สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการ

วิชา : Industrial Plant Design

เนื้อหาวิชา : 204 : 01 แนวคิดในการออกแบบโรงงาน/ออกแบบและจัดวางแผนผังเครื่องจักร/อุปกรณ์ในโรงงาน
ข้อที่ 1 :
  • การออกแบบผังโรงงานที่ดีจะทำให้
  • 1 : ระยะทางการขนถ่ายวัสดุยาวขึ้น
  • 2 : การขนถ่ายลำเลียงย้อนกลับ (Backtracking) มีมากขึ้น
  • 3 : มีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น
  • 4 : สินค้าระหว่างผลิต (Work-in process) สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • เป้าหมายหลักในการออกแบบและจัดวางผังโรงงานมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ให้การเคลื่อนย้ายของวัสดุ และแรงงานในระบบการผลิตเป็นไปอย่างราบรื่น
  • 2 : ให้มีการขนถ่ายลำเลียงวัสดุน้อยที่สุด
  • 3 : ให้มีการใช้เครื่องจักรและแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • 4 : ให้มีการขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่มีน้ำหนักมากในระยะทางที่ยาวได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 :
  • โรงงานต่อไปนี้จัดอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตแบบซ้ำซาก (Repetitive-process industry) ยกเว้น  
  • 1 : โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์
  • 2 : โรงหล่อ
  • 3 : โรงงานผลิตปืน
  • 4 : โรงงานผลิต ถังแก็ส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • การจัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout) เหมาะสำหรับการผลิตดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : การผลิตที่ผลิตสินค้าน้อยชนิด และแต่ละชนิดของสินค้ามีปริมาณการผลิตที่สูง
  • 2 : การผลิตสินค้ามาตรฐานต่าง ๆ เช่น นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
  • 3 : การผลิตสินค้าที่มีวัตถุดิบป้อนสายงานผลิตอย่างสม่ำเสมอ
  • 4 : การผลิตสินค้าหลากหลายชนิดและแต่ละชนิดของสินค้าจะผลิตในปริมาณที่ไม่มาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • จงเลือกความหมายที่ดีที่สุดของคำว่า“การออกแบบโรงงาน”
  • 1 : การออกแบบจัดวางเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการทำงานของพนักงาน
  • 2 : การออกแบบโรงงานให้มีความสวยงาม มีสิ่งแวดล้อมที่ดี
  • 3 : การออกแบบเฉพาะส่วนของอาคารโรงงานให้เหมาะสม
  • 4 : การออกแบบและจัดวางผังตำแหน่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งหมดที่จะเอื้ออำนวยต่อการผลิตของโรงงานโดยรวม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมในการออกแบบและจัดวางผังโรงงาน
  • 1 : การหาความสัมพันธ์ของกิจกรรมหรือหน่วยงาน
  • 2 : การพิจารณาพื้นที่ที่ต้องการของกิจกรรมหรือหน่วยงาน
  • 3 : การปรับตำแหน่งพื้นที่ของหน่วยงานหรือกิจกรรม 
  • 4 : การกำหนดจำนวนหัวหน้างาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 :
  • การออกแบบผังโรงงานมีความสำคัญเพราะ
  • 1 : ผู้บริหารต้องการผลกำไรเพิ่มมากขึ้น
  • 2 : คนงานต้องการความสะดวกสบายในการทำงานมากขึ้น
  • 3 : ข้อมูลจากการออกแบบผังโรงงานจะทำให้สามารถออกแบบระบบไฟฟ้า ระบบการจ่ายพลังงานต่าง ๆ เช่น พลังลมอัดและไอน้ำ และระบบสุขาภิบาลให้ไปตามความต้องการของโรงงานได้
  • 4 : จะทำให้การแบ่งบริเวณพื้นที่สำหรับฝ่ายผลิตและฝ่ายสนับสนุนการผลิตมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • การออกแบบผังโรงงานจะขึ้นอยู่กับ
  • 1 : การออกแบบอาคาร
  • 2 : การออกแบบเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 3 : การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบการผลิต และการกำหนดการผลิต
  • 4 : การออกแบบเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • การออกแบบผังโรงงานที่ดีจะช่วยลดต้นทุนได้ ทั้งนี้เพราะสามารถลด
  • 1 : เวลาสูญเปล่าลงได้
  • 2 : การใช้แรงงานฝีมือและไร้ฝีมือลงได้
  • 3 : การใช้เครื่องจักรลงได้
  • 4 : เวลาที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรักษาลงได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • ถ้าโรงงานมีการจัดวางผังที่ไม่ดีอาจก่อให้เกิดปัญหาใด
  • 1 : เครื่องจักรกลที่ใช้ผลิตทำงานหนักไป
  • 2 : น้ำเสีย
  • 3 : เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
  • 4 : การทำตลาดของผลิตภัณฑ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • “โรงงาน” ในทางอุตสาหกรรมมีความหมายว่าอย่างไร
  • 1 : สถานที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  • 2 : สถานที่รวมไว้ซึ่งปัจจัยการผลิตที่สามารถทำให้เกิดการผลิตผลิตภัณฑ์หรือการบริการให้เป็นไปตามที่ต้องการ
  • 3 : สถานที่ติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรสำหรับใช้ในการผลิต
  • 4 : สถานที่ปฏิบัติงานสำหรับพนักงานฝ่ายผลิตและวิศวกร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์แบ่งออกเป็นการออกแบบ
  • 1 : ตามหน้าที่ วิธีผลิต ตามสมัยนิยม
  • 2 : ตามหน้าที่ การทำงาน วิธีผลิต
  • 3 : การทำงาน วิธีผลิต เพื่อการขาย
  • 4 : วิธีผลิต เพื่อการขาย ตามสมัยนิยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • ประโยชน์ที่ได้จากการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : การขนส่ง
  • 2 : การลดหย่อนภาษี
  • 3 : ราคา/ค่าเช่า
  • 4 : ความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • สาเหตุต่อไปนี้ทำให้เกิดแนวคิดในการปรับปรุงผังโรงงานและและการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ ยกเว้น
  • 1 : การเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสมอในการผลิต
  • 2 : ต้องการลดต้นทุนการผลิต
  • 3 : ปัญหาและความเชื่อด้านโหราศาสตร์ (ฮวงจุ้ย)
  • 4 : การเพิ่มจำนวนแรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 :
  • ผังโรงงานที่ได้รับการออกแบบไว้ดีจะมีผลต่อสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ต้นทุนแรงงานทางตรงลดลง
  • 2 : ระยะทางลำเลียงวัสดุลดลง
  • 3 : ผลผลิตเพิ่มขึ้น
  • 4 : ต้นทุนแรงงานทางอ้อมลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • โรงงานต่อไปนี้จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิตแบบซ้ำซาก (Repetitive process industry) ยกเว้น
  • 1 : โรงงานผลิตปูนซีเมนต์
  • 2 : โรงงานผลิตเครื่องครัว
  • 3 : โรงงานผลิตตู้เย็น
  • 4 : โรงงานผลิตรถยนต์ 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • โรงงานต่อไปนี้จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่อง (Continuous-process industry) ยกเว้น
  • 1 : โรงงานผลิตเครื่องครัว
  • 2 : โรงงานผลิตกระดาษ
  • 3 : โรงงานผลิตน้ำตาล
  • 4 : โรงงานผลิตปูนซีเมนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • การออกแบบผังโรงงานมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : การกำหนดการผลิต
  • 2 : การออกแบบการผลิต
  • 3 : การออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 4 : การกำหนดคุณลักษณะผู้ออกแบบการผลิต 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • ถ้าโรงงานมีการออกแบบและจัดวางผังที่ดี จะทำให้ได้ผลดีดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : เกิดการใช้เครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 2 : เกิดการใช้วัตถุดิบจำนวนมาก ทำให้ลดพื้นที่การจัดเก็บวัสดุลง 
  • 3 : เกิดการใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 4 : เกิดการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • การออกแบบผังโรงงานมีผลต่อการออกแบบระบบไฟฟ้าดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าที่จะต้องใช้
  • 2 : รูปแบบลักษณะการเดินสายไฟฟ้า
  • 3 : ระยะความสูงในการติดตั้งหลอดไฟส่องสว่าง
  • 4 : ชนิดของไฟฟ้าที่จะต้องใช้ว่าเป็นเฟสเดียวหรือสามเฟส (1ø หรือ 3ø)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 21 :
  • การออกแบบผังโรงงานที่ดีจะทำให้ได้สิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : การไหลของวัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : เกิดการเพิ่มผลผลิตของแรงงาน
  • 3 : เกิดการเพิ่มผลผลิตของเครื่องจักร
  • 4 : เกิดการเพิ่มแรงงานที่ใช้ในการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • การออกแบบโรงงานที่ดีจะทำให้เกิดการเพิ่มผลผลิตของเครื่องจักรได้ด้วยเหตุผลต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : การไหลของวัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : ระยะในการลำเลียงวัสดุโดยรวมลดลง
  • 3 : เวลาที่ใช้ในการลำเลียงวัสดุสั้นลง
  • 4 : เวลาที่ใช้ในการผลิตของเครื่องจักรเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • การออกแบบผังโรงงานมีผลต่อการเพิ่มผลผลิตของเครื่องจักรดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ทำให้ใช้วัตถุดิบในการผลิตลดลง
  • 2 : ทำให้การขนถ่ายลำเลียงวัสดุลดลง
  • 3 : ทำให้สัดส่วนของเสียของโรงงานลดลง
  • 4 : ทำให้ผลผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนทรัพยากรการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 24 :
  • การออกแบบผังโรงงานที่ดีจะมีผลต่อต้นทุนดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ผลผลิตแรงงานเพิ่มขึ้น
  • 2 : ของเสียและเศษชิ้นส่วนลดลง
  • 3 : ค่าการขนถ่ายลำเลียงลดลง
  • 4 : ระยะทางในการลำเลียงวัสดุเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 205 : 02 ทำเลที่ตั้งโรงงานและกระบวนการในการเลือกทำเล
ข้อที่ 25 :
  • ข้อใดเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดของการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานน้ำตาล
  • 1 : ตลาด
  • 2 : ราคาที่ดิน
  • 3 : วัตถุดิบ
  • 4 : สาธารณูปโภค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • บริษัทแห่งหนึ่งได้วางแผนไว้ว่า ในปีหน้าจะทำการย้ายโรงงานไปที่ทำเลใหม่เพื่อสร้างโรงงานใหม่ เนื่องจากกำลังความสามารถของการผลิตในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ทางบริษัทฯ จึงได้จัดตั้งทีมงานขึ้นมาเก็บรวบรวมข้อมูลในด้านต่าง ๆ สำหรับใช้ในการวิเคราะห์เลือกทำเล ซึ่งพอสรุปข้อมูลได้ดังตารางข้างล่าง อยากทราบว่าจากข้อมูลดังกล่าวควรเลือกทำเลใด?

  • 1 : ทำเล 1
  • 2 : ทำเล 2
  • 3 : ทำเล 3
  • 4 : ทำเล 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  • เป้าหมายของการเลือกทำเลที่ตั้งโดยใช้วิธีการให้น้ำหนักความสำคัญของปัจจัยและการให้เกณฑ์ (Weighted rating Method) คือข้อใด
  • 1 : เลือกทำเลที่ตั้งที่มีค่าใช้จ่ายต่ำสุด
  • 2 : เลือกทำเลที่ตั้งที่มีกำไรมากที่สุด
  • 3 : เลือกทำเลที่ตั้งที่มีคะแนนจากความพอใจสูงสุด
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • ทำเลที่ตั้งโรงงานมีผลต่อการออกแบบโรงงานดังนี้
  • 1 : ทำเลที่อยู่ไกลชุมชนจะมีผลต่อการสร้างที่พักให้คนงาน
  • 2 : ทัศนคติของชุมชนมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของโรงงาน
  • 3 : ที่ตั้งที่มีจำนวนวันที่อากาศแจ่มใสมาก มีความสำคัญต่อโรงงานผลิตเครื่องบิน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องลงทุนสูง ควรเปรียบเทียบทำเลที่ตั้งต่าง ๆ ด้วยวิธีใด?
  • 1 : เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและปัจจัยที่ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้
  • 2 : กำหนดปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยให้คะแนนแต่ละปัจจัยเท่า ๆ กัน
  • 3 : กำหนดปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยให้คะแนนแต่ละปัจจัยไม่เท่ากัน
  • 4 : ใช้ดุลยพินิจของผู้จัดการโรงงานและกรรมการผู้จัดการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 30 :
  • ปัจจัยหลักที่ใช้ในการพิจารณาเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ตลาด แหล่งวัตถุดิบ การขนส่ง สาธารณูปโภค 
  • 2 : สิ่งแวดล้อม ภาษี 
  • 3 : แหล่งเงินทุน
  • 4 : การกำจัดของเสีย ราคาที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานมีหลายปัจจัย ยกเว้นข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ตลาด
  • 2 : พนักงาน
  • 3 : กฎหมายและภาษี
  • 4 : สิ่งแวดล้อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 32 :
  • บริษัทแห่งหนึ่งใช้วัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายโดยทั่วไป ทำเลที่ตั้งของบริษัทนี้ควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
  • 1 : ใกล้แหล่งน้ำ
  • 2 : ใกล้ตลาดผลิตภัณฑ์ของบริษัท
  • 3 : อยู่ในเขตชุมชนเมือง
  • 4 : อยู่ในเขตอุตสาหกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • ปัจจัยเชิงปริมาณที่มักใช้ในการประเมินการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่ ได้แก่
  • 1 : ราคาที่ดิน ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าพลังงาน
  • 2 : วัตถุดิบ ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง สภาพแวดล้อม
  • 3 : สภาพภูมิอากาศ ชนิดแรงงาน ตลาด แหล่งนันทนาการ
  • 4 : สภาพที่ดิน การเคลื่อนย้ายแรงงาน สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 34 :
  • การเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานจะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ใดมากที่สุด
  • 1 : ผลิตไม่ทันกับความต้องการสินค้าของลูกค้า
  • 2 : เครื่องจักรเก่าที่ใช้อยู่หมดสภาพ
  • 3 : เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น
  • 4 : เกิดความไม่แน่นอนในการจ่ายไฟฟ้าของทางการฯ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • การเลือกตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมด้วยเหตุผลใด?
  • 1 : มีค่าแรงงานโดยทั่วไปต่ำ
  • 2 : มีความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
  • 3 : มีพื้นที่ดินมากและราคาไม่แพง ง่ายต่อการขยายโรงงาน
  • 4 : มีที่พักอาศัยให้กับคนงานมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน
  • 1 : ตลาด
  • 2 : ค่าเช่าคลังสินค้า
  • 3 : แหล่งวัตถุดิบ
  • 4 : ราคาที่ดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • การพิจารณาเลือกสร้างอาคารโรงงานหลายชั้น ก็ด้วยเหตุผลดังนี้
  • 1 : ที่ดินมีราคาแพงมาก
  • 2 : เวลาในการก่อสร้างมีจำกัด
  • 3 : สินค้าที่ผลิตมีราคาแพงมาก
  • 4 : ผลิตภัณฑ์มีน้ำหนักเบามาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • โรงงานอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋องแห่งหนึ่งต้องใช้ผลไม้สดเป็นวัตถุดิบ การเลือกทำเลที่ตั้งควรพิจารณาปัจจัยใดเป็นหลัก
  • 1 : ใกล้ตลาด
  • 2 : ใกล้แหล่งวัตถุดิบ
  • 3 : อยู่นอกเขตชุมชนเมือง
  • 4 : อยู่ในเขตอุตสาหกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • วิธีการในการเปรียบเทียบเพื่อเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน วิธีใดที่น่าจะเกิดความลำเอียงน้อยที่สุด
  • 1 : วิธีการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : วิธีการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis)
  • 3 : วิธีเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย (Cost comparison)
  • 4 : วิธีการคำนวณในรูปแบบปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • การเลือกทำเลที่ตั้งในเมืองมีข้อดีดังนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : มีแรงงานให้เลือกได้มากกว่า
  • 2 : ใกล้ตลาด
  • 3 : ติดต่อกับฝ่ายจัดหาได้สะดวกกว่า
  • 4 : ค่าแรงงานต่ำกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • ในการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทางเศรษฐศาสตร์สำหรับเลือกทำเลที่ตั้งของโรงงานนั้น ข้อใดไม่ใช่ค่าใช้จ่ายคงที่สำหรับการลงทุนครั้งแรก
  • 1 : ค่าที่ดิน + ค่าถมที่
  • 2 : ค่าอาคารโรงงาน
  • 3 : ค่าทำถนน รั้ว และระบบไฟฟ้าบริเวณโรงงาน
  • 4 : ค่าสาธารณูปโภคเช่น ไฟฟ้า น้ำประปา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่มักจะเกิดขึ้นในโอกาสใด?
  • 1 : เมื่อตลาดสินค้าเปลี่ยนไป และเกิดการกีดกันทางการค้า
  • 2 : เมื่อค่าพลังงานสูงขึ้นและมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเกิดขึ้น
  • 3 : เมื่อค่าน้ำสูงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
  • 4 : เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • ปัจจัยเชิงปริมาณที่มักใช้ในการประเมินการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่ ได้แก่
  • 1 : ราคาที่ดิน ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าพลังงาน
  • 2 : สภาพที่ดิน การเคลื่อนย้ายแรงงาน สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ
  • 3 : วัตถุดิบ ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง สภาพแวดล้อม
  • 4 : สภาพภูมิอากาศ ชนิดแรงงาน ตลาด แหล่งนันทนาการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • ปัจจัยเชิงคุณภาพที่มักใช้ในการประเมินการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานใหม่ ได้แก่
  • 1 : ราคาที่ดิน ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าพลังงาน
  • 2 : สภาพที่ดิน การเคลื่อนย้ายแรงงาน สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ
  • 3 : วัตถุดิบ ค่าครองชีพ ค่าขนส่ง สภาพแวดล้อม
  • 4 : สภาพภูมิอากาศ ค่าแรงงาน ตลาด แหล่งนันทนาการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 45 :
  • บริษัท ก. ไก่ จำกัด เป็นบริษัทจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ บริษัทฯ กำลังมองหาทำเลที่ตั้งโรงงานเพื่อทำการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ เอง จึงได้เล็งทำเลไว้แล้ว 4 ทำเล เนื่องจากทางบริษัทฯ ขาดข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่น่าเชื่อถือได้ ทางบริษัทฯ จึงตัดสินใจที่จะใช้การประเมินเชิงคุณภาพเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจเลือกทำเลที่ต้องการ บริษัทฯ ได้กำหนดปัจจัยให้น้ำหนักแก่ปัจจัยต่าง ๆ และเกณฑ์การประเมินมาให้ดังในตาราง อยากทราบว่า ท่านจะเสนอแนะบริษัทฯให้เลือกทำเลใดดี
    ปัจจัยที่ใช้ประเมิน น้ำหนักความสำคัญ ทำเล
    ทัศนคติชุมชน 6 4 1 2 3
    แหล่งนันทนาการ 5 3 4 3 2
    สภาพแวดล้อม 8 2 4 3 4
    ค่าครองชีพ 8 2 1 4 2
    ความสะดวกในการเดินทาง 10 4 2 4 3
  • 1 : ทำเล ก.
  • 2 : ทำเล ข.
  • 3 : ทำเล ค.
  • 4 : ทำเล ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • ในการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ควรให้ความสนใจปัจจัยใดเป็นพิเศษ
  • 1 : วัตถุดิบ แรงงาน ราคาที่ดิน
  • 2 : แหล่งพลังงาน ราคาที่ดิน วัตถุดิบ
  • 3 : การขนส่ง ตลาด สภาพแวดล้อม
  • 4 : แหล่งน้ำ การบำบัดน้ำเสีย แหล่งพลังงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • อาคารโรงงานอุตสาหกรรมอาหารควรให้ความสนใจเรื่องใดมากเป็นพิเศษ?
  • 1 : การป้องกันฝุ่นและแมลง
  • 2 : การระบายอากาศ
  • 3 : การประหยัดพลังงาน
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :
  • ภายในอาคารโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ควรมีพื้นที่สำรองไว้สำหรับ
  • 1 : การสูบบุหรี่
  • 2 : การพักผ่อน
  • 3 : เก็บเศษ ขยะ หรือ ของเสีย
  • 4 : เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานมีหลายปัจจัย ยกเว้นข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : วัตถุดิบ
  • 2 : แรงงาน
  • 3 : เครื่องจักร
  • 4 : สภาพแวดล้อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • การเลือกทำเลที่ตั้งนอกเมืองมีข้อดีดังนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : มีแรงงานสัมพันธ์ดีกว่า
  • 2 : ค่าแรงงานโดยทั่วไปต่ำกว่า
  • 3 : สภาพแวดล้อมดีกว่า
  • 4 : ชนิดของแรงงานมีให้เลือกได้มากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานมีหลายปัจจัย ยกเว้นข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
  • 2 : แรงงาน
  • 3 : การคมนาคมและการติดต่อสื่อสาร 
  • 4 : ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • จากรูป ถ้าโรงงานที่ออกแบบมีกำลังการผลิต 12,000 ชิ้น/ปี ควรเลือกตั้งโรงงานที่ทำแลใดดี

  • 1 : ทำเล ก.
  • 2 : ทำเล ข.
  • 3 : ทำเล ง.
  • 4 : ทำเล จ.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • จากรูป ถ้าโรงงานที่ออกแบบมีกำลังการผลิต 40,000 ชิ้น/ปี ควรเลือกตั้งโรงงานที่ทำแลใดดี

  • 1 : ทำเล ก.
  • 2 : ทำเล ข.
  • 3 : ทำเล ง
  • 4 : ทำเล จ.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • จากรูป ถ้าโรงงานที่ออกแบบมีกำลังการผลิต 30,000 ชิ้น/ปี ควรเลือกตั้งโรงงานที่ทำแลใดดี

  • 1 : ทำเล ก.
  • 2 : ทำเล ข.
  • 3 : ทำเล ง.
  • 4 : ทำเล จ.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานนอกเมืองหรือชนบท มีข้อดีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ค่าแรงงานต่ำ
  • 2 : สภาพแวดล้อมดีกว่า
  • 3 : ได้ประโยชน์ทางภาษีจากรัฐมากกว่า
  • 4 : แรงงานฝีมือหาได้ง่ายกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 :
  • ปัจจัยเชิงปริมาณที่ใช้ในการพิจารณาเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : แหล่งวัตถุดิบ
  • 2 : ตลาด
  • 3 : แรงงาน
  • 4 : การกำจัดของเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 206 : 03 ประเภทของแผนผังโรงงานขั้นพื้นฐานและแนวทางในการเลือก
ข้อที่ 57 :
  • การจัดร้านอาหารแบบฟาสต์ฟูดหรือแบบบริการตนเองตามรูปด้านล่าง จะอยู่บนพื้นฐานของรูปแบบการจัดวางผังแบบใด?


  • 1 : การจัดวางตามชนิดของผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : การจัดวางตามกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : การจัดวางตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed-Position Layout)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • การออกแบบผังโรงงานเพื่อทำการผลิตสินค้าที่ไม่มาตรฐานในจำนวนที่ไม่มาก ควรจะจัดวางผังโรงงานแบบใด
  • 1 : การจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : การจัดวางผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : การจัดวางผังแบบเซล (Cellular Layout)
  • 4 : การจัดวางผังตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed-Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • สภาวะคอขวด (Bottleneck) มักจะเกิดขึ้นกับการจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด
  • 1 : การจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : การจัดวางผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : การจัดวางผังแบบเซล (Cellular Layout)
  • 4 : การจัดวางผังตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed-Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • การออกแบบและจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout) มีข้อดีอย่างไร
  • 1 : มีความยืดหยุ่นของการผลิตสูง
  • 2 : การหยุดของเครื่องจักรทำได้ง่าย
  • 3 : ใช้เวลาในการผลิตน้อยกว่า
  • 4 : มีจำนวนเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตน้อยกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 61 :
  • ถ้าโรงงานผลิตสินค้าแห่งหนึ่งมีชนิดของสินค้าที่ผลิตมากชนิดและสินค้าแต่ละชนิดมีจำนวนไม่มากนักโรงงานนี้ควรเลือกใช้ผังโรงงานแบบใด
  • 1 : ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : ผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed position Layout)
  • 4 : ผังโรงงานแบบกลุ่ม (Group Technology Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 62 :
  • การประกอบรถยนต์ มักจะใช้ผังโรงงานแบบเดียวกันกับการประกอบผลิตภัณฑ์ใด
  • 1 : โทรทัศน์
  • 2 : รถไฟ
  • 3 : เครื่องบิน
  • 4 : เรือท่องเที่ยว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process Layout) มีข้อเสียมากมายดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ค่าการเก็บของคงคลังในกระบวนการผลิตสูง (In-process inventory cost)
  • 2 : เครื่องจักรไม่ได้รับการใช้งานอย่างเต็มที่
  • 3 : ใช้เวลาในการฝึกอบรมคนงานและหัวหน้างานมาก
  • 4 : ผลิตสินค้าได้หลากหลายชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 64 :
  • ผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงานหรืองานอยู่กับที่ (Fixed-Position Layout) มีข้อดีดังนี้
  • 1 : ความสามารถในการปรับตัวสูงในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบผลิตภัณฑ์
  • 2 : ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำ
  • 3 : เวลาสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตต่ำ
  • 4 : ต้นทุนแรงงานต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 65 :
  • ลำดับขั้นของงานที่จะทำ (Sequence of tasks) มีความสำคัญเป็นพิเศษในการจัดวางผังโรงงานแบบใด
  • 1 : แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : แบบชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed Position Layout)
  • 3 : แบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart) เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ผังโรงงานแบบใด
  • 1 : แบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : แบบชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed Position Layout)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • ผลิตภัณฑ์ใดที่จะมีการผลิตโดยการจัดวางผังแบบตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed Position Layout)
  • 1 : พัดลม
  • 2 : สบู่
  • 3 : เรือเดินสมุทร
  • 4 : รองเท้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :
  • หน่วยงานที่มีการผลิตสินค้าจำนวนไม่กี่ชนิด แต่มีการผลิตสินค้าแต่ละชนิดเป็นปริมาณมาก ๆ (Mass Production) ควรจะมีการออกแบบผังโรงงานรูปแบบใด?
  • 1 : แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : แบบผลิตภัณฑ์ (Product or Line Layout)
  • 3 : แบบกลุ่ม (Group Technology or Cellular Layout)
  • 4 : แบบตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • หน่วยงานที่มีการผลิตสินค้าหลากหลายชนิด แต่ปริมาณของสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตมีไม่มาก (Job- shop Production) ควรจะมีการออกแบบผังโรงงานรูปแบบใด?
  • 1 : แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : แบบผลิตภัณฑ์ (Product or Line Layout)
  • 3 : แบบกลุ่ม (Group Technology or Cellular Layout)
  • 4 : แบบตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างชนิดและปริมาณสินค้าที่จะผลิต (Product & Quantity Analysis) จะทำให้ทราบถึง
  • 1 : ชนิดและจำนวนเครื่องจักรที่จะต้องใช้ในการผลิต
  • 2 : ชนิดและปริมาณวัสดุที่จะต้องใช้ในกระบวนการผลิต
  • 3 : ชนิดและจำนวนเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่ต้องการ
  • 4 : ชนิดของผังโรงงานที่ควรจะออกแบบและจัดวาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • การจัดวางผังตามขั้นตอนการผลิต (Product Layout) มีข้อดีต่าง ๆ ดังนี้ ยกเว้นข้อใด?
  • 1 : สามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก ๆ ในระยะเวลาอันสั้น 
  • 2 : ระยะทางในการขนถ่ายลำเลียงสั้น
  • 3 : เครื่องจักรได้รับการใช้งานเต็มที่
  • 4 : สามารถใช้เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่สามารถใช้งานได้หลากหลายชนิดได้ เช่น รถเข็นสองล้อ เป็นต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • ข้อเสียของการจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product layout) คือข้อใด
  • 1 : การขนส่งลำเลียงวัสดุมีขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยาก
  • 2 : ต้องการพื้นที่ในการทำงานมาก
  • 3 : ไม่สามารถผลิตครั้งละมาก ๆ ได้
  • 4 : การลงทุนสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout) มีข้อเสียมากมายดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ใช้แรงงานที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน
  • 2 : มีการทำงานซ้ำซากน่าเบื่อ
  • 3 : มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงผังโรงงานได้น้อย
  • 4 : ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงถ้าผลิตเป็นจำนวนน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ถ้าโรงงาน B มีการผลิตสินค้ามากชนิดแต่มีปริมาณน้อยควรจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด
  • 1 : จัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product layout)
  • 2 : จัดวางผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process layout)
  • 3 : จัดวางผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed Position layout)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • ถ้าโรงงาน C มีการผลิตสินค้าขนาดใหญ่เพียงชนิดเดียวหรือสองสามชนิดควรจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด
  • 1 : จัดวางผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์
  • 2 : จัดวางผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต
  • 3 : จัดวางผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดวางผังโรงงานโดยทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม
  • 1 : การจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์
  • 2 : การจัดวางผังแบบกระบวนการผลิต
  • 3 : การจัดวางผังตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่
  • 4 : การจัดวางผังตามจำนวนพนักงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 77 :
  • โรงงานที่ผลิต Computer Notebook ออกจำหน่ายควรมีการจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด?
  • 1 : จัดวางผังตามขั้นตอนการผลิต (Product Layout)
  • 2 : จัดวางผังตามชนิดเครื่องจักร (Process Layout)
  • 3 : จัดวางผังตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed position Layout)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • อู่ต่อเรือขนาดใหญ่ หรืออู่ประกอบเครื่องบินขนาดใหญ่เป็นตัวอย่างของการจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด
  • 1 : การจัดวางผัง ตามขั้นตอนการผลิต (Product Layout)
  • 2 : การจัดวางผังตามชนิดเครื่องจักร (Process Layout)
  • 3 : การจัดวางผังตามตำแหน่งงานหรือชิ้นงานอยู่กับที่ (Fixed position Layout)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • จากรูป ถ้าปริมาณการผลิตมากกว่า Y   ท่านควรจะเลือกออกแบบผังโรงงานชนิดใด?


  • 1 : ผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : ผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : ผังแบบเซลหรือกลุ่ม (Cellular Layout)
  • 4 : ผังแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • จากแผนภาพ P-Q ข้างล่าง อยากทราบว่าที่บริเวณ A ควรจะมีการจัดวางผังโรงงานรูปแบบใด?
  • 1 : แบบเซลลูลาร์ (Cellular Layout)
  • 2 : แบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 3 : แบบงานอยู่กับที่ (Fixed-position Layout) 
  • 4 : แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 207 : 04 การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการออกแบบผังโรงงาน
ข้อที่ 81 :
  • คุณสมบัติทางเคมีของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : การกำหนดตำแหน่งของโกดังที่ใช้ในการจัดเก็บ
  • 2 : การกำหนดสภาพแวดล้อมในบริเวณที่จัดเก็บ
  • 3 : การกำหนดชนิดและจำนวนแรงงานที่ทำการจัดเก็บ
  • 4 : การกำหนดวิธีการจัดเก็บ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • ขนาดและจำนวนเครื่องมือช่วยผลิต เช่น แม่พิมพ์ จิ๊ก ฟิกเจอร์ เป็นต้น จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในส่วนใด
  • 1 : จำนวนและตำแหน่งที่ตั้งโกดังในการจัดเก็บ
  • 2 : เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 3 : ตำแหน่งห้องสุขา
  • 4 : ตำแหน่งสำนักงานโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • การขนถ่ายลำเลียงวัสดุจะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลักษณะของการไหลภายในโรงงาน
  • 2 : การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่
  • 3 : ระยะทางในการลำเลียง
  • 4 : ชนิดและจำนวนแรงงานที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 :
  • จำนวนและขนาดโกดังระหว่างผลิต (Work in process Inventories) มีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในด้านใด
  • 1 : การใช้พื้นที่ของโรงงาน
  • 2 : การใช้แรงงานในการลำเลียง
  • 3 : การใช้แรงงานในการจัดเก็บ
  • 4 : การเลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 85 :
  • ชนิดและจำนวนวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่จะต้องจัดเก็บจะเป็นตัวกำหนดสิ่งใด
  • 1 : กำหนดขนาดและชนิดโกดัง
  • 2 : กำหนดจำนวนและชนิดแรงงานที่ต้องใช้
  • 3 : กำหนดชนิดหน่วยขนย้าย (Unit load)
  • 4 : กำหนดความสูงของโกดังจัดเก็บ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • จำนวนห้องสุขา/ห้องน้ำมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ตำแหน่งของห้องสุขา/ห้องน้ำ
  • 2 : การวางผังระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบท่อน้ำดี น้ำเสีย เป็นต้น
  • 3 : ระยะทางระหว่างห้องสุขา/ห้องน้ำ
  • 4 : จำนวนพัดลมระบายอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • ชนิดของวัสดุที่ใช้ในการผลิตจะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ตำแหน่งของโกดังวัสดุ
  • 2 : ขนาดโกดังวัสดุ
  • 3 : ขนาดของโรงงาน
  • 4 : รูปร่างของโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 88 :
  • ข้อใดเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานของพนักงาน
  • 1 : มีแสงสว่างเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
  • 2 : เครื่องจักรทำงานเสียงดัง
  • 3 : มีฝุ่นละอองมาก
  • 4 : สภาพความชื้นสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • เครื่องจักรกลหนักมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานอย่างไร?
  • 1 : ต้องการการซ่อมบำรุงรักษามากจึงต้องให้อยู่ใกล้กับหน่วยซ่อมบำรุง
  • 2 : มักผลิตชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก จึงต้องถูกกำหนดให้อยู่ใกล้กับประตูทางเข้า/ออกโรงงาน
  • 3 : ต้องการฐานราก (Foundation) ที่มั่นคง แข็งแรง จึงต้องกำหนดตำแหน่งที่แน่นอนให้โดยเฉพาะ
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1. และ ข้อ 2.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • คุณสมบัติทางฟิสิกส์ของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : การออกแบบขนาดของโกดังจัดเก็บ
  • 2 : การออกแบบรถขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 3 : การออกแบบความกว้างของทางลำเลียง
  • 4 :  การกำหนดระยะทางของการลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลพื้นฐานหลักที่ใช้ในการออกแบบผังโรงงาน
  • 1 : ผลิตภัณฑ์ (Product)
  • 2 : ปริมาณ (Quantity)
  • 3 : ขั้นตอนการผลิต (Routing)
  • 4 : ชนิดแรงงาน (Worker)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการออกแบบและจัดวางผังโรงงาน
  • 1 : เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ
  • 2 : นโยบายการบริหารจัดการ
  • 3 : ความสะดวกและปลอดภัย
  • 4 : คุณสมบัติของแรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • เครื่องจักรทุบขึ้นรูป (Drop Forging Machines) จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในส่วนใด?
  • 1 : การกำหนดตำแหน่งที่ตั้ง ฐานราก และความสูงหลังคาโรงงาน
  • 2 : การกำหนดขั้นตอนการผลิต ความสูงหลังคาโรงงาน และความหนาพื้นคอนกรีต
  • 3 : การกำหนดระยะห่างระหว่างแผนก ฐานราก และระยะห่างจากกำแพง
  • 4 : การกำหนดวิธีขนถ่ายลำเลียงวัสดุ ความสูงหลังคาโรงงาน และการระบายอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • ปัจจัยใดที่มีผลต่อการออกแบบผังโรงงานน้อยสุด
  • 1 : ความกว้างอาคารโรงงาน
  • 2 : ความยาวอาคารโรงงาน
  • 3 : รูปร่างอาคารโรงงาน
  • 4 : ความสูงอาคารโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 :
  • ชนิดวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่อันตรายหรือเป็นพิษจะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานมากที่สุดในด้านใด
  • 1 : ขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บ
  • 2 : ตำแหน่งของโกดังในการจัดเก็บ
  • 3 : ระยะทางในการลำเลียงเพื่อจัดเก็บ
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 96 :
  • ชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ชนิดพลังงานที่ใช้
  • 2 : รูปแบบการไหล
  • 3 : รูปร่างของโรงงาน
  • 4 : ตำแหน่งและขนาดของโกดังสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • อุปกรณ์ช่วยผลิต เช่น จิ๊ก ฟิกเจอร์ หรือแม่พิมพ์ จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในด้านใด?
  • 1 : จำนวนโกดังเก็บอุปกรณ์
  • 2 : การกำหนดตำแหน่งโกดังเก็บอุปกรณ์
  • 3 : ขนาดโกดังเก็บอุปกรณ์
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 98 :
  • กำลังคนเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อผังโรงงานที่ออกแบบมา ฉะนั้นในการออกแบบผังโรงงานจึงควรให้ความสำคัญกับปัจจัยนี้ในด้านใด?
  • 1 : คุณภาพของแรงงาน
  • 2 : สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของที่ทำงาน
  • 3 : จำนวนแรงงานที่มากเพียงพอกับงาน
  • 4 : พื้นที่สำหรับพักผ่อน/สูบบุหรี่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • การเคลื่อนย้ายลำเลียงวัสดุ/สิ่งของ จะมีผลในด้านใดต่อการออกแบบผังโรงงาน
  • 1 : ขนาดเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 2 : จำนวนเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 3 : ชนิดเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 4 : รูปแบบการไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :
  • คุณสมบัติทางฟิสิกส์ของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ขนาดของพื้นที่โกดังที่ใช้ในการจัดเก็บ
  • 2 : ขนาดความกว้างของเส้นทางลำเลียง
  • 3 : จำนวนและตำแหน่งของโกดังที่ใช้ในการจัดเก็บ
  • 4 : จำนวนและชนิดแรงงานที่ใช้ในการขนถ่ายลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • ชนิดวัสดุ/ผลิตภัณฑ์จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : การกำหนดขนาดของโรงงาน
  • 2 : การกำหนดสถานที่ตั้งเครื่องจักร
  • 3 : การกำหนดตำแหน่งที่ตั้งโกดัง
  • 4 : การกำหนดตำแหน่งทางเอก (Main aisle) ของโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • ปัจจัยที่มีผลต่อการออกแบบผังโรงงานมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ชนิดและปริมาณวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่จะผลิต
  • 2 : ชนิดและจำนวนเครื่องจักรที่จะต้องใช้
  • 3 : จำนวนแรงงานที่ต้องใช้
  • 4 : จำนวนเส้นทางลำเลียงที่ต้องใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • การวางแผนความต้องการวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ ในระยะยาว เช่น 5 ปี 10 ปี เป็นต้น จะมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานดังนี้
  • 1 : ทำให้ผังโรงงานที่ออกแบบมามีความยืดหยุ่นสูงต่อการเปลี่ยนแปลง
  • 2 : ทำให้โรงงานมีกำลังการผลิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
  • 3 : ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งและพื้นที่สำหรับเครื่องจักรที่จะจัดหาในอนาคตได้
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :
  • รถเข็นสองล้อดังรูป มีขนาดล้อไม่เท่ากัน มักจะนำไปเปรียบเปรยในเรื่องใด
  • 1 : ความแตกต่างของโรงงานขนาดใหญ่และโรงงานขนาดเล็ก
  • 2 : ความแตกต่างระหว่างเครื่องจักรขนาดใหญ่และเครื่องจักรขนาดเล็ก
  • 3 : ความแตกต่างในความสำคัญของผู้บริหารและคนงานระดับปฏิบัติการ
  • 4 : ความแตกต่างในความสำคัญของหน่วยผลิตและหน่วยสนับสนุนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 208 : 05 การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และกำหนดการผลิต
ข้อที่ 105 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งรับจ้างผลิตกล่องใส่สีเทียนให้กับโรงงานผลิตสีเทียน ซึ่งประกอบไปด้วยไส้กล่องและตัวกล่องดังรูป อยากทราบว่าควรใช้เครื่องมือใดมาวิเคราะห์ขั้นตอนการผลิต

  • 1 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหลของกระบวนการผลิต (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงานหรือกระบวนการผลิต (Operation Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิคน-เครื่องจักร (Man-Machine Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • เครื่องมือใดที่ใช้แสดงตำแหน่งและทิศทางการไหลของวัสดุบนผังโรงงาน
  • 1 : แผนภูมิการเดินทาง (Travel Chart)
  • 2 : แผนภาพการไหล (Flow Diagram)
  • 3 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • ก่อนการออกแบบและจัดวางผังโรงงานจะต้องมีการวิเคราะห์สิ่งใด  
  • 1 : วิเคราะห์แหล่งเงินทุน
  • 2 : วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
  • 3 : วิเคราะห์กระบวนการผลิต
  • 4 : วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • การกำหนดการผลิต (Schedule Design) จะมีผลต่อสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : การเลือกชนิดและจำนวนเครื่องจักร
  • 2 : ชนิดและจำนวนแรงงานที่จะใช้
  • 3 : จำนวนกะในการผลิต
  • 4 : ชนิดโกดัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดมิใช่หลักของการออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 1 : การออกแบบการทำงาน (Functional Design)
  • 2 : การออกแบบวิธีการผลิต (Process Design)
  • 3 : การออกแบบเพื่อการขาย (Design for sale)
  • 4 : การออกแบบสำหรับลูกค้าเฉพาะราย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • ผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปที่ได้รับการออกแบบเพื่อจำหน่าย ควรเน้นในเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ขนาดและรูปร่าง
  • 2 : สีสัน
  • 3 : ราคา
  • 4 : น้ำหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 111 :
  • ขั้นตอนในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของวิศวกรออกแบบควรเป็นอย่างไร?
  • 1 : วิจัยพัฒนา-ออกแบบผลิตภัณฑ์-ออกแบบการผลิต-เลือกกระบวนการผลิต
  • 2 : ออกแบบผลิตภัณฑ์-วิจัยพัฒนา-เลือกกระบวนการผลิต-ออกแบบการผลิต
  • 3 : ออกแบบผลิตภัณฑ์-เลือกกระบวนการผลิต-วิจัยพัฒนา-ออกแบบการผลิต
  • 4 : วิจัยพัฒนา-เลือกกระบวนการผลิต-ออกแบบผลิตภัณฑ์-ออกแบบการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • ข้อใดคือลักษณะจำเพาะของการออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 1 : การจัดวางผังโรงงาน
  • 2 : การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • 3 : การเลือกทำเลที่ตั้ง
  • 4 : การติดตั้งเครื่องจักร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • การออกแบบการผลิต (Process Design) จะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : การเลือกวัสดุ
  • 2 : การเลือกพิกัดความคลาดเคลื่อนที่ยอมได้ (Tolerance Limits)
  • 3 : การเลือกขั้นตอนการผลิต เครื่องจักร และเครื่องมือช่วยผลิต
  • 4 : การเลือกชนิดและจำนวนเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • เป้าหมายของการออกแบบการผลิต (Process Design) มีดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลดขั้นตอนการผลิต
  • 2 : ลดการใช้แรงงาน
  • 3 : ลดการใช้วัสดุ
  • 4 : ลดการใช้สาธารณูปโภค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) เพื่อจำหน่าย ควรมองในมุมมองของใคร?
  • 1 : ผู้ออกแบบ
  • 2 : ผู้ผลิต
  • 3 : ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์
  • 4 : ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • การออกแบบการผลิต (Process Design) จะต้องมีกิจกรรมต่อไปนี้เกิดขึ้น ยกเว้น
  • 1 : เลือกกระบวนการผลิต/เครื่องจักร
  • 2 : เลือกวัสดุ
  • 3 : เลือกแรงงาน
  • 4 : เลือกทำเลที่ตั้งเครื่องมือ/อุปกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (Product Analysis) ก็เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ดูว่าสินค้าควรมีลักษณะอย่างไรจึงจะขายได้และได้กำไร
  • 2 : ดูว่าการออกแบบรูปลักษณ์ สีสัน ที่ลูกค้าต้องการควรเป็นอย่างไร
  • 3 : ดูว่าบรรจุภัณฑ์และหีบห่อควรเป็นอย่างไร
  • 4 : ดูว่าการกระจายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าไปสู่ตลาดควรทำอย่างไร  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • การวิเคราะห์ความต้องการของตลาดมีจุดมุ่งหมายเพื่อ
  • 1 : วางแผนการใช้ทรัพยากรการผลิต
  • 2 : กำหนดราคาจำหน่าย
  • 3 : วางแผนกำลังการผลิต
  • 4 : กำหนดขนาดของโรงงานที่จะออกแบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • สินค้าใดที่ความต้องการจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
  • 1 : เครื่องสำอาง
  • 2 : พัดลม
  • 3 : ข้าวสาร
  • 4 : ผัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • ในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความต้องการของตลาดในระยะยาวให้ดูที่
  • 1 : รายได้ประชากร
  • 2 : การเมือง
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร
  • 4 : การศึกษา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • การกำหนดค่าพิกัดความคลาดเคลื่อนที่ยอมได้ (Tolerance Limits) จะมีผลต่อ
  • 1 : การเลือกวัสดุ
  • 2 : การเลือกกระบวนการผลิต
  • 3 : การเลือกชนิดผังโรงงาน
  • 4 : การเลือกวิธีการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 122 :
  • ปัจจัยใดต่อไปนี้ที่ไม่ได้ใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผนกำลังการผลิต (Capacity Planning)
  • 1 : การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
  • 2 : Computer simulation
  • 3 : การวิเคราะห์มูลค่าปัจจุบัน
  • 4 : การวิเคราะห์มูลค่าเพิ่ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 123 :
  • ขนาดพิกัดความคลาดเคลื่อนที่ยอมได้ (Tolerance Limits) จะมีความเกี่ยวข้องกับการออกแบบใดมากที่สุด
  • 1 : การออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 2 : การออกแบบการผลิต
  • 3 : การออกแบบกำหนดการผลิต
  • 4 : การออกแบบสำหรับการขาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • การออกแบบสำหรับการขาย (Design for sale) ควรออกแบบโดยพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ขนาด
  • 2 : รูปร่าง
  • 3 : สีสัน
  • 4 : น้ำหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • กำลังการผลิตมีผลต่อการออกแบบผังโรงงานในด้านใด?
  • 1 : ขนาดพื้นที่ที่ต้องการของโรงงาน
  • 2 : สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
  • 3 : สภาวะแวดล้อมภายในโรงงาน
  • 4 : พลังงานที่ต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กิจกรรมที่เกี่ยวกับการตัดสินใจในการวางแผนกำลังการผลิต
  • 1 : ประมาณการกำลังการผลิตในปัจจุบัน
  • 2 : หาแหล่งทางเลือกกำลังการผลิตเพื่อให้ได้กำลังการผลิตที่ต้องการในอนาคต
  • 3 : กำหนดประสิทธิภาพของการทำงาน 
  • 4 : คาดคะเนกำลังการผลิตระยะยาวในอนาคตสำหรับการผลิตและการบริการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • แผนภูมิการไหลของกระบวนการผลิต (Flow Process Chart) ใช้เพื่อประโยชน์อะไร
  • 1 : ใช้ในการวิเคราะห์จำนวนเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 2 : ใช้ในการวางแผนการใช้เครื่องจักร
  • 3 : ใช้ในการศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ในกระบวนการผลิต
  • 4 : ใช้ในการวิเคราะห์จำนวนวัตถุดิบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :
  • ต้นทุนลดลงเนื่องจากการกระจายของต้นทุนคงที่ไปที่การเพิ่มขึ้นของหน่วยที่ผลิต เป็นผลมาจากข้อใด
  • 1 : ขอบเขตการผลิตที่ประหยัด
  • 2 : จุดที่มีการผลิตที่ไม่ประหยัด
  • 3 : จุดที่มีการผลิตที่ประหยัด
  • 4 : กำลังการผลิตสูงสุดในทางปฏิบัติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) นอกจากจะพิจารณารสนิยมของผู้ซื้อและราคาของผลิตภัณฑ์แล้วยังจะต้องพิจารณาถึงสิ่งต่อนี้ ยกเว้น
  • 1 : สีสัน
  • 2 : ขนาด
  • 3 : น้ำหนัก
  • 4 : รูปร่าง 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • การออกแบบการผลิต (Process Design) มีจุดมุ่งหมายเพื่อ
  • 1 : ลดแรงงานที่ใช้่ในการผลิต
  • 2 : ลดของเสียในการผลิต
  • 3 : ลดเวลาที่ใช้ในการผลิต
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • แผนภูมิการทำงานหรือกระบวนการผลิต (Operation Process Chart) หมายถึง
  • 1 : แผนภูมิการที่แสดงไหลของวัสดุหรือชิ้นงานไปตามสถานีงานต่าง ๆ ในโรงงาน
  • 2 : แผนภูมิที่แสดงลำดับขั้นตอนการประกอบหรือการผลิตชิ้นส่วน
  • 3 : แผนภูมิที่ระบุชนิดของกิจกรรมที่มีต่อวัสดุหรืองานหนึ่งชิ้น
  • 4 : แผนภูมิที่แสดงปัญหาของกระบวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :
  • จุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ก็เพื่อ
  • 1 : ออกแบบผลิตภัณฑ์/สินค้าให้ขายได้
  • 2 : ออกแบบผลิตภัณฑ์/สินค้าให้ดูงามตา
  • 3 : เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการผลิต
  • 4 : วางแผนกำลังการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 133 :
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่ดีจะต้องออกแบบให้ผลิตภัณฑ์มีคุณลักษณะดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : มีการใช้วัสดุที่มีราคาต่ำสุดเพื่อให้สู้คู่แข่งได้
  • 2 : มีการทำงานที่ดี
  • 3 : มีคุณภาพทั้งวัสดุและการทำ
  • 4 : เป็นผลิตภัณฑ์ที่ชวนให้มอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 134 :
  • การออกแบบการผลิต (Process Design) ที่ดีจะต้องออกแบบแล้วทำให้ได้สิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ราคาสู้คู่แข่งได้
  • 2 : สามารถผลิตและส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามกำหนดการ
  • 3 : มีขั้นตอนการผลิตไม่มาก จะมีเท่าที่จำเป็น
  • 4 : สามารถผลิตโดยใช้เครื่องจักรเฉพาะด้าน (Specialized machines)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 :
  • การขยายกำลังการผลิตอาจดำเนินการดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกหรือทรัพยากรขององค์กรอื่น
  • 2 : ใช้ทรัพยากรที่มีสำรองไว้
  • 3 : ขยายหรือปรับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่
  • 4 : พัฒนาและซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 136 :
  • การออกแบบการขาย (Design for sale) มักจะให้ความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์ในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : สีสัน
  • 2 : ตลาด
  • 3 : รูปร่าง
  • 4 : ราคา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 209 : 06 ปัญหาของการออกแบบผังโรงงานและกระบวนการในการออกแบบและแก้ปัญหา
ข้อที่ 137 :
  • เมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งในโรงงาน ทางโรงงานควรดำเนินการดังนี้
  • 1 : ฝึกอบรมพนักงานให้มีความสำนึกถึงเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน
  • 2 : ปรับปรุงผังโรงงาน
  • 3 : ตรวจเช็คและซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานที่ปลอดภัย
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  • การปรับปรุงผังโรงงานจะเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดขึ้น
  • 1 : วัตถุดิบที่ใช้ได้เปลี่ยนไป
  • 2 : แรงงานได้เปลี่ยนไป
  • 3 : ชนิดและปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์หรือสินค้าได้เปลี่ยนไป
  • 4 : ผู้บริหารได้เปลี่ยนไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 :
  • ขั้นตอนการวิเคราะห์ใดที่มิใช่ขั้นตอนหลักในการออกแบบผังโรงงาน
  • 1 : การวิเคราะห์ความต้องการพื้นที่
  • 2 : การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงาน
  • 3 : การวิเคราะห์การไหลของวัสดุ
  • 4 : การวิเคราะห์ระบบการระบายอากาศเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 140 :
  • หลักการของการออกแบบและจัดวางผังโรงงานจะนำไปใช้ได้กับหน่วยงานหรือองค์กรใด
  • 1 : โรงพยาบาล
  • 2 : หน่วยลงทะเบียนเรียนของมหาวิทยาลัย
  • 3 : คลังสินค้า
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • แนวคิดในการออกแบบและจัดวางผังโรงงานที่ผู้ออกแบบจะต้องระลึกอยู่เสมอมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : รูปร่างและความสูงของอาคาร
  • 2 : ความปลอดภัยและความพอใจของคนงาน
  • 3 : ระยะทางในการลำเลียงวัสดุโดยรวมสั้นสุด
  • 4 : ทุกหน่วยงานต้องมีความสัมพันธ์กันในการทำงานเป็นอย่างดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • ในการออกแบบและจัดวางผังโรงงานใด ๆ ควรยึดถือหลักต่าง ๆ ดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : หลักของการปรับตัว
  • 2 : หลักของความพอใจ
  • 3 : หลักของการไหล
  • 4 : หลักของการบริหารจัดการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 143 :
  • การปรับปรุงผังโรงงานจะต้องเกิดขึ้นเสมอเมื่อ
  • 1 : เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานขึ้น
  • 2 : สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
  • 3 : เทคโนโลยีเปลี่ยนไป
  • 4 : ชนิดและปริมาณสินค้าที่ผลิตเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • ข้อใดไม่ควรทำหากโรงงาน A ต้องการที่จะเพิ่มผลผลิตโดยไม่ต้องการสร้างโรงงานแห่งใหม่
  • 1 : เพิ่มขีดความสามารถของเครื่องจักรที่มีอยู่
  • 2 : เพิ่มจำนวนแรงงาน
  • 3 : ปรับปรุงวิธีทำงาน
  • 4 : วางแผนการวิจัยและพัฒนา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 145 :
  • ในการปรับปรุงผังโรงงานนั้นมักจะเกิดปัญหาใดขึ้น
  • 1 : การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากพนักงานเก่า
  • 2 : การลงทุนสูง
  • 3 : ใช้เวลามาก
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • ขั้นตอนต่าง ๆ ของการออกแบบผังโรงงานอย่างมีระบบมีดังนี้ ยกเว้น 
  • 1 : การเลือกทำเลที่ตั้ง
  • 2 : การออกแบบผังโรงงานคร่าว ๆ หรืออย่างหยาบ 
  • 3 : การออกแบบผังโรงงานอย่างละเอียด
  • 4 : การออกแบบเครื่่องมือ/อุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงวัสดุพร้อมติดตั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 147 :
  • ในการออกแบบโรงงาน ขั้นตอนใดที่ผู้บริหารให้ความสำคัญมากที่สุด
  • 1 : เลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน
  • 2 : ติดตั้งเครื่องจักร
  • 3 : ออกแบบผังโรงงานในรายละเอียด
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • การออกแบบและจัดวางผังโรงงานที่ดีจะให้ผลดีดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลดเวลาการผลิตให้สั้นลง
  • 2 : ลดเวลาที่ใช้ในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 3 : ลดการใช้แรงงานทางอ้อม
  • 4 : ลดการเก็บวัสดุคงคลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ของโรงหล่อโลหะที่รับจ้างหล่องานทั่วไป เพื่อออกแบบผังโรงงานที่จะทำให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือใดมาวิเคราะห์
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • การออกแบบผังโรงงานอย่างมีระบบ (Systematic Layout Planning, SLP) จะมีการวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : วิเคราะห์การไหลของวัสดุ
  • 2 : วิเคราะห์ความต้องการพื้นที่
  • 3 : วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานหรือกิจกรรม
  • 4 : วิเคราะห์แหล่งเงินทุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 151 :
  • ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ในโรงแรม เพื่อออกแบบผังการจัดวางที่จะทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือใดมาวิเคราะห์
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • เมื่อความต้องการผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของตลาดได้เปลี่ยนไป และทางโรงงานไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ทันตามกำหนดการ ทางโรงงานควรดำเนินการอย่างไร?
  • 1 : ทำการการปรับปรุงผังโรงงานเก่า    
  • 2 : ขยายโรงงานเก่า
  • 3 : ย้ายไปสร้างโรงงานใหม่ในทำเลแห่งใหม่
  • 4 : เปลี่ยนเครื่องจักรและแรงงานที่ใช้ในการผลิคใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • ข้อมูลพื้นฐานหลักที่ใช้ในการออกแบบผังโรงงานอย่างมีระบบมีดังนี้   
  • 1 : ชนิดผลิตภัณฑ์
  • 2 : จำนวนหรือปริมาณผลิตภัณฑ์
  • 3 : ขั้นตอนการผลิต
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเพื่อทำการปรับปรุงผังโรงงานเก่ามีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิ คน-เครื่องจักร (Man-machine Chart)
  • 4 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 155 :
  • การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงผังโรงงานมักจะเกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ของเสียมีมากขึ้นซึ่งมีสาเหตุมาจากการขนถ่ายลำเลียง
  • 2 : มีการออกแบบการผลิตใหม่
  • 3 : มีการใช้แรงงานในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุมากไป
  • 4 : มีการติดตั้งระบบระบายอากาศใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ในโรงพยาบาลเพื่อทำการออกแบบผังการจัดวางหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือใดมาวิเคราะห์
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • หลักการออกแบบผังโรงงานอย่างมีระบบ (Systematic Layout Planning, SLP) เป็นหลักการของผู้ใด
  • 1 : เฮนรี่ แอล แกนต์
  • 2 : อีลี่ วิทนีย์
  • 3 : ริชาร์ด มิวเตอร์
  • 4 : เฟรดเดอริก เทย์เลอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ในที่ทำการไปรษณีย์เพื่อออกแบบผังการจัดวางหน่วยงานที่จะทำให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ  ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือใดมาวิเคราะห์
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 159 :
  • ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ในธนาคาร เพื่อออกแบบผังการจัดวางหน่วยงานที่จะทำให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือใดมาวิเคราะห์
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 :
  • ตัวชีบ่งว่าผังโรงงานมีปัญหาและจะต้องได้รับการปรับปรุงมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : การออกแบบผลิตภัณฑ์และการผลิตได้เปลี่ยนไป
  • 2 : มีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาใช้ในระบบการผลิต
  • 3 : สภาพที่จอแจมากในโรงงาน
  • 4 : มีการนำแรงงานที่มีทักษะสูงเข้ามาใช้ในระบบการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • ตัวชี้บ่งใดที่บ่งบอกว่าผังโรงงานมีปัญหาและจะต้องได้รับการปรับปรุง 
  • 1 : เกิดสภาพที่จอแจมากในโรงงาน
  • 2 : มีคอขวดเกิดขึ้นในระบบการผลิต
  • 3 : เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งในโรงงาน
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • กิจกรรมในการออกแบบและจัดวางผังโรงงาน มีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงาน/กิจกรรม
  • 2 : การคำนวณหาพื้นที่ที่ต้องการของหน่วยงาน/กิจกรรม
  • 3 : การคำนวณหาจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่จะต้องผลิต
  • 4 : การวางแผนและกำหนดการจ่ายค่าแรงจูงใจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 :
  • ข้อใดที่เป็นตัวชี้บ่งว่าผังโรงงานมีปัญหาและจะต้องได้รับการปรับปรุง 
  • 1 : ไม่ได้มีการใช้สายการผลิตเมื่อควรใช้
  • 2 : การออกแบบผลิตภัณฑ์และการผลิตได้เปลี่ยนไป
  • 3 : มีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาใช้ในระบบ
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • ข้อใดที่เป็นตัวชี้บ่งว่าผังโรงงานมีปัญหาและจะต้องได้รับการปรับปรุง
  • 1 :

    เกิดการสูญเสียเวลาของทรัพยากรการผลิตมากไป

  • 2 : การควบคุมคลังวัสดุยากลำบาก
  • 3 : ผลผลิตตกต่ำในบางหน่วย
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • การปรับปรุงผังโรงงานเก่ามักจะพบปัญหาการต่อต้านจากคนงานเก่า ท่านคิดว่าควรจะใช้วิธีการใดที่จะช่วยลดกระแสการต่อต้านลงได้
  • 1 : ให้หัวหน้าหน่วยงานทุกหน่วยเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงตั้งแต่ต้น
  • 2 : ให้ผู้นำที่มีความคิดที่จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลงออกจากงาน
  • 3 : เปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัยขึ้นเพื่อสร้างความภูมิใจ
  • 4 : ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอัตราค่าจ้างแรงงานใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • เครื่องมือใดที่ใช้ในการมองภาพรวมของปัญหาโรงงาน เพื่อจะได้เลือกปัญหามาทำการปรับปรุงผังโรงงานเก่าได้ถูกต้อง
  • 1 : แผนภาพพาเรโต (Pareto Diagram)
  • 2 : แผนผังก้างปลา
  • 3 : แผนผังการไหล
  • 4 : แผนภูมิการไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :
  • ข้อใดที่เป็นตัวชี้บ่งว่าผังโรงงานมีปัญหาและจะต้องได้รับการปรับปรุง
    รูปภาพประกอบคำถาม:
  • 1 : เกิดสภาพที่จอแจมากในโรงงาน
  • 2 : ใช้แรงงานในการขนถ่ายลำเลียงมากไป
  • 3 : มีคอขวดเกิดขึ้นในระบบการผลิต
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 168 :
  • ข้อใดที่เป็นตัวชี้บ่งว่าผังโรงงานมีปัญหาและจะต้องได้รับการปรับปรุง
  • 1 : มีการขนถ่ายลำเลียงวัสดุย้อนกลับไปมามากไป
  • 2 : มีวัสดุสิ่งของกองอยู่ในระบบการผลิต (WIP) มากไป
  • 3 : การขนถ่ายลำเลียงวัสดุมีอุปสรรคบ่อยครั้ง
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 210 : 07 การวิเคราะห์การไหลและความสัมพันธ์หน่วยงาน/กิจกรรม ความต้องการพื้นที่ของหน่วยงาน/โรงงาน (หน่วยผลิตและหน่วยสนับสนุนการผลิตหรือบริการ)
ข้อที่ 169 :
  • ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานเชื่อมไฟฟ้ากับหน่วยงานพ่นสีที่มีส่วนผสมของทินเนอร์ ควรมีระดับเกณฑ์ความสัมพันธ์หรือความใกล้ชิด (Closeness Rating) เป็น
  • 1 : A
  • 2 : E
  • 3 : U
  • 4 : X
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • ข้อใดไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์การไหลของวัสดุ
  • 1 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 2 : แผนภูมิการผลิตหลายผลิตภัณฑ์ (Multi-product Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-To Chart)
  • 4 : แผนภูมิคน-เครื่อง (Man-Machine Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • ถ้าความสัมพันธ์ของ 4 แผนก เป็นไปดังรูปข้างล่าง การจัดวางแผนก 1, 2, 3, 4 ลงในตำแหน่ง A, B, C, D
    รูปแบบใดจะให้ผลสอดคล้องกับข้อมูลความสัมพันธ์มากที่สุด



  • 1 : 1, 2, 3, 4
  • 2 : 1, 4, 2, 3
  • 3 : 2, 1, 4, 3
  • 4 : 2, 3, 1, 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 172 :
  • ข้อใดมีผลต่อการกำหนดพื้นที่จอดรถน้อยที่สุด
  • 1 : ชนิดของรถที่จะเข้าจอด
  • 2 : จำนวนของรถที่จะเข้าจอด
  • 3 : ช่วงเวลาที่จะจอดรถ
  • 4 : ขนาดของพื้นที่ที่มีอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • ในการผลิตงานชิ้นหนึ่ง ต้องการชิ้นงานที่ดีที่ผ่านงานขั้นตอนหนึ่ง 100 ชิ้นต่อชั่วโมง ซึ่งขั้นตอนนี้มีอัตราของเสีย 10% และมีเวลามาตรฐานการทำงานเท่ากับ 0.09 ชั่วโมงต่อชิ้น งานขั้นตอนนี้จะต้องใช้เครื่องจักรกี่เครื่อง จึงจะผลิตได้ในอัตราที่ต้องการ  
  • 1 : 2
  • 2 : 4
  • 3 : 8
  • 4 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • แผนภูมิความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมเป็นแผนภูมิที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
  • 1 : แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมเฉพาะบางกิจกรรมหลัก ๆ
  • 2 : แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทุกกิจกรรม พร้อมเหตุผลสนับสนุน
  • 3 : แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมที่ไม่พึงปรารถนาให้อยู่ใกล้กัน
  • 4 : แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมโดยอิงข้อมูลการไหลเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • สายการประกอบผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่ง มีคนงานทำการประกอบผลิตภัณฑ์นี้บนเครื่องประกอบชิ้นงาน โดยมีเป้าหมายที่จะทำการประกอบให้ได้ 800 ชิ้นต่อวัน เวลามาตรฐานที่ใช้ในการประกอบ 0.7 นาที/ชิ้น และเวลาที่ใช้สำหรับการประกอบคือ 7 ชม./วัน บริเวณประกอบสำหรับคนงาน 1 คน (รวมพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้ว)
    ใช้พื้นที่ประมาณ 100 ตารางฟุต ถามว่าพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับแผนกนี้ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 100 ตารางฟุต
  • 2 : 200 ตารางฟุต
  • 3 : 300 ตารางฟุต
  • 4 : 400 ตารางฟุต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 176 :
  • แผนภูมิการไหลของกระบวนการผลิตใช้เพื่อประโยชน์อะไร
  • 1 : ใช้ในการวางแผนการขนถ่ายลำเลียง
  • 2 : ใช้ในการวางแผนการใช้เครื่องจักร
  • 3 : ใช้ในการบันทึกการไหลของวัสดุในกระบวนการผลิต
  • 4 : ใช้ในการวิเคราะห์จำนวนวัตถุดิบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม การจัดให้มีห้องส้วมต้องคำนวณจากจำนวนคนงานในอัตราคนงานไม่เกิน 15 คน
    ต้องมีส้วม 1 ที่นั่ง ถ้าคนงานไม่เกิน 40 คน ต้องมีส้วม 2 ที่นั่ง ถ้ามีคนงานไม่เกิน 80 คน ต้องมีส้วม 3 ที่นั่ง และถ้ามีคนงานมากกว่านี้จะคิดอัตราคนงานที่เพิ่มขึ้นไม่เกิน 50 คน ต่อส้วมที่ต้องเพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง ดังนั้นถ้าโรงงานอุตสาหกรรมหนึ่งมีคนงาน 120 คน จะต้องมีห้องส้วมจำนวนเท่าใด?
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 :
  • เครื่องมือใดที่ควรใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของหน่วยงานบริการ (Supporting Unit)
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • 4 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :
  • เครื่องมือใดที่ควรใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของหน่วยงานผลิต
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิจาก-ไป (From-to Chart) และแผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงานคน-เครื่อง (Man-Machine Chart)
  • 4 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 180 :
  • เครื่องมือใดที่ควรใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่มีการผลิตเป็นปริมาณมาก ๆ (Mass Production)
  • 1 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • 3 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 4 : แผนภูมิการทำงานคน-เครื่อง (Man-Machine Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • เครื่องมือใดที่ควรใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่มีการผลิตเป็นปริมาณไม่มาก (Job-shop Production)
  • 1 : แผนภูมิการไหลของกระบวนการ (Flow Process Chart)
  • 2 : แผนภูมิจาก-ไป (From-to Chart)
  • 3 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 4 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • ในการศึกษาเพื่อทำการปรับปรุงผังโรงงงานของโรงงานผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ ควรใช้เครื่องมือใดในการศึกษาและวิเคราะห์การไหล
  • 1 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • 2 : แผนภูมิการทำงานแบบกลุ่ม (Gang Chart)
  • 3 : แผนภูมิการทำงานคน-เครื่องจักร (Man-Machine Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • เครื่องมือใดที่ควรใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่มีการผลิตสินค้าหลากหลายชนิด แต่ปริมาณของสินค้าแต่ละชนิดที่จะผลิตมีไม่มาก 
  • 1 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 2 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 3 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • 4 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • ข้อใดเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานของพนักงาน
  • 1 : มีการถ่ายเทและระบายอากาศดี
  • 2 : เปิดเพลงเสียงดัง
  • 3 : มีฝุ่นละอองมาก
  • 4 : สภาพความชื้นสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • ในการคำนวณหาเนื้อที่ที่เหมาะสมสำหรับในการวางผังโรงงาน ถ้าโรงงานแห่งหนึ่งมีเนื้อที่ 9,000 ตารางเมตร เครื่องจักร 300 เครื่อง ถ้าจำเป็นต้องเพิ่มเครื่องจักรอีก 20 เครื่อง จะต้องใช้เนื้อที่อีกกี่ตารางเมตร
  • 1 : 400 ตารางเมตร
  • 2 : 500 ตารางเมตร
  • 3 : 600 ตารางเมตร
  • 4 : 700 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 186 :
  • จำนวนเครื่องดับเพลิงต่อพื้นที่ที่เป็นไปตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมควรมีอัตราส่วนเป็นอย่างไร
  • 1 : ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องต่อ 200 ตารางเมตร
  • 2 : ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องต่อ 100 ตารางเมตร
  • 3 : ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องต่อ 400 ตารางเมตร
  • 4 : ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องต่อ 300 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 187 :
  • แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์การไหลสำหรับ
  • 1 : โรงงานที่ผลิตสินค้าตู้อบไมโครเวฟ
  • 2 : โรงงานผลิตผลไม้กระป๋อง
  • 3 : โรงหล่อเหล็กที่รับจ้างหล่องานเหล็กรูปภัณฑ์ทั่วไป
  • 4 : โรงงานผลิตปูนซีเมนต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • การวางแผนการไหลวัสดุที่ดีจะให้ผลดีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลดอุบัติเหตุ
  • 2 : ลดระยะเวลาการเดิน
  • 3 : ลดประสิทธิภาพการทำงาน
  • 4 : ลดเวลาในการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • การวางแผนการไหลของวัสดุที่ดีจะให้ผลดีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : การผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • 2 : เวลาในการผลิตเพิ่มขึ้น
  • 3 : ควบคุมดูแลได้ง่าย
  • 4 : อุบัติเหตุลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • ส้วมนั่งถ่ายมาตรฐานควรมีพื้นที่ต่อห้องเท่าใด?
  • 1 : 1 ตารางเมตร
  • 2 : 1.75 ตารางเมตร
  • 3 : 1.25 ตารางเมตร
  • 4 : 1.50 ตารางเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • การลดเสียงดังหรือเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ในโรงงาน ควรดำเนินการดังนี้
  • 1 : ย้ายส่วนที่มีเสียงดังออกไปไว้นอกอาคารโรงงาน หรือสร้างอุปกรณ์ลดเสียงปิดครอบแหล่งกำเนิดเสียง
  • 2 : เปลี่ยนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่โดยเลือกชนิดที่ไม่มีเสียงดัง
  • 3 : หยอดน้ำมันหล่อลื่นที่มีความหนืดตรงกับคู่มือเครื่องจักร เช่น เบอร์ 40 เป็นต้น
  • 4 : เพิ่มค่าแรงงานเสี่ยงภัยแก่พนักงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • สีที่ใช้ทาป้ายหรือวัสดุตลอดจนเครื่องจักรเพื่อที่จะชี้บ่งบอกให้พนักงานหรือบุคคลทั่วไปที่จะเข้ามาในบริเวณพื้นที่นั้น เข้าใจและรับรู้ว่ามีความปลอดภัย
  • 1 : แถบดำและเหลืองสลับกัน
  • 2 : แถบดำและขาวหรือส้มสลับกัน
  • 3 : ฟ้าอ่อน
  • 4 : ดำ, เทา, หรือเขียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • ประเภทของกระบวนการผลิตที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเคมีภัณฑ์หรือโรงงานน้ำตาล จะจัดเป็นอุตสาหกรรมการผลิตประเภทใด?
  • 1 : การผลิตซ้ำซาก
  • 2 : การผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง
  • 3 : การผลิตแบบต่อเนื่อง
  • 4 : การผลิตแบบเซลลูลาร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • ความสัมพันธ์ใดที่ผู้ออกแบบผังโรงงานไม่สนใจว่าคู่กิจกรรมจะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลกัน
  • 1 : A
  • 2 : E
  • 3 : X
  • 4 : U
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 195 :
  • ข้อดีของการไหลที่มีการวางแผนมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ดีกว่า
  • 2 : ทำให้การขนถ่ายลำเลียงวัสดุง่ายขึ้น
  • 3 : ลดอุบัติเหตุลง
  • 4 : จำนวนแรงงานที่ใช้ในการผลิตลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 196 :
  • การออกแบบและจัดวางผังโรงงานในรายละเอียด (Detail Layout) ตามหลักการ SLP เป็นอย่างไร?
  • 1 : เป็นการออกแบบและจัดวางตำแหน่งเครื่องจักร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
  • 2 : เป็นการออกแบบและจัดวางตำแหน่งของแผนกงานต่าง ๆ
  • 3 : เป็นการออกแบบและจัดวางตำแหน่งแรงงานต่าง ๆ ในกระบวนการผลิต
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 :
  • ความหมายของระดับความใกล้ชิด (Closeness Rating) ที่เป็นค่า U หมายถึงข้อใด
  • 1 : คู่แผนกนี้ไม่มีความสัมพันธ์
  • 2 : คู่แผนกนี้ห้ามอยู่ติดกัน
  • 3 : คู่แผนกนี้ห่างกัน
  • 4 : คู่แผนกนี้จำเป็นต้องอยู่ติดกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • แผนผังการไหล (Flow Diagram) ใช้เมื่อต้องการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใด
  • 1 : ศึกษาขั้นตอนการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์หลังการออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 2 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ของผังโรงงานที่ได้ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผัง
  • 3 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่กำลังผลิตอยู่ในโรงงาน
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • การไหลของวัสดุ ถูกกำหนดโดยสิ่งต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ขนาดการผลิต (Lot Size)
  • 2 : อุปกรณ์และนโยบายในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ (Material Handling Equipments and Policy)
  • 3 : ประเภทแรงงาน (Labor Type)
  • 4 : รูปร่างของอาคารโรงงาน (Building Configuration)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 200 :
  • ข้อมูลที่อยู่เหนือเส้นทแยงมุมเพียงอย่างเดียวในแผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-To Chart) บอกให้ทราบถึงสิ่งใด?
  • 1 : มีการไหลเพียงทิศทางเดียว
  • 2 : มีการขนถ่ายลำเลียงระหว่างหน่วยงานเกิดขึ้น
  • 3 : มีการไหลสองทิศทาง
  • 4 : มีการจัดลำดับหน่วยงานที่ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 :
  • หน่วยงานใดที่ไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมพื้นที่มากสำหรับให้เป็นที่จอดรถ
  • 1 : โรงแรม
  • 2 : โรงภาพยนตร์
  • 3 : โรงงานอ้อย
  • 4 : ไปรษณีย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • รูปแบบการจอดรถแบบใดต้องใช้พื้นที่ในการนำรถเข้าจอดมากกว่าแบบอื่น
  • 1 : แบบ 30 องศา
  • 2 : แบบ 45 องศา
  • 3 : แบบ 60 องศา
  • 4 : แบบ 90 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • การแก้ปัญหาความสามารถในการผลิตไม่เพียงพอ โดยไม่ต้องขยายหรือสร้างโรงงานใหม่ มีหลายวิธี ยกเว้น
  • 1 : การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการจ้างทำหรือทำเองเพื่อผลิตชิ้นส่วนที่เกินความสามารถของการผลิต
  • 2 : การเช่าพื้นที่คลังสินค้า สำนักงาน หรือพื้นที่บริการลูกค้าทำให้โรงงานมีพื้นที่สำหรับการผลิตมากขึ้น
  • 3 : การปรับปรุงผังโรงงานใหม่เพื่อให้รอบเวลาในการผลิตลดลง
  • 4 : การลดกำลังการผลิตให้เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :
  • แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart) ใช้ในโอกาสต่อไปนี้
  • 1 : ศึกษาขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์หลังการออกแบบผลิตภัณฑ์เสร็จ
  • 2 : ศึกษาขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่กำลังดำเนินการผลิตอยู่ในโรงงาน
  • 3 : ศึกษาขั้นตอนการไหลของวัสดุในโรงงาน
  • 4 : ศึกษาขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์หลังการออกแบบผลิตภัณฑ์และที่กำลังดำเนินการผลิตอยู่ในโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  • แผนผังการไหล (Flow Diagram) ใช้ในโอกาสต่อไปนี้
  • 1 : ศึกษาขั้นตอนการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์หลังการออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 2 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ของผังโรงงานที่ได้ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องผัง
  • 3 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่กำลังผลิตอยู่ในโรงงาน
  • 4 : ศึกษาและตรวจสอบความถูกต้องของการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ของผังโรงงานที่ได้ออกแบบมาหรือของผังโรงงานเก่าที่ทำการผลิตอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  • แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart) ใช้ในโอกาสต่อไปนี้
  • 1 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์หลังการออกแบบผลิตภัณฑ์เสร็จ
  • 2 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่กำลังผลิตอยู่ในโรงงาน
  • 3 : ศึกษาการไหลของวัสดุ/ผลิตภัณฑ์หลังการออกแบบผลิตภัณฑ์และที่กำลังผลิตอยู่ในโรงงาน
  • 4 : ศึกษาขั้นตอนการประกอบผลิตภัณฑ์ที่กำลังผลิตอยู่ในโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • จากแผนภูมิความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม (Activity Relationship Chart หรือ REL Chart) บริเวณ A จะต้องใส่
    ข้อมูลของอะไร?


  • 1 : ระดับความใกล้ชิด (Closeness Rating)
  • 2 : รหัสเหตุผล (Reason Code)
  • 3 : ชื่อแผนก หรือ ชื่อกิจกรรม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 208 :
  • จากแผนภูมิความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม (Activity Relationship Chart หรือ REL Chart) บริเวณ B จะต้องใส่
    ข้อมูลของอะไร

  • 1 : ระดับความใกล้ชิด (Closeness Rating)
  • 2 : รหัสเหตุผล (Reason Code)
  • 3 : ชื่อแผนก หรือ ชื่อกิจกรรม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 :
  • กำหนดอัตราผลผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งเพื่อป้อนตลาด 360 ชิ้นต่อชม. และสมมุติว่ากระบวนการผลิตจะผลิต
    ของเสียออกมาอยู่ที่ประมาณ 4% อยากทราบว่าฝ่ายวางแผนการผลิตจะต้องจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์นี้ที่ชั่วโมงละกี่ชิ้น
  • 1 : 360 ชิ้น
  • 2 : 364 ชิ้น
  • 3 : 375 ชิ้น
  • 4 : 380 ชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 210 :
  • โรงงาน คมกริบ จำกัด ผลิตดอกสว่านสำหรับงาน counter boring ในสภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นนี้ ฝ่ายการตลาด
    แจ้งว่าจะสามารถจำหน่ายได้วันละ 10,000 ชิ้น โดยที่ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง และจากบันทึกข้อมูลการผลิตที่ผ่านมาจะมีผลิตภัณฑ์เสียเกิดขึ้นประมาณ 3% ในฐานะวิศวกรประจำฝ่ายโรงงาน ท่านจะต้องตั้งเป้าการผลิตโดยประมาณ ที่ชั่วโมงละกี่ชิ้น 
  • 1 : 1,250 ชิ้น
  • 2 : 1,300 ชิ้น
  • 3 : 1,030 ชิ้น
  • 4 : 1,289 ชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  • จากแผนภูมิความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม (Activity Relationship Chart หรือ REL Chart) เราสามารถหาจำนวนระดับความใกล้ชิด (Closeness Rating) ของคู่กิจกรรมต่าง ๆ ได้จากสูตรใด 
  • 1 : N(N-1)/5
  • 2 : N(N-1)/4
  • 3 : 4N(N-1)/3
  • 4 : N(N-1)/2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 212 :
  • ในแผนภูมิความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม (Activity Relationship Chart หรือ REL Chart) คู่แผนกใด
    ความใกล้ชิด(Closeness Rating) เป็น X เนื่องจากความปลอดภัยของโรงงาน
  • 1 : แผนกเชื่อมไฟฟ้ากับแผนกพ่นสี
  • 2 : แผนกซ่อมบำรุงกับแผนกประกอบ
  • 3 : โกดังกับแผนกตัด
  • 4 : แผนกตัดกับแผนกขึ้นรูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :
  • เมื่อเวลาที่ใช้ในการติดตั้งชิ้นงานหรือปรับตั้งเครื่องจักรเท่ากับ 0.511 ชม.เพื่อผลิตให้ได้งานทุก 600 ชิ้น
    เวลามาตรฐานที่ต้องการสำหรับการผลิตชิ้นงานดังกล่าว เท่ากับ 0.156 ชม./ชิ้น/เครื่อง และในทุก ๆ เดือนมีความต้องการชิ้นงาน 1,200 ชิ้น (ในหนึ่งเดือนทำงาน 160 ชม.)     
  • 1 : จะต้องมีเครื่องจักร 1 ตัว และทุกเดือนจะต้องปรับเครื่องจักรเฉลี่ย 2 ครั้ง
  • 2 : จะต้องมีเครื่องจักร 2 ตัว และทุกเดือนจะต้องปรับเครื่องจักรเฉลี่ย 1 ครั้ง
  • 3 : จะต้องมีเครื่องจักร 2 ตัว และทุกเดือนจะต้องปรับเครื่องจักรเฉลี่ย 2 ครั้ง
  • 4 : จะต้องมีเครื่องจักร 1.176 ตัว และทุกเดือนจะต้องปรับเครื่องจักรเฉลี่ย 1 ครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  • กำหนดอัตราผลผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งเพื่อป้อนตลาดเป็นจำนวน 360 ชิ้นต่อชม. โดยที่ผู้ผลิตชุดเครื่องจักร
    ระบุว่าจะสามารถผลิตได้ชม.ละ 60 ชิ้น อยากทราบว่าทางโรงงานจะต้องใช้เครื่องจักรกี่ชุด เมื่อประสิทธิภาพ
    โดยรวมของการผลิตในโรงงานปัจจุบันมีเพียง 67%    
  • 1 : 6 ชุด
  • 2 : 7 ชุด
  • 3 : 8 ชุด
  • 4 : 9 ชุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • โรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติกได้สำรวจตลาดพบว่ามีความต้องการชิ้นส่วน 60,000 ชิ้น/ปี โดยที่ 1 ปี ทำงาน 240 วัน กระบวนการผลิตมีการผลิตของเสีย 6% ทางโรงงานต้องวางแผนการผลิตชิ้นส่วนนี้กี่ชิ้น/วัน
  • 1 : 246 ชิ้น/วัน 
  • 2 : 256 ชิ้น/วัน
  • 3 : 266 ชิ้น/วัน
  • 4 : 276 ชิ้น/วัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 216 :
  • การหาจำนวนเครื่องจักรเพื่อกำหนดขนาดพื้นที่ของโรงงานนั้น มีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : เวลาที่ใช้ในการผลิตชิ้นงานหนึ่งชิ้น
  • 2 : เปอร์เซ็นต์การผลิตของเสีย
  • 3 : เวลาที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรักษาเมื่อเครื่่องจักรเสีย
  • 4 : เวลาที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  • จงคำนวณหาจำนวนเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตงาน 3 ชนิด คือ 1, 2 และ 3 โดยมีข้อมูล ดังนี้

  • 1 : 3 เครื่อง
  • 2 : 4 เครื่อง
  • 3 : 2 เครื่อง
  • 4 : 1 เครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :
  • ข้อใดควรจัดให้เป็นหน่วยสนับสนุนการผลิต
  • 1 : แผนกวางแผน
  • 2 : แผนกพัสดุ
  • 3 : แผนกเครื่องมือ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 219 :
  • สมมุติว่าผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งต้องผ่านการผลิต 3 ขั้นตอนคือ A, B, C, D ตามลำดับ รายละเอียดมีดังนี้ ขั้นตอน A ใช้เวลา 0.5 ต่อชิ้น ขั้นตอน B ใช้เวลา 0.5 ต่อชิ้น ขั้นตอน C ใช้เวลา 1.0 ต่อชิ้น ขั้นตอน D ใช้เวลา 0.4 ต่อชิ้น
    ถามว่าสภาวะคอขวดจะเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนใด?
  • 1 : A ไป B
  • 2 : B ไป C
  • 3 : C ไป D
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  • ในการปรับปรุงการทำงานโดยใช้แนวคิดของ แอลเลน เอช มอเจนเสน จำเป็นต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้ 
  • 1 : ขจัดขั้นตอน รวมขั้นตอน สลับขั้นตอน และปรับปรุงวิธีทำงานให้ง่ายขึ้น
  • 2 : ปรับปรุงวิธีทำงานให้ง่ายขึ้น รวมขั้นตอน ขจัดขั้นตอน และสลับขั้นตอน
  • 3 : ปรับปรุงวิธีทำงานให้ง่ายขึ้น รวมขั้นตอน สลับขั้นตอน และขจัดขั้นตอน
  • 4 : ปรับปรุงวิธีทำงานให้ง่ายขึ้น สลับขั้นตอน ขจัดขั้นตอน และรวมขั้นตอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • การหาพื้นที่ที่ต้องการสำหรับหน่วยผลิต ควรใช้วิธีใดที่จะให้ความเที่ยงตรงได้มากที่สุด
  • 1 : วิธีคิดจากศูนย์การผลิต (Production Center Method)
  • 2 : วิธีแปลงเนื้อที่ (Conversion Method)
  • 3 : วิธีคำนวณจากพื้นที่มาตรฐาน (Space Standard Method)
  • 4 : วิธีคิดจากแนวโน้มสัดส่วนการใช้พื้นที่ (Ratio Trend and Projection Method)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 :
  • การแก้ปัญหาพื้นที่หน้าลานของโรงงานหีบอ้อยที่มี่อยู่อย่างจำกัดในฤดูหีบอ้อยควรดำเนินการดังนี้ 
  • 1 : ปรับปรุงการวางแผนและควบคุมการผลิตเพื่อให้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้มากขึ้น
  • 2 : จัดระบบคิวบริเวณหน้าลานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 3 : เช่าพื้นที่ข้างเคียงทำให้โรงงานมีพื้นที่มากขึ้น
  • 4 : เพิ่มชั่วโมงทำงาน (2 หรือ 3 กะ) หรือให้ทำงานในวันหยุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน/คู่กิจกรรมของธนาคาร เราสามารถวิเคราะห์ได้โดยอาศัยข้อมูลดังนี้
  • 1 :  ข้อมูลเชิงคุณภาพหรือการใช้เหตุผล
  • 2 : ข้อมูลเชิงปริมาณหรือข้อมูลการไหลของวัสดุ/สิ่งของ
  • 3 : จำนวนแรงงานที่ใช้ของแต่ละหน่วยงาน
  • 4 : ทั้งข้อ 1 และข้อ 2 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 :
  • ข้อดีของการไหลที่มีการวางแผนมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ดีกว่า
  • 2 : ทำให้การขนถ่ายลำเลียงวัสดุง่ายขึ้น
  • 3 : ลดอุบัติเหตุลง
  • 4 :  จำนวนแรงงานที่ใช้ในการผลิตลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • การหาพื้นที่ที่ต้องการสำหรับหน่วยผลิตในระยะยาว ควรใช้วิธีใด
  • 1 : วิธีคิดจากศูนย์การผลิต (Production Center Method)
  • 2 : วิธีแปลงเนื้อที่ (Conversion Method)
  • 3 : วิธีคำนวณจากพื้นที่มาตรฐาน (Space Standard Method)
  • 4 : วิธีคิดจากแนวโน้มสัดส่วนการใช้พื้นที่ (Ratio Trend and Projection Method)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • ข้อใดมีผลต่อการกำหนดการไหล (Flow) ของวัสดุน้อยที่สุด
  • 1 : ขนาดการผลิต (Lot Size)
  • 2 : ขนาดการบรรทุก (Unit Load Size)
  • 3 : การจัดวางผัง (Layout Arrangement)
  • 4 : นโยบายการบริหาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • ข้อใดเป็นผลที่ได้จากการวิเคราะห์ด้วยแผนภูมิกระบวนการผลิต (Operation Process Chart)
  • 1 : ตัดขั้นตอนการผลิตที่ซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็นออกไป
  • 2 : ลดการเคลื่อนที่
  • 3 : ลดจำนวนขนถ่ายลำเลียงระหว่างขั้นตอนการผลิต
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • ในการวางแผนการไหลควรใช้มาตรการดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ให้มีการไหลอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : การไหลระหว่างหน่วยงานให้มีน้อยสุด
  • 3 : การเคลื่อนย้ายย้อนกลับให้มีน้อยสุด
  • 4 : วัสดุ/สิ่งของที่มีน้ำหนักเบาให้มีการเคลื่อนย้ายน้อยสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • จากข้อมูลของบริษัท ABC ต่อไปนี้ จงหาภาระการไหลระหว่าง A กับ B (ชิ้น/เดือน) 



  • 1 : 36,000 ชิ้น/เดือน
  • 2 : 51,000 ชิ้น/เดือน
  • 3 : 61,000 ชิ้น/เดือน
  • 4 : 73,000 ชิ้น/เดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 230 :
  • การออกแบบและจัดวางผังของห้างสรรพสินค้า ควรใช้แผนภูมิใดเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และวางแผนเพื่อทำการออกแบบและจัดวางผัง 
  • 1 : แผนภูมิการทำงานหรือกระบวนการผลิต (Operation Process Chrart) 
  • 2 : แผนภูมิคน-เครื่อง (Man-machine Chart)
  • 3 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 4 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Activity Relationship Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อป้อนโรงงานผลิตรถยนต์ต่าง ๆ ควรนำเครื่องมือใดมาใช้ในการวิเคราะห์
  • 1 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหลของกระบวนการผลิต (Flow Process Chart) 
  • 3 : แผนภูมิหลายผลิตภัณฑ์ (Multi-Product Process Chart)
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • คนงาน 1 คนทำงานร่วมกับเครื่องอบที่มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ นำชิ้นงานเข้าเครื่อง (Load) ใช้เวลา 2 นาที  นำชิ้นงานออกจากเครื่อง (Unload) ใช้เวลา 2 นาที การอบใช้เวลา 10 นาที มีการตรวจสอบชิ้นงานหลังอบ 1 นาที จงหาจำนวนเครื่องจักรที่เหมาะสมสำหรับคนงานกรณีที่คนงานไม่เกิดเวลาว่างและเครื่องจักรเกิดเวลาว่างน้อยที่สุด
  • 1 : 2 เครื่อง
  • 2 : 3 เครื่อง
  • 3 : 4 เครื่อง
  • 4 : 5 เครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • ในการวางแผนการไหลควรใช้มาตรการดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ให้มีการไหลอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : การไหลระหว่างหน่วยงานให้มีน้อยสุด
  • 3 : การเคลื่อนย้ายย้อนกลับให้มีน้อยสุด
  • 4 : วัสดุ/สิ่งของที่มีน้ำหนักเบาให้มีการเคลื่อนย้ายน้อยสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • แผนภูมิกระบวนการผลิตหลายผลิตภัณฑ์ (Multi-product Process Chart) ใช่ในการ
  • 1 : วิเคราะห์การไหลของการผลิตผลิตภัณฑ์มากกว่า 10 ชนิดขึ้นไป
  • 2 : วิเคราะห์การไหลของการผลิตผลิตภัณฑ์ระหว่าง 6-10 ชนิด
  • 3 : วิเคราะห์การไหลของการผลิตผลิตภัณฑ์น้อยกว่า 6 ชนิด
  • 4 : วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  • แผนภาพหรือแผนผังการไหล (Flow diagram) ใช้ในโอกาสต่อไปนี้
  • 1 : ศีึกษารูปแบบการไหลของเครื่องจักรในโรงงาน
  • 2 : ศีึกษารูปแบบการไหลของวัสดุ/สิ่งของในโรงงาน
  • 3 : ศีึกษารูปแบบการไหลของคนในโรงงาน
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • ข้อมูลที่ควรเก็บรวบรวมมาสำหรับการวิเคราะห์การไหลมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ปริมาณวัสดุ
  • 2 : ระยะทาง
  • 3 :  อัตราความเร็วในการลำเลียง
  • 4 : อัตราความหนาแน่นการไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์การไหลของวัสดุมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : แผนภูมิการไหล (flow Process Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart)
  • 3 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 4 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  • ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน/กิจกรรมเพื่อจัดวางผังที่ทำงานของธนาคาร ควรใช้เครื่องมือใด?
  • 1 : แผนภูมิการทำงาน (Operation Process Chart)
  • 2 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 3 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 4 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart) ใช้สำหรับการศึกษาการไหลของการผลิตที่มีการออกแบบผังโรงงานแบบใด?
  • 1 : แบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : แบบตามตำแหน่งงาน (Fixed-Position Layout)
  • 3 : แบบแยกชิ้นส่วน (Split Parts Layout)
  • 4 : แบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart) ใช้สำหรับการวิเคราะห์
  • 1 : ความสัมพันธ์ของหน่วยงานหรือกิจกรรมเฉพาะหน่วยสนับสนุนการผลิต
  • 2 : ความสัมพันธ์ของหน่วยงานหรือกิจกรรมทั้งหมดของโรงงาน
  • 3 : ความสัมพันธ์ของหน่วยงานหรือกิจกรรมเฉพาะหน่วยผลิต
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart) ใช้ในโอกาสต่อไปนี้
  • 1 : ศึกษาการไหลของวัสดุของผังโรงงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • 2 : ตรวจสอบดูความถูกต้องของผังโรงงานที่ได้ออกแบบมาใหม่
  • 3 : ตรวจสอบดูความถูกต้องในการใช้เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • ปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบการไหลมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : จำนวนขั้นตอนการผลิตแต่ละชิ้นส่วน
  • 2 : จำนวนชนิดและปริมาณผลิตภัณฑ์ที่จะผลิต
  • 3 : จำนวนแรงงานที่ใช้
  • 4 : รูปร่างอาคารโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • เราสามารถเลือกใช้เครื่องมือในวิเคราะห์การไหลของวัสดุให้เหมาะสมได้ดังนี้คือ เลือก
  • 1 : แผนภูมิการไหลของกระบวนการผลิต (Flow Process Chart) ถ้า P น้อย Q มาก 
  • 2 : แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-To Chart) ถ้า P มาก Q มาก  
  • 3 : แผนภูมิหลายผลิตภัณฑ์ (Multi-Product Process Chart) ถ้า P น้อย Q น้อย 
  • 4 : แผนภูมิคน-เครื่อง (Man-machine Chart) ถ้า P น้อย Q มาก 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 244 :
  • การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน/คู่กิจกรรม เราสามารถวิเคราะห์ได้โดยอาศัยข้อมูลดังนี้
  • 1 : ข้อมูลเชิงคุณภาพหรือการใช้เหตุผล
  • 2 : ข้อมูลเชิงปริมาณหรือข้อมูลการไหลของวัสดุ/สิ่งของ
  • 3 : จำนวนแรงงานที่ใช้ของแต่ละหน่วยงาน
  • 4 : ทั้งข้อ 1 และข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :
  • การวิเคราะห์การไหลมีจุดมุ่งหมายดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลดระยะทางในการลำเลียง
  • 2 : ขจัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป
  • 3 : ลดขั้นตอนในการผลิต
  • 4 : เลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่เหมาะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • บริษัท ABC ต้องการผลิตสินค้า X จำนวน 134,000 ชิ้น/ปี และมีการทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 8 ช.ม. โดย
    ทำงานทั้งปี 50 สัปดาห์ จงหาจำนวนสินค้าที่ต้องการต่อชั่วโมง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบผังโรงงานต่อไป
  • 1 : 64 ชิ้น/ช.ม.
  • 2 : 65 ชิ้น/ช.ม.
  • 3 : 67 ชิ้น/ช.ม.
  • 4 : 69 ชิ้น/ช.ม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • จงหาภาระงานคูณระยะทางรวมของผังโรงงานปัจจุบัน


  • 1 : 7240
  • 2 : 7250
  • 3 : 7260
  • 4 : 7280
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • จากข้อมูลต่อไปนี้ อยากทราบว่าระยะทางเคลื่อนย้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเท่าใด?

       
  • 1 : 736 เมตร
  • 2 : 746 เมตร
  • 3 : 756 เมตร
  • 4 :  766 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 211 : 08 การออกแบบแผนผังโรงงานและการจัดวางเครื่องจักร/อุปกรณ์
ข้อที่ 249 :
  • การออกแบบและจัดวางผังโรงงานในรายละเอียด ควรคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ความปลอดภัยในการทำงานของคนงานและเครื่องจักร
  • 2 : ความกว้างของเส้นทางลำเลียงวัสดุที่สอดคล้องกับขนาดวัสดุและเครื่องมือลำเลียง
  • 3 : ความสะดวกในการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงรักษาเครื่อง
  • 4 : จำนวนแรงงานที่ใช้ในการขนถ่ายลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 250 :
  • โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบผังโรงงานต่าง ๆ มีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ALDEP 
  • 2 : CRAFT
  • 3 : CORELAP
  • 4 : Collapse
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :
  • การออกแบบผังที่ทำงานในสำนักงาน ควรนำข้อมูลใดมาวิเคราะห์มากที่สุด
  • 1 : ความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างหน่วยงาน
  • 2 : ข้อมูลการไหลของงานกระดาษ
  • 3 : พฤติกรรมในการทำงานของคนงานในสำนักงาน
  • 4 : จำนวนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ในสำนักงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • CRAFT (Computerized Relative Allocation of facilities Technique) เป็นวิธีการวางผังในรูปแบบจำลองคอมพิวเตอร์สำหรับวางผังโรงงานแบบ  
  • 1 : ผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : กระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : ตามตำแหน่งงานหรืองานอยู่กับที่ (Fixed Position Layout)
  • 4 : ใช้ได้ทั้ง 3 แบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • ผังโรงงานแบบใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสภาพการผลิตดังนี้ ปริมาณการผลิตสูงและผลิตภัณฑ์เป็นมาตรฐานและไม่เปลี่ยนแปลงง่าย วัตถุดิบและชิ้นส่วนมีป้อนอย่างสม่ำเสมอ หน่วยซ่อมบำรุงมีประสิทธิภาพสูง
  • 1 : ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 2 : ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 3 : ผังโรงงานแบบงานอยู่กับที่หรือแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed Position Layout)
  • 4 : แบบใดก็ได้ 1 หรือ 2 หรือ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดวางผังในรายละเอียดมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลักษณะรูปร่างของผังโรงงานคร่าว ๆ
  • 2 : ขนาดแปลนเครื่องหรือสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่มี
  • 3 : พื้นที่สำหรับการปฏิบัติงาน
  • 4 : จำนวนแรงงานที่ต้องใช้ทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 255 :
  • วิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการออกแบบผังโรงงาน คือวิธีใด
  • 1 : ใช้การเขียนแบบ
  • 2 : ใช้แผ่นแม่แบบ
  • 3 : ใช้หุ่นจำลอง
  • 4 : ใช้ทั้ง 3 วิธีคือ 1, 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 256 :
  • ที่จะแสดงให้เห็นภาพโรงงานได้ง่าย รวดเร็ว และเหมาะสมเมื่อมีเวลาจำกัด คือวิธีใด
  • 1 : ใช้การเขียนแบบ
  • 2 : ใช้แผ่นแม่แบบ
  • 3 : ใช้หุ่นจำลอง
  • 4 : ใช้ทั้ง 3 วิธีคือ 1, 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • วิธีใดที่จะแสดงให้เห็นภาพผังโรงงานใด ๆ ได้ชัดเจนที่สุด
  • 1 : การเขียนแบบ
  • 2 : การใช้แผ่นแม่แบบ
  • 3 : การใช้หุ่นจำลอง 3 มิติ
  • 4 : การใช้หุ่นจำลอง 2 มิติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • ในการออกแบบผังโรงงานสำหรับโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ จะมีการใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้
  • 1 : หุ่นจำลอง 3 มิติ (Three Dimensional Scale Model)
  • 2 : หุ่นจำลอง 2 มิติ หรือ แผ่นแม่แบบ (Template)
  • 3 : ท่อทางต่าง ๆ ที่ใช้ในการลำเลียง
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • ในการออกแบบผังโรงงาน มีความจำเป็นที่จะต้องทราบก่อนว่าผังโรงงานที่จะออกแบบนั้นควรเป็นผังโรงงานชนิดใด? เพราะ
  • 1 : จะได้ใช้เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานได้ถูกต้อง
  • 2 : จะได้วางแผนการออกแบบตัวอาคารโรงงานได้
  • 3 : : จะได้วิเคราะห์จำนวนแรงงานที่ต้องใช้ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น
  • 4 : จะได้กำหนดตำแหน่งที่ตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • ข้อใดคือขั้นตอนที่ถูกต้องในการออกแบบผังโรงงานอย่างมีระบบ
  • 1 : การออกแบบผังโรงงานอย่่างหยาบ, การออกแบบผังโรงงานอย่างละเอียด, การติดตั้งและติดตามผล, การเลือกทำเลที่ตั้ง
  • 2 : การออกแบบผังโรงงานอย่่างหยาบ, การออกแบบผังโรงงานอย่างละเอียด, การเลือกทำเลที่ตั้ง, การติดตั้งและติดตามผล
  • 3 : การเลือกทำเลที่ตั้ง, การออกแบบผังโรงงานอย่่างหยาบ, การออกแบบผังโรงงานอย่างละเอียด, การติดตั้งและติดตามผล
  • 4 : การออกแบบผังโรงงานอย่างละเอียด, การเลือกทำเลที่ตั้ง, การออกแบบผังโรงงานอย่่างหยาบ,  การติดตั้งและติดตามผล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • การออกแบบและจัดวางผังโรงงานที่ดีจะทำให้เกิดผลดีดังนี้ ยกเว้น 
  • 1 : ลดเวลาการผลิตให้สั้นลง
  • 2 : ลดระยะเวลาการขนส่ง
  • 3 : ลดจำนวนการผลิต
  • 4 : ลดการเก็บวัสดุคงคลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 262 :
  • วัสดุที่เหมาะสมสำหรับการใช้เป็นพื้นในอาคารโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตโลหะ ควรจะมีคุณลักษณะใด
  • 1 : ยืดหยุ่นดี
  • 2 : ดูดซับน้ำได้ดี
  • 3 : ปรับแต่งให้ผิวเรียบได้ง่าย
  • 4 : รับแรงกระแทกได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 263 :
  • อาคารโรงงานอุตสาหกรรมที่มีลักษณะระยะช่วงเสาห่าง (long span) จะทำให้
  • 1 : ยากต่อการหาตำแหน่งที่แน่นอนในการกำหนดแบ่งพื้นที่สำหรับแต่ละแผนก
  • 2 : มีความคล่องตัวในการจัดวางหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งห้องสุขา
  • 3 : ประหยัดค่าก่อสร้าง
  • 4 : เกิดความคล่องตัวในการจัดวางหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเครื่องจักรและการเก็บกองวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ถ้าสภาพแวดล้อมที่ทำงานเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับพนักงานบ่อยครั้ง ควรแก้ปัญหานี้โดย
  • 1 : ย้ายเครื่องจักรที่มักทำให้เกิดปัญหาไปอยู่ในอาคารใหม่
  • 2 : ปรับเปลี่ยนตำแหน่งและลักษณะการจัดวางเครื่องจักรใหม่เล็กน้อยตามสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น
  • 3 : ออกแบบก่อสร้างและวางผังโรงงานใหม่
  • 4 : จัดวางเครื่องจักรและสายการผลิตใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • เพื่อให้อาคารโรงงานอุตสาหกรรมสามารถรับลมและแสงจากธรรมชาติได้ดี ประตูทางเข้าอาคารโรงงานควรหันหน้าไปในทิศทางใด
  • 1 : ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
  • 2 : ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
  • 3 : ทิศใต้
  • 4 : ทิศตะวันออกเฉียงใต้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • ตำแหน่งที่ตั้งของแผนกใดที่ควรจะอยู่ใกล้กับแผนกผลิต
  • 1 : แผนกควบคุมคุณภาพและจัดส่ง
  • 2 : แผนกออกแบบการผลิตและควบคุมคุณภาพ
  • 3 : แผนกควบคุมการผลิตและบุคคล
  • 4 : แผนกควบคุมการผลิตและหัวหน้าพนักงานฝ่ายผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 267 :
  •  เพื่อให้อาคารโรงงานอุตสาหกรรมมีการระบายอากาศตามธรรมชาติได้ดี ลักษณะของอาคารควรเป็นดังนี้
  • 1 : กำแพงสูง 7 เมตร หลังคาทรงฟันเลื่อย
  • 2 : กำแพงสูง 9 เมตร หลังคาทรงจั่วสองระดับ
  • 3 : กำแพงสูง 7 เมตร หลังคาทรงจั่วระดับเดียว
  • 4 : กำแพงสูง 6 เมตร หลังคาทรงราบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 268 :
  • แนวทางประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าสำหรับการส่องสว่างในโรงงานอันดับแรกที่ควรทำ ก็คือ
  • 1 : ใช้หลอดไฟชนิดประหยัดพลังงาน
  • 2 : ใช้โคมหรือโป๊ะไฟที่มีประสิทธิภาพในการสะท้อนแสง
  • 3 : ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา เช่น ทางหน้าต่าง และช่องแสงบนหลังคา
  • 4 : ติดตั้งดวงโคมไฟให้ต่ำหรือใกล้กับบริเวณจุดที่พนักงานปฏิบัติภารกิจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • อาคารโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติไม่ดีพอมักจะติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (Ventilators) ไว้บนหลังคา อยากทราบว่าพัดลมระบายอากาศแต่ละตัวควรติดห่างกันเท่าใด
  • 1 : 4 เมตร
  • 2 : 5 เมตร
  • 3 : 6 เมตร
  • 4 : 7 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • โรงงานอุตสาหกรรมอาหารควรให้ความสนใจเรื่องใดมากเป็นพิเศษ
  • 1 : การป้องกันฝุ่นและแมลง
  • 2 : การระบายอากาศ
  • 3 : การประหยัดพลังงาน
  • 4 : ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 271 :
  • การติดตั้งระบบสนับสนุนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ประปา ไฟฟ้า กำจัดฝุ่น ลมหรืออากาศอัด เป็นต้น เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานและการบริหารงาน ควรติดตั้งในลักษณะ
  • 1 : ลอยเหนือศีรษะและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายวัสดุ
  • 2 : วางบนรางเปิดใต้พื้นโรงงาน
  • 3 : ฝังใต้พื้นคอนกรีตหรือวัสดุก่อสร้างอื่น
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ ข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • ภายในอาคารโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ควรมีพื้นที่สำรองไว้สำหรับกิจกรรมใด
  • 1 : การสูบบุหรี่
  • 2 : การพักผ่อน
  • 3 : เก็บเศษ ขยะ หรือ ของเสีย
  • 4 : เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 273 :
  • ข้อแนะนำที่สำคัญที่สุดในการกำหนดทำเลที่ตั้งของห้องสุขาคือ
  • 1 : ควรอยู่ติดกับกำแพงอาคารจะได้สะดวกในการระบายน้ำเสีย อากาศและกลิ่น
  • 2 : ใกล้จุดที่มีพนักงานทำงานอยู่มากที่สุด
  • 3 : อยู่ชั้นบนไม่เป็นอุปสรรคกับสายการผลิต
  • 4 : อยู่ด้านหลังสุดของอาคารโรงงานเพื่อจะได้ไม่มีกลิ่นไปรบกวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • พื้นที่ใช้สอยในห้องสุขาทั้งของชายและหญิงจะต้องถูกกำหนดให้มี
  • 1 : ทางเข้าแยกจากทางออก
  • 2 : ส้วมและโถฉี่หรือที่ปัสสาวะชาย
  • 3 : ที่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าแยกจากกันพร้อมตู้ล๊อกเก้อร์
  • 4 : อ่างล้างมือและกระจกเงา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 275 :
  • ระบบปรับอากาศในโรงงานอุตสาหกรรมโลหะมีไว้ด้วยเหตุผลดังนี้
  • 1 : ลดความชื้นในโรงงาน
  • 2 : ป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้ามาในโรงงาน
  • 3 : ให้พนักงานมีความสบายตัวในการปฏิบัติงาน
  • 4 :  ผลิตชิ้นส่วนที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • สมมุติว่ามีโรงงานแห่งหนึ่งต้องการทำการจัดวาง 4 แผนกลงใน 4 บริเวณ ถ้าใช้หลักการของภาระงาน-ระยะทาง หรือ Load-distance Model จะมีคำตอบที่เป็นไปได้กี่คำตอบ
  • 1 : 6
  • 2 : 12
  • 3 : 24
  • 4 : 130
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 277 :
  • 1 : 19 เครื่อง
  • 2 : 29 เครื่อง
  • 3 : 39 เครื่อง
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • ในการติดตั้งเครื่องจักรและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามผังโรงงานที่ได้ออกแบบมา ใครจะเป็นผู้ติดตั้ง
  • 1 : บริษัทขายเครื่อง
  • 2 : ผู้รับเหมา
  • 3 : ผู้มีความชำนาญในบริษัทฯ
  • 4 : ใครก็ได้ที่เหมาะสมและมีความสามารถ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใดที่ใช้ในการปรับปรุงผังโรงงาน 
  • 1 : CORELAP
  • 2 : Relationship Diagramming Method
  • 3 : CRAFT
  • 4 : Graph-based Method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : QR ใช้วิเคราะห์หาจำนวนแรงงาน
  • 2 : PQRใช้วิเคราะห์การไหล
  • 3 : PQS ใช้วิเคราะห์ระบบ
  • 4 : ST ใช้วิเคราะห์หาจำนวนเครื่องจักร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 : PQRใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์
  • 2 : PQS ใช้วิเคราะห์การไหล
  • 3 : RT ใช้หาจำนวนเครื่องจักร
  • 4 : PQT ใช้วิเคราะห์การไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • การออกแบบแผนผังตามตัวแบบภาระ-งานระยะทาง (Load-Distance Model) ใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณา
  • 1 : ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง (Transportation Cost)
  • 2 : ค่าระดับความใกล้ชิด (Closeness Rating)
  • 3 : ความพอใจ (Satisfaction Rating)
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 283 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : PQR ใช้ในการวิเคราะห์การไหล
  • 2 : PQS ใช้หาจำนวนเครื่องจักร
  • 3 : RT ใช้หาจำนวนห้องสุขา
  • 4 : PQT ใช้หาจำนวนหน่วยสนับสนุนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • ข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในการออกแบบผังโรงงานมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ชนิดผลิตภัณฑ์ (Product, P)
  • 2 : ชนิดและจำนวนแรงงานที่ใช้ในการผลิต
  • 3 : จำนวนหรือปริมาณผลิตภัณฑ์ (Quantity, Q)
  • 4 : ขั้นตอนการผลิต (Routing, R)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 :
  • ข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในการออกแบบผังโรงงาน มีดังนี้
  • 1 : ผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ขั้นตอนการผลิต ระบบ เวลา
  • 2 : ผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ขั้นตอนการผลิต สิ่งสนับสนุน เวลา
  • 3 : ผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ขั้นตอนการผลิต ระบบ เวลา
  • 4 : ผลิตภัณฑ์ คุณภาพ ขั้นตอนการผลิต สิ่งสนับสนุน เวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 :
  • ข้อมูลพื้นฐานหลักที่ใช้ในการออกแบบผังโรงงานมีดังนี้
  • 1 : ชนิดและจำนวนผลิตภัณฑ์ที่จะผลิต
  • 2 : จำนวนพนักงานที่จะใช้ในการผลิต
  • 3 : คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่จะผลิต
  • 4 : วิธีการทำการตลาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :
  • การจัดวางเครื่องจักรดังรูปมีจุดมุ่งหมายเพื่อ

  • 1 : จะได้จัดให้คนงาน 1 คน คุมเครื่องหลายเครื่องได้สะดวก
  • 2 : ให้ดูสวยงาม
  • 3 : จะได้ประหยัดพื้นที่
  • 4 : ให้เกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  • การจัดวางเครื่องจักรดังรูปมีจุดมุ่งหมายเพื่อ

  • 1 : ให้ดูสวยงาม
  • 2 : จะได้ประหยัดพื้นที่
  • 3 : จะได้จัดให้คนงาน 1 คน คุมเครื่องหลายเครื่องได้สะดวก 
  • 4 : ให้เกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 212 : 09 การวิเคราะห์และแนวคิดในการออกแบบระบบขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
ข้อที่ 289 :
  • ประเภทของอุปกรณ์ขนถ่ายใดที่มีการใช้ประโยชน์อาคารโรงงานได้มากขึ้น
  • 1 : ปั้นจั่นและลูกรอก
  • 2 : รถบรรทุกในโรงงาน (Industrial truck)
  • 3 : อุปกรณ์ลำเลียง (Conveyors)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 290 :
  • ข้อใดเป็นตัวอย่างของอุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงที่มีการเคลื่อนที่แบบไม่ต่อเนื่อง (Discontinuous Movement)
  • 1 : สายพาน
  • 2 : เครื่องสั่นสะเทือน
  • 3 : ลิฟท์
  • 4 : กระดานลื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • จากรูป ที่บริเวณ B ควรเลือกใช้เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่มีการเคลื่อนย้ายช้า (Slow movers) อยากทราบว่า หมายถึงข้อใด
  • 1 : สายพานลำเลียง
  • 2 : ลูกล้อลำเลียง
  • 3 : รถเข็น 2 ล้อ
  • 4 : ปั้นจั่น (Cranes)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 292 :
  • จากรูป ที่บริเวณ A ควรเลือกใช้เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่มีการเคลื่อนย้ายเร็ว (Fast movers) อยากทราบว่า หมายถึงข้อใด
  • 1 : สายพานลำเลียง
  • 2 : รถเข็น 4 ล้อ
  • 3 : รถกระบะพ่วง (Power platform truck)
  • 4 : รถยก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :
  • การขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่ดีจะให้ผลดีดังต่อไปนี้ ยกเว้น 
  • 1 : เพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน
  • 2 : ต้นทุนลดลง
  • 3 : เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน
  • 4 : สภาพแวดล้อมในการทำงานดีขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 :
  • ข้อมูลพื้นฐานหลักที่ใช้ในการออกแบบแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ชนิด (Product) และจำนวน (Quantity) วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่่จะขนถ่ายลำเลีียง
  • 2 : คุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • 3 : เครื่่องมือที่จะใช้ในการขนถ่ายลำเลีียง
  • 4 : ขั้นตอนการขนถ่ายลำเลียง 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • สภาวะการขนถ่ายลำเลียงวัสดุดังต่อไปนี้ วัสดุที่ขนถ่ายมีน้ำหนัก รูปทรง และขนาดแตกต่างกัน เส้นทางลำเลียงขนถ่ายอยู่ในบริเวณจำกัด การขนถ่ายกระทำเป็นระยะ ๆ และพื้นที่ในระดับพื้นมีจำกัดมาก ควรใช้อุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุใด
  • 1 : อุปกรณ์ลำเลียง
  • 2 : รถยกปากส้อม (Forklift)
  • 3 : ปั้นจั่นและลูกรอก (Crane and Hoist)
  • 4 : รถเข็นใช้แรงงานคน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 :
  • อุปกรณ์ที่ใช้กับหน่วยขนย้าย (Unit Loads) ที่พบเห็นมากได้แก่
  • 1 : สายพานลำเลียง
  • 2 : พาเลต (Pallet)
  • 3 : ปั้นจั่นและลูกรอก (Crane and Hoist)
  • 4 : รถเข็น 2 ล้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 297 :
  • ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนในการพิจารณาออกแบบระบบขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 1 : วิเคราะห์คุณลักษณะของวัสดุที่จะทำการขนย้าย เช่น ขนาด รูปร่าง น้ำหนักและจำนวน
  • 2 : พิจารณาการเคลื่อนย้ายวัสดุแต่ละชนิดหรือแต่ละกลุ่ม เส้นทางการเคลื่อนย้าย ความหนาแน่นในการเคลื่อนย้ายแต่ละเส้นทาง
  • 3 : คำนวณพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ขนถ่าย หน่วยขนย้าย
  • 4 : ปรับปรุงแผนการขนถ่ายลำเลียงให้เหมาะสมกับผังโรงงาน และขีดจำกัดต่าง ๆ ในทางปฏิบัติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 298 :
  • เมื่อท่านต้องเลือกอุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงวัสดุ ปัจจัยข้อใดที่น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกอุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงวัสดุของท่านน้อยที่สุด
  • 1 : เงินลงทุนครั้งแรกที่ต้องจ่าย
  • 2 : ความปลอดภัยในการใช้งาน
  • 3 : อะไหล่และบริการหลังการขาย
  • 4 : ความทันสมัยทางเทคโนโลยี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 :
  • ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์เสริมในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 1 : กล่อง
  • 2 : พาเลต (Pallet)
  • 3 : กระสอบ
  • 4 : รอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของอุปกรณ์ลำเลียง (Conveying)
  • 1 : ใช้พลังขับเคลื่อนจากเครื่องจักรหรือแรงโน้มถ่วงของโลก
  • 2 : เปลี่ยนทิศทางได้ง่าย
  • 3 : เคลื่อนที่ได้ทั้งแนวราบและแนวลาดเอียง
  • 4 : เส้นทางการเคลื่อนที่ตายตัว จะเป็นแบบตรงหรือโค้งก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 301 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของปั้นจั่นและรอก
  • 1 : การลำเลียงด้วยสายพานลำเลียง ลูกกลิ้งลำเลียง
  • 2 : ยกของขึ้นในแนวดิ่งตามเส้นทางที่แน่นอน และวางลงจุดที่ต้องการ
  • 3 : มีข้อจำกัดเพราะใช้รางวิ่ง
  • 4 : ใช้ประโยชน์อาคารโรงงานได้มากขึ้นเพราะทางวิ่งของปั้นจั่นและรอกอาศัยเสาและคาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 302 :
  • ในการลำเลียงวัสดุกอง (Bulk Materials) จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ควรใช้อุปกรณ์ลำเลียงชนิดใด?
  • 1 : รางลำเลียง (Chute Conveyors)
  • 2 : สายพานลำเลียง (Belt Conveyors)
  • 3 : ลูกล้อลำเลียง (Wheel Conveyors)
  • 4 : โซ่ลำเลียง (Chain Conveyors)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • วัตถุประสงค์หลักในการจำแนกแยกแยะประเภทวัสดุก็เพื่อ
  • 1 : ใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมวัสดุที่จะนำเข้า-ออกจากโกดัง
  • 2 : แยกวัสดุอันตรายออกจากวัสดุทั่วไป
  • 3 : ให้เกิดความสะดวกและง่ายในการเลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง
  • 4 : ให้สามารถควบคุมต้นทุนวัสดุได้ง่ายขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 304 :
  • ในการเลือกระบบขนถ่ายลำเลียงทางอ้อมนั้น จะมีการเลือกด้วยเงื่อนไขดังต่อไปนี้ คือ
  • 1 : ความหนาแน่นของการไหลอยู่ในเกณฑ์ต่ำหรือน้อย และระยะทางในการลำเลียงยาวปานกลางหรือยาว
  • 2 : ความหนาแน่นของการไหลมีมากและระยะทางในการลำเลียงยาวปานกลางหรือยาว
  • 3 : ความหนาแน่นของการไหลอยู่ในเกณฑ์ต่ำหรือน้อยและระยะทางในการลำเลียงสั้น
  • 4 : ความหนาแน่นของการไหลมีมากและเส้นทางคดเคี้ยว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • จุดมุ่งหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งของการขนถ่ายสินค้าคือข้อใด
  • 1 : การลดต้นทุน
  • 2 : การลดพื้นที่ว่าง
  • 3 : ช่วยในการออกแบบและวิจัยพัฒนา
  • 4 : การลดอัตราการว่างงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาในการเลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ชนิดวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ที่จะทำการขนย้าย
  • 2 : ปริมาณและขนาดผลิตภัณฑ์ที่ขน
  • 3 : ความแน่นอนของการขนย้าย
  • 4 : ชนิดแรงงานที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • โรงงานปั๊มโลหะแผ่นขึ้นรูปที่ทำการผลิตถ้วยนำสเตนเลสโดยได้จัดการผลิตแบบสายการผลิต (Product Layout) ทางโรงงานควรใช้เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุประเภทใด
  • 1 : สายพานลำเลียง (Belt Conveyor)
  • 2 : สายพานลูกกลิ้งลำเลียง (Roller Conveyor)
  • 3 : รางลำเลียงแบบเกลียว (Screw Conveyor)
  • 4 : รางลำเลียง (Chute)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางและความหนาแน่นของการไหลจะทำให้ทราบ
  • 1 : ชนิดของผังโรงงานที่ควรจัดวาง
  • 2 : ชนิดเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่ต้องใช้
  • 3 : ชนิดและจำนวนเครื่องจักรจะที่ต้องใช้ในการผลิต
  • 4 : จำนวนแรงงานที่จะต้องใช้ในการขนถ่ายลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 309 :
  • แผนภูมิ D-I (Distance-Intensity) เป็นเครื่องมือที่ใช้ช่วย
  • 1 : ในการศึกษาการเคลื่อนย้ายเพื่อวางแผนเลือกชนิดเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 2 : ในการออกแบบเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 3 : ในการวางแผนการเคลื่อนย้ายวัสดุ
  • 4 : ในการวางแผนและออกแบบโกดัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 310 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะทางฟิสิกส์
  • 1 : ขนาด
  • 2 : น้ำหนัก
  • 3 : รูปร่าง
  • 4 : ปริมาณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • ข้อใดไม่ใช่การจำแนกประเภทของเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 1 : จำแนกตามประเภทผลิตภัณฑ์
  • 2 : จำแนกตามวัสดุที่ขนถ่ายลำเลียง
  • 3 : จำแนกตามประเภทของอุตสาหกรรม
  • 4 : จำแนกตามประเภทเครื่องมือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • ข้อเสียของหน่วยขนย้ายวัสดุ (Unit Loads) คือข้อใด
  • 1 : ขนถ่ายครั้งละมาก ๆ
  • 2 : ทำได้รวดเร็ว
  • 3 : ต้องการพื้นที่มากขึ้น
  • 4 : สามารถวางซ้อนกันได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • โซ่ลำเลียงเป็นเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่มีการเคลื่อนที่แบบใด
  • 1 : การเคลื่อนที่แบบต่อเนื่อง
  • 2 : การเคลื่อนที่แบบไม่ต่อเนื่อง
  • 3 : การเคลื่อนที่แบบพลังงานต่างศักดิ์
  • 4 : การเคลื่อนที่แบบซ้ำซาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 314 :
  • อุปกรณ์ใดเหมาะที่จะใช้กับการจัดวางผังแบบผลิตภัณฑ์หรือ Flow Shop
  • 1 : รถเข็น
  • 2 : รถโฟล์กลิฟต์
  • 3 : สายพานลำเลียง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :
  • การเลือกใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงวัสดุอย่างถูกต้องจะให้ผลดีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ลดต้นทุน
  • 2 : เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน
  • 3 : ลดเวลาในการส่ง
  • 4 : การป้องกันการสูญหาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 316 :
  • เป้าหมายหลักของการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ/สินค้า คือข้อใด
  • 1 : การลดต้นทุน
  • 2 : การลดพื้นที่ว่าง
  • 3 : ช่วยลดเวลาในการออกแบบและวิจัยพัฒนา
  • 4 : การลดอัตราการว่างงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของอุปกรณ์ลำเลียง (Conveyors)
  • 1 : เคลื่อนย้ายวัสดุระหว่างตำแหน่ง 2 ตำแหน่งตายตัวในแนวนอนโดยใช้พลังขับเคลื่อน
  • 2 : เคลื่อนย้ายวัสดุระหว่างตำแหน่ง 2 ตำแหน่งตายตัวในแนวลาดเอียงโดยใช้แรงโน้มถ่วงของโลก
  • 3 : เส้นทางในการลำเลียงตายตัว
  • 4 : มีความยืดหยุ่นในการขนถ่ายลำเลียงสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • ถ้าชิ้นงานที่จะทำการขนถ่ายลำเลียงมีขนาดใหญ่มาก ยากแก่การขนย้ายบนพื้นโรงงาน อุปกรณ์ในการลำเลียงที่เหมาะสม คืออุปกรณ์ใด
  • 1 : สายพาน
  • 2 : รถยก
  • 3 : รอกและเครน
  • 4 : รถเข็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดเป็นกิจกรรมในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 1 : วิธีการขนถ่ายวัสดุ
  • 2 : วิธีการเก็บวัสดุในคลัง
  • 3 : การเลือกอุปกรณ์ในการขนถ่าย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 320 :
  • การแบ่งชนิดอุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงตามลักษณะการเคลื่อนที่ของอุปกรณ์ ลิฟท์ถูกจัดอยู่ในประเภทใด
  • 1 : การเคลื่อนที่แบบต่อเนื่อง (Continuous Movement)
  • 2 : การเคลื่อนที่แบบไม่ต่อเนื่อง (Discontinuous Movement)
  • 3 : การเคลื่อนที่แบบพลังต่างศักดิ์ (Potential Movement)
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
  • เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุชนิดใดที่ใช้พื้นที่ในแนวเหนือศีรษะให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
  • 1 : สายพาน
  • 2 : รถยก
  • 3 : รอกและเครน
  • 4 : รถเข็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 322 :
  • การขนถ่ายลำเลียงวัสดุ คืออะไร?
  • 1 : การเคลื่อนย้ายสิ่งของจากต้นทางไปยังจุดหมายปลายทาง
  • 2 : การเคลื่อนย้ายสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งตามกำหนดการ เป็นที่พอใจของผู้รับด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำ
  • 3 : การขนย้ายสิ่งของจากผู้ผลิตไปยังผู้จำหน่วย
  • 4 : การขนย้ายสิ่งของจากผู้จัดหาไปยังผู้ผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
  • การจำแนกแยกแยะประเภทวัสดุ มีวัตถุประสงค์เพื่อ
  • 1 : ให้ง่ายในการจัดเก็บ
  • 2 : ให้สะดวกในการเลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงหรือวางแผนการขนถ่ายลำเลียง
  • 3 : แยกแยะวัสดุที่มีมูลค่าแตกต่างกันออกเป็นกลุ่ม ๆ
  • 4 : ให้ง่ายแก่การควบคุม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • การจำแนกแยกแยะประเภทวัสดุสำหรับการขนถ่ายลำเลียง ควรจำแนกแยกแยะดังนี้ คือ
  • 1 : แยกแยะตามสถานะ คือ แข็ง เหลว และ แก๊ส
  • 2 : แยกแยะตามมูลค่า
  • 3 : แยกแยะตามความต้องการใช้งานก่อนหน้าหลัง
  • 4 : แยกแยะตามความสามารถของการขนถ่ายลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • ผังโรงงานชนิดใดที่ทำให้เวลาที่ใช้ในการขนถ่ายลำเลียงมากที่สุด
  • 1 : ผังโรงงานแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : ผังโรงงานแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 3 : ผังโรงงานแบบเซลหรือกลุ่ม (Cellular Layout)
  • 4 : ผังโรงงานแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 326 :
  • ของเสียที่เกิดจากการขนถ่ายลำเลียงวัสดุสามารถทำให้ลดลงได้ด้วยการ
  • 1 : เลือกชนิดเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงให้เหมาะสม
  • 2 : เลือกบรรจุภัณฑ์และวิธีการบรรจุให้ถูกต้อง
  • 3 : เลือกเวลาที่ถูกต้องในการขนถ่ายลำเลียง
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 327 :
  • ถ้าต้องใช้แรงงานคนในการขนถ่ายลำเลียง หน่วยขนย้ายที่มีน้ำหนักสูงสุดที่จะให้แรงงานชายขนถ่ายควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 10 กก
  • 2 : 15 กก
  • 3 : 20 กก
  • 4 : 25 กก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • ถ้าต้องใช้แรงงานคนในการขนถ่ายลำเลียง หน่วยขนย้ายที่มีน้ำหนักสูงสุดที่จะให้แรงงานหญิงขนถ่ายควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 7 กก
  • 2 : 10 กก
  • 3 : 13 กก
  • 4 : 16 กก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 329 :
  • หลักการขนถ่ายลำเลียงที่สำคัญที่สุดในการวางแผนการขนถ่ายลำเลียง คือ
  • 1 : หลักของระยะทางและปริมาณ
  • 2 : หลักของการเลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง
  • 3 : หลักของการเลือกแรงงาน
  • 4 : หลักของการเลือกหน่วยขนย้าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • การแก้ปัญหาการขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่มีการมองปัญหาการขนถ่ายลำเลียงในวงแคบหรือวงจำกัด มักจะเกิดขึ้นกับโรงงานขนาดใด?
  • 1 : ขนาดใหญ่
  • 2 : ขนาดกลาง
  • 3 : ขนาดเล็ก
  • 4 : ทั้งข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • การแก้ปัญหาการขนถ่ายลำเลียงแบบคณะกรรมการ มีข้อดีหลายอย่าง ยกเว้น
  • 1 : ได้แนวความคิดจากหลายฝ่าย
  • 2 : ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีเพราะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
  • 3 : แก้ปัญหาได้รวดเร็วมาก
  • 4 : ได้ประสบการณ์จากคนหลายฝ่ายจะทำให้ได้คำตอบที่ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 :
  • การขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่มากเกินความจำเป็นจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพราะทำให้
  • 1 : ผลผลิตเพิ่มขึ้น
  • 2 : ใช้วัตถุดิบมากขึ้น
  • 3 : ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน
  • 4 : ใช้พลังงานมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 333 :
  • ควรเลือกใช้เครื่องมือใดในการศึกษาการเคลื่อนย้าย เพื่อวางแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 1 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 2 : แผนภูมิ D-I (Distance-Intensity Chart)
  • 3 : แผนภูมิความสัมพันธ์ (Relationship Chart)
  • 4 : แผนภูมิการไหล ไป-กลับ (From-to Chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 334 :
  • การวางแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุจะเกี่ยวข้องกับ
  • 1 : การเลือกระบบ เครื่องมือขนถ่ายลำเลียง และหน่วยขนย้าย
  • 2 : การเลือกระบบ เส้นทาง และเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง
  • 3 : การเลือกเส้นทาง เครื่องมือขนถ่ายลำเลียง และหน่วยขนย้าย
  • 4 : การเลือกบรรจุภัณฑ์ เครื่องมือขนถ่ายลำเลียง และหน่วยขนย้าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • ในการเลือกระบบขนถ่ายลำเลียง ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : เลือกระบบทางตรง เมื่อความหนาแน่นของการขนถ่ายลำเลียงมีมากและระยะทางสั้น
  • 2 : เลือกระบบทางตรง เมื่อความหนาแน่นของการขนถ่ายลำเลียงมีมากและระยะทางยาว
  • 3 : เลือกระบบทางอ้อม เมื่อความหนาแน่นของการขนถ่ายลำเลียงมีมากและระยะทางสั้น
  • 4 : เลือกระบบทางอ้อม เมื่อความหนาแน่นของการขนถ่ายลำเลียงมีมากและระยะทางยาว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • ในอุตสาหกรรมโลหะแผ่นขึ้นรูป ที่มีการผลิตชิ้นงานขนาดเล็กจำนวนมากแบบสายการผลิต มักจะมีการใช้อุปกรณ์ใดในการลำเลียงชิ้นส่วนที่ผลิตจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
  • 1 : สายพายลำเลียง (Belt Conveyors)
  • 2 : ลูกกลิ้งลำเลียง (Roller Conveyors)
  • 3 : รางลำเลียง (Chute)
  • 4 : ท่อลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :
  • ข้อดีของสายพานลำเลียง (Belt Conveyors) มีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ให้การเคลื่อนย้ายวัสดุเป็นปริมาณมาก ๆ ได้
  • 2 : ทำงานได้หลากกลาย ทั้งบนพื้นและเหนือศีรษะ
  • 3 : สามารถใช้เป็นที่เก็บพักวัสดุชั่วคราวระหว่างสถานีงานได้
  • 4 : ให้บริการได้เฉพาะพื้นที่เนิ่องจากเส้นทางลำเลียงตายตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • การลำเลียงแบบหล่อ (Molds) เพื่อรอการเทโลหะเหลวลงในแบบหล่อ ควรใช้อุปกรณ์ลำเลียงใด
  • 1 : สายพานลำเลียง (Belt Conveyors)
  • 2 : ลูกกลิ้งลำเลียง (Roller Conveyors)
  • 3 : รางลำเลียง (Chute)
  • 4 : โซ่ลำเลียง (Chain Conveyors)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :
  • รอกหรือปั้นจั่น (Hoist or Crane) จัดอยู่ในเครื่องมือประเภทใด?
  • 1 : เครื่องมือขนถ่ายวัสดุหนักมาก
  • 2 : เครื่องมือลำเลียงวัสดุหนักมาก
  • 3 : เครื่องมือขนถ่ายลำเลียงที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง
  • 4 : ถูกทั้ง ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 340 :
  • รถยก (Forklift Truck) เป็นเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง ที่เหมาะจะใช้ในโรงงานที่มีการออกแบบผังโรงงานชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : ผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : ผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 3 : ผังแบบเซลหรือกลุ่ม (Cellular Layout)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 341 :
  • สายพานลำเลียง เป็นเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง ที่เหมาะจะใช้ในโรงงานที่มีการออกแบบผังโรงงานชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : ผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : ผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 3 : ผังแบบเซลหรือกกลุ่ม (Cellular Layout)
  • 4 : ผังแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • รอกหรือปั้นจั่น เป็นเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง ที่เหมาะจะใช้ในโรงงานที่มีการออกแบบผังโรงงานชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : ผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : ผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 3 : ผังแบบเซลหรือกกลุ่ม (Cellular Layout)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 343 :
  • รถเข็นสองล้อ สี่ล้อ เป็นเครื่องมือขนถ่ายลำเลียง ที่เหมาะจะใช้ในโรงงานที่มีการออกแบบผังโรงงานชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : ผังแบบกระบวนการผลิต (Process Layout)
  • 2 : ผังแบบผลิตภัณฑ์ (Product Layout)
  • 3 : ผังแบบเซลหรือกกลุ่ม (Cellular Layout)
  • 4 : ผังแบบตามตำแหน่งงาน (Fixed Position Layout)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • เครื่องมือขนถ่าย ควรใช้เมื่อมีการขนถ่ายลำเลียง
  • 1 : ในระยะทางสั้น ๆ
  • 2 : เมื่อความหนาแน่นในการขนถ่ายลำเลียงมีไม่มาก
  • 3 : ในระยะทางยาว
  • 4 : เมื่อความหนาแน่นในการขนถ่ายลำเลียงมีมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 345 :
  • เครื่องมือลำเลียง ควรใช้เมื่อมีการขนถ่ายลำเลียง
  • 1 : ในระยะทางสั้น ๆ
  • 2 : เมื่อความหนาแน่นในการขนถ่ายลำเลียงมีไม่มาก
  • 3 : ในระยะทางยาว
  • 4 : เมื่อความหนาแน่นในการขนถ่ายลำเลียงมีมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 :
  • ที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์แห่งหนึ่งจะต้องใช้รถยกในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่เกิดขึ้นจริง ๆ ให้กับแผนกต่าง ๆ เป็นเวลารวมกันทั้งสิ้น 600 นาที/วัน แต่เนื่องจากจะมีการวิ่งรถเปล่าในบางเที่ยว พนักงานขับรถจะต้องใช้เวลาในการทำกิจส่วนตัว และรถยกต้องการเวลาสำหรับซ่อมบำรุงรักษาด้วย จึงต้องเผื่อเวลาไว้ให้ในส่วนเหล่านี้ 20% อยากทราบว่าควรจะมีรถยกไว้ใช้งานกี่คัน?
  • 1 : 1 คัน
  • 2 : 2 คัน
  • 3 : 3 คัน
  • 4 : 4 คัน
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • ผลที่ได้จากการขนถ่ายวัสดุที่ดีคือการลดต้นทุนการผลิตที่จะส่งเสริมให้ระบบการผลิตใช้เวลาการผลิตน้อยที่ในการศึกษาการเคลื่อนย้ายเพื่อเลือกเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุนั้น จะมีการใช้เครื่องมือดังนี้ คือ
    สุดโดยพิจารณา
  • 1 : แผนผังการไหล (Flow Diagram)
  • 2 : แผนภูมิ D-I (Distance-Intensity Plot)
  • 3 : แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart)
  • 4 : ทั้งข้อ 1 และข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • หลักการในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ (Materials Handling) มีดังนี้
  • 1 : ลดการขนย้ายที่ไม่จำเป็น 
  • 2 : ขนย้ายวัสดุครั้งละมาก ๆ
  • 3 : เคลื่อนย้ายด้วยระยะทางที่สั้นที่สุด 
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 349 :
  • โรงงานผลิตเครื่องครัวสเตนเลสแห่งหนึ่งได้ใช้รถยกในการขนถ่ายลำเลียงเหล็กสเตนเลสม้วน เหล็กแผ่น เศษเหล็กสเตนเลส ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป และอื่น ๆ จากการวิเคราะห์ได้ข้อสรุปว่าทางโรงงานจะต้องใช้รถยกในการขนถ่ายลำเลียงทั้งหมดใน 1วัน เป็นเวลา 875 นาที อยากทราบว่า ทางโรงงานควรมีรถยกไว้ใช้กี่คัน
  • 1 : 1 คัน
  • 2 : 2 คัน
  • 3 : 3 คัน
  • 4 : 4 คัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • ในการวิเคราะห์การไหลเพื่อการออกแบบผังโรงงานโดยใช้แผนภูมิการไหลไป-กลับ (From-to Chart) นั้น บางเส้นทางมีการไหลทางเดียว และบางเส้นทางมีการไหลสองทิศทาง (ไป-กลับ) อยากทราบว่าทิศทางการไหลที่ได้มาจากการเก็บข้อมูล จะมีประโยชน์อย่างไรต่อการกำหนด/ออกแบบเส้นทางลำเลียง
  • 1 : ใช้ในการกำหนดความกว้างของเส้นทางลำเลียง
  • 2 : ใช้ในการกำหนดรูปแบบการไหลในการลำเลียง
  • 3 : ใช้ในการกำหนดระยะทางในการลำเลียง
  • 4 : ใช้ในการกำหนดขนาดความกว้างของรถลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 351 :
  • สายพานลำเลียงเหมาะสำหรับงาน
  • 1 : ที่มีการลำเลียงวัสดุเป็นปริมาณไม่มาก
  • 2 : ที่มีการลำเลียงวัสดุอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอระหว่างจุดสองจุด
  • 3 : ที่มีการลำเลียงวัสดุเป็นช่วง ๆ
  • 4 : ที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการขนถ่ายลำเลียงบ่อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 352 :
  • อุปกรณ์ใดที่สามารถทำให้วัสดุ/สินค้า เคลื่อนที่โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงโลกได้
  • 1 : ลิฟต์
  • 2 : ปั้นจั่น
  • 3 : เครื่องยก
  • 4 : รางลำเลียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 213 : 10 การออกแบบคลัง/โกดังคลังสินค้า
ข้อที่ 353 :
  • ปัจจัยใดที่ควรนำมาพิจารณาในการออกแบบผังโกดัง
  • 1 : การใช้พื้นที่
  • 2 : การใช้เครื่องมือ
  • 3 : การเข้าออกของวัสดุที่เก็บ
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 354 :
  • ปัจจัยใดที่ควรนำมาพิจารณาในการออกแบบผังโกดัง 
  • 1 : การขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 2 :   ความเป็นระเบียบ
  • 3 : การควบคุม
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • ทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้งานในการจัดเก็บรักษาวัสดุ สิ่งของ ประกอบด้วย
  • 1 : พื้นที่ วิธีการ อุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุ
  • 2 : สิ่งของ วิธีการ พลังงาน
  • 3 : สิ่งของ คน อุปกรณ์ความปลอดภัย
  • 4 : พื้นที่ คน อุปกรณ์ขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • ความรวดเร็วในการขนย้ายสินค้าออกจากคลังสินค้า จะขึ้นกับเส้นทางขนย้าย ตำแหน่งที่วางสินค้าและ 
  • 1 : ขนาดของสินค้า
  • 2 : น้ำหนักของสินค้า
  • 3 : ขนาดของพาเลต (Pallet)
  • 4 : วิธีการจัดวาง/เก็บสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • หน้าที่ของสโตร์และโกดังมีดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : การรับของ (Receiving)
  • 2 : การจ่ายของ (Put away)
  • 3 : การเติมเต็ม (Replenishing)
  • 4 : การตรวจซ่อมเครื่องมือขนถ่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 358 :
  • หน้าที่ในการกระจายวัสดุ/สิ่งของ (Cross-docking)ในสโตร์และโกดังมีการทำงานในลักษณะใด
  • 1 : การจ่ายของ (Putaway)
  • 2 : การรับของ (Receiving)
  • 3 : การเติมเต็ม (Replenishing)
  • 4 : การพักและเปลี่ยนรถในสถานีที่ขนส่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • ปัจจัยใดที่ควรนำมาพิจารณาในการออกแบบผังโกดัง
  • 1 : การขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • 2 : การควบคุม
  • 3 : ความยืดหยุ่นและการเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งผลิตสินค้า A วันละ 20 กล่อง มี Safety stock อยู่ที่ 5 วัน ระยะเวลาในการสั่งสินค้า 10 วัน ระยะเวลาในการผลิต 45 วัน อยากทราบว่าปริมาณสินค้ามากสุดที่โกดังจะเก็บได้เป็นจำนวนเท่าใด  
  • 1 : 1,000 กล่อง
  • 2 : 1,500 กล่อง
  • 3 : 2,000 กล่อง
  • 4 : 2,500 กล่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :
  • ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการออกแบบผังโกดังมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : การใช้พื้นที่
  • 2 : การใช้เครื่องมือ
  • 3 : การใช้แรงงาน
  • 4 : การเข้าออกของ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :
  • ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการออกแบบผังโกดังมีดังนี้ ยกเว้น
     
  • 1 : การใช้พื้นที่
  • 2 : การใช้เครื่องมือ
  • 3 : การใช้สาธารณูปโภค
  • 4 : การเข้าออกของ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • วัตถุประสงค์หลักของการมีโกดังมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : เก็บรักษาวัสดุ/ผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพปลอดภัย
  • 2 : เป็นที่ให้เกิดความยืดหยุ่นของวัตถุดิบ/สินค้าในระบบการผลิต
  • 3 : ช่วยเพิ่มผลกำไร
  • 4 : ใช้กักตุนสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 364 :
  • การจัดเก็บสิ่งของตามลักษณะดังรูปที่ให้มา น่าจะเป็นการจัดเก็บของในลักษณะใด

  • 1 : ความเหมือนกันตามลักษณะทางฟิสิกส์ (Physical Similarity)
  • 2 : ความเหมือนกันในการใช้งาน (Functional Similarity)
  • 3 : ชนิดของที่ได้รับการใช้มากที่สุด (Popularity)
  • 4 : ของเก็บไม่จำกัดที่เก็บ (Randomized Storage)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • ข้อดีของการมีโกดังกลางเพียงแห่งเดียวมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ทำให้การวางแผนการผลิตง่ายขึ้น
  • 2 : ควบคุมของเสียหาย/สูญหายได้ง่ายและดีกว่า
  • 3 : ง่ายต่อการตรวจสอบวัสดุที่มีคุณภาพเลวและหมดอายุ
  • 4 : ลดความล่าช้าในการส่งของไปยังจุดต้องการใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการวางสินค้าซ้อนกัน (Stacking) คือ
  • 1 : ความสามารถในการรับน้ำหนักของแต่ละชิ้นสินค้า
  • 2 : ความสามารถในการนำเข้าวางและหยิบออกของระบบขนย้ายชิ้นสินค้า
  • 3 : ความสามารถรับน้ำหนักของพื้นโกดัง
  • 4 : ถูกหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 367 :
  • ปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการออกแบบผังโกดังมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : ขนาดของชิ้นงานแต่ละชิ้น
  • 2 : ขนาดของภาชนะบรรจุ
  • 3 : จำนวนที่จะบรรจุในภาชนะได้เต็ม
  • 4 : ชนิดแรงงานที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 368 :
  • แนวทางในการจัดโกดังหรือสโตร์มีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : จัดเตรียมรายละเอียดการใช้พ้สดุแต่ละชนิด
  • 2 : กำหนดพื้นที่ให้กับอุปกรณ์ช่วยขนถ่ายลำเลียง
  • 3 : กำหนดจำนวนอุปกรณ์ช่วยขนถ่ายลำเลียงที่เหมาะสม
  • 4 : กำหนดบุคลากรที่ต้องรับผิดชอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 369 :
  • ข้อใดไม่ใช่แนวคิดของการเก็บพัสดุ
  • 1 : เก็บตามความต้องการใช้งาน
  • 2 : เก็บตามขนาดพัสดุ
  • 3 : เก็บตามคุณลักษณะพัสดุ
  • 4 : เก็บตามเวลาการสั่งซื้อพัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • หน้าที่ของโกดังมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : รับ/ส่งของ
  • 2 : เก็บรักษาของอย่างปลอดภัย
  • 3 : ออกของตามใบสั่งอย่างมีประสิทธิภาพ
  • 4 : ซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • การจัดเก็บของบนหิ้งเหมาะสำหรับการจัดเก็บสิ่งของต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : กระสอบ
  • 2 : พาเลต
  • 3 : ม้วนพรมขนาด Ø300 x 2,000 ม.ม.
  • 4 : ท่อนเพลาเหล็กขนาดต่าง ๆ ยาว 6,000 ม.ม. 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 372 :
  • หน่วยงานใดที่ทำหน้าที่ในลักษณะการส่งผ่านของ (Cross-docking) ที่ชัดเจนที่สุด
  • 1 : ที่ทำการไปรษณีย์
  • 2 : โรงพยาบาล
  • 3 : ธนาคาร
  • 4 : ที่ว่าการอำเภอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 373 :
  • ผลิตภัณฑ์ขนาด (ก x ย x ส) 11 x 23 x11 ซม. จำนวน 180 ชิ้น วางเรียงไม่ให้ล้นออกนอกขอบบนแผ่นรองพาเลตขนาด 100 x 100 x 15 ซม. ฝ่ายวางแผนและควบคุมการผลิตกำหนดให้ต้องมีผลิตภัณฑ์แต่ละจุดรอระหว่างการผลิตให้เพียงพอสำหรับ 3 ช.ม. ดังนั้นจะต้องใช้กี่พาเลต ในเมื่ออัตราการผลิตปกติเท่ากับ 2,880 ชิ้นต่อวัน
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 374 :
  • เหตุผลหลักที่ต้องมีโกดังหรือคลังสินค้าเพราะ

  • 1 : สินค้าต้องมีที่เก็บเสมอ
  • 2 : วัตถุดิบต้องมีที่เก็บ
  • 3 : ความต้องการของผู้ผลิตและผู้ซื้อไม่สมดุลกัน
  • 4 : เอาไว้เก็บเศษของเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • โกดังเก็บเครื่องมือ (Tools Storage) มักจะหมายถึงโกดังสำหรับเก็บ
  • 1 : เครื่องมือวัดละเอียด
  • 2 : แม่พิมพ์ จิ๊กและฟิกเจอร์
  • 3 : เครื่องวัดความแข็ง
  • 4 : เครื่องวัดความกลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • ปัจจัยใดเป็นตัวกำหนดความกว้างของทางลำเลียงวัสดุ
  • 1 : จำนวนรถลำเลียงวัสดุ
  • 2 : จำนวนแรงงานที่ใช้ในการลำเลียงวัสดุ
  • 3 : ความกว้างของรถที่ใช้ในการลำเลียงวัสดุ
  • 4 : ความถี่ในการลำเลียงวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 214 : 11 วิธีการประเมินเพื่อเลือกผังโรงงานและระบบขนถ่ายลำเลียงวัสดุ
ข้อที่ 377 :
  • ปัจจัยเชิงคุณภาพใดต่อไปนี้ที่มักใช้ในการประเมินเปรียบเทียบเพื่อเลือกผังโรงงาน

  • 1 : ความยืดหยุ่นต่อการจัดวางผัง
  • 2 : รูปแบบการไหล
  • 3 : การใช้ประโยชน์จากพื้นที่
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • ปัจจัยเชิงคุณภาพใดต่อไปนี้ที่มักใช้ในการประเมินเปรียบเทียบเพื่อเลือกผังโรงงาน

  • 1 : ความปลอดภัย
  • 2 : การระบายอากาศ
  • 3 : การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางสูง
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • ปัจจัยเชิงคุณภาพใดต่อไปนี้ที่มักใช้ในการประเมินเปรียบเทียบเพื่อเลือกผังโรงงาน

  • 1 : การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ เช่น แสงและลม เป็นต้น
  • 2 : ภาพลักษณ์ที่ปรากฏ
  • 3 : ง่ายต่อการขยาย
  • 4 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 380 :
  • ในการประเมินเปรียบเทียบเพื่อเลือกผังโรงงานที่ได้ออกแบบอย่างหยาบ ๆ มานั้น ควรจะเลือกใช้วิธีการใดมาประเมิน
  • 1 : เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : ประเมินเชิงปริมาณ
  • 3 : ประเมินด้วยการให้คะแนนและถ่วงน้ำหนักปัจจัย
  • 4 : ใช้ทั้งข้อ 2 และข้อ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • ข้อมูลในตารางที่ให้มาเป็นการประเมินเปรียบเทียบแผนผังโรงงาน 4 แผนด้วยกัน ท่านเห็นว่าสมควรที่จะเลือกแผนใด

    รูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : แผน 1
  • 2 : แผน 2
  • 3 : แผน 3
  • 4 : แผน 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • ในการประเมินเปรียบเทียบเพื่อเลือกผังโรงงานที่ได้ออกแบบอย่างหยาบ ๆ มานั้น ควรจะเลือกใช้วิธีการประเมินใด
  • 1 : เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : ประเมินเชิงปริมาณและการประเมินด้วยการให้คะแนนและถ่วงน้ำหนักปัจจัยไปพร้อม ๆ กัน
  • 3 : เปรียบเทียบจำนวนแรงงานทางตรง
  • 4 : เปรียบเทียบจำนวนแรงงานทางอ้อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • ข้อมูลในตารางที่ให้มาเป็นการประเมินเปรียบเทียบแผนผังโรงงาน 4 แผนด้วยกัน ท่านเห็นว่าสมควรที่จะเลือกแผนใด

    รูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : แผน 1
  • 2 : แผน 2
  • 3 : แผน 3
  • 4 : แผน 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :
  • วิธีการประเมินผังโรงงานและแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุที่ได้รับการนำไปใช้มากที่สุดได้แก่
    รูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : วิธีการประเมินเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : วิธีการประเมินโดยการให้คะแนนเปรียบเทียบและถ่วงน้ำหนักปัจจัย
  • 3 : วิธีการประเมินโดยวิธีหาผลตอบแทนภายใน
  • 4 : วิธีการประเมินโดยวิธีเปรียบเทียบมูลค่าปัจจุบัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 385 :
  • วิธีการประเมินเชิงปริมาณมีดังนี้ ยกเว้น

  • 1 : วิธีหาระยะเวลาคืนทุน (Payback Period Method)
  • 2 : วิธีหาผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return Method)
  • 3 : วิธีหามูลค่าปัจจุบัน (Present worth Method)
  • 4 : วิธีเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • วิธีการประเมินเชิงคุณภาพมีดังนี้ 
  • 1 : วิธีหาระยะเวลาคืนทุน (Payback Period Method)
  • 2 : วิธีหาผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return Method)
  • 3 : วิธีหามูลค่าปัจจุบัน (Present worth Method)
  • 4 : วิธีเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • ปัจจัยที่ใช้ในการประเมินผังโรงงานมีดังต่อไปนี้ ยกเว้น
  • 1 : ง่ายต่อการขยาย การไหลของวัสดุ ความปลอดภัย
  • 2 : การใช้ประโยชน์จากพื้นที่
  • 3 : ง่ายต่อการควบคุมดูแล
  • 4 : ชนิดของดวงไฟที่ให้แสงสว่าง
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • โดยทั่วไปดัชนีชี้วัดความสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ในการออกแบบและจัดวางผังโรงงานจะอยู่ที่
  • 1 : ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการขนถ่ายลำเลียงวัสดุระหว่างหน่วยงานมีค่าต่ำสุด
  • 2 : ค่าใช้จ่ายในการผลิตโดยรวมมีค่าต่ำสุด
  • 3 : ค่าใช้จ่ายการออกแบบมีค่าต่ำสุด
  • 4 : ค่าคะแนนความสัมพันธ์รวมระหว่างหน่วยงานมีค่าสูงสุด
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 :
  • ในการประเมินเพื่อเลือกผังโรงงานจากการออกแบบผังโรงงานอย่างคร่าว ๆ (Block Layout) หลายแบบ นั้น วิธีการที่เหมาะสมที่น่าจะนำมาใช้ในการประเมินเพื่อเลือกผัง คือ
  • 1 : การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : การประเมินเชิงคุณภาพด้วยการเปรียบเทียบเกณฑ์และถ่วงน้ำหนักความสำคัญของปัจจัย
  • 3 : การประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 4 : การประเมินเชิงคุณภาพและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • การประเมินเพื่อเลือกแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ ควรใช้วิธีการประเมินใด?
  • 1 : การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : การประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์
  • 3 : การประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 4 : การประเมินเชิงคุณภาพและการประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 391 :
  • การประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์ในการเลือกแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุนั้น ควรใช้วิธีใดในการประเมิน
  • 1 : การเปรียบเทียบระยะเวลาคืนทุน
  • 2 : การเปรียบเทียบต้นทุน
  • 3 : การเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนภายใน
  • 4 : การเปรียบเทียบระยะเวลาคืนทุนและมูลค่าปัจจุบัน
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 :
  • ปัจจัยที่นำมาใช้ในการประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์เพื่อเลือกแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุ คือ
  • 1 : ค่าลงทุนเริ่มแรกและค่าดำเนินการ
  • 2 : ค่าลงทุนเริ่มแรกและค่าเสื่อมราคา
  • 3 : ค่าเสื่อมราคาและค่าดำเนินการ
  • 4 : ค่าใช้จ่ายคงที่และค่าดำเนินการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 393 :
  • วิธีที่ใช้ในการประเมินผังโรงงานมีดังนี้
  • 1 : เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย เปรียบเทียบคะแนนและถ่่วงน้ำหนักความสำคัญปัจจัย เปรียบเทียบเงินลงทุน
  • 2 : ตรวจสอบตามมาตรฐานและกฎหมาย
  • 3 : ตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่่องจักรต่าง ๆ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • วิธีหาผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return Method) ในการประเมินผังโรงงานมีข้อดีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : เป็นวิธีที่ทำให้ได้อัตราผลตอบแทนภายในในการลงทุนที่เป็นจริงขึ้น
  • 2 : ทำให้ผู้วิเคราะห์เห็นภาพของโครงการทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น
  • 3 : เป็นวิธีที่คำนึงถึงค่าของเงินตามเวลา
  • 4 : เป็นวิธีที่ง่ายและไม่ยุ่งยากในการประเมิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 395 :
  • วิธีการประเมินแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุมีดังนี้
  • 1 : เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย 
  • 2 : ให้คะแนนเปรียบเทียบและถ่วงน้ำหนักความสำคัญของปัจจัย
  • 3 : เปรียบเทียบเงินลงทุน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 :
  • วิธีที่ใช้ในการประเมินผังโรงงานมีดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 2 : ให้คะแนนเปรียบเทียบและถ่วงน้ำหนักปัจจัย
  • 3 : เปรียบเทียบเงินลงทุน
  • 4 : เปรีียบเทียบจำนวนแรงงานที่ใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 397 :
  • วิธีการประเมินผังโรงงานในเชิงปริมาณมีดังนี้
  • 1 : วิธีการประเมินโดยเปรียบเทียบระยะทางในการลำเลียงโดยรวม
  • 2 : วิธีการประเมินโดยการให้คะแนนเปรียบเทียบและถ่วงน้ำหนักปัจจัย
  • 3 : วิธีการประเมินเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย
  • 4 : วิธีการประเมินโดยเปรียบเทียบรูปแบบการไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :
  • วิธีประเมินโดยวิธีหาระยะเวลาคืนทุน มีข้อดังนี้ ยกเว้น
  • 1 : เป็นวิธีที่ง่าย สามารถใช้คาดคะเนผลตอบแทนได้
  • 2 : ช่วยให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  • 3 : ให้ความเที่ยงตรงพอควรเมื่ออายุของโครงการมากกว่าระยะเวลาคืนทุน 50%
  • 4 : การประเมินผลตอบแทนจะมีความเที่ยงตรงเมื่ออายุของโครงการสั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 399 :
  • ในการประเมินเพื่่อเลือกผังโรงงานและแผนการขนถ่ายลำเลียงวัสดุโดยทั่วไปนั้นมักใช้วิธีดังนี้คือ 
  • 1 : เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและปัจจัยที่ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้
  • 2 : กำหนดปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยให้คะแนนแต่ละปัจจัยเท่า ๆ กัน
  • 3 : กำหนดปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยให้คะแนนแต่ละปัจจัยไม่เท่ากัน
  • 4 : ใช้ดุลยพินิจของผู้จัดการโรงงานและกรรมการผู้จัดการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 400 :
  • ในการประเมินเปรียบเทียบเพื่อเลือกผังโรงงานที่ได้ออกแบบอย่างหยาบ ๆ มานั้น มักใช้วิธีการประเมินดังนี้
  • 1 : เปรียบเทียบระยะทางในการไหลหรือกการลำเลียงโดยรวม
  • 2 : เปรียบเทียบรูปร่างลักษณะของหน่่วยงานในการจัดวาง
  • 3 : เปรียบเทียบตำแหน่งของหน่วยงานผลิตต่าง ๆ
  • 4 : เปรียบเทียบตำแหน่งของหน่วยสนับสนุนผลิตต่าง ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
สภาวิศวกร