สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการเคมี

วิชา : Chemical Engineering Plant Design II

เนื้อหาวิชา : 797 : Separation
ข้อที่ 1 :
  • ในการออกแบบหอกลั่นข้อใดต่อไปนี้เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา 1. ชนิดของหม้อต้มซ้ำ 2. ชนิดของคอนเดนเซอร์ 3. ความสูงของหอกลั่น
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • ในการแยกของผสม ซึ่งประกอบด้วยสาร 4 ชนิดออกจากกันด้วยหอกลั่น จำนวนหอกลั่นน้อยที่สุดที่จะสามารถใช้แยกได้เท่ากับ
  • 1 : 1 หอ
  • 2 : 2 หอ
  • 3 : 3 หอ
  • 4 : 4 หอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการใช้หอกลั่นในการแยกสารได้อย่างถูกต้อง 1. relative volatility ของคู่สารหลักที่จะแยกจะต้องมากกว่า 1.05 2. ต้องมีการสร้าง azeotrope เกิดขึ้น 3. ความร้อนที่ป้อนหม้อต้มซ้ำไม่ควรมีค่าสูงเกินไป
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • ในการแยกของผสม ซึ่งประกอบด้วยสาร 4 ชนิดออกจากกันด้วยหอกลั่น หากใช้จำนวนหอกลั่นน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถใช้แยกได้ จะมีลำดับการกลั่นที่เป็นไปได้กี่แบบ
  • 1 : 5 แบบ
  • 2 : ึ7 แบบ
  • 3 : 14 แบบ
  • 4 : 15 แบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 5 :
  • ในการพิจารณาลำดับการแยกสารข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง 1. ให้กำจัดสารซึ่งไม่เสถียรทางความร้อนออกก่อน 2. ให้กำจัดสารซึ่งกัดกร่อนออกก่อน 3. ให้กำจัดสารซึ่งไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นออกก่อน
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 6 :
  • ในการพิจารณาลำดับการแยกสารข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง 1. ให้แยกสารซึ่งแยกออกได้ง่ายออกก่อน 2. ให้แยกสารซึ่งมีปริมาณมากออกก่อน 3. ให้แยกสารซึ่งต้องการความบริสุทธิ์สูงออกหลังสุด
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 7 :
  • ในการแยกสารโดยใช้ อุปกรณ์ตกผลึก (Crystalization) สารที่ต้องการแยก โดยวิธีนี้ต้องมีสมบัติในข้อใดต่างกันมาก
  • 1 : Adsorb-ability
  • 2 : volatility
  • 3 : Solubility
  • 4 : permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • ในการแยกสารโดยใช้ Extractive distillation สารที่ต้องการแยก โดยวิธีนี้ต้องมีสมบัติในข้อใดต่างกันมาก
  • 1 : Adsorb-ability
  • 2 : Boiling point
  • 3 : Melting point
  • 4 : Volatility
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการใช้หอกลั่นในการแยกสารได้อย่างถูกต้อง 1. ความดันภายในหอต้องทำให้ของผสมในหออยู่ใกล้กับจุดวิกฤติ 2. ความดันลดภายในหอต้องมากกว่า 100 kPa 3. ในช่วงความดันและอุณหภูมิที่กำหนดของผสมไม่สร้าง azeotrope
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการใช้หอกลั่นในการแยกสารได้อย่างถูกต้อง 1. ความดันภายในหอต้องทำให้ของผสมในหออยู่ใกล้กับจุดวิกฤติ 2. ไอที่ยอดหอสามารถควบแน่นได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ refrigeration utility ปริมาณสูงมาก 3. ของเหลวที่ก้นหอต้องมีอุณหภูมิไม่สูงมากนักเพื่อป้องกันการสลายตัวของสาร
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 11 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการใช้สังเคราะห์ลำดับในการกลั่นแยกสารได้อย่างถูกต้อง 1. แยกสารผลิตภัณฑ์ในสาย distillate 2. คู่สารที่มี relative volatility ใกล้ 1 ควรจะแยกออกก่อน 3. สารที่ต้องการแยกให้มีความบริสุทธิ์สูงควรแยกทีหลัง
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • ข้อใดเป็นสมมติฐานของ McCabe-Thiele method
  • 1 : อุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งหอ
  • 2 : เกี่ยวข้องกับระบบซึ่งมีัแค่สององค์ประกอบ
  • 3 : ความดันคงที่ตลอดทั้งหอ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ McCabe-Thiele method ได้อย่างถูกต้อง 1.สมมติให้อัตราการไหลเชิงโมลของของเหลวและไอมีค่าคงที่ตลอดช่วง 2.สมมติระบบแบบสององค์ประกอบ 3.สมมติให้อุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งหอ
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ McCabe-Thiele method ได้อย่างถูกต้อง 1.การคำนวณไม่ซับซ้อนและรวดเร็ว 2.ต้องใช้การ trial-and-error 3.ใช้วิธีทางกราฟในการวิเคราะห์
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 15 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวการพิจารณาเลือกสภาวะการทำงานของกระบวนการได้อย่างถูกต้อง 1.การปรับอุณหภูมิและความดันทำได้ง่ายกว่าการปรับองค์ประกอบและความเข้มข้น 2.ความดันปกติในการทำงานของกระบวนการอยู่ในช่วง 1 ถึง 10 บาร์ 3.อุณหภูมิปกติในการทำงานของกระบวนการอยู่ในช่วง 40 ถึง 250 C
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวการพิจารณาเลือกสภาวะการทำงานของกระบวนการได้อย่างถูกต้อง 1.ไม่ควรออกแบบกระบวนการให้ทำงานที่ความดันสูงกว่า 10 บาร์ 2.ไม่ควรออกแบบกระบวนการให้ทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่า 400 C 3.การทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่า 40 C ต้องใช้ cooling utility
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • ข้อใดคือเหตุผลในการออกแบบให้กระบวนการแยกสารทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่า 250 C
  • 1 : เพื่อสร้างวัฏภาคของเหลวในสมดุลของเหลว-ไอโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคของเหลว
  • 2 : เพื่อสร้างวัฏภาคแก็สในสมดุลของเหลว-ไอโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคแก็ส
  • 3 : เพื่อสร้างวัฏภาคของแข็งโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคของแข็ง
  • 4 : สารที่ต้องการสามารถสลายตัวได้ที่อุณหภูมิสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดคือเหตุผลในการออกแบบให้กระบวนการแยกสารทำงานที่อุณหภูมิต่ำกว่า 40 C
  • 1 : เพื่อสร้างวัฏภาคของเหลวในสมดุลของเหลว-ไอโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคของเหลว
  • 2 : เพื่อสร้างวัฏภาคแก็สในสมดุลของเหลว-ไอโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคแก็ส
  • 3 : เพื่อสร้างวัฏภาคแก็สในสมดุลของเหลว-ของเหลว-ไอโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคของเหลว
  • 4 : เพื่อสร้างวัฏภาคแก็สในสมดุลของเหลว-ไอโดยที่สารที่ต้องการอยู่ในวัฏภาคของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 19 :
  • อุปกรณ์แยกสารในข้อใดควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกในการแยกสารแต่ละองค์ประกอบให้บริสุทธิ์
  • 1 : Gas absorber
  • 2 : Distillation
  • 3 : Adsorption
  • 4 : Membrane
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • อุปกรณ์แยกสารในข้อใดควรใช้ในการแยกแก็สซึ่งมีปริมาณไม่มากนักจากสายแก็ส
  • 1 : Distillation
  • 2 : Extraction
  • 3 : Gas absorbtion
  • 4 : Filtration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 21 :
  • อุปกรณ์แยกสารในข้อใดควรใช้ในการแยกของเหลวออกจากของเหลวผสม
  • 1 : Distillation
  • 2 : Membrane
  • 3 : Extraction
  • 4 : Crystallization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 22 :
  • อุปกรณ์แยกสารในข้อใดควรใช้ในการแยกของแข็งออกจากของผสมของแข็ง
  • 1 : Distillation
  • 2 : Extraction
  • 3 : Membrane
  • 4 : Leaching
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการออกแบบลำดับการแยกสารได้ถูกต้อง
  • 1 : แยกสารที่มีปริมาณน้อยออกก่อน
  • 2 : แยกสารที่มี heat of vaporization สูงออกไปก่อน
  • 3 : แยกสารที่แยกออกได้ยากออกเป็นลำดับแรก
  • 4 : แยกสารซึ่งมีอันตรายออกหลังสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 :
  • ในการออกแบบหอกลั่นข้อใดต่อไปนี้เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา 1. ชนิดของหม้อต้มซ้ำ 2. ชนิดของคอนเดนเซอร์ 3. ความสูงของหอกลั่น
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • ในการแยกของผสม ซึ่งประกอบด้วยสาร 10 ชนิดออกจากกันด้วยหอกลั่น จำนวนหอกลั่นน้อยที่สุดที่จะสามารถใช้แยกได้เท่ากับ
  • 1 : 8 หอ
  • 2 : 9 หอ
  • 3 : 10 หอ
  • 4 : 11 หอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการใช้หอกลั่นในการแยกสารได้อย่างถูกต้อง 1. relative volatility ของคู่สารหลักที่จะแยกจะต้องมากกว่า 1.05 2. ต้องมีการสร้าง azeotrope เกิดขึ้น 3. ความร้อนที่ป้อนหม้อต้มซ้ำไม่ควรมีค่าต่ำเกินไป
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  •  ข้อใดผิด
  • 1 :  ในกระบวนการผลิต ถ้าสารตั้งต้นได้แก่ น้ำ หรือ อากาศ เราไม่จำเป็นที่จะต้อง ทำการออกแบบ ระบบ Recycle ของสารชนิดอื่น
  • 2 :  ในการพิจารณาการออกแบบระบบ Recycle เราต้องทำการพิจารณาว่ามี สารตั้งต้นชนิดใด หลงเหลืออยู่หลังจากการเกิดปฏิกิริยา
  • 3 :  ถ้าสารตั้งต้นได้แก่ น้ำหรือ อากาศ เรามักเลือกให้สารดังกล่าวเป็นสารตั้งต้นแบบ Excess เพื่อให้ใช้สารตั้งต้นอื่นๆ ได้หมดไป
  • 4 :  ในระบบที่เป็นของเหลวจะใช้ปั๊มเป็นตัวเพิ่มความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  •  ข้อใดผิด
  • 1 :  ถ้าในสารตั้งต้น มี สาร impurity อยู่ โดยที่ สาร impurity นั้น กัดกร่อน อุปกรณ์ ในการผลิต หรือ ทำลายตัวเร่งปฏิกิริยา เราควรต้อง รีบแยก สาร impurityดังกล่าว ออกจากระบบ ทันที
  • 2 :  ถ้าในสารตั้งต้นมี impurity ที่กัดกร่อน อุปกรณ์อยู่ในปริมาณน้อย ให้เลือกไม่ทำการแยก สาร impurity ออก แต่ให้ออกแบบโดยใช้อุปกรณ์ ที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีขึ้น
  • 3 :  ราคาของวัสดุสำหรับอุปกรณ์ที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี จะมีราคาสูงมาก ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงที่จะป้อนสายป้อนที่มีสาร impurity ที่กัดกร่อนเป็นจำนวนมากเข้าสู่กระบวนการผลิต
  • 4 :  ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 29 :
  •  ข้อใดผิด
  • 1 :  Vent ได้แก่ สารผลิตภัณฑ์ ข้างเคียงที่มีสภาวะเป็นของเหลว
  • 2 :  Purge ได้แก่สายทิ้งสาร ที่มีสภาวะเป็นของเหลว
  • 3 :  Recycle สามารถเป็นได้แต่ของเหลวเท่านั้น
  • 4 :  ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  •  ข้อใดผิด
  • 1 : เมื่อมีสารตั้งต้นเป็นสารองค์ประกอบเบาอยู่ในระบบ เราจำเป็นที่ต้องมี สาย Purge
  • 2 : เมื่อมีสารตั้งต้นเป็นสารองค์ประกอบเบาอยู่ในระบบ เราจำเป็นที่ต้องมี สาย Recycle
  • 3 : เมื่อมีสารตั้งต้นเป็นสารองค์ประกอบเบาอยู่ในระบบ เราจำเป็นที่ต้องมี สาย Purge และ Vent
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 31 :
  • ข้อใดถูก
  • 1 : ในการออกแบบกระบวนการผลิต เราออกแบบ กระบวนการแยกของเหลว ก่อนกระบวนการแยกไอ เสมอ
  • 2 : ในการออกแบบกระบวนการผลิต เราออกแบบ กระบวนการแยกไอ ก่อนกระบวนการแยกของเหลว เสมอ
  • 3 : ในการออกแบบกระบวนการผลิต เราออกแบบ กระบวนการแยกไอ และ กระบวนการแยกของเหลว ไปพร้อมๆ กันได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : การกลั่นเป็นกระบวนการแยกสารชนิดที่มีราคาถูกที่สุดเสมอ
  • 2 : ในการแยกสารโดยการกลั่น ถ้าเรามีสารองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ชนิดเราจำเป็นที่จะต้องแยกสารโดยใช้หอกลั่น
  • 3 : ในการออกแบบระบบการกลั่นแยกสาร สิ่งแรกที่เราจะต้องพิจารณาได้แก่ การแยกสารที่จะทำการป้อนกลับเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ระบบมีราคาต่ำที่สุด
  • 4 : การกลั่นสาร Azeotrope สามารถกลั่นได้ด้วยวิธีการ Pressure Swing Distillation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • ควรแยกสารปนเปื้อนออกจาก Feed ในกรณีใด
  • 1 : สารปนเปื้อนเป็นผลพลอยได้ของปฏิกิริยา
  • 2 :

    สารปนเปื้อนเป็นสารนำพาความร้อน

     

  • 3 : สารปนเปื้อนที่มีปริมาณมาก
  • 4 :

    สารปนเปื้อนเป็นตัวหน่วงปฏิกิริยาของผลพลอยได้

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ควรแยกสารปนเปื้อนออกจาก Feed ในกรณีใด
  • 1 : สารปนเปื้อนเป็นผลพลอยได้ของปฏิกิริยา
  • 2 : สารปนเปื้อนเป็นสารกัดกร่อน
  • 3 : สารปนเปื้อนเป็นตัวหน่วงปฏิกิริยาของผลพลอยได้
  • 4 : สารปนเปื้อนสามารถแยกออกจากสารตั้งต้นได้ยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  •  ควรแยกสารปนเปื้อนออกจาก Feed ในกรณีใด
  • 1 : สารปนเปื้อนเป็นผลพลอยได้ของปฏิกิริยา
  • 2 : สารปนเปื้อนเป็นสารนำพาความร้อน
  • 3 : สารปนเปื้อนที่มีราคาแพง
  • 4 : สารปนเปื้อนแยกออกจากผลิตภัณฑ์ได้ยาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 :
  • ควรแยกสารปนเปื้อนออกจาก Feed ในกรณีใด
  • 1 : สารตั้งต้นมีราคาถูก
  • 2 : สารตั้งต้นมาราคาแพง
  • 3 : สารปนเปื้อนที่มีราคาแพง
  • 4 : สารปนเปื้อนเป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ไม่ควรแยกสารปนเปื้อนออกจาก Feed ในกรณีใด
  • 1 : สารปนเปื้อนที่มีปริมาณมาก
  • 2 : สารปนเปื้อนเป็นผลพลอยได้ของปฏิกิริยา
  • 3 : สารปนเปื้อนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของผลพลอยได้
  • 4 : สารปนเปื้อนเป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 38 :
  • ข้อดีของกระบวนการกลั่นโดยตรงคือข้อใด
  • 1 : สารที่กลั่นได้มีสารปนเปื้อนน้อยกว่า
  • 2 : ประหยัดพลังงานกว่า
  • 3 : ประหยัดค่าก่อสร้างกว่า
  • 4 : ควบคุมง่ายกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • ถ้าสารมี 5 องค์ประกอบ จะต้องใช้หอกลั่นอย่างง่ายกี่หอ
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 40 :
  • ถ้าสารมี 5 องค์ประกอบ จะมีจำนวนทางเลือกในการกลั่นเท่าไร
  • 1 : 10
  • 2 : 12
  • 3 : 14
  • 4 : 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดไม่ไช่หลักเกณฑ์ในการออกแบบระบบการกลั่น
  • 1 : ใช้การกลั่นโดยตรง
  • 2 : แยกสารที่มีปริมาณมากออกก่อน
  • 3 : แยกสารที่มีจำนวนโมลใกล้เคียงกัน
  • 4 : แยกสารโดยคำนึงถึงความสามารถในการละลายในตัวทำละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • ข้อใดไม่ใช่หลักเกณฑ์ในการออกแบบระบบการกลั่น
  • 1 : แยกสารที่แยกยากที่สุดออกก่อน
  • 2 : แยกสารที่มีปริมาณมากออกก่อน
  • 3 : แยกสารที่มีจำนวนโมลใกล้เคียงกัน
  • 4 : ใช้การกลั่นโดยตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  •  Absorber แบบใดที่ไม่เหมาะกับก๊าซที่มีของแข็งปนมากที่สุด
  • 1 : Spray
  • 2 : Wetted Wall
  • 3 : Batch Type
  • 4 : Plate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • กระบวนการใดเป็นกระบวนการกลั่นโดยตรง
  • 1 :  
  • 2 :  
  • 3 :  
  • 4 :  
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 45 :
  • Absorber แบบใดที่เหมาะกับปฏิกิริยาที่มีของแข็งเกิดขึ้น
  • 1 : Spray
  • 2 : Wetted Wall
  • 3 : Packed
  • 4 : Plate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Absorption
  • 1 : ของแข็งละลายในก๊าซ
  • 2 : ก๊าซละลายในของเหลว
  • 3 : ของเหลวละลายในก๊าซ
  • 4 : ก๊าซละลายในของแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดเป็น Adsorption
  • 1 : ของแข็ง – ก๊าซ
  • 2 : ของเหลว - ของเหลว
  • 3 : ก๊าซ – ของเหลว
  • 4 : ของแข็ง - ของแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • ประสิทธิภาพของ Adsorption ไม่ขึ้นกับข้อใด
  • 1 : ชนิดของสารดูดซับ
  • 2 : ความหนาแน่นของสารดูดซับ
  • 3 : พื้นที่ผิวของสารดูดซับ
  • 4 : ความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 49 :
  • Centrifuge ใช้หลักการใด
  • 1 : แรงหนีศูนย์กลาง
  • 2 : แรงพยุง
  • 3 : แรงประทะ
  • 4 : แรงโน้มถ่วง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 50 :
  • ข้อใดคือหน้าที่ของ Centrifuge
  • 1 : แยกก๊าซออกจากก๊าซ
  • 2 : แยกของแข็งออกจากก๊าซ
  • 3 : แยกของเหลวออกจากของเหลว
  • 4 : แยกก๊าซจากของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • ข้อใดคือปัจจัยในการทำงานของ Centrifuge
  • 1 : ความดัน
  • 2 : ความจุความร้อน
  • 3 : ความตึงผิว
  • 4 : ความเร็วรอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • Cyclone ใช้หลักการใด
  • 1 : แรงหนีศูนย์กลาง
  • 2 : แรงลอยตัว
  • 3 : แรงโน้มถ่วง
  • 4 : แรงฝืด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • ปัญหาใดที่เกิดใน Cyclone มากที่สุด
  • 1 : การผุกร่อน
  • 2 : การสึกกร่อน
  • 3 : การเกิดสนิม
  • 4 : ลมพัดเสียหาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • อุปกรณ์ใดที่ใช้คู่กับ Cyclone
  • 1 : Filter Press
  • 2 : Belt Press
  • 3 : Filter Bag
  • 4 : Box Press
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • เครื่องอบแห้งแบบใดที่อาศัยการนำความร้อน
  • 1 : แบบลูกกลิ้ง
  • 2 : แบบถาด
  • 3 : แบบอัลตร้าไวโอเลต
  • 4 : แบบเตาหลอม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • เครื่องอบแห้งแบบใดที่อาศัยการพาความร้อน
  • 1 : แบบลูกกลิ้ง
  • 2 : แบบถาด
  • 3 : แบบอัลตร้าไวโอเลต
  • 4 : แบบเตาหลอม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • Dryer มีหลักการคล้ายกับอุปกรณ์ใด
  • 1 : Cyclone
  • 2 : Centrifuge
  • 3 : Evaporator
  • 4 : Adsorbe
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของ Evaporator
  • 1 : ทำให้สารละลายใส
  • 2 : ทำให้เจือจาง
  • 3 : ทำให้แห้ง
  • 4 : ทำให้เข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 59 :
  • ของเหลวที่เหมาะกับ Evaporator คือข้อใด
  • 1 : เมื่ออุณหภูมิสูงไม่สลายตัว
  • 2 : ตกผลึกได้เมื่อมีความเข็มข้นสูง
  • 3 : เมื่อความดันเปลี่ยนจุดเดือดคงเดิม
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • การกลั่นน้ำมัน ใช้หอกลั่นแบบใด
  • 1 :  Steam
  • 2 :  Azeotropic
  • 3 :  Prevaoration
  • 4 :  Factional
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  •  Reflux Ratio = 1 หมายความว่าอย่าไร
  • 1 :  ได้ Top Product 100 %
  • 2 :  ได้ Bottom Product 100 %
  • 3 :  ได้ Top Product 0 %
  • 4 :  ได้ Bottom Product 0 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  •  การเกิด Flooding คือข้อใด
  • 1 :  ของเหลวไหลล้น
  • 2 :  ก๊าซไหลล้น
  • 3 :  ของเหลวไม่ไหล
  • 4 :  ก๊าซไหลย้อนกลับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  •  จากข้อมูลควรแยกสารใดออกจากกันก่อน

     

  • 1 :  แยก A ออกจาก B,C,D,E
  • 2 :  แยก A,B ออกจาก C,D,E
  • 3 :  แยก A,B,C ออกจาก D,E
  • 4 :  แยก A,B,C,D ออกจาก E
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 :
  • ถ้าต้องการกลั่นเอธานอลที่มีความเข้มข้น 70 % ไปเป็น 90 % ต้องใช้หอกลั่นแบบใด
  • 1 :  Steam
  • 2 :  Azeotropic
  • 3 :  Prevaoration
  • 4 :  Factional
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 798 : Heat exchanger
ข้อที่ 65 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวเกี่ยวกับหลักการออกแบบข่ายงานเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนได้อย่างถูกต้อง 1. ลดปริมาณการใช้ utility ภายนอก 2. ใช้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนให้น้อยที่สุด 3. ใช้เงินลงทุนให้น้อยที่สุด
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • ข้อมูลต่อไปนี้ข้อใดใช้ในการออกแบบอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน 1. ของไหลที่เกี่ยวข้อง 2. ปริมาณของของไหลที่เกี่ยวข้อง 3. ความดันที่ใช้ในการทำงานและความดันลดที่ยอมให้มีได้
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 67 :
  • ปัจจัยในข้อใดมีผลต่อราคาของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน 1. พื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อน 2. ความยาวของท่อ 3. ความดันที่ใช้ในการทำงาน
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • ปัจจัยในข้อใดมีผลต่อราคาของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน 1. วัสดุที่ใช้ผลิตอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน 2. ความดันลดภายในอุปกรณ์ 3. ความดันที่ใช้ในการทำงาน
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • ปัจจัยใดมีผลต่อการถ่ายเทความร้อนแบบการพาความร้อน
  • 1 : อุณหภูมิสายร้อน
  • 2 : อุณหภูมิสายเย็น
  • 3 : ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิสายร้อนและสายเย็น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • ปัจจัยใดมีผลต่อการถ่ายเทความร้อนแบบการแผ่รังสีความร้อน
  • 1 : อุณหภูมิสายร้อน
  • 2 : อุณหภูมิสายเย็น
  • 3 : ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิสายร้อนและสายเย็น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 71 :
  • ในกระบวนการพาสเจอไรซ์คือเพิ่มอุณหภูมิขึ้น แล้วลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ในขั้นตอนการลดอุณหภูมินี้ ถ้าจำเป็นต้องลดอุณหภูมิลงเร็วขึ้นกว่าเดิม เราอาจทำโดยวิธีใดได้บ้าง 1. เพิ่มอัตราการไหลของน้ำเย็น 2. ลดอัตราการไหลของน้ำเย็น 3.ใช้น้ำเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเดิม
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :
  • ในการออกแบบข่ายงานอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง 1. จำเป็นต้องใช้ heating/cooling utility ภายนอกเพิ่มเติมหรือไม่ 2. ต้องเพิ่มหรือกำจัดความร้อนแต่ละสายเท่าไรเพื่อที่จะได้ optimum heat load 3. ต้องจับคู่สายร้อน/เย็น แต่ละสายอย่างไร
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • ข้อใดถูก
  • 1 : ราคาของ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจะขึ้นกับ พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 2 : ราคาของ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจะขึ้นกับวัสดุที่ใช้ทำเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 : ราคาของ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจะขึ้นกับชนิดของสารเคมีที่ไหลอยู่ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใดที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุด
  • 1 : Heat Pipe
  • 2 : Air-Cooled
  • 3 : Compact
  • 4 : Shell and Tube
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 75 :
  • Wick ใช้ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใด
  • 1 : Heat Pipe
  • 2 : Compact
  • 3 : Shell and Tube
  • 4 : Double Pipe
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 76 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใดบำรุงรักษาง่ายที่สุด
  • 1 : Double Pipe
  • 2 : External Jacket
  • 3 : Plate
  • 4 : Shell and Tube
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 77 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่ใช้ในหอกลั่นเรียกว่าอะไร
  • 1 : Reboiler
  • 2 : Cooling Tower
  • 3 : Evaporator
  • 4 : Compressor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : Condenser คือเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนชนิดหนึ่ง
  • 2 : การให้ความร้อนแก่สารต้องใช้ไอน้ำเท่านั้น
  • 3 : การดึงความร้อนออกจากสารต้องใช้น้ำหล่อเย็นเท่านั้น
  • 4 :

    ไม่สามารถลดอุณหภูมิของสารลงต่ำกว่า 10 OC ได้ด้วยเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  •  ข้อใดผิด
  • 1 :  Heat exchanger ใช้กับสารใดก็ได้ แต่ Cooling Tower ใช้กับน้ำเท่านั้น
  • 2 :  Heat exchanger สามารถใช้เพิ่มหรือลดอุณหภูมิของสาร แต่ Cooling Tower ใช้ลดอุณหภูมิของน้ำเท่า
  • 3 :  Heat exchanger ตัวใหญ่กว่า Cooling Tower
  • 4 :  Heat exchanger สามารถใช้ลดอุณหภูมิของน้ำได้ต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง แต่ Cooling Tower ทำไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 80 :
  •  ข้อใดถูกสำหรับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Double Pipe
  • 1 :  ให้กรดไหลผ่านท่อในและน้ำไหลผ่านท่อนอก
  • 2 :  ให้น้ำไหลผ่านท่อในและกรดไหลผ่านท่อนอก
  • 3 :  ให้น้ำเย็นไหลผ่านท่อในและน้ำร้อนไหลผ่านท่อนอก
  • 4 :  ให้น้ำร้อนไหลผ่านท่อในและน้ำเย็นไหลผ่านท่อนอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  •  สารแขวนลอยควรใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใด
  • 1 :  Double Pipe
  • 2 :  External Jacket
  • 3 :  Plate
  • 4 :  Shell and Tube
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 799 : Utilities
ข้อที่ 82 :
  • 1 ตันของเครื่องทำความเย็น(refrigerator)มีค่าเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 12,000 บีทียูต่อชั่วโมง
  • 2 : 10,000 บีทียูต่อชั่วโมง
  • 3 : 9,000 บีทียูต่อชั่วโมง
  • 4 : 8,000 บีทียูต่อชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • ในกรณีที่ต้องการทำความเย็นที่อุณหภูมิ -45 F ควรเลือกใช้สารทำความเย็น (refrigerant) ตัวใด
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : บิวเทน
  • 3 : ฟรีออน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 :
  • ในกรณีที่ต้องการทำความเย็นที่อุณหภูมิ -60 F ควรเลือกใช้สารทำความเย็น (refrigerant) ตัวใด
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : บิวเทน
  • 3 : ฟรีออน
  • 4 : อีเทน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • ในกรณีที่ต้องการทำความเย็นที่อุณหภูมิ -60 F ควรเลือกใช้สารทำความเย็น (refrigerant) ตัวใด
  • 1 : แอมโมเนีย
  • 2 : บิวเทน
  • 3 : ฟรีออน
  • 4 : โพรเพน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • สารทำความเย็น (refrigerant) แอมโมเนีย เหมาะสำหรับใช้ทำความเย็นในช่วงอุณหภูมิใด
  • 1 : 0-20 F
  • 2 : 20-40 F
  • 3 : -50 - -40 F
  • 4 : -150 - -50 F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • สารทำความเย็น (refrigerant) บิวเทน เหมาะสำหรับใช้ทำความเย็นในช่วงอุณหภูมิใด
  • 1 : 0-20 F
  • 2 : 20-40 F
  • 3 : -50 - -40 F
  • 4 : -150 - -50 F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • สารทำความเย็น (refrigerant) ฟรีออน เหมาะสำหรับใช้ทำความเย็นในช่วงอุณหภูมิใด
  • 1 : 0-20 F
  • 2 : 20-40 F
  • 3 : -50 - -40 F
  • 4 : -150 - -50 F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • สารทำความเย็น (refrigerant) อีเทน เหมาะสำหรับใช้ทำความเย็นในช่วงอุณหภูมิใด
  • 1 : 0-20 F
  • 2 : 20-40 F
  • 3 : -50 - -40 F
  • 4 : -150 - -50 F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 90 :
  • สารทำความเย็น (refrigerant) โพรเพน เหมาะสำหรับใช้ทำความเย็นในช่วงอุณหภูมิใด
  • 1 : 0-20 F
  • 2 : 20-40 F
  • 3 : -50 - -40 F
  • 4 : -150 - -50 F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ในกรณีใดควรใช้ two-stage cascade refrigeration cycle หรือ three-stage cascade refrigeration cycle
  • 1 : ต้องการลดอุณหภูมิต่ำกว่า -20 F
  • 2 : ต้องการลดอุณหภูมิต่ำกว่า -40 F
  • 3 : ต้องการลดอุณหภูมิต่ำกว่า -60 F
  • 4 : ต้องการลดอุณหภูมิต่ำกว่า -80 F
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 92 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการลดอุณหภูมิด้วยอัตรา 11.5 GJ/h โดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และน้ำขาออกอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
  • 1 : 1.84 $/h
  • 2 : 2.04 $/h
  • 3 : 2.44 $/h
  • 4 : 2.84 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 93 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการลดอุณหภูมิด้วยอัตรา 40 GJ/day โดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และน้ำขาออกอุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส
  • 1 : 0.207 $/h
  • 2 : 0.217 $/h
  • 3 : 0.237 $/h
  • 4 : 0.267 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 94 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการลดอุณหภูมิด้วยอัตรา 12.5 GJ/h โดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และน้ำขาออกอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
  • 1 : 1.8 $/h
  • 2 : 1.9 $/h
  • 3 : 2.0 $/h
  • 4 : 2.1 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 95 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการลดอุณหภูมิด้วยอัตรา 110.5 GJ/day โดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และน้ำขาออกอุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส
  • 1 : 16.76 $/day
  • 2 : 16.86 $/day
  • 3 : 17.68 $/day
  • 4 : 18.67 $/day
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการลดอุณหภูมิด้วยอัตรา 211.5 GJ/day โดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และน้ำขาออกอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส
  • 1 : 1.24 $/h
  • 2 : 1.41 $/h
  • 3 : 1.44 $/h
  • 4 : 1.64 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการลดอุณหภูมิโดยใช้น้ำที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และน้ำขาออกอุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส ในปริมาณ 200 ตันต่อชั่วโมง
  • 1 : 1.34 $/h
  • 2 : 1.43 $/h
  • 3 : 1.64 $/h
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการคำนวณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันต่ำ (5 bar) ในอัตรา 2000 GJ/day
  • 1 : 256 $/h
  • 2 : 260 $/h
  • 3 : 264 $/h
  • 4 : 266 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันต่ำ (5 bar) ในอัตรา 1200 GJ/day
  • 1 : 158.5 $/h
  • 2 : 160.5 $/h
  • 3 : 162.5 $/h
  • 4 : 168.5 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันต่ำ (5 bar) ในอัตรา 120 GJ/h
  • 1 : 8129 $/day
  • 2 : 8526 $/day
  • 3 : 8616 $/day
  • 4 : 9129 $/day
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันต่ำ (5 bar) ในอัตรา 50 GJ/h
  • 1 : 3804 $/day
  • 2 : 3864 $/day
  • 3 : 3884 $/day
  • 4 : 3924 $/day
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 102 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันสูง (41 bar) ในอัตรา 40 GJ/h
  • 1 : 196 $/h
  • 2 : 203 $/h
  • 3 : 208 $/h
  • 4 : 213 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันสูง (41 bar) ในอัตรา 65 GJ/h
  • 1 : 7920 $/day
  • 2 : 7925 $/day
  • 3 : 7940 $/day
  • 4 : 7960 $/day
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันสูง (41 bar) ในอัตรา 655 GJ/day
  • 1 : 124 $/h
  • 2 : 129 $/h
  • 3 : 134 $/h
  • 4 : 139 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการผลิตไอน้ำความดันสูง (41 bar) ในอัตรา 575 GJ/day
  • 1 : 2927 $/day
  • 2 : 2935 $/day
  • 3 : 2937 $/day
  • 4 : 2945 $/day
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 106 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการให้ความร้อนแก่ปฏิกรณ์บรรจุของเหลว 500 kg จาก 30 C เป็น 150 C โดยใช้ไอน้ำ สมมติให้ของเหลวในปฏิกรณ์มีค่าความจุความร้อนจำเพาะสองเท่าของน้ำ
  • 1 : 1.51 $
  • 2 : 1.54 $
  • 3 : 1.55 $
  • 4 : 1.60 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการให้ความร้อนแก่ปฏิกรณ์บรรจุของเหลว 400 kg จาก 30 C เป็น 175 C โดยใช้ไอน้ำ สมมติให้ของเหลวในปฏิกรณ์มีค่าความจุความร้อนจำเพาะสองเท่าของน้ำ
  • 1 : 1.72 $
  • 2 : 1.78 $
  • 3 : 1.80 $
  • 4 : 1.86 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • จงคำนวณหาต้นทุนในการให้ความร้อนแก่ปฏิกรณ์บรรจุของเหลว 350 kg จาก 30 C เป็น 220 C โดยใช้ไอน้ำ สมมติให้ของเหลวในปฏิกรณ์มีค่าความจุความร้อนจำเพาะสองเท่าของน้ำ
  • 1 : 2.82 $
  • 2 : 2.84 $
  • 3 : 2.93 $
  • 4 : 2.95 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 40 GJ/h สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 80% จงคำนวณว่าก่อนจะติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสูญเสียพลังงานไปเท่าไหร่
  • 1 : 50 GJ/h
  • 2 : 55 GJ/h
  • 3 : 60 GJ/h
  • 4 : 65 GJ/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 45 GJ/h สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 80% จงคำนวณว่าก่อนจะติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสูญเสียพลังงานไปเท่าไหร่
  • 1 : 55.25 GJ/h
  • 2 : 56.25 GJ/h
  • 3 : 65.25 GJ/h
  • 4 : 66.25 GJ/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 111 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 45 GJ/h สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 86% จงคำนวณว่าก่อนจะติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสูญเสียพลังงานไปเท่าไหร่
  • 1 : 50.32 GJ/h
  • 2 : 51.32 GJ/h
  • 3 : 52.32 GJ/h
  • 4 : 54.32 GJ/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 112 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 30 GJ/h สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 85% จงคำนวณว่าก่อนจะติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสูญเสียพลังงานไปเท่าไหร่
  • 1 : 32.5 GJ/h
  • 2 : 30.5 GJ/h
  • 3 : 35.3 GJ/h
  • 4 : 33.5 GJ/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 30 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 5 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 85% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 92 $/h
  • 2 : 95.1 $/h
  • 3 : 111.8 $/h
  • 4 : 115.1 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 114 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 35 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 5 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 75% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 110.95 $/h
  • 2 : 111.95 $/h
  • 3 : 147.93 $/h
  • 4 : 157.93 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 115 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 45 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 5 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 75% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 190.20 $/h
  • 2 : 180.20 $/h
  • 3 : 140.65 $/h
  • 4 : 142.65 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 45 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 10 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 70% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 164.7 $/h
  • 2 : 144.7 $/h
  • 3 : 235.3 $/h
  • 4 : 255.3 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 55 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 10 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 70% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 140.9 $/h
  • 2 : 201.3 $/h
  • 3 : 287.6 $/h
  • 4 : 297.6 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 118 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 15 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 10 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 80% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 78.6 $/h
  • 2 : 68.6 $/h
  • 3 : 43.9 $/h
  • 4 : 54.9 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 119 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 45 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 41 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 70% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 229.0 $/h
  • 2 : 160.3 $/h
  • 3 : 372.2 $/h
  • 4 : 342.5 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 25 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 41 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 75% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 95.44 $/h
  • 2 : 127.25 $/h
  • 3 : 169.67 $/h
  • 4 : 179.67 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • ในกระบวนการผลิตซึ่งโดยปกติจะมีสายไอน้ำทิ้ง ถ้าหากเรานำไอน้ำทิ้งนี้มาใช้ประโยชน์จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ 40 GJ/h ในรูปไอน้ำความดัน 41 bar สมมติว่าในกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่นั้นมีประสิทธิภาพ 90% จงคำนวณว่าการติดตั้งกระบวนการนำพลังงานกลับมาใช้นั้นเราสามารถลดต้นทุนการผลิตได้เท่าไหร่
  • 1 : 203.6 $/h
  • 2 : 183.2 $/h
  • 3 : 226.2 $/h
  • 4 : 236.6 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 122 :
  • เชื้อเพลิงในข้อใดต่อไปนี้มีราคาถูกที่สุด
  • 1 : น้ำมันเตา
  • 2 : ก๊าซธรรมชาติ
  • 3 : ถ่านหิน
  • 4 : ก๊าซ LPG
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • เชื้อเพลิงชนิดใดมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
  • 1 : ถ่านหิน
  • 2 : น้ำมันเตา
  • 3 : ก๊าซธรรมชาติ
  • 4 : ก๊าซ LPG
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 124 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มีผลกระทบต่อราคาต้นทุน Utility มากที่สุด
  • 1 : สภาวะแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
  • 2 : ความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง
  • 3 : การขาดแคลนแหล่งน้ำดิบ
  • 4 : ราคาต้นทุนของเชื้อเพลิง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง 1. การให้ความร้อนโดยใช้ไอน้ำมีต้นทุนต่ำกว่าการใช้ไอน้ำ 2. การลดอุณหภูมิโดยใช้ระบบทำความเย็น(Refigeration system)มีต้นทุนสูงกว่าการใช้น้ำจากหอทำความเย็น(Cooling tower) 3. น้ำสำหรับใช้ในหม้อไอน้ำมีราคาต้นทุนสูงกว่าน้ำสำหรับใช้ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • ในการลดอุณหภูมิ process stream 1000 kg/h ซึ่งมีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับ 2.4 kJ/kgK จากอุณหภูมิ 50 C เป็น -15 C ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 2.16 $/h
  • 2 : 1.15 $/h
  • 3 : 3.84 $/h
  • 4 : 4.99 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 127 :
  • ในการลดอุณหภูมิ process stream 1250 kg/h ซึ่งมีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับ 3.4 kJ/kgK จากอุณหภูมิ 30 C เป็น -20 C ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 6.80 $/h
  • 2 : 4.08 $/h
  • 3 : 2.72 $/h
  • 4 : 5.10 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • ในการลดอุณหภูมิ process stream 1250 kg/h ซึ่งมีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับ 3.4 kJ/kgK จากอุณหภูมิ 30 C เป็น -50 C ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 20.40 $/h
  • 2 : 16.32 $/h
  • 3 : 12.75 $/h
  • 4 : 15.30 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :
  • ในการลดอุณหภูมิ process stream 500 kg/h ซึ่งมีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับ 4.4 kJ/kgK จากอุณหภูมิ -10 C เป็น -40 C ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 4.66 $/h
  • 2 : 3.96 $/h
  • 3 : 6.60 $/h
  • 4 : 5.28 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :
  • ในการลดอุณหภูมิ process stream 1000 kg/h ซึ่งมีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับ 6.4 kJ/kgK จากอุณหภูมิ 30 C เป็น 5 C ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 3.60 $/h
  • 2 : 3.20 $/h
  • 3 : 3.80 $/h
  • 4 : 4.20 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 131 :
  • ในการลดอุณหภูมิ process stream 1500 kg/h ซึ่งมีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับ 3.4 kJ/kgK จากอุณหภูมิ 50 C เป็น 10 C ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 4.08 $/h
  • 2 : 4.06 $/h
  • 3 : 4.12 $/h
  • 4 : 4.26 $/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • ข้อใดถูก
  • 1 : ในการออกแบบกระบวนการผลิตที่มีการเกิดปฏิกิริยา เรามักเลือกให้ใช้เตาปฏิกรณ์แบบควบคุม อุณหภูมิได้โดยมี การติดตั้ง Heater หรือ Cooler เสมอ
  • 2 : เราจะเลือกใช้ Diluents หรือ Heat Carrier ก่อนเสมอเนื่องจาก นำความร้อนได้ดีกว่า
  • 3 : เราจะไม่ใช้ Diluents หรือ Heat Carrier ในกรณีที่สามารถใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ได้
  • 4 : เราจะเลือกใช้ Diluents ในปฏิกิริยาที่ดูดพลังงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใดคือเป้าหมายในการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่
  • 1 : ปริมาณความร้อนคืนกลับเป็นศูนย์
  • 2 : ปริมาณความร้อนคืนกลับต่ำสุด
  • 3 : จำนวนเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนต่ำสุด
  • 4 : ข้อ (2) และข้อ (3) ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่
  • 1 : กระแสที่นำมาแลกเปลี่ยนความร้อนจะต้องไม่ทำปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดสารอันตราย
  • 2 : อุณหภูมิของกระแสร้อนต้องมากกว่าอุณหภูมิของกระแสเย็น
  • 3 : กระแสที่นำมาแลกเปลี่ยนความร้อนไม่ควรมีระยะห่างกันมาก
  • 4 : กล่าวถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 135 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่
  • 1 : สามารถนำความร้อนกลับมาใช้ได้ 100% ทุกกรณี
  • 2 : อุณหภูมิของกระแสร้อนต้องน้อยกว่าอุณหภูมิของกระแสเย็น
  • 3 : กระแสที่นำมาแลกเปลี่ยนความร้อนควรมีการปฏิบัติงานในเวลาเดียวกัน
  • 4 : กล่าวถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 136 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่
  • 1 : กระแสที่นำมาแลกเปลี่ยนความร้อนจะต้องไม่ทำปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดสารอันตราย
  • 2 : อุณหภูมิของกระแสเย็นต้องมากกว่าอุณหภูมิของกระแสร้อน
  • 3 : กระแสที่นำมาแลกเปลี่ยนความร้อนไม่ควรมีระยะห่างกันมาก
  • 4 : กระแสที่นำมาแลกเปลี่ยนความร้อนควรมีการปฏิบัติงานในเวลาเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 137 :
  • สามารถเพิ่มปริมาณความร้อนคืนกลับได้อย่างไร
  • 1 : เพิ่มปริมาณสาธารณูปโภค
  • 2 : ลด min
  • 3 : เพิ่มเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : เพิ่มอุณหภูมิของไอน้ำที่ใช้ 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 138 :
  • ข้อใดไม่ใช่สาธารณูปโภค (Utilities)
  • 1 : น้ำดับเพลิง
  • 2 : น้ำหล่อเย็น
  • 3 : ไอน้ำ
  • 4 : น้ำที่ใช้เป็นตัวทำละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  • ข้อใดไม่ใช่ สาธารณูปโภค (Utilities)
  • 1 : Steam
  • 2 : Cooling Water
  • 3 : Solvent
  • 4 : Compress Air
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ถ้าต้องการลดอุณหภูมิของสารให้มีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 OC จะทำอย่างไร
  • 1 : Steam
  • 2 : Cooling Water
  • 3 : Chilled Water
  • 4 : ข้อ (1) และ (2) ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :
  • ข้อใดคือเป้าหมายในการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่
  • 1 : ปริมาณความร้อนคืนกลับสูงสุด
  • 2 : จำนวนเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสูงสุด
  • 3 : ปริมาณความร้อนคืนกลับเป็นศูนย์
  • 4 : ข้อ (1) และ (2) ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 800 : Capital investment estimation
ข้อที่ 142 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคา โดยวิธีเส้นตรง
  • 1 : 18 million US$
  • 2 : 20 million US$
  • 3 : 22 million US$
  • 4 : 24 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 143 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคา โดยวิธีเส้นตรง
  • 1 : 14 million US$
  • 2 : 15 million US$
  • 3 : 16 million US$
  • 4 : 17 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 8 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคา โดยวิธีเส้นตรง
  • 1 : 16.0 million US$
  • 2 : 16.5 million US$
  • 3 : 17.0 million US$
  • 4 : 17.5 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคา โดยวิธีเส้นตรง
  • 1 : 14 million US$
  • 2 : 15 million US$
  • 3 : 16 million US$
  • 4 : 17 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคา โดยวิธีเส้นตรง
  • 1 : 18 million US$
  • 2 : 20 million US$
  • 3 : 22 million US$
  • 4 : 24 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 1 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 35 million US$
  • 2 : 33 million US$
  • 3 : 32 million US$
  • 4 : 30 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 2 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 28 million US$
  • 2 : 29 million US$
  • 3 : 30 million US$
  • 4 : 31 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 3 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 28 million US$
  • 2 : 27 million US$
  • 3 : 26 million US$
  • 4 : 25 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 20 million US$
  • 2 : 21 million US$
  • 3 : 22 million US$
  • 4 : 23 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 151 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 5 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 17 million US$
  • 2 : 16 million US$
  • 3 : 15 million US$
  • 4 : 14 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 6 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 10 million US$
  • 2 : 11 million US$
  • 3 : 12 million US$
  • 4 : 13 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 7 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 5 million US$
  • 2 : 6 million US$
  • 3 : 7 million US$
  • 4 : 8 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 154 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 1 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 24.25 million US$
  • 2 : 24.45 million US$
  • 3 : 25.25 million US$
  • 4 : 25.45 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 2 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 22.54 million US$
  • 2 : 22.84 million US$
  • 3 : 22.91 million US$
  • 4 : 23.04 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 156 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 17.82 million US$
  • 2 : 17.92 million US$
  • 3 : 18.82 million US$
  • 4 : 18.92 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 5 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 15.12 million US$
  • 2 : 15.17 million US$
  • 3 : 15.22 million US$
  • 4 : 15.27 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 6 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 12.63 million US$
  • 2 : 12.73 million US$
  • 3 : 12.83 million US$
  • 4 : 12.93 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 8 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 7.44 million US$
  • 2 : 7.64 million US$
  • 3 : 8.44 million US$
  • 4 : 8.64 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 1 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 32.9 million US$
  • 2 : 37.9 million US$
  • 3 : 42.9 million US$
  • 4 : 47.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 2 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 30.6 million US$
  • 2 : 29.6 million US$
  • 3 : 28.6 million US$
  • 4 : 27.6 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 162 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 3 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 18.9 million US$
  • 2 : 19.9 million US$
  • 3 : 20.9 million US$
  • 4 : 21.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 16.6 million US$
  • 2 : 15.6 million US$
  • 3 : 14.6 million US$
  • 4 : 13.6 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 164 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 5 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 11.9 million US$
  • 2 : 11.7 million US$
  • 3 : 11.4 million US$
  • 4 : 11.1 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 6 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 8.0 million US$
  • 2 : 8.2 million US$
  • 3 : 8.4 million US$
  • 4 : 8.8 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 7 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 9.2 million US$
  • 2 : 9.5 million US$
  • 3 : 9.7 million US$
  • 4 : 9.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 167 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 1 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 30 million US$
  • 2 : 31 million US$
  • 3 : 32 million US$
  • 4 : 33 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 2 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 25.6 million US$
  • 2 : 25.7 million US$
  • 3 : 25.8 million US$
  • 4 : 25.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 14.38 million US$
  • 2 : 15.38 million US$
  • 3 : 16.38 million US$
  • 4 : 17.38 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 170 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 6 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 13..48 million US$
  • 2 : 12.48 million US$
  • 3 : 11.48 million US$
  • 4 : 10.48 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 8 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 6.61 million US$
  • 2 : 6.71 million US$
  • 3 : 6.81 million US$
  • 4 : 6.91 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 172 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 10 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 10.47 million US$
  • 2 : 10.87 million US$
  • 3 : 11.47 million US$
  • 4 : 11.87 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : อุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาถูกลง
  • 2 : อุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาต่อหน่วยการผลิตถูกลง
  • 3 : อุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาต่อหน่วยการผลิตแพงขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 174 :
  • จงประเมิน capital cost ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการของเหลวโดยราคารวมของอุปกรณ์เท่ากับ 4,600,000 $
  • 1 : 21,804,000 $
  • 2 : 22,804,000 $
  • 3 : 32,804,000 $
  • 4 : 31,804,000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 :
  • จงประเมิน capital cost ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการของเหลวโดยราคารวมของอุปกรณ์เท่ากับ 3,500,000 $
  • 1 : 14,590,000 $
  • 2 : 16,590,000 $
  • 3 : 18,690,000 $
  • 4 : 18,960,000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 176 :
  • จงประเมิน capital cost ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการของเหลวโดยราคารวมของอุปกรณ์เท่ากับ 3,800,000 $
  • 1 : 16,012,000 $
  • 2 : 16,512,000 $
  • 3 : 18,012,000 $
  • 4 : 18,512,000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • จงประเมิน capital cost ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการของแข็งโดยราคารวมของอุปกรณ์เท่ากับ 3,900,000 $
  • 1 : 10,209,000 $
  • 2 : 11,209,000 $
  • 3 : 11,900,000 $
  • 4 : 12,090,000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • จงประเมิน capital cost ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการของแข็งโดยราคารวมของอุปกรณ์เท่ากับ 5,900,000 $
  • 1 : 18,290,000 $
  • 2 : 19,290,000 $
  • 3 : 18,790,000 $
  • 4 : 19,790,000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :
  • ในการตัดวัสดุเพื่อสร้างอุปกรณ์ข้อใดเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด
  • 1 : shearing
  • 2 : spinning
  • 3 : sawing
  • 4 : burning
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 20 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 8 โดยวิธี Sum of the years digits
  • 1 : 7.44 million US$
  • 2 : 7.64 million US$
  • 3 : 8.44 million US$
  • 4 : 8.64 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 1 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 32.9 million US$
  • 2 : 37.9 million US$
  • 3 : 42.9 million US$
  • 4 : 47.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 182 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 2 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 30.6 million US$
  • 2 : 29.6 million US$
  • 3 : 28.6 million US$
  • 4 : 27.6 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 3 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 18.9 million US$
  • 2 : 19.9 million US$
  • 3 : 20.9 million US$
  • 4 : 21.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 16.6 million US$
  • 2 : 15.6 million US$
  • 3 : 14.6 million US$
  • 4 : 13.6 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 185 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 5 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 11.9 million US$
  • 2 : 11.7 million US$
  • 3 : 11.4 million US$
  • 4 : 11.1 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 186 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 150 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 7 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 7 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 9.2 million US$
  • 2 : 9.5 million US$
  • 3 : 9.7 million US$
  • 4 : 9.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 187 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 1 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 30 million US$
  • 2 : 31 million US$
  • 3 : 32 million US$
  • 4 : 33 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 2 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 25.6 million US$
  • 2 : 25.7 million US$
  • 3 : 25.8 million US$
  • 4 : 25.9 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 3 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 19.48 million US$
  • 2 : 20.48 million US$
  • 3 : 21.48 million US$
  • 4 : 22.48 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 4 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 14.38 million US$
  • 2 : 15.38 million US$
  • 3 : 16.38 million US$
  • 4 : 17.38 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 191 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 5 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 10.11 million US$
  • 2 : 11.11 million US$
  • 3 : 12.11 million US$
  • 4 : 13.11 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 192 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 6 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 13..48 million US$
  • 2 : 12.48 million US$
  • 3 : 11.48 million US$
  • 4 : 10.48 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 7 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 8.38 million US$
  • 2 : 8.58 million US$
  • 3 : 9.38 million US$
  • 4 : 9.58 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 194 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 8 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 6.61 million US$
  • 2 : 6.71 million US$
  • 3 : 6.81 million US$
  • 4 : 6.91 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 9 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 5.32 million US$
  • 2 : 5.37 million US$
  • 3 : 10.32 million US$
  • 4 : 10.37 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 :
  • โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งใช้เงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment) 160 million US$ และมีมูลค่าซาก 10 million US$ โดยโรงงานมีอายุ 10 ปี จงคำนวณหาค่าเสื่อมราคาในปีที่ 10 โดยวิธี Double declining balance
  • 1 : 10.47 million US$
  • 2 : 10.87 million US$
  • 3 : 11.47 million US$
  • 4 : 11.87 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : อุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาถูกลง
  • 2 : อุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาต่อหน่วยการผลิตถูกลง
  • 3 : อุปกรณ์ขนาดใหญ่ขึ้นจะมีราคาต่อหน่วยการผลิตแพงขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :
  • ในการตัดวัสดุเพื่อสร้างอุปกรณ์ข้อใดเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด
  • 1 : Shearing
  • 2 : Sawing
  • 3 : Burning
  • 4 : Spinning
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  •  ข้อใดไม่ใช่ Operating Cost
  • 1 :  ราคา หอกลั่น
  • 2 :  ราคา ค่าเช่าที่ดิน
  • 3 :  ราคา ไอน้ำ
  • 4 :  ราคา ค่าจ้างแรงงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 200 :
  •  ข้อใดไม่ใช่ Fixed Capital Investment
  • 1 :  ราคา เตาปฏิกรณ์
  • 2 :  ราคา เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 :  ราคา คอมเพรสเซอร์
  • 4 :  ราคา ไอน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 201 :
  •  ข้อใดเป็น Working Capital
  • 1 :  ราคา ปั๊มป์น้ำ
  • 2 :  ราคา วัตถุดิบ
  • 3 :  ราคา เครื่องผลิตไอน้ำ
  • 4 :  ราคา คอมเพรสเซอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 202 :
  • ในการคำนวนเงินลงทุน เราจำเป็นต้องทราบข้อมูลใด บ้าง
  • 1 : Flowsheet และ Stream Table
  • 2 : Operating Cost
  • 3 : ราคา วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • การประมาณค่าใช้จ่ายข้อใดถูกต้องน้อยที่สุด
  • 1 : Project Control Estimate
  • 2 : Ratio Cost Estimate
  • 3 : Study Cost Estimate
  • 4 : Detailed Estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 204 :
  • การประมาณค่าใช้จ่ายข้อใดถูกต้องมากที่สุด
  • 1 : Project Control Estimate
  • 2 : Ratio Cost Estimate
  • 3 : Study Cost Estimate
  • 4 : Detailed Estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  • การประมาณค่าใช้จ่ายข้อใดที่อาศัยข้อมูลของโรงงานที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเป็นข้อมูลในการประมาณราคา
  • 1 : Project Control Estimate
  • 2 : Ratio Cost Estimate
  • 3 : Study Cost Estimate
  • 4 : Preliminary Estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 801 : Optimization
ข้อที่ 206 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาออพติไมเซชั่น 1. ปัญหาออพติไมเซชั่นแบบเชิงเส้นจะมีคำตอบอยู่ที่จุดมุมของ feasible space เท่านั้น 2. ปัญหาออพติไมเซชั่นแบบเชิงเส้นจะประกอบด้วย constraint แบบใดก็ได้แต่ objective function แบบเชิงเส้นเท่านั้น 3. ปัญหาออพติไมเซชั่นแบบเชิงเส้นจะประกอบด้วย objective function แบบใดก็ได้ แต่ constraint ต้องเป็นฟังก์ชั่นแบบเชิงเส้นเท่านั้น
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed-integer linear programming
  • 2 : Linear programming
  • 3 : Non-linear programming
  • 4 : Mixed-integer non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 209 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 212 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 213 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 214 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 215 :
  • ปัญหาออพติไมเซชั่นในข้อนี้เป็นปัญหาแบบใด
  • 1 : Mixed integer linear programming
  • 2 : Mixed integer non-linear programming
  • 3 : Linear programming
  • 4 : Non-linear programming
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 216 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=4, x2=3
  • 2 : x1=3, x2=4
  • 3 : x1=4, x2=6
  • 4 : x1=3, x2=3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 218 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=4, x2=0
  • 2 : x1=0, x2=4
  • 3 : x1=2, x2=2
  • 4 : x1=6, x2=2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 8
  • 2 : 12
  • 3 : 14
  • 4 : 18
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=1.5, x2=0, x3=0.5, x4=0
  • 2 : x1=0.5, x2=1.5, x3=0, x4=0.5
  • 3 : x1=0.5, x2=1.5, x3=0, x4=0
  • 4 : x1=1.5, x2=1.5, x3=0, x4=0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=2, x2=3
  • 2 : x1=4, x2=3
  • 3 : x1=4, x2=2
  • 4 : x1=2, x2=4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 10
  • 2 : 12
  • 3 : 14
  • 4 : 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=0, x2=1
  • 2 : x1=0, x2=0
  • 3 : x1=1, x2=0
  • 4 : x1=1, x2=1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 228 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 1
  • 3 : 0
  • 4 : -1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 229 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=2, x2=0, x3=-6
  • 2 : x1=1, x2=4, x3=6
  • 3 : x1=1, x2=5, x3=0
  • 4 : x1=0, x2=5, x3=-6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 15
  • 2 : 19
  • 3 : 21
  • 4 : 25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 233 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=4.35, x2=0.23
  • 2 : x1=6.38, x2=4.38
  • 3 : x1=4.35, x2=6.26
  • 4 : x1=7.86, x2=0.86
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 51.43
  • 2 : 43.25
  • 3 : 59.43
  • 4 : 86.43
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 235 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 0
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • ข้อใดเป็น objective function ของปัญหาต่อไปนี้
    โรงงานแห่งหนึ่งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้ห้าชนิด โดยมีกระบวนการผลิตสองขั้นตอน โดยในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีกำไรเท่ากับ 550, 600, 350, 400, 200 บาท/ชิ้น ตามลำดับ ในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดใช้เวลาในการผลิตของแต่ละกระบวนการผลิตดังตาราง
      ผลิตภัณฑ์ 1 ผลิตภัณฑ์ 2 ผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ 4 ผลิตภัณฑ์ 5
    กระบวนการผลิต 1 12 20 - 25 15
    กระบวนการผลิต 2 10 8 16 - -
     
    โรงงานมีกระบวนการผลิต 1 จำนวน 3 เครื่อง และกระบวนการผลิต 2 จำนวน 2 เครื่อง และทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ 2 กะ กะละ 8 ชั่วโมง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาออพติไมเซชั่นของปัญหาในข้อนี้
    โรงงานแห่งหนึ่งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้ห้าชนิด โดยมีกระบวนการผลิตสองขั้นตอน โดยในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีกำไรเท่ากับ 550, 600, 350, 400, 200 บาท/ชิ้น ตามลำดับ ในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดใช้เวลาในการผลิตของแต่ละกระบวนการผลิตดังตาราง
      ผลิตภัณฑ์ 1 ผลิตภัณฑ์ 2 ผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ 4 ผลิตภัณฑ์ 5
    กระบวนการผลิต 1 12 20 - 25 15
    กระบวนการผลิต 2 10 8 16 - -
     
    โรงงานมีกระบวนการผลิต 1 จำนวน 3 เครื่อง และกระบวนการผลิต 2 จำนวน 2 เครื่อง และทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ 2 กะ กะละ 8 ชั่วโมง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 238 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีจำนวนของ objective function และ constraint เท่าไหร่
    โรงงานแห่งหนึ่งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้ห้าชนิด โดยมีกระบวนการผลิตสองขั้นตอน โดยในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีกำไรเท่ากับ 550, 600, 350, 400, 200 บาท/ชิ้น ตามลำดับ ในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดใช้เวลาในการผลิตของแต่ละกระบวนการผลิตดังตาราง
      ผลิตภัณฑ์ 1 ผลิตภัณฑ์ 2 ผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ 4 ผลิตภัณฑ์ 5
    กระบวนการผลิต 1 12 20 - 25 15
    กระบวนการผลิต 2 10 8 16 - -
     
    โรงงานมีกระบวนการผลิต 1 จำนวน 3 เครื่อง และกระบวนการผลิต 2 จำนวน 2 เครื่อง และทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ 2 กะ กะละ 8 ชั่วโมง
  • 1 : 2 objective function และ 7 constraint
  • 2 : 1 objective function และ 2 constraint
  • 3 : 1 objective function และ 7 constraint
  • 4 : 1 objective function และ 5 constraint
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • ในปัญหานี้จะต้องผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดในปริมาณเท่าไหร่
    โรงงานแห่งหนึ่งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้ห้าชนิด โดยมีกระบวนการผลิตสองขั้นตอน โดยในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีกำไรเท่ากับ 550, 600, 350, 400, 200 บาท/ชิ้น ตามลำดับ ในการผลิตผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดใช้เวลาในการผลิตของแต่ละกระบวนการผลิตดังตาราง
      ผลิตภัณฑ์ 1 ผลิตภัณฑ์ 2 ผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ 4 ผลิตภัณฑ์ 5
    กระบวนการผลิต 1 12 20 - 25 15
    กระบวนการผลิต 2 10 8 16 - -
     
    โรงงานมีกระบวนการผลิต 1 จำนวน 3 เครื่อง และกระบวนการผลิต 2 จำนวน 2 เครื่อง และทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ 2 กะ กะละ 8 ชั่วโมง
  • 1 : x1=19.2, x2=3, x3=0, x4=2.3, x5=0
  • 2 : x1=19, x2=0, x3=0, x4=2, x5=0
  • 3 : x1=10, x2=0, x3=0, x4=2, x5=3
  • 4 : x1=18, x2=2, x3=0, x4=2, x5=0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาออพติไมเซชั่นของปัญหาในข้อนี้ในรูป linear programming
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • ในปัญหานี้จะต้องใช้น้ำมันแต่ละชนิดในปริมาณเท่าไหร่
  • 1 : x1=159.26, x2=40.74, x3=0, x4=250, x5=0
  • 2 : x1=150.26, x2=40.74, x3=10, x4=250, x5=0
  • 3 : x1=189.26, x2=10.74, x3=0, x4=200, x5=20
  • 4 : x1=59.26, x2=140.74, x3=10, x4=250, x5=0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 242 :
  • ในปัญหานี้จะมีกำไรสูงสุดเท่าไหร่
  • 1 : 18592.79 บาทต่อเดือน
  • 2 : 17592.59 บาทต่อเดือน
  • 3 : 16552.49 บาทต่อเดือน
  • 4 : 17692.45 บาทต่อเดือน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • โดยทั่วไปในการสร้างปัญหาออพติไมเซชั่นเพื่อการออกแบบกระบวนการ ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ใช้ในการสร้าง equality constraint
  • 1 : กำลังการผลิตสูงสุดของเครื่องจักร
  • 2 : ราคาของผลิตภัณฑ์
  • 3 : สมดุลมวลสาร
  • 4 : ปริมาณความต้องการของลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 :
  • โดยทั่วไปในการสร้างปัญหาออพติไมเซชั่นเพื่อการออกแบบกระบวนการ ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ใช้ในการสร้าง equality constraint
  • 1 : สมดุลพลังงาน
  • 2 : กำลังการผลิตสูงสุดของเครื่องจักร
  • 3 : ต้นทุนของผลิตภัณฑ์
  • 4 : ปริมาณความต้องการของลูกค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 245 :
  • โดยทั่วไปในการสร้างปัญหาออพติไมเซชั่นเพื่อการออกแบบกระบวนการ ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ใช้ในการสร้าง inequality constraint
  • 1 : กำลังการผลิตสูงสุดของเครื่องจักร
  • 2 : สมดุลมวลสาร
  • 3 : สมดุลพลังงาน
  • 4 : สมดุลทางเทอร์โมไดนามิกส์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 246 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการสร้างปัญหาออพติไมเซชั่นของการออกแบบกระบวนการได้อย่างถูกต้อง 1. ข้อมูลสมดุลมวลสารใช้ในการสร้าง equality constraint 2. ข้อมูลกำลังการผลิตใช้ในการสร้าง equality constraint 3. objective function ต้องมีเพียงฟังก์ชั่นเดียวเท่านั้น
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 247 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการสร้างปัญหาออพติไมเซชั่นของการออกแบบกระบวนการได้อย่างถูกต้อง 1. ข้อมูลสมดุลพลังงานใช้ในการสร้าง inequality constraint 2. ข้อมูลกำลังการผลิตใช้ในการสร้าง equality constraint 3. constraint ต้องมีเพียงฟังก์ชั่นเดียวเท่านั้น
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 248 :
  • ฟังก์ชันต่อไปนี้ข้อใดเป็นฟังก์ชันเชิงเส้น
  • 1 : f1
  • 2 : f2
  • 3 : f3
  • 4 : f4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • ฟังก์ชันต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่ฟังก์ชันเชิงเส้น
  • 1 : f1
  • 2 : f2
  • 3 : f3
  • 4 : f4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • ฟังก์ชันต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่ฟังก์ชันเชิงเส้น
  • 1 : f1 เท่านั้น
  • 2 : f1 และ f3 เท่านั้น
  • 3 : f2 และ f4 เท่านั้น
  • 4 : f1 และ f4 เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • ฟังก์ชันต่อไปนี้ข้อใดเป็นฟังก์ชันเชิงเส้น
  • 1 : f2 f3 f4 เท่านั้น
  • 2 : f2 f4 เท่านั้น
  • 3 : f1 f3 เท่านั้น
  • 4 : f1 เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 252 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=1, x2=4
  • 2 : x1=1, x2=3
  • 3 : x1=0, x2=5
  • 4 : x1=2, x2=3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 7.5
  • 2 : 8.3
  • 3 : 9.0
  • 4 : 10.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  • โดยทั่วไปในการสร้างปัญหาออพติไมเซชั่นเพื่อการออกแบบกระบวนการ ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้ใช้ในการสร้าง inequality constraint
  • 1 : สมดุลมวลสาร
  • 2 : สมดุลพลังงาน
  • 3 : ราคาของผลิตภัณฑ์
  • 4 : ปริมาณวัตถุดิบที่มี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • ข้อใดคือความหมายของ conflicting constraint
  • 1 : constraint ซึ่งกำหนดค่าของ objective function
  • 2 : constraint ซึ่งทำให้ไม่มี feasible area
  • 3 : constraint ซึ่งซ้ำซ้อนกับ constratint อื่น
  • 4 : constraint ซึ่งทำให้มีจุด optimal หลายจุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • ข้อใดคือความหมายของ redundant constraint
  • 1 : constraint ซึ่งกำหนดค่าของ objective function
  • 2 : constraint ซึ่งทำให้ไม่มี feasible area
  • 3 : constraint ซึ่งทำให้มีจุด optimal หลายจุด
  • 4 : constraint ซึ่งซ้ำซ้อนกับ constratint อื่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=4, x2=10, x3=0, x4=2
  • 2 : x1=1, x2=8, x3=0, x4=3
  • 3 : x1=0, x2=6, x3=4, x4=3
  • 4 : x1=0, x2=10, x3=0, x4=3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • สำหรับปัญหาต่อไปนี้มี active constraint เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 15
  • 2 : 27
  • 3 : 22
  • 4 : 29
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 260 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • ในปัญหานี้จะผลิตสินค้าแต่ละชนิดในปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ได้กำไรสูงที่สุด
  • 1 : สินค้าแบบธรรมดา 17 ชิ้น สินค้าแบบพิเศษ 5 ชิ้น
  • 2 : สินค้าแบบธรรมดา 16 ชิ้น สินค้าแบบพิเศษ 6 ชิ้น
  • 3 : สินค้าแบบธรรมดา 18 ชิ้น สินค้าแบบพิเศษ 4 ชิ้น
  • 4 : สินค้าแบบธรรมดา 17.5 ชิ้น สินค้าแบบพิเศษ 5 ชิ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาออพติไมเซชั่นของปัญหาในข้อนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาออพติไมเซชั่นของปัญหาในข้อนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 264 :
  • ในปัญหานี้จะมีกำไรสูงที่สุดเท่าไร
  • 1 : 254 บาทต่อสัปดาห์
  • 2 : 245 บาทต่อสัปดาห์
  • 3 : 265 บาทต่อสัปดาห์
  • 4 : 274 บาทต่อสัปดาห์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 265 :
  • ในปัญหานี้จะผลิตสินค้าแต่ละชนิดในปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ได้กำไรสูงที่สุด
  • 1 : ไม่ผลิตสินค้าแบบธรรมดา ผลิตสินค้าแบบพิเศษ 10 ชิ้นต่อสัปดาห์
  • 2 : ไม่ผลิตสินค้าแบบพิเศษ ผลิตสินค้าแบบธรรมดา 10 ชิ้นต่อสัปดาห์
  • 3 : ผลิตสินค้าแบบพิเศษ 5 ชิ้นต่อสัปดาห์ ผลิตสินค้าแบบธรรมดา 5 ชิ้นต่อสัปดาห์
  • 4 : ผลิตสินค้าแบบพิเศษ 2 ชิ้นต่อสัปดาห์ ผลิตสินค้าแบบธรรมดา 8 ชิ้นต่อสัปดาห์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • ในปัญหานี้จะมีกำไรสูงที่สุดเท่าไร
  • 1 : 120 บาทต่อสัปดาห์
  • 2 : 125 บาทต่อสัปดาห์
  • 3 : 150 บาทต่อสัปดาห์
  • 4 : 175 บาทต่อสัปดาห์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 267 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1= 0, x2=0, x3=0
  • 2 : x1= -10, x2=0, x3=10
  • 3 : x1= 0, x2=-10, x3=0
  • 4 : x1= 10, x2=0, x3=-10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : -20
  • 2 : 0
  • 3 : -10
  • 4 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=10, x2=10, x3=10
  • 2 : x1=10, x2=10, x3=-10
  • 3 : x1=10, x2=0, x3=10
  • 4 : x1=0, x2=0, x3=0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 1550
  • 2 : 1700
  • 3 : 1800
  • 4 : 1850
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=10, x2=10, x3=10
  • 2 : x1=10, x2=10, x3=-10
  • 3 : x1=-10, x2=10, x3=-10
  • 4 : x1=10, x2=-10, x3=-10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 272 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 7400
  • 2 : 8400
  • 3 : 8600
  • 4 : 9200
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=0, x2=9.2, x3=9.2
  • 2 : x1=2.9, x2=0, x3=9.2
  • 3 : x1=2.9, x2=9.2, x3=10
  • 4 : x1=2.9, x2=10, x3=9.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : -72.52
  • 2 : -80.65
  • 3 : -90.95
  • 4 : -95.26
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 275 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=-2, x2=-2
  • 2 : x1=-1, x2=-1
  • 3 : x1=-1, x2=1
  • 4 : x1=-1, x2=-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=1, x2=-1
  • 2 : x1=-1, x2=1
  • 3 : x1=-2, x2=-2
  • 4 : x1=2, x2=2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=2.16, x2=3.67
  • 2 : x1=3.67, x2=2.16
  • 3 : x1=4.67, x2=1.16
  • 4 : x1=1.67, x2=4.16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 7.5
  • 2 : 8.25
  • 3 : 9.5
  • 4 : 9.75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=2.67, x2=3.17
  • 2 : x1=1.67, x2=3.17
  • 3 : x1=3.67, x2=2.17
  • 4 : x1=2.67, x2=3.67
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : -15
  • 2 : -16
  • 3 : -18
  • 4 : -13
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=3, x2=3
  • 2 : x1=4, x2=1
  • 3 : x1=3.5, x2=2
  • 4 : x1=3.75, x2=1.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 282 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : -2
  • 2 : -1.5
  • 3 : -1
  • 4 : -3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 : x1=3, x2=3
  • 2 : x1=2, x2=6
  • 3 : x1=6, x2=2
  • 4 : x1=4, x2=4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 284 :
  • ปัญหานี้มีค่า objective function ที่จุด optimal เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : -18
  • 2 : -16
  • 3 : -20
  • 4 : -15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • ข้อใดเป็นปัญหาออพติไมเซชั่นของปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีคำตอบอยู่ที่จุดใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 287 :
  • ปัญหาต่อไปนี้มีต้นทุนต่ำสุดเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 26519 บาท
  • 2 : 25519 บาท
  • 3 : 25919 บาท
  • 4 : 24719 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • ในการขนส่งน้ำมันจากจุด 0 และ 1 ไปยังจุด 5, 6, 7 โดยที่จุด 0 มีน้ำมัน 10 ลิตร และจุด 1 มีน้ำมัน 15 ลิตร และในจุด 5 ต้องการน้ำมัน 9 ลิตร จุด 6 ต้องการน้ำมัน 10 ลิตร และ จุด 7 ต้องการน้ำมัน 6 ลิตร ในการส่งน้ำมันผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป ข้อใดคือปัญหาออพติไมเซชั่นที่แทนปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 289 :
  • ในการขนส่งน้ำมันจากจุด 0 และ 1 ไปยังจุด 5, 6, 7 โดยที่จุด 0 มีน้ำมัน 10 ลิตร และจุด 1 มีน้ำมัน 15 ลิตร และในจุด 5 ต้องการน้ำมัน 9 ลิตร จุด 6 ต้องการน้ำมัน 10 ลิตร และ จุด 7 ต้องการน้ำมัน 6 ลิตร ในการส่งน้ำมันผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป จงหาคำตอบของปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 290 :
  • ในการขนส่งน้ำมันจากจุด 0 และ 1 ไปยังจุด 5, 6, 7 โดยที่จุด 0 มีน้ำมัน 10 ลิตร และจุด 1 มีน้ำมัน 15 ลิตร และในจุด 5 ต้องการน้ำมัน 9 ลิตร จุด 6 ต้องการน้ำมัน 10 ลิตร และ จุด 7 ต้องการน้ำมัน 6 ลิตร ในการส่งน้ำมันผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป จงหาว่าค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่จุด optimal เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 316.5
  • 2 : 246.5
  • 3 : 216.5
  • 4 : 286.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • ในการขนส่งสินค้าจากจุด 0 และ 1 ไปยังจุด 5, 6, 7 โดยที่จุด 0 มีสินค้า 10 ชิ้น และจุด 1 มีสินค้า 15 ชิ้น และในจุด 5 ต้องการสินค้า 9 ชิ้น จุด 6 ต้องการสินค้า 10 ชิ้น และ จุด 7 ต้องการสินค้า 6 ชิ้น ในการส่งสินค้าผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป ข้อใดคือปัญหาออพติไมเซชั่นที่แทนปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 292 :
  • ในการขนส่งสินค้าจากจุด 0 และ 1 ไปยังจุด 5, 6, 7 โดยที่จุด 0 มีสินค้า 10 ชิ้น และจุด 1 มีสินค้า 15 ชิ้น และในจุด 5 ต้องการสินค้า 9 ชิ้น จุด 6 ต้องการสินค้า 10 ชิ้น และ จุด 7 ต้องการสินค้า 6 ชิ้น ในการส่งสินค้าผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป จงหาคำตอบของปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 :
  • ในการขนส่งสินค้าจากจุด 0 และ 1 ไปยังจุด 5, 6, 7 โดยที่จุด 0 มีสินค้า 10 ชิ้น และจุด 1 มีสินค้า 15 ชิ้น และในจุด 5 ต้องการสินค้า 9 ชิ้น จุด 6 ต้องการสินค้า 10 ชิ้น และ จุด 7 ต้องการสินค้า 6 ชิ้น ในการส่งสินค้าผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป จงหาว่าค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่จุด optimal เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 197
  • 2 : 239
  • 3 : 226
  • 4 : 263
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 294 :
  • ในการขนส่งน้ำมันจากจุด A ไปยังจุด F โดยที่จุด A มีน้ำมัน 10 ลิตร และจุด F ต้องการน้ำมัน 10 ลิตร ในการส่งน้ำมันผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป ข้อใดคือปัญหาออพติไมเซชั่นที่แทนปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 295 :
  • ในการขนส่งน้ำมันจากจุด A ไปยังจุด F โดยที่จุด A มีน้ำมัน 10 ลิตร และจุด F ต้องการน้ำมัน 10 ลิตร ในการส่งน้ำมันผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป จงหาคำตอบของปัญหานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :
  • ในการขนส่งน้ำมันจากจุด A ไปยังจุด F โดยที่จุด A มีน้ำมัน 10 ลิตร และจุด F ต้องการน้ำมัน 10 ลิตร ในการส่งน้ำมันผ่านแต่ละเส้นทางจะเสียค่าใช้จ่ายดังรูป จงหาว่าค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่จุด optimal เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 75
  • 2 : 90
  • 3 : 86
  • 4 : 94
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 297 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้
  • 1 : x1=0, x2=0.5
  • 2 : x1=0, x2=0
  • 3 : x1=0.5, x2=0.5
  • 4 : x1=0, x2=0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 298 :
  • ในปัญหาต่อไปนี้ constraint หมายเลขใดไม่มีผลต่อคำตอบ
  • 1 : หมายเลข 1
  • 2 : หมายเลข 3
  • 3 : หมายเลข 5
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 299 :
  • ในปัญหาต่อไปนี้ constraint หมายเลขใดไม่มีผลต่อคำตอบ
  • 1 : หมายเลข 1 และ 5
  • 2 : หมายเลข 2 และ 5
  • 3 : หมายเลข 1 และ 3
  • 4 : หมายเลข 2 และ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • ในปัญหาต่อไปนี้ constraint หมายเลขใดไม่มีผลต่อคำตอบ
  • 1 : หมายเลข 1 และ 2
  • 2 : หมายเลข 1 และ 3
  • 3 : หมายเลข 4 และ 5
  • 4 : หมายเลข 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 301 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้ เมื่อ c=5
  • 1 : x1=1.25, x2=0
  • 2 : x1=1, x2=0.25
  • 3 : x1=0, x2=1.25
  • 4 : x1=0.25, x2=1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :
  • จงหาว่าค่าobjective function ที่จุด optimal จะเำพิ่มขึ้นกี่เท่า เมื่อค่า c เพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 5
  • 1 : 1.5 เท่า
  • 2 : 1.2 เท่า
  • 3 : 1.7 เท่า
  • 4 : ไม่เพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • จงหาว่าค่าobjective function ที่จุด optimal จะเำพิ่มขึ้นกี่เท่า เมื่อค่า c เปลี่ยนแปลงจาก 5 เป็น 2
  • 1 : 1 เท่า
  • 2 : 2 เท่า
  • 3 : 3 เท่า
  • 4 : ไม่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้ เมื่อ a=2, b= 5, c=5, d=5
  • 1 : x1=1, x2=1.25
  • 2 : x1=0, x2=1.25
  • 3 : x1=0, x2=0.25
  • 4 : x1=1, x2=0.25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 305 :
  • เมื่อค่าพา่รามิเตอร์ a=2, b= 5, c=5, d=5 เปลี่ยนเป็น a=2, b= 5, c=3, d=2 ค่า objective function ที่จุด optimal จะเปลี่ยนไปกี่เปอร์เซนต์
  • 1 : เพิ่มขึ้น 40%
  • 2 : เพิ่มขึ้น 60%
  • 3 : ลดลง 40%
  • 4 : ุลดลง 60%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • จงหาคำตอบของปัญหาต่อไปนี้ เมื่อ a=1, b=1, c=1
  • 1 : x1=2, x2=1, x3=1
  • 2 : x1=0, x2=1, x3=1
  • 3 : x1=1, x2=0, x3=1
  • 4 : x1=1, x2=1, x3=0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 307 :
  • ปัญหาต่อไปนี้เมื่อ a=1, b=1, c=1 จะมี active constraint เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 308 :
  • จงหาึค่าobjective function ที่จุด optimal เมื่อ a=1, b=1, c=1
  • 1 : 1.5
  • 2 : 2
  • 3 : 2.5
  • 4 : 2.75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 309 :
  • ปัญหาต่อไปนี้เมื่อ a=1, b=1, c=1 เปลี่ยนแปลงไปเป็น a=5, b=1, c=2 ค่า objective function ที่จุด optimal จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
  • 1 : ลดลง 1
  • 2 : เพิ่มขึ้น 1
  • 3 : ลดลง 3
  • 4 : ไม่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 802 : Profitability
ข้อที่ 310 :
  • ความหมายของ Payback Period (PBP) คือข้อใด
  • 1 : เวลาตั้งแต่เริ่มโครงการจนกระทั่งมีรายรับเท่ากับเงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment)
  • 2 : เวลาตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงสิ้นสุดโครงการ
  • 3 : อัตราร้อยละผลตอบแทนเฉลี่ยตลอดทั้งโครงการ
  • 4 : อัตราร้อยละผลตอบแทนเฉลี่ยตลอดทั้งโครงการหลังจากหักลบอัตราเงินเฟ้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • การเปรียบเทียบผลตอบแทนของโครงการ โดยใช้ Cumulative cash position (CCP) คือข้อใด
  • 1 : เปรียบเทียบอัตราร้อยละของผลตอบแทนของโครงการ
  • 2 : เปรียบเทียบอัตราร้อยละของผลตอบแทนของโครงการหักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ
  • 3 : เปรียบเทียบเวลาตั้งแต่เริ่มโครงการจนมีรายรับเท่ากับเงินลงทุนคงที่ (Fixed capital investment)
  • 4 : เปรียบเทียบมูลค่าของโครงการ ณ จุดสิ้นสุดโครงการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 312 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Cumulative cash ratio (CCR) ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 : CCR ไม่ได้พิจารณาถึงผลของอัตราเงินเฟ้อ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวถึงการใช้ Cumulative cash position (CCP) ได้อย่างถูกต้อง 1. CCP ไม่ได้พิจารณาถึงมูลค่าของเงินตามเวลา 2. CCP ไม่สามารถใช้เปรียบเทียบโครงการซึ่งมีเงินลงทุนคงที่ต่างกันได้ 3. CCP คือมูลค่าของโครงการ ณ เวลาสิ้นสุดโครงการ
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวถึงการใช้ Cumulative cash ratio (CCR) ได้อย่างถูกต้อง 1. โครงการซึ่งมีค่า CCR มากกว่า 1 มีศักยภาพในการทำกำไร 2. CCR สามารถใช้เปรียบเทียบโครงการซึ่งมีเงินลงทุนคงที่ต่างกันได้ 3. CCR ไม่ได้พิจารณาถึงมูลค่าของเงินตามเวลา
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Rate of return on investment (ROROI) ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : ROROI คือร้อยละอัตราผลตอบแทนของโครงการตลอดโครงการ
  • 2 :
  • 3 : ROROI พิจารณาถึงผลของมูลค่าเงินซึ่งลดลงตามเวลา
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • โรงงานเคมีซึ่งกำลังก่อสร้างแห่งหนึ่งมีรายละเอียดการลงทุนและผลตอบแทนต่างๆดังรูป จงคำนวณหาค่า Payback period โดยกำหนดให้ เริ่มต้นการผลิต ณ ปลายปีที่ 2 โรงงานมีอายุทั้งสิ้น 10 ปี และค่าเสื่อมราคาเป็นแบบ double declining balance ในช่วง 7 ปี
  • 1 : 3.5 ปี
  • 2 : 3.7 ปี
  • 3 : 4.5 ปี
  • 4 : 4.7 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • โรงงานเคมีซึ่งกำลังก่อสร้างแห่งหนึ่งมีรายละเอียดการลงทุนและผลตอบแทนต่างๆดังรูป จงคำนวณหาค่า Cumulative cash position โดยกำหนดให้ เริ่มต้นการผลิต ณ ปลายปีที่ 2 โรงงานมีอายุทั้งสิ้น 10 ปี และค่าเสื่อมราคาเป็นแบบ double declining balance ในช่วง 7 ปี
  • 1 : 217 million US$
  • 2 : 227 million US$
  • 3 : 257 million US$
  • 4 : 277 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 318 :
  • โรงงานเคมีซึ่งกำลังก่อสร้างแห่งหนึ่งมีรายละเอียดการลงทุนและผลตอบแทนต่างๆดังรูป จงคำนวณหาค่า Cumulative cash ratio โดยกำหนดให้ เริ่มต้นการผลิต ณ ปลายปีที่ 2 โรงงานมีอายุทั้งสิ้น 10 ปี และค่าเสื่อมราคาเป็นแบบ double declining balance ในช่วง 7 ปี
  • 1 : 1.721
  • 2 : 1.822
  • 3 : 2.121
  • 4 : 2.142
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • โรงงานเคมีซึ่งกำลังก่อสร้างแห่งหนึ่งมีรายละเอียดการลงทุนและผลตอบแทนต่างๆดังรูป จงคำนวณหาค่า Rate of return on investment โดยกำหนดให้ เริ่มต้นการผลิต ณ ปลายปีที่ 2 โรงงานมีอายุทั้งสิ้น 10 ปี และค่าเสื่อมราคาเป็นแบบ double declining balance ในช่วง 7 ปี
  • 1 : 8.5%
  • 2 : 9.5%
  • 3 : 14.5%
  • 4 : 17.5%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดเวลาเท่ากับเท่าไร
  • 1 : $1360 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1320 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $1340 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1360 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $1320 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1360 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $1360 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1340 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 321 :
  • การลงทุน $800 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดเวลาเท่ากับเท่าไร
  • 1 : $1271 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1120 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $1171 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1120 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $1171 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1110 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $1271 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1117 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 322 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดเวลาเท่ากับเท่าไร
  • 1 : $1402 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1370 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $1472 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1350 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $1402 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1350 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $1472 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $1370 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • การลงทุน $700 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดเวลาเท่ากับเท่าไร
  • 1 : $747 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $784 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $787 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $744 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $747 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $744 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $787 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $784 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 324 :
  • การลงทุน $500 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดเวลาเท่ากับเท่าไร
  • 1 : $814 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $750 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $814 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $720 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $824 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $750 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $824 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $720 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • จงหาว่าต้องลงทุนเท่าไหร่เพื่อที่จะให้ได้ผลตอบแทนรวมทั้งสิ้น $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี
  • 1 : $3675 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3788 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $3775 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3688 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $3675 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3688 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $3775 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3788 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 326 :
  • จงหาว่าต้องลงทุนเท่าไหร่เพื่อที่จะให้ได้ผลตอบแทนรวมทั้งสิ้น $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี
  • 1 : $3565 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3604 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $3565 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3704 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $3765 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3704 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $3765 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $3604 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :
  • จงหาว่าต้องลงทุนเท่าไหร่เพื่อที่จะให้ได้ผลตอบแทนรวมทั้งสิ้น $10000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี
  • 1 : $6706 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $7143 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $6806 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $6764 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $6806 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $7143 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $6706 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $6764 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • จงหาว่าต้องลงทุนเท่าไหร่เพื่อที่จะให้ได้ผลตอบแทนรวมทั้งสิ้น $10000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี
  • 1 : $8333 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $8542 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 2 : $8333 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $8214 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 3 : $8219 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $8333 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 4 : $8219 ในกรณีของดอกเบี้ยทบต้น $8214 ในกรณีของดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 329 :
  • การลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะเป็นกี่เท่าของกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 1 : 1.08 เท่า
  • 2 : 1.18 เท่า
  • 3 : 1.12 เท่า
  • 4 : 1.06 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 330 :
  • การลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะเป็นกี่เท่าของกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 1 : 0.964 เท่า
  • 2 : 1.014 เท่า
  • 3 : 1.026 เท่า
  • 4 : 1.124 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :
  • การลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะเป็นกี่เท่าของกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 1 : 0.98 เท่า
  • 2 : 1.04 เท่า
  • 3 : 1.08 เท่า
  • 4 : 1.16 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 :
  • การลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะเป็นกี่เท่าของกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 1 : 1.04 เท่า
  • 2 : 1.08 เท่า
  • 3 : 1.14 เท่า
  • 4 : 1.20 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 :
  • การลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 6 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะเป็นกี่เท่าของกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้น
  • 1 : 1.03 เท่า
  • 2 : 1.01 เท่า
  • 3 : 0.98 เท่า
  • 4 : 0.94 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 334 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะต่างจากกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้นเท่าไร
  • 1 : $644
  • 2 : $632
  • 3 : $684
  • 4 : $695
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะต่างจากกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้นเท่าไร
  • 1 : $64
  • 2 : $83
  • 3 : $69
  • 4 : $73
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 336 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะต่างจากกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้นเท่าไร
  • 1 : $287
  • 2 : $327
  • 3 : $347
  • 4 : $364
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะต่างจากกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้นเท่าไร
  • 1 : $227
  • 2 : $235
  • 3 : $255
  • 4 : $267
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี ผลตอบแทนในกรณีของดอกเบี้ยทบต้นจะต่างจากกรณีดอกเบี้ยไม่ทบต้นเท่าไร
  • 1 : $144
  • 2 : $154
  • 3 : $164
  • 4 : $168
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 5% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น
  • 1 : $1984
  • 2 : $1989
  • 3 : $1998
  • 4 : $2010
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 4% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น
  • 1 : 1798 $
  • 2 : 1788 $
  • 3 : 1796 $
  • 4 : 1786 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 3% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น
  • 1 : 8130 $
  • 2 : 8118 $
  • 3 : 8144 $
  • 4 : 8156 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับ 7% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น
  • 1 : 1796 $
  • 2 : 1973 $
  • 3 : 1790 $
  • 4 : 2252 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 343 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับ 6% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น
  • 1 : 8130 $
  • 2 : 8373 $
  • 3 : 8352 $
  • 4 : 8379 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 344 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 4% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 1600 $
  • 2 : 1960 $
  • 3 : 2040 $
  • 4 : 1800 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 345 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 3% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 7200 $
  • 2 : 7500 $
  • 3 : 7900 $
  • 4 : 8200 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับ 7% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 1740 $
  • 2 : 1840 $
  • 3 : 1600 $
  • 4 : 1980 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับ 6% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 7250 $
  • 2 : 7750 $
  • 3 : 7150 $
  • 4 : 7650 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • การลงทุน $4000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับ 6% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 5840 $
  • 2 : 6320 $
  • 3 : 6840 $
  • 4 : 6000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 7% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 7.3% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 6% ต่อปีเป็นเวลา 2 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 6.3% ต่อปีเป็นเวลา 2 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 5% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 5.5% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 352 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 8% ต่อปีเป็นเวลา 4 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 8.5% ต่อปีเป็นเวลา 4 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 353 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 3% ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 3.75% ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3058 $
  • 2 : 2860 $
  • 3 : 3028 $
  • 4 : 2906 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2821 $
  • 2 : 2975 $
  • 3 : 2764 $
  • 4 : 2899 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 356 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8.2% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2957 $
  • 2 : 2998 $
  • 3 : 3068 $
  • 4 : 3098 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2906 $
  • 2 : 2956 $
  • 3 : 2998 $
  • 4 : 3026 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2989 $
  • 2 : 2818 $
  • 3 : 2985 $
  • 4 : 2826 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 359 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2898 $
  • 2 : 3065 $
  • 3 : 2997 $
  • 4 : 3105 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 360 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3079 $
  • 2 : 3045 $
  • 3 : 3125 $
  • 4 : 3189 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8.4% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3104 $
  • 2 : 3161 $
  • 3 : 3198 $
  • 4 : 3205 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 362 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.6% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2846 $
  • 2 : 2943 $
  • 3 : 2999 $
  • 4 : 3025 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6.8% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2773 $
  • 2 : 2798 $
  • 3 : 2826 $
  • 4 : 2884 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 364 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2604 $
  • 2 : 2631 $
  • 3 : 2682 $
  • 4 : 2726$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 365 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2854 $
  • 2 : 2868 $
  • 3 : 2900 $
  • 4 : 2928 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 9.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3114 $
  • 2 : 3158 $
  • 3 : 3189 $
  • 4 : 3204 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 367 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8.4% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2889 $
  • 2 : 2922 $
  • 3 : 2956 $
  • 4 : 2998 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8.2% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2826 $
  • 2 : 2846 $
  • 3 : 2888 $
  • 4 : 2924 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 369 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.6% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2704 $
  • 2 : 2726 $
  • 3 : 2766 $
  • 4 : 2787 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.6% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2889 $
  • 2 : 2942 $
  • 3 : 2846 $
  • 4 : 2999 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2659 $
  • 2 : 2692 $
  • 3 : 2758 $
  • 4 : 2857 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2227 $
  • 2 : 2257 $
  • 3 : 2277 $
  • 4 : 2384 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 373 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2228 $
  • 2 : 2258 $
  • 3 : 2309 $
  • 4 : 2356 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 374 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2413 $
  • 2 : 2457 $
  • 3 : 2489 $
  • 4 : 2517 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 375 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2536 $
  • 2 : 2593 $
  • 3 : 2645 $
  • 4 : 2697 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6.75% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2756 $
  • 2 : 2789 $
  • 3 : 2830 $
  • 4 : 2890 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.25% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2826 $
  • 2 : 2849 $
  • 3 : 2896 $
  • 4 : 2929 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.25% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3504 $
  • 2 : 3586 $
  • 3 : 3628 $
  • 4 : 3684 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2508 $
  • 2 : 3557 $
  • 3 : 3595 $
  • 4 : 3643 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 7 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 2809 $
  • 2 : 2850 $
  • 3 : 2905 $
  • 4 : 2959 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3092 $
  • 2 : 3158 $
  • 3 : 3186 $
  • 4 : 3205 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.5% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3302 $
  • 2 : 3323 $
  • 3 : 3389 $
  • 4 : 3406 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.25% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3668 $
  • 2 : 3698 $
  • 3 : 3758 $
  • 4 : 3789 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 8.25% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 4171 $
  • 2 : 4198 $
  • 3 : 4227 $
  • 4 : 4257 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.25% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3309 $
  • 2 : 3351 $
  • 3 : 3397 $
  • 4 : 3409 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 386 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.75% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3407 $
  • 2 : 3435 $
  • 3 : 3479 $
  • 4 : 3499 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 387 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.75% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3141 $
  • 2 : 3195 $
  • 3 : 3257 $
  • 4 : 3297 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 388 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.25% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3205 $
  • 2 : 3255 $
  • 3 : 3295 $
  • 4 : 3345 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6.75% ต่อปีจงคำนวณว่าในปีที่ 8 จะต้องชำระเงินคืนเท่าใด
  • 1 : 3506 $
  • 2 : 3574 $
  • 3 : 3596 $
  • 4 : 3614 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1776 $
  • 2 : 1796 $
  • 3 : 1684 $
  • 4 : 1708 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1470 $
  • 2 : 1560 $
  • 3 : 1490 $
  • 4 : 1520 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 392 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.25% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1509 $
  • 2 : 1547 $
  • 3 : 1586 $
  • 4 : 1627 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.5% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1445.5 $
  • 2 : 1402.5 $
  • 3 : 1395.5 $
  • 4 : 1357.5 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.25% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1495.5 $
  • 2 : 1510.5 $
  • 3 : 1555.5 $
  • 4 : 1575.5 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 395 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 4.25% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1395.5 $
  • 2 : 1405.5 $
  • 3 : 1424.5 $
  • 4 : 1475.5 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 396 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.25% ต่อปี หากต้องการชำระเงินในปีที่ 7 เท่ากับ ปีที่ 8 จงคำนวณว่าจะต้องชำระเงินคืนในปีที่ 7 และปีที่ 8 ปีละเท่าไหร่
  • 1 : 1658.5 $
  • 2 : 1694.5 $
  • 3 : 1754.5 $
  • 4 : 1785.5 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 397 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 6% ต่อปี จงคำนวณว่าหากชำระเงินในปีที่ 7 จะถูกกว่าชำระเงินในปีที่ 8 เท่าไหร่
  • 1 : 184 $
  • 2 : 250 $
  • 3 : 354 $
  • 4 : 374 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7% ต่อปี จงคำนวณว่าหากชำระเงินในปีที่ 7 จะถูกกว่าชำระเงินในปีที่ 8 เท่าไหร่
  • 1 : 210 $
  • 2 : 226 $
  • 3 : 275 $
  • 4 : 294 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 399 :
  • จาก cash flow diagram ที่กำหนดให้ หากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5.25% ต่อปี จงคำนวณว่าหากชำระเงินในปีที่ 7 จะถูกกว่าชำระเงินในปีที่ 8 เท่าไหร่
  • 1 : 142.4 $
  • 2 : 136.4 $
  • 3 : 154.6 $
  • 4 : 175.6 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 400 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา payback period
  • 1 : 3.2 ปี
  • 2 : 3.7 ปี
  • 3 : 4.2 ปี
  • 4 : 4.7 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 401 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา Cumlative cash position ในปลายปีที่ 12
  • 1 : 178 ล้านบาท
  • 2 : 196 ล้านบาท
  • 3 : 204 ล้านบาท
  • 4 : 217 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 402 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา Cumlative cash ratio ของโครงการ
  • 1 : 2.142
  • 2 : 2.194
  • 3 : 2.245
  • 4 : 2.546
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 403 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา Discounted payback period ของโครงการ กำหนดให้ discount rate เท่ากับ 10% ต่อปี
  • 1 : 4.7 ปี
  • 2 : 5.5 ปี
  • 3 : 5.7 ปี
  • 4 : 5.9 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 404 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา Net present value ของโครงการ กำหนดให้ discount rate เท่ากับ 10% ต่อปี
  • 1 : 36.4 ล้านบาท
  • 2 : 34.4 ล้านบาท
  • 3 : 34.2 ล้านบาท
  • 4 : 32.2 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 405 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา Present value ratio ของโครงการ กำหนดให้ discount rate เท่ากับ 10% ต่อปี
  • 1 : 1.08
  • 2 : 1.22
  • 3 : 1.35
  • 4 : 1.39
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 406 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณว่า Discounted payback period ของโครงการมากกว่า Payback period เท่าไร โดยกำหนดให้ discount rate เท่ากับ 10% ต่อปี
  • 1 : 0.5 ปี
  • 2 : 0.8 ปี
  • 3 : 1.4 ปี
  • 4 : 1.8 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 407 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณว่า discount rate มีค่่า่เท่าไหร่ Net present value ของโครงการจะเท่ากับ 0
  • 1 : 14.2% ต่อปี
  • 2 : 12.8% ต่อปี
  • 3 : 13.5% ต่อปี
  • 4 : 14.8% ต่อปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 408 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา payback period
  • 1 : 5.9 ปี
  • 2 : 6.9 ปี
  • 3 : 5.4 ปี
  • 4 : 6.2 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 409 :
  • พิจารณาโครงการต่อไปนี้และจงคำนวณหา Cumlative cash position ในปลายปีที่ 13
  • 1 : 154 ล้านบาท
  • 2 : 144 ล้านบาท
  • 3 : 156 ล้านบาท
  • 4 : 164 ล้านบาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 410 :
  • ในการพิจารณาผลตอบแทนของโครงการข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง 1. ไม่ควรลงทุนในโครงการซึ่งมีค่า CCR มากกว่า 1 2. ในการเปรียบเทียบโครงการโดยใช้ NPV ให้เลือกโครงการซึ่งให้ค่า NPV สูงกว่า 3. โครงการซึ่งมีค่า Discounted cash flow rate of return น้อยจะให้ผลตอบแทนที่สูง
  • 1 : ข้อ 1 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 411 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 5% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น
  • 1 : $1984
  • 2 : $1989
  • 3 : $1998
  • 4 : $2010
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 412 :
  • การลงทุน $1000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 4% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 1600 $
  • 2 : 1960 $
  • 3 : 2040 $
  • 4 : 1800 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 413 :
  • การลงทุน $5000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงเท่ากับ 3% ต่อปีเป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 7200 $
  • 2 : 7500 $
  • 3 : 7900 $
  • 4 : 8200 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 414 :
  • การลงทุน $4000 ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เป็นเวลา 7 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับ 6% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ผลตอบแทนเท่ากับเท่าไรในกรณีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น
  • 1 : 5840 $
  • 2 : 6320 $
  • 3 : 5840 $
  • 4 : 6000 $
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 415 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 5% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 5.5% ต่อปีเป็นเวลา 3 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 416 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 8% ต่อปีเป็นเวลา 4 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 8.5% ต่อปีเป็นเวลา 4 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 417 :
  • หากเราต้องกู้เงินจำนวนหนึ่งโดยมีธนาคารสองธนาคารเสนอเงินกู้ให้ โดยธนาคารแรกเสนออัตราดอกเบี้ยแบบทบต้น 3% ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี ในขณะที่ธนาคารที่สองเสนออัตราดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้น 3.75% ต่อปีเป็นเวลา 10 ปี ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะสูงกว่าธนาคารที่สอง
  • 2 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะต่ำกว่าธนาคารที่สอง
  • 3 : ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในกรณีที่กู้เงินจากธนาคารแรกจะเท่ากับธนาคารที่สอง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร