สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Thermal System Design

เนื้อหาวิชา : 408 : 1._Engineering Design
ข้อที่ 1 :
  • ขั้นตอนใดเป็นขั้นตอนแรกในการออกแบบทางวิศวกรรม
  • 1 : System design and cost estimation.
  • 2 : Defined need or opportunity
  • 3 : Market analysis.
  • 4 : Probability of success
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • เป้าหมายสูงสุดในการออกแบบระบบ Thermal system design คือ
  • 1 : ระบบที่คุ้มทุนและสามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ
  • 2 : ระบบที่ทันสมัยและทำงานได้ดีที่สุด
  • 3 : ระบบที่ถูกที่สุดที่สามารถทำงานได้
  • 4 : ระบบที่ออกแบบตรงตามความต้องการของลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องในการออกแบบระบบหรือผลิตภัณฑ์ตามหลักวิศวกรรม
  • 1 : ระบุความต้องการและโอกาส – วิเคราะห์ตลาด – วิเคราะห์ความน่าจะเป็นของความสำเร็จ
  • 2 : วิเคราะห์ตลาด – ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ – เริ่มก่อสร้างหรือผลิต
  • 3 : ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ – วิเคราะห์ตลาด – เริ่มก่อสร้างหรือผลิต
  • 4 : วิเคราะห์ตลาด – ก่อสร้างหรือผลิต – ประเมินความสำเร็จ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • ขั้นตอนต่อไปนี้จะเกิดหลังขั้นตอนการศึกษาความน่าจะเป็นของโครงการ (Feasibility Study) ยกเว้นข้อใด
  • 1 : Criteria for Success
  • 2 : Market Analysis
  • 3 : Research and Development
  • 4 : Project Cancellation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 5 :
  • ขั้นตอนการศึกษาความน่าจะเป็นของโครงการ (Feasibility Study) ควรจะดำเนินการต่อเนื่องจากขั้นตอนใด
  • 1 : Marketing Analysis
  • 2 : Research and Development
  • 3 : Product or System Design and Cost Estimation
  • 4 : Need or Opportunity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • ในบางโครงการจำเป็นต้องมีขั้นตอน Research and Development เพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพและมีความเป็นไปได้มากขึ้น ขั้นตอนนี้ควรอยู่ระหว่างขั้นตอนใด
  • 1 : Criteria for Success และ Probability of Success
  • 2 : Need or Opportunity และ Criteria for Success
  • 3 : Marketing Analysis และ Feasibility Study
  • 4 : Feasibility Study และ Implement Construction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • สิ่งใดไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบทางความร้อน
  • 1 : การทำความเข้าใจปัญหา (Understanding the problem)
  • 2 : การพัฒนาแนวความคิด (Concept development)
  • 3 : การออกแบบอย่างละเอียด (Detailed design)
  • 4 : การตั้งสมมุติฐานในการออกแบบ (Hypothesis)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • ขั้นตอนสุดท้ายในการออกแบบคืออะไร
  • 1 : การออกแบบในแต่ละอุปกรณ์
  • 2 : การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์
  • 3 : การดำเนินการกับผลลัพธ์
  • 4 : การเลิกกิจการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • จากแผนภูมิแสดงผลการวิเคราะห์ตลาด (Market Analysis) ข้อใดแสดงถึงตัวแปรต่างๆ ในแผนภูมิ ได้ถูกต้องโดย เรียงตัวแปร A-B-C-D ตามลำดับ
  • 1 : Potential volume of sales- High sales and advertising effort-Low effort-Price
  • 2 : Price- High sales and advertising effort-Low effort- Potential volume of sales
  • 3 : Potential volume of sales- Low effort- sales and advertising effort- Price
  • 4 : Price- Low effort- High sales and advertising effort- Potential volume of sales
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • ข้อไม่ใช่ตัวแปรในการพิจารณาในกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้างหรือการ ออกแบบ (Feasibility study)
  • 1 : Investment capital
  • 2 : Economics
  • 3 : Zoning regulations
  • 4 : Land costs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 :
  • ขั้นตอนใดไม่จำเป็นทางทฤษฎีในการออกแบบทางวิศวกรรม (Engineering Undertaking)
  • 1 : Determine probability of success
  • 2 : Market Analysis
  • 3 : Research and Development
  • 4 : Feasibility study
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • การคำนวนหาจุดคุ้มทุน (Optimized) ของการออกแบบระบบ สิ่งใดที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ
  • 1 : ดูว่าระบบนั้นใช้ทำอะไร
  • 2 : ดูว่าระบบทำงานได้หรือไม่
  • 3 : ดูว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่
  • 4 : ดูว่าระบบมีประสิทธิภาพดีหรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • ในการออกแบบทางวิศวกรรม ขั้นตอนหลังจากที่ทราบความต้องการหรือเห็นว่ามีโอกาสความเป็นไปได้แล้ว คือ
  • 1 : หาผู้ร่วมทุน
  • 2 : หาตลาด
  • 3 : กำหนดแนวคิดในการออกแบบ
  • 4 : พิจารณาโอกาสที่จะสำเร็จ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • หลังจากศึกษาได้ว่าโปรเจ๊คมีความน่าจะเป็นสูงที่จะมีความสำเร็จ ขั้นตอนต่อไปที่ต้องศึกษาคือ
  • 1 : ศึกษาตลาด
  • 2 : กำหนดวิธีการการออกแบบ
  • 3 : กำหนดวัสดุที่จะใช้
  • 4 : กำหนดความต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • หลังจากศึกษาได้ว่าโปรเจ๊คมีความน่าจะเป็นสูงที่จะมีความสำเร็จ ขั้นตอนต่อไปที่ต้องศึกษาคือ
  • 1 : ศึกษาตลาด
  • 2 : กำหนดวิธีการการออกแบบ
  • 3 : กำหนดวัสดุที่จะใช้
  • 4 : กำหนดความต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • หลังจากขั้นตอนการทำ Feasibility แล้ว ถ้าพบว่ามีโอกาสที่สำเร็จสูง ขั้นตอนใดควรเป็นขั้นตอนต่อไป
  • 1 : Market analysis
  • 2 : Research and Development
  • 3 : Technical design
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 17 :
  • อะไรคือขั้นตอนต่อไปหลังจากการทำ Market analysis
  • 1 : Specify criteria of success
  • 2 : Feasibility study
  • 3 : Technical design
  • 4 : R&D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • หลังจากทำ R&D แล้วพบแนวคิดใหม่ๆขึ้นมา ควรต้องกลับไปเริ่มที่ขั้นตอนใด
  • 1 : Market analysis
  • 2 : Feasibility study
  • 3 : Technical design
  • 4 : Define need or opportunity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • หลังจากทำขั้นตอน Feasibility study แล้ว และพบว่ามีโอกาสเป็นไปได้ หากไม่จำเป็นต้องทำ R&D สามารถดำเนินขั้นตอนใดได้
  • 1 : Technical design
  • 2 : Market analysis
  • 3 : Implement
  • 4 : Specify criteria of success
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 20 :
  • ในการออกแบบหากเราขาดข้อมูลสำคัญหรือมีข้อมูลคลุมเครืออยู่ ควรทำอย่างไร
  • 1 : หาแนวทางการออกแบบใหม่ที่ไม่ใช้ข้อมูลนั้น
  • 2 : ทำการจำลองและทดสอบในห้องทดลอง
  • 3 : ออกแบบโดยสมมุติข้อมูลนั้นให้ชัดเจน
  • 4 : ทำงานในขั้นตอนอื่นๆ ไปก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • ผลผลิตที่เกิดขึ้นทันทีจากขบวนการออกแบบคือ
  • 1 : รายงานการคำนวณและแบบต่าง ๆ ที่จะนำมาผลิตต่อไป
  • 2 : สินค้าที่ผลิตได้
  • 3 : ความรู้ความเข้าใจในขบวนการผลิตนั้น ๆ
  • 4 : การติดต่อสื่อสารกับบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 22 :
  • คำว่า Thermal System หมายถึง
  • 1 : ระบบที่พลังงานต่าง ๆ ไปขับเคลื่อนทำให้เกิดขบวนการต่าง ๆ ขึ้นมา
  • 2 : ระบบทางความร้อนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งในของแข็ง ของเหลวและก๊าซ
  • 3 : ระบบทางความร้อนซึ่งของไหลและพลังงานที่อยู่ในรูปของความร้อนและงานเกิดการส่งถ่ายและเปลี่ยนแปลงไปมา
  • 4 : ระบบทางเทอร์โมไดนามิคส์ที่เกี่ยวพันกับของไหลและพลังงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • Methodology หรือ Morphology ในงานทางด้านวิศวกรรมคือ
  • 1 : ความรู้ความสามารถ ความเข้าใจในงานที่ต้องตัดสินใจ
  • 2 : การวิเคราะห์ขั้นตอนและขบวนการในแต่ละขั้นเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย
  • 3 : การสร้างวิธีการในการแก้ปัญหาทางด้านวิศวกรรม
  • 4 : การประยุกต์ใช้วิธีการทางทฤษฎีให้ปรับใช้ได้ในทางปฏิบัติเพื่อให้งานทางด้านวิศวกรรมสำเร็จลงได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 :
  • สิ่งที่จะต้องมีมาก่อนเป็นอย่างแรกในการตัดสินใจทำงานทางด้านวิศวกรรมคือ
  • 1 : เงินลงทุนในปริมาณที่เพียงพอ
  • 2 : ปริมาณวิศวกรสาขาต่าง ๆ ที่พอเพียงต่อการทำงานนั้น
  • 3 : กำหนดนิยามของความต้องการหรือโอกาสของงานทางด้านวิศวกรรมได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
  • 4 : ความแข็งแกร่งของคู่แข่งในตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางด้านการตลาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • การแจกแจงความน่าจะเป็นแบบไหนที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นเครื่องมือการตัดสินใจ
  • 1 : การแจกแจงแบบยกกำลัง (Exponential Distribution)
  • 2 : การแจกแจงแบบแกมม่า (Gamma Distribution)
  • 3 : การแจกแจงแบบที (T Distribution)
  • 4 : การแจกแจงแบบปกติ ( Normal Distribution)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  • สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักตัดสินใจที่จำเป็นต้องทราบ เพื่อการตัดสินใจทำงานทางด้านวิศวกรรมคือ
  • 1 : ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
  • 2 : เงินลงทุนที่ไม่บานปลาย
  • 3 : โอกาสที่สินค้านั้นจะผลิตขึ้นโดยมีการสูญเสียน้อย
  • 4 : ผลตอบแทนและความน่าจะเป็นที่จะได้รับผลตอบแทนนั้น ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • ความเป็นไปไม่ได้ในเชิงไม่สามารถทำได้ของโครงการเป็นผลมาจากอะไรได้บ้าง
  • 1 : ขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ขาดแรงงาน ขาดเงินทุนและที่ดิน
  • 2 : ขาดความรู้ความสามารถ มีความไม่ปลอดภัยในการทำงาน
  • 3 : ขาดคนตั้งใจทำงาน ขาดความสามัคคี
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  • การวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของความสำเร็จจะเป็นตัวบ่งชี้ให้เกิดขบวนการอะไรต่อไป
  • 1 : การกำหนดเงื่อนไขของความสำเร็จ
  • 2 : การกำหนดความต้องการหรือโอกาส
  • 3 : เงินลงทุนที่จะต้องใช้
  • 4 : การวิเคราะห์ด้านตลาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • ข้อใดจัดเป็นการออกแบบเชิงเทคนิค
  • 1 : ต้นทุนการผลิต
  • 2 : คุณสมบัติของอุปกรณ์และระบบ
  • 3 : กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด
  • 4 : วิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • ข้อไม่ใช่ตัวแปรในการพิจารณาในกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ของการ ออกแบบ ในการวิเคราะห์แบบ (Feasibility study)
  • 1 : Fix Cost
  • 2 : Operating Cost
  • 3 : Equipment or System Cost
  • 4 : Maintenance Cost
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • ในการออกแบบระบบ บางครั้งจำเป็นต้องมีการพิจารณาซ้ำ (Iteration) เพื่อเป็นการตรวจสอบ ยืนยัน ปรับปรุง กระบวนการ ออกแบบให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น ขั้นตอนต่อไปนี้ ยกเว้น ขั้นตอนใด ไม่จัดอยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณาซ้ำตามหลักการออกแบบทาง วิศวกรรม
  • 1 : Criteria for Success
  • 2 : Marketing Analysis
  • 3 : Feasibility Study
  • 4 : Cost Estimation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :
  • ในการออกแบบทางวิศวกรรม บางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมในการดำเนินการต่อ (โครงการยกเลิก) อาจเกิดขึ้นภายหลังขั้นตอนใด
  • 1 : Need or Opportunity
  • 2 : Criteria of Success
  • 3 : Probability of Success
  • 4 : Market Analysis
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • ในการออกแบบทางวิศวกรรม บางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมในการดำเนินการต่อ (โครงการยกเลิก) อาจเกิดขึ้นภายหลังขั้นตอนใด
  • 1 : Feasibility Study
  • 2 : Design and Cost Estimates
  • 3 : Research and Development
  • 4 : Implementation or Construction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • จากแผนภูมิแสดงผลการวิเคราะห์ตลาด (Market Analysis) ราคาขายสินค้ามักจะแปรผกผันกับสิ่งใด หากพิจารณาทำการตลาด ของสินค้าชนิดเดียวกัน เท่าๆ กัน
  • 1 : จำนวนสินค้าคงเหลือ
  • 2 : จำนวนสินค้าที่ขายได้
  • 3 : ข้อจำกัดทางเศรษฐศาสตร์
  • 4 : จำนวนเงินลงทุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  • ในการพิจารณาแผนภูมิแสดงผลการวิเคราะห์ตลาด (Market Analysis) หากยอดขายคงที่ วิธีใดเป็นวิธีการเพิ่มราคาสินค้าให้มี ราคาสูงขึ้น
  • 1 : เพิ่มเงินลงทุนในการผลิต
  • 2 : ลดต้นทุนในการผลิต
  • 3 : เพิ่มราคาสินค้า
  • 4 : เพิ่มการโฆษณาหรือส่งเสริมการขาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 :
  • ขั้นตอนใดไม่จัดเป็นกระบวนการเทคนิคทางด้านวิศวกรรม (Technical Engineering Undertaking)
  • 1 : Research
  • 2 : System design
  • 3 : Implement and Construction
  • 4 : Development
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • ขั้นตอนใดจัดเป็นกระบวนการเทคนิคทางด้านวิศวกรรม (Technical Engineering Undertaking)
  • 1 : Marketing Analysis
  • 2 : Feasibility Study
  • 3 : Cost Estimation
  • 4 : Specify criteria for success
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ขั้นตอนใดจัดเป็นกระบวนการเทคนิคทางด้านวิศวกรรม (Technical Engineering Undertaking)
  • 1 : Define need and opportunity
  • 2 : Marketing Analysis
  • 3 : Specify criteria for success
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • ขั้นตอนใดต่อไปนี้ควรพิจารณาและกระทำภายหลังเสร็จสินการทำงานทางด้านวิศวกรรม (Engineering Undertaking)
  • 1 : บริหารต้นทุนการดำเนินการให้ต่ำที่สุด
  • 2 : วิเคราะห์ส่วนแบ่งทางตลาด
  • 3 : วิจัยและพัฒนาสินค้าหรือระบบ
  • 4 : กำหนดจุดมุ่งหมายและความสำเร็จ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 40 :
  • ขั้นตอนใดจะเป็นตัวบ่งชี้ให้เกิดขบวนการ ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ต่อไป
  • 1 : การดำเนินการผลิต หรือ ก่อสร้าง ระบบ หรือ อุปกรณ์
  • 2 : การดำเนินการออกแบบ และประเมินราคาของระบบ หรืออุปกรณ์
  • 3 : การวิจัยและพัฒนาระบบ หรืออุปกรณ์
  • 4 : การกำหนดนิยามของความต้องการหรือโอกาสของงานทางด้านวิศวกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 41 :
  • เงื่อนไขของความสำเร็จในธุรกิจเชิงพาณิชย์ทั่วไป มักจะอยู่ที่
  • 1 :  ยอดขายที่สูง
  • 2 :  ต้นทุนต่ำ
  • 3 :  ความยอดเยี่ยมของผลิตภัณฑ์
  • 4 :  ผลกำไรที่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  •  ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณยอดขายกับราคาจะมีผลกระทบต่อขนาดของโรงงานผลิตหรือกระบวนการผลิต เพราะว่า
  • 1 :  ราคาต่อหน่วยที่ได้มักจะต่ำเมื่อผลิตในโรงงานที่มีขนาดใหญ่
  • 2 :  ยอดขายที่สูงแสดงว่าต้องการโรงงานผลิตที่ใหญ่ขึ้น
  • 3 :  ราคาที่สูงจะส่งผลให้ยอดขายต่ำลง
  • 4 :  ราคาที่สูงทำให้โรงงานต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  •  

    การวิเคราะห์ตลาดแบบข้อมูลราคาสินค้าต่อหน่วยกับปริมาณการขายมีประโยชน์อย่างไรในการออกแบบทางวิศวกรรม

  • 1 :  

    ทำให้สามารถออกแบบโรงงานให้มีกำลังการผลิตที่เหมาะสม โดยอาศัยข้อมูลจากราคาสินค้าต่อหน่วยและปริมาณการขายที่ได้จากการวิเคราะห์ตลาด

  • 2 :  

    ใช้เป็นข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ

  • 3 :  

    ใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบระบบเพื่อให้ได้ราคาสินค้าต่อหน่วยตามที่ต้องการ

  • 4 :  

    ทำให้การออกแบบทางวิศวกรรมสอดคล้องกับความเหมาะสมทางด้านเศรษฐศาสตร์

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 409 : 2._Design of workable system
ข้อที่ 44 :
  • ข้อใดไม่ใช่ความหมายของระบบใช้งานได้ (Workable System)
  • 1 : ระบบที่มีค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษาที่ดี
  • 2 : ระบบที่ตรงวัตถุประสงค์ในการออกแบบ
  • 3 : ระบบที่มีจุดคุ้มทุนดีที่สุด
  • 4 : ระบบที่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้นในการออกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
  • 1 : ระบบที่ทำงานได้กับระบบที่เหมาะสมที่สุด แท้จริงแล้วมีความหมายเหมือนกัน
  • 2 : ระบบที่เหมาะสมที่สุดเป็นซับเซตของระบบที่ทำงานได้
  • 3 : ระบบที่ทำงานได้ คือระบบที่คุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุด
  • 4 : ระบบที่ทำงานได้เป็นซับเซตของระบบเหมาะสมที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • ในการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบของไหลไหลสวนทางกัน (Counter flow heat exchanger) ซึ่งมีตัวแปรในการออกแบบ คือ ผลต่างของอุณหภูมิต่ำสุดระหว่างของของไหลทั้งสองที่แลกเปลี่ยนความร้อนกัน (ΔTmin) จะต้อง ออกแบบอย่างไร
  • 1 : ออกแบบให้เกิดค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งหมดมีค่าต่ำที่สุด เมื่อคิดตลอดการใช้งาน
  • 2 : ออกแบบให้ค่า ΔTmin สูงสุด เพื่อประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 : ออกแบบให้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนมีราคาถูกที่สุด
  • 4 : ออกแบบให้ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในตอนลงทุนต่ำที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • ต้องการส่งน้ำขึ้นถังซึ่งสูงจากพื้น 20 เมตร ให้ได้ในอัตรา 200 ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง ข้อใดเป็นการออกแบบที่ระบบทำงานได้ (Workable System)
  • 1 : ติดต่อผู้ขายเครื่องสูบน้ำ สั่งซื้อเครื่องสูบน้ำที่มีความดัน 20 เมตร
  • 2 : เลือกใช้ท่อขนาด 8 นิ้ว จากนั้นหาค่าความดันสูญเสียในท่อ แล้วนำค่าที่ได้ไปเลือกซื้อเครื่องสูบน้ำ
  • 3 : คำนวณหาขนาดท่อโดยพิจารณาความเร็วของน้ำในท่อ จากนั้นคำนวณความดันสูญเสียในท่อรวมกับ Static Head เพื่อนำไปซื้อเครื่อง สูบ
  • 4 : คำนวณหาขนาดท่อและขนาดเครื่องสูบที่เหมาะสมโดยพิจารณาถึงเงินลงทุนและค่าดำเนินการด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • เกณฑ์ที่ใช้ในการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร
  • 1 : ประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละอุปกรณ์
  • 2 : ประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวม
  • 3 : สภาพทางเศรษฐศาสตร์
  • 4 : สภาพทางเศรษฐกิจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • จากแผนภูมิระหว่าง ความหนาของฉนวนกันความร้อน (Insulation thickness, แกนX) และ ค่าลงทุนทั้งหมด (Total cost, แกนY) จงพิจารณาว่าค่าความหนาของฉนวนที่อยู่บริเวณใด เป็น ความหนาที่มีค่าการลงทุน (Total cost) ต่ำสุด หากพิจารณาค่าลงทุนของฉนวน (Insulation cost) และ ค่าลงทุนเนื่องจากการสูญเสียความร้อน (Cost of lost energy)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 50 :
  • ข้อใดอธิบายความหมายของคำว่า ระบบที่สามารถทำงานได้ (Workable system) ได้เหมาะสมที่สุด
  • 1 : หมายถึงระบบที่ใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง
  • 2 : หมายถึงระบบที่ออกแบบได้ถูกต้องตามมาตรฐาน
  • 3 : หมายถึงระบบที่สามารถทำงานได้ตามความต้องการ
  • 4 : หมายถึงระบบที่ออกแบบได้คุ้มทุนและสามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • ข้อใดคือนิยามของคำว่าระบบที่ทำงานได้(Workable system)ที่เหมาะสมทีสุด
  • 1 : คือระบบที่ออกแบบได้ถูกต้องตามาตรฐานและใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
  • 2 : คือระบบที่ออกแบบให้สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ
  • 3 : คือระบบที่ออกแบบได้คุ้มค่าที่สุด
  • 4 : คือระบบที่ออกแบบแล้วใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 52 :
  • การออกแบบใดเหมาะสมกับคำว่าระบบที่สามารถทำงานได้(Workable system)มากที่สุด
  • 1 : ออกแบบระบบท่อและเลือกขนาดปั๊มน้ำที่สามารถส่งน้ำได้ตามปริมาณที่ต้องการ
  • 2 : ออกแบบระบบท่อและเลือกขนาดปั๊มน้ำที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดและสามารถส่งน้ำได้ตามต้องการ
  • 3 : ออกแบบระบบท่อและเลือกขนาดปั๊มน้ำที่สามารถทำงานได้และใช้วัสดุที่ดีที่สุด
  • 4 : ออกแบบระบบท่อและเลือกขนาดปั๊มน้ำโดยมีค่าติดตั้งน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • ระบบใดอธิบายคำว่าระบบที่สามารถทำงานได้(Workable system)ได้เหมาะสมที่สุด
  • 1 : ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยที่เสียค่าลงทุนน้อยที่สุด
  • 2 : ระบบส่งน้ำที่เมื่อเดินปั๊มแล้วสามารถส่งน้ำขึ้นถังเก็บได้ปริมาณตามที่ต้องการ
  • 3 : ระบบอัดอากาศที่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องและการติดตั้งน้อยที่สุด
  • 4 : ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนที่ใช้วัสดุดีที่สุดและมีขนาดเล็กที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • ระบบใดเหมาะสมกับคำว่า Workable system มากที่สุด
  • 1 : ระบบส่งน้ำถึงถังเก็บบนภูเขาโดยพิจารณาความดันสูญเสียในท่อและความสูงของภูเขาเป็นสำคัญ
  • 2 : ระบบส่งน้ำที่พิจารณาถึงผลกระทบของขนาดท่อที่มีต่อการใช้พลังงานของปั๊มน้ำและเลือกขนาดของท่อและปั๊มที่เหมาะสมที่สุด
  • 3 : ระบบส่งน้ำที่พิจารณาถึงความมั่นคงของระบบเป็นสำคัญ
  • 4 : ระบบสูบน้ำที่เลือกใช้ท่อและปั๊มที่มีขนาดเล็กที่สุดเพื่อให้สูบน้ำได้ตามต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • การออกแบบใดถือว่าเป็นการออกแบบที่เหมาะสมคุ้มค่า(Optimum system)
  • 1 : การออกแบบระบบที่ทำงานได้ตามความต้องการของผู้ออกแบบ
  • 2 : การออกแบบที่พิจารณาถึงคุณภาพของอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อให้ได้ระบบที่มั่นคงที่สุด
  • 3 : การออกแบบที่ทำให้ระบบทำงานได้ตามต้องการโดยมีการลงทุนและใช้พลังงานน้อยที่สุด
  • 4 : การออกแบบที่ทำให้ได้ระบบที่มีมูลค่าต่ำที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :
  • เสี่ยรายหนึ่งต้องการส่งน้ำไปยังถังเก็บที่บ้านตากอากาศบนเขาสูงจากแหล่งน้ำ 20 เมตร โดยประมาณมามีคนในบ้าน 10 คน (ให้ใช้ น้ำคนละ 300 ลิตรต่อคนต่อวัน) การเลือกปั๊มน้ำในข้อใดจะทำให้เสี่ยมีน้ำใช้ได้พอดีตามต้องการ
  • 1 : สั่งซื้อปั๊มน้ำที่มีจุดทำงานที่อัตราการไหล 125 ลิตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 2 บาร์
  • 2 : สั่งซื้อปั๊มน้ำที่มีจุดทำงานที่อัตราการไหล 300 ลิตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 2 บาร์
  • 3 : สั่งซื้อปั๊มน้ำที่มีจุดทำงานที่อัตราการไหล 125 ลิตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 2 บาร์ บวกความดันสูญเสียในท่อ
  • 4 : สั่งซื้อปั๊มน้ำที่มีจุดทำงานที่อัตราการไหล 300 ลิตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 2 บาร์ บวกความดันสูญเสียในท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 57 :
  • ถ้ามีความต้องการส่งน้ำในอัตรา 250 แกลอนต่อนาที ไปยังถังน้ำมันสูง 10 เมตร โดยมีความดันสูญเสียในท่อเท่ากับ 32 บาร์ การ เลือกปั๊มในข้อใดสามารถทำให้ระบบทำงานได้
  • 1 : เลือกปั๊มขนาด 270 แกลอนต่อนาที ที่ความดัน 33 บาร์
  • 2 : เลือกปั๊มขนาด 300 แกลอนต่อนาที ที่ความดัน 33 บาร์
  • 3 : เลือกปั๊มขนาด 250 แกลอนต่อนาที ที่ความดัน 33 บาร์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • ระบบในข้อใดถือว่าเป็นระบบที่ทำงานได้
  • 1 : ระบบที่ทำได้ตามวัตถุประสงค์
  • 2 : ระบบที่เป็นไปตามข้อกำหนด
  • 3 : ระบบที่มีอายุใช้งานและค่าบำรุงรักษาเป็นที่น่าพอใจ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 59 :
  • สองขั้นตอนหลักในการทำให้ระบบทำงานได้คือ
  • 1 : กำหนดแนวคิดการออกแบบและกำหนดค่าตัวแปรต่างๆที่จะใช้เลือกอุปกรณ์
  • 2 : กำหนดเงินลงทุนและวิธีการทำงาน
  • 3 : กำหนดวิธีการและกำหนดตลาด
  • 4 : กำหนดจุดคุ้มทุนและวิธีการทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • บริษัทรับออกแบบแห่งหนึ่งออกแบบระบบปั๊มน้ำและท่อส่งน้ำโดยคำนึงถึงความดันสูญเสียในท่อ , ความแตกต่างของระดับปั๊มกับ ถังน้ำ และอัตราการไหลที่ต้องการ เพื่อกำหนดขนาดปั๊ม อยากทราบว่าการออกแบบนี้ถือเป็นการออกแบบชนิดใด
  • 1 : เป็นการออกแบบตามมาตรฐาน
  • 2 : เป็นการออกแบบให้ระบบทำงานได้
  • 3 : เป็นการออกแบบอย่างคุ้มค่า
  • 4 : เป็นการออกแบบที่ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 61 :
  • การออกแบบท่อระบบหนึ่ง จากการคำนวณได้ว่าจะต้องใช้ท่อขนาดไม่เล็กกว่า 4.12 นิ้ว วิศวกรผู้ออกแบบควรแจ้งให้ผู้รับเหมา ติดตั้งท่อขนาดใด
  • 1 : 4.12 นิ้ว
  • 2 : 4.00 นิ้ว
  • 3 : 4.50 นิ้ว
  • 4 : 6.00 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :
  • ผู้ใหญ่บ้านต้องการให้ออกแบบท่อส่งน้ำใช้ในหมู่บ้าน โดยมีความต้องการใช้น้ำ 10,000 ลิตรต่อวัน แหล่งน้ำห่างจากถังเก็บน้ำ 100 เมตรและอยู่สูงจากระดับปั๊ม 10 เมตร วิศวกรผู้ออกแบบคำนวณได้ว่าต้องใช้ท่อขนาด 20 นิ้ว ท่านคิดว่าผลการคำนวณนี้เป็นอย่างไร
  • 1 : เหมาะสมดีแล้ว
  • 2 : ขนาดท่อที่คำนวณได้ น่าจะมีขนาดเล็กเกินไป
  • 3 : ขนาดท่อที่คำนวณได้ น่าจะมีขนาดใหญ่เกินไป
  • 4 : ต้องใช้ท่อขนาด 22 นิ้ว เพราะขนาด 20 นิ้ว ไม่มีขายในตลาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อกำหนดของระบบที่สามารถทำงานได้
  • 1 : สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
  • 2 : ให้อายุการทำงานยาวนานเป็นที่น่าพอใจ
  • 3 : ต้องสามารถทำงานได้จริง แม้จะไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้
  • 4 : การทำงานจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • ระบบที่ใช้งานได้คือ
  • 1 : ระบบที่บรรลุความต้องการตามวัตถุประสงค์ของระบบ
  • 2 : ระบบที่มีค่าบำรุงรักษาและอายุการใช้งานในระดับที่น่าพึงพอใจ
  • 3 : ระบบที่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อบังคับที่ระบุไว้ทุกอย่าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • ขั้นตอนในการออกแบบเพื่อให้ได้ระบบที่ทำงานได้ มีดังนี้
  • 1 : เลือกแนวคิดในการออกแบบที่จะใช้
  • 2 : กำหนดค่าตัวแปรที่จำเป็นในการเลือกส่วนประกอบของระบบ
  • 3 : พิจารณาความเป็นไปได้ในด้านการลงทุนรวมทั้งความประหยัดทางด้านเศรษฐศาสตร์
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • สิ่งที่ทำให้การออกแบบระบบให้เหมาะสมต่างจากการออกแบบระบบโดยทั่ว ๆ ไปคือ
  • 1 : ต้องมีการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์
  • 2 : ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าทางด้านการลงทุน
  • 3 : ต้องใช้วิธีการคำนวณที่ซับซ้อน
  • 4 : ต้องอาศัยความรู้ทางด้านวิศวกรรมขั้นสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • หัวใจสำคัญของการคัดเลือกแนวคิดในการออกแบบคือ
  • 1 : เลือกใช้วิธีการที่เคยใช้ได้มาแล้วกับงานออกแบบที่มีลักษณะคล้ายกัน เพื่อความปลอดภัย
  • 2 : พยายามคิดทบทวนถึงแนวคิดต่าง ๆ ที่เป็นไปได้รวมทั้งแนวคิดที่เคยเป็นไปไม่ได้ด้วย เพื่อให้ได้แนวทางการเลือกแนวคิดการออกแบบ ที่หลากหลาย
  • 3 : คัดเลือกแนวคิดตามระยะเวลาที่อำนวยเพื่อให้งานออกแบบนั้นเสร็จสิ้นเรียบร้อยทันตามกำหนดเวลา
  • 4 : เลือกแนวคิดการออกแบบตามที่วิศวกรอาวุโสแนะนำและไม่ใช้แนวคิดการออกแบบที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากวิศวกรอาวุโส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • วิศวกรคำนวณขนาดเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารหลังหนึ่ง โดยคิดตัวประกอบความปลอดภัยในการคำนวณไว้ 10 % ท่านคิด ว่าการออกแบบดังกล่าวเป็นการออกแบบแบบไหน
  • 1 : การออกแบบเพื่อให้ระบบทำงานได้ (Workable System Design)
  • 2 : การออกแบบระบบที่เหมาะสม (Optimum System Design)
  • 3 : การออกแบบตามวิธีการที่ใช้ทั่วไป (Conventional System Design)
  • 4 : การออกแบบตามวิธีการคำนวณภาระการทำความเย็นตามวิธีกรคำนวณของสมาคมวิศวกรทำความร้อน ทำความเย็น และปรับอากาศ แห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • วิศวกรออกแบบระบบเครื่องทำความเย็นโดยมีข้อกำหนดว่าระบบดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนน้อยสุด ในขณะเดียวกันต้องสามารถทำ ความเย็นได้เพียงพอหากว่าภาระการทำความเย็นสูงสุดเพิ่มขึ้น 10% ในความคิดของท่าน วิศวกรผู้นี้ต้องใช้การออกแบบระบบแบบ ไหน
  • 1 : การออกแบบระบบที่เหมาะสม (Optimum System Design)
  • 2 : การออกแบบตามวิธีการที่ใช้ทั่วไป (Conventional System Design)
  • 3 : การออกแบบเพื่อให้ระบบทำงานได้ (Workable System Design)
  • 4 : การออกแบบตามวิธีการคำนวณภาระการทำความเย็นตามวิธีกรคำนวณของสมาคมวิศวกรทำความร้อน ทำความเย็น และปรับอากาศ แห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • ท่านคิดว่าประโยคใดต่อไปนี้ถูก
  • 1 : วิศวกรควรเลือกใช้วิธีการออกแบบระบบที่เหมาะสม (Optimum System Design) ในทุก ๆ งาน เนื่องจากปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์หา ได้ง่าย
  • 2 : เพื่อความปลอดภัย วิศวกรควรเลือกออกแบบระบบให้สามารถทำงานได้ก่อน (Workable System Design) เพื่อป้องกันความผิดพลาด เสียหายที่จะเกิดขึ้น
  • 3 : การที่จะเลือกใช้วิธีการออกแบบอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการออกแบบระบบให้ทำงานได้ (Workable System Design) กับการออกแบบ ระบบให้เหมาะสม (Optimum System Design) ต้องดูว่าค่าใช้จ่ายในการออกแบบจะคุ้มหรือไม่
  • 4 : ประโยคข้างต้นผิดหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 71 :
  • การออกแบบระบบที่เหมาะสม (Optimum System Design) คืออะไร
  • 1 : การออกแบบที่คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ที่มีในระบบทั้งหมด โดยมีฟังชั่นวัตถุประสงค์ (Objective function) เป็นตัว ชี้นำการออกแบบ
  • 2 : การออกแบบที่ให้ความสำคัญกับตัวแปรที่สำคัญที่สุดเป็นพิเศษ โดยไม่คำนึงถึงความสำคัญของตัวแปรอื่น ๆ ที่มีในระบบ
  • 3 : การออกแบบที่อาศัยแนวคิดการออกแบบที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมที่สุด
  • 4 : การออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้พึงพอใจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการออกแบบระบบขั้นเหมาะสมที่สุด (Optimum System Design)
  • 1 : ออกแบบให้ระบบสามารถทำงานได้ตรงตามค่า design ที่กำหนดไว้
  • 2 : ออกแบบระบบให้มีความปลอดภัยสูงสุด
  • 3 : ออกแบบระบบให้ตรงตามความพึ่งพอใจของลูกค้า
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ข้อใดคือข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการออกแบบเพื่อให้ระบบทำงานได้ (Workable System Design) และ การออกแบบระบบ ขั้นเหมาะสมที่สุด (Optimum System Design)
  • 1 : พิจารณาคำนึงถึงด้านต้นทุนในการออกแบบและผลิต
  • 2 : พิจารณาคำนึงถึงความสามารถในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 3 : พิจารณาคำนึงถึงความปลอดภัยของระบบต่อสภาพแวดล้อม
  • 4 : พิจารณาคำนึงถึงข้อข้อบังคับหรือกฎหมาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นการออกแบบระบบที่ทำงานได้ (Workable System Design)
  • 1 : วิศวกร A ออกแบบเครื่องปรับอากาศที่มีความจุความเย็นต่ำกว่าค่าความสบายของบุคคลทั่วไป
  • 2 : วิศวกร B ออกแบบอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนจำพวกหอหล่อเย็นให้มีขนาดเหมาะสมกับระบบ
  • 3 : วิศวกร C ออกแบบระบบสูบน้ำโดยพิจารณาค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษาให้ต่ำที่สุด
  • 4 : ไม่มีวิศวกรท่านใด ออกแบบตามหลัก การออกแบบระบบที่ทำงานได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบระบบที่ทำงานได้ (Workable System Design)
  • 1 : การออกแบบที่มีการใช้สารเคมีในกระบวนการ
  • 2 : การออกแบบโดยใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงเกินกว่าค่าสภาวะออกแบบ (design condition) ที่กำหนดไว้
  • 3 : ระบบที่มีเสียงดังเกิดกว่าค่ามาตรฐานหรือกฎหมายกำหนด
  • 4 : ทุกข้อไม่ถือเป็นการออกแบบระบบที่ทำงานได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นการออกแบบระบบขั้นเหมาะสมที่สุด (Optimum System Design) ในการออกแบบระบบ สูบน้ำ
  • 1 : เปลี่ยนเครื่องสูบน้ำให้มีขนาดเล็กลง
  • 2 : เปลี่ยนวัสดุท่อจากท่อเหล็กเป็นท่อพลาสติกโดยความดันภายในท่อไม่เกินค่ากำหนดของท่อพลาสติก
  • 3 : เพิ่มขนาดท่อจากท่อเล็กเป็นท่อขนาดใหญ่เพื่อส่งน้ำในปริมาณที่มากขึ้น
  • 4 : เปลี่ยนวัสดุท่อจากท่อพลาสติกเป็นท่อเหล็กเพื่อยืดอายุการใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ขั้นตอนเพื่อให้ได้ระบบที่ทำงานได้ (Workable System Design)
  • 1 : พิจารณาเป้าหมายของการออกแบบและเงื่อนไขบังคับ
  • 2 : กำหนดฟังก์ชั่นประสงค์ (Objective Function) (เช่น น้ำหนักเบาสุด หรือ พื้นผิวมากสุด ฯลฯ), เป้าหมายการออกแบบ และเงื่อนไขบังคับ
  • 3 : เลือกสมการพื้นฐานทางฟิสิกส์และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องมาใช้
  • 4 : กำหนดตัวแปรบางตัวในสมการทางฟิสิกส์ เป็นตัวแปรตรึงซึ่งจำเป็นต่อการเลือกอุปกรณ์ย่อย และคำนวณตัวแปรที่เหลือ โดยค่าที่ คำนวณได้ต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขบังคับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 :
  • ข้อใดคือความสามารถของระบบขั้นทำงานได้
  • 1 : ระบบนั้นต้องทำงานตรงตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์
  • 2 : ระบบนั้นต้องมีอายุการใช้งานและค่าบำรุงรักษาอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ
  • 3 : สอดคล้องกับเงื่อนไขบังคับทั้งหมด (Constraints)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ขั้นตอนเพื่อให้ได้ระบบขั้นเหมาะสมที่สุด (Optimum System Design)
  • 1 : กำหนดฟังก์ชั่นประสงค์ (Objective Function) (เช่น น้ำหนักเบาสุด หรือ พื้นผิวมากสุด ฯลฯ), เป้าหมายการออกแบบ และเงื่อนไขบังคับ
  • 2 : เลือกสมการพื้นฐานทางฟิสิกส์และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องมาใช้ ร่วมกับฟังก์ชั่นประสงค์
  • 3 : ใช้เทคนิคทางคณิตศาสตร์เฉพาะเพื่อแก้สมการพื้นฐานทางฟิสิกส์และวิศวกรรม โดยไม่กำหนดตัวแปรคงที่ หรือตัวแปรตรึง
  • 4 : ใช้เทคนิคทางคณิตศาสตร์เฉพาะเพื่อแก้สมการพื้นฐานทางฟิสิกส์และวิศวกรรม โดยกำหนดตัวแปรคงที่ หรือตัวแปรตรึง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  •  ข้อใดต่อไปนี้ที่ถูก

     

  • 1 :  การออกแบบระบบคือการกำหนดค่าตัวแปรในการออกแบบ
  • 2 :  ปัญหาการออกแบบทั้งหมดจะมีเงื่อนไขแบบไม่เท่ากันทั้งสิ้น
  • 3 :  ตัวแปรในการออกแบบควรจะเป็นอิสระต่อกันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
  • 4 :  การออกแบบที่เป็นไปได้อาจจะทำให้ต้องไปละเมิดเงื่อนไขแบบเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  •  วิศวกรท่านใดต่อไปนี้ออกแบบระบบที่เหมาะสม (Optimum system)
  • 1 :  สมศักดิ์คำนวณขนาดเครื่องปรับอากาศสำหรับอาคารหลังหนึ่ง โดยคิดตัวประกอบความปลอดภัยในการคำนวณไว้ 10 %
  • 2 :  

    สมชายออกแบบระบบเครื่องทำความเย็นโดยมีข้อกำหนดว่าระบบดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนน้อยสุด ในขณะเดียวกันต้องสามารถทำความเย็นได้เพียงพอหากว่าภาระการทำความเย็นสูงสุดเพิ่มขึ้น 10%

  • 3 :  สมยศออกแบบระบบปรับอากาศตามวิธีการคำนวณภาระการทำความเย็นตามวิธีการคำนวณของสมาคมวิศวกรทำความร้อน ทำความเย็น และปรับอากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE)
  • 4 :  สมสมานออกแบบระบบปรับอากาศตามความต้องการของผู้ใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 410 : 3._Economics
ข้อที่ 82 :
  • จะต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยคืนเท่าไหร่ ณ ปีที่ 5 เมื่อกู้เงิน 5,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี
  • 1 : 7,346,600 บาท
  • 2 : 6,456,040 บาท
  • 3 : 8,365,930 บาท
  • 4 : 7,125,500 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • มูลค่าในอนาคตของเงินจำนวน 1,000 บาท ใน 15 ปีข้างหน้า จะเป็นเท่าไหร่ ถ้าอัตราดอกเบี้ย 8 % ต่อปี คิดดอกเบี้ยทบต้นทุกสาม เดือน
  • 1 : 25,489 บาท
  • 2 : 23,598 บาท
  • 3 : 27,671 บาท
  • 4 : 24,598 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 84 :
  • หากคุณยืมเงินมาลงทุน 1000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่อปี 15 % คิดอัตราดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน คุณมีความสามารถในการ ชำระเงินคืนต่อเดือนได้ 38 บาท จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณกี่เดือนจึงจะสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด
  • 1 : 28 เดือน
  • 2 : 32 เดือน
  • 3 : 35 เดือน
  • 4 : 38 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • ข้อใดคือข้อจำกัดของการประเมินโครงการโดยพิจารณาจากอัตราคืนผลภายใน (Internal rate of return)
  • 1 : ไม่สามารถพิจารณาอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุนได้
  • 2 : อัตราดอกเบี้ยต้องมีค่าคงที่ตลอดโครงการ
  • 3 : สามารถใช้ได้กับสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงได้
  • 4 : ไม่สามารถประเมินผลกำไรที่แท้จริงได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • วิธีการประเมินโครงการวิธีใดที่ควรใช้วิเคราะห์ในสภาวะที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ
  • 1 : วิธีพิจารณาจากอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนและต้นทุน (Benefit-cost ratio, BCR)
  • 2 : วิธีพิจารณาจากอัตราคืนผลภายใน (Internal rate of return)
  • 3 : วิธีพิจารณาจากระยะเวลาถอนทุน (Pay back period)
  • 4 : วิธีพิจารณาจากอัตราคืนผลเฉลี่ย (Average rate of return)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 87 :
  • นายสมชายกู้เงินจากธนาคารมาซื้อเครื่องจักรราคา 500,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 10 % ต่อปี คิดดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน โดยชำระคืนเป็นรายเดือนๆ ละ 20,000 บาท นายสมชายจะใช้เวลานานเท่าใดในการชำระคืน
  • 1 : 27 เดือน
  • 2 : 28 เดือน
  • 3 : 29 เดือน
  • 4 : 30เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • หากมีการลงทุนเพื่อซื้ออุปกรณ์ความร้อนชุดหนึ่ง ในช่วงเวลา 5 ปี ดังนี้ ต้นปีที่ 1 ลงทุน 100,000 บาท ต้นปีที่ 2 ลงทุน 90,000 บาท ต้นปีที่ 3 ลงทุน 80,000 บาท ต้นปีที่ 4 ลงทุน 70,000 บาท ต้นปีที่ 5 ลงทุน 60,000 บาท ให้ทำการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อหามูลค่าในปัจจุบันโดยคิดอัตราดอกเบี้ย 8 % ต่อปี
  • 1 : 325,547 บาท
  • 2 : 351,591 บาท
  • 3 : 460,321 บาท
  • 4 : 497,147 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • ในการฝากเงิน 150,000 บาท ธนาคารให้ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยให้ 6 เดือนต่อครั้ง เมื่อสิ้นปีที่ 5 จะได้รับเงินคืน ทั้งหมดเท่าไร
  • 1 : 152,250 บาท
  • 2 : 161,593 บาท
  • 3 : 161,637 บาท
  • 4 : 161,667 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • กู้เงินมา 750,000 บาท เพื่อมาตั้งสายการผลิตสินค้าเพิ่มในโรงงาน เงินกู้ดังกล่าวต้องใช้คืนภายใน 10 ปี โดยที่จะต้องส่งเงินคืนทุก ๆ ไตรมาส โดยเริ่มต้นจ่ายเงินเมื่อสิ้นสุดไตรมาสแรก อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8% ต่อปี คิดแบบทบต้นรายวัน ให้คำนวณหาเงินที่ต้องจ่าย คืนในแต่ละ ไตรมาส
  • 1 : 26,868.27 บาท, 27,166.81 บาท, 27,465.34 บาท, 27,465.34 บาท
  • 2 : 26,786.34 บาท, 27,366.81 บาท, 27,565.34 บาท, 27,465.34 บาท
  • 3 : 29,790.34 บาท, 229,145.81 บาท, 29,565.34 บาท, 29,465.34 บาท
  • 4 : 26,786.34 บาท, 27,366.81 บาท, 28,565.34 บาท, 29,465.34 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 :
  • หากยืมเงินมา 5,000 บาท โดยธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยทบต้น 4% ต่อปี อยากทราบว่าในปีที่ 8 จะต้องจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ย รวมกันเท่าไร
  • 1 : 5,320.00 บาท
  • 2 : 6,842.85 บาท
  • 3 : 6,600.00 บาท
  • 4 : 6,654.75 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  • ทักษิณกู้เงินจำนวน 300 ล้านบาท โดยผู้ให้กู้กำหนดดอกเบี้ย 5% ต่อปี และไม่คิดเป็นดอกเบี้ยทบต้น อยากทราบว่า ณ. ปีที่ 9 ทักษิณต้องจ่ายเงินคืนเท่าไร
  • 1 : 450 ล้านบาท
  • 2 : 465 ล้านบาท
  • 3 : 435 ล้านบาท
  • 4 : 440 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 93 :
  • มูลค่าของเงินที่ต้องใช้คืนจะเป็นเท่าไร เมือเวลาผ่านไป 5 ปี ถ้ากู้เงินจำนวน 500 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 8% และคิดดอกเบี้ยทบ ต้นทุกไตรมาส
  • 1 : 742.97 บาท
  • 2 : 800 บาท
  • 3 : 2,330.48 บาท
  • 4 : 1,300 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • จะต้องใช้คืนจะเป็นเท่าไร เมือเวลาผ่านไป 5 ปี ถ้ากู้เงินจำนวน 500 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 8% และคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกครึ่งปี
  • 1 : 1,300 บาท
  • 2 : 740.12 บาท
  • 3 : 800 บาท
  • 4 : 900 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • จะต้องใช้คืนจะเป็นเท่าไร เมือเวลาผ่านไป 15 ปี ถ้ากู้เงินจำนวน 525 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 7% และคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกครึ่งปี
  • 1 : 1,473.57 บาท
  • 2 : 1,447.35 บาท
  • 3 : 1,532.33 บาท
  • 4 : 1,488.68 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 96 :
  • ถ้ากู้เงินจากธนาคารมาจำนวน 5 ล้านบาท ระยะเวลาการใช้คืน 20 ปี โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยในอัตรา 3% ต่อปี และคิดดอกเบี้ยทบ ต้นทุกๆครึ่งปี จงหาว่าจะต้องนำเงินมาชำระคืนเท่าไรเมื่อครบเวลา 20 ปี
  • 1 : 8.01 ล้านบาท
  • 2 : 16.02 ล้านบาท
  • 3 : 11.05 ล้านบาท
  • 4 : 9.07 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 97 :
  • กำหนดให้ยืมเงินมา 1,000 บาท โดยผู้ให้ยืมคิดค่าดอกเบี้ย 15% ต่อปีโดยคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน ถ้าสามารถที่จะจ่ายคืนได้ 38 บาท ต่อเดือน อยากทราบว่าต้องใช้เวลากี่เดือนจึงสามารถจ่ายคืนเงินยืมได้
  • 1 : 35 เดือน
  • 2 : 40 เดือน
  • 3 : 33 เดือน
  • 4 : 50 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • วิศวกรรายหนึ่งกู้เงินมาลงทุนจำนวน 500,000 บาท โดยต้องเสียดอกเบี้ย 12% ต่อปีโดยคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกหกเดือน จงหาว่า เมือถึงปีที่ 5 จำนวนเงินทั้งหมดจะเป็นเท่าไร
  • 1 : 620,000 บาท
  • 2 : 895,424 บาท
  • 3 : 800,000 บาท
  • 4 : 11,000,000 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • ครอบครัวหนึ่งต้องการมีเงินเพื่อใช้สร้างบ้านจำนวน 2 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาลงทุน 12 ปี ถ้าผลตอบแทนจากการลงทุนคิดเป็น 9% โดยจะได้ทุกๆครึ่งปี อยากทราบว่าครอบครัวนี้ ต้องใช้เงินลงทุนเท่าใด
  • 1 : 660,879.90 บาท
  • 2 : 674,889.50 บาท
  • 3 : 695,406.95 บาท
  • 4 : 736,997.25 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 100 :
  • ชัยยุทธ์ต้องการมีเงิน 1,000,000 บาท จึงเลือกลงทุนกับหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งให้ผลตอบแทน 9% ต่อปี โดยคิดดอกเบี้ยทบต้น ทุกไตรมาตร ตามข้อตกลงมีระยะเวลาลงทุน 12 ปี จงหาว่าชัยยุทธ์ต้องหาเงินมาลงทุนจำนวนเท่าไร
  • 1 : 343,685.18
  • 2 : 355,675.55
  • 3 : 465,886.45
  • 4 : 554,323.77
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :
  • นส. พจมาน ได้ประมาณค่าบำรุงรักษารถยนต์คันใหม่เท่ากับ 2,000 บาท ในปีแรก และเพิ่มขึ้นปีละ 1,000 บาท เธอตั้งใจจะเก็บ รถยนต์ไว้เป็นเวลา 6 ปี เธออยากทราบว่าจะต้องฝากเงินเข้าธนาคารเท่าไร ถ้าธนาคารจ่ายดอกเบี้ยให้ 5.5 % ต่อปี ทบต้นทุกปี เพื่อให้เพียงพอกับค่าบำรุงรักษารถยนต์คันนี้
  • 1 : 21,701 บาท
  • 2 : 21,806 บาท
  • 3 : 22,701 บาท
  • 4 : 27,000 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 102 :
  • สมคิดต้องการฝากเงินที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ซึ่งจ่ายดอกเบี้ย 10 % ต่อปี ทบต้นทุกวัน จงคำนวณหาดอกเบี้ยที่แท้จริงที่เขา ได้รับต่อปี (1 ปี มี 365 วัน)
  • 1 : 9.500 %
  • 2 : 9.515 %
  • 3 : 10.500 %
  • 4 : 10.515 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • ธนาคารออมสินขายพันธบัตรออมทรัพย์ระยะยาว ซึ่งจ่ายดอกเบี้ยในอัตรา 7.5 % ต่อปี ทบต้นต่อเนื่อง อยากทราบว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับจริงต่อปีคือเท่าใด
  • 1 : 7.50 %
  • 2 : 7.65 %
  • 3 : 7.79 %
  • 4 : 8.00 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นทรัพย์สินที่ไม่เสื่อมราคา
  • 1 : รถยนต์ประจำตำแหน่ง
  • 2 : เครื่องจักรกลในโรงงาน
  • 3 : คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน
  • 4 : ที่ดินที่ใช้ในการประกอบกิจการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • ลงทุน 300,000 บาท ได้รับกำไรรายปีเป็น 86,000 บาท ซึ่งกระจายสม่ำเสมอตลอดปี และถูกนำกลับไปลงทุนอีกโดยทันที ถ้า อายุเป็น 6 ปี และมูลค่าหลังจาก 6 ปี เป็นศูนย์ จงหาอัตราการคืนทุน
  • 1 : 12 %
  • 2 : 16 %
  • 3 : 20 %
  • 4 : 22 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ในการวิเคราะห์การลงทุนในทางเศรษฐศาสตร์ วิธีการ Total Capitalized Cost เหมาะสำหรับโครงการใด
  • 1 : โครงการที่สภาวะดอกเบี้ยไม่คงที่
  • 2 : โครงการที่สามารถประเมินผลกำไรจริงออกมาได้
  • 3 : โครงการที่สามารถพิจารณาอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุนได้
  • 4 : โครงการที่ไม่สามารถประเมินผลกำไรได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming)
  • 1 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่งด้วยกราฟต้องกำหนดแกนและแบ่งสเกลของตัวแปรอิสระก่อน
  • 2 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่งสามารถใช้ได้กับปัญหาที่มีตัวแปรมากกว่า 3 ตัวได้
  • 3 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่งจะใช้ในการหาค่าต่ำสุดหรือสูงสุดของฟังก์ชันวัตถุประสงค์
  • 4 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง ฟังก์ชันวัตถุประสงค์และเงื่อนไขบังคับจะต้องมีลักษณะเป็นเชิงเส้นเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming)
  • 1 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่งด้วยกราฟต้องกำหนดแกนและแบ่งสเกลของตัวแปรอิสระก่อน
  • 2 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่งสามารถใช้ได้กับปัญหาที่มีตัวแปรมากกว่า 3 ตัวได้
  • 3 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่งจะใช้ในการหาค่าต่ำสุดหรือสูงสุดของฟังก์ชันวัตถุประสงค์
  • 4 : ในการแก้ปัญหาลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง ฟังก์ชันวัตถุประสงค์และเงื่อนไขบังคับจะต้องมีลักษณะเป็นเชิงเส้นเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :

  • 1 : ค่าสูงสุดเท่ากับ 6.25
  • 2 : ค่าต่ำสุดเท่ากับ 6.25
  • 3 : ค่าสูงสุดเท่ากับ 5.00
  • 4 : ค่าต่ำสุดเท่ากับ 5.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • กู้เงินมาลงทุนทำร้านอาหาร 600,000 บาทที่อัตราดอกเบี้ย 11 % ต่อปี คิดทบต้นทุกครึ่งปี รายได้ที่คาดว่าจะได้หลังจากหัก ค่าใช้จ่ายแล้วทุก ๆ 6 เดือนเป็นเงิน 60,000 บาท หากไม่คิดรายได้จากการขายร้านอาหารไปหลังจากเลิกกิจการ เจ้าของร้านจะต้องใช้ เวลาเท่าไรในการจ่ายคืนเงินกู้ทั้งหมด
  • 1 : 5 ปี ครึ่ง
  • 2 : 6 ปี ครึ่ง
  • 3 : 7 ปี ครึ่ง
  • 4 : 8 ปี ครึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 111 :
  • กู้เงินมาจากธนาคารออมสินตามนโยบายปล่อยกู้รายย่อยเป็นเงิน 40,000 บาท ระยะเวลาใช้คืน 15 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 10 % ต่อปี คิดทบต้นทุกเดือน โดยกำหนดให้ชำระทุก ๆ เดือน อยากทราบว่าดอกเบี้ยทั้งหมดที่จ่ายไปใน 2 ปีแรกคิดเป็นเงินเท่าไร
  • 1 : 8,542.52 บาท
  • 2 : 7,763.57 บาท
  • 3 : 5,759.77 บาท
  • 4 : 9,861.25 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • ฝากเงินสะสมทุกปี ปี ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี โดยธนาคารคิดดอกเบี้ยให้ 8 % ต่อปี ทบต้นทุก 3 เดือน เมื่อครบ 15 ปี จะ ได้เงินเท่าไร
  • 1 : 27,671 บาท
  • 2 : 31,512 บาท
  • 3 : 19,895 บาท
  • 4 : 26,358 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 113 :
  • เงินกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านได้รับการขยายระยะเวลาการชำระเป็น 20 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 8 % ต่อปี คิดทบต้นทุกเดือน กำหนดการชำระ เป็นรายเดือน ถามว่าจะต้องใช้เวลากี่เดือน เงินต้นที่กู้ยืมมาจึงจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งจากเงินต้นเดิม
  • 1 : 154 เดือน
  • 2 : 174 เดือน
  • 3 : 144 เดือน
  • 4 : 164 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • บริษัทเงินกู้รายหนึ่งเสนอให้การกู้ยืมแก่ลูกค้าเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งนี้บริษัทคิดอัตราดอกเบี้ย 8 % ต่อปี แต่ลูกค้าต้องเริ่มชำระดอกเบี้ยตั้งแต่ต้นแทนที่จะไปเป็นปลายปีดังเช่นที่เคยทำมา ถามว่า อัตราดอกเบี้ยที่คิดเทียบเท่ากับกรณี ที่กำหนดให้ลูกค้าต้องชำระเบี้ยปลายปี จะเป็นเท่าไรจึงจะเทียบเท่ากับในกรณีดังกล่าวข้างต้น
  • 1 : 8.1 %
  • 2 : 8.5 %
  • 3 : 8.7 %
  • 4 : 8.9 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 :
  • ลงทุนในกองทุนประกันชีวิต เป็นเงิน 10,000 บาท โดยได้รับดอกเบี้ยคิดเป็น 8 % ต่อปี ทบต้นรายปี กองทุนอนุญาตให้ถอนเงินได้ ในปลายปีของแต่ละปีเป็นเงิน 1,000 บาท ถามว่าจะถอนเงินจากกองทุนนี้ได้หมดภายในกี่ปี
  • 1 : 25 ปี
  • 2 : 21 ปี
  • 3 : 23 ปี
  • 4 : 27 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • รายได้จากการปล่อยเครื่องจักรให้เช่าคิดเป็นเงิน 120,000 บาท ต่อปี ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรเท่ากับ 60,000บาทต่อปี มูลค่าของ เครื่องจักรเมื่อครบอายุการใช้งาน 12 ปี คิดเป็น 20 % ของเงินที่ซื้อเครื่องจักรมา ถามว่าต้องซื้อเครื่องจักรมาเป็นเงินเท่าไร จึงจะได้ อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเท่ากับ 15 %
  • 1 : 337,868 บาท
  • 2 : 438,532 บาท
  • 3 : 335,845 บาท
  • 4 : 364,475 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • เครื่องจักรตัวหนึ่งเมื่อซื้อแล้วจะไม่สามารถทำกำไรได้ใน 5 ปีแรก แต่ใน 10 ปีหลังจากนั้น จะสามารถทำกำไรกลับคืนมาได้ในอัตรา 80,000 บาทต่อปี ถ้าหากว่าต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนซื้อเครื่องจักรคิดเป็น 12 % (คิดทบต้นรายปี) ถามว่าต้องซื้อเครื่องจักรมา เป็นเงินเท่าไร จึงจะทำให้ผลตอบแทนดังกล่าวเป็นไปได้
  • 1 : 246,000 บาท
  • 2 : 258,800 บาท
  • 3 : 248,700 บาท
  • 4 : 256,500 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • กู้เงินมา 100,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 5 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 8 % ต่อปี จะต้องชำระเป็นเงินทั้งหมดเท่าไร
  • 1 : 150,000 บาท
  • 2 : 140,000 บาท
  • 3 : 120,000 บาท
  • 4 : 180,000 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 119 :
  • จะต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยคืนประมาณเท่าไหร่ ณ ปีที่ 30 เมื่อกู้เงิน 3,200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 14% ต่อปี
  • 1 : 153 ล้านบาท
  • 2 : 163 ล้านบาท
  • 3 : 165 ล้านบาท
  • 4 : 169 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • นางสมหญิงต้องการวางแผนหาเงินเพื่อส่งเสียบุตรให้เรียนหนังสือตอนอายุ 12 ปี โดยที่ค่าเล่าเรียนบุตรในปีนั้นมีค่าเท่ากับ 400,000 บาท นางสมหญิงต้องลงทุนเท่าไรในเวลานี้ไปลงทุนในกองทุนรวม ที่ให้ผลตอบแทนร้อยละ 8 คิดทุกๆ 6 เดือน เพื่อที่จะ สามารถส่งบุตรให้เข้าเรียนได้อีก 12 ปีข้างหน้า (สมมติว่า ค่าเล่าเรียนคงที่ที่ปีที่ 12)
  • 1 : 125,000 บาท
  • 2 : 147,500 บาท
  • 3 : 156,000 บาท
  • 4 : 172,000 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • แม้ว่ารัฐบาลจะรณรงค์ไม่ให้ประชาชนไปกู้หนี้นอกระบบ แต่นายหลงผิดก็ยังไปกู้เงินจากนายดอกโหดซึ่งเป็นเจ้าหนี้นอกระบบ จำนวนเงิน 100,000 บาท โดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 30 ต่อปีคงที่ หากนายหลงผิดจะชำระในปีที่ 10 ต้องจ่ายเงินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้ เจ้าหนี้รวมเป็นเงินเท่าใด
  • 1 : 1,258,571 บาท
  • 2 : 1,378,584 บาท
  • 3 : 1,394,682 บาท
  • 4 : 1,429,527 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 :
  • มูลค่าในอนาคตของเงินจำนวน ฝากทุกๆ ปี ปีละ 7,000 บาท ใน 10 ปีข้างหน้า จะเป็นเท่าไหร่ ถ้าอัตราดอกเบี้ย 5 % ต่อปี คิด ดอกเบี้ยทบต้นทุกๆ หกเดือน.
  • 1 : 88,300 บาท
  • 2 : 89,980 บาท
  • 3 : 91,250 บาท
  • 4 : 92,250 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • หากต้องการยืมเงินจากธนาคารมาลงทุนในการก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จำนวน 200 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่อปี 18 % คิดอัตราดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน คุณมีความสามารถในการชำระเงินคืนต่อเดือนได้ 7 ล้านบาท จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณกี่ เดือนจึงจะสามารถชำระหนี้ธนาคารได้ทั้งหมด
  • 1 : 31 เดือน
  • 2 : 34 เดือน
  • 3 : 38 เดือน
  • 4 : 40 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • เจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งต้องการจะจะสรรเงินไว้ซื้อเครื่องจักรตัวใหม่ราคา 640,000 บาท ซึ่งเป็นราคาประเมิน ใน 10 ปี ข้างหน้า โดยการนำเงินไปลงทุนโดยฝากประจำ ซึ่งได้ดอกเบี้ยเงินฝากทบต้นร้อยละ 8 ต่อปี เจ้าของโรงงานนี้ต้องฝากประจำต่อปีเท่าใด จึงจะมี เงินมาซื้อเครื่องจักรตัวใหม่
  • 1 : 42,510 บาท
  • 2 : 43,675 บาท
  • 3 : 43,980 บาท
  • 4 : 44,180 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • เงินจำนวน 10,000 บาท นำไปลงทุนในกิจการเท่าๆ กันทุกปี โดยไม่ถอดเงินลงทุนออกมา หาก ROI (Return of Investment) มี ค่าเท่ากับ 14 % ต่อปีทบต้นทุกเดือน อีก 12 ปีข้างหน้า จะได้เงินก้อน ออกมาจำนวนเท่าใด
  • 1 : 272,700 บาท
  • 2 : 290,700 บาท
  • 3 : 301,700 บาท
  • 4 : 321,700 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • หากต้องการยืมเงินจากธนาคารมาลงทุนในการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งจำนวน 15 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่อปี 12 % คิด อัตราดอกเบี้ยทบต้นทุกปี แต่ละเดือนคุณมีความสามารถในการชำระเงินคืนต่อได้ 350,000 บาท จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณกี่เดือนจึง จะสามารถชำระหนี้ธนาคารได้ทั้งหมด
  • 1 : 55 เดือน
  • 2 : 60 เดือน
  • 3 : 65 เดือน
  • 4 : 68 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์มาลงทุนทำร้านขนมปังจำนวน 3 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่อปี 12 % คิดอัตราดอกเบี้ยทบต้นทุก ปี แต่ละปีคุณมีความสามารถในการชำระเงินคืนต่อได้ 600,000 บาท จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณกี่ปีจึงจะสามารถชำระหนี้ธนาคารได้ ทั้งหมด
  • 1 : 6 ปี
  • 2 : 7 ปี
  • 3 : 8 ปี
  • 4 : 9 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • มูลค่าในอนาคตของเงินจำนวน ฝากทุกๆ ปี ปีละ 8,000 บาท ใน 10 ปีข้างหน้า มูลค่าเงินฝากนี้จะเป็นเท่าไหร่ ถ้าอัตราดอกเบี้ย เงินฝากคิดเป็น 5 % คงที่ต่อปีและคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกๆ ไตรมาส
  • 1 : 101,018 บาท
  • 2 : 101,068 บาท
  • 3 : 101,108 บาท
  • 4 : 101,168 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :
  • หากต้องการยืมเงินจากธนาคารมาลงทุนในการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งจำนวน 15 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่อปี 12 % คิด อัตราดอกเบี้ยทบต้นทุกปี แต่ละเดือนคุณมีความสามารถในการชำระเงินคืนต่อได้ 350,000 บาท จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณกี่เดือนจึง จะสามารถชำระหนี้ธนาคารได้ทั้งหมด
  • 1 : 4.52 เดือน
  • 2 : 5 เดือน
  • 3 : 5.42 เดือน
  • 4 : 5.67 เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :
  • มูลค่าในอนาคตของเงินจำนวน ฝากทุกๆ ปี ปีละ 65,000 บาท ใน 10 ปีข้างหน้า มูลค่าเงินฝากนี้จะเป็นเท่าไหร่ ถ้าอัตราดอกเบี้ย เงินฝากคิดเป็น 3.75 % คงที่ต่อปีและคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกๆ เดือน
  • 1 : 763,756 บาท
  • 2 : 769,340 บาท
  • 3 : 772,130 บาท
  • 4 : 773,740 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • เงินจำนวน 100,000 บาท นำไปลงทุนในกิจการเท่าๆ กันทุกปี โดยไม่ถอดเงินลงทุนออกมา หาก Return of Investment มีค่า เท่ากับ 8 % ต่อปีทบต้นทุกปี อีก 15 ปีข้างหน้า จะได้เงินก้อน ออกมาจำนวนเท่าใด
  • 1 : 317,217 บาท
  • 2 : 763,756 บาท
  • 3 : 2,715,210 บาท
  • 4 : 2,918,430 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • จะต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยคืนประมาณเท่าไหร่ หากทำสัญญาเงินกูระยะยาว เป็นเวลา 15 ปีจากแหล่งเงินทุนแห่งหนึ่งจำนวน 150 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 7% คงที่ต่อปี
  • 1 : 414 ล้านบาท
  • 2 : 416 ล้านบาท
  • 3 : 418 ล้านบาท
  • 4 : 420 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 133 :
  •  กู้เงินจากธนาคาร 100,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี ธนาคารคิดดอกเบี้ย 5% ต่อปี เมื่อครบกำหนด 5 ปี ต้องจ่ายเงินคืนให้ธนาคารเท่าไร
  • 1 :  110,000 บาท       
  • 2 :  125,000 บาท           
  • 3 :  120,000 บาท     
  • 4 :  130,000 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :
  •  นาย ก. ต้องการเก็บเงินเพื่อไว้เป็นทุนการศึกษาในการเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ โดยเขาคาดว่าจะต้องใช้เงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท นาย ก. ตั้งใจจะใช้เวลาเก็บเงิน 4 ปี  โดยจะนำเงินไปฝากธนาคารซึ่งให้ดอกเบี้ย 8% ต่อปีและทบต้นทุกปี ถามว่าเขาจะต้องนำเงินไปฝากปีละเท่าไร
  • 1 :  221,840   บาท  
  • 2 :  222,458 บาท  
  • 3 :  221,921 บาท    
  • 4 :  231,090 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 135 :
  • จะต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยคืนเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ประมาณเท่าไหร่ ณ ปีที่ 12 หากกู้เงิน 100,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 7.25 % ต่อปี
  • 1 :     132 ล้านบาท
  • 2 : 232 ล้านบาท
  • 3 :    283 ล้านบาท
  • 4 :    312 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  •  นายสมัครกู้เงินไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ โดยกู้จาก นายสนธิ จำนวน 200,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ยราย 3 เดือน ที่ 9% โดยนายสมัครจะคืนเงินให้ ภายในระยะเวลา 3 ปี, ดังนั้น นายสมัครจ่ายเงินคืนให้นายสนธิ ประมาณเท่าใด ในปีที่  3
  • 1 :    244,340 บาท
  • 2 :    260,200 บาท
  • 3 :    260,954 บาท
  • 4 :  285,150 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 137 :
  • ฝากเงินเป็นประจำทุกๆ ต้นปี ปีละ 8,500 บาท เมื่อสิ้นสุดปลายปีที่ 4  เงินจำนวนนี้จะมีมูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5 % ต่อปี.
  • 1 :  34,000 บาท
  • 2 :  34,860 บาท
  • 3 :  35,418 บาท
  • 4 : 36,636 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  •  ต้องการจัดสรรเงินไว้ซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรซึ่งมีราคาประเมินในอีก 10 ปีข้างหน้าเท่ากับ 640,000 บาท โดยการนำเงินไปลงทุนโดยฝากประจำ ซึ่งได้ดอกเบี้ยเงินฝากเท่ากับร้อยละ  4 ทบต้นทุกครึ่งปี เจ้าของโรงงานนี้ต้องฝากประจำต่อเดือนเท่าใด จึงจะมีเงินมาซื้อเครื่องจักรตัวใหม่เมื่อฝากครบ 10 ปี
  • 1 :  3,680 บาท
  • 2 :  4,442 บาท
  • 3 :  44,180 บาท
  • 4 :  53,300 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  •    กู้ธนาคารมาสร้างบ้าน จำนวน 4 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 8 % ต่อปี  คิดอัตราดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน คุณมีความสามารถในการชำระเงินคืนต่อเดือนได้ 30,000 บาท จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณกี่เดือนจึงจะสามารถชำระหนี้ธนาคารได้ทั้งหมด
  • 1 :    312 เดือน
  • 2 :  325 เดือน
  • 3 :    335 เดือน
  • 4 : ไม่มีคำตอบถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  •  นำบ้านไปจำนองไว้ 20 ปีในอัตราดอกเบี้ยทบต้น 8% ต่อปี โดยแบ่งชำระเป็นรายเดือน อยากทราบว่าชำระแล้วกี่งวดจึงจะถือว่าได้ชำระคืนเงินต้นแล้วครึ่งหนึ่ง
  • 1 :  100
  • 2 :  160
  • 3 :  164
  • 4 :  500
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 411 : 4._Equation Fitting
ข้อที่ 141 :
  • จากสมการดังต่อไปนี้ (NPM) X1 – 4X2 + 3X3 = -7 3X1 + X2 – 2X3 = 14 2X1 + X2 + X3 = 5 จงหาค่าตัวแปร X2
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 142 :
  • สมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความดันอิ่มตัวกับอุณหภูมิสัมบูรณ์เขียนได้เป็น ln P = A + B/T เมื่อ P คือ ความดันอิ่มตัว(kPa) และ T คือ อุณหภูมิสัมบูรณ์ (K) ให้ใช้วิธี กำลังสองต่ำสุด ในการหาค่าคงที่ A จากข้อมูลต่อไปนี้
  • 1 : 0.051
  • 2 : 0.69
  • 3 : 41.12
  • 4 : 591.71
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 143 :
  • การสร้างเส้นโค้งจากข้อมูลในรูปแบบโพลิโนเมียลสองตัวแปรที่มีกำลังติดลบ ควรจะใช้เมื่อใด
  • 1 : เมื่อกลุ่มข้อมูลมีการกระจายตัวมาก
  • 2 : เมื่อข้อมูลมีค่าเป็นลบมากขึ้น ในขณะที่ค่าตัวแปรอิสระมีค่ามากขึ้น
  • 3 : เมื่อข้อมูลมีค่าเข้าใกล้ค่าคงที่หนึ่ง ในขณะที่ตัวแปรอิสระมีค่ามากขึ้น
  • 4 : เมื่อข้อมูลมีค่าเข้าใกล้ศูนย์ เมื่อตัวแปรอิสระมีค่าน้อยลงเรื่อยๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 144 :
  • ในการสร้างเส้นโค้งสำหรับศึกษาการการนำความร้อนในรูปทรงกระบอก (Cylindrical wall) ระหว่างอุณหภูมิกับระยะทางตามแนว รัศมี ควรเลือกรูปแบบในการสร้างเส้นโค้งอย่างไร
  • 1 : แบบเส้นตรง
  • 2 : แบบโพลิโนเมียลกำลังสอง
  • 3 : แบบล็อกการิทึม
  • 4 : แบบล็อกการิทึมร่วมกับโพลิโนเมียลกำลังสอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องในการสร้างเส้นโค้งจากข้อมูลที่มีอยู่
  • 1 : วิธีกำลังสองต่ำสุดสามารถใช้ได้กับรูปแบบสมการที่ไม่ใช่โพลิโนเมียลทุกรูปแบบ
  • 2 : วิธีกำลังสองต่ำสุดสามารถใช้ได้กับรูปแบบสมการโพลิโนเมียลเท่านั้น
  • 3 : การจัดรูปข้อมูลในรูปแบบโพลิโนเมียล โดยใช้วิธีลากรองจ์ (Lagrange Interpolation) จะทำได้กับข้อมูลที่ไม่มีการกระจายตัวมาก เกินไปเท่านั้น
  • 4 : วิธีกำลังสองต่ำสุดไม่สามารถใช้ได้กับรูปแบบสมการที่มีสัมประสิทธิ์คงที่เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 :
  • จงใช้ข้อมูลในตารางด้านล่าง ที่อุณหภูมิ 0, 50 และ 100 oC เพื่อสร้าง สมการ โพลิโนเมียล กำลังสอง ระหว่างค่า Enthalpy hg เทียบกับ อุณหภูมิ (t) เพื่อหาค่า Enthalpy ที่อุณหภูมิ 80 oC กำหนดให้ สมการ โพลิโนเมียล กำลังสอง (Second-degree polynomial) y= a+bx+cx2, a and b = constant value
  • 1 : 2625.3 kJ/kg
  • 2 : 2633.7 kJ/kg
  • 3 : 2640.5 kJ/kg
  • 4 : 2643.3 kJ/kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 147 :
  • จากสมการ Y-yo = a1(X-1) + a2(X-1)2 จงหาค่าคงที่ a1 โดยกำหนดให้ ค่าพิกัด (X, Y) = (1, 4), (2, 8) และ (3, 10)
  • 1 : -1
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 148 :
  •  
  • 1 : 1.000
  • 2 : 0.500
  • 3 : 0.000
  • 4 : 0.717
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :

  • 1 : a = 0.20
  • 2 : a = 0.67
  • 3 : b = 0.20
  • 4 : b = 0.46
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • ในงานวิศวกรรมโดยทั่วไป ถ้าลองพล๊อตข้อมูลได้เป็นรูปตัว S ควรใช้สมการรูปแบบใดในการสร้างเส้นโค้งแสดงความสัมพันธ์ ดังกล่าว
  • 1 : สมการโพลิโนเมียลกำลังสอง
  • 2 : สมการโพลิโนเมียลกำลังสาม
  • 3 : สมการโพลิโนเมียลที่มีกำลังติดลบ
  • 4 : สมการ Gompertz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 151 :
  • ถ้าหากข้อมูลมีลักษณะเข้าใกล้ค่าคงที่ค่าหนึ่ง ในขณะที่ตัวแปรอิสระมีค่ามาก ควรใช้สมการใดในการแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูล ดังกล่าว
  • 1 : สมการโพลิโนเมียลที่มีกำลังสอง
  • 2 : สมการโพลิโนเมียลที่มีกำลังติดสาม
  • 3 : สมการโพลิโนเมียลที่มีกำลังติดลบ
  • 4 : สมการ Gompertz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • ในการเก็บข้อมูลการทดลองอย่างหนึ่ง หากเราได้ข้อมูลจำนวนเท่ากับ n เราจะสามารถใช้สมการโพลีโนเมียลดีกรีสูงสุดเท่ากับ เท่าไร ในการแทนความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลดังกล่าว
  • 1 : n-2
  • 2 : n-1
  • 3 : n
  • 4 : n+1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • ข้อใดเป็นความสัมพันธ์โดยทั่วไปของกำลังของปั๊มกับอัตราการไหลของของไหล เมื่อ ρ แทนความหนาแน่นของของไหล , w แทนอัตราการไหลของของไหล และ C, n แทนค่าคงที่ที่เป็นจำนวนบวก
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 154 :

  • 1 : 7.524, 4.564, -0.258
  • 2 : 6.424, 3.953, -0.585
  • 3 : 5.238, 4.589, -0.278
  • 4 : 6.589, 3.287, -0.687
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 :

  • 1 : a = 4 และ 7/9 b = -1 และ – 7/3
  • 2 : a = 3 และ 5/9 b = -5 และ – 4/3
  • 3 : a = 1 และ 5/8 b = -4 และ – 5/2
  • 4 : a = 4 และ -1 b = 7/9 และ – 7/3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 156 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :

  • 1 : c = 1450 m = -0.6587
  • 2 : c = 1350 m = -0.6687
  • 3 : c = 1250 m = -0.6989
  • 4 : c = 1550 m = -0.7489
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งผลิตของในรอบ 6 ปี ติดต่อกันได้ดังนี้ 100 102.4 106.9 108.3 107.9 111.0 หากเอาข้อมูลนี้มา พล็อตเป็นเส้นตรง โดยใช้วิธี Least square method ให้ทำนายผลผลิตที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีถัดไปว่าจะได้เท่าไร
  • 1 : 112.5, 117.2
  • 2 : 113.4, 118.4
  • 3 : 114.6, 120.9
  • 4 : 113.4, 115.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :

  • 1 : a = 15.8, b = 0.0272, c = -0.000762
  • 2 : a = 12.5, b = 0.8572, c = -0.001562
  • 3 : a = 5.9, b = 0.4275, c = -0.004572
  • 4 : a = 17.4, b = 0.5243, c = -0.007748
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 161 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • จงใช้วิธีของ Cramer เพื่อหาค่า y จากชุดสมการเส้นตรงด้านล่าง
  • 1 : -1
  • 2 : -2
  • 3 : 1
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 163 :
  • จงใช้วิธีของ เพื่อหาค่า x - z จากชุดสมการเส้นตรงด้านล่าง
  • 1 : -3
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • จงคำนวณหาค่าของสมการ determinants 4X4 ด้านล่าง
  • 1 : 50
  • 2 : 52
  • 3 : 54
  • 4 : 56
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • จงคำนวณหาค่าของสมการ determinants 4X4 ด้านล่าง
  • 1 : 50
  • 2 : 52
  • 3 : 54
  • 4 : 56
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • จงหาผลลัพธ์ผลคูณของ matrix เหล่านี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 167 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นสมการ Nonpolynomial
  • 1 : Y = X1+3X2- 4X3-1
  • 2 : Y = 4sin2x + 3lnx2
  • 3 : Y = 3+7X-1 - 2X-2
  • 4 : Y = 8 + 2X2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 168 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นสมการ Polynomial
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 169 :
  • จงใช้วิธีของ Cramer เพื่อหาค่า X4 จากชุดสมการเส้นตรงด้านล่าง
  • 1 : -1
  • 2 : 0
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 170 :

  • 1 : 18.752
  • 2 : 23.437
  • 3 : 24.336
  • 4 : 31.222
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 171 :

  • 1 : 5.436
  • 2 : 5.924
  • 3 : 6.215
  • 4 : 6.396
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • จงหาคำตอบของสมการต่อไปนี้เฉพาะค่า x1  และ x2

     

    2x1+2x2+x3  =  5      x1-2x2+2x3  =  1   x2+2x3  =  3

  • 1 :  x1  =  2,  x2  = 1   
  • 2 :  x1  =  1,  x2  = 2   
  • 3 :  x1  =  1,  x2  = 1    
  • 4 :  x1  =  3,  x2  = 2      
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • จงหาสมการ y = ax+b ที่สามารถเข้าได้กับข้อมูล (x,y) ดังต่อไปนี้ (1.2,1.1), (2.3,2.1), (3.0,3.1), (3.8,4.0), (4.7,4.9), (5.9,5.9) โดยหาค่าเฉพาะค่า a
  • 1 :   0.943
  • 2 :  0.966     
  • 3 :  0.986
  • 4 :  0.978
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 174 :
  •  ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นสมการ Nonpolynomial
  • 1 :  Y = 3+7X-1-2X-2
  • 2 :  Y = 8+2X2
  • 3 :  Y = 0.5sin4X+3lnX5
  • 4 :  

    ไม่มีข้อใดถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 175 :
  •  

    จงใช้วิธีของ Cramer เพื่อหาค่าผลคุณของ xyz จากชุดสมการเส้นตรงด้านล่างนี้

    4x+8y+10z = 20

    0.5x-2y+2.5z = -0.5

                                                                                             x+y+4z = 4
  • 1 :  0
  • 2 : 1
  • 3 : 3
  • 4 :  ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  •  จงหาค่าผลรวมค่าคงที่ w x y และ z ที่ได้จากชุดสมการเส้นตรงด้านล่าง

    w+4x+y+5z = -2

    3w-2y+z = 11

    -w-5X+2y-4z = - 4

                                                                                        2w-x+5z = -1
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  •  

    ข้อมูลจากการวัดปริมาณการกินน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ (y) เทียบกับความเร็วของรถยนต์ (x) มีดังนี้

    อัตราการกินน้ำมัน , y, km/litre =  15.2    14.4    13.1    11.4     9.1

    ความเร็วรถยนต์ , x, km/h          =    50       65       80        95      110

    ควรใช้สมการรูปแบบใดเพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการกินน้ำมันเชื้อเพลิงกับความเร็วรถยนต์

  • 1 :  สมการเอกโพเนลเชียน
  • 2 :  สมการโพลิโนเมียลที่มีกำลังสอง
  • 3 :  สมการ Gompertz
  • 4 :  สมการเล้นตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 :
  •  

    ข้อมูลจากการวัดปริมาณการกินน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ (y) เทียบกับความเร็วของรถยนต์ (x) มีดังนี้

    อัตราการกินน้ำมัน , y, km/litre   =    15.2     14.4     13.1      11.4     9.1

    ความเร็วรถยนต์ , x, km/h            =       50         65       80           95      110

    เลือกใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง x และ y ดังนี้     y = a + bx + cx2

    จงหาว่าที่ความเร็ว 120 km/h อัตราการกินน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ที่เท่าใด

  • 1 :  

    16.3 km/litre

  • 2 :  

    14.3 km/litre

  • 3 :  

    10.3 km/litre

  • 4 :  

    8.10 km/litre

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  •  จงหาค่า y ที่ x = 3 ของกราฟที่ผ่านจุด (1,3), (2,4) และ (4,8)  โดยใช้วิธีการ second degree Lagrange interpolation equation ในการหาค่า
  • 1 : 4.67
  • 2 : 5.67
  • 3 :  6.67
  • 4 : 7.67
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 412 : 5._Model of Thermal Equipment
ข้อที่ 180 :
  • จงคำนวณหา Effectiveness ของ Heat Exchanger ชนิด Counter flow ซึ่งมีค่า UA = 24 kW/K โดยที่ mass flow, specific heat ของของไหลชนิดแรกมีค่า 10 kg/s, 2 kJ/kg.K และของไหลชนิดทีสองมีค่า 4 kg/s, 4 kJ/kg.K
  • 1 : 0.636
  • 2 : 0.754
  • 3 : 0.543
  • 4 : 0.876
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Counter flow ซึ่งมีน้ำอุณหภูมิขาเข้า 20 C ไหลด้วยอัตราการไหล 2 kg/s อุณหภูมิขาออก 40 C และมีน้ำมันอุณหภูมิขาเข้า 60 C ขาออก 30 C ถ้ากำหนดให้อุปกรณ์มีการแลกเปลี่ยนความร้อนเป็นแบบสมบูรณ์ (อุณหภูมิของน้ำมัน ขาออกเท่ากับอุณหภูมิของน้ำขาเข้า) อัตราการไหลคงที่ตลอด (ให้ Cp ของน้ำ = 4.19 kJ/kg K). จงคำนวณหา Rate of heat transfer
  • 1 : 220.0
  • 2 : 223.5
  • 3 : 190.0
  • 4 : 280.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Counter flow มีอัตราไหลของน้ำในวงจรที่ 1 0.5 kg/s ไหลเข้า ที่อุณหภูมิ 30 นC และมีน้ำใน วงจรที่ 2 อุณหภูมิ 65 oC ไหลด้วยอัตราเท่ากัน จงหา Mean Temperature Different ระหว่างน้ำทั้งสองวงจร โดยกำหนดให้ค่า UA = 4 kW/K. กำหนดให้ค่าความร้อนจำเพาะของน้ำ Cp = 4.19 kJ/kg K, U = Overall heat transfer coefficient, A = Heat transfer area.
  • 1 : 6 อาศาเซลเซียส
  • 2 : 12 อาศาเซลเซียส
  • 3 : 15 อาศาเซลเซียส
  • 4 : 18 อาศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 :
  • 37. ข้อใดคือความหมายของ Heat exchanger effectiveness
  • 1 : อัตราส่วนระหว่าง Actual heat transfer area : Theoretical heat transfer area
  • 2 : อัตราส่วนระหว่าง อุณหภูมิของไหลเข้า : อุณหภูมิของไหลออก
  • 3 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลของของไหลทั้งสอง
  • 4 : อัตราส่วนระหว่าง Actual heat rate : Maximum heat rate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • ในระบบการทำความเย็นแบบอัด (Compression refrigeration plant) ข้อความใดถูกต้อง
  • 1 : คอนเดนเซอร์ (Condenser) ใช้ในการอัดสารทำความเย็น หลังจากวาล์วลดความดัน (Throttle valve)
  • 2 : อุปกรณ์ที่ใช้ในการลดความดันให้ต่ำที่สุดในระบบ คือ เทอร์โมสแตติกเอกซ์เพนชันวาล์ว (Thermostatic expansion valve) ซึ่งใช้ระบบที่ มีอีวาโปเรเตอร์ (Evaporator) หลายตัว
  • 3 : ในระบบที่มีโซลินอยด์วาล์ว (Solenoid valve) ในการควบคุมความดันของระบบ
  • 4 : ในระบบทำความเย็นขนาดเล็กอาจใช้ท่อแคปิลารี่ (Capillary tube) แทนเทอร์โมสแตติกเอกซ์เพนชันวาล์ว (Thermostatic expansion valve) ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • ในการเพิ่มอุณหภูมิน้ำด้วยไอน้ำโดยใช้ไอน้ำอิ่มตัวแห้งเข้าในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่อุณหภูมิ 100 oC และออกในสถานะไอ น้ำอิ่มตัวเปียกที่อุณหภูมิ 100 oC เพื่อเพิ่มอุณหภูมิน้ำในท่อทองแดง ซึ่งไหลด้วยความเร็ว 0.8 kg/s จากอุณหภูมิทางเข้า 15oC และ ออกที่ 60 oC โดยท่อทองแดงมีขนาด 15 mm ให้คำนวณหาความยาวของท่อทองแดงที่ต้องใช้ กำหนดให้ค่า hi = 2778 W/(m2-K) (ในท่อทองแดง)และ ho = 18838 W/(m2-K) (นอกท่อทอ
  • 1 : 1.5 เมตร
  • 2 : 3.4 เมตร
  • 3 : 2.2 เมตร
  • 4 : 4.4 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 186 :
  • ถังบรรจุก๊าซไนโตรเจน 2 kg และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 4 kg ที่อุณหภูมิ 25 oC และความดัน 2 MPa ให้หาความดันย่อยของก๊าซ ไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ตามลำดับ
  • 1 : 0.88 MPa และ 1.12 MPa
  • 2 : 1.12 MPa และ 0.88 MPa
  • 3 : 0.66 MPa และ 1.34 MPa
  • 4 : 1.34 MPa และ 0.66 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • เหตุใด Heat Exchanger ชนิด Fin Coil จึงมักใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างของเหลวกับอากาศ (Liquid and Air)
  • 1 : เนื่องจากอากาศมีค่า Heat Transfer Coefficient ต่ำ จึงใช้ Fin ช่วยเพิ่มพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนด้านอากาศ
  • 2 : เนื่องจากน้ำระบายความร้อนยากจึงเพิ่มพื้นที่ให้ด้านอากาศ
  • 3 : อากาศระบายความร้อนได้ดี ต้องติด Fin เพิ่ม เพื่อเพิ่มอัตราการระบายความร้อน
  • 4 : น้ำระบายความร้อนได้ดี จึงเพิ่ม Fin เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศกับชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำที่มีขนาด การถ่ายเทความร้อนเท่ากัน
  • 1 : ทั้งสองชนิดมีขนาดเท่ากัน
  • 2 : ชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำจะมีขนาดเล็กกว่า
  • 3 : ชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศจะมีขนาดเล็กกว่า
  • 4 : ทั้งสองชนิดใช้แทนกันไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 189 :
  • จากสมการต่อไปนี้ q = w1(t1,i-t1,o) , q = w2(t2,o-t2,i), q = UA((t1,i-t2,o)-(t1,o-t2,i))/ln[(t1,i-t2,o)/(t1,o-t2,i)] ให้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน เป็นชนิด Counter Flow ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง โดยให้ t1 เป็นอุณหภูมิของของไหลชนิดที่หนึ่ง; t2 เป็นอุณหภูมิของของไหลชนิดที่สอง; w = mcp m เป็น mass ของของไหล และ cp คือ specific heat; U เป็น Overall heat transfer coefficient; A เป็น Heat transfer area
  • 1 : ค่า q เป็นลบถ้าของไหลชนิดที่หนึ่งร้อนกว่าชนิดที่สอง
  • 2 : ค่า q เป็นบวกถ้าของไหลชนิดที่หนึ่งร้อนกว่าชนิดที่สอง
  • 3 : ค่า q เป็นบวกถ้าของไหลชนิดที่สองร้อนกว่าชนิดที่หนึ่ง
  • 4 : ค่า q เป็นลบถ้าของไหลทั้งสองชนิดอุณหภูมิเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Counter Flow มีน้ำหล่อเย็นไหลเข้าเครื่องด้วยอัตรา 0.7 kg/s ที่อุณหภูมิ 32 deg.C ถ้าน้ำร้อนจาก เครื่องยนต์ไหลเข้าเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนนี้ ที่อุณหภูมิ 90 deg.C โดยมีอัตราไหลเดียวกัน จงหาว่าน้ำจากเครื่องยนต์ที่ไหลออก จากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจะมีอุณหภูมิเท่าไร กำหนดให้ UA ของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนมีค่าเท่ากับ 5 kW/K; specific heat ของน้ำ = 4.19 kj/kg K
  • 1 : 73.44 deg.C
  • 2 : 53.44 deg.C
  • 3 : 43.44 deg.C
  • 4 : 32.44 deg.C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :
  • โรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวต้องการลดอุณหภูมิน้ำลวกก๋วยเตี๋ยวก่อนทิ้งจึงติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Counter Flow ที่มี ค่า UA = 4 kW/K ถ้าน้ำก่อนเข้าเครื่องมีอุณหภูมิ 70 deg.C น้ำหล่อเย็นที่ใช้มีอุณหภูมิ 32 deg.C โดยมีอัตราการไหลผ่านเครื่อง แลกเปลี่ยนความร้อนเท่ากันที่ 0.3 kg/s จงหาว่าน้ำลวกก๋วยเตี๋ยวก่อนทิ้งจะมีอุณหภูมิเท่าไร
  • 1 : 60 deg.C
  • 2 : 58 deg.C
  • 3 : 41 deg.C
  • 4 : 32 deg.C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 192 :
  • กระบวนการผลิตหนึ่ง ตามรูป กำหนดให้ อัตราการไหล เท่ากับ 1.2 Kg/s ค่า Specific heat, cp เท่ากับ 3.0 kJ/kg K ค่า UA ของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน เท่ากับ 2.1 kW/K จงหาอุณหภูมิขาออก (t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 50 องศาเซลเซียส
  • 2 : 54 องศาเซลเซียส
  • 3 : 58 องศาเซลเซียส
  • 4 : 62 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  • สารละลายของเหลวสองชนิด และ ไออิ่มตัวที่สภาวะสมดุล ค่าสัดส่วนโมเลกุล (Mole fraction) ของสารละลาย A และ B มีค่า เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ความดันอิ่มตัวที่สภาวะสมดุลของสารบริสุทธิ์ A และ B มีค่าเท่ากับ 530 kPa และ 225 kPa จงหา สัดส่วนโมเลกุล ในสภาวะไออิ่มตัวที่สภาวะสมดุล กำหนดให้ Raoult’s Law มีสูตรคำนวณดังต่อไปนี้ px = xx,lPx โดยที่ px = ความดันไอ ของสาร X, kPa xx,l = สัดส่วนโมเลกุลของ สาร X
  • 1 : 0.51
  • 2 : 0.61
  • 3 : 0.71
  • 4 : 0.81
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 194 :
  • จากรูป ระบบสารละลายสองชนิด (Binary Solution) ประกอบไปด้วย butane และ heptane ที่ความดัน 700 Kpa และสัดส่วนโมเลกุลของ n-butane เท่ากับ 0.4 ที่อุณหภูมิ ประมาณเท่าใด n-butane จึงจะเริ่มต้นการกลั่นตัว
  • 1 : 80 องศาเซลเซียส
  • 2 : 105 องศาเซลเซียส
  • 3 : 140องศาเซลเซียส
  • 4 : 165 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 195 :
  • จากรูป ระบบสารละลายสองชนิด (Binary Solution) ประกอบไปด้วย butane และ heptane ที่ความดัน 700 Kpa และสัดส่วนโมเลกุลของ n-butane เท่ากับ 0.4 ที่ อุณหภูมิประมาณเท่าใด n-butane จึงจะสิ้นสุดการกลั่นตัว
  • 1 : 80 องศาเซลเซียส
  • 2 : 105 องศาเซลเซียส
  • 3 : 140 องศาเซลเซียส
  • 4 : 165 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 :
  • จากรูป ระบบสารละลายสองชนิด (Binary Solution) ประกอบไปด้วย butane และ heptane ที่ความดัน 2800 Kpa และสัดส่วนโมเลกุลของ n-heptaneเท่ากับ 0.3 ที่ อุณหภูมิประมาณเท่าใด n-heptane จึงจะเริ่มต้นการกลั่นตัว
  • 1 : 160 องศาเซลเซียส
  • 2 : 200 องศาเซลเซียส
  • 3 : 218 องศาเซลเซียส
  • 4 : 245 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 197 :
  • ในการจำลองแบบการทำงานของเครื่องสูบน้ำในระบบเปิด ถ้าเราไม่คิดความยาวท่อทางด้านดูด และให้ความดันทางด้านขาเข้า ของเครื่องสูบน้ำเท่ากับความดันบรรยากาศ ข้อสรุปใดถูกต้องทีสุดในการสร้างแบบจำลองการทำงานของระบบดังกล่าว
  • 1 : ความดันลดในท่อเท่ากับผลต่างความดันทางขาเข้าและขาออกของเครื่องสูบน้ำ
  • 2 : ความดันลดในท่อต่ำกว่าผลต่างความดันทางขาเข้าและขาออกของเครื่องสูบน้ำ
  • 3 : อัตราการไหลขึ้นอยู่กับเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ ความยาวท่อ
  • 4 : ไม่สามารถสรุปอะไรได้จากข้อมุลที่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ในการสร้างแบบจำลองการถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำระบายความร้อนในวัฎจักรไอน้ำ ถ้าสภาวะของไอน้ำขาเข้ากังหันไอน้ำและ อัตราการไหลของไอน้ำคงที่ แบบจำลองการถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำระบายความร้อนในข้อใดจะถูกต้องที่สุด
  • 1 : การถ่ายเทความร้อนของน้ำระบายความร้อนจะขึ้นกับอุณหภูมิของไอน้ำและอุณหภูมิขาเข้าของน้ำระบายความร้อน
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนของน้ำระบายความร้อนจะขึ้นอยู่กับชนิดของตัวแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนของน้ำระบายความร้อนจะขึ้นอยู่กับความดันขาออกของไอน้ำเพียงอย่างเดียว
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนของน้ำระบายความร้อนจะขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของน้ำระบายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 199 :
  • สมมติฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ตัวแลกเปลี่ยนความร้อนคือข้อใด
  • 1 : สภาวะสม่ำเสมอ
  • 2 : คุณสมบัติของของไหลคงที่
  • 3 : สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนทั้งหมดมีค่าคงที่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • จากกราฟแสดงสมรรถนะของเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งจะทำงานในขณะที่วาล์วทางด้านส่งปิดก็ต่อเมื่อ
  • 1 : เครื่องสูบน้ำต้องการกำลังงานที่มากขึ้นในการทำงาน
  • 2 : หัวน้ำ (Head) ที่สร้างขึ้นมีค่าเพียงครึ่งหนึ่งของค่าสูงสุด
  • 3 : ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสูบน้ำอยู่ที่ค่าต่ำสุด
  • 4 : ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสูบน้ำมีค่าสุงสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • การจำลองรูปแบบการไหลแบบไหนในอุปกรณ์ที่เราไม่สามารถละทิ้งการคำนวณพลังงานจลน์ได้
  • 1 : High speed flow
  • 2 : Low speed flow
  • 3 : Steady flow
  • 4 : Equilibrium flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 202 :
  • ต้องการออกแบบ Heat Exchanger เครื่องหนึ่งใช้ไอน้ำเป็นของไหลที่ให้ความร้อน ต้องการอุ่นน้ำจากอุณหภูมิ 25 oC ให้ ร้อนขึ้น 60 oC หากในการออกแบบใช้ไอน้ำอิ่มตัวที่แรงดัน 3 bar.g จะต้องใช้พื้นที่การถ่ายเทความร้อนเท่ากับ 50 ตารางเมตร ถ้าใช้ ไอน้ำอิ่มตัวที่แรงดัน 8 bar.g จะต้องใช้พื้นที่การถ่ายเทความร้อนเป็นอย่างไร
  • 1 : น้อยลง
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : มากขึ้น
  • 4 : ไม่สามารถใช้ไอน้ำอิ่มตัว 8 bar.g ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 203 :
  • พัดลม Force Draft ของหม้อน้ำเครื่องหนึ่ง เป็น Centrifugal Fan แบบ Backward Curve Blade โดยมีลักษณะ Performance Curve เป็นแบบ Steady rising กล่าวคือ Static Pressure สูงขึ้น เมื่อ Air Flow ลดน้อยลง ดังนั้น หากวัด Static Pressure ด้วย Pressure Gauge ซึ่งติดตั้งที่ Outlet Flange ของพัดลมตัวนี้ โดยมี Control Damper ซึ่งทำหน้าที่ปรับ Air Flow อยู่ Down stream ของ Pressure Gauge จะอ่าน Pressure Gauge
  • 1 : หม้อน้ำเดินเครื่อง 100 %
  • 2 : หม้อน้ำเดินเครื่อง 10%
  • 3 : หม้อน้ำเดินเครื่อง 110 %
  • 4 : หม้อน้ำเดินเครื่อง 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • น้ำไหลในท่อสองขนาดซึ่งยาวเท่ากันวางในแนวราบด้วยอัตราการไหลเท่ากัน ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : Pressure drop ในท่อเล็กน้อยกว่าท่อใหญ่
  • 2 : Pressure drop ในท่อใหญ่และท่อเล็กเท่ากัน
  • 3 : Pressure drop ในท่อเล็กสูงกว่าท่อใหญ่
  • 4 : Pressure drop ในท่อเล็กสูงมาก ทำให้ความเร็วของน้ำในท่อเข้าใกล้ศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • กังหันไอน้ำเครื่องหนึ่งให้กำลังเพลา 10 MW โดยเดินเครื่องที่ความดันของไอน้ำใน Condenser เท่ากับ 0.01 bar.a (ความดัน สมบูรณ์) กังหันเครื่องนี้ถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความสกปรกในระบบระบายความร้อน จึงทำให้ความดันของไอน้ำใน Condenser สูงขึ้นเป็น 0.1 bar.a หากอัตราการไหลและความดันของไอน้ำเข้ากังหันนี้คงที่ กำลังเพลาที่ได้จะเป็นอย่างไร
  • 1 : มากกว่า 10 MW
  • 2 : น้อยกว่า 10 MW
  • 3 : ไม่สามารถผลิตกำลังเพลาได้
  • 4 : เท่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • เครื่องสูบน้ำสองเครื่องแบบ Centrifugal Pump มี Performance Curve เท่ากันทุกประการ น้ำมาต่อ Series กัน จะได้ Performance รวมเป็นอย่างไร
  • 1 : ณ อัตราการไหลค่าใดค่าหนึ่ง จะมีความดันเป็นสองเท่าของเครื่องสูบน้ำหนึ่งเครื่อง
  • 2 : ณ ความดันค่าใดค่าหนึ่ง จะมีอัตราการไหลเป็นสองเท่าของเครื่องสูบน้ำหนึ่งเครื่อง
  • 3 : ณ อัตราการไหลค่าใดค่าหนึ่ง จะมีความดันเป็นครี่งหนึ่งของเครื่องสุบน้ำหนึ่งเครื่อง
  • 4 : ณ ความดันค่าใดค่าหนึ่ง จะมีอัตราการไหลเป็นครึ่งหนึ่งของเครื่องสูบน้ำหนึ่งเครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • Tubular Air Heater เครื่องหนึ่งทำงานโดยการถ่ายเทความร้อนจากไอเสียของโรงไฟฟ้าซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าให้กับอากาศเย็นที่จะ นำไปใช้ในการเผาไหม้ในหม้อน้ำ การเดินเครื่องเป็นปรกติดี จนกระทั่งเกิดรอยรั่วขึ้นที่ท่อแลกเปลี่ยนความร้อน จึงต้องทำการอุดท่อ เหล่านั้น เป็นจำนวน 10 ท่อ และใช้งานต่อไปจนกว่าจะถึงวาระการซ่อมใหญ่ประจำปี อยากทราบว่า Performance ของ Tubular Air Heater นี้ หลังจากได้ทำการอุดท่อดังกล่าวจะเป็นอย่างไร สมมติตัวแปรตัวอื่นคงที่
  • 1 : ไอเสียที่ออกจาก Tubular Air Heater จะมีอุณหภูมิต่ำลง
  • 2 : อากาศที่ออกจาก Tubular Air Heater จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
  • 3 : ไอเสียที่ออกจาก Tubular Air Heater จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
  • 4 : อากาศที่ออกจาก Tubular Air Heater จะมีอุณหภูมิเท่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 208 :
  • Boiler Feed Pump เครื่องหนึ่ง ปรับอัตราการไหลของน้ำเพื่อเข้า Boiler โดยใช้ Control Valve เมื่อเวลาเดินเครื่อง Boiler 100% valve เปิด 70% ดังนั้นหากต้องการเดินเครื่อง Boiler ที่ 50 % จะต้องเปิด Valve อย่างไร สมมติตัวแปรอื่นคงที่
  • 1 : น้อยกว่า 70%
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : มากกว่า 70%
  • 4 : เปิด Valve ให้เต็มที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มอัตราการไหลของเครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal เครื่องหนึ่งซึ่งสูบน้ำขึ้นถังสูง 20 เมตร ผ่านท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร จะต้องทำอย่างไร
  • 1 : ลดระดับถังลงเหลือ 15 เมตร
  • 2 : ลดขนาดท่อลงเหลือเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร
  • 3 : เพิ่มขนาดมอเตอร์ขับเครื่องสูบน้ำอีกสองเท่า
  • 4 : ปิดวาล์วด้านส่งของเครื่องสูบน้ำลง 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :
  • เครื่องทำน้ำร้อนเครื่องหนึ่งใช้พลังความร้อนจำนวนหนึ่ง ทำน้ำร้อนอุณหภูมิ 50 องศา เซลเซียส ได้ชั่วโมงละ 20,000 ลิตร ถ้าการใช้ พลังงานทำความร้อนอยู่ในอัตราเท่าเดิม แต่ปรับลดปริมาณน้ำลงเหลือ 15,000 ลิตรต่อชั่วโมง จะได้น้ำอุณหภูมิเท่าใด สมมติให้ สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนเท่าเดิม และตัวแปรอื่นคงที่
  • 1 : น้อยกว่า 50 องศา เซลเซียส
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : มากกว่า 50 องศา เซลเซียส
  • 4 : เท่าอุณหภูมิของน้ำที่เข้าเครื่องทำน้ำร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • Cooling Water Pump แบบ Centrifugal Mixed Flow ขนาดเท่ากันทุกประการจำนวน 2 เครื่อง เดินเครื่องขนานกัน ส่งน้ำเพื่อ ระบายความร้อนให้ Condenser ของกังหันไอน้ำ และระบายความร้อนออกที่ Cooling Tower หากเครื่องหนึ่งขัดข้อง เหลือเครื่องสูบน้ำ ที่ทำงานเพียงเครื่องเดียว ปริมาณน้ำที่ส่งให้ Condenser จะเป็นอย่างไร
  • 1 : เท่าเดิม
  • 2 : น้อยลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับขณะที่เดินพร้อมกัน 2 เครื่อง
  • 3 : น้อยลงเหลือเพียง ¼ ของปริมาณน้ำที่ได้เมื่อเดินพร้อมกัน 2 เครื่อง
  • 4 : มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำขณะที่เดินพร้อมกัน 2 เครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 212 :
  • ไอน้ำแบบ Superheated ถูกส่งมาจากหม้อน้ำ (Boiler)ไปยังกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) โดยท่อไอน้ำ (Main Steam Pipe) ขณะที่เดินเครื่องกังหันไอน้ำที่ Full Capacity มีแรงดัน ณ จุดวัดก่อนวาล์วควบคุม (Governor Valve) ของกังหันไอน้ำวัดได้ 60 bar.g หากต้องการเดินเครื่องกังหันไอน้ำเพียง 50% ( Half capacity)
    ความ ดันของไอน้ำ ณ จุดวัดก่อน Governor Valve จะเป็นอย่างไร สมมติให้หม้อน้ำเดินเครื่องแบบความดันคงที่
  • 1 : น้อยกว่า 60 bar.g
  • 2 : มากกว่า 60 bar.g
  • 3 : เท่าเดิม
  • 4 : เท่ากับความดันไอน้ำที่หม้อน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 213 :
  • Tubular heat exchanger เครื่องหนึ่งมีอากาศเย็นไหลเข้าที่อุณหภูมิ 34 C และไหลออกทีอุณหภูมิ 95 C ส่วนอีกด้านหนึ่งมีไอเสีย ไหลเข้าที่ อุณหภูมิ 260 C และไหลออกที่อุณหภูมิ 140 C หากอัตราการไหลและค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนคงที่ ในกรณีที่ไอ เสียไหลเข้ามีอุณหภูมิลดลง 10 C ดังนั้นอุณหภูมิของไอเสียจะไหลออกเป็นเท่าไร
  • 1 : 130 C
  • 2 : 140 C
  • 3 : 150 C
  • 4 : 160 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 215 :
  • LMTD ความหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน คือ
  • 1 : Load Method Test Device
  • 2 : Least Method Temperature Design
  • 3 : Low Mass Transfer Difference
  • 4 : Log Mean Temperature Difference
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • Counter Flow Heat Exchanger มีลักษณะเฉพาะอย่างไร
  • 1 : ของไหลแลกเปลี่ยนความร้อนโดยการไหลในทิศทางเดียวกัน
  • 2 : ของไหลแลกเปลี่ยนความร้อนกันโดยมีการไหลในทิศทางตั้งฉากกัน
  • 3 : ของไหลแลกเปลี่ยนความร้อนกันโดยมีทิศทางการไหลไม่แน่นอน
  • 4 : ของไหลแลกเปลี่ยนความร้อนกันโดยมีทิศทางการไหลตรงกันข้าม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • Heat exchanger effectiveness คือ
  • 1 : Actual rate of heat transfer / maximum rate of heat transfer
  • 2 : Minimum rate of heat transfer / Maximum rate of heat transfer
  • 3 : Maximum rate of heat transfer / Ideal rate of heat transfer
  • 4 : Actual rate of heat transfer / Maximum possible rate of heat transfer with the same inlet temperature, flow rate and specific heats as actual case.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • ถ้าให้แกนนอนของกราฟเป็นพื้นที่ถ่ายเทความร้อนและแกนตั้งเป็นอุณหภูมิ กราฟของอุณหภูมิของของไหลใน Steam Condenser : ซึ่งใช้น้ำหล่อเย็นจะเป็นอย่างไร
  • 1 : อุณหภูมิของไอน้ำที่กำลังควบแน่นจะเป็นเส้นตรงและ slope ลงไปทางขวา
  • 2 : อุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นจะมีลักษณะเป็น exponential
  • 3 : อุณหภูมิของไอน้ำที่กำลังควบแน่นจะมีลักษณะเป็น Exponential
  • 4 : อุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นจะเป็นเส้นตรงและ slope ลงไปทางขวา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  • Positive Displacement Pump จะมีลักษณะ Ideal Characteristic Curve เป็นอย่างไร ถ้ำกำหนดให้แกนนอนเป็นอัตราการไหลและ แกนตั้งเป็น Head
  • 1 : เป็นเส้นตรงขนานกับแกนนอน
  • 2 : เป็นเส้นตรงขนานกับแกนตั้ง
  • 3 : เป็น Parabola
  • 4 : เป็น Sine Curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  • กราฟแรงเสียดทานของน้ำที่ไหลในท่อจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ให้แกนนอนเป็นอัตราการไหล แกนตั้งเป็นความดันสูญเสีย
  • 1 : เป็นเส้นตรงขนานกับแกนนอน
  • 2 : เป็นเส้นตรงขนานกับแกนตั้ง
  • 3 : เป็น Parabola แสดงค่าความดันสูญเสียมากขึ้นเมื่ออัตราการไหลมากขึ้น
  • 4 : เป็นเส้นตรงแสดงค่าความดันสูญเสียมากขึ้นเมื่ออัตราการไหลมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 221 :
  • ถ้าต้องการให้พัดลมแบบ Centrifugal ซึ่งมีความเร็วรอบคงที่ ลดปริมาณการส่งลมลงจะทำได้อย่างไร
  • 1 : ปรับ Damper ที่ด้านส่งของพัดลมให้น้อยลง
  • 2 : ขยายท่อส่งลมให้ใหญ่ขึ้น
  • 3 : เพิ่มความเร็วรอบของพัดลม
  • 4 : ลดความดันสถิตด้านส่งของพัดลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 :
  • เครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal เครื่องหนึ่ง มีความเร็วของใบพัดคงที่ ส่งน้ำไปยังถังสูงโดยสูบจากบ่อน้ำที่ระดับพื้นดิน ด้วยอัตราการ ไหลค่าหนึ่ง ข้อความใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ต้องการให้น้ำไหลมากขึ้นก็ต้องเพิ่มขนาดท่อ
  • 2 : ติด Control valve ควบคุมเข้าไปในท่อด้านส่งและควบคุมการไหลให้ดี น้ำจะไหลมากกว่าตอนที่ไม่มี Control valve
  • 3 : ถ้าท่อด้านส่งรั่ว น้ำที่ไหลผ่านเครื่องสูบน้ำจะน้อยลง
  • 4 : ถ้าท่อด้านดูดรั่ว น้ำที่ไหลผ่านเครื่องสูบน้ำจะมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • เครื่องสูบน้ำสองเครื่องต่ออนุกรมกันโดยทั้งสองเครื่องมี Characteristic Curve เหมือนกันทุกประการ ส่งน้ำออกจากบ่อเหมืองไปยัง แหล่งน้ำภายนอก โดยมีเครื่องสูบน้ำเครื่องที่หนึ่งอยู่ติดกับบ่อเหมืองและตัวที่สองต่ออยู่บนท่อด้านส่งของตัวที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากตัวที่หนึ่ง 2 กิโลเมตร ข้อความใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ถ้าท่อน้ำรั่วระหว่างเครื่องสูบน้ำทั้งสองตัว จะทำให้น้ำผ่านเครื่องสูบน้ำตัวแรกน้อยลง
  • 2 : ถ้าท่อน้ำรั่วระหว่างเครื่องสูบน้ำทั้งสองตัวจะทำให้น้ำส่งไปยังปลายทางภายนอกเหมืองมากขึ้น
  • 3 : ถ้าท่อน้ำรั่วหลังจากเครื่องสูบน้ำตัวที่สอง น้ำจะไหลผ่านเครื่องสูบน้ำตัวที่สองมากขึ้น
  • 4 : ถ้าท่อน้ำรั่วหลังจากเครื่องสูบน้ำตัวที่สอง น้ำจะไหลผ่านเครื่องสูบน้ำตัวที่หนึ่งน้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องหนึ่งแบบ Shell and Tube ใช้ไอน้ำมาทำการอุ่นน้ำเพื่อเข้าหม้อน้ำ โดยออกแบบให้อุ่นน้ำจาก อุณหภูมิ 90 oC เป็น 150 oC โดยใช้ไอน้ำอิ่มตัว 10 ตันต่อชั่วโมงที่ความดัน 3 bar.g ข้อความใดถูกต้องที่สุด หากสมมติให้ตัวแปรอื่นคงที่
  • 1 : ถ้าความดันของไอน้ำอิ่มตัวน้อยลงจะทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น
  • 2 : ถ้าอัตราการไหลของน้ำน้อยลงจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสูงขึ้น
  • 3 : ถ้าความดันของน้ำสูงขึ้นจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสูงขึ้น
  • 4 : ถ้าอัตราการไหลของไอน้ำอิ่มตัวมากขึ้นจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนน้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 225 :
  • น้ำไหลในท่อสองขนาดซึ่งยาวเท่ากันวางในแนวราบด้วยอัตราการไหลเท่ากัน ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : ความดันสูญเสียในท่อขนาดเล็กมากกว่าท่อขนาดใหญ่
  • 2 : ความเร็วของน้ำในท่อขนาดเล็กต่ำกว่าท่อขนาดใหญ่
  • 3 : จะให้น้ำในท่อขนาดเล็กไหลมากกว่าจะต้องใส่พลังงานในเครื่องสูบน้ำมากขึ้น
  • 4 : กำลังงานในเครื่องสูบน้ำของท่อขนาดใหญ่จะน้อยกว่ากำลังงานที่ใช้ในท่อขนาดเล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 :
  • เครื่องสูบน้ำสองเครื่องแบบ Centrifugal Pump มี Performance Curve เท่ากันทุกประการ น้ำมาต่อ Parallel กัน จะได้ Performance รวมเป็นอย่างไร
  • 1 : ณ อัตราการไหลรวมค่าใดค่าหนึ่ง จะมีความดัน ณ จุดที่ท่อจากเครื่องสูบทั้งสองต่อกันเป็นสองเท่าของเครื่องสูบน้ำหนึ่งเครื่อง
  • 2 : ณ ความดันรวมของท่อด้านส่งค่าใดค่าหนึ่ง จะมีอัตราการไหลรวมเป็นสองเท่าของเครื่องสูบน้ำหนึ่งเครื่อง
  • 3 : น้ำไหลผ่านเครื่องสูบน้ำเครื่องหนึ่งมากกว่าอีกเครื่องหนึ่งเสมอ
  • 4 : ความดันด้านส่งของเครื่องสูบน้ำเครื่องหนึ่งจะมากกว่าอีกเครื่องหนึ่งเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • น้ำไหลจากถังสูงซึ่งอยู่ 50 เมตร ลงสู่ถังที่พื้นดินด้วยอัตราการไหล 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ผ่านท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ข้อความต่อไปนี้ข้อความใดเป็นแนวโน้มที่ถูกต้อง
  • 1 : ถ้าติดตั้ง Control valve ขนาด 80 มิลลิเมตร เข้าไปที่ท่อก่อนจะเข้าถังที่พื้นดิน จะทำให้น้ำไหลน้อยกว่า 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 2 : ยกถังสูงขึ้นอีก 20 เมตร คำนวณแล้วความดันสูญเสียในท่อที่ยาวขึ้น 2 เมตร แต่ปรากฏว่าทำให้น้ำไหลอ่อนลงเหลือ 80 ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง
  • 3 : เปลี่ยนท่อให้เล็กลงเหลือขนาด 80 มิลลิเมตรทำให้น้ำไหลแรงขึ้นเป็น 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 4 : เอา Strainer ไปติดในท่อก่อนเข้าถังที่พื้นดิน ทำให้น้ำไหลดีขึ้นเนื่องจากไม่มีตะกอน อัตราการไหลเพิ่มเป็น105 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • น้ำไหลด้วยความดันต้นทางคงที่ผ่านท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร ยาว 50 เมตร ไปยังท่อแยกสองท่อซึ่งต่อขนานกันขนาด 25 และ 15 มิลลิเมตร ตามลำดับ ท่อแยกทั้งสองยาวเท่ากันคือ 20 เมตร น้ำไหลรวมที่ท่อขนาด 50 มิลลิเมตร เท่ากับ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อ ชั่วโมง ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้มที่ผิด
  • 1 : น้ำไหลผ่านท่อขนาด 15 มิลลิเมตรมากกว่าท่อขนาด 25 มิลลิเมตร
  • 2 : น้ำไหลผ่านท่อขนาด 50 มิลลิเมตรเท่ากับน้ำที่ไหลผ่านท่อขนาด 15 และ 25 มิลลิเมตร รวมกัน
  • 3 : ถ้าติดตั้ง Control valve ที่ท่อขนาด 25 มิลลิเมตรและเปิด 50% น้ำจะไหลผ่านท่อขนาด 15 มิลลิเมตรมากขึ้น
  • 4 : ถ้าความดันต้นทางลดลงจะทำให้อัตราการไหลของน้ำผ่านท่อขนาด 15 มิลลิเมตรลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 229 :
  • ถ้าน้ำมันมี Viscosity ต่ำลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ข้อความใดผิด
  • 1 : สูบน้ำมันที่อุณหภูมิสูงใช้กำลังขับเครื่องสูบน้อยกว่าอุณหภูมิต่ำ ถ้าขนาดท่อเท่ากัน
  • 2 : น้ำมันร้อนไหลช้ากว่าน้ำมันเย็น ถ้าใช้กำลังขับเครื่องสูบเท่ากัน ถ้าขนาดท่อเท่ากัน
  • 3 : ถ้าต้องการสูบน้ำมันที่มีอุณหภูมิต่ำให้ได้อัตราการไหลเท่ากับน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงโดยใช้กำลังขับเท่ากัน จะต้องใช้ท่อขนาดใหญ่ขึ้น
  • 4 : ถ้าจะให้ได้อัตราการไหลเท่ากันและใช้ท่อขนาดเดียวกันกำลังขับเครื่องสูบสำหรับน้ำมันอุณหภูมิต่ำจะต้องมากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 230 :
  • ถ้าให้แกนนอนของกราฟเป็นพื้นที่ถ่ายเทความร้อนและแกนตั้งเป็นอุณหภูมิ กราฟของอุณหภูมิของของไหลใน Steam Condenser : ซึ่งใช้น้ำหล่อเย็นจะเป็นอย่างไร
  • 1 : อุณหภูมิของไอน้ำที่กำลังควบแน่นจะเป็นเส้นตรงขนานกับแกนนอน
  • 2 : อุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง Slope ไปทางซ้าย
  • 3 : อุณหภูมิของไอน้ำที่กำลังควบแน่นจะมีลักษณะเป็น Exponential
  • 4 : อุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นจะเป็นเส้นตรงและ slope ลงไปทางขวา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  • เครื่องทำน้ำร้อนด้วยไฟฟ้าขนาด 4,800 Watts ทำน้ำร้อนใช้อาบจากอุณหภูมิ 25 C เป็น อุณหภูมิ 40 C ด้วยอัตราการไหล 15 ลิตร ต่อนาที หากเครื่องควบคุมอุณหภูมิของน้ำร้อนเสีย ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง หากตัวแปรอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึงคงที่
  • 1 : เปิดน้ำ 10 ลิตรต่อนาที จะทำให้อุณหภูมิน้ำร้อนที่ได้สูงกว่า 40 C
  • 2 : เปิดน้ำ 20 ลิตรต่อนาที จะทำให้อุณหภูมิน้ำร้อนที่ได้สูงกว่า 40 C
  • 3 : ไปซ่อมอุปกรณ์ควบคุมจนใช้งานได้เป็นปรกติ แล้วเปิดน้ำ 5 ลิตรต่อนาที จะได้อุณหภูมิน้ำร้อน 30 C
  • 4 : ไปซ่อมอุปกรณ์ควบคุมจนใช้งานได้เป็นปรกติ แล้วเปิดน้ำ 10 ลิตรต่อนาที จะได้อุณหภูมิน้ำร้อน 45 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 232 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 233 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :

  • 1 : 16,500 Btu/hr
  • 2 : 16,605 Btu/hr
  • 3 : 16,786 Btu/hr
  • 4 : 17,867 Btu/hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :

  • 1 : 2.0 MPa
  • 2 : 1.0 MPa
  • 3 : 2.4 MPa
  • 4 : 1.6 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :

  • 1 : 1,913
  • 2 : 1,931
  • 3 : 2,018
  • 4 : 2,108
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบใดที่นิยมนำมาใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างแก๊สและของเหลว
  • 1 : แบบเปลือกและท่อ (Shell and Tube)
  • 2 : แบบขดท่อมีครีบ (Finned Coil)
  • 3 : แบบกะทัดรัด (Compact)
  • 4 : แบบสองกลับ (Two Tube Pass)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบใดที่ใช้เป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบกับอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนประเภทอื่นๆ
  • 1 : แบบของไหลไหลสวนทางกัน
  • 2 : แบบของไหลไหลในทางเดียวกัน
  • 3 : แบบของไหลไหลขวางกัน
  • 4 : แบบของไหลผสมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • ข้อใดเป็นความหมายของประสิทธิผล (Effectiveness) ของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน
  • 1 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการถ่ายเทความร้อนต่ำสุดที่เป็นไปได้ต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนจริง
  • 2 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการถ่ายเทความร้อนจริงต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนต่ำสุดที่เป็นไปได้
  • 3 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการถ่ายเทความร้อนจริงต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนสูงสุดที่เป็นไปได้
  • 4 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการถ่ายเทความร้อนสูงสุดที่เป็นไปได้ต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนจริง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • ปั๊มในระบบของไหล ข้อใดแตกต่างจากพวก
  • 1 : ปั๊มหอยโข่ง
  • 2 : ปั๊มโรตารี่
  • 3 : ปั๊มลูกสูบ
  • 4 : ปั๊มฟันเฟือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 243 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจำลองระบบ
  • 1 : กลุ่มสมการที่ใช้ในการแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งหมดในระบบ จะมีลักษณะเป็นกลุ่มของสมการเชิงเส้นเท่านั้น
  • 2 : กลุ่มสมการที่ใช้ในการแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งหมดในระบบ จะมีลักษณะเป็นกลุ่มของสมการไม่เชิงเส้นเท่านั้น
  • 3 : การจำลองระบบจะใช้กับเฉพาะระบบที่มีอยู่แล้วเท่านั้น
  • 4 : การจำลองระบบไม่จำเป็นต้องทำในสภาวะที่ออกแบบไว้เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • เหตุใดอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบขดท่อมีครีบ (Finned Coil Heat Exchanger) จึงต้องมีครีบเพิ่มขึ้นมา
  • 1 : เนื่องจากความต้านทานการถ่ายเทความร้อนด้านแก็สมีค่าสูง
  • 2 : เนื่องจากความต้านทานการถ่ายเทความร้อนด้านแก็สมีค่าต่ำ
  • 3 : เนื่องจากความต้านทานการถ่ายเทความร้อนด้านของเหลวมีค่าสูง
  • 4 : เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสทางด้านของเหลวให้มากยิ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • ค่าประสิทธิผลของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนไม่ได้เป็นฟังก์ชันของสิ่งใด
  • 1 : ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน
  • 2 : อุณหภูมิการไหลของของไหล
  • 3 : อัตราการไหลของของไหล
  • 4 : พื้นที่ที่ใช้ในการถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการพัฒนาคุณสมบัติของสารละลายผสมของสารสองชนิด
  • 1 : กฎของราวอูลท์ (Raoult’s Law)
  • 2 : กฎของดาลตัน (Dalton’s Law)
  • 3 : กฎของบอย (Boyle’s Law)
  • 4 : ความสัมพันธ์ของอุณหภูมิและความดันที่สภาวะอิ่มตัวของสารสองชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • เครื่องสูบน้ำที่เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการหัวน้ำสูง ๆ ( High Head) ค ือ
  • 1 : เครื่องสูบน้ำแบบลูกสูบ
  • 2 : เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง
  • 3 : เครื่องสูบน้ำแบบโรตารี่
  • 4 : เครื่องสูบน้ำแบบไดอะแฟรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • กราฟแสดงสมรรถนะการทำงานของเครื่องสูบน้ำส่วนใหญ่ในท้องตลาด จะต้องประกอบไปด้วยตัวแปรอะไรบ้าง
  • 1 : หัวน้ำ (Head), ปริมาตรอัตราการไหล, เส้นผ่าศูนย์กลางของใบพัด, ประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ, ความเร็วรอบ
  • 2 : หัวน้ำ (Head), ปริมาตรอัตราการไหล, ประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ, ความเร็วรอบ
  • 3 : หัวน้ำ (Head), ปริมาตรอัตราการไหล, ความเร็วรอบ
  • 4 : หัวน้ำ (Head), ปริมาตรอัตราการไหล, ประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • ความแตกต่างระหว่างพัดลมแบบ Backward Curve กับ Backward Inclined อยู่ที่
  • 1 : Backward curve จะเป็นแบบ Non-overload type แต่ Backward Inclined จะไม่ใช่
  • 2 : Backward curve จะมีช่วงของความมีเสถียรภาพในการทำงานมากกว่า Backward Inclined
  • 3 : Backward curve จะใช้เมื่อต้องการความเร็วสูง แต่ Backward Inclined จะใช้เมื่อต้องการความเร็วต่ำ
  • 4 : Backward curve มีราคาโดยทั่วไปถูกกว่า Backward Inclined
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • ในการเลือกตัวแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Shell and Tube ต้องกำหนดค่าตัวแปรอะไรบ้าง
  • 1 : อัตราการไหล อุณหภูมิเข้าและออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนของของไหลสองชนิดที่แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งกันและกัน
  • 2 : อัตราการไหล อุณหภูมิเข้าและออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนของของไหลสองชนิดที่แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งกันและกัน ขนาด เส้นผ่าศูนย์ของ Shell และความยาวของ Tube
  • 3 : อัตราการไหล อุณหภูมิเข้าและออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนของของไหลสองชนิดที่แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งกันและกัน ขนาด เส้นผ่าศูนย์ของ Shell และความยาวของ Tube จำนวนของ Tube
  • 4 : อัตราการไหล อุณหภูมิเข้าและออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนของของไหลสองชนิดที่แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งกันและกัน ขนาด เส้นผ่าศูนย์ของ Shell และความยาวของ Tube จำนวนของ Tube จำนวนทางเดินของ Tube ที่ของไหลจะไหลผ่าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • ความร้อนที่แลกเปลี่ยนกันในตัวแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Shell and Tube มีกี่ขนาด (ไม่คิดความสูญเสีย)
  • 1 : 2 ขนาด
  • 2 : 3 ขนาด
  • 3 : 1 ขนาด
  • 4 : 4 ขนาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 253 :
  • ค่าประสิทธิผล (Effectiveness) ของตัวแลกเปลี่ยนความร้อนจะดูได้จาก
  • 1 : ค่าอัตราส่วนระหว่างความร้อนที่ถ่ายเทจริงกับความร้อนที่ถ่ายเทได้สูงสุดเท่าที่เป็นไปได้
  • 2 : ค่าอัตราส่วนระหว่างค่าความร้อนถ่ายเทที่ของไหลตัวหนึ่งได้รับกับค่าความร้อนถ่ายเทที่ของไหลอีกตัวหนึ่งได้ให้ไป
  • 3 : ค่าอัตราส่วนระหว่างค่าความร้อนถ่ายเทที่ของไหลได้รับกับค่าความร้อนถ่ายเทที่เสียให้กับวัสดุที่ใช้ทำตัวแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ค่าอัตราส่วนระหว่างค่าความร้อนถ่ายเทสูงสุดในทางทฤษฎีกับค่าความร้อนถ่ายเทที่สูญเสียไปกับความเสียดทานที่เกิดขึ้นภายในตัว แลกเปลี่ยนความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • ความสัมพันธ์ระหว่ากำลังงานกับความดันลดที่เกิดขึ้นในเครื่องสูบน้ำสามารถเขียนได้ดังนี้
  • 1 : กำลังงานเท่ากับความดันลดคูณกับปริมาตรอัตราการไหล
  • 2 : กำลังงานเท่ากับความดันลดคูณกับปริมาตรอัตราการไหลยกกำลัง 1.5
  • 3 : กำลังงานเท่ากับความดันลดคูณกับปริมาตรอัตราการไหลยกกำลัง 2
  • 4 : กำลังงานเท่ากับความดันลดคูณกับปริมาตรอัตราการไหลยกกำลัง 1.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • ความสัมพันธ์ระหว่างความดันลดกับอัตราการไหลสำหรับเครื่องสูบน้ำมีดังนี้
  • 1 : ความดันลดเท่ากับค่าคงที่คูณอัตราการไหลยกกำลัง 1.2
  • 2 : ความดันลดเท่ากับค่าคงที่คูณอัตราการไหลยกกำลัง 2.2
  • 3 : ความดันลดเท่ากับค่าคงที่คูณอัตราการไหลยกกำลัง 1.9
  • 4 : ความดันลดเท่ากับค่าคงที่คูณอัตราการไหลยกกำลัง 2.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :


  • จงหาค่าประสิทธิผล (effectiveness) ของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Counter flow ที่มีค่าตัวแปรต่างๆดังนี้

    U (Overall heat transfer coefficient) = 3.6 W/m2K
    A (Heat transfer area) = 20 m2
    Mass flow and specific heat ของ ของไหลชนิด A = 10 kg/s และ 2 kJ/kgK ตามลำดับ
    Mass flow and specific heat ของ ของไหลชนิด B = 4 kg/s และ 4 kJ/kgK ตามลำดับ

  • 1 : 0.623
  • 2 : 0.626
  • 3 : 0.879
  • 4 : 0.894
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • อุปกรณ์แลกเปลียนความร้อนแบบ Counter flow ระหว่าง น้ำและ น้ำมัน โดยกำหนดเงื่อนไขดังนี้


    จงหาว่าหากเพิ่ม พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความร้อนเพิ่มขึ้น 20% อุณหภูมิน้ำมัน ขาออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจะมีค่าเท่าใด
    หากกำหนดให้ค่า Mass flow, heat transfer coefficient และ ค่า Effectiveness คงที่
  • 1 : 49.5 oC
  • 2 : 50.1 oC
  • 3 : 50.9 oC
  • 4 : 51.3 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :

  • 1 : 39
  • 2 : 37
  • 3 : 32
  • 4 : 30
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 260 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :

  • 1 : 0.636
  • 2 : 0.754
  • 3 : 0.918
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • จงหาค่า Effectiveness ของ Counterflow Heat Exchanger ที่มีค่า UA = 24 kW/K ถ้าค่าอัตราการไหลและค่าความร้อนจำเพาะของของไหล 2 ชนิดที่แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งกันและกันมีค่าเท่ากับ 10 kg/s, 2 kJ/(kg.K) และ 4 kg/s, 4 kJ/(kg.K) ตามลำดับ
  • 1 :  0.745
  • 2 :  0.478
  • 3 :  0.934     
  • 4 :  0.636
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ตัวแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งอากาศไหลผ่านระหว่างการอัดขั้นที่ 1 และการอัดขั้นที่ 2 ของเครื่องอัดอากาศเรียกว่า
  • 1 :  An Aftercooler
  • 2 :  Cooling Tower
  • 3 :  An Intercooler
  • 4 :  Condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 :
  • จงหาค่าประสิทธิผล (effectiveness) ของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ counter flow ที่มีค่าตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้

    U (overall heat transfer coefficient) = 5 W/(m2*K)

    A (heat transfer area) = 15 m2

    Mass flow and specific heat ของของไหล A = 3kg/s และ 4 kJ/(kg*K)

    Mass flow and specific heat ของของไหล B = 6 kg/s และ 5.5 kJ/(kg*K)

  • 1 : 0.895
  • 2 : 0.918
  • 3 : 0.988
  • 4 :  ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  •  ต้องการทราบอุณหภูมิแตกต่างเฉลี่ย (Mean Temperature Difference) ระหว่างของไหลที่มีอุณหภูมิต่ำ ขาเข้า และ อุณหภูมิสูง ขาออก ที่มีปริมาณของไหลเท่ากันที่ 1.5 kg/s ผ่านอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบสวนทาง (Counter Flow Heat Exchanger) ที่อุณหภูมิ 80oC และ 40 oC ตามลำดับ

    กำหนดให้ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนโดยรวม (U) มีค่าเท่ากับ 0.45 W/(m2 K) และ พื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อน มีขนาด 10 ตารางเมตร

  • 1 : 13.3 oC
  • 2 :  23.3 oC
  • 3 :  43.3 oC
  • 4 :  63.3 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  •  จงประมาณค่าอุณหภูมิของของไหลอุณหภูมิต่ำ ณ ตำแหน่งขาออก โดยอัตราการไหลของของไหลทั้งอุณหภูมิสูงและต่ำมีค่าเท่ากันที่ 2.0 kg/s และไหลผ่านท่อขนาด 2 นิ้ว จำนวน 6 ท่อ ท่อแต่ละท่อยาว 10 เมตร วางตัวอยู่ภายในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนแบบสวนทาง (Counter Flow Heat Exchanger) โดยของไหลอุณหภูมิต่ำ ณ  ตำแหน่งขาเข้ามีอุณหภูมิเท่ากับ 25 oC และของไหลอุณหภูมิสูง ณ ตำแหน่งขาเข้ามีอุณหภูมิเท่ากับ 95 oC

    กำหนดให้ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนโดยรวม (U) ของท่อ มีค่าเท่ากับ 0.52 W/(m2 K)

  • 1 :  36.41 oC
  • 2 :  57.27 oC
  • 3 :  62.73 oC
  • 4 :  83.58 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 268 :
  •  ภายในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน แบบ Counter Flow ประกอบไปด้วยท่อทองแดง ซึ่งถูกติดตั้งเพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างของไหลสองชนิด หาก กำหนดให้

    1. ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนโดยรวม (U) ของท่อ มีค่าเท่ากับ 0.6 W/(m2 K)

    2. ของไหลอุณหภูมิสูงมีปริมาณเท่ากับ 2.0 kg/s

    3. อุณหภูมิตามที่กำหนด

    จงหาขนาดท่อทองแดงและจำนวนเส้นท่อทองแดงที่ ติดตั้งภายในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนที่สามารถทำให้ค่า T22 40 oC

  • 1 :   ท่อ 1 นิ้ว ยาว 1.5 เมตร จำนวน 20 เส้น
  • 2 :  ท่อ 1 นิ้ว ยาว 2 เมตร จำนวน 25 เส้น
  • 3 :  ท่อ 2 นิ้ว ยาว 1 เมตร จำนวน 30 เส้น
  • 4 :  ท่อ 2 นิ้ว ยาว 2 เมตร จำนวน 20 เส้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 269 :
  •  ถ้าต้องการเพิ่มอัตราการไหลของเครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal เครื่องหนึ่งซึ่งสูบน้ำขึ้นถังสูง 20 เมตร ผ่านท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร จะต้องทำอย่างไร
  • 1 :  

    ลดระดับถังลงเหลือ 15 เมตร

  • 2 :  

    เปลี่ยนขนาดท่อเป็นเส้นผ่าศูนย์กลาง 65 มิลลิเมตร

  • 3 :  เปิดวาล์วด้านส่งของเครื่องสูบน้ำมากขึ้น
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 270 :
  • อุปกรณ์ Heat Exchanger ใช้ไอน้ำเป็นของไหลที่ให้ความร้อน สามารถอุ่นน้ำจากอุณหภูมิ 30 oC ให้ร้อนขึ้น 60 oC โดยการออกแบบใช้ไอน้ำอิ่มตัวที่แรงดัน 3 bar.g มีพื้นที่การถ่ายเทความร้อนเท่ากับ 50 ตารางเมตร ถ้าต่อมาใช้ไอน้ำอิ่มตัวที่แรงดัน 4.5 bar.g จะต้องใช้พื้นที่การถ่ายเทความร้อนเป็นอย่างไร จึงจะได้น้ำที่มีอุณหภูมิเท่าเดิม
  • 1 : น้อยลง
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : มากขึ้น
  • 4 : ไม่สามารถใช้ไอน้ำอิ่มตัว 4.5 Bar.g ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 271 :
  • Heat Exchanger ของโรงฟอกย้อม ใช้ไอน้ำเป็นของไหลที่ให้ความร้อน สามารถอุ่นน้ำจากอุณหภูมิ 25 oC ให้ร้อนขึ้น 60 oC โดยใช้ไอน้ำอิ่มตัวที่แรงดัน 3 bar.g ถ้าต่อมาปรับปรุงให้ Boiler สามารถจ่ายไอน้ำอิ่มตัวที่แรงดัน 5 bar.g น้ำที่ออกจาก Heat Exchanger ดังกล่าวจะเป็นอย่างไร
  • 1 : อุณหภูมิสูงกว่า 85 oC
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : อุณหภูมิเท่ากับ 60 oC
  • 4 : อุณหภูมิต่ำกว่า 85 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • ของไหลแบบอัดตัวไม่ได้ ไหลในท่อสองขนาดซึ่งยาวเท่ากันวางขนานกันในแนวราบด้วยอัตราการไหลเท่ากัน ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : Pressure drop ในท่อเล็กน้อยกว่าท่อใหญ่
  • 2 : Pressure drop ในท่อใหญ่และท่อเล็กเท่ากัน
  • 3 : Pressure drop ในท่อเล็กสูงกว่าท่อใหญ่
  • 4 : Pressure drop ในท่อเล็กสูงมาก ทำให้ความเร็วของของไหลในท่อเข้าใกล้ศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • เครื่องทำน้ำร้อนเครื่องหนึ่งใช้พลังความร้อนจำนวนหนึ่ง ทำน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 oC ได้ชั่วโมงละ 18,000 ลิตร ถ้าการใช้พลังงานทำความร้อนอยู่ในอัตราเท่าเดิม แต่ปริมาณน้ำเข้าเครื่องจริงอยู่ที่ 12,000 ลิตรต่อชั่วโมง จะได้น้ำอุณหภูมิเท่าใด สมมติให้สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนเท่าเดิม และตัวแปรอื่นคงที่
  • 1 : น้อยกว่า 60 oC
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : มากกว่า 60 oC
  • 4 : เท่าอุณหภูมิของน้ำที่เข้าเครื่องทำน้ำร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 274 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องหนึ่งแบบ Shell and Tube ใช้ไอน้ำมาทำการอุ่นน้ำเพื่อเข้าหม้อน้ำ โดยออกแบบให้อุ่นน้ำจากอุณหภูมิ 90 oC เป็น 150 oC โดยใช้ไอน้ำอิ่มตัว 10 ตันต่อชั่วโมงที่ 3 bar.g ข้อความใด ไม่ถูกต้อง หากสมมติให้ตัวแปรอื่นคงที่
  • 1 : ถ้าความดันของไอน้ำอิ่มตัวน้อยลงจะทำให้อุณหภูมิของน้ำต่ำลง
  • 2 : ถ้าอัตราการไหลของน้ำน้อยลงจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนต่ำลง
  • 3 : ถ้าอัตราการไหลของน้ำน้อยลงจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสูงขึ้น
  • 4 : ถ้าอัตราการไหลของไอน้ำอิ่มตัวมากขึ้นจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • ส่งไอน้ำอิ่มตัวที่ความดัน 3 bar ผ่านท่อไอน้ำขนาด 4 นิ้ว ยาว 50 เมตร ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง (ให้ค่าที่ไม่กล่าวถึงมีค่าคงที่)
  • 1 : หากเปลี่ยนเป็นส่งไอน้ำอิ่มตัวที่ความดัน 4 bar จะทำให้ค่า heat loss สูงขึ้น
  • 2 : หากความยาวท่อสั้นลง จะทำให้ค่า heat loss สูงขึ้น
  • 3 : หากเปลี่ยนเป็นส่งไอน้ำอิ่มตัวที่ความดัน 2 bar จะทำให้ค่า heat loss สูงขึ้น
  • 4 : หากความยาวท่อเพิ่มขึ้น จะทำให้ค่า heat loss ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 413 : 6._System Simulation
ข้อที่ 276 :
  • เครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal สองตัวมีอัตราไหลที่เท่ากัน แต่ตัวหนึ่งมีแรงดันสูงกว่าอีกตัวหนึ่ง นำมาต่อขนานกันและส่งน้ำเข้าท่อ เดียวกัน อัตราการไหลของเครื่องสูบน้ำทั้งสองจะเป็นอย่างไร
  • 1 : ตัวที่มีแรงดันสูงกว่ามีอัตราการไหลน้อยกว่า
  • 2 : อัตราการไหลเท่ากัน
  • 3 : ตัวที่มีแรงดันต่ำกว่ามีอัตราการไหลมากกว่า
  • 4 : ตัวที่มีแรงดันสูงกว่ามีอัตราการไหลมากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ถ้าพบว่าเครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal ไม่สามารถสูบน้ำเข้าถังสูงได้ตามอัตราที่ต้องการจะมีวิธีแก้ไขระบบได้อย่างไร
  • 1 : เปลี่ยนขนาดที่ให้เล็กลง
  • 2 : เปลี่ยนเครื่องสูบให้มีแรงดันน้อยลง
  • 3 : เปลี่ยนขนาดท่อให้ใหญ่ขึ้น
  • 4 : ติดตั้งวาล์วควบคุม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :
  • 55. เครื่องกังหันไอน้ำออกแบบให้ใช้งานโดยมีความดันใน condenser ต่ำกว่าบรรยากาศ โดยอาศัยน้ำหล่อเย็น กำหนดให้ความสัมพันธ์ ของ parameter เป็นดังนี้ 1. กังหันไอน้ำผลิตกำลังงานได้น้อยลงเมื่อความดันใน condenser สูงขึ้น 2. การถ่ายเทความร้อนใน condenser น้อยลง เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นขาเข้าสูงขึ้น 3. ความดันใน condenser ลดลงถ้าการถ่ายเทความร้อนดีขึ้น ดังนั้น หากอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นขาเข้าสูงขึ้น จะ
  • 1 : ความดันใน condenser ลดลง
  • 2 : เครื่องกังหันไอน้ำสามารถผลิตกำลังงานได้มากขึ้น
  • 3 : เครื่องกังหันไอน้ำสามารถผลิตกำลังงานได้ลดลง
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนที่ condenser มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • จงหาจุดทำงานของระบบ Fan และ Duct โดยกำหนดให้สมการเป็นดังนี้
    Duct SP = 80 + 10.73Q1.8
    Fan Q = 15 – (73.5 x 10-6) x SP2 โดยที่ SP = Static Pressure (Pa),

    Q = Air Flow rate (m3/s) โดยให้เลือกค่า Trail Value SP = 200 Pa หรือ Q = 10 m3/s
  • 1 : 6 m3/s และ 350 Pa
  • 2 : 8 m3/s และ 400 Pa
  • 3 : 4 m3/s และ 200 Pa
  • 4 : 10 m3/s และ 500 Pa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • พัดลมแบบ centrifugal 2 เครื่อง มี performance curve แบบเดียวกัน เมื่อนำมาต่อแบบขนานจะมีลักษณะของ performance curve รวมเป็นอย่างไร
  • 1 : อัตราการไหลเป็นสองเท่าของพัดลม 1 เครื่อง ณ จุดความดันสถิตเท่ากัน
  • 2 : ความดันสถิตเป็นสองเท่าของพัดลม 1 เครื่อง ณ จุดที่มีอัตราการไหลเท่ากัน
  • 3 : อัตราการไหลเท่ากับครึ่งหนึ่งของพัดลม 1 เครื่อง ณ ความดันสถิตเท่ากัน
  • 4 : ความดันเป็นครึ่งหนึ่งของพัดลม 1 เครื่อง ณ อัตราการไหลเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 :
  • ท่อน้ำสองท่อทำด้วยวัสดุชนิดเดียวกันยาวเท่ากัน แต่ท่อหนึ่งใหญ่กว่าอีกท่อหนึ่ง หากต่อจากท่อประธาน (Header) เดียวกันซึ่งมี แรงดันน้ำต้นทางเท่ากัน ไปยังถังน้ำสูงเท่ากัน ลักษณะการไหลของน้ำของทั้งสองท่อจะเป็นอย่างไร
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำของท่อใหญ่จะน้อยกว่าท่อเล็ก
  • 2 : ความเร็วของน้ำท่อเล็กจะเป็นครึ่งหนึ่งของท่อใหญ่
  • 3 : ความเร็วของน้ำในท่อเล็กสูงกว่าท่อใหญ่
  • 4 : อัตราการไหลรวมทั้งสองท่อเป็นสองเท่าของท่อเล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • รดน้ำต้นไม้ด้วยสายยางปลายเปิดเส้นหนึ่งขนาด ½ นิ้ว ยาว 20 เมตร โดยต่อจากเครื่องสูบน้ำซึ่งสูบจากถังเก็บน้ำ แต่พบว่าน้ำไหล ไม่พอกับที่ต้องการ ถ้าต้องการให้น้ำไหลมากขึ้น จะทำอย่างไร
  • 1 : บีบสายยางที่ปลายให้น้ำฉีดออกไปแรงขึ้นและพุ่งไปได้ไกล
  • 2 : ตัดสายยางออก 10 เมตร
  • 3 : ต่อสายยางออกไปอีก 10 เมตร
  • 4 : เอาหัวฉีดน้ำ (nozzle) มาใส่ที่ปลายให้น้ำฉีดได้แรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 283 :
  • คำว่า “Off Design” หมายถึงอะไร
  • 1 : การออกแบบในระบบปิด
  • 2 : สภาวะที่อยู่ภายใต้สภาวะที่ออกแบบไว้
  • 3 : สภาวะที่นอกเหนือสภาวะที่ออกแบบไว้
  • 4 : สภาวะที่ไม่สามารถใช้งานได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 284 :
  • ให้ใช้วิธีการนิวตัน-ราฟสัน ในการหาค่า x ของ x(tan x) = 2.0 เมื่อ x มีหน่วยเป็นเรเดียน โดยให้ใช้ค่าเริ่มต้นของ x = 2
  • 1 : 1.0769
  • 2 : 3.6436
  • 3 : 6.5783
  • 4 : 9.6296
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 :
  • ท่านคิดว่า Friction loss curve ของของไหลที่ไหลผ่านท่อมีลักษณะเป็นกราฟชนิดใด
  • 1 : Linear
  • 2 : Logarithm
  • 3 : Parabola
  • 4 : Hyperbola
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 286 :
  • ท่านคิดว่า Friction loss curve ของของไหลที่ไหลผ่านท่อมีลักษณะเป็นกราฟชนิดใด
  • 1 : Linear
  • 2 : Sine Wave
  • 3 : Parabola
  • 4 : Hyperbola
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 287 :
  • เครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal Pump เครื่องหนึ่ง ถ้าเพิ่มความเร็วรอบให้เป็นสองเท่า จะได้ปริมาณน้ำเพิ่มเป็นกี่เท่า
  • 1 : สองเท่า
  • 2 : สามเท่า
  • 3 : สี่เท่า
  • 4 : ปริมาณน้ำไม่เพิ่ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 288 :
  • ท่อที่ใช้แลกเปลี่ยนความร้อนใน Condenser ของกังหันไอน้ำเครื่องหนึ่ง ซึ่งสัมผัสกับน้ำ Cooling ซึ่งมาจาก Cooling Tower มีความ สกปรกมากขึ้น ทำให้การถ่ายเทความร้อนไม่ดี หากปริมาณการไหลของน้ำ Cooling และปริมาณการไหลของไอน้ำเข้ากังหัน คงที่ อยาก ทราบว่าเหตุการณ์ต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : กังหันไอน้ำสามารถผลิตกำลังงานได้มากขึ้น
  • 2 : อุณหภูมิของน้ำ Cooling ที่ไหลออกจาก Condenser สูงขึ้น
  • 3 : ความดันใน Condenser ต่ำลง
  • 4 : ไอน้ำใน Condenser กลั่นตัวที่อุณหภูมิสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • 65. ถ้า LMTD (Log Mean Temperature Different) ของของไหลที่ไหลเข้า Heat Exchanger ลดลงจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการ ออกแบบ Heat Exchanger นั้น
  • 1 : การถ่ายเทความร้อนดีขึ้น
  • 2 : ต้องการพื้นที่ถ่ายเทความร้อนน้อยลง
  • 3 : อุณหภูมิขาออกของของไหลที่รับความร้อนจะต่ำลง
  • 4 : อุณหภูมิขาออกของของไหลที่ให้ความร้อนจะต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • 66.ระบบการทำงานของปั๊มน้ำชุดหนึ่ง มีความสัมพันธ์ระหว่างความดัน (P, bar) และอัตราการไหล (Q, m3/s) ดังนี้ P = 50 + 15.65Q0.8 และ Q = 54.27 – 0.005P2 ให้หาจุดทำงานของความดันในระบบ โดยใช้วิธีแทนค่าอย่างต่อเนื่อง (Successive Substitution) กำหนดค่าเริ่มต้นเป็น Q = 5 m3/s
  • 1 : 99.0 bar
  • 2 : 99.3 bar
  • 3 : 100.0 bar
  • 4 : 106.7 bar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการจำลองระบบ
  • 1 : รูปแบบโดยทั่วไปของการจำลองระบบในทางวิศวกรรมนิยมแสดงในลักษณะแผนภาพแบบบล็อก (Block diagram)
  • 2 : กรณีที่ระบบซับซ้อนการจำลองสามารถแบ่งระบบเป็นส่วนย่อยๆ แล้วจึงนำมาเชื่อมโยงกัน
  • 3 : ในการจำลองระบบที่มีสภาวะสม่ำเสมอ แต่ละบล็อกจะแทนสมการเชิงพีชคณิต
  • 4 : ในการจำลองระบบแบบพลศาสตร์นั้นจะมีความซับซ้อน จึงไม่สามารถนำมาใช้ในการจำลองระบบส่วนย่อยๆ ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 292 :
  • ในการจำลองระบบจำเป็นต้องกำหนดให้อยู่ในสภาวะที่ออกแบบไว้ (Design Condition) ตามเดิมหรือไม่
  • 1 : จำเป็น เพราะทำให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม
  • 2 : จำเป็น เพราะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องมีค่าต่ำที่สุด
  • 3 : ไม่จำเป็น เพราะโดยปกติอุปกรณ์ออกแบบเผื่อไว้อยู่แล้ว จึงสามารถใช้งานได้
  • 4 : ไม่จำเป็น เพราะในการออกแบบสามารถกำหนดขนาดของตัวแปรในการทำงานต่างๆ ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องหนึ่ง ให้ความร้อนแก่น้ำที่ไหลเข้ามาที่อุณหภูมิ 30 oC จนกระทั่งน้ำมีอุณหภูมิ 48 oC ด้วยไอ น้ำอิ่มตัวที่อุณหภูมิ 50 oC และไหลออกเป็นคอนเดนเสท (Condensate) ที่อุณหภูมิ 50 oC ต้องการทราบอัตราการไหลของน้ำที่ไหล เข้ามา โดยกำหนดให้พื้นที่ในการถ่ายเทความร้อนเท่ากับ 1.4 m2 และค่า U ตามพื้นที่นี้คือ 1/U = (0.0445/w0.8) + 0.185 เมื่อ w เป็นอัตราการไหลของน้ำในหน่วย kg/s
  • 1 : 0.693 kg/s
  • 2 : 0.652 kg/s
  • 3 : 0.552 kg/s
  • 4 : 0.523 kg/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :
  • การจำลองวัฎจักรการทำความเย็นจะจำลองให้เป็นอะไร
  • 1 : ระบบเปิด
  • 2 : ระบบปิด
  • 3 : ระบบผสม (Mixed system)
  • 4 : ระบบไฮบริด (Hybrid system)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • การจำลองแบบการทำงานของวัฎจักรกังหันก๊าซ ความร้อนจะถูกส่งเข้าสู่วัฎจักรในขั้นตอนของขบวนการใด
  • 1 : Isothermal Process
  • 2 : Isothermal Process
  • 3 : Isentropic Process
  • 4 : Isobaric Process
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :
  • Boiler Feed Pump แบบ Multi Stages Centrifugal Type (Fixed speed) เครื่องหนึ่งสูบน้ำจาก Deaerator ไปยัง Boiler Drum ที่มี ความดัน 120 Bar.g ส่วน Deaerator มีความดัน 3.0 Bar.g Boiler Feed Pump มีแรงดัน 150 Bar โดยในการเดินเครื่องจะมี Control valve คอยควบคุมอัตราการไหล โดยมีความดันตกคร่อม Control Valve อยู่ที่ 20 Bar โดย Valve เปิด 80% ณ อัตราการไหลขณะ เดินเครื่อง Boiler เต็มที่ ดังนั้นถ้าเดินเครื
  • 1 : Control valve เปิด 90% และความดันตกคร่อม Valve 20 Bar
  • 2 : Control valve เปิด 100 % และความดันตกคร่อม valve 15 Bar
  • 3 : Control valve เปิด 20% และความดันตกคร่อม Valve 10 Bar
  • 4 : Control valve เปิด 60% และความดันตกคร่อม Valve 40 Bar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • Cooling Water Pump ส่งน้ำจากแม่น้ำบางปะกงไปหล่อเย็น Condenser ของโรงไฟฟ้า โดยมีอุณหภูมิ 30 oC และมีอุณหภูมิน้ำไหล ออกจาก Condenser 38 oC ขณะที่เครื่องกังหันไอน้ำเดินเครื่องเต็มที่ ถ้าอัตราการไหลของน้ำจาก Cooling Water Pump คงที่ แต่กังหัน ไอ้น้ำเดินเครื่องลดลงเหลือ 50 % แนวโน้มอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ออกควรจะเป็นเท่าไร
  • 1 : 42 oC
  • 2 : 40 oC
  • 3 : 38 oC
  • 4 : 34 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • พัดลมแบบ Centrifugal Fan แบบความเร็วรอบคงที่ เครื่องหนึ่งมีกราฟความสัมพันธ์ระหว่างกำลังงานที่ใช้ขับกับอัตราการไหลดังนี้ พัดลมจะใช้กำลังขับน้อยที่อัตราการไหลต่ำ และต้องใช้กำลังงานขับสูงเมื่ออัตราการไหลสูง ดังนั้นหากการควบคุมอัตราการไหลของพัด ลมใช้ Damper ติดตั้งที่ด้านส่งของพัดลมr ความสัมพันธ์ของเปอร์เซ็นต์การเปิด Damper กับกำลังที่ใช้ขับพัดลมจะเป็นอย่างไร
  • 1 : เปิด Damper 20, 40, 60, 80, 100 % จะใช้กำลังขับ 100, 80, 60, 40, 20 % ตามลำดับ
  • 2 : เปิด Damper 20, 40, 60, 80, 100 % จะใช้กำลังขับ 50 % เท่ากัน
  • 3 : เปิด Damper 20, 40, 60, 80, 100 % จะใช้กำลังขับ 20, 40, 60, 80, 100 % ตามลำดับ
  • 4 : เปิด Damper 20, 40, 60, 80, 100 % จะใช้กำลังขับ 20, 60, 100, 80, 60 % ตามลำดับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • Centrifugal pump เครื่องหนึ่งมี shut off head ( zero flow rate) ที่ 1000 เมตร (น้ำ) และ ทำงานที่ best efficiency point 80% ด้วย capacity 90 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และ pump head 800 เมตร ส่งน้ำให้ Boiler โดยมี Control valve คอยควบคุมอัตราการไหลของ น้ำสู่ Boiler, Pump เครื่องนี้ยังมี bypass recirculation control valve เพื่อส่งน้ำกลับจากด้านส่งของ Pump ไปยังด้านดูด เพื่อป้องกัน ไม่ให้ Pump overhea
  • 1 : น้ำไหลไปยัง Boiler มากขึ้น
  • 2 : น้ำไหลผ่าน bypass valve ทำให้ความดันด้านส่งลดลง และน้ำไหลไปยัง boiler ลดลง
  • 3 : ความดันด้านส่งของ Pump เพิ่มขึ้น เนื่องจาก bypass เปิด
  • 4 : ความดันด้านส่งของ Pump ลดลง น้ำไหลผ่าน bypass valve และ control valve รวมกันลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 300 :
  • ท่อส่งน้ำมันยาว 200 กิโลเมตร โดยมีสถานีสูบน้ำมันด้วยเครื่องสูบแบบ Fixed speed Centrifugal Pump จำนวน 10 สถานี ต่อกัน แบบอนุกรม ห่างกันสถานีและ 20 กิโลเมตร ขณะเดินเครื่องสูบทุกเครื่องตามปรกติ สามารถวัด Pump Head ได้ 20 bar เท่ากันทุก เครื่อง Pump ทุกเครื่องมี characteristic curve เป็นแบบ steady rising (Pump head เพิ่มขึ้นเมื่ออัตราการไหลน้อยลง) เหมือนกันทุก เครื่อง ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้
  • 1 : Pump เครื่องหนึ่งเสีย ต้อง bypass น้ำมันไม่ให้ผ่าน Pump เครื่องที่เสีย ทำให้ head ของ pump ตัวที่เหลือลดลงและอัตราการไหลลดลง
  • 2 : ท่อรั่วที่ pump เครื่องที่ 2 ทำให้ต้องใช้ pump head มากขึ้น เพื่อทำให้อัตราการไหลเท่าเดิม
  • 3 : ท่อที่ปลายทางมีการอุดตัน ทำให้ pump head แต่ละเครื่องสูงขึ้นและอัตราการไหลลดลง
  • 4 : ท่อที่ต้นทางก่อนเข้า pump เครื่องแรกมีการอุดตัน ทำให้ความดันด้านดูดของ pump เครื่องแรกสูงขึ้นและอัตราการไหลลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • น้ำไหลจากถังสูงซึ่งอยู่ 50 เมตร ลงสู่ถังที่พื้นดินด้วยอัตราการไหล 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ผ่านท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ข้อความต่อไปนี้ข้อความใดเป็นแนวโน้มที่ถูกต้อง
  • 1 : ถ้าติดตั้ง Control valve ขนาด 80 มิลลิเมตร เข้าไปที่ท่อก่อนจะเข้าถังที่พื้นดิน จะทำให้น้ำไหลแรงขึ้นเป็น 110 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 2 : ยกถังสูงขึ้นอีก 20 เมตร คำนวณแล้วความดันสูญเสียในท่อที่ยาวขึ้น 2 เมตร แต่ปรากฏว่าทำให้น้ำไหลอ่อนลงเหลือ 80 ลูกบาศก์เมตร ต่อชั่วโมง
  • 3 : เปลี่ยนท่อให้เล็กลงเหลือขนาด 80 มิลลิเมตรทำให้น้ำไหลแรงขึ้นเป็น 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 4 : เอา Strainer ไปติดในท่อก่อนเข้าถังที่พื้นดิน ทำให้น้ำไหลอ่อนลงนิดหน่อย เหลือ 95 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 302 :
  • ในระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Closed Loop ใช้ Centrifugal pump มี characteristic curve  dp = 6 + 2Q - 0.5Q2

    และ มี ระบบท่อซึ่งมีสมการ dp = aQ2  โดยที่ a คือค่าคงที่ของระบบท่อ

    ข้อความต่อไปนี้ถูกต้อง (dp = pressure rise/drop, Q = flow rate)
  • 1 : หากติดตั้ง control valve เข้าไปในท่อจะทำให้ค่าคงที่ "a" ของสมการ dp = aQ2 เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น
  • 2 : หากติดตั้ง Control valve แล้วปิดวาล์วไม่ให้น้ำไหลจะอ่านความดันต่างที่ pump ได้ 8
  • 3 : ถ้าอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 1 จะต้องทำความดันต่างที่ control valve เท่ากับ 7
  • 4 : ติดตั้ง control valve ทำให้น้ำไหลมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ shell and tube ใช้ในการอุ่นน้ำก่อนเข้า boiler จาก 50 oC เป็น 120 oC โดยใช้ไอน้ำอิ่มตัวความดัน 10 bar.g โดยมีอัตราการไหลของไอน้ำ 5 ตันต่อชั่วโมง หากสัมประสิทธิ์ การถ่ายเทความร้อนคงที่ ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้มที่ ถูกต้อง
  • 1 : ลดอัตราการไหลของไอน้ำลงเหลือ 3 ตันต่อชั่วโมงและอัตราการไหลของน้ำคงที่ จะทำให้อุณหภูมิของน้ำออกจากเครื่องสูงขึ้น
  • 2 : เพิ่มอัตราการไหลของไอน้ำขึ้นเป็น 6 ตันต่อชั่วโมงและอัตราการไหลของน้ำคงที่ จะทำให้อุณหภูมิของน้ำออกจากเครื่องต่ำลง
  • 3 : ลดอัตราการไหลของน้ำลงแต่ให้อัตราการไหลของไอน้ำคงที่ ทำให้อุณหภูมิขาออกของน้ำสูงขึ้น
  • 4 : ลดความดันของไอน้ำลงแต่ให้อัตราการไหลเท่าเดิมทั้งไอน้ำและน้ำที่จะอุ่น อุณหภูมิขาออกของน้ำจะสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 304 :
  • เครื่องสูบน้ำสองเครื่องแบบ Centrifugal มี Characteristic Curve แบบ Steadily rising (ความดันลดลงเมื่ออัตราการไหลเพิ่มขึ้น) เหมือนกันทุกประการ ต่อเข้ากันแบบขนานเพื่อสูบน้ำไประบายความร้อนให้ condenser ของโรงไฟฟ้า ขณะเดินเครื่องเต็มที่อ่าน pressure gauge ที่ท่อด้านส่งของเครื่องสูบน้ำทั้งสองได้เท่ากัน เท่ากับ 2 bar.g ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้มที่ถูกต้อง
  • 1 : เครื่องสูบตัวหนึ่งหยุดทำให้ความดันของน้ำทีอ่านได้ ณ ด้านส่งของเครื่องสูบที่ยังเดินเครื่องอยู่เพิ่มขึ้น
  • 2 : น้ำไหลผ่านเครื่องสูบทั้งสองไม่เท่ากัน
  • 3 : ถ้ากราฟของกำลังขับที่ใช้ขับเครื่องสูบเป็นแบบ steady rising (เครื่องสูบกินกำลังมากขึ้นเมื่ออัตราการไหลมากขึ้น) แล้วเครื่องสูบเครื่อง หนึ่งหยุด จะทำให้เครื่องสูบอีกเครื่องหนึ่งที่ยังทำงานกินกำลังมากขึ้น
  • 4 : ถ้าติด Control valve ที่เหมือนกันทุกประการ ไว้ที่ด้านส่งของเครื่องสูบทั้งสองเครื่องแล้วปรับการเปิด Control valve ให้เปิด 50% สำหรับเครื่องที่ 1 และให้เปิด 80% ของเครื่องที่ 2 จะทำให้น้ำไหลผ่านเครื่องที่ 1 มากกว่าเครื่องที่ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • ไอน้ำไหลจาก Boiler ด้วยอุณหภูมิ 480 oC ณ ความดัน 68 bar.g ไปยังกังหันไอน้ำด้วยอัตราการไหล 90 ตันต่อชั่วโมง โดยควบคุม โดย Control valve ที่ทางเข้าของกังหันไอน้ำ ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้มที่ถูกต้อง
  • 1 : เปิด control valve น้อยลงเพื่อให้กังหันไอน้ำผลิตไฟฟ้าน้อยลง จะทำให้ความดันใน boiler สูงขึ้น ถ้าอัตราการผลิตไอน้ำของ boiler คง เดิม
  • 2 : เปิด control valve มากขึ้นเพื่อให้กังหันไอน้ำผลิตไฟฟ้ามากขึ้น จะทำให้ความดันใน boiler สูงขึ้น ถ้าอัตราการผลิตไอน้ำของ boiler น้อยลง
  • 3 : ถ้าอัตราการผลิตไอน้ำของ boiler น้อยลงแต่เปิด control valve เท่าเดิม จะทำให้ความดันใน boiler สูงขึ้น
  • 4 : ถ้าอัตราการผลิตไอน้ำของ boiler เท่าเดิมและเปิด control valve เท่าเดิม จะทำให้การผลิตไฟฟ้าของกังหันลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • น้ำไหลด้วยความดันต้นทางคงที่ผ่านท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มิลลิเมตร ยาว 50 เมตร ไปยังท่อแยกสองท่อซึ่งต่อขนานกันขนาด 25 และ 15 มิลลิเมตร ตามลำดับ ท่อแยกทั้งสองยาวเท่ากันคือ 20 เมตร น้ำไหลรวมที่ท่อขนาด 50 มิลลิเมตร เท่ากับ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อ ชั่วโมง ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้มที่ถูกต้อง
  • 1 : น้ำไหลผ่านท่อขนาด 15 มิลลิเมตรมากกว่าท่อขนาด 25 มิลลิเมตร
  • 2 : น้ำไหลผ่านท่อขนาด 50 มิลลิเมตรมากกว่าน้ำที่ไหลผ่านท่อขนาด 15 และ 25 มิลลิเมตร รวมกัน
  • 3 : ถ้าติดตั้ง Control valve ที่ท่อขนาด 25 มิลลิเมตรและเปิด 50% น้ำจะไหลผ่านท่อขนาด 15 มิลลิเมตรมากขึ้น
  • 4 : ถ้าความดันต้นทางลดลงจะทำให้อัตราการไหลของน้ำผ่านท่อขนาด 15 มิลลิเมตรเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 307 :
  • กังหันก๊าซเครื่องหนึ่งส่งก๊าซไอเสียให้กับหม้อน้ำเพื่อทำไอน้ำส่งให้กังหันไอน้ำ โปรดพิจารณาข้อความข้างล่างว่าข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เพิ่มปริมาณไอเสียของกังหันก๊าซโดยการเพิ่มเชื้อเพลิง จะทำให้เกิดไอน้ำไปยังกังหันไอน้ำมากขึ้น
  • 2 : ถ้าใช้ไอน้ำที่กังหันไอน้ำลดลงโดยที่ไม่ลดการป้อนเชื้อเพลิงให้กังหันก๊าซ จะทำให้ความดันในหม้อน้ำคงที่
  • 3 : ถ้ากังหันไอน้ำหยุดเดินเครื่อง โดยที่การป้อนเชื้อเพลิงให้กังหันก๊าซคงที่ จะทำให้หม้อน้ำร้อนอยู่ได้ โดยที่ความดันไม่สูงขึ้น
  • 4 : ถ้ากังหันก๊าซหยุดเดินเครื่องจะทำให้กังหันไอน้ำได้รับไอน้ำที่ความดันสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 :
  • ถ้าน้ำมันมี Viscosity ต่ำลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ข้อความใดถูกต้อง
  • 1 : สูบน้ำมันที่อุณหภูมิสูงใช้กำลังขับเครื่องสูบมากกว่าอุณหภูมิต่ำ
  • 2 : น้ำมันร้อนไหลช้ากว่าน้ำมันเย็น ถ้าใช้กำลังขับเครื่องสูบเท่ากัน
  • 3 : ถ้าต้องการสูบน้ำมันที่มีอุณหภูมิต่ำให้ได้อัตราการไหลเท่ากับน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงโดยใช้กำลังขับเท่ากัน จะต้องใช้ท่อขนาดใหญ่ขึ้น
  • 4 : สูบน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงใช้ท่อใหญ่ สูบน้ำมันที่มีอุณหภูมิต่ำใช้ท่อเล็ก ถ้าจะให้ได้อัตราการไหลเท่ากันและกำลังขับเครื่องสูบเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • พัดลมส่งลมเย็นไปตามท่อส่งไปยังห้องที่ 1 และห้องที่ 2 แต่ห้องที่ 1 อยู่ใกล้พัดลมมากกว่า ห้องที่ 1 และห้องที่ 2 ต้องการปริมาณลม เย็นเท่ากัน แต่ด้วยการออกแบบท่อที่ต่อไปยังห้องที่ 2 มีขนาดเล็กกว่าเนื่องจากปริมาณลมเย็นน้อยลงหลังจากได้แยกส่งให้ห้องที่ 1 แล้ว หัวจ่ายลมเย็นของทั้งสองห้องมีขนาดเท่ากันและเปิด Damper เต็มที่ จงพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ลมเย็นไหลไปห้องที่ 1 น้อยกว่าห้องที่ 2
  • 2 : ลมเย็นไหลไปห้องที่ 1 เท่ากับห้องที่ 2
  • 3 : จะทำให้ลมเย็นทั้งสองห้องเท่ากันจะต้องปิด Damper ของห้องหนึ่งลงเล็กน้อย
  • 4 : เปิด Damper ของห้องที่ 2 น้อยๆ จะทำให้ลมแรง และจะได้อัตราการไหลของลมเย็นไปห้องที่ 2 มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • Condensate pump แบบ Centrifugal มี Characteristic Curve แบบ Steady rising (pump head ลดลงเมื่ออัตราการไหลมากขึ้น) สูบน้ำจาก Hot Well ผ่าน Control valve ไปยัง Deaerator โดยเมื่อเครื่องเดินเต็มที่ Control valve เปิด 80% และมีความดันตกคร่อม Control valve เท่ากับ 2 Bar ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ถ้าต้องการลดอัตราการไหล จะต้องทำความดันตกคร่อม control valve เป็น 4 Bar
  • 2 : ถ้าความดันใน Hot Well ลดลง จะทำให้อัตราการไหลมากขึ้น
  • 3 : ถ้าความดันใน Deaerator มากขึ้นจะทำให้อัตราการไหลมากขึ้น
  • 4 : ถ้าปิด Control valve จะทำให้ความดันที่ด้านส่งของ Condensate pump ต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • เครื่องสูบน้ำเครื่องหนึ่งแบบ Centrifugal มี Characteristic curve เป็นแบบ steady rising (pump head ลดลงเมื่ออัตราการไหล เพิ่มขึ้น) สูบน้ำผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนใช้ไอน้ำซึ่งทำให้น้ำจาก 25 oC มีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็น 50 oC ด้วยอัตราการไหล 30 ลูกบาศก์ เมตรต่อชั่วโมง และสามารถอ่านความดันที่ด้านส่งของเครื่องสูบน้ำได้ 4 bar.g ข้อความต่อไปนี้ข้อใดผิด
  • 1 : ลดอัตราการไหลของน้ำลงด้วย Control valve ซึ่งติดตั้งใกล้กับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ทำให้อ่านความดันที่ด้านส่งของเครื่องสูบได้ สูงขึ้น
  • 2 : เพิ่มอัตราการไหลของน้ำด้วยเปิด Control valve ซึ่งติดตั้งใกล้กับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิของน้ำร้อนที่ออก จากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนลดลง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราการไหลของไอน้ำ
  • 3 : ลดอัตราการไหลของไอน้ำทำให้อุณหภูมิของน้ำออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนลดลง ถ้าปริมาณน้ำยังคงเดิม
  • 4 : เพิ่มอัตราการไหลของไอน้ำจะทำให้อุณหภูมิของน้ำที่ออกจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสูงขึ้น ถ้าปริมาณน้ำยังคงเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 312 :
  • การระบายความร้อนของ Steam Turbine Condenser ด้วย Cooling Tower แบบ Closed Loop ใช้น้ำ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อ ชั่วโมง โดยอุณหภูมิของน้ำเข้าและออก Condenser เท่ากับ 33 oC และ 42 oC ตามลำดับ Cooling Tower มีพัดลมเดินเครื่องสองตัว ถูก ออกแการระบายความร้อนของ Steam Turbine Condenser ด้วย Cooling Tower แบบ Closed Loop ใช้น้ำ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อ ชั่วโมง โดยอุณหภูมิของน้ำเข้าและออก Condenser เท่ากับ 33 o
  • 1 : ถ้าอุณหภูมิบรรยากาศ Wet bulb ลดลง จะทำให้อุณหภูมิน้ำเข้าและออก Condenser ลดลง
  • 2 : ถ้าอุณหภูมิบรรยากาศ Dry Bulb สูงขึ้น จะทำให้อุณหภูมิน้ำเข้าและออก Condenser ลดลง
  • 3 : ถ้าน้ำ Cooling เหลือ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จะทำให้อุณหภูมิที่แตกต่างระหว่างน้ำเข้าและออก Condenser ลดลง
  • 4 : ถ้าพัดลม Cooling tower เสียไปหนึ่งตัว จะทำให้อุณหภูมิของน้ำเข้า Condenser ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 313 :
  • hydraulic Water Turbine ของเขื่อนแห่งหนึ่ง เดินเครื่องโดยมี Head เท่ากับ 120 เมตร โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 80 MW เมื่อ Governor Valve ซึ่งคอยควบคุมอัตราการไหลของน้ำ เปิดที่ 95% ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เปิด Governor Valve 50% จะทำให้น้ำไหลแรงขึ้นและจะผลิตไฟฟ้าได้มากว่า 80 MW
  • 2 : ระดับน้ำเหนือเขื่อนต่ำลงทำให้ Head ของ Turbine เหลือ 100 เมตร ต้องเปิด Governor Valve น้อยลง เพื่อให้กำลังผลิตไฟฟ้าเท่าเดิม
  • 3 : ถ้าต้องการกำลังไฟฟ้าน้อยลง ต้องเปิด Governor Valve ให้มากขึ้น
  • 4 : ถ้าเปิด Governor Valve เพียง 90 % แต่ต้องการกำลังไฟฟ้าเท่าเดิม จะต้องเพิ่ม Head ของ Turbine มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :
  • เครื่องทำน้ำร้อนด้วยไฟฟ้าขนาด 4,800 Watts ทำน้ำร้อนใช้อาบจากอุณหภูมิ 25 oC เป็น อุณหภูมิ 40 oC ด้วยอัตราการไหล 15 ลิตร ต่อนาที หากเครื่องควบคุมอุณหภูมิของน้ำร้อนเสีย ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง หากตัวแปรอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึงคงที่
  • 1 : เปิดน้ำ 10 ลิตรต่อนาที จะทำให้อุณหภูมิน้ำร้อนที่ได้ต่ำกว่า 40 oC
  • 2 : เปิดน้ำ 20 ลิตรต่อนาที จะทำให้อุณหภูมิน้ำร้อนที่ได้สูงกว่า 40 oC
  • 3 : ไปซ่อมอุปกรณ์ควบคุมจนใช้งานได้เป็นปรกติ แล้วเปิดน้ำ 5 ลิตรต่อนาที จะได้อุณหภูมิน้ำร้อน 30 oC
  • 4 : ไปซ่อมอุปกรณ์ควบคุมจนใช้งานได้เป็นปรกติ แล้วเปิดน้ำ 10 ลิตรต่อนาที จะได้อุณหภูมิน้ำร้อน 40 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 315 :
  • พัดลมแบบ Centrifugal เครื่องหนึ่งมี Performance Curve มีลักษณะดังนี้คือ เมื่ออัตราการไหลสูงขึ้น ความดันสถิตของพัดลมลดลง ใช้งานส่งลมเย็นผ่าน Air Handling Unit ไปยัง Distribution Duct สู่ห้องต่างๆของอาคาร ข้อความต่อไปนี้ข้อใดเป็นแนวโน้มที่ถูกต้อง
  • 1 : ลมส่งไปยังห้องปลายทางที่อยู่ไกลที่สุดไม่พอ เนื่องจาก Duct ปลายทางมีขนาดเล็กเกินไป
  • 2 : ห้องที่อยู่ต้นทางได้รับลมเย็นมากไป จะต้องเปิด Damper ที่หัวจ่ายและทางแยกเข้าห้องดังกล่าวให้มากขึ้น เพื่อให้มีลมเย็นเหลือไป ปลายทาง
  • 3 : ลดความเร็วรอบของพัดลม เนื่องจากลมเย็นถูกส่งไปห้องต้นทางมากเกินไป ทำให้ลมเย็นไม่ไปปลายทาง
  • 4 : ขยายขนาด Duct ที่แยกไปยังห้องต้นทางให้มากขึ้น เพื่อให้ลดความดันสถิตย์ให้ลดลง และมีลมเย็นส่งไปปลายทางมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • ท่อน้ำสองท่อขนาดท่อที่ 1 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 มม ส่วนท่อที่ 2 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 มม ท่อทั้งสองยาว 50 เมตร เท่ากัน ต่อขนานกันเข้ากับเครื่องสูบน้ำแบบ Centrifugal ซึ่งมี Performance Curve แบบ steady rising (ความดันน้อยลงเมื่ออัตราการ ไหลมากขึ้น) ปลายของท่อทั้งสองอยู่ที่ระดับเดียวกัน ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : น้ำไหลผ่านท่อที่ 2 มากกว่าท่อที่ 1 เพราะท่อที่ 2 มีความเร็วสูงกว่าท่อที่ 1
  • 2 : ถ้าต้องการให้น้ำไหลไปท่อที่ 2 มากกว่าท่อที่1 จะต้องใส่ control valve ในท่อที่ 1 เพื่อเพิ่ม friction ในท่อที่ 1
  • 3 : ถ้ายกปลายท่อของท่อที่ 1 ขึ้นสูงกว่าท่อที่ 2 จะทำให้น้ำไหลไปท่อที่ 2 ลดลง
  • 4 : ยกปลายท่อทั้งสองขึ้นเท่ากันจะทำให้อัตราการไหลของท่อทั้งสองเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • Fire pump เครื่องหนึ่ง สูบน้ำไปยัง Hydrant สองตัวเหมือนกันทุกประการ ซึ่งอยู่บนท่อส่งน้ำเดียวกัน Hydrant ตัวที่ 1 อยู่ใกล้ Fire pump มากว่าตัวที่ 2 โปรดพิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่าข้อใดผิด
  • 1 : แรงดันน้ำที่ Hydrant ตัวที่ 1 มากกว่าตัวที่ 2
  • 2 : อัตราการไหลของ Hydrant ตัวที่ 2 น้อยกว่าตัวที่ 1
  • 3 : อัตราการไหลของ Hydrant ทั้งสองรวมกันเท่ากับอัตราการไหลของ Fire pump
  • 4 : อ่าน pressure gauge ที่ Fire pump ได้ค่าน้อยกว่าที่ Hydrant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • การระบายความร้อนของ Steam Turbine Condenser ด้วย Cooling Tower แบบ Closed Loop ใช้น้ำ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อ ชั่วโมง โดยอุณหภูมิของน้ำเข้าและออก Condenser เท่ากับ 33 oC และ 42 oC ตามลำดับ Cooling Tower มีพัดลมเดินเครื่องสองตัว ถูก ออกแบบด้วยอุณหภูมิบรรยากาศ Wet Bulb 28.5 oC   และ Dry Bulb 38 o
    ข้อความใดถูกต้อง ถ้า parameter ตัวที่ไม่กล่าวถึงคงที่
  • 1 : ถ้าอุณหภูมิบรรยากาศ Wet bulb สูงขึ้น จะทำให้อุณหภูมิน้ำเข้าและออก Condenser ลดลง
  • 2 : ถ้าอุณหภูมิบรรยากาศ Dry Bulb สูงขึ้น จะทำให้อุณหภูมิน้ำเข้าและออก Condenser ลดลง
  • 3 : ถ้าน้ำ Cooling เหลือ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จะทำให้อุณหภูมิที่แตกต่างระหว่างน้ำเข้าและออก Condenser สูงขึ้น
  • 4 : ถ้าพัดลม Cooling tower เสียไปหนึ่งตัว จะทำให้อุณหภูมิของน้ำเข้า Condenser ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • กังหันก๊าซเครื่องหนึ่งส่งก๊าซไอเสียให้กับหม้อน้ำเพื่อทำไอน้ำส่งให้กังหันไอน้ำ โปรดพิจารณาข้อความข้างล่างว่าข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : เพิ่มปริมาณไอเสียของกังหันก๊าซโดยการเพิ่มเชื้อเพลิง จะทำให้เกิดไอน้ำไปยังกังหันไอน้ำมากขึ้น
  • 2 : ถ้าใช้ไอน้ำที่กังหันไอน้ำลดลงโดยที่ไม่ลดการป้อนเชื้อเพลิงให้กังหันก๊าซ จะทำให้ความดันในหม้อน้ำสูงขึ้น
  • 3 : ถ้ากังหันไอน้ำหยุดเดินเครื่อง โดยที่การป้อนเชื้อเพลิงให้กังหันก๊าซคงที่ จะทำให้หม้อน้ำร้อนอยู่ได้ โดยที่ความดันไม่สูงขึ้น
  • 4 : ถ้ากังหันก๊าซหยุดเดินเครื่องจะทำให้กังหันไอน้ำได้รับไอน้ำที่ความดันต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :
  • ระบบส่งน้ำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ส่งน้ำโดยใช้ปั๊มแบบหอยโข่ง(Centrifugal pump) ส่งผ่านท่อขนาดหกนิ้วไปยังถังเก็บน้ำซึ่งอยู่ห่าง จากที่ตั้งปั๊ม 800 เมตร หากว่าท่อส่งน้ำถูกแอบเจาะต่อท่อขนาดหนึ่งนิ้วซึ่งยาว 20 เมตร ที่ระยะห่างจากปั๊ม 80 เมตร อยากทราบว่าผลที่ เกิดขึ้นในข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ระบบยังคงทำงานได้เหมือนเดิม
  • 2 : จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสำหรับการเดินปั๊มเพิ่มขึ้น
  • 3 : อ่านค่าความดันด้านส่ง(discharge pressure)ได้มากขึ้น
  • 4 : อัตราการไหลที่ปั๊มทำได้ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
  • สถานีสูบจ่ายน้ำแห่งหนึ่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง(centrifugal pump)จำนวน 8 ตัว โดยปั๊มต่ออยู่แบบขนาน ปรากฎว่าตอนที่ เริ่มเดินปั๊มวาล์วด้านส่งทุกตัวอยู่ในตำแหน่งปิด อยากทราบว่าข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : เป็นวิธีการที่ผิด อาจทำให้ปั๊มเสียหายได้
  • 2 : เป็นวิธีการที่ถูกต้องเพราะจะสามารถควบคุมการไหลของน้ำได้
  • 3 : เป็นวิธีการที่ถูกต้อง เพราะกำลังที่ใช้สำหรับเริ่มเดินปั๊มจะต่ำที่สุด
  • 4 : ไม่เกิดผลอะไรไม่ว่าวาล์วจะปิดหรือเปิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 322 :
  • ปั๊มน้ำแบบ centrifugal ที่มีขนาดความดัน 20 บาร์เกจ ที่อัตราการไหล 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับ ปั๊มตัวนี้
  • 1 : สามารถนำไปติดตั้งกับท่อทุกขนาด เพื่อให้ได้อัตราการไหลที่ 150 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : ไม่ว่าจะติดตั้งกับระบบท่อขนาดใด ก็จะทำความดันได้ 20 บาร์เกจ
  • 3 : เมื่อติดตั้งกับระบบท่อ อาจไม่ได้ความดันและอัตราการไหลตามที่ระบุ ขึ้นกับความดันสูญเสียในระบบด้วย
  • 4 : เมื่อติดตั้งกับระบบท่อ จะไม่ได้ความดันและอัตราการไหลตามที่กำหนด เพราะเป็นค่าตามทฤษฎีเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • การออกแบบระบบส่งน้ำแห่งหนึ่งกำหนดให้ใช้ท่อขนาด 8 นิ้ว แต่ผู้รับเหมาไม่สามารถหาท่อขนาดดังกล่าวได้ จึงติดตั้งท่อขนาด 6 นิ้วแทน โดยที่ขนาดของปั๊มที่ใช้คงเดิม ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : สามารถส่งน้ำได้ปริมาณมากขึ้น ไกลมากขึ้น
  • 2 : ได้น้ำแรงขึ้นและปริมาณมากขึ้น
  • 3 : ได้ปริมาณน้ำลดลง แต่สามารถส่งได้ไกลขึ้น
  • 4 : ได้ปริมาณน้ำลดลง ความดันที่ใช้สูงขึ้น และความเร็วในท่ออาจจะมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 324 :
  • ปั๊มน้ำแบบ centrifugal สองตัวขนาด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 15 บาร์ ต่อร่วมกับแบบขนาน หากเดินปั๊มพร้อมกัน ทั้งสองตัว ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ความดันที่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 30 บาร์
  • 2 : อัตราการไหลเพิ่มขึ้นเป็น 240 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 3 : ความดันลดลง ไม่ถึง 15 บาร์
  • 4 : อัตราการไหลเพิ่มขึ้น แต่ไม่ถึง 240 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • ปั๊มแบบลูกสูบ (positive displacement) ทำหน้าที่สูบ-จ่ายน้ำมันเตาจากถังเก็บไปยังโรงไฟฟ้า พบว่าขณะเริ่มเดินปั๊มวาล์วด้านส่งอยู่ ในตำแหน่งปิด ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : เป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นการดึงกระแสไฟฟ้าตอนเริ่มเดินปั๊ม
  • 2 : เป็นวิธีการที่ถูกต้อง เพราะสามารถควบคุมการไหลของน้ำมันได้
  • 3 : เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะเกิดความดันที่ด้านส่งของปั๊มสูงขึ้น อาจทำให้ปั๊มเสียหายได้
  • 4 : เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะไม่สามารถเปิดวาล์วหลังจากปั๊มทำงานแล้วได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทำหน้าที่ลดอุณหภูมิน้ำเสียก่อนปล่อยสู่แม่น้ำ ถ้าเกิดการทำงานผิดผลาดโดยที่ผู้เดินเครื่องเปิดวาล์วผิด ทำให้น้ำเสียไหลเข้าเครื่องในอัตราที่สูงกว่าค่าที่ออกแบบ ผลที่เกิดขึ้นในข้อใดถูกต้อง
  • 1 : น้ำเสียที่ไหลออกจะมีอุณหภูมิเท่ากับที่ไหลเข้า
  • 2 : จะเกิดความเสียหายกับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ต้องรีบ By-pass ทันที
  • 3 : น้ำเสียที่ไหลออกจะมีอุณภูมิสูงกว่าที่เคยปล่อยออก
  • 4 : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :
  • ระบบส่งน้ำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ส่งน้ำถึงถังเก็บที่ตั้งอยู่สูง 30 เมตร โดยใช้ท่อขนาด 3 นิ้ว หากมีความต้องการที่จะเพิ่มอัตราการ ไหล จะต้องทำอย่างไร ถ้าต้องการใช้ปั๊มตัวเดิม
  • 1 : ลดขนาดท่อ
  • 2 : เพิ่มขนาดท่อ
  • 3 : เพิ่มขนาดมอเตอร์ที่ขับปั๊มที่ึความเร็วรอบคงเดิม
  • 4 : ลดขนาดมอเตอร์ที่ขับปั๊มที่ึความเร็วรอบคงเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 328 :
  • ท่อส่งน้ำมันแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายแอบเจาะท่อขโมยน้ำมันที่บริเวณไม่ไกลจากต้นทาง ถ้ามีติดตั้งอุปกรณ์วัดต่างๆที่ปลายท่อ อยาก ทราบว่าผลที่ได้จะเป็นอย่างไร
  • 1 : ค่าความเร็วที่อ่านได้จะเพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่าความดันที่อ่านได้ลดลง
  • 3 : ค่าความดันที่อ่านได้เท่าเดิม
  • 4 : ค่าความดันที่อ่านได้สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • ปั๊มน้ำแบบ centrifugal จำนวน 8 ตัว ต่อกันอยู่แบบขนาน โดยปั๊มแต่ละตัวมีขนาด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 30 บาร์ ถ้าเราเปลี่ยนมอเตอร์ขับปั๊มทุกตัว ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ผลที่เกินขึ้นจะเป็นอย่างไร
  • 1 : จะได้อัตราการไหลมากกว่า 960 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 2 : จะได้อัตราการไหลน้อยกว่า 960 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 3 : จะได้ความดันสูงกว่า 30 บาร์
  • 4 : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งความดันแลอัตราการไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 330 :
  • โรงสูบน้ำแห่งหนึ่งติดตั้งเครื่องสูบแบบหอยโข่ง( Centrifugal )จำนวน 10 ชุด โดยที่ปั๊มแต่ละตัวมีขนาด 100 ลูกบาศก์เมตรต่อ ชั่วโมง ที่ความดัน 25 บาร์ ต่อมาพบว่ามอเตอร์ของปั๊ม 5 ตัว มีปัญหาจึงต้องเปลี่ยน แต่มอเตอร์ที่นำมาเปลี่ยนมีขนาดใหญ่กว่าเดิม อยากทราบว่าจะมีผลต่ออัตราการไหลและความดันอย่างไร
  • 1 : อัตราการไหลและความดันคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง
  • 2 : อัตราการไหลจะสูงขึ้น
  • 3 : ความดันจะสูงขึ้น
  • 4 : ความดันสูงขึ้น แต่อัตราการไหลลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 331 :
  • ระบบท่อส่งน้ำแห่งหนึ่งใช้ท่อขนาด 8 นิ้ว ถ้าเปลี่ยนไปใช้ท่อขนาด 4 นิ้ว โดยอุปกรณ์อย่างอื่นคงเดิม ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ความดันของระบบจะเพิ่มขึ้น
  • 2 : ความดันของระบบจะเพิ่มขึ้น 25%
  • 3 : ความดันของระบบจะเพิ่มขึ้น 50%
  • 4 : ความดันของระบบจะเพิ่มขึ้น 75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 332 :
  • ท่อส่งน้ำแห่งหนึ่งประกอบด้วยปั๊มหอยโข่ง (centrifugal pump) และท่อขนาด 2 นิ้ว ถ้าการติดตั้งเปลี่ยนไปใช้ท่อขนาด 4 นิ้ว ข้อใด กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ความดันของระบบจะเพิ่มขึ้น
  • 2 : อัตราการไหลจะลดลง
  • 3 : อัตราการไหลจะเพิ่มขึ้น
  • 4 : อัตราการไหลจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 333 :
  • ท่อส่งน้ำแห่งหนึ่งประกอบด้วยปั๊มหอยโข่ง (centrifugal pump) และระบบท่อ โดยออกแบบมาให้เหมาะสมกับท่อขนาด 2 นิ้ว ถ้า การติดตั้งเปลี่ยนไปใช้ท่อขนาด 6 นิ้ว ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : เป็นผลดี จะสามารถส่งน้ำได้มากขึ้น
  • 2 : เป็นผลดี เพราะความดันสูญเสียในระบบจะลดลงมาก ทำให้น้ำไหลได้ดี
  • 3 : เป็นผลเสีย เพราะอาจทำให้ปั๊มเสียหายเนื่องจากความดันสูงเกิน
  • 4 : เป็นผลเสีย เพราะอาจทำให้ปั๊มต้องใช้พลังงานมากเกิน มอเตอร์ที่ติดตั้งมาอาจเสียหายได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • ปั๊มหอยโข่ง (centrifugal pump) ตัวหนึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับท่อขนาด 6 นิ้ว ถ้านำไปใช้กับท่อขนาด 12 นิ้ว โดยมีความ ยาวของท่อเท่าเดิม เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้น
  • 1 : ความดันของปั๊มจะลดลง
  • 2 : อาจทำให้มอเตอร์ขับปั๊มเสียหายได้
  • 3 : อาจเกิดเสียงดังในขณะที่ปั๊มทำงาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :
  • สำหรับการจำลองระบบในวิชาควบคุมอัตโนมัติ (Automatic Control) จะใช้แผนภาพแบบบล๊อก (Block Diagram) ในการแสดง ระบบ ซึ่งแต่ละบล็อกจะเป็นตัวแทนของสิ่งใด
  • 1 : Transfer Function
  • 2 : Transform Function
  • 3 : Transport Function
  • 4 : Transient Function
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการจำลองระบบ
  • 1 : การจำลองระบบอาจถูกใช้ในขั้นตอนออกแบบ เพื่อหาทางปรับปรุงรูปแบบการออกแบบ
  • 2 : การจำลองระบบอาจใช้ประยุกต์เข้ากับระบบที่มีอยู่แล้ว เพื่อปรับปรุงระบบนั้นๆ
  • 3 : การจำลองระบบไม่จำเป็นต้องทำที่สภาวะที่ออกแบบ (Design Condition)
  • 4 : การจำลองระบบจะนำมาใช้ในการออกแบบระบบใหม่เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 337 :

  • 1 : -1/9
  • 2 : -1
  • 3 : 9/2
  • 4 : 1/2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 338 :

  • 1 : -1.54
  • 2 : -1.44
  • 3 : -1.34
  • 4 : -1.24
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :


  • จากระบบการทำงานของท่อและพัดลม พบว่า
    ท่อ     :  SP = 80 + 10.73 Q1.8
    พัดลม :  Q   = 15 – (73.5 x 10-6) SP2

    เมื่อ SP แทนความดันสถิต (Static Pressure) ,Pa  และ  
    Q แทนอัตราการไหลของของไหล, m3/s

    จงหาค่าความดันสถิตและอัตราการไหลที่สอดล้องกับการทำงานบนเงื่อนไขสมการข้างต้น
  • 1 : SP = 340 Pa ,  Q = 6.5 m3/s
  • 2 : SP = 350 Pa ,  Q = 6 m3/s
  • 3 : SP = 310 Pa ,  Q = 5.5 m3/s
  • 4 : SP = 390 Pa ,  Q = 6.5 m3/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • ข้อใดไม่ใช่การจัดแบ่งประเภทของระบบ (System Classification)
  • 1 : Continuous & Discrete
  • 2 : Deterministic & Stochastic
  • 3 : Steady state & Dynamic
  • 4 : Steady State Steady Flow & Uniform State Uniform Flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • ประโยคใดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวการจำลองระบบ (System Simulation)
  • 1 : การจำลองระบบเป็นสิ่งที่ต้องทำทั้งในสภาวะที่ออกแบบ (Design Condition) และในสภาวะที่ไม่ใช่สภาวะที่ออกแบบ (Non-design Condition)
  • 2 : ไม่จำเป็นต้องใช้การจำลองระบบ เมื่อทำการคำนวณ ณ สภาวะที่ออกแบบ (Design Condition)
  • 3 : การจำลองระบบจะช่วยให้วิศวกรสามารถปรับปรุงการออกแบบให้ดีขึ้นได้
  • 4 : การจำลองระบบทำให้วิศวกรสามารถตรวจสอบการทำงานของระบบ ณ สภาวะที่ไม่ใช่สภาวะการออกแบบได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • ในการจำลองระบบที่สภาวะคงที่ (Steady State) สมการที่ปรากฏอยู่ใน Block Diagram จะเป็นสมการประเภทใด
  • 1 : Differential Equation
  • 2 : Integral Equation
  • 3 : Algebraic Equation
  • 4 : Transfer Function
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 343 :

  • 1 : 23.89 kg/s
  • 2 : 22.45 kg/s
  • 3 : 21.56 kg/s
  • 4 : 24.08 kg/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 344 :

  • 1 : 0.5748, -0.4389
  • 2 : 0.4879, -0.8795
  • 3 : 0.5652, -0.7391
  • 4 : 0.7489, -0.5879
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :
  •  ข้อใดต่อไปนี้ที่ผิด
  • 1 : คำตอบในชุดสมการแสดงเงื่อนไขของปัญหาการออกแบบจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่เป็นไปได้ในการออกแบบ
  • 2 :  คำตอบที่เหมาะสมจะต้องเป็นไปตามสมการเงื่อนไขแบบเท่ากันด้วย
  • 3 : ปัญหาในการหาคำตอบที่เหมาะสมนั้นจะต้องมีตัวแปรที่เรียกว่าตัวแปรในการออกแบบ
  • 4 : จำนวนสมการเงื่อนไขแบบไม่เท่ากันต้องมีน้อยกว่าจำนวนตัวแปรในการออกแบบเพื่อให้สามารถที่จะแก้ปัญหาในการหาค่าที่เหมาะสมได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 346 :
  •  Cooling Water Pump แบบ Centrifugal Mixed Flow ขนาดเท่ากันทุกประการจำนวน 2 เครื่อง เดินเครื่องขนานกัน ส่งน้ำเพื่อระบายความร้อนให้ Condenser ของกังหันไอน้ำ และระบายความร้อนออกที่ Cooling Tower โดยมีอุณหภูมิน้ำขาเข้า 30 oC และมีอุณหภูมิน้ำไหลออกกจาก Condenser 38 oC ขณะที่เครื่องกังหันไอน้ำเดินเครื่องเต็มที่ เมื่อเครื่องหนึ่งขัดข้องเหลือเครื่องสูบน้ำที่ทำงานเพียงเครื่องเดียว operator จึงให้กังหันไอน้ำเดินเครื่องลดลงเหลือ 50 % แนวโน้มอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ออกควรจะเป็นเท่าไร
  • 1 :  42 oC
  • 2 :  40 oC
  • 3 :  38 oC
  • 4 :  36 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 347 :
  •  ระบบส่งน้ำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ส่งน้ำโดยใช้ปั๊มแบบหอยโข่ง(Centrifugal pump) ส่งผ่านท่อขนาดหกนิ้วไปยังถังเก็บน้ำซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งปั๊ม 800 เมตร หากว่ามอเตอร์ของปั๊มได้ชำรุดและได้มีการเปลี่ยนมอเตอร์ของปั๊มใหม่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมสองเท่า(kW เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า) อยากทราบว่าผลที่เกิดขึ้นในข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 :  

    ระบบยังคงทำงานได้อัตราการไหลและความดันเหมือนเดิม

  • 2 :  

    จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสำหรับการเดินปั๊มเพิ่มขึ้นเท่าตัว

  • 3 :  อ่านค่าความดันด้านส่ง(discharge pressure)ได้มากขึ้น
  • 4 :  

    อัตราการไหลที่ปั๊มทำได้เพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 :
  •  ปั๊มน้ำแบบ Centrifugal มี Characteristic Curve แบบ Steadily rising (ความดันลดลงเมื่ออัตราการไหลเพิ่มขึ้น) ที่มีขนาดความดัน 20 บาร์เกจ ที่อัตราการไหล 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับปั๊มตัวนี้
  • 1 :  

    ที่อัตราการไหลเป็นศูนย์ shut off head จะมีค่ามากกว่า 20 บาร์เกจ

  • 2 :  เมื่อติดตั้งกับระบบท่อ อาจไม่ได้ความดันและอัตราการไหลตามที่ระบุ ขึ้นกับความดันสูญเสียในระบบด้วย
  • 3 :  

    ถ้าวัดความดันคร่อมปั๊มได้ 20 บาร์เกจ จะมีอัตราการไหลของน้ำผ่านปั๊มที่ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

  • 4 :  

    ถูกทุกข้อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 349 :
  •  ท่อส่งน้ำแห่งหนึ่งประกอบด้วยปั๊มหอยโข่ง (centrifugal pump) และระบบท่อส่งน้ำไปเก็บที่ถังสูง 15 เมตร ต่อมาได้มีการปรับปรุงถังให้สูงขึ้นอีก 3 เมตร ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
  • 1 :  ปั๊มจะส่งน้ำได้ด้วยอัตราการไหลลดลง
  • 2 :  ปั๊มจะส่งน้ำได้ด้วยอัตราการไหลมากขึ้น
  • 3 :  ปั๊มจะส่งน้ำได้ด้วยอัตราการไหลเท่าเดิม
  • 4 :  ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 350 :
  •  ระบบส่งน้ำเดิมของหมู่บ้านแห่งหนึ่งใช้ปั๊มน้ำแบบ centrifugal ส่งน้ำที่ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ความดันขาออก 15 บาร์เกจ ต่อมาต้องการให้ส่งน้ำได้มากขึ้นจึงมีการสั่งปั๊มขนาด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ความดัน 15 บาร์เกจ มาต่อร่วมกับแบบขนานกับระบบท่อเดิมและเดินปั๊มพร้อมกันทั้งสองตัว ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :  สามารถส่งน้ำได้เพิ่มขึ้นเป็น 240 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และวัดความดันขาออกได้ 15 บาร์เกจ
  • 2 :  ส่งน้ำได้เท่าเดิมแต่ได้ความดันขาออกเพิ่มเป็น 30 บาร์เกจ
  • 3 :  ส่งน้ำได้มากขึ้นแต่ไม่ถึง 240 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และได้ความดันขาออกมากกว่า 15 บาร์เกจแต่ไม่ถึง 30 บาร์เกจ
  • 4 :  ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • Cooling Water Pump ส่งน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปหล่อเย็น Condenser ของโรงไฟฟ้า โดยมีอุณหภูมิน้ำไหลเข้า 30 oC และมีอุณหภูมิน้ำไหลออกจาก Condenser 42 oC ขณะที่เครื่องกังหันไอน้ำเดินเครื่องเต็มที่ ถ้าอัตราการไหลของน้ำจาก Cooling Water Pump คงที่ แต่กังหันไอน้ำเดินเครื่องลดลงเหลือ 50 % แนวโน้มอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ออกควรจะเป็นเท่าไร
  • 1 : 45 oC
  • 2 : 42 oC
  • 3 : 38 oC
  • 4 : 30 oC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 414 : 7._Optimization
ข้อที่ 352 :
  • 70. ระบบท่อส่งน้ำมันมีความยาวท่อทั้งหมด 2,000 เมตร จงหาขนาดท่อที่ทำให้ระบบมีจุดคุ้มทุนมากที่สุด โดยมีข้อกำหนดดังนี้ • ท่อขนาด 100mm มีความดันสูญเสียเท่ากับ 1.2 bar / 1,000 m มีราคา 300 บาท/เมตร • ท่อขนาด 150mm มีความดันสูญเสียเท่ากับ 0.5 bar / 1,000 m มีราคา 350 บาท/เมตร • ท่อขนาด 200mm มีความดันสูญเสียเท่ากับ 0.2 bar / 1,000 m มีราคา 500 บาท/เมตร • ท่อขนาด 250mm มีความดันสูญเสียเท่ากับ 0.05 b
  • 1 : 100
  • 2 : 150
  • 3 : 200
  • 4 : 250
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 353 :
  • Fire Tube Boiler เครื่องหนึ่งถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพ 70% โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 10 kg ต่อนาที แต่เนืองจาก ปัจจุบันราคาค่าเชื้อเพลิงสูงขึ้น จงพิจารณาว่าข้อความใดถูกต้องที่สุดในการทำ Design Optimization
  • 1 : ลดการใช้เชื้อเพลิงและใช้อย่างประหยัด
  • 2 : เพิ่มพื้นที่ถ่ายเทความร้อน และเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงต่อปี และค่าลงทุน
  • 3 : ลดพื้นที่การถ่ายเทความร้อนเพื่อประหยัดชื้อเพลิง
  • 4 : ใช้เชื้อเพลิงที่มี heating value มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • Fire Tube Boiler เครื่องหนึ่งถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพ 70% โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 10 kg ต่อนาที แต่เนืองจาก ปัจจุบันราคาค่าเชื้อเพลิงสูงขึ้น จงพิจารณาว่าข้อความใดถูกต้องที่สุดในการทำ Design Optimization
  • 1 : ลดการใช้เชื้อเพลิงและใช้อย่างประหยัด
  • 2 : เพิ่มพื้นที่ถ่ายเทความร้อน และเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงต่อปี และค่าลงทุน
  • 3 : ลดพื้นที่การถ่ายเทความร้อนเพื่อประหยัดชื้อเพลิง
  • 4 : ใช้เชื้อเพลิงที่มี heating value มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 355 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการออกแบบที่ถูกต้องสำหรับการหุ้มฉนวนความร้อนสำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์
  • 1 : หุ้มให้หนาที่สุดจะได้ไม่สูญเสียความร้อน
  • 2 : หุ้มให้บางที่สุดเพื่อให้เสียเงินลงทุนน้อยที่สุด
  • 3 : หุ้มให้สูญเสียความร้อนคิดเป็นเงินปัจจุบันตลอดอายุใช้งานรวมกับเงินลงทุนแล้วน้อยที่สุด
  • 4 : เลือกใช้ฉนวนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 356 :
  • ระบบส่งน้ำประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำและท่อข้อใดเป็นแนวคิด Optimization
  • 1 : ออกแบบสูบน้ำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยให้ใช้พลังงานน้อยที่สุด
  • 2 : ออกแบบระบบสูบน้ำให้มีการลงทุนรวมค่าใช้จ่ายพลังงานรายปีน้อยที่สุด
  • 3 : ออกแบบระบบให้มีเครื่องสูบขนาดใหญ่เพื่อประหยัดเวลาการสูบ
  • 4 : ออกแบบให้ท่อมีขนาดใหญ่เพื่อให้เปลืองพลังงานในการสูบน้ำน้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 357 :
  • ระบบ Oil Cooler ต้องการ Oil Pump เพื่อเอาชนะ Friction ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ข้อใดเป็นการออกแบบที่ถูกต้อง
  • 1 : เพิ่มแรงดันของ Oil Pump เพื่อให้ Heat Transfer Coefficient ดีขึ้น ทำให้ขนาดพื้นที่ของ Heat Exchanger น้อยลง เพื่อให้ Heat Exchanger มีขนาดเล็ก
  • 2 : เลือกแรงดันของ Oil Pump เพื่อให้พื้นที่ของการถ่ายเทความร้อนเหมาะสม แล้วทำให้ค่าลงทุนและค่าเดินเครื่องต่ำสุด
  • 3 : ลดแรงดัน Oil Pump และเพิ่มพื้นที่การถ่ายเทความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงานในการ Pump
  • 4 : ขยายพื้นที่การถ่ายเทความร้อนโดยใช้ Fin เพื่อประหยัดพลังงานในการ Pump
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • สำหรับฟังก์ชัน y = 1/2x1 + 1/x2 + 4x1x2 2 จงหาค่า x1 ที่ทำให้ค่า y มีค่าต่ำสุด เมื่อค่า x1 และ x2 มีค่ามากกว่าศูนย์
  • 1 : 1.414
  • 2 : 1.500
  • 3 : 0.500
  • 4 : 0.354
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • กำหนดให้ฟังก์ชันวัตถุประสงค์ (C) เป็นราคาในการออกแบบอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนชนิดหนึ่ง คือ C = 500 + 300D2.5L + 150DL โดยมีเงื่อนไขบังคับเป็น 500πD2L = 200 เมื่อ D เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางของเปลือกของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน และ L เป็นความยาวของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน ให้หาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนที่ให้ต้นทุนต่ำสุด
  • 1 : 1.432
  • 2 : 1.000
  • 3 : 1.273
  • 4 : 2.865
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :
  • สำหรับการแก้ปัญหาด้วยวิธีจีโอเมตริกซ์โปรแกรมมิ่ง (Geometric Programming) ของฟังก์ชันวัตถุประสงค์และมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้มีดีกรีความยาก (Degree of difficulty) เป็นเท่าใด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • วิธีการต่อไปนี้เป็นวิธีการหาการค่าเหมาะสมที่สุด (optimization) ยกเว้นวิธีการใด
  • 1 : Marketing analysis
  • 2 : System simulation
  • 3 : Search method
  • 4 : Linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • กระบวนการพิจารณาใดไม่จัดเป็นการพิจารณาทางออกแบบที่เหมาะสมที่สุดoptimization
  • 1 : พิจารณากำไรสูงสุด
  • 2 : พิจารณาความพอใจสูงสุดของลูกค้า
  • 3 : พิจารณาต้นทุนต่ำสุด
  • 4 : พิจารณาค่าดำเนินการต่ำสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • จากแผนภูมิระหว่าง ความหนาของฉนวนกันความร้อน (Insulation thickness, แกนX) และ ค่าลงทุนทั้งหมด (Total cost, แกนY) จงพิจารณาว่าค่าความหนาของ ฉนวนที่อยู่บริเวณใด เป็นความหนาที่มีค่าการลงทุน (Total cost) ต่ำสุด หากพิจารณา ค่าลงทุนของฉนวน (Insulation cost) และ ค่าลงทุนเนื่องจากการสูญเสียความร้อน (Cost of lost energy)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming)
  • 1 : ลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming) เป็นวิธีการสำหรับการหาค่าสูงสุดของฟังก์ชันวัตถุประสงค์ (Objective function) เท่านั้น
  • 2 : การใช้วิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming) จำนวนตัวแปรจะต้องเท่ากับจำนวนเงื่อนไขบังคับเท่านั้นจึงจะสามารถหาคำตอบ ได้
  • 3 : การใช้วิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming) จำนวนตัวแปรจะต้องน้อยกว่าจำนวนเงื่อนไขบังคับเท่านั้นจึงจะสามารถหาคำตอบ ได้
  • 4 : วิธีการลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming) ความสัมพันธ์ของตัวแปรทั้งในฟังก์ชันวัตถุประสงค์ (Objective function) และ เงื่อนไขบังคับ (Constraint) จะต้องมีลักษณะเป็นเส้นตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 365 :
  • ให้หาค่าต่ำสุดของฟังก์ชัน y ต่อไปนี้ y = –x1 – 2x2 โดยมีเงื่อนไขบังคับดังนี้ x1 + x2 ≤ 20 – x1 + 4x2 ≤ 20 x1 > 8 และ x2 > 6
  • 1 : – 28
  • 2 : – 26
  • 3 : – 30
  • 4 : – 22
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 366 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวีการไดนามิกโปรแกรมมิ่ง (Dynamic Programming)
  • 1 : เป็นวิธีการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหัรบกระบวนการทำงานแบบเป็นขั้นตอน (Stage process) เท่านั้น
  • 2 : เป็นวิธีการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหัรบกระบวนการทำงานแบบเป็นฟังก์ชันต่อเนื่อง (Continuous function) เท่านั้น
  • 3 : เป็นวิธีการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหัรบฟังก์ชันที่ไม่สามารถหาค่าอนุพันธ์ (Nondifferentiable) ได้ท่านั้น
  • 4 : เป็นวิธีการพยายามจัดการปัญหาการตัดสินใจหลายขั้นตอน (Multistage decision problem) ให้อยู่ในลักษณะเรียงต่อเนื่องกันของ ปัญหาการตัดสินใจขั้นตอนเดียว (A sequence of single stage decision problem)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 367 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear programming)
  • 1 : Simplex Method
  • 2 : Big-M Technique
  • 3 : Slack Variable
  • 4 : Lagrange Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 368 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประเภทของปัญหาสำหรับการตัดสินใจหลายขั้นตอนเชิงอันดับ (Multistage decision problem)
  • 1 : ปัญหาค่าเริ่มต้น (Initial value problem)
  • 2 : ปัญหาค่ากึ่งกลาง (Middle value problem)
  • 3 : ปัญหาค่าสุดท้าย (Final value problem)
  • 4 : ปัญหาค่าขอบเขต (Boundary value problem)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับวิธีการค้นหา (Search method)
  • 1 : การค้นหาแบบไม่มีขอบเขตจำกัด (Unrestricted search)
  • 2 : การค้นหาทวิภาคโดยลำดับ (Sequential dichotomous search)
  • 3 : การค้นหาเอกภพ (Universe search)
  • 4 : การค้นหาแบบฟิโบนักชี Fibonacci search)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 370 :
  • การแก้ปัญหาโดยใช้ วิธีการ Linear programming ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตัวแปรกับจำนวน constraints เป็นดังนี้
  • 1 : จำนวนตัวแปรมากกว่าจำนวน constraints
  • 2 : จำนวนตัวแปรน้อยกว่าจำนวน constraints
  • 3 : จำนวนตัวแปรเท่ากับจำนวน constraints
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • ตัวเลขใดที่ไม่ใช่ตัวเลขฟิโบนาชี่ (Fibonacci Number)
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 :
  • Optimization ในการออกแบบระบบ Thermal System คือ
  • 1 : การออกแบบเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อให้การทำงานของระบบสามารถทำกำไรคืนการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว
  • 2 : การออกแบบระบบและโดยให้มีอุปกรณ์ต่างๆ รวมกันแล้วสามารถที่บรรลุวัตถุประสงค์และอยู่ในขอบเขตที่ยอมให้การออกแบบในทุก ด้าน
  • 3 : การออกแบบระบบโดยให้มีอุปกรณ์ต่างๆรวมกันแล้วสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด
  • 4 : การออกแบบระบบโดยให้มีอุปกรณ์ต่างๆ น้อยที่สุดและยังสามารถทำงานได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • ถ้าต้องการเลือกขนาดความหนาของ Insulation ของท่อไอน้ำ ข้อความใดแสดงถึงแนวคิด Optimization
  • 1 : เลือกความหนาของ Insulation เพื่อให้เกิด Heat Loss น้อยที่สุด
  • 2 : เลือกความหนาของ Insulation เพื่อให้เสียเงินค่าลงทุนซื้อและติดตั้ง Insulation น้อยที่สุด
  • 3 : เลือกความหนา Insulation ให้เสียเงินค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำตลอดอายุใช้งานรวมกับค่าลงทุน Insulation น้อยที่สุด
  • 4 : เลือกความหนาของ Insulation โดยจะต้องดูคุณสมบัติของ Insulation ว่ามีค่า Thermal Conductivity ต่ำ เพื่อให้สูญเสียความร้อนน้อย ที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 374 :
  • การเพิ่มประสิทธิภาพให้โรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ มีวิธีทำได้โดยเพิ่มการติด Feed Water Heater เพื่อทำการอุ่นน้ำก่อนเข้า Boiler ข้อความใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ใส่ Heater ให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า
  • 2 : พิจารณาการลงทุนเพื่อติดตั้ง Heater และประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่ได้คืนมา
  • 3 : คิดค่าลงทุนในการติดตั้ง feed water heater เปรียบเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้เพิ่มขึ้นตลอดอายุใช้งาน
  • 4 : คิดค่าลงทุนในการติดตั้ง feed water heater เปรียบเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้เพิ่มขึ้นในห้าปีแรก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • จะต้องใช้กำลังขับเครื่องสูบน้ำมากถ้าใช้ท่อขนาดเล็กเพื่อจะให้ได้อัตราการไหลที่ต้องการ การตัดสินใจอย่างไรในการเลือกขนาดท่อ และกำลังขับของเครื่องสูบที่ถูกต้อง
  • 1 : เลือกขนาดท่อที่ทำให้กำลังขับเครื่องสูบต่ำสุด
  • 2 : เลือกขนาดของกำลังขับเครื่องสูบให้เหมาะกับขนาดท่อและทำให้ค่าลงทุนรวมกับค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องสูบตลอดอายุใช้งานต่ำสุด
  • 3 : เลือกขนาดท่อให้เล็กที่สุดเพื่อจะได้ประหยัดค่าลงทุน
  • 4 : เลือกขนาดท่อให้เสียกำลังงานในการสูบน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • คำว่า Optimization มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด
  • 1 : หมายถึงวิธีการที่ทำให้ระบบสามารถทำงานได้
  • 2 : หมายถึงวิธีการหรือขั้นตอนในการหาค่าสูงสุดหรือต่ำสุดของสมการที่เราสนใจ
  • 3 : หมายถึงวิธีการหรือขั้นตอนในการหาค่าลงทุนต่ำสุด
  • 4 : หมายถึงวิธีการในการหาระบบที่ทำงานได้มั่นคงที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 377 :
  • ข้อใดอธิบายคำว่า Optimization ได้เหมาะสมที่สุด
  • 1 : คือขบวนการในการหาจุดที่ระบบทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด
  • 2 : คือขบวนการในการหาจุดที่ระบบทำงานได้มั่นคงที่สุด
  • 3 : คือขบวนการในการหาจุดที่ระบบทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยที่การลงทุน และค่าดำเนินการต่ำสุด
  • 4 : คือขบวนการในการหาระบบที่ใช้ต้นทุนต่ำสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • ระบบส่งน้ำไปยังหมู่บ้านที่มีอัตราการไหล 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากต้องการติดตั้งระบบคุ้มทุนที่สุด(Optimum system) จะต้องพิจารณาตัวแปรใดบ้าง
  • 1 : ขนาดและความยาวของท่อที่ใช้
  • 2 : ขนาดของปั๊มและชนิดวัสดุของท่อที่ใช้
  • 3 : ชนิดของปั๊มและราคาของอุปกรณ์รวมถึงค่าติดตั้ง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • ข้อใดเป็นการออกแบบโดยพิจารณาเรื่อง Optimization ของระบบส่งน้ำมันขนาด 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : พิจารณาเลือกขนาดท่อที่ใช้เพื่อให้ความดันสูญเสียในท่อน้อยที่สุดและเลือกใช้ปั๊มที่เหมาะกับแรงดันนั้น
  • 2 : เลือกขนาดท่อที่ส่งผลให้ปั๊มใช้พลังงานน้อยที่สุดโดยพิจารณาราคาของท่อและราคาของปั๊มด้วย
  • 3 : เลือกขนาดท่อให้เล็กที่สุดเพราะราคาของท่อจะถูกที่สุด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • Linear Programming มีความเหมาะสมในการใช้ก็ต่อเมื่อ
  • 1 : ความสัมพันธ์ของสมการนั้นเป็นแบบ Log scale
  • 2 : ลักษณะความสัมพันธ์ของตัวแปรในสมการนั้นเป็นแบบเส้นตรง
  • 3 : สมการที่ใช้เป็นแบบยกกำลัง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 381 :
  • เจ้าของต้องการส่งน้ำมันจากฝั่งอ่าวไทยไปยังฝั่งทะเลอันดามัน ขั้นตอนการพิจารณาในข้อใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำให้การส่ง น้ำมันคุ้มค่ามากที่สุด
  • 1 : หาระยะห่างระหว่างจุดจ่ายกับจุดรับ, หาปริมาณที่ต้องการส่ง, หาขนาดท่อ, หาขนาดปั๊ม
  • 2 : หาปริมาณที่ต้องการส่ง, หาขนาดท่อ, หาขนาดปั๊ม, หาขนาดของถังเก็บ
  • 3 : หาปริมาณที่ต้องการส่ง, เลือกวิธีการส่งน้ำมันที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำมัน, หาขนาดของอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวิธีการส่งที่เลือก
  • 4 : เลือกวิธีการส่งน้ำมันที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำมัน, หาปริมาณที่ต้องการส่ง, หาขนาดของอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวิธีการส่งที่เลือก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • เจ้าของโรงงานต้องการจะให้เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน แนวทางในข้อใดที่จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่อง เพิ่มขึ้นได้บ้าง
  • 1 : เพิ่มพื้นที่ของคอลย์
  • 2 : เพิ่มเวลาของของไหลที่อยู่ในระบบ
  • 3 : เพิ่มผลต่างของอุณหภูมิ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • หอระบายความร้อน(cooling tower)ในโรงงาน ทำหน้าที่ลดอุณภูมิน้ำจากโรงงานก่อนปล่อยออกสู่แม่น้ำ ถ้าต้องการเพิ่ม ประสิทธิภาพของหอระบายความร้อน สามารถดำเนินการอย่างไรบ้าง
  • 1 : ลดความสูงของหอระบายความร้อน
  • 2 : เพิ่มอัตราการไหลของน้ำที่ไหลเข้าหอระบายความร้อน
  • 3 : เพิ่มความเร็วของพัดลม
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • การทำ Optimization ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : เป็นการออกแบบระบบที่มีการคิดเรื่องเงินเกี่ยวข้องด้วย
  • 2 : เป็นการทำเพื่อหาจุดที่คุ้มค่าของระบบ
  • 3 : เป็นการเปรียบเทียบหาวิธีการทำงานที่ดีที่สุด
  • 4 : เป็นการเปรียบเทียบหาจุดที่ดีที่สุดในแต่ละวิธีการทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 385 :
  • วิศวกรท่านหนึ่งได้คำนวณหาจุดคุ้มทุนของระบบส่งน้ำมันทางท่อ ข้อสรุปในข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : จะต้องใช้ท่อขนาด 16 นิ้ว
  • 2 : จะต้องใช้ปั๊มขนาด 30 บาร์
  • 3 : ควรจะต้องใช้เวลาในการส่งน้ำมัน 20 ชั่วโมงต่อวัน
  • 4 : ควรจะต้องใช้การส่งน้ำมันทางรถแทนทางท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • ขั้นตอนในการทำ Optimization ของระบบหนึ่งๆจะไม่เกิดผลข้อใด
  • 1 : สามารถหาระบุขนาดของอุปกรณ์ได้
  • 2 : สามารถหาค่าต่ำสุดที่จะเกิดจากระบบได้
  • 3 : สามารถหาค่าสูงสุดที่เกิดจากระบบได้
  • 4 : สามารถหาได้ว่าควรใช้วิธีการอื่นในการทำให้ระบบคุ้มทุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • ในการออกแบบเพื่อใช้งานจริง ผู้ออกแบบควรต้องพิจารณาในเรื่องใดบ้าง
  • 1 : ต้องออกแบบให้ถูกต้องตามมาตรฐานเท่านั้น
  • 2 : ต้องออกแบบให้ถูกที่สุด
  • 3 : ต้องออกแบบให้ทำงานได้
  • 4 : ต้องออกแบบให้ทำงานได้ ถูกต้องตามมาตรฐาน และใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : รูปแบบทางคณิตศาสตร์ในการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุด ประกอบด้วยพารามิเตอร์ (Parameter) ซึ่งหมายถึงตัวแปรที่ไม่รู้ค่า (Unknown) ที่เราต้องการหา
  • 2 : เงื่อนไขบังคับ (Constraint) จะเป็นตัวแสดงข้อจำกัดทางกายภาพ (Physical limitation) ของระบบ
  • 3 : ในการพิจารณาหาสภาพที่เหมาะสมที่สุด เมื่อนำเงื่อนไขบังคับ (Constraint) รวมกันจะเกิดบริเวณขึ้น 2 แบบ คือ บริเวณที่เป็นไปได้ (Feasible region) และบริเวณที่เป็นไปไม่ได้ (Infeasible region)
  • 4 : ฟังก์ชันวัตถุประสงค์ (Objective function) จะแสดงเป้าหมายที่ต้องการในรูปของฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของระบบสมการที่จะหาสภาพที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : ในการบวกค่าคงที่เข้ากับฟังก์ชันวัตถุประสงค์ จะส่งผลต่อค่าตัวแปรอิสระที่ทำให้ได้ค่าคำตอบที่เหมาะสม
  • 2 : การหาค่าสูงสุดของฟังก์ชันวัตถุประสงค์จะหมายถึง การหาค่าต่ำสุดของค่าลบของฟังก์ชันวัตถุประสงค์เดิม
  • 3 : การคูณเครื่องหมายลบเข้าไปในอสมการของเงื่อนไขบังคับ จะมีผลทำให้เครื่องหมายอสมการเปลี่ยนจากค่ามากกว่าเป็นค่าน้อยกว่า
  • 4 : สมการเงื่อนไขบังคับใดๆ อาจแทนได้ด้วยอสมการในทิศทางตรงข้าม 2 อันพร้อมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการหาสภาพเหมาะสมที่สุด
  • 1 : วิธีการตัวคูณลากรองจ์ (Lagrange Multiplier)
  • 2 : วิธีการกำลังสองต่ำสุด (Least Square)
  • 3 : ลิเนียนร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming)
  • 4 : จีโอเมตริกโปรแกรมมิ่ง (Geometric Programming)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 391 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อจำกัดของการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดโดยวิธีตัวคูณลากรองจ์ (Lagrange Multiplier)
  • 1 : เงื่อนไขบังคับต้องอยู่ในรูปอสมการเท่านั้น
  • 2 : เงื่อนไขบังคับต้องอยู่ในรูปสมการเท่านั้น
  • 3 : เงื่อนไขบังคับต้องสามารถหาอนุพันธ์ได้
  • 4 : ฟังก์ชันวัตถุประสงค์ต้องสามารถหาอนุพันธ์ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :
  • ชนิดของปัญหาใดไม่อยู่ในปัญหาสำหรับการตัดสินหลายขั้นตอน
  • 1 : ปัญหาค่าเริ่มต้น (Initial value problem)
  • 2 : ปัญหาค่ากึ่งกลาง (Mid-value problem)
  • 3 : ปัญหาค่าสุดท้าย (Final value problem)
  • 4 : ปัญหาค่าขอบเขต (Boundary value problem)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 393 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming)
  • 1 : วิธีการลิเนียร์โปรแกรมมิ่งเป็นวิธีการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดวิธีหนึ่ง
  • 2 : ตัวแปรในฟังก์ชันวัตถุประสงค์ที่สามารถใช้วิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่งได้ จะต้องมีลักษณะเป็นเชิงเส้น (Linear relationship)
  • 3 : ตัวแปรในเงื่อนไขบังคับที่สามารถใช้วิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่งได้ จะต้องมีลักษณะเป็นเชิงเส้น (Linear relationship)
  • 4 : ตัวแปรในสมการและอสมการที่ใช้ได้สำหรับวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่งจะต้องมีดีกรีเป็นหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 394 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Linear Programming)
  • 1 : วิธีการลิเนียร์โปรแกรมมิ่งใช้กับฟังก์ชันที่เป็นสมการเท่านั้น
  • 2 : ฟังก์ชันวัตถุประสงค์สำหรับปัญหาที่แก้ด้วยวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่งจะเป็นรูปแบบของฟังก์ชันที่ต้องการหาจุดต่ำสุด ,จุดสูงสุด หรือจุด เปลี่ยนเว้าเท่านั้น
  • 3 : วิธีการลิเนียร์โปรแกรมมิ่งสามารถใช้ได้กับเงื่อนไขบังคับแบบอสมการได้ ในขณะที่วิธีการตัวคูณลากรองจ์ใช้ไม่ได้
  • 4 : วิธีการลิเนียร์โปรแกรมมิ่งใช้ได้ แม้ในกรณีที่จำนวนตัวแปรน้อยกว่าจำนวนเงื่อนไขบังคับเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :

  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 5
  • 4 : ไม่สามารถหาค่าได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 396 :

  • 1 : -12
  • 2 : -2
  • 3 : 0
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 397 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการในการตั้งเงื่อนไขบังคับที่ใช้กันทั่วไป
  • 1 : ระบุเงื่อนไขบังคับโดยตรง (Direct constraint)
  • 2 : เขียนสมดุลมวล
  • 3 : เขียนสมดุลพลังงาน
  • 4 : เขียนสมการเชิงอนุพันธ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 398 :
  • วิธีการหาค่าเหมาะสมที่สุด (Optimization) ข้อใดไม่สามารถใช้ได้กับเงื่อนไขบังคับแบบอสมการ
  • 1 : วิธีการตัวคูณลากรองจ์ (Lagrange Multiplier)
  • 2 : วิธีการลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (linear Programming)
  • 3 : วิธีการนอนลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง (Non-linear Programming)
  • 4 : วิธีการค้นหา (Search Method)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสมการตัวคูณลากรองจ์ (Lagrange Multiplier) เมื่อฟังก์ชันวัตถุประสงค์มีตัวแปรไม่ทราบค่า n จำนวน และมีเงื่อนไขบังคับจำนวน m สมการ
  • 1 : ตัวคูณลากรองจ์เป็นสัมประสิทธิ์ของเกรเดียนเวกเตอร์ของเงื่อนไขบังคับ
  • 2 : วิธีการใช้ตัวคูณลากรองจ์จะให้สมการทั้งหมด m + n สมการ
  • 3 : ในกรณีที่ m มีค่าเท่ากับ n เงื่อนไขบังคับจะเป็นตัวกำหนดค่าที่แน่นอนของของตัวแปร ทำให้ไม่สามารถหาค่าที่เหมาะสมที่สุดได้
  • 4 : หากว่าจำนวนเงื่อนไขบังคับ m สมการ มีจำนวนน้อยกว่าตัวแปร n จำนวน จะไม่สามารถหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 400 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการตัวคูณลากรองจ์ (Lagrange Multiplier)
  • 1 : ในกรณีที่จำนวนของเงื่อนไขบังคับมีจำนวนเท่ากับตัวแปร จะทำให้ไม่สามารถหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดได้
  • 2 : วิธีการตัวคูณลากรองจ์ใช้ได้เฉพาะกับเงื่อนไขบังคับแบบสมการเท่านั้น
  • 3 : วิธีการตัวคูณลากรองจ์ใช้ได้กับการหาสภาพที่เหมาะสมที่สุดแบบมีเงื่อนไขบังคับเท่านั้น
  • 4 : วิธีการตัวคูณลากรองจ์ไม่สามารถใช้ได้กับเงื่อนไขบังคับแบบอสมการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 401 :
  • ในการหาสภาพเหมาะสมที่สุดแบบไม่มีเงื่อนไขบังคับด้วยวิธีการตัวคูณลากรองจ์ (Lagrange Multiplier) จะได้จุดที่อนุพันธ์มีค่าเป็น ศูนย์ ซึ่งเรียกว่าจุดอะไร
  • 1 : จุดวิกฤต (Critical point)
  • 2 : จุดอานม้า (Saddle point)
  • 3 : จุดนิ่ง (Stationary point)
  • 4 : จุดเปลี่ยนเว้า (Inflection point)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 402 :

  • 1 : 6
  • 2 : 2.5
  • 3 : 1.5
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 403 :

  • 1 : -1.5
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 404 :

  • 1 : 18
  • 2 : 25
  • 3 : 30
  • 4 : 35
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 405 :

  • 1 : 5
  • 2 : 7
  • 3 : 9
  • 4 : 11
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 406 :

  • 1 : 178,570 บาท
  • 2 : 188,870 บาท
  • 3 : 200,570 บาท
  • 4 : 258,570 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 407 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่ง (Geometric Programming)
  • 1 : วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้กับฟังก์ชันวัตถุประสงค์ที่อยู่ในรูปผลบวกของโพลีโนเมียล
  • 2 : วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้กับเงื่อนไขบังคับที่อยู่ในรูปผลบวกของโพลีโนเมียล
  • 3 : ปัญหาที่เหมาะสมกับการใช้วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งคือ ปัญหาที่มีดีกรีความยากเป็นศูนย์
  • 4 : จีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้ได้กับปัญหาที่มีเงื่อนไขบังคับแบบอสมการที่อยู่ในรูปโพลีโนเมียลที่มีกำลังเป็นบวกเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 408 :
  • ข้อใดคือความหมายของโพซีโนเมียล
  • 1 : โพลีโนเมียลที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มทั้งหมด
  • 2 : โพลีโนเมียลที่มีเลขชี้กำลังเป็นเลขทศนิยม
  • 3 : โพลีโนเมียลที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวกทั้งหมด
  • 4 : โพลีโนเมียลที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มลบทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 409 :

  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 410 :

  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 411 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่ง (Geometric Programming)
  • 1 : วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้ได้กับฟังก์ชันวัตถุประสงค์ที่อยู่ในรูปผลบวกของโพลีโนเมียลที่มีเลขชี้กำลังเป็นบวกเท่านั้น
  • 2 : วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้ได้กับฟังก์ชันวัตถุประสงค์ที่อยู่ในรูปผลบวกของโพลีโนเมียลที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น
  • 3 : วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้ได้กับปัญหาที่มีดีกรีความยากมากกว่าศูนย์
  • 4 : วิธีจีโอเมตริกโปรแกรมมิ่งใช้ได้กับปัญหาที่มีดีกรีความยากเท่ากับศูนย์เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 412 :

  • 1 : 62.5 เมตร
  • 2 : 70.5 เมตร
  • 3 : 71.4 เมตร
  • 4 : 79.4 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 413 :
  • จงหามิติของท่อลมสี่เหลี่ยม (h, w) ที่จะให้พื้นที่หน้าตัดมากสุดของท่อลมเพื่อลอดโครงสร้างดังรูป
  • 1 : h = 0.5, w = 0.5
  • 2 : h = 0.4, w = 0.6
  • 3 : h = 0.3, w = 0.5
  • 4 : h = 0.3, w = 0.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 414 :

  • 1 : 5.7 %
  • 2 : 4.7 %
  • 3 : 8.5 %
  • 4 : 6.7 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 415 :

  • 1 : 5.7 %
  • 2 : 4.7 %
  • 3 : 8.5 %
  • 4 : 6.7 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 416 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 417 :

  • 1 : 5 จุด
  • 2 : 6 จุด
  • 3 : 7 จุด
  • 4 : 8 จุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 418 :
  • กลยุทธ์อย่างหนึ่งในการใช้วิธี Search Method บางวิธี สามารถทำได้โดยการแบ่งช่วงการค้นหาแบบหยาบ ๆ ก่อนในตอนแรก เพื่อหาบริเวณโดยประมาณที่จะมีค่า optimum เกิดขึ้น จากนั้นจึงค่อยทำการแบ่งช่วงอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อใช้วิธี การ Search ครั้ง ที่สอง ในปัญหา 1 ตัวแปร หากว่าเรากำหนดจุดค้นหาทั้งหมด 16 จุด ถามว่า อัตราส่วนระหว่างช่วงความไม่แน่นอนในตอนเริ่มต้นกับ ช่วงความไม่แน่นอนในตอนสุดท้ายจะมีค่าเท่าไร
  • 1 : 1458
  • 2 : 1789
  • 3 : 1597
  • 4 : 1285
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 419 :

  • 1 : 5
  • 2 : 7
  • 3 : 4
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 420 :

  • 1 : 19.56
  • 2 : 19.33
  • 3 : 19.45
  • 4 : 19.89
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 421 :

  • 1 : 5.5
  • 2 : 3.5
  • 3 : 4.5
  • 4 : 6.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 422 :

  • 1 : -0.9246
  • 2 : -0.8597
  • 3 : -1.0646
  • 4 : -1.2465
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 423 :

  • 1 : -5
  • 2 : -4
  • 3 : -3
  • 4 : -2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 424 :

  • 1 : 36.58
  • 2 : 46.94
  • 3 : 56.87
  • 4 : 78.59
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 425 :

  • 1 : 30
  • 2 : 50
  • 3 : 40
  • 4 : 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 426 :

  • 1 : 25
  • 2 : 35
  • 3 : 45
  • 4 : 55
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 427 :
  • วิธีการใดเป็นวิธีการหาคำตอบโดยวิธีทาง Calculus ในขั้นออกแบบเหมาะสมที่สุด (Optimization Procedure)
  • 1 : Search Method
  • 2 : Lagrange Multipliers
  • 3 : Liner Programming
  • 4 : Dynamic Programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 428 :
  • วิธีการหาหรือวิเคราะห์คำตอบที่เหมาะสม ในขั้นออกแบบเหมาะสมที่สุด (Optimization Procedure) โดยมีฟังก์ชั่นประสงค์ (Objective function) และเงื่อนไขบังคับ (Constraints) อยู่ในรูปผลรวมของตัวแปรในรูปสมการโพลีโนเมียล (Polynomial)
  • 1 : Linear Programming
  • 2 : Geometric Programming
  • 3 : Dynamic Programming
  • 4 : Lagrange Multiplier
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 429 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง เกี่ยวกับการกำหนดการเชิงพลวัต (Dynamic Programming) เพื่อหาหรือวิเคราะห์คำตอบที่เหมาะสม ในขั้น ออกแบบเหมาะสมที่สุด (Optimization Procedure)
  • 1 : การวิเคราะห์ปัญหาในเชิงตัวเลข เน้นเปรียบเทียบค่าของฟังก์ชั่นประสงค์ (Objective Function) ระหว่างจุดอ้างอิงกับจุดใหม่ บริเวณที่ ให้ฟังก์ชั่นประสงค์ที่ไม่ดีนั้นจะถูกตัดลดบริเวณลงไป จะเลือกบริเวณที่ให้ฟังก์ชั่นประสงค์ที่ดีกว่าเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบต่อไปจนกว่า จะได้ค่าที่เหมาะสมที่สุด
  • 2 : เหมาะสำหรับปัญหาหรือระบบที่มีการทำงานเป็นลูกโซ่ หรือ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ โดยภาวะออก (Output Condition) ของจุดหรืออุปกรณ์นั้นจะเป็นภาวะเข้า (Input Condition) ของจุดหรืออุปกรณ์ตัวต่อไป
  • 3 : อาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์เป็นหลัก โดยเงื่อนไขบังคับที่ใช้ต้องเป็นเงื่อนไขบังคับในรูปสมการ และ ฟังก์ชั่นและเงื่อนไขบังคับ ต้องเป็นเงื่อนไขที่หาอนุพันธ์ได้
  • 4 : เป็นวิธีวิเคราะห์ที่ขั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับปัญหาที่มีฟังก์ชั่นประสงค์และเงื่อนไขบังคับเป็นฟังก์ชั่นเชิงเส้น และใช้ได้กับเงื่อนไขบังคับใน รูปของสมการและอสมการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 430 :

  • 1 : Search Method
  • 2 : Dynamic Programming
  • 3 : Liner Programming
  • 4 : Geometric Programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 431 :
  • ปัญหาต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใดไม่เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ชั้นเหมาะสมที่สุดด้วยวิธี Linear Programming
  • 1 : การวิเคราะห์เลือกเส้นทางเดินท่อส่งก๊าซ หลายๆแนว
  • 2 : การกำหนดเวลาทำงานของเครื่องจักร
  • 3 : การจัดการด้านการขนส่ง
  • 4 : การจัดแผนการผลิตและการเก็บสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 432 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง เกี่ยวกับการกำหนดการเชิงเส้น (Linear Programming) เพื่อหาหรือวิเคราะห์คำตอบที่เหมาะสม ในขั้น ออกแบบเหมาะสมที่สุด (Optimization Procedure)
  • 1 : อาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์เป็นหลัก โดยเงื่อนไขบังคับที่ใช้ต้องเป็นเงื่อนไขบังคับในรูปสมการ และ ฟังก์ชั่นและเงื่อนไขบังคับ ต้องเป็นเงื่อนไขที่หาอนุพันธ์ได้
  • 2 : การวิเคราะห์ปัญหาในเชิงตัวเลข เน้นเปรียบเทียบค่าของฟังก์ชั่นประสงค์ (Objective Function) ระหว่างจุดอ้างอิงกับจุดใหม่ บริเวณที่ ให้ฟังก์ชั่นประสงค์ที่ไม่ดีนั้นจะถูกตัดลดบริเวณลงไป จะเลือกบริเวณที่ให้ฟังก์ชั่นประสงค์ที่ดีกว่าเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบต่อไปจนกว่า จะได้ค่าที่เหมาะสมที่สุด
  • 3 : เหมาะสำหรับปัญหาหรือระบบที่มีการทำงานเป็นลูกโซ่ หรือ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ โดยภาวะออก (Output Condition) ของจุดหรืออุปกรณ์นั้นจะเป็นภาวะเข้า ( Input Condition) ของจุดหรืออุปกรณ์ตัวต่อไป
  • 4 : ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 433 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง เกี่ยวกับวิธีการสืบ(Search Method) เพื่อหาหรือวิเคราะห์คำตอบที่เหมาะสม ในขั้นออกแบบเหมาะสมที่สุด (Optimization Procedure)
  • 1 : การวิเคราะห์ปัญหาในเชิงตัวเลข เน้นเปรียบเทียบค่าของฟังก์ชั่นประสงค์ (Objective Function) ระหว่างจุดอ้างอิงกับจุดใหม่ บริเวณที่ ให้ฟังก์ชั่นประสงค์ที่ไม่ดีนั้นจะถูกตัดลดบริเวณลงไป จะเลือกบริเวณที่ให้ฟังก์ชั่นประสงค์ที่ดีกว่าเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบต่อไปจนกว่า จะได้ค่าที่เหมาะสมที่สุด
  • 2 : เหมาะสำหรับปัญหาหรือระบบที่มีการทำงานเป็นลูกโซ่ หรือ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ โดยภาวะออก (Output Condition) ของจุดหรืออุปกรณ์นั้นจะเป็นภาวะเข้า (Input Condition) ของจุดหรืออุปกรณ์ตัวต่อไป
  • 3 : อาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์เป็นหลัก โดยเงื่อนไขบังคับที่ใช้ต้องเป็นเงื่อนไขบังคับในรูปสมการ และ ฟังก์ชั่นและเงื่อนไขบังคับ ต้องเป็นเงื่อนไขที่หาอนุพันธ์ได้
  • 4 : เป็นวิธีวิเคราะห์ที่ขั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับปัญหาที่มีฟังก์ชั่นประสงค์และเงื่อนไขบังคับเป็นฟังก์ชั่นเชิงเส้น และใช้ได้กับเงื่อนไขบังคับใน รูปของสมการและอสมการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 434 :

  • 1 : 5, 5, -1
  • 2 : 4, -1, 5
  • 3 : 4, 5, -1
  • 4 : 5, -1, 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 435 :
  •  จงหาค่าต่ำสุดของ (x1-3)2+(x2-3)2 โดยที่ x1+x2 < 4 และ x1, x2 >0
  • 1 :  2
  • 2 :  3.1
  • 3 :  1
  • 4 :  1.1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 436 :
  • บริษัทผู้ผลิตแห่งหนึ่งต้องการผลิตชิ้นงานที่ประกอบไปด้วยวัสดุ 2 ชนิดคือ a และ b  จำนวนของชิ้นงานที่ผลิต W = 200a1/2b1/4  โดยที่ a และ b หน่วยเป็นจำนวนตันของวัสดุ a และ b ตามลำดับ สมมติว่า วัสดุ a และ b มีราคา 50 บาทต่อตัน และ 100 บาทต่อตันตามลำดับ ให้หาจำนวนที่มากที่สุดของชิ้นงานที่ผลิตได้โดยกำหนดให้ค่าวัสดุของชิ้นงานนั้นต้องไม่เกิน 150 บาท
  • 1 :  240 ชิ้น 
  • 2 :  340 ชิ้น 
  • 3 :  238 ชิ้น
  • 4 : 218 ชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 437 :
  •  จงหาค่าสูงสุดของ  x2y + 2y โดยมีเงื่อนไขว่า x2 + y2 = 1
  • 1 :  2
  • 2 :  3
  • 3 :  4
  • 4 :  6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 438 :
  • ลักษณะของปัญหาที่สามารถแก้ได้โดยใช้วิธีการ Dynamic Programming ได้แก่
  • 1 : ปัญหาที่แบ่งเป็นขั้น ๆ
  • 2 : ปัญหาที่ในแต่ละขั้นแบ่งเป็นหลาย ๆ สภาวะ
  • 3 :  ปัญหาที่ต้องอาศัยการตัดสินใจในแต่ละขั้น
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 439 :
  •  ผู้ผลิตรายหนึ่งมีเครื่องจักรอยู่ 10 เครื่อง เพื่อใช้ผลิตสินค้า A และ B  เขาต้องการใช้เครื่องจักรอย่างน้อย 7 เครื่อง อย่างไรก็ตาม เขามีทุนอยู่เพียง 1,200 เหรียญและสินค้า A ที่ผลิตจากเครื่องจักรแต่ละตัวจะต้องใช้เงิน 200 เหรียญ ในขณะที่สินค้า B จะใช้เงิน 100 เหรียญ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตรายนี้ต้องการผลิตสินค้าให้เสร็จภายใน 12 ชั่วโมง โดยสินค้า A จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ในขณะที่สินค้า B ใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ถ้ากำไรในการผลิตสินค้า A และ B  ต่อเครื่องจักรเท่ากับ 500 และ  300 เหรียญตามลำดับ จากข้อมูลที่ได้จงตอบคำถามต่อไปนี้ 

    ถ้าผู้ผลิตรายนี้ต้องการจะวางแผนการใช้งานเครื่องจักรกี่เครื่องต่อการผลิตสินค้าแต่ละอย่างเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด  สมการวัตถุประสงค์จะต้องเป็นอย่างไร ถ้าให้ x = จำนวนเครื่องจักรที่ผลิตสินค้า A และ y = จำนวนเครื่องจักรที่ผลิตสินค้า B

  • 1 :  กำไร  =  (500-200)x+300y 
  • 2 :  กำไร  =  500x+300y 
  • 3 : กำไร  = 1200-200x-100y
  • 4 :  กำไร  =  (500+300)(x+y)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 440 :
  • ผู้ผลิตรายหนึ่งมีเครื่องจักรอยู่ 10 เครื่อง เพื่อใช้ผลิตสินค้า A และ B  เขาต้องการใช้เครื่องจักรอย่างน้อย 7 เครื่อง อย่างไรก็ตาม เขามีทุนอยู่เพียง 1,200 เหรียญและสินค้า A ที่ผลิตจากเครื่องจักรแต่ละตัวจะต้องใช้เงิน 200 เหรียญ ในขณะที่สินค้า B จะใช้เงิน 100 เหรียญ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตรายนี้ต้องการผลิตสินค้าให้เสร็จภายใน 12 ชั่วโมง โดยสินค้า A จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ในขณะที่สินค้า B ใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ถ้ากำไรในการผลิตสินค้า A และ B  ต่อเครื่องจักรเท่ากับ 500 และ  300 เหรียญตามลำดับ สมการเงื่อนไขที่ถูกต้องสำหรับปัญหานี้คือ
  • 1 :     x+y < 10 ,   x+y> 7,   x+2y > 12,   200x + 100 y >  1,200
  • 2 :   200x + 100 y >  1,200,   x+y < 10 ,  x+y> 7,   x+2y < 12
  • 3 :    x+2y < 12,   x+y < 10 ,   x+y> 7,  200x + 100 y <  1,200
  • 4 :     x+2y < 12,   x+y > 10 ,   x+y> 7,   200x + 100 y <  1,200
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 441 :
  • ผู้ผลิตรายหนึ่งมีเครื่องจักรอยู่ 10 เครื่อง เพื่อใช้ผลิตสินค้า A และ B  เขาต้องการใช้เครื่องจักรอย่างน้อย 7 เครื่อง อย่างไรก็ตาม เขามีทุนอยู่เพียง 1,200 เหรียญและสินค้า A ที่ผลิตจากเครื่องจักรแต่ละตัวจะต้องใช้เงิน 200 เหรียญ ในขณะที่สินค้า B จะใช้เงิน 100 เหรียญ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตรายนี้ต้องการผลิตสินค้าให้เสร็จภายใน 12 ชั่วโมง โดยสินค้า A จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ในขณะที่สินค้า B ใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ถ้ากำไรในการผลิตสินค้า A และ B  ต่อเครื่องจักรเท่ากับ 500 และ  300 เหรียญตามลำดับ ถามว่าจำนวนเครื่องจักรที่ต้องใช้เพื่อผลิตสินค้า A เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดได้แก่
  • 1 :  5  เครื่อง
  • 2 : 6  เครื่อง
  • 3 : 2 เครื่อง
  • 4 :  4  เครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 442 :
  • ผู้ผลิตรายหนึ่งมีเครื่องจักรอยู่ 10 เครื่อง เพื่อใช้ผลิตสินค้า A และ B  เขาต้องการใช้เครื่องจักรอย่างน้อย 7 เครื่อง อย่างไรก็ตาม เขามีทุนอยู่เพียง 1,200 เหรียญและสินค้า A ที่ผลิตจากเครื่องจักรแต่ละตัวจะต้องใช้เงิน 200 เหรียญ ในขณะที่สินค้า B จะใช้เงิน 100 เหรียญ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตรายนี้ต้องการผลิตสินค้าให้เสร็จภายใน 12 ชั่วโมง โดยสินค้า A จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ในขณะที่สินค้า B ใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อ 1 เครื่องจักร ถ้ากำไรในการผลิตสินค้า A และ B  ต่อเครื่องจักรเท่ากับ 500 และ  300 เหรียญตามลำดับ จงหากำไรสูงสุดที่ได้จากการผลิตสินค้า A และ B ว่าจะเท่ากับเท่าไร
  • 1 :  3,100  เหรียญ
  • 2 :  3,200  เหรียญ
  • 3 :  2,500   เหรียญ
  • 4 :  3,900   เหรียญ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 443 :
  • ผู้ผลิตทองคำรายหนึ่งมีแหล่งแร่ทองคำอยู่ 2 แห่ง คือแหล่ง A และ B เพื่อที่จะทำให้เหมืองทองคำของเขายังดำเนินการอยู่ได้ ตัวเหมืองจะต้องทำการร่อนแร่อย่างน้อยวันละ3 ตัน แร่ที่มาจาก A และ B มีราคาในการร่อนแร่เท่ากับ 20 และ 10 เหรียญต่อตันตามลำดับ ต้นทุนในการทำงานแต่ละวันจะต้องน้อยกว่า 80 เหรียญต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อกำหนดของท้องถิ่นยังระบุว่าจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง B จะต้องไม่มากกว่า 2 เท่าของจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง A ถ้า แร่จากแหล่ง A เมื่อทำการร่อนแล้วได้ทองคำ 2 ออนซ์ต่อตัน ในขณะที่จากแหล่ง B จะได้ 3 ออนซ์ต่อตัน     ถ้าต้องการได้ปริมาณทองคำสูงสุดจากการร่อนแร่ในแต่ละวันตามเงื่อนไขที่กำหนด จะต้องเขียนสมการวัตถุประสงค์อย่างไร ให้ x , y  = จำนวนตันของแร่จาก A และ B ตามลำดับ
  • 1 :  2x + 3y
  • 2 :  3x + 2y
  • 3 :  20x + 10y
  • 4 :  80-20x - 3y
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 444 :
  • ผู้ผลิตทองคำรายหนึ่งมีแหล่งแร่ทองคำอยู่ 2 แห่ง คือแหล่ง A และ B เพื่อที่จะทำให้เหมืองทองคำของเขายังดำเนินการอยู่ได้ ตัวเหมืองจะต้องทำการร่อนแร่อย่างน้อยวันละ3 ตัน แร่ที่มาจาก A และ B มีราคาในการร่อนแร่เท่ากับ 20 และ 10 เหรียญตามลำดับ ต้นทุนในการทำงานแต่ละวันจะต้องน้อยกว่า 80 เหรียญต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อกำหนดของท้องถิ่นยังระบุว่าจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง B จะต้องไม่มากกว่า 2 เท่าของจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง A ถ้า แร่จากแหล่ง A เมื่อทำการร่อนแล้วได้ทองคำ 2 ออนซ์ต่อตัน ในขณะที่จากแหล่ง B จะได้ 3 ออนซ์ต่อตัน    ถ้า x , y  = จำนวนตันของแร่จาก A และ B ตามลำดับ   จงหาสมการเงื่อนไขสำหรับปัญหานี้
  • 1 :  x+y < 3,  20x+10y < 80,   y< 2x
  • 2 :  x+y > 3,  20x+10y < 80,   y< 2x
  • 3 : x+y > 3,  20x+10y >80,   y< 2x
  • 4 : x+y < 3,  20x+10y < 80,   y> 2x
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 445 :
  • ผู้ผลิตทองคำรายหนึ่งมีแหล่งแร่ทองคำอยู่ 2 แห่ง คือแหล่ง A และ B เพื่อที่จะทำให้เหมืองทองคำของเขายังดำเนินการอยู่ได้ ตัวเหมืองจะต้องทำการร่อนแร่อย่างน้อยวันละ3 ตัน แร่ที่มาจาก A และ B มีราคาในการร่อนแร่เท่ากับ 20 และ 10 เหรียญต่อตันตามลำดับ ต้นทุนในการทำงานแต่ละวันจะต้องน้อยกว่า 80 เหรียญต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อกำหนดของท้องถิ่นยังระบุว่าจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง B จะต้องไม่มากกว่า 2 เท่าของจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง A ถ้า แร่จากแหล่ง A เมื่อทำการร่อนแล้วได้ทองคำ 2 ออนซ์ต่อตัน ในขณะที่จากแหล่ง B จะได้ 3 ออนซ์ต่อตัน ถ้า  x , y  = จำนวนตันของแร่จาก A และ B ตามลำดับ   จะ ต้องใช้แร่จากแหล่ง A เท่าไรในแต่ละวันเพื่อให้ได้ปริมาณทองคำสูงสุดจากสมการเงื่อนไขที่กำหนด
  • 1 :  3 ตัน
  • 2 : 1 ตัน
  • 3 : 2 ตัน
  • 4 : 4 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 446 :
  • ผู้ผลิตทองคำรายหนึ่งมีแหล่งแร่ทองคำอยู่ 2 แห่ง คือแหล่ง A และ B เพื่อที่จะทำให้เหมืองทองคำของเขายังดำเนินการอยู่ได้ ตัวเหมืองจะต้องทำการร่อนแร่อย่างน้อยวันละ3 ตัน แร่ที่มาจาก A และ B มีราคาในการร่อนแร่เท่ากับ 20 และ 10 เหรียญตามลำดับ ต้นทุนในการทำงานแต่ละวันจะต้องน้อยกว่า 80 เหรียญต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อกำหนดของท้องถิ่นยังระบุว่าจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง B จะต้องไม่มากกว่า 2 เท่าของจำนวนแร่ที่มาจากแหล่ง A ถ้า แร่จากแหล่ง A เมื่อทำการร่อนแล้วได้ทองคำ 2 ออนซ์ต่อตัน ในขณะที่จากแหล่ง B จะได้ 3 ออนซ์ต่อตัน จงหาปริมาณทองคำสูงสุดที่ผลิตได้เท่ากับกี่ออนซ์
  • 1 : 20 ออนซ์
  • 2 : 16 ออนซ์
  • 3 : 12 ออนซ์
  • 4 : 18 ออนซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 447 :
  • ต้องการจะหาค่าลงทุนต่ำสุดในการก่อสร้างอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมรวมทั้งที่ดินของอาคาร โดยมีเงื่อนไขว่าตัวอาคารจะต้องมีปริมาตรทั้งสิ้น 14,000 ลบ.ม. ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อตารางเมตรของอาคารได้แก่  ที่ดิน = $90, หลังคา = $14, พื้น = $8, ผนังกำแพง = $11  ดังนั้น  เพื่อให้ได้ค่าลงทุนต่ำสุด อาคารควรจะต้องมีความสูงเท่าไร
  • 1 :  81.4 เมตร             
  • 2 :  91.4 เมตร             
  • 3 :  71.4 เมตร            
  • 4 : 61.4 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 448 :
  • ต้องการจะหาค่าลงทุนต่ำสุดในการก่อสร้างอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมรวมทั้งที่ดินของอาคาร โดยมีเงื่อนไขว่าตัวอาคารจะต้องมีปริมาตรทั้งสิ้น 14,000 ลบ.ม. ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อตารางเมตรของอาคารได้แก่  ที่ดิน = $90, หลังคา = $14, พื้น = $8, ผนังกำแพง = $11 ถามว่า ค่าลงทุนต่ำสุดของอาคารหลังนี้คิดเป็นเงินเท่าไร
  • 1 :  $ 65,823
  • 2 :  $65,758
  • 3 :  $65,934
  • 4 :  $65,453
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 449 :
  • Fibonacci No. 11 มีค่าเท่ากับ
  • 1 :  98
  • 2 :   79
  • 3 :  89
  • 4 :  97
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 450 :
  •  โรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ต้องการปรับปรุงระบบปรับอากาศโดยเปลี่ยนจากเดิมซึ่งเป็นแบบ Split type มาเป็นแบบรวมศูนย์ทำน้ำเย็นแล้วส่งไปยัง เครื่องเป่าลมเย็น (Air handling Unit, AHU) ตามอาคารต่าง ๆ ซึ่งอาคารส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากศูนย์ทำน้ำเย็น 200-500 เมตร ในความเห็นของท่าน ท่านคิดว่าควรจะพิจารณาการปรับปรุงระบบปรับอากาศนี้อย่างไร 
  • 1 :  ควรทำเป็นแบบศูนย์รวมเพื่อความสะดวกในการเดินเครื่องและบำรุงรักษา
  • 2 :  ถ้าโรงงานมีไอน้ำใช้ใน Process อยู่แล้วควรใช้ Steam Absorption Chiller แทน Electric Chiller
  • 3 :  ควรใช้เป็นแบบแยกส่วน (Split Type) เหมือนเดิม แต่เลือกใช้รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อประหยัดพลังงาน
  • 4 :  ควรพิจารณาเลือกระบบที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดโดยทำการเปรียบเทียบถึงราคาอุปกรณ์และค่าติดตั้งรวมทั้งค่าบำรุงรักษาของแต่ละระบบนำมาประกอบการพิจารณา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร