหล็ก
  • 4 : ทำให้หินปูนแตกตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • ปูนขาวที่ใช้ผลิตเหล็กกล้าด้วย converter ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ทำให้เกิดสแลกที่ช่วยลดปริมาณฟอสฟอรัสในเหล็กกล้า
  • 2 : ช่วยให้น้ำเหล็กหลอมละลายง่ายขึ้น
  • 3 : ช่วยลดอุณหภูมิของเหล็กกล้าที่ได้
  • 4 : ช่วยออกซิไดส์ธาตุมลทินที่อยู่ในน้ำเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :
  • Tap changer ที่เกี่ยวกับการทำงานของเตาอาร์กไฟฟ้าใช้ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ขยับอิเล็คโทรดขึ้นหรือลง
  • 2 : ใช้เปิดหลังคาเตาเพื่อป้อนเศษเหล็ก
  • 3 : เพิ่มหรือลดความร้อนภายในเตา
  • 4 : ใช้เอียงเตาเพื่อเทเหล็กกล้าหลอมเหลวออกจากเตา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • Hot briquetted iron ทำมาจาก
  • 1 : Direct reduced iron
  • 2 : Cast iron
  • 3 : Hot metal
  • 4 : Scrap
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • ในการผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า เศษเหล็กถูกทำให้ร้อนก่อนหลอมในเตาด้วยวิธีใด
  • 1 : ใช้ hot stove
  • 2 : ใช้ความร้อนจากก๊าซเสียของเตาผลิตถ่านโค้ก
  • 3 : ใช้ความร้อนจากก๊าซเสียที่ออกจากเตาอาร์กไฟฟ้า
  • 4 : ใช้ recuperator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 383 :
  • กระบวนการในข้อใดที่ไม่ได้ใช้ผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel)
  • 1 : AOD
  • 2 : VOD
  • 3 : Q-BOP
  • 4 : EAF process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • ตัวรีดิวซ์ (reducing agent) ที่ผ่านเข้าเตาผลิตของกระบวนการใดต่อไปนี้ที่มีสภาพเป็นของแข็ง
  • 1 : HyLI
  • 2 : HyLIII
  • 3 : FASTMET
  • 4 : MIDREX
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 385 :
  • การทำ slag foaming ในการผลิตเหล็กกล้าในเตาอาร์กไฟฟ้ามีข้อดีคือ
  • 1 : ทำให้น้ำเหล็กได้รับความร้อนจากการอาร์กมากขึ้น
  • 2 : ทำให้สแลกมีอุณหภูมิลดลง
  • 3 : ทำให้น้ำเหล็กมีฟอสฟอรัสลดลง
  • 4 : ช่วยลดปริมาณการใช้ออกซิเจนในการหลอมเหล็กลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 386 :
  • Tramp element ที่มักเจือปนมากับเศษเหล็กหมุนเวียน ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กกล้าคือ
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : ซิลิคอน
  • 3 : ฟอสฟอรัส
  • 4 : ทองแดง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • ในการหลอมเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า หากต้องการเพิ่ม basicity ของ slag จะต้องป้อนสารใดเข้าเตา
  • 1 : อะลูมินา
  • 2 : เฟอร์โรซิลิคอน
  • 3 : ปูนขาว
  • 4 : ซิลิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 388 :
  • ในการผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า หากต้องการเพิ่มปริมาณแมงกานีสในน้ำเหล็ก จะต้องป้อนสารใดเข้าเตา
  • 1 : ปูนขาว
  • 2 : ซิลิกา
  • 3 : แร่แมงกานีส
  • 4 : เฟอร์โรแมงกานีส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 389 :
  • ในกระบวนการผลิตน้ำเหล็กกล้าด้วย basic oxygen furnace    หาก hot metal ที่ใช้มีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่สภาวะอื่นๆที่เกี่ยวข้องไม่เปลี่ยนแปลง จะมีผลให้
  • 1 : อิฐทนไฟของเตาเสียเร็ว
  • 2 : สามารถใช้เศษเหล็กผสมกับ hot metal ในสัดส่วนที่มากขึ้นได้
  • 3 : เกิดการสูญเสียความร้อนจากเตามากขึ้น
  • 4 : สมดุลความร้อนของกระบวนการเสียไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • ในกระบวนการผลิตน้ำเหล็กกล้าด้วย basic oxygen furnace ธาตุใดถูกออกซิไดส์ออกไปจากน้ำเหล็กจนหมด
  • 1 : คาร์บอน
  • 2 : ซิลิคอน
  • 3 : แมงกานีส
  • 4 : ซัลเฟอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 391 :
  • วิธีหนึ่งที่ใช้ลดปริมาณการใช้อิเล็กโทรดแกรไฟต์ของเตาอาร์กไฟฟ้าในการผลิตเหล็กกล้าอย่างได้ผลคือ
  • 1 : การหล่อเย็นอิเล็กโทรดด้วยน้ำ
  • 2 : การลดการใช้ออกซิเจนในระหว่างการผลิต
  • 3 : การทำ slag foaming
  • 4 : การป้อนถ่านโค้กเข้าเตาอย่างสม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :
  • ในระหว่างการหลอมเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า    หากผลวิเคราะห์ทางเคมีของน้ำเหล็กชี้ว่า เปอร์เซ็นต์คาร์บอนสูงไป   ผู้ควบคุมเตาหลอมจะต้องทำอย่างไร
  • 1 : ป้อนเศษเหล็กที่มีคาร์บอนต่ำเข้าเตา
  • 2 : ป้อนเหล็กถลุง (pig iron) เข้าเตา
  • 3 : เติมฟลักซ์เข้าเตา
  • 4 : พ่นออกซิเจนเข้าไปในน้ำเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 393 :
  • ก๊าซเสียที่ออกจากเตาอาร์กไฟฟ้าในระหว่างการหลอมเหล็กกล้าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
  • 1 : ใช้ในการอุ่นเศษเหล็กให้ร้อน
  • 2 : ใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้วเนื่องจากมีฝุ่นเหล็กมากเกินไป
  • 3 : ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผา reheating furnace
  • 4 : ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการอุ่น ladle
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • Ripple mark มักพบในกระบวนการใด
  • 1 : หล่อเหล็กกล้าในแบบทราย
  • 2 : หล่อเหล็กหล่อในแบบทราย
  • 3 : หล่อเหล็กกล้าใน ingot mold
  • 4 : หล่อเหล็กกล้าอย่างต่อเนื่อง (continuous casting)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 395 :
  • ปัจจัยที่ไม่เป็นผลดีต่อการขจัดกำมะถัน (desulfurization) ในน้ำเหล็กกล้าระหว่างการผลิตเหล็กกล้าในเตา   อาร์กไฟฟ้าคือ
  • 1 : การใช้ slag ที่มี basicity สูง
  • 2 : การลดปริมาณเหล็กออกไซด์ในสแลกลง
  • 3 : การใช้ออกซิเจนช่วยออกซิไดส์มากๆ
  • 4 : การใช้ปริมาณสแลกมากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 396 :
  • Calcium treatment สำหรับการผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าทำอย่างไร
  • 1 : ป้อนแคลเซียมในเตาหลอม
  • 2 : ป้อนแคลเซียมเข้าน้ำเหล็กกล้าใน ladle ก่อนการหล่อ
  • 3 : ขจัดแคลเซียมออกจากน้ำเหล็กกล้าในเตาอาร์กโดยการออกซิไดส์
  • 4 : ขจัดแคลเซียมออกจากน้ำเหล็กกล้าในเตาอาร์กโดยใช้ซิลิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  • Dross ที่เกิดจากการทำโลหะดีบุกให้บริสุทธิ์ที่เป็นอันตรายหากสัมผัสกับความชื้นคือ
  • 1 : iron dross
  • 2 : zinc dross
  • 3 : copper dross
  • 4 : aluminium dross
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 398 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติทางฟิสิกส์ของ slag ที่มีความสำคัญต่อการทำ slag foaming ในการหลอมเหล็กกล้าด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า
  • 1 : viscosity
  • 2 : surface tension
  • 3 : density
  • 4 : thermal conductivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 399 :
  • การใช้ eccentric bottom tapping สำหรับเตาอาร์กไฟฟ้าในการผลิตเหล็กกล้าช่วยในเรื่องใดเป็นหลัก
  • 1 : ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มาก
  • 2 : ช่วยป้องกันมิให้ slag ไหลปนไปกับน้ำเหล็กกล้าที่ถูกเจาะออกจากเตา
  • 3 : ช่วยให้การปรับปริมาณธาตุผสมต่างๆในน้ำเหล็กกล้าสะดวกขึ้น
  • 4 : ช่วยให้ลดอุณหภูมิของน้ำเหล็กกล้าที่จะเจาะออกจากเตาได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 :
  • กระบวนการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าร่วมกับ AOD unit จะสามารถทำ chromium recovery ได้ถึงร้อยละเท่าใด
  • 1 : ร้อยละ 50
  • 2 : ร้อยละ  70
  • 3 : ร้อยละ  80
  • 4 : ร้อยละ  98
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร