สภาวิศวกร

สาขา : ไฟฟ้าแขนงไฟฟ้าสื่อสาร

วิชา : Data Communication and Network

เนื้อหาวิชา : 115 : Introduction to data communications and networks
ข้อที่ 1 :
  • คอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง เชื่อมต่อกันผ่าน Ethernet LAN ถ้าต้องการให้ได้อัตราข้อมูลเฉลี่ยต่อเครื่องเท่ากับ 2 Mbps จะต้องใช้ port bridge กี่พอร์ท
  • 1 : 1 พอร์ท
  • 2 : 2 พอร์ท
  • 3 : 5 พอร์ท
  • 4 : 10 พอร์ท
  • 5 : 12 พอร์ท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • ระบบ wireless LAN แบบ FHSS โดยใช้สเปรกตรัม 1 GHz ถ้าแบนด์วิธของสัญญาณแรกเริ่มเท่ากับ 250 MHz ระบบจะ hop กี่ครั้งต่อรอบ
  • 1 : 1 ครั้งต่อรอบ
  • 2 : 2 ครั้งต่อรอบ
  • 3 : 3 ครั้งต่อรอบ
  • 4 : 4 ครั้งต่อรอบ
  • 5 : 5 ครั้งต่อรอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 3 :
  • โปรโตคอล UDP และ TCP เป็น โปรโตคอลของระดับชั้นใด
  • 1 : ระดับชั้นฟิสิคัล
  • 2 : ระดับชั้นดาต้าลิงก์
  • 3 : ระดับชั้นเน็ตเวิร์ก
  • 4 : ระดับชั้นทรานสปอร์ต
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 4 :
  • เครือข่ายของ Bluetooth สามารถมีเครื่องแม่ (master) ได้กี่เครื่อง
  • 1 : 1 เครื่อง
  • 2 : 2 เครื่อง
  • 3 : 3 เครื่อง
  • 4 : 8 เครื่อง
  • 5 : 16 เครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 5 :
  • Random access แบบใดจะไม่เกิดการ collision
  • 1 : ALOHA
  • 2 : CSMA/CD
  • 3 : CSMA/CA
  • 4 : Token passing
  • 5 : ข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • จากรูปแบบการใช้งานของระบบโทรศัพท์ ความถี่สูงสุดของเสียงพูดของมนุษย์มีค่าประมาณ
  • 1 : 4000 Hz
  • 2 : 400 Hz
  • 3 : 40 Hz
  • 4 : 4 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 7 :
  • Slotted ALOHA แก้ปัญหาของ Pure ALOHA ด้วยวิธีใด
  • 1 : เป็นการรอเวลาสุ่ม (Random time)
  • 2 : แบ่งเวลาออกเป็นช่วงเวลาเล็กๆ
  • 3 : ตรวจสอบช่องสื่อสารก่อนทำการส่งสัญญาณ
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • จงคำนวณหาค่า CRC-4 ในการตรวจสอบความผิดพลาดของการส่งข้อมูล 1010010111
  • 1 : CRC = 0001
  • 2 : CRC = 1000
  • 3 : CRC = 0011
  • 4 : CRC = 1100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • สัญญาณแบบ periodic มีคาบของสัญญาณครบหนึ่งคาบในเวลา 0.001 วินาที สัญญาณนี้มีความถี่เท่าใด
  • 1 : 1 Hz
  • 2 : 100 Hz
  • 3 : 1 KHz
  • 4 : 1 MHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • สัญญาณมีความกว้าง (Bandwidth) 5 KHz และมีความถี่ตํ่าสุดเป็น 52 KHz ความถี่สูงสุดมีค่า
  • 1 : 5 KHz
  • 2 : 10 KHz
  • 3 : 47 KHz
  • 4 : 57 KHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • สัญญาณที่มีการเปลี่ยนเฟส (phase shift) ไป 1/4 คาบคือสัญญาณที่มีการเปลี่ยนเฟสไป
  • 1 : 0 องศา
  • 2 : 45 องศา
  • 3 : 90 องศา
  • 4 : 180 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • โปรแกรมเครือข่ายที่ มีรูปแบบโครงสร้างมาตรฐานที่ ISO กำหนดนั้น จะมีการทำงานในลักษณะที่เป็น ___ เพื่อลดความซับซ้อนของโปรแกรมทั้งระบบ โดยแต่ละชั้น จะมีฟังก์ชันการทำงานที่อาศัยชั้นที่อยู่ถัดลงมา
  • 1 : peer
  • 2 : ad hoc
  • 3 : layer
  • 4 : network
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆใน personal area network แบบไร้สาย เช่นการเชื่อม laptop mouse และ printer เข้าด้วยกัน
  • 1 : LAN
  • 2 : ad hoc network
  • 3 : Bluetooth
  • 4 : WiFi
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 14 :
  • ช่วงความถี่ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (visible light) นั้นมีความถี่เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับความถี่ที่ใช้ในการสื่อสารวิทยุ (radio communication)
  • 1 : ตํ่ากว่า
  • 2 : เท่ากัน
  • 3 : สูงกว่า
  • 4 : ไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 15 :
  • กำหนดให้ช่องสื่อสารที่ปราศจากสัญญาณรบกวนมีแบนด์วิดท์ 1 kHz เมื่อนำมาส่งสัญญาณไบนารี จะได้อัตราบิตสูงสุดเท่าไร
  • 1 : 500 bps
  • 2 : 1 kbps
  • 3 : 2 kbps
  • 4 : 4 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 16 :
  • Application ใดต่อไปนี้เป็นตังอย่างของ multicast application
  • 1 : Teleconferencing
  • 2 : Distance learning
  • 3 : Information dissemination
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • HTTP มีหน้าที่คล้ายกับ
  • 1 : FTP, SNMP
  • 2 : FTP, SMTP
  • 3 : FTP, MTV
  • 4 : FTP, URL
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 18 :
  • Multimedia Application ใช้ connection แบบใด
  • 1 : TCP
  • 2 : UDP
  • 3 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข
  • 4 : ไม่ถูกทั้งข้อ ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 19 :
  • Real-time video conference ข้อมูลจาก server จะถูกส่งไปให้ client โดยวิธีการใด
  • 1 : Unicast
  • 2 : Multicast
  • 3 : Broadcast
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • E-mail ต่างจาก FTP อย่างไร
  • 1 : e-mail คือการแลกเปลี่ยน information ระหว่าง users
  • 2 : ftp คือการแลกเปลี่ยน information ระหว่าง computers
  • 3 : ไม่แตกต่าง
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ก และ ข
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • อุปกรณ์ใดสามารถใช้ในการแก้ไขปัญหาการ Delay ของสัญญาณ analog ได้ดีที่สุด
  • 1 : equalizer
  • 2 : router
  • 3 : repeater
  • 4 : amplifier
  • 5 : modem
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 22 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของการใช้บริการ CONNECT.confirm
  • 1 : ผู้รับบอกกับผู้ส่งว่ายอมรับการติดต่อ
  • 2 : ผู้ส่งบอกกับผู้รับว่าต้องการติดต่อ
  • 3 : ผู้รับรับทราบว่าผู้ส่งติดต่อเข้ามา
  • 4 : ผู้ส่งทำการติดต่อไปยังผู้รับ
  • 5 : ผู้รับทำการติดต่อกับผู้ส่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 23 :
  • ถ้าเปรียบเทียบการโทรศัพท์กับการสื่อสารแบบ layer protocol ข้อใดเปรียบได้กับ service access point (SAP)
  • 1 : โทรศัพท์
  • 2 : ผู้โทร
  • 3 : ผู้รับ
  • 4 : องค์การโทรศัพท์
  • 5 : สายโทรศัพท์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 24 :
  • ข้อใดไม่ไช่คุณสมบัติของ LAN
  • 1 : การบริหารจัดการเบ็จเสร็จในองกรณ์
  • 2 : ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงเมื่อเทียบกับ WAN
  • 3 : มักใช้เพื่อแบ่งปันทรัพยากรคอมพิวเตอร์เช่น ปริน
  • 4 : ระบบนำสัญญาณจะต้องผ่านพื้นที่สาธารณะเพื่อเชื่อมระบบของผู้ใช้ปลายทางเข้ากับชุมสายกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • ข้อใดไม่ไช่โครงข่าย WAN
  • 1 : Frame Relay
  • 2 : N-ISDN
  • 3 : Ethernet Switch
  • 4 : POTS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดไม่ไช่จุดเด่นของ Protocol แบบ Layer Architecture
  • 1 : ลดความซับซ้อนของ Protocol
  • 2 : การทำงานโดยรวมมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • 3 : Interface ระหว่างชั้นต้องกำหนดมาตรฐานการ
  • 4 : การพัฒนาแบบแยกส่วนทำได้รวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • สายโทรศัพท์มี Bandwidth เท่ากับ 1 kHz และมี signal to noise ratio เท่ากับ 15/1 จงหาความสามารถในการส่งข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์นี้
  • 1 : 1,000 bps
  • 2 : 2,000 bps
  • 3 : 3,000 bps
  • 4 : 4,000 bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • หน่วยงานใดทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมร่างเอกสาร RFC เอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ Internet และ Protocol ที่เกี่ยวข้องกับ Internet
  • 1 : ISO
  • 2 : IEEE
  • 3 : ITU
  • 4 : IETF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • ข้อใดกล่าวถึง “รหัส” ได้ถูกต้อง
  • 1 : มี 8 บิตต่อสัญลักษณ์
  • 2 : มี 7 บิต หรือ 8 บิตต่อสัญลักษณ์
  • 3 : มีข้อตกลงในการรับส่งระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
  • 4 : มีลักษณะเหมือนกันในระบบคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดถูกต้องตามมาตรฐานในการส่งรหัส ASCII
  • 1 : เป็นมาตรฐาน ASC รุ่นที่ II
  • 2 : มี 128 สัญลักษณ์ ซึ่งรวมถึงสัญลักษณ์ควบคุม 32 สัญลักษณ์
  • 3 : เป็นสับเซ็ตของรหัส EBCDIC 8 บิต
  • 4 : ใช้เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 31 :
  • DCE และ DTE มีลักษณะตรงกับข้อใด
  • 1 : เป็นตัวย่อของ Digital Communications Equipment และ Digital Termination and Equipment
  • 2 : เชื่อมต่อได้กับทั้ง two wires และ four wires
  • 3 : ตัวอย่างเช่นโมเด็มและคอมพิวเตอร์ตามลำดับ
  • 4 : อุปกรณ์ทั้งคู่สามารถสลับหน้าที่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • ข้อแตกต่างระหว่าง batch processing กับ online processing คือข้อใด
  • 1 : ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า online processing
  • 2 : printer ใช้ batch processing แต่หลอดภาพ CRT ใช้ online processing
  • 3 : ใช้การประมวลผลแบบกลุ่มและแบบเฉพาะเท่าที่ต้องการตามลำดับ
  • 4 : สามารถเชื่อมต่อเพื่อทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • การแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้องของข่าวสารที่ส่งออกไปมีลักษณะตรงกับข้อใด
  • 1 : ตรวจสอบโดยโมเด็ม
  • 2 : กำหนดโดยผู้ส่งและผู้รับ ไม่ใช่ระบบสื่อสาร
  • 3 : เป็นการรับประกันโดยการใช้เทคนิคดิจิทัล
  • 4 : มีความซับซ้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ARPANET คือ
  • 1 : เครือข่ายที่เกิดขึ้นในโซนยุโรป
  • 2 : เครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจาก DARPA
  • 3 : โพรโทคอลในชั้นทรานสพอร์ต
  • 4 : เครือข่ายโพรโทคอลแบบ connectionless
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  • ช่วงของ address ที่กว้างที่สุดที่กำหนดให้ host computer อยู่ในข้อใด
  • 1 : A Class A Address
  • 2 : A Class B Address
  • 3 : A Class C Address
  • 4 : A Class D Address
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นวัตถุประสงค์ของการจัดการเครือข่ายข้อมูล
  • 1 : Security
  • 2 : Packet switching
  • 3 : Timeliness
  • 4 : Accuracy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 37 :
  • มาตรฐานในข้อใดอยู่ใน Application Layer
  • 1 : HTTP
  • 2 : TCP
  • 3 : Eternet
  • 4 : IP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดมิใช่ความเร็วมาตรฐานที่ใช้ในการสื่อสารผ่านสายโทรศัพท์
  • 1 : 4800
  • 2 : 9600
  • 3 : 11200
  • 4 : 14400
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • ใน 1 frame ของ serial comm. แบบ 8-N-1 มีจำนวน bit ทั้งหมดเท่าไร
  • 1 : 7
  • 2 : 8
  • 3 : 9
  • 4 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • การใช้งาน Wireless LAN จะนำความถี่ในในช่วง ISM (Industrial, Scientific and Medical) มาใช้งาน ข้อใดไม่ใช่ความถี่ที่ถูกระบุให้เป็นความในช่วง ISM
  • 1 : 900MHz
  • 2 : 1.8GHz
  • 3 : 2.4GHz
  • 4 : 5.8GHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดที่มีความหมายตรงกับคำว่า “รูปแบบต่างๆ ของ bit pattern เพื่อใช้แทนความหมายของข้อความ”
  • 1 : data
  • 2 : code
  • 3 : ASCII
  • 4 : words
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 42 :
  • กระบวนการที่ใช้ในการแสดงข้อความ (text) ด้วยสัญลักษณ์ (symbol) เรียกว่า
  • 1 : encryption
  • 2 : encode
  • 3 : coding
  • 4 : keying
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 43 :
  • ข้อใดที่แสดงลักษณะของรหัส ASCII
  • 1 : มีขนาดความกว้างของข้อมูลเป็น 7 บิต
  • 2 : มีขนาดความกว้างของข้อมูลเป็น 8 บิต และบิต MSB มีค่าเป็น 0
  • 3 : มีขนาดความกว้างของข้อมูลเป็น 8 บิต และบิต MSB มีค่าเป็น 1
  • 4 : เป็นรหัสมาตรฐานของ ANSI ที่ถูกพัฒนาโดย IEEE เพื่อใช้ในคอมพิวเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • ข้อใดที่มีความสอดคล้องกับความหมายของ “simplex”
  • 1 : การเชื่อมต่อสื่อสารกันระหว่าง แป้นพิมพ์ (keyboard) และ เครื่องเมนเฟรม
  • 2 : การเชื่อมต่อสื่อสารกันระหว่าง user modem และ ISP Host
  • 3 : การพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง นายดำและนายแดงผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ
  • 4 : การพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง ตำรวจจราจร 2 นายผ่านระบบวิทยุ walky-talky
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดที่มีความสอดคล้องกับความหมายของ “half-duplex”
  • 1 : การเชื่อมต่อสื่อสารกันระหว่างจอภาพ (monitor) ที่มีระบบ touch screen และ เครื่องเมนเฟรม
  • 2 : การพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง นายดำและนายแดงผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ
  • 3 : การพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง ตำรวจจราจร 2 นายผ่านระบบวิทยุ walky-talky
  • 4 : การส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 46 :
  • ข้อใดที่มีความสอดคล้องกับความหมายของ “Full-duplex”
  • 1 : การส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
  • 2 : การพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง นายดำและนายแดงผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ
  • 3 : การพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง ตำรวจจราจร 2 นายผ่านระบบวิทยุ walky-talky
  • 4 : การเชื่อมต่อสื่อสารกันระหว่าง Host และ hub ในระบบสื่อสารแบบ USB 2.0 high speed
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 47 :
  • ข่าวสาร ( information ) ในความหมายเชิงวิศวกรรมสื่อสาร หมายถึง อะไร
  • 1 : ปริมาณทางกายภาพ (ความร้อน แสง เสียง เป็นต้น) ที่มนุษย์สามารถรับรู้ และ เข้าใจได้ ทางประสาทสัมผัสทั้งห้า
  • 2 : ปริมาณทางกายภาพ (ความร้อน แสง เสียง เป็นต้น)
  • 3 : ข้อมูลตัวเลข 1 และ 0
  • 4 : คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • ข้อมูล ( Data ) ในความหมายเชิงวิศวกรรมสื่อสาร หมายถึง อะไร
  • 1 : กลุ่มของสัญลักษณ์ ที่ถูกนำมาใช้จัดระเบียบในการแปลงข่าวสารให้เป็นพลังงาน
  • 2 : กลุ่มของตัวเลข 1,0
  • 3 : ระบบจำนวนเชิงซ้อน
  • 4 : ระบบตัวเลขฐานสอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • Network Component ที่ทำหน้าที่ได้ 7 layer คือ อะไร
  • 1 : Router
  • 2 : Repeater
  • 3 : Bridge
  • 4 : Gateway
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • ถ้าต้องการส่งผ่านข้อมูลแบบจุดต่อจุด layer ที่ทำการควบคุมการทำงานดังกล่าวให้สำเร็จ คือ layer ใด
  • 1 : Physical and Data Link Layer
  • 2 : Physical and Network Layer
  • 3 : Physical and Transport Layer
  • 4 : Data Link and Session Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • การทำงานของ layer ใด ที่ควบคุมการไหลของเฟรมข้อมูล
  • 1 : Physical Layer
  • 2 : Data Link Layer
  • 3 : Presentation Layer
  • 4 : Transport Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 52 :
  • การกระจายข่าวสารของปริมาณการจราจรในโครงข่ายท่านคิดว่าเป็นกลไกของอะไร
  • 1 : ควบคุมการไหล
  • 2 : ควบคุมการแออัด
  • 3 : ควบคุมค่า Throughput
  • 4 : ควบคุมค่าความผิดพลาด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 53 :
  • “โฮสท์” คอมพิวเตอร์มีหลักการทำงานลักษณะใด
  • 1 : การแบ่งเวลาใช้ร่วมกัน
  • 2 : การแบ่งทรัพยากรร่วมกัน
  • 3 : การรวมทรัพยากรของระบบ
  • 4 : ใช้โครงข่ายลูกช่วยทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 54 :
  • “โมเด็ม” มีหน้าที่อย่างไร
  • 1 : ปรับสภาพความถี่ใช้งาน
  • 2 : เปลี่ยนสเปกตรัมของสัญญาณดิจิตอลให้เหมาะกับแบนด์วิธใช้งาน
  • 3 : ควบคุมอัตราการไหลของข้อมูล
  • 4 : สื่อสารด้วยเสียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 :
  • สายการสื่อสารที่ต่อเข้ากับ “Network” เรียกว่าอะไร
  • 1 : communication link
  • 2 : telephone link
  • 3 : host link
  • 4 : access link
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 :
  • LANs ย่อมาจาก
  • 1 : Locate Area Networks
  • 2 : Local Area Networks
  • 3 : Low Area Networks
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • WLAN ย่อมาจาก
  • 1 : Wide Local Area Networks
  • 2 : Wireless Local Area Networks
  • 3 : Wire Local Area Networks
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 58 :
  • ในมาตรฐาน IEEE 802.11g นั้นมี อัตราการส่งข้อมูลมากที่สุดเท่าไรและใช้งานที่ความถี่เท่าไร
  • 1 : 10 Mbps ,2.4 GHz
  • 2 : 2 Mbps ,2.4 GHz
  • 3 : 54 Mbps ,2.4 GHz
  • 4 : 10 Mbps ,5.4 GHZ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • ในระบบ IEEE 802.3 ใช้การตรวจสอบความผิดพลาดแบบใด
  • 1 : CRC 32
  • 2 : CRC 16
  • 3 : CRC 8
  • 4 : Hamming Code
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • IEEE 802.5 มีชื่อเรียกว่าอย่างไร
  • 1 : TOKEN RING
  • 2 : TREE
  • 3 : WiFi
  • 4 : WiMAX
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • มาตรฐาน IEEE 802.15 มีชื่อเรียกว่าอะไร
  • 1 : Bluetooth
  • 2 : WiFi
  • 3 : WiMAX
  • 4 : Mobile IP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 62 :
  • 100 BASE 5 ย่อมาจาก
  • 1 : 100 Mbps Baseband 500meter
  • 2 : 100 Gbps Baseband 50meter
  • 3 : 100 Mbps Baseband 5000meter
  • 4 : 100 Kbps Baseband 500meter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • สายชนิด UTP (Unshielded Twisted Pair) นั้นทำการบิดเกลียวสายเพื่ออะไร
  • 1 : ลด Cross Talk
  • 2 : ป้องกันสายหักใน
  • 3 : ป้องกันการเกิด ISI
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • ปกติแล้วสาย UTP ที่มีการเข้าหัวแบบ Crossover นั้นมักจะทำเครื่องหมายสีใด
  • 1 : เหลือง
  • 2 : น้ำเงิน
  • 3 : แดง
  • 4 : ม่วง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ในระบบ เครือข่ายท้องถิ่นในปัจจุบันนั้นนิยมใช้สายชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : Coaxial Cable
  • 2 : Optical Fibe
  • 3 : STP (Shielded Twisted Pair)
  • 4 : UTP (Unshielded Twisted Pair)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 66 :
  • TCP มีการเชื่อมต่อแบบใด
  • 1 : Connectionless
  • 2 : Connection-Oriented Service
  • 3 : ถูกทั้งสองข้อ
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • ในมาตรฐาน IEEE 802.3 นั้นใช้การเข้ารหัสสัญญาณแบบใด
  • 1 : FSK
  • 2 : Manchester Encoding
  • 3 : NRZ Encoding
  • 4 : ASK
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • ในมาตรฐาน IEEE 802.3 นั้นใช้การเข้าใช้ช่องสัญญาณเพื่อส่งข้อมูลเป็นแบบใด
  • 1 : Pure Aloha
  • 2 : UDP
  • 3 : Aloha
  • 4 : CSMA/CD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • Repeater ทำงานที่ลำดับชั้นใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 70 :
  • 100010010001 เป็นเลขฐาน 16 ค่าเท่าใด
  • 1 : 123
  • 2 : 456
  • 3 : 500
  • 4 : 891
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • MAC Address เป็นเลขฐาน 2 จำนวนกี่บิต
  • 1 : 8 บิต
  • 2 : 16 บิต
  • 3 : 24 บิต
  • 4 : 48 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • IP เป็นเลขฐาน 2 จำนวนกี่บิต
  • 1 : 32 บิต
  • 2 : 16 บิต
  • 3 : 8 บิต
  • 4 : 4 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 116 : Layered network architecture
ข้อที่ 73 :
  • ในสถาปัตยกรรมของ OSI (Open Systems Interconnection) ซึ่งได้แบ่งระดับชั้น ออกเป็นกี่ระดับชั้น
  • 1 : 4 ระดับชั้น
  • 2 : 5 ระดับชั้น
  • 3 : 6 ระดับชั้น
  • 4 : 7 ระดับชั้น
  • 5 : 8 ระดับชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 74 :
  • “การกำหนดมาตรฐานการส่งสัญญาณ การอินเตอร์เฟซ และการส่งข้อมูลโต้ตอบระหว่างอุปกรณ์ผู้ใช้กับอุปกรณ์สื่อสาร” เป็นหน้าที่ของระดับชั้นใดในสถาปัตยกรรม OSI
  • 1 : ระดับชั้นฟิสิคัล
  • 2 : ระดับชั้นดาต้าลิงก์
  • 3 : ระดับชั้นเน็ตเวิร์ก
  • 4 : ระดับชั้นแอปพลิเคชัน
  • 5 : ระดับชั้นทรานสปอร์ต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 75 :
  • “การบริการส่งข้อมูลระหว่างโหนดที่ติดกันของเครือข่ายให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ” เป็นหน้าที่ของระดับชั้นใดในสถาปัตยกรรม OSI
  • 1 : ระดับชั้นฟิสิคัล
  • 2 : ระดับชั้นดาต้าลิงก์
  • 3 : ระดับชั้นเน็ตเวิร์ก
  • 4 : ระดับชั้นแอปพลิเคชัน
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • โปรโตคอลใดต่อไปนี้ไม่ใช่ Application layer protocol
  • 1 : POP3
  • 2 : HDLC
  • 3 : MPEG
  • 4 : IMAP
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • โปรโตคอลใดต่อไปนี้ไม่ใช่ Data link layer protocol
  • 1 : Ethernet
  • 2 : PPP
  • 3 : SDLC
  • 4 : V.92
  • 5 : SDLC และ PPP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 78 :
  • “การควบคุมการไหลของข้อมูล (Flow Control) และกระบวนการตรวจสอบและแก้ไขความผิดพลาดของข้อมูล” เป็นหน้าที่ของระดับชั้นใดในสถาปัตยกรรม OSI
  • 1 : ระดับชั้นฟิสิคัล
  • 2 : ระดับชั้นดาต้าลิงก์
  • 3 : ระดับชั้นเน็ตเวิร์ก
  • 4 : ระดับชั้นแอปพลิเคชัน
  • 5 : ระดับชั้นทรานสปอร์ต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 79 :
  • “กำหนดเส้นทางการส่งข้อมูลผ่านโหนดต่าง ๆ ของเครือข่ายให้ถึงปลายทางให้ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว” เป็นหน้าที่ของระดับชั้นใดในสถาปัตยกรรม OSI
  • 1 : ระดับชั้นฟิสิคัล
  • 2 : ระดับชั้นดาต้าลิงก์
  • 3 : ระดับชั้นเน็ตเวิร์ก
  • 4 : ระดับชั้นแอปพลิเคชัน
  • 5 : ระดับชั้นทรานสปอร์ต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 80 :
  • โปรโตคอลใดต่อไปนี้ไม่ใช่ Application layer protocol
  • 1 : H.323
  • 2 : SMTP
  • 3 : MPEG
  • 4 : RS-232C
  • 5 : Http
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 :
  • โปรโตคอลใดต่อไปนี้ไม่ใช่ Data link layer protocol
  • 1 : HDLC
  • 2 : Ethernet
  • 3 : IMAP
  • 4 : SDLC
  • 5 : ข้อ ข. และ ข้อ ค.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • ใน Internet model ได้แบ่งระดับชั้นออกเป็นกี่ระดับชั้น
  • 1 : 3 ระดับชั้น
  • 2 : 5 ระดับชั้น
  • 3 : 6 ระดับชั้น
  • 4 : 7 ระดับชั้น
  • 5 : 9 ระดับชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • OSI Model เป็นระบบแบบใด และแบ่งออกเป็นกี่ชั้น
  • 1 : ระบบแยกส่วน (Individual system) , 5 ชั้น
  • 2 : ระบบปิด (Close system) , 7 ชั้น
  • 3 : ระบบเปิด (Open system), 7 ชั้น
  • 4 : ระบบเครือข่าย (Network system), 5 ชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 84 :
  • Layer ใดที่มีการรับและส่งข้อมูลเกิดขึ้นจริงๆ
  • 1 : Physical Layer
  • 2 : Data Link Layer
  • 3 : Network Layer
  • 4 : Transport Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 85 :
  • การทำงานของ TCP เกิดขึ้นใน Layer ใด
  • 1 : Data Link Layer
  • 2 : Network Layer
  • 3 : Transport Layer
  • 4 : Application Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • ชนิดของ Multiplexing แบ่งออกเป็นหลักๆมีกี่ชนิด อะไรบ้าง
  • 1 : 1 ชนิด Frequency-Division Multiplexing
  • 2 : 2 ชนิด Frequency-Division Multiplexing , Time-Division Multiplexing
  • 3 : 3 ชนิด Frequency-Division Multiplexing , Time-Division Multiplexing , Statistical Multiplexing
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • โปรโตคอลข่าวสารการสื่อสารข้อมูล (DDCMP) ในชั้น Data Link Layer มีโครงสร้างประกอบด้วย เฟรมกี่ชนิด อะไรบ้าง
  • 1 : 1 ชนิด เฟรมข้อมูล
  • 2 : 2 ชนิด เฟรมข้อมูล, เฟรมควบคุม
  • 3 : 3 ชนิด เฟรมข้อมูล, เฟรมควบคุม, เฟรมซ่อมบำรุง
  • 4 : 4 ชนิด เฟรมข้อมูล, เฟรมควบคุม, เฟรมตรวจสอบ, เฟรมซ่อมบำรุง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • จงทำการคำนวณหาค่า อัตราการถ่ายโอนบิตข่าวสาร (Transfer Rate of Information Bits) หรือเรียกว่า TRIB Rate ในกรณีไม่มีความผิดพลาดในการส่งข้อมูล ของการส่งข้อความยาว 1,000 อักขระ ด้วยรหัส ASCII 7 บิต ไปยังผู้รับปลายทางผ่านทางสาย Twist Pair และผู้รับปลายทางก็ทำการตรวจสอบว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีความผิดพลาดจะร้องขอให้มีการส่งข้อมูลใหม่อีกครั้ง โดยสมมุติว่าการเชื่อมโยงเป็นแบบอะซิงโครนัส
  • 1 : TRIB = 6000.00 bps
  • 2 : TRIB = 6500.00 bps
  • 3 : TRIB = 6720.43 bps
  • 4 : TRIB = 6820.43 bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • Router มีการทำงานใน layer ใดบ้าง
  • 1 : Physical และ datalink
  • 2 : Physical , data link และ network
  • 3 : Datalink และ network
  • 4 : Datalink , network และ transport
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :
  • ข้อใด เป็นฟังก์ชันการทำงานของ gateway
  • 1 : แปลง network layer protocol
  • 2 : Packet fragmenting
  • 3 : แทรก header และ trailer ให้ packet
  • 4 : ถูกทั้งข้อ a). และ c).
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใด ไม่ใช่การทำงานของ network layer
  • 1 : Internetworking
  • 2 : Error detecting
  • 3 : Addressing
  • 4 : Routing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 92 :
  • ข้อใด เป็นฟังก์ชันการทำงานของ transport layer
  • 1 : Packetizing
  • 2 : Connection control
  • 3 : Reliability
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • เมื่อข้อมูลเคลื่อนที่จากชั้น (layer) ที่สูงมาตํ่า ส่วนหัว (headers) จะถูก
  • 1 : เพิ่มเข้าไป
  • 2 : ลบออก
  • 3 : สลับตำแหน่ง
  • 4 : เปลี่ยนแปลงใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 94 :
  • การเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลจัดอยู่ในชั้นใดของมาตรฐานโพรโทคอล OSI
  • 1 : Transport
  • 2 : Session
  • 3 : Presentation
  • 4 : Application
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 95 :
  • Layer ใดที่ทำหน้าเปลี่ยน bits ให้เป็นสัญญาณ electromagnetic
  • 1 : Transport
  • 2 : Network
  • 3 : Physical
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • TCP และ UDP อยู่ใน layer ใดของ Internet model
  • 1 : Physical
  • 2 : Data link
  • 3 : Network
  • 4 : Transport
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 97 :
  • Layer ใดใน Internet model ติดต่อกับ user ได้โดยตรง
  • 1 : Data link
  • 2 : Network
  • 3 : Transport
  • 4 : Application
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 98 :
  • ข้อใดที่กล่าวถึงการส่งผ่านข้อมูลแบบ Synchronous ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : เครื่องรับต้องสามารถตรวจจับจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเฟรมข้อมูลที่รับได้
  • 2 : สามารถข้อมูลเป็นไฟล์ได้จำนวนมากและรวดเร็วกว่าแบบ Asynchronous
  • 3 : เฟรมข้อมูลที่ส่งมีเฉพาะฟิลด์ส่วนหัวและฟิลด์ข้อมูล
  • 4 : ข้อมูลในเฟรมที่ส่งถูกมองในระดับตัวอักษรได้
  • 5 : ข้อมูลในเฟรมที่ส่งถูกมองในระดับบิตได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :
  • ทำไมการดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจึงเร็วกว่าการอัพโหลดข้อมูล
  • 1 : ผู้ใช้ดาวน์โหลดข้อมูลน้อยกว่าการอัพโหลดข้อมูล
  • 2 : โพรโทคอล TCP/IP ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ดีกับการดาวน์โหลดข้อมูล
  • 3 : เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกกำหนดให้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้มากๆ
  • 4 : แบนด์วิดท์ของการดาวน์โหลดข้อมูลสูงกว่าการอัพโหลดข้อมูลมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :
  • ทำไมความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจึงเร็วกว่าการอัพโหลดข้อมูล
  • 1 : การดาวน์โหลดข้อมูลเชื่อมต่อกับ ISP โดยตรง
  • 2 : ความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงกว่าการอัพโหลดข้อมูลมาก
  • 3 : โพรโทคอล TCP/IP ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้ดีกับการดาวน์โหลดข้อมูล
  • 4 : การดาวน์โหลดข้อมูลผ่านขบวนการ Inverse PCM ที่โครงข่ายโทรศัพท์สาธารณะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 101 :
  • ข้อใดไม่ใช่เหตุผลของการใช้โพรโทคอล TCP/IP ในโครงข่ายอินเตอร์เน็ต
  • 1 : เพื่อรับประกันการส่งแพ็กเกตจากต้นทางไปยังปลายทางได้สำเร็จ
  • 2 : เพื่อรับประกันการส่งแพ็กเกตแบบ Connection-Oriented Services
  • 3 : เพื่อรับประกันคุณภาพการบริการของทราฟฟิคมัลติมีเดียได้
  • 4 : เพื่อควบคุมการไหลทราฟฟิคแบบไม่ต้องใช้เฟรมตอบรับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • ข้อใดกล่าวถึงการส่งข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ผู้ใช้สามารถเปิดหน้าเว็บเพจจำนวนมากได้
  • 2 : มีการสร้างเส้นทางจากต้นทางไปยังปลายทาง แบบถาวรตลอดการใช้งาน
  • 3 : มีการใช้โพรโทคอล telnet และ ftp
  • 4 : ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลแบบเวลาจริงได้ โดยใช้โพรโทคอล UDP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :
  • ทำไมการส่งเสียงและข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่อาศัย ADSL จึงไม่แทรกสอดกัน
  • 1 : ใช้ไทม์สล็อตที่ต่างกันในการส่งทราฟฟิค
  • 2 : ใช้แถบความถี่ที่ต่างกันในการส่งทราฟฟิค
  • 3 : ใช้อุปกรณ์ที่ต่างกันในการส่งทราฟฟิค
  • 4 : ใช้เส้นทางหรือตัวกลางที่ต่างกันในการส่งทราฟฟิค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 104 :
  • ข้อใดคือข้อดีของการสร้างวงจรการเชื่อมต่อสายส่งแบบ Unbalanced Circuit Mode ที่เหนือกว่าแบบ Balanced Circuit Mode
  • 1 : เกิดสัญญาณรบกวนที่ต่ำ
  • 2 : ใช้กราวด์ร่วมกันน้อยลง
  • 3 : ราคาถูกและออกแบบง่าย
  • 4 : ส่งข้อมูลได้ไกลและเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นจากการใช้พอร์ต RS-422
  • 1 : เป็นโมดวงจรแบบสมดุล
  • 2 : มีสัญญาณรบกวนในวงจรน้อย
  • 3 : ส่งข้อมูลในระยะทางที่สั้น
  • 4 : ส่งสัญญาณแบบ One Complement NRZ-L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 106 :
  • การควบคุมความผิดพลาดของ Data Link Layer แตกต่างจาก Transport Layer อย่างไร
  • 1 : สามารถควบคุมความผิดพลาดจากต้นทางไปยังปลายทางได้
  • 2 : สามารถควบคุมความผิดพลาดได้ในระดับ Local Loop ของโครงข่าย
  • 3 : ไม่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโพรโทคอลของโครงข่ายที่จะกำหนดขึ้นมาใช้งาน
  • 4 : มีการใช้เฟรมตอบรับในการส่งแพ็กเกต
  • 5 : สามารถส่งทราฟฟิคมัลติมีเดียได้เร็วขึ้นมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • จุดประสงค์หลักของการรวม Upper OSI Layers (3 ชั้นบน) เข้าไว้ด้วยกันในโครงข่ายสื่อสารข้อมูลบางโครงข่ายคือข้อใด
  • 1 : ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้เร็วขึ้น
  • 2 : มีฟังก์ชันการทำงานที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์ของผู้ใช้เป็นหลัก
  • 3 : มีฟังก์ชันการทำงานที่ซับซ้อนกัน
  • 4 : ออกแบบโพรโทคอลใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • การส่งข้อมูลแบบ Piggybacking คืออะไร
  • 1 : การส่งเฟรมข้อมูลที่มีการโต้ตอบไปกลับระหว่างต้นทางกับปลายทางอย่างรวดเร็ว
  • 2 : การส่งเฟรมข้อมูลที่มีการตอบรับ
  • 3 : การส่งเฟรมข้อมูลในโครงข่ายความเร็วสูง
  • 4 : การส่งข้อมูลแบบหนึ่งในโครงข่ายอินเตอร์เน็ต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการมัลติเพลกซ์แบบ TDMA
  • 1 : 1 ช่องสัญญาณต่อผู้ใช้ 1 คน
  • 2 : ผู้ใช้แต่ละคนส่งความถี่ที่ต่างกันในเวลาเดียวกันได้
  • 3 : เสียงกับข้อมูลไม่สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้
  • 4 : 1 ไทม์สล็อตอาจจะถูกแบ่งเป็น 8 ช่องสัญญาณได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 110 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการมัลติเพลกซ์แบบ CDMA
  • 1 : อาศัยวิธี Soft Handoff ในการสวิตช์ข้ามโครงข่าย
  • 2 : ค่าที่มากที่สุดของความจุระบบไม่ได้ถูกกำหนดไว้
  • 3 : มีการจางหายของสัญญาณที่ต่ำ
  • 4 : มีอัตราการบล็อกการใช้งานของผู้ใช้ที่ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 111 :
  • ข้อใดกล่าวถึงเทคนิคการส่งข้อมูลแบบ Statistical TDM ที่แตกต่างจาก Asynchronous TDM ถูกต้อง
  • 1 : มีการใช้ไทม์สล็อตที่ตายตัว
  • 2 : มีโอเวอร์เฮดที่เพิ่มขึ้น
  • 3 : มีประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลที่แย่ลง
  • 4 : มีจำนวนไทม์สล็อตในแต่ละเฟรมเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • จงหา Redundant Bits ที่ได้จากวิธี VRC และ LRC แบบ Even Parity (ใช้ในการตรวจจับความผิดพลาด) สำหรับข้อความที่ส่งคือ HELLO ถ้ารหัส ASCII ขนาด 7 บิตของตัว H คือ 48 ตัว E คือ 45 ตัว L คือ 4C และ ตัว O คือ 4F ทั้งนี้ ในการส่งข้อมูล จะส่ง LSB ก่อน MSB และส่งตัวอักษร H ออกไปในสายส่งก่อน
  • 1 : 11110 และ 01000010
  • 2 : 01111 และ 01000010
  • 3 : 11110 และ 01010101
  • 4 : 10100 และ 11000010
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 113 :
  • จงหา Redundant Bits ที่ได้จากวิธี Checksum แบบ 8 บิต (ใช้ในการตรวจจับความผิดพลาด) สำหรับข้อความที่ส่งคือ HELLO ถ้ารหัส ASCII ขนาด 7 บิตของตัว H คือ 48 ตัว E คือ 45 ตัว L คือ 4C และ ตัว O คือ 4F ทั้งนี้ ในการส่งข้อมูล จะส่ง LSB ก่อน MSB และส่งตัวอักษร H ออกไปในสายส่งก่อน
  • 1 : 2801
  • 2 : 0128
  • 3 : D7FE
  • 4 : FED7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :
  • ในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบหนึ่งต้องการอัตราความผิดพลาดบิตเท่ากับ 10E-9 โดยข้อมูลถูกส่งด้วยค่าบิตเรตเท่ากับ 100 Mbps และมีอุณหภูมิของสัญญาณรบกวนเกิดขึ้น 25 องศาเซลเซียส จงหาค่า Eb/No ที่เกิดขึ้น ถ้าระดับความแรงของสัญญาณข้อมูลที่เครื่องรับปลายทางรับได้มีค่าเท่ากับ 50 mW
  • 1 : 110 dB
  • 2 : 111 dB
  • 3 : 112 dB
  • 4 : 113 dB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • จงหาค่าอัตราการส่งข้อมูลสูงสุดในช่องสัญญาณที่ไม่มีสัญญาณรบกวน ถ้าแถบกว้างความถี่ของสัญญาณแอนะลอกที่ส่งมีค่าเท่ากับ 6 MHz และแต่ละระดับสัญญาณที่ส่งถูกเข้ารหัสหรือถูกแทนด้วยรหัสดิจิตอลจำนวน 16 บิต
  • 1 : 190 Mbps
  • 2 : 192 Mbps
  • 3 : 195 Mbps
  • 4 : 197 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 116 :
  • จงหาค่าอัตราการส่งข้อมูลสูงสุดของในการส่งข้อมูลผ่านโครงข่ายโทรศัพท์สาธารณะที่มีสัญญาณรบกวน ถ้าแถบกว้างความถี่ของเสียงมีค่าเท่ากับ 3000 Hz และวัดค่า S/N มีค่าเท่ากับ 20 dB
  • 1 : 10 kbps
  • 2 : 15 kbps
  • 3 : 20 kbps
  • 4 : 25 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 117 :
  • ข้อใดคือข้อแตกต่างระหว่างการให้บริการแบบ T Carrier กับ E Carrier
  • 1 : มีการใช้ไทม์สล็อตในการส่งข้อมูล
  • 2 : จำนวนช่องสัญญาณใน 1 เฟรม TDMA มีน้อยกว่า
  • 3 : มีการเพิ่มบิตซิงโครไนซ์ที่เท่ากันในแต่ละระดับที่สูงขึ้น
  • 4 : ต้องอาศัยวิธี Pulse Code Modulation จึงจะส่งข้อมูลได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • การสื่อสารในระบบ LAN จะมีการเข้ารหัสข้อมูลแบบใด
  • 1 : digital data/digital signal
  • 2 : digital data/analog signal
  • 3 : analog data/digital signal
  • 4 : analog data/analog signal
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :
  • การใช้งานในลักษณะใดที่ไม่สามารถใช้ Fiber Optic
  • 1 : สายเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์ใน LAN ในตัวอาคาร
  • 2 : สายเชื่อมต่อของของคอมพิวเตอร์ใน LAN ในมหาวิทยาลัย
  • 3 : back bone ของ ระบบเครือข่ายโทรศัพท์
  • 4 : back bone ของ ระบบเครือข่าย internet
  • 5 : back bone ของ ระบบเครือข่ายดาวเทียม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • สายประเภทใดนิยมใช้ในการต่อ LAN ในมาตรฐาน IEEE 802.3
  • 1 : UTP 5
  • 2 : Fiber Optic
  • 3 : Coaxial
  • 4 : UTP 3
  • 5 : STP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :
  • ทำไมใน HDLC จึงต้องมีการกำหนด frame structure ว่าประกอบไปด้วย field อะไรบ้าง รวมถึงความยาวของแต่ละ field
  • 1 : เพื่อให้ทราบว่าข้อมูลในส่วนใดยาวแค่ไหนและใช้สำหรับทำอะไร
  • 2 : เพื่อให้ frame ที่ใช้ในการสื่อสารมีความยาวคงที่
  • 3 : เพื่อใช้ในการทำ flow control ในการสื่อสาร
  • 4 : เพื่อให้ทราบว่า frame ที่ได้รับเป็น frame ที่ใช้ในการสื่อสารประเภทใด
  • 5 : เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่ามี error ใน frame หรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 122 :
  • Flag Field ใน HDLC ใช้ในการ
  • 1 : Frame Header and Trailer
  • 2 : Error Control
  • 3 : Flow Control
  • 4 : Error Detection
  • 5 : Frame Check Sequence
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 123 :
  • ใน OSI model ชั้นใดที่มีการแบ่งหน่วยของข้อมูลเป็น Segment
  • 1 : Session Layer
  • 2 : Transport Layer
  • 3 : Application Layer
  • 4 : Presentation Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :
  • ชั้น Network Access Layer ของ TCP/IP Architecture เปรียบได้กับชั้นใดของ OSI model ได้ใกล้เคียงที่สุด
  • 1 : Layer 1
  • 2 : Layer 2
  • 3 : Layer 1,2
  • 4 : Layer 3,4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • WWW, TFTP, telnet และ Voice ใน H.323 ใช้ Transport Layer Protocol ใดบ้าง
  • 1 : TCP, TCP, UDP, UDP
  • 2 : UDP, UDP, TCP, TCP
  • 3 : TCP, UDP, UDP, UDP
  • 4 : TCP, UDP, TCP, UDP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 126 :
  • ต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : FDMA แบ่งช่องสัญญาณในแกนเวลา หรือผลัดกันใช้
  • 2 : CDMA ใช้หลักการทำงานของ Spread Spectrum โดยแต่ละช่องใช้รหัสที่แตกต่างกัน
  • 3 : TDMA แบ่งช่องสัญญาณในแกนความถี่ หรือใช้ช่วงความถี่ที่แตกต่างกัน
  • 4 : DSSS และ FHSS จัดได้ว่าเป็นเทคนิคการส่งแบบ CDMA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • จากรูปที่ให้หากระบบสัญญาณเป็น Ethernet ใช้สาย UTP ทั้งหมดในการเลือกใช้สายข้อใดถูกต้อง
  • 1 : Server A-R1 ใช้สาย Strait R1-SW1 ใช้สาย Cross SW1-HUB3 ใช้สาย Strait HUB2-HUB3 ใช้สาย Cross
  • 2 : Server A-R1 ใช้สาย Strait R1-SW1 ใช้สาย Cross SW1-HUB3 ใช้สาย Cross HUB2-HUB3 ใช้สาย Cross
  • 3 : Server A-R1 ใช้สาย Cross R1-SW1 ใช้สาย Cross SW1-HUB3 ใช้สาย Cross HUB2-HUB3 ใช้สาย Strait
  • 4 : Server A-R1 ใช้สาย Cross R1-SW1 ใช้สาย Strait SW1-HUB3 ใช้สาย Cross HUB2-HUB3 ใช้สาย Cross
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :
  • Ethernet Switch มีการทำงานใน Layer ใด
  • 1 : Layer 1
  • 2 : Layer 2
  • 3 : Layer 3
  • 4 : Layer 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 129 :
  • ข้อใดแสดงถึงการส่งข้อมูลแบบอนุกรมและแบบขนานได้ถูกต้อง
  • 1 : แตกต่างกันที่จำนวนบิตที่ใช้ส่งต่อสัญลักษณ์
  • 2 : ใช้ในระบบซิงโครนัสและอะซิงโครนัสตามลำดับ
  • 3 : แตกต่างที่บิตของข้อมูลส่งไปในสายเส้นเดียวกับส่งไปในสายหลายเส้น
  • 4 : การส่งข้อมูลแบบอนุกรมใช้ timing ในขณะที่การส่งข้อมูลแบบขนานใช้ framing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • สิ่งที่วัดจำนวนความไม่แน่นอนสำหรับสัญลักษณ์ในระบบสื่อสารเรียกว่าอะไร
  • 1 : แถบความถี่
  • 2 : การสูญเสีย
  • 3 : เอนโทรปี
  • 4 : ควอนตัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 131 :
  • Bridge ทำงานในชั้นไหนของ OSI
  • 1 : Data Link Layer
  • 2 : Network Layer
  • 3 : Transport Layer
  • 4 : Application Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • โมเด็มส่งสัญญาณแบบ 8 ระดับ มีช่วงในการส่งสัญลักษณ์ 0.8333 ms จงหา baud rate
  • 1 : 600 bauds
  • 2 : 1200 bauds
  • 3 : 1800 bauds
  • 4 : 2400 bauds
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • เครือข่ายประกอบด้วย 10 โนด มีโทโพโลยีแบบต่อถึงกันหมด จงหาจำนวน link ที่เชื่อมต่อทั้งหมด
  • 1 : 15
  • 2 : 30
  • 3 : 45
  • 4 : 60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 134 :
  • ระดับของ Internet layer ใด ที่ไม่ถูกจัดไว้ใน internet model
  • 1 : Physical layer
  • 2 : Session layer
  • 3 : Transport
  • 4 : Network layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ใน internet model ข้อใดกล่าวได้อย่างถูกต้อง เกี่ยวกับการทำ layer organization
  • 1 : ในชั้นของ application layer จะไม่มีการเพิ่ม header ใน frame ข้อมูล
  • 2 : การเพิ่ม trailer จะถูกดำเนินการในชั้น Data link layer เท่านั้น
  • 3 : ขนาดของเฟรมข้อมูลในชั้น transport layer จะมีความยาวมากกว่าในชั้น network la
  • 4 : การกำหนด logical address จะทำในชั้น Data link layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • ขั้นตอนการอินเทอร์เฟส CCITT X.25 เป็นขั้นตอนการอินเทอร์เฟสในชั้นใด
  • 1 : ชั้นกายภาพ
  • 2 : ชั้นเชื่อมต่อข้อมูล
  • 3 : ชั้นการส่งข้อมูล
  • 4 : ชั้นประยุกต์ใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 :
  • โปรโตคอล TCP/IP จัดอยู่ในชั้นการ รับ-ส่ง ข้อมูลตามข้อใด
  • 1 : ชั้นกายภาพ
  • 2 : ชั้นเชื่อมต่อข้อมูล
  • 3 : ชั้นการส่งข้อมูล
  • 4 : ชั้นประยุกต์ใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 138 :
  • Application Layer อยู่ในเลเยอร์ที่เท่าไรของ OSI
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 117 : Point-to-point Protocols and links
ข้อที่ 139 :
  • ระบบใดต่อไปนี้ใช้การส่งผ่านข้อมูลแบบ Packet Switched Networks
  • 1 : ISDN
  • 2 : Ethernet
  • 3 : POTS
  • 4 : SONET
  • 5 : PSTN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 140 :
  • T1 Circuit มีอัตราการส่งข้อมูลเท่าไร
  • 1 : 32 Kbps
  • 2 : 64 Kbps
  • 3 : 1.544 Mbps
  • 4 : 6.312 Mbps
  • 5 : 64 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 141 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มีอัตราการส่งข้อมูล downstream มากกว่า upstream
  • 1 : VDSL
  • 2 : ADSL
  • 3 : SDHL
  • 4 : ข้อ ก. และ ข้อ ข.
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • ระบบใดต่อไปนี้ใช้การส่งผ่านข้อมูลแบบ Circuit Switched Networks
  • 1 : X.25
  • 2 : Ethernet
  • 3 : POTS
  • 4 : ATM
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 143 :
  • “SONET” ย่อมาจาก
  • 1 : Synchronous Optical Network
  • 2 : Standard Optical Network
  • 3 : Symmetric Open Network
  • 4 : Standard Open Network
  • 5 : Synchronous Open Network
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 144 :
  • ข้อดีของโครงข่ายสื่อสารแบบสวิทซ์ข่าวสารที่เหนือกว่าสวิทซ์วงจรคืออะไร
  • 1 : มีประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงสูงกว่า
  • 2 : การเรียกใช้งานจะไม่ถูกบล๊อกในสภาวะปริมาณทราฟฟิกสูงๆ
  • 3 : ไม่จำเป็นต้องสร้างเส้นทางระหว่างต้นทางกับปลายทางก่อนส่งข้อมูล
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • การสื่อสารแบบสวิทซ์แพ็กเก็ตโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
  • 1 : 1 ประเภท packet switch
  • 2 : 2 ประเภท Virtual circuit, Datagram
  • 3 : 3 ประเภท packet switch, virtual circuit, datagram
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • บริการ “Burstable DDN” เรียกอีกอย่างว่าอะไร
  • 1 : Circuit switch
  • 2 : SDH
  • 3 : Frame Relay
  • 4 : Datagram
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • บริการการส่ง datagram ในเครือข่ายเป็นการให้บริการชนิดใด
  • 1 : Connectionless service
  • 2 : Connection-oriented service
  • 3 : Best-effort service
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 148 :
  • เครือข่ายใดต่อไปนี้ มีการส่ง packet ไปตามเส้นทางเดียวกัน
  • 1 : Circuit switching network
  • 2 : Virtual circuit switching network
  • 3 : Datagram switching network
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 149 :
  • ในเครือข่าย Ethernet ถ้าระยะเวลาเดินทางของสัญญาณข้อมูลจากปลายด้านหนึ่งของ cable ไปยังปลายอีกด้านหนึ่ง ______ พื้นที่ที่อาจเกิดสัญญาณซ้อน (collision domain) ก็จะ_____
  • 1 : เพิ่ม , ลด
  • 2 : ลด , ลด
  • 3 : ลด , เพิ่ม
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 150 :
  • ถ้าต้องการส่ง IP packet หนึ่งจาก host ในเครือข่าย Ethernet หนึ่ง ไปยัง destination host ในเครือข่าย Token ring อีกอันหนึ่งที่ใช้ IP เช่นกัน จะต้องใช้อุปกรณ์ใด (สมมติให้แต่ละเครือข่ายเป็นอิสระต่อกัน)
  • 1 : Repeater
  • 2 : Bridge
  • 3 : Router
  • 4 : Multiprotocol router
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • การต่อคอมพิวเตอร์ร่วมกันเป็นโครงข่ายด้วย HUB จัดเป็นโทโพโลยีแบบใด
  • 1 : Mesh
  • 2 : Star
  • 3 : Ring
  • 4 : Bus
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 152 :
  • อัตราข้อมูลของมาตรฐาน DS-1 เท่ากับข้อใด
  • 1 : 64 kbps
  • 2 : 1.544 Mbps
  • 3 : 2.048 Mbps
  • 4 : 100 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 153 :
  • ระบบ SONET มีลักษณะดังข้อใด
  • 1 : เป็นระบบ TDM แบบซิงโครนัสที่ใช้สัญญาณนาฬิการ่วมกัน
  • 2 : เป็นระบบ TDM แบบซิงโครนัสที่ใช้สัญญาณนาฬิกาแยกกัน
  • 3 : เป็นระบบ TDM แบบอะซิงโครนัสที่ใช้สัญญาณนาฬิการ่วมกัน
  • 4 : เป็นระบบ TDM แบบอะซิงโครนัสที่ใช้สัญญาณนาฬิกาแยกกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 154 :
  • Random access method ชนิดใดที่ไม่มี collision
  • 1 : ALOHA
  • 2 : CSMA/CD
  • 3 : CSMA/CA
  • 4 : Token-passing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • ใน CSMA/CA ก่อนที่จะส่ง CTS frame, sender จะต้องรอเป็นเวลาเท่ากับ
  • 1 : DIFS
  • 2 : SIFS
  • 3 : RTS
  • 4 : NAV
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • ใน CSMA/CA, stations จะไม่ฟัง transmission medium ในช่วงเวลาใด
  • 1 : RTS
  • 2 : CTS
  • 3 : SIFS
  • 4 : NAV
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 157 :
  • ทำไมปัจจุบันนี้ ATM Switch จึงได้รับความนิยมในการใช้งานน้อยลง
  • 1 : มีราคาแพง เมื่อเทียบกับ Router ในโครงข่ายพื้นที่ท้องถิ่น (LAN)
  • 2 : ตัวกลางในการส่งข้อมูลไม่สามารถรองรับได้
  • 3 : มีการพัฒนาเทคนิคการส่งข้อมูลความเร็วสูงผ่านคู่สายตีเกลียว (UTP)
  • 4 : ความเร็วในการส่งนั้นไม่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลของผู้ใช้จำนวนมากได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 158 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการตอบรับการเรียก (Call admission Control หรือ CAC)
  • 1 : สามารถลดความคับคั่งของทราฟฟิคในโครงข่ายได้
  • 2 : สามารถลดอัตราการบล็อคของผู้ใช้รายใหม่ได้
  • 3 : สามารถใช้แบนด์วิดท์ของโครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
  • 4 : สามารถลดปริมาณทราฟฟิคที่ส่งลงได้มาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • ฟิลด์ใดที่ไม่มีใน ATM Cells ที่เคลื่อนที่ใน Network-Network Interface (NNI)
  • 1 : ฟิลด์ CLP
  • 2 : ฟิลด์ GFC
  • 3 : ฟิลด์ VCI
  • 4 : ฟิลด์ VPI
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • ข้อใดคือความสำคัญของ HEC ใน ATM Cell
  • 1 : บอกชนิดของข้อมูลที่ส่ง
  • 2 : บอกหมายเลขของเส้นทางเสมือนที่ส่ง
  • 3 : บอกหมายเลขของช่องสัญญาณเสมือนที่ส่ง
  • 4 : ป้องกันไม่ให้ส่งข้อมูลไปยังปลายทางที่ผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • ข้อใดไม่ใช่การให้บริการที่เกิดขึ้นในโครงข่าย ATM
  • 1 : CBR
  • 2 : nrt-VBR
  • 3 : rt-VBR
  • 4 : VCBR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 162 :
  • พารามิเตอร์ใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประเมินสมรรถนะของ ATM Switch
  • 1 : PCR
  • 2 : PBR
  • 3 : MCR
  • 4 : SCR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 163 :
  • ข้อใดกล่าวถึง ATM Switch ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ทราฟฟิคเสียงถูกรองรับด้วยการให้บริการแบบ CBR
  • 2 : สามารถรองรับการส่งทราฟฟิคมัลติมีเดียได้
  • 3 : อัตราการส่งข้อมูลสูง แต่ในปัจจุบันไม่นิยมนำมาใช้งาน
  • 4 : แพ็กเกตถูกส่งด้วยหลักการ Statistical Multiplexing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • คุณสมบัติของ circuit switching คือ
  • 1 : สามารถใช้ช่องทางสื่อสารได้เต็มประสิทธิภาพในทุกสถาณการณ์
  • 2 : เป็นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกันกับความก้าวหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน
  • 3 : overhead ในการรับส่งข้อมูลมีค่าต่ำ
  • 4 : ทนทานต่อความล้มเหลวในเครือข่ายได้ดี
  • 5 : ผิดหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 165 :
  • คุณสมบัติของ packet switching คือ
  • 1 : สามารถใช้ช่องทางสื่อสารได้เต็มประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
  • 2 : เป็นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกันกับความก้าวหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน
  • 3 : overhead ในการรับส่งข้อมูลมีค่าสูง
  • 4 : ทนทานต่อความล้มเหลวในเครือข่ายได้ดี
  • 5 : ถูกหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 166 :
  • ถ้าท่านใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบ PC ทำการสื่อสารกับเครื่องปลายทางที่เป็น mainframe โดยที่ฝั่งของท่านใช้ modem ท่านคิดว่า โปรโตคอลใดที่ท่านใช้ในการสื่อสารกับเครื่อง
  • 1 : X.25
  • 2 : ATM
  • 3 : Frame Relay
  • 4 : ADSL
  • 5 : ISDN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 167 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ ATM Protocol
  • 1 : frame ข้อมูลมีขนาดคงที่เท่ากันทุก frame
  • 2 : ใช้ในการสื่อสารในระบบ WAN เท่านั้น
  • 3 : ออกแบบมาสำหรับระบบธนาคาร
  • 4 : การทำงานหลักเทียบเท่ากับ 5 layer ล่างของ OSI Model
  • 5 : มีความเร็วในการรับส่งข้อมูล 1 – 15 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • ทำไม ISDN จึงกำหนดความเร็วพื้นฐานในการรับส่งเป็น 64 kbps
  • 1 : เป็นความเร็วมาตรฐานของการส่งสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล
  • 2 : เป็นความเร็วมาตรฐานของ modem
  • 3 : สายสายโทรศัพท์รองรับความเร็วในการส่งสัญญานได้ไม่เกิน 1 MHz
  • 4 : กฎหมายกำหนดไว้ไม่ให้เกินเท่านี้
  • 5 : เป็นช่วงความเร็วที่มี noise รบกวนน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ทำไม ADSL จึงเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับ ISDN
  • 1 : สามารถใช้สายโทรศัพท์เดิมที่มีอยู่
  • 2 : สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการสื่อสารข้อมูล
  • 3 : สามารถสื่อสารข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ
  • 4 : เป็นการสื่อสารในระบบ digital
  • 5 : สามารถสื่อสารได้ที่ speed สูงกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • บริษัทแห่งหนึ่งมีสองสาขาซึ่งตั้งอยู่ห่างกันมากกว่า 100 กิโลเมตร และชุมสายโทรศัพท์ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไป 10 กิโลเมตร บริษัทต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของทั้งสองแห่งเข้าด้วยกัน โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอยูที่ 3 Mbps ท่านคิดว่าทางบริษัทควรเลือกใช้การสื่อสารในระบบใดจึงจะคุ้มค่าที่สุด
  • 1 : ISDN
  • 2 : ADSL
  • 3 : ATM
  • 4 : Frame Relay
  • 5 : X.25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 171 :
  • ข้อใดไม่ไช่ข้อแตกต่างระหว่าง POTS และ ISDN
  • 1 : POTS ใช้ระบบสัญญาณ Analog, ISDN ใช้ระบบสัญญาณ Digital
  • 2 : POTS ใช้ระบบ Channel Associate Signaling, ISDN ใช้ระบบ Common Channel Signaling
  • 3 : ในคู่สายเส้นเดียวกัน POTS สามารถรับส่ง Voice ได้เพียง 1 ช่องสัญญาณ, ISDN สามารถรับส่ง Voice ได้มากกว่า 1 ช่องสัญญาณ
  • 4 : POTS ใช้ระบบ Circuit Switch, ISDN ใช้ระบบ Packet Switch
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • โครงข่ายใดทำงานแบบ Virtual Circuit Switching
  • 1 : X.25, ATM
  • 2 : IP, Ethernet
  • 3 : Frame Relay, IP
  • 4 : Ethernet, FDDI
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • ใน Virtual Circuit ของ Frame Relay หากกำหนด CIR =0 และ EIR = 64 Kbps เหมาะกับสถานการอย่างไร
  • 1 : ค่าใช้จ่ายถูก เหมาะกับ Traffic แบบ Real-Time เช่น Video ที่ประกันความเร็วสูงสุด 64 Kbps
  • 2 : ค่าใช้จ่ายสูง เหมาะกับ Traffic แบบ Real-Time เช่น Video ที่ประกันความเร็วสูงสุด 64 Kbps
  • 3 : ค่าใช้จ่ายถูก เหมาะกับ Traffic แบบ Best-Effort เช่น Internet ที่ความเร็วสูงสุด 64 Kbps
  • 4 : ค่าใช้จ่ายสูง เหมาะกับ Traffic แบบ Best-Effort เช่น Internet ที่ความเร็วสูงสุด 64 Kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 174 :
  • เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Frame Relay กับ ATM ข้อใดจริง
  • 1 : ขนาดของ Frame Relay คงที่แต่ของ ATM เปลียนแปลงได้
  • 2 : Frame Relay มีการทำ Error /Flow Control แต่ ATM ไม่มี
  • 3 : Frame Relay สามารถแบ่งช่องสัญญาณเป็น Virtual Path และ Virtual Channel ได้ แต่ ATM ทำได้เพียง Virtual Channel
  • 4 : ATM สามาระให้บริการแบบ Available Bit Rate (ABR) ได้ แต่ Frame Relay ทำไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • การแปลงจากชื่อเป็นหมายเลขที่ใช้อ้างอิง host ในระบบ Internet ใช้ service อะไรในการแปลง
  • 1 : HTTP
  • 2 : SMTP
  • 3 : DNS
  • 4 : UDP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • มอดูเลชันคือ
  • 1 : การเปลี่ยนแปลงพารามิเตอร์ของคลื่นพาห์ เช่น ขนาด เฟส หรือ ความถี่ ในการส่งข้อมูล
  • 2 : การใช้ช่องสัญญาณเดียวในการส่งหลาย ๆ สัญญาณ
  • 3 : การส่งสัญญาณพัลส์ในสายทองแดง
  • 4 : การเข้ารหัสและถอดรหัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :
  • การสูญเสียของสัญญาณแสงในเส้นใยแก้วทางแสงเรียกว่าอะไร
  • 1 : Propagation
  • 2 : Scattering
  • 3 : Absorbtion
  • 4 : Attenuation
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • ข้อดีหลักของ SONET คือความสามารถข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูง
  • 2 : ความสามารถในการเชื่อมต่อสำหรับการส่งข้อมูลผ่านแสงระหว่างผู้ให้บริการกับบริษัท
  • 3 : ให้เส้นทางข้อมูลไปยังจุดหมายปลายทาง
  • 4 : เชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 :
  • โพรโทคอลสื่อสารจะประกอบด้วยสิ่งใดต่อไปนี้
  • 1 : กลุ่มของสัญลักษณ์
  • 2 : จุดเริ่มต้นของ header
  • 3 : สัญลักษณ์แฟลกพิเศษ
  • 4 : BCC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 180 :
  • พอร์ตที่ใช้สำหรับ TELNET เพื่อสื่อสารมีหมายเลขอะไร
  • 1 : 21
  • 2 : 23
  • 3 : 25
  • 4 : 27
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • อัตราข้อมูลของช่องสัญญาณ B ใน ISDN Basic access มีค่าเท่าไร
  • 1 : 32 Kbps
  • 2 : 64 Kbps
  • 3 : 144 Kbps
  • 4 : 192 Kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • การเชื่อมต่อระหว่างสองสถานีสื่อสารเรียกว่าอะไร
  • 1 : Virtual path
  • 2 : Virtual Channel Connection
  • 3 : Virtual link
  • 4 : Virtual LAN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 183 :
  • ในกรณีของช่องสัญญาณข้อมูลแบบ point-to-point แบบแอนะล็อก TRIB จะตรงกับข้อใด
  • 1 : มีค่าสูงกว่าอัตราข้อมูลของโมเด็ม
  • 2 : เท่ากับอัตราข้อมูลของโมเด็ม
  • 3 : มีค่าต่ำกว่าอัตราข้อมูลของโมเด็ม
  • 4 : ไม่เกี่ยวกับอัตราข้อมูลของโมเด็ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • ระบบ network ใดไม่จัดอยู่ใน Layer เดียวกันกับข้ออื่น
  • 1 : TCP/IP
  • 2 : Ethernet
  • 3 : ATM
  • 4 : FDDI
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • ความยาวบล็อกที่ให้ค่า TRIB สูงสุดจะมีลักษณะตรงกับข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : มีขนาดเพิ่มขึ้นและอัตราบิตผิดพลาดเพิ่มขึ้นด้วย
  • 2 : มีขนาดลดลงและอัตราบิตผิดพลาดเพิ่มขึ้นด้วย
  • 3 : ไม่เกี่ยวข้องกับอัตราบิตผิดพลาด
  • 4 : เรียกว่าความยาวบล็อกแบบออปติมัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • ส่งเฟรมข้อมูลความยาว 2048 บิต ด้วย BER 10E-4 จงคำนวณความน่าจะเป็นที่เฟรมข้อมูลจะผิดพลาด
  • 1 : 0.815
  • 2 : 0.518
  • 3 : 0.185
  • 4 : 0.158
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :
  • ระบบ network ใดไม่ควรนำมาทำ WAN
  • 1 : Ethernet
  • 2 : ATM
  • 3 : Frame Relay
  • 4 : ISDN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • ข้อใดมิใช่รูปแบบการต่อ LAN
  • 1 : Bus
  • 2 : Star
  • 3 : Ring
  • 4 : Chain
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • ข้อใดเป็นหมายเลข Ethernet Address
  • 1 : 192.168.1.1
  • 2 : fe80::204:e2ff:feb8:b222
  • 3 : 00:90:27:23:95:41
  • 4 : 0xbfffca
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • Protocol ใดใช้ในการทำ Bridge เชื่อม LAN ในระดับ Data Link Layer
  • 1 : Spanning Tree
  • 2 : BGP
  • 3 : IGMP
  • 4 : OSPF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • จงหา network address ของเครื่อง 202.28.93.189 เมื่อใช้ netmask เท่ากับ 255.255.255.192
  • 1 : 202.28.93.0
  • 2 : 202.28.93.255
  • 3 : 202.28.93.128
  • 4 : 202.28.93.64
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 192 :
  • การทำงานของระบบในข้อใดที่แสดงความหมายของ physical structure แบบ point-to-point ของ network ได้ดีที่สุด
  • 1 : การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันของคอมพิวเตอร์สองเครื่องผ่านสายโทรศัพท์
  • 2 : การสั่งควบคุมระบบไฟฟ้าในบ้านโดยผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • 3 : การเปลี่ยนช่องสัญญาณของเครื่องรับโทรทัศน์ผ่านรีโมท
  • 4 : การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันของคอมพิวเตอร์สองเครื่องผ่านระบบ WAN
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  • ข้อใดที่ไม่ใช่ physical topology ของ network
  • 1 : Mesh topology
  • 2 : Star topology
  • 3 : LAN topology
  • 4 : Ring topology
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • ข้อใดเป็นการแบ่งระดับของโครงข่าย
  • 1 : LAN ,WAN,WAN
  • 2 : MAN, WAN,RING
  • 3 : BUS,RING,MESH
  • 4 : STAR,MESH,BUS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • คุณสมบัติในข้อใดที่ไม่ถูกต้องในระบบ Ring topology
  • 1 : อุปกรณ์ทุกตัวในระบบทำหน้าที่เป็นตัวทวนสัญญาณ
  • 2 : ภายใน link การเคลื่อนที่ของข้อมูลจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวเท่านั้น
  • 3 : network operator จะได้รับสัญญาณ alarm alert เมื่อเกิดกรณีมีอุปกรณ์ในระบบบางตัวไม่ทำงาน
  • 4 : อุปกรณ์ทุกตัวในระบบจะทำการรับสัญญาณ จากนั้นจะทำการขยายสัญญาณให้แรงขึ้นก่อนส่งต่อไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 196 :
  • ข้อเสียของ Circuit Switch Network คืออะไร
  • 1 : มีจำนวนบัฟเฟอร์ที่โนดจำนวนมาก
  • 2 : จำนวนลิงค์จะหายไปจากโครงข่ายเป็นระยะเวลาหนึ่งเมื่อมีการเชื่อมต่อเกิดขึ้น
  • 3 : มีค่าความล่าช้าในการส่งข้อมูลสูง
  • 4 : มีความผิดพลาดสูงในการส่งข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 197 :
  • ข้อมูลชนิดไหนที่เหมาะสมกับการส่งข้อมูลแบบ Datagram
  • 1 : ภาพ
  • 2 : เสียง
  • 3 : จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
  • 4 : อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 198 :
  • X.25 เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ OSI Model แล้วมีจำนวน Layer การทำงานจำนวนกี่ Layer
  • 1 : 2
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • โปรโตคอลแบบ “HDLC” ใช้กับระบบการสื่อสารตามข้อใด
  • 1 : แบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์
  • 2 : แบบซิมเพล็กซ์
  • 3 : แบบฟูลดูเพล็กซ์
  • 4 : แบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์และฟูลดูเพล็กซ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • โปรโตคอล X.25 หมายถึงข้อใด
  • 1 : เป็นอินเทอร์เฟสข้อมูลสาธารณะที่ใช้วิธีแพ็คเก็จสวิทช์
  • 2 : เป็นอินเทอร์เฟสข้อมูลสาธารณะที่ใช้วิธีการส่งข้อมูลระหว่างตัวอักษร
  • 3 : เป็นอินเทอร์เฟสแบบ RS-232C
  • 4 : เป็นอินเทอร์เฟสแบบขนาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 201 :
  • วงจรเสมือนที่สลับได้ (switched virtual circuit) ใช้ในโครงข่ายการสื่อสารตามข้อใด
  • 1 : โครงข่ายใยแก้ว
  • 2 : โครงข่ายอินเตอร์เน็ต
  • 3 : โครงข่ายโทรศัพท์
  • 4 : โครงข่ายเคเบิลโทรทัศน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • รูปแบบการส่งข้อมูลของ X.25 เป็นแบบใด
  • 1 : ซิงโครนัส
  • 2 : อะซิงโครนัส
  • 3 : ซิงโครนัสและอะซิงโครนัส
  • 4 : ส่งข้อมูลทีละตัวอักษร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 203 :
  • โปรโตคอล TCP/IP ใช้ในระบบสื่อสารตามข้อใด
  • 1 : ระบบโครงข่ายโทรศัพท์
  • 2 : ระบบดาวเทียม
  • 3 : ระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ต
  • 4 : ระบบเรดาห์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :
  • PPP ย่อมาจาก
  • 1 : Point to Point Protocol
  • 2 : Peer to Peer Protocol
  • 3 : Person to Person Protocol
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 118 : Multi-access communication
ข้อที่ 205 :
  • การติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ด เป็นการสื่อสารแบบใด
  • 1 : Simplex
  • 2 : Half-duplex
  • 3 : Full-duplex
  • 4 : Automatic
  • 5 : Manual
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 206 :
  • รูปแบบโครงข่ายชนิดใดที่ต้องการการเชื่อมต่อแบบ multiple point
  • 1 : Mesh
  • 2 : Star
  • 3 : Bus
  • 4 : Ring
  • 5 : Primary
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • การใช้ cable break เพื่อดูดกลืนสัญญาณ ใช้ในการเชื่อมต่อของ LAN รูปแบบใด
  • 1 : Mesh
  • 2 : Bus
  • 3 : Star
  • 4 : Primary
  • 5 : Ring
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุปกรณ์ที่ใช้แรงดันไฟฟ้าสูง ควรใช้สื่อนำสัญญาณประเภทใด
  • 1 : Twisted-pair cable
  • 2 : Coaxial cable
  • 3 : Optical fiber
  • 4 : The atmosphere
  • 5 : Power Line
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 209 :
  • สายเคเบิลสำหรับ LAN แบบ 802.3 ชนิด “10Base5” มีอัตราส่งข้อมูลและมีความยาวสูงสุดของเซกเมนต์เท่าไร
  • 1 : 10 Kbps, 5 m
  • 2 : 10 Mbps, 5 m
  • 3 : 10 Kbps, 500 m
  • 4 : 10 Mbps, 500 m
  • 5 : 5 Mbps, 400 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • มาตรฐานใดต่อไปนี้เป็นมาตรฐานของ WLAN
  • 1 : 802.3
  • 2 : 802.5
  • 3 : 802.10
  • 4 : 802.11
  • 5 : 802.12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 211 :
  • การเชื่อมต่อของ LAN รูปแบบใดต้องใช้ Central Controller
  • 1 : Mesh
  • 2 : Star
  • 3 : Bus
  • 4 : Ring
  • 5 : Tree
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • การส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ เป็นตัวอย่างของติดต่อสื่อสารแบบใด
  • 1 : Simplex
  • 2 : Half-duplex
  • 3 : Full-duplex
  • 4 : Automatic
  • 5 : Multiplex
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :
  • ในระบบ Ethernet LAN เมื่อเกิดการชนกันของข้อมูลในสายสื่อสาร โพรโทคอล CSMA/CD จะส่งสัญญาณเตือนใดออกมาให้ผู้ใช้งานรับทราบ
  • 1 : Jam Signal
  • 2 : Sleep Signal
  • 3 : Wait Signal
  • 4 : Stop Signal
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 214 :
  • Media Access Control (MAC) โดยปรกติแบ่งออกได้เป็นกี่แบบ อะไรบ้าง
  • 1 : 1 แบบ คือ Distribution MAC
  • 2 : 2 แบบ คือ Distribution MAC, Centralize MAC
  • 3 : 3 แบบ คือ Distribution MAC, Centralize MAC และ AdHoc MAC
  • 4 : 4 แบบ คือ Distribution MAC, Centralize MAC, AdHoc MAC และ Wireless MAC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • IEEE 802.5 เป็นระบบเครือข่ายแบบใด และจัดอยู่ในชั้นโพรโทคอลใด
  • 1 : ระบบเครือข่าย Token Bus ในโพรโทคอลชั้น Network Layer
  • 2 : ระบบเครือข่าย Token Ring ในโพรโทคอลชั้น Network Layer
  • 3 : ระบบเครือข่าย Token Bus ในโพรโทคอลชั้น Data Link Layer
  • 4 : ระบบเครือข่าย Token Ring ในโพรโทคอลชั้น Data Link Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 216 :
  • EIA-232 มีกี่ขา (pin)
  • 1 : 20
  • 2 : 24
  • 3 : 25
  • 4 : 30
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :
  • ประโยชน์ของท่อโลหะที่ครอบสายตีเกลียวคู่ (twist-paired) ทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ป้องกันความร้อน
  • 2 : ลดการรบกวนของสัญญาณ (cross talk)
  • 3 : เป็นฉนวนป้องกันฟ้าผ่า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 218 :
  • วิธีการเข้าใช้สื่อแบบสุ่ม (random access method) วิธีใดต่อไปนี้ง่ายที่สุด
  • 1 : ALOHA
  • 2 : CSMA
  • 3 : CDMA
  • 4 : Token passing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : IEEE 802.11 b และ g ทำงานในย่านความถี่เดียวกับโทรศัพท์ไร้สาย เตาไมโครเวฟ
  • 2 : IEEE 802.11 a และ g ใช้งานร่วมกันไม่ได้
  • 3 : IEEE 802.11 n เป็นมาตรฐาน WLAN ที่ทำงานร่วมกับ IEEE 802.11a/b/g
  • 4 : IEEE 802.11 b มี data rate ต่ำกว่า IEEE 802.11a และมีระยะทางส่งสัญญาณต่ำกว่าด้วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 220 :
  • โปรเจ็ค 802 เกิดขึ้นจากหน่วยงานใด
  • 1 : EIA
  • 2 : ISO
  • 3 : IEEE
  • 4 : CCITT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 221 :
  • สายแบบ UTP Cat 5 สามารถส่งข้อมูลที่อัตราสูงสุดเท่าไร
  • 1 : 2 Mbps
  • 2 : 10 Mbps
  • 3 : 50 Mbps
  • 4 : 100 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 222 :
  • มาตรฐาน IEEE 802.11 หมายถึงระบบใด
  • 1 : CSMA/CD
  • 2 : Token ring
  • 3 : Wireless LAN
  • 4 : DQDB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 223 :
  • ข้อใดคือโพรโทคอลการเข้าถึงทีละหลายผู้ใช้ (multiple-access) แบบสุ่ม
  • 1 : CSMA
  • 2 : CDMA
  • 3 : Token passing
  • 4 : Polling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 :
  • ใน network ที่มี bridge มากกว่า 1 ตัวจะมีปัญหาเกี่ยวกับ
  • 1 : Loops
  • 2 : Filters
  • 3 : Spanning trees
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 225 :
  • ATM cell มีขนาดกี่ bytes
  • 1 : 1500
  • 2 : 1000
  • 3 : 150
  • 4 : 53
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • IP address 191.1.2.3 อยู่ class ใด
  • 1 : class A
  • 2 : class B
  • 3 : class C
  • 4 : class D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • ใน class C ประกอบไปด้วยกี่ subnet ถ้า subnet mask ประกอบด้วย 1 ทั้งหมด 25 bits
  • 1 : 2
  • 2 : 8
  • 3 : 16
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 228 :
  • วิธีใดใช้ในการ transition จาก IPv4 to IPv6
  • 1 : Dual Stack
  • 2 : Tunneling
  • 3 : Header Translation
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • ใน Internet address, class ใด มีจำนวน host มากที่สุด
  • 1 : class A
  • 2 : class B
  • 3 : class C
  • 4 : class D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 230 :
  • ข้อใดกล่าวถึง Ad-Hoc Wireless LAN ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ไม่มี Access Points ในโครงข่าย
  • 2 : มีลักษณะการติดต่อเป็นแบบ Peer-to-Peer
  • 3 : มีประสิทธิภาพการทำงานที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร
  • 4 : การติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างโนดเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • ทำไมโครงข่ายที่ใช้เทคโนโลยี FDDI จึงไม่ได้รับความนิยมนำมาใช้งานในปัจจุบันนี้
  • 1 : ความเร็วในการส่งข้อมูลต่ำ
  • 2 : มีการพัฒนาการส่งข้อมูลผ่านคู่สายบิดตีเกลียวที่มีความเร็วสูงขึ้น
  • 3 : การส่งข้อมูลต้องส่งผ่านเส้นใยแสง
  • 4 : ยังไม่ได้รับพัฒนาอย่างเต็มที่และยังไม่ถูกกำหนดเป็นมาตรฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 232 :
  • ข้อใดกล่าวถึงวิธีการเข้าถึงตัวกลางแบบ CSMA/CD ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ข้อมูลที่ส่งถูกเข้ารหัสแบบ Manchester
  • 2 : มีเวลาประวิงในการส่งข้อมูลที่มากกว่าแบบ Token Ring
  • 3 : โทโปโลยีในการส่งข้อมูลเป็นแบบบัสหรือสตาร์
  • 4 : เกิดการ back off เมื่อเกิดการชนกันของเฟรมข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 233 :
  • อุปกรณ์ใดที่ไม่มีในโครงข่าย LAN แบบ 10Base5
  • 1 : RG-8 Coaxial Cable
  • 2 : MAU
  • 3 : AUI Cable
  • 4 : BNC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • ใน LAN แบบ Ring topology มีหน่วยความยาวของ ring เป็นอะไร
  • 1 : bit
  • 2 : byte
  • 3 : sec
  • 4 : meters
  • 5 : frame
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 235 :
  • ถ้าท่านใช้ switch เป็นศูยน์กลางใน star LAN ที่ความเร็ว 10 Mbps ที่มีสถานีทั้งสิ้น 5 สถานี แต่ละสถานีจะมี channel capacity ขนาดเท่าไร
  • 1 : 10 Mbps
  • 2 : 1 Mbps
  • 3 : 2 Mbps
  • 4 : 5 Mbps
  • 5 : 50 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 236 :
  • CSMA แบบ non persistent เมื่อสถานีใดต้องการจะส่งข้อมูลจะต้องทำการฟังก่อนว่าสายว่างหรือไม่ ถ้าสายไม่ว่าง สถานีนั้นจะต้องทำอย่างไรต่อไป
  • 1 : ฟังต่อไป เมื่อสายว่างก็ส่งทันที
  • 2 : รอช่วงเวลาหนึ่ง แล้วส่งทันที
  • 3 : รอช่วงเวลาหนึ่ง แล้วฟังใหม่
  • 4 : ส่งข้อมูลทันที
  • 5 : รอด้วยความน่าจะเป็น 1 – p
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 237 :
  • Propagation Delay คืออะไร
  • 1 : เวลาที่ใช้ในการเดินทางไปยังปลายทาง
  • 2 : เวลาที่ใช้ในการส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
  • 3 : เวลาที่ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูล
  • 4 : เวลาที่ใช้ในการรอจนกว่าสายจะว่าง
  • 5 : เวลาที่ใช้ในการถอดรหัสข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • Slotted Aloha มีประสิทธิภาพในการสื่อสารมากกว่า Aloha เนื่องจาก
  • 1 : กำหนดให้มีการส่งข้อมูลที่ต้น time frame เท่านั้น
  • 2 : ใช้ frame ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่า
  • 3 : มีการตรวจสอบการใช้สื่อก่อนการส่ง
  • 4 : มีการตรวจสอบการชนกันของข้อมูลขณะส่ง
  • 5 : ไม่มีการชนกันของสัญญาณในระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • ในการใช้ CSMA/CD ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ระยะเวลาที่สถานีส่งจะพบว่ามีการชนกันของสัญญาณคือ
  • 1 : 2 * propagation delay
  • 2 : propagation delay
  • 3 : frame time + propagation delay
  • 4 : 2 * (frame time + propagation delay)
  • 5 : 2 * (propagation delay) + frame time
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 240 :
  • ข้อใดจริงเกี่ยวกับ Token Ring และ FDDI
  • 1 : Bus Topology มี Collision
  • 2 : Star Topology ไม่มี Collision
  • 3 : Ring Topology ไม่มี Collision
  • 4 : Ring Topology มี Collision
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • Wireless LAN ตามมาตรฐาน IEEE 802.11a/b/g ข้อใดไม่จริง
  • 1 : IEEE802.11a ไม่สามารถใช้ในประเทศไทยได้
  • 2 : IEEE802.11a/g ทำงานที่ความาเร็วสูงสุด 54 Mbps
  • 3 : IEEE802.11a/b/g ใช้ MAC แบบเดียวกันคือ CSMA/CA
  • 4 : IEEE802.11a/b/g ทำงานที่ช่วงความถี่ 5 GHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • ข้อใดไม่จริงเกี่ยวกับ CSMA/CD
  • 1 : Station จะต้องส่งใหม่เมื่อตรวจพบ Collision
  • 2 : สามรถใช้ได้กับ Star และ Ring Topology
  • 3 : สามารถใช้ได้กับ UTP, Coaxial Cable และ Optic Fiber
  • 4 : หากติดตั้งถูกต้อง Station จะสามารถตรวจจับ Collision ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • พิจารณาโครงข่ายที่ให้จงหาจำนวน Collision Domain และ Broadcast Domain
  • 1 : 3 Collision Domain, 5 Broadcast Domains
  • 2 : 5 Collision Domain, 3 Broadcast Domains
  • 3 : 4 Collision Domain, 3 Broadcast Domains
  • 4 : 5 Collision Domain, 2 Broadcast Domains
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 244 :
  • ระบบใดต่อไปนี้รองรับการส่งข้อมูลได้ระยะไกล
  • 1 : Voiceband Modem
  • 2 : Local Area Network
  • 3 : Computer Bus
  • 4 : Digital PBX
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 245 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นคุณลักษณะของ LAN
  • 1 : การส่งแบบขนาน
  • 2 : ขยายการใช้งานได้ไม่จำกัด
  • 3 : ค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้ต่ำสำหรับช่องสัญญาณที่มีแบนด์วิดท์ต่ำ
  • 4 : การต่อร่วมเป็นอิสระกับ Application
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 246 :
  • สื่อสัญญาณในข้อใดไม่เหมาะที่จะใช้ CSMA
  • 1 : วิทยุ
  • 2 : เส้นใยแก้วทางแสง
  • 3 : สายโคแอกเชียล
  • 4 : สายคู่บิดเกลียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • หน้าที่ใดต่อไปนี้ไม่มีในการใช้งานอีเทอร์เน็ตโดยทั่วไป
  • 1 : Access Control
  • 2 : Addressing
  • 3 : Automatic retransmission ของข่าวสาร
  • 4 : Multiple Virtual Network
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • หน้าที่ในข้อใดมีในระบบ LAN
  • 1 : Data link control
  • 2 : Application processing
  • 3 : Flow control
  • 4 : Routing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 249 :
  • จุดประสงค์ของ preamble คือ
  • 1 : Clock synchronization
  • 2 : Error checking
  • 3 : Collision avoidance
  • 4 : Broadcast
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • สำหรับระบบ LAN แล้ว IP datagram จะอยู่ในส่วนใด
  • 1 : LAN Header
  • 2 : Application field
  • 3 : Information field ของ LAN frame
  • 4 : ข้างหลัง TCP header
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 251 :
  • Null modem เป็นอุปกรณ์ประเภทใด
  • 1 : Modem eliminator
  • 2 : Modem
  • 3 : Multiplexer
  • 4 : Protocol converter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 252 :
  • โทโพโลยีใดที่ต้องใช้ terminators
  • 1 : Mesh
  • 2 : Ring
  • 3 : Star
  • 4 : Bus
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 :
  • ในการเชื่อมต่อที่มีคอมพิวเตอร์หนึ่งมี IP address 202.28.93.58 และ netmask เท่ากับ 0xFFFFFFC0 เข้ากับคอมพิวเตอร์อีกตัวที่มี IP address 202.28.93.128 และ netmask 0xFFFFFFC0 สามารถใช้อุปกรณ์อะไรในการเชื่อมต่อได้
  • 1 : Layer 2 Switch
  • 2 : Layer 3 Switch
  • 3 : Repeater
  • 4 : Bridge
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 254 :
  • จงหาจำนวน host ที่สามารถมีได้สำหรับ network 10.10.10.10/30
  • 1 : 2
  • 2 : 4
  • 3 : 6
  • 4 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • ข้อใดคือคุณสมบัติของ SONET/SDH
  • 1 : เป็นการมัลติเพล็กซ์ความเร็วสูง
  • 2 : มีเป้าหมายในการมัลติเพล็กซ์ เฟรมข้อมูลของทุกโครงข่ายไปบนตัวมันเองได้
  • 3 : มุ่งใช้แสงเป็นตัวส่งสัญญาณ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • อะไรคือเหตุผลหลักในการทำให้การทำงานของเฟรมรีเลย์เร็วกว่า x.25
  • 1 : ไม่มีการควบคุมการไหลและความผิดพลาด
  • 2 : เฟรมของเฟรมรีเลย์สั้นกว่า x.25
  • 3 : ประสิทธิภาพของการควบคุมความแออัดสูงกว่า
  • 4 : Header ของเฟรมรีเลย์น้อยกว่า x.25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 :
  • Cell ของ ATM มีขนาดของส่วนข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 46 bytes
  • 2 : 53 bytes
  • 3 : 48 bytes
  • 4 : 32 bytes
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 258 :
  • ตามแบบจำลอง OSI WAN จะมีการทำงานกี่ Layer
  • 1 : 2 Layer
  • 2 : 4 Layer
  • 3 : 3 Layer
  • 4 : ตั้งแต่ 3 Layer ขึ้นไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • ลักษณะโครงข่ายแบบใดเหมาะสำหรับการสื่อสารที่ต้องการ คลอบคลุมตลอดบริเวณพื้นที่ใช้งาน
  • 1 : แบบจุดต่อจุด
  • 2 : แบบสะพานระหว่างจุด
  • 3 : แบบวงแหวน
  • 4 : แบบกระจายจุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • เกทเวย์ (gate way) หมายถึงข้อใด
  • 1 : ข่ายสายที่ทำการติดต่อระหว่างโครงข่าย
  • 2 : ข่ายสายที่ทำการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์
  • 3 : ข่ายสายที่ทำการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์หลักกับคอมพิวเตอร์รอง
  • 4 : ข่ายสายที่ทำการติดต่อระหว่างเมนเฟรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 119 : Data flow control
ข้อที่ 261 :
  • ใน Go-Back-N ARQ ถ้ากำหนดให้ค่า window size เท่ากับ 63 แล้วจะมีค่า sequence number อยู่ในช่วงใดต่อไปนี้
  • 1 : 0-63
  • 2 : 0-64
  • 3 : 1-63
  • 4 : 1-64
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 262 :
  • สำหรับ sliding window ขนาด n-1 (n sequence number) สามารถส่งจำนวนเฟรมสูงสุดได้กี่เฟรมโดยที่ไม่ต้องรอ ACK (Acknowledgment)
  • 1 : 0
  • 2 : n-1
  • 3 : n
  • 4 : n+1
  • 5 : 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • ใน Go-Back-N ARQ ถ้าแบนด์วิธ ของสายส่งสัญญาณมีค่าเท่ากับ 1 Mbps และระยะเวลาที่บิต 1 บิต เดินทางจากฝั่งส่งแล้วกลับมาฝั่งส่งอีกครั้งหนึ่งใช้เวลาเท่ากับ 20 ms จงหาค่าของ utilization percentage เมื่อ 1 เฟรมของข้อมูลมีขนาด 1000 บิต และ ส่งทั้งสิ้น 15 เฟรม
  • 1 : 3%
  • 2 : 7.5%
  • 3 : 30%
  • 4 : 75%
  • 5 : 85%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 264 :
  • กระบวนการ “Flow control” มีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : ป้องกันการเกิด bit error
  • 2 : ป้องกันการ overflow ของ บัฟเฟอร์ฝั่งส่ง
  • 3 : ป้องกันการ overflow ของ บัฟเฟอร์ฝั่งรับ
  • 4 : ป้องกันการชนกันระหว่างฝั่งส่งและฝั่งรับ
  • 5 : ป้องกันการติดขัดระหว่างฝั่งส่งและฝั่งรับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 265 :
  • “ARQ” ย่อมาจากอะไร
  • 1 : Automatic repeat quantization
  • 2 : Automatic repeat request
  • 3 : Automatic retransmission request
  • 4 : Acknowledge repeat request
  • 5 : Asynchronous repeat request
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • ใน Stop-and-Wait ARQ ถ้าแบนด์วิธ ของสายส่งสัญญาณมีค่าเท่ากับ 1 Mbps และระยะเวลาที่บิต 1 บิต เดินทางจากฝั่งส่งแล้วกลับมาฝั่งส่งอีกครั้งหนึ่งใช้เวลาเท่ากับ 20 ms จงหาค่าของ utilization percentage เมื่อ 1 เฟรมของข้อมูลมีขนาด 1000 บิต
  • 1 : 0.2%
  • 2 : 0.5%
  • 3 : 2%
  • 4 : 5%
  • 5 : 0.02%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 267 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของโพรโทคอลแบบ Piggybacking
  • 1 : เป็นเฟรมที่ส่งค่า ACK อย่างเดียว
  • 2 : เป็นเฟรมที่ส่งค่า NAK อย่างเดียว
  • 3 : เป็นเฟรมที่สามารถส่งข้อมูลพร้อม ACK ให้ผู้รับได้พร้อมกัน
  • 4 : เป็นเฟรมที่สามารถส่งข้อมูลพร้อม ACK ให้ผู้รับคนละเวลากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 268 :
  • เทคโนโลยี Frame Relay เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการส่งข้อมูลในโครงข่ายแบบ packet switch X.25 อย่างไร
  • 1 : ช่วยลดการสำเนาข้อมูลในแต่ละโนดเส้นทาง ทำให้ความเร็วของการส่งข้อมูลสูงขึ้น
  • 2 : ช่วยลดจำนวนโนดในแต่ละเส้นทาง
  • 3 : ช่วยลดจำนวนเฟรมข้อมูลในแต่ละเส้นทาง
  • 4 : ช่วยเพิ่มจำนวนเส้นทางให้มากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • สัญญาณ 4-PSK ที่มี buad rate เท่ากับ 400 จะมี bit rate เท่าใด
  • 1 : 100 bps
  • 2 : 400 bps
  • 3 : 800 bps
  • 4 : 600 bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 :
  • ถ้าสัญญาณ PCM มีค่าสูงสุดเป็น 31 และตํ่าสุดเป็น -31 จะต้องใช้กี่บิต (bits) ในการทำรหัส (coding)
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • วิธีการแปลงสัญญาณ (encoding) แบบใดที่ช่วยแก้ปัญหาการสูญเสีย synchronization เนื่องจากส่งค่า 0 ติดกันเป็นจำนวนมาก
  • 1 : AMI
  • 2 : Manchester
  • 3 : HDB3
  • 4 : NRZ-L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 272 :
  • รูปต่อไปนี้ แสดงการทำงานของ Cyclic Redundancy Check (CRC) ถ้าต้องการส่ง ข้อมูล 10011101 ด้วยวิธีการ CRC และ Generator code x^3 + 1 จงหา CRC สำหรับการส่งข้อมูลชุดนี้
  • 1 : 100
  • 2 : 1001
  • 3 : 10011101
  • 4 : 100111011001
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 273 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องสำหรับสัญญาณที่ลดลง 3 dB
  • 1 : กำลังงานลดลงครึ่งหนึ่ง
  • 2 : กำลังงานลดลง 1 เท่า
  • 3 : กำลังงานเพิ่มขึ้น 1 เท่า
  • 4 : กำลังงานเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 274 :
  • ข้อใดไม่ใช่เทคนิคการรวมสัญญาณ (multiplexing)
  • 1 : TDM
  • 2 : MDM
  • 3 : FDM
  • 4 : WDM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 275 :
  • เทคนิคการรวมสัญญาณแบบ WDM มีแนวทางคล้ายกับเทคนิคใดมากที่สุด
  • 1 : TDM
  • 2 : MDM
  • 3 : FDM
  • 4 : CDM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 276 :
  • สมการใดที่สามารถใช้เป็น CRC Polynomial ที่ดีได้
  • 1 : x^3 + x^2 + x + 1
  • 2 : x^2 + x
  • 3 : x^3 + x^2 + x
  • 4 : x^3 + x^2 + x
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • CRC divisor ในข้อใดที่ถูกใช้ถ้า CRC Polynomial เป็น x^10 +x^9 +x + 1
  • 1 : 1100000011
  • 2 : 11000000011
  • 3 : 110000011
  • 4 : 110000000011
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 278 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการตรวจสอบความผิดพลาดบิตข้อมูล
  • 1 : VCR
  • 2 : BER
  • 3 : CRC
  • 4 : Checksum
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 279 :
  • กระบวนการทางคณิตศาสตร์แบบ modulo-2 จะมีลักษณะคล้ายกับการทำงานของเกตชนิดใด
  • 1 : NOT gate
  • 2 : OR gate
  • 3 : AND gate
  • 4 : EX-OR gate
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • จำนวนบิตของค่า FCS ที่นำไปใช้ตรวจสอบความผิดพลาดบิตข้อมูลตามมาตรฐาน CRC-16 เท่ากับกี่บิต
  • 1 : 14 บิต
  • 2 : 15 บิต
  • 3 : 16 บิต
  • 4 : 17 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :
  • การตอบรับด้วยสัญญาณ ACK หมายความว่าอย่างไร
  • 1 : สัญญาณที่ได้รับถูกต้อง
  • 2 : สัญญาณที่ได้รับเกิดการสูญหาย
  • 3 : สัญญาณที่ได้รับผิดพลาดมีการขอให้ส่งข้อมูลใหม่
  • 4 : ยังไม่ได้รับสัญญาณใดเลย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 282 :
  • Flag ที่เกิดขึ้นในเฟรมของ HDLC มีค่าตามข้อใด
  • 1 : 10000001
  • 2 : 10101010
  • 3 : 01111110
  • 4 : 11111111
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :
  • โพรโทคอลใดในชั้น Data link ที่ใช้รูปแบบการตอบรับให้ส่งข้อมูลใหม่แบบ Stop and wait
  • 1 : BISYNC
  • 2 : DDCMP
  • 3 : SDLC
  • 4 : HDLC
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 284 :
  • ในระบบสื่อสัญญาณดิจิตอลที่มีสัญญาณนาฬิกาทางด้านรับเร็วกว่าทางด้านส่ง 0.1% จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อทำการส่งข้อมูลด้วยอัตรา 1 kbps
  • 1 : ข้อมูลทางด้านรับจะมากกว่าด้านส่ง 1 บิต
  • 2 : ข้อมูลทางด้านรับจะมากกว่าด้านส่ง 10 บิต
  • 3 : ข้อมูลทางด้านรับจะน้อยกว่าด้านส่ง 1 บิต
  • 4 : ข้อมูลทางด้านรับจะน้อยกว่าด้านส่ง 10 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • ข้อใดไม่ใช่การเข้ารหัสทางสาย (Line coding)
  • 1 : AMI
  • 2 : 2B1Q
  • 3 : Manchester
  • 4 : Turbo
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :
  • ในการแบ่งย่านการควอนไทซ์ออกเป็น 12 ย่าน เราจะต้องส่งข้อมูลออกไปกี่บิตต่อสัญญาณสุ่ม
  • 1 : 2 บิต
  • 2 : 3 บิต
  • 3 : 4 บิต
  • 4 : 5 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 287 :
  • ใน ARQ แบบหยุดและรอที่มีแบนด์วิดท์ของสายเท่ากับ 1 Mbps โดยเวลาที่ใช้ในการรับ-ส่งข้อมูล 1 บิต 1 รอบ เท่ากับ 20 ms จะมีค่า bandwidth-delay product เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 200 บิต
  • 2 : 2 000 บิต
  • 3 : 20 000 บิต
  • 4 : 200 000 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • บิตสตัฟในระบบ HDLC มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด
  • 1 : เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นแฟลก
  • 2 : บ่งบอกว่ากลุ่มข้อมูลนั้นคือแฟลก
  • 3 : ป้องกันไม่ให้ข้อมูลมีสถานะเหมือนแฟลก
  • 4 : ป้องกันไม่ให้ข้อมูลมีสภาพเป็นไฟฟ้ากระแสตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • หน้าที่ของตัว Repeater ในการส่งข้อมูลคือข้อใด
  • 1 : กรองสัญญาณ
  • 2 : ขยายสัญญาณ
  • 3 : จัดลำดับสัญญาณ
  • 4 : สร้างสัญญาณขึ้นมาใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :
  • Error Detection แบบใดที่สามารถหา burst error ได้
  • 1 : The parity check
  • 2 : Two-dimensional parity check
  • 3 : CRC
  • 4 : ถูกทั้งข้อ ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • สำหรับ Stop-and-wait ARQ, ถ้าdata ทั้งหมด n packets ถูกส่งให้ผู้รับ อยากทราบว่า ผู้รับจะต้องส่ง acknowledge packets กลับมาให้ผู้ส่งกี่ packets
  • 1 : n
  • 2 : 2n
  • 3 : n-1
  • 4 : n+1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :
  • Repeater ทำงานอยู่ใน Layer ใดใน Internet model
  • 1 : Physical (MAC)
  • 2 : Data link
  • 3 : Network
  • 4 : Application
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :
  • Routing protocol ใดที่ใช้ Link state routing concept
  • 1 : RIP
  • 2 : OSPF
  • 3 : BGP
  • 4 : DVMRP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 294 :
  • Reliable delivery หมายถึง
  • 1 : Error-free delivery
  • 2 : Receipt of the complete message
  • 3 : In-order delivery
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 :
  • ข้อใดกล่าวถึงโพรโทคอล Stop and Wait ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ผู้ส่งต้องหยุดเพื่อรอเฟรมตอบรับจากผู้รับ จึงจะส่งเฟรมข้อมูลถัดไปได้
  • 2 : มีขนาดหน้าต่างทั้งผู้ส่งและผู้รับเท่ากับ 1
  • 3 : จำเป็นต้องมีการรับส่งเฟรมตอบรับ
  • 4 : ส่งข้อมูลได้ช้ากว่าโพรโทคอล Sliding Window
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 :
  • ข้อใดกล่าวถึง Bit Stuffing ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ป้องกันความผิดพลาดของเฟรมข้อมูลที่ได้รับ
  • 2 : ใช้กับโครงข่ายที่ใช้ Bit-Oriented Protocol
  • 3 : ใช้กับอุปกรณ์รับส่งในโครงข่ายที่อาศัยสัญญาณ Flag
  • 4 : มีรูปแบบการทำงานเช่น “01111 <0> 110”
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • เฟรมข้อมูลขนาด 1000 ไบต์ถูกส่งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งผ่านดาวเทียมที่มีระยะห่างจากพื้นโลกประมาณ 36,500 km ด้วยอัตราการส่งข้อมูล 8 Mbps และความเร็วที่ใช้เดินทางมีค่า 2x10^8 m/s จงหาค่า Link Utilization จากการใช้โพรโทคอล Stop and Wait และ Sliding Window เมื่อกำหนดให้หน้าต่างส่งและรับมีขนาด 200 ไบต์และไม่พิจารณาบิตผิดพลาด
  • 1 : 0.25 และ 0.50
  • 2 : 0.25 และ 0.55
  • 3 : 0.27 และ 0.50
  • 4 : 0.27 และ 0.55
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • ในโครงข่ายการสื่อสารข้อมูล Logical Addressing แตกต่างจาก Physical Addressing อย่างไร
  • 1 : บอกตำแหน่งของโนดผู้ส่งข้อมูล
  • 2 : บอกตำแหน่งของโนดผู้รับถัดไป
  • 3 : บอกตำแหน่งของโนดผู้รับสุดท้าย
  • 4 : บอกตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • ข้อไหนเป็นข้อที่ผิด
  • 1 : Hardware flow control ทำงานได้รวดเร็วกว่า flow control แบบ Xon/Xoff
  • 2 : flow control แบบ Xon/Xoff ใช้ช่องทางการสื่อสารน้อยกว่า Hardware flow control
  • 3 : ไม่มีความจำเป็นต้องทำ flow control ถ้าหากฝ่ายส่งมีที่พักข้อมูลมากพอ
  • 4 : ไม่มีความจำเป็นต้องทำ flow control ถ้าหากฝ่ายรับมีที่พักข้อมูลมากพอ
  • 5 : ผิดหมดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • ใน Selective-Reject ARQ ถ้าฝ่ายส่งข้อมูลไม่ได้รับ acknowledgement frame จากฝ่ายรับ ฝ่ายส่งข้อมูลจะทำอย่างไร
  • 1 : ถามผู้รับว่ารับไปถึงไหนแล้ว
  • 2 : รอจนกว่าจะได้รับ
  • 3 : ส่งข้อมูล frame สุดท้ายไปใหม่
  • 4 : หยุดการสื่อสารชั่วคราว
  • 5 : ส่งข้อมูล frame ที่ผู้รับยังไม่ได้รับไปใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • Traffic Control คือ
  • 1 : การควบคุมความปริมาณของ packet ในระบบเครือข่าย
  • 2 : การจัดการเมื่อมีการชนกันของสัญญาณ
  • 3 : การควบคุมการเชื่อมต่อระหว่างผู้รับและผู้ส่ง
  • 4 : การค้นหาเส้นทางที่สั้นที่สุด
  • 5 : การตรวจสอบว่ามีผู้ใช้สายสัญญาณหรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 302 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการทำ Congestion Control ที่มีการใช้ใน Internet Protocol
  • 1 : Packet Discarding
  • 2 : Leaky Bucket
  • 3 : Hot Potato
  • 4 : Choke Packets
  • 5 : Preallocation of buffer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 303 :
  • หากเวลาในการส่งข้อมูลแต่ละ Packet เป็น 30 microsec. เวลาที่ใช้ในการเดินทางระหว่างปลายทางทั้ง 2 เท่ากับ 10 microsec. จงคำนวณ เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการส่งข้อมูล 3 Packet โดยใช้ Stop-and-wait Protocol โดยไม่มีความผิดพลาด ในการคำนวณให้คิดว่าขนาดของ Frame สัญญาณ ACK / NACK และเวลาที่สถานีใช้ในการประมวลผล Frame ข้อมูลเพื่อตอบกลับ (tack, tnack, tproc) มีค่าน้อยมากจนสามารถละเลยได้
  • 1 : 120 microsec.
  • 2 : 150 microsec.
  • 3 : 90 microsec.
  • 4 : 110 microsec.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • SONET/SDH ใช้การ multiplexing แบบใด
  • 1 : FDM
  • 2 : TDM
  • 3 : CDMA
  • 4 : DMT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 305 :
  • การไหลของดาตาแกรมมีประสิทธิภาพเนื่องจาก
  • 1 : ไม่ต้องใช้ขั้นตอน set up การเรียก
  • 2 : ใช้ virtual circuit
  • 3 : การไหลของข้อมูลเป็นแบบ exponential
  • 4 : ใช้ IP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :
  • ฟิลด์ใน TCP header ไหนที่มีหน้าที่เกี่ยวกับ Flow control
  • 1 : Window
  • 2 : Data offset
  • 3 : Acknowledgement
  • 4 : Sequence number
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 307 :
  • เมื่อรวม IP address เข้ากับ port number เราเรียกว่า
  • 1 : Sequence number
  • 2 : Checksum
  • 3 : Data offset
  • 4 : Socket
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการในการทำ Flow Control
  • 1 : Sliding Window
  • 2 : 3DES
  • 3 : Store and Foreward
  • 4 : MPOA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • ข้อใดมิใช่แนวทางในการทำ Congestion Control
  • 1 : Choke Packet
  • 2 : Constant Bit Rate
  • 3 : Traffic Shaping
  • 4 : Load Shedding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  • Asymmetric Digital Subscriber Line ไม่ได้ใช้วิธีการ multiplexing ใดในการส่งข้อมูลผ่านสาย
  • 1 : FDM
  • 2 : TDM
  • 3 : QAM
  • 4 : DMT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 311 :
  • ในการข้อมูลผ่าน STS-1/OC-1 ที่มีการส่ง 810 Octets ทุกๆ 125 microsecond และมี 27 Octets เป็น Overhead จงหา Payload ของการส่งข้อมูลนี้
  • 1 : 1.728 Mbps
  • 2 : 50.112 Mbps
  • 3 : 51.84 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :
  • ในการคำนวณ bandwidth ของสัญญาณ จะใช้การลดลงของกำลังไฟฟ้าที่ถูกลดลงไป 3 dB เป็นเกณฑ์ ที่จุดกำลังไฟฟ้าลดลง 3 dB ระดับ Voltage จะลดลงไปเหลือเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับที่ 0 dB
  • 1 : 0.333
  • 2 : 0.5
  • 3 : 0.667
  • 4 : 0.707
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • การส่งสัญญาณดิจิตอลแบบ 2 signal level ด้วยอัตรา Nyquist bit rate ผ่าน noiseless channel ที่มี bandwidth เป็น 3kHZ จะสามารถส่งด้วยอัตราข้อมูลสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 1.5 kbps
  • 2 : 3.0 kbps
  • 3 : 6.0 kbps
  • 4 : 12.0 kbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 314 :
  • เมื่อส่งสัญญาณที่มีกำลังส่ง 25 dBm ผ่านตัวกลางที่มีการลดทอนสัญญาณ 12 dB จะเหลือสัญญาณที่ด้านรับเท่ากับ
  • 1 : 10 mW
  • 2 : 20 mW
  • 3 : 25 mW
  • 4 : 13 dB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
  • ข้อใดที่กล่าวถึงการเข้ารหัสแบบ Polar encoding ได้ ไม่ถูกต้อง
  • 1 : การเข้ารหัสแบบ RZ, NRZ, Manchester และ Differential Manchesterเป็นการเข้ารหัสแบบ Polar encoding
  • 2 : เข้ารหัสแบบ Polar encoding จะใช้ระดับแรงดันสัญญาณที่เป็น Negative level และ Positive level
  • 3 : เข้ารหัสแบบ Polar encoding มีการเปลี่ยนแปลงระดับ (transition) ของสัญญาณที่ตำแหน่งกึ่งกลางของแต่ละบิตข้อมูลเสมอ
  • 4 : เข้ารหัสแบบ Polar encoding เป็นรูแบบหนึ่งของการเข้ารหัสแบบ Line coding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 316 :
  • ถ้าทำการสุ่มสัญญาณอนาล็อก ที่มีความถี่ 1000 Hz ด้วยอัตราสุ่ม Nyquist rate ในเวลา 1 วินาที จะได้ข้อมูลเป็นจำนวน
  • 1 : 1000 samples
  • 2 : 2000 samples
  • 3 : 4000 samples
  • 4 : 8000 samples
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 317 :
  • การเข้ารหัสในข้อใดที่จัดว่าเป็นการทำ modulating
  • 1 : AMI , 8B/10B , Manchester
  • 2 : QAM , Manchester , NRZ-I
  • 3 : FSK , PSK , ASK
  • 4 : AM , FM , RZ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :
  • เทคนิคการทำ ON/OFF Keying (OOK) เป็นเทคนิคของการทำ
  • 1 : FSK
  • 2 : PSK
  • 3 : QAM
  • 4 : ASK
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • ถ้าต้องการส่งสัญญาณ baud rate 2000 bps ด้วย half-duplex ASK transmission mode จะต้องใช้ bandwidth ของช่องสัญญาณเท่าใด
  • 1 : 1000 Hz
  • 2 : 2000 Hz
  • 3 : 1000 bps
  • 4 : 2000 bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 320 :
  • ส่งสัญญาณด้วย baud rate 2000 bps บนระบบ half-duplex FSK transmission mode จะต้องใช้ bandwidth ของช่องสัญญาณเท่าใด ถ้ากำหนดให้สัญญาณ carrier f1 = 12 kHz และ f2 = 15 kHz
  • 1 : 14000 Hz
  • 2 : 7000 Hz
  • 3 : 5000 Hz
  • 4 : 3000 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • การ modulate สัญญาณแบบ 4-QAM จะมีมุมเฟส
  • 1 : สองมุมคือ 0, และ 180 องศา
  • 2 : สี่มุมคือ 0, 90, 180, และ 270 องศา
  • 3 : สี่มุมคือ 45, 135, 225, และ 315 องศา
  • 4 : แปดมุมคือ 0 , 45 , 90 , 135, 180, 225, 270 , และ 315 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 322 :
  • เทคนิคของการทำ multiplex ชนิดใดที่ใช้ทำกับสัญญาณแบบดิจิตอล
  • 1 : FDM
  • 2 : TDM
  • 3 : WDM
  • 4 : DWDM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
  • ในระบบ FDM การจัดลำดับชั้นของ group ในข้อใดที่เรียงตามลำดับจากเล็กที่สุดไปหา group ที่ใหญ่สุด
  • 1 : Group , Master group , Jumbo group และ Super group
  • 2 : Group , Super group , Master group , และ Jumbo group
  • 3 : Group , Super group , Jumbo group และ Master group
  • 4 : Group , Master group , Super group , Jumbo group
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • ข้อใดที่เป็นสัญญาณทางด้านออกเมื่อ ระบบ modulator เป็นแบบ 16-QAM และสัญญาณทางเข้ามีค่าเป็น 1 Mbps
  • 1 : Digital 1 Mbps
  • 2 : Digital 250 kbps
  • 3 : Analog 1 MHz
  • 4 : Analog 250 kHz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • Line Coding ตัวใด ที่มีคุณสมบัติในการตรวจสอบความผิดพลาด
  • 1 : NRZ ( M )
  • 2 : NRZ ( L )
  • 3 : Biphase
  • 4 : Bipolar
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 326 :
  • ข้อใดคืออัตราการเข้ารหัสข้อมูล
  • 1 : 2400 bps
  • 2 : 4800 bit/sec
  • 3 : 9600 Signal/sec
  • 4 : 1200 bit/signal
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 327 :
  • DS-1 มีอัตราการส่งผ่านข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 2.048 Mbps
  • 2 : 4.096 Mbps
  • 3 : 1.544 Mbps
  • 4 : 1.048 Mbps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของการส่งผ่านข้อมูลที่ใช้ Physical Layer RS-232
  • 1 : Synchronous Transmission
  • 2 : Asynchronous Transmission
  • 3 : บล๊อกข้อมูลที่ส่งยาวเกิน 20 บิต
  • 4 : เป็นการส่งข้อมูลแบบขนาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 329 :
  • Line Utilization ของ Sliding Window ที่สภาวะ Error free คือ
  • 1 : 1/(1+a)
  • 2 : 1/(1+2a)
  • 3 : N/(1+2a)
  • 4 : (1+a)/(1+2a)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • จำนวนบัฟเฟอร์ในโนดส่งผลต่ออะไรบ้าง
  • 1 : ความล่าช้า
  • 2 : ความน่าจะเป็นในการสูญเสียข้อมูล
  • 3 : ค่า Throughput
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 331 :
  • ระบบการสื่อสารแบบ “Asynchronous” มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตามข้อใด
  • 1 : ตรวจสอบจากบิทข้อมูล
  • 2 : ตรวจสอบจากระดับสัญญาณของข้อมูล
  • 3 : ตรวจสอบจากบิท “พาริตี้” ของข้อมูล
  • 4 : ตรวจสอบจากเวลาบิท (bit time)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 332 :
  • คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งส่งข้อมูลแบบอะซิงโครนัสด้วยความเร็วของสายส่งข้อมูล (line speed) เท่ากับ 300 bit/sec ค่าจำนวนบิทข้อมูลต่ออักษรคือ 7 บิท ใช้พาริตี้คู่และจำนวนช่วงเวลาหยุดที่สิ้นสุดคือ 1 เวลาบิท อัตราการส่งตัวอักษรสูงสุดมีค่าเท่าใด
  • 1 : 5 ตัวอักษร/วินาที
  • 2 : 15 ตัวอักษร/วินาที
  • 3 : 20 ตัวอักษร/วินาที
  • 4 : 30 ตัวอักษร/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 :
  • ระบบการส่งข้อมูลแบบดิจิตอลชนิดหนึ่งมีการอัตราการส่งข้อมูล 200 บิท/วินาที (T = 5 ms) เมื่อทำการส่งข้อมูลปรากฏว่าขอบหลังของบิท เริ่มต้นเกิดขึ้นที่ 4 ms ซึ่งควรจะเกิดขึ้นที่ 5 ms คลาดเคลื่อนไป 2 ms ดังนั้น ค่าความผิดเพี้ยนของตัวอักษร (character distortion) ของระบบนี้มีค่ากี่เปอร์เซนต์
  • 1 : 20 %
  • 2 : 40 %
  • 3 : 60%
  • 4 : 80%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 334 :
  • ภาครับของ UART ที่ทำงานด้วยสัญญาณนาฬิกาด่วนที่มีค่าความถี่เป็น 16 เท่าของอัตราการส่งข้อมูล จงคำนวณหาค่าความทนทานต่อความผิดเพี้ยนของภาครับว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์
  • 1 : 30.75%
  • 2 : 35.75%
  • 3 : 38.75%
  • 4 : 43.75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :
  • UART เบอร์ 8250 มีขาที่ทำหน้าที่เลือกชิป (chip select function) กี่ขา
  • 1 : 2 ขา
  • 2 : 3 ขา
  • 3 : 4 ขา
  • 4 : 5 ขา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 336 :
  • ระบบที่ใช้อัตราการส่งข้อมูล 9,600 บิท/วินาทีใช้รหัสอักษรซิงโครนัสที่มีความยาว 8 บิทจะมีจำนวนการส่งตัวอักษรในเวลา 150 ms กี่ตัวอักษร
  • 1 : 100 ตัวอักษร
  • 2 : 150 ตัวอักษร
  • 3 : 180 ตัวอักษร
  • 4 : 200 ตัวอักษร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :
  • ระบบดูเพล็กซ์สามในสี่ (three-quarter-duplex) เป็นการทำงานตามข้อใด
  • 1 : มีการติดต่อกันได้ในสองทิศทางพร้อมกันแต่ทิศทางหนึ่งจะมีความจุของการสื่อสารสูงกว่าในอีกทิศทางหนึ่ง
  • 2 : มีการติดต่อสามทิศทางจากสี่ทิศทาง
  • 3 : มีการติดต่อสี่ทิศทางจากสามทิศทาง
  • 4 : มีการติดต่อทิศทางเดียวจากสามทิศทาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 338 :
  • โทรศัพท์ระบบ DTMF เป็นระบบโทรศัพท์ที่มีการทำงานตามข้อใด
  • 1 : เป็นการส่งสัญญาณสองความถี่ที่แตกต่างกันออกไป
  • 2 : เป็นการส่งสัญญาณสี่ความถี่ที่แตกต่างกันออกไป
  • 3 : เป็นการสัญญาณความถี่เดียวออกไป
  • 4 : เป็นการส่งสัญญาณดิจิตอลพร้อมอะนาล็อกออกไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 339 :
  • ค่าของพารามิเตอร์ตามข้อใดใช้สำหรับบอกถึงคุณภาพของสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน
  • 1 : SNR
  • 2 : PWR
  • 3 : SWR
  • 4 : CNR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • วิธีการ “CRC” เป็นวิธีการตรวจสอบความผิดพลาดตามข้อใด
  • 1 : เป็นการตรวจความซ้ำซ้อนตามความยาว
  • 2 : เป็นวิธีการตรวจสอบบิทพาริตี้
  • 3 : เป็นวิธีการตรวจความซ้ำซ้อนแบบวน
  • 4 : เป็นวิธีการหาความผิดพลาดจากบิทข้อมูลส่วนหน้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 341 :
  • ระบบส่งข้อมูลชนิดหนึ่งมีการส่งอักษร 8 บิทโดยมีอัตราการส่งข้อมูล 2,400 บิท/วินาที เวลาในการส่งข้อมูลของตัวอักษรแต่ละตัวเท่ากับข้อใด
  • 1 : 1.3 ms
  • 2 : 2.3 ms
  • 3 : 3.3 ms
  • 4 : 4.3 ms
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 120 : Delay models in data networks
ข้อที่ 342 :
  • แพ็กเกตเข้ามา buffer ของ Server ด้วยอัตรา 5 แพ็กเกตต่อวินาที เวลาเฉลี่ยที่แต่ละ packet จะรออยู่ในคิวเท่ากับ 5 วินาที จากนั้น Server จะนำแพ็กเกตไปประมวลผล ซึ่งเวลาเฉลี่ยของแพ็กเกตที่ถูกนำไปประมวลผลเท่ากับ 20 วินาที จงหาจำนวนแพ็กเกตเฉลี่ยที่อยู่ใน Server
  • 1 : 12.5
  • 2 : 25
  • 3 : 75
  • 4 : 125
  • 5 : 175
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :
  • จาก “M/M/1 Queueing system” probability distribution ของ service time มีลักษณะเป็นแบบใด
  • 1 : Uniform distribution
  • 2 : Gaussian distribution
  • 3 : Exponential distribution
  • 4 : Poisson distribution
  • 5 : Geometric distribution
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • โมเดลใดต่อไปนี้ใกล้เคียงกับโมเดลของระบบโทรศัพท์
  • 1 : M/M/1
  • 2 : M/G/1
  • 3 : M/M/m/m
  • 4 : M/M/infinity
  • 5 : G/G/1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • แพ็กเกตเข้ามา buffer ของ Server ด้วยอัตรา 5 แพ็กเกตต่อวินาที เวลาเฉลี่ยที่แต่ละ packet จะรออยู่ในคิวเท่ากับ 5 วินาที จากนั้น Server จะทำการ drop packet บางส่วนทิ้ง โดยมีความน่าจะเป็นในการ drop packet คือ 0.5 ส่วนแพ็กเกตที่ไม่ถูก drop จะถูกนำไปประมวลผล ซึ่งเวลาเฉลี่ยของแพ็กเกตที่ถูกนำไปประมวลผลเท่ากับ 20 วินาที จงหาจำนวนแพ็กเกตเฉลี่ยที่อยู่ใน Serv
  • 1 : 125
  • 2 : 25
  • 3 : 75
  • 4 : 125
  • 5 : 175
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 348 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 349 :
  • ให้จำนวนแพ็กเกตเฉลี่ยที่รออยู่ใน queue คือ 8 แพ็กเกต อัตราการเข้ามาของแพ็กเกตมีค่าเท่ากับ 4 แพ็กเกตต่อวินาที จงหาเวลาเฉลี่ยที่แพ็กเกตจะอยู่ใน queue ดังกล่าว
  • 1 : 0.5 วินาที
  • 2 : 2 วินาที
  • 3 : 4 วินาที
  • 4 : 8 วินาที
  • 5 : 32 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :
  • ในระบบ M/M/1 Queuing ความหมายของ M ตัวแรก M ตัวที่สอง และ 1 หมายถึงอะไรตามลำดับ
  • 1 : M ตัวแรก = sending M ตัวที่สอง = arrival 1 = user
  • 2 : M ตัวแรก = sending M ตัวที่สอง = service time 1 = server
  • 3 : M ตัวแรก = arrival M ตัวที่สอง = service time 1 = server
  • 4 : M ตัวแรก = arrival M ตัวที่สอง = sending 1 = user
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • ในระบบ M/M/1 Queuing ถ้าระบบได้รับข้อความอิสระที่อัตราข้อมูล 10 อักขระต่อนาที โดยความยาวข้อความดังกล่าว มีการกระจายตัวแบบ exponential ด้วยค่าเฉลี่ย 3,600 ตัวอักษร โดยอัตราส่งข้อมูล 9,600 bps และข้อมูล 1 อักขระยาว 8 บิต จะมีอัตรา Queuing เท่าใด
  • 1 : Q = 0.1
  • 2 : Q = 0.3
  • 3 : Q = 0.5
  • 4 : Q = 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 352 :
  • ในการหาค่า Erlang –B Function , B(E,m) จงหาค่าจำนวนน้อยที่สุด ที่ค่า Offer Load = 0.5 Erlang ที่เพียงพอในการรองรับความสูญเสีย 2 เปอร์เซ็นต์
  • 1 : B(0.5,0)
  • 2 : B(0.5,1)
  • 3 : B(0.5,2)
  • 4 : B(0.5,3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • สมมุติปริมาณความเข้มของทราฟฟิก (Intensity of Traffic) มีค่า 2 Erlang สามารถรองรับได้ 3 สาย จงคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการสูญเสียที่เกิดจากการประมาณค่า โดย Erlang-B และ Possion Formula
  • 1 : Erlang-B = 0.1105
  • 2 : Erlang-B = 0.2105
  • 3 : Erlang-B = 0.3105
  • 4 : Erlang-B = 0.4105
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • การแบ่งส่งสัญญาณผ่านสื่อกลางร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปเรียกว่า____
  • 1 : modulating
  • 2 : encoding
  • 3 : multiplexing
  • 4 : routing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 355 :
  • link bandwidth จะต้องมีขนาดอย่างน้อยเท่าใด ถ้าต้องการส่งสัญญาณ 5 ช่องสัญญาณโดยแต่ละช่องสัญญาณใช้ 100 kHz และ guard band 10kHz
  • 1 : 510kHz
  • 2 : 540kHz
  • 3 : 550kHz
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 356 :
  • ถ้าสายส่งประเภท T-1 มีอัตราการส่งข้อมูล 1.544 Mbps สายส่งประเภท T-4 มีอัตราการส่งข้อมูลเท่าใด
  • 1 : 274.176 Mbps
  • 2 : 44.736 Mbps
  • 3 : 6.312 Mbps
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 357 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องสำหรับ Queuing Model แบบ M/M/m
  • 1 : Arrival Distribution เป็น Poison Distribution
  • 2 : Service Distribution เป็น Poison Distribution
  • 3 : จำนวน Buffer คือ m
  • 4 : จำนวน Source คือ infinity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 358 :
  • จงเปรียบเทียบระบบที่ 1 ทำงานแบบ M/M/2 ที่ Server ละตัวมี Service Rate เป็น u(mu) กับระบบที่ 2 ทำงานแบบ M/M/1 ที่ Server มี Service Rate เป็น 2 เท่า 2u(mu)
  • 1 : ระบบที่ 1 โดยรวมจะช้ากว่า แต่เวลาที่รอใน Buffer (รอก่อน Process) จะเร็วกว่า
  • 2 : ระบบที่ 1 โดยรวมจะเร็วกว่า แต่เวลาที่รอใน Buffer (รอก่อน Process) จะช้ากว่า
  • 3 : ระบบที่ 1 โดยรวมจะเร็วกว่า และเวลาที่รอใน Buffer (รอก่อน Process) จะเร็วกว่า
  • 4 : ระบบที่ 1 โดยรวมจะช้ากว่า และเวลาที่รอใน Buffer (รอก่อน Process) จะช้ากว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 359 :
  • ใน Router ตัวหนึ่งหากใช้ M/M/1 Model ในการประมาณสมรรถนะการทำงาน ของระบบที่มี Packet Arrival Rate 3.472 packet/sec หาก Packet มีขนาด 1,250 byte และ WAN ที่ให้บริการมีความเร็ว 64 Kbps
  • 1 : ค่า Utilization = 0.542 และ Average Delay in Router = 0.1853 sec
  • 2 : ค่า Utilization = 0.723 และ Average Delay in Router = 0.1853 sec
  • 3 : ค่า Utilization = 0.542 และ Average Delay in Router =0.3415 sec
  • 4 : ค่า Utilization = 0.723 และ Average Delay in Router =0.3415 sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 360 :
  • Queuing Model ใดเป็นแบบที่มี Buffer ไม่จำกัด
  • 1 : Engset
  • 2 : Erlang C
  • 3 : Erlang B
  • 4 : M/M/m/K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • Latency เป็นการวัดสิ่งใดต่อไปนี้
  • 1 : LAN operations
  • 2 : Cell length
  • 3 : Transmission delay
  • 4 : WAN operations
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :
  • ข้อใดไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ link delay
  • 1 : Printing delay
  • 2 : Queuing delay
  • 3 : Transmission delay
  • 4 : Propagation delay
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 363 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Propagation delay
  • 1 : Delay ระหว่างบิตแรกและบิตสุดท้ายได้ถูกส่งออกไป
  • 2 : Delay ระหว่างบิตแรกและบิตสุดท้ายได้รับ
  • 3 : Delay ระหว่างบิตสุดท้ายได้ถูกส่งออกไปจากภาคส่งจนได้รับเรียบร้อย ณ ภาครับ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • จากแบบจำลองระบบคิว x/y/z/k สัญลักษณ์ไหนหมายถึงจำนวน server
  • 1 : x
  • 2 : y
  • 3 : z
  • 4 : k
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 365 :
  • Propagation delay ในระบบไหนมีค่ามากที่สุด
  • 1 : LAN
  • 2 : ดาวเทียม
  • 3 : โทรศัพท์เคลื่อนที่
  • 4 : WiFi
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 366 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 367 :
  • จำนวนเฉลี่ยของเฟรมในบัฟเฟอร์ ของโนดที่ถูกจำลองด้วยระบบคิว M/M/1 คือ ข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • ถ้าจำนวนเฉลี่ยบัฟเฟอร์ (S) ของโนดที่จำลองด้วยระบบคิว M/M/1/S แล้ว ความน่าจะเป็นในการล้นของเฟรมในบัฟเฟอร์ (PS) คือ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 121 : Routing in data networks
ข้อที่ 369 :
  • Routing Protocol อยู่ใน layer ใดของ Internet Model
  • 1 : Physical layer
  • 2 : Data Link Layer
  • 3 : Network Layer
  • 4 : Transport Layer
  • 5 : Application Layer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 370 :
  • IP address 180.25.21.172 และ subnet mask 255.255.192.0 จงหา subnet address
  • 1 : 180.25.21.0
  • 2 : 180.25.0.0
  • 3 : 180.25.8.0
  • 4 : 180.0.0.0
  • 5 : 180.0.0.172
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 371 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นรูปแบบของการ Routing
  • 1 : Centralized Routing
  • 2 : Static Routing
  • 3 : Dynamic Routing
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 372 :
  • รูปแบบของการ Routing แบบใดใช้หลักการ broadcast
  • 1 : Fixed Routing
  • 2 : Random Routing
  • 3 : Flooding Routing
  • 4 : Adaptive Routing
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 373 :
  • “Bellman-Ford Algorithm” เป็น algorithm ที่ใช้สำหรับทำกระบวนการใด
  • 1 : Line coding
  • 2 : Encryption
  • 3 : Error correction
  • 4 : Routing
  • 5 : Error detection
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 374 :
  • “Dijksta Algorithm” เป็น algorithm ที่ใช้สำหรับทำกระบวนการใด
  • 1 : Line coding
  • 2 : Error detection
  • 3 : Error correction
  • 4 : Routing
  • 5 : Sampling
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :
  • IP address 201.14.78.65 และ subnet mask 255.255.255.224 จงหา subnet address
  • 1 : 201.14.78.32
  • 2 : 201.14.78.65
  • 3 : 201.14.78.64
  • 4 : 201.14.78.12
  • 5 : 201.14.78.24
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 376 :
  • โปรโตคอลในข้อใดต่อไปนี้เป็นโปรโตคอลที่เกี่ยวกับการ Routing
  • 1 : ICMP
  • 2 : RIP
  • 3 : OSPF
  • 4 : OSPF และ RIP
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 377 :
  • อัลกอริทึมจัดเส้นทางอาจจะแบ่งอย่างง่ายได้เป็นกี่ชั้น อะไรบ้าง
  • 1 : 1 ชั้น แบบ Flood-search algorithm
  • 2 : 2 ชั้น แบบ Flood-search algorithm และ static algorithm
  • 3 : 3 ชั้น แบบ Flood-search algorithm และ static algorithm และ dynamic algorithm
  • 4 : 4 ชั้น แบบ Flood-search algorithm และ static algorithm และ dynamic algorithm และ implicit algorithm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • อัลกอริทึมจัดเส้นทางแบบ dynamic algorithm มีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางตามปริมาณทราฟฟิกได้
  • 2 : ช่วยบรรเทาความคับคั่ง (Congestion) ในโครงข่ายได้
  • 3 : ลดเวลาประวิงเส้นทางใด เส้นทางหนึ่งได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 379 :
  • อัลกอริทึมจัดเส้นทางแบบใด จำเป็นต้องทราบข้อมูลทั้งโครงข่ายก่อนนำมาจัดเส้นทาง
  • 1 : แบบ Flood-search algorithm
  • 2 : แบบ static-search algorithm
  • 3 : แบบ dynamic-search algorithm
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • ในอัลกอริทึมการจัดเส้นทางแบบ Static Routing Algorithm จะจัดหาเส้นทางจากจุดเริ่มต้นโนดไปยังโนดปลายทางด้วยวิธีใด
  • 1 : หาเส้นทางสั้นที่สุด (Shortest path)
  • 2 : หาค่าต้นทุนเส้นทาง (Cost) ต่ำที่สุด
  • 3 : หาค่าเวลาหน่วง (Delay Time) ต่ำที่สุด
  • 4 : หาค่าความเร็วสูงสุด (Maximum Transfer rate)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 381 :
  • จากรูป router A เชื่อมต่อ Internet ภายนอกกับเครือข่าย 202.0.0 ที่นำมาแบ่งเป็น 5 subnet ซึ่งมี router A ,B, C และ D ต่อภายใน กำหนดให้ใช้ subnet mask 255.255.255.224 จงหาว่าจะต้องใช้ router ตัวใดบ้างสำหรับการเชื่อมต่อระหว่าง source address 202.128.0.11 destination address 202.0.0.33
  • 1 : A
  • 2 : B
  • 3 : C
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • จากรูป router A เชื่อมต่อ Internet ภายนอกกับเครือข่าย 202.0.0 ที่นำมาแบ่งเป็น 5 subnet ซึ่งมี router A ,B, C และ D ต่อภายใน กำหนดให้ใช้ subnet mask 255.255.255.224 จงหาว่าจะต้องใช้ router ตัวใดบ้างสำหรับการเชื่อมต่อระหว่าง source address 202.0.64.21 destination address 202.0.0.127
  • 1 : A
  • 2 : A B
  • 3 : B D
  • 4 : A B D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • กำหนดให้ IP Address เป็น 22.65.4.92 จะมี Network Address เท่ากับค่าใด
  • 1 : 22.0.0.0
  • 2 : 22.65.0.0
  • 3 : 22.65.4.0
  • 4 : 22.65.4.92
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :
  • ชื่อโดเมนที่ลงท้ายด้วย .org หมายถึงองค์กรลักษณะใด
  • 1 : องค์กรเชิงพาณิชย์
  • 2 : องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร
  • 3 : รัฐวิสาหกิจ
  • 4 : สถานศึกษา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 385 :
  • DNS จะใช้บริการของ UDP หรือ TCP ผ่านพอร์ตหมายเลขใด
  • 1 : 50
  • 2 : 51
  • 3 : 52
  • 4 : 53
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • ข้อใดคือข้อดีของระบบการสื่อสารแบบ packet switching
  • 1 : มีการ share ช่องสัญญาณระหว่างการสื่อสาร
  • 2 : มีการสร้างช่องทางการสื่อสารก่อนที่จะมีการส่งข้อมูล
  • 3 : การทำ routing มี algorithm ที่ไม่ซับซ้อน
  • 4 : ข้อมูลส่งถึงจุดหมายปลายทางแน่นอน
  • 5 : สามารถสื่อสารได้ในระยะไกล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 387 :
  • เครือข่ายการสื่อสารประเภทใดที่ควรใช้การทำ routing แบบ flooding
  • 1 : เครือข่ายที่ต้องการความทนทานสูง
  • 2 : เครือข่ายที่ต้องการความเร็วสูง
  • 3 : เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน
  • 4 : เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  • 5 : เครือข่ายวงจรสัญญาณเช่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 388 :
  • การทำ routing แบบ shortest path ใช้ปัจจัยหลักอะไรในการพิจารณาเส้นทางที่จะใช้ในการสื่อสาร
  • 1 : จำนวน node ที่ข้อมูลวิ่งผ่าน
  • 2 : ความเร็วในการส่งข้อมูล
  • 3 : ระยะทางระหว่าง node
  • 4 : ระยะทางที่ระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
  • 5 : ความเร็วในการประมวลผลที่ node
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 389 :
  • Routing Protocol ใดจัดเป็น Distance Vector Routing Protocol
  • 1 : RIP
  • 2 : IS-IS
  • 3 : BGP
  • 4 : OSPF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • Routing Protocol ใดจัดเป็น Exterior Gateway Protocol
  • 1 : RIP
  • 2 : IGRP
  • 3 : BGP
  • 4 : OSPF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • เหตุใด RIP จึงไม่เหมาะกับ Network ที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่
  • 1 : metric ที่ใช้ในการเปรียบเทียบมีความซับซ้อน
  • 2 : ค่าระยะทางสูงสุดมีจำกัดไม่เกิน 15
  • 3 : มีการแบ่ง Network เป็น area
  • 4 : Convergence Time น้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 392 :
  • จากโครงข่ายที่ให้ หาก Router ทุกตัวใช้ Link State Routing Protocol ในการเลือกเส้นทาง โดยให้ metric ของแต่ละ Link มีค่าเป็น 100/ Bandwidth (ในหน่วย Mbps) จงหาเส้นทาง และระยะทางที่สั้นที่สุดจาก R1 ถึง R4
  • 1 : เส้นทาง R1, R4 ระยะทาง 0.128
  • 2 : เส้นทาง R1, R4 ระยะทาง 1
  • 3 : เส้นทาง R1, R2, R4 ระยะทาง 831.25
  • 4 : เส้นทาง R1, R2, R4 ระยะทาง 2.128
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • การให้เส้นทางของดาตาแกรมเป็นไปในลักษณะใด
  • 1 : ไหลไปตามเส้นทางที่กำหนด
  • 2 : เกิดขึ้นใน virtual circuit
  • 3 : สามารถเกิดขึ้นในหลายๆ path
  • 4 : เกิดขึ้นแบบ exponential
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 394 :
  • การให้เส้นทางของ ATM cell ระหว่างสวิตช์อยู่บนพื้นฐานสิ่งใด
  • 1 : Virtual Path Identifier
  • 2 : Port number
  • 3 : VPI และ Port number
  • 4 : Virtual Channel Identifier
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่โพรโทคอล dynamic routing
  • 1 : OSPF
  • 2 : RIP
  • 3 : ICMP
  • 4 : EGP
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 396 :
  • ข้อใดต่อไปนี้มีการใช้เมตริกซ์ข้อมูลจำนวน hops ระหว่างต้นทางและปลายทาง
  • 1 : Distance vector routing
  • 2 : Loose source routing
  • 3 : Link-state routing
  • 4 : Open shortest path first routing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 397 :
  • ข้อใดต่อไปคือขั้นตอนการ update ตาราง routing เมื่อเครือข่ายมีการเปลี่ยนแปลง
  • 1 : Divergence
  • 2 : Minimal routing
  • 3 : Link-state routing
  • 4 : Convergence
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 398 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ OSPF และ RIP
  • 1 : OSPF ใช้ Link-state routing ส่วน RIP ใช้ distance vector routing
  • 2 : RIP ใช้ distance vector routing ส่วน OSPF ใช้ Link-state routing
  • 3 : OSPF เป็นวิธีหนึ่งใน RIP
  • 4 : RIP เป็นวิธีหนึ่งใน OSPF
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • ข้อเสียของ Routing แบบ Lookup table คือ ข้อใด
  • 1 : จัดหาเส้นทางได้ช้า
  • 2 : ต้องใช้ตารางขนาดใหญ่เมื่อมีจำนวน node มาก
  • 3 : ความล่าช้าของเฟรมสูง
  • 4 : การสูญเสียเฟรมสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 :
  • ข้อเสียของ Routing แบบ Flooding คือ ข้อใด
  • 1 : ค่าล่าช้าในการ Routing ต่ำ
  • 2 : โครงข่ายเสี่ยงต่อความแออัด
  • 3 : การสูญเสียของเฟรมสูง
  • 4 : เมื่อโนดจำนวนมากต้องใช้บัฟเฟอร์มาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
สภาวิศวกร