สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการเคมี

วิชา : Unit Operations III

เนื้อหาวิชา : 777 : Heat transfer by conduction in solids (basic concept)
ข้อที่ 1 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการนำความร้อน (มีเพียงการนำความร้อนไม่มีการพา หรือ แผ่รังสีความร้อน)
  • 1 : การถ่ายเทความร้อนผ่านของไหลที่กำลังไหล
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนผ่านของไหลที่หยุดนิ่งอยู่ในระบบปิด
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนผ่านสูญญากาศ
  • 4 : การขว้างก้อนหินร้อนๆ ใส่เพื่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือกฏพื้นฐานของการถ่ายเทความร้อน
  • 1 : Fick’s Law
  • 2 : Fourier’s Law
  • 3 : Franky’s Law
  • 4 : Bernoulli’s Equation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 3 :
  • ค่าอัตราการถ่ายเทความร้อน มีหน่วยใด (unit) ในการวัด
  • 1 : W/mK
  • 2 :
  • 3 : W
  • 4 : K/m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • จงเรียงลำดับสภาพนำความร้อน k (heat conductivity) ของสารต่อไปนี้จากน้อยไปมาก ก) เหล็ก ข) น้ำ ค) อากาศ
  • 1 : ก ข ค
  • 2 : ข ก ค
  • 3 : ค ก ข
  • 4 : ค ข ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • จงเรียงลำดับค่าสภาพนำความร้อน k (heat conductivity) ของสารต่อไปนี้จากมากไปน้อย ก) โลหะไร้สนิม (Stainless Steel) ข) เงิน (Silver) ค) แก้ว
  • 1 : ก ข ค
  • 2 : ข ก ค
  • 3 : ค ก ข
  • 4 : ค ข ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • ข้อใดมีผลต่อค่าการนำความร้อนของก๊าซ (Gas) มากที่สุด
  • 1 : อุณหภูมิ
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ทั้ง 2 ตัวแปรมีอิทธิพลต่อการนำความร้อนเท่าๆ กัน
  • 4 : ทั้ง 2 ตัวแปรไม่มีอิทธิพลต่อการนำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • สภาพนำความร้อน (Thermal Conductivity) ของโลหะบริสุทธิ์จะมีค่า
  • 1 : ลดลงเมื่ออุณหภูมิลดลง
  • 2 : ลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
  • 3 : ลดลงเมื่อความดันเพิ่มขึ้น
  • 4 : ลดลงเมื่อความดันลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 8 :
  • สภาพนำความร้อนของของเหลว(Thermal Conductivity)
  • 1 : ขึ้นกับอุณหภูมิและความดัน
  • 2 : ขึ้นกับความดันของของเหลว
  • 3 : ขึ้นกับอุณหภูมิของของเหลว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 9 :
  • ในทางปฏิบัติเราถือว่าข้อใดถูกต้อง
  • 1 : น้ำเป็นของเหลวที่มีค่าการนำความร้อนสูงที่สุดถ้าไม่นับโลหะเหลว
  • 2 : โดยทั่วไปค่าการนำความร้อนของของเหลวจะมีค่าลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่าการนำความร้อนของก๊าซจะขึ้นกับอุณหภูมิของก๊าซมากกว่าชนิดของก๊าซ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 10 :
  • ข้อใดคือนิยามของความสามารถในการแพร่กระจายทางความร้อน (Thermal diffusivity)
  • 1 : สภาพนำความร้อนต่อปริมาตรของไหล
  • 2 : ปริมาตรของของไหลต่อความนำความร้อน
  • 3 : สภาพนำความร้อนต่อความจุความร้อนของของไหล
  • 4 : ความจุความร้อนต่อความนำความร้อนของของไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • เพราะเหตุใดจึงต้องมีเครื่องหมายลบในสมการการนำความร้อนของฟูริเยร์ (Fourier’s law)
  • 1 : เพราะค่าการนำความร้อนมีค่าเป็นลบ
  • 2 : เพราะทิศทางของการถ่ายเทความร้อนจะตรงข้ามกับทิศทางการลดลงของอุณหภูมิ
  • 3 : เพราะ ความร้อนถ่ายเทจากอุณหภูมิสูงไปยังอุณหภูมิต่ำ
  • 4 : เพราะ ค่าอุณหภูมิที่แตกต่างระหว่าง 2 จุดจะมีค่าเป็นลบเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ในการแก้สมการการนำความร้อน เราจะต้องกำหนดค่าที่ขอบเขต (Boundary Conditions) ข้อใดต่อไปนี้เป็นค่าขอบเขตที่เราสามารถกำหนดได้ (ที่เป็นไปได้ในการคำนวณ)
  • 1 : อุณหภูมิที่ขอบเขตมีค่าคงที่
  • 2 : ฟลักส์ความร้อนที่ขอบเขตมีค่าคงที่
  • 3 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนที่ขอบเขต
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • ข้อใดถูกต้องในการนำความร้อนในแนวรัศมีของท่อวัตถุทรงกระบอกในสภาวะคงตัว
  • 1 : ค่าอัตราการถ่ายเทความร้อนจะมีค่าคงที่ ไม่ขึ้นกับรัศมีของวัตถุทรงกระบอก
  • 2 : ค่าอัตราการถ่ายเทความร้อนจะมีค่าไม่คงที่ ขึ้นกับรัศมีของวัตถุทรงกระบอก
  • 3 : ค่าฟลักส์ความร้อนจะมีค่าคงที่ ไม่ขึ้นกับรัศมีของวัตถุทรงกระบอก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ ความต้านทานความร้อนที่เกิดจากการสัมผัส (Thermal Contact Resistance)
  • 1 : เกิดจากพื้นผิวขรุขระของวัสดุที่มาสัมผัสกัน
  • 2 : เกิดจากอากาศภายในช่องขนาดเล็กที่เกิดจากการสัมผัสของวัสดุ
  • 3 : มีผลทำให้ประสิทธิภาพการนำความความร้อนรวมของระบบมีค่าลดลง
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 :
  • ถ้าเราตั้งกาแฟร้อน 3 แก้วโดยใช้แก้วชนิดเดียวกัน อุณหภูมิเริ่มต้นเท่ากัน ไว้บนโต๊ะเดียวกันโดยแก้วแรกจุ่มช้อนโลหะ ในขณะที่แก้วที่ 2 จุ่ม ช้อนไม้ลงไป ในขณะที่แก้วที่ 3 ปิดฝา หลังจากนั้น อีก 5 นาทีแก้วใดจะมีอุณหภูมิต่ำที่สุด
  • 1 : แก้วแรก
  • 2 : แก้วที่ 2
  • 3 : แก้วที่ 3
  • 4 : ทุกแก้วจะยังมีอุณหภูมิเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • บ้านของชาวเอสกิโม (Eskimo) จะสร้างจากน้ำแข็งเพราะเหตุใด
  • 1 : เพราะในขั้วโลกน้ำแข็งเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายที่สุด
  • 2 : เพราะชาวเอสกิโมไม่กลัวหนาว
  • 3 : เพราะน้ำแข็งเป็นฉนวนความร้อนที่ดี
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • การถ่ายเทความร้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร
  • 1 : การถ่ายเทความร้อนเกิดขึ้นเมื่อสองส่วนของระบบมีความแตกต่างของความเร็ว
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนเกิดขึ้นเมื่อสองส่วนของระบบมีความแตกต่างของอุณหภูมิ
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนเกิดขึ้นเมื่อสองส่วนของระบบมีความแตกต่างของความเข้มข้น
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนเกิดขึ้นเมื่อสองส่วนของระบบมีความแตกต่างของแรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • การนำความร้อนเกิดจากกลไกใด
  • 1 : การถ่ายเทพลังงานจากโมเลกุลที่มีระดับพลังงานสูง ไปยังโมเลกุลที่มีระดับพลังงานต่ำกว่า
  • 2 : การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ
  • 3 : เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างผิวของแข็งและของไหลบริเวณใกล้เคียง
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 19 :
  • ข้อใดต่อไปนี้นำความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • 1 : พลาสมา (plasma)
  • 2 : ก๊าซ (gas)
  • 3 : ของเหลว (liquid)
  • 4 : ของแข็ง (solid)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเกี่ยวกับการถ่ายเทพลังงานความร้อน
  • 1 : การพาความร้อนไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนโดยการนำความร้อนนั้น อนุภาคของตัวกลางจะไม่เคลื่อนที่แต่จะ สั่นเทือน
  • 3 : การพาความร้อนเกิดได้ง่ายที่สุดในของแข็ง
  • 4 : ดวงอาทิตย์เท่านั้นที่เป็นแหล่งกำเนิดของการแผ่รังสีความร้อน
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 21 :
  • หน่วยของสภาพนำความร้อนของโลหะคืออะไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 22 :
  • สภาพนำความร้อนของของแข็งส่วนมากจะมีค่าเป็นอย่างไร
  • 1 : มีค่าคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • 2 : มีค่าไม่คงที่ การเปลี่ยนแปลงขึ้นกับความดัน
  • 3 : มีค่าไม่คงที่ การเปลี่ยนแปลงขึ้นกับน้ำหนักของวัสดุ
  • 4 : มีค่าไม่คงที่ การเปลี่ยนแปลงขึ้นกับอุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • การถ่ายเทความร้อนแบบสภาวะไม่คงตัว (unsteady state) จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ
  • 1 : อุณหภูมิภายนอกของระบบที่สนใจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับความเร็ว
  • 2 : อุณหภูมิภายนอกของระบบที่สนใจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเวลา
  • 3 : อุณหภูมิภายนอกของระบบที่สนใจไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับความเร็ว
  • 4 : อุณหภูมิภายนอกของระบบที่สนใจไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 24 :
  • ด้ามจับตะหลิวเป็นไม้ เพราะเหตุใด
  • 1 : ไม้มีสภาพนำความร้อนต่ำ
  • 2 : ไม้มีความจุความร้อนต่ำ
  • 3 : ไม้มีการขยายตัวต่ำ
  • 4 : ไม้มีความเค้นต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 25 :
  • วัสดุ A มีความจุความร้อนสูงกว่าวัสดุ B ถ้าวัสดุทั้งสองนี้ได้รับอัตราการถ่ายเทความร้อนเท่ากัน อยากทราบว่าวัสดุใดร้อนเร็ว (อุณหภูมิสูงขึ้นเร็ว) กว่า
  • 1 : วัสดุ A
  • 2 : วัสดุ B
  • 3 : ข้อมูลไม่เพียงพอ เพราะความจุความร้อนไม่เกี่ยวข้องกับอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ
  • 4 : เร็วเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • ฉนวนความร้อนหลายชนิดมีช่องว่างที่เป็นอากาศแทรกอยู่ เพราะอากาศมี
  • 1 : ความหนาแน่นต่ำ
  • 2 : ความจุความร้อนต่ำ
  • 3 : ความหนืดต่ำ
  • 4 : สภาพนำความร้อนต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • ข้อใดมีการนำความร้อนเป็นกลไกหลัก
  • 1 : ละลายน้ำแข็งในตู้เย็นโดยเปิดประตูตู้เย็นแล้วใช้พัดลมเป่า
  • 2 : อาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่น
  • 3 : ทำให้ผมแห้งด้วยเครื่องเป่าผม
  • 4 : การรีดผ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • ข้อใดไม่จัด เป็นฉนวนกันความร้อน
  • 1 : ถุงมือจับของร้อน
  • 2 : เสื้อสำหรับนักสกี
  • 3 : รองเท้าแตะ
  • 4 : หม้อสแตนเลส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • ข้อใดมีทิศทางการถ่ายเทความร้อนเข้าหาร่างกาย
  • 1 : รู้สึกเย็นเมื่อทาแอลกอฮอล์ที่ผิว
  • 2 : ใช้ผ้าชุบน้ำวางบนหน้าผากเมื่อเป็นไข้
  • 3 : เกิดแผลพุพองเมื่อเตารีดสัมผัสร่างกาย
  • 4 : ดื่มน้ำมากๆ หลังออกกำลังกาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 30 :
  • ใครนำความรู้เรื่องการถ่ายโอนความร้อนไปใช้ประโยชน์
  • 1 : อุบลใช้ร่มสีเข้มกางขณะเดินกลางแดด
  • 2 : อุดรเลือกสังกะสีมุงหลังคาบ้านเนื่องจากราคาถูก
  • 3 : สมัยใช้ชามกระเบื้องใส่ก๋วยเตี๋ยวน้ำ
  • 4 : นิพนต์ใช้ช้อนอลูมิเนียมกินข้าวต้ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 31 :
  • กลไกการถ่ายเทความร้อนแบบใด ที่ทำให้บ้านมุงหลังคาด้วยสังกะสีจึงร้อนกว่ากระเบื้อง
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : การกระจายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 32 :
  • การประหยัดพลังงานข้อใด ใช้หลักการนำความร้อน
  • 1 : ควรใช้สีอ่อนตกแต่งอาคารทาผนังนอกอาคาร เพื่อการสะท้อนแสงที่ดี
  • 2 : ปิดตู้เย็นให้สนิทและอย่าเปิดตู้เย็นบ่อย
  • 3 : เช็ดผมให้แห้งก่อนเป่าผมทุกครั้ง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 33 :
  • เหตุผลใดที่ทำให้โลหะ นำความร้อนได้ดีกว่า พลาสติก ทั้งที่มีสถานะเป็นของแข็งเหมือนกัน
  • 1 : โครงสร้างโมเลกุลของพลาสติกซับซ้อนมาก กว่าโลหะ
  • 2 : เนื้อพลาสติก มีส่วนที่เป็นช่องว่างมากกว่าโลหะ
  • 3 : อะตอมของโลหะจะสั่นมากกว่าพลาสติกเมื่อได้รับความร้อน
  • 4 : โลหะมีอิเล็กตรอนอิสระ แต่พลาสติกไม่มี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 34 :
  • เสื้อขนสัตว์ ป้องกันอากาศที่หนาวเย็นให้ชาวเอสกิโม ได้อย่างไร
  • 1 : เพราะอากาศที่ถูกเก็บไว้ในผ้าขนสัตว์ เป็นฉนวนที่ดี
  • 2 : ขนสัตว์ช่วยลดการสูญเสียความร้อนจากการพาความร้อนได้ดี
  • 3 : ขนสัตว์ช่วยลดการสูญเสียความร้อนจากการแผ่รังสีความร้อนได้ดี
  • 4 : ขนสัตว์มีลักษณะเทียบเท่าครีบนำความร้อนจำนวนมากมาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • นกมักจะพองขนในฤดูหนาว เพื่ออะไร
  • 1 : เป็นการระบายความร้อนบางส่วนออกบ้าง ให้รู้สึกสบายตัว
  • 2 : เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย คล้ายอาการขนลุกของมนุษย์เมื่อสัมผัสอากาศเย็น
  • 3 : เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกมากขึ้น
  • 4 : เพื่อเพิ่มปริมาณอากาศที่เก็บในขนให้มากขึ้น ทำนกให้อุ่นขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 36 :
  • ตัวนำความร้อนที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
  • 1 : เป็นฉนวนที่ดี
  • 2 : เป็นได้ทั้งฉนวนที่ดี และไม่ดีก็ได้
  • 3 : เป็นฉนวนที่ไม่ดี
  • 4 : สีเข้มทึบแสง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • รูปแบบใดเป็นการ ลดการนำความร้อน ผ่านผนัง
  • 1 : พื้นที่ผนังเพิ่มเป็น 2 เท่า
  • 2 : ความต้านทานการนำเพิ่มเป็น 2 เท่า
  • 3 : เพิ่มความแตกต่างของอุณหภูมิเป็น 2 เท่า
  • 4 : ถูกทั้ง 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใด เป็นตัวอย่างของการนำความร้อน
  • 1 : อากาศที่ออกจากเตาผิง ทำให้อากาศในบ้านร้อนขึ้น
  • 2 : รู้สึกร้อนเมื่อสัมผัสถ้วยโลหะที่ภายบรรจุน้ำร้อน
  • 3 : แสงอาทิตย์ทำให้น้ำแข็งละลาย
  • 4 : การระเหยของน้ำทะเล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • เพราะเหตุใดเวลาที่คุณสัมผัสผิวด้านบนของโต๊ะไม้ กับโต๊ะหินอ่อน ที่อุณหภูมิห้องเท่ากัน พบว่าโต๊ะหินอ่อนจะให้ความรู้สึกที่เย็นกว่าโต๊ะไม้
  • 1 : หินอ่อนนำความร้อนได้รวดเร็วกว่ามาก มีการถ่ายเทความร้อนออกจากตัวคุณได้ มากกว่า
  • 2 : หินอ่อนเป็นตัวเก็บความเย็น
  • 3 : หินอ่อนมีความร้อนจำเพาะ(specific heat) สูงกว่าไม้
  • 4 : วัสดุที่ทำมาจากสิ่งมีชีวิต (เช่น ต้นไม้) จะมีความร้อนแฝง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 40 :

  • 1 : ความร้อนถ่ายเทจากชามพลาสติก ไปยัง ชามแก้ว และจากชามแก้ว ไปยัง ชามโลหะ
  • 2 : ความร้อนถ่ายเทจากชามโลหะ ไปยัง ชามแก้ว และจากชามแก้ว ไปยัง ชามพลาสติก
  • 3 : ความร้อนถ่ายเทจากชามแก้ว ไปยัง ชามพลาสติกและชามโลหะ
  • 4 : ไม่เกิดการถ่ายเทความร้อนระหว่างชาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • อิฐ โลหะทองแดง อากาศ สุญญากาศ น้ำ ข้อใดเรียงลำดับความสามารถการเป็นฉนวน จากมากไปน้อยได้ถูกต้อง
  • 1 : อิฐ โลหะทองแดง อากาศ สุญญากาศ น้ำ
  • 2 : อากาศ สุญญากาศ น้ำ อิฐ โลหะทองแดง
  • 3 : สุญญากาศ อากาศ น้ำ อิฐ โลหะทองแดง
  • 4 : น้ำ สุญญากาศ อากาศอิฐ โลหะทองแดง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 :
  • อะไรเป็นแรงขับ(Driving Force)ให้เกิดการถ่ายเทความร้อน
  • 1 : ความแตกต่างของความดัน
  • 2 : ความแตกต่างของกระแสไฟฟ้า
  • 3 : ความแตกต่างของอุณหภูมิ
  • 4 : ความแตกต่างของระดับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 43 :
  • ปัจจัยดังต่อไปนี้ไม่มีผลต่ออัตราการนำความร้อน
  • 1 : แตกต่างของอุณหภูมิ
  • 2 : ค่าการนำความร้อนของวัสดุ
  • 3 : ความหนาของวัสดุ
  • 4 : พื้นที่ที่ขนานกับทิศทางการถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 44 :
  • โลหะ A และ B มีสภาพนำความร้อนเท่ากับ kA และ kB โดย kA > kB ตามลำดับ ถามว่า ค่าการนำความร้อนของโลหะผสม(Alloy)ที่เกิดจากโลหะทั้งสองนี้จะมีค่า
  • 1 : เท่ากับ โลหะ A
  • 2 : เท่ากับ โลหะ B
  • 3 : มากกว่า โลหะ B แต่ น้อยกว่า โลหะ A
  • 4 : น้อยกว่า โลหะ A และ B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 45 :
  • ถ้าสังเกตว่าปัจจุบันแก้วกาแฟที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อจะพบว่าไม่ได้ประกอบด้วยชั้นของกระดาษ หรือพลาสติกเพียงชั้นเดียวแต่มีชั้นของโฟมบางๆหุ้มอยู่ อยากทราบว่าทำไมต้องเพิ่มชั้นโฟมขึ้นมา
  • 1 : ทำให้ตัวแก้วไม่ร้อนเกินไป
  • 2 : เพิ่มความทนทาน
  • 3 : ต้องการให้กาแฟเย็นช้าลง
  • 4 : ถูกทั้ง 1และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 46 :
  • ถ้าต้องการต้มน้ำในภาชนะเหล่านี้ แบบไหนจะร้อนเร็วกว่ากัน
  • 1 : หม้ออะลูมิเนียม
  • 2 : หม้อสแตนเลส
  • 3 : หม้อแก้ว
  • 4 : หม้อเคลือบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • ประโยชน์ของการใช้ฉนวนในอุตสาหกรรม คือข้อใด
  • 1 : ลดการสูญเสียพลังงาน
  • 2 : ป้องกันภัยส่วนบุคคล
  • 3 : ควบคุมอุณหภูมิของระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :

  • 1 : ข เท่านั้น
  • 2 : ค เท่านั้น
  • 3 : ก และ ข เท่านั้น
  • 4 : ก และ ค เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • คำกล่าว ที่ว่า “หากเผลอ จับของร้อน ให้รีบนำมือ ไปจับหูตัวเอง จะรู้สึกดีขึ้น” น่าจะมาจากกลไกการถ่ายเทความร้อนแบบใด
  • 1 : การพาความร้อน
  • 2 : การนำความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : การนำและการพาความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 50 :
  • เหตุการณ์เปรียบเทียบข้อใด คือหลักของการนำความร้อน
  • 1 : ส่งหนังสือต่อๆ กันจากคนที่อยู่หลังห้อง มาให้คนที่อยู่หน้าห้อง
  • 2 : คนที่หลังห้องถือหนังสือเดินมาให้คนหน้าห้อง
  • 3 : คนที่อยู่หลังห้องโยนหนังสือให้คนที่อยู่หน้าห้อง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • ควาญช้างที่นำช้างมาเดินบนถนนรถ (ถนนปูน หรือลาดยาง)ในช่วงเวลากลางวันที่แดดจัด ถือว่าเป็นการทรมารสัตว์อย่างมาก เพราะกลไกการถ่ายเทแบบใดที่บริเวณเท้าช้าง
  • 1 : การพาความร้อน
  • 2 : การนำความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : การเผาไหม้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 52 :
  • ข้อใดมีสภาพนำความร้อน (Thermal Conductivity) ต่ำที่สุดที่อุณหภูมิห้อง
  • 1 : ทองแดง (Copper)
  • 2 : เงิน (Silver)
  • 3 : ทอง (Gold)
  • 4 : ทองเหลือง (Brass)
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • ข้อใดมีสภาพนำความร้อน (Thermal Conductivity) สูงที่สุดที่อุณหภูมิห้อง
  • 1 : ทองแดง (Copper)
  • 2 : เงิน (Silver)
  • 3 : ทอง (Gold)
  • 4 : ทองเหลือง (Brass)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • เรานิยามอัตราส่วนของความสามารถในการนำความร้อนของวัตถุต่อ ความสามารถในการจุความร้อนของวัตถุว่า
  • 1 : Thermal Capacity
  • 2 : Thermal Densities
  • 3 : Thermal Diffusivity
  • 4 : Thermal Ratio
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • ถ้าวัตถุมีค่า Thermal Diffusivity สูงหมายความว่า
  • 1 : วัตถุมีค่าการแพร่สูง สามารถแพร่ได้ดีที่อุณหภูมิสูง
  • 2 : วัตถุสามารถเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามสิ่งแวดล้อมภายนอกได้อย่างรวดเร็ว
  • 3 : วัตถุมีค่าการสัมประสิทธิ์ถ่ายเทความร้อนสูง
  • 4 : สรุปได้ว่าวัตถุนั้นมีสถานะก๊าซ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อการนำความร้อนในโลหะ
  • 1 : ชนิดของโลหะ
  • 2 : ความหนาของโลหะ
  • 3 : ความมันวาว
  • 4 : ความดัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 :
  • การถ่ายเทความร้อนจะเกิดขึ้นในกรณีใด
  • 1 : เมื่อมีวัตถุที่เหมือนกันทุกประการ 2 ชิ้น อุณหภูมิต่างกัน แต่มีฉนวนกั้นระหว่างวัตถุทั้งสอง
  • 2 : เมื่อมีวัตถุต่างชนิดกัน อุณหภูมิเท่ากัน ถูกผูกติดกัน
  • 3 : เมื่อมีวัตถุต่างชนิดกันวางต่างระดับกันโดยชนิดแรกวางอยู่ในระดับที่สูงกว่าอย่างน้อย 50 cm
  • 4 : เมื่อมีวัตถุต่างชนิดกัน อุณหภูมิต่างกัน สัมผัสกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 58 :
  • กฎพื้นฐานของการนำความร้อนคือกฎใด?
  • 1 : Kirchhoff’s law
  • 2 : Newton’s law
  • 3 : Stefan-Boltzmann’s law
  • 4 : Fourier’s law
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 59 :
  • สภาพนำความร้อน (thermal conductivity) มีหน่วยอะไร?
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 60 :
  • จากสถานการณ์ต่อไปนี้ข้อใดเป็นการนำความร้อน (heat conduction)
  • 1 : การจับแท่งเหล็กที่ต่อกับแหล่งให้ความร้อนแล้วรู้สึกร้อน
  • 2 : การเอามืออังไอที่ออกจากกาต้มน้ำ
  • 3 : การยืนกลางแดดแล้วรู้สึกร้อน
  • 4 : เรายืนอยู่หน้าเตาหลอมแล้วรู้สึกร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • Peclet number เป็นผลที่ได้มาจากการคูณของตัวแปรคู่ใด?
  • 1 : Reynolds number กับ Prandtl number
  • 2 : Reynolds number กับ Nusselt number
  • 3 : Nusselt number กับ Prandtl number
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • กรณีที่ Prandtl number มากกว่าหนึ่งสำหรับของเหลวส่วนใหญ่แล้ว thermal boundary layer จะมีความสัมพันธ์กับ hydrodynamic boundary layer อย่างไร
  • 1 : hydrodynamic boundary layer หนากว่า thermal boundary layer
  • 2 : hydrodynamic boundary layer บางกว่า thermal boundary layer
  • 3 : hydrodynamic boundary layer มีความหนาเท่ากับ thermal boundary layer
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับกลไกการถ่ายเทความร้อนแบบการนำความร้อน (heat conduction)
  • 1 : การนำความร้อนต้องอาศัยตัวกลางเสมอเนื่องจากเป็นการถ่ายเทพลังงานผ่านการสั่น (vibration) ของโมเลกุล
  • 2 : อิเลคตรอนไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการนำไฟฟ้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนำความร้อนด้วย
  • 3 : ก๊าซสามารถนำความร้อนได้ แต่ไม่ดี
  • 4 : สารกัมมันตรังสีแผ่รังสีอย่างเดียว ไม่นำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 64 :
  • กลไกการนำความร้อน (heat conduction) จะไม่เกิดผ่านตัวกลางข้อใด
  • 1 : ก๊าซที่สภาวะ STP (standard temperature and pressure)
  • 2 : ฉนวน
  • 3 : อโลหะ
  • 4 : โลหะที่อุณหภูมิองศาสัมบูรณ์ (absolute temperature) เท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • ข้อใด คือ กฎการนำความร้อนของฟูเรียร์ ( Fourier’s law of conduction)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 66 :

  • 1 : เพราะมีค่า thermal diffusivity ต่ำ
  • 2 : เพราะมีค่า momentum diffusivity สูง
  • 3 : เพราะมีสภาพนำความร้อน (thermal conductivity) สูง
  • 4 : เพราะมีค่า Reynolds number (Re) ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 67 :

  • 1 : Pr มีค่าเท่ากับ 0
  • 2 : Pr มีค่าใกล้เคียง 0.01
  • 3 : Pr มีค่าใกล้เคียง 1
  • 4 : Pr มีค่าใกล้เคียง 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง สำหรับการถ่ายเทความร้อนที่สภาวะคงตัว (Steady State)
  • 1 : ในกรณีที่ผนังประกอบไปด้วยวัสดุหลายๆ ชนิดต่อๆ กันเป็นชั้นๆ ค่าความต้านทานความร้อนรวมของระบบสามารถคำนวณได้จาก การนำค่าความต้านทานความร้อนของผนังแต่ละชนิดมารวมกัน
  • 2 : ในกรณีที่ผนังประกอบไปด้วยวัสดุหลายๆ ชนิดต่อๆ กันเป็นชั้นๆ อัตราการถ่ายเทความร้อนที่สภาวะคงตัวของผนังแต่ละชั้นมีค่าเท่ากัน
  • 3 : เราสามารถคำนวณค่าความต้านทานความร้อนรวมของระบบได้โดยใช้วิธีเดียวกันกับ การคำนวณความต้านทานรวมทางไฟฟ้า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • พื้นผิวด้านหนึ่งของแผ่นทองแดงหนา 3 cm มีอุณหภูมิคงที่ 400 องศาเซลเซียส ในขณะที่ด้านตรงข้ามมีอุณหภูมิคงที่ 100 องศาเซลเซียส จงหาอัตราการถ่ายเทความร้อนผ่านแผ่นทองแดงนี้ กำหนดให้ค่าสภาพนำความร้อนของทองแดงมีค่าเท่ากับ 370 W/mื.K
  • 1 : 3.7 MW/m2
  • 2 : 2.7 MW/m2
  • 3 : 1.7 MW/m2
  • 4 : 0.7 MW/m2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • ในการคำนวณการถ่ายเทความร้อนผ่านครีบข้อใดถูกต้อง
  • 1 : อุณหภูมิทุกๆ ตำแหน่งของครีบจะต้องเท่ากันและเท่ากับอุณหภูมิของพื้นผิวที่ฐานครีบ
  • 2 : ครีบมักจะถูกทำให้หนากว่าเพราะครีบที่หนากว่าจะถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าครีบที่บางกว่า
  • 3 : การใช้ครีบจะช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนเป็นอย่างมากในทุกๆ กรณีเนื่องจากมีพื้นที่ผิวการถ่ายเทความร้อนเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • ผนังเตาในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งทำขึ้นจากอิฐทนไฟ (fireclay brick) หนา 0.2 m และมีสภาพนำความร้อน k = 1.72 W/mืK วัดอุณหภูมิผนังเตาด้านในได้ 1400 K และวัดอุณหภูมิผนังเตาด้านนอกได้ 1000 K กำหนดให้ผนังเตามีขนาดกว้าง 1.5 m และยาว 3 m จงคำนวณหาอัตราการสูญเสียความร้อนออกจากผนังเตา
  • 1 : 15480 W
  • 2 : 25480 W
  • 3 : 35480 W
  • 4 : 45480 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • แผ่นฉนวนทำจากไฟเบอร์กลาส (fiber glass) มีสภาพนำความร้อน 0.05 W/mืK สามารถกันความร้อนให้สูญเสียเหลือเพียง 80 W/m2 โดยอุณหภูมิแตกต่างระหว่างผิวทั้ง 2 ด้านของแผ่นฉนวนเท่ากับ 160 องศาเซลเซียส จงคำนวณหาความหนาของแผ่นฉนวน
  • 1 : 5 เซนติเมตร
  • 2 : 10 เซนติเมตร
  • 3 : 15 เซนติเมตร
  • 4 : 20 เซนติเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 73 :
  • แผ่นฉนวนทำจากไฟเบอร์กลาส (fiber glass) หนา 30 mm มีค่าการนำความร้อน 0.1 W/mืK วัด ฟลักซ์ความร้อน (Heat flux) ผ่านฉนวนได้ 250 W/m2 ถ้าอุณหภูมิด้านร้อนของแผ่นฉนวนมีค่าเท่ากับ 175 องศาเซลเซียส จงคำนวณหาอุณหภูมิด้านที่เย็นกว่าของแผ่นฉนวน
  • 1 : 80 องศาเซลเซียส
  • 2 : 95 องศาเซลเซียส
  • 3 : 100 องศาเซลเซียส
  • 4 : 105 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดผิด เกี่ยวกับค่าสภาพนำความร้อน k
  • 1 : kของแข็ง > kของเหลว > kก๊าซ
  • 2 : วัสดุทุกชนิด ค่า k จะมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่า k ขึ้นกับสมบัติของวัสดุ
  • 4 : วัสดุที่เป็นฉนวนมีค่า k ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • รูปแบบใดไม่เหมาะสมกับการใช้ แบบจำลอง Lumped capacitance เพื่อใช้ทำนาย เวลาในการเย็นตัวลงของวัตถุ
  • 1 : ค่าความต้านทานการถ่ายเทความร้อนภายในวัตถุ ต้องน้อยกว่าภายนอกมากๆ
  • 2 : ค่า Bi (Biot number = hL/k ) << 1
  • 3 : สัมประสิทธ์การพาความร้อน h ต้องน้อยๆ
  • 4 : ค่าสภาพนำความร้อน k ต้องน้อยๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 76 :
  • แผ่นไม้กระดานหนา 30 mm มีความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของผนังทั้ง 2 ด้านเท่ากับ 30 องศาเซลเซียส กำหนดให้ความร้อนไหลผ่านแผ่นไม้ในอัตรา 180 W/m2 จงคำนวณหาสภาพนำความร้อน (Thermal conductivity)ของแผ่นไม้
  • 1 : 0.18 W/mK
  • 2 : 0.28 W/mK
  • 3 : 0.38 W/mK
  • 4 : 0.48 W/mK
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • รูปข้างล่างแสดงอุณหภูมิที่อ่านได้จากแผ่นราบของวัสดุเนื้อเดียวกันที่ตำแหน่งต่าง ๆ ณ ที่เวลาหนึ่ง สมมติว่าอุณหภูมิที่อ่านได้ถูกต้อง จงหาอัตราการถ่ายเทความร้อนที่แน่นอนต่อตารางฟุต (the exact rate of heat flow per square meter) ที่ผ่านระนาบ ณ จุดระยะ 2 cm จากพื้นผิวร้อน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 79 :
  • รูปข้างล่างแสดงอุณหภูมิที่อ่านได้จากแผ่นราบของวัสดุเนื้อเดียวกันที่ตำแหน่งต่าง ๆ ณ ที่เวลาหนึ่ง อุณหภูมิของแผ่นราบเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพราะอะไร
  • 1 : อุณหภูมิของแผ่นราบเพิ่มขึ้นเพราะการไหลเข้าของความร้อนทางด้านซ้ายมือ (ด้านติดกับผิวร้อน) ของระนาบ ณ จุดระยะสองนิ้วมีค่ามากกว่าการไหลออกของความร้อนทางด้านขวามือ
  • 2 : อุณหภูมิของแผ่นราบลดลงเพราะการไหลเข้าของความร้อนทางด้านซ้ายมือ (ด้านติดกับผิวร้อน) ของระนาบ ณ จุดระยะสองนิ้วมีค่ามากกว่าการไหลออกของความร้อนทางด้านขวา
  • 3 : อุณหภูมิของแผ่นราบลดลงเพราะเพราะการไหลเข้าของความร้อนทางด้านซ้ายมือ (ด้านติดกับผิวร้อน) ของระนาบ ณ จุดระยะสองนิ้วมีค่าน้อยกว่าการไหลออกของความร้อนทางด้านขวามือ
  • 4 : อุณหภูมิของแผ่นราบลดลงเพราะอุณหภูมิทางด้านซ้ายมือ (ด้านติดกับผิวร้อน) ของระนาบ ณ จุดระยะสองนิ้วมีค่ามากกว่าอุณหภูมิทางด้านขวามือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 80 :
  • ถ้าแผ่นเหล็กมีความกว้าง = W ความสูง = H และความหนา = L ดังรูป ค่าความยาวคุณลักษณะจะมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : ค่าความยาวคุณลักษณะประมาณ W
  • 2 : ค่าความยาวคุณลักษณะประมาณ H
  • 3 : ค่าความยาวคุณลักษณะประมาณ L
  • 4 : ค่าความยาวคุณลักษณะประมาณ L/2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 82 :
  • โปรไฟล์ ของอุณหภูมิ(Temperature profile) T(x)ในชั้นวัตถุสองชนิด ที่สภาวะต่างๆ คงที่ มีลักษณะดังรูป จงพิจารณาว่าข้อใดถูกต้อง
  • 1 : วัตถุ 1 มีสภาพความต้านทานความร้อนน้อยกว่า วัตถุ 2
  • 2 : วัตถุ 1 และ 2 น่าจะเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน
  • 3 : วัตถุ 2 มีสภาพนำความร้อนต่ำกว่า วัตถุ 1
  • 4 : วัตถุ 1 มีสภาพนำความร้อนต่ำกว่า วัตถุ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 83 :
  • จากรูปแสดง วงจรความร้อนสำหรับการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังที่สภาวะคงตัว จงพิจารณาว่า ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 :
  • แผ่นเหล็กทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส หนา 2 m ด้านหนึ่งมีอุณหภูมิ 50 ํC และอีกด้านอุณหภูมิ 150 ํC กำหนดให้สภาพนำความร้อน thermal conductivity ของแผ่นเหล็กที่ 100 ํ C มีค่า 0.5 W/m ํC
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • ปัจจัยดังต่อไปนี้ไม่มีผลต่ออัตราการนำความร้อน
  • 1 : แตกต่างของอุณหภูมิ
  • 2 : ค่าการนำความร้อนของวัสดุ
  • 3 : ความหนาของวัสดุ
  • 4 : พื้นที่ที่ขนานกับทิศทางการถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • ในการแผ่รังสีความร้อนเราแบ่งวัตถุออกเป็น 3 ชนิดคือ วัตถุทึบแสง (Opaque body) วัตถุโปร่งใส (Transparent body) และ วัตถุกึ่งโปร่งใส (Semitransparent body) โดยแบ่งตามเกณฑ์ในข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : คุณสมบัติการสะท้อนของรังสีความร้อน
  • 2 : คุณสมบัติการดูดกลืนของรังสีความร้อน
  • 3 : คุณสมบัติการส่งผ่านของรังสีความร้อน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 87 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการถ่ายเทพลังงานในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • 1 : การสะท้อน (refraction)
  • 2 : การแผ่รังสี (radiation)
  • 3 : การพาความร้อน (convection)
  • 4 : การนำความร้อน (conduction)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 88 :
  • การถ่ายเทพลังงานในข้อใดไม่ต้องอาศัยสสาร
  • 1 : การนำความร้อน (conduction)
  • 2 : การพาความร้อน (convection)
  • 3 : การแผ่รังสี (radiation)
  • 4 : การพาความร้อน และ การนำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • การถ่ายเทความร้อนโดยวิธีใดที่อัตราการถ่ายเทความร้อนไม่ขึ้นกับชนิดของตัวกลางในการถ่ายเทความร้อน
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนชนิดใดใช้ตัวกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • วัตถุที่สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อนทั้งหมด โดยไม่ดูดกลืนหรือสะท้อนพลังงานความร้อนคือ
  • 1 : วัตถุดำ (Black body)
  • 2 : วัตถุทึบแสง (Opaque body)
  • 3 : วัตถุโปร่งใส (Transparent body)
  • 4 : วัตถุกึ่งโปร่งใส (Semitransparent body)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องในการเลือกวัสดุที่ใช้ทำแผงรับแสงอาทิตย์
  • 1 : ค่าการดูดกลืน และ การเปล่งรังสี ของวัสดุที่ใช้เป็นแผ่นรับรังสีต้องมีค่าสูง
  • 2 : ค่าการดูดกลืน และ การเปล่งรังสี ของวัสดุที่ใช้เป็นแผ่นรับรังสีต้องมีค่าต่ำ
  • 3 : ค่าการดูดกลืน ของวัสดุที่ใช้เป็นแผ่นรับรังสีต้องมีค่าสูง แต่ การเปล่งรังสี ต้องมีค่าต่ำ
  • 4 : ค่าการดูดกลืน ของวัสดุที่ใช้เป็นแผ่นรับรังสีต้องมีค่าต่ำ แต่ การเปล่งรังสี ต้องมีค่าสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • ควรเติมข้อความใดในช่องว่าง ตามลำดับ ถ้าวัตถุมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น อัตราการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุไปยังสิ่งแวดล้อมรอบๆ จะ.............. และ ค่าความยาวคลื่นโดยเฉลี่ยของรังสีความร้อนที่แผ่ออก จะ.....................
  • 1 : ลดลง – ลดลง
  • 2 : เพิ่มขึ้น-เพิ่มขึ้น
  • 3 : ลดลง-เพิ่มขึ้น
  • 4 : เพิ่มขึ้น-ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • เหตุผลใดที่รังสีความร้อนของดวงอาทิตย์ มีความยาวคลื่นสั้นกว่ารังสีความร้อนบนโลก
  • 1 : ดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูงกว่าโลก
  • 2 : ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน ขณะที่โลกรับพลังงาน
  • 3 : ดวงอาทิตย์มีพลังงานความร้อนมากกว่า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • กระติกเก็บน้ำร้อนสุญญากาศ หรือที่เรียกว่า เทอร์มอส มีผนังสองชั้นที่ฉาบด้วยเงิน ระหว่างชั้นมีการดูดอากาศออกให้เป็นสุญญากาศ ข้อใดถูกต้อง I. สุญญากาศทำให้ไม่เกิดการนำความร้อน แต่มีการพาความร้อน II. สุญญากาศทำให้ไม่เกิดการนำความร้อน และการพาความร้อน III. ผนังฉาบด้วยเงิน ชั้นในป้องกันการแผ่รังสีความร้อน ส่วนชั้นนอกเพื่อสะท้อนรังสีกลับ
  • 1 : I
  • 2 : II
  • 3 : II และ III
  • 4 : I, II, III
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 778 : Convective heat transfer
ข้อที่ 95 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการถ่ายเทความร้อนของของไหลภายในท่อกลม
  • 1 : ในการไหลภายในท่อกลมค่า Nu จะมีค่าคงที่ที่บริเวณไกลๆ จากปากทางเข้าท่อมากๆ
  • 2 : ในการไหลภายในท่อกลมค่า Nu จะมีค่าสูงสุดที่บริเวณทางเข้าท่อและค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
  • 3 : ในการไหลภายในท่อกลมค่า Pr ไม่มีความสำคัญใดๆ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 96 :
  • ในขณะที่เราเปิดตู้เย็นเราจะเห็นไอเย็นวิ่งเข้ามาหาตัวเรา ปรากฏการณ์นี้เกิดจาก
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • ถ้าเราทำการวิจัยขนสัตว์ 2 ชนิดพบว่า ขนสัตว์ชนิดที่ 1 มีลักษณะเป็นขนแข็งเป็นวัสดุชนิดเดียวตลอดเส้น ในขณะที่สัตว์ชนิดที่ 2 มีขนเป็นลักษณะ เป็นท่อกลวงแล้วมีอากาศอยู่ตรงกลาง เราสามารถจะสรุปได้คร่าวๆ ว่าสัตว์ชนิดใดมาจากเขตหนาว
  • 1 : สัตว์ชนิดที่ 1
  • 2 : สัตว์ชนิดที่ 2
  • 3 : ทั้ง 2 ชนิด
  • 4 : ไม่มีชนิดใดมาจากเขตหนาว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 98 :
  • การสูญเสียความร้อนจากอุปกรณ์เผาก๊าซที่อุณหภูมิสูงมีกลไกการถ่ายเทความร้อนอย่างไร
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนแบบการนำและการพาความร้อน
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนแบบการพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • กรณีของไหลตัวกลางพาความร้อนไหลผ่านผิวของแข็งโดยแรงลอยตัวเป็นการถ่ายเทความร้อนแบบใด
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : การนำและการแผ่รังสีความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :
  • หน่วยของค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของน้ำคืออะไร
  • 1 : J/s m K
  • 2 :
  • 3 : J/m K
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 101 :
  • ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนขึ้นอยู่กับค่าใด
  • 1 : ความหนาแน่น
  • 2 : ความหนืด
  • 3 : ความเร็ว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • การคำนวณค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนในขณะที่สารกำลังเคลื่อนที่และในขณะเดียวกันก็ระเหยหรือเดือดไปด้วย มีความสำคัญต่อการคำนวณออกแบบอุปกรณ์ใด
  • 1 : การคำนวณออกแบหม้อน้ำ (boiler)
  • 2 : การคำนวณออกแบบเครื่องระเหย (evaporator)
  • 3 : การคำนวณออกแบบเครื่องเตาปฏิกรณ์ปรมาณู
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 103 :
  • ปรากฏการณ์ burnout เป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญของการพาความร้อนแบบใด
  • 1 : คือปรากฏการณ์ที่สำคัญของการพาความร้อนแบบธรรมชาติ
  • 2 : คือปรากฏการณ์ที่สำคัญของการพาความร้อนแบบบังคับ
  • 3 : คือปรากฏการณ์ที่สำคัญของการพาความร้อนขณะเดือด
  • 4 : คือปรากฏการณ์ที่สำคัญของการพาความร้อนขณะควบแน่น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • ในระหว่างงานเลี้ยง นาย ก รับกาแฟร้อนมาแก้วหนึ่งจากบริกร นาย ก ต้องการให้กาแฟเย็นลงโดยไม่เติมอะไรลงไป จึงใช้ช้อนคนกาแฟในแก้ว คุณเชื่อหรือไม่ว่าวิธีนี้จะช่วยได้
  • 1 : ไม่เชื่อ เพราะอุณหภูมิเริ่มต้นของกาแฟไม่ได้เปลี่ยนแปลง
  • 2 : ไม่เชื่อ เพราะพลังงานที่ใช้ในการคน ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน
  • 3 : เชื่อ เพราะ การคนค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนสูงขึ้น
  • 4 : เชื่อ เพราะ เป็นการลดสภาพนำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • ฟลักซ์ (Flux) ความร้อน หมายถึง ข้อใด
  • 1 : อัตราการถ่ายเทความร้อนต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ที่ความร้อนไหลผ่าน
  • 2 : อัตราการถ่ายเทความร้อนต่อหนึ่งหน่วยความยาวที่ความร้อนไหลผ่าน
  • 3 : ปริมาณความร้อนที่เปลี่ยนแปลงต่อเวลา
  • 4 : ปริมาณความร้อนต่อหนึ่งหน่วยมวล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 106 :
  • ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อน(h) ปรากฏในรูปกลุ่มตัวแปรไร้หน่วย ที่ชื่อว่าอะไร
  • 1 : ตัวเลขนัสเซิล (Nusselt number, Nu)
  • 2 : ตัวเลขพรันด์ (Prandtl number, Pr)
  • 3 : ตัวเลขเรย์โนลด์ (Reynold Number, Re)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 107 :
  • อากาศในบ้านหลังใด มีการถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่ากัน
  • 1 : หลังที่ 1 เพราะตัวบ้านยกสูงจากพื้นดินจึงทำให้อากาศร้อนถ่ายเทลงสู่พื้นดินได้ดีขึ้น
  • 2 : หลังที่ 1 เพราะเพดานสูงอากาศร้อนลอยตัวขึ้นเพื่อให้อากาศเย็นเข้ามาแทนที่ได้
  • 3 : หลังที่ 2 เพราะมีเพดานต่ำทำให้อากาศเย็นพัดเข้าได้ง่าย
  • 4 : หลังที่ 2 เพราะตัวบ้านกว้างทำให้การพาความร้อนเกิดได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : เมื่ออากาศได้รับความร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น ทำให้อากาศที่เย็นกว่าเคลื่อนที่เข้าไปแทน
  • 2 : เมื่ออากาศได้รับความร้อนจะเคลื่อนที่โดยลอยตัวสูงขึ้น ทำให้อากาศที่ร้อนกว่าเคลื่อนที่เข้า ไปแทน
  • 3 : เมื่ออากาศได้รับความร้อนจะเคลื่อนต่ำลง ทำให้อากาศที่เย็นกว่าตัวสูงขึ้น
  • 4 : เมื่ออากาศได้รับความร้อนจะเคลื่อนที่ไม่มีทิศทาง กระจายไปทั่วทุกทิศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • กระทรวงพลังงานออกมาตรการ เพื่อให้การประหยัดพลังงาน 10 มาตรการ เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนทุกคนนำไปปฏิบัติเพื่อประหยัดพลังงานภายในบ้านเรือน เป็นประจำทุกวัน ข้อใดใช้หลัก การพาความร้อน
  • 1 : ถอดปลั๊กเตารีดก่อนรีดเสื้อผ้าเสร็จ 2-3 นาที
  • 2 : เสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อนเมื่อใช้
  • 3 : ตั้งตู้เย็นห่างผนัง 15 เซนติเมตร
  • 4 : ใช้หลอดฟลูออเรสเซนท์ 18 วัตต์ แทนหลอดไส้ 100 วัตต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 :
  • เมื่ออุณหภูมิส่งผลต่อความหนาแน่นของของไหล เช่น อากาศ หรือ น้ำ กรณีนี้จะเกิดกระบวนการถ่ายเทความร้อนแบบใด
  • 1 : การพาความร้อน
  • 2 : การนำความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • ในฤดูหนาว จุดจะมีอุณหภูมิอุ่นที่สุด ภายในห้องที่ปิดสนิท
  • 1 : เพดาน
  • 2 : พื้นห้อง
  • 3 : มุมห้อง
  • 4 : บริเวณหน้าต่าง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • มีคำแนะนำว่าสำหรับผู้เริ่มหัดเล่นเครื่องร่อน เพื่อให้มีระยะเวลาร่อนอยู่ในอากาศนานๆ ควรเริ่มต้นฝึก ในวันที่อากาศร้อน เหนือทะเลทราย เพราะเหตุใด
  • 1 : เครื่องร่อนสามารถดูดกลืนพลังงานความร้อน ทำให้มีกำลังในการร่อนได้นาน
  • 2 : ทะเลทรายจะสะท้อนแสงมายังเครื่องร่อน เพื่อรองรับเครื่องร่อนให้อยู่ในอากาศได้ นานขึ้น
  • 3 : อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้น และยกตัวเครื่องร่อน
  • 4 : พื้นที่ทะเลทรายให้ความปลอดภัยสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • อัตราการถ่ายเทความร้อนแบบการพาความร้อน จากวัตถุร้อนไปยังของไหลเย็น จะสูงขึ้นได้ด้วยกรณีต่างๆ ยกเว้นข้อใด
  • 1 : พื้นที่ผิวในการถ่ายเทมากขึ้น
  • 2 : ความเร็วของของไหลมากขึ้น
  • 3 : อุณหภูมิของของไหลมากขึ้น
  • 4 : อุณหภูมิที่ผิววัตถุมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 114 :
  • ทำไมวัสดุให้ความร้อนในกระติกต้มน้ำร้อนไฟฟ้า มักถูกติดตั้ง ที่ตำแหน่งบริเวณก้นกระติก
  • 1 : ประสิทธิภาพของการให้ความร้อนจะสูงกว่า เพราะ น้ำร้อนจะลอยสูงขึ้น
  • 2 : น้ำจะร้อนได้เร็วกว่าติดไว้ด้านบน
  • 3 : น้ำเป็นตัวนำความร้อนที่ไม่ดี
  • 4 : ถูกทั้ง 1,2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • ในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นเช่นในยุโรป ภายในห้องจะมีเครื่องทำความร้อน ตำแหน่งที่ดีที่สุดในห้องสำหรับติดตั้งเครื่องทำความร้อนคือ
  • 1 : บนเพดาน
  • 2 : ที่ระดับความสูงกึ่งกลางของห้อง
  • 3 : ที่พื้น
  • 4 : ระดับความสูงใดก็ได้แต่ขอให้อยู่ที่ตำแหน่งกลางห้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 116 :
  • นาย เอ และ นายบี เป็นพี่น้องฝาแฝดกันพ่อแม่จึงจัดให้นอนอยู่ห้องเดียวกันโดยนอนเตียงสองชั้น ถ้านายเอ เป็นคนขี้ร้อน (ทนความร้อนไม่ค่อยได้เหงื่อออกง่าย) กว่านายบี มากๆ นายเอควรเลือกนอนที่ใดในห้องนอนถ้าห้องนอนไม่มีพัดลมและเครื่องปรับอากาศ
  • 1 : ชั้นล่างของเตียง
  • 2 : ชั้นบนของเตียง
  • 3 : ชั้นใดก็ได้มีค่าเท่ากัน
  • 4 : ไล่นายบี ออกจากห้องจะได้นอนคนเดียวสบายๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • เมื่อพิจารณาการพาความร้อนของทรงกระบอกที่มีรัศมี r และความยาว L จงหาพื้นที่การถ่ายเทความร้อนด้วยกลไกการพาความร้อนตามแนวรัศมีของทรงกระบอกนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ผิด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :

  • 1 : Q/ (t•A)
  • 2 : Q/A
  • 3 : Q/t
  • 4 : Q
  • 5 : T/A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • ข้อใดไม่ถูกเกี่ยวกับ Nusselt number (Nu)
  • 1 : เป็นค่าบอกสัดส่วนของ convection / conduction
  • 2 : ระบบที่ถ่ายเทความร้อนได้ดี จะมีค่า Nu สูง
  • 3 : สามารถหาได้จาก Nu = hD/k เมื่อ D คือความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
  • 4 : Nu สามารถบ่งบอกถึงทิศทางการไหลของ ของไหลได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 121 :
  • ข้อใดเป็นจริงสำหรับการถ่ายเทความร้อนแบบการพาความร้อน (convection)
  • 1 : การพาความร้อนเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อตัวกลางอยู่ในสถานะของเหลว
  • 2 : การพาความร้อนผ่านของไหลชนิดเดียวกันจะเท่ากัน และไม่ขึ้นอยู่กับอัตราการไหล
  • 3 : สัมประสิทธิ์การพาความร้อน (heat-transfer coefficient) ขึ้นอยู่กับลักษณะการไหลของของไหล
  • 4 : การไหลแบบราบเรียบ (laminar flow) ให้ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนมากที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • การอบพิซซ่าในเตาอบไม่เกี่ยวข้องกับกลไกในการถ่ายเทความร้อนใดต่อไปนี้
  • 1 : การกระจายความร้อน (heat distribution)
  • 2 : การนำความร้อน (heat conduction)
  • 3 : การพาความร้อน (heat convection)
  • 4 : การแผ่รังสีความร้อน (heat radiation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 124 :
  • เคียชโฮฟ (Kirchhoff) หรือ ที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป ว่า เคอชอรฟ ได้กล่าวไว้ว่า
  • 1 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีสภาพการเปล่งรังสีความร้อน เท่ากับสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 2 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงไม่คงที่ แต่จะมีสภาพการเปล่งรังสีความร้อน เท่ากับสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 3 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีเพียงสภาพการเปล่งรังสีความร้อน
  • 4 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีเพียงสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 125 :

  • 1 : 3368 W/m
  • 2 : 4368 W/m
  • 3 : 5368 W/m
  • 4 : 6368 W/m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :

  • 1 : ของไหล
  • 2 : วัตถุที่ทำให้ร้อนทั้งก้อนของวัตถุ
  • 3 : วัสดุที่เป็นพื้นผิวแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ค่าเฉลี่ยของพื้นผิวแลกเปลี่ยนความร้อนกับของไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • ค่าอัตราส่วนระหว่าง Velocity Boundary Layer และ Thermal Boundary Layer สามารถแสดงได้ด้วยตัวเลขไร้หน่วยค่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :

  • 1 : การพาความร้อนมีผลกระทบต่อการถ่ายเทความร้อนรวมมากกว่าการนำความร้อนมาก
  • 2 : การนำความร้อนมีผลกระทบต่อการถ่ายเทความร้อนรวมมากกว่าการพาความร้อนมาก
  • 3 : การนำความร้อนมีผลกระทบต่อการถ่ายเทความร้อนรวมเท่าๆ กับการนำความร้อน
  • 4 : ไม่มีการนำความร้อนเกิดขึ้นในกระบวนการถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 130 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 131 :

  • 1 : 11.2 kW
  • 2 : 10.2 kW
  • 3 : 9.2 kW
  • 4 : 8.2 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :

  • 1 : 3333 W
  • 2 : 3000 W
  • 3 : 3770 W
  • 4 : 3300 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับค่าของตัวเลข Nusselt ในการไหลในท่อ
  • 1 : ในการไหลแบบราบเรียบ (laminar flow) ตัวเลข Nusselt ในระบบที่การกระจายตัวของความเร็วและอุณหภูมิในการไหลพัฒนาเรียบร้อยแล้ว จะมีค่าน้อยกว่าที่ทางเข้าของท่อ
  • 2 : ในการไหลแบบราบเรียบ (laminar flow) ตัวเลข Nusselt ในระบบที่การกระจายตัวของความเร็วและอุณหภูมิในการไหลพัฒนาเรียบร้อยแล้ว จะมีค่าสูงกว่าที่ทางเข้าของท่อ
  • 3 : ในการไหลแบบราบเรียบ (laminar flow) ตัวเลข Nusselt มีค่าคงที่ตลอดการไหล
  • 4 : ในการไหลแบบราบเรียบ (laminar flow) ตัวเลข Nusselt ในระบบที่อุณหภูมิของผนังท่อมีค่าคงที่จะมีค่าสูงกว่าระบบที่มีค่าฟลักส์ความร้อนคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 134 :
  • จงเรียงลำดับค่า สัมประสิทธิ์การพาความร้อน ของของไหลในระบบต่อไปนี้ จากมากไปน้อย ก การพาความร้อนโดยธรรมชาติ ข การพาความร้อนโดยการบังคับของก๊าซ ค การพาความร้อนโดยการบังคับของของเหลว ง การพาความร้อนขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะของของไหล
  • 1 : ก ข ค ง
  • 2 : ข ค ง ก
  • 3 : ง ค ข ก
  • 4 : ค ง ก ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 135 :

  • 1 : 80 องศาเซลเซียส
  • 2 : 85 องศาเซลเซียส
  • 3 : 90 องศาเซลเซียส
  • 4 : 95 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลบนแผ่นราบ (flat plate)
  • 1 : ในช่วงการไหลแบบราบเรียบ (Laminar flow) ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะมีค่าลดลงเมื่อความเร็วของการไหลเพิ่มขึ้น
  • 2 : ในช่วงการไหลที่เปลี่ยนแปลงจากการไหลแบบราบเรียบ (Laminar flow) ไปเป็นแบบปั่นป่วน (Turbulent flow) หรือที่เรียกว่าช่วง ทรานสิชัน (Transition) ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อความเร็วของการไหลเพิ่มขึ้น
  • 3 : ในช่วงการไหลแบบปั่นป่วน (Turbulent flow) ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะมีค่าลดลงเมื่อความเร็วของการไหลเพิ่มขึ้น
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 137 :

  • 1 : จะใช้เวลานานเท่ากับแผ่นเหล็ก= 92 วินาที เพราะการทำให้เย็นตัวเกิดขึ้นที่สภาวะ เดียวกัน
  • 2 : จะใช้เวลานานกว่า 92 วินาที เพราะสภาพนำความร้อนของทองแดงมีค่าสูงกว่าเหล็ก
  • 3 : จะใช้เวลานานกว่า 92 วินาที เพราะค่าความต้านทานการนำความร้อนภายในมีค่าสูงมาก
  • 4 : จะใช้เวลาเร็วกว่า 92 วินาที เพราะค่าความจุความร้อนของทองแดงมีค่าน้อยกว่าเหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :

  • 1 : ที่อัตราไหลค่าหนึ่ง ควรเลือกใช้ระบบที่ท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางท่อน้อย จะได้ความเร็วสูง ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนก็จะสูงขึ้น เพราะค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเร็วและเป็นส่วนกลับกับเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
  • 2 : ที่อัตราไหลค่าหนึ่ง ควรเลือกใช้ระบบที่ท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางท่อมาก จะได้ความเร็วต่ำ ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนก็จะสูงขึ้น เพราะค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความเร็วและเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
  • 3 : ที่อัตราไหลค่าหนึ่ง ควรเลือกใช้ระบบที่ท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางท่อมาก จะได้ความเร็วต่ำ ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนก็จะสูงขึ้น เพราะค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะเป็นสัดส่วนกลับกับความเร็วและเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
  • 4 : ที่อัตราไหลค่าหนึ่ง ควรเลือกใช้ระบบที่ท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางท่อน้อย จะได้ความเร็วสูง ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนก็จะสูงขึ้น เพราะค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะเป็นสัดส่วนกลับกับความเร็วและเป็นสัดส่วนโดยตรงกับเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 139 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 140 :
  • เมื่อเกิดการพาความร้อนจากวัตถุไปยังของไหล ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อน h ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ยกเว้นข้อใด
  • 1 : รูปแบบการไหลของของไหล เช่น การไหลราบเรียบ หรือ ปั่นป่วน
  • 2 : คุณสมบัติ ของของไหล
  • 3 : ลักษณะรูปร่างของวัตถุ หรือผิวสัมผัสกันระหว่างของไหลกับผิววัตถุ
  • 4 : สภาพนำความร้อนของของวัตถุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • ข้อใดเป็นผลจากการถ่ายเทความร้อน
  • 1 : เมื่อเศษไม้แห้งขัดสีกันจนเกิดการลุกติดไฟ
  • 2 : การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ
  • 3 : หม้อต้ม(boiler) ที่ใช้ไอน้ำเป็นตัวให้ความร้อน
  • 4 : เมื่อออกกำลังกายหนักอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 142 :
  • จงเติมคำลงในช่องว่าง คำถาม อะไรทำให้บอลลูนลอยในอากาศ ซึ่งมีอากาศร้อนอยู่ภายใน ลอยขึ้นได้ ? คำตอบ อนุภาคของอากาศร้อนภายในบอลลูน...........................................................
  • 1 : มีขนาดลดลง และ ทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 2 : มีขนาดใหญ่ขึ้น และ ทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 3 : อยู่ห่างกันมากกว่า และทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 4 : อยู่ใกล้กันมากกว่า และทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 5 : ขึ้นได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 143 :
  • นายดำ มีปลาหมึก 4 ตัว ต้องการทำปลาหมึกแห้งโดยการตากแดดตามธรรมชาติ ตัวใดใช้เวลาน้อยที่สุด
  • 1 : ตัวที่ 1 นำมาวางบนจาน แล้วนำไปตากแดด
  • 2 : ตัวที่ 2 วางบนตระแกรง แล้วนำไปตากแดด
  • 3 : ตัวที่ 3 แร่ผ่าครึ่งแล้วแผ่ออก วางบนจาน แล้วนำไปตากแดด
  • 4 : ตัวที่ 4 แร่ผ่าครึ่งแล้วแผ่ออก วางบนตะแกรง แล้วนำไปตากแดด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • Prandlt number (Pr) ใช้แสดงถึงสมบัติการไหลอย่างไร
  • 1 : เป็นสมบัติการไหลที่เป็นอัตราส่วนระหว่างสมบัติการแพร่ทางโมเมนตัม ต่อการแพร่ทางความร้อน
  • 2 : เป็นสมบัติการไหลที่เป็นอัตราส่วนระหว่างค่าความจุความร้อนเทียบกับการถ่ายเทความร้อน
  • 3 : เป็นสมบัติการไหลที่เป็นอัตราส่วนระหว่างความเร็วเฉลี่ยต่อความหนืดของของไหล
  • 4 : เป็นสมบัติการไหลที่เป็นอัตราส่วนระหว่างความยาวของท่อต่อความเร็วเฉลี่ย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • ในการออกแบบพัดลมระบายอากาศของหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์มีความสำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์มากเนื่องจากในการทำงานของหน่วยประมวลผลจะมีความร้อนเกิดขึ้นเนื่องจากพลังงานไฟฟ้าตลอดเวลาถ้าเราไม่ระบายความร้อนได้ทันท่วงทีจะทำให้อุณหภูมิของหน่วยประมวลผลสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิของหน่วยประมวลผลสูงเกินไปจะทำให้ หน่วยประมวลผลมีประสิทธิภาพในการทำงานช้าลง เหตุใดจึงต้องออกแบบให้มีครีบ(fins) ที่เครื่องระบายความร้อน
  • 1 : เพราะตัวกลาง (cooling media) ที่ใช้ในการระบายความร้อนได้แก่อากาศซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบสัมประสิทธิ์การนำความร้อนของวัสดุที่ใช้ทำเครื่องระบายความร้อน
  • 2 : เพื่อใช้เพิ่มพื้นที่ผิวในการระบายความร้อนทางด้านที่สัมผัสกับอากาศ
  • 3 : เพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนเนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมจะมีค่าสูงขึ้น
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 146 :
  • จากรูป แสดงผนังเรียบที่ประกอบด้วยวัสดุ A และ B โดยด้านหนึ่งของวัสดุ B มีอากาศไหลผ่าน และสามารถวัดอุณหภูมิที่จุดต่างๆ แสดงดังรูป จากตัวเลือกที่กำหนดให้ ข้อใดคือคำตอบที่ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 147 :
  • กรณีของไหลตัวกลางพาความร้อนไหลผ่านผิวของแข็งโดยแรงลอยตัวเป็นการถ่ายเทความร้อนแบบใด
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : การนำและการแผ่รังสีความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 148 :
  • ตัวเลขไร้หน่วยค่าใดเป็นผลมาจาก การคูณ ตัวเลข Prandtl (Pr) ด้วย ตัวเลข Grashof (Gr)
  • 1 : ตัวเลข Prandtl (Pr)
  • 2 : ตัวเลข Nusselt (Nu)
  • 3 : ตัวเลข Rayleigh (Ra)
  • 4 : ตัวเลข Graetz (Gz)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 149 :
  • จงเติมคำลงในช่องว่าง คำถาม อะไรทำให้บอลลูนลอยในอากาศ ซึ่งมีอากาศร้อนอยู่ภายใน ลอยขึ้นได้ ? คำตอบ อนุภาคของอากาศร้อนภายในบอลลูน...
  • 1 : มีขนาดลดลง และ ทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 2 : มีขนาดใหญ่ขึ้น และ ทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 3 : อยู่ห่างกันมากกว่า และทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • 4 : อยู่ใกล้กันมากกว่า และทำให้บอลลูนเบากว่าอากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • จงพิจารณาว่าข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : สภาพนำความร้อน หรือ thermal conductivity ( k ) มีเฉพาะสสารที่เป็นของแข็ง เท่านั้น
  • 2 : สภาพนำความร้อนของโลหะแปรผกผันกับค่าการนำไฟฟ้า
  • 3 : โปรไฟล์อุณหภูมิ (temperature profile) หมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเทียบกับเวลา
  • 4 : ฟลักซ์ความร้อน (heat flux) คือ อัตราการถ่ายเทความร้อน เทียบกับหนึ่งหน่วยพื้นที่ที่ตั้งฉากกับทิศทางการถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 779 : Heat transfer with phase change
ข้อที่ 151 :
  • เราเรียกกระบวนการที่ใช้ในการทำระเหยตัวทำละลายออกจากสารละลาย โดยการทำใช้ความร้อนทำให้ตัวทำละลายกลายเป็นไอและแยกออกจากสารละลายเพื่อให้ได้สารละลายที่มีความเข้มข้นมากขึ้นว่า
  • 1 : การอบระเหย (evaporation)
  • 2 : การอบแห้ง (drying)
  • 3 : การควบแน่น (condensation)
  • 4 : การเพิ่มความเข้มข้น (concentration)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • การทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดนั้นสามารถทำได้โดยใช้วิธีการทางความร้อนที่มีชื่อเรียกใดต่อไปนี้
  • 1 : การทำระเหย (evaporation)
  • 2 : การทำแห้ง (drying)
  • 3 : การตกผลึก (crystallization)
  • 4 : การกรอง (filtration)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 153 :
  • ในการทำระเหยอาจเกิดปัญหาขึ้นในกรณีที่สารที่เรานำมาทำระเหยอาจเกิดเป็นฟองได้ง่าย (foaming) ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ฟองที่เกิดขึ้นถ้ามีความเสถียรเพียงพอจะถูกพาไปโดยไอของสารที่ถูกทำระเหย
  • 2 : ปริมาณความร้อนที่ให้กับระบบ มีน้อยกว่าปริมาณความร้อนที่คำนวณได้จากจำนวนของของเหลวที่ถูกทำระเหย
  • 3 : สารที่มีแนวโน้มที่จะเกิดฟองได้ง่ายได้แก่สารอินทรีย์ (organic substance)
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :
  • เราเรียกพลังงานที่ใช้ในการทำให้ของไหล 1 หน่วย มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส และ พลังงานที่ใช้ในการทำให้ของเหลว 1 หน่วยกลายเป็นไอทั้งหมดว่า
  • 1 : ความจุความร้อนจำเพาะ และ ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ
  • 2 : ความร้อนแฝง และ ความจุความร้อนจำเพาะ
  • 3 : ความร้อนแฝงของการเพิ่มอุณหภูมิ และ ความจุความร้อนจำเพาะของการกลายเป็นไอ
  • 4 : ความร้อนแฝงของการเพิ่มอุณหภูมิ ความร้อนแฝงของการกลาเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 155 :

  • 1 : เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างคงที่
  • 2 : ลดลงแล้วค่อยเพิ่มขึ้น
  • 3 : เพิ่มขึ้น แล้ว ลดลง จากนั้นจึง เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
  • 4 : ลดลง แล้ว เพิ่มขึ้น จากนั้นจึง ลดลงอีกครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 156 :
  • ฟลักส์ของความร้อน (Heat Flux) ในการเดือดแบบนิวคลีเอตพูล (nucleate pool boiling) ขึ้นอยู่กับ
  • 1 : ชนิดของวัสดุที่ใช้ทำพื้นผิวการเดือด
  • 2 : ชนิดของวัสดุ และ ความหยาบละเอียด ของพื้นผิวการเดือด
  • 3 : ไม่ขึ้นกับพื้นผิวการเดือด
  • 4 : ของไหล ชนิดของวัสดุ และ ความหยาบละเอียด ของพื้นผิวการเดือด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 :
  • การควบแน่นคืออะไร
  • 1 : เมื่อไอของไหลเคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวของผนังที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิอิ่มตัวของไอ ไอจะเปลี่ยนสภาวะเป็นของเหลว
  • 2 : เมื่อไอของไหลเคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวของผนังที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิอิ่มตัวของไอ ไอจะเปลี่ยนสภาวะเป็นของเหลว
  • 3 : เมื่อไอของไหลเคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวของผนังที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิจุดเดือดของไอ ไอจะเปลี่ยนสภาวะเป็นของเหลว
  • 4 : เมื่อไอของไหลเคลื่อนที่มาสัมผัสกับผิวของผนังที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิจุดเดือดของไอ ไอจะเปลี่ยนสภาวะเป็นของเหลว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 158 :
  • การควบแน่นแบ่งออกเป็นกี่แบบ อะไรบ้าง
  • 1 : 2 แบบคือการควบแน่นแบบเคลื่อนที่ (forced convection condensation) และการควบแน่นแบบอิสระ (natural convection condensation)
  • 2 : 2 แบบคือการควบแน่นแบบหยด (dropwise condensation) และการควบแน่นแบบเป็นแผ่น (filmwise condensation)
  • 3 : 3 แบบคือการควบแน่นแบบหยด (dropwise condensation) การควบแน่นแบบเป็นแผ่น (filmwise condensation) และ การควบแน่นแบบเคลื่อนที่ (forced convection condensation)
  • 4 : 3 แบบคือการควบแน่นแบบเป็นแผ่น (filmwise condensation) การควบแน่นแบบเคลื่อนที่ (forced convection condensation) และการควบแน่นแบบอิสระ (natural convection condensation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเกี่ยวกับการระเหย
  • 1 : การระเหยเป็นหน่วยปฏิบัติการ (unit operation) ที่สำคัญ ที่นิยมใช้ในการกำจัดน้ำหรือตัวทำละลายออกจากสารละลายเจือจาง เพื่อให้ได้สารละลายเข้มข้นขึ้น
  • 2 : การะเหยแตกต่างจากการอบแห้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ได้จากกระบวนการระเหยจะอยู่ในสภาพของเหลว
  • 3 : การระเหยแตกต่างจากการกลั่น เพราะว่าไอที่ได้จากเครื่องระเหยจะไม่ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ (fraction) เหมือนการกลั่น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 160 :
  • จุดเดือดของสารละลายมีความเกี่ยวข้องกับความดันของระบบอย่างไร
  • 1 : เมื่อเพิ่มความดันของเครื่องระเหยสูงขึ้น อุณหภูมิจุดเดือดของสารละลายเพิ่มสูงขึ้น
  • 2 : เมื่อเพิ่มความดันของเครื่องระเหยสูงขึ้น อุณหภูมิจุดเดือดของสารละลายลดต่ำลง
  • 3 : เมื่อลดความดันของเครื่องระเหยต่ำลง อุณหภูมิจุดเดือดของสารละลายเพิ่มขึ้น
  • 4 : ความดันของเครื่องระเหยไม่มีผลต่ออุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 161 :
  • ถ้าวางน้ำแก้วหนึ่งไว้ในห้อง และน้ำระเหยได้ แสดงว่า
  • 1 : ความดันย่อยของน้ำในอากาศสูงกว่าความดันไอของน้ำ
  • 2 : ความดันไอของน้ำสูงกว่าความดันย่อยของน้ำในอากาศ
  • 3 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันย่อยของน้ำในอากาศ
  • 4 : อุณหภูมิของน้ำสูงกว่าอุณหภูมิของอากาศในห้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 162 :
  • เวลาต้มน้ำจนเดือด กลุ่มมวลคล้ายควันขาวที่อยู่เหนือผิวน้ำ คือ
  • 1 : น้ำ
  • 2 : ไอน้ำ
  • 3 : อากาศร้อน
  • 4 : ข้อ 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 163 :
  • แอลกอฮอล์ระเหยง่ายกว่าน้ำ แสดงว่า
  • 1 : แอลกอฮอล์มีความดันไอสูงกว่าน้ำ
  • 2 : แอลกอฮอล์มีความดันไอต่ำกว่าน้ำ
  • 3 : แอลกอฮอล์มีความหนาแน่นสูงกว่าน้ำ
  • 4 : แอลกอฮอล์มีความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 164 :
  • อากาศชื้นมีความชื้นสัมพัทธ์เท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ ข้อใดต่อไปนี้จริง
  • 1 : จะ เกิดน้ำค้าง เมื่ออุณหภูมิของอากาศชื้นต่ำลง
  • 2 : ถ้าอุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น ความชื้นสัมพัทธ์ก็จะยังคงเท่าเดิม
  • 3 : ถ้าอุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น ความชื้นสัมพัทธ์จะลดลง
  • 4 : ข้อ 1 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • เมื่อนำสำลีชุบแอลกอฮอล์และสำลีชุบน้ำ ป้ายที่หลังมือ เราจะรู้สึกว่าเย็นในกรณีที่เป็นสำลีชุบอัลกอฮอล์ ทั้งนี้เพราะ
  • 1 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ เพราะมีความร้อนแฝงสูงกว่าน้ำ
  • 2 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ พราะมีความร้อนแฝงต่ำกว่าน้ำ
  • 3 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ เพราะมีความดันไอสูงกว่าน้ำ
  • 4 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ เพราะมีความร้อนดันไอต่ำกว่าน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 166 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเดือด
  • 1 : การเดือดจะคล้ายกับการระเหยเนื่องจากของเหลวมีเปลี่ยนสถานะไปเป็นก๊าซในทั้งสอง ปรากฎการณ์
  • 2 : การเดือดจะเกิดขึ้นเมื่ออุณภูมิของพื้นผิวสูงกว่าจุดเดือดของของเหลว
  • 3 : การเดือดเกิดขึ้นที่พื้นผิวสัมผัสระหว่างของแข็งกับของเหลว
  • 4 : จุดเดือดสูงขึ้นเมื่อความดันต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 167 :
  • ในอุตสาหกรรมนิยมควบคุมให้การเดือดอยู่ในช่วงใดของกราฟการเดือดเพื่อให้ มีอัตราการถ่ายเทความร้อนสูงสุด
  • 1 : ช่วงการถ่ายเทความร้อนแบบอิสระ
  • 2 : ช่วงเกิดฟองแก๊ส(Nucleate Boiling)
  • 3 : ช่วงต่อระหว่างช่วงการเกิดฟองแก๊สและช่วงที่มีชั้นฟิล์ม(Transition Boiling)
  • 4 : ช่วงที่มีชั้นฟิล์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 168 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องสำหรับกระบวนการระเหย (evaporation)
  • 1 : ในการระเหยเราต้องการให้เกิดโฟมของของเหลว (foaming of liquid)ในระหว่างการเดือด ของของเหลว
  • 2 : อาหาร บางอย่างเช่น นม น้ำส้ม หรือ ผลิตภัณฑ์ยา ต้องผ่านกระบวนการระเหยเป็นเวลานาน และอุณหภูมิสูงมากๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เข้มข้นสูง
  • 3 : ความดันในระบบการระเหยไม่มีผลต่อจุดเดือดของของเหลว
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 169 :
  • กระบวนการใดมีทั้งการถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเทมวลสาร
  • 1 : การอบระเหย (Evaporation)
  • 2 : การอบแห้ง (Drying)
  • 3 : การกลั่น (Distillation)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • ในการอบระเหยสารที่มีส่วนประกอบที่สลายตัวง่ายที่อุณหภูมิสูง เช่น นม น้ำส้ม สารที่สกัดได้จากพืชผัก หรือ ผลิตภัณฑ์ทางยาเราควรจะ
  • 1 : อบสารที่ความดันสูง โดยให้สารอยู่ในเครื่องอบระเหยเป็นเวลานานที่สุด
  • 2 : อบสารที่สุญญากาศโดยให้สารอยู่ในเครื่องอบระเหยเป็นเวลานานที่สุด
  • 3 : อบสารที่ความดันสูง โดยให้สารอยู่ในเครื่องอบระเหยเป็นเวลาน้อยที่สุด
  • 4 : อบสารที่สุญญากาศ โดยให้สารอยู่ในเครื่องอบระเหยเป็นเวลาน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 171 :
  • เพราะเหตุใดเวลาที่เราทาแอลกอฮอล์บนผิว แล้วเรารู้สึกเย็น
  • 1 : ความร้อนที่ถูกดึงออกจากร่างกายจะถูกนำไปใช้ในการระเหยของแอลกอฮอล์
  • 2 : แอลกอฮอล์ ระเหย
  • 3 : แอลกอฮอล์ จะดึงความร้อนออกจากร่างกายเราทำให้เรารู้สึกเย็น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • ข้อแตกต่างระหว่างการระเหย (evaporation) กับการอบแห้ง (drying) คืออะไร
  • 1 : การระเหยและการอบแห้งเป็นกระบวนการเดียวกันแต่เรียกชื่อต่างกันตามสถานะสารตั้งต้น
  • 2 : การระเหยจะใช้พลังงานความร้อนมากกว่าการอบแห้งเสมอ
  • 3 : ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการระเหยจะเป็นของเหลวที่เข้มข้นขึ้น ส่วนกระบวนการอบแห้งจะให้ผลิตภัณฑ์เป็นของแข็ง
  • 4 : 4. เป็นกระบวนการที่ต้องให้ความร้อนเช่นเดียวกัน แต่การระเหยจะทำที่อุณหภูมิจุดเดือดของสารละลาย ในขณะที่การอบแห้งจะทำที่อุณหภูมิจุดหลอมเหลวของแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • ในเรื่องการระเหย (evaporation) ความหมายของ capacity คืออะไร
  • 1 : solvent vaporized (kg)/h
  • 2 : power input (w)/h
  • 3 : power output (w)/h
  • 4 : mass flow rate (kg)/h
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • สมบัติใดของของเหลวที่ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงในการระเหย
  • 1 : ความเข้มข้นเริ่มต้น
  • 2 : การเกิดฟอง
  • 3 : ความไวต่อการเสื่อมสภาพ เนื่องจากความร้อน
  • 4 : ลักษณะผลึก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • ความแตกต่างระหว่างการระเหยกับการกลั่นคือข้อใด
  • 1 : การระเหยจะใช้อุณหภูมิต่ำกว่าการกลั่นเสมอเนื่องจาก มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อทำให้น้ำกลายเป็นไอแยกออกจากสารละลาย
  • 2 : การระเหยเป็นการแยกน้ำให้สารละลายเข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่จำเป็นในกรณีที่ไม่สามารถกลั่นแยกได้
  • 3 : ในการระเหยส่วนใหญ่ ของเหลวที่เข้มข้นขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการมากกว่าน้ำที่ระเหยแยกออกมา แต่ไอที่แยกได้จากการกลั่นจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการด้วย
  • 4 : การระเหยคือการกลั่นแบบที่มีความซับซ้อนกว่ามากเนื่องจากความเข้มข้นของสารละลายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ค่า boiling point elevation (BPE) คืออะไร
  • 1 : ค่าที่แตกต่างระหว่างความดันของสารละลายกับน้ำบริสุทธิ์
  • 2 : ค่าที่แตกต่างระหว่างความดันไอของสารละลายกับน้ำบริสุทธิ์
  • 3 : ค่าที่แตกต่างระหว่างความเข้มข้นของสารละลายกับน้ำบริสุทธิ์
  • 4 : ค่าที่แตกต่างระหว่างจุดเดือดของสารละลายกับน้ำบริสุทธิ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  • ปริมาณตัวถูกละลายมีผลต่อจุดเดือดของสารละลายอย่างไร
  • 1 : เมื่อจุดเดือดของสารละลายจะสูงกว่าจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ที่ความดันเดียวกัน ถ้าสารละลายมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น จุดเดือดของสารละลายก็จะสูงขึ้น
  • 2 : เมื่อจุดเดือดของสารละลายจะต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ที่ความดันเดียวกัน ถ้าสารละลายมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น จุดเดือดของสารละลายก็จะสูงขึ้น
  • 3 : เมื่อจุดเดือดของสารละลายจะสูงกว่าจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ที่ความดันเดียวกัน ถ้าสารละลายมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น จุดเดือดของสารละลายก็จะต่ำลง
  • 4 : เมื่อจุดเดือดของสารละลายจะต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ที่ความดันเดียวกัน ถ้าสารละลายมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น จุดเดือดของสารละลายก็จะลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :

  • 1 : 2.156 kW
  • 2 : 3.156 kW
  • 3 : 4.156 kW
  • 4 : 5.156 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 179 :
  • อุณหภูมิที่จุดเดือดของสารละลายจะมีความสัมพันธ์เป็นเส้นตรงกับอุณหภูมิจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์ที่ความดันเดียวกัน จากข้อความดังกล่าวเป็นกฎของใคร
  • 1 : Van Hoff’s rule
  • 2 : Maxwell’s rule
  • 3 : Newton’s rule
  • 4 : Dühring’s rule
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :
  • ข้อใดหมายถึง Dühring’s Rule
  • 1 : จุดเดือดของสารละลายกับจุดเดือดของสารบริสุทธิ์ขึ้นกับอุณหภูมิ,แรงดันและความถี่
  • 2 : จุดเดือดของสารละลายมีค่าเท่ากับจุดเดือดของสารบริสุทธิ์ที่ความเข้มข้นใดๆ
  • 3 : จุดเดือดของสารละลายเป็นฟังก์ชันของสมการเส้นตรงกับจุดเดือดของสารบริสุทธิ์ที่ความเข้มข้นใดๆ
  • 4 : จุดเดือดของสารละลลายแปรผกผันกับจุดเดือดของสารบริสุทธิ์ที่ความเข้มข้นใดๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 780 : Radiation heat transfer (basic concept)
ข้อที่ 181 :
  • วัตถุที่สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อนทั้งหมด โดยไม่ดูดกลืนหรือสะท้อนพลังงานความร้อนคือ
  • 1 : วัตถุดำ (Black body)
  • 2 : วัตถุทึบแสง (Opaque body)
  • 3 : วัตถุโปร่งใส (Transparent body)
  • 4 : วัตถุกึ่งโปร่งใส (Semitransparent body)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 182 :

  • 1 : อัตราส่วนของพลังงานการแผ่รังสีที่ปล่อยออกจากวัตถุต่อพลังงานการแผ่รังสีที่ปล่อยออกจากวัตถุดำเมื่อมีอุณหภูมิเท่ากัน
  • 2 : อัตราส่วนของพลังงานการแผ่รังสีที่ปล่อยออกจากวัตถุดำต่อพลังงานการแผ่รังสีที่ปล่อยออกจากวัตถุเมื่อมีอุณหภูมิเท่ากัน
  • 3 : อัตราส่วนของพลังงานการแผ่รังสีที่ปล่อยออกจากวัตถุต่อพลังงานตกกระทบเมื่อมีอุณหภูมิเท่ากัน
  • 4 : อัตราส่วนของพลังงานการแผ่รังสีที่ปล่อยออกจากวัตถุดำต่อพลังงานตกกระทบเมื่อมีอุณหภูมิเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • ค่าการเปล่งรังสี (emissivity) ของสารแปรเปลี่ยนตามสมบัติอะไร
  • 1 : ความยาวคลื่น
  • 2 : อุณหภูมิ
  • 3 : สภาวะของพื้นผิว
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :

  • 1 : อุณหภูมิของผนังเตาอบไม่ต่างจากอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมมาก
  • 2 : การแผ่รังสีความร้อนจะเกิดต่อเมื่อมีลมเป่า
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อนมีความสำคัญเมื่อพื้นที่ผิวของวัสดุมีค่าน้อย
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • สภาวะแบบใดที่เกิดการถ่ายเทความร้อนแบบแผ่รังสีเพียงอย่างเดียว
  • 1 : การถ่ายเทความร้อนผ่านตัวกลางที่เป็นอากาศแห้ง
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนผ่านตัวกลางที่เป็นอากาศชื้น
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนผ่านสุญญากาศ
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนผ่านตัวกลางที่เป็นของไหลอุณหภูมิสูงๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 186 :
  • มีคำแนะนำว่า “ในฤดูร้อนไม่ควรสวมเสื้อผ้าสีดำ หรือสีเข้ม ควรใส่เสื้อสีขาวหรือสีอ่อน” เพราะเหตุใด
  • 1 : สิ่งของที่มีสีเข้มจะดูดกลืน รังสีความร้อนไว้ได้มากกว่าสิ่งของที่มีสีอ่อนๆ
  • 2 : รังสีความร้อนจะสะท้อนได้ดีในวัตถุสีขาวหรือพื้นผิว ที่แวววาว ความร้อนจะสะท้อนออกไป
  • 3 : คลื่นความร้อนจากแสงอาทิตย์ฤดูร้อนจะมีความถี่สูง จึงเป็นคลื่นที่ร้อนมาก
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 187 :
  • หากนำเทอร์โมมิเตอร์มาคลุมด้วยผ้าสีขาวและสีดำดังรูปเป็นเวลา 3 นาที เทอร์โมมิเตอร์หมายเลขใดจะมีอุณหภูมิสูงกว่าเพราะเหตุใด
  • 1 : หมายเลข (1) เพราะผ้าขาวดูดกลืนความร้อนได้ดี
  • 2 : หมายเลข (1) เพราะผ้าขาวสะท้อนความร้อนได้ดี
  • 3 : หมายเลข (2) เพราะผ้าดำดูดกลืนความร้อนได้ดี
  • 4 : หมายเลข (2 ) เพราะผ้าดำสะท้อนความร้อนได้ดี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • วัตถุดำ 2 ลักษณะ ทำจากวัสดุชนิดเดียวกันหนัก 1 kg วัตถุใดดูดกลืนความร้อนได้มากที่สุด เมื่อวางตากแดด ตอน 12.00 น.
  • 1 : ทรงกลม ผิวขรุขระ
  • 2 : ทรงกลม ผิวเรียบขัดมัน
  • 3 : แผ่นบาง ผิวขรุขระ
  • 4 : แผ่นหนา ผิวเรียบขัดมัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • ฉนวนความร้อนใดป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากการแผ่รังสี ได้ดีที่สุด
  • 1 : แผ่นยิปซั่มบอร์ด
  • 2 : ใยแก้วหุ้มอลูมินัมฟลอยล์
  • 3 : อิฐที่กันความร้อน
  • 4 : กระจกติดฟิล์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 190 :
  • ถ้ามนุษย์อวกาศสวมชุดที่มีสีดำด้าน จะเกิดผลอย่างไร
  • 1 : ทำให้อุณหภูมิภายในชุดอวกาศสูง จากการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 2 : ช่วยทำให้ถ่ายเทความร้อนออกโดยการแผ่รังสีได้ดี
  • 3 : สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้ดี
  • 4 : ทำให้หน่วยภาคพื้นดินจับสัญญาณได้ลำบาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • น้ำร้อนบรรจุในหม้อข้อใด จะเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง ได้เร็วที่สุด
  • 1 : หม้อสีเงิน ปิดฝา
  • 2 : หม้อสีดำ เปิดฝา
  • 3 : หม้อสีเงิน เปิดฝา
  • 4 : หม้อสีดำ ปิดฝา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • เหตุผลใดที่รังสีความร้อนของดวงอาทิตย์ มีความยาวคลื่นสั้นกว่ารังสีความร้อนบนโลก
  • 1 : ดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูงกว่าโลก
  • 2 : ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน ขณะที่โลกรับพลังงาน
  • 3 : ดวงอาทิตย์มีพลังงานความร้อนมากกว่า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 193 :
  • วัสดุ หรือ ตัวกลางในข้อใด สามารถดูดกลืนความร้อนของรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้มากที่สุด
  • 1 : ทราย
  • 2 : แก้วใส
  • 3 : ถนนลาดยาง
  • 4 : ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • พลังงานความร้อนเดินทางจากดวงอาทิตย์มายังโลกโดยวิธีใด
  • 1 : ความร้อนถูกแผ่รังสีผ่านไปในอวกาศ
  • 2 : ความร้อนถูกนำผ่านโมเลกุลของอากาศ
  • 3 : ความร้อนถูกพาไปตามกระแสอากาศ
  • 4 : ความร้อนเดินทางไปตามลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • ผิวของกระสวยอวกาศมักทาด้วยสีขาว เพื่ออะไร
  • 1 : ความร้อนในกระสวยจะเพิ่มขึ้นช้า เมื่อเข้าไกล้ดวงอาทิตย์
  • 2 : ความร้อนในกระสวยจะเพิ่มขึ้นเร็ว เมื่อเข้าไกล้ดวงอาทิตย์
  • 3 : กระสวย จะเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในเงามืด
  • 4 : กระสวยดูดกลืนความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้อย่างรวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 196 :
  • ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับรังสีความร้อน
  • 1 : สามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้
  • 2 : สามารถเดินทางได้ด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วแสง
  • 3 : วัตถุผิวสีดำ ดูดกลืนรังสีความร้อนได้มากที่สุด
  • 4 : วัตถุสีขาวแผ่รังสีได้มากกว่าวัตถุสีดำ ที่อุณหภูมิเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : การแผ่รังสีคือการถ่ายเทพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง
  • 2 : การแผ่รังสีคือการถ่ายเทพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต้องอาศัยตัวกลาง
  • 3 : อัตราการแผ่รังสีความร้อนจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของวัสดุ
  • 4 : อัตราการแผ่รังสีความร้อนจะขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 199 :

  • 1 : J/kg
  • 2 : m
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีหน่วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • จากรูปวัตถุตอบสนองต่อการแผ่รังสีที่แตกต่างกัน A , B , C คืออะไรตามลำดับ
  • 1 : Absorption , Reflection , Transmission
  • 2 : Reflection , Transmission , Radiation
  • 3 : Transmission , Radiation , Emission
  • 4 : Radiation , Emission , Absorption
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 :
  • วัตถุใดมีสมบัติดูดกลืนแสงได้มากที่สุด
  • 1 : Whitebody
  • 2 : Blackbody
  • 3 : Violetbody
  • 4 : Gray body
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 202 :

  • 1 : ความเข้มแสง
  • 2 : อุณหภูมิในหน่วยองศาเซลเซียส
  • 3 : ค่าคงที่ของ Planck’s
  • 4 : ความเร็วแสง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • จากกราฟ วัตถุใดมีคุณสมบัติใกล้เคียง gray body มากที่สุด
  • 1 : slate
  • 2 : paper
  • 3 : white enamel
  • 4 : wood
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 :
  • สถานการณ์ใดต่อไปนี้จะไม่เกิดการแผ่รังสี
  • 1 : มานะนั่งเรียนข้างๆ ปิติ ที่เพิ่งซ้อมฟุตบอลมาอย่างหนักก่อนเข้าเรียน
  • 2 : เมฆฝนเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดครึ้ม
  • 3 : ธาตุกัมมันตรังสีที่ถูกเก็บไว้อย่างมิดชิด และถูกหลักวิชาการสำหรับใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  • 4 : อะไรก็ตามที่มีอุณหภูมิสัมบูรณ์ (absolute temperature) เท่ากับศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่าข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแผ่รังสี (radiation)
  • 1 : 1) วัตถุใดๆ สามารถตอบสนองต่อรังสีที่แผ่ออกมาได้ 3 แบบด้วยกันคือ การดูดซับ (absorption) การสะท้อน (reflection) และการทะลุผ่าน (transmission)
  • 2 : การแผ่รังสีมีทิศทางไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความยาว และความถี่ของคลื่น
  • 3 : เฉพาะส่วนของรังสีที่ดูดซับโดยวัตถุเท่านั้นที่จะเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานความร้อน
  • 4 : ส่วนของรังสีที่ไม่ถูกดูดซับโดยวัตถุหนึ่ง ในที่สุดก็จะต้องถูกดูดซับโดยพื้นผิวอื่นต่อไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • จากสมการการแผ่รังสีความร้อนของวัตถุดำหน่วย นอกจากอุณหภูมิในหน่วยเคลวินแล้วอุณหภูมิในหน่วยใดที่สามารถแทนค่าลงในสมการการแผ่รังสีความร้อนได้ สมการการแผ่รังสีความร้อน
  • 1 : องศาเซลเซียส (Celsius)
  • 2 : องศาฟาเรนไฮต์ (Fahrenheit)
  • 3 : องศาแรนกิน (Rankine)
  • 4 : สามารถแทนค่าได้ทุกหน่วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อน (convective heat transfer coefficient) และสภาพนำความร้อน (conductivity) มีหน่วยเดียวกัน
  • 2 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของอากาศ มีค่ามากกว่าค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของน้ำที่ อุณหภูมิและลักษณะการไหลเดียวกัน
  • 3 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของของไหลใดๆ ไม่ขึ้นกับค่าสภาพนำความร้อน ของของไหลนั้น
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 208 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัศมีวิกฤต (critical radius)
  • 1 : ถ้ารัศมีภายนอกของฉนวนมีค่าน้อยกว่ารัศมีวิกฤต การถ่ายเทความร้อนจะเพิ่มขึ้นเมื่อเพิ่มความหนาของฉนวน
  • 2 : ถ้ารัศมีภายนอกของฉนวนมีค่ามากกว่ารัศมีวิกฤต การถ่ายเทความร้อนจะลดลงเมื่อเพิ่มความหนาของฉนวน
  • 3 : ถ้ารัศมีภายนอกของฉนวนมีค่าเท่ากับรัศมีวิกฤต การถ่ายเทความร้อนจะมีค่าสูงสุด
  • 4 : ข้อ 1. 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 209 :

  • 1 : 0.166 cm
  • 2 : 0.256 cm
  • 3 : 0.346 cm
  • 4 : 0.436 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  • ค่าพลังงานของ เปลวไฟสีแดงอมส้ม กับ สีน้ำเงินอมม่วง มีความแตกต่างกันหรือไม่ ข้อใดให้เหตุผลที่ถูกต้อง
  • 1 : เปลวไฟสีแดงอมส้มมีพลังงานสูงกว่า เพราะมีความถี่มากกว่า
  • 2 : เปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วงมีพลังงานสูงกว่า เพราะมีเพราะความยาวคลื่นมากกว่า
  • 3 : เปลวไฟสีแดงอมส้มมีพลังงานสูงกว่า เพราะมีความยาวคลื่นและความถี่มาก
  • 4 : เปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วงมีพลังงานสูงกว่า เพราะมีทั้งความยาวคลื่นน้อย ความถี่มาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องในเรื่องของการถ่ายเทความร้อนการถ่ายเทความร้อนแบบแผ่รังสี
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนด้วยการแผ่รังสี สัมพันธ์โดยตรงกับพื้นที่ของการแผ่รังสี
  • 4 : อัตราการถ่ายเทความร้อนด้วยการแผ่รังสี แปรผันตรงกับระยะทางที่รังสีเดินทาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 212 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ รัศมีวิกฤติสำหรับท่อน้ำร้อนหุ้มฉนวน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ข้อ 1,2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :
  • ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับ ลักษณะผิววัตถุกับการแผ่รังสี
  • 1 : พื้นผิวมันวาว เป็นตัวแผ่รังสีที่ดี
  • 2 : พื้นผิวดำด้าน เป็นตัวดูดกลืนรังสีที่ดี และ เป็นตัวแผ่รังสีที่ดีด้วย
  • 3 : พื้นผิวมันวาว ดูดกลืนรังสีได้ไม่ดี จะสะท้อนออกไป
  • 4 : ถูกทั้ง 3 และ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 215 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 781 : Introduction to heat transfer operations
ข้อที่ 216 :
  • เราสามารถพิจารณาการเกิดชั้นขอบเขตชิดผิวความเร็ว (velocity boundary layer) และชั้นขอบเขตชิดผิวความร้อน (thermal boundary layer)ได้จากตัวเลขไร้หน่วยตัวใด
  • 1 : ตัวเลข Reynolds (Re)
  • 2 : ตัวเลข Sherwood (Sh)
  • 3 : ตัวเลข Prandtl (Pr)
  • 4 : ตัวเลข Grashof (Gr)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับค่า Pr
  • 1 : ถ้า Pr >> 1 ชั้นขอบเขตชิดผิวความร้อน (thermal boundary layer) จะพัฒนาเร็วกว่าชั้นชิดผิวความเร็ว (velocity boundary layer)
  • 2 : สารที่มีค่า Pr >> 1 ได้แก่น้ำหรือ น้ำมันเครื่อง
  • 3 : ค่า Pr ประมาณใกล้เคียง 1 เป็นค่าในอุดมคติไม่มีทางเป็นจริง
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 218 :
  • เราเรียกเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่ใช้ในการทำให้ไอของสสารกลายเป็นของเหลวโดยใช้ของไหลอุณหภูมิต่ำดึงเอาความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ ออกจากสสารว่า
  • 1 : รีบอยเลอร์ (Reboiler)
  • 2 : เอ็กแพนเดอ (Expander)
  • 3 : คอนเดนเซอร์ (Condensor)
  • 4 : อีแวบพอเรนเตอร์ (Evaporator)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 219 :
  • ในการออกแบบเครื่องควบแน่นโดยใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (Shell and Tube Heat Exchangers) นิยมให้ปลายของกลุ่มท่อด้านหนึ่งไม่ยึดติดกับเชลล์ หรือ ที่เรียกว่า หัวลอย (Floating head Construction) เพราะเหตุใด
  • 1 : เนื่องจากความแตกต่างของความร้อนค่อนข้างสูงของของไหลทั้ง 2 ฝั่ง
  • 2 : เพื่อป้องกันการเกิด ปรากฏการที่เรียกว่า Thermal Expansion
  • 3 : เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการยืดหรือหดตัวของ ท่อจนทำให้เกิดการดึงหลุดออกจากจุดที่ทำการยึดติดไว้
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 220 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนชนิดที่มีครีบ (Fins Heat exchanger) จะใช้ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนในกรณีใดต่อไปนี้
  • 1 : ของไหล 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อน ต่างกันมากๆ (เป็นระดับ ร้อยหรือ พันเท่า)
  • 2 : ของไหลทั้ง 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนต่ำ
  • 3 : ของไหลทั้ง 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนใกล้เคียงกับสภาพนำความร้อนของวัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ของไหลทั้ง 2 ชนิดเป็น ก๊าซ ที่มีลักษณะการไหลเป็นแบบราบเรียบ (laminar flow)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • ครีบที่ใช้บนท่อของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ครีบตามขวาง (Transverse fins) และครีบตามยาว (longitudinal fins) โดยมีการใช้งานของครีบทั้ง 2 ชนิดต่างกันอย่างไร
  • 1 : ครีบตามขวางใช้สำหรับการไหลตามตั้งฉากกับท่อ
  • 2 : ครีบตามยาวใช้สำหรับการไหลตั้งฉากกับท่อ
  • 3 : ครีบตามยาวใช้สำหรับการไหลขนานกับท่อ
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • ในการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างน้ำร้อนและอากาศผ่านท่อทรงกระบอก โดยที่น้ำร้อนไหลในท่อโดยที่มีอากาศไหลอยู่ภายนอกท่อถ้าเราจะทำการติดครีบ (fins) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนเราควรทำการติดที่ด้านใด
  • 1 : ด้านนอกท่อที่อากาศไหล
  • 2 : ด้านในท่อที่น้ำไหล
  • 3 : ทั้ง 2 ด้าน
  • 4 : ไม่ควรติดครีบ ถ้าติดจะลดประสิทธิภาพของการนำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • ในตู้เย็นโดยทั่วไปจะมีคอยล์เย็นอยู่ตามรูป (ในปัจจุบันอาจมีการหุ้มคอยล์เย็นทำให้เราเห็นได้ไม่ชัดในตู้เย็นรุ่นใหม่ๆ แต่ถ้าไปสังเกตในตู้เย็นรุ่นเก่าๆ จะพบเหมือนที่แสดงในรูป) และจะมีปุ่มดีฟร๊อซ (defrosted) เพื่อทำการละลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่ที่คอยล์เย็นเพราะเหตุใด
  • 1 : น้ำแข็งที่เกิดขึ้นจะทำให้พื้นที่ที่ใช้ในการให้ความเย็นลดลง
  • 2 : น้ำแข็งที่เกิดขึ้นทำให้มีพื้นที่ในส่วนบนของตู้เย็นลดลง
  • 3 : น้ำแข็งที่เกิดขึ้นทำให้อัตราการถ่ายเทความร้อนรวมไปยังคอยล์เย็น มีค่าลดลง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • กลไกการถ่ายเทความร้อนผ่านครีบ (fin) ในเครื่องแลกเปลี่ยนความที่มีครีบเป็นแบบใด
  • 1 : การนำความร้อน (conduction)
  • 2 : การพาความร้อน (convection)
  • 3 : การแผ่รังสี (radiation)
  • 4 : การพาความร้อน และ การนำความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 225 :
  • การใช้ครีบ (fin) เพื่อ
  • 1 : เพิ่มการถ่ายเทความร้อนด้วยการลดพื้นที่ผิว
  • 2 : ลดการถ่ายเทความร้อนด้วยการลดพื้นที่ผิว
  • 3 : เพิ่มการถ่ายเทความร้อนด้วยการเพิ่มพื้นที่ผิว
  • 4 : ลดการถ่ายเทความร้อนด้วยการเพิ่มพื้นที่ผิว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 226 :
  • ประสิทธิภาพของครีบความร้อนคือ
  • 1 : การสูญเสียความร้อนอุดมคติหารด้วยการรับความร้อนจริง
  • 2 : การรับความร้อนจริงหารด้วยการสูญเสียความร้อนอุดมคติ
  • 3 : การสูญเสียความร้อนอุดมคติหารด้วยการสูญเสียความร้อนที่เกิดขึ้นจริง
  • 4 : การสูญเสียความร้อนที่เกิดขึ้นจริงหารด้วยการสูญเสียความร้อนอุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • ครีบความร้อนจะมีการสูญเสียความร้อนอุดมคติหรือการถ่ายเทความร้อนสูงสุดเมื่อ
  • 1 : ครีบความร้อนมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิที่ฐานครีบ
  • 2 : ครีบความร้อนมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม
  • 3 : ครีบความร้อนมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิที่ฐานครีบ
  • 4 : ครีบความร้อนมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 230 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 232 :
  • ตะกรันมีผลต่อเครื่องระเหยอย่างไร
  • 1 : ตะกรันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U)
  • 2 : ตะกรันมีผลทำให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U) ลดลง
  • 3 : ตะกรันมีผลทำให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U) เพิ่มขึ้น
  • 4 : ตะกรันมีผลทำให้อุณหภูมิจุดเดือดของสารละลายลดต่ำลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • ความหนืดของสารละลายมีผลต่อเครื่องระเหยอย่างไร
  • 1 : เมื่อความหนืดเพิ่มขึ้น ค่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U) เพิ่มขึ้น อัตราการถ่ายเทความร้อนจะลดลง
  • 2 : เมื่อความหนืดเพิ่มขึ้น ค่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U) ลดลง อัตราการถ่ายเทความร้อนจะเพิ่มขึ้น
  • 3 : เมื่อความหนืดเพิ่มขึ้น ค่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U) ลดลง อัตราการถ่ายเทความร้อนจะลดลง
  • 4 : เมื่อความหนืดลดลง ค่าประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน (U) เพิ่มขึ้น อัตราการถ่ายเทความร้อนจะลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • ระบบการระเหยสองเครื่อง ดังแสดงในรูป เป็นการระเหยแบบใด
  • 1 : ระบบการระเหยสองเครื่องแบบ backward
  • 2 : ระบบการระเหยสองเครื่องแบบ mixed
  • 3 : ระบบการระเหยสองเครื่องแบบ crossword
  • 4 : ระบบการระเหยสองเครื่องแบบ forward
  • 5 : ระบบการระเหยสองเครื่องแบบ straightward
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • การอบแห้งในช่วงอัตราลดลงจะเกิดขึ้นเมื่อใด
  • 1 : การอบแห้งในช่วงอัตราลดลงจะเกิดขึ้นก่อนการอบแห้งในช่วงอัตราคงที่
  • 2 : การอบแห้งในช่วงอัตราลดลงจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการอบแห้งในช่วงอัตราคงที่
  • 3 : การอบแห้งในช่วงอัตราลดลงจะเกิดขึ้นเมื่อปริมาณความชื้นลดลงแต่สูงกว่าปริมาณความชื้นวิกฤต
  • 4 : การอบแห้งในช่วงอัตราลดลงจะเกิดขึ้นเมื่อปริมาณความชื้นลดลงต่ำกว่าปริมาณความชื้นวิกฤต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 236 :
  • ทำไมในหน้าหนาว สระผมแล้ว ผมแห้งเร็ว
  • 1 : อุณหภูมิต่ำ
  • 2 : อากาศแห้ง
  • 3 : ความชื้นสัมพัทธ์สูง
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • การอบแห้งภายใต้สุญญากาศมีข้อดี คือ สามารถอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ ทั้งนี้เพราะระบบสุญญากาศทำให้
  • 1 : ความดันไอของน้ำต่ำ
  • 2 : ความดันไอของน้ำสูง
  • 3 : ความดันย่อยของไอน้ำต่ำ
  • 4 : ความดันย่อยของไอน้ำสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 238 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น (Plate heat exchanger) มีแผ่น (plate) ที่ไม่เรียบ แต่เป็นลอนๆ (corrugated) เพื่อทำให้
  • 1 : ความดันลด (pressure drop) มีค่าน้อยลง
  • 2 : การทำความสะอาดง่ายขึ้น
  • 3 : พื้นที่การถ่ายเทความร้อนเพิ่มขึ้น
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • ในกระบวนการพาสเจอไรซ์ของน้ำนมโดยใช้ plate heat exchanger ขั้นตอนคือทำให้น้ำนมร้อนขึ้น แล้วทำให้เย็นอย่างรวดเร็ว ในขั้นตอนที่ทำให้น้ำนมเย็นลงนี้ ถ้าจำเป็นต้องทำให้เย็นลงเร็วขึ้นกว่าเดิม เราอาจทำโดยวิธีใดได้บ้าง
  • 1 : เพิ่มอัตราการไหลของน้ำเย็น
  • 2 : ลดอัตราการไหลของน้ำเย็น
  • 3 : ใช้น้ำเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเดิม
  • 4 : ข้อ 1 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • นาย ก จำเป็นต้องซักเสื้อตัวโปรดตอนกลางคืนในวันที่ฝนตกฟ้าคะนองทั้งวันทั้งคืน และต้องตากให้แห้งเพื่อรีดตอนเช้าตรู่ หลังจากที่ซักเสร็จแล้ว นาย ก ควรตากเสื้ออย่างไร
  • 1 : ตากไว้ระเบียงบ้าน ตรงจุดที่ไม่ถูกฝน
  • 2 : ตากไว้ที่ระเบียง และเปิดพัดลมเป่า
  • 3 : ตากไว้ในห้องนอนที่เปิดเครื่องปรับอากาศ
  • 4 : ตากไว้ในห้องนอนที่เปิดเครื่องปรับอากาศและเปิดพัดลมเป่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 241 :
  • เมื่อนำสำลีชุบแอลกอฮอล์และสำลีชุบน้ำ ป้ายที่หลังมือ เราจะรู้สึกว่าเย็นในกรณีที่เป็นสำลีชุบอัลกอฮอล์ ทั้งนี้เพราะ
  • 1 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ เพราะมีความร้อนแฝงสูงกว่าน้ำ
  • 2 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ พราะมีความร้อนแฝงต่ำกว่าน้ำ
  • 3 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ เพราะมีความดันไอสูงกว่าน้ำ
  • 4 : แอลกอฮอล์ระเหยเร็วกว่าน้ำ เพราะมีความร้อนดันไอต่ำกว่าน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 242 :
  • เครื่องอบแห้งชนิดใดใช้การถ่ายเทความร้อนด้วยการนำความร้อนเป็นหลัก
  • 1 : เครื่องอบแห้งด้วยลมร้อนแบบตู้หรือถาด
  • 2 : เครื่องอบแห้งแบบพ่นฝอย
  • 3 : เครื่องอบแห้งแบบลูกกลิ้ง
  • 4 : ตู้อบแห้งแบบไมโครเวฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเกิดตะกรันในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 1 : ความต้านทานการนำความร้อนมีค่าสูงขึ้น
  • 2 : ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนลดลง
  • 3 : เพิ่มระยะทางการนำความร้อน
  • 4 : การพาความร้อนสูงขึ้น เพราะพื้นที่ผิวถ่ายเทความร้อนเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการอบแห้ง (Drying)
  • 1 : เราเรียกกระบวนการทุกกระบวนการที่แยกของเหลวออกจากเนื้อของวัตถุว่าการอบแห้ง
  • 2 : ในบางครั้งมีการระเหิด (Sublimation) เกิดขึ้นในการอบแห้ง
  • 3 : เราใช้อากาศชื้นที่มีอุณหภูมิสูงในการอบแห้งวัตถุ
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 245 :
  • Heat exchanger ดังแสดงในรูปมีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Double-pipe heat exchanger
  • 2 : Shell & Tube heat exchanger
  • 3 : Flat plate heat exchanger
  • 4 : Hot heat exchanger
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 246 :
  • ข้อใดคือลักษณะเด่นของการไหลแบบทิศทางเดียวกัน (co-current flow) ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อสองชั้น (double-pipe heat exchanger)
  • 1 : ทำให้ของไหลที่มีอุณหภูมิสูงเย็นตัวได้อย่างรวดเร็ว
  • 2 : ถ่ายเทความร้อนอย่างรวดเร็วในช่วงต้น
  • 3 : สามารถใช้หยุดปฏิกิริยาเคมีไม่ให้ดำเนินต่อไปได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 :
  • ลักษณะการไหลในของของไหล 2 ชนิดในทิศทางเดียวกันในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเรียกว่าอะไร
  • 1 : Mixed flow
  • 2 : Counter-current flow
  • 3 : Co-current flow
  • 4 : Cross flow
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ fouling factor ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 1 : เป็นค่าทางทฤษฏีที่ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงในการออกแบบจริง
  • 2 : เกิดขึ้นเมื่อมีตะกรันเกาะที่พื้นผิวถ่ายเทความร้อน
  • 3 : เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนดีขึ้น
  • 4 : เป็นอัตราส่วนระหว่างความร้อนสูญเสียกับความต้านทานความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • เปรียบเทียบระหว่างเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อสองชั้น (double-pipe heat exchanger) และเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (shell-and-tube heat exchanger) ที่ทำจากวัสดุเดียวกัน ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : แบบท่อสองชั้นประหยัดเนื้อที่ติดตั้งเครื่องมากกว่า
  • 2 : แบบท่อสองชั้นมักนิยมใช้เมื่อต้องการพื้นที่ในการถ่ายเทความร้อนมากๆ
  • 3 : แบบท่อสองชั้นมีน้ำหนักมากกว่าเมื่อคิดเทียบพื้นที่การถ่ายเทความร้อนเท่ากัน
  • 4 : แบบท่อสองชั้นมีความซับซ้อนมากกว่า และดูแลรักษายาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • จากรูปภาพที่แสดงจะเป็นการไหลแบบใด
  • 1 : การไหลแบบ parallel flow
  • 2 : การไหลแบบ counter-current flow
  • 3 : การไหลแบบ mixed flow
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1, 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 251 :
  • สำหรับการถ่ายเทความร้อนระหว่างของไหลสองชนิดที่มีอุณหภูมิต่างกันในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อสองชั้น (double-pipe heat exchanger) ข้อใดเปรียบเทียพได้ถูกต้องเกี่ยวกับการไหลแบบสวนทางกัน (counter-current flow) และการไหลแบบทางเดียวกัน (parallel flow)
  • 1 : การไหลแบบสวนทางกันถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าการไหลแบบทางเดียวกัน
  • 2 : การไหลแบบทางเดียวกันถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าการไหลแบบสวนทางกัน
  • 3 : การไหลทั้งสองแบบมีการถ่ายเทความร้อนเท่ากัน
  • 4 : การไหลทั้งสองแบบไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • รูปใดแสดงถึงการไหลแบบ Plug flow
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 253 :
  • รูปใดเป็นการไหลแบบ fully-developed
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 254 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การถ่ายเทความร้อนในของไหล ที่มีลักษณะการไหลเข้าใกล้ plug flow
  • 1 : เมื่อของไหลในท่อถูกทำให้ร้อนจะมีอุณหภูมิแตกต่างจาก ของไหลที่ผนังท่อซึ่งมีค่าสูงกว่า
  • 2 : Velocity profile ไม่เป็นแบบ parabolic แต่มีรูปแบบเกือบเป็นเส้นตรง
  • 3 : ความหนืดของของไหลที่ผนังท่อ ไม่แตกต่างจากความหนืดของไหลในท่อ
  • 4 : นำความร้อนได้น้อยกว่าการไหลแบบ Fully developed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 255 :
  • การถ่ายเทความร้อนในเตาหลอม หรือในอุปกรณ์ที่ต้องใช้ความร้อนสูง จะมีการแผ่รังสีเป็นกลไกการถ่ายเทความร้อนที่สำคัญ ระหว่างวัตถุผิวร้อนและวัตถุผิวเย็น ข้อความใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : วัตถุผิวร้อนถูกเรียกว่า Sources และวัตถุผิวเย็นถูกเรียกว่า Sinks
  • 2 : การแลกเปลี่ยนความร้อนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นระหว่างวัตถุร้อนและวัตถุเย็นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
  • 3 : เปลวไฟไม่สามารถใช้เป็นวัตถุผิวร้อนชนิดหนึ่งได้
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • แบฟเฟิล (baffle) ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (shell-and-tube heat exchanger) มีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : เพื่อเพิ่มสัมประสิทธิ์การพาความร้อน (heat-transfer coefficient) ให้แก่ของไหลในท่อ
  • 2 : เพื่อให้ของไหลในเชลล์ไหลได้ช้าลง
  • 3 : เพื่อให้ของไหลในเชลล์ไหลแบบปั่นป่วน และเกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนได้ดีขึ้น
  • 4 : เพื่อเพิ่มจำนวนครั้งในการไหลผ่านเชลล์ให้มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  • ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (shell-and-tube heat exchanger) มีแบบแผนการวางท่อแตกต่างกัน 2 แบบหลักคือ แบบสามเหลี่ยม (triangular pitch) และแบบสี่เหลี่ยมจตุรัส (square pitch) ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : แบบสามเหลี่ยมทำความสะอาดเครื่องได้ง่ายกว่า จึงเป็นที่นิยมกว่า
  • 2 : แบบสี่เหลี่ยมสามารถบรรจุจำนวนท่อได้มากกว่าในพื้นที่หน้าตัดเท่ากัน จึงเป็นที่นิยมกว่า
  • 3 : ทั้งแบบสามเหลี่ยมและแบบสี่เหลี่ยมไม่มีความแตกต่างกันมากนัก จึงเป็นที่นิยมใช้เท่ากัน
  • 4 : ข้อเสียของแบบสามเหลี่ยมคือการทำให้เกิดความดันลด (pressure drop) มากกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (shell-and-tube heat exchanger) เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนที่ดี
  • 1 : ระยะห่างระหว่างแบฟเฟิล (baffle pitch)
  • 2 : จำนวนท่อ
  • 3 : ระยะห่างระหว่างท่อ (tube pitch)
  • 4 : ขนาดและรูปแบบของครีบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • สำหรับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (shell-and-tube heat exchanger) ประเภท 2-4 exchanger มีจำนวนการไหลผ่านของไหลอย่างไร
  • 1 : ไหลผ่านเชลล์ 2 ครั้งและผ่านท่อ 2 ครั้ง
  • 2 : ไหลผ่านเชลล์ 4 ครั้งและผ่านท่อ 4 ครั้ง
  • 3 : ไหลผ่านท่อและเชลล์ อย่างละ 2 – 4 ครั้ง
  • 4 : ไหลผ่านเชลล์ 2 ครั้ง และผ่านท่อ 4 ครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการป้อน (feed) ของเหลวในเครื่องระเหยแบบหลายขั้นตอน (multiple-effect evaporators)
  • 1 : cross feed
  • 2 : mixed feed
  • 3 : parallel feed
  • 4 : forward feed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 261 :
  • Economy หรืออัตราส่วนระหว่างปริมาณตัวทำละลายที่ระเหยต่อปริมาณไอน้ำที่ใช้ในการให้ความร้อนของ single effect evaporation ส่วนใหญ่มีค่าในช่วงใด
  • 1 : = 1
  • 2 : > 1
  • 3 : > 1.5
  • 4 : < 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการระเหยแบบขั้นตอนเดียว (single-effect) และแบบหลายขั้นตอน (multiple-effect)
  • 1 : แบบขั้นตอนเดียว น้ำที่ระเหยออกจากเครื่อง จะถูกควบแน่นและทิ้งไป ส่วนแบบหลายขั้นตอนจะนำเอาน้ำที่ระเหยเป็นตัวให้ความร้อนในขั้นถัดๆ ไป
  • 2 : แบบขั้นตอนเดียวมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างน้อยกว่าแบบหลายขั้นตอนและซับซ้อนน้อยกว่า
  • 3 : สำหรับการผลิตแบบคงตัว (steady-state operation) กำลังการผลิต (capacity) หรือปริมาณน้ำที่ระเหยต่อชั่วโมงของเครื่องต้มระเหยแบบหลายขั้นตอนมีค่าใกล้เคียงกันกับแบบขั้นตอนเดียว
  • 4 : สำหรับการผลิตแบบคงตัว (steady-state operation) ความประหยัด (economy) หรือปริมาณน้ำที่ระเหยต่อปริมาณไอน้ำที่ป้อนเข้าเครื่องต้มระเหยแบบหลายขั้นตอนมีค่าใกล้เคียงกันกับแบบขั้นตอนเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 263 :
  • จากข้อความต่อไปนี้ จงสรุปเกี่ยวกับสัมประสิทธิ์ด้านของเหลว (liquid-side coefficient) a. ) สัมประสิทธิ์ด้านของเหลวไม่ขึ้นอยู่กับความเร็วในการไหลของของเหลว b. ) เมื่อใดที่สัมประสิทธิ์ด้านของเหลวมีค่ามากๆ ก็จะมีค่าใกล้เคียงกับค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวม (overall heat-transfer coefficient) c. ) สัมประสิทธิ์ด้านของเหลวจะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อของเหลวมีความเร็วในการไหล และความปั่นป่วนในการไหลเพิ่
  • 1 : a ผิด b, c ถูก
  • 2 : b ผิด a, c ถูก
  • 3 : c ผิด a, b ถูก
  • 4 : a, b ผิด c ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดในการเลือกวิธีการป้อนสาร (feed) ในเครื่องต้มระเหยแบบหลายขั้นตอน (multiple evaporator)
  • 1 : ถ้าของเหลวมีความหนืดควรใช้การป้อนแบบเดินหน้า (forward feed) และมีปั๊มระหว่างขั้น (effect)
  • 2 : ถ้าต้องการความประหยัด (economy) มาก เมื่อของเหลวเย็นควรใช้การป้อนแบบถอยหลัง (backward feed)
  • 3 : การป้อนแบบขนาน (parallel feed) เป็นวิธีการป้อนสารโดยใช้ปั๊มระหว่างขั้น
  • 4 : การป้อนแบบผสม (mixed feed) เป็นการผสมผสานกันของการป้อนแบบเดินหน้า, ถอยหลัง, และการป้อนแบบขนาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :

  • 1 : เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานด้วยการไหลแบบทางเดียวกัน (co-current flow)
  • 2 : เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานด้วยการไหลแบบสวนทางกัน (counter-current flow)
  • 3 : เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานด้วยการไหลแบบขวาง (crossflow)
  • 4 : เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานด้วยการไหลแบบผสมกันทั้งทางเดียวกัน สวนทางกัน และแบบขวาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • น้ำผสมอยู่กับทราย ปริมาณน้ำในของผสมจะคงที่เมื่อ
  • 1 : เศษส่วนโมลของน้ำในของผสมเท่ากับเศษส่วนโมลของน้ำในอากาศ
  • 2 : ความดันไอของน้ำเท่ากับความดันย่อยของไอน้ำในอากาศ
  • 3 : เปอร์เซ็นต์ความชื้นของน้ำในของผสมเท่ากับเปอร์เซ็นต์ความชื้นของไอน้ำในอากาศ
  • 4 : ความเข้มข้นของน้ำในของผสมเท่ากับความหนาแน่นของน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 267 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการติดตั้งแบฟเฟิล (baffles) ในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบเชลล์และท่อ (shell-and-tube heat exchanger)
  • 1 : แบฟเฟิลช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างของไหลทั้งสองชนิด
  • 2 : แบฟเฟิลทำหน้าที่กั้นไม่ให้ของไหล 2 ชนิดที่แลกเปลี่ยนความร้อนกัน มาผสมกัน
  • 3 : แบฟเฟิลช่วยเพิ่มค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (heat-transfer coefficient) ให้กับของเหลวภายในท่อ (tubes)
  • 4 : แบฟเฟิลช่วยให้การไหลของของไหลในเชลล์ (shell) มีความปั่นป่วนมากขึ้น
  • 5 : แบฟเฟิลเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้สำหรับการทำความสะอาดเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 269 :
  • พารามิเตอร์ที่เป็นความสัมพันธ์ทางปริมาณระหว่างความหนืดและแรงเฉื่อยที่เป็นตัวตัดสินการเปลี่ยนจากการไหลแบบราบเรียบ (laminar flow) เป็นการการไหลแบบปั่นป่วน (turbulent flow) คืออะไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ความเร็วของของไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • เครื่องทำน้ำร้อน โดยใช้น้ำเย็นไหลผ่านในท่อร้อน ที่อุณหภูมิผิวท่อคงที่ (Tw) อุณหภูมิน้ำขาเข้า(Tin) อุณหภูมิน้ำขาออก(Tout) ดังรูป แสดงโปรไฟล์ของอุณหภูมิ(Temperature profile) ตลอดความยาวท่อ ข้อใด แสดงความแตกต่างอุณหภูมิระหว่างผิวท่อและน้ำที่ไหลในท่อโดยเฉลี่ยด้วยวิธี LMTD ได้อย่างถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :

  • 1 : การถ่ายเทความร้อนของครีบ เมื่อคิดว่าครีบมีอุณหภูมิ เท่ากับที่ผิววัตถุ
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนของวัตถุเมื่อยังไม่ติดครีบ
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนของครีบ เมื่อคิดว่าครีบมีพื้นที่ผิวถ่ายเทสูงมากๆ
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนเมื่อไม่คิดความต้านการถ่ายเทความร้อนที่รอยต่อระหว่างผิววัตถุกับครีบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • สำหรับการทำให้สารละลายเข้มข้นขึ้นด้วยการระเหย หน่วยของ boiling-point elevation (BPE) คืออะไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • คำกล่าวในข้อใดเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง
  • 1 : การไหลภายนอก (external flow) สำหรับการไหลผ่านแผ่นราบ ระบบจะเกิดการไหลได้แบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นช่วงการไหลแบบราบเรียบ ทรานซิชั่น หรือการไหลแบบปั่นป่วนขึ้นอยู่กับระยะทาง
  • 2 : การไหลภายนอก (external flow) สำหรับการไหลข้ามทรงกระบอก ระบบอาจเกิดได้ทั้งช่วงการไหลแบบราบเรียบ ทรานซิชั่น และการไหลแบบปั่นป่วนขึ้นกับความเร็วของของไหล
  • 3 : การไหลภายนอก (external flow) สำหรับการไหลผ่านทรงกลม ระบบอาจเกิดได้เฉพาะช่วงการไหลแบบราบเรียบเท่านั้น
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 275 :
  • ผลกจากการวิเคราะห์ที่แน่นอน (exact analysis) ของการไหลผ่านแผ่นราบ ได้ความสัมพันธ์ดังนี้ คำกล่าวในข้อใดเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง
  • 1 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะเพิ่มขึ้นเมื่อระยะทางเพิ่มแต่เพิ่มช้ากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการไหลแบบราบเรียบที่ระยะทางที่เท่ากัน และที่ตัวเลข Reynoldsที่เท่ากัน ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะมีค่ามากกว่าค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบราบเรียบ
  • 2 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะเพิ่มขึ้นเมื่อระยะทางเพิ่มแต่เพิ่มช้ากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการไหลแบบราบเรียบที่ระยะทางที่เท่ากัน และที่ตัวเลข Reynoldsที่เท่ากัน ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะมีค่าน้อยกว่าค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบราบเรียบ
  • 3 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะลดลงเมื่อระยะทางเพิ่มขึ้นแต่ลดช้ากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการไหลแบบราบเรียบที่ระยะทางที่เท่ากัน และที่ตัวเลข Reynoldsที่เท่ากัน ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะมีค่ามากกว่าค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบราบเรียบ
  • 4 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะลดลงเมื่อระยะทางเพิ่มขึ้นแต่ลดเร็วกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการไหลแบบราบเรียบที่ระยะทางที่เท่ากัน และที่ตัวเลข Reynoldsที่เท่ากัน ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบปั่นป่วนจะมีค่ามากกว่าค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของการไหลแบบราบเรียบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 276 :
  • จากรูป โปรไฟล์ ของอุณหภูมิ(Temperature profile) เนื่องจากการนำความร้อนในผนังที่ทำจากวัสดุชนิดเดียว และพื้นถ่ายเทความร้อนคงที่ และการถ่ายเทความร้อนเกิดขึ้นที่สภาวะคงตัว ข้อใดสรุปถูกต้องในกรณีนี้
  • 1 : สภาพนำความร้อนดีขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
  • 2 : การนำความร้อนดีขึ้นระยะทางสูงขึ้น
  • 3 : การนำความร้อนลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
  • 4 : การนำความร้อนลดลงเมื่อระยะทางสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • ท่อทรงกระบอกมีภาคตัดขวางดังรูป เกิดการถ่ายเทความร้อนที่สภาวะคงตัวจากด้านในไปด้าน สมมุติอุณหภูมิผิวท่อด้านใน เป็น Ti ผิวท่อด้านนอกเป็น To โดยที่ Ti > To จงพิจารณาว่าข้อใดแสดงโปรไฟล์ของอุณหภูมิ (Temperature profile) ได้ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :
  • สมมติของไหล 2 ชนิดมีการแลกเปลี่ยนความร้อนกันในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อผนังชั้นเดียว ของไหลชนิดที่ 1 มีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนเป็น 100 เท่าของของไหลชนิดที่ 2 และกำหนดให้ความต้านทานการนำความร้อนของท่อมีค่าต่ำมาก จงประมาณ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมของระบบนี้
  • 1 : มีค่าประมาณ ค่า สัมประสิทธิ์การพาความร้อนรวมของของไหล 1
  • 2 : มีค่าประมาณ ค่า สัมประสิทธิ์การพาความร้อนรวมของของไหล 2
  • 3 : มีค่าประมาณ ค่า สัมประสิทธิ์การพาความร้อนรวมของของไหล 1 บวกด้วย ของไหล 2
  • 4 : มีค่าประมาณ ค่า สัมประสิทธิ์การพาความร้อนรวมของของไหล 1 ลบด้วย ของไหล 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 279 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • จุด burnout คืออะไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 :
  • คำกล่าวข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องสำหรับออกแบบอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างน้ำกับอากาศ
  • 1 : สัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับอากาศมีค่าน้อยกว่าสัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับน้ำมาก ๆ ดังนั้นค่าความต้านทานส่วนใหญ่อยู่ทางด้านของอากาศ
  • 2 : สัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับอากาศมีค่าเท่า ๆ กับกว่าสัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับน้ำ ดังนั้นค่าความต้านทานมีค่าเท่า ๆ กัน
  • 3 : สัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับอากาศมีค่ามากกว่าสัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับน้ำมาก ๆ ดังนั้นค่าความต้านทานส่วนใหญ่อยู่ทางด้านของอากาศ
  • 4 : สัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับอากาศมีค่าน้อยกว่าสัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับน้ำมาก ๆ ดังนั้นค่าความต้านทานส่วนใหญ่อยู่ทางด้านของน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 282 :
  • สำหรับการหาอัตราการถ่ายเทความร้อนเมื่อไม่ทราบค่าอุณหภูมิทางออกของของไหล จะต้องใช้ค่าประสิทธิผล (effectiveness) ของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน ค่าประสิทธิผลของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนมีนิยามว่าอย่างไร
  • 1 : อัตราส่วนของอัตราการถ่ายเทความร้อนจริงต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนสูงสุดที่จะเป็นไปได้ของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน
  • 2 : อัตราส่วนของอัตราการถ่ายเทความร้อนสูงสุดที่จะเป็นไปได้ต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนจริงของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 : อัตราส่วนของอัตราการถ่ายเทความร้อนจริงต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนต่ำสุดที่จะเป็นไปได้ของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : อัตราส่วนของอัตราการถ่ายเทความร้อนต่ำสุดที่จะเป็นไปได้ต่ออัตราการถ่ายเทความร้อนจริงของอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 283 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอบแห้ง
  • 1 : กระบวนการอบแห้งจะมีการถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเทมวลพร้อมกัน
  • 2 : ปริมาณความชื้นวิกฤต เป็นจุดที่อัตราการอบแห้งเปลี่ยนแปลงจากอัตราคงที่ไปเป็นอัตราลดลง
  • 3 : การอบแห้งในช่วงอัตราลดลง กลไกที่ทำให้ความชื้นเคลื่อนที่ภายในผลิตภัณฑ์ได้แก่ การเคลื่อนที่ของเหลวด้วยแรงคาฟิวลารี่ การเปล่งของของเหลว การเปล่งที่ผิว หรือการเปล่งของไอน้ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : B, C
  • 4 : A, B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 285 :
  • จงพิจารณาบทสนทนาระหว่างหัวหน้าฝ่ายผลิต กับวิศวกร หัวหน้า: “สายการผลิตสาร A ดำเนินการเรียบร้อยดีไหม หลังจากต้องเพิ่มอัตราการผลิตอีกเท่าตัว?” วิศวกร: “เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนตัวเดิมดูเหมือนจะระบายความร้อนจากสาร A ได้ไม่ทันครับ” หัวหน้า: “คุณพอจะทราบสาเหตุ และแก้ปัญหาได้หรือไม่?” วิศวกร: “...” หมายเหตุ ของเหลว A ไหลในเชลล์ และน้ำหล่อเย็นไหลในท่อ ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำตอบของวิศวกรที่เป็นไปไม่ได้
  • 1 : น่าจะมีตระกรันมาจับที่พื้นผิวมากเกินไป เพราะไม่ได้ล้างมานานแล้วครับ คงต้องล้างใหญ่สักครั้ง
  • 2 : อัตราการไหลของสาร A มากขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิต อาจทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ทัน ผมจะเอาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนอีกตัวมาต่อเข้าเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ
  • 3 : คงต้องเพิ่มอัตราการไหลของน้ำหล่อเย็นให้มากขึ้นครับ เพื่อให้เหมาะกับอัตราการไหลของสาร A ที่เพิ่มขึ้น
  • 4 : เพราะไม่ได้หุ้มฉนวนที่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนครับ ผมกำลังให้คนจัดการอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :
  • ในการทดลองปฏิบัติการวิชาเคมีนักศึกษา จะมีโอกาสได้ใช้เครื่องควบแน่นอย่างง่ายที่ทำจากแก้ว (Glass Condenser) ดังรูป ในการต่อท่อน้ำหล่อเย็นเราควรจะต่อให้น้ำหล่อเย็นเข้าทางด้านไหนของ คอนเดนเซอร์ชนิดนี้
  • 1 : ด้านบนเพราะ จะได้การไหลตามกันในทิศทางเดียวกัน (Co current Flow)
  • 2 : ด้านล่างเพราะจะได้การไหลสวนทางในแบบขนาน (Counter Current Flow)
  • 3 : ด้านล่างเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำจะไหลเต็มท่อของเครื่องคอนเดนเซอร์
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • กราฟในข้อใดไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในการถ่ายเทความร้อนผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนชนิดท่อสองชั้น (double-pipe heat exchanger)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :

  • 1 : เนื่องจากค่าความต้านทานส่วนใหญ่อยู่ทางด้านของอากาศ จึงควรติดครีบความร้อนทางด้านนอกท่อ ส่วนการติดครีบความร้อนทางด้านของน้ำจะช่วยการถ่ายเทความร้อนได้น้อยเพราะมีค่าความต้านทานต่ำ ไม่ควรทำ
  • 2 : เนื่องจากค่าความต้านทานมีค่าเท่า ๆ กัน จึงน่าจะติดตั้งครีบความร้อนทางด้านในท่อ เพราะราคาถูก
  • 3 : เนื่องจากสัมประสิทธิการพาความร้อนของอากาศมีค่ามากกว่าสัมประสิทธิการพาความร้อนของน้ำ ดังนั้นจึงควรติดครีบความร้อนทางด้านนอกท่อ
  • 4 : สัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับอากาศมีค่าน้อยกว่าสัมประสิทธิการพาความร้อนสำหรับน้ำ จึงน่าจะติดตั้งครีบความร้อนทางด้านในท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 289 :
  • ของไหลสามารถเกิดการเคลื่อนไหวได้จากสาเหตุใดต่อไปนี้
  • 1 : จากแรงบังคับเช่น เครื่องสูบ (น้ำ) หรือ เครื่องเป่า (ลม)
  • 2 : ความแตกต่างของแรงลอยตัวระหว่างจุด 2 จุดของของไหล
  • 3 : ความแตกต่างของความหนาแน่นระหว่างจุด 2 จุดของของไหล
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น (Plate heat exchanger) มีแผ่น (plate) ที่ไม่เรียบ แต่เป็นลอนๆ (corrugated) เพื่อทำให้
  • 1 : ความดันลด (pressure drop) มีค่าน้อยลง
  • 2 : การทำความสะอาดง่ายขึ้น
  • 3 : พื้นที่การถ่ายเทความร้อนเพิ่มขึ้น
  • 4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • ประสิทธิภาพของครีบความร้อนคือ
  • 1 : การสูญเสียความร้อนอุดมคติหารด้วยการรับความร้อนจริง
  • 2 : การรับความร้อนจริงหารด้วยการสูญเสียความร้อนอุดมคติ
  • 3 : การสูญเสียความร้อนอุดมคติหารด้วยการสูญเสียความร้อนที่เกิดขึ้นจริง
  • 4 : การสูญเสียความร้อนที่เกิดขึ้นจริงหารด้วยการสูญเสียความร้อนอุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 292 :
  • ในการคำนวณเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจำเป็นต้องกำหนดมีสมมติฐาน (Assumptions) ข้อใดเป็นสมมติฐานในการคำนวณเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 1 : กำหนดให้ไม่มีความร้อนสูญเสียจากเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนไปยัง สิ่งแวดล้อม
  • 2 : ไม่มีการนำความร้อนในแนวแกน(Axial Conduction) ของท่อในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 3 : กำหนดให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานศักย์ และพลังงานจลน์ของของไหลในเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • ปรากฏการณ์การถ่ายเทความร้อนชนิดใดเกิดขึ้นในเตาอบไมโครเวฟ
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • ปรากฏการณ์การถ่ายเทความร้อนชนิดใดเกิดขึ้นในเตาอบ (เตาอบที่ใช้อบขนมทั่วๆไป)
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนชนิดที่มีครีบ (Fins Heat exchanger) จะใช้ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนในกรณีใดต่อไปนี้
  • 1 : ของไหล 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อน ต่างกันมากๆ (เป็นระดับ ร้อยหรือ พันเท่า)
  • 2 : ของไหลทั้ง 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนต่ำ
  • 3 : ของไหลทั้ง 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนใกล้เคียงกับสภาพนำความร้อนของวัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 4 : ของไหลทั้ง 2 ชนิดเป็น ก๊าซ ที่มีลักษณะการไหลเป็นแบบราบเรียบ (laminar flow)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • ข้อใดถูกต้องในการใช้งานเครื่องมือที่เรียกว่า คอนแท็กคอนเดนเซอร์ (Contact Condensers)
  • 1 : มีการสัมผัสกันของของไหลทั้ง 2 ด้านโดยตรง ตามชื่อของเครื่องคอนเดนเซอร์
  • 2 : มีการผสมกันระหว่างของไหลทั้ง 2 ด้าน
  • 3 : โดยส่วนใหญ่ของไหลทั้ง 2 ชนิดที่ใช้ จะเป็นน้ำและ ไอน้ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • แดงเล่นน้ำในบ่อน้ำนิ่งแห่งหนึ่ง ในวันที่อากาศร้อนมาก แดงพบว่า บริเวณผิวน้ำในของบ่อจะมีอุณหภูมิอุ่นกว่า บริเวณที่อยู่ลึกลงไป เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
  • 1 : น้ำมีการนำความร้อนค่อนข้างต่ำ
  • 2 : กระแสการพาความร้อนจะมีทิศทางขึ้นด้านบน
  • 3 : น้ำอุ่นจะมีความหนาแน่นน้อย จึงไม่สามารถจมลงไปได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • นโยบายประหยัดพลังงาน ที่สำนักงานแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลา พัก เที่ยง 12.00-13.00 น. คือ “ ปิดแอร์เปิดหน้าต่าง ” นโยบายนี้ใช้ประโยชน์จากการถ่ายเทความร้อนแบบใด
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อน
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : ถูกทั้ง 1 , 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 299 :
  • เคียชโฮฟ (Kirchhoff) หรือ ที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป ว่า เคอชอรฟ ได้กล่าวไว้ว่า
  • 1 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีสภาพการเปล่งรังสีความร้อน เท่ากับสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 2 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงไม่คงที่ แต่จะมีสภาพการเปล่งรังสีความร้อน เท่ากับสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 3 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีเพียงสภาพการเปล่งรังสีความร้อน
  • 4 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีเพียงสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 782 : Heat transfer by conduction in solids
ข้อที่ 300 :
  • ตัวเลขบิโอท์ (Biot number, Bi) คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 301 :
  • ตัวเลขบิโอท์ (Biot number, Bi) ควรจะมีค่าเท่าใดสำหรับการคำนวณการถ่ายเทความร้อนแบบสภาวะไม่คงที่ด้วยวิธี the lumped thermal capacity model
  • 1 : Bi = 1.0
  • 2 : Bi << 1.0
  • 3 : Bi >> 1.0
  • 4 : Bi < 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • ค่าความยาวคุณลักษณะ (characteristic length, L) ของตัวเลขบิโอท์คือค่าอะไร
  • 1 : เส้นรอบรูป
  • 2 : พื้นที่หน้าตัวหารด้วยความยาว
  • 3 : พื้นที่ผิวหารด้วยความยาว
  • 4 : ปริมาตรของวัตถุหารด้วยพื้นที่ผิว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  • ผนังประกอบตามรูปแบบในข้อใด มีความสอดคล้องกับโครงข่ายของความต้านทานการนำความร้อน ดังรูป โดยที่ T1 และ T4 คือ อุณหภูมิของผนังชั้นนอกและชั้นใน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • ถ้ามีผนังกันความร้อน 4 ชั้น หนาเท่ากันทุกชั้น ควรจัดเรียงชนิดวัสดุ 4 ชนิด ( k1 = 2 , k2 = 4 , k3 = 10 , k4 = 15 ) ที่ใช้ทำผนังนี้อย่างไร เพื่อให้บุคคลท่านนี้ได้รับความร้อนน้อยที่สุด กำหนดให้ พื้นที่การถ่ายเทความร้อนคงที่ , Ti และ Tw คงที่ โดย Ti > Tw
  • 1 : k1 , k2 , k3 , k4
  • 2 : k4 , k3 , k2 , k1
  • 3 : k2 , k4 , k3 , k1
  • 4 : เรียงอย่างไร ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 :
  • โดยทั่วไปในการนำความร้อนที่สภาวะคงตัว (Steady state) ใน 1 มิติ ของวัตถุรูป สี่เหลี่ยม โพรไฟล์ ของอุณหภูมิในวัตถุ (Temperature profile) จะเป็นเส้นตรงเพราะเหตุใด
  • 1 : วัตถุมีสภาพนำความร้อนคงที่
  • 2 : วัตถุมี ฟลักส์ความร้อนคงที่
  • 3 : วัตถุมีอัตราการถ่ายเทความร้อนคงที่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • ในการเปรียบสมการการถ่ายเทความร้อนกับวงจรไฟฟ้า เราเทียบความต้านทานของความร้อนได้กับ ความต้านทานทางไฟฟ้า แรงขับ (driving force) สามารถเปรียบเทียบได้กับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ความนำไฟฟ้า
  • 2 : กระแสไฟฟ้า
  • 3 : ความต่างศักย์ไฟฟ้า
  • 4 : กำลังไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 307 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับวัสดุไอโซโทรปิก (Isotropic material)
  • 1 : วัสดุจะมีที่มีค่าสภาพนำความร้อนคงที่ทั่วทั้งวัตถุ
  • 2 : วัสดุจะมีค่าพลังงานภายในคงที่
  • 3 : วัสดุจะมีค่าเอนทาลปี (Enthalpy) คงที่
  • 4 : วัสดุจะมีอุณหภูมิคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 308 :
  • หน่วยของความต้านทานความร้อน (thermal resistances) คืออะไร
  • 1 : K/J
  • 2 : K/W
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 309 :
  • จากรูปวัตถุทรงกลมตันถูกห่อหุ้มไว้ภายในวัตถุตันทรงกล่องสี่เหลี่ยม สำหรับกระบวนการถ่ายโอนความร้อนแบบคงตัว (steady state) ระหว่างวัตถุตันทั้งสองชนิด ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : อุณหภูมิของกล่องไม่เปลี่ยนแปลงตามระยะทาง ทั้ง 3 ทิศทาง
  • 2 : อุณหภูมิของกล่องเปลี่ยนแปลงในทิศทาง X ทางเดียว
  • 3 : จะเกิดการถ่ายเทความร้อนได้ เฉพาะกรณีที่ทรงกลมมีอุณหภูมิสูงกว่าของกล่อง
  • 4 : ตำแหน่งต่างๆ ในกล่องจะมีอุณหภูมิคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 310 :
  • 1 = Fluid 1 2 = Fluid 2 ของไหล 2 ชนิดที่อุณหภูมิต่างกัน มีการถ่ายเทความร้อนผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อดังแสดงในรูปภาคตัดขวาง ข้อใดคือค่าความต้านทานความร้อนของระบบ
  • 1 : ความต้านทานเนื่องจากของเหลวชนิดที่ 1 เพียงอย่างเดียว
  • 2 : ความต้านทานเนื่องจากผนังท่อเพียงอย่างเดียว
  • 3 : ความต้านทานเนื่องจากของเหลวทั้งสองชนิดรวมกัน
  • 4 : ความต้านทานเนื่องจากของเหลวทั้งสองชนิดรวมกับความหนาของผนังท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • จงหาอัตราความร้อนผ่านผนังท่อทรงกระบอกยาว 1 m เส้นผ่านศูนย์กลางภายในและนอกเท่ากับ 10 และ 11 cm ตามลำดับ ถ้าอุณหภูมิที่ผิวท่อภายในเท่ากับ 100°C และอุณหภูมิที่ผิวท่อภายนอกเท่ากับ 50°C และสภาพนำความร้อนเท่ากับ = 1 W/m K
  • 1 : 375 W
  • 2 : 1230 W
  • 3 : 3150 W
  • 4 : 5250 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • การคำนวณการถ่ายเทความร้อนแบบสภาวะไม่คงตัว (unsteady state) ด้วยวิธี the lumped thermal capacity model หรือ constant surface temperature model นั้นมีสมมติฐานว่าอย่างไร
  • 1 : การถ่ายเทความร้อนออกจากวัตถุของแข็งไปยังของไหลนั้น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในจะต้องสม่ำเสมอ (ไม่ขึ้นกับตำแหน่ง) ก็ต่อเมื่อความต้านทานการนำความร้อนมีค่าน้อยกว่าความต้านทานการพาความร้อนจากผิวมาก ๆ
  • 2 : การถ่ายเทความร้อนออกจากวัตถุของแข็งไปยังของไหลนั้น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในจะต้องสม่ำเสมอ (ไม่ขึ้นกับตำแหน่ง) ก็ต่อเมื่อความต้านทานการนำความร้อนมีค่ามากกว่าความต้านทานการพาความร้อนจากผิวมาก ๆ
  • 3 : การถ่ายเทความร้อนออกจากวัตถุของแข็งไปยังของไหลนั้น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในจะต้องไม่สม่ำเสมอ (ขึ้นกับตำแหน่ง) และมีความต้านทานการนำความร้อนมีค่าน้อยกว่าความต้านทานการพาความร้อนจากผิวมาก ๆ
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนออกจากวัตถุของแข็งไปยังของไหลนั้น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในจะต้องไม่สม่ำเสมอ (ขึ้นกับตำแหน่ง) และมีความต้านทานการนำความร้อนมีค่ามากกว่าความต้านทานการพาความร้อนจากผิวมาก ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 314 :
  • ผนังประกอบด้วย อิฐ และ แก้ว มีพื้นที่หน้าตัดรวมคงที่ขนาด A มีความหนา L โดยพื้นที่หน้าตัดของแก้วเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของผนัง (ค่าสภาพนำความร้อน k ของอิฐ = X และ k ของแก้ว = Y ) ความต้านการถ่ายเทความร้อนรวม ของผนังนี้คำนวณได้ดังข้อใด (โดยทิศทางการถ่ายเทความร้อนเป็นไปตามความหนาของผนัง)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 315 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • วัตถุชนิดใดไม่เหมาะที่จะเป็น insulator
  • 1 : วัตถุ E, 360 องศาเซลเซียส
  • 2 : วัตถุ E, 320 องศาเซลเซียส
  • 3 : วัตถุ B, 360 องศาเซลเซียส
  • 4 : วัตถุ B, 320 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 317 :
  • จงหาฟลักซ์ความร้อน (heat flux) ของการถ่ายโอนความร้อนเปรียบเทียบกับวงจรไฟฟ้าดังรูป
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 318 :
  • หากเทียบเคียงการถ่ายเทความร้อนกับการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้า ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : q (อัตราการถ่ายเทความร้อน) เทียบได้กับ I (กระแสไฟฟ้า, แอมแปร์)
  • 2 : ความแตกต่างของอุณหภูมิ เทียบได้กับ V (ค่าความต่างศักย์ ,โวลต์)
  • 3 : ความต้านทานการถ่ายเทความร้อน เทียบได้กับ ความต้านทานไฟฟ้า (โอห์ม)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ การถ่ายเทความร้อนผ่านความต้านทานที่ต่อแบบอนุกรม (resistances in series)
  • 1 : ความแตกต่างของอุณหภูมิ (temperature drop) เป็นแรงขับเคลื่อน (driving force)
  • 2 : ความต้านทานความร้อนรวม (overall thermal resistance) มีค่าเท่ากับ ผลรวมของความต้านทานของแต่ละตัว
  • 3 : สภาพนำความร้อน (thermal conductivity) เป็นค่าที่ขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิ แต่ไม่ขึ้นกับชนิดของวัสดุ
  • 4 : อัตราการถ่ายเทความร้อน (rate of heat flow) ที่ผ่านแต่ละความต้านทาน มีค่าเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :

  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :

  • 1 : 452 W
  • 2 : 458 W
  • 3 : 462 W
  • 4 : 468 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :

  • 1 : A. และ B.
  • 2 : A. และ C.
  • 3 : B. และ C.
  • 4 : A. B. และ C.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 324 :
  • ในการนำความร้อนแบบคงตัว (steady state) ดังรูป ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : พลังงานความร้อนถ่ายเทจากวัตถุ A ไปวัตถุ C
  • 2 : วัตถุ C มีสภาพนำความร้อน (thermal conductivity, k) มากที่สุด
  • 3 : วัตถุทั้งสามต่อกันแบบอนุกรม โดยมี driving force เป็นผลต่างของอุณหภูมิ
  • 4 : ระหว่างรอยต่อของวัตถุทั้ง 3 ไม่มีค่าความต้านทานความร้อน (thermal resistance)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 783 : Principles of heat flow in fluids
ข้อที่ 325 :
  • ตัวเลขไร้หน่วย (dimensionless number) ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ การถ่ายเทความร้อน
  • 1 : ตัวเลข Reynolds (Re)
  • 2 : ตัวเลข Sherwood (Sh)
  • 3 : ตัวเลข Graetz (Gz)
  • 4 : ตัวเลข Grashof (Gr)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • ข้อใดคือความหมายทางกายภาพของ Nusselt Number (Nu = hD/k)
  • 1 : Thermal Capacity / Convective Heat Transfer
  • 2 : Innertial force / viscous force
  • 3 : Total Heat Transfer / Conductive Heat Transfer
  • 4 : Momentum Diffusivity / Thermal Diffusivity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :
  • หน่วยปฏิบัติการในข้อใดที่ไม่มีการถ่ายเทความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง (ทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติ)
  • 1 : คูลลิงทาวเวอร์ (Cooling Tower)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์ (Reactor)
  • 3 : หอกลั่น (Distillation Column)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 328 :
  • ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนจะอยู่ในเทอมของตัวเลขไร้หน่วยตัวใด
  • 1 : ตัวเลข Reynolds (Re)
  • 2 : ตัวเลข Sherwood (Sh)
  • 3 : ตัวเลข Prandtl (Pr)
  • 4 : ตัวเลข Nusselt (Nu)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 329 :
  • ข้อใดเป็นสมมติฐานในการคำนวณค่าอุณหภูมิเฉลี่ยในการออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • 1 : เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทำงานในสภาวะคงตัว (steady state)
  • 2 : ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวม (overall heat transfer coefficient) มีค่าคงที่
  • 3 : ไม่มีค่าความร้อนสูญเสีย (heat loss) ของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนไปสู่สิ่งแวดล้อม
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 330 :
  • อัตราการถ่ายเทความร้อน (heat rate) และฟลักส์ความร้อน (heat flux) ต่างกันอย่างไร
  • 1 : อัตราการถ่ายเทความร้อนเกิดจากผลคูณของฟลักส์ความร้อนกับพื้นที่การถ่ายเทความร้อน
  • 2 : ฟลักส์ความร้อนเกิดจากผลคูณของอัตราการถ่ายเทความร้อนกับพื้นที่การถ่ายเทความร้อน
  • 3 : ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกัน
  • 4 : ทั้ง 2 ตัวแปรคือค่าเดียวกันเพียงแต่เรียกคนละชื่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 331 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการนำความร้อนในสภาวะคงตัว
  • 1 : เกิดสมดุลความร้อน
  • 2 : อุณหภูมิในแต่ละตำแหน่งของวัตถุจะมีค่าคงที่แต่จะมีค่าไม่เท่ากัน โดยจะแปรผันไปตามตำแหน่งและทิศทางการถ่ายเทความร้อน
  • 3 : อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • การถ่ายเทความร้อนมีกลไกอะไรบ้าง
  • 1 : การนำความร้อน การควบแน่น การระเหิด
  • 2 : การพาความร้อน การหลอมเหลว การเดือด
  • 3 : การแผ่รังสี การพาความร้อน การควบแน่น
  • 4 : การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 :
  • เรามักใช้อุณหภูมิในข้อใด ในการหาคุณสมบัติต่างๆ ของของไหลเพื่อคำนวณหาสัมประสิทธิ์การพาความร้อน
  • 1 : อุณหภูมิเฉลี่ยของผนังถ่ายเทความร้อน
  • 2 : อุณหภูมิเฉลี่ยของของไหล
  • 3 : อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่างผิวผนังถ่ายเทความร้อนและของไหล
  • 4 : อุณหภูมิสูงสุดที่ปรากฏในระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 334 :
  • ตัวเลขไร้หน่วย (dimensionless number) ข้อใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการถ่ายเทความร้อน
  • 1 : ตัวเลข Reynolds
  • 2 : ตัวเลข Prandtl
  • 3 : ตัวเลข Biot
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :

  • 1 : A
  • 2 : จาก A ไป B
  • 3 : B
  • 4 : จาก B ไป C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 337 :

  • 1 : อุณหภูมิของของไหล
  • 2 : อุณหภูมิพื้นผิวทรงกระบอก
  • 3 : อุณหภูมิที่จุดศูนย์กลางภายในทรงกระบอก
  • 4 : ค่าเฉลี่ยทางเลขคณิตระหว่างอุณหภูมิของของไหลและอุณหภูมิพื้นผิวทรงกระบอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 339 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการควบแน่น
  • 1 : พื้นผิวของวัสดุที่ทำการควบแน่นโดยทั่วไปนั้นของเหลวที่เกิดขึ้นจะสามารถเปียกได้ทำให้การควบแน่นบนแผ่นวัสดุโดยทั่วไปจะเป็นแบบฟิล์ม (film condensation)
  • 2 : การควบแน่นแบบหยด (dropwise condensation) จะให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนที่ดีกว่าการควบแน่นแบบฟิล์ม
  • 3 : การควบแน่นแบบหยด และแบบฟิล์ม สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กันบนวัสดุเดียวกัน
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 340 :
  • เราเรียกกระบวนการที่ใช้ในการทำระเหยตัวทำละลายออกจากสารละลาย โดยการทำใช้ความร้อนทำให้ตัวทำละลายกลายเป็นไอและแยกออกจากสารละลายเพื่อให้ได้สารละลายที่มีความเข้มข้นมากขึ้นว่า
  • 1 : การอบระเหย (evaporation)
  • 2 : การอบแห้ง (drying)
  • 3 : การควบแน่น (condensation)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • ข้อใดเป็นแรงขับ (driving force) ของกระบวนการถ่ายเทความร้อน
  • 1 : ความแตกต่างของอุณหภูมิ
  • 2 : ความแตกต่างของความดัน
  • 3 : ความแตกต่างของฟูกาซิตี้ (fugacity)
  • 4 : ความแตกต่างของพลังงานภายในของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 342 :
  • การพาความร้อนโดยธรรมชาติ (Natural Convection) หมายถึง
  • 1 : นิยามทั่วไปสำหรับการพาความร้อนโดยรวมทุกชนิด
  • 2 : การพาความร้อนโดยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น หิมะตก
  • 3 : การพาความร้อน ที่เกิดจากความแตกต่างของความหนาแน่นของของไหล
  • 4 : การถ่ายเทความร้อนโดยการใช้พัดลมพัดพาความร้อนไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 784 : Heat transfer to fluids without phase change
ข้อที่ 343 :
  • จงเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนของระบบต่อไปนี้จากน้อยไปมาก ก การพาความร้อนโดยธรรมชาติ ข การพาความร้อนโดยการบังคับ ค การเดือด
  • 1 : ก ข ค
  • 2 : ข ค ก
  • 3 : ก ค ข
  • 4 : ค ข ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • จากภาพเป็นการเดือดของของไหลในหม้อต้ม การไหลวนของของไหล (ตามลูกศร) ที่เดือดเกิดจากปรากฏการณ์ใด
  • 1 : การนำความร้อน (Heat Conduction)
  • 2 : การพาความร้อนโดยการบังคับ (Forced Convection)
  • 3 : การพาความร้อนโดยธรรมชาติ (Natural Convection)
  • 4 : การแผ่รังสีความร้อน (Thermal Radiation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :
  • คำกล่าวในข้อใดเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง
  • 1 : การพาความร้อนแบบบังคับการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของความหนืดในขณะที่การพาความร้อนแบบธรรมชาติการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของแรงลอยตัวของของไหล
  • 2 : การพาความร้อนแบบบังคับการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของความหนืดในขณะที่การพาความร้อนแบบธรรมชาติการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของแรงลอยตัวของไหล
  • 3 : การพาความร้อนแบบบังคับการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิในขณะที่การพาความร้อนแบบธรรมชาติการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของความหนาแน่นของของไหล
  • 4 : การพาความร้อนแบบบังคับการไหลของของไหลเกิดจากแรงกระทำภายนอกในขณะที่การพาความร้อนแบบธรรมชาติการไหลของของไหลเกิดจากความแตกต่างของความหนาแน่นของของไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 346 :
  • การพาความร้อนแบบธรรมชาติ (natural or free convection) คือการเคลื่อนที่ของความร้อน ระหว่างผิวของของแข็ง และของไหล โดยที่ของไหลเคลื่อนไหวเป็นผลจากความแตกต่างของอะไร
  • 1 : ความดัน
  • 2 : ความหนาแน่น
  • 3 : แรงเสียดทาน
  • 4 : ความหนืด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • การพาความร้อนแบบธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับปริมาณใด
  • 1 : สมบัติต่าง ๆ ของของไหล
  • 2 : ขนาดและลักษณะของของแข็ง
  • 3 : ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างของของไหลและพื้นผิว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 348 :
  • เมื่ออากาศร้อน เราใช้พัดช่วยทำให้ความรู้สึกร้อนน้อยลง เพราะพัดช่วยให้ค่า
  • 1 : สัมประสิทธิ์การพาความร้อนต่ำลง
  • 2 : สภาพนำความร้อนต่ำลง
  • 3 : สัมประสิทธิ์การพาความร้อนสูงขึ้น
  • 4 : สภาพนำความร้อนสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :
  • ข้อใดไม่เป็นการพาความร้อนแบบบังคับออกจากร่างกาย
  • 1 : นอนเปิดพัดลม
  • 2 : ขี่จักรยานชมวิว
  • 3 : เล่นน้ำตก
  • 4 : นอนแช่น้ำเล่นในอ่างอาบน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 :
  • คุณแม่ท่านหนึ่งกำลังป้อนข้าวต้มให้ลูกน้อย สิ่งที่สังเกตคือ แม่จะเป่าข้าวต้มที่อยู่ในช้อนจนอุณหภูมิพอเหมาะ จึงป้อนให้ให้ลูกน้อย หลักถ่ายเทความร้อนใดที่ใช้อธิบายลักษณะดังกล่าว
  • 1 : การนำความร้อน
  • 2 : การพาความร้อนแบบบังคับ
  • 3 : การแผ่รังสีความร้อน
  • 4 : การพาความร้อนแบบอิสระ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 351 :
  • ทำไมเวลากลางวันจึงเกิดลมพัดจากทะเลขึ้นฝั่ ง หรือที่เรียกว่า ลมทะเล
  • 1 : กลางวันอากาศเหนือดินอุ่น จึงลอยขึ้นอากาศเย็นจากทะเลจึงมาแทนที่
  • 2 : กลางวันคลื่นลมแรง จึงพัดเข้าฝั่ง
  • 3 : เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกกับดวงจันทร์
  • 4 : เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกกับดวงอาทิตย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 352 :
  • ข้อใดเป็นการถ่ายเทความร้อนด้วย การพาความร้อนแบบธรรมชาติ
  • 1 : การลอยขึ้นของบอลลูน ที่ใช้พลังงานจากเปลวไฟ
  • 2 : การเกิดลมบก ลมทะเล
  • 3 : ปล่องควัน และเปลวไฟ ของบ้านสไตล์ยุโรป ทำให้เกิดการไหลเวียนภายในบ้าน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1,2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • การพาความร้อนแบบธรรมชาติจากวัสดุจะไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
  • 1 : ความจุความร้อนของวัสดุ
  • 2 : รูปร่างของวัสดุ
  • 3 : การจัดวางของวัสดุ
  • 4 : ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของวัสดุกับอุณหภูมิล้อมรอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 354 :
  • ข้อใดเป็นอิทธิพลของการพาความร้อนแบบธรรมชาติ (natural convection)
  • 1 : การพาความร้อนในกรณีที่ตัวเลข Reynolds มีค่าต่ำ แต่ความแตกต่างของอุณหภูมิมีค่ามาก
  • 2 : การพาความร้อนในกรณีที่ตัวเลข Reynolds มีค่าสูงมาก และความแตกต่างของอุณหภูมิมีค่ามาก
  • 3 : การพาความร้อนในกรณีที่ตัวเลข Reynolds มีค่าสูงมาก และความแตกต่างของอุณหภูมิมีค่าต่ำ
  • 4 : การพาความร้อนในกรณีที่ตัวเลข Reynolds มีค่าสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • การพาความร้อนแบบธรรมชาติ (natural convection) เกิดขึ้นกับการไหลแบบใด
  • 1 : การไหลแบบราบเรียบ (laminar)
  • 2 : การไหลแบบปั่นป่วน (turbulent
  • 3 : การไหลแบบทรานสิชั่น (transition)
  • 4 : ข้อ 1, 2, และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก
  • 1 : 1. การพาความร้อนแบบธรรมชาติ (natural convection) คือการพาความร้อนซึ่งมวลของของไหลเคลื่อนที่ด้วยตนเองเนื่องจากความแตกต่างระหว่างความหนาแน่นของมวลของไหลด้วยกันเอง
  • 2 : 2. การพาความร้อนแบบบังคับ (forced convection) คือการพาความร้อนที่มีการใช้เครื่องมือกลช่วยให้เกิดการไหลเช่นปั๊ม เพื่อให้การเคลื่อนที่ของความร้อนเร็วขึ้น
  • 3 : เมื่อเกิดการพาความร้อนแบบธรรมชาติ ในกรณีที่ของไหล ไหลแบบราบเรียบ (laminar) จะทำให้การนำความร้อนลดลง
  • 4 : ข้อ 1. และ 2. ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • รูปแบบการถ่ายเทความร้อนต่อไปนี้ ข้อใดเป็นการพาความร้อนแบบธรรมชาติ (natural convection)
  • 1 : การพัดให้ไฟในเตาโหมแรงขึ้น
  • 2 : การอบแห้งในเครื่องอบแห้ง
  • 3 : การจุดเทียนไขแล้วเห็นว่าเปลวไฟจะตั้งขึ้นเสมอ
  • 4 : การเป่าน้ำซุปร้อนให้เย็นก่อนป้อนเด็กเล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 358 :
  • จากหลักการถ่ายเทความร้อนข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ไขปลาวาฬน่าจะนำความร้อนได้ดีเพราะจุดติดไฟได้ง่าย
  • 2 : หลักการถ่ายเทความร้อนพัฒนาขึ้นมาจากหลักการถ่ายเทความเย็น แต่เกิดขึ้นในทิศทางตรงกันข้าม
  • 3 : หลังอาบน้ำ หากไม่เช็ดตัวให้แห้งจะรู้สึกเย็น เพราะหยดน้ำดึงความร้อนจากร่างกายไปใช้ในการระเหย
  • 4 : การพัดทำให้ถ่านในเตาเย็นตัวลง เนื่องจากเป็นการระบายความร้อนออกจากถ่าน โดยการพาความร้อนแบบบังคับ (forced convection) เช่นเดียวกับการพัดคลายร้อนให้ร่างกาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง (fluid/solid interface) ของการพาความร้อนแบบบังคับและแบบธรรมชาติคืออะไร
  • 1 : กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง ของการพาความร้อนทั้งสองแบบคือ การนำความร้อน
  • 2 : กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง ของการพาความร้อนแบบบังคับคือ การพาความร้อนในขณะที่กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง ของการพาความร้อนแบบธรรมชาติคือ การนำความร้อน
  • 3 : กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง ของการพาความร้อนแบบบังคับคือ การพาความร้อนในขณะที่กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง ของการนำความร้อนแบบอิสระคือ การพาความร้อน
  • 4 : กลไกการถ่ายเทความร้อนที่ผิวสัมผัสของไหล/ของแข็ง ของการพาความร้อนทั้งสองแบบคือ การพาความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 360 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องสำหรับการถ่ายเทความร้อนผ่านตัวกลางของไหลที่ไหลแบบราบเรียบ (laminar flow)
  • 1 : สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าการไหลแบบปั่นป่วน (turbulent flow) เนื่องจากไม่มีการไหลข้ามชั้น
  • 2 : การไหลแบบราบเรียบมีกลไกการถ่ายเทความร้อนแบบการนำความร้อนเพียงอย่างเดียว
  • 3 : ค่าสัมประสิทธิ์การพาความร้อนในของไหลที่ไหลแบบราบเรียบเป็นศูนย์ไม่ขึ้นกับชนิดของไหล
  • 4 : การพาความร้อนแบบธรรมชาติ (natural convection) มีผลต่อการไหลแบบราบเรียบมากกว่าการไหลแบบปั่นป่วน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 785 : Heat transfer to fluids with phase change
ข้อที่ 361 :
  • ในการควบแน่นแบบฟิล์มจะมีอัตราการถ่ายเทความร้อนต่ำกว่าการควบแน่นแบบหยดบนพื้นผิวเนื่องจาก
  • 1 : ชั้นฟิล์มของของเหลวที่เกิดขึ้นจะเพิ่มความต้านทานการถ่ายเทความร้อนให้กับระบบรวม
  • 2 : ฟิล์มจะไปลดพื้นที่ผิวการถ่ายเทความร้อน
  • 3 : ฟิล์มจะไปลดพื้นที่ผิวในการควบแน่น
  • 4 : ข้อ 1 2 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • จากรูปอุณหภูมิจุดเดือดของน้ำบริสุทธิ์จะมีค่าเท่าใด เมื่ออุณหภูมิจุดเดือดของสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ความเข้มข้น 40% โดยมวลเท่ากับ 150 องศาฟาเรนไฮด์
  • 1 : 100 องศาฟาเรนไฮด์
  • 2 : 105 องศาฟาเรนไฮด์
  • 3 : 125 องศาฟาเรนไฮด์
  • 4 : 130 องศาฟาเรนไฮด์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • เราเรียกพลังงานที่ใช้ในการทำให้ของไหล 1 หน่วย มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส และ พลังงานที่ใช้ในการทำให้ของเหลว 1 หน่วยกลายเป็นไอทั้งหมดว่า
  • 1 : ความจุความร้อนจำเพาะ และ ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ
  • 2 : ความร้อนแฝง และ ความจุความร้อนจำเพาะ
  • 3 : ความร้อนแฝงของการเพิ่มอุณหภูมิ และ ความจุความร้อนจำเพาะของการกลายเป็นไอ
  • 4 : ความร้อนแฝงของการเพิ่มอุณหภูมิ ความร้อนแฝงของการกลาเป็นไอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 786 : Radiation heat transfer
ข้อที่ 364 :
  • ในการแผ่รังสีความร้อน (Thermal Radiation) อัตราการแผ่รังสีความร้อนจะแปรผันตรงตามตัวแปรในข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : อุณหภูมิยกกำลัง 1
  • 2 : อุณหภูมิยกกำลัง 2
  • 3 : อุณหภูมิยกกำลัง 3
  • 4 : อุณหภูมิยกกำลัง 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 365 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • วัตถุดำคือวัตถุที่มีค่าการดูดกลืนความร้อน (absorptivity) เท่ากับเท่าใด
  • 1 : ค่าการดูดกลืนความร้อน เท่ากับ 0
  • 2 : ค่าการดูดกลืนความร้อน น้อยกว่า 0
  • 3 : ค่าการดูดกลืนความร้อน น้อยกว่า 1
  • 4 : ค่าการดูดกลืนความร้อน เท่ากับ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 367 :
  • วัตถุเทา (gray body) มีนิยามว่าอย่างไร
  • 1 : ค่าการเปล่งรังสีมอนอโครเมตริก (monochromatic emissivity) ของวัตถุจะไม่ขึ้นกับความยาวคลื่น
  • 2 : พลังงานทั้งหมดที่ปล่อยจากวัตถุเป็นสัดส่วนกับอุณหภูมิสมบูรณ์ยกกำลังสี่
  • 3 : วัตถุเทาจะแผ่รังสีความร้อนที่ความยาวคลื่นสูง
  • 4 : การแผ่รังสีอิเล็กโตรแมคนิติคของวัตถุเทาเท่านั้นที่ขึ้นกับอุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 368 :
  • ค่าแฟกเตอร์รูปร่างของการแผ่รังสี (F12) ของรูปทรงกลมซ้อนกันมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 369 :
  • การถ่ายเทความร้อนแบบการแผ่รังสีความร้อน ขึ้นกับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 370 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • รังสีความร้อน มีความยาวคลื่น อยู่ในช่วงใด
  • 1 : แสงที่ตามองเห็น (visible light)
  • 2 : รังสีอุลตราไวโอเลต (UV)
  • 3 : รังสีอินฟราเรด (IR)
  • 4 : 1 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 :
  • สมบัติการแผ่รังสีที่บอกให้ทราบว่าพลังงานที่ตกกระทบ (irradiation) นั้นถูกแจกจ่ายไปในทางใดบ้าง คืออะไร
  • 1 : ค่าการดูดซึมรังสี (absorptivity) ค่าการสะท้อนรังสี (reflectivity) และค่าการส่งผ่านรังสี (transmissivity)
  • 2 : ค่าการดูดซึมรังสี (absorptivity) ค่าการสะท้อนรังสี (reflectivity) และค่าการเปล่งรังสี (emissivity)
  • 3 : ค่าการดูดซึมรังสี (absorptivity) ค่าการเปล่งรังสี (emissivity) และการส่งผ่านรังสี (transmissivity)
  • 4 : ค่าการดูดซึมรังสี (absorptivity) และ ค่าการเปล่งรังสี (emissivity)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 373 :
  • ข้อใดเป็นข้อถูกต้องสำหรับ ความสัมพันธ์เอนโคลสเซอร์ (enclosure relationship)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวัตถุดำ (black body) และวัตถุเทา (gray body)
  • 1 : วัตถุดำคือวัตถุที่มีสีดำ ส่วนวัตถุเทาก็คือวัตถุที่มีสีเทา
  • 2 : วัตถุดำและวัตถุเทา ต่างก็มีค่า emissivity เท่ากับ absorptivity
  • 3 : วัตถุดำคือวัตถุที่มีสีดำ ส่วนวัตถุเทาจะมีสีอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่สีดำ
  • 4 : วัตถุเทาคือวัตถุที่มีค่า emissivity เท่ากับวัตถุดำ แต่มีสีอื่นไม่ใช่สีดำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 375 :

  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 10
  • 4 : 100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 376 :
  • คลื่นแสงที่มีพลังงานแสงมากที่สุดคือแสงสีใด
  • 1 : น้ำเงิน
  • 2 : ส้ม
  • 3 : แดง
  • 4 : เหลือง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 377 :

  • 1 : Wien’s displacement law
  • 2 : Kirchhoff’s law
  • 3 : Stefan – Boltzman law
  • 4 : Jude’s law
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • คุณสมบัติของ opaque solid เป็นอย่างไร
  • 1 : absorptivity + transmissivity + reflectivity = 1
  • 2 : absorptivity + reflectivity = 1
  • 3 : absorptivity + transmissivity = 1
  • 4 : reflectivity + transmissivity = 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 379 :
  • เคียชโฮฟ (Kirchhoff) หรือ ที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป ว่า เคอชอรฟ ได้กล่าวไว้ว่า
  • 1 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีสภาพการเปล่งรังสีความร้อน เท่ากับสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 2 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงไม่คงที่ แต่จะมีสภาพการเปล่งรังสีความร้อน เท่ากับสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • 3 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีเพียงสภาพการเปล่งรังสีความร้อน
  • 4 : วัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิคงที่ และรับการแผ่รังสีความร้อนจากวัตถุดำที่มี อุณหภูมิ T จะมีอุณหภูมิคงที่เท่ากับ T และจะมีเพียงสภาพการดูดกลืนรังสีความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :

  • 1 : 14.676 W
  • 2 : 24.676 W
  • 3 : 34.676 W
  • 4 : 44.676 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 381 :
  • พื้นผิวขนาด 0.5 ตารางเมตร มีสภาพเปล่งรังสี 0.8 และมีอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส วางไว้ภายในผนังวงรอบปิดขนาดใหญ่ซึ่งเป็นบริเวณว่างเปล่า ปราศจากอากาศและควบคุมอุณหภูมิผนังคงที่ 30 องศาเซลเซียส จงหาอัตราการแผ่รังสีความร้อนที่ปลดปล่อยออกจากพื้นผิวนั้น (ไม่ใช่อัตราการแผ่รังสีความร้อนระหว่างพื้นผิวกับผนังวงรอบปิด)
  • 1 : 1277.14 W
  • 2 : 1062.08 W
  • 3 : 962.08 W
  • 4 : 1177.14 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • วัตถุดำมีอุณหภูมิ 1000 เคลวิน จะมีกำลังการแผ่รังสีความร้อนเชิงเสปกตรัม (แผ่รังสีคลุมครึ่งทรงกลม) เท่ากับเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • วัตถุดำ 2 ชิ้นมีการถ่ายเทความร้อนด้วยการแผ่รังสีความร้อนเพียงอย่างเดียว (ไม่มีการถ่ายเทความร้อนด้วยวิธือื่นเกิดขึ้น) ชิ้นที่ 1 มีอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ชิ้นที่ 2 มีอุณหภูมิ 300 องศาเซลเซียส จงหาอัตราการถ่ายเทความร้อนระหว่างวัตถุ 2 ชิ้นนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 787 : Heat transfer equipment
ข้อที่ 384 :
  • ท่อส่งไอน้ำหุ้มฉนวน รัศมีภายในและภายนอกของฉนวนเท่ากับ 6 และ 8 cm ตามลำดับ มีค่าสภาพนำความร้อน 0.5 W/m•K หุ้มฉนวนที่ด้านนอกของท่อส่งไอน้ำทำให้อุณหภูมิที่ผิวฉนวนด้านนอกมีค่า 30 องศาเซลเซียส ในขณะที่ผิวด้านในมีอุณหภูมิ 430 องศาเซลเซียส จงคำนวณหาอัตราการสูญเสียความร้อนของท่อต่อหนึ่งหน่วยความยาวท่อ
  • 1 : 3368 W/m
  • 2 : 4368 W/m
  • 3 : 5368 W/m
  • 4 : 6368 W/m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 385 :

  • 1 : 86 องศาเซลเซียส
  • 2 : 66 องศาเซลเซียส
  • 3 : 56 องศาเซลเซียส
  • 4 : 42 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :
  • เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องใหม่เครื่องหนึ่ง หลังจากผ่านไป 6 เดือนพบว่าเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนมีการถ่ายเทความร้อนมากกว่าเดิม 10% เมื่อเทียบกับตอนเริ่มใช้ สมมติให้การทำงานของมีความแตกต่างที่อุณหภูมิกันระหว่างตอนเริ่มใช้ และ หลังใช้ไป 6 เดือน นั่นแสดงว่ามีตะกรันเกิดขึ้นในระบบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของพื้นที่ผิวลดลง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 388 :

  • 1 : 800 kJ/min
  • 2 : 1,600 kJ/min
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :
  • ในโรงงานอาหาร น้ำเกลือไหลเข้าสู่เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อสองชั้น (double pipe heat exchanger) ร้อนขึ้นจาก 10 องศาเซลเซียสเป็น 20 องศาเซลเซียส ด้วยน้ำ น้ำ ไหลเข้าเครื่องด้วยอัตรา 20 kg/min ที่อุณหภูมิ 90องศาเซลเซียส และไหลออกที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส สำหรับการไหลแบบขนาน จงหาค่าอุณหภูมิลอกมีน (log mean temperaturedifference)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 390 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 392 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 788 : Evaporators
ข้อที่ 393 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 394 :
  • จงใช้แผนภูมิ Duhring lines สำหรับหาค่าหาค่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น (BPR) ของสารละลาย 30% NaOH ที่กำลังเดือดในอุปกรณ์การระเหยที่มีความดัน = 25.6 kPa (อุณหภูมิจุดเดือดของน้ำที่ความดัน 25.6 kPa เท่ากับ 66 องศาเซลเซียส)
  • 1 : 0 องศาเซลเซียส
  • 2 : 14 องศาเซลเซียส
  • 3 : 33 องศาเซลเซียส
  • 4 : 66 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 395 :
  • สารละลายที่มีปริมาณของแข็งทั้งหมด 11% ทำให้เข้มข้นในเครื่องระเหยแบบเดี่ยว โดยมีอัตราการป้อนสารละลายเข้าสู่เครื่อง 1,500 kg/h และมีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เครื่องระเหยทำงานภายใต้ความดันบรรยากาศและอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ขณะที่ใช้ไอน้ำความดัน 198.5 kPa ถ้าต้องการให้ความเข้มข้นสุดท้ายของผลิตภัณฑ์เป็น 50% ของปริมาณของแข็งทั้งหมด จงคำนวณหาปริมาณของผลิตภัณฑ์
  • 1 : 165 kg/h
  • 2 : 330 kg/h
  • 3 : 750 kg/h
  • 4 : 1170 kg/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 396 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 397 :
  • สารละลาย NaOH เข้มข้น 30%โดยน้ำหนัก ถูกป้อนเข้าเครื่องต้มระเหยแบบขั้นตอนเดียว (single-effect evaporator) ด้วยอัตรา 30,000 kg/h เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เข้มข้น 90% โดยน้ำหนัก โดยใช้ไอน้ำ (steam) อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ในอัตรา 20,000 kg/h จงหาค่ากำลังการผลิต (capacity) โดยกำหนดให้ capacity = (kg) of water vaporized / h
  • 1 : 10,000
  • 2 : 15,000
  • 3 : 9,000
  • 4 : 20,000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 789 : Humidifiers, dehumidifiers and cooling towers
ข้อที่ 398 :
  • เมื่อวานนี้อากาศมีอุณหภูมิกะเปาะแห้งเท่ากับ 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิกะเปาะเปียกเท่ากับ 29 องศาเซลเซียส วันนี้อากาศมีอุณหภูมิกะเปาะแห้งเท่ากับเมื่อวาน แต่อุณหภูมิกะเปาะเปียกเท่ากับ 24 องศาเซลเซียส ดังนั้น ถ้าตากผ้าในสองวันนี้ จะปรากฏว่า
  • 1 : วันนี้ ผ้าแห้งเร็วกว่า เพราะอากาศแห้งกว่า
  • 2 : เมื่อวานนี้ ผ้าแห้งเร็วกว่า เพราะอากาศแห้งกว่า
  • 3 : แห้งเร็วเท่ากัน เพราะอุณหภูมิกะเปาะแห้งเท่ากัน
  • 4 : วันนี้ ผ้าแห้งเร็วกว่า เพราะความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 790 : Dryer
ข้อที่ 399 :

  • 1 : 20.6 ชั่วโมง
  • 2 : 30.6 ชั่วโมง
  • 3 : 40.6 ชั่วโมง
  • 4 : 50.6 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร