สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการเคมี

วิชา : Chemical Engineering Thermodynamics

เนื้อหาวิชา : 827 : Phase Equilibrium
ข้อที่ 1 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)
  • 1 : ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 2 : ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 3 : ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปีของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 4 : ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปีของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • ข้อใดคือนิยามของสมดุลทางเทอร์โมไดนามิกส์ (thermodynamic equilibrium)
  • 1 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) และสมดุลทางกล (mechanical equilibrium)
  • 2 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)
  • 3 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)
  • 4 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) สมดุลทางกล (mechanical equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 :
  • ตัวแปรใดเป็นศักย์ของพลังงานความร้อน
  • 1 : ปริมาตร
  • 2 : ความดัน
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ความเข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • ตัวแปรใดเป็นศักย์ของพลังงานเชิงกล
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ความเข้มข้น
  • 4 : เอนโทรปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • ตัวแปรใดเป็นศักย์ของพลังงานเคมี
  • 1 : ความดัน
  • 2 : ศักย์เคมี (Chemical Potential)
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ความเข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • ระบบซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลทางความร้อน (thermal equilibrium) จะมีค่าตัวแปรใดเท่ากัน
  • 1 : ความดัน
  • 2 : ปริมาตร
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ความเข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • ระบบซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลทางกล (mechanical equilibrium) จะมีค่าตัวแปรใดเท่ากัน
  • 1 : ความดัน
  • 2 : ปริมาตร
  • 3 : ความเข้มข้น
  • 4 : อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 :
  • ระบบซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลเคมี (chemical equilibrium) จะมีค่าตัวแปรใดเท่ากัน
  • 1 : ความดัน
  • 2 : ศักย์เคมี (Chemical Potential)
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ความเข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 9 :
  • โดยทั่วไปค่า Gibbs free energy สำหรับของเหลวขึ้นกับตัวแปรใดเป็นหลัก
  • 1 : อุณหภูมิและความดัน
  • 2 : อุณหภูมิและความเข้มข้นขององค์ประกอบสาร
  • 3 : ความดันและความเข้มข้นขององค์ประกอบสาร
  • 4 : อุณหภูมิ ความดันและความเข้มข้นขององค์ประกอบสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 :
  • โดยทั่วไปค่า Gibbs free energy สำหรับก๊าซขึ้นกับตัวแปรใดเป็นหลัก
  • 1 : อุณหภูมิและความดัน
  • 2 : อุณหภูมิและความเข้มข้นขององค์ประกอบสาร
  • 3 : ความดันและความเข้มข้นขององค์ประกอบสาร
  • 4 : อุณหภูมิ ความดันและความเข้มข้นขององค์ประกอบสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • ระบบปิดหมายถึง
  • 1 : ระบบที่มีการถ่ายเฉพาะมวลผ่านขอบเขตของระบบ
  • 2 : ระบบที่มีการถ่ายเทเฉพาะพลังงานผ่านขอบเขตของระบบ
  • 3 : ระบบที่ไม่มีการถ่ายเททั้งมวลและพลังงานผ่านขอบเขตของระบบ
  • 4 : ระบบที่ไม่มีการถ่ายเทมวลและอุณหภูมิคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • อากาศและน้ำอยู่ในสภาวะสมดุลในถังปิดที่อุณหภูมิ 75 oC และความดัน 760 mm Hg จงคำนวณหาสัดส่วนเชิงโมลของน้ำและอากาศแห้งในวัฏภาคก๊าซ เมื่อกำหนดให้ค่าความดันไอของน้ำที่ 75 oC เท่ากับ 289 mm Hg
  • 1 : 0.275 และ 0.724
  • 2 : 0.38 และ 0.62
  • 3 : 0.724 และ 0.275
  • 4 : 0.62 และ 0.38
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • ถ้าน้ำที่จุดไตรภาค (triple point) มีค่าความดันลดลง ในขณะที่อุณหภูมิคงที่ การเปลี่ยนแปลงวัฏภาคในข้อใดดังต่อไปนี้ ที่สามารถเกิดขึ้นได้บ้าง 1. การหลอมเหลว 2. การระเหิด 3. การกลายเป็นไอ
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 :
  • พิจารณาสมการการเกิดปฏิกิริยา 2SO2 (g) + O2 (g) = 2SO3 (g) ถ้าให้ก๊าซ SO2 2 ลิตร ทำปฏิกิริยากับก๊าซ O2 2 ลิตร โดยปฏิกิริยาเกิดสมบูรณ์และเกิดที่ความดันและอุณหภูมิคงที่ ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ปริมาตรรวมสุดท้ายลดลง 1.5 ลิตร
  • 2 : ปริมาตรรวมสุดท้ายลดลง 1.0 ลิตร
  • 3 : ปริมาตรรวมสุดท้ายเพิ่มขึ้น 0.5 ลิตร
  • 4 : ปริมาตรรวมสุดท้ายเพิ่มขึ้น 1.0 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :
  • ความดันไอและอุณหภูมิจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถ้าเติมเกลือโซเดียมคลอไรด์ ลงไป
  • 1 : ความดันไอลดลง จุดเดือดเพิ่มขึ้น
  • 2 : ทั้งความดันไอและจุดเดือดลดลง
  • 3 : ความดันไอเพิ่มขึ้น จุดเดือดลดลง
  • 4 : ทั้งความดันไอและจุดเดือดเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 16 :
  • ข้อใดกล่าวถึงกฎของก๊าซอุดมคติได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : ปริมาตรของก๊าซจะแปรผกผันกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของก๊าซมีค่าคงที่
  • 2 : ปริมาตรของก๊าซจะแปรตรงกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของก๊าซมีค่าคงที่
  • 3 : ปริมาตรของก๊าซจะแปรผกผันกับอุณหภูมิ เมื่อมวลและความดันของก๊าซมีค่าคงที่
  • 4 : ความดันของก๊าซจะแปรผกผันกับมวลของก๊าซ เมื่อปริมาตรและมวลของก๊าซมีค่าคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • กฎของเฮนรี (Henry’s Law) จะใช้ได้ดีกรณีใด
  • 1 : ก๊าซอุดมคติ
  • 2 : สารละลายอุดมคติ
  • 3 : สารละลายเจือจาง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • ค่าคงที่ของเฮนรี่ขึ้นอยู่กับค่าอะไรเป็นหลัก
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ชนิดตัวทำละลาย
  • 4 : ข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • จากแผนภาพจุดเดือด เส้นโค้งเส้นบนคือเส้นอะไร
  • 1 : เส้นโค้งจุดกลั่นตัว (Dew-point curve)
  • 2 : เส้นโค้งสมดุล (Equilibrium curve)
  • 3 : เส้นโค้งจุดเดือด (Bubble-point curve)
  • 4 : เส้นโค้งคอนจูเกต (Conjugate curve)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 :
  • จากแผนภาพจุดเดือด เส้นโค้งเส้นล่างคือเส้นอะไร
  • 1 : เส้นโค้งจุดกลั่นตัว (Dew-point curve)
  • 2 : เส้นโค้งสมดุล (Equilibrium curve)
  • 3 : เส้นโค้งจุดเดือด (Bubble-point curve)
  • 4 : เส้นโค้งคอนจูเกต (Conjugate curve)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 21 :
  • กฎของราอูลท์กล่าวไว้ว่าอย่างไร
  • 1 : ความดันย่อยของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • 2 : ความดันของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • 3 : ความดันย่อยของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • 4 : ความดันของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 22 :
  • จากแผนภาพจุดเดือดจุด B ประกอบด้วยวัฏภาคอะไรบ้าง
  • 1 : ของเหลวและไอ
  • 2 : ของเหลวและของแข็ง
  • 3 : ของเหลว
  • 4 : ของแข็งและไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • ข้อใดกล่าวถึงแฟกเตอร์ Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององค์ประกอบย่อย i) ระบบที่อยู่ภายใต้สภาวะสมดุลไอ-ของเหลวได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : Ki ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ
  • 2 : Ki ไม่ขึ้นกับความดัน
  • 3 : Ki ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นทั้งหมดของเฟสของเหลว
  • 4 : ประเมินหาค่าของแฟกเตอร์ Ki ได้จาก Raoult’s Law เมื่อทราบความดันรวมของระบบและความดันไอขององค์ประกอบย่อย i
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ในการคำนวณหาความสูงของเครื่องมือแยกสารจำเป็นต้องทราบข้อมูลสมดุลระหว่างความ เข้มข้นในแต่ละเฟส และแต่ละเฟสจะสมดุลซึ่งกันและกันเมื่อ
  • 1 : ความดันในระบบมีค่าคงที่
  • 2 : ศักย์ทางเคมีแต่ละเฟส (Chemical potential) เท่ากัน
  • 3 : ความเข้มข้นแต่ละเฟสมีค่าเท่ากัน
  • 4 : ความดันย่อยของแต่ละเฟสมีค่าเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 25 :
  • กฎของเฮนรี่ใช้ได้กับระบบใด
  • 1 : สารละลายเจือจางของโมเลกุลมีขั้ว
  • 2 : สารละลายเจือจางของโมเลกุลไม่มีขั้ว
  • 3 : สารละลายเจือจางอิเลคโตรไลท์
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  • ก๊าซผสมระหว่างก๊าซแอมโมเนียกับก๊าซไนโตรเจนมีความดันรวมเท่ากับ 2.5 kPa บรรจุอยู่ในภาชนะที่มีปริมาตรคงที่เท่ากับ V ถ้ากำหนดให้ก๊าซแอมโมเนียซึมออกจากภาชนะจนหมดคงเหลือเฉพาะก๊าซไนโตรเจนและความดันรวมลดลงเหลือ 1.5 kPa โดยที่อุณหภูมิของระบบมีค่าคงที่ ถ้าสมมุติให้ก๊าซผสมนี้มีพฤติกรรมเป็นแบบก๊าซอุดมคติ อัตราส่วนเชิงโมลของก๊าซแอมโมเนีย (yA) และก๊าซไนโตรเจน (yB) ที่สภาวะเริ่มต้นมีค่าเท่าใด
  • 1 : yA = 0.40, yB = 0.60
  • 2 : yA = 0.50, yB = 0.50
  • 3 : yA = 0.60, yB =0.40
  • 4 : yA = 0.80, yB = 0.20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  • ในการประเมินหาค่าแฟกเตอร์ Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององค์ประกอบย่อย i) โดยใช้ Raoult’s Law มีสมมติฐานว่าอย่างไร
  • 1 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติ
  • 2 : วัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ
  • 3 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติและวัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ
  • 4 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติหรือวัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • ในการประเมินหาค่าแฟกเตอร์ Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององค์ประกอบย่อย i) โดยใช้ Modified Raoult’s Law มีสมมติฐานว่าอย่างไร
  • 1 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติ
  • 2 : วัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ
  • 3 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติและวัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายไม่อุดมคติ
  • 4 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติหรือวัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายไม่อุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • จงคำนวณหาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) ของระบบน้ำของเหลวอิ่มตัวสมดุลกับไอน้ำอิ่มตัว
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • จากรูป A=40 kg, B= 20 kg และ C=40 kg คือจุดใดบนกราฟ
  • 1 : จุด L
  • 2 : จุด M
  • 3 : จุด N
  • 4 : จุด O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • จากรูป A=20 kg, B= 40 kg และ C=40 kg คือจุดใดบนกราฟ
  • 1 : จุด L
  • 2 : จุด M
  • 3 : จุด N
  • 4 : จุด O
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 32 :
  • ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยู่ในของเหลว B และ S ที่ไม่ผสมกัน (หรือผสมกันได้เพียงบางส่วน) สามารถแสดงด้วยรูปกราฟพิกัดสามเหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเข้มข้นที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมด้านเท่านี้จะหมายถึง
  • 1 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ B
  • 2 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ C
  • 3 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง B และ C
  • 4 : ความเข้มข้นของสารผสมทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • ข้อใดถูกในเรื่องสมดุล (equilibrium)
  • 1 : สมดุลของการกลั่นเป็นการใช้สมการของเฮนรี (Henry)
  • 2 : ในหอดูดซับใช้สมการของราอูลท์ (Raoult)
  • 3 : ในกระบวนการสกัดใช้ไดอะแกรมวัฏภาค (phase diagram)
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เส้นสมดุลในหอดูดซับ (absorption) หาได้จากกฏของ Henry
  • 2 : เส้นสมดุลในหอกลั่น (distillation) หาได้จากกฏของ Raoult
  • 3 : สมดุลของหอสกัดหาได้จากสมดุลสามเหลี่ยม (triangular coordinate)
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 35 :
  • สำหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแล้วขั้นตอนหรือเทรย์หรือเพลท จะหมายถึงอะไร
  • 1 : อุปกรณ์ที่ใช้เสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร
  • 2 : บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหว่างเฟส
  • 3 : อุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร
  • 4 : อุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนภายในเครื่องมือแยกสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณ (Intensive Properties)
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : องค์ประกอบในแต่ละวัฏภาค
  • 4 : อัตราการไหลเชิงโมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติขึ้นอยู่กับปริมาณ (Extensive Properties)
  • 1 : มวล
  • 2 : โมล
  • 3 : เอนทัลปี
  • 4 : ความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 38 :
  • จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส์ F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจำนวนขององค์ประกอบ P คือ จำนวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถ้าในระบบหนึ่งซึ่งเป็นสมดุลไอ-ของเหลว และถ้ามี 3 องค์ประกอบจงหาว่าจำนวนองศาความอิสระเป็นเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • ตัวแปรใดที่ ไม่เกี่ยวข้องกับ การกลั่นแบบพริบตา (Flash Distillation) เลย
  • 1 : อัตราการไหลของสารป้อน
  • 2 : สัดส่วนโดยโมล
  • 3 : อัตราการไหลของผลิตภัณฑ์ของเหลว
  • 4 : เรซิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • ไอของน้ำมันเบนซินสำหรับรถยนต์ถูกแยกออกจากส่วนที่เป็นของเหลว ณ ความดันบรรยากาศได้ที่อุณหภูมิใด
  • 1 : อุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้าง(dew point)
  • 2 : อุณหภูมิจุดน้ำค้าง
  • 3 : อุณหภูมิระหว่างจุดน้ำค้างกับจุดเดือด(bubble point)
  • 4 : อุณหภูมิจุดเดือด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยู่ในของเหลว B และ S ที่ไม่ผสมกัน (หรือผสมกันได้เพียงบางส่วน) สามารถแสดงด้วยรูปกราฟพิกัดสามเหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเข้มข้นที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมด้านเท่านี้จะหมายถึง
  • 1 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ B
  • 2 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ C
  • 3 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง B และ S
  • 4 : ความเข้มข้นของสารผสมทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • เมื่อป้อนน้ำมันก๊าด(kerosene)เข้าถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิระหว่างจุดน้ำค้าง (dew point temperature) กับจุดเดือด (bubble point temperature) จะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
  • 1 : น้ำมันก๊าดเป็นของเหลวอุณหภูมิต่ำ
  • 2 : น้ำมันก๊าดเป็นของเหลวอิ่มตัว
  • 3 : น้ำมันก๊าดเป็นไอบางส่วน
  • 4 : น้ำมันก๊าดเป็นไออิ่มตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 43 :
  • เมื่อเก็บน้ำมันเบนซิน(gasoline)ไว้ในถังน้ำมัน ณ อุณหภูมิห้อง และภายใต้ความดันสูงกว่าความดันจุดเดือด(bubble point pressure) น้ำมันเบนซินควรมีสภาพอย่างไร
  • 1 : เป็นไอยิ่งยวด (Superheated vapor)
  • 2 : เป็นไออิ่มตัว (Saturated vapor)
  • 3 : เป็นไอบางส่วน
  • 4 : เป็นของเหลวอุณหภูมิต่ำ (Subcooled liquid)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 :
  • เมื่อเก็บน้ำมันดีเซล(diesel)ไว้ในถังน้ำมัน ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิระหว่างจุดน้ำค้าง (dew point temperature) กับจุดเดือด (bubble point temperature) น้ำมันดีเซลควรมีสภาพอย่างไร
  • 1 : เป็นของเหลวอุณหภูมิต่ำ (Subcooled liquid)
  • 2 : เป็นของเหลวอิ่มตัว (Saturated liquid)
  • 3 : เป็นของเหลวบางส่วน
  • 4 : เป็นไออิ่มตัว (Saturated lvapor)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • เมื่อป้อนน้ำมันเบนซิน(gasoline)เข้าถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature) อุณหภูมิของไอสัมพันธ์กับอุณหภูมิของของเหลวที่ออกจากถังแยกอย่างไร
  • 1 : อุณหภูมิไอสูงกว่าอุณหภูมิของเหลว
  • 2 : อุณหภูมิไอเท่ากับอุณหภูมิของเหลว
  • 3 : อุณหภูมิไอต่ำกว่าอุณหภูมิของเหลว
  • 4 : ไม่มีความสัมพันธ์กัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • ถ้าป้อนน้ำมันเบนซิน(gasoline)เข้าถังแยก ณ อุณหภูมิห้อง และความดันต่ำกว่าความดันจุดน้ำค้าง(dew point pressure) จะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
  • 1 : ได้เพียงน้ำมันเบนซินเหลว
  • 2 : ได้เป็นน้ำมันเบนซินอิ่มตัว
  • 3 : ได้เป็นไอน้ำมันเบนซินอิ่มตัว
  • 4 : ได้เป็นไอน้ำมันเบนซินยิ่งยวด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • เมื่อป้อนน้ำมันเบนซิน(gasoline)เข้าถังแยก ณ อุณหภูมิห้อง และความดันต่ำกว่าความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ความดันของไอน้ำมันเบนซินสัมพันธ์กับความดันของน้ำมันเบนซินที่ออกจากถังแยกอย่างไร
  • 1 : ความดันไอต่ำกว่าความดันน้ำมันเบนซินที่ออกมา
  • 2 : ความดันไอเท่ากับความดันน้ำมันเบนซินที่ออกมา
  • 3 : ความดันไอสูงกว่าความดันน้ำมันเบนซินที่ออกมา
  • 4 : ไม่สัมพันธ์กัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 48 :
  • การแยกน้ำมันเบนซิน(gasoline)อุณหภูมิต่ำด้วยถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิของจุดเดือด(bubble point temperature)ของน้ำมันเบนซิน ปริมาณใดไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อผ่านถังแยก
  • 1 : องค์ประกอบของไอน้ำมัน
  • 2 : อุณหภูมิของของเหลว
  • 3 : อัตราการไหลของของเหลว
  • 4 : อุณหภูมิของไอน้ำมัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • การแยกน้ำมันเบนซิน(gasoline)ความดันสูงด้วยถังแยก ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิของจุดน้ำค้าง(dew point temperature)ของน้ำมันเบนซิน ปริมาณใดคงที่เมื่อผ่านถังแยก
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำมัน
  • 2 : องค์ประกอบของน้ำมัน
  • 3 : อุณหภูมิของไอน้ำมัน
  • 4 : องค์ประกอบของไอน้ำมัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • จากรูป เป็นสมดุลของกรดอะซิติก (acetic, A) 10 kg, น้ำ(B) 60 kg และไอโซโพรพิวอีเทอร์ (isopropyl ether, C) 30 kg ที่ 20 องศาเซลเซียส จงหาความเข้มข้นของชั้นสกัด (extract layer)
  • 1 : yA= 0.04, yB =0.02 yC = 0.94
  • 2 : yA= 0.94, yB =0.02 yC = 0.04
  • 3 : yA= 0.04, yB =0.94 yC = 0.02
  • 4 : yA= 0.02, yB =0.04 yC = 0.94
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • จากรูป เป็นสมดุลของกรดอะซิติก (acetic, A) 10 kg, น้ำ(B) 60 kg และไอโซโพรพิวอีเทอร์ (isopropyl ether, C) 30 kg ที่ 20 องศาเซลเซียส ข้อใดถูก
  • 1 : จุด h เป็นจุดที่ xC =0.03
  • 2 : จุด h เป็นจุดที่ xA =0.01
  • 3 : จุด h เป็นจุดที่ xB =0.6
  • 4 : ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • จงคำนวณหาระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) ของระบบสารละลายแอลกอฮอลในน้ำสมดุลกับไอของมัน
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 :
  • สำหรับหอกลั่นสององค์ประกอบ (Binary distillation) ที่ไม่มีการเกิดปฏิกิริยาจะมีค่าระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) เท่าไหร่
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถ้าความดันไอของ A เท่ากับ 135.5 kPa ที่สัดส่วนโมลของเหลว xA = 0.097 จงหาองค์ประกอบของไอ (yA) ให้สมมุติว่าของเหลวสององค์ประกอบ A และ B นี้เป็นสารละลายอุดมคติ (Ideal solution)
  • 1 : yA = 0.03
  • 2 : yA = 0.13
  • 3 : yA = 0.23
  • 4 : yA = 0.33
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 :
  • ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถ้าความดันไอเท่ากับ 135.5 kPa ที่สัดส่วนโมลของเหลว yA = 0.1 จงหาองค์ประกอบของของเหลว (xA) โดยให้ของเหลวสององค์ประกอบนี้เป็นของเหลวอุดมคติ (Ideal solution)
  • 1 : xA = 0.075
  • 2 : xA = 0.095
  • 3 : xA = 0.075
  • 4 : xA = 0.135
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • จงหาองค์ประกอบของของเหลวที่สมดุลที่ 95 องศาเซลเซียสของเบนซีน (A) -โทลูอีน (B) ที่ความดันรวม 101.32 kPa โดยความดันไอเบนซีนเท่ากับ 155.7 kPa และ ความดันไอโทลูอีน เท่ากับ 63.3 kPa อนึ่งเบนซินและโทลูอีนมีสูตรโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน
  • 1 : xA = 0.41
  • 2 : xA = 0.55
  • 3 : xA = 0.63
  • 4 : xA = 0.75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 57 :
  • จงหาองค์ประกอบของไอที่สมดุลที่ 95 องศาเซลเซียสของเบนซีน (A) -โทลูอีน (B) ที่ความดันรวม 101.32 kPa โดยความดันไอเบนซีนเท่ากับ 155.7 kPa และ ความดันไอโทลูอีน เท่ากับ 63.3 kPa อนึ่ง เบนซินและโทลูอีนเป็นสารที่มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายคลึงกัน
  • 1 : yA = 0.41
  • 2 : yA = 0.55
  • 3 : yA = 0.75
  • 4 : yA = 0.63
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • สำหรับเครื่องมือแยกสารที่มีระบบการไหลแบบสวนทางกัน จุดต่างๆ ที่อยู่บนเส้นโค้งสมดุลจะระบุข้อมูลใดต่อไปนี้
  • 1 : ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล
  • 2 : ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการไหลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล
  • 3 : ความสัมพันธ์ระหว่างความดันย่อยของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล
  • 4 : ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการถ่ายเทมวลของทั้งสองเฟสที่ออกจากขั้นตอนสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 :
  • ในการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นมีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเข้มข้นที่สมดุลกันของสารทั้งสองเฟส ข้อใดคือเหตุผลของความจำเป็นนี้
  • 1 : ความดันลดจะมีค่ามากเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน
  • 2 : การถ่ายเทมวลของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน
  • 3 : การถ่ายเทโมเมนตัมของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนของสารในสองเฟสจะหยุดลงเมื่อเฟสทั้งสองถึงจุดสมดุลซึ่งกันและกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • ข้อใดกล่าวถึงกฎของเฟส (Phase Rule)ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ใช้ได้กับระบบที่ไม่มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น
  • 2 : ใช้กับสถานะหรือสมบัติที่ไม่ขึ้นกับปริมาณ (Intensive properties)
  • 3 : จะให้ข้อมูลที่แตกต่างกันสำหรับระบบที่มีขนาดใหญ่และระบบที่มีขนาดเล็ก
  • 4 : เฟสหลายเฟสอาจจะอยู่รวมกันได้แต่ต้องอยู่ในสภาวะที่สมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 61 :
  • ระบบที่ประกอบด้วย น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล จะมีจำนวนองค์ประกอบ (Component, C) จำนวนเฟส (Phase, P) และองศาอิสระ (degree of freedom, F) เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : C = 3, P = 3, F = 2
  • 2 : C = 1, P = 3, F = 0
  • 3 : C = 3, P = 1, F = 2
  • 4 : C = 1, P = 3, F = 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 62 :
  • ระบบในข้อใดต่อไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เท่ากับ 2
  • 1 : น้ำและไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 2 : น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 3 : สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 4 : น้ำ และน้ำแข็งที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • ของเหลวผสมเมื่ออยู่ภายใต้สภาวะที่สมดุลกับไอ ถ้าอุณหภูมิ ความดัน และความเข้มข้นของ องค์ประกอบย่อยใดๆ ในของเหลวผสมนั้นไม่เปลี่ยนแปลง จะทำให้ปริมาณใดต่อไปนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
  • 1 : ความเข้มข้นขององค์ประกอบย่อยในไอ
  • 2 : ค่าการละลายขององค์ประกอบย่อยในไอ
  • 3 : ค่าการนำไฟฟ้าขององค์ประกอบย่อยในไอ
  • 4 : ค่าของสัมประสิทธิ์การแพร่ขององค์ประกอบย่อยในไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • อะไรไม่ใช่ลักษณะของกระบวนการกลั่นแบบพริบตา (Flash distillation)
  • 1 : สารป้อนมักจะมีองค์ประกอบมากกว่า 2 ชนิด
  • 2 : มี 2 ชนิดคือ ชนิดอะเดียบาติก (Adiabatic) และไอโซเทอร์มัล (Isothermal)
  • 3 : สารป้อนสามารถเป็นได้ทั้งของเหลว และไอ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • ค่าการระเหยสัมพัทธ์ (Relative volatility) ไม่ขึ้นกับ ตัวแปรใดเลย จากที่กำหนดให้ต่อไปนี้
  • 1 : จุดเดือด
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ความดันไอ
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • การกลั่นแบบพริบตา (Flash) คือ อะไร
  • 1 : การกลั่นในหอกลั่นน้ำมันโดยใช้เวลา resident time น้อยกว่า 0.005 วินาที
  • 2 : การกลั่นแบบขั้นตอนเดี่ยวสมดุลซึ่งสารป้อนถูกระเหยบางส่วนเพื่อให้ได้ส่วนที่เป็นไอมากกว่าส่วนที่เป็นของเหลว (สำหรับองค์ประกอบที่มีค่าการระเหยสูง)
  • 3 : การกลั่นแบบหลายขั้นตอนซึ่งสารป้อนถูกระเหยบางส่วนเพื่อให้ได้ส่วนที่เป็นไอมากกว่าส่วนที่เป็นของเหลว (สำหรับองค์ประกอบที่มีค่าการระเหยสูง)
  • 4 : การกลั่นสำหรับสารป้อนองค์ประกอบเดียว และใช้เวลาน้อยกว่า 0.005 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • แผนภาพ (chart) ใดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการคำนวณการกลั่นแบบพริบตา
  • 1 : DePriester chart
  • 2 : Kox chart
  • 3 : Friction-factor chart
  • 4 : Isolated fiber efficiency chart
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 68 :
  • ในการคำนวณ Isothermal Flash ครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากคำนวณแล้วพบว่า ค่าสัดส่วนของปริมาณสารผลิตภัณฑ์ในวัฏภาคไอต่อสารป้อนเท่ากับ 0.8 ถ้าปริมาณสารป้อนเท่ากับ 1,000 กิโลโมลต่อชั่วโมง จงหาว่า อัตราการไหลของผลิตภัณฑ์ในวัฏภาคของเหลวจะเป็นเท่าใด
  • 1 : 100 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • 2 : 200 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • 3 : 300 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • 4 : 400 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • การระเหยน้ำที่ปนในเอทธิลีนไกลคอล(C2H4(OH)2)ด้วยอากาศแห้งร้อน สัดส่วนโมล ของน้ำในเอทธิลีนไกลคอลควรสัมพันธ์กับความดันย่อยของไอน้ำในอากาศอย่างไร
  • 1 : ในเอทธิลีนไกลคอลต้องต่ำกว่าในอากาศ
  • 2 : ในเอทธิลีนไกลคอลต้องต่ำกว่าค่าสมดุลของความดันย่อยในอากาศ
  • 3 : ในเอทธิลีนไกลคอลต้องเท่ากับค่าสมดุลของความดันย่อยในอากาศ
  • 4 : ในเอทธิลีนไกลคอลต้องสูงกว่าค่าสมดุลของความดันย่อยในอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 :
  • การระเหยน้ำที่ปนในเอทธิลีนไกลคอล(C2H4(OH)2)ด้วยอากาศแห้งร้อน สัดส่วนโมลของไอน้ำในอากาศแห้งควรสัมพันธ์กับสัดส่วนโมลของน้ำในเอทธิลีนไกลคอลอย่างไร
  • 1 : ในอากาศต้องต่ำกว่าในเอทธิลีนไกลคอล
  • 2 : ในอากาศต้องต่ำกว่าค่าสมดุลของสัดส่วนโมลในเอทธิลีนไกลคอล
  • 3 : ในอากาศต้องเท่ากับค่าสมดุลของสัดส่วนโมลในเอทธิลีนไกลคอล
  • 4 : ในอากาศต้องสูงกว่าค่าสมดุลของสัดส่วนโมลในเอทธิลีนไกลคอล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • หลังจากผสมน้ำส้มสายชู(CH3COOH+H2O)กับเฮกเซน(C6H14)อย่างละเท่าๆกันโดยปริมาตร ของเหลวชั้นบนควรมีสารประกอบใดบ้าง
  • 1 : เฮกเซน
  • 2 : น้ำส้มสายชู
  • 3 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH)กับเฮกเซน
  • 4 : กรดน้ำส้ม น้ำ และเฮกเซน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • นำอะซิโตน(CH3COCH3) น้ำ และโทลูอีน(C7H8)อย่างละเท่าๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ แล้วทิ้งไว้จนกระทั่งไม่เกิดเคลื่อนที่ใด จะได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
  • 1 : ไม่มีของผสมเหลือ
  • 2 : เป็นของเหลวผสมเน้อเดียว
  • 3 : เป็นของเหลวผสมแยกชั้น 2 ชั้น
  • 4 : เป็นของเหลวผสมแยกชั้น 3 ชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • นำน้ำมันเบนซิน เอทธานอล(C2H5OH) และน้ำ อย่างละเท่าๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ จะพบสารประกอบใดที่ก้นถังกวน
  • 1 : น้ำเท่านั้น
  • 2 : น้ำผสมเอทธานอล
  • 3 : น้ำมันเบนซินเท่านั้น
  • 4 : น้ำผสมเอทธานอลและน้ำมันเบนซิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • ในการแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส์(aromatic)ผสม ด้วยไอน้ำยิ่งยวด(superheated steam) ในขณะที่เคลื่อนที่สวนทางกัน ความเข้มข้นของมีเทนในอะโรแมติกส์ สัมพันธ์กับข้อมูลสมดุลอย่างไร
  • 1 : ต้องน้อยกว่าสมดุล
  • 2 : ต้องไม่น้อยกว่าสมดุล
  • 3 : ต้องเท่ากับสมดุล
  • 4 : ต้องมากกว่าสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 75 :
  • ในขณะที่อะโรแมติกส์(aromatic)ผสมเคลื่อนที่สวนทางกับไอน้ำ ซึ่งใช้สำหรับแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส์ผสม ความเข้มข้นของมีเทนในไอน้ำมีความสัมพันธ์กับข้อมูลสมดุลอย่างไร
  • 1 : ต้องมากกว่าสมดุล
  • 2 : ต้องไม่มากกว่าสมดุล
  • 3 : ต้องเท่ากับสมดุล
  • 4 : ต้องน้อยกว่าสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 76 :
  • ระบบในข้อใดต่อไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เท่ากับ 2
  • 1 : น้ำและไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 2 : น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 3 : สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 4 : น้ำ และน้ำแข็งที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 77 :
  • การต้มน้ำในภาชนะเปิด ณ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จะสังเกตผลลัพธ์เป็นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
  • 1 : น้ำไม่เดือดเลย และปริมาณน้ำไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • 2 : น้ำไม่เดือดเลย แต่ปริมาณน้ำลดลงตามเวลา
  • 3 : น้ำไม่เดือดตอนต้น แต่จะน้ำเดือดเมื่อทิ้งไว้นาน
  • 4 : น้ำเดือด แต่ปริมาณน้ำไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 :
  • สำหรับหอดูดซึมแก๊ส ที่ไม่มีการเกิดปฏิกิริยาจะมีค่าระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) เท่าไหร่
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • สำหรับหอสกัดที่มีสามองค์ประกอบและไม่มีการเกิดปฏิกิริยาจะมีค่าระดับขั้นเสรี (Degree of freedom) เท่าไหร่
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมกับน้ำ ควรเลือกสารตัวทำละลายใด
  • 1 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH)
  • 2 : คาร์บอนเตตระคลอไรด์(CCl4)
  • 3 : อะซิโตน(CH3COCH3)
  • 4 : ฟอร์มัลดีไฮด์(HCHO)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 :
  • ในขณะที่ต้มน้ำให้เดือด ณ ความดัน 2 บรรยากาศ ความดันไอของน้ำควรสัมพันธ์กับความดันของระบบอย่างไร
  • 1 : ความดันไอของน้ำน้อยกว่าความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 2 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 3 : ความดันไอของน้ำมากกว่าความดันย่อยของระบบ
  • 4 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันรวมของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 82 :
  • ในขณะที่ระเหยน้ำ ณ ความดัน 2 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส ความดันไอของน้ำควรสัมพันธ์กับความดันในระบบอย่างไร
  • 1 : ความดันไอของน้ำสูงกว่าความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 2 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 3 : ความดันไอของน้ำต่ำกว่าความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 4 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันรวมของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • ในขณะที่ควบแน่นไอน้ำ ณ ความดัน 2 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ความดันไอของน้ำควรสัมพันธ์กับความดันในระบบอย่างไร
  • 1 : ความดันไอของน้ำสูงกว่าความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 2 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 3 : ความดันไอของน้ำต่ำกว่าความดันย่อยของไอน้ำในระบบ
  • 4 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันรวมของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 84 :
  • กฎของเฮนรี (Henry’s Law) จะใช้ได้ดีกรณีใด
  • 1 : ก๊าซอุดมคติ
  • 2 : สารละลายอุดมคติ
  • 3 : สารละลายเจือจาง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • ค่าคงที่ของเฮนรี่ขึ้นอยู่กับค่าอะไรเป็นหลัก
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ชนิดตัวทำละลาย
  • 4 : ข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • กฎของราอูลท์กล่าวไว้ว่าอย่างไร
  • 1 : ความดันย่อยของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • 2 : ความดันของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • 3 : ความดันย่อยของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • 4 : ความดันของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • ในการคำนวณหาความสูงของเครื่องมือแยกสารจำเป็นต้องทราบข้อมูลสมดุลระหว่างความ เข้มข้นในแต่ละเฟส และแต่ละเฟสจะสมดุลซึ่งกันและกันเมื่อ
  • 1 : ความดันในระบบมีค่าคงที่
  • 2 : ศักย์ทางเคมีแต่ละเฟส (Chemical potential) เท่ากัน
  • 3 : ความเข้มข้นแต่ละเฟสมีค่าเท่ากัน
  • 4 : ความดันย่อยของแต่ละเฟสมีค่าเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • กฎของเฮนรี่ใช้ได้กับระบบใด
  • 1 : สารละลายเจือจางของโมเลกุลมีขั้ว
  • 2 : สารละลายเจือจางของโมเลกุลไม่มีขั้ว
  • 3 : สารละลายเจือจางอิเลคโตรไลท์
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 :
  • ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยู่ในของเหลว B และ S ที่ไม่ผสมกัน (หรือผสมกันได้เพียงบางส่วน) สามารถแสดงด้วยรูปกราฟพิกัดสามเหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเข้มข้นที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมด้านเท่านี้จะหมายถึง
  • 1 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ B
  • 2 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ C
  • 3 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง B และ S
  • 4 : ความเข้มข้นของสารผสมทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 90 :
  • ข้อใดถูกในเรื่องสมดุล (equilibrium)
  • 1 : สมดุลของการกลั่นเป็นการใช้สมการของเฮนรี (Henry)
  • 2 : ในหอดูดซับใช้สมการของราอูลท์ (Raoult)
  • 3 : ในกระบวนการสกัดใช้ไดอะแกรมวัฏภาค (phase diagram)
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เส้นสมดุลในหอดูดซับ (absorption) หาได้จากกฏของ Henry
  • 2 : เส้นสมดุลในหอกลั่น (distillation) หาได้จากกฏของ Raoult
  • 3 : สมดุลของหอสกัดหาได้จากสมดุลสามเหลี่ยม (triangular coordinate)
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส์ F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจำนวนขององค์ประกอบ P คือ จำนวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถ้าในระบบหนึ่งซึ่งเป็นสมดุลไอ-ของเหลว และถ้ามี 3 องค์ประกอบจงหาว่าจำนวนองศาความอิสระเป็นเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 93 :
  • ตัวแปรใดที่ ไม่เกี่ยวข้องกับ การกลั่นแบบพริบตาเลย
  • 1 : อัตราการไหลของสารป้อน
  • 2 : สัดส่วนโดยโมล
  • 3 : อัตราการไหลของผลิตภัณฑ์ของเหลว
  • 4 : เรซิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • ในการสกัดของเหลว สมดุลที่แสดงการกระจายตัวของตัวถูกละลาย A อยู่ในของเหลว B และ S ที่ไม่ผสมกัน (หรือผสมกันได้เพียงบางส่วน) สามารถแสดงด้วยรูปกราฟพิกัดสามเหลี่ยม (Triangular coordinates) ซึ่งความเข้มข้นที่แทนโดยจุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยมด้านเท่านี้จะหมายถึง
  • 1 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง A และ B
  • 2 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง B และ S
  • 3 : ความเข้มข้นของสารผสมระหว่าง B และ C
  • 4 : ความเข้มข้นของสารผสมทั้งหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 :
  • ที่ความดันรวม 101.32 kPa ถ้าความดันเท่ากับ 135.5 kPa ที่สัดส่วนโมลของเหลว yA = 0.1 จงหาองค์ประกอบของของเหลว (xA)
  • 1 : xA = 0.075
  • 2 : xA = 0.095
  • 3 : xA = 0.075
  • 4 : xA = 0.135
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 96 :
  • ในการคำนวณ Isothermal Flash ครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากคำนวณแล้วพบว่า ค่าสัดส่วนของปริมาณสารผลิตภัณฑ์ในวัฏภาคไอต่อสารป้อนเท่ากับ 0.8 ถ้าปริมาณสารป้อนเท่ากับ 1,000 กิโลโมลต่อชั่วโมง จงหาว่า อัตราการไหลของผลิตภัณฑ์ในวัฏภาคของเหลวจะเป็นเท่าใด
  • 1 : 100 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • 2 : 200 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • 3 : 300 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • 4 : 400 กิโลโมลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 828 : Vapor/Liquid Equilibrium
ข้อที่ 97 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบด้วยสารสองชนิดละลายเข้ากัน แต่ไม่ทำปฏิกิริยากัน และสร้างอะซีโทรปในสภาวะสมดุลไอ-ของเหลว
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • จากรูปแสดง Pxy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในรูปใดไม่ควรใช้ Raoult law ในการคำนวณ
  • 1 : รูป A และ B
  • 2 : รูป A และ C
  • 3 : รูป A และ D
  • 4 : รูป B และ D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • จากรูปแสดง Pxy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในข้อใดเกิด azeotrope
  • 1 : A และ B
  • 2 : A และ C
  • 3 : A และ D
  • 4 : B และ D
  • 5 : C และ D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :
  • จากรูปแสดง Txy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในรูปใดไม่ควรใช้ Raoult law ในการคำนวณ
  • 1 : C และ D
  • 2 : B และ D
  • 3 : A และ D
  • 4 : B และ C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 101 :
  • จากรูปแสดง Txy diagram ของระบบสองสารซึ่งอยู่ในสภาวะสมดุลวัฏภาคสองวัฎภาค ระบบสารในข้อใดเกิด azeotrope
  • 1 : A และ D
  • 2 : A และ C
  • 3 : A และ B
  • 4 : B และ D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Raoult law ได้อย่างถูกต้อง ก. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคไอประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ ข. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลายอุดมคติ ค. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ newtonian fluid
  • 1 : ข้อ ก และ ข เท่านั้น
  • 2 : ข้อ ก และ ค เท่านั้น
  • 3 : ข้อ ข และ ค เท่านั้น
  • 4 : ทั้งข้อ ก ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 103 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Raoult law ได้อย่างถูกต้อง ก. ควรใช้กับระบบซึ่งมีความดันสูงมากๆ ข. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลายอุดมคติ ค. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ incompressible fluid
  • 1 : ข้อ ก เท่านั้น
  • 2 : ข้อ ข เท่านั้น
  • 3 : ข้อ ค เท่านั้น
  • 4 : ทั้งข้อ ก ข และ ค
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 104 :
  • ในการใช้แบบจำลอง Wilson สำหรับจำลองระบบสมดุลไอ-ของเหลวของระบบสองสารต้องใช้พารามิเตอร์จำนวนกี่ตัว
  • 1 : 5
  • 2 : 4
  • 3 : 3
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 105 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 0.895
  • 2 : 1.005
  • 3 : 1.387
  • 4 : 1.584
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 0.894
  • 2 : 0.958
  • 3 : 1.005
  • 4 : 1.149
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.01 และ 0.99 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 10.573
  • 2 : 10.939
  • 3 : 11.205
  • 4 : 11.568
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.01 และ 0.99 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 0.856
  • 2 : 0.892
  • 3 : 0.952
  • 4 : 0.995
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 109 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 2.849
  • 2 : 2.783
  • 3 : 2.684
  • 4 : 2.673
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 1.000
  • 2 : 1.010
  • 3 : 1.154
  • 4 : 1.183
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.99 และ 0.01 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 0.945
  • 2 : 1.000
  • 3 : 1.050
  • 4 : 1.103
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และน้ำเท่ากับ 0.99 และ 0.01 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 1.232
  • 2 : 1.342
  • 3 : 1.395
  • 4 : 1.565
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 113 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Hexane ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Hexane และ p-Xylene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เท่ากับ 0.99 และ 0.01 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 1.000
  • 2 : 0.965
  • 3 : 0.912
  • 4 : 0.894
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 114 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ p-Xylene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Hexane และ p-Xylene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เท่ากับ 0.99 และ 0.01 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.420
  • 2 : 0.497
  • 3 : 0.523
  • 4 : 0.547
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Hexane ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Hexane และ p-Xylene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เท่ากับ 0.8 และ 0.2 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.845
  • 2 : 0.932
  • 3 : 1.014
  • 4 : 1.122
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 116 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ p-Xylene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Hexane และ p-Xylene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เท่ากับ 0.8 และ 0.2 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.530
  • 2 : 0.575
  • 3 : 0.592
  • 4 : 0.610
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 117 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Hexane ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Hexane และ p-Xylene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 1.100
  • 2 : 1.156
  • 3 : 1.198
  • 4 : 1.204
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 118 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ p-Xylene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Hexane และ p-Xylene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Hexane และ p-Xylene เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.898
  • 2 : 0.868
  • 3 : 0.845
  • 4 : 0.769
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Benzene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.985
  • 2 : 0.954
  • 3 : 0.867
  • 4 : 0.856
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Toluene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.785
  • 2 : 0.820
  • 3 : 0.874
  • 4 : 0.912
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Benzene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.15 และ 0.85 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.914
  • 2 : 0.934
  • 3 : 0.986
  • 4 : 1.043
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Toluene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.15 และ 0.85 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.804
  • 2 : 0.821
  • 3 : 0.892
  • 4 : 0.910
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Benzene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.75 และ 0.25 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.935
  • 2 : 0.957
  • 3 : 0.999
  • 4 : 1.023
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 124 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Toluene ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.75 และ 0.25 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.546
  • 2 : 0.508
  • 3 : 0.482
  • 4 : 0.442
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Ethanol ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำเท่ากับ 0.75 และ 0.25 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 1.002
  • 2 : 1.042
  • 3 : 1.102
  • 4 : 1.125
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำเท่ากับ 0.75 และ 0.25 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.903
  • 2 : 0.910
  • 3 : 0.917
  • 4 : 0.922
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Ethanol ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำเท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 1.197
  • 2 : 1.202
  • 3 : 1.236
  • 4 : 1.376
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 128 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำเท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.902
  • 2 : 0.924
  • 3 : 0.935
  • 4 : 0.961
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Ethanol ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำเท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 2.108
  • 2 : 1.981
  • 3 : 1.952
  • 4 : 1.932
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 130 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของน้ำในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำเท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.5 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.854
  • 2 : 0.870
  • 3 : 0.881
  • 4 : 0.919
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และ Chroloform โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.528
  • 2 : 0.561
  • 3 : 0.602
  • 4 : 0.667
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 132 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Chroloform ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และ Chroloform โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.672
  • 2 : 0.703
  • 3 : 0.713
  • 4 : 0.724
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และ Chroloform โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เท่ากับ 0.25 และ 0.75 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.710
  • 2 : 0.724
  • 3 : 0.731
  • 4 : 0.742
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 134 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Chroloform ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และ Chroloform โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เท่ากับ 0.25 และ 0.75 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.647
  • 2 : 0.659
  • 3 : 0.674
  • 4 : 0.681
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Acetone ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และ Chroloform โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.862
  • 2 : 0.880
  • 3 : 0.891
  • 4 : 0.906
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Wilson และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหา activity coefficient ของ Chroloform ในวัฏภาคของเหลว ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Acetone และ Chroloform โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Acetone และ Chroloform เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.1 บรรยากาศ อุณหภูมิ 100 C
  • 1 : 0.461
  • 2 : 0.459
  • 3 : 0.442
  • 4 : 0.436
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 461 mm Hg
  • 2 : 450 mm Hg
  • 3 : 432 mm Hg
  • 4 : 421 mm Hg
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 92 mm Hg
  • 2 : 97 mm Hg
  • 3 : 102 mm Hg
  • 4 : 126 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 152 mm Hg
  • 2 : 168 mm Hg
  • 3 : 183 mm Hg
  • 4 : 210 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 176 mm Hg
  • 2 : 192 mm Hg
  • 3 : 200 mm Hg
  • 4 : 226 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 588 mm Hg
  • 2 : 600 mm Hg
  • 3 : 624 mm Hg
  • 4 : 648 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 43 mm Hg
  • 2 : 50.6 mm Hg
  • 3 : 69.1 mm Hg
  • 4 : 78.29 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 735 mm Hg
  • 2 : 751 mm Hg
  • 3 : 772 mm Hg
  • 4 : 835 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 87 C
  • 1 : 10 mm Hg
  • 2 : 14.2 mm Hg
  • 3 : 21.4 mm Hg
  • 4 : 35.2 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 145 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C
  • 1 : 230 mm Hg
  • 2 : 242 mm Hg
  • 3 : 259 mm Hg
  • 4 : 264 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C
  • 1 : 3.48 mm Hg
  • 2 : 7.21 mm Hg
  • 3 : 15.4 mm Hg
  • 4 : 27.3 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 147 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C
  • 1 : 187 mm Hg
  • 2 : 200 mm Hg
  • 3 : 212 mm Hg
  • 4 : 231 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C
  • 1 : 12.4 mm Hg
  • 2 : 16.1 mm Hg
  • 3 : 25.4 mm Hg
  • 4 : 30 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C
  • 1 : 86 mm Hg
  • 2 : 95 mm Hg
  • 3 : 106 mm Hg
  • 4 : 122 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 50 C
  • 1 : 71.2 mm Hg
  • 2 : 59.2 mm Hg
  • 3 : 46.2 mm Hg
  • 4 : 33.2 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 151 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C
  • 1 : 53.2 mm Hg
  • 2 : 67.2 mm Hg
  • 3 : 82.2 mm Hg
  • 4 : 96.2 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C
  • 1 : 132 mm Hg
  • 2 : 159 mm Hg
  • 3 : 167 mm Hg
  • 4 : 182 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.25 และ 0.75 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C
  • 1 : 106 mm Hg
  • 2 : 121 mm Hg
  • 3 : 134 mm Hg
  • 4 : 145 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 154 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.25 และ 0.75 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C
  • 1 : 110 mm Hg
  • 2 : 122 mm Hg
  • 3 : 135 mm Hg
  • 4 : 154 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Benzene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.55 และ 0.45 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C
  • 1 : 200 mm Hg
  • 2 : 234 mm Hg
  • 3 : 267 mm Hg
  • 4 : 298 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Toluene ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.55 และ 0.45 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 70 C
  • 1 : 35.6 mm Hg
  • 2 : 47.8 mm Hg
  • 3 : 60 mm Hg
  • 4 : 78.1 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 157 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.55 และ 0.45 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C
  • 1 : 375 mm Hg
  • 2 : 417 mm Hg
  • 3 : 431 mm Hg
  • 4 : 445 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.55 และ 0.45 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C
  • 1 : 114 mm Hg
  • 2 : 123 mm Hg
  • 3 : 139 mm Hg
  • 4 : 162 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.45 และ 0.55 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C
  • 1 : 355 mm Hg
  • 2 : 369 mm Hg
  • 3 : 381 mm Hg
  • 4 : 393 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.45 และ 0.55 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C
  • 1 : 119 mm Hg
  • 2 : 132 mm Hg
  • 3 : 149 mm Hg
  • 4 : 163 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C
  • 1 : 145 mm Hg
  • 2 : 163 mm Hg
  • 3 : 187 mm Hg
  • 4 : 225 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 75 C
  • 1 : 194 mm Hg
  • 2 : 220 mm Hg
  • 3 : 246 mm Hg
  • 4 : 269 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C
  • 1 : 255 mm Hg
  • 2 : 270 mm Hg
  • 3 : 284 mm Hg
  • 4 : 296 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C
  • 1 : 302 mm Hg
  • 2 : 312 mm Hg
  • 3 : 322 mm Hg
  • 4 : 332 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.3 และ 0.7 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C
  • 1 : 352 mm Hg
  • 2 : 368 mm Hg
  • 3 : 382 mm Hg
  • 4 : 408 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 166 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.3 และ 0.7 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C
  • 1 : 214 mm Hg
  • 2 : 230 mm Hg
  • 3 : 259 mm Hg
  • 4 : 270 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C
  • 1 : 374 mm Hg
  • 2 : 394 mm Hg
  • 3 : 414 mm Hg
  • 4 : 454 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 168 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 80 C
  • 1 : 197 mm Hg
  • 2 : 209 mm Hg
  • 3 : 220 mm Hg
  • 4 : 231 mm Hg
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C
  • 1 : 500 mm Hg
  • 2 : 527 mm Hg
  • 3 : 541 mm Hg
  • 4 : 557 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 170 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C
  • 1 : 230 mm Hg
  • 2 : 250 mm Hg
  • 3 : 270 mm Hg
  • 4 : 290 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 171 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C
  • 1 : 551 mm Hg
  • 2 : 561 mm Hg
  • 3 : 571 mm Hg
  • 4 : 581 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C
  • 1 : 192 mm Hg
  • 2 : 200 mm Hg
  • 3 : 212 mm Hg
  • 4 : 224 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของ Ethanol ในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.65 และ 0.35 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C
  • 1 : 639 mm Hg
  • 2 : 649 mm Hg
  • 3 : 659 mm Hg
  • 4 : 669 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาความดันย่อยของน้ำในวัฏภาคไอ ซึ่งอยู่ในสมดุลไอ-ของเหลวซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.65 และ 0.35 ตามลำดับ ระบบนี้มี อุณหภูมิ 84 C
  • 1 : 136 mm Hg
  • 2 : 148 mm Hg
  • 3 : 160 mm Hg
  • 4 : 172 mm Hg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.5 และ 0.5 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ
  • 1 : 86.12 C
  • 2 : 87.7 C
  • 3 : 88.4 C
  • 4 : 91.65 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ
  • 1 : 87.5 C
  • 2 : 89.5 C
  • 3 : 91.5 C
  • 4 : 93.5 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.2 และ 0.8 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.4 บรรยากาศ
  • 1 : 95 C
  • 2 : 93.7 C
  • 3 : 92 C
  • 4 : 91 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • ข้อใดไม่เป็นแนวทางในการวางเส้นทางในการเก็บขนขยะมูลฝอย?
  • 1 : การเก็บขนขยะมูลฝอยในกรุงเทพ ฯ เวลาเช้า
  • 2 : ศึกษากฎระเบียบของพื้นที่บริเวณที่จะทำการเก็บขนขยะมูลฝอย
  • 3 : วางเส้นทางให้จุดสุดท้ายของการเก็บขนขยะมูลฝอย อยู่ใกล้พื้นที่กำจัดขยะมูลฝอยมากที่สุด
  • 4 : พื้นที่เก็บขนขยะมูลฝอยเป็นเนินเขา การเก็บขนขยะมูลฝอยควรเริ่มต้นบนที่สูงลงมายังบริเวณที่ต่ำกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ
  • 1 : 84.9 C
  • 2 : 86.9 C
  • 3 : 88.4 C
  • 4 : 90 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 180 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.8 และ 0.2 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ
  • 1 : 82.9 C
  • 2 : 83.2 C
  • 3 : 85.9 C
  • 4 : 87.1 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 181 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.9 และ 0.1 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ
  • 1 : 84.7 C
  • 2 : 86.7 C
  • 3 : 88.7 C
  • 4 : 90.7 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.2 บรรยากาศ
  • 1 : 85.9 C
  • 2 : 87.1 C
  • 3 : 89.1 C
  • 4 : 91.9 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 183 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 93.9 C
  • 2 : 96.2 C
  • 3 : 98 C
  • 4 : 100.9 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 104.8 C
  • 2 : 107.2 C
  • 3 : 109.4 C
  • 4 : 111.5 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.6 และ 0.4 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 88.6 C
  • 2 : 92.7 C
  • 3 : 94.5 C
  • 4 : 99.3 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 186 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Ethanol และน้ำโดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Ethanol และน้ำ เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 98.3 C
  • 2 : 99.1 C
  • 3 : 100.4 C
  • 4 : 111.5 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.7 และ 0.3 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 104.6 C
  • 2 : 108.2
  • 3 : 111.3 C
  • 4 : 115.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.8 และ 0.2 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 102.6 C
  • 2 : 107.6 C
  • 3 : 110.6 C
  • 4 : 114.6 C
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 189 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.1 และ 0.9 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 112.5 C
  • 2 : 117.5 C
  • 3 : 122.5 C
  • 4 : 132.5 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.15 และ 0.85 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.8 บรรยากาศ
  • 1 : 128.7 C
  • 2 : 131.6 C
  • 3 : 133.5 C
  • 4 : 136.4 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.15 และ 0.85 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ
  • 1 : 117.6 C
  • 2 : 120.9 C
  • 3 : 124.5 C
  • 4 : 126.9 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 192 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.25 และ 0.75 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ
  • 1 : 112.6 C
  • 2 : 116.2 C
  • 3 : 120.5 C
  • 4 : 124.2 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.45 และ 0.55 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ
  • 1 : 110.4 C
  • 2 : 116.8 C
  • 3 : 119.1 C
  • 4 : 123.7 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 194 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.55 และ 0.45 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1.6 บรรยากาศ
  • 1 : 108.4 C
  • 2 : 110.5
  • 3 : 112.7 C
  • 4 : 115.3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.55 และ 0.45 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ
  • 1 : 95.3 C
  • 2 : 97.2 C
  • 3 : 99.5 C
  • 4 : 101.7 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • จากรูปคือแบบจำลอง Antoine และ Wilson รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จงคำนวณหาจุดเดือดของของผสมซึ่งประกอบด้วย Benzene และ Toluene โดยมีสัดส่วนโมลในวัฏภาคของเหลว ของ Benzene และ Toluene เท่ากับ 0.8 และ 0.2 ตามลำดับ ระบบนี้มีความดัน 1 บรรยากาศ
  • 1 : 86.3 C
  • 2 : 88.5 C
  • 3 : 91.7 C
  • 4 : 93.4 C
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 829 : Liquid/Liquid Equilibrium
ข้อที่ 197 :
  • แบบจำลองในข้อใดสามารถใช้ในการจำลองระบบสมดุลของเหลว-ของเหลวได้ ก. NRTL ข. Wilson ค. UNIQUAC
  • 1 : ข้อ ก และ ข เท่านั้น
  • 2 : ข้อ ก และ ค เท่านั้น
  • 3 : ข้อ ข และ ค เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :
  • ปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อความดันไอของของเหลว
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดันบรรยากาศ
  • 3 : ปริมาตรของของเหลว
  • 4 : พื้นที่ผิวของของเหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • จากรูปเมื่อใช้ไอโซโพรพิลอีเทอร์ (C) บริสุทธิ์ที่อัตราการไหล (V2) 600 kg/h สกัดกรดอะซิติก (A) (ตัวถูกละลาย) ในน้ำ (B) ที่อัตราการไหล (L0) 200 kg/h เข้มข้น 30 % โดยน้ำหนัก ถ้าตรวจพบว่า ที่ทางออกของราฟฟิเนท (xA1) เข้มข้น 0.04 และที่ทางออกของชั้นสกัด (extract layer) เท่ากับ (yA1) เข้มข้น 0.08 และ (yC1) เข้มข้น 0.09 จงหาอัตราการไหลออกของชั้นราฟฟิเนท (L1)
  • 1 : 100 kg / hr
  • 2 : 200 kg / hr
  • 3 : 300 kg / hr
  • 4 : 400 kg / hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • จากรูปเมื่อใช้ไอโซโพรพิลอีเทอร์ (C) บริสุทธิ์ที่อัตราการไหล (V2) 600 kg/h สกัดกรดอะซิติก (A) (ตัวถูกละลาย) ในน้ำ (B) ที่อัตราการไหล (L0) 200 kg/h เข้มข้น 30 % โดยน้ำหนัก ถ้าตรวจพบว่า ที่ทางออกของราฟฟิเนท (xA1) เข้มข้น 0.04 และที่ทางออกของชั้นสกัด (extract layer) เท่ากับ (yA1) เข้มข้น 0.08 และ (yC1) เข้มข้น 0.09 จงหาอัตราการไหลออกของชั้นราฟฟิเนท (L1)
  • 1 : 100 kg / hr
  • 2 : 200 kg / hr
  • 3 : 300 kg / hr
  • 4 : 400 kg / hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 :
  • จากรูปเมื่อใช้ไอโซโพรพิลอีเทอร์ (C) บริสุทธิ์ที่อัตราการไหล (V2) 600 kg/h สกัดกรดอะซิติก (A) (ตัวถูกละลาย) ในน้ำ (B) ที่อัตราการไหล (L0) 200 kg/h เข้มข้น 30 % โดยน้ำหนัก ถ้าตรวจพบว่า ที่ทางออกของราฟฟิเนท (xA1) เข้มข้น 0.04 และที่ทางออกของชั้นสกัด (extract layer) เท่ากับ (yA1) เข้มข้น 0.08 และ (yC1) เข้มข้น 0.09 จงหาอัตราการไหลออกของชั้นสกัด (V1)
  • 1 : 400 kg / hr
  • 2 : 500 kg / hr
  • 3 : 600 kg / hr
  • 4 : 700 kg / hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองค์ประกอบ Furfural, Glycol และ Water จากรูปจงหาว่าความเข้มข้นของ glycol ในสารตั้งต้นจะเป็นเท่าใด
  • 1 : 31 %
  • 2 : 42 %
  • 3 : 48 %
  • 4 : 60 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองค์ประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาว่าความเข้มข้นของน้ำในส่วนราฟฟิเนตและ ในส่วนเอ็กซ์แทรค (ที่จุด B และ A) ตามลำดับ จะมีค่าเท่าใด โดยประมาณ ?
  • 1 : 60 % และ 40 %
  • 2 : 60 % และ 10 %
  • 3 : 30 % และ 50 %
  • 4 : 10 % และ 40 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • ต้องการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ำ 60 % และมีอัตราการไหลเท่ากับ 100 กิโลกรัม ต่อ วินาที โดยใช้สารไอโซโพรพิวอีเทอร์บริสุทธิ์ อัตราการไหล 150 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง และกำหนดให้ความเข้มข้นของกรดอะซิติกในสายราฟฟิเนทมีค่าเท่ากับ 3 % จงหาอัตราการไหลของสารผสมที่ออกจากสายราฟฟิเนท
  • 1 : 95.6 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • 2 : 55.6 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • 3 : 45.6 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • 4 : 35.6 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 205 :
  • ต้องการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ำ 60 % และมีอัตราการไหลเท่ากับ 100 กิโลกรัม ต่อ วินาที โดยใช้สารไอโซโพรพิวอีเทอร์บริสุทธิ์ อัตราการไหล 150 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง และกำหนดให้ความเข้มข้นของกรดอะซิติกในสายราฟฟิเนทมีค่าเท่ากับ 3 % จงหาอัตราการไหลของสารผสมที่ออกจากสายเอกซ์แทรค
  • 1 : 154.4 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • 2 : 194.4 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • 3 : 204.4 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • 4 : 214.4 กิโลกรัม ต่อ ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • สำหรับกรณีของเครื่องสกัด (Extractor) เหตุผลที่สำคัญที่นิยมกำหนดให้มีการไหลสวนทางกันของเฟส คือ
  • 1 : ทำให้สามารถลดพื้นที่ในการติดตั้ง
  • 2 : ทำให้มีค่าอัตราการถ่ายเทความร้อนสูง
  • 3 : ทำให้อัตราการถ่ายเทมวลข้ามเฟสมีค่ามาก
  • 4 : ทำให้สามารถกำหนดสภาวะในการปฏิบัติการได้ง่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • ลักษณะที่ง่ายที่สุดของการสกัดของเหลวด้วยของเหลวเกี่ยวข้องกับระบบกี่องค์ประกอบ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 208 :
  • ข้อใดบ้างที่เป็นลักษณะเด่นของการสกัดของเหลวด้วยของเหลว
  • 1 : กระบวนการนี้เป็นการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลาย โดยอาศัยหลักการความแตกต่างกันของจุดเดือด หรือค่าการระเหยขององค์ประกอบต่างๆในสารละลาย
  • 2 : กระบวนการนี้เป็นการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลายด้วยการผสมกับตัวทำละลายอีกชนิดหนึ่ง
  • 3 : กระบวนการนี้เป็นการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลายด้วยการใช้ เรซิน
  • 4 : กระบวนการนี้เป็นการแยกสารถูกละลายออกจากสารละลายด้วยการต้ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 209 :
  • โดยทั่วไปแล้วการสกัดของเหลว-ของเหลวแบบขั้นตอนเดียวที่มีลักษณะพื้นฐานที่สุดมักเกี่ยวข้องกับตัวทำละลายกี่ชนิด
  • 1 : 1 ชนิด
  • 2 : 2 ชนิด
  • 3 : 3 ชนิด
  • 4 : 4 ชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  • ลักษณะเด่นของวัฏภาคเอ็กซ์แทรค (Extract phase) คือ
  • 1 : เป็นวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเข้มข้นของสารทำละลายสกัด (extract solvent) มาก ในขณะที่มีความเข้มข้นของสารทำละลายตั้งต้น (feed solvent) มาก
  • 2 : เป็นวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเข้มข้นของสารทำละลายสกัดน้อย ในขณะที่มีความเข้มข้นของสารทำละลายตั้งต้นมาก
  • 3 : เป็นวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเข้มข้นของสารทำละลายสกัดมาก ในขณะที่มีความเข้มข้นของสารทำละลายตั้งต้นน้อย
  • 4 : เป็นวัฏภาคของเหลวซึ่งมีความเข้มข้นของสารทำละลายสกัดน้อย ในขณะที่มีความเข้มข้นของสารทำละลายตั้งต้นน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • ข้อมูล หรือความรู้เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการสกัดของเหลวด้วยของเหลวน้อยที่สุด
  • 1 : สมดุลระหว่างวัฏภาค
  • 2 : สมดุลมวลสาร
  • 3 : อัตราการไหลของสารป้อน และผลิตภัณฑ์
  • 4 : อัตราการให้ความร้อนที่กับหอสกัดของเหลวด้วยของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 212 :
  • อะไรไม่ใช่องค์ประกอบ หรือลักษณะของกราฟสามเหลี่ยมที่ถูกต้อง
  • 1 : โดยมากเป็นกราฟสามเหลี่ยมด้านเท่า หรือสามเหลี่ยมมุมฉาก
  • 2 : จุดยอดของกราฟสามเหลี่ยมแทนองค์ประกอบ 100% ของสารแต่ละชนิด
  • 3 : บริเวณที่อยู่ภายใต้เส้นโค้งสมดุล เป็นส่วนที่สารผสมมีเนื้อเดียวกัน ไม่แยกวัฏภาค
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :
  • ข้อใดถูกต้องในเรื่องรูปแบบอุปกรณ์ของหอสกัดของเหลวด้วยของเหลว (liquid-liquid extractor)
  • 1 : แบบ mixer-settler
  • 2 : แบบ spray column
  • 3 : แบบ sieve-tray
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :
  • ในการสกัดของเหลวด้วยของเหลว (liquid-liquid extraction) สารที่เป็นตัวถูกละลาย (solute) ควรมีสมบัติอย่างไร
  • 1 : ควรละลายได้ในตัวทำละลายทั้งสอง
  • 2 : สามารถละลายได้ในตัวทำละลายเพียงตัวเดียว
  • 3 : ควรแยกออกจากตัวทำละลายได้ง่าย
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • ในการสกัดของเหลวด้วยของเหลว (liquid-liquid extraction) สารที่เป็นตัวทำละลาย (solvent) ควรมีสมบัติอย่างไร
  • 1 : ควรละลายได้ดีในตัวทำละลายเดิม
  • 2 : แยกออกจากตัวถูกละลายได้ยาก
  • 3 : แยก phase กับตัวถูกละลาย
  • 4 : สามารถละลายตัวถูกละลายได้ดีกว่าตัวทำละลายเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • ข้อใดถูกต้องในเรื่องอุปกรณ์สกัดของเหลวด้วยของเหลว (liquid-liquid extractor) แบบ spray column
  • 1 : ของเหลวที่เบากว่าจะถูกป้อนเข้าที่ด้านบนของหอ
  • 2 : ของเหลวที่หนักกว่าจะถูกป้อนเข้าที่ด้านล่างของหอ
  • 3 : ของเหลวที่หนักกว่าจะถูกป้อนเข้าที่ด้านบนของหอ
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • สำหรับกระบวนการสกัดของเหลวด้วยของเหลว จุดใดๆ ในแผนภาพสามเหลี่ยม (Triangular coordinate diagram) จะหมายถึงข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ความเข้มข้นของสารผสมสององค์ประกอบ
  • 2 : ความเข้มข้นของสารผสมทั้งหมดสามองค์ประกอบ
  • 3 : ความดันรวมของสารผสมสององค์ประกอบ
  • 4 : ความดันรวมของสารผสมทั้งหมดสามองค์ประกอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 218 :
  • ในกระบวนการสกัดของเหลวด้วยของเหลว (liquid extraction) ข้อใดผิด
  • 1 : ชั้นราฟฟิเนท (raffinate) คือชั้นของเหลวที่มีตัวถูกละลายและตัวทำละลายไดลูเอนท์เป็นหลัก
  • 2 : ชั้นสกัด (extract) คือชั้นของเหลวที่ผ่านการสกัดด้วยตัวทำละลาย
  • 3 : ของเหลวทั้ง 2 ชนิด ต้องแยกเฟสกัน
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 219 :
  • จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมด้านล่าง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : A และ B สามารถละลายได้บางอัตราส่วน
  • 2 : A และ C สามารถละลายได้บางอัตราส่วน
  • 3 : B และ C สามารถละลายได้บางอัตราส่วน
  • 4 : A B และ C สามารถละลายได้ทุกอัตราส่วน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ในกระบวนการสกัดของเหลวด้วยของเหลว (liquid-liquid extraction) ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ชั้นราฟฟิเนท (raffinate) คือชั้นของเหลวที่ผ่านการสกัดด้วยตัวทำละลาย
  • 2 : ชั้นสกัด (extract) คือชั้นของเหลวที่มีตัวถูกละลายและตัวทำละลายที่ใช้สกัดเป็นหลัก
  • 3 : ของเหลวทั้ง 2 ชนิด ต้องแยกเฟสกัน
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 221 :
  • จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมด้านล่าง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ของผสมที่อยู่เหนือจุด P เป็นสารผสมเนื้อเดียว
  • 2 : A และ B สามารถละลายได้ทุกอัตราส่วน
  • 3 : ของผสมที่อยู่ใต้จุด P ภายใต้เส้นโค้งเป็นสารผสม 2 เฟส
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • การออกแบบระบบการสกัดของเหลวด้วยของเหลวโดยการใช้กราฟ จะมีการคำนวณปริมาณ minnimum solvent ที่ควรใช้ ถ้าเราใช้ปริมาณน้อยกว่าที่คำนวณได้ จะได้ผลเช่นใด
  • 1 : จะไม่สามารถละลายตัวถูกละลายออกมาได้
  • 2 : จะได้ความเข้มข้นของตัวถูกละลายมาก
  • 3 : จะได้ความเข้มข้นของตัวถูกละลายน้อย
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • จากรูป ข้อใดผิด
  • 1 : น้ำกับอีเธอร์ละลายกันได้บางส่วน
  • 2 : จุด P ในกราฟ คือจุดสุดท้ายที่ของเหลว 2 เฟสจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
  • 3 : tie line คือเส้นที่ลากเชื่อมระหว่าง raffinate และ extract layer
  • 4 : ค่า xB สามารถอ่านได้จากกราฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 224 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14) ความเข้มข้นของเอทธานอล ในน้ำควรมีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของเอทธานอลในเฮกเซนอย่างไร
  • 1 : ในน้ำต้องต่ำกว่าในเฮกเซน
  • 2 : ในน้ำต้องต่ำกว่าค่าสมดุลของความเข้มข้นในเฮกเซน
  • 3 : ในน้ำต้องเท่ากับค่าสมดุลของความเข้มข้นในเฮกเซน
  • 4 : ในน้ำต้องสูงกว่าค่าสมดุลของความเข้มข้นในเฮกเซน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14) ความเข้มข้นของเอทธานอลในเฮกเซนควรมีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของเอทธานอลในน้ำอย่างไร
  • 1 : ในเฮกเซนต้องต่ำกว่าในน้ำ
  • 2 : ในเฮกเซนต้องต่ำกว่าค่าสมดุลของความเข้มข้นในน้ำ
  • 3 : ในเฮกเซนต้องเท่ากับค่าสมดุลของความเข้มข้นในน้ำ
  • 4 : ในเฮกเซนต้องสูงกว่าค่าสมดุลของความเข้มข้นในน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 226 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14) ควรทำการสกัดที่สภาวะใด
  • 1 : ต่ำกว่าความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ที่อุณหภูมิห้อง
  • 2 : เท่ากับความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ที่อุณหภูมิห้อง
  • 3 : สูงกว่าความดันจุดเดือด(bubble point pressure) ที่อุณหภูมิห้อง
  • 4 : ต่ำกว่าความดันจุดน้ำค้าง(dew point pressure) ที่อุณหภูมิห้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 227 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมในน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14) ถ้าต้องการปริมาณเอทธานอลที่สกัดได้มีค่ามากที่สุดควรกำหนดให้อัตราการไหลของเฮกเซนเป็นเช่นใด
  • 1 : น้อยกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 2 : เท่ากับปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 3 : มากกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 4 : เท่ากับปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • การสกัดกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)ด้วยเฮกเซน(C6H14)โดยใช้ถังกวนผสมจำนวน 3 ถังอนุกรมกัน โดยป้อนน้ำส้มสายชูและเฮกเซนอย่างละเท่าๆกันโดยปริมาตรเข้าในถังกวนใบแรก ใบที่สอง และใบที่สามตามลำดับ ปริมาณกรดน้ำส้มที่สกัดได้เป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้นตามลำดับถังกวน
  • 2 : คงเดิมโดยไม่ขึ้นกับจำนวนถังกวน
  • 3 : ลดลงตามลำดับถังกวน
  • 4 : เปลี่ยนแปลงตามลำดับถังกวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 229 :
  • การสกัดกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)ด้วยเฮกเซน(C6H14)โดยใช้ถังกวนผสม ณ อุณหภูมิห้อง ควรดำเนินการภายใต้ความดันใด
  • 1 : ต่ำกว่าความดันจุดเดือด(bubble point pressure)
  • 2 : เท่ากับความดันจุดเดือด(bubble point pressure)
  • 3 : สูงกว่าความดันจุดเดือด(bubble point pressure)
  • 4 : ต่ำกว่าความดันจุดน้ำค้าง(dew point pressure)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 230 :
  • การสกัดกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)ด้วยเฮกเซน(C6H14)โดยใช้ถังกวนผสม ณ ความดันบรรยากาศ ควรดำเนินการภายใตอุณหภูมิใด
  • 1 : สูงกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้าง(dew point temperature)
  • 2 : เท่ากับอุณหภูมิจุดน้ำค้าง(dew point temperature)
  • 3 : เท่ากับอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature)
  • 4 : ต่ำกว่าอุณหภูมิจุดเดือด(bubble point temperature)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • การสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)จากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)ด้วยคลอโรฟอร์ม(CHCl3) โดยใช้ถังกวนผสมเพียงถังเดียว เพื่อให้ได้ความเข้มข้นของกรดน้ำส้มในคลอโรฟอร์มสูงสุด ควรป้อนคลอโรฟอร์มให้สัมพันธ์กับน้ำส้มสายชูอย่างไร
  • 1 : น้อยกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 2 : เท่ากับปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 3 : มากกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 4 : เท่ากับปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 232 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14)ด้วยถังกวนผสม ถ้าเปลี่ยนเป็นการสกัดแบบต่อเนื่องและป้อนสารผสมแบบไหลสวนทางกันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : ปริมาณเอทธานอลที่สกัดได้มีค่าเพิ่มขึ้น
  • 2 : ปริมาณเอทธานอลที่สกัดได้มีค่าน้อยลง
  • 3 : ใช้ปริมาณเฮกเซนในการสกัดลดลง
  • 4 : ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 233 :
  • การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมกับน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14) พิจารณาที่ความสามารถในการละลายของสารทั้ง 3 ชนิดควรเป็นเช่นใด
  • 1 : เอทธานอลละลายในเฮกเซนได้ดีกว่าน้ำ
  • 2 : เอทธานอลละลายในน้ำได้ดีกว่าเฮกเซน
  • 3 : เฮกเซนและน้ำไม่ควรละลายในกันและกัน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • การคำนวณออกแบบหอสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ผสมน้ำด้วยเฮปเทน(C7H16) ไม่ต้องใช้ข้อมูลใด
  • 1 : สัดส่วนเอทธานอลที่ผสมน้ำ
  • 2 : อัตราการไหลของเฮปเทน
  • 3 : สัดส่วนเอทธานอลในเฮปเทน
  • 4 : สมดุลไอของเหลวของเอทธานอล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • การสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) ควรเลือกใช้สารชนิดใด
  • 1 : เมทธานอล(CH3OH)
  • 2 : โทลูอีน(C7H8)
  • 3 : ฟอร์มัลดีไฮด์(HCHO)
  • 4 : อะซิโตน((CH3)2CO)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • การสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) ด้วยการใช้คลอโรฟอร์ม(CHCl3) และชุดถังกวนกับถังแยกชั้นของเหลวจำนวน 5 ชุด สารใดควรพบมากในสายแอ็กแทร็ก(extract)และสายราฟฟิเนต(raffinate)ตามลำดับ
  • 1 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH) และคลอโรฟอร์ม(CHCl3)
  • 2 : น้ำ และคลอโรฟอร์ม(CHCl3)
  • 3 : คลอโรฟอร์ม(CHCl3) และกรดน้ำส้ม(CH3COOH
  • 4 : คลอโรฟอร์ม(CHCl3) และน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :
  • ในการคำนวณหอสกัดที่บรรจุด้วยแผ่นเจาะรูพรุนจำนวน 12 แผ่น สำหรับแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ด้วยการใช้น้ำ ควรพบสารใดบ้างในสายแอ็กแทร็ก(extract) ตามลำดับมากไปน้อย
  • 1 : น้ำและอะซิโตน(CH3COCH3)
  • 2 : อะซิโตน(CH3COCH3)และโทลูอีน(C7H8)
  • 3 : โทลูอีน(C7H8)และน้ำ
  • 4 : น้ำ อะซิโตน(CH3COCH3)และโทลูอีน(C7H8)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  • ในการแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ด้วยการใช้น้ำ สารใดจะเกิดการถ่ายเทระหว่างเฟสมากที่สุด
  • 1 : อะซิโตน
  • 2 : โทลูอีน
  • 3 : น้ำ
  • 4 : น้ำ และอะซิโตน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • ในการคำนวณออกแบบหน่วยสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) ด้วยคลอโรฟอร์ม(CHCl3) ปริมาณใดที่ไม่เปลี่ยนแปลง
  • 1 : ความเข้มข้นของกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ในน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)
  • 2 : อัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)
  • 3 : อัตราการไหลของสายราฟฟิเนต(raffinate)
  • 4 : ผลต่างของอัตราการไหลของสายแอ็กแทร็ก(extract)และสายราฟฟิเนต(raffinate)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • ในการคำนวณออกแบบหน่วยสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ด้วยน้ำ ปริมาณใดไม่คงที่
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำ
  • 2 : อุณหภูมิของการสกัด
  • 3 : ความเข้มข้นของอะซิโตน(CH3COCH3)ในน้ำ
  • 4 : อัตราส่วนการไหลของน้ำต่อสารอินทรีย์ผสม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • ในการสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใช้คลอโรฟอร์ม(CHCl3) ควรพบสารประกอบใดบ้างในสายราฟฟิเนต(raffinate)เรียงตามลำดับจากน้อยไปมาก
  • 1 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH) และน้ำ
  • 2 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH) และคลอโรฟอร์ม(CHCl3)
  • 3 : น้ำ และคลอโรฟอร์ม(CHCl3)
  • 4 : คลอโรฟอร์ม(CHCl3) กรดน้ำส้ม(CH3COOH) และน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • ในการสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใช้คลอโรฟอร์ม(CHCl3) ควรพบสารประกอบใดบ้างในสายแอ็กแทร็ก(extract)เรียงตามลำดับจากมากไปน้อย
  • 1 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH) น้ำ และคลอโรฟอร์ม(CHCl3)
  • 2 : กรดน้ำส้ม(CH3COOH) คลอโรฟอร์ม(CHCl3) และน้ำ
  • 3 : คลอโรฟอร์ม(CHCl3) กรดน้ำส้ม(CH3COOH) และน้ำ
  • 4 : น้ำ คลอโรฟอร์ม(CHCl3) และกรดน้ำส้ม(CH3COOH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • ของเหลวผสมที่ประกอบด้วยไอโซเมอร์ของบิวเทน 2 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยนอร์มอลบิวเทน และไอโซบิวเทน ควรแยกออกจากกันด้วยวิธีการใด
  • 1 : การกลั่น
  • 2 : การสกัด คำตอบ 3: การแพร่ผ่านเยื่อ
  • 3 : การดูดซึม
  • 4 : การระเหย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ำด้วยสารตัวทำละลายอินทรีย์ที่ให้ค่าคงที่สมดุลของเหลวน้อยกว่า 1.0 ควรใช้ปริมาณสารตัวทำละลายอย่างไร เพื่อสกัดเอทธานอลมากๆ
  • 1 : ปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้นกับน้ำ
  • 2 : ปริมาณมากกว่าน้ำ แต่ต้องแยกชั้นกับน้ำ
  • 3 : ปริมาณเทียบเท่ากับน้ำ
  • 4 : ปริมาณน้อยกว่าน้ำ แต่ต้องแยกชั้นกับน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ำด้วยสารตัวทำละลายอินทรีย์ที่ให้ค่าคงที่สมดุลของเหลวมากกว่า 1.0 ควรใช้ปริมาณสารตัวทำละลายอย่างไร เพื่อการสกัดเอทธานอลมากๆ
  • 1 : ปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้นกับน้ำ
  • 2 : ปริมาณน้อยกว่าน้ำ แต่ต้องแยกชั้นกับน้ำ
  • 3 : ปริมาณเทียบเท่ากับน้ำ
  • 4 : ปริมาณมากว่าน้ำ แต่ต้องแยกชั้นกับน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 246 :
  • การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ำด้วยสารตัวทำละลายอินทรีย์ที่ให้ค่าคงที่สมดุลของเหลวมากกว่า 1.0 ควรใช้ปริมาณสารตัวทำละลายอย่างไร เพื่อการสกัดเอทธานอลมากๆ
  • 1 : ปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้นกับน้ำ
  • 2 : ปริมาณน้อยกว่าน้ำ แต่ต้องแยกชั้นกับน้ำ
  • 3 : ปริมาณเทียบเท่ากับน้ำ
  • 4 : ปริมาณมากว่าน้ำ แต่ต้องแยกชั้นกับน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ในการสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)โดยการใช้น้ำกับหอสกัดที่บรรจุด้วยแผ่นเจาะรูพรุนจำนวน 17 แผ่น ในสายแอ็กแทร็ก(extract)ควรมีสารใดอยู่เรียงลำดับจากความเข้มข้นมากไปน้อย
  • 1 : โทลูอีน น้ำ และ อะซิโตน
  • 2 : น้ำ อะซิโตน และ โทลูอีน
  • 3 : อะซิโตน โทลูอีน และ น้ำ
  • 4 : น้ำ และ อะซิโตน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 248 :
  • ในการสกัดแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)โดยการใช้น้ำกับหอสกัดที่บรรจุด้วยแผ่นเจาะรูพรุนจำนวน 17 แผ่น ในสายราฟฟิเนท(raffinate)ควรมีสารใดอยู่เรียงลำดับจากความเข้มข้นมากไปน้อย
  • 1 : โทลูอีน น้ำ และ อะซิโตน
  • 2 : น้ำ อะซิโตน และ โทลูอีน
  • 3 : อะซิโตน โทลูอีน และ น้ำ
  • 4 : โทลูอีน อะซิโตน และน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 249 :
  • ในการสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใช้คลอโรฟอร์ม(CHCl3)กับหอสกัดที่บรรจุด้วยแผ่นเจาะรูจำนวน 18 แผ่น ความเข้มข้นของกรดน้ำส้มในสายราฟฟิเนต(raffinate)ควรมีลักษณะอย่างไร
  • 1 : ลดลงจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • 2 : ไม่ลดลงจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • 3 : ไม่เปลี่ยนแปลงจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • 4 : เพิ่มขึ้นจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 250 :
  • ในการสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) โดยการใช้คลอโรฟอร์ม(CHCl3)กับหอสกัดที่บรรจุด้วยแผ่นเจาะรูจำนวน 20 แผ่น ปริมาณใดไม่คงที่
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำ
  • 2 : อุณหภูมิของการสกัด
  • 3 : ความเข้มข้นของกรดน้ำส้ม
  • 4 : ความดันของการสกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 251 :
  • การใช้คลอโรฟอร์ม(CHCl3)สำหรับสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)ออกจากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O) ด้วยหอสกัดที่มีแผ่นเจาะรูอยู่ภายใด ควรป้อนคลอโรฟอร์มและน้ำส้มสายชูเข้าที่ส่วนใดของหอสกัด ตามลำดับ
  • 1 : คลอโรฟอร์มด้านบน และน้ำส้มสายชูด้านล่าง
  • 2 : คลอโรฟอร์มด้านบน และน้ำส้มสายชูตรงกลาง
  • 3 : คลอโรฟอร์มตรงกลาง และน้ำส้มสายชูด้านล่าง
  • 4 : คลอโรฟอร์มด้านล่าง และน้ำส้มสายชูตรงกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • ในการคำนวณหอสกัดที่บรรจุด้วยแผ่นเจาะรูพรุนจำนวน 10 แผ่น สำหรับแยกอะซิโตน(CH3COCH3)ที่ปนในโทลูอีน(C7H8)ด้วยการใช้น้ำ อัตราการไหลของสารราฟฟิเนต(raffinate)ภายในหอสกัดควรมีลักษณะอย่างไร
  • 1 : ค่อยๆลดลงจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • 2 : ไม่ลดลงจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • 3 : ไม่เปลี่ยนแปลงจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • 4 : ค่อยเพิ่มขึ้นจากยอดหอสู่ก้นหอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 :
  • โดยทั่วไปแล้วพารามิเตอร์ใดที่มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อประสิทธิภาพของกระบวนการสกัดแบบไหลสวนทางกันของระบบของเหลว-ของเหลว
  • 1 : อุณหภูมิในการสกัดในแต่ละขั้นตอน
  • 2 : ความดันลดที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน
  • 3 : ระยะเวลาของการสกัดในแต่ละขั้นตอน
  • 4 : อัตราส่วนของความยาวต่อเส้นผ่าศูนย์กลางของเครื่องสกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • โดยทั่วไปแล้วพารามิเตอร์ใดที่มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อประสิทธิภาพของกระบวนการสกัดแบบไหลสวนทางกันของระบบของเหลว-ของเหลว
  • 1 : อุณหภูมิในการสกัดในแต่ละขั้นตอน
  • 2 : ความดันลดที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอน
  • 3 : ระยะเวลาของการสกัดในแต่ละขั้นตอน
  • 4 : อัตราส่วนของความยาวต่อเส้นผ่าศูนย์กลางของเครื่องสกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของสารที่ใช้ในการเลือกตัวทำละลายในกระบวนการสกัด
  • 1 : สามารถนำกลับมาใช้ได้ง่าย
  • 2 : มีราคาไม่แพง
  • 3 : ไม่ละลายในของเหลวที่เป็นเฟสราฟฟิเนต
  • 4 : มีความหนาแน่นใกล้เคียงกับของเหลวที่เป็นเฟสราฟฟิเนต (Raffinate Phase)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • กรณีใดต่อไปนี้ที่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เครื่องมือสกัดของเหลวได้รับความนิยมใช้มากกว่าหอกลั่น
  • 1 : เมื่อกระบวนการกลั่นต้องการใช้ความร้อนมากเกินไป
  • 2 : เมื่อการเกิดแอซิโอโทรป (Azeotrope) ไปจำกัดระดับขั้นของการแยก
  • 3 : เมื่อการให้ความร้อนเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
  • 4 : เมื่อจุดเดือดของของเหลวที่ต้องการสกัดมีค่าต่ำมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 257 :
  • ในการสกัดโดยวิธี liquid-liquid Extraction นิยมสกัดที่อุณหภูมิใด
  • 1 : เท่ากับอุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย
  • 2 : สูงกว่าอุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย
  • 3 : ต่ำกว่าอุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย
  • 4 : สูงกว่าอุณหภูมิจุด DEW POINT ของสารละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • ในการสกัดโดยวิธี liquid-liquid Extraction นิยมสกัดที่ความดันใด
  • 1 : เท่ากับความดันจุดเดือดของสารละลาย
  • 2 : สูงกว่าความดันจุดเดือดของสารละลาย
  • 3 : ต่ำกว่าความดันจุดเดือดของสารละลาย
  • 4 : ต่ำกว่าความดันจุด DEW POINT ของสารละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
  • โดยทั่วไปแล้วเครื่องสกัดที่มีการกวนเชิงกล (Mechanical agitation) ร่วมด้วยนั้นจะนิยมใช้ในกรณีที่ระบบของเหลว-ของเหลวมีคุณสมบัติใดต่อไปนี้
  • 1 : มีแรงตึงผิวสูงและ/หรือมีความแตกต่างของความหนาแน่นระหว่างเฟสต่ำ
  • 2 : มีแรงตึงผิวสูงและ/หรือมีความแตกต่างของความหนาแน่นระหว่างเฟสสูง
  • 3 : มีแรงตึงผิวปานกลางและ/หรือมีความแตกต่างของความหนาแน่นระหว่างเฟสต่ำ
  • 4 : มีแรงตึงผิวต่ำและ/หรือมีความแตกต่างของความหนาแน่นระหว่างเฟสต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • แผนภาพสามเหลี่ยมด้านเท่าที่ใช้ในการแสดงสมดุลระหว่างของเหลว-ของเหลวที่มีการผสมกันเพียงบางส่วนของสารที่เป็นตัวทำละลายกับสารที่ทำให้เจือจางนั้นจะมีเส้นโค้งการละลาย 2 เส้น คือ เส้นโค้งการละลายของเฟสราฟฟิเนตและเส้นโค้งการละลายของเฟสเอกซ์แทรค การที่ปลายด้านหนึ่งของเส้นโค้งทั้งสองนี้จะลู่เข้าหากันที่จุดเพลต (Plait point) นั้นมีความหมายทางกายภาพอย่างไร
  • 1 : ชั้นของของเหลวทั้งสองจะมีองค์ประกอบเดียวกัน
  • 2 : ชั้นของของเหลวทั้งสองจะมีองค์ประกอบแตกต่างกัน
  • 3 : มีการแยกชั้นของของเหลวทั้งสองเฟส
  • 4 : ความเข้มข้นของตัวถูกละลายในเฟสราฟฟิเนตมีค่ามาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 261 :
  • จากระบบของเหลวสามองค์ประกอบ A, B, C ดังแสดงในรูป จงบอกถึงลักษณะการละลายขององค์ประกอบแต่ละชนิด
  • 1 : B และ C ละลายในกันและกันได้บ้าง
  • 2 : A และ B ละลายในกันและกันได้บ้าง
  • 3 : A และ C ละลายในกันและกันได้บ้าง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • จากระบบของเหลวสามองค์ประกอบ A,ฺB, C ดังแสดงในรูป จงบอกถึงลักษณะการละลายขององค์ประกอบแต่ละชนิด
  • 1 : A และ B ไม่ละลายซึ่งกันและกันเลย
  • 2 : A และ B ละลายในกันและกันได้บ้าง
  • 3 : A และ C ละลายในกันและกันได้บ้าง
  • 4 : A และ C ไม่ละลายในกันและกันเลย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • การสกัดเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมกับน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14) ควรดำเนินการภายใต้ความดันใด
  • 1 : ความดันต่ำกว่าจุดน้ำค้าง(dew point pressure)
  • 2 : ความดันจุดน้ำค้าง(dew point pressure)
  • 3 : ความดันระหว่างจุดน้ำค้าง(dew point pressure)กับจุดเดือด(bubble point pressure)
  • 4 : ความดันสูงกว่าจุดเดือด(bubble point pressure)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ำด้วยเฮปเทน(C7H16)ด้วยถังกวนผสม โดยใช้ปริมาณเฮปเทนมากที่สุดที่พอดีให้สามารถสกัดเอทธานอลได้ จะได้ผลลัพธ์อย่างไร
  • 1 : ได้ปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)มากกว่าปริมาณราฟฟิเนต(raffinate)
  • 2 : ได้ปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)เท่ากับปริมาณราฟฟิเนต(raffinate)
  • 3 : ได้ปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)น้อยกว่าปริมาณราฟฟิเนต(raffinate)
  • 4 : ได้แอ็กแทร็ก(extract)เพียงอย่างเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • ในการสกัดแยกเอทธานอล(C2H5OH)ที่ผสมน้ำด้วยเฮกเซน(C6H14)ด้วยถังกวนผสม โดยใช้ปริมาณเฮกเซนน้อยที่สุดที่พอดีให้สามารถสกัดเอทธานอลได้ จะได้ผลลัพธ์อย่างไร
  • 1 : ได้แอ็กแทร็ก(extract)เพียงอย่างเดียว
  • 2 : ได้ราฟฟิเนต(raffinate)เพียงอย่างเดียว
  • 3 : ได้ปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)มากกว่าปริมาณราฟฟิเนต(raffinate)
  • 4 : ได้ปริมาณแอ็กแทร็ก(extract)เท่ากับปริมาณราฟฟิเนต(raffinate)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • การสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)จากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)ด้วยคลอโรฟอร์ม(CHCl3) โดยใช้ถังกวนผสมเพียงถังเดียว ถ้าเพิ่มอัตราการไหลของคลอโรฟอร์ม จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นใด
  • 1 : ความเข้มข้นของกรดน้ำส้มในสายเอกซ์แทรคเพิ่มขึ้น
  • 2 : ความเข้มข้นของกรดน้ำส้มในสายเอกซ์แทรคลดลง
  • 3 : ความเข้มข้นของกรดน้ำส้มในราฟฟิเนทเพิ่มขึ้น
  • 4 : ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • การสกัดแยกกรดน้ำส้ม(CH3COOH)จากน้ำส้มสายชู(CH3COOH + H2O)ด้วยคลอโรฟอร์ม(CHCl3) โดยใช้ถังกวนผสมเพียงถังเดียว เพื่อให้สามารถสกัดกรดน้ำส้มได้สูงสุด ควรป้อนคลอโรฟอร์มให้สัมพันธ์กับน้ำส้มสายชูอย่างไร
  • 1 : น้อยกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 2 : เท่ากับปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 3 : มากกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • 4 : เท่ากับปริมาณมากที่สุดที่พอดีแยกชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองค์ประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาว่าจุด M จะมี Glycol ประมาณเท่าใด
  • 1 : 42 %
  • 2 : 29 %
  • 3 : 100 %
  • 4 : 50 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองค์ประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาว่าสัดส่วนโดยโมลของน้ำที่จุด M จะเป็นเท่าใด
  • 1 : เท่ากับความเข้มข้นของ glycol
  • 2 : เท่ากับความเข้มข้นของ furfural
  • 3 : ไม่สามารถทราบได้จากกราฟสามเหลี่ยมนี้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 270 :
  • จากกราฟสามเหลี่ยมแสดงระบบสามองค์ประกอบ Furfural, Glycol และ Water จงหาว่าความเข้มข้นของ glycol ในชั้นราฟฟิเนตที่จุด B จะเป็นเท่าใด โดยประมาณ ?
  • 1 : 10 %
  • 2 : 20 %
  • 3 : 30 %
  • 4 : 40 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • ต้องการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ำ 60 % และมีอัตราการไหลเท่ากับ 100 กิโลกรัม ต่อ วินาที โดยใช้สารไอโซโพรพิวอีเทอร์บริสุทธิ์ และกำหนดให้ความเข้มข้นของกรดอะซิติกในสายราฟฟิเนทมีค่าเท่ากับ 3 % จากกราฟ จุดใดคือจุดแสดงองค์ประกอบของสารผสมที่ต้องการสกัด
  • 1 : จุดที่ 1
  • 2 : จุดที่ 2
  • 3 : จุดที่ 3
  • 4 : จุดที่ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 :
  • ต้องการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ำ 60 % และมีอัตราการไหลเท่ากับ 100 กิโลกรัม ต่อ วินาที โดยใช้สารไอโซโพรพิวอีเทอร์บริสุทธิ์ และกำหนดให้ความเข้มข้นของกรดอะซิติกในสายราฟฟิเนทมีค่าเท่ากับ 3 % จากกราฟ จุดใดคือจุดแสดงองค์ประกอบของตัวทำละลาย (ไอโซโพรพิวอีเทอร์)
  • 1 : จุดที่ 1
  • 2 : จุดที่ 2
  • 3 : จุดที่ 4
  • 4 : จุดที่ 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 273 :
  • ต้องการสกัดกรดอะซิติก จากสารละลายที่มีกรดอะซิติก 40 % และน้ำ 60 % และมีอัตราการไหลเท่ากับ 100 กิโลกรัม ต่อ วินาที โดยใช้สารไอโซโพรพิวอีเทอร์บริสุทธิ์ และกำหนดให้ความเข้มข้นของกรดอะซิติกในสายราฟฟิเนทมีค่าเท่ากับ 3 % จุดใดคือจุดแสดงองค์ประกอบของสารผสมที่ออกจากสายราฟฟิเนท
  • 1 : จุดที่ 1
  • 2 : จุดที่ 2
  • 3 : จุดที่ 3
  • 4 : จุดที่ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมด้านล่าง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : A ควรเป็นตัวถูกละลาย (solute)
  • 2 : B ควรเป็นตัวถูกละลาย
  • 3 : C ควรเป็นตัวถูกละลาย
  • 4 : P ควรเป็นตัวถูกละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 275 :
  • จากรูปสมดุลเฟสสามเหลี่ยมด้านล่าง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เส้นโค้ง AP ควรเป็นเฟสราฟฟิเนท
  • 2 : เส้นโค้ง AP ความเป็นเฟสเอกซ์แทรค
  • 3 : เส้นโค้ง BP ควรเป็นเฟสราฟฟิเนท
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับสภาวะสมดุลวัฏภาค (phase equilibrium)
  • 1 : ที่สภาวะสมดุล Gibbs free energy ของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 2 : ที่สภาวะสมดุล พลังงานภายในของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 3 : ที่สภาวะสมดุล เอนทาลปีของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • 4 : ที่สภาวะสมดุล เอนโทรปีของระบบจะมีค่าต่ำที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • ข้อใดคือนิยามของสมดุลทางเทอร์โมไดนามิกส์ (thermodynamic equilibrium)
  • 1 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) และสมดุลทางกล (mechanical equilibrium)
  • 2 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)
  • 3 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)
  • 4 : ระบบซึ่งอยู่ในสมดุลความร้อน (thermal equilibrium) สมดุลทางกล (mechanical equilibrium) และสมดุลเคมี (chemical equilibrium)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :
  • ค่าคงที่เฮนรีของการละลายของก๊าซฮีเลียมในน้ำที่อุณหภูมิ 25 C มีค่าเท่ากับ 2865 atm/(mol/L) จงคำนวณหาความเข้มข้นของก๊าซฮีเลียมในน้ำซึ่งอยู่ในภาวะสมดุลกับก๊าซที่มีความดันย่อยเท่ากับ 0.2 atm
  • 1 : 4.88e-5 mol/L
  • 2 : 5.28e-5 mol/L
  • 3 : 6.98e-5 mol/L
  • 4 : 7.44e-5 mol/L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • ค่าคงที่เฮนรีของการละลายของก๊าซออกซิเจนในน้ำที่อุณหภูมิ 25 C มีค่าเท่ากับ 756.7 atm/(mol/L) จงคำนวณหาความเข้มข้นของก๊าซออกซิเจนในน้ำซึ่งอยู่ในภาวะสมดุลกับก๊าซที่มีความดันย่อยเท่ากับ 0.1 atm
  • 1 : 1.22e-4 mol/L
  • 2 : 1.32e-4 mol/L
  • 3 : 1.38e-4 mol/L
  • 4 : 1.42e-4 mol/L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 280 :
  • ค่าคงที่เฮนรีของการละลายของก๊าซออกซิเจนในน้ำที่อุณหภูมิ 25 C มีค่าเท่ากับ 756.7 atm/(mol/L) จงคำนวณหาความเข้มข้นของก๊าซออกซิเจนในน้ำซึ่งอยู่ในภาวะสมดุลกับก๊าซที่มีความดันย่อยเท่ากับ 0.2 atm
  • 1 : 2.64e-4 mol/L
  • 2 : 2.84e-4 mol/L
  • 3 : 2.89e-4 mol/L
  • 4 : 2.94e-4 mol/L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 832 : Solid/Vapor Equilibrium
ข้อที่ 281 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องสำหรับการดูดซับแบบกายภาพบนของแข็ง (physical adsorption)
  • 1 : การดูดซับเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  • 2 : การดูดซับสารเกิดขึ้นได้หลายชั้น ไม่จำกัดจำนวน
  • 3 : การดูดซับจะมีความร้อนเกี่ยวข้องสูง
  • 4 : มีการคายความร้อนเกิดขึ้นระหว่างการดูดซับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องสำหรับการดูดซับแบบเคมีบนของแข็ง (chemical adsorption)
  • 1 : การดูดซับเกิดขึ้นจากแรง Van der Waal
  • 2 : การดูดซับสารเกิดขึ้นได้หลายชั้น ไม่จำกัดจำนวน
  • 3 : การดูดซับจะมีความร้อนเกี่ยวข้องสูง
  • 4 : การดูดซับเป็นปฏิกิริยาแบบคายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :
  • สมการไอโซเทอร์ม (Isotherm) ของ Langmuir ได้ทำนายว่าเมื่อความดันของสารในระบบเพิ่มขึ้นแล้ว สัดส่วนของสารที่ดูดซับบนพื้นผิวของของแข็งจะเป็นเช่นไร
  • 1 : เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • 2 : ลดลงเรื่อยๆ
  • 3 : เพิ่มขึ้นแล้วลดลง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • ตามสมมติฐานของ Langmuir ถ้ามีสารสองชนิดที่สามารถดูดซับบนพื้นผิวแล้ว เมื่อความดันของสารตัวแรกในระบบมีค่าเพิ่มขึ้นแล้ว สัดส่วนในการปกคลุมพื้นผิว (equilibrium surface coverage) ของสารอีกตัวหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : ไม่เปลี่ยนแปลง
  • 4 : อาจเป็นไปทั้งคำตอบ 1, 2 และ 3 ขึ้นอยู่กับความดันรวมของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องสำหรับสมมติฐานของ Langmuir
  • 1 : ปริมาณสารที่ดูดซับได้มากที่สุดเท่ากับการดูดซับเพียงหนึ่งชั้น(monolayer) เท่านั้น
  • 2 : อัตราการคายตัว (rate of desorption) ของสารขึ้นอยู่กับปริมาณสารที่ดูดซับบนพื้นผิวเท่านั้น
  • 3 : พลังงานของสารที่ดูดซับอยู่บนพื้นผิวมีค่าเท่ากันหมดทั้งพื้นผิว
  • 4 : ไม่มีคำตอบใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูดซับแบบกายภาพ (physical adsorption) และการดูดซับแบบเคมี (chemical adsorption)
  • 1 : การดูดซับแบบกายภาพเกิดได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ
  • 2 : การดูดซับแบบเคมีเกิดได้เร็วที่อุณหภูมิสูง
  • 3 : การดูดซับแบบกายภาพเกิดขึ้นจากแรง Van der Waal
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค่าคงที่สมดุลการดูดซับ (adsorption equilibrium constant) จะมีค่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : เท่าเดิม
  • 4 : อาจเป็นไปได้ทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 288 :
  • เมื่ออุณหภูมิลดลง ค่าคงที่สมดุลการคาย (desorption equilibrium constant) จะมีค่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : เท่าเดิม
  • 4 : อาจเป็นไปได้ทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 833 : Chemical Reaction Equilibrium
ข้อที่ 289 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางส่วนของ Calcium carbonate ในบรรยากาศเปิด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 290 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางส่วนของ Ammonium chloride ในบรรยากาศเปิด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 291 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบด้วยก๊าซ คาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน ไอน้ำ และ มีเทน ในสภาวะสมดุล
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 292 :
  • จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีของการเปลี่ยนแปลงจากน้ำในสถานะของเหลวที่ -5 C, 1 atm ไปเป็นน้ำแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกำหนดให้ค่าความจุความร้่อนจำเพาะของน้ำแข็งและน้ำในสถานะของเหลวเท่ากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลำดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ำที่ 0 C เท่ากับ 1440 cal/mol
  • 1 : -5.1 eu
  • 2 : -4.2 eu
  • 3 : 4.2 eu
  • 4 : 5.2 eu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :
  • จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีของการเปลี่ยนแปลงจากน้ำในสถานะของเหลวที่ 10 C, 1 atm ไปเป็นน้ำแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกำหนดให้ค่าความจุความร้่อนจำเพาะของน้ำแข็งและน้ำในสถานะของเหลวเท่ากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลำดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ำที่ 0 C เท่ากับ 1440 cal/mol
  • 1 : 6.09 eu
  • 2 : -6.09 eu
  • 3 : 5.32 eu
  • 4 : -5.32
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 294 :
  • จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีของการเปลี่ยนแปลงจากน้ำในสถานะของเหลวที่ 5 C, 1 atm ไปเป็นน้ำแข็งที่ -5 C, 1 atm โดยกำหนดให้ค่าความจุความร้่อนจำเพาะของน้ำแข็งและน้ำในสถานะของเหลวเท่ากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลำดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ำที่ 0 C เท่ากับ 1440 cal/mol
  • 1 : -4.52 eu
  • 2 : 4.52 eu
  • 3 : -5.77 eu
  • 4 : 5.77 eu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีของการเปลี่ยนแปลงจากน้ำในสถานะของเหลวที่ 5 C, 1 atm ไปเป็นน้ำแข็งที่ -10 C, 1 atm โดยกำหนดให้ค่าความจุความร้่อนจำเพาะของน้ำแข็งและน้ำในสถานะของเหลวเท่ากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลำดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ำที่ 0 C เท่ากับ 1440 cal/mol
  • 1 : 3.23 eu
  • 2 : -3.23 eu
  • 3 : 5.94 eu
  • 4 : -5.94 eu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :
  • จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีของการเปลี่ยนแปลงจากน้ำในสถานะของเหลวที่ -10 C, 1 atm ไปเป็นน้ำแข็งที่ -10 C, 1 atm โดยกำหนดให้ค่าความจุความร้่อนจำเพาะของน้ำแข็งและน้ำในสถานะของเหลวเท่ากับ 9 และ 18 cal/ mol K ตามลำดับ และ Standard enthalpy change of fusion ของน้ำที่ 0 C เท่ากับ 1440 cal/mol
  • 1 : -4.94 eu
  • 2 : 4.94 eu
  • 3 : 5.42 eu
  • 4 : -5.42 eu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • อุณหภูมิซึ่งทำให้เกิด spontaneous solidification ของทองแดงเท่ากับ 1120 K ในขณะที่จุดหลอมเหลวอยู่ที่ 1356 K จงคำนวณหาการเปลี่ยนแปลงของ Gibbs free energy ที่ spontaneous solidification โดยกำหนดให้ enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีค่าเท่ากับ -3100 cal และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะคำนวณได้จากสมการ -2.09 +0.0015T
  • 1 : -630 cal/mol
  • 2 : -540 cal/mol
  • 3 : 460 cal/mol
  • 4 : 480 cal/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • ทองแดงแข็งตัวที่อุณหภูมิ 1356 K แต่ทองแดงสามารถอยู่ในสภาพ super-cooled liquid ได้จนถึงอุณหภูมิ 1120 K ซึ่งเป็นจุดที่ทองแดงเกิด simultaneous solidification จงคำนวณหาการเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีที่จุดนี้ โดยกำหนดให้ enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีค่า -3100 cal และ ความจุความร้อนจำเพาะของทองแดงเหลวมีค่า 7.5 cal/mol K และความจุความร้อนจำเพาะของทองแดงแข็งมีค่า 5.41+0.0015T cal/mol K
  • 1 : 1.26 cal/mol K
  • 2 : -1.26 cal/mol K
  • 3 : -2.23 cal/mol K
  • 4 : 2.23 cal/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • ก๊าซ O2 และ N2 ที่มีมวลเท่ากัน ทำปฏิกิริยากันตามสมการจงพิจารณาว่าข้อใดถูก
  • 1 : O2 คือ สารตั้งต้นจำกัด และ N2 คือสารตั้งต้นเกินพอ
  • 2 : N2 คือ สารตั้งต้นจำกัด และ O2 คือสารตั้งต้นเกินพอ
  • 3 : O2 และ N2 ทำปฏิกิริยากันหมด และไม่มีสารใดเกินพอ
  • 4 : จากข้อมูลที่ให้ ไม่สามารถสรุปได้
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 300 :
  • โลหะบริสุทธิ์ชนิดหนึ่งหนัก 1 กรัม มีจำนวนอะตอมเท่ากับ 2.55 x 1021 จงคำนวณหาว่า 1 โมลของโลหะนี้หนักกี่กรัม
  • 1 : 235
  • 2 : 254
  • 3 : 233
  • 4 : 223
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • โทลูอีนเหลว (ความหนาแน่น = 0.866 kg/l) ไหลผ่านท่อด้วยอัตรา 175 m3/h จงคำนวณหาอัตราการไหลเชิงมวลของโทลูอีนเหลว
  • 1 : 2.53 kg/h
  • 2 : 1.53 kg/h
  • 3 : 3.53 kg/h
  • 4 : 2.83 kg/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 302 :
  • อัตราการไหลเชิงมวลของ n-hexane (ความหนาแน่น = 0.659 g/cm3) ในท่อมีค่าเท่ากับ 6.59 g/s จงคำนวณหาอัตราการไหลเชิงปริมาตรในหน่วย cm3/min
  • 1 : 16
  • 2 : 10
  • 3 : 30
  • 4 : 26
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • ถ้าเกจวัดความดันของเครื่องควบแน่นสำหรับกังหันไอน้ำ อ่านค่าได้ 26.2 in Hg และบารอมิเตอร์อ่านค่าได้ 30.4 in Hg ค่าความดันของเครื่องควบแน่นในหน่วย psia มีค่าเท่ากับเท่าไร (กำหนดให้ 14.696 psi = 29.921 in Hg)
  • 1 : 2.06
  • 2 : 3.23
  • 3 : 4.28
  • 4 : 4.83
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 304 :
  • ถังบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาตร 4.50 ลิตร ที่ STP มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์กี่กรัม (กำหนดค่า R = 0.08206 )
  • 1 : 2.32
  • 2 : 1.45
  • 3 : 2.85
  • 4 : 2.95
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • จงนิยามสภาวะอุณหภูมิและความดันมาตรฐาน (STP)
  • 1 : อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ
  • 2 : อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บรรยากาศ
  • 3 : อุณหภูมิห้อง ความดัน 1 บรรยากาศ
  • 4 : อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความดัน 1 บาร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 306 :
  • จงคำนวณหาน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติที่ประกอบด้วยก๊าซมีเทน (CH4) 32.1% อีเทน (C2H6) 41.2 % โพรเพน (C3H8) 17.5% และไนโตรเจน 9.2% โดยโมล
  • 1 : 27.8
  • 2 : 28.7
  • 3 : 29.5
  • 4 : 30.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • สภาวะใดที่ทำให้กฎของก๊าซอุดมคติไม่เป็นจริง
  • 1 : ความดันสูง
  • 2 : อุณหภูมิสูง
  • 3 : ปริมาตรมาก
  • 4 : อุณหภูมิและความดันสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 308 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางส่วนของ Calcium carbonate ในบรรยากาศเปิด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งมีการสลายตัวบางส่วนของ Ammonium chloride ในบรรยากาศเปิด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  • จงหาองศาความอิสระ(degree of freedom) ของระบบซึ่งประกอบด้วยก๊าซ คาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน ไอน้ำ และ มีเทน ในสภาวะสมดุล
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • อุณหภูมิซึ่งทำให้เกิด spontaneous solidification ของทองแดงเท่ากับ 1120 K ในขณะที่จุดหลอมเหลวอยู่ที่ 1356 K จงคำนวณหาการเปลี่ยนแปลงของ Gibbs free energy ที่ spontaneous solidification โดยกำหนดให้ enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีค่าเท่ากับ -3100 cal และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะคำนวณได้จากสมการ -2.09 +0.0015T
  • 1 : -630 cal/mol
  • 2 : -540 cal/mol
  • 3 : 460 cal/mol
  • 4 : 480 cal/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :
  • ทองแดงแข็งตัวที่อุณหภูมิ 1356 K แต่ทองแดงสามารถอยู่ในสภาพ super-cooled liquid ได้จนถึงอุณหภูมิ 1120 K ซึ่งเป็นจุดที่ทองแดงเกิด simultaneous solidification จงคำนวณหาการเปลี่ยนแปลงเอนโทรปีที่จุดนี้ โดยกำหนดให้ enthalpy ของทองแดงที่จุดหลอมเหลวมีค่า -3100 cal และ ความจุความร้อนจำเพาะของทองแดงเหลวมีค่า 7.5 cal/mol K และความจุความร้อนจำเพาะของทองแดงแข็งมีค่า 5.41+0.0015T cal/mol K
  • 1 : 1.26 cal/mol K
  • 2 : -1.26 cal/mol K
  • 3 : -2.23 cal/mol K
  • 4 : 2.23 cal/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • ในกรณีที่ค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุล (Equilibrium conversion) ของปฏิกิริยา A < ---- > B ต่ำลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สิ่งใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง (ระบบไม่มีการแลกเปลี่ยนพลังงานกับสิ่งแวดล้อม)
  • 1 : เมื่ออุณหภูมิของสายป้อน (สารตั้งต้น) สูงขึ้น ค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุลจะมีค่าสูงขึ้น
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันที่สถานะคงตัว (Steady state) ไม่จำเป็นต้องมีค่าเท่ากับค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุล
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันสูงสุดถูกจำกัดด้วยสภาวะสมดุล
  • 4 : ระบบนี้เป็นระบบคายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 314 :
  • ก๊าซไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนเกิดเป็นน้ำ ถ้ามีก๊าซไฮโดรเจน 24 กรัม ทำปฏิกิริยากับอากาศเกินพอ จะเกิดน้ำขึ้นกี่กรัม
  • 1 : 24
  • 2 : 48
  • 3 : 100
  • 4 : 98
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Raoult law ได้อย่างถูกต้อง ก. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคไอประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ ข. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลายอุดมคติ ค. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ newtonian fluid
  • 1 : ข้อ ก และ ข เท่านั้น
  • 2 : ข้อ ก และ ค เท่านั้น
  • 3 : ข้อ ข และ ค เท่านั้น
  • 4 : ทั้งข้อ ก ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Raoult law ได้อย่างถูกต้อง ก. ควรใช้กับระบบซึ่งมีความดันสูงมากๆ ข. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบสารละลายอุดมคติ ค. ควรใช้กับระบบซึ่งวัฏภาคของเหลวประพฤติตัวแบบ incompressible fluid
  • 1 : ข้อ ก เท่านั้น
  • 2 : ข้อ ข เท่านั้น
  • 3 : ข้อ ค เท่านั้น
  • 4 : ทั้งข้อ ก ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • ถ้าขั้นตอนสมดุลใดๆ เกิดปรากฏการณ์ที่จำนวนโมลของสารที่อยู่ในไอกลั่นตัวเป็นของเหลวเท่ากับจำนวนโมลของสารที่อยู่ในของเหลวระเหยกลายเป็นไอแล้ว จะทำให้อัตราการไหลของของเหลวและไอรวมที่เข้าและออกจากขั้นตอนสมดุลนั้นๆ คงที่ และกรณีนี้จะทำให้
  • 1 : เส้นสมดุลไอ-ของเหลวของระบบจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง
  • 2 : เส้นปฏิบัติการจะเป็นเส้นตรง
  • 3 : เส้นปฏิบัติการจะเป็นเส้นโค้งคว่ำ
  • 4 : เส้นปฏิบัติการจะเป็นเส้นโค้งหงาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 :
  • นำน้ำมันเบนซิน เอทธานอล(C2H5OH) และน้ำ อย่างละเท่าๆกันโดยปริมาตร มาผสมกันในถังกวนผสม ณ อุณหภูมิและความดันปกติ จะพบสารประกอบใดที่ก้นถังกวน
  • 1 : น้ำเท่านั้น
  • 2 : น้ำผสมเอทธานอล
  • 3 : น้ำมันเบนซินเท่านั้น
  • 4 : น้ำผสมเอทธานอลและน้ำมันเบนซิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ในการแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส์(aromatic)ผสม ด้วยไอน้ำยิ่งยวด(superheated steam) ในขณะที่เคลื่อนที่สวนทางกัน ความเข้มข้นของมีเทนในอะโรแมติกส์ สัมพันธ์กับข้อมูลสมดุลอย่างไร
  • 1 : ต้องน้อยกว่าสมดุล
  • 2 : ต้องไม่น้อยกว่าสมดุล
  • 3 : ต้องเท่ากับสมดุล
  • 4 : ต้องมากกว่าสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 320 :
  • ในขณะที่อะโรแมติกส์(aromatic)ผสมเคลื่อนที่สวนทางกับไอน้ำ ซึ่งใช้สำหรับแยกมีเทน(CH4)ออกจากอะโรแมติกส์ผสม ความเข้มข้นของมีเทนในไอน้ำมีความสัมพันธ์กับข้อมูลสมดุลอย่างไร
  • 1 : ต้องมากกว่าสมดุล
  • 2 : ต้องไม่มากกว่าสมดุล
  • 3 : ต้องเท่ากับสมดุล
  • 4 : ต้องน้อยกว่าสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 321 :
  • ระบบในข้อใดต่อไปนี้มีองศาของความอิสระ (Degree of freedom) เท่ากับ 2
  • 1 : น้ำและไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 2 : น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 3 : สารละลายและไอของสารละลายกรดไฮโดรคลอริก ที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • 4 : น้ำ และน้ำแข็งที่อยู่ในสภาวะสมดุล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 322 :
  • ข้อใดถูกในเรื่องสมดุล (equilibrium)
  • 1 : สมดุลของการกลั่นเป็นการใช้สมการของเฮนรี (Henry)
  • 2 : ในหอดูดซับใช้สมการของราอูลท์ (Raoult)
  • 3 : ในกระบวนการสกัดใช้ไดอะแกรมวัฏภาค (phase diagram
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : เส้นสมดุลในหอดูดซับ (absorption) หาได้จากกฏของ Henry
  • 2 : เส้นสมดุลในหอกลั่น (distillation) หาได้จากกฏของ Raoult
  • 3 : สมดุลของหอสกัดหาได้จากสมดุลสามเหลี่ยม (triangular coordinate)
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 324 :
  • สำหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแล้วขั้นตอนหรือเทรย์หรือเพลท จะหมายถึงอะไร
  • 1 : อุปกรณ์ที่ใช้เสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร
  • 2 : บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหว่างเฟส
  • 3 : อุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร
  • 4 : อุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนภายในเครื่องมือแยกสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 325 :
  • สำหรับการออกแบบเครื่องมือแยกสารนั้นโดยทั่วไปแล้วขั้นตอนหรือเทรย์หรือเพลท จะหมายถึงอะไร
  • 1 : อุปกรณ์ที่ใช้เสริมความแข็งแรงของเครื่องมือแยกสาร
  • 2 : บริเวณที่มีการสัมผัสกันระหว่างเฟส
  • 3 : อุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันการสูญเสียความดันลดภายในเครื่องมือแยกสาร
  • 4 : อุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนภายในเครื่องมือแยกสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • ข้อใดไม่ใช่สมบัติไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณ (Intensive Properties)
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : องค์ประกอบในแต่ละวัฏภาค
  • 4 : อัตราการไหลเชิงโมล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 327 :
  • จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส์ F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจำนวนขององค์ประกอบ P คือ จำนวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถ้าในระบบหนึ่งซึ่งเป็นสมดุลไอ-ของเหลว และถ้ามี 3 องค์ประกอบจงหาว่าจำนวนองศาความอิสระเป็นเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • จากสมการองศาความอิสระ (Degree of freedom) ของกิบบส์ F = C-P+2 เมื่อ F คือ องศาความอิสระ C คือจำนวนขององค์ประกอบ P คือ จำนวนวัฏภาคที่สภาวะสมดุล ถ้าในระบบหนึ่งซึ่งเป็นสมดุลไอ-ของเหลว และถ้ามี 3 องค์ประกอบจงหาว่าจำนวนองศาความอิสระเป็นเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 329 :
  • จงคำนวณองศาความเป็นอิสระ (Degrees of freedom) ของระบบที่ประกอบด้วยของผสมระหว่างอะซีโตนและเมทานอล โดยระบบดังกล่าวมีทั้งวัฏภาคของเหลวและก๊าซ
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • พลังงานภายใน (internal energy) ของของแข็ง มีค่าเท่ากับ
  • 1 : อุณหภูมิของของแข็งยกกำลังสอง
  • 2 : พลังงานจลน์ของโมเลกุลทั้งหมดในของแข็ง
  • 3 : ครึ่งหนึ่งของพลังงานศักย์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • ก๊าซฮีเลียมประกอบด้วย ไอของเอทิลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 12 โดยปริมาตร จงคำนวณหาความอิ่มตัวสัมพัทธ์ร้อยละของก๊าซผสมที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสและความดัน 740 มม. ปรอท ถ้าความดันไออิ่มตัวของเอทิลแอลกอฮอล์ที่ 40 องศาเซลเซียสมีค่าเป็น 140 มม. ปรอท
  • 1 : 34 เปอร์เซ็นต์
  • 2 : 59 เปอร์เซ็นต์
  • 3 : 63 เปอร์เซ็นต์
  • 4 : 76 เปอร์เซ็นต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 :
  • ข้อใดกล่าวถึงปฏิกิริยาคายความร้อนที่ผันกลับได้ (Exothermic reversible reaction) ได้อย่างถูกต้องที่สุด
  • 1 : อุณหภูมิของเครื่องปฏิกรณ์เคมีจะต้องสูงขึ้น
  • 2 : ค่าคงที่ของอัตราการเกิดปฏิกิริยา (Rate constant) เพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นแต่คอนเวอร์ชัน (Conversion) ของสารตั้งต้น ณ จุดสมดุลจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
  • 3 : ความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่ของการเกิดปฏิกิริยา ณ จุดสมดุล (Equilibrium constant) กับอุณหภูมิ สามารถอธิบายได้โดยสมการของ Arrhenius
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 834 : Solution Thermodynamics
ข้อที่ 333 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซไนโตรเจน
  • 1 : 8.068 psia
  • 2 : 9.123 psia
  • 3 : 10.204 psia
  • 4 : 11.469 psia
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซออกซิเจน
  • 1 : 2.203 psia
  • 2 : 3.086 psia
  • 3 : 4.323 psia
  • 4 : 5.014
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 335 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซอาร์กอน
  • 1 : 0.138 psia
  • 2 : 0.160 psia
  • 3 : 0.184 psia
  • 4 : 1.203 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 1 : 0.002 psia
  • 2 : 0.007 psia
  • 3 : 0.011 psia
  • 4 : 0.015 psia
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 337 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซไนโตรเจน
  • 1 : 69.23 %
  • 2 : 72.15 %
  • 3 : 75.43 %
  • 4 : 78.02 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 338 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซออกซิเจน
  • 1 : 18.72 %
  • 2 : 20.20 %
  • 3 : 21.89 %
  • 4 : 23.19 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 339 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซอาร์กอน
  • 1 : 0.3 %
  • 2 : 0.6 %
  • 3 : 0.9 %
  • 4 : 1.3 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 340 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 1 : 0.08 %
  • 2 : 0.17 %
  • 3 : 0.25 %
  • 4 : 0.34 %
  • 5 : 0.55 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 341 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซไนโตรเจน
  • 1 : 18.412 psia
  • 2 : 19.123 psia
  • 3 : 20.086 psia
  • 4 : 21.846 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 342 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซออกซิเจน
  • 1 : 2.903 psia
  • 2 : 3.801 psia
  • 3 : 4.253 psia
  • 4 : 5.878 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซอาร์กอน
  • 1 : 0.263 psia
  • 2 : 0.551 psia
  • 3 : 0.804 psia
  • 4 : 1.007 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 1 : 0.002 psia
  • 2 : 0.013 psia
  • 3 : 0.031 psia
  • 4 : 0.049 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • ก๊าซออกซิเจน 0.9 kg อยู่ในถังความดัน 35 psia อุณหภูมิ 100 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 45 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.098 kg
  • 2 : 0.120 kg
  • 3 : 0.225 kg
  • 4 : 0.307 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 :
  • ก๊าซออกซิเจน 1.0 kg อยู่ในถังความดัน 25 psia อุณหภูมิ 100 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 45 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.5 kg
  • 2 : 0.7 kg
  • 3 : 0.9 kg
  • 4 : 1.1 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • ก๊าซออกซิเจน 1.0 kg อยู่ในถังความดัน 25 psia อุณหภูมิ 100 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 40 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.120 kg
  • 2 : 0.252 kg
  • 3 : 0.312 kg
  • 4 : 0.432 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :
  • ก๊าซออกซิเจน 1.0 kg อยู่ในถังความดัน 35 psia อุณหภูมิ 120 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 40 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.125 kg
  • 2 : 0.212 kg
  • 3 : 0.315 kg
  • 4 : 0.400 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :
  • ก๊าซออกซิเจน 2.0 kg อยู่ในถังความดัน 15 psia อุณหภูมิ 120 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 50 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.7 kg
  • 2 : 1.5 kg
  • 3 : 2.3 kg
  • 4 : 4 kg
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 :
  • ของผสมประกอบด้วย ก๊าซออกซิเจน 21% และ ก๊าซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดส่วนโมลของก๊าซไนโตรเจน ที่สภาวะดังกล่าว โดยกำหนดให้ Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกล่าวเท่ากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลำดับ
  • 1 : 0.61
  • 2 : 0.70
  • 3 : 0.79
  • 4 : 0.89
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 351 :
  • ของผสมประกอบด้วย ก๊าซออกซิเจน 21% และ ก๊าซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดส่วนโมลของก๊าซออกซิเจน ที่สภาวะดังกล่าว โดยกำหนดให้ Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกล่าวเท่ากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลำดับ
  • 1 : 0.05
  • 2 : 0.08
  • 3 : 0.11
  • 4 : 0.13
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 352 :
  • ของผสมประกอบด้วย ก๊าซออกซิเจน 21% และ ก๊าซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดส่วนโมลของไนโตรเจนเหลว ที่สภาวะดังกล่าว โดยกำหนดให้ Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกล่าวเท่ากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลำดับ
  • 1 : 0.35
  • 2 : 0.45
  • 3 : 0.55
  • 4 : 0.65
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • ของผสมประกอบด้วย ก๊าซออกซิเจน 21% และ ก๊าซไนโตรเจน 79% ถูกลดอุณหภูมิลงจนถึง 80 K ความดัน 0.1 MPa จงหาสัดส่วนโมลของออกซิเจนเหลว ที่สภาวะดังกล่าว โดยกำหนดให้ Saturated vapor pressure ของไนโตรเจนและออกซิเจนที่สภาวะดังกล่าวเท่ากับ 0.1370 MPa และ 0.03006 MPa ตามลำดับ
  • 1 : 0.15
  • 2 : 0.24
  • 3 : 0.35
  • 4 : 0.40
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 354 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 6 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 4 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 5 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาอุณหภูมิสุดท้ายของของผสม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 26.23 C
  • 2 : 30.26 C
  • 3 : 35.48 C
  • 4 : 39.78 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 6 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 4 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 5 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีของก๊าซฮีเลียม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 3.5 J/K
  • 2 : - 3.5 J/K
  • 3 : 4.5 J/K
  • 4 : -4.5 J/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 356 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 6 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 4 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 5 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีของก๊าซไนโตรเจน โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 3.5 J/K
  • 2 : - 3.5 J/K
  • 3 : 5.4 J/K
  • 4 : -5.4 J/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 357 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 6 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 4 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 5 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาอุณหภูมิสุดท้ายของของผสม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 116.4 C
  • 2 : 123.6 C
  • 3 : 134.5 C
  • 4 : 145.8 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 6 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 4 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 250 C และความดัน 5 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาอุณหภูมิสุดท้ายของของผสม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 146.3 C
  • 2 : 150.8 C
  • 3 : 158.4 C
  • 4 : 165.6 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 5 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 5 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 4 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาอุณหภูมิสุดท้ายของของผสม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 56.3 C
  • 2 : 60.2 C
  • 3 : 65.9 C
  • 4 : 70.5 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 360 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 5 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 5 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 4 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีของก๊าซฮีเลียม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 1.99 J/K
  • 2 : - 1.99 J/K
  • 3 : 1.45 J/K
  • 4 : -1.45 J/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 5 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 5 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 100 C และความดัน 4 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 3 atm จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีของก๊าซไนโตรเจน โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : -1.54 J/K
  • 2 : 1.54 J/K
  • 3 : - 1.99 J/K
  • 4 : 1.99 J/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 1 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 9 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 2 atm จงคำนวณหาอุณหภูมิสุดท้ายของของผสม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : 96.6 C
  • 2 : 112.8 C
  • 3 : 124.1 C
  • 4 : 145.7 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 1 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 9 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 2 atm จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีของก๊าซฮีเลียม โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : - 1.52 J/K
  • 2 : 1.52 J/K
  • 3 : -1.65 J/K
  • 4 : 1.65 J/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 364 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 1 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 9 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm ถ้าของผสมนี้ขยายตัวแบบ isentropic จนมีความดัน 2 atm จงคำนวณหาความเปลี่ยนแปลงของเอนโทรปีของก๊าซไนโตรเจน โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol Kตามลำดับ
  • 1 : - 1.52 J/K
  • 2 : -1.65 J/K
  • 3 : 1.52 J/K
  • 4 : 1.65 J/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 1 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 9 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 27.24 J/mol K
  • 2 : 28.29 J/mol K
  • 3 : 29.5 J/mol K
  • 4 : 30.72 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 366 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 2 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 8 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 27.45 J/mol K
  • 2 : 29.01 J/mol K
  • 3 : 30.72 J/mol K
  • 4 : 31.5 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 3 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 7 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 23.01 J/mol K
  • 2 : 24.5 J/mol K
  • 3 : 25.12 J/mol K
  • 4 : 26.62 J/mol K
  • 5 : 28.04 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 368 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 4 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 6 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 25.42 J/mol K
  • 2 : 26.62 J/mol K
  • 3 : 27.84 J/mol K
  • 4 : 28.12 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 5 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 5 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 24.95 J/mol K
  • 2 : 26.21 J/mol K
  • 3 : 28.54 J/mol K
  • 4 : 30.72 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 6 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 4 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 20.12 J/mol K
  • 2 : 22.12 J/mol K
  • 3 : 24.12 J/mol K
  • 4 : 26.12 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 371 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 7 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 3 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 17.45 J/mol K
  • 2 : 19.06 J/mol K
  • 3 : 21.48 J/mol K
  • 4 : 23.28 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 8 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 2 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 20.15 J/mol K
  • 2 : 22.45 J/mol K
  • 3 : 24.21 J/mol K
  • 4 : 26.84 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • ของผสมซึ่งประกอบด้วย 9 mol ของก๊าซฮีเลียม และ 1 mol ของก๊าซไนโตรเจน มีอุณหภูมิ 200 C และความดัน 4 atm จงคำนวณหาค่าความจุความร้อนของของผสมนี้ โดยกำหนดให้ทุกองค์ประกอบประพฤติตัวแบบก๊าซอุดมคติ และ ค่าความจุความร้อนจำเพาะของก๊าซฮีเลียม และ ก๊าซไนโตรเจนเท่ากับ 20.78 และ 29.12 J/mol K ตามลำดับ
  • 1 : 14.32 J/mol K
  • 2 : 16.72 J/mol K
  • 3 : 18.15 J/mol K
  • 4 : 21.61 J/mol K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 374 :

  • 1 : 44002.45 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 44936.22 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 45432.12 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 46042.07 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 375 :

  • 1 : 14004.12 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 14492.15 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 14840.62 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 15284.42 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 376 :

  • 1 : 23015.21 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 23462.31 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 23982.14 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 24268.11 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 377 :
  • ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ำอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 55 psia ถ้าของผสมนี้มีปริมาณอากาศแห้งเท่ากับ 1 kg จงคำนวณหาปริมาตรของถัง โดยกำหนดให้ที่อุณหภูมิ 240 F น้ำมี saturated vapor pressure เท่ากับ 24.94 psia
  • 1 : 0.54 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 0.56 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 0.58 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 0.60 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 378 :

  • 1 : 84026.02 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 84576.52 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 85107.26 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 85592.71 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ำอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 50 psia ถ้าของผสมนี้มีปริมาณอากาศแห้งเท่ากับ 1 kg จงคำนวณหาปริมาตรของถัง โดยกำหนดให้ที่อุณหภูมิ 240 F น้ำมี saturated vapor pressure เท่ากับ 24.94 psia
  • 1 : 0.60 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 0.65 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 0.68 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 0.70 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ำอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 60 psia ถ้าของผสมนี้มีปริมาณอากาศแห้งเท่ากับ 1 kg จงคำนวณหาปริมาตรของถัง โดยกำหนดให้ที่อุณหภูมิ 240 F น้ำมี saturated vapor pressure เท่ากับ 24.94 psia
  • 1 : 0.40 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 0.42 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 0.46 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 0.50 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ำอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 35 psia ถ้าของผสมนี้มีปริมาณอากาศแห้งเท่ากับ 1 kg จงคำนวณหาปริมาตรของถัง โดยกำหนดให้ที่อุณหภูมิ 240 F น้ำมี saturated vapor pressure เท่ากับ 24.94 psia
  • 1 : 1.42 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 1.54 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 1.58 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 1.61 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • ถังบรรจุของผสมอากาศและไอน้ำอิ่มตัวที่ 240 F ความดัน 45 psia ถ้าของผสมนี้มีปริมาณอากาศแห้งเท่ากับ 2 kg จงคำนวณหาปริมาตรของถัง โดยกำหนดให้ที่อุณหภูมิ 240 F น้ำมี saturated vapor pressure เท่ากับ 24.94 psia
  • 1 : 1.34 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 1.40 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 1.48 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 1.61ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :

  • 1 : 54603.24 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 55412.04 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 56043.15 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 56802.71 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :

  • 1 : 26489.07 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 27019.52 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 27543.21 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 28424.05 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :

  • 1 : 22009.07 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 22388.97 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 22821.19 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 23472.09 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 :

  • 1 : 20418.84 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 21118.04 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 21574.96 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 22481.71 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :

  • 1 : 7541.96 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 8059.12 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 8501.79 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 9075.04 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :

  • 1 : 12104.15 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 2 : 12632.91 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 3 : 13234.97 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • 4 : 13784.06 กิโลจูลต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซไนโตรเจน
  • 1 : 8.068 psia
  • 2 : 9.123 psia
  • 3 : 10.204 psia
  • 4 : 11.469 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซอาร์กอน
  • 1 : 0.138 psia
  • 2 : 0.160 psia
  • 3 : 0.184 psia
  • 4 : 1.203 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซไนโตรเจน
  • 1 : 69.23 %
  • 2 : 72.15 %
  • 3 : 75.43 %
  • 4 : 78.02 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 392 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซอาร์กอน
  • 1 : 0.3 %
  • 2 : 0.6 %
  • 3 : 0.9 %
  • 4 : 1.3 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 393 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 14.7 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาร้อยละโดยน้ำหนักของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • 1 : 0.08 %
  • 2 : 0.17 %
  • 3 : 0.25 %
  • 4 : 0.34 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • อากาศที่อุณหภูมิ 80 F ความดัน 28 psia มีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ ก๊าซไนโตรเจน 78.02 mol% ก๊าซออกซิเจน 20.99 mol% ก๊าซอาร์กอน 0.94 mol% ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 0.05 mol% จงคำนวณหาความดันย่อยของก๊าซอาร์กอน
  • 1 : 0.263 psia
  • 2 : 0.551 psia
  • 3 : 0.804 psia
  • 4 : 1.007 psia
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 395 :
  • ก๊าซออกซิเจน 0.9 kg อยู่ในถังความดัน 35 psia อุณหภูมิ 100 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 45 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.098 kg
  • 2 : 0.120 kg
  • 3 : 0.225 kg
  • 4 : 0.307 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 396 :
  • ก๊าซออกซิเจน 1.0 kg อยู่ในถังความดัน 25 psia อุณหภูมิ 100 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 40 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.120 kg
  • 2 : 0.252 kg
  • 3 : 0.312 kg
  • 4 : 0.432 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  • ก๊าซออกซิเจน 2.0 kg อยู่ในถังความดัน 15 psia อุณหภูมิ 120 F หากต้องการเพิ่มความดันภายในถังเป็น 50 psia โดยการเติมก๊าซไนโตรเจนเพิ่มเข้าไปในถัง จงคำนวณว่าจะต้องเพิ่มก๊าซไนโตรเจนเข้าไปกี่กิโลกรัม โดยกำหนดให้อุณหภูมิมีค่าคงที่
  • 1 : 0.7 kg
  • 2 : 1.5 kg
  • 3 : 2.3 kg
  • 4 : 4 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 398 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : สัมประสิทธิ์ฟูกาซิตี้ของสารในสารละลายก๊าซอุดมคติเท่ากับสัมประสิทธิ์ฟูกาซิตี้ของสารบริสุทธิ์ที่ความดันย่อยของสารและอุณหภูมิเดียวกัน
  • 2 : ฟูกาซิตี้ของของเหลวบริสุทธิ์มีค่าเท่ากับความดันไอของสารบริสุทธิ์เสมอ
  • 3 : ปริมาตรของสารละลายจริง (Real solution) A และ B ที่ได้จากการผสมสารบริสุทธิ์ A และ B จะเท่ากับผลรวมของปริมาตรของสารบริสุทธิ์ A และ B
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • ข้อใดถูกที่สุด
  • 1 : สัมประสิทธิ์กัมมันต์ (Activity coefficient) ของพอลิเมอร์ในสารละลายที่ประกอบด้วยพอลิเมอร์และตัวทำละลายไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสารละลายอุดมคติ
  • 2 : ถ้าต้องการศึกษาสมดุลวัฏภาคไอ-ของเหลวของสารละลายเอทานอลในน้ำ กฎของราอูลท์ (Raoult law) จะให้ค่าที่เชื่อถือได้เสมอ
  • 3 : การผสมสารละลายสององค์ประกอบ A และ B ที่เป็นสารละลายอุดมคติ จะเป็นการคายความร้อนเสมอเพราะแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลในสารละลายอุดมคติจะแข็งแรงกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลในสารตั้งต้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 400 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : สารละลายก๊าซอุดมคติ (Ideal gas solution) เป็นสารละลายอุดมคติ (Ideal solution) ด้วย
  • 2 : การอธิบายสมดุลวัฏภาคของเหลว-ไอของสารละลายเอธานอลในน้ำสามารถใช้กฏของราอูลท์ (Raoult law) ได้
  • 3 : สมการของ Wilson สามารถใช้อธิบายการสกัดของเหลว-ของเหลว (Liquid-Liquid Extraction) ได้ดี
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
สภาวิศวกร