สภาวิศวกร

สาขา : เหมืองแร่

วิชา : Underground Mining and Mine Design

เนื้อหาวิชา : 453 : Underground exploration and evaluation
ข้อที่ 1 :
  • ในการสำรวจแหล่งแร่เหล็ก ผลวิเคราะห์ทางเคมี พบว่า โลหะเหล็กในดินและหินทั่วไป 5.80% และโลหะเหล็กในสินแร่ที่มีการทำเหมืองในปัจจุบันต่ำสุดเฉลี่ย (cut off grade) 32% จงคำนวณหาการสะสมตัวของโลหะเหล็กในแหล่งแร่เพิ่มมากขึ้น (enrichment factor) กี่เท่า
  • 1 : 1.5 เท่า
  • 2 : 5 เท่า
  • 3 : 25 เท่า
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ใกล้เคียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • ในการสำรวจแหล่งแร่ทองแดง ผลวิเคราะห์ทางเคมี พบว่า โลหะทองแดงในดินและหินทั่วไป 0.0065% และโลหะทองแดงในสินแร่ที่มีการทำเหมืองในปัจจุบัน ต่ำสุดเฉลี่ย (cut off grade) 0.35% จงคำนวณหาการสะสมตัวของ โลหะทองแดงในแหล่งแร่เพิ่มมากขึ้น(enrichment factor) กี่เท่า
  • 1 : 50 เท่า
  • 2 : 100 เท่า
  • 3 : 150 เท่า
  • 4 : 200 เท่า
  • 5 : ไม่มีคำตอบที่ใกล้เคียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • อุโมงค์แนวดิ่ง/เอียงที่เจาะจากบนลงล่าง เพื่อการสำรวจตามสายแร่หรือ เพื่อการพัฒนาเหมือง เราเรียกว่าอะไร
  • 1 : Winz
  • 2 : Crosscut
  • 3 : Ramp
  • 4 : Adit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 454 : Classification and application of various underground mining methods
ข้อที่ 4 :
  • ข้อใดคือความหมายของ pillar
  • 1 : หน้างานที่อยู่ใต้ดิน
  • 2 : เสาหินหรือแร่ที่ทิ้งไว้คำยัน
  • 3 : ท่อนไม้เสริมความแข็งแรงอุโมงค์
  • 4 : ช่องว่างที่เกิดจากการนำแร่ออกไปแล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • Stope คือส่วนใดในเหมืองใต้ดิน
  • 1 : คลังวัตถุระเบิด
  • 2 : อุโมงค์ระบายอากาศ
  • 3 : ช่องว่างที่เกิดจากการนำแร่ออกไป
  • 4 : เสาค้ำยัน
  • 5 : จุดกองแร่รอการขนส่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • room and pillar เป็นการทำเหมืองลักษณะใด
  • 1 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแร่ที่ระเบิดแล้วใช้เป็นพื้นเพื่อให้เครื่องจักรทำงานต่อไป
  • 2 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแบ่งเป็น level ย่อยๆ ระหว่าง level หลัก
  • 3 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดเท่าๆกัน
  • 4 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดไม่เท่ากันตามสายแร่ที่ไม่สม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • stope and pillar เป็นการทำเหมืองลักษณะใด
  • 1 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดไม่เท่ากันตามสายแร่ที่ไม่สม่ำเสมอ
  • 2 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดเท่าๆกัน
  • 3 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแบ่งเป็น level ย่อยๆ ระหว่าง level หลัก
  • 4 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแร่ที่ระเบิดแล้วใช้เป็นพื้นเพื่อให้เครื่องจักรทำงานต่อไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 :
  • shrinkage stoping เป็นการทำเหมืองลักษณะใด
  • 1 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแร่ที่ระเบิดแล้วใช้เป็นพื้นเพื่อให้เครื่องจักรทำงานต่อไป
  • 2 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดเท่าๆกัน
  • 3 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแบ่งเป็น level ย่อยๆ ระหว่าง level หลัก
  • 4 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดไม่เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • sublevel stoping เป็นการทำเหมืองลักษณะใด
  • 1 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดไม่เท่ากัน
  • 2 : ทำเหมืองในสายแร่แนวราบ โดยแบ่งเป็นห้องๆ (opening) ขนาดเท่าๆกัน
  • 3 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแบ่งเป็น level ย่อยๆ ระหว่าง level หลัก
  • 4 : ทำเหมืองในสายแร่แนวเอียงหรือแนวดิ่ง โดยแร่ที่ระเบิดแล้วใช้เป็นพื้นเพื่อให้เครื่องจักรทำงานต่อไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • pillar recovery โดยทั่วไปควรทำในช่วงใด
  • 1 : ช่วงต้นของการทำเหมือง
  • 2 : ช่วงกลางของอายุเหมือง
  • 3 : ช่วงปลายของอายุเหมือง
  • 4 : ช่วงที่เสถียรภาพหน้างานไม่ค่อยดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • การทำเหมืองใต้ดินโดยใช้วิธี Room-and-Pillar จุดประสงค์ของการเหลือแร่ส่วนหนึ่งเอาไว้เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อช่วยในการจัดการระบบการจราจรในเหมืองใต้ดิน
  • 2 : เพื่อช่วยในการติดตั้งระบบกู้ภัย
  • 3 : เพื่อการค้ำยัน Hanging wall
  • 4 : เพื่อช่วยในการจัดการระบบระบายอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ขนาดของ Room และ Pillar ขึ้นอยู่กับตัวประกอบอะไรบ้าง A). เสถียรภาพของ Hanging wall B). เสถียรภาพของตัวแร่ C). ความหนาของแร่ D). Stress ในหินข้างเคียง
  • 1 : A ถูก
  • 2 : A และ B ถูก
  • 3 : A, B และ C ถูก
  • 4 : A, B, C, และ D ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • ในการลดความกว้างของ Stope และ เพิ่มขนาด Pillar จะทำให้เกิดผลเสียอย่างไรต่อการทำเหมือง
  • 1 : ทำให้ความปลอดภัยในการทำงานลดลงเนื่องจากเสถียรภาพของ Stope ลดลง
  • 2 : ทำให้ปริมาณแร่ที่ผลิตได้ลดลง
  • 3 : ทำให้ความต้องการใช้เครื่องจักรเพื่อการพัฒนาเหมืองเพิ่มขึ้น
  • 4 : ทำให้ความปลอดภัยในการทำงานลดลงเนื่องจากการระบายอากาศในเหมืองมีประสิทธิภาพลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดินแบบ Room-and-Pillar เหมาะกับแหล่งแร่ที่มีการวางตัวแบบใด
  • 1 : วางตัวค่อนข้างชัน และ Foot wall และ Hanging wall ค่อนข้างอ่อน
  • 2 : วางตัวค่อนข้างราบถึงราบและสายแร่มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ
  • 3 : วางตัวค่อนข้างราบถึงราบและสายแร่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
  • 4 : วางตัวค่อนข้างชัน และ Foot wall และ Hanging wall ค่อนข้างแข็งแรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :
  • ถ้าแหล่งแร่แหล่งหนึ่งวางตัวค่อนข้างชัน และหินข้างเคียงค่อนข้างแข็งแรง วิธีการทำเหมืองใต้แบบใดเหมาะสมกับแหล่งแร่นี้
  • 1 : Room-and-Pillar
  • 2 : Sublevel stoping
  • 3 : Shortwall
  • 4 : Longwall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 16 :
  • ในการทำเหมืองถ่านหินด้วยวิธี Longwall mining method พบว่าบริเวณใดต่อไปนี้ สร้างฝุ่นของถ่านหินมากที่สุด
  • 1 : สายพานลำเลียง
  • 2 : ถนน
  • 3 : Drum shearer
  • 4 : Gob
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 :
  • ที่ขนาดเหมืองหรือกำลังการผลิตเดียวกัน เหมืองใต้ดินประเภทใดมีค่าใช้จ่ายที่หน้างาน(Mining Cost) สูงที่สุด
  • 1 : Shrinkage Stoping
  • 2 : Square Set Stoping
  • 3 : Stull Stoping
  • 4 : Stope and Pillar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการดำเนินการ (Production Cycle) ของการทำเหมืองแบบ Room and Pillar ด้วยวิธี Conventional
  • 1 : Cut
  • 2 : Supported
  • 3 : Load
  • 4 : Drill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 19 :
  • ข้อใดคือเหมืองในกลุ่มที่ไม่ต้องคำยัน(Unsupported methods)
  • 1 : Cut and fill stoping
  • 2 : Square set stoping
  • 3 : Stope and pillars
  • 4 : Shortwall mining
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดคือเหมืองใต้ดินที่ต้องการการค้ำยัน(Supported methods)
  • 1 : Stull stoping
  • 2 : Longwall mining
  • 3 : Sublevel caving
  • 4 : Shrinkage stoping
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • อะไรคือข้อได้เปรียบของการทำเหมืองแบบ Longwall mining เมื่อเปรียบเทียบกับการทำเหมืองแบบ Room and Pillar
  • 1 : มีความปลอดภัยมากกว่า
  • 2 : สามารถขุดแร่ออกมาได้มากกว่า
  • 3 : สามารถระบายอากาศได้ดีกว่า
  • 4 : ใช้แรงงานคนน้อยกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • ข้อใดคือเหมืองใต้ดินแบบปล่อยให้ถล่ม (Caving)
  • 1 : Shrinkage stoping
  • 2 : Sublevel stoping
  • 3 : Longwall mining
  • 4 : Room and pillars
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • แหล่งแร่ที่จะทำเหมืองใต้ดินแบบ Room and pillars จะควรวางตัวในแนวราบ หรือเอียงไม่เกินกี่องศา
  • 1 : 10 องศา
  • 2 : 15 องศา
  • 3 : 30 องศา
  • 4 : 45 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • การทำเหมืองใต้ดินวิธี Shrinkage stoping วัสดุอะไรที่ถูกใช้เป็นตัวช่วยในการค้ำยันเหมือง
  • 1 : เศษวัสดุที่เหลือจากโรงแต่งแร่
  • 2 : แร่ที่ถูกระเบิดออกมาจากหินแล้ว
  • 3 : เศษดิน เศษหิน (ไม่ใช่แร่) ที่ได้จากกระเจาะอุโมงค์
  • 4 : เศษวัสดุของอุปกรณ์ค้ำยันที่ชำรุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 25 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดินแบบ Shrinkage stoping อะไรสามารถถูกใช้เพื่อช่วยการค้ำยันชั่วคราวที่ผนังของคูหาแร่ (Stope)
  • 1 : Slip set
  • 2 : เศษวัสดุที่เหลือจากการแต่งแร่
  • 3 : แร่ที่ถูกระเบิดออกมาแล้ว
  • 4 : แม่แรงขนาดเล็กพร้อมสายเคเบิ้ล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดนิยาม Extraction ratio ของการทำเหมืองใต้ดินแบบ Room and Pillar ได้ถูกต้อง
  • 1 : 2เท่าของพื่นที่ของแร่ที่ถูกขุด / พื่นที่ของ Pillar
  • 2 : (พื่นที่ของ Pillar + พื่นที่ของแร่ที่ถูกขุด ) / พื่นที่ของแร่ที่ถูกขุด
  • 3 : พื่นที่ของแร่ที่ถูกขุด / (พื่นที่ของ Pillar + พื่นที่ของแร่ที่ถูกขุด )
  • 4 : พื่นที่ของแร่ที่ถูกขุด / 2เท่าของพื่นที่ของ Pillar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 :
  • ค่า Axial stress เฉลี่ยของ Pillar ที่คำนวณโดยใช้วิธี Tributary area analysis คือข้อใด เมื่อ e = Extraction ratio; SV = Vertical stress
  • 1 : SV / e
  • 2 : SV / (1-e)
  • 3 : SV * e
  • 4 : SV * (1-e)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :
  • ในการคำนวณเสถียรภาพของเหมืองใต้ดินแบบ Room and Pillar สมการที่ใช้ในปัจจุบันได้มาจากอะไร
  • 1 : ได้มาจากการวิเคราะห์จากประสบการณ์
  • 2 : ได้มาจากการวิเคราะห์ Finite element method
  • 3 : ได้มาจากการวิเคราะห์ Boundary element method
  • 4 : ได้มาจากการวิเคราะห์ Finite different method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 :
  • อุโมงค์ที่สร้างขุดด้วย Continuous miner จะมีรูปร่างแบบใด
  • 1 : สีเหลี่ยม
  • 2 : วงกลม
  • 3 : รูปใดก็ได้
  • 4 : วงรี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • ในการทำเหมืองแบบ Caving แร่จะแตกออกจาก Orebody และมีการเคลื่อนตัวลักษณะใดก่อนที่จะไหลลงมาที่จุด Draw point
  • 1 : เคลื่อนแบบซิกแซก
  • 2 : เคลื่อนเป็นวงกลม
  • 3 : เคลื่อนเป็นวงรี
  • 4 : เคลื่อนในแนวดิ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • ในการทำเหมืองแบบ Caving ขอบเขตของแร่ที่จะแตกออกจาก Orebody มีรูปร่างลักษณะใด
  • 1 : ปิรามิดฐานสี่เหลี่ยม
  • 2 : ทรงกลม
  • 3 : ทรงรี
  • 4 : ปิรามิดฐานสามเหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • Longitudinal sublevel caving เหมาะกับแหล่งแร่ในข้อใด
  • 1 : แหล่งแร่ที่ชัน และ มีความหนามาก
  • 2 : แหล่งแร่ที่ชัน และ มีความหนาไม่มาก
  • 3 : แหล่งแร่ที่ชันเล็กน้อย และ มีความหนาไม่มาก
  • 4 : แหล่งแร่ที่ชันเล็กน้อย และ มีความหนามาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • Ore pass ในการทำเหมืองแบบ Sublevel caving ควรจะอยู่ในบริเวรใด
  • 1 : Footwall
  • 2 : Hangingwall
  • 3 : Orebody
  • 4 : Main Fault
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • วิธี Sublevel caving ควรจะเริ่มผลิตแร่จากส่วนใดก่อนของแหล่งแร่
  • 1 : จากระดับล่างขึ้นไปสู่ระดับบน
  • 2 : เริ่มที่ใดก่อนก็ได้
  • 3 : จากระดับบนขึ้นไปสู่ระดับล่าง
  • 4 : เริ่มจาก Foot wall ไปยัง Hanging wall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 35 :
  • Chain conveyer ใช้ขนส่งแร่ระหว่างเครื่องจักรคู่ใด
  • 1 : Load-Dump-Haul กับ Belt conveyer
  • 2 : Jumbo drill กับ Belt conveyer
  • 3 : Shearer กับ Belt conveyer
  • 4 : Belt conveyer กับ Continuous miner
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดคือเครื่องจักรหลักที่ใช้ในการเจาะอุโมงค์ใต้ดิน สำหรับเหมืองถ่านหิน
  • 1 : Jumbo drill
  • 2 : เครื่องสูบน้ำ
  • 3 : LHD
  • 4 : Continuous miner
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ลำดับการผลิตแร่ออกจาก Orebody ของวิธี Sublevel stoping คือข้อใด
  • 1 : จากขอบนอกของ Orebody เข้ามายังในตัว Orebody และจากระดับบนไปสู่ระดับล่าง
  • 2 : จากตัว Orebody ออกไปยังขอบนอกของ Orebody และจากระดับบนไปสู่ระดับล่าง
  • 3 : จากตัว Orebody ออกไปยังขอบนอกของ Orebody และจากระดับล่างไปสู่ระดับบน
  • 4 : จากขอบนอกของ Orebody เข้ามายังในตัว Orebody และจากระดับล่างไปสู่ระดับบน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • ผนังหินที่ทับชั้นแร่เรียกว่าอะไร
  • 1 : Footwall
  • 2 : Hangingwall
  • 3 : Prospect
  • 4 : Rock wall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • ผนังหินที่ถูกทับด้วยชั้นแร่เรียกว่าอะไร
  • 1 : Prospect
  • 2 : Footwall
  • 3 : Hangingwall
  • 4 : Rock wall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 40 :
  • ขนาดของ Pillar และ Stope ไม่ขึ้นอยู่กับข้อใด
  • 1 : เสถียรภาพของ Hangingwall
  • 2 : ความแข็งแรงของแร่
  • 3 : ความหนาของแร่
  • 4 : ปริมาณอากาศที่ต้องการใช้ในเหมืองใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • แหล่งแร่แหล่งหนึ่ง วางตัวในแนวราบและี Hangingwall และแร่ค่อนข้างแข็งแรง ควรใช้วิธีการทำเหมืองใต้ดินวิธีใด
  • 1 : Room and Pillar
  • 2 : Sublevel caving
  • 3 : Block caving
  • 4 : Shrinkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 42 :
  • เมื่อค่า Extraction ratio ลดลง จะมีผลต่อข้อใด
  • 1 : ได้แร่น้อยลง
  • 2 : ได้แร่มากขึ้น
  • 3 : ไม่มีอะไรเปลื่ยนแปลง
  • 4 : Stope กว้างขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • จากการทำเหมืองแบบ Room and Pillar การขุดแร่ออกมามากขึ้นทำให้เกิดผลในข้อใด
  • 1 : ค่า Extraction ratio เพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่า Extraction ratio เพิ่มขึ้น, Stope กว้างขึ้น ถ้าขนาด Pillar คงที่
  • 3 : ค่า Extraction ratio ลดลง, Stope แคบลง ถ้าขนาด Pillar คงที่
  • 4 : ค่า Extraction ratio ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • เหมืองแบบ Room and Pillar แห่งหนึ่งมี Ore recovery ต่ำ เนื่องจากอะไร
  • 1 : จำนวน Pillar มาก
  • 2 : ความกว้างของ Stope แคบ
  • 3 : จำนวน Pillar มากและความกว้างของ Stope แคบ
  • 4 : ใช้เครื่อง Continuous miner ขนาดเล็กเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • สำหรับเหมืองแบบ Room and Pillar ควรพิจารณาอะไรเป็นพิเศษในการเลือกเครื่องจักร
  • 1 : ต้องง่ายในการใช้
  • 2 : ต้องมีความคล่องตัวสูง
  • 3 : ต้องมีขนาดที่ใหญ่มากๆ
  • 4 : ไม่ต้องพิจารณาอะไรเป็นพิเศษ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • ถ้าจะต้องทำเหมืองใต้ดินวิธี Room and Pillar ที่ระดับลึกมากๆ ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ลดขนาด Pillar
  • 2 : เพิ่มขนาด Pillar
  • 3 : เพิ่มขนาด Pillar, ลดความกว้างของ Stope
  • 4 : ลดความกว้างของ Stope
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 :
  • เมื่อทำเหมืองใต้ดินวิธี Room and Pillar ที่ระดับลึกมากๆ ข้อใดเป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
  • 1 : ค่า Extraction ratio จะลดลง
  • 2 : การทำเหมืองใต้ดินง่ายขึ้น เมื่อเหมืองลึกลงไป
  • 3 : สามารถเพิ่มความกว้างของ Stope ได้
  • 4 : สามารถลดขนาดของ Pillar ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • ถ้าทำเหมืองใต้ดินแบบ Room and Pillar ในบริเวณที่ Ground condition ไม่ดี ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเสียไปกับเรื่องใด้
  • 1 : การค้ำยัน และการซ่อมบำรุงการค้ำยัน เพื่อรักษาระดับความปลอดภัยในการทำงาน
  • 2 : ซ่อมบำรุงเครื่องจักรในเหมือง ที่เสียหายเนื่องจากหินที่ร่วงออกมา
  • 3 : ค่าขนส่งแร่ เนื่องจากต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางขนส่งที่ชำรุดเนื่องจากการถล่มของหลังคาอุโมงค์ ทำให้ระยะทางขนไกลขึ้น
  • 4 : ค่าแรงงาน เนื่องจากจะต้องการแรงงานมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • วิธีการทำเหมืองแบบ Sublevel stoping เหมาะกับข้อใด
  • 1 : แร่วางตัวค่อนข้างชัน
  • 2 : แร่วางตัวค่อนข้างชัน, Orebody และหินข้างเคียงค่อนข้างแข็งแรง
  • 3 : Orebody และหินข้างเคียงค่อนข้างแข็งแรง
  • 4 : แร่วางตัวค่อนข้างราบ, Orebody และหินข้างเคียงค่อนข้างแข็งแรง,
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 50 :
  • หากต้องการเพิ่มกำลังการผลิตแร่ของเหมืองใต้ดินแบบ Room and Pillar ควรทำแบบใด
  • 1 : เพิ่มขนาดของเครื่องจักร
  • 2 : เพิ่มปริมาณอากาศที่ไหลเวียนในเหมือง
  • 3 : เพิ่มจำนวนหน้างาน
  • 4 : ระบายน้ำในเหมืองใต้ดินให้มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินแบบ Room and Pillar ลงไปตามแหล่งแร่ที่เอียงตัวลงไปใต้ดิน ข้อใดเป็นสิ่งที่ควรระวัง
  • 1 : น้ำใต้ดิน
  • 2 : การระบายอากาศ
  • 3 : ไม่ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
  • 4 : การเลือกรถบรรทุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • การทำเหมืองแบบ Room and Pillar เกิด Dilution เนื่องจากข้อใด
  • 1 : ขุด roof และ/หรือ floor บางส่วน
  • 2 : ความไม่ชำนาญของผู้ปฏิบัติงาน
  • 3 : อุปสรรคในการทำงานเนื่องจากฝุ่น
  • 4 : อุปสรรคในการทำงานเนื่องจากน้ำใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • คุณสมบัติของหินข้างเคียงในข้อใดเหมาะสำหรับการทำเหมืองแบบ Shrinkage stoping
  • 1 : ค่อนข้างแข็งแรง
  • 2 : ค่อนข้างไม่แข็งแรง
  • 3 : แข็งแรง หรือไม่แข็งแรง ก็ได้
  • 4 : น้ำซึมผ่านได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 54 :
  • การทำเหมืองใต้ดินแบบ Shrinkage stoping ควรมีรูปร่างและการวางตัวของแหล่งแร่แบบใด
  • 1 : มีขอบเขตที่แน่นอน และวางตัวเอียงเป็นมุมที่สม่ำเสมอ
  • 2 : มีขอบเขตที่ค่อนข้างไม่แน่นอน และวางตัวเอียงเป็นมุมที่สม่ำเสมอ
  • 3 : มีขอบเขตที่แน่นอน และวางตัวเอียงเป็นมุมที่ไม่สม่ำเสมอ
  • 4 : มีขอบเขตที่ค่อนข้างไม่แน่นอน และวางตัวเอียงเป็นมุมที่ไม่สม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • ข้อใดเป็นข้อด้อยของการทำเหมืองใต้ดินแบบ Shrinkage stoping
  • 1 : ต้องการการค้ำยันมาก
  • 2 : กำลังการผลิตแร่ต่ำถึงปานกลาง
  • 3 : Dilution สูง
  • 4 : ยากในการทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • ข้อใดเป็นข้อเด่นของการทำเหมืองใต้ดินแบบ Shrinkage stoping
  • 1 : กำลังการผลิตแร่สูงมาก
  • 2 : สามารถใช้จำนวนเครื่องจักรได้มาก
  • 3 : ใช้การค้ำยันน้อย
  • 4 : ต้นทุนการผลิตต่ำมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 57 :
  • คุณสมบัติของแร่และหินข้างเคียงในข้อใดเหมาะสมกับวิธีการทำเหมืองใต้ดินแบบ Sublevel stoping
  • 1 : แร่มีความแข็งแรง, หินข้างเคียงแข็งแรง
  • 2 : แร่ค่อนข้างอ่อน, หินข้างเคียงแข็งแรง
  • 3 : แร่ค่อนข้างอ่อน, หินข้างเคียงค่อนข้างอ่อน
  • 4 : แร่มีความแข็งแรง, หินข้างเคียงค่อนข้างอ่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • ความต้องการการค้ำยันของเหมืองใต้ดินด้วยวิธี Sublevel stoping มีลักษณะตามข้อใด
  • 1 : ต้องการการค้ำยันค่อนข้างน้อย
  • 2 : ต้องการการค้ำยันค่อนข้างมาก
  • 3 : ไม่ต้องการการค้ำยัน
  • 4 : ไม่สามารถเจาะจงได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 :
  • Cable bolt ถูกใช้ในเหมืองใต้ดิน Sublevel stoping บริเวณใด
  • 1 : Hangingwall
  • 2 : Footwall
  • 3 : Roof
  • 4 : Floor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการพัฒนาเหมืองใต้ดินด้วยวิธี Sublevel stoping
  • 1 : สร้างอุโมงค์ที่ Footwall
  • 2 : สร้างอุโมงค์ที่ Hangingwall
  • 3 : สร้างปล่องที่ Hangingwall
  • 4 : สร้างปล่องที่ Footwall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • จงเรียงลำดับชนิดของ Pillar ตามตำแหน่งของ Pillar (จากบนลงล่าง) ในเหมืองใต้ดินวิธี Sublevel stoping
  • 1 : Crown Pillar, Sill Pillar, Rib Pillar
  • 2 : Rib Pillar, Sill Pillar, Crown Pillar
  • 3 : Sill Pillar, Crown Pillar, Rib Pillar
  • 4 : Crown Pillar, Rib Pillar, Sill Pillar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :
  • ข้อใดถูกใช้เป็นขอบเขตของ Stope ในเหมืองใต้ดินแบบ Sublevel stoping
  • 1 : Rib pillar
  • 2 : Sill pillar
  • 3 : Crown pillar
  • 4 : Drill hole
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน Sublevel stoping ที่เริ่มสร้าง stope จากใต้ Crown pillar เรียกว่าอะไร
  • 1 : Shrinkage stope
  • 2 : Crosshand stope
  • 3 : Underhand stope
  • 4 : Overhand stope
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน Sublevel stoping ที่เริ่มสร้าง stope จากบน Sill pillar เรียกว่าอะไร
  • 1 : Shrinkage stope
  • 2 : Crosshand stope
  • 3 : Overhand stope
  • 4 : Underhand stope
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ความปลอดภัยในการทำเหมืองใต้ดิน Sublevel stoping อยู่ในระดับใด
  • 1 : ความปลอดภัยในการทำงานอยู่ในระดับต่ำ
  • 2 : ความปลอดภัยในการทำงานอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ
  • 3 : ความปลอดภัยในการทำงานอยู่ในระดับปานกลาง
  • 4 : ความปลอดภัยในการทำงานอยู่ในระดับสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • Pillar ของเหมืองใต้ดิน Sublevel stoping สามารถ Recovery ได้ถึงกี่เปอร์เซ๊นต์
  • 1 : 10%
  • 2 : 30%
  • 3 : 55%
  • 4 : 90%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • ขนาดของ Rib Pillar ของเหมืองใต้ดิน Sublevel stoping สามารถลดลงได้ต้องอาศัยอะไรมาช่วย
  • 1 : ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรเพิ่มเติม
  • 2 : Backfilling
  • 3 : Split set
  • 4 : ใช้ปริมาณวัตถุระเบิดให้น้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • การเดินหน้างานในการทำเหมืองใต้ดินแบบ Room and pillar โดยทั่วไป มีกี่แบบ อะไรบ้าง
  • 1 : 1 แบบ คือ Straight
  • 2 : 2 แบบ คือ Advance กับ Retreat
  • 3 : 3 แบบ คือ Straight, Advance และ Retreat
  • 4 : 4 แบบ คือ Straight, Zigzag, Advance และ Retreat
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • Dilution ของแร่ที่ถูกผลิตด้วยวิธี Sublevel stoping จะเป็นเช่นไร ถ้าแหล่งแร่วางตัวราบขึ้น
  • 1 : Dilution ไม่เปลื่ยนแปลง
  • 2 : Dilution สูงขึ้น
  • 3 : Dilution น้อยลง
  • 4 : ไม่สามารถบอกได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 70 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดินโดยใช้ Caving method สามารถแบ่งออกเป็นกี่แบบหลัก อะไรบ้าง
  • 1 : 2 แบบ Sublevel caving, Block caving
  • 2 : 3 แบบ Longwal mining, Sublevel caving, Block caving
  • 3 : 3 แบบ Shrinkage stoping, Sublevel caving, Block caving
  • 4 : 3 แบบ Room and Pillar, Sublevel caving, Block caving
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • ข้อใดคือข้อดีของวิธีการทำเหมืองใต้ดินโดยใช้ Caving method
  • 1 : ให้กำลังการผลิตแร่ที่สูง
  • 2 : ให้กำลังการผลิตแร่ที่สูง, เก็บแร่ออกมาจากแหล่งได้มาก
  • 3 : ให้กำลังการผลิตแร่ที่สูง, เก็บแร่ออกมาจากแหล่งได้มาก, ฝุ่นน้อย
  • 4 : ให้กำลังการผลิตแร่ที่สูง, เก็บแร่ออกมาจากแหล่งได้มาก, ใช้พลังงานต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :
  • ข้อใดเป็นกุญแจที่ทำให้วิธีการทำเหมืองใต้ดินโดยใช้ Caving method ให้ผลผลิตสูง
  • 1 : คนทำงานในเหมืองสามารถทำงานได้หลายๆหน้าที่ในเหมือง
  • 2 : คนทำงานในเหมืองสามารถทำหน้าที่เฉพาะด้านได้เป็นอย่างดีในเหมือง
  • 3 : การทำงานทุกหน้าที่ในเหมืองถูกจัดการให้เป็นรูปแบบมาตรฐาน, คนทำงานในเหมืองสามารถทำหน้าที่เฉพาะด้านได้เป็นอย่างดีในเหมือง
  • 4 : การทำงานทุกหน้าที่ในเหมืองไม่ได้ถูกจัดการให้เป็นรูปแบบมาตรฐาน, คนทำงานในเหมืองสามารถทำงานได้หลายๆหน้าที่ในเหมือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • ข้อใดเป็นตัวช่วยที่ทำให้วิธีการทำเหมืองใต้ดินโดยใช้ Caving method ให้ผลผลิตสูง
  • 1 : การเน้นหนักใช้เครื่องจักรในทุกๆหน้าที่การทำงานในเหมือง
  • 2 : การเน้นหนักใช้แรงงานคน
  • 3 : ไม่สามารถบอกได้
  • 4 : การเน้นหนักใช้ระเบิดแรงสูงมากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ในการทำเหมืองแบบ Room and Pillar ถ้า Openning มีขนาด 5 เมตร และ Pillar มีขนาด 3 เมตร จงหาค่า Extraction ratio กำหนดให้ Pillar เป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส
  • 1 : 62.5%
  • 2 : 67.5%
  • 3 : 57.5%
  • 4 : 52.5%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • ในการทำเหมืองแบบ Room and Pillar ถ้าต้องการได้ Extraction ratio เท่ากับ 63% จงหาขนาด Openning กำหนดให้ Pillar เป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาด 5 เมตร
  • 1 : 8.5 เมตร
  • 2 : 9.5 เมตร
  • 3 : 9.0 เมตร
  • 4 : 8.0 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดผิด เมื่อเปรียบเทียบวิธีการทำเหมืองแบบ Room and Pillar กับ Longwall mining
  • 1 : กำลังการผลิตแร่ของ Room and Pillar น้อยกว่า Longwall mining
  • 2 : ความปลอดภัยในการทำงานของ Room and Pillar น้อยกว่า Longwall mining
  • 3 : เก็บแร่ออกจากแหล่งแร่ของ Room and Pillar น้อยกว่า Longwall mining
  • 4 : Room and Pillar และ Longwall mining มีความปลอดภัยในการทำงานเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 77 :
  • ทางเข้าและออกด้านข้างของ Panel ที่จะทำการขุดแร่ออกในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ถูกเรียกว่าอะไร
  • 1 : Head entry, Tail entry
  • 2 : Header entry, Tailing entry
  • 3 : Header entry, Footer entry
  • 4 : Heading entry, Tailing entry
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • Head entry ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
  • 1 : เส้นทางขนส่งแร่
  • 2 : เส้นทางขนส่งแร่และคน
  • 3 : เส้นทางขนส่งแร่ คนและวัสดุอื่นๆ
  • 4 : เส้นทางขนส่งคน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • Tail entry ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
  • 1 : เพื่อขนส่งแร่
  • 2 : เพื่อขนส่งคน
  • 3 : เพื่อใช้สำหรับระบายอากาศออกจากบริเวณทำเหมือง
  • 4 : เพื่อใช้สำหรับนำอากาศเข้าสู่บริเวณทำเหมือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 80 :
  • ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining แหล่งแร่จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ (Panel) โดยการพัฒนาอะไร
  • 1 : พัฒนา Head, Tail, Bleeder entry
  • 2 : พัฒนา Head, Tail entry
  • 3 : พัฒนา Head entry
  • 4 : พัฒนา Tail entry
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • ความกว้างของ Panel ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining โดยทั่วๆไปควรกว้างประมาณกี่เมตร
  • 1 : > 120 เมตร
  • 2 : > 180 เมตร
  • 3 : > 240 เมตร
  • 4 : > 300 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 82 :
  • ความกว้างของ Panel ในเหมืองใต้ดินแบบ Shortwall mining โดยทั่วๆไปควรกว้างประมาณกี่เมตร
  • 1 : < 60 เมตร
  • 2 : < 80 เมตร
  • 3 : < 120 เมตร
  • 4 : < 180 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ถ้าเพิ่มความกว้างของ Panel จะมีผลอย่างไรต่อปริมาณแร่ที่ขุดออกมาได้
  • 1 : ปริมาณแร่ได้น้อยลง เพราะจำนวน Chain pillar ที่ต้องเหลือไว้มากขึ้น
  • 2 : ปริมาณแร่ได้มากขึ้น เพราะจำนวน Chain pillar ที่ต้องเหลือไว้ลดลง
  • 3 : ปริมาณแร่ที่ขุดได้ไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : ปริมาณแร่ได้น้อยลง เพราะจะสูญเสียแร่เพิ่มขึ้นขณะขุดแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ถ้าเพิ่มความกว้างของ Panel จะมีผลอย่างไรต่อเวลาการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรไปยัง Panel ใหม่
  • 1 : ใช้เวลานานขึ้น เนื่องจากระยะทางระหว่าง Panel ไกลขึ้น
  • 2 : ใช้เวลาน้อยลง เนื่องจากระยะทางระหว่าง Panel สั้นขึ้น
  • 3 : ใช้เวลาไม่แตกต่างกัน
  • 4 : ใช้เวลาน้อยลง เนื่องจากสามารถเคลื่อนย้ายเครื่องจักรไปยัง Panel ใหม่ได้เร็วขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 85 :
  • ในเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ถ้าเพิ่มความกว้างของ Panel จะมีผลอย่างไรต่อ Capital cost
  • 1 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • 2 : Capital cost ลดลง เนื่องจากซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในหน้า Panel น้อยลง
  • 3 : Capital cost ไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : Capital cost เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในหน้า Panel มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • การพัฒนาเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining เพื่อสร้างThree-entry ในแต่ละข้างของ Panel จำเป็นจะต้องต้องขุดกี่อุโมงค์ (อุโมงค์ ที่อยู่ข้างๆ Panel)
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • เหมืองใต้ดิน Longwall mining แบบThree-entry ในแต่ละข้างของ Panel จะมีแนวของ Chain pillar กี่แนว
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • Setup room ในเหมืองใต้ดิน Longwall mining มีเพื่อจุดประสงค์ใด
  • 1 : ติดตั้งเครื่องจักรต่างๆที่ใช้ในการขุดแร่ใน Panel
  • 2 : ติดตั้งเครื่องจักรต่างๆที่ใช้ในการพัฒนาเหมือง
  • 3 : เป็นห้องที่ซ่อมเครื่องจักรในเหมือง
  • 4 : เป็นห้องที่อยู่ในเหมืองสำหรับพักผ่อนของพนักงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • Recovery room ในเหมืองใต้ดิน Longwall mining มีเพื่อจุดประสงค์ใด
  • 1 : ห้องสำหรับเคลื่อนย้ายเครื่องจักรต่างๆที่ใช้ในการขุดแร่ใน Panel ออก
  • 2 : ติดตั้งเครื่องจักรต่างๆที่ใช้ในการพัฒนาเหมือง
  • 3 : เป็นห้องที่ซ่อมเครื่องจักรในเหมือง
  • 4 : เป็นห้องที่อยู่ในเหมืองสำหรับพักผ่อนของพนักงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 90 :
  • เครื่องจักรบริเวณใดจะถูกเคลื่อนย้ายออกจาก Panel ก่อน หลังจากเสร็จสิ้นการขุดแร่ในแต่ละ Panel
  • 1 : เครื่องจักรที่อยู่บริเวณริม Panel (ใกล้ Head entry)
  • 2 : เครื่องจักรที่อยู่บริเวณริม Panel (ใกล้ Tail entry)
  • 3 : เครื่องจักรที่อยู่บริเวณตรงกลาง Panel
  • 4 : บริเวณใดก่อนก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดเป็นเครื่องมือหลักสำหรับ Roof control ของเหมืองใต้ดิน Longwall mining
  • 1 : Shield support
  • 2 : Rock bolt
  • 3 : Wire mesh
  • 4 : Continuous miner
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :
  • การเคลื่ยนย้ายเครื่องจักรจาก Panel หนึ่ง ไปยังอีก Panel หนึ่ง ในเหมือง Longwall mining ข้อใดต่อไปนี้ถูก
  • 1 : การอัตราการผลิตแร่ของเหมืองลดลง
  • 2 : การอัตราการผลิตแร่ของเหมืองเพิ่มขึ้น
  • 3 : การอัตราการผลิตแร่ของเหมืองไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : การอัตราการผลิตแร่ของเหมืองอาจจะเพิ่มหรือลดก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • เหมืองแบบ Sublevel caving จะเกิด Dillution สูง เมื่อใด
  • 1 : เมื่อต้องการขุดแร่ออกจากแหล่งแร่ให้มากที่สุด
  • 2 : เมื่อต้องการขุดแร่ออกจากแหล่งแร่ให้น้อยที่สุด
  • 3 : การทำเหมืองวิธีนี้สามารถเกิด Dillution สูง เมื่อใดก็ได้
  • 4 : เมื่อประสิทธิภาพการระบายอากาศต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • การเก็บแร่(ที่ถูกระเบิดแล้ว) ในเหมืองแบบ Sublevel caving อาศัยวิธีอะไร
  • 1 : Earth lateral pressure
  • 2 : Strain energy
  • 3 : Gradient temperature
  • 4 : Gravity flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 :
  • ในเหมืองแบบ Sublevel caving ปริมาณงานของการพัฒนาเหมืองอยู่ในระดับใด
  • 1 : ค่อนข้างต่ำ
  • 2 : ค่อนข้างสูง
  • 3 : ปานกลาง
  • 4 : ค่อนข้างสูงหรือค่อนข้างต่ำก็ได้ ขึ้นกับเงินทุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 96 :
  • ในเหมืองแบบ Sublevel caving ข้อใดแสดงถึงปริมาณงานของการพัฒนาเหมืองที่เปลื่ยนไป เมื่อ Orebody ชันน้อยลง
  • 1 : ปริมาณงานของการพัฒนาเหมืองน้อยลง
  • 2 : ปริมาณงานของการพัฒนาเหมืองมากขึ้น
  • 3 : ปริมาณงานของการพัฒนาเหมืองไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : ปริมาณงานของการพัฒนาเหมืองอาจจะน้อยลงหรือมากขึ้นก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • ในเหมืองแบบ Sublevel caving ข้อใดเป็นบริเวณที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาเหมือง
  • 1 : Footwall
  • 2 : Hanging wall
  • 3 : Orebody
  • 4 : Footwall และ Hanging wall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 :
  • ลักษณะแหล่งแร่ข้อใดเหมาะสมกับวิธีการทำเหมืองใต้ดินแบบ Block caving
  • 1 : แบน แต่กว้าง
  • 2 : ชัน และราบ
  • 3 : massive และมีขนาดกว้างและหนามาก
  • 4 : ชั้นบางๆ และชันมากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • คุณลักษณะเฉพาะของการทำเหมืองใต้ดิน คุณลักษณะที่วิกฤตที่สุดได้แก่ แฟกเตอร์ทางด้านธรรมชาติและทางด้านธรณีวิทยาแหล่งแร่ อันประกอบด้วย
    ก. กำลังวัสดุหรือความแข็งแรงของแร่และหิน
    ข. การพบน้ำใต้ดินและในบริเวณแหล่งแร่
    ค. อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของหินเมื่อความลึกเพิ่มขึ้น
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด ข้อ ค. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก ข้อ ค. ผิด
  • 3 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ผิด ข้อ ค. ถูก
  • 4 : ถูกทั้ง 3 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :
  • คุณลักษณะเฉพาะของการทำเหมืองใต้ดิน
    คุณลักษณะที่วิกฤตที่สุดได้แก่ แฟกเตอร์ทางด้านธรรมชาติและทางด้านธรณีวิทยาแหล่งแร่ อันประกอบด้วย
    ก. กำลังวัสดุหรือความแข็งแรงของแร่และหิน
    ข. การพบน้ำใต้ดินและในบริเวณแหล่งแร่
    ค. อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของหินเมื่อความลึกเพิ่มขึ้น
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด ข้อ ค. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก ข้อ ค. ผิด
  • 3 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ผิด ข้อ ค. ถูก
  • 4 : ถูกทั้ง 3 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • คุณสมบัติเฉพาะของการทำเหมืองใต้ดิน
    คุณสมบัติที่วิกฤตรองลงมา ได้แก่ แฟกเตอร์ทางด้าน
    ก. สังคม-เศรษฐศาสตร์
    ข. รัฐศาสตร์-สิ่งแวดล้อม
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ถูก
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • คุณลักษณะเฉพาะของการทำเหมืองใต้ดิน
    ก. กรรมกรเหมืองใต้ดินต้องมีความชำนาญในวิชาชีพที่สูงและต้องมีการทบทวนอยู่เสมอ
    ข. การลงทุนมีความยุ่งยากน้อยลง เนื่องจากความเสี่ยงต่ำลง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ถูก
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 103 :
  • คุณลักษณะเฉพาะของการทำเหมืองใต้ดิน
    ก. การทรุดตัวของพื้นดิน (Subsidence) ต้องศึกษาติดตามอย่างใกล้ชิด
    ข. การระบายอากาศและแสงสว่างในเหมืองใต้ดินไม่ต้องให้ความสนใจ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 104 :
  • ในการศึกษาการลงทุนในกิจการเหมืองใต้ดิน
    การคำนวณหามูลค่าของสายแร่ (Value)
    สายแร่ทองแดงเกรดเฉลี่ย 0.60 เปอร์เซนต์ทองแดง ราคาซื้อขายโลหะทองแดงแท่งบริสุทธิ์ 42,400 บาท/ตัน ความสามารถในการเก็บโลหะทองแดงทุกขั้นตอนการผลิต 80 เปอร์เซนต์
    จงคำนวณหามูลค่าของสายแร่ บาท/ตันสายแร่
  • 1 : ประมาณ 290 บาท/ตันสายแร่
  • 2 : ประมาณ 300 บาท/ตันสายแร่
  • 3 : ประมาณ 310 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : ประมาณ 320 บาท/ตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 105 :
  • ในการศึกษาการลงทุนในเหมืองใต้ดิน
    การคำนวณกำไรหรือขาดทุน (Unit Profit or Loss) ค่าใช้จ่ายต่อตันสายแร่เริ่มตั้งแต่การสำรวจทางธรณีวิทยา การทำเหมือง การแยกแร่ การถลุงแร่ การซื้อขายแร่เป็นต้น เฉลี่ย 175 บาท/ตันสายแร่ มูลค่าหรือสายลับที่ได้ 203 บาท/ตันสายแร่
    จงคำนวณกำไรหรือขาดทุนต่อตันสายแร่
  • 1 : กำไร ประมาณ 15 บาท/ตันสายแร่
  • 2 : กำไร ประมาณ 25 บาท/ตันสายแร่
  • 3 : กำไร ประมาณ 35 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : ขาดทุน ประมาณ 15 บาท/ตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 106 :
  • การศึกษาการลงทุนในเหมืองใต้ดิน
    การคำนวณเกรดของแร่ต่ำสุดที่เท่าทุนหรือกำไรเป็นศูนย์
    รายรับเท่ากับรายจ่าย
    ราคาซื้อขายโลหะทองแดงบริสุทธิ์ 42,400 บาท/ตัน
    ความสามารถในการเก็บแร่โลหะทองแดงทุกขั้นตอน 80 เปอร์เซนต์
    ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยทุกขั้นตอนการผลิต 175 บาท/ตันสายแร่
    จงคำนวณหาเปอร์เซนต์ของทองแดงในสายแร่ที่เสมอทุน (cut off grade) หรือรายรับเท่ากับรายจ่าย
  • 1 : ประมาณ 0.4 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • 2 : ประมาณ 0.5 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • 3 : ประมาณ 0.6 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • 4 : ประมาณ 0.7 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • สายแร่ทองแดงเกรดเฉลี่ย 0.6 เปอร์เซนต์ทองแดง ราคาซื้อขายโลหะทองแดงบริสุทธิ์ ตันละ 42,400 บาท เมื่อประสิทธิภาพการเก็บแร่ จากการทำเหมืองและจากการแยกแร่และจากการถลุงแร่ คิดเป็น 80 เปอร์เซนต์ จงคำนวณหามูลค่าของสายแร่ที่เพิ่มขึ้นเมื่อประสิทธิภาพทั้งหมดเพิ่มขึ้นไปเป็น 90 เปอร์เซนต์
  • 1 : ประมาณ 10 บาท/คันสายแร่
  • 2 : ประมาณ 15 บาท/ตันสายแร่
  • 3 : ประมาณ 20 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : ประมาณ 25 บาท/ตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • การคำนวณมูลค่าของสายแร่ เกรดเฉลี่ยที่จุดคุ้มทุนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ
    ราคาซื้อขายโลหะทองแดงบริสุทธิ์ ตันละ 42,400 บาท ประสิทธิภาพในการเก็บแร่จากการทำเหมืองและการแยกแร่แลการถลุงแร่ 80 %
    ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยทั้งหมดต่อตันสายแร่ 175 บาท จะได้เกรดเฉลี่ยที่จุดคุ้มทุน (cut off grade) ที่ 0.52 เปอร์เซนต์ทองแดง
    จงคำนวณหาเกรดเฉลี่ยที่จุดคุ้มทุน หากเปอร์เซนต์การเก็บแร่ทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไปเป็น 90%
  • 1 : ประมาณ 0.40 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • 2 : ประมาณ 0.43 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • 3 : ประมาณ 0.46 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • 4 : ประมาณ 0.49 เปอร์เซนต์ทองแดง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 109 :
  • การคำนวณมูลค่าของสายแร่ เมื่อราคาโลหะทองแดงบริสุทธิ์เปลี่ยนแปลง
    โลหะทองแดงบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นจากตันละ 42,400 บาท ไปเป็นตันละ 45,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 6.13 เปอร์เซนต์ หากสายแร่ทองแดงเกรดเฉลี่ย 0.6 เปอร์เซนต์ ประสิทธิภาพการเก็บแร่ทั้งหมด เหมืองแร่และแยกแร่และถลุงแร่ คิดเป็น 80 เปอร์เซนต์
    จงคำนวณหามูลค่าแร่ที่เพิ่มขึ้น
  • 1 : ประมาณ 8 บาท/ตันสายแร่
  • 2 : ประมาณ 12 บาท/ตันสายแร่
  • 3 : ประมาณ 16 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : ประมาณ 20 บาทต่อตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :
  • การคำนวณมูลค่าของสายแร่ เมื่อค่าใช้จ่ายในการผลิตเปลี่ยนแปลง
    ในการผลิตโลหะทองแดงทั้งหมด การทำเหมืองและการแยกแร่และการถลุงแร่ คิดเป็น 175 บาท/ตันสายแร่ หากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 200 บาท/ตันสายแร่ หรือเพิ่มขึ้น 14.28 เปอร์เซนต์ เมื่อสายแร่เกรดเฉลี่ย 0.6 เปอร์เซนต์ทองแดง การเก็บแร่ทั้งหมด 80 เปอร์เซนต์ ราคาโลหะทองแดง 42,400 บาท/ตัน
    จงคำนวณกำไรหรือขาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
  • 1 : ขาดทุน ประมาณ 3 บาท/ตันสายแร่
  • 2 : เท่าทุน รายรับเท่ากับรายจ่าย
  • 3 : กำไร ประมาณ 3 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : กำไร ประมาณ 5 บาท/ตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 111 :
  • การคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่ว
    ในการผลิตโลหะตะกั่วบริสุทธิ์ มีราคาซื้อขายโลหะตะกั่ว ตันละ 32,000 บาท ต้นทุนในการผลิตทั้งหมดตั้งแต่การเริ่มการสำรวจแร่ การทำเหมือง การแยกแร่ การถลุงแร่และอื่นๆ ได้โลหะตะกั่วบริสุทธิ์ ต้นทุนตันละ 30,720 บาท
    จงคำนวณหากำไรต่อตันโลหะตะกั่ว โดยคิดเป็นเปอร์เซนต์ของต้นทุน
  • 1 : ประมาณ 4 เปอร์เซนต์ของต้นทุน
  • 2 : ประมาณ 5 เปอร์เซนต์ของต้นทุน
  • 3 : ประมาณ 6 เปอร์เซนต์ของต้นทุน
  • 4 : ประมาณ 7 เปอร์เซนต์ของต้นทุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • การคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่ว การคำนวณเกรดเฉลี่ยต่ำสุดที่คุ้มทุน (cut off grade) สายแร่ตะกั่วมีมูลค่า 2,500 บาท/ตันสายแร่ ที่เกรดเฉลี่ย 9.80 เปอร์เซนต์ตะกั่ว ค่าใช้จ่ายในการผลิตทั้งหมดเฉลี่ย 2,400 บาท/ตันสายแร่
    จงคำนวณเกรดเฉลี่ยต่ำสุดที่คุ้มทุน
  • 1 : ประมาณ 9.00 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • 2 : ประมาณ 9.20 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • 3 : ประมาณ 9.40 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • 4 : ประมาณ 9.60 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • การคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่ว เมื่อประสิทธิภาพการเก็บแร่ได้รับการพัฒนาให้เพิ่มขึ้น เช่น ประสิทธิภาพในการเก็บแร่ 100% การแยกแร่ 95 เปอร์เซนต์ การถลุงแร่ 95 เปอร์เซนต์ ดังนั้นประสิทธิภาพทั้งหมด คิดเป็น 90.25 เปอร์เซนต์ จากเดิม 80 เปอร์เซนต์ เมื่อเกรดเฉลี่ยสายแร่ 9.80 เปอร์เซนต์ตะกั่ว ราคาซื้อขายโลหะตะกั่ว ตันละ 32,000 บาท มูลค่าเดิม 2,500 บาท/ตันสายแร่
    จงคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่วที่เพิ่มขึ้น
  • 1 : ประมาณ 250 บาท/ตันสายแร่
  • 2 : ประมาณ 280 บาท/ตันสายแร่
  • 3 : ประมาณ 310 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : ประมาณ 330 บาท/ตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • การคำนวณสายแร่ตะกั่ว ผลของการพัฒนาเทคโนโลยีการทำเหมือง การแยกแร่และการถลุงแร่ สายแร่ตะกั่วเกรดเฉลี่ย 9.80 เปอร์เซนต์ตะกั่ว เทคโนโลยีปัจจุบันค่าใช้จ่ายจากตันละประมาณ 2,400 บาท/ตันสายแร่ เทคโนโลยีปัจจุบันได้พัฒนาขึ้น ค่าใช้จ่ายลดลง 15 เปอร์เซนต์ เมื่อมูลค่าเดิม 2,500 บาท/ตันสายแร่
    จงคำนวณเกรดเฉลี่ยต่ำสุดที่คุ้มทุน (cut off grade) กำหนดให้ประสิทธิภาพการเก็บแร่คงที่ ราคาซื้อขายแร่คงที่
  • 1 : ประมาณ 6.00 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • 2 : ประมาณ 7.00 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • 3 : ประมาณ 8.00 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • 4 : ประมาณ 9.00 เปอร์เซนต์ตะกั่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 :
  • การคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่ว สายแร่ตะกั่วมีมูลค่า 2,500 บาท/ตันสายแร่ ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การทำเหมืองแร่ การแยกแร่ การถลุงแร่ การซื้อขายและอื่นๆ เป็นเงิน 2,400 บาท/ตันสายแร่
    จงคำนวณกำไรที่ได้คิดเป็นกี่เปอร์เซนต์ของค่าใช้จ่าย
  • 1 : ประมาณ 3 เปอร์เซนต์ของค่าใช้จ่าย
  • 2 : ประมาณ 4 เปอร์เซนต์ของค่าใช้จ่าย
  • 3 : ประมาณ 5 เปอร์เซนต์ของค่าใช้จ่าย
  • 4 : ประมาณ 6 เปอร์เซนต์ของค่าใช้จ่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • การคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่ว
    เกรดเฉลี่ยของสายแร่ตะกั่ว 9.80 เปอร์เซนต์โลหะตะกั่ว ประสิทธิภาพการเก็บแร่จากการทำเหมือง การแยกแร่ การถลุงแร่ คิดเป็น 80 เปอร์เซนต์ ราคาซื้อขายโลหะตะกั่วบริสุทธิ์ ตันละ 32,000 บาท
    จงคำนวณมูลค่าสายแร่ตะกั่วแห่งนี้
  • 1 : ประมาณ 1,000 บาท/ตันสายแร่
  • 2 : ประมาณ 1,500 บาท/ตันสายแร่
  • 3 : ประมาณ 2,000 บาท/ตันสายแร่
  • 4 : ประมาณ 2,500 บาท/ตันสายแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดิน หัวข้อเรื่องการค้ำยันและความมั่นคงของคูหาแร่เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด
    แบ่งวิธีการทำเหมืองใต้ดินออกเป็น 3 กลุ่มตามความจำเป็นมากหรือน้อยของการค้ำยันคือ
    ก. ค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติ (Natural Supported or Unsupported)
    ข. ค้ำยันโดยวัสดุจากที่อื่น (Supported)
    ค. การยอมให้ดินและหินที่ปิดทับสายแร่เคลื่อนตัวลงมา (Caving)
  • 1 : ถูก 1 ข้อ ผิด 2 ข้อ
  • 2 : ถูก 2 ข้อ ผิด 1 ข้อ
  • 3 : ถูก 3 ข้อ
  • 4 : ผิด 3 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน กลุ่มที่ 1 ค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยัน (Natural Supported or Unsupported) ไม่รวมถึงการกองหินจำนวนน้อยหรือสมอยึดเพดานหรือชุดค้ำยันขนาดเบา (Light sets) ลักษณะของวิธีการทำเหมืองเป็นการระเบิดแร่ออกเป็นห้อง (Room) และทิ้งเสาค้ำยัน (Pillar) ไว้เป็นระยะเกิดรูปแบบที่แน่นอน วิธีการทำเหมืองนี้เรียกว่า
  • 1 : Room and Pillar Mining Method
  • 2 : Open Stoping and Pillar Mining Method
  • 3 : Shrinkage Stoping Mining Method
  • 4 : Sublevel Stoping Mining Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 ค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยัน ลักษณะของวิธีการทำเหมืองเป็นการระเบิดแร่ออกเป็นห้องโถงกว้างและทิ้งเสาค้ำยันไว้ในตำแหน่งต่างๆ ที่จำเป็น ตำแหน่งของเสาค้ำยันไม่เป็นรูปแบบ (Pattern) ที่แน่นอน เรียกว่าวิธีการทำเหมืองนี้ว่า
  • 1 : Room and Pillar Mining Method
  • 2 : Open Stoping and Pillar Mining Method
  • 3 : Shrinkage Stoping Mining Method
  • 4 : Sublevel Stoping Mining Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยันไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    วิธีการทำเหมืองเป็นการระเบิดเป็นห้องทุกทิศทาง และทิ้งเสาค้ำยันเป็นระยะห่างที่แน่นอน โดยมีลำดับขั้นการทำงานเป็นลำดับหมุนเวียนครบรอบการทำงานดังนี้ ระเบิด ระบายอากาศ ตักแร่ ขนแร่ เทแร่โดยทฤษฎีเปิดหน้างานไม่น้อยกว่า 5 หน้างานขึ้นไป วิธีการทำเหมืองนี้เรียกว่า
  • 1 : Room and Pillar Conventional Mining Method
  • 2 : Room and Pillar Continuous Mining Method
  • 3 : Shrinkage stoping Mining Method
  • 4 : Sublevel Stoping Mining Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยันไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    วิธีการทำเหมืองโดยใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง ทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการระเบิด โดยทฤษฎีเปิดหน้างานเพียงหน้าเดียวก็เพียงพอ ในทางปฏิบัติเพื่อประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นจะเปิดหน้างาน 4-6 หน้างาน วิธีการทำเหมืองนี้เรียกว่า
  • 1 : Room and Pillar Conventional Mining Method
  • 2 : Room and Pillar Continuous Mining Method
  • 3 : Shrinkage Stoping Mining Method
  • 4 : Sublevel Stoping Mining Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยัน ไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    ในการทำเหมืองโดยวิธีสร้างเป็นห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar) เสาค้ำยันที่จำเป็นต้องเหลือทิ้งค้างเอาไว้เพื่อปกป้องอุโมงค์หรือช่องทางหลัก (Main entries) ที่อยู่ใต้ดินและอยู่ส่วนขอบของ ส่วนแบ่งขนาดใหญ่ (Pane) เสาค้ำยันที่คงเหลือไว้นี้มีชื่อว่า
  • 1 : Chain Pillar
  • 2 : Bleeder Entries
  • 3 : Barrier Pillar
  • 4 : Main Entries
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยัน ไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    ในการทำเหมืองด้วยวิธีสร้างเป็นห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar) เสาค้ำยันที่เหลือตกค้างจากการทำเหมืองเหลือทิ้งเอาไว้เป็นระยะห่างเท่าๆ กันที่ต่อเนื่องอยู่ในบริเวณส่วนแบ่งแหล่งแร่ (Panel) เสาค้ำยันนี้มีชื่อว่า
  • 1 : Chain Pillar
  • 2 : Bleeder Entries
  • 3 : Barrier Pillar
  • 4 : Main Entries
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 124 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยันไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    ในการทำเหมืองด้วยวิธีสร้างเป็นห้องและเสาค้ำยัน เสาค้ำยันในส่วนที่เป็นส่วนแบ่งแหล่งแร่ เพื่อแบ่งแหล่งแร่ออกเป็นส่วนๆ ขนาดกว้างใหญ่ ซึ่งในช่วงของการเตรียมการ สร้างจากช่องทางเข้าสู่เหมืองใต้ดินหลัก ไปสู่ขอบของสายแร่ วิธีการกระทำครั้งนี้จากใจกลางไปสู่ขอบของสายแร่เรียกว่า
  • 1 : Panel Development on Advance
  • 2 : Panel Development on Retreat
  • 3 : ไม่มีชื่อเรียก
  • 4 : ไม่มีในตำราการทำเหมืองใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยัน ไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    การทำเหมืองใต้ดิน โดยสร้างเป็นห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar) ในบริเวณที่เป็นส่วนแบ่งแหล่งแร่ขนาดใหญ่ (Panel) มีการทำเหมืองจากขอบนอกของสายแร่เข้าสู่ส่วนกลางของแหล่งแร่
    วิธีการทำเหมืองด้วยวิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Rooms on Retreat
  • 2 : Rooms on Advance
  • 3 : ไม่มีในตำราการทำเหมืองใต้ดิน
  • 4 : ไม่มีชื่อเรียก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติ หรือไม่มีการค้ำยันไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน โดยสร้างเป็นห้องและเสาค้ำยัน ในส่วนที่เป็นช่องทางในการขนส่งคนหรือวัสดุต่างๆ ใต้ดิน
    ก. ช่องทางเข้าสู่สายแร่หลัก
    ข. ช่องทางในส่วนแบ่งแหล่งแร่
    ค. ช่องทางในส่วนขอบของสายแร่ต่อเชื่อมระหว่างช่องทางในส่วนแบ่งแหล่งแร่ที่อยู่ใกล้กัน
  • 1 : ถูก 1 ข้อ ผิด 2 ข้อ
  • 2 : ถูก 2 ข้อ ผิด 1 ข้อ
  • 3 : ถูก 3 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 3 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    กลุ่มที่ 1 การค้ำยันโดยโครงสร้างธรรมชาติหรือไม่มีการค้ำยัน ไม่รวมถึงการค้ำยันด้วยชุดค้ำยันขนาดเบา
    ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน โดยสร้างเป็นห้องและเสาค้ำยัน(Room and Pillar) เสาค้ำยันขนาดกว้างเพียงพอที่จะปกป้องไม่ให้ช่องทางในส่วนแบ่งแหล่งแร่ (Panel entries) เกิดการพังทะลายความยาว ตลอดความยาวของส่วนแบ่งแหล่งแร่มีชื่อว่า
  • 1 : Main Entries Pillar
  • 2 : Panel Entries Pillar
  • 3 : Barrier Pillar
  • 4 : Bleeding Entries Pillar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    การเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 การยอมให้ ดินและหินปิดทับสายแร่ (Overburden) ทรุดตัวลงมา โดยการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน ในการปฏิบัติงานในกรณีนี้
    ก. การทำเหมืองในส่วนที่เป็นห้องเรียกว่า การทำเหมืองใต้ดินครั้งที่ 1 (First mining)
    ข. การเก็บแร่ในส่วนที่เป็นเสาค้ำยัน ซึ่งต่อเนื่องจากข้อ ก. เรียกว่า การทำเหมืองใต้ดินในครั้งที่ 2 (Second mining)
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดิน
    การเปลี่ยนแปลงจากกลุ่ม 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่ม 3 ยอมให้ดินและหินปิดทับสายแร่ทรุดตัวลงมา โดยการเก็บแร่จากเสาค้ำยันโดยสมบูรณ์ มีหลักการสำคัญดังนี้
    ก. ชั้นหินที่อยู่เหนือคูหาแร่มีการค้ำยันน้อยมาก
    ข. ชั้นหินที่ปิดทับสายแร่มีความกว้าง
    ค. ชั้นถ่านหินมีคุณภาพสูงมาก
    ง. อยู่ในระดับลึกมากประมาณ 500 ม.
    จ. คนงานเหมืองแร่และหัวหน้างานต้องมีความชำนาญน้อยมาก
  • 1 : ถูก 1 ข้อ ผิด 4 ข้อ
  • 2 : ถูก2 ข้อ ผิด 3 ข้อ
  • 3 : ถูก 3 ข้อ ผิด 2 ข้อ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • การเปลี่ยนแปลงการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน จากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 ที่ยอมให้หินและดินปิดทับสายแร่ทรุดตัวลงมา ในการทำเหมืองโดยสร้างห้องและทิ้งเสาค้ำยันไว้ แล้วตามด้วยการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน ในส่วนที่เป็นส่วนแบ่งสายแร่ขนาดใหญ่ ส่วนที่ต้องเหลือไว้คือ
    ก. Barrier Pillars
    ข. Bleeder Chain Pillars
    ค. Panel Chain Pillars
  • 1 : ข้อ ก. ถูก นอกนั้นผิด
  • 2 : ข้อ ข. ถูก นอกนั้นผิด
  • 3 : ข้อ ค. ถูก นอกนั้นผิด
  • 4 : ถูกทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • การเปลี่ยนแปลงจากการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน จากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 ที่ยอมให้หินและดินปิดทับสายแร่ทรุดตัวลงมา
    ในการทำเหมืองโดยสร้างห้องและทิ้งเสาค้ำยันไว้ ตามด้วยการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน วิธีการที่ใช้เก็บแร่จากเสาค้ำยันในส่วนแบ่งแหล่งแร่ เรียกวิธีนี้ว่า
  • 1 : Advanc
  • 2 : Retreat
  • 3 : ไม่มีในตำรา
  • 4 : ไม่มีการทำเหมืองเช่นนี้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน เปลี่ยนจากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 ยอมให้ดินและหินปิดทับแหล่งแร่เกิดการทรุดตัวลงมา โดยการทำเหมืองใต้ดินรูปแบบห้องและเสาค้ำยันแล้วตามด้วยมีการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน เป็นการเก็บเสาค้ำยันจากขอบนอกสุด ทั้งสองด้านสลับกับช่วงห่างของขอบเศษดินและหินจากเพดานที่พังลงมาและขอบของเสาค้ำยันห่างมากขึ้นจะกระทำได้เพื่อหินที่อยู่ที่เพดานมีความแข็งแรงมากพอ วิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Open End Method
  • 2 : Pocket and Fender Method or Pocket and Wing Method
  • 3 : Pocket and Stump Method
  • 4 : Splitting Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 133 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน เปลี่ยนจากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 ยอมให้ดินและหินที่ปิดทับสายแร่พังลงมา
    โดยการทำเหมืองใต้ดิน รูปแบบห้องและเสาค้ำยัน แล้วตามด้วยการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน
    เป็นวิธีการเก็บแร่ โดยการเก็บแร่ลำดับที่ 1 จากส่วนหนึ่งของเสาค้ำยัน โดยทิ้งส่วนหนึ่งไว้เหมือนเป็นกำแพงป้องกัน หลังจากนั้นทำในลำดับที่ 2 เก็บส่วนที่เป็นกำแพง สลับกันไปทั้ง 2 ด้านของเสาค้ำยัน วิธีนี้เรียกว่
  • 1 : Open End Method
  • 2 : Pocket and Fender Method or Pocket and Wing Method
  • 3 : Pocket and Stump Method
  • 4 : Splitting Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน เปลี่ยนจากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 ยอมให้ดินและหินที่ปิดทับพังลงมา
    เป็นการทำเหมือง รูปแบบห้องและเสาค้ำยัน ตามด้วยการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน โดยการเก็บแร่จากส่วนข้างในของเสาค้ำยัน ทิ้งส่วนนอกของเสา เป็นกำแพงค้ำยัน ขั้นต่อไปเก็บแร่โดยแบ่งกำแพงออกเป็นส่วนๆ เหมือนเป็นต่อไม้ค้ำยันอย่ ทำสลับกันทั้ง 2 ข้างของเสาค้ำยันเรื่อยๆ ไป วิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Open End Method
  • 2 : Pocket and Fender Method or Pocket and Wing Method
  • 3 : Pocket and Stump Method
  • 4 : Splitting Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 135 :
  • การทำเหมืองใต้ดิน เปลี่ยนจากกลุ่มที่ 1 ไม่มีการค้ำยันไปสู่กลุ่มที่ 3 ยอมให้ดินและหินปิดทับสายแร่พังลงมา
    เป็นการทำเหมืองในรูปแบบห้องและเสาค้ำยัน ตามด้วยการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน โดยเก็บแร่จากส่วนใกล้ๆ ขอบนอกสุดของสายแร่ โดยทิ้งขอบนอกสุดของสายแร่เป็นกำแพงบางๆ ป้องกันการพังของเพดานทำสลับกันเช่นนี้ตลอดเสาค้ำยัน ทำทั้ง 2 ด้านเมื่อมองดูภาพด้านบนเหมือนกับการผ่าไม้ออกเป็นชิ้นบางๆ วิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Open End Method
  • 2 : Pocket and Fender Method or Pocket and Wing Method
  • 3 : Pocket and Stump Method
  • 4 : Splitting Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 136 :
  • สภาพทั่วไปที่เหมาะในการทำเหมืองด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. สภาพกำลังวัสดุของแร่ มีกำลังวัสดุอ่อนแอถึงปานกลางในการระเบิดสายแร่ ไม่มีความลำบาก
    ข. สภาพกำลังวัสดุของหินรอบๆสายแร่ มีกำลังวัสดุขนาดปานกลางถึงแข็งแรงมาก สามารถที่จะคงรูปรอบๆ คูหาแร่ได้ดิน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • สภาพทั่วไปที่เหมาะในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. รูปร่างของแหล่งแร่ มีลักษณะเป็นแผ่นวางตัวในแนวราบหรือค่อนข้างราบ (tabular) ความหนาของสายแร่บางเมื่อเทียบกับความกว้างและยาวของสายแร่
    ข. ความลาดเอียงของสายแร่ เหมาะมากที่สุดเมื่ออย่ในแนวราบ ความลาดเอียงน้อยกว่า 15 องศา
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 138 :
  • สภาพทั่วไปที่เหมาะในการทำเหมืองใต้ดิน ด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ แผ่ขยายเป็นแผ่นกว้างในแนวราบโดยทั่วๆ ไป น้อยกว่า 4.5 เมตร ถ้าหากสายแร่หนากว่านี้ก็จะปรับเปลี่ยนวิธีการแยกย่อยออกไป เช่นระเบิดเป็นแบบขั้นบันได
    ข. เกรดเฉลี่ยของสายแร่ค่อนข้างปานกลางถึงสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ขอ้ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :
  • สภาพทั่วไปที่เหมาะในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. การกระจายตัวของเกรดของแร่ในสายแร่ ถือได้ว่าค่อนข้างสม่ำเสมอ (Uniform) เพื่อให้การพิจารณาในส่วนที่แร่เปอร์เซนต์ต่ำ ทิ้งเอาไว้เป็นเสาค้ำยัน
    ข. ความลึกของสายแร่จากผิวดิน เหมืองถ่านหินใต้ดินน้อยกว่า 400 ม. เหมืองแร่อื่นๆ ประมาณ 600 ม. ในปัจจุบันเหมืองโปรแตซอยู่ที่ระดับ 800 ม.
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน
    ก. กำลังผลิตต่อคนต่อกะ หากมีการใช้เครื่องจักรเข้าช่วยกำลังผลิตค่อนข้างสูง โดยทั่วไปถ่านหินประมาณ 14 ตันต่อคนต่อกะ
    ข. ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อตันค่อนข้างสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 141 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน
    ก. อัตราการผลิตในช่วงเวลาที่กำหนดให้ เช่นต่อเดือนหรือต่อปี มีอัตราการผลิตที่สูง เนื่องจากมีหลายหน้างาน เครื่องจักรมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง
    ข. เปอร์เซนต์การเก็บแร่จากสายแร่ ถ้าหากสามารถเก็บแร่ในเสาค้ำยันได้ เพดานของคูหาแร่ไม่พังจะสามารถเก็บแร่ได้สูงอาจจะถึง 80%
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน
    ก. ไม่เหมาะสมที่จะใช้เครื่องจักรเข้าช่วยในการทำงาน (total mechanization) ใช้ได้กับคนงานจำนวนมาก (Labour Intensive)
    ข. คล่องตัวและสามารถในการปรับปรุงการทำเหมืองให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเพดานคูหาแร่
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีห้องและเสาค้ำยัน
    ก. การระบายอากาศดีเยี่ยมด้วยมีคูหาแร่ที่เปิดอย่างต่อเนื่องกัน การระบายอากาศทำได้ง่าย การบังคับทิศทางการไหลของอากาศเพื่อให้ไหลเวียนทางใดทางหนึ่งทำได้ง่าย
    ข. การวางแผนการทำงานของลำดับการทำงานในแต่ละหน้างานไม่ต้องวางแผนให้รัดกุมก็ได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • ข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินแบบห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. การทรุดตัวของเพดานคูหาแร่จะเกิดขึ้น อาจจะทรุดถึงชั้นผิวดิน ถ้าหากมีการเก็บแร่จากเสาค้ำยันแล้วปล่อยเป็นห้องโล่งกว้างใต้ดิน
    ข. วิธีการทำเหมืองค่อนข้างจะคล่องตัวในการปรับให้เข้ากับสภาพธรณีวิทยาที่เปลี่ยนแปลง การวางแผนการวางตำแหน่งของเสาค้ำยันค่อนข้างที่จะกำหนดตายตัว
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 145 :
  • ข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินแบบห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. เปอร์เซนต์การเก็บแร่จากสายแร่ค่อนข้างต่ำประมาณ 40-60% เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องทิ้งเป็นเสาค้ำยัน หากมีการเก็บแร่จากเสาค้ำยัน เปอร์เซนต์การเก็บแร่จะขึ้นสูงเป็น 60-80%
    ข. แรงกดที่เกิดขึ้นกับเสาค้ำยัน จะไม่เปลี่ยนแปลงตามความลึก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • ข้อเสียการทำเหมืองใต้ดินแบบห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. เงินลงทุนขั้นต้น (Capital investment) ค่อนข้างสูง สัมพันธ์กับจำนวนเครื่องจักรที่ใช้
    ข. ถือได้ว่าสามารถคัดเลือกสกัดเฉพาะแร่ (Selective) ถึงแม้จะไม่มีการทิ้งแร่ส่วนหนึ่งที่เป็นแร่เปอร์เซนต์ต่ำก็ตาม
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 :
  • ข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินแบบห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar)
    ก. ในการทำเหมืองถ่านหิน การขยายในส่วนขอบของสายแร่เพื่อความปลอดภัยและการทำงานจะมีมากขึ้น
    ข. ถือได้ว่าค่อนข้างที่จะมีสภาพปลอดภัยและไม่อันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเหมืองถ่านหินใต้ดินในระดับความลึกไม่มาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 148 :
  • ความแตกต่างระหว่าง วิธีทำเหมืองแบบคูหาและเสาค้ำยัน (Stope and Pillar Mining Method) และวิธีทำเหมืองแบบห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar Mining Method) ไม่พบในการทำเหมืองถ่านหินและส่วนประกอบอีก 1 ใน 2 ข้อต่อไปนี้
    ก. เสาค้ำยันมีรูปร่างและขนาดไม่แน่นอน ตำแหน่งที่ตั้งไม่เป็นรูปแบบที่แน่นอน
    ข. สายแร่ส่วนใหญ่จะหนาไม่เกิน 6 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • หลักการทั่วไปในการเรียกชื่อความแตกต่างระหว่างวิธีการทำเหมือง วิธีห้องและเสาค้ำยันกับวิธีการทำเหมืองวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยันคือ
    ก. ห้องและเสาค้ำยันจะพบว่าใช้กับถ่านหินมากกว่า
    ข. คูหาแร่และเสาค้ำยัน จะพบว่าใช้แร่ สายแร่โลหะและแร่อโลหะมากกว่า
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • วิธีการทำเหมืองห้องและเสาค้ำยันที่แบ่งแยกออกเป็นวิธีการย่อย (Variation)
    เมื่อสายแร่วางตัวอยู่ในแนวลาดเอียงเกิน 15 องศา และไม่เกิน 30 องศา ประมาณความลาดเอียง 1 ต่อ 3 วิธีการทำเหมืองวิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Slightly pitch mining method
  • 2 : Moderately pitch mining method
  • 3 : Slightly steeply pitch mining method
  • 4 : Steeply pitch mining method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • วิธีการทำเหมือง วิธีห้องและเสาค้ำยันที่แบ่งแยกออกไปเป็นวิธีย่อย (Variation)
    สายแร่ที่มีความลาดเอียงไม่เกิน 15 องศาหรือประมาณความลาดเอียงไม่เกิน 1 ต่อ 3 วิธีการทำเหมืองนี้เรียกว่า
  • 1 : Slighting pitch mining method
  • 2 : Moderately pitch mining method
  • 3 : Slightly steeply pitch mining method
  • 4 : Steeply pitch mining method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • วิธีการทำเหมือง วิธีห้องและเสาค้ำยันที่แบ่งแยกออกเป็นวิธีย่อย (Variation)
    สายแร่ที่มีความลาดเอียงมากกว่า 30 องศา หรือประมาณ 1 ต่อ 1.7 แต่ไม่เกิน 45 องศา
    วิธีการทำเหมืองในที่แห่งนี้เรียกว่า
  • 1 : Slightly pitch mining method
  • 2 : Moderately pitch mining method
  • 3 : Slightly steeply pitch mining method
  • 4 : Steeply pitch mining method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • วิธีการทำเหมือง วิธีห้องและเสาค้ำยันที่แบ่งแยกออกเป็นวิธีย่อย (Variation)
    สายแร่ที่มีความลาดเอียงมากกว่า 45 องศา หรือความลาดเอียง 1 ต่อ 1 โดยปกติจะมากกว่าความลาดเอียงของมุมการไหลของแร่ที่ขอบของกองแร่ วิธีการทำเหมืองจะเปลี่ยนไปใช้การฉีดด้วยน้ำ (Hydraulic mining method) วิธีการทำเหมืองวิธนี้เรียกว่า
  • 1 : Slightly pitch mining method
  • 2 : Moderately pitch mining method
  • 3 : Slightly steeply pitch mining method
  • 4 : Steeply pitch mining method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • สภาพที่เหมาะสมกับการทำเหมือง วิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (Stope and Pillar)
    ก. กำลังวัสดุของสินแร่ ปานกลางถึงแข็งแรง
    ข. กำลังวัสดุของหินรอบๆ สายแร่ อ่อนแอถึงปานกลาง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • สภาพที่เหมาะสมกับการทำเหมือง วิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (Stope and pillar) ต่อเนื่อง
    ก. รูปร่างของแหล่งแร่ รูปร่างเป็นแผ่นแผ่กว้างตามแนวราบหรือเป็นสายแร่
    ข. ความลาดเอียงของแหล่งแร่ เหมาะที่สุดกับวางตัวในแนวราบ ความลาดเอียงต่ำหรือปานกลางไม่เกิน 30 องศา
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 156 :
  • สภาพที่เหมาะสมกับการทำเหมือง วิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (Stope and Pillar) ต่อเนื่อง
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ทุกขนาด เหมาะที่สุดคือแหล่งแร่ที่ขยายตัวในแนวราบ ความหนาปานกลาง ในแหล่งแร่บางแห่งระเบิดแบบขั้นบันไดหนาประมาณ 90 เมตร
    ข. เกรดเฉลี่ยของแหล่งแร่ ต่ำถึงปานกลาง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 157 :
  • สภาพที่เหมาะสมกับการทำเหมือง วิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (Stope and Pillar) ต่อเนื่อง
    ก. การกระจายตัวของเกรดของแร่ เปลี่ยนแปลงได้มากสามารถที่จะทิ้งแร่เกรดต่ำไว้เป็นเสาค้ำยันได้
    ข. ระดับความลึกจากผิวดินไม่จำกัด หากหินรอบสายแร่มีความแข็งแรงลึกได้ถึงกว่า 900 เมตร ในปัจจุบันลึกกว่า 1,000 เมตรในหินที่แข็งแรงมากๆ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ข้อดี (Advantage) ของวิธีการทำเหมือง วิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน
    ก. ความสามารถในการผลิต ปานกลางถึงสูงมาก อาจสูงถึง 50-70 ตันต่อคนงานต่อกะ
    ข. ค่าใช้จ่ายต่อตันแร่ที่ผลิตได้ ค่าใช้จ่ายสูงมากตามหน่วยเปรียบเทียบ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 159 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (ต่อเนื่อง)
    ก. อัตราการผลิตคิดเทียบต่อปีหรือเดือน ปานกลางถึงสูงมาก
    ข. ลำดับความสามารถในการปรับตัว (flexibility) สูงมาก สามารถที่จะขยายหรือดัดแปลงให้ทำงานในหลายระดับขั้นบันไดได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 160 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (ต่อเนื่อง)
    ก. สามารถที่จะดัดแปลงทำงานโดยเครื่องจักรกลหนักได้ง่าย เหมาะกับเครื่องจักรกลขนาดใหญ่
    ข. ใช้คนงานที่มีความชำนาญที่สูงมาก ไม่เหมาะกับคนงานที่ผ่านการฝึกหัดมาใหม่ๆ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 161 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (ต่อเนื่อง)
    ก. เป็นวิธีการที่คัดเลือกเฉพาะแร่ได้ (Selective Method) ปล่อยให้แร่เปอร์เซนต์ต่ำ ทั้งเป็นเสาค้ำยันได้
    ข. การเตรียมการต่างๆ ก่อนการขุดสกัดแร่จากสายแร่มีมาก ต้องเตรียมการมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 162 :
  • ข้อดีของการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (ต่อเนื่อง)
    ก. หน้างานหลายหน้างาน สามารถที่จะเปิดหน้างานได้ คนกระจายไปตามหน้างานต่างๆ
    ข. เปอร์เซนต์การเก็บแร่จากสายแร่ ถือได้ว่าต่ำมาก หินข้างเคียงเข้ามาปะปนมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 163 :
  • ข้อดีข้อเสียของการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (ต่อเนื่อง)
    ก. เพดานคูหาแร่ ต้องการการดูแลรักษาตลอดเวลา หากเพดานอยู่สูงการดูแลก็ลำบาก ในการเขี่ยให้เศษหินร่วงลงมา
    ข. ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก หากใช้เครื่องจักรเข้าช่วย
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 164 :
  • ข้อดีข้อเสียของการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน (ต่อเนื่อง)
    ก. สูญเสียแร่ส่วนหนึ่งในเสาค้ำยัน
    ข. การระบายอากาศไม่ลำบาก เมื่อเกิดฝุ่นกำจัดได้ง่าย
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • วิธีการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน สามารถแบ่งออกเป็นวิธีย่อย (Variation)
    สายแร่ที่สูงกว่า 8 เมตร จะมีวิธีการทำเหมือง 2 วิธี
    วิธีที่ 1 เจาะเป็นอุโมงค์ล่วงหน้าในระดับล่างของสายแร่ แล้วตามด้วยการกองแร่เป็นฐานยื่นขึ้นไปเจาะในระดับบนของสายแร่ที่เหลือ วิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Breast stoping ตามด้วย overhand slabbing
  • 2 : Breast stoping ตามด้วย benching
  • 3 : ไม่มีในตำรา
  • 4 : ไม่มีการใช้งานจริง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • วิธีการทำเหมืองด้วยวิธีคูหาแร่และเสาค้ำยัน สามารถแบ่งออกเป็นวิธีย่อย (Variations)
    วิธีที่ 2 เจาะเป็นอุโมงค์ล่วงหน้าในระดับชั้นบนของสายแร่ ส่วนระดับชั้นล่างเจาะระเบิดแบบระเบิดขั้นบันไดในเหมืองเปิด วิธีนี้เรียกว่า
  • 1 : Breast stoping ตามด้วย overhand slabbing
  • 2 : Breast stoping ตามด้วย benching
  • 3 : ไม่มีในตำรา
  • 4 : ไม่มีการใช้งานจริง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • วิธีการทำเหมืองใต้ดินที่ทำจากชั้นล่างสุดขึ้นสู่ชั้นบนสุดทีละชั้นในแนวราบ สินแร่ที่ระเบิดได้จะทิ้งตกค้างไว้ในคูหาแร่ เพื่อเป็นการค้ำยันชั่วคราวป้องกันมิให้ผนังด้านข้างของคูหาแร่พังลงมา และใช้เป็นที่ยืนของคนงานเหมืองแร่ เพื่อทำการเจาะรูระเบิดในชั้นบนถัดไป เนื่องจากปริมาตรของสินแร่จะเพิ่มหลังการระเบิดออกจากสายแร่ประมาณ 30-40% ของสินแร่จะถูก จะไหลผ่านประตูรับแร่และนำออกจากเหมืองไปเหลือไว้ประมาณ 60%
  • 1 : Stope and pillar
  • 2 : Room and pillar
  • 3 : Shrinkage stoping method
  • 4 : Cut and Fill stoping
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิงมีข้อที่ต้องพิจารณาดังนี้
    ก. กำลังวัสดุของแร่ แข็งแรง หลังการระเบิดไม่อัดกันแน่น ไม่เกิดรวมกับออกซิเจน ไม่เกิดการเผาไหม้
    ข. กำลังวัสดุของหิน อ่อนแอ ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงเพราะมีการค้ำยันชั่วคราวจากแร่ที่ระเบิดอยู่แล้ว
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง ข้อที่ควรพิจารณา (ต่อเนื่อง)
    ก. ลักษณะรูปร่างของแหล่งแร่ เป็นแผ่นบางแผ่กระจายในแนวราบหรือเป็นกระเปาะ มีขอบเขตแน่ชัด
    ข. ความลาดเอียงของสายแร่ ค่อนข้างราบน้อยกว่า 45 องศา
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง ข้อที่ควรพิจารณา (ต่อเนื่อง)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ ความกว้างปานกลาง 1-30 เมตร ขยายตัวเป็นพื้นที่กว้าง
    ข. เกรดของสินแร่ ค่อนข้างสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง มีข้อควรพิจารณา (ต่อเนื่อง)
    ก. การกระจายตัวของแร่ในสายแร่ ค่อนข้างสม่ำเสมอ
    ข. ความลึกจากผิวดินของตำแหน่งแหล่งแร่ ในระดับตื้นถึงความลึกไม่เกิน 750 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 172 :
  • ข้อดีและข้อเสีย ของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง
    ก. กำลังผลิตต่อหน่วยเวลา ขนาดเล็กถึงขนาดปานกลาง
    ข. แร่จะไหลลงสู่จุดที่จะนำแร่ออกไปจากบริเวณทำเหมืองค่อนข้างลำบาก ปัญหาแร่ไม่ไหลลงมีมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง (ต่อเนื่อง)
    ก. วิธีการทำเหมืองใช้เครื่องจักรน้อยเหมาะใช้กับเหมืองขนาดเล็ก
    ข. ประสิทธิภาพกำลังการผลิต จำนวนตันของแร่ต่อคนงานต่อกะต่ำในช่วง 5-10 ตันต่อคนงานต่อคนต่อกะ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 174 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง (ต่อเนื่อง)
    ก. เงินลงทุนขั้นต้นต่ำ (Capital investment) หากเป็นสายแร่ขนาดเล็ก ไม่ต้องการเครื่องจักรขนาดใหญ่
    ข. การค้ำยันในคูหาแร่ มีความต้องการที่จะนำวัสดุค้ำยันจากภายนอกต่ำมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 175 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง (ต่อเนื่อง)
    ก. ค่าใช้จ่ายในการผลิตแร่ต่อตันสินแร่ค่อนข้างสูง สินแร่กำลังวัสดุสูงใช้วัตถุระเบิดจำนวนมาก
    ข. ใช้แรงงานคนจำนวนมาก หากเป็นสายแร่ขนาดเล็กซึ่งยาวต่อการจะนำเครื่องจักรเข้าไปช่วยทำงาน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง (ต่อเนื่อง)
    ก. พื้นที่ในคูหาแร่ยืนทำงานหรือเดินบนกองแร่หลังการระเบิดที่ขรุขระ พื้นที่เคลื่อนที่ลำบาก บางกรณีอันตรายมีมาก
    ข. ในระหว่างการระเบิดแร่ในคูหาแร่ ยังไม่เสร็จสิ้นถึงชั้นบนสุดของคูหาแร่ แร่จะตกค้างอยู่ประมาณ 20% ไม่มีปัญหาด้านการหมุนเวียนเงินทุน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีชริงเกจสโตปปิง (ต่อเนื่อง)
    ก. แร่ที่ถูกออกซิไดซ์ด้วยออกซิเจน แร่ที่อัดกันแน่น แร่ที่เผาไหม้ด้วยตนเอง เช่นแร่ซัลไฟด์ของโลหะต่างๆ สร้างปัญหาได้มาก
    ข. ค่อนข้างถือได้ว่าใช้ได้หรือค่อนข้างดี เพื่อพิจารณาในด้านการเลือกสกัดเฉพาะแร่ ทิ้งมลทินหรือแร่เกรดต่ำไว้ในเหมือง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 178 :
  • ในปัจจุบันในสายแร่ที่มีขนาดใหญ่กว้างกว่า 3 ม. สามารถดัดแปลงไปสู่การพัฒนานำเครื่องจักรเข้าช่วยในการทำงานใต้ดิน วิธีการทำเหมืองที่เรียกว่า (Longhole drilling) โดยการเจาะรูระเบิดในแนวราบเป็นระยะตลอดความสูงของปล่องเรส (Raise) ระยะห่างของแต่ละชั้นของแร่ที่ระเบิดออก โดยอาศัยหลักการของ
    ก. หลักพื้นฐาน แร่จะไหลลงมาโดยแรงโน้มถ่วง
    ข. หลักการของชริงเกจโตปปิง ทิ้งแร่ส่วนหนึ่งค้ำยันชั่วคราว
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีสกัดแร่ จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. กำลังวัสดุของแร่ปานกลางถึงแข็งแรง เพียงพอที่จะทำให้เพดานและผนังของอุโมงค์ย่อยไม่พัง
    ข. กำลังวัสดุของหินรอบสายแร่ อ่อนแอถึงปานกลาง ผนังอุโมงค์ก็ไม่แข็งแรงพอก็ไม่จำเป็น
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีสกัดแร่ จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. ลักษณะของแหล่งแร่ เป็นแผ่นหนากระจายตัวในแนวราบ (tabular) หรือเป็นสายแร่กระจายตัวทั่วไป
    ข. ความลาดชันของสายแร่ ลาดชันมากกว่า 45 องศา หรือมากกว่า
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 181 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ค่อนข้างหนาประมาณ 6 ถึง 30 เมตร และขยายออกไปรอบตัวทุกด้าน
    ข. เกรดของแร่ในแหล่งแร่เกรดต่ำ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีสกัดแร่ จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. การกระจายตัวของสินแร่ในแหล่งแร่ ค่อนข้างสม่ำเสมอถึงสม่ำเสมอ (Uniform)
    ข. ความลึกของการทำเหมืองปานกลางน้อยกว่า 1.20 (หนึ่งจุดสอง) กิโลเมตร และในระดับลึกน้อยกว่า 2.40 กิโลเมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 183 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. กำลังการผลิตต่อคนต่อกะ ประมาณ 15 ถึง 30 ตันต่อคนต่อกะ
    ข. ค่าใช้จ่ายในการทำเหมือง บาทต่อตัน ตามมาตรฐานเปรียบเทียบ พิจารณาได้ว่า ปานกลางถึงค่อนข้างสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีการสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. อัตราการผลิตจำนวนตันต่อปี พิจารณาได้ว่าน้อยถึงน้อยมาก
    ข. สามารถปรับใช้เครื่องจักรเป็นหลักมากกว่าใช้คนจำนวนมากในสายแร่ขนาดใหญ่กว้างเกิน 3 เมตรขึ้นไป
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 185 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. ค่าใช้จ่ายในการระเบิดสินแร่ในสายแร่ พิจารณาได้ว่า ต่ำ เนื่องจากมีหน้าอิสระมาก
    ข. ค่าใช้จ่ายในการขนส่งแร่ (handling cost) ในระหว่างอุโมงค์ขนส่งหลัก Main haulage level สูง หรือค่อนข้างสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. การทำงานของคนงานเหมืองแร่ ทำงานในบริเวณที่ปลอดภัย เพราะหินรอบๆ อุโมงค์ย่อยในบริเวณทำงานแข็งแรง การระบายอากาศใต้ดินค่อนข้างดี
    ข. การทำงานในหน่วยย่อยต่างๆ ต่อเนื่องกันเป็นอย่างดี เพราะอุโมงค์ย่อยมีหลายอุโมงค์ เคลื่อนย้ายแรงงานได้ดี
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดินโดยสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. เปอร์เซนต์การเก็บแร่จากสายแร่ ค่อนข้างสูงมากประมาณ 95 เปอร์เซนต์ขึ้นไป
    ข. เปอร์เซนต์ของหินข้างเคียงที่เข้าปะปนสายแร่ ค่อนข้างสูงประมาณ 20 เปอร์เซนต์ เนื่องจากควบคุมให้รูระเบิดให้อยู่ในขอบเขตแหล่งแร่ กระทำได้ยาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดินโดยสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. การเจาะอุโมงค์ย่อยมีความสลับซับซ้อนและใช้เวลานาน ค่าใช้จ่ายเตรียมการค่อนข้างสูง
    ข. จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเหมืองให้สอดคล้องกับลักษณะธรณีวิทยาที่เปลี่ยนแปลงทำได้ยาก มักจะมีรูปแบบที่กำหนดตายตัว (Inflexible)
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดินโดยสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. ไม่สามารถที่จะเลือกสกัดแร่เฉพาะเปอร์เซนต์สูง โดยละทิ้งแร่เปอร์เซนต์ต่ำให้ตกค้างในคูหาแร่ (Non selective)
    ข. รูระเบิดในการเจาะมีความยาว ไม่ลำบากในการกำหนดทิศทาง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level stoping method)
    ก. ปริมาณวัตถุระเบิดในแต่ละครั้ง หากมีมากจะเกิดอันตรายจากการสั่นไหว อากาศอัดจากการระเบิดและโครงสร้างหินรอบๆ อุโมงค์เกิดรอยร้าว
    ข. หากการควบคุมและวางแผนไม่เหมาะสม อันตรายจากการถล่มของอุโมงค์มีมาก ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 191 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินโดยวิธีใช้อุปกรณ์ค้ำยัน (Supported methods) วัสดุในการค้ำยันที่เหมาะสมมากที่สุดและนิยมมากที่สุดคือ
    ก. วัสดุหินที่ได้จากการเจาะอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ในสถานะการเตรียมการและเศษขี้แร่จากโรงงานแยกแร่พร้อมฉีดผงซีเมนต์เข้าผสม
    ข. เสาค้ำยันพิลลาเหมือนการทำเหมืองโดยไม่ค้ำยัน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • การทำเหมืองใต้ดินโดยวิธีการใช้อุปกรณ์ค้ำยัน (Supported methods) ในกรณีการค้ำยันที่มีความจำเป็นมากและต้องการค้ำยันที่หนาแน่นหรือแข็งแรงมาก
    ก. ชุดค้ำยันสร้างด้วยเพร็ท, โครงทรัส, กองไม้วางไขว้สลับกันเหมืองคอกสัตว์ (Cribs)
    ข. ชุดค้ำยันแม่แรง (props) ชุดไฮดรอลิคพร้อมหลังคา
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  • การทำเหมืองใต้ดินโดยวิธีการค้ำยัน (Supported method) หินที่มีเนื้อแน่นและกำลังวัสดุสูง (Competent rock) หมายถึง
    ก. หินที่มีกำลังวัสดุสูงเพียงพอที่จะทรงตัวอยู่ได้โดยไม่ต้องค้ำยันรอบๆ อุโมงค์ที่สร้างขึ้น
    ข. หินที่ไม่ต้องการการค้ำยันหรือเพียงเล็กน้อยชั่วคราวเท่านั้น
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่ออกเป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. กำลังวัสดุของสินแร่แข็งแรงปานกลางถึงแข็งแรงมาก แต่น้อยกว่าที่ไม่ต้องค้ำยัน
    ข. กำลังวัสดุของหินรอบคูหาแร่แข็งแรงปานกลางถึงแข็งแรงมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. ลักษณะของแหล่งแร่เป็นแผ่นหนา รูปร่างไม่แน่นอน ไม่ต่อเนื่อง
    ข. ความลาดเอียงของสายแร่ในแนวราบต่ำกว่า 45 องศา หรือลาดชันน้อยมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ ไม่กว้างมากหรือแคบ ขนาด 2 ถึง 30 เมตร กระจายในพื้นที่กว้าง
    ข. เกรดของแร่ค่อนข้างต่ำ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดินโดยวิธีระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. การกระจายตัวของเกรดของแร่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลงมาก
    ข. ความลึกของการทำเหมืองปานกลางถึงลึกมากประมาณน้อยกว่า 1200 เมตร ถึง 2400 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. กำลังผลิตปานกลางในสายแร่ขนาดใหญ่จะได้ประมาณ 10 ถึง 20 ตันต่อคนต่อกะ
    ข. อัตราการผลิต จำนวนตันต่อปี ปานกลาง ขึ้นกับขนาดของแหล่งแร่และปริมาณเครื่องจักรกลที่ใช้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 199 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. การเลือกระเบิดเฉพาะแร่เกรดสูง ถือว่าอย่ในเกณฑ์ดี คัดเลือกและแร่เกรดต่ำเป็นวัสดุค้ำยันได้
    ข. ค่าใช้จ่ายในการเตรียมการ เพื่อสกัดแร่ในสายแร่มีค่าใช้จ่ายสูง ใช้เวลานาน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. การลงทุนขั้นต้น (Capital Investment) ปานกลาง
    ข. พัฒนาสู่ระบบการใช้เครื่องจักรเข้าช่วยได้ง่าย ในสายแร่ที่กว้างเกิน 3 เมตรขึ้นไป
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. มีข้อดีด้านเทคนิคมากมาย ยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับสถานะการเปลี่ยนแปลงของสายแร่ได้มาก
    ข. เปอร์เซนต์การเก็บแร่สูงมาก (ประมาณ 90 ถึง 100 เปอร์เซนต์) หากป้องกันที่ดี หินข้างเคียงปะปนในสินแร่น้อย (ประมาณไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์)
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. เศษดินหินทั้งบนผิวดินและใต้ดินหรือขี้แร่จากโรงแต่งแร่ใช้เป็นวัสดุถมกลับได้ดี ฉีดผงซีเมนต์เข้าผสม
    ข. อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอและพบมากด้วย
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 203 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. ค่าใช้จ่ายต่อตันสินแร่ที่ได้ปานกลางค่อนข้างสูง
    ข. ค่าใช้จ่ายในการถมกลับต่ำมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดแร่เป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. การถมกลับบางครั้งใช้เวลาเพื่อให้กำลังวัสดุสูงขึ้นเพียงพอให้เครื่องจักรผ่านไปได้ ทำให้การผลิตขาดตอน
    ข. การใช้เครื่องจักรทุกครั้งการระเบิดต้องนำเครื่องจักรออกจากบริเวณระเบิดแร่ ต้องทำช่องทางการขึ้นลงทุกครั้ง เพิ่มงานมากขึ้น
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดเป็นแถบในแนวราบและถมกลับ (Cut and Fill Stoping Method)
    ก. ต้องการคนงานที่ชำนาญและการควบคุมงานที่ใกล้ชิด
    ข. กำลังแบกทานของวัสดุรองรับ หากไม่แข็งแรงพอจะเป็นความเสี่ยงภัย การตกหลุมได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 206 :
  • สภาพที่เหมาะสมของการทำเหมืองใต้ดินโดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังทั้งสองและไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. การกระจายตัวของสินแร่ปานกลางหรือเปลี่ยนแหลงได้ เพราะสามารถเลือกระเบิดเฉพาะแร่ได้ ยกเว้นแร่เกรดต่ำได้
    ข. ความลึกของการทำเหมือง ปัจจุบันประมาณน้อยกว่า 100 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • สภาพที่เหมาะสมของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่บางหรือแคบ น้อยกว่า 3 เมตร
    ข. เกรดของสินแร่ค่อนข้างต่ำหรือปานกลาง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • สภาพที่เหมาะสมของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังทั้งสองและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. ลักษณะของแหล่งแร่เป็นแผ่นบางและรูปร่างขอบเขตไม่แน่นอน
    ข. ความลาดชันสายแร่ ค่อนข้างชันมากกว่า 50 องศา หากมีช่องทางแร่ผ่านต้องชันมากกว่ามุมรีโพสของแร่
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 209 :
  • สภาพที่เหมาะสมของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังทั้ง 2 ด้าน และท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. กำลังวัสดุของสายแร่แข็งแรงถึงแข็งแรงมาก แข็งแรงกว่า การระเบิดในแนวราบและถมกลับ
    ข. กำลังวัสดุของหินรอบสายแร่ แข็งแรงถึงแข็งแรงมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. ถือว่าเป็นวิธีการทำเหมืองขั้นพื้นฐาน เหมาะกับสายแร่ขนาดเล็ก รูปร่างไม่แน่นอน
    ข. การลงทุนขั้นต้นค่อนข้างสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. การเตรียมการก่อนการสกัดแร่ใต้ดินน้อยมาก
    ข. ใช้เครื่องจักรได้บ้างบางส่วน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. เลือกระเบิดเฉพาะแร่ได้ แร่เกรดต่ำละเลยได้ มีข้อดีมากสำหรับสายแร่เล็กๆ ความลาดเอียงไม่กำหนด
    ข. เปอร์เซนต์การเก็บแร่สูงมากมากกว่า 90 เปอร์เซนต์ หินข้างเคียงเข้าปะปนสูงมาก 15 ถึง 30 เปอร์เซนต์
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. สามารถเพิ่มกำลังการผลิตต่อคนต่อกะได้ง่าย
    ข. อัตราการผลิตต่อเดือนเพิ่มได้ไม่ยาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อตันค่อนข้างต่ำ
    ข. ใช้คนเป็นหลัก เพิ่มผลผลิตได้ช้าและลำบากมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดเป็นช่องทางเล็กระหว่างผนังและท่อนไม้ค้ำยัน (Stull Stoping Method)
    ก. ใช้ไม้หรือวัสดุค้ำยันเป็นจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายสูง หากใช้วัสดุค้ำยันแบบถมกลับต้องใช้จำนวนมากหรือต้องทิ้งเสาค้ำยันในแนวราบไว้มาก
    ข. ในปัจจุบันใช้กันมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 216 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้และถมกลับอย่างเป็นระบบชั้นต่อชั้นอย่างต่อเนื่อง (Square Set Stoping Method)
    ก. กำลังวัสดุของสินแร่อ่อนแอถึงอ่อนแอมากๆ
    ข. กำลังวัสดุของหินรอบสายแร่แข็งแรงถึงแข็งแรงมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. ลักษณะของแหล่งแร่ รูปร่างอย่างไรก็ได้ไม่จำกัด มีรูปร่างที่แน่นอน หรือรูปร่างอื่นใดไม่แน่นอนก็ได้
    ข. ความลาดเอียงของสายแร่ ไม่กำหนดลาดเอียงเท่าใดก็ได้ หากใช้ช่องทางแร่ผ่านต้องชันมากกว่า 50 องศา
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ไม่จำกัด โดยทั่วไปจะเป็นแหล่งแร่ขนาดใหญ่
    ข. เกรดของแร่ต้องสูงมาก เช่น ทองคำ เพราะค่าค้ำยันสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. การกระจายตัวของสินแร่ในชายแร่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
    ข. ความลึกในการทำเหมือง เหมืองทองคำ ประมาณ 2600 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. ความยืดหยุ่น ความคล่องตัว สามารถปรับตัวให้เหมาะกับสภาพความแตกต่างของสายแร่ได้หลากหลาย
    ข. ไม่เหมาะเลยสำหรับสภาพที่เลวร้ายหรือความอ่อนแอของสายแร่และหินข้างเคียง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. สามารถเลือกระเบิดสกัดเฉพาะแร่ จะทิ้งแร่เกรดต่ำไว้ ค้ำยันทำได้ง่าย
    ข. เปอร์เซนต์การเก็บแร่ได้ต่ำ หินปะปนสูงมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. ไม่สามารถใช้เครื่องจักรเข้าช่วยได้เลย เงินลงทุนขั้นต้นต่ำ
    ข. การเตรียมการเพื่อสกัดแร่ในคูหาแร่ค่อนข้างสูง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. กำลังผลิตต่อคนต่อกะสูง ทำงานสะดวก
    ข. ค่าใช้จ่ายในการผลิตแร่ต่อตันสูงมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. อัตราการผลิตต่อระยะเวลาต่ำมาก เหมาะกับสายแร่ขนาดเล็ก
    ข. ใช้แรงงานคนจำนวนมาก คนงานไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีการระเบิดสกัดแร่และค้ำยันด้วยชุดโครงไม้ (Square Set Stoping Method)
    ก. ต้องการไม้ค้ำยันเป็นจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมาก เมื่อรวมกับต้องถมกลับบางส่วนจากข้างล่างขึ้นสู่ส่วนบน
    ข. ไม่มีปัญหาในการป้องกันไฟไหม้โครงไม้ในใต้ดินเพราะป้องกันได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินที่ยอมให้มวลแร่และหินหรือดินที่ปิดทับสายแร่ทรุดตัวลงมาพร้อมกัน โดยการระเบิดเหนี่ยวนำภายใต้การควบคุมการเคลื่อนตัวลงมาตามหลักวิชาการเรียกว่า Caving Method มีหลักการสำคัญคือ
    ก. ดัชนีตัวเลขอาร์คิวดีของหินมากกว่า 60
    ข. ความกว้างต่อความสูงของอุโมงค์ต้องมากพอให้เพดานอุโมงค์พังลงมาได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • สภาพเหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการควบคุมให้แร่และหินปิดทับทรุดตัวลงมา (Caving Method) โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อย (Sub level caving method)
    ก. กำลังวัสดุของสายแร่ปานกลางถึงแข็งแรง อุโมงค์ย่อยไม่พังทลายในระหว่างการทำงาน
    ข. กำลังวัสดุของหินแข็งแรงมากถึงแข็งแรงน้อย
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • สภาพเหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปัดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. ลักษณะแหล่งแร่เป็นแผ่นหนาหรือแหล่งแร่ขนาดใหญ่ (Massive)
    ข. ความลาดเอียงของสายแร่ มีความลาดชันไม่กำหนด
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 229 :
  • สภาพเหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ขนาดใหญ่ ความหนาในแนวดิ่งต้องมากพอมากกว่า 6 เมตร
    ข. เกรดของแร่ในสายแร่สูงมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. การกระจายตัวของแร่ในสายแร่ปานกลาง เลือกเฉพาะแร่ ทิ้งแร่เกรดต่ำไว้ในแหล่งแร่ได้
    ข. ความลึกในปัจจุบันน้อยกว่า 1200 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. กำลังผลิต ตันต่อคนต่อกะ ค่อนข้างปานกลางในช่วง 5 ถึง 10 ตันต่อคนต่อกะ
    ข. อัตราการผลิตต่อหน่วยเวลาสูงมาก ในกรณีสเกลการผลิตขนาดใหญ่ เช่น เหมืองเหล็กคิรูนาวารา ประเทศสวีเดน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 232 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. ถ้าเป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ เหมาะสมที่จะพัฒนาใช้เครื่องจักรเป็นหลัก
    ข. โอกาสจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ความยืดหยุ่นของวิธีการทำเหมือง การเลือกเฉพาะแร่ทิ้งหินหรือแร่เกรดต่ำไว้ในคูหาแร่ กระทำได้ยาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 233 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยการระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. เปอร์เซนต์การเก็บแร่ 80 ถึง 90 เปอร์เซนต์ หินข้างเคียงเข้ามาปะปน 10 ถึง 15 เปอร์เซนต์ ในกรณีการควบคุมที่ดี
    ข. สภาพความปลอดภัยและสุขภาพค่อนข้างพอใช้ถึงใช้ได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและยอมให้หินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อตันแร่ ค่อนข้างต่ำ ในกลุ่มเหมืองใต้ดิน
    ข. มีความไวสูงมากต่อการเปลี่ยนแปลงของหินข้างเคียงเข้าปะปนสินแร่ โดยทั่วไปหินเข้าปะปนประมาณ 10 ถึง 35 เปอร์เซนต์
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและหินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. การพังของเพดานอุโมงค์ตามแร่ลงมา อาจต่อเนื่องถึงผิวดิน ทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นดิน ทำลายสิ่งก่อสร้างบนพื้นดิน
    ข. ค่าใช้จ่ายในการเตรียมการ เช่น อุโมงค์ย่อยและอื่นๆ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 236 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน โดยวิธีระเบิดสกัดแร่จากอุโมงค์ย่อยและหินปิดทับพังตามแร่ลงมา (Sub level caving method)
    ก. การควบคุมการไหลของแร่โดยการตักแร่ออกจากอุโมงค์ย่อย ไม่วิกฤตกระทำได้ง่าย
    ข. หากใช้เครื่องจักรต้องคำนึงถึงการนำเครื่องจักรเข้าและออกจากอุโมงค์ย่อยทุกครั้งที่มีการระเบิด
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • ในการทำเหมืองใต้ดินในแหล่งแร่ขยายในพื้นที่ทั้ง 3 มิติขนาดใหญ่ โดยการตัดฐาน (undercut) และเหนี่ยวนำให้มวลแร่พังลงมาโดยแรงโน้มถ่วง นำแร่ออกไปทางด้านล่างของแหล่งแร่ เรียกว่า Block caving method มีหลักการตรวจสอบ
    ก. ดัชนีค่าอาร์คิวดี น้อยกว่า 20 เปอร์เซนต์
    ข. แหล่งแร่ที่พังลงมาได้ต้องมีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่แตกหัก ขนาดไม่เกิน 2 เมตรครึ่ง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • สภาวะที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการนำแร่ออกทางด้านล่าง มวลแร่และมวลหินปิดทับพังลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกะ
    ก. กำลังวัสดุของแร่อ่อนแอถึงแข็งแรงปานกลาง แตกหักเป็นก้อนแร่ขนาดเล็กได้ง่าย รอยแตกร้าวในแหล่งแร่มีมาก เคลื่อนที่ลงมาได้ง่ายด้วยแรงโน้มถ่วง
    ข. กำลังวัสดุของหินในแหล่งแร่อ่อนแอถึงแข็งแรงปานกลาง แตกหักมากกว่าครึ่ง ขนาดเล็กกว่าหนึ่งเมตรครึ่ง เคลื่อนที่ลงมาพร้อมแร่ได้ง่าย
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • สภาวะที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการนำแร่ออกทางด้านล่าง มวลแร่และมวลหินพังลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Block caving method)
    ก. รูปร่างของแหล่งแร่ขนาดใหญ่ขยายทั้ง 3 มิติ แนวราบและแนวดิ่ง ขอบเขตแหล่งแร่แน่ชัด
    ข. ความลาดเอียงของแหล่งแร่ ลาดชันปานกลางถึงค่อนข้างราบ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการนำแร่ออกทางด้านล่าง มวลแร่และมวลหินพังลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Block caving method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ ขนาดใหญ่มากในแนวราบ ความหนาในแนวดิ่งมากกว่า 30 เมตร
    ข. เกรดของแร่ในแหล่งแร่สูงถึงปานกลาง เหมาะกับแหล่งแร่ที่แร่กระจายอยู่ทั่วไป
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการนำแร่ออกทางด้านล่าง มวลแร่และมวลหินพังลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Block caving method)
    ก. การกระจายตัวของแร่ค่อนข้างสม่ำเสมอและคล้ายคลึงกัน การเลือกทำเฉพาะแร่ทำไม่ได้
    ข. ความลึกในการทำเหมืองมากกว่า 600 เมตร และไม่เกิน 1200 เมตร ทำให้แรงเค้นที่เกิดขึ้นมากกว่ากำลังวัสดุของหิน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน โดยการนำแร่ออกทางด้านล่าง มวลแร่และมวลหินพังลงมาโดยแรงโน้มถ่วงของโลก (Block caving method)
    ก. กำลังผลิต ตันต่อคนต่อกะ ต่ำไม่เกิน 10ตันต่อคนต่อกะ
    ข. ค่าใช้จ่าย ตันต่อแร่ต่ำมาก ในกลุ่มเหมืองใต้ดินถือได้ว่าต่ำที่สุด
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีบล็อคเคฟวิง
    ก. อัตราการผลิตต่อเดือนหรือต่อปี ถือได้ว่าสูงที่สุดในกลุ่มของการทำเหมืองใต้ดิน
    ข.เปอร์เซนต์การเก็บแร่ต่ำ หินปะปนมีมาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 244 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธีบล็อคเคฟวิง
    ก. การแตกหักของแร่ เกิดจากการพังด้วยแรงโน้มถ่วงทั้งหมด ไม่มีการใช้ระเบิดเข้าช่วย (ยกเว้นการระเบิดตัดฐานในขั้นตอนเตรียมการ)
    ข. การระบายอากาศในส่วนที่มีคนทำงาน ถือได้ว่าเป็นที่น่าพอใจ อันตรายน้อยมาก ปลอดภัย
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 245 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน ด้วยวิธีบล็อคเคฟวิง
    ก. การพังลงมาของแหล่งแร่ ทำให้เกิดการทรุดตัวของผิวดิน ทำอันตรายต่อสิ่งก่อสร้างบนพื้นดิน
    ข. การควบคุมวิธีการนำแร่ออกด้านล่าง เป็นจุดวิกฤตที่จะทำให้ประสพความสำเร็จหรือล้มเหลว
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • ข้อดีและข้อเสียในการทำเหมืองใต้ดิน ด้วยวิธีบล็อคเคฟวิง
    ก. ขั้นตอนในการเตรียมการ ในส่วนที่จะนำแร่ออกด้านล่างใช้เวลานาน เป็นไปอย่างเชื่อช้า ใช้เงินลงทุนขั้นต้นค่อนข้างสูง
    ข. วิธีการทำเหมืองที่เปลี่ยนแปลงวิธีการได้เสมอ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 247 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long wall mining method)
    ก. ขนาดของแหล่งแร่ ขนาดใหญ่เมื่อมองภาพถ่ายทางอากาศ พื้นที่มากกว่า 1000 ไร่ จึงจะคุ้มการลงทุน
    ข. คุณภาพของแหล่งถ่านหินปานกลาง เป็นเชื้อเพลิงในการต้มน้ำ เพื่อผลิตไอน้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้า
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองใต้ดิน ด้วยวิธีบล็อคเคฟวิง
    ก. อันตรายสูงมาก ในกรณีที่มีก้อนหินหรือก้อนแร่ขนาดใหญ่ ติดขัดในช่องทางของช่องแร่ผ่านที่ฐานกรวยรับแร่ (Finger Raise)
    ข. เกิดการเผาไหม้ด้วยตนเองไม่ได้ ถึงแม้จะมีแร่ซัลไฟด์สะสมอยู่มากกว่า 50 เปอร์เซนต์ก็ตาม
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดินใช้กับแหล่งถ่านหินวางตัวในแนวราบ ความหนาของชั้นถ่านส่วนใหญ่ไม่เกิน 4 เมตร โดยทำเหมืองตลอดตามความยาวของหน้างานของส่วนแบ่งย่อย (Panel) ซึ่งถูกแบ่งด้วยชุดของช่องทางเข้าออก (ส่วนย่อย) ต่อเชื่อมกับช่องทางเข้าออกหลัก ทำเหมืองจากขอบนอกสู่ใจกลางแหล่งถ่าน นำสู่การทรุดตัวโดยสมบูรณ์ของเพดานเหนือชั้นถ่าน ความยาวหน้างานย่อยปกติมากกว่า 200 ม. ถึง 300 ม. เรียกวิธีนี้ว่า
  • 1 : วิธีเหมืองถ่านหินหน้างานยาว (Longwall Mining Method)
  • 2 : วิธีเหมืองถ่านหินหน้างานสั้น (Shortwall Mining Method)
  • 3 : วิธีเหมืองถ่านหินห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar Mining Method)
  • 4 : วิธีเหมืองถ่านหินจากอุโมงค์ย่อย (Sub Level Stoping Method)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดินใช้กับแหล่งถ่านหินวางตัวในแนวราบ ความหนาของชั้นถ่านส่วนใหญ่ไม่เกิน 4 เมตร โดยทำเหมืองตลอดตามความยาวของหน้างานของส่วนแบ่งย่อย (Panel) ซึ่งถูกแบ่งด้วยชุดของช่องทางเข้าออกของส่วนย่อยต่อเชื่อมกับช่องทางเข้าออกหลัก ทำเหมืองจากขอบนอกสู่ใจกลางของแหล่งถ่านหิน นำสู่การทรุดตัวโดยสมบูรณ์ของเพดานเหนือชั้นถ่าน ความยาวของหน้างานย่อยประมาณ 30 ถึง 50 เมตร เรียกวิธีนี้ว่า
  • 1 : วิธีเหมืองถ่านหินหน้างานยาว (Longwall Mining Method)
  • 2 : วิธีเหมืองถ่านหินหน้างานสั้น (Shortwall Minng Method)
  • 3 : วิธีเหมืองถ่านหินห้องและเสาค้ำยัน (Room and Pillar Mining Method)
  • 4 : วิธีเหมืองถ่านหินจากอุโมงค์ย่อย (Sub Level Stoping Method)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method) เครื่องจักรในการตัดถ่านหิน มีชื่อว่า
    ก. แบบเครื่องเฉือน (shearer) และแบบเครื่องไถ (Plow)
    ข. แบบเครื่องตัดต่อเนื่อง (Continuous Miner) มี 4 ชนิด ไม่ได้กล่าวในที่นี้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 252 :
  • ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานสั้น (Short Wall Mining Method) เครื่องจักรในการตัดถ่านหิน มีชื่อว่า
    ก. แบบเครื่องเฉือน (Shearer) และแบบเครื่องไถ (Plow)
    ข. แบบเครื่องตัดต่อเนื่อง (Continuous Miner) มี 4 ชนิด ไม่กล่าวในที่นี้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองถ่านหินหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. กำลังวัสดุของถ่านหินต้องแข็งแรงมากอุโมงค์ไม่พัง ที่สำคัญสามารถตัดด้วยเครื่องตัดถ่านได้
    ข. กำลังวัสดุของหินอ่อนแอถึงปานกลาง สามารถที่จะแตกหักหรือเพดานพังลงมาได้ ค่อนข้างแข็งและแน่นไม่ควร คุณสมบัติพลาสติกไม่ควรมี
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. ลักษณะของแหล่งแร่ เป็นแผ่นแผกระจายในแนวราบ ความหนาไม่มากเมื่อเทียบกับความกว้างและความยาว ส่วนมากไม่เกิน 4 เมตร
    ข. ความลาดเอียงชันมาก เพื่อให้ถ่านไหลลงตามทางลาดด้วยแรงโน้มถ่วง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • สภาพที่เหมาะสมในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. ความสม่ำเสมอและความต่อเนื่องของชั้นถ่านหินต้องมีความหนาสม่ำเสมอ เพื่อสะดวกในการทำงานของเครื่องจักรและชุดค้ำยัน
    ข. ความลึกจากผิวดินของบริเวณหน้างาน ไม่เกิน 500 เมตร ส่วนใหญ่ประมาณ 300 เมตร
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 256 :
  • ข้อดีและข้อเสียการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. กำลังผลิต ตันต่อคนต่อกะสูงที่สุด ในกลุ่มเหมืองใต้ดินในบางประเทศ 100 ตันต่อคนต่อกะ เป็นตัวอย่างที่ดีมากในการออกแบบระบบการทำงานที่ต่อเนื่อง
    ข. ใช้จำนวนคนทำงานต่อผลผลิตถ่านที่ได้ ใช้อัตราส่วนที่ต่ำมาก ค่าใช้จ่ายต่อตันก็ต่ำมากในกลุ่มเหมืองใต้ดิน มีค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบประมาณ 50 เปอร์เซนต์
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • ข้อดีและข้อเสียการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. ผลผลิตต่อปีสูงมาก เป็นเหมืองที่ขนาดการผลิตใหญ่มาก เหมืองส่วนใหญ่มากกว่า 1 ล้านตันต่อปี
    ข. ลำดับขั้นตอนการผลิต เปรียบเทียบได้ว่าเข้าใกล้การผลิตที่ต่อเนื่อง และรูปแบบการผลิตเหมือนกันซ้ำๆ กัน จึงเหมาะสมมากในการออกแบบติดตามการทำงานในรูปแบบการควบคุมอัตโนมัติ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • ข้อดีและข้อเสียการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. เหมาะกับการใช้เครื่องจักรเข้าช่วยทำงาน เหมาะกับการควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติและควบคุมในระยะไกล
    ข. ใช้แรงงานคนน้อยเทียบกับผลผลิต คนงานต้องผ่านการฝึกอบรมมีความชำนาญมาบ้าง เพราะต้องทำงานกับเครื่องจักรเป็นสำคัญ
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 259 :
  • ข้อดีและข้อเสียการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. เปอร์เซนต์การเก็บแร่สูงมาก 70 ถึง 90 เปอร์เซนต์ หินปะปนเข้ามากับแร่ก็ต่ำ 10 ถึง 20 เปอร์เซนต์
    ข. ไม่สามารถประยุกต์ใช้งานกับสภาพเพดานและพื้นของชั้นถ่านหิน อ่อนแอ ยากแก่การค้ำยัน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. การทำงานและการควบคุมต้องเอาใจใส่เป็นอย่างมาก รวมทั้งระบบการระบายอากาศ การขนส่งแร่ การขนส่งวัสดุค้ำยัน
    ข. สภาพการทำงานถือได้ว่าปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การค้ำยันป้องกันหินจากเพดานร่วงเอาใจใส่ให้มาก ถึงแม้อันตรายจากการระเบิดของแก๊สและผงถ่าน หากป้องกันเฝ้าระวังให้ดี อันตรายก็ลดน้อยลง
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. การทรุดตัวของเพดาน ช่วยให้เกิดการทรุดตัวของหินดินสิ่งก่อสร้างบนพื้นดินจะเกิดความเสียหาย เกิดขึ้นแผ่เป็นพื้นที่กว้าง ต้องเฝ้าระวัง
    ข.วิธีการทำเหมืองไม่มีความยืดหยุ่นเข้มงวดรัดกุมจะเปลี่ยนแปลงได้ยากทุกขั้นตอนต้องมีการวางแผนกำหนดล่วงหน้าโดยปกติไม่สามารถเลือกทำเฉพาะส่วนที่มีแร่ได้ต้องทั้งหมด
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 262 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. อัตราการผลิตต้องวางแผนการผลิตค่อนข้างคงที่ การค้ำยันเพดานต้องทำทันที ทิ้งไว้งานจะเกิดการทรุดของเพดาน ยากต่อการแก้ไข
    ข. เงินลงทุนข้างต้นต่ำ การเตรียมการไม่มาก
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้าย ชุดไฮดรอลิคค้ำยันจากหน้างานหนึ่ง ไปเริ่มหน้างานใหม่ เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
    ข. ในการทำงานควรมีหลายหน้างาน หากมีเพียงหน้างานเดียว เสี่ยงต่อการรอคอย ผลผลิตไม่ได้ตามเป้า รบกวนผลผลิตต่อปี
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ก. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 264 :
  • ข้อดีและข้อเสียของการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method)
    ก. ความร้อนจากหินรอบๆ ถ่านหินในระดับลึก เป็นปัญหาต่อการระบายอากาศ บางครั้งต้องใช้อากาศเย็นจากเครื่องทำความเย็นเข้าช่วย
    ข. ในชั้นถ่านหินมีกำมะถันจะเกิดการรวมกับไฮโดรเจนเกิดเป็นแก๊สไข่เน่าอันตรายต่อสุขภาพ อาจจะเกิดการลุกไหม้ด้วยตนเอง เมื่อรวมกับก๊าซมีเทนจะนำไปสู่การระเบิดใต้ดินได้
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 :
  • ในการทำเหมืองถ่านหินใต้ดิน ด้วยวิธีการทำเหมืองหน้างานสั้น (Short Wall Mining Method) มีหลักการพิจารณาคล้ายคลึงกับการทำเหมืองหน้างานยาว (Long Wall Mining Method) มีความแตกต่างที่หน้างานสั้นกว่าจะเหลือเพียงประมาณ 50 เมตร ทำในระดับลึกน้อยกว่าประมาณ 100 เมตร แรงเค้นในแนวดิ่งน้อยกว่าและความแตกต่างที่สำคัญคือ
    ก. เครื่องต้ดถ่านแตกต่างกัน
    ข. ชุดค้ำยันไฮดรอลิคแตกต่างกัน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 455 : Drilling and blasting technique for underground excavation
ข้อที่ 266 :
  • อะไรคือวุตถุระเบิดหลักที่ใช้ในการทำเหมืองใต้ดิน
  • 1 : Dynamite
  • 2 : ANFO
  • 3 : PETN
  • 4 : Gun Powder
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • ข้อต่อไปนี้ อะไรควรทำทันที หลังจากทำการระเบิด
  • 1 : ระบายควัน เนื่องจากการระเบิด
  • 2 : ขนเศษหินเศษแร่ จะไม่เสียเวลา ทำให้กำลังการผลิตสูงขึ้น
  • 3 : แกะ งัด หินร้าวรอบๆอุโมงค์ เนื่องจากการระเบิด
  • 4 : สำรวจรูปร่างของอุโมงค์ที่ได้ทันที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • การเจาะแบบ Fan drill ใช้ในขั้นตอนใดของการทำเหมืองใต้ดิน
  • 1 : Tunnel Development
  • 2 : Ore Production
  • 3 : Ramp Development
  • 4 : Orepass Development
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • ขั้นตอนใดของการทำเหมืองใต้ดินต้องทำต่อจากขั้นตอนการระเบิด
  • 1 : ขั้นตอนการเจาะ
  • 2 : ขั้นตอนการค้ำยัน
  • 3 : ขั้นตอนการตักแร่
  • 4 : ขั้นตอนการขนแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • ขั้นตอนใดของการทำเหมืองใต้ดินต้องทำก่อนขั้นตอนการระเบิด
  • 1 : ขั้นตอนการเจาะ
  • 2 : ขั้นตอนการค้ำยัน
  • 3 : ขั้นตอนการตักแร่
  • 4 : ขั้นตอนการขนแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 271 :
  • การเจาะระเบิดในงานเหมืองใต้ดินใช้อะไรเป็นตัวพาเศษหินที่แตกออกจากรูเจาะ
  • 1 : ลม
  • 2 : น้ำ
  • 3 : โฟม
  • 4 : น้ำมัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 :
  • ค่า Powder factor จะเป็นอย่างไรเมื่อทำการระเบิดหินที่ไม่แข็งแรงที่หน้าอุโมงค์ที่มีขนาดใหญ่
  • 1 : ค่า Powder factor สูงขึ้น
  • 2 : ค่า Powder factor ต่ำลง
  • 3 : ค่า Powder factor ไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : ค่า Powder factor ไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • ค่า Powder factor จะเป็นอย่างไรเมื่อทำการระเบิดหินที่แข็งแรงเพื่อสร้างปล่อง
  • 1 : ค่า Powder factor สูงขึ้น
  • 2 : ค่า Powder factor ต่ำลง
  • 3 : ค่า Powder factor ไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : ค่า Powder factor ไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • สำหรับเหมืองใต้ดิน วัตถุระเบิดควรจะมีคุณลักษณะอย่างไร ในแง่ของการขนส่งและการบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด
  • 1 : การขนส่ง:สะดวก – การบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด:สะดวก
  • 2 : การขนส่ง:สะดวก – การบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด:ปานกลาง
  • 3 : การขนส่ง:ปานกลาง – การบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด:สะดวก
  • 4 : การขนส่ง:ยาก – การบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด:สะดวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • ข้อใดควรปฏิบัติก่อนทำการบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด
  • 1 : ทำความสะอาดรูระเบิดด้วยน้ำ
  • 2 : ทำความสะอาดรูระเบิดโดยใช้ลมเป่า
  • 3 : ทำความสะอาดรูระเบิดและทำให้แห้ง โดยใช้ลมเป่า
  • 4 : ทำความสะอาดรูระเบิดด้วยน้ำ และทำให้แห้ง โดยใช้ลมเป่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดควรปฏิบัติก่อนทำการเจาะรูระเบิด
  • 1 : ตรวจหารูระเบิดของการระเบิดรอบที่แล้ว เพื่อหาวัตถุระเบิดที่ยังเหลืออยู่
  • 2 : ไม่ต้องทำอะไรก่อนทำการเจาะรูระเบิด
  • 3 : ทำหน้าอุโมงค์ที่จะทำการเจาะให้แห้ง
  • 4 : ทำหน้าอุโมงค์ที่จะทำการเจาะให้สะอาดและแห้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • ข้อใดเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นที่ควรให้ความสนใจ เมื่อทำการบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิดโดยใช้อากาศ (Pneumatic)
  • 1 : ความร้อน
  • 2 : ไฟฟ้าสถิตย์
  • 3 : ฝุ่น
  • 4 : เสียงดัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • Cap แบบใดเหมาะสมกับการบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิดโดยใช้อากาศ (Pneumatic)
  • 1 : Cap แบบไม่ใช้ไฟฟ้า
  • 2 : Cap แบบ anti-static
  • 3 : Cap แบบไม่ใช้ไฟฟ้า หรือ แบบ anti-static
  • 4 : Cap แบบไฟฟ้าทั่วๆไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • ข้อใดควรปฏิบัติ เมื่อตำแหน่งของ Primer อยู่บริเวณใกล้ๆปากรูระเบิดแนวราบ
  • 1 : เพิ่มระยะ Stemming
  • 2 : ลดระยะ Stemming
  • 3 : รักษาระยะ Stemming ให้คงที่
  • 4 : ไม่ต้องทำความสะอาดรูระเบิดก่อนทำการบรรจุวัตถุระเบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • ข้อใดคาดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อตำแหน่งของ Primer อยู่บริเวณใกล้ๆปากรูระเบิดแนวราบ และระยะ Stemming สั้นเกินไป
  • 1 : แรงระเบิดพุ่งออกมาจากปากรูระเบิด
  • 2 : แรงระเบิดพุ่งตรงไปยังหินรอบข้างมากขึ้น
  • 3 : แรงระเบิดพุ่งตรงไปยังหินรอบข้างเท่าเดิม เมื่อเทียบกับระยะ Stemming ที่ยาวขึ้น
  • 4 : ไม่สามารถระบุได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 :
  • หลังจากทำการระเบิด รูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด ควรจะทำเช่นไร
  • 1 : เอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิดโดยใช้ลม (compressed air)
  • 2 : เอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิดโดยใช้น้ำฉีด
  • 3 : เอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิดโดยใช้น้ำฉีดหรือใช้ลม (compressed air)
  • 4 : ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • หลังจากทำการระเบิด สำหรับรูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด ถ้าไม่สามารถเอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิด ข้อใดควรจะปฏิบัติ
  • 1 : นำเอาสายไฟฟ้าที่ใช้ในการจุดระเบิดของรูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด มาต่อเข้าวงจรระเบิดใหม่ เพื่อทำการระเบิดซ้ำ
  • 2 : นำเอาสายไฟฟ้าที่ใช้ในการจุดระเบิดของรูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด มาทำการลัดวงจรโดยทันที
  • 3 : ใช้เครื่องเจาะรูระเบิดเจาะซ้ำไปที่รูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด เพื่อเอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิด
  • 4 : ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 283 :
  • หลังจากทำการระเบิด สำหรับรูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด ถ้าไม่สามารถเอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิดและทำการระเบิดซ้ำได้ ข้อใดควรจะปฏิบัติ
  • 1 : เอา Stemming ออก แล้วใส่ Primer แทนที่ จากนั้นทำการจุดระเบิดจาก Primer อันใหม่
  • 2 : พยายามหาสายไฟฟ้าที่ใช้ในการจุดระเบิดของรูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด มาต่อเข้าวงจรระเบิดใหม่ เพื่อทำการระเบิดซ้ำ
  • 3 : ใช้เครื่องเจาะรูระเบิดเจาะซ้ำไปที่รูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด เพื่อเอาวัตถุระเบิดออกจากรูระเบิด
  • 4 : ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • หลังจากทำการระเบิด อะไรคือสิ่งผิดปกติที่จะเกิดขึ้น ถ้า Stemming ของรูระเบิดที่ไม่เกิดการระเบิด ถูกเอาออก แล้วใส่ Primer แทนที่ จากนั้นทำการจุดระเบิดจาก Primer อันใหม่
  • 1 : เกิด Flyrock เป็นจำนวนมาก
  • 2 : น้ำจะไหลเข้าสู่อุโมงค์เป็นจำนวนมาก
  • 3 : เกิดควันพิษจากการระเบิดเป็นจำนวนมาก
  • 4 : ไม่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • รูระเบิดหลายๆรูที่อยู่ในกลุ่ม Cuts จะอยู่บริเวณใดของหน้างานที่จะทำการระเบิด
  • 1 : ตรงกลางของหน้างานที่จะทำการระเบิด
  • 2 : ขอบๆของบริเวณที่จะทำการระเบิด
  • 3 : ระหว่างตรงกลางของหน้างานที่จะทำการระเบิดและขอบๆของบริเวณที่จะทำการระเบิด
  • 4 : ขอบบนของบริเวณที่จะทำการระเบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :
  • สำหรับการระเบิดเพื่อสร้างอุโมงค์ ข้อใดถูกใช้เป็น Free face สำหรับรูระเบิดในกลุ่ม Cuts
  • 1 : รูระเบิดที่ไม่ได้บรรจุวัตถุระเบิด (Empty hole)
  • 2 : Free face ที่เกิดจากการระเบิดของดีเลย์ก่อนหน้านั้น
  • 3 : Free face ที่เกิดจากการระเบิดของดีเลย์ก่อนหน้านั้น และ รูระเบิดที่ไม่ได้บรรจุวัตถุระเบิด (Empty hole)
  • 4 : Free face ที่เกิดจากการระเบิดของดีเลย์ก่อนหน้านั้น หรือ รูระเบิดที่ไม่ได้บรรจุวัตถุระเบิด (Empty hole)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :
  • ในการเจาะปล่อง (Shaft) ส่วนแรกที่ต้องทำคืออะไร
  • 1 : Head Frame
  • 2 : Shaft Collar
  • 3 : Shaft Rope System
  • 4 : Shaft Support
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 :
  • การพัฒนาปากปล่อง(Shaft) ในช่วงแรกบริเวณใกล้ผิวดินก่อนติดตั้ง Head Frame มักใช้เครื่องกว้านขนาดเล็กกับถังในการชักรอก หรืออีกวิธีการหนึ่งคือการใช้เครื่องจักรใดต่อไปนี้
  • 1 : Shovel
  • 2 : Dragline
  • 3 : Clamshell
  • 4 : Bucket Dredge
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • การระเบิดแบบ Bench Round ในการเจาะปล่องเป็นอย่างไร
  • 1 : การระเบิดเต็มหน้าตัดปล่อง
  • 2 : การระเบิดเป็นขั้นบันไดสลับซ้ายขวา
  • 3 : การระเบิดเป็น 2 ชั้น ด้านนอกสลับด้านใน
  • 4 : การระเบิดแบบขอบปล่อยงเรียบก่อน แล้วจึงระเบิดตรงกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 290 :
  • การเจาะปล่องแบบใดสามารถป้องกันปัญหาเรื่องน้ำได้
  • 1 : Ring Drilling
  • 2 : Full Face
  • 3 : Bench Round
  • 4 : Smooth Drilling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • ข้อใดผิดเมื่อเปรียบเทียบการระเบิดแบบ Full Face กับ Bench Round ในการเจาะปล่อง
  • 1 : Full Face จะมีปัญหาเรื่องน้ำที่หน้างานมากกว่า
  • 2 : Bench Round สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการทำงานกว่า
  • 3 : Full Face หินจะแตกกระจายพุ่งไปยังด้านข้างมากกว่า
  • 4 : Bench Round ควบคุมการแตกล้ำแนวปล่องได้ดีกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 292 :
  • การเจาะระเบิดปล่องรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักนิยมรูตัด (Cut Holes) แบบใด
  • 1 : Pyramid Cut
  • 2 : Diamond Cut
  • 3 : Wedge Cut
  • 4 : Slab Cut
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 :
  • การเจาะระเบิดปล่องรูปวงกลม มักนิยมรูตัด (Cut Holes) แบบใด
  • 1 : Pyramid Cut
  • 2 : Slab Cut
  • 3 : Timber Cut
  • 4 : Twin Cut
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 :
  • ในการเจาะระเบิดอุโมงค์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างหน้าอิสระเพื่อการระเบิดเพราะอะไร
  • 1 : เพราะเมื่อคลื่นระเบิดเคลื่อนที่ไปเจอหน้าอิสระจะเกิดแรง Compression เป็น 2 เท่าทำให้หินแตกได้ดีขึ้น
  • 2 : เพราะเมื่อคลื่นระเบิดเคลื่อนที่ไปเจอหน้าอิสระจะเกิดแรง Tension ทำให้หินแตกได้ดีขึ้น
  • 3 : เพราะหน้าอิสระช่วยกักเก็บพลังงานให้อยู่ในเนื้อหิน
  • 4 : เพราะหน้าอิสระทำให้อากาศแทรกเข้าไปขยายรอยแตกในเนื้อหิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • การแตกแบบ Slabbing เกิดจากแรกประเภทใดจากการระเบิด
  • 1 : Compression
  • 2 : Tension
  • 3 : Shear
  • 4 : Harmonic
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 296 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่หก ความลึกในการระเบิดเพื่อเดินหน้าในแต่ละครั้ง เนื่องจากหน้าอิสระในการเจาะเดินหน้าคูหาแร่ในเหมืองใต้ดินมีหน้าเดียว การระเบิดเดินหน้าแต่ละครั้งได้ประมาณ 80 เปอร์เซนต์ของความยาวด้านที่สั้นที่สุดของหน้างานระเบิด
    สมมุติหน้างานระเบิดกว้าง 6 เมตร สูง 7.2 เมตร ระเบิดแต่ละครั้งจะเดินหน้าได้กี่เมตร
  • 1 : ประมาณ 3.50 เมตร
  • 2 : ประมาณ 4.20 เมตร
  • 3 : ประมาณ 4.80 เมตร
  • 4 : ประมาณ 5.20 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 297 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่ห้า แฟกเตอร์การระเบิด (Blasting Factor) เป็นค่าเฉลี่ยของพื้นที่ทั้งหมดของหน้างานระเบิดต่อจำนวนรูเจาะ เช่น 0.632 ตารางเมตร/รูเจาะ จงคำนวณหาจำนวนรูเจาะของหน้างานนี้โดยประมาณ เมื่อพื้นที่ในการระเบิดเท่ากับ 43.2 ตารางเมตร
  • 1 : ประมาณ 65 รูเจาะ
  • 2 : ประมาณ 70 รูเจาะ
  • 3 : ประมาณ 75 รูเจาะ
  • 4 : ประมาณ 80 รูเจาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะอุโมงค์ใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวแรกคือ การคำนวณพื้นที่หน้างานระเบิดใต้ดิน
    ตัวอย่างเช่น ความสูงของหน้างาน 6.0 เมตร ความกว้างของหน้างาน 7.2 เมตร จงคำนวณหาพื้นที่เป็นตารางเมตรของหน้างานระเบิดใต้ดินครั้งนี้
  • 1 : ประมาณ 30 ตารางเมตร
  • 2 : ประมาณ 35 ตารางเมตร
  • 3 : ประมาณ 40 ตารางเมตร
  • 4 : ประมาณ 43 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่สองคือ พลังงานที่ใช้ในการเจาะจะได้จากอากาศที่มีแรงอัดจากเครื่องอัดอากาศที่มีความดัน โดยทั่วไปกี่เท่าของบรรยากาศ
  • 1 : ประมาณ 2 เท่าบรรยากาศ
  • 2 : ประมาณ 5 เท่าบรรยากาศ
  • 3 : ประมาณ 7 เท่าบรรยากาศ
  • 4 : ประมาณ 10 เท่าบรรยากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่สาม ดอกเจาะ (drill bits) หัวตอกเจาะผ่าเป็นรูปกากะบาด (Cross) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้วครึ่ง หรือ 57 มิลลิเมตร
    ประเภทของเนื้อโลหะที่ใช้ โดยทั่วไปมีชื่อว่า
  • 1 : ทังสะเตนคาไบด์
  • 2 : ดีบุกคาไบด์
  • 3 : ทองแดงคาไบด์
  • 4 : เหล็กคาไบด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่สี่ ชนิดของหินหรือแร่ที่ต้องระเบิดชนิดของหินหรือแร่ที่ต้องระเบิด มีผลใน 2 กรณี
    ก. ความสามารถในการเจาะ (Drillability)
    ข. ดัชนีในการสึกกร่อนจากการขัดสี (Abrasion index) ระหว่างดอกเจาะและหิน
  • 1 : ข้อ ก. ถูก ข้อ ข. ผิด
  • 2 : ข้อ ก. ผิด ข้อ ข. ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง 2 ข้อ
  • 4 : ผิดทั้ง 2 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน การคำนวณอัตราการเจาะ ตัวอย่างเช่น กำหนดให้หินแบเรอแกรนิต มีสภาพการทำงานตามที่กำหนดให้ มีอัตราการเจาะ 11.9 มิลลิเมตรต่อวินาที มีค่าอัตราการเจาะเท่ากับ 1.0 ถ้าหากหินเมืองเลย (สมมุติขึ้น) แกรนิต มีอัตราการเจาะเท่ากับ 1.52 จงคำนวณหาอัตราการเจาะของหินเมืองเลยแกรนิต
  • 1 : ประมาณ 6 มิลลิเมตรต่อวินาที
  • 2 : ประมาณ 12 มิลลิเมตรต่อวินาที
  • 3 : ประมาณ 18 มิลลิเมตรต่อวินาที
  • 4 : ประมาณ 24 มิลลิเมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 303 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะระเบิดใต้ดิน การคำนวณอัตราการสึกกร่อนของดอกเจาะโดยเปรียบเทียบกับการสึกกร่อนของดอกเจาะในสภาพที่เราทราบค่า ตัวอย่างเช่น การสึกกร่อนในการเจาะหินแบเรอแกรนิตมีค่าดัชนีการสึกกร่อนเท่ากับ 1.0 และในการสึกกร่อนในสภาพการทำงานกับหินปราจีนบุรีควอทไรต์ (สมมุติ) เท่ากับ 8.50 ดังนั้นการสึกกร่อนที่เกิดขึ้นจะเป็นกี่เท่า
  • 1 : ประมาณ 8.50 เท่า
  • 2 : ประมาณ 8.00 เท่า
  • 3 : ประมาณ 7.50 เท่า
  • 4 : ประมาณ 5.50 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่เจ็ด เวลาที่ใช้ไปในการทำงานเริ่มจากการถอนก้านเจาะจากหลุมเจาะรูระเบิดหนึ่งถึงเริ่มเจาะรูเจาะระเบิดใหม่ เช่นใช้เวลาในการถอนก้านเจาะ = 1 นาที เคลื่อนย้ายชุดเจาะ (ซึ่งมีหลายชุด) โดยการโยกระบบไฮดรอลิคโดยที่รถเจาะอยู่กับที่ใช้เวลา 0.4 นาที จัดวางแนวระดับและทิศทางการเจาะของชุดเจาะแล้วเริ่มเจาะรูระเบิดรูใหม่นี้ใช้เวลา 1 นาที รวมใช้เวลาทั้งหมดกีนาที
  • 1 : ประมาณ 1.40 นาที
  • 2 : ประมาณ 2.00 นาที
  • 3 : ประมาณ 2.40 นาที
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่แปด เวลาที่ใช้ในการเจาะระเบิดต่อหนึ่งกะในการทำงาน (8 ชม.ทำงานต่อ 1 กะ) ในแต่ละกะทำงานประกอบด้วย
    เวลาในการเปลี่ยนกะระหว่างเริ่มงานและเลิกงาน 20 นาที
    เวลาพักรับประทานอาหารช่วงกึ่งกลางกะทำงาน 40 นาที
    กำหนดให้วงรอบการทำงานในการระเบิดกะละ 3 รอบ
    การระบายอากาศรอบละ 20 นาที รวม 60 นาที
    คำนวณเวลาในการเจาะรูระเบิดรอบละกี่นาที
  • 1 : ประมาณ 80 นาที
  • 2 : ประมาณ 100 นาที
  • 3 : ประมาณ 120 นาที
  • 4 : ประมาณ 140 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 306 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องรูเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวที่เก้า ตันเนจแฟกเตอร์ แสดงถึงปริมาตรของหินในสภาพเดิมก่อนการระเบิด เป็นลูกบาศก์เมตรต่อน้ำหนัก 1 ตัน เช่น 0.437 ลูกบาศก์เมตรต่อ 1 ตัน ตัวอย่างเช่น หินปูนเนื้อแน่น มีน้ำหนัก 2650 กิโลกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร
    คำถาม หินปูนมีค่าตันเนจแฟกเตอร์เท่าไร
  • 1 : ประมาณ 0.625 ลูกบาศก์เมตรต่อตัน
  • 2 : ประมาณ 0.372 ลูกบาศก์เมตรต่อตัน
  • 3 : ประมาณ 0.250 ลูกบาศก์เมตรต่อตัน
  • 4 : ประมาณ 0.150 ลูกบาศก์เมตรต่อตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 307 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบ เวลาที่ใช้ในการเจาะหนึ่งรูเจ่าะระเบิดประกอบด้วย
    ความลึกของการระเบิดต่อรอบ 4.80 ม.
    ความลึกในการเจาะ 4.80 ม. ความยาวของส่วนอัดวัตถุระเบิด 1.20 ม.
    ความลึกทั้งหมดของรูระเบิด = 5.40 ม.
    สมมุติความเร็วในการเจาะ 1.20 เมตร/นาที
    คำนวณเวลาในการเจาะรูระเบิด 1 รูเจาะใช้เวลากี่นาที
  • 1 : ประมาณ 3.5 นาที
  • 2 : ประมาณ 4.5 นาที
  • 3 : ประมาณ 5.5 นาที
  • 4 : ประมาณ 6.5 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 308 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบเอ็ด เวลาทั้งหมดในการเจาะรูระเบิดต่อหนึ่งรูเจาะ เริ่มตั้งแต่เริ่มเจาะรูที่หนึ่งถึงเริ่มเจาะรูที่สองถัดไป
    ตัวอย่าง เวลาที่ใช้ในการเจาะรูระเบิดจริงๆ 4.5 นาที
    เวลาในการถอนก้านเจาะและโยกไปเริ่มเจาะรูใหม่ 2.40 นาที
    คำนวณเวลาทั้งหมดในการเจาะรูระเบิดหนึ่งรูเจาะกี่นาที
  • 1 : ประมาณ 4.5 นาที
  • 2 : ประมาณ 5.7 นาที
  • 3 : ประมาณ 6.9 นาที
  • 4 : ประมาณ 7.9 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบสอง จำนวนหัวเจาะต่อรถเจาะหนึ่งคัน >br>ตัวอย่าง เวลาทั้งหมดในการเจาะต่อรอบ 120 นาที
    เวลาทั้งหมดในการเจาะต่อ 1 รูเจาะ 6.90 สนาที
    จำนวนรูเจาะต่อ 1 หัวเจาะต่อ 1 รอบ = 120/6.90 = 17.34
    คิดที่ 17 รูเจาะ
    จำนวนรูเจาะต่อหน้างานระเบิด 69 รูเจาะ
    คำนวณหาจำนวนหัวเจาะที่ติดตั้งบนรถเจาะใต้ดิน
  • 1 : ประมาณ 2 หัวเจาะ
  • 2 : ประมาณ 3 หัวเจาะ
  • 3 : ประมาณ 4 หัวเจาะ
  • 4 : ประมาณ 5 หัวเจาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบสาม ความยาวทั้งหมดของรูเจาะระเบิดต่อการระเบิดหนึ่งหน้างาน
    ตัวอย่าง ความยาวทั้งหมดของหนึ่งรูระเบิด 5.40 เมตร
    จำนวนรูระเบิดต่อหนึ่งหน้างาน
    คำนวณหาความยาวทั้งหมดของรูเจาะต่อหนึ่งหน้างาน
  • 1 : ประมาณ 343 เมตร
  • 2 : ประมาณ 353 เมตร
  • 3 : ประมาณ 363 เมตร
  • 4 : ประมาณ 373 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบสี่ ปริมาตรของหินที่ระเบิดได้ต่อหนึ่งรอบการระเบิด
    ตัวอย่าง ความสูง 6.0 เมตร
    ความกว้าง 7.2 เมตร
    ความลึกในการระเบิดเดินหน้าแต่ละรอบ 4.80 เมตร
    คำนวณ ปริมาตรของหินที่ระเบิดได้แต่ละรอบ
  • 1 : ประมาณ208 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : ประมาณ 218 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : ประมาณ 228 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : ประมาณ 238 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบห้า น้ำหนักของหินที่ระเบิดได้ในแต่ละครั้ง ตัวอย่าง ปริมาตรของหินที่ระเบิดได้แต่ละรอบ 208 ลูกบาศก์เมตร ตันเนจแฟกเตอร์ของหินที่ระเบิดได้ 0.40 ลูกบาศก์เมตร/ตัน
    คำนวณหา น้ำหนักของหินที่ระเบิดได้ต่อรอบการระเบิด
  • 1 : ประมาณ 508 ตัน
  • 2 : ประมาณ 518 ตัน
  • 3 : ประมาณ 528 ตัน
  • 4 : ประมาณ 538 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 313 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ที่สิบหก น้ำหนักของหินที่ระเบิดได้ต่อหน่วยเวลา เช่นต่อชั่วโมงหรือต่อหนึ่งกะทำงาน (8 ชั่วโมง/กะ)
    ตัวอย่าง น้ำหนักหินที่ระเบิดได้ต่อรอบ 518 ตันในหนึ่งกะทำงาน (8 ชั่วโมง) ระเบิด 3 รอบ
    ดังนั้น น้ำหนักของหินที่ได้ต่อ 1 กะ = 518x3 = 1555 ตัน
    จงคำนวณ น้ำหนักเฉลี่ยของหินที่ได้ต่อ 1 ชั่วโมง
  • 1 : ประมาณ 185 ตัน/ชั่วโมง
  • 2 : ประมาณ 195 ตัน/ชั่วโมง
  • 3 : ประมาณ 259 ตัน/ชั่วโมง
  • 4 : ประมาณ 222 ตัน/ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • การเลือกอุปกรณ์และเครื่องเจาะรูระเบิดใต้ดิน แฟกเตอร์ตัวสิบเจ็ด แฟกเตอร์การเจาะ (Drilling Factor) หมายถึง ความยาวทั้งหมดของรูเจาะต่อน้ำหนักของหินที่ได้หนึ่งตันต่อการระเบิดหนึ่งรอบ
    ตัวอย่าง ความยาวทั้งหมดของรูเจาะต่อรอบการระเบิด 373 เมตร
    น้ำหนักของหินที่ระเบิดได้ต่อรอบการระเบิด 518 ตัน
    คำนวณ แฟกเตอร์การเจาะรูระเบิด
  • 1 : ประมาณ 0.66 เมตร/ตัน
  • 2 : ประมาณ 0.68 เมตร/ตัน
  • 3 : ประมาณ 0.70 เมตร/ตัน
  • 4 : ประมาณ 0.72 เมตร/ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 456 : Introduction to underground support,ventitation,drainage and illumination
ข้อที่ 315 :
  • Active support คืออะไร
  • 1 : การค้ำยันที่ไม่ต้องใส่แรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันในขณะติดตั้ง
  • 2 : การค้ำยันที่ต้องใส่แรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันในขณะติดตั้ง
  • 3 : การค้ำยันที่ลดแรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันหลังจากติดตั้งครั้งแรก
  • 4 : การค้ำยันที่เพิ่มแรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันหลังจากติดตั้งครั้งแรก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • Passive support หมายถึงอะไร
  • 1 : การค้ำยันที่ไม่ต้องใส่แรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันในขณะติดตั้ง
  • 2 : การค้ำยันที่ต้องใส่แรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันในขณะติดตั้ง
  • 3 : การค้ำยันที่ลดแรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันหลังจากติดตั้งครั้งแรก
  • 4 : การค้ำยันที่เพิ่มแรงกระทำแก่พื้นผิวของหินที่ต้องการค้ำยันหลังจากติดตั้งครั้งแรก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • Load ของ Passive support จะเพิ่มขึ้นเมื่อใด
  • 1 : เมื่อทำเหมืองใต้ดินระดับลึก
  • 2 : น้ำใต้ดินไหลเข้ามาในอุโมงค์
  • 3 : หินที่ทำการค้ำยันเกิดการเคลื่อน
  • 4 : Load ของ Passive support จะไม่เพิ่ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :
  • Split set จัดอยู่ในการค้ำยัน (Support) ประเภทใด
  • 1 : Active support / Permanent support
  • 2 : Active support / Temporary support
  • 3 : Passive support / Permanent support
  • 4 : Passive support / Temporary support
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ข้อดีของ Split set หรือ Friction bolt คืออะไร
  • 1 : กันสนิม
  • 2 : ติดตั้งได้เร็ว
  • 3 : น้ำหนักเบามาก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • ข้อเสียของ Split set หรือ Friction bolt คืออะไร A มักเกิดสนิมได้ง่าย B ค้ำยันไม่ได้ผลเมื่อรูเจาะเล็กหรือใหญ่เกินไป C ไม่สามารถ Grout ร่วมด้วยได้
  • 1 : A และ C ถูก
  • 2 : A และ B ถูก
  • 3 : A, B และ C ถูก
  • 4 : A, B และ C ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • Barrier Pillar มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ป้องกัน Pillar ต้นอื่นๆ ไม่ให้เกิดความเสียหาย
  • 2 : ทำหน้าที่เหมือนกับ Pillar ทั่วไป
  • 3 : ป้องกันการเกิด Subsidence
  • 4 : จำกัดพื้นที่เสียหาย เมื่อเหมืองถล่ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • ตำแหน่งใดของอุโมงค์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (มีความกว้างมากกว่าความสูง) เกิดการเคลื่อนตัว (Displacement) มากที่สุด
  • 1 : ผนังทั้งสองข้าง
  • 2 : มุมด้านบนทั้งสองมุม
  • 3 : เพดานและพื้น
  • 4 : มุมด้านล่างทั้งสองมุม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • อะไรคือจุดประสงค์หลักของ Face support ในการทำเหมืองแบบ Longwall mining
  • 1 : ป้องกันหินที่ร่วงอย่างทันทีทันใด ณ บริเวณหน้างาน
  • 2 : ป้องกันอุโมงค์ระบายอากาศถล่ม
  • 3 : ป้องกันบริเวณที่ทำเหมืองไปแล้วถล่ม
  • 4 : ค้ำยันบริเวณที่ไม่เสถียร ใกล้ๆกับปล่องขนส่งแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 324 :
  • ณ บริเวณใดใน Pillar มี stress สูงกว่า Vertical stress (ก่อนการทำเหมืองใต้ดิน)
  • 1 : ไม่มีเพราะว่า stress ใน Pillar เท่ากับ Vertical stress (ก่อนการทำเหมืองใต้ดิน)
  • 2 : บริเวณตรงกลางของ Pillar
  • 3 : บริเวณผนังของ Pillar
  • 4 : ทุกที่ เพราะ stress ใน Pillar สูงกว่า Vertical stress (ก่อนการทำเหมืองใต้ดิน)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • อะไรคือข้อเสียของ Shotcrete แบบ Dry mix
  • 1 : การขนส่งวัสดุเข้าไปสู่บริเวณที่ทำการ Shotcrete
  • 2 : การฟุ้งกระจายของวัสดุ Shotcrete ขณะพ่น
  • 3 : เครื่องจักรสำหรับ Shotcrete แบบ Dry mix มีความสลับซับซ้อนมาก
  • 4 : ความเร็วของ Shotcrete ต่ำเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • Shotcrete มีส่วนประกอบหลักอะไรบ้าง
  • 1 : Cement
  • 2 : Cement, Coarse aggregate
  • 3 : Cement, Coarse aggregate, Sand
  • 4 : Cement, Coarse aggregate, Sand, Accelerator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 327 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ถูกออกแบบเพื่อทำให้ Rockbolt สามารถทำ tensioned ได้
  • 1 : Spherical washer
  • 2 : Bearing plate
  • 3 : Expansion shell anchor
  • 4 : Rubber seal
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • อะไรเป็นสาเหตุของการระเบิดในเหมืองถ่านหินใต้ดิน
  • 1 : ไม่สามารถระบายฝุ่นของถ่านหินได้มากพอ
  • 2 : ไม่สามารถระบายฝุ่นของถ่านหิน และ Methane ที่ออกมาจากชั้นถ่านได้มากพอ
  • 3 : ไม่สามารถระบาย Methane ที่ออกมาจากชั้นถ่านได้มากพอ
  • 4 : เกิดการรั่วไหลของเชื้อเพลิงจากเครื่องจักรทำเหมือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • ข้อใดคือสิ่งที่จะต้องจัดการของการระบายและปรับอากาศในเหมืองใต้ดิน
  • 1 : ก๊าซ, ฝุ่น
  • 2 : ก๊าซ, ฝุ่น, ความชื้น
  • 3 : ก๊าซ, ฝุ่น, ความชื้น, ความร้อนในอากาศ
  • 4 : ก๊าซ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • ข้อใดคือจุดประสงค์ของการใช้ปริมาณอากาศที่มากในเหมืองใต้ดินที่มีก๊าซมาก (Gassy mine)
  • 1 : พัดพามีเทนและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆออกไปจากเหมือง
  • 2 : ดูดซับมีเทนและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ
  • 3 : เจือจางมีเทนและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆและพัดพามีเทนและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆออกไปจากเหมือง
  • 4 : เจือจางมีเทนและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 331 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดภายในเหมืองใต้ดินที่มีก๊าซมาก (Gassy mine)
  • 1 : สูบบุหรี่
  • 2 : สูบบุหรี่, จุดไฟ
  • 3 : สูบบุหรี่, จุดไฟ, เชื่อมโลหะ
  • 4 : สูบบุหรี่, จุดไฟ, เชื่อมโลหะ, ตัดโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • เมื่อความเข้มข้นของก๊าซมีเทนสูงมากในบริเวณใดบริเวณหนึ่งภายในเหมืองใต้ดิน ข้อใดคือสิ่งที่ควรปฏิบัติอันดับแรก
  • 1 : อพยบคนงานออกจากบริเวณดังกล่าว
  • 2 : ระบายอากาศบริเวณดังกล่าวด้วยปริมาณอากาศที่มาก
  • 3 : หยุดเครื่องจักรและตัดกระแสไฟฟ้า
  • 4 : ตรวจสอบค่าความเข้มข้นของก๊าซมีเทนอีกครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 :
  • ก๊าซมีเทนสามารถพบในเหมืองใต้ดินใดบ้าง
  • 1 : เหมืองถ่านหิน
  • 2 : เหมืองถ่านหิน, เหมืองหินน้ำมัน (Oil shale)
  • 3 : เหมืองถ่านหิน, เหมืองหินน้ำมัน (Oil shale), เหมือง Potash
  • 4 : เหมืองถ่านหิน, เหมืองหินน้ำมัน (Oil shale), เหมือง Potash, เหมืองเกลือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของก๊าซมีเทน
  • 1 : ไม่มีสี
  • 2 : ไม่มีสี, ไม่มีกลิ่น
  • 3 : ไม่มีสี, ไม่มีกลิ่น, ไวไฟสูง
  • 4 : ไม่มีสี, ไม่มีกลิ่น, ไวไฟสูง, เป็นพิษ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 :
  • ใบพัดลมที่ใช้ในเหมืองใต้ดินสำหรับการระบายอากาศ ตามทฤษฎีใบพัดลมในข้อใดให้ค่า Total head คงที่ เมื่อเพิ่มปริมาณการไหลของอากาศ
  • 1 : Radial tip, Backward curved และ Forward curved
  • 2 : Backward curved
  • 3 : Radial tip
  • 4 : Forward curved
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 336 :
  • ใบพัดลมที่ใช้ในเหมืองใต้ดินสำหรับการระบายอากาศ ตามทฤษฎีใบพัดลมในข้อใดให้ค่า Total head ลดลง เมื่อเพิ่มปริมาณการไหลของอากาศ
  • 1 : Radial tip, Backward curved และ Forward curved
  • 2 : Backward curved
  • 3 : Radial tip
  • 4 : Forward curved
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 337 :
  • ใบพัดลมที่ใช้ในเหมืองใต้ดินสำหรับการระบายอากาศ ตามทฤษฎีใบพัดลมในข้อใดให้ค่า Total head เพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มปริมาณการไหลของอากาศ
  • 1 : Radial tip, Backward curved และ Forward curved
  • 2 : Backward curved
  • 3 : Radial tip
  • 4 : Forward curved
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • พัดลมที่ใช้ในเหมืองใต้ดินสำหรับการระบายอากาศ โดยทั่วๆไปมีกี่แบบ อะไรบ้าง
  • 1 : 1 แบบ Centrifugal fan
  • 2 : 3 แบบ Radial flow, Axial flow และ Centrifugal fan
  • 3 : 2 แบบ Centrifugal fan และ Axial flow
  • 4 : 2 แบบ Radial flow และ Centrifugal fan
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 339 :
  • จงหา Total head (ตามทฤษฎี)ของพัดลมแบบ Centrifugal ที่ใช้ใบพัดแบบ Forward curved กำหนดให้ ปริมาณการไหลของอากาศ 11.80 ลบ.ม./วินาที ความเร็วรอบของพัดลม 300 rpm เส้นผ่าศูนย์กลางของใบพัด (ใบพัด+แกนใบพัด) 1.83 ม. ความกว้างของใบพัด 0.61 ม. มุมของใบพัด 50 องศา ความหนาแน่นของอากาศ 1.20 กก./ลบ.ม.
  • 1 : 1.09 kPa
  • 2 : 0.109 kPa
  • 3 : 109 kPa
  • 4 : 10.9 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • จงคำนวณหาความเร็วลมเฉลี่ยในอุโมงค์ กำหนดให้ปริมาณอากาศที่ไหลเท่ากับ 150,000ลบ.ฟุตต่อนาที พื้นที่หน้าตัดของอุโมงค์เท่ากับ 40ตร.ฟุต
  • 1 : 3,000 ฟุตต่อนาที
  • 2 : 3,250 ฟุตต่อนาที
  • 3 : 3,500 ฟุตต่อนาที
  • 4 : 3,750 ฟุตต่อนาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • ข้อใดไม่ใช่แหล่งความร้อนในเหมืองใต้ดิน ที่ซึ่งการระบายอากาศในเหมืองใต้ดินจะต้องระบายความร้อนนี้ออกไป
  • 1 : ผนังอุโมงค์เนื่องจาก Geothermal gradient
  • 2 : เครื่องจักร และไฟส่องสว่าง
  • 3 : การระเบิด
  • 4 : ผนังของท่อระบายอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 342 :
  • จำเป็นหรือไม่ที่จะเพิ่มปริมาณอากาศ เมื่อเหมืองใต้ดินแห่งหนึ่งใช้ รถไฟฟ้าสำหรับขนส่งแร่ในเหมืองใต้ดิน
  • 1 : ไม่จำเป็น เพราะรถไฟฟ้าไม่ได้ปล่อยไอเสีย
  • 2 : จำเป็น เพราะรถไฟฟ้าได้ความร้อนออกมา
  • 3 : จำเป็น เพราะรถไฟฟ้าปล่อยไอเสีย
  • 4 : ไม่จำเป็น เพราะรถไฟฟ้าได้ความร้อนออกมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 :
  • ก๊าซที่เกิดจากการระเบิดได้แก่อะไรบ้าง
  • 1 : Carbon monoxide
  • 2 : Carbon monoxide, Carbon dioxide
  • 3 : Carbon monoxide, Carbon dioxide, Oxides of nitrogen
  • 4 : Carbon monoxide, Carbon dioxide, Oxides of nitrogen, Sulfur dioxide
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 344 :
  • ก๊าซใดที่มีผลให้เกิดการระเบิดในเหมืองถ่านหินใต้ดิน หากมีการสะสมเนื่องจากระบบระบายอากาศไม่ดีพอ
  • 1 : ออกซิเจน
  • 2 : ไนโตรเจน
  • 3 : มีเทน
  • 4 : ไฮโดรเจนซัลไฟด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :
  • ข้อใดถูกใช้เป็นวัสดุสำหรับ Backfill
  • 1 : กรวดแม่น้ำ
  • 2 : กรวดแม่น้ำ, Waste จากโรงแต่งแร่
  • 3 : กรวดแม่น้ำ, Waste จากโรงแต่งแร่, Waste จากโรงถลุง
  • 4 : กรวดแม่น้ำ, Waste จากโรงแต่งแร่, Waste จากโรงถลุง, หินที่ได้จากการพัฒนาเหมืองใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 346 :
  • ข้อใดจะทำให้การค้ำยันด้วย Backfill จะดีขึ้น
  • 1 : ทำให้ Backfill มี Void ลดลง
  • 2 : ไม่สามารถทำได้
  • 3 : ให้ Backfill มีความร่วนมากขึ้น
  • 4 : ให้ Backfill มีน้ำอยู่ใน Void มากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 347 :
  • Backfill ผสมกับข้อใด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้ำยันด้วย Backfill ดีขึ้น
  • 1 : Cement (Binding agent)
  • 2 : Rock salt
  • 3 : Mill tailing
  • 4 : Mine tailing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 :
  • Backfill มีผลอย่างไรต่อระบบระบายอากาศในเหมืองใต่ดิน
  • 1 : ไม่มีผลอะไร เนื่องจากไม่ได้เพิ่มหรือลดปริมาณอากาศที่เคลื่อนที่ในอุโมงค์
  • 2 : มีผลดี เนื่องจากเพิ่มปริมาณอากาศที่เคลื่อนที่ในอุโมงค์
  • 3 : มีผลเสีย เนื่องจากลดปริมาณอากาศที่เคลื่อนที่ในอุโมงค์
  • 4 : มีผลดี เนื่องจากไม่มีการรั่วไหลของปริมาณอากาศที่เคลื่อนที่ในอุโมงค์หนึ่งไปสู่อุโมงค์ข้างเคียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 349 :
  • เมื่อเพิ่มปริมาณ Cement ใน Backfill ค่า Void ratio ใน Backfill เป็นอย่างไร
  • 1 : Void ratio ใน Backfill เพิ่มขึ้น
  • 2 : ไม่สามารถบอกความเปลื่ยนแปลงของ Void ratio ใน Backfill
  • 3 : Void ratio ใน Backfill ไม่เปลื่ยนแปลง
  • 4 : Void ratio ใน Backfill ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 :
  • เมื่อเพิ่มปริมาณ Cement ใน Backfill ค่า Uniaxial compressive strength ของ Backfill เป็นอย่างไร
  • 1 : ค่า Uniaxial compressive strength ของ Backfill เพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่า Uniaxial compressive strength ของ Backfill ลดลง
  • 3 : ค่า Uniaxial compressive strength ของ Backfill คงที่
  • 4 : ไม่สามารถบอกความเปลื่ยนแปลงของค่า Uniaxial compressive strength ของ Backfill
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 351 :
  • อากาศจะเข้าสู่ Panel ของเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ในเส้นทางไหน
  • 1 : Head entry
  • 2 : Tail entry
  • 3 : Header entry
  • 4 : Footer entry
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • อากาศจะออกจาก Panel ของเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining ในเส้นทางไหน
  • 1 : Header entry
  • 2 : Footer entry
  • 3 : Head entry
  • 4 : Tail entry
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • โดยทั่วๆไปในเหมืองถ่านหินใต้ดิน จะพบ Methane มากขึ้นเมื่อใด
  • 1 : พบ Methane มากขึ้น เมื่อทำเหมืองในระดับตื้น
  • 2 : พบ Methane มากขึ้น เมื่อทำเหมืองในระดับลึกขึ้น
  • 3 : พบ Methane มากขึ้น ไม่แน่นอน
  • 4 : พบ Methane มากขึ้น บริเวณขอบๆด้านข้างของแหล่งแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • บริเวณใดในเหมืองถ่านหินใต้ดิน มีอัตราการปล่อย Methane ในระดับสูง
  • 1 : Main entries
  • 2 : Barrier pillar
  • 3 : Rib pillar
  • 4 : บริเวณที่ทำการขุดถ่านหิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการหลักที่ใช้สำหรับควบคุมปริมาณของ Methane ในเหมืองถ่านหินใต้ดิน
  • 1 : การระบายอากาศ
  • 2 : ใช้เครื่องขุดที่มีประสิทธิภาพสูง
  • 3 : มีระบบส่องสว่างที่ทันสมัย
  • 4 : ใช้เครื่องฟอกอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 356 :
  • ปริมาณอากาศสำหรับ Ventilation ของงานขุดเจาะอุโมงค์ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง A จำนวนผู้ปฏิบัติงาน B ชนิดของการขนและลำเลียงวัสดุในอุโมงค์ C ปริมาณวัตถุระเบิดที่ใช้ D วิธีการขุดเจาะอุโมงค์ E สภาพของธรณีวิทยา F ความยาวของอุโมงค์
  • 1 : A, B, C, D, E, F
  • 2 : B, C, D, E, F
  • 3 : A, C, D, E, F
  • 4 : A, B, C, D, F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 357 :
  • วัตถุประสงค์ของการใช้ Photometer ในเหมืองใต้ดินคือข้อใด
  • 1 : เพื่อการออกแบบระบบไฟส่องสว่างในเหมืองใต้ดิน
  • 2 : เพื่อการออกแบบและประเมินระบบไฟส่องสว่างในเหมืองใต้ดิน
  • 3 : เพื่อการประเมินระบบไฟส่องสว่างในเหมืองใต้ดิน
  • 4 : เพื่อบันทึกการใช้ระบบไฟส่องสว่างในเหมืองใต้ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • อุณหภูมิและความชื้นสูง มีผลต่อ Photometer อย่างไร
  • 1 : ไม่มีผลใดๆ
  • 2 : อุณหภูมิไม่มีผลต่อ Photometer แต่ความชื้นจะทำให้ Photometer เสียหาย
  • 3 : อุณหภูมิไม่มีผลต่อ Photometer แบบ Silicon photocell แต่ความชื้นจะทำให้ Photometer เสียหาย
  • 4 : อุณหภูมิและความชื้นจะทำให้ Photometer แบบ Silicon photocell เสียหาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • ฝุ่นในเหมืองใต้ดิน มีผลอย่างไร ถ้าฝุ่นเกาะที่พื้นผิวรับแสงของ Photometer
  • 1 : ทำให้ค่าที่วัดได้ไม่แม่นยำ
  • 2 : ไม่มีผลใดๆ
  • 3 : ทำให้ Photometer และพื้นผิวรับแสงของ Photometer เกิดการสึกหรอ
  • 4 : ทำให้ค่าที่วัดได้ไม่แม่นยำ, ทำให้ Photometer และพื้นผิวรับแสงของ Photometer เกิดการสึกหรอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 457 : Applications of subsidense and ground control
ข้อที่ 360 :
  • การเกิด Surface subsidence ไม่สามารถเลียกเลี่ยงได้กับวิธีการทำเหมืองใต้ดินวิธีใด A). Room and Pillar B). Shortwall mining C). Longwall mining D). Block caving
  • 1 : A ถูก
  • 2 : A และ B ถูก
  • 3 : A, B และ C ถูก
  • 4 : A, B, C และ D ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
  • ต้นเหตุของ Surface subsidence เกิดเนื่องจากอะไร
  • 1 : ขุดแร่ หินหรือดินออกจากใต้ดิน
  • 2 : ค้ำยันภายในเหมืองใต้ดินไม่แข็งแรงพอ
  • 3 : น้ำหนักของดินหรือหินเหนือเหมืองใต้ดินมากเกินไป
  • 4 : In-situ stresses ในบริเวณที่ทำเหมืองใต้ดินน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • Surface subsidence ทำให้เกิดผลกระทบต่ออะไรบ้าง A). สิ่งปลูกสร้างบนผิวดิน B). โครงสร้างทางธรณีวิทยาเหนือเหมืองใต้ดิน C). ระดับน้ำบาดาล D). เหมืองใต้ดิน
  • 1 : A ถูก
  • 2 : A และ B ถูก
  • 3 : A, B และ C ถูก
  • 4 : A, B, C และ D ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 363 :
  • Subsidence มีกี่แบบ อะไรบ้าง
  • 1 : 2 แบบ ได้แก่ Trough และ Discontinuous Subsidence
  • 2 : 1 แบบ ได้แก่ Trough Subsidence
  • 3 : 3 แบบ ได้แก่ Trough, Discontinuous และ Plug Subsidence
  • 4 : 4 แบบ ได้แก่ Trough, Discontinuous, Crown และ Plug Subsidence
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 364 :
  • Trough subsidence มีลักษณะเป็นอย่างไร
  • 1 : มี Profile ที่ต่อเนื่อง
  • 2 : มี Profile ที่ไม่ต่อเนื่อง
  • 3 : มี Profile ที่ต่อเนื่อง สลับกับ Profile ไม่ต่อเนื่อง
  • 4 : มี Profile ที่มีลักษณะเป็นปล่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • Profile ของผิวดินเมื่อเกิด Trough Subsidence มีรูปร่างแบบใด
  • 1 : พาราโบลาหงายขึ้น
  • 2 : เส้นตรง
  • 3 : โค้งปกติหงายขึ้น
  • 4 : ขั้นบันได
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • บริเวณใดที่มี Vertical stress สูงมาก ของการทำเหมืองใต้ดินแบบ Longwall mining
  • 1 : บริเวณด้านข้างของ Panel ที่ขุดแร่ออกไปแล้ว
  • 2 : บริเวณด้านหน้าของ Panel ที่ขุดแร่ออกไปแล้ว
  • 3 : บริเวณตรงกลาง Panel ที่ขุดแร่ออกไปแล้ว
  • 4 : บริเวณมุมของ Panel ที่ขุดแร่ออกไปแล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 367 :
  • บริเวณใดต่อไปนี้ ของการทำเหมืองใต้ดินแบบ Caving ที่มีเสถียรภาพมากที่สุด
  • 1 : ผิวดิน
  • 2 : Orebody
  • 3 : Footwall
  • 4 : Hangingwall
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 368 :
  • บริเวณหน้างานของหมืองใต้ดินแบบ Longwall จะมี Vertical Stress เป็นอย่างไร
  • 1 : ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับก่อนการทำเหมือง
  • 2 : เท่าเดิม ไม่เปลื่ยนแปลงเมื่อเทียบกับก่อนการทำเหมือง
  • 3 : สูงกว่าเมื่อเทียบกับก่อนการทำเหมือง
  • 4 : ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพทางธรณีวิทยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 369 :
  • การทำเหมืองใต้ดินควรจะขุดเจาะอุโมงค์หลักในทิศทางใดจึงจะดีที่สุด
  • 1 : ขนานกับ Fault
  • 2 : ตั้งฉากกับ Fault
  • 3 : ทำมุมในช่วง 15 ถึง 45 องศากับ Fault
  • 4 : ทิศทางใดก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 370 :
  • อุโมงค์ที่สร้างใกล้และขนานกับ Fault จะมีเสถียรภาพเป็นอย่างไร
  • 1 : มีเสถียรภาพสูง ต้องการการค้ำยันเล็กน้อย
  • 2 : มีเสถียรภาพสูง ไม่จำเป็นต้องใช้การค้ำยันมาก
  • 3 : มีเสถียรภาพต่ำ แต่ไม่ต้องการการค้ำยันมาก
  • 4 : มีเสถียรภาพต่ำ จำเป็นต้องใช้การค้ำยันมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • การทำเหมืองวิธีใดอาจก่อให้เกิด Subsidence ขึ้นได้
  • 1 : Room and Pillar เท่านั้น
  • 2 : Room and Pillar และ Sublevel caving เท่านั้น
  • 3 : Room and Pillar, Sublevel caving, Block caving
  • 4 : Sublevel caving เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 372 :
  • ตัวแปรหลักที่ก่อให้เกิด Surface Subsidence จากการทำเหมืองใต้ดินด้วยวิธี Caving ได้คือข้อใด
  • 1 : ความลึกของบริเวณที่ทำเหมือง
  • 2 : ความลึกของบริเวณที่ทำเหมือง, ความแข็งแรงของแร่, อัตราความเร็วของการนำแร่ออกมาจากจุด Draw point
  • 3 : ความลึกของบริเวณที่ทำเหมือง, ความแข็งแรงของแร่
  • 4 : ความลึกของบริเวณที่ทำเหมือง, อัตราการนำแร่ออกมาจากจุด Draw point
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • เมื่อเกิด Surface subsidence จะเริ่มเกิดขึ้นบนผิวดินเหนือบริเวณใด
  • 1 : เหนือบริเวณ Main entries
  • 2 : เหนือบริเวณ Main shaft
  • 3 : เหนือบริเวณ Ventilation shaft
  • 4 : เหนือบริเวณ Undercut
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 458 : Underground mine welfare and safety
ข้อที่ 374 :
  • เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในเหมืองใต้ดินต้องมี Flameproof เพื่ออะไร
  • 1 : เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในเหมืองใต้ดินต้องไม่ทำให้เกิดประกายไฟได้ ซึ่งจะเป็นต้นกำเนิดของการระเบิดในเหมือง
  • 2 : เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในเหมืองใต้ดินต้องทนไฟได้ ทำให้สามารถใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์หลังจากเกิดไฟไหม้หรือการระเบิดในเหมืองได้อีก
  • 3 : เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในเหมืองใต้ดินต้องไม่มีระบบการสันดาปภายใน ซึ่งจะเป็นต้นกำเนิดของการระเบิดในเหมือง
  • 4 : เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในเหมืองใต้ดินต้องทนไฟได้ และไม่มีระบบการสันดาปภายใน ทำให้เครื่องจักรทนทาน และไม่เป็นต้นกำเนิดของการระเบิดในเหมือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 375 :
  • เครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้าแรงต่ำในเหมืองใต้ดิน จะใช้ค่าแรงดันไฟฟ้าไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 16 volts
  • 2 : 32 volts
  • 3 : 64 volts
  • 4 : 8 volts
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • กระแสไฟฟ้าที่ป้อนสู่ เครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังเป็นกระแสไฟฟ้าแบบใด
  • 1 : ไฟฟ้ากระแสตรง
  • 2 : ไฟฟ้ากระแสสลับ
  • 3 : ไม่มีข้อจำกัด
  • 4 : ไฟฟ้ากระแสตรง จาก battery เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 377 :
  • ข้อใดคือข้อด้อยของเครื่องจักรที่ใช้ Compressed air เป็นต้นกำลัง
  • 1 : ราคา
  • 2 : ราคา, เสียงดัง
  • 3 : ราคา, เสียงดัง, ประสิทธิภาพต่ำกว่าเครื่องจักรแบบอื่น
  • 4 : ประสิทธิภาพต่ำกว่าเครื่องจักรแบบอื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • สำหรับการทำเหมืองในชั้นแร่ที่มีก๊าซสูง (Gassy seam) ควรจะออกเหมืองแบบอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขนาดของ Entry
  • 2 : เพิ่มจำนวนของ Entry
  • 3 : ใช้เครื่องจักรให้น้อยลง
  • 4 : เพิ่มขนาดของ Entry และ ใช้เครื่องจักรให้มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Firedamp
  • 1 : ก๊าซผสมของก๊าซไฮโดรคาร์บอนต่างๆ ที่ออกมาจากชั้นถ่านหิน
  • 2 : ก๊าซผสมของ Methane กับฝุ่นถ่านหิน
  • 3 : ก๊าซผสมของก๊าซไนโตรเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ออกมาจากชั้นถ่านหิน
  • 4 : ก๊าซผสมของ Methane กับฝุ่นถ่านหิน ที่เจือจางแล้วและอยู่ในระดับปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของ Hydrogen sulfide
  • 1 : กลิ่นคล้ายไข่เน่า
  • 2 : กลิ่นคล้ายไข่เน่า, มีสีเหลือง, สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้
  • 3 : กลิ่นคล้ายไข่เน่า, ไม่มีสี
  • 4 : กลิ่นคล้ายไข่เน่า, ไม่มีสี, สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • การระเบิดในเหมืองใต้ดินเกิดจากการปะทุของอะไร
  • 1 : ส่วนผสมของก๊าซติดไฟได้
  • 2 : ส่วนผสมของฝุ่นที่ระเบิดกับอากาศได้
  • 3 : ส่วนผสมของก๊าซติดไฟได้ และส่วนผสมของฝุ่นที่ระเบิดกับอากาศได้
  • 4 : ส่วนผสมของก๊าซติดไฟได้ หรือ ส่วนผสมของฝุ่นที่ระเบิดกับอากาศได้ หรือส่วนผสมของก๊าซติดไฟได้ และส่วนผสมของฝุ่นที่ระเบิดกับอากาศได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • ถ้าอากาศในเหมืองใต้ดินแห่งหนึ่งมี Oxygen 21% เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการระเบิดในเหมือง มีเทนควรจะมีความเข้มข้นต่ำกว่ากี่เปอร์เซนต์
  • 1 : 5%
  • 2 : 10%
  • 3 : 15%
  • 4 : 20%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 383 :
  • การทำ Pillar extraction หรือ Pillar recovery เพื่อความปลอดภัยจะไม่ทำในส่วนใด
  • 1 : Exploitation zone
  • 2 : Barrier pillar
  • 3 : Production zone
  • 4 : Rib pillar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 384 :
  • เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพคนงาน การเจาะระเบิดในการทำเหมืองใต้ดินโดยทั่วไปใช้อะไรในการพาเศษหินออกจากรูเจาะ
  • 1 : โฟม
  • 2 : น้ำ
  • 3 : อากาศ
  • 4 : เกลียวของก้านเจาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 385 :
  • การทำเหมืองใต้ดินนิยมจุดตะเกียงหรือเทียนเป็นช่วงๆ เพื่ออะไร
  • 1 : กรณีไฟฟ้าดับจะได้มีแสงสว่างใช้
  • 2 : เพื่อดูทิศทางลม
  • 3 : เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนในอากาศ
  • 4 : ประหยัดการใช้ไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 386 :
  • Threshold Limit Value - Time Weighted Average (TLV-TWA) ของ Carbondioxide เท่ากับ 0.5 % มีความหมายอย่างไร
  • 1 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงของ Carbondioxide เท่ากับ 0.5 % ได้ทุกวัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • 2 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงของ Carbondioxide เท่ากับ 0.5 % ได้หนึ่งวัน/สัปดาห์ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • 3 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 6 ชั่วโมงของ Carbondioxide เท่ากับ 0.5 % ได้ทุกวันโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • 4 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 6 ชั่วโมงของ Carbondioxide เท่ากับ 0.5 % ได้หนึ่งวัน/สัปดาห์ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :
  • Threshold Limit Value - Time Weighted Average (TLV-TWA) ของ Carbon monoxide เท่ากับ 0.005 % มีความหมายอย่างไร
  • 1 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงของ Carbon monoxide เท่ากับ 0.005 % ได้ทุกวัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • 2 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงของ Carbon monoxide เท่ากับ 0.005 % ได้หนึ่งวัน/สัปดาห์ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • 3 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 6 ชั่วโมงของ Carbon monoxide เท่ากับ 0.005 % ได้ทุกวันโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • 4 : ผู้ปฏิบัติงานในเหมืองสามารถทำงานในบริเวณที่มีความเข้มข้นเฉลี่ยตลอด 6 ชั่วโมงของ Carbon monoxide เท่ากับ 0.005 % ได้หนึ่งวัน/สัปดาห์ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 388 :
  • Threshold Limit Value - Ceiling (TLV-C) หมายถึงข้อใด
  • 1 : เป็นความเข้มข้นของสารใดๆที่ไม่ควรสูงเกินค่าที่กำหนด แต่จะอนุโลมได้ถ้าเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 30 วินาที
  • 2 : เป็นความเข้มข้นของสารใดๆที่ไม่ควรสูงเกินค่าที่กำหนด แต่จะอนุโลมได้ถ้าเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 5 นาที
  • 3 : เป็นความเข้มข้นของสารใดๆที่ไม่ควรสูงเกินค่าที่กำหนด แต่จะอนุโลมได้ถ้าเป็นระยะเวลาสั้นๆ
  • 4 : เป็นความเข้มข้นของสารใดๆที่ไม่ควรสูงเกินค่าที่กำหนด แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆก็ตาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 389 :
  • ข้อใดเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซ Hydrogen sulfide ในเหมืองใต้ดิน
  • 1 : ชั้นหินหรือชั้นแร่ที่เกิดการ Oxidation, น้ำที่มาจากชั้นหินหรือชั้นแร่, การระเบิด
  • 2 : น้ำที่มาจากชั้นหินหรือชั้นแร่, การระเบิด
  • 3 : ชั้นหินหรือชั้นแร่ที่เกิดการ Oxidation, การระเบิด
  • 4 : ชั้นหินหรือชั้นแร่ที่เกิดการ Oxidation, น้ำที่มาจากชั้นหินหรือชั้นแร่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • ข้อใดเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซ Radon ในเหมืองใต้ดิน
  • 1 : ชั้นหินหรือชั้นแร่
  • 2 : น้ำจากชั้นหินหรือชั้นแร่
  • 3 : การระเบิด
  • 4 : เครื่องยนต์สันดาปภายใน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • ข้อใดเป็นก๊าซพิษที่พบในเหมืองใต้ดินทั้งหมด
  • 1 : Radon, Hydrogen sulfide, Sulfur dioxide
  • 2 : Nitrogen, Carbon dioxide, Carbon monoxide
  • 3 : Carbon monoxide, Radon, Methane
  • 4 : Hydrogen sulfide, Sulfur dioxide, Hydrogen
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :
  • ข้อใดเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซ Sulfur dioxide ในเหมืองใต้ดิน
  • 1 : เครื่องยนต์สันดาปภายใน, การไหม้ของแร่ซัลไฟด์
  • 2 : การไหม้ของแร่ซัลไฟด์, ชั้นแร่
  • 3 : ชั้นแร่, การชาร์ทแบตเตอรี่
  • 4 : การชาร์ทแบตเตอรี่, เครื่องยนต์สันดาปภายใน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 393 :
  • ก่อนการทำอุโมงค์จะมีการนำแท่งตัวอย่างไปทดสอบหาความแข็งแรงกด(Compression Test) เพื่ออะไร
  • 1 : เป็นแนวทางในการเลือกชนิดของหัวกัดในการเจาะอุโมงค์แบบ TBM
  • 2 : เป็นแนวทางในการเลือกวัตถุระเบิดที่จะใช้
  • 3 : เป็นแนวทางในการออกแบบการเดินหน้างานในการเจาะอุโมงค์
  • 4 : เป็นแนวทางที่บอกถึงความมั่นคงของช่องเปิดกลังจากขุดเจาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 394 :
  • ในการเจาะอุโมงค์เข้าสู่แหล่งแร่ จะมีการทดสอบหาค่าความพรุนและการซึมผ่านได้(Porosity and Permeability Test)ในแท่งตัวอย่างเพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อช่วยในการเลือกวัตถุระเบิดที่จะใช้
  • 2 : เพื่อช่วยในการเลือกหัวเจาะที่จะใช้
  • 3 : เพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกวิธีอีดฉีดไล่น้ำหรือกันน้ำ
  • 4 : เพื่อช่วยในการเลือกวิธีการติดตั้ง Bolt ในการค้ำยัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :
  • เปอร์เซนต์แท่งตัวอย่างที่สามารถเก็บมาได้จากการเจาะ มีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : บอกถึงความพรุนของเนื้อหินที่เจาะ
  • 2 : บอกถึงความแข็งแรงของเนื้อหินที่เจาะ
  • 3 : บอกถึงความเป็น Homogeneous ของหินที่เจาะ
  • 4 : บอกถึงจุดที่มีหินอ่อนมาก หรือบริเวณที่มีดินทรายแทรก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 :
  • ระบบชักรอกของ Shaft แบบใดที่เหมาะสำหรับแหล่งแร่ที่อยู่ลึกมากกว่า 6,000 ฟุต
  • 1 : Drum
  • 2 : Multidrum
  • 3 : Friction Sheave
  • 4 : Koepe
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  • ระบบชักรอกของ Shaft ในงานเหมืองแร่ไม่ใช้ Hoisting Wire Rope ชนิดใด
  • 1 : Round Strand
  • 2 : Flattened Strand
  • 3 : Ellipse Strand
  • 4 : Locked Coil
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 398 :
  • การคำนึงถึงความปลอดภัยในการเจาะอุโมงค์ในหินทั่วไป ค่าคุณสมบัติใดที่หินสามารถรับได้สูงสุด
  • 1 : Compression
  • 2 : Tension
  • 3 : Shear
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • ความปลอดภัยในเหมืองแบบ Cut and Fill Stoping ต้องคำนึงถึงเรื่องใดสูงสุด
  • 1 : Roof Support
  • 2 : Water Drainage
  • 3 : Compressibility
  • 4 : Ventilation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 400 :
  • เพื่อความปลอดภัยที่หน้างานในการทำเหมืองแบบ Cut and Fill Stoping จะมีวิธีการอย่างไรที่พิเศษกว่าเหมืองแบบอื่น
  • 1 : เจาะยึด Bolt ที่หน้างาน
  • 2 : ทำ Shotcrete ที่ผนัง
  • 3 : ปูแผ่นไม้หรือแผ่นเหล็กบนพื้น
  • 4 : ติดตั้ง Steel Set ที่หน้างาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร