สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการ

วิชา : Quality Control

เนื้อหาวิชา : 193 : 01 Meaning and Concept of Quality Control and Quality Improvement
ข้อที่ 1 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความหมายของการควบคุมคุณภาพ
  • 1 : การทำแผนหรือระบบเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า เพื่อตอบสนองสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง
  • 2 : การรักษาคุณภาพให้ได้ในระดับเดิม โดยแก้ไขเมื่อกระบวนการผิดจากเป้าหมาย
  • 3 : การควบคุมค่าเฉลี่ยของกระบวนการให้คงที่
  • 4 : การควบคุมค่าความผันแปรของกระบวนการให้คงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการในการตอบสนองต่อความต้องการในการใช้งาน ตรงกับข้อใด
  • 1 : สมรรถนะ(Performance)
  • 2 : ความสามารถในการใช้งานได้(Serviceability)
  • 3 : ความทนทาน(Durability)
  • 4 : ความถูกต้องตรงกัน(Conformance)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • คำกล่าวในข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : "Nonconforming Product" คือ ผลิตภัณฑ์ที่บกพร่องและไม่เหมาะกับการใช้งาน
  • 2 : ผลิตภัณฑ์ที่มี "Nonconformity" คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน
  • 3 : "Nonconformity" คือ ความบกพร่องที่เกิดกับผลิตภัณฑ์
  • 4 : "Nonconforming Product" จะมี "nonconformity" อยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัววัดคุณภาพ
  • 1 : ความทนทาน(Durability)
  • 2 : ความสุนทรีย์(Aesthetics)
  • 3 : ลักษณะ(Features)
  • 4 : ราคา(Price)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • ข้อใดมีขั้นตอนคล้ายกับ DMAIC
  • 1 : PDCA
  • 2 : DFSS
  • 3 : TQM
  • 4 : ISO
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 6 :
  • จุดประสงค์ของการทำ QC คือข้อใด
  • 1 : วิเคราะห์สาเหตุของความล้มเหลวของผลิตภัณฑ์ในเชิงคุณภาพ
  • 2 : เพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด
  • 3 : ขจัดข้อโต้แย้งระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้
  • 4 : ควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 :
  • ถ้าจะวางระบบ QC ในโรงงาน ควรศึกษาหาข้อมูลใดก่อน
  • 1 : ข้อกำหนดของทุกผลิตภัณฑ์ (Specification)
  • 2 : กรรมวิธีการผลิต
  • 3 : การสร้างแผนภูมิควบคุม
  • 4 : แผนการสุ่มตัวอย่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 8 :
  • ถ้าต้องการเป็นผู้นำทางด้านการคิดค้นพัฒนา หรือนวัตกรรมใหม่ คุณภาพระดับใดที่จะต้องตอบสนอง
  • 1 : คุณภาพที่มีเสน่ห์(Attractive Quality)
  • 2 : คุณภาพมิติเดียว(One-Dimensional Quality)
  • 3 : คุณภาพที่ต้องมี(Must-be Quality) ทดสอบ
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • QA และ QC มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
  • 1 : QA เน้นกระบวนการ หรือวิธีการ QC เน้นผลลัพธ์ ไม่สัมพันธ์กัน
  • 2 : QA เน้นผลลัพธ์ QC เน้นกระบวนการ หรือวิธีการ ไม่สัมพันธ์กัน
  • 3 : QA เน้นกระบวนการ หรือวิธีการ QC เน้นผลลัพธ์ เเละ QC เป็นส่วนหนึ่งของ QA
  • 4 : QA เน้นผลลัพธ์ QC เน้นกระบวนการ หรือวิธีการ เเละ QA เป็นส่วนหนึ่งของ QC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : สาเหตุของความแปรปรวนในกระบวนการแบ่งออกเป็น ความแปรปรวนเนื่องมาจากธรรมชาติของกระบวนการผลิต (Common Cause) และความแปรปรวนเนื่องมาจากสาเหตุเฉพาะหรือสาเหตุพิเศษ (Special cause) ความแปรปรวนอันเนื่องมาจากสาเหตุเฉพาะนี้มักเป็นผลพวงมาจากการที่มีความผิดปกติในกระบวนการการผลิต เช่น การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ วิธีการผลิต หรือ เครื่องจักร
  • 2 : เป้าหมายหลักของการใช้แผนภูมิควบคุม คือ การลดความแปรปรวนในกระบวนการ
  • 3 : ผู้ผลิตควรมุ่งเน้นตรวจสอบเพื่อคัดของเสียออกจากกระบวนการ มากกว่าที่จะป้องกันการเกิดของเสีย
  • 4 : คุณภาพ คือ ความพึงพอใจของลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • เทคนิคใดใช้ในการควบคุมคุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิต
  • 1 : การออกแบบการทดลอง (Design of Experiment)
  • 2 : แผนภูมิควบคุม (Control Chart)
  • 3 : การชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับ (Acceptance Sampling)
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • ข้อใดไม่ใช่มิติคุณภาพ 8 ประการ (dimensions of quality) ที่นำเสนอโดย Garvin (1987)
  • 1 : สมรรถนะ(Performance)
  • 2 : ความเชื่อถือได้(Reliability)
  • 3 : ความเหมาะสมสำหรับการใช้งาน(Fitness for use)
  • 4 : ความสุนทรีย์(Aesthetics)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • ผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่งส่งช่างเชื่อมที่ก่อให้เกิดงานเสียเนื่องจากการเชื่อมบ่อย เข้าฝึกอบรมในหลักสูตร “การเชื่อมเพื่อลดของเสีย” ค่าใช้จ่ายในการส่งช่างเชื่อมเข้าอบรมจัดเป็นค่าใช้จ่ายประเภทใด
  • 1 : ต้นทุนเชิงป้องกัน(prevention costs)
  • 2 : ต้นทุนจากการประเมินคุณภาพ(appraisal costs)
  • 3 : ต้นทุนคุณภาพด้านความล้มเหลวภายใน(internal failure costs)
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • กระบวนการกลึงเพลา มีข้อกำหนดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 +/-0.2 มม. โดยใช้เครื่องกลึงแบบกึ่งอัตโนมัติ พนักงานแผนก QA สุ่มชิ้นงานที่กลึงแล้วจำนวน 30 ชุด ๆ ละ 4 ชิ้น มาตรวจสอบเพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม พบว่ากระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม โดยมีค่าเฉลี่ยของเส้นผ่านศูนย์กลางและค่าเฉลี่ยของพิสัยเท่ากับ 19.99 และ 4.118 มม. ตามลำดับ เราควรจะปรับปรุงกระบวนการอย่างไร
  • 1 : เพิ่มค่าเฉลี่ยของกระบวนการ
  • 2 : ลดความผันแปรของกระบวนการ
  • 3 : เพิ่มค่าเฉลี่ยของกระบวนการและลดความผันแปรของกระบวนการพร้อมกัน
  • 4 : กระบวนการมีความสามารถดีอยู่แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :
  • ข้อใดคือความหมายของ "คุณภาพ" ในสมัยใหม่
  • 1 : ความเหมาะสมของการนำไปใช้งาน
  • 2 : ความสามารถในการตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้า
  • 3 : ความสอดคล้องกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
  • 4 : การที่ผลิตภัณฑ์มีความผันแปรต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • ข้อใดเป็นความหมายของการควบคุมคุณภาพ
  • 1 : การเปรียบเทียบสิ่งที่ทำได้กับเป้าหมายและแก้ไขในส่วนต่าง
  • 2 : การคัดแยกของดีออกจากของเสีย
  • 3 : การยกระดับเป้าหมายให้สูงขึ้น
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ในต้นทุนคุณภาพด้านความล้มเหลวภายใน (Internal Failure Cost)
  • 1 : การนำกลับไปซ่อมใหม่
  • 2 : การนำกลับไปทดสอบใหม่
  • 3 : การทดสอบเครื่องมือให้พร้อมใช้งาน
  • 4 : การวิเคราะห์สาเหตุของของเสียที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดจัดอยู่ในต้นทุนคุณภาพด้านความล้มเหลวภายนอก (External Failure Cost)
  • 1 : การตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต
  • 2 : การซ่อมสินค้าให้ลูกค้าในช่วงเวลารับประกัน
  • 3 : การทดสอบเครื่องมือให้พร้อมในการใช้งาน
  • 4 : การวิเคราะห์ถึงสาเหตุของของเสียที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 19 :
  • ข้อใดเป็นลำดับของการจัดฝึกอบรมทางด้านคุณภาพ 1. กำหนดหัวข้อการอบรม 2. จัดเตรียมเอกสารประกอบการอบรม 3. กำหนดวัตถุประสงค์ของการอบรม 4. กำหนดความต้องการในการอบรม
  • 1 : 4, 1, 3, 2
  • 2 : 4, 3, 1, 2
  • 3 : 3, 4, 1, 2
  • 4 : 1, 4, 3, 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดเป็นต้นทุนคุณภาพที่ซ่อนเร้น (Hidden quality costs)
  • 1 : ต้นทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
  • 2 : การสูญเสียลูกค้าที่มีศักยภาพ
  • 3 : ต้นทุนในการรายงานเกี่ยวกับของเสีย (Scrap)
  • 4 : ต้นทุนการพัฒนาสินค้าใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับต้นทุนคุณภาพที่เหมาะสำหรับผู้บริหารระดับสูง
  • 1 : ต้นทุนคุณภาพรวมในหน่วยของบาท
  • 2 : ต้นทุนคุณภาพต่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิต
  • 3 : ต้นทุนคุณภาพเปรียบเทียบกับกำไร
  • 4 : ต้นทุนคุณภาพเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายพนักงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • ข้อมูลใดมีความจำเป็นต่อการทำวิจัยตลาด (Market Research) เพื่อศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพ
  • 1 : รูปแบบและรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
  • 2 : ระดับคุณภาพของคู่แข่งในตลาด
  • 3 : ระดับคุณภาพของบริษัทในตลาด
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • ต้นทุนคุณภาพเนื่องจาก “Poor quality” หมายถึงข้อใด
  • 1 : ความล้มเหลวภายในและภายนอก(Internal และ External failure)
  • 2 : การตรวจสอบ(Inspections) และ การทดสอบ(Tests)
  • 3 : งานซ่อม(Reworks) และ ของเสีย(Scrap)
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ต้นทุนสำหรับการคัดเลือกผู้ส่งมอบวัตถุดิบ (Vendor) ที่เหมาะสมคือต้นทุนคุณภาพในข้อใด
  • 1 : ต้นทุนจากความล้มเหลว(Failure cost)
  • 2 : ต้นทุนจากการประเมิน(Appraisal cost)
  • 3 : ต้นทุนเชิงป้องกัน(Prevention cost)
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • การทบทวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องใช้ข้อมูลใดประกอบ
  • 1 : การทบทวนการออกแบบกระบวนการ
  • 2 : การทบทวนนโยบายของฝ่ายบริหาร
  • 3 : การทบทวนทัศนะคติของพนักงาน
  • 4 : การทบทวนวัฒนธรรมด้านคุณภาพขององค์กร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเดมมิ่ง
  • 1 : คนงานมีความสำคัญที่สุดต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • 2 : การจ่ายค่าแรงงานที่ยุติธรรมกับลูกจ้างและนายจ้างควรใช้ระบบรางวัลจูงใจ
  • 3 : ฝ่ายบริหารควรมององค์กรแบบองค์รวม
  • 4 : ควรส่งเสริมให้พนักงานในทุกแผนกมีการสื่อสารที่ดีและทำงานร่วมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : “Shewhart” เป็นผู้คิดค้นแผนภูมิควบคุม
  • 2 : “Dodge และ Romig” เป็นผู้คิดค้นแผนการสุ่มตัวอย่าง
  • 3 : “Deming” เป็นบุคคลสำคัญในการเผยแพร่หลักการควบคุมคุณภาพในประเทศญี่ปุ่น
  • 4 : ผู้ประกอบการในอเมริกาให้ความสนใจการควบคุมคุณภาพโดยใช้หสักทางสถิติก่อนผู้ประกอบการในญี่ปุ่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • ความหมายของคุณภาพที่ดีควรครอบคลุมถึงหลักการในข้อใดบ้าง
  • 1 : การเน้นการป้องกันมากกว่าการควบคุม
  • 2 : เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • 3 : ควรเน้นทั้งการออกแบบกระบวนการ และออกแบบผลิตภัณฑ์
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • ในการเลือกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองเน้น “คุณภาพ” ของนักการเมืองที่ดี ควรเลือกจากพรรคที่สังกัดว่ามีประวัติที่ดี และเป็นสถาบันทางการเมือง ตรงกับลักษณะทางคุณภาพในข้อใด
  • 1 : ความสามารถในการใช้งานได้(Serviceability)
  • 2 : คุณภาพที่ถูกกำหนด(Perceived Quality)
  • 3 : สมรรถนะ(Performance)
  • 4 : ความเชื่อถือได้(Reliability)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • นาย ก. เลือกผู้มัคร สส. โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาของผู้สมัคร เพราะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลงานของผู้สมัครเลย ตรงกับลักษณะทางคุณภาพในข้อใด
  • 1 : สมรรถนะ(Performance)
  • 2 : ความสุนทรีย์(Aestheties)
  • 3 : ลักษณะ(Features)
  • 4 : ความเชื่อถือได้(Reliability)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • ในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือมีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้น จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ ผู้จัดการฝ่ายออกแบบพยายามคิดฟังก์ชันในการทำงานเสริมใหม่ๆ ของโทรศัพท์มือถือเพื่อดึงดูดลูกค้าวัยรุ่น แสดงว่าควรเน้นลักษณะคุณภาพในด้านใด
  • 1 : ลักษณะ(Features)
  • 2 : ความสุนทรีย์(Aestheties)
  • 3 : สมรรถนะ(Performance)
  • 4 : ความเชื่อถือได้(Reliability)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :
  • ฝ่ายบริหารของบริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งให้นโยบายว่าในปี 2550 จะเน้นรถยนต์รุ่นประหยัดน้ำมัน และสามารถใช้น้ำมันจากไบโอดีเซลได้ ควรเน้นลักษณะคุณภาพในด้านใด
  • 1 : ความเชื่อถือได้(Reliability)
  • 2 : ความสามารถในการใช้งานได้(Serviceability)
  • 3 : ลักษณะ(Features)
  • 4 : ความถูกต้องตรงกับมาตรฐาน(Conformance to Standard)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • ผู้จัดการแผนกบรรจุภัณฑ์พบว่ายอดขายสินค้าของบริษัทลดลง เพราะบรรจุภัณฑ์ไม่ทันสมัย ในกรณีนี้บริษัทควรเน้นลักษณะคุณภาพในข้อใด
  • 1 : สมรรถนะ(Performance)
  • 2 : ความถูกต้องตรงกับมาตรฐาน(Conformance to Standard)
  • 3 : ลักษณะ(Features)
  • 4 : ความสุนทรีย์(Aestheties)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 194 : 02 Quality Management: TQM, Six Sigma, National Quality Award, Quality Standards
ข้อที่ 34 :
  • ท่านคิดว่าข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management)
  • 1 : TQM เป็นระบบที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการปรับปรุงการทำงาน
  • 2 : TQM เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในเชิงรุก
  • 3 : TQM เป็นระบบที่มุ่งปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษร
  • 4 : TQM เป็นระบบที่ฝ่ายบริหารต้องมีส่วนร่วมโดยตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 35 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประเภทของการตรวจติดตามคุณภาพในระบบ ISO9001:2000
  • 1 : Internal Audit
  • 2 : Second Party Audit
  • 3 : Third Party Audit
  • 4 : Product Audit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 :
  • ตำแหน่งต่อไปนี้ เป็นที่นิยมอยู่ในผังองค์กรที่ดำเนินงานตามระบบบริหารงานแบบ Six Sigma ยกเว้นข้อใด
  • 1 : Champion
  • 2 : Black Belt
  • 3 : Red Belt
  • 4 : Green Belt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • หัวใจของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management) คือ
  • 1 : สร้างผลกำไร
  • 2 : ลดต้นทุน
  • 3 : สร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดไม่ใช่แนวคิด (concept) ของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management) ตามรูปแบบของ ดร.คาโน
  • 1 : กระบวนการถัดไป คือลูกค้า
  • 2 : วงจร P – D – C – A
  • 3 : การจัดทำมาตรฐานการทำงาน (Standardization)
  • 4 : การทำงานข้ามสายงาน (Cross Function Team)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 39 :
  • ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ในประเภทของแนวคิดของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management)
  • 1 : Market-In
  • 2 : Management by Fact
  • 3 : Process Oriented
  • 4 : 7 QC Tools & Suggestion System
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • ข้อใดคือแนวคิดของการลดต้นทุนที่ถูกต้องตามหลักการของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management)
  • 1 : การลดต้นทุน คือ การตัดค่าใช้จ่ายลง
  • 2 : การลดต้นทุน คือ การลดคุณภาพของสินค้าลง
  • 3 : การลดต้นทุน คือ การต่อรองราคาวัตถุดิบให้ต่ำสุด
  • 4 : การลดต้นทุน คือ การลดความสูญเปล่าในระบบงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดเป็นสิ่งแรกที่ควรกระทำเพื่อให้ได้ระดับคุณภาพที่ดี
  • 1 : การกำหนดขั้นตอนการผลิตที่ชัดเจน
  • 2 : การวางแผนการตรวจสอบคุณภาพ
  • 3 : การกำหนดวิธีการป้องกันปัญหาด้านคุณภาพ
  • 4 : การศึกษาถึงความต้องการของลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • QA ในโรงงานหมายถึงข้อใด
  • 1 : Quality Analysis
  • 2 : Quality Automation
  • 3 : Quality Acceptance
  • 4 : Quality Assurance
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 :
  • QCC หมายถึงข้อใด
  • 1 : Quality Control Cooperation
  • 2 : Quality Control Circle
  • 3 : Quality Control Concept
  • 4 : Quality Control Conventional
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • การเริ่มทำQuality Control Circle (QCC) ควรเริ่มจากกิจกรรมอะไรก่อน
  • 1 : แบ่งพนักงานในบริษัทเป็นกลุ่ม
  • 2 : กำหนดเป็นนโยบายบริษัทโดยผ่านความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงก่อน
  • 3 : ตั้งชื่อคณะกรรมการดูแลกิจกรรม QCC
  • 4 : พนักงานในบริษัทลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกหัวข้อ QCC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ ต้นทุนคุณภาพ
  • 1 : งานที่ต้องทิ้ง (Scrap)
  • 2 : งานทำซ้ำ (Rework)
  • 3 : งานทดสอบซ้ำ (Retest)
  • 4 : ต้นทุนผลิตภัณฑ์ (Product Cost)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 46 :
  • สินค้าที่มีเครื่องหมายดังต่อไปนี้ ไม่ได้ครอบคลุมถึง
  • 1 : การคุ้มครองผู้บริโภค
  • 2 : การรักษาสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ
  • 3 : การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
  • 4 : การสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขาย ขจัดปัญหา และอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากมาตรการด้านมาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • การขอรับรองสัญลักษณ์ฉลากเขียวของสินค้าที่ผลิตขึ้น แสดงว่าสินค้าที่ผลิตมีส่วนช่วยในการลดมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม และเพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตใช้เทคโนโลยี หรือวิธีการผลิต ที่ให้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย จะสามารถติดต่อขอรับรองได้จากหน่วยงานใดของรัฐ
  • 1 : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
  • 2 : กรมส่งเสริมการส่งออก
  • 3 : สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • 4 : กรมโรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • ข้อใดไม่ใช่หลักการพื้นฐานของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management หรือTQM)
  • 1 : มีการจัดการที่เกี่ยวข้องและยอมรับจากทางฝ่ายบริหารระดับสูงลงสู่ผู้ปฎิบัติการและจากระดับผู้ปฏิบัติการไปสู่ผู้บริหารระดับสูง
  • 2 : มีการให้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย
  • 3 : มีการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องทั้งทางธุรกิจและการผลิต
  • 4 : ลดปริมาณของเสียเป็นศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ
  • 1 : ต้นทุนเชิงป้องกัน (Prevention costs)
  • 2 : ต้นทุนจากการประเมินคุณภาพ (Appraisal costs)
  • 3 : ต้นทุนจากความล้มเหลว (Failure costs)
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • การซ่อมของเสียในขณะผลิต เป็นตัวอย่างของต้นทุนคุณภาพในด้านใด
  • 1 : ต้นทุนจากความล้มเหลวภายใน (Internal failure costs)
  • 2 : ต้นทุนจากความล้มเหลวภายนอก (External failure costs)
  • 3 : ต้นทุนเชิงป้องกัน (Prevention costs)
  • 4 : ต้นทุนจากการประเมินคุณภาพ (Appraisal costs)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • ISO 9000 มีวัตถุประสงค์ในด้านใด
  • 1 : ผลิตภัณฑ์
  • 2 : ขั้นตอนในการผลิต
  • 3 : ขั้นตอนในการจัดการด้านคุณภาพ
  • 4 : ข้อกำหนดของผู้ขาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 14000
  • 1 : ไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ต้องทำให้เสร็จก่อนสำหรับการขอการรับรอง ISO 9000
  • 2 : เป็นการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
  • 3 : เป็นระบบที่ดีในการป้องกันมลภาวะ
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • การบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management หรือ TQM) เน้นในเรื่องใด
  • 1 : ความรับผิดชอบของทีมงานด้านคุณภาพในการระบุและแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ
  • 2 : การบริหารจัดการคุณภาพที่เน้นให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในด้านคุณภาพ
  • 3 : ระบบที่ผู้จัดการซึ่งที่มีอำนาจจะเป็นผู้ตัดสินใจได้เท่านั้น
  • 4 : การให้นักสถิติเป็นผู้แก้ปัญหาด้านคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดมิใช่หลักการของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management หรือ TQM)
  • 1 : การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : การให้พนักงานมีส่วนร่วมในการปรับปรุงคุณภาพ
  • 3 : อำนาจในการตัดสินใจที่ศูนย์กลาง
  • 4 : การใช้เครื่องมือทางสถิติในการปรับปรุงคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • ไคเซนเป็นภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่าอย่างไร
  • 1 : วิธีการป้องกันความผิดพลาด
  • 2 : การผลิตแบบทันเวลา
  • 3 : การจัดทำมาตรฐาน
  • 4 : การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 :
  • โปกาโยเกะ (Poka-yoke) เป็นภาษาญี่ปุ่นหมายถึงอะไร
  • 1 : บัตร (Card)
  • 2 : เทคนิคป้องกันความผิดพลาด (Foolproof)
  • 3 : การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • 4 : การผลิตแบบทันเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • ระบบการให้คะแนนรางวัลคุณภาพแห่งชาติจะขึ้นอยู่กับการประเมินใน 2 มิติได้แก่
  • 1 : กระบวนการ และ วิธีการ
  • 2 : ผลลัพธ์ และ คุณภาพ
  • 3 : วิธีการ และ คุณภาพ
  • 4 : กระบวนการ และ ผลลัพธ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • คาโนได้แบ่งคุณลักษณะของสินค้าที่มีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าออกเป็น 3 ประเภท ข้อใดหมายถึง คุณลักษณะที่ลูกค้าไม่ได้คาดหวัง แต่หากผู้ขายมี ก็จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจอย่างมาก
  • 1 : Dissatisfier
  • 2 : Satisfier
  • 3 : Attractive Quality
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • การแบ่งลูกค้าเป็นลูกค้าภายในและลูกค้าภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นสำคัญ
  • 1 : เพื่อจะได้ทราบความต้องการของลูกค้า
  • 2 : เพื่อให้สามารถแยกวิธีการบริหารออกจากกันได้เด็ดขาด
  • 3 : เพื่อลดความซับซ้อนในการบริหารงาน
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • ข้อใดเป็นกิจกรรมในการวางแผนคุณภาพ
  • 1 : การทำแผนด้านคุณภาพเพื่อรักษาระดับความพึงพอใจของลูกค้า
  • 2 : การตั้งเป้าหมายทางคุณภาพ
  • 3 : การพิจารณาความต้องการของลูกค้า
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • การจัดของที่ใช้งานให้เป็นหมวดหมู่เป็นกิจกรรมใดใน 5 ส
  • 1 : สะสาง
  • 2 : สะดวก
  • 3 : สะอาด
  • 4 : สุขลักษณะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 62 :
  • โดยปกติ พื้นที่ใต้โค้งปกติที่อยู่นอก μ±6σ มีค่า 0.002 ppm แต่ทำไมในระบบ Motorola six-sigma จึงมีสัดส่วนของเสียที่อยู่นอก μ±6σ จึงมีค่า 3.4 ppm
  • 1 : เพราะค่าเฉลี่ยของกระบวนการคงที่
  • 2 : เพราะค่าเฉลี่ยของกระบวนการค่อนข้างคงที่
  • 3 : เพราะมีสมมติฐานให้ค่าเฉลี่ยของกระบวนการเบี่ยงเบนได้ ±1.5σ
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กิจกรรมในช่วงการวางแผนการตรวจสอบคุณภาพ (audit)
  • 1 : การศึกษาทบทวนเอกสาร
  • 2 : การเตรียมรายการตรวจสอบ (checklists)
  • 3 : การชี้แจงจุดประสงค์ในการตรวจสอบ
  • 4 : การจัดตารางการตรวจสอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 64 :
  • มอก. 18000 เป็นมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่าด้วย
  • 1 : การจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม
  • 2 : การจัดการความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม
  • 3 : การประกันคุณภาพของสินค้า
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 65 :
  • มาตรฐานใดต่อไปนี้เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์
  • 1 : ISO 9001
  • 2 : ISO 14000
  • 3 : TS 16949
  • 4 : ISO 17025
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • กำหนดสเปกชิ้นงาน (specification) มีค่าเท่ากับ 10±0.6 หน่วย กำหนดให้ขนาดของชิ้นงานแจกแจงปกติโดยมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 10.3 และ 0.2 หน่วย ตามลำดับ ถ้าผู้ผลิตประยุกต์ใช้หลักการของ Six Sigma ในการลดความผันแปรของกระบวนการจนสำเร็จ คือ ลดความผันแปรได้ตามเป้าหมายเชิงทฤษฎีอย่างสมบูรณ์ ที่ระดับ Six Sigma โดยมิได้ปรับปรุงค่าเฉลี่ยของกระบวนการ ที่ระดับคุณภาพใหม่นี้จะมีค่าคาดหมายของชิ้นงานที่เสียจากกระบวนการผลิตกี่ ppm
  • 1 : 66810
  • 2 : 2700
  • 3 : 1350
  • 4 : 3.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management หรือ TQM)  TQM
  • 1 : เป็นการจัดการคุณภาพที่ทุกคนในองค์กรต้องตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพและมีส่วนร่วม
  • 2 : เป็นการจัดการคุณภาพที่รวมระบบคุณภาพเข้าไว้ในเป้าหมายของธุรกิจ
  • 3 : เป็นระบบการจัดการคุณภาพที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Customer Focus)
  • 4 : เป็นการจัดการคุณภาพที่มุ่งเน้นพัฒนาการด้านคุณภาพแบบก้าวกระโดด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดเป็นสิ่งที่จะต้องกระทำก่อนนำระบบการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management หรือ TQM) ไปประยุกต์ใช้
  • 1 : กำหนดพันธกิจขององค์กร
  • 2 : กำหนดกลยุทธ์ทางคุณภาพ
  • 3 : กำหนดเป้าหมายทางด้านคุณภาพ
  • 4 : กำหนดวิธีการปรับปรุงคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management ,TQM) 
  • 1 : การที่ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในเรื่องคุณภาพ
  • 2 : การนำสถิติไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพ
  • 3 : การสื่อสารนโยบายจากผู้บริหารสู่พนักงาน
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : กระบวนการที่มีระดับคุณภาพที่ 6 Sigma จะมีของเสียประมาณ 3.4 ส่วนในล้านส่วน
  • 2 : บริษัทที่นำระบบบริหารคุณภาพแบบ 6 Sigma ไปใช้ จะมีของเสียประมาณ 3.4 ส่วนในล้านส่วน
  • 3 : กระบวนการที่มีระดับคุณภาพที่ 6 Sigma จะมีของเสียน้อยกว่ากระบวนการที่มีระดับคุณภาพที่ 3 Sigma
  • 4 : กระบวนการที่มีระดับคุณภาพที่ 3 Sigma จะมีความผันแปรมากกว่ากระบวนการที่มีระดับคุณภาพที่ 6 Sigma เมื่อช่วงความกว้างของข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : การนำซิกซ์ ซิกมา(Six Sigma) ไปใช้ จะมีลักษณะการทำงานแบบโครงการ
  • 2 : ขั้นตอนของการปรับปรุงคุณภาพแบบซิกซ์ ซิกมา คือ DMAIC
  • 3 : สมาชิกทุกคนในทีมซิกซ์ ซิกมา จะต้องทำงานเต็มเวลาให้กับโครงการซิกซ์ ซิกมา
  • 4 : ซิกซ์ ซิกมา มีจุดเด่นที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลและนำวิธีทางสถิติไปใช้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 72 :
  • รางวัลคุณภาพแห่งชาติ(Thailand Quality Award ,TQA) เน้นให้ความสำคัญในเรื่องใดมากที่สุด
  • 1 : การจัดการกระบวนการภายใน
  • 2 : การจัดการทรัพยากร
  • 3 : ภาวะการเป็นผู้นำของผู้บริหาร
  • 4 : ผลลัพธ์ทางธุรกิจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • รางวัลคุณภาพแห่งชาติ(Thailand Quality Award, TOA)มีพื้นฐานมาจากเกณฑ์รางวัลใด
  • 1 : Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA)
  • 2 : Deming Prize
  • 3 : Juran Prize
  • 4 : Prime Minister Award
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Quality Control Circle (QCC)
  • 1 : กลุ่มของพนักงานที่รวมกันเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพงาน
  • 2 : ระบบบริหารคุณภาพแบบหนึ่ง
  • 3 : การร่วมกันแก้ปัญหาคุณภาพงานโดยพนักงานจากฝ่ายต่างๆ
  • 4 : การประชุมของผู้บริหารเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อให้ทราบว่าทำไมกระบวนการยังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็นคือข้อใด
  • 1 : PDCA cycle
  • 2 : Benchmarking
  • 3 : 5W2H
  • 4 : QCC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • ข้อใดหมายถึง การกำหนดหาองค์กรที่มีความเป็นเลิศและนำวิธีการที่เขาปฏิบัติมาปรับใช้
  • 1 : Continuous improvement
  • 2 : Benchmarking
  • 3 : Employee empowerment
  • 4 : QCC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • ข้อใดหมายถึง การให้อำนาจและความรับผิดชอบแก่พนักงานในการทำงาน
  • 1 : continuous improvement
  • 2 : benchmarking
  • 3 : employee empowerment
  • 4 : QCC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 78 :
  • ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายของการปรับปรุงกระบวนการ
  • 1 : เพื่อให้ได้ระดับคุณภาพที่สูงขึ้น
  • 2 : เพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนการ
  • 3 : เพื่อเพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้า
  • 4 : เพื่อหาสาเหตุของปัญหาคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • หน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุนมาตรฐานคุณภาพ ที่เรียกว่า ISO ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป มีชื่อเต็มว่าอย่างไร
  • 1 : International Organization for Standardization
  • 2 : Internal Standards for Operations
  • 3 : International Systems Organization
  • 4 : Industry Standards for Operations
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • ส่วนใดในองค์กรที่ต้องมีบทบาทในเรื่องคุณภาพ
  • 1 : ฝ่ายจัดซื้อ
  • 2 : ฝ่ายประกันคุณภาพ
  • 3 : ฝ่ายบริหาร
  • 4 : ทุกฝ่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 :
  • สิ่งใดที่ผู้บริหารควรปฏิบัติในการบริหารคุณภาพ 1. กำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กร 2. กำหนดระบบค่าตอบแทนที่สนับสนุนนโยบายคุณภาพ 3. สนับสนุนให้มีการอบรมทางด้านคุณภาพอย่างต่อเนื่อง 4. สนับสนุนทรัพยากรในการปรับปรุงคุณภาพ
  • 1 : 1, 2
  • 2 : 1, 2, 3
  • 3 : 1, 2, 3, 4
  • 4 : 3, 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 195 : 03 7 Quality Control Tools
ข้อที่ 82 :
  • ข้อใดไม่ได้เป็นหนึ่งใน “The Seven Quality Control Tools”
  • 1 : แผนภาพการกระจาย(Scatter Diagram)
  • 2 : ใบตรวจสอบ(Check sheet)
  • 3 : การออกแบบการทดลอง(Design of Experiment)
  • 4 : ผังเหตุและผล(Cause and Effect diagram)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • เทคนิคข้อใดเหมาะสมที่สุดในการช่วยชี้ถึงต้นเหตุของความบกพร่องของผลิตภัณฑ์
  • 1 : Control chart (แผนภูมิควบคุม)
  • 2 : Pareto diagram (แผนภาพพาเรโต)
  • 3 : Fish bone diagram (แผนผังก้างปลา)
  • 4 : Check sheet (ใบตรวจสอบ)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 84 :
  • แผนผังก้างปลาเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์หาสาเหตุที่คาดว่ามีผลกับปัญหาที่สนใจศึกษา ส่วนประกอบของแผนผังก้างปลาในข้อใดต่อไปนี้ ที่ใช้แสดงอาการของปัญหา
  • 1 : หัวปลา
  • 2 : ก้างปลาหลัก
  • 3 : ก้างปลาย่อย
  • 4 : หางปลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 85 :
  • เครื่องมือคุณภาพชนิดใดที่ใช้ป้องกันปัญหา ความไม่แน่นอน หรือความเสี่ยงในอนาคต
  • 1 : กราฟ และแผนภูมิควบคุม  (Graph and Control Chart)
  • 2 : แผนภาพการกระจาย (Scatter Diagram)
  • 3 : แผนภูมิการตัดสินใจ (Process Decision Program Chart)
  • 4 : แผนภูมิลูกศร (Arrow Diagram)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้เครื่องมือคุณภาพ 7 อย่างเดิม (7 QC Tools)
  • 1 : วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
  • 2 : การจำกัดขอบเขตของปัญหาให้แคบลง
  • 3 : การตรวจจับชิ้นงานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
  • 4 : การแยกแยะความผันแปรออกเป็นสาเหตุธรรมชาติและสาเหตุผิดธรรมชาติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • ในกรณีที่ฮิสโตแกรมมีรูปแบบทรงภูเขาสองยอดนั้น น่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร
  • 1 : การแบ่งจำนวนชั้นของฮิสโตแกรมไม่เหมาะสม
  • 2 : ข้อมูลมาจากคนละแหล่งความผันแปรที่มีความแตกต่างกัน 2 แหล่ง
  • 3 : ข้อมูลมาจากกระบวนการผลิตในช่วงเวลาที่ต่างกัน
  • 4 : ข้อมูลมาจากกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่องที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพที่ดีพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • ข้อใดอธิบายถึงแผนภูมิก้างปลาไม่ถูกต้อง
  • 1 : เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แผนภาพแสดงเหตุและผล
  • 2 : เป็นเครื่องมือที่ใช้เฉพาะในส่วนของโรงงานเท่านั้น ไม่นิยมใช้ในสำนักงาน
  • 3 : การได้มาซึ่งข้อมูลใช้วิธีการระดมสมองจากผู้ปฏิบัติ
  • 4 : ควรระบุเหตุปัจจัยเฉพาะที่สามารถแก้ไขได้เท่านั้น และไม่ควรระบุถึงภัยธรรมชาติในเหตุปัจจัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • เครื่องมือคุณภาพชนิดใด ที่นิยมนำมาใช้เพื่อรักษาระดับคุณภาพหรือมาตรฐานที่รับประกัน
  • 1 : แผนภูมิควบคุม
  • 2 : แผนภูมิพาเรโต
  • 3 : FMEA (Failure Mode and Effects Analysis)
  • 4 : ฮิสโตแกรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 90 :
  • ประโยชน์ของผังเหตุและผล (Cause and Effect diagrams) คือข้อใด
  • 1 : เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าอะไรคือปัญหาที่สำคัญที่สุดที่เราควรแก้ไขก่อน-หลัง
  • 2 : เพื่อหาสาเหตุของปัญหา
  • 3 : เพื่อหาว่าข้อมูลต่างๆ ที่ได้มีการกระจายแบบใด
  • 4 : เป็นแผนผังก้างปลาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลปัจจุบัน (เขียนไว้ด้านบน) และข้อมูลในอดีต (เขียนไว้ด้านล่าง)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเครื่องมือในการควบคุมคุณภาพ
  • 1 : Check Sheet(ใบตรวจสอบ)
  • 2 : Defect Concentration Diagram
  • 3 : Control Chart(แผนภูมิควบคุม)
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • กำหนดให้ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของกระบวนการคือ 1.5 และ 0.15 ไมครอน ตามลำดับ สุ่มตัวอย่าง 5 ชิ้น ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง คือ 0.15
  • 2 : สำหรับแผนภูมิควบคุมที่ ±3σ จะได้ว่า UCL = 1.7013
  • 3 : สำหรับแผนภูมิควบคุมที่ ±3σ จะได้ว่า LCL = 0
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • 4 M ของแผนภาพแสดงเหตุและผลคืออะไร
  • 1 : วัตถุดิบ, เครื่องจักร/อุปกรณ์, แรงงาน และวิธีการ
  • 2 : วัตถุดิบ, วิธีการ, คน และทัศนคติ
  • 3 : ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพ 4 ท่าน
  • 4 : วัตถุดิบ, การจัดการ, แรงงาน และแรงจูงใจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • เครื่องมือที่ใช้เพื่อให้เข้าใจลำดับของเหตุการณ์ที่ผลิตภัณฑ์เคลื่อนย้ายคืออะไร
  • 1 : แผนภาพพาเรโต(Pareto Diagram)
  • 2 : แผนผังกระบวนการ (Process chart)
  • 3 : ใบตรวจสอบ(Check Sheet)
  • 4 : โปกาโยเกะ (Poka-yoke)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • ผังก้างปลาเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
  • 1 : แผนภาพแสดงเหตุและผล(Cause-Effect Diagram)
  • 2 : แผนภาพโปกาโยเกะ(Poka-Yoke)
  • 3 : แผนภาพไคเซน(Kaizen)
  • 4 : แผนภาพคัมบัง(Kanban)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 96 :
  • กลุ่มคุณภาพประชุมระดมสมองและพยายามระบุปัจจัยที่มีอาจจะมีผลต่อข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ ในขั้นตอนดังกล่าวควรใช้เครื่องมือใด
  • 1 : แผนภาพพาเรโต
  • 2 : แผนผังกระบวนการ
  • 3 : แผนภูมิควบคุม
  • 4 : แผนภาพแสดงเหตุและผล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 97 :
  • แผนภาพใดใช้แสดงการกระจายของข้อมูล
  • 1 : แผนภาพพาเรโต
  • 2 : แผนภาพฮิสโตแกรม
  • 3 : กราฟวงกลม
  • 4 : แผนภาพแสดงเหตุและผล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • แผนภาพใดใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด
  • 1 : แผนภาพพาเรโต
  • 2 : แผนภาพฮิสโตแกรม
  • 3 : แผนภาพแสดงเหตุและผล
  • 4 : แผนภาพการกระจาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • ความสามารถของกระบวนการ (Process Capability) สามารถแสดงโดยใช้เครื่องมือคุณภาพใดประกอบ
  • 1 : ใบตรวจสอบ (check sheet)
  • 2 : แผนภาพฮิสโตแกรม(Histogram)
  • 3 : แผนภาพพาเรโต(Pareto Diagram)
  • 4 : แผนภาพการกระจาย(Scatter Diagram)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • หากสงสัยว่าระยะห่างระหว่างปืนพ่นสีถึงชิ้นงาน มีความสัมพันธ์ต่อความหนาของสีที่ปรากฏบนชิ้นงานอย่างไร ควรใช้เครื่องมือคุณภาพชนิดใด
  • 1 : แผนภาพแสดงเหตุและผล
  • 2 : แผนภาพฮิสโตแกรม
  • 3 : แผนภาพพาเรโต
  • 4 : แผนภาพการกระจาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • ชิ้นงานเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการพ่นสี เกิดขึ้นได้จากข้อบกพร่องหลายอย่าง เช่น สีเป็นเม็ด สีย้อย ความหนาสีมากเกินไป หากต้องการทราบว่าควรจะต้องแก้ไขในข้อบกพร่องใดก่อน ควรจะใช้เครื่องมือใดช่วยในการเก็บและบันทึกข้อมูล
  • 1 : ใบตรวจสอบ(Check Sheet)
  • 2 : แผนภาพฮิสโตแกรม
  • 3 : แผนภาพพาเรโต
  • 4 : แผนภาพการกระจาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 102 :
  • ชิ้นงานเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการพ่นสี เกิดขึ้นได้จากข้อบกพร่องหลายอย่าง เช่น สีเป็นเม็ด สีย้อย ความหนาสีมากเกินไป หากต้องการทราบว่าควรจะต้องแก้ไขในข้อบกพร่องใดก่อน ควรจะใช้เครื่องมือใด
  • 1 : ใบตรวจสอบ(Check Sheet)
  • 2 : แผนภาพฮิสโตแกรม
  • 3 : แผนภาพพาเรโต
  • 4 : แผนภาพการกระจาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • เครื่องมือใดช่วยในการหาสาเหตุที่เป็นรากเหง้าของปัญหา
  • 1 : แผนภาพฮิสโตแกรม
  • 2 : แผนภาพแสดงเหตุและผล
  • 3 : แผนภาพพาเรโต
  • 4 : แผนภาพการกระจาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 104 :
  • เมื่อใช้แผนภาพแสดงเหตุและผล คำถามใดที่มักใช้เป็นหลักในการระบุถึงสาเหตุรากเหง้าของปัญหา
  • 1 : อะไร
  • 2 : เมื่อไร
  • 3 : ใคร
  • 4 : ทำไม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • ข้อใดคือปัญหาในกระบวนการเรียนการสอน
  • 1 : หนังสือยาก อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง
  • 2 : อาจารย์อธิบายได้ไม่ชัดเจน
  • 3 : การได้รับองค์ความรู้ไม่ครบถ้วน
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • การเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนที่จะมีการปรับปรุง เครื่องมือที่ควรใช้คือ
  • 1 : check sheet (ใบรายการตรวจสอบ)
  • 2 : Pareto diagram (แผนภาพพาเรโต)
  • 3 : cause and effect diagram (แผนภาพแสดงเหตุและผล)
  • 4 : control chart (แผนภูมิควบคุม)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • เมื่อรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจเรียบร้อยแล้ว เครื่องมือที่ใช้ในการเรียงลำดับความถี่ของข้อมูลได้แก่
  • 1 : check sheet (ใบรายการตรวจสอบ)
  • 2 : Pareto diagram (แผนภาพพาเรโต)
  • 3 : cause and effect diagram (แผนภาพแสดงเหตุและผล)
  • 4 : control chart (แผนภูมิควบคุม)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานภายในกระบวนการ
  • 1 : แผนภูมิก้างปลา
  • 2 : แผนภาพพาเรโต
  • 3 : ฮีสโตแกรม
  • 4 : แผนภูมิการไหลของกระบวนการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดคือประโยชน์ของแผนผังพาเรโต (Pareto Chart)
  • 1 : บ่งชี้ความเสถียรของกระบวนการ
  • 2 : บ่งชี้ปัญหาส่วนน้อยที่มีความสำคัญมาก
  • 3 : บ่งชี้ความถี่ของการเกิดของปัญหาต่าง ๆ
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 2 และข้อ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • การประยุกต์ใช้ระบบข้อเสนอแนะในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุด
  • 1 : การให้รางวัลจูงใจ
  • 2 : การให้คำยกย่อง
  • 3 : ผู้บริหารให้ความสำคัญและปรับเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอแนะที่เหมาะสม
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 111 :
  • QFD (Quality Function Deployment) คืออะไร
  • 1 : หลักการบริหารคุณภาพโดยใช้การระดมความคิด
  • 2 : เป็นหนึ่งในเครื่องมือคุณภาพ 7 ประการแบบใหม่
  • 3 : เครื่องมือในการหาสาเหตุในการแก้ปัญหาด้านคุณภาพ
  • 4 : เครื่องมือในการสื่อสารความต้องการของลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 112 :
  • หลักการและจุดมุ่งหมายหลักของไคเซ็น (Kaizen) คือข้อใด
  • 1 : ปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : ลดต้นทุน
  • 3 : ลดการสูญเสีย
  • 4 : เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 113 :
  • ข้อใดต่อไปนี้สรุปไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องมือคุณภาพ 7 ประการ
  • 1 : Check sheet – หาข้อมูล
  • 2 : Histograms - หาคำตอบ
  • 3 : Pareto diagrams –หาปัญหา
  • 4 : Scatter diagrams – หาคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 196 : 04 Control Charts for Variables
ข้อที่ 114 :
  • คุณลักษณะในข้อใดควรประยุกต์ใช้แผนภูมิควบคุมสำหรับข้อมูลเชิงแปรผัน(Variable Control Chart)
  • 1 : จำนวนรอยตำหนิบนผ้าทอต่อทุกๆ 50 ตารางเมตร
  • 2 : อุณหภูมิที่ทางเข้าที่เครื่องควบแน่น
  • 3 : ชิ้นงานในสายการผลิตเพลาที่เกิดรูพรุน
  • 4 : จำนวนเพลาที่มีเส้นผ่านศุนย์กลางเล็กเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (X-bar chart) สามารถบ่งบอกสาเหตุของความบกพร่องในกระบวนการผลิต
  • 2 : แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (X-bar chart) สามารถสะท้อนถึง “precision” ของกระบวนการผลิตได้
  • 3 : แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (X-bar chart) สามารถสะท้อนถึง “accuracy” ของกระบวนการผลิตได้
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ควรสร้างแผนภูมิควบคุมพิสัยก่อนแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยเสมอ
  • 2 : แผนภูมิควบคุมสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัดสามารถควบคุมได้ดีกว่าแบบหน่วยนับ
  • 3 : สำหรับแผนภูมิควบคุมสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัดและแบบหน่วยนับ ระยะห่างระหว่าง UCL และ CL จะเท่ากับระยะห่างระหว่าง LCL และ CL เสมอ
  • 4 : แผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสียขนาดของกลุ่มตัวอย่างไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • แผนภูมิควบคุมแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ
  • 1 : แบบหน่วยนับ และแบบแสดงจำนวนจุดบกพร่อง
  • 2 : แบบ Variable และแบบ Attribute
  • 3 : แบบ x-bar chart และแบบ R-chart
  • 4 : แบบ P-chart และแบบ C-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • ถ้าท่านต้องการควบคุมความหนาของแผ่นยางในกระบวนการผลิต ควรใช้แผนภูมิควบคุมแบบใด
  • 1 : แผนภูมิควบคุมแบบ p-chart
  • 2 : แผนภูมิควบคุมแบบ X-bar chart
  • 3 : แผนภูมิควบคุมแบบ C-chart
  • 4 : แผนภูมิควบคุมแบบ X-bar chart และ R-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ในการอ่านความหมายจากแผนภูมิควบคุม เมื่อข้อมูลที่ควบคุมเกิด “runs” ขึ้น หมายถึงข้อใด
  • 1 : ข้อมูลพิกัดออกนอกพิกัดควบคุม
  • 2 : ข้อมูลจำนวนมากอยู่ข้างเดียวกัน เกิดความไม่สมดุลขึ้น
  • 3 : ข้อมูลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง เรียงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
  • 4 : ข้อมูลมีลักษณะเพิ่มขึ้นและลดลง สลับกันแบบต่อเนื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • โดยปกติแล้ว ขีดจำกัดการเตือน (Warning Limit) ของแผนภูมิควบคุมอยู่ที่
  • 1 : 1 σ
  • 2 : 2 σ
  • 3 : 3 σ
  • 4 : 6 σ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • โดยปกติแล้ว ขีดจำกัดการดำเนินการ (Action Limit) ของแผนภูมิควบคุมอยู่ที่
  • 1 : ±1 σ
  • 2 : ±2 σ
  • 3 : ±3 σ
  • 4 : ±6 σ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • ส่วนประกอบของแผนภูมิควบคุมมีอะไรบ้าง
  • 1 : UCL, LCL, Center Line
  • 2 : UCL, Center Line, 0
  • 3 : USL, LSL, Center Line
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : เป้าหมายหลักของการใช้แผนภูมิควบคุม คือ การลดความแปรปรวนในกระบวนการ
  • 2 : ตัวแปรที่มีการกระจายแบบ Binomial สามารถใช้แผนภูมิ  - R ได้
  • 3 : แผนภูมิควบคุมมีไว้สำหรับหาสาเหตุของการเกิดความผิดปกติในกระบวนการผลิต
  • 4 : หากต้องการควบคุมสัดส่วนของเสีย ควรใช้แผนภูมิ p
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • วัตถุประสงค์ของแผนภูมิ R-chart ใช้ในการตรวจจับในกรณีใด
  • 1 : การเพิ่มหรือลดความแปรปรวนของกระบวนการ
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ของเสียในตัวอย่าง
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเข้าสู่ศูนย์กลางของกระบวนการ
  • 4 : การเปลี่ยนจำนวนของเสียในตัวอย่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • วัตถุประสงค์ของแผนภูมิ X-bar ใช้ในการอธิบายเรื่องใด
  • 1 : การเพิ่มหรือลดความแปรปรวนของกระบวนการ
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ของเสียในตัวอย่าง
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเข้าสู่ศูนย์กลางของกระบวนการ
  • 4 : การเปลี่ยนจำนวนของเสียในตัวอย่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • น้ำหนักในทางอุดมคติของเห็ดดองควรเป็นกระป๋องละ 11 ออนซ์ สุ่มตัวอย่างและชั่งน้ำหนัก นำค่าที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างไปพลอตในแผนภูมิควบคุม แผนภูมิชนิดใดที่ควรจะนำมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมกระบวนการ
  • 1 : p chart
  • 2 : c chart
  • 3 :  และ R chart
  • 4 : ทั้ง p และ c chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • ถ้า  = 23 ออนซ์, σ = 0.4 ออนซ์  และ n = 16 แล้ว เส้นพิกัดควบคุมที่ 3σ จะมีค่าเท่าไร
  • 1 : 21.8 ถึง 24.2 ออนซ์
  • 2 : 23 ออนซ์
  • 3 : 22.70 ถึง 23.30 ออนซ์
  • 4 : 22.25 ถึง 23.75 ออนซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :
  • หากต้องการใช้แผนภูมิควบคุมกระบวนการที่สนใจ โดยกระบวนการนั้นมีอัตราการผลิตต่ำ และสนใจวัดความเข้มข้นของสารเคมี ควรจะพิจารณาแผนภูมิประเภทใด
  • 1 : x-bar และ R-chart
  • 2 : x และ MR chart
  • 3 : p-chart
  • 4 : c-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • สถานการณ์ใดต่อไปนี้ถือเป็น "Type II error" ในการใช้แผนภูมิ (Control Chart)
  • 1 : กระบวนการผลิตปกติ (in control) แต่มีจุดบน control chart ตกนอก control limit
  • 2 : กระบวนการผลิตปกติ (in control) และมีจุดบน control chart ตกภายใน control limit
  • 3 : กระบวนการผลิตผิดปกติ (out of control) และมีจุดบน control chart ตกนอก control limit
  • 4 : กระบวนการผลิตผิดปกติ (out of control) แต่มีจุดบน control chart ตกใน control limit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • ในกระบวนการผลิตหนึ่งถ้าค่าเฉลี่ยของกระบวนการผลิต (process mean) มีการเปลี่ยนแปลงจากค่าเดิมไปที่ค่าใหม่และคำนวนหาค่า ARL ได้เท่ากับ 6.45 จากข้อมูลนี้ข้อใดน่าจะถูกต้องที่สุด
  • 1 : หลังจาก process mean เปลี่ยนไปที่ค่าใหม่ จะทำให้เกิด false alarm โดยเฉลี่ย 1 ครั้งในทุกๆ 6.45 จุด บน control chart
  • 2 : หลังจาก process mean เปลี่ยนไปที่ค่าใหม่ โดยเฉลี่ยจะมีจุดบน control chart ออกนอก control limit ประมาณ 6.45 จุด
  • 3 : โดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มตัวอย่างที่ 6 หรือ 7 หลังจาก process mean เปลี่ยนไปที่ค่าใหม่ จะออกนอก control limit
  • 4 : control chart จะแสดงจุด ออกนอก control limit 1 จำนวนจุด ต่อทุกๆ 6.45 จุดโดยเฉลี่ยหลังจาก process mean เปลี่ยนแปลงไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 131 :
  • ในการตรวจสอบความเสถียรภาพ (Stable) ของรายจ่ายในแต่ละเดือนควรใช้เครื่องมือใด
  • 1 : แผนภาพพาเรโต
  • 2 : แผนภูมิควบคุมแบบ Xbar-R
  • 3 : แผนภูมิควบคุมแบบ X-MR
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ความรู้ที่ใช้ในการระดมสมองเพื่อระบุสาเหตุในแผนภาพก้างปลามาจากแหล่งใดเป็นสำคัญ
  • 1 : ความรู้จากประสบการณ์
  • 2 : ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี
  • 3 : ความรู้หน้างาน
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • หน้าที่หลักของแผนภูมิควบคุมคือ
  • 1 : ทำให้กระบวนการผลิตดีขึ้น
  • 2 : ทำให้กระบวนการผลิตสม่ำเสมอ
  • 3 : ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
  • 4 : ให้สัญญาณเมื่อเกิดปัญหาในกระบวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ในการใช้แผนภูมิควบคุมกระบวนการผลิต เมื่อเกิด out of control ขึ้น สิ่งที่จะต้องปฏิบัติคือ
  • 1 : ปฏิบัติงานตามปกติ
  • 2 : ค้นหา assignable causes
  • 3 : ค้นหา natural causes
  • 4 : หาสาเหตุที่ทำให้ของเสียเกิดขึ้นในกระบวนการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ในการใช้แผนภูมิควบคุมกระบวนการผลิตโดยเลือกใช้พิกัดควบคุม ±3σ ความน่าจะเป็นที่จะเกิดสัญญาณ out of control แต่ไม่มี assignable causes คือ
  • 1 : 0.9973
  • 2 : 0.0027
  • 3 : ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเสีย
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • +/-0.001 Probability Limits หมายถึง
  • 1 : ความน่าจะเป็นที่จะตรวจจับความเบี่ยงเบนของกระบวนการผลิตได้มีค่า เท่ากับ 0.001
  • 2 : ความน่าจะเป็นที่จะเกิด out of control เท่ากับ 0.001
  • 3 : การบอกความกว้างของพิกัดควบคุมที่มีค่า Type I Error Probability ข้างละ 0.001
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • ในการสุ่มตัวอย่างเพื่อใช้ X-bar และ R charts หากต้องการให้โอกาสในการเกิด assignable cause ภายในกลุ่มตัวอย่างน้อยที่สุด ควรจะใช้การสุ่มตัวอย่างแบบใด
  • 1 : สุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม (random sampling) เท่ากับจำนวน n จากกระบวนการผลิต
  • 2 : สุ่มตัวอย่างติดกัน (consecutive sampling) เท่ากับจำนวน n จากกระบวนการผลิต
  • 3 : สุ่มแบบใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้สุ่มตัวอย่าง
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 138 :
  • ลักษณะในข้อใดแสดงว่ากระบวนการผลิตอาจจะ out of control
  • 1 :  มีหลายจุดติดกันกระจายอยู่เหนือเส้นกลาง (center line) จำนวนมาก
  • 2 : การเรียงของจุดตัวอย่างไม่เป็นแบบสุ่ม (non-random pattern)
  • 3 : มี 2 จุดตัวอย่างต่อเนื่องกันอยู่ภายในขอบเขตควบคุมแต่ใกล้กับพิกัดควบคุมบนหรือล่างมาก
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • ในการใช้แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัยในการตรวจสอบกระบวนการผลิตชิ้นงานประเภทหนึ่ง จากการตรวจสอบติดตามที่ผ่านมาพบว่า กระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสม่ำเสมอ (ขนาดตัวอย่าง n = 5,  = 10, = 0.5815) วิศวกรต้องการออกแบบแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยใหม่โดยให้มีค่า = 0.05 แผนภูมิควบคุมใหม่นี้จะมี UCL เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 10.184
  • 2 : 10.143
  • 3 : 10.219
  • 4 : 10.335
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ในการใช้แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัยในการตรวจสอบกระบวนการผลิตชิ้นงานประเภทหนึ่ง จากการตรวจสอบติดตามที่ผ่านมาพบว่า กระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสม่ำเสมอ (ขนาดตัวอย่าง n = 5,  = 10,  = 0.5815) ถ้าวัันหนึ่งเกิด process shift ขึ้นในกระบวนการโดยค่าเฉลี่ยเปลี่ยนไปเป็น 10.1875 ถ้าชิ้นงานที่ผลิตได้ หลังจากการเกิด process shift นี้จะเสียทั้งหมด และจะไม่มีการตรวจวัดชิ้นงานโดยละเอียด จนกว่าแผนภูมิจะบ่งชี้ความผิดปกติ การใช้แผนภูมิเดิมในการตรวจสอบคาดว่ากระบวนการจะผลิตของเสียโดยเฉลี่ยกี่ชิ้นจึงจะตรวจพบ หลังจากเกิด process shift ถ้าอัตราการผลิตของเสียเท่ากับ 1 ชิ้นต่อนาที และสุ่มตรวจสอบทุกครึ่งชั่วโมง
  • 1 : 60 ชิ้น
  • 2 : 330 ชิ้น
  • 3 : 5730 ชิ้น
  • 4 : 11100 ชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 141 :
  • กระบวนการผลิตก้านเบรกใช้แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย-พิสัย(  - R chart) เพื่อควบคุมขนาดยาวของก้านเบรก โดยมีข้อมูล ดังนี้     = 199    = 3.5    n (ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย) = 4      Specification = 2008 สมมติว่าข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ และกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้ามีการปรับปรุงกระบวนการผลิตทำให้ค่า  เพิ่มขึ้น 1 หน่วย เปอร์เซ็นต์ของเสียในกระบวนการผลิตเป็นเท่าใด
  • 1 : ~0%
  • 2 : 0.5%
  • 3 : 0.6%
  • 4 : 0.7%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • ถ้ากำหนดให้ขอบเขตควบคุมของแผนภูมิ ค่าเฉลี่ยของกระบวนการ มีค่าเท่ากับ  ถ้าพล็อตข้อมูลจำนวน 1000 กลุ่ม ในแผนภูมิดังกล่าว จะมีข้อมูลกี่กลุ่มออกนอกเขตควบคุม เมื่อกระบวนการอยู่ในสภาวะควบคุมได้
  • 1 : 0
  • 2 : 5
  • 3 : 12
  • 4 : 22
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • จากข้อมูลตรวจวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกปืนของกระบวนการผลิตตลับลูกปืน ข้อมูลแสดงดังตาราง (ข้อมูลกลุ่มละ 5 ตัวอย่าง) จงคำนวณ Center Line ของแผนภูมิค่าเฉลี่ย (Xbar-chart)
    กลุ่มตัวอย่างที่(Sample No.)
    R กลุ่มตัวอย่างที่(Sample No.)
    R
    1 34.5 3 13 35.4 8
    2 34.2 4 14 34 6
    3 31.6 4 15 37.1 5
    4 31.5 4 16 34.9 7
    5 35.0 5 17 33.5 4
    6 34.1 6 18 31.7 3
    7 32.6 4 19 34 8
    8 33.8 3 20 35.1 4
    9 34.8 7 21 33.7 2
    10 33.6 8 22 32.8 1
    11 31.9 3 23 33.5 3
    12 38.6 9 24 34.2 2
    โดย  = 34    = 4.71
  • 1 : 34
  • 2 : 38.2
  • 3 : 36.7
  • 4 : 32.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • จากข้อมูลตรวจวัดเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกปืนของกระบวนการผลิตตลับลูกปืน ข้อมูลแสดงดังตาราง (ข้อมูลกลุ่มละ 5 ตัวอย่าง) จงประมาณค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกระบวนการผลิตตลับลูกปืนที่ผลิตจากกระบวนการผลิตนี้
    กลุ่มตัวอย่างที่(Sample No.)
    R กลุ่มตัวอย่างที่(Sample No.)
    R
    1 34.5 3 13 35.4 8
    2 34.2 4 14 34 6
    3 31.6 4 15 37.1 5
    4 31.5 4 16 34.9 7
    5 35.0 5 17 33.5 4
    6 34.1 6 18 31.7 3
    7 32.6 4 19 34 8
    8 33.8 3 20 35.1 4
    9 34.8 7 21 33.7 2
    10 33.6 8 22 32.8 1
    11 31.9 3 23 33.5 3
    12 38.6 9 24 34.2 2
    โดย  = 34    = 4.71
  • 1 : 2.03
  • 2 : 4.70
  • 3 : 7.46
  • 4 : 9.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • ในการสอนเนื้อหาเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพโดยใช้แผนภูมิควบคุม อ.สันติชัย ให้นักศึกษาทำการทดลองโดยแบ่งนักศึกษาเป็น 5 กลุ่ม (กลุ่มละ 5 คน) และแจกช็อคโกแลต M&M (เขียว, แดง, เหลือง, ฟ้า, ขาว) กลุ่มละ 1 ถุง โดยแต่ละถุงประกอบด้วยเม็ด M&M คละสีจำนวน 100 เม็ด จากนั้นให้แต่ละกลุ่มตัดปากถุงเท่ากับขนาดที่เม็ดช็อคโกแลตออกมาได้พอดี โดยให้แต่ละคนทำหน้าที่ต่อไปนี้

    คนที่ 1 ฝ่ายผลิต นำเม็ด M&M ออกจากถุงครั้งละ 1 เม็ดแบบสุ่มโดยไม่ใส่คืนจำนวนทั้งสิ้น 20 เม็ด

    คนที่ 2 ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ถ้าตรวจพบเม็ดสีเขียวถือว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพแต่ถ้าตรวจพบสีอื่นถือว่าเป็นของเสีย

    คนที่ 3-4 ฝ่ายบันทึกและควบคุมคุณภาพ

    ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

  • 1 : กลุ่ม 1 ทำงานแย่ที่สุด หัวหน้ากลุ่มงานควรถูกลงโทษโดยปรับลดค่าแรงและเปลี่ยนแผนกงาน เพราะไม่มีความถนัดในการทำงานในแผนกนี้
  • 2 : กลุ่ม 5 ทำงานได้ผลดีมาก ดังนั้นควรส่งเสริมทุกคนในกลุ่มให้เป็นหัวหน้างานเพื่อสอนงานพนักงานใหม่ในอนาคต
  • 3 : เปอร์เซ็นต์ของดีเฉลี่ยมีค่าน้อยเนื่องจากวิธีการทำงานอาจไม่เหมาะสมดังนั้นควรปรับปรุงวิธีการทำงานใหม่
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 :
  • จากการทดลองของเดมมิ่งเรียกการปล่อยลูกหินจากกรวย เพื่อให้อยู่ใกล้จุดเป้าหมายที่วางไว้บนพื้น โดยใช้ 2 วิธี

    วิธีที่ 1) เล็งกรวยให้ตรงเป้าหมายและปล่อยลูกหินออกจากกรวย

    วิธีที่ 2) มีการปรับตำแหน่งกรวยทุกครั้ง โดยปรับทิศทางตรงข้ามกับลูกหินในครั้งก่อนหน้านี้ และปรับระยะทางให้ห่างจากเป้าหมายเท่ากับระยะทางที่ลูกหินในครั้งก่อนอยู่ห่างจากเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดความแปรปรวนและให้ลูกหินเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น

    ข้อความใดถูกต้อง

  • 1 : ความแปรปรวนกรณีที่ 1 < ความแปรปรวนกรณีที่ 2
  • 2 : ความแปรปรวนกรณีที่ 1 > ความแปรปรวนกรณีที่ 2
  • 3 : ความแปรปรวนกรณีที่ 1 = ความแปรปรวนกรณีที่ 2
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 147 :
  • จากการทดลองของเดมมิ่งเรียกการปล่อยลูกหินจากกรวย เพื่อให้อยู่ใกล้จุดเป้าหมายที่วางไว้บนพื้น โดยใช้ 2 วิธี

    วิธีที่ 1) เล็งกรวยให้ตรงเป้าหมายและปล่อยลูกหินออกจากกรวย

    วิธีที่ 2) มีการปรับตำแหน่งกรวยทุกครั้ง โดยปรับทิศทางตรงข้ามกับลูกหินในครั้งก่อนหน้านี้ และปรับระยะทางให้ห่างจากเป้าหมายเท่ากับระยะทางที่ลูกหินในครั้งก่อนอยู่ห่างจากเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดความแปรปรวนและให้ลูกหินเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น

    จากการทดลองดังกล่าวให้ข้อคิดที่สำคัญในเรื่องใด

  • 1 : ประโยชน์ของแผนภูมิควบคุม
  • 2 : การปรับกระบวนการตลอดเวลา (วิธีที่ 2) ช่วยลดจำนวนของเสีย
  • 3 : ถ้ากระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม ไม่ควรไปรบกวน
  • 4 : คนงานควรมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกระบวนการเมื่อมีสิ่งผิดปกติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 148 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ “Special / Assignable Causes”
  • 1 : ปัญหาจากสาเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
  • 2 : อาจเกิดจากเครื่องจักรหยุดทำงานเพราะความชื้นสูงในหน้าฝน
  • 3 : ฝ่ายผู้บริหารควรเป็นผู้แก้ไข
  • 4 : ใช้ผังก้างปลาเพื่อหาสาเหตุของปัญหา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • พนักงานผลิตชิ้นงานเสียเป็นจำนวนมากในวันนี้ เพราะเกิดจาก “Common Causes” ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
  • 1 : พนักงานดื่มเหล้าเพราะเมื่อวานคืนไปร่วมงานอวยพรแต่งงานเพื่อน
  • 2 : เครื่องจักรหยุดทำงานหลายหน เพราะไฟตกเนื่องจากมีพายุ
  • 3 : วัตถุดิบมีปัญหา เพราะเลือกจากผู้ขายที่กำหนดราคาต่ำสุด
  • 4 : หัวหน้าคนงานควรตักเตือนพนักงาน และให้พนักงานรับการอบรมเพิ่มเติม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • พนักงานแผนกพ่นสีชิ้นส่วนรถยนต์ พบว่าชิ้นส่วนบางชิ้นมีรอยตำหนิเกิดขึ้นมา เนื่องจาก “Special/ Assignable Causes” ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : อาจเกิดจากพนักงานเมาค้าง เพราะไปเลี้ยงฉลองงานศพเพื่อน
  • 2 : เครื่องจักรหยุดทำงานหลายหน เพราะไฟตกเนื่องจากมีพายุ
  • 3 : ควรเปลี่ยนวิธีการพ่น เพราะวิธีการเดิมซับซ้อนเกินไป
  • 4 : หัวหน้าคนงานควรตักเตือนพนักงาน และให้พนักงานรับการอบรมเพิ่มเติม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • จากการตรวจสอบแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย-พิสัย ( Chart)พบว่ามีรูปแบบที่เป็นวงรอบ “cycle” ข้อใดมิใช่สาเหตุ
  • 1 : ความล้าของพนักงาน
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างรอบวัน
  • 3 : การเสื่อมของเครื่องมือ
  • 4 : พนักงานที่เปลี่ยนในแต่ละกะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :

  • จากการตรวจสอบแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง (Trends) ข้อใดมิใช่สาเหตุ

  • 1 : พนักงานได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับการทำงานเพิ่มเติม
  • 2 : เครื่องมือเสื่อมสภาพ
  • 3 : ปรับเครื่องจักรเกินความจำเป็น
  • 4 : ความสกปรกที่สะสมในฟิกเจอร์ (Fixtures)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • จากการตรวจสอบแผนภูมิควบคุมพบว่ามีแนวโน้มลดลงในแผนภูมิควบคุมพิสัย (R-Chart) ข้อใดมิใช่สาเหตุ
  • 1 : พนักงานได้รับการอบรมเกี่ยวกับการทำงานเพิ่มเติม
  • 2 : พนักงานปรับปรุงวิธีการทำงาน
  • 3 : ฝ่ายซ่อมบำรุงจัดตารางการบำรุงรักษาฟิกเจอร์ดีขึ้น
  • 4 : พนักงานปรับเครื่องจักรบ่อยขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • กรณีที่ในแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย ()พบว่าค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ใกล้เส้น “center line” ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : ขอบเขตควบคุมอาจกว้างเกินไปควรปรับเปลี่ยน
  • 2 : ข้อมูลในแต่ละกลุ่มย่อยอาจมาจากเครื่องจักรหลายเครื่อง
  • 3 : อาจมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ดีขึ้น
  • 4 : แสดงว่ากระบวนการมีความสามารถสูง เพราะค่าเฉลี่ยมีค่าใกล้ค่าเป้าหมาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • กรณีที่ในแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย ()พบว่าข้อมูลส่วนใหญ่เกาะอยู่ใกล้ขอบเขตควบคุมบนและล่าง ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : ข้อมูลในกลุ่มย่อยมาจากวัตถุดิบจากหลายรุ่น
  • 2 : ในกระบวนการผลิตใช้เครื่องจักรชนิดเดียวกันหลายเครื่อง
  • 3 : เปลี่ยนแปลงวิธีการรวมกลุ่มย่อยจะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้
  • 4 : ปรับเปลี่ยนวิธีซ่อมบำรุงเครื่องจักรจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดมิใช่ประโยชน์ของแผนภูมิควบคุม
  • 1 : ช่วยลดความผันแปรในกระบวนการที่เกิดจาก “Common Causes”
  • 2 : ช่วยเตือนว่าเมื่อใดควรแก้ไขปรับปรุงกระบวนการ
  • 3 : ช่วยลดการปรับแต่งเครื่องจักรโดยไม่จำเป็น
  • 4 : ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิควบคุมเพื่อคำนวณหาความสามารถของกระบวนการได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • วิศวกรเลือกใช้แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย-ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(chart )ในการควบคุมกระบวนการผลิตพบว่า = 0.108 และ =1.791 ถ้า UCLs มีค่าเท่ากับ 3.073 และ มีค่าเท่ากับ 1.854 ขนาดกลุ่มตัวอย่างนี้เป็นเท่าใด
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 10
  • 4 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • จากแผนภูมิการควบคุมค่าเดี่ยวและค่าพิสัยเคลื่อนที่ (X-MR Chart) พบว่า =3.50 และ= 0.35 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับขอบเขตควบคุมของแผนภูมิควบคุมพิสัย
  • 1 : LCL = -0.5
  • 2 : UCL = 1.15
  • 3 : แผนภูมิควบคุมทั้งสองด้านสมมาตรกัน
  • 4 : ค่าซิกมาสำหรับแผนภูมิควบคุมคือ 0.31
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • จากแผนภูมิการควบคุมค่าเดี่ยวและค่าพิสัยเคลื่อนที่ (X-MR Chart) พบว่า = 3.50 และ = 0.35 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับขอบเขตควบคุมของแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (chart)
  • 1 : ข้อมูลแผนภูมิควบคุม chart มีการแจกแจงปกติ
  • 2 : = 2.56
  • 3 : = 4.43
  • 4 : ค่าซิกมาสำหรับ chart คือ 0.31
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • ในขั้นตอนการทำแผ่นของกระบวนการผลิตกระดาษสา มักมีปัญหาเรื่องน้ำหนักกระดาษมีความคลาดเคลื่อนมาก ดังนั้น จึงควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม โดยชั่งน้ำหนักกระดาษแห้งจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มย่อยละ 9 แผ่นพบว่า = 8 กรัม และ = 2.0 กรัม จงคำนวณขอบเขตควบคุม
  • 1 : 8.33
  • 2 : 8.56
  • 3 : 8.76
  • 4 : ข้อ 1, 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • ในขั้นตอนการทำแผ่นของกระบวนการผลิตกระดาษสา มักมีปัญหาเรื่องน้ำหนักกระดาษมีความคลาดเคลื่อนมาก ดังนั้น จึงควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม โดยชั่งน้ำหนักกระดาษแห้งจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มย่อยละ 9 แผ่นพบว่า = 8 กรัม และ = 2.0 กรัม จงคำนวณขอบเขตควบคุม UCLR

  • 1 : 3.63
  • 2 : 3.82
  • 3 : 4.00
  • 4 : 4.22
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 197 : 05 Control Charts for Attributes
ข้อที่ 162 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ตรงกับจุดประสงค์การใช้งานของแผนภูมิควบคุมสำหรับข้อมูลเชิงลักษณ์ (Attribute Control Chart)
  • 1 : แผนภูมิ p ใช้ศึกษาจำนวนของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในกลุ่มตัวอย่าง
  • 2 : แผนภูมิ c และแผนภูมิ u ใช้ศึกษาจำนวนจุดบกพร่องในหนึ่งหน่วยตรวจสอบ
  • 3 : แผนภูมิ c ใช้วิเคราะห์เมื่อขนาดของกลุ่มตัวอย่างเท่ากัน
  • 4 : แผนภูมิ u ใช้วิเคราะห์เมื่อขนาดของกลุ่มตัวอย่างไม่เท่ากันได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 163 :
  • ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ที่ใช้คำนวณขอบเขตควบคุมสำหรับสร้าง control chart for nonconforming units อาศัยการกระจาย (distribution) แบบใด
  • 1 : Normal
  • 2 : Binomial
  • 3 : Geometric
  • 4 : Hypergeometric
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • พิจารณาข้อมูลจากตาราง ถ้าจำนวนตัวอย่างในแต่ละกลุ่มย่อย (subgroup) คือ 120 ชิ้น ข้อใดถูกต้องที่สุด
    กลุ่มย่อยที่ (Subgroup number) จำนวนของเสีย (ชิ้น)
    1 5
    2 7
    3 6
    4 4
    5 3
    6 5
  • 1 : ไม่สามารถสร้าง control chart ได้เนื่องจาก lower limit ติดลบ
  • 2 : กระบวนการผลิตไม่อยู่ภายใต้การควบคุม เนื่องจากมีบาง subgroup อยู่นอก limits
  • 3 : กระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม เนื่องจากทุก subgroup อยู่ใน limits
  • 4 : ไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากเราไม่ทราบว่ามี assignable causes เกิดขึ้นกับ subgroup ได้บ้าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 165 :
  • แผนภูมิควบคุม p-Chart มี UCL = 0.1328 โดย n = 100 ข้อใดต่อไปนี้เป็นค่า UCL ของแผนภูมิควบคุม np-Chart
  • 1 : 0.01328
  • 2 : 1.328
  • 3 : 13.28
  • 4 : 132.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 166 :
  • แผนภูมิควบคุมใดไม่เหมาะสำหรับกรณีขนาดตัวอย่างมีขนาดไม่คงที่
  • 1 : แผนภูมิ p
  • 2 : แผนภูมิ np
  • 3 : แผนภูมิ u
  • 4 : แผนภูมิมาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ความแปรปรวนระหว่างกลุ่มตัวอย่างสามารถพิจารณาได้จากแผนภูมิค่าเฉลี่ย
  • 2 : ความแปรปรวนภายในกลุ่มตัวอย่างสามารถพิจารณาได้จากแผนภูมิค่าพิสัย
  • 3 : ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ใช้ในการคำนวณขีดจำกัดของแผนภูมิควบคุมคำนวณมาจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานภายในกลุ่มตัวอย่าง
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 168 :
  • ถ้าต้องการประยุกต์ใช้แผนภูมิควบคุม p-chart และไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดในการตรวจจับความผิดปกติเกินกว่า 4.56% ควรใช้ขอบเขตควบคุมขนาดเท่าใด
  • 1 : ±2σ
  • 2 : 4.5σ
  • 3 : ±4.5σ
  • 4 : ±3σ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ลักษณะงานในข้อใด ควรใช้แผนภูมิควบคุมแบบ Attribute
  • 1 : จำนวนรอยขีดข่วนบนชิ้นงาน
  • 2 : สัดส่วนของจำนวนชิบสารกึ่งตัวนำที่เสีย
  • 3 : สัดส่วนของกระดาษที่พิมพ์เสียในแต่ละวัน
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • ข้อมูลในตารางได้จากการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผลิตได้ในระยะเวลาสามวันที่ผ่านมา สัดส่วนของเสียเฉลี่ยเป็นเท่าไร
    วันที่ จำนวนหน่วยที่ตรวจสอบ จำนวนเครื่องเสีย
    1 80 8
    2 80 4
    3 60 6
  • 1 : 0.10
  • 2 : 0.05
  • 3 : 0.01
  • 4 : 0.08
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ในการใช้แผนภูมิควบคุม ถ้าพบจุดออกนอกพิกัดควบคุมให้ตัดข้อมูลนั้นทิ้งทันที แล้วทำการคำนวณพิกัดควบคุมใหม่
  • 2 : ในการควบคุมคุณภาพกระบวนการออกบิลโดยใช้แผนภูมิควบคุมเพื่อควบคุมจำนวนข้อผิดพลาดในการออกบิล พบว่าในข้อมูล 20 จุด ข้อมูลจุดที่ 12 ออกนอกพิกัดควบคุมทางด้านล่าง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า พนักงานอาจบันทึกข้อมูลที่ได้จากกระบวนการ ณ เวลาดังกล่าวผิด
  • 3 : ในการสร้างแผนภูมิควบคุมสำหรับจำนวนข้อผิดพลาดในการออกบิลแต่ละใบ มีความจำเป็นต้องคำนึงจำนวนข้อผิดพลาดเฉลี่ยมากกว่าหรือเท่ากับ 5 แห่ง
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • การใช้แผนภูมิควบคุม p-chart ในกรณีที่ขนาดตัวอย่างมีขนาดไม่คงที่ (variable sample size) สามารถคำนวณขอบเขตควบคุมได้อย่างไรบ้าง
  • 1 : variable-width control limits, average sample size control limits, และ single sided control limits
  • 2 : average sample size control limits, standardized control limits, และ double sided control limits
  • 3 : standardized control limits, variable-width control limits, และ revised control limits
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 173 :
  • หากต้องการควบคุมสัดส่วนของเสียควรจะใช้แผนภูมิควบคุมใด
  • 1 : p chart
  • 2 : np chart
  • 3 : c chart
  • 4 : u chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ผลิตแผงวงจรสำหรับโทรศัพท์มือถือ ต้องการสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนของเสียในกระบวนการผลิตดังกล่าว โดยเก็บตัวอย่างกลุ่มละ 200 แผงวงจร จำนวน 22 กลุ่มย่อย แสดงผลดังตาราง จงคำนวณขอบเขตควบคุมบน (Upper Control Limit) ของแผนภูมิควบคุม p-chart
    กลุ่มย่อยที่ ของเสีย กลุ่มย่อยที่ ของเสีย
    1 19 12 18
    2 7 13 17
    3 11 14 21
    4 29 15 16
    5 24 16 16
    6 24 17 23
    7 15 18 14
    8 25 19 4
    9 11 20 21
    10 10 21 24
    11 37 22 10
  • 1 : 0.07
  • 2 : 0.15
  • 3 : 0.21
  • 4 : 0.29
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • โรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าแห่งหนึ่งสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนของเสียในกระบวนการผลิต โดยเก็บข้อมูลกลุ่มละ 100 ตัวอย่าง จำนวน 20 กลุ่มย่อย แสดงดังตาราง จงคำนวณขอบเขตควบคุมบน (Upper Control Limit) ของแผนภูมิควบคุม p-chart
    กลุ่มย่อยที่ ของเสีย กลุ่มย่อยที่ ของเสีย
    1 10 11 7
    2 3 12 3
    3 7 13 14
    4 12 14 6
    5 4 15 6
    6 3 16 9
    7 8 17 13
    8 2 18 6
    9 5 19 12
    10 10 20 19
  • 1 : 0.019
  • 2 : 0.080
  • 3 : 0.160
  • 4 : 0.320
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • โรงงานผลิตถาดสำหรับใส่อาหารบนเครื่องบิน ประสบปัญหาเรื่องงานซ่อม (Rework) ในแต่ละวันมีจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงงานต้องการสร้างแผนภูมิควบคุมสัดส่วนงานซ่อมโดยเก็บข้อมูลแสดงดังตาราง โดยมีจำนวนตัวอย่างรวม 3,926 ชิ้น และมีจำนวนงานซ่อมรวม 411 ชิ้น
    วันที่ จำนวนตัวอย่าง จำนวนงานซ่อม  วันที่ จำนวนตัวอย่าง จำนวนงานซ่อม
    1 180 27 11 241 12
    2 165 15 12 202 4
    3 205 32 13 187 30
    4 176 18 14 215 24
    5 234 5 15 222 20
    6 192 25 16 193 18
    7 156 7 17 204 37
    8 183 21 18 186 24
    9 215 40 19 175 13
    10 225 6 20 170 33
      จากข้อมูลดังกล่าว จงคำนวณหาค่า LCLp ของแผนภูมิควบคุมสำหรับวันที่ 6
  • 1 : 0.039
  • 2 : 0.045
  • 3 : 0.053
  • 4 : 0.055
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • โรงงานผลิตถาดสำหรับใส่อาหารบนเครื่องบิน ประสบปัญหาเรื่องจำนวนงานซ่อม (Rework) ในแต่ละวันมีจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงงานต้องการสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนงานซ่อม เพื่อติดตามสภาพปัญหาดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลแสดงดังตาราง ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 3,926 ชิ้น และจำนวนงานซ่อมรวม 411 ชิ้น
    วันที่ จำนวนตัวอย่าง จำนวนงานซ่อม  วันที่ จำนวนตัวอย่าง จำนวนงานซ่อม 
    1 180 27 11 241 12
    2 165 15 12 202 4
    3 205 32 13 187 30
    4 176 18 14 215 24
    5 234 5 15 222 20
    6 192 25 16 193 18
    7 156 7 17 204 37
    8 183 21 18 186 24
    9 215 40 19 175 13
    10 225 6 20 170 33
      จากข้อมูลดังกล่าว จงคำนวณหาค่า LCLp ของแผนภูมิควบคุมสำหรับวันที่ 15
  • 1 : 0.031
  • 2 : 0.033
  • 3 : 0.037
  • 4 : 0.043
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • โรงงานผลิตถาดสำหรับใส่อาหารบนเครื่องบิน ประสบปัญหาเรื่องงานซ่อม (Rework) ในแต่ละวันมีจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงงานต้องการสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนงานซ่อมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลแสดงดังตาราง ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวม 3,926 ชิ้น และจำนวน rework รวม 411 ชิ้น
  • 1 : 0.027
  • 2 : 0.044
  • 3 : 0.166
  • 4 : 0.176
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 179 :
  • โรงงานผลิตถาดสำหรับใส่อาหารบนเครื่องบิน ประสบปัญหาเรื่องงานซ่อม (Rework) ในแต่ละวันมีจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงงานต้องการสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนงานซ่อม เพื่อติดตามสภาพปัญหาดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลแสดงดังตาราง ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 3,926 ชิ้น และจำนวนงานซ่อมรวม 411 ชิ้น
  • 1 : 0.165
  • 2 : 0.169
  • 3 : 0.171
  • 4 : 0.176
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • โรงงานผลิตถาดสำหรับใส่อาหารบนเครื่องบิน ประสบปัญหาเรื่องงานซ่อม (Rework) ในแต่ละวันมีจำนวนมาก ดังนั้นทางโรงงานต้องการสร้างแผนภูมิควบคุมจำนวนงานซ่อม เพื่อติดตามสภาพปัญหาดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลแสดงดังตาราง ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 3,926 ชิ้น และจำนวนงานซ่อมรวม 411 ชิ้น
  • 1 : 0.033
  • 2 : 0.039
  • 3 : 0.045
  • 4 : 0.048
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • แผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสียในกระบวนการผลิต พบว่าสัดส่วนของเสียโดยเฉลี่ย มีค่าเท่ากับ 0.03 และขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อยที่ใช้ในการสร้างแผนภูมิควบคุมคือ 200 ตัวอย่างต่อกลุ่ม (n=200) จงคำนวณหา UCL ของแผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสีย
  • 1 : 0.052
  • 2 : 0.066
  • 3 : 0.072
  • 4 : 0.088
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • แผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสียในกระบวนการผลิต พบว่าสัดส่วนของเสียโดยเฉลี่ย มีค่าเท่ากับ 0.03 และขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อยที่ใช้ในการสร้างแผนภูมิควบคุมคือ 200 ตัวอย่างต่อกลุ่ม (n=200) จงคำนวณหา LCL ของแผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสีย
  • 1 : -0.012
  • 2 : 0
  • 3 : 0.012
  • 4 : 0.030
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 :
  • แผนภูมิควบคุมสัดส่วนของเสียในกระบวนการผลิต พบว่าสัดส่วนของเสียโดยเฉลี่ย มีค่าเท่ากับ 0.03 และขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อยที่ใช้ในการสร้างแผนภูมิควบคุม คือ 200 ตัวอย่างต่อกลุ่ม (n = 200) ถ้าค่า  ในกระบวนการผลิตเปลี่ยนแปลงเป็น 0.08 จงหาความน่าจะเป็นที่แผนภูมิควบคุมจะตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในกระบวนการจากการสุ่มตัวอย่างครั้งแรก
  • 1 : 0.30
  • 2 : 0.60
  • 3 : 0.73
  • 4 : 0.87
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • แผนภูมิควบคุมจำนวนของเสียในกระบวนการผลิต สร้างโดยใช้กลุ่มตััวอย่างจำนวน 30 กลุ่ม กลุ่มละ 400 ข้อมูล สรุปผลได้ดังนี้

    จงคำนวณหาค่า UCLnp

  • 1 : 38
  • 2 : 40
  • 3 : 48
  • 4 : 58
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • แผนภูมิควบคุมจำนวนของเสียในกระบวนการผลิต สร้างโดยใช้กลุ่มตััวอย่างจำนวน 30 กลุ่ม กลุ่มละ 400 ข้อมูล สรุปผลได้ดังนี้

    จงคำนวณหาค่า LCLnp
  • 1 : 18
  • 2 : 22
  • 3 : 28
  • 4 : 48
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • แผนภูมิควบคุมจำนวนของเสียในกระบวนการผลิต สร้างโดยใช้กลุ่มตััวอย่างจำนวน 30 กลุ่ม กลุ่มละ 400 ข้อมูล สรุปผลได้ดังนี้

    ถ้าค่า  ในกระบวนการผลิตเปลี่ยนแปลงเป็น 0.15 จงหาความน่าจะเป็นที่แผนภูมิควบคุมจะตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในกระบวนการของการสุ่มตัวอย่างในครั้งแรก
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.34
  • 3 : 0.46
  • 4 : 0.58
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 187 :
  • ถ้าต้องการควบคุมกระบวนการผลิตโดยศึกษา จำนวนข้อบกพร่องบนเครื่องทำน้ำร้อน โดยในหนึ่งวันจะสุ่มตรวจและนับจำนวนข้อบกพร่องจากเครื่องทำน้ำร้อนจำนวน 3 เครื่อง ท่านจะแนะนำให้ใช้แผนภูมิชนิดใด
  • 1 : Xbar-chart
  • 2 : np-chart
  • 3 : p-chart
  • 4 : C-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 188 :
  • แผนภูมิควบคุมที่ใช้เพื่อควบคุมจำนวนข้อบกพร่องต่อหน่วยการตรวจสอบ คือแผนภูมิควบคุมชนิดใด
  • 1 : Xbar-chart
  • 2 : R-chart
  • 3 : p-chart
  • 4 : u-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • แผนภูมิควบคุม c-chart จะแสดงสัญญาณว่ามีสิ่งปกติเกิดขึ้นเมื่อใด
  • 1 : การเปลี่ยนแปลงจำนวนของข้อบกพร่องต่อกลุ่มตัวอย่าง
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยของกระบวนการ
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงในเปอร์เซ็นต์ของเสียในกลุ่มตัวอย่าง
  • 4 : การเปลี่ยนแปลงใน AOQ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 :
  • บริษัทผลิตหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้รับการร้องเรียนต่อวันจำนวนมากเกี่ยวกับคำผิดในหนังสือพิมพ์ สำนักพิมพ์ได้รับการร้องเรียนจากรายงานของผู้อ่านตามจำนวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นดังนี้ 4, 3, 2, 6, 7, 3 และ 9 ครั้ง ดังนั้นสำนักพิมพ์ควรใช้แผนภูมิควบคุมชนิดใด
  • 1 : p-chart
  • 2 : C-chart
  • 3 : Xbar-chart
  • 4 : R-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :
  • ผู้ผลิตสินค้าต้องการประยุกต์ใช้แผนภูมิในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ A และ B โดยในการควบคุมผลิตภัณฑ์ A ทำการเก็บตัวอย่างและพิจารณาว่าเป็นของดีหรือของเสีย สำหรับผลิตภัณฑ์ B นับจำนวนของรอยตำหนิต่อชิ้น ดังนั้นแผนภูมิที่ควรจะนำมาใช้ควบคุมคือ
  • 1 : p-chart สำหรับ A และ B
  • 2 : p-chart สำหรับ A และ c-chart สำหรับ B
  • 3 : c-chart สำหรับ A และ B
  • 4 : p-chart สำหรับ A, แผนภูมิค่าเฉลี่ยและค่าพิสัย สำหรับ B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • บริษัทขนส่งพัสดุต่างชาติตรวจสอบจำนวนพัสดุที่ส่งล่าช้า (สายเกินกว่า 30 นาทีของเวลาที่สัญญากับลูกค้า) ต่อวัน บริษัทคาดว่าจะใช้แผนภูมิควบคุมในการแสดงผล แผนภูมิควบคุมชนิดใดที่ควรแนะนำให้บริษัทใช้
  • 1 : Xbar-chart และ R-chart
  • 2 : p-chart
  • 3 : c-chart
  • 4 : p-chart และ c-chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 198 : 06 Process Capability Study
ข้อที่ 193 :
  • จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถาม โรงงานผลิตยางในจักรยานแห่งหนึ่ง มีค่าเฉลี่ยของการทนความดัน (brusting pressure) ของผลิตภัณฑ์เป็น 150 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi) และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 15.2 psi ถ้าข้อกำหนดของผู้นำเข้าในต่างประเทศระบุว่า ยางในต้องมี brusting pressure ไม่ต่ำกว่า 100 psi ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ไม่สามารถหา process capability ratio ได้ เนื่องจากไม่ทราบ upper specification limit
  • 2 : ค่า process capability ratio < 1
  • 3 : 1 < ค่า process capability ratio < 1.5
  • 4 : ค่า process capability ratio > 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถาม โรงงานผลิตยางในจักรยานแห่งหนึ่ง มีค่าเฉลี่ยของการทนความดัน (brusting pressure) ของผลิตภัณฑ์เป็น 150 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (psi) และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 15.2 psi ถ้าข้อกำหนดของผู้นำเข้าในต่างประเทศระบุว่า ยางในต้องมี brusting pressure ไม่ต่ำกว่า 100 psi กระบวนการผลิตในโรงงานนี้มีของเสียอยู่ในช่วงใด
  • 1 : 100-200 ppm
  • 2 : 201-400 ppm
  • 3 : 401-600 ppm
  • 4 : 601-800 ppm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 :
  • ในกระบวนการชุบเคลือบผิวสายรัดโลหะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13-19 มิลลิเมตร ให้ได้ค่าความหนาของสังกะสีที่ชุบเคลืือบผิว 3±0.5 ไมโครเมตร ผลการชักตัวอย่าง 50 ชิ้น แล้ววัดค่าความหนาของสังกะสีที่เคลือบผิวสายรัดโลหะ ผลแสดงดังตารางต่อไปนี้
    ค่าความหนา (ไมโครเมตร)
    3.0 2.8 3.0 2.9 3.0 3.0 2.9 2.9 3.0 2.9
    2.9 2.9 3.1 3.1 2.9 3.1 3.0 2.8 3.1 3.0
    3.0 3.0 3.1 3.0 3.0 2.9 2.9 2.9 3.1 2.9
    2.0 3.1 2.9 3.1 3.1 2.9 3.1 3.0 3.0 3.1
    3.0 2.9 3.0 2.9 3.1 3.0 3.2 3.1 3.1 2.9
      จงคำนวณหาค่าสมรรถภาพกระบวนการ
  • 1 : 1.81
  • 2 : 1.71
  • 3 : 1.61
  • 4 : 1.51
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • กระบวนการผลิตใดต่อไปนี้เป็นกระบวนการที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสม่ำเสมอที่สุด
  • 1 : ุ6σ = USL - LSL
  • 2 : 6σ > USL - LSL
  • 3 : 6σ < USL - LSL
  • 4 : 3σ = USL - μ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวเกี่ยวกับ Cp และ Cpk ไม่ถูกต้อง
  • 1 : Cp = Cpk เมื่อค่าเฉลี่ยของกระบวนการผลิตอยู่กึ่งกลางขีดจำกัดของข้อกำหนด
  • 2 : Cp จะเปลี่ยน ถ้าค่าเฉลี่ยกระบวนการผลิตเลื่อนออกจากกึ่งกลางขีดจำกัดของข้อกำหนด
  • 3 : Cpk มีค่าไม่เกินค่า Cp
  • 4 : Cpk น้อยกว่า 1.00 แสดงว่ามีผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับขีดจำกัดของข้อกำหนดเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :
  • เมื่อกระบวนการผลิตอยู่ในการควบคุม มีการแจกแจงปกติรอบจุดกึ่งกลางของข้อกำหนดทางเทคนิค ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ถ้า PCR > 1 แสดงว่า USL > UNTL และ LSL > LNTL
  • 2 : ถ้า PCR > 1 แสดงว่า USL > UNTL และ LSL < LNTL
  • 3 : ถ้า PCR < 1 แสดงว่า USL < UNTL และ LSL < LNTL
  • 4 : ถ้า PCR < 1 แสดงว่า USL > UNTL และ LSL > LNTL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • เมื่อกระบวนการผลิตอยู่ในการควบคุม ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : PCRk >= 0
  • 2 : ถ้า PCRk = PCR แสดงว่า กระบวนการผลิตมีการแจกแจงปกติรอบจุดกึ่งกลางของข้อกำหนดทางเทคนิค
  • 3 : ถ้า PCRk < PCR แสดงว่า กระบวนการผลิตมีการแจกแจงปกติรอบจุดที่ไม่ใช่จุดกึ่งกลางของข้อกำหนดทางเทคนิค
  • 4 : ถ้า PCRk = 0 แสดงว่า กระบวนการผลิตมีการแจกแจงปกติรอบ USL หรือ LSL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • กำหนดให้ PCR(U) = 1 และ PCR(L) = 3 ข้อใดต่อไปนี้เป็นค่าของ PCR(k)
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 :
  • ถ้ากระบวนการที่มีข้อกำหนดควบคุมทั้งสองด้าน มีค่า PCR เป็น 1 จะมีของเสียเท่าไร
  • 1 : 2500 PPM
  • 2 : 2700 PPM
  • 3 : 3000 PPM
  • 4 : 3300 PPM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 202 :
  • ในกระบวนการผลิตสินค้าชนิดหนึ่ง สมมติว่ากระบวนการผลิตนี้เสถียร (in control) และมีค่า Cp = 2 และ Cpk = 0.5 ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : Capable process เนื่องจากค่า Cp มากกว่า 1
  • 2 : Incapable process เนื่องจากค่า Cpk น้อยกว่า 1
  • 3 : ไม่สามารถสรุป Capability ของกระบวนการผลิตได้ เนื่องจากค่า Cp และ Cpk แตกต่างกันมาก
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • Cp แตกต่างจาก Cpk อย่างไร
  • 1 : Cp ศึกษาความสามารถกระบวนการโดยไม่สนใจค่าเป้าหมาย แต่ Cpk คำนึงถึงค่าเป้าหมาย
  • 2 : Cp ศึกษาความสามารถกระบวนการในระยะสั้น แต่ Cpk ศึกษาความสามารถในระยะยาว
  • 3 : Cp ศึกษาความสามารถกระบวนการโดยกระบวนการมีความเสถียรภาพ แต่ Cpk ศึกษาความสามารถกระบวนการในขณะที่ไม่มีความเสถียรภาพ
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : กระบวนการที่อยู่ภายใต้การควบคุมคือกระบวนการที่ไม่มีของเสียเกิดขึ้นในกระบวนการ
  • 2 : กระบวนการที่มีของเสียเกิดขึ้น เป็นกระบวนการที่ out of control
  • 3 : การศึกษาความสามารถกระบวนการต้องกระทำภายใต้สภาวะที่ควบคุม
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 205 :
  • Cp หมายถึงข้อใด
  • 1 : real process capability
  • 2 : actual process capability
  • 3 : potential process capability
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 206 :
  • Cpk หมายถึงข้อใด
  • 1 : real process capability
  • 2 : actual process capability
  • 3 : potential process capability
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • ถ้ากระบวนการผลิตมีค่า Cp = Cpk หมายถึงกระบวนการผลิตใดต่อไปนี้
  • 1 : ค่ากลางค่อนไปทาง USL
  • 2 : ค่ากลางค่อนไปทาง LSL
  • 3 : ค่ากลางตกนอก LSL หรือ USL
  • 4 : ค่ากลางอยู่กึ่งกลาง Specification
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 208 :
  • กระบวนการผลิตชิ้นงานใช้แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัยในการตรวจติดตามคุณภาพ มี Spec 5.0 ± 0.55 จากแผนภูมิควบคุมทราบว่า n= 4, = 5.15, = 0.309 ดัชนีความสามารถของกระบวนการปัจจุบันมีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นได้เท่าใด โดยไม่มีการปรับปรุงความแปรปรวนของกระบวนการ (ผลต่างระหว่าง Potential Capability และ Actual Capability)
  • 1 : 0.334
  • 2 : 0.888
  • 3 : 1.222
  • 4 : 1.666
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  • ข้อใดคือสมมติฐานในการวัดความสามารถของกระบวนการด้วยดัชนี Cp
  • 1 : กระบวนการต้องอยู่ภายใต้การควบคุมเชิงสถิติ
  • 2 : คุณลักษณะสมบัติของกระบวนการต้องแจกแจงแบบปกติ
  • 3 : ไม่มี Process shift
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • กำหนดให้กระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุมเชิงสถิติ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15 หน่วย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.5 หน่วย มี Specification ระหว่าง 10.5 – 19.5 หน่วย ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างดัชนี Cp และ Cpk
  • 1 : Cp = Cpk
  • 2 : Cp < Cpk
  • 3 : Cp > Cpk
  • 4 : Cp ≥ Cpk
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนรถยนต์ โดยลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ ขนาดความกว้างของชิ้นงาน โดยใช้ข้อมูลจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวอย่าง เพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม สรุปผลดังตาราง

    Specification ความกว้างของชิ้นงาน คือ 610 ± 15 ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม จงคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด
  • 1 : 5 %
  • 2 : 10 %
  • 3 : 15 %
  • 4 : 20%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนรถยนต์ โดยลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ ขนาดความกว้างของชิ้นงาน โดยใช้ข้อมูลจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวอย่าง เพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม สรุปผลดังตาราง

    Specification ความกว้างของชิ้นงาน คือ 610 ± 15 ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม จงคำนวณหาค่า Cp ของกระบวนการผลิตดังกล่าว

  • 1 : 0.62
  • 2 : 1.12
  • 3 : 1.25
  • 4 : 1.92
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนรถยนต์ โดยลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ ขนาดความกว้างของชิ้นงาน โดยใช้ข้อมูลจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวอย่าง เพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม สรุปผลดังตาราง

    Specification ความกว้างของชิ้นงาน คือ 610 ± 15 ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้าปรับปรุงกระบวนการโดยปรับค่าเฉลี่ยของกระบวนการให้อยู่ที่ค่าเป้าหมาย ค่า Cpk ในกระบวนการผลิตเป็นเท่าใด

  • 1 : 0.4
  • 2 : 0.5
  • 3 : 0.6
  • 4 : 1.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนรถยนต์ โดยลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ ขนาดความกว้างของชิ้นงาน โดยใช้ข้อมูลจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวอย่าง เพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม สรุปผลดังตาราง

    Specification ทางด้านความกว้างของชิ้นงาน คือ 610 ± 15 ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้าค่า  ลดลงจาก 614 เป็น 610 โดยความแปรปรวนของกระบวนการเท่าเดิม เปอร์เซ็นต์ของเสียที่ตกนอกข้อกำหนดด้านบนในกระบวนการผลิตเป็นเท่าใด

  • 1 : 1.1%
  • 2 : 2.1%
  • 3 : 3.1%
  • 4 : 4.1%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนรถยนต์ โดยลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ ขนาดความกว้างของชิ้นงาน โดยใช้ข้อมูลจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวอย่าง เพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม สรุปผลดังตาราง

    Specification ความกว้างของชิ้นงาน คือ 610 ± 15 ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้าวิศวกรปรับปรุงกระบวนการผลิตโดยปรับค่า  จาก 16.5 เป็น 15.0 ค่า Cpk ในกระบวนการผลิตดังกล่าวเป็นเท่าใด

  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนรถยนต์ โดยลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ ขนาดความกว้างของชิ้นงาน โดยใช้ข้อมูลจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวอย่าง เพื่อสร้างแผนภูมิควบคุม สรุปผลดังตาราง

    Specification ความกว้างของชิ้นงาน คือ 610 ± 15 ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม โดยลดค่า  ในกระบวนการผลิตลง 10% ของเสียในกระบวนการผลิตจะเป็นเท่าใด

  • 1 : 5%
  • 2 : 6.7%
  • 3 : 7.5%
  • 4 : 10.2%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 217 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนสำหรับภาชนะบนเครื่องบิน มีรายละเอียด ดังนี้

    (Specification = 76 ± 0.50 และ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย n = 5)

    สมมติว่ากระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุม จงคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ของชิ้นส่วนที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด
  • 1 : 5%
  • 2 : 25%
  • 3 : 50%
  • 4 : 75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • 1 : 0.01
  • 2 : 0.06
  • 3 : 0.09
  • 4 : 1.02
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนสำหรับภาชนะบนเครื่องบิน มีรายละเอียด ดังนี้

    (Specification = 76 ± 0.50 และ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย n = 5)

    สมมติว่ากระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุม จงคำนวณหาค่า Cp ของกระบวนการผลิตดังกล่าว
  • 1 : 0.1
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1.0
  • 4 : 1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนสำหรับภาชนะบนเครื่องบิน มีรายละเอียด ดังนี้

    (Specification = 76 ± 0.50 และ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย n = 5)

    สมมติว่ากระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้าปรับปรุงกระบวนการโดยปรับค่าเฉลี่ยของกระบวนการให้อยู่ที่ค่าเป้าหมาย ค่า Cpk ของกระบวนการผลิตดังกล่าวเป็นอย่างไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • แผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ยและพิสัย สำหรับแผนกชิ้นส่วนสำหรับภาชนะบนเครื่องบิน มีรายละเอียด ดังนี้

    (Specification = 76 ± 0.50 และ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย n = 5)

    สมมติว่ากระบวนการดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุม ถ้าปรับปรุงกระบวนการลดค่า จาก 3.8 เป็น 0.8 ค่า Cpk ของกระบวนการผลิตดังกล่าวเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.23
  • 2 : 0.29
  • 3 : 0.34
  • 4 : 0.90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 222 :
  • กระบวนการผลิตชิ้นส่วนเครื่องมือแพทย์อยู่ภายใต้การควบคุม และแผนภูมิควบคุมของกระบวนการมีข้อมูล ดังนี้

    = 100   = 1.05    n (ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย) = 5

    Specification = 95±10

    สมมติว่าข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ จงคำนวณหาค่า Cpk ของกระบวนการผลิตดังกล่าว
  • 1 : 1
  • 2 : 1.5
  • 3 : 2
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • กระบวนการผลิตชิ้นส่วนเครื่องมือแพทย์อยู่ภายใต้การควบคุม และแผนภูมิควบคุมของกระบวนการมีข้อมูล ดังนี้

    = 100    = 2.05     n (ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย) = 5

    Specification = 95±10

    สมมติว่าข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ จงคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ของเสียในกระบวนการผลิต
  • 1 : 0.01%
  • 2 : 0.20%
  • 3 : 1.10%
  • 4 : 10%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • กระบวนการผลิตชิ้นส่วนเครื่องมือแพทย์อยู่ภายใต้การควบคุม และแผนภูมิควบคุมของกระบวนการมีข้อมูล ดังนี้

    = 100    = 2.05     n (ขนาดของกลุ่มตัวอย่างย่อย) = 5

    Specification = 95±10

    สมมติว่าข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ ถ้าค่า ลดลงจาก 100 เป็น 95 ค่าเปอร์เซ็นต์ของเสียในกระบวนการผลิตเป็นเท่าใด
  • 1 : 1%
  • 2 : 5%
  • 3 : 10%
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • จากข้อมูลในตารางถ้า Specification ของเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกปืนคือ 34.0+/-1.5 จงคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ของเสียทีคาดว่าจะเกิดขึ้นในกระบวนการนี้ ถ้ากระบวนการผลิตอยู่ในการควบคุม
  • 1 : 36%
  • 2 : 46%
  • 3 : 56%
  • 4 : 16%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 :
  • จากข้อมูลในตาราง ถ้าเส้นผ่านศูนย์กลางของลูกปืนมีขนาดใหญ่กว่าข้อกำหนด (Specification: 34.0+/-1.5) สามารถเจียรให้มีขนาดเล็กได้โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2 บาทต่อชิ้น โดยปกติบริษัทผลิต 20,000 ชิ้นต่อวัน ดังนั้นบริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเจียรเพิ่มขึ้นเท่าใดต่อวัน
  • 1 : 9,184
  • 2 : 18,372
  • 3 : 28,372
  • 4 : 38,372
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง สำหรับการพิจารณาค่า Cpk (Specification: 34.5+/-0.1) ถ้ากำหนดกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม
  • 1 : Cp = Cpk
  • 2 : Cp < Cpk
  • 3 : Cpl = Cpk
  • 4 : Cpu = Cpk
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 228 :
  • สมมติกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม จงคำนวณหาค่า Cpk หาก USL = 35 และ LSL = 34
  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : 0.8
  • 4 : 0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 229 :
  • จากข้อมูลในตารางถ้าข้อกำหนดของน้ำหนักของเนื้อไก่ต่อ 1 กระป๋อง (Specification) คือ 130+/-10 ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง ถ้ากำหนดกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม
  • 1 : Cp = Cpk
  • 2 : Cp < Cpk
  • 3 : Cp = Cpl
  • 4 : Cpk = Cpu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • จากข้อมูลในตารางถ้าข้อกำหนดของน้ำหนักของเนื้อไก่ต่อกระป๋อง (Specification) คือ 130+/-10 จงคำนวณหาร้อยละของเสียที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีปริมาณเนื้อไก่ต่อกระป๋องไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ถ้ากำหนดกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม
  • 1 : 5.6%
  • 2 : 11.2%
  • 3 : 28%
  • 4 : 56%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • ถ้าสมมติว่ากระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม จงคำนวณหาค่า Cp (Spec: 130+/-10)
  • 1 : 1.33
  • 2 : 1
  • 3 : 0.52
  • 4 : 0.19
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถของกระบวนการและกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุมไม่ถูกต้อง
  • 1 : ถ้ากระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม จะต้องมีความสามารถของกระบวนการสูง
  • 2 : กระบวนการที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุม จะต้องมีความสามารถของกระบวนการต่ำ
  • 3 : ถ้ากระบวนการมีความสามารถสูงมาก ไม่จำเป็นต้องปรับให้กระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม
  • 4 : ข้อ 1, 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :
  • นักวิทยาศาสตร์การอาหารควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม เก็บข้อมูลกลุ่มย่อยละ 6 ตัวอย่าง พบว่า = 400 และ = 30 ถ้าสมมติว่ากระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุม และข้อมูลแจกแจงแบบปกติ ความสามารถกระบวนการเป็นเท่าใด (Cp) ถ้ากำหนดสเปคของผลิตภัณฑ์คือ 390 ± 40
  • 1 : 0- 0.50
  • 2 : 0.51-1.00
  • 3 : 1.01-1.50
  • 4 : 1.51- 2.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • นักวิทยาศาสตร์การอาหารควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม เก็บข้อมูลกลุ่มย่อยละ 6 ตัวอย่าง พบว่า = 400 และ = 30 ถ้าสมมติว่ากระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุม และข้อมูลแจกแจงแบบปกติ ความสามารถกระบวนการเป็นเท่าใด (Cpk) ถ้ากำหนดสเปคของผลิตภัณฑ์คือ 390 ± 40
  • 1 : 0- 0.50
  • 2 : 0.51-1.00
  • 3 : 1.01-1.50
  • 4 : 1.51- 2.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  • นักวิทยาศาสตร์การอาหารควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม เก็บข้อมูลกลุ่มย่อยละ 6 ตัวอย่าง พบว่า = 400 และ = 30 ถ้าปรับปรุงกระบวนการโดยปรับค่าเฉลี่ยของกระบวนการให้อยู่ที่ค่าเป้าหมาย (target) ค่า Cpk ถ้ากำหนดสเปคของผลิตภัณฑ์คือ 390 ± 40 เพิ่มขึ้นร้อยละเท่าใด ถ้าสมมติว่ากระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุม และข้อมูลแจกแจงแบบปกติ
  • 1 : 0- 20
  • 2 : 21-30
  • 3 : 31-40
  • 4 : 41- 50
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :
  • นักวิทยาศาสตร์การอาหารควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม เก็บข้อมูลกลุ่มย่อยละ 6 ตัวอย่าง พบว่า = 400 และ = 30 เปอร์เซ็นต์ของเสียในกระบวนการเป็นเท่าใด  ถ้ากำหนดสเปคของผลิตภัณฑ์คือ 390 ± 40 (ถ้าสมมติว่ากระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุม และข้อมูลแจกแจงแบบปกติ)
  • 1 : 0- 5
  • 2 : 5.1-10
  • 3 : 10.10 -15.00
  • 4 : 15.10- 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 237 :
  • กระบวนการผลิตกระดาษสาในขั้นตอนการทำแผ่นมักมีปัญหาเรื่องน้ำหนักกระดาษมีความคลาดเคลื่อนมาก ดังนั้นจึงควบคุมกระบวนการโดยสร้างแผนภูมิควบคุม โดยชั่งน้ำหนักกระดาษแห้งจำนวน 25 กลุ่ม กลุ่มย่อยละ 9 แผ่นพบว่า = 8 กรัม และ = 2.0 กรัม ถ้าสมมติว่ากระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุม และน้ำหนักกระดาษสามีลักษณะการแจกแจงแบบปกติ โดยสเปคของน้ำหนักของกระดาษคือ 8.50 ± 0.50 ในกรณีกระดาษมีน้ำหนักมากกว่าค่าเป้าหมาย (target) จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อเยื่อเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยแผ่นละ 25 สตางค์ ถ้ากำลังการผลิตของโรงงาน คือ 100,000 แผ่นต่อปี โรงงานมีค่าใช้จ่ายในการซื้อเยื่อเพิ่มขึ้นปีละเท่าใด
  • 1 : 0- 5,000
  • 2 : 5,001-10,000
  • 3 : 10,001-15,000
  • 4 : 15,001-20,000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถของกระบวนการและกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุม ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานะ 1-4


  • 1 : กระบวนการที่อยู่สถานะที่ 4 ดีกว่ากระบวนการที่อยู่ในสถานะที่ 2 เพราะกระบวนการเสถียร
  • 2 : กระบวนการที่อยู่สถานะที่ 2 ดีกว่ากระบวนการที่อยู่ในสถานะที่ 3 เพราะความสามารถของกระบวนการสูงกว่า
  • 3 : กระบวนการที่อยู่สถานะที่ 3 ดีกว่ากระบวนการที่อยู่ในสถานะที่ 4 เพราะกระบวนการเสถียร
  • 4 : กระบวนการที่อยู่สถานะที่ 1 ดีกว่ากระบวนการที่อยู่ในสถานะที่ 3 เพราะความสามารถของกระบวนการสูงกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • พนักงานเข้าพบหัวหน้าแผนกควบคุมคุณภาพเพื่อแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงดัชนีชี้วัดความสามารถของกระบวนการหล่อโลหะหลังจากเริ่มศึกษาและปรับปรุงได้ประมาณ 4 สัปดาห์ โดยค่าสเปคของลักษณะทางคุณภาพที่ควบคุม คือ 3.50 ± 0.10 ม.ม. พนักงานแจ้งหัวหน้าแผนกว่าจากแผนภูมิควบคุมซึ่งใช้ค่าพิกัดของสเปคเป็นขอบเขตควบคุมของแผนภูมิควบคุมค่าเฉลี่ย (n = 5, k = 50, = 3.52, = 0.117) พบว่ากระบวนการมีความสามารถดีและไม่จำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการเพิ่มเติม เนื่องจากค่าเฉลี่ยของข้อมูลทุกกลุ่มตกอยู่ในขอบเขตของสเปค (3.50 ± 0.10) ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับข้อสรุปดังกล่าว
  • 1 : เห็นด้วยเพราะกระบวนการอยู่ภายใต้การควบคุมดังนั้นความสามารถของกระบวนการย่อมสูงไปด้วย
  • 2 : เห็นด้วยเพราะข้อมูลทุกกลุ่มอยู่ในขอบเขตสเปกแสดงว่าไม่มีของเสียเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต
  • 3 : เห็นด้วยเพราะ Cp ≥ 1.33
  • 4 : ไม่เห็นด้วยเพราะวิธีการศึกษาไม่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • ขณะนี้คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลักมีคุณภาพต่ำมากโดยเฉพาะน้ำบริเวณที่หน้าโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงเฝ้าระวังความผิดปกติของค่า COD ของน้ำ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 400 มก./ลิตร) โดยใช้แผนภูมิควบคุมเพื่อควบคุม ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเก็บตัวอย่างเพื่อใช้สร้างแผนภูมิควบคุมในกระบวนการดังกล่าว
  • 1 : หาค่า Cpk ไม่ได้เนื่องจากไม่มี LSL
  • 2 : ความสามารถของกระบวนการพิจารณาจากค่า Cpu
  • 3 : ความสามารถของกระบวนการพิจารณาจากค่า Cpl
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 199 : 07 Measurement System Analysis
ข้อที่ 241 :
  • ข้อใดต่อไปนี้แทนความหมาย "ความแปรปรวนของค่าเฉลี่ยจากการวัดซ้ำของผู้วัดแต่ละคน ซึ่งได้จากผู้วัดหลายคนใช้เครื่องมือเดิมวัดคุณลักษณะเดิมบนชิ้นส่วนเดิม"
  • 1 : Repeatability
  • 2 : Reproducibility
  • 3 : Stability
  • 4 : Linearity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 242 :
  • ถ้าความแปรปรวนจาก Reproducibility มีค่ามากกว่า Repeatability ควรดำเนินการอย่างไรมากที่สุด
  • 1 : เครื่องมือวัดต้องการซ่อมบำรุง
  • 2 : ผู้ใช้เครื่องมือวัดควรได้รับการฝึกอบรมวิธีการใช้และอ่านเครื่องมือวัด
  • 3 : ควรออกแบบเครื่องมือวัดใหม่
  • 4 : ควรปรับปรุงการยึดจับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ถ้าความแปรปรวนจาก repeatability มีค่ามากกว่า reproducibility มากๆ ข้อใดต่อไปนี้ควรจะทำมากที่สุด
  • 1 : อบรมพนักงานวัดใหม่ให้ใช้เครื่องมือวัดให้ถูกต้อง
  • 2 : บำรุงรักษาเครื่องมือวัด
  • 3 : ปรับปรุงกระบวนการผลิต
  • 4 : ไม่ต้องทำอะไรเนื่องจากเป็นเรื่องปกติที่ repeatability จะต้องมีค่ามากกว่า reproducibility อยู่แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • ในการประเมินระบบการวัด ควรดำเนินการศึกษาเรื่องใดเป็นประการแรก
  • 1 : พิจารณาความเสถียรภาพของข้อมูลจากแผนภูมิควบคุม
  • 2 : พิจารณาความละเอียด (Resolution) ของระบบการวัด
  • 3 : พิจารณาการแจกแจงของข้อมูลที่ได้จากระบบการวัด
  • 4 : พิจารณา Repeatability และ Reproducibility ของระบบการวัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • ในการวิเคราะห์ระบบการวัด ถ้าหากพบว่าระบบการวัดไม่มีความสามารถเนื่องจากสาเหตุด้าน Reproducibility ควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร
  • 1 : อบรมพนักงานใหม่
  • 2 : ซื้อเครื่องมือวัดใหม่
  • 3 : สังเกตการณ์ความแตกต่างระหว่างเงื่อนไขในการวัดเพื่อค้นหาสาเหตุ และทำการแก้ไข
  • 4 : ทำการสอบเทียบ (Calibration) เครื่องมือวัดใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 246 :
  • การตรวจสอบความสามารถของระบบการวัด วิศวกรทำการทดลองโดยให้พนักงานคนหนึ่ง ใช้เครื่องมือในการตรวจสอบงานที่ผลิตจากกระบวนการผลิตเดียวกัน จำนวน 20 ชิ้นๆ ละ 3 ครั้ง ข้อมูลสรุปได้ ดังนี้ = 15.15, = 0.32 โดยข้อกำหนดผลิตภัณฑ์เท่ากับ 15 ± 4.5 หน่วย P/T ratio ของระบบการวัดเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.421
  • 2 : 0.213
  • 3 : 0.142
  • 4 : 0.126
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 :
  • ข้อใดคือความหมายของ  "Repeatability"
  • 1 : ความเที่ยง (precision) ของเครื่องมือวัด
  • 2 : ความเที่ยง (precision) ของพนักงานวัด
  • 3 : ความผันแปรของสภาพแวดล้อมในการวัด
  • 4 : ข้อ 1 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 248 :
  • ผลคะแนนจากเป้าซ้อมยิงธนูในระยะ 50 เมตร ของนักกีฬาทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4 คน มีผลดังนี้ จากผลการแข่งขัน นักกีฬาท่านใดมีค่าความเที่ยง (precision) สูงสุด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 249 :
  • ผลคะแนนจากเป้าซ้อมยิงธนูในระยะ 50 เมตร ของนักกีฬาทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4 คน มีผลดังนี้ จากผลการแข่งขัน นักกีฬาท่านใดมีค่าความแม่น (accuracy) สูงสุด
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • ผลคะแนนจากเป้าซ้อมยิงธนูในระยะ 50 เมตร ของนักกีฬาทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4 คน มีผลดังนี้ ผู้ใดมีความเที่ยง (precision) ดี แต่ต้องปรับปรุงเรื่องความแม่น (accuracy)
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :
  • ขนาดความแปรปรวนเนื่องจาก Repeatability สามารถศึกษาได้จากกรณีใด
  • 1 : ผู้วัด 1 คน วัดความยาวชิ้นงาน 10 ชิ้น โดยใช้ไม้บรรทัด 10 อัน
  • 2 : ผู้วัด 1 คน วัดความยาวชิ้นงาน 10 ชิ้น โดยใช้ไม้บรรทัด 1 อัน
  • 3 : ผู้วัด 1 คน วัดความยาวชิ้นงาน 1 ชิ้น จำนวน 10 ครั้ง โดยใช้ไม้บรรทัด 1 อัน
  • 4 : ผู้วัด 10 คน วัดความยาวชิ้นงาน 1 ชิ้น โดยใช้ไม้บรรทัด 1 อัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 252 :
  • ขนาดความแปรปรวนเนื่องจาก Reproducibility สามารถศึกษาได้จากกรณีใด
  • 1 : ผู้วัด 1 คน วัดความยาวชิ้นงาน 10 ชิ้น โดยใช้ไม้บรรทัด 10 อัน
  • 2 : ผู้วัด 1 คน วัดความยาวชิ้นงาน 10 ชิ้น โดยใช้ไม้บรรทัด 1 อัน
  • 3 : ผู้วัด 1 คน วัดความยาวชิ้นงาน 1 ชิ้น จำนวน 10 ครั้ง โดยใช้ไม้บรรทัด 1 อัน
  • 4 : ผู้วัด 10 คน วัดความยาวชิ้นงาน 10 ชิ้น โดยทุกชิ้นวัดโดยทุกคนหลายๆ ครั้ง โดยใช้ไม้บรรทัด 1 อัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 :
  • เครื่องไมโครมิเตอร์สำหรับวัดชิ้นงานไม่เกิน 1 นิ้ว ใช้สำหรับวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรู โดยค่า Specification = Nominal ±0.002 นิ้ว วิศวกรเครื่องมือวัดศึกษาความสามารถของเครื่องมือวัดโดยใช้ผู้วัด 3 คน สกรูจำนวน 3 อัน โดยผู้วัดแต่ละคนวัดสกรูแต่ละอัน 2 ครั้ง แสดงผลดังตาราง จงประมาณค่า Repeatability Standard Deviation

    ชิ้นที่

    ผู้วัดคนที่ 1

    ผู้วัดคนที่ 2

    ผู้วัดคนที่ 3

    1

    Mean = .34730

    Range = 0

    Mean = .34660

    Range = .0002

    Mean = .34715

    Range = .0001

    2

    Mean = .34710

    Range = 0

    Mean = .34645

    Range = .0001

    Mean = .34710

    Range = 0

    3

    Mean = .34720

    Range = 0

    Mean = .34655

    Range = .0003

    Mean = .34710

    Range = 0

  • 1 : 0.000049
  • 2 : 0.000059
  • 3 : 0.000069
  • 4 : 0.000079
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 :
  • เครื่องไมโครมิเตอร์สำหรับวัดชิ้นงานไม่เกิน 1 นิ้ว ใช้สำหรับวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรู โดยค่า Specification = Nominal ±0.002 นิ้ว วิศวกรเครื่องมือวัดศึกษาความสามารถของเครื่องมือวัดโดยใช้ผู้วัด 3 คน สกรูจำนวน 3 อัน โดยผู้วัดแต่ละคนวัดสกรูแต่ละอัน 2 ครั้ง แสดงผลดังตาราง จากข้อมูลดังกล่าว ท่านจะปรับปรุงระบบการวัดอย่างไรเป็นอันดับแรก

    ชิ้นที่

    ผู้วัดคนที่ 1

    ผู้วัดคนที่ 2

    ผู้วัดคนที่ 3

    1

    Mean = .34730

    Range = 0

    Mean = .34660

    Range = .0002

    Mean = .34715

    Range = .0001

    2

    Mean = .34710

    Range = 0

    Mean = .34645

    Range = .0001

    Mean = .34710

    Range = 0

    3

    Mean = .34720

    Range = 0

    Mean = .34655

    Range = .0003

    Mean = .34710

    Range = 0

  • 1 : อบรมพนักงานวัดเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัด
  • 2 : บำรุงรักษาเครื่องมือไมโครมิเตอร์
  • 3 : สอบเทียบเครื่องไมโครมิเตอร์
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • ในการศึกษาความแม่นยำของระบบการวัด (Gage R&R Study) สำหรับเครื่องวัดความแข็ง (Brinell Hardness) โดยผู้วัดแต่ละคนวัดชิ้นงานจำนวน 2 ครั้ง ผลแสดงดังตาราง จงประมาณค่า Repeatability Standard Deviation
  • 1 : 0.024
  • 2 : 0.034
  • 3 : 0.044
  • 4 : 0.054
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • ในการศึกษาความสามารถของระบบการวัด (Gage R&R Study) สำหรับเครื่องวัดความแข็ง (Brinell Hardness) โดยผู้วัดแต่ละคนวัดชิ้นงานจำนวน 2 ครั้ง ผลแสดงดังตาราง จงคำนวณค่า Reproducibility Standard Deviation
  • 1 : 0.000
  • 2 : 0.005
  • 3 : 0.010
  • 4 : 0.015
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 257 :
  • จากข้อมูลโครงงานนักศึกษาโดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาระบบการวัด (Gage R&R) ข้อมูลแสดงดังตารางโดยเครื่องมือวัด คือ เครื่องวัดความแข็ง (Brinell Hardness) ผู้วัดแต่ละคนวัดชิ้นงาน 2 ครั้ง

    ชิ้นที่

    ผู้วัดคนที่ 1

    ผู้วัดคนที่ 2

    ผู้วัดคนที่ 3

    1

    11 = 3.300

    R11 = 0

    12 = 3.275

    R12 = .050

    13 = 3.300

    R13 = 0

    2

    21 = 3.225

    R21 = .050

    22 = 3.250

    R22 = .100

    23 = 3.225

    R23 = .150

    3

    31 = 3.250

    R31 = .100

    32 = 3.200

    R32 = 0

    33 = 3.225

    R33 = .050

    4

    41 = 3.275

    R41 = .050

    42 = 3.225

    R42 = .050

    43 = 3.200

    R43 = 0

    ถ้ากำหนดให้ Gage Capability Ratio มีค่าเท่ากับ  และค่า Specification มีค่าเท่ากับ 3.250 ± 0.100 มม.จากค่าดังกล่าว ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือชุดนี้วัดคุณภาพชิ้นงานในกระบวนการต่อไปหรือไม่
  • 1 : ควร เนื่องจากค่า GCR สูงเกินไป
  • 2 : ควร เนื่องจากค่า GCR ต่ำเกินไป
  • 3 : ไม่ควร เนื่องจากค่า GCR สูงเกินไป
  • 4 : ไม่ควร เนื่องจากค่า GCR ต่ำเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • แผนกเครื่องมือวัดของบริษัทผลิต Glass Disk ศึกษาความสามารถของเครื่องมือวัด Optical Gage เพื่อใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นส่วนพลาสติก จากการศึกษา คำนวณค่า  Repeatability= 1.05 x 10-3 นิ้ว และ Reproducibility = 1.29 x 10-3 นิ้ว (ศึกษาโดยใช้ชิ้นงานจำนวน 15 ชิ้น ผู้วัด 2 คน โดยผู้วัดแต่ละคนวัดซ้ำชิ้นงานละ 3 ครั้ง) จงคำนวณหาค่า
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • แผนกเครื่องมือวัดของบริษัทผลิต Glass Disk ศึกษาความสามารถของเครื่องมือวัด Optical Gage เพื่อใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นส่วนพลาสติก จากการศึกษา คำนวณค่า Repeatability = 1.05 x 10-3 นิ้ว และ Reproducibility = 1.29 x 10-3 นิ้ว (ศึกษาโดยใช้ชิ้นงานจำนวน 15 ชิ้น ผู้วัด 2 คน โดยผู้วัดแต่ละคนวัดซ้ำชิ้นงานละ 3 ครั้ง) กำหนดให้ค่า Specification ของชิ้นงานมีค่าเท่ากับ 0.502 ± 0.002 นิ้ว จงคำนวณหา Gage Capability Ratio
  • 1 : 0.415
  • 2 : 1.35
  • 3 : 2.49
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 260 :
  • แผนกเครื่องมือวัดของบริษัทผลิต Glass Disk ศึกษาความสามารถของเครื่องมือวัด Optical Gage เพื่อใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นส่วนพลาสติก จากการศึกษา คำนวณค่า Repeatability = 1.05 x 10-3 นิ้ว และ Reproducibility = 1.29 x 10-3 นิ้ว (ศึกษาโดยใช้ชิ้นงานจำนวน 15 ชิ้น ผู้วัด 2 คน โดยผู้วัดแต่ละคนวัดซ้ำชิ้นงานละ 3 ครั้ง) กำหนดให้ค่า Specification ของชิ้นงานมีค่าเท่ากับ 0.502 ± 0.002 นิ้ว ถ้ากำหนดให้ Gage Capability Ratio มีค่าเท่ากับ  จากค่าดังกล่าว ท่านคิดว่าควรใช้เครื่องมือวัดดังกล่าววัดคุณภาพชิ้นงานในกระบวนการต่อไปหรือไม่
  • 1 : ควร เนื่องจากค่า GCR สูง
  • 2 : ควร เนื่องจากค่า GCR ต่ำ
  • 3 : ไม่ควร เนื่องจากค่า GCR สูง
  • 4 : ไม่ควร เนื่องจากค่า GCR ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • ชิ้นส่วนจากกระบวนการผลิตเดียวกันจำนวน 10 ชิ้น และแต่ละชิ้นวัดลักษณะทางคุณภาพซ้ำ 3 ครั้ง โดยผู้วัดคนเดียวกัน และเครื่องมือวัดเดียวกันเพื่อศึกษาการวิเคราะห์ระบบการวัด (Gauge Capability Study)ผลการศึกษา ได้ดังนี้

    ชิ้นงานชิ้นที่

    การวัดครั้งที่

    1

    2

    3

    1

    100

    101

    100

    2

    95

    93

    97

    3

    101

    103

    100

    4

    96

    95

    97

    5

    98

    98

    96

    6

    99

    98

    98

    7

    95

    97

    98

    8

    100

    99

    98

    9

    100

    100

    97

    10

    100

    98

    99

    จงคำนวณค่าความแปรปรวนรวมที่เกิดขึ้นทั้งหมด (2total)

  • 1 : 3.73
  • 2 : 4.22
  • 3 : 4.72
  • 4 : 6.58
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 262 :
  • ชิ้นส่วนจากกระบวนการผลิตเดียวกันจำนวน 10 ชิ้น และแต่ละชิ้นวัดลักษณะทางคุณภาพซ้ำ 3 ครั้ง โดยผู้วัดคนเดียวกัน และเครื่องมือวัดเดียวกันเพื่อศึกษาการวิเคราะห์ระบบการวัด (Gauge Capability Study)ผลการศึกษา ได้ดังนี้

    ชิ้นงานชิ้นที่

    การวัดครั้งที่

    1

    2

    3

    1

    100

    101

    100

    2

    95

    93

    97

    3

    101

    103

    100

    4

    96

    95

    97

    5

    98

    98

    96

    6

    99

    98

    98

    7

    95

    97

    98

    8

    100

    99

    98

    9

    100

    100

    97

    10

    100

    98

    99

    ถ้ากำหนดค่าสเปคของชิ้นส่วน คือ 100 ± 15 จงคำนวณหาค่า P/T               

  • 1 : 0.22
  • 2 : 0.27
  • 3 : 0.87
  • 4 : 1.15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • ในการทดสอบ Precision ในการวัดซ้ำ (Repeatability) โดยใช้เครื่องมือหนึ่ง ได้ให้ผู้วัด 1 คน วัดชิ้นงาน 20 ชิ้น ชิ้นละ 2 ครั้ง เมื่อคำนวณผล ได้ค่า = 22.3 และ = 1.0 จงหาค่า Repeatability
  • 1 : 0.57
  • 2 : 0.89
  • 3 : 1.0
  • 4 : 1.13
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • วัดชิ้นส่วน 20 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นวัดซ้ำ 2 ครั้ง โดยผู้วัดคนเดียวใช้เครื่องมือ ได้ผลดังตาราง

    ชิ้นงาน

    วัดครั้งที่

    R

    1

    2

    1

    21

    20

    20.5

    1

    2

    24

    23

    23.5

    1

    3

    20

    21

    20.5

    1

    4

    27

    27

    27

    0

    5

    19

    18

    28.5

    1

    6

    23

    21

    22

    2

    7

    22

    21

    21.5

    1

    8

    19

    17

    18

    2

    9

    24

    23

    23.5

    1

    10

    25

    23

    24

    2

    11

    21

    20

    20.5

    1

    12

    18

    19

    18.5

    1

    13

    23

    25

    24

    2

    14

    24

    24

    24

    0

    15

    29

    30

    29.5

    1

    16

    26

    26

    26

    0

    17

    29

    20

    20

    0

    18

    19

    21

    20

    2

    19

    25

    26

    25.5

    1

    20

    19

    19

    19

    0

    = 22.3

    = 1.0 

    จงคำนวณหาค่าความแปรปรวนที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ (2product)

  • 1 : 11.03
  • 2 : 3.32
  • 3 : 10.24
  • 4 : 3.20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 :
  • ข้อใด คือ คุณสมบัติทางด้าน precision ของระบบการวัด
  • 1 : Bias
  • 2 : Stability
  • 3 : Linearity
  • 4 : Reproducibility
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 266 :
  • หัวหน้าแผนกเครื่องมือวัดศึกษาความสามารถของเครื่องมือโดยให้คนงานในแผนกวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่ได้จากการทดลองโดยใช้เครื่องไมโครมิเตอร์ 1 เครื่อง สรุปผลดังนี้

    1) ให้คนงาน 1 คน วัดชิ้นงาน 1 ครั้ง ซ้ำ 15 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.252 และ = 0.002

    2) จากนั้นให้คนงานคนเดิมไปวัดชิ้นงานที่ผลิตจากกระบวนการผลิตจริงจำนวน 20 ชิ้น วัดชิ้นละ 1 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.253 และ = 0.004

    3) จากนั้นให้คนงานอีก 10 คน ไปวัดชิ้นงานเดิมจากในขั้นตอนที่ 2 จำนวน 20 ชิ้น วัดชิ้นละ 1 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.254 และpart = 0.003

    จากข้อมูลจงคำนวณหา “Repeatability standard deviation”

  • 1 : 0.000576
  • 2 : 0.002000
  • 3 : 0.001071
  • 4 : 0.00000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • หัวหน้าแผนกเครื่องมือวัดศึกษาความสามารถของเครื่องมือโดยให้คนงานในแผนกวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่ได้จากการทดลองโดยใช้เครื่องไมโครมิเตอร์ 1 เครื่อง สรุปผลดังนี้

    1) ให้คนงาน 1 คน วัดชิ้นงาน 1 ครั้ง ซ้ำ 15 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.252 และ = 0.002

    2) จากนั้นให้คนงานคนเดิมไปวัดชิ้นงานที่ผลิตจากกระบวนการผลิตจริงจำนวน 20 ชิ้น วัดชิ้นละ 1 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.253 และ s = 0.004

    3) จากนั้นให้คนงานอีก 10 คน ไปวัดชิ้นงานเดิมจากในขั้นตอนที่ 2 จำนวน 20 ชิ้น วัดชิ้นละ 1 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.254 และ parti= 0.003 (พิสัยระหว่างผู้วัดโดยวัดชิ้นงานเดียวกัน)

    จากข้อมูลจงคำนวณหา “Reproducibility standard deviation”

  • 1 : 0-0.005
  • 2 : 0.0051-0.009
  • 3 : 0.0091-0.010
  • 4 : 0.011-0.015
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 268 :
  • หัวหน้าแผนกเครื่องมือวัดศึกษาความสามารถของเครื่องมือโดยให้คนงานในแผนกวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่ได้จากการทดลองโดยใช้เครื่องไมโครมิเตอร์ 1 เครื่อง สรุปผลดังนี้

    1) ให้คนงาน 1 คน วัดชิ้นงาน 1 ครั้ง ซ้ำ 15 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.252 และ = 0.002

    2) จากนั้นให้คนงานคนเดิมไปวัดชิ้นงานที่ผลิตจากกระบวนการผลิตจริงจำนวน 20 ชิ้น วัดชิ้นละ 1 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.253 และ s = 0.004

    3) จากนั้นให้คนงานอีก 10 คน ไปวัดชิ้นงานเดิมจากในขั้นตอนที่ 2 จำนวน 20 ชิ้น วัดชิ้นละ 1 ครั้ง ได้ผลการทดลองดังนี้ = 5.254 และ parti= 0.003 (พิสัยระหว่างผู้วัดโดยวัดชิ้นงานเดียวกัน)

    จากข้อมูลจงคำนวณหาความสามารถของเครื่องมือวัด P-T Ratio โดยกำหนด Specification = Nominal ± 0.006 นิ้ว และ k = 6

  • 1 : 0-0.50
  • 2 : 0.51-1.00
  • 3 : 1.01-1.50
  • 4 : 1.51-2.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • วิศวกรทำการทดลองเรื่อง Gauge R&R ของเครื่องมือ “Optical Gauge” เพื่อใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่ออกจากเครื่องฉีดพลาสติกได้ผลการทดลองดังนี้ repaetability= 1.05 ×10-3 ,reproducibility= 1.29 ×10-3 (โดยให้ผู้วัด 2 คน วัดชิ้นงาน 15 ชิ้น วัดชิ้นละ 3 ครั้ง) จากข้อมูลจงคำนวณหา “R&R standard deviation”
  • 1 : 0-0.002
  • 2 : 0.0021-0.004
  • 3 : 0.0041-0.006
  • 4 : 0.0061-0.008
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • วิศวกรทำการทดลองเรื่อง Gauge R&R ของเครื่องมือ “Optical Gauge” เพื่อใช้วัดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่ออกจากเครื่องฉีดพลาสติกได้ผลการทดลองดังนี้ repeatability= 1.05 × 10-3 ,reproducibility= 1.29 × 10-3 (โดยให้ผู้วัด 2 คน วัดชิ้นงาน 15 ชิ้น วัดชิ้นละ 3 ครั้ง) จากข้อมูลจงคำนวณหาความสามารถของเครื่องมือวัด โดย Specification = 0.502 ± 0.006 นิ้ว โดยใช้ P-T Ratio กำหนด k = 6
  • 1 : 0-0.50
  • 2 : 0.51-1.00
  • 3 : 1.01-1.50
  • 4 : 1.51-2.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • วิธีใดใช้ในการประมาณค่าเบี่ยงเบียนมาตรฐานได้ดีที่สุด
  • 1 : แผนภูมิควบคุมคุณภาพ
  • 2 : ฮีสโตแกรม
  • 3 : กระดาษความน่าจะเป็น
  • 4 : การออกแบบแผนการทดลอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • ในการยิงธนู ค่าใดต่อไปนี้สำคัญที่สุด
  • 1 : ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
  • 2 : ความเที่ยง (Precision)
  • 3 : ความแม่น (Accuracy)
  • 4 : ความน่าเชื่อถือ (Reliability)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • การทำ GR&R ความผันแปรจาก Repeatability คือการวัดความผิดพลาดที่เกิดจาก
  • 1 : คนวัด
  • 2 : เครื่องมือวัด
  • 3 : วิธีการวัด
  • 4 : สภาพแวดล้อมในการวัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 274 :
  • ค่าสถิติใดที่ใช้วัดค่าความแม่น (accuracy) ไม่ได้
  • 1 : ค่ามัธยฐาน (Median)
  • 2 : ค่าพิสัย (Range)
  • 3 : ค่าเฉลี่ย (Mean)
  • 4 : ค่าฐานนิยม (Mode)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 275 :
  • ค่าสถิติใดที่ใช้วัดค่าความเที่ยง (Precision)
  • 1 : ค่าเฉลี่ย ค่าพิสัย
  • 2 : ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน
  • 3 : ค่าพิสัย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • 4 : ค่าพิสัย ค่าฐานนิยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 276 :
  • ค่าความผันแปร Reproducibility คือ การวัดความผิดพลาดที่เกิดจาก
  • 1 : คน
  • 2 : เครื่องมือวัด
  • 3 : วัตถุดิบ
  • 4 : วิธีการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • ค่าสถิติใดที่ใช้วัดค่าความแม่น (Accuracy)
  • 1 : ค่าเฉลี่ย ค่าฐานนิยม
  • 2 : ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • 3 : ค่าเฉลี่ย ค่าพิสัย
  • 4 : ค่าเฉลี่ย ค่าพิสัยคลอไทล์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 278 :
  • ถ้าความผิดพลาดเกิดจากเครื่องมือวัด ท่านจะแนะนำให้แก้ไขอย่างไรจึงจะเหมาะสม
  • 1 : เปลี่ยนเครื่องมือใหม่
  • 2 : ยังคงวัดต่อไป แต่จะปรับด้วยค่าผิดพลาด
  • 3 : นำเครื่องมือไปสอบเทียบ (Calibration)
  • 4 : นำเครื่องมือไปทวนสอบ (Verification)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ เป็นสาเหตุของความผันแปรที่เรียกว่า Special Variation
  • 1 : ความชื้นภายในอากาศ
  • 2 : อุณหภูมิภายนอก
  • 3 : อุณหภูมิขณะผลิต
  • 4 : ความดันอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : การควบคุมคุณภาพ ค่าที่สำคัญที่สุด คือ ค่าพิสัย
  • 2 : ค่าสถิติที่ใช้ เปรียบเทียบความเที่ยง คือ ค่าเฉลี่ย
  • 3 : ค่าสถิติที่ใช้เปรียบเทียบความแม่น คือ ค่าเบี่ยงเบนของค่าเฉลี่ยจากค่าเป้าหมาย
  • 4 : สาเหตุของความผันแปรในการวัดเกิดจากผู้วัดเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 200 : 08 Lot-by-Lot Acceptance Sampling/Acceptance Sampling Plans for Attributes
ข้อที่ 281 :
  • จงพิจารณา Double Sampling Plan n1 = 50, c1 = 1, n2 = 100, c2 = 5 ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : ถ้ามีของเสีย 6 ชิ้นขึ้นไปในกลุ่มตัวอย่างที่สอง ให้ปฏิเสธ (reject) สินค้าทั้ง lot
  • 2 : ถ้ามีของเสียน้อยกว่า 4 ชิ้นในกลุ่มตัวอย่างแรก ให้รับ (accept) สินค้าทั้ง lot
  • 3 : ถ้ามีของเสียเป็น 2 หรือ 3 ในกลุ่มตัวอย่างแรก ให้ดำเนินการสุ่มและตรวจกลุ่มตัวอย่างที่สอง ก่อนที่จะทำการสรุปให้รับ (accept) หรือ ปฏิเสธ (reject) สินค้า lot นั้นๆ
  • 4 : ถ้ามีของเสียเป็น 1, 2, 3, 4 หรือ 5 ในกลุ่มตัวอย่างแรก ให้ดำเนินการสุ่มและตรวจกลุ่มตัวอย่างที่สอง ก่อนที่จะทำการสรุปให้รับ (accept) หรือ ปฏิเสธ (reject) สินค้า lot นั้นๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : Type A OC curve ให้ความน่าจะเป็นที่เราปฏิเสธ lot ทั้งจริงแล้วเราควรจะยอมรับ
  • 2 : Type A OC curve ให้ความน่าจะเป็นที่เรายอมรับ lot ทั้งจริงแล้วเราควรจะปฏิเสธ
  • 3 : Type A OC curve ทำให้เราสามารถหา producer’s risk ได้
  • 4 : Type A OC curve แสดงความน่าจะเป็นในการยอมรับ lot มีพื้นฐานการคำนวณมาจาก hypergeometric distribution
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • จากแผนชักตัวอย่างเชิงคู่ต่อไปนี้          

              n1 = 80        c1 = 2          

              n2 = 80        c2 = 6

    กำหนดให้สัดส่วนของเสียเท่ากับ 0.03 จงหาความน่าจะเป็นในการยอมรับลอต

  • 1 : 0.2548
  • 2 : 0.3152
  • 3 : 0.5700
  • 4 : 0.8248
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ตัวประเมินสมรรถนะของแผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับ
  • 1 : AOQ
  • 2 : AQL
  • 3 : ASN
  • 4 : ATI
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ
  • 1 : แบบสุ่มตัวอย่างครั้งเดียว และแบบสุ่มตัวอย่างหลายครั้ง
  • 2 : แบบสุ่มตัวอย่างเพื่อการยอมรับรุ่น และแบบสุ่มตัวอย่างเพื่อการปฏิเสธรุ่น
  • 3 : แบบสุ่มตัวอย่างเชิงลักษณ์ (หน่วยนับ) และแบบสุ่มตัวอย่างเชิงแปร (หน่วยวัด)
  • 4 : แบบสุ่มตัวอย่างตามจำนวน และแบบสุ่มตัวอย่างตามเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 286 :
  • เส้นโค้ง OC หมายถึง
  • 1 : เส้นโค้งเพื่อแสดงว่าจะยอมรับสินค้าได้เวลาใด
  • 2 : เส้นโค้งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์การยอมรับกับขนาดรุ่น
  • 3 : เส้นโค้งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์การยอมรับกับจำนวนครั้งที่สุ่มตัวอย่าง
  • 4 : เส้นโค้งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์การยอมรับกับเปอร์เซ็นต์ของเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • ค่าความเสี่ยงของผู้บริโภค (consumer’s risk) สำหรับการออกแบบแผนชักตัวอย่างคือ
  • 1 : โอกาสที่ยอมรับของเสีย ทั้งๆ ที่ควรปฏิเสธ เป็นแบบ Type II error
  • 2 : โอกาสที่ปฏิเสธของดี ทั้งๆ ที่ควรยอมรับ เป็นแบบ Type I error
  • 3 : คุณภาพสินค้าที่ฝ่ายผู้บริโภคอนุโลมยอมรับได้
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 288 :
  • ประโยชน์ของการใช้ Rectifying Single Sampling คือ
  • 1 : ได้สุ่มตัวอย่างอีกครั้งหนึ่ง หากมีการปฏิเสธเกิดขึ้น
  • 2 : สุ่มตัวอย่างครั้งเดียว แต่สามารถปรับค่า (n,c) ตามประเภทลูกค้าได้ 3 แบบ
  • 3 : เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดรุ่นมากๆ เพราะสามารถลดค่า (n,c) ได้
  • 4 : ไม่ต้องปฏิเสธสินค้าทั้งรุ่น แต่ให้ตรวจสอบ 100% เมื่อมีตัวอย่างที่สุ่มถูกปฏิเสธ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • จุดเด่นของ Military Standard 105E คือ
  • 1 : ง่ายต่อการใช้เพราะสามารถหาแผนการสุ่มตัวอย่างได้จากการเปิดตาราง
  • 2 : สามารถหากลยุทธ์ในการเลือกแผนการสุ่มตัวอย่าง เหมาะสมกับอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ
  • 3 : เป็นตารางกำหนดมาตรฐานสินค้า ใช้ได้กับอุตสาหกรรมทั่วไป ไม่จำเพาะกับของกรมทหาร
  • 4 : เพียงรู้รหัสอักษรก็สามารถหาเปอร์เซ็นต์ของเสียได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 290 :
  • AQL คือ
  • 1 : ระดับคุณภาพที่ต่ำที่สุดสำหรับกระบวนการที่ผู้ผลิตคาดว่าผู้ซื้อจะพิจารณาว่ายังคงยอมรับได้
  • 2 : ระดับคุณภาพที่แย่ที่สุดสำหรับกระบวนการของผู้จำหน่ายที่ผู้ซื้อยินดีจะยอมรับในแต่ละลอต
  • 3 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • ข้อใดถูกต้องในการเลือกแผนการสุ่มตัวอย่าง
  • 1 : ข้อมูลที่ได้จาก Go-No Go Gage ใช้แผนการสุ่มตัวอย่างแบบ Attribute
  • 2 : เส้นผ่านศูนย์กลางของกระบอกสูบ ใช้แผนการสุ่มตัวอย่างแบบ Attribute
  • 3 : จำนวนตำหนิที่เกิดขึ้นบนกระดาษ ใช้แผนสุ่มตัวอย่างแบบ Variable
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : แผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยนับต้องใช้จำนวนตัวอย่างน้อยกว่าแบบหน่วยวัด
  • 2 : ค่าใช้จ่ายต่อชิ้่นในการตรวจนับสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยนับน้อยกว่าค่าใช้จ่ายต่อชิ้นในการตรวจวัดสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัด
  • 3 : ข้อมูลที่ได้จากแผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยนับมีคุณค่าน้อยกว่าข้อมูลที่ได้จากแผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัด
  • 4 : แผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัดเหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่มีราคาแพง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :
  • สำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างแบบหน่วยนับที่กำหนดให้ n = 62, c = 5 ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : จะมีการสุ่มตัวอย่างขึ้นมาจำนวน 62 ชิ้น แล้วตรวจดู ถ้าพบของเสียไม่เกิน 5 ชิ้น จะยอมรับสินค้านั้นทั้งลอต
  • 2 : จะมีการสุ่มตัวอย่างขึ้นมาจำนวน 62 ชิ้น แล้วตรวจดู ถ้าพบของเสียตั้งแต่ 5 ชิ้น จะไม่ยอมรับสินค้านั้นทั้งลอต
  • 3 : จะมีการสุ่มตัวอย่างขึ้นมาจำนวน 62 ชิ้น แล้วตรวจดู ถ้าพบของเสียมากกว่า 5 ชิ้น จะไม่ยอมรับสินค้านั้นทั้งลอต
  • 4 : จะมีการสุ่มตัวอย่างขึ้นมาจำนวน 62 ชิ้น แล้วตรวจดู ถ้าพบของเสีย 5 ชิ้น จะยอมรับสินค้านั้นทั้งลอต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 294 :
  • สถานการณ์ใดต่อไปนี้ถือเป็นความผิดพลาดประเภทที่1 (Type I error (α)) ในการใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • 1 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ดี สุ่มตัวอย่างแล้วยอมรับ lot นั้น
  • 2 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ดี สุ่มตัวอย่างแล้วไม่ยอมรับ lot นั้น
  • 3 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ไม่ดี สุ่มตัวอย่างแล้ว ยอมรับ lot นั้น
  • 4 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ไม่ดี สุ่มตัวอย่างแล้วไม่ยอมรับ lot นั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • สถานการณ์ใดต่อไปนี้ถือเป็นความผิดพลาดประเภทที่2 (Type II error (β)) ในการใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • 1 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ดี สุ่มตัวอย่างแล้วยอมรับ (accept) lot นั้น
  • 2 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ดี สุ่มตัวอย่างแล้วไม่ยอมรับ (reject) lot นั้น
  • 3 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ไม่ดี สุ่มตัวอย่างแล้ว ยอมรับ (accept) lot นั้น
  • 4 : ผลิตภัณฑ์เป็น lot ที่ไม่ดี สุ่มตัวอย่างแล้วไม่ยอมรับ (reject) lot นั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 :
  • ในการตรวจสอบคุณภาพด้วยมาตรฐาน MIL-STD 105E โดยใช้แผนการชักสิ่งตัวอย่างเชิงเดี่ยวแบบปกติ ด้วยระดับ AQL 0.65% ขนาดลอต 800 ที่ระดับการตรวจสอบ S-3 ควรมีแผนการตรวจสอบประการใด
  • 1 : n = 80 Ac = 1 และ Re = 2
  • 2 : n = 13 Ac = 0 และ Re = 1
  • 3 : n = 20 Ac = 0 และ Re = 1
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 297 :
  • ในกรณีทำการตรวจสอบลอตที่ไม่คุ้นเคยควรใช้แผนการตรวจสอบประเภทใด
  • 1 : AQL plan
  • 2 : LTPD plan
  • 3 : MIL-STD 105E
  • 4 : MIL-STD 414
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • ข้อความใดอธิบายถึงความหมายของ AOQ ได้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : ระดับคุณภาพหลังการตรวจสอบที่ดีที่สุด
  • 2 : ขนาดตัวอย่างของการตรวจสอบ
  • 3 : ขนาดตัวอย่างที่ทำการตรวจสอบโดยเฉลี่ย
  • 4 : ระดับคุณภาพโดยเฉลี่ยสำหรับลอต(lot)ใด ๆ ภายหลังการตรวจสอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 :
  • ในการตรวจสอบคุณภาพแบบลอต(lot)ต่อลอตด้วยมาตรฐาน MIL-STD-105E ด้วยระดับ AQL 0.15% และขนาดลอต 550 หน่วยแล้ว ถามว่าในการตรวจสอบด้วยแผนการชักตัวอย่างเชิงเดี่ยวแบบปกติเเล้ว ยอมรับติดต่อกันกี่ลอต จึงสามารถเปลี่ยนไปใช้แผนการชักตัวอย่างเชิงเดียวแบบผ่อนคลายได้
  • 1 : 10 ลอต
  • 2 : 15 ลอต
  • 3 : 16 ลอต
  • 4 : ไม่สามารถกำหนดได้ ขึ้นกับนโยบายของฝ่ายบริหาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 300 :
  • Military Standard 105 E คือข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างเมื่อข้อมูลเป็นแบบหน่วยนับ (attribute)
  • 2 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างเมื่อข้อมูลเป็นแบบหน่วยวัด (variable)
  • 3 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างเดี่ยว
  • 4 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างคู่และหมู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • Military Standard 414 คือข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างเมื่อข้อมูลเป็นแบบหน่วยนับ (attribute)
  • 2 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างเมื่อข้อมูลเป็นแบบหน่วยวัด (variable)
  • 3 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างเดี่ยว
  • 4 : คือมาตรฐานทหารสำหรับแผนการสุ่มตัวอย่างคู่และหมู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • ถ้าใช้แผนการสุ่มเพื่อการยอมรับแบบเชิงเดี่ยว (Single Sampling Plan) ที่มี n = 89, c = 1 ในการตรวจสอบชิ้นงานที่ผลิตจากกระบวนการผลิตที่มีสัดส่วนของเสียต่อรุ่นเท่ากับ 0.02 จะมีโอกาสในการยอมรับของแต่ละ lot เท่าไร
  • 1 : 0.4664
  • 2 : 0.5664
  • 3 : 0.6664
  • 4 : 0.7774
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • ถ้าใช้แผนการสุ่มเพื่อการยอมรับแบบเชิงเดี่ยว (Single Sampling Plan) ที่มี n, c ในการตรวจสอบชิ้นงานที่ผลิตจากกระบวนการผลิตที่มีสัดส่วนของเสียต่อรุ่นเท่ากับ p ถ้าขนาดของ c เพิ่มขึ้น ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : เวลาในการตรวจสอบจะเพิ่มขึ้น
  • 2 : โอกาสในการยอมรับ Lot จะต่ำลง
  • 3 : ประสิทธิภาพของแผนการสุ่มจะสูงขึ้น
  • 4 : ความเสี่ยงของผู้บริโภค (Customer's risk) สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยว (n = 80 และ c = 1) จงคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นที่จะยอมรับผลิตภัณฑ์รุ่นนั้น (Pa = Probability acceptance) ถ้าระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์มีค่า p = 0.12
  • 1 : 0.00043
  • 2 : 0.00047
  • 3 : 0.00051
  • 4 : 0.00053
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยว (n = 30 และ c = 5) โดยจำนวนผลิตภัณฑ์ต่อรุ่นคือ 500 (N=500) ถ้ากำหนดระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ p = 0.08 จงคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นที่จะไม่พบของเสียจำนวน 2 หรือ 4 ตัวอย่าง จากการสุ่มตัวอย่าง (กำหนดให้ใช้การแจกแจงแบบทวินาม)
  • 1 : 0.13
  • 2 : 0.24
  • 3 : 0.27
  • 4 : 0.60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยว (n = 30 และ c = 5) โดยจำนวนผลิตภัณฑ์ต่อรุ่นคือ 500 (N=500) ถ้ากำหนดระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ p = 0.08 จงหาค่าความน่าจะเป็นที่จะยอมรับผลิตภัณฑ์ลอตนั้น (กำหนดให้ใช้การแจกแจงแบบปัวซอง)
  • 1 : 0.04
  • 2 : 0.64
  • 3 : 0.87
  • 4 : 0.96
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • จากตาราง MIL STD 105E (General Inspection Level II) จงเลือกรหัสแผนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนก่อนเข้าโรงงาน โดย N = 5000 และ AQL = 0.65% โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยว (Single Sampling Plan)
  • 1 : Code J
  • 2 : Code M
  • 3 : Code L
  • 4 : Code I
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 308 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยว (n = 60 และ c = 2) จงคำนวณหาค่า Pa (Probability acceptance) ถ้าระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ p = 0.06
  • 1 : 0.06
  • 2 : 0.14
  • 3 : 0.29
  • 4 : 0.94
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยว (n = 500 และ c = 20) จงคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นที่จะยอมรับของรุ่นนี้ ถ้าระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ p = 0.06
  • 1 : 0.035
  • 2 : 0.064
  • 3 : 0.282
  • 4 : 0.791
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 310 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงคู่ (n1 = 40, n2 = 80, c1 = 1 และ c2 = 4) ถ้ากำหนดให้ระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ p = 0.05 จงคำนวณหาค่า PaI
  • 1 : 0.05
  • 2 : 0.29
  • 3 : 0.40
  • 4 : 0.45
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงคู่ (n1 = 40, n2 = 80, c1 = 1 และ c2 = 4) ถ้ากำหนดให้ระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ p = 0.05 จงคำนวณหาค่า PaII
  • 1 : 0.082
  • 2 : 0.090
  • 3 : 0.238
  • 4 : 0.281
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • จงคำนวณหาแผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวที่เหมาะสมภายใต้สภาวะปกติ สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดรุ่น N = 3000 และ AQL = 1% จากตาราง MIL STD 105 E (General Inspection Level II)
  • 1 : (n = 50, Ac = 1, Re = 4)
  • 2 : (n = 125, Ac = 2, Re = 3)
  • 3 : (n = 125, Ac = 3, Re = 4)
  • 4 : (n = 150, Ac = 2, Re = 3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • จงคำนวณหาแผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวที่เหมาะสมภายใต้สภาวะเคร่งครัด (Tightened) สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดรุ่น N = 3000 และ AQL = 1% จากตาราง MIL STD 105 E (General Inspection Level II)
  • 1 : (n = 50, Ac = 1, Re = 4)
  • 2 : (n = 125, Ac = 2, Re = 3)
  • 3 : (n = 125, Ac = 3, Re = 4)
  • 4 : (n = 150, Ac = 2, Re = 3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • จงคำนวณหาแผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวที่เหมาะสมภายใต้สภาวะผ่อนคลาย (Reduced) สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดรุ่น N = 3000 และ AQL = 1% จากตาราง MIL STD 105 E (General Inspection Level II)
  • 1 : (n = 50, Ac = 1, Re = 4)
  • 2 : (n = 125, Ac = 2, Re = 3)
  • 3 : (n = 125, Ac = 3, Re = 4)
  • 4 : (n = 150, Ac = 2, Re = 3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 315 :
  • จงคำนวณหาแผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวที่เหมาะสมภายใต้สภาวะปกติ (Normal) สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดรุ่น N = 5000 และ AQL = 0.1% จากตาราง MIL STD 105 E (General Inspection Level II)
  • 1 : (n = 125, Ac = 0, Re = 1)
  • 2 : (n = 200, Ac = 0, Re = 1)
  • 3 : (n = 50, Ac = 0, Re = 1)
  • 4 : (n = 50, Ac = 0, Re = 2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • จงคำนวณหาแผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวที่เหมาะสมภายใต้สภาวะผ่อนคลาย  (Reduced) สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดรุ่น N = 5000 และ AQL = 0.1% จากตาราง MIL STD 105 E (General Inspection Level II)
  • 1 : (n = 125, Ac = 0, Re = 1)
  • 2 : (n = 200, Ac = 0, Re = 1)
  • 3 : (n = 50, Ac = 0, Re = 1)
  • 4 : (n = 50, Ac = 0, Re = 2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 317 :
  • จากตาราง MIL STD 105E (General Inspection Level II) จงเลือกแผนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนก่อนเข้าโรงงาน โดย N = 5000 และ AQL = 0.65% โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวภายใต้สภาวะปกติ (Normal)
  • 1 : (n = 200, Ac = 3, Re = 4)
  • 2 : (n = 200, Ac = 2, Re = 3)
  • 3 : (n = 100, Ac = 1, Re = 4)
  • 4 : (n = 80, Ac = 1, Re = 3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 318 :
  • จากตาราง MIL STD 105E (General Inspection Level II) จงเลือกแผนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนก่อนเข้าโรงงาน โดย N = 5000 และ AQL = 0.65% โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวภายใต้สภาวะผ่อนคลาย (Reduced)
  • 1 : (n = 200, Ac = 3, Re = 4)
  • 2 : (n = 200, Ac = 2, Re = 3)
  • 3 : (n = 80, Ac = 1, Re = 4)
  • 4 : (n = 80, Ac = 1, Re = 3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • จากตาราง MIL STD 105E (General Inspection Level III) จงเลือกรหัสแผนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนก่อนเข้าโรงงาน โดย N = 5000 และ AQL = 0.65% โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวภายใต้สภาวะผ่อนคลาย  (Reduced)
  • 1 : Code J
  • 2 : Code M
  • 3 : Code L
  • 4 : Code I
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • จากตาราง MIL STD 105E (General Inspection Level II) จงเลือกรหัสแผนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนก่อนเข้าโรงงาน โดย N = 50000 และ AQL = 0.65% โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวภายใต้สภาวะปกติ  (Normal)
  • 1 : Code L
  • 2 : Code M
  • 3 : Code N
  • 4 : Code P
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • จากตาราง MIL STD 105E (General Inspection Level III) จงเลือกรหัสแผนการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนก่อนเข้าโรงงาน โดย N = 5000 และ AQL = 0.65% โดยใช้แผนการสุ่มตัวอย่างเชิงเดี่ยวภายใต้สภาวะเคร่งครัด  (Tightened)
  • 1 : Code L
  • 2 : Code M
  • 3 : Code N
  • 4 : Code P
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 322 :
  • จากตาราง MIL STD 105E ข้อใดถูกต้องสำหรับรหัสตรวจสอบทั่วไป (General Inspection Level) I, II และ III ภายใต้การตรวจสอบสินค้าที่มีขนาดรุ่นเท่ากัน
  • 1 : ขนาดตัวอย่างในแผนการสุ่มไม่ต่างกัน
  • 2 : ขนาดตัวอย่างในแผนการตรวจสอบทั่วไป (General Inspection Level) I สูงกว่า ระดับ II
  • 3 : ขนาดตัวอย่างในแผนการตรวจสอบทั่วไป (General Inspection Level) II สูงกว่า ระดับ III
  • 4 : ขนาดตัวอย่างในแผนการตรวจสอบทั่วไป (General Inspection Level) III สูงกว่า ระดับ I
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 323 :
  • จากตาราง MIL STD 105E ท่านจะตัดสินใจใช้ระดับการตรวจพิเศษ (Special Sampling Plan) เมื่อใด
  • 1 : สินค้าที่ตรวจสอบมีราคาแพง เสียหายได้ง่าย
  • 2 : สินค้าที่ตรวจสอบมีราคาแพง เสียหายได้ยาก
  • 3 : สินค้าที่ตรวจสอบมีราคาถูก เสียหายได้ง่าย
  • 4 : สินค้าที่ตรวจสอบมีราคาถูก เสียหายได้ยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 324 :
  • อัตราส่วนของเสียมีค่าเท่าไร

    กำหนด Double Sampling Plan

    n1 = 50, c1 = 2

    n2 = 100, c2 = 4

    ถ้าโอกาสในการปฏิเสธรุ่นจากการสุ่มตัวอย่างครั้งแรก = 0.185

  • 1 : 0.02
  • 2 : 0.06
  • 3 : 0.08
  • 4 : 0.07
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 325 :
  • ถ้าใช้แผนสุ่มตัวอย่างข้างต้นทำการตรวจรับ-ปฏิเสธ วัตถุดิบจำนวน 38 lots อยากทราบว่าจะมีวัตถุดิบกี่ lots ที่จะผ่านการยอมรับในการสุ่มตัวอย่างตรวจสอบครั้งแรก
    กำหนด Double Sampling Plan

    n1 = 50, c1 = 2

    n2 = 100, c2 = 4

    ถ้าโอกาสในการปฏิเสธรุ่นจากการสุ่มตัวอย่างครั้งแรก = 0.185

  • 1 : 2 lots
  • 2 : 7 lots
  • 3 : 31 lots
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :
  • ถ้าทำการสุ่มตัวอย่างมาตรวจสอบรวมทั้งหมด 150 ชิ้นแล้วพบของเสีย 4 ชิ้น ควรดำเนินการอย่างไร

    กำหนด Double Sampling Plan

    n1 = 50, c1 = 2

    n2 = 100, c2 = 4

    ถ้าโอกาสในการปฏิเสธรุ่นจากการสุ่มตัวอย่างครั้งแรก = 0.185

  • 1 : รับ lot ที่ตรวจ
  • 2 : ปฏิเสธ lot ที่ตรวจ
  • 3 : ต้องสุ่มตัวอย่างตรวจสอบอีกครั้ง
  • 4 : ยุติการสุ่มตรวจสอบโดยไม่มีการรับหรือปฏิเสธ lot
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 327 :
  • ใช้ Sampling plan ในการตรวจสอบ โดยทำการสุ่มตัวอย่าง 10% ของ lot เพื่อเป็นขนาดตัวอย่างสำหรับการตรวจสอบ และกำหนดว่าถ้าพบของเสียน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2% ของขนาดตัวอย่างก็ให้รับ lot นั้น แต่ถ้าพบของเสียมากกว่า 2% ของขนาดตัวอย่างก็ให้ปฏิเสธ lot นั้น ให้หา Single sampling plan และโอกาสปฏิเสธ lot ของ lot size = 2,000 ชิ้น มีของเสียใน lot = 10 ชิ้น
  • 1 : n = 200 , c = 2 , โอกาสปฏิเสธ lot = 0.01
  • 2 : n = 200 , c = 4 , โอกาสปฏิเสธ lot = 0.01
  • 3 : n = 200 , c = 4 , โอกาสปฏิเสธ lot = 0.004
  • 4 : n = 2000 , c = 10 , โอกาสปฏิเสธ lot = 0.02
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • ใช้ Sampling plan ในการตรวจสอบ โดยทำการสุ่มตัวอย่าง 10% ของ lot เพื่อเป็นขนาดตัวอย่างสำหรับการตรวจสอบ และกำหนดว่าถ้าพบของเสียน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2% ของขนาดตัวอย่างก็ให้รับ lot นั้น แต่ถ้าพบของเสียมากกว่า 2% ของขนาดตัวอย่างก็ให้ปฏิเสธ lot นั้น ให้หา Single sampling plan และโอกาสปฏิเสธ lot ของ lot size = 3,000 ชิ้น มีของเสียใน lot = 30 ชิ้น
  • 1 : n = 3000 , c = 30 , โอกาสรับ lot = 0.966
  • 2 : n = 300 , c = 6 , โอกาสรับ lot = 0.034
  • 3 : n = 3000 , c = 30 , โอกาสรับ lot = 0.034
  • 4 : n = 300 , c = 6 , โอกาสรับ lot = 0.966
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 201 : 09 Sampling Plan for Variables
ข้อที่ 329 :
  • เมื่อเปรียบเทียบแผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยนับและแบบหน่วยวัด ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัด
  • 1 : ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบต่ำ
  • 2 : ขนาดตัวอย่างมีขนาดเล็ก
  • 3 : สารสนเทศเกี่ยวกับคุณภาพมีมาก
  • 4 : สมมติฐานการแจกแจงความน่าจะเป็นของรุ่นสินค้า (Lot) ต้องเป็นแบบปกติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • สมมติระดับคุณภาพต่ำสุดของผู้ผลิตเท่ากับ 1% เป็นระดับที่ผู้บริโภคจะยอมรับได้ด้วยความน่าจะเป็น 95% และมีค่าความน่าจะัเป็นเท่ากับ 0.025 สำหรับระดับคุณภาพต่ำสุดที่ผู้บริโภคยอมรับได้ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.10 ถ้าค่าที่วัดได้จากกระบวนการผลิตมีการแจกแจงปกติ จงหาจำนวนตัวอย่างที่ต้องสุ่ม
  • 1 : n = 11
  • 2 : n = 12
  • 3 : n = 13
  • 4 : n = 14
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :
  • เมื่อต้องการคำนวณค่า n และ k จากแผนการสุ่มตัวอย่างแบบตัวแปรกำหนดพิกัดเดี่ยว เราควรรู้ค่าต่างๆ ต่อไปนี้
  • 1 : ค่า AQL, LTPD, P1, P2
  • 2 : ค่า α, β, P1, P2
  • 3 : ค่า α, AQL, P1, P2
  • 4 : ค่า Z, AQL, LTPD, L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • ในการใช้มาตรฐานการตรวจสอบ MIL-STD 414ที่ไม่ทราบความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และมีข้อกำหนดผลิตภัณฑ์แบบสองด้าน ควรใช้แผนการตรวจสอบแบบใด
  • 1 : M method ใช้ค่าพิสัย
  • 2 : M method ใช้ S.D.
  • 3 : K method ใช้ค่าพิสัย
  • 4 : M method ใช้ค่าพิสัยหรือความเบี่ยงเบนมาตรฐานก็ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างมีความเหมาะสมที่จะใช้ในกรณีใด
  • 1 : เมื่อการทดสอบคุณสมบัติคุณภาพเป็นแบบทำลาย
  • 2 : เมื่อค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ 100% สูงมากเกินไป
  • 3 : เมื่อสัดส่วนของเสียในกระบวนการผสิตสูงมาก
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • ข้อใดที่เป็นข้อดีของแผนการสุ่มตัวอย่างเมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจสอบ 100%
  • 1 : ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเพราะมีการตรวจสอบโดยเฉลี่ยขนาดตัวอย่างน้อยกว่า
  • 2 : สินค้ามีความเสียหายมากขึ้นเนื่องจากมีการโยกย้ายมากขึ้น
  • 3 : พนักงานมีขวัญและกำลังใจมากขึ้น
  • 4 : ลดเวลานำ (lead time) ในการผลิตสินค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • ข้อใดคือข้อควรระวังของการใช้แผนการสุ่มเพื่อการยอมรับสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัด
  • 1 : ความน่าจะเป็นในการยอมรับ Lot ต้องสูงกว่า 0.1
  • 2 : ลักษณะสมบัติต้องผลิตมาจากกระบวนการที่ In-Statistical Control
  • 3 : รุ่นสินค้า (Lot) มีการแจกแจงแบบปกติ
  • 4 : AQL ต้องกำหนดโดยลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 336 :
  • แผนการสุ่มตรวจสอบสำหรับข้อมูลแบบหน่วยวัดที่มีค่า n = 35 และ k = 1.7 เมื่อตัวอย่างสุ่มจาก Lot ได้ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของลักษณะสมบัติที่ต้องการตรวจวัดเท่ากับ 0.73 และ 1.05x10-2 ตามลำดับ ถ้าสมบัติตามข้อกำหนดต้องมีค่าอย่างต่ำ 0.7 หน่วย ควรสรุปผลการตรวจอย่างไร เพราะเหตุใด
  • 1 : ยอมรับ เพราะ ZLSL > k
  • 2 : ยอมรับ เพราะ ZLSL < k
  • 3 : ปฏิเสธ เพราะ ZLSL > k
  • 4 : ตัดสินไม่ได้เพราะข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 337 :
  • ข้อสมมติที่สำคัญในการใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับชนิดแปร (Variable Sampling Plan) คือข้อใด
  • 1 : การแจกแจงทวินาม
  • 2 : การแจกแจงสมมาตร
  • 3 : การแจกแจงปกติ
  • 4 : การแจกแจงเอ็กซ์โปเนนเชียล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 338 :
  • ข้อต่อไปนี้ ข้อใดคือข้อดีของการใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับชนิดแปร (Variable Sampling Plan)
  • 1 : ทำการวัดค่าง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ
  • 2 : การแจกแจงเป็นแบบปกติ
  • 3 : ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพน้อยลง เนื่องจากขนาดตัวอย่างที่สุ่มน้อย
  • 4 : ขนาดตัวอย่างที่ใช้น้อย เนื่องจากข้อมูลค่าวัดให้สารสนเทศมากอยู่แล้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • ข้อดีของการใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับชนิดแปร (Variable Sampling Plan) โดยวิธี M method เมื่อเทียบกับแผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับชนิดแปร วิธีอื่น คือ
  • 1 : สามารถประมาณสัดส่วนของเสียที่ในรุ่นได้
  • 2 : การคำนวณง่าย ไม่ซับซ้อน
  • 3 : ขนาดตัวอย่างที่ใช้น้อยกว่า
  • 4 : ไม่ต้องคำนึงถึงการแจกแจงของข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • การใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับชนิดแปร(Variable Sampling Plan) ข้อใดต่อไปนี้ คือ ลักษณะของวิธี M-method
  • 1 : คำนวณง่าย ขนาดตัวอย่างต่ำ ประมาณสัดส่วนของเสียในรุ่นได้
  • 2 : คำนวณง่าย ขนาดตัวอย่างสูง ประมาณสัดส่วนของเสียในรุ่นไม่ได้
  • 3 : คำนวณยาก ขนาดตัวอย่างต่ำ ประมาณสัดส่วนของเสียในรุ่นได้
  • 4 : คำนวณยาก ขนาดตัวอย่างสูง ประมาณสัดส่วนของเสียในรุ่นไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 341 :
  • ความเสี่ยงของผู้บริโภคการใช้แผนการชักตัวอย่างเพื่อการยอมรับชนิดแปร (Variable Sampling Plan) เกิดขึ้นเมื่อใด
  • 1 : ยอมรับรุ่นสินค้า เมื่อรุ่นสินค้านั้นมีคุณภาพดี
  • 2 : ยอมรับรุ่นสินค้า เมื่อรุ่นสินค้านั้นมีคุณภาพไม่ดี
  • 3 : ปฏิเสธรุ่นสินค้า เมื่อรุ่นสินค้านั้นมีคุณภาพดี
  • 4 : ปฏิเสธรุ่นสินค้า เมื่อรุ่นสินค้านั้นมีคุณภาพไม่ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • ถ้าในการคำนวณขนาดตัวอย่างสำหรับแผนการชักตัวอย่างชนิดแปร(Variable Sampling Plan) พบว่า ขนาดตัวอย่างที่เหมาะสม คือ 9.28 ท่านจะแนะนำให้สุ่มตัวอย่างจำนวนเท่าไรจึงจะเหมาะสม ถ้าท่านมีข้อสงสัยในคุณภาพ
  • 1 : 9
  • 2 : 9.28
  • 3 : 9.5
  • 4 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • กระบวนการผลิตที่มีข้อกำหนดมาตรฐานสองด้าน ในการสุ่มโดยใช้แผนการชักตัวอย่างชนิดแปร(Variable Sampling Plan) ท่านจะแนะนำให้ใช้วิธีใด ถ้าข้อมูลมีการแจกแจงปกติ
  • 1 : k method
  • 2 : M- method
  • 3 : V-method
  • 4 : CP-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 344 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ คือ มาตรฐานการสุ่มตัวอย่างข้อมูลวัดค่า
  • 1 : MIL. STD. 105 E
  • 2 : MIL.  STD. 414
  • 3 : ASQC Z 1.4
  • 4 : ISO 2859
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 202 : 10 Special Types of Sampling Plan and Control Chart
ข้อที่ 345 :
  • กำหนดให้รุ่นสินค้า (lot) ที่ต้องการตรวจสอบมีขนาด 1150 ชิ้น ระดับคุณภาพที่ยอมรับเท่ากับ 25 ข้อบกพร่องที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดต่อร้อยหน่วยผลิตภัณฑ์ และระดับการตรวจสอบเป็นแบบระดับ III จงหาแผนการสุ่มตัวอย่างเชิงคู่สำหรับการตรวจสอบแบบผ่อนคลาย โดยใช้ ANSI/ASQC Z1.4
  • 1 : (n1,c1,n2,c2) = (13,5,13,12)
  • 2 : (n1,c1,n2,c2) = (32,5,32,12)
  • 3 : (n1,c1,n2,c2) = (32,0,32,0)
  • 4 : (n1,c1,n2,c2) = (50,0,50,0)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 :
  • จงหา CSP-1 ที่เหมาะสมสำหรับ AOQL = 0.79% และ f = 10% โดยที่ชิ้นงานในช่วงผลิตมีค่าเท่ากับ 1200 ชิ้น
  • 1 : ตรวจสอบทุกหน่วยต่อเนื่องกันแบบ 100% จนครบ 138 ชิ้นแล้วไม่พบของเสีย ให้เปลี่ยนเป็นสุ่มตรวจ 1 ชิ้นจากทุกๆ 10 ชิ้น
  • 2 : สุ่มตรวจ 1 ชิ้นจากทุกๆ 138 ชิ้นจบครบ 10 ครั้ง ถ้าไม่พบของเสีย ให้เปลี่ยนเป็นตรวจสอบแบบ 100%
  • 3 : ตรวจสอบทุกหน่วยต่อเนื่องกันแบบ 100% จนครบ 10 ชิ้นแล้วไม่พบของเสีย ให้เปลี่ยนเป็นสุ่มตรวจ 1 ชิ้นจากทุกๆ 138 ชิ้น
  • 4 : ตรวจสอบทุกหน่วยต่อเนื่องกันแบบ 100% จนครบ 79 ชิ้นแล้วไม่พบของเสีย ให้เปลี่ยนเป็นสุ่มตรวจ 1 ชิ้นจากทุกๆ 138 ชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 347 :
  • Sequential Sampling Plan หมายถึงข้อใด
  • 1 : แผนการสุ่มตัวอย่างเดี่ยว
  • 2 : แผนการสุ่มตัวอย่างแบบต่อเนื่องใช้กับระบบสายการผลิตแบบ continuous
  • 3 : แผนการสุ่มตัวอย่างของเบอร์นาร์ดที่ใช้คะแนนสะสมในรูปของตาราง
  • 4 : แผนการสุ่มตัวอย่างโดยมีเส้นคู่ขนาน X(L) และ X(U) หรือ เส้นยอมรับ และ เส้นปฏิเสธ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • ในการใช้มาตรฐานการตรวจสอบ MIL-STD-1235C ที่มีช่วงการผลิตระยะสั้น ๆ ควรใชัแผนการแบบใด
  • 1 : CSP - 1
  • 2 : CSP - 2
  • 3 : CSP - F
  • 4 : CSP – T
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :
  • ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง CUSUM Chart และ Shewhart Control Chart ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : CUSUM Chart ใช้ในการควบคุมเมื่อกระบวนการเป็นแบบ short production run แต่ Shewhart Control Chart ใช้ในการสังเกตเมื่อเป็นกระบวนการแบบ long production run
  • 2 : CUSUM Chart ใช้ในการสังเกต small shift ในกระบวนการแต่ Shewhart Control Chart จะสามารถสังเกตได้แต่ large shift เท่านั้น
  • 3 : ในการควบคุมคุณภาพโดย CUSUM Chart ณ เวลา t ต้องนำข้อมูลอันดับ t-1 มาใช้พิจารณาประกอบด้วย แต่ Shewhart Control Chart ไม่นำเอาข้อมูลในอดีตมาใช้ประกอบการพิจารณา
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • CUSUM control chart เมื่อเปรียบเทียบกับ Shewhart control chart จะมีผลคือ
  • 1 : CUSUM control chart จะมีความไวต่อ shift ขนาดเล็กน้อยกว่า Shewhart control chart
  • 2 : CUSUM control chart จะมีความไวต่อ shift ขนาดเล็กเท่ากับ Shewhart control chart
  • 3 : CUSUM control chart จะมีความไวต่อ shift ขนาดเล็กดีกว่า Shewhart control chart
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • CUSUM control chart มี 2 รูปแบบคือ
  • 1 : Tabular cusum และ V-mask cusum
  • 2 : Cumulative cusum และ random cusum
  • 3 : Tabular cusum และ Cumulative cusum
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • ข้อใดข้อเป็นความแตกต่างระหว่าง Shewhart Control chart และ CUSUM control chart
  • 1 : CUSUM เป็นแผนภูมิที่ตรวจจับ process shift ขนาดเล็กได้ดีกว่า
  • 2 : CUSUM เป็นแผนภูมิที่สร้างจากหลักการของการแจกแจงแบบ Binomial
  • 3 : Shewhart เป็นแผนภูมิที่เหมาะกับขนาด n > 1
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 353 :
  • จากการใช้ CUSUM control chart พบว่า กระบวนการ out-of-control ที่ตัวอย่างชุดที่ 28 โดยมีค่า N- = 6, Ci- = 5.30 ซึ่งมากกว่า ค่า H = 5, K = 0.5 ที่ค่าเฉลี่ยของกระบวนการใหม่เท่ากับเท่าใด (จากเดิมเท่า 10.00)
  • 1 : 7.62
  • 2 : 8.62
  • 3 : 9.62
  • 4 : 11.25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • แผนภูมิใดต่อไปนี้ คือ แผนภูมิที่เหมาะสมในการตรวจจับของเสียในหน่วย “จำนวนต่อหนึ่งล้านชิ้น (ppm)”
  • 1 : แผนภูมิควบคุมจำนวนรอยตำหนิ (C chart)
  • 2 : แผนภูมิควบคุมจำนวนของเสีย (np chart)
  • 3 : แผนภูมิควบคุมค่านับสะสม (CCC chart)
  • 4 : แผนภูมิควบคุมค่าบวกสะสม (Cusum chart)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 355 :
  • ถ้าโรงงานต้องการใช้แผนภูมิควบคุมกระบวนการใหม่ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการ โดยควบคุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงาน ท่านจะแนะนำให้ใช้แผนภูมิใดต่อไปนี้จึงจะเหมาะสมที่สุด
  • 1 : แผนภูมิค่าเดี่ยวและค่าพิสัยเคลื่อนที่
  • 2 : แผนภูมิค่าเฉลี่ยและค่าพิสัย
  • 3 : แผนภูมิควบคุมค่านับสะสม
  • 4 : แผนภูมิค่าบวกสะสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • แผนภูมิต่อไปนี้แผนภูมิประเภทใดที่เหมาะสมสำหรับใช้กับลักษณะทางคุณภาพที่มีข้อกำหนดไม่สมมาตร (asymmetric)
  • 1 : แผนภูมิเชิงลักษณ์
  • 2 : แผนภูมิลิมิตความน่าจะเป็น
  • 3 : แผนภูมิลิมิตมาตรฐาน
  • 4 : แผนภูมิชนิดแปร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 357 :
  • ความสามารถของแผนภูมิค่าบวกสะสม (CUSUM) เมื่อเปรียบเทียบกับแผนภูมิค่าเฉลี่ย (X-bar) เป็นดังข้อใด
  • 1 : แผนภูมิ CUSUM สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงค่ากลางของ กระบวนการได้ช้ากว่าแผนภูมิ x-bar เมื่อค่ากลางของกระบวนการ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
  • 2 : แผนภูมิ CUSUM สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงค่ากลางของ กระบวนการได้เร็วกว่าแผนภูมิ x-bar เมื่อค่ากลางของกระบวนการ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
  • 3 : แผนภูมิ CUSUM และแผนภูมิ x-bar มีความสามารถในตรวจจับ การเปลี่ยนแปลงค่ากลางของกระบวนการได้ดีเสมอกัน
  • 4 : แผนภูมิ CUSUM พัฒนามาจากแผนภูมิ x-bar แต่สามารถคำนวณได้ง่ายกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • แผนภูมิค่าบวกสะสม (Cumulative sum Chart) เหมาะที่จะใช้กับกระบวนการใด ต่อไปนี้
  • 1 : กระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบต่ำ ลักษณะทางคุณภาพ คือ ค่าวัด
  • 2 : กระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบสูง ลักษณะทางคุณภาพ คือ ค่าวัด
  • 3 : กระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบต่ำ ลักษณะทางคุณภาพ คือ ค่านับ
  • 4 : กระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบสูง ลักษณะทางคุณภาพ คือ ค่านับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 359 :
  • เหตุการณ์ใดต่อไปนี้เหมาะที่จะใช้แผนภูมิควบคุมค่าเดี่ยว และค่าพิสัยเคลื่อนที่ (X-MR)
  • 1 : ระบบการวัดมีค่า GR&R สูงกว่า 20% กำลังการผลิตต่ำ
  • 2 : ระบบการวัดมีค่า GR&R สูงกว่า 5% กำลังการผลิตสูง
  • 3 : ระบบการวัดมีค่า GR&R ต่ำกว่า 20% กำลังการผลิตสูง
  • 4 : ระบบการวัดมีค่า GR&R ต่ำกว่า 5% กำลังการผลิตต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • ในการใช้แผนภูมิ CUSUM รูปแบบใดที่นิยมใช้ในการคำนวณ
  • 1 : I-mask
  • 2 : V-mask
  • 3 : Tabular form
  • 4 : Cumulative form
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 361 :
  • แผนภูมิใด สามารถนำมาใช้ในกรณีที่ข้อมูลไม่เป็นอิสระต่อกัน
  • 1 :
  • 2 : P/ np
  • 3 : C/U
  • 4 : EWMA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • แผนภูมิค่าเดี่ยว และ ค่าพิสัยเคลื่อนที่ (X-MR) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : แผนภูมิค่าเดี่ยวตีความได้
  • 2 : แผนภูมิ  MR ตีความได้
  • 3 : แผนภูมิค่าเดี่ยว เส้นกึ่งกลาง แทน ค่ากระบวนการ
  • 4 : แผนภูมิ MR สร้างเพื่อใช้ประมาณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • ข้อดีของแผนภูมิค่าบวกสะสม  คือ
  • 1 : เก็บขนาดตัวอย่างมากกว่า 1
  • 2 : จับการเปลี่ยนแปลงในช่วงกว้าง
  • 3 : จับการเปลี่ยนแปลงใช่วงแคบ
  • 4 : ใช้กับข้อมูลค่านับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • แผนภูมิค่านับสะสม  เหมาะที่จะใช้เมื่อ
  • 1 : ของเสียในกระบวนการสูง
  • 2 : ของเสียในกระบวนการปานกลาง
  • 3 : ของเสียในกระบวนการต่ำมาก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างใด ไม่ได้ระบุไว้ใน ASQC Z1.4
  • 1 : แผนการสุ่มเชิงเดี่ยว
  • 2 : แผนการสุ่มเชิงคู่
  • 3 : แผนการสุ่มหลายเชิง
  • 4 : แผนการสุ่มข้ามลอต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • การสุ่มตัวอย่างแบบข้ามลอต  เหมาะที่จะใช้เมื่อ
  • 1 : ผลการตรวจสอบลอต  ลอตไม่ถูกปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : ผลการตรวจสอบลอต  ลอตถูกปฏิเสธบ่อยครั้ง
  • 3 : ผลการตรวจสอบลอต  ลอตถูกปฏิเสธปานกลาง
  • 4 : ผลการตรวจสอบลอต  ลอตถูกปฏิเสธทุกครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • แผนภูมิค่าบวกสะสม ควรใช้เมื่อ
  • 1 : ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานในกระบวนการสูง
  • 2 : ค่ากลางในกระบวนการอยู่ตรงค่าเป้าหมาย
  • 3 : กระบวนการที่ควบคุมเป็นกระบวรการเก่า
  • 4 : กระบวนการที่ควบคุมเกี่ยวกับความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 368 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ คือ แผนการสุ่มตัวอย่างสำหรับข้อมูลค่าวัด
  • 1 : MIL  STD  105E
  • 2 : CSP
  • 3 : KSP
  • 4 : MIL  STD  212
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 203 : 11 Reliability in Manufacturing
ข้อที่ 369 :
  • ความน่าเชื่อถือได้ในผลิตภัณฑ์ (Product Reliability) หมายถึง
  • 1 : ความน่าจะเป็นที่จะใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ในสภาพที่ใช้งานได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งภายใต้สภาพการใช้งานปกติ
  • 2 : ความน่าจะเป็นที่จะผลิตผลิตภัณฑ์จำนวนหนึ่งไม่ให้มีของเสียเลย
  • 3 : ความเชื่อมั่นในการผลิตสินค้าหนึ่งๆให้ทันกำหนดเวลา
  • 4 : ความเชื่อมั่นในการใช้ผลิตภัณฑ์หนึ่งในสภาพที่ใช้ได้ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • ค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของระบบ (PS) ที่มีส่วนประกอบ 3 เครื่อง เรียงตามลำดับแบบอนุกรม เครื่องส่ง (PT), เครื่องรับ (PR) และเครื่องบันทึก (PC) คือข้อใด
  • 1 : PS = PT – PR – PC
  • 2 : PS = PT + PR + PC
  • 3 : PS = PT * PR * PC
  • 4 : PS = PT / PR / PC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 371 :
  • จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของระบบดังภาพ
  • 1 : 50.4%
  • 2 : 73.7%
  • 3 : 80.0%
  • 4 : 87.0%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • แผนการสุ่มตัวอย่างขนาด n = 16, T =  600 h, c = 2, และ r = 3 มีความหมายตรงกับข้อใด
  • 1 : สุ่มตัวอย่าง 16 หน่วยจากรุ่น และทำการทดสอบพร้อมๆกันเป็นเวลา 600 ชม. จึงหยุดทำการทดลอง ถ้า failure หน่วยที่ 2 ไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาการทดสอบ ให้ยอมรับรุ่น
  • 2 : สุ่มตัวอย่าง 16 หน่วยจากรุ่น และทำการทดสอบทีละ 1 หน่วยรวมเป็นเวลา 600 ชม ถ้า failure หน่วยที่ 3 เกิดขึ้นในช่วงเวลาทดสอบ ให้ปฏิเสธรุ่น
  • 3 : สุ่มตัวอย่าง 16 หน่วยจากรุ่น และทำการทดสอบพร้อมๆกันเป็นเวลา 600 ชม จึงหยุดทำการทดลอง ถ้า failure หน่วยที่ 3 เกิดขึ้นในช่วงเวลาทดสอบ ให้ปฏิเสธรุ่น
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 373 :
  • ลักษณะของอายุของผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ช่วง การล้มเหลวที่มีสาเหตุมาจากข้อจำกัดของการออกแบบหรือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในการทำงานจะเกิดในช่วงใด
  • 1 : Early Stage
  • 2 : Expected Normal Life
  • 3 : End of Life
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 :
  • คลังแสงเก็บวัตถุระเบิดสำหรับกองทัพบก เก็บวิทยุสื่อสารจำนวน 46 เครื่อง ซึ่งแต่ละเครื่องประกอบด้วยชิ้นส่วนประกอบ 6 ชิ้น ซึ่งต่อแบบอนุกรม โดยความน่าเชื่อถือของชิ้นส่วนประกอบหลังจากเก็บไว้ในคลังสินค้า 3 ปี มีค่าประมาณ 0.96 จงหาความน่าจะเป็นที่เลือกวิทยุสื่อสาร 5 เครื่องแบบสุ่ม และพบว่ามีเพียง 4 เครื่องทำงานได้ตามปกติ
  • 1 : 0.41
  • 2 : 0.22
  • 3 : 0.84
  • 4 : 0.78
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 375 :
  • ระบบสำรองข้อมูล ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง (ชนิดเดียวกัน) ต่อขนานกัน โดยต้องการให้ระบบสำรองข้อมูลมีความน่าเชื่อถือเท่ากับ 0.999 ถามว่าค่าความน่าเชื่อถือของเครื่องคอมพิวเตอร์ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.95
  • 2 : 0.97
  • 3 : 0.98
  • 4 : 0.99
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • หน่วยประมวลผลสำหรับใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์มีค่าอัตราความขัดข้อง (Failure Rate) เท่ากับ 0.025 ต่อ 1000 ชั่วโมง ถ้าใช้หน่วยประมวลผลนี้อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 1 ปี จงหาค่าความน่าจะเป็นที่หน่วยประมวลผลจะไม่เสียมีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.62
  • 2 : 0.74
  • 3 : 0.80
  • 4 : 0.88
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • ชิ้นส่วนสำหรับประกอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล (Exponential) โดยมีอัตราความขัดข้อง Failure Rate = 0.036 failure/100 ชั่วโมง จงหาค่าความน่าจะเป็นที่ชิ้นส่วนชิ้นนี้จะไม่เสียในช่วงการทำงาน 400 ชั่วโมง
  • 1 : 0.36
  • 2 : 0.62
  • 3 : 0.77
  • 4 : 0.87
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • ชิ้นส่วนสำหรับประกอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล(Exponential) โดยมีอัตราความขัดข้อง (Failure Rate)= 0.036 failure/100 ชั่วโมง จงหาอายุโดยเฉลี่ยของชิ้นส่วนที่ใช้งานมาแล้ว 400 ชั่วโมง
  • 1 : 1700
  • 2 : 2780
  • 3 : 2977
  • 4 : 3180
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • ระบบเตือนภัยสำหรับป้องกันขโมยประกอบด้วยชิ้นส่วนชนิดเดียวกันหลายชิ้นต่อขนานกัน โดยระบบเตือนภัยมีอัตราความขัดข้อง (Failure Rate) = 0.0005 ต่อชั่วโมง และชิ้นส่วนมี Failure Rate = 0.0008 ต่อชั่วโมง ระบบนี้ต้องมีจำนวนชิ้นส่วนเท่าใด
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • ระบบหนึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 4 ชิ้นต่อแบบอนุกรม (Series) โดย Time-to-Failure มีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล และมีอัตราความขัดข้อง (Failure Rate)คือ 2.7, 3.6, 14.2 และ 8.6 ต่อ 1,000 ชั่วโมง ค่า MTBF ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : 34
  • 2 : 40
  • 3 : 51
  • 4 : 64
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 381 :
  • ระบบหนึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้นต่อแบบขนาน โดย Time-to-Failure มีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล และมีอัตราความขัดข้อง (Failure Rate)= 16.3 ต่อ 1,000 ชั่วโมง ค่า MTBF ควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : 163
  • 2 : 124
  • 3 : 112
  • 4 : 105
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • ชุดเรดาห์มีค่า MTBF เท่ากับ 240 ชั่วโมง และมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล ในการปฏิบัติภารกิจทางอากาศ มีข้อกำหนดว่าเครื่องจะต้องไม่มีความบกพร่องในในการตรวจสอบวัตถุแปลกปลอมในอากาศตลอด 24 ชั่วโมง จงหาความน่าจะเป็นที่ชุดเรดาห์จะไม่พบความบกพร่องตลอด 24 ชั่วโมง
  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.80
  • 3 : 0.85
  • 4 : 0.90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • ชิ้นส่วน A ซึ่งเป็นส่วนประกอบเครื่องยิงขีปณาวุธมีค่า MTBF 2,000 ชั่วโมง และมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล จงหาความน่าจะเป็นของชิ้นส่วนที่จะทำงานได้อย่างน้อย 200 ชั่วโมง ชิ้นส่วน A ซึ่งเป็นส่วนประกอบเครื่องยิงขีปณาวุธมีค่า MTBF 2,000 ชั่วโมง และมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล จงหาความน่าจะเป็นของชิ้นส่วนที่จะทำงานได้อย่างน้อย 200 ชั่วโมง
  • 1 : 0.855
  • 2 : 0.905
  • 3 : 0.925
  • 4 : 0.955
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 384 :
  • ข้อมูลแสดงอัตราความขัดข้อง (Failure Rate) ของส่วนประกอบในอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ สรุปดังตาราง สมมติข้อมูลมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล และชิ้นส่วนทุกชิ้นมีผลต่อการทำงานของอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ จงหา MTBF ของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ชุดนี้

    ชิ้นส่วน

    ปริมาณ

    Failure Rate/hour

    Silicon transistor

    40

    74.0 x 10-6

    Film resistor

    100

    3.0 x 10-6

    Paper capacitor

    50

    10.0 x 10-6

  • 1 : 125
  • 2 : 183
  • 3 : 256
  • 4 : 267
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :
  • ชิ้นส่วนสำหรับระบบไฮโดรลิก ประกอบด้วยระบบย่อยต่อขนานกัน โดยระบบย่อยแต่ละระบบประกอบด้วยชิ้นส่วนดังตารางต่อไปนี้ ชิ้นส่วนทุกชิ้นจำเป็นต่อการทำงานของระบบย่อย และระบบย่อย 2 ระบบที่ต่อขนานกันทำงานพร้อมกัน จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของชิ้นส่วนไฮโดรลิกในช่วง 300 ชั่วโมง (ข้อมูลมีการแจกแจงแบบเอกโปเนนเชียล)

    Components

    Failure/106 ชม.

    Number of components

    Pump

    23.4

    1

    Quick disconnect

    2.4

    3

    Check valve

    6.1

    2

    Shutoff valve

    7.9

    1

    Lines and Fittings

    3.13

    7

  • 1 : 0.927
  • 2 : 0.952
  • 3 : 0.978
  • 4 : 0.995
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • ระบบตรวจสอบข้อมูลประกอบด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้น ต่อดังรูปต่อไปนี้ จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability) ของระบบตรวจสอบนี้
  • 1 : 0.9000
  • 2 : 0.9956
  • 3 : 0.9999
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 387 :
  • ระบบตรวจสอบข้อมูลประกอบด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้น ต่อดังรูปต่อไปนี้ ถ้าระบบดังกล่าวเปลี่ยนจากต่อขนานเป็นแบบอนุกรม จะทำให้ค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของระบบเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด
  • 1 : เพิ่มขึ้น 0.055
  • 2 : ลดลง 0.055
  • 3 : เพิ่มขึ้น 0.155
  • 4 : ลดลง 0.155
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • ถ้าระบบเครื่องมือวัดประกอบด้วยชิ้นส่วน 6 ชิ้น ต่อกันดังรูปต่อไปนี้ ถ้าชิ้นส่วนชิ้นที่ 1, 2 และ 3 มีค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability) เท่ากัน และมีค่าเปลี่ยนเป็น 0.85 ค่าความน่าเชื่อถือได้ของเครื่องมือวัดลดลงเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.980
  • 2 : 0.984
  • 3 : 0.987
  • 4 : 0.990
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • ถ้าเครื่องมือชนิดหนึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้น ประกอบดังรูปต่อไปนี้ (R คือค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของชิ้นส่วน) จงคำนวณหาค่าความน่าเชื่อถือได้ของเครื่องมือดังกล่าว
  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.72
  • 3 : 0.95
  • 4 : 0.99
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • ถ้าเครื่องมือชนิดหนึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้น ประกอบดังรูป (R คือค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของชิ้นส่วน) ถ้าต้องการเพิ่มค่า Reliability ของเครื่องมือดังกล่าว 30% ค่า RB ควรเปลี่ยนเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.85
  • 2 : 0.90
  • 3 : 0.95
  • 4 : 0.99
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 391 :
  • เครื่องมือประกอบด้วยชิ้นส่วน 2 ชิ้น ต่อดังรูปต่อไปนี้ โดย R คือค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของชิ้นส่วน จงคำนวณหาค่า Reliability ของเครื่องมือดังกล่าว
  • 1 : 0.57
  • 2 : 0.75
  • 3 : 0.84
  • 4 : 0.96
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 :
  • ในกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนประกอบด้วยกระบวนการ 3 กระบวนการ เรียงแบบอนุกรม จากกระบวนการ เครื่องจักรมักมีปัญหาในการซ่อมแซมเป็นประจำ ดังนั้นเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจำต้องใช้เครื่องจักรที่เหมือนกันทุกประการสำรองในแต่ละกระบวนการ เพื่อใช้ในกรณีที่เครื่องจักรอีกเครื่องเสียต้องซ่อมแซมซึ่งแสดงดังรูป และความน่าเชื่อถือได้ (Reliability)สำหรับแต่ละเครื่องแสดงดังตาราง

    จงหาความน่าเชื่อถือได้ (Reliability)รวมของระบบ ในกรณีไม่มีเครื่องจักรสำรอง

  • 1 : 0.50-0.65
  • 2 : 0.66-0.75
  • 3 : 0.76 -0.85
  • 4 : 0.86 – 1.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 393 :
  • ถ้าอายุการทำงานของแบตเตอรี่แจกแจงแบบปกติ โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1,000 วัน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 60 วัน จงหาร้อยละของแบตเตอรี่ที่สามารถทำงานได้น้อยกว่า 880 วัน
  • 1 : 0-2.0
  • 2 : 2.1-4.0
  • 3 : 4.1-6.0
  • 4 : 6.1- 8.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 394 :
  • บริษัทผลิตเครื่องเล่น VCD สำหรับใช้ในรถยนต์ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญ (A, B, C) ดังภาพ ชิ้นส่วนดังกล่าวสามารถซื้อจากผู้ขาย 4 ราย โดยค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)แต่ละชิ้นส่วนจากผู้ขาย แสดงดังตาราง

    เนื่องจากปัญหาด้านการขนส่งทำให้ต้องเลือกผู้ขายเพียง 1 รายเท่านั้น บริษัทควรเลือกจากรายใด เพื่อให้ค่าความน่าเชื่อถือได้ของเครื่องเล่นVCD สูงสุด

  • 1 : ผู้ขาย#1
  • 2 : ผู้ขาย#2
  • 3 : ผู้ขาย#3
  • 4 : ผู้ขาย#4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 395 :
  • ถ้าคอมพิวเตอร์ส่วนตัวประกอบด้วยระบบ 3 ระบบ ต่ออนุกรมกัน เครื่อง 1) ระบบประมวลผล 2) ระบบโมเด็ม 3) เครื่องพิมพ์ โดยมีความเชื่อมั่น 0.997, 0.980, 0.975 ตามลำดับ จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของระบบ
  • 1 : 0.95
  • 2 : 0.90
  • 3 : 0.99
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 396 :
  • จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้รวม(Total Reliability)ของระบบ
  • 1 : 0.90
  • 2 : 0.93
  • 3 : 0.95
  • 4 : 0.98
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  • จงหาความน่าเชื่อถือได้รวม(Total Reliability)ของระบบ
  • 1 : 0.90
  • 2 : 0.93
  • 3 : 0.95
  • 4 : 0.98
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 398 :
  • จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้รวม(Total Reliability)ของระบบ
  • 1 : 0.950
  • 2 : 0.970
  • 3 : 0.990
  • 4 : 0.999
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 399 :
  • จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้รวม(Total Reliability)ของระบบ
  • 1 : 0.955
  • 2 : 0.977
  • 3 : 0.990
  • 4 : 0.997
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 400 :
  • ระบบประกอบด้วยชิ้นส่วน 2 ชิ้นต่อแบบอนุกรม โดยมีอัตราการล้มเหลวเท่ากับ 0.004 ต่อชั่วโมง และ 0.001 ต่อชั่วโมง
    กำหนดให้ ค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของระบบแจกแจงแบบเอ็กโปเน็นเชียล
    จงหาค่าความน่าเชื่อถือได้(Reliability)ของระบบที่จะทำงานได้ 100 ชั่วโมง
  • 1 : 0.6065
  • 2 : 0.6066
  • 3 : 0.6067
  • 4 : 0.6068
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
สภาวิศวกร