สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Agricultural Machinery Design

เนื้อหาวิชา : 334 : 1 Principles of agricultural machine component design
ข้อที่ 1 :
  • ชิ้นส่วนมาตรฐาน คือ ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เพลาข้อเหวี่ยง (Crankshaft)
  • 2 : ก้านสูบ
  • 3 : ลูกสูบ (Piston)
  • 4 : สายพานรูปตัววี (V-belt)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • ชิ้นส่วนหล่อด้วยวิธีใดที่มีราคาถูกเมื่อผลิตต่ำกว่า 150 ชิ้น
  • 1 : หล่อในกระสวนทราย (Sand casting)
  • 2 : หล่อแบบอัด (Pressure die casting)
  • 3 : หล่อในกระสวนเหล็กถาวร ( Metal mould casting)
  • 4 : ลอสแว๊กโพรแซส (Lost wax process)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • ชิ้นส่วนโลหะที่หล่อขึ้นรูปมากกว่า 200 ชิ้นขึ้นไป ควรหล่อด้วยวิธีใด
  • 1 : หล่อในกระสวนทราย (Sand casting)
  • 2 : หล่อแบบอัด (Pressure die casting)
  • 3 : หล่อในกระสวนเหล็กถาวร ( Metal mould casting)
  • 4 : ล็อสแว๊กโปรซส (Lost wax process)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • ข้อใดช่วยให้การออกแบบเครื่องจักรกลมีต้นทุนการผลิตน้อยลง เมื่อเพลาหมุนความเร็วรอบต่ำ สภาพมีฝุ่นเล็กน้อย
  • 1 : ใช้ซีลลาบีรินต์ (Labyrinth seal)
  • 2 : ใช้โอริง (O-ring)
  • 3 : ใช้ซีลสักหลาด
  • 4 : ใช้ออยล์ซีล (Oil seal)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 5 :
  • กระบวนการออกแบบ (Design Procedure) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนหลัก คือ 1. การเล็งเห็นความจำเป็นหรือความต้องการ (Recognition of Need) 2. การกำหนดข้อปัญหา (Definition of Problem) 3. การสังเคราะห์ (Synthesis) 4. การวิเคราะห์และการหาค่าเหมาะสม (Analysis and Optimization) 5. การประเมินผล และ 6. การนำเสนอผล ในวิชานี้ สิ่งที่ท่านได้เรียนรู้และกี่ยวข้องมากที่สุดอยู่ในขั้นตอนใด
  • 1 : ขั้นตอน 1. และ 2.
  • 2 : ขั้นตอน 2. และ 3.
  • 3 : ขั้นตอน 3. และ 4.
  • 4 : ขั้นตอน 4. และ 5.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • ในการพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรจนสามารถนำไปใช้อย่างได้ผล มักจะต้องมีการทำ R & D (Research and Development) ซึ่งต้องใช้ทั้งต้นทุน กำลังคน และเวลาในการดำเนินงานตั้งแต่ต้นจนเสร็จ ท่านคิดว่าเวลาทั้งหมดที่ต้องใช้สำหรับเครื่องจักรกลเกษตรระดับกลางๆ สักเครื่องหนึ่งที่จะบรรลุผลสำเร็จใช้งานได้ดี ควรใช้เวลากี่ปี
  • 1 : 1 ถึง 2 ปี
  • 2 : 2 ถึง 3 ปี
  • 3 : 3 ถึง 4 ปี
  • 4 : 4 ถึง 5 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 :
  • ค่าความปลอดภัย (Safety Factor) คือ อัตราส่วนระหว่างค่าความต้านแรงดึงคราก (yield strength) กับค่าความเค้นจริงที่คำนวณได้ (actual stress) ปัญหาในการคำนวณถ้าท่านใช้ค่าความปลอดภัยที่มีค่าต่ำ ลักษณะแรงกระทำควรจะเป็นอย่างไร ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : สภาพแรงกระทำเป็นแรงอยู่นิ่ง
  • 2 : สภาพแรงกระทำเป็นแรงกระแทกอย่างแรง
  • 3 : สภาพแรงกระทำเป็นแรงกระแทกเล็กน้อย
  • 4 : สภาพแรงกระทำเป็นแรงกระแทกซ้ำสองทิศทาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 :
  • เมื่อกล่าวคำว่าสลักต่อพ่วงล่าง (Lower Hitch pin) ของการพ่วงต่อชนิดสามจุดอิสระ (Three Point Hitch)ของเครื่องมือทุ่นแรงกับรถแทรกเตอร์ล้อยางที่ใช้กับงานเกษตรกรรมหมายถึงตำแหน่งหมายเลขใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • จากรูปแสดงคุณสมบัติทางกลของวัสดุประเภทวัสดุเหนียว จุด B คือข้อใด
  • 1 : ค่าความต้านแรงดึงอันติมะ (ultimate tensile strength)
  • 2 : ค่าขีดจำกัดความเป็นสัดส่วน (proportional limit)
  • 3 : ค่าขีดจำกัดความยืดหยุ่น (elastic limit)
  • 4 : ค่าความต้านแรงดึงคราก (yield strength)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 10 :
  • สัญลักษณ์ที่ใช้แสดงแทนหน่วยของสมการตามกฎข้อที่สองของนิวตัน F = ma ความสัมพันธ์ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • เมื่อพิจารณาขั้นตอนการออกแบบเครื่องจักรกลเกษตร ถามว่า ทำไมวิศวกรออกแบบเครื่องจักรกลเกษตรจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพืช
  • 1 : ใช้ประโยชน์สำหรับขั้นตอนที่ต้องศึกษาลักษณะจำเพาะ และศึกษารายละเอียดของเครื่องมือ
  • 2 : ใช้ประโยชน์สำหรับขั้นตอนการสังเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
  • 3 : ใช้ประโยชน์สำหรับขั้นตอนการออกแบบเบื้องต้น และปรับปรุง
  • 4 : ใช้ประโยชน์สำหรับขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • มีองค์กรและสมาคมต่าง ๆ จำนวนมากที่ทำหน้าที่กำหนด มาตรฐานของชิ้นงานต่าง ๆ เพื่องานควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ถามว่าสมาคมข้อใดที่ไม่ถูกต้อง 
  • 1 : ASME
  • 2 : ISO
  • 3 : SAE
  • 4 : SAAE
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 16 :
  • หน่วยเอสไอ เป็นหน่วยที่กำหนดเป็นสากล ระบบนี้มวลมีหน่วยเป็นกิโลกรัม (kg) ความยาวมีหน่วยเป็นเมตร (m) และเวลามีหน่วยเป็นวินาที (s) แรงมีหน่วยเป็นนิวตัน (N) ถามว่าปริมาณความดันมีชื่อหน่วยว่าปาสคาลใช้สัญลักษณ์ Pa จะมีมิติตามข้อใด 
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 17 :
  • โมดุลัสเฉือน (shear modulus) หมายถึงอะไร
  • 1 : ค่าอัตราส่วนระหว่างความเค้น( Stress )ต่อความเครียด( Strain )ในส่วนที่กราฟเป็นเส้นตรง
  • 2 : ค่าอัตราส่วนระหว่างความเค้นเฉือน (Shear Stress ) ต่อความเครียดเฉือน (Shear Strain ) ในส่วนที่กราฟเป็นเส้นตรง
  • 3 : ค่าความเค้น ( Stress ) ค่าสุดท้ายซึ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับค่าความเครียด ( Strain )
  • 4 : ค่าความเค้นเฉือน (Shear Stress ) ค่าสุดท้ายซึ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับค่าความเครียดเฉือน(Shear Strain )
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • ยังส์โมดูลัส (young’s modulus) หรือ โมดูลัสยืดหยุ่น (modulus of elasticity) หมายถึงอะไร
  • 1 : ค่าอัตราส่วนระหว่างความเค้น( Stress )ต่อความเครียด( Strain ) ในส่วนที่กราฟเป็นเส้นตรง
  • 2 : ค่าอัตราส่วนระหว่างความเค้นเฉือน (Shear Stress ) ต่อความเครียดเฉือน (Shear Strain ) ในส่วนที่กราฟเป็นเส้นตรง
  • 3 : ค่าความเค้น( Stress )ค่าสุดท้ายซึ่งเป็นสัดส่วนโดยตรงกับค่าความเครียด ( Strain )
  • 4 : ค่าความต้านแรงดึงคราก (yield strength) ของวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 19 :
  • ความต้านแรงเฉือนคราก (yield strength in shear) ที่ใช้ในการออกแบบมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 :
  • การออกแบบการยึดชิ้นส่วนวิธีที่สามารถทำให้ถอดประกอบได้รวดเร็วที่สุดคือ
  • 1 : สลักทรงกระบอก
  • 2 : สลักเรียว (taper pin)
  • 3 : สลักเกลียว (bolt) สวมหลวมพร้อมเป็นเกลียว (Nut)
  • 4 : สลักเกลียว (bolt) ลำตัวสวมฟิตแน่นพร้อมเป็นเกลียว (Nut)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • จากค่าโมเมนต์ (Moment) 1 lb.in มีค่าเท่าใดในหน่วย N.m
  • 1 : 0.05 N.m
  • 2 : 0.113 N.m
  • 3 : 0.313 N.m
  • 4 : 0.414 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • ข้อควรพิจารณาเพื่อการออกแบบมีลำดับความสำคัญแตกต่างกันไป เมื่อความทนทานของชิ้นงานเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณารูปทรงทางเรขาคณิตและขนาดของชิ้นงาน กรณีนี้ตัวประกอบที่พิจารณาว่ามีความสำคัญอันดับแรกสำหรับการออกแบบคืออะไร
  • 1 : การสึกหรอ
  • 2 : การกัดกร่อน
  • 3 : ความแข็งแรง
  • 4 : ความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • ข้อความข้อใดมีความถูกต้องเมื่อพิจารณาหลักการออกแบบสำหรับการใช้โลหะเหนียวและโลหะเปราะ กรณีโหลดกระทำมีค่าเท่ากันและเป็นโหลดชนิดเดียวกัน ค่าความปลอดภัย

  • 1 : การใช้โลหะเหนียวและโลหะเปราะเพื่อการออกแบบ กรณีโหลดกระทำมีค่าเท่ากันและเป็นโหลดชนิดเดียวกัน ค่าความปลอดภัยควรจะใช้ค่าเดียวกันทั้งกรณีโลหะเหนียวและโลหะเปราะ
  • 2 : การใช้โลหะเหนียวและโลหะเปราะเพื่อการออกแบบ กรณีโหลดกระทำมีค่าเท่ากันและเป็นโหลดชนิดเดียวกัน ค่าความปลอดภัยที่เลือกมาใช้กรณีโลหะเปราะควรจะมีค่าสูงกว่าโลหะเหนียว
  • 3 : การใช้โลหะเหนียวและโลหะเปราะเพื่อการออกแบบ กรณีโหลดกระทำมีค่าเท่ากันและเป็นโหลดชนิดเดียวกัน ค่าความปลอดภัยที่เลือกมาใช้ กรณีโลหะเปราะควรจะมีค่าต่ำกว่าโลหะเหนียว
  • 4 : การใช้โลหะเหนียวและโลหะเปราะเพื่อการออกแบบ กรณีโหลดกระทำมีค่าเท่ากันและเป็นโหลดชนิดแรงอยู่นิ่ง ค่าความปลอดภัยที่เลือกมาใช้ควรจะมีค่าสูงกว่ากรณีแรงกระทำซ้ำทิศทางเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 :
  • งานขั้นตอนการออกแบบปกติมีอยู่หลายขั้นตอน ท่านคิดว่าลำดับขั้นตอนการทำงานข้อใดถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : ลักษณะจำเพาะ รับรู้ความต้องการ ศึกษารายละเอียด สังเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
  • 2 : ศึกษารายละเอียด ลักษณะจำเพาะ รับรู้ความต้องการ สังเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
  • 3 : รับรู้ความต้องการ ลักษณะจำเพาะ ศึกษารายละเอียด สังเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
  • 4 : รับรู้ความต้องการ ศึกษารายละเอียด ลักษณะจำเพาะ สังเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • เหล็กที่หล่อในกระสวนทรายมีพิกัดความเที่ยงตรงเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 26 :
  • เหล็กกล้าหล่อ (cast steel) ในกระสวนทรายต้องมีความหนาต่ำสุดเท่าใด
  • 1 : 4 mm
  • 2 : 5 mm
  • 3 : 6 mm
  • 4 : 7 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • เหล็กหล่อในกระสวนทรายต้องมีความหนาต่ำสุดเท่าใด
  • 1 : 1 mm
  • 2 : 2 mm
  • 3 : 3 mm
  • 4 : 4 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • ชิ้นส่วนโลหะที่ต้องการหล่อขึ้นรูปมากกว่า 500 ชิ้นขึ้นไป ควรหล่อด้วยวิธีใด
  • 1 : หล่อในกระสวนทราย (Sand casting)
  • 2 : หล่อแบบอัด (Pressure die casting)
  • 3 : หล่อในแบบเหล็กถาวร (Metal mould casting)
  • 4 : ล็อสแว๊กโปรเซส (Lost wax process)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 335 : 2 Properties of materials
ข้อที่ 29 :
  • ชิ้นส่วนที่มีค่าความต้านแรงล้า (fatigue strength) ลดต่ำลงเกิดจากสาเหตุใด
  • 1 : มีเศษออสเตไนต์ (Austenite)มากในเหล็กกล้าชุบผิวแข็ง
  • 2 : มีเศษออสเตไนต์น้อยในเหล็กกล้าชุบผิวแข็ง
  • 3 : มีเศษออสเตไนต์ปานกลางในเหล็กกล้าชุบผิวแข็ง
  • 4 : มีปริมาณมาร์เตนไซต์ (Martensite) ละเอียดมากเกินไปในเหล็กกล้าชุบแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดคือสมบัติของเหล็กกล้าเกรด 316
  • 1 : โครงสร้างเป็นเฟอร์ไรต์ (Eerrite)
  • 2 : ทนต่ออีโรชั่น (Erosion)
  • 3 : ทนกรด ไม่เป็นแม่เหล็ก
  • 4 : โครงสร้างเพอร์ไลต์ (Pearlite)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของเหล็กเกรด 30 B
  • 1 : ชิ้นส่วนรับภาระสูง
  • 2 : ไม่เป็นแม่เหล็ก
  • 3 : ทนความล้า (fatigue)ได้ดี
  • 4 : ตัวเรือน (Housing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 32 :
  • เมื่อต้องการเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรง (strength) และความเหนียว (Ductility) สูงสุดรวมทั้งมีผิวแข็ง เพื่อใช้ทำเฟืองรับภาระสูงควรเลือกใช้ชนิดใด
  • 1 : Grade A
  • 2 : Grade D
  • 3 : Grade D
  • 4 : 4140
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • วัสดุ SAE 1010 steel เป็นวัสดุเหล็กกล้าคาร์บอนธรรมดา (plain carbon steel) เป็นวัสดุที่มีจำนวนคาร์บอนประกอบอยู่กี่เปอร์เซนต์
  • 1 : ประกอบด้วยคาร์บอนจำนวน 0.10%
  • 2 : ประกอบด้วยคาร์บอนจำนวน 1%
  • 3 : ประกอบด้วยคาร์บอนจำนวน 10%
  • 4 : ประกอบด้วยคาร์บอนจำนวน 2%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • โลหะชนิดใดแสดงถึงเหล็กกล้าคาร์บอนสูง
  • 1 : S 55 C
  • 2 : S 50 C
  • 3 : S 45 C
  • 4 : SCM 440
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • จากตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็กตามมาตรฐานประเทศต่าง ๆ มาตรฐานใดเป็นมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น
  • 1 : AISI
  • 2 : DIN
  • 3 : JIS
  • 4 : GB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :
  • วัสดุเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง (Medium Carbon Steels)ที่ใช้ทำเพลาและชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นโลหะที่มีคาร์บอนผสมอยู่ปริมาณเท่าใด
  • 1 : 0.01 – 0.02%
  • 2 : 0.03 – 0.25%
  • 3 : 0.30 – 0.50%
  • 4 : 0.60 – 1.40%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 :
  • เหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ (Low carbon steel) เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ประมาณไม่เกินกี่เปอร์เซนต์
  • 1 : 0.20 %
  • 2 : 0.30 %
  • 3 : 0.40 %
  • 4 : 0.50 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • ข้อใดคือ เหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel)
  • 1 : ออสเตนิติก(Austenitic)
  • 2 : เซอร์โคเนียม
  • 3 : ทอเรียม
  • 4 : นิกเกิล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 40 :
  • วัสดุ Plain Carbon Steels ที่ใช้งานโครงสร้างทั่วไปเป็นโลหะที่มีคาร์บอนประกอบอยู่ปริมาณเท่าใด 0.30 to 0.60%
  • 1 : 0.01 – 0.02
  • 2 : 0.03 – 0.25
  • 3 : 0.30 – 0.55
  • 4 : 0.60 – 1.40
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 41 :
  • ปริมาณคาร์บอนที่เป็นส่วนประกอบในเหล็กหล่อ (cast iron) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.5 – 1.00 %
  • 2 : 1.00 – 2.00 %
  • 3 : 2.00 – 4.00 %
  • 4 : 4.00 – 5.00 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 :
  • การเทียบเกรดเหล็กกล้าคาร์บอนสูง เช่น S 55 C เทียบเท่ากับ C 1055 ถามว่าเหล็กเกรด S 55 C เป็นเหล็กเกรดมาตรฐานใด
  • 1 : DIN
  • 2 : JIS
  • 3 : AISI
  • 4 : BOHLER
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • โลหะใดเป็น nonmetal
  • 1 : อะลูมิเนียม (Aluminium)
  • 2 : พลาสติก (Plastic)
  • 3 : เหล็กกล้าหล่อ (Cast steel)
  • 4 : เหล็กกล้าคาร์บอนธรรมดา (Plain carbon steel)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • โลหะใดไม่เป็นโลหะประเภทเหล็ก (Ferrous metals)
  • 1 : เหล็กหล่อ (cast iron)
  • 2 : เหล็กเหนียว (wrought iron)
  • 3 : อะลูมิเนียม (Aluminium)
  • 4 : เหล็กกล้าหล่อ (cast steel)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • เหล็กหล่อมีคาร์บอนอยู่ในช่วงร้อยละ 2 ถึง 4 โดยมีคาร์บอนอิสระในรูปของเกล็ดแกรไฟต์ (graphite flake) สีเทาปนดำ หมายถึงเหล็กหล่อชนิดใด
  • 1 : เหล็กหล่อสีขาว (white cast iron)
  • 2 : เหล็กหล่อเหนียว (Malleable cast iron)
  • 3 : เหล็กหล่อสีเทา (Gray cast iron)
  • 4 : เหล็กหล่อผสม (Alloy cast iron)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • ความเปราะ (brittleness) หมายถึงอะไร
  • 1 : การทำให้วัสดุได้รับความเสียหายโดยการแตกหักภายใต้แรงกระแทก
  • 2 : คุณสมบัติของโลหะที่สามารถขึ้นรูปและเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้มาก
  • 3 : ความสามารถในการต้านทานต่อการเปลี่ยนรูปร่างของวัสดุ วัดได้โดยค่าโมดูลัสความยืดหยุ่นในช่วงยืดหยุ่น ถ้าวัสดุใดมีค่าโมดูลัสความยืดหยุ่นสูง แสดงว่าวัสดุนั้นมีความแข็งตึงสูง
  • 4 : ความแข็งแรงของวัสดุอันเนื่องมาจากแรงกด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • สัญลักษณ์ข้อใดแสดงชนิดของโลหะที่ชุบผิวแข็งได้
  • 1 : 4140
  • 2 : 4340
  • 3 : 1045
  • 4 : 1015
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :
  • เครื่องมือที่ใช้วัดค่าความแข็งของวัสดุ เรียกว่า Hardness Tester การทำงานของเครื่องมือใช้หลักการอย่างไร
  • 1 : เป็นการวัดความต้านทานของวัสดุต่อการแทงทะลุ โดยจะทำให้ผิวของวัสดุชิ้นทดสอบถูกกดเป็นหลุมลึกลงไป
  • 2 : เป็นการวัดความต้านทานของวัสดุต่อการดัดงอ (bending) ของวัสดุชิ้นทดสอบ
  • 3 : เป็นการวัดความต้านทานของวัสดุต่อการยืด (stretching) โดยการออกแรงกดวัสดุชิ้นทดสอบ
  • 4 : เป็นการวัดความต้านทานของวัสดุต่อแรงกระแทก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • ความเหนียว (Ductility) เป็นสมบัติของโลหะที่เกิดการเปลี่ยนรูปอย่างถาวร ก่อนการแตกหักเนื่องจากแรงดึง เป็นการแสดงว่าวัสดุนั้น ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างโดยการยืด ถ้าวัสดุใดมีอัตราการยืดตัวมากแสดงว่าวัสดุนั้นมีความเหนียวมาก ปกติค่าความเหนียวจะแสดงโดยส่วนที่ยืดออกของวัสดุ (elongation) ถามว่าส่วนที่ยืดออกของวัสดุหาค่าได้อย่างไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 50 :
  • เมื่อกล่าวว่า “สมบัติและการใช้งาน” เป็นเหล็กคาร์บอนสูงชุบแข็งได้ง่าย ทนทานต่อการเสียดสีได้ดี มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับทำชิ้นส่วนพื้นฐาน สมควรเป็นโลหะชนิดใด
  • 1 : S 55 C
  • 2 : S 50 C
  • 3 : S 45 C
  • 4 : SCM 440
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • สัญลักษณ์ใดแสดงชนิดของเหล็กสปริง
  • 1 : SUP 6
  • 2 : S 45 C
  • 3 : SMnC 420
  • 4 : SCM 440
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • สัญลักษณ์เหล็กอะไหล่ของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ AISI 1045 ตรงกับของมาตรฐาน JIS ของประเทศญี่ปุ่นคืออะไร
  • 1 : S 45 C
  • 2 : SCM 440
  • 3 : SNCM 439
  • 4 : SMnC 443
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • เหล็กกล้าไฮสปีด (High speed steel) ตามมาตรฐาน AISI คือ M2 และมาตรฐาน JIS คือ SKH 51 เป็นโลหะที่นิยมใช้กับงานประเภทใด
  • 1 : เหมาะสำหรับทำชิ้นส่วนพื้นฐานของเครื่องจักรกล
  • 2 : เหมาะสำหรับงานเจาะ งานทำเกลียว
  • 3 : เหมาะสำหรับทำเพลาขับ เฟืองเพลา
  • 4 : เหมาะสำหรับทำแม่พิมพ์พลาสติก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • ความเหนียว (Ductility) คืออะไร
  • 1 : คุณสมบัติของโลหะที่เกิดการเปลี่ยนรูปอย่างถาวรก่อนการแตกหักเนื่องจากแรงดึง เป็นการแสดงว่าวัสดุนั้น ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างโดยการยืด
  • 2 : เป็นการวัดความต้านทานของวัสดุต่อการแทงทะลุ (penetration)
  • 3 : คุณสมบัติของโลหะที่สามารถขึ้นรูปและเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้มาก
  • 4 : ความแข็งแรงของวัสดุอันเนื่องมาจากแรงกด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • เหล็กชนิดใดที่มีความสามารถทนความเค้นอัด (compressive stress) ได้สูงกว่าความเค้นดึง (tensile stress) 3 ถึง 5 เท่า และดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า
  • 1 : เหล็กหล่อเทา (Gray cast iron)
  • 2 : เหล็กหล่อเหนียว (Nodular cast iron)
  • 3 : เหล็กมีฮาไนต์ (Meehanite) cast iron
  • 4 : เหล็กกล้าหล่อ (Cast steel)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • ธาตุใดที่เจือในเหล็กกล้าทำให้ชุบแข็งได้หนากว่า ทนการสึกหรอได้สูง แต่มีความไวต่ออุณหภูมิ
  • 1 : Mn
  • 2 : Ni
  • 3 : Cr
  • 4 : Mo
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 :
  • ข้อใดคือเหล็กกล้าไม่เจือ (unalloyed steel) ที่ใช้ชุบผิวแข็ง ทำให้ทนการสึกหรอและมีแกนในเหนียว
  • 1 : Grade A
  • 2 : Grade 50
  • 3 : 1010
  • 4 : 4130
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless steel) จะต้องเจือโครเมี่ยมต่ำสุดเท่าใด
  • 1 : 3%
  • 2 : 7%
  • 3 : 13%
  • 4 : 17%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 336 : 3 Loading on simple machine elements
ข้อที่ 59 :
  • จากรูป เหล็กแบน (ขนาดเป็น มม.) เมื่อมีแรง F = 40 kN กระทำ จงคำนวณหาความเค้นรวม (combined stress) ที่เกิดขึ้น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 60 :
  • (จากรูปขนาดความยาวเป็น มม.) ชิ้นงานถูกเชื่อมติดผนังมีแรง F = 4 kN กระทำ ความเค้นอัดกระทำต่อผนังมีค่าเท่าใด
  • 1 : 4 N/mm2
  • 2 : 6.62 N/mm2
  • 3 : 7.62 N/mm2
  • 4 : 8.62 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • จงหาค่าความเค้นดึงในภาคตัดขวางของโซ่ห่วงกลม (ดังรูป) เมื่อมีแรง F = 25 kN ; เส้นผ่านศูนย์กลาง d = 16 mm
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :

  • 1 : 600 Nm และ 530 Nm
  • 2 : 630 Nm และ 500 Nm
  • 3 : 660 Nm และ 470 Nm
  • 4 : 690 Nm และ 440 Nm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :
  •  ชิ้นงานถูกเชื่อมติดผนังมีแรง F = 4 kN กระทำ ความเค้นดัดที่กระทำต่อรอยเชื่อมมีค่าเท่าใด (ขนาดความยาวเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • เพลาทำจากเหล็กกล้าคาร์บอนขนาดความโต 25 mm รองรับพูเลย์ตัววี 2 ตัว เพลาหมุนด้วยความเร็ว1100 rev/min โมเมนต์บิดที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งกำลังระหว่างพูเลย์ 16,500 N.mm จงคำนวณหาค่าความเค้นที่เกิดขึ้นบนเพลา กำหนดให้ G (โมดูลัสเฉือน)เท่ากับ 79.3GPa
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :


  • เส้นผ่านศูนย์กลาง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :

  • 1 : 74
  • 2 : 78
  • 3 : 82
  • 4 : 86
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :

  • 1 : 100.3 mm
  • 2 : 104.3 mm
  • 3 : 108.3 mm
  • 4 : 112.3 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • ชิ้นส่วนโลหะ (ดังรูป) มีแรง F = 28 kN จงคำนวณหาความเค้นดึงมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • ชิ้นส่วนโลหะ (ดังรูป) มีแรง F = 18 kN กระทำความเค้นดึงที่ภาคตัดตันขนาด 8 x 30 มม. มีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 :
  • ชิ้นส่วนมีขนาดภาคตัด 10x20 มม. (ดังรูป) มีแรงดึงสปริง F = 800 N กระทำ ความเค้นดัดที่กระทำต่อชิ้นส่วนมีค่าเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • แท่งเหล็กดังรูปรับแรง 9000N และในขณะเดียวกันก็รับโมเมนต์บิด100 N m จงหาค่าความเค้นดัด (Bending stress) ที่จุด A
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 73 :



  • เส้นผ่านศูนย์กลาง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • เพลาทำจากเหล็กกล้าคาร์บอนขนาดความโต 25 mm รองรับพูเลย์ตัววี 2 ตัว เพลาหมุนด้วยความเร็ว 1100 รอบต่อนาที จงหาโมเมนต์บิดส่งกำลังระหว่างพูเลย์
  • 1 : 31,000 N.mm
  • 2 : 32,000 N.mm
  • 3 : 33,000 N.mm
  • 4 : 34,000 N.mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 75 :
  • จากรูปโหลด (Load) P มีค่า 22,500 N กระทำต่อชิ้นงานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 75 mm หนา 13 mm มีความยาว 1,500 mm วัสดุใช้ทำชิ้นงานเป็นเหล็กกล้า ให้คำนวณหาค่าความเค้นกระทำในชิ้นงานรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า
  • 1 : 17 MPa
  • 2 : 20 MPa
  • 3 : 23 MPa
  • 4 : 28 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 77 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 78 :
  • กำหนดให้คานในรูปมีขนาดกว้าง 2 in. และลึก 3 in. และค่าโมเมนต์ดัด M เท่ากับ 40,000 in-lb ให้หาค่าความเค้นดัด (bending stress)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :

  • 1 : 0.150 mm
  • 2 : 0.167 mm
  • 3 : 2.05 mm
  • 4 : 2.50 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 80 :
  • คานมีรับโมเมนต์ดัด M มีภาคตัดขวาง (ดังรูป) ค่าโมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of Inertia) คือข้อใด?
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 81 :
  • โมเมนต์บิดเพลาทำจากเหล็กกล้าคาร์บอนขนาดความโต 25 mm รองรับพูเลย์ตัววี 2 ตัวเพลา หมุนด้วยความเร็ว 1100 rev/min โมเมนต์บิดที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งกำลังระหว่างพูเลย์ 16,500 N.mm ให้คำนวณหาค่ามุมบิดของเพลาระหว่างพูเลย์กำหนดให้ G (โมดูลัสเฉือน)เท่ากับ 79.3 GPa)
  • 1 : 0.00017 rad
  • 2 : 0.00117 rad
  • 3 : 0.00217 rad
  • 4 : 0.00317 rad
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 337 : 4 Different types of stress and theories of failure
ข้อที่ 82 :
  • 1 : 325 N/mm2
  • 2 : 425 N/mm2
  • 3 : 525 N/mm2
  • 4 : 625 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • รูปที่กำหนดให้ คือ กรอบแห่งความปลอดภัยของ 3 ทฤษฏีที่ใช้ทำนายการวิบัติของวัสดุ จงหาว่า ทฤษฏีที่นิยมใช้มากที่สุด,ทฤษฏีที่ให้ความปลอดภัยในการใช้มากที่สุด และทฤษฏีที่เสี่ยงต่อ ความปลอดภัยในการใช้มากที่สุดตามลำดับ คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 :
  • รูปที่กำหนดให้ คือ กรอบแห่งความปลอดภัย ของ 3 ทฤษฏีที่ใช้ทำนาย การวิบัติ (Failure) ของวัสดุ จงหาว่าทฤษฎี ใดตามลำดับที่มักจะ ให้ค่าความปลอดภัย (Factor of safety) จากสูงลงมาต่ำ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :

  • 1 :

    135 MPa และ 11o

  • 2 : 135 MPa และ 22o
  • 3 : 145 MPa และ 11o
  • 4 : 145 MPa และ 22o
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :

  • 1 : 69 MPa และ 34o
  • 2 : 69 MPa และ 67o
  • 3 : 90 MPa และ 34o
  • 4 : 90 MPa และ 67o
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • วัสดุใดที่มีความเสียดทานในขณะรับภาระได้ไม่เท่ากัน โดยมีความต้านทานแรงครากอัดน้อยกว่าความต้านทานแรงครากดึง 50%
  • 1 : เหล็กกล้า
  • 2 : เหล็กหล่อเทา
  • 3 : แมกนิเซียมเจือ
  • 4 : ทองแดงเจือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :

  • 1 : –25 N/mm2
  • 2 : –30 N/mm2
  • 3 : –35 N/mm2
  • 4 : –40 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • จากรูปวงกลมมอห์ร (Mohr ’s circle) (ดังรูป) เป็นความเค้นกระทำต่อชิ้นงาน ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ความเค้นดัด (ดึง – อัด)
  • 2 : ความเค้นเฉือน (ดึง – อัด)
  • 3 : ความเค้นบิด
  • 4 : ความเค้นดึง - อัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 90 :

  • 1 : 9.18 MPa
  • 2 : 11.18 MPa
  • 3 : 13.18 MPa
  • 4 : 15.18 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 :

  • 1 : 20.3 MPa
  • 2 : 18.3 MPa
  • 3 : 16.3 MPa
  • 4 : 14.3 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • จากไดอะแกรมเมื่อมี โมเมนต์บิด(torsional moment) และโมเมนต์ดัด (bending moment) กระทำต่อชิ้นงาน ความเค้นที่ตำแหน่ง A ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :

  • 1 : 82 N/mm2
  • 2 : 92 N/mm2
  • 3 : 102 N/mm2
  • 4 : 112 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 94 :

  • 1 : + 62.5 N/mm2
  • 2 : + 67.5 N/mm2
  • 3 : + 72.5 N/mm2
  • 4 : + 77.5 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 95 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 96 :
  • จากไดอะแกรมเมื่อโมเมนต์บิด T แรงดัด F กระทำต่อชิ้นงาน ความเค้นที่ตำแหน่ง A ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • ภาระ(Load) ที่เป็นอันตรายต่อชิ้นส่วนเครื่องจักรกลคือ
  • 1 : ภาระสถิต (Static Load)
  • 2 : ภาระเปลี่ยนแปลง (Varying Load)
  • 3 : ภาระสลับ (Altcenating Load)
  • 4 : ภาระกระแทกรุนแรง (Impact Load)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 98 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • ในการคำนวณความเค้นแกนเดี่ยว (uniaxial stress) เมื่อชิ้นงานโลหะรับ ภาระกด (compressive load) ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 106 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 108 :
  • วงกลมมอห์ร( Mohr’s circle ) แสดงสภาวะความเค้น ดังรูปมีความหมายคือ
  • 1 : 1 มิติ (ดึง)
  • 2 : 2 มิติ (อัด)
  • 3 : 3 มิติ
  • 4 : เฉือนอย่างเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • วงกลมมอห์ร( Mohr’s circle) แสดงสภาวะความเค้น ดังรูปมีความหมายคือ
  • 1 : 1 มิติ (ดึง)
  • 2 : 2 มิติ (อัด)
  • 3 : 3 มิติ
  • 4 : เฉือนอย่างเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 :
  • ชิ้นส่วนมีขนาดภาคตัด 10x20 มม. (ดังรูป) มีแรงดึงสปริง F = 800 N กระทำความเค้นสูงสุด (รวม) มีค่าเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 : 16 N/mm2
  • 2 : 18 N/mm2
  • 3 : 20 N/mm2
  • 4 : 22 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 338 : 5 Stress concentrations and fatigue loading
ข้อที่ 111 :
  • ชิ้นส่วนรับแรงดึง ในรูปที่แสดงบริเวณใดมีความเค้นหนาแน่น (stress concentration ) สูงสุด
  • 1 : บริเวณขอบร่องของชิ้นส่วนด้านนอก
  • 2 : บริเวณในสุดของร่องบาก
  • 3 : จุดตรงกลาง (ศูนย์กลาง) ชิ้นส่วน
  • 4 : บริเวณกึ่งกลางขอบร่องบาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • ชิ้นส่วนรับแรงดึงในรูปที่แสดงบริเวณใด มีความเค้นหนาแน่น (stress concentration) สูงสุด
  • 1 : บริเวณขอบนอก 2 ข้าง
  • 2 : บริเวณศูนย์กลางรับแรงดึง
  • 3 : บริเวณขอบรูซ้ายขวา
  • 4 : บริเวณตรงกลางระหว่างขอบรูและขอบชิ้นงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 114 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 115 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ขาดพร้อมกันทุกเงื่อนไข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 116 :

  • 1 : 75 kPa
  • 2 : 100 kPa
  • 3 : 133 kPa
  • 4 : 300 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 117 :
  • ชิ้นงานรับแรงดึงแบบใดมีความเค้นหนาแน่น (stress concentration) มากที่สุดเมื่อมีการทำร่องบากที่ขอบชิ้นงานลึกเท่ากัน
  • 1 : ร่องบากรัศมี 10 mm
  • 2 : ร่องบากรัศมี 5 mm
  • 3 : ร่องบากสี่เหลี่ยม 3 mm
  • 4 : ร่องบากสามเหลี่ยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • จากรูปเป็นรอยแตกหักจากความล้า (fatigue) ของเพลาที่ไม่มีร่องบาก (notched) ที่รับภาระอะไร เมื่อเพลารับความเค้นสูง
  • 1 : ดึง
  • 2 : ดัดด้านเดียว
  • 3 : ดัดสองด้าน
  • 4 : ดัดรอบด้าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ข้อใดที่มีผลให้ความต้านแรงล้า (Fatigue strength) ของเหล็กกล้าลดต่ำลง
  • 1 : เม็ดเกร็นเฟอร์ไรต์โต
  • 2 : มีเศษออสเตไนต์น้อย
  • 3 : ขัดผิว
  • 4 : อบปกติและอาบไนโตรเจน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • จากรูปเป็นรอยแตกหักจากความล้า (Fatigue) ของเพลาที่ไม่มีร่องบาก (notched) ที่รับภาระอะไร เมื่อเพลารับความเค้นไม่มาก
  • 1 : ดึง
  • 2 : ดัดด้านเดียว
  • 3 : ดัดสองด้าน
  • 4 : ดัดรอบด้าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • จากรูปเป็นรอยแตกหักจากความล้า (Fatigue) ของเพลาที่ไม่มีร่องบาก (notched) ที่รับภาระอะไร เมื่อเพลารับความเค้นไม่มาก
  • 1 : ดึง
  • 2 : ดัดด้านเดียว
  • 3 : ดัดสองด้าน
  • 4 : ดัดรอบด้าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • จากรูปเป็นเครื่องมือทดสอบอะไร ในการทดลองให้แขวนน้ำหนัก W ที่ต้องการเพื่อทำให้ชิ้นทดสอบเกิดความเค้นดัด และชิ้นทดสอบหมุนโดยมอเตอร์
  • 1 : ขีดจำกัดความทนทาน (Endurance Limit) หรือขีดจำกัดความล้า (fatigue limit)
  • 2 : ความต้านแรงดึงคราก (yield strength)
  • 3 : ความต้านทานแรงดึงอัลติเมต (ultimate tensile strength)
  • 4 : หาค่าโมดูลัสเฉือน (shear modulus)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 124 :
  • ชิ้นงานที่มีแรงกระทำในลักษณะมีการกระทำเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาตลอดเวลา โดยค่าความเค้นสูงสุดเท่ากับ 40 MPa ค่าความเค้นต่ำสุดเท่ากับ -10 MPa ให้คำนวณหาค่า Stress Amplitude
  • 1 : 25 MPa
  • 2 : 20 MPa
  • 3 : 15 MPa
  • 4 : 10 MPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • จากทฤษฎีความยืดหยุ่น (Elasticity Theory) กล่าวว่า บริเวณที่มีความเค้นสูงจะเกิดที่บริเวณตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เช่น บริเวณรูเจาะ ฟิลเลต (fillet) รอยเจาะ (notches) จากรูปให้ตอบคำถาม
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • จากรูปเป็นรอยแตกหักเปราะ (brittle) ของวัสดุที่เกิดจากการรับภาระประเภทใด
  • 1 : ดึง
  • 2 : อัด
  • 3 : ดัด
  • 4 : หมุนบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 128 :
  • จากรูปเป็นรอยแตกหักของวัสดุเหนียว (plastic) ที่เกิดจากการรับภาระประเภทใด
  • 1 : ดึง
  • 2 : อัด
  • 3 : ดัด
  • 4 : หมุนบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 129 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 131 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • การประมาณค่าขีดจำกัดความทนทาน (endurance limit) หรือขีดจำกัดความล้า (fatigue limit) ในกรณีการดัดเมื่อเป็นโลหะเหล็กกล้าหล่อ (cast steel) และเหล็กหล่อ (cast iron) ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :

  • 1 : 75 kPa
  • 2 : 100 kPa
  • 3 : 133 kPa
  • 4 : 300 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 :
  • จากรูปค่าแฟกเตอร์ความเค้นหนาแน่น (Stress concentration factor) ข้อใดสูงสุด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 339 : 6 Shafts
ข้อที่ 140 :
  • แอกเซิล (Axle) สามารถรับภาระอะไร
  • 1 : ภาระดัด
  • 2 : ภาระเฉือน
  • 3 : ภาระดึง
  • 4 : ภาระหมุนบิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 141 :
  • จากรูปแสดงการติดตั้งเพลากับแบริ่ง พัดลม (Fan) และพูลเลย์ ให้ตอบคำถามว่าข้อใด ถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : เพลาจะรองรับเฉพาะโมเมนต์ดัด และโมเมนต์หมุนบิด
  • 2 : เพลาจะรองรับเฉพาะโมเมนต์ดัด
  • 3 : เพลาจะรองรับเฉพาะโมเมนต์หมุนบิด
  • 4 : เพลาจะรองรับทั้งโมเมนต์ดัด โมเมนต์หมุนบิด และแรงกดในแนวแกน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • เพลา (Shaft) สามารถรับภาระอะไร
  • 1 : ภาระดัด
  • 2 : ภาระเฉือน
  • 3 : ภาระดึง
  • 4 : ภาระหมุนบิดและดัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • เพลาที่แตกหักอันเนื่องจากความเค้นล้า (fatigue stress) บริเวณเพลาตกบ่า (Stepped shaft) คือ
  • 1 : รัศมีน้อย
  • 2 :
  • 3 : ร่องตกบ่า
  • 4 : ร่องลิ่ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 144 :
  • แอกเซิล (Axle) และเพลา (Shaft) ที่เป็นชิ้นส่วนผลิตแบบต่อเนื่องให้ปาดผิวง่ายจะนิยมใช้เหล็กอะไร
  • 1 : Grade C
  • 2 : 4130
  • 3 : 1045
  • 4 : 1212
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • ในการออกแบบเพลาในเครื่องจักรกลประเภทใด ควรจะใช้ค่าความปลอดภัยสูงสุดมาหารค่าความต้านแรงล้า (fatigue strength) เพื่อให้ได้ค่าความเค้นอนุญาต (allowable stress)
  • 1 : เครื่องย่อยหิน
  • 2 : เครื่องปั๊มรู
  • 3 : เครน
  • 4 : เครื่องกลทำงานด้วยไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • โมดูลัสภาคตัด (Section Modulus) W หรือ Z ของเพลาตันมีค่าเท่ากับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • 1 : 28,000 Nmm
  • 2 : 37,000 Nmm
  • 3 : 38,000 Nmm
  • 4 : 39,000 Nmm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • 1 : 870 Nm
  • 2 : 890 Nm
  • 3 : 900.5 Nm
  • 4 : 820 Nm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :

  • 1 : -12 Nm
  • 2 : -14 Nm
  • 3 : -16 Nm
  • 4 : -18 Nm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • โมดูลัสภาคตัด(Section modulus) W หรือ Z ของเพลากลวงมีค่าเท่ากับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • จากรูปมีแรงรัศมี (Fr) = 300 N แรงสัมผัสวงกลม (Ft) = 1500 N แรงแนวแกน (Fa) = 600 N กระทำ (เมื่อขนาดเป็น มม.) แรงลัพธ์ที่แบริ่ง A มีค่าเท่าใด

  • 1 : 483 N
  • 2 : 583 N
  • 3 : 6003 N
  • 4 : 7830 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • 1 : 5470 N
  • 2 : 6470 N
  • 3 : 7470 N
  • 4 : 9001 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 153 :
  • 1 : 191 N
  • 2 : 201 N
  • 3 : 211 N
  • 4 : 241.9 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :

  • 1 : 1410 N
  • 2 : 1458.3 N
  • 3 : 1510 N
  • 4 : 1560 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 :
  • เพลาตันรับแรงบิด 3,400,000 N mm ทำให้เกิดความเค้นเฉือน 55 MPa ให้คำนวณหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลา
  • 1 : 48 mm
  • 2 : 58 mm
  • 3 : 68 mm
  • 4 : 78 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 156 :
  • เพลารับแรงบิด 1,130,000 N mm หมุนด้วยความเร็วรอบ 900 rpm ให้คำนวณหาค่าการส่งผ่านกำลังเป็น กิโลวัตต์
  • 1 : 106.5 kW
  • 2 : 206.5 kW
  • 3 : 306.5 kW
  • 4 : 406.5 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • เพลากลวงที่เชื่อมต่อกัน ให้รับโมเมนต์หมุนบิด (ทอร์ก) จะทำให้เกิดความเค้น สมการคือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :

  • 1 : 150 แรงม้า
  • 2 : 140 แรงม้า
  • 3 : 142.8 แรงม้า
  • 4 : 130.2 แรงม้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 :
  • จากรูปแสดงการติดตั้งเพลากับแบริ่งและเฟืองเฉียง ให้ตอบคำถามว่าข้อใดถูกต้องมากที่สุดเมื่อพิจารณาลักษณะการรับภาระ
  • 1 : เพลาจะต้องรองรับโมเมนต์ดัด โมเมนต์บิด และภาระในแนวแกน
  • 2 : เพลาจะต้องรองรับโมเมนต์ดัดและโมเมนต์บิด
  • 3 : เพลาจะต้องรองรับโมเมนต์ดัด
  • 4 : เพลาจะต้องรองรับโมเมนต์บิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 161 :
  • เพลาตกบ่าที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านโต (D) ต่อเส้นผ่านศูนย์กลางด้านเล็ก(d) ควรเป็นสัดส่วนไม่เกินเท่าใด
  • 1 : D/d < 1.5
  • 2 : D/d < 2
  • 3 : D/d > 2….2.5
  • 4 : D/d > 2.5…3.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 162 :
  • เพลารับแรงบิด 10,000 in-lb หมุนด้วยความเร็วรอบ 900 rpm ให้คำนวณหาค่าการส่งผ่านกำลังเป็นแรงม้า
  • 1 : 112.8 แรงม้า
  • 2 : 122.8 แรงม้า
  • 3 : 132.8 แรงม้า
  • 4 : 142.8 แรงม้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 :
  • เพลายาว 2 m มีแบริ่งรองรับทั้ง 2 ข้างและมีล้อสายพานหนัก 1,000 N อยู่ที่กึ่งกลางเพลาดังรูป ล้อสายพานได้รับกำลัง 30 kW ที่ 150 rev/min สายพานขับล้อสายพานในแนวแกนนอน ผลรวมของแรงดึงในสายพานเท่ากับ 8,000 N จงหาค่าโมเมนต์บิดที่กระทำบนเพลา
  • 1 : 1,710 N.m
  • 2 : 1,810 N.m
  • 3 : 1,910 N.m
  • 4 : 2,010 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 164 :
  • เพลายาว 2 m มีแบริ่งรองรับทั้ง 2 ข้าง และมีล้อสายพานหนัก 1,000 N อยู่ที่กึ่งกลางเพลาดังรูป ล้อสายพานได้รับกำลัง 30 kW ที่150 rev/min สายพานขับล้อสายพานในแนวแกนนอน ผลรวมของแรงดึงในสายพานเท่ากับ8,000 N จงหาค่าโมเมนต์ในแนวดิ่งเนื่องจากน้ำหนักล้อสายพาน
  • 1 : 500 N.m
  • 2 : 550 N.m
  • 3 : 600 N.m
  • 4 : 650 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • เพลาตันรองรับอยู่ระหว่างแบริ่งสองตัว เพลายาว 1,500 mm มีล้อสายพานหนัก 900 N ติดอยู่กับเพลาโดยใช้ลิ่มดังรูป เพลารับกำลัง10 kW และหมุนด้วยความเร็วรอบ 150 rpm ค่าอัตราส่วนแรงดึงในสายพาน F1/F2 = 3 ให้คำนวณหาค่าโมเมนต์บิดที่เกิดบนเพลา
  • 1 : 434.4 N.m
  • 2 : 535.4 N.m
  • 3 : 636.4 N.m
  • 4 : 737.4 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 166 :
  • เพลากลวง (Hollow shaft) รับแรงบิด 3,400,000 N.mm ทำให้เกิดความเค้นเฉือน (Shearing stress) 55 MPa ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของเพลามีค่าเท่ากับ 0.65 ของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเพลา ให้หาค่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของเพลากลวง
  • 1 : 52.6 mm
  • 2 : 62.6 mm
  • 3 : 72.6 mm
  • 4 : 82.6 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 167 :
  • เพลายาว 2 m มีแบริ่งรองรับทั้ง 2 ข้าง และมีล้อสายพานหนัก 1,000 N อยู่ที่กึ่งกลางเพลาดังรูป ล้อสายพานได้รับกำลัง 30 kW ที่ 150 rev/min สายพานขับล้อสายพานในแนวแกนนอน ผลรวมของแรงดึงในสายพานเท่ากับ 8,000 N จงหาค่าโมเมนต์ดัดที่กระทำบนเพลา
  • 1 : 4,031 N.m
  • 2 : 5,031 N.m
  • 3 : 6,031 N.m
  • 4 : 7,031 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • เพลาเหล็กยาว 1 m ส่งกำลัง 65 kW ที่ 3,600 rpm (ค่าโมเมนต์บิด = 172.43 ) ผ่านข้อต่อแบบอ่อนตัวจาก A.C. มอเตอร์ ไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า D.C. จงหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลา
  • 1 : 22 mm
  • 2 : 25 mm
  • 3 : 28 mm
  • 4 : 31 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 169 :
  • เพลายาว 2 เมตร มีตลับลูกปืนรองรับอยู่สองข้าง และมีพูลเล่ย์หนัก 1,000 N อยู่ที่กึ่งกลางเพลา พูลเล่ย์ยึดติดกับเพลาโดยใช้ลิ่มพูลเลย์ได้รับกำลัง 30 kW ที่ 150 rev/min ให้หาค่าโมเมนต์ดัดที่กระทำบนเพลา
  • 1 : 4,031 N.m
  • 2 : 5,031 N.m
  • 3 : 6,031 N.m
  • 4 : 7,031 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 171 :
  • กำหนดให้การเปลี่ยนแปลงค่ามุมบิดเพลาไม่ควรเกิน 1 องศา เมื่อเพลายาว 1,800 mm และค่าความเค้นเฉือนที่เกิดบนเพลาที่ยอมให้เท่ากับ 83 MPa ให้หาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพลา กำหนดให้โลหะที่ใช้ทำเพลาเป็น steel (ค่าโมดุลัสเฉือน G = 79.3 GPa)
  • 1 : 184 mm
  • 2 : 195 mm
  • 3 : 216 mm
  • 4 : 236 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 172 :

  • 1 : 22 mm
  • 2 : 25 mm
  • 3 : 28 mm
  • 4 : 31 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • เพลายาว 2 เมตร มีตลับลูกปืนรองรับอยู่สองข้าง และมีพูลเล่ย์หนัก 1,000 N อยู่ที่กึ่งกลางเพลา พูลเล่ย์ยึดติดกับเพลาโดยใช้ลิ่มพูลเลย์ได้รับกำลัง 30 kW ที่ 150 rev/min มี (โมเมนต์บิด 1,910 N.m) และโมเมนต์ดัดบนเพลา 4,031 N.m
  • 1 : 65 mm
  • 2 : 75 mm
  • 3 : 85 mm
  • 4 : 95 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • ตลับลูกปืนเม็ดกลมขนาดเล็กถึงปานกลางมีแนวขอบต่อแหวนใน ควรเตรียมเพลาพิกัดเผื่อเท่าใด
  • 1 : g6
  • 2 : h6
  • 3 : k6
  • 4 : m6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 175 :
  • ตลับลูกปืนรับแรงแนวรัศมี มีภาระเป็นจุดกระทำต่อแหวนนอกและเป็นแบริ่งอิสระ (Free bearing) ขยับแหวนนอกได้ง่าย รูตัวเรือนรองรับควรมีพิกัดความเผื่อท่าใด
  • 1 : H7
  • 2 : G7
  • 3 : K7
  • 4 : N7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 176 :
  • เพลาและเฟืองดังแสดงในรูป มีขนาดสัดส่วน (หน่วย: mm) พร้อมด้วยแรงทั้งหมดที่กระทำดังที่กำหนด จงหาว่าโมเมนต์ดัด (bending moment) สูงสุดเกิดขึ้นที่ตำแหน่งใดและมีค่าเท่าใด
  • 1 : ที่ A และ 238 Nm
  • 2 : ที่ B และ 433 Nm
  • 3 : ที่ A และ 675 Nm
  • 4 : ที่ B และ 1,625 Nm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • เมื่อเพลามีกำลังงาน (P) ขับเป็น kW ความเร็วเพลา (n) เป็น รอบ/นาที ค่าโมเมนต์หมุนบิด (T) เกิดขึ้นที่เพลา เป็นหน่วย N.m จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 9550 n/P
  • 2 : 9550 P/n
  • 3 : n P/9550
  • 4 : P / 9550 n
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 340 : 7 Bearings
ข้อที่ 178 :

  • 1 : Deep groove ball bearing
  • 2 : Axial ball bearing
  • 3 : Self aligning ball bearing
  • 4 : Spherical roller bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :

  • 1 : Angular contact ball bearing
  • 2 : Deep groove ball bearing
  • 3 : Cylindrical roller bearing
  • 4 : Taper roller bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :

  • 1 : Axial ball bearing
  • 2 : Cylindrical roller thrust bearing
  • 3 : Self aligning ball bearing
  • 4 : Angular contact ball bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • จากข้อความ “อายุประเมิน (rated life) ของตลับลูกปืนถูกกำหนดให้ตามจำนวนชั่วโมงการทำงานหรือจำนวนรอบ ทั้งนี้จำนวน 90% ของตลับลูกปืนทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพการใช้งานเกินความเร็วและโหลดที่กำหนดให้ ก่อนที่จะมีการเสียหายเกิดขึ้นกับตลับลูกปืน” เรียกอายุประเมินนี้ว่า
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 :
  • ตลับลูกปืนที่สามารถรับแรงได้สูงทั้งในแนวรัศมี และในแนวแกน (แรงรุน)
  • 1 : Tapered roller bearing
  • 2 : Tapered roller thrust bearing
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดเข็ม (needle rolling bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกตรง (straight roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • หลักการทำงานของโรลลิ่งแบริ่ง (rolling bearing) เป็นอย่างไร
  • 1 : ตัวลูกปืนหรือตัวโรลเล่อร์จะทำงานในลักษณะการกลิ้งตัวบนผิวสัมผัสของบ่าลูกปืนด้านนอกและด้านใน
  • 2 : ตัวลูกปืนหรือตัวโรลเล่อร์จะทำงานในลักษณะผิวสัมผัสแบบเลื่อน (sliding contact) ระหว่างตัวลูกปืนหรือตัวโรลเล่อร์บนบ่าลูกปืนด้านนอกและด้านใน
  • 3 : ตัวลูกปืนหรือตัวโรลเล่อร์จะทำงานในลักษณะทั้งการกลิ้งตัวและแบบการเลื่อนร่วมกัน
  • 4 : คำตอบถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • กลไกดังแสดงในรูปเป็นชุดส่งถ่ายกำลังงานโดยมีเฟืองติดตั้งบนเพลาสั้น มีแรงแนวแกน (Thrust), T กระทำบนเฟืองในทิศทางดังแสดง ที่ตำแหน่ง A และ B มีตลับลูกปืนติดตั้งเพื่อรับแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ชนิดของตลับลูกปืนที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานนี้ คือ
  • 1 : Radial ball bearing
  • 2 : Angular contact ball bearing
  • 3 : Thrust ball bearing
  • 4 : Tapered roller bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • ตลับลูกปืนชนิดใดที่สามารถออกแบบประกอบติดตั้งลักษณะ จัดหันหน้าชนกัน(face to face arrangement)
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึก(Deep groove ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก(Cylindrical roller bearing)
  • 3 : ลูกปืนเม็ดรับแรงแนวแกน(Thrust ball bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดเรียว(Taper roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 186 :
  • ตลับลูกปืนชนิดใดเมื่อมีขนาดรูแหวนในโตเท่ากัน สามารถแรงรัศมี(radial force) และแรงแนวแกน (axial force) ได้ดีมาก
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึก(Deep groove ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก(Cylindrical roller bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดรับแรงแนวแกน(Thrust ball bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดเรียว(Taper roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 187 :
  • ตลับลูกปืนชนิดใดที่สามารถประกอบเพื่อให้เป็นแบบหน้าชนกัน ( face to face)
  • 1 : Axial ball bearing
  • 2 : Cylindrical roller bearing
  • 3 : Angular contact ball bearing
  • 4 : Deep groove ball bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • เมื่อต้องการให้อายุการใช้งานของตลัลลูกปืนเม็ดกลมเท่ากับ 8 ล้านรอบ ถามว่าค่าสมรรถนะของแรงพลวัต (basic dynamic capacity) จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 4 เท่าของแรงกระทำต่อตลับลูกปืนเม็ดกลมในแนวรัศมี
  • 2 : 3 เท่าของแรงกระทำต่อตลับลูกปืนเม็ดกลมในแนวรัศมี
  • 3 : 2 เท่าของแรงกระทำต่อตลับลูกปืนเม็ดกลมในแนวรัศมี
  • 4 : เท่ากับแรงกระทำต่อตลับลูกปืนเม็ดกลมในแนวรัศมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • ตลับลูกปืนข้อใดเมื่อมีรูแหวนในโตเท่ากัน มีระยะประกอบในแนวเส้นผ่านศูนย์กลางใน รูเสื้อเล็กที่สุด
  • 1 : Cylindrical roller bearing
  • 2 : Needle roller bearing
  • 3 : Axial ball bearing
  • 4 : Deep groove ball bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • โค้ดของตลับลูกปืน 22316 จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางในรูเท่าใด
  • 1 : 16 mm
  • 2 : 316 mm
  • 3 : 22 mm
  • 4 : 80 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • โค้ดของตลับลูกปืน 6208 คือตลับลูกปืนชนิดใด
  • 1 : Deep groove ball bearing
  • 2 : Cylindrical roller bearing
  • 3 : Axial ball bearing
  • 4 : Taper roller bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 193 :
  • ตลับลูกปืนชนิดใดที่นิยมประกอบเพื่อทำหน้าที่เป็น free bearing
  • 1 : Axial ball bearing
  • 2 : Cylindrical roller bearing
  • 3 : Spherical roller bearing
  • 4 : Axial thrust roller bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 194 :
  • อายุใช้งานเฉลี่ย (average life) ของตลับลูกปืน คืออะไร
  • 1 : จำนวนรอบหรือจำนวนชั่วโมงการทำงาน ทั้งนี้จำนวน 50% ของจำนวนตลับลูกปืนทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพการใช้งานเกินความเร็วที่กำหนด ก่อนที่จะมีการเสียหายเกิดขึ้นกับตลับลูกปืนเนื่องจากความล้า
  • 2 : จำนวนรอบหรือจำนวนชั่วโมงการทำงาน ทั้งนี้จำนวน 40% ของจำนวนตลับลูกปืนทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพการใช้งานเกินความเร็วที่กำหนด ก่อนที่จะมีการเสียหายเกิดขึ้นกับตลับลูกปืนเนื่องจากความล้า
  • 3 : จำนวนรอบหรือจำนวนชั่วโมงการทำงาน ทั้งนี้จำนวน 30% ของจำนวนตลับลูกปืนทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพการใช้งานเกินความเร็วที่กำหนด ก่อนที่จะมีการเสียหายเกิดขึ้นกับตลับลูกปืนเนื่องจากความล้า
  • 4 : จำนวนรอบหรือจำนวนชั่วโมงการทำงาน ทั้งนี้จำนวน 20% ของจำนวนตลับลูกปืนทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพการใช้งานเกินความเร็วที่กำหนด ก่อนที่จะมีการเสียหายเกิดขึ้นกับตลับลูกปืนเนื่องจากความล้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • สมรรถนะแรงพลวัต (basic dynamic capacity) หมายถึงอะไร
  • 1 : แรงกระทำในแนวรัศมีโดยที่ตลับลูกปืนซึ่งมีลักษณะเหมือนกันจำนวนหนึ่ง คือ จำนวน 90% ของตลับลูกปืนทั้งหมดจะรับได้ โดยสามารถรับโหลดที่มีอายุการใช้งานนาน 500 ชั่วโมง ที่ความเร็วรอบ 33 รอบต่อนาที หรือจำนวน 1 ล้านรอบ และไม่มีการเสียหายเนื่องจากความล้าเกิดขึ้น
  • 2 : แรงกระทำในแนวรัศมีโดยที่ตลับลูกปืนซึ่งมีลักษณะเหมือนกันจำนวนหนึ่ง คือ จำนวน 80% ของตลับลูกปืนทั้งหมดจะรับได้ โดยสามารถรับโหลดที่มีอายุการใช้งานนาน 500 ชั่วโมง ที่ความเร็วรอบ 33 รอบต่อนาที หรือจำนวน 1 ล้านรอบ และไม่มีการเสียหายเนื่องจากความล้าเกิดขึ้น
  • 3 : แรงกระทำในแนวรัศมีโดยที่ตลับลูกปืนซึ่งมีลักษณะเหมือนกันจำนวนหนึ่ง คือ จำนวน 70% ของตลับลูกปืนทั้งหมดจะรับได้ โดยสามารถรับโหลดที่มีอายุการใช้งานนาน 500 ชั่วโมง ที่ความเร็วรอบ 33 รอบต่อนาที หรือจำนวน 1 ล้านรอบ และไม่มีการเสียหายเนื่องจากความล้าเกิดขึ้น
  • 4 : แรงกระทำในแนวรัศมีโดยที่ตลับลูกปืนซึ่งมีลักษณะเหมือนกันจำนวนหนึ่ง คือ จำนวน 60% ของตลับลูกปืนทั้งหมดจะรับได้ โดยสามารถรับโหลดที่มีอายุการใช้งานนาน 500 ชั่วโมง ที่ความเร็วรอบ 33 รอบต่อนาที หรือจำนวน 1 ล้านรอบ และไม่มีการเสียหายเนื่องจากความล้าเกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 :
  • ชิ้นส่วนประกอบของตลับลูกปืนช่วยป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไประหว่างลูกปืนกลมกับวงแหวนนอกและวงแหวนใน
  • 1 : ซีล
  • 2 : โลหะคั่นลูกปืน (separator case)
  • 3 : ลูกปืนกลม (ball)
  • 4 : โรลเลอร์ (Roller)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ตลับลูกปืนที่ใช้เมื่อเพลามีการเยื้องแนวเป็นมุมที่ค่อนข้างมากได้คือ
  • 1 : ชนิดปรับแนวได้เอง (self-aligning ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมกันรุน (thrust ball bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนชนิดเม็ดทรงกระบอกกลมตรง (cylindrical roller bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึกแถวเดียว (single-row deep groove ball bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 :
  • ตลับลูกปืนที่สามารถรับแรงได้ทั้งในแนวรัศมี และในแนวแกน (แรงรุน)
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึกแถวเดียว (single-row deep groove ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมกันรุน (thrust ball bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมกันรุนปรับแนวได้เอง (self-aligning thrust ball bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกตรง (straight roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • ตลับลูกปืนโค้ด NU406 คือข้อใด
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดกลม (ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนทรงกระบอกเรียว (tapered roller bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดโค้ง (spherical roller bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก (cylindrical roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 201 :
  • ตลับลูกปืนโค้ด 22318E คือข้อใด
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดกลม (ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนทรงกระบอกเรียว (tapered roller bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดโค้ง (spherical roller bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก (cylindrical roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • ตลับลูกปืนโค้ด 30208 คือข้อใด
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดกลม (ball bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนทรงกระบอกเรียว (tapered roller bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดโค้ง (spherical roller bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก (cylindrical roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :

  • 1 : 10 เท่า
  • 2 : 11 เท่า
  • 3 : 12 เท่า
  • 4 : 13 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 :
  • ตลับลูกปืนชนิดทำงานอุณหภูมิปกติสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของวัสดุ ทำให้ตลับลูกปืนบิดตัวได้ เมื่อทำงานเกินอุณหภูมิเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • ตลับลูกปืนลูกกลิ้งที่หมุนทำงานในลักษณะที่เป็นภาระสถิตย์ (Static load) จะหมุนรอบไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 20 รอบ/นาที
  • 2 : 30 รอบ/นาที
  • 3 : 40 รอบ/นาที
  • 4 : 50 รอบ/นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 206 :
  • จากรูปมีตลับลูกปืนเม็ดเรียว ( Taper Roller bearing) ประกอบเข้ากับเพลาและเสื้อ ตลับลูกปืนทั้งสอง ประกอบเป็นลักษณะใด
  • 1 : จัดเรียงตามกัน (Tandem)
  • 2 : จัดหันหน้าชนกัน (face to face)
  • 3 : จัดหันหลังชนกัน (back to back)
  • 4 : จัดแบบเอ็กซ์ (x-arrangement)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • วิธีการติดตั้งตลับลูกปืนคู่เพื่อทำการพรีโหลดตลับลูกปืนก่อนใช้งานทำได้กี่วิธี
  • 1 : ทำได้ 3 วิธี คือ ติดตั้งหันหลังชนกัน ติดตั้งหันหน้าชนกัน และติดตั้งเรียงตามกัน
  • 2 : ทำได้ 2 วิธี คือ ติดตั้งหันหลังชนกัน และติดตั้งหันหน้าชนกัน
  • 3 : ทำได้ 1 วิธี คือ ติดตั้งหันหน้าชนกัน
  • 4 : ทำได้ 1 วิธี คือ ติดตั้งหันหลังชนกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • เมื่อกล่าวถึงข้อดีของตลับลูกปืน พิจารณาเปรียบเทียบกับเจอร์นัลแบริ่ง ข้อใดไม่ถูกต้อง โดยถือเป็นข้อเสียของตลับลูกปืน
  • 1 : มีความเสียดทานขณะสตาร์ตน้อย
  • 2 : ใช้เนื้อที่ทางด้านแนวแกนน้อย
  • 3 : อายุการใช้งานยาวนานกว่า
  • 4 : สามารถรับแรงในแนวแกน (thrust load) และแรงในแนวรัศมี (radial load) ได้พร้อมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 209 :
  • ตลับลูกปืนเหมาะที่ใช้รับแรงในแนวแกนที่มีค่ามาก และมีการเยื้องแนวได้บ้าง คือข้อใด
  • 1 : Spherical roller thrust bearing
  • 2 : Thrust ball bearing
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึกแถวเดียว (single-row deep groove ball bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมชนิดปรับแนวได้เอง (self-aligning ball bearing )
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • ตลับลูกปืนที่สามารถรับแรงได้สูงทั้งในแนวรัศมี (radial load) และในแนวแกน(thrust load)
  • 1 : Tapered roller bearing
  • 2 : Tapered roller thrust bearing
  • 3 : Needle bearing
  • 4 : ตลับลูกปืนทรงกระบอกตรง (straight roller bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • ระยะโก่งของเพลาเป็นตัวประกอบสำคัญตัวหนึ่งที่จะกำหนดระยะเบียด (clearance) ระหว่างเฟืองที่ขบกัน ถ้าเพลามีระยะโก่งมากเกินไปจะทำให้ความยาวของฟันเฟืองส่วนที่สัมผัสหรือขบกันลดลง เป็นผลทำให้อัตราส่วนการขบ (contact ratio) ของฟันเฟืองลดลง ทำให้การส่งกำลังของเฟืองไม่ราบเรียบเท่าที่ควร ถ้าจะพิจารณาการเลือกใช้แบริ่งควรจะเป็นแบริ่งชนิดใด กรณีรับแรงในแนวรัศมี
  • 1 : ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอกกลมตรง (straight roller bearing)
  • 2 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมร่องลึกแถวเดียว (single-row deep groove ball bearing)
  • 3 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมชนิดปรับแนวได้เอง (self-aligning ball bearing)
  • 4 : ตลับลูกปืนเม็ดกลมกันลุน (thrust ball bearing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  • ตลับลูกปืนรับแรงรัศมี มีภาระเป็นจุดสำหรับแหวนนอกโดยแหวนนอกขยับเลื่อนได้ (Free bearing) พิกัดงานสวมของรูตัวเรือน (Housing) คือข้อใด
  • 1 : F7
  • 2 : H7
  • 3 : G7
  • 4 : K7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 214 :
  • ตลับลูกปืนเม็ดกลม (Ball bearing) มีภาระแนวขอบต่อแหวนในขนาดของรูแหวนในไม่เกิน 100 มม. ภาระปกติถึงหนัก เพลาที่สวมควรมีพิกัดความเผื่อ คือข้อใด
  • 1 : g6
  • 2 : h6
  • 3 : j6
  • 4 : k6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • ตลับลูกปืนเม็ดทรงกระบอก (Cylindrical roller bearing) ขนาดรูแหวนในไม่เกิน 200 มม. รับภาระเบา เพลาที่สวมควรมีพิกัดความเผื่อ คือข้อใด
  • 1 : g6
  • 2 : h6
  • 3 : j6
  • 4 : k6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • ข้อแตกต่างที่สำคัญในการแยกแยะหลักการทำงานระหว่างแบริ่งชนิดสัมผัสกลิ้ง (rolling contact) และแบริ่งชนิดธรรมดา ( plain ) หรือชนิดเจอร์นัล( journal ) คือ
  • 1 : ลักษณะการรับแรงที่เป็นแบบธรรมดาหรือแบบซับซ้อน
  • 2 : อัตราเร็วในการหมุนของแบริ่งในระดับธรรมดาหรือระดับสูง
  • 3 : ขนาดของเพลาหรือของตัวแบริ่งที่นิยมต่างกัน
  • 4 : ผลของความเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างเพลาและแบริ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • โค้ดตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม (Angular contact ball
    bearing) คือข้อใด
  • 1 : 33010
  • 2 : 12808
  • 3 : 5206
  • 4 : 7314
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • โค้ดตลับลูกปืนเม็ดเรียว (Taper roller bearing) คือข้อใด
  • 1 : 33010
  • 2 : 12808
  • 3 : 5206
  • 4 : 7314
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • โค้ดตลับลูกปืนกลมปรับแนวศูนย์ได้ (Self aligning ball bearing)
    คือข้อใด
  • 1 : 33010
  • 2 : 12808
  • 3 : 5206
  • 4 : 7314
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  • โค้ดตลับลูกปืนเม็ดกลมกันรุน (Thrust ball bearing) คือข้อใด
  • 1 : 33010
  • 2 : 12808
  • 3 : 5206
  • 4 : 7314
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 341 : 8 Joining parts together with bolted joints,riveted connections,welded joints and coupling
ข้อที่ 221 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 :
  • คัปปลิ้งที่มีการใช้งานมากที่สุด
  • 1 : คัปปลิ้งยาง
  • 2 : คัปปลิ้งหน้าแปลน
  • 3 : คัปปลิ้งเฟือง
  • 4 : Taper grid coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • บนหัวสกรูดำมีตัวเลข 8.8 ปรากฏอยู่ มีความหมายว่าอย่างไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • รอยเชื่อมต่อของชิ้นงานรับภาระเฉือน (ภาระสถิต) ทำให้เกิดความเค้น สมการคือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • จากรูปหมุดย้ำและแรงดึง F ทำให้เกิดรอยเฉือนในหมุด 1 ตัว กี่รอย
  • 1 : 1 รอย
  • 2 : 2 รอย
  • 3 : 3 รอย
  • 4 : 4 รอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • คัปปลิ้งที่รับภาระกระชากหรือกระแทกได้ดีที่สุดคือ
  • 1 : คัปปลิ้งยาง
  • 2 : คัปปลิ้งหน้าแปลน
  • 3 : คัปปลิ้งเฟือง
  • 4 : Taper grid coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • ลูกกลิ้งมีขาเชื่อม (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 มม.)ดังรูป แรงในเชือก F = 5 kN เมื่อรอยเชื่อมหนา 5 มม. (ขนาดมีเป็นมม.) จงคำนวณว่ารอยเชื่อมมีความเค้นดึงเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 229 :
  • ลูกกลิ้งมีขาเชื่อม (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 45 มม.)ดังรูป แรงในเชือก F = 5 kN เมื่อรอยเชื่อมหนา 5 มม. (ขนาดมีหน่วยเป็นมม.) จงคำนวณว่ารอยเชื่อมมีความเค้นดัดเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • รอยเชื่อม A ดังรูปมีความหนารอยเชื่อม 5 มม. ชิ้นงานมีแรง F = 7.5 kN กระทำ จงคำนวณว่ารอยเชื่อมมีความเค้นดัดเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  • รอยเชื่อม B ดังรูปมีความหนารอยเชื่อม 5 มม. ชิ้นงานมีแรง F = 7.5 kN กระทำจงคำนวณว่ารอยเชื่อมมีความเค้นดึงเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • รอยเชื่อม B ดังรูป มีความหนารอยเชื่อม 5 มม. ชิ้นงานมีแรง F = 7.5 kN กระทำ จงคำนวณว่ารอยเชื่อมมีความเค้นดัดเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • แผ่นเหล็กหนา 8 มม. ยึดติดกับโครงเหล็กฉากหนา 10 มม. (ดังรูป) ด้วยหมุดย้ำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหมุด = 16 มม. โดยมีแรง F = 12 kN กระทำ จงคำนวณหาความเค้นเฉือนต่อหมุดย้ำ (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :

  • 1 : 0.15
  • 2 : 0.25
  • 3 : 0.35
  • 4 : 0.45
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 236 :
  • ชิ้นงานที่สามารถยึดแบบต่อชน (Butt Joint) จะทำได้ด้วยวิธีการใด
  • 1 : สกรู (Bolt)
  • 2 : หมุดย้ำ
  • 3 : เชื่อม (Weld)
  • 4 : เชื่อมจุด (spot weld )
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • รอยเชื่อม (ดังรูป) ความหนารอยเชื่อม (a) ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 238 :
  • รอยเชื่อม (ดังรูป) ความหนารอยเชื่อม ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :

  • 1 : 0.5 . d
  • 2 : d
  • 3 : 1.5 . d
  • 4 : 2 d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :

  • 1 : 0.5 . d
  • 2 : d
  • 3 : 1.5 . d
  • 4 : 2d
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • มุมเกลียวยอดแหลมระบบเมตริกมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • มุมเกลียวยอดแหลมระบบนิ้วมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • เกลียวละเอียดระบบนิ้วคือข้อใด
  • 1 : UNC 5/8 - 11
  • 2 : UNF 5/8 - 18
  • 3 : NPT 5/8 - 11
  • 4 : NPTF 5/8 - 18
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • อัตราเรียวของเกลียวท่อวิตเวอต (Whitworth) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 1:14
  • 2 : 1:16
  • 3 : 1:18
  • 4 : 1:20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • นัตที่สวมสกรู (ดังรูป) ตามมาตรฐาน ISO และ JIS หมายถึง
  • 1 : นัตเกลียวขวา
  • 2 : นัตเกลียวซ้าย
  • 3 : นัตเกลียวละเอียด
  • 4 : นัตเกลียวหยาบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 246 :
  • สกรู (ดังรูป) หมายถึง
  • 1 : เกลียวละเอียด
  • 2 : เกลียวระบบนิ้ว
  • 3 : เกลียวสามปาก (triple thread)
  • 4 : เกลียวสี่ปาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • มุมของเกลียวยอดฟันกลม (Round thread) มีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 :
  • ลำตัวชิ้นส่วนชนิดใดที่ไม่นิยมออกแบบให้รับความเค้นหมุนบิด
  • 1 : หมุดย้ำ
  • 2 : รอยเชื่อม
  • 3 : สกรู
  • 4 : เพลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • คัปปลิงชนิดที่ต้องมีสารหล่อลื่นในขณะทำงาน คือข้อใด
  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน
  • 2 : คัปปลิงเมมเบรน (Membrane coupling)
  • 3 : คัปปลิงยาง
  • 4 : คัปปลิงยูนิเวอแซล (Universal coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 250 :

  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน
  • 2 : คัปปลิงเมมเบรน (Membrane coupling)
  • 3 : คัปปลิงยาง
  • 4 : คัปปลิงยูนิเวอแซล (Universal coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • คัปปลิงชนิดที่ไม่เหมาะใช้งานที่อุณหภูมิสูงคือ
  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน
  • 2 : คัปปลิงเมมเบรน (Membrane coupling)
  • 3 : คัปปลิงยาง (Universal coupling)
  • 4 : คัปปลิงยูนิเวอแซล (Universal coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 252 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • แผ่นเหล็กหนา 8 มม. ยึดติดกับโครงเหล็กฉากหนา 10 มม. (ดังรูป) ด้วยหมุดย้ำที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหมุด = 16 มม. โดยมีแรง F = 12 kN กระทำ จงคำนวณหาแรงดันผิวรูว่ามีค่าเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 256 :
  • แผ่นรองรับรอกที่ยึดกับโครงเหล็กตัวยู (U) หนา 6 มม. ด้วยหมุดย้ำ มีแรงกระทำ F = 6.5 kN เมื่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหมุดเท่ากับ16 มม. กระทำ จงคำนวณหาความเค้นเฉือนต่อหมุดย้ำ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • แผ่นรองรับรอกที่ยึดกับโครงเหล็กตัวยู (U) หนา 6 มม. ด้วยหมุดย้ำ มีแรงกระทำ F = 6.5 kN เมื่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหมุด = 16 มม.กระทำ จงคำนวณหาแรงดันผิวรูว่ามีค่าเท่าใด (ขนาดเป็น มม.)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • สกรูที่รับแรงดึง มิติที่นำมาคำนวณเพื่อตรวจสอบว่าใช้ได้หรือไม่ คือ………….
  • 1 : ความเค้นดึง
  • 2 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโคนเกลียว
  • 3 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำตัว
  • 4 : ขนาดโตนอกเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
  • เฟืองดอกจอกดังรูป ต้องส่งถ่ายโมเมนต์บิด T = 1,150 Nm มีสกรูยึด 12 ตัว ขนาด M 8 ขนาดมิติเป็น มม. จงคำนวณหาค่าแรงเฉือนมีค่าเท่าใด (เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่างสลักเฉลี่ย 160 mm)
  • 1 : 1,100 N
  • 2 : 1,150 N
  • 3 : 1,200 N
  • 4 : 1,250 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 260 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 261 :
  • เฟืองหนอน (worm gear) (ดังรูป) ต้องส่งถ่ายโมเมนต์หมุนบิด T = 3,850 Nm มีสกรูสวมฟิตรู 13 มม. จำนวน 6 ตัว เมื่อขนาดมิติเป็น มม.จงคำนวณหาค่าแรงเฉือนมีค่าเท่าใด (เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่างสลักเฉลี่ย 270 mm)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 :
  • เฟืองหนอน (worm gear) (ดังรูป) ต้องส่งถ่ายโมเมนต์หมุนบิด T = 3,850 Nm มีสกรูสวมฟิตรู 13 มม. จำนวน 6 ตัว เมื่อขนาดมิติเป็น มม. จงคำนวณหาค่าความเค้นเฉือนต่อสกรู 1 ตัว (เส้นผ่านศูนย์กลางระหว่างสลักเฉลี่ย 270 mm)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • คัปปลิงที่สามารถรับโมเมนต์หมุนบิดได้มาก ๆ และสามารถเยื้องมุม เยื้องรัศมี และเยื้องตามแนวแกนได้คือ
  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน (flange coupling)
  • 2 : คัปปลิงฝาประกบ
  • 3 : คัปปลิงนิรภัย (safety coupling)
  • 4 : คัปปลิงเฟือง (Gear coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • คัปปลิงที่ไม่เหมาะสมกับภาระสลับ (reverse load) ภาระกระแทก (impact load ) และความเร็วรอบสูงแต่ถอดประกอบได้ง่ายคือ
  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน
  • 2 : คัปปลิงฝาประกบ (flange coupling)
  • 3 : คัปปลิงนิรภัย (safety coupling)
  • 4 : คัปปลิงเฟือง (Gear coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • คัปปลิงที่มีความเที่ยงศูนย์เพลาดี ราคาถูก การถอดประกอบขยับเลื่อนได้ตามแนวแกนอย่างเดียวคือ
  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน
  • 2 : คับปลิงฝาประกบ (flange coupling)
  • 3 : คัปปลิงนิรภัย (safety coupling)
  • 4 : คัปปลิงเฟือง (Gear coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • จากรูป คัปปลิงนี้มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : คัปปลิงหน้าแปลน
  • 2 : คัปปลิงฝาประกบ (flange coupling)
  • 3 : คัปปลิงนิรภัย (safety coupling)
  • 4 : คัปปลิงเฟือง (Gear coupling)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 267 :
  • เกลียวนิ้วละเอียด เขียนบอกเป็นสัญลักษณ์คือข้อใด
  • 1 : 1/4 - 28 UNF
  • 2 : 1/4-32 UNEF
  • 3 : 3/8-18 NPT
  • 4 : 1/2-14 NPTF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • ที่หัวสกรูระบบนิ้ว (ดังรูป) จะเทียบเท่าเกรดระบบเมตริกข้อใด
  • 1 : 5.6
  • 2 : 8.8
  • 3 : 9.8
  • 4 : 10.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • สกรูเกรด 12.9 มีความเค้นพิสูจน์ (Proof Stress) เท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 :
  • ที่หัวสกรูระบบนิ้ว (ดังรูป) จะเทียบเท่าเกรดระบบเมตริกข้อใด
  • 1 : 5.6
  • 2 : 8.8
  • 3 : 9.8
  • 4 : 10.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 271 :
  • สกรูที่รับแรงดึง มิติที่นำมาคำนวณเพื่อตรวจสอบว่าใช้ได้หรือไม่ คือ………….
  • 1 : ความเค้นดึง
  • 2 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโคนเกลียว
  • 3 : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำตัว
  • 4 : ขนาดโตนอกเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 :
  • เฟืองดอกจอกดังรูป ต้องส่งถ่ายทอร์ก T = 1,150 Nm มีสกรูยึด 12 ตัว ขนาด M 8 ขนาดมิติเป็น มม. จงคำนวณหาค่าแรงเฉือนมีค่าเท่าใด
  • 1 : 1,100 N
  • 2 : 1,150 N
  • 3 : 1,200 N
  • 4 : 1,250 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • ชิ้นส่วนลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอกมีเกลียวที่ปลายทั้งสองข้าง
  • 1 : สลักเกลียวสตัด (Stud)
  • 2 : หมุดเกลียว
  • 3 : สลักเกลียวและแป้นเกลียว
  • 4 : หมุดเกลียวจักรกล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • เกลียวเมตริกแบบมาตรฐานระหว่างประเทศ M20x2 หมายถึงอะไร
  • 1 : เกลียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ (major diameter) 20 mm ระยะพิตช์ 2 mm
  • 2 : เกลียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย (minor diameter) 20 mm ระยะพิตช์ 2 mm
  • 3 : เกลียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (pitch diameter) 20 mm ระยะพิตช์ 1 mm
  • 4 : เกลียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (pitch diameter) 20 mm ระยะพิตช์ 2 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 :
  • การพรีโหลด (Preload) สลักเกลียวหมายถึงอะไร
  • 1 : การพรีโหลดสลักเกลียวเป็นผลมาจากแรงดึง (tensile force) ที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว
  • 2 : การพรีโหลดสลักเกลียวเป็นผลมาจากแรงเฉือนที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว
  • 3 : การพรีโหลดสลักเกลียวเป็นผลมาจากแรงดัดที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว
  • 4 : การพรีโหลดสลักเกลียวเป็นผลมาจากแรงกดที่เกิดขึ้นในสลักเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • สลักเกลียว Class 4.6 มีค่าความต้านแรงดึง (Tensile strength) ต่ำสุด 400 MPa ถูกขันแน่นด้วยทอร์ก 4.78 Nm ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย (minor diameter) ของสลักเกลียว 6.3 mm ให้คำนวณหาค่าพรีโหลด (Preload) ที่กระทำต่อแนวแกนของสลักเกลียว
  • 1 : 3,804 N
  • 2 : 3,794 N
  • 3 : 3,784 N
  • 4 : 3,774 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 279 :
  • รอยต่อเกย (Lap Joint) หมุดย้ำ (rivet) สองแถวประกอบด้วยหมุดย้ำ 5 ตัว ในแต่ละแถว หมุดย้ำแต่ละตัวมีระยะพิตช์เท่ากัน แรงดึงที่รอยต่อด้วยหมุดย้ำเท่ากับ 200 N แรงที่หมุดย้ำแต่ละตัวได้รับเท่าใด
  • 1 : 30 N
  • 2 : 20 N
  • 3 : 10 N
  • 4 : 5 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 280 :
  • หาค่าแรง P ของการเชื่อมต่อโดยใช้หมุดย้ำ (Rivet) เมื่อความเค้นขณะใช้งานเนื่องจากแรงเฉือนเท่ากับ 15,000 psi
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :

  • 1 : 25,975 N
  • 2 : 25,875 N
  • 3 : 25,775 N
  • 4 : 25,675 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 282 :

  • 1 : 510 lb
  • 2 : 530 lb
  • 3 : 550 lb
  • 4 : 570 lb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :
  • เมื่อเปรียบเทียบรอยต่อเกยกับรอยต่อชนในงานย้ำหมุด ข้อใดมีความถูกต้อง
  • 1 : รอยต่อชนจะมีประสิทธิภาพของรอยต่อสูงกว่ารอยต่อเกยประมาณ 5% ถึง 10%
  • 2 : รอยต่อเกยจะมีประสิทธิภาพของรอยต่อสูงกว่ารอยต่อชนประมาณ 5% ถึง 10%
  • 3 : รอยต่อชนจะมีประสิทธิภาพของรอยต่อสูงกว่ารอยต่อเกยประมาณ 20% ถึง 30%
  • 4 : รอยต่อชนจะมีประสิทธิภาพของรอยต่อเท่ากับรอยต่อเกย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :

  • 1 : 7,522 N
  • 2 : 7,542 N
  • 3 : 7,562 N
  • 4 : 7,582 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :

  • 1 : 33 mm
  • 2 : 44 mm
  • 3 : 55 mm
  • 4 : 66 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :

  • 1 : 10 cm
  • 2 : 12 cm
  • 3 : 14 cm
  • 4 : 16 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 287 :
  • ตัวยึดเป็นเกลียวชนิด American National Thread ที่ใช้กับงานประกอบรถยนต์และเครื่องบินเป็นชนิดใด
  • 1 : Fine thread (NF : National fine)
  • 2 : 8 – pitch thread (8N : 8 thread per inch)
  • 3 : 12 – pitch thread (12N : 12 thread per inch)
  • 4 : 16 – pitch thread (16N : 16 thread per inch)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 288 :

  • 1 : 22.4 mm
  • 2 : 24.4 mm
  • 3 : 26.4 mm
  • 4 : 28.4 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 290 :

  • 1 : 8.79 %
  • 2 : 18.79 %
  • 3 : 28.79 %
  • 4 : 38.79 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :

  • 1 : 22 cm
  • 2 : 27 cm
  • 3 : 32 cm
  • 4 : 37 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :

  • 1 : 22 cm
  • 2 : 23 cm
  • 3 : 24 cm
  • 4 : 25 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 :

  • 1 : 25 mm
  • 2 : 30 mm
  • 3 : 35 mm
  • 4 : 40 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • โมเมนต์หมุนบิดแรกเริ่ม (initial torque) หรือการพรีโหลด (preload) กระทำกับสลักเกลียวที่ยึดจับชิ้นงานทั้งสองเข้าด้วยกัน ถามว่าการพรีโหลดสลักเกลียวเป็นผลทำให้เกิดแรงชนิดใดขึ้นในสลักเกลียว
  • 1 : แรงดึง
  • 2 : แรงเฉือน
  • 3 : แรงดัด
  • 4 : แรงกด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 295 :
  • ในการพิจารณากำหนดค่า พรีโหลด (preload) สลักเกลียว กรณีใดที่ใช้สลักเกลียวที่มีขนาดเล็ก ผลดีคือค่าใช้จ่ายถูกสุด
  • 1 : กำหนดค่าพรีโหลด 100% ของค่าความเค้นพิสูจน์
  • 2 : กำหนดค่าพรีโหลด 90% ของค่าความเค้นพิสูจน์
  • 3 : กำหนดค่าพรีโหลด 80% ของค่าความเค้นพิสูจน์
  • 4 : กำหนดค่าพรีโหลด 75% ของค่าความเค้นพิสูจน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • ตัวยึดเป็นเกลียวชนิด American National Thread ที่ใช้กับสลักเกลียวสตัดฝาสูบเครื่องยนต์เป็นชนิดใด
  • 1 : Fine thread (NF : National fine)
  • 2 : 8 – pitch thread (8N : 8 thread per inch)
  • 3 : 12 – pitch thread (12N : 12 thread per inch)
  • 4 : 16 – pitch thread (16N : 16 thread per inch)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • ตัวยึดเป็นเกลียว มุมสันเกลียวที่วัดในระนาบ = 29 องศา คือ เกลียวชนิดใด
  • 1 : metric thread form
  • 2 : ACME thread form
  • 3 : knuckle thread form
  • 4 : whitworth standard thread form
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 299 :

  • 1 : 4.9 kN
  • 2 : 5.0 kN
  • 3 : 7.2 kN
  • 4 : 9.4 kN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 300 :

  • 1 : - 0.15 kN และไม่แยก
  • 2 : - 0.4 kN และไม่แยก
  • 3 : 0.15 kN และแยก
  • 4 : 0.4 kN และแยก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :

  • 1 : 8 mm
  • 2 : 9 mm
  • 3 : 10 mm
  • 4 : 11 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :

  • 1 : 9 mm
  • 2 : 10 mm
  • 3 : 11 mm
  • 4 : 12 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :

  • 1 : การเฉือนของสลักเกลียว
  • 2 : การเฉือนของลิ่ม หรือการอัดกัน (bearing) ระหว่างหน้าตัดฉายของลิ่มกับดุมประกับ
  • 3 : การอัดกัน (bearing) ระหว่างหน้าตัดฉายของสลักเกลียวและประกับ
  • 4 : การเฉือนของประกับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • เกลียวหยาบระบบนิ้วคือข้อใด
  • 1 : UNC 5/8 - 11
  • 2 : UNF 5/8 - 18
  • 3 : NPT 5/8 - 11
  • 4 : NPTF 5/8 - 18
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • เกลียวสี่เหลี่ยมคางหมูระบบเมตริกมีมุมเกลียวเท่าใด
  • 1 : 30 องศา
  • 2 : 45 องศา
  • 3 : 60 องศา
  • 4 : 75 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • เกลียวแอคเม่ (Acme) มีมุมเกลียวเท่าใด
  • 1 : 29 องศา
  • 2 : 30 องศา
  • 3 : 55 องศา
  • 4 : 60 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 342 : 9 Power transmission with gears drivers,belt drives and chain drives
ข้อที่ 307 :
  • ค่าโมดูลเฟือง m คือข้อใด เมื่อ d=ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตซ์ p=ระยะพิตซ์เฟือง P=Diametral pitch
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • Circular Pitch (CP) หรือ p เฟืองระบบนิ้วมีค่าเท่ากับเท่าไร เมื่อ P= Diametral pitch d=ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • เพื่อให้โซ่ขับส่งกำลังอย่างมีประสิทธิภาพ ควรจะมีจำนวนซี่ฟันเฟืองโซ่โอบรอบโซ่อย่างน้อยเท่าใด (เมื่อ Z = จำนวนซี่ฟัน)
  • 1 : Z/2
  • 2 : Z/3
  • 3 : Z/4
  • 4 : Z/5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  • สัญลักษณ์สายพานลิ่ม B (ตาม ISO) จะมีหน้ากว้างโตสุดเท่าใด
  • 1 : 10 mm
  • 2 : 13 mm
  • 3 : 17 mm
  • 4 : 22 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  • ในระบบการขับของโซ่( Roller chain ) เบอร์ 60 สำหรับใช้กับกลไกของเครื่อง ๆ หนึ่ง เครื่องมือดังกล่าวต้องทำงานที่ความเร็วรอบ 1000 rpm ถูกขับโดยเพลาที่หมุนด้วยความเร็วรอบ 600 rpm ถ้าจำนวนฟันของเฟืองโซ่ตัวเล็กเท่ากับ 25 ฟัน ถามว่าเฟืองโซ่ตัวใหญ่ควรมีจำนวนฟันเฟืองโซ่เท่าไหร่
  • 1 : 15 ฟัน
  • 2 : 22 ฟัน
  • 3 : 34 ฟัน
  • 4 : 46 ฟัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • ในระบบการขับของโซ่( Roller chain ) เบอร์ 60 สำหรับใช้กับกลไกของเครื่อง ๆ หนึ่ง เมื่อต้องการส่งกำลังงาน 15 kW กำหนดค่าแฟกเตอร์ใช้งาน (Service factor) เนื่องจากโหลด (SF1 = 1.4) และเนื่องจากสภาวะสิ่งแวดล้อมการทำงาน (SF2 = 1.4) ถามว่ากำลังงานที่ต้องการใช้เพื่อการออกแบบควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : 23.4 kW
  • 2 : 25.4 kW
  • 3 : 27.4 kW
  • 4 : 29.4 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) และล้อขับหมุนด้วยความเร็วรอบ 3,820 rpm ทิศทางตามเข็มนาฬิกา ขณะที่ล้อตามหมุนด้วยความเร็วรอบ 1,273 rpm ทิศทางตามเข็มนาฬิกา เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของล้อสายพานตัวขับเท่ากับ 84 mm และเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของล้อสายพานตัวตามเท่ากับ 253 mm ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อสายพานทั้งสอง 355 mm ให้คำนวณค่าความเร็วของสายพาน
  • 1 : 20.8 m/s
  • 2 : 18.8 m/s
  • 3 : 16.8 m/s
  • 4 : 14.8 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 :
  • เฟืองฟันตรง ( Spur gear ) ดังรูป เฟือง A เป็นเฟืองขับ (Driver) ได้รับกำลังงาน3 kW ผ่านเพลามุนทิศทางตามเข็มนาฬิกาที่ความเร็วรอบ 600 rpm และเฟือง B เป็นเฟืองถูกขับ (Driven) เฟืองมีมุมกด (Pressure angle) 20 องศา และมีค่าโมดุล m = 5 มม. ให้หาแรงบิดที่เพลาแต่ละอันได้รับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 315 :
  • ต้นกำลังขนาด 5 kW ที่ความเร็วรอบ 1,450 rpm ขับเพลา S1 โดยมีเฟือง G1 (ฟัน 24 ซี่) ส่งถ่ายกำลังให้เฟือง G2 (ฟัน 32 ซี่) ซึ่งติดตั้งอยู่บนเพลา S2 บนเพลานี้มีแบริ่งรับแรงอยู่ที่ตำแหน่ง A และ B และมีพูลเลย์ P2 (ขนาด 75 mm) ส่งต่อกำลังงานโดยใช้สายพานแบนสู่พูลเลย์ P3 (ขนาด 125 mm) ซึ่งติดตั้งอยู่บนเพลา S3 จงหาอัตราเร็วของพูลเลย์ P3
  • 1 : 652 rpm
  • 2 : 725 rpm
  • 3 : 870 rpm
  • 4 : 945 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • ผิวร่องพูลเลย์ ( Pulley) สายพานรูปตัววี ( V-belt) ควรมีความหยาบผิว( Roughness surface)เท่าใด
  • 1 : ผิวเจียระไนละเอียดมาก (Rz = 1 µm)
  • 2 : ผิวเจียระไนละเอียดปานกลาง (Rz = 6.3 µm)
  • 3 : ผิวกลึงละเอียด (Rz = 25 µm)
  • 4 : ผิวกลึงหยาบ (Rz = 63 µm)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 :
  • พู่เลย์( Pully)สายพานที่จะต้องถ่วงดุลพลวัต (Dynamic balance) เมื่อความเร็วขอบพู่เลย์เกินเท่าใด
  • 1 : 10 m/s
  • 2 : 15 m/s
  • 3 : 20 m/s
  • 4 : 25 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • เมื่อความเร็วขอบล้อพู่เลย์ (Pully)มีค่าเท่าใดที่สมควรจะเลือกใช้สายพานแบนในการส่งกำลัง
  • 1 : น้อยกว่า 2 m/s
  • 2 : น้อยกว่า 5 m/s
  • 3 : น้อยกว่า 10 m/s
  • 4 : น้อยกว่า 15 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 319 :
  • เฟืองที่มีขนาดโมดุล (m) = 5 mm มีฟัน 35 ซี่ จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมพิตช์(d) เท่าใด
  • 1 : 145 มม.
  • 2 : 155 มม.
  • 3 : 165 มม.
  • 4 : 175 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 320 :
  • เพื่อลดความเค้นที่ปลายเฟือง จะกำหนดให้ความกว้างฟันเฟือง (b) มีค่าเท่าใด เมื่อ m= โมดุลเฟือง
  • 1 : b ≤ 3 m
  • 2 : b ≤ 7 m
  • 3 : b ≤ 10 m
  • 4 : b ≤ 13 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • ในการออกแบบเฟืองให้มีการหล่อลื่นแบบจุ่ม ควรจะให้เฟืองฟันตรงจุ่มในสารหล่อลื่น ไม่ควรเกินเท่าใด เมื่อ m = โมดูลเฟือง
  • 1 : 6 m
  • 2 : 8 m
  • 3 : 10 m
  • 4 : 12 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :
  • ในการออกแบบเฟืองให้มีการหล่อลื่นแบบจุ่ม ควรจะให้เฟืองฟันตรงจุ่มในสารหล่อลื่น ไม่ควรน้อยเกินเท่าใด เมื่อ m = โมดูลเฟือง
  • 1 : 1 m
  • 2 : 2 m
  • 3 : 3 m
  • 4 : 4 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 323 :
  • เฟืองโซ่มี 25 ฟัน หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 รอบ/นาที มีระยะพิตช์ 44.45 mm จะมีความเร็วโซ่ (v) เท่าใด
  • 1 : 9.3 m/s
  • 2 : 12.3 m/s
  • 3 : 15.3 m/s
  • 4 : 18.3 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 324 :
  • เฟืองฟันตรง (Spur gear ) ดังรูป เฟือง A เป็นเฟืองขับได้รับกำลัง 3 kW ผ่านเพลาหมุนทิศทางตามเข็มนาฬิกาที่ความเร็วรอบ 600 rpm และเฟือง B เป็นเฟืองถูกขับ (driven) เฟืองมีมุมกด 20 องศา และมีค่าโมดุล m = 5 มม. ให้หาโหลดกระทำบนฟันเฟืองของเกียร์ A
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • ฟันเฟืองคู่หนึ่งมีมุมกด 14.5 องศา ค่าโมดุล m = 10 มม. เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของเฟืองอันเล็กเท่ากับ 160 มิลลิเมตร ถ้าอัตราส่วนการส่งกำลังเท่ากับ 3 ต่อ 2 จงหา Root diameter ของเฟืองทั้งสอง กำหนด Whole depth = 2.157 m Addendum = m
  • 1 : Root diameter No.1 = 106.9 mm Root diameter No.2 = 186.9 mm
  • 2 : Root diameter No.1 = 116.9 mm Root diameter No.2 = 196.9 mm
  • 3 : Root diameter No.1 = 126.9 mm Root diameter No.2 = 206.9 mm
  • 4 : Root diameter No.1 = 136.9 mm Root diameter No.2 = 216.9 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 326 :
  • Pitch circle (d) ของเฟืองโซ่ มีค่าเท่ากับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :
  • สายพานลิ่ม (เช่น A, B, C, D) หน้ากว้างปกติไม่ควรใช้งานที่ความเร็ว (v) เกินเท่าใด
  • 1 : 25 m/s
  • 2 : 30 m/s
  • 3 : 35 m/s
  • 4 : 40 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 328 :
  • Base circle (db) ของเฟืองฟันตรง (spur gear) คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • ระยะ Dedendum (hf) เฟืองระบบโมดูลมีค่าเท่ากับข้อใด
  • 1 : 0.8 m (m = โมดูล)
  • 2 : 1.2 m
  • 3 : 1.6 m
  • 4 : 1.8 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 330 :
  • ฟันเฟืองคู่หนึ่งมีมุมกด 14 ½ องศา มีค่าโมดุล m = 10 มม. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (pitch diameter) เฟืองอันเล็กเท่ากับ 160 มิลลิเมตร ถ้าอัตราส่วนการส่งกำลังเท่ากับ 3 ต่อ 2 จงหาจำนวนฟันเฟืองของแต่ละเฟือง
  • 1 : N1 = 14 ฟัน N2 = 22 ฟัน
  • 2 : N1 = 16 ฟัน N2 = 24 ฟัน
  • 3 : N1 = 18 ฟัน N2 = 26 ฟัน
  • 4 : N1 = 20 ฟัน N2 = 28 ฟัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :
  • ฟันเฟืองคู่หนึ่งมีมุมกด 14 ½ องศา ค่าโมดุล m = 10 มม. เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (pitch diameter) ของเฟืองอันเล็กเท่ากับ 160 มิลลิเมตร ถ้าอัตราส่วนการส่งกำลังเท่ากับ 3 ต่อ 2 จงหาค่า เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม หรือOutside diameter ของเฟืองทั้งสอง
  • 1 : เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 1 = 180 mm เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 2 = 260 mm
  • 2 : เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 1 = 190 mm เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 2 = 270 mm
  • 3 : เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 1 = 200 mm เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 2 = 280 mm
  • 4 : เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 1 = 210 mm เส้นผ่านศูนย์กลางวงกลมแอดเดนดัม 2 = 290 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 332 :
  • โซ่โรลเล่อร์ (roller chain) เบอร์ 50 ถูกใช้เพื่อส่งกำลังงาน 5 kW ระหว่างเฟืองโซ่ตัวขับ(Driver sprocket) มีจำนวนฟัน 20 ฟัน หมุนด้วยความเร็วรอบ 300 rpm และเฟืองโซ่ตัวตาม(Driven sprocket) มีจำนวนฟัน 50 ฟัน ให้คำนวณหา ระยะโดยประมาณระหว่างจุดศูนย์กลางของฟันเฟืองโซ่ทั้งสอง เมื่อโซ่มีความยาว 80 พิตช์
  • 1 : 12 พิตช์
  • 2 : 17 พิตช์
  • 3 : 22 พิตช์
  • 4 : 27 พิตช์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 333 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง 500 มม. ล้อขับ(driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpm ขณะที่ล้อตาม(driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อขับมีค่า 200 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อตามมีค่า 500 มม. ให้คำนวณหาส่วนโค้งสัมผัสของล้อสายพานล้อตามและล้อขับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 334 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง 500 มม. ล้อขับ(driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpm ขณะที่ล้อตาม(driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อขับมีค่า 200 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อตามมีค่า 500 มม. ให้คำนวณหาความยาวของสายพาน
  • 1 : 2,130 mm
  • 2 : 2,135 mm
  • 3 : 2,140 mm
  • 4 : 2,145 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง 500 มม. ล้อขับ(driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpm ขณะที่ล้อตาม (driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อขับมีค่า 200 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อตามมีค่า 500 มม. ให้คำนวณค่าอัตราส่วนแรงดึงที่ยอมให้ของล้อตาม
  • 1 : 6.8
  • 2 : 7.8
  • 3 : 8.8
  • 4 : 9.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 337 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง 500 มม. ล้อขับ(driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpm ขณะที่ล้อตาม (driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อขับมีค่า 200 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อตามมีค่า 500 มม. ให้คำนวณค่าแรงดึงผลลัพธ์ (effective pull) เมื่อระบบขับเคลื่อนใช้ส่งกำลังงานเฉลี่ย 6 kW
  • 1 : 1,085 N
  • 2 : 1,105 N
  • 3 : 1,125 N
  • 4 : 1,145 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • เฟืองฟันตรง (Spur Gear) ดังรูป เฟือง A เป็นเฟืองขับได้รับกำลังงาน 3 kW ผ่านเพลาหมุนทิศทางตามเข็มนาฬิกาที่ความเร็วรอบ 600 rpm และเฟือง B เป็นเฟืองหมุนส่งผ่าน (Idler) ซึ่งมีเฟือง C เป็นเฟืองถูกขับ (driven) เฟืองมีมุมกด 20 องศา และมีค่าโมดุล m = 5 มม. ให้หาโหลดกระทำบนฟันเฟืองของเกียร์ A
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • เฟืองฟันตรง (Spur Gear) ดังรูป เฟือง A เป็นเฟืองขับได้รับกำลังงาน 3 kW ผ่านเพลาหมุนทิศทาง ตามเข็มนาฬิกาที่ความเร็วรอบ 600 rpm และเฟือง B เป็นเฟืองหมุนส่งผ่าน (Idler) ซึ่งมีเฟือง C เป็น เฟืองถูกขับ (driven) เฟืองมีมุมกด 20 องศา และมีค่าโมดุล m = 5 มม. ให้หาแรงบิดที่เพลาแต่ละอันได้รับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • Pitch circle (d) ของเฟืองระบบโมดูล (m) มีค่าเท่าใด เมื่อ p=ระยะพิตซ์
  • 1 : Z/m (Z = จำนวนซี่ฟัน)
  • 2 : m•Z
  • 3 : p/Zπ
  • 4 : P/Z
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • Diametral Pitch (PD หรือ P) ของเฟืองระบบนิ้วมีค่าเท่ากับ
  • 1 : Z/p (Z = จำนวนซี่ฟัน, p = ระยะพิตช์)
  • 2 : Z/d (d = pitch cirde)
  • 3 : m/Z
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • ตามมาตรฐานปกติ มุมกด (pressure angle) ของเฟืองฟันตรงระบบโมดุลมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • เฟืองฟันตรงทั่วไปควรจะมีจำนวนฟันต่ำสุดกี่ฟัน (ในทางปฏิบัติ) เพื่อมิให้เกิด undercut ที่โคนฟัน
  • 1 : 10 ฟัน
  • 2 : 12 ฟัน
  • 3 : 14 ฟัน
  • 4 : 16 ฟัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • เฟืองโซ่ที่หมุนด้วยความเร็วรอบ (rpm) ระดับปานกลางขึ้นไป ควรมีจำนวนฟันต่ำสุดเท่าใด
  • 1 : 11 ฟัน
  • 2 : 17 ฟัน
  • 3 : 23 ฟัน
  • 4 : 29 ฟัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 346 :
  • สายพานลิ่มโค้ด SPC (ตาม ISO) วัดความยาวสายพานอย่างไร
  • 1 : วัดขอบใน
  • 2 : วัดขอบนอก
  • 3 : วัดที่ความยาวพิตช์ (pitch length)
  • 4 : วัดค่าเฉลี่ยความสูงขอบนอก-ใน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • ระยะพิตช์ (p) เฟืองระบบโมดูล (m) มีค่าเท่ากับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 :
  • เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานของโซ่โรลเล่อร์ การเลือกใช้ขนาดของเฟืองโซ่ตัวใหญ่ (ตัวตาม) ปกติแล้วควรจะมีจำนวนฟันสูงสุดไม่เกิน
  • 1 : 110 ฟัน
  • 2 : 120 ฟัน
  • 3 : 130 ฟัน
  • 4 : 140 ฟัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 :
  • เฟืองโซ่สำหรับโซ่โรลเล่อร์จากมาตรฐาน JIS B 1802 – 1981 เมื่อ D เป็นเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของเฟืองโซ่ เฟืองโซ่มีจำนวนฟัน 20 ฟัน ใช้กับโซ่โรลเล่อร์เบอร์ 60 ให้คำนวณหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของเฟืองโซ่
  • 1 : 3.8 นิ้ว
  • 2 : 4.8 นิ้ว
  • 3 : 5.8 นิ้ว
  • 4 : 6.8 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • เมื่อกล่าวถึงลักษณะ chordal action หมายถึงการส่งกำลังโดยระบบใด
  • 1 : โซ่โรลเล่อร์
  • 2 : สายพานรูปตัววี
  • 3 : เฟืองเกียร์
  • 4 : Timing Belt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 351 :
  • ลักษณะการขับของสายพานลิ่ม (V-belt) ที่เรียกว่า Open drive หมายถึงอะไร
  • 1 : เมื่อต้องการขับเพลาที่อยู่ขนานกัน และต้องการให้เพลาทั้งสองหมุนในทิศทางเดียวกัน
  • 2 : เมื่อต้องการขับเพลาที่อยู่ขนานกันและต้องการให้เพลาทั้งสองหมุนในทิศทางตรงกันข้าม
  • 3 : เป็นระบบการขับเมื่อเพลาทั้งสองตั้งฉากกัน
  • 4 : เป็นการขับเมื่อต้องการส่งกำลังไปยังเพลาหลาย ๆ อันพร้อมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • จากรูปแสดงสายพานรูปลิ่ม และล้อสายพานเป็นกรณี Open drive ถามว่าแรงดึงของสายพานช่วง AB ประกอบด้วยแรงอะไรบ้าง
  • 1 : แรงดึงของสายพานแรกเริ่ม
  • 2 : แรงดึงของสายพานแรกเริ่ม + แรงหนีศูนย์กลางของสายพาน
  • 3 : แรงดึงของสายพานแรกเริ่ม + แรงดึงที่เกิดขึ้นเนื่องจากการโก่งงอรอบล้อส่งกำลัง
  • 4 : แรงดึงของสายพานแรกเริ่ม + แรงหนีศูนย์กลางของสายพาน + แรงดึงที่เกิดขึ้นเนื่องจากการโก่งอรอบล้อส่งกำลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • สายพานรูปลิ่มและล้อขับ หมุนด้วยความเร็วรอบ 3,820 rpm ทิศทางตามเข็มนาฬิกา ขณะที่ล้อตามหมุนด้วยความเร็วรอบ 1,273 rpm ทิศทางเดียวกัน คือ ทิศทางตามเข็มนาฬิกา เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของล้อสายพานตัวตามเท่ากับ 253 mm ให้คำนวณหาค่าเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของล้อสายพานตัวขับ
  • 1 : 72.3 mm
  • 2 : 76.3 mm
  • 3 : 80.3 mm
  • 4 : 84.3 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 354 :
  • สายพานรูปลิ่มขับแบบ Open drive รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง500 มม. ล้อขับ (driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpmขณะที่ล้อตาม(driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อขับมีค่า 200 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ล้อตามมีค่า 500 มม. ให้คำนวณหาความเร็วของสายพาน
  • 1 : 2.24 m/s
  • 2 : 3.24 m/s
  • 3 : 4.24 m/s
  • 4 : 5.24 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • เฟืองแบบ Spur ดังรูป เฟือง A เป็นเฟืองขับ ได้รับกำลัง 3 kW ผ่านเพลาหมุนทิศทางตามเข็มนาฬิกา ที่ความเร็วรอบ 600 rpm และเฟือง B เป็นเฟืองหมุนส่งผ่าน (Idler) ซึ่งมีเฟือง C เป็นเฟืองถูกขับ(driven)เฟืองมีมุมกด 20 องศาและมีโมดุล m = 5 มม. ให้หาเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของเฟืองแต่ละอัน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 356 :
  • ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : อัตราส่วนการขบ (contact ratio) ของเฟืองคู่หนึ่งมีค่าเท่ากับ 4.4
  • 2 : อัตราส่วนการขบ (contact ratio) ของเฟืองคู่หนึ่งมีค่าเท่ากับ 3.4
  • 3 : อัตราส่วนการขบ (contact ratio) ของเฟืองคู่หนึ่งมีค่าเท่ากับ 2.4
  • 4 : อัตราส่วนการขบ (contact ratio) ของเฟืองคู่หนึ่งมีค่าเท่ากับ 1.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • ฟันเฟืองคู่หนึ่งมีมุมกด 14 ½ องศา ค่าโมดุล m = 10 มม. เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (pitch diameter) สำหรับเฟืองเล็กเท่ากับ 160 มิลลิเมตร ถ้าอัตราส่วนการส่งกำลังเท่ากับ 3 ต่อ 2 จงหา เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของเฟืองโต
  • 1 : 210 mm
  • 2 : 220 mm
  • 3 : 230 mm
  • 4 : 240 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 358 :
  • โซ่โรลเล่อร์ (roller chain) เบอร์ 50 ถูกใช้เพื่อส่งกำลังงานกับเฟืองโซ่มีจำนวนฟัน 20 ฟัน ให้คำนวณหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (pitch diameter) ของเฟืองโซ่
  • 1 : 4.5 นิ้ว
  • 2 : 4 นิ้ว
  • 3 : 3.5 นิ้ว
  • 4 : 3 นิ้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 359 :
  • โซ่โรลเล่อร์ (roller chain) เบอร์ 50 ถูกใช้เพื่อส่งกำลัง 5 kW ระหว่างเฟืองโซ่ตัวขับ(Driver sprocket) มีจำนวนฟัน 20 ฟัน หมุนด้วยความเร็วรอบ 300 rpm และเฟืองโซ่ตัวตาม(Driven sprocket) มีจำนวนฟัน 50 ฟัน ให้คำนวณหาความเร็วของโซ่
  • 1 : 8.5 m/s
  • 2 : 9 m/s
  • 3 : 9.5 m/s
  • 4 : 10 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • โซ่โรลเล่อร์ (roller chain) เบอร์ 50 ถูกใช้เพื่อส่งกำลัง 5 kW ระหว่างเฟืองโซ่ตัวขับ(Driver sprocket) และเฟืองโซ่ตัวตาม(Driven sprocket) ความเร็วโซ่ 10 m/s ให้คำนวณแรงดึง(tension)ในเส้นโซ่
  • 1 : 450 N
  • 2 : 500 N
  • 3 : 550 N
  • 4 : 600 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • โซ่โรลเล่อร์ (roller chain) เบอร์ 50 ถูกใช้เพื่อส่งกำลัง 5 kW ระหว่างเฟืองโซ่ตัวขับ(Driver sprocket) เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ 4 นิ้ว และเฟืองโซ่ตัวตาม(Driven sprocket) เส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ 9.92 นิ้ว ให้คำนวณหาแรงบิดที่เกิดบนเพลาเฟืองโซ่ตัวขับ เมื่อแรงดึงที่เกิดในเส้นโซ่เท่ากับ 500 N
  • 1 : 24,500 N-mm
  • 2 : 25,500 N-mm
  • 3 : 26,500 N-mm
  • 4 : 27,500 N-mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • โซ่โรลเล่อร์ (roller chain) เบอร์ 50 ถูกใช้เพื่อส่งกำลังงาน 5 kW ระหว่างเฟืองโซ่ตัวขับ(Driver sprocket) มีจำนวนฟัน 20 ฟัน หมุนด้วยความเร็วรอบ 300 rpm และเฟืองโซ่ตัวตาม(Driven sprocket) มีจำนวนฟัน 50 ฟัน ให้คำนวณหาจำนวนรอบหมุนของฟันเฟืองโซ่ตัวตาม
  • 1 : 80 rpm
  • 2 : 100 rpm
  • 3 : 120 rpm
  • 4 : 140 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • เมื่อต้องการส่งกำลังโดยระบบโซ่ขับ ( chain driver )และให้เกิดเสียงเงียบควรใช้โซ่แบบใด
  • 1 : Detachable joint chain
  • 2 : Steel pin chain
  • 3 : Silent chain
  • 4 : Roller chain
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • ระบบการขับของสายพานรูปลิ่ม (V-belt) และล้อสายพานทั้งล้อขับ ( driver ) และล้อตาม( driver ) ระบบการขับเคลื่อนใช้ส่งกำลังงานเฉลี่ย 4.5 kW และส่งกำลังงานสูงสุดได้ 9.0 kW สำหรับกรณี 10 เปอร์เซ็นต์ของเวลาใช้งาน เมื่อความเร็วการเคลื่อนที่ของสายพาน 16.8 m/s ให้คำนวณหาค่าแรงดึงผลลัพธ์(effective pull) ของสายพาน กรณีใช้ส่งกำลังงานเฉลี่ย 4.5 kW
  • 1 : 268 N
  • 2 : 288 N
  • 3 : 308 N
  • 4 : 328 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์(open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง 500 มม. ล้อขับ(driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpm ขณะที่ล้อตาม(driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm ให้คำนวณหาค่าอัตราส่วนความเร็ว(speed ratio)
  • 1 : 2 : 3
  • 2 : 2 : 4
  • 3 : 2 : 5
  • 4 : 2 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของล้อทั้งสอง 500 มม. ล้อขับ(driver) หมุนด้วยความเร็วรอบ 500 rpm ขณะที่ล้อตาม(driven) หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 rpm ให้คำนวณหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของล้อตาม เมื่อเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ของล้อขับมีค่า 200 มม.
  • 1 : 500 มม.
  • 2 : 525 มม.
  • 3 : 550 มม.
  • 4 : 575 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ส่วนโค้งสัมผัสของล้อสายพานตัวเล็กซึ่งเป็นล้อขับเท่ากับ 145 องศา ให้คำนวณค่าอัตราส่วนแรงดึงที่ยอมให้
  • 1 : 1.66
  • 2 : 2.66
  • 3 : 3.66
  • 4 : 4.66
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 368 :
  • สายพานรูปลิ่ม (V-belt) ขับแบบโอพืนไดรว์ (open drive) รอบล้อสายพาน 2 ล้อ ส่วนโค้งสัมผัสของล้อสายพานตัวโตซึ่งเป็นล้อตามเท่ากับ 214.9 องศา ให้คำนวณค่าอัตราส่วนแรงดึงที่ยอมให้
  • 1 : 4.8
  • 2 : 5.8
  • 3 : 6.8
  • 4 : 7.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 369 :
  • เมื่อพิจารณาเฟืองดอกจอก (bevel gear) ชนิดฟันตรงกับเฟืองตรงธรรมดา (spur genr) สมการที่แสดงให้เห็นว่าอัตราส่วนสัมผัสของเฟืองดอกจอกและความเรียบจะดีกว่าเฟืองตรงคือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • มุมกด (pressure angle) ของเฟืองมาตรฐานข้อใดผิด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 372 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 373 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 377 :
  • เฟืองฟันตรง (Spur gear) กำหนดให้มีอัตราทดสูงสุด imax ไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 5
  • 2 : 10
  • 3 : 15
  • 4 : 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 378 :
  • เฟืองฟันตรง (spur gear) จะกำหนดความเร็วพิตซ์ (v) ไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 5 m/s
  • 2 : 10 m/s
  • 3 : 15 m/s
  • 4 : 20 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • ล้อเฟืองโซ่มี กำลังงานขับ P = 0.25 kW ที่ความเร็วรอบ n = 18 รอบ/นาที ยึดติดกับดุมล้อ ด้วยหมุดย้ำ 6 ตัว (ขนาด ลำตัวหมุด= 6.2 มม.) ในแนววงกลม เมื่อ ขนาดเป็น มม. จงคำนวณหา ความเค้นเฉือนต่อหมุดย้ำ 1 ตัว
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • 74. ล้อเฟืองโซ่มี กำลังงานขับ P = 0.25 kW ที่ความเร็วรอบ n = 18 รอบ/นาที ยึดติดกับดุมล้อ ด้วยหมุดย้ำ 6 ตัว มีขนาด ลำตัวหมุด = 6.2 มม. ในแนววงกลม เมื่อ ขนาดเป็น มม. จงคำนวณหาแรงดัน ผิวรูหมุดย้ำ มีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • จากรูป เฟืองคู่ขบที่มี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง วงกลมพิตช์ d1, d2 ตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า
  • 1 : x-zero gear
  • 2 : Recess action gearing
  • 3 : short addendum gear
  • 4 : long addendum gear
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • กรณีใดที่ให้ระยะด้านหย่อน (slack side) โซ่ = 2% ของระยะด้านตึง (span)
  • 1 : สภาพปกติ
  • 2 : หมุนทิศทางเดียว สภาพงานเบา
  • 3 : ระยะห่างศูนย์กลางเพลาทั้งสอง < 500 มม.
  • 4 : ระยะห่างศูนย์กลางเพลาทั้งสอง > 1000 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 384 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :
  • ล้อเฟืองโซ่มีกำลังงานขับ P = 0.25 kW ที่ความเร็วรอบ n = 18 รอบ/นาที ยึดติดกับดุมล้อ ด้วยหมุดย้ำ 6 ตัว (ขนาดลำตัวหมุด = 6.2 มม.) ในแนววงกลม เมื่อ ขนาดเป็น มม. จงคำนวณหา ความเค้นเฉือนต่อหมุดย้ำ 1 ตัว
  • 1 : 48 N/mm2
  • 2 : 52 N/mm2
  • 3 : 56 N/mm2
  • 4 : 60 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 :
  • ล้อเฟืองโซ่มีกำลังงานขับ P = 0.25 kW ที่ความเร็วรอบ n = 18 รอบ/นาที ยึดติดกับดุมล้อ ด้วยหมุดย้ำ 6 ตัว มีขนาด ลำตัวหมุด = 6.2 มม.ในแนว วงกลม เมื่อขนาดเป็น มม. จงคำนวณหาแรงดันผิว รูหมุดย้ำ มีค่าเท่าใด
  • 1 : 80 N/mm2
  • 2 : 83 N/mm2
  • 3 : 86 N/mm2
  • 4 : 89 N/mm2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 343 : 10 Spring
ข้อที่ 387 :
  • ในสปริงแบบขด (coil spring) ความเค้นที่เกิดขึ้นในขณะทำงาน คือ
  • 1 : tensile stress + shear stress
  • 2 : shear stress + torsional stress
  • 3 : compressive stress +shear stress
  • 4 : compressive stress + torsional stress
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 388 :
  • ต้องการสปริงในเครื่องจักรที่ก่อให้เกิดแรงพร้อมความถี่กระทำต่อตัวสปริง กรณีนี้มักมีข้อแนะนำให้ตรวจสอบค่าความถี่วิกฤตของสปริงโดยใช้สูตรด้านล่างโดยที่ k=ค่าคงที่สปริงและควรให้มีความมั่นใจได้ว่า f มีค่าห่างไกลจากค่าความถี่ของแรงที่กระทำบนสปริงเช่นประมาณ 20 เท่า ถ้ากำหนดให้ m=0.03kg และ k=4.5kN/m จงหาว่าสปริงควรรับความถี่ของแรงกระทำ (cycles/minute)ไม่เกินเท่าไร
  • 1 : 580 cycles/minute
  • 2 : 680 cycles/minute
  • 3 : 780 cycles/minute
  • 4 : 880 cycles/minute
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 :
  • สปริงชนิดรับแรงกดcompression spring (ดังรูป) มีแรง F กระทำ สามารถเขียนสมการความเค้นคือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 390 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 391 :
  • คานโลหะปลายอิสระ (ดังรูป) เมื่อ F = แรง, f = ระยะดัดโค้ง, E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity), I = โมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of inertia) จะมีค่าคงที่ความเป็นสปริง (Spring rate) c เท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 392 :
  • สปริงแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ดังรูป) เมื่อ F = แรง, b = ความกว้าง, E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity), h = ความหนา, I = โมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of inertia) ค่าระยะดัดโค้ง f คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 393 :
  • สปริงแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ดังรูป) เมื่อ F = แรง, b = ความกว้าง, E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity),h = ความหนา, I = โมเมนต์ความเฉือน (Moment of inertia) ค่าคงที่ความเป็นสปริง (Spring rate) c คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • คานโลหะดังรูป เมื่อ F = แรง, E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity), I = โมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of inertia), l = ความยาวคาน ค่าระยะดัดโค้ง f คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 395 :
  • คานโลหะดังรูป เมื่อ
    F = แรง
    E = โมดูลัสยืดหยุ่น(Modulus of elasticity)
    I = โมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of inertia)
    l = ความยาวคาน
    ค่าคงที่ความเป็นสปริง (Spring rate) c คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 :
  • เหล็กกล้าลวดกลมสปริงอัด มีธาตุผสมที่ทำให้มีความเป็นสปริงและทนการกระแทกได้ คือ
  • 1 : Cr, Mo
  • 2 : V, W
  • 3 : Si, Mn
  • 4 : Ti
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 397 :
  • แท่งโลหะกลมทรงกระบอกมีมิติดังนี้ d = ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง L = ความยาวแท่งโลหะ, E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity) ค่าคงที่ความเป็นสปริง (Spring rate) c ในการรับแรงดึง คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :
  • ค่าคงที่ความเป็นสปริง (Spring rate) c ของแท่งโลหะทรงกระบอกกลม มีค่าเท่าใด เมื่อ G = โมดูลัสเฉือน (shear modulus), d = ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง, L = ความยาวแท่งโลหะ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • สปริงแผ่นสามเหลี่ยม (ดังรูป) เมื่อ F = แรง, b = ความกว้าง, E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity), h = ความหนา ค่าระยะดัดโค้ง f คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 :
  • สปริงแผ่นสามเหลี่ยม (ดังรูป) เมื่อ
    F = แรง,
    b = ความกว้าง,
    E = โมดูลัสยืดหยุ่น (Modulus of elasticity)
    h = ความหนา
    ค่าคงที่ความเป็นสปริง (Spring rate) c คือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 401 :
  • จากรูปสปริงขดรับแรงกดสัญลักษณ์ต่าง ๆ แสดงในรูป ถามว่าค่าความเค้นเฉือนสูงสุดที่เกิดขึ้นในลวดสปริงมีค่าเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 402 :

  • 1 : 50 mm
  • 2 : 55 mm
  • 3 : 60 mm
  • 4 : 65 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 403 :

  • 1 : 4.91
  • 2 : 5.91
  • 3 : 6.91
  • 4 : 7.91
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร