สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Ship Design

เนื้อหาวิชา : 314 : 1 Basic Design Parameter (ตัวแปรในการออกแบบขั้นพื้นฐาน)
ข้อที่ 1 :
  • การออกแบบเรือมีขั้นตอนดำเนินการที่เป็นการทำซ้ำ (Iteration) ในลักษณะก้นหอย (Design Sprial) ขั้นตอนใดเริ่มต้นก่อน
  • 1 : Conceptual Design
  • 2 : Preliminary Design
  • 3 : Detail Design
  • 4 : Contract Design
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • การออกแบบเรือให้มีความเหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้เรือ หรือผู้ว่าจ้างสร้างเรือ ผู้ออกแบบเรือจำเป็นต้องพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการเหล่านี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : ความสามารถการทรงตัวของเรือ (Stability)
  • 2 : ระบบขับเคลื่อนและเครื่องต้นกำลังขับ (Propulsion System)
  • 3 : ระยะห่างของโครงสร้างตัวเรือ ทางยาวและทางขวางของเรือ (Frame Spacing)
  • 4 : ขีดความสามารถของการบรรทุก และปริมาตรภายในเรือ (Dead Weight)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • การวัดความยาวเรือ (Length) มีการวัดความยาวที่ตำแหน่งต่าง ๆ ความยาวที่มีค่ามากที่สุดของเรือ เรียกว่า
  • 1 : Length between Perpendicular (Lpp)
  • 2 : Length at Waterline (LWL)
  • 3 : Length at Design Waterline (LDWL)
  • 4 : Length Overall (LOA)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 4 :
  • การออกแบบเรือให้มีรูปทรงเหมาะสมตามการใช้งาน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถด้านต่าง ๆ ของเรือ เช่น ความทนทะเล การทรงตัวของเรือ ความต้านทานและพลังขับเคลื่อน สิ่งที่เป็นตัวกำหนดคือ
  • 1 : Hull Form
  • 2 : Hydrostatic Curve
  • 3 : Cross Curve
  • 4 : Stability Curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 5 :
  • การกำหนดขนาดของเรือให้มีขีดความสามารถตามความต้องการของเจ้าของเรือ จำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการดูแล ซ่อมบำรุง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ข้อใดไม่เกี่ยวข้อง
  • 1 : อู่ต่อเรือ และซ่อมเรือ
  • 2 : ลักษณะของระวางบรรทุกสินค้า
  • 3 : เครน และขนาดของท่าเทียบเรือ
  • 4 : กำลังของเครื่องยนต์ขับเคลื่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • ระยะความสูงของพื้นดาดฟ้าในแนว Centerline ที่มีความสูงมากกว่าความสูงของพื้นดาดฟ้าบริเวณกราบเรือ เรียกว่าอะไร
  • 1 : Chamber
  • 2 : Sheer
  • 3 : Tumble Home
  • 4 : Rise of Floor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • ค่า Block Coefficient, CB เป็นความสัมพันธ์ ของค่าระวางขับน้ำของเรือ กับความยาว ความกว้าง และระดับกินน้ำลึก ซึ่งเรื่อแต่ละประเภทจะมีค่านี้อยู่ในย่านต่าง ๆ เรือประเภทใดที่มีค่า Block Coefficient, CB มากที่สุด
  • 1 : Fast Ferry
  • 2 : Oil Carrier
  • 3 : Fishery Boat
  • 4 : Sailing Boat
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 8 :
  • ค่า Waterplane Coefficient, CWP เป็นค่าสัมประสิทธิ์ของพื้นที่แนวน้ำที่ระดับเส้นแนวน้ำต่าง ๆ ของเรือ ข้อใดถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : ค่าสัมประสิทธิ์ของพื้นที่แนวน้ำ ที่เส้นแนวน้ำออกแบบจะมีค่าน้อยที่สุด
  • 2 : ค่าสัมประสิทธิ์ของพื้นที่แนวน้ำ ที่เส้นแนวน้ำออกแบบมีค่ามากที่สุด
  • 3 : ค่าสัมประสิทธิ์ของพื้นที่แนวน้ำ ที่เส้นแนวน้ำออกแบบมีค่ามากกว่าที่เส้นแนวน้ำเส้นล่างสุด
  • 4 : ค่าสัมประสิทธิ์ของพื้นที่แนวน้ำ มีค่าเปลี่ยนแปลงที่ทุกระดับของเส้นแนวน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • การกำหนดเส้นแนวน้ำออกแบบของเรือ ได้จากการคำนวณหาค่าน้ำหนักของเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ทุกชนิดที่ติดตั้งอย่างถาวรบนเรือ รวมถึงน้ำหนักของสัมภาระที่บรรทุก ตลอดจนวัสดุหมดเปลืองที่ต้องใช้ในการปฏิบัติภารกิจในทะเล เรือสินค้าจะกำหนดเส้นแนวน้ำออกแบบที่ภาระการบรรทุกในลักษณะใด
  • 1 : ภาระการบรรทุกสินค้าเต็มที่ วัสดุหมดเปลือง น้ำและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มที่
  • 2 : ภาระการบรรทุกเต็มที่ วัสดุหมดเปลือง น้ำ เสบียง และน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อภารกิจของแต่ละเที่ยวของการขนส่งสินค้า
  • 3 : ภาระการบรรทุก วัสดุหมดเปลือง น้ำ เสบียง และน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อภารกิจของแต่ละเที่ยวของการขนส่งสินค้า
  • 4 : ภาระการบรรทุกเต็มที่ วัสดุหมดเปลือง น้ำ เสบียง และน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่บรรจุได้เพื่อให้เกิดความประหยัด ในการกำหนดขนาดของเครื่องยนต์ขับเคลื่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • การกำหนดประเภทของเรือกำหนดจากภารกิจ เรือที่จะได้รับใบรับรองให้เป็นเรือโดยสาร (Passenger Certificate) ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจรับรองตามกฎสากล จะต้องมีผู้โดยสารผ่านในเรือจำนวนมากกว่ากี่คน
  • 1 : 90 คน
  • 2 : 60 คน
  • 3 : 30 คน
  • 4 : 12 คน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • ระยะความสูงของพื้นดาดฟ้าในแนว Centerline ที่มีความสูงมากกว่าความสูงของพื้นดาดฟ้าบริเวณกึ่งกลางลำ (Midship) เรียกว่าอะไร
  • 1 : Camber
  • 2 : Sheer
  • 3 : Tumble Home
  • 4 : Rise of Floor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :

  • 1 : 10.3
  • 2 : 12.3
  • 3 : 15.3
  • 4 : 17.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :

  • 1 : 0.98
  • 2 : 1.48
  • 3 : 1.98
  • 4 : 2.48
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • กำหนดให้ โมเมนต์ของพื้นที่แนวน้ำรอบแกนกึ่งกลางลำ 420 m3 ค่า TPC = 5 (น้ำทะเล) จงหา ระยะจุดศูนย์กลางการลอยจากกึ่งกลางลำ (LCF) กี่เมตร
  • 1 : 0.06
  • 2 : 0.36
  • 3 : 0.86
  • 4 : 1.36
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :

  • 1 : 3.96
  • 2 : 4.46
  • 3 : 4.96
  • 4 : 5.46
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • ท่านคิดว่าสิ่งใดน่าจะเป็นปัจจัยหลักในการออกแบบเรือสินค้าทั่วไป
  • 1 : ปัจจัยทางเศรษฐ์ศาสตร์
  • 2 : ปัจจัยด้านความเร็ว
  • 3 : ปัจจัยด้านความสะดวกสบาย
  • 4 : ปัจจัยด้านความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • เส้นแนวน้ำออกแบบ (Designed Water Line) มักกำหนดไว้ที่ใด
  • 1 : ระดับกินน้ำลึกเมื่อเรือตัวเปล่า
  • 2 : ระดับกินน้ำลึกเมื่อเรือบรรทุกครึ่งตัว
  • 3 : ระดับกินน้ำลึกเมื่อเรือบรรทุกเต็มที่
  • 4 : ใต้ดาดฟ้า 3 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • Center of Buoyancy (B)ของเรือหมายถึงI จุดศูนย์ถ่วงปริมาตรใต้แนวน้ำII จุดที่แรงลัพธ์เนื่องจากแรงลอยตัวมีทิศขึ้นในแนวดิ่งกระทำผ่าน
  • 1 : I
  • 2 : II
  • 3 : I และ II
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :

  • 1 : เรือบรรทุกน้ำมัน
  • 2 : เรือยอชท์
  • 3 : เรือหาปลา
  • 4 : เรือสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 :

  • 1 : 0.6
  • 2 : 0.7
  • 3 : 0.8
  • 4 : 0.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 21 :

  • 1 : 0.55
  • 2 : 0.65
  • 3 : 0.75
  • 4 : 0.85
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • เรือลำหนึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ความยาวเรือทั้งหมด (LOA) เท่ากับ 60 เมตร ความยาวที่เส้นตั้งฉาก (LBP) เท่ากับ 55 เมตร กินน้ำลึก (T) เท่ากับ 10 เมตร ความลึก (D) เท่ากับ 15 เมตร กว้าง (B) เท่ากับ 6 เมตร มีพื้นที่แนวน้ำ (AW) ที่ระดับกินน้ำลึกเท่ากับ 280.5 ตร.ม. จงคำนวณหาสัมประสิทธิ์พื้นที่แนวน้ำ (CWP) ที่ระกับกินน้ำลึกของเรือลำนี้
  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.80
  • 3 : 0.85
  • 4 : 0.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :

  • 1 : 0.60
  • 2 : 0.70
  • 3 : 0.80
  • 4 : 0.90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 24 :

  • 1 : 0.60
  • 2 : 0.70
  • 3 : 0.80
  • 4 : 0.90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • เรือลำหนึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ความยาวเรือทั้งหมด (LOA) เท่ากับ 125 เมตร ความยาวที่เส้นตั้งฉาก (LBP) เท่ากับ 120 เมตร กินน้ำลึก (T) เท่ากับ 10 เมตร ความลึก (D) เท่ากับ 20 เมตร กว้าง (B) เท่ากับ 25 เมตร มีพื้นที่แนวน้ำ (AM) เท่ากับ 200 ตารางเมตร มีค่าสัมประสิทธิ์แท่งปริซึม (CP) เท่ากับ 0.9 จงคำนวณหาระวางขับน้ำของเรือลำนี้ เมื่อลอยอยู่ในน้ำจืดที่มีค่าความหนาแน่นของน้ำเท่ากับ (rSW) เท่ากับ 1.00 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร

     

  • 1 : 21,600 ตัน
  • 2 : 23,400 ตัน
  • 3 : 24,300 ตัน
  • 4 : 26,100 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 26 :

  • 1 : 1,224 ตัน
  • 2 : 1,264.8 ตัน
  • 3 : 1,989 ตัน
  • 4 : 2,055.3 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :

  • 1 : 0.1 เมตร
  • 2 : 0.2 เมตร
  • 3 : 0.3 เมตร
  • 4 : 0.4 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :

  • 1 : 0.1 เมตร
  • 2 : 0.2 เมตร
  • 3 : 0.3 เมตร
  • 4 : 0.4 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :

  • 1 : 2,536 ตัน
  • 2 : 3,536 ตัน
  • 3 : 3,825 ตัน
  • 4 : 4,235 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :

  • 1 : 1,233 ตัน
  • 2 : 1,453 ตัน
  • 3 : 1,533 ตัน
  • 4 : 1,643 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • โจทย์ เรือลำหนึ่งมีค่าความยาวของ Half Breadth ตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ L0 เท่ากับ 0 เมตร L1 เท่ากับ 12 เมตร L2 เท่ากับ 20 เมตร L3 เท่ากับ 25 เมตร L4 เท่ากับ 30 เมตร L5 เท่ากับ 30 เมตร L6 เท่ากับ 30 เมตร L7 เท่ากับ 30 เมตร L8 เท่ากับ 30 เมตร L9 เท่ากับ 30 เมตร L10 เท่ากับ 20 เมตร โดยมีระยะห่างระหว่างตำแหน่ง (Station) เท่ากับ 4.5 เมตร จงคำนวณหาพื้นที่แนวน้ำของเรือลำนี้
  • 1 : 1,496 ตารางเมตร
  • 2 : 1,596 ตารางเมตร
  • 3 : 1,654 ตารางเมตร
  • 4 : 1,696 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :

  • 1 : 1,800 ตัน
  • 2 : 2,000 ตัน
  • 3 : 2,300 ตัน
  • 4 : 2,500 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :

  • 1 : 6 เมตร
  • 2 : 7 เมตร
  • 3 : 8 เมตร
  • 4 : 9 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :

  • 1 : 83
  • 2 : 84
  • 3 : 85
  • 4 : 86
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :

  • 1 : 5 เมตร
  • 2 : 6 เมตร
  • 3 : 7 เมตร
  • 4 : 8 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :

  • 1 : 500 แรงม้า
  • 2 : 600 แรงม้า
  • 3 : 700 แรงม้า
  • 4 : 800 แรงม้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • ตามการแบ่งประเภทของเรือ เรือสินค้าทั่วไป (General Cargo Ship) มีรูปร่างลักษณะจัดอยู่ในประเภทใด
  • 1 : Displacement Ship
  • 2 : Semi-Displacement Ship
  • 3 : Planning Hull
  • 4 : Catamaran
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • Molded Dimensions หมายถึง
  • 1 : ขนาดที่ปรากฏในการจดทะเบียนเรือ
  • 2 : ขนาดต่างๆของเรือซึ่งวัดระหว่างขอบด้านในของแผ่นเหล็กหรือไม่รวมความหนาของแผ่นเหล็ก
  • 3 : ขนาดต่างๆของเรือซึ่งวัดระหว่างขอบด้านนอกของแผ่นเหล็ก
  • 4 : ระยะอ้างอิงที่วัดในทางดิ่งและทางระดับที่ตำแหน่งใด ๆ ตลอดความยาวเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :

  • 1 : 8 เมตร
  • 2 : 9 เมตร
  • 3 : 10 เมตร
  • 4 : 11 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง เมื่อออกแบบเรือลำเก่าให้มีความกว้างมากขึ้นโดยความยาวและพื้นที่หน้าตัดขวาง(Cross-Sectional Area)ที่กลางลำ(จนถึงดาดฟ้า)ของเรือยังเท่าเดิม
  • 1 : ความต้านทานของเรือเพิ่มขึ้น
  • 2 : การทรงตัวของเรือเริ่มต้น(Initial Stability) เพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่าใช้จ่ายในการสร้างเรือเพิ่มขึ้น
  • 4 : เรือกินน้ำลึกเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดเป็นความต้องการเบื้องต้นที่เจ้าของเรือจะระบุให้กับบริษัทต่อเรือในการว่าจ้างต่อเรือ
  • 1 : ชนิดของเรือ-น้ำหนักบรรทุก-ความเร็ว
  • 2 : การทรงตัวของเรือ
  • 3 : ความแข็งแรงของตัวเรือ
  • 4 : ลายเส้นเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 42 :
  • กึ่งกลางลำเรือ (Amidships) อยู่ที่ใด
  • 1 : จุดกึ่งกลางของความยาวเรือทั้งหมด
  • 2 : จุดกึ่งกลางระหว่างเส้นตั้งฉากหัว(Forward Perpendicular) และเส้นตั้งฉากท้าย (After Perpendicular)
  • 3 : จุดเดียวกับจุด Center of Flotation
  • 4 : จุดเดียวกับจุด Center of Buoyancy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 43 :
  • จงหาพื้นที่แนวน้ำ(Waterplane Area) ของเรือ ยาว 36 เมตร กว้าง 6 เมตร กินน้าลึกเต็มที่ 2 เมตร และค่าสัมประสิทธิ์พื้นที่แนวน้ำ(Waterplane Coefficient) = 0.8
  • 1 : 156.2 ตารางเมตร
  • 2 : 162.4 ตารางเมตร
  • 3 : 172.8 ตารางเมตร
  • 4 : 191.6 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 44 :

  • 1 : 2002.5 ตัน
  • 2 : 2201.1 ตัน
  • 3 : 2507.8 ตัน
  • 4 : 2956.3 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • การนำเรือเข้าอู่ควรทราบความยาวใดของเรือ
  • 1 : LWL (Length on Waterline)
  • 2 : LBP (Length between Perpendicular)
  • 3 : LOA (Length Overall)
  • 4 : DWL (Designed Waterline)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • จุด C.F. (Center of Flotation) คือจุดเดียวกับข้อใด
  • 1 : จุดศูนย์ถ่วงของปริมาตรใต้แนวน้ำนั้นๆ
  • 2 : จุดศูนย์ถ่วงของพื้นที่แนวนั้นๆ
  • 3 : จุดศูนย์ถ่วงของน้ำหนักเรือ
  • 4 : จุดกึ่งกลางของความยาวเรือทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • การออกแบบเรือ มีขั้นตอนการออกแบบในลักษณะการทำซ้ำเป็นวงรอบของการดำเนินการ ที่เรียกว่า Design Spiral โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรือที่ใช้ทางการค้าหรือทางทหาร จะยังคงใช้ขั้นตอนการออกแบบในลักษณะเดียว ในข้อใดที่เป็นความแตกต่างพื้นฐานขั้นต้นของการออกแบบ
  • 1 : วิธีการคำนวณ Trim & Stability
  • 2 : การออกแบบกำหนดการจัดวางโครงสร้างตัวเรือ Structure Arrangement
  • 3 : การกำหนดตำแหน่งและระยะห่างของผนังกั้นน้ำและฝากั้นต่าง ๆ
  • 4 : รูปทรงตัวเรือ (Hull Form) ที่เป็นตัวกำหนดค่าความต้านทานและพลังขับเคลื่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • การกำหนดความต้องการเรือที่ใช้ในการพาณิชย์โดยทั่วไป ต่อการออกแบบจะต้องมีการกำหนดความต้องการของการใช้เรือ (Design Requirement) ซึ่งโดยปกติเจ้าของเรือจะต้องทราบถึงข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ความยาวเรือที่จะต้องมีอู่ที่สามารถรองรับการซ่อมทำได้ ข้อใดไม่เกี่ยวข้อง
  • 1 : การกำหนดมาตรฐานและข้อกำหนดที่ใช้กับวัสดุและอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการออกแบบ
  • 2 : การกำหนดขีดความสามารถการบรรทุกและพื้นที่ใช้สอย
  • 3 : การกำหนดขีดความสามารถด้านการทรงตัวของเรือ
  • 4 : การกำหนดเส้นทางและท่าเรือในการใช้เรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • การออกแบบกำหนดขนาดเรือ ให้มีความเหมาะสมตามความต้องการที่กำหนด ค่าความสัมพันธ์ในข้อใดที่ควรนำมาพิจารณาในขั้นต้น
  • 1 : ความสัมพันธ์ระหว่าง ความยาว (L) กับ ความกว้าง (B)
  • 2 : ความสัมพันธ์ระหว่าง ความยาว (L) กับ ความสูงกราบเรือ (D)
  • 3 : ความสัมพันธ์ระหว่าง ความยาว (L) กับ ระดับกินน้ำลึก (T)
  • 4 : ความสัมพันธ์ระหว่าง ความยาว (L) กับ ระวางขับน้ำ (Δ)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • เรือสินค้าลำหนึ่งจอดเทียบท่าเรือภูเก็ต มีความยาว 105 เมตร กว้าง 18 เมตร กินน้ำลึก 6เมตร มีระวางขับน้ำอ่านค่าจาก Hydrostatic Curve ได้ 9298.80 ตัน ค่า Block Coefficient มี่ค่าเท่าไร
  • 1 : 0.8
  • 2 : มากกว่า 0.8
  • 3 : น้อยกว่า 0.8
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • เส้นโค้ง Hydrostatic ที่แสดงความสัมพันธ์ของคุณสมบัติด้านต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับระดับกินน้ำลึกของเรือ เส้นที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงค่ามากบ้างน้อยบ้าง ข้อใดต่อไปนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างคงที่
  • 1 : Longitudinal Center of Buoyancy
  • 2 : Longitudinal Center of Flotation
  • 3 : Moment to Change Trim one Centimeter
  • 4 : Ton per one centimeter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • ค่าคุณสมบัติทาง Hydrostatic ของเรือที่เป็นค่า Ton per one centimeter immersion มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อคุณลักษณะของเรือในข้อใด
  • 1 : Displacement
  • 2 : Length & Breadth
  • 3 : Midship Cross Section
  • 4 : Waterplane Area
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • การเปรียบเทียบอัตราส่วนของ ความยาวเรือ (Length) และความกว้างเรือ (Breadth) เรือประเภทใดที่มีอัตราส่วนของค่าทั้งสองอยู่ในเกณฑ์ที่มาก
  • 1 : Sailing Boat & Speed Boat
  • 2 : Fishing Vessel & Passenger Vessel
  • 3 : Bulk Carrier & Frigate
  • 4 : Fishing Vessel & Frigate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • เรือลำหนึ่งมีความยาวที่แนวน้ำ 100 เมตร ความกว้างมากสุด 15 เมตร Coefficient of fineness of the water-plane = 0.8 จงหาค่า Ton Per Centimeter
  • 1 : 10.3
  • 2 : 11.3
  • 3 : 12.3
  • 4 : 13.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :

  • 1 : 8100.0
  • 2 : 8201.5
  • 3 : 8302.5
  • 4 : 8403.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :

  • 1 : 180
  • 2 : 200
  • 3 : 380
  • 4 : 450
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 :

  • 1 : 27
  • 2 : 46
  • 3 : 75
  • 4 : 95
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :

  • 1 : 590.4
  • 2 : 1377.6
  • 3 : 1968.0
  • 4 : 2558.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • เรือทรงกล่องยาว 24 เมตร กว้าง 5 เมตร กินน้ำลึก 2 เมตร ระยะ KG = 1.5 เมตร จงหาระยะ GM กี่เมตร
  • 1 : 0.50
  • 2 : 0.54
  • 3 : 0.56
  • 4 : 0.58
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :

  • 1 : 0.984
  • 2 : 0.964
  • 3 : 0.944
  • 4 : 0.924
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :

  • 1 : 0.714
  • 2 : 0.734
  • 3 : 0.754
  • 4 : 0.774
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :

  • 1 : 58.2
  • 2 : 68.2
  • 3 : 78.2
  • 4 : 88.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :

  • 1 : 6.5
  • 2 : 8.0
  • 3 : 12.5
  • 4 : 14.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 :
  • เรือทรงกล่องยาว 30 เมตร กว้าง 3 เมตร ลึก 6 เมตร กินน้ำลึก 1.5 เมตร(น้ำทะเล) ถ้าห้องกลางลำซึ่งยาว 3 เมตร มีน้ำท่วมสูง 1.5 เมตร จงหาว่าเรือจะจมลงไปอีกกี่ ซม.
  • 1 : 9
  • 2 : 10
  • 3 : 12
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :

  • 1 : A, B, C และ E.
  • 2 : A, B, D และ E.
  • 3 : A, B, D และ E.
  • 4 : A, D และ F.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :

  • 1 : B, C และ E.
  • 2 : A, B และ C.
  • 3 : A, D และ C
  • 4 : C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 67 :

  • 1 : A, B และ C
  • 2 : A, B และ F
  • 3 : A และ F
  • 4 : C, D และ F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :

  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.80
  • 3 : 0.85
  • 4 : 0.90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 69 :
  • เส้นโค้ง Hydrostatic ที่แสดงความสัมพันธ์ของคุณสมบัติด้านต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับระดับกินน้ำลึกของเรือ เส้นใดที่มีแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงค่าเพิ่มขึ้นเสมออย่างเห็นได้ชัด
  • 1 : Displacement
  • 2 : Moment to change trim one centimeter
  • 3 : Transverse Metacentric Height
  • 4 : Longitudinal of Buoyancy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • การออกแบบเรือมีขั้นตอนดำเนินการที่เป็นการทำซ้ำ (Iteration) ในลักษณะก้นหอย (Design Spiral) ในขั้นตอนแรกที่เรียกว่า Conceptual Design นาวาสถาปนิกจะต้องทราบถึงความต้องการของเจ้าของเรือ เพื่อที่จะสามารถดำเนินการออกแบบเรือที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สิ่งใดเป็นวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบเรือ
  • 1 : มาตรฐานของสมาคมจัดชั้นเรือ (Classification Society)
  • 2 : ข้อกำหนดขององค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ(Intermational Maritime Organization, IMO)
  • 3 :  ขีดความสามารถของเรือที่จะตอบสนองความต้องการของเจ้าของเรือ (Owner Requirement)
  • 4 : ความปลอดภัยของเรือ และบุคคลบนเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • การออกแบบเรือให้มีความเหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้เรือ หรือผู้ว่าจ้างสร้างเรือ ในงานการกำหนดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักร และขนาดโครงสร้าง เพื่อให้ได้เรือที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด ผู้ออกแบบเรือจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจเลือกที่จะทำการใด ๆ ปัจจัยข้อใดที่มีความจำเป็นสูงสุด
  • 1 : ความสามารถการทรงตัวของเรือ (Stability)
  • 2 : ระบบขับเคลื่อนและเครื่องต้นกำลังขับ (Propulsion System)
  • 3 : ความสมดุลย์ลงตัว (Optimization)
  • 4 : ขีดความสามารถของการบรรทุก และปริมาตรภายในเรือ (Dead Weight)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 72 :
  • เรือลำหนึ่ง มีความยาวตลอดลำเท่ากับ 85 เมตร ความยาวที่เส้นแนวน้ำเท่ากับ 80 เมตร กว้างเท่ากับ 15 เมตร สูงเท่ากับ 6 เมตร กินน้ำลึกเท่ากับ 4 เมตร มีระวางขับน้ำเท่ากับ 2400 ตัน ลอยอยู่ในน้ำจืดที่มีค่าความหนาแน่นเท่ากับ 1.00 ตันต่อลูกบาศก์เมตร เรือลำนี้จะมีค่าสัมประสิทธิ์แท่งตัน(CB, Block Coefficient) เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.31
  • 2 : 0.33
  • 3 : 0.47
  • 4 : 0.50
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ค่า PARAMETRIC STUDIES ที่นำมาทำการวิเคราะห์ และการออกแบบเรือให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามความต้องการของเจ้าของเรือ ข้อใดไม่เกี่ยวข้อง วัดความยาวที่ตำแหน่งต่าง ๆ ความยาวที่มีค่ามากที่สุดของเรือ เรียกว่า
  • 1 : RESISTANCE CALCULATION
  • 2 : AREA, VOLUME AND WEIGHT ESTIMATION
  • 3 : COST ESTIMATION
  • 4 : SHIPYARD FACILITIES
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • การออกแบบเรือจำเป็นต้องคำนึง ค่าที่เพิ่มขึ้นของการคำนวณที่ใช้สำหรับการออกแบบด้านต่าง ๆ เช่น WEIGHT ESTIMATION, POWER PREDICTION ค่าที่ว่านี้เรียกว่า
  • 1 : MARGINS
  • 2 : SAFETY FACTOR
  • 3 : FUTURE GROWTH
  • 4 : LIFE ALLOWANCE
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและปริมาตรของเรือ (WEIGHT AND VOLUME IMPACT) มีผลอย่างกว้างขวางในงานออกแบบ ข้อใดไม่เป็นผลโดยตรง
  • 1 : POWER REQUIREMENT
  • 2 : INTACT STABILITY
  • 3 : SUPPORT SYSTEMS
  • 4 : VENTILATING SYSTEM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 76 :
  • การออกแบบรือจำเป็นต้องทำการคำนวณน้ำหนักของตัวเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมกัน เพื่อให้ทราบถึงระวางขับน้ำที่แท้จริงของเรือลำนั้น ๆ ขีดจำกัดของระวางขับน้ำ (LIMITS ON DISPLACEMENT) ประกอบด้วยสามส่วนสำคัญ ข้อใดไม่ใช่
  • 1 :  STRENGTH LIMIT
  • 2 :  DAMAGED STABILITY LIMIT
  • 3 :  MARGINS LIMIT
  • 4 :  SPEED / ENDURANCE LIMIT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 77 :
  • การทดสอบแบบจำลองเรือ MODEL TEST เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการหาค่าความต้องการกำลังขับเคลื่อน อัตราส่วนระหว่างเรือจริงและเรือจำลองมีความสำคัญต่อความถูกต้องของการแปลงค่าผลการทดสอบเป็นค่าของเรือจริงที่ต้องการสร้าง หากค่า Scale Ratio 1:12 เรือจำลองมีความยาว 3.6 เมตร เรือจริงจะยาวเท่าใด
  • 1 : 44.2
  • 2 : 43.2
  • 3 : 42.2
  • 4 : 41.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 315 : 2 Estimation of Power Requirements(การประมาณกำลังงานที่ต้องการในระบบขับเคลื่อน)
ข้อที่ 78 :
  • รูปทรงตัวเรือ เป็นตัวกำหนดค่าความต้านทานของเรือ ที่ต้องการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามความเร็วที่ต้องการในการปฏิบัติภาระกิจของเรือ ค่าความต้านทานของเรือเกิดจากข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : Form Resistance and Frictional Resistance
  • 2 : Viscous Pressure Resistance and Frictional Resistance
  • 3 : Wave – making Resistance and Appendage Resistance
  • 4 : Wave – making Resistance and Frictional Resistance
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • ขั้นตอนการคำนวณค่าความต้านทานของเรือในขั้นตอนการออกแบบมีวิธีการและสูตรการคำนวณในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการพลังขับเคลื่อนของเรือ จากนั้นจะมีขั้นตอนที่สำคัญเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการกำหนดความต้องการพลังขับเคลื่อนที่ใกล้เคียงความเป็นจริง คือการทำการทดสอบแบบจำลองเรือ ซึ่งจะทำให้ทราบค่าความต้านทานของเรือ เรียกว่า ข้อใด
  • 1 : Effective Power, Pe
  • 2 : Delivery Power, Pd
  • 3 : Shaft Power, Ps
  • 4 : Break Power, Pb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • การหาค่าความต้องการพลังขับเคลื่อนของเรือ จะต้องทราบค่าความต้านทานที่เกิดขึ้นกับเรือที่ความเร็วของการออกแบบ และนำมาคำนวณหาเครื่องจักรขับเคลื่อนที่เหมาะสม ข้อใด เป็นการคำนวณความต้องการตามลำดับที่ถูกต้อง
  • 1 : Delivery Power , Shaft Power, Effective Power, Break Power
  • 2 : Break Power, Shaft Power, Delivery Power , Effective Power
  • 3 : Break Power, Delivery Power , Shaft Power, Effective Power
  • 4 : Shaft Power, Delivery Power , Effective Power, Break Power
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 :
  • ผลการทดสอบแบบจำลองเรือจากสถาบันทดลองเรือจำลอง ได้ค่าความต้านทานของแบบจำลอง โดยแปลงเป็นค่าความต้านทานของเรือจริง (Effective Power) 1800 kw เรือลำนี้ได้รับการออกแบบให้ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 2 เครื่องยนต์ 2 เพลาใบจักร จงหาเครื่องจักรขับเคลื่อนที่มีกำลังเครื่องยนต์เหมาะสมในการติดตั้งบนเรือลำนี้
  • 1 : เครื่องจักรมีกำลังขับไม่น้อยกว่า 1500 Kw
  • 2 : เครื่องจักรมีกำลังขับไม่น้อยกว่า 1800 Kw
  • 3 : เครื่องจักรมีกำลังขับไม่น้อยกว่า 3000 Kw
  • 4 : เครื่องจักรมีกำลังขับไม่น้อยกว่า 6000 Kw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 82 :

  • 1 : 17.3
  • 2 : 18.3
  • 3 : 19.3
  • 4 : 20.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :

  • 1 : 120
  • 2 : 170
  • 3 : 220
  • 4 : 270
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • เรือลำหนึ่งวัดความต้านทานรวมได้ 578 KN ที่ความเร็ว 14 นอต กำหนดให้ Propulsive Coefficiency = 0.70 จงหา Brake Horsepower สำหรับเรือลำนี้กี่ KW
  • 1 : 4946
  • 2 : 5446
  • 3 : 5946
  • 4 : 6446
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • ส่วนประกอบความต้านทานของเรือในข้อใดเป็นส่วนประกอบหลักหรือมีค่ามากที่สุดของความต้านทานเรือทั้งหมด
  • 1 : ความต้านทานเนื่องจากแรงเสียดทานระหว่างน้ำกับตัวเรือ (Frictional Resistance )
  • 2 : ความต้านทานเนื่องจากคลื่นที่เกิดขึ้นเมื่อเรือเคลื่อนที่ในน้ำ (Wave-making Resistance)
  • 3 : ความต้านทานเนื่องจากกระแสน้ำวน(Eddy Current Resistance)
  • 4 : ความต้านทานเนื่องจากอากาศ (Air Resistance)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ถ้าคำนวณความต้านทานทั้งหมดของเรือลำหนึ่งได้ 20000 นิวตัน ที่ความเร็ว 20 เมตร/วินาที จะต้องติดตั้งเครื่องยนต์ที่มีกำลังมากกว่าเท่าไรเรือจะสามารถทำความเร็วได้ 20 เมตร/วินาที
  • 1 : 1000 วัตต์
  • 2 : 4000 วัตต์
  • 3 : 100000 วัตต์
  • 4 : 400000 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • เรือสินค้าลำหนึ่งมีเครื่องยนต์ขนาด 20000 แรงม้า หาก Transmission Gear มีประสิทธิภาพ 98% และพบว่ามีการสูญเสียจากแรงเสียดทานในระบบเพลาใบจักร 3% จงหาว่าจะมีกำลังงานป้อนให้กับเพลาใบจักรเท่าไร
  • 1 : 18526 แรงม้า
  • 2 : 18875 แรงม้า
  • 3 : 19012 แรงม้า
  • 4 : 19532 แรงม้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • การลากเรือจำลองเพื่อนำผลที่ได้มาใช้หาความต้านทานกับเรือจริงได้อย่างถูกต้อง ความเร็วของการลากเรือจำลองต้องสอดคล้องกับความเร็วของเรือจริง โดยลากให้
  • 1 : ความเร็วของเรือทั้งสองเท่ากัน
  • 2 : Mach Number ของเรือทั้งสองเท่ากัน
  • 3 : Froude Number ของเรือทั้งสองเท่ากัน
  • 4 : Renolds Number ของเรือทั้งสองเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • แรงต้านทานเนื่องจากแรงเสียดทานหรือความหนืดของน้ำขึ้นอยู่กับปริมาณทางฟิสิกส์ในข้อใด
  • 1 : Froude number
  • 2 : Mach number
  • 3 : Reynold number
  • 4 : Charles number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • ในการหาความต้านทานของเรือจริง เมื่อลากเรือจำลองด้วยความเร็วสอดคล้อง (Corresponding Speed) กับความเร็วของเรือจริง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • การออกแบบหัวเรือแบบ Bulbous Bow มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : ลดอาการโคลงของเรือ
  • 2 : ลดความเสียหายเมื่อหัวเรือชนวัตถุที่เป็นของแข็ง
  • 3 : ลดความต้านทานของเรือเนื่องจากความหนืดของน้ำ
  • 4 : ลดความต้านทานของเรือเนื่องจากเรือทำให้เกิดคลื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • พลังงานที่ใช้ในการลากเรือให้เรือเคลื่อนที่เพื่อเอาชนะความต้านทานที่ความเร็วต่างๆในน้ำนิ่งเรียกว่า
  • 1 : Shaft Power
  • 2 : Deliver Power
  • 3 : Thrust Power
  • 4 : Effective Power
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • เรือลำหนึ่งมีค่า Hull Efficiency 0.9, Behind Efficiency 0.8 และ Shaft Transmission 0.75 จงหาประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน (Propulsive efficiency)
  • 1 : 0.72
  • 2 : 0.675
  • 3 : 0.6
  • 4 : 0.54
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : ความเร็วเว็ค (Wake speed) คือความแตกต่างระหว่างความเร็วเรือกับความเร็วน้ำที่ไหลเข้าสู่ใบจักร (Speed of Advance)
  • 2 : Thrust Deduction คือความแตกต่างระหว่างความต้านทานเรือกับแรงผลัก (Thrust) ของใบจักร
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) ของใบจักรมีค่าน้อยกว่าความต้านทานเรือ
  • 4 : ความเร็วของน้ำที่ไหลเข้าสู่ใบจักร (Speed of Advance) มีค่าน้อยกว่าความเร็วเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • เส้นโค้ง Hydrostatic ที่แสดงความสัมพันธ์ของคุณสมบัติด้านต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับระดับกินน้ำลึกของเรือ เส้นที่แสดงค่าระวางขับน้ำของเรือ ในน้ำจืดและในน้ำทะเลจะมีลักษณะตามข้อใด
  • 1 : เส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำทะเลอยู่เหนือเส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำจืด
  • 2 : เส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำทะเลอยู่ใต้เส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำจืด
  • 3 : เส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำทะเลและเส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำจืดทับกัน
  • 4 : เส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำทะเลอยู่เหนือหรือใต้เส้นที่แสดงระวางขับน้ำในน้ำจืด ขึ้นอยู่กับประเภทของเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • ความต้านทานรวมที่เกิดขึ้นกับรูปทรงตัวเรือในขณะที่วิ่งอยู่ในน้ำที่ความความเร็วต่าง ๆ มีองค์ประกอบที่สำคัญของความต้านทานอะไร
  • 1 : Skin Friction Resistance & Residuary Resistance
  • 2 : Skin Friction Resistance & Rotational Friction Resistance
  • 3 : Added Mass Resistance & Residuary Resistance
  • 4 : Skin Friction & Added Mass Resistance
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 :
  • ในการออกแบบคำนวณหาค่าความต้านทานเรือที่เกิดขึ้น เพื่อใช้ในการกำหนดหาความต้องการกำลังของเครื่องจักรขับเคลื่อนเรือที่มีกำลังเหมาะสมที่จะทำให้เรือมีความเร็วตามที่ต้องการ มีสัมประสิทธิ์ที่สำคัญที่ไม่มีหน่วยมีส่วนประกอบของสมการเป็นความเร็ว (V) และความยาว (L)
  • 1 : Froude Number & Hull Efficiency
  • 2 : Froude Number & Reynolds Number
  • 3 : Hull Efficiency & Reynolds Number
  • 4 : Propeller Efficiency & Hull Efficiency
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • การทดสอบแบบจำลองเรือ โดยใช้การย่อขนาดของเรือจริงกับเรือจำลองอัตราส่วน สิ่งที่ได้รับจากการทดลองเรือ ในลักษณะการทดลอง Bare Hull Resistance คือข้อใด
  • 1 : Delivery Power & Effective Power
  • 2 : Effective Power & Engine Power
  • 3 : Hull Resistance & Effective Power
  • 4 : Hull Resistance & Engine Power
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 100 :

  • 1 : Quasi-Propulsive Efficiency
  • 2 : Propulsion Efficiency
  • 3 : Power Delivery Efficiency
  • 4 : Transmission Efficiency
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :
  • การออกแบบระบบขับเคลื่อนของเรือ ในขั้นตอนเริ่มต้นจะใช้วิธีการคำนวณ เพื่อหาค่าความต้องการกำลังขับเคลื่อนของเรือที่ความเร็วต่าง ๆ ตามที่กำหนด ข้อใดเรียงลำดับของความต้องการพลังขับเคลื่อนได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : Effective Power, Delivery Power, Break Power, Shaft Power, Engine Power
  • 2 : Effective Power, Shaft Power, Delivery Power, Break Power, Engine Power
  • 3 : Effective Power, Delivery Power, Break Power, Shaft Power, Engine Power
  • 4 : Effective Power, Delivery Power, Shaft Power, Break Power, Engine Power
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • การคำนวณหาความต้านทานของเรือ ที่เป็นค่าความต้านทานรวม ในส่วนที่เป็นค่าความต้านทานที่เกิดจากตัวเรือ ที่เรียกว่า Skin Friction Resistance จำเป็นต้องหาค่า Wetted Surface (S) หากท่านเป็นผู้ออกแบบเรือจะหาค่านี้ โดยใช้ข้อมูลที่จะได้จากข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : Hydrostatic Properties Curve
  • 2 : Bonjean Curve
  • 3 : Cross Curve
  • 4 : Lines Plan
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • การคำนวณหาค่าความต้องการพลังขับของเครื่องยนต์ที่จะใช้ติดตั้งบนเรือ จากความต้องการกำลังขับเคลื่อนที่ทราบจากผลการทดลองแบบจำลอง Model Test ได้ค่า Effective Power จะมีค่าประสิทธิ์ภาพของระบบขับเคลื่อนที่ผ่านส่วนประกอบต่าง ๆ ข้อใดเรียงลำดับได้อย่างถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 104 :
  • การคำนวณหาค่าความต้องการกำลังขับเคลื่อน Effective Power มีวิธีการคำนวณหลายวิธี ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง
  • 1 : Holtrop and Mennen’s Method
  • 2 : Taylor’s Method
  • 3 : ITTC Method
  • 4 : Moor’s Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :

  • 1 : Reynolds Number, Froude Number
  • 2 : Reynolds Number, Length (meter), Speed (m/s)
  • 3 : Froude Number, Length (meter), Speed (m/s)
  • 4 : Length (meter), Speed (m/s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 106 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • การทดสอบแบบจำลองเรือ Model Test จะได้เส้นโค้งแสดงค่าความสัมพันธ์จากผลการทดลอง โดยปกติจะเป็นการแสดงค่าความสัมพันธ์ในลักษณะเช่นใด
  • 1 : เส้นแนวนอนแสดงความเร็วเรือ และเส้นแนวตั้งแสดงค่ากำลังของเครื่องยนต์
  • 2 : เส้นแนวนอนแสดงค่ากำลังของเครื่องยนต์ และเส้นแนวตั้งแสดงความเร็วเรือ
  • 3 : เส้นแนวนอนแสดงความเร็วเรือ และเส้นแนวตั้งแสดงค่าความต้านทาน
  • 4 : เส้นแนวนอนแสดงค่าความต้านทาน และเส้นแนวตั้งแสดงความเร็วเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 108 :

  • 1 : 450 HP
  • 2 : 500 HP
  • 3 : 550 HP
  • 4 : 600 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :

  • 1 : 100 HP
  • 2 : 110 HP
  • 3 : 120 HP
  • 4 : 130 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :

  • 1 : 13.70 HP
  • 2 : 14.70 HP
  • 3 : 15.70 HP
  • 4 : 16.70 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :

  • 1 : 120 HP
  • 2 : 140 HP
  • 3 : 160 HP
  • 4 : 180 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :

  • 1 : 124 HP
  • 2 : 134 HP
  • 3 : 144 HP
  • 4 : 154 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 114 :

  • 1 : 100 HP
  • 2 : 120 HP
  • 3 : 130 HP
  • 4 : 140 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 115 :

  • 1 : 80 HP
  • 2 : 100 HP
  • 3 : 120 HP
  • 4 : 140 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 116 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 140 เมตร ความเร็ว 16 นอต จงหาความเร็วสอดคล้องของเรือจำลองยาว 5 เมตร กำหนด 1 นอต = 0.5144 m/s
  • 1 : 1.55 m/s
  • 2 : 1.75 m/s
  • 3 : 1.95 m/s
  • 4 : 2.15 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :

  • 1 : 456
  • 2 : 496
  • 3 : 536
  • 4 : 576
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • เรือลำหนึ่ง ความต้านทานรวม 220 KN ถ้าต้องการให้เรือมีความเร็ว 14 นอต จงหาค่า Effective Horsepower กี่กิโลวัตต์ กำหนด 1 นอต = 0.5144 m/s
  • 1 : 1184
  • 2 : 1384
  • 3 : 1584
  • 4 : 1784
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 120 :
  • ใบจักรเรือให้แรงผลัก 38 KN และมี Advanced Speed 12 นอต จงหา Thrust Power กี่กิโลวัตต์ กำหนด 1 นอต = 0.5144 m/s
  • 1 : 159.6 kW
  • 2 : 184.6 kW
  • 3 : 209.6 kW
  • 4 : 234.6 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 121 :
  • เรือลำหนึ่งระวางขับน้ำ 250 ตัน ความเร็ว 27 นอต เรืออีกลำมีรูปร่างเดียวกัน ระวางขับน้ำ 10000 ตัน จงหาความเร็วสอดคล้องของเรือลำนี้ กี่นอต
  • 1 : 49.9
  • 2 : 53.9
  • 3 : 57.9
  • 4 : 61.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 122 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 92 เมตร ความเร็ว 15 นอต เรืออีกลำมีรูปร่างเดียวกัน ความยาว 107 เมตร จงหาความเร็วสอดคล้องของเรือลำนี้กี่นอต
  • 1 : 13.2
  • 2 : 16.2
  • 3 : 19.2
  • 4 : 22.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 :
  • เรือทรงกล่องยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีน้ำทะเลอยู่ภายในสูง 0.5 เมตร จงหาว่าต้องใช้กำลังงาน กี่กิโลนิวตันเมตร จึงจะสามารถยกน้ำภายในขึ้นเหนือตัวเรือ
  • 1 : 18.6
  • 2 : 20.6
  • 3 : 22.6
  • 4 : 24.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • ใบจักรเรือลำหนึ่งเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.3 เมตร พิชใบจักร = 1 ความเร็วรอบเพลา 690 รอบต่อนาที วัดค่าแรงบิดที่เพลา 10 KNm จงหากำลังม้าหน้าใบจักร (Delivered Power) กี่กิโลวัตต์
  • 1 : 632.6
  • 2 : 662.6
  • 3 : 692.6
  • 4 : 722.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 65.00 m. B = 9.00 m. กินน้ำลึก = 3.70 m. ระวางขับน้ำ 1,346.70 ตัน เมื่อแล่นด้วยความเร็ว 12 นอต คำนวณความต้านทานทั้งหมดได้ 48.7 kN ถ้าใช้ใบจักรที่ให้ Propeller Eff., =0.530Shaft Eff. = 0.908 และมี Hull Eff. = 0.889 เรือลำนี้จะต้องใช้เครื่องขับเคลื่อนที่มี Brake Power เท่าใด?
  • 1 : Brake Power = 800 kW
  • 2 : Brake Power = 703 kW
  • 3 : Brake Power = 750 kW
  • 4 : Brake Power = 780 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 67.00 m. B = 9.00 m. กินน้ำลึก = 3.70 m. ระวางขับน้ำ 1,346.70 ตัน เมื่อแล่นด้วยความเร็ว 12 นอต มีพื้นที่ผิวเปียก = 774.77 ตร.ม. และคำนวณ Total Resistance Coefficient, 103.CT = 3.0880 - เรือลำนี้ มี Total Resistance เท่าใด?
  • 1 : Total Resistance = 46.7 kN
  • 2 : Total Resistance = 48.7 kN
  • 3 : Total Resistance = 50.7 kN
  • 4 : Total Resistance = 56.7 kN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 154.00 m. B = 24.60 m. กินน้ำลึก = 9.00 m. ระวางขับน้ำ 21,982.3 ตัน เมื่อแล่นด้วยความเร็ว 19.00 นอต คำนวณความต้านทานทั้งหมดได้ 766.2 kN ถ้าใช้ใบจักรที่ให้ Propeller Eff., = 0.500 Shaft Eff. = 0.9008 และมี Hull Eff. = 0.889 เรือลำนี้จะต้องใช้เครื่องขับเคลื่อนที่มี Brake Power เท่าใด?
  • 1 : Brake Power =17, 876 kW
  • 2 : Brake Power = 18,687kW
  • 3 : Brake Power = 19,780 kW
  • 4 : Brake Power = 20,760 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 62.00 m. B = 11.50 m. กินน้ำลึก = 3.60 m. ระวางขับน้ำ 1,578.60 ตัน เมื่อแล่นด้วยความเร็ว 11.5 นอต คำนวณความต้านทานทั้งหมดได้ 50.9 kN ถ้าใช้ใบจักรที่ให้ Propeller Eff., = 0.500 Shaft Eff. = 0.9008 และมี Hull Eff. = 0.889 เรือลำนี้จะต้องใช้เครื่องขับเคลื่อนที่มี Brake Power เท่าใด?
  • 1 : Brake Power = 800 kW
  • 2 : Brake Power = 752.3 kW
  • 3 : Brake Power = 760 kW
  • 4 : Brake Power = 780 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • เรือ CRUISE LINER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 170.00 m. B = 26.00 m. กินน้ำลึก = 7.00 m. ระวางขับน้ำ 20,325.2 ตัน เมื่อแล่นด้วยความเร็ว 19.00 นอต คำนวณความต้านทานทั้งหมดได้ 621.3 kN ถ้าใช้ใบจักรที่ให้ Propeller Eff., = 0.5300 Shaft Eff. = 0.9008 และมี Hull Eff. = 0.8890 เรือลำนี้จะต้องใช้เครื่องขับเคลื่อนที่มี Brake Power เท่าใด?
  • 1 : Brake Power =14,800 kW
  • 2 : Brake Power = 14,306 kW
  • 3 : Brake Power = 14,760 kW
  • 4 : Brake Power = 14,780 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :
  • ค่าที่เพิ่มขึ้นของการคำนวณที่ใช้สำหรับการออกแบบจะมีค่ามากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระดับขั้นตอนของการออกแบบในเบื้องต้นจะมีค่ามาก ขั้นออกแบบรายละเอียดจะมีค่าลดลง มีอยู่สามลักษณะ (3 TYPES OF MARGINS) ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 :  DESIGN AND CONSTRUCTION
  • 2 :  ACCEPTANCE TEST
  • 3 :  FUTURE GROWTH
  • 4 :  ASSURANCE
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 131 :
  •  ค่าความต้านทานของเรือ (SHIP RESISTANCE) โดยปกติเป็นการแสดงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยแปลงจะแสดงด้วยค่าความต้านทานกับข้อใด
  • 1 :  SPEED
  • 2 :  DISPLACEMENT
  • 3 :  WETTED SURFACE
  • 4 :  BLOCK COEFFICIENT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • แหล่งกำเนิดค่าความต้านทานของเรือ (RESISTANCE SOURCE SUMMARY) ที่เกิดขึ้นจากตัวเรือและส่วนประกอบ ข้อใดมีความแตกต่างจากข้ออื่น ๆ ตามลักษณะของการทำให้เกิดค่าความต้านทานที่ไม่ใช่ตัวเรือ
  • 1 :  FRICTION
  • 2 :  WAVE MAKING
  • 3 :  EDDY /FORM
  • 4 :  AIR / APPENDAGE
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • ค่าประสิทธิภาพตัวเรือ (Hull Efficiency, hH) เป็นค่าความสัมพันธ์ระหว่าง EFFECTIVE POWER หรือ THRUST POWER หรือ DELIVERY POWER ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

    เมื่อ PE = EFFECTIVE POWER, PT = THRUST POWER, PD = DELIVERY POWER

  • 1 : hH = PE/PT
  • 2 : hH = PT/PE
  • 3 :  hH = PD/PT
  • 4 :  hH = PT/PD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 316 : 3 Weight Estimation (การประมาณน้ำหนักเรือ)
ข้อที่ 134 :

  • 1 : 12181
  • 2 : 12681
  • 3 : 13181
  • 4 : 13681
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • เรือลำหนึ่งมีความยาว 120 เมตร กว้าง 15 เมตร ลอยลำในน้ำจืด ระดับกินน้ำลึก 7 เมตร จงหาน้ำหนักสินค้ากี่ตันที่สามารถ Load ลงเรือได้ ถ้าเรือออกสู่ทะเลแล้วยังคงมีระดับกินน้ำลึกเท่าเดิม
  • 1 : 315
  • 2 : 330
  • 3 : 380
  • 4 : 430
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  • เรือลำหนึ่งมีระวางขับน้ำ 1000 ตัน มีจุดศูนย์ถ่วง 2 เมตรเหนือกระดูกงู (The Center of Gravity Above The Keel) เมื่อทำการเติมน้ำมันจำนวน 50 ตันซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วง 1 เมตรเหนือกระดูกงู จงหาจุดศูนย์ถ่วงใหม่ของเรือซึ่งเหนือกระดูกงู
  • 1 : 1.75 เมตร
  • 2 : 1.85 เมตร
  • 3 : 1.95 เมตร
  • 4 : 2.15 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • น้ำหนักของเรือตัวเปล่า(Light Ship) หมายถึงข้อใด
  • 1 : เรือที่บรรทุกน้ำ น้ำมัน เสบียง แต่ยังไม่ได้บรรทุกสินค้า
  • 2 : เรือที่บรรทุกน้ำและเสบียง แต่ยังไม่ได้บรรทุกสินค้าและน้ำมัน
  • 3 : เรือที่บรรทุกเสบียงแต่ยังไม่ได้บรรทุกน้ำ น้ำมันและสินค้า
  • 4 : เรือที่ยังไม่ได้บรรทุกน้ำ น้ำมัน เสบียง และสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  • เรือลำหนึ่งมีระวางขับน้ำ 1000 ตัน ถ้าสินค้าที่อยู่ในเรือจำนวน 100 ตัน ถูกเคลื่อนย้ายไปทางกราบขวาเป็นระยะ 4 เมตร จุด G (Center of Gravity) ใหม่ของเรือจะเลื่อนจากจุด G เดิมเป็นระยะเท่าไร
  • 1 : 0.363 เมตร ไปทางซ้าย
  • 2 : 0.363 เมตร ไปทางขวา
  • 3 : 0.4 เมตร ไปทางซ้าย
  • 4 : 0.4 เมตร ไปทางขวา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  • ในการว่าจ้างต่อเรือสินค้าลำหนึ่ง เจ้าของเรือได้ระบุความต้องการว่าเรือจะต้องแล่นได้ 20 Knots และมีน้ำหนักบรรทุก (Deadweight) 9000 Tons จากฐานข้อมูลของเรือต้นแบบที่คล้ายคลึงกันซึ่งถูกสร้างก่อนแล้ว แนะนำให้ใช้สัมประสิทธิ์น้ำหนักบรรทุก (Dead weight Coefficient) เท่ากับ 0.715 จงหาระวางขับน้ำเมื่อเรือบรรทุกเต็มที่ของเรือลำดังกล่าว
  • 1 : 6,435 Tons
  • 2 : 12,587 Tons
  • 3 : 128,700 Tons
  • 4 : 251,740 Tons
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 140 :
  • Displacement หรือระวางขับน้ำของเรือประกอบด้วย
  • 1 : Lightweight + Steel Hull Weight
  • 2 : Deadweight + Steel Hull Weight
  • 3 : Lightweight + Deadweight
  • 4 : Gross Tonnage + Net Tonnage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :
  • การคำนวณหาระวางขับน้ำของเรือผู้ออกแบบเรือจะต้องดำเนินการจัดทำข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งโดยปกติจะใช้โปรแกรมตารางคำนวณ (Spread Sheet) ช่วยในการทำงาน ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : จัดทำตารางการคำนวณน้ำหนักของวัสดุและเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้งบนเรือ โดยจัดทำตามแบบฟอร์มที่สร้างขึ้นใช้งานเอง
  • 2 : กำหนดตำแหน่งของการติดตั้งเครื่องจักร และอุปกรณ์ ให้ใกล้เคียงกับการติดตั้งจริง โดยการใช้ข้อมูลตำแหน่งจุดศูนย์กลางน้ำหนัก (C.G.)
  • 3 : กำหนดค่าตัวเลขของน้ำหนักตัวเรือ และเครื่องจักรอุปกรณ์ โดยได้จากการคำนวณหรือหาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
  • 4 : ตารางการคำนวณข้อมูลน้ำหนักของเรือในการออกแบบ จะต้องมีการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอตามช่วงเวลาที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • เรือลำหนึ่งมีความยาว 150 เมตร กว้าง 20 เมตร ลอยลำในน้ำทะเล เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีระดับกินน้ำลึก 8 เมตร และมี CB=0.75 ขณะ Light Displacement มีระดับกินน้ำลึก 3 เมตร และมี CB=0.65 จงหา Ship Deadweight กี่ตัน
  • 1 : 12,000 ton
  • 2 : 12,150 ton
  • 3 : 13,000 ton
  • 4 : 13,150 ton
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • เรือลำหนึ่งมีความยาว 100 เมตร กว้าง 20 เมตร ลอยลำในน้ำทะเล เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีระดับกินน้ำลึก 6 เมตร และมี CB=0.75 ขณะ Light Displacement มีระดับกินน้ำลึก 3 เมตร และมี CB=0.65 จงหา Ship Deadweight กี่ตัน
  • 1 : 4,800 ton
  • 2 : 4,900 ton
  • 3 : 5,000 ton
  • 4 : 5,100 ton
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • เรือกล่องลำหนึ่งมีความยาว 120 เมตร กว้าง 15 เมตร ลอยลำในน้ำจืด ระดับกินน้ำลึก 6 เมตร จงหาน้ำหนักสินค้ากี่ตันที่สามารถ Load ลงเรือได้ ถ้าเรือออกสู่ทะเลแล้วยังคงมีระดับกินน้ำลึกเท่าเดิม
  • 1 : 250 ton
  • 2 : 270 ton
  • 3 : 300 ton
  • 4 : 320 ton
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 145 :
  • เรือกล่องลำหนึ่งมีความยาว 60 เมตร กว้าง 15 เมตร ลอยลำในน้ำจืด ระดับกินน้ำลึก 4 เมตร จงหาน้ำหนักสินค้ากี่ตันที่สามารถ Load ลงเรือได้ ถ้าเรือออกสู่ทะเลแล้วยังคงมีระดับกินน้ำลึกเท่าเดิม
  • 1 : 60 ton
  • 2 : 90 ton
  • 3 : 120 ton
  • 4 : 150 ton
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • เรือลำหนึ่งลอยลำในน้ำจืด เมื่อบรรทุกสินค้าเพิ่ม 175 ตัน พบว่าเมื่อเรือออกสู่ทะเลระดับกินน้ำลึกเท่าเดิม (ก่อนบรรทุก) จงหาระวางภายหลังการบรรทุก กี่ตัน
  • 1 : 6995
  • 2 : 7055
  • 3 : 7115
  • 4 : 7175
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 147 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 65.00 m. B = 9.00 m. T = 3.70 m. Block Coeff. = 0.6070 เรือลำนี้มีระวางขับน้ำเท่าใด?
  • 1 : ระวางขับน้ำ 1,634.70 ตัน
  • 2 : ระวางขับน้ำ 1,436.70 ตัน
  • 3 : ระวางขับน้ำ 1,764.70 ตัน
  • 4 : ระวางขับน้ำ 1,346.70 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 148 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 65.00 m. B = 9.00 m. T = 3.70 m. มีระวางขับน้ำ = 1,350.0 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 180.0 , L.O = 4.2 , STORE = 3.1 , F.W = 18.8 , CREW = 1.2 , PROVISIONS = 2.5 , CARGO = 370 ,เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 579.8 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 679.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 1,350.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 149 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 154.00 m. B = 24.60 m. T = 9.00 m. Block Coeff. = 0.6290 ลอยอยู่ในน้ำทะเล ถ.พ. = 1.025 เรือลำนี้มีระวางขับน้ำเท่าใด?
  • 1 : ระวางขับน้ำ 1,634.70 ตัน
  • 2 : ระวางขับน้ำ 1,436.70 ตัน
  • 3 : ระวางขับน้ำ 1,764.70 ตัน
  • 4 : ระวางขับน้ำ 21,982.3 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 57.00 m. B = 9.60 m. T = 3.80 m. มีระวางขับน้ำ = 1,445.1 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 100.0 , L.O = 2.8 STORE = 2.80, F.W = 50.0, CREW = 3.0, PROVISIONS = 2.3, CARGO = 800 ,เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 960.9 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 879.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 1,003.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 98.00 m. B = 15.50 m. T = 6.58 m. มีระวางขับน้ำ = 7,030.0 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 396.0, L.O = 8.6 STORE = 3.5, F.W = 20.0, CREW = 1.4, PROVISIONS = 2.1, CARGO = 4,567.4,เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 3,795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 4,999.0 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 4,795.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 4,356.8 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 152 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 154.0 m. B = 24.60 m. T = 9.00 m. มีระวางขับน้ำ = 21,982.3 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 2,700.0, L.O = 90.1 STORE = 30.3, F.W = 1,094.9, CREW = 12.6, PROVISIONS = 199.7, CARGO = 8,500.0, เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 14,999.0 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 13,789.0 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 12,627.6 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 12,345.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 54.60 m. B = 11.00 m. T = 3.40 m. Block Coeff. = 0.6069 ลอยอยู่ในน้ำทะเล ถ.พ. = 1.025 เรือลำนี้มีระวางขับน้ำเท่าใด?
  • 1 : ระวางขับน้ำ 1,634.70 ตัน
  • 2 : ระวางขับน้ำ 1,436.70 ตัน
  • 3 : ระวางขับน้ำ 1,764.70 ตัน
  • 4 : ระวางขับน้ำ 1,270.3 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 62.00 m. B = 11.50 m. T = 3.60 m. มีระวางขับน้ำ = 1,578.6 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 145.0 , L.O = 7.63, STORE = 27.39, F.W = 273.91, CREW = 9.6 , PROVISIONS = 19.57, CARGO = 370 ,เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 853.1 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 679.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 1,003.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 :
  • เรือ OIL TANKER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 125.00 m. B = 20.00 m. T = 8.00 m. มีระวางขับน้ำ = 15,000.0 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 720.0 , L.O = 8.46, STORE = 4.3 , F.W = 64.3 , CREW = 1.4 , PROVISIONS = 6.40 , CARGO = 10,800.0, เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 11,795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 11,604.9 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 11,679.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 11,350.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • เรือ OIL TANKER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 125.00 m. B = 20.00 m. T = 8.00 m. Block Coeff. = 0.7317 ลอยอยู่ในน้ำทะเล ถ.พ. = 1.025 เรือลำนี้มีระวางขับน้ำเท่าใด?
  • 1 : ระวางขับน้ำ 15,634.70 ตัน
  • 2 : ระวางขับน้ำ 13,436.70 ตัน
  • 3 : ระวางขับน้ำ 14,764.70 ตัน
  • 4 : ระวางขับน้ำ 15,000.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 :
  • เรือ OIL TANKER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 125.00 m. B = 20.00 m. T = 8.00 m. มีระวางขับน้ำ = 15,000.0 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 720.0, L.O = 8.46, STORE = 4.30, F.W = 64.30, CREW = 1.40, PROVISIONS = 6.40, CARGO = 10,800.0 ตัน เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 11,795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 11,604.9 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 11,879.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 11,003.0 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 158 :
  • เรือ BULK CARRIER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 130.00 m. B = 18.00 m. T = 7.50 m. มีระวางขับน้ำ = 147,000.0 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 520.0, L.O = 11.4 STORE = 3.20, F.W = 64.3, CREW = 1.4, PROVISIONS = 4.80, CARGO = 9,000.0, เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 9,795.8 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 9,605.1 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 9,695.8 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 9,635.8 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • เรือ CONTAINER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 130.00 m. B = 22.00 m. T = 7.80 m. มีระวางขับน้ำ = 14,325.4 ตัน เมื่อบรรทุกเต็มที่ มีรายการน้ำหนักต่างๆ ซึ่งมีหน่วยเป็น “ ตัน ” ดังนี้ F.O = 1,500.0, L.O = 39.70, STORE = 2.80, F.W = 55.00, CREW = 1.80, PROVISIONS = 4.10, CARGO = 7,396.7, เรือลำนี้ มี DEADWEIGHT เท่าใด?
  • 1 : DEADWEIGHT = 9,099 ตัน
  • 2 : DEADWEIGHT = 9,789.0 ตัน
  • 3 : DEADWEIGHT = 9,000.0 ตัน
  • 4 : DEADWEIGHT = 10,034 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 317 : 4 Initial Hall Form (รูปทรงตัวเรือเริ่มต้น)
ข้อที่ 160 :

  • 1 : 19.87
  • 2 : 29.87
  • 3 : 39.73
  • 4 : 49.73
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :

  • 1 : 35.5
  • 2 : 46.0
  • 3 : 67.5
  • 4 : 68.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • Body Plan ของเรือเกิดจาก
  • 1 : การตัดเรือด้วยระนาบที่ขนานกับเส้นแนวน้ำ
  • 2 : การตัดเรือตามแนวหัวท้ายด้วยระนาบในแนวดิ่ง
  • 3 : การตัดเรือทางขวางด้วยระนาบในแนวดิ่ง
  • 4 : การตัดเรือด้วยระนาบเฉียง (Diagonal Plan)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • นอกจากลายเส้นเรือแล้วยังนิยมแสดงขนาดเรือในลักษณะที่เป็นตารางตัวเลขที่เรียกว่า
  • 1 : Table of Offsets
  • 2 : Hydrostatic Curve
  • 3 : Data Sheet
  • 4 : Hydrostatic Table
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 164 :
  • เส้น Buttock Line ปรากฏบน Sheer หรือ Profile Plan เป็น
  • 1 : เส้นตรงในแนวดิ่ง
  • 2 : เส้นโค้ง
  • 3 : เส้นประ
  • 4 : เส้นตรงในแนวระดับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • ข้อใดไม่ควรที่จะใช้เป็นแนวทางสำหรับการเขียนลายเส้นเรือ (Line Drawing) เบื้องต้น
  • 1 : วางแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กัน
  • 2 : Sheer Plan ควรหันหัวเรือไปในทิศทางเดียวกับ Half-breadth Plan
  • 3 : เรือที่มีรูปร่างสมมาตรกันเขียนลายเส้นแสดงเพียงครึ่งลำก็พอ
  • 4 : พยายามเขียนคุณลักษณะและรายละเอียดเพิ่มเติมลงไปให้มากที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 166 :
  • บริเวณใดที่มักแบ่งเรือให้เป็น Sub-station
  • 1 : บริเวณที่ตัวเรือเปลี่ยนแปลงรูปร่างเร็วมาก
  • 2 : ส่วนที่อยู่ใต้แนวน้ำของเรือ
  • 3 : บริเวณที่อยู่บริเวณกลางลำ
  • 4 : ส่วนที่เป็น Superstructure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :
  • ระยะ Entrance ของรูปทรงตัวเรือ คือ
  • 1 : ความเอียงของเส้นแนวกระดูกงูเทียบกับแนวระดับ
  • 2 : ความเอียงของเส้นแนวกระดูกงูเทียบกับแนวดิ่ง
  • 3 : ตัวเรือส่วนจมใต้น้ำที่บริเวณหัวเรือก่อนถึงส่วนขนานของกึ่งกลางลำ (Parallel Middle Body)
  • 4 : ตัวเรือส่วนจมใต้น้ำที่บริเวณท้ายเรือทางท้ายส่วนขนานของกึ่งกลางลำ (Parallel Middle Body)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • เมื่อมองที่หน้าตัดขวางของเรือ ดาดฟ้าบริเวณกลางลำจะโค้งสูงขึ้นจากด้านข้างเรือเพื่อระบายน้ำบนดาดฟ้าออกด้านข้างเรือ เราเรียกรูปร่างลักษณะของเรือนี้ว่า
  • 1 : Camber
  • 2 : Half Siding
  • 3 : Bilge Radius
  • 4 : Sheer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ข้อใดเรียงลำดับค่า Block Coefficient (Cb) จากค่าน้อยไปมากได้เหมาะสม
  • 1 : Sailing Boat, Passenger, Cargo Liner, Bulk Carrier
  • 2 : Passenger, Sailing Boat, Cargo Liner, Bulk Carrier
  • 3 : Sailing Boat, Cargo Liner, Passenger, Bulk Carrier
  • 4 : Sailing Boat, Passenger, Bulk Carrier, Cargo Liner
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • จากการตรวจสอบค่าสัมประสิทธิ์ Block Coefficient (Cb) , และ Midship Coefficient (Cm) ของเรือ สองลำที่เสนอมาให้พิจารณาสามารถสรุปอะไรได้ดังต่อไปนี้
  • 1 : เรือที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงกว่ามีขนาดใหญ่กว่า
  • 2 : เรือที่มีค่าสัมประสิทธิ์ Block Coefficient สูงกว่ามีขนาดใหญ่กว่า
  • 3 : เรือที่มีค่าสัมประสิทธิ์ Midship Coefficient สูงกว่ามีขนาดใหญ่กว่า
  • 4 : ไม่สามรถเปรีบเทียบขนาดของเรือได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • ลักษณะของรูปทรงตัวเรือส่วนท้ายของเรือยนต์ความเร็วสูง จะมีลักษณะเป็นไปตามข้อใด
  • 1 : มีลักษณะโค้งมนท้ายตัด และมีความกว้างเท่ากับบริเวณกลางลำ เพื่อช่วยการทรงตัว และลดแรงกระแทก
  • 2 : มีลักษณะแบนท้ายตัดมีมุมยก Deadrise เล็กน้อย และมีความกว้างเท่า หรือมากกว่าบริเวณกลางลำ เพื่อการยกตัวขณะวิ่งด้วยความเร็ว
  • 3 : มีลักษณะโค้งมนท้ายมน และมีความกว้างน้อยกว่าบริเวณกลางลำ เพื่อช่วยลดความต้านทานที่เกิดจากกระแสน้ำปั่นป่วน (Turbulence)
  • 4 : มีลักษณะแบนท้ายมน และมีความกว้างเท่าหรือมากกว่าบริเวณท้ายเรือ เพื่อการทรงตัวที่ดีในการหันเลี้ยว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • การออกแบบรูปทรงตัวเรือบริเวณท้ายเรือ หรือติดตั้งชิ้นงานเสริมที่ส่วนท้ายเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพลังขับเคลื่อนให้ดีขึ้น ในข้อใดมิใช้การดำเนินการที่ถูกต้อง
  • 1 : Stern Wedge
  • 2 : Stern Plate
  • 3 : Bulbous Bow
  • 4 : Tunnel Form
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • รูปทรงตัวเรือของเรือโดยสารที่มีลักษณะหัวแหลมท้ายตัด ที่มีใช้กันอยู่ทั่วไป เช่น เรือหางยาว และเรือด่วนเจ้าพระยา จะมีคุณสมบัติอย่างไรดังต่อไปนี้
  • 1 : จุดศูนย์กลางการลอย (LCB) ค่อนไปทางท้ายเรือ และค่า Residuary Resistance มีค่ามาก
  • 2 : จุดศูนย์กลางการลอย (LCB) ค่อนไปทางท้ายเรือ และค่า Residuary Resistance มีค่าน้อย
  • 3 : จุดศูนย์กลางการลอย (LCB) ค่อนไปทางหัวเรือ และค่า Residuary Resistance มีค่ามาก
  • 4 : จุดศูนย์กลางการลอย (LCB) ค่อนไปทางท้ายเรือ และค่า Residuary Resistance มีค่าน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • รูปทรงตัวเรือที่มีลักษณะหัวแหลมท้ายมน จะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมดังต่อไปนี้
  • 1 : ใช้สำหรับเรือบรรทุกสินค้า เนื่องจากสามารถประหยัดพลังงานได้ดี
  • 2 : ใช้สำหรับเรือยาว เนื่องจากสามารถลดความต้านทานได้มาก
  • 3 : ใช้สำหรับเรือยนต์ความเร็วสูง เนื่องจากมีความต้านทานน้อย ใช้เครื่องจักรขนาดเล็กได้
  • 4 : ใช้สำหรับเรือลากจูง เนื่องจากสามารถมีความต้านทานน้อย ลากจูงได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • เราสามารถคำนวณระวางขับน้ำของเรือได้โดยใช้ข้อมูลจาก
  • 1 : Body Plan
  • 2 : Sheer Plan
  • 3 : Half Breadth Plan
  • 4 : Table of Offset
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • เรือลำหนึ่งมีค่า Thrust Deduction Fraction 0.085 และ Froude Wake Fraction 0.105 จงหาประสิทธิภาพตัวเรือ
  • 1 : 1.00
  • 2 : 1.02
  • 3 : 1.04
  • 4 : 1.06
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 177 :
  • เรือลำหนึ่งมีค่า Thrust Deduction Fraction 0.012 และ Froude Wake Fraction 0.110 จงหาประสิทธิภาพตัวเรือ
  • 1 : 1.11
  • 2 : 1.21
  • 3 : 1.31
  • 4 : 1.41
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • สิ่งใดต่อไปนี้ที่แสดงถึงความเพรียวของรูปทรงตัวเรือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :

  • 1 : 0.83, 2,220 ตัน
  • 2 : 0.83, 2,050 ตัน
  • 3 : 0.85, 2,225 ตัน
  • 4 : 0.85, 2,275.5 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 180 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 30 เมตร กว้าง 15 เมตร เมื่อกินน้ำลึก 6 เมตร จะมีปริมาตรตัวเรือใต้แนวน้ำเท่ากับ 2,200 ลบ.ม. จงคำนวณหาค่า CB และ ระวางขับน้ำของเรือลำนี้เมื่อลอยอยู่ในน้ำทะเลที่ระดับกินน้ำลึกเท่ากับ 6 เมตร
  • 1 : 0.81, 2,200 ตัน
  • 2 : 0.81, 2,225 ตัน
  • 3 : 0.82, 2,700 ตัน
  • 4 : 0.8, 2,725 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 40 เมตร กว้าง 15 เมตร เมื่อกินน้ำลึก 4 เมตร จะมีปริมาตรตัวเรือใต้แนวน้ำเท่ากับ 2,200 ลบ.ม. จงคำนวณหาค่า CB และ ระวางขับน้ำของเรือลำนี้เมื่อลอยอยู่ในน้ำทะเลที่ระดับกินน้ำลึกเท่ากับ 4 เมตร
  • 1 : 0.82, 2,200 ตัน
  • 2 : 0.82, 2,255 ตัน
  • 3 : 0.92, 2,200 ตัน
  • 4 : 0.92, 2,255 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 :

  • 1 : 24.90
  • 2 : 25.43
  • 3 : 34.30
  • 4 : 34.83
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :

  • 1 : 9286.7
  • 2 : 18900.0
  • 3 : 21262.5
  • 4 : 23706.7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • Buttock เป็นอีกชื่อหนึ่งของ Line Plan ใด
  • 1 : Body Plan
  • 2 : Half-Breadth Plan
  • 3 : Sheer Plan
  • 4 : Section Plan
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 185 :
  • Bonjean Curves คือเส้นโค้งที่เกิดจากความสัมพันธ์ใด
  • 1 : พื้นที่แนวน้ำกับระดับแนวน้ำ
  • 2 : พื้นที่หน้าตัดขวางกับระดับแนวน้ำ
  • 3 : ปริมาตรเรือกับระดับแนวน้ำ
  • 4 : พื้นที่ผิวเปียกกับระดับแนวน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • Floodable Length Curve คือเส้นโค้งที่เกิดจากการวัดระยะในข้อใด
  • 1 : ความกว้างสูงสุดของฝากั้น
  • 2 : ความสูงมากสุดของฝากั้น
  • 3 : พื้นที่ของฝากั้นแต่ละห้อง
  • 4 : ระยะห่างระหว่างฝากั้นแต่ละห้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 187 :
  • โจทย์ เรือสินค้าทั้งหมดที่มีความยาวตั้งแต่ 24 เมตร ขึ้นไปจะต้องมีระยะ FREEBOARD (FB) โดยคำนวณตามแต่ชนิดของเรือซึ่งแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้ : (1) Type A , (2) Type B(3) Type B-60 and B-100, (4) Timber, (5) Dredger เรือ Type A เป็นเรือชนิดใด?
  • 1 : เรือ Container
  • 2 : เรือ Bulk Carrier
  • 3 : เรือ ที่ออกแบบมาเพื่อบรรทุกสินค้าเหลวอย่างเดียว โดยไม่ได้บรรจุหีบห่อ ซึ่งช่องเปิดถังมีขนาดเล็ก และฝาปิดมีปะเกนผนึกน้ำ
  • 4 : เรือ General Cargo
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • เรือสินค้าทั้งหมดที่มีความยาวตั้งแต่ 24 เมตร ขึ้นไปจะต้องมีระยะ FREEBOARD (FB) โดยคำนวณตามแต่ชนิดของเรือซึ่งแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้ : (1) Type A , (2) Type B(3) Type B-60 and B-100, (4) Timber, (5) Dredger. เรือ Type B เป็นเรือชนิดใด?
  • 1 : เรือ General Cargo
  • 2 : เรือ Bulk Carrier
  • 3 : เรือ Container
  • 4 : เรือทั้งหมด ที่ไม่จัดเข้าอยู่ในเรือ Type A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 65.00 m. B = 9.00 m. T = 3.70 m. Midship Coeff. = 0.9600 เรือลำนี้มีพื้นที่หน้าตัดกลางลำ ที่อยู่ใต้แนวน้ำเท่าใด?
  • 1 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 35.97 ตร.ม.
  • 2 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 33.97 ตร.ม.
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 31.97 ตร.ม.
  • 4 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 30.97 ตร.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 154.00 m. B = 24.60 m. T = 9.00 m. Midship Coeff. = 0.9500 เรือลำนี้มีพื้นที่หน้าตัดกลางลำ ที่อยู่ใต้แนวน้ำเท่าใด?
  • 1 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 135.97 ตร.ม.
  • 2 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 233.97 ตร.ม.
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 210.33 ตร.ม.
  • 4 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 338.97 ตร.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 191 :
  • เรือลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 54.60 m. B = 11.00 m. T = 3.60 m. Midship Coeff. = 0.9614 เรือลำนี้มีพื้นที่หน้าตัดกลางลำ ที่อยู่ใต้แนวน้ำเท่าใด?
  • 1 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 35.97 ตร.ม.
  • 2 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 33.97 ตร.ม.
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 38.07 ตร.ม.
  • 4 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 38.97 ตร.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 192 :
  • เรือ CONTAINER ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 130.00 m. B = 22.00 m. T = 7.80 m. Midship Coeff. = 0.9355 เรือลำนี้มีพื้นที่หน้าตัดกลางลำ ที่อยู่ใต้แนวน้ำเท่าใด?
  • 1 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 135.97 ตร.ม.
  • 2 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 233.97 ตร.ม.
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 160.53 ตร.ม.
  • 4 : พื้นที่หน้าตัดกลางลำ = 138.97 ตร.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 318 : 5 Preliminary Propeller Selection and Design (การออกแบบและการเลือกใบจักรเบื้องต้น)
ข้อที่ 193 :
  • จากการทดลองใบจักรจำลองแบบหนึ่ง ที่ความเร็วรอบ 720 RPM โดยมี Speed of Advance = 6 knot วัดค่า แรงผลัก 180 N และ แรงบิด 10 Nm จงหาเปอร์เซ็นต์ประสิทธิภาพใบจักร
  • 1 : 62 %
  • 2 : 66 %
  • 3 : 70 %
  • 4 : 74 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :
  • เรือลำหนึ่งมีค่า Thrust Deduction Fraction 0.09 และ Froude Wake Fraction 0.107 จงหาเปอร์เซ็นต์ประสิทธิภาพตัวเรือ
  • 1 : 70.7 %
  • 2 : 80.7 %
  • 3 : 90.7 %
  • 4 : 100.7 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 195 :

  • 1 : 0.019
  • 2 : 0.039
  • 3 : 0.089
  • 4 : 0.139
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 196 :
  • เมื่อมองตามแกนเพลาใบจักร ปลายใบจักรจะไม่อยู่ในแนวเดียวกับเส้นตรงที่ลากมาจากจุดศูนย์กลางของดุมใบจักรขึ้นไปในแนวดิ่ง แต่จะเยื้องออกจากแนวเส้นดังกล่าวไปในทิศทางตรงข้ามกับทิศทางการหมุนของใบจักร ระยะที่ปีกใบจักรเลื่อนออกจากเส้นดังกล่าวเรียกว่า Skew การออกแบบใบจักรให้มีลักษณะดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : เพิ่มแรงผลักของใบจักร
  • 2 : ลดการสั่นสะเทือน
  • 3 : ลดการเกิดโพรงอากาศ
  • 4 : ลดอาการโคลงของเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 197 :
  • พิทช์ (Pitch) ของใบจักรหมายถึง
  • 1 : ระยะที่ใบจักรเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เมื่อใบจักรหมุนครบหนึ่งรอบและไม่มีการเลื่อนไถล (slip)
  • 2 : มุมของใบจักร
  • 3 : ระยะที่ปลายปีกใบจักรเอียงไปข้างหลัง
  • 4 : ระยะที่ปลายปีกใบจักรเอียงไปด้านข้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • การแบ่งทิศการหมุนของใบจักรมี 2 แบบ คือ หมุนขวา และหมุนซ้าย ข้อใดถูกต้อง?
  • 1 : มองจากท้ายไปหัวเรือใบจักรหมุนขวาจะหมุนทวนเข็ม เมื่อเรือเดินหน้า
  • 2 : มองจากหัวไปท้ายเรือใบจักรหมุนขวาจะหมุนตามเข็ม เมื่อเรือเดินหน้า
  • 3 : มองจากหัวไปท้ายเรือใบจักรหมุนซ้ายจะตามทวนเข็ม เมื่อเรือเดินหน้า
  • 4 : มองจากท้ายเรือไปหัวเรือใบจักรหมุนซ้ายจะหมุนทวนเข็ม เมื่อเรือถอยหลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • ขณะใบจักรเคลื่อนที่ผ่านน้ำ ความดันบนผิวด้านหน้าปีกใบจักร(ด้านที่มองมาจากท้ายเรือ) กับความดันบนผิวด้านหลังปีกใบจักร (ด้านที่มองมาจากหัวเรือ) เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับความดันของน้ำรอบๆใบจักร
  • 1 : เพิ่มขึ้น – เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง – ลดลง
  • 3 : เพิ่มขึ้น – ลดลง
  • 4 : ลดลง - เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 200 :
  • การเกิด Cavitation หรือการเกิดโพรงอากาศกับใบจักรมาจากสาเหตุใด
  • 1 : ใบจักรหมุนเร็วมากจนกระทั่งน้ำร้อนเดือดเป็นไอ
  • 2 : ความดันด้านหลังใบจักร(ด้านที่มองมาจากท้ายเรือ)ลดต่ำกว่าความดันไอของน้ำ
  • 3 : ความดันด้านหน้าใบจักร(ด้านที่มองมาจากท้ายเรือ)ลดต่ำกว่าความดันไอของน้ำ
  • 4 : ความดันด้านหน้าใบจักร(ด้านที่มองมาจากท้ายเรือ)สูงกว่าความดันไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 201 :
  • เรือลำหนึ่งที่ความเร็วรอบเพลาใบจักร 100 รอบต่อนาที มี Shaft Power 5000 กิโลวัตต์ Delivered Power 4750 กิโลวัตต์ และ Thrust Power 3168 กิโลวัตต์ จงหาประสิทธิภาพของใบจักร
  • 1 : 59.8
  • 2 : 66.7
  • 3 : 75.2
  • 4 : 81.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 202 :
  • การออกแบบใบจักรเรือ เพื่อหาค่า แรงผลัก (Thrust) และ แรงบิด (Torque) โดยการนำค่าคุณสมบัติของใบจักรต่อไปนี้มาใช้ในการคำนวณ ยกเว้นคุณสมบัติในข้อใด
  • 1 : Propeller Diameter, D
  • 2 : Rate of Revolution, N
  • 3 : Propeller Pitch, P
  • 4 : Speed of Advance, Va
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 203 :
  • การเลือกใบจักรให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับเครื่องต้นกำลังขับจะใช้ Thrust, Torque and Efficiency Curve ซึ่งแกนนอนเป็นค่าของอะไร
  • 1 :
  • 2 : Advance Coefficient, J
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • ใบจักร ประเภท Screw Propeller มีคุณลักษณะเฉพาะในการใช้งาน โดยการหมุนรอบแกน ปีกของใบจักรจะเป็นตัวผลักน้ำ ทำให้เกิดระยะทางหน้าในลักษณะเป็นเกลียว ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของใบจักรประเภทนี้
  • 1 : Disc Area
  • 2 : Trailing Edge
  • 3 : Leading Edge
  • 4 : Diameter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 205 :
  • ในขณะใช้งานใบจักรประเภท Screw Propeller เมื่อใบจักรหมุนจะทำให้เกิดแรงผลักน้ำทำให้เรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทำให้กำลังดันที่เกิดขึ้นที่ผิวหน้าของใบจักรมีลักษณะเช่นใด
  • 1 : เกิดกำลังดันสูงที่ผิวใบจักรด้านหน้า และกำลังดันต่ำด้านท้ายเรือที่อาจทำให้เกิด Cavitation
  • 2 : เกิดกำลังดันสูงที่ผิวใบจักรด้านท้ายเรือที่อาจทำให้เกิด Cavitation และกำลังดันต่ำด้านหน้า
  • 3 : เกิดกำลังดันสูงที่ผิวใบจักรด้านหน้า และกำลังดันต่ำด้านท้ายเรือที่อาจทำให้เกิด Cavitation
  • 4 : เกิดกำลังดันสูงที่ผิวใบจักรด้านท้ายเรือที่อาจทำให้เกิด Cavitation และกำลังดันต่ำด้านหน้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  • อุปกรณ์ขับเคลื่อนเรือ (Propulsor) มีรูปแบบต่าง ๆ ผู้ออกแบบเรือจะต้องเลือกใช้ หรือแนะนำให้เจ้าของเรือเลือกใช้อย่างเหมาะสม อุปกรณ์ในข้อใดต่อไปนี้ที่มีการจัดเรียงปีกใบจักรในลักษณะวางตัวในแนวตั้ง
  • 1 : Voith Schneider
  • 2 : Steerable Thruster
  • 3 : Contra Rotating
  • 4 : Paddle Wheel
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • อุปกรณ์ขับเคลื่อนเรือ (Propulsor) มีรูปแบบต่าง ๆ ผู้ออกแบบเรือจะต้องเลือกใช้ หรือแนะนำให้เจ้าของเรือเลือกใช้อย่างเหมาะสม อุปกรณ์ในข้อใด มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาใช้กับเรือลากจูง
  • 1 : Controllable Pitch, Steerable Thruster
  • 2 : Voith Schneider, Steerable Thruster
  • 3 : Voith Schneider, Controllable Pitch
  • 4 : Paddle Wheel, Highly Skewed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • จากการทดลองใบจักรจำลองแบบหนึ่ง ที่ความเร็วรอบ 720 RPM โดยมี Speed of Advance = 20 เมตร/วินาที วัดค่า แรงผลัก 70 N และ แรงบิด 20 Nm จงหาเปอร์เซ็นต์ประสิทธิภาพใบจักร
  • 1 : 91 %
  • 2 : 93 %
  • 3 : 95 %
  • 4 : 97 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 :

  • 1 : 24
  • 2 : 28
  • 3 : 32
  • 4 : 36
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  • เรือ Hydrofoil ลำหนึ่งมี ถูกออกแบบให้แล่นที่ความเร็ว 40 knot จงเลือกรูปแบบของระบบขับเคลื่อนที่เหมาะสมของเรือลำนี้
  • 1 : Gas Turbine with Waterjet
  • 2 : Gas Turbine with Propeller
  • 3 : Diesel Engine with Waterjet
  • 4 : Diesel Engine with Propeller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • ในการทดลองใบจักรขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร วัดค่าแรงผลักได้เท่ากับ 150 N หากนำผลที่ได้ไปใช้กับใบจักรเรือแบบเดียวกันที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร จะทำให้เกิดแรงผลักที่ใบจักรขนาดเท่าใด
  • 1 : 450 N
  • 2 : 1,350 N
  • 3 : 4,050 N
  • 4 : 12,150 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 212 :

  • 1 : 22.5 เมตร/วินาที
  • 2 : 23.5 เมตร/วินาที
  • 3 : 24.5 เมตร/วินาที
  • 4 : 25.5 เมตร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :

  • 1 : 22.5 เมตร/วินาที
  • 2 : 23.5 เมตร/วินาที
  • 3 : 24.5 เมตร/วินาที
  • 4 : 25.5 เมตร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  • แบบจำลองใบจักรอันหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.0 เมตร เมื่อต้องการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องทำการหมุนด้วยแรงบิดเท่ากับ 120 N-m หากนำใบจักรแบบเดียวกันนี้แต่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 เมตร ระบบขับเคลื่อนเรือต้องสามารถส่งแรงบิดให้กับใบจักรเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 240 N-m
  • 2 : 480 N-m
  • 3 : 960 N-m
  • 4 : 1,920 N-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • ในการทดลองใบจักรขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร วัดค่าแรงผลักได้เท่ากับ 100 N หากนำผลที่ได้ไปใช้กับใบจักรเรือแบบเดียวกัน แต่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 เมตร จะทำให้เกิดแรงผลักที่ใบจักรขนาดเท่าใด
  • 1 : 400 N
  • 2 : 1,600 N
  • 3 : 6,400 N
  • 4 : 25,600 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 216 :

  • 1 : 0.35
  • 2 : 0.40
  • 3 : 0.45
  • 4 : 0.50
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • เครื่องจักรขับเคลื่อนที่ติดตั้งในเรือมีกำลัง 9300 KW ถ้าประสิทธิภาพทางกลทั้งหมดของเครื่อง 74% การสูญเสียการส่งกำลังของเพลาทั้งหมด 6% การสูญเสียกำลังงานที่ใบจักรและตัวเรือ 32% จงหากำลังงานประสิทธิผล (Effective Horsepower) ของเรือ กี่กิโลวัตต์
  • 1 : 2070
  • 2 : 3234
  • 3 : 4399
  • 4 : 5563
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :

  • 1 : 305.76
  • 2 : 330.76
  • 3 : 355.76
  • 4 : 380.76
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :

  • 1 : 4288.7
  • 2 : 4338.7
  • 3 : 4388.7
  • 4 : 4438.7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust Deduction Fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 14 นอต และวัดค่าได้ w = 0.180 และ t = 0.207 ที่ความเร็ว 14 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 97.71 %
  • 2 : Hull Efficiency = 95.71 %
  • 3 : Hull Efficiency = 94.71 %
  • 4 : Hull Efficiency = 96.71 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 221 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust-deduction fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 13 นอต และวัดค่าได้ w = 0.280 และ t = 0.320 ที่ความเร็ว 13 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 95.74 %
  • 2 : Hull Efficiency = 94.74 %
  • 3 : Hull Efficiency = 94.44 %
  • 4 : Hull Efficiency = 96.74 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • เรือลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 14 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 150.4 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.207 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 17,541.20 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 19,339.89 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 19,541.20 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 19,721.20 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • เรือลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 13 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 96.5 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.320 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 17,761.20 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 17,541.20 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 14,470.97 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 15,541.20 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • เรือลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 11 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 45.0 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.280 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 9,333.20 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 9,773.20 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 11,333.20 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 6,373.20 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust Deduction Fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 11.0 นอต และวัดค่าได้ w = 0.150 และ t = 0.175 ที่ความเร็ว 11.0 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 92.71 %
  • 2 : Hull Efficiency = 95.71 %
  • 3 : Hull Efficiency = 93.71 %
  • 4 : Hull Efficiency = 97.06 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust-deduction fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 12.5 นอต และวัดค่าได้ w = 0.300 และ t = 0.345 ที่ความเร็ว 12.5 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 95.71 %
  • 2 : Hull Efficiency = 93.57 %
  • 3 : Hull Efficiency = 96.59 %
  • 4 : Hull Efficiency = 97.59 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust-deduction fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 11 นอต และวัดค่าได้ w = 0.265 และ t = 0.315 ที่ความเร็ว 11 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 93.20 %
  • 2 : Hull Efficiency = 97.74 %
  • 3 : Hull Efficiency = 96.74 %
  • 4 : Hull Efficiency = 95.74 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • เรือลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 14 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 150.4 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.207 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 17,761.20 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 17,541.20 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 19,339.89 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 15,541.20 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 229 :
  • เรือลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 11 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 45.0 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.175 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 9,333.10 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 9,773.10 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 11,333.10 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 5,562.10 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust-deduction fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 12 นอต และวัดค่าได้ w = 0.325 และ t = 0.380 ที่ความเร็ว 12 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 95.71 %
  • 2 : Hull Efficiency = 91.85 %
  • 3 : Hull Efficiency = 96.59 %
  • 4 : Hull Efficiency = 97.59 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust-deduction fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 13 นอต และวัดค่าได้ w = 0.345 และ t = 0.400 ที่ความเร็ว 13 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 95.74 %
  • 2 : Hull Efficiency = 94.74 %
  • 3 : Hull Efficiency = 91.60 %
  • 4 : Hull Efficiency = 96.74 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • เรือ BULK CARRIER ลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 14 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 270.80 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.420 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 38,770.6 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 47,601.4 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 39,770.6 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 49,860.6 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • เรือ CRUISER LINER ลำหนึ่งแล่นด้วยความเร็ว 19 นอต มีความต้านทานทั้งหมด (Total Resistance) = 648.30 kN ถ้าเรือนี้ใช้ใบจักรขับน้ำทางท้ายเรือ และมีค่า Thrust-deduction fraction (t) = 0.300 ใบจักรจะทำให้เกิดแรงผลัก (Thrust) ที่เพลาใบจักร(เมื่อ 1 kp = 9.80665 N)
  • 1 : แรงผลัก (Thrust) = 98,880.6 kp
  • 2 : แรงผลัก (Thrust) = 93,770.6 kp
  • 3 : แรงผลัก (Thrust) = 94,437.4 kp
  • 4 : แรงผลัก (Thrust) = 87,770.6 kp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • ประสิทธิภาพของตัวเรือ (Hull Efficiency) ขึ้นอยู่กับ Wake fraction (w) และ Thrust Deduction Fraction (t) ถ้าเรือลำหนึ่งแล่นที่ความเร็ว 11.0 นอต และวัดค่าได้ w = 0.340 และ t = 0.400 ที่ความเร็ว 11.0 นอต นี้ จะคำนวณหาค่า Hull Efficiency ได้เท่าใด
  • 1 : Hull Efficiency = 90.71 %
  • 2 : Hull Efficiency = 92.71 %
  • 3 : Hull Efficiency = 91.71 %
  • 4 : Hull Efficiency = 90.91 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • ค่าประสิทธิภาพใบจักร (PROPELLER EFFICIENCY, ho) เป็นค่าความสัมพันธ์ระหว่าง EFFECTIVE POWER หรือ THRUST POWER หรือ DELIVERY POWER ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

    เมื่อ PE = EFFECTIVE POWER, PT = THRUST POWER, PD = DELIVERY POWER

  • 1 :  hO = PE/PT
  • 2 :   hO = PT/PE
  • 3 :   hO = PD/PT
  • 4 :   hO = PT/PD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 236 :
  • ใบจักรเรือที่มีลักษณะพิเศษของการทำงานที่แตกต่างจากใบจักรประเภทในข้อเลือกข้อใดหนึ่ง
  • 1 : Fixed Pitch Propeller
  • 2 : Controllable Pitch Propeller
  • 3 : Contra Rotating Propeller
  • 4 : Voith Schneider Propeller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :
  • เส้นโค้งใบจักรเรือแสดงค่าความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน ค่าสัมประสิทธิ์ที่แสดงมีค่าใด
  • 1 :  THRUST COEFFICIENT (KT), TORQUE COEFFICIENT (KQ), ADVANCE RATIO (J)
  • 2 :  THRUST COEFFICIENT (KT), TORQUE COEFFICIENT (KQ), OPEN COEFFICIENT (hO)
  • 3 : THRUST COEFFICIENT (KT), OPEN COEFFICIENT (hO) ADVANCE RATIO (J)
  • 4 : TORQUE COEFFICIENT (KQ), OPEN COEFFICIENT (hO) ADVANCE RATIO (J)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 238 :
  • การเลือกใบจักรเรือมีค่าสัมประสิทธิ์ที่จะต้องนำมาพิจารณาหลายค่า เช่น เส้นผ่าศูนย์กลาง ความเร็วเรือ ความต้านทาน อัตราส่วนพื้นที่ เป็นต้น หากผู้ออกแบบเลือกใบจักรที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดสิ่งที่สามารถทำให้เกิดเสียงดัง และเกิดการชำรุดบนผิวใบจักร คือข้อใด
  • 1 :  WAKE FRACTIONS
  • 2 : Cavitations
  • 3 : Slip Ratio
  • 4 : Thrust Deduction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 319 : 6 Ship stability (การทรงตัวของเรือ)
ข้อที่ 239 :
  • การคำนวณค่าการทรงตัวของเรือ มีจดุศูนย์กลางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ จุดศูนย์กลางน้ำหนัก (Center of Gravity, G) จุดศูนย์กลางการลอย (Center of Buoyancy, B) ซึ่งเมื่อเรือเอียงเป็นมุมน้อย ๆ จะทำให้เกิดจุด Metacenter (M) ค่า GM เรียกว่า Metacentric Height เรือที่ได้รับการออกแบบอย่างปลอดภัย ความสัมพันธ์ระหว่างจุด M และ จุด G ควรอยู่ในลักษณะใด
  • 1 : M above G
  • 2 : M at G
  • 3 : M below G
  • 4 : M and G always Change
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 240 :
  • การคำนวณค่าการทรงตัวของเรือ มีจุดศูนย์กลางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ จุดศูนย์กลางน้ำหนัก (Center of Gravity, G) จุดศูนย์กลางการลอย (Center of Buoyancy, B) ซึ่งเมื่อเรือเอียง จะทำให้เกิดแขนของแรงต้านอาการเอียง เรียกว่า Righting Lever (GZ) เรือที่ได้รับการออกแบบอย่างปลอดภัยค่า GZ ควรเป็นเช่นไร
  • 1 : GZ มีค่าเป็นบวก
  • 2 : GZ มีค่าเป็นศูนย์
  • 3 : GZ มีค่าเป็นลบ
  • 4 : GZ มีค่าเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • Free Surface Effect เกิดจากการที่ของเหลวภายในเรือมีผิวหน้าอิสระ ทำให้เกิดผลกระทบต่อขีดความสามารถด้านการทรงตัวของเรือ วิธีการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถทำได้โดยวิธีใดที่ได้ผลดีที่สุด
  • 1 : ติดตั้งผนังผนึกน้ำทางขวางเพิ่มภายในถังบรรจุของเหลว
  • 2 : ติดตั้งผนังผนึกน้ำทางยาวเพิ่มภายในถังบรรจุของเหลว
  • 3 : ลดความยาวถังบรรจุของเหลว
  • 4 : ลดความกว้างถังบรรจุของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 242 :
  • Free Surface Effect เกิดจากการที่ของเหลวภายในเรือมีผิวหน้าอิสระ ทำให้เกิดผลกระทบต่อขีดความสามารถด้านการทรงตัวของเรือ การติดตั้งผนังกันน้ำในตำแหน่งที่ถูกต้องจำนวน 1 ผนังจะทำให้ค่า Second Moment เปลี่ยนแปลงลดลงเพียงใด
  • 1 : 2 เท่า
  • 2 : 4 เท่า
  • 3 : 8 เท่า
  • 4 : 16 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • การเคลื่อนย้ายน้ำหนักภายในเรือที่ลอยในลักษณะ Even keel จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของจุดศูนย์กลางการน้ำหนักเรือ (Center of Gravity Change) ในกรณีมีการเคลื่อนย้ายน้ำหนักภายในเรือขนาด 30 ตัน เป็นระยะทางในแนวยาว 6 เมตรไปทางท้ายเรือ และค่า Moment to change trim 1 centimeter มีค่า 20 ton-m/cm จะทำให้เรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทริมมีค่าเท่ากับข้อใด
  • 1 : ค่าทริมเรือ เปลี่ยนแปลง 4 cm, trim by stern
  • 2 : ค่าทริมเรือ เปลี่ยนแปลง 9 cm, trim by stern
  • 3 : ค่าทริมเรือ เปลี่ยนแปลง 4 cm, trim by bow
  • 4 : ค่าทริมเรือ เปลี่ยนแปลง 9 cm, trim by bow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • Cross Curve of Stability เป็นเส้นโค้งที่แสดงความสัมพันธ์ ของข้อใด
  • 1 : Displacement VS Righting Arm at difference Inclination Angles
  • 2 : Displacement VS Inclination Angle at Difference Righting Arms
  • 3 : Inclination Angle VS Righting Arm at Difference Displacements
  • 4 : Displacement VS Righting Arm at Difference Waterlines
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 245 :
  • เรือบรรทุกข้าวสาร (เทกองในระวาง) ขณะเรือเอียง ข้าวสารจำนวน 100 ตัน เลื่อนไปอีกกราบหนึ่งโดยมี cg (ข้าวสาร) เลื่อนไปตามขวาง 10 เมตร และเลื่อนขึ้นแนวดิ่ง 1.5 เมตร ถ้าเรือมีระวางขับน้ำ 9000 ตัน และ GM เดิม 0.5 เมตร จงหามุมเอียงของเรือกี่องศา
  • 1 : 9.9
  • 2 : 10.9
  • 3 : 11.9
  • 4 : 12.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • เรือลำหนึ่งมีระวางขับน้ำ 8500 ตัน MCT1cm = 100 t.m จุด C.F. อยู่กลางลำ กินน้ำลึกหัว 6.5 เมตร กินน้ำลึกท้าย 7 เมตร ถ้า Load สินค้าลงในระวางหัว (cg ระวาง 50 เมตรจากกลางลำ) 220 ตัน จงหาว่าต้อง Load สินค้าลงระวางท้าย (cg ระวาง 45 เมตรจากกลางลำ) กี่ตัน ถึงจะทำให้เรือมีทริมเป็นศูนย์
  • 1 : 93
  • 2 : 113
  • 3 : 133
  • 4 : 153
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • เรือลำหนึ่งหันเลี้ยวด้วยความเร็ว 25 นอต รัศมีวงหัน 260 เมตร ระยะ CG เรืออยู่ห่างจาก Lateral Resistance 3 เมตร วัดมุมเอียงได้ 10 องศา ถ้าค่า GM = 1.2 เมตร มุมที่ Righting Arm สูงสุด = 60 องศา จงหาว่าที่จุดตัดของ Heeling Arm เป็นกี่ % ของ Righting Arm สูงสุด
  • 1 : 14.4
  • 2 : 16.4
  • 3 : 18.4
  • 4 : 20.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • เรือจะไม่เกิดทริมเมื่อเพิ่มหรือลดสินค้าตรงจุดใด
  • 1 : Center of Gravity (G)
  • 2 : Center of Floatation (F)
  • 3 : Metacenter (M)
  • 4 : Center of Buoyancy (B)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • เรือรูปกล่องสี่เหลี่ยมยาว 10 ม. กว้าง 5 ม. สูง 4 ม. กินน้ำลึก 2 ม. มี KB (The Center of Buoyancy above The Keel) เท่าใด
  • 1 : 5 ม.
  • 2 : 2.5 ม.
  • 3 : 1 ม.
  • 4 : 2 ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :

  • 1 : 50 ตัน
  • 2 : 100 ตัน
  • 3 : 150 ตัน
  • 4 : 200 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 30 เมตร กว้าง เท่ากับ 15 เมตร กินน้ำลึก เท่ากับ 5 เมตร ความลึก เท่ากับ 7 เมตรจงคำนวณหาค่า GMT ของเรือลำนี้
  • 1 : 2.55 เมตร
  • 2 : 2.75 เมตร
  • 3 : 9.75 เมตร
  • 4 : 10.5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 252 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 20 เมตร กว้าง เท่ากับ 12 เมตร กินน้ำลึก เท่ากับ 2 เมตร ความลึก เท่ากับ 4 เมตรจงคำนวณหาค่า GMT ของเรือลำนี้
  • 1 : 4.0 เมตร
  • 2 : 4.5 เมตร
  • 3 : 5.0 เมตร
  • 4 : 6.5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 253 :

  • 1 : 9.0 เมตร
  • 2 : 9.5 เมตร
  • 3 : 10.0 เมตร
  • 4 : 10.5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • ทริม หมายถึงอะไร
  • 1 : ค่ามุมที่เรือเอียงซ้าย – ขวา
  • 2 : ความแตกต่างของระดับกินน้ำลึกซ้าย - ขวา
  • 3 : ความแตกต่างของระดับกินน้ำลึกหัว – ท้าย
  • 4 : ความแตกต่างของระดับกินน้ำลึกเก่า และใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  • TPC (Tons per Centimeter Immersion) หมายถึงอะไร
  • 1 : น้ำหนักที่ทำให้ระดับกินน้ำลึกเปลี่ยน 1 ซม.
  • 2 : โมเมนต์ที่ทำให้ระดับกินน้ำลึกเปลี่ยน 1 ซม.
  • 3 : น้ำหนักที่ทำให้ทริมเปลี่ยน 1 ซม.
  • 4 : โมเมนต์ที่ทำให้ทริมเปลี่ยน 1 ซม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 256 :
  • เรือเกยตื้นทำให้เรือสูญเสียการทรงตัวไปเนื่องจาก
  • 1 : การเลื่อนตามยาวของจุด Center of Gravity
  • 2 : การเลื่อนลงในทางดิ่งของจุด Center of Gravity
  • 3 : การเลื่อนขึ้นในทางดิ่งของจุด Center of Gravity
  • 4 : การเลื่อนตามขวางของจุด Center of Gravity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  • เรือมีระวางขับน้ำ 15000 ton เมื่อเรือเอียง 5 องศา เรือมี Righting Arm (GZ) 2 ft, GM 22.94 ft เรือมี Righting Moment เท่าใดเมื่อเรือเอียง 5 องศา
  • 1 : 5000 ton-ft
  • 2 : 7500 ton-ft
  • 3 : 30000 ton-ft
  • 4 : 45000 ton-ft
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • เมื่อทำการย้ายสินค้าที่อยู่บนเรือจะมีผลอย่างไรต่อจุด G (Center of Gravity) ของเรือ
  • 1 : จุด G จะเลื่อนไปในทิศทางเดียวและขนานกับทิศทางที่ย้ายสินค้า
  • 2 : จุด G จะเลื่อนขึ้น-ลง
  • 3 : จุด G จะเลื่อนซ้าย-ขวา
  • 4 : จุด G จะเลื่อนไปในทิศตรงกันข้ามกับทิศทางที่ย้ายสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 259 :
  • Curve of Statical Stability (เส้นโค้งการทรงตัว) คือ
  • 1 : กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง BM กับค่ามุมเอียงของเรือที่ KG และระวางขับน้ำนั้นๆ
  • 2 : กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง KM กับค่ามุมเอียงของเรือที่ KG และระวางขับน้ำนั้นๆ
  • 3 : กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Righting Arm (GZ) กับค่ามุมเอียงของเรือที่ KG และระวางขับน้ำนั้นๆ
  • 4 : กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง GM กับค่ามุมเอียงของเรือที่ KG และระวางขับน้ำนั้นๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 260 :
  • Free surface เกิดขึ้นในการบรรทุกของเหลวแบบใดและมีผลต่อการทรงตัวของเรืออย่างไร
  • 1 : การบรรทุกของเหลวไม่เต็มถัง ทำให้จุด G (Center of Gravity ของเรือต่ำลง
  • 2 : การบรรทุกของเหลวเต็มถัง ทำให้จุด G (Center of Gravity) ของเรือสูงขึ้น
  • 3 : การบรรทุกของเหลวเต็มถัง ทำให้จุด G (Center of Gravity ของเรือต่ำลง
  • 4 : การบรรทุกของเหลวไม่เต็มถัง ทำให้จุด G (Center of Gravity ของเรือสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 261 :
  • จุดตัดระหว่างเส้นแนวแรงลอยตัวในแนวดิ่งเมื่อเรือตั้งตรงกับเส้นแนวแรงลอยตัวในแนวดิ่งเมือเรือเอียงเป็นมุมเล็กน้อยจะทำให้เกิดจุดใด
  • 1 : M (Metacenter)
  • 2 : F (Center of Flotation)
  • 3 : B (Center of Buoyancy)
  • 4 : G (Center of Gravity)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • ถ้าค่า KG ของเรือน้อยกว่าค่า KM เรือมีการทรงตัวแบบใด
  • 1 : Unstable Equilibrium
  • 2 : Stable Equilibrium
  • 3 : Neutral Equilibrium
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • ระยะ KM ของเรือลบด้วย ระยะ KG จะเท่ากับระยะ
  • 1 : GM
  • 2 : KB
  • 3 : BM
  • 4 : BG
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 264 :
  • เรือระวางขับน้ำ 2000 ตันมีระดับกินน้ำลึกหัว-ท้าย 7 เมตร เมื่อทำการย้ายสินค้า 200 ตัน จากหัวเรือไปทางท้ายเรือเป็นระยะ 5 เมตร ทำให้เรือมีระดับกินน้ำลึกท้ายเรือ 8 เมตร –หัวเรือ 6 เมตร จงหา MCT 1 cm (Moment to Change Trim 1 Centimeter)
  • 1 : 0.5 ตัน-เมตร
  • 2 : 5 ตัน-เมตร
  • 3 : 50 ตัน-เมตร
  • 4 : 500 ตัน-เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • การอ่านค่า Longitudinal Center of Buoyancy (LCB) ของเรือจาก Hydrostatic Curve ที่ีการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเป็นไปได้ทั้งในทิศทางหัวเรือ และท้ายเรือ เนื่องจากสาเหตุในข้อใด
  • 1 : Displacement
  • 2 : Hull Form
  • 3 : Cargo Load
  • 4 : Free Surface Effect
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • การเปรียบเทียบค่า Transverse Metacentric Height ของเรือสองลำที่มีระวางขับน้ำเท่ากัน ลำใดที่จะมีค่า Transverse Metacentric Height มากกว่า
  • 1 : ลำที่มีความกว้างมากกว่า
  • 2 : ลำที่มีความยาวมากกว่า
  • 3 : ลำที่มีระดับกินน้ำลึกมากกว่า
  • 4 : ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 267 :
  • การสร้างเส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) ที่จะแสดงให้ทราบถึงความสามารถการทรงตัวของเรือ ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย (Criteria) ตามลักษณะของเรือประเภทนั้น ๆ การสร้างเส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) จะใช้ของมูลที่ได้จาก Cross Curve of Stability ซึ่งเป็นเส้นโค้งแสดงค่าความสัมพันธ์ตรงตามข้อใด
  • 1 : หาค่า Righting Arm ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle และ Displacement
  • 2 : หาค่า Righting Moment ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle และ Displacement
  • 3 : หาค่า Metacentric Height (GM) ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle และ Displacement
  • 4 : หาค่า Metacentric Height (GM) ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle และ Vertical Center of Gravity (VCG)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • เรือจะต้องถูกออกแบบให้ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย (Criteria) ตามลักษณะของเรือประเภทนั้น ๆ การสร้างเส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) ที่จะแสดงให้ทราบถึงความสามารถการทรงตัวของเรือ การกำหนดการจัดวางสินค้าสามารถทำให้เส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) มีการเปลี่ยนแปลงข้อใดถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : ตำแหน่งของจุดศูนย์กลางน้ำหนักต่ำลง จะทำให้เส้นโค้งการทรงตัวสูงขึ้น ค่า GM และ Vanishing Point เพิ่มขึ้น
  • 2 : ตำแหน่งของจุดศูนย์กลางน้ำหนักต่ำลง จะทำให้เส้นโค้งการทรงตัวสูงขึ้น ค่า GM และ Vanishing Point ลดลง
  • 3 : ตำแหน่งของจุดศูนย์กลางน้ำหนักต่ำลง จะทำให้เส้นโค้งการทรงตัวสูงขึ้น ค่า GM ลดลง และ Vanishing Point เพิ่มขึ้น
  • 4 : ตำแหน่งของจุดศูนย์กลางน้ำหนักต่ำลง จะทำให้เส้นโค้งการทรงตัวสูงขึ้น ค่า GM เพิ่มขึ้น และ Vanishing Point ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • การสร้างเส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) ที่จะแสดงให้ทราบถึงความสามารถการทรงตัวของเรือ ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย (Criteria) ตามลักษณะของเรือประเภทนั้น ๆ เส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) เป็นความสัมพันธ์ถูกต้องตามข้อใด
  • 1 : ค่า Righting Arm ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle ที่ Displacement และ KG ของเรือ
  • 2 : ค่า Righting Moment ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle ที่ Displacement และ KG ของเรือ
  • 3 : ค่า Righting Arm ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle ที่ Displacement ของเรือ
  • 4 : ค่า Righting Moment ที่สัมพันธ์กับ Inclination Angle ที่ Displacement ของเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :

  • 1 : 0.5 เมตร
  • 2 : 0.7 เมตร
  • 3 : 0.9 เมตร
  • 4 : 1.1 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :

  • 1 : 10.6 เมตร
  • 2 : 11.6 เมตร
  • 3 : 12.6 เมตร
  • 4 : 13.6 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 272 :

  • 1 : 2.34 เมตร
  • 2 : 2.58 เมตร
  • 3 : 2.74 เมตร
  • 4 : 2.98 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 273 :

  • 1 : 5.0 เมตร
  • 2 : 5.2 เมตร
  • 3 : 5.4 เมตร
  • 4 : 5.6 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 276 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 278 :

  • 1 : 13 เมตร
  • 2 : 14 เมตร
  • 3 : 15 เมตร
  • 4 : 16 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 279 :

  • 1 : 24.2 เมตร
  • 2 : 25.2 เมตร
  • 3 : 26.2 เมตร
  • 4 : 27.2 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :

  • 1 : 15.5 เมตร
  • 2 : 16.5 เมตร
  • 3 : 17.5 เมตร
  • 4 : 18.5 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :

  • 1 : 3.2
  • 2 : 4.2
  • 3 : 5.2
  • 4 : 6.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 282 :
  • เรือลำหนึ่งระวางขับน้ำ 1500 ตัน ลอยตั้งตรง GM = 0.4 เมตร ถ้าเลื่อนน้ำหนัก 10 ตัน ไปตามขวางเป็นระยะ 10 เมตร เรือจะเอียงเป็นมุม กี่องศา
  • 1 : 7.46
  • 2 : 8.46
  • 3 : 9.46
  • 4 : 10.46
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :

  • 1 : 2.458
  • 2 : 3.458
  • 3 : 4.458
  • 4 : 5.458
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • เรือลำหนึ่งระวางขับน้ำ 10000 ตัน GM = 0.5 เมตร จงหาโมเมนต์การทรงตัวสถิต ว่ากี่ตัน-เมตร ขณะเรือเอียงเป็นมุม 7 ¾ องศา
  • 1 : 634
  • 2 : 654
  • 3 : 674
  • 4 : 694
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 285 :
  • เรือลำหนึ่งระวางขับน้ำ 12000 ตัน ขณะเอียงเป็นมุม 5 ¼ องศา วัดค่าโมเมนต์การทรงตัวสถิต = 300 ton-m ค่า KG = 7.5 เมตร จงหาว่าระยะ KM เป็นกี่เมตร
  • 1 : 5.77
  • 2 : 7.77
  • 3 : 9.77
  • 4 : 11.77
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 :

  • 1 : 6.027
  • 2 : 6.527
  • 3 : 7.027
  • 4 : 7.527
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :

  • 1 : 71.4
  • 2 : 83.4
  • 3 : 95.4
  • 4 : 107.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 :

  • 1 : 211.5
  • 2 : 236.5
  • 3 : 261.5
  • 4 : 286.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 100 เมตร กินน้ำลึกหัว 5.2 เมตร กินน้ำลึกท้าย 5.3 เมตร MCT1cm = 33 t-m จุด C.F. อยู่กึ่งกลางลำ ย้ายน้ำหนัก 5 ตัน ไปทางท้ายเรือ 60 เมตร จงหาระดับกินน้ำลึกท้ายใหม่ กี่เมตร
  • 1 : 5.345
  • 2 : 5.545
  • 3 : 5.745
  • 4 : 5.945
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 290 :

  • 1 : GM = 1.00 m.
  • 2 : GM = 1.20 m.
  • 3 : GM = 0.900 m.
  • 4 : GM = 0.985 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 291 :
  • เรือที่มีขีดความสามารถในด้านการทรงตัวที่ดี เหมาะสมกับการใช้งานตามคุณลักษณะที่ถูกออกแบบ จากข้อมูลเส้นโค้งการทรงตัวของเรือ (Statical Stability Curve) สามารถหาค่า Metacentric Height (GM) ที่เหมาะสมกับเรือโดยสารข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ค่า GM เป็นบวกมาก ๆ
  • 2 : ค่า GM เป็นบวก
  • 3 : ค่า GM เป็นศูนย์
  • 4 : ค่า GM เป็นลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • ค่าใดไม่อยู่ใน Hydrostatic Curve
  • 1 : TPC
  • 2 : TRIM
  • 3 : MCT 1 cm
  • 4 : LCF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 :
  • การอ่านค่า Moment to Change trim one Centimeter ของเรือลำหนึ่งจาก Hydrostatic Curves ได้ค่า 30 ton-cm. ต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าภายในเรือที่มีน้ำหนัก เท่าใด ที่จะทำให้ทริมเรือเปลี่ยนไป 2 ซม. ทางท้ายเรือ เกิดจากการเคลื่อนย้ายน้ำหนักในข้อใด
  • 1 : เคลื่อนสินค้าที่มีน้ำหนัก 1 ตัน ไปทางท้ายเรือเป็นระยะ 30 เมตร
  • 2 : เคลื่อนสินค้าที่มีน้ำหนัก 2 ตัน ไปทางท้ายเรือเป็นระยะ 30 เมตร
  • 3 : เคลื่อนสินค้าที่มีน้ำหนัก 2 ตัน ไปทางท้ายเรือเป็นระยะ 60 เมตร
  • 4 : เคลื่อนสินค้าที่มีน้ำหนัก 2 ตัน ไปทางท้ายเรือเป็นระยะ 15 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 294 :

  • 1 : GM = 1.00 m.
  • 2 : GM = 1.20 m.
  • 3 : GM = 0.900 m.
  • 4 : GM = 1.114 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 :

  • 1 : GM = 1.08 m.
  • 2 : GM = 1.28 m.
  • 3 : GM = 1.39 m.
  • 4 : GM = 1.49 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :
  • เรือ PASSENGER BOAT ลำหนึ่ง มีขนาดดังนี้ Lpp = 28.00 m. B = 6.00 m. T = 2.60 m. มีระวางขับน้ำ = 273.90 ตัน เมื่ออยู่ในน้ำทะเล ถ.พ. = 1.025 มีจุดศูนย์กลางกำลังลอย อยู่สูงจากกระดูกงู (KB) = 1.531 m. และ BM = 1.700 m. จากการทดลองเอียงเรือ ได้จุด KG = 2.240 m., จงคำนวณหาค่า GM ?
  • 1 : GM = 1.00 m.
  • 2 : GM = 1.20 m.
  • 3 : GM = 0.900 m.
  • 4 : GM = 0.991 m.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 30 เมตร กว้าง เท่ากับ 20 เมตร กินน้ำลึก เท่ากับ 2 เมตร ความลึก เท่ากับ 3 เมตรจงคำนวณหาค่า GMT ของเรือลำนี้
  • 1 : 8.22
  • 2 : 10.23
  • 3 : 15.14
  • 4 : 16.16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 36 เมตร กว้าง เท่ากับ 15 เมตร กินน้ำลึก เท่ากับ 3 เมตร ความลึก เท่ากับ 5 เมตรจงคำนวณหาค่า GMT ของเรือลำนี้
  • 1 : 4.05
  • 2 : 4.58
  • 3 : 5.25
  • 4 : 6.58
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 24 เมตร กว้าง เท่ากับ 15 เมตร กินน้ำลึก เท่ากับ 3 เมตร ความลึก เท่ากับ 5 เมตรจงคำนวณหาค่า GMT ของเรือลำนี้
  • 1 : 3.25
  • 2 : 4.25
  • 3 : 5.25
  • 4 : 6.25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • เรือสินค้าลำหนึ่งระวางขับน้ำ 1,200 ตัน มีค่า GMT = 10 เมตร เมื่อทำการขนย้ายสินค้าขนาด 50 ตัน ขวางแนวลำเรือเป็นระยะทาง 10 เมตร จะทำให้เรือเอียงไปจากเดิมเป็นมุมกี่องศา
  • 1 : 1.6
  • 2 : 2.4
  • 3 : 3.2
  • 4 : 3.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 301 :
  • เรือสินค้าลำหนึ่งระวางขับน้ำ 2,000 ตัน มีค่า GMT = 15 เมตร เมื่อทำการขนย้ายสินค้าขนาด 100 ตัน ขวางแนวลำเรือเป็นระยะทาง 10 เมตร จะทำให้เรือเอียงไปจากเดิมเป็นมุมกี่องศา
  • 1 : 1.9
  • 2 : 2.5
  • 3 : 3.4
  • 4 : 4.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 302 :
  • โป๊ะเทียบเรือมีระวางขับน้ำ 400 ตัน มีค่า GMT = 3.5 เมตร เมื่อทำการขนย้ายสินค้าขนาด 10 ตัน ขวางแนวโป๊ะเทียบเรือเป็นระยะทาง 10 เมตร จะทำให้โป๊ะเทียบเรือเอียงไปจากเดิมเป็นมุมกี่องศา

  • 1 : 2.5
  • 2 : 3.6
  • 3 : 6.8
  • 4 : 8.1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  •  โป๊ะเทียบเรือมีระวางขับน้ำ 500 ตัน มีค่า GMT = 3.0 เมตร เมื่อทำการขนย้ายสินค้าขนาด 15 ตัน ขวางแนวโป๊ะเทียบเรือเป็นระยะทาง 15 เมตร จะทำให้โป๊ะเทียบเรือเอียงไปจากเดิมเป็นมุมกี่องศา
  • 1 :  2.5
  • 2 : 3.6
  • 3 : 6.8
  • 4 : 8.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 :
  • การปรับปรุงสมรรถนะของรูปทรงตัวเรือ (Hull Performance Improvements)เพื่อลดค่าความต้านทานที่เกิดขึ้นตามลักษณะของรูปทรงตัวเรือ ประเภทนั้น ๆ สามารถกระทำได้ตามตัวเลือกที่ระบุยกเว้นข้อใด
  • 1 : Bulbous Bow
  • 2 : Fin Stabilizer
  • 3 : Transom Stern
  • 4 : Stern Wedges
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 305 :
  • เรือบรรทุกสินค้ามีขีดความสามารถในการจัดวางสินค้าได้ที่ระดับชั้นต่าง ๆ บนเรือ ข้อใดเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น กับค่าการทรงตัวของเรือ เมื่อจัดวางสินค้าให้มีค่า KG มีค่าต่ำสุด
  • 1 : ค่า Max. GZ มีค่ามากที่สุด
  • 2 : ุดมุมเอียงสูงสุด (Vanishing) มีค่ามากที่สุด
  • 3 :  ลดค่า GM ของเรือให้น้อยที่สุด
  • 4 : พื้นที่ใต้เส้นโค้งแสดงค่าการทรงตัวมีค่ามากที่สุดปลี่ยนเข็มในการเดินทาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • เรือสองลำมีความยาวเท่ากัน ความกว้างสูงสุดบริเวณกลางลำแตกต่างกัน ระดับกินน้ำลึกมีค่าใกล้เคียงกัน และมีตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงอยู่ในระดับเท่ากัน เรือในข้อใดมีคุณสมบัติถูกต้อง
  • 1 : เรือลำที่มีความกว้างน้อยมีค่า Max. GZ มากกว่า
  • 2 : เรือลำที่มีความกว้างมีมุมเอียงสูงสุด (Vanishing) มากกว่า
  • 3 : เรือลำที่มีความกว้างน้อยมีค่า GM ของเรือมากกว่า
  • 4 : พื้นที่ใต้เส้นโค้งแสดงค่าการทรงตัวมีค่าใกล้เคียงกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 307 :
  • เรือตรวจการณ์สองลำมีความยาวเท่ากัน ความสูงกราบเรือ และระวางขับน้ำที่มีค่าใกล้เคียงกัน และมีตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงอยู่ในระดับเท่ากัน แต่มีความกว้างแตกต่างกัน มีผลทำให้ค่า GM ของเรือแตกต่างกันในข้อใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง
  • 1 : ค่า GM มากแสดงว่าเรือมีการทรงตัวที่ดีกว่า
  • 2 : ค่า GM แสดงค่า INITIAL STABILITY
  • 3 : ค่า GM เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการคำนวณค่า ROLLING PERIOD
  • 4 : เรือลำที่มีค่า GM น้อยกว่าเรือมีอาการโคลงช้า (TENDER)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 320 : 7 Machinery Selection, Configuration and Arrangement (การเลือก การติดตั้งและการจัดวางเครื่องจักร)
ข้อที่ 308 :
  • การออกแบบเรือยนต์ความเร็วสูง หากเจ้าของเรือให้ท่านเป็นผู้ออกแบบเรือ โดยมีความต้องการความเร็วสูงเป็นสำคัญ เครื่องจักรขับเคลื่อนที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของเรือได้ดีที่สุดควรเป็นเครื่องจักรประเภทใด
  • 1 : เครื่องยนต์ดีเซลรอบสูง (High Speed Diesel)
  • 2 : เครื่องยนต์ติดท้ายความเร็วสูง (High Speed Outboard)
  • 3 : เครื่องยนต์กังหันก๊าซ (Gas Turbine)
  • 4 : เครื่องยนต์พลังนิวเคลียร์ (Nuclear Generator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์การพิจารณาเลือกระบบการขับเคลื่อนที่เหมาะสมในการออกแบบเรือ
  • 1 : กำลังของเครื่องจักร
  • 2 : เนื้อที่ที่ใช้ในการติดตั้ง
  • 3 : น้ำหนักของเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 310 :
  • เรือลำหนึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลในการขับเคลื่อนเมื่อวิ่งในช่วงความเร็วต่ำๆ แต่เมื่อต้องการความเร็วสูงขึ้นจะใช้เครื่องยนต์ Gas turbine ในการขับเคลื่อนแทน เรือลำนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบใด
  • 1 : CODOG (COMBINED DIESEL OR GAS TURBINE)
  • 2 : CODAG (COMBINED DIESEL AND GAS TURBINE)
  • 3 : COGOG (COMBINED GAS TURBINE OR GAS TURBINE)
  • 4 : COGAG (COMBINED GAS TURBINE AND GAS TURBINE)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • ข้อใดคือข้อเสียเปรียบของการวางเครื่องจักรใหญ่ไว้ที่ท้ายเรือสุดเมื่อเทียบกับการวางเครื่องจักรใหญ่ไว้กลางลำ
  • 1 : กีดขวางการทำงานของเครนหรืออุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า
  • 2 : บรรทุกสินค้าได้น้อยลงเนื่องจากการกีดขวางของอุโมงค์เพลา
  • 3 : อาจมีปัญญาหาเรือมีทริมท้ายมากเกินไปเมื่อเรือตัวเปล่าเนื่องจากน้ำหนักของเครื่องจักร
  • 4 : เมื่อเรือบรรทุกเต็มที่อาจเกิดความเค้นที่กลางลำแบบ hogging
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรือที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในการขับเคลื่อน
  • 1 : เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูงทุกภาระการทำงาน
  • 2 : มีอัตราความหมดเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แบบอื่น
  • 3 : ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แบบอื่น
  • 4 : มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าเพลาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์กังหันก๊าซ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • การเลือกเครื่องจักรใหญ่ที่จะนำมาติดตั้งบนเรือประเภทต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มีปัจจัยในการเลือกอย่างหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ อัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักของเครื่องยนต์ ข้อใดเรียงลำดับเครื่องยนต์ที่มี อัตราส่วนของกำลังต่อน้ำหนักของเครื่องยนตจากมากไปหาน้อยได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : Gas Turbine, High Speed Diesel, Medium Speed Diesel, low Speed Diesel
  • 2 : low Speed Diesel, Medium Speed Diesel, High Speed Diesel, Gas Turbine
  • 3 : High Speed Diesel, Medium Speed Diesel, low Speed Diesel, Gas Turbine,
  • 4 : ไม่สามารถเรียงลำดับได้เนื่องจากไม่ระบุตราอักษรของผู้ผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 314 :
  • ผู้ออกแบบเรือ จะต้องรวบรวมข้อมูลของเครื่องจักรขับเคลื่อนเรือที่มีคุณภาพเหมาะสมที่จะนำมาติดตั้งบนเรือ โดยเครื่องยนต์จะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถทำให้เรือมีสมรรถนะตามที่ต้องการ คุณสมบัติในข้อใดต่อไปนี้ที่มีความสำคัญมากที่สุด
  • 1 : กำลังเครื่องยนต์ที่ต้องการ น้ำหนักเครื่องยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ ค่าความสั่นสะเทือน
  • 2 : น้ำหนักเครื่องยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ ค่าความสั่นสะเทือน ราคา
  • 3 : กำลังเครื่องยนต์ที่ต้องการ น้ำหนักเครื่องยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ สมรรถนะของเครื่องยนต์
  • 4 : กำลังเครื่องยนต์ที่ต้องการ น้ำหนักเครื่องยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ ราคา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 315 :
  • สำหรับเรือที่ต้องการความประหยัดเมื่อเดินทางด้วยความเร็วต่ำ และต้องการความรวดเร็วในการปฏิบัติการ เรือจะถูกออกแบบให้มีระบบขับเคลื่อนที่สามารถเลือกใช้เครื่องจักรขับเคลื่อนตามความเร็ว ที่ต้องการเรียกว่า Combine Engine Propulsion System ระบบขับเคลื่อนในข้อใดที่จะทำให้เรือลำนั้น ๆ มีระวางขับน้ำน้อยที่สุด
  • 1 : CODAD (Combine Diesel and Diesel Engine)
  • 2 : CODOG (Combine Diesel or Gas Turbine Engine)
  • 3 : COGAG (Combine Gas Turbine and Gas Turbine)
  • 4 : COSTAG (Combine Steam and Gas Turbine)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 316 :

  • 1 : 200 HP
  • 2 : 250 HP
  • 3 : 300 HP
  • 4 : 380 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :

  • 1 : 500 HP
  • 2 : 550 HP
  • 3 : 600 HP
  • 4 : 650 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :

  • 1 : 400 HP
  • 2 : 450 HP
  • 3 : 500 HP
  • 4 : 550 HP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • ในการจัดวางเครื่องยนต์ซึ่งจะมีผลต่อองศาการเอียงของเพลา (Upper Limit ของเพลา) ขณะเรือลอยลำกับขณะเดินเรือ ควรมีค่าองศาของมุมเพลาเป็นเท่าใด ตามลำดับ
  • 1 : 4 และ 8
  • 2 : 6 และ 10
  • 3 : 8 และ 12
  • 4 : 10 และ 14
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 80 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 95 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 110 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 125 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 125 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 150kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 175 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 200 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 225 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 250 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 275 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 300 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 323 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 250 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 300 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 350 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 400 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 425 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 450 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 475 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 500 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 325 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 700 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 750 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 800 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 850 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 326 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 1,700 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 1,800 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 1,900 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 2,000 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 1,700 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 1,800 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 1,900 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 2,000 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 328 :

  • 1 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 2,400 kW
  • 2 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 2,600 kW
  • 3 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 2,800 kW
  • 4 : เครื่องขับเคลื่อน Brake Power = 3,000 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 329 :
  • เรือยนต์ความเร็วสูง มีขีดจำกัด ของพื้นที่ติดตั้งเครื่องจักรขับเคลื่อน และมีความต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง เมื่อเปรียบเทียบค่า กำลังขับเคลื่อนต่อน้ำหนักของเครื่องยนต์ ที่มีค่ามาก มีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นเครื่องยนต์ขับของเรือเร็ว เครื่องยนต์ดีเซลชนิดใดที่ควรเลือกใช้
  • 1 :  LOW SPEED DIESEL
  • 2 :  MEDIUM SPEED DIESEL
  • 3 :  High Speed Diesel
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • เรือลำหนึ่งกำหนดความต้องการให้มีระยะปฎิบัติการ 8,000 ไมล์ทะเล ที่ความเร็ว 15 นอต ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลความเร็งปานกลาง มีค่าความหมดเปลืองจำเพาะ (SPECIFIC FUEL CONSUMPTION, SFC) = 190 gm./kw-hr. ให้คำนวณหาปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องการใช้ สำหรับการออกแบบถังเก็บบนเรือ
  • 1 :  200 ตัน
  • 2 :  250 ตัน
  • 3 :  310 ตัน
  • 4 :  มีข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  •  เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเรือที่มีค่ากำลังขับเคลื่อนต่อน้ำหนักของเครื่องยนต์สูงที่สุด ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 :  High Speed Diesel
  • 2 :  Medium Speed Diesel
  • 3 :  Low Speed Diesel
  • 4 :  Gas Turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 321 : 8 Maneuvering and Seakeeping (การควบคุมเรือและความคงทนทะเล)
ข้อที่ 332 :
  • การทดลอง Zig – Zag Maneuvers ปกติใช้มุมหางเสือกราบละกี่องศา
  • 1 : 5
  • 2 : 10
  • 3 : 15
  • 4 : 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :

  • 1 : 270
  • 2 : 360
  • 3 : 450
  • 4 : 540
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • การเคลื่อนที่ของเรือในทิศทางใด ส่งผลต่อการทำงานของบุคลากรภายในเรือมากที่สุด
  • 1 : Pitch
  • 2 : Heave
  • 3 : Roll
  • 4 : Yaw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 335 :
  • ข้อใดไม่ใช่แนวทางแก้ไขเมื่อเรือมีอาการโคลงมากๆให้เรือโคลงน้อยลง
  • 1 : ทำให้จุด G (Center of Gravity) ของเรือเลื่อนต่ำลง
  • 2 : เปลี่ยนความเร็วเรือ
  • 3 : ลดค่า GM ของเรือให้น้อยลง
  • 4 : เปลี่ยนเข็มในการเดินทาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • การเคลื่อนที่ของเรือแบบใดจะทำให้เรือเกิด Slamming มากที่สุด
  • 1 : Surge
  • 2 : Pitch
  • 3 : Sway
  • 4 : Yaw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 337 :
  • ถ้าท่านสังเกตคลื่นลูกหนึ่ง ประมาณความยาวจากยอดคลื่น(Crest) ถึงท้องคลื่น(Trough)ได้ 200 ft และจับเวลาที่ยอดคลื่นผ่านท่านได้ที่ทุกๆ 6.25 second คลื่นลูกนี้มีความเร็วเท่าไร
  • 1 : 8 ft/s
  • 2 : 16 ft/s
  • 3 : 32 ft/s
  • 4 : 64 ft/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • ลักษณะการเคลื่อนที่รอบแกนทั้งสามของเรือ ในข้อใดถูกต้อง
  • 1 : Rolling, Pitching, Sway
  • 2 : Rolling, Pitching, Yaw
  • 3 : Rolling, Pitching, Surge
  • 4 : Surge, Yaw, Sway
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 339 :
  • ลักษณะการออกแบบรูปทรงตัวเรือ คุณลักษณะในข้อใดที่สามารถเสริมประสิทธิภาพด้าน Seakeeping ให้กับเรือ
  • 1 : Flared Forward, Bulbous Bow, Camber
  • 2 : Flared Forward, Bulbous Bow, Bilge Keel
  • 3 : Flared Forward, Bulbous Bow, Freeboard
  • 4 : Flared Forward, Camber, Bilge Keel
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :

  • 1 : 2.5 วินาที
  • 2 : 3.0 วินาที
  • 3 : 3.5 วินาที
  • 4 : 4.0 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 341 :

  • 1 : 2.5 วินาที
  • 2 : 2.8 วินาที
  • 3 : 3.1 วินาที
  • 4 : 3.4 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :

  • 1 : 2.0 วินาที
  • 2 : 3.0 วินาที
  • 3 : 4.0 วินาที
  • 4 : 5.0 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 343 :

  • 1 : 3.065
  • 2 : 4.065
  • 3 : 5.065
  • 4 : 6.065
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 344 :
  • การเคลื่อนที่ของเรือในทะเลจะมีลักษณะการออกแบบให้เรือมีคุณสมบัติที่ดี ซึ่งจะทำให้เรือสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ Seakeeping
  • 1 : Heeling
  • 2 : Pitching
  • 3 : Slamming
  • 4 : Broaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 345 :

  • 1 : Diameter of Rudder Stock = 187 mm
  • 2 : Diameter of Rudder Stock = 180 mm
  • 3 : Diameter of Rudder Stock = 197 mm
  • 4 : Diameter of Rudder Stock = 170 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 322 : 9 Load Line Assignment and Tonnage Measurement (การกำหนดเส้นแนวน้ำบรรทุกและการวัดตันแนช)
ข้อที่ 346 :
  • การคำนวณแนวน้ำบรรทุกเต็มที่ของเรือหาได้จากความสูงของเรือหักหรือลบออกด้วยค่าใด
  • 1 : ระยะฟรีบอร์ด (Freeboard)
  • 2 : ความกว้าง (Beam)
  • 3 : กินน้ำลึก (Draft)
  • 4 : ทริม (Trim)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 347 :
  • 1 : 9,084 ตัน
  • 2 : 9,384 ตัน
  • 3 : 9,684 ตัน
  • 4 : 9,984 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :

  • 1 : 100 ตัน
  • 2 : 150 ตัน
  • 3 : 200 ตัน
  • 4 : 250 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :

  • 1 : 1.95 เมตร
  • 2 : 2.05 เมตร
  • 3 : 2.15 เมตร
  • 4 : 2.25 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • การคำนวณตันเนช (Tonnage) ก็เพื่อให้ทราบปริมาตรของระวางบรรทุกเพื่อวัตถุประสงค์ในข้อใด
  • 1 : เสียภาษีค่าธรรมเนียมผ่านประตูน้ำ
  • 2 : เสียค่าธรรมเนียมในการเข้าอู่
  • 3 : เสียค่าธรรมเนียมในการเทียบท่า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 351 :
  • Freeboard คือ
  • 1 : ความสูงของกราบเรือเหนือแนวน้ำเมื่อเรือบรรทุกที่ระวางขับน้ำต่ำสุด (Light Load)
  • 2 : ความสูงของกราบเรือเหนือแนวน้ำเมื่อเรือบรรทุกสินค้าเต็มที่
  • 3 : ความสูงของกราบเรือจากแนวกระดูกงู
  • 4 : ความสูงจากกระดูกงูถึงแนวน้ำเมื่อเรือบรรทุกสินค้าเต็มที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 352 :
  • เรือที่มีรูปแบบและคุณสมบัติแตกต่างไปจากเรือมาตรฐาน การคำนวณหาระยะ Freeboard ของเรือสามารถกระทำได้โดย
  • 1 : เพิ่มความสูง Freeboard ของเรือมาตรฐาน
  • 2 : ลดความสูง Freeboard ของเรือมาตรฐาน
  • 3 : ปรับแต่งค่า Freeboard ของเรือมาตรฐาน
  • 4 : ตรวจสอบความสูงของหัวเรือจากแนวน้ำบรรทุกเต็มที่ในฤดูร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 353 :
  • การคำนวณ Gross Tonnage สามารถคำนวณได้จาก
  • 1 : ปริมาตรของเรือทั้งหมด
  • 2 : ปริมาตรของเรือทั้งหมดลบออกด้วยปริมาตรที่เพิ่มความปลอดภัยให้แก่เรือ (Exempted Space)
  • 3 : ปริมาตรของเรือทั้งหมดลบออกด้วยปริมาตรที่ใช้ในการเดินเรือ(Deducted Space)
  • 4 : Net Tonnage ลบออกด้วยปริมาตรที่ใช้ในการเดินเรือ (Deducted Space)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • การกำหนดระดับตำแหน่งของเส้น Load Line ของเรือสินค้า เพื่อให้เรือมีความปลอดภัย มีแรงลอยตัวสำรองที่เพียงพอ (Reserve of Buoyancy) การกำหนดระยะที่แสดงความสัมพันธ์ของเส้น Load Line และ เส้น Deck Line ที่เป็นหลักสำคัญของเรือแต่ละลำ เรียกว่า อะไร
  • 1 : Winter Freeboard
  • 2 : Summer Freeboard
  • 3 : Fresh Water Freeboard
  • 4 : Seawater Freeboard
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 355 :
  • เส้นระดับกินน้ำลึกของเรือที่กำหนดให้มีที่ตัวเรือบริเวณกลางลำ แสดงถึงขีดความสามารถในการบรรทุกของเรือแต่ละลำ เรียกว่า Load Line การหมายตำแหน่งของเส้นใดต่อไปนี้ที่แสดงเป็นเส้นบนสุด
  • 1 : Winter Load Line
  • 2 : Tropical Load Line
  • 3 : Fresh Water Load Line
  • 4 : Tropical Fresh Water Load Line
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • เรือกล่องลำหนึ่งมีความยาว 40 เมตร กว้าง 10 เมตร เมื่อลอยลำในแม่น้ำจะมีระดับกินน้ำลึก 3 เมตร หากในระหว่างเดินทางจากแม่น้ำไปยังท่าเรือใช้น้ำจืดและน้ำมันไปเท่ากับ 20 ตัน จะสามารถบรรทุกสินค้าลงในเรือได้จำนวนเท่าใด หากต้องการให้เรือมีระดับการกินน้ำลึกของเรือเท่ากับเมื่อเรือจอดอยู่ในแม่น้ำ
  • 1 : 50 ตัน
  • 2 : 60 ตัน
  • 3 : 70 ตัน
  • 4 : 80 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 357 :
  • เรือกล่องลำหนึ่งมีความยาว 60 เมตร กว้าง 15 เมตร เมื่อลอยลำในแม่น้ำจะมีระดับกินน้ำลึก 4 เมตร หากในระหว่างเดินทางจากแม่น้ำไปยังท่าเรือที่อยูในทะเล ใช้น้ำจืดและน้ำมันไปเท่ากับ 20 ตัน จะสามารถบรรทุกสินค้าลงในเรือได้จำนวนเท่าใดเพื่อให้เรือมีระดับการกินน้ำลึกเท่ากับเมื่อเรือจอดอยู่ในแม่น้ำ
  • 1 : 100 ตัน
  • 2 : 110 ตัน
  • 3 : 120 ตัน
  • 4 : 130 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :

  • 1 : 7412.5 m3
  • 2 : 7512.5 m3
  • 3 : 7612.5 m3
  • 4 : 7712.5 m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • เรือทรงกล่องขนาดยาว 24 เมตร กว้าง 6 เมตร ลึก 3 เมตร เมื่อลอยลำในน้ำจืด จะมีระวางขับน้ำ 150 ตัน ถ้าเรือลำนี้ลอยในน้ำทะเล จะมีระดับกินน้ำลึกเท่ากับกี่เมตร
  • 1 : 0.990
  • 2 : 1.016
  • 3 : 1.042
  • 4 : 1.068
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :

  • 1 : 187.5
  • 2 : 197.5
  • 3 : 207.5
  • 4 : 217.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :

  • 1 : 168
  • 2 : 204
  • 3 : 228
  • 4 : 264
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :

  • 1 : 68.2
  • 2 : 73.2
  • 3 : 78.2
  • 4 : 83.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 363 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 40 เมตร กว้าง 20 เมตร กินน้ำลึก 2.5 เมตร มีค่าสัมประสิทธิ์แท่งตัน (Block Coefficient, CB) เท่ากับ 0.8 เมื่อจอดอยู่ที่ท่าเรือในแม่น้ำ มีค่าความหนาแน่นของของเหลวเท่ากับ 1.000 ton/m3 เมื่อเรือลำนี้เดินทางจากท่าเรือในแม่น้ำไปยังท่าเรือที่อยู่ในทะเล (ค่าความหนาแน่นของของเหลวเท่ากับ  1.025 ton/m3) โดยในระหว่างเดินทางใช้น้ำและน้ำมันเชื้อเพลิงไป 10 ตัน จะสามารถบรรทุกน้ำและน้ำมันลงในเรืออีกจำนวนเท่าใดเพื่อให้เรือมีระวางขับน้ำเท่าเดิม
  • 1 : 20 ตัน
  • 2 : 30 ตัน
  • 3 : 40 ตัน
  • 4 : 50 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 60 เมตร กว้าง 20 เมตร กินน้ำลึก 2.5 เมตร มีค่าสัมประสิทธิ์แท่งตัน (BLOCK COEFFICIENT, CB) เท่ากับ 0.8 เมื่อจอดอยู่ที่ท่าเรือในแม่น้ำ (ค่าความหนาแน่นของของเหลว = 1.000 ton/m3 )เมื่อเรือลำนี้เดินทางจากท่าเรือในแม่น้ำไปยังท่าเรือที่อยู่ในทะเล (ค่าความหนาแน่นของของเหลว = 1.025 ton/m3) โดยในระหว่างเดินทางใช้น้ำและน้ำมันเชื้อเพลิงไป 15 ตัน จะสามารถบรรทุกน้ำและน้ำมันเชื้อเพลิงลงในเรืออีกจำนวนเท่าใดเพื่อให้เรือมีระวางขับน้ำเท่าเดิม

  • 1 : 25
  • 2 : 30
  • 3 : 45
  • 4 : 60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • เรือลำหนึ่งยาว 60 เมตร กว้าง 20 เมตร กินน้ำลึก 3 เมตร มีค่าสัมประสิทธิ์แท่งตัน (BLOCK COEFFICIENT, CB) เท่ากับ 0.8 เมื่อจอดอยู่ที่ท่าเรือในแม่น้ำ มีค่าความหนาแน่นของของเหลว = 1.000 ton/ เมื่อเรือลำนี้เดินทางจากท่าเรือในแม่น้ำไปยังท่าเรือที่อยู่ในทะเล (ค่าค่าความหนาแน่นของของเหลว = 1.025 ton/m3) โดยในระหว่างเดินทางใช้น้ำและน้ำมันเชื้อเพลิงไป 20 ตัน จะสามารถบรรทุกน้ำและน้ำมันลงในเรืออีกจำนวนเท่าใดเพื่อให้เรือมีระวางขับน้ำเท่าเดิม

  • 1 : 25 ตัน
  • 2 : 37 ตัน
  • 3 : 42 ตัน
  • 4 : 52 ตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 30 เมตร กว้าง เท่ากับ 20 เมตร กินน้ำลึก ได้สูงสุดเท่ากับ 2 เมตร หากต้องการขนส่งสินค้าจากท่าเรือที่อยู่ในทะเลเข้าสู่ท่าเทียบเรือที่อยู่ในแม่น้ำ จะต้องทำการบรรทุกสินค้าให้เรือมีระวางขับน้ำน้อยกว่าระวางขับน้ำสูงสุดเท่ากับกี่ตัน

  • 1 : 30
  • 2 : 50
  • 3 : 70
  • 4 : 100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 40 เมตร กว้าง เท่ากับ 20 เมตร กินน้ำลึก ได้สูงสุดเท่ากับ 2.5 เมตร หากต้องการขนส่งสินค้าจากท่าเรือที่อยู่ในทะเลเข้าสู่ท่าเทียบเรือที่อยู่ในแม่น้ำ จะต้องทำการบรรทุกสินค้าให้เรือมีระวางขับน้ำน้อยกว่าระวางขับน้ำสูงสุดเท่ากับกี่ตัน

  • 1 : 30
  • 2 : 50
  • 3 : 70
  • 4 : 100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • เรือกล่อง (BARGE) ลำหนึ่ง ยาว เท่ากับ 40 เมตร กว้าง เท่ากับ 20 เมตร กินน้ำลึก ได้สูงสุดเท่ากับ 2 เมตร หากต้องการขนส่งสินค้าจากท่าเรือที่อยู่ในทะเลเข้าสู่ท่าเทียบเรือที่อยู่ในแม่น้ำ จะต้องทำการบรรทุกสินค้าให้เรือมีระวางขับน้ำน้อยกว่าระวางขับน้ำสูงสุดเท่ากับกี่ตัน

  • 1 : 30
  • 2 : 40
  • 3 : 50
  • 4 : 60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • การกำหนดตำแหน่งของผนังกันน้ำ (WATERTIGHT BULKHEAD) ที่เป็นการแบ่งส่วนตัวเรือ (SUBDIVISION) เพื่อความปลอดภัยของเรือในกรณีเกิดความเสียหายน้ำเข้าเรือ ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามประเภทของเรือ และขนาดเรือ ข้อใดแสดงข้อมูลใช้สำหรับการกำหนดตำแหน่งผนังกันน้ำ

  • 1 :  BONJEAN CURVE
  • 2 :  STATICAL STABILITY CURVE
  • 3 :  FLOODABLE LENGTH CURVE
  • 4 :  BUOYANCY CURVE
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 323 : 10 Preliminary Structural Design (การออกแบบโครงสร้างของเรือเบื้องต้น)
ข้อที่ 370 :
  • ลักษณะแรงกระทำของคลื่น ที่ทำให้เกิดแรงกระทำที่เป็น แรงดึง (Tensile Stress) และแรงอัด (Compression Stress) ที่เรียกว่าการเกิด Hogging และ Sagging มีความสัมพันธ์ตามข้อใด
  • 1 : Sagging ทำให้เกิดแรงอัด (Compression Stress) ที่ท้องเรือ และแรงดึง (Tensile Stress) ที่ดาดฟ้าเรือ
  • 2 : Hogging ทำให้เกิดแรงอัด (Compression Stress) ที่ท้องเรือ และแรงดึง (Tensile Stress) ที่ดาดฟ้าเรือ
  • 3 : Hogging ทำให้เกิดแรงดึง (Tensile Stress) ที่ท้องเรือ และ แรงอัด (Compression Stress)ที่ดาดฟ้าเรือ
  • 4 : Sagging หรือ Hogging ไม่ทำให้เกิดแรงอัด (Compression Stress) ที่ท้องเรือ และแรงดึง (Tensile Stress) ที่ดาดฟ้าเรือ ที่เปลี่ยนกลับไปกลับมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 371 :
  • การออกแบบโครงสร้างชิ้นส่วนตัวเรือ ที่เป็นโครงสร้างหลัก (Primary Structure) หรือโครงสร้างรอง (Secondary Structure) มีความจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงรูปทรงกระทันหัน หรือมีแนวเชื่อมต่อที่เป็นมุมคม โดยการเสริมชิ้นงาน หรือเสริมโครงสร้าง เพื่อหลีกเลี่ยงสาเหตุการเกิดความเสียหายในข้อใดถูกต้อง
  • 1 : Built - in Stress
  • 2 : Cracking and Brittle Fracture
  • 3 : Fatigue Stress
  • 4 : Stress Concentration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 :
  • การเกิดความเสียหายกับโครงสร้างของเรือ มีสาเหตุมาจากการออกแบบชิ้นงานที่ไม่เหมาะสมกับแรงกระทำที่เกิดขึ้น ณ บริเวณที่ชิ้นงานนั้นต้องรับภาระ ลักษณะการเกิดความเสียหายในข้อใดมีคุณลักษณะที่แตกต่างจากข้ออื่น ๆ
  • 1 : Buckling
  • 2 : Bending
  • 3 : Cracking
  • 4 : Fatigue
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 373 :
  • ในการออกแบบ หรือการเลือกแบบของเครื่องจักรที่จะนำมาติดตั้งภายในเรือ จำเป็นต้องพิจารณาถึงความสามารถในการทำงานของเครื่อง ขณะเกิดสภาวะ Pitching หรือ Rolling ข้อใดคือองศาที่เครื่องจักรควรทำงานได้ (Pitching – Rolling ตามลำดับ)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 374 :
  • ในการติดตั้งใบจักรเรือ ขนาด 3.5 เมตร ถ้ากำหนดให้ Tip Clearance = 20% จงหาว่าศูนย์กลางดุมใบจักรจะอยู่ห่างจากเปลือกเรือเหนือใบจักรกี่เมตร
  • 1 : 1.65
  • 2 : 2.45
  • 3 : 3.25
  • 4 : 4.20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 375 :
  • การวางจัดวางน้ำหนักที่อยู่บนเรือ เช่น น้ำ น้ำมัน สินค้า เสบียง หรือสิ่งของในลักษณะใดทำเกิดโมเมนต์ดัด (Bending Moment) น้อยที่สุด
  • 1 : จัดวางน้ำหนักทั้งหมดไว้ที่กลางลำ
  • 2 : จัดวางน้ำหนักโดยครึ่งหนึ่งอยู่ที่หัวเรืออีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ท้ายเรือ
  • 3 : จัดวางน้ำหนักให้กระจายเท่ากันตลอดลำเรือ
  • 4 : จัดวางน้ำหนักไว้ที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 376 :
  • คลื่นที่ทำให้เกิด Hogging Moment ซึ่งทำให้ช่วงกลางลำของเรือแอ่นขึ้น มีลักษณะเช่นใด
  • 1 : ยอดคลื่นอยู่ที่ตำแหน่งกึ่งกลางลำทางยาว
  • 2 : ยอดคลื่นอยู่ที่ตำแหน่งหัวเรือและท้ายเรือ
  • 3 : ยอดคลื่นอยู่ที่ตำแหน่งกึ่งกลางลำทางขวาง
  • 4 : ยอดคลื่นอยู่ที่ตำแหน่งกราบซ้ายและขวา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 377 :
  • โครงสร้างของเรือในข้อใดไม่นำมาคิดในการคำนวณหาความแข็งแรงตามยาวของเรือ
  • 1 : แผ่นเหล็กเปลือกเรือ (Shell Plating)
  • 2 : แผ่นเหล็กท้องเรือด้านใน (Inner Bottom Plating)
  • 3 : กงตามขวาง (Transverse Frame)
  • 4 : กระดูกงู (Vertical Keel)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • Shear Strakes คือ
  • 1 : แนวแผ่นเหล็กด้านข้างตัวเรือทั้ง 2 กราบ เฉพาะแถวแรกที่ถัดจากดาดฟ้าบนสุดลงมา
  • 2 : แนวแผ่นเหล็กด้านข้างตัวเรือทั้ง 2 กราบ เฉพาะแถวที่ติดกับกระดูกงู
  • 3 : แนวแผ่นเหล็กด้านนอกสุดของดาดฟ้าเรือทั้งสองกราบ
  • 4 : แนวแผ่นเหล็กตรงกึ่งกลางลำตามยาวของดาดฟ้าเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • ความยาวคลื่นที่ก่อให้เกิดภาระสูงสุดกระทำต่อโครงสร้างตัวเรือตามยาวมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1/2 เท่าของความยาวเรือ
  • 2 : ความยาวเรือ
  • 3 : 3/2 เท่าของความยาวเรือ
  • 4 : 2 เท่าของความยาวเรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • เรือที่ปฏิบัติงานในทะเลระหว่างการเดินทาง เมื่อทะเลมีคลื่นลมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่ความยาวคลื่นเท่ากับความยาวเรือจะเกิด Hogging และ Sagging มีผลอย่างไรกับโครงสร้างเรือ ดังต่อไปนี้
  • 1 : กรณี Sagging โครงสร้างบริเวณชั้นดาดฟ้าบนจะเกิดแรงอัด (Compression) ท้องเรือเกิดแรงดึง (Tension)
  • 2 : กรณี Sagging โครงสร้างบริเวณชั้นดาดฟ้าบนจะเกิดแรงดึง (Tension) ท้องเรือเกิดแรงอัด (Compression)
  • 3 : กรณี Hogging โครงสร้างบริเวณชั้นดาดฟ้าบนจะเกิดแรงอัด (Compression) ท้องเรือเกิดแรงดึง (Tension)
  • 4 : โครงสร้างบริเวณชั้นดาดฟ้าบนจะเกิดแรงอัด (Compression) ท้องเรือเกิดแรงดึง (Tension)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 383 :
  • การคำนวณหาค่าความแข็งแรงของเรือ (Longitudinal Strength) ของเรือ รูปทรงของเรือและการติดตั้งอุปกรณ์และน้ำหนักบรรทุกบนเรือ จะใช้ในการหาค่าภาระ(Load)ทีเกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกระทำในข้อใด
  • 1 : Buoyancy Curve & Stability Curve
  • 2 : Buoyancy Force & Weight Distribution
  • 3 : Stability Curve & Weight Distribution
  • 4 : Buoyancy force & Stability Curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 384 :
  • การกำหนดชิ้นส่วนของโครงสร้างตัวเรือ ที่จะต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ และไม่สูงจนเกินไป ซึ่งการคำนวณหาค่าแรงกระทำที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างเรือ ค่าที่นำมาใช้ในการพิจารณาคือ
  • 1 : Bending Moment in Wave
  • 2 : Bending Moment in Still Water
  • 3 : Total Bending Moments
  • 4 : Permissible Stress
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :
  • ข้อใดไม่ใช่ความได้เปรียบของการใช้แผ่นเหล็กต่อเรือ ชนิด High Tensile Steel คือ
  • 1 : สามรถลดน้ำหนักรวมของโครงสร้างตัวเรือ
  • 2 : สามารถลดชิ้นส่วนงาน ได้กับเรือทุกขนาด
  • 3 : สามารถลดค่าแรงลงได้ กับเรือทุกขนาด
  • 4 : ราคาวัสดุต่อเรือสูงกว่าต่อหน่วยของน้ำหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 386 :
  • การออกแบบชิ้นงานโครงสร้างความแข็งแรงตัวเรือ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของเรือ การออกแบบจะต้องหลีกเลี่ยง หรือให้มีน้อย ข้อใดไม่ใช่การจำกัด
  • 1 : การเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปทรง ที่จะทำให้ศูนย์เสียความต่อเนื่องของโครงสร้าง
  • 2 : การเกิดความสั่นสะเทือนกับชิ้นงาน โครงสร้าง และชิ้นงานทั่วไป
  • 3 : จำกัดการเกิดสนิมของชิ้นงานต่าง ๆ และให้สามารถเข้าถึงสำหรับการซ่อมทำ และบำรุงรักษา
  • 4 : การเลือกใช้การเชื่อม และแนวเชื่อมที่เหมาะสมกับชิ้นงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • เรือลอยลำในน้ำนิ่ง พบว่าน้ำหนักส่วนมากอยู่บริเวณกึ่งกลางลำ เรือจะมีสภาพเช่นใด และบริเวณดาดฟ้าเกิดความเค้นประเภทใด
  • 1 : Hogging และ Tensile
  • 2 : Sagging และ Tensile
  • 3 : Hogging และ Compressive
  • 4 : Sagging และ Compressive
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • เรือเดินในทะเล พบว่ายอดคลื่นสูงเกิดบริเวณกึ่งกลางลำ ท้องคลื่นอยู่บริเวณหัว – ท้ายเรือ เรือจะมีสภาพเช่นใด และบริเวณดาดฟ้าเกิดความเค้นประเภทใด
  • 1 : Hogging และ Tensile
  • 2 : Sagging และ Tensile
  • 3 : Hogging และ Compressive
  • 4 : Sagging และ Compressive
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 :
  • ขณะคลื่นผ่านตัวเรือ และเรือเกิดสภาวะ Sagging และ Hogging โมเมนต์ดัดที่เกิดขึ้นจะมีค่าเป็นเช่นใด ถ้าสมมุติให้ โมเมนต์ดัดของเรือในน้ำนิ่งเป็นศูนย์
  • 1 : เป็นลบ และ เป็นบวก ตามลำดับ
  • 2 : เป็น บวก และ เป็นลบ ตามลำดับ
  • 3 : เป็นบวก และเป็นศูนย์ ตามลำดับ
  • 4 : เป็นลบ และ เป็นศูนย์ ตามลำดับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • ค่า Section Modulus Requirement ที่คำนวณได้จากกฎของสมาคม กับค่าที่ได้จากโครงสร้างหน้าตัดกลางลำ ค่าจากโครงสร้างควรเป็นเท่าใดกับของสมาคม
  • 1 : เท่ากัน
  • 2 : น้อยกว่า
  • 3 : มากกว่า
  • 4 : ยิ่งมากยิ่งดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • เรือบาร์จทรงสี่เหลี่ยมยาว 32 เมตร ระวางขับน้ำเรือเปล่า 352 ตัน แบ่งเป็น 4 ระวาง บรรทุกสินค้า 192 ตัน 224 ตัน 272 ตัน 176 ตัน ตามลำดับ จงหาค่าแรงความลอยที่กระทำกับ กี่ตันต่อเมตร
  • 1 : 38
  • 2 : 27
  • 3 : 16
  • 4 : 11
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :
  • โครงสร้างใดไม่รองรับการเกิด Racking Stresses
  • 1 : Beam Knees
  • 2 : Web Frames
  • 3 : Longitudinal Frames
  • 4 : Transverse Bulkheads
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • เรือที่มีขนาดยาวมากๆควรมีการวางกงแบบใดเพื่อป้องกันเรือหักที่กลางลำ
  • 1 : วางกงตามยาว (Longitudinal Framing)
  • 2 : วางกงตามขวาง (Transverse Framing)
  • 3 : วางกงแบบผสม (Combination Framing)
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • การคำนวณหาค่า Still Water Bending Moment ซึ่งจะต้องแบ่งการดำเนินการตลอดความยาวของเรือ โดยแบ่งเป็นส่วน ๆ การคำนวณนี้ จะใช้ข้อมูลเริ่มต้นจากข้อใด
  • 1 : Stability Curve
  • 2 : Hydrostatic Curve
  • 3 : Cross Curve
  • 4 : Load Curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 395 :
  • เรือบาร์จทรงสี่เหลี่ยมยาว 30 เมตร ระวางขับน้ำเรือเปล่า 300 ตัน แบ่งเป็น 4 ระวาง บรรทุกสินค้า 150 ตัน 250 ตัน 200 ตัน 150 ตัน ตามลำดับ จงหาค่าแรงความลอยที่กระทำต่อเรือเท่ากับกี่ตันต่อเมตร
  • 1 : 35
  • 2 : 40
  • 3 : 45
  • 4 : 50
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 396 :
  • เรือบาร์จทรงสี่เหลี่ยมยาว 40 เมตร ระวางขับน้ำเรือเปล่า 400 ตัน แบ่งเป็น 4 ระวาง บรรทุกสินค้า 100 ตัน 200 ตัน 200 ตัน 100 ตัน ตามลำดับ จงหาค่าแรงความลอยที่กระทำต่อเรือเท่ากับกี่ตันต่อเมตร
  • 1 : 25
  • 2 : 30
  • 3 : 35
  • 4 : 40
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 397 :
  • โครงสร้างใดที่มีผลต่อการเกิด RACKING STRESSES น้อยที่สุด
  • 1 : BEAM KNEES
  • 2 : WEB FRAMES
  • 3 : LONGITUDINAL FRAMES
  • 4 : TRANSVERSE BULKHEADS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 398 :
  • โดยทั่วไปแล้วกงเรือในบริเวณฐานแท่นเครื่องจักรใหญ่ หรือ อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากมักถูกออกแบบให้มีการวางกงแบบใด
  • 1 : วางกงตามยาว (Longitudinal Framing)
  • 2 : วางกงตามขวาง (Transverse Framing)
  • 3 : วางกงแบบผสม (Combination Framing)
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 399 :
  • เรือลำหนึ่งหาดถูกออกแบบให้มีระบบกงตามยาวแต่ในบริเวณฐานแท่นเครื่องจักรใหญ่ หรือ อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากถูกออกแบบให้มีการวางกงแบบขวางใด และเรือลำนี้จะมีระบบกงแบบใด
  • 1 : ระบบกงตามยาว
  • 2 : ระบบกงตามขวาง
  • 3 : ระบบกงแบบผสม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร