สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการเคมี

วิชา : Chemical Engineering Plant Design I

เนื้อหาวิชา : 791 : Introduction to chemical engineering plant design
ข้อที่ 1 :
  • โดยทั่วไปควรออกแบบขนาด storage tank สำหรับเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ โดยพิจารณาจากข้อใด
  • 1 : ควรออกแบบให้มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ประมาณ 30 วัน
  • 2 : ควรออกแบบให้มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ประมาณ 20 วัน
  • 3 : ควรออกแบบให้มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ประมาณ 10 วัน
  • 4 : ควรออกแบบให้มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ประมาณ 1 สัปดาห์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 2 :
  • ในการออกแบบกระบวนการผลิต ข้อใดควรพิจารณาก่อนข้ออื่นๆ
  • 1 : เครือข่ายแลกเปลื่ยนความร้อนเพื่อนำกลับพลังงานมาใช้ใหม่
  • 2 : ระบบการแยกสารเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีความบริสุทธิ์สูงขึ้น
  • 3 : กระบวนการผลิตแบบกะหรือแบบต่อเนื่อง
  • 4 : โครงสร้างสารเข้า-ออกของกระบวนการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 3 :
  • กรณีใดเหมาะสำหรับกระบวนการผลิตแบบกะ
  • 1 : ต้นทุนการผลิตสูง
  • 2 : กระบวนการผลิตอ่อนไหวต่อการรบกวนต่างๆ
  • 3 : กระบวนการผลิตมีความซับซ้อน
  • 4 : ผลิตภัณฑ์มีราคาสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • กรณีใดเหมาะสำหรับกระบวนการผลิตแบบกะ 1. การผลิตเพียง 2-3 วันเพียงพอสำหรับความต้องการทั้งปี 2. ผลิตภัณฑ์มีความต้องการในตลาดเพียง 2 ปี 3. ต้นทุนในการผลิตสูงมาก
  • 1 : ถูกทุกข้อ
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • สิ่งใดที่ต้องคำนึงถึงในการสำรวจความเป็นไปได้ในการออกแบบโรงงาน
  • 1 : สถานที่ตั้งโรงงาน
  • 2 : สมบัติของผลิตภัณฑ์
  • 3 : วัสดุที่ใช้ในการสร้างโรงงาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Feasibility estimate ได้อย่างถูกต้อง 1.Feasibility estimate ใช้ข้อมูลราคาจากโรงงานที่สร้างไว้ก่อนหน้าและปรับราคาด้วยปัจจัยต่างๆเช่น ขนาดและอัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น 2.ใช้ Block flow diagram (BFD) ประกอบในการประเมิน 3.ความแม่นยำของราคาประเมินอยู่ในช่วง -10% ถึง 10% ของราคาจริง
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Preliminary design estimate ได้อย่างถูกต้อง 1.Preliminary design estimate มีความแม่นยำมากกว่า Feasibility estimate 2.ใช้ Process flow diagram (PFD) ประกอบในการประเมิน 3.ความแม่นยำของราคาประเมินอยู่ในช่วง -15% ถึง 25% ของราคาจริง
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Preliminary design estimate ได้อย่างถูกต้อง 1.Preliminary design estimate มีความแม่นยำมากกว่า Definitive estimate (Project control estimate) 2.ใช้ Process flow diagram (PFD) ประกอบในการประเมิน 3.ความแม่นยำของราคาประเมินอยู่ในช่วง -15% ถึง 25% ของราคาจริง
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Detailed estimate ได้อย่างถูกต้อง 1.Detailed estimateใช้ข้อมูลราคาจากโรงงานที่สร้างไว้ก่อนหน้าและปรับราคาด้วยปัจจัยต่างๆเช่น ขนาดและอัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น 2.ใช้ Piping and instrument diagram (P&ID) ประกอบในการประเมิน 3.ความแม่นยำของราคาประเมินอยู่ในช่วง -4% ถึง 6% ของราคาจริง
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Detailed estimate ได้อย่างถูกต้อง 1.Detailed estimate มีต้นทุนในการประเมินมากกว่า Preliminary design estimate 2.ใช้ Piping and instrument diagram (P&ID) ประกอบในการประเมิน 3.ความแม่นยำของราคาประเมินอยู่ในช่วง -1% ถึง 1% ของราคาจริง
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :
  • การประเมินแบบใด มีต้นทุนในการประเมินสูงที่สุด
  • 1 : Preliminary estimate
  • 2 : Detailed estimate
  • 3 : Feasibility estimate
  • 4 : Definitive estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 12 :
  • การประเมินแบบใด มีต้นทุนในการประเมินต่ำที่สุด
  • 1 : Feasibility estimate
  • 2 : Preliminary design estimate
  • 3 : Definitive estimate
  • 4 : Detailed estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 13 :
  • การประเมินแบบใด มีความแม่นยำในการประเมินสูงที่สุด
  • 1 : Preliminary design estimate
  • 2 : Definitive estimate
  • 3 : Detailed estimate
  • 4 : Feasibility estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • การประเมินแบบใด มีความแม่นยำในการประเมินต่ำที่สุด
  • 1 : Feasibility estimate
  • 2 : Detailed estimate
  • 3 : Preliminary design estimate
  • 4 : Definitive estimate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • ในการประเมินราคาด้วยวิธี Feasibility estimate ได้เท่ากับ 2 million US$ ราคาจริงควรจะอยู่ช่วงใด
  • 1 : 1.7 - 2.8 million US$
  • 2 : 1.7 - 2.5 million US$
  • 3 : 1.6 - 2.5 million US$
  • 4 : 1.6 - 2.8 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • ในการประเมินราคาด้วยวิธี Detailed estimate ได้เท่ากับ 2 million US$ ราคาจริงควรจะอยู่ช่วงใด
  • 1 : 1.92 - 2.12 million US$
  • 2 : 1.86 - 2.30 million US$
  • 3 : 1.86 - 2.12 million US$
  • 4 : 1.92 - 2.30 million US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Block flow diagram (BFD) ได้อย่างถูกต้อง 1. BFD ต้องแสดงข้อมูลรายละเอียด stream ทุกสาย 2. BFD มีความซํบซ้อนและรายละเอียดมากกว่า PFD แต่น้อยกว่า P&ID 3. BFD แสดงข้อมูลลูปควบคุมด้วย
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบกระบวนการผลิตทางเคมี
  • 1 : เริ่มจากขั้นตอนใดก่อนก็ได้
  • 2 : ทำทุกขั้นตอนพร้อมๆกันได้
  • 3 : ต้องทำขั้นตอนแรกให้เสร็จก่อนทำขั้นตอนที่สอง
  • 4 : ระหว่างการทำขั้นตอนแรกสามารถทำขั้นตอนที่สองได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการออกแบบกระบวนการผลิตทางเคมีข้อใดสำคัญที่สุด
  • 1 : กำลังการผลิต
  • 2 : สิ่งแวดล้อม
  • 3 : คุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • 4 : ผลสำเร็จทางการค้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดเป็นประโยชน์ของการลดปริมาณของเสียที่สำคัญที่สุด
  • 1 : ลดค่าใช้จ่าย
  • 2 : สิ่งแวดล้อมดีขึ้น
  • 3 : ควบคุมการผลิตง่ายขึ้น
  • 4 : ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับผลพลอยได้ที่เกิดขึ้น
  • 1 : ได้ผลิตภัณฑ์น้อยลง
  • 2 : ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นอาจเกิดเป็นของเสีย
  • 3 : ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นอาจมีค่า
  • 4 : มีผลพลอยได้เกิดขึ้นเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • ข้อใดคือผลิตภัณฑ์เคมีพื้นฐาน (Basic Chemical Product)
  • 1 : กรดเกลือ
  • 2 : น้ำส้มสายชู
  • 3 : ถุงกระดาษ
  • 4 : เกลือแกง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภค (Consumer Product)
  • 1 : สีทาบ้าน
  • 2 : แก๊สโซฮอล
  • 3 : น้ำส้มสายชู
  • 4 : โซดาไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  •  จุดมุ่งหมายในการออกแบบกระบวนการผลิตได้แก่
  • 1 :  เพื่อผลิตสารผลิตภัณฑ์ใหม่
  • 2 :

    เพื่อหาทางเปลี่ยน สารผลิตภัณฑ์ หรือ ของเสีย ที่มีมูลค่าน้อยให้มีมูลค่ามากขึ้น

  • 3 :  เพื่อให้กระบวนการผลิตสารผลิตภัณฑ์ มีราคาถูกลง
  • 4 :  เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 25 :
  •  ข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบในการออกแบบกระบวนการผลิต ได้แก่
  • 1 :  สภาวะการเกิดปฏิกริยา
  • 2 :  คุณสมบัติทางกายภาพต่างๆ ของสารองค์ประกอบ
  • 3 :  ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกริยา
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  •  ข้อมูลที่จำเป็นที่จะต้องทราบก่อนการเริ่มออกแบบ กระบวนการผลิต (Input Information) ได้แก่
  • 1 :  อัตราการผลิต
  • 2 :  ราคาของวัตถุดิบ
  • 3 :  ราคาของผลิตภัณฑ์
  • 4 :  ข้อจำกัดต่างๆ ของการดำเนินงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 27 :
  •  ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนในการตัดสินใจ เกี่ยวกับ การทำ Input-Output Structure ของ flowsheet ได้แก่
  • 1 :  เราจำเป็นต้องแยกสารปนเปื้อน (impurity) ออกจาก สายป้อนหรือไม่
  • 2 :  เราจะมี Product stream กี่สาย
  • 3 :  เราควรมี Gas Recycle หรือไม่
  • 4 :  ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 28 :
  • ขั้นตอนใดสำคัญที่สุดในการออกแบบกระบวนการผลิตทางเคมี
  • 1 : การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : การออกแบบระบบแยกสาร
  • 3 : การออกแบบระบบพลังงาน (Heat Exchanger Network)
  • 4 : ออกแบบระบบท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 29 :
  • ข้อใดมีอัตราความสำเร็จสูงที่สุด
  • 1 : การทดลอง
  • 2 :  การวิจัย
  • 3 : การจำลองแบบจากโรงงานเดิม
  • 4 : การพัฒนางานวิจัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดไม่ใช่อุบัติเหตุที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมเคมี
  • 1 : ไฟไหม้ (Fire)
  • 2 : การปล่อยทิ้งของสารเคมี (Drain)
  • 3 : การรั่วไหลของสารเคมี (Leak)
  • 4 : การระเบิด (Explosion)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • สิ่งใดที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดในการจัดวางท่อ
  • 1 : การใช้งานได้
  • 2 : ค่าใช้จ่าย
  • 3 : ความสวยงาม
  • 4 : ความสะดวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 792 : Unit operation in chemical engineering process
ข้อที่ 32 :
  • ปั๊มซึ่งมีประสิทธิภาพ 80% สำหรับใช้ในการส่งน้ำด้วยอัตราไหล 10 kg/s จากจุดที่มีความดัน 1 บรรยากาศ ไปยังจุดที่มีความดัน 2 บรรยากาศ จะใช้พลังงานเท่าไร
  • 1 : 1 KW
  • 2 : 1.25 KW
  • 3 : 1.5 KW
  • 4 : 2 KW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • ปั๊มซึ่งมีประสิทธิภาพ 75% สำหรับใช้ในการส่งของเหลวความหนาแน่น 850 kg/m3 ด้วยอัตราไหล 15 kg/s จากจุดที่มีความดัน 1.5 บรรยากาศ ไปยังจุดที่มีความดัน 2.5 บรรยากาศ จะใช้พลังงานเท่าไร
  • 1 : 1.53 KW
  • 2 : 1.75 KW
  • 3 : 2.15 KW
  • 4 : 2.35 KW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 34 :
  • ปั๊มสำหรับใช้ในการส่งน้ำด้วยอัตราไหล 15 kg/s จากจุดที่มีความดัน 1.5 บรรยากาศ ไปยังจุดที่มีความดัน 2.5 บรรยากาศ โดยใช้พลังงานเท่ากับ 3 KW จะมีประสิทธิภาพเท่าไร
  • 1 : 50%
  • 2 : 60%
  • 3 : 70%
  • 4 : 80%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • ในการทำให้สายไนโตรเจนความดัน 1.2 bar ที่อุณหภูมิ 200 C มีความดันเพิ่มขึ้นเป็น 6 bar ที่อุณหภูมิ 80 C จงคำนวณหางานที่จะต้องใช้และต้องลดอุณหภูมิลงเท่าใด (สมมติให้ ประสิทธิภาพของคอมเพรสเซอร์ 0.7)
  • 1 : งาน 11470 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 14970 kJ/kmol
  • 2 : งาน 8560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 14970 kJ/kmol
  • 3 : งาน 8560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 12040 kJ/kmol
  • 4 : งาน 11470 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 12040 kJ/kmol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • ในการทำให้สายไนโตรเจนความดัน 1.2 bar ที่อุณหภูมิ 200 C มีความดันเพิ่มขึ้นเป็น 6 bar ที่อุณหภูมิ 80 C จงคำนวณหางานที่จะต้องใช้และต้องลดอุณหภูมิลงเท่าใด (สมมติให้ ประสิทธิภาพของคอมเพรสเซอร์ 0.7) โดยกำหนดให้ป้อนสายป้อนเข้าสู่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเพื่อลดอุณหภูมิจาก 200 C เป็น 80 C ก่อน จากนั้นป้อนเข้าสู่คอมเพรสเซอร์และลดอุณหภูมิอีกครั้ง
  • 1 : งาน 8560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 8550 kJ/kmol
  • 2 : งาน 8560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 12040 kJ/kmol
  • 3 : งาน 11470 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 8550 kJ/kmol
  • 4 : งาน 11470 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 12040 kJ/kmol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • ในการทำให้สายไนโตรเจนความดัน 1.2 bar ที่อุณหภูมิ 200 C มีความดันเพิ่มขึ้นเป็น 6 bar ที่อุณหภูมิ 80 C จงคำนวณหางานที่จะต้องใช้และต้องลดอุณหภูมิลงเท่าใด (สมมติให้ ประสิทธิภาพของคอมเพรสเซอร์ 0.7) โดยใช้คอมเพรสเซอร์แบบสองขั้นและมีเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างกลาง และกำหนดให้ป้อนสายป้อนเข้าสู่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนก่อน
  • 1 : งาน 8560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 7560 kJ/kmol
  • 2 : งาน 8560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 11050 kJ/kmol
  • 3 : งาน 7560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 11050 kJ/kmol
  • 4 : งาน 7560 kJ/kmol และลดอุณหภูมิ 7560 kJ/kmol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานขึ้น 25% จงคำนวณว่าจะต้องเปลี่ยนขนาดปั๊มให้มีกำลังมากขึ้นเท่าใด
  • 1 : 12.5 %
  • 2 : 25 %
  • 3 : 37%
  • 4 : 56%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 39 :
  • ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานขึ้น 20% จงคำนวณว่าจะต้องเปลี่ยนขนาดปั๊มให้มีกำลังมากขึ้นเท่าใด
  • 1 : 14%
  • 2 : 20%
  • 3 : 44%
  • 4 : 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :
  • ในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานขึ้น 10% จงคำนวณว่าจะต้องเปลี่ยนขนาดปั๊มให้มีกำลังมากขึ้นเท่าใด
  • 1 : 10%
  • 2 : 11%
  • 3 : 21%
  • 4 : 32%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • วิธีใดสามารถเพิ่มค่า NPSH ให้กับปั๊มได้ 1.ลดอุณหภูมิของของเหลวลง 2.ลดขนาดท่อที่ใช้ 3.เปลี่ยนไปใช้ท่อที่มีผิวภายในเรียบขึ้น
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 42 :
  • หอกลั่นสำหรับแยก benzene และ toluene ดังแสดงในรูป มี tray แบบ sieve tray ทั้งหมด 35 ชั้น และสายป้อนเข้าที่ชั้นที่ 18 หากต้องการลดกำลังการผลิตลงครึ่งหนึ่งแต่ยังคงให้ผลิตภัณฑ์ยอดหอมีความเข้มข้น 0.996 เท่าเดิม สามารถทำงานที่ boil-up rate เท่าเดิมได้หรือไม่เพราะอะไร
  • 1 : ได้แต่ต้องเพิ่ม reflux ratio ขึ้นด้วยเพื่อทำให้อัตราการไหลของไอและของเหลวคงเดิม
  • 2 : ได้แต่ต้องลด reflux ratio ลงด้วยเพื่อทำให้อัตราการไหลของไอและของเหลวคงเดิม
  • 3 : ไม่ได้เพราะ tray efficiency จะลดลงมากแม้อัตราการไหลของไอและของเหลวจะคงเดิมก็ตาม
  • 4 : ไม่ได้เพราะจะเกิดการ weeping ขึ้นได้แม้อัตราการไหลของไอและของเหลวจะคงเดิมก็ตาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • หอกลั่นสำหรับแยก benzene และ toluene ดังแสดงในรูป มี tray แบบ sieve tray ทั้งหมด 35 ชั้น และสายป้อนเข้าที่ชั้นที่ 18 จงคำนวณหาความดันลดของหอ
  • 1 : 4.72 kPa
  • 2 : 14.72 kPa
  • 3 : 16.72 kPa
  • 4 : 26.72 kPa
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • หอกลั่นสำหรับแยก benzene และ toluene ดังแสดงในรูป มี tray แบบ sieve tray ทั้งหมด 35 ชั้น และสายป้อนเข้าที่ชั้นที่ 18 จงคำนวณความสูงของ weir ในแต่ละชั้น เมื่อกำหนดให้ของผสมภายในหอมีความหนาแน่นเฉลี่ย 800 kg/m3
  • 1 : 2 cm
  • 2 : 5 cm
  • 3 : 6 cm
  • 4 : 10 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ plate efficiency ของหอกลั่นได้อย่างถูกต้อง 1. plate efficiency ที่นิยมใช้กันมีสามชนิดคือ overall efficiency, Murphree efficiency และ point efficiency 2. overall efficiency ไม่ได้คำนึงถึงอัตราการถ่ายเทมวลสารข้ามเฟส 3. หลักการในการพิจารณา overall efficiency คล้ายกับ local efficiency
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือนิยามของ overall efficiency ของหอกลั่น
  • 1 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลของไอจริงต่ออัตราการไหลของไอในภาวะสมดุล
  • 2 : อัตราส่วนของจำนวนชั้นของหอกลั่นในทฤษฎีต่อจำนวนชั้นของหอกลั่นจริง
  • 3 : อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลของของเหลวจริงต่ออัตราการไหลของของเหลวในภาวะสมดุล
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับ plate efficiency ของหอกลั่น 1. Murphree efficiency พิจารณาประสิทธิภาพในแต่ละ plate 2. overall efficiency พิจารณาการถ่ายเทมวลสารที่เกิดขึ้นในแต่ละ plate 3. local efficiency พิจารณาการถ่ายเทมวลสารในแต่ละจุด
  • 1 : ข้อ 1 และ ข้อ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ ข้อ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ ข้อ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 48 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความสูงของของเหลวในแต่ละplate ต่อ overall efficiency ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : เมื่อเพิ่มความสูงของของเหลวในแต่ละ plate ทำให้ overall efficiency จะเพิ่มขึ้น
  • 2 : เมื่อเพิ่มความสูงของของเหลวในแต่ละ plate ทำให้ overall efficiency จะลดลง
  • 3 : เมื่อความสูงของของเหลวในแต่ละ plate มีค่าน้อยๆ หากเพิ่มความสูงของของเหลวจะทำให้overall efficiency เพิ่มขึ้น แต่เมื่อความสูงของของเหลวมีค่ามาก หากเพิ่มความสูงของของเหลวจะทำให้ overall efficiency มีค่าลดต่ำลง
  • 4 : เมื่อความสูงของของเหลวในแต่ละ plate มีค่าน้อยๆ หากเพิ่มความสูงของของเหลวจะทำให้overall efficiency ลดลง แต่เมื่อความสูงของของเหลวมีค่ามาก หากเพิ่มความสูงของของเหลวจะทำให้ overall efficiency มีค่ามากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • ในการกำหนดขนาดของหอกลั่นข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : หอกลั่นต้องมีพื้นที่หน้าตัดเพียงพอ เมื่อไอไหลจากชั้นหนึ่งไปยังอีกชั้นหนึ่งความดันลดจะมีค่าใกล้ศูนย์
  • 2 : หอกลั่นต้องมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่าสองเท่าของปริมาณของเหลวในแต่ละชั้น
  • 3 : หอกลั่นต้องมีพื้นที่หน้าตัดมากกว่าสองเท่าของปริมาณไอในแต่ละชั้น
  • 4 : หอกลั่นต้องมีพื้นที่หน้าตัดเพียงพอ เมื่อไอไหลจากชั้นหนึ่งไปยังอีกชั้นหนึ่งจะไม่นำของเหลวไหลไปด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • สมการในข้อใดสามารถใช้ในการคำนวณ maximum allowable superficial velocity สำหรับหอกลั่นได้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 51 :
  • สมการในข้อใดสามารถใช้ในการคำนวณ flooding rate สำหรับหอกลั่นได้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับหอแบบชั้นและแบบแพ็คได้อย่างถูกต้อง 1. ในกรณีที่ของเหลวสามารถเกิดโฟมได้ง่ายหอแบบแพ็คจะเหมาะสมกว่า 2. สำหรับสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหอแบบแพ็คจะเหมาะสมกว่า 3. หอแบบแพ็คออกแบบได้ง่ายกว่าหอแบบชั้น
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 53 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับหอแบบชั้นและแบบแพ็คได้อย่างถูกต้อง 1. ในกรณีที่มีอนุภาคของแข็งปนเปื้อนในสายป้อนควรเลือกใช้หอแบบแพ็ค 2. ในขณะทำงานหอแบบชั้นมีน้ำหนักเบากว่าหอแบบแพ็ค 3. หอแบบแพ็คเหมาะสมในกรณีที่ต้องมีการลดอุณหภูมิระหว่างชั้น (interstage cooling)
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับหอทำความเย็นได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : ขีดจำกัดของการลดอุณหภูมิน้ำด้วยการสัมผัสอากาศอยู่ที่อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศ
  • 2 : การลดอุณหภูมิน้ำด้วยการสัมผัสอากาศโดยทั่วไปจะออกแบบให้อากาศขาออกมีความชื้นสัมพัทธ์ 50%
  • 3 : การลดอุณหภูมิน้ำด้วยการสัมผัสอากาศไม่สามารถกระทำได้หากอุณหภูมิของน้ำสูงกว่าอากาศ
  • 4 : การลดอุณหภูมิน้ำด้วยการสัมผัสอากาศโดยทั่วไปอุณหภูมิของอากาศขาออกจะสูงกว่าอุณหภูมิของอากาศขาเข้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • ประสิทธิภาพของหอทำความเย็นด้วยการสัมผัสอากาศขึ้นกับข้อใดเป็นหลัก
  • 1 : อุณหภูมิของอากาศขาเข้า
  • 2 : ความชื้นของสัมพัทธ์ของอากาศขาเข้า
  • 3 : ความดันของอากาศขาเข้า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • การสูญเสียน้ำของหอทำความเย็นแบบสัมผัสอากาศ โดยทั่วไปจะออกแบบไว้ที่เท่าใด
  • 1 : 1% ต่อ 1 C
  • 2 : 1% ต่อ 5 C
  • 3 : 1% ต่อ 10 C
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • สมการในข้อใดต่อไปใช้ในการคำนวณหาจำนวนขั้นตอนสมดุลน้อยที่สุด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • ในการกำหนดการทำงานของหอกลั่นค่า L/D ไม่ควรมีค่าเกินข้อใด
  • 1 : 10
  • 2 : 20
  • 3 : 30
  • 4 : 50
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • ในการออกแบบหอกลั่น ไม่ควรออกแบบหอกลั่นให้มีความสูงเกินข้อใด
  • 1 : 10 m
  • 2 : 50 m
  • 3 : 80 m
  • 4 : 100 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • สมการในข้อใดใช้สำหรับหาอัตรารีฟลักซ์ต่ำสุด ในกรณีที่ป้อนของเหลวที่จุดเดือด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • สมการในข้อใดใช้สำหรับหาอัตรารีฟลักซ์ต่ำสุด ในกรณีที่ป้อนของเหลวที่จุดควบแน่น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มีผลมากที่สุดต่อกำลังที่ใช้ในการกวนสารด้วยเครื่องผสม (mixer)
  • 1 : ความดันของสาร
  • 2 : อุณหภูมิของสาร
  • 3 : รูปร่างของใบพัด
  • 4 : วัสดุที่ใช้ในการสร้างถังกวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการหากำลังที่ใช้ในการกวนผสม
  • 1 : Froude numer
  • 2 : Reynold number
  • 3 : Prandtl number
  • 4 : Nusselt number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • ข้อใดคือความหมายทางกายภาพของ Prandtl number
  • 1 : ความเป็นระเบียบในการไหล
  • 2 : ความสามารถในการพาความร้อนต่อการนำความร้อน
  • 3 : สมบัติในการต้านทานการเกิดคลื่น
  • 4 : ความสามารถในการถ่ายเทโมเมนตัมต่อการถ่ายเทมวลสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 65 :
  • ใบพัดแบบใดเหมาะสมที่สุดในการผสมกวนสารซึ่งมีความหนืดสูง
  • 1 : Disc flat blade
  • 2 : Anchor
  • 3 : Paddle
  • 4 : Propeller
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 66 :
  • ข้อใดมีผลต่อกรตกตะกอนน้อยมาก
  • 1 : ขนาดของอนุภาค
  • 2 : ความหนืดของของเหลว
  • 3 : ความเข้มข้นของอนุภาคในของเหลว
  • 4 : อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 67 :
  • ในการตกผลึก การเร่งให้สารตกตะกอนเร็วขึ้นต้องทำให้สารมีสภาวะแบบข้อใด
  • 1 : อุณหภูมิวิกฤต
  • 2 : ความดันวิกฤต
  • 3 : การอิ่มตัวยิ่งยวด
  • 4 : ความร้อนยิ่งยวด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดมีค่าเท่ากับพลังงานที่ compressor ใช้เพื่ออัดก๊าซจาก p1 ไปยัง p2 แบบ polytropic
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 69 :
  • ข้อใดมีค่าเท่ากับพลังงานที่ compressor ใช้เพื่ออัดก๊าซจาก p1 ไปยัง p2 แบบ isothermal
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 :
  • ข้อใดควรคำนึงถึงในการเลือก filter 1. ปริมาณและราคาของสารที่ต้องการกรอง 2. ความเข้มข้นของสายป้อน 3. ขนาดและรูปร่างของอนุภาค
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบอุณหภูมิคงที่ จากความดัน 1 atm ไปเป็น 12 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ กำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 45 kJ/s
  • 2 : 50 kJ/s
  • 3 : 55 kJ/s
  • 4 : 60 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 72 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบอุณหภูมิคงที่ จากความดัน 1 atm ไปเป็น 10 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ กำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 36 kJ/s
  • 2 : 40 kJ/s
  • 3 : 46 kJ/s
  • 4 : 50 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ polytropic จากความดัน 1 atm ไปเป็น 5 atm ด้วยอัตราการไหล 0.1 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ กำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K และ k=1.2
  • 1 : 18.7 kJ/s
  • 2 : 22.7 kJ/s
  • 3 : 26.7 kJ/s
  • 4 : 38.7 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ polytropic จากความดัน 1 atm ไปเป็น 5 atm ด้วยอัตราการไหล 0.1 m3/s จงคำนวณว่าอุณหภูมิขาออกจะเพิ่มขึ้นกี่เท่า เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K และ k=1.2
  • 1 : 1.2 เท่า
  • 2 : 1.3 เท่า
  • 3 : 1.4 เท่า
  • 4 : 1.5 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ polytropic จากความดัน 1 atm ไปเป็น 8 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ กำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K และ k=1.2
  • 1 : 43 kJ/s
  • 2 : 47 kJ/s
  • 3 : 50 kJ/s
  • 4 : 53 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ polytropic จากความดัน 1 atm ไปเป็น 8 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณว่าอุณหภูมิขาออกจะเพิ่มขึ้นกี่เท่า เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K และ k=1.2
  • 1 : 1.2 เท่า
  • 2 : 1.4 เท่า
  • 3 : 1.6 เท่า
  • 4 : 1.8 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ isentropic จากความดัน 1 atm ไปเป็น 5 atm ด้วยอัตราการไหล 0.1 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 23 kJ/s
  • 2 : 25 kJ/s
  • 3 : 27 kJ/s
  • 4 : 29 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ isentropic จากความดัน 1 atm ไปเป็น 5 atm ด้วยอัตราการไหล 0.1 m3/s จงคำนวณว่าอุณหภูมิขาออกจะเพิ่มขึ้นกี่เท่า เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 1.7 เท่า
  • 2 : 1.75 เท่า
  • 3 : 1.9 เท่า
  • 4 : 1.95 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 79 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ isentropic จากความดัน 2 atm ไปเป็น 6 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 56 kJ/s
  • 2 : 59 kJ/s
  • 3 : 63 kJ/s
  • 4 : 56 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ isentropic จากความดัน 2 atm ไปเป็น 6 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณว่าอุณหภูมิขาออกจะเพิ่มขึ้นกี่เท่า เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 1.55 เท่า
  • 2 : 1.65 เท่า
  • 3 : 1.75 เท่า
  • 4 : 1.85 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์ซึ่งมี isentropic efficiency 80% จากความดัน 1 atm ไปเป็น 5 atm ด้วยอัตราการไหล 0.1 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 26.6 kJ/s
  • 2 : 28.6 kJ/s
  • 3 : 32.6 kJ/s
  • 4 : 36.6 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 82 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์ซึ่งมี isentropic efficiency 70% จากความดัน 1 atm ไปเป็น 6 atm ด้วยอัตราการไหล 0.1 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 34 kJ/s
  • 2 : 36 kJ/s
  • 3 : 38 kJ/s
  • 4 : 40 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • ก๊าซฮีเลียมถูกอัดด้วยคอมเพรสเซอร์ซึ่งมี isentropic efficiency 85% จากความดัน 2 atm ไปเป็น 7 atm ด้วยอัตราการไหล 0.2 m3/s จงคำนวณหาพลังงานที่ใช้ เมื่อกำหนดให้ Cp = 0.02 kJ/mol.K และ Cv = 0.012 kJ/mol.K
  • 1 : 72.6 kJ/s
  • 2 : 77.6 kJ/s
  • 3 : 82.6 kJ/s
  • 4 : 87.6 kJ/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือข้อมูลที่จำเป็นในการออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน 1.ชนิดและสมบัติของของเหลวที่ใช้งาน 2. อัตราการไหล 3.ความดันที่ใช้ในการทำงาน
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • ในการหาขนาดเฉลี่ยของวัสดุขนาดเล็กด้วยอุปกรณ์ Sieve analysis ข้อใดช่วยให้การหาขนาดเฉลี่ยแม่นยำถูกต้องมากขึ้น
  • 1 : การลดความถี่ในการเขย่า
  • 2 : การเพิ่มปริมาณตัวอย่าง
  • 3 : การเพิ่มจำนวนตะแกรง
  • 4 : การเปลี่ยนจังหวะการเขย่าอย่างต่อเนื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • อุปกรณ์การอบแห้งแบบใด เหมาะสำหรับการผลิตนมผง
  • 1 : แบบหมุนให้ความร้อน
  • 2 : แบบชีตต่อเนื่อง
  • 3 : แบบฟลูอิดไดซ์เบด
  • 4 : แบบพ่นฝอย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • อุปกรณ์การอบแห้งแบบใด เหมาะสำหรับการผลิตยาสมุนไพร
  • 1 : แบบพาหะลม
  • 2 : แบบพ่นฝอย
  • 3 : แบบฟลูอิดไดซ์เบด
  • 4 : แบบหมุนให้ความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • ข้อมูลในข้อใดสามารถใช้เพื่อหาความชื้นในอากาศได้
  • 1 : อุณหภูมิจากกระเปาะเปียกและกระเปาะแห้ง
  • 2 : อุณหภูมิจากกระเปาะเปียกและความดัน
  • 3 : อุณหภูมิจากกระเปาะแห้งและความดัน
  • 4 : ความดันและความหนืด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 89 :
  • โดยทั่วไป control valve มีความดันลดอย่างน้อยเท่าไหร่
  • 1 : 20 psi
  • 2 : 15 psi
  • 3 : 10 psi
  • 4 : 5 psi
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 793 : Chemical engineering process simulation
ข้อที่ 90 :
  • ในการจำลองระบบสมดุลย์ของเหลว-ไอ ของแอลกอฮอล์ควรเลือกใช้โมเดลใดในการคำนวณ
  • 1 : NRTL
  • 2 : UNIQUAC
  • 3 : Margules
  • 4 : Wilson
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ในการจำลองระบบสมดุลย์ของเหลว-ไอ ของฟีนอล ควรเลือกใช้โมเดลใดในการคำนวณ
  • 1 : Wilson
  • 2 : NRTL
  • 3 : Margules
  • 4 : van Laar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :
  • ในการจำลองระบบสมดุลย์ของเหลว-ไอ ของอีเธอร์ควรเลือกใช้โมเดลใดในการคำนวณ
  • 1 : UNIQUAC
  • 2 : Margules
  • 3 : NRTL
  • 4 : van Laar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • ในการจำลองระบบสมดุลย์ของเหลว-ไอ ของคีโตนควรเลือกใช้โมเดลใดในการคำนวณ
  • 1 : Wilson
  • 2 : NRTL
  • 3 : van Laar
  • 4 : UNIQUAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • สมการที่เหมาะสมสำหรับจำลองระบบซึ่งเป็นแก็สและไม่มีขั้ว ก.Peng-Robinson ข.SRK ค.NRTL
  • 1 : ข้อ ก และ ข้อ ข
  • 2 : ข้อ ก และ ข้อ ค
  • 3 : ข้อ ข และ ข้อ ค
  • 4 : ข้อ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 95 :
  • สมการสภาวะด้านล่างนี้สมการใดเหมาะสมที่สุดสำหรับการจำลองกระบวนการของระบบการกลั่นปิโตรเลียม
  • 1 : Van der Waals
  • 2 : Redich-Kwong
  • 3 : Soave-Redich-Kwong
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ ออกซิเจนกับน้ำ ควรใช้สมการใด
  • 1 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 2 : NRTL
  • 3 : Wilson
  • 4 : UNIQUAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 97 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ ไนโตรเจนกับน้ำ ควรใช้สมการใด
  • 1 : NRTL
  • 2 : Wilson
  • 3 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 4 : UNIFAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ โทลูอีนกับเฮกเซน ควรใช้สมการใด
  • 1 : NRTL
  • 2 : Wilson
  • 3 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 4 : UNIFAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ เฮกซีนกับเฮกเซน ควรใช้สมการใด
  • 1 : Wilson
  • 2 : NRTL
  • 3 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 4 : TK Wilson
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 100 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ เมธานอลกับน้ำ ควรใช้สมการใด
  • 1 : Wilson
  • 2 : NRTL
  • 3 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 4 : UNIQUAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ เมธานอลกับฟีนอล ควรใช้สมการใด
  • 1 : NRTL
  • 2 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 3 : Wilson
  • 4 : UNIQUAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • ในการจำลองกระบวนการระบบสมดุลของเหลว-ไอ ของ โพรพาโนนกับฟีนอล ควรใช้สมการใด
  • 1 : NRTL
  • 2 : ค่าคงที่เฮนรี
  • 3 : Wilson
  • 4 : UNIQUAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • การจำลองระบบสมดุลของเหลว-ไอ โดยใช้ค่าคงที่ของเฮนรี เหมาะสำหรับระบบแบบใด
  • 1 : ระบบซึ่งมีก๊าซร่วมกับของเหลวจำพวกแอลกอฮอล์
  • 2 : ระบบซึ่งมีก๊าซร่วมกับของเหลวจำพวกเอสเทอร์
  • 3 : ระบบซึ่งมีก๊าซร่วมกับของเหลวจำพวกคีโตน
  • 4 : ระบบซึ่งมีก๊าซซึ่งมี solubility ในเฟสของเหลวน้อยๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :
  • ระบบใดสามารถใช้ค่าคงที่ของเฮนรี ในการจำลองระบบสมดุลของเหลว-ไอ ได้
  • 1 : ระบบน้ำกับเมธานอล
  • 2 : ระบบเอธานอลกับฟอมอลดีไฮด์
  • 3 : ระบบไนโตรเจนกับน้ำ
  • 4 : ระบบโทลูอีนกับฟีนอล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • จากกระบวนการดังต่อไปนี้ จงหาปริมาณของผลิตภัณฑ์ Benzene
  • 1 : 7,390 kg/h
  • 2 : 8,180 kg/h
  • 3 : 8,210 kg/h
  • 4 : 9,180 kg/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • จากกระบวนการดังต่อไปนี้ จงหาปริมาณของสาย Mixed gas
  • 1 : 2,610 kg/h
  • 2 : 1,790 kg/h
  • 3 : 1,610 kg/h
  • 4 : 2,790 kg/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • จากกระบวนการดังต่อไปนี้ จงหาปริมาณของสารตั้งต้น Toluene
  • 1 : 12,610 kg/h
  • 2 : 11,790 kg/h
  • 3 : 9,610 kg/h
  • 4 : 10,000 kg/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • จากกระบวนการดังต่อไปนี้ จงหาปริมาณของสารตั้งต้น Hydrogen
  • 1 : 820 kg/h
  • 2 : 910 kg/h
  • 3 : 920 kg/h
  • 4 : 810 kg/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • จากกระบวนการในรูปจงคำนวณหา conversion ของ benzene ต่อ toluene ใน R-101
  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.78
  • 3 : 0.85
  • 4 : 0.88
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 110 :
  • ในการจำลองกระบวนการของสายก๊าซซึ่งประกอบไปด้วย ไฮโดรเจน ไนโตรเจน คาร์บอนมอนอกไซด์ และ ไฮโดรเจนคลอไรด์ ที่ 3000 F 1 atm ควรใช้ EOS ใดในการคำนวณ
  • 1 : SRK
  • 2 : Ideal gas law
  • 3 : Virial equation
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • ระบบในข้อใดสามารถใช้ liquid-state activity coefficient model ในการคำนวณได้
  • 1 : ระบบซึ่งอยู่ต่ำกว่าบริเวณวิกฤต
  • 2 : ระบบซึ่งอยู่ที่จุดวิกฤต
  • 3 : ระบบซึ่งอยู่เหนือบริเวณวิกฤต
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็น liquid-state activity coefficient model
  • 1 : SRK
  • 2 : PR
  • 3 : Ideal gas law
  • 4 : UNIFAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 113 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ liquid-state activity coefficient model
  • 1 : UNIFAC
  • 2 : UNIQUAC
  • 3 : NRTL
  • 4 : SRK
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ liquid-state activity coefficient model
  • 1 : NRTL
  • 2 : PR
  • 3 : Wilson
  • 4 : UNIFAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็น liquid-state activity coefficient model
  • 1 : Wilson
  • 2 : PR
  • 3 : SRK
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 116 :
  • ในการคำนวณ liquid-phase activity coefficient ของระบบสองสารโดยใช้วิธีการด้านล่างนี้วิธีการใดใช้ค่าคงที่สามค่า
  • 1 : Margules
  • 2 : van Laar
  • 3 : Wilson
  • 4 : NRTL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :
  • ในการคำนวณ liquid-phase activity coefficient ของระบบสองสารโดยใช้วิธีการด้านล่างนี้วิธีการใดใช้ค่าคงที่สองค่า
  • 1 : UNIQUAC
  • 2 : van Laar
  • 3 : Wilson
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ liquid-phase activity coefficient ของระบบสองสารได้อย่างถูกต้อง 1. วิธี van Laar ต้องใช้ค่าคงที่ 2 ค่า 2. วิธี Wilson ต้องใช้ค่าคงที่ 2 ค่า 3. วิธี NRTL ต้องใช้ค่าคงที่ 2 ค่า
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • การคำนวณ liquid-phase activity coefficient ในสมการนี้ เป็นการคำนวณด้วยวิธีใด
  • 1 : Margules
  • 2 : van Laar
  • 3 : NRTL
  • 4 : Wilson
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :
  • การเกิด azeotrope ในระบบ สามารถทำนายได้โดยใช้หลักการใด
  • 1 : สมดุลของเหลว-ไอ
  • 2 : สมดุลของเหลว-ของเหลว
  • 3 : สมการสภาวะ
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • ในการจำลองกระบวนการกลั่นอย่างง่าย จำเป็นต้องใช้หลักการใด
  • 1 : สมการสมดุลไอ-ของเหลว
  • 2 : สมการสมดุลของเหลว-ของเหลว
  • 3 : สมการสมดุลไอ-ไอ
  • 4 : สมการสมดุลของเหลว-ของเหลว-ไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 122 :
  • ในการจำลองกระบวนการสกัดด้วยของเหลว (liquid-liquid extractor) จำเป็นต้องใช้หลักการใด
  • 1 : สมการสมดุลไอ-ของเหลว
  • 2 : สมการสมดุลของเหลว-ของเหลว
  • 3 : สมการสมดุลไอ-ไอ
  • 4 : สมการสมดุลของเหลว-ของเหลว-ไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 :
  • ในการจำลองกระบวนการ extractive distillation จำเป็นต้องใช้หลักการใด
  • 1 : สมการสมดุลไอ-ของเหลว
  • 2 : สมการสมดุลของเหลว-ของเหลว
  • 3 : สมการสมดุลไอ-ไอ
  • 4 : สมการสมดุลของเหลว-ของเหลว-ไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • ข้อมูลในข้อใดสามารถใช้ในการกำหนดสภาวะของก๊าซได้
  • 1 : ความดันและอุณหภูมิ
  • 2 : ความดันและความหนืด
  • 3 : อุณหภูมิและความหนืด
  • 4 : ปริมาตรและความหนืด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :
  • สารบริสุทธิ์สามารถอยู่ในสมดุลโดยมีวัฏภาคสูงสุดได้กี่วัฏภาค
  • 1 : วัฏภาคเดียว
  • 2 : สองวัฏภาค
  • 3 : สามวัฏภาค
  • 4 : สี่วัฏภาค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 126 :
  • ข้อมูลในข้อใดสามารถใช้ในการกำหนดสภาวะของน้ำซึ่งอสมดุลกับไอน้ำได้
  • 1 : ความดันและอุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • ข้อมูลในข้อใดสามารถใช้ในการกำหนดสภาวะของของเหลวที่จุดเดือดได้
  • 1 : ความดันและอุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ความหนืด
  • 4 : ความดันไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 794 : Process synthesis
ข้อที่ 128 :
  • เทคนิคการแยกต่อไปนี้ ข้อใดใช้สำหรับแยกของเหลวสองชนิดออกจากกัน
  • 1 : Leaching
  • 2 : Drying
  • 3 : Crystallization
  • 4 : Filtration
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 129 :
  • เทคนิคการแยกต่อไปนี้ ข้อใดใช้สำหรับแยกของเหลวสองชนิดออกจากกัน
  • 1 : Leaching
  • 2 : Distillation
  • 3 : Filtration
  • 4 : Drying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :
  • เทคนิคการแยกต่อไปนี้ ข้อใดเป็น Mass separation agent technique
  • 1 : Supercritical extraction
  • 2 : Crystallization
  • 3 : Filtration
  • 4 : Drying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 131 :
  • เทคนิคการแยกต่อไปนี้ ข้อใดเป็น Mass separation agent technique
  • 1 : Crystallization
  • 2 : Distillation
  • 3 : Leaching
  • 4 : Drying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 132 :
  • เทคนิคการแยกต่อไปนี้ ข้อใดเป็น Energy separation agent technique
  • 1 : Leaching
  • 2 : Distillation
  • 3 : Extraction
  • 4 : Adsorption
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • เทคนิคการแยกต่อไปนี้ ข้อใดเป็น Energy separation agent technique
  • 1 : Adsorption
  • 2 : Leaching
  • 3 : Extraction
  • 4 : Drying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการกลั่นไม่ถูกต้อง
  • 1 : ในการแยกด้วยวิธีการกลั่น relative volatility ระหว่าง key component ทั้งสองสารจะต้องมีค่ามากกว่า 1.05
  • 2 : ในการแยกด้วยวิธีการกลั่น relative volatility ระหว่าง key component ทั้งสองสารจะต้องมีค่าเข้าใกล้ 1
  • 3 : Extractive distillation ใช้สำหรับแยกสาร Azeotrope
  • 4 : Azeotropic distillation ใช้สำหรับแยกสาร Azeotrope
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการแยกสารได้ถูกต้อง ก. ควรแยกสารซึ่งไม่เสถียรต่ออุณหภูมิ หรือมีฤทธิ์กัดกร่อนออกเป็นอับดับแรกสุด ข. ควรแยกสารซึ่งมีปริมาณมากๆออกในลำดับสุดท้าย ค. สารซึ่งแยกออกจากกันได้ยากควรแยกออกในลำดับสุดท้าย ง. สารซึ่งต้องการแยกให้มีความบริสุทธิ์สูงมากๆควรแยกออกในลำดับสุดท้าย
  • 1 : ถูกทุกข้อ
  • 2 : ผิดทุกข้อ
  • 3 : ข้อ ก ค และ ง ถูก
  • 4 : ข้อ ก และ ง ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 136 :
  • ในการเลือกสารตั้งต้นและปฏิกริยาในการผลิตผลิตภัณฑ์ควรคำนึงถึงข้อใดบ้าง ก.เลือกสารตั้งต้นและปฏิกริยาซึ่งมีพิษและมีอันตรายน้อย ข.ใช้สารตั้งต้นซึ่งมีราคาถูกหรือมีพิษน้อยในปริมาณมากเพื่อที่จะทำให้สารตั้งต้นที่แพงกว่าหรือมีพิษมากกว่าถูกใช้หมดไป ค.หากต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งบริสุทธิ์มากๆ ควรกำจัดสารเฉื่อยในสายป้อนก่อนทำปฏิกิริยา ง.หากปฏิกริยาเป็นแบบคายความร้อนสูงควรกำจัดสารเฉื่อยในสายป้อนก่อนทำปฏิกริยา
  • 1 : ถูกทุกข้อ
  • 2 : ผิดทุกข้อ
  • 3 : ข้อ ก ข และ ค ถูก
  • 4 : ข้อ ก ข และ ง ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 137 :
  • เราใช้ความแตกต่างของสมบัติทางกายภาพใดของสารในการแยกโดยใช้ การกลั่น
  • 1 : Volatility
  • 2 : Solubility
  • 3 : Absorbability
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • เราใช้ความแตกต่างของสมบัติทางกายภาพใดของสารในการแยกโดยใช้ Striping
  • 1 : Volatility
  • 2 : Absorbability
  • 3 : Solubility
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :
  • เราใช้ความแตกต่างของสมบัติทางกายภาพใดของสารในการแยกโดยใช้ Crystallization
  • 1 : Volatility
  • 2 : Absorbability
  • 3 : Solubility
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • เราใช้ความแตกต่างของสมบัติทางกายภาพใดของสารในการแยกโดยใช้ Membrane
  • 1 : Volatility
  • 2 : Absorbability
  • 3 : Adsorbability
  • 4 : Permeability
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ Double-pipe heat exchanger ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ควรออกแบบให้สายที่มีความดันสูงไหลในท่อชั้นใน
  • 2 : ควรออกแบบให้สายที่มีอุณหภูมิสูงไหลในท่อชั้นใน
  • 3 : ควรออกแบบให้สายที่มีฤทธิ์กัดกร่อนไหลในท่อชั้นใน
  • 4 : ไม่มีข้อใดผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • โดยทั่วไปการแยกของเหลวแบบใดให้ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์สูงที่สุด
  • 1 : Distillation
  • 2 : Extraction
  • 3 : Adsorption
  • 4 : Crystallization
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 143 :
  • ในการออกแบบหอกลั่นโดยทั่วไปควรออกแบบให้มีจำนวนชั้นประมาณเท่าใดเพื่อให้ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์สูงที่สุด
  • 1 : ครึ่งหนึ่งของจำนวนขั้นตอนสมดุลย์น้อยสุด (Nmin)
  • 2 : จำนวนขั้นตอนสมดุลย์น้อยสุด (Nmin)
  • 3 : สองเท่าของจำนวนขั้นตอนสมดุลย์น้อยสุด (Nmin)
  • 4 : สามเท่าของจำนวนขั้นตอนสมดุลย์น้อยสุด (Nmin)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 144 :
  • ในการออกแบบหอกลั่นโดยทั่วไปควรออกแบบให้ขนาดของปั๊มรีฟลักซ์มีขนาดเท่าใด
  • 1 : ครึ่งหนึ่งของอัตราการไหลของรีฟลักซ์
  • 2 : เท่ากับอัตราการไหลของรีฟลักซ์
  • 3 : มากกว่าอัตราการไหลของรีฟลักซ์ 25 %
  • 4 : มากกว่าอัตราการไหลของรีฟลักซ์ 75 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 145 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการกลั่นได้อย่างถูกต้อง
  • 1 : valve tray มีราคาถูกกว่า sieve tray
  • 2 : babblecap tray จะมีความดันลดน้อยกว่า sieve tray
  • 3 : babblecap tray จะมีความดันลดน้อยกว่า valve tray
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 :
  • ควรออกแบบให้ packed tower ทำงานที่จุดใด
  • 1 : 120% ของ flooding rate
  • 2 : 100% ของ flooding rate
  • 3 : 70% ของ flooding rate
  • 4 : 40% ของ flooding rate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • โดยทั่วไปอุปกรณ์ใดต่อไปนี้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • 1 : Gas engine
  • 2 : Motor
  • 3 : Gas turbine
  • 4 : Steam turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • ปั๊มสูญญากาศแบบใดสร้างสูญญากาศได้ดีที่สุด
  • 1 : Reciprocating piston
  • 2 : Rotary piston
  • 3 : Two-lobe rotary
  • 4 : Three stage steam ejector
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • Conveyor แบบใดสามารถขนส่งได้ไกลที่สุด
  • 1 : Screw conveyor
  • 2 : Belt conveyor
  • 3 : Drag-type conveyor
  • 4 : Pneumatic conveyor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 150 :
  • ในการขนส่งสารที่มีความหนืดสูงในแนวดิ่ง Conveyor แบบใดเหมาะสมที่สุด
  • 1 : Screw conveyor
  • 2 : Belt conveyor
  • 3 : Bucket elevator
  • 4 : Pneumatic conveyor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • อุณหภูมิต่ำสุดที่ cooling tower สามารถทำได้มีค่าเท่ากับ
  • 1 : อุณหภูมิของอากาศป้อน
  • 2 : อุณหภูมิกระเปาะแห้งของอากาศป้อน
  • 3 : อุณหภูมิกระเปาะเปียกของอากาศป้อน
  • 4 : อุณหภูมิของน้ำป้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • เครื่องบดแบบใดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด
  • 1 : Ball mill
  • 2 : Rod mill
  • 3 : Roll crusher
  • 4 : Jaw crusher
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • เครื่องอบแห้งแบบใดใช้เวลาในการอบแห้งน้อยที่สุด
  • 1 : Rotary dryer
  • 2 : Fluidized bed dryer
  • 3 : Drum dryer
  • 4 : Spray dryer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง 1. Carbon steel มีราคาแพงกว่า Stainless steel 2. Stainless steel สามารถทนกรดได้ 3. Stainless steel ไม่ทนต่อ คลอไรด์
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 155 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง 1. Monel-Nickel สามารถทนต่อคลอไรด์ได้ 2. Stainless steel สามารถทนคลอไรด์ได้ 3. Carbon steel ไม่สามารถทนต่อสภาวะที่เป็นด่างได้
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • ข้อใดมีอิทธิพลต่อจำนวนชั้นของหอกลั่น 1. Relative volatility 2. Tray efficiency 3. เส้นผ่านศูนย์กลางของหอ
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • ข้อใดต้องคำนึงถึงในการสังเคราะห์กระบวนการ 1. เศรษฐศาสตร์ 2. สิ่งแวดล้อม 3.ความปลอดภัย 4.Flexibility 5.Controlability
  • 1 : เฉพาะข้อ 1 2 และ 3
  • 2 : เฉพาะข้อ 1 2 และ 4
  • 3 : เฉพาะข้อ 1 2 และ 5
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • ในการกำหนดสภาวะของสารข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่จำเป็น 1. อัตราการไหล 2. องค์ประกอบของสาร 3. เฟส
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • ในการทำให้สร้างสารผลิตภัณฑ์ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลต่างจากสารตั้งต้นจำเป็นต้องใช้ process operation เป็นหลักใด
  • 1 : Separation
  • 2 : Mixing
  • 3 : Chemical reaction
  • 4 : Phase chage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 160 :
  • ในการสังเคราะห์กระบวนการ ข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้มีความสำคัญ
  • 1 : ปฏิกริยาเคมีและสภาวะของปฏิกริยา
  • 2 : อัตราการผลิตที่ต้องการ
  • 3 : ความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • ข้อใดเป็นข้อมูลที่จำเป็นในการสังเคราะห์กระบวนการ 1. ข้อจำกัดในการผลิต 2. ความบริสุทธิ์ของสารตั้งต้น 3.ข้อมูลราคาของผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ข้างเคียง 4.ข้อมูลของโรงงานอื่นๆที่ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
  • 1 : เฉพาะข้อ 1, 2 และ 3
  • 2 : เฉพาะข้อ 1, 2 และ 4
  • 3 : เฉพาะข้อ 2, 3 และ 4
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :

  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 163 :
  • ระบบสารในข้อใดต่อไปนี้สามารถใช้หอกลั่นอย่างง่ายในการแยกสารทั้งสองให้มีความบริสุทธิ์สูงได้
  • 1 : ระบบน้ำและเมธานอล
  • 2 : ระบบน้ำและเอธานอล
  • 3 : ระบบน้ำและฟีนอล
  • 4 : ระบบน้ำและกรดอะซีติก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 164 :
  • Process Analysis คือข้อใด
  • 1 : การวิเคราะห์ขั้นตอนในการผลิต
  • 2 : การหาวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต
  • 3 : การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น
  • 4 : การควบคุมคุณภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 165 :
  • Process Synthesis คือข้อใด
  • 1 : การสร้างกระบวนการผลิต
  • 2 : การหาวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต
  • 3 : การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น
  • 4 : การควบคุมการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • เมื่อเราออกแบบกระบวนการผลิต เราจะได้ทางเลือก ของการผลิตมากมาย (Process Alternatives) เราจะใช้วิธีการใดในการ เลือกกระบวนการที่เหมาะสมที่สุดออกมา
  • 1 : คำนวนแบบช๊อตคัต (Short Cut Calculation)
  • 2 : ใช้ Process Simulator
  • 3 : ทำ Economic Potential
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 167 :
  • ขั้นตอนแรกในการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรมเคมีคือข้อใด
  • 1 : การวางผังโรงงาน
  • 2 : การออกแบบกระบวนการผลิต
  • 3 : การออกแบบระบบสาธารณูปโภค
  • 4 : การออกแบบระบบความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 168 :
  • ขั้นตอนสุดท้ายในการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรมเคมีคือข้อใด
  • 1 : การออกแบบอุปกรณ์
  • 2 : การออกแบบกระบวนการผลิต
  • 3 : การวางผังโรงงานและการจัดวางท่อ
  • 4 : การออกแบบระบบความปลอดภัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 169 :
  • สิ่งใดไม่มีใน Process Flowsheet
  • 1 : ความดัน
  • 2 : เครื่องสูบ
  • 3 : ขนาดท่อ
  • 4 : อุณหภูมิของสารก่อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 170 :
  • P&I Diagram คืออะไร
  • 1 : Proportional and Integral Diagram
  • 2 : Process and Instrument Diagram
  • 3 : Piping and Integral Diagram
  • 4 : Piping and InstrumentationDiagram
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับ P&I Diagram
  • 1 : ไม่ได้มาตราส่วน
  • 2 : ไม่มีเครื่องมือวัด
  • 3 : ไม่มีชนิดท่อ
  • 4 : ไม่มีขนาดท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 172 :
  • สารตั้งต้นข้อใดที่ควรใช้มากเกินพอ
  • 1 : เป็นพิษ
  • 2 : มีสถานะต่างจากผลิตภัณฑ์
  • 3 : สารตั้งต้นที่มีค่า pH = 1
  • 4 : มีราคาสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 173 :
  • ปฏิกิริยาในข้อใดควรใช้สารตั้งต้นมากเกินพอ
  • 1 : Feed1 + Feed2  Product
  • 2 : 2Feed  Product
  • 3 :

    Feed  Product + Byproduct1

    2Feed  Byproduct2

  • 4 :  

    2Feed  Product

    Product  Byproduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • สารตั้งต้นข้อใดไม่ควรใช้มากเกินพอ
  • 1 : น้ำ
  • 2 : อากาศ
  • 3 : แยกออกจากสารตั้งต้นตัวอื่นยาก
  • 4 : เป็นสารกัดกร่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • สารตั้งต้นข้อใดไม่ควรใช้มากเกินพอมากที่สุด
  • 1 : เป็นพิษ
  • 2 : มีสถานะต่างจากผลิตภัณฑ์
  • 3 : แยกออกจากสารตั้งต้นตัวอื่นยาก
  • 4 : มีราคาสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้สารตั้งต้นมากเกินพอ
  • 1 : เพื่อให้สารตั้งต้นที่มีราคาแพงเกิดปฏิกิริยาอย่างสมบูรณ์
  • 2 : เพื่อให้สารตั้งต้นที่มีเป็นพิษเกิดปฏิกิริยาอย่างสมบูรณ์
  • 3 : เพื่อลดจำนวนสารที่ต้องแยก
  • 4 : เพื่อลดขนาดของเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  • จากปฏิกิริยา 2Feed  Product + Byproduct ควรดำเนินการอย่างไร
  • 1 : ใช้สารตั้งต้นมากเกินพอ
  • 2 : ป้อนสารตั้งต้นกลับ
  • 3 : เติม Inert Material
  • 4 : ป้อนผลพลอยได้กับเข้าระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 178 :
  • จากปฏิกิริยา Feed   Product + 2Byproduct ควรดำเนินการอย่างไร
  • 1 : ใช้สารตั้งต้นมากเกินพอ
  • 2 : ป้อนสารตั้งต้นกลับ
  • 3 : ถ้าระบบมี Inert Material ให้ดึง Inert Material ออก
  • 4 : ป้อนผลพลอยได้กับเข้าระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 :
  • ควรแยกผลพลอยได้ (Byproduct) ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ในกรณีใด
  • 1 : Feed  2Product

    Product  Byproduct

     

  • 2 : Feed   2Product + Byproduct
  • 3 : Feed  Product

    Feed    Byproduct

  • 4 :

    Feed    2Product

    Product  Byproduct

     

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 180 :
  • ควรแยกผลิตภัณฑ์ออกจากปฏิกิริยาในข้อใดเพื่อเพิ่มค่าการเลือก
  • 1 : Feed   2Product

    Product    Byproduct

  • 2 : Feed   2Product + Byproduct
  • 3 : Feed   Product

    Feed    Byproduct

     

  • 4 : 2Feed  Product
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • ไม่จำเป็นต้องแยกผลิตภัณฑ์ออกจากปฏิกิริยาในข้อใด
  • 1 : 2Feed  Product + Byproduct
  • 2 : Feed  2Product
  • 3 : Feed  2Product

    Product  Byproduct

  • 4 : Feed  Product
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการที่อุณหภูมิใด

    Feed  Product k =10 ที่ 50 C และ k = 20 ที่ 100 C

    Feed  Byproduct k = 20 ที่ 50 C และ k = 50 ที่ 100 C

  • 1 :  ใช้อุณหภูมิ 100 C
  • 2 : ใช้อุณหภูมิ 50 C
  • 3 : เริ่มต้นด้วยอุณหภูมิ 100 C แล้วค่อยๆ ลดอุณหภูมิเป็น 50 C
  • 4 : ใช้อุณหภูมิ 75 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 183 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการที่อุณหภูมิใด

    Feed  Product k =10 ที่ 50 C และ k = 20 ที่ 100 C

    Feed  Byproduct k = 20 ที่ 50 C และ k = 30 ที่ 100 C

  • 1 : ใช้อุณหภูมิ 100 C
  • 2 : ใช้อุณหภูมิ 50 C
  • 3 : เริ่มต้นด้วยอุณหภูมิ 100 C แล้วค่อยๆลดอุณหภูมิเป็น 50 C
  • 4 : ใช้อุณหภูมิ 75 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    2Feed(g)   Product(g) + Byproduct(g)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆ ลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    Feed(g)   Product(g)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆเพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    2Feed(g)    Product(g)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆเพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    Feed1(g) + Feed2(g)   Product(g)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆเพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    Feed1(g) + Feed2(g)   Product(g)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆเพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    Feed(g)  2Product(g)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆเพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    Feed1(l) + Feed2(l)  Product(l)

  • 1 : ใช้ความดันสูง
  • 2 : ใช้ความดันต่ำ
  • 3 : ใช้ความดันสูงแล้วค่อยๆลดความดันลง
  • 4 : ใช้ความดันต่ำแล้วค่อยๆเพิ่มความดันขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :
  • ข้อใดเป็นการถ่ายเทความร้อนโดยตรง
  • 1 : Heat Carrier
  • 2 : Internal Coil
  • 3 : External Jacket
  • 4 : Heat Exchanger
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • ข้อใดเป็นการถ่ายเทความร้อนโดยอ้อม
  • 1 : Heat Carrier
  • 2 : Quench
  • 3 : Cold Shot
  • 4 : Internal Coil
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบใดสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ดีที่สุด
  • 1 : Batch
  • 2 : Mixed Flow
  • 3 : Plug Flow
  • 4 : Batch หรือ Mixed Flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :
  • ถ้าเลือกได้ควรเลือกสถานะของสารตั้งต้น 2 ชนิดเป็นอย่างไร
  • 1 : Solid – Solid
  • 2 : Gas – Gas
  • 3 : Liquid – Liquid
  • 4 : Solid – Liquid
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 195 :
  • สถานะของสารตั้งต้น 2 ชนิดใดที่มีอัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาสูงสุด
  • 1 : Solid – Solid
  • 2 : Liquid – Liquid
  • 3 : Gas – Gas
  • 4 : Liquid - Gas
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 196 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อไม่เกิด Byproduct1 แต่เกิด Byproduct2

    Feed    Product + Byproduct1

    Feed    Byproduct2

     

  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 197 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อเกิด Byproduct1 = Byproduct2

    Feed    Product + Byproduct1

    Feed + Product    Byproduct2

  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  •  ค่าใดมีค่ามากที่สุด ถ้าเป็นปฏิกิริยาเดี่ยว และสารตั้งต้นทำปฏิกิริยาไม่หมด
  • 1 :  Conversion
  • 2 :  Selectivity
  • 3 :  Yield
  • 4 :  เท่ากันหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  •  โดยปกติค่าใดมีค่าน้อยที่สุด ถ้าเป็นปฏิกิริยาเดี่ยว และสารตั้งต้นทำปฏิกิริยาหมด
  • 1 : Conversion
  • 2 : Selectivity
  • 3 : Yield
  • 4 : เท่ากันหมด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  •  Yield มีค่ามากที่สุดในกรณีใด
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 : Selectivity = 1
  • 3 : ปฏิกิริยาเดี่ยวแบบผันกลับไม่ได้ที่สารตั้งต้นทำปฏิกิริยาหมด
  • 4 : ปฏิกิริยาผันกลับได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  •  Yield มีค่ามากที่สุดในกรณีใด
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 : Selectivity = 1
  • 3 : ปฏิกิริยาเดี่ยวที่มี Conversion = 1
  • 4 : ปฏิกิริยาเดี่ยวแบบผันกลับไม่ได้ที่มี Selectivity = 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  •  ควรเติมสารเฉื่อยในข้อใดเพื่อเพิ่มค่าการเลือก
  • 1 :  Feed   2Product + Byproduct
  • 2 :  2Feed    Product + Byproduct
  • 3 :  4Feed    Product + Byproduct
  • 4 :  Feed    Product + Byproduct
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  •  ควรเติมสารเฉื่อยในข้อใดเพื่อเพิ่มค่าการเลือก
  • 1 :  Feed1 + Feed2    2Product
  • 2 :  Feed1 + Feed2    Product + Byproduct
  • 3 :  Feed    2Product
  • 4 :  3Feed   Product + Byproduct
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :
  •  ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    2Feed1 + Feed2   2Product

    Feed1 + Product    Byproduct1

    Feed1 + Byproduct1   Byproduct2

  • 1 :  ใช้ Feed1 มากเกินพอ
  • 2 : แยก Feed1 ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : แยก Byproduct1 ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : แยก Product ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  •  ควรแยกผลพลอยได้ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ในกรณีใดเพื่อเพิ่มค่าการเลือก

     

  • 1 :

    Feed  2Product

    Product   Byproduct

  • 2 : Feed    2Product + Byproduct
  • 3 :

    Feed  Product

    Product   Byproduct

  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :
  •  ปฏิกิริยานี้ควรดำเนินการแบบใด

    Feed1 + Feed2   Product

    Feed1 + Product   Byproduct1

    Feed1 + Byproduct1   Byproduct2

    Feed1 + Byproduct2   Byproduct3

  • 1 :  ใช้ Feed1 มากเกินพอ
  • 2 : แยก Product ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : แยก Byproduct1 ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : แยก Byproduct ทุกตัวออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed  Product
  • 1 : Conversion = 1
  • 2 : Conversion < 1
  • 3 : Conversion < 1
  • 4 : Conversion > Selectivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 208 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed1 + Feed2  Product
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > Selectivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 209 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product + 2Byproduct
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 210 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed  Product

                                Feed  Byproduct

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion > 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed  Product + Byproduct1

                                Feed   Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion > 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 212 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   Product

                                Product  Byproduct

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion ≤ 1
  • 4 :  Conversion ≥ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed     2Product

                                        Product   Byproduct

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion > 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion  > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product

                                      Feed    Byproduct1

                                      Product    Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion  > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product

                                Feed + Product     Byproduct

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2     Product

                                      Feed1 + Product     Byproduct

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion > 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 217 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2    Product + Byproduct1

                                        Feed1 + 2Product    Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion > 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed    Product ถ้ามี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > Selectivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product + Byproduct ถ้ามี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > Selectivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  •  ข้อใดถูกต้องถ้ามี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ สำหรับปฏิกิริยา

            Feed    Product + Byproduct1

            Feed + 2Product    Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 221 :
  •  ข้อใดถูกต้องถ้ามี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ สำหรับปฏิกิริยา

                    Feed    Product + Byproduct1

                    Feed    Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 222 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product ถ้าไม่มี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > Selectivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed    Product + Byproduct1 + Byproduct2 ถ้าไม่มี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > Selectivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 :
  •  ข้อใดถูกต้องถ้าไม่มี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ สำหรับปฏิกิริยา

                Feed   Product + Byproduct1

                Feed + 2Product   Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  •  ข้อใดถูกต้องถ้าไม่มี Feed ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ สำหรับปฏิกิริยา

    Feed   Product + Byproduct1

    Feed   Byproduct2

  • 1 :  Conversion = 1
  • 2 :  Conversion < 1
  • 3 :  Conversion < 1
  • 4 :  Conversion > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   Product
  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   2Product + Byproduct
  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2    2Product
  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 229 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2    Product + Byproduct
  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2   2Product + Byproduct
  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity = Conversion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 231 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed    Product

                                       Feed    Byproduct

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product + Byproduct1

                                    Feed    Byproduct2

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2  Product + Byproduct1

                                    Feed1  Byproduct2

    เมื่อพิจารณา Feed2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity = 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product

                                    Feed    Byproduct

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed  Product + Byproduct1

                                    2Feed    Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity = 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed1 + Feed2  2Product + Byproduct1

                                    Feed1  Byproduct2

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed   Product

                                     Product   Byproduct

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 238 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   Product + Byproduct1

                                    Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2  Product + Byproduct1

                                       Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 240 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed  Product

                                Product   Byproduct1 + Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   Product + Byproduct1

                                    2Product  Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed1 + Feed2   2Product + Byproduct1

                                       Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1  Product

                                    Feed 2   Byproduct1

                                    Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 244 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2   Product

                                    Feed2   Byproduct1

                                    Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed1 + Feed2   Product

                                Feed1   Byproduct1

                                2Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2   Product + Byproduct1

                                    2Feed1   Byproduct2

                                    Product   Byproduct3

  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + Feed2  Product

                                    Feed1  Byproduct1

                                    2Product  Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   Product

                                    2Feed + Product   Byproduct

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 249 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed   Product + Byproduct1

                                      Feed + Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed1 + 2Feed2   Product + Byproduct1

                                       Feed1 + Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 251 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product

                                    Feed + Product    Byproduct

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 252 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 2Feed1 + Feed2    2Product + Byproduct1

                                Feed1 + Product   Byproduct2

  • 1 :  Selectivity < 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity > 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 253 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ 3Feed    Product
  • 1 :  Selectivity = 1
  • 2 :  Selectivity > 1
  • 3 :  Selectivity < 1
  • 4 :  Selectivity < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  •  ข้อใดถูกต้องสำหรับ Feed    Product + Byproduct
  • 1 :  Selectivity > 1
  • 2 :  Selectivity < 1
  • 3 :  Selectivity = 1
  • 4 :  Selectivity = Conversion
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อ Conversion = 0.8 และ Selectivity = 0.5

                    Feed    2Product

                    Feed    Byproduct1

                    Product   Byproduct2

  • 1 :  0.2
  • 2 :  0.4
  • 3 :  0.5
  • 4 :  0.65
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อ Conversion = 0.6 และ Selectivity = 0.3

                Feed1 + Feed2  Product + Byproduct1

                Feed1 + Product  Byproduct2

  • 1 :  0.18
  • 2 :  0.3
  • 3 :  0.4
  • 4 :  0.45
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อ Conversion = 0.7 และ Selectivity = 1.0

    Feed1 + Feed2  2Product + Byproduct1

    2Feed1 + Product  Byproduct2 + Byproduct3

  • 1 : 0
  • 2 : 0.3
  • 3 : 0.7
  • 4 : 0.85
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อ Conversion = 0.4 และ Selectivity = 0.5

                Feed  Product

                Feed + Product  Byproduct1 + Byproduct2

  • 1 : 0
  • 2 :  0.2
  • 3 : 0.5
  • 4 :  เป็นไปไม่ได้ที่ปฏิกิริยานี้จะมี Selectivity = 0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 259 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อเกิด Byproduct1 แต่ไม่เกิด Byproduct2

                Feed   Product + Byproduct1

                Product   Byproduct2

  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 :  บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อเกิด Byproduct1 แต่ไม่เกิด Byproduct2 และ Feed ทำปฏิกิริยาหมด

                Feed   Product + Byproduct1

                Feed   Byproduct2

  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อไม่เกิด Byproduct1 แต่เกิด Byproduct2

                Feed   Product + Byproduct1

                Feed + Product   Byproduct2

  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  •  Yield มีค่าเท่าไร เมื่อเกิด Byproduct1 = Byproduct2 (จำนวนโมล)

                Feed   Product + Byproduct1

                Product   Byproduct2

  • 1 : 0
  • 2 : 0.5
  • 3 : 1
  • 4 : บอกไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  •  ควรป้อนผลพลอยได้กลับเข้าเครื่องปฏิกรณ์ในกรณีใด
  • 1 :

     Feed  2Product

    Product  Byproduct

  • 2 :  Feed  2Product + Byproduct
  • 3 :

     Feed  Product

    Feed  Byproduct    

  • 4 :

     Feed  2Product

    Product   Byproduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 264 :
  •  ปฏิกิริยาใดไม่ควรป้อน Byproduct 2 กลับเข้าเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 :

     Feed1 + Feed2  Product + Byproduct1 + Byproduct2

    Feed1 + Byproduct2  2Byproduct3

  • 2 :

     Feed1 + Feed2   4Product

    2Product  Byproduct1 + Byproduct2

  • 3 :

     3Feed1 + 2Feed2   Product + Byproduct1

    Feed1 + Feed 2  2Byproduct2

  • 4 :

     Feed1 + Feed2   4Product + Byproduct1

    3Feed1  Byproduct1 + Byproduct2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 265 :
  •  สารใดไม่สามารถใช้เป็นสารนำพาความร้อน (Heat Carrier) ได้
  • 1 :  Product
  • 2 :  Byproduct
  • 3 :  Inert
  • 4 :  ใช้ได้ทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 795 : Raw materials and chemical reactions
ข้อที่ 266 :
  • ในการเลือกปฏิกริยาซึ่งใช้ในกระบวนการผลิตควรพิจารณาจากสิ่งใด 1. เลือกปฏิกริยาซึ่งผลิตภันฑ์ข้างเคียงมีความเป็นพิษน้อย 2. เลือกปฏิกริยาซึ่งใช้สารตั้งต้นซึ่งมีความบริสุทธิ์สูง 3. เลือกปฏิกริยาซึ่งใช้สารตั้งต้นราคาต่ำ
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • ในการเลือกวัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิตนั้นควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง
  • 1 : ปริมาณของวัตถุดิบ
  • 2 : คุณภาพของวัตถุดิบ
  • 3 : ราคา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • สำหรับปฏิกริยาแบบก๊าซเฟสระหว่างสองสาร จะเกิดอะไรขึ้นหากเพิ่มความดันขึ้น 10%
  • 1 : อัตราการเกิดปฏิกริยาจะเท่าเดิม
  • 2 : อัตราการเกิดปฏิกริยาจะเพิ่มขึ้น 10%
  • 3 : อัตราการเกิดปฏิกริยาจะเพิ่มขึ้น 21%
  • 4 : ไม่สามารถตอบได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปฏิกริยาซึ่งมีความจำเป็นในการสังเคราะห์กระบวนการ 1. ช่วงของอุณหภูมิและความดันที่ใช้ในการเกิดปฏิกริยา 2. เฟสซึ่งเกิดปฏิกริยา 3. stoichiometry ของปฏิกริยา
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 270 :
  • ในกรณีใดต่อไปนี้เราควรจะทำให้สายป้อนมีความบริสุทธิ์มากขึ้นก่อนป้อนเข้าสู่ปฏิกรณ์เคมีเมื่อปฏิกริยาเป็นแบบคายความร้อน
  • 1 : สายป้อนมีสารเฉื่อยอยู่ในปริมาณมาก
  • 2 : สายป้อนมีสารซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ข้างเคียงของปฏิกรณ์ของเราปะปนอยู่ด้วย
  • 3 : สายป้อนมีสารซึ่งจะแยกเฟสกับผลิตภัณฑ์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เราควรจะทำให้สายป้อนมีความบริสุทธิ์มากขึ้นก่อนป้อนเข้าสู่ปฏิกรณ์เคมี 1. สายป้อนมีสารซึ่งสามารถทำปฏิกริยาได้ 2. สายป้อนมีสารซึ่งสร้างอะซีโทรปกับผลิตภัณฑ์ 3. สายป้อนมีสารเฉื่อยปะปนอยู่
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • ในการผลิต HDA โดยปฏิกริยาเกิดขึ้นที่ 1200 F 500 psia โดยมีการป้อนโทลูอีน 200 mol/hr จงคำนวณหา heat load ของปฏิกรณ์เมื่อกำหนดให้ heat of reaction เท่ากับ -21530 Btu/mol
  • 1 : -2306000 Btu/hr
  • 2 : -2806000 Btu/hr
  • 3 : -3306000 Btu/hr
  • 4 : -4306000 Btu/hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 273 :
  • ในการผลิตอะซีโตนจากปฏิกริยา dehydrogenation ของไอโซโพรพานอล จงคำนวณหา heat load ในการผลิตอะซีโตน 50 mol/hr กำหนดให้ heat of reaction ของปฏิกริยานี้มีค่าเท่ากับ 25800 Btu/mol
  • 1 : 1050000 Btu/hr
  • 2 : 1150000 Btu/hr
  • 3 : 1190000 Btu/hr
  • 4 : 1290000 Btu/hr
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • ในการผลิต HDA โดยปฏิกริยาเกิดขึ้นที่ 1200 F 500 psia โดยมีการป้อนโทลูอีน 120 mol/hr จงคำนวณหา heat load ของปฏิกรณ์เมื่อกำหนดให้ heat of reaction เท่ากับ -21530 Btu/mol
  • 1 : -2483600 Btu/mol
  • 2 : -2583600 Btu/mol
  • 3 : -2683600 Btu/mol
  • 4 : -2783600 Btu/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • ในการออกแบบปฏิกรณ์ซึ่งมีการทำงานแบบไอโซเทอร์มอลควรใช้ปฏิกรณ์แบบใด
  • 1 : PFR
  • 2 : CSTR
  • 3 : batch reactor
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 276 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบปฏิกรณ์เคมี 1. กรณีไอโซเทอร์มอลควรใช้ PFR 2. กรณี Adiabatic ควรใช้ batch reactor 3. กรณี Adiabatic และอัตราการเกิดปฏิกริยาลดลงเมื่อconversionเพิ่มขึ้น
  • 1 : ข้อ 1 และ 2 เท่านั้น
  • 2 : ข้อ 1 และ 3 เท่านั้น
  • 3 : ข้อ 2 และ 3 เท่านั้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 277 :
  • พิจารณาปฏิกริยาต่อไปนี้ โดยที่อัตราส่วนของอัตราการเกิดปฏิกริยาของทั้งสองปฏิกริยาเป็นไปตามสมการที่กำหนดให้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเมื่อ a1 > a2
  • 1 : ควรรักษาความเข้มข้นของ A ให้มีค่าสูงไว้เสมอ
  • 2 : ใช้ปฏิกรณ์แบบ PFR
  • 3 : ใช้ปฏิกรณ์แบบ batch
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :
  • พิจารณาปฏิกริยาต่อไปนี้ โดยที่อัตราส่วนของอัตราการเกิดปฏิกริยาของทั้งสองปฏิกริยาเป็นไปตามสมการที่กำหนดให้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเมื่อ a1 > a2
  • 1 : ไม่ควรกำจัดสารเฉื่อยที่มีปะปนในสายป้อน
  • 2 : ควรเลือกใช้ปฏิกรณ์ขนาดเล็ก
  • 3 : ควรใช้ความดันต่ำ
  • 4 : ควรใช้ CSTR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 279 :
  • พิจารณาปฏิกริยาต่อไปนี้ โดยที่อัตราส่วนของอัตราการเกิดปฏิกริยาของทั้งสองปฏิกริยาเป็นไปตามสมการที่กำหนดให้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเมื่อ a1 < a2
  • 1 : ควรใช้ PFR
  • 2 : ควรกำจัดสารเฉื่อยในสายป้อน
  • 3 : ควรใช้ปฏิกรณ์ขนาดเล็ก
  • 4 : ควรใช้ความดันต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • พิจารณาปฏิกริยาต่อไปนี้ โดยที่อัตราส่วนของอัตราการเกิดปฏิกริยาของทั้งสองปฏิกริยาเป็นไปตามสมการที่กำหนดให้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเมื่อ a1 < a2
  • 1 : ควรใช้ปฏิกรณ์ขนาดเล็ก
  • 2 : ควรกำจัดสารเฉื่อยในสายป้อน
  • 3 : ควร recycle
  • 4 : ควรใช้ความดันสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :
  • พิจารณาปฏิกริยาต่อไปนี้ โดยที่อัตราส่วนของอัตราการเกิดปฏิกริยาของทั้งสองปฏิกริยาเป็นไปตามสมการที่กำหนดให้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเมื่อ a1 < a2 และ b1 > b2
  • 1 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A และ B มีค่าสูง
  • 2 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A มีค่าสูง และ B มีค่าต่ำ
  • 3 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A มีค่าต่ำ และ B มีค่าสูง
  • 4 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A และ B มีค่าต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • พิจารณาปฏิกริยาต่อไปนี้ โดยที่อัตราส่วนของอัตราการเกิดปฏิกริยาของทั้งสองปฏิกริยาเป็นไปตามสมการที่กำหนดให้ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเมื่อ a1 > a2 และ b1 > b2
  • 1 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A และ B มีค่าสูง
  • 2 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A มีค่าสูง และ B มีค่าต่ำ
  • 3 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A มีค่าต่ำ และ B มีค่าสูง
  • 4 : ควรรักษาให้ความเข้มข้นของ A และ B มีค่าต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • ในการเลือกปฏิกริยาเคมีควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรก
  • 1 : เลือกปฏิกริยาซึ่งใช้สารตั้งต้นราคาถูก
  • 2 : เลือกปฏิกริยาซึ่งใช้สารตั้งต้นที่หาได้ง่าย
  • 3 : เลือกปฏิกริยาซึ่งใช้สารตั้งต้นมีความเป็นพิษน้อยและมีอันตรายน้อย
  • 4 : เลือกปฏิกริยาซึ่งใช้สารตั้งต้นซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 284 :
  • ในการผลิต VCM จาก ethene และ chlorine ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ควรป้อน chlorine ให้ excess
  • 2 : ควรป้อน ethane ให้ excess
  • 3 : ควรป้อนสารทั้งสองตาม stoichiometry
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • ถังปฏิกรณ์แบบวิวิธพันธุ์มีลักษณะดังข้อใด
  • 1 : มีสารทำปฏิกิริยาภายในปฏิกรณ์เพียงเฟสเดียว
  • 2 : มีสารทำปฏิกิริยาภายในปฏิกรณ์สองเฟสขึ้นไป
  • 3 : มีสารทำปฏิกิริยาภายนอกปฏิกรณ์เพียงเฟสเดียว
  • 4 : มีสารทำปฏิกิริยาภายนอกปฏิกรณ์สองเฟสขึ้นไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ปฏิกิริยาในข้อใดให้พิจารณาเป็น Mixed (Series-Parallel) Reaction
  • 1 :

    Feed1 + Feed2 ---> Product

    Feed1 + Product ---> ByProduct

  • 2 :

     Feed ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 3 :

    Feed ---> Product + ByProduct1

    Feed ---> ByProduct2

  • 4 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> ByProduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ปฏิกิริยาในข้อใดเป็น Single Reaction
  • 1 :

    Feed1 + Feed2 ---> Product

    Feed1 + Product ---> ByProduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 3 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> ByProduct

  • 4 : Feed1 + Feed2 ---> Product + ByProduct
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  •  ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ปฏิกิริยาในข้อใดให้พิจารณาเป็น Series Reaction
  • 1 :

    Feed ---> Product

    Feed + Product ---> ByProduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 3 : Feed1 + Feed2 ---> Product + ByProduct
  • 4 : Feed ---> 2Product
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 289 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ปฏิกิริยาในข้อใดให้พิจารณาเป็น Paralle Reaction
  • 1 :

    Feed1 + Feed2 ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 3 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> ByProduct

  • 4 : Feed ---> Product + ByProduct
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ปฏิกิริยาในข้อใดให้พิจารณาเป็น Mixed (Series-Parallel) Reaction
  • 1 :

    Feed1 + Feed2 ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    Product ---> ByProduct

  • 3 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> ByProduct

    Product ---> ByProduct2

  • 4 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> ByProduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • จากปฏิกิริยา 2Feed ---> Product + Byproduct ควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบใด
  • 1 : Batch
  • 2 : Mixed Flow
  • 3 : Plug Flow หรือ Mixed Flow
  • 4 : Mixed Flow หรือ Batch
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :
  • ข้อใดควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบ Mixed Flow
  • 1 :

    2Feed ---> Product

    Feed 2 ---> Byproduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> 2Byproduct

  • 3 :

    Feed ---> Product

    2Feed ---> Byproduct

  • 4 :

    Feed ---> Product

    Feed ---> 2Byproduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 293 :
  • ข้อใดควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบ Batch
  • 1 :

    Feed1 + Feed2 ---> Product

    2Feed1 + Feed2 ---> 2Byproduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    2Feed ---> Byproduct

  • 3 :

    2Feed ---> Product

    3Feed ---> 2Byproduct

  • 4 :

    2Feed---> Product

    Feed---> 2Byproduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • ข้อใดควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบ Plug Flow
  • 1 :

    Feed1 + Feed2 ---> Product

    2Feed1 + Feed2 ---> 2Byproduct

  • 2 :

    Feed ---> Product

    Product ---> Byproduct

  • 3 :

    2Feed ---> Product

    3Feed ---> 2Byproduct

  • 4 : Feed---> Product + Byproduct1

    2Feed ---> Byproduct2

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบใด

    3Feed --> Product

    Feed -->2Byproduct1

    2Product --> Byproduct2

  • 1 :  Plug Flow
  • 2 : Mixed Flow
  • 3 : ใช้ได้ทั้ง 2 แบบ
  • 4 : ใช้ไม่ได้ทั้ง 2 แบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • ข้อมูลใดที่ไม่จำเป็นสำหรับโรงงานผลิตกระดาษ
  • 1 : กำลังการผลิตของโรงงาน
  • 2 : การบำบัดของเสีย
  • 3 : กฎหมาย
  • 4 : ฤดูการผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • การผลิต H2SO4 ไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งใด
  • 1 : วัตถุดิบที่ใช้
  • 2 : ฤดูกาลผลิต
  • 3 : กฎหมาย
  • 4 : ต้องคำนึงถึงทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 298 :
  • ข้อใดคือการใช้ประโยชน์จากวัสดุที่คิดค้นขึ้นใหม่
  • 1 : ช่วยลดการกัดกร่อน
  • 2 : ช่วยให้การควบคุมง่ายขึ้น
  • 3 : ช่วยลดปริมาณของเสีย
  • 4 : ช่วยเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 299 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : คุณภาพของผลิตภัณฑ์สำคัญกว่าปริมาณ
  • 2 : ปริมาณของผลิตภัณฑ์สำคัญกว่าคุณภาพ
  • 3 : คุณภาพของวัตถุสำคัญกว่าราคา
  • 4 : กฏหมายเป็นตัวกำหนดคุณภาพของน้ำเสียที่ปล่อยทิ้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • อันตรายในโรงงานเคมีข้อใดร้ายแรงที่สุด

  • 1 :  Fire
  • 2 : Relief
  • 3 : Explosion
  • 4 : Leakge
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 301 :
  • สิ่งใดที่ตั้งใจให้เกิด
  • 1 : Relief
  • 2 : Drain
  • 3 : Explosion
  • 4 : Leakge
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  •  สารตั้งต้นใดที่เรานิยมใช้เป็นสารตั้งต้น excess (เมื่อเราใช้สารเหล่านี้เป็นสารตั้งต้นในปฏิกริยา)
  • 1 : กรดเกลือ
  • 2 : อากาศ
  • 3 : ก๊าซมีเทน
  • 4 : ก๊าชคาร์บอนไดอ๊อกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  •  ในกระบวนการผลิตที่มีสารตั้งต้นมากกว่า 1 ชนิด เราให้สารตั้งต้นชนิดหนึ่งมีปริมาณ มากกว่าชนิดอื่นๆ (Excess) เนื่องจาก
  • 1 : ลดขนาดเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : เพื่อให้สามารถใช้สารตั้งต้นอื่นๆ ได้อย่างคุ้มค่า
  • 3 : เพื่อลดการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 4 : เพื่อลดอัตราการเกิดปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • สิ่งที่เหมือนกันสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบ Batch และแบบ Mixed Flow
  • 1 : เป็นแบบต่อเนื่อง
  • 2 : เป็นแบบไม่ต่อเนื่อง
  • 3 : ความเข็มข้นในทุกจุดของเครื่องปฏิกรณ์เท่ากัน
  • 4 : ความเข็มข้นในทุกจุดของเครื่องปฏิกรณ์ไม่เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • สิ่งที่เหมือนกันสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบ Mixed Flow และแบบ Plug Flow
  • 1 : เป็นแบบต่อเนื่อง
  • 2 : เป็นแบบไม่ต่อเนื่อง
  • 3 : ความเข็มข้นในทุกจุดของเครื่องปฏิกรณ์เท่ากัน
  • 4 : ความเข็มข้นในทุกจุดของเครื่องปฏิกรณ์ไม่เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบ Fluidized bed ใกล้เคียงกับเครื่องปฏิกรณ์อุดมคติแบบใด
  • 1 : Batch
  • 2 : Plug Flow
  • 3 : Mixed Flow
  • 4 : Plug Flow และ Mixed Flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบใด

    Feed1 + Feed2  Product

    Product  2Byproduct

  • 1 : Plug Flow โดยให้ Feed1 มากเกินพอ
  • 2 : Mixed Flow โดยให้Feed2 มากเกินพอ
  • 3 : Mixed Flow โดยให้ Feed1 มากเกินพอ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบใด

    Feed1 + 3Feed2  Product

    Product + Feed2   Byproduct

  • 1 : Plug Flow โดยให้ Feed1 มากเกินพอ
  • 2 : Mixed Flow โดยให้ Feed2 มากเกินพอ
  • 3 : Mixed Flow โดยให้ Feed1 มากเกินพอ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • ปฏิกิริยานี้ควรใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบใด

    Feed1 + Feed2 Product

    3Feed1  2Byproduct
  • 1 : Plug Flow โดยให้ Feed1 มากเกินพอ
  • 2 : Batch โดยให้ Feed2มากเกินพอ
  • 3 : Mixed Flow โดยให้ Feed1 มากเกินพอ
  • 4 : Mixed Flow โดยให้อัตราส่วน

    Feed1 : Feed 2 เท่ากัน

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  •  เครื่องปฏิกรณ์ในภาพควรใช้กับปฏิกิริยาในข้อใด

  • 1 :

     3Feed1 + Feed2  Product

      Feed1 + 2Feed2  2Byproduct

  • 2 :

     3Feed1 + Feed2    Product

      Feed1 + 2Feed2  2Byproduct

  • 3 :

     Feed1 + 2Feed2  2Product

      2Feed1 + Feed2  Byproduct

  • 4 :

     Feed1+ Feed2    Product

      2Feed1+ 3Feed2  Byproduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  •  เครื่องปฏิกรณ์ในภาพ (semi-Batch) ควรใช้กับปฏิกิริยาในข้อใด

            

  • 1 :

     3Feed1 + 2Feed2  Product

      Feed1 + Feed2   2Byproduct

  • 2 :

     3Feed1 + Feed2    Product

      Feed1 + 2Feed2   2Byproduct

  • 3 :

     Feed1 + 2Feed2   2Product

     2Feed1 + Feed2  Byproduct

  • 4 :

     Feed1+ Feed2    Product

     2Feed1+ 3Feed2  Byproduct

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 796 : Equipment cost estimation
ข้อที่ 312 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 25,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 200,000 ปอนด์
  • 2 : 250,000 ปอนด์
  • 3 : 300,000 ปอนด์
  • 4 : 350,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 313 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 40,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 250,000 ปอนด์
  • 2 : 300,000 ปอนด์
  • 3 : 350,000 ปอนด์
  • 4 : 400,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 60,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 500,000 ปอนด์
  • 2 : 550,000 ปอนด์
  • 3 : 600,000 ปอนด์
  • 4 : 650,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 315 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 90,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : ุ600,000 ปอนด์
  • 2 : 700,000 ปอนด์
  • 3 : 800,000 ปอนด์
  • 4 : 900,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 1,000,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,300,000 ปอนด์
  • 2 : 1,350,000 ปอนด์
  • 3 : 1,400,000 ปอนด์
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 317 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ flare stack ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ flare stack ขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 30,000 ปอนด์
  • 2 : 37,000 ปอนด์
  • 3 : 40,000 ปอนด์
  • 4 : 42,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ flare stack ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ flare stack ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 30,000 ปอนด์
  • 2 : 33,000 ปอนด์
  • 3 : 36,000 ปอนด์
  • 4 : 39,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ flare stack ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ flare stack ขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 47,000 ปอนด์
  • 2 : 49,000 ปอนด์
  • 3 : 51,000 ปอนด์
  • 4 : 53,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปฏิกรณ์แบบความดันสูงในหน่วยปอนด์กับขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของปฏิกรณ์ ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของปฏิกรณ์ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในขนาด 1.5 เมตร
  • 1 : 30,000 ปอนด์
  • 2 : 35,000 ปอนด์
  • 3 : 40,000 ปอนด์
  • 4 : 45,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปฏิกรณ์แบบความดันสูงในหน่วยปอนด์กับขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของปฏิกรณ์ ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของปฏิกรณ์ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในขนาด 2 เมตร
  • 1 : 60,000 ปอนด์
  • 2 : 65,000 ปอนด์
  • 3 : 70,000 ปอนด์
  • 4 : 75,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปฏิกรณ์แบบความดันสูงในหน่วยปอนด์กับขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของปฏิกรณ์ ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของปฏิกรณ์ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในขนาด 2.5 เมตร
  • 1 : 80,000 ปอนด์
  • 2 : 90,000 ปอนด์
  • 3 : 100,000 ปอนด์
  • 4 : 110,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปฏิกรณ์ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรของปฏิกรณ์ ในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของปฏิกรณ์ซึ่งมีปริมาตร 3 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 10,000 ปอนด์
  • 2 : 12,000 ปอนด์
  • 3 : 14,000 ปอนด์
  • 4 : 16,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปฏิกรณ์ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรของปฏิกรณ์ ในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของปฏิกรณ์ซึ่งมีปริมาตร 5 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 15,000 ปอนด์
  • 2 : 20,000 ปอนด์
  • 3 : 25,000 ปอนด์
  • 4 : 30,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปฏิกรณ์ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรของปฏิกรณ์ ในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของปฏิกรณ์ซึ่งมีปริมาตร 20 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 20,000 ปอนด์
  • 2 : 22,000 ปอนด์
  • 3 : 26,000 ปอนด์
  • 4 : 30,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของgas cycloneในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ cyclone ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของcycloneซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 400 มิลลิเมตร
  • 1 : 1,000 ปอนด์
  • 2 : 1,200 ปอนด์
  • 3 : 1,400 ปอนด์
  • 4 : 1,600 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 327 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของgas cycloneในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ cyclone ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของcycloneซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 700 มิลลิเมตร
  • 1 : 1,700 ปอนด์
  • 2 : 1,900 ปอนด์
  • 3 : 2,100 ปอนด์
  • 4 : 2,300 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของgas cycloneในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ cyclone ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของcycloneซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร
  • 1 : 1,900 ปอนด์
  • 2 : 2,100 ปอนด์
  • 3 : 2,300 ปอนด์
  • 4 : 2,500 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ pusher centrifuge ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ centrifuge ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของ centrifuge ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 800 มิลลิเมตร
  • 1 : 106,000 ปอนด์
  • 2 : 108,000 ปอนด์
  • 3 : 110,000 ปอนด์
  • 4 : 112,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 330 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ decanter centrifuge ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ centrifuge ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของ centrifuge ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 250 มิลลิเมตร
  • 1 : 20,000 ปอนด์
  • 2 : 25,000 ปอนด์
  • 3 : 30,000 ปอนด์
  • 4 : 35,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 331 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ decanter centrifuge ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ centrifuge ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของ centrifuge ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 350 มิลลิเมตร
  • 1 : 40,000 ปอนด์
  • 2 : 45,000 ปอนด์
  • 3 : 50,000 ปอนด์
  • 4 : 55,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ peeler centrifuge ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ centrifuge ในหน่วยมิลลิเมตร จงประมาณราคาของ centrifuge ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร
  • 1 : 105,000 ปอนด์
  • 2 : 110,000 ปอนด์
  • 3 : 115,000 ปอนด์
  • 4 : 120,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ structure packing ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ packing ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ packing ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร
  • 1 : 10,800 ปอนด์
  • 2 : 15,800 ปอนด์
  • 3 : 18,000 ปอนด์
  • 4 : 28,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ structure packing ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ packing ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ packing ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8 เมตร
  • 1 : 10,700 ปอนด์
  • 2 : 11,700 ปอนด์
  • 3 : 21,000 ปอนด์
  • 4 : 28,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ structure packing ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ packing ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ packing ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร
  • 1 : 12,800 ปอนด์
  • 2 : 13,800 ปอนด์
  • 3 : 28,000 ปอนด์
  • 4 : 38,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 336 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ sieve tray ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ tray ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ tray ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร
  • 1 : 4,000 ปอนด์
  • 2 : 5,000 ปอนด์
  • 3 : 6,000 ปอนด์
  • 4 : 65,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 337 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ sieve tray ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ tray ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ tray ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร
  • 1 : 4,000 ปอนด์
  • 2 : 5,000 ปอนด์
  • 3 : 5,500 ปอนด์
  • 4 : 6,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 338 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ sieve tray ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ tray ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ tray ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เมตร
  • 1 : 10,000 ปอนด์
  • 2 : 11,000 ปอนด์
  • 3 : 12,000 ปอนด์
  • 4 : 13,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ sieve tray ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ tray ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ tray ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.25 เมตร
  • 1 : 10,000 ปอนด์
  • 2 : 12,500 ปอนด์
  • 3 : 15,000 ปอนด์
  • 4 : 17,500 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 340 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ valve tray ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ tray ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ tray ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร
  • 1 : 3,000 ปอนด์
  • 2 : 4,000 ปอนด์
  • 3 : 30,000 ปอนด์
  • 4 : 40,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ valve tray ในหน่วยปอนด์กับเส้นผ่านศูนย์กลางของ tray ในหน่วยเมตร จงประมาณราคาของ tray ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เมตร
  • 1 : 10,000 ปอนด์
  • 2 : 10,500 ปอนด์
  • 3 : 11,500 ปอนด์
  • 4 : 14,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 342 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอกลั่นในหน่วยปอนด์กับน้ำหนักในหน่วยตัน จงประมาณราคาของหอกลั่นซึ่งมีน้ำหนัก 10 ตัน
  • 1 : 49,000 ปอนด์
  • 2 : 14,000 ปอนด์
  • 3 : 15,000 ปอนด์
  • 4 : 50,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 343 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอกลั่นในหน่วยปอนด์กับน้ำหนักในหน่วยตัน จงประมาณราคาของหอกลั่นซึ่งมีน้ำหนัก 50 ตัน
  • 1 : 200,000 ปอนด์
  • 2 : 150,000 ปอนด์
  • 3 : 300,000 ปอนด์
  • 4 : 250,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอกลั่นในหน่วยปอนด์กับน้ำหนักในหน่วยตัน จงประมาณราคาของหอกลั่นซึ่งมีน้ำหนัก 15 ตัน
  • 1 : 14,000 ปอนด์
  • 2 : 15,500 ปอนด์
  • 3 : 50,000 ปอนด์
  • 4 : 65,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 345 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอกลั่นในหน่วยปอนด์กับน้ำหนักในหน่วยตัน จงประมาณราคาของหอกลั่นซึ่งมีน้ำหนัก 110 ตัน
  • 1 : 125,000 ปอนด์
  • 2 : 160,000 ปอนด์
  • 3 : 350,000 ปอนด์
  • 4 : 700,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้อากาศในหน่วยปอนด์กับพื้นที่ของท่อในหน่วยตารางเมตร จงประมาณราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้อากาศซึ่งมีพื้นที่ท่อเท่ากับ 500 ตารางเมตร
  • 1 : 113,000 ปอนด์
  • 2 : 115,000 ปอนด์
  • 3 : 220,000 ปอนด์
  • 4 : 250,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้อากาศในหน่วยปอนด์กับพื้นที่ของท่อในหน่วยตารางเมตร จงประมาณราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้อากาศซึ่งมีพื้นที่ท่อเท่ากับ 1,000 ตารางเมตร
  • 1 : 130,000 ปอนด์
  • 2 : 140,000 ปอนด์
  • 3 : 400,000 ปอนด์
  • 4 : 500,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 348 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้อากาศในหน่วยปอนด์กับพื้นที่ของท่อในหน่วยตารางเมตร จงประมาณราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้อากาศซึ่งมีพื้นที่ท่อเท่ากับ 1,100 ตารางเมตร
  • 1 : 135,000 ปอนด์
  • 2 : 450,000 ปอนด์
  • 3 : 700,000 ปอนด์
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Compressor ในหน่วยปอนด์กับกำลังไฟฟ้าในหน่วยกิโลวัตต์ จงประมาณราคาของCompressor ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 250 กิโลวัตต์
  • 1 : 150,000 ปอนด์
  • 2 : 300,000 ปอนด์
  • 3 : 600,000 ปอนด์
  • 4 : 650,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 350 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Compressor ในหน่วยปอนด์กับกำลังไฟฟ้าในหน่วยกิโลวัตต์ จงประมาณราคาของCompressor ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 500 กิโลวัตต์
  • 1 : 150,000 ปอนด์
  • 2 : 174,000 ปอนด์
  • 3 : 500,000 ปอนด์
  • 4 : 840,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 351 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Compressor ในหน่วยปอนด์กับกำลังไฟฟ้าในหน่วยกิโลวัตต์ จงประมาณราคาของCompressor ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 3,500 กิโลวัตต์
  • 1 : 1,000,000 ปอนด์
  • 2 : 1,100,000 ปอนด์
  • 3 : 2,000,000 ปอนด์
  • 4 : 2,200,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 352 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Compressor ในหน่วยปอนด์กับกำลังไฟฟ้าในหน่วยกิโลวัตต์ จงประมาณราคาของCompressor ซึ่งมีกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 7,500 กิโลวัตต์
  • 1 : 1,050,000 ปอนด์
  • 2 : 1,200,000 ปอนด์
  • 3 : 3,000,000 ปอนด์
  • 4 : 3,650,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 353 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอทำน้ำเย็นในหน่วยปอนด์กับอัตราการไหลของน้ำในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของหอทำน้ำเย็นซึ่งมีอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,180 ปอนด์
  • 2 : 2,800 ปอนด์
  • 3 : 2,400 ปอนด์
  • 4 : 2,600 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอทำน้ำเย็นในหน่วยปอนด์กับอัตราการไหลของน้ำในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของหอทำน้ำเย็นซึ่งมีอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 11 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,200 ปอนด์
  • 2 : 2,500 ปอนด์
  • 3 : 2,800 ปอนด์
  • 4 : 3,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอทำน้ำเย็นในหน่วยปอนด์กับอัตราการไหลของน้ำในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของหอทำน้ำเย็นซึ่งมีอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,320 ปอนด์
  • 2 : 2,320 ปอนด์
  • 3 : 2,800 ปอนด์
  • 4 : 4,200 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอทำน้ำเย็นในหน่วยปอนด์กับอัตราการไหลของน้ำในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของหอทำน้ำเย็นซึ่งมีอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,400 ปอนด์
  • 2 : 4,500 ปอนด์
  • 3 : 5,000 ปอนด์
  • 4 : 6,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 357 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอทำน้ำเย็นในหน่วยปอนด์กับอัตราการไหลของน้ำในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของหอทำน้ำเย็นซึ่งมีอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,450 ปอนด์
  • 2 : 2,450 ปอนด์
  • 3 : 5,500 ปอนด์
  • 4 : 6,500 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 358 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของหอทำน้ำเย็นในหน่วยปอนด์กับอัตราการไหลของน้ำในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของหอทำน้ำเย็นซึ่งมีอัตราการไหลของน้ำเท่ากับ 40 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,550 ปอนด์
  • 2 : 2,550 ปอนด์
  • 3 : 5,500 ปอนด์
  • 4 : 6,500 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Rotary drum filter ในหน่วยปอนด์กับพื้นที่ในหน่วยตารางเมตร จงประมาณราคาของ Rotary drum filter ซึ่งมีพื้นที่เท่ากับ 6 ตารางเมตร
  • 1 : 40,000 ปอนด์
  • 2 : 42,000 ปอนด์
  • 3 : 52,000 ปอนด์
  • 4 : 60,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 360 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Rotary drum filter ในหน่วยปอนด์กับพื้นที่ในหน่วยตารางเมตร จงประมาณราคาของ Rotary drum filter ซึ่งมีพื้นที่เท่ากับ 25 ตารางเมตร
  • 1 : 80,000 ปอนด์
  • 2 : 75,000 ปอนด์
  • 3 : 70,000 ปอนด์
  • 4 : 65,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ scrubber ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ scrubber ซึ่งมีปริมาตรเท่ากับ 0.1 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 1,200 ปอนด์
  • 2 : 2,000 ปอนด์
  • 3 : 2,500 ปอนด์
  • 4 : 3,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ scrubber ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ scrubber ซึ่งมีปริมาตรเท่ากับ 0.2 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 1,350 ปอนด์
  • 2 : 2,000 ปอนด์
  • 3 : 4,500 ปอนด์
  • 4 : 5,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • สมการนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาอุปกรณ์ต่อขนาดของอุปกรณ์ จงคำนวณว่า หากขนาดของอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ราคาของอุปกรณ์จะเพิ่มขึ้นร้อยละเท่าใด เมื่อ n=0.6
  • 1 : 48%
  • 2 : 50%
  • 3 : 52%
  • 4 : 54%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 100 m2 มีราคา 10000 US$ จงคำนวณราคาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 180 m2
  • 1 : 12925 US$
  • 2 : 12825 US$
  • 3 : 12852 US$
  • 4 : 12952 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 365 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 150 m2 มีราคา 18000 US$ จงคำนวณราคาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 200 m2
  • 1 : 20029 US$
  • 2 : 20229 US$
  • 3 : 20429 US$
  • 4 : 20629 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 150 m2 มีราคา 18000 US$ จงคำนวณราคาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 180 m2
  • 1 : 19403 US$
  • 2 : 19503 US$
  • 3 : 19603 US$
  • 4 : 19703 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 100 m2 มีราคา 10000 US$ จงคำนวณราคาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 250 m2
  • 1 : 14966 US$
  • 2 : 14986 US$
  • 3 : 14866 US$
  • 4 : 14886 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 368 :
  • คอมเพรสเซอร์ขนาด 300 kW มีราคา 20000 US$ จงคำนวณราคาคอมเพรสเซอร์ขนาด 350 kW
  • 1 : 22297 US$
  • 2 : 22279 US$
  • 3 : 22179 US$
  • 4 : 22197 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • คอมเพรสเซอร์ขนาด 300 kW มีราคา 20000 US$ จงคำนวณราคาคอมเพรสเซอร์ขนาด 380 kW
  • 1 : 23299 US$
  • 2 : 23399 US$
  • 3 : 23499 US$
  • 4 : 23599 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • คอมเพรสเซอร์ขนาด 250 kW มีราคา 16500 US$ จงคำนวณราคาคอมเพรสเซอร์ขนาด 320 kW
  • 1 : 19612 US$
  • 2 : 19622 US$
  • 3 : 19632 US$
  • 4 : 19642 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 371 :
  • คอมเพรสเซอร์ขนาด 250 kW มีราคา 16500 US$ จงคำนวณราคาคอมเพรสเซอร์ขนาด 350 kW
  • 1 : 20628 US$
  • 2 : 20682 US$
  • 3 : 20882 US$
  • 4 : 20982 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 372 :
  • คอมเพรสเซอร์ขนาด 200 kW มีราคา 22500 US$ ในปี 1980 จงคำนวณความแตกต่างของราคาคอมเพรสเซอร์ขนาด 200 kW ในปี 1994 เมื่อคำนวณด้วย Marshall & Swift equipment cost index กับ Chemical engineering plant cost index
  • 1 : 1276 US$
  • 2 : 1376 US$
  • 3 : 1367 US$
  • 4 : 1267 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 500 m2 มีราคา 26000 US$ ในปี 1979 จงคำนวณความแตกต่างของราคาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 500 m2 ในปี 1995 เมื่อคำนวณด้วย Marshall & Swift equipment cost index กับ Chemical engineering plant cost index
  • 1 : 2485 US$
  • 2 : 2458 US$
  • 3 : 2585 US$
  • 4 : 2558 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 374 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 500 m2 มีราคา 28000 US$ ในปี 1981 จงคำนวณความแตกต่างของราคาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนขนาด 500 m2 ในปี 1993 เมื่อคำนวณด้วย Marshall & Swift equipment cost index กับ Chemical engineering plant cost index
  • 1 : 2268 US$
  • 2 : 2286 US$
  • 3 : 2368 US$
  • 4 : 2386 US$
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปั้มสุญญากาศต่อพลังงานที่ใช้ จงหาราคาปั้มสุญญากาศซึ่งใช้พลังงาน 15 kW
  • 1 : 7,000 ปอนด์
  • 2 : 8,000 ปอนด์
  • 3 : 9,000 ปอนด์
  • 4 : 10,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปั้มสุญญากาศต่อพลังงานที่ใช้ จงหาราคาของปั้มสุญญากาศซึ่งใช้พลังงาน 25 kW
  • 1 : 8,500 ปอนด์
  • 2 : 9,000 ปอนด์
  • 3 : 9,500 ปอนด์
  • 4 : 10,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 377 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของปั้มสุญญากาศต่อพลังงานที่ใช้ จงหาราคาของปั้มสุญญากาศซึ่งใช้พลังงาน 50 kW
  • 1 : 15,000 ปอนด์
  • 2 : 12,500 ปอนด์
  • 3 : 10,500 ปอนด์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของcontrol valve กับขนาด จงหาราคาของcontrol valve ขนาด 1 นิ้ว
  • 1 : 500 ปอนด์
  • 2 : 950 ปอนด์
  • 3 : 1,000 ปอนด์
  • 4 : 1,200 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของcontrol valve กับขนาด จงหาราคาของcontrol valve ขนาด 2 นิ้ว
  • 1 : 1,000 ปอนด์
  • 2 : 1,200 ปอนด์
  • 3 : 1,700 ปอนด์
  • 4 : 2,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 380 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของcontrol valve กับขนาด จงหาราคาของcontrol valve ขนาด 3 นิ้ว
  • 1 : 1,500 ปอนด์
  • 2 : 2,000 ปอนด์
  • 3 : 2,500 ปอนด์
  • 4 : 3,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของcontrol valve กับขนาด จงหาราคาของcontrol valve ขนาด 5 นิ้ว
  • 1 : 3,500 ปอนด์
  • 2 : 3,800 ปอนด์
  • 3 : 4,000 ปอนด์
  • 4 : 4,200 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของcontrol valve กับขนาด จงหาราคาของcontrol valve ขนาด 8 นิ้ว
  • 1 : 5,800 ปอนด์
  • 2 : 6,000 ปอนด์
  • 3 : 6,400 ปอนด์
  • 4 : 7,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 383 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Silo กับปริมาตร จงหาราคาของ Silo ซึ่งมีปริมาตร 60 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 10,000 ปอนด์
  • 2 : 10,100 ปอนด์
  • 3 : 11,000 ปอนด์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 384 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ Silo กับปริมาตร จงหาราคาของ Silo ซึ่งมีปริมาตร 80 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 10,400 ปอนด์
  • 2 : 14,000 ปอนด์
  • 3 : 10,000 ปอนด์
  • 4 : 20,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 385 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักซึ่งมีผลต่อราคาของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนชนิด shell and tube
  • 1 : พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 2 : ชนิดของวัสดุที่ใช้สร้าง
  • 3 : เส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวของท่อ
  • 4 : ตำแหน่งของท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 75,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 400,000 ปอนด์
  • 2 : 520,000 ปอนด์
  • 3 : 600,000 ปอนด์
  • 4 : 800,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 125,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 650,000 ปอนด์
  • 2 : 700,000 ปอนด์
  • 3 : 725,000 ปอนด์
  • 4 : 750,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 388 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 200,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,000,000 ปอนด์
  • 2 : 1,050,000 ปอนด์
  • 3 : 1,100,000 ปอนด์
  • 4 : 1,150,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 250,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,000,000 ปอนด์
  • 2 : 1,100,000 ปอนด์
  • 3 : 1,200,000 ปอนด์
  • 4 : 1,300,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 25,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 200,000 ปอนด์
  • 2 : 250,000 ปอนด์
  • 3 : 300,000 ปอนด์
  • 4 : 350,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 391 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 50,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 300,000 ปอนด์
  • 2 : 350,000 ปอนด์
  • 3 : 400,000 ปอนด์
  • 4 : 450,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 60,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 500,000 ปอนด์
  • 2 : 550,000 ปอนด์
  • 3 : 600,000 ปอนด์
  • 4 : 650,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 393 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 90,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : ุ600,000 ปอนด์
  • 2 : 700,000 ปอนด์
  • 3 : 800,000 ปอนด์
  • 4 : 900,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 394 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 100,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 700,000 ปอนด์
  • 2 : 750,000 ปอนด์
  • 3 : 800,000 ปอนด์
  • 4 : 850,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 395 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 120,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,050,000 ปอนด์
  • 2 : 1,080,000 ปอนด์
  • 3 : 1,100,000 ปอนด์
  • 4 : 1,180,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 396 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 800,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,300,000 ปอนด์
  • 2 : 1,400,000 ปอนด์
  • 3 : 1,500,000 ปอนด์
  • 4 : 1,600,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 397 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ boiler ในหน่วยปอนด์กับขนาดของ boiler ในหน่วยกิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง จงประมาณราคาของ boiler ขนาด 1,000,000 กิโลกรัมของไอน้ำต่อชั่วโมง
  • 1 : 1,300,000 ปอนด์
  • 2 : 1,350,000 ปอนด์
  • 3 : 1,400,000 ปอนด์
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 398 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ flare stack ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ flare stack ขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 30,000 ปอนด์
  • 2 : 32,500 ปอนด์
  • 3 : 35,000 ปอนด์
  • 4 : 37,500 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 399 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ flare stack ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ flare stack ขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 30,000 ปอนด์
  • 2 : 37,000 ปอนด์
  • 3 : 40,000 ปอนด์
  • 4 : 42,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 :
  • รูปนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาของ flare stack ในหน่วยปอนด์กับปริมาตรในหน่วยลูกบาศก์เมตร จงประมาณราคาของ flare stack ขนาด 3 ลูกบาศก์เมตร
  • 1 : 30,000 ปอนด์
  • 2 : 33,000 ปอนด์
  • 3 : 36,000 ปอนด์
  • 4 : 39,000 ปอนด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร