สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Refrigeration

เนื้อหาวิชา : 398 : Chapter 1: Basic thermodynamics
ข้อที่ 1 :
  • การไหลของของไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดัน(Expansion Valve) คือการลดความดันโดยอาศัยความเสียดทาน อาจจะถือได้ว่า
  • 1 : เอนทัลปี(h)คงที่
  • 2 : เอนโทรปี(s)คงที่
  • 3 : อุณหภูมิ(T)คงที่
  • 4 : ปริมาตรจำเพาะ(v)คงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • เครื่องทำความเย็นแบบใดมีประสิทธิภาพ ซีโอพี(COP)สูงที่สุด
  • 1 : แบบใช้คอมเพรสเซอร์อัดไอ(Vapor Compression Refrigeration)
  • 2 : แบบดูดกลืน(Absorption Refrigeration) เช่นเดียวกับที่ใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
  • 3 : แบบ เทอร์โมอิเล็กทริก(Thermo-Electric Refrigeration)
  • 4 : แบบใช้ไอน้ำฉีด(Steam Jet Refrigeration)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • อากาศภายนอกอุณหภูมิ 35 Deg.C(308 Deg.K) ห้องเย็นอุณหภูมิ – 130 Deg.C(143 Deg.K) เครื่องทำความเย็นซึ่งสร้างโดยผู้ผลิตรายหนึ่งมีประสิทธิภาพซีโอพี 0.9 (EER = 3.07 Btu/h/W) ท่านคิดว่าข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 นั้นมี ประสิทธิภาพซีโอพี 3.1 (EER = 10.6 Btu/h/W) ดังนั้นเครื่องนี้ประสิทธิภาพซีโอพีต่ำไปหน่อย
  • 2 : เป็นไปไม่ได้
  • 3 : ประสิทธิภาพซีโอพีไม่ควรจะต่ำกว่า 1
  • 4 : ไม่สามารถวิจารณ์อะไรได้ เพราะขึ้นอยู่กับวิธีการทำความเย็น และแบบเครื่องทำความเย็นที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • เครื่องทำความเย็นแบบดูดกลืน(Absorption Refrigeration) ก็คือเครื่องทำความเย็นที่ทำงานเป็นวัฏจักร ถ้าเครื่องมีขนาดทำความเย็น 1.5 MW เครื่องต้องใช้เชื้อเพลิงจากแก๊สธรรมชาติ 1 MW ความร้อนที่ต้องระบายทิ้งรวมทั้งหมดประมาณเท่าไร?
  • 1 : 1.5 MW
  • 2 : 2.5 MW
  • 3 : 1 MW
  • 4 : ไม่สามารถประมาณได้เพราะขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • ข้อใดไม่เท่ากับ 1 ตัน ของการทำความเย็น กำหนดความร้อนแฝงของน้ำแข็ง = 144 Btu / lb , 1kg = 2 lb
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 6 :
  • ในทางทฤษฎีระบบทำความเย็นที่ดีควรเป็นลักษณะใด
  • 1 : COP ต่ำ
  • 2 : เกิด Pressure drop ที่Evaporator
  • 3 : สารความเย็นกลายเป็นไอพอดีก่อนที่เข้า Compressor
  • 4 : ท่อสารทำความเย็นด้านดูด มีขนาดเล็กกว่าด้านส่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • แก๊สหุงต้ม(LPG)ที่อยู่ในถังทั่วไป ส่วนใหญ่ควรจะเป็นอะไร?
  • 1 : ไอและของเหลว
  • 2 : ไอ
  • 3 : ของเหลว
  • 4 : ของไหล(จะเรียกว่าเป็นของเหลวทั้งหมด หรือเรียกว่าเป็นไอทั้งหมดก็ได้)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :

  • 1 : ของไหล(จะเรียกว่าเป็นของเหลวทั้งหมด หรือเรียกว่าเป็นไอทั้งหมดก็ได้)
  • 2 : ของเหลว
  • 3 : ของเหลวผสมไอ
  • 4 : ไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 10 :
  • เครื่องปรับอากาศที่ปิดเครื่องไม่ได้ใช้งานสารทำความเย็นภายในเครื่องควรมีสถานะอะไร?
  • 1 : ไอและของเหลว
  • 2 : ไอ
  • 3 : ของเหลว
  • 4 : ของไหล(จะเรียกว่าเป็นของเหลวทั้งหมด หรือเรียกว่าเป็นไอทั้งหมดก็ได้)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :

  • 1 : 8.76
  • 2 : 1.11
  • 3 : 9.77
  • 4 : 3.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ช่างเครื่องปรับอากาศ เติมสารทำความเย็น (น้ำยา)R-22 เข้าเครื่องปรับอากาศจนหมดถัง นำถังไปซื้อเพิ่มที่ร้านขายสารทำความเย็น ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : เพื่อให้ใช้ได้นานๆต้องให้เป็นของเหลวเย็นยิ่งหรือของเหลวอัด(Subcooled /Compressed Liquid)
  • 2 : เพื่อให้ใช้ได้นานต้องเป็นของเหลวอิ่มตัวส่วนใหญ่และมีไออิ่มตัวปนเพื่อความปลอดภัย
  • 3 : เพื่อให้ใช้ได้นานต้องเป็นของเหลวอิ่มตัวทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
  • 4 : เพื่อให้ใช้ได้นานต้องเป็นของเหลวทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :

  • 1 : ของเหลว
  • 2 : ของไหล(จะเรียกว่าเป็นของเหลวทั้งหมด หรือเรียกว่าเป็นไอทั้งหมดก็ได้)
  • 3 : ของเหลวผสมไอ
  • 4 : ไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • การทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องหรือใกล้เคียงความจริงที่สุด
  • 1 : สามารถใช้อากาศเป็นสารทำความเย็นได้
  • 2 : การถ่ายเทพลังงานอาศัยการเปลี่ยนสถานะของสาร
  • 3 : เครื่องอัดอาจสามารถใช้ปั๊มสารทำความเย็นเหลวแทนได้
  • 4 : การลดความดันที่วาล์วลดความดันคือการเปลี่ยนพลังงานภายในเป็นพลังงานจลน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :

  • 1 : 133
  • 2 : 2.33
  • 3 : 1.33
  • 4 : – 0.77
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 16 :
  •  พิจารณาที่คอมเพรสเซอร์ การคำนวณอยู่ภายใต้สมมติฐานอะไร
  • 1 :  มีเฉพาะการเปลี่ยนแปลงพลังงานจลน์และศักย์
  • 2 :  ไม่มีการถ่ายเทความร้อน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานจลน์และศักย์
  • 3 :  ไม่มีการถ่ายเทงาน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานจลน์และศักย์
  • 4 :  มีเฉพาะการถ่ายเทความร้อนและงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 17 :
  •  ห้องเย็นประตูปิดสนิท ไม่มีช่องหรือรูปรับความดัน ถ้าขณะที่เริ่มเดินเครื่องทำความเย็น ภาวะอากาศภายในห้องเท่าอากาศภายนอก คืออุณหภูมิ30oC ความดัน 100 kPa ถ้าเดินเครื่องทำความเย็นจนอุณหภูมิห้องเป็น -20oC จงหาความดันแตกต่างระหว่างอากาศภายในห้องและภายนอกห้อง
  • 1 : ประมาณ 1.7 kPa
  • 2 :  ประมาณ 0.17 kPa
  • 3 :  ประมาณ 170 kPa
  • 4 :  ประมาณ 17 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 :
  • วัฎจักรทำความเย็นใดต้องใช้คอมเพรสเซอร์
  • 1 : Air Cycle
  • 2 : Absorption Cycle
  • 3 : Thermoelectric Cooling
  • 4 : วัฎจักรทำความเย็นทุกชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 19 :
  • ในระบบทำความเย็น ทำไมต้องให้เกิดการระเหยของสารทำความเย็น
  • 1 : เพราะจะได้อัดไอได้
  • 2 : เพราะค่าความร้อนแฝงต่อหน่วยมวลสารทำความเย็นสูง
  • 3 : เพราะถ้าไม่ระเหยก็ควบแน่นไม่ได้
  • 4 : เพื่อให้โครงสร้างทางเคมีของสารทำความเย็นเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • ชนิดของสารทำความเย็นมีผลต่อการใช้พลังงานของระบบทำความเย็นหรือไม่
  • 1 : มี เพราะความหนาแน่นไอมีผลต่อขนาดคอมเพรสเซอร์
  • 2 : มี เพราะต้องเลือกใช้อุณหภูมิควบแน่นไม่เท่ากัน
  • 3 : ไม่มี ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิควบแน่น ไอระเหย
  • 4 : ไม่มี ขึ้นอยู่ประสิทธิภาพของมอเตอร์ขับคอมเพรสเซอร์นั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • กฏข้อที่หนึ่งของเทอร์โมไดนามิกกล่าวถึงอะไรบ้าง
  • 1 : พลังงานเปลี่ยนรูปหรือถ่ายเทได้
  • 2 : Irreversibility
  • 3 : พลังงานสร้างขึ้นใหม่ได้
  • 4 : พลังงานที่ให้มากกว่าพลังงานที่ได้เสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 22 :
  • กฏข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกกล่าวถึงอะไรบ้าง
  • 1 : ทิศทางของกระบวนการ
  • 2 : พลังงานเปลี่ยนรูปหรือถ่ายเทได้
  • 3 : พลังงานสร้างขึ้นใหม่ได้
  • 4 : พลังงานที่ให้มากกว่าพลังงานที่ได้เสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • เอนทาลปีคืออะไร
  • 1 : พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ด้วยแรงภายนอก
  • 2 : พลังงานที่ได้จากการเพิ่มพลังงานเคมี
  • 3 : สมบัติทางกายภาพ
  • 4 : สมบัติทางเทอร์โมไดนามิกส์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ข้อใดที่ทำให้เกิดกระบวนการผันกลับไม่ได้
  • 1 : การขยายตัว (Expansion)
  • 2 : การกดอัด (Compression)
  • 3 : การขยายตัวแบบ Isothermal
  • 4 : ความเสียดทาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • การลดงานที่ต้องป้อนให้กับคอมเพรสเซอร์ให้เหลือน้อยที่สุด ต้องทำให้กระบวนการอัดไอเป็นไปตามข้อใด
  • 1 : กระบวนการอะเดียบาติก
  • 2 : กระบวนการไอเซนโทรปิก
  • 3 : กระบวนการโพลีทรอปิก
  • 4 : กระบวนการไอโซเทอร์มอล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  • ระบบทำความเย็นสองระบบ ใช้สารทำความเย็นชนิดเดียวกัน อุณหภูมิควบแน่นและไอระเหยเท่ากัน แต่ระบบ A ใช้อัตราไหลเชิงมวลสูงกว่าระบบ B ข้อใดกล่าวผิด
  • 1 : ระบบ A ให้ค่า Refrigerating Effect เท่ากันกับระบบ B
  • 2 : ระบบ A ต้องใช้กำลังขับคอมเพรสเซอร์มากกว่าระบบ B
  • 3 : ระบบ A มีกำลังผลิตความเย็นสูงกว่าระบบ B
  • 4 : COP ระบบ A สูงกว่าระบบ B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • ที่สภาวะการทำงานเหมือนกัน แต่ใช้สารทำความเย็นต่างชนิดกัน ระบบทำความเย็นใดจะมี COP สูงสุด
  • 1 : ระบบที่มี Refrigerating Effect สูงสุด และงานของการอัดสูงสุด
  • 2 : ระบบที่มี Refrigerating Effect สูงสุด และมีงานของการอัดต่ำสุด
  • 3 : ระบบที่ใช้ปริมาณสารทำความเย็นมากที่สุด
  • 4 : ระบบที่ใช้ปริมาณสารทำความเย็นน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :
  • ทำอย่างไรจึงจะทำให้กระบวนการอัดไอเข้าใกล้กระบวนการ Isothermal
  • 1 : การหุ้มฉนวนคอมเพรสเซอร์
  • 2 : การหล่อเย็นคอมเพรสเซอร์
  • 3 : การหุ้มฉนวนท่อทางส่งของคอมเพรสเซอร์
  • 4 : การเพิ่ม Compression Ratio
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 399 : Chapter 2: Vapor Compression Systems:Simple,Multistage and Cascade
ข้อที่ 29 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) การไหลของสารทำความเย็น มีลำดับการไหล ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : อุปกรณ์ลดความดัน เครื่องระเหย(Evaporator) คอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์
  • 2 : อุปกรณ์ลดความดัน เครื่องระเหย(Evaporator) คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์
  • 3 : อุปกรณ์ลดความดัน คอนเดนเซอร์ เครื่องระเหย(Evaporator) คอมเพรสเซอร์
  • 4 : คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์ เครื่องระเหย(Evaporator) อุปกรณ์ลดความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • เครื่องระเหย (evaporator) มีหลักการทำงานเป็นไปตามเส้นคุณสมบัติใดบนแผนภูมิ P-h
  • 1 : เส้นอุณหภูมิคงที่
  • 2 : เส้นเอนโทรปีคงที่
  • 3 : เส้นเอนทาลปีคงที่
  • 4 : เส้นปริมาตรจำเพาะคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 31 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลที่ได้จากการทำของเหลวเย็นยิ่ง (subcooled)
  • 1 : ค่าการทำความเย็นเพิ่มขึ้น (R.E.)
  • 2 : อัตราการไหลของสารทำความเย็นต่อกิโลวัตต์การทำความเย็นเพิ่มขึ้น
  • 3 : สมรรถนะการทำความเย็น(C.O.P.)เพิ่มขึ้น
  • 4 : กำลังงานของเครื่องอัดไอลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • สารทำความเย็นที่ออกจากเครื่องระเหย (evaporator) จะมีสถานะใด
  • 1 : ของเหลวอิ่มตัว
  • 2 : ไออิ่มตัว
  • 3 : ของเหลวอัดตัว
  • 4 : ไอเปียก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • สารทำความเย็นที่ออกจากเครื่องอัดไอ (Compressor) มีสถานะใด
  • 1 : ความดันสูง-อุณหภูมิต่ำ
  • 2 : ความดันสูง-อุณหภูมิสูง
  • 3 : ความดันต่ำ-อุณหภูมิสูง
  • 4 : ความดันต่ำ-อุณหภูมิต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ข้อใดคือผลที่เกิดจากความดันลดในท่อก่อนเข้าเครื่องอัดไอ (Compressor)
  • 1 : ใช้กำลังเครื่องอัดไอเพิ่มขึ้น
  • 2 : สมรรถนะการทำความเย็น (C.O.P.) เพิ่มขึ้น
  • 3 : อุณหภูมิทางออกเครื่องอัดไอลดลง
  • 4 : เครื่องควบแน่น (Condenser) มีพื้นที่ถ่ายเทความร้อนเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • ข้อใดคือผลที่ได้จากการทำความเย็นแบบหลายขั้น (multistage) ในระบบทำความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำ
  • 1 : เพิ่มความสามารถการถ่ายเทความร้อนที่เครื่องระเหย (evaporator)
  • 2 : ลดจำนวนสารทำความเย็นในระบบ
  • 3 : ลดกำลังเครื่องอัดไอ (compressor)
  • 4 : ลดภาระการทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิควบแน่นสูงขึ้น
  • 1 : ผลของความเย็นลดลง
  • 2 : กำลังที่ใช้ขับเครื่องอัดไอ (compressor) ลดลง
  • 3 : สมรรถนะการทำความเย็น (C.O.P.)ลดลง
  • 4 : ความร้อนที่ระบายออกที่เครื่องควบแน่น (condenser) ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • ถังพักน้ำยาเหลว (receiver) ทำหน้าที่อะไรในระบบทำความเย็น
  • 1 : สะสมของเหลวจากเครื่องควบแน่น (condenser) เพื่อจ่ายให้เครื่องระเหย (evaporator)
  • 2 : สะสมของเหลวจากเครื่องควบแน่น (condenser) เพื่อจ่ายให้เครื่องอัดไอ (compressor)
  • 3 : สะสมของเหลวจากเครื่องระเหย (evaporator) เพื่อจ่ายให้เครื่องอัดไอ (compressor)
  • 4 : สะสมของเหลวจากเครื่องระเหย (evaporator) เพื่อจ่ายให้ถังแยกน้ำยาเหลว (accumulator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • ในระบบอัดไอตามทฤษฏี ข้อไหนไม่ใช่อุปกรณ์หลัก
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : วาล์วลดความดัน (Expansion Valve)
  • 3 : อีวาโพเรเตอร์
  • 4 : วาล์วเพิ่มความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 39 :
  •  

    จากรูป P-h ภาวะที่ 2 เป็นอะไร?

     

     

     

     


     

  • 1 : ไอความดันสูง
  • 2 : ไอความดันต่ำ
  • 3 : ของเหลวความดันสูง
  • 4 : ของเหลวความดันต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 40 :
  • หากวัฏจักรการทำความเย็นทางทฎษฎีมีค่าการทำความเย็น (Cooling capacity) 30kW ค่าความร้อนทิ้ง (Heat Reject) 40 kW และเครื่องอัดไอใช้พลังงาน 10 kW จะมีค่าCOP เป็นเท่าใด
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 7
  • 4 : 1.33
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 :
  • ผลทำความเย็น (RE) คืออะไร
  • 1 : พลังงานที่ใส่ให้กับคอมเพรสเซอร์ขณะอัดไอ
  • 2 : ค่าความร้อนที่อีวาโปเรเตอร์รับจากห้องเย็น
  • 3 : ค่าความร้อนที่คอนเดนเซอร์คายออกจากระบบหารด้วยงานที่คอมเพรสเซอร์อัดไอ
  • 4 : ค่าความร้อนที่อีวาโปเรเตอร์คลายออกจากระบบหารด้วยงานที่คอมเพรสเซอร์อัดไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 42 :
  • ในทางปฏิบัติการอัดไอสารทำความเย็นต้องมีสภาพเป็นไอทั้งหมดซึ่งต้องทำให้สารทำความเย็นเป็น Superheat ก่อนส่งเข้าคอมเพรสเซอร์ข้อใดเป็นจริงเมื่อเทียบกับทางทฤษฎี
  • 1 : สารทำความเย็นระเหยเป็นไอไม่หมด
  • 2 : พลังงานที่ใช้อัดไอมีค่ามากขึ้น
  • 3 : พลังงานที่ใช้อัดไอมีค่าน้อยลง
  • 4 : ความร้อนที่ระบายที่คอนเดนเซอร์มีค่าน้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • ในทางปฏิบัติวัฏจักรการทำความเย็นแบบอัดไอ โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่สารทำความเย็น ควบแน่นในคอนเดนเซอร์แล้วก่อนที่จะไปเข้าวาล์วระเหยสารทำความเย็น (expansion valve) จะมีถังดักเก็บสารทำความเย็นมีชื่อเรียกว่า
  • 1 : Accumulator
  • 2 : Receiver
  • 3 : Sigh Glass
  • 4 : Oil Separator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • อุปกรณ์ใดในระบบทำความเย็นแบบคาสเคด (Cascade Refrigeration) ที่ระบบ Single Stage หรือ Simple Refrigeration ไม่จำเป็นต้องใช้
  • 1 : Compressor
  • 2 : Evaporator
  • 3 : Cascade Heat Exchanger
  • 4 : Condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ระบบทำความเย็นแบบคาสเคดต่างจากระบบทำความเย็นแบบ Single Stage อย่างไร
  • 1 : ใช้คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์อัดไอ
  • 2 : โดยทั่วไปนิยมใช้สารทำความเย็นชนิดเดียว
  • 3 : โดยทั่วไปนิยมใช้สารทำความเย็นสองชนิด
  • 4 : ใช้อีวาโพเรเตอร์เป็นตัวเปลี่ยนสถานะสารทำความเย็นจากของเหลวเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • สารทำความเย็นในข้อใดสามารถสัมผัสกับอาหารได้โดยตรง
  • 1 : R 22
  • 2 : Ammonia
  • 3 :
  • 4 : R 134 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 :
  • Superheated refrigerant มีสภาพเป็น
  • 1 : ของแข็ง
  • 2 : ของเหลว
  • 3 : ไอ
  • 4 : ของเหลวผสมไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • เมื่อภาระความเย็นที่เครื่องระเหย(Evaporator)ลดลง ทำให้
  • 1 : ความดันทางดูดลดลง
  • 2 : ความดันทางดูดเพิ่มขึ้น
  • 3 : ความดันทางส่งเพิ่มขึ้น
  • 4 : ความดันน้ำมันเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • สารทำความเย็นในคอนเดนเซอร์กลั่นตัวจากไอเป็นของเหลว เพราะ
  • 1 : ถูกเพิ่มความดันจากคอมเพรสเซอร์
  • 2 : ต้องไหลสู่หม้อพักน้ำยาที่ต่ำกว่า
  • 3 : ถ่ายเทความร้อนสู่บรรยากาศภายนอก
  • 4 : มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • ในระบบการทำความเย็นแบบ 2 stage ไอที่ถูกดูดจากเครื่องระเหย (Evaporator) อุณหภูมิต่ำ stage แรกจะถูกอัดด้วย Booster Compressor แล้วส่งไปที่ใด
  • 1 : Condenser
  • 2 : Accumulator
  • 3 : Intercooler
  • 4 : Receiver
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • ขณะที่ระบบทำความเย็นทำงาน สารทำความเย็นใน Evaporator เป็นอย่างไร
  • 1 : คายความร้อนและเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว
  • 2 : เดือดและเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว
  • 3 : เดือดและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ
  • 4 : มีสถานะเป็นของเหลวโดยอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิอิ่มตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • ข้อดีของระบบทำความเย็นแบบ Cascade คือข้อใด
  • 1 : ไม่ทำลายโอโซน
  • 2 : สามารถทำความเย็นที่อุณหภูมิต่ำๆ ได้
  • 3 : ต้นทุนและการซ่อมบำรุงต่ำ
  • 4 : มีอุปกรณ์ในระบบน้อยกว่าแบบ Single stage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 :
  • ในทางทฤษฎีอุปกรณ์ใดในระบบการทำความเย็นทำงานภายใต้สภาวะเอนทาลปีคงที่ (adiabatic)
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : คอนเดนเซอร์
  • 3 : อุปกรณ์ลดความดัน
  • 4 : อีวาปโพเรเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • ในทางทฤษฏีอุปกรณ์ใดในระบบการทำความเย็นทำงานภายใต้สภาวะเอนโทรปีคงที่ (Isentropic)
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : คอนเดนเซอร์
  • 3 : อุปกรณ์ลดความดัน
  • 4 : อีวาปโพเรเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • อุปกรณ์ใดในระบบการทำความเย็นทำงานภายใต้สภาวะความดันคงที่ (constant pressure)
  • 1 : คอมเพรสเซอร์, คอนเดนเซอร์
  • 2 : คอนเดนเซอร์, อุปกรณ์ลดความดัน
  • 3 : คอนเดนเซอร์, อีวาปโพเรเตอร์
  • 4 : อุปกรณ์ลดความดัน, อีวาปโพเรเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :
  • อุปกรณ์ใดในระบบการทำความเย็นทำงานภายใต้สภาวะความดันต่ำ
  • 1 : receiver
  • 2 : oil separator
  • 3 : condenser
  • 4 : evaporator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 :
  • accumulator มีหน้าที่อะไรในระบบทำความเย็น
  • 1 : กรองสิ่งสกปรกภายในระบบทำความเย็น
  • 2 : ดักน้ำมันที่ผสมมากับสารทำความเย็น
  • 3 : ดักน้ำยาเหลวไม่ให้ส่งเข้าไปในคอมเพรสเซอร์
  • 4 : ถ่ายเทความร้อนออกจากระบบทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • คอนเดนเซอร์มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ระบายความร้อนสารทำความเย็น
  • 2 : ระเหยสารทำความเย็นให้กลายเป็นไอ
  • 3 : ลดความดันในระบบก่อนส่งสารทำความเย็นเข้าคอมเพรสเซอร์
  • 4 : เป็นอุปกรณ์ดูดซับความร้อนให้แก่สารทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของ คอมเพรสเซอร์
  • 1 : เป็นอุปกรณ์สร้างแรงดันในระบบ
  • 2 : อัดและส่งสารทำความเย็นไปคอนเดนเซอร์
  • 3 : เป็นอุปกรณ์ทำให้สารทำความเย็นกลั่นตัว
  • 4 : เป็นอุปกรณ์สร้างสุญญากาศในระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • อุปกรณ์ใดในระบบการทำความเย็นทำหน้าที่ดูดความร้อนเข้าสู่สารทำความเย็น
  • 1 : วาล์วลดความดัน
  • 2 : คอนเดนเซอร์
  • 3 : คอมเพรสเซอร์
  • 4 : อีวาโปเรเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • อุปกรณ์ด้านความดันสูงของระบบการทำความเย็น คือ
  • 1 : รีซีฟเวอร์
  • 2 : อีวาโปเรเตอร์
  • 3 : แอคคิวมิวเลเตอร์
  • 4 : ฟรีซเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • ตำแหน่งใดเป็นตำแหน่งที่ติดตั้ง Accumulator
  • 1 : ระหว่าง Compressor กับ Condenser
  • 2 : ระหว่าง Evaporator กับ Condenser
  • 3 : ระหว่าง Evaporator กับ Compressor
  • 4 : ระหว่าง Booster compressor กับ High stage compressor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • Thermostatic Expansion valve ทำหน้าที่อะไรในระบบทำความเย็น
  • 1 : เป็นวาล์วนิรภัยเพื่อป้องกันความดันในระบบไม่ให้สูงเกินไป
  • 2 : ใช้สำหรับถ่ายน้ำมันหล่อลื่น
  • 3 : ปรับอัตราการไหลของน้ำยาเหลวที่ทางเข้าของอีแวปโพเรเตอร์
  • 4 : ปรับระดับน้ำยาเหลวภายในแอคคิวมูเลเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • จงหากำลังของคอมเพรสเซอร์ ที่ใช้อัดสารทำความเย็นที่มีค่าเอนทาลปี 400 kJ/kg ให้มีค่าเอนทาลปีเป็น 650 kJ/kg โดยที่มีอัตราการไหลของสารทำความเย็นเท่ากับ 100 g/s
  • 1 : 2.5 kw.
  • 2 : 25 kw.
  • 3 : 250 kw.
  • 4 : 25000 kw.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 65 :
  • เครื่องควบแน่น (Condenser) แบบใด จะมีขนาดใหญ่ที่สุด หากระบายความร้อนได้เท่ากัน
  • 1 : เครื่องควบแน่นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air Cooled Condenser)
  • 2 : เครื่องควบแน่นแบบเปลือกและท่อ (Shell and Tube Condenser)
  • 3 : เครื่องควบแน่นแบบระเหย (Evaporative Condenser)
  • 4 : ทุกแบบมีขนาดใกล้เคียงกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 66 :
  • ส่วนประกอบหลักของระบบอัดไออย่างง่ายได้แก่ข้อใด
  • 1 : Evaporator, Compressor, Accumulator, Expansion valve
  • 2 : Condenser, Capillary tube, Evaporator, Accumulator
  • 3 : Expansion valve, Evaporator, Condenser, Compressor
  • 4 : Condenser, Capillary tube, Evaporator, Accumulator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 :
  • เครื่องทำความเย็นชนิด Carnot Cycle มีอุณหภูมิไอระเหย –10 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิกลั่นตัว 40 องศาเซลเซียส COP ของเครื่องทำความเย็นชุดนี้ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : มากกว่า 5.26
  • 2 : เท่ากับ 5.26
  • 3 : เท่ากับ 0.8
  • 4 : เท่ากับ 0.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : คอมเพรสเซอร์สามารถอัดของเหลวได้ดี
  • 2 : อีแวปปอเรเตอร์ทำหน้าที่เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 : เมื่อสารทำความเย็นผ่านวาล์วลดความดัน ความดันจะลดลงโดยอุณหภูมิคงที่
  • 4 : การ Subcooling ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอชั้นเดียว ทำงานที่อุณหภูมิกลั่นตัว 40 องศาเซลเซียส อุณหภูมิไอระเหย –20 องศาเซลเซียส ถ้าเพิ่มอุณหภูมิไอระเหยเป็น –10 องศาเซลเซียส จะมีผลอย่างไร
  • 1 : ทำให้คอนเดนเซอร์ต้องระบายความร้อนมากขึ้น
  • 2 : ทำให้คอมเพรสเซอร์ใช้พลังงานน้อยลง
  • 3 : ค่า RE ต่ำลง
  • 4 : ค่า COP ของระบบลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 70 :
  • สารทำความเย็น R134a ถูกดูดเข้าคอมเพรสเซอร์ที่อุณหภูมิไออิ่มตัว –6.7 องศาเซลเซียส จงหาอัตราการไหลเชิงมวลเมื่อกระบอกสูบคอมเพรสเซอร์มีความจุ 9.44 ลิตรต่อวินาที กำหนดให้ที่อุณหภูมิอิ่มตัว –6.7 องศาเซลเซียส R134a มีปริมาตรจำเพาะของไอ 0.0874 ลูกบาศก์เมตรต่อกิโลกรัม
  • 1 : 1.9 กิโลกรัมต่อชั่วโมง
  • 2 : 0.108 กิโลกรัมต่อวินาที
  • 3 : 0.103 กิโลกรัมต่อวินาที
  • 4 : 19.05 กิโลกรัมต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • สารทำความเย็นชนิดหนึ่งจำนวน 1.36 kg ขณะออกจากวาล์วลดความดันเกิดเปลี่ยนสถานะเป็นไอโดยเอนทาลปีขณะผ่านวาล์วนี้เท่ากับ 102.344 kJ/kg เอนทาลปีของไออิ่มตัวเท่ากับ 241.904 kJ/kg เอนทาลปีของของเหลวอิ่มตัวเท่ากับ 41.868 kJ/kg สารทำความเย็นกลายเป็นไอจำนวนเท่าใด
  • 1 : 0.41kg
  • 2 : 50%
  • 3 : 40%
  • 4 : 0.59 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • ระบบทำความเย็นชนิดใดที่นำคอมเพรสเซอร์มาใช้ทำความเย็น
  • 1 : Absorption Refrigeration System
  • 2 : Vapor Compression Refrigeration System
  • 3 : Steam Jet Refrigeration System
  • 4 : Air Expansion System
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 73 :
  • ข้อแตกต่างระหว่างระบบทำความเย็นทางทฤษฎีกับทางปฏิบัติคือข้อใด
  • 1 : เมื่อไม่มี Pressure Drop ในคอล์ยเย็น สารทำความเย็น R-22 เดือดโดยที่อุณหภูมิอิ่มตัวไม่คงที่
  • 2 : ปริมาณสารทำความเย็นที่ป้อนเข้าคอล์ยเย็นจะพอดีกับการเดือดเป็นไอหมดเสมอ
  • 3 : มี Pressure Drop เกิดขึ้นตามท่อหรืออุปกรณ์ต่างๆ
  • 4 : ไม่มีข้อแตกต่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • Cryogenic มีใช้ในงานประเภทใด
  • 1 : ใช้ในระบบปรับอากาศตามโรงงานขนาดใหญ่
  • 2 : งานที่ต้องการอุณหภูมิไอระเหย –30 องศาเซลเซียส
  • 3 : แช่แข็งผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป (ข้าวกล่อง)
  • 4 : ทำเป็นอากาศเหลวเพื่อแยกแก๊สต่างๆ ออกจากอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 75 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่อไปนี้
  • 1 : Oil Separator – ระบบที่ใช้คอมเพรสเซอร์ชนิดสกรูไม่จำเป็นต้องมี Oil Separator
  • 2 : Expansion Valve – คาปาซิตี้ของวาล์วขึ้นอยู่กับจำนวนรอบที่ปรับ
  • 3 : Air Purge – ระบบ R-22 ที่ทำงานที่ความดันสูงกว่าบรรยากาศจำเป็นต้องมี Air Purge
  • 4 : Dryer – ใช้กรองเศษสิ่งสกปรกในระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดคือลักษณะของการทำความเย็นแบบ Cascade
  • 1 : มี Cascade Condenser เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างสารทำความเย็น 2 ชนิด
  • 2 : สารทำความเย็นทั้ง 2 ชนิดจะแลกเปลี่ยนความร้อนจนอุณหภูมิเท่ากัน
  • 3 : ถ้าต้องการอุณหภูมิไอระเหยต่ำมากๆ จะนิยมใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็น
  • 4 : P-h Diagram เหมือนกับระบบอัดไอสองชั้นชนิดมี Open Flash Intercooler
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • มีสารทำความเย็นเหลวอุณหภูมิ +40 องศาเซลเซียส ต้องการทำ Subcooling สารทำความเย็นนี้จะทำได้อย่างไร
  • 1 : ใช้ Open Flash Economizer
  • 2 : แลกเปลี่ยนความร้อนกับไอสารทำความเย็นด้าน Suction
  • 3 : ใช้ Open Flash Intercooler
  • 4 : ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : อากาศที่ปนอยู่ในระบบทำความเย็นไม่ก่อให้เกิดผลเสียอะไร
  • 2 : เกล็ดหิมะที่เกาะตามผิวคอล์ยเย็นช่วยให้การทำความเย็นดีขึ้น
  • 3 : ระบบทำความเย็นที่มีความดันต่ำกว่าบรรยากาศ น้ำในระบบอาจแข็งตัวอุดตันวาล์วลดความดัน
  • 4 : ห้องเย็นที่มีอุณหภูมิ +1 องศาเซลเซียสไม่มีโอกาสที่จะมีน้ำแข็งเกาะคอล์ยเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • ข้อใดสามารถประกอบเป็น Condensing Unit ได้
  • 1 : Condenser, Compressor, Accumulator
  • 2 : Compressor, Accumulator, Evaporator
  • 3 : Condenser, Receiver, Evaporator
  • 4 : Compressor, Accumulator, Oil Separator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • TD (Temperature Difference) ของคอล์ยเย็นคืออะไร
  • 1 : อุณหภูมิแตกต่างระหว่างสารทำความเย็นในคอล์ยกับอุณหภูมิห้อง
  • 2 : อุณหภูมิแตกต่างของสารทำความเย็นระหว่างขาเข้ากับขาออกคอล์ยเย็น
  • 3 : อุณหภูมิแตกต่างระหว่างของสารทำความเย็นที่เกิดจาก Pressure Drop ในคอล์ยเย็น
  • 4 : อุณหภูมิแตกต่างระหว่างลมส่งกับลมกลับเข้าคอล์ยเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • อุปกรณ์ใดไม่ใช้ในระบบอัดไอชั้นเดียว
  • 1 : Compressor
  • 2 : Liquid Receiver
  • 3 : Recirculation Pump
  • 4 : Intercooler
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 82 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 83 :
  • ค่าความร้อนใดในวิธีการคำนวณหาภาระความเย็น (Cooling Load) ปกติจะไม่มีการนำมาคำนวณ
  • 1 : Wall Heat Load
  • 2 : Air Change Load
  • 3 : Solar Heat Load
  • 4 : Product Load
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 84 :
  • ถ้าลดแรงดันด้านดูด (Suction Pressure) และอุณหภูมิของคอล์ยเย็น (Evaporating Temp.) ลดต่ำด้วย จะส่งผลให้เกิดอะไรขึ้น
  • 1 : กำลังไฟฟ้าต่อตันความเย็นจะลดลง
  • 2 : กำลังไฟฟ้าต่อตันความเย็นจะเพิ่มสูงขึ้น
  • 3 : กำลังไฟฟ้าไม่มีผลอะไรใดๆ ต่อการลดลงของอุณหภูมิ
  • 4 : ความดันด้านส่ง (Discharge Pressure) จะสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • ระบบทำความเย็นระบบหนึ่งมีค่า Cooling Capacity ที่คอล์ยเย็นเท่ากับ 33 kW ค่าAbsorbed Power ที่เครื่องคอมเพรสเซอร์เท่ากับ 12 kW ค่า Heat Rejection ที่คอนเดนเซอร์เท่ากับ 45 kW ถามว่า C.O.P. ของระบบนี้เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 2.75
  • 2 : 3.75
  • 3 : 1.36
  • 4 : 0.73
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :

  • 1 : 6.2
  • 2 : 5.7
  • 3 : 6.1
  • 4 : 5.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • ระบบทำความเย็นแบบ Two Stage ที่ใช้ Inter-stage Gas Cooling แบบไหนมีค่า C.O.P. สูงที่สุด
  • 1 : Liquid Injection Inter-stage Gas Cooling
  • 2 : Liquid Injection Inter-stage Gas Cooling with Liquid Sub-cooler
  • 3 : Open Flash Inter-stage Gas Cooling
  • 4 : Closed Flash Inter-stage Gas Cooling (with liquid sub-cooling coil)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • ระบบทำความเย็นแบบ Two Stage ที่ใช้ Inter-stage Gas Cooling แบบไหนมีค่า C.O.P. ต่ำที่สุด
  • 1 : Liquid Injection Inter-stage Gas Cooling
  • 2 : Liquid Injection Inter-stage Gas Cooling with Liquid Sub-cooler
  • 3 : Open Flash Inter-stage Gas Cooling
  • 4 : Closed Flash Inter-stage Gas Cooling (with liquid sub-cooling coil)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • อุณหภูมิของสินค้าหรือของเหลวหรือวัตถุใดๆ ที่ต้องการทำให้เย็นจะต้อง
  • 1 : สูงกว่าจุดเยือกแข็ง (Freezing Point) ของบริเวณที่จะลดอุณหภูมิ
  • 2 : จะต้องสูงกว่าจุดไอระเหยของคอล์ยเย็น (Evaporating Temp.)
  • 3 : เท่ากับจุดไอระเหยของคอล์ยเย็น (Evaporating Temp.)
  • 4 : ต่ำกว่าจุดไอระเหยของคอล์ยเย็น (Evaporating Temp.)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :
  • ถ้าภาระความร้อนของคอล์ยเย็น (Evaporator Load) เพิ่มขึ้นจะมีผลอย่างไรต่อแรงดันด้านดูด (Suction Pressure)
  • 1 : จะลดลง
  • 2 : จะเพิ่มขึ้น
  • 3 : คงเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ความดันด้านส่งจะลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • เหตุการณ์ใดต่อไปนี้จะเกิดขึ้นในคอล์ยเย็น (Evaporator)
  • 1 : ของเหลวแรงดันสูงเปลี่ยนเป็นของเหลวแรงดันต่ำ
  • 2 : สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สอิ่มตัว (Saturated Gas)
  • 3 : ของเหลวแรงดันต่ำเปลี่ยนเป็นแก๊สแรงดันต่ำ
  • 4 : แก๊สแรงดันสูงเปลี่ยนเป็นของเหลวแรงดันต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ถ้าใช้เป็นเครื่องทำความร้อนหรือฮีตปั๊ม(Heat Pump) การไหลของสารทำความเย็น มีลำดับการไหล ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : อุปกรณ์ลดความดัน เครื่องระเหย(Evaporator) คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์
  • 2 : อุปกรณ์ลดความดัน เครื่องระเหย(Evaporator) คอมเพรสเซอร์ คอนเดนเซอร์
  • 3 : อุปกรณ์ลดความดัน คอนเดนเซอร์ เครื่องระเหย(Evaporator) คอมเพรสเซอร์
  • 4 : คอนเดนเซอร์ คอมเพรสเซอร์ เครื่องระเหย(Evaporator) อุปกรณ์ลดความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • ความรู้เกี่ยวกับวัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติ(Ideal Vapor Compression Refrigeration Cycle) และวัฏจักรทำความเย็นคาร์โนต์(Carnot Refrigeration Cycle) ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : วัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติมีประสิทธิภาพวัฏจักร(COP)สูงกว่าวัฏจักรทำความเย็นคาร์โนต์
  • 2 : วัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติ และวัฏจักรทำความเย็นคาร์โนต์ ต่างก็เป็นวัฏจักรย้อนกลับได้(Reversible Cycle)
  • 3 : วัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติเป็นวัฏจักรที่สมบูรณ์ ประสิทธิภาพของวัฏจักร(COP)ไม่ขึ้นกับชนิดของสารทำความเย็น
  • 4 : วัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติเป็นวัฏจักรที่ย้อนกลับไม่ได้(Irreversible Cycle)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • ความหมายของการทำความเย็นโดยวัฏจักรคาร์โนมีความหมายว่าอะไร
  • 1 : เป็นวัฏจักรการทำความเย็นที่ได้ประสิทธิภาพต่ำที่สุด
  • 2 : เป็นวัฏจักรการทำความเย็นที่ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • 3 : เป็นวัฏจักรการทำความเย็นที่ทำงานจริง
  • 4 : เป็นวัฏจักรการทำความเย็นที่ทำอุณหภูมิได้ต่ำสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • สารทำความเย็นที่ออกมาจากอีแวปโพเรเตอร์แบบควบคุมเอ็กแปนชั่นวาล์วควรมีสถานะใด
  • 1 : ของเหลวอิ่มตัว
  • 2 : ของเหลวผสมกับไอ
  • 3 : ไออิ่มตัว
  • 4 : ซุปเปอร์ฮีทหรือไอร้อนยวดยิ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • สารทำความเย็นที่ออกมาจากคอนเดนเซอร์ควรมีสถานะใด
  • 1 : ซับคูล(sub-cooled)หรือของเหลวอิ่มตัว
  • 2 : ของเหลวผสมกับไอ
  • 3 : ไออิ่มตัว
  • 4 : ซุปเปอร์ฮีทหรือไอร้อนยวดยิ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้สำหรับระบบทำความเย็นแบบใด
  • 1 : ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ
  • 2 : ระบบทำความเย็นแบบดูดซึม
  • 3 : ระบบทำความเย็นแบบใช้ไฟฟ้าโดยตรง
  • 4 : ระบบทำความเย็นแบบใช้น้ำพ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 :
  • ถ้าอุณหภูมิด้านการกลั่นตัวมีค่าสูงขึ้นจะส่งผลอย่างไรกับประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • 1 : ประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • 2 : ประสิทธิภาพต่ำลง
  • 3 : ประสิทธิภาพเท่าเดิม
  • 4 : อุณหภูมิด้านการกลั่นตัวไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • ถ้าอุณหภูมิด้านการกลั่นตัวมีค่าต่ำลงจะส่งผลอย่างไรกับประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • 1 : ประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • 2 : ประสิทธิภาพต่ำลง
  • 3 : ประสิทธิภาพเท่าเดิม
  • 4 : อุณหภูมิด้านการกลั่นตัวไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • ถ้าอุณหภูมิด้านการระเหยมีค่าสูงขึ้นจะส่งผลอย่างไรกับประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • 1 : ประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • 2 : ประสิทธิภาพต่ำลง
  • 3 : ประสิทธิภาพเท่าเดิม
  • 4 : อุณหภูมิด้านการกลั่นตัวไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :
  • ถ้าอุณหภูมิด้านการระเหยมีค่าต่ำลงจะส่งผลอย่างไรกับประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • 1 : ประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • 2 : ประสิทธิภาพต่ำลง
  • 3 : ประสิทธิภาพเท่าเดิม
  • 4 : อุณหภูมิด้านการกลั่นตัวไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :
  • ระบบทำความเย็นแบบคาสเคด (Cascade) แตกต่างจากระบบทำความเย็นแบบ 2 สเตจธรรมดาอย่างไร
  • 1 : ใช้คอมเพรสเซอร์เพียงตัวเดียว
  • 2 : ระบบทำความเย็นด้านต่ำและสูงจะแยกวงจรจากกัน
  • 3 : ระบบทำความเย็นด้านต่ำและด้านสูงจะอยู่รวมเป็นวงจรเดียวกัน
  • 4 : ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนภายในระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • การถ่ายเทความร้อนในเครื่องระเหย(Evaporator)เป็นแบบใด
  • 1 : ความร้อนแฝงการระเหย
  • 2 : ความร้อนแฝงการกลั่นตัว
  • 3 : ความร้อนสัมผัส
  • 4 : ความร้อนจำเพาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 104 :
  • ข้อใดคือชนิดของไอสารทำความเย็นที่เกิดขึ้นก่อนเข้าเครื่องอัดไอ(compressor)ในทางปฏิบัติ
  • 1 : ไอร้อนยวดยิ่ง
  • 2 : ไออิ่มตัว
  • 3 : ไอเปียก
  • 4 : ของเหลวอิ่มตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 105 :
  • การใช้งานแบบระบบความดันหลายขั้น(multistage) นิยมใช้สำหรับอุณหภูมิที่เครื่องระเหยเท่าไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 106 :
  • ข้อใดเป็นผลของสารความเย็นเป็นไอร้อนยวดยิ่ง(super heat vapour)เพิ่มขึ้นก่อนเข้าเครื่องอัดไอ
  • 1 : อุณหภูมิด้านลิ้นทางส่งเครื่องอัดต่ำลง
  • 2 : ปริมาตรจำเพาะของไอสารทำความเย็นลดลง
  • 3 : อุณหภูมิอิ่มตัวทางดูดลดลง
  • 4 : อุณหภูมิอิ่มตัวทางส่งลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :

  • 1 : 0.33 kg/s
  • 2 : 0.033 kg/s
  • 3 : 10.19 kg/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดเป็นผลทำให้ความสามารถการทำความเย็นลดลง
  • 1 : อุณหภูมิอิ่มตัวทางส่งลดลง
  • 2 : อุณหภูมิทางดูดสูงขึ้น
  • 3 : ปริมาตรจำเพาะไอสูงขึ้น
  • 4 : อัตราการไหลเชิงปริมาณเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 109 :
  • เครื่องทำความเย็นมีผลทางความเย็น 10 kW และมีผลต่างทางเอลทาลปี้ที่เครื่องระเหย 110 kJ/kg จะมีอัตราการไหลเชิงมวลเท่าไร
  • 1 : 0.09 kg/s
  • 2 : 0.009 kg/s
  • 3 : 0.3 kg/s
  • 4 : 0.003 kg/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • ถ้าเครื่องระเหยมีความดันสูญเสียมากขึ้น(More Pressure drop) ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้น
  • 1 : อุณหภูมิของเหลวอิ่มตัวในเครื่องควบแน่นเพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่าการทำความเย็นลดลง
  • 3 : กำลังงานในเครื่องอัดลดลง
  • 4 : ปริมาตรจำเพาะของไอสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • ข้อใดเป็นผลโดยตรงมาจากไอร้อนยวดยิ่งในระบบทำความเย็นเพิ่มขึ้นก่อนเข้าเครื่องอัดไอ
  • 1 : ปริมาตรจำเพาะของไอลดลง
  • 2 : ความร้อนที่ต้องระเหยออกที่เครื่องควบแน่นเพิ่มขึ้น
  • 3 : อุณหภูมิด้านลิ้นทางส่งเครื่องอัดลดลง
  • 4 : กำลังที่ใช้เครื่องอัดลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • ระบบทำความเย็นมีผลทางความเย็น 10 kW และมีค่า COP เท่ากับ 2.5 จะมีกำลังงานที่ใช้ในการอัดเท่าไร
  • 1 : 2 kW
  • 2 : 4 kW
  • 3 : 6 kW
  • 4 : 0.25 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • ข้อใดเป็นผลที่เกิดขึ้นถ้ามีความดันลด (pressure loss) ของสารทำความเย็นในท่อที่ออกจากเครื่องควบแน่นไปยังถังเก็บสารทำความเย็นมากเกินไป
  • 1 : flashed gas
  • 2 : Superheated
  • 3 : subcooled
  • 4 : Liquid hammer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • ระบบทำความเย็นมีความสามารถทำความเย็น 10 kw และมีค่า COP ของระบบเท่ากับ 2.5 และถ้ากำลังงานของเครื่องอัดลดลง 10% ค่า COP จะมีค่าเท่าไร
  • 1 : 2.7
  • 2 : 3.2
  • 3 : 1.5
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 115 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 116 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลทำให้ค่าความสามารถการทำความเย็นของระบบลดลงโดยที่มีค่าอุณหภูมิอิ่มตัวทางส่ง คงที่
  • 1 : ความดันลดในท่อทางดูด
  • 2 : ความดันลดในท่อทางส่ง
  • 3 : เกิดของเหลวเย็นยิ่ง (Sub cooled) ในเครื่องควบแน่น
  • 4 : ความดันลดในเครื่องระเหย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • คอนเดนเซอร์มีหลักการทำงานเป็นไปตามเส้นคุณสมบัติใดบนแผนภูมิ P-h
  • 1 : เส้นความดันคงที่
  • 2 : เส้นเอนโทรปีคงที่
  • 3 : เส้นปริมาตรจำเพาะคงที่
  • 4 : เส้นอุณหภูมิคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 118 :
  • วาล์วระเหยสารทำความเย็น(Expansion Valve)ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : เพิ่มความดันในระบบทำให้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะไอเป็นของเหลว
  • 2 : ลดความดันทำให้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ
  • 3 : ลดความดันให้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะจากของไอเป็นของเหลว
  • 4 : ลดความดันในระบบทำให้สารทำความเย็นเปลี่ยนจากสถานะของเหลวเป็นของเหลวผสมไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ในระบบอัดไอตามทฤษฎีข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์หลัก
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : อีแวปโพเรเตอร์
  • 3 : วาล์วลดความดัน
  • 4 : วาล์วเปิด-ปิด (Stop Valve)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :
  • จงหาประสิทธิภาพของการทำความเย็นของระบบ เมื่อ Enthalpy ทางด้านเข้าของ Evaporator = 100 kJ/kg Enthalpy ทางด้าน Suction ของ Compressor = 200 kJ/kg Enthalpy ทางด้าน Discharge ของ Compressor = 225 kJ/kg
  • 1 : 5.0
  • 2 : 4.0
  • 3 : 3.0
  • 4 : 2.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • ข้อใดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของระบบอัดไอ
  • 1 : Evaporator, Compressor, Condenser, Receiver
  • 2 : Compressor, Oil Separator, Condenser, Receiver
  • 3 : Condenser, Expansion valve, Evaporator, Compressor
  • 4 : Capillary tube, Expansion valve, Evaporator, Condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • ค่า COP หมายถึงข้อใด
  • 1 : ดัชนีแสดงค่าประสิทธิภาพของเครื่องทำความเย็น
  • 2 : อัตราการไหลของสารทำความเย็นต่อกิโลวัตต์
  • 3 : ความร้อนที่คายออกในเครื่องควบแน่น
  • 4 : ค่าการทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • ผลทำความเย็น (Refrigeration Effect) คืออะไร
  • 1 : งานที่ใส่ให้กับคอมเพรสเซอร์ขณะอัดไอ
  • 2 : ค่าความร้อนที่อีวาโปเรเตอร์รับจากห้องเย็น
  • 3 : ค่าความร้อนที่คอนเดนเซอร์ถ่ายเทออกจากระบบหารด้วยงานที่คอมเพรสเซอร์อัดไอ
  • 4 : ค่าความร้อนที่อีวาโปเรเตอร์ถ่ายเทจากระบบหารด้วยงานที่คอมเพรสเซอร์อัดไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • สารทำความเย็นในข้อใดสามารถสัมผัสกับอาหารได้โดยตรง
  • 1 : R-22
  • 2 : Ammonia
  • 3 :
  • 4 : R-134A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • อุปกรณ์ใดในระบบการทำความเย็นทางทฤษฎีทำงานภายใต้สภาวะเอนโทรปี(Entropy)คงที่ (Isentropic process)
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : คอนเดนเซอร์
  • 3 : อุปกรณ์ลดความดัน
  • 4 : อีแวปโพเรเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • ข้อดีของระบบทำความเย็นแบบ Cascade คือข้อใด
  • 1 : ไม่ทำลายโอโซน
  • 2 : สามารถทำความเย็นที่อุณหภูมิต่ำๆ ได้
  • 3 : ต้นทุนและการซ่อมบำรุงต่ำ
  • 4 : มีอุปกรณ์ในระบบน้อยกว่าแบบ Single stage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :

  • 1 : 1,387.09 kJ/kg
  • 2 : 1,296.40 kJ/kg
  • 3 : 1,252.15 kJ/kg
  • 4 : 8.34 kJ/kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :

  • 1 : -4 องศาเซลเซียส
  • 2 : -6 องศาเซลเซียส
  • 3 : -8 องศาเซลเซียส
  • 4 : -10 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :

  • 1 : 87.743 MW
  • 2 : 633.19 kW
  • 3 : 223.51 kW
  • 4 : 2.09 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :

  • 1 : ขนาดทำความเย็นคือ m(h1 – h4) kW
  • 2 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)คือ (h2 – h1)/(h1 – h4)
  • 3 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)คือ (h2 – h3)/(h2 – h1)
  • 4 : ขนาดทำความเย็นคือ h1 – h4 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ถ้าเป็นวัฏจักรอุดมคติ(Ideal Cycle) ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : ในคอมเพรสเซอร์ไม่สมบูรณ์หรือย้อนกลับไม่ได้
  • 2 : ในคอนเดนเซอร์ ไม่สมบูรณ์หรือย้อนกลับไม่ได้
  • 3 : ในเครื่องระเหย(Evaporator) ไม่สมบูรณ์หรือย้อนกลับไม่ได้
  • 4 : ในอุปกรณ์ลดความดัน ไม่สมบูรณ์หรือย้อนกลับไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 132 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ถ้าใช้เป็นเครื่องทำความร้อนหรือฮีตปั๊ม(Heat Pump) ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ของฮีตปั๊มต้องมากกว่า 1 เสมอ (COPฮีตปั๊ม>1)
  • 2 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP) ของฮีตปั๊มจะน้อยกว่าหรือมากกว่า 1 ก็ได้(COPฮีตปั๊ม> 1 หรือ <1)
  • 3 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ของฮีตปั๊มจะน้อยกว่าของเครื่องทำความเย็น 1 (COPเครื่องทำความเย็น – COPฮีตปั๊ม = 1)
  • 4 : โจทย์ไม่ชัดเจน ฮีตปั๊มและเครื่องทำความเย็นต่างกันจะมาสมมุติแบบนั้นไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 133 :
  • ความรู้เกี่ยวกับวัฏจักรทำความเย็นอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration Cycle) ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ต้องมากกว่า 1 (100%) เสมอ
  • 2 : การไหลผ่าน Expansion Valve ถือว่าเอนโทรปีคงที่
  • 3 : การอัดของคอมเพรสเซอร์ถือว่าเอนทัลปีคงที่
  • 4 : ความเสียดทานในExpansion Valveมีมาก แต่โดยประมาณแล้วเอนทัลปียังคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ความรู้เกี่ยวกับเครื่องทำความเย็นอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration ) ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : อุณหภูมิในห้องเย็นยิ่งต่ำสัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ยิ่งสูง
  • 2 : อุณหภูมิอากาศภายนอกยิ่งต่ำสัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ยิ่งต่ำ
  • 3 : อุณหภูมิอากาศภายนอกยิ่งต่ำสัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ยิ่งสูง
  • 4 : อุณหภูมิอากาศในห้องเย็นไม่มีผลต่อสัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 135 :

  • 1 : V = m.v1
  • 2 : QL = V(h1 – h4)
  • 3 : QL = h1 – h3
  • 4 : COP = m(h1 – h3)/(h2 – h1)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  • เครื่องทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ถ้าเป็นวัฏจักรอุดมคติ(Ideal Cycle) ให้สภาวะของสารทำความเย็นที่ออกจากเครื่องระเหย(Evaporator)และไหลเข้าคอมเพรสเซอร์เป็นสภาวะที่ 1 และสภาวะที่ 2 เป็นสภาวะระหว่างคอมเพรสเซอร์กับคอนเดนเซอร์ ส่วนสภาวะที่ 3 และ 4 ให้ไล่ไปตามลำดับการไหลของสารทำความเย็น ถ้าอัตราการทำความเย็นเป็นQL มีหน่วยเป็น kW ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : ขนาดทำความเย็น(QL) = (h1 – h4) หน่วยเป็น kW
  • 2 : กำลังอัดของคอมเพรสเซอร์ = QL(h2 – h1) / (h1 – h4) หน่วยเป็น kW
  • 3 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)คือ (h2 – h3)/(h2 – h1)
  • 4 : อัตราระบายความร้อน = h2 – h3 หน่วยเป็น kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 137 :
  • เครื่องทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ถ้าเป็นวัฏจักรอุดมคติ(Ideal Cycle) ให้สภาวะของสารทำความเย็นที่ออกจากเครื่องระเหย(Evaporator)และไหลเข้าคอมเพรสเซอร์เป็นสภาวะที่ 1 และสภาวะที่ 2 เป็นสภาวะระหว่างคอมเพรสเซอร์กับคอนเดนเซอร์ ส่วนสภาวะที่ 3 และ 4 ให้ไล่ไปตามลำดับการไหลของสารทำความเย็น ถ้ากำลังอัดคอมเพรสเซอร์เป็น Wc มีหน่วยเป็น kW ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : อัตราการทำความเย็น = Wc (h1 – h4 ) / ( h2 – h1 ) หน่วยเป็น kW
  • 2 : อัตราการทำความเย็น = Wc (h1 – h4 ) หน่วยเป็น kW
  • 3 : กำลังอัดคอมเพรสเซอร์ = h2 – h1 หน่วยเป็น kW
  • 4 : อัตราระบายความร้อน = h2 – h3 หน่วยเป็น kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration) ซึ่งใช้เป็นเครื่องปรับอากาศ แต่ถ้าพิจารณาเป็นเครื่องทำความร้อนหรือฮีตปั๊ม(Heat Pump) โดยทำงานที่อุณหภูมิคู่เดิม ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ของฮีตปั๊มต้อง = 1 เสมอ
  • 2 :
  • 3 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะเครื่องปรับอากาศ(COP-AC)= สัมประสิทธิ์สมรรถนะฮีตปั๊ม(COP-HP) + 1
  • 4 : โจทย์ไม่ชัดเจน ฮีตปั๊มและเครื่องทำความเย็นต่างกันจะมาสมมุติแบบนั้นไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • ความรู้เกี่ยวกับวัฏจักรทำความเย็นอัดไอ(Vapor Compression Refrigeration Cycle) ต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : สารทำความเย็นไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดันแม้ว่าจะเป็นทางปฏิบัติก็ถือได้ว่าเอนทัลปีคงที่
  • 2 : การอัดของคอมเพรสเซอร์แม้ว่าจะเป็นทางปฏิบัติก็ถือได้ว่าเอนโทรปีคงที่
  • 3 : การอัดของคอมเพรสเซอร์ถือว่าเอนทัลปีคงที่
  • 4 : สารทำความเย็นไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดันตามทฤษฎีสมบูรณ์ถือได้ว่าเอนโทรปีคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 140 :

  • 1 : 280 kJ/kg
  • 2 : 131 kJ/kg
  • 3 : 81 kJ/kg
  • 4 : 61 kJ/kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :

  • 1 : m1=ma(hd-ha)/(h3-h2)
  • 2 : m1= ma(h3-h2)/(hd-ha)
  • 3 : m1 = (hd-ha)/(h3-h2)
  • 4 : m1= ma
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :

  • 1 : (hc-hb)/[(hd-hc)+(h4-h3)]
  • 2 : ma(hc-hb)/[(hd-hc)+(h4-h3)]
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 143 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 144 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • วัฏจักรทำความเย็นอุดมคติ(Ideal Refrigeration Cycle) ข้อความใดต่อไปนี้ ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : มีความเสียดทานที่คอมเพรสเซอร์
  • 2 : ยังไม่สมบูรณ์จริงๆ เพราะใช้การลดความดันด้วยความเสียดทาน
  • 3 : สามารถมีประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องทำความเย็นคาร์โนต์(Carnot Refrigeration)ได้
  • 4 : เป็นวัฏจักรย้อนกลับได้ภายใน(Internal Reversible Cycle)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • ประโยชน์ที่สำคัญของการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างท่อด้านดูดและท่อสารทำความเย็นเหลว(Liquid-Suction Subcooled) คือ
  • 1 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP) เพิ่มขึ้นอย่างมาก
  • 2 : ขนาดทำความเย็น(Cooling Capacity)เพิ่มขึ้นอย่างมาก
  • 3 : ทำให้อุณหภูมิสารทำความเย็นก่อนเข้าคอมเพรสเซอร์จะเย็นลง
  • 4 : ทำให้สารทำความเย็นก่อนเข้าคอมเพรสเซอร์มีโอกาสเป็นของเหลวได้น้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 147 :
  • การทำความเย็นแบบการอัดแบบ 2 ขั้น(2-Stage Refrigeration) มีวัตถุประสงค์สำคัญคือ
  • 1 : เพิ่มขนาดทำความเย็น
  • 2 : เพิ่มสัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)
  • 3 : เพิ่มขนาดคอมเพรสเซอร์
  • 4 : ลดอุณหภูมิระเหย(Evaporating Temperature)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • หน้าที่ที่สำคัญของ Automatic Expansion Valve คือ
  • 1 : ลดความดันและปรับอัตราการไหลของสารทำความเย็นเข้าสู่เครื่องระเหย(Evaporator) และทำให้ความดันในเครื่องระเหย หรือ Evaporating Temperature คงที่
  • 2 : ลดความดันและปรับอัตราการไหลของสารทำความเย็นเข้าสู่เครื่องระเหย(Evaporator) และทำให้องศาร้อนยวดยิ่ง(Degree of Superheat)ที่ออกจากเครื่องระเหยคงที่
  • 3 : ระเหยสารทำความเย็นให้กลายเป็นไอให้หมด
  • 4 : ปรับลดอัตราการไหลให้สอดคล้องกับภาระการทำความเย็น เช่นอาคารต้องการภาระการทำความเย็นเพียง 25%ก็ปรับอัตราการไหลให้เหลือ 25%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ การที่ของเหลวไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดัน สิ่งที่เกิดขึ้น ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องหรือใกล้เคียงความจริงที่สุด
  • 1 : ของเหลวจะกลายเป็นไอ เพราะความร้อนจากอากาศรอบๆไหลเข้า
  • 2 : ความดันลดธรรมชาติบังคับให้บางส่วนต้องกลายเป็นไอ ทำให้ของเหลวที่เหลือเย็นลง ซึ่งไอนั้นก็จะเย็นตามไปด้วย
  • 3 : ความดันลดธรรมชาติบังคับให้มันเย็นลงแต่ก็ยังเป็นของเหลวอยู่ทั้งหมด จนกว่าจะไหลเข้าเครื่องระเหยจึ่งจะกลายเป็นไอได้
  • 4 : ความดันลดเนื่องจากความเสียดทาน ทำให้ร้อนขึ้นบางส่วนจึงกลายเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 150 :
  • โดยปกติแล้ว เครื่องทำความเย็นใช้คอนเดนเซอร์ระบายความร้อนแบบใด มักมีประสิทธิภาพ COP สูงที่สุด
  • 1 : คอนเดนเซอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ(Water-cooled Condenser)
  • 2 : คอนเดนเซอร์ระบายความร้อนด้วยการระเหยน้ำ(Evaporative Condenser)
  • 3 : คอนเดนเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ(Air-cooled Condenser)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • การระบายความร้อนดี ทำให้ของเหลวที่ออกจากคอนเดนเซอร์มีอุณหภูมิต่ำ มีผลทำให้
  • 1 : กำลังที่ใช้ในการอัดของคอมเพรสเซอร์ต่อหน่วยการทำความเย็นมีค่าเพิ่มขึ้น
  • 2 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ( COP )เพิ่มขึ้น
  • 3 : ความร้อนที่ถ่ายเทที่คอนเดนเซอร์มีค่ามากขึ้นประมาณ 15%
  • 4 : ความดันด้านต่ำ(Evaporating Pressur ) ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 152 :
  • การออกแบบเครื่องทำความเย็นให้ Condensing Temperature สูงมักมีผลทำให้
  • 1 : เครื่องมีประสิทธิภาพต่ำ
  • 2 : เครื่องมีประสิทธิภาพสูง
  • 3 : ขนาดทำความเย็นเพิ่มขึ้น
  • 4 : คอมเพรสเซอร์มีขนาดเล็กลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • ถ้าวัฏจักรดังรูปเป็นวัฏจักรคาร์โน ค่า COP ของระบบจะมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 154 :
  • บริเวณหมายเลข 2 ในภาพสารทำความเย็นจะมีสถานะเป็นอะไร
  • 1 : ของแข็ง
  • 2 : ของเหลว
  • 3 : ไอ
  • 4 : ของเหลวผสมกับไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • จาก Diagram สารทำความเย็นที่จุด C มีลักษณะเป็นอย่างไร
  • 1 : ไอความดันสูง
  • 2 : ไอความดันต่ำ
  • 3 : ของเหลวความดันสูง
  • 4 : ของเหลวความดันต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • จุดไหนในระบบมีความดันที่ใกล้เคียงกัน
  • 1 : จุด B และ C
  • 2 : จุด C และ D
  • 3 : จุด A และ D
  • 4 : จุด B และ D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 157 :
  • อุณหภูมิของสารทำความเย็นจุดใดสูงที่สุด
  • 1 : จุด D
  • 2 : จุด C
  • 3 : จุด B
  • 4 : จุด A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • ข้อใดคือความหมายของระบบทำความเย็นแบบ 2 stages
  • 1 : เป็นระบบทำความเย็นที่ใช้คอมเพรสเซอร์ 2 ตัว
  • 2 : ในหนึ่งรอบการทำงานของระบบทำความเย็น สารทำความเย็นจะถูกอัดตัว 2 ครั้ง
  • 3 : เป็นระบบทำความเย็นที่ทำงานที่ระดับอุณหภูมิ 2 ระดับ
  • 4 : เป็นระบบทำความเย็นที่สารทำความเย็นมีสถานะทำงาน 2 สถานะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • ถ้านำตู้เย็นขนาดการทำความเย็น 10 kW ใส่เข้าไปในห้องขนาด 2x2x2 m ซึ่งหุ้มฉนวนปิดอย่างดี แล้วเปิดฝาตู้เย็นทิ้งไว้ อยากทราบว่าอุณหภูมิภายในห้องจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เย็นลงเล็กน้อย
  • 2 : เย็นลงอย่างรวดเร็ว
  • 3 : ร้อนขึ้น
  • 4 : ไม่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 160 :
  • อุณหภูมิของระบบดังรูปที่บริเวณใดมีค่าสูงสุด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • อุณหภูมิของระบบดังรูปที่บริเวณใดมีค่าต่ำสุด
  • 1 : 5
  • 2 : 6
  • 3 : 7
  • 4 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • จงหาค่า COP ของระบบทำความเย็น
  • 1 : 2.56
  • 2 : 4.04
  • 3 : 4.4
  • 4 : 6.87
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :

  • 1 : m7 = (h6 – h3) / (h2 – h3)
  • 2 : m7 = QL / (h5 – h4)
  • 3 : m7 = (h6 – h3) / (h7 – h2)
  • 4 : m7 = QL / (h8 – h1)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 164 :
  • 157 ข้อใดคือความร้อนที่ระบายออกจากระบบทำความเย็นหลายขั้นดังรูป
  • 1 : m1(h2-h1)
  • 2 : (m1+m3)(h4-h1)
  • 3 : m3(h4-h7)
  • 4 : (m3)(h4-h5)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • เครื่องทำความเย็นมีอุณหภูมิอิ่มตัวที่เครื่องระเหย (Evaporator) -10 องศาเซลเซียส และเป็นไอร้อนยวดยิ่ง (Superheat) 5K อุณหภูมิสารทำความเย็นก่อนเข้าเครื่องอัดไอจะมีอุณหภูมิเท่าไร
  • 1 : 0 องศาเซลเซียส
  • 2 : -5 องศาเซลเซียส
  • 3 : -10 องศาเซลเซียส
  • 4 : -15 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • สารทำความเย็นที่จุด B มีลักษณะเป็นอย่างไร
  • 1 : ของเหลวความดันต่ำ
  • 2 : ของเหลวความดันสูง
  • 3 : ไอความดันสูง
  • 4 : ไอความดันต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • ในระบบการทำความเย็นแบบ 2 ขั้น ที่ใช้ความดันในอีแวปโพเรเตอร์เท่ากับ Pe และใช้ความดันในคอนเดนเซอร์เท่ากับ Pd ความดันที่เหมาะสมสำหรับทางดูดเข้า(Suction) ของคอมเพรสเซอร์ด้านความดันสูง(High Stage) ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : (Pd + Pe)/2
  • 2 : (Pd + Pe)/(Pd - Pe)
  • 3 : รากที่สองของ (Pd x Pe)
  • 4 : รากที่สองของ (Pd + Pe)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • ระบบทำความเย็นระบบหนึ่งมีค่าต่างๆ ดังแสดง จงคำนวณหาค่า Cooling Capacity ของระบบทำความเย็นนี้
  • 1 : 1,648 kW
  • 2 : 1,614 kW
  • 3 : 1,629 kW
  • 4 : 1,594 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ระบบทำความเย็นระบบหนึ่งมีค่าต่างๆ ดังแสดง จงคำนวณหาค่า Heat Rejection Capacity ของระบบทำความเย็นนี้
  • 1 : 1,914 kW
  • 2 : 1,890 kW
  • 3 : 1,656 kW
  • 4 : 1,690 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • ระบบทำความเย็นระบบหนึ่งมีค่าต่างๆ ดังแสดง จงคำนวณหาค่า C.O.P. ของระบบทำความเย็นนี้
  • 1 : 5.7
  • 2 : 6.2
  • 3 : 6.1
  • 4 : 5.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 :
  • ให้คำนวณหาคาปาซิตี้ต่ออัตราไหลเชิงปริมาตรไอ ของระบบทำความเย็นที่ใช้สารแอมโมเนียที่อุณหภูมิกลั่นตัว (Sat. Condensing Temp.) +40 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิไอระเหย (Sat. Evaporating Temp.) –10 องศาเซลเซียส โดยกำหนดตารางน้ำยาตามตารางข้างล่างนี้
  • 1 : 12,770 กิโลจูลต่อลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 2,536 กิโลจูลต่อลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 88 กิโลจูลต่อลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 443 กิโลจูลต่อลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • ให้คำนวณหาค่า C.O.P. (Coefficient of Performance) ของระบบทำความเย็นตามตาราง และ p-h Diagram ที่กำหนดมาให้ โดยที่ค่า Enthalpy จุดอัดสูงสุดแบบ Isentropic ก่อนเข้าคอนเดนเซอร์ มีค่าเท่ากับ 1,925.93 kJ/kg
  • 1 : 1.0
  • 2 : 1.18
  • 3 : 5.05
  • 4 : 4.13
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 173 :
  • วัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติ (Ideal Vapor Compression Refrigeration) ถ้าสภาวะที่ 1 หมายถึงสารทำความเย็นไหลออกจากเครื่องระเหย (Evaporator) เข้าสู่คอมเพรสเซอร์เป็น ส่วนสภาวะที่ 2, 3 และ 4 ให้ไล่ไปตามลำดับการไหล ต้องการคำนวณการระบายความร้อนที่คอนเดนเซอร์เป็น kJ/kg
  • 1 : m(h2 – h1)
  • 2 : V(h2 – h3)
  • 3 : h2 – h3
  • 4 : m(h2 – h3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 174 :
  • สมมติอากาศภายนอกอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เครื่องทำความเย็นแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ อุณหภูมิ Condensing Temperature (TC) ที่ดีที่สุดคือข้อใด
  • 1 : 55 องศาเซลเซียส
  • 2 : 50 องศาเซลเซียส
  • 3 : 40 องศาเซลเซียส
  • 4 : 60 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 :
  • ถ้าแช่แข็งเนื้อจระเข้ 2,000 kg ซึ่งมีน้ำ 75% โดยมวล จากอุณหภูมิ 20 deg.C เป็น -18 deg.C ภายใน 4 ชั่วโมง จุดเยือกแข็งของเนื้อจระเข้ -2 deg.C จงหาภาระการทำความเย็น
  • 1 : 35 kW
  • 2 : 45 kW
  • 3 : 49 kW
  • 4 : 52 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ห้องเย็นอุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียส ควรออกแบบเครื่องทำความเย็นให้มี Evaporating Temperature (Te) ประมาณเท่าไร
  • 1 : -47 องศาเซลเซียส
  • 2 : -50 องศาเซลเซียส
  • 3 : -55 องศาเซลเซียส
  • 4 : -60 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • วัฏจักรทำความเย็นอัดไอแบบอุดมคติ (Ideal Vapor Compression Refrigeration) ถ้าสภาวะที่ 1 หมายถึงสารทำความเย็นไหลออกจากเครื่องระเหย (Evaporator) เข้าสู่คอมเพรสเซอร์ ส่วนสภาวะที่ 2, 3 และ 4 ให้ไล่ไปตามลำดับการไหล ต้องการคำนวณงานที่ต้องใช้ของคอมเพรสเซอร์เป็น kW
  • 1 : m(h2 – h1)
  • 2 : V(h1 – h4)
  • 3 : h1 – h3
  • 4 : h2 – h1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • สารทำความเย็นใดนิยมใช้ในวงจรด้านอุณหภูมิต่ำของระบบทำความเย็นแบบคาสเคด (Cascade)
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : R-22
  • 3 : R-134A
  • 4 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  • ระบบปรับอากาศในรถยนต์ทั่วไปใช้วงจรทำความเย็นแบบใด
  • 1 : ระบบอัดไอขั้นเดียว
  • 2 : ระบบอัดไอสองขั้น
  • 3 : ระบบคาสเคด
  • 4 : ระบบ Absorption
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • สารทำความเย็นใดที่อยู่ในกลุ่มไฮโดรคาร์บอน (HC)
  • 1 : R-290
  • 2 : R-717
  • 3 : R-718
  • 4 : R-404a
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • ตู้เย็นที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป ใช้คอมเพรสเซอร์ชนิดใด
  • 1 : Hermetic, Piston
  • 2 : Semi-hermetic, Piston
  • 3 : Semi-hermetic, Screw
  • 4 : Open, Screw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • ข้อใดคือหัวใจของระบบทำความเย็นแบบอัดไอ
  • 1 : ถังพักน้ำยาความดันสูง
  • 2 : คอมเพรสเซอร์
  • 3 : ถังพักน้ำยาความดันต่ำ
  • 4 : ปั๊มน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 :
  • ข้อใดไม่นิยมใช้ในระบบทำความเย็นขนาดเล็ก
  • 1 : Open Type Compressor
  • 2 : Hermetic Compressor
  • 3 : Semi-hermetic Compressor
  • 4 : Scroll-Compressor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • การลดความดันของสารทำความเย็น ต้องคำนึงถึงอะไร
  • 1 : ต้องได้อุณหภูมิอิ่มตัวต่ำกว่าอุณหภูมิห้องเย็นที่ออกแบบ
  • 2 : ต้องได้อุณหภูมิอิ่มตัวเท่ากับอุณหภูมิห้องเย็นที่ออกแบบ
  • 3 : ต้องลดความดันลงมาไม่เกิน 3 บาร์
  • 4 : เมื่ออัดไอแล้ว Compression Ratio ไม่เกิน 4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • สามารถใช้ประโยชน์ของไอสารทำความเย็นที่ออกจากอีวาโปเรเตอร์ได้อย่างไรบ้าง
  • 1 : อุ่นน้ำที่จ่ายเข้าคอยล์ลดความชื้น
  • 2 : ซับคูล (Subcool) สารทำความเย็นจากถังพักน้ำยาความดันสูง
  • 3 : อุ่นน้ำให้ร้อน
  • 4 : ใช้ประโยชน์ไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • ถ้าในทางทฤษฎีอุณหภูมิไอสารทำความเย็นขาออกของคอมเพรสเซอร์คำนวณได้ 90 องศาเซลเซียส แต่วัดได้จริง 112 องศาเซลเซียส หมายความว่าอย่างไร
  • 1 : Isentropic Efficiency ต่ำกว่า 1
  • 2 : Isentropic Efficiency สูงกว่า 1
  • 3 : COP ต่ำกว่า 1
  • 4 : เกิด Pressure Drop ในคอนเดนเซอร์มากเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • ห้องแช่แข็งสินค้า (Air Blast Freezer) ซึ่งต้องการอุณหภูมิของสารทำความเย็นประมาณ -40 องศาเซลเซียส ควรใช้ระบบทำความเย็นแบบใด
  • 1 : อัดไอชั้นเดียว
  • 2 : อัดไอสองชั้น
  • 3 : อัดไอสามชั้น
  • 4 : Cascade
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • ในระบบทำความเย็นแบบอัดไอ ถ้า Isentropic Efficiency ไม่เท่ากับ 1 จะให้ผลที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอย่างไร
  • 1 : ให้ผลการทำความเย็น (Refrigerating Effect) ดีขึ้น
  • 2 : อุณหภูมิควบแน่นสูงขึ้น
  • 3 : อุณหภูมิขาออกคอมเพรสเซอร์สูงกว่าเดิม
  • 4 : ไม่มีผลต่ออุณหภูมิใดๆ ทั้งสิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบทำความเย็นแบบอัดไอ
  • 1 : Single Stage นิยมใช้เมื่อต้องการอุณหภูมิไอระเหยไม่ต่ำมาก
  • 2 : Two Stage ใช้เมื่อต้องการ TD ของห้องเย็นกับอุณหภูมิไอระเหยสูงๆ
  • 3 : Two Stage ใช้เมื่อคอมเพรสเซอร์มีกระบอกสูบเกิน 8 สูบ
  • 4 : Single Stage ใช้เมื่อคอมเพรสเซอร์มีกระบอกสูบไม่ถึง 8 สูบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับระบบทำความเย็น
  • 1 : ระบบอัดไอจำเป็นต้องมีการเพิ่ม-ลดความดันในระบบ
  • 2 : ระบบอัดไอขั้นเดียว (Single Stage) ใช้เมื่อคอมเพรสเซอร์มีกระบอกสูบไม่ถึง 4 สูบ
  • 3 : ระบบ Cascade สารทำความเย็น 2 ชนิดต้องรวมตัวกันในชุดแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ระบบ Cascade ไม่ใช่ระบบอัดไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • ข้อใดทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ
  • 1 : ออกแบบระบบให้มีการซับคูล (Subcooling)
  • 2 : ออกแบบให้ใช้โพรเพนเป็นสารทำความเย็น
  • 3 : ออกแบบให้ใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารทำความเย็น
  • 4 : ออกแบบให้อุณหภูมิควบแน่นต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศภายนอกหรือน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 192 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : ถ้าใช้คอมเพรสเซอร์ที่มีกำลังผลิตความเย็นมากๆ จะยิ่งมี COP ของระบบสูง
  • 2 : ถ้าอุณหภูมิไอสารทำความเย็นที่ทางส่งต่ำกว่าค่าทางทฤษฎีแสดงว่าคอมเพรสเซอร์มีประสิทธิภาพสูง
  • 3 : ถ้าลดการเกิด Flash Gas ที่วาล์วลดความดันได้ก็จะได้ COP ของระบบสูงขึ้น
  • 4 : ถ้าใช้อัตราการไหลเชิงมวลมากกว่าค่าทางทฤษฎีก็จะได้ COP ของระบบสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  •  ระบบทำความเย็นแบบคาสเคด (Cascade) ที่ใช้แอมโมเนียกับคาร์บอนไดออกไซด์ มีข้อควรระวังอย่างไร
  • 1 :  การรั่วของสารทำความเย็นที่ Heat Exchanger ทำให้เกิด Ammonium Carbamate
  • 2 :  ความดันควบแน่นของวงจรด้านความดันสูง จะสูงมาก
  • 3 :  อุณหภูมิไอระเหยของแอมโมเนียต้องต่ำมาก
  • 4 :  อุณหภูมิที่ใช้งานของคาร์บอนไดออกไซด์มีความดันต่ำผิดปกติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 400 : Chapter 3:Refrigeration Load Calculation
ข้อที่ 194 :
  • ข้อใดเป็นภาระการทำความเย็นส่วนใหญ่ของห้องแช่แข็ง (Freezer)
  • 1 : ภาระความร้อนจากพื้นผนังและเพดาน
  • 2 : ภาระจากผลิตภัณฑ์
  • 3 : ภาระจากผู้ทำงานภายใน
  • 4 : ภาระระบบแสงสว่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ต้องทราบเป็นอันดับแรกก่อนที่จะออกแบบห้องเย็น
  • 1 : ขนาดของคอมเพรสเซอร์
  • 2 : ขนาดของคอนเดนเซอร์
  • 3 : ขนาดของ Evaporator
  • 4 : ภาระการทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 196 :

  • 1 : 100 W
  • 2 : 152 W
  • 3 : 222 W
  • 4 : 252 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • ผนังห้องเย็นด้านใดต่อไปนี้จะมีภาระความร้อนที่ผ่านผนังเข้ามามากที่สุด
  • 1 : ผนังสีดำด้านทิศตะวันตก
  • 2 : ผนังสีขาวด้านทิศใต้
  • 3 : ผนังสีเหลืองด้านทิศตะวันตก
  • 4 : ผนังสีเขียวด้านทิศใต้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • จงคำนวณหาอัตราการไหลของความร้อนที่ผ่านผนังกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ถ้าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนของผนังเท่ากับ 0.37 วัตต์ต่อตารางเมตรเคลวิน อุณหภูมิภายนอกเท่ากับ 40 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายใน 10 องศาเซลเซียส
  • 1 : 740 W
  • 2 : 555 W
  • 3 : 185 W
  • 4 : 4,054 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • โดยปกติทั่วไป การถนอมอาหารโดยวิธีแช่เยือกแข็ง จะต้องนำอาหารเข้าแช่ในห้องแช่เยือกแข็ง จนกระทั่งอาหารมีอุณหภูมิที่ใจกลางต่ำลงมาที่อย่างน้อยกี่องศาเซลเซียส
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 200 :

  • 1 : 135 W
  • 2 : 140 W
  • 3 : 145 W
  • 4 : 150 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 201 :

  • 1 : 0.75 kW
  • 2 : 0.80 kW
  • 3 : 0.85 kW
  • 4 : 0.95 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :

  • 1 : 0.32 kW
  • 2 : 0.36 kW
  • 3 : 0.38 kW
  • 4 : 0.40 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • เนื้อไก่ 136 kg อุณหภูมิ 4.4 deg.C นำเข้าห้องเย็นเพื่อการแช่แข็งให้มีอุณหภูมิ-20.6 deg.C ภายใน 12 ชั่วโมง จงคำนวณอัตราการดึงความร้อนออกจากเนื้อไก่ กำหนดให้อุณหภูมิเยือกแข็งของไก่ -2.8 deg.C, ค่าความร้อนจำเพาะก่อนถึงจุดเยือกแข็ง 3.35 kJ/kgK, ค่าความร้อนแฝงเพื่อการแช่แข็ง 246.6 kJ/kg, ค่าความร้อนจำเพาะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง 1.76 kJ/kgK
  • 1 : 852.3 watt
  • 2 : 847.9 watt
  • 3 : 936.9 watt
  • 4 : 951 watt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :
  • ห้องเย็นขนาดภายนอก 4m x 5m x 3m ภายนอกอุณหภูมิ 25deg.C และ RH 60% อุณหภูมิภายในห้องเย็น 7 deg.C ผนังห้องเย็นทุกด้านหนา 150 mm จงคำนวณหาภาระจากอากาศที่เข้ามาใหม่
  • 1 : 0.289 kW
  • 2 : 0.321 kW
  • 3 : 0.329 kW
  • 4 : 0.421 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 205 :
  • สำหรับห้องเก็บสินค้า ภาระการทำความเย็นใดมีเฉพาะในผักผลไม้
  • 1 : Respiration Load
  • 2 : Above Freezing Heat Load
  • 3 : Below Freezing Heat Load
  • 4 : Latent Heat Load
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 206 :
  • ในการทำความเย็น การดึงความร้อนออกจากสินค้าในช่วงใดจะยากที่สุด
  • 1 : Above Freezing Point
  • 2 : Latent
  • 3 : Below Freezing Point
  • 4 : ใช้เวลาใกล้เคียงกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • ข้อใดเป็นการลดภาระความร้อนของคอยล์เย็นในห้อง
  • 1 : การทำ Precool Fresh Air
  • 2 : การเพิ่มจำนวนครีบคอยล์เย็น
  • 3 : การเพิ่มจำนวนรอบละลายน้ำแข็ง
  • 4 : การเพิ่มขนาดฮีทเตอร์ละลายน้ำแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • Fresh Air ที่นำเข้ามาในห้อง ทำให้เกิดภาระการทำความเย็นจากอะไร
  • 1 : ความชื้น และความร้อน
  • 2 : ฝุ่นละออง
  • 3 :  ความชื้น
  • 4 :  Respiration Load
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  •  การดึง Latent Heat ออกจากสินค้าจะเกิดขึ้นในช่วงใด
  • 1 :  อุณหภูมิสินค้าได้ 0 องศาเซลเซียส
  • 2 :  อุณหภูมิสินค้าถึงจุดเยือกแข็ง
  • 3 :  อุณหภูมิห้องลดเหลือ 0 องศาเซลเซียส
  • 4 :  อุณหภูมิลมเย็นเท่ากับจุดเยือกแข็งของสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  •  ปริมาณสินค้าที่แช่เย็นจะมีผลต่อการกำหนดค่าใด
  • 1 :  ปริมาณสารทำความเย็นที่ไหลเวียน
  • 2 :  อุณหภูมิห้องเย็นที่ใช้
  • 3 :  อุณหภูมิไอระเหย
  • 4 :  การตั้งค่าองศาซุปเปอร์ฮีท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  •  มอเตอร์คอมเพรสเซอร์มีผลต่อปริมาณภาระการทำความเย็นของคอยล์เย็นหรือไม่
  • 1 :  ไม่มี เพราะไม่ได้อยู่ในห้องเย็น
  • 2 :  มี เพราะต้องเผื่อกำลังผลิตความเย็นสำหรับมอเตอร์ด้วย
  • 3 :  ไม่มี เพราะมีการระบายความร้อนให้คอมเพรสเซอร์ต่างหาก
  • 4 :  มี เพราะถ้าประสิทธิภาพต่ำจะทำให้ภาระการทำความเย็นสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  •  ภาระของคอนเดนเซอร์คือข้อใด
  • 1 :  ภาระการทำความเย็นของคอยล์เย็น
  • 2 :  ความร้อนที่เกิดจากการอัดไอ
  • 3 :  ภาระการทำความเย็นของคอยล์เย็นและความร้อนที่เกิดจากการอัดไอ
  • 4 :  ความร้อนที่เกิดจากการอัดไอคูณสองเท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  •  ห้องเก็บสินค้าที่ผ่านการแช่แข็งมาแล้ว การทำความเย็นมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 :  เพื่อรักษา Core Temperature ของสินค้า
  • 2 :  เพื่อดึงอุณหภูมิสินค้าให้เท่ากับอุณหภูมิห้องเย็น
  • 3 :  เพื่อค่อยๆ ปล่อยให้อุณหภูมิสินค้าเพิ่มขึ้นจนเท่ากับอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง
  • 4 :  เพื่อลดปริมาณน้ำแข็งที่เกาะบนผิวสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  •  ถ้าห้องเย็นนั้นออกแบบไว้แช่แข็งไก่ จะสามารถใช้เก็บผักผลไม้แช่เย็นได้หรือไม่
  • 1 :  ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับชนิดสินค้า
  • 2 :  ไม่เหมาะสม เพราะผักผลไม้จะช้ำ
  • 3 :  ได้ แต่ต้องให้ปริมาณโหลดความร้อนเท่ากัน
  • 4 :  ตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบปริมาณสินค้าว่าเท่ากันหรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  •  ในห้องสายงานผลิตที่มีผู้ปฏิบัติงาน จะต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง
  • 1 :  อุณหภูมิห้องอย่างเดียว
  • 2 :  อุณหภูมิห้อง ความชื้นสัมพัทธ์ และปริมาณอากาศไหลเวียน
  • 3 :  ความชื้นสัมพัทธ์
  • 4 :  ปริมาณอากาศไหลเวียน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  •  ถ้าในห้องสายงานผลิตมีการใช้น้ำร้อนปริมาณมาก จะเกิดอะไรขึ้น
  • 1 :  เกิดน้ำแข็งเกาะที่ผิวคอยล์เย็น
  • 2 :  ไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะคำนวณโหลดเผื่อไว้แล้ว
  • 3 :  ความชื้นในห้องจะต่ำผิดปกติ
  • 4 :  เกิดหยดน้ำควบแน่นที่คอยล์เย็นมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 401 : Chapter 4:Refrigeration Components,Refrigerant Piping and Design
ข้อที่ 217 :
  • ภาระของเครื่องควบแน่น (condenser ) เป็นผลทางความร้อนจากอุปกรณ์ใด
  • 1 : เครื่องระเหย (evaporator)
  • 2 : เครื่องอัดไอ (compressor)
  • 3 : เครื่องระเหย (evaporator) และวาล์วระเหยสารทำความเย็น (expansion valve)
  • 4 : เครื่องอัดไอ (compressor) และเครื่องระเหย (evaporator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • สารทำความเย็นชนิดใดไม่อยู่ในกลุ่มฟลูออโรคาร์บอน (fluorocarbons)
  • 1 : R-22
  • 2 : R-134a
  • 3 : R-717
  • 4 : R-11
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 :
  • อุปกรณ์ระเหยสารทำความเย็น (expansion device) ชนิดใดที่มีราคาถูกที่สุด
  • 1 : ลิ้นลดความดันอัตโนมัติ (automatic expansion valve)
  • 2 : ลิ้นลดความดันชนิดควบคุมด้วยความร้อน (thermostatic expansion valve)
  • 3 : ชนิดท่อรูเข็ม (capillary tube)
  • 4 : ชนิดลูกลอยความดันต่ำ (low side float valve)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • เครื่องอัดไอ (compressor) ชนิดใดนิยมมาใช้ทำความเย็นสำหรับรถห้องเย็น
  • 1 : แบบเปิด (open type)
  • 2 : แบบปิด (hermetic type)
  • 3 : แบบกึ่งเปิด (semi-open type)
  • 4 : แบบกึ่งปิด (semi-hermetic)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • อุปกรณ์แยกน้ำยาเหลว (accumulator) ติดตั้งระหว่างอุปกรณ์ใด
  • 1 : เครื่องอัดไอ (compressor) - เครื่องควบแน่น (condenser)
  • 2 : เครื่องควบแน่น (condenser) - ถังพักน้ำยาเหลว (receiver)
  • 3 : ถังพักน้ำยาเหลว (receiver) - วาล์วระเหยสารทำความเย็น (expansion valve)
  • 4 : เครื่องระเหย (evaporator) - เครื่องอัดไอ (compressor)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • น้ำมันที่ถูกแยกออกจากอุปกรณ์แยกน้ำมันหล่อหลื่น (oil separator) จะถูกส่งไปที่อุปกรณ์ใด
  • 1 : เครื่องระเหย (evaporator)
  • 2 : เครื่องอัดไอ (compressor)
  • 3 : ถังพักน้ำยาเหลว (receiver)
  • 4 : เครื่องควบแน่น (condenser)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • สารทำความเย็นชนิดใดเมื่อรวมตัวกับน้ำหรือความชื้นจะกัดกร่อนโลหะจำพวกทองเหลืองและทองแดง
  • 1 : R-134a
  • 2 : R-404A
  • 3 : R-12
  • 4 : R-717
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 :
  • ในการออกแบบเครื่องทำความเย็นทำไมต้องออกแบบให้สารทำความเย็นที่ไหลเข้าคอมเพรสเซอร์มีสถานะเป็นไอร้อนยวดยิ่ง(superheat vapor)
  • 1 : เพื่อลดการเกิด OXIDE ชิ้นส่วนภายในระบบทำความเย็น
  • 2 : เพื่อลดกำลังในการขับคอมเพรสเซอร์
  • 3 : เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสารทำความเย็นเหลวไหลเข้าเครื่องอัดไอ
  • 4 : เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของเครื่องอัดไอให้มีอุณหภูมิที่เหมาะแก่การทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 225 :
  • หากวัฏจักรการทำความเย็นทางทฎษฎีมีอุณหภูมิระเหย (Evaporating Temperature) สูงขึ้นจะเกิดผลกระทบอย่างไร
  • 1 : เครื่องทำความเย็นมี COP ลดลง
  • 2 : ความร้อนที่ต้องระบายทิ้ง (Heat reject) เพิ่มขึ้น
  • 3 : คอมเพรสเซอร์ใช้พลังงานลดลง
  • 4 : อุณหภูมิของสารทำความเย็นด้านทางส่งของคอมเพรสเซอร์สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 226 :
  • เมื่อ Cooling load เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลต่อ Thermostatic expansion valve (TXV) อย่างไร
  • 1 : เพิ่มอัตราการไหลของสารทำความเย็น
  • 2 : ลดอัตราการไหลของสารทำความเย็น
  • 3 : คงอัตราการไหลของสารทำความเย็นไว้เท่าเดิม
  • 4 : ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อ Cooling load เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  • ข้อใดไม่ใช่วัสดุที่ใช้ทำคอล์ยเย็นในระบบทำความเย็นแอมโมเนีย
  • 1 : ท่อทองแดง ครีบอลูมิเนียม
  • 2 : ท่อสเตนเลส ครีบอลูมิเนียม
  • 3 : ท่อเหล็กชุบสังกะสี ครีบเหล็กชุบสังกะสี
  • 4 : ท่อสเตนเลส ครีบสเตนเลส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • สภาวะอากาศภายนอกแบบใดที่ทำให้ Evaporative Condenser มีสมรรถภาพสูงสุด
  • 1 : วันที่อากาศมีอุณหภูมิกระเปาะแห้งสูง
  • 2 : วันที่อากาศมีอุณหภูมิกระเปาะแห้งต่ำ
  • 3 : วันที่อากาศมีอุณหภูมิกระเปาะเปียกสูง
  • 4 : วันที่อากาศมีอุณหภูมิกระเปาะเปียกต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • หลักในการเลือกขนาดของคอนเดนเซอร์เพื่อมาใช้งานในระบบทำความเย็นคือข้อใด
  • 1 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับภาระความร้อนจากระบบได้
  • 2 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะใช้สำหรับเพิ่มความดันของสารทำความเย็นให้เพียงพอที่จะนำไปใช้งานได้
  • 3 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะถ่ายเทความร้อนออกจากระบบได้
  • 4 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรองรับปริมาณสารทำความเย็นในระบบได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 230 :
  • หลักในการเลือกขนาดของอีแวปโพเรเตอร์เพื่อมาใช้งานในระบบทำความเย็นคือข้อใด
  • 1 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับภาระความร้อนจากระบบได้
  • 2 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะใช้สำหรับเพิ่มความดันของสารทำความเย็นให้เพียงพอที่จะนำไปใช้งานได้
  • 3 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะถ่ายเทความร้อนออกจากระบบได้
  • 4 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรองรับปริมาณสารทำความเย็นในระบบได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  • หลักในการเลือกขนาดของรีซีฟเวอร์เพื่อมาใช้งานในระบบทำความเย็นคือข้อใด
  • 1 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับภาระความร้อนจากระบบได้
  • 2 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะใช้สำหรับเพิ่มความดันของสารทำความเย็นให้เพียงพอที่จะนำไปใช้งานได้
  • 3 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะถ่ายเทความร้อนออกจากระบบได้
  • 4 : ต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรองรับปริมาณสารทำความเย็นในระบบได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • การละลายน้ำแข็งในระบบทำความเย็นเกิดขึ้นในบริเวณใด
  • 1 : อีแวปโพเรเตอร์
  • 2 : คอมเพรสเซอร์
  • 3 : คอนเดนเซอร์
  • 4 : รีซีฟเวอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 233 :
  • หากนำใช้วาล์วลดความดัน (Expansion Valve) ที่มีขนาด (Capacity) ใหญ่กว่าที่ขนาดที่เหมาะสมไปติดตั้งกับเครื่องทำความเย็นจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างไร
  • 1 : ความดันที่สารทำความเย็นกลั่นตัวจะสูงขึ้น
  • 2 : ความดันที่สารทำความเย็นระเหยจะสูงขึ้น
  • 3 : สารทำความเย็นจะไหลเข้าเครื่องระเหย (Evaporator) น้อยหรือมากเกินไปสลับกันไป (Hunting)
  • 4 : มีสารทำความเย็นเหลวไหลเข้าคอมเพรสเซอร์เป็นจำนวนมากตลอดการทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • คอมเพรสเซอร์ชนิดใดที่เหมาะสำหรับตู้เย็นใช้งานภายในบ้าน (ไม่ใช้ในเชิงพาณิชย์)
  • 1 : Semi-hermetic Compressor
  • 2 : Screw Compressor
  • 3 : Open Type Compressor
  • 4 : Hermetic Compressor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • สิ่งที่ใช้แยกว่าสารทำความเย็นใดเป็น Zeotropic หรือ Azeotropic คืออะไร
  • 1 : จำนวนชนิดสารทำความเย็นที่นำมาผสม
  • 2 : จำนวนโมเลกุลของฟลูออรีน
  • 3 : Temperature Glide
  • 4 : ค่า GWP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนสารทำความเย็น
  • 1 : Drop-in ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสารหล่อลื่นที่ใช้อยู่ในระบบเดิม
  • 2 : Retrofitting ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสารหล่อลื่นที่ใช้อยู่ในระบบเดิม
  • 3 : Retrofitting มีความหมายเดียวกับ Recovery
  • 4 : Drop-in จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บางอย่างในระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 237 :
  • สารทำความเย็นใดไม่สามารถเติมเข้าระบบในสถานะก๊าซ
  • 1 : R717
  • 2 : R22
  • 3 : R134a
  • 4 : R404a
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  • R-22 เป็นสารทำความเย็นประเภทใด
  • 1 : CFC
  • 2 : HFC
  • 3 : HCFC
  • 4 : HFFC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • R-134a เป็นสารทำความเย็นประเภทใด
  • 1 : CFC
  • 2 : HFC
  • 3 : HCFC
  • 4 : HFFC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • R-507 เป็นสารทำความเย็นประเภทใด
  • 1 : CFC
  • 2 : HFC
  • 3 : HCFC
  • 4 : HFFC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 241 :
  • แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมด้านไหน
  • 1 : ทำลายโอโซน
  • 2 : ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 3 : ทำลายโอโซนและทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 4 : ไม่ทำลายโอโซนและไม่ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • คาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมด้านไหน
  • 1 : ทำลายโอโซน
  • 2 : ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 3 : ทำลายโอโซนและทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 4 : ไม่ทำลายโอโซนและไม่ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • R-134a เป็นสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมด้านไหน
  • 1 : ทำลายโอโซน
  • 2 : ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 3 : ทำลายโอโซนและทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 4 : ไม่ทำลายโอโซนและไม่ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • R-507เป็นสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมด้านไหน
  • 1 : ทำลายโอโซน
  • 2 : ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 3 : ทำลายโอโซนและทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 4 : ไม่ทำลายโอโซนและไม่ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • R-22เป็นสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมด้านไหน
  • 1 : ทำลายโอโซน
  • 2 : ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 3 : ทำลายโอโซนและทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • 4 : ไม่ทำลายโอโซนและไม่ทำให้เกิดกรีนเฮ้าส์เอฟเฟค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • สารทำความเย็นแอมโมเนียมี Refrigerant Number อะไร
  • 1 : R-717
  • 2 : R-718
  • 3 : R-744
  • 4 : R-290
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 247 :
  • สารทำความเย็นคาร์บอนไดออกไซด์มี Refrigerant Number อะไร
  • 1 : R-717
  • 2 : R-718
  • 3 : R-744
  • 4 : R-290
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • สารทำความเย็นน้ำมี Refrigerant Number อะไร
  • 1 : R-717
  • 2 : R-718
  • 3 : R-744
  • 4 : R-290
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • ระบบทำความเย็นที่ไม่มี Liquid Sub-cooling อาจทำให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้
  • 1 : ปริมาณสารทำความเย็นหมุนเวียนในระบบไม่เพียงพอ
  • 2 : อุณหภูมิทางดูดต่ำเกินไป
  • 3 : อุณหภูมิทางส่งต่ำเกินไป
  • 4 : ความดันน้ำมันต่ำเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • ระบบทำความเย็นที่มีอากาศในระบบ จะทำให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้
  • 1 : ความดันทางส่งสูงกว่าปกติ
  • 2 : สารทำความเย็นมีคุณสมบัติทำความเย็นได้น้อยลงเพราะมีอากาศผสมอยู่
  • 3 : สารทำความเย็นไหลเข้าคอล์ยเย็นได้ยากเพราะอากาศขวางอยู่
  • 4 : คอมเพรสเซอร์ดูดสารทำความเย็นได้น้อยลงเพราะอากาศขวางอยู่ในท่อทางดูด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 251 :
  • ในระบบทำความเย็นที่ใช้สารทำความเย็น HFC ฮีทเตอร์อุ่นน้ำมันที่เครื่องอัดน้ำยามีประโยชน์อะไร
  • 1 : ป้องกันไม่ให้สารทำความเย็นละลายผสมกับน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องอัดน้ำยามากเกินไปในขณะหยุดเครื่อง
  • 2 : ป้องกันไม่ให้น้ำมันหล่อลื่นมีอุณหภูมิเย็นเกินไปในขณะที่เครื่องทำงาน
  • 3 : รักษาให้ข้อเหวี่ยงมีอุณหภูมิที่เหมาะสมในขณะทำงานเพื่อให้การหล่อลื่นมีประสิทธิภาพ
  • 4 : รักษาลิ้นทางดูดทางส่งให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในขณะทำงานเพื่อให้การดูดสารทำความเย็นมีประสิทธิภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • ระบบทำความเย็นโดยทั่วไปในประเทศไทย ที่ใช้การระบายความร้อนด้วยอากาศ มีอุณหภูมิกลั่นตัวออกแบบเท่าไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :
  • ระบบทำความเย็นโดยทั่วไปในประเทศไทย ที่ใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำ มีอุณหภูมิกลั่นตัวออกแบบเท่าไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • ระบบทำความเย็นที่ใช้สารทำความเย็น HFC ที่มีขนาดท่อ Suction ใหญ่เกินไป ถึงแม้ว่าจะมีข้อดีคือ ความดันสูญเสียภายในท่อต่ำ แต่มีข้อเสียคือ
  • 1 : น้ำมันหล่อลื่นจากคอล์ยเย็นไม่สามารถไหลกลับไปเครื่องอัดน้ำยา
  • 2 : สิ้นเปลืองสารทำความเย็นในระบบมากขึ้น
  • 3 : สูญเสียความร้อนผ่านผนังท่อทางดูดที่มีพื้นที่ผิวมากขึ้น
  • 4 : สิ้นเปลืองค่าฉนวนหุ้มท่อทางดูดมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • คอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นตามบ้านเรือนมักเป็นแบบใด
  • 1 : ประกอบปิด(Semi-hermetic)
  • 2 : หุ้มปิด(Hermetic)
  • 3 : เปิด(Open-type)
  • 4 : ประกอบปิด(Semi-hermetic)และแบบเปิด(Open-type)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  • คอยล์ทำความเย็น(Cooling Coil) ที่มีครีบ(Fins)อลูมิเนียม 4 ครีบ/นิ้ว(4 Fins/ inch) จะมีระยะห่างระหว่างครีบ(Fin spacing) เท่ากับประมาณ
  • 1 : 1.6 mm
  • 2 : 0.20 mm
  • 3 : 6 mm
  • 4 : ไม่สามารถหาคำตอบได้เพราะไม่ทราบค่าความหนาของครีบอลูมิเนียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  • ในการเลือกขนาดอัตราระบายความร้อนของคอนเดนเซอร์ ตำราบางเล่มจะใช้หลักจากประสบการณ์(Thumb’s Rule) เรียกว่า อัตราการระบายความร้อนที่คอนเดนเซอร์ต่ออัตราทำความเย็น(HRR=Ratio of Heat Rejected at the condenser to the refrigerating capacity) ถ้า HRR = 1.25 อาจจะกล่าวได้ว่า ระบบทำความเย็นมีประสิทธิภาพวัฏจักรหรือสัมประสิทธ์สมรรถนะ(COP)ประมาณ
  • 1 : 1.25
  • 2 : 0.8
  • 3 : 4
  • 4 : ไม่สามารถหาคำตอบได้เพราะไม่ทราบค่ากำลังของคอมเพรสเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • เครื่องทำความเย็นทั่วไปที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ(water cooled) มักจะอาศัยหอทำความเย็น(Cooling Tower)ทำน้ำให้เย็นเพื่อกลับมาใช้ใหม่ โดยอาศัยการระเหย อัตราระเหยของน้ำจะประมาณร้อยละเท่าใดของอัตราน้ำระบายความร้อน(น้ำหล่อเย็น)หมุนเวียนต่อหน่วยเวาลา
  • 1 : 0.1
  • 2 : 1
  • 3 : 3
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
  • ในระบบทำความเย็นแบบธรรมดา(Single stage) การออกแบบท่อทางเดินของสารทำความเย็น(น้ำยา) ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ท่อทองแดงเหมาะสมที่สุดไม่ว่าจะใช้กับสารทำความเย็นชนิดใดเช่น แอมโมเนีย, R-22, R-134a เป็นต้น เพราะท่อทองแดงผิวจะเรียบความเสียดทานจึงน้อย
  • 2 : ท่อสารทำความเย็นเหลวหรือท่อที่ต่อระหว่างคอนเดนเซอร์และอุปกรณ์ลดความดัน ต้องระวังเรื่องความเสียดทานและการวนกลับของน้ำมันหล่อลื่น(Oil Return)
  • 3 : ท่อทุกท่อต้องคำนึงถึงความเสียดทานและการวนกลับของน้ำมันหล่อลื่น(Oil Return)เสมอ
  • 4 : ท่อที่เข้าและออกจากคอมเพรสเซอร์ต้องคำนึงถึงความเสียดทานและการวนกลับของน้ำมันหล่อลื่น(Oil Return)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • ข้อใดคือหลักการของ Evaporator
  • 1 : เป็นกระบวนการคายความร้อนที่ความดันต่ำ อุณหภูมิต่ำ
  • 2 : สารทำความเย็นจะเกิดการควบแน่นที่ Evaporator
  • 3 : สารทำความเย็นจะถูกเพิ่มความดันก่อนเข้า Evaporator
  • 4 : สารทำความเย็นได้รับความร้อนและระเหยกลายเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 261 :
  • ข้อใดเป็นผลจากการรวมตัวกับน้ำมันของสารทำความเย็น
  • 1 : ความสามารถในการถ่ายเทความร้อนที่เครื่องควบแน่นเพิ่มขึ้น
  • 2 : ความหนืดของน้ำมันที่ผสมกับสารความเย็นเพิ่มขึ้น
  • 3 : การรวมตัวของน้ำมันหล่อลื่นกับสารความเย็น ทำให้ความสามารถในการหล่อลื่นลดลง
  • 4 : การผสมกันระหว่างน้ำมันหล่อลื่นกับสารทำความเย็นทำให้การหล่อลื่นดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 262 :
  • ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์พื้นฐานของระบบทำความเย็น
  • 1 : compressor
  • 2 : flash tank
  • 3 : evaporator
  • 4 : condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • ข้อใดเป็นหลักการของท่อแคพิลลารี (Capillary tube)
  • 1 : เพิ่มความดันของสารความเย็นจากเครื่องควบแน่น (Condenser) มายังเครื่องระเหย (Evaporator)
  • 2 : เป็นกระบวนการ Throttling
  • 3 : เป็นกระบวนการเพิ่มอุณหภูมิให้กับสารทำความเย็น
  • 4 : เป็นการเพิ่มความดันของสารทำความเย็น โดยให้งานกับระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • สารทำความเย็นใดไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
  • 1 : HFC
  • 2 : CFC
  • 3 :
  • 4 : NH3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • Condenser ระบบใดที่ให้ประสิทธิภาพในการควบแน่นมากที่สุด
  • 1 : Air – Cooled Condenser
  • 2 : Water – Cooled Condenser
  • 3 : Evaporative Condenser
  • 4 : Submerged – water - Cooled Condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • ข้อใดเป็นผลที่เกิดเมื่อสารทำความเย็นเหลวไหลเข้าเครื่องอัดไอ
  • 1 : ทำให้เครื่องอัดไอพัง
  • 2 : ทำให้ความดันด้านดูดลดลง
  • 3 : ประสิทธิภาพการอัดเพิ่มขึ้น
  • 4 : ทำให้น้ำมันซึ่งรั่วออกมาปนกับสารทำความเย็นมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • เพราะเหตุใด Evaporative condenser จึงต้องมีการระบายน้ำทิ้ง (Bleed –off)
  • 1 : เพื่อลดความเข้มข้นของน้ำ
  • 2 : เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำ
  • 3 : เพื่อลดขนาดของปั๊มน้ำ
  • 4 : เพื่อเพิ่มอัตราการถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • คอมเพรสเซอร์เครื่องหนึ่งมี 2 ลูกสูบ เส้นผ่านศูนย์กลางลูกสูบเท่ากับ 60 mm ระยะชักของลูกสูบ เท่ากับ 80 mm ทำงานด้วยความเร็วรอบ 1450 rpm จะมีอัตราการดูดเท่ากับเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • ระบบทำความเย็นมีภาระการทำความเย็น 20 kW มี COP เท่ากับ 4.0 จะต้องใช้กำลังขับที่คอมเพรสเซอร์เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.2 kW
  • 2 : 4 kW
  • 3 : 5 kW
  • 4 : 6 .67kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 :
  • ระบบทำความเย็นมีภาระการทำความเย็น 21 kW มี COP เท่ากับ 3.0 จะมีการถ่ายเทความร้อนที่ คอนเดนเซอร์เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 25 kW
  • 2 : 28 kW
  • 3 : 30 kW
  • 4 : 33 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :
  • ระบบทำความเย็นมีภาระการทำความเย็น 15 kW มีการถ่ายเทความร้อนที่คอนเดนเซอร์เท่ากับ 20 kW จะมี COP เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 3.0
  • 2 : 3.5
  • 3 : 4.0
  • 4 : 4.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • น้ำแข็งที่เกาะที่ผิวท่อของเครื่องระเหยในห้องเย็นทำให้
  • 1 : ทำให้ห้องเย็นจัดมากขึ้น
  • 2 : อัตราการถ่ายเทความร้อนลดลง
  • 3 : ทำให้ลมหมุนเวียนดีเพราะผิวน้ำแข็งลื่น
  • 4 : ทำความสะอาดคอล์ยเย็นง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • ข้อใดคือสารทำความเย็นทุติยภูมิ (Secondary refrigerant)
  • 1 : น้ำเกลือ
  • 2 : แอมโมเนีย
  • 3 : R-22
  • 4 : R-134a
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • สารทำความเย็นในข้อใดทำลายโอโซน และถูกห้ามใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว
  • 1 : R-12
  • 2 : R-134a
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • ในทางทฤษฎีแล้วกระบวนการที่เกิดขึ้นในอุปกรณ์ใดต่อไปนี้เป็นกระบวนการที่มีค่า enthalpy คงที่
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : คอนเดนเซอร์
  • 3 : เครื่องระเหย (Evaporator)
  • 4 : วาล์วลดความดัน (Expansion valve)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • ขณะที่ระบบทำความเย็นทำงาน สารทำความเย็นภายในเครื่องระเหย (Evaporator) เป็นอย่างไร
  • 1 : รับความร้อนและเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว
  • 2 : คายความร้อนและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ
  • 3 : เดือดและเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว
  • 4 : เดือดและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ถ้ามีความดันตก (Pressure drop) ในท่อดูด (Suction line) มากขึ้นจะทำให้
  • 1 : คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง
  • 2 : คอมเพรสเซอร์ทำงานมากขึ้น
  • 3 : คอมเพรสเซอร์มีสมรรถนะดีขึ้น
  • 4 : คอมเพรสเซอร์มีอัตราส่วนกำลังอัดลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • ถ้ามีความดันตก (Pressure drop) ในท่อส่ง (discharge line) มากขึ้นจะทำให้
  • 1 : คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง
  • 2 : คอมเพรสเซอร์ทำงานมากขึ้น
  • 3 : คอมเพรสเซอร์มีสมรรถนะดีขึ้น
  • 4 : คอมเพรสเซอร์มีอัตราส่วนกำลังอัดลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 279 :
  • เมื่อภาระการทำความเย็นเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลต่อ Thermostatic Expansion Valve (TXV) อย่างไร
  • 1 : ลดอัตราการไหลของสารทำความเย็น
  • 2 : คงอัตราการไหลของสารทำความเย็น
  • 3 : เพิ่มอัตราการไหลของสารทำความเย็น
  • 4 : ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อภาระการทำความเย็นเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :
  • คอมเพรสเซอร์แบบชนิด 6 สูบมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 250 mm ช่วงชัก 250 mm หมุนด้วยความเร็ว 20 รอบ/วินาที จงคำนวณอัตราปริมาตรช่วงชัก(Piston displacement rate/Swept Volume rate)
  • 1 : 1473 m3/s
  • 2 : 5.890 m3/s
  • 3 : 1.473 m3/s
  • 4 : ไม่สามารถหาคำตอบได้เพราะไม่ทราบค่าประสิทธิภาพเชิงปริมาตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :
  • คอยล์ทำความเย็น(Cooling Coil)หรือคอยล์ของเครื่องระเหย(Evaporator Coil) ของเครื่อง ปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็นสำหรับห้องอุณหภูมิต่ำมากๆจะมีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ
  • 1 : คอยล์ของเครื่องปรับอากาศจะเล็กยาวกว่า
  • 2 : คอยล์ของเครื่องทำความเย็นมักทำด้วยเหล็ก
  • 3 : คอยล์ของเครื่องทำความเย็นจะมีระยะระหว่างครีบโลหะห่างกันมากกว่า
  • 4 : คอยล์ของเครื่องปรับอากาศจะมีระยะระหว่างครีบโลหะห่างกันมากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • ในการเลือกขนาดอัตราระบายความร้อนของคอนเดนเซอร์ ถ้าเผื่ออัตราระบายความร้อนให้เพิ่มขึ้น หรือให้ขนาดคอนเดนเซอร์ใหญ่ขึ้น 25% จะมีผลอันใดต่อระบบทำความเย็น
  • 1 : คอมเพรสเซอร์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพราะต้องอัดสารทำความเย็นเข้ามากขึ้น
  • 2 : น้ำมันจะค้างอยู่ในคอนเด็นเซอร์เพราะความเร็วของสารทำความเย็นลดลง
  • 3 : ไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะไอบางส่วนอาจเล็ดลอดออกไปยังอุปกรณ์ลดความดัน
  • 4 : สัมประสิทธิ์สมรรถนะ(COP)ของระบบทำความเย็นจะเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • ในการเลือกขนาดหอทำความเย็น(Cooling Tower) ในทางปฎิบัติ ค่าที่ต้องทราบอย่างน้อยที่สุดคือ
  • 1 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศภายนอก อัตราการไหลของน้ำ ขนาดทำความเย็นของเครื่องทำความเย็น อุณหภูมิน้ำเข้า และอุณหภูมิน้ำออก
  • 2 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศภายนอก อัตราการไหลของน้ำ อุณหภูมิน้ำเข้า และอุณหภูมิน้ำออก
  • 3 : อัตราการไหลของน้ำ ขนาดทำความเย็นของเครื่องทำความเย็น อุณหภูมิน้ำเข้า และอุณหภูมิน้ำออก
  • 4 : อุณหภูมิอากาศภายนอก อัตราการไหลของน้ำ ขนาดทำความเย็นของเครื่องทำความเย็น อุณหภูมิน้ำเข้า และอุณหภูมิน้ำออก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 284 :
  • ในเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน(Split Type Air Conditioner) ผู้ผลิตรายใหญ่ๆมักทดสอบขนาดความสามารถในการทำความเย็น(Cooling Capacity)แยกเป็น (1)ชุดควบแน่น(Condensing Unit)ซึ่งประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์และคอนเดนเซอร์พร้อมพัดลม โดยมีตัวแปรคืออุณหภูมิอากาศที่ใช้ระบายความร้อน อุณหภูมิอิ่มตัวด้านดูด(Saturated Suction Temperature)หรืออุณหภูมิระเหย(Evaporating Temperature) และ (2) หน่วยแฟนคอยล์(Fan Coil Unit)ซึ่งประกอบด้วยEvaporatorและพัดลมโดยมีตัวแปรคือ อุณหภูมิอากาศเข้าหน่วยแฟนคอยล์ และอุณหภูมิระเหย(อุณหภูมิอิ่มตัวด้านดูด) ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : สำหรับชุดควบแน่น ให้อุณหภูมิอากาศที่ใช้ระบายความร้อนคงที่ ถ้าอุณหภูมิอิ่มตัวด้านดูดลดลง ขนาดความสามารถในการทำความเย็นจะเพิ่มขึ้น
  • 2 : สำหรับชุดควบแน่น ให้อุณหภูมิอากาศที่ใช้ระบายความร้อนลดลง และให้อุณหภูมิอิ่มตัวด้านดูดลดลง ขนาดความสามารถในการทำความเย็นจะลดลง
  • 3 : สำหรับหน่วยแฟนคอยล์ ให้อุณหภูมิอากาศเข้าหน่วยแฟนคอยล์คงที่ และให้อุณหภูมิอิ่มตัวด้านดูดลดลง ขนาดความสามารถในการทำความเย็นจะเพิ่มขึ้น
  • 4 : สำหรับหน่วยแฟนคอยล์ ให้อุณหภูมิอากาศเข้าหน่วยแฟนคอยล์คงที่ และให้อุณหภูมิอิ่มตัวด้านดูดลดลง ขนาดความสามารถในการทำความเย็นจะลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 285 :
  • หน้าที่ของ Thermostatic Expansion Valve
  • 1 : ลดความดันโดยควบคุมให้ Degree Superheat คงที่
  • 2 : ลดความดันโดยความคุมให้ Evaporating Presssure คงที่
  • 3 : ลดความดันพร้อมควบคุมอัตราการไหลให้คง
  • 4 : ลดความดันโดยอาศัยเทอร์มอสแตตช่วยปรับอัตราการไหลให้เปลี่ยนตามภาระการทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :
  • ความรู้เกี่ยวกับคอยล์ของเครื่องระเหย(Evaporator Coil) แบบมีครีบอลูมิเนียม ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้องหรือใกล้เคียงความจริงที่สุด
  • 1 : ระยะห่างระหว่างครีบของคอยล์ที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศจะมากที่สุด
  • 2 : อัตราอากาศไหลและอื่นๆคงเดิม ถ้าเพิ่มจำนวนแถวตามแนวลึก(Rows Deep) ขนาดทำความเย็นจะเพิ่มขึ้น และสภาวะของอากาศที่ผ่านคอยล์ออกมาจะมีอุณหภูมิต่ำลง แต่อัตราส่วนความชื้น(Humidity Ratio)จะเพิ่มขึ้น
  • 3 : ทุกอย่างคงเดิม ถ้าเพิ่มอัตราไหลหรือความเร็วลมผ่านคอยล์ ขนาดทำความเย็นจะเพิ่มแต่สภาวะของอากาศที่ผ่านคอยล์ออกมาจะมีอุณหภูมิและอัตราส่วนความชื้น(Humidity Ratio)เพิ่มขึ้น
  • 4 : ทุกอย่างคงเดิม ถ้าเพิ่มอัตราไหลหรือความเร็วลมผ่านคอยล์ ขนาดทำความเย็นจะเพิ่ม และสภาวะของอากาศที่ผ่านคอยล์ออกมาจะมีอุณหภูมิต่ำลง แต่อัตราส่วนความชื้น(Humidity Ratio)เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 287 :
  • ปั๊มน้ำเย็น(Chilled Water)ในระบบปรับอากาศหรือปั๊มแอมโมเนียเหลวในระบบทำความเย็นที่ใช้ Force(Pump) Circulation ถ้าลดอัตราการไหลหมุนเวียนลงเหลือ 50% กำลังที่ปั๊มต้องใช้จะเหลือประมาณเท่าใด?
  • 1 : เท่าเดิม
  • 2 : 50%
  • 3 : 25%
  • 4 : 12.5%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  • ตู้เย็นที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไปแบบไร้นำแข็งเกาะ(No Frost) คล้ายเครื่องทำความเย็นที่ใช้สำหรับห้องเย็นขนาดเล็กทั่วไป โดยภายในช่องแช่แข็งจะมีคอยล์เครื่องระเหย(Evaporator Coil)และพัดลมหมุนเวียน เพียงแต่การระบายความร้อนที่คอนเดนเซอร์ด้วยอากาศของตู้เย็นนั้น ไม่ต้องใช้พัดลม การควบคุมอุณหภูมิภายในตู้เย็นทำอย่างไร?
  • 1 : ใช้เทอร์มอสแตตควบคุมอุณหภูมิโดยการตัดต่อหรือหยุด-เดินพัดลม
  • 2 : ใช้โซลีนอยด์วาล์วควบคุมอัตราไหลของสารทำความเย็น เช่นในเวลากลางคืนก็ให้อัตราไหลต่ำลง
  • 3 : ใช้เทอร์มอสแตทควบคุมการตัดต่อหรือหยุด-เดินคอมเพรสเซอร์
  • 4 : ใช้ Thermostatic Expansion Valve ควบคุมการไหลของสารทำความเย็นตามภาระความเย็นที่ตู้เย็นต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • Thermostatic Expansion Valve ขนาดใหญ่มักจะมี External Equalizer External Equalizer นั้นมีไว้เพื่ออะไร?
  • 1 : เพื่อความคุมให้ Degree Superheat คงที่
  • 2 : เพื่อความคุมให้ Evaporating Presssure คงที่
  • 3 : เพื่อไม่ให้ความดันลดในคอยล์เครื่องระเหย(Pressure drop in evaporator coil)มามีผลต่อ การควบคุม Degree Superheat
  • 4 : เพื่อลดความดันของตัววาล์ว โดยให้สารทำความเย็นบางส่วนไหลผ่านทางด้าน External Equalizer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • เครื่องควบแน่นแบบระเหย(Evaporative Condenser) ลักษณะดังนี้
  • 1 : น้ำไหลในท่อสารทำความเย็นปล่อยไหลนอกท่อ
  • 2 : ทั้งน้ำและสารทำความเย็นต่างไหลอยู่ในท่อและมีพัดลมดูดอากาศผ่าน
  • 3 : สารทำความเย็นไหลในท่อน้ำพ่นไหลนอกท่อและมีพัดลมดูดอากาศผ่าน
  • 4 : น้ำไหลในท่อและมีพัดลมดูดอากาศผ่าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :

  • 1 : ปั๊มมี Compression ratio 4 ต่อ 1
  • 2 : ถ้าคอมเพรสเซอร์ดูดอัด 1 ลิตรปั๊มหมุนเวียน 4 ลิตร
  • 3 : ปั๊มต้องมีเฮดเป็น 4 เท่าของคอมเพรสเซอร์
  • 4 : ถ้ามวลที่กลายเป็นไอในเครื่องระเหย 1 kg ปั๊มต้องหมุนเวียนได้ 4 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 292 :
  • ในระบบทำความเย็น คอนเดนเซอร์ที่ระความร้อนด้วยน้ำมักจะกำหนด Fouling Factor Fouling Factor คืออะไร?
  • 1 : คือค่าการนำความร้อนของคอนเดนเซอร์อันเกิดจากสิ่งสกปรก
  • 2 : คือค่าความหนาของท่อทองแดงที่จะทำคอนเดนเซอร์
  • 3 : คือค่าอัตราการเกิดตะไคร่น้ำและตะกรันด้านนอกของคอนเดนเซอร์
  • 4 : คือค่าความต้านทานความร้อนอันเกิดจากตะกรัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • ในขบวนการถ่ายเทความร้อนที่คอล์ยเย็น ถ้าค่า Overall Coefficient of Heat Transfer เท่ากับ 50 วัตต์ต่อตารางเมตร-เคลวิน ค่า Log Mean Temperature Different เท่ากับ 8 เคลวิน ปริมาณความร้อนที่ต้องการถ่ายเทเท่ากับ 20,934 กิโลจูลต่อชั่วโมง จงหาพื้นที่ผิวของคอล์ยเย็นที่ใช้ในการถ่ายเทความร้อนจำนวนนี้
  • 1 : 14.5 ตารางเมตร
  • 2 : 0.015 ตารางเมตร
  • 3 : 49.6 ตารางเมตร
  • 4 : 52.3 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 :
  • ข้อดีของคอมเพรสเซอร์ชนิด Scroll คืออะไร
  • 1 : เสียงเงียบ
  • 2 : COP มากกว่า 5
  • 3 : EER มากกว่า 12
  • 4 : COP มากกว่า 5 และ EER มากกว่า 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 295 :
  • ถ้าท่อสารทำความเย็นยาวมากๆ จะเกิดอะไรขึ้น
  • 1 : Pressure Drop ในท่อสูง
  • 2 : เกิด Turbulence Flow ในท่อ
  • 3 : ต้องใช้ Electronic Expansion Valve แทน Thermostatic Expansion Valve
  • 4 : ไม่เกิดผลใดๆ ต่อระบบทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • ในคอยล์เย็นที่ใช้สารทำความเย็นทุติยภูมิ (Secondary Refrigerant) Glycol มีการเปลี่ยนแปลงของสารทำความเย็นอย่างไร
  • 1 : เปลี่ยนทั้งอุณหภูมิและสถานะ
  • 2 : เปลี่ยนเฉพาะอุณหภูมิ
  • 3 : เปลี่ยนสถานะอย่างเดียว
  • 4 : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 297 :
  • ในระบบอัดไอชั้นเดียว (Single Stage) มีคอมเพรสเซอร์, คอยล์เย็น, คอนเดนเซอร์, ถังพักน้ำยาความดันสูง อย่างละ 1 ชุด ท่อใดมีขนาดใหญ่สุด
  • 1 : ท่อจากคอมเพรสเซอร์ไปคอนเดนเซอร์
  • 2 : ท่อจากคอยล์เย็นไปคอมเพรสเซอร์
  • 3 : ท่อจากคอนเดนเซอร์ไปถังพักน้ำยาความดันสูง
  • 4 : ท่อจากถังพักน้ำยาความดันสูงไปวาล์วลดความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • ถ้าคอนเดนเซอร์มีตะกรันเกาะมากๆ จะมีผลต่อค่าใด
  • 1 : Fouling Factor
  • 2 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของอากาศ
  • 3 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของน้ำ
  • 4 : ไม่มีผลต่อค่าใดๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 299 :
  • อุปกรณ์ใดที่เพิ่มเข้าในระบบทำความเย็นเพื่อควบคุมปริมาณน้ำยาเข้าคอยล์เย็น
  • 1 : วาล์วเรกูเลติ่ง (Regulating Valve)
  • 2 : สเตรนเนอร์ (Strainer)
  • 3 : ฟิลเตอร์ดรายเออร์ (Filter-drier)
  • 4 : วาล์วควบคุมความดัน (Pressure Regulator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 300 :
  • คอนเดนเซอร์ชนิดเปลือกและท่อมีสารที่เกี่ยวข้องกี่ชนิด
  • 1 : สองชนิด คือ น้ำกับน้ำมัน
  • 2 : สองชนิด คือ สารทำความเย็นกับอากาศ
  • 3 : หนึ่งชนิด คือ สารทำความเย็นทั้งสองด้าน
  • 4 : สองชนิด คือ สารทำความเย็น กับตัวกลางระบายความร้อน เช่น น้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 301 :
  • การติดตั้งและจำนวนคอยล์เย็นพิจารณาจากอะไร
  • 1 : ระยะห่างฟิน (Fin)
  • 2 : ขนาดห้องเย็น
  • 3 : จำนวนคอมเพรสเซอร์
  • 4 : อุณหภูมิห้องเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • ในการเพิ่มกำลังผลิตความเย็น อุปกรณ์ใดในระบบที่ไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มค่าหรือขนาดตาม
  • 1 : วาล์วลดความดัน
  • 2 : ขนาดท่อสารทำความเย็น
  • 3 : ระยะห่างระหว่างครีบคอยล์เย็น
  • 4 : คอนเดนเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 303 :
  • การคำนวณความหนาของฉนวนหุ้มท่อสารทำความเย็นพิจารณาจากอะไร
  • 1 : ความเร็วการไหลในท่อ
  • 2 : อุณหภูมิสารทำความเย็นในท่อ
  • 3 : สถานะของสารทำความเย็นในท่อ
  • 4 : ความหนาท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • วาล์วควบคุมความดันชนิด Hand Expansion Valve การปรับควบคุมความดันใช้วิธีใด
  • 1 : ใช้วาล์วไฟฟ้าในการหรี่วาล์ว
  • 2 : ปรับรอบหมุนเปิดลิ้นวาล์ว
  • 3 : ใช้กระเปาะเซนเซอร์วัดอุณหภูมิไอน้ำยาขาออกคอยล์เย็น
  • 4 : ใช้กระเปาะเซนเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำยาเข้าคอยล์เย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 305 :
  • Inlet Louver ของ Evaporative Condenser มีหน้าที่อย่างไร
  • 1 : เพื่อความสวยงาม
  • 2 : เพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นออกนอกเครื่อง
  • 3 : เพื่อป้องกันน้ำหาย
  • 4 : จัดระเบียบลมที่ไหลเข้าคอนเดนเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • การออกแบบระบบทำความเย็น ข้อใดไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน
  • 1 : ชนิดสารทำความเย็น – ชนิดวัสดุทำท่อ
  • 2 : ความชื้นของห้องเย็นที่ต้องการ – ค่าแตกต่างของอุณหภูมิไอระเหยกับอุณหภูมิห้องเย็น
  • 3 : อุณหภูมิห้องเย็น – ความถี่ในการละลายน้ำแข็ง
  • 4 : ความหนาฉนวนห้องเย็น – ปริมาณสินค้าที่เข้าเก็บ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • ในการติดตั้งผนังห้องเย็นนั้น จะมีอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่เรียกว่า Pressure Relief Port อุปกรณ์นี้มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ลดความชื้นในห้องเย็น
  • 2 : สมดุลความดันระหว่างห้องเย็น ป้องกันผนังห้องเย็นยุบ-แอ่น
  • 3 : ป้องกันน้ำแข็งเกาะผนังห้องเย็น
  • 4 : ลดความเสี่ยงในการเกิดสารทำความเย็นรั่ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร