สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Air Conditioning

เนื้อหาวิชา : 388 : Psychrometrics
ข้อที่ 1 :
  • ความเร็วลมโดยเฉลี่ยผ่านคอยล์เย็น (Cooling Coil) ปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 1.5 เมตรต่อวินาที
  • 2 : 2 เมตรต่อวินาที
  • 3 : 2.5 เมตรต่อวินาที
  • 4 : 3 เมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • ห้องทำงานโดยทั่วไป ในขณะใช้งานมีค่าอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) เท่าใด
  • 1 : 0.50-0.65
  • 2 : 0.66-0.80
  • 3 : 0.81-0.95
  • 4 : เกิน 0.95
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • ค่าแฟคเตอร์เลี่ยง (Bypass Factor - BF) ของคอยล์เย็น (Cooling Coil) จำนวน 4 แถว โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.05
  • 2 : 0.08
  • 3 : 0.13
  • 4 : 0.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • จุดน้ำค้างอุปกรณ์ (Apparatus Dew Point) ของคอยล์น้ำเย็น (Chilled water coil) โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 7 องศาเซลเซียส
  • 2 : 10 องศาเซลเซียส
  • 3 : 12 องศาเซลเซียส
  • 4 : 14 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • อุณหภูมิลมกลับ (Return Air Temperature) โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 24 องศาเซลเซียส
  • 2 : 26 องศาเซลเซียส
  • 3 : 28 องศาเซลเซียส
  • 4 : 30 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • อุณหภูมิลมจ่าย (Supply Air Temperature) โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 10 องศาเซลเซียส
  • 2 : 12 องศาเซลเซียส
  • 3 : 14 องศาเซลเซียส
  • 4 : 16 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 7 :
  • สภาวะออกแบบห้อง (Room Design Condition) โดยทั่วไปเป็นเท่าใด
  • 1 : 25 องศาเซลเซียส, 60%RH
  • 2 : 22 องศาเซลเซียส, 50%RH
  • 3 : 26 องศาเซลเซียส, 60%RH
  • 4 : 25 องศาเซลเซียส, 50%RH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • Outdoor Design Condition โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 35 CDB / 30 CWB
  • 2 : 37 CDB / 27 CWB
  • 3 : 37 CDB / 30 CWB
  • 4 : 35 CDB / 28.5 CWB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • ปริมาณการเติมอากาศบริสุทธิ์ โดยทั่วไปมีสัดส่วนเท่าใดของปริมาณลมหมุนเวียน
  • 1 : 5%
  • 2 : 10%
  • 3 : 20%
  • 4 : 25%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 :
  • สำหรับห้องที่มีค่าอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) เท่ากับ 0.8 ปริมาณลมหมุนเวียนในระบบปรับอากาศ โดยทั่วไปเป็นเท่าใด
  • 1 : 6 หน่วยปริมาณผลัดเปลี่ยนลมต่อชั่วโมง (Airchange/Hr)
  • 2 : 8 หน่วยปริมาณผลัดเปลี่ยนลมต่อชั่วโมง (Airchange/Hr)
  • 3 : 10 หน่วยปริมาณผลัดเปลี่ยนลมต่อชั่วโมง (Airchange/Hr)
  • 4 : 12 หน่วยปริมาณผลัดเปลี่ยนลมต่อชั่วโมง (Airchange/Hr)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • ปริมาณลมหมุนเวียนต่อตันความเย็น โดยทั่วไปเป็นเท่าใด
  • 1 : 100 ลิตรต่อวินาที
  • 2 : 150 ลิตรต่อวินาที
  • 3 : 200 ลิตรต่อวินาที
  • 4 : 250 ลิตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • จุดน้ำค้างอุปกรณ์ (Apparatus Dew Point) ของคอยล์น้ำยาทำความเย็น (R-22) โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 6 องศาเซลเซียส
  • 2 : 7.5 องศาเซลเซียส
  • 3 : 9 องศาเซลเซียส
  • 4 : 10.5 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • สภาวะอากาศ (ก) มีอุณหภูมิจุดน้ำค้าง 15 องศาเซลเซียส สภาวะอากาศ (ข) มีอุณหภูมิหยาดน้ำค้าง 12 องศาเซลเซียส ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : สภาวะ (ก) มีอุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) สูงกว่า (ข)
  • 2 : สภาวะ (ก) มีอัตราส่วนความชื้น (กรัมไอน้ำ/กิโลกรัมอากาศแห้ง) สูงกว่า (ข)
  • 3 : สภาวะ (ก) มีความชื้นสัมพันธ์ (เปอร์เซ็นต์) สูงกว่า (ข)
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 :
  • กระบวนการปรับอากาศที่เกิดขึ้นที่คอยล์ทำความเย็นโดยทั่วไปคือกระบวนการในข้อใด
  • 1 : กระบวนการลดความชื้นในอากาศ
  • 2 : กระบวนการเพิ่มความชื้นในอากาศ
  • 3 : กระบวนการทำให้อากาศเย็นและลดความชื้นในอากาศ
  • 4 : กระบวนการทำให้อากาศเย็นและเพิ่มความชื้นในอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :
  • อัตราส่วนของเศษส่วนโมลของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศ ต่อ เศษส่วนโมลของไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศที่ภาวะอิ่มตัว ณ อุณหภูมิและความดันเดียวกัน คือคำจำกัดความของข้อใด
  • 1 : ความชื้นสัมพัทธ์
  • 2 : อัตราส่วนความชื้น
  • 3 : อัตราส่วนโมลความชื้น
  • 4 : ความชื้นจำเพาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • ข้อมูลใดไม่สามารถอ่านได้โดยตรงบนแผนภูมิไซโครเมตริกส์ชาร์ทมาตรฐาน
  • 1 : ความชื้นสัมพัทธ์
  • 2 : อัตราส่วนความชื้น
  • 3 : เอ็นทาลปี
  • 4 : ความหนาแน่นของอากาศชื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความร้อนสัมผัส
  • 1 : สามารถวัดโดยใช้เทอร์โมมิเตอร์
  • 2 : ไม่สามารถวัดโดยใช้เทอร์โมมิเตอร์
  • 3 : เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะ
  • 4 : เพิ่มขึ้นเมื่ออากาศเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • ความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวให้กลายเป็นไอคือ
  • 1 : ความร้อนแฝงของการหลอม (Latent heat of fusion)
  • 2 : ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ (Latent heat of vaporization)
  • 3 : ความร้อนจำเพาะของการกลายเป็นไอ (Specific heat of vaporization)
  • 4 : ความร้อนแฝง (Latent heat) ของของเหลวนั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 19 :
  • อุณหภูมิ ณ จุดที่ความชื้นในอากาศเริ่มเกิดการควบแน่น เรียกว่า
  • 1 : ความชื้นสัมพันธ์ เป็น 100%
  • 2 : อุณหภูมิกระเปาะเปียก
  • 3 : อุณหภูมิจุดน้ำค้าง
  • 4 : อุณหภูมิกระเปาะแห้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 20 :
  • ณ อุณหภูมิที่กำหนด ความสัมพันธ์ระหว่างความดันจริงของไอน้ำในอากาศกับความดันไออิ่มตัวเรียกว่า
  • 1 : ความดันไอบางส่วน
  • 2 : ความชื้นสัมพัทธ์
  • 3 : ผลการทำความเย็น (Refrigeration Effect)
  • 4 : ค่าอัตราส่วนความชื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • อุณหภูมิกระเปาะเปียกจะมีค่าสูงกว่าอุณหภูมิกระเปาะแห้งเมื่อ
  • 1 : ความชื้นสัมพัทธ์ 100% และอุณหภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส
  • 2 : ความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 100% และอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส
  • 3 : ความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 100 %
  • 4 : ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • อุณหภูมิกระเปาะเปียก, อุณหภูมิกระเปาะแห้ง และจุดน้ำค้างจะเท่ากันเมื่อ
  • 1 : อากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส
  • 2 : อากาศอิ่มตัวด้วยความชื้น
  • 3 : อากาศไม่มีความชื้นเลย
  • 4 : สิ่งนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :
  • อุปกรณ์สลิงไซโครมิเตอร์ (Sling psychrometer) ใช้สำหรับวัดค่าใด
  • 1 : ความชื้นสัมพัทธ์
  • 2 : ความชื้นสัมบรูณ์
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ความดันไอของอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • ปริมาณความชื้นในอากาศจะขึ้นอยู่กับข้อใด
  • 1 : ค่าความชื้นสัมพัทธ์
  • 2 : อุณหภูมิของอากาศ
  • 3 : ความดันไอของอากาศ
  • 4 : ความร้อนแฝงของอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 25 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งเพิ่มขึ้นในระหว่างขบวนการให้ความร้อน
  • 2 : ความชื้นสัมพัทธ์ลดลงในระหว่างขบวนการให้ความร้อน
  • 3 : ความชื้นจำเพาะของอากาศ (Specific humidity) จะไม่คงที่ในระหว่างขบวนการทำความเย็น และค่าความชื้นสัมพัทธ์จะเพิ่มขึ้น
  • 4 : กระบวนการทำความเย็นแบบระเหย (Evaporative cooling process) จะเกิดขึ้นบนเส้นอุณหภูมิกระเปาะเปียกคงที่ในแผนภูมิไซโครเมตริก ( Psychrometric chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดที่เป็นคุณสมบัติทางกายภาพของอากาศ
  • 1 : น้ำหนัก ความหนาแน่น อุณหภูมิ ความร้อนจำเพาะ การนำความร้อน
  • 2 : เอนทราปี เอนโทรปี ความหนาแน่น ความร้อนจำเพาะ
  • 3 : น้ำหนัก อุณหภูมิ เอนทราปี การนำความร้อน
  • 4 : น้ำหนัก เอนทราปี เอนโทรปี ความหนาแน่น อุณหภูมิ ความร้อนจำเพาะ และ การนำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  • ความชื้นสัมพัทธ์ใช้อ้างอิงถึงปริมาณความชื้นทั้งหมดในอากาศ ท่านคิดว่าข้อความข้างต้นถูกต้องหรือไม่
  • 1 : ถูกต้อง
  • 2 : ผิด
  • 3 : ถูกต้องเป็นบางส่วน
  • 4 : นิยามของความชื้นสัมบรูณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :
  • ข้อใดคือความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกระเปาะแห้งและอุณหภูมิกระเปาะเปียก
  • 1 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งใช้อ้างถึงอุณหภูมิการกลายเป็นไอ
  • 2 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกใช้อ้างถึงอุณหภูมิบรรยากาศของเทอร์โมมิเตอร์
  • 3 : อุณหภูมิกระเปียกและอุณหภูมิกระเปาะแห้งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความดันเกจที่ต่ำกว่าบรรยากาศ
  • 4 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งใช้อ้างอิงถึงอุณหภูมิบรรยากาศ และอุณหภูมิกระเปาะเปียกใช้อ้างอิงถึงอุณหภูมิการกลายเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • ถ้าในห้องปรับอากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : น้ำในห้องระเหยได้ยาก
  • 2 : อากาศมีอุณหภูมิต่ำ
  • 3 : อากาศมีเอนทัลปีสูง
  • 4 : อากาศมีความเร็วต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • ถ้านำอากาศที่มีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส อัตราการไหล 1000 ลิตร/วินาที ผสมกับอากาศที่มีอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส อัตราการไหล 3000 ลิตร/วินาที ข้อใดคือผลลัพธ์ที่ได้
  • 1 : อากาศอุณหภูมิ 27.5 องศาเซลเซียส อัตราไหล 4000 ลิตร/วินาที
  • 2 : อากาศอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส อัตราไหล 4000 ลิตร/วินาที
  • 3 : อากาศอุณหภูมิ 32.5 องศาเซลเซียส อัตราไหล 4000 ลิตร/วินาที
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 31 :
  • สภาวะในข้อใดน่าจะเป็นสภาวะของอากาศที่ออกจากคอยล์เย็น
  • 1 : 5 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) /40% RH
  • 2 : 12 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) /95% RH
  • 3 : 12 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) /40% RH
  • 4 : 24 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) /55% RH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • ห้องปรับอากาศโดยทั่วไป จะมีปริมาณความชื้นในอากาศเท่าใด
  • 1 : 8 g/kg dry air
  • 2 : 10 g/kg dry air
  • 3 : 14 g/kg dry air
  • 4 : 22 g/kg dry air
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • อากาศภายนอกอาคารโดยทั่วไปในกรุงเทพฯจะมีปริมาณความชื้นในอากาศเท่าใด
  • 1 : 14 g/kg dry air
  • 2 : 16 g/kg dry air
  • 3 : 22 g/kg dry air
  • 4 : 28 g/kg dry air
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ตำแหน่งที่แสดงด้วยเครื่องหมายคำถามในแผนภูมิไซโครเมตริกมาตรฐาน (Psychrometric Chart) นี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : สภาวะอากาศเข้าคอยล์ (Air Entering Condition)
  • 2 : จุดผสมลม (Mixing Point)
  • 3 : ข้อ 1 และ 2
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 35 :
  • ตำแหน่งที่แสดงด้วยเครื่องหมายคำถามในแผนภูมิไซโครเมตริคมาตรฐาน (Psychrometric Chart) นี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : สภาวะอากาศออกจากคอยล์ (Air Leaving Condition)
  • 2 : สภาวะอากาศภายใน (Indoor Condition)
  • 3 : จุดอิ่มตัว (Saturation Point)
  • 4 : สภาวะอากาศเข้าคอยล์ (Air Entering Condition)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • ตำแหน่งที่แสดงด้วยเครื่องหมายคำถามในแผนภูมิไซโครเมตริกมาตรฐาน (Psychrometric Chart) นี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : สภาวะอากาศจากคอยล์ (Air Leaving Condition)
  • 2 : สภาวะอากาศภายใน (Indoor Condition)
  • 3 : สภาวะอากาศเข้าคอยล์ (Air Entering Condition)
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • ตำแหน่งที่แสดงด้วยเครื่องหมายคำถามในแผนภูมิไซโครเมตริคมาตรฐาน (Psychrometric Chart) นี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : สภาวะอากาศภายนอก (Outdoor Condition)
  • 2 : สภาวะอากาศภายใน (Indoor Condition)
  • 3 : สภาวะอากาศเข้าคอยล์ (Air Entering Condition)
  • 4 : สภวะอากาศออกจากคอยล์ (Air Leaving Condition)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • กระบวนการปรับสภาวะอากาศต่อไปนี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : กระบวนการปรับสภาวะอากาศปกติทั่วไป
  • 2 : กระบวนการทำความเย็นเกินและอุ่นอากาศ (Over Cooling and Reheat)
  • 3 : กระบวนการทำความเย็นล่วงหน้าและอุ่นอากาศ (Pre Cool and Reheat)
  • 4 : กระบวนการทำความเย็นด้วยการดูดความชื้น (Desiccant Cooling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • กระบวนการปรับสภาวะอากาศต่อไปนี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : กระบวนการปรับสภาวะอากาศปกติทั่วไป
  • 2 : กระบวนการทำความเย็นเกินและอุ่นอากาศ (Over Cooling and Reheat)
  • 3 : กระบวนการทำความเย็นล่วงหน้าและอุ่นอากาศ (Pre Cool and Reheat)
  • 4 : กระบวนการทำความเย็นด้วยการดูดความชื้น (Desiccant Cooling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 40 :
  • กระบวนการปรับสภาวะอากาศต่อไปนี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : กระบวนการปรับสภาวะอากาศปกติทั่วไป
  • 2 : กระบวนการทำความเย็นเกินและอุ่นอากาศ (Over Cooling and Reheat)
  • 3 : กระบวนการทำความเย็นล่วงหน้าและอุ่นอากาศ (Pre Cool and Reheat)
  • 4 : กระบวนการทำความเย็นด้วยการดูดความชื้น (Desiccant Cooling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • กระบวนการปรับสภาวะอากาศต่อไปนี้ เรียกว่าอะไร
  • 1 : กระบวนการปรับสภาวะอากาศปกติทั่วไป
  • 2 : กระบวนการทำความเย็นเกินและอุ่นอากาศ (Over Cooling and Reheat)
  • 3 : กระบวนการทำความเย็นล่วงหน้าและอ่นอากาศ (Pre Cool and Reheat)
  • 4 : กระบวนการทำความเย็นด้วยการดูดความชื้น (Desiccant Cooling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • สภาวะออกแบบของอากาศภายนอก (Outdoor Design Condition) โดยทั่วไปมีค่าความชื้นสัมพัทธ์เท่าไร
  • 1 : 50 % RH
  • 2 : 60 % RH
  • 3 : 70 % RH
  • 4 : 80 % RH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • ระดับความชื้นที่เหมาะสมสำหรับห้องปรับอากาศคือเท่าใด
  • 1 : 30-40% RH
  • 2 : 50-60% RH
  • 3 : 60-70% RH
  • 4 : 70-80% RH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • การลากเส้นอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) ในแผนภูมิไซโครเมตริค (Psychrometric Chart) ทำอย่างไร
  • 1 : ลากเส้นให้มีความชัน (Slope) เท่ากับค่าอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) ที่แกนตั้งด้านขวาของแผนภูมิไซโครเมตริค (Psychrometric Chart) ผ่านตำแหน่งสภาวะอากาศภายใน (Indoor Condition)
  • 2 : ลากให้มี Slope เท่ากับค่าอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) ที่แกนตั้งด้านขวาของแผนภูมิไซโครเมตริค (Psychrometric Chart)ผ่านตำแหน่งสภาวะอากาศภายนอก (Outdoor Condition)
  • 3 : ลากให้มีความชัน (Slope) ขนานกับเส้นอ้างอิง (Reference Line) ผ่านตำแหน่งจุดอ้างอิงที่มีความชัน (Slope) เท่ากับอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) ที่แกนตั้งด้านขวาของแผนภูมิไซโครเมตริค (Psychrometric Chart) โดยเส้นนี้ลากผ่านตำแหน่งสภาวะอากาศภายใน (Indoor Condition)
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ในกระบวนการปรับอากาศด้วยเครื่องปรับอากาศปกติ อากาศสามารถเข้าสู่เส้นอากาศอิ่มตัว (Saturation Line) ได้ 100% หรือไม่
  • 1 : เป็นไปได้
  • 2 : เป็นไปไม่ได้
  • 3 : ได้ หากค่าอัตราส่วนความร้อนสัมผัสรวบยอด (GSHR) ต่ำ เช่นต่ำกว่า 0.7
  • 4 : ได้ หากค่าอัตราส่วนความร้อนสัมผัสรวบยอด (GSHR) สูง เช่นสูงกว่า 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • ในกระบวนการปรับอากาศหากต้องการให้ อากาศเข้าใกล้เส้นอากาศอิ่มตัว (Saturation Line) มีวิธีการอย่างไรบ้าง
  • 1 : เพิ่มจำนวนแถวคอยล์เย็น
  • 2 : เพิ่มจำนวนครีบ(FPI-Fin per Inch)
  • 3 : ลดความเร็วลมผ่านคอยล์เย็น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • ในกระบวนการปรับอากาศหากต้องการให้ อากาศเข้าใกล้เส้นอากาศอิ่มตัว (Saturation Line) มีวิธีการอย่างไรบ้าง
  • 1 : เพิ่มจำนวนแถวคอยล์เย็น
  • 2 : เพิ่มจำนวนครีบ (FPI-Fin per Inch)
  • 3 : ลด Bypass Factor
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :
  • การเพิ่มความสามารถในการลดความชื้นออกจากอากาศของคอยล์เย็น มีวิธีการอย่างไร
  • 1 : กำหนดให้อุณหภูมิจุดน้ำค้างอุปกรณ์ (Tadp) ต่ำลง เช่น ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
  • 2 : ใช้กระบวนการปรับอากาศที่เหมาะสม เช่น กระบวนการทำความเย็นล่วงหน้าและอุ่นอากาศ (Pre Cool and Reheat)
  • 3 : ลดแฟคเตอร์เลี่ยง (Bypass Factor)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 49 :
  • กระบวนการปรับอากาศแบบแบ่งลมผ่านคอยล์ (Face and Bypass) ช่วยให้คอยล์เย็นสามารถลดความชื้นออกจากอากาศได้ผลดีมากขึ้น เนื่องจากอะไร
  • 1 : สามารถควบคุมให้อุณหภูมิจุดน้ำค้างอุปกรณ์ (Tadp) ให้อยู่ในระดับที่ต้องการ เช่น ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
  • 2 : กระบวนการปรับอากาศแบบนี้ ไม่ใช่วิธีการช่วยลดความชื้นเพราะมีแฟคเตอร์เลี่ยง (Bypass Factor) สูง
  • 3 : ขบวนการปรับอากาศแบบแบ่งลมผ่านคอยล์ (Face and Bypass) เหมาะกับห้องปรับอากาศที่มีอัตราส่วนความร้อนสัมผัสห้อง (RSHR) สูง หรือมีค่า Airchange/Hr สูงมากกว่าปริมาณการหมุนเวียนอากาศในขบวนการปรับอากาศปกติ
  • 4 : ข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • บนแผนภูมิไซโครเมตริก ถ้าอากาศถูกปรับให้อุณหภูมิกระเปาะแห้งและความชื้นลดลงเส้นแสดงกระบวนการจะชี้ไปทางใด (Process path) จะชี้ไปทิศทางใด
  • 1 : ขวาบน
  • 2 : ขวาล่าง
  • 3 : ซ้ายล่าง
  • 4 : ขวาบน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • เมื่ออากาศถูกปรับสภาวะผ่านคอยล์เย็นและออกมาที่ 18 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) จะพบว่า
  • 1 : ความชื้นสัมพัทธ์ลดลง ไอน้ำในอากาศลดลง
  • 2 : ความชื้นสัมพัทธ์ลดลง ไอน้ำในอากาศสูงขึ้น
  • 3 : ความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น ไอน้ำในอากาศลดลง
  • 4 : ความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น ไอน้ำในอากาศสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • การออกแบบที่เรียกว่าการทำความเย็นแบบระเหย (Evaporative cooling) จะมี เส้นแสดงกระบวนการ (Process path) ชี้ไปทางใดบนแผนภูมิไซโครเมตริก
  • 1 : ขวาบน
  • 2 : ขวาล่าง
  • 3 : ซ้ายบน
  • 4 : ซ้ายล่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 :
  • ห้องปรับอากาศแบบใดมีสัดส่วนความร้อนสัมผัส (ความร้อนสัมผัส/ความร้อนทั้งหมด) สูงที่สุด
  • 1 : ห้องศูนย์คอมพิวเตอร์
  • 2 : ห้องอาหาร
  • 3 : ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
  • 4 : ห้องออกกำลังกาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 389 : Refrigeration
ข้อที่ 54 :
  • สารทำความเย็นที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศตามบ้านโดยทั่วไป มีชื่อว่าอะไร
  • 1 : ไตรคลอโรฟลูออโรมีเทน (Trichlorofluoromethane (R-11))
  • 2 : ไดคลอโรฟลูออโรมีเทน (Dichlorodifluoromethane (R-12))
  • 3 : คลอโรไดฟลูออโรมีเทน (Chlorodifluoromethane (R-22))
  • 4 : เตตระฟลูออโรมีเทน (Tetrafluoroethane (R-134a))
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • ความดันของสารทำความเย็นขณะที่กำลังระบายความร้อนทิ้งที่คอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing Unit) เมื่อเทียบกับความดันของสารทำความเย็นใน Fan Coil Unit จะเป็นอย่างไร
  • 1 : ความดันในคอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing Unit) สูงกว่าความดันใน แฟนคอยล์ยูนิต (Fan Coil Unit)
  • 2 : ความดันในคอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing Unit) ต่ำกว่าความดันใน แฟนคอยล์ยูนิต (Fan Coil Unit)
  • 3 : ความดันในคอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing Unit) เท่ากับความดันใน แฟนคอยล์ยูนิต (Fan Coil Unit)
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • อุปกรณ์ในระบบทำความเย็นแบบอัดไอ (vapor compression system) ข้อใดที่มีการถ่ายโอนพลังงานกับสารทำความเย็นมากที่สุด
  • 1 : เครื่องอัดไอ (compressor)
  • 2 : อุปกรณ์ควบแน่น (condenser)
  • 3 : อุปกรณ์ขยายตัว (expansion device)
  • 4 : อุปกรณ์ระเหย (evaporator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • ระบบทำความเย็นแบบดูดซึมใช้พลังงานในรูปใดเป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนระบบ
  • 1 : พลังงานเคมี
  • 2 : พลังงานความร้อน
  • 3 : พลังงานไฟฟ้า
  • 4 : พลังงานจลน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 58 :
  • การชาร์จน้ำยาทำความเย็นมากเกินไปจะส่งผลให้
  • 1 : ขนาดทำความเย็นเพิ่มขึ้นในขณะที่ ความดันด้านส่งเพิ่มขึ้นตาม
  • 2 : ขนาดทำความเย็นเพิ่มขึ้นและความดันด้านดูดเพิ่มขึ้นตาม
  • 3 : ขนาดทำความเย็นลดลงในขณะที่ความดันด้านส่งเพิ่มขึ้น
  • 4 : เพิ่มกำลังมอเตอร์และเพิ่มขนาดทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • เครื่องทำความเย็นมีแนวโน้มที่จะทำงานสั้น ๆ (short cycling) เมื่อทำงานภายใต้สภาวะ
  • 1 : ภาระสูง
  • 2 : สภาวะปกติ
  • 3 : ภาระต่ำ
  • 4 : ทั้งหมดที่กล่าวถึง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • สารทำความเย็นควรจะมีคุณสมบัติอะไร
  • 1 : ค่าความร้อนสัมผัสสูง
  • 2 : ค่าความร้อนแฝงสูง
  • 3 : ค่าความร้อนสัมผัสต่ำ
  • 4 : ค่าความร้อนแฝงต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 61 :
  • วิธีการลดขนาดการทำความเย็นลงโดยไม่ทำการลดความเร็วรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ เรียกว่า
  • 1 : Hot gas bypassing
  • 2 : Low pressure bypassing
  • 3 : High pressure bypassing
  • 4 : Short cycling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • ภาระ (Load) ที่ลดลงบนตัวอีแวปปอเรเตอร์ (Evaporator) ทำให้เกิด
  • 1 : ความต้องการสารทำความเย็นที่เพิ่มขึ้น
  • 2 : ความดันตกคร่อมตัวอีแวปปอเรเตอร์ลดลง
  • 3 : เพิ่มขนาดการทำความเย็นของตัวอีแวปปอเรเตอร์
  • 4 : ความร้อนถูกดูดซับเข้ามามากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 63 :
  • จากสิ่งต่อไปนี้ อะไรที่ทำให้ความดันทางด้านดูดไม่สูงเกินไป
  • 1 : ปริมาณสารทำความเย็นไม่เพียงพอ
  • 2 : เกิดการรั่วของวาล์วทางด้านดูด
  • 3 : วาล์วระเหยสารทำความเย็น (Expansion Valve) เปิดค้างไว้
  • 4 : ไม่มีการปรับตั้งวาล์วทางด้านดูดให้เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • ในวัฏจักรการทำความเย็น ความดันทางด้านดูดสูงเกินไปมีสาเหตุมาจากอะไร
  • 1 : เอ็กแพนชั่นวาล์วเปิดมากเกินไป
  • 2 : เกิดการรั่วของวาล์วทางด้านดูด
  • 3 : กระเปาะของตัวเอ็กแพนชั่นวาล์วทำงานไม่ถูกต้อง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • ในวัฏจักรการทำความเย็น ความดันด้านดูดที่ต่ำเกินไปเกิดจากสาเหตุอะไร
  • 1 : ตัวดักน้ำมันสกปรก
  • 2 : สารทำความเย็นไม่เพียงพอ
  • 3 : มีน้ำมันหล่อลื่นมากเกินไปในระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 66 :
  • ความดันสารทำความเย็นด้านคอนเดนเซอร์ หรือ ด้านสูง ของระบบการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนที่ใช้ตามบ้านมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 60 psig
  • 2 : 120 psig
  • 3 : 240 psig
  • 4 : 480 psig
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 :
  • ความดันทางด้านสูง (High side) ของ R-22 ของเครื่องปรับอากาศทั่วไป เป็นเท่าไร
  • 1 : ประมาณ 20 psig
  • 2 : ประมาณ 60 psig
  • 3 : ประมาณ 120 psig
  • 4 : ประมาณ 280 psig
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • ค่า R.E. (Refrigerating Effect) สามารถหาได้จากกระบวนการใด
  • 1 : Compression
  • 2 : Condensation
  • 3 : Expansion
  • 4 : Evaporation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • ระบบทำความเย็นขนาด 1 ตันความเย็น มีอัตราส่วนระหว่างความร้อนที่ถ่ายเทออกที่คอนเดนเซอร์ต่อความร้อนที่ดูดเข้าที่อีวาโปเรเตอร์ เท่ากับ 1.25 จะมีค่า COP เท่ากับข้อใด
  • 1 : 1.25
  • 2 : 2.5
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • เครื่องทำความเย็นที่เป็นระบบอัดไอ (Vapor Compression) มาตรฐานเบอร์ 5 มีค่า EER  ปี 2006 เท่าใด
  • 1 : 2.9
  • 2 : 3.4
  • 3 : 3.5
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • เครื่องทำความเย็นที่เป็นระบบดูดซึม (Absorption) แบบ Single Stage โดยทั่วไป มีค่า COP เท่าใด
  • 1 : 0.6
  • 2 : 0.8
  • 3 : 1
  • 4 : 1.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • เครื่องทำความเย็นที่เป็นระบบดูดซึม (Absorption) แบบ Double Stage โดยทั่วไป มีค่า COP เท่าใด
  • 1 : 0.6
  • 2 : 0.8
  • 3 : 1
  • 4 : 1.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • วิธีการทำความเย็นของเครื่องทำความเย็นระบบดูดซึม (Absorption) คืออะไร
  • 1 : การระเหยของสารทำความเย็น เช่น ลิเธียมโบรไมด์
  • 2 : การระเหยของสารทำความเย็น เช่น ลิเธียมคลอไรด์
  • 3 : การระเหยของน้ำ
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • วิธีการทำความเย็นของเครื่องทำความเย็นระบบดุดซึม (Absorption) คืออะไร
  • 1 : การระเหยของสารทำความเย็นคือน้ำในสภาพสูญญากาศ
  • 2 : การระเหยของสารดูดซับได้แก่แอมโมเนีย
  • 3 : การทำปฏิกิริยาเคมีของสารดูดซับ เช่น แอมโมเนีย หรือลิเธียมคลอไรด์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • Sensible Cooling คือกระบวนการปรับอากาศที่มีผลลัพธ์อย่างไร
  • 1 : ลดอุณหภูมิ
  • 2 : ลดความชื้น
  • 3 : ลดอุณหภูมิและความชื้น
  • 4 : ลดอุณหภูมิโดยการระเหยน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • Latent Cooling คือขบวนการปรับอากาศที่มีผลลัพธ์อย่างไร
  • 1 : ลดอุณหภูมิ
  • 2 : ลดความชื้น
  • 3 : ลดอุณหภูมิและความชื้น
  • 4 : ลดอุณหภูมิโดยการระเหยน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • หากท่อน้ำยาที่เป็น Liquid Line เกิดการอุดตัน บริเวณที่เกิดการอุดตันจะมีอาการอย่างไร
  • 1 : ร้อน
  • 2 : เย็น
  • 3 : ความดัน Evaporator เพิ่มขึ้น
  • 4 : อุณหภูมิ Condenser เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 :
  • เหตุใดน้ำยาทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ต้องมีสภาวะอย่างไร
  • 1 : น้ำยาทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ต้องเป็นซับคูล (Sub Cool) เพื่อทำความเย็นให้คอมเพรสเซอร์
  • 2 : น้ำยาทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ต้องเป็นซุปเปอร์ฮีท (Super Heat) เพื่อป้องกันน้ำยาเหลวเข้าคอมเพรสเซอร์
  • 3 : น้ำยาทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ต้องเป็นซุปเปอร์ฮีท (Super Heat) เพื่อทำความเย็นให้คอมเพรสเซอร์
  • 4 : น้ำยาทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ต้องเป็นซับคูล (Sub Cool) เพื่อป้องกันน้ำยาเหลวเข้าคอมเพรสเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 79 :
  • การที่น้ำยาใน Liquid Line มีสภาพเป็นซับคูล (Sub Cool) มีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : แสดงว่าการระบายความร้อนมีประสิทธิภาพ
  • 2 : ทำให้กระบวนการทำความเย็นมีประสิทธิภาพ
  • 3 : ทำให้วาล์วระเหยสารทำความเย็น (Expansion Valve) ทำงานได้ดี
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • ความดันแตกต่างระหว่างทางด้านส่งและทางด้านดูดของคอมเพรสเซอร์ R-22 โดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 1140 Pa (162 psig)
  • 2 : 1340 Pa (190 psig)
  • 3 : 1540 Pa (218 psig)
  • 4 : 1740 Pa (247 psig)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่สารทำความเย็น
  • 1 : อากาศ
  • 2 : แอมโมเนีย
  • 3 : คาร์บอนไดออกไซด์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 82 :
  • ตู้เย็นที่ใช้ตามบ้าน ใช้สารทำความเย็นชนิดใด
  • 1 : R-11
  • 2 : R-22
  • 3 : R-502
  • 4 : R-717
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 390 : Cooling Load
ข้อที่ 83 :
  • สภาวะอากาศจากภายนอก (Outdoor Air) จุดใด เป็นสภาวะที่ทำให้เครื่องปรับอากาศมีภาระการทำความเย็นมากที่สุด
  • 1 : 36 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) 50%RH
  • 2 : 35 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) 60%RH
  • 3 : 24 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) 50%RH
  • 4 : 22 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (องศาเซลเซียส) 55%RH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • ห้องปรับอากาศแบบใดมีสัดส่วนความร้อนสัมผัส (ความร้อนสัมผัส/ความร้อนทั้งหมด = Sensible Heat Ratio) ต่ำที่สุด
  • 1 : ธนาคาร
  • 2 : ร้านให้เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์
  • 3 : ร้านเสื้อผ้า
  • 4 : ร้านอาหาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • ห้องเครื่องสูบน้ำประปาแห่งหนึ่งจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศเนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนออกจากห้องด้วยวิธีอื่นๆได้ โดยเครื่องสูบน้ำมีประสิทธิภาพ 80% มอเตอร์มีประสิทธิภาพ 90% กินกำลังไฟฟ้าขณะทำงาน 20 กิโลวัตต์ อยากทราบว่าภาระการทำความเย็นเนื่องจากเครื่องสูบน้ำนี้มีค่ากี่กิโลวัตต์
  • 1 : 2 กิโลวัตต์
  • 2 : 4 กิโลวัตต์
  • 3 : 5.6 กิโลวัตต์
  • 4 : 20 กิโลวัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ห้องปรับอากาศที่มีภาระการทำความเย็นสูงสุดในเดือนธันวาคม น่าจะมีที่ตั้งอยู่ทางทิศใดของตัวอาคารมากที่สุด
  • 1 : เหนือ
  • 2 : ตะวันออก
  • 3 : ตะวันตก
  • 4 : ใต้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • ในปัจจุบันวิธีการหาภาระความเย็นผ่านโครงสร้างของห้องซึ่งใช้สมการพื้นฐานทางฟิสิกส์ที่มีความแม่นยำมากที่สุดที่แนะนำโดย ASHRAE คือข้อใด
  • 1 : วิธีผลต่างของอุณหภูมิและตัวคูณลด (CLTD/CLF)
  • 2 : วิธีฟังก์ชันถ่ายทอด (Transfer function)
  • 3 : วิธีสมดุลย์ความร้อน (Heat Balance)
  • 4 : วิธีอนุกรมเวลาของการแผ่รังสี (Radiant Time Series)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดว่าเป็นภาระความเย็นของห้อง
  • 1 : ภาระความเย็นที่เข้ามากับอากาศระบาย
  • 2 : ภาระความเย็นที่เข้ามากับอากาศรั่วไหลเข้าห้อง
  • 3 : ภาระความเย็นจากคน และ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้อง
  • 4 : ภาระความเย็นที่ห้องได้รับผ่านโครงสร้างห้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • ในการคำนวณหาปริมาณลมส่งไปยังห้องปรับอากาศจำเป็นต้องใช้ข้อมูลต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  • 1 : อุณหภูมิออกแบบภายในห้องปรับอากาศ
  • 2 : อุณหภูมิลมส่งที่ออกจากเครื่องปรับอากาศ
  • 3 : ความร้อนสัมผัสของห้องปรับอากาศ
  • 4 : ความร้อนรวมของห้องปรับอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 90 :
  • ต้องการขจัดความร้อนออกจากห้อง 36,000 บีทียูต่อชั่วโมง ขนาดมอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์ที่ต้องใช้อย่างน้อยจะต้องมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 13.2 kw
  • 2 : 10.6 kw
  • 3 : 7 kw
  • 4 : 3.5 kw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ห้องมีขนาด กว้าง*ยาว*สูง = 3*8*3 เมตร ต้องการรักษาอุณหภูมิภายในไว้ที่ 24 องศาเซลเซียส ถ้าผนังทางด้านกว้างของห้องทำด้วยคอนกรีตบล็อกหนา 100 มิลลิเมตร และฉาบปูนทั้ง 2 ด้าน อยู่ติดกับห้องที่ไม่ได้มีการปรับอากาศ ให้หาปริมาณความร้อนที่ถ่ายเทผ่านผนังทางด้านนี้ ( กำหนดค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนทั้งหมดของคอนกรีตบล็อกฉาบปูนทั้ง 2 ด้าน = 2.1 วัตต์ต่อตารางเมตร – เซลเซียส, ค่าอุณหภูมิแตกต่างที่ใช้ในการออกแบบ เท่ากับ 10 องศาเซลเซียส)
  • 1 : 215 วัตต์
  • 2 : 189 วัตต์
  • 3 : 220 วัตต์
  • 4 : 179 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  • ห้องปรับอากาศมีอัตราการสูญเสียความร้อนสัมผัสสูงสุด 117 กิโลวัตต์ ต้องการรักษาอุณหภูมิภายในห้องไว้ที่ 25.5 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิของอากาศที่เข้าเท่ากับ 37.7 องศาเซลเซียส ให้คำนวณหาปริมาณอากาศที่นำเข้า
  • 1 : 8.14 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • 2 : 14,580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • 3 : 16,835 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • 4 : 17,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 93 :
  • ห้องปรับอากาศห้องหนึ่งมีหลังคาทำด้วยคอนกรีตหนา 100 มิลลิเมตร พื้นที่หลังคา 200 ตารางเมตร ถ้ากำหนดให้อุณหภูมิภายนอกเท่ากับ 40 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของห้องปรับอากาศกับ 24 องศาเซลเซียส ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนทั้งหมดของผนังคอนกรีตหนา 100 มิลลิเมตร เท่ากับ 3.4 วัตต์ต่อตารางเมตร-องศาเซลเซียส  จงหาปริมาณความร้อนที่ถ่ายเทผ่านหลังคา
  • 1 : 11, 880 วัตต์
  • 2 : 12,980 วัตต์
  • 3 : 8,980 วัตต์
  • 4 : 10,880 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • สำนักงานแห่งหนึ่งติดตั้งหลอดไฟฟลูออเรเซนต์ จำนวน 3 แถว ตลอดความยาวของตัวสำนักงานซึ่งยาว 33 เมตร โดยเว้นระยะหัวท้ายของความยาวไว้ด้านละ 0.2 เมตร โดยโป๊ะไฟแต่ละโป๊ะประกอบด้วยหลอดไฟจำนวน 3 หลอด กำหนดให้หลอดไฟฟลูออเรเซนต์มีความร้อนสูงกว่าหลอดไฟธรรมดา 20 % อันเป็นผลมาจากบัลลาสต์ และค่ากำลังไฟส่องสว่างจากหลอดฟลูออเรเซนต์เท่ากับ 30 วัตต์ต่อเมตร ให้คำนวณหาค่าความร้อนที่เกิดจากหลอดไฟแสงสว่างเหล่านี้
  • 1 : 8940 วัตต์
  • 2 : 9490 วัตต์
  • 3 : 8640 วัตต์
  • 4 : 8420 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 95 :
  • โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งมี 600 ที่นั่ง มีอุณหภูมิภายในที่ออกแบบไว้เท่ากับ 25.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายนอกเท่ากับ 35 องศาเซลเซียส อัตราส่วนความชื้นภายในห้องเท่ากับ 10 กรัม/กิโลกรัม และภายนอกเท่ากับ 22 กรัม/กิโลกรัม ให้คำนวณหาปริมาณอากาศบริสุทธิ์ที่ต้องการและปริมาณความร้อนที่เกิดขึ้นจากอากาศบริสุทธิ์จำนวนนี้ กำหนดให้ปริมาณอากาศบริสุทธิ์ต่อคนเท่ากับ 3.5 ลิตร/วินาที/คน
  • 1 : 2100 ลิตร/วินาที , 24.5 กิโลวัตต์
  • 2 : 2100 ลิตร/วินาที , 77.5 กิโลวัตต์
  • 3 : 2100 ลิตร/วินาที , 102.0 กิโลวัตต์
  • 4 : 2100 ลิตร/วินาที , 53.0 กิโลวัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ระบบปรับอากาศชุดไหนที่ต้องใช้พัดลมที่สามารถขับปริมาณลมได้ 2,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที
  • 1 : 2 ตันความเย็น
  • 2 : 3 ตันความเย็น
  • 3 : 5 ตันความเย็น
  • 4 : 7.5 ตันความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • เครื่องทำความเย็นขนาด 1 ตันความเย็น สามารถขจัดความร้อนออกได้เท่าไร
  • 1 : 500 บีทียูต่อนาที
  • 2 : 288 บีทียูต่อนาที
  • 3 : 200 บีทียูต่อนาที
  • 4 : 100 บีทียูต่อนาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • บ้านหลังหนึ่งมี เตารีดขนาด 1000 วัตต์ และหม้อหุงข้าวไฟฟ้าขนาด 800 วัตต์ ค่าความร้อนที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้คือ
  • 1 : 5140 BTUH
  • 2 : 5120 BTUH
  • 3 : 6120 BTUH
  • 4 : 7120 BTUH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • ห้องปรับอากาศแห่งหนึ่งรักษาอุณหภูมิห้องไว้ที่ 21 องศาเซลเซียสหากอุณหภูมิของอากาศที่นำเข้าสู่ห้องอยู่ที่ 49 องศาเซลเซียส และห้องมีการสูญเสียความร้อนสัมผัสสูงสุด 73.2 กิโลวัตต์ จงคำนวณหาปริมาอากาศที่นำเข้ามา
  • 1 : 1940 ลิตรต่อวินาที
  • 2 : 2170 ลิตรต่อวินาที
  • 3 : 1720 ลิตรต่อวินาที
  • 4 : 2400 ลิตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • ห้องปรับอากาศแห่งหนึ่งมีภาระการทำความเย็นเป็น ความร้อนสัมผัส (Sensible Heat) 3,000 วัตต์ ความร้อนแฝง 1,000 วัตต์ อยากทราบว่าห้องนี้มีสัดส่วนความร้อนสัมผัส (Sensible Heat Ratio) เท่าใด
  • 1 : 0.3
  • 2 : 0.75
  • 3 : 1
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 101 :
  • อาคารที่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนมิถุนายน เวลา 12:00 น. กระจกหน้าต่างด้านทิศใดได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์มากที่สุด
  • 1 : เหนือ
  • 2 : ตะวันออก
  • 3 : ตะวันตก
  • 4 : ใต้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 102 :
  • ความร้อนส่งผ่านกระจกใสพื้นที่ 1 ตารางเมตร ทางด้านทิศเหนือ ในเวลา 14:00 น. ของเดือนเมษายน ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 4 วัตต์
  • 2 : 16 วัตต์
  • 3 : 48 วัตต์
  • 4 : 96 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • ความร้อนส่งผ่านกระจกสะท้อนความร้อนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ที่มีค่าการบังเงา 0.5 ทางด้านทิศตะวันตกในเวลา 16:00 น. ของเดือนเมษายน ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 60 วัตต์
  • 2 : 160 วัตต์
  • 3 : 260 วัตต์
  • 4 : 360 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • ความร้อนส่งผ่านกระจกสะท้อนความร้อนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ที่มีค่าการบังเงา 0.5 ทางด้านทิศตะวันตกในเวลา 16:00 น. ของเดือนเมษายน ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 60 วัตต์
  • 2 : 160 วัตต์
  • 3 : 260 วัตต์
  • 4 : 360 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • ความร้อนส่งผ่านผนังก่ออิฐหนา 20 ซม. พื้นที่ 1 ตารางเมตร ทางด้านทิศตะวันออก ในเวลา 11:00 น. ของเดือนเมษายน ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 25 วัตต์
  • 2 : 75 วัตต์
  • 3 : 125 วัตต์
  • 4 : 175 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 106 :
  • ความร้อนส่งผ่านหลังคาที่มุงด้วยแผ่นเหล็กที่มีฉนวนใยแก้วหนา 10 ซม. พื้นที่ 1 ตารางเมตร เวลา 12:00 น. ของเดือนเมษายน ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 5 วัตต์
  • 2 : 25 วัตต์
  • 3 : 50 วัตต์
  • 4 : 75 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • ปริมาณอากาศจากภายนอกอาคาร 1 ลบ.ฟุต จะมีปริมาณความร้อนที่ต้องปรับอากาศเท่าใด
  • 1 : 12.5 วัตต์
  • 2 : 25 วัตต์
  • 3 : 50 วัตต์
  • 4 : 62.5 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • การลดภาระการทำความเย็นในระบบปรับอากาศ มีวิธีการอย่างไรบ้าง
  • 1 : การควบคุมความร้อนรับจากดวงอาทิตย์ (Solar Heat Gain) และการระบายอากาศ (Ventilation)
  • 2 : การควบคุมการระบายอากาศ (Ventilation) และความร้อนรับภายใน (Internal Heat Gain)
  • 3 : การควบคุมความร้อนรับภายใน (Internal Heat Gain) และการสะสมพลังงานอุณหภาพ (Thermal Storage)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • คอนกรีตหนา 250 มิลลิเมตร ขนาด 1 ตารางเมตร จะสะสมความร้อนที่อุณหภูมิแตกต่าง 7 องศาเซลเซียส ได้เท่าไร
  • 1 : 1600 กิโลวัตต์
  • 2 : 2600 กิโลวัตต์
  • 3 : 3600 กิโลวัตต์
  • 4 : 4600 กิโลวัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 :
  • ภาระความร้อนแฝง (Latent Load) โดยทั่วไปมีสัดส่วนประมาณเท่าใดของภาระการปรับอากาศโดยรวม
  • 1 : 5%
  • 2 : 15%
  • 3 : 30%
  • 4 : 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 111 :
  • ห้องหม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 2000 kVA จำนวน 2ลูก มีอัตราการสูญเสียในรูปความร้อน 30 W/kVA จะมีความร้อนออกมาเท่าไร และจะต้องระบายความร้อนด้วยปริมาณลมเท่าไร ถ้ายอมให้ลมที่มาระบายความร้อนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 5 องศาเซลเซียส
  • 1 : 60 kW, 20 m3/s
  • 2 : 60 kW, 4 m3/s
  • 3 : 120 kW, 20 m3/s
  • 4 : 120 kW, 40 m3/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 112 :
  • วัสดุมีความเป็นฉนวนความร้อนมากที่สุด
  • 1 : ไม้เนื้อแข็ง
  • 2 : ไม้เนื้ออ่อน
  • 3 : อากาศ
  • 4 : โฟมโพลีสไตลีน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • ลิฟต์โดยสาร สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ 1600 กิโลกรัม ด้วยความเร็ว 240 เมตร/นาที ใช้กำลังมอเตอร์ 40 กิโลวัตต์ โดยมอเตอร์มีประสิทธิภาพ 90% ห้องเครื่องลิฟต์ต้องระบายความร้อนเท่าไร
  • 1 : 40 กิโลวัตต์
  • 2 : 20 กิโลวัตต์
  • 3 : 4 กิโลวัตต์
  • 4 : 2 กิโลวัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 391 : Airduct Design and Ventilation System Design
ข้อที่ 114 :
  • โรงงานแห่งหนึ่ง มีพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร สูง 8 เมตร กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร กำหนดให้วิศวกรต้องออกแบบให้มีการระบายอากาศอย่างน้อย 4 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง อยากทราบว่าต้องออกแบบให้พัดลมสามารถระบายอากาศด้วยอัตราเท่าใด
  • 1 : 80,000 ลูกบากศ์เมตรต่อชั่วโมง
  • 2 : 160,000 ลูกบากศ์เมตรต่อชั่วโมง
  • 3 : 320,000 ลูกบากศ์เมตรต่อชั่วโมง
  • 4 : 480,000 ลูกบากศ์เมตรต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 :
  • ความเร็วลมในท่อลมปรับอากาศของที่พักอาศัยไม่ควรสูงเกินเท่าใดเพื่อไม่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวน
  • 1 : 0.75 เมตร/วินาที
  • 2 : 7.50 เมตร/วินาที
  • 3 : 75 เมตร/วินาที
  • 4 : 750 เมตร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • หน้ากากจ่ายลมเย็นที่มีอัตราการจ่ายลม 200 ลิตร/วินาที ควรมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 50x50 มิลลิเมตร
  • 2 : 100x100 มิลลิเมตร
  • 3 : 200x200 มิลลิเมตร
  • 4 : 300x300 มิลลิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • วิธีการออกแบบท่อลมในข้อใดมีการปรับสมดุลความดันในระบบ ในขั้นตอนการเลือกขนาดท่อลม
  • 1 : Equal friction method
  • 2 : Balance capacity method
  • 3 : Static regain method
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • การออกแบบท่อลมวิธีใดที่ได้ขนาดท่อลมเท่ากัน ในทุกส่วนของท่อลมที่มีปริมาตรการไหลเท่ากัน
  • 1 : Equal friction method
  • 2 : Balance capacity method
  • 3 : Static regain method
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • ในการเปลี่ยนจากท่อกลมที่ออกแบบเป็นท่อสี่เหลี่ยมที่เทียบเท่า มีเงื่อนไขตามข้อกำหนดในข้อใด
  • 1 : มีความสูญเสียความดันเท่ากันที่ปริมาตรการไหลที่ไหลในท่อเท่ากัน
  • 2 : มีความสูญเสียความดันเท่ากันที่ความเร็วของอากาศที่ไหลในท่อเท่ากัน
  • 3 : มีพื้นที่หน้าตัดของท่อลมเท่ากัน
  • 4 : ท่อสี่เหลี่ยมที่ได้มีเส้นผ่านศูนย์กลางไฮดรอลิกส์เท่ากับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อกลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • ห้องมีขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาว 5. เมตร และสูง 3 เมตร ถ้าความสูงนัยสำคัญ (Significant height) ของห้องเท่ากับ 2.4 เมตร ผู้ออกแบบกำหนดค่า air change ของห้องไว้เท่ากับ 15 ถามว่าต้องใช้พัดลมในการหมุนเวียนอากาศขนาดเท่าใด
  • 1 : 360 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 2 : 450 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 3 : 390 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 4 : 420 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • ท่อลมนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาบริเวณภายในอาคารจะต่อเข้ากับท่อลมชนิดไหน
  • 1 : ท่อลมระบายอากาศของระบบท่อลม
  • 2 : ท่อลมส่งของระบบท่อลม
  • 3 : ท่อลมกลับของระบบท่อลม
  • 4 : ผิดทุกข้อ เนื่องจากจะถูกนำเข้าสู่บริเวณปรับอากาศโดยตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • ระยะทางที่ลมจะเคลื่อนที่ไปได้ (Throw) จากหน้ากากจ่ายลมขึ้นอยู่กับอะไร
  • 1 : ปริมาณลม, พื้นที่จ่ายลมของหน้ากาก, องศาจ่ายลมของหน้ากาก
  • 2 : ความเร็วลม, ส่วนกลับของพื้นที่จ่ายลมของหน้ากาก, องศาจ่ายลมของหน้ากาก
  • 3 : ปริมาณลม, ส่วนกลับของรากที่สองของพื้นที่จ่ายลมของหน้ากาก,องศาจ่ายลมของหน้ากาก
  • 4 : ความเร็วลม,พื้นที่จ่ายลมของหน้ากาก,องศาจ่ายลมของหน้ากาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • สมการที่ช่วยให้เราสามารถออกแบบตลอดจนตรวจสอบสมรรถนะของอุปกรณ์จ่ายลมในระบบท่อลมคือ
  • 1 : สมการโมเมนตัม (Momentum equation)
  • 2 : สมการอนุรักษ์มวล (Conservation of mass)
  • 3 : สมการเบอร์นูลี่ (Bernoulli’s equation)
  • 4 : สมการพลังงานของการไหลแบบไม่คงตัว (Unsteady-flow energy equation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • วิธีการออกแบบท่อลมวิธีไหนที่เหมาะสำหรับระบบท่อลมความเร็วสูง
  • 1 : Velocity reduction method
  • 2 : Static regain method
  • 3 : Equal friction method
  • 4 : Constant velocity method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 125 :
  • การออกแบบระบบท่อลมจ่ายของระบบปรับอากาศจะ
  • 1 : เพิ่มความชื้นให้กับอากาศ
  • 2 : ลดอุณหภูมิของลมจ่าย
  • 3 : ไม่กระทบต่อการแจกจ่ายลม (Air distribution)
  • 4 : กระทบต่อการแจกจ่ายลม (Air distribution)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 126 :
  • การออกแบบระบบท่อลมโดยวิธีลดความเร็วลม (Velocity reduction method) ความเร็วลมสูงสุดที่เลือกมาจะเกิดขึ้นที่ไหน
  • 1 : บริเวณปากทางเข้าท่อลมจากตัวพัดลม
  • 2 : บริเวณปลายสุดของท่อลม
  • 3 : บริเวณทางแยกจากท่อเมนเข้าสู่ท่อสาขา
  • 4 : ในท่อลมสาขา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • การออกแบบท่อลมระบายอากาศที่มีอนุภาคแขวนลอยอยู่ในกระแสลม ควรใช้วิธีการออกแบบท่อลมวิธีไหนถึงจะดีที่สุด
  • 1 : Constant velocity method
  • 2 : Velocity reduction method
  • 3 : Equal friction method
  • 4 : Static regain method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • Static regain method เป็นวิธีการออกแบบท่อลมที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อรักษาความดันอันเนื่องจากความเร็ว (Velocity pressure) ให้มีค่าคงที่ตลอดทั้งระบบ
  • 2 : เพื่อรักษาความดันสถิต (Static pressure) ให้มีค่าคงที่ตลอดทั้งระบบ
  • 3 : เพื่อรักษาความดันทั้งหมด (Total pressure) ให้มีค่าคงที่ตลอดทั้งระบบ
  • 4 : เพื่อให้ขนาดของท่อลมขาออกมีขนาดเท่ากันหมดเมื่อมีปริมาณลมเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • ค่าความเสียดทานในการออกแบบโดยวิธี Equal friction method นิยมใช้หน่วยเป็นอะไรในระบบ SI
  • 1 : นิ้วน้ำต่อเมตร
  • 2 : นิ้วปรอทต่อฟุต
  • 3 : นิ้วน้ำต่อ 100 ฟุต
  • 4 : ปาสคาลต่อเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • การสูญเสียกำลังงานในท่อลมจะแปรผันโดยตรงไปกับ
  • 1 : ความเร็วในท่อลม
  • 2 : ปริมาณลมในท่อ
  • 3 : เส้นผ่าศูนย์กลางของท่อลม
  • 4 : ความเร็วในท่อลมยกกำลังสาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • ท่อลมที่มีขนาดระหว่าง 13 ถึง 30 inch ควรเลือกใช้แผ่นเหล็กอาบสังกะสี (1.25 oz/ft2) เบอร์อะไร เพื่อใช้ในการทำท่อลม
  • 1 : เบอร์ 26
  • 2 : เบอร์ 24
  • 3 : เบอร์ 22
  • 4 : เบอร์ 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :
  • ท่อลมความเร็วต่ำคือท่อลมอะไร
  • 1 : ท่อลมที่มีความเร็วลมภายในท่อต่ำกว่า 1500 ฟุตต่อนาที และมีความดันสแตติกส์ต่ำกว่า 2 นิ้วน้ำ
  • 2 : ท่อลมที่มีความเร็วลมภายในท่อต่ำกว่า 1000 ฟุตต่อนาที และมีความดันสแตติกส์ต่ำกว่า 1 นิ้วน้ำ
  • 3 : ท่อลมที่มีความเร็วลมภายในท่อต่ำกว่า 2000 ฟุตต่อนาที และมีความดันสแตติกส์ต่ำกว่า 2 นิ้วน้ำ
  • 4 : ท่อลมที่มีความเร็วลมภายในท่อต่ำกว่า 2000 ฟุตต่อนาที และมีความดันสแตติกส์ต่ำกว่า 1.5 นิ้วน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • ท่อลมสำหรับส่งลมที่อัตราเดียวกัน และออกแบบที่ความเสียดทานเท่ากัน อยากทราบว่าท่อลมที่มีหน้าตัดอย่างไรจะประหยัดวัสดุทำท่อลมมากที่สุด
  • 1 : สี่เหลี่ยมจตุรัส
  • 2 : สี่เหลี่ยมผืนผ้า
  • 3 : วงรี
  • 4 : วงกลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • หน้ากากรับลมกลับ (Return Air Grille) ที่มีขนาด 24x24 นิ้ว สามารถรับลมกลับได้กี่ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที
  • 1 : 800 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที
  • 2 : 1,600 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที
  • 3 : 3,200 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที
  • 4 : 4,800 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ในการออกแบบท่อส่งลมของระบบปรับอากาศ ท่อลมที่มีความยาว 100 ฟุต ควรมี Pressure Drop ประมาณเท่าไร
  • 1 : 0.0075 นิ้วน้ำ
  • 2 : 0.075 นิ้วน้ำ
  • 3 : 0.75 นิ้วน้ำ
  • 4 : 7.5 นิ้วน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • เพื่อไม่ให้มีเสียงดังของลมมากเกินไป ความเร็วลมในท่อลมประธานของระบบปรับอากาศควรมีค่าไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 50 ฟุตต่อนาที
  • 2 : 150 ฟุตต่อนาที
  • 3 : 1500 ฟุตต่อนาที
  • 4 : 3000 ฟุตต่อนาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • หัวจ่ายลมเย็นสำหรับลมจ่าย 400 ลูกบากศ์ฟุตต่อนาที ควรมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 4x4 นิ้ว
  • 2 : 6x6 นิ้ว
  • 3 : 8x8 นิ้ว
  • 4 : 12x12 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  • หน้ากากสำหรับลมกลับที่มีปริมาณลม 2,000 ลูกบากศ์ฟุตต่อนาที ควรมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 12x6 นิ้ว
  • 2 : 24x12 นิ้ว
  • 3 : 36x24 นิ้ว
  • 4 : 48x36 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของฉนวนหุ้มท่อลม
  • 1 : ป้องกันการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
  • 2 : ป้องกันการสูญเสียความเย็น
  • 3 : ป้องกันการแผ่รังสีความเย็น
  • 4 : ป้องกันการรั่วของลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 140 :
  • ความเร็วลมที่ท่อลมแยกโดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 500 fpm ( 2.5 m/s)
  • 2 : 800 fpm (4m/s)
  • 3 : 1500 fpm (7.5 m/s)
  • 4 : 2000 fpm (10 m/s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 141 :
  • ความเร็วลมที่หัวจ่ายลมโดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 200 fpm (1 m/s)
  • 2 : 350 fpm (2 m/s)
  • 3 : 600 fpm (3 m/s)
  • 4 : 800 fpm (4 m/s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 :
  • ความเร็วลมที่หน้ากากลมกลับโดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 200 fpm (1 m/s)
  • 2 : 400 fpm (2 m/s)
  • 3 : 600 fpm (3 m/s)
  • 4 : 800 fpm (4 m/s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • ท่อลมที่มีความกว้าง 1.20 เมตร สำหรับท่อลม Low Pressure ใช้สังกะสีเบอร์อะไร
  • 1 : เบอร์ 26
  • 2 : เบอร์ 24
  • 3 : เบอร์ 22
  • 4 : เบอร์ 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 144 :
  • ท่อลมที่มีความกว้าง 1 เมตร สำหรับท่อลม Medium Pressure ใช้สังกะสีเบอร์อะไร
  • 1 : เบอร์ 26
  • 2 : เบอร์ 24
  • 3 : เบอร์ 22
  • 4 : เบอร์ 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • เหตุใดฉนวนใยแก้วสำหรับหุ้มท่อลมจึงต้องมีอลูมิเนียมฟอยล์
  • 1 : เพื่อไม่ให้ใยแก้วหลุดร่วง
  • 2 : เพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความชื้น
  • 3 : เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันฉนวนเสียหาย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 146 :
  • ปริมาณการระบายอากาศในอาคารที่ไม่ปรับอากาศ โดยทั่วไปควรอยู่ในช่วง Airchanges/Hr. เท่าไร
  • 1 : 5 -10 Airchanges/Hr
  • 2 : 10 -15 Airchanges/Hr
  • 3 : 15-25 Airchanges/Hr
  • 4 : 25-40 Airchanges/Hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • ความเร็วลมผ่านตัวคนในห้องปรับอากาศ โดยทั่วไปควรอยู่ในช่วงความเร็วลมเท่าไร
  • 1 : < 10 fpm
  • 2 : < 50 fpm
  • 3 : < 100 fpm
  • 4 : < 200 fpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • ในกรณีของคลังสินค้า การระบายอากาศที่ดีเพียงอย่างเดียวสามารถทำให้อุณหภูมิภายในอาคารต่ำกว่าภายนอกอาคารได้หรือไม่
  • 1 : ได้ เพราะผลของการระบายอากาศทำให้อากาศเย็นลง
  • 2 : การระบายอากาศทำให้เกิดกระแสลมมาก
  • 3 : การระบายอากาศทำให้ค่า MRT ลดลง
  • 4 : ไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 149 :
  • ปริมาณการระบายอากาศด้วย Stack Effect ขึ้นกับอะไรบ้าง
  • 1 : ความสูงระหว่างช่องลมเข้าด้านล่าง และช่องระบายอากาศออกด้านบน(Stack Height)
  • 2 : อุณหภูมิแตกต่างระหว่างลม เข้า ออก
  • 3 : ขนาดพื้นที่ปากลม เข้า ออก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • เหตุใดอาคารที่อาศัยการระบายอากาศจึงต้องมีค่า MRT ต่ำ
  • 1 : เพราะการระบายอากาศไม่สามารถกำจัดรังสีความร้อนได้
  • 2 : เพราะการระบายอากาศเป็นการสร้างกระแสลม
  • 3 : เพราะการระบายอากาศเป็นการถ่ายมวลความร้อน
  • 4 : ข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 151 :
  • การระบายอากาศที่ดีต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง
  • 1 : การลัดวงจร
  • 2 : จุดอับ
  • 3 : แหล่งกำเนิดมลภาวะ
  • 4 : ทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 152 :
  • เหตุใดจุดอับในการระบายอากาศ จึงเป็นปัญหาในการระบายอากาศ
  • 1 : เพราะไม่มีกระแสลม
  • 2 : เป็นที่สะสมของมลภาวะ
  • 3 : เป็นที่สะสมความชื้น
  • 4 : ทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 153 :
  • ความเร็วลมที่ครอบดูดควันโดยปกติเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.25 m/s
  • 2 : 0.5 m/s
  • 3 : 0.75 m/s
  • 4 : 1 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 :
  • ท่อลมสำหรับปริมาณลม 2000 L/s ควรจะมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 850 x 450 mm
  • 2 : 1500 x 250 mm
  • 3 : 1900 x 250 mm
  • 4 : 2200 x 200 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • ท่อลมสำหรับปริมาณลม 1000 L/s ควรจะมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 850 x 350 mm
  • 2 : 910 x 250 mm
  • 3 : 1150 x 200 mm
  • 4 : 600 x 350 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • ท่อลม Low Pressure หมายถึงท่อลมที่มีระดับความดันในท่อลมเท่าใด
  • 1 : < 25 mm WG
  • 2 : < 50 mm WG
  • 3 : 50 – 100 mm WG
  • 4 : >100 mm WG
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 157 :
  • ท่อลม Medium Pressure หมายถึงท่อลมที่มีระดับความดันในท่อลมเท่าใด
  • 1 : < 25 mm WG
  • 2 : < 50 mm WG
  • 3 : 50 – 100 mm WG
  • 4 : >100 mm WG
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ท่อลม High Pressure หมายถึงท่อลมที่มีระดับความดันในท่อลมเท่าใด
  • 1 : < 25 mm WG
  • 2 : < 50 mm WG
  • 3 : 50 – 100 mm WG
  • 4 : >100 mm WG
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • ท่อลม Medium Pressure มีใช้ในกรณีใดบ้าง
  • 1 : เมื่อเดินท่อลมเป็นระยะยาวมาก
  • 2 : เมื่อมีการติดตั้งกล่องเก็บเสียง แผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง
  • 3 : เมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีแรงเสียดทานสูง หรืออุปกรณ์ที่ต้องการความดันลมสูง เช่น VAV
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • เหตุใดจึงต้องควบคุมปริมาณการรั่วของลมในระบบท่อลม
  • 1 : เพื่อลดการสูญเสียลม
  • 2 : เพื่อให้มีลมเพียงพอกับที่ต้องการ
  • 3 : เพื่อประหยัดพลังงาน เนื่องจากต้องใช้พลังงานในการสร้างลมเย็นมาก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • เหตุใดจึงไม่ควรเดินท่อลมเย็นนอกบริเวณห้องปรับอากาศ
  • 1 : ทำให้ท่อลมเย็นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
  • 2 : ลมเย็นจะรั่วออกนอกพื้นที่ปรับอากาศ
  • 3 : ค่าก่อสร้างท่อลมเย็นสูง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • องค์ประกอบของฉนวนใยแก้วในส่วนของใยแก้วมีหน้าที่อะไร
  • 1 : ป้องกันความร้อน
  • 2 : ป้องกันความชื้น
  • 3 : ป้องกันความร้อนและความชื้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 163 :
  • องค์ประกอบของฉนวนใยแก้วในส่วนของอลูมิเนียมฟอยล์มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ป้องกันความร้อน
  • 2 : ป้องกันความชื้น
  • 3 : ป้องกันความร้อนและความชื้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • การออกแบบระบบท่อลมแบบก้างปลามีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : สวยงาม
  • 2 : ประหยัดค่าก่อสร้างท่อลม
  • 3 : ทำให้ความดันลมที่หัวจ่ายเท่ากันทุกหัว
  • 4 : ทำให้สามารถปรับความดันลมให้สมดุลย์ได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • ท่อลม Low Velocity หมายถึงท่อลมที่มีระดับความเร็วในท่อลมเท่าใด
  • 1 : < 5 m/s
  • 2 : < 12.7 m/s
  • 3 : >12.7 m/s
  • 4 : > 20 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • ท่อลม High Velocity หมายถึงท่อลมที่มีระดับความเร็วในท่อลมเท่าใด
  • 1 : < 5 m/s
  • 2 : < 12.7 m/s
  • 3 : >12.7 m/s
  • 4 : > 20 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 167 :
  • หัวจ่ายลมแบบเพดานมีจุดเด่นที่เหนือกว่าหัวจ่ายชนิดอื่นอะไร
  • 1 : การกระจายลมดี
  • 2 : สวยงาม และเงียบ
  • 3 : มีระยะเป่าได้ไกล
  • 4 : ราคาถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • หัวจ่ายลมแบบเป่าข้างมีข้อควรระวังอะไร
  • 1 : การกระจายลม
  • 2 : ลมเย็นตกลงเป็นจุดๆ
  • 3 : ระดับเสียง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 169 :
  • ข้อควรระวังในการติดตั้งหัวจ่ายลมคืออะไร
  • 1 : การกระจายลมให้ออกเต็มหน้าหัวจ่าย
  • 2 : ลมรั่วที่คอหัวจ่าย
  • 3 : การลัดวงจรลม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • การกระจายลมให้เต็มหน้าหัวจ่าย มีวิธีอย่างไร
  • 1 : ทำให้ความดันลมที่เข้าหัวจ่ายเป็น Velocity Pressure
  • 2 : ทำให้ความดันลมที่เข้าหัวจ่ายเป็น Static Pressure
  • 3 : ทำให้ความดันลมที่เข้าหัวจ่ายเป็น Velocity Pressure และ Static Pressure
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 :
  • การแปลงความดันลมให้เป็น Static Pressure มีวิธีอย่างไร
  • 1 : ใช้กล่องลม (Air Plenum)
  • 2 : ใช้แผ่น Perforated Steel Sheet ขวางทิศทางลม
  • 3 : ใช้ใบปรับปริมาณลม
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • ใยแก้วที่มีความหนาแน่น 24 K (kg/m3) มีจุดเด่นเหนือกว่า 16 K อย่างไร
  • 1 : ฉนวน 24 K มีค่าการนำความร้อนน้อยกว่าฉนวน 16 K มากกว่า 20%
  • 2 : ฉนวน 24 K สามารถใช้ความหนาน้อยกว่าฉนวน 16 K ครึ่งหนึ่ง
  • 3 : ฉนวน 24 K ทนความชื้นได้ดีกว่าฉนวน 16 K
  • 4 : ฉนวน 24 K มีปัญหาเนื่องจากการยุบตัวของฉนวนน้อยกว่าฉนวน 16 K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 173 :
  • การหาขนาดท่อลมด้วยวิธี Equal friction ใช้เกณฑ์ข้อใด
  • 1 : ความเร็วในท่อลมไม่เกิน 3.5 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 0.8 ปาสกาล/เมตร
  • 2 : ความเร็วในท่อลมไม่เกิน 7.5 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 0.8 ปาสกาล/เมตร
  • 3 : ความเร็วในท่อลมไม่เกิน 3.5 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 1.2 ปาสกาล/เมตร
  • 4 : ความเร็วในท่อลมไม่เกิน 7.5 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 1.2 ปาสกาล/เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 174 :
  • ลานจอดรถใต้ดิน มีพื้นที่ 7,200 ตารางเมตร สูง 3 เมตร กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร กำหนดให้วิศวกรต้องออกแบบให้มีการระบายอากาศอย่างน้อย 4 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง อยากทราบว่าต้องออกแบบอย่างน้อยตามข้อใด จึงผ่านข้อกำหนดตามกฎหมาย
  • 1 : พัดลมแบบไหลตามแนวแกนขนาด 12,000 ลิตรต่อวินาที จำนวน 1 ตัว
  • 2 : พัดลมแบบไหลตามแนวแกนขนาด 12,000 ลิตรต่อวินาที จำนวน 2 ตัว
  • 3 : พัดลมแบบหอยโข่งขนาด 12,000 ลิตรต่อวินาที จำนวน 3 ตัว
  • 4 : พัดลมแบบหอยโข่งขนาด 12,000 ลิตรต่อวินาที จำนวน 4 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • ในระบบปรับอากาศ ถ้าต้องการให้ท่อลมหลักส่งลมได้ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควรออกแบบให้ท่อลมมีขนาดอย่างน้อยสุดเท่าใด เพื่อให้ลดต้นทุนและไม่ให้เกิดเสียงดัง
  • 1 : 1000 x 1000 ตารางมิลลิเมตร
  • 2 : 1500 x 1000 ตารางมิลลิเมตร
  • 3 : 2000 x 1000 ตารางมิลลิเมตร
  • 4 : 1500 x 1500 ตารางมิลลิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • ท่อลมใด มีแรงเสียดทานต่อหน่วยความยาวมากที่สุด
  • 1 : ท่อส่งลม 1000 ลิตร/วินาที ขนาด 200 x 200 ตร. มม.
  • 2 : ท่อส่งลม 2000 ลิตร/วินาที ขนาด 400 x 400 ตร. มม.
  • 3 : ท่อส่งลม 4000 ลิตร/วินาที ขนาด 800 x 800 ตร. มม.
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • พัดลมระบายอากาศ ส่งลมด้วยความดันรวม 1 กิโลปาสคาล และปริมาณลม 7200 ลบ.ม./ชั่วโมง ด้วยความเร็วรอบ 750 รอบ/นาที และพัดลมและมอเตอร์ต่างมีประสิทธิภาพคงที่ 80% ถ้าต้องการปริมาณลมเพิ่มขึ้นเป็น 14400 ม./ชั่วโมง จะต้องปรับความเร็วรอบเป็นเท่าใด และใส่กำลังงานเท่าใด
  • 1 : 750 รอบ/นาที และ 20 กิโลวัตต์
  • 2 : 750 รอบ/นาที และ 40 กิโลวัตต์
  • 3 : 1500 รอบ/นาที และ 20 กิโลวัตต์
  • 4 : 1500 รอบ/นาที และ 40 กิโลวัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 392 : Piping Design
ข้อที่ 178 :
  • ท่อน้ำเย็นและท่อน้ำระบายความร้อนของระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ นิยมใช้ท่อแบบใด
  • 1 : ท่อเหล็กกล้าไร้สนิม
  • 2 : ท่อเหล็กดำ
  • 3 : ท่อพีวีซี
  • 4 : ท่อทองแดง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 :
  • เครื่องทำน้ำเย็นขนาด 350 กิโลวัตต์ความเย็น (100 ตันความเย็น) จ่ายน้ำเย็นที่อุณหภูมิ 7 องศาเซลเซียส (44.6 องศาฟาเรนไฮด์) และรับน้ำเย็นกลับที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส (55.4 องศาฟาเรนไฮด์) ควรต่อกับท่อน้ำเย็นขนาดเท่าใด
  • 1 : 50 มิลลิเมตร
  • 2 : 100 มิลลิเมตร
  • 3 : 200 มิลลิเมตร
  • 4 : 400 มิลลิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 180 :
  • การคำนวณแรงดันของเครื่องสูบน้ำของระบบท่อน้ำแบบใดที่ไม่ต้องนำค่าความดันสถิต (Static Head) มารวม
  • 1 : ระบบท่อน้ำเย็น
  • 2 : ระบบท่อน้ำระบายความร้อน
  • 3 : ระบบท่อน้ำทิ้ง
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • ระบบสูบน้ำที่มีเครื่องสูบน้ำที่มีความสามารถในการส่งน้ำ 15 ลิตร/วินาที ที่ความดัน 150 กิโลปาสกาล จำนวน 2 เครื่อง เมื่อทำงานร่วมกันแบบขนาน ข้อใดเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้องที่สุด
  • 1 : ระบบสูบน้ำจะสามารถส่งน้ำได้ 30 ลิตร/วินาที ที่ความดัน 150 กิโลปาสกาล
  • 2 : ระบบสูบน้ำจะสามารถส่งน้ำได้ 15 ลิตร/วินาที ที่ความดัน 300 กิโลปาสกาล
  • 3 : ระบบสูบน้ำจะสามารถส่งน้ำได้ 30 ลิตร/วินาที ที่ความดัน 300 กิโลปาสกาล
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • จากสูตรหาค่าการสูญเสียความดันของของไหลแบบอัดตัวไม่ได้ เนื่องจากความเสียดทานภายในท่อ ข้อต่อไปนี้ข้อใดที่ไม่ใช่ตัวแปรที่มีผลโดยตรงต่อค่าการสูญเสียความดัน
  • 1 : ความหยาบของผิวภายในท่อ
  • 2 : ความเร็วของของไหลภายในท่อ
  • 3 : ความยาวและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ
  • 4 : ปริมาตรของการไหลที่ไหลผ่านท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • ระบบท่อน้ำระบายความร้อน (condenser water system) โดยปกติจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  • 1 : เป็นระบบท่อน้ำแบบเปิด
  • 2 : ไม่หุ้มฉนวนป้องกันความร้อน
  • 3 : ใช้ถังน้ำขยายตัวในการป้องกันระบบเสียหาย
  • 4 : เชื่อมต่อระหว่างเครื่องทำน้ำเย็นกับหอระบายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • ข้อใดเรียงลำดับความยาวเทียบเท่า (Equivalent Length) ของวาล์วจากมากไปหาน้อยได้ถูกต้อง สำหรับกรณีที่วาล์วทุกตัวมีขนาดเท่ากัน
  • 1 : Globe valve, Swing check valve, Gate valve
  • 2 : Gate valve, Swing check valve, Globe valve
  • 3 : Swing check valve, Globe valve, Gate valve
  • 4 : Gate valve, Globe valve, Swing check valve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • เครื่องทำน้ำเย็นขนาด 3,500 กิโลวัตต์ความเย็น (1,000 ตันความเย็น) จะต้องใช้อัตราการไหลของน้ำเย็นกี่ลิตรต่อวินาที (แกลลอนต่อนาที) ถ้ากำหนดอุณหภูมิน้ำเย็นเข้าและออกต่างกัน 5.5 องศาเซลเซียส และสัมประสิทธิ์สมรรถนะการทำความเย็น (COP) มีค่าเท่ากับ 4
  • 1 : 158 ลิตรต่อวินาที (2,500 แกลลอนต่อนาที)
  • 2 : 152 ลิตรต่อวินาที (2,400 แกลลอนต่อนาที)
  • 3 : 164 ลิตรต่อวินาที (2,600 แกลลอนต่อนาที)
  • 4 : 145 ลิตรต่อวินาที (2,300 แกลลอนต่อนาที)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • เครื่องทำความเย็นขนาด 3,500 กิโลวัตต์ความเย็น (1,000 ตันความเย็น) จะต้องใช้อัตราการไหลของน้ำระบายความร้อนกี่ลิตรต่อวินาที (แกลลอนต่อนาที) ถ้ากำหนดอุณหภูมิน้ำระบายความร้อนเข้าและออกต่างกัน 5.5 องศาเซลเซียส และสัมประสิทธิ์สมรรถนะการทำความเย็นเท่ากับ 4
  • 1 : 190 ลิตรต่อวินาที (3,000 แกลลอนต่อนาที)
  • 2 : 196 ลิตรต่อวินาที (3,100 แกลลอนต่อนาที)
  • 3 : 152 ลิตรต่อวินาที (2,400 แกลลอนต่อนาที)
  • 4 : 177 ลิตรต่อวินาที (2,800 แกลลอนต่อนาที)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • อาคารสูง 23 เมตรมี ระบบท่อน้ำเย็นที่มีค่าความยาวเทียบเท่าของท่อเท่ากับ 100 เมตร มีค่าความเสียดทานของการไหลภายในท่อเท่ากับ 3.5 เมตรต่อความยาว 100 เมตร มีค่าความเร็วของน้ำในระบบท่อเท่ากับ 2.5 เมตรต่อวินาที ให้คำนวณหาค่าความดันรวม (Total head) ของระบบท่อน้ำเย็น ดังกล่าว 
  • 1 : 3.5 เมตร
  • 2 : 26.5 เมตร
  • 3 : 23 เมตร
  • 4 : 19.5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • ข้อใดเป็นการเลือกขนาดของท่อน้ำที่ไม่น่าถูกต้อง สำหรับการออกแบบระบบท่อน้ำเย็น

  • 1 : ท่อขนาด 1.25 นิ้ว ความเร็วน้ำในท่อ 1.4 เมตรต่อวินาที
  • 2 : ท่อขนาด 2 นิ้ว ความเร็วน้ำในท่อ 1.8 เมตรต่อวินาที
  • 3 : ท่อขนาด 0.5 นิ้ว ความเร็วน้ำในท่อ 0.9 เมตรต่อวินาที
  • 4 : ท่อขนาด 4 นิ้ว ความเร็วน้ำในท่อ 1.8 เมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : การดูดยก (Suction lift) เกิดขึ้นเมื่อแหล่งป้อนน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ
  • 2 : ความดันจ่ายสถิต (Static discharge head) คือระยะทางในแนวดิ่งจากเครื่องสูบน้ำไปจนถึงจุดปล่อยน้ำอย่างอิสระ
  • 3 : ความดันรวม (Total head) = ความดันจ่ายพลวัตรวม (Total dynamic discharge head) - ความดันดูดสถิตรวม (Total static suction lift) เมื่อระบบมีการดูดยก (Suction lift)
  • 4 : ความดันรวม (Total head) = ความดันจ่ายพลวัตรวม (Total dynamic discharge head) + ความดันดูดสถิตรวม (Total static suction lift) เมื่อระบบมีการดูดยก (Suction lift)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : เมื่อระบบมีความดันดูด (suction head) เราจำเป็นต้องคำนวณหาค่าความดันดุดสุทธิ (NPSH) ของเครื่องสูบน้ำ
  • 2 : ค่าความดันดูดสุทธิจริง (NPSH available) เป็นฟังก์ชั่นของการออกแบบเครื่องสูบน้ำ
  • 3 : ในระบบเปิด เมื่อเกิดการดุดยก (suction lift) เราต้องคำนวณหาค่าความดันดูดสุทธิที่ต้องการ (NPSH required)
  • 4 : การเลือกเครื่องสูบน้ำในระบบเปิด ต้องเลือกเครื่องสูบน้ำที่มีค่าความดันดูดสุทธิที่ต้องการ (NPSH required) น้อยกว่าหรือเท่ากับค่าความดันดูดสุทธิจริง (NPSH available) เสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • ต้องการสูบน้ำได้สูง 30 เมตร ที่อัตราการไหล 30 ลบ.เมตร. ต่อชั่วโมง โดยที่ประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำเท่ากับ 60 % จะต้องใช้เครื่องสูบน้ำขนาดกี่กิโลวัตต์
  • 1 : 4.09 kw
  • 2 : 7.8 kw
  • 3 : 4.2 kw
  • 4 : 3.6 kw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • ความเร็วของน้ำที่แนะนำให้ใช้ในการออกแบบระบบท่อน้ำขึ้นอยู่เงื่อนไขใดบ้าง
  • 1 : การใช้งานของท่อ
  • 2 : ราคาของตัวท่อ
  • 3 : แรงเสียดทานของท่อ
  • 4 : ข้อ 1 และข้อ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • ในการเลือกขนาดท่อ อย่างน้อยเราจะต้องทราบค่าอะไรบ้าง
  • 1 : ความเร็วและความดันลดทั้งหมด
  • 2 : ปริมาณอัตราการไหลและความเร็ว
  • 3 : ความดันลดทั้งหมดและปริมาณอัตราการไหล
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • ความเร็วน้ำต่ำสุดที่ใช้ในการออกแบบระบบท่อน้ำมีค่าเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0.9 เมตรต่อวินาที
  • 2 : 0.5 เมตรต่อวินาที
  • 3 : 0.6 เมตรต่อวินาที
  • 4 : 1.2 เมตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • ท่อใดในระบบปรับอากาศที่ไม่ต้องหุ้มฉนวน
  • 1 : ท่อน้ำเย็นด้านส่ง
  • 2 : ท่อน้ำเย็นด้านกลับ
  • 3 : ท่อน้ำระบายความร้อน
  • 4 : ท่อสารทำความเย็นด้านดูด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 196 :
  • ท่อน้ำระบายความร้อนของเครื่องทำน้ำเย็นขนาด 3,500 กิโลวัตต์ความเย็น ควรมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 150 มม.
  • 2 : 350 มม.
  • 3 : 500 มม.
  • 4 : 600 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 197 :
  • ถังรับการขยายตัวน้ำแบบเปิด (Open-Type Expansion Tank) ต้องติดตั้งอยู่ที่จุดใดของระบบท่อน้ำเย็นของระบบปรับอากาศ
  • 1 : จุดที่สูงที่สุด
  • 2 : จุดที่ต่ำที่สุด
  • 3 : จุดที่ใกล้ด้านดูดของเครื่องสูบน้ำมากที่สุด
  • 4 : จุดที่อยู่ใกล้กับด้านจ่ายของเครื่องสูบน้ำมากที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ท่อน้ำเย็นสำหรับเครื่องส่งลมเย็นขนาด 210 กิโลวัตต์ความเย็น ควรมีขนาดเท่าใด
  • 1 : 50 มม.
  • 2 : 80 มม.
  • 3 : 100 มม.
  • 4 : 150 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • โดยปกติความเร็วของน้ำในท่อน้ำเย็นประธาน (Main Chilled Water) มีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 2.4-3.7 m/s
  • 2 : 1.2-2.1 m/s
  • 3 : 3-4.6 m/s
  • 4 : 1.5-3 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • โดยปกติความเร็วของน้ำในท่อน้ำเย็นแยก (Branch Chilled Water) มีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 2.4-3.7 m/s
  • 2 : 1.2-2.1 m/s
  • 3 : 1.2-4.6 m/s
  • 4 : 1-3 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 201 :
  • ท่านมีความเห็นในการเลือกเกทวาล์ว (Gate Valve) และโกลบวาล์ว (Globe valve) อย่างไร
  • 1 : เกทวาล์ว (Gate Valve) ใช้ระยะน้อยกว่า และมีราคาถูกกว่า
  • 2 : โกลบวาล์ว (Globe valve) ทำหน้าที่ปรับปริมาณน้ำ ส่วนเกทวาล์ว (Gate Valve)ทำหน้าที่ปิด เปิด
  • 3 : โกลบวาล์ว (Globe valve) มีขนาดใหญ่ และมีราคาแพง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • ท่านมีความเห็นในการเลือกบัตเตอร์ฟลายวาล์ว (Butterfly Valve)และโกลบวาล์ว (Globe Valve) อย่างไร
  • 1 : ทั้ง 2 ชนิด ใช้ทำหน้าที่ปรับปริมาณน้ำ
  • 2 : บัตเตอร์ฟลายวาล์ว (Butterfly Valve) ใช้ระยะในการติดตั้งน้อย และมีราคาถูกกว่า โดยเฉพาะขนาดใหญ่ๆ
  • 3 : บัตเตอร์ฟลายวาล์ว (Butterfly Valve) สามารถสังเกตตำแหน่งลิ้นได้ เมื่อใช้ชนิดก้านปิด เปิด
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • อุณหภูมิน้ำเย็นจ่ายและน้ำเย็นกลับ (Chilled Water Supply/Return Temperature) ของระบบปรับอากาศทั่วไป เป็นเท่าไร
  • 1 : 4.44 / 10 องศาเซลเซียส
  • 2 : 5.55 / 11.11 องศาเซลเซียส
  • 3 : 7 / 12 องศาเซลเซียส
  • 4 : 8.33 / 13.9 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :
  • อุณหภูมิน้ำระบายความร้อนจ่ายและน้ำระบายความร้อนกลับ (Cooling Water Supply/Return Temperature) ของหอระบายความร้อน (Cooling Tower) ทั่วไป เป็นเท่าไร
  • 1 : 26.7 / 32.2 องศาเซลเซียส
  • 2 : 32.2 / 37.8 องศาเซลเซียส
  • 3 : 29.44 / 35 องศาเซลเซียส
  • 4 : 35 / 40.55 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 205 :
  • เมื่อเปรียบเทียบวิธีการส่งความเย็นด้วยระบบท่อลมกับระบบท่อน้ำเย็น ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : ระบบท่อลมใช้พลังงานน้อยกว่า เพราะอากาศมีค่าความจุความร้อนมากกว่า
  • 2 : ระบบท่อน้ำเย็นใช้พลังงานน้อยกว่า เพราะน้ำเย็นมีค่าความจุความร้อนมากกว่า
  • 3 : ระบบท่อลมใช้พลังงานมากกว่า เพราะมีการสูญเสียความเย็นในระบบมากกว่า
  • 4 : ข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  • ระบบท่อน้ำเย็นแบบใดที่เป็นการออกแบบให้มีการสมดุลน้ำภายในระบบเอง (Self Balance)
  • 1 : ระบบท่อน้ำเย็นแบบไหลกลับโดยตรง (Direct Return)
  • 2 : ระบบท่อน้ำเย็นแบบไหลกลับ (Reverse Return)
  • 3 : ระบบท่อน้ำเย็นแบบวงลูป (Ring Loop)
  • 4 : ระบบท่อน้ำเย็นแบบวงรวม (Header)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • สำหรับระบบท่อน้ำเย็นสำหรับงานปรับอากาศ ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : เป็นระบบปิด (Closed System)
  • 2 : เป็นระบบเปิด (Open System)
  • 3 : เป็นระบบปิด (Closed System) และ ระบบเปิด (Open System)
  • 4 : เป็นระบบเลี่ยงทางหลัก (Bypass System)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • สำหรับระบบท่อน้ำระบายความร้อน ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : เป็นระบบปิด (Closed System)
  • 2 : เป็นระบบเปิด (Open System)
  • 3 : เป็นระบบปิด (Closed System) และระบบเปิด (Open System)
  • 4 : เป็นระบบเลี่ยงทางหลัก (Bypass System)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 :
  • ถังรับการขยายตัวน้ำ (Expansion Tank) มีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : สำรองน้ำ
  • 2 : เติมน้ำและกำหนดระดับความดันน้ำของระบบ
  • 3 : รับน้ำที่ขยายและหดตัว
  • 4 : ข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • การปรับสมดุลน้ำของหอระบายความร้อน (Cooling Tower) มีวิธีการอย่างไรได้บ้าง
  • 1 : ใช้อ่างของ Cooling Tower ร่วมกัน
  • 2 : ถูกทุกข้อ
  • 3 : เดินท่อน้ำแบบไหลย้อนกลับ (Reverse Return)
  • 4 : มีท่อ Equalizer ต่อเชื่อมระหว่างอ่างของ Cooling Tower
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 211 :
  • การทดสอบท่อด้วยวิธีความดันอุทกสถิต (Hydrostatic Test) ขนาด 1.5 เท่า มีจุดประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อทดสอบความแข็งแรงและความสามารถในการรับความดันน้ำของระบบท่อ
  • 2 : เพื่อหารอยรั่วทั่วไป
  • 3 : เพื่อทดสอบหาอายุการใช้งานของท่อ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • ผลเสียจากการที่มีโพรงอากาศระหว่างฉนวนและท่อน้ำเย็นคืออะไร
  • 1 : ไม่สวยงาม
  • 2 : ค่าการนำความร้อนเพิ่มขึ้น
  • 3 : เกิดการควบแน่นและทำให้ฉนวนเสียหายในระยะยาว
  • 4 : เปลืองฉนวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  • การต่อท่อน้ำเย็นที่เป็นท่อเหล็กดำกับแฟนคอยล์ที่มีข้อต่อเป็นท่อทองแดง ควรใช้ข้อต่อชนิดใด
  • 1 : ข้อต่อเกลียวทองแดง
  • 2 : ข้อต่อเกลียวทองเหลือง
  • 3 : ข้อต่อเกลียว พี วี ซี
  • 4 : ข้อต่อหน้าแปลน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 214 :
  • ระบบท่อน้ำระบายความร้อน บางครั้งที่อัตราไหลเท่ากัน ต้องเลือกขนาดท่อเผื่อให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอะไร
  • 1 : เนื่องจากเป็นระบบเปิด (Open System)
  • 2 : เนื่องจากเป็นระบบปิด (Closed System)
  • 3 : เนื่องจากมีโอกาสเกิดตะกรันภายในท่อ
  • 4 : เนื่องจาก บางครั้งต้องติดตั้งนอกอาคาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 :
  • การหาขนาดท่อน้ำขนาดไม่เกิน 50 มิลลิเมตร ใช้เกณฑ์ข้อใด
  • 1 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 1.2 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 300 ปาสกาล/เมตร
  • 2 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 1.2 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 500 ปาสกาล/เมตร
  • 3 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 3.0 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 300 ปาสกาล/เมตร
  • 4 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 3.0 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 500 ปาสกาล/เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 216 :
  • การหาขนาดท่อน้ำขนาดมากกว่า 50 มิลลิเมตร ใช้เกณฑ์ข้อใด
  • 1 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 1.2 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 300 ปาสกาล/เมตร
  • 2 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 1.2 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 500 ปาสกาล/เมตร
  • 3 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 3.0 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 300 ปาสกาล/เมตร
  • 4 : ความเร็วในท่อน้ำไม่เกิน 3.0 เมตร/วินาที และความเสียดทานไม่เกิน 500 ปาสกาล/เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • เครื่องทำน้ำเย็น (Water  Chiller) ขนาด 500 ตัน มีอุณหภูมิน้ำเย็นเข้า/ออก เท่ากับ 12.5/7 องศาเซลเซียส จะมีอัตราการไหลของน้ำเย็นเท่าใด
  • 1 : 46 ลิตร/วินาที
  • 2 : 56 ลิตร/วินาที
  • 3 : 66 ลิตร/วินาที
  • 4 : 76 ลิตร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • เครื่องทำน้ำเย็น (Water  Chiller) ขนาด 500 ตันความเย็น มีอุณหภูมิน้ำเย็นเข้า/ออก เท่ากับ 12.7/7.2 องศาเซลเซียส จะต้องออกแบบท่อให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 100 มิลลิเมตร
  • 2 : 150 มิลลิเมตร
  • 3 : 200 มิลลิเมตร
  • 4 : 250 มิลลิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 :
  • เครื่องทำน้ำเย็น A (Water  Chiller A) ขนาด 500 ตันความเย็น มีสัมประสิทธิ์บ่งสมรรถนะการทำความเย็น (COP) = 5 และเครื่องทำน้ำเย็น B (Water  Chiller B) ขนาด 500 ตันความเย็น มี COP = 1 ต่างมีอุณหภูมิน้ำเย็นเข้า/ออก และ อุณหภูมิน้ำระบายความร้อนเท่ากัน ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : ท่อน้ำระบายความร้อนมีขนาดเท่ากัน
  • 2 : ท่อน้ำเย็นมีขนาดเท่ากัน
  • 3 : ถูกทั้งสองข้อ
  • 4 : ผิดทั้งสองข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 393 : Equipment
ข้อที่ 220 :
  • สำหรับระบบส่งลมขนาดใหญ่ ที่ต้องการพัดลมที่มีแรงดันสถิตย์สูง 1000 ปาสกาล (4 นิ้วน้ำ) ควรเลือกใช้พัดลมแบบใด
  • 1 : พัดลมใบแฉก (Propeller Fan)
  • 2 : พัดลมหอยโข่ง ใบโค้ง เอียงหน้า (Centrifugal Fan, Forward-curved)
  • 3 : พัดลมหอยโข่ง ใบโค้ง เอียงหลัง (Centrifugal Fan, Backward-curved)
  • 4 : พัดลมติดเพดาน (Ceiling Mounted Fan)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 221 :
  • เครื่องส่งลมเย็นแบบใดเหมาะที่จะใช้ในห้องปรับอากาศที่ต้องการความสะอาด เช่น ห้องสะอาดในอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ หรือ ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล
  • 1 : เครื่องส่งลมเย็นแบบผนังชั้นเดียว (Single Skin)
  • 2 : เครื่องส่งลมเย็นแบบผนังสองชั้น (Double Skin)
  • 3 : แฟนคอลย์ยูนิตแบบติดตั้งภายในฝ้าเพดาน
  • 4 : เครื่องส่งลมเย็นแบบติดผนัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 222 :
  • รูปใดเป็นโค้งสมรรถนะของพัดลมหอยโข่งชนิดใบโค้งเอียงหลัง (Backward - curved Centrifugal Fan)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ถังขยายตัวในระบบท่อน้ำเย็น มีไว้สำหรับรองรับการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของน้ำในระบบ และมีได้เพียงถังเดียวเท่านั้นสำหรับระบบท่อน้ำเย็นแบบปิดใด ๆ
  • 2 : เครื่องสูบน้ำจะกำหนดได้หลังจากการออกแบบระบบท่อน้ำแล้ว
  • 3 : พัดลมติดตั้งมากับเครื่องส่งลมเย็นที่เป็นชุดสำเร็จจากโรงงานเป็นพัดลมชนิดหอยโข่ง
  • 4 : หอระบายความร้อนควรอยู่ในที่มิดชิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำระบายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 :
  • สำหรับการติดตั้งชุดควบแน่น (Condensing unit) การมีระยะห่างรอบตัวเครื่องตามที่ผู้ผลิตแนะนำกำหนดด้วย
  • 1 : ขนาดทำความเย็น
  • 2 : ขนาดของเครื่องเป่าลมเย็น
  • 3 : ขนาดของพื้นที่ที่ทำการติดตั้ง
  • 4 : ระยะเว้นว่างโดยรอบของเครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • สำหรับการติดตั้งชุดควบแน่น (Condensing unit) การมีระยะห่างรอบตัวเครื่องตามที่ผู้ผลิตกำหนด เป็น
  • 1 : สิ่งจำเป็นเมื่อติดตั้งเพื่อใช้งานในบ้านเท่านั้น
  • 2 : สิ่งจำเป็นเมื่อติดตั้งเพื่อใช้งานในเชิงพาณิชย์
  • 3 : สิ่งจำเป็นถ้าหากว่ามีการกำหนดไว้โดยรหัสหรือมาตรฐาน (Code or Standard)
  • 4 : สิ่งจำเป็นเมื่อไรก็ตามที่มีการติดตั้งชุดควบแน่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • ชนิดของพัดลมที่เหมาะสมกับการใช้งานความดันสูงคือ
  • 1 : พัดลมใบพัดแบบติดผนัง (Propeller type fan)
  • 2 : พัดลมติดตั้งในท่อกลม (Tube-axial fan)
  • 3 : พัดลมหอยโข่ง ใบโค้งเอียงหลัง (Backward curved centrifugal fan)
  • 4 : พัดลมหอยโข่ง ใบโค้งเอียงหน้า (Forward curved centrifugal fan)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 227 :
  • ถ้าความเร็วรอบของเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า กำลังงานที่ต้องการของเครื่องสูบน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็นกี่เท่า
  • 1 : 2 เท่า
  • 2 : 4 เท่า
  • 3 : 6 เท่า
  • 4 : 8 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • ความต้านทานระบบ (System resistance) ในระบบเครื่องสูบน้ำจะแปรผันตาม
  • 1 : กำลังสองของปริมาตรอัตราการไหล
  • 2 : รากที่สองของปริมาตรอัตราการไหล
  • 3 : กำลังสามของปริมาตรอัตราการไหล
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 229 :
  • มอเตอร์ขับเครื่องสูบน้ำมีกำลังขาออก 20 kW ประสิทธิภาพของมอเตอร์เท่ากับ 0.9 และประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำเท่ากับ 0.6 ให้หากำลังที่ส่งทอดให้กับน้ำ (Water horsepower)
  • 1 : 20 kW
  • 2 : 18 kW
  • 3 : 12 kW
  • 4 : 10.8 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 230 :
  • สิ่งที่เกิดขึ้นกับอัตราการไหลและความดันเมื่อขนาดใบพัดของเครื่องสูบน้ำเล็กลง คือ
  • 1 : อัตราการไหลลดลงแต่ความดันเพิ่มขึ้น
  • 2 : อัตราการไหลและความดันเพิ่มขึ้น
  • 3 : อัตราการไหลและความดันลดลง
  • 4 : ไม่ใช่ทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 231 :
  • ถ้าอุณหภูมิน้ำเข้าและออกของหอระบายความร้อน (Cooling tower) เป็น 40 องศาเซลเซียส และ 32 องศาเซลเซียส ตามลำดับ และอุณหภูมิกระเปาะเปียกของบรรยากาศเป็น 29 องศาเซลเซียส ให้หาอุณหภูมิเข้าสู่อุดมคติ (Approach temperature) ของหอระบายความร้อน
  • 1 : 40 องศาเซลเซียส
  • 2 : 32 องศาเซลเซียส
  • 3 : 29 องศาเซลเซียส
  • 4 : 3 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • สำหรับเครื่องสูบน้ำ ข้อใดเป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : กรณีใบพัดมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางคงที่ ปริมาณการไหลจะแปรผันโดยตรงกับความเร็วรอบ
  • 2 : กรณีที่ความเร็วรอบคงที่ กำลังงานจะแปรผันโดยตรงกับเส้นผ่าศูนย์กลางของใบพัดยกกำลังสาม
  • 3 : ความเร็วรอบจำเพาะเป็นตัวเลขที่ใช้บ่งบอกถึงสมรรถนะของเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่ง
  • 4 : เปอร์เซนต์การสลิปในเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งคือค่าอัตราส่วนของการสลิปต่อระยะขจัดที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :
  • การลดอุณหภูมิของสารทำความเย็นจะเกิดมากที่สุดที่อุปกรณ์ตัวไหน
  • 1 : ชุดระเหย (evaporator)
  • 2 : คอมเพรสเซอร์ (compressor)
  • 3 : ชุดควบแน่น (condenser)
  • 4 : ข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • ขนาดการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศสามารถควบคุมได้จาก
  • 1 : การเปลี่ยนรอบความเร็วของคอมเพรสเซอร์
  • 2 : การเปลี่ยนปริมาณน้ำระบายความร้อนให้กับชุดควบแน่น
  • 3 : การเปลี่ยนปริมาณสารทำความเย็นในระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • คอมเพรสเซอร์แบบใดที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะที่นำมาใช้กับเครื่องทำน้ำเย็นขนาดมากกว่า 500 ตันขึ้นไป
  • 1 : แบบลูกสูบ
  • 2 : แบบหอยโข่ง
  • 3 : แบบสกรู
  • 4 : แบบโรตารี่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • หอระบายความร้อน (Cooling Tower) จะระบายความร้อนได้น้อยลงเมื่อใด
  • 1 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งของอากาศสูงขึ้น
  • 2 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งของอากาศต่ำลง
  • 3 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศสูงขึ้น
  • 4 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • เครื่องสูบน้ำในรูปเป็นเครื่องสูบน้ำชนิดใด
  • 1 : End Suction Pump
  • 2 : Horizontal Split Case Pump
  • 3 : Vertical Split Case Pump
  • 4 : In-line Pump
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีของเครื่องส่งลมเย็น
  • 1 : ลมรั่วน้อย
  • 2 : ล้างทำความสะอาดภายในได้ง่าย
  • 3 : น้ำหนักมาก
  • 4 : ตัวถังมีความเป็นฉนวนดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • หอระบายความร้อน (Cooling Tower) โดยทั่วไปต้องมีการเติมน้ำชดเชยน้ำที่สูญเสียเนื่องจาก การระเหย การเป็นละอองปลิวไปกับกระแสลม และการปล่อยน้ำทิ้ง (Blowdown) รวมกันประมาณเท่าใด
  • 1 : 0.3% ของปริมาณน้ำระบายความร้อนหมุนเวียน
  • 2 : 3% ของปริมาณน้ำระบายความร้อนหมุนเวียน
  • 3 : 10% ของปริมาณน้ำระบายความร้อนหมุนเวียน
  • 4 : 15% ของปริมาณน้ำระบายความร้อนหมุนเวียน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • พัดลมชนิดหอยโข่ง (centrifugal fan) แบบใบโค้งเอียงหน้า (forward curve) และใบโค้งเอียงหลัง (backward curve) ต่างกันอย่างไร
  • 1 : พัดลมหอยโข่งใบโค้งเอียงหน้า (forward curve centrifugal fan) ราคาแพงกว่า
  • 2 : พัดลมหอยโข่งใบโค้งเอียงหลัง (backward curve centrifugal fan) เหมาะกับกรณีที่ต้องการความดันสถิต (static pressure) สูง
  • 3 : พัดลมหอยโข่งใบโค้งเอียงหลัง (backward curve centrifugal fan) เหมาะกับกรณีลมมีไอกรด
  • 4 : พัดลมหอยโข่งใบโค้งเอียงหน้า (forward curve centrifugal fan) เหมาะสำหรับกรณีลมมีสิ่งสกปรกมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 241 :
  • สปริงที่ใช้รองรับเครื่องส่งลมเย็น มีหน้าที่อะไร
  • 1 : เพื่อให้เครื่องส่งลมเย็นเคลื่อนที่ได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
  • 2 : เพื่อไม่ให้ความสั่นสะเทือนส่งผ่านไปยังพื้น
  • 3 : เพื่อไม่ให้ความเย็นส่งผ่านไปยังพื้น
  • 4 : เพื่อไม่ให้ความชื้นจากพื้นทำให้เครื่องเป็นสนิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 242 :
  • การติดตั้งหอระบายความร้อน (cooling tower) ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : ติดตั้งในตำแหน่งที่สูงกว่าเครื่องทำน้ำเย็น
  • 2 : ติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเครื่องทำน้ำเย็น
  • 3 : ติดตั้งโดยมีหลังคาคลุม
  • 4 : ติดตั้งในตำแหน่งเหนือลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 243 :
  • คอยล์เย็น (cooling coil) สำหรับเครื่องส่งลมเย็นโดยทั่วไปมีคอยล์จำนวนกี่แถว
  • 1 : 3-4 แถว
  • 2 : 6-8 แถว
  • 3 : 10-12 แถว
  • 4 : 1-2 แถว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 244 :
  • ความเร็วลมผ่านคอยล์เย็น (cooling coil) โดยทั่วไปควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 1 m/s
  • 2 : 2 m/s
  • 3 : 3 m/s
  • 4 : 3.5 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • โดยทั่วไปหอระบายความร้อน (cooling Tower) สามารถทำให้อุณหภูมิน้ำระบายความร้อนลดลงได้เป็นประมาณเท่าใด หากอุณหภูมิกระเปาะเปียก (wet bulb temperature) เป็น 28.3 องศาเซลเซียส
  • 1 : 28 องศาเซลเซียส
  • 2 : 32 องศาเซลเซียส
  • 3 : 34 องศาเซลเซียส
  • 4 : 36 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 246 :
  • เครื่องทำน้ำเย็นแบบดูดซึม (Absorption chiller) โดยทั่วไปในอาคารพานิชย์ใช้อะไรเป็นสารทำความเย็น
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : ลิเธียมโบรไมด์
  • 3 : ลิเธียมคลอไรด์
  • 4 : น้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 :
  • เครื่องทำน้ำเย็นแบบดูดซึม (Absorption chiller) โดยทั่วไปใช้อะไรเป็นสารดูดซับ (absorbent)
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : ลิเธียมโบรไมด์
  • 3 : น้ำ
  • 4 : ข้อ2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 248 :
  • ระบบการทำความเย็นแบบระเหย (evaporative cooling) ทำความเย็นให้อากาศได้อย่างไร
  • 1 : ลดความร้อนโดยรวมให้กับอากาศ
  • 2 : ลดอุณหภูมิของอากาศ โดยการเปลี่ยนเป็นความชื้น
  • 3 : ลดความชื้นของอากาศ โดยการเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิ
  • 4 : เพิ่มความชื้นให้กับอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • เหตุใดจึงต้องมีการไล่อากาศ (air vent) ที่คอยล์น้ำเย็น (chilled water cooling coil)
  • 1 : เพื่อให้มีการระบายอากาศ
  • 2 : เพื่อไล่อากาศที่ค้างอยู่ในคอยล์เย็น
  • 3 : เพื่อใช้ในการเติมอากาศเข้าสู่ระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 250 :
  • การปรับปริมาณลมของพัดลมหอยโข่ง (Centrifugal Fan) ทำได้อย่างไรบ้าง
  • 1 : ปรับรอบพัดลม
  • 2 : ติดตั้งชุดแผ่นปรับปริมาตรลม (Discharge Volume Damper)
  • 3 : ติดตั้งไอน้ำร่องทางเข้า (Inlet Vane) ที่ปากลมเข้า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :
  • การลดผลกระทบของการสั่นสะเทือนของเครื่องส่งลมเย็นทำอย่างไร
  • 1 : ติดตั้งสปริงหรือแท่นยางรองเครื่องตามความเหมาะสม
  • 2 : ปรับสมดุลย์ของพัดลม
  • 3 : เสริมแท่นคอนกรีต
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • หอระบายความร้อน(Cooling Tower) ชนิดการไหลตามขวาง  (Cross Flow) โดยทั่วไปมีปริมาณน้ำสูญเสียเท่าใด
  • 1 : 1% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • 2 : 2% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • 3 : 3% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • 4 : 4% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • หอระบายความร้อนชนิดการไหลตามขวาง (Cooling Tower) ชนิดการไหลตามขวาง (Counter Flow) โดยทั่วไปมีปริมาณน้ำสูญเสียเท่าใด
  • 1 : 1% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • 2 : 2% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • 3 : 3% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • 4 : 4% ของปริมาณน้ำหมุนเวียน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 254 :
  • ท่านมีความเห็นในการเลือกใช้เครื่องสูบน้ำชนิด End Suction และ Split case อย่างไร
  • 1 : End Suction มีราคาถูกกว่า แต่การซ่อมบำรุงยากกว่า
  • 2 : End Suction เหมาะกับขนาดเล็กถึงปานกลาง
  • 3 : Split Case เหมาะกับเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 255 :
  • หลักการเลือกคอยล์เย็น (Cooling Coil Selection) คืออะไร
  • 1 : เลือกจากตันความเย็นที่ต้องการ
  • 2 : เลือกจากตันความเย็นและ GSHRที่ต้องการ
  • 3 : เลือกจากตันความเย็นและ RSHRที่ต้องการ
  • 4 : เลือกจากตันความเย็น GSHR และปริมาณลมที่ต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • การเพิ่มความสามารถในการรีดความชื้นออกจากอากาศของคอยล์เย็น มีวิธีการอย่างไร
  • 1 : เพิ่มจำนวนแถวคอยล์เย็น
  • 2 : เพิ่มจำนวนครีบ(FPI-Fin per Inch)
  • 3 : ลดความเร็วลมผ่านคอยล์เย็น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 257 :
  • การเพิ่มความสามารถในการรีดความชื้นออกจากอากาศของคอยล์เย็น มีวิธีการอย่างไร
  • 1 : เพิ่มจำนวนแถวคอยล์เย็น
  • 2 : เพิ่มจำนวนครีบ (FPI-Fin per Inch)
  • 3 : ลดแฟคเตอร์เลี่ยง (Bypass Factor)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • คอมเพรสเซอร์ชนิดใดเป็นชนิดเปลี่ยนปริมาตร (Positive Displacement)
  • 1 : ลูกสูบ (Reciprocate) และก้นหอย (Scroll)
  • 2 : ก้นหอย (Scroll) และเกลียว (Screw)
  • 3 : เกลียว (Screw) และหอยโข่ง (Centrifugal)
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • คอมเพรสเซอร์ชนิดใดเป็นชนิด Centrifugal
  • 1 : ลูกสูบ (Reciprocate)
  • 2 : หมุน (Rotary)
  • 3 : ก้นหอย (Scroll)
  • 4 : หอยโข่ง (Centrifugal)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • การไหลของน้ำในคอยล์เย็นควรมีลักษณะใด
  • 1 : การไหลแบบเรียบ (Laminar Flow)
  • 2 : การไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent Flow)
  • 3 : การไหลแบบผสม (Mixed Flow)
  • 4 : การไหลแบบสุ่ม (Random Flow)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 261 :
  • การไหลของน้ำในคอยล์เย็นควรเป็นการไหลแบบเรียบหรือการไหลแบบปั่นป่วน (Laminar หรือ Turbulent Flow)
  • 1 : เป็นการไหลแบบเรียบ (Laminar Flow) เพื่อให้มีแรงเสียดทางต่ำ
  • 2 : เป็นการไหลแบบเรียบ (Laminar Flow) เพื่อให้มีการถ่ายเทความร้อนได้ดี
  • 3 : เป็นการไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent Flow) เพื่อให้มีแรงเสียดทางต่ำ
  • 4 : เป็นการไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent Flow) เพื่อให้มีการถ่ายเทความร้อนได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 :
  • ความเร็วน้ำในคอยล์เย็นควรเป็นอย่างไร
  • 1 : สูงเพื่อให้เกิดแรงเสียดทานมาก ทำให้สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ดี
  • 2 : ต่ำเพื่อให้เกิดแรงเสียดทานน้อย
  • 3 : ได้ทั้งนั้น
  • 4 : สูงเพื่อให้เป็นการไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent Flow) แต่ไม่มากจนมีผลกับแรงเสียดทาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 263 :
  • แรงเสียดทานของน้ำสำหรับคอยล์เย็นปกติควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 1.52-3.04 m
  • 2 : 4.6-7.6 m
  • 3 : 9.1-12.2 m
  • 4 : 12.2-15.2 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • การทำกับดักน้ำรูปตัวยู (U-Trap) ที่ท่อน้ำทิ้งจากเครื่องส่งลมเย็น มีจุดประสงค์อะไร
  • 1 : เพื่อป้องกันลมย้อนจากท่อน้ำทิ้ง
  • 2 : เพื่อให้น้ำทิ้งไหลได้โดยสะดวก
  • 3 : เพื่อใช้ดักสิ่งสกปรก
  • 4 : ข้อ 1 แล 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • เครื่องส่งลมเย็นแบบมอเตอร์อยู่หน้าคอยล์ (Draw Through) มีจุดเด่นที่เหนือกว่าแบบมอเตอร์อยู่หลังคอยล์ (Blow Through) อะไร
  • 1 : แรงเสียดทานน้อยกว่า
  • 2 : สามารถทำความเย็นได้มากกว่า
  • 3 : ลมผ่านหน้าคอยล์เย็นสม่ำเสมอมากกว่า
  • 4 : เงียบกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • สำหรับเครื่องปรับอากาศแบบการระเหยสารทำความเย็นโดยตรง (DX) ไม่ควรเดินท่อน้ำยายาวกว่า 15 เมตร ด้วยเหตุผลอะไร
  • 1 : คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้น
  • 2 : มีความเสี่ยงของการตกค้างของน้ำมันหล่อลื่นในระบบ
  • 3 : ทำให้ประสิทธิภาพและความเย็นลดลง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 267 :
  • กล่องผสมลม (Mixing Box) สำหรับเครื่องส่งลมเย็นมีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : ทำให้ลมกลับและอากาศบริสุทธิ์มีการผสมกัน
  • 2 : ทำให้มีแรงดูดอากาศบริสุทธิ์เข้ามาผสมกับลมกลับ
  • 3 : ไม่จำเป็น กินเนื้อที่ และเปลืองเงิน
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • การแลกเปลี่ยนความร้อนที่คอยล์เย็น (Cooling Coil) โดยทั่วไปเป็นแบบใด
  • 1 : การไหลแบบสวนทาง (Counter Flow)
  • 2 : การไหลแบบขนาน (Parallel Flow)
  • 3 : การไหลแบบขวาง (Cross Flow)
  • 4 : การไหลแบบผสม (Mixed Flow)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • การเปิดน้ำทิ้ง (Bleed Off) ที่หอระบายความร้อน (Cooling Tower) มีความจำเป็นอย่างไร
  • 1 : ไม่จำเป็น เพราะทำให้เปลืองน้ำ
  • 2 : ไม่จำเป็น เพราะน้ำจะสูญเสียไปกับอากาศหรือล้นและการรั่วซึมอยู่แล้ว
  • 3 : จำเป็น เพราะจะทำให้สามารถเติมน้ำเข้ามาใหม่
  • 4 : จำเป็น เพื่อลดความเข้มข้นของสารเคมีอันจะทำให้ระบบเกิดการกัดกร่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 270 :
  • สารเคมีที่เติมในหอระบายความร้อน (Cooling Tower) คืออะไร
  • 1 : คลอรีน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและตะไคร่
  • 2 : สารยับยั้งการกัดกร่อน (Corrosion Inhibitor)
  • 3 : สารชีวฆาต (Biocide)
  • 4 : ข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 271 :
  • หอระบายความร้อน (Cooling Tower) ที่ดีควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร
  • 1 : กินน้ำน้อย
  • 2 : มีประสิทธิภาพสูง
  • 3 : ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ
  • 4 : ถุกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • เครื่องส่งลมสำหรับระบบปรับอากาศ (AHU) ต้องการส่งลมด้วยความดันรวม 1 กิโลปาสคาล และปริมาณลม 4 ลบ.ม./วินาที ถ้าพัดลมมีประสิทธิภาพรวม 80% จะต้องเลือกมอเตอร์ขนาดอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 4000 วัตต์ ที่ประสิทธิภาพมอเตอร์ประมาณ 80%
  • 2 : 5000 วัตต์ ที่ประสิทธิภาพมอเตอร์ประมาณ 80%
  • 3 : 6000 วัตต์ ที่ประสิทธิภาพมอเตอร์ประมาณ 80%
  • 4 : ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากไม่ได้กำหนดความเร็วรอบของพัดลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • เครื่องสูบน้ำเย็นเครื่องหนึ่งห่างจากเครื่องส่งลมเย็นเครื่องไกลสุดเป็นระยะในแนวราบ 650 เมตร เครื่องส่งลมเย็นอยู่สูงขึ้นไปในแนวดิ่ง 50 เมตร และมีความดันสูญเสียในท่อตรงประมาณ 1เมตร/35เมตร และมีความดันสูญเสียจากข้อต่อและวาล์วต่างๆอีกประมาณ 20%ของท่อตรง เมื่อนำมาตรวัดความดัน (pressure gauge) มาวัดที่ทางออกของเครื่องสูบน้ำเย็น จะอ่านความดันได้ประมาณเท่าใด
  • 1 : 24 เมตร น้ำ
  • 2 : 50 เมตร น้ำ
  • 3 : 74 เมตร น้ำ
  • 4 : 98 เมตร น้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • โดยปกติคุณสมบัติพัดลมในแคตาล็อก จะบอกที่ความหนาแน่นของอากาศมาตรฐาน (Standard air) ถ้านำมาใช้ที่สภาวะอากาศที่มีความหนาแน่นของอากาศเป็น 0.8 เท่าของอากาศมาตรฐาน และวัดอัตราการไหลจริงได้ 100 ลิตร/วินาที อยากทราบว่าในแคตาล็อกจะระบุอัตราการไหลเท่าใด
  • 1 : 80 ลิตร/วินาที
  • 2 : 100 ลิตร/วินาที
  • 3 : 125 ลิตร/วินาที
  • 4 : ไม่สามารถระบุได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 394 : Controls
ข้อที่ 275 :
  • เทอร์โมสแตต (Thermostat) ของเครื่องปรับอากาศใช้ในการทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ควบคุมความเร็วลมผ่านคอยล์
  • 2 : ควบคุมความชื้น
  • 3 : ควบคุมอุณหภูมิ
  • 4 : ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 276 :
  • วาล์วควบคุมอัตโนมัติ (Automatic Control Valve) ที่ติดตั้งในระบบน้ำเย็น ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ปรับสมดุลน้ำเย็น
  • 2 : ระบายน้ำเย็นทิ้งเมื่อความดันเกิน
  • 3 : ควบคุมความดันไม่ให้สูงเกินจนทำให้เครื่องส่งลมเย็นเสียหาย
  • 4 : ควบคุมอัตราไหลน้ำเย็นให้เหมาะสมกับภาระการทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องสำหรับระบบที่ใช้วาล์วควบคุมสองทางและวาล์วควบคุมสามทางแบบปรับปริมาณการจ่ายน้ำเข้าคอยล์ได้โดยอัตโนมัติ
  • 1 : ทั้งสองแบบจะจ่ายน้ำเย็นเข้าคอยล์น้ำเย็นในปริมาณที่แปรเปลี่ยนตามภาระความเย็น
  • 2 : การใช้งานในระบบที่มีขนาดใหญ่ ระบบที่ใช้วาล์วควบคุมสองทางจะประหยัดพลังงานของเครื่องสูบน้ำเย็นได้มากกว่าระบบที่ใช้วาล์วควบคุมสามทาง
  • 3 : อุณหภูมิของน้ำเย็นที่ไหลกลับเข้าสู่ท่อน้ำกลับหลักจะเท่ากันทั้งสองระบบ
  • 4 : ในการวางระบบท่อน้ำที่ใช้วาล์วควบคุมสองทางจะมีการใช้ท่อร่วม (common pipe) ด้วยเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :
  • โดยปกติ จะควบคุมการทำงานของเครื่องทำน้ำเย็นให้เป็นไปตามภาระความเย็นที่ลดลงได้อย่างไร
  • 1 : เมื่อภาระความเย็นลดลง อุณหภูมิน้ำกลับจะต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ตรวจวัดจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมเพื่อปรับการทำงานของคอมเพรสเซอร์
  • 2 : เมื่อภาระความเย็นลดลง อุณหภูมิน้ำกลับจะต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ตรวจวัดจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมเพื่อปรับการทำงานของอุปกรณ์จ่ายสารทำความเย็น
  • 3 : เมื่อภาระความเย็นลดลง อุณหภูมิน้ำกลับจะต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ตรวจวัดจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมเพื่อปรับการทำงานของเครื่องสูบน้ำ
  • 4 : เมื่อภาระความเย็นลดลง อุณหภูมิน้ำกลับจะต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ อุปกรณ์ตรวจวัดจะส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุมเพื่อปรับหรี่วาล์วน้ำเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 279 :
  • อุปกรณ์ควบคุมเพื่อความปลอดภัยของเครื่องทำน้ำเย็นแบบที่เป็นชุดสำเร็จจากโรงงาน ที่จำเป็นต้องติดตั้งเพิ่มเติมคือข้อใด
  • 1 : Flow switch
  • 2 : Pressure relief valve
  • 3 : Rupture disk
  • 4 : Fusible plug
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • หน้าที่ของเทอร์มัลเอ็กแพนชั่นวาล์ว (Thermal Expansion Valve) คืออะไร
  • 1 : ควบคุมปริมาณก๊าซที่มาจากเครื่องระบายความร้อน
  • 2 : รักษาความเป็นซุปเปอร์ฮีท (Superheat) ของก๊าซที่ออกจากอีแวปปอเรเตอร์ (Evaporator) ให้คงที่
  • 3 : ควบคุมปริมาณก๊าซที่เข้าสู่ถังเก็บน้ำยา
  • 4 : แยกน้ำมันออกจากสารทำความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • บริเวณไหนที่ท่านคิดว่าเป็นตำแหน่งที่ดีในการติดตั้งเทอร์โมสแตต (Thermostat)
  • 1 : ในห้องครัว
  • 2 : ในห้องน้ำ
  • 3 : บนผนังด้านนอก
  • 4 : ใกล้กับหน้ากากลมกลับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :
  • ตัวเทอร์มิสเตอร์ (Thermistor) ในเทอร์มอสแตต (Thermostat) แบบอิเลคทรอนิกส์ชนิดติดผนังทำหน้าที่วัดอะไร
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความชื้น
  • 3 : ความดันบรรยากาศ
  • 4 : อุณหภูมิและความชื้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 283 :
  • การวัดความดันและอุณหภูมิของท่อน้ำยาทำความเย็นทางด้านดูด ทำไว้เพื่อหาอะไร
  • 1 : อุณหภูมิของอากาศที่เข้าและออกจากคอยล์ของอีแวปปอเรเตอร์ (Evaporator)
  • 2 : ปริมาณสารทำความเย็นในระบบ
  • 3 : ความเป็นซับคูล (Subcooling) ของสารทำความเย็นที่ออกจากคอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing unit)
  • 4 : ความเป็นซุปเปอร์ฮีท (Superheat) ของสารทำความเย็นออกจากตัวอีแวปปอเรเตอร์ (Evaporator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • เครื่องมือวัดต่อไปนี้อะไรเป็นเครื่องที่ใช้วัดความดันสถิตและความดันทั้งหมดในระบบท่อลม
  • 1 : Psychrometer
  • 2 : Diaphragm type differential pressure gauge
  • 3 : Portable air hood
  • 4 : Anemometer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 :
  • ความเร็วรอบของมอเตอร์ 3 เฟส ขึ้นอยู่กับ
  • 1 : แรงดันไฟฟ้าจ่ายให้กับมอเตอร์
  • 2 : กระแสไฟฟ้าดึงเข้าสู่มอเตอร์
  • 3 : ความถี่ของระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์
  • 4 : แฟคเตอร์กำลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 286 :
  • ฟิวส์และตัวตัดวงจร (Circuit Breaker) ไม่ได้ป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าจากอะไร
  • 1 : การลัดวงจร
  • 2 : มอเตอร์ไหม้
  • 3 : มอเตอร์ถูกโหลดมากเกินไป
  • 4 : มอเตอร์ร้อนเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • ขนาดของเทอร์โมสแตติกส์เอ็กแพนชั่นวาล์ว (Thermostatic Expansion Valve) จะเลือกจาก
  • 1 : การตั้งอุณหภูมิซุปเปอร์ฮีท (Superheat)
  • 2 : ขนาดแรงม้า
  • 3 : ขนาดตันความเย็น
  • 4 : ทุกข้อดังกล่าวข้างต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • ในการควบคุมการเดินเครื่องระบบทำความเย็นแบบใช้น้ำเย็น อุปกรณ์ใดควรจะถูกสั่งให้เดินเครื่องก่อน
  • 1 : คอมเพรสเซอร์
  • 2 : เครื่องสูบน้ำระบายความร้อน
  • 3 : พัดลมหอผึ่งน้ำ
  • 4 : เครื่องสูบน้ำเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 289 :
  • Motor Control Center หรือ ตู้ควบคุมมอเตอร์ มีไว้เพื่อทำหน้าที่อะไร
  • 1 : สั่งเปิดปิดมอเตอร์
  • 2 : ป้องกันมอเตอร์โอเวอร์โหลด
  • 3 : ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินที่มอเตอร์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับความเร็วรอบของมอเตอร์เครื่องสูบน้ำเย็นเพื่อปรับอัตราการไหลของน้ำเย็นในระบบ ต้องทำงานโดยรับสัญญาณจากอุปกรณ์ใด
  • 1 : อุปกรณ์วัดความชื้นของอากาศ
  • 2 : อุปกรณ์วัดความเร็วของน้ำ
  • 3 : อุปกรณ์วัดความหนาแน่นของน้ำ
  • 4 : อุปกรณ์วัดความดันของน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 291 :
  • หน้าที่ของวาล์วควบคุมอัตโนมัติ (Automatic Control Valve) ในระบบท่อน้ำเย็น คืออะไร
  • 1 : ปิดโดยอัตโนมัติเมื่อความดันเกิน
  • 2 : ปรับอัตราการไหลของน้ำเย็นให้เหมาะสมกับภาระการทำความเย็น
  • 3 : ปรับสมดุลอัตราไหลของน้ำเย็นเนื่องจากความเสียดทานที่ต่างกันของเครื่องส่งลมเย็นในระบบ
  • 4 : สร้างความดันลดในระบบให้เหมาะสมกับอัตราไหลที่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • ขนาดของสตาร์ทเตอร์ (Starter) สำหรับมอเตอร์โดยทั่วไปมีขนาดเป็นกี่เท่าของ Rated Full Load Amp
  • 1 : 1
  • 2 : 1.25
  • 3 : 1.5
  • 4 : 1.75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 :
  • ขนาดของตัวตัดวงจร (Circuit Breaker) สำหรับมอเตอร์โดยทั่วไปมีขนาดเป็นกี่เท่าของ Rated Full Load Amp
  • 1 : 1
  • 2 : 1.5
  • 3 : 2
  • 4 : 2.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :
  • ขนาดของสายไฟฟ้าที่ป้อนตัวตัดวงจร (Circuit Breaker) สำหรับมอเตอร์โดยทั่วไปมีขนาดเป็นกี่เท่าของขนาดตัวตัดวงจร (Circuit Breaker)
  • 1 : 1
  • 2 : 1.15
  • 3 : 1.25
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • วาล์วควบคุมสามทาง (3 Way Control Valve) มีลักษณะการทำงานเป็นแบบใด
  • 1 : เป็นแบบหรี่น้ำ
  • 2 : เป็นแบบ Bypass
  • 3 : เป็นแบบ Mixing
  • 4 : เป็นทั้ง 3 แบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 296 :
  • วาล์วควบคุมสองทาง (2 Way Control Valve) มีลักษณะการทำงานเป็นแบบใด
  • 1 : เป็นแบบหรี่น้ำ
  • 2 : เป็นแบบ Bypass
  • 3 : เป็นแบบ Mixing
  • 4 : เป็นทั้ง 3 แบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • วาล์วควบคุมสองทาง (2 Way Control Valve) มีลักษณะการทำงานเป็นแบบใด
  • 1 : เป็นแบบหรี่น้ำ
  • 2 : เป็นแบบ Bypass
  • 3 : เป็นแบบ Mixing
  • 4 : เป็นทั้ง 3 แบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • การทำงานของวาล์วควบคุม (Control Valve) สำหรับเครื่องส่งลมเย็น สั่งงานด้วยอะไร
  • 1 : Thermostat
  • 2 : Humidistat
  • 3 : Pressure Sensor
  • 4 : Flow Sensor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 299 :
  • การทำงานของวาล์วระเหยสารทำความเย็น (Expansion Valve)สำหรับเครื่องทำความเย็น สั่งงานด้วยอะไรเป็นหลัก
  • 1 : Temperature Sensor
  • 2 : Pressure Sensor
  • 3 : Flow Sensor
  • 4 : Thermostat
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 300 :
  • อุปกรณ์เพื่อป้องกันความเสียหายจากความดันน้ำยาผิดปกติคืออะไร
  • 1 : High Pressure Cut Out
  • 2 : Low Pressure Cut Out
  • 3 : Hi-Lo Pressure Cut out
  • 4 : Overload
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • Freezestat มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ควบคุมอุณหภูมิของเครื่องทำน้ำแข็ง
  • 2 : ป้องกันความเสียหายเนื่องจากน้ำในคอยล์เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง
  • 3 : ป้องกันน้ำยาเหลวเข้าสู่คอมเพรสเซอร์
  • 4 : ป้องกันน้ำแข็งจับที่คอยล์เย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • Flow Switch ในระบบท่อน้ำมีหน้าที่อะไร
  • 1 : ตรวจสอบปริมาณการไหลของน้ำ
  • 2 : วัดการไหลของน้ำ
  • 3 : วัดความดันน้ำ
  • 4 : วัดอุณหภูมิของน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • ความดันที่อ่านค่าได้จาก Pressure Gauge คืออะไร
  • 1 : Velocity Pressure
  • 2 : Static Pressure
  • 3 : Total Pressure
  • 4 : Pressure Head
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • Overload relay ในเครื่องปรับอากาศ ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : หน่วงเวลาการทำงานของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ เพื่อป้องกันการเสียหายจากการเปิด/ปิดเครื่องปรับอากาศอย่างกะทันหัน
  • 2 : ระบายน้ำคอนเดนเสททิ้ง เมื่อความดันในอ่างพักเกิน
  • 3 : ควบคุมความดันของสารทำความเย็นไม่ให้เกินที่กำหนด
  • 4 : ป้องกันมอเตอร์เสียหาย เมื่อทำงานเกินกำลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 :
  • ในระบบน้ำเย็นสำหรับปรับอากาศ (Chilled water system) ต้องมีถังรับน้ำขยายตัว (Expansion tank) ข้อใดเป็นการติดตั้งที่ถูกต้อง
  • 1 : ถังขยายตัวแบบเปิด ควรอยู่สูงสุดของระบบท่อน้ำเย็น และทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของน้ำเย็น
  • 2 : ถังขยายตัวแบบเปิด ควรอยู่ต่ำสุดของระบบท่อน้ำเย็น และทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของน้ำเย็น
  • 3 : ถังขยายตัวแบบเปิด อยู่ตรงกลางของระบบท่อน้ำเย็น และทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของน้ำเย็น
  • 4 : ถังขยายตัวแบบเปิด อยู่ตำแหน่งใดก็ได้ของระบบท่อน้ำเย็น และทำหน้าที่รองรับการขยายตัวของน้ำเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • Variable speed drive, VSD เป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ที่ขับเครื่องสูบน้ำหรือพัดลม โดยใช้หลักการเปลี่ยนความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์ อยากทราบว่าเมื่อต้องการให้ความเร็วรอบของมอเตอร์ลดลง 2 เท่า จะเกิดเหตุการณ์ใด
  • 1 : ความถี่ลดลง 2 เท่า กำลังที่เพลาลดลง 12.5%
  • 2 : ความถี่ลดลง 2 เท่า กำลังที่เพลาเพิ่มขึ้น 12.5%
  • 3 : ความถี่ลดลง 4 เท่า กำลังที่เพลาลดลง 25%
  • 4 : ความถี่ลดลง 4 เท่า กำลังที่เพลาเพิ่มขึ้น 25%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 395 : Fire Safety
ข้อที่ 307 :
  • ท่อลมที่ติดตั้งผ่านผนังกันไฟที่มีอัตราการทนไฟ 2 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไร
  • 1 : ห้ามติดตั้งผ่านผนังกันไฟโดยเด็ดขาด
  • 2 : ติดตั้งลิ้นกันไฟ
  • 3 : ติดตั้งท่อลมชนิดกันไฟ
  • 4 : ติดตั้งลิ้นกันควัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 308 :
  • กฎหมายควบคุมอาคาร กำหนดให้ต้องอัดความดันบันไดหนีไฟของอาคารสูงในกรณีที่ไม่สามารถทำช่องเปิดสู่ภายนอกได้ทุกชั้น อยากทราบว่าข้อใดผิด
  • 1 : ระบบอัดความดันมีหน้าที่ในการสร้างความดันให้สูงเพียงพอในการป้องกันควันรั่วเข้าภายในบันได
  • 2 : ระบบอัดความดันมีหน้าที่ทำให้บันไดหนีไฟมีสภาพที่เหมาะสมสำหรับพนักงานดับเพลิงในการทำงาน
  • 3 : ระบบอัดความดันมีหน้าที่เติมออกซิเจนให้กับอาคาร
  • 4 : ระบบอัดความดันต้องไม่สร้างความดันสูงเกินไปจนทำให้ประตูเปิดได้ยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • ความต้องการสำหรับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากอัคคีภัย ตามมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : จำกัดการกระจายของควันผ่านระบบท่อลมภายในอาคาร หรือเข้าสู่อาคารจากภายนอก
  • 2 : จำกัดการกระจายของไฟผ่านระบบท่อลมจากพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกอาคาร
  • 3 : ป้องกันการใช้ระบบท่อลมภายในอาคารระบายควันไฟในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้
  • 4 : คงไว้ซึ่งความสามารถในการป้องกันไฟของอาคารและส่วนประกอบเช่น พื้น ผนัง หลังคา ที่มีการติดตั้งระบบท่อลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 310 :
  • ท่อลมเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากอัคคีภัย ตามมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดดังนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : ต้องสร้างขึ้นจากวัสดุที่ไม่ติดไฟและไม่เป็นส่วนที่ทำให้เกิดควันเมื่อเกิดเพลิงไหม้
  • 2 : ท่อลมต้องสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่เสริมความแข็งแรงและป้องกันการรั่วเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการใช้งาน
  • 3 : วัสดุที่ใช้สร้างท่อลมต้องเหมาะสมกับการสัมผัสอย่างต่อเนื่องกับอุณหภูมิและความชื้นของอากาศที่อยู่ในท่อลม
  • 4 : ไม่ใช้ท่อลมกับอากาศที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 120 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • องค์กรใดต่อไปนี้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกมาตรฐานเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย
  • 1 : ASHRAE
  • 2 : NFPA
  • 3 : ANSI
  • 4 : ASME
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :
  • ข้อความใดถูกต้อง
  • 1 : วัสดุหุ้มท่อลมและวัสดุบุภายในท่อลมต้องทำจากวัสดุที่ไม่ติดไฟ เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะมีแต่ควันเท่านั้น
  • 2 : ท่อลมส่วนที่ติดตั้งผ่านผนังกันไฟต้องติดตั้งลิ้นกันไฟที่สามารถปิดได้สนิทโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดอุณหภูมิสูง
  • 3 : ลิ้นกันไฟที่ใช้ป้องกันช่องเปิดบนผนังหรือพื้นที่ทนไฟตั้งแต่ 3 ชั่วโมงขึ้นไปต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
  • 4 : สารทำความเย็นที่นำมาใช้ต้องไม่เป็นพิษต่อคน และต้องมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 313 :
  • วิธีการใดต่อไปนี้ที่ไม่ใช้ในการระบายควัน
  • 1 : Pressurization
  • 2 : De-pressurization
  • 3 : Ventilation
  • 4 : Uncontainment
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :
  • พัดลมชนิดใดที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในการระบายควันไฟออกจากอาคาร
  • 1 : พัดลมหอยโข่งแบบมีสายพานขับ
  • 2 : พัดลมชนิดไหลตามแกน
  • 3 : พัดลมแบบใบพัด (Propeller fan)
  • 4 : พัดลมหอยโข่งชนิดขับตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
  • ข้อใดที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการมีระบบระบายหรือควบคุมควัน ในอาคาร
  • 1 : เพื่อป้องกันชีวิตของคนในอาคาร
  • 2 : เพื่อช่วยพนักงานดับเพลิงในการต่อสู้กับไฟ
  • 3 : เพื่อป้องกันโครงสร้างของอาคาร
  • 4 : เพื่อรักษาทรัพย์สินในตัวอาคารให้มีความเสียหายน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 316 :
  • ในการออกแบบพัดลมอัดอากาศ ควรจะติดตั้งหน้ากากจ่ายลมในบันไดหนีไฟอย่างน้อยทุก ๆ กี่ชั้น
  • 1 : 3 ชั้น
  • 2 : 4 ชั้น
  • 3 : 5 ชั้น
  • 4 : 2 ชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • ท่อลมที่ใช้ในระบบควบคุมและระบายควันควรจะมีความสามารถทนไฟได้นานอย่างน้อยกี่ชั่วโมง
  • 1 : 4 ชั่วโมง
  • 2 : 1 ชั่วโมง
  • 3 : 2 ชั่วโมง
  • 4 : 3 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :
  • วัสดุใดห้ามนำมาทำเป็นท่อลม
  • 1 : เหล็กแผ่นอาบสังกะสี
  • 2 : ไม้อัด
  • 3 : ยิปซั่มบอร์ด
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 319 :
  • บันไดอัดความดันเพื่อป้องกันควันไฟเข้าภายในบันไดเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ต้องมีความดันขณะใช้งานอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 5 Pa
  • 2 : 20 Pa
  • 3 : 40 Pa
  • 4 : 100 Pa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :
  • ข้อความใดผิด
  • 1 : ลิ้นกันไฟ ต้องทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีอุณหภูมิ 74 องศาเซลเซียส
  • 2 : ลิ้นกันไฟ ต้องติดตั้งให้สามารถเข้าไปตรวจสอบและบำรุงรักษาได้
  • 3 : ในท่อลมระบายควันจากห้องครัว (Kitchen Exhaust) ต้องติดลิ้นกันไฟทุกๆระยะ 30 เมตร
  • 4 : ท่อลมที่ผ่านผนังกันไฟ ต้องติดตั้งลิ้นกันไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ออกตามความใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร มีข้อกำหนดให้การออกแบบระบบปรับอากาศและระบายอากาศในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องปฏิบัติตาม อยากทราบว่า อาคารสูงหมายถึงอาคารที่สูงตั้งแต่กี่เมตรขึ้นไป และอาคารขนาดใหญ่พิเศษหมายถึงอาคารที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่กี่ตารางเมตรขึ้นไป
  • 1 : 15 เมตร, 2,000 ตารางเมตร
  • 2 : 23 เมตร, 2,000 ตารางเมตร
  • 3 : 15 เมตร, 10,000 ตารางเมตร
  • 4 : 23 เมตร, 10,000 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 ออกตามความใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ท่อลมที่ผ่านผนังทนไฟ ต้องออกแบบให้มีลักษณะอย่างไร
  • 1 : ต้องติดตั้งลิ้นกันไฟที่มีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • 2 : ต้องหุ้มด้วยฉนวนหนาไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร
  • 3 : วัสดุท่อลมต้องทำจากแผ่นเหล็กดำหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร
  • 4 : ต้องติดตั้งลิ้นกันควัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 323 :
  • ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 ออกตามความใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร บันไดหนีไฟต้องออกแบบเพื่อป้องกันควันไฟขัดขวางการอพยพหนีไฟ การออกแบบในข้อใดเป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงดังกล่าว
  • 1 : จัดให้มีช่องระบายอากาศเปิดสู่ภายนอกได้ มีพื้นที่รวมอย่างน้อย 1 ตารางเมตรต่อชั้น
  • 2 : ออกแบบให้มีระบบอัดลมในช่องบันไดที่มีความดันลมในขณะใช้งานไม่น้อยกว่า 40 ปาสกาล
  • 3 : ออกแบบให้มีระบบระบายควันออกจากช่องบันได โดยมีอัตราการระบายควันไม่น้อยกว่า 6 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง
  • 4 : ออกแบบให้บันไดมีระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 80%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ว.ส.ท. กำหนดให้ท่อลมระบายอากาศจากครอบดูดลม (Hood) ในห้องครัวต้องใช้วัสดุใด
  • 1 : แผ่นเหล็กอาบสังกะสีหนา 2 มิลลิเมตร
  • 2 : แผ่นยิบซั่มบอร์ดหนา 9 มิลลิเมตร
  • 3 : แผ่นไม้อัดหนา 4 มิลลิเมตร
  • 4 : แผ่นเหล็กดำหนา 2 มิลลิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ว.ส.ท. ห้ามใช้ทางเดินร่วม บันได ช่องบันได ช่องลิฟท์ของอาคารเป็นส่วนหนึ่งของระบบท่อลมส่ง หรือระบบท่อลมกลับ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อป้องกันไม่ให้ควันไฟแพร่กระจายในเส้นทางที่ต้องใช้ในการอพยพหนีไฟ ในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้
  • 2 : เพื่อป้องกันความเย็นรั่วไหล
  • 3 : เพื่อป้องกันเสียงดังรบกวนไปทั่วทั้งอาคาร
  • 4 : เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 326 :
  • มาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ว.ส.ท. มีข้อกำหนดเพื่อป้องกันไฟลามระหว่างชั้นผ่านทางระบบท่อลม อยากทราบว่าข้อใดออกแบบได้ตามมาตรฐาน
  • 1 : ท่อลมแนวดิ่งทะลุผ่านจากชั้น 1 ถึงชั้น 3 ติดตั้งลิ้นกันไฟในตำแหน่งที่ท่อลมทะลุผ่านพื้นของอาคาร
  • 2 : ท่อลมแนวดิ่งทะลุผ่านจากชั้น 1 ถึงชั้น 3 ก่อผนังที่มีอัตราการทนไฟ 2 ชั่วโมงล้อมรอบท่อลมที่ทะลุผ่านพื้นของอาคารตลอดแนว
  • 3 : ท่อลมแนวดิ่งทะลุผ่านจากชั้น 1 ถึงชั้น 3 หุ้มฉนวนใยแก้วหนา 50 มิลลิเมตร
  • 4 : ท่อลมแนวดิ่งทะลุผ่านจากชั้น 1 ถึงชั้น 3 ทาสีกันไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • Fire Damper มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ปรับปริมาณลมในท่อลมระบายควันไฟ
  • 2 : ป้องกันไฟลามในท่อลมระบายควันจากห้องครัว
  • 3 : ป้องกันไฟลาม
  • 4 : ป้องกันควันไฟลาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • Smoke Damper มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ควบคุมปริมาณลมในการระบายควันไฟ
  • 2 : ป้องกันควันไฟลาม
  • 3 : ป้องกันควันไฟจากท่อลมระบายควันจากห้องครัว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • สำหรับผนังทนไฟที่มีอัตราการทนไฟไม่เกิน 3 ชั่วโมง ลิ้นกันไฟจะต้องมีอัตราการทนไฟเป็นเท่าใด ตามมาตรฐาน UL555
  • 1 : 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • 2 : 2 ชั่วโมง
  • 3 : 2 ชั่วโมง 30 นาที
  • 4 : 3 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท. กำหนดให้ท่อลมที่มีขนาดปริมาณลมเกินกว่าเท่าใด ต้องติดตั้ง Smoke damper
  • 1 : 750 L/s
  • 2 : 1000 L/s
  • 3 : 1500 L/s
  • 4 : 2000 L/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :
  • ท่อลมระบายควันไฟมีข้อกำหนดในเรื่องฉนวนหุ้มท่อลมอย่างไร
  • 1 : ไม่ต้องหุ้มฉนวน เพราะใช้ในการระบายควันไฟเท่านั้น
  • 2 : หุ้มด้วยฉนวนใยแก้วเหมือนท่อส่งลมเย็น
  • 3 : หุ้มด้วยฉนวนแอสเบสตอส
  • 4 : หุ้มด้วยฉนวนที่สามารถทนอุณหภูมิได้ถึง 540 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 332 :
  • ความเร็วลมโดยเฉลี่ยที่ประตูหนีไฟสำหรับบันไดที่มีระบบอัดอากาศในขณะที่ระบบอัดอากาศทำงานควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.5 m/s
  • 2 : 1 m/s
  • 3 : 1.3 m/s
  • 4 : 1.75 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 333 :
  • พัดลมอัดอากาศในบันไดหนีไฟจะต้องมีขนาดอย่างต่ำเท่าใด
  • 1 : 5000 L/s
  • 2 : 6000 L/s
  • 3 : 7000 L/s
  • 4 : 7100 L/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • ระบบการควบคุมควันในลานกลางอาคาร (Atrium) ต้องมีระบบการเติมอากาศประกอบด้วยหรือไม่
  • 1 : ไม่ต้อง เพราะลมจะถูกดูดเข้ามาเอง
  • 2 : ไม่ต้อง เพราะการเติมอากาศจะทำให้ไฟลุกมากขึ้น
  • 3 : ต้อง เพื่อทดแทนอากาศที่ถูกดูดออกไปและเพื่อมีอากาศเข้ามาเจือจางควันไฟ
  • 4 : ต้อง เพื่อให้สภาพอาคารมีความดันเป็นบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 :
  • ข้อใดถือเป็นบันไดหนีไฟที่ดี มากที่สุด
  • 1 : ประตูหนีไฟที่เปิดตลอดเวลา
  • 2 : บันไดหนีไฟที่มีพัดลมอัดอากาศเข้าบันไดหนีไฟ
  • 3 : บันไดหนีไฟที่มีสปริงเกลอร์ดับเพลิงในบันไดหนีไฟ
  • 4 : บันไดหนีไฟที่มีพัดลมดูดควันออกจากบันไดหนีไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 336 :
  • อุปกรณ์ตรวจจับเพลิงไหม้ชนิดใดควรใช้กับห้องนอน มากที่สุด
  • 1 : อุปกรณ์ตรวจจับควัน
  • 2 : อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน
  • 3 : อุปกรณ์ตรวจจับเปลวเพลิง
  • 4 : อุปกรณ์ตรวจจับคาร์บอนไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 337 :
  • สำหรับการอัดอากาศเข้าบันไดหนีไฟ ควรรักษาความดันคร่อมประตูหนีไฟเท่าใด ถ้าแรงมากสุดที่คนจะสามารถเปิดประตูหนีไฟได้อยู่ที่ 130 นิวตัน และประตูหนีไฟกว้าง 1 เมตร สูง 2 เมตร
  • 1 : ไม่น้อยกว่า 65 ปาสกาล แต่ไม่เกิน 90 ปาสกาล
  • 2 : เท่ากับ 65 ปาสกาล
  • 3 : ไม่น้อยกว่า 38 ปาสกาล แต่ไม่เกิน 65 ปาสกาล
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 396 : Indoor Air Quality
ข้อที่ 338 :
  • ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการเติมอากาศจากภายนอกเข้ามาผสมกับอากาศภายในอาคาร
  • 1 : เพื่อเจือจางกลิ่นที่เกิดขึ้นภายในอาคาร
  • 2 : เพื่อเจือจางก๊าซที่เกิดขึ้นจากคน
  • 3 : เพื่อเจือจางก๊าซที่เกิดจากวัสดุก่อสร้าง
  • 4 : เพื่อเพิ่มอิออนลบภายในอาคาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • ข้อใดผิดหลักการป้องกันสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ตามมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • 1 : มีการกรองอากาศที่หมุนเวียนในระบบปรับอากาศ
  • 2 : มีการจัดตำแหน่งของแผงกรองอากาศให้กรองอากาศหลังผ่านคอยล์ทำความเย็น ในกรณีที่มีแผงกรองอากาศหลายชั้น ต้องจัดให้มีแผงกรองอากาศอย่างน้อยหนึ่งชั้นกรองอากาศหลังจากผ่านคอยล์ทำความเย็น
  • 3 : มีการเติมอากาศจากภายนอก โดยวิธีการเติมอากาศเข้ามาจากภายนอกหรือการระบายอากาศจากภายในทิ้ง
  • 4 : มีการเติมอากาศจากภายนอกในอัตราไม่น้อยกว่าที่กำหนดใน มาตรฐานการระบายอากาศเพื่อคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ยอมรับได้ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • การระบายอากาศสำหรับที่จอดรถภายในอาคารด้วยวิธีกล ตามมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีข้อกำหนดดังนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : จัดให้มีกลอุปกรณ์ขับเคลื่อนอากาศ ซึ่งต้องทํางานตลอดเวลาที่ใช้สอยที่จอดรถนั้น เพื่อให้เกิดการนําอากาศภายนอกเข้ามาด้วยอัตราไม่น้อยกว่า 7.5 ลิตรต่อวินาที ต่อตารางเมตร
  • 2 : พื้นที่ช่องเปิดสู่ภายนอกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของพื้นที่ผนังด้านนั้นๆ และพื้นที่ช่องเปิดรวมทั้งหมดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่อาคารที่จอดรถ
  • 3 : ต้องออกแบบช่องทางลมเข้าให้นำอากาศเข้ามาจากบริเวณที่ไม่มีสารหรือก๊าซอันตราย
  • 4 : ห้ามใช้ทางวิ่งของรถเป็นช่องทางลมเข้าหลัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • สารฟอร์มัลดีไฮน์ (Formaldehyde) มาจาก
  • 1 : ฉนวนโฟม
  • 2 : กระเบื้องปูพื้น
  • 3 : แผ่นยาง
  • 4 : แกรนิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • ผลกระทบที่มีต่อสุขภาพจากปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคารคือ
  • 1 : ทำให้รู้สึกเวียนศรีษะโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • 2 : ทำให้เป็นไข้ หนาวสั่น
  • 3 : ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้
  • 4 : ข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • ข้อใดจัดว่าอยู่ในกรณีของอาการแพ้ตึก (Sick building syndrome)
  • 1 : เป็นไข้อย่างต่อเนื่องทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน
  • 2 : ติดเชื้อจากในที่ทำงาน
  • 3 : ปวดศรีษะเฉพาะในชั่วโมงทำงาน
  • 4 : เป็นไข้หวัดใหญ่ที่ติดมาจากเพื่อนร่วมงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • โรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ (Legionnaire’s disease) จัดว่าเป็นโรคอยู่ในกลุ่มไหน
  • 1 : กลุ่มอาการ อาคารป่วย (Sick building syndrome)
  • 2 : กลุ่มอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวพันกับอาคาร (Building related illness)
  • 3 : กลุ่มอาการไวต่อสารเคมี (Multiple chemical sensitivity)
  • 4 : กลุ่มอาการโรควัณโรค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • อัตราการระบายอากาศต่ำสุดต่อคนที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน ASHRAE 62.2, 2004
  • 1 : 5 CFM
  • 2 : 7.5 CFM
  • 3 : 10.0 CFM
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 :
  • ตามข้อกำหนดมาตรฐานการระบายอากาศของ ASHRAE อากาศเสียจากบริเวณสูบบุหรี่
  • 1 : สามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้หากผ่านการกรองอากาศเรียบร้อยแล้ว
  • 2 : ไม่สามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • 3 : ไม่อนุญาตให้มีการระบายอากาศในบริเวณสูบบุหรี่
  • 4 : มีการกำหนดอัตราการระบายอากาศในบริเวณสูบบุหรี่ที่ชัดเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • ข้อใดที่เป็นจริงในแง่ของคุณภาพอากาศภายในอาคาร
  • 1 : ปัญหาการปนเปื้อนจากเชื้อโรคมักจะพบเห็นได้ในกรณีที่ความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารมีค่าต่ำกว่า 40 %
  • 2 : ปัญหาการระบายอากาศจะเพิ่มขึ้นจากมาตรการการอนุรักษ์พลังงานภายในอาคาร
  • 3 : สารฟอร์มัลดีไฮน์ (Formaldehyde) จัดเป็นสารปนเปื้อนที่มาจากเชื้อโรคในแผ่นไม้อัด
  • 4 : ปัญหาทางจิตไม่จัดว่าเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพอากาศภายในอาคาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :
  • ในการระบายอากาศโดยคำนึงถึงคุณภาพอากาศภายในอาคาร ข้อใดมีส่วนถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : ช่องระบายอากาศเสียควรอยู่ด้านใต้ลมของอาคาร และช่องนำอากาศเข้าควรอยู่เหนือลมของอาคาร
  • 2 : ห้องน้ำในอาคารควรจะอยู่ในด้านที่มีแสงแดดส่องตลอดเวลาเพื่อมิให้เกิดกลิ่นอับชื้น
  • 3 : กำหนดบริเวณใดบริเวณหนึ่งในอาคารให้เป็นเขตสูบบุหรี่
  • 4 : ใช้ฉนวนใยแก้วในระบบท่อลมปรับอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :
  • สำนักงานแห่งหนึ่งมีพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร มีความหนาแน่นของพนักงาน 10 ตารางเมตรต่อคน อยากทราบว่าระบบปรับอากาศของสำนักงานนี้ต้องมีการเติมอากาศจากภายนอกอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 10 ลิตรต่อวินาที
  • 2 : 100 ลิตรต่อวินาที
  • 3 : 1,000 ลิตรต่อวินาที
  • 4 : 10,000 ลิตรต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 350 :
  • ข้อใดคือหลักในการควบคุมคุณภาพอากาศในอาคาร
  • 1 : การเจือจาง (Dilution)
  • 2 : การกรองสิ่งสกปรกออกจากอากาศ (Filtration)
  • 3 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • HEPA Filter คืออะไร
  • 1 : แผงกรองอากาศที่มีความสามารถในการกรองอนุภาคขนาด 0.3 Micron ได้ไม่ต่ำกว่า 99.97%
  • 2 : เครื่องฟอกอากาศที่กำจัดไวรัสและแบคทีเรียได้
  • 3 : แผงกรองอากาศที่มีความสามารถในการกรอง 80% Arrestance ขึ้นไป
  • 4 : แผงกรองอากาศใยสังเคราะห์มีความสามารถในการกรอง 60 % Efficiency Dust Spot Test ขึ้นไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • สำหรับระบบปรับอากาศสำหรับห้องผ่าตัด ข้อใดผิด
  • 1 : ติดตั้งแผงกรองอากาศชนิด HEPA
  • 2 : มีลมจ่าย 10 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง
  • 3 : มีอากาศเติมจากภายนอก (Outdoor Air) 5 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง
  • 4 : มีความดันเป็นบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • สำหรับระบบปรับอากาศของห้องที่ใช้สำหรับแยกผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อที่แพร่เชื้อทางอากาศได้ ข้อใดผิด
  • 1 : มีการเติมอากาศจากภายนอก (Outdoor Air) มากกว่าระบายอากาศทิ้งอย่างน้อย 15%
  • 2 : ไม่ต่อท่อลมระบายอากาศทิ้งกับท่อลมอื่นๆ
  • 3 : ติดตั้งแผงกรองอากาศชนิด HEPA กรองอากาศที่หมุนเวียนภายในห้อง
  • 4 : มีลมจ่าย 15 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 354 :
  • ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 ออกตามความใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ห้องสำนักงานที่มีขนาด 100 ตารางเมตร สูง 2.5 เมตร ต้องจัดให้มีการนำอากาศจากภายนอกเข้ามาในระบบปรับภาวะอากาศอย่างน้อยเท่าใด
  • 1 : 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 2 : 200 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 3 : 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 4 : 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 355 :
  • ระบบปรับอากาศสำหรับอาคารสำนักงานทั่วไปจะมีการหมุนเวียนอากาศเท่าใด
  • 1 : 4 Airchanges/h
  • 2 : 6 Airchanges/h
  • 3 : 10 Airchanges/h
  • 4 : 20 Airchanges/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 356 :
  • ห้องปรับอากาศโดยทั่วไป ควรจะอยู่ในสภาพที่เป็น Infiltration หรือ Exfiltration
  • 1 : ห้องปรับอากาศโดยทั่วไปอยู่ในสภาพเป็นกลาง
  • 2 : Infiltration
  • 3 : Exfiltration
  • 4 : แล้วแต่สถานการณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 357 :
  • ห้องสะอาด หรือ Clean Room Class 10K หรือ Class 10000 หมายถึงอะไร
  • 1 : หมายถึงห้องที่เมื่อทำการวัดด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาคขนาด 0.05 micron จะมีปริมาณอนุภาคน้อยกว่า 10000 อนุภาคต่อปริมาตร 1 cuft
  • 2 : หมายถึงห้องที่เมื่อทำการวัดด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาคขนาด 0.5 micron จะมีปริมาณอนุภาคน้อยกว่า 10000 อนุภาคต่อปริมาตร 1 cuft
  • 3 : หมายถึงห้องที่เมื่อทำการวัดด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาคขนาด 0.03 micron จะมีปริมาณอนุภาคน้อยกว่า 10000 อนุภาคต่อปริมาตร 1 cuft
  • 4 : หมายถึงห้องที่เมื่อทำการวัดด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาคขนาด 0.3 micron จะมีปริมาณอนุภาคน้อยกว่า 10000 อนุภาคต่อปริมาตร 1 cuft
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • มาตรฐาน ว.ส.ท กำหนดให้เครื่องส่งลมเย็นที่มีขนาดเกิน 1000 L/s ต้องมีแผงกรองอากาศชนิดใด
  • 1 : ชนิดอลูมิเนียมถักหนา 25 mm
  • 2 : ชนิดเส้นใยสังเคราะห์หนา 13 mm
  • 3 : แผงกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ MERV8 (ASHRAE 52.2)
  • 4 : แผงกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ 20% (ASHRAE 52.1 Dust Spot)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • การติดตั้งระบบปรับอากาศแบบ Split Type หรือ VRV จะมีวิธีการเติมอากาศบริสุทธิ์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน วสท ได้อย่างไร
  • 1 : ไม่จำเป็น เพราะในทางปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับว่าไม่ต้องมีการเติมอากาศบริสุทธิ์
  • 2 : ไม่จำเป็น เพราะเครื่องปรับอากาศในปัจจุบันมีเครื่องฟอกอากาศและสามารถผลิตอากาศบริสุทธิ์ในตัว
  • 3 : จัดให้มีระบบระบายอากาศ เช่น การติดตั้งพัดลมระบายอากาศ
  • 4 : จัดให้มีระบบการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าไปที่ทางลมกลับของเครื่องส่งลมเย็น หรือ ให้มีระบบ Fresh Air Supply ผ่าน Fresh Air Unit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • เครื่องปรับอากาศแบบ Split Type ทั่วไป สามารถใช้กับห้องผ่าตัดได้หรือไม่
  • 1 : ได้ เพราะเป็นที่ยอมรับในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
  • 2 : ได้ หากใช้รุ่นที่มีเครื่องฟอกอากาศ Plasma หรือ Nano
  • 3 : ไม่ได้ เพราะมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศต่ำกว่ามาตรฐาน
  • 4 : ไม่ได้ เพราะมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศและการเติมอากาศบริสุทธิ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
  • เครื่องฟอกอากาศที่ขายโดยทั่วไป เหมาะกับการใช้งานในลักษณะใด
  • 1 : ห้องผ่าตัด
  • 2 : ห้องปลอดเชื้อ
  • 3 : ห้องประชุม
  • 4 : ห้องนอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • พัดลมน้ำ เหมาะกับการใช้งานในลักษณะใด
  • 1 : ที่อยู่อาศัย
  • 2 : ห้องอาหาร
  • 3 : โรงงานอาหาร
  • 4 : ลานภายนอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 363 :
  • ข้อควรระวังที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการติดตั้ง Cooling Tower และพัดลมน้ำคือ
  • 1 : ละอองน้ำ
  • 2 : การกินน้ำ
  • 3 : ปัญหาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
  • 4 : เสียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • เหตุใดจึงไม่ควรให้ห้องปรับอากาศมีความดันอากาศเป็นลบ
  • 1 : ทำให้ฝุ่นเข้ามามาก
  • 2 : ทำให้ความชื้นเข้ามามาก
  • 3 : ยากต่อการควบคุมสภาวะอากาศ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 365 :
  • สภาวะใด มีความสบายเชิงความร้อน (Thermal Comfort) มากที่สุด
  • 1 : 22 CDB/60%RH ความเร็วลม 0.2 m/s
  • 2 : 24 CDB/60%RH ความเร็วลม 0.1 m/s
  • 3 : 25 CDB/55%RH ความเร็วลม 0.2 m/s
  • 4 : 22 CDB/17 CWB ความเร็วลม 0.1 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 366 :
  • การออกแบบระบบปรับอากาศและระบายอากาศในอาคารขนาดใหญ่ทั่วไป ควรจะต้อง
  • 1 : มีการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาภายในอาคารมากกว่าที่ดูดอากาศเสียออกจากอาคาร
  • 2 : มีการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาภายในอาคารน้อยกว่าที่ดูดอากาศเสียออกจากอาคาร
  • 3 : มีการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาภายในอาคารเท่ากับที่ดูดอากาศเสียออกจากอาคาร
  • 4 : มีการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาภายในอาคารมากกว่าหรือน้อยกว่าที่ดูดอากาศเสียออกจากอาคาร ไม่แตกต่างกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่บ่งบอกการปรับสภาวะเพื่อความสบายของคน
  • 1 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งของอากาศ
  • 2 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศ
  • 3 : ความเร็วของอากาศ
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 397 : Energy Efficiency
ข้อที่ 368 :
  • เครื่องปรับอากาศเครื่องหนึ่งที่ได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 มีค่าประสิทธิภาพการใช้ความเย็น (EER) เท่ากับ 11 อยากทราบว่าถ้าเครื่องปรับอากาศนี้มีขนาดทำความเย็น 12,000 บีทียู/ชั่วโมง จะใช้กำลังไฟฟ้าเท่าใด
  • 1 : 320 วัตต์
  • 2 : 917 วัตต์
  • 3 : 1,091 วัตต์
  • 4 : 1,320 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 369 :
  • ข้อใดไม่มีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงานของระบบปรับอากาศ
  • 1 : ใช้เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง
  • 2 : ใช้อุปกรณ์ปรับลดความเร็วรอบของพัดลมเมื่อต้องการอัตราการส่งลมน้อยลง
  • 3 : ป้องกันลมรั่วผ่านกรอบประตูและหน้าต่าง
  • 4 : การนำตู้เย็นมาไว้ในห้องปรับอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • การทดสอบการรั่ว เพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการรั่วของระบบท่อลม ตามมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีแนวทางในการปฏิบัติดังนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : ท่อลมซึ่งทำงานที่ความดันสถิตย์สูงกว่า 750 ปาสคาล ต้องทำการทดสอบการรั่ว ด้วยวิธีการที่เป็นที่ยอมรับ โดยการทดสอบต้องทดสอบกับส่วนของท่อลมมีพื้นที่อย่างน้อย 25% ของพื้นที่ท่อลมทั้งหมด
  • 2 : ท่อลมซึ่งมีพิกัดความดันใช้งานเกิน 750 ปาสคาลต้องแสดงในแบบให้เห็นชัดเจน
  • 3 : อัตราการรั่วสูงสุดที่ยอมรับได้ต้องไม่เกินค่าที่คำนวณจากสมการหรือจากตารางที่กำหนดในมาตรฐาน
  • 4 : การทดสอบท่อลมจะทำหลังจากที่ได้ติดตั้งหุ้มฉนวนเรียบร้อยแล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • ข้อแนะนำในการประหยัดพลังงานในการใช้ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ตามมาตรฐานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีดังนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : ติดตั้งระบบควบคุมลิ้นปรับลมสำหรับเติมอากาศจากภายนอก
  • 2 : ใช้เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่าค่าที่แนะนำ
  • 3 : ปิดเครื่องปรับอากาศขณะพักกลางวันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง หรือ ทุกครั้งที่ไม่ใช้ห้องทำงาน
  • 4 : ใช้ฉนวนที่มีค่าความต้านความร้อนไม่น้อยกว่าค่าที่แนะนำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 372 :
  • วิธีใดที่ไม่ใช่การใช้งานอุปกรณ์ในระบบปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 1 : ควบคุมความดันทางด้านคอนเดนเซอร์ให้ต่ำที่สุด
  • 2 : ควบคุมความดันทางด้านอีแวปปอเรเตอร์ให้ต่ำที่สุด
  • 3 : ใช้ปริมาณลมกลับและปริมาณลมบริสุทธิ์ให้เหมาะสม
  • 4 : เดินเครื่องทำน้ำเย็นตามลำดับของภาระที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • การทยอยเพิ่มภาระ (Soft loading) ให้กับเครื่องทำน้ำเย็น สามารถช่วยการประหยัดพลังงานในแง่ใด
  • 1 : ทำให้เครื่องทำน้ำเย็นไม่เกิดการสึกหรอเร็วซึ่งจะทำให้ลดประสิทธิภาพการทำงาน
  • 2 : ลดความต้องการพลังงานสูงสุดในระบบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นขณะเริ่มเดินเครื่องทำน้ำเย็น
  • 3 : ช่วยให้มอเตอร์ของคอมเพรสเซอร์กินกระแสไฟน้อยลง
  • 4 : อุณหภูมิน้ำเย็นจะไม่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเครื่องทำน้ำเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 :
  • ทำไมการเพิ่มอุณหภูมิน้ำเย็นให้สูงขึ้นจึงส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน
  • 1 : สารทำความเย็นมีอุณหภูมิลดลงโดยอัตโนมัติ เครื่องจึงทำงานลดลง
  • 2 : ความดันของสารทำความเย็นทางด้านเครื่องระเหย (Evaporator) ลดลง เครื่องต้องการพลังงานในการอัดลดลงด้วย
  • 3 : ความดันของสารทำความเย็นทางด้านเครื่องระเหย (Evaporator) เพิ่มขึ้น เครื่องต้องการพลังงานในการอัดลดลงด้วย
  • 4 : สารทำความเย็นรับความร้อนได้น้อยลง เครื่องจึงทำงานน้อยลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน เบอร์ 4 มีค่าประสิทธิภาพการให้ความเย็น (EER) ไม่ต่ำกว่าเท่าไร
  • 1 : 10.6
  • 2 : 9.6
  • 3 : 8.6
  • 4 : 7.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • วิธีการควบคุมความดันทางด้านคอนเดนเซอร์ให้ต่ำลงเพื่อการประหยัดพลังงานกระทำได้โดยวิธีใด
  • 1 : ใช้ปริมาณสารทำความเย็นน้อยเท่าที่ต้องการ
  • 2 : ลดอุณหภูมิน้ำระบายความร้อนลง
  • 3 : เพิ่มอุณหภูมิน้ำเย็นให้สูงขึ้น
  • 4 : เดินท่อน้ำยาให้สั้นเท่าที่จะทำได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 377 :
  • เกณฑ์การออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานกำหนดค่าความชื้นสัมพัทธ์ต่ำสุดในการออกแบบสำหรับสภาวะภายในอาคารไว้ที่เท่าไร
  • 1 : 55 % RH
  • 2 : 50 % RH
  • 3 : 45 % RH
  • 4 : 40 % RH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • ตามเกณฑ์ข้อกำหนดในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานระบุไว้ว่าเครื่องทำน้ำเย็นควรจะมีอย่างน้อย 2 ชุดเมื่อขนาดของการทำความเย็นมากกว่าเท่าไร
  • 1 : 400 kW
  • 2 : 450 kW
  • 3 : 500 kW
  • 4 : 600 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 379 :
  • เครื่องทำน้ำเย็นแบบหอยโข่งแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดการทำความเย็น 1,000 ตันความเย็น ต้องมีค่ากิโลวัตต์ต่อตันความเย็นไม่เกินเท่าใดเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • 1 : 0.7 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • 2 : 0.8 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • 3 : 0.9 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 380 :
  • ค่าการถ่ายโอนความร้อนรวบยอด (OTTV) และค่าการถ่ายโอนความร้อนของหลังคา (RTTV) ขั้นต่ำสำหรับอาคารสร้างใหม่ต้องไม่เกินเท่าใด
  • 1 : OTTV = 45 และ RTTV= 25 วัตต์ต่อตารางเมตร
  • 2 : OTTV = 25 และ RTTV= 45 วัตต์ต่อตารางเมตร
  • 3 : OTTV = 30 และ RTTV= 20 วัตต์ต่อตารางเมตร
  • 4 : OTTV = 20 และ RTTV= 30 วัตต์ต่อตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 381 :
  • เครื่องปรับอากาศที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ต้องมีประสิทธิภาพการให้ความเย็น (EER) ไม่น้อยกว่าเท่าใด
  • 1 : 7.6
  • 2 : 8.6
  • 3 : 9.6
  • 4 : 10.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • อาคารใด เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • 1 : อาคารที่มีพื้นที่ขนาด 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • 2 : อาคารที่ติดตั้งหม้อแปลงขนาด 1,175 kVA ขึ้นไป
  • 3 : อาคารที่ติดเครื่องปรับอากาศรวม 500 ตันขึ้นไป
  • 4 : อาคารที่เปิดใช้งานหลังเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีการออกกฎกระทรวง บัญญัติให้อาคารควบคุมต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่มีมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานตามที่กำหนดไว้ ข้อใดต่อไปนี้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : ติดตั้งเครื่องทำน้ำเย็นแบบเกลียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water- Cooled Screw Chiller) ขนาด 150 ตันความเย็น กินไฟ 0.75 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • 2 : ติดตั้งเครื่องทำน้ำเย็นแบบหอยโข่ง ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled Centrifugal Chiller) ขนาด 300 ตันความเย็น กินไฟ 0.75 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • 3 : ติดตั้งเครื่องทำน้ำเย็นแบบลูกสูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled Reciprocating Chiller) ขนาด 100 ตันความเย็น กินไฟ 1.20 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • 4 : ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแยกส่วน ระบายความด้วยอากาศ (Air-Cooled Split Type Air-Conditioner) ขนาด 2 ตันความเย็น กินไฟ 1.50 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • การส่งผ่านความร้อนในรูปแบบของการแผ่รังสี ใช้วิธีใด
  • 1 : การสะท้อนความร้อน
  • 2 : การส่งถ่ายมวลความร้อน
  • 3 : การส่งพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • 4 : การพาความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 385 :
  • สภาวะอากาศน่าสบายขึ้นกับปัจจัยที่สำคัญอะไรบ้าง
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความชื้น
  • 3 : อุณหภูมิและความชื้น
  • 4 : อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม การหมุนเวียนอากาศ อุณหภูมิจากการแผ่รังสี คุณภาพอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • อุณหภูมิจากการแผ่รังสีความร้อน (Mean Radiant Temperature – MRT) คืออะไร
  • 1 : เป็นอุณหภูมิที่วัดได้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ปกติ
  • 2 : เป็นอุณหภูมิที่วัดที่ผิวกระจกหรือผนังอาคาร
  • 3 : เป็นอุณหภูมิที่รู้สึกได้ที่เกิดจากผลของการแผ่รังสีความร้อน เช่น จากความเข้มของแสงแดด
  • 4 : เป็นอุณหภูมิที่รู้สึกได้ที่เกิดจากผลของการแผ่รังสีความร้อน เช่น จากผิวของกระจกหรือหลังคาที่ร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • การทำความเย็นแบบจ่ายพื้นที่กว้าง (District Cooling) ช่วยในการประหยัดพลังงานอย่างไร
  • 1 : เป็นระบบที่ใช้หลักการเฉลี่ยภาระ(Load Sharing)
  • 2 : ในกรณีที่มีลักษณะการใช้งานต่างเวลา(Mixed Use) ทำให้สามารถลดขนาดระบบทำความเย็น
  • 3 : เหมาะกับกลุ่มอาคารที่อยู่ห่างๆกัน
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) เหมาะกับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หรือไม่
  • 1 : เหมาะ หากเลือกใช้เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 หรือ 6
  • 2 : เหมาะ เพราะสามารถปิดเปิดได้โดยอิสระ
  • 3 : ไม่เหมาะ เพราะไม่มีการเฉลี่ยภาระ (Load Sharing)
  • 4 : ไม่เหมาะ เพราะค่าติดตั้งระบบสูงกว่าระบบอื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • เหตุใด เครื่องปรับอากาศชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำประหยัดไฟมากกว่าชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ
  • 1 : การระบายความร้อนด้วยน้ำโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพโดยรวมมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบปรับอากาศตั้งแต่ขนาดกลางขึ้นไป
  • 2 : การระบายความร้อนด้วยอากาศทำให้อากาศโดยรอบอาคารร้อนขึ้น
  • 3 : ไม่แน่ เพราะการระบายความร้อนด้วยน้ำต้องเปลืองไฟและน้ำเติมสำหรับระบบน้ำระบายความร้อน
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 :
  • เหตุใดจึงไม่ควรติดตั้งพัดลมระบายอากาศในห้องปรับอากาศทั่วไป
  • 1 : พัดลมระบายอากาศมักจะมีขนาดใหญ่เกินไป
  • 2 : ทำให้สภาพความดันในห้องเป็นลบ
  • 3 : ห้องปรับอากาศในปัจจุบัน ห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 391 :
  • ประโยชน์ของระบบการทำความเย็นแบบจ่ายพื้นที่กว้าง (District Cooling) ต่อส่วนรวมคืออะไร
  • 1 : ช่วยลดความต้องการไฟฟ้าของโครงการ
  • 2 : ช่วยลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่ง
  • 3 : ช่วยลดการนำเข้าของอุปกรณ์การทำความเย็น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 :
  • การประหยัดพลังงานในระบบปรับอากาศวิธีไหนได้ผลดีมากที่สุด
  • 1 : ปิดเครื่องปรับอากาศตอนพักเที่ยง
  • 2 : เลือกใช้เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
  • 3 : ลดภาระการปรับอากาศ
  • 4 : ใช้เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • เครื่องปรับอากาศชนิดใดมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • 1 : เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-cooled split type air conditioner)
  • 2 : เครื่องปรับอากาศแบบรวมส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ (Package air-cooled air conditioner)
  • 3 : เครื่องทำน้ำเย็น ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-cooled chiller)
  • 4 : เครื่องปรับอากาศแบบตัดหน้าต่าง (Window type air conditioner)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 394 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด สำหรับการประหยัดพลังงาน
  • 1 : เมื่อเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศในบ้าน ควรปรับเทอร์โมสตัทที่อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส และปรับความเร็วพัดลมระดับต่ำ
  • 2 : เมื่อเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศในบ้าน ควรปรับเทอร์โมสตัทที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส และปรับความเร็วพัดลมระดับสูง
  • 3 : ควรถอดแผงกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศมาทำความสะอาด อย่างน้อย ปีละ 1ครั้ง
  • 4 : ควรเลือกเครื่องปรับอากาศให้ใหญ่กว่าความต้องการ จะได้กินไฟน้อยๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร