สภาวิศวกร

สาขา : ไฟฟ้าแขนงไฟฟ้าสื่อสาร

วิชา : Digital Communication

เนื้อหาวิชา : 122 : Sampling theorems
ข้อที่ 1 :
  • ให้สัญญาณเสียงแอนะลอกเบสแบนด์ x(t) มีแบนด์วิดธ์เท่ากับ 3000 เฮิรตซ์ ความถี่ในการชักตัวอย่างค่าสัญญาณอย่างน้อยต้องเป็นเท่าไรในทางทฤษฎีจึงจะสามารถสร้างสัญญาณเดิมคืนมาโดยไม่ผิดเพี้ยน
  • 1 : 3000 เฮิรตซ์
  • 2 : 5000 เฮิรตซ์
  • 3 : 6000 เฮิรตซ์
  • 4 : 8000 เฮิรตซ์
  • 5 : 9000 เฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 2 :
  • ในการส่งสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)  x(t) โดยเริ่มจากการแปลงจากสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก) เป็นสัญญาณดิสครีตด้วยความถี่ 30 กิโลเฮิรตซ์ หากต้องการส่งสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก) นี้เป็นเวลา 30 นาที จะต้องส่งสัญญาณดิสครีตนี้ทั้งหมดกี่ค่า
  • 1 : 30000 ค่า
  • 2 : 90000 ค่า
  • 3 : 3 ล้านค่า
  • 4 : 54 ล้านค่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 :
  • สัญญาณ m(t)=cos(1000*pi*t) ถูกสุ่มด้วย อัตราสุ่มที่ 800 เฮิรตซ์ สัญญาณที่ถูกสุ่มถูกส่งผ่านวงจรกรองความถี่ต่ำที่มี Cutoff Frequency 400 เฮิรตซ์ สัญญาณที่ออกจากวงจรกรองความถี่ต่ำเป็นเท่าใด สมมุติการสุ่มเป็นแบบอุดมคติ
  • 1 : 300 เฮิรตซ์
  • 2 : 400 เฮิรตซ์
  • 3 : 500 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 4 :
  • สัญญาณ m(t)=cos(1000*pi*t) ถูกสุ่มด้วย อัตราสุ่มที่ 700 เฮิรตซ์ สัญญาณที่ถูกสุ่มถูกส่งผ่านวงจรกรองความถี่ต่ำที่มี Cutoff Frequency 400 เฮิรตซ์ สัญญาณที่ออกจากวงจรกรองความถี่ต่ำเป็นเท่าใด สมมุติการสุ่มเป็นแบบอุดมคติ
  • 1 : 200 เฮิรตซ์
  • 2 : 500 เฮิรตซ์
  • 3 : 100 Hz
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 5 :
  • สัญญาณ m(t)=cos(1000*pi*t+pi/2) มีความถี่เท่าใด
  • 1 : 100 เฮิรตซ์
  • 2 : 200 เฮิรตซ์
  • 3 : 500 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • สัญญาณ m(t)=cos(2000*pi*t+pi/2) มีความถี่เท่าใด
  • 1 : 100 เฮิรตซ์
  • 2 : 500 เฮิรตซ์
  • 3 : 1000 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • สัญญาณ m(t)=cos(2000*pi*t+(pi/2)) มีมุมเฟสเท่าใด
  • 1 : 90 องศา
  • 2 : 180 องศา
  • 3 : 0 องศา
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 8 :
  • สัญญาณ m(t)=cos(2000*pi*t+(pi)) มีมุมเฟสเท่าใด
  • 1 : 180 องศา
  • 2 : 90 องศา
  • 3 : 360 องศา
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 9 :
  • สัญญาณ m(t)=20cos(2000*pi*t+pi) มี Amplitude เท่าใด
  • 1 : 20 โวลต์
  • 2 : 2 โวลต์
  • 3 : 40 โวลต์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • สัญญาณ m(t)=10cos((2000*pi*t)+pi) มี Amplitude เท่าใด
  • 1 : 10 โวลต์
  • 2 : 2000 โวลต์
  • 3 : 20 โวลต์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :
  • สัญญาณ g(t)=sin(100*pi*t) ข้อใดคือ Nyquist Rate
  • 1 : 50 เฮิรตซ์
  • 2 : 100 เฮิรตซ์
  • 3 : 200 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • สัญญาณ g(t)=sin(100*pi*t) ข้อใดคือ Nyquist Interval
  • 1 : 0.01 วินาที
  • 2 : 0.02 วินาที
  • 3 : 100 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 13 :
  • สัญญาณ g(t)=sin(100*pi*t) ข้อใดคือ Nyquist Rate
  • 1 : 100 เฮิรตซ์
  • 2 : 50 เฮิรตซ์
  • 3 : 200 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • สัญญาณ sin(100*pi*t) ข้อใดคือ Nyquist Interval
  • 1 : 0.02 วินาที
  • 2 : 0.01 วินาที
  • 3 : 100 เฮิรตซ์
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :
  • ระบบ PCM อันหนึ่ง สัญญาณอินพุตมี bandwidth 16 kHz, อัตราสุ่มสัญญาณ 28 กิโลเฮิรตซ์ ใช้การเข้ารหัสแบบ 16 bit/sample ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : ระบบสามารถถอดรหัสได้โดยไม่มีความผิดเพี้ยน
  • 2 : ระบบเกิด เอเลียสซิง (เอเลียสซิง (aliasing))
  • 3 : ระบบเกิด Slope Overload Distortion
  • 4 : ระบบไม่มี Quantization Distortion
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 16 :
  • ระบบใดไม่เกี่ยวข้องกับการสุ่มสัญญาณ
  • 1 : Pulse Amplitude Modulation
  • 2 : Pulse Code Modulation
  • 3 : Delta Modulation
  • 4 : Frequency Modulation
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เกิดเอเลียสซิง (aliasing)
  • 1 : สุ่มสัญญาณความถี่สูงสุด 10 กิโลเฮิรตซ์ ด้วยความถี่สุ่ม 20 กิโลเฮิรตซ์
  • 2 : สุ่มสัญญาณซายน์ความถี่ 2 กิโลเฮิรตซ์ ด้วยความถี่สุ่ม 6 กิโลเฮิรตซ์
  • 3 : สุ่มสัญญาณสี่เหลี่ยมความถี่ 3 กิโลเฮิรตซ์ ด้วยความถี่สุ่ม 6 กิโลเฮิรตซ์
  • 4 : ข้อ 2 และ 3 ไม่เกิดเอเลียสซิง (aliasing)
  • 5 : ไม่มีข้อใดเกิดเอเลียสซิง (aliasing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • การผสมสัญญาณแบบ FSK ใช้ส่วนใดของสัญญาณ ไซนูซอยด์ (sinusoid)  เป็นสื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่ง
  • 1 : ความถี่
  • 2 : เฟส
  • 3 : ขนาด
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 19 :
  • การผสมสัญญาณแบบ ASK ใช้ส่วนใดของสัญญาณ ไซนูซอยด์ (sinusoid) เป็นสื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่ง
  • 1 : แอมปลิจูด
  • 2 : ความถี่
  • 3 : เฟส
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของระบบสื่อสารแบบดิจิตอล
  • 1 : มีความซับซ้อนน้อย
  • 2 : สามารถบีบอัดข้อมูลได้
  • 3 : สามารถควบคุมความผิดพลาดในการส่งข้อมูลได้
  • 4 : ทนต่อสัญญาณรบกวนได้สูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • กำหนดให้สัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)  x(t) มีแบนด์วิดจำกัด (Band-limited signal) โดยมี A เป็นความถี่มากสุดของสัญญาณ x(t) ข้อใดคือความถี่น้อยสุด (Nyquist frequency) ที่ใช้ในการแซมปลิ่งสัญญาณ x(t) เพื่อจะไม่ให้เกิดการสูญเสียข้อมูลหรือที่เรียกกันว่า เอเลียสซิง (aliasing)
  • 1 : A/4
  • 2 : A/2
  • 3 : A
  • 4 : 2A
  • 5 : 4A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • ในการ sampling สัญญาณเสียง ใช้ความถี่เท่าไร
  • 1 : 4 กิโลเฮิรตซ์
  • 2 : 6 กิโลเฮิรตซ์
  • 3 : 8 กิโลเฮิรตซ์
  • 4 : 10 กิโลเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • เมื่อ fo เป็นความถี่สูงสุดของเบสแบนด์ (baseband) และ fs เป็นความถี่ของสัญญาณ sampling เงื่อนไขใดที่ทำให้เกิดเอเลียสซิง (aliasing)
  • 1 : fo=fs
  • 2 : fo=1.5fs
  • 3 : fo=0.8fs
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • เมื่อ fo เป็นความถี่ของสัญญาณเบสแบนด์ (baseband)  Nyquist frequency ที่จะใช้ sampling มีค่าเท่าใด
  • 1 : fo
  • 2 : 1.5fo
  • 3 : 2fo
  • 4 : 2.5fo
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 25 :
  • ในการป้องกันการเกิด เอเลียสซิง (aliasing)  จะใส่ตัวกรองสัญญาณ (filter) สัญญาณเบสแบนด์ (baseband) ที่เรียกว่า anti-aliasing filter ตัวกรองสัญญาณที่ใช้จะเรียกว่าอะไร
  • 1 : Low pass filter
  • 2 : high pass filter
  • 3 : band pass filter
  • 4 : band stop filter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 26 :
  • สัญญาณ baseband มีความถี่สูงสุด 15 กิโลเฮิรตซ์ sampling ต้องการ 40 กิโลเฮิรตซ์ แปลงเป็นสัญญาณ PCM ใช้ 12 บิต ต่อ หนึ่งตัวอย่าง (12 bit per sample) จะมีอัตราเร็วบิตข้อมูล (bit rate) เท่าไร
  • 1 : 360 kbps
  • 2 : 600 kbps
  • 3 : 960 kbps
  • 4 : 1200 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 :
  • การสร้างสัญญาณ PCM มีขั้นตอนอย่างไร 
    เมื่อ S/H หมายถึง sample and hold เมื่อ A/D หมายถึง Analogue to digital เมื่อ
    P/S หมายถึง Parallel to Serial 
    S/P หมายถึง serial to parallel
    D/A หมายถึง digital to analogue
    LPF หมายถึง low pass filter

  • 1 : LPF+S/H+P/S
  • 2 : S/H+A/D+P/S
  • 3 : S/H+A/D+S/P
  • 4 : S/H+D/A+P/S
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :
  • การทำให้สัญญาณ PCM กลับไปเป็นสัญญาณ baseband แบบเดิมมีขั้นตอนอย่างไร
    เมื่อ S/H หมายถึง sample and hold
    A/D หมายถึง Analogue to digital
    P/S หมายถึง Parallel to Serial
     S/P หมายถึง serial to parallel
     D/A หมายถึง digital to analogue
    LPF หมายถึง low pass filter 
  • 1 : S/H+D/A+P/S
  • 2 : S/H+A/D+S/P
  • 3 : S/P+A/D+LPF
  • 4 : S/P+D/A+LPF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • กระบวนการ quantization อยู่ในขั้นตอนใดของระบบ PCM
  • 1 : Sample and hold
  • 2 : Analogue to digital
  • 3 : Digital to analogue
  • 4 : Parallel to serial
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 30 :
  • ระบบ PCM ที่ใช้ในระบบสื่อสารของประเทศไทย A/D ใช้แบบใด
  • 1 : A-law
  • 2 : D-law
  • 3 : u-law
  • 4 : q-law
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 123 : Random and nonrandom signals
ข้อที่ 31 :
  • ตัวแปรสุ่ม X มีความหนาแน่นความน่าจะเป็น (pdf) แบบยูนิฟอร์มดังรูป ตัวแปรคงที่ K มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 1/(ab)
  • 2 : 1/(a-b)
  • 3 : 1/(a+b)
  • 4 : 1/(-a+b)
  • 5 : 1/{(b+1)(a+1)}
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 32 :
  • พิจารณากระบวนการสุ่มหรือสัญญาณสุ่ม Y(t) = Xcos(t); X ~ N(0,1) ค่าเฉลี่ยทางสถิติของ Y(t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : cos(t)
  • 2 : cos(t)/2
  • 3 : 0
  • 4 : 1/2
  • 5 : 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • พิจารณากระบวนการหรือสัญญาณสุ่ม Y(t) = Xcos(t); X ~ N(0,1) ค่าอัตสหสัมพันธ์ (autocorrelation) ของ Y(t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : cos (t)
  • 2 : cos(t)*cos(t)
  • 3 : 0
  • 4 : 1/4
  • 5 : 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ให้สัญญาณสุ่ม Y(t) = X(t) – X(t-T) โดยที่ เป็นสัญญาณสุ่มที่มีค่าเฉลี่ย m และค่าอัตสหสัมพันธ์ R(tau) ค่าเฉลี่ยของสัญญาณสุ่ม Y(t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : m
  • 2 : 2m
  • 3 : -m
  • 4 : 0
  • 5 : 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 35 :
  • ให้สัญญาณสุ่ม Y(t) = X(t) – X(t-T) โดยที่ เป็นสัญญาณสุ่มที่มีค่าเฉลี่ย m และค่าอัตสหสัมพันธ์ Rx(tau) ค่าอัตสหสัมพันธ์ Ry(tau) ของสัญญาณสุ่ม Y(t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 2 Rx(tau) - Rx(tau-T) – 2 Rx(tau+T)
  • 2 : Rx(tau) - 2 Rx(tau-T) – Rx(tau+T)
  • 3 : 2 Rx(tau) - Rx(tau-T) – Rx(tau+T)
  • 4 : Rx(tau) + 2 Rx(tau-T) – 1 Rx(tau+T)
  • 5 : Rx(tau) - Rx(tau-T) + Rx(tau+T)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 36 :
  • ตัวกำเนิดสัญญาณให้สัญญาณโคซายน์(cosine) ที่มีความถี่ f0 และแอมปลิจูด A ที่เขียนได้ในรูปของ
    x(t) = Acos(2*pi*f0*t + tau)
    โดยที่เฟส tau เป็นตัวแปรสุ่มที่มีความหนาแน่นแบบยูนิฟอร์มจาก 0 ถึง 2*pi ค่าเฉลี่ยของสัญญาณสุ่ม x(t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : A*A/4
  • 2 : A*A/2
  • 3 : A*A
  • 4 : 0
  • 5 : 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • ตัวกำเนิดสัญญาณให้สัญญาณโคซายน์ที่มีความถี่ f0 และแอมปลิจูด A ที่เขียนได้ในรูป
    x(t) = Acos(2*pi*f0*t + phi)
    โดยที่เฟส phi เป็นตัวแปรสุ่มที่มีความหนาแน่นแบบยูนิฟอร์มจาก 0 ถึง 2*piค่าอัตสหสัมพันธ์ Rx(tau) ของสัญญาณสุ่ม x(t) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : A*A*tau/2
  • 4 : (A*A*cos(2*pi*f0*tau)/2
  • 5 : (A*A*cos(2*pi*f0*tau)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 38 :
  • สัญญาณ x(t) = cos(2*pi*fc*t) มีกำลังงานเท่าใด
  • 1 : ½ วัตต์
  • 2 : 1 วัตต์
  • 3 : 2 วัตต์
  • 4 : 4 วัตต์
  • 5 : หาไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • สัญญาณ x(t) = cos(2*pi*fc*t) มีพลังงานเท่าใด
  • 1 : ½ จูลส์
  • 2 : 1 จูลส์
  • 3 : 2 จูลส์
  • 4 : 4 จูลส์
  • 5 : หาไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 40 :
  • กำลังสัญญาณที่ 0.001 วัตต์ มีค่าเท่าใดในหน่วย ดีบีเอ็ม(dBm)
  • 1 : -10 dBm
  • 2 : 0 dBm
  • 3 : 10 dBm
  • 4 : 20 dBm
  • 5 : 30 dBm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 41 :
  • กำลังสัญญาณที่ 0.1 วัตต์ มีค่าเท่าใดในหน่วย ดีบีเอ็ม(dBm)
  • 1 : -10 dBm
  • 2 : 0 dBm
  • 3 : 10 dBm
  • 4 : 20 dBm
  • 5 : 30 dBm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • กำลังสัญญาณที่ 1 วัตต์ มีค่าเท่าใดในหน่วย ดีบีเอ็ม (dBm)
  • 1 : -10 ดีบีเอ็ม
  • 2 : 0 ดีบีเอ็ม
  • 3 : 10 ดีบีเอ็ม
  • 4 : 30 ดีบีเอ็ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือฟูเรียร์ทรานสฟอร์มของสัญญาณ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 44 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : อนุกรมฟูเรียร์ให้สเปคตรัมแบบไม่ต่อเนื่องเท่านั้น
  • 2 : การแปลงฟูเรียร์ใช้หาสเปคตรัมของทั้งสัญญาณที่ไม่มีคาบและสัญญาณที่มีคาบ
  • 3 : การแปลงฟูเรียร์ของสัญญาณที่ไม่มีคาบและเวลาต่อเนื่องให้สเปคตรัมที่มีคาบ
  • 4 : การแปลงฟูเรียร์ของสัญญาณที่ไม่มีคาบและเวลาไม่ต่อเนื่องให้สเปคตรัมที่มีคาบ
  • 5 : อนุกรมฟูเรียร์ของสัญญาณที่มีคาบและเวลาไม่ต่อเนื่องให้สเปคตรัมที่มีคาบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือผลลัพธ์ของการทำคอนโวลูชันของสัญญาณ x(t) และ h(t) เมื่อสัญญาณทั้งสองเป็นสัญญาณสี่เหลี่ยมที่มีแอมปลิจูดเท่ากันและมีความกว้างเท่ากับ T
  • 1 : สัญญาณสามเหลี่ยม
  • 2 : สัญญาณสี่เหลี่ยมที่มีความยาวเท่ากับ T
  • 3 : สัญญาณสี่เหลี่ยมที่มีความยาวเท่ากับ 2T
  • 4 : สัญญาณสี่เหลี่ยมคางหมู
  • 5 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :

  • 1 : 4/15
  • 2 : 15/4
  • 3 : 4*pi/15
  • 4 : 15*pi/4
  • 5 : ไม่มีคาบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 47 :

  • 1 : 4/15
  • 2 : 15/4
  • 3 : 4*pi/15
  • 4 : 15*pi /4
  • 5 : 8/15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • กำหนดให้สัญญาณ x(t) เป็นสัญญาณดังแสดงในรูป ข้อใดต่อไปนี้เป็นสัญญาณ x(2t+1)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 49 :
  • กำหนดให้สัญญาณ y(t) เป็นสัญญาณดังแสดงในรูป
    ข้อใดต่อไปนี้เป็นสัญญาณ y(t/2+1)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • ตัวแปรสุ่ม x มี PDF ของการกระจายแบบสุ่มเป็น ค่าความแปรปรวนของตัวแปร x เป็นเท่าใด
  • 1 : 100/12
  • 2 : 100/14
  • 3 : 100/16
  • 4 : 100/18
  • 5 : 100/20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์ 3 ยี่ห้อ A B และ C โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 45% 15% และ 40 % โดยแต่ละยี่ห้อ มีความน่าจะเป็นที่จะพบสินค้าบกพร่องเป็น 0.5% 1% และ 0.75% ตามลำดับ จงหาค่าความน่าจะเป็นที่ซื้อสินค้ามาแล้วพบจุดบกพร่อง
  • 1 : 0.0068
  • 2 : 0.0042
  • 3 : 0.0034
  • 4 : 0.0066
  • 5 : 0.0050
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์ 3 ยี่ห้อ A B และ C โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 45% 15% และ 40 % โดยแต่ละยี่ห้อ มีความน่าจะเป็นที่จะพบสินค้าบกพร่องเป็น 0.5% 1% และ 0.75% ตามลำดับ จงหาความน่าจะเป็นที่พบว่าสินค้าที่บกพร่องเป็นยี่ห้อ A
  • 1 : 0.6666
  • 2 : 0.3333
  • 3 : 0.4444
  • 4 : 0.7777
  • 5 : 0.2222
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 :
  • แหล่งข้อมูลดิจิตอลกำเนิดข้อมูล ลอจิกต่ำและลอจิกสูง โดยมีความน่าจะเป็นคือ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ โดยส่งผ่านระบบที่มีโอกาสที่จะทำให้ข้อมูลผิดพลาดเป็น 0.1 จงหาความน่าจะเป็นที่ จะรับข้อมูลได้เป็นลอจิกสูง
  • 1 : 0.32
  • 2 : 0.41
  • 3 : 0.55
  • 4 : 0.58
  • 5 : 0.42
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 54 :
  • แหล่งข้อมูลดิจิตอลกำเนิดข้อมูล ลอจิกต่ำและลอจิกสูง โดยมีความน่าจะเป็นคือ 0.4 และ 0.6 ตามลำดับ โดยส่งผ่านระบบที่มีโอกาสที่จะทำให้ข้อมูลผิดพลาดเป็น 0.1 จงหาความน่าจะเป็นที่ข้อมูลที่ส่งมาเป็นลอจิกสูง เมื่อข้อมูลที่รับได้เป็นลอจิกสูง
  • 1 : 0.8086
  • 2 : 0.8453
  • 3 : 0.9010
  • 4 : 0.9310
  • 5 : 0.9522
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 55 :

  • 1 : 0.5148
  • 2 : 0.5841
  • 3 : 0.5963
  • 4 : 0.6284
  • 5 : 0.6510
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 56 :

  • 1 : 1 บิต
  • 2 : 2 บิต
  • 3 : 3 บิต
  • 4 : 4 บิต
  • 5 : 5 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 57 :
  • การทดลองหนึ่งประกอบด้วยการโยนลูกเต๋า 2 ลูก พร้อมกันจงหาค่าความน่าจะเป็น ที่ผลของลูกเต๋าหมายเลข 1 เป็นเลขคู่ เมื่อผลรวมของลูกเต๋าทั้ง 2 ลูกเป็นเลขคี่
  • 1 : 1/6
  • 2 : 2/6
  • 3 : 3/6
  • 4 : 4/6
  • 5 : 5/6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • ในการส่งข้อมูลทั้งหมดจำนวน 600000 บิต พบว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจำนวน 594000 บิต จงหาค่าความน่าจะเป็นของความผิดพลาดในการส่งข้อมูลนี้
  • 1 : 6000/594000
  • 2 : 594000/600000
  • 3 : 6000/600000
  • 4 : 1/600000
  • 5 : 1/594000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • ถ้าข้อมูล 5 บิต ถูกส่งผ่านระบบสื่อสารที่มีโอกาสความผิดพลาด P=0.2 ข้อใดเป็นโอกาศความผิดพลาดของข้อมูล โดยสมมุติว่าโอกาสความผิดพลาดแต่ละบิตเป็นอิสระจากกัน
  • 1 : 0.6723
  • 2 : 0.2356
  • 3 : 0.2
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • ถ้าข้อมูล 10 บิต ถูกส่งผ่านระบบสื่อสารที่มีโอกาสความผิดพลาด P=0.2 ข้อใดเป็นโอกาศความผิดพลาดของข้อมูล โดยสมมุติว่าโอกาสความผิดพลาดแต่ละบิตเป็นอิสระจากกัน
  • 1 : 0.5689
  • 2 : 0.8926
  • 3 : 0.2
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 61 :
  • ถ้าข้อมูล 15 บิต ถูกส่งผ่านระบบสื่อสารที่มีโอกาสความผิดพลาด P=0.1 ข้ดใดเป็นโอกาสความผิดพลาดของข้อมูล โดยสมมุติว่าโอกาสความผิดพลาดแต่ละบิตเป็นอิสระจากกัน
  • 1 : 0.1
  • 2 : 0.7941
  • 3 : 0.23566
  • 4 : 0.15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 62 :
  • ถ้าข้อมูล 20 บิต ถูกส่งผ่านระบบสื่อสารที่มีโอกาสความผิดพลาด P=0.1 ข้อใดเป็นโอกาสความผิดพลาดของข้อมูล โดยสมมุติว่าโอกาสความผิดพลาดแต่ละบิตเป็นอิสระจากกัน
  • 1 : 0.8784
  • 2 : 0.2
  • 3 : 2.0
  • 4 : 0.2356
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • ถ้าข้อมูล 25 บิต ถูกส่งผ่านระบบสื่อสารที่มีโอกาศความผิดพลาด P=0.01ข้อใดเป็นโอกาศความผิดพลาดของข้อมูล โดยสมมุติว่าโอกาสความผิดพลาดแต่ละบิตเป็นอิสระจากกัน
  • 1 : 0.200
  • 2 : 0.2222
  • 3 : 0.5455
  • 4 : 0.2356
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 :
  • ถ้าการส่งข้อมูลแบบ Delta Modulation มีอัตราสุ่มเป็น 1000 และ step size เป็น 0.1 ถ้าสัญญาณที่จะใช้ส่งเป็น m(t)=at เมื่อ t > 0 ข้อใดเป็นค่า a ที่จะไม่ทำให้เกิด Slope over load
  • 1 : 100
  • 2 : มากกว่า 100
  • 3 : น้อยกว่า 100
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ถ้าการส่งข้อมูลแบบ Delta Modulation มีอัตราสุ่มเป็น 100 และ step size เป็น 0.1 ถ้าสัญญาณที่จะใช้ส่งเป็น m(t)=at เมื่่อ t>0 ข้อใดเป็นค่า a ที่จะไม่ทำให้เกิด Slope over load
  • 1 : น้อยกว่า 10
  • 2 : มากกว่า 10
  • 3 : 10
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 66 :
  • ข้อใดเป็น Capacity ของช่องสัญญาณที่เป็น AWGN มีแบนด์วิทด์ 1 เมกกะเฮิรตซ์ และ SNR 40 dB
  • 1 : 13.29 Mbps
  • 2 : 40.00 Mbps
  • 3 : 50.29 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • ข้อใดเป็น Capacity ของช่องสัญญาณที่เป็น AWGN มีแบนด์วิทด์ 1 เมกกะเฮิรตซ์ และ SNR 30 dB
  • 1 : 9.967 Mbps
  • 2 : 30.00 Mbps
  • 3 : 50.29 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดเป็น Capacity ของช่องสัญญาณที่เป็น AWGN มีแบนด์วิทด์ 1 เมกกะเฮิรตซ์ และ SNR 20 dB
  • 1 : 6.658 Mbps
  • 2 : 20.00 Mbps
  • 3 : 50.29 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • ในการส่งสัญญาณผ่านระบบสื่อสารที่เป็นแบบ memory less ถ้า BER ของช่องสัญญาณเป็น BER=0.1 ข้อใดเป็นโอกาสที่ ที่ 2 บิตข้อมูลจะเกิดการผิดพลาดเฉพาะบิตที่ 1
  • 1 : 0.1
  • 2 : 0.01
  • 3 : 0.2
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • ในการส่งสัญญาณผ่านระบบสื่อสารที่เป็นแบบ memory less ถ้า BER ของช่องสัญญาณเป็น BER=0.1 ข้อใดเป็นโอกาสที่ ที่ 2 บิตข้อมูลจะเกิดการผิดพลาดเฉพาะบิตที่ 2
  • 1 : 0.1
  • 2 : 0.01
  • 3 : 0.2
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 71 :
  • ในการส่งสัญญาณผ่านระบบสื่อสารที่เป็นแบบ memory less ถ้า BER ของช่องสัญญาณเป็น BER=0.1 ข้อใดเป็นโอกาสที่ ที่ 2 บิตข้อมูลจะเกิดการผิดพลาดที่บิตที่ 1 หรือ 2
  • 1 : 0.19
  • 2 : 0.2
  • 3 : 0.1
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • สำหรับข้อสอบปรนัย 5 ตัวเลือก ที่มีคำตอบถูกกระจายอยู่ใน 5 ตัวเลือกนั้นอย่างเสมอภาค และมีการให้คะแนนเป็นดังนี้ “ตอบถูกได้ข้อละ 1 คะแนน ตอบผิดติดลบข้อละ 0.2 คะแนน” จงหาค่าคาดหวังของคะแนนจากการทำข้อสอบแบบเดาสุ่ม 1 ข้อ
  • 1 : -0.08 คะแนน
  • 2 : -0.04 คะแนน
  • 3 : 0 คะแนน
  • 4 : 0.04 คะแนน
  • 5 : 0.08 คะแนน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ข้อใดเป็นตัวแปรสุ่มแบบ Gaussian
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • AWGN ย่อมาจากคำว่าอะไร
  • 1 : Additive White Gaussian Noise
  • 2 : Automatic Wavelet Gaussian Network
  • 3 : Automatic Wrong-Guess Nyquist
  • 4 : Asynchronous Waveform Gilbert Network
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • ช่องสัญญาณ BSC มีความน่าเป็นของความผิดพลาดของบิตเป็น 10-6 ถ้าเฟรมข้อมูลมีจำนวนเท่ากับ 200 บิตข้อใดเป็นความน่าเป็นของผิดพลาดของบิต
  • 1 : 0.0002
  • 2 : 0.0003
  • 3 : 0.0004
  • 4 : 0.0001
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • ถ้าระบบสื่อสารหนึ่งต้องการความต้องของเฟรมเป็นอย่างน้อย 99 เปอร์เซ็น โดยที่แต่ละเฟรมมีขนาด 300 บิต ไม่มีขบวนการแก้ไขความผิดพลาดใดในการส่ง วิศวกรต้องออกแบบระบบสื่อสารที่มี่ความน่าเป็นของความผิดพลาดของบิตเป็นเท่าใด
  • 1 : 3.35x10-5
  • 2 : 4.35x10-5
  • 3 : 3.0x10-5
  • 4 : 6.35x10-5
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • ถ้าระบบสื่อสารหนึ่งต้องการความต้องของเฟรมเป็นอย่างน้อย 99 เปอร์เซ็น โดยที่แต่ละเฟรมมีขนาด 300 บิต ระบบสื่อสารที่มี่ความน่าเป็นของความผิดพลาดของบิตเป็น 10-7 วิศวกรต้องออกแบบระบบขบวนการแก้ไขความผิดพลาดให้เพิ่มความถูกต้องเท่าใด
  • 1 : 0.003
  • 2 : 0.004
  • 3 : 0.005
  • 4 : 0.007
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 124 : Baseband digital system
ข้อที่ 78 :
  • ระบบสื่อสารแบบ 64-ary ที่มีความยาวของแต่ละสัญลักษณ์เท่ากับ 4 ไมโครวินาที มีอัตราเร็วข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 2 เมกะบิตต่อวินาที
  • 2 : 4 เมกะบิตต่อวินาที
  • 3 : 8 เมกะบิตต่อวินาที
  • 4 : 16 เมกะบิตต่อวินาที
  • 5 : 62 เมกะบิตต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • หากสมรรถนะหรือค่า Eb/N0 ของ BPSK ในช่องสัญญาณแบบ AWGN มีค่าเท่ากับ 9.6 เดซิเบลเมื่อความน่าจะเป็นของบิตผิดพลาดคือ 10-5 ผู้ออกแบบระบบสื่อสารยังสามารถลดค่า Eb/N0 ได้อีกกี่เดซิเบลก่อนที่จะถึงค่าความจุของช่องสัญญาณ
  • 1 : 4.8 เดซิเบล
  • 2 : 6.0 เดซิเบล
  • 3 : 7.2 เดซิเบล
  • 4 : 9.6 เดซิเบล
  • 5 : 11.2 เดซิเบล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • การเข้ารหัสแบบ Non-Return to Zero เป็นกระบวนใดของการส่งข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : Channel Coding
  • 2 : Source Coding
  • 3 : Passband Tranmission
  • 4 : Baseband Line Coding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 81 :
  • การหน่วงทางเวลาในการส่งข้อมูลดิจิตอลแบบเบสแบนด์เกิดขึ้นเนื่องจากส่วนใดในระบบสื่อสาร
  • 1 : ช่องสัญญาณ
  • 2 : วงจรกรองความถี่
  • 3 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 82 :
  • กระบวนการกู้สัญญาณนาฬิกาอยู่ในส่วนใดของระบบสื่อสารแบบดิจิตอล
  • 1 : Source Coding
  • 2 : Channel coding
  • 3 : Synchronization
  • 4 : Companding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • Phase Jitter เกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุใด
  • 1 : ความถี่ของสัญญาณนาฬิการที่ภาคส่งและภาครรับมีความคลาดเคลื่อน
  • 2 : Step size ของภาคส่งและภาครับไม่เท่ากัน
  • 3 : การเข้ารหัสช่องสัญญาณไม่เหมาะสม
  • 4 : สัญญาณคลื่นพาห์ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาณซายน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 :
  • ข้อใดเป็นสมการของ"โอกาสการรับข้อมูลผิดพลาด" เมื่อใช้ line code แบบ Bipolar ?
  • 1 : Pe=Q(รากที่สองของ(2Eb/No))
  • 2 : Pe=Q(รากที่สองของ(Eb/No))
  • 3 : Pe=1/2[exp(-(Eb/No))
  • 4 : Pe=3/2[Q(รากที่สองของ(Eb/No))]
  • 5 : Pe=1/2[exp(-1/2*(Eb/No))]
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • พัลส์ในข้อใดต่อไปนี้มีแบนด์วิดธ์จำกัดและสามารถป้องกันเกิดการแทรกสอดของสัญลักษณ์ (ISI)
  • 1 : พัลส์เอนอาร์เซ็ด
  • 2 : พัลส์เรสด์โคซายน์
  • 3 : พัลส์สี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง T
  • 4 : พัลส์โคซายน์ที่มีความกว้าง T
  • 5 : พัลส์สามเหลี่ยมที่มีความกว้าง T
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 86 :
  • สัญญาณพัลซ์สี่เหลี่ยมสูง 5 โวลท์ กว้าง 1 ms เมื่อนำมามอดูเลทกับคลื่นพาห์ จะมี null-to-null bandwidth เท่าใด?
  • 1 : 1 กิโลเฮิรตซ์
  • 2 : 2 กิโลเฮิรตซ์
  • 3 : 500 กิโลเฮิรตซ์
  • 4 : 5 กิโลเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 87 :
  • Match Filter มีคุณสมบัติอย่างไร?
  • 1 : ให้ Signal to Noise(S/N) ที่ output สูงสุด
  • 2 : ให้ Signal to Nois(S/N)ที่ output ต่ำสุด
  • 3 : ใช้ BW แคบที่สุด
  • 4 : ใช้ BW กว้างที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 88 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของ line code แบบ Manchester?
  • 1 : "1" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากบวกเป็นลบ ส่วน "0" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากลบเป็นบวก
  • 2 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันไฟบวก, "1" ครั้งต่อไปถูกแทนด้วยแรงดันไฟลบ ส่วน "0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 3 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันไฟบวก ส่วน "0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 4 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันไฟบวก ส่วน "0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับไฟลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของ line code แบบ bipolar?
  • 1 : "1" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากบวกเป็นลบ ส่วน "0" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากลบเป็นบวก
  • 2 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 3 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก และ "1" ครั้งต่อไปถูกแทนด้วยแรงดันลบ ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 4 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของ line code แบบ unipolar?
  • 1 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก และ "1" ครั้งต่อไปถูกแทนด้วยแรงดันลบ ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 2 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 3 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันลบ
  • 4 : "1" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากบวกเป็นลบ ส่วน"0" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากลบเป็นบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของ line code แบบ Polar?
  • 1 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 2 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันลบ
  • 3 : "1" ถูกแทนด้วยแรงดันบวก และ"1" ครั้งต่อไปถูกแทนด้วยแรงดันลบ ส่วน"0" ถูกแทนด้วยแรงดันระดับ GND
  • 4 : "1" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากบวกเป็นลบ ส่วน"0" ถูกแทนด้วยการเปลี่ยนแรงดันจากลบเป็นบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  • คุณสมบัติข้อใดที่ไม่สามารถบอกได้จากแพทเทินรูปดวงตา
  • 1 : Signal to Noise ratio
  • 2 : Optimum Sampling time
  • 3 : Timing senitivity
  • 4 : Zero Crossing Jitter
  • 5 : ISI
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • สิ่งใดคือผลของการลู่กว้างออกของสัญญาณพัลส์สี่เหลี่ยมที่ถูกส่งผ่านไปตามสายนำสัญญาณที่มีการตอบสนองต่อความถี่ที่ไม่สม่ำเสมอ
  • 1 : เอเลียสซิง (aliasing)
  • 2 : DC wander
  • 3 : Cross Talk
  • 4 : ISI
  • 5 : .Over modulation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • จงบอกปัจจัยที่ไม่ได้ใช้พิจารณาในการเลือกการเข้ารหัสแบบเบสแบนด์
  • 1 : ผลตอบสนองความถี่ของช่องสัญญาณ
  • 2 : วิธีในการตรวจจับความผิดพลาด
  • 3 : อัตราการส่งข้อมูล
  • 4 : กำลังงานที่ใช้ในการส่ง
  • 5 : การกู้สัญญาณนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • การเข้ารหัสเบสแบนด์แบบใดที่แยกองค์ประกอบของสัญญาณนาฬิกาได้ง่ายที่สุด
  • 1 : Unipolar Non Return to Zero
  • 2 : Biphase
  • 3 : Unipolar Return to Zero
  • 4 : Alternate Mark Inversion
  • 5 : Manchester
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ระบบใดเป็นระบบสื่อสารแบบดิจิตอล
  • 1 : วิทยุ AM
  • 2 : ระบบ GSM
  • 3 : วิทยุ FM
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดความผิดพลาดของข้อมูลระหว่างภาคส่งกับภาครับของระบบการสื่อสาร
  • 1 : สัญญาณรบกวน (noise)
  • 2 : การถูกลดทอนกำลังของสัญญาณ
  • 3 : กำลังส่งสูง
  • 4 : ระดับการเข้ารหัส(coding)ของสัญญาณ
  • 5 : สัญญาณแทรก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของระบบดิจิตอล
  • 1 : การเปลี่ยนแปลงของสัญญาณเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • 2 : มีรูปแบบที่เข้าได้กับระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
  • 3 : ทำการทวนสัญญาณได้ง่าย
  • 4 : ระบบมีความน่าเชื่อถือ
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 99 :
  • ข้อใดเป็นช่องสัญญาณ (Channel) ในระบบการสื่อสารโทรศัพท์มือถือ
  • 1 : เส้นใยแก้วนำแสง
  • 2 : อากาศ
  • 3 : น้ำ
  • 4 : สถานี Base Station
  • 5 : สายคู่ตีเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • ข้อใดไม่เป็นข้อดีของระบบดิจิตอลที่มีเหนือระบบแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 1 : สัญญาณมีค่าได้ 2 ระดับ
  • 2 : สามารถทำการทวนสัญญาณได้ง่าย
  • 3 : สามารถต้านทานต่อสัญญาณรบกวนได้สูง
  • 4 : การออกแบบวงจรมีความเรียบง่าย
  • 5 : สามารถส่งสัญญาณไปได้ไกล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 101 :
  • เพื่อให้ระบบการสื่อสารมีความปลอดภัยจากการถูกลักลอบขโมยสัญญาณ เทคโนโลยีที่นำมาใช้เรียกว่า
  • 1 : วงจร A/D (Analog-to-Digital) Converter
  • 2 : มัลติเพล็กเซอร์ (Multiplexer)
  • 3 : การเข้ารหัสสัญญาณ (Encoding)
  • 4 : วงจร PLL (Phase Lock Loop)
  • 5 : วงจร timing recovery
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • อัตราขยายของวงจรขยายอยู่ที่ 20 dB เมื่อให้ Vi = 5 V. อยากทราบว่าเมื่อวัดสัญญาณเมื่อผ่านวงจรขยาย(Vo) จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : Vo = 0.5 V.
  • 2 : Vo = 5 V.
  • 3 : Vo = 50 V.
  • 4 : Vo = 500 V.
  • 5 : Vo = 5000 V.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • พิจารณาระบบตามรูปภาพต่อไปนี้ จงหาค่าของเอาท์พุท y[k] ในรูปของดีทรานซฟอรม์ (D-transform)
  • 1 : Y(D) = {A(D)H(D) + N(D)}F(D)
  • 2 : Y(D) = A(D)H(D)F(D) + N(D)
  • 3 : Y(D) = {A(D) + N(D)}{H(D)F(D)}
  • 4 : Y(D) = {A(D) + N(D)}{H(D) + F(D)}
  • 5 : Y(D) = A(D) + H(D) + N(D) + F(D)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 104 :
  • อัตราขยายของวงจรขยายอยู่ที่ 20 dB เมื่อให้กำลังงานที่ด้านอินพุท P_in = 5 W อยากทราบว่าเมื่อวัดสัญญาณเมื่อผ่านวงจรขยาย กำลังงานที่ด้านเอาท์พุท P_out จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : P_out = 0.5 W
  • 2 : P_out = 5 W
  • 3 : P_out = 50 W
  • 4 : P_out = 500 W
  • 5 : P_out = 5000 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • พิจารณาระบบตามรูปต่อไปนี้ จงหาค่าของเอาท์พุท y[k] ในรูปฟังก์ชั่นของ x[k]
  • 1 : y[k] = x[k] + x[k+1] + x[k+2]
  • 2 : y[k] = x[k] - x[k+1] - x[k+2]
  • 3 : y[k] = x[k] + x[k-1] + x[k-2]
  • 4 : y[k] = x[k] - x[k-1] - x[k-2]
  • 5 : y[k] = x[k] + x[k+2]
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • พิจารณาระบบตามรูปต่อไปนี้ ถ้า {x[0], x[1], x[2], x[3]} = {1 0 1 1}, ข้อใดคือเอาท์พุท {y[0], y[1], y[2], y[3], y[4], y[5]}
  • 1 : 1 0 0 1 -1 -1
  • 2 : 1 1 -1 0 0 -1
  • 3 : 1 0 0 -1 1 -1
  • 4 : 1 1 -1 1 0 -1
  • 5 : 1 1 0 -1 0 -1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • พิจารณาระบบตามรูปต่อไปนี้ ถ้า {x[0], x[1], x[2], x[3]} = {1 0 1 1}, ข้อใดคือเอาท์พุท {y[0], y[1], y[2], y[3], y[4], y[5]}
  • 1 : 1 0 0 1 -1 -1
  • 2 : 1 1 -1 0 0 -1
  • 3 : 1 0 0 -1 1 -1
  • 4 : 1 1 -1 1 0 -1
  • 5 : 1 1 0 -1 0 -1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดคือฟูเรียร์ทรานซฟอรม์แบบต่อเนื่อง (Continuous-time Fourier Transform) ของฟังก์ชั่นต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดคือฟูเรียร์ทรานซฟอรม์แบบดีสครีต (Discrete-time Fourier Transform) ของฟังก์ชั่นต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ ข้อใดคือหน้าที่ของ equalizer
  • 1 : ช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบ
  • 2 : ช่วยทำให้ channel detector ทำงานง่ายขึ้น
  • 3 : ช่วยทำให้ ECC decoder ทำงานง่ายขึ้น
  • 4 : ช่วยป้องกันข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • 5 : ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • พิจารณาระบบต่อไปนี้ กำหนดให้ m คือค่าคงที่ใดๆ ข้อใดคือคุณสมบัติของระบบเชิงเส้นไม่แปรผันตามเวลา (Linear Time-Invariant System)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 112 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ กำหนดให้ T เป็นคาบของสัญญาณแต่ละแซมเปิล (sample) ข้อใดเป็นสมการของสัญญาณ p(t)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ ถ้าเลือกได้ ข้อใดเป็นความเร็วของข้อมูล (data rate) ที่ต้องการมากที่สุด
  • 1 : 1 bit per second (bps)
  • 2 : 10 bps
  • 3 : 100 bps
  • 4 : 1000 bps
  • 5 : 10000 bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 114 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ หน้าที่ของตัวกรองความถี่ต่ำ (Low-pass filter) คือข้อใด
  • 1 : ช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบ
  • 2 : ช่วยตรวจจับข้อมูล
  • 3 : ทำให้ระบบโดยรวมทำงานเร็วขึ้น
  • 4 : ช่วยป้องกันข้อผิดพลาดของข้อมูล
  • 5 : ช่วยลดปริมาณสัญญาณรบกวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 115 :
  • พิจารณาระบบต่อไปนี้ ทำไมเราไม่ใช้อิควอไลเซอร์ F(D) = 1/C(D) เพื่อที่จะทำให้สามารถใช้ตัวตรวจจับข้อมูล (detector) แบบง่ายแทนที่จะใช้ Viterbi detector
  • 1 : มันยากต่อการสร้าง (implement)
  • 2 : ตัว Viterbi detector จะทำงานผิดพลาด
  • 3 : มันจะไปขยายสัญญาณรบกวน
  • 4 : มันจะทำให้ระบบทั้งหมดไม่เสถียรภาพ
  • 5 : ไม่มีข้อถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 116 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ หน้าที่ของ channel detector คือข้อใด
  • 1 : ช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบ
  • 2 : ช่วยตรวจจับ (detect) ข้อมูล
  • 3 : ช่วยทำให้ ECC decoder ทำงานง่ายขึ้น
  • 4 : ช่วยป้องกันข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • 5 : ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 117 :
  • พิจารณาระบบต่อไปนี้ ข้อใดคือสภาพ (Condition) ที่จะทำให้ตัว Viterbi detector สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • 1 : ตัว Viterbi detector ต้องมี decoding depth มากๆ
  • 2 : ตัว Viterbi detector ต้องมีจำนวนสเตจ (state) ใน Trellis มากๆ
  • 3 : สัญญาณรบกวนที่ระบบมองเห็นที่อินพุทของตัว Viterbi detector เป็น white noise
  • 4 : ตัวอิควอไลเซอร์ต้องให้สัมพันธ์แบบสมบูรณ์ (perfect match) กับ channel response
  • 5 : ช่องสัญญาณ (channel) ควรจะ memory น้อยๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • พิจารณาระบบต่อไปนี้ ข้อใดคือ sequence ที่ควรจะเป็นมากที่สุด ถ้า sequence y[k] ที่ Viterbi detector รับมาคือ [0.4 0.1 0.5 0.6] ใน mean-squared error (MSE) sense
  • 1 : 1 0 0 1
  • 2 : 1 0 1 0
  • 3 : 0 0 1 1
  • 4 : 1 1 1 0
  • 5 : 0 1 0 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :
  • พิจารณาระบบต่อไปนี้ ความน่าจะเป็นของความผิดพลาดข้อมูล (Probability of error) อะไร ที่ตัว Viterbi detector พยายามที่จะทำให้เกิดน้อยที่สุด
  • 1 : Probability of bit error
  • 2 : Probability of sequence error
  • 3 : Probability of track error
  • 4 : Probability of timing error
  • 5 : Probability of frame error
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • ข้อใดเป็น bit rate ของ wireless LAN ตามมาตรฐาน IEEE 802.11g ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
  • 1 : 5.4 Mbps
  • 2 : 11 Mbps
  • 3 : 54 Mbps
  • 4 : 100 Mbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 125 : Source coding (PCM, DM, etc.)
ข้อที่ 121 :
  • ตัวกำเนิดสัญญาณ 3 ระดับ ที่มีความน่าจะเป็นเท่ากับ ¼ , ¼ และ ½ ตามลำดับ มีค่าเอนโทรพี (entropy) เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 1/2 บิต
  • 2 : 1 บิต
  • 3 : 1 1/2 บิต
  • 4 : 2 บิต
  • 5 : 2 1/2 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :
  • ในการส่งสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)  x(t) โดยเริ่มจากการแปลงจากสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก) เป็นสัญญาณดิสครีตด้วยความถี่ 30 กิโลเฮิรตซ์ หากจำนวนของระดับควอนไทซ์ที่ใช้เท่ากับ 256 อัตราเร็วบิทที่ได้มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 60 กิโลบิตต่อวินาที
  • 2 : 120 กิโลบิตต่อวินาที
  • 3 : 240 กิโลบิตต่อวินาที
  • 4 : 768 กิโลบิตต่อวินาที
  • 5 : 7680 กิโลบิตต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ DM
  • 1 : Digital Modulation
  • 2 : Delta Modulation
  • 3 : Delta Modulo
  • 4 : Data Modulation
  • 5 : Digital Multiplex
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ PAM
  • 1 : Phase Amplitude Modulation
  • 2 : Pulse Asynchronous Modulation
  • 3 : Pulse Amplitude Modulation
  • 4 : Periodic Amplitude Modulation
  • 5 : Pulse Amplitude Multiplexing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ PCM
  • 1 : Pulse Control Multiplexing
  • 2 : Pulse Control Modulation
  • 3 : Pulse Code Modulation
  • 4 : Phase Code Modulation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ DPCM
  • 1 : Delta Pulse Code Modulation
  • 2 : Differential Pulse Code Modulation
  • 3 : Direct Pulse Code Modulation
  • 4 : Direct Pulse Control Modulation
  • 5 : Digital Pulse Code Modulation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ LPC
  • 1 : Linear Predictive Code
  • 2 : Linear Phase Control
  • 3 : Linear Phase Code
  • 4 : Linear Predictive Control
  • 5 : Line Predictive Code
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • สัญญาณ PAM(Pulse Amplitude Modulation) x ชนิดหนึ่งมี 3 ระดับมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดดังตาราง ข้อใดเป็นค่าเฉลี่ยของ x
  • 1 : 2
  • 2 : 2.2
  • 3 : 2.4
  • 4 : 2.6
  • 5 : 2.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • สัญญาณ PAM(Pulse Amplitude Modulation) x ชนิดหนึ่งมี 3 ระดับมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดดังตาราง ข้อใดเป็นค่าความแปรปรวนของ x
  • 1 : 1.8
  • 2 : 2.0
  • 3 : 2.2
  • 4 : 2.4
  • 5 : 2.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • สัญญาณ PAM(Pulse Amplitude Modulation) x ชนิดหนึ่งมี 3 ระดับมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดดังตาราง ข้อใดเป็นค่าเฉลี่ยของ x
  • 1 : 1.8
  • 2 : 2.0
  • 3 : 2.2
  • 4 : 2.4
  • 5 : 2.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 131 :
  • ตัวแปรสุ่ม x มี PDF ของการกระจายแบบสุ่มเป็น

    จงค่าเฉลี่ยของตัวแปร x
  • 1 : 8
  • 2 : 10
  • 3 : 12
  • 4 : 14
  • 5 : 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 132 :
  • วิธีการใดสามารถลดการเกิดความผิดพลาดแบบ Slope Overload ได้
  • 1 : เพิ่มค่าความถี่สุ่ม
  • 2 : ลดระดับการควอนไตซ์
  • 3 : เพิ่มค่า Step Size
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • การ Modulation แบบใดที่มีอัตราความผิดพลาดน้อยที่สุดเมื่อใช้พลังงานในการส่งข้อมูล 1 บิต เท่ากัน
  • 1 : PSK
  • 2 : ASK
  • 3 : FSK
  • 4 : เท่ากันทั้ง 3 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • จงหาค่า Generation Matrix ของการเข้ารหัสแบบ Convolution ดังรูป
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  • สมมติว่ามีแหล่งกำเนิดข้อมูลแบบ discrete ที่ส่งสัญญาณดิจิตอลแบบไบนารี่ คือ 0 และ 1 จงหาค่า self-information ของแหล่งกำเนิดนี้
  • 1 : 1 bit
  • 2 : 2 bits
  • 3 : 4 bits
  • 4 : 8 bits
  • 5 : 16 bits
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  • จงหา entropy ของแหล่งกำเนิดข้อมูลซึ่งให้ข้อมูลแบบ binary คือ 0 และ 1 เท่านั้น โดยที่ความน่าจะเป็นของแหล่งกำเนิดที่จะให้บิต 0 เป็น 0.3
  • 1 : 0.12984
  • 2 : 0.15263
  • 3 : 0.22190
  • 4 : 0.26529
  • 5 : 0.29812
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • การเข้ารหัสสัญญาณเสียงเพื่อให้อัตราบิตป้อนออกต่ำนั้นต้องพิจารณาถึงหัวข้อใด
  • 1 : คุณลักษณะของเสียง
  • 2 : คุณสมบัติของการฟัง
  • 3 : คุณลักษณะทางสถิติของภาพ
  • 4 : คุณลักษณะของเสียงและคุณสมบัติของการฟัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  • เมื่อต้องการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่มีแถบความถี่ 6 MHz ที่เข้ารหัสแบบ PCM 8 บิตนั้นจะมีอัตราบิตส่งออกเท่าใด
  • 1 : 8 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 2 : 16 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 3 : 64 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 4 : 96 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 5 : 128 เมกกะบิตต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  • วิธีการมัลติเพลกซ์แบบไทม์ดิวิชันมัลติเพลกซ์ที่รวบรวมเอาช่องสัญญาณเสียงโทรศัพท์ PCM 8 บิตจำนวน 24 ช่องสัญญาณมาทำการส่งนั้นต้องใช้อัตราการส่งเท่าใด
  • 1 : 1.5 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 2 : 2.0 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 3 : 2.4 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 4 : 3.6 เมกกะบิตต่อวินาที
  • 5 : 4.8 เมกกะบิตต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 140 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะการทวนสัญญาณพัลซ์ในระบบสื่อสารดิจิตอล
  • 1 : ทำการขยายสัญญาณดั้งเดิมที่มีสัญญาณรบกวนนั้นออกไปเลย
  • 2 : ทำการส่งสัญญาณดั้งเดิมออกที่มีสัญญาณรบกวนนั้นออกไปเลย
  • 3 : ทำการสร้างรูปพัลซ์ที่ผิดเพี้ยนให้อยู่ในรูปแบบเดียวกับคลื่นที่ถูกส่งออกมาจากด้านส่ง
  • 4 : ข้อ ก และ ข ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • การประเมินค่าคุณภาพการส่งแบบดิจิตอลโดยใช้ความรู้สึกนั้นเราใช้อะไร
  • 1 : เอแพทเทิร์น
  • 2 : อายแพทเทิร์น
  • 3 : สเปคตรัมตรัม
  • 4 : เนตเวอร์คแอนนาไลเซอร์
  • 5 : โลจิกแอนนาไลเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 142 :
  • ตามหลักการแซมปลิ้งค์สัญญาณนั้น การที่จะนำเอาสัญญาณดั้งเดิมกลับคืนมาต้องทำการแซมปลิ้งค์ด้วยช่วงเวลาเท่าใด
  • 1 : f0 วินาทีเมื่อ f0 เป็นความถี่สูงสุดของสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 2 : 1/(2f0) วินาทีเมื่อ f0 เป็นความถี่สูงสุดของสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 3 : 3/(4f0) วินาทีเมื่อ f0 เป็นความถี่สูงสุดของสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 4 : 2f0 วินาทีเมื่อ f0 เป็นความถี่สูงสุดของสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 5 : 4f0 วินาทีเมื่อ f0 เป็นความถี่สูงสุดของสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • การที่จะนำเอาสัญญาณแอนะลอก (อนาล็อก) ดั้งเดิมกลับคืนมาจากการโมดุเลชั่นแบบพัลซ์แอมปลิจูดโมดุเลชั่นนั้นต้องใช้ตัวกรองแบบใด
  • 1 : โลพาสฟิลเตอร์
  • 2 : ไฮพาสฟิลเตอร์
  • 3 : ออลพาสฟิลเตอร์
  • 4 : แบนด์พาสฟิลเตอร์
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • ปฏิบัติการเปลี่ยนแอมปลิจูดของสัญญาณจากพัลซ์แอมปลิจูดโมดุเลชั่นไปเป็นค่าตัวเลขที่ไม่ต่อเนื่องตามเวลาเรียกว่า
  • 1 : การแซมปลิ้งค์
  • 2 : การควอนไตซ์
  • 3 : การคอมแพนดิงค์
  • 4 : การโมดุเลชั่น
  • 5 : การซิงโครนัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • การมัลติเพลกซ์สัญญาณดิจิตอลนั้นจำเป็นต้องให้มีการคล้องจองกันของสัญญาณทางด้านรับและด้านส่งเรียกว่าอะไร
  • 1 : การแซมปลิ้งค์
  • 2 : การควอนไตซ์
  • 3 : การคอมแพนดิงค์
  • 4 : การซิงโครนัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 :
  • การซ้อนทับของสัญญาณจากการแซมปลิ้งค์ทำให้ไม่สามารถนำเอาสัญญาณดั้งเดิมกลับคืนมาได้เกิดจากอะไร
  • 1 : ออสซิลเลเตอร์ไม่ดี
  • 2 : ฟิลเตอร์ไม่ดี
  • 3 : การขยายสัญญาณไม่ดี
  • 4 : การควอนไตซ์ไม่ดี
  • 5 : การเข้ารหัสไม่ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 :
  • สมมุติสัญญาณชนิดมีองค์ประกอบทางความถี่สูงสุด 3.4 kHz ถ้าต้องการเข้ารหัสแบบ PCM ที่ใช้อัตราสุ่ม 8 kHz และเข้ารหัสด้วย 8 บิต ข้อใดเป็นอัตราการส่งข้อมูลที่ถูกต้อง
  • 1 : 40 kbps
  • 2 : 48 kbps
  • 3 : 56 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : 128 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 148 :
  • สมมุติสัญญาณชนิดมีองค์ประกอบทางความถี่สูงสุด 3.4 kHz ถ้าต้องการเข้ารหัสแบบ PCM ที่ใช้อัตราสุ่ม 8 kHz และเข้ารหัสด้วย 5 บิต ข้อใดเป็นอัตราการส่งข้อมูลที่ถูกต้อง
  • 1 : 40 kbps
  • 2 : 48 kbps
  • 3 : 56 kbps
  • 4 : 65 kbps
  • 5 : 128 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • สมมุติสัญญาณชนิดมีองค์ประกอบทางความถี่สูงสุด 3.4 kHz ถ้าต้องการเข้ารหัสแบบ PCM ที่ใช้อัตราสุ่ม 8 kHz และเข้ารหัสด้วย 7 บิต ข้อใดเป็นอัตราการส่งข้อมูลที่ถูกต้อ
  • 1 : 40 kbps
  • 2 : 48 kbps
  • 3 : 56 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : 128 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • สมมุติสัญญาณชนิดมีองค์ประกอบทางความถี่สูงสุด 3.4 kHz ถ้าต้องการเข้ารหัสแบบ PCM ที่ใช้อัตราสุ่ม 8 kHz และเข้ารหัสด้วย 6 บิต ข้อใดเป็นอัตราการส่งข้อมูลที่ถูกต้อง
  • 1 : 40 kbps
  • 2 : 48 kbps
  • 3 : 56 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : 128 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 151 :
  • 122. การเข้าระหัสแบบ systematic block code มี 3 พาริตี ซึ่งมี generator matrix(G) เป็นดังรูป ข้อใดเป็นข้อมูลหลังจากเข้ารหัลเมื่อข้อมูลเป็น 000
  • 1 : 000000
  • 2 : 001110
  • 3 : 010011
  • 4 : 011101
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • การเข้าระหัสแบบ systematic block code มี 3 พาริตี ซึ่งมี generator matrix(G) เป็นดังรูป ข้อใดเป็นข้อมูลหลังจากเข้ารหัลเมื่อข้อมูลเป็น 010
  • 1 : 000000
  • 2 : 001110
  • 3 : 010011
  • 4 : 011101
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • การเข้าระหัสแบบ systematic block code มี 3 พาริตี ซึ่งมี generator matrix(G) เป็นดังรูป ข้อใดเป็นข้อมูลหลังจากเข้ารหัลเมื่อข้อมูลเป็น 010
  • 1 : 000000
  • 2 : 001110
  • 3 : 010011
  • 4 : 011101
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 154 :
  • 125. การเข้าระหัสแบบ systematic block code มี 3 พาริตี ซึ่งมี generator matrix(G) เป็น ดังรูป ข้อใดเป็นข้อมูลหลังจากเข้ารหัลเมื่อข้อมูลเป็น 011
  • 1 : 000000
  • 2 : 001110
  • 3 : 010011
  • 4 : 011101
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • การเข้าระหัสแบบ systematic block code มี 3 พาริตี ซึ่งมี generator matrix(G) เป็นดังรูป ข้อใดเป็นข้อมูลหลังจากเข้ารหัลเมื่อข้อมูลเป็น 111
  • 1 : 100111
  • 2 : 101001
  • 3 : 110100
  • 4 : 111010
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดเรียงลำดับกระบวนการสร้างสัญญาณ PCM ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : Sampler and hold, Quantizer, Encoder, Line coding, Low pass filter
  • 2 : Sampler and hold, Line coding, Low pass filter, Quantizer, Encoder
  • 3 : Low pass filter, Sampler and hold, Encoder, Quantizer, Line coding
  • 4 : Low pass filter, Sampler and hold, Quantizer, Encoder, Line coding
  • 5 : Low pass filter, Quantizer, Encoder, Sampler and hold, Line coding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 :
  • Low pass filter ที่ใช้ในช่วงต้นของกระบวนการสร้างสัญญาณ PCM นั้นทำหน้าที่หลักในป้องกันสิ่งใด
  • 1 : ISI.
  • 2 : Aliasing
  • 3 : Noise
  • 4 : Cross Talk
  • 5 : Over modulation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 158 :
  • แบนด์วิดท์ที่ต่ำที่สุด(Minimum Bandwidth) ทีสามารถส่งผ่านสัญญาณ PCM ที่อัตราข้อมูล 64 kBps มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0 kHz
  • 2 : 16 kHz
  • 3 : 32 kHz
  • 4 : 64 kHz
  • 5 : 128 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 159 :
  • ในการสร้างสัญญาณ PCM ตามมาตรฐาน CCITT ใช้ กฎการทำคอมแพนดิ้งแบบใด
  • 1 : Uniform
  • 2 : µ-Law
  • 3 : Nyquist’s theorem
  • 4 : A-Law
  • 5 : Squre Law
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • กฎการทำคอมแพนดิ้งในการสร้างสัญญาณ PCM ที่ใช้ ในทวีปอเมริกาเหนือเป็นแบบใด
  • 1 : Uniform
  • 2 : µ-Law
  • 3 : Nyquist’s theorem
  • 4 : A-Law
  • 5 : Squre Law
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 161 :
  • การทำ Source Coding แบบใดได้ชื่อว่า PCM แบบ 1 บิต
  • 1 : PAM
  • 2 : DM
  • 3 : DPCM
  • 4 : ADPCM
  • 5 : LPC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 162 :
  • เราสามารถพบการเกิดสัญญาณรบกวนแบบ Slope Overload จากการทำ Source Coding แบบใด
  • 1 : PAM
  • 2 : DM
  • 3 : DPCM
  • 4 : ADPCM
  • 5 : LPC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 163 :
  • เราสามารถพบการเกิดสัญญาณรบกวนแบบ Granular Noise จากการทำ Source Coding แบบใด
  • 1 : PAM
  • 2 : DM
  • 3 : DPCM
  • 4 : ADPCM
  • 5 : LPC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • ถ้าการส่งข้อมูลแบบ Delta Modulation มีอัตราสุ่มเป็น 10 Hz และ step size เป็น 0.1 ถ้าสัญญาณที่จะใช้ส่งเป็น m(t)=at เมื่อ t>0 ข้อใดเป็นค่า a ที่จะไม่ทำให้เกิด Slope over load
  • 1 : น้อยกว่า 1
  • 2 : มากกว่า 1
  • 3 : 1
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • การเข้ารหัสข้อมูลแบบ (7,4) Block code ถ้าอัตราส่งของข้อมูลก่อนเข้ารหัสเป็น 3600 บิตต่อวินาทีจงหาอัตราการส่งข้อมูลที่จะออกสู่ช่องสัญญาณ
  • 1 : 6300 บิตต่อวินาที
  • 2 : 3600 บิตต่อวินาที
  • 3 : 7200 บิตต่อวินาที
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • การเข้ารหัสข้อมูลแบบ (8,4) Block code ถ้าอัตราส่งของข้อมูลก่อนเข้ารหัสเป็น 4000 บิตต่อวินาทีจงหาอัตราการส่งข้อมูลที่จะออกสู่ช่องสัญญาณ
  • 1 : 8000 บิตต่อวินาที
  • 2 : 4000 บิตต่อวินาที
  • 3 : 7200 บิตต่อวินาที
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :
  • การเข้ารหัสข้อมูลแบบ (10,3) Block code ถ้าอัตราส่งของข้อมูลก่อนเข้ารหัสเป็น 6000 บิตต่อวินาทีจงหาอัตราการส่งข้อมูลที่จะออกสู่ช่องสัญญาณ
  • 1 : 20000 บิตต่อวินาที
  • 2 : 6000 บิตต่อวินาที
  • 3 : 60000 บิตต่อวินาที
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • การเข้ารหัสข้อมูลแบบ (7,4) Block code ข้อใดเป็น Code Rate
  • 1 : 4/7
  • 2 : 7/4
  • 3 : 0
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • การเข้ารหัสข้อมูลแบบ (8,4) Block code ข้อใดเป็น Code Rate
  • 1 : 4/8
  • 2 : 8/4
  • 3 : 4
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • การเข้ารหัสข้อมูลแบบ (10,3) Block code ข้อใดเป็น Code Rate
  • 1 : 3/10
  • 2 : 3
  • 3 : 10/3
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 171 :
  • ถ้า Data code เป็น 001 ข้อใดเป็น Code word ของการเข้ารหัสแบบ Single Parity Check
  • 1 : 0011
  • 2 : 1011
  • 3 : 1111
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 172 :
  • ถ้า Data code เป็น 010 ข้อใดเป็น Code word ของการเข้ารหัสแบบ Single Parity Check
  • 1 : 0101
  • 2 : 0111
  • 3 : 1111
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • ถ้า Data code เป็น 111 ข้อใดเป็น Code word ของการเข้ารหัสแบบ Single Parity Check
  • 1 : 1111
  • 2 : 1011
  • 3 : 1101
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมี G(Generator Matrix) เป็น  ถ้าข้อมูลดิจิตอล (message word) ที่ต้องการส่งเป็น 101 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการเข้ารหัส (code word)
  • 1 : 101000
  • 2 : 101100
  • 3 : 101101
  • 4 : 101110
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 175 :
  • ในการเข้ารหัสแบบ PCM แบบ 8 ระดับ ถ้าข้อมูลเป็นสัญญาณ Sinusoidal ที่ Amplitude เป็น 1 Volt ข้อใดเป็นค่า SNR ที่เกิดจากการเข้ารหัส
  • 1 : 19.8227 dB
  • 2 : 17.4135 dB
  • 3 : 20.1224 dB
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  • ในการเข้ารหัสแบบ PCM แบบ 8 ระดับ ถ้าข้อมูลเป็นสัญญาณ Sinusoidal ที่ Amplitude เป็น 1 Volt ข้อใดเป็นค่า SNR ที่เกิดจากการเข้ารหัส
  • 1 : 19.8227 dB
  • 2 : 17.4135 dB
  • 3 : 20.1224 dB
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • ในการเข้ารหัสแบบ PCM แบบ 8 ระดับ ถ้าข้อมูลเป็นสัญญาณ Sinusoidal ที่ Amplitude เป็น 2 Volt ข้อใดเป็นค่า SNR ที่เกิดจากการเข้ารหัส
  • 1 : 19.8227 dB
  • 2 : 17.4135 dB
  • 3 : 20.1224 dB
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • ในการเข้ารหัสแบบ PCM แบบ 4 ระดับ ถ้าข้อมูลเป็นสัญญาณ Sinusoidal ที่ Amplitude เป็น 3 Volt ข้อใดเป็นค่า SNR ที่เกิดจากการเข้ารหัส
  • 1 : 13.801 dB
  • 2 : 19.8227 dB
  • 3 : 20.1224 dB
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :
  • ในการเข้ารหัส Delta modulation ที่ใช้ค่า Step size 0.1 volt และอัตราสุ่ม 8 kHz ข้อใดเป็น quantizing error power
  • 1 : 0.0033
  • 2 : 0.0011
  • 3 : 0.1
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • ในการเข้ารหัส Delta modulation ที่ใช้ค่า Step size 0.1 volt และอัตราสุ่ม 16 kHz ข้อใดเป็น quantizing error power
  • 1 : 0.0033
  • 2 : 0.0011
  • 3 : 0.1
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • จากรูปสัญญาณที่จุด A มีอัตราการส่งข้อมูลเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 64 kbps
  • 3 : 128 kbps
  • 4 : 256 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • จากรูปค่าความถี่ Cutoff ของ LPF ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 3 kHz
  • 2 : 4 kHz
  • 3 : 8 kHz
  • 4 : 16 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 :
  • จากรูปค่าอัตราสุ่มต่ำสุดที่จะใช้ได้เป็นเท่าใด
  • 1 : 4 kHz
  • 2 : 8 kHz
  • 3 : 16 kHz
  • 4 : 3.4 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • จากรูปค่าความถี่ Cutoff ของ LPF ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 4 kHz
  • 2 : 8 kHz
  • 3 : 16 kHz
  • 4 : 5 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 185 :
  • จากรูปค่าความถี่ Cutoff ของ LPF ควรเป็นเท่าใด
  • 1 : 4 kHz
  • 2 : 8 kHz
  • 3 : 16 kHz
  • 4 : 5 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • จากรูปค่าอัตราการส่งข้อมูลที่จุด A จะเป็นเท่าใด
  • 1 : 4 kHz
  • 2 : 16 kHz
  • 3 : 100 kHz
  • 4 : 128 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :
  • จากรูปสัญญาณที่จุด C จะมีความถีเท่าใด
  • 1 : 1 kHz
  • 2 : 2 kHz
  • 3 : 5 kHz
  • 4 : 0.5 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • ข้อใดคือ Bandwidth Efficiency ในการผสมสัญญาณดิจดตอลแบบ BPSK
  • 1 : 0.5 bits/second/Hz
  • 2 : 1 bits/second/Hz
  • 3 : 2 bits/second/Hz
  • 4 : 0.5 bits/second/Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • จากรูปข้อใดคือจำนวน parity bits(h) ที่ใช้การเข้ารหัส
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 7
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 190 :
  • จากรูปข้อใดคือขนาดของเมทริกซ์  G
  • 1 : 4x7
  • 2 : 7x4
  • 3 : 3x4
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • จากรูปข้อใดคือขนาดของเมทริกซ์  H
  • 1 : 3x7
  • 2 : 7x4
  • 3 : 3x4
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • ถ้าเมทริกซ์กำเนิด G แสดงดังรูป ข้อใดคือ เมทริกซ์ H
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 193 :
  • ถ้าเมทริกซ์กำเนิด G แสดงดังรูป และ m= 0111 ข้อใดคือ c
  • 1 : 0010111
  • 2 : 0011111
  • 3 : 1011111
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 194 :
  • ถ้าเมทริกซ์กำเนิด G แสดงดังรูป และ m= 1001 ข้อใดคือ c
  • 1 : 1011101
  • 2 : 0111011
  • 3 : 0111001
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 :
  • ถ้า G เป็นดังรูป และ m= 1011 ข้อใดคือ c
  • 1 : 1001011
  • 2 : 0111010
  • 3 : 1011100
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • ถ้าเมทริกซ์กำเนิด G แสดงดังรูป และ ถ้าสัญญาณที่รับได้ที่จุด C เป็น 1100010 ข้อใดคือสัญญาณที่ได้ที่จุด D
  • 1 : 0010
  • 2 : 1101
  • 3 : 1011
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 :
  • ถ้าเมทริกซ์กำเนิด G แสดงดังรูป  และ ถ้าสัญญาณที่รับได้ที่จุด C เป็น 0100011 ข้อใดคือสัญญาณที่ได้ที่จุด D
  • 1 : 0011
  • 2 : 1101
  • 3 : 1011
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ถ้าเมทริกซ์กำเนิด G แสดงดังรูป และ ถ้าสัญญาณที่รับได้ที่จุด C เป็น 0000011 ข้อใดคือสัญญาณที่ได้ที่จุด D
  • 1 : 0011
  • 2 : 1101
  • 3 : 1011
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 :
  • ถ้า m เป็น 10011 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ จุด B
  • 1 : 1110111101
  • 2 : 1110111111
  • 3 : 1000111101
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  • ถ้า m เป็น 11011 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ จุด B
  • 1 : 1000111101
  • 2 : 1110111111
  • 3 : 1101010001
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ถ้า m เป็น 11111 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ จุด B
  • 1 : 1110111111
  • 2 : 1101101010
  • 3 : 1000111101
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 202 :
  • ถ้า m เป็น 11111 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ จุด B
  • 1 : 1101101010
  • 2 : 1110111111
  • 3 : 1000111101
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 203 :
  • ถ้าข้อมูลที่รับได้ที่จุด B เป็น 1101101010 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ จุด D
  • 1 : 11101
  • 2 : 11111
  • 3 : 10001
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • ถ้าข้อมูลที่รับได้ที่จุด B เป็น 110110 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ จุด D
  • 1 : 101
  • 2 : 111
  • 3 : 100
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 205 :
  • จากรายละเอียดการทำงานของ Convolution code ในรูป ข้อใดเป็นอัตรารหัส  (Code rate)
  • 1 : 0.2
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1.0
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • จากรายละเอียดการทำงานของ Convolution code ในรูป ถ้า ข้อมูลที่ A เป็น 01 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ B
  • 1 : 0011
  • 2 : 1101
  • 3 : 1110
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • จากรายละเอียดการทำงานของ Convolution code ในรูป ถ้า ข้อมูลที่ A เป็น 10 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ B
  • 1 : 1101
  • 2 : 1110
  • 3 : 1100
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • วิธีการใดสามารถลดป้องกันการเกิดความผิดพลาดแบบ Slope Overload ได้
  • 1 : เพิ่มค่าความถี่สุ่ม
  • 2 : ลดระดับการควอนไทซ์
  • 3 : เพิ่มค่า Step Size
  • 4 : เพิ่มจำนวนบิตในการเข้ารหัส
  • 5 : มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 209 :
  • ระบบใช้การเข้ารหัสแหล่งสัญญาณแบบ Pulse Code Modulation โดยใช้จำนวนบิตในการเข้ารหัสเท่ากับ 10 บิต สามารถเข้ารหัสสัญญาณที่อยู่ในช่วง –5 โวล์ท จนถึง 5 โวล์ท จงคำนวณค่าระดับการควอนไทซ์
  • 1 : 0.00845
  • 2 : 0.00586
  • 3 : 0.00125
  • 4 : 0.00648
  • 5 : 0.00976
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 210 :
  • ระบบ PCM อันหนึ่ง สัญญาณอินพุทมี bandwidth 22 kHz, อัตราสุ่มสัญญาณ 44 kHz ใช้การเข้ารหัสแบบ 16 bit/sample ถามว่าระบบนี้ต้องการอัตราส่งข้อมูลเท่าไหร่
  • 1 : 64 kbps
  • 2 : 352 kbps
  • 3 : 704 kbps
  • 4 : 1536 kbps
  • 5 : 2048 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • ระบบ PCM อันหนึ่ง สัญญาณอินพุทมี bandwidth 4 kHz, อัตราสุ่มสัญญาณ 22 kHz ใช้การเข้ารหัสแบบ 8 bit/sample ถามว่าระบบนี้ต้องการอัตราส่งข้อมูลเท่าไหร่
  • 1 : 176 kbps
  • 2 : 352 kbps
  • 3 : 704 kbps
  • 4 : 1536 kbps
  • 5 : 2048 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • กระบวนการใดไม่ใช่กระบวนการของ Source Coding
  • 1 : Lempel Ziv
  • 2 : Huffman Code
  • 3 : PSK
  • 4 : PCM
  • 5 : DM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  • กำหนดให้ระบบสื่อสารแบบดิจิตอล ใช้การเข้ารหัสแหล่งข้อมูลแบบ Pulse Code Modulation โดยใช้ Step size = 0.01 และใช้การแปลงข้อมูลแบบ 8 bit/sample เมื่อทำการป้อนสัญญาณอินพุทเป็นสัญญาณซายน์ และคำนวณได้ว่ามีค่า SQR เท่ากับ 47.7815 dB จงคำนวณว่าสัญญาณอินพุทมีขนาดเท่าไร
  • 1 : 1 Vp.
  • 2 : 2 Vp.
  • 3 : 3 Vp.
  • 4 : 4 Vp.
  • 5 : 5 Vp.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  • ข้อไหนคือประโยชน์ของการทำ Companding
  • 1 : เพิ่มประสิทธิภาพ Quantization
  • 2 : ลด ISI
  • 3 : ป้องกันการเกิดเอเลียสซิง (aliasing)
  • 4 : ตรวจจับความผิดพลาด
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 215 :
  • การเข้ารหัส DM สามารถเข้ารหัสได้กี่ระดับ
  • 1 : 8
  • 2 : 16
  • 3 : 256
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • การเข้ารหัส LPC ใช้ในระบบสื่อสารแบบใด
  • 1 : GSM
  • 2 : โทรศัพท์พื้นฐาน
  • 3 : Wifi
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • การเข้ารหัส PCM สำหรับเสียงคนพูดควรใช้อัตราสุ่มเท่าใด
  • 1 : 8 kHz
  • 2 : 3.4 kHz
  • 3 : 4 kHz
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 218 :
  • การเข้ารหัส PCM 8 บิตและอัตราสุ่ม 8 kHz จะมีอัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 64 kbps
  • 2 : 128 kbps
  • 3 : 4 kbps
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • การเข้ารหัส DM ใช้อัตราสุ่ม 128 kHz จะมีอัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 4 kbps
  • 2 : 64 kbps
  • 3 : 128 kbps
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • การเข้ารหัส PCM 8 บิตและอัตราสุ่ม 10 MHz จะมีอัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 40 Mbps
  • 2 : 80 Mbps
  • 3 : 128 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • การเข้ารหัส PCM กับสัญญาณที่มนุษย์รับรู้ด้วยการฟังได้ อัตราสุ่มสัญญาณควรเป็นเท่าใดถึงจะไม่เกิดเอเลียสซิง (aliasing) 
  • 1 : 8 kHz
  • 2 : 16 kHz
  • 3 : 40 kHz
  • 4 : 100 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • ข้อใดเป็นข้อดีของระบบการสื่อสารแบบดิจิตอลเมื่อเทียบกับระบบแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 1 : ราคาถูก
  • 2 : ผลิตได้ง่าย
  • 3 : ทนต่อสัญญาณรบกวนได้สูง
  • 4 : ทนทาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 223 :
  • DM เป็นส่วนประกอบใดของระบบสื่อสารดิจิตอล
  • 1 : Source Coding
  • 2 : Channel Coding
  • 3 : Modulation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยมาตราฐาน G.711 อัตราการส่งข้อมูลเท้่ากับเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยมาตราฐาน G.729 อัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยมาตรฐาน GSM อัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 13 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 227 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยมาตราฐาน G.722 อัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 228 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยมาตราฐาน G.723 อัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 24 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 229 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยการสุ่มสัญญาณด้วยอัตราสุ่มข้อมูล 8 kHz เข้าระหัสด้วยอัตราการส่งข้อมูล 8 บิตต่อระดับ(Symbol) อัตราข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยการสุ่มสัญญาณด้วยอัตราสุ่มข้อมูล 8 kHz เข้าระหัสด้วยอัตราการส่งข้อมูล 12 บิตต่อระดับ(Symbol) อัตราข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 96 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 231 :
  • สัญญาณเสียงถูกเข้ารหัสด้วยการสุ่มสัญญาณด้วยอัตราสุ่มข้อมูล 8 kHz เข้าระหัสด้วยอัตราการส่งข้อมูล 16 บิตต่อระดับ(Symbol) อัตราข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 128 kbps
  • 4 : 164 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • สัญญาณเสียงถูกแบ่งเป็นช่วงช่วงละ 0.02 วินาทีและเข้าระหัสด้วยวิธีการหนึ่งซึ่งต้องใช้จำนวนข้อมูลดิจิตอลเป็นจำนวน 40 บิต อัตราการส่งข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 2 kbps
  • 2 : 4 kbps
  • 3 : 8 kbps
  • 4 : 16 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 233 :
  • สัญญาณเสียงถูกแบ่งเป็นช่วงช่วงละ 0.02 วินาทีและเข้าระหัสด้วยวิธีการหนึ่งซึ่งต้องใช้จำนวนข้อมูลดิจิตอลเป็นจำนวน 160 บิต อัตราการส่งข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 234 :
  • สัญญาณเสียงถูกแบ่งเป็นช่วงช่วงละ 0.02 วินาทีและเข้าระหัสด้วยวิธีการหนึ่งซึ่งต้องใช้จำนวนข้อมูลดิจิตอลเป็นจำนวน 320 บิต อัตราการส่งข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 235 :
  • สัญญาณเสียงถูกแบ่งเป็นช่วงช่วงละ 0.02 วินาทีและเข้าระหัสด้วยวิธีการหนึ่งซึ่งต้องใช้จำนวนข้อมูลดิจิตอลเป็นจำนวน 640 บิต อัตราการส่งข้อมูลดิจิตอลเป็นเท่าใด
  • 1 : 8 kbps
  • 2 : 16 kbps
  • 3 : 32 kbps
  • 4 : 64 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :
  • ข้อต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช้การเข้ารหัสสัญญาณเสียงพูด
  • 1 : PCM
  • 2 : LPC-10
  • 3 : GSM
  • 4 : MPEG4
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 126 : Bandpass digital system (ASK, PSK, FSK)
ข้อที่ 237 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อได้เปรียบของระบบสื่อสารดิจิตอลเมื่อเทียบกับระบบแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 1 : เมื่อค่าเอสเอ็นอาร์ต่ำกว่าค่าเทรสโชลด์ของระบบ สมรรถนะจะไม่ลดลงกระทันหัน
  • 2 : การมัลติเพล็กส์สัญญาณเชิงเวลาทำได้ง่ายกว่า
  • 3 : มีเทคนิคการประมวลสัญญาณหลากหลาย
  • 4 : ลดการผิดพลาดของระบบด้วยเทคนิครหัสช่องสัญญาณ
  • 5 : วงจรดิจิตอลมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อได้เปรียบของระบบสื่อสารดิจิตอลเมื่อเทียบกับระบบแอนะลอก (อนาล็อก)
  • 1 : มีวงจรทวนสัญญาณ (regenerative repeaters) มีไม่ซับซ้อน
  • 2 : การมัลติเพล็กส์สัญญาณเชิงเวลาทำได้ง่ายกว่า
  • 3 : วงจรดิจิตอลมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
  • 4 : เหมาะสมต่อการส่งข้อมูลมัลติมีเดีย
  • 5 : มีเทคนิคการประมวลสัญญาณหลากหลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • ในการส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว 144 เมกะบิตต่อวินาทีในช่องสัญญาณด้วยการมอดูเลตแบนพาส หากใช้การฟิลเตอร์แบบไนควิสต์ (Nyquist) และใช้แบนด์วิดธ์ 36 เมกะเฮิร์ตซ์ ประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 2 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 2 : 4 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 3 : 6 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 4 : 8 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 5 : 12 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • ในการส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว 144 เมกะบิตต่อวินาทีในช่องสัญญาณด้วยการมอดูเลตแบนพาส หากใช้การฟิลเตอร์แบบไนควิสต์ (Nyquist) และใช้แบนด์วิดธ์ 18 เมกะเฮิรตซ์ ประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 2 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 2 : 4 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 3 : 6 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 4 : 8 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 5 : 12 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 241 :
  • ในการส่งสัญญาณด้วย MPSK หากค่า M = 64 ประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 64 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 2 : 32 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 3 : 16 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 4 : 8 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 5 : 4 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • ในการส่งสัญญาณด้วย MFSK หากค่า M = 8 ประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์ (bandwidth efficiency) มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 1/2 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 2 : 3/8 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 3 : 1/4 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 4 : 1/8 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • 5 : 1/16 บิตต่อวินาทีต่อเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ในระบบสื่อสารหนึ่งๆ หากต้องการออกแบบให้มีประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์ (bandwidth efficiency) เท่ากับ 8 และต้องการเลือกใช้การมอดูเลตแบบ M-ary ค่า M ควรเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 4
  • 2 : 16
  • 3 : 32
  • 4 : 64
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือมาตรฐานของเครือข่ายไร้สายท้องถิ่น (WLAN)
  • 1 : IEEE 802.11
  • 2 : IEEE 802.12
  • 3 : IEEE 802.13
  • 4 : IEEE 802.14
  • 5 : IEEE 802.16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 245 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อดีของระบบ OFDM เมื่อเทียบกับระบบคลื่นพาห์เดี่ยว (single-carrier system)
  • 1 : ลดการใช้อิควอลไลเซอร์(equalizer) ที่ซับซ้อน
  • 2 : จัดการกำลังส่งในแต่ละช่วงแบนด์วิดธ์ได้มีประสิทธิภาพกว่า
  • 3 : ใช้ความยาวของแต่ละพัลส์สัญญาณที่กว้างขึ้น
  • 4 : มีอัตราส่วนระหว่างกำลังงานส่งสูงสุดและกำลังงานส่งเฉลี่ย (PAPR) ที่พอเหมาะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • ในการส่งข้อมูลด้วยการมอดูเลตชนิด BFSK โดยมีอัตราเร็วบิต 1 เมกะบิตต่อวินาที หากทำการตรวจจับสัญญาณแบบร่วมนัย coherent ค่าระยะห่างต่ำสุดระหว่างสองความถี่มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.25 เมกะเฮิรตซ์
  • 2 : 0.5 เมกะเฮิรตซ์
  • 3 : 1 เมกะเฮิรตซ์
  • 4 : 2 เมกะเฮิรตซ์
  • 5 : 2.5 เมกะเฮิรตซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ข้อใดต่อไปนี้แสดงระนาบเฟส (phase plane) ของ QPSK
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • ในการส่งข้อมูลแบบบีพีเอสเค (BPSK) ในช่องสัญญาณ AWGN และทำการรับแบบร่วมนัย (coherent) มีความน่าจะเป็นของบิตผิดพลาดตรงกับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • ในการส่งข้อมูลด้วยบีเอฟเอสเค (BFSK) ในช่องสัญญาณ AWGN และทำการรับแบบร่วมนัย (coherent) มีความน่าจะเป็นของบิตผิดพลาดตรงกับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • ในการส่งข้อมูลด้วยบีเอเอสเค (BASK) ในช่องสัญญาณ AWGN และทำการรับแบบร่วมนัย (coherent) มีความน่าจะเป็นของบิตผิดพลาดตรงกับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 251 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ ASK
  • 1 : Amplitude Shift Keying
  • 2 : Asymmetrical Shift Keying
  • 3 : Asynchronous Shift Keying
  • 4 : Analog Shift Keying
  • 5 : Amplitude Shift Key
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ FSK
  • 1 : Frequency Shift Keying
  • 2 : Fundamental Shift Keying
  • 3 : Formal Shift Keying
  • 4 : Fractional Shift Keying
  • 5 : Frequency Shift Key
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ PSK
  • 1 : Pulse Shift Keying
  • 2 : Phase Shift Keying
  • 3 : Pulse Shift Keying
  • 4 : Polar Shift Keying
  • 5 : Pulse Shift Key
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ MSK
  • 1 : Multiple Shift Keying
  • 2 : Mean Shift Keying
  • 3 : Minimum Shift Keying
  • 4 : Micro Shift Keying
  • 5 : Multiplex Shift Keying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ GMSK
  • 1 : Gaussian Multiple Shift Keying
  • 2 : Gaussian Maxmimum Shift Keying
  • 3 : Global Minimum Shift Keying
  • 4 : Gaussian Minimum Shift Keying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ BPSK
  • 1 : Bipolar Shift Keying
  • 2 : Binary Polar Shift Keying
  • 3 : Binary Phase Shift Keying
  • 4 : Binary Pole Shift Keying
  • 5 : Bippolar Phase Shift Keying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ BPSK
  • 1 : Biphase Shift Keying
  • 2 : Bipolar Shift Keying
  • 3 : Binary Polar Shift Keying
  • 4 : Binary Pole Shift Keying
  • 5 : Binary Phase Shift Keying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 258 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ QPSK
  • 1 : Quadrant Phase Shift Keying
  • 2 : Quarter Phase Shift Keying
  • 3 : Quadrater Phase Shift Keying
  • 4 : Quarter Phase Shift Key
  • 5 : Quadrater Polar Shift Keying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 259 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ FEC
  • 1 : Forward Error Continious
  • 2 : Frequency Expansion Control
  • 3 : Frequency Error Correction
  • 4 : Forward Error Control
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • ข้อใดเป็นตัวย่อของ ARQ
  • 1 : Auto Retrieve Request
  • 2 : Auto Retransmission Request
  • 3 : Auto Request Retransmission
  • 4 : Acknowledgement Retransmission Request
  • 5 : Auto Reshape Request
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 261 :
  • การส่งแบบ BPSK ด้วยความเร็ว 9600 bps ค่า null-to-null BW ของสัญญาณจะมีค่าเท่าใด?
  • 1 : 9600 Hz
  • 2 : 19200 Hz
  • 3 : 4800 Hz
  • 4 : 28800 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • การส่งข้อมูลด้วย BPSK ความเร็ว 9600 bps จะมีค่า equivalent niose bandwidth กว้างเท่าใด
  • 1 : 9600 Hz
  • 2 : 19200 Hz
  • 3 : 4800 Hz
  • 4 : 28800 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • ข้อใดคือลักษณะของการส่งแบบ QPSK ?
  • 1 : ฝากข้อมูลผ่านทางเฟสของ carrier โดยแต่ละชุดข้อมูลมีเฟสของ carrier ต่างกัน 90 องศา
  • 2 : ฝากข้อมูลเป็นพัลซ์ของ carrier โดยแต่ละชุดข้อมูลมีพัลซ์ของ carrier ห่างกัน 3.14/4 เรเดียน
  • 3 : ฝากข้อมูลผ่านทาง Powerของ carrier โดยแต่ละชุดข้อมูลมี Power ของ carrier ต่างกันหนึ่งในสี่
  • 4 : ฝากข้อมูลผ่านทางความถี่ของ carrier โดยแต่ละชุดข้อมูลมีความถี่ของ carrier ต่างกันหนึ่งในสี่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 264 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของการส่งข้อมูลแบบ FSK ?
  • 1 : ฝากข้อมูลผ่านทางความถี่ของ carrier
  • 2 : ฝากข้อมูลผ่านทางเฟสของ carrier
  • 3 : ฝากข้อมูลผ่านทางแอมปลิจูดของ carrier
  • 4 : ฝากข้อมูลผ่านทาง power ของ carrier
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 265 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะการส่งข้อมูลแบบ ASK ?
  • 1 : ฝากข้อมูลผ่านทางความถี่ของ carrier
  • 2 : ฝากข้อมูลผ่านทางเฟสของ carrier
  • 3 : ฝากข้อมูลผ่านทางแอมปลิจูดของ carrier
  • 4 : ฝากข้อมูลผ่านทาง power ของ carrier
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 266 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะการส่งข้อมูลแบบ OOK ?
  • 1 : ส่งข้อมูลโดยการเปิด-ปิด carrier
  • 2 : ส่งข้อมูลโดยการเปลี่ยนเฟส ไป-มา
  • 3 : ส่งข้อมูลโดยการเปลี่ยนความถี่ สูง-ต่ำ
  • 4 : ส่งข้อมูลโดยการเปลี่ยนแอมปลิจูด มาก-น้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • ในการดีมอดูเลตสัญญาณแบบใดไม่จำเป็นต้องใช้วงจรการกู้สัญญาณคลื่นพาห์  (Carrier Recovery)
  • 1 : BPSK
  • 2 : QPSK
  • 3 : DPSK
  • 4 : QAM
  • 5 : 8PSK
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 268 :
  • การผมอดูเลต(Modulation) แบบ Frequency Shift Keying ใช้คุณลักษณะอะไรของสัญญาณไซนูซอยด์เป็นตัวแยกความแตกต่างของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : ความถี่
  • 2 : ขนาด
  • 3 : เฟส
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • การมอดูเลต (Modulation)แบบ Phase Shift Keying ใช้คุณลักษณะอะไรของสัญญาณไซนู ซอยด์เป็นตัวแยกความแตกต่างของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : เฟส
  • 2 : ขนาด
  • 3 : ความถี่
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • การมอดูเลต (Modulation)แบบ Amplitude Shift Keying ใช้คุณลักษณะอะไรของสัญญาณไซนูซอยด์เป็นตัวแยกความแตกต่างของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : แอมพลิจูด
  • 2 : เฟส
  • 3 : ความถี่
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 271 :
  • ข้อใดคือ ประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์ (Bandwidth Efficiency) ในการมอดูเลตณดิจิตอลแบบ BFSK
  • 1 : 1.0 bits/second/Hz
  • 2 : 0.5 bits/second/Hz
  • 3 : 2 bits/second/Hz
  • 4 : 2.5 bits/second/Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • ข้อใดคือ ประสิทธิภาพแบนด์วิดธ์ (Bandwidth Efficiency)  ในการมอดูเลตดิจิตอลแบบ 4-array FSK
  • 1 : 1.5 bits/second/Hz
  • 2 : 1.0 bits/second/Hz
  • 3 : 0.5 bits/second/Hz
  • 4 : 2.0 bits/second/Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 273 :
  • ข้อใดคือ แบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ของช่องสัญญาณที่ต้องใช้ในการมอดูเลตดิจิตอลแบบ BFSK
     
    เมื่อ Rb เป็น bit rate ของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 2Rb
  • 2 : 0.5Rb
  • 3 : 0.1Rb
  • 4 : Rb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • ข้อใดคือ แบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ของช่องสัญญาณที่ต้องใช้ในการมอดูเลตดิจิตอลแบบ 4-array FSK
    เมื่อ Rb เป็น bit rate ของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : Rb
  • 2 : 0.5Rb
  • 3 : 0.2Rb
  • 4 : 0.1Rb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • ข้อใดชื่อเต็มของ OOK
  • 1 : On-Off Keying
  • 2 : Open Optical Keying
  • 3 : Open Off Keying
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 277 :
  • ข้อใดคือค่าของ cos(pi)
  • 1 : -1
  • 2 : 1
  • 3 : 0
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 278 :
  • ข้อใดคือค่าของ cos(0)
  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : -1
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 279 :
  • ข้อใดคือค่าของ sin(pi)
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : -1
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • ข้อใดคือค่าของ sin(0)
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : -1
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 :
  • ข้อใดคือค่าของ tan(pi/4)
  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : -1
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 282 :
  • ข้อใดคือ Bandwidth Efficiency ในการผสมสัญญาณดิจดตอลแบบ 4-array PSK (หรือ QPSK)
  • 1 : 1.0 bits/second/Hz
  • 2 : 0.5 bits/second/Hz
  • 3 : 2.0 bits/second/Hz
  • 4 : 0.5 bits/second/Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 283 :
  • ข้อใดคือแบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ของช่องสัญญาณที่ต้องใช้ในการผสมสัญญาณดิจิตอลแบบ BPSK เมื่อ Rb เป็นอัตราเร็วบิต (bit rate) ของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 2Rb
  • 2 : Rb
  • 3 : 0.5Rb
  • 4 : 0.1Rb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • ข้อใดคือแบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ของช่องสัญญาณที่ต้องใช้ในการผสมสัญญาณดิจิตอลแบบ 4-PSK (หรือ QPSK) เมื่อ Rb เป็นอัตราเร็วบิต (bit rate) ของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : Rb
  • 2 : 2Rb
  • 3 : 0.5Rb
  • 4 : 0.1Rb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • การส่งข้อมูลดิจิตอลแบบพาสแบนด์  (Passband Digital Transmission) ต่างจากการส่งข้อมูลดิจิตอลแบบเบสแบนด์ (Baseband Digital Transmission) อย่างไร
  • 1 : มีการมอดูเลต
  • 2 : มีการตรวจจับความผิดพลาด
  • 3 : มีการลดอัตราการส่งข้อมูล
  • 4 : มีการบีบอัดข้อมูล
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลดิจิตอลแบบพาสแบนด์ (Passband Digital Transmission)
  • 1 : การมอดูเลต (Modulation)
  • 2 : คลื่นพาห์
  • 3 : ASK
  • 4 : DM
  • 5 : GMSK
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • การมอดูเลตแบบ PSK ใช้ส่วนใดของสัญญาณแบบไซนูซอยด์ (Sinusoid) เป็นสื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่ง
  • 1 : เฟส
  • 2 : แอมพลิจูด
  • 3 : ความถี่
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 288 :
  • การมอดูเลตแบบ QPSK ใช้สื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่งได้กี่ระดับ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • การมอดูเลตแบบ BPSK ใช้สื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่งได้กี่ระดับ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 290 :
  • การมอดูเลตแบบ FSK ใช้สื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่งได้กี่ระดับ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 291 :
  • การมอดูเลตแบบ FSK ใช้สื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่งได้กี่ระดับ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 292 :
  • การมอดูเลตแบบ PSK ใช้สื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่งได้กี่ระดับ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 :
  • การมอดูเลตแบบ QAM ใช้สื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่งได้กี่ระดับ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • การมอดูเลตแบบ QAM ใช้ส่วนใดของสัญญาณ Sinusoidal เป็นสื่อบอกถึงข้อมูลที่ต้องการส่ง
  • 1 : เฟสและแอมพลิจูด
  • 2 : ความถี่
  • 3 : เฟส
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • การเข้ารหัสแบบ PCM ที่ใช้จำนวนบิตเท่ากับ 8 บิต สามารถเข้ารหัสได้กี่ระดับ
  • 1 : 8
  • 2 : 10
  • 3 : 256
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 :
  • ระบบใดเป็นระบบสื่อสารแบบดิจิตอล
  • 1 : ระบบ ADSL
  • 2 : วิทยุ AM
  • 3 : วิทยุ FM
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 297 :
  • ระบบใดเป็นระบบสื่อสารแบบดิจิตอล
  • 1 : ระบบ GSM
  • 2 : วิทยุ AM
  • 3 : วิทยุ FM
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • การมอดูเลตที่ใช้ในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ GSM เป็นแบบใด
  • 1 : FSK
  • 2 : ASK
  • 3 : MSK
  • 4 : GMSK
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 127 : Channel coding methods
ข้อที่ 299 :
  • พิจารณาระบบโทรศัพท์พื้นฐานที่สัญญาณโทรศัพท์มีค่าแบนด์วิดธ์ 3 กิโลเฮิรตซ์ หากระบบนี้มีช่องสัญญาณแบบ AWGN ความจุของระบบนี้มีอยู่ในช่วงใดต่อไปนี้ที่ระดับเอสเอ็นอาร์ (SNR) ที่ 30 เดซิเบล
  • 1 : 20000 ถึง 24999 บิตต่อวินาที
  • 2 : 25000 ถึง 29999 บิตต่อวินาที
  • 3 : 30000 ถึง 34999 บิตต่อวินาที
  • 4 : 40000 ถึง 44999 บิตต่อวินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • พิจารณาระบบโทรศัพท์พื้นฐานที่สัญญาณโทรศัพท์มีค่าแบนด์วิดธ์ 3 กิโลเฮิรตซ์ หากระบบนี้มีช่องสัญญาณแบบ AWGN ค่าเอสเอ็นอาร์ (SNR) ต่ำสุดที่จำเป็นสำหรับการส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วที่ 4800 บิตต่อวินาทีอยู่ในช่วงใดต่อไปนี้
  • 1 : 20 ถึง 24.99 เดซิเบล
  • 2 : 25 ถึง 29.99 เดซิเบล
  • 3 : 30 ถึง 34.99 เดซิเบล
  • 4 : 35 ถึง 39.99 เดซิเบล
  • 5 : 40 ถึง 44 .9 เดซิเบล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 301 :
  • ค่าความจุช่องสัญญาณไม่ขึ้นอยู่กับพารามิเตอร์ใดต่อไปนี้
  • 1 : ฟิวเตอร์ที่ด้านหน้าของวงจรรับสัญญาณ
  • 2 : แบนวิดธ์ของระบบ
  • 3 : ชนิดของการมอดูเลต
  • 4 : กำลังของสัญญาณรบกวน(noise)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือหน้าที่ของรหัสช่องสัญญาณ(channel coding)
  • 1 : บีบอัดข้อมูลบริเวณฝั่งส่งเพื่อเพิ่มอัตราเร็วข้อมูล
  • 2 : แก้ไขความผิดพลาดอันเนื่องมาจากสัญญาณรบกวน
  • 3 : แก้ไขความผิดพลาดอันเนื่องมาจากการแทรกสอดของสัญลักษณ์ (ISI)
  • 4 : ลดความซับซ้อนของตัวรับสัญญาณ
  • 5 : แก้ไขการลดทอนเชิงแอมปลิจูดของสัญญาณที่ได้รับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • พิจารณารหัสบล็อกที่มีเมตริกส์กำเนิด G ด้านล่าง เมทริกซ์พาริตี้เช็ก (parity-check matrix) H ตรงกับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 :
  • พิจารณารหัสบล็อกที่มีเมตริกส์ตรวจพาริตี้(parity-check matrix) H ข้างล่าง ค่าระยะทางต่ำสุด d_min เท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • 5 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • พิจารณารหัสบล็อกที่มีเมตริกส์ตรวจพาริตี้(parity-check matrix) H ด้านล่าง จำนวนบิตผิดพลาดที่รหัสนี้สามารถแก้ไขได้มีค่าเท่ากับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • 5 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • พิจารณารหัสบล็อกที่มีเมตริกส์ตรวจพาริตี้(parity-check matrix) H ด้านล่าง ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่จัดเป็นคำรหัสของรหัสบล็อคนี้
  • 1 : 11010001
  • 2 : 01110010
  • 3 : 111010000
  • 4 : 10101010
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • พิจารณารหัสแฮมมิงที่มีเมตริกส์ตรวจพาริตี้(parity-check matrix) H ด้านล่าง ข้อใดต่อไปนี้เป็นเมตริกส์กำเนิด (generator matrix) G
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 308 :
  • พิจารณารหัสแฮมมิงที่มีเมทริกซ์ตรวจพาริตี้ (parity-check matrix) H ด้านล่าง ข้อใดต่อไปนี้คือระยะห่างต่ำสุดระหว่างคำรหัส (d_min)
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • 5 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 309 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้ถอดรหัสคอนโวลูชัน
  • 1 : การถอดรหัสโดยใช้ซินโดรม (Syndrome decoding)
  • 2 : อัลกอริทึมเบอร์เลอแคมป์ (Berlekamp algorithm)
  • 3 : ตัวตรวจจับเอนเวโลป (Envelope detector)
  • 4 : อัลกอริทึมวิเทอร์บิ (Viterbi algorithm)
  • 5 : อัลกอริทึมเชส (Chase’s algorithm)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 310 :
  • การเข้ารหัสช่องสัญญาณ (Channel Coding) ค่าพารามิเตอร์ตัวใดที่บอกประสิทธิภาพของการเข้ารหัส
  • 1 : Hamming Distance
  • 2 : Code rate
  • 3 : Minimum Weight
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :
  • การสร้างพัลส์แบบ Raised Cosine มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
  • 1 : แก้ปัญหาการรบกวนระหว่างสัญลักษณ์
  • 2 : เพื่อให้พัลส์มีองค์ประกอบของสัญญาณนาฬิกา
  • 3 : ลดองค์ประกอบไฟตรง
  • 4 : ตรวจจับความผิดพลาดในการส่งข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 312 :
  • จงหาความจุช่องสัญญาณของช่องสัญญาณแบบ Binary คือมีการส่งแบบ 0 และ 1 เท่านั้น เมื่อมี transition probabilities P(0|1) = P(1|0) = 0.27 และ P(0) = P(1) = 0.5
  • 1 : 0.04772
  • 2 : 0.08212
  • 3 : 0.19223
  • 4 : 0.23298
  • 5 : 0.25332
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 313 :
  • รหัสเชิงเส้นแบบบล็อก (Linear Block Code)ขนาด (15,11)จะมีอัตราการเข้ารหัส( Code rate)เท่าไร
  • 1 : 4/15
  • 2 : 15/4
  • 3 : 4/11
  • 4 : 11/15
  • 5 : 15/11
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :
  • รหัสเชิงเส้น(15,11)ซึ่งมีค่าระยะห่างระหว่างคำรหัสที่น้อยที่สุด(minimum distance ) เป็น 3 จะมีความสามารถในการแก้ไขความผิดพลาดของข้อมูลในคำรหัสสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 15
  • 2 : 11
  • 3 : 4
  • 4 : 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 315 :
  • ถ้าให้ข้อมูลขนาด 4 บิต แล้วทำการคูณกับเมทริกซ์กำเนิดขนาด [4x8] จะทำให้เกิดคำรหัสขนาดเท่าใด
  • 1 : 4 บิต
  • 2 : 8 บิต
  • 3 : 12 บิต
  • 4 : 16 บิต
  • 5 : 32 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • ข้อใดเป็น Differentially encoded data เมื่อบิตข้อมูล (original binary data) เป็น 01101001  สมมุติให้บิตเริ่มต้น (reference bit) เป็น 1
  • 1 : 10011011
  • 2 : 00011011
  • 3 : 00111011
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • ข้อใดเป็น Differentially encoded data เมื่อบิตข้อมูล (original binary data) เป็น 00101001 สมมุติให้บิตเริ่มต้น (reference bit) เป็น 1
  • 1 : 01100100
  • 2 : 10011011
  • 3 : 00111011
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 318 :
  • ข้อใดเป็น Differentially encoded data เมื่อ original binary data เป็น 01111001 สมมุติให้ reference bit เป็น 1
  • 1 : 00000100
  • 2 : 10011011
  • 3 : 00111011
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดเป็น Differentially encoded data เมื่อบิตข้อมูล เป็น 01101011 สมมุติให้บิตเริ่มต้น (reference bit) เป็น 1
  • 1 : 00011000
  • 2 : 10011011
  • 3 : 00111011
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของการเข้ารหัสช่องสัญญาณ
  • 1 : ตรวจจับความผิดพลาด
  • 2 : แก้ไขความผิดพลาด
  • 3 : ลดอัตราการส่งข้อมูล
  • 4 : มีข้อถูกมากว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 321 :
  • CRC เป็นส่วนใดของระบบสื่อสารดิจิตอล
  • 1 : Source Coding
  • 2 : Channel Coding
  • 3 : Modulation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 322 :
  • PCM เป็นส่วนใดของระบบสื่อสารดิจิตอล
  • 1 : Channel Coding
  • 2 : Source Coding
  • 3 : Modulation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
  • Convolution Code เป็นส่วนใดของระบบสื่อสารดิจิตอล
  • 1 : Source Coding
  • 2 : Channel Coding
  • 3 : Modulation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • รหัสบล็อกเชิงเส้น (Linear Block Code) เป็นส่วนใดของระบบสื่อสารดิจิตอล
  • 1 : Channel Coding
  • 2 : Source Coding
  • 3 : Modulation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ ข้อใดคือข้อเสียของตัวอุปกรณ์เข้ารหัสข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาด (ECC encoder)
  • 1 : สิ้นเปลือง
  • 2 : ทำให้ระบบซับซ้อนขึ้น
  • 3 : ทำให้ความเร็วของข้อมูลโดยรวมลดลง
  • 4 : ทำให้ low-pass filter ทำงานหนักขึ้น
  • 5 : ทำให้ Channel detector ทำงานยากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ หน้าที่ของ ECC decoder คือข้อใด
  • 1 : ช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบ
  • 2 : ช่วยตรวจจับ (detect) ข้อมูล
  • 3 : ทำให้ระบบโดยรวมทำงานเร็วขึ้น
  • 4 : ช่วยป้องกันข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • 5 : ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 327 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ หน้าที่ของ Error-Correction Code (ECC) encoder คือข้อใด
  • 1 : ช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบ
  • 2 : ช่วยตรวจจับ (detect) ข้อมูล
  • 3 : ทำให้ระบบโดยรวมทำงานเร็วขึ้น
  • 4 : ช่วยป้องกันข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • 5 : ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด (error) ของข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 328 :
  • สัญญาณแบบไบนารีเกิดขึ้นด้วยความน่าจะเป็นเท่ากับ 0.75 จงคำนวณหาค่าข่าวสารข้อมูล (Information:I)
  • 1 : 0.415 บิต
  • 2 : 0.515 บิต
  • 3 : 0.615 บิต
  • 4 : 0.715 บิต
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 329 :
  • ข้อใดไม่ใช่การเข้ารหัสสัญญาณ
  • 1 : Huffman Coding
  • 2 : Shannon-Fano Coding
  • 3 : Linear Block Coding
  • 4 : Gaussian Coding
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 330 :
  • ข้อมูลดิจิตอลเฟรมหนึ่งเป็น 100010 ข้อใดคือ ค่าตรวจสอบภาวะคู่ (even parity) ของข้อมูลนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : 6
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :
  • ข้อมูลดิจิตอลเฟรมหนึ่งเป็น 100110 ข้อใดคือ ค่าตรวจสอบภาวะคู่ (even parity) ของข้อมูลนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : 6
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 332 :
  • สัญญาณเสียงพูดถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิตอลที่มีอัตราการส่งเป็น 8 kbps ถ้าก่อนส่งออกสู่ช่องสัญญาณสื่อสารมีการเข้ารหัสแบบ block code ที่มีอัตราการเข้ารหัส (Code rate) เป็น 4/5 อัตราการส่งข้อมูลรวมเป็นเท่าใด
  • 1 : 10 kbps
  • 2 : 12 kbps
  • 3 : 8 kbps
  • 4 : 3.2 kbps
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 333 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ G(Generator Matrix) เป็น อัตรการเข้ารหัส (Code rate)เป็นเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 1/2
  • 3 : 1/3
  • 4 : 1/4
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 334 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ G(Generator matrix) เป็น ข้อใดเป็นเมทริกซ์ H(Parity-check matrix)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมี G(Generator Matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอล (message word) ที่ต้องการส่งเป็น 100 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการเข้ารหัส (code word)
  • 1 : 100111
  • 2 : 100001
  • 3 : 100001
  • 4 : 100011
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมี G(Generator Matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอล (message word) ที่ต้องการส่งเป็น 101 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการเข้ารหัส (code word)
  • 1 : 101000
  • 2 : 101100
  • 3 : 101101
  • 4 : 101110
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 337 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมี G(Generator Matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอล (message word) ที่ต้องการส่งเป็น 110 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการเข้ารหัส (code word)
  • 1 : 110010
  • 2 : 110001
  • 3 : 110011
  • 4 : 110101
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 338 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ G(Generator Matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอล (message word) ที่ต้องการส่งเป็น 001 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการเข้ารหัส (code word)
  • 1 : 001011
  • 2 : 001000
  • 3 : 001100
  • 4 : 001010
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 339 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ G(Generator Matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอล (message word) ที่ต้องการส่งเป็น 011 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการเข้ารหัส (code word)
  • 1 : 011001
  • 2 : 011110
  • 3 : 011111
  • 4 : 011011
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 340 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ H(Parity-check matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้ของเครื่องรับเป็น 100100 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการถอดรหัส
  • 1 : 011
  • 2 : 100
  • 3 : 101
  • 4 : 110
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 341 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ H(Parity-check matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้ของเครื่องรับเป็น 100001 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการถอดรหัส
  • 1 : 100
  • 2 : 110
  • 3 : 101
  • 4 : 111
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ H(Parity-check matrix) เป็น ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้ของเครื่องรับเป็น 110000 ข้อใดเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ได้จากการถอดรหัส
  • 1 : 100
  • 2 : 101
  • 3 : 110
  • 4 : 010
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ G(Generator Matrix) เป็น ข้อใดเป็นเมทริกซ์ H(Parity-check matrix) ของรหัสนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 344 :
  • การเข้ารหัสด้วย block code โดยมีเมทริกซ์ G(Generator Matrix) เป็น ข้อใดเป็นเมทริกซ์ H(Parity-check matrix) ของรหัสนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • การเข้ารหัสด้วย รหัสบล็อก (block code) โดยมีเมทริกซ์ G(Generator Matrix) เป็น ข้อใดเป็นเมทริกซ์ H(Parity-check matrix) ของรหัสนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 :
  • จากรูป convolutional encoder ค่าจำนวนบิตรหัส n (output encoded bits) ของรหัสเป็นข้อใด
  • 1 : 5
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 1
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • จากรูป convolutional encoder ค่าจำนวนบิตข้อมูล  k ของรหัสเป็นข้อใด
  • 1 : 5
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 1
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • จากรูป convolutional encoder อัตราการเข้ารหัส (Code rate) เป็นของรหัสเป็นข้อใด
  • 1 : 1
  • 2 : 1/2
  • 3 : 1/3
  • 4 : 1/4
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลที่ต้องการเข้ารหัสเป็น(information input bits) 101 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ได้หลังจากการเข้ารหัส
  • 1 : 111000
  • 2 : 111001
  • 3 : 111011
  • 4 : 110101
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 350 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลที่ต้องการเข้ารหัสเป็น(information input bits) 110 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ได้หลังจากการเข้ารหัส
  • 1 : 111000
  • 2 : 110101
  • 3 : 111001
  • 4 : 111011
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลที่ต้องการเข้ารหัสเป็น(information input bits) 111 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ได้หลังจากการเข้ารหัส
  • 1 : 1101100
  • 2 : 1101001
  • 3 : 1111000
  • 4 : 1010010
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลที่ต้องการเข้ารหัสเป็น (information input bits) 001 ข้อใดเป็นข้อมูลที่ได้หลังจากการเข้ารหัส
  • 1 : 000011
  • 2 : 111001
  • 3 : 000100
  • 4 : 011100
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 353 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้จากเครื่องส่งที่ผ่านการเข้ารหัสตามรูปเป็น 011ข้อมูลดิจิตอลที่ส่งจากเครื่องรับเป็นข้อใด
  • 1 : 110000
  • 2 : 101000
  • 3 : 001101
  • 4 : 111010
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 354 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้จากเครื่องส่งที่ผ่านการเข้ารหัสตามรูปเป็น 100 ข้อมูลดิจิตอลที่ส่งจากเครื่องรับเป็นข้อใด
  • 1 : 111001
  • 2 : 111010
  • 3 : 111000
  • 4 : 111011
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้จากเครื่องส่งที่ผ่านการเข้ารหัสตามรูปเป็น 1100 ข้อมูลดิจิตอลที่ส่งจากเครื่องรับเป็นข้อใด
  • 1 : 11010111
  • 2 : 11010110
  • 3 : 11010101
  • 4 : 11010011
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 356 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้จากเครื่องส่งที่ผ่านการเข้ารหัสตามรูปเป็น 1001 ข้อมูลดิจิตอลที่ส่งจากเครื่องรับเป็นข้อใด
  • 1 : 11101111
  • 2 : 11011110
  • 3 : 11110101
  • 4 : 11110011
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 357 :
  • จากรูป convolutional encoder ถ้าข้อมูลดิจิตอลรับได้จากเครื่องส่งที่ผ่านการเข้ารหัสตามรูปเป็น 1011 ข้อมูลดิจิตอลที่ส่งจาเครื่องรับเป็นข้อใด
  • 1 : 11100001
  • 2 : 11001110
  • 3 : 11100011
  • 4 : 10010011
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลิโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 00 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 000
  • 2 : 001
  • 3 : 011
  • 4 : 101
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 359 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 01 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้เช็ก (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 010
  • 2 : 011
  • 3 : 011
  • 4 : 101
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 10 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้เช็ก (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 100
  • 2 : 101
  • 3 : 011
  • 4 : 101
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x3+x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 0000 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 000000
  • 2 : 000001
  • 3 : 000011
  • 4 : 100000
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x2+x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 0001 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 000000
  • 2 : 000111
  • 3 : 000011
  • 4 : 100000
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x2+x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 0010 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 001001
  • 2 : 001011
  • 3 : 001111
  • 4 : 100000
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 364 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x2+x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 0011 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล 
  • 1 : 001110
  • 2 : 001101
  • 3 : 001111
  • 4 : 101100
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x2+x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 0000 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล 
  • 1 : 0000000
  • 2 : 0000010
  • 3 : 0000111
  • 4 : 1000000
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 366 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x3+x+1ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 1000 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 0000000
  • 2 : 1000110
  • 3 : 1000111
  • 4 : 1000100
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • การเข้ารหัสแบบ Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x3+x+1ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 1100 ข้อใดเป็น check bits ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 0000000
  • 2 : 1100101
  • 3 : 0000111
  • 4 : 1000000
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • การเข้ารหัสแบบ  Cyclic Redundancy Code (CRC) ชนิดหนึ่งมีโพลีโนเมียลกำเนิด (Generator Polynomial) เป็น x3+x+1 ถ้าข้อมูลดิจิตอลเป็น 0100 ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (check bits) ที่ใช้ส่งเป็นข้อมูลตรวจความถูกต้องของข้อมูลดิจิตอล
  • 1 : 0100111
  • 2 : 0000010
  • 3 : 0000111
  • 4 : 1000000
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 128 : Transmission and synchronization
ข้อที่ 369 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ OFDM
  • 1 : Optical Fiber Dense Meter
  • 2 : Orctal Frequency Division Multiplexing
  • 3 : Orthogonal Frequency Division Multiplexing
  • 4 : Orctal Frequency Divide Multiplexing
  • 5 : Orthogonal Frequency Divide Multiplexing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 370 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ FHSS
  • 1 : Frequency Hop Spread Spectrum
  • 2 : Fast Hop Spread Spectrum
  • 3 : Frequency Hold Spread Spectrum
  • 4 : Frequency Hop Spread Spectral
  • 5 : Frequency Hold Spread Spectral
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ DSSS
  • 1 : Direct-Sequence Spread Spectral
  • 2 : Direct-Sequence Spread Spectrum
  • 3 : Dipole-Sequence Spread Spectral
  • 4 : Dipole-Sequence Spread Spectrum
  • 5 : Direct-Sequence Speed Spectral
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นวงจรที่ใช้เพื่อให้ตัวรับสัญญาณดิจิตอลเป็นแบบสมพงษ์ (coherent)
  • 1 : เฟสล็อคลูป (phase-locked loop)
  • 2 : พีซีเอ็ม (PCM)
  • 3 : แม็ทช์ฟิลเตอร์ (matched filter)
  • 4 : ตัวถอดรหัส (decoder)
  • 5 : แอมพลิไฟเออร์ (amplifier)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 373 :
  • ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (parity bits) ของชุดบิตรหัสเชิงระบบ (systematic code word) 1011101 เมื่อข้อมูลที่ต้องการส่งมีขนาด 4 บิต
  • 1 : 001
  • 2 : 010
  • 3 : 011
  • 4 : 100
  • 5 : 101
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 374 :
  • ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (parity bits) ของชุดบิตรหัสเชิงระบบ (systematic code word) 1011011 เมื่อข้อมูลที่ต้องการส่งมีขนาด 4 บิต
  • 1 : 011
  • 2 : 100
  • 3 : 101
  • 4 : 010
  • 5 : 111
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 375 :
  • ข้อใดเป็นบิตพาริตี้ (parity bits) ของบิตรหัส (code word) 1011001 เมื่อ ข้อมูลที่ต้องการส่งมีขนาด 4 บิต
  • 1 : 001
  • 2 : 010
  • 3 : 011
  • 4 : ไม่สามารถหาได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 376 :
  • ข้อใดเป็นสัญญาณ unit step function
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 377 :
  • ข้อใดเป็นอัตราสุ่มต่ำที่สุดที่จะสามารถใช้สุ่มสัญญาณได้
  • 1 : 2kHz
  • 2 : 5kHz
  • 3 : 11kHz
  • 4 : 100kHz
  • 5 : 200Khz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • ข้อใดเป็นอัตราสุ่มต่ำที่สุดที่จะสามารถใช้สุ่มสัญญาณได้
  • 1 : 2kHz
  • 2 : 5kHz
  • 3 : 11kHz
  • 4 : 100kHz
  • 5 : 200kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • ข้อใดเป็นอัตราสุ่มต่ำที่สุดที่จะสามารถใช้สุ่มสัญญาณได้
  • 1 : 2kHz
  • 2 : 5kHz
  • 3 : 11kHz
  • 4 : 100kHz
  • 5 : 200kHZ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :
  • ข้อใดเป็นอัตราสุ่มต่ำที่สุดที่สามารถจะใช้สุ่มสัญญาณได้
  • 1 : 2kHZ
  • 2 : 5kHZ
  • 3 : 11kHZ
  • 4 : 100kHZ
  • 5 : 200kHZ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • เครื่องส่งแบบ Direct Sequence Spread Spectrum ใช้วงจรใดในการรวมสัญญาณ Binary data เข้ากับ Pseudorandom noise Code
  • 1 : Linear Summer
  • 2 : AND
  • 3 : NAND
  • 4 : XOR
  • 5 : OR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 382 :
  • อัตราการเปลี่ยนแปลงของ Pseudorandom Code ที่ใช้ในระบบ Spread Spectrum เรียกว่า
  • 1 : Bit rate
  • 2 : Chipping rate
  • 3 : Symbol rate
  • 4 : Baud rate
  • 5 : SS rate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • ส่วนทีสำคัญและยุ่งยากที่สุดในระบบ Spread Spectrum
  • 1 : Modulation
  • 2 : Pseudorandom Code generation
  • 3 : Frequency synthesis
  • 4 : Synchronism
  • 5 : Carrier Recovery
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 384 :
  • ข้อใดคือเป็นชื่อเต็มของ SDH
  • 1 : Synchronous Digital Hierarchy
  • 2 : Synchronous Digital Hop
  • 3 : Supreme Digital Hierarchy
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :
  • ข้อใดคือเป็นชื่อเต็มของ SONET
  • 1 : Special Opnet Network
  • 2 : Supreme Operator Network
  • 3 : Synchronous Optical Network
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 386 :
  • 1 XOR 1 มีค่าเท่ากับข้อใด เมื่อ คือ modulo-2 addition
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :
  • 0 XOR 0 มีค่าเท่ากับข้อใด เมื่อ XOR คือ modulo-2 addition
  • 1 : 2
  • 2 : 1
  • 3 : 0
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 388 :
  • 0 XOR 1 มีค่าเท่ากับข้อใด เมื่อ XOR คือ modulo-2 addition
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • 1 XOR 0 มีค่าเท่ากับข้อใดเมื่อ XOR คือ modulo-2 addition
  • 1 : 1
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • 0 XOR 0 มีค่าเท่ากับข้อใด เมื่อ XOR คือ modulo-2 addition
  • 1 : 2
  • 2 : 1
  • 3 : 0
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • 1 XOR 0 มีค่าเท่ากับข้อใด เมื่อ XOR คือ modulo-2 multiplication
  • 1 : 2
  • 2 : 1
  • 3 : 0
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 392 :
  • ข้อใดเป็นกระบวนการในส่วนของ Synchronization
  • 1 : การกรองสัญญาณก่อนการสุ่ม
  • 2 : การเพิ่ม Step size ในการ Quantization
  • 3 : การลด Step size ในการ Quantization
  • 4 : การใส่ Pulse Shaping Filter เข้าไปในระบบ
  • 5 : การกู้สัญญาณนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 393 :
  • ขั้นตอนใดเป็นการลดการเกิด Intersymbol Interference
  • 1 : การใช้ Raised Cosine Filter
  • 2 : การใช้ Anti Aliasing Filter
  • 3 : การใช้ Reconstruction Filter
  • 4 : การใช้การเข้ารหัสแบบ Huffman
  • 5 : การใช้ Linear Block Code
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • ISI ย่อมาจากอะไร
  • 1 : Interactive Intersymbol
  • 2 : Interactive Intermodulation
  • 3 : International Interference
  • 4 : Intersymbol Interference
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 395 :
  • ระบบโทรศัพท์ดิจิตอลมาตรฐาน T1 มัลติเพล็กสัญญาณเสียง 24 ช่อง โดยใช้การแปลงสัญญาณ PCM 8 bit สัญญาณเสียงแต่ละช่องผ่านวงจรกรองความถี่ต่ำผ่านที่มีความถี่ตัด 3.4 kHz สัญญาณที่กรองได้ถูกสุ่มที่ความถี่ 8 kHz และแต่ละเฟรมเพิ่มข้อมูล 1 บิตเพื่อใช้ในการจับจังหวะ จงคำนวณหาช่วงเวลาของแต่ละบิต
  • 1 : 0.543 uS.
  • 2 : 0.236 uS.
  • 3 : 0.978 uS.
  • 4 : 0.647 uS.
  • 5 : 0.685 uS.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 :
  • อะไรคือประโยชน์ของแมตช์ฟิลเตอร์ (Matched Filter)
  • 1 : ลดผลของสัญญาณรบกวนในช่องสัญญาณ
  • 2 : ป้องกันการเกิด aliasing
  • 3 : ลด Quantization Error
  • 4 : แยกสัญญาณคลื่นพาห์
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 397 :
  • การแทรกสอดสัญลักษณ์ (Intersymbol Interference:ISI) เกิดจากคุณลักษณะใดของระบบสื่อสาร
  • 1 : สัญญาณรบกวนในช่องสัญญาณ
  • 2 : การจัดระดับสัญญาณ
  • 3 : แบนด์วิดธ์ที่จำกัดของช่องสัญญาณ
  • 4 : การตรวจจับความผิดพลาด
  • 5 : สัญญาณรบกวนในเครื่องส่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 398 :

  • 1 : 100000 เท่า
  • 2 : 125000 เท่า
  • 3 : 150000 เท่า
  • 4 : 175000 เท่า
  • 5 : 200000 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 399 :

  • 1 : 40000 bps
  • 2 : 41256 bps
  • 3 : 54440 bps
  • 4 : 61245 bps
  • 5 : 62358 bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 400 :
  • TDM มีหน้าที่ใดในระบบสื่อสาร
  • 1 : เลื่อนความถี่ของสัญญาณ
  • 2 : ส่งสัญญาณหลายช่องในตัวกลางเดียวกัน
  • 3 : ลดความผิดพลาด
  • 4 : ลดแบนด์วิธในการส่งข้อมูล
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 401 :
  • ข้อใดเป็นชื่อเต็มของ CDMA
  • 1 : Code Division Multiple Access
  • 2 : Code Division Medium Access
  • 3 : Carrier Division Medium Access
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 402 :
  • IEEE 802.11g ใช้ความถี่เท่าใด
  • 1 : 2.4 GHz
  • 2 : 5 GHz
  • 3 : 0.8 GHz
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 403 :
  • IEEE 802.11b ใช้ความถี่เท่าใด
  • 1 : 2.4 GHz
  • 2 : 5 GHz
  • 3 : 0.8 GHz
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 404 :
  • IEEE 802.11b ใช้อัตราส่งข้อมูลสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 11 Mbps
  • 2 : 1 Mbps
  • 3 : 2 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 405 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ เนื่องจาก Timing recovery เป็นตัวควบคุมการซิงโคไนส์เซชั่น (synchronization) ดังนั้นถ้าการซิงโคไนส์เซชั่นของระบบไม่ดี อะไรจะเกิดขึ้น
  • 1 : ทำให้ equalizer ทำงานยากขึ้น
  • 2 : ทำให้ timing recovery ทำงานหนักขึ้น
  • 3 : ทำให้ channel detector ทำงานยากขึ้น
  • 4 : ทำให้ระบบโดยรวมทำงานช้าลง
  • 5 : ทำให้เกิดข้อผิดพลาด (error) ที่ผู้รับมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 406 :
  • พิจารณาระบบการสื่อสารข้อมูลแบบเบสแบนด์ (Baseband transmission) ต่อไปนี้ หน้าที่ของ Timing Recovery คือข้อใด
  • 1 : ช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบ
  • 2 : ช่วยตรวจจับ (detect) ข้อมูล
  • 3 : ควบคุมจังหวะการแซมปลิ่ง (Sampling rate) ของสัญญาณ
  • 4 : ช่วยป้องกันข้อผิดพลาดของข้อมูล
  • 5 : ช่วยลดปริมาณสัญญาณรบกวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 407 :
  • แหล่งกำเนิดดิจิตอลสามารถให้กำเนิดข้อความ 256 ข้อความที่ไม่เหมือนกัน โดยแต่ละข้อความจะส่งด้วยความเร็ว 8 มิลลิวินาที จงหาแบนด์วิดธ์ของสัญญาณไบนารี่ที่ส่งถ้าเราใช้การส่งแบบพัลส์สี่เหลี่ยม (rectangular pulse)
  • 1 : 1 kHz
  • 2 : 10 kHz
  • 3 : 100 kHz
  • 4 : 1 MHz
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 408 :
  • แหล่งกำเนิดดิจิตอลสามารถให้กำเนิดข้อความ 512 ข้อความที่ไม่เหมือนกัน โดยแต่ละข้อความจะส่งด้วยความเร็ว 4.5 มิลลิวินาที จงหาแบนด์วิดธ์ของสัญญาณไบนารี่ที่ส่งถ้าเราใช้การส่งแบบ sinc pulses
  • 1 : 1 kHz
  • 2 : 10 kHz
  • 3 : 100 kHz
  • 4 : 1 MHz
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 409 :
  • องค์ประกอบหลักของระบบสื่อสารประกอบด้วย
  • 1 : การสื่อสารแบบจุดต่อจุด การประชุมด้วยวิดีทัศน์ผ่านเส้นใยนำแสง การประชุมด้วยภาพผ่านระบบออนไลน์ และ เส้นใยนำแสง
  • 2 : อุปกรณ์รับ และอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ช่องสัญญาณการสื่อสาร อุปกรณ์การเชื่อมต่อ และ ข้อมูล
  • 3 : สายโทรศัพท์ สายโคแอ็กเชียล เส้นใยนำแสง และ ช่องสัญญาณการสื่อสาร
  • 4 : ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ช่องสัญญาณการสื่อสาร และ โครงข่าย
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 410 :
  • การเชื่อมต่อทางกายภาพข้อใดที่มีความเร็วในการสื่อสารที่เร็วที่สุด
  • 1 : คู่สายบิดเกลียว (twisted pair)
  • 2 : สายโคแอ็กเชียล (co-axial cable)
  • 3 : สายโคแอ็กเชียล (co-axial cable)
  • 4 : ไมโครเวฟ (microwave)
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 411 :
  • มาตรฐานของการสื่อสารแบบไร้สายคือข้อใด
  • 1 : 802.11
  • 2 : RJ 45
  • 3 : Cat 5e
  • 4 : Broadband
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 412 :
  • สายความเร็วสูงที่ใช้สำหรับการส่งสัญญาณแบบดิจิตอลคือ
  • 1 : สายบริการดาวเทียม หรืออากาศ
  • 2 : สายเคเบิ้ลโมเด็ม
  • 3 : สายผู้ใช้บริการแบบดิจิตอล
  • 4 : สาย T1 T2 T3 และ T4
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 413 :
  • ระบบหนึ่งต่อผ่านโมเด็มซึ่งมีอัตราการส่งข้อมูลเท่ากับ 56 kbps โดยสมมติใช้สายโทรศัพท์ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจะกำหนดแบนด์วิดธ์ให้ 8 kHz จงหาอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน (signal to noise ratio, SNR) ที่ใช้ในระบบนี้
  • 1 : 11.04 dB
  • 2 : 21.04 dB
  • 3 : 31.04 dB
  • 4 : 41.04 dB
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 414 :
  • จงหาอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน (signal to noise ratio, SNR) ของระบบ delta modulation ที่มี bandwidth expansion factor มีค่าเท่ากับ 8 เพื่อใช้ส่งสัญญาณเสียงระดับ 4 kHz ที่มีแบนด์วิดธ์ 1.3 kHz
  • 1 : 15.84 dB
  • 2 : 25.84 dB
  • 3 : 35.84 dB
  • 4 : 45.84 dB
  • 5 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร