สภาวิศวกร

สาขา : เครื่องกล

วิชา : Mechanics of Machinery

เนื้อหาวิชา : 253 : 1. Definition 1
ข้อที่ 1 :
  • การสัมผัสระหว่างผิวลูกสูบกับกระบอกสูบจัดเป็นคู่สัมผัสแบบ
  • 1 : คู่สัมผัสเลื่อนไหล (Sliding pairs)
  • 2 : คู่สัมผัสเกลียว (Helical pairs)
  • 3 : คู่สัมผัสทรงกระบอก (Cylindrical pairs)
  • 4 : คู่สัมผัสทรงกลม (Spherical pairs)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • การสัมผัสระหว่างผิวสลักเกลียวกับแป้นเกลียวจัดเป็นคู่สัมผัสแบบ
  • 1 : คู่สัมผัสเลื่อนไหล (Sliding pairs)
  • 2 : คู่สัมผัสเกลียว (Helical pairs)
  • 3 : คู่สัมผัสทรงกระบอก (Cylindrical pairs)
  • 4 : คู่สัมผัสทรงกลม (Spherical pairs)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 3 :
  • การสัมผัสระหว่างผิวของรองลื่นแบบ journal กับเพลาจัดเป็นคู่สัมผัสแบบ
  • 1 : คู่สัมผัสเลื่อนไหล (Sliding pairs)
  • 2 : คู่สัมผัสเกลียว (Helical pairs)
  • 3 : คู่สัมผัสทรงกระบอก (Cylindrical pairs)
  • 4 : คู่สัมผัสทรงกลม (Spherical pairs)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • คู่สัมผัสเกลียว (Helical pairs) ได้แก่การสัมผัสระหว่าง
  • 1 : ผิวลูกสูบกับกระบอกสูบ
  • 2 : ล้อรถยนต์กับพื้นถนน
  • 3 : ฟันเฟืองคู่หนึ่ง
  • 4 : สลักเกลียวกับแป้นเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • คู่สัมผัสแบบ Lower pair คือ
  • 1 : คู่สัมผัสที่ถูกยึดให้ติดกันทางเชิงกลอย่างเดียว
  • 2 : คู่สัมผัสระหว่างลูกบอลกับเบ้า
  • 3 : คู่สัมผัสที่สัมผัสกันเป็นพื้นที่
  • 4 : คู่สัมผัสที่มีส่วนสัมผัสกันเป็นเส้นหรือจุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • คู่สัมผัสทรงกลม ( Spherical Pairs) คือ
  • 1 : คู่สัมผัสที่ถูกยึดด้วยแรงภายนอก หรือ แรงโน้มถ่วง
  • 2 : คู่สัมผัสที่เคลื่อนที่โดยหมุนไปพร้อมๆกับการเคลื่อนที่ไปตามแกนการหมุน
  • 3 : คู่สัมผัสระหว่างลูกบอลกับเบ้า
  • 4 : คู่สัมผัสที่มีส่วนสัมผัสกันเป็นพื้นที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • คู่สัมผัสแบบคู่ขั้นสูง (Higher Pairs) คือ
  • 1 : คู่สัมผัสที่มีส่วนสัมผัสกันเป็นเส้นหรือจุด
  • 2 : คู่สัมผัสที่มีส่วนสัมผัสกันเป็นพื้นที
  • 3 : คู่สัมผัสที่มีส่วนสัมผัสกันเป็นแบบเชิงไม่บังคับ
  • 4 : คู่สัมผัสที่มีส่วนสัมผัสกันอยู่ส่วนบนของกลไก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 :
  • Prismatic pairs คือ
  • 1 : คู่สัมผัสของสามเหลี่ยมปริซึม
  • 2 : คู่สัมผัสของล้อกลิ้งโดยไม่ลื่นไถล
  • 3 : คู่สัมผัสของกลไกที่ยอมให้ข้อต่อหนึ่งเคลื่อนที่ได้โดยการหมุน
  • 4 : คู่สัมผัสของกลไกที่ยอมให้ข้อต่อหนึ่งเคลื่อนที่ได้โดยเลื่อนไถลไปมา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดเป็นชนิดของการเคลื่อนที่แบบ Plane Motion
  • 1 : Translation Motion
  • 2 : Spherical Motion
  • 3 : Helical Motion
  • 4 : Absolute Motion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • ข้อใดเป็นชนิดของการเคลื่อนที่แบบ Plane Motion
  • 1 : Spherical Motion
  • 2 : Rotation Motion
  • 3 : Helical Motion
  • 4 : Absolute Motion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชนิดของการเคลื่อนที่แบบ Plane Motion
  • 1 : Translation Motion
  • 2 : Rotation Motion
  • 3 : Rectilinear Motion
  • 4 : Absolute Motion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 12 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชนิดของการเคลื่อนที่แบบ Plane Motion
  • 1 : Rectilinear Motion
  • 2 : Curvilinear Motion
  • 3 : Helical Motion
  • 4 : Translation Motion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • โซ่คิเนแมติก (Kinematic chain) ในข้อใดเป็นโซ่คิเนแมติกเชิงบังคับ (constrained kinematic chain)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • คำตอบข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 :

    คู่สัมผัสขั้นต่ำ (Lower Pair)

  • 2 :

    คู่สัมผัสแบบทรงกระบอก (Cylindrical pairs)


  • 3 :

    คู่สัมผัสแบบทรงกลม (Spherical pairs)

  • 4 :

    คู่สัมผัสแบบปิด (Form-closed pairs)

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • เมื่อแบ่งตามลักษณะของการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ คู่สัมผัสในรูปเป็นคู่สัมผัสชนิดใด


  • 1 :

    คู่สัมผัส 23 เป็นแบบหมุน(Tuning pair)

    คู่สัมผัส 12 เป็นแบบเลื่อน (Sliding pair)

  • 2 :

    คู่สัมผัส 23 เป็นแบบทรงกระบอก (Cylindrical pair)

    คู่สัมผัส 12 เป็นแบบเลื่อน (Sliding pair)

  • 3 :

    คู่สัมผัส 23 เป็นแบบคู่ขั้นสูง

    คู่สัมผัส 12 เป็นแบบคู่ขั้นต่ำ

  • 4 :

    คู่สัมผัส 23 เป็นคู่สัมผัสที่มีระดับขั้นความเสรีเป็น 1

    คู่สัมผัส 12 เป็นคู่สัมผัสที่มีระดับขั้นความเสรีเป็น 1

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • เมื่อแบ่งตามลักษณะการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ คู่สัมผัสในรูปเป็นคู่สัมผัสชนิดใด


  • 1 : คู่สัมผัสแบบกลิ้งพร้อมไถล
  • 2 : คู่สัมผัสขั้นสูง
  • 3 : คู่สัมผัสแบบเลื่อนไถล
  • 4 : คู่สัมผัสแบบหมุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • คู่สัมผัสเลื่อนไหล (Sliding pairs) ได้แก่การสัมผัสระหว่าง
  • 1 : ผิวลูกสูบกับกระบอกสูบ
  • 2 : ล้อรถยนต์กับพื้นถนน
  • 3 : ฟันเฟืองคู่หนึ่ง
  • 4 : สลักเกลียวกับแป้นเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • ผิวของรองลื่นแบบ journal กับเพลา ได้แก่การสัมผัสระหว่าง
  • 1 : ผิวลูกสูบกับกระบอกสูบ
  • 2 : ล้อรถยนต์กับพื้นถนน
  • 3 : ฟันเฟืองคู่หนึ่ง
  • 4 : สลักเกลียวกับแป้นเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • ระดับขั้นความเสรี(Degree of freedom หรือ Mobility) ของกลไกคืออะไร
  • 1 : จำนวนตัวแปรที่บอกถึงตำแหน่งของชิ้นส่วนของกลไก
  • 2 :  จำนวนตัวต้นกำลังที่น้อยที่สุดที่ใช้ในการขับเคลื่อนกลไก แล้วทำให้กลไกเคลื่อนที่ได้อย่างสมบูรณ์
  • 3 :  จำนวนข้อต่อ(joint)ทั้งหมดของกลไก
  • 4 : จำนวนชิ้นส่วนหรือชิ้นต่อโยง(Link)ทั้งหมดของกลไก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  •  โดยทั่วไปการสัมผัสระหว่างล้อรถยนต์กับถนนจะเป็นแบบ
  • 1 :  Sliding pair
  • 2 :  Journal bearing pair
  • 3 :  Helical pair
  • 4 :  Cylindrical pair
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • กลไกดังรูปมีคู่สัมผัสชนิดใด

     

  • 1 : คู่สัมผัสขั้นต่ำ(Lower pair)
  • 2 : คู่สัมผัสหมุน(Pin joint)
  • 3 : คู่สัมผัสเลื่อน(Sliding joint)
  • 4 : คู่สัมผัสขั้นสูง(Higher pair)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • คิแนเมติกอินเวอร์ชั่น(Kinematic inversion) ของกลไก คือ
  • 1 :  การออกแบบให้กลไกมีการเคลื่อนที่ตามที่ต้องการ
  • 2 :  การเปลี่ยนรูปร่างของกลไก โดยการเพิ่มความยาวของชิ้นต่อโยง
  • 3 :  การเปลี่ยนรูปแบบกลไกโดยการเพิ่มชิ้นต่อโยงให้กับกลไก
  • 4 : การเปลี่ยนรูปแบบกลไกโดยการสลับให้ชิ้นต่อโยงแต่ละชิ้นทำหน้าที่เป็นกราวด์(หรือไม่มีการเคลื่อนที่) โดยจำนวนชิ้นต่อโยงยังเท่าเดิมและมีคู่สัมผัสเหมือนเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • ข้อใดเป็นกลไกกราช๊อฟ(Grashof mechanism)
  • 1 :  กลไกวัตต์(Watt linkage)
  • 2 : กลไกแคร้งสไลเดอร์ (Crank slider mechanism)
  • 3 : กลไกแพนโทกราฟ (Pantograph)
  • 4 :  กลไกแคร้งร็อกเกอร์ (Crank-rocker mechanism)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของชิ้นต่อโยง Coupler
  • 1 : เชื่อมต่อกับชิ้นต่อโยงที่หยุดนิ่ง(Ground)
  • 2 : มีการเคลื่อนที่เป็นแบบหมุนอย่างเดียว (Rotation)
  • 3 : มีการเคลื่อนที่แบบหมุนและเลื่อน (General plane motion)
  • 4 : มีการเคลื่อนที่แบบเลื่อน(Translation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • Motion ของ link 3 ในระบบ linkage ดังรูป เป็นแบบใด
  • 1 :  translation
  • 2 :  rotation
  • 3 :  curvilinear translation
  • 4 :  translation and rotation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  • ชิ้นต่อโยงใดของกลไกในรูป ที่มีการเคลื่อนที่แบบ General plane motion กำหนดให้มีคู่สัมผัสแบบหมุนที่จุด A, B, C, D และ F

  • 1 : ชิ้นต่อโยง AB
  • 2 : ชิ้นต่อโยง BC
  • 3 : ชิ้นต่อโยง CD
  • 4 :  ไม่มี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • การสัมผัสระหว่างล้อรถยนต์กับถนนในขณะเหยียบห้ามล้อเต็มที่ จะเป็นแบบ
  • 1 : Sliding pair
  • 2 : Journal bearing pair
  • 3 : Helical pair
  • 4 : Cylindrical pair
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  • กลไกสี่ชิ้น (four-bar mechanism) ที่ชิ้นส่วนขาเข้า (input link) และขาออก (output link) สามารถหมุนได้ครบรอบทั้งสองชิ้น เรียกว่า
  • 1 : Crank-slider mechanism
  • 2 : Drag link mechanism
  • 3 : Rocker-crank mechanism
  • 4 : Toggle mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 254 : 2. Definition 2
ข้อที่ 29 :
  • โครงสร้างสะพานพุทธจัดเป็นโซ่คิเนแมติก (Kinematic chain)
  • 1 : แบบเปิด
  • 2 : เชิงบังคับ
  • 3 : แบบบังคับไม่ได้
  • 4 : แบบล็อก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • โซ่คิเนแมติกแบบล็อก (Locked kinematic chain) ได้แก่
  • 1 : โครงสร้างสะพานพุทธ
  • 2 : เพลาข้อเหวี่ยงเครื่องยนต์
  • 3 : ชุดเฟืองทด
  • 4 : สายพานลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 31 :
  • ชุดเฟืองทดเป็นโซ่คิเนแมติก (Kinematic chain)
  • 1 : แบบล็อก
  • 2 : เชิงบังคับ
  • 3 : แบบเปิด
  • 4 : แบบบังคับไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • บานประตูแบบแกว่ง (Swinging door) จัดเป็นโซ่คิเนแมติก (Kinematic chain)
  • 1 : แบบล็อก
  • 2 : เชิงบังคับ
  • 3 : แบบเปิด
  • 4 : แบบปิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • กลไกที่กำหนดการเคลื่อนที่ของจุดๆหนึ่ง เรียกว่า
  • 1 : Path Generation
  • 2 : Motion Generation
  • 3 : Function Generation
  • 4 : Change point Mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • กลไกที่สนใจกำหนดการเคลื่อนที่ของก้านส่ง เช่น ฝากระโปรงรถยนต์ เรียกว่า
  • 1 : Motion Generation
  • 2 : Path Generation
  • 3 : Function Generation
  • 4 : Change point Mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • โครงสร้างแบบโซ่ล็อคชนิด Statically determinate คือ
  • 1 : โครงสร้างของลูกเบี้ยวและตัวตาม
  • 2 : Peaucellier Mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • คู่สัมผัสของ Camshaft กับ Valve ในเครื่องยนต์เป็นคู่สัมผัสแบบ
  • 1 : Lower Pairs & Form- Closed Pairs
  • 2 : Lower Pairs & Force-closed Pairs
  • 3 : Higher Pairs & Form-closed Pairs
  • 4 : Higher Pairs & Force-Closed Pairs
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการส่งผ่านการเคลื่อนที่
  • 1 : การส่งผ่านการเคลื่อนที่แบบสัมผัสกันโดยตรง
  • 2 : การส่งผ่านการเคลื่อนที่แบบสัมผัสกันโดยอ้อม
  • 3 : การส่งผ่านการเคลื่อนที่โดยอาศัยชิ้นต่อโยงที่ยืดหดได้
  • 4 : การส่งผ่านการเคลื่อนที่โดยอาศัยชิ้นต่อโยงตัวกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดคือการส่งผ่านการเคลื่อนที่โดยอาศัยชิ้นต่อโยงที่ยืดหดได้
  • 1 : ลูกเบี้ยวและตัวตาม
  • 2 : ก้านสูบและลูกสูบ
  • 3 : สายพาน
  • 4 : coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • ข้อใดคือการส่งผ่านการเคลื่อนที่แบบสัมผัสกันโดยตรง
  • 1 : สายพาน
  • 2 : ลูกเบี้ยวและตัวตาม
  • 3 : ก้านสูบและลูกสูบ
  • 4 : coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 40 :
  • ข้อใดคือการส่งผ่านการเคลื่อนที่โดยอาศัยชิ้นต่อโยงตัวกลาง
  • 1 : coupling
  • 2 : ลูกเบี้ยวและตัวตาม
  • 3 : ก้านสูบและลูกสูบ
  • 4 : สายพาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • ข้อเหวี่ยง (Crank) หมายถึงข้อใด


  • 1 :

     ข้อต่อ O2A ที่สามารถหมุนได้รอบจุดหมุนที่อยู่กับที่ O2

  • 2 :

    1. ข้อต่อ O4B ที่แกว่งไปมารอบจุดหมุน O4

  • 3 :

     ข้อต่อ AB ที่สามารถหมุนได้รอบจุด A และจุด B

  • 4 :

     ข้อต่อ O2O4 ที่มี O2 และ O4 เป็นจุดหมุนที่อยู่กับที่ของกลไก 4-ข้อต่อ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 42 :
  • ก้านส่ง (Coupler) หมายถึงข้อต่อในรูปใด


  • 1 : ข้อต่อ 3
  • 2 : ข้อต่อ 2
  • 3 : ข้อต่อ 4
  • 4 : ข้อต่อ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • ข้อใดเป็นการแบ่งชนิดของคู่สัมผัสตามลักษณะของพื้นผิวที่สัมผัสกันของคู่สัมผัส
  • 1 : คู่ขั้นสูง และคู่ขั้นต่ำ
  • 2 : คู่ปิดโดยเชิงกล และคู่ปิดโดยแรง
  • 3 : คู่สัมผัสแบบเลื่อนไถล และแบบหมุน
  • 4 : คู่สัมผัสแบบกลิ้งโดยไม่ไถล และกลิ้งโดยมีการไถล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • ข้อใดเป็นการแบ่งคู่สัมผัสตามลักษณะของการบังคับเชิงกล
  • 1 : คู่ปิดโดยเชิงกล และคู่ปิดโดยแรง
  • 2 : คู่ขั้นสูง และคู่ขั้นต่ำ
  • 3 : สัมผัสแบบกลิ้งโดยไม่ไถล และแบบกลิ้งพร้อมไถล
  • 4 : คู่สัมผัสแบบเกลียว และคู่สัมผัสทรงกระบอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • โซ่คิเนแมติกแบบล็อก (Locked kinematic chain) ได้แก่
  • 1 : ตัวถังรถยนต์
  • 2 : เพลาข้อเหวี่ยงเครื่องยนต์
  • 3 : ชุดเฟืองทด
  • 4 : สายพานลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :
  • เพลาข้อเหวี่ยงรถยนต์เป็นโซ่คิเนแมติก (Kinematic chain)
  • 1 : แบบล็อก
  • 2 : เชิงบังคับ
  • 3 : แบบเปิด
  • 4 : แบบบังคับไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • การสัมผัสระหว่างไม้ชักของ slide rule เป็นแบบ

                  
  • 1 :  Sliding pair
  • 2 :  Journal bearing pair
  • 3 :  Helical pair
  • 4 :  Cylindrical pair
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  •  Cam 2 เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว w2    P เป็น contact point ของ cam 2 และ follower 3

    TT' เป็น common tangent       N' เป็น common normal    Velocity of slide มีค่าเท่ากับ

                                

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :   -  
  • 4 :  ศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • การสัมผัสระหว่างรองเท้ากับพื้นขณะกำลังเดิน เป็นแบบ
  • 1 : Sliding pair
  • 2 : Journal bearing pair
  • 3 : Helical pair
  • 4 : Cylindrical pair
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 50 :
  • การเข้าคู่ (Kinematic pairing) ระหว่างกระบอกสูบกับลูกสูบของเครื่องยนต์คือ
  • 1 : Sliding pair
  • 2 : Journal bearing pair
  • 3 : Helical pair
  • 4 : Cylindrical pair
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 255 : 3. Linkage 1
ข้อที่ 51 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ (Four bars linkage) ตัวหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อ 4 ชิ้นที่มีความยาวดังนี้ S เป็นความยาวของข้อต่อที่สั้นที่สุด L เป็นความยาวของข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป็นความยาวของข้อต่ออีก 2 ข้อที่เหลือ ถ้ากลไกชุดนี้ถูกประกอบให้ S+L < P+Q โดยที่ข้อต่อสั้นที่สุดเป็นแท่นเครื่อง เราจะได้กลไกแบบ
  • 1 : ข้อเหวี่ยงคู่ (Double crank)
  • 2 : ข้อเหวี่ยง-แขนแกว่ง (Crank-Rocker)
  • 3 : แขนแกว่งคู่ (Double rocker)
  • 4 : มีจุดเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ (Four bars linkage) ตัวหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อ 4 ชิ้นที่มีความยาวดังนี้ S เป็นความยาวของข้อต่อที่สั้นที่สุด L เป็นความยาวของข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป็นความยาวของข้อต่ออีก 2 ข้อที่เหลือ ถ้ากลไกชุดนี้ถูกประกอบให้ S+L < P+Q โดยที่ข้อต่อสั้นที่สุดเป็นข้อต่อด้านข้าง เราจะได้กลไกแบบ
  • 1 : ข้อเหวี่ยงคู่ (Double crank)
  • 2 : ข้อเหวี่ยง-แขนแกว่ง (Crank-Rocker)
  • 3 : แขนแกว่งคู่ (Double rocker)
  • 4 : มีจุดเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ (Four bars linkage) ตัวหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อ 4 ชิ้นที่มีความยาวดังนี้ S เป็นความยาวของข้อต่อที่สั้นที่สุด L เป็นความยาวของข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป็นความยาวของข้อต่ออีก 2 ข้อที่เหลือ ถ้ากลไกชุดนี้ถูกประกอบให้ S+L < P+Q โดยที่ข้อต่อสั้นที่สุดเป็นก้านส่ง เราจะได้กลไกแบบ
  • 1 : ข้อเหวี่ยงคู่ (Double crank)
  • 2 : ข้อเหวี่ยง-แขนแกว่ง (Crank-Rocker)
  • 3 : แขนแกว่งคู่ (Double rocker)
  • 4 : มีจุดเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ (Four bars linkage) ตัวหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อ 4 ชิ้นที่มีความยาวดังนี้ S เป็นความยาวของข้อต่อที่สั้นที่สุด L เป็นความยาวของข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป็นความยาวของข้อต่ออีก 2 ข้อที่เหลือ ถ้ากลไกชุดนี้ถูกประกอบให้ S+L = P+Q โดยที่ข้อต่อสั้นที่สุดเป็นก้านส่ง เราจะได้กลไกแบบ
  • 1 : ข้อเหวี่ยงคู่ (Double crank)
  • 2 : ข้อเหวี่ยง-แขนแกว่ง (Crank-Rocker)
  • 3 : แขนแกว่งคู่ (Double rocker)
  • 4 : มีจุดเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 55 :
  • กลไก Double rocker ประกอบด้วย ขนาดดังนี้ O2B = 3 cm BC = 1.5 cm CO4 = 3.2 cm O2O4 = 2.5 cm ก้าน O2B เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตายของตัวขับ คือ
  • 1 : 145.5 degree and 62.87 degree
  • 2 : 34.5 degree and 117.13 degree
  • 3 : 214.5 degree and 117.13 degree
  • 4 : 34.5 degree and 297.13 degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • กลไก Double rocker ประกอบด้วย ขนาดดังนี้ O2B = 3 cm BC = 1.5 cm CO4 = 3.2 cm O2O4 = 2.5 cm ก้าน O4C เป็นตัวตาม ตำแหน่งจุดตายของตัวตาม คือ
  • 1 : 89.06 degree and 34.6 degree
  • 2 : 269.06 degree and 34.6 degree
  • 3 : 89.06 degree and 24.6 degree
  • 4 : 69.06 degree and 24.6 degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 :
  • จากรูป เส้นส่งผ่านการเคลื่อนที่คือชิ้นต่อโยงใด


  • 1 : ชิ้นต่อโยง 1
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 2
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 3
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • ตำแหน่งจุดตายของกลไก 4 ข้อต่อ คือ
  • 1 : ตำแหน่งที่ข้อต่อก้านส่งอยู่ในระนาบ
  • 2 : ตำแหน่งที่ก้านส่งอยู่ในแนวเดียวกันกับตัวตาม (ตัวถูกขับ)
  • 3 : ตำแหน่งที่ด้านข้างอยู่ในแนวเดียวกันกับตัวตาม (ตัวถูกขับ)
  • 4 : ตำแหน่งที่แนวแท่นเครื่องอยู่ในแนวเดียวกันกับตัวตาม (ตัวถูกขับ)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • กลไกในภาพมีชื่อเรียกว่า
  • 1 : Paralelligram
  • 2 : Galloway
  • 3 : Watt
  • 4 : Stephenson
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • จากรูป ชิ้นต่อโยงใดบ้างที่เป็นเส้นส่งผ่านการเคลื่อนที่
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 2 และ 4
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 2 ชิ้นเดียว
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 3 และ 4
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 3 ชิ้นเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • จากรูป เส้นส่งผ่านการเคลื่อนที่คือชิ้นต่อโยงใด
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 1
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 2
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 3
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  • จากรูป เส้นส่งผ่านการเคลื่อนที่คือชิ้นต่อโยงใด


  • 1 : ชิ้นต่อโยง 2 และ 4
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 2 ชิ้นเดียว
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 3 และ 4
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 3 ชิ้นเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :
  • การแบ่งชนิดของกลไก 4-ข้อต่อ แบ่งได้เป็น 5 ชนิดในรูป s & l เป็นความยาวของข้อต่อที่สั้นที่สุดและยาวที่สุด p และ q เป็นความยาวของข้อต่อที่เหลือ เมื่อ s + l = p + q กลไก 4-ข้อต่อนี้จะเป็นชนิดใด


  • 1 : กลไกที่มีจุดเปลี่ยน (change point mechanism) เมื่อให้ข้อต่อที่สั้นที่สุดอยู่ที่ใดก็ได้
  • 2 : กลไกแขนแกว่งคู่ (double-rocker) เมื่อให้ข้อต่อที่สั้นที่สุดเป็นก้านส่ง (coupler)
  • 3 : กลไกข้อเหวี่ยงแขนแกว่ง (crank-rocker) เมื่อให้ข้อต่อที่สั้นที่สุดเป็นด้านข้าง
  • 4 : กลไกข้อเหวี่ยงคู่ (double-crank) เมื่อให้ข้อต่อที่สั้นที่สุดเป็นแท่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • การแบ่งชนิดของกลไก 4-ข้อต่อ แบ่งได้เป็น 5 ชนิดในรูป s & l เป็นความยาวของข้อต่อที่สั้นที่สุดและยาวที่สุด p และ q เป็นความยาวของข้อต่อที่เหลือ เมื่อ s + l < p + q กลไก 4-ข้อต่อนี้จะเป็นชนิดใด


  • 1 : กลไกข้อเหวี่ยงคู่ (double-crank)
  • 2 : กลไกแขนแกว่งคู่ (double-rocker)
  • 3 : กลไกข้อเหวี่ยงแขนแกว่ง (crank-rocker)
  • 4 : กลไกที่มีจุดเปลี่ยน (change point mechanism)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 65 :
  • Coupler curve หมายถึงเส้นโค้งใด
  • 1 : เป็นส่วนโค้งที่ได้จากจุดบนก้านส่งลากไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • 2 : เป็นส่วนโค้งที่ได้จากจุดบนข้อเหวี่ยงที่ลากไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • 3 : เป็นส่วนโค้งที่ได้จากจุดบนขอบของวงล้อที่ลากไปบนระนาบ เมื่อวงล้อกลิ้งไปบนพื้นราบโดยไม่มีการไถลที่อยู่กับที่
  • 4 : เป็นส่วนโค้งที่เกิดจากจุดบนข้อต่อใดข้อต่อหนึ่งในกลไกกราชอฟ ที่ลากไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 66 :
  • จากโซ่คิเนแมติกเชิงบังคับ 4 ข้อต่อ จากการสับเปลี่ยน (inversion) จะได้กลไกทั้งหมดกี่ชนิด
  • 1 : 4 ชนิด
  • 2 : 2 ชนิด
  • 3 : 3 ชนิด
  • 4 : 1 ชนิด หรือเหมือนเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ (Four bars linkage) แบบข้อเหวี่ยงคู่ ของ Grafshof ต้องมีข้อต่อสั้นที่สุดเป็น
  • 1 : แท่นเครื่อง
  • 2 : ข้อเหวี่ยง
  • 3 : ก้านส่ง
  • 4 : ตัวตาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 68 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ (Four bar linkage) แบบข้อเหวี่ยง-แขนแกว่ง ของ Grafshof ต้องมีข้อต่อสั้นที่สุดเป็น
  • 1 : แท่นเครื่อง
  • 2 : ข้อเหวี่ยง
  • 3 : ก้านส่ง
  • 4 : ตัวตาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  •  Linkage ในรูป คือ

                  

                     

  • 1 :  Scott-Russell linkage
  • 2 :  Pantograph
  • 3 :   Peaucellier-Lipkin linkage
  • 4 :   Hoekens linkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  •  Four – bar linkage ดังรูป ในตำแหน่งเส้นประ ข้อ link 3 (A' B' ) และ link 4 (B' O4) อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน จะเกิด dead point ขึ้นเมื่อ

     

                                      

  • 1 :     04 อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 2 :  link ใด ๆ ก็ได้ 2 links อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 3 :  เมื่อ link 2 เป็น oscillator
  • 4 :  เมื่อ link 4 เป็น oscillator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 71 :
  • Linkage ในรูป คือ

  • 1 : Scott-Russell linkage
  • 2 : Pantograph
  • 3 : Peaucellier-Lipkin linkage
  • 4 : Hoekens linkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :
  • กลไกในรูป คือ

  • 1 : Scott-Russell linkage
  • 2 : Pantograph
  • 3 : Offset crank-slider
  • 4 : Hoekens linkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 256 : 4. Linkage 2
ข้อที่ 73 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปมีขนาด O2A = 15 mm, AB = 32 mm, O4B = 30 mm และ O2O4 = 25 mmถ้า O2A เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัด ( มุม O4O2A) เป็น
  • 1 : 65.5
  • 2 : 83.3
  • 3 : 49.6
  • 4 : 114.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปมีขนาด O2A = 15 mm, AB = 32 mm, O4B = 30 mm และ O2O4 = 25 mmถ้า O2A เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัด (มุม O2O4B) เป็น
  • 1 : 100.6O
  • 2 : 130.5O
  • 3 : 65.5O
  • 4 : 114.5O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปมีขนาด O2A = 15 mm, AB = 32 mm, O4B = 30 mm และ O2O4 = 25 mmถ้า O4B เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตาย (มุม O2O4B) เป็น
  • 1 : 100.6O
  • 2 : 130.5O
  • 3 : 65.5O
  • 4 : 114.5O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปมีขนาด O2A = 15 mm, AB = 32 mm, O4B = 30 mm และ O2O4 = 25 mmถ้า O4B เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตาย (มุม O4O2A) เป็น
  • 1 : 65.5O
  • 2 : 83.3O
  • 3 : 49.6O
  • 4 : 114.5O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • กลไก ชนิด 4 ข้อต่อ มีค่าตามรูป a = 1.5 cm b = 3.0 cm c = 3.2 cm ฐานห่างกัน = 2.5 cm จงหาตำแหน่งขีดจำกัดของตัวขับ a


  • 1 : 34.51 degree และ 89.06 degree
  • 2 : 34.6 degree และ 89.05 degree
  • 3 : 47 degree และ 104.037degree
  • 4 : 34.51 degree และ 104.037 degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 :
  • กลไก ชนิด 4 ข้อต่อ มีค่าตามรูป a = 1.5 cm b = 3.0 cm c = 3.2 cm ฐานห่างกัน = 2.5 cm จงหาตำแหน่งขีดจำกัดของตัวตาม b

     

  • 1 : 62.9 Degree และ 145.5 Degree
  • 2 : 117.13 Degree และ 34.6 Degree
  • 3 : 34.6 Degreeและ 104.5 Degree
  • 4 : 104.6 Degreeและ 34.4 Degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • กลไก ชนิด 4 ข้อต่อ มีค่าตามรูป a = 2 cm b = 3.5 cm c = 3.2 cm ฐานห่างกัน = 2.5 cm จงหาตำแหน่งขีดจำกัดของตัวตาม b


  • 1 : 12.87 degree to 119.21 degree
  • 2 : 60 degree to 160 degree
  • 3 : 79 degree to 13 degree
  • 4 : 60.79 degree to 167.13 degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • กลไก ชนิด 4 ข้อต่อ มีค่าตามรูป a = 2 cm b = 3.5 cm c = 3.2 cm ฐานห่างกัน = 2.5 cm จงหาตำแหน่งขีดจำกัดของตัวขับ a


  • 1 : 215.98 degree to 139.46 degree
  • 2 : 35.98 degree to 139.46 degree
  • 3 : 35.98 degree to 319.46 degree
  • 4 : 215.98 degree to 319.46 degree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 81 :
  • จากรูปให้ชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวขับและชิ้นต่อโยง 4 เป็นตัวตาม จะได้มุม Transmission คือมุมระหว่างชิ้นต่อโยงใด
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 4
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 1 กับชิ้นต่อโยง 2
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 3
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 4 กับชิ้นต่อโยง 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 82 :
  • จากรูปให้ชิ้นต่อโยง 4 เป็นตัวขับและชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวตาม จะได้มุม Transmission คือมุมระหว่างชิ้นต่อโยงใด
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 1
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 3
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 4
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • จากรูปให้ชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวขับและชิ้นต่อโยง 4 เป็นตัวตาม จะได้มุม Transmission คือมุมระหว่างชิ้นต่อโยงใด
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 1 กับชิ้นต่อโยง 2
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 4
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 3
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 4 กับชิ้นต่อโยง 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • จากรูปให้ชิ้นต่อโยง 4 เป็นตัวขับแล้วชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวตาม จะได้มุม Transmission คือมุมระหว่างชิ้นต่อโยงใด


  • 1 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 4
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 1 กับชิ้นต่อโยง 2
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 3
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 4 กับชิ้นต่อโยง 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • ตำแหน่ง ของกลไก 4-ข้อต่อในรูป คือตำแหน่งใด เมื่อข้อต่อ 2 เป็นตัวขับ

  • 1 : ตำแหน่งขีดจำกัด
  • 2 : ตำแหน่งจุดเปลี่ยน
  • 3 : ตำแหน่งจุดตาย
  • 4 : ตำแหน่งที่ให้มุมส่งทอดที่เล็กที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ตำแหน่ง ของกลไก 4-ข้อต่อในรูป คือตำแหน่งใด เมื่อข้อต่อ 4 เป็นตัวขับ

  • 1 : ตำแหน่งจุดตาย
  • 2 : ตำแหน่งจุดเปลี่ยน
  • 3 : ตำแหน่งขีดจำกัด
  • 4 : ตำแหน่งที่ให้มุมส่งทอดที่เล็กที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • กลไกเลื่อนข้อเหวี่ยงในรูป ตำแหน่งขีดจำกัดหมายถึงตำแหน่งใด

  • 1 : เมื่อข้อต่อ 2 เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัดเป็นตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 และข้อต่อ 3 มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 2 : เมื่อข้อต่อ 4 เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัดเป็นตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 และข้อต่อ 3 มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 3 :

    เมื่อข้อต่อ 2 เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัดหมายถึงตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 เคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ทำมุมฉากกับ AoB

  • 4 :

    เมื่อข้อต่อ 4 เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัดหมายถึงตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 เคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ทำมุมฉากกับ AoB

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 88 :
  • กลไกเลื่อนข้อเหวี่ยงในรูป ตำแหน่งจุดตายของกลไกหมายถึงตำแหน่งใด


  • 1 : เมื่อข้อต่อ 4 เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตายเป็นตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 และข้อต่อ 3 มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 2 : เมื่อข้อต่อ 2 เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตายเป็นตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 และข้อต่อ 3 มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 3 :

    เมื่อข้อต่อ 4 เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตายเป็นตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 เคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ทำมุมฉากกับ AoB

  • 4 :

    เมื่อข้อต่อ 2 เป็นตัวขับ ตำแหน่งจุดตายเป็นตำแหน่งที่ข้อต่อ 2 เคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ทำมุมฉากกับ AoB

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปมีขนาด O2A = 20 mm, AB = 32 mm, O4B = 30 mm ลแ O2O4 = 25 mm ถ้า O2A เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัด (<O4O2A) เป็น

                                

  • 1 : 114.5
  • 2 : 83.3
  • 3 : 49.6
  • 4 : 23.1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 90 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปมีขนาด O2A = 20 mm, AB = 32 mm, O4B = 30 mm และ O2O4 = 25 mm ถ้า O2A เป็นตัวขับ ตำแหน่งขีดจำกัด (<O2O4B) เป็น
  • 1 : 23.1
  • 2 : 130.5
  • 3 : 137.6
  • 4 : 114.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 91 :
  •  กลไกข้างล่างเป็นกลไกที่มีการเคลื่อนที่แบบ

     

                         

  • 1 :  Drag-link
  • 2 :   Crank-rocker
  • 3 :   Double-rocker
  • 4 :  Slider-crank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  •  เพื่อให้เกิด double cranking และป้องกันไม่ให้เกิด locking ใน Four – bar linkage ดังรูป เงื่อนไขหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้เกิด locking คือ

     

                                       

  • 1 :  (O4B – O2O4) + O2A > AB
  • 2 :  (O4B – O2O4) + O2A < AB
  • 3 :  (O4B – O2O4) + O2A = AB
  • 4 :  (O4B – O2O4) + O2A ≤ AB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • กลไกข้างล่างเป็นกลไกที่มีการเคลื่อนที่แบบ

  • 1 : Drag-link
  • 2 : Crank-rocker
  • 3 : Double-crank
  • 4 : Slider-crank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 94 :
  • กลไกสี่ชิ้น (four-bar mechanism) มีความยาวด้านทั้งสี่ดังนี้ r1 = 5 cm, r2 = 17 cm, r3 = 10 cm, และ r4 = 11 cm ถ้าชิ้นส่วน r1 ถูกยึดเป็นพื้น (ground) กลไกนี้มีรูปแบบการเคลื่อนที่อย่างไร
  • 1 : Crank-rocker
  • 2 : Double-rocker
  • 3 : Double-crank
  • 4 : Slider-crank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 257 : 5. Linkage 3
ข้อที่ 95 :
  • กลไกที่ใช้ในการเชื่อมต่อเพลา 2 เส้นที่ขนานและเยื้องกันเล็กน้อยคือ
  • 1 : Watt’s six-bar
  • 2 : Scotch yoke
  • 3 : Peaucellier mechanism
  • 4 : Oldham coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • กลไกใดที่ไม่ใช้ Toggle effect
  • 1 : Peaucellier mechanism
  • 2 : Stone crusher
  • 3 : Vise-grip pliers
  • 4 : Punch press
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • กลไกใดที่ดัดแปลงเป็นเครื่องเขียนรูปวงรีได้
  • 1 : Watt’s six-bar
  • 2 : Scotch yoke
  • 3 : Peaucellier mechanism
  • 4 : Whitworth mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • กลไกใดไม่ใช่กลไกไปช้ากลับเร็ว
  • 1 : Whitworth mechanism
  • 2 : Crank-shaper mechanism
  • 3 : Peaucellier mechanism
  • 4 : Off-set slider crank mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • ในการออกแบบข้อเหวี่ยงคู่ ( Double Crank) มีข้อต่อ A,B,C และD มีความยาว เท่ากับ 5,7,10 และ 12 cm.จะต้องใช้ส่วนใดเป็นฐานของกลไกชนิดนี้
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • ในการออกแบบข้อเหวี่ยง แขนแกว่ง ( Crank-rocker) มีข้อต่อ A,B,C และD มีความยาว เท่ากับ 5,10,10 และ 12 cm. ข้อต่อ A จะต้องอยู่ที่ใด
  • 1 : แท่นเครื่อง
  • 2 : ก้านส่ง
  • 3 : ด้านข้าง
  • 4 : ทีไหนก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • กลไกดังภาพ ใช้ประโยชน์ในการ
  • 1 : เขียนเส้นตรง
  • 2 : เขียนวงรี
  • 3 : ลอกรูปแบบ
  • 4 : ลากเส้นเกือบตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • กลไกดังรูปใช้ในอุปกรณ์อะไร
  • 1 : เครื่องตอกหมุด
  • 2 : เครื่องบดหิน
  • 3 : เครื่องรดน้ำ
  • 4 : เครื่องฉายภาพยนตร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • จากรูป ชิ้นต่อโยง 3 จะมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Connecting Rod
  • 2 : Crank
  • 3 : Cam
  • 4 : Piston
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :
  • จากรูป ชิ้นต่อโยง 3 จะมีชื่อเรียกว่าอะไร


  • 1 : Coupling
  • 2 : Gear
  • 3 : Slider
  • 4 : Cam
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • จากรูป ชิ้นต่อโยง 2 จะมีชื่อเรียกว่าอะไร


  • 1 : Connecting Rod
  • 2 : Crank
  • 3 : Cam
  • 4 : Piston
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 106 :
  • จากรูป ชิ้นต่อโยง 1 จะมีชื่อเรียกว่าอะไร


  • 1 : Piston
  • 2 : Connecting Rod
  • 3 : Crank
  • 4 : Coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 107 :
  • ตำแหน่งของกลไก 4-ข้อต่อที่เห็น เป็นตำแหน่งอะไร


  • 1 : ตำแหน่งที่ให้มุมส่งทอดที่เล็กที่สุด
  • 2 : ตำแหน่งจุดตายของกลไก
  • 3 : ตำแหน่งจุดเปลี่ยนของกลไก
  • 4 : ตำแหน่งขีดจำกัดของกลไก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 108 :
  • มุมส่งทอดในกลไก 4-ข้อต่อ หมายถึง
  • 1 : มุมที่ก้านส่งกับข้อต่อตัวถูกขับหรือตัวตามกระทำกัน และต้องเป็นมุมที่เล็กกว่า
  • 2 : มุมที่ก้านส่งกับข้อต่อตัวถูกขับหรือตัวตามกระทำกัน และต้องเป็นมุมที่ใหญ่กว่า
  • 3 : มุมที่ก้านส่งกับข้อต่อที่เป็นตัวขับกระทำกัน และต้องเป็นมุมที่เล็กกว่า
  • 4 : มุมที่ก้านส่งกับข้อต่อที่เป็นตัวขับกระทำกัน และต้องเป็นมุมที่ใหญ่กว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • ในรูปเป็นกลไก 4-ข้อต่อ ที่มีการส่งทอดการเคลื่อนที่เหมือนกันทุกประการกลไกทางขวามือสามารถเปลี่ยนมาเป็นกลไกซ้ายมือได้ด้วยวิธีการใด


  • 1 : การเปลี่ยนรูปทรง
  • 2 : การขยายคู่สัมผัส
  • 3 : เปลี่ยนข้อต่อที่เป็นแท่น
  • 4 : เปลี่ยนชนิดของคู่สัมผัส 34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • กลไกกราชอฟ หมายถึง
  • 1 : กลไก 4-ข้อต่อที่ความยาวของด้านที่สั้นที่สุดรวมกับความยาวของด้านที่ยาวที่สุด เท่ากับหรือน้อยกว่าด้านที่เหลือรวมกัน
  • 2 : กลไก 4-ข้อต่อที่ความยาวของด้านที่สั้นที่สุดรวมกับความยาวของด้านที่ยาวที่สุด น้อยกว่าด้านที่เหลือรวมกันเท่านั้น
  • 3 : กลไก 4-ข้อต่อที่มีด้านที่ยาวที่สุดเป็นแท่น และด้านที่สั้นที่สุดเป็นข้อเหวี่ยง
  • 4 : กลไก 4-ข้อต่อที่มีตำแหน่งจุดเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • Whitworth mechanism เป็นกลไก
  • 1 : ที่ใช้เชื่อมต่อเพลา 2 เส้นที่ขนานและเยื้องกันเล็กน้อย
  • 2 : ที่ใช้ Toggle effect ทำงาน
  • 3 : ช่วยในการเขียนแบบ
  • 4 : ในงานเครื่องไสโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 112 :
  • Universal joint เป็นกลไก
  • 1 : ที่ใช้เชื่อมต่อเพลา 2 เส้นที่ขนานและเยื้องกันเล็กน้อย
  • 2 : ที่ใช้ Toggle effect ทำงาน
  • 3 : ช่วยในการเขียนแบบ
  • 4 : ในงานเครื่องไสโลหะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 113 :
  •  กลไกในรูปคือ

     

                        

  • 1 :  Centrifugal governor
  • 2 :  Flywheel
  • 3 :  Pendulum
  • 4 :  Four-bar linkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  •  link 2 เคลื่อนที่เป็นวงกลมรอบจุด O2 ทำให้ slider P เคลื่อนที่ ขึ้น – ลง ใน slot hole 3 และทำให้ yoke 4 เกิดการเคลื่อนที่ motion ของ yoke 4 เป็นแบบใด

                                                

  • 1 :  reciprocation motion
  • 2 :  simple harmonic motion
  • 3 :  linear constant velocity motion
  • 4 :  linear intermittent motion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • กลไกในรูปคือ

  • 1 : Centrifugal governor
  • 2 : Flywheel
  • 3 : Pendulum
  • 4 : Four-bar linkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • กลไกในรูปคือ

  • 1 : Crank shaper
  • 2 : Crank-slider
  • 3 : Whitworth
  • 4 : Four-bar linkage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 258 : 6. Degree of Freedom 1
ข้อที่ 117 :
  • กลไกที่เป็นโซ่คิเนแมติกเชิงบังคับต้องมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • กลไกแบบ 5-ข้อต่อโดยทั่วไปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :
  • โครงสร้างสะพานเป็นโซ่คิเนแมติกที่มี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • กลไกแบบ 4-ข้อต่อโดยทั่วไปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • จงหาค่า Degree of Freedom ของกลไกดังภาพ
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • จงหาค่า Degree of Freedom ของกลไกดังภาพ
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • จงหาค่า Degree of Freedom ของกลไกดังภาพ


  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • Degree of freedom มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าอะไร
  • 1 : No.of joints
  • 2 : Mobility
  • 3 : No.of links
  • 4 : Mobilisation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 125 :
  • ลูกเบี้ยวที่มีการเคลื่อนที่แบบกลิ้งและไถลพร้อมกัน จะมีค่า Degree of Freedom เท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • ลูกเบี้ยวที่มีการเคลื่อนที่แบบกลิ้งโดยไม่ไถล จะมีค่า Degree of Freedom เท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • หมุดที่มีการเคลื่อนที่แบบ pure rotation จะมีค่า Degree of Freedom เท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 128 :
  • ลูกสูบที่มีการเคลื่อนที่แบบ pure sliding จะมีค่า Degree of Freedom เท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • รอยต่อหรือคู่สัมผัสใดที่มีระดับขั้นความเสรี f = 2

  • 1 : รอยต่อ 23
  • 2 : รอยต่อ 13
  • 3 : รอยต่อ 12
  • 4 : รอยต่อ 13 และ 23
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 130 :
  • ให้ J­1 เป็นจำนวนรอยต่อที่มีระดับขั้นความเสรีเป็น 1 และ J2เป็นจำนวนรอยต่อที่มีระดับขั้นความเสรีเป็น 2 กลไกในรูปจะมี J1 และ J2 เท่าใด


  • 1 :

     J1 = 3 , J2 = 1

  • 2 :

     J1 = 2 , J2 = 2

  • 3 :

     J1 = 1 , J2 = 3

  • 4 :

     J1 = 4 , J2 = 0

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • กลไกที่เห็นมีระดับขั้นความเสรีเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 0
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • ข้อต่อที่เคลื่อนที่อิสระในระนาบจะมีระดับขั้นความเสรี F เท่าใด
  • 1 : F = 3
  • 2 : F = 2
  • 3 : F = 4
  • 4 : F = 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 133 :
  • กลไกที่มี Degree of freedom เป็น 0 ได้แก่
  • 1 : ที่ปัดน้ำฝน
  • 2 : โครงสร้างสะพาน
  • 3 : ชุดกระบอกสูบไฮดรอลิก
  • 4 : ชุดเฟืองทด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 134 :
  • กลไกที่มี Degree of  freedom เป็น 1 ได้แก่
  • 1 : ที่ปัดน้ำฝน
  • 2 : โครงสร้างสะพาน
  • 3 : ตัวถังรถโดยสารประจำทาง
  • 4 : กลไก 5 ข้อต่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  •  กลไกในรูปมีค่า Degree of freedom เท่ากับ

     

                                           

  • 1 :  0
  • 2 :  1
  • 3 :  2
  • 4 :  3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 136 :
  • P2 เป็น revolute joint เชื่อม 2 links เข้าด้วยกัน ระบบ link ดังกล่าว มี degree of freedom เท่ากับ

                                                                                                                                      

                                                     

  • 1 :  3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 137 :
  • จากกลไกดังรูป จงหาระดับขั้นความเสรี(Degree of freedom หรือ Mobility)

  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • กลไกดังรูป จงหาระดับขั้นความเสรี(Degree of freedom หรือ Mobility)

  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :
  • กลไกดังรูป จงหาระดับขั้นความเสรี(Degree of freedom หรือ Mobility)

  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 140 :
  • โครงสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้ามีค่า Degree of freedom เท่ากับ
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 141 :
  • กลไกในรูปมีค่า Degree of freedom เท่ากับ

  • 1 : -1
  • 2 : 0
  • 3 : 1
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 259 : 7. Degree of Freedom 2
ข้อที่ 142 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 144 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 146 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เป็น
  • 1 : 3
  • 2 : 0
  • 3 : 1
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เท่ากับเท่าไหร่ ถ้าข้อต่อ 4 เชื่อมติดกับลูกกลิ้ง 3
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • คีมล๊อคตามรูป มีค่า Degree of freedom เท่ากับเท่าไร (ถ้าไม่นับถึงน๊อตปรับตั้ง)
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • คีมล็อคดังแสดงในรูป มี Degree of freedom เป็นเท่าไหร่ ให้รวมถึงน๊อตปรับตั้งปากกาด้วย
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 150 :
  • กลไกดังรูปจะมีค่า Degree of Freedom เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • กลไกดังรูปจะมีค่า Degree of Freedom เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 152 :
  • กลไกดังรูปจะมีค่า Degree of Freedom เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • กลไกดังรูปจะมีค่า Degree of Freedom เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 :
  • โซ่คิเนแมติก (Kinematic chains) ที่มีระดับขั้นความเสรี (Degree of Freedom) เท่ากับ 1 จะเป็นโซ่คิเนแมติกชนิดใด
  • 1 : โซ่คิเนแมติกเชิงบังคับ
  • 2 : โซ่คิเนแมติกแบบบังคับไม่ได้
  • 3 : โซ่ล๊อค
  • 4 : โซ่คิเนแมติกแบบขับเคลื่อน 2 ทาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • จงหาระดับขั้นความเสรี (Degree of Freedom ของกลไกในรูป
  • 1 : 2
  • 2 : 1
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 156 :
  • จงหาระดับขั้นความเสรี (Degree of Freedom ) ของกลไกในรูป
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • จงคำนวณระดับขั้นความเสรีของโซ่คิเนเมติกในรูป

  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 158 :
  • กลไกดังแสดงในรูปมี Degree of freedom เป็น

              

  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • กลไกดังแสดงในรูป Degree of freedom เป็น

                               

  • 1 : 0
  • 2 :  1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 :
  •  กุญแจล็อค (Locking pliers) ในรูปมีค่า Degree of freedom เท่าไร

     

                                        

  • 1 :  0
  • 2 :  1
  • 3 :  2
  • 4 :  3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  •  Mobility ของ four-bar linkage (a) และ (b) มีค่าเท่ากับ

     

                                                     

  • 1 :  (a) = (b) = 1
  • 2 :  (a) = 1 , (b) = 0
  • 3 :  (a) = 0 , (b) = 1
  • 4 :  (a) = 1 , (b) = -1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • กลไกอัดชิ้นงานดังรูป จงหาจำนวนชิ้นต่อโยงและจำนวนคู่สัมผัสขั้นต่ำ

  • 1 : 6 ชิ้นต่อโยง 6 คู่สัมผัสขั้นต่ำ
  • 2 : 7 ชิ้นต่อโยง 6 คู่สัมผัสขั้นต่ำ
  • 3 : 7 ชิ้นต่อโยง 7 คู่สัมผัสขั้นต่ำ
  • 4 : 6 ชิ้นต่อโยง 7 คู่สัมผัสขั้นต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 :
  • กลไกของรถตักดังรูป ถ้ากำหนดให้ตัวถังรถเป็นเฟรมหรือกราวด์(Frame or ground) จงหาจำนวนชิ้นต่อโยงของกลไกตักด้านหน้า

  • 1 : 6
  • 2 : 7
  • 3 : 8
  • 4 : 9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • กลไกของรถตักดังรูป ถ้ากำหนดให้ตัวถังรถเป็นเฟรมหรือกราวด์(Frame or ground) จงหาระดับขั้นความเสรี(Degree of freedom หรือ Mobility) ของกลไกตักด้านหน้า

  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • กลไกของรถตักดังรูป ถ้ากำหนดให้ตัวถังรถเป็นเฟรมหรือกราวด์(Frame or ground) จงหาจำนวนคู่สัมผัสขั้นต่ำ(Lower pair joint)ของกลไกตักด้านหน้า

  • 1 : ไม่มีข้อใดถูก
  • 2 : 11
  • 3 : 10
  • 4 : 9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • กลไก Joinstick ในรูป มีค่า Degree of freedom เท่ากับ

  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 167 :
  • กลไกในรูปมีค่า Degree of freedom จากการคำนวณด้วย Grubler’s equation เป็นเท่าไร และมี degree of freedom จริงเท่าไหร่

  • 1 : ค่า Degree of freedom จากการคำนวณ = 1 ค่า Degree of freedom จริง = -1
  • 2 : ค่า Degree of freedom จากการคำนวณ = 0 ค่า Degree of freedom จริง = 0
  • 3 : ค่า Degree of freedom จากการคำนวณ = -1 ค่า Degree of freedom จริง = 1
  • 4 : ค่า Degree of freedom จากการคำนวณ = -2 ค่า Degree of freedom จริง = 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 260 : 8. Mechanism Design 1
ข้อที่ 168 :
  • กลไก 8-ข้อต่อ ชุดหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อแบบ 2-รอยต่อ 7 ตัว ข้อต่อตัวที่แปดต้องเป็นชนิดมีกี่รอยต่อ
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 169 :
  • กลไก 8-ข้อต่อ ชุดหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อแบบ 2-รอยต่อ 4 ตัว ข้อต่อที่เหลือต้องเป็นชนิดมีกี่รอยต่อ
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • กลไก 8-ข้อต่อ ชุดหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อแบบ 2-รอยต่อ 6 ตัว ข้อต่อที่เหลือต้องเป็นชนิดมีกี่รอยต่อ
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 :
  • กลไก 6-ข้อต่อ ชุดหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อแบบ 2-รอยต่อ 5 ตัว ข้อต่อที่เหลือต้องเป็นชนิดมีกี่รอยต่อ
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • ในกลไกชนิด 4 ข้อต่อ ถ้า S= ข้อต่อที่สั้นที่สุด L=ข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป้นความยาวของข้อต่อที่เหลือ
    ถ้า S+L < P+Q และ S เป็นแท่นเครื่อง กลไกนี้คือ
  • 1 : Drag link mechanism
  • 2 : Crank Rocker
  • 3 : Double Rocker
  • 4 : Change point mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • ในกลไกชนิด 4 ข้อต่อ ถ้า S= ข้อต่อที่สั้นที่สุด L=ข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป้นความยาวของข้อต่อที่เหลือ
    ถ้า S+L < P+Q และ S เป็นด้านข้าง กลไกนี้คือ
  • 1 : Drag link Mechanism
  • 2 : Double rocker
  • 3 : Change point mechanism
  • 4 : Crank rocker
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • ในกลไกชนิด 4 ข้อต่อ ถ้า S= ข้อต่อที่สั้นที่สุด L=ข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป้นความยาวของข้อต่อที่เหลือ
    ถ้า S+L < P+Q และ S เป็นก้านส่ง กลไกนี้คือ
  • 1 : Drag link Mechanism
  • 2 : Crank Rocker
  • 3 : Double Rocker
  • 4 : Change point mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 175 :
  • ในกลไกชนิด 4 ข้อต่อ ถ้า S= ข้อต่อที่สั้นที่สุด L=ข้อต่อที่ยาวที่สุด P และ Q เป้นความยาวของข้อต่อที่เหลือ
    ถ้า S+L = P+Q และ S เป็นแท่นเครื่อง กลไกนี้คือ
  • 1 : Change point Mechanism
  • 2 : Double rocker
  • 3 : Crank rocker
  • 4 : Double rocker of the second kind of triple rocker
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  • กลไกดังรูป มีชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวขับเคลื่อนที่กลับไปกลับมาได้ กลไกนี้จะเกิด Dead Points ได้เมื่อไร
  • 1 : เมื่อชิ้นต่อโยง 3 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 2 : เมื่อชิ้นต่อโยง 2 และชิ้นต่อโยง 3 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 3 : เมื่อชิ้นต่อโยง 1 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 4 : เมื่อชิ้นต่อโยง 2 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • กลไกดังรูป มีชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวขับเคลื่อนที่กลับไปกลับมาได้ กลไกนี้จะเกิด Dead Points ได้เมื่อไร
  • 1 : เมื่อชิ้นต่อโยง 1 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 2 : เมื่อชิ้นต่อโยง 3 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 3 : เมื่อชิ้นต่อโยง 1 และชิ้นต่อโยง 4 ตั้งฉากกัน
  • 4 : เมื่อชิ้นต่อโยง 3 และชิ้นต่อโยง 4 ตั้งฉากกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 :
  • กลไกดังรูป มีชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวขับเคลื่อนที่กลับไปกลับมาได้ กลไกนี้จะเกิด Dead Points ได้เมื่อไร
  • 1 : เมื่อชิ้นต่อโยง 2 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 2 : เมื่อชิ้นต่อโยง 1 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 3 : เมื่อชิ้นต่อโยง 2 และชิ้นต่อโยง 3 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 4 : เมื่อชิ้นต่อโยง 3 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  • กลไกดังรูป มีชิ้นต่อโยง 2 เป็นตัวขับเคลื่อนที่กลับไปกลับมาได้ กลไกนี้จะเกิด Dead Point ได้เมื่อไร


  • 1 : เมื่อชิ้นต่อโยง 3 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 2 : เมื่อชิ้นต่อโยง 1 และชิ้นต่อโยง 4 ตั้งฉากกัน
  • 3 : เมื่อชิ้นต่อโยง 1 และชิ้นต่อโยง 4 อยู่ในแนวเดียวกัน
  • 4 : เมื่อชิ้นต่อโยง 3 และชิ้นต่อโยง 4 ตั้งฉากกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • จงระบุระดับขั้นความเสรี ( Degree of Freedom ) ของกลไกในรูป

  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • กลไก 6-ข้อต่อ ที่มีรอยต่อทุกรอยเป็นแบบหมุน และมีระดับขั้นความเสรีเท่ากับ 1จะมีข้อต่อที่มีรอยต่อสูงสุดได้กี่รอย
  • 1 : 3 รอย
  • 2 : 2 รอย
  • 3 : 4 รอย
  • 4 : 5 รอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • กลไก 8-ข้อต่อ ที่มีรอยต่อทุกรอยเป็นแบบหมุน และมีระดับขั้นความเสรีเท่ากับ 1จะมีข้อต่อที่มีรอยต่อสูงสุดได้กี่รอย
  • 1 : 4 รอย
  • 2 : 3 รอย
  • 3 : 5 รอย
  • 4 : 6 รอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • โซ่คิเนแมติกเชิงบังคับที่มีรอยต่อทุกรอยเป็นแบบหมุน จะมีจำนวนข้อต่อที่มี 2 รอยต่อ (binary link) อย่างน้อยที่สุดกี่ข้อต่อ
  • 1 : 4 ข้อต่อ
  • 2 : 5 ข้อต่อ
  • 3 : 6 ข้อต่อ
  • 4 : 2 ข้อต่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • กลไก 5-ข้อต่อ ชุดหนึ่งประกอบด้วยข้อต่อแบบ 2-รอยต่อ 4 ตัว ข้อต่อที่เหลือต้องเป็นชนิดมีกี่รอยต่อถ้าต้องการให้ DOF เท่ากับ 1
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • กลไก 6-ข้อต่อ ชุดหนึ่งมีข้อต่อแบบ 4 รอยต่อหนึ่งตัว ข้อต่อที่เหลือต้องเป็นชนิดมีกี่รอยต่อ
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • กลไกในรูปเป็นกลไกสำหรับ                            
  • 1 : เลียนแบบ
  • 2 : ลากเส้นขนาน
  • 3 : เขียนเส้นตรง
  • 4 : ลากเส้นตั้งฉาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :
  • กลไกที่ใช้ควบคุมแป้นวางเตาไมโครเวฟดังรูป เป็นกลไกแบบที่ทำงานตามหลักการใด

  • 1 : Path generation
  • 2 : Motion generation
  • 3 : Function generation
  • 4 : Path controlled generation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 188 :
  • กลไกที่ใช้ควบคุมหัวปากกาเครื่องพล็อตแบบ(Drawing) บนระนาบ 2 มิติ (XY plotter) เป็นกลไกแบบที่ทำงานตามหลักการใด
  • 1 : Path generation
  • 2 : Motion generation
  • 3 : Function generation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • ในการออกแบบกลไกที่ใช้วางเตาไมโครเวฟดังรูป โดยทั่วไปควรใช้วิธีการใดดังต่อไปนี้ที่น่าจะเหมาะสม ถ้าให้เตาไมโครเวฟเลื่อนขึ้นลงได้ตามต้องการ

  • 1 : Three-position synthesis with specified fixed pivots
  • 2 : Three-position synthesis with alternate moving pivots
  • 3 : Two-position synthesis with angular displacement
  • 4 : Two-position synthesis with complex displacement
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 :
  •  ในระบบ disk cam และ roller follower ถ้า motion ของ follower เป็น parabolic motion “jerk” ใน follower จะมีค่า
  • 1 :  คงที่
  • 2 :  เพิ่มขึ้น
  • 3 :  ลดลง
  • 4 :  infinity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • กลไกในรูปเป็นกลไกสำหรับ

  • 1 : เลียนแบบ
  • 2 : ลากเส้นขนาน
  • 3 : เขียนเส้นตรง
  • 4 : ลากเส้นตั้งฉาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • จงหาอัตราส่วนเวลา (time ratio) ในการทำงานของกลไกดังรูป เมื่อชิ้นส่วนขาเข้า (input link) คือหมายเลข 2

  • 1 : 0.0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1.0
  • 4 : 2.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 261 : 9. Mechanism Design 2
ข้อที่ 193 :
  • กลไก 4-ข้อต่อตัวหนึ่ง มีจุดหมุนบนแท่นเครื่องห่างกัน 65 มม. ข้อต่อตัวขับยาว 20 มม. และข้อต่อตัวตามยาว 52 มม. ต้องการให้กลไกนี้เป็นกลไกแบบข้อเหวี่ยง-แขนแกว่งที่แกว่งเป็นมุม 45O ดังนั้นก้านส่งของกลไกนี้ต้องยาวกี่มิลลิเมตร
  • 1 : 44
  • 2 : 62
  • 3 : 81
  • 4 : 95
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 194 :
  • กลไก 4-ข้อต่อตัวหนึ่ง มีจุดหมุนบนแท่นเครื่องห่างกัน 65 มม. ข้อต่อตัวขับยาว 20 มม. และข้อต่อก้านส่งยาว 44 มม. ต้องการให้กลไกนี้เป็นกลไกแบบข้อเหวี่ยง-แขนแกว่งที่แกว่งเป็นมุม 45O ดังนั้นข้อต่อตัวตามของกลไกนี้ต้องยาวกี่มิลลิเมตร
  • 1 : 35
  • 2 : 52
  • 3 : 71
  • 4 : 85
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • กลไก 4-ข้อต่อตัวหนึ่ง มีจุดหมุนบนแท่นเครื่องห่างกัน 65 มม. ข้อต่อตัวตามยาว 52 มม. และข้อต่อก้านส่งยาว 44 มม. ต้องการให้กลไกนี้เป็นกลไกแบบข้อเหวี่ยง-แขนแกว่งที่แกว่งเป็นมุม 45O ดังนั้นข้อต่อตัวขับของกลไกนี้ต้องยาวกี่มิลลิเมตร
  • 1 : 20
  • 2 : 35
  • 3 : 40
  • 4 : 55
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • กลไก 4-ข้อต่อตัวหนึ่ง มีข้อต่อตัวขับยาว 20 มม. ข้อต่อตัวตามยาว 52 มม. และข้อต่อก้านส่งยาว 44 มม. ต้องการให้กลไกนี้เป็นกลไกแบบข้อเหวี่ยง-แขนแกว่งที่แกว่งเป็นมุม 45O ดังนั้นจุดหมุนบนแท่นเครื่องของกลไกนี้ต้องห่างกันกี่มิลลิเมตร
  • 1 : 40
  • 2 : 45
  • 3 : 51
  • 4 : 65
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • ในการออกแบบกลไกประเภท Quick-Return ค่าอัตราส่วนเวลาของกลไกประเภทนี้ควรจะมีค่าเป็นอย่างไร
  • 1 : น้อยกว่า 0
  • 2 : อยู่ในช่วงระหว่าง 0 กับ 1
  • 3 : เท่ากับ 1
  • 4 : มากกว่า 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 198 :
  • ค่าอัตราส่วนเวลาของกลไกประเภท Quick-Return ในข้อใดถูกต้อง
  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • กลไกประเภท Quick-Return คืออะไร
  • 1 : ช่วงเวลาการทำงานนานกว่าช่วงเวลาการเคลื่อนที่กลับ
  • 2 : ช่วงเวลาการทำงานน้อยกว่าช่วงเวลาการเคลื่อนที่กลับ
  • 3 : ช่วงเวลาการทำงานเท่ากับช่วงเวลาการเคลื่อนที่กลับ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • กลไกข้อใดไม่ใช่กลไกประเภท Quick-Return
  • 1 : Drag Link
  • 2 : Whitworth
  • 3 : Scotch Yoke
  • 4 : Crank Shaper
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • กลไก Crank & Rocker ดังภาพ จะมีค่า Time ratio =?
  • 1 : 0.3
  • 2 : 1.0
  • 3 : 1.3
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • โจทย์แสดงเป็นรูปภาพ
  • 1 : 1.05
  • 2 : 1.30
  • 3 : 1.35
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 203 :
  • โจทย์แสดงเป็นรูปภาพ
  • 1 : 1.554
  • 2 : 1.354
  • 3 : 1.278
  • 4 : 1.05
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :
  • กลไกดังภาพ ถ้า a = และมีค่า f = กลไกนี้จะมีค่า Time ratio = ?


  • 1 : 1.25
  • 2 : 1.15
  • 3 : 1.05
  • 4 : 1.03
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 205 :
  • โซ่คิเนแมติกเชิงบังคับ 6-ข้อต่อ สามารถมีข้อต่อที่มีรอยต่อสูงสุดได้กี่รอยต่อ
  • 1 : 3 รอยต่อ
  • 2 : 2 รอยต่อ
  • 3 : 4 รอยต่อ
  • 4 : 5 รอยต่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 206 :
  • ในการออกแบบกลไก 4-ข้อต่อแบบ Grashof crank-rocker ถ้ากำหนดตำแหน่งของแขนแกว่งมาให้ 2 ตำแหน่ง ดังแสดงในรูป การกำหนดขนาดของข้อต่อที่เหลือจะเริ่มต้นที่ใดก่อน


  • 1 :

     เลือกตำแหน่งของจุดหมุน O2 บนเส้นที่ลากต่อระหว่าง จุด B1และ B2 ที่ต่อยาวออกไปในทิศใดก็ได้ ซึ่งจะเป็นการกำหนดความยาวของข้อต่อ 1 ไปในตัว

  • 2 : เลือกความยาวของข้อต่อ 2 ก่อน
  • 3 :

     เลือกความยาวของก้านส่ง 3 ก่อน

  • 4 :

     กำหนดความยาวของข้อต่อ 1 เป็นที่แน่นอนก่อน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • ในการออกแบบกลไก 4-ข้อต่อ ที่กำหนดตำแหน่งของก้านส่ง CD มา 2 ตำแหน่ง ดังในรูปขั้นตอนแรกของการออกแบบคือการกำหนดจุดหมุน O2และ O4 ดังนี้


  • 1 :

    บนเส้นแบ่งครึ่งตั้งฉากกับ C1C2และD1D2 เลือกจุดหมุน O2 และ O4 ตามลำดับ

  • 2 :

     บนเส้นแบ่งครึ่งตั้งฉากกับ C1D1 และ C2D2 เลือกจุดหมุน O2 และ O4 ตามลำดับ

  • 3 :

     จุด O2 และ O4 ไม่สามารถกำหนดได้เนื่องจากโจทย์ให้ตำแหน่งของข้อต่อ CD มาเพียง 2ตำแหน่ง

  • 4 :

     บนเส้นแบ่งครึ่งตั้งฉากกับ C1D2 และ C2D1 เลือกจุดหมุน O2และ O4 ตามลำดับ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้องในการออกแบบกลไก 4-ข้อต่อ แบบ Crank-rocker เมื่อกำหนดตำแหน่งของแขนแกว่ง (Rocker) มา 2 ตำแหน่งดังรูป


  • 1 :

     เมื่อกลไกที่ได้ไม่เป็นกลไกกราชอฟ ให้เลือกตำแหน่งจุดหมุน O2 และ O4 ใหม่

  • 2 :

     เมื่อกลไกที่ได้ป็นกลไกกราชอฟ ให้เลือกตำแหน่งจุดหมุน O2 และ O4 ใหม่

  • 3 :

     เมื่อกลไกที่ได้ไม่เป็นกลไกกราชอฟ ให้ตรวจสอบมุมส่งทอดให้ได้มุมส่งทอดที่เล็กที่สุด

  • 4 :

     เมื่อกลไกที่ได้เป็นกลไกกราชอฟ ให้เลือกตำแหน่งจุดหมุน O2 และ O4 ใหม่พร้อมตรวจสอบมุมส่งทอดให้ได้มุมส่งทอดที่เล็กที่สุด

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  • กลไก 4-ข้อต่อตัวหนึ่ง มีจุดหมุนบนแท่นเครื่องห่างกัน 65 มม. ข้อต่อตัวขับยาว 20 มม. ก้านยาวส่ง 44 มม. และข้อต่อตัวตามยาว 52 มม. กลไกนี้จะมีมุมแกว่งกี่องศา
  • 1 : 30
  • 2 : 45
  • 3 : 60
  • 4 : 90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  • กลไก 4-ข้อต่อตัวหนึ่ง มีจุดหมุ่นบนแท่นเครื่องห่างกัน 60 มม. ข้อต่อตัวขับยาว 20 มม. และข้อต่อก้านส่งยาว 40 มม. และข้อต่อตัวตามยาว 45 มม. กลไกนี้จะมีมุมแกว่งกี่องศา
  • 1 : 35
  • 2 : 53
  • 3 : 71
  • 4 : 85
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 211 :
  •  สำหรับการทำงานของกลไกในรูป จุดที่ต้องอยู่กับที่คือ

     

                                    

  • 1 :  จุด O
  • 2 :  จุด B
  • 3 :  จุด D
  • 4 :  ไม่จำเป็นต้องมี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • จากกลไก Offset slider crank ดังรูป จงหามุมการส่งถ่ายแรง (Transmission angle)

     

  • 1 : 300
  • 2 : 600
  • 3 : 23.60
  • 4 : 66.40
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :
  •  Contour Cam ดังรูป q2 และ q3 เป็น angular displacement ของ elements 2 และ 3 ตามลำดับ function ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง q2 และ q3 ของระบบ cam ดังกล่าว ที่ไม่สามารถสร้างได้คือ

     

                                                           

  • 1 :  linear function
  • 2 :  square function
  • 3 :  logarithmic function
  • 4 :  trigonometric function
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  • โครงสร้างของกลไกที่ปัดน้ำฝนในรูปมีหน้าที่

  • 1 : ทำให้สวยงาม
  • 2 : เพิ่มความแข็งแรง
  • 3 : กระจายแรง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 :
  • จากกลไกสี่ชิ้น (four-bar mechanism) ในรูป จงหาค่าตำแหน่งเชิงมุมของชิ้นส่วนหมายเลข 2 ที่ทำให้ชิ้นส่วนหมายเลข 4 กวาดไปทางขวามือได้ไกลที่สุด

  • 1 : 39.84
  • 2 : 40.84
  • 3 : 41.84
  • 4 : 42.84
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 262 : 10. Example of Mechanism 1
ข้อที่ 216 :
  • กลไกที่ใช้ในการถ่ายทอดการหมุนระหว่างเพลา 2 เส้นที่ไม่ขนานกันคือ
  • 1 : Universal joint
  • 2 : Plate clutch
  • 3 : Oldham coupling
  • 4 : Jaw clutch
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • กลไกที่ใช้ในส่งถ่ายการเคลื่อนที่จากเพลากลางของรถยนต์ไปเข้าชุดเฟืองท้ายคือ
  • 1 : Plate clutch
  • 2 : Universal joint
  • 3 : Oldham coupling
  • 4 : Jaw clutch
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 218 :
  • กลไกที่ใช้ในการถ่ายทอดการหมุนระหว่างเพลา 2 เส้นที่ไม่ขนานกันคือ
  • 1 : Oldham coupling
  • 2 : Clutch
  • 3 : Hooke’s joint
  • 4 : Jaw clutch
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 :
  • กลไกที่ใช้ในส่งถ่ายการเคลื่อนที่จากเพลากลางของรถยนต์ไปเข้าชุดเฟืองท้ายคือ
  • 1 : Oldham coupling
  • 2 : Plate clutch
  • 3 : Jaw clutch
  • 4 : Hooke’s joint
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 220 :
  • ข้อใดเป็นกลไกที่สร้างมาเพื่อใช้ในการลอกแบบ ทั้งขยายหรือ ย่อขนาด
  • 1 : Peaucellier
  • 2 : Watt
  • 3 : Pantograph
  • 4 : Scotch-Russel
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 221 :
  • กลไกของเครื่องฉายภาพยนต์แบบใช้ฟิลม์อาศัยการทำงานของข้อต่อที่สามารถสร้างส่วนโค้งชนิด
  • 1 : Banana
  • 2 : Cycloid
  • 3 : Crunode
  • 4 : Half Moon
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • ในกลไกอุปกรณ์บังคับเลี้ยวของรถยนต์ แบบ Ackermann มุมองศาที่เท่าไหร่จะทำให้ล้อกลิ้งเกือบจะไม่มีการไถล
  • 1 : 10
  • 2 : 15
  • 3 : 25
  • 4 : 30
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :
  • กลไกที่ใช้เขียนรูปวงรี คือ
  • 1 : Scotch yoke
  • 2 : Oldham
  • 3 : Peaucellier
  • 4 : Hart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • กลไกที่ใช้เขียนเส้นตรง เรียกว่า
  • 1 : Peaucellier
  • 2 : Scotch yoke
  • 3 : Oldham
  • 4 : Pantograph
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • กลไกดังรูปมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Slider Crank
  • 2 : Crank Shaper
  • 3 : Scotch Yoke
  • 4 : Straight Line
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 226 :
  • กลไกดังรูปมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Scotch Yoke
  • 2 : Chamber Wheel
  • 3 : Quick-Return
  • 4 : Pantograph
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  • กลไกดังรูปมีชื่อเรียกว่าอะไร

  • 1 : Chamber Wheel
  • 2 : Scotch Yoke
  • 3 : Crank Shaper
  • 4 : Quick-Return
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 228 :
  • กลไกดังรูปมีชื่อเรียกว่าอะไร


  • 1 : Pantograph
  • 2 : Straight Line
  • 3 : Crank Shaper
  • 4 : Scotch Yoke
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • คำตอบข้อใดไม่ถูกต้อง


  • 1 : คีมล็อคในรูปเป็นโซ่คิเนแมติก 4-ข้อต่อ
  • 2 : แรงบีบหรือจับ Q ที่มีขนาดสูงมาก เป็นผลจากหลักการที่เรียกว่า toggle effect
  • 3 : แรงบีบหรือจับ Q ที่มีขนาดสูงมาก เกิดจากแขนของโมเมนต์ BC ที่ยาวกว่าระยะ AB
  • 4 : การเลื่อนของรอยต่อ A ไม่ส่งผลต่อ toggle effect
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • Coupler Curve หมายถึง เส้นโค้งใด
  • 1 : เป็นเส้นโค้งที่ได้จากจุดที่อยู่บนก้านส่งของกลไก 4-ข้อต่อ ลากหรือเขียนไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • 2 : เป็นเส้นโค้งที่ได้จากจุดที่อยู่บนเส้นรอบวงของวงกลมที่กลิ้งไปบนพื้นราบโดยไม่มีการไถล ลากไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • 3 : เป็นเส้นโค้งที่ได้จากจุดที่อยู่บนข้อเหวี่ยงของกลไก 4-ข้อต่อ ลากหรือเขียนไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • 4 : หมายถึงรูปวงรีที่ได้จากเครื่องเขียนวงรี เขียนไปบนระนาบที่อยู่กับที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  • กลไกไปช้ากลับเร็ว (quick return mechanism) เป็นกลไกที่ถูกนำมาใช้งานแบบใด
  • 1 : กลไกจะถูกขับด้วยความเร็วของข้อเหวี่ยงคงที่ ในช่วงทำงาน ข้อต่อที่ทำงานจะเคลื่อนที่ช้า แต่ช่วงเคลื่อนที่กลับจะเร็ว
  • 2 : กลไกจะถูกขับด้วยความเร็วไม่คงที่ ขณะทำงานจะขับช้า เนื่องจากขณะทำงานมีภาระสูง ขณะเคลื่อนที่กลับจะเป็นช่วงเวลาที่สั้น
  • 3 : กลไกจะเคลื่อนที่ขณะทำงานเร็ว เพื่อให้ได้งาน เวลาเคลื่อนที่กลับ ไม่ต้องการงานจะเคลื่อนที่ช้า
  • 4 : กลไกจะถูกขับด้วยความเร็วของข้อเหวี่ยงที่คงที่ แต่ช่วงทำงานจะเคลื่อนที่เร็ว เพื่อใช้กำลังสูงสุด ช่วงดึงกลับจะดึงกลับช้าเพื่อใช้กำลังต่ำสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 232 :
  • ข้อใดที่ไม่ถูกต้อง สำหรับกลไกสี่เหลี่ยมด้านขนาน
  • 1 : เป็นกลไกที่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากมีจุดเปลี่ยน
  • 2 : เป็นกลไก 4-ข้อต่อที่มีตำแหน่งจุดเปลี่ยน
  • 3 : เป็นกลไก 4-ข้อต่อที่มีข้อเหวี่ยงกับตัวตามมีความยาวเท่ากัน
  • 4 : เป็นกลไกที่นำมาประยุกต์ใช้ส่งทอดการเคลื่อนที่กับล้อขับของรถไฟ โดยแต่ละล้อจะหมุนด้วยความเร็วที่เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 233 :
  • กลไกที่ใช้ในการถ่ายทอดการหมุนระหว่างเพลา 2 เส้นที่ไม่ขนานกันคือ
  • 1 : Helical gears
  • 2 : Plate clutch
  • 3 : Oldham coupling
  • 4 : Jaw clutch
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • กลไกที่ใช้ในการตัด-ต่อเพื่อถ่ายทอดการหมุนระหว่างเพลา 2 เส้น คือ
  • 1 : Oldham coupling
  • 2 : Clutch
  • 3 : Hooke,s joint
  • 4 : ใช้ได้ทุกตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  •  กลไกที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์เป็นกลไกแบบ
  • 1 :  Drag-link
  • 2 :  Crank-rocker
  • 3 :  Double-rocker
  • 4 :  Slider-crank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  •  Kinematics Diagram ที่ใช้แทนลูกสูบ ก้านต่อ และ เพลาข้อเหวี่ยง ในเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในเป็น
  • 1 :  four-bar linkage
  • 2 :  slider-crank mechanism
  • 3 :  inverse slider-crank mechanism
  • 4 :  quick - return mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • กลไกการทำงานของเครื่องยนต์รถยนต์เป็นกลไกแบบ
  • 1 : Drag-link
  • 2 : Crank-rocker
  • 3 : Double-rocker
  • 4 : Slider-crank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  • กลไกสำหรับถีบจักรเย็บผ้าจัดว่าเป็น
  • 1 : Drag-link
  • 2 : Rocker-crank
  • 3 : Double-rocker
  • 4 : Slider-crank
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 263 : 11. Example of Mechanism 2
ข้อที่ 239 :
  • กลไกในรูปเรียกว่า
  • 1 : Pantograph
  • 2 : Tchebysheff’s four-bar mechanism
  • 3 : Engine Indictor
  • 4 : The Hart mechanism
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 240 :
  • กลไกในรูปใช้ประโยชน์สำหรับ
  • 1 : เขียนกราฟความดัน-ปริมาตรของเครื่องยนต์
  • 2 : ลอกแบบ
  • 3 : เขียนเส้นตรงแท้
  • 4 : เขียนเส้นเกือบตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 241 :
  • กลไกในรูปใช้ประโยชน์สำหรับ
  • 1 : เขียนกราฟความดัน-ปริมาตรของเครื่องยนต์
  • 2 : เขียนเส้นตรงแท้
  • 3 : ลอกแบบ
  • 4 : เขียนเส้นเกือบตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • กลไกในรูปเรียกว่า
  • 1 : The Hart mechanism
  • 2 : Tchebysheff’s four-bar mechanism
  • 3 : Engine Indictor
  • 4 : Pantograph
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 243 :
  • กลไกดังรูปเรียกว่า
  • 1 : Watt Chain
  • 2 : Steohenson chain
  • 3 : Kinematic Chain
  • 4 : Stephenson chain
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 244 :
  • จากรูป ลักษณะของตัวตามมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Knife-edged
  • 2 : Flat-faced
  • 3 : Spherical-faced
  • 4 : Roller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :
  • กลไกในรูปมีชื่อว่า
  • 1 : Watt Chain
  • 2 : Stephenson Chain
  • 3 : Linkage Chain
  • 4 : Scoth Yoke
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 246 :
  • กลไกในภาพใช้กับอุปกรณ์
  • 1 : เครืองบดหิน
  • 2 : เตรื่องเขียนแบบ
  • 3 : รถยนต์
  • 4 : เรือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • กลไกในภาพใช้ในอุปกรณ์
  • 1 : อุปกรณ์เขียนวงร๊
  • 2 : อุปกรณ์เขียนแบบ
  • 3 : อุปกรณ์รอกผ่อนแรง
  • 4 : อุปกรณ์ชิงช้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 248 :
  • จากรูป ลักษณะของตัวตามมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Knife-edged
  • 2 : Flat-faced
  • 3 : Spherical-faced
  • 4 : Roller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • จากรูป ลักษณะของตัวตามมีชื่อเรียกว่าอะไร

  • 1 : Knife-edged
  • 2 : Flat-faced
  • 3 : Spherical-faced
  • 4 : Roller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 250 :
  • จากรูป ลักษณะของตัวตามมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Knife-edged
  • 2 : Flat-faced
  • 3 : Spherical-faced
  • 4 : Roller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 251 :
  • กลไกตัวอย่างจากเครื่องมือเขียนแบบที่เรียกว่า Universal drafting machine ในรูปข้อใดไม่ถูกต้อง


  • 1 : เครื่องมือนี้เป็นกลไก 8-ข้อต่อ ที่ได้จากกลไก 4-ข้อต่อ นำมาต่อกัน โดยมีข้อต่อทุกข้อเป็นข้อต่อทวิภาคหรือข้อต่อที่มี 2 รอยต่อ (binary link)
  • 2 : เครื่องมือนี้เป็นกลไก 8-ข้อต่อ ที่มีข้อต่อที่มีรอยต่อสูงสุด 4 รอยต่อ หรือมีข้อต่อหนึ่งเป็น ข้อต่อจตุภาค (quaternary link)
  • 3 : เครื่องมือเขียนแบบนี้ได้จากกลไก 4-ข้อต่อ แบบมีจุดเปลี่ยน
  • 4 : เมื่อกลไกเคลื่อนที่ ไม้ฉากจะเคลื่อนที่ขนานกับแนวเดิมเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • คีมล็อกสามารถจับล็อกชิ้นงานด้วยแรง Q ที่สูงมาก การล็อกเกิดขึ้นได้โดย

  • 1 : อาศัยตำแหน่งจุดตายของกลไก เมื่อข้อต่อ AB และ BC เคลื่อนที่มาเรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 2 : อาศัยตำแหน่งจุดตายของกลไก เมื่อข้อต่อ OA และ AB ทำมุมฉากกันพอดี
  • 3 : เมื่อจุด B, C และ D เรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 4 : เมื่อเรากดข้อต่อ EF เพื่อให้ข้อต่อ AB และ EF อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :
  • กลไกบดหินในรูปเป็นกลไกกี่ข้อต่อ

  • 1 : กลไก 6 ข้อต่อ
  • 2 : กลไก 8 ข้อต่อ
  • 3 : กลไก 4 ข้อต่อ 2 ชุด มาต่อเข้าด้วยกัน
  • 4 : กลไก 7 ข้อต่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • คีมล๊อกในรูปเป็นโซ่คิเนแมติกแบบใด


  • 1 : เป็นโซ่คิเนแมติก 4-ข้อต่อ
  • 2 : เป็นโซ่คิเนแมติกแบบบังคับไม่ได้ในขณะล๊อก
  • 3 : เป็นโซ่คิเนแมติกแบบ 6-ข้อต่อ
  • 4 : คีมล๊อกไม่ใช่โซ่คิเนแมติก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • กลไกในรูปเรียกว่า

  • 1 : Whitworth Mechanism
  • 2 : Tchebysheff,s four-bar mechanism
  • 3 : Engine Indictor
  • 4 : Pantograph
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • กลไกในรูปใช้ประโยชน์สำหรับ

                             

  • 1 : เขียนกราฟความดัน-ปริมาตรของเครื่องยนต์
  • 2 : เขียนเส้นตรงแท้
  • 3 : ลด/เพิ่มขนาดรูปเขียน
  • 4 : เขียนเส้นเกือบตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  •  อุปกรณ์ในรูป คือ

     

                               

     

  • 1 :  Oldham coupling
  • 2 :  Constant velocity joint
  • 3 :  Universal joint
  • 4 :  Thompson coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  •  Geneva wheel เพลา O1 หมุนด้วยความเร็ว W1 คงที่ motion ที่เกิดขึ้นที่เพลา O2 คือ

     

                                           

  • 1 :  continuous motion with constant W2
  • 2 :  continuous motion with varying W2
  • 3 :  intermittent motion with constant W2
  • 4 :  intermittent motion with varying W2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • อุปกรณ์ในรูป คือ

  • 1 : Oldham coupling
  • 2 : Scotch yoke
  • 3 : Universal joint
  • 4 : Thompson coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • อุปกรณ์ในรูป คือ

  • 1 : Universal joint
  • 2 : Constant velocity joint
  • 3 : Oldham coupling
  • 4 : Thompson coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 264 : 12. Example of Mechanism 3
ข้อที่ 261 :
  • ถ้าต้องการส่งถ่ายความเร็วด้วยอัตราทดแน่นอนและเสียงเงียบ ท่านจะเลือกใช้อุปกรณ์ใด
  • 1 : เฟือง
  • 2 : โซ่
  • 3 : สายพาน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • อุปกรณ์ส่งถ่ายความเร็วใดที่ควรมีราคาแพงที่สุด
  • 1 : ชุดเฟืองทด
  • 2 : โซ่
  • 3 : สายพาน
  • 4 : ราคาใกล้เคียงกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • อุปกรณ์ส่งถ่ายความเร็วใดที่ควรมีราคาถูกที่สุด
  • 1 : เฟือง
  • 2 : โซ่
  • 3 : สายพาน
  • 4 : ราคาใกล้เคียงกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 264 :
  • อุปกรณ์ส่งถ่ายความเร็วใดที่ถอดเปลี่ยนง่ายที่สุด
  • 1 : เฟือง
  • 2 : โซ่
  • 3 : สายพาน
  • 4 : เหมือนกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 :
  • Coupling ที่ใช้ของไหลเป็นตัวส่งผ่านการเคลื่อนที่คือ Coupling ชนิดใด
  • 1 : Rigid Coupling
  • 2 : Flexible Coupling
  • 3 : Fluid Coupling
  • 4 : Hooke’s Coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • Oldham Coupling ทำหน้าที่
  • 1 : เชื่อมเพลาที่ขนานกัน อยู่ระนาบเดียวกันเข้าด้วยกัน
  • 2 : เชื่อมเพลาที่ขนานกัน อยู่เยื้องกันเล็กน้อยเข้าด้วยกัน
  • 3 : เชื่อมเพลาที่ไม่ขนานกัน อยู่ทำมุมกันเล็กน้อยเข้าด้วยกัน
  • 4 : เชื่อมเพลาที่ขนานกัน และทำมุม มากกว่า 30 องศาเข้าด้วยกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • Hooke Joint คือข้อต่อ
  • 1 : ใช้ต่อเพลา 2 เพลาที่อยู่ในระนาบเดียวกัน ไม่ขนานกัน และทำมุมกัน เข้าด้วยกัน
  • 2 : ใช้ต่อเพลา 2 เพลาที่ไม่อยู่ในระนาบเดียวกัน ขนานกัน และทำมุมกัน เข้าด้วยกัน
  • 3 : ใช้ต่อเพลา 2 เพลาที่อยู่ในระนาบเดียวกัน ขนานกัน และเยื้องกัน เข้าด้วยกัน
  • 4 : ใช้ต่อเพลา 2 เพลาที่อยู่ในระนาบเดียวกัน ขนานกัน เข้าด้วยกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • Cognate Linkages คือ อุปกรณ์
  • 1 : กลไกที่ใช้เขียนเส้นโค้งวงกลม
  • 2 : กลไกที่ใช้เขียนเส้นตรง
  • 3 : กลไกที่ใช้เขียนเส้นโค้ง Cognate Curve
  • 4 : กลไกที่ใช้เขียนเส้นโค้ง Coupler Curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 269 :
  • กลไกในรูปใช้
  • 1 : ในเครื่องยนต์ของเครื่องบิน
  • 2 : เขียนรูปวงรี
  • 3 : เครื่องสูบน้ำ
  • 4 : เครื่องจักรกลหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • Coupling ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างเพลาที่อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันคือ Coupling ชนิดใด
  • 1 : Rigid Coupling
  • 2 : Flexible Coupling
  • 3 : Fluid Coupling
  • 4 : Hooke’s Coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 271 :
  • Coupling ที่ใช้ต่อเพลาที่ทำมุมซึ่งกันและกันคือ Coupling ชนิดใด
  • 1 : Rigid Coupling
  • 2 : Flexible Coupling
  • 3 : Fluid Coupling
  • 4 : Hooke’s Coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • Coupling ที่ใช้ในการต่อเพลาที่ขนานกันแต่ไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกันคือ Coupling ชนิดใด
  • 1 : Rigid Coupling
  • 2 : Oldham Coupling
  • 3 : Fluid Coupling
  • 4 : Hooke’s Coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • แพนโตกร๊าฟ (Pantograph) เป็นกลไกที่ใช้ลอกรูปทั้งแบบขยายและย่อขนาด คำตอบข้อใดไม่ถูกต้อง


  • 1 : จุด A จะวาดรูปเดียวกันกับจุด C แต่มีขนาดที่ย่อส่วนลง
  • 2 : จุด P จะวาดรูปเดียวกันกับจุด C แต่มีขนาดที่ย่อส่วนลง
  • 3 : แพนโตกร๊าฟเป็นกลไกที่ได้จากกลไกสี่เหลี่ยมด้านขนาน
  • 4 : กลไกสี่เหลี่ยมด้านขนานเป็นกลไกที่มีจุดเปลี่ยน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • กลไกในรูปคือ


  • 1 : แพนโตกร๊าฟ (Pantograph) ชนิดหนึ่ง เป็นกลไกที่ใช้ลอกรูปทั้งแบบขยายและย่อขนาด
  • 2 : กลไกที่มีจุดหนึ่งเคลื่อนที่เกือบเป็นเส้นตรง (Approximate straight-line mechanism)
  • 3 : กลไกที่มีจุดหนึ่งเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงแท้ (Exact straight-line mechanism)
  • 4 : กลไกผ่อนแรงที่ใช้ toggle effect
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • กลไกในรูปคือ
  • 1 : กลไกผ่อนแรง (Toggle mechanism) ที่อาศัยหลักการของ toggle effect
  • 2 : กลไกล็อกที่อาศัย toggle effect
  • 3 : กลไกแพนโตกร๊าฟที่ใช้ในการบดหิน
  • 4 : กลไกป้อนหินอัตโนมัติที่ได้จากกลไกของวัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดถูกต้อง จากกลไกในรูป


  • 1 :

     แรง Q จะสูงสุดเมื่อข้อต่อ 5 และ 4 อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน เมื่อจุด A ทับกับ A’

  • 2 :

     แรง Q จะสูงสุดเมื่อข้อต่อ 3 และ 2 อยู่ในแนวเดียวกัน หรือ A O2 A’ อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

  • 3 : แรง Q จะน้อยสุดเมื่อข้อต่อ 5 และ 4 อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน เมื่อจุด Aทับกับ A’
  • 4 :

     แรง Q จะน้อยสุดเมื่อข้อต่อ 3 และ 2 อยู่แนวเดียวกัน หรือ A O2อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • อุปกรณ์ส่งถ่ายกำลังที่สามารถดูดซับพลังงานการกระแทกได้ดี ได้แก่
  • 1 : เฟือง
  • 2 : โซ่
  • 3 : สายพาน
  • 4 : มีความสามารถใกล้เคียงกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :
  • อุปกรณ์ส่งถ่ายความเร็วใดที่มีอัตราทดแทนเปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลา
  • 1 : ชุดเฟืองทด
  • 2 : โซ่
  • 3 : สายพาน
  • 4 : ไม่มีข้อใดถุก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  •  อุปกรณ์ในรูป คือ

     

                       

  • 1 :  Oldham coupling
  • 2 :  Constant velocity joint
  • 3 :  Universal joint
  • 4 :  Thompson coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  •  Scotch Yoke ดังรูป ถ้าความยาวของ link 2 (O2P) เท่ากับ 50 มม. ความยาวของ Slot hole 3 (AB) เท่ากับ 150 มม. Stroke ของ Yoke 4 จะมีค่าเท่ากับ

     

                                    

  • 1 :  25 มม.
  • 2 :  50 มม.
  • 3 :  75 มม.
  • 4 :  100 มม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 281 :
  • อุปกรณ์ในรูป คือ

  • 1 : Oldham coupling
  • 2 : Scotch yoke
  • 3 : Universal joint
  • 4 : Thompson coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 282 :
  • อุปกรณ์ในรูป คือ

  • 1 : Geneva wheel
  • 2 : Constant velocity joint
  • 3 : Universal joint
  • 4 : Thompson coupling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 265 : 13. Velocity 1
ข้อที่ 283 :
  • กลไกลูกสูบในรูปหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม 1 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา ข้อเหวี่ยง O2A ยาว 15 ซม. ก้านต่อ AB ยาว 60 ซม. จุด C อยู่บน AB โดยที่ AC = 15 ซม. ความเร็วของจุด C มีค่าเท่ากับ
  • 1 : 17.2 cm
  • 2 : 18.2 cm
  • 3 : 20.4 cm
  • 4 : 24.1 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • กลไกลูกสูบในรูปหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม 1 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา ข้อเหวี่ยง O2A ยาว 15 ซม. ก้านต่อ AB ยาว 60 ซม. จุด C อยู่บน AB โดยที่ AC = 20 ซม. ความเร็วของจุด C มีค่าเท่ากับ
  • 1 : 17.2 cm
  • 2 : 18.2 cm
  • 3 : 20.4 cm
  • 4 : 24.1 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 :
  • กลไกลูกสูบในรูปหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม 1 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา ข้อเหวี่ยง O2A ยาว 15 ซม. ก้านต่อ AB ยาว 60 ซม. จุด C อยู่บน AB โดยที่ AC = 30 ซม. ความเร็วของจุด C มีค่าเท่ากับ
  • 1 : 17.2 cm
  • 2 : 18.2 cm
  • 3 : 20.4 cm
  • 4 : 24.1 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 286 :
  • กลไกลูกสูบในรูปหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม 1 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา ข้อเหวี่ยง O2A ยาว 15 ซม. ก้านต่อ AB ยาว 60 ซม. จุด C อยู่บน AB โดยที่ AC = 45 ซม. ความเร็วของจุด C มีค่าเท่ากับ
  • 1 : 17.2 cm
  • 2 : 18.2 cm
  • 3 : 20.4 cm
  • 4 : 24.1 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • ถ้า Crank Slider หมุนด้วยความเร็ว 600 รอบ/นาที จะมีความเร็วสัมพัทธ์ Vc/a = ?
  • 1 : 6.28 rad/sec
  • 2 : 62.8 cm/sec
  • 3 : 86.7 cm/sec
  • 4 : 628 mm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • ถ้า Crank Slider หมุนด้วยความเร็ว 60 รอบ/นาที จะมีความเร็วสัมพัทธ์ Vc/a = ?
  • 1 : 8.67 cm/sec
  • 2 : 62.8 cm/sec
  • 3 : 62.8 rad/sec
  • 4 : 628 mm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 289 :
  • ถ้า Crank Slider หมุนด้วยความเร็ว 1,200 รอบ/นาที จะมีความเร็วสัมพัทธ์ Vb/a = ?
  • 1 : 12.56 rad / sec
  • 2 : 125.6 cm/sec
  • 3 : 520 cm /sec
  • 4 : 1,256 mm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • ถ้า Crank Slider หมุนด้วยความเร็ว 60 รอบ/นาที จะมีความเร็วสัมพัทธ์ Vb/a= ?
  • 1 : 26 cm/sec
  • 2 : 37 cm/sec
  • 3 : 47 rad/sec
  • 4 : 8.67 mm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • จากรูป ความเร็วของจุด B2 เทียบกับจุด B4 จะอยู่ในแนวใด
  • 1 : แนวของชิ้นต่อโยง 2
  • 2 : แนวของชิ้นต่อโยง 4
  • 3 : ตั้งฉากกับชิ้นต่อโยง 2
  • 4 : ตั้งฉากกับชิ้นต่อโยง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • จากรูป ทิศของความเร็วของจุด B2 เทียบกับจุด B4 คือข้อใด
  • 1 : แนวของชิ้นต่อโยง 2 และพุ่งขึ้น
  • 2 : แนวของชิ้นต่อโยง 2 และพุ่งลง
  • 3 : แนวของชิ้นต่อโยง 4 และพุ่งขึ้น
  • 4 : แนวของชิ้นต่อโยง 4 และพุ่งลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 :
  • จากรูป ความเร็วของจุด B4 เทียบกับจุด B2 จะอยู่ในแนวใด


     

  • 1 : แนวของชิ้นต่อโยง 2
  • 2 : แนวของชิ้นต่อโยง 4
  • 3 : ตั้งฉากกับชิ้นต่อโยง 2
  • 4 : ตั้งฉากกับชิ้นต่อโยง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 294 :
  • จากรูป ความเร็วของจุด B4 เทียบกับจุด B2 จะอยู่ในแนวใด


     

  • 1 : แนวของชิ้นต่อโยง 2 และพุ่งลง
  • 2 : แนวของชิ้นต่อโยง 2 และพุ่งขึ้น
  • 3 : แนวของชิ้นต่อโยง 4 และพุ่งลง
  • 4 : แนวของชิ้นต่อโยง 4 และพุ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • คำตอบข้อใดถูกต้อง กำหนดให้ มาตราส่วนรูป คือ kS [cm/cm] มาตราส่วนความเร็วคือ kV [cm/s/cm]


  • 1 :

     จากรูปเหลี่ยมของความเร็ว ขนาดของความเร็วสัมพัทธ์ VC/A= kV(ac) cm/s มีทิศ ^ กับ AC

  • 2 :

     จากรูปเหลี่ยมของความเร็ว ขนาดของความเร็วสัมพัทธ์ VC/B= kV(bc) cm/s มีทิศจาก B ไป C

  • 3 :

     จากรูปเหลี่ยมของความเร็ว ขนาดของความเร็วสัมพัทธ์ VB/A= kV(ab) cm/s มีทิศ ^ กับ O4B

  • 4 :

     จากรูปเหลี่ยมของความเร็ว ขนาดของความเร็วสัมพัทธ์ VB/C= kV(bc) cm/s มีทิศจาก C ไป B

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • คำตอบข้อใดถูกต้อง กำหนดให้ มาตราส่วนรูป คือ kS [cm/cm] มาตราส่วนความเร็วคือ kV [cm/s/cm]
  • 1 :

    จากรูปสามเหลี่ยม ABC และ abc เป็นสามเหลี่ยมคล้าย

  • 2 : จากรูปขนาดของ ac เมื่อคูณกับมาตราส่วนรูป kS จะได้ขนาดของความเร็วVC/A
  • 3 :

     จากรูปสามเหลี่ยม ABC และ abc ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกัน

  • 4 :

     จากรูปสามเหลี่ยม abc ในรูปเหลี่ยมของความเร็วเป็นภาพเสมือนของข้อต่อ ABC ที่หมุนทวนเข็มเป็นมุมใดๆ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • กลไก 4-ข้อต่อในรูป ให้ w2 มาต้องการหา w4 จะต้องใช้สมการใดคำนวณ

  • 1 :

     VB2 = VB3

    VB4 = VB3 +VB4/B3

    และ w4 = VB4/BOB
  • 2 :

     VB2 = VB3

    VB4 = VB3 +VB4/B3

    และ w4 = VB4/B3/BOB

  • 3 :

     VB3 = VB4

    VB4 = VB2 +VB4/B2

    และ w4 = VB4/B2/BOB

  • 4 :

     VB2 = VB3

    VB4 = VB3 +VB4/B3

    และ w4 = VB3/BOB

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • ในรูปเป็นกลไก 4-ข้อต่อ เมื่อทราบขนาดของข้อต่อต่าง และขนาดของ w2 ความเร็ว VB2 หาได้จาก


  • 1 :

    VB2 = VB3 = AOB x w2

  • 2 :

     VB2 = VB4 = AOB x w2

  • 3 :

     VB2 = VB3 = AOB x w4

  • 4 :

     VB2 = VB4 = AOB x w4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 299 :
  •  กลไกชนิดหนึ่งมีจำนวนข้อต่อ 8 ข้อ กลไกนี้มีจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด
  • 1 :  26
  • 2 :  27
  • 3 :  28
  • 4 :  29
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  •  linkage ดังรูป ถ้า link 2 (O2A) มีความเร็ว w2 แล้ว และ link 4 (O4B) มีความเร็ว w 4 ความเร็ว w 4 จะมีค่าเท่ากับ

                                          

  • 1 :

     

     

  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 301 :
  • คำกล่าวใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : วัตถุเกร็งที่เคลื่อนที่บนระนาบสองมิติ จะมีจุดหมุนเฉพาะกาลเสมอ
  • 2 :

    วัตถุเกร็งที่เคลื่อนที่บนระนาบสองมิติจะมีจุดหมุนเฉพาะกาลก็ต่อเมื่อวัตถุมีความเร็วเชิงมุมเท่านั้น

  • 3 : วัตถุเกร็งสามชิ้นที่เคลื่อนที่บนระนาบสองมิติจะมีจุดหมุนเฉพาะกาล 3 จุดเสมอ
  • 4 :

    วัตถุเกร็ง n ชิ้นที่เคลื่อนที่บนระนาบสองมิติ จะมีจุดหมุนเฉพาะกาล

    n(n-1)/2 จุด

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • จากกลไกดังรูป ข้อต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง

  • 1 :

    จุด A มีความเร็วสัมบูรณ์พุ่งไปทางขวามือ

  • 2 : ความเร็วสัมบูรณ์ของจุด A คือ
  • 3 : ความเร็วสัมบูรณ์ของจุด A คือ
  • 4 : ความเร็วสัมบูรณ์ของจุด A คือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 303 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร็วของจุด C

  • 1 : 450 มิลลิเมตรต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางซ้าย
  • 2 : 450 มิลลิเมตรต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางขวา
  • 3 : 900 มิลลิเมตรต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางซ้าย
  • 4 : 900 มิลลิเมตรต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางขวา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • กลไกชนิดหนึ่งมีจำนวนข้อต่อ 6 ข้อ กลไกนี้มีจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด

     

  • 1 : 15
  • 2 : 16
  • 3 : 17
  • 4 : 18
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • จงหาความเร็วของจุด B

  • 1 : 1.5000i + 1.5000j m/s
  • 2 : 1.5000i + 0.0000j m/s
  • 3 : -1.0607i + 1.0607j m/s
  • 4 : 1.0607i + 1.0607j m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 266 : 14. Velocity 2
ข้อที่ 306 :
  • มวล A วิ่งขึ้นด้วยความเร็ว 0.4 เมตรต่อวินาที และมวล B วิ่งไปทางซ้ายด้วยความเร็ว 0.3 เมตรต่อวินาที ความยาว AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตร ความเร็วเชิงมุมของ AB เท่ากับ
  • 1 : 150 เรเดียนต่อนาที CW
  • 2 : 150 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 3 : 100 เรเดียนต่อนาที CW
  • 4 : 100 เรเดียนต่อนาที CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 307 :
  • มวล A วิ่งลงด้วยความเร็ว 0.4 เมตรต่อวินาที และมวล B วิ่งไปทางขวาด้วยความเร็ว 0.3 เมตรต่อวินาที ความยาว AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตร ความเร็วเชิงมุมของ AB เท่ากับ
  • 1 : 150 เรเดียนต่อนาที CW
  • 2 : 150 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 3 : 100 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 4 : 100 เรเดียนต่อนาที CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 308 :
  • มวล A วิ่งลงด้วยความเร็ว 0.3 เมตรต่อวินาที และมวล B วิ่งไปทางขวาด้วยความเร็ว 0.4 เมตรต่อวินาที ความยาว AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตร ความเร็วเชิงมุมของ AB เท่ากับ
  • 1 : 100 เรเดียนต่อนาที CW
  • 2 : 100 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 3 : 150 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 4 : 150 เรเดียนต่อนาที CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • มวล A วิ่งขึ้นด้วยความเร็ว 0.3 เมตรต่อวินาที และมวล B วิ่งไปทางซ้ายด้วยความเร็ว 0.4 เมตรต่อวินาที ความยาว AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตร ความเร็วเชิงมุมของ AB เท่ากับ
  • 1 : 100 เรเดียนต่อนาที CW
  • 2 : 100 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 3 : 150 เรเดียนต่อนาที CCW
  • 4 : 150 เรเดียนต่อนาที CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 310 :
  • ถ้าความเร็วของจุด A =240 cm/sec และ เวคเตอร์ ความเร็วเป็นไปตามรูป ความเร็วเชิงมุมของชิ้นงาน 3 จะมีค่าประมาณเท่าไหร่ ถ้าความยาว AC =14 cm ; BC = 12.5 cm
  • 1 : 8.72 rad/sec
  • 2 : 122.09 rad/sec
  • 3 : 109rad/sec
  • 4 : 42.1 rad/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • ถ้าความเร็วของจุด A =200 cm/sec และ เวคเตอร์ ความเร็วเป็นไปตามรูป ความเร็วเชิงมุมของชิ้นงาน 3 จะมีค่าประมาณเท่าไหร่ ถ้าความยาว AC =14 cm ; BC = 12.5 cm
  • 1 : 8.72 rad/sec
  • 2 : 7.3 rad/sec
  • 3 : 101.75 rad/sec
  • 4 : 35.09 rad /sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :
  • ถ้าความเร็วของจุด A =240 cm/sec และ เวคเตอร์ ความเร็วเป็นไปตามรูป ความเร็วเชิงมุมของชิ้นงาน 3 จะมีค่าประมาณเท่าไหร่ ถ้าความยาว AC =7 cm ; BC = 6.3 cm
  • 1 : 8.72 rad /sec
  • 2 : 27.4 rad/sec
  • 3 : 30.53 rad/sec
  • 4 : 2.19 rad/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 313 :
  • ถ้าความเร็วของจุด A =60 cm/sec และ เวคเตอร์ ความเร็วเป็นไปตามรูป ความเร็วเชิงมุมของชิ้นงาน 3 จะมีค่าประมาณเท่าไหร่ ถ้าความยาว AC =14 cm ; BC = 12.5 cm
  • 1 : 8.72 rad/sec
  • 2 : 27.4 rad/sec
  • 3 : 30.53 rad/sec
  • 4 : 2.19 rad/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :
  • จากรูป เมื่อชิ้นต่อโยง O1B เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม โดยมีทิศตามเข็มนาฬิกา จะได้ความเร็วของจุด C เทื่อเทียบกับจุด B มีทิศทางใด
  • 1 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งขึ้น
  • 2 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งลง
  • 3 : ตั้งฉากกับแขน O1B
  • 4 : อยู่ในทิศเดียวกันกับทิศการเคลื่อนที่ของ Slider C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
  • จากรูป เมื่อชิ้นต่อโยง O1B เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม  โดยมีทิศตามเข็มนาฬิกา จะได้ความเร็วของจุด B เทื่อเทียบกับจุด C มีทิศทางใด
  • 1 : อยู่ในทิศเดียวกันกับทิศการเคลื่อนที่ของ Slider C
  • 2 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งลง
  • 3 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งขึ้น
  • 4 : ตั้งฉากกับแขน O1B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 316 :
  • จากรูป เมื่อชิ้นต่อโยง O1B เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม w โดยมีทิศทวนเข็มนาฬิกา จะได้ความเร็วของจุด C เมื่อเทียบกับจุด B มีทิศทางใด


  • 1 : ในทิศเดียวกันกับทิศการเคลื่อนที่ของ Slider C
  • 2 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งลง
  • 3 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งขึ้น
  • 4 : ตั้งฉากกับแขน O1Bอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 :
  • จากรูป เมื่อชิ้นต่อโยง O1B เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเชิงมุม w โดยมีทิศทวนเข็มนาฬิกา จะได้ความเร็วของจุด B เมื่อเทียบกับจุด C มีทิศทางใด


  • 1 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งลง
  • 2 : ตั้งฉากกับแขน BC และมีทิศทางพุ่งขึ้น
  • 3 : อยู่ในทิศเดียวกันกับทิศการเคลื่อนที่ของ Slider C
  • 4 : ตั้งฉากกับแขน O1B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 :
  • คำตอบข้อใดถูกต้อง
  • 1 :

     VB=VA+VB/A จากสมการความเร็วสัมพัทธ์นี้ สามารถหาความเร็ว VB , w4 และ w3 ได้

  • 2 :

     จากสมการความเร็วสัมพัทธ์ VC=VA+VC/A สามารถหาความเร็วของจุด C และ w3 ได้

  • 3 :

     ทิศของ w3 ไม่สามารถดูได้จากรูปเหลี่ยมของความเร็ว

  • 4 :

     รูปเหลี่ยมความเร็งที่ได้ยังไม่ถูกต้อง เห็นได้จากความเร็ว VC คือ Ovc สั้นกว่า Ova และ Ovb

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดเป็นสมการที่ใช้คำนวณความเร็วของจุด C โดยไม่ต้องคำนวณหา w3


  • 1 :

     VB=VA+VB/A

    VC=VA+VC/A=VB+VC/B
  • 2 :

     VC=VA+VC/A

  • 3 : VC=VB+VC/B
  • 4 :

     VB=VA+VC/A

    VC=VB+VC/B

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 :
  • คำตอบข้อใดถูกต้อง

  • 1 :

     ในรูปเหลี่ยมของความเร็วจะมีภาพเสมือนของข้อต่อ 3 แต่จะหมุนไปจากเดิม ในทิศของ w3

  • 2 :

     ในรูปเหลี่ยมของความเร็วจะมีภาพเสมือนของข้อต่อ 3 ที่มีขนาดเท่ากันแต่จะหมุนไปจากเดิม ในทิศของ w3

  • 3 :

     ในรูปเหลี่ยมของความเร็วจะมีภาพเสมือนของข้อต่อ 3 เป็นรูปคล้ายที่หมุนไปจากเดิม ในทิศตรงข้ามกับ w3

  • 4 :

     ในรูปเหลี่ยมของความเร็วจะมีภาพเสมือนของข้อต่อ 3 เป็นรูปคล้ายที่หมุนไปจากเดิม ในทิศตรงข้ามกับ w3

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 321 :
  • กลไก 4-ข้อต่อในรูป คำตอบข้อใดถูกต้อง

  • 1 :

     VA2=VA3 ความเร็วของจุด A ที่อยู่บนข้อต่อ 2 และข้อต่อ 3 จะเท่ากัน

  • 2 :

     VA2=VA4 ความเร็วของจุด A ที่อยู่บนข้อต่อ 2 และข้อต่อ 4 จะเท่ากัน

  • 3 :

     ความเร็วเชิงมุม w2 = w3

  • 4 :

     ความเร็วเชิงมุม w2 = w4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 322 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร็ว 10 m/s ขึ้น ก้านต่อ AB ยาว 100 มิลลิเมตร ในขณะดังกล่าวความเร็วเชิงมุมของ AB เป็น

                               

  • 1 : 100 rad/s CW
  • 2 : 100 rad/s CCW
  • 3 : 141.4 rad/s CW
  • 4 : 141.4 rad/s CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 323 :
  • มวล B มีความเร็ว 10 m/s ไปทางขวา ก้านต่อ AB ยาว 100 มิลลิเมตร ในขณะดังกล่าว ความเร็วเชิงมุมของ AB เป็น

                               

  • 1 : 100 rad/s CCW
  • 2 : 100 rad/s CW
  • 3 : 141.4 rad/s CW
  • 4 : 141.4 rad/s CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 324 :
  •  จุด K ในรูปเป็นจุดหมุนเฉพาะกาล

     

                         

  • 1 :  13
  • 2 :  23
  • 3 :  24
  • 4 :  34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 325 :
  •  linkage มีความเร็ว w ดังรูป

                                                     

  • 1 :                     
  • 2 :

                    

  • 3 :

                     

  • 4 :

                       

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 326 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร็วเชิงมุมของชิ้นต่อโยง CD

  • 1 : 3 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • 2 : 3 เรเดียนต่อวินาที ทิศทวนเข็มนาฬิกา
  • 3 : 4 เรเดียนต่อวินาที ทิศทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : 4 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร็วเชิงมุมของเฟือง F

  • 1 : 12 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • 2 : 10 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : 6 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • 4 : 4 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 328 :
  • กลไกสไลเดอร์แคร้งดังรูป จุด I13 คือจุด

  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 329 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร็วเชิงเส้นของจุด B

  • 1 : 1.5 เมตรต่อวินาที ทิศพุ่งลง
  • 2 : 2.5 เมตรต่อวินาที ทิศพุ่งลง
  • 3 : 3.5 เมตรต่อวินาที ทิศพุ่งลง
  • 4 : 9.07 เมตรต่อวินาที ทิศพุ่งลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร็วเชิงเส้นของชิ้นต่อโยง 3 ณ.ตำแหน่งดังรูป ถ้ากำหนดให้ชิ้นต่อโยง 2 หมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่เท่ากับ 10 rad/s (ตามเข็มนาฬิกา)

  • 1 : 3.54 นิ้วต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางซ้าย
  • 2 : 4.54 นิ้วต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางซ้าย
  • 3 : 5.54 นิ้วต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางซ้าย
  • 4 : 10.54 นิ้วต่อวินาที ทิศพุ่งไปทางซ้าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 331 :
  • จุด A ในรูปเป็นจุดหมุนเฉพาะกาล

  • 1 : 13
  • 2 : 23
  • 3 : 24
  • 4 : 34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • จากกลไก Crank-slider และไดอะแกรมของความเร็วของกลไกดังรูป จงหาความเร็วเชิงมุมของชิ้นส่วน BC (ความยาวของชิ้นส่วน และเวคเตอร์ใน diagram ความเร็ว มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร)

    มาตราส่วนใน Diagram ความเร็ว 50 mm = 1 m/s

  • 1 : 18.025 rad/s, CW
  • 2 : 5.548 rad/s, CCW
  • 3 : 5.548 rad/s, CW
  • 4 : 18.025 rad/s, CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 267 : 15. Velocity 3
ข้อที่ 333 :
  • กลไกในรูปมีจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด
  • 1 : 12
  • 2 : 13
  • 3 : 14
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • กลไกในรูปมีจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด
  • 1 : 10
  • 2 : 11
  • 3 : 12
  • 4 : 13
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • กลไกในรูปมีจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 336 :
  • กลไกในรูปมีจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด
  • 1 : 9
  • 2 : 10
  • 3 : 11
  • 4 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 337 :
  • จงหาจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาลของกลไกในรูป
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • จงหาจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาลของกลไกในรูป
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • ตำแหน่นงจุดเพาะกาล 14 อยู่ที่
  • 1 : แนวเดียวกับ Link 3
  • 2 : ตั้งฉากกับจุดหมุน o และแนวระดับตัดกับแนว link 3
  • 3 : ตั้งฉากกับจุด C และทิศทางการเคลื่อนที่ของ Slider ตัดกันที่อนันต์
  • 4 : ไม่มี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 340 :
  • จงหาจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาลของกลไกในรูป
  • 1 : 6
  • 2 : 8
  • 3 : 16
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • จุดศูนย์กลางชั่วขณะของคู่ชิ้นต่อโยงคู่หนึ่งจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
  • 1 : เป็นจุดร่วมหรือจุดเชื่อมต่อของชิ้นต่อโยงทั้งสอง
  • 2 : เป็นจุดที่มีความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างคู่ชิ้นต่อโยงเป็นศูนย์
  • 3 : เป็นจุดที่ชิ้นต่อโยงทั้งสองมีความเร็วสัมบูรณ์เท่ากันทั้งขนาดและทิศทาง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 342 :
  • คุณสมบัติของจุดศูนย์กลางชั่วขณะของคู่ชิ้นต่อโยงคู่หนึ่งข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : เป็นจุดร่วมหรือจุดเชื่อมต่อของชิ้นต่อโยงทั้งสอง
  • 2 : เป็นจุดที่มีความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างคู่ชิ้นต่อโยงไม่เท่ากับศูนย์
  • 3 : เป็นจุดที่ความเร็วสัมบูรณ์ของชิ้นต่อโยงทั้งสองมีขนาดเท่ากัน
  • 4 : เป็นจุดที่ความเร็วสัมบูรณ์ของชิ้นต่อโยงทั้งสองมีทิศทางเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 :
  • จุดศูนย์กลางชั่วขณะของคู่ชิ้นต่อโยงคู่หนึ่งจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
  • 1 : เป็นจุดร่วมหรือจุดเชื่อมต่อของชิ้นต่อโยงทั้งสอง
  • 2 : เป็นจุดที่มีความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างคู่ชิ้นต่อโยงเป็นหนึ่ง
  • 3 : เป็นจุดที่ความเร็วสัมบูรณ์ของชิ้นต่อโยงทั้งสองมีขนาดไม่เท่ากัน
  • 4 : เป็นจุดที่ความเร็วสัมบูรณ์ของชิ้นต่อโยงทั้งสองมีทิศทางตรงกันข้าม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • คุณสมบัติของจุดศูนย์กลางชั่วขณะของคู่ชิ้นต่อโยงคู่หนึ่งข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : เป็นจุดที่ความเร็วสัมบูรณ์ของชิ้นต่อโยงทั้งสองมีทิศทางตรงกันข้าม
  • 2 : เป็นจุดที่ความเร็วสัมบูรณ์ของชิ้นต่อโยงทั้งสองมีขนาดเท่ากัน
  • 3 : เป็นจุดที่มีความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างคู่ชิ้นต่อโยงเท่ากับศูนย์
  • 4 : เป็นจุดร่วมหรือจุดเชื่อมต่อของชิ้นต่อโยงทั้งสอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 345 :
  • กลไกเลื่อน-ข้อเหวี่ยง (Slider-crank) ที่เห็นมีจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาล (Instantaneous Center of Rotation) เท่าใด และจุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ


  • 1 : 6 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 34 14
  • 2 : 5 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 34
  • 3 : 4 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 13
  • 4 : 6 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 :
  • กลไกเลื่อน-ข้อเหวี่ยง (Slider-crank) ที่เห็นมีจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาล (Instantaneous Center of Rotation) เท่าใด และจุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ


  • 1 : 6 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 34 14
  • 2 : 5 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 34
  • 3 : 4 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 13
  • 4 : 6 จุด จุดหมุนเฉพาะกาลที่หาได้โดยง่ายคือ 12 23 34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 347 :
  • จงหาจำนวนจุดหมุนเฉพาะกาล (Instantaneous Center of Rotation) ทั้งหมดของกลไกในรูป


  • 1 : 15 จุด
  • 2 : 14 จุด
  • 3 : 13 จุด
  • 4 : 12 จุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลที่กำหนดได้โดยง่าย ในรูปมีจุดใดบ้าง

  • 1 : จุด 12 , 14 , 23 และจุด 34
  • 2 : จุด 12 , 14 , 23
  • 3 : จุด 12 , 14 , 34
  • 4 : จุด 12 , 14 , 34 และจุด 13
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :
  • กลไกในรูปมีจุดหมุนเฉพาะการกี่จุด

                                

  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 350 :
  • กลไกในรูปมีจุดหมุนเฉพาะกาลกี่จุด

                                     

  • 1 : 9
  • 2 : 10
  • 3 : 11
  • 4 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • จุด L ในรูปเป็นจุดหมุนเฉพาะกาล

                          

  • 1 :  13
  • 2 :  23
  • 3 :  24
  • 4 :  34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  •  Wheels 2 และ 3 สัมผัสกันและหมุนไปพร้อมกันโดยไม่มีเลื่อนไถล โดย wheel 2 และ 3 มีรัศมีและความเร็ว r2 , w2 และ r3 , w3 ตามลำดับ P2 , P3 เป็นจุดสัมผัสของ wheels ทั้งสอง Vp2 เป็นความเร็ว ณ จุดสัมผัสของ wheel 2 และ Vp2 เป็นความเร็ว ณ จุดสัมผัสของ wheel 3 ความสัมพันธ์ของความเร็ว Vp2 / Vp3 คือ

                                         

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • กลไกสไลเดอร์แคร้งดังรูป จุด I24 คือจุด

  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 354 :
  • กลไกใช้ปิดฝากล่องดังรูป ซึ่งใช้เป็นกลไกในการปิดฝากล่องที่วางบนพื้น สามารถมีจุดหมุนเฉพาะกาลได้กี่จุด

  • 1 : 28 จุด
  • 2 : 21 จุด
  • 3 : 15 จุด
  • 4 : 10 จุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • จุด B ในรูปเป็นจุดหมุนเฉพาะกาล

  • 1 : 13
  • 2 : 23
  • 3 : 24
  • 4 : 34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • จากกลไก Crank-slider ดังรูป จุดหมุนเฉพาะกาล (หรือจุดหมุนชั่วขณะ instantaneous center) 24 ใช้ในการวิเคราะห์ความเร็วอย่างไร

  • 1 : ใช้หาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วเชิงมุมของชิ้นส่วนหมายเลข 2 และความเร็วของหมายเลข 4
  • 2 : ใช้หาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของจุดเชื่อมต่อระหว่างชิ้นส่วน 2 กับ 3 และความเร็วของหมายเลข 4
  • 3 : ใช้หาความเร็วเชิงมุมของชิ้นส่วนหมายเลข 2 ร่วมกับจุคหมุนเฉพาะกาล 14
  • 4 : ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 268 : 16. Velocity 4
ข้อที่ 357 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลในรูปได้แก่
  • 1 : จุด 12
  • 2 : จุด 13
  • 3 : จุด 14
  • 4 : จุด 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลในรูปได้แก่
  • 1 : จุด 12
  • 2 : จุด 23
  • 3 : จุด 24
  • 4 : จุด 25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลในรูปได้แก่
  • 1 : จุด 12
  • 2 : จุด 13
  • 3 : จุด 14
  • 4 : จุด 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลในรูปได้แก่
  • 1 : จุด 24
  • 2 : จุด 34
  • 3 : จุด 46
  • 4 : จุด 46
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
  • Crank O2A หมุนด้วยความเร็ว 200 รอบ/นาที ดังรูปเหลี่ยมความเร็ว กำหนดให้ O2O4 = 20 cm.:O2A =7.5 cm: O4B = 35 cm.:O2C =16cm ค่าความเร็วเชิงเส้นของ Link 3 คือ

     


     

     

     

     

     

     

     

     

  • 1 : 157.08 cm/sec
  • 2 : 20.944 rad/sec
  • 3 : 1.125 m/sec
  • 4 : 1.10 m/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • Crank O2A หมุนด้วยความเร็ว 200 รอบ/นาที ดังรูปเหลี่ยมความเร็ว กำหนดให้ O2O4 = 20 cm.:O2A =7.5 cm: O4B = 35 cm.:O2C =16cm ค่าความเร็วเชิงเส้นของ Link 4 คือ

     


     

     

     

  • 1 : 157.04 cm/sec
  • 2 : 157.04 rad/sec
  • 3 : 184.8 cm/sec
  • 4 : 1.10 m/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • Crank O2A หมุนด้วยความเร็ว 200 รอบ/นาที ดังรูปเหลียม่ความเร็ว กำหนดให้ O2O4 = 20 cm.:O2A =7.5 cm: O4B = 35 cm.:O2C =16cm ค่าความเร็วเชิงเส้นของ จุด C สัมพัทธ์ กับ B คือ

     

     

     


     

  • 1 : 157.04 cm/sec
  • 2 : 64.7 cm/sec
  • 3 : 1.125 cm/sec
  • 4 : 1,194.04 cm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • Crank O2A หมุนด้วยความเร็ว 200 รอบ/นาที ดังรูปเหลี่ยม่ความเร็ว กำหนดให้ O2O4 = 20 cm.:O2A =7.5 cm: O4B = 35 cm.:O2C =16cm ค่าความเร็วเชิงเส้นของ B คือ

     

     

     

     

     

  • 1 : 157.04 cm/sec
  • 2 : 20.944 rad/sec
  • 3 : 184.8 cm/sec
  • 4 : 1.10 cm/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • จากรูป จุด a คือจุดศูนย์กลางชั่วขณะของคู่ชิ้นต่อโยงใด
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 1 กับชิ้นต่อโยง 2
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 3
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 2 กับชิ้นต่อโยง 4
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • จากรูป จุด a คือจุดศูนย์กลางชั่วขณะของคู่ชิ้นต่อโยงใด
  • 1 : ชิ้นต่อโยง 1 กับชิ้นต่อโยง 2
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 1
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 3 กับชิ้นต่อโยง 4
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 1 กับชิ้นต่อโยง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • กลไกดังรูปสามารถมีจุดหมุนชั่วขณะได้กี่จุด


  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 368 :
  • กลไกดังรูปสามารถมีจุดหมุนชั่วขณะได้กี่จุด


  • 1 : 4
  • 2 : 6
  • 3 : 8
  • 4 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • ให้ w2 และมาตราส่วนของรูป ks จงหาความเร็วของข้อต่อ 4 ระยะต่างๆ เช่น 13-A, O2A สามารถวัดตำแหน่ง และคำนวณได้จากรูป


  • 1 : V4 = VB = w2(O2A)(13-B)/(13-A) ทิศ
  • 2 :

     V4 = VB = w2(O2A)(13-B)/(13-A) ทิศ

  • 3 :

     V4 = VB = w2(O2A)(13-A)/(13-B) ทิศ

  • 4 :

    V4 = VB = w2(O2A)(13-A)/(13-B) ทิศ

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • จงหาตำแหน่งจุดหมุนเฉพาะกาล 13 ของกลไก 4-ข้อต่อดังรูป

  • 1 :

     แนว O2A และ O4B ตัดกันที่จุด 13

  • 2 :

     แนว AB และ O2O4 ตัดกันที่จุด 13

  • 3 :

     จุด O2 เป็นจุดที่ แนวของ O2A ตัดกับ O2O4 และ เป็นจุด 13 ด้วย

  • 4 :

     จุด O4 เป็นจุดที่ แนวของ O4B ตัดกับ O2O4 และเป็นจุด 13 ด้วย

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 :
  • จงหาตำแหน่งของจุดหมุนเฉพาะกาล 14 ของกลไกเลื่อน-ข้อเหวี่ยงในรูป
  • 1 :

    จุดหมุนเฉพาะกาล 14 เป็นจุดที่ได้จากเส้นที่ลากจากจุด B ตั้งฉากกับ O2B และเส้นที่ลากจากจุด O2 ตั้งฉากกับ O2B ตัดกันที่อนันต์

  • 2 : จุดหมุนเฉพาะกาล 14 เป็นจุดที่เส้นที่ลากจากจุด B ตั้งฉากกับ O2B กับเส้นที่ต่อแนว O2A
  • 3 :

     จุดหมุนเฉพาะกาล คือ จุด B

  • 4 :

     จุดหมุนเฉพาะกาล 14 ไม่สามารถหาตำแหน่ง ได้

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 372 :
  • จากรูปข้อใดเป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้อง

  • 1 : จุด B เป็นจุดหมุนเฉพาะกาล 13
  • 2 :

     จุด BO เป็นจุดหมุนเฉพาะกาล 14

  • 3 :

     จุด AO เป็นจุดหมุนเฉพาะกาล 12

  • 4 :

     จุดหมุนเฉพาะกาล 34 อยู่บนเส้นตั้งฉากกับแนวทางเดินสัมพัทธ์ของข้อต่อ 3 เทียบ 4 และอยู่ที่อนันต์

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 373 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลในรูปได้แก่

                          

  • 1 : จุด 13
  • 2 : จุด 14
  • 3 : จุด 15
  • 4 : จุด 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 374 :
  • จุดหมุนเฉพาะกาลในรูปได้แก

                        

  • 1 : จุด 12
  • 2 : จุด 23
  • 3 : จุด 24
  • 4 : จุด 25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  •                                       

    จากรูปกำหนดให้ O2A = 300 มม, O4B = 580 มม, AB = 865 มม, และ O2O4 = 1,025 มม ในขณะดังกล่าว w2 = 5 เรเดียนต่อวินาที ตามเข็มนาฬิกา, LA = 1,536 มม, LB = 1,075 มม, ดังนั้นความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 4 เท่ากับ                   

  • 1 :  0.977 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา
  • 2 :  0.977 เรเดียนต่อวินาที ตามเข็มนาฬิกา
  • 3 :  1.81 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 :  1.81 เรเดียนต่อวินาที ตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 376 :
  •  displacement(s) ณ เวลา t ใดของ particle เป็นดังรูป

                                                      

    ความเร็วที่เกิดขึ้นกับ particle จากเวลา t = 0 ถึง t = t คือ                                          

  • 1 :  ความเร็วคงที่แล้วเป็นศูนย์
  • 2 :  ความเร็วเพิ่มขึ้นแล้วคงที่
  • 3 :  ความเร็วเพิ่มขึ้นแล้วลดลง
  • 4 :  ความเร็วคงที่แล้วลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 377 :
  • จากรูปกำหนดให้ O2A = 300 มม, O4B = 580 มม, AB = 865 มม, และ O2O4 = 1,025 มม ในขณะดังกล่าว w2 = 10 เรเดียนต่อวินาที ตามเข็มนาฬิกา, LA = 1,536 มม, LB = 1,075 มม, ดังนั้นความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 4 เท่ากับ

     

  • 1 : 1.95 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา
  • 2 : 1.95 เรเดียนต่อวินาที ตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : 3.62 เรเดียนต่อวินาที ทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : 3.62 เรเดียนต่อวินาที ตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • จากกลไกแสดงในรูปข้างล่าง ชิ้นส่วนลูกสูบ C และ F ถูกบังคับให้เคลื่อนที่แบบเลื่อนวิถีตรงในแนวดิ่งและแนวนอนตามลำดับ การเชื่อมต่อระหว่างชิ้นส่วนต่างๆใช้ข้อต่อหมุน (revolute joints) ที่จุด A, B, C, D, E และ F ดังแสดง ที่ตำแหน่งชั่วขณะเวลาดังรูป ชิ้นส่วน DB มีความเร็วเชิงมุมเป็น wDE = 100 rad/s ในทิศตามเข็มนาฬิกา จงหาความเร็วของชิ้นส่วนลูกสูบ F

  • 1 : 15.0000 m/s ®
  • 2 : 15.0000 m/s ?
  • 3 : 14.6155 m/s ?
  • 4 : 14.6155 m/s ®
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 269 : 17. Acceleration 1
ข้อที่ 379 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร่ง 10 m/s2 ขึ้น ในขณะที่ มวล B มีความเร่ง 5 m/s2 ไปทางซ้าย ก้านต่อ AB ยาว 200 มิลลิเมตร ในขณะดังกล่าว ความเร่งเชิงมุมของ AB เป็น
  • 1 : 5 rad/s CW
  • 2 : 5 rad/s CCW
  • 3 : 7.07 rad/s CW
  • 4 : 7.07 rad/s CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร่ง 10 m/s2 ลง ในขณะที่ มวล B มีความเร่ง 5 m/s2 ไปทางซ้าย ก้านต่อ AB ยาว 200 มิลลิเมตร ในขณะดังกล่าว ความเร่งเชิงมุมของ AB เป็น
  • 1 : 5 rad/s CW
  • 2 : 5 rad/s CCW
  • 3 : 7.07 rad/s CW
  • 4 : 7.07 rad/s CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 381 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร่ง 5 m/s2 ลง ในขณะที่ มวล B มีความเร่ง 10 m/s2 ไปทางซ้าย ก้านต่อ AB ยาว 200 มิลลิเมตร ในขณะดังกล่าว ความเร่งเชิงมุมของ AB เป็น
  • 1 : 5 rad/s CW
  • 2 : 5 rad/s CCW
  • 3 : 7.07 rad/s CW
  • 4 : 7.07 rad/s CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร่ง 5 m/s2 ลง ในขณะที่ มวล B มีความเร่ง 10 m/s2 ไปทางขวา ก้านต่อ AB ยาว 200 มิลลิเมตร ในขณะดังกล่าว ความเร่งเชิงมุมของ AB เป็น
  • 1 : 5 rad/s CW
  • 2 : 5 rad/s CCW
  • 3 : 7.07 rad/s CW
  • 4 : 7.07 rad/s CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • Crank 2 หมุนด้วยความเร็ว 10 rad/sec ตามเข็มนาฬิกา ความเร่งเชิงมุม = 20 rad/sec2 ทวนเข็มนาฬิกา จงหาความเร่งของชิ้นต่อโยง 4. O2B=5cm,BC=3.8cm,O4R=10.1 cm,O2O4=10cm.
  • 1 : 215.873 rad/sec2 ccw
  • 2 : 2,158.73 rad/sec2 ccw
  • 3 : 2,226.055 rad/sec2 cw
  • 4 : 6.667 rad/sec2 ccw
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :
  • Crank 2 หมุนด้วยความเร็ว 10 rad/sec ตามเข็มนาฬิกา ความเร่งเชิงมุม = 20 rad/sec 2 ทวนเข็มนาฬิกา จงหาความเร่งของจุด C.O2-B=10cm,BC=7.6cm,O4R=20.2 cm,O2O4=20cm.
  • 1 : 2777 cm/sec2
  • 2 : 215.078 cm/sec2
  • 3 : 225.552 cm/sec2
  • 4 : 2555 cm/sec2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :
  • Crank 2 หมุนด้วยความเร็ว 10 rad/sec ตามเข็มนาฬิกา ความเร่งเชิงมุม = 20 rad/sec2 ทวนเข็มนาฬิกา จงหาความเร่งของจุด C.O2B=5cm,BC=3.8cm,O4R=10.1 cm,O2O4=10cm.
  • 1 : 77.50 cm/sec2
  • 2 : 1388 cm/sec2
  • 3 : 1360 cm/sec2
  • 4 : 280 cm/sec2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 :
  • Crank 2 หมุนด้วยความเร็ว 10 rad/sec ตามเข็มนาฬิกา ความเร่งเชิงมุม = 20 rad/sec2 ทวนเข็มนาฬิกา จงหาความเร่งของจุด R O2B=5cm,BC=3.8cm,O4R=10.1 cm,O2O4=10cm.
  • 1 : 6667 cm/sec2
  • 2 : 66.67 cm/sec2
  • 3 : 2,226.05 cm/sec2
  • 4 : 66.67 cm/sec2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 387 :
  • จากรูป ให้ระยะ BC มีค่าเท่ากับ 10 cm. และระยะ BE มีค่าเท่ากับ 3 cm. ถ้าจุด C มีความเร่งสัมพัทธ์เทียบกับจุด B เท่ากับ 5 จงหาขนาดของความเร่งสัมพัทธ์ของจุด E เทียบกับ B
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 388 :
  • จากรูปให้ระยะ BC มีค่าเท่ากับ 20 cm. และระยะ BE มีค่าเท่ากับ 4 cm. ถ้าจุด C มีความเร่งสัมพัทธ์เทียบกับจุด B เท่ากับ 10m/s2 จงหาขนาดของความเร่งสัมพัทธ์ของจุด E เทียบกับ B

  • 1 :

    1 m/s2

  • 2 :

    2 m/s2

  • 3 :

    3 m/s2

  • 4 :

    4 m/s2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • จากรูปให้ระยะ BC มีค่าเท่ากับ 20 cm. และระยะ BE มีค่าเท่ากับ 4 cm. ถ้าจุด C มีความเร่งสัมพัทธ์เทียบกับจุด B เท่ากับ 5 m/s2 จงหาขนาดของความเร่งสัมพัทธ์ของจุด E เทียบกับ B


  • 1 :

     1 m/s2

  • 2 :

     2 m/s2

  • 3 :

     3 m/s2

  • 4 :

     4 m/s2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • จากรูปให้ระยะ BC มีค่าเท่ากับ 10 cm. และระยะ BE มีค่าเท่ากับ 3 cm. ถ้าจุด C มีความเร่งสัมพัทธ์เทียบกับจุด B เท่ากับ 10 m/s2 จงหาขนาดของความเร่งสัมพัทธ์ของจุด E เทียบกับ B


  • 1 :

     1 m/s2

  • 2 :

     2 m/s2

  • 3 :

     3 m/s2

  • 4 : 4 m/s2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • คำตอบข้อใดถูกต้อง

    AB = AAn + AAt + AB/An + AB/At

    AC3 = AA + AC3/An + AC3/At = AB+ AC3/BB +AC3/Bt


  • 1 :

     เมื่อทราบความเร็วในกลไกแล้วความเร่งของจุด C3 ซึ่งเป็นจุดที่อยู่บนข้อต่อ 3 สามารถคำนวณได้จากสมการที่ให้มาทั้งสอง

  • 2 :

     แม้ทราบความเร็วในกลไกทั้งหมดแล้ว สมการที่ให้มาทั้งสองสมการ ไม่สามารถใช้คำนวณหาความเร่งของจุด C3 ซึ่งเป็นจุดที่อยู่บนข้อต่อ 3

  • 3 :

     สมการความเร่งที่ให้มาทั้งสองสมการ เป็นสมการความเร่งของจุด C3 ซึ่งซ้อนอยู่กับจุด C4 และ C5

  • 4 :

     ในรูปเหลี่ยมของความเร่งจะมีภาพเสมือน (Image) ของข้อต่อ 3 ที่จากเดิมไป 90? ในทิศของ w3

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :
  • จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องในรูปให้ w2 มีค่าคงที่
  • 1 :

     ความเร่งของจุด B หาได้จากสมการ

    ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At

  • 2 :

     ความเร่งของจุด B ไม่สามารถหาได้ เนื่องจากในสมการ

    ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At

    มีตัวแปรไม่ทราบค่าเกิน 1 ตัว

  • 3 :

     ความเร่งของจุด B ไม่สามารถหาได้ เนื่องจากในสมการ

    ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At

    มีตัวแปรไม่ทราบค่าเกิน 2 ตัว

  • 4 :

     ความเร่งของจุด B ไม่สามารถหาได้ เนื่องจากสมการ

    ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At

    ไม่ถูกต้อง

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 393 :
  • จงเลือกใช้สมการที่ถูกต้องเพื่อคำนวณหาความเร่งของจุด C

  • 1 :

     ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At

    AC = AB + AC/Bn + AC/Bt = AA + AC/An + AC/At

  • 2 :

     ABn + ABt = AAn +AAt+ AB/An + AB/At

    ACn+ ACt = AB + AC/Bn + AC/Bt

  • 3 :

     ACn + ACt = AAn + AAt + AC/An + AC/At

  • 4 :

     ABn + ABt = ACn +ACt+ AB/Cn + AB/Ct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • สมการที่ใช้หาความเร่งเชิงมุมของข้อต่อ 4 เมื่อทราบความเร่งของจุด A โดย w2 มีค่าคงที่ คือข้อใด


  • 1 :

     ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At และ a4 = ABt/O4B

  • 2 :

     ABn + ABt = AA + AB/An + AB/At และ a4 = AB/At/O4B

  • 3 :

     ABn + ABt = AA + AA/Bn + AA/Bt และ a4 = AB/At/O4B

  • 4 :

     ABn + ABt = AA + AA/Bn + AA/Bt และ a4 = ABt/O4B

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 395 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร่งเป็นศูนย์ ในขณะที่ มวล B มีความเร่ง 5 m/s2 ไปทางซ้าย ก้านต่อ AB ยาว 200 มิลลิเมตร และทำมุม 45 กับแนวระดับ ในขณะดังกล่าว ความเร่งเชิงมุมของ AB เป็น
  • 1 : 17.7 rad/s2 CW
  • 2 : 17.7 rad/s2 CCW
  • 3 : 35.4 rad/s2 CW
  • 4 : 35.4 rad/s2 CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 396 :
  • มวล A ของกลไกในรูปมีความเร่งเป็นศูนย์ ในขณะที่ มวล B มีความเร่ง 5 m/s2 ไปทางซ้าย ก้านต่อ AB ยาว 200 มิลลิเมตร และทำมุม 60 กับแนวระดับ ในขณะดังกล่าว ความเร่งเชิงมุมของ AB เป็น

  • 1 : 21.7 rad/s2 CCW
  • 2 : 21.7 rad/s2 CW
  • 3 : 12.5 rad/s2 CW
  • 4 : 12.5 rad/s2 CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  •  Slider crank mechanism ในรูปมีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 2 เป็น 5 เรเดียนต่อวินาทีคงที่ ทวนเข็มนาฬิกาในขณะนั้น ความเร่งของ B เป็น

                   

  • 1 :  1.125 เมตรต่อวินาที2 ไปทางซ้าย
  • 2 :  1.125 เมตรต่อวินาที2 ไปทางขวา
  • 3 :  1.875 เมตรต่อวินาที2 ไปทางขวา
  • 4 :  1.875 เมตรต่อวินาที2 ไปทางซ้าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 398 :
  •  Mechanism ดังรูป link 2 มีความเร็วและความเร่ง w2 และ α2 ตามลำดับ และมี acceleration polygon ของ A และ B ดังรูป ทิศทางของ ที่ถูกต้อง คือ

                                       

                                            

  • 1 :  ในแนว BO4
  • 2 :  ตั้งฉากกับ AB
  • 3 :  ในแนว AB
  • 4 :  ตั้งฉากกับ O2A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 399 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาขนาดความเร่งเชิงเส้นของจุด B ถ้าความเร่งเชิงมุมมีค่าเท่ากับ 750,000 เรเดียนต่อ(วินาที)2 ทิศทวนเข็มนาฬิกาและความเร็วเชิงมุมมีค่าเท่ากับ 1,000 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา

     

  • 1 : 62,500 เมตรต่อ(วินาที)2
  • 2 : 37,500 เมตรต่อ(วินาที)2
  • 3 : 50,000 เมตรต่อ(วินาที)2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 400 :
  • ความเร่งโคริออริส (Coriolis’s acceleration) คือ
  • 1 : ความเร่งสู่ศูนย์กลาง
  • 2 : ความเร่งจากการหมุน
  • 3 : ความเร่งที่เกิดจากอนุภาคเคลื่อนที่ด้วยความเร็วบนวัตถุที่มีการเคลื่อนที่หมุน
  • 4 : ความเร่งสัมพัทธ์ของจุดสองจุดบนวัตถุเกร็งที่เคลื่อนที่บนระนาบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 401 :
  • ากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาขนาดความเร่งโคริออริส (Coriolis’s acceleration) ของจุด C บนสไลเดอร์ ถ้าความเร่งเชิงมุมมีค่าเท่ากับ 750,000 เรเดียนต่อ(วินาที)2 ทิศทวนเข็มนาฬิกาและความเร็วเชิงมุมมีค่าเท่ากับ 1,000 เรเดียนต่อวินาที ทิศตามเข็มนาฬิกา และสไลเดอร์มีความเร็วสัมพัทธ์เทียบกับชิ้นต่อโยง OB (Vsliding)เท่ากับ 40 มิลลิเมตรต่อวินาที ทิศดังรูป

     

  • 1 : 62,500 เมตรต่อ(วินาที)2
  • 2 : 50,000 เมตรต่อ(วินาที)2
  • 3 : 40,000 เมตรต่อ(วินาที)2
  • 4 : 80,000 เมตรต่อ(วินาที)2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 402 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร่งเชิงมุมของชิ้นต่อโยง AB

  • 1 : 25.4 เรเดียนต่อ(วินาที)2 ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • 2 : 25.4 เรเดียนต่อ(วินาที)2 ทิศทวนเข็มนาฬิกา
  • 3 : 2.54 เรเดียนต่อ(วินาที)2 ทิศตามเข็มนาฬิกา
  • 4 : 2.54 เรเดียนต่อ(วินาที)2 ทิศทวนเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 403 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป จงหาความเร่งเชิงเส้นของจุด B หรือสไลเดอร์ B

  • 1 : 5.21 เมตรต่อ(วินาที)2 ทิศพุ่งลง
  • 2 : 5.21 เมตรต่อ(วินาที)2 ทิศพุ่งขึ้น
  • 3 : 52.1 เมตรต่อ(วินาที)2 ทิศพุ่งลง
  • 4 : 52.1 เมตรต่อ(วินาที)2 ทิศพุ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 404 :
  • Slider crank mechanism ในรูปมีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 2 เป็น 4 เรเดียนต่อวินาทีคงที่ ทวนเข็มนาฬิกาในขณะนั้น ความเร่งของ B เป็น

  • 1 : 0.72 เมตรต่อวินาที2 ไปทางซ้าย
  • 2 : 0.72 เมตรต่อวินาที2 ไปทางขวา
  • 3 : 1.28 เมตรต่อวินาที2 ไปทางขวา
  • 4 : 1.28 เมตรต่อวินาที2 ไปทางซ้าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 270 : 18. Acceleration 2
ข้อที่ 405 :
  • จากในรูป หมุนในระนาบราบรอบจุด O2 ด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ w2 = 1 rad/s ตามเข็มนาฬิกา ลูกเลื่อน A เคลื่อนที่อยู่ในรางของจานที่อยู่ห่างจุดศูนย์กลางจาน 150 มิลลิเมตร ด้วยความเร็วสัมพัทธ์ 150 mm/s ไปทางขวา และความเร่งสัมพัทธ์ 0.25 m/s2 ไปทางขวา จงหาขนาดความเร่ง A ที่ตำแหน่งตามรูป


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 406 :
  • จากในรูป หมุนในระนาบราบรอบจุด O2 ด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ w2 = 1 rad/s ทวนเข็มนาฬิกา ลูกเลื่อน A เคลื่อนที่อยู่ในรางของจานที่อยู่ห่างจุดศูนย์กลางจาน 150 มิลลิเมตร ด้วยความเร็วสัมพัทธ์ 150 mm/s ไปทางขวา และความเร่งสัมพัทธ์ 0.25 m/s2 ไปทางขวา จงหาขนาดความเร่ง A ที่ตำแหน่งตามรูป


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 407 :
  • จากในรูป หมุนในระนาบราบรอบจุด O2 ด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ w2 = 1 rad/s ทวนเข็มนาฬิกา ลูกเลื่อน A เคลื่อนที่อยู่ในรางของจานที่อยู่ห่างจุดศูนย์กลางจาน 150 มิลลิเมตร ด้วยความเร็วสัมพัทธ์ 150 mm/s ไปทางขวา และความเร่งสัมพัทธ์ 0.25 m/s2 ไปทางซ้าย จงหาขนาดความเร่ง A ที่ตำแหน่งตามรูป


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 408 :
  • จากในรูป หมุนในระนาบราบรอบจุด O2 ด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ w2 = 1 rad/s ตามเข็มนาฬิกา ลูกเลื่อน A เคลื่อนที่อยู่ในรางของจานที่อยู่ห่างจุดศูนย์กลางจาน 150 มิลลิเมตร ด้วยความเร็วสัมพัทธ์ 150 mm/s ไปทางขวา และความเร่งสัมพัทธ์ 0.25 m/s2 ไปทางซ้าย จงหาขนาดความเร่ง A ที่ตำแหน่งตามรูป


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 409 :
  • จากรูป ถ้าจุด B มีความเร่งในแนวสัมผัสขนาดเท่ากับ 6 m/s2 และมีความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลางขนาดเท่ากับ 8 m/s2 จงหาขนาดความเร่งที่จุด B


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 410 :
  • ชิ้นต่อโยง 2 หมุนด้วยความเร็วคงที่ 10 rad/sec CW จงหาความเร่งของ กลไกที่จุด A2
  • 1 : 188.5 cm/sec2
  • 2 : 380 cm/sec2..
  • 3 : 38 cm/sec2
  • 4 : 18.85 cm/sec2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 411 :
  • กลไกดังรูป จงหาค่าความเร่งของ A2 ในแนวตั้งฉากกับแกน O2A
  • 1 : 0 cm/sec2
  • 2 : 380 cm/sec2
  • 3 : 188.5 cm/sec2
  • 4 : 38 cm/sec2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 412 :
  • จากภาพสมการความเร่งใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 413 :
  • จากภาพ จงหาค่าความเร่งของ A ในแนวขนานกับ O2A และทิศทาง
  • 1 : 38 cm/sec2 ทิศทางชี้เข้าหา O2
  • 2 : 480 cm/sec2 ทิศทางชี้เข้าหา A
  • 3 : 488 cm/sec2 ทิศทางชี้เข้าหา A
  • 4 : 380 cm/sec2 ทิศทางชี้เข้าหา O2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 414 :
  • จากรูป ถ้าจุด B มีความเร่งในแนวสัมผัสขนาดเท่ากับ 6 m/s2 และมีความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลางขนาดเท่ากับ 8 m/s2 จงหามุมที่ความเร่งของจุด B ทำกับแขน OB


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 415 :
  • จากรูป ถ้าจุด B มีความเร่งในแนวสัมผัสขนาดเท่ากับ 3 m/s2 และมีความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลางขนาดเท่ากับ 4 m/s2 จงหาขนาดความเร่งที่จุด B


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 416 :
  • จากรูป ถ้าจุด B มีความเร่งในแนวสัมผัสขนาดเท่ากับ 3 m/s2 และมีความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลางขนาดเท่ากับ 5 m/s2 จงหามุมที่ความเร่งของจุด B ทำกับแขน OB


  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 417 :
  • เมื่อทราบความเร่งที่จุด C3 สมการใดที่สามารถใช้คำนวณหาความเร่งของจุด C4

    AC3 = AC4n + AC4t + AC3/C4 + 2VC3/C4w4 ---------[1]

    AC3 = AC4n + AC4t + AC3/C4n + AC3/C4t + 2VC3/C4w4 ---------[2]

    AC3 = AC3n + AC3t + AC4/C3 + 2VC4/C3w4 ---------[3]

  • 1 : สมการ 1 และ 2
  • 2 : สมการ 3 เท่านั้น
  • 3 : สมการ 1 และ 3
  • 4 : สมการ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 418 :
  • จงเลือกคำตอบที่ถูกต้อง จากกลไก 6 ข้อต่อและสมการที่ให้มา

    AC3 = AC4n + AC4t + AC3/C4 + 2VC3/C4w4 ---------[1]

    AC3 = AC4n + AC4t + AC3/C4n + AC3/C4t + 2VC3/C4w4 ---------[2]

    AC3 = AC3n + AC3t + AC4/C3 + 2VC4/C3w4 ---------[3]
  • 1 :

     ความเร่ง 2VC3/C4w4 เรียกความเร่ง Coriolis มีทิศตั้งฉากกับ O4C

  • 2 :

     ความเร่ง 2VC3/C4w4 เรียกความเร่ง Coriolis มีทิศขนานกับ O4C

  • 3 :

     ความเร่ง 2VC3/C4w4 เรียกความเร่งสัมพัทธ์ มีทิศตั้งฉากกับ O4C

  • 4 :

     ความเร่ง 2VC3/C4w4 เรียกความเร่งสัมพัทธ์ มีทิศขนานกับ O4C

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 419 :
  • เมื่อทราบความเร่งของจุด A ความเร่งของจุด A4 สามารถหาได้จากสมการ
  • 1 :

    AA4n + AA4t = AA3 + 2VA4/A3.w3 + AA4/A3

  • 2 : AA4n + AA4t = AA3 + 2VA4/A3.w2 + AA4/A3
  • 3 : AA4n + AA4t = AA2 + 2VA4/A2.w2 + AA4/A3
  • 4 :

     AA2n + AA2t = AA4 + 2VA2/A4.w4 + AA2/A4

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 420 :
  • เมื่อทราบความเร่งของข้อต่อทั้ง 4 และความเร่งจุด A ความของจุด A4 ได้จากสมการ

    AA4n + AA4t = AA3 + 2VA4/A3.w3 + AA4/A3

    จงเลือกคำตอบที่ถูกต้อง


  • 1 : 2VA4/A3.w3 มีทิศตั้งฉากกับ BOA
  • 2 :

     2VA4/A3.w3 มีทิศขนานกับ BOA

  • 3 : 2VA4/A3.w3 มีทิศตั้งฉากกับ AOA
  • 4 :

    2VA4/A3.w3 มีทิศขนานกับ AOA

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 421 :
  • จานในรูปหมุนในระนาบราบรอบจุด O2 ด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ 2 = 1 rad/s ตามเข็มนาฬิกา ลูกเลื่อน A เคลื่อนที่อยู่ในรางของจานที่อยู่ห่างจุดศูนย์กลางจาน 150 มิลลิเมตร ด้วนความเร็วสัมพัทธ์ 150 mm/s ลงล่าง และความเร่งสัมพัทธ์ 0.25 m/s2 ลงล่าง จงหาขนาดความเร่ง A ที่ตำแหน่งตามรูป

                                

  • 1 : 0 m/s2
  • 2 : 0.15 m/s2
  • 3 : 0.3 m/s2
  • 4 : 0.52 m/s2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 422 :
  • จานในรูปในระนาบราบรอบจุด O2 ด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ 2 = 1 rad/s ทวนเข็มนาฬิกา ลูกเลื่อน A  เคลื่อนที่อยู่ในรางของจานที่อยู่ห่างจุดศูนย์กลางจาน 150 มิลลิเมตร ด้วยความเร็วสัมพัทธ์ 150 mm/s ลงล่าง และความเร่งสัมพัทธ์ 0.25 m/s2 ลงล่าง จงหาขนาดความเร่ง A ที่ตำแหน่งตามรูป

                                

  • 1 : 0 m/s2
  • 2 : 0.15 m/s2
  • 3 : 0.29 m/s2
  • 4 : 0.3 m/s2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 423 :
  •  Slider crank mechanism ในรูปมีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 2 เป็น 5 เรเดียนต่อวินาทีคงที่ ทวนเข็มนาฬิกาในขณะนั้น ความเร่งเชิงมุมของAB เป็น

                       

  • 1 :  11.25 เรเดียนต่อวินาที2 ทวนเข็มนาฬิกา
  • 2 :  11.25 เรเดียนต่อวินาที2 ตามเข็มนาฬิกา
  • 3 :  18.75 เรเดียนต่อวินาที2 ทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 :  18.75 เรเดียนต่อวินาที2 ตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 424 :
  •  Rolling elements 2 และ 3 หมุนโดยไม่มี slip ด้วยความเร็ว และความเร่ง w2 , α2 และ w3 , α3 ตามลำดับ ความเร็วสัมพัทธ์ในแนวเส้นสัมผัสของจุดสัมผัส P ของ elements ทั้งสองจะมีค่า

     

                                      

  • 1 :  α3w3 + α2w2
  • 2 :  α3w3 - α2w2
  • 3 :  α3w3 = α2w2
  • 4 :  ศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 425 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป ถ้าสไลเดอร์มีความเร็วสัมพัทธ์เทียบกับชิ้นต่อโยง OB เท่ากับ Vsliding ซึ่งมีค่าคงที่ตลอดเวลา คำกล่าวในข้อใดต่อไปนี้ เป็นคำกล่าวที่ผิด

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 : ไม่มีข้อใดผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 426 :
  • Slider crank mechanism ในรูปมีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 2 เป็น 4 เรเดียนต่อวินาทีคงที่ ทวนเข็มนาฬิกาในขณะนั้น ความเร่งเชิงมุมของAB เป็น

  • 1 :

    16 เรเดียนต่อวินาที2 ทวนเข็มนาฬิกา

  • 2 : 16 เรเดียนต่อวินาที2 ตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : 12 เรเดียนต่อวินาที2 ทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : 12 เรเดียนต่อวินาที2 ตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 427 :
  • จากกลไก Crank-slider และไดอะแกรมของความเร่งของกลไกดังรูป จงหาความเร่งเชิงมุมของชิ้นส่วน BC (ความยาวของชิ้นส่วนและเวคเตอร์ใน diagram ความเร่งมีหน่วยเป็น มิลลิเมตร)

    มาตราส่วนใน diagram ความเร่ง 100 mm = 20000 mm/s2

  • 1 :

    200.00 เรเดียนต่อวินาที2 ตามเข็มนาฬิกา

  • 2 : 10.780 เรเดียนต่อวินาที2 ตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : 178.62 เรเดียนต่อวินาที2 ทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : 158.75 เรเดียนต่อวินาที2 ทวนเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 271 : 19. Static Force 1
ข้อที่ 428 :
  • ชิ้นส่วนที่อยูในสภาพสมดุลภายใต้แรงกระทำในรูปเรียกว่า
  • 1 : Frame member
  • 2 : 2-force member
  • 3 : Longitudinal member
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 429 :
  • แรงปฏิกิริยาของชิ้นส่วนในรูปคือข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 430 :
  • ชิ้นส่วนที่รับแรงดังแสดงในรูป และอยู่ในสภาพสมดุลมีชื่อเรียกว่า
  • 1 : Shell member
  • 2 : 3-force member
  • 3 : Plate member
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 431 :
  • คำตอบข้อใดแสดงแรงปฏิกิริยาที่ถูกต้องของคานที่รับแรงดังรูป
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 432 :
  • ชิ้นต่อโยงที่ถูกกระทำด้วยแรง 2 แรง จะสมดุลก็ต่อเมื่อแรง 2 แรงนั้นเป็นอย่างไร
  • 1 : มีขนาดเท่ากัน
  • 2 : มีทิศทางตรงกันข้าม
  • 3 : กระทำอยู่บนแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 433 :
  • กลไกสมดุลดังรูป ถ้าแรง P= 100N มากระทำที่ Link 4 ดังรูป และ O2B = 10 cm แรงกระทำ F43 มีค่าและทิศทางอย่างไร
  • 1 : 115 N ทิศทางขนานกับAB เข้าหาจุด A
  • 2 : 60 N ทิศทางขนานกับ AB เข้าหาจุด A
  • 3 : 115 N ทิศทางขนานกับ AB เข้าหาจุด B
  • 4 : 60 N ทิศทางขนานกับ AB เข้าหาจุด B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 434 :
  • กลไกสมดุลย์ดังรูป ถ้าแรง P= 100N มากระทำที่ Link 4 ดังรูป และ O2B = 10 cm แรงที่พื้นกระทำต่อลูกสูบ มีค่าและทิศทางอย่างไร
  • 1 : 58 N ทิศทางขนานกับ แรง Pเข้าหาจุด B
  • 2 : 58 N ทิศทางตั้งฉากกับ แรง P เข้าหาจุด B
  • 3 : 115 N ทิศทางขนานกับ แรง P ออกจากจุด B
  • 4 : 115 N ทิศทางตั้งฉากกับ แรง P ออกจากจุด B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 435 :
  • กลไกสมดุลย์ดังรูป ถ้าแรง P= 100N มากระทำที่ Link 4 ดังรูป และ O2B = 10 cm AB =7.8 cm O2A = 5.5 cm แรงกระทำระหว่างพื้นกับ Link 2 ( F12) มีค่าและทิศทางอย่างไร
  • 1 : 58 N ทิศทางขนานกับ AB แนว B ไป A
  • 2 : 58 N ทิศทางตั้งฉากกับ AB แนว O2 ไป A
  • 3 : 115 N ทิศทางขนานกับ AB แนว B ไป A
  • 4 : 115 N ทิศทางตั้งฉากกับ AB แนว O2 ไป A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 436 :
  • เงื่อนไขที่ทำให้ชิ้นต่อโยงที่ถูกกระทำด้วยแรง 2 แรงสมดุลคือข้อใด
  • 1 : มีขนาดไม่เท่ากัน
  • 2 : มีทิศทางเดียวกัน
  • 3 : กระทำอยู่บนแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 437 :
  • ข้อใดไม่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ชิ้นต่อโยงที่ถูกกระทำด้วยแรง 2 แรงสมดุล
  • 1 : มีขนาดเท่ากัน
  • 2 : มีทิศทางเดียวกัน
  • 3 : กระทำอยู่บนแนวเส้นตรงเดียวกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 438 :
  • ชิ้นต่อโยงที่ถูกกระทำด้วยแรง 2 แรง จะสมดุลก็ต่อเมื่อแรง 2 แรงนั้นเป็นอย่างไร
  • 1 : มีขนาดไม่เท่ากัน
  • 2 : มีทิศทางเดียวกัน
  • 3 : กระทำอยู่บนแนวเส้นตรงที่ขนานกัน
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 439 :
  • กลไก 6 ข้อต่อในรูป ให้แรง F6 = 330 N จงคำนวณหาแรงที่ข้อต่อ 5 กระทำกับข้อต่อ 6 แรง F56 (ไม่คิดแรงเสียดทาน)

  • 1 : 335.1 N เป็นแรงกด
  • 2 : 58.2 N เป็นแรงกด
  • 3 : 325.0 N เป็นแรงดึง
  • 4 : 345.6 N เป็นแรงดึง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 440 :
  • กลไก 6 ข้อต่อในรูป ให้แรง F6 = 330 N จงคำนวณหาแรงที่ข้อต่อ 1 กระทำกับข้อต่อ 6 แรง F16 (ไม่คิดแรงเสียดทาน)


  • 1 :

    58.2 N ­

  • 2 : 335.1 N
  • 3 : 325.0 N
  • 4 : 345.6 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 441 :
  • จงเลือกคำตอบที่ถูกต้อง จากกลไก 6 ข้อต่อในรูป


  • 1 : แรง F45 และแรง F65 มีขนาดเท่ากันแต่ทิศทางตรงข้าม
  • 2 :

     แรง F54 และแรง F65 มีขนาดเท่ากันแต่ทิศทางตรงข้าม

  • 3 :

     แรง F65 เป็นแรงที่ข้อต่อ 6 กระทำกับข้อต่อ 5 ที่จุด B และเป็นแรงดึง

  • 4 :

     แรง F45 มีทิศตั้งฉากกับ O4A

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 442 :
  • กลไกสมดุลดังรูป ถ้าแรง P= 100 N มากระทำที่ Link 4 ดังรูปและ O2B= 10 cm ,AB= 7.8 cm, O2A = 5.5 cm ค่าโมเมนต์ควบคู่ที่ Link 2 เพื่อให้ระบบสมดุลเท่ากับเท่าไร
  • 1 :

    3.18 N-m CW

  • 2 :

    31.8 N-m CCW

  • 3 :

     63.7 N-m CCW

  • 4 :

    63.7 N-m CW

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 443 :
  • ข้อใดที่กล่าวไว้ถูกต้อง


  • 1 : ข้อต่อ 5 และข้อต่อ 3 เป็นข้อต่อรับ 2 แรงทั้งคู่
  • 2 : ข้อต่อ 5 และข้อต่อ 2 เป็นข้อต่อรับ 2 แรงทั้งคู่
  • 3 : แรงที่ข้อต่อ 5 รับ เป็นแรงดึง
  • 4 : ไม่มีข้อต่อรับ 2 แรงในกลไกนี้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 444 :
  • แรงปฏิกิริยาของชิ้นส่วนในรูปคือ

                          

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 445 :
  • แรงปฏิกิริยาของชิ้นส่วนในรูปคือ

                               

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 446 :
  •  กรณีใดต่อไปนี้เป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาสมดุลของแรงกระทำ ต่อวัตถุจำนวน 4 แรงได้
  • 1 :  รู้ทิศทางและขนาดของแรง 2 แรง รู้ทิศทางแรงอีก 2 แรง
  • 2 :  รู้ทิศทางและขนาดของแรง 3 แรง รู้ทิศทางแรงอีก 1 แรง
  • 3 :  รู้ทิศทางและขนาดของแรง 2 แรง รู้ขนาดแรงอีก 2 แรง
  • 4 :  รู้ทิศทางและขนาดของแรง 2 แรง รู้ทิศทางแรงอีก 1 แรง และรู้ขนาดแรงอีก 1 แรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 447 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป เป็นกลไกสำหรับรถเทขยะ โดยในจังหวะเท กระบอกสูบไฮดรอลิก 3 ยืดออก ขับเคลื่อนกลไก และชิ้นต่อโยง 6 คือกระบะขยะ ในสภาวะสมดุล ถ้าไม่คิดน้ำหนักของชิ้นส่วน มีชิ้นต่อโยงใดบ้างที่เป็นชิ้นส่วน 3 แรง (Three-force member)

     

  • 1 : ชิ้นต่อโยง 2
  • 2 : ชิ้นต่อโยง 5
  • 3 : ชิ้นต่อโยง 6
  • 4 : ชิ้นต่อโยง 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 448 :
  • จากกลไก Overhead lift ที่ให้มาดังรูป ซึ่งกำลังถูกใช้ยกเครื่องยนต์ ถ้ากำหนดให้เครื่องยนต์มีขนาดเท่ากับ 125 กิโลกรัม และกลไกอยู่ในสภาวะสมดุลโดยแรงยกจากกระบอกไฮดรอลิก H จงหาแรงยกของกระบอกไฮดรอลิกกำหนดให้ใช้ค่า g = 9.81 m/s2

     

  • 1 : 1.94 กิโลนิวตัน
  • 2 : 2.94 กิโลนิวตัน
  • 3 : 3.94 กิโลนิวตัน
  • 4 : 4.94 กิโลนิวตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 449 :
  • จากกลไกที่ให้มาดังรูป เป็นกลไกลูกเบี้ยว(Cam)กับตัวตาม(Follower) ถ้ากำหนดให้ F2 มีขนาดเท่ากับ 100 นิวตัน และกลไกอยู่ในสภาวะสมดุล จงหาแรงบิด T1 สมมุติให้การสัมผัสกันของลูกเบี้ยวและตัวตามเป็นแบบไม่มีแรงเสียดทาน

  • 1 : 1.41 นิวตัน-เมตร หมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • 2 : 1.41 นิวตัน-เมตร หมุนตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : 14.1 นิวตัน-เมตร หมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : 14.1 นิวตัน-เมตร หมุนตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 450 :
  • กรณีใดต่อไปนี้เป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาสมดุลของแรงกระทำ ต่อวัตถุจำนวน 4 แรงได้
  • 1 : รู้ทิศทางของแรง 4 แรง รู้ขนาดของแรง 2 แรง
  • 2 : รู้ทิศทางของแรง 2 แรง รู้ขนาดทิศทางแรง 3 แรง
  • 3 : รู้ทิศทางของแรง 3 แรง รู้ขนาดของแรง 3 แรง
  • 4 : รู้ทิศทางของแรง 2 แรง รู้ขนาดของแรง 4 แรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 451 :
  • กรณีใดต่อไปนี้เป็นกรณีที่สามารถแก้ปัญหาสมดุลสถิตของแรงกระทำ ต่อวัตถุจำนวน 4 แรงได้ (ปัญหาแรงในสองมิติ)
  • 1 : รู้ทิศทางและขนาดของแรง 2 แรง รู้ทิศทางของแรงอีก 2 แรง
  • 2 : รู้ทิศทางและขนาดของแรง 1 แรง รู้ทิศทางของแรงอีก 3 แรง
  • 3 : รู้ทิศทางและขนาดของแรง 1 แรง รู้ทิศทางของแรงอีก 2 แรง
  • 4 : รู้ทิศทางและขนาดของแรง 3 แรง รู้ทิศทางของแรงอีก 1 แรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 272 : 20. Static Force 2
ข้อที่ 452 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.3 ระหว่างสลักรัศมี 25 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางซ้าย ขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 500 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ
  • 1 : 299 Nm CW
  • 2 : 299 Nm CCW
  • 3 : 287 Nm CCW
  • 4 : 287 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 453 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.3 ระหว่างสลักรัศมี 25 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 500 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ
  • 1 : 299 Nm CW
  • 2 : 299 Nm CCW
  • 3 : 287 Nm CCW
  • 4 : 287 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 454 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.4 ระหว่างสลักรัศมี 20 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 400 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ
  • 1 : 238 Nm CW
  • 2 : 238 Nm CCW
  • 3 : 255 Nm CCW
  • 4 : 255 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 455 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.4 ระหว่างสลักรัศมี 20 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางซ้าย ขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 400 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ
  • 1 : 238 Nm CW
  • 2 : 238 Nm CCW
  • 3 : 255 Nm CCW
  • 4 : 255 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 456 :
  • Press Mechanism มีแรง P ที่รู้ขนาดและทิศทางกระทำกับชิ้นงาน 7 ดังรูป เวคเตอร์ของแรงที่กระทำ F 67 จะเป็นไปดังภาพไหน .
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 457 :
  • Press Mechanism มีแรง P ที่รู้ขนาดและทิศทางกระทำกับชิ้นงาน 7 ดังรูป เวคเตอร์ของแรงที่กระทำที่ link 4 จะเป็นไปดังภาพไหน .
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 458 :
  • จากรูป ให้หาขนาดของแรงปฏิกิริยาที่พื้นกระทำกับ Slider C เมื่อ Slider C มีแรงจาก แขน AC ขนาด 120 N ทำมุม   กับแนวระดับกระทำ


  • 1 : 60 N
  • 2 : 70 N
  • 3 : 80 N
  • 4 : 90 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 459 :
  • ใน pin joint ที่มี Friction รูปของแรงต่างๆที่กระทำที่ Pin Joint ที่ถูกต้องคือรูป
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 460 :
  • การเขียนค่า Friction circle ใน force diagram ค่า รัศมีของ Friction Circle ควรมีขนาด =?
  • 1 : r = sin K
  • 2 : r = MSin K
  • 3 : r = MR
  • 4 : r =M tan K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 461 :
  • จากรูป ให้หาขนาดของแรงปฏิกิริยาที่พื้นกระทำกับ Slider C เมื่อ Slider C มีแรงจาก แขน AC ขนาด 100 N ทำมุม  กับแนวระดับกระทำ

  • 1 : 50.24 N
  • 2 : 64.28 N
  • 3 : 76.60 N
  • 4 : 83.90 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 462 :
  • จากรูป ให้หาขนาดของแรงปฏิกิริยาที่พื้นกระทำกับ Slider C เมื่อแขน AC มีแรงสถิตย์ขนาดเท่ากับ 200 N ทำมุม กับแนวระดับ


  • 1 : 50 N
  • 2 : 100 N
  • 3 : 150 N
  • 4 : 200 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 463 :
  • จากรูป ให้หาขนาดของแรงปฏิกิริยาที่พื้นกระทำกับ Slider C เมื่อแขน AC มีแรงสถิตย์ขนาดเท่ากับ 250 N ทำมุม  กับแนวระดับ

  • 1 : 276.78 N
  • 2 : 250 N
  • 3 : 200 N
  • 4 : 176.78 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 464 :
  • ให้สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานสถิตระหว่างข้อต่อ 6 (Slider) และข้อต่อ 1 (แท่น) มีค่า m =0.1

    จงคำนวณมุมของแรงเสียดทาน f และเติมแรงลงในผังวัตถุอิสระ (ข้อต่อ6) ให้ถูกต้องเมื่อข้อต่อ 6 กำลังจะเคลื่อนที่ไปทางขวา

  • 1 :

    f=tan-10.1=

  • 2 :

    f=tan-10.1=

  • 3 :

    f=sin-10.1=

  • 4 :

    f=sin-10.1=

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 465 :
  • ให้สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานสถิตระหว่างข้อต่อ 6 (Slider) และข้อต่อ 1 (แท่น) มีค่า m =0.1

    จงคำนวณมุมของแรงเสียดทาน f และเติมแรงลงในผังวัตถุอิสระ (ข้อต่อ6) ให้ถูกต้องเมื่อข้อต่อ 6 กำลังจะเคลื่อนที่ไปทางซ้าย


  • 1 :

     f=tan-10.1=

  • 2 :

    f=tan-10.1=


  • 3 :

    f=sin-10.1=


  • 4 :

    f=sin-10.1=


  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 466 :
  • กลไก 6 ข้อต่อในรูป ข้อต่อ 3 กำลังจะเคลื่อนที่สัมพัทธ์กับข้อต่อ 4 ในทิศจาก O4®A โดยสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างข้อต่อทั้งสอง คือ m = 0.15 จงคำนวณหามุมของแรงเสียดทานสถิต f

  • 1 : f =
  • 2 : f =
  • 3 : f
  • 4 : f
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 467 :
  • กลไก 6 ข้อต่อในรูป เมื่อให้ F6 = 341 N จงคำนวณขนาดของแรง F16 สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานสถิตย์ระหว่างข้อต่อ 6 (Slider) และข้อต่อ 1 คือ m = 0.1 เมื่อข้อต่อ 6 กำลังจะเคลื่อนที่ไปทางขวามือ

  • 1 :

    F16 = 59.5 N

  • 2 :

    F16 = 94.2 N

  • 3 :

    F16 = 58.2 N

  • 4 :

    F16 = 42.4 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 468 :
  •  ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.3 ระหว่างสลักรัศมี 25 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางซ้ายขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 500 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ

                                    

  • 1 : 299 Nm CW
  • 2 : 299 Nm CCW
  • 3 : 287 Nm CCW
  • 4 : 287 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 469 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.3 ระหว่างสลักรัศมี 25 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 500 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ

                          

  • 1 : 299 Nm CW
  • 2 : 299 Nm CCW
  • 3 : 287 Nm CCW
  • 4 : 287 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 470 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.4 ระหว่างสลักรัศมี 20 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 400 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ

                             

  • 1 : 238 Nm CW
  • 2 : 238 Nm CCW
  • 3 : 255 Nm CCW
  • 4 : 255 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 471 :
  • ส่วนหนึ่งของกลไกลูกสูบถูกแสดงในรูป ค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างพื้นกับลูกสูบเป็น 0.4 ระหว่างสลักรัศมี 20 มิลลิเมตร กับรูที่ลูกสูบและก้านต่อเป็น 0.08 ลูกสูบกำลังเคลื่อนที่ไปทางซ้ายขนาดของวงกลมความเสียดทานเป็น  แรงที่กดที่พื้นโดยลูกสูบเป็น 400 นิวตัน ขนาดของโมเมนต์เนื่องจากแรงเสียดทานและทิศทางที่กระทำต่อลูกสูบคือ

                           

  • 1 : 238 Nm CW
  • 2 : 238 Nm CCW
  • 3 : 255 Nm CCW
  • 4 : 255 Nm CW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 472 :
  •  Slider crank mechanism ในรูปใช้ทำงานเป็นเครื่องสูบอัดลม มีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ข้อต่อ 2 รับแรงบิดตามเข็มนาฬิกาจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 6 นิวตัน-เมตร ลูกสูบ B จะให้แรงอัดได้เท่าไร เมื่อคิดว่าลูกสูบไม่มีน้ำหนัก

                               

  • 1 :  100 นิวตัน
  • 2 :  80 นิวตัน
  • 3 :  60 นิวตัน
  • 4 :  0 นิวตัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 473 :
  • จากกลไก Offset slider crank ที่ให้มาดังรูป ถ้ากำหนดให้ F2 มีขนาดเท่ากับ 200 นิวตัน และกลไกอยู่ในสภาวะสมดุล จงหาแรงบิด T1 สมมุติให้การสัมผัสกันของสไลเดอร์และพื้นเป็นแบบไม่มีแรงเสียดทาน

  • 1 : 2.84 นิวตัน-เมตร หมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • 2 : 2.84 นิวตัน-เมตร หมุนตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : 3.84 นิวตัน-เมตร หมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : 3.84 นิวตัน-เมตร หมุนตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 474 :
  • Slider crank mechanism ในรูปใช้ทำงานเป็นเครื่องสูบอัดลม มีขนาด O2A = 50 mm และ AB = 100 mm ข้อต่อ 2 รับแรงบิดตามเข็มนาฬิกาจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 นิวตัน-เมตร ลูกสูบ B จะให้แรงอัดได้เท่าไร เมื่อคิดว่าลูกสูบไม่มีน้ำหนัก

  • 1 : 100 นิวตัน
  • 2 : 80 นิวตัน
  • 3 : 60 นิวตัน
  • 4 :

    0 นิวตัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 475 :
  • Slider crank mechanism ในรูป จงหาขนาดและทิศทางของโมเมนต์กระทำที่ชิ้นส่วนหมายเลข 2 เพื่อให้กลไกอยู่ในสภาวะสมดุลสถิต (ขนาดของชิ้นส่วนมีหน่วยเป็น มิลลิเมตร)

     

  • 1 :

    55.53 N-m, CW

  • 2 : 65.53 N-m, CCW
  • 3 : 75.53 N-m, CCW
  • 4 : 85.53 N-m, CCW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 273 : 21. Inertia Force 1
ข้อที่ 476 :
  • มวล A ขนาด 4 กิโลกรัม วิ่งขึ้นด้วยความเร่ง 25 เมตรต่อ(วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางซ้ายด้วยความเร่ง 30 เมตรต่อ(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่โดยไม่คิดน้ำหนักของ A และ B เท่ากับ

  • 1 : ก. 134.5 N down to the right
  • 2 : ข. 134.5 N up to the left
  • 3 : ค. 134.5 N down to the left
  • 4 : ง. 134.5 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 477 :
  • มวล A ขนาด 4 กิโลกรัม วิ่งลงด้วยความเร่ง 25 เมตรต่อ(วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางขวาด้วยความเร่ง 30 เมตรต่อ(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่โดยไม่คิดน้ำหนักของ A และ B เท่ากับ

  • 1 : ก. 134.5 N down to the right
  • 2 : ข. 134.5 N up to the left
  • 3 : ค. 134.5 N down to the left
  • 4 : ง. 134.5 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 478 :
  • มวล A ขนาด 5 กิโลกรัม วิ่งลงด้วยความเร่ง 25 เมตรต่อ(วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางขวาด้วยความเร่ง 30 เมตรต่อ(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่โดยไม่คิดน้ำหนักของ A และ B เท่ากับ

  • 1 : ก. 154 N down to the right
  • 2 : ข. 154 N up to the left
  • 3 : ค. 154 N down to the left
  • 4 : ง. 154 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 479 :
  • มวล A ขนาด 5 กิโลกรัม วิ่งขึ้นด้วยความเร่ง 25 เมตรต่อ(วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางซ้ายด้วยความเร่ง 30 เมตรต่อ(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่โดยไม่คิดน้ำหนักของ A และ B เท่ากับ

  • 1 : ก. 154 N down to the right
  • 2 : ข. 154 N up to the left
  • 3 : ค. 154 N down to the left
  • 4 : ง. 154 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 480 :
  • แขนกลแขนหนึ่งเคลื่อนที่โดยที่จุดศูนย์ถ่วงมวลมีความเร่ง แรงเฉื่อยจะเกิดขึ้นกับแขนกลตรงจุดไหนและทิศทางใด
  • 1 : เกิดขึ้นที่จุดศูนย์ถ่วงมวลและมีทิศตรงข้ามกับความเร่ง
  • 2 : เกิดที่จุดศูนย์ถ่วงมวลและมีเทิศทางเดียวกับความเร่ง
  • 3 : เกิดขึ้นที่ปลายของแขนกลและมีทิศตรงข้ามกับความเร่ง
  • 4 : เกิดขึ้นที่ปลายของแขนกลและมีทิศทางเดียวกับความเร่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 481 :
  • เครื่องทดสอบ Impact test ดังรูป มีน้ำหนัก 20 kg. ที่ปลาย น้ำหนักของก้านเท่ากับ 10 kg. เหวี่ยงขึ้นมำมุม 45 องศา แล้วเหวียงเข้ากระทบชิ้นงาน จงหาความเร็วเชิงมุมของลูกตุ้มก่อนกระทบชิ้นงาน
  • 1 : 2.02 rad/sec
  • 2 : 3.33 rad/sec
  • 3 : 1.85 rad/sec
  • 4 : 1.8 rad/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 482 :
  • เครื่องทดสอบ Impact test ดังรูป มีน้ำหนัก 20 kg. ที่ปลาย น้ำหนักของก้านเท่ากับ 10 kg. เหวี่ยงขึ้นมำมุม 45 องศา แล้วเหวียงเข้ากระทบชิ้นงาน จงหาความเร็วเชิงเส้นของลูกตุ้มก่อนกระทบชิ้นงาน
  • 1 : 1.85 m/sec
  • 2 : 1.65 m/sec
  • 3 : 3.33 m/sec
  • 4 : 6.66 m/sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 483 :
  • เครื่องทดสอบ Impact test ดังรูป มีน้ำหนัก 20 kg. ที่ปลาย น้ำหนักของก้านเท่ากับ 10 kg. เหวี่ยงขึ้นมำมุม 45 องศา แล้วเหวียงเข้ากระทบชิ้นงาน แล้วเหวี่ยงขึ้นไปเป็นมุม 20 องศา จงหาพลังงานที่กระทำกับชิ้นงาน(Energy Absorbed)
  • 1 : 133.3 Joules
  • 2 : 129.3 Joules
  • 3 : 102.7 Joules
  • 4 : 186.2 Joules
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 484 :
  • เครื่องทดสอบ Impact test ดังรูป มีน้ำหนัก 20 kg. ที่ปลาย น้ำหนักของก้านเท่ากับ 10 kg. เหวี่ยงขึ้นมำมุม 45 องศา แล้วเหวียงเข้ากระทบชิ้นงาน จงหาพลังงานที่เหลือหลังจากการกระแทก (Energy Absorbed)
  • 1 : 126.5 Joules
  • 2 : 26.5 Joules
  • 3 : 129.3 Joules
  • 4 : 37.8 Joules
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 485 :
  • แขนกลแขนหนึ่งเคลื่อนที่โดยที่จุดศูนย์ถ่วงมวลมีความเร่ง aG แรงเฉื่อยจะเกิดขึ้นกับแขนกลในทิศทางใด
  • 1 :

    ทิศทางทำมุม 45?กับความเร่ง aG

  • 2 :

    ทิศทางเดียวกับความเร่ง aG

  • 3 :

    ทิศทางตรงข้ามกับความเร่ง aG

  • 4 :

    ทิศทางตั้งฉากกับความเร่ง aG

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 486 :
  • แขนกลแขนหนึ่งเคลื่อนที่โดยที่จุดศูนย์ถ่วงมวลมีความเร่ง aG แรงเฉื่อยจะเกิดขึ้นกับแขนกลในทิศทางใด

  • 1 : ทิศทางตั้งฉากกับแนวของแขนกล
  • 2 : ทิศทางตามแนวของแขนกล
  • 3 :

    ทิศทางตรงข้ามกับความเร่ง aG

  • 4 :

    ทิศทางเดียวกับความเร่ง aG

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 487 :
  • จงคำนวณแรงเฉื่อย (inertia force) และแรงบิดเฉื่อย (inertia torque) ของข้อต่อ 3

    ให้ IG3 = 0.011 kg.m2 , m3 = 1 kg และจากรูปเหลี่ยมของความเร่ง AG3 = 94 m/s2 , a3 =190 rad/s2 ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา

  • 1 :

    แรง เฉื่อย f3 = 94 N

    แรงบิดเฉื่อย T3 = 2.09 N.m

  • 2 :

    แรง เฉื่อย f3 = 94 N

    แรงบิดเฉื่อย T3 = 2.09 N.m

  • 3 :

     แรง เฉื่อย f3 = 94 N

    แรงบิดเฉื่อย T3 = 2.09 N.m

  • 4 :

    แรง เฉื่อย f3 = 94 N

    แรงบิดเฉื่อย T3 = 2.09 N.m

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 488 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูป จากรูปเหลี่ยมของความเร่งจะได้ AG3 = 94 m/s2 , a3 =190 rad/s2 ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา

    ให้ IG3 = 0.011 kg.m2 , m3 = 1 kg จะได้แรงเฉื่อยของข้อต่อ 3 คือ f3 = 94 N จงหารัศมีวงกลมของแรงเฉื่อย h

  • 1 :

    h = 0.022 m

  • 2 :

    h = 0.022 m

  • 3 :

     h = 0.022 m

  • 4 :

    h = 0.022 m

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 489 :
  • กลไก 4 ข้อต่อในรูปให้ m2 = 2.1 kg , IG2 = 0.018 kg.m2 และจากรูปเหลี่ยมของความเร่ง จะได้ AG2 = 49 m/s2 จงคำนวณแรงเฉื่อย f2

  • 1 :

    f2= 102.9 N

  • 2 :

    f2= 97.86 N

  • 3 :

    f2= 107.60 N

  • 4 :

    f2= 10.29 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 490 :
  • กลไก 4 ข้อต่อ ในรูป ให้ m2 =2.1 kg, IG2 = 0.018 kg.m2 และจากรูปเหลี่ยมของความเร่งจะได้ AG2 = 49 m/s2 จงคำนวณแรงบิดเฉื่อย t2 รอบจุด G2


  • 1 :

     t2 = 2.88 N.m

  • 2 :

    t2 = 2.09 N.m

  • 3 :

    t2 = 0.88 N.m

  • 4 :

     t2 = 2.28 N.m

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 491 :

  • 1 : เกิดขึ้นที่จุด CG และมีทิศตรงข้ามกับความเร่ง
  • 2 : เกิดขึ้นที่จุด CG และมีทิศเดียวกันกับความเร่ง
  • 3 : เกิดขึ้นที่ปลายแขนกล และมีทิศเดียวกันกับความเร่ง
  • 4 : เกิดขึ้นที่ปลายแขนกล และมีทิศตรงกันข้ามกับความเร่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 492 :
  • ในขณะตำแหน่งที่แสดงในภาพ มวล A ขนาด 4 กิโลกรัม วิ่งลงด้วยความเร็ว 2 เมตรต่อวินาที ส่วนมวล B มีขนาด 3 กิโลกรัม ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่โดยไม่คิดน้ำหนักของ A และ B ในขณะนั้นเท่ากับ

                            

  • 1 : 60 N down
  • 2 : 60 N up
  • 3 : 60 N left
  • 4 : 60 N right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 493 :
  •  Slider crank mechanism ในรูปใช้ทำงานเป็นเครื่องสูบอัดลม มีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 2 เป็น 5 เรเดียนต่อวินาทีคงที่ ทวนเข็มนาฬิกา ลูกสูบมีมวล 10 kg จะต้องมีแรงบิดมากระทำที่ข้อเหวี่ยง 2 เท่าไรเพื่อรักษาสมดุลนี้

                        

  • 1 :  0.675 นิวตัน-เมตรตามเข็มนาฬิกา
  • 2 :  0.675 นิวตัน-เมตรทวนเข็มนาฬิกา
  • 3 :  1.125 นิวตัน-เมตรทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 :  1.125 นิวตัน-เมตรตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 494 :
  •   มวล M ดังรูป  R เป็น resultant ของแรง F1 และ F

    Ag linear acceleration ที่จุดศูนย์ถ่วง g ของมวล M     α เป็น angular acceleration ของมวล M

    e เป็น eccentricity ของ R และ g     inertia force FO ของมวล M มีลักษณะดังนี้

                     

  • 1 :  magnitude อยู่ในแนวเดียวกับ R ทิศทางเดียวกับ R
  • 2 :  magnitude   อยู่ในแนวเดียวกับ R ทิศทางตรงข้ามกับ R
  • 3 :  magnitude อยู่ในแนวที่ขนานกับ R แต่ผ่าน g ทิศทางเดียวกับ R
  • 4 :  magnitude อยู่ในแนวที่ขนานกับ R แต่ผ่าน g ทิศทางตรงข้ามกับ R
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 495 :
  •  mechanism ดังรูปมีความมีความเร่งเชิงเส้นและเชิงมุม Ag และ α ตามลำดับ inertia force และ torque เนื่องจาก Ag และ α ข้อใดถูกต้อง

                           

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 496 :
  •  ถ้าต้องการสร้าง Turbine wheel ดังรูปให้สามารถทำงานได้ที่ความเร็วรอบสูง ๆ ข้อใดเป็นหลักการที่ถูกต้อง

     

                             

  • 1 :  ใช้วัสดุที่มี tensile stress สูง และ mass density สูง
  • 2 :  ใช้วัสดุที่มี tensile stress สูง และ mass density ต่ำ
  • 3 :  ใช้วัสดุที่มี tensile stress ต่ำ และ mass density ต่ำ
  • 4 :  ใช้วัสดุที่มี tensile stress ต่ำ และ mass density สูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 497 :
  • จากเพนดูลัมที่ให้มาดังรูป พบว่าประกอบไปด้วยก้านทรงกระบอก(m1)ซึ่งมีจุดศูนย์กลางมวลที่จุด G1 กับมวลเพลทสี่เหลี่ยม(m2)มีจุดศูนย์กลางมวลที่จุด G2 และจุด G คือจุดศูนย์กลางมวลรวมของเพนดูลัม ถ้ากำหนดให้ m1 = 3 kg , m2 = 5 kg, IG1 = 1 kg-m2 , IG2 = 0.5208 kg-m2 และ จงหาค่า IG (Mass moment of inertia รอบจุด G)

     

  • 1 : 4.45 kg-m2
  • 2 : 1.52 kg-m2
  • 3 : 2.52 kg-m2
  • 4 : 3.45 kg-m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 498 :
  • วัตถุเกร็งเคลื่อนที่บนระนาบสองมิติ พบว่าวัตถุมีความเร่งที่จุดศูนย์กลางมวล G เท่ากับ 1 เมตรต่อวินาที2 ทิศชี้ไปทางขวา มีความเร่งเชิงมุมเท่ากับ 1 เรเดียนต่อวินาที2 ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ข้อใดไม่ถูกต้อง กำหนดให้วัตถุมีมวลเท่ากับ 2 กิโลกรัม และค่าโมเมนต์เฉื่อยเชิงมวลเท่ากับ 2 กิโลรัม-เมตร2
  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 499 :
  • Slider crank mechanism ในรูปใช้ทำงานเป็นปั๊มน้ำ มีขนาด O2A = 60 mm และ AB = 100 mm ความเร็วเชิงมุมของข้อต่อ 2 เป็น 4 เรเดียนต่อวินาทีคงที่ ทวนเข็มนาฬิกา ลูกสูบมีมวล 15 kg จะต้องมีแรงบิดมากระทำที่ข้อเหวี่ยง 2 เท่าไรเพื่อรักษาสมดุลในตำแหน่งนี้ โดยไม่มีความเสียดทาน

  • 1 :

    0.648 นิวตัน-เมตรตามเข็มนาฬิกา

  • 2 : 0.648 นิวตัน-เมตรทวนเข็มนาฬิกา
  • 3 :

    1.152 นิวตัน-เมตรทวนเข็มนาฬิกา

  • 4 : 1.152 นิวตัน-เมตรตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 500 :
  • Slider crank mechanism ในรูป จงหาขนาดของ equivalent offset inertia force (F) ของชิ้นส่วนหมายเลข 3 และระยะเยื้องออกจากจุดศูนย์กลางมวล G3 (h) ของแรงนี้ กำหนดให้ m2 = 1 kg, m3 = 1.5 kg, m4 = 2 kg, IG2 = IG3 = IG4 = 0.001 kg-m2 (ขนาดของชิ้นส่วน และขนาดเวคเตอร์ใน diagram ความเร่ง มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร)

    มาตราส่วนของ diagram ความเร่ง 100 mm = 20,000 mm/s2

  • 1 : F = 17.232 N, h = 10.37 mm
  • 2 : F = 17.232 N, h = 8.45 mm
  • 3 : F = 19.232 N, h = 10.37 mm
  • 4 : F = 19.232 N, h = 8.45 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 274 : 22. Combined Force 1
ข้อที่ 501 :
  • มวล A ขนาด 4 กิโลกรัม วิ่งขึ้นด้วยความเร่ง 5 เมตรต่อ (วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางซ้ายด้วยความเร่ง 3 เมตร/(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่เท่ากับ

  • 1 : ก. 89.1 N down to the right
  • 2 : ข. 89.1 N up to the left
  • 3 : ค. 89.1 N down to the left
  • 4 : ง. 89.1 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 502 :
  • มวล A ขนาด 4 กิโลกรัม วิ่งลงด้วยความเร่ง 5 เมตรต่อ (วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางขวาด้วยความเร่ง 3 เมตร/(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่เท่ากับ


  • 1 : ก. 49.5 N down to the right
  • 2 : ข. 49.5 N up to the left
  • 3 : ค. 49.5 N down to the left
  • 4 : ง. 49.5 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 503 :
  • มวล A ขนาด 5 กิโลกรัม วิ่งลงด้วยความเร่ง 5 เมตรต่อ (วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางขวาด้วยความเร่ง 3 เมตร/(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่เท่ากับ

  • 1 : ก. 54.2 N down to the right
  • 2 : ข. 54.2 N up to the left
  • 3 : ค. 54.2 N down to the left
  • 4 : ง. 54.2 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 504 :
  • มวล A ขนาด 5 กิโลกรัม วิ่งขึ้นด้วยความเร่ง 5 เมตรต่อ (วินาที2) และมวล B ขนาด 3 กิโลกรัม วิ่งไปทางซ้ายด้วยความเร่ง 3 เมตร/(วินาที2) ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่เท่ากับ

  • 1 : ก. 103.8 N down to the right
  • 2 : ข. 103.8 N up to the left
  • 3 : ค. 103.8 N down to the left
  • 4 : ง. 103.8 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 505 :
  • ถ้า Link No.2 เคลื่อนที่ในทิศทางตามเข็มนาฬิกาด้วยความเร็ว 600 รอบ/นาที แล้ว Slider B กำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ถามว่า เวคเตอร์ของแรงที่กระทำกับ Link No. 3 จะเป็นไปดังภาพไหน .
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 506 :
  • ถ้า Link No.2 เคลื่อนที่ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็ว 600 รอบ/นาที แล้ว Slider B กำลังเคลื่อนที่ไปทางซ้าย ถามว่า เวคเตอร์ของแรงที่กระทำกับ Link No. 3 จะเป็นไปดังภาพไหน .
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 507 :
  • ถ้า Link No.2 เคลื่อนที่ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็ว 300 รอบ/นาที แล้ว Slider B กำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ถามว่า เวคเตอร์ของแรงที่กระทำกับ Link No. 2 จะเป็นไปดังภาพไหน .
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 508 :
  • ถ้า Link No.2 เคลื่อนที่ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็ว 600 รอบ/นาที แล้ว Slider B กำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา ถามว่า เวคเตอร์ของแรงที่กระทำกับ Link No. 3 จะเป็นไปดังภาพไหน .
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 509 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของแรงเฉื่อยออฟเซตสมมูลย์ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 :

    มีขนาดเท่ากับ aG

  • 2 :

     มีทิศตรงข้ามกับ

  • 3 :

    ทำให้เกิดโมเมนต์รอบจุดศูนย์ถ่วงมวลโดยมีทิศตรงข้ามกับทิศการหมุนของ

  • 4 : มีระยะเยื้องศูนย์ออกจากจุดศูนย์ถ่วงมวลเท่ากับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 510 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของแรงเฉื่อยออฟเซตสมบูรณ์ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 :  มีขนาดเท่ากับ maG
  • 2 : มีทิศตรงข้ามกับ
  • 3 : ทำให้เกิดโมเมนต์รอบจุดศูนย์ถ่วงมวลโดยมีทิศตรงข้ามกับทิศการหมุนของ
  • 4 : มีระยะเยื้องศูนย์ออกจากจุดศูนย์ถ่วงมวลเท่ากับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 511 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของแรงเฉื่อยออฟเซตสมบูรณ์ที่ถูกต้อง
  • 1 : มีขนาดเท่ากับ aG
  • 2 : มีทิศทางเดียวกับตรงข้ามกับ
  • 3 : ทำให้เกิดโมเมนต์รอบจุดศูนย์ถ่วงมวลโดยมีทิศทางเดียวกับกับทิศการหมุนของ
  • 4 : มีระยะเยื้องศูนย์ออกจากจุดศูนย์ถ่วงมวลเท่ากับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 512 :
  • จงคำนวณหาแรง F14 กำหนดให้ m2 = 2.3 kg, IG2= 0.005 kg-m2, m3 = 0 kg และ m4=2.7 kg,AG4 = 950m/s2 และ P= 18000 N


  • 1 :

     F14= 2805 N

     

  • 2 :

    F14= 2805 N

  • 3 :

    F14= 3737.3 N ­

     

  • 4 :

    F14= 3737.3 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 513 :
  • จงคำนวณหาแรงเฉื่อย f2กำหนดให้ m2= 2.3 kg ,IG2= 0.005 kg-m2, m3= 0 kg และm4= 2.7 kg ,AG2= 1776.5 m/s2 และ P = 18000 N

  • 1 :

    f2 = 4086 N

  • 2 :

     f2 = 2805 N

  • 3 :

    f2 = 4237.3 N

  • 4 :

    f2 = 3737.3 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 514 :
  • จงคำนวณหาแรงเฉื่อย f3กำหนดให้ m3= 3.6 kg ,IG3= 0.04 kg-m2 และจากรูปเหลี่ยมของความเร่ง AG3= 1775 m/s2 ,a3= 8333.33 rad/s2 ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา

  • 1 :

    f3 = 6390 N แนวแรงขนานกับความเร่ง AG3 แต่ทิศทางตรงข้าม

  • 2 :

    f3 = 6.39 N แนวแรงขนานกับความเร่ง AG3 แต่ทิศทางเดียวกัน

  • 3 :

    f3 = 5390 N แนวแรงขนานกับความเร่ง AG3 แต่ทิศทางตรงข้าม

  • 4 :

    f3 = 5.39 N แนวแรงขนานกับความเร่ง AG3 แต่ทิศทางเดียวกัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 515 :
  • จงคำนวณหาแรงบิดเฉื่อยของข้อต่อ 3 m3= 3.6 kg ,IG3= 0.04 kg-m2 และจากรูปเหลี่ยมของความเร่ง AG3= 1775 m/s2 ,a3= 8333.33 rad/s2 ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา


  • 1 :

    แรงบิดเฉื่อย t3 = 333.33 N.m ทิศตามเข็มนาฬิกา

  • 2 :

    แรงบิดเฉื่อย t3 = 333.33  N.m ทิศทวนเข็มนาฬิกา

  • 3 :

    แรงบิดเฉื่อย t3 = 639.03 N.m ทิศตามเข็มนาฬิกา

  • 4 :

    แรงบิดเฉื่อย t3 = 639.03  N.mทิศทวนเข็มนาฬิกา

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 516 :
  •  ข้อใดคือคุณสมบัติของแรงเฉื่อยออฟเซตสมมูลย์ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 :  มีขนาดเท่ากับ maG
  • 2 : มีทิศตรงข้ามกับ 
  • 3 :  ทำให้เกิดโมเมนต์รอบจุดศูนย์ถ่วงมวลโดยมีทิศตรงข้ามกับทิศการหมุนของ
  • 4 :  มีระยะเยื้องศูนย์ออกจากจุดศูนย์ถ่วงมวลเท่ากับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 517 :
  • ในขณะตำแหน่งที่แสดงในภาพ มวล A ขนาด 4 กิโลกรัม วิ่งด้วยความเร็ว 2 เมตรต่อวินาที ส่วน มวล B มีขนาด 3 กิโลกรัม ความยาวก้านต่อ AB เท่ากับ 200 มิลลิเมตรและมีมวลน้อยมาก พื้นไม่มีความเสียดทาน แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่ในขณะนั้นเท่ากับเท่าไร โดยที่การเคลื่อนที่ของมวลอยู่ในระนาบดิ่ง

                             

  • 1 : 91.2 N down to the right
  • 2 : 91.2 N up to the left
  • 3 : 91.2 N down to the left
  • 4 : 91.2 N up to the right
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 518 :
  •  ข้อต่อที่มีความเสียดทานที่รอยต่อแบบหมุนตามรูป เมื่อมีการเคลื่อนที่เชิงมุมสัมพัทธ์กับข้อต่ออื่นที่เชื่อมต่อกันตามทิศทางลูกศร ความเป็นไปได้ของแนวแรงเสียดทานที่รอยต่อทั้ง 2 ข้างคือ

                         

  • 1 :  AB
  • 2 :  BC
  • 3 :  AD
  • 4 :  CD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 519 :
  •  Internal combustion engine มี static gas load P และ dynamic load FO4, FO3 และ w2, α3 ดังรูป กราฟฟิค จำลองที่ถูกต้องเพื่อการวิเคราะห์คือ

                                               

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 520 :
  • ข้อต่อที่มีความเสียดทานที่รอยต่อแบบหมุนตามรูป เมื่อมีการเคลื่อนที่เชิงมุมสัมพัทธ์กับข้อต่ออื่นที่เชื่อมต่อกันตามทิศทางลูกศร ความเป็นไปได้ของแนวแรงเสียดทานที่รอยต่อทั้ง 2 ข้างคือ

     

  • 1 :

    AB

  • 2 : BC
  • 3 : AD
  • 4 : CD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 521 :
  • กลไก crank-slider ดังรูป ต้องการหาโมเมนต์กระทำที่ชิ้นส่วนหมายเลข 2 เพื่อให้กลไกอยู่ในสภาวะสมดุลโดยพิจารณาผลของแรงเสียดทานที่ข้อต่อหมุน (revolute joint) ถ้าการหมุนของชิ้นส่วน 3 เทียบกับ 2 มีทิศทวนเข็มนาฬิกา และการหมุนของชิ้นส่วน 3 เทียบกับลูกสูบหมายเลข 4 มีทิศทวนเข็มนาฬิกา จงเขียน free body diagram สำหรับวิเคราะห์แรงกระทำบนชิ้นส่วนหมายเลข 3

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 275 : 23. Balancing of Rotating Masses 1
ข้อที่ 522 :

  • มวล 3 ก้อนถูกจัดตามตำแหน่งในรูป หมุนในระนาบเดียวกันรอบจุด O มีค่ามวล แขนมวล และมุมดังต่อไปนี้

    mA = 10 kg, RA = 110 mm

    RB = 75 mm, qB = 100oRC = 90 mm, qC = 220o

    มวล B และ C ต้องเป็นเท่าไรเพื่อให้ระบบสมดุล

  • 1 :

    mB = 14.7 kg, mC = 18.7 kg

  • 2 :

     mB = 10.9 kg, mC = 13.9 kg

  • 3 :

    mB = 18.7 kg, mC = 14.7 kg

  • 4 :

    mB = 13.9 kg, mC = 10.9 kg

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 523 :
  • มวล 3 ก้อนถูกจัดตามตำแหน่งในรูป หมุนในระนาบเดียวกันรอบจุด O มีค่ามวล แขนมวล และมุมดังต่อไปนี้

    mA = 10 kg, RA = 110 mm

    mB = 12 kg, qB = 100o

    mC = 15 kg, qC = 220o

    แขนมวล B และ C ต้องเป็นเท่าไรเพื่อให้ระบบสมดุล

  • 1 :

    RB = 68.0 mm, RC = 83.4 mm

  • 2 :

    RB = 83.40 mm, RC = 68.0 mm

  • 3 :

    RB = 91.7 mm, RC = 112.0 mm

  • 4 :

    RB = 112.0 mm, RC = 91.7 mm

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 524 :
  • มวล 3 ก้อนถูกจัดตามตำแหน่งในรูป หมุนในระนาบเดียวกันรอบจุด O มีค่ามวล แขนมวล และมุมดังต่อไปนี้

    mA = 10 kg, RA = 110 mm

    mB = 15 kg, qB = 100omC = 12 kg, qC = 220o

    แขนมวล B และ C ต้องเป็นเท่าไรเพื่อให้ระบบสมดุล

  • 1 :

    RB = 73 mm, RC = 140 mm

  • 2 :

    RB = 140 mm, RC = 73 mm

  • 3 :

    RB = 54 mm, RC = 104 mm

  • 4 :

    RB = 104 mm, RC = 54 mm

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 525 :
  • มวล 3 ก้อนถูกจัดตามตำแหน่งในรูป หมุนในระนาบเดียวกันรอบจุด O มีค่ามวล แขนมวล และมุมดังต่อไปนี้

    mA = 10 kg, RA = 110 mm

    RB = 70 mm, qB = 100o

    RC = 100 mm, qC = 220o

    มวล B และ C ต้องเป็นเท่าไรเพื่อให้ระบบสมดุล

  • 1 :

    mB = 16.8 kg, mC = 15.7 kg

  • 2 :

     mB = 15.7 kg, mC = 16.8 kg

  • 3 :

    mB = 12.5 kg, mC = 11.7 kg

  • 4 :

    mB = 11.7 kg, mC = 12.5 kg

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 526 :
  • สมมุติว่า มีน้ำหนัก W1,W2 &W3 อยู่ที่ตำแหน่ง R1 , R2 และ R3 และต้องการหาค่า WA , WB จะมาถ่วงทั้งสองตัวโดยให้รัศมีอยู่ที่ 3 ของความยาว ดังรูป

     

     

     

     

     

     


     

  • 1 : Wa =7.88, Wb =4.5
  • 2 : Wa =3.5, Wb =2.5
  • 3 : Wa =7.58, Wb =4.33
  • 4 : Wa =2.5, Wb =3.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 527 :
  • สมมุติว่า มีน้ำหนัก W1,W2 &W3 อยู่ที่ตำแหน่ง R1 , R2 และ R3 และต้องการหาค่า WA , WB จะมาถ่วงทั้งสองตัวโดยให้รัศมีอยู่ที่ 3 ของความยาว ดังรูป

     

     


     

  • 1 : Wa= 7.88 ; Wb=4.5
  • 2 : Wa= 3.5 ; Wb=2.5
  • 3 : Wa= 7.58 ; Wb=4.33
  • 4 : Wa= 7.59 ; Wb=4.08
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 528 :
  • สมมุติว่า มีน้ำหนัก W1,W2 &W3 อยู่ที่ตำแหน่ง R1 , R2 และ R3 และต้องการหาค่า WA , WB จะมาถ่วงทั้งสองตัวโดยให้รัศมีอยู่ที่ 3 ของความยาว ดังรูป

     

  • 1 : Wa= 6.49 ; Wb= 3.14
  • 2 : Wa= 3.25 ; Wb= 1.57
  • 3 : Wa =7.58 ; Wb= 4.33
  • 4 : Wa = 2.078 ; Wb= 4.08
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 529 :
  • จากรูป ถ้าระบบไม่สมดุล จะเกิดอะไรขึ้นที่ฐานรองเพลา


     

  • 1 : แรงเขย่า
  • 2 : โมเมนต์เขย่า
  • 3 : แรงเขย่าและโมเมนต์เขย่า
  • 4 : แรงหนีศูนย์กลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 530 :
  • การทำสมดุลสถิต จะทำเพื่อกำจัดแรงอะไรให้หมดไป

  • 1 : แรงหนีศูนย์กลางเขย่า
  • 2 : โมเมนต์เขย่า
  • 3 : แรงเขย่า
  • 4 : แรงเฉื่อยเขย่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 531 :
  • จากรูป การทำสมดุลจะทำให้กำจัดแรงอะไรออกไปจากระบบ
  • 1 : โมเมนต์เขย่า
  • 2 : แรงเขย่า
  • 3 : แรงหนีศูนย์กลาง
  • 4 : แรงเขย่าและโมเมนต์เขย่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 532 :
  • จากรูป การทำสมดุลจะทำให้กำจัดแรงอะไรออกไปจากระบบ

  • 1 : โมเมนต์เขย่า
  • 2 : แรงหนีศูนย์กลางเขย่า
  • 3 : แรงเฉื่อยเขย่า
  • 4 : แรงเขย่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 533 :
  • จงคำนวณหามวล me ที่ทำให้ระบบอยู่ในสมดุล มวล m1, m2 และ me หมุนอยู่ในระนาบเดียวกันด้วยความเร็วเชิงมุม w

    ให้ m1 = 1.5 kg, m2 = 2 kg, R1 = 20 cm, R2 = 20 cm และ Re = 25 cm

  • 1 :

    me = 2 kg

  • 2 :

     me = 2.5 kg

  • 3 :

    me = 5 kg

  • 4 :

    me = 3 kg

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 534 :
  • จงคำนวณหามุม qe ที่ทำให้ระนาบอยู่ในสมดุล มวล m1, m2 และ me หมุนในระนาบเดียวกันด้วยความเร็วเชิงมุม w

    ให้ m1 = 1.5 kg, m2 = 2 kg, me = 2 kg, R1 = 20 cm, R2 = 20 cm และ Re = 25 cm

  • 1 :

    qe = 30o+180o+53.1o

  • 2 :

    qe = 30o+180o+36.9o

  • 3 :

    qe = 30o+90o+53.1o

  • 4 :

    qe = 30o+90o+36.9o

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 535 :
  • จงคำนวณหามวล me ที่ทำให้ระบบอยู่ในสมดุล มวล m1, m2 และ me หมุนอยู่ในระนาบเดียวกัน

    ให้ m1 = 3 kg, m2 = 2 kg, R1 = 20 cm, R2 = 30 cm และ Re = 20 cm โดย q1 และq2 =

  • 1 :

    me = 3 kg

  • 2 :

     me = 2 kg

  • 3 :

    me = 2.5 kg

  • 4 :

    me = 3.5 kg

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 536 :
  • มวล me ทำให้ระบบอยู่ในสมดุล มวล m1, m2 และ me หมุนอยู่ในระนาบเดียวกัน

    ให้ m1 = 3 kg, m2 = 2 kg, R1 = 20 cm, R2 = 30 cm และ Re = 20 cm โดย q1 = 60o และq2 = 180o

  • 1 :

    qe = 300o

  • 2 :

    qe = 280o

  • 3 :

    qe = 180o

  • 4 :

    qe = 270o

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 537 :
  • สมมติว่า มีน้ำหนัก W1, W2, W3 อยู่ที่ตำแหน่ง R1, R2, R3 และต้องการหาค่า WA, WB จะมาถ่วงทั้งสองตัวโดยให้รัศมีอยู่ที่ 3 ของความยาวดังรูป


     

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 538 :
  • มวล 3 ก้อนถูกจัดตามตำแหน่งในรูป หมุนในระนาบเดียวกันรอบจุด O มีค่ามวล แขนมวล และมุมดังต่อไปนี้

    mB = 10.9 kg, mC = 13.9 kg

    RB = 75 mm, B = 100

    RC = 90 mm,  C = 220

    มวลแลแขน A ต้องเป็นเท่าไรเพื่อให้ระบบสมดุล

                                  

  • 1 :  mA = 10 kg, RA = 90 mm
  • 2 : mA = 10 kg, RA = 110 mm
  • 3 : mA = 15 kg, RA = 110 mm
  • 4 : mA = 15 kg, RA = 90 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 539 :
  • มวล 3 ก้อนถูกจัดตามตำแหน่งในรูป หมุนในระนาบเดียวกันรอบจุด O  มีค่ามวล แขนมวล และมุมดังต่อไปนี้

    mB = 12 kg, RB = 68.0 mm, B = 100

    mC = 15 kg, RC = 83.4 mm, C = 220

    แขนมวล B และ C  ต้องเป็นเท่าไรเพื่อใรบบสมดุล

                                  

  • 1 : mA = 10 kg, RA = 90 mm
  • 2 : mA = 15 kg, RA = 90 mm
  • 3 : mA = 15 kg, RA = 110 mm
  • 4 : mA = 10 kg, RA = 110 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 540 :
  •  สูตร              แสดงค่าที่ไม่สมดุลของ                                 
  • 1 :  แรงปฐมภูมิ
  • 2 :  แรงทุติยภูมิ
  • 3 :  โมเมนต์ปฐมภูมิ
  • 4 :  โมเมนต์ทุติยภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 541 :
  •  static balance คือ
  • 1 :  balance of force due to the action of gravity
  • 2 :  balance of inertia forces and moments of inertia forces
  • 3 :  balance of inertia forces
  • 4 :  balance of moment of inertia forces
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 542 :
  • ระบบโรเตอร์ดังรูป มีการหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ พบว่ามีมวลไม่สมดุลขนาด m มีระยะห่างจากแกนเพลาเท่ากับ e หรืออยู่ที่จุด G จงหาขนาดแรงที่แบริ่ง A (FA)

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 543 :
  • ระบบโรเตอร์ดังรูป มีการหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ พบว่ามีมวลไม่สมดุลขนาด m มีระยะห่างจากแกนเพลาเท่ากับ e หรืออยู่ที่จุด G จงหาขนาดแรงที่แบริ่ง B (FB)

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 544 :
  • ชิ้นส่วน Uniform bar หมุนรอบแกนคงที่ (rotating about a fixed axis) ดังรูป จงเขียนแผนภาพ (diagram) ของระบบมวลหมุนนี้

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 276 : 24. Balancing of Rotating Masses 2
ข้อที่ 545 :
  • มวล 4 ก้อน A, B, C และ D ถูกจัดวางให้อยู่ห่างกันเป็นระยะ 40 เซนติเมตร ตามรูป ถ้า mB= 4 kg, mC = 8 kg, แขนมวลทุกก้อนยาว 10 เซนติเมตร มุมของแขนมวล (วัดจากแนวดิ่งทวนเข็มนาฬิกา) เป็น qB = และ qC จงหาขนาด mA ที่ทำให้ระบบสมดุล

  • 1 : 3.772 kg
  • 2 : 4.772 kg
  • 3 : 5.772 kg
  • 4 : 6.772 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 546 :

  • มวล 4 ก้อน A, B, C และ D ถูกจัดวางให้อยู่ห่างกันเป็นระยะ 40 เซนติเมตร ตามรูป ถ้า mB= 5 kg, mC = 8 kg, แขนมวลทุกก้อนยาว 10 เซนติเมตร มุมของแขนมวล (วัดจากแนวดิ่งทวนเข็มนาฬิกา) เป็น qB = 120o และ qC = 210o จงหาขนาด mA ที่ทำให้ระบบสมดุล

     

     

     

  • 1 : 3.344 kg
  • 2 : 4.344 kg
  • 3 : 5.344 kg
  • 4 : 6.344 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 547 :

  • มวล 4 ก้อน A, B, C และ D ถูกจัดวางให้อยู่ห่างกันเป็นระยะ 40 เซนติเมตร ตามรูป ถ้า mB= 4 kg, mC = 10 kg, แขนมวลทุกก้อนยาว 10 เซนติเมตร มุมของแขนมวล (วัดจากแนวดิ่งทวนเข็มนาฬิกา) เป็น qB = 120o และ qC = 210o จงหาขนาด mA ที่ทำให้ระบบสมดุล

  • 1 : 3.458 kg
  • 2 : 4.458 kg
  • 3 : 5.458 kg
  • 4 : 6.458 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 548 :

  • มวล 4 ก้อน A, B, C และ D ถูกจัดวางให้อยู่ห่างกันเป็นระยะ 40 เซนติเมตร ตามรูป ถ้า mB= 5 kg, mC = 10 kg, แขนมวลทุกก้อนยาว 10 เซนติเมตร มุมของแขนมวล (วัดจากแนวดิ่งทวนเข็มนาฬิกา) เป็น qB = 120o และ qC = 210o จงหาขนาด mA ที่ทำให้ระบบสมดุล

     

     

  • 1 : 3.935 kg
  • 2 : 4.935 kg
  • 3 : 5.935 kg
  • 4 : 6.935 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 549 :
  • ให้ W1,W2 &W3 ดังในรูป ต้องการหาน้ำหนักมาถ่วง We เพื่อถ่วงสมดุลย์ที่ระยะ 3.5 หน่วยความยาว และตำแหน่ง Degree ของ e


  • 1 : We =15 Degree e= 59.0
  • 2 : We = 15 Degree e= 259.0
  • 3 : We =9.09 Degree e= 264.0
  • 4 : We = 9.09 Degree e= 84.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 550 :
  • ให้ W1,W2 &W3 ดังในรูป ต้องการหาน้ำหนักมาถ่วง We เพื่อถ่วงสมดุลย์ที่ระยะ 3.5 หน่วยความยาว และตำแหน่ง Degree ของ e

     

     


  • 1 : We = 15 Degree ของ e =59.0
  • 2 : We = 15 Degree ของ e = 259.0
  • 3 : We = 13.37 Degree ของ e = 263.34
  • 4 : We = 13.37 Degree ของ e = 83.34
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 551 :
  • ให้ W1,W2 &W3 ดังในรูป ต้องการหาน้ำหนักมาถ่วง We เพื่อถ่วงสมดุลย์ที่ระยะ 3.5 หน่วยความยาว และตำแหน่ง Degree ของ e

  • 1 : W = 15.66 : Degree ของ e = 53.22
  • 2 : W = 15.66 : Degree ของ e = 253.22
  • 3 : W = 9.09 : Degree ของ e = 264.9
  • 4 : W = 9.09 : Degree ของ e = 84.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 552 :
  • ให้ W1,W2 &W3 ดังในรูป ต้องการหาน้ำหนักมาถ่วง We เพื่อถ่วงสมดุลย์ที่ระยะ 3.5 หน่วยความยาว และตำแหน่ง Degree ของ e

     

  • 1 : W = 5.38 : Degree ของ e = 265.7
  • 2 : W = 15.38 : Degree ของ e = 265.7
  • 3 : W = 9.09 : Degree ของ e = 264.9
  • 4 : W = 9.09 : Degree ของ e = 84.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 553 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการทำสมดุลพลวัต
  • 1 : ทำเพื่อกำจัดโมเมนต์เขย่าและแรงเขย่า
  • 2 : ต้องใส่มวลอย่างน้อย 3 มวลเพิ่มเข้าไป
  • 3 : ใช้ในกรณีที่มีมวลเพียงอันเดียวที่หมุนในระนาบ
  • 4 : ใช้หลักผลรวมของแรงเฉื่อยเท่ากับศูนย์เพียงอย่างเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 554 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการทำสมดุลพลวัต
  • 1 : ทำเพื่อกำจัดโมเมนต์เขย่าเพียงอย่างเดียว
  • 2 : ต้องใส่มวลอย่างน้อย 3 มวลเพิ่มเข้าไป
  • 3 : ใช้ในกรณีที่มีมวลเพียงอันเดียวที่หมุนในระนาบ
  • 4 : ใช้หลักผลรวมของแรงเฉื่อยเท่ากับศูนย์และผลรวมของโมเมนต์รอบจุดใดๆเท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 555 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการทำสมดุลพลวัต
  • 1 : ทำเพื่อกำจัดโมเมนต์เขย่าเพียงอย่างเดียว
  • 2 : ต้องใส่มวลอย่างน้อย 2 มวลเพิ่มเข้าไป
  • 3 : ใช้ในกรณีที่มีมวลเพียงอันเดียวที่หมุนในระนาบ
  • 4 : ใช้หลักผลต่างของแรงเฉื่อยเท่ากับศูนย์และผลต่างของโมเมนต์รอบจุดใดๆเท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 556 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับการทำสมดุลพลวัต
  • 1 : ทำเพื่อกำจัดแรงเขย่าและโมเมนต์เขย่า
  • 2 : ต้องใส่มวลอย่างน้อย 2 มวลเพิ่มเข้าไป
  • 3 : ใช้ในกรณีที่มีมวลเพียงอันเดียวที่หมุนในระนาบ
  • 4 : ใช้หลักผลรวมของแรงเฉื่อยเท่ากับศูนย์และผลรวมของโมเมนต์รอบจุดใดๆเท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 557 :

  • จงหามวล mA เพื่อถ่วงสมดุลแรงบนระนาบ A เมื่อระบบมีโมเมนต์ที่สมดุล จากการเติมมวล mB ลงบนระนาบ B โดย mB = 4 หน่วยน้ำหนัก

    m1 = 1 หน่วยน้ำหนัก, m2= 3 หน่วยน้ำหนัก

    R1= 2 หน่วยความยาว, R2= 2 หน่วยความยาว

    RB= 2 หน่วยความยาว และให้ q2=q1+180o

  • 1 :

    mA= 6 หน่วยน้ำหนัก

  • 2 :

    mA= 2.5 หน่วยน้ำหนัก

  • 3 :

    mA= 3 หน่วยน้ำหนัก

  • 4 :

    mA= 2 หน่วยน้ำหนัก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 558 :

  • จงหามวล mB= เพื่อถ่วงสมดุลโมเมนต์รอบแกนอ้างอิงในระนาบ A โดนให้ mB อยู่ในระนาบ B

    ให้ m1 = 5 หน่วยน้ำหนัก, m2= 3 หน่วยน้ำหนัก

    R1= 2 หน่วยความยาว, R2= 2 หน่วยความยาว

    RB= 1 หน่วยความยาว

  • 1 :

    mB = 8 หน่วยน้ำหนัก

  • 2 :

    mB = 6 หน่วยน้ำหนัก

  • 3 :

     mB = 4 หน่วยน้ำหนัก

  • 4 :

    mB = 2 หน่วยน้ำหนัก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 559 :
  • จงหามวล mB= เพื่อถ่วงสมดุลโมเมนต์รอบแกนอ้างอิงในระนาบ A โดนให้ mB อยู่ในระนาบ B

    ให้ m1 = 1 หน่วยน้ำหนัก, m2= 3 หน่วยน้ำหนัก

    R1= 2 หน่วยความยาว, R2= 2 หน่วยความยาว

    RB= 2 หน่วยความยาว

     

     

     


     

  • 1 :

    mB = 4 หน่วยน้ำหนัก

  • 2 :

    mB = 2 หน่วยน้ำหนัก

  • 3 :

     mB = 2.5 หน่วยน้ำหนัก

  • 4 :

     mB = 3 หน่วยน้ำหนัก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 560 :
  • จงหามวล mA เพื่อถ่วงสมดุลแรงบนระนาบ A เมื่อระบบมีโมเมนต์ที่สมดุล จากการเติมมวล mB ลงบนระนาบ B โดย mB = 4 หน่วยน้ำหนัก

    m1 = 1 หน่วยน้ำหนัก, m2= 3 หน่วยน้ำหนัก

    R1= 2 หน่วยความยาว, R2= 2 หน่วยความยาว

    RB= 2 หน่วยความยาว และให้ q1=q2

     

     


     

  • 1 :

     mB= 8 หน่วยน้ำหนัก

  • 2 :

    mB= 2 หน่วยน้ำหนัก

  • 3 :

    mB= 2.5 หน่วยน้ำหนัก

     

  • 4 :

    mB= 3 หน่วยน้ำหนัก

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 561 :
  • มวล 4 ก้อน A,B,C, และ D ถูกจัดวางให้อยู่ห่างกันเป็นระยะ 40 เซนติเมตร ตามรูป ถ้า mA = 3.7 kg, mC = 8.0 kg. แขนมวลทุกก้อนยาว 10 เซนติเมตร มุมของแขนมวล (วัดจากแนวดิ่งทวนเข็มนาฬิกา) เป็น B = 120 และ C = 210 จงหาขนาดของ mB ที่ทำให้ระบบสมดุล

                                

  • 1 : 3.0 kg
  • 2 : 4.0 kg
  • 3 : 5.0 kg
  • 4 : 6.0 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 562 :
  • มวล 4 ก้อน A,B,C, และ D ถูกจัดวางให้อยู่ห่างกันเป็นระยะ 40 เซนติเมตร ตามรูป ถ้า mA = 3.7 kg, mB = 4.0 kg, แขนมวลทุกก้อนยาว 10 เซนติเมตร มุมของแขนมวล (วัดจากแนวดิ่งทวนเข็มนาฬิกา) เป็น B = 120 และ C = 210 จงหาขนาดของ mC ที่ทำให้ระบบสมดุล

                                       

  • 1 : 5.0 kg
  • 2 : 6.0 kg
  • 3 : 7.0 kg
  • 4 : 8.0 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 563 :
  •  สูตร           แสดงค่าที่ไม่สมดุลของ
  • 1 :  แรงปฐมภูมิ
  • 2 :  แรงทุติยภูมิ
  • 3 :  โมเมนต์ปฐมภูมิ
  • 4 :  โมเมนต์ทุติยภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 564 :
  •  

    24 F เป็น inertia forces ของมวลของระบบ   Fe เป็น inertia forces ของมวลที่จะ balance ระบบ

    ข้อใดเป็นการ balance ที่ดีที่สุดของระบบ

                                      

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 565 :
  • ระบบโรเตอร์มีมวลไม่สมดุล m1 และ m2 ซึ่งมีค่าเท่ากันและอยู่ห่างจากแกนเพลาด้วยระยะที่เท่ากัน ดังรูป มีการหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ คำกล่าวใดไม่ถูกต้อง

     

  • 1 : ระบบมีความสมดุลแรง
  • 2 : ระบบมีความสมดุลโมเมนต์
  • 3 : ขนาดแรงเฉื่อยของมวลทั้งสองมีขนาดเท่ากันแต่ทิศทางตรงกันข้าม
  • 4 : ต้องมีการปรับสมดุลโดยทำการเติมมวลถ่วงบน 2 ระนาบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 566 :
  • ระบบโรเตอร์มวล m1 และ m2 ดังรูป มีการหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ พบว่าจุดศูนย์ถ่วงของโรเตอร์ทั้งสองมีการเยื้องศูนย์ไปด้วยระยะ e1 และ e2 จงหาขนาดแรงเขย่าสุทธิ เมื่อ FC1 และ FC2 คือแรงเฉื่อยจากการเยื้องศูนย์ของโรเตอร์ 1 และ 2

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 567 :
  • ระบบโรเตอร์มวล m1 และ m2 ดังรูป มีการหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ พบว่าจุดศูนย์ถ่วงของโรเตอร์ทั้งสองมีการเยื้องศูนย์ไปด้วยระยะ e1 และ e2 จงหาขนาดแรงที่แบริ่ง A (FA) เมื่อ FC1 และ FC2 คือแรงเฉื่อยจากการเยื้องศูนย์ของโรเตอร์ 1 และ 2

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 568 :
  • การนำล้อรถยนต์ไปทำการถ่วงล้อนั้น เราต้องทำเพื่ออะไร
  • 1 : กำจัดแรงเขย่า(Shaking force)
  • 2 : กำจัดโมเมนต์เขย่า(Shaking moment)
  • 3 : กำจัดแรงเขย่า(Shaking force)และโมเมนต์เขย่า(Shaking moment)
  • 4 : ลดการสึกหรอของล้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 569 :
  • การนำล้อรถยนต์ไปทำการถ่วงล้อนั้น เราต้องใช้ทฤษฎีดังต่อไปนี้
  • 1 : การสมดุลสถิต(Static balancing)
  • 2 : การสมดุลพลวัต(Dynamic balancing)
  • 3 : การสมดุลโมเมนต์
  • 4 : รวมทั้ง ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 570 :
  • ระบบโรเตอร์มวล m1 และ m2 ดังรูป มีการหมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงที่ พบว่าจุดศูนย์ถ่วงของโรเตอร์ทั้งสองมีการเยื้องศูนย์ไปด้วยระยะ e1 และ e2 จงหาขนาดแรงที่แบริ่ง B (FB) เมื่อ FC1 และ FC2 คือแรงเฉื่อยจากการเยื้องศูนย์ของโรเตอร์ 1 และ 2

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 571 :
  • จากระบบมวลหมุนเยื้องศูนย์ (Rotating masses) ดังรูป ถ้าต้องการให้ระบบอยู่ในสภาวะสมดุล ต้องทำอย่างไร กำหนดให้ m1 = 10 kg, r1 = 20 mm และ m2 = 15 kg, r2 = 30 mm

     

  • 1 : หามวลขนาดเท่ากับ 10 kg มาถ่วงในฝั่งตรงข้ามกับมวล 1 โดยมีระยะห่างเท่ากับ r1
  • 2 : หามวลขนาดเท่ากับ 15 kg มาถ่วงในฝั่งตรงข้ามกับมวล 2 โดยมีระยะห่างเท่ากับ r2
  • 3 : หามวลขนาดเท่ากับ 25 kg มาถ่วงในฝั่งตรงข้ามกับของมวลทั้งสอง โดยมีระยะห่างเท่ากับ (r1 + r2)/2
  • 4 : หามวลขนาดเท่ากับ 25 kg มาถ่วงในฝั่งตรงข้ามกับจุดศูนย์กลางมวลของมวลทั้งสอง โดยมีระยะห่างเท่ากับระยะในแนวรัศมีของจุดศูนย์กลางมวล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 277 : 25. Balancing of Reciprocating Masses
ข้อที่ 572 :
  • ผลรวม Primary unbalanced force ในเครื่องยนต์ 3 สูบแบบแถวเรียงเป็น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 573 :
  • ผลรวม Secondary unbalanced force ในเครื่องยนต์ 3 สูบแบบแถวเรียงเป็น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 574 :
  • ผลรวม Primary unbalanced force ในเครื่องยนต์ 4 สูบแบบแถวเรียงเป็น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 575 :
  • ผลรวม Secondary unbalanced force ในเครื่องยนต์ 4 สูบแบบแถวเรียงเป็น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 576 :
  • เครื่องยนต์ลูกสูบเดี่ยว ดังรูป จงคะเนตำแหน่ง และน้ำหนักถ่วงที่ดีทีสุด ถ้าน้ำหนักทั้งหมดที่ปลายข้อเหวี่ยง = WC น้ำหนักทั้งหมดของลูกสูบ = WP
  • 1 : 90 Degree, WC+WP
  • 2 : 180 Degree, WC+WP/2
  • 3 : 30 Degree , (WC+WP)/2
  • 4 : 210 Degree, WC+WP/2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 577 :
  • ในการทำ Balancing เพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ 4 สูบ อุปกรณ์ที่นิยมใช้ คืออะไร ติดตั้งไว้ที่ไหน
  • 1 : Manchaester Balancer ถ่วงบริเวณสูบ 2 และ3
  • 2 : Lonchaester Balancer ถ่วงบริเวณสูบ 1 และ3
  • 3 : Lanchaester Balancer ถ่วงบริเวณสูบ 2 และ3
  • 4 : Lanchaester Balancer ถ่วงบริเวณสูบ 3 และ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 578 :
  • ในเครื่องยนต์ 4 สูบ นิยมใช้ Lanchaster Balancer ถ่วงด้วยนำหนักเท่าไหร่ และตรงไหน ถ้า W =น้ำหนักที่ลูกสูบทั้งหมด R = รัศมีเพลาข้อเหวี่ยง Rc = รัศมีเฟืองถ่วง L= ความยาวก้านข้อเหวี่ยง a = ระยะระหว่างลูกสูบ
  • 1 : = 1/2 (W) R^2/RcL ที่ระยะ 3a/2
  • 2 : = (W) R^2/RcL ที่ระยะ 3a/2
  • 3 : = 4(W) R^2/RcL ที่ระยะ 3a/2
  • 4 : = 2 (W) R^2/RcL ที่ระยะ 3a/2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 579 :
  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2000 ซีซี 6 สูบแถวเรียง หมุนด้วยความเร็วคงที่ 1000 รอบต่อนาที ถ้า W = Total Piston weight R= radius of crankshaft L= Piston rod จงหาค่า Total Inertia force และ Couple ของเครื่องยนต์
  • 1 : Fs = 0 M =0
  • 2 : Fs = WR(6R/L) M= WRw^2(6aR/L)
  • 3 : Fs = WR(4R/L) M= WRw^2(4aR/L)
  • 4 : Fs = WR(R/L) M= WRw^2(aR/L)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 580 :
  • จากรูปแรงคู่ใดที่ทำให้เกิดโมเมนต์คู่ควบ

     

     

     

  • 1 :

    F14 และ F12y

  • 2 :

     F14 และ F12x

  • 3 :

     F และ F12y

  • 4 :

     F และ F12x

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 581 :
  • จากรูปแรงคู่ใดที่ทำให้เกิดโมเมนต์คู่ควบ


  • 1 :

     F14 และ F12x

  • 2 :

    F14 และ F

  • 3 :

     F และ F12y

  • 4 :

    F12y และ F12x

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 582 :
  • จากรูปแรงคู่ใดที่ทำให้เกิดโมเมนต์คู่ควบ


  • 1 :

     F14 และ F

  • 2 :

    F และ F12x

  • 3 :

     F และ F12y

  • 4 :

    F14 และ F12x

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 583 :
  • จากรูปแรงคู่ใดที่ทำให้เกิดโมเมนต์คู่ควบ

  • 1 :

    F12y และ F12x

  • 2 :

     F และ F12y

  • 3 :

    F14 และ F12x

  • 4 :

    F14 และ F12y

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 584 :

  • เครื่องยนต์สูบเดียวหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม w2 =125 rad/s ความยาวก้านสูบ L= 35 cm ความยาวข้อเหวี่ยง R= 4 cm มวลรวมที่ C และ P แสดงในรูป

    เมื่อ q =45o จงหาแรง fP

    ให้ fP =mPRw22[cosq+(R/L)cos2q]

  • 1 :

    fP= 441.9 N

  • 2 :

    fP= 1250 N

  • 3 :

    fP= 1325.8 N

  • 4 :

    fP= 1691.9 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 585 :
  • เครื่องยนต์สูบเดียวหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม w2 =125 rad/s ความยาวก้านสูบ L= 35 cm ความยาวข้อเหวี่ยง R= 4 cm มวลรวมที่ C และ P แสดงในรูป

    เมื่อ q =45o จงหาแรงทุติยภูมิของ fP

    ให้ fP =mPRw22[cosq+(R/L)cos2q]

  • 1 :

    P= 0 N

  • 2 :

    P= 1250 N

  • 3 :

    P= 441.9 N

  • 4 :

    P= 1691.9 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 586 :

  • เครื่องยนต์สูบเดียวหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม w2 =125 rad/s ความยาวก้านสูบ L= 35 cm ความยาวข้อเหวี่ยง R= 4 cm มวลรวมที่ C และ P แสดงในรูป

    เมื่อ q =0o จงหาแรงปฐมภูมิของ fP

    ให้ fP =mPRw22[cosq+(R/L)cos2q]

     

  • 1 :

     P= 625 N

  • 2 :

    P= 1250 N

  • 3 :

    P= 441.9 N

  • 4 :

     P= 1691.9 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 587 :

  • เครื่องยนต์สูบเดียวหมุนด้วยความเร็วเชิงมุม w2 =125 rad/s ความยาวก้านสูบ L= 35 cm ความยาวข้อเหวี่ยง R= 4 cm มวลรวมที่ C และ P แสดงในรูป

    เมื่อ q =90o จงหาแรงปฐมภูมิของ fP

    ให้ fP =mPRw22[cosq+(R/L)cos2q]

  • 1 :

    P= 0 N

  • 2 :

    P= 1250 N

  • 3 :

     P= 441.9 N

  • 4 :

     P= 1691.9 N

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 588 :
  •  ผลรวม Primary unbalanced force ในเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงเป็น
  • 1 : 0
  • 2 :
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 589 :
  •  ผลรวม Secondary unbalanced force ในเครื่องยนต์ 6 สูบแบบแถวเรียงเป็น
  • 1 : 0
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 590 :
  •  เครื่องยนต์ที่มีการถ่วงสมดุลอย่างสมบูรณ์ ได้แก่
  • 1 :  เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ
  • 2 :  เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ
  • 3 :  เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ
  • 4 :  เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 591 :
  •  ในเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในแบบสูบตั้งสูบเดียว การสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์เกิดจาก
  • 1 :  shaking force ในแนวดิ่งและ couple force ด้านข้าง
  • 2 :  shaking force ในแนวดิ่งและ couple force ด้านดิ่ง
  • 3 :  shaking force ด้านข้าง และ couple force ในแนวดิ่ง
  • 4 :  shaking force ด้านข้าง และ couple force ด้านข้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 592 :
  • ในเครื่องยนต์สูบเดียว มักจะมีการถ่วงสมดุลอย่างไร
  • 1 : เพิ่มมวลถ่วงที่ปลายก้านสูบใกล้ลูกสูบ
  • 2 : เพิ่มมวลถ่วงไว้ที่ลูกสูบ
  • 3 : เพิ่มมวลถ่วงไว้ที่ด้านตรงข้ามเพลาข้อเหวี่ยง
  • 4 : เพิ่มมวลถ่วงที่ก้านสูบใกล้เพลาข้อเหวี่ยง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 593 :
  • ในเครื่องยนต์สูบเดียว การถ่วงสมดุลที่ด้านตรงข้ามข้อเหวี่ยงจะส่งผลอย่างไร
  • 1 : แรงเขย่าจะเป็นศูนย์
  • 2 : โมเมนต์เขย่าจะเป็นศูนย์
  • 3 : โมเมนต์เขย่าและแรงเขย่าจะเป็นศูนย์
  • 4 : ขนาดของโมเมนต์เขย่าและแรงเขย่าจะลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 594 :
  • ในการคำนวณพลวัตกลไกเครื่องยนต์สูบเดียว ตัวก้านสูบ(Connecting rod) ซึ่งเป็นวัตถุเกร็ง มีค่ามวล m2 และ โมเมนต์เฉื่อยเชิงมวล IG จุดศูนย์กลางมวลอยู่ที่จุด G สามารถประมาณเป็นอนุภาค mA และ mB มีตำแหน่งดังรูป อย่างไรก็ตามในการประมาณดังกล่าวจะต้องมีเงื่อนไขดังสมการ ยกเว้นข้อใด

  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 595 :
  • เครื่องยนต์ที่มีการถ่วงสมดุลอย่างสมบูรณ์ ได้แก่
  • 1 : เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ
  • 2 : เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ
  • 3 : เครื่องยนต์เบนซิน 5 สูบ
  • 4 : เครื่องยนต์ดีเซล 8 สูบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 596 :
  • จากรูปเป็นระบบมวลเคลื่อนที่ไป-กลับ (Reciprocating masses) เมื่อกลไกมีการเคลื่อนที่ ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในรูปแบบใดบ้าง

  • 1 : แรงเขย่า (shaking force) ขึ้น-ลง
  • 2 : แรงเขย่าขึ้น-ลง และ ซ้าย-ขวา
  • 3 : โมเมนต์เขย่า (shaking couple) ทวนเข็ม-ตามเข็ม
  • 4 : แรงเขย่าขึ้น-ลง และ โมเมนต์เขย่าทวนเข็ม-ตามเข็ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร