สภาวิศวกร

สาขา : อุตสาหการเคมี

วิชา : Chemical Engineering Kinetics and Reactor Design

เนื้อหาวิชา : 741 : General Concept
ข้อที่ 1 :
  • ข้อใดที่ไม่เกี่ยวกับจลนพลศาสตร์ทางเคมี (Chemical Kinetics)          
  • 1 : อัตราการเกิดปฏิกิริยา (reaction rate) และ กลไก (mechanism) ของปฏิกิริยาเคมี

  • 2 : ปัจจัยต่างๆ ทีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

  • 3 : การเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุลของสารที่เกิดขึ้นระหว่างที่ปฏิกิริยาเคมีดําเนินไป
  • 4 : พลังงานอิสระกิบส์ใช้ทํานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • ข้อความใดถูกต้อง เมื่อกล่าวถึงปฏิกิริยาแบบเอกพันธุ์ (Homogeneous reaction) และปฏิกิริยาแบบวิวิธพันธุ์ (Heterogeneous reaction)
  • 1 : ปฏิกิริยาแบบเอกพันธุ์ เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในวัฏภาคเดียวจะได้ผลิตภัณฑ์กี่สารก็ได้
  • 2 : ปฏิกิริยาแบบเอกพันธุ์เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในวัฏภาคเดียว และจำเป็นที่ต้องเกิดผลิตภัณฑ์สารเดียว
  • 3 : ปฏิกิริยาแบบวิวิธพันธุ์เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในวัฏภาคเดียว แต่การเกิดปฏิกิริยามีมากกว่าหนึ่งสมการเกิดขึ้น
  • 4 : ปฏิกิริยาแบบวิวิธพันธุ์เป็นปฏิกิริยาที่มีสองวัฏภาคขึ้นไป และมีการเกิดปฏิกิริยามากกว่าหนึ่งสมการขึ้นไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • นิยามของอัตราเร็วปฏิกิริยา (Rate of Reaction) ขององค์ประกอบ “i” (Component “i”) ในข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : คือ จำนวนโมล i ที่เกิดขึ้นต่อปริมาตรของของไหลต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • 2 : คือ จำนวนโมล i ที่เกิดขึ้นต่อพื้นที่ผิวของของแข็งในระบบก๊าซกับของแข็งต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • 3 : คือ จำนวนโมล i ที่เกิดขึ้นต่อหนึ่งหน่วยของปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์ต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • 4 : คือ ความเข้มข้น  i  ที่เปลี่ยนแปลงต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • จากสมการ B + 2D -----> 3T ถ้าวัดอัตราเร็วปฏิกิริยาของสาร B ได้ -rb = kCbCd2 จะมีอันดับปฏิกิริยา (Order of Reaction) เท่าใด
  • 1 : สอง เมื่อเทียบกับ D
  • 2 : สาม เมื่อเทียบกับสมการทั้งหมด (Overall Order)
  • 3 : หนึ่ง
  • 4 : ข้อ 1 และข้อ 2 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary Reaction) มีความหมายตรงกับข้อใด
      
    a) ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนเดียว 
    b) อันดับของปฏิกิริยาจะเท่ากับจำนวนโมเลกุลอะตอมของสารตั้งต้นที่เข้าทำปฏิกิริยา 
    c)  เป็นปฏิกิริยาที่สมการของอัตราการเกิดปฏิกิริยาสอดคล้องกับสมการปริมาณสารสัมพันธ์เคมี
    d) เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลายขั้นตอน  
  • 1 : ข้อ a และ c

  • 2 : ข้อ a, b  และ c
  • 3 : ข้อ b,  c  และ  d 
  • 4 : ข้อ b  และ  c
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 6 :
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • ข้อใดเป็นสมการของ Arrhenius
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 8 :
  • จากปฏิกิริยา ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อที่ผิด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • สมการใดเป็นสมการที่ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • ถ้าปฏิกิริยาด้านล่าง เป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์ ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • จงคำนวณ
  • 1 : 0.36 mol/m3
  • 2 : 0.46 mol/m3
  • 3 : 0.84 mol/m3
  • 4 : 0.96 mol/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 :
  • จงหาอัตราเร็วปฏิกิริยาในหน่วย mol/(kg.s) ถ้าอัตราเร็วของปฏิกิริยาเท่ากับ 5 mol/(m2•s) โดยที่พื้นที่ผิวของของตัวเร่งปฏิกิริยาหนัก 5 กรัมมีค่าเท่ากับ 1000 m2
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 13 :
  • เครื่องปฏิกรณ์ในข้อใดไม่สามารถทำปฏิกิริยาที่สภาวะคงตัว (Steady State)  
  • 1 : PFR
  • 2 : Batch
  • 3 : CSTR
  • 4 : ข้อ 1 กับ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 14 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับระบบเอกพันธ์ (Homogeneous system)
  • 1 : สมการอัตราเร็วปฏิกิริยา (Rate Equation) ไม่เกี่ยวข้องกับสมการปริมาณสารสัมพันธ์ (Stoichiometric System) เรียกว่า Elementary Reaction
  • 2 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา (Rate Constant) ของปฏิกิริยาอันดับสอง มีหน่วยเป็น litre2•mol-2•min-1
  • 3 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา ณ สมดุล (Equilibrium Constant) ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร ณ สมดุล
  • 4 : ในระบบที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน อัตราเร็วปฏิกิริยา (Reaction Rate) ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและอุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) Van’t Hoff Equation นำมาใช้กับปฏิกิริยาผันกลับได้เท่านั้น ข) ค่าพลังงานกระตุ้นมีค่าเป็นบวกเสมอ ค) จาก Arrhenius’ law พบว่า ปฏิกิริยาที่มีค่าพลังงานกระตุ้นต่ำ ปฏิกิริยานั้นมีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ (Temperature-sensitive) มาก ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ถูกเฉพาะ ก
  • 2 : ถูกเฉพาะ ข
  • 3 : ถูกเฉพาะ ก และ ข
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) ปฏิกิริยาของก๊าซเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพลังงานที่เกิดขึ้นเนื่องจากการชนกันระหว่างโมเลกุลของก๊าซมีค่าอย่างน้อยที่สุด เท่าค่าพลังงานกระตุ้น ข) ค่าคงที่ของปฏิกิริยา ณ สมดุล (Equilibrium Constant) มีค่าเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค) อัตราเร็วปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเพิ่มอุณหภูมิทุก 10 ºC เสมอ ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ถูกเฉพาะ ก เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ข เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ ค เท่านั้น
  • 4 : ก และ ข ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 18 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) Space Time (T) เป็นค่าที่คำนวณจากค่าอัตราการไหลเชิงปริมาตร ณ สภาวะที่ทางออก ข) Space Velocity เป็นค่าที่คำนวณจากค่าอัตราการไหลเชิงปริมาตร ณ อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน ค) Space Velocity มีหน่วยเป็นต่อเวลา
  • 1 : ผิดเฉพาะ ก
  • 2 : ผิดเฉพาะ ข
  • 3 : ผิดเฉพาะ ก และ ข
  • 4 : ผิดเฉพาะ ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 19 :
  • พิจารณาปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary Reaction) ต่อไปนี้ A ----> B ความเข้มข้นของสาร A เริ่มต้น และที่เหลือจากปฏิกิริยา = 2 และ 1.5 mol/l จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของสาร A
  • 1 : 0.125
  • 2 : 0.25
  • 3 : 0.5
  • 4 : 0.625
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) แบบผันกลับได้ เมื่อค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา (Chemical Equilibrium Constant) = Keq จงหาสมการอัตราเร็วปฏิกิริยาของสาร A (-rA)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) แบบผันกลับได้ จงหาค่าคงที่ของปฏิกิริยา ณ สมดุล (Chemical Equilibrium Constant)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • ปฏิกิริยาเอกพันธุ์ (homogeneous reaction) หมายถึง
  • 1 : ปฏิกิริยาที่ตัวทำปฏิกิริยาทุกตัวมีสถานะเหมือนกัน (ก๊าซหรือของเหลวหรือของแข็ง)




  • 2 : ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในวัฏภาคเดียว
  • 3 : ปฏิกิริยาที่ตัวทำปฏิกิริยาและผลิตภัณฑ์รวมตัวเป็นเนื้อเดียวกันได้
  • 4 : ปฏิกิริยาที่สารตั้งต้นมีหนึ่งสารและเกิดสารผลิตภัณฑ์เพียงสารเดียว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปฏิกิริยาวิวิธพันธุ์ (heterogeneous reaction) 
  • 1 : ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของถ่านหิน


  • 2 : ปฏิกิริยาระหว่างก๊าซ-ของเหลวในกระบวนการดูดซึม


  • 3 : ปฏิกิริยาเผาไหม้ของมีเทน

  • 4 : ปฏิกิริยาออกซิเดชันของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา



  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • จากปฏิกิริยาต่อไปนี้ A + 2B -----> R + 3S ข้อใดถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • ปฏิกิริยาระหว่าง A และ B เป็นไปดังสมการ A + 2B ------> R + 2S ถ้าปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) อัตราเร็วของปฏิกิริยาควรมีรูปแบบเป็น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • ปฏิกิริยาเดี่ยว (Single reaction) หมายถึงข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ปฏิกิริยาที่มีตัวทำปฏิกิริยาตัวเดียว
  • 2 : ปฏิกิริยาที่อธิบายได้ด้วยสมการปริมาณสัมพันธ์เพียงสมการเดียวและมีสมการ อัตราเร็วเพียงสมการเดียว
  • 3 : ปฏิกิริยาที่มีเพียงขั้นตอนเดียว
  • 4 : ปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 27 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัวในวัฏภาคก๊าซของ A คือ 2A -----> R ถ้าปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอันดับสอง ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) ของปฏิกิริยานี้ควรมีหน่วยเป็น
  • 1 : sec-1 / atm
  • 2 : atm / sec
  • 3 : sec-1mole / liter
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 28 :
  • ข้อใดไม่สามารถเป็นสาร Intermediate ได้ 
  • 1 : สารมีขั้ว
  • 2 : ทุกข้อสามารถเป็นสาร Intermediate ได้
  • 3 : อนุมูลอิสระ
  • 4 : ไอออน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 29 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎของอาร์เรเนียส 



  • 1 : กราฟระหว่าง ln k และ 1/T เป็นเส้นตรง


  • 2 : ความชันของกราฟ ln k และ 1/T มีค่าเป็นลบ



  • 3 : ความชันของกราฟ ln k และ 1/T มีค่าเป็นลบมาก จะมีค่าพลังงานกระตุ้น (activation energy) สูง




  • 4 : ความชันของกราฟ ln k และ 1/T มีค่าเป็นบวก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • การเปลี่ยนแปลงค่าพลังงานกระตุ้น (activation energy) ตามอุณหภูมิในข้อใด สอดคล้องกับปฏิกิริยาที่มีการเปลี่ยนกลไกซึ่งควบคุมอัตราเร็วในลักษณะอนุกรมกัน
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับปฏิกิริยา
  • 1 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) ซึ่งมีโมเลกุลาริตีเป็น 2
  • 2 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) ซึ่งมีอันดับรวมเป็น 3
  • 3 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอมูลฐาน (non-elementary reaction) ซึ่งมีอันดับรวมเป็น 3
  • 4 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอมูลฐาน (non-elementary reaction) ซึ่งมีอันดับรวมเป็น 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัวของสาร A เป็นไปตามสมการ A ---> 2B และมีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) k = 1 ลิตร / (โมล.นาที) ข้อสรุปใดถูกต้อง
  • 1 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง และ
  • 2 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอันดับสอง และ
  • 3 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอมูลฐาน (non-elementary reaction) และ
  • 4 : ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) และ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • ปฏิกิริยาผันกลับได้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ถ้าปฏิกิริยา A + 2B → C + D เป็นปฏิกิริยามูลฐาน(elementary reaction) ถ้าอัตราการหายไปของสาร B,  -rB = kCACB2 อัตราการเกิดปฏิกิริยาของสาร C สามารถเขียนได้ในรูปแบบใด 

  • 1 : rC =  k CACB2  / 2 
  • 2 : rC = 2kCACB 

  • 3 : rC = kCACB2 
  • 4 : rC = kCA 
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • ถ้าอัตราการเกิดปฏิกิริยาเขียนได้ในรูปสมการด้านล่าง แล้วค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) จะมีหน่วยเป็นเช่นไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • ปฏิกิริยาหนึ่งมีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) เท่ากับ ด้านล่าง ข้อใดสามารถเป็นสมการที่แสดงถึงอัตราการเกิดปฏิกิริยานี้ได้ 0.2  Lmol -1 s-1
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทั้ง 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction) จะมีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) เป็นอย่างไรเมื่ออุณหภูมิของระบบมีค่าลดลง
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : ลดลง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ปฏิกิริยาเป็นสถานะแกีสและมีสมดุล A + B <----> C จะเป็นอย่างไร เมื่อความดันรวมของระบบเพิ่มขึ้น
  • 1 : สมดุลเลื่อนไปข้างหน้า
  • 2 : สมดุลเลื่อนมาข้างหลัง
  • 3 : สมดุลคงอยู่ที่เดิม
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :
  • อัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับตัวแปรใดของระบบ
  • 1 : ความเข้มข้นของสารตั้งต้น
  • 2 : อุณหภูมิ
  • 3 : ความดัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • จากปฏิกิริยาต่อไปนี้ในวัฏภาคก๊าซ
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : เท่าเดิม
  • 3 : ลดลง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 :
  • ข้อใดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเติมตัวเร่งปฏิกิริยาเข้าไปในระบบ
  • 1 : อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น
  • 2 : พลังงานกระตุ้น (activation energy) สูงขึ้น
  • 3 : ค่าคงที่ของสมดุลมีค่าเพิ่มขึ้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 42 :
  • จากปฏิกิริยาด้านล่าง ซึ่งทั้งสองปฏิกิริยาเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน หาก B เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ การกระทำในข้อใดต่อไปนี้สามารถเพิ่มค่าการเลือกเกิด (selectivity) ของสาร B ได้
  • 1 : เพิ่มอุณหภูมิเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : ลดอุณหภูมิเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : เพิ่มเวลาของสารที่อยู่ในเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ลดเวลาของสารที่อยู่ในเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 :
  • ให้ปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทน ด้านล่าง เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary reaction) ที่ผันกลับได้ จงหาค่าคงที่ของปฏิกิริยา ณ สมดุล (chemical equilibrium constant)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 44 :
  • เมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทนและปฏิกิริยาการเผาไหม้ของมีเทนดังสมการเนื่องจากปฏิกิริยาการเผาไหม้ของมีเทนเป็นปฏิกิริยาคายความร้อนที่รุนแรงกว่าปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทนตามหลักการแล้ววิธีใดสามารถเพิ่มค่าการเลือกเกิดของอีเทนได้ a) เพิ่มความดัน b) ลดอุณหภูมิ
  • 1 : ข้อ a เท่านั้น
  • 2 : ข้อ b เท่านั้น
  • 3 : ถูกทั้ง a และ b
  • 4 : ผิดทั้ง a และ b
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งกะ (semi-batch reactor)
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ที่ปฏิบัติการแบบไม่ต่อเนื่อง
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ที่ปฏิบัติการแบบต่อเนื่อง
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์ที่สามารถปฏิบัติการได้ทั้งแบบต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง
  • 4 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะที่ปฏิบัติการในช่วงอุณหภูมิห้องและความดันบรรยากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ a) เรามักใช้ค่าผลได้ (yield) ในการเปรียบเทียบความสามารถของแต่ละปฏิกิริยา โดยหากมีใกล้เคียงกัน จึงพิจารณาที่ค่าการเลือกเกิด b) สำหรับปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary reaction) แล้วโดยปกติเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) จะมีปริมาตรน้อยกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) เมื่อค่าผลได้ที่จากเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสองเท่ากัน
  • 1 : ข้อ a เท่านั้นที่ถูก
  • 2 : ข้อ b เท่านั้นที่ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง a และ b
  • 4 : ผิดทั้ง a และ b
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 47 :
  • จากสมการ B + 2D ---> 3T เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary reaction) อัตราการเกิดปฏิกิริยาข้อใดผิด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 : rT = kCBCD2
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 48 :
  • ถ้าปฏิกิริยา ด้านล่าง เป็นปฏิกิริยาอันดับสอง ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 49 :
  • สำหรับปฏิกิริยา ด้านล่าง ความสัมพันธ์ของอัตราปฏิกิริยาในข้อใดผิด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 50 :
  • ข้อใดเป็นหน่วยของอัตราการเกิดปฏิกิริยา (rate of reaction)
  • 1 : mol/(kg.s)
  • 2 : mol/(m3.s)
  • 3 : mol/(site.s)
  • 4 : ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 51 :
  • ปฏิกิริยาในข้อใดเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction)
  • 1 : dehydrogenation of propane
  • 2 : steam reforming of methane
  • 3 : partial oxidation of ethane
  • 4 : ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 52 :
  • ปฏิกิริยา water gas shift reaction เกิดขึ้นในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่ จากการตรวจสอบพบว่าความดันภายในภาชนะคงที่ ข้อใดสรุปถูกต้อง
  • 1 : ปฏิกิริยากำลังเกิดไปข้างหน้า
  • 2 : ปฏิกิริยากำลังเกิดย้อนกลับ
  • 3 : ปฏิกิริยาเกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว
  • 4 : ไม่สามารถสรุปได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • ปฏิกิริยาดูดความร้อน (endothermic reaction) จะมีคงที่สมดุลปฏิกิริยา (reaction equilibrium constant) เป็นอย่างไรเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : เท่าเดิม
  • 4 : เพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 54 :
  • ข้อใดเป็นหน่วยของค่าคงที่ของอัตราการเร็วการเกิดปฏิกิริยา (reaction rate constant) สำหรับปฏิกิริยาแบบอันดับหนึ่ง (first order reaction)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 55 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบฟลูอิดไดซ์เบด (fluidize bed reactor) มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับเครื่องปฏิกรณ์แบบอุดมคติชนิดใด
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor)
  • 4 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งกะ (semi-batch reactor)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 56 :
  • จงหาสมการแสดงค่าคงที่สมดุล (K) ของปฏิกิริยา A + 2B ---> C
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 57 :
  • จงหาสมการแสดงอัตราเร็วปฏิกิริยาของปฏิกิริยา A + 2B ---> C ถ้าปฏิกิริยาเป็นแบบมูลฐาน (elementary)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 58 :
  • จงหาค่าเรซิเดนซ์ไทม์ (Residence time, ) ของปฏิกิริยา ด้านล่าง ซึ่งเกิดขึ้นในวัฏภาคของเหลวภายในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) โดยให้ปริมาตรของสาร A เท่ากับ 100 ลิตร และอัตราการไหลเชิงปริมาตรเท่ากับ 10 ลิตร/นาที
  • 1 : 1000 นาที
  • 2 : 100 นาที
  • 3 : 10 นาที
  • 4 : 1 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 59 :
  • ปฏิกิริยา A --->B เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) ปริมาตรคงที่ ถ้าที่สภาวะเริ่มต้นความเข้มข้นของ A มีค่าเท่ากับ 1 mol/lit ปฎิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์ (Zero Order Reaction) มีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant, k) เท่ากับ 0.5 mol/(lit•min) พบว่าเมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา สาร A ถูกใช้ไป 50% (Conversion =50%) จงคำนวณหาค่าเวลาที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา
  • 1 : 0.5 นาที
  • 2 : 1 นาที
  • 3 : 1.5 นาที
  • 4 : 2 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 60 :
  • ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ (Reactor) ชนิดใดที่มีอัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาสูงสุด
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch Reactor)
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 61 :
  • สมการออกแบบทั่วไปสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ที่มีปริมาตรคงที่เป็นดังสมการด้านล่าง เวลาในการทำปฏิกิริยา (t) จะมีค่าตรงกับข้อใด ถ้าปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์เป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  • พื้นที่แรเงาใต้กราฟมีค่าตรงกับข้อใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 64 :
  • ปฏิกิริยาเคมี A ---> B เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ปฏิกิริยานี้มีอันดับปฏิกิริยาเป็นศูนย์ (Zero Order Reaction) มีค่าคงที่ปฏิกิริยา (k) = 0.03 mol/dm3•sec เกิดในวัฎภาคของเหลว อัตราเชิงโมลของสาร A เริ่มต้นมีค่าเท่ากับ 3 mol/sec จงคำนวณหาปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์นี้เมื่อต้องการให้ได้ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) เป็น 70%
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ปฏิกิริยาเคมี A(g) + B(g) ---> C(g) + D(g) เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ภายใต้อุณหภูมิและความดันคงที่ ความเข้มข้นของก๊าซ A เริ่มต้นเท่ากับ 3 mol/dm3 จงคำนวณหาความเข้มข้นของก๊าซ A (CA) เมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของ A เท่ากับ 60%
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 66 :

  • 1 : 0.5
  • 2 : 0.6
  • 3 : 0.7
  • 4 : 0.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 67 :
  • ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous-stirred tank reactor)
  • 1 : ความเข้มข้นของสายผลิตภัณฑ์เท่ากับความเข้มข้นของสารในเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : อัตราเร็วการเกิดปฏิกิริยามีค่าเท่ากันทุกตำแหน่งภายในเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : การดำเนินงานเป็นแบบอุณหภูมิคงที่ (isothermal condition)
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor)
  • 1 : ของไหลมีการไหลแบบลามินาร์ (laminar)
  • 2 : ของไหลมีการไหลแบบปั่นป่วน (turbulent)
  • 3 : มีการปั่นกวนด้วยใบกวนอย่างทั่วถึงตลอดทั้งเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ดำเนินการแบบกะ (batch operation)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • ข้อใดเป็นการดำเนินการโดยทั่วไปของเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor)
  • 1 : การดำเนินงานแบบสถานะคงตัว (steady-state operation)
  • 2 : มีการป้อนเข้าและไหลออก
  • 3 : มีการป้อนเข้าแต่ไม่มีการไหลออก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :

  • 1 : โมลต่อลิตรต่อนาที
  • 2 : โมลต่อนาที
  • 3 : ลิตรต่อนาที
  • 4 : ต่อนาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการดำเนินการของเครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งกะ (Semibatch reactor)
  • 1 : มีการป้อนเข้าอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีการไหลออก
  • 2 : ไม่มีการป้อนเข้าและไหลออก
  • 3 : ปริมาตรของสารจะเปลี่ยนแปลงตามเวลา
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • กำหนดปฏิกิริยา A + 2B ---> C + D เป็นปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) พิจารณาว่าข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 74 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 75 :
  • ข้อใดเป็นสมดุลโมลที่ได้จากระบบเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ
  • 1 : อัตราการป้อนเข้ามีค่าเท่ากับอัตราการไหลออก
  • 2 : อัตราการเกิดปฏิกิริยาคุณด้วยปริมาตราเท่ากับอัตราการเปลี่ยนแปลงของสาร
  • 3 : จำนวนโมลของสารที่หายไปเท่ากับอัตราการเกิดปฏิกิริยา
  • 4 : จำนวนโมลของสารที่หายไปเท่ากับอัตราการเปลี่ยนแปลงของสาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • ถ้าการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับดำเนินไปภายใต้สมดุลที่กำหนด ข้อใดแสดงถึงสมการอัตราเร็วปฏิกิริยา(rate law) ที่เกิดขึ้น
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 77 :
  • จากปฏิกิริยา A ---> 2 B จากการทดลองพบว่าอัตราการหายไปของ A มีค่าเท่ากับ 0.25 mol/(L.min) อยากทราบว่าอัตราการเกิดสาร B มีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 0.5 mol/(L.min)
  • 2 : 0.025 mol/(L.min)
  • 3 : 0.25 mol/(L.min)
  • 4 : 0.125 mol/(L.min)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 78 :
  • 1 : CH4
  • 2 : O2
  • 3 : CO2
  • 4 : อัตราการหายไปของ CH4 และ O2 มีค่าเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 79 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 80 :
  • ในการวิเคราะห์หาค่าคงที่ปฏิกิริยา (reaction rate constant) และอันดับปฏิกิริยา (reaction order) สำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ค่าการทดลองใดต่อไปนี้ที่ไม่จำเป็นต้องทำการตรวจวัด
  • 1 : ความเข้มข้น
  • 2 : ความดัน
  • 3 : ปริมาตร
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 81 :
  • ในการทดลองหาข้อมูลสมการอัตราเร็วปฏิกิริยา (Rate equation) นั้นข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ในการประเมินหาค่าของพารามิเตอร์ใดต่อไปนี้
  • 1 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
  • 2 : ความเข้มข้นของสารตั้งต้น (Reactant) ที่เวลาเริ่มต้นปฏิกิริยา
  • 3 : ความเข้มข้นของสารตั้งต้น (Reactant) ที่เวลาสิ้นสุดปฏิกิริยา
  • 4 : ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์ (Product) ที่เวลาเริ่มต้นปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 82 :
  • สำหรับกรณีที่ปฏิกิริยาของสารที่เกี่ยวข้องเป็นของเหลวที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะปริมาตรคงที่ (Constant-volume batch reactor) นั้นคำว่าปริมาตรคงที่ หมายถึง
  • 1 : ปริมาตรทั้งหมดของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : ปริมาตรของของผสมที่อยู่ในเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : ปริมาตรของของผสมและปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ปริมาตรของช่องว่างเหนือผิวของเหลวในเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 83 :
  • ระบบแบบกะ (Batch system) เป็นระบบที่มีลักษณะเฉพาะคือ
  • 1 : มีสารไหลเข้าและออกจากระบบ
  • 2 : มีสารไหลเข้าระบบอย่างเดียว
  • 3 : มีสารไหลออกจากระบบอย่างเดียว
  • 4 : ไม่มีสารไหลเข้าและออกจากระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 84 :
  • ระบบกึ่งกะ (Semi batch system) เป็นระบบที่มีลักษณะเฉพาะคือ
  • 1 : มีสารไหลเข้าและออกจากระบบ
  • 2 : มีสารไหลเข้าระบบอย่างเดียว
  • 3 : สารไหลออกจากระบบอย่างเดียว
  • 4 : ถูกทั้งข้อ (2) และ (3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 85 :
  • ปฏิกิริยาประเภทอมูลฐาน (non-elementary reaction) มีลักษณะเฉพาะคือ
  • 1 : มีการเกิดปฏิกิริยาแบบย้อนกลับได้ (reversible reaction)
  • 2 : มีการเกิดปฏิกิริยาแบบไม่ย้อนกลับ (irreversible reaction)
  • 3 : มีอันดับปฏิกิริยา (reaction order) เป็นเลขจำนวนเต็ม
  • 4 : มีอันดับปฏิกิริยา (reaction order) เป็นเลขเศษส่วน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 86 :
  • ขั้นตอนที่เป็นตัวกำหนดอัตราเร็วปฏิกิริยาคือขั้นตอนใด
  • 1 : ขั้นตอนที่เกิดเป็นอันดับแรก
  • 2 : ขั้นตอนที่เกิดเป็นอันดับสุดท้าย
  • 3 : ขั้นตอนที่เกิดได้ช้าที่สุด
  • 4 : ขั้นตอนที่เกิดได้เร็วที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :

  • 1 : 0.3 s
  • 2 : 0.4 s
  • 3 : 0.5 s
  • 4 : 3.0 s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 89 :
  • จากรูปกราฟที่กำหนด ข้อใดคือคำตอบที่ถูกต้องสำหรับปฏิกิริยา aA ----> products
  • 1 : กราฟนี้เป็นข้อมูลของปฏิกิริยาอันดับศูนย์
  • 2 : กราฟนี้เป็นข้อมูลของปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง
  • 3 : กราฟนี้เป็นข้อมูลของปฏิกิริยาอันดับสอง
  • 4 : ความชันมีค่าเท่ากับ 1/ k
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :

  • 1 : 0.8
  • 2 : 0.6
  • 3 : 0.5
  • 4 : 0.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • โดยอาศัยหลักการของ Microscopic reversibility ปฏิกิริยาข้อใดเป็นปฏิกิริยาอมูลฐาน (non-elementary)
  • 1 :
  • 2 : A + B <-----> AB
  • 3 : 2A <------> B + 3C
  • 4 : 2A + B <-----> A + AB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 94 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 95 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : สำหรับปฏิกิริยาคายความร้อนจะเกิดปฏิกิริยาด้วยอัตราเร็วที่สูงขึ้นเมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น
  • 2 : สำหรับปฏิกิริยาดูดความร้อนจะเกิดปฏิกิริยาด้วยอัตราเร็วที่สูงขึ้นเมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น
  • 3 : ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาขึ้นกับความดันของระบบ
  • 4 : ถูกข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • จงหาน้ำหนักของก๊าซออกซิเจนที่จำเป็นในการเผาไหม้ก๊าซไฮโดรเจน 10 กรัม
  • 1 : 20 กรัม
  • 2 : 40 กรัม
  • 3 : 80 กรัม
  • 4 : 160 กรัม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • ปฏิกิริยาอันดับสองเกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) นาน 5 min โดยความเข้มข้นเริ่มต้นและสุดท้ายของสารตั้งต้นคือ 8 และ 2 mol/l ตามลำดับ จงหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 98 :

  • 1 : 16 %
  • 2 : 20 %
  • 3 : 80 %
  • 4 : 84 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 99 :

  • 1 : ข้อ 1 และ 5 ถูก
  • 2 : ข้อ 1 และ 4 ถูก
  • 3 : ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก
  • 4 : ข้อ 2,3,4 และ 5 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 100 :

  • 1 : ปฏิกิริยานี้จะเกิดได้ดีเมื่อมีการเติมน้ำเข้าไปใสระบบ
  • 2 : ปฏิกิริยาไปข้างหน้าและย้อนกลับจะมีพลังงานกระตุ้นเท่ากัน
  • 3 : ปฏิกิริยานี้จะเกิดได้ดีถ้ามีการแยก B ออกไป
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 101 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :

  • 1 : อุณหภูมิลดลง อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น
  • 2 : อุณหภูมิเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงขึ้น
  • 3 : อุณหภูมิไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 103 :

  • 1 : ข้อ 1, 3 และ 4 ถูก
  • 2 : ข้อ 2 และ 3 ถูก
  • 3 : ข้อ 1, 2 และ 3 ถูก
  • 4 : ข้อ 1, 2, 3 และ 4 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :

  • 1 : 4.0 min
  • 2 : 4.2 min
  • 3 : 4.6 min
  • 4 : 4.8 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 106 :

  • 1 : 154 l/mol
  • 2 : 184 l/mol
  • 3 : 204 l/mol
  • 4 : 254 l/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :

  • 1 : 500 l/mol
  • 2 : 1000 l/mol
  • 3 : 2000 l/mol
  • 4 : 2500 l/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 111 :

  • 1 : 0.4
  • 2 : 0.5
  • 3 : 0.6
  • 4 : 0.7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 112 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 114 :

  • 1 : 0.15
  • 2 : 0.17
  • 3 : 0.19
  • 4 : 0.21
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 115 :
  • พิจารณาปฏิกิริยา 3 A + B ---> C + 2 D ซึ่งเกิดในสถานะแก๊ส คำกล่าวข้อใดถูกต้อง หากใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบไหลต่อเนื่องในการทำปฏิกิริยา
  • 1 : ตารางแสดงปริมาณสารสัมพันธ์สำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบ CSTR กับเครื่องปฏิกรณ์แบบ PFR จะมีรูปแบบเช่นเดียวกัน
  • 2 : ปริมาณสารสัมพันธ์สำหรับระบบที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะปริมาตรคงที่และระบบที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะความดันคงที่จะเหมือนกันเมื่อเติมสารเฉื่อยลงไปในระบบเป็นปริมาณมากพอ
  • 3 : ปริมาณสารสัมพันธ์ของเครื่องปฏิกรณ์แบบกะความดันคงที่มีรูปแบบคล้ายกับปริมาณสารสัมพันธ์ของเครื่องปฏิกรณ์แบบ PFR
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาในสถานะของเหลว 3 A + B ---> 3 C + 2 D จงหาความเข้มข้นของสาร D เมื่อสารตั้งต้น A ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ(batch reactor) จนมีค่าการแปลงผันทางเคมีเท่ากับ 0.8 กำหนดให้ความเข้มข้นของสาร A และ B ในเครื่องปฏิกรณ์ที่เวลาเริ่มต้นเท่ากับ 9 และ 1.5 mol/dm3 ตามลำดับ
  • 1 : 0.2
  • 2 : 0.3
  • 3 : 0.4
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 117 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 119 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 120 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 121 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 122 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 123 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 124 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 125 :

  • 1 : 20 %
  • 2 : 40 %
  • 3 : 60 %
  • 4 : 80 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :

  • 1 : การเติมสารผลิตภัณฑ์ AB ลงในสารป้อน ไม่มีผลต่ออัตราเร็ว
  • 2 :
  • 3 : ตอนเริ่มต้นของปฏิกิริยา ข้อมูลจากการทดลองสอดคล้องกับอัตราเร็วอันดับ 1 เมื่อเทียบกับสารตั้งต้น
  • 4 : ไม่ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 127 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :

  • 1 : 0.5
  • 2 : 0.6
  • 3 : 0.8
  • 4 : 0.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 129 :
  • ปฏิกิริยา A ---> 2 B เกิดในวัฏภาคก๊าซในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่ ถ้าเริ่มต้นระบบประกอบด้วยก๊าซ A บริสุทธิ์ จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ที่ทำให้ความเข้มข้นของ A มีค่าเป็นครึ่งหนึ่งของค่าเริ่มต้น
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.33
  • 3 : 0.5
  • 4 : 0.75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 131 :

  • 1 : 10 นาที
  • 2 : 15 นาที
  • 3 : 20 นาที
  • 4 : 25 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 132 :
  • จงหาอัตราการสลายตัวของ A, -rA ในเทอมของความเข้มข้นเริ่มต้นของ A (CA0) และค่าคอนเวอร์ชัน (X)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 133 :
  • จงหาอัตราการเปลี่ยนแปลงค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) เทียบกับเวลา (dX/dt)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 134 :
  • ปฏิกิริยา A(l) ---> B(l) เป็นปฏิกิริยาแบบอันดับหนึ่ง (first order) ถ้าปฏิกิริยาเกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนที่ดำเนินงานแบบกะ (batch reactor) ถ้าเริ่มต้นในระบบมีสาร A บริสุทธิ์ จงหาเวลาที่ทำให้ความเข้มข้นของสาร A ลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของที่เวลาเริ่มต้น กำหนดให้ k เป็นค่าคงที่ปฏิกิริยา
  • 1 : 0.5/k
  • 2 : 0.693/k
  • 3 : 1.386/k
  • 4 : 0.5k
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :

  • 1 : 0.3
  • 2 : 0.45
  • 3 : 0.6
  • 4 : 0.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 139 :
  • ถ้าปฏิกิริยามีอันดับรวมเท่ากับ n  แล้วหน่วยของค่าคงที่อัตราเร็วปฏิกิริยาคือใด


  • 1 : 1/(time)(concentration)n - 1

  • 2 : (time) (concentration)n - 1
  • 3 : (time)n - 1 (concentration)
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ข้อใดเป็นปฏิกิริยาเอกพันธ์ (Homogeneous reaction)

  • 1 : H3O+ (aq) + OH- (aq) ® 2H2O (l)
  • 2 : H2 (g) + I2 (g) ® 2HI (g)
  • 3 : C (graphite) + O2 (g) ® CO2 (g)
  • 4 : ข้อ 1 และข้อ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :


  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
  • 2 : เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
  • 3 :

  • 4 : ถูกเฉพาะ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 142 :
  • เมื่อลดอุณหภูมิที่เกิดปฏิกิริยา จะส่งผลต่อปฏิกิริยาตามข้อใด 

  • 1 : ความเร็วเฉลี่ยของอนุภาคเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

  • 2 : จำนวนครั้งในการชนกันของอนุภาคเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

  • 3 : พลังงานจลน์ของอนุภาคเพิ่มขึ้น  อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง
  • 4 : พลังงานจลน์ของอนุภาคลดลง  อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • การเพิ่มอุณหภูมิของปฏิกิริยาจะไม่เพิ่มข้อใดต่อไปนี้  

  • 1 : ความเร็วของอนุภาค
  • 2 : ความถี่ในการชนของอนุภาค
  • 3 : อัตราการเกิดปฏิกิริยา 
  • 4 : พลังงานกระตุ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • สารตั้งต้นถูกป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์ขนาด  3  dm3  ด้วยอัตราการไหล  1 dm3/s จงหา Space Time

  • 1 : 1 s
  • 2 : 3 s
  • 3 : 1/3 s
  • 4 : 32
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 145 :
  • พิจารณาปฏิกิริยามูลฐาน(Elementary Reaction) ต่อไปนี้ A + 2B ®  3C ความเข้มข้นเริ่มต้นของสาร A และ B เท่ากับ 2 mol/l และ 5 mol/l ตามลำดับ จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของสาร B  เมื่อความเข้มข้นของสาร A  เท่ากับ  1.5 mol/l
  • 1 : 0.80
  • 2 : 0.25 
  • 3 : 0.20
  • 4 : 0.10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 146 :
  • 1 : –rA = kCACB – Keq CCCD

  • 2 : –rA = kCACB2 – CCCD/ Keq
  • 3 : –rA = k[CACB2 – CCCD/ Keq]
  • 4 : –rA = k CCCD– CACB2 / Keq
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 148 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปฏิกิริยาดูดความร้อน

  • 1 : การเผาไหม้ของกำมะถัน
  • 2 : แก๊สซิฟิเคชันของคาร์บอน
  • 3 : การแตกสลายด้วยความร้อน(Thermal Cracking) ของน้ำมันเชื้อเพลิง
  • 4 : การรีฟอร์มมิงแนฟทาด้วยไอน้ำ(steam-naphtha reforming)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • 1 : T1 มีอุณหภูมิมากกว่า T2
  • 2 : ที่อุณหภูมิ  T2  มีอัตราการเกิดปฏิกิริยาต่ำกว่าที่อุณหภูมิ T1
  • 3 : ที่อุณหภูมิ T2 มีโอกาสเกิดปฏิกิริยามากกว่าที่อุณหภูมิ T1

  • 4 : ที่อุณหภูมิ T2 มีจำนวนโมเลกุลที่มีพลังงานมากกว่า Ea น้อยกว่าที่อุณหภูมิ T1

  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง

  • 1 : ปฏิกิริยาหลายขั้นตอน ขั้นตอนที่ช้าที่สุดจะเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วปฏิกิริยา

  • 2 : โดยทั่วไป อัตราเร็วปฏิกิริยาจะเพิ่มเป็น 3 เท่า เมื่อเพิ่มอุณหภูมิทุก ๆ 10 °C

  • 3 : ปฏิกิริยาที่เกิดช้า โดยทั่วไปจะมีค่าพลังงานกระตุ้นสูง 
  • 4 : โมเลกุลาริตีของปฏิกิริยามีค่าไม่เป็นศูนย์ แต่อันดับปฏิกิริยาสามารถมีค่าเป็นศูนย์ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 152 :

  • 1 : X1  >  X2
  • 2 : X1  <  X2
  • 3 : ถ้า X1  >  X2 แล้วค่าคงที่สมดุล (K) ที่ T1 > K ที่ T2
  • 4 : ถ้า X1  >  X2 แล้วค่าคงที่สมดุล (K) ที่ T1 <  K ที่ T2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • ปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic Reaction) สารตั้งต้นเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับสารผลิตภัณฑ์

  • 1 : มีอุณหภูมิสูงกว่า
  • 2 : มีพลังงานสูงกว่า
  • 3 : มีพลังงานต่ำกว่า
  • 4 : มีพลังงานเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 742 : Isothermal reactor design
ข้อที่ 154 :
  • ข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับ Batch, Semi-batch และ Continuous-flow Reactors เป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : Batch เป็นแบบที่มีส่วนประกอบของเครื่องมือน้อย เหมาะกับการผลิตไม่มาก
  • 2 : Batch เหมาะกับงานขนาดเล็กและในกรณีเมื่อทดลองศึกษา
  • 3 : Continuous-flow จะควบคุมให้ผลิตภัณฑ์ (Product) มีคุณภาพตามต้องการได้ง่าย
  • 4 : ไม่มีข้อใดไม่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • กระแสก๊าซป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์ ประกอบด้วย สาร A 41 mol% สาร B 16.4 mol% และที่เหลือก๊าซเฉื่อย ณ ความดัน 10 atm และอุณหภูมิ 227 ºC จงคำนวณหาความเข้มข้นของก๊าซ A ที่ทางเข้า กำหนดให้ค่าคงที่ก๊าซ R = 0.082 litre•atm/(mol•K)
  • 1 : 0.04 mol/l
  • 2 : 0.1 mol/l
  • 3 : 0.22 mol/l
  • 4 : 4.55 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเริ่มต้นเท่ากับ 0.2 mol/l ไหลเข้าเครื่องปฏิกรณ์แบบต่อเนื่องขนาด 5 ลิตร ด้วยอัตราไหลเชิงโมล 2 mol/min จงคำนวณหาค่าสเปซไทม์ (Space Time) ของเครื่องปฏิกรณ์นี้
  • 1 : 0.01 min
  • 2 : 0.5 min
  • 3 : 1 min
  • 4 : 2 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 157 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบต่อเนื่อง ขนาดของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) มีขนาดเล็กกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) เสมอ ข) ในการหาขนาดของเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) อัตราเร็วปฏิกิริยาคำนวณ ณ สภาวะที่ทางเข้าเครื่องปฏิกรณ์ ค) เมื่ออันดับของปฏิกิริยาเป็นศูนย์ อัตราเร็วปฏิกิริยามีค่ามากเมื่อความเข้มข้นเริ่มต้นของสารตัน
  • 1 : ผิดเฉพาะ ก
  • 2 : ผิดเฉพาะ ข
  • 3 : ผิดเฉพาะ ก และ ข
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • ของไหลเข้าเครื่องปฏิกรณ์แบบต่อเนื่องขนาด 2 ลิตร ด้วยอัตราไหลเชิงโมล 0.8 mol/s ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของปฏิกิริยาอันดับหนึ่งเท่ากับ 60% และความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ทางออกมีค่าเป็น 4 mol/l จงคำนวณหาสเปซไทม์ (Space Time) ของเครื่องปฏิกรณ์นี้
  • 1 : 0.04 sec
  • 2 : 0.25 sec
  • 3 : 16.67 sec
  • 4 : 25 sec
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) ในวัฏภาคก๊าซ A + B ------> 2C อัตราการไหลเชิงโมลของสาร A ที่เข้าและออกจากเครื่องปฏิกรณ์แบบต่อเนื่องมีค่าเป็น 4 mol/min และ 1 mol/min ตามลำดับ จงหาอัตราการไหลเชิงโมล ของผลิตภัณฑ์ C
  • 1 : 3 mol/min
  • 2 : 6 mol/min
  • 3 : 12 mol/min
  • 4 : 18 mol/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) A -----> 2B อัตราการไหลเชิงโมลของสาร A ที่เข้าและออกจากเครื่องปฏิกรณ์ มีค่าเป็น 5 mol/min และ 2 mol/min ตามลำดับ จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของสาร A
  • 1 : 0.2
  • 2 : 0.4
  • 3 : 0.6
  • 4 : 0.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 161 :
  • จากปฏิกิริยา ก๊าซผสมประกอบด้วย NO 30 mol% และอากาศ 70 mol% ไหลเข้าเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราการไหลเชิงโมลรวม 3 mol/min จงหาอัตราการไหลเชิงโมลของออกซิเจนที่ทางเข้า
  • 1 : 0.189 mol/min
  • 2 : 0.22 mol/min
  • 3 : 0.441 mol/min
  • 4 : 1.05 mol/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 :
  • สารตั้งต้นมีอัตราการไหลเชิงโมลเข้าเครื่องปฏิกรณ์เท่ากับ 5 mol/min และอัตราไหลเชิงปริมาตรคงที่ ที่ 6 l/min ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของสารนี้ คือ 40% จงคำนวณหาความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ทางออก
  • 1 : 0.33 mol/l
  • 2 : 0.48 mol/l
  • 3 : 0.50 mol/l
  • 4 : 0.72 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 163 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัวของก๊าซ A เกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ที่อุณหภูมิคงที่ ได้ผลิตภัณฑ์เป็น R ดังสมการ A ---->3R ถ้าเริ่มต้นมีแต่ก๊าซ A บริสุทธิ์ ปริมาตร 1 ลิตร เมื่อปฏิกิริยาเกิดขึ้นสมบูรณ์ ปริมาตรของก๊าซผลิตภัณฑ์จะเป็นเท่าใด
  • 1 : 1 ลิตร
  • 2 : 1.5 ลิตร
  • 3 : 2 ลิตร
  • 4 : 3 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะหรือคุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ที่มีพฤติกรรมแบบอุดมคติ
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชัน (% Conversion) เพิ่มขึ้นตามความยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : ความเข้มข้นของตัวทำปฏิกิริยาเปลี่ยนจากค่าเริ่มต้นเป็นค่าสุดท้ายทันทีเมื่อสารเข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : ของไหลในเครื่องปฏิกรณ์แบ่งเป็นปริมาตรย่อยๆ ซึ่งไหลตามกันเหมือนลูกสูบโดยไม่มีการผสมกันข้ามปริมาตรย่อยๆ นั้น
  • 4 : ถ้ามีเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล 2 เครื่องต่อกันอย่างอนุกรม ในการคำนวณค่าคอนเวอร์ชันสุดท้าย สามารถพิจารณาเสมือนมีเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหลเครื่องใหญ่ 1 เครื่อง ซึ่งมีปริมาตรเท่ากับผลรวมของเครื่องปฏิกรณ์ 2 เครื่องรวมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาผันกลับได้ดังสมการ ซึ่งเป็นปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) ถ้าใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) ปริมาตรคงที่และเริ่มต้นมีแต่ A บริสุทธิ์ ความดันเริ่มต้นเป็น PAO กำหนดให้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของ A ที่สภาวะสมดุลเท่ากับ 70% ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : ความเข้มข้นของสารในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) เปลี่ยนไปตามเวลา
  • 2 : ในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ที่ทำงานในสถานะคงตัว (steady state) ความเข้มข้น ณ ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมีค่าคงที่ไม่ขึ้นกับเวลา
  • 3 : สำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ณ สถานะคงตัว (steady state) ความเข้มข้นของสารขาออกเท่ากับความเข้มข้นของสารที่อยู่ภายในเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : อัตราการไหลเชิงปริมาตรขาเข้าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ที่ทำงานในสถานะคงตัว (steady state) จะเท่ากับอัตราการไหลเชิงปริมาตรขาออกเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 167 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ a) เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) และแบบท่อไหล (PFR) สามารถปฏิบัติการแบบต่อเนื่องได้ b) เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ไม่สามารถปฏิบัติการแบบต่อเนื่องได้
  • 1 : ข้อ a เท่านั้นที่ถูก
  • 2 : ข้อ b เท่านั้นที่ถูก
  • 3 : ถูกทั้ง a และ b
  • 4 : ผิดทั้ง a และ b
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :

  • 1 : 0.35 mol/s
  • 2 : 0.55 mol/s
  • 3 : 0.75 mol/s
  • 4 : 0.85 mol/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 169 :
  • สมการสมดุลมวลทั่วไปสามารถเขียนได้ดังสมการด้านล่าง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ขนาดปริมาตร 5 liters มีค่าเรซิเดนซ์ไทม์ (Residence Time,T ) เท่ากับ 0.5 h จงคำนวณหาความเร็วสเปช (Space Velocity
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 171 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) และแบบท่อไหล (PFR) ถ้ามีขนาดเท่ากันจะมีค่าเรซิเดนซ์ไทม์ (T) เท่ากัน เมื่อปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่เหมือนกัน
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ขนาดเท่ากันต่อกันแบบอนุกรมจะมีค่าคงที่ปฏิกิริยา (k) เท่ากัน เมื่อปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่เหมือนกัน
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) จะมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) เสมอเมื่อปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่เหมือนกัน
  • 4 : 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ที่มีขนาดเท่ากันต่อกันแบบขนาน ปฏิบัติการที่อุณหภูมิเท่ากัน และมีอัตราการป้อนสารเข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์ที่เท่ากัน
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion, X) ของแต่ละถังจะเท่ากัน
  • 2 : อัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาในแต่ละถังเท่ากัน
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องไม่ว่าจะต่อแบบอนุกรม หรือขนานจะให้ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) เท่ากันหากมีขนาดเท่ากัน
  • 4 : 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 173 :
  • จากรูปข้างล่างแสดงเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) 2 ถังมีขนาดเท่ากันที่ต่อขนานกัน โดยปฏิบัติการที่อุณหภูมิคงที่ และภายใต้เงื่อนไขสภาวะต่าง ๆ เหมือนกัน ปฏิกิริยาเกิดในวัฏภาคของเหลว จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) X2
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 174 :
  • จงคำนวณหาปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ของปฏิกิริยาที่มีอัตราการไหลเชิงปริมาตรเท่ากับ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที และเรซิเดนซ์ไทม์ (Residence Time) เป็น 1 h
  • 1 : 50 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 80 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 100 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 120 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :

  • 1 : 0.32
  • 2 : 0.45
  • 3 : 0.53
  • 4 : 0.68
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 176 :
  • เรซิเดนซ์ไทม์ (Residence Time) สำหรับการเปลี่ยน (Conversion) 70% ในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) มีค่าเท่ากับ 5 h จงคำนวณหาค่าความเร็วเชิงสเปช (Space Velocity, SV)
  • 1 : 0.2 h-1
  • 2 : 1.0 h-1
  • 3 : 2.5 h-1
  • 4 : 3.5 h-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 177 :

  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch Reactor)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR)
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 4 : 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ที่มีการรีไซเคิล (reactor with recycle)
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการทำรีไซเคิลได้แก่เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR)
  • 2 : การมีรีไซเคิลไม่มีผลกระทบต่อเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 3 : การรีไซเคิลเป็นการนำสารที่เหลือจากปฏิกิริยากลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  • ปฏิกิริยา A + 2B ---> 2D เกิดขึ้นในวัฎภาคก๊าซของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ภายใต้อุณหภูมิ 55 ºC ความดันคงที่ 5 atm และ mole fraction ของสารที่ป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์เป็นดังนี้ A = 0.2, B = 0.5 และ I (ก๊าซเฉี่อย) = 0.3 จงคำนวณหาอัตราการไหลเชิงปริมาตร(v) ที่ตำแหน่งใด ๆ ของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหลนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • ปฏิกิริยาเคมีในวัฏภาคของเหลว A ---> B เกิดขึ้นในปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ภายใต้อุณหภูมิคงที่อัตราการไหลเชิงโมลของ A เริ่มต้นเท่ากับ 10 mol/min จงคำนวณหาปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์ เมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของ A เป็น 80 % กำหนดให้
  • 1 : 10 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • 2 : 50 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • 3 : 80 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • 4 : 100 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 181 :
  • สำหรับเครื่องปฏิกรณ์ที่มีปริมาตรเท่ากัน และปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่เหมือนกันข้อความต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง(CSTR) จะให้ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) สูงกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR)
  • 2 : สำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ถ้าอัตราการไหลเชิงโมลของ A เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์จะเพิ่มเป็น 2 เท่า
  • 3 : เรซิเดนซ์ไทม์ (Residence Time) ของเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) และเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) เท่ากันเมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของ A เท่ากัน
  • 4 : 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • ข้อความต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในวัฏภาคของเหลวถือว่าเป็นปฏิกิริยาในระบบปริมาตรคงที่
  • 2 : ปฏิกิริยาเคมีของก๊าซมักมีการเปลี่ยนแปลงปริมาตรเมื่อปฏิกิริยาดำเนินไป
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ความเข้มข้นของสารที่อยู่ภายใน และที่ทางออกของเครื่องมีค่าเท่ากัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 183 :
  • จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ i) yield หมายถึงจำนวนโมลของสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นต่อหนึ่งหน่วยโมลของสารตั้งต้นที่ใช้ในปฏิกิริยา ii) selectivity หมายถึงจำนวนโมลของสารผลิตภัณฑ์ที่ต้องการต่อหนึ่งหน่วยโมลของสารตั้งต้นที่ใช้ในปฏิกิริยา iii)ค่า selectivity ขึ้นอยู่กับค่าคงที่ปฏิกิริยา แต่ไม่ขึ้นกับชนิดของเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : i และ ii ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 184 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาขนาน 2 ปฏิกิริยาที่มีอันดับของปฏิกิริยาเท่ากัน วิธีใดต่อไปนี้ที่ไม่สามารถเปลี่ยนค่า selectivity ของปฏิกิริยาขนานนี้
  • 1 : เปลี่ยนอุณหภูมิของปฏิกิริยา
  • 2 : ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 3 : เปลี่ยนชนิดของเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ถูกทั้ง 3 และ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาขนานของก๊าซ 2 ปฏิกิริยาที่มีอันดับของปฏิกิริยาไม่เท่ากัน วิธีใดต่อไปนี้เป็นการรักษาให้ความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่เหลือจากปฏิกิริยาอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีผลต่อค่า selectivity ของปฏิกิริยาขนาน i) เพิ่มก๊าซเฉื่อยในสายป้อน ii) ลดความดันในเครื่องปฏิกรณ์ iii)รักษาให้ค่าคอนเวอร์ชันของสาร (conversion) ให้อยู่ในระดับสูง
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : i และ ii ถูก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 186 :
  • ข้อความใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปฏิกิริยาขนาน 2 ปฏิกิริยาที่มีอันดับ (reaction order) ของปฏิกิริยาที่ต้องการ สูงกว่าอันดับของปฏิกิริยาที่ไม่ต้องการ i) ต้องรักษาให้ความเข้มข้นของสารตั้งต้นในเครื่องปฏิกรณ์อยู่ในระดับต่ำ ii) เพิ่มก๊าซเฉื่อยในสายป้อน iii)ควรเลือกใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch) หรือแบบท่อไหล (plug-flow reactor) เพื่อให้ขนาดของเครื่องปฏิกรณ์เล็กที่สุด
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : i และ ii ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 187 :

  • 1 : 16 litre
  • 2 : 20 litre
  • 3 : 24 litre
  • 4 : 40 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 188 :

  • 1 : 0.12 mol/s
  • 2 : 0.25 mol/s
  • 3 : 0.75 mol/s
  • 4 : 12 mol/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 189 :
  • เครื่องปฏิกรณ์ชนิดถังกวนแบบต่อเนื่อง (continuous stirred-tank) ซึ่งมีสารตั้งต้นไหลเข้าด้วยอัตราการไหลเชิงโมลที่ 4.5 mol/s โดยอัตราเร็วปฏิกิริยาของสารตั้งต้นในเครื่องปฏิกรณ์เท่ากับ 0.3 mol/l.s และค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) มีค่าเป็น 0.6 จงหาขนาดของเครื่องปฏิกรณ์นี้
  • 1 : 2.25 litre
  • 2 : 5.25 litre
  • 3 : 6 litre
  • 4 : 9 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • เครื่องปฏิกรณ์ชนิดถังกวนแบบต่อเนื่อง (continuous stirred-tank reactor) ซึ่งมีอัตราการไหลเชิงปริมาตรเข้าของสารตั้งต้นในสายป้อน 2 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ภายในเครื่องปฏิกรณ์มีปฏิกิริยาอันดับหนึ่งดำเนินไปด้วยค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) เท่ากับ 0.4 min-1 และค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) มีค่าเป็น 80% จงหาขนาดของเครื่องปฏิกรณ์นี้
  • 1 : 1.25 ลูกบาศก์เมตร
  • 2 : 4 ลูกบาศก์เมตร
  • 3 : 5 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : 20 ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 191 :
  • ปฏิกิริยาอันดับหนึ่งเกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ชนิดถังกวนแบบต่อเนื่อง (continuous stirred-tank reactor) ซึ่งมีสเปซไทม์ (space time) เท่ากับ 3 นาที โดยที่ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) นี้เท่ากับ 0.2 นาที-1 จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของปฏิกิริยา
  • 1 : 16.7 %
  • 2 : 37.5 %
  • 3 : 62.5 %
  • 4 : 83.3 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • ปฏิกิริยาอันดับหนึ่งเกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ชนิดถังกวนแบบต่อเนื่อง (continuous stirred-tank) ซึ่งมีสเปซไทม์ (space time) เท่ากับ 5 นาที โดยที่ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของปฏิกิริยาเท่ากับ 90% จงหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) นี้
  • 1 : 0.18 min-1
  • 2 : 0.56 min-1
  • 3 : 1.8 min-1
  • 4 : 4.5 min-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  • จงหาอัตราส่วนระหว่างอัตราไหลเชิงโมลของสายป้อนในกระแส A ต่อกระแส B สำหรับระบบที่มีเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug-flow reactor) ต่อแบบขนาน (ดังรูป) เมื่อกำหนดให้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) สุดท้ายของแต่ละกระแสเท่ากัน
  • 1 : 1/3
  • 2 : 1/2
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 194 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 195 :
  • ปฏิกิริยาหนึ่งเป็นปฏิกิริยาแบบอันดับศูนย์ (zero order) เพื่อให้ได้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ตามต้องการ จะเลือกเครื่องปฏิกรณ์ชนิดใดเพื่อให้ใช้ปริมาตรน้อยที่สุด
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์ท่อไหล (PFR)
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง 2 ตัวต่อกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 196 :

  • 1 : 0.3 litre
  • 2 : 0.4 litre
  • 3 : 7.5 litre
  • 4 : 22.5 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank) ขนาด 4 ลิตร มีอัตราการไหลเชิงปริมาตรของสายป้อนเท่ากับ 2 l/min ซึ่งประกอบด้วยความเข้มข้นของสารตั้งต้น 5 molar จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้น ถ้าอัตราเร็วปฏิกิริยาเท่ากับ 0.7 mol.(l.min)-1
  • 1 : 7 %
  • 2 : 14 %
  • 3 : 28 %
  • 4 : 44 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 198 :
  • สารตั้งต้นถูกป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank) และใช้เวลาอยู่ในเครื่องปฏิกรณ์นาน 10 min จงหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) ถ้าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง กำหนดให้ความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่ทางออกคิดเป็น 20% ของความเข้มข้นของสารนี้ที่ทางเข้า
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :

  • 1 : 0.5 litre
  • 2 : 0.75 litre
  • 3 : 12 litre
  • 4 : 18 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 200 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน (elementary reaction) ในวัฏภาคก๊าซ: A ---> B เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow) สายป้อนประกอบด้วยสาร A 70 mol% และที่เหลือเป็นก๊าซเฉื่อย โดยความเข้มข้นของสาร A ที่ออกจากเครื่องปฏิกรณ์คิดเป็น 40% ของความเข้มข้นเริ่มต้น ถ้าปฏิกิริยานี้มีสมการที่ถูกต้อง คือ A ---> 4B จงหาขนาดของเครื่องปฏิกรณ์นี้เปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น 42 %
  • 2 : เพิ่มขึ้น 84 %
  • 3 : เพิ่มขึ้น 126 %
  • 4 : เพิ่มขึ้น 180 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank) 2 เครื่องต่ออนุกรมกัน ความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่เข้าและออกจากเครื่องที่ 2 มีค่าเป็น 6 และ 2 mol/l ตามลำดับ โดยที่ปฏิกิริยาเกิดขึ้นภายในเครื่องที่ 2 เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง ซึ่งค่าคงที่ของปฏิกิริยา (rate constant) ในเครื่องปฏิกรณ์ที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.2 min-1 จงหาเวลาที่สายป้อนเข้าเครื่องที่ 2 ใช้ในเครื่องปฏิกรณ์ นี้
  • 1 : 0.1 min
  • 2 : 1.6 min
  • 3 : 3.33 min
  • 4 : 10 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank) 2 เครื่องต่ออนุกรมกัน โดยที่อัตราไหลเชิงปริมาตรคงที่ที่ 4 l/min ความเข้มข้นของสารตั้งต้นที่เข้าเครื่องที่ 1 และเครื่องที่ 2 มีค่าเป็น 5 และ 2 mol/l ตามลำดับ จงหาปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์ที่ 2 กำหนดให้ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) ของปฏิกิริยาอันดับหนึ่งในเครื่องปฏิกรณ์ที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.3 min-1
  • 1 : 1.25 litre
  • 2 : 2 litre
  • 3 : 8 litre
  • 4 : 20 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • จงเสนอวิธีการเพิ่มค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของปฏิกิริยาซึ่งเกิดขึ้นในระบบของเครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินการแบบต่อเนื่อง
  • 1 : ลดอุณหภูมิของระบบ
  • 2 : เพิ่มอัตราการไหลของสาร
  • 3 : ลดอัตราการไหลของสาร
  • 4 : ทั้งข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 204 :

  • 1 : โมลของสาร A ที่ป้อน/เวลา
  • 2 : โมลของสาร A ที่ทำปฏิกิริยา/โมลของสาร A ที่ป้อน
  • 3 : โมลของสาร A ที่เหลืออยู่/เวลา
  • 4 : โมลของสาร A ที่ทำปฏิกิริยา/เวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :

  • 1 : ความเข้มข้นในสายขาป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : ความเข้มข้นในสายขาออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : ความเข้มข้นภายในเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ทั้งข้อ 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :

  • 1 : ใช้เครื่องปฏิกรณ์ชนิด PFR 1 เครื่อง
  • 2 : ใช้เครื่องปฏิกรณ์ชนิด CSTR 2 เครื่อง ต่ออนุกรมกัน โดยค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเมื่อออกจากถังที่ 1 คือ 0.4
  • 3 : เครื่องที่ 1 คือ CSTR แล้วต่ออนุกรมกับ PFR 1 ถังโดยค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเมื่อออกจากเครื่องที่ 1 คือ 0.4
  • 4 : เครื่องที่ 1 คือ PFRแล้วต่ออนุกรมกับCSTR 1 เครื่องโดยค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเมื่อออกจากเครื่องที่ 1 คือ 0.4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อสมมติฐานที่ใช้สำหรับการพัฒนาสมการสมดุลโมลของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (Plug flow reactor)
  • 1 : เป็นระบบที่มีการปฏิบัติการที่สถานะคงตัว (steady-state operation)
  • 2 : ไม่มีความแตกต่างของความเข้มข้นของสารในแนวรัศมีของท่อ
  • 3 : ไม่มีความแตกต่างของอุณหภูมิของระบบในแนวรัศมีของท่อ
  • 4 : ความเข้มข้นของสารตั้งต้นในทุกๆตำแหน่งในเครื่องปฏิกรณ์มีค่าเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 208 :

  • 1 : อัตราการเกิดปฏิกิริยามีค่าสูงที่สุดที่ตำแหน่งทางเข้าเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : อัตราการเกิดปฏิกิริยามีค่าสูงที่สุดที่ตำแหน่งทางออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : อัตราการเกิดปฏิกิริยามีค่าสูงที่สุดที่บริเวณกลางเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : อัตราการเกิดปฏิกิริยามีค่าเท่ากันหมดทุกตำแหน่งในเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  • สมการสมดุลโมล (mole balance equation) สำหรับเครื่องปฏิกรณ์ชนิดเบดนิ่ง (fixed-bed reactor) มีความใกล้เคียงกับสมการสมดุลโมลของเครื่องปฏิกรณ์ชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor)
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบไม่ต่อเนื่อง
  • 4 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งต่อเนื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 210 :
  • โรงงานมีความต้องการผลิตเอทธิลีนไกลคอล (น้ำหนักโมเลกุล = 62) ในอัตรา 200 ล้านกรัมต่อปี อยากทราบว่าคิดเป็นอัตราการผลิตกี่กรัมโมล/นาที
  • 1 : 6.14 กรัมโมล/นาที
  • 2 : 368.4 กรัมโมล/นาที
  • 3 : 3.68 กรัมโมล/นาที
  • 4 : 0.0614 กรัมโมล/นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :
  • จงคำนวณค่าอัตราการไหลเชิงโมลของ A เมื่อถูกป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) (สัดส่วนเชิงโมลของ A ในสายป้อนเท่ากับ 0.5) ในสายป้อนที่มีอัตราการไหลเชิงปริมาตร 6 ลิตร/วินาที ความดันเริ่มต้น 1 atm อุณหภูมิ 422.5 เคลวิน เมื่อกำหนดให้ค่าคงที่ของก๊าซ (R) มีค่าเท่ากับ 0.082 (ลิตร-atm/โมล-เคลวิน)
  • 1 : 0.18 โมล/วินาที
  • 2 : 0.09 โมล/วินาที
  • 3 : 0.01 โมล/วินาที
  • 4 : 0.02 โมล/วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :
  • ในสมการสมดุลโมล (mole balance equation) เรามักนิยมทำการสมดุลโมล ของสารตัวใดในปฏิกิริยา
  • 1 : สารตั้งต้นที่เป็นตัวจำกัดการเกิดปฏิกิริยา (limiting reactant)
  • 2 : สารตั้งต้นที่มีปริมาณมากเกินพอสำหรับปฏิกิริยา
  • 3 : สารเฉื่อยที่ปรากฏอยู่ในระบบ
  • 4 : ผลิตภัณฑ์หลักของปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 213 :
  • สมการสมดุลมวล (mole balance equation) ของ differential reactor มีลักษณะคล้ายคลึงกับสมการออกแบบของเครื่องปฏิกรณ์ชนิดใดมากที่สุด
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR)
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR)
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ชนิดปริมาตรคงที่
  • 4 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ชนิดความดันคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  • กำหนดให้ ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์มีค่าคงที่
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 215 :
  • ในระบบของเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) สมการอัตราเร็วปฏิกิริยา (Rate law) กับสมดุลโมล (Mole balance) มีความสัมพันธ์กันอย่างไรสำหรับปฏิกิริยาอันดับหนึ่งเทียบกับสาร A กำหนดให้ ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์คงที่
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทั้ง 2 และ 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :

  • 1 : 0.5 litre
  • 2 : 0.8 litre
  • 3 : 1 litre
  • 4 : 1.2 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 217 :

  • 1 : 0.8 litre
  • 2 : 1 litre
  • 3 : 1.2 litre
  • 4 : 1.6 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :

  • 1 : 0.03 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • 2 : 0.07 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • 3 : 0.09 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • 4 : 0.11 ลูกบาศก์เดซิเมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  • ในการทดลองหาข้อมูลสมการอัตราเร็วปฏิกิริยา (Rate equation) โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) นั้นนิยมใช้สำหรับปฏิกิริยาประเภทใด
  • 1 : ปฏิกิริยาเอกพันธุ์ (Homogeneous reaction)
  • 2 : ปฏิกิริยาวิวิธพันธุ์ (Heterogeneous reaction)
  • 3 : ปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary reaction)
  • 4 : ปฏิกิริยาอมูลฐาน (Non-elementary reaction)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • ในการปฏิบัติงานเครื่องปฏิกรณ์แบบความดันคงที่ (constant pressure reactor) หากความดันรวมในระบบเพิ่มขึ้น จะต้องปรับปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์เป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : คงที่
  • 4 : ถูกทั้ง (1), (2) และ (3)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 :

  • 1 : จำนวนโมลของสาร D / จำนวนโมลของสาร A ที่ทำปฏิกิริยา
  • 2 : จำนวนโมลของสาร D / จำนวนโมลของสาร U
  • 3 : จำนวนโมลของสาร D / จำนวนโมลของสาร A เริ่มต้น
  • 4 : จำนวนโมลของสาร D / ผลรวมของจำนวนโมลของสาร A และ D
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 223 :
  • ข้อความใดถูกต้องสำหรับปฏิกิริยาอันดับหนึ่งซึ่งเกิดในสถานะแก๊ส และมีจำนวนโมลรวมของผลิตภัณฑ์มากกว่าจำนวนโมลรวมของสารตั้งต้น
  • 1 : อัตราการไหลเชิงปริมาตรของสารภายในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางการไหลของสารภายในเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : การละทิ้งผลของการเปลี่ยนแปลงปริมาตรในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องไม่ทำให้ผลการออกแบบผิดพลาด
  • 3 : การละทิ้งผลของการเปลี่ยนแปลงปริมาตรในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อจะทำให้เครื่องปฏิกรณ์ที่ออกแบบได้มีขนาดเล็กเกินไป
  • 4 : อัตราการไหลเชิงปริมาตรของสารภายในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อจะลดลงตามทิศทางการเคลื่อนที่ของสารภายในเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 224 :
  • ข้อความใดถูกต้องในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์สำหรับระบบที่มีหลายปฏิกิริยา
  • 1 : การปรับอัตราการไหลเชิงปริมาตรของสายป้อนไม่มีส่วนช่วยในการเพิ่มค่าการเลือกเกิดของปฏิกิริยาที่เกิดต่อเนื่องกัน (series reaction)
  • 2 : การเลือกใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อจะช่วยเพิ่มค่าการเลือกเกิดของสารผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้ เมื่อปฏิกิริยาที่เกิดเป็นแบบขนาน (parallel reaction) และอันดับปฏิกิริยาของการเกิดผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสูงกว่าอันปฏิกิริยาปฏิกิริยาของการเกิดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องการ
  • 3 : เราสามารถปรับค่าการเลือกเกิดของสาร D ที่เกิดจากปฏิกิริยาแบบขนานกัน (A ----> D, A ----> U) และมีอันดับปฏิกิริยาเท่ากันได้โดยการเลือกชนิดของเครื่องปฏิกรณ์ที่ใช้
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 225 :

  • 1 : การเลือกใช้ชนิดเครื่องปฏิกรณ์ไม่มีส่วนช่วยในการเพิ่มค่าการเลือกเกิดของผลิตภัณฑ์
  • 2 : การเพิ่มปริมาณสารเฉื่อยหรือตัวทำละลายไม่มีส่วนช่วยในการเพิ่มค่าการเลือกเกิดของผลิตภัณฑ์
  • 3 : การเพิ่มอุณหภูมิทำปฏิกิริยาให้สูงขึ้นจะทำให้ค่าการเลือกเกิดของผลิตภัณฑ์ D เพิ่มขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อค่าEA1
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • ข้อความใดถูกต้องในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์สำหรับระบบที่มีหลายปฏิกิริยา
  • 1 : ในการเลือกชนิดของเครื่องปฏิกรณ์ควรพิจารณา overall selectivity
  • 2 : instantaneous selectivity และ overall selectivity ของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อมีค่าเท่ากัน
  • 3 : instantaneous selectivity และ overall selectivity ของเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องมีค่าเท่ากัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 227 :
  • ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์กึ่งต่อเนื่อง (Semibatch reactor)
  • 1 : มีสายป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์ แต่ไม่มีการดึงผลิตภัณฑ์ออก
  • 2 : สามารถลดการเกิดปฏิกิกริยาที่ไม่ต้องการได้
  • 3 : การดำเนินงานภายใต้สภาวะ isothermal
  • 4 : ถูกทั้ง คำตอบ 1 และ คำตอบ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (Plug-flow reactor) i) สมการอัตราเร็วปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับรูปร่างของเครื่องปฏิกรณ์เคมี ii) อัตราเร็วปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงตามแนวความยาวของท่อ iii) ถ้าระบบมีรูปแบบการไหลแบบปั่นป่วน (turbulent) ความเข้มข้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงในแนวรัศมี
  • 1 : ถูกเฉพาะ i
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii
  • 3 : ถูกทั้ง i และ ii
  • 4 : ถูกทั้ง ii และ iii
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 229 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องที่ต่อขนานกัน โดยอัตราการไหลเชิงปริมาตร ที่เข้าในแต่ละเครื่องปฏิกรณ์เท่ากัน ทำงานภายใต้สภาวะเดียวกัน กำหนดให้ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์ทุกเครื่องเท่ากัน
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชันของแต่ละเครื่องปฏิกรณ์เท่ากัน
  • 2 : สมการอัตราเร็วปฏิกิริยาในแต่ละเครื่องปฏิกรณ์เท่ากัน
  • 3 : ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์เท่ากัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับถังกวนต่อเนื่องที่ต่ออนุกรมกัน โดยอัตราการไหลเชิงปริมาตรที่เข้าเครื่องแต่ละเครื่องเท่ากัน ทำงานที่สภาวะเดียวกันi) ค่าคอนเวอร์ชันของแต่ละเครื่องปฏิกรณ์เท่ากันii) เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปฏิกรณ์ที่มีขนาดเท่ากัน และอันดับของปฏิกิริยาไม่เท่ากับศูนย์ ค่าคอนเวอร์ชันของเครื่องปฏิกรณ์ที่ต่อแบบอนุกรม มีค่ามากกว่าการต่อแบบขนานiii) อัตราเร็วปฏิกิริยาของปฏิกิริยาของแต่ละเครื่องเท่ากัน
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : ถูกทั้ง i และ ii
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเลขดัมฮอเลอร์ (Damkohler number)
  • 1 : ไร้หน่วย
  • 2 : มีค่าอยู่ระหว่าง 0.1 และ 10
  • 3 : บอกถึงระดับของค่าคอนเวอร์ชันได้จากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ
  • 4 : ถูกทั้ง คำตอบ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 232 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบไหลต่อเนื่อง (continuous flow reactor) i) ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์แปรผันตามอัตราการไหลเชิงปริมาตร ii) ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์แปรผกผันกับอัตราการไหลเชิงโมล iii) ปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์แปรผกผันกับค่าคอนเวอร์ชัน
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ii และ iii ถูก
  • 4 : i และ iii ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :
  • จงพิจารณา ปฏิกิริยามูลฐานของก๊าซ (elementary gas-phase reaction): A + B ----> 2C + D ปฏิกิริยานี้มีสาร B อยู่มากเกินพอ และเกิดขึ้นภายใต้สภาวะ isothermal ข้อความต่อไปนี้ข้อใดกล่าวถูกต้อง i) ปริมาตรไม่คงที่ ii) อัตราการไหลเชิงปริมาตรไม่คงที่ iii) อันดับของปฏิกิริยาเท่ากับสอง
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกทั้ง i และ ii
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ไม่เป็นสาเหตุให้ค่าคอนเวอร์ชันเปลี่ยนแปลง i) อันดับของปฏิกิริยาเปลี่ยน ii) ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเปลี่ยน iii) เมื่อนำเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องมาต่อขนานกัน โดยที่ปริมาตรและเรซิเดนซ์ไทม์คงที่
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : ถูกทั้ง i และ ii
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 236 :
  • จงหาค่าเรซิเดนซ์ไทม์ของปฏิกิริยาอันดับศูนย์ในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 237 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานผันกลับไม่ได้ : A ---> 2B ความเข้มข้นของสาร A เท่ากับ 2 mol/l และค่าคอนเวอร์ชันของปฏิกิริยาเท่ากับ 50 % จงหาความเข้มข้นของสาร B ผลิตได้
  • 1 : 1 mol/l
  • 2 : 2 mol/l
  • 3 : 4 mol/l
  • 4 : 8 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 238 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานผันกลับไม่ได้ : A ---> 2B เมื่อปฏิกิริยาเริ่มต้นมีเพียงสาร A บริสุทธิ์ เกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล ปริมาตรเริ่มต้น 3 ลิตร ซึ่งปฏิกิริยานี้มีคอนเวอร์ชัน 100 % จงหาปริมาตรเมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุด
  • 1 : 1.5 ลิตร
  • 2 : 3 ลิตร
  • 3 : 4.5 ลิตร
  • 4 : 6 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 239 :
  • หน่วยของ space velocity คืออะไร
  • 1 : time
  • 2 : length/time
  • 3 : length
  • 4 : time-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 240 :
  • เครื่องปฏิกรณ์ขนาด 4 ลิตร และอัตราการไหลเชิงปรมาตรที่เข้าเครื่องปฏิกรณ์เท่ากับ 2 l/min จงหาว่า space velocity มีค่าเท่าไหร่
  • 1 : 0.5 min-1
  • 2 : 2 min-1
  • 3 : 6 min-1
  • 4 : 8 min-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน A + 2B ---> C + D; -ra = 6 mol/l-min จงหาสมการอัตราเร็วของสาร B (-rb)
  • 1 : 3 mol/l-min
  • 2 : 6 mol/l-min
  • 3 : 9 mol/l-min
  • 4 : 12 mol/l-min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :

  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : ถูกทั้ง i และ ii
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 243 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน A ---> B; -ra = 4 mol/l-min สารตั้งต้นมีอัตราการไหลเชิงโมลที่ทางเข้าและทางออกเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องเท่ากับ 3 และ 2 mol/min ตามลำดับ จงคำนวณหาปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์นี้ กำหนดให้ อัตราเร็วปฏิกิริยามีค่าคงที่
  • 1 : 0.25 litre
  • 2 : 0.5 litre
  • 3 : 0.75 litre
  • 4 : 2.0 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 244 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 245 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานของก๊าซ : A + B ---> C + D ในสายป้อนประกอบด้วยความเข้มข้นของสาร A และสาร B เท่ากัน โดยความเข้มข้นเริ่มต้นของสาร B เท่ากับ 0.01 mol/l เมื่อเครื่องปฏิกรณ์ทำงานภายใต้ความดันคงที่ที่ 0.82 atm จงหาอุณหภูมิเริ่มต้นของปฏิกิริยา (ค่าคงที่ของก๊าซ (R) = 0.082 atm-l/mol-K)
  • 1 : 227 องศา
  • 2 : 250 องศา
  • 3 : 273 องศา
  • 4 : 500 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 246 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานของของก๊าซ A ---> B + C ในสายป้อนประกอบด้วยสาร A บริสุทธิ์ โดยมีอัตราการไหลเชิงโมลของสาร A ที่ทางเข้าและทางออกของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล เท่ากับ 5 และ 3 mol/min ตามลำดับ จงหาอัตราการไหลเชิงโมลของผลิตภัณฑ์ C ที่เกิดขึ้น
  • 1 : 0.6 mol/min
  • 2 : 2.0 mol/min
  • 3 : 3.0 mol/min
  • 4 : 4.0 mol/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 247 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานของของเหลว A + B ---> 2C เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ โดยมีจำนวนโมลเริ่มต้นของสาร A เท่ากับ 5 mol ปริมาณของ A ที่เหลือจากปฏิกิริยาคิดเป็น 40 % ของปริมาณของ A เริ่มต้น จงหาจำนวนโมลของ A ในเครื่องปฏิกรณ์ กำหนดให้ปฏิกิริยานี้ดำเนินภายใต้ความดันและอุณหภูมิคงที่
  • 1 : 0.12 mol
  • 2 : 1.25 mol
  • 3 : 2.0 mol
  • 4 : 3.0 mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานของของเหลว A ---> B + C;-ra = 3 mol/l-min ปฏิกิริยาข้างต้นเกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่องโดยที่ผลิตภัณฑ์ B ผลิตได้ในอัตรา 6 mol/min จงหาปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์นี้
  • 1 : 0.5 litre
  • 2 : 1.0 litre
  • 3 : 2.0 litre
  • 4 : 3.0 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :

  • 1 : 2 litre/min
  • 2 : 14 litre/min
  • 3 : 16 litre/min
  • 4 : 18 litre/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 251 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 :
  • กำหนดปฏิกิริยา A + B ---> C + D ในวัฏภาคของเหลว โดยปฏิกิริยานี้ดำเนินไปโดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ ที่มีปริมาตรคงที่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ความเข้มข้นของ A เริ่มต้น, Cao= 2 mol/L ความเข้มข้นของ B เริ่มต้น, Cbo = 20 mol/L อัตราการสลายตัวของ B, -rb = k.CbCa 3/2 ที่อุณหภูมิ 298 K จะเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาได้อย่างไร
  • 1 : เพิ่มปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : เพิ่มเวลาในการทำปฏิกิริยา
  • 3 : เพิ่มอุณหภูมิในการทำปฏิกิริยา
  • 4 : ทำปฏิกิริยานี้ในวัฏภาคแก๊ส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 254 :
  • ปฏิกิริยาดำเนินไประยะหนึ่งพบว่าสารตั้งต้นเหลือเพียง 3 ใน 4 ของที่เริ่มต้น จงหาคอนเวอร์ชันของปฏิกิริยานี้
  • 1 : 3/4
  • 2 : 1/4
  • 3 : 1/2
  • 4 : 4/3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 255 :
  • ข้อใดคือหน่วยของค่าคงที่อัตรา (rate constant) ที่มีเป็นปฏิกิริยาอันดับ 3
  • 1 : ปริมาตรต่อเวลาต่อจำนวนโมล
  • 2 : จำนวนโมลต่อปริมาตรต่อเวลา
  • 3 : เวลาต่อปริมาตรต่อจำนวนโมล2
  • 4 : ปริมาตร2ต่อจำนวนโมล2ต่อเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 256 :
  • กำหนดปฏิกิริยา A ไปเป็น B และ A ไปเป็น C โดยเกิดแบบ parallel ซึ่ง B เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ (Desired product) ในขณะที่ C เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องการ (Undesired product) ความเข้มข้นของสารตั้งต้น A เริ่มต้นมีค่าเท่ากับ 2 M ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ 20 L เมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยาพบว่าเกิด B เป็น 3 เท่าของ C โดยโมล และมี A เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งจงหาการเลือกเกิดของ B เทียบกับ C
  • 1 : 1/3
  • 2 : 3
  • 3 : 1/4
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 257 :
  • การหากฏอัตราสามารถทำได้โดยการเก็บข้อมูลแบบกะโดยเก็บข้อมูลเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างพารามิเตอร์ใด
  • 1 : ปริมาตรที่เปลี่ยนไปเทียบกับความเข้มข้น
  • 2 : ความเข้มข้นเทียบกับเวลา
  • 3 : อุณหภูมิเทียบกับเวลา
  • 4 : ความดันเทียบกับความเข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 258 :
  • พิจารณาปฏิกิริยา A + B ไปเป็น C ปฏิกิริยานี้สามารถเขียนเป็นกฏอัตราได้อย่างไร
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาจากสารตั้งต้น A ไปเป็นผลิตภัณฑ์ B ซึ่งเกิดในวัฏภาคของเหลวและเป็นปฏิกิริยาที่ผันกลับไม่ได้ มีกฏอัตราและข้อมูลดังต่อไปนี้ -ra = kCa เมื่อ k = 0.2 min-1 ความเข้มข้นของ A เริ่มต้น (Cao) = 5 M ถ้าเปลี่ยนวัฏภาคจากของเหลวเป็นแก๊สในปฏิกิริยา อยากทราบปริมาตรที่คำนวณได้จะเป็นอย่างไร
  • 1 : ปริมาตรไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • 2 : ปริมาตรจะเพิ่มขึ้น
  • 3 : ปริมาตรจะลดลง
  • 4 : ปฏิกิริยาไม่สามารถเกิดในแก๊สได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • การต่อเครื่องปฏิกรณ์แบบใดที่ไม่ได้ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของคอนเวอร์ชัน
  • 1 : ต่อ CSTR กับ CSTR
  • 2 : ต่อ CSTR กับ PFR
  • 3 : ต่อ PFR กับ CSTR
  • 4 : ต่อ PFR กับ PFR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 261 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบ isothermal หมายถึงเครื่องปฏิกรณ์แบบใด
  • 1 : อุณหภูมิภายในเครื่องปฏิกรณ์เท่ากันทุกจุด
  • 2 : อุณหภูมิขาเข้าเท่ากับอุณหภูมิภายในเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : อุณหภูมิของสารขาเข้าเท่ากับอุณหภูมิของสารขาออก
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 262 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบ isothermal จะให้ผลอย่างไร
  • 1 : อัตราการเกิดปฏิกิริยามีค่าคงที่
  • 2 : ค่าคงที่อัตราไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • 3 : ความเข้มข้นของสารตั้งต้นมีค่าคงที่
  • 4 : ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 263 :
  • การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ที่ใช้กับของเหลวและแก๊สโดยทั่วไปจะต่างกันอย่างไร
  • 1 : ของเหลวมีปริมาตรคงที่ในขณะที่แก๊สจะไม่คงที่
  • 2 : แก๊สจะมีปริมาตรคงที่ในขณะที่ของเหลวไม่คงที่
  • 3 : ทั้งแก๊สและของเหลวมีปริมาตรไม่คงที่
  • 4 : ทั้งแก๊สและของเหลวมีปริมาตรคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 264 :
  • ข้อใดคือสมการการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบ PBR
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • ปฏิกิริยา A(g) + 3B(g) ---> 6C(g) เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor) ที่ดำเนินงานแบบอุณหภูมิคงที่ (isothermal) และมีความดันลดน้อยมาก ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : อัตราการเกิดของสาร C มีค่าเป็น 2 เท่าของอัตราการหายไปของสาร B
  • 2 : ความเข้มข้นของสาร A ในสายผลิตภัณฑ์มีค่าเป็น 1/3 ของความเข้มข้นของสาร B
  • 3 : อัตราการไหลของสายป้อนและสายผลิตภัณฑ์มีค่าเท่ากัน
  • 4 : ถูกข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • ปฏิกิริยา A + 3B <---> 2C เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อนและเกิดในวัฏภาคก๊าซ ควรดำเนินงานเครื่องปฏิกรณ์ที่สภาวะใดเพื่อให้ค่าคอนเวอร์ชันสูงสุด (maximum conversion) มีค่าสูง
  • 1 : อุณหภูมิสูง ความดันสูง
  • 2 : อุณหภูมิสูง ความดันต่ำ
  • 3 : อุณหภูมิต่ำ ความดันสูง
  • 4 : อุณหภูมิต่ำ ความดันต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :

  • 1 : 0.28 litre
  • 2 : 0.4 litre
  • 3 : 0.86 litre
  • 4 : 2.5 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ที่สภาวะอุณหภูมิไม่คงที่ จะพิจารณาความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยา และความร้อนที่ต้องนำออกจากเครื่องปฏิกรณ์ เพื่อให้เครื่องปฏิกรณ์มีสภาวะการปฏิบัติการที่มีเสถียรภาพที่สถานะคงตัว (Steady state) ข้อกำหนดใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยา > ความร้อนที่ต้องนำออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : ความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยา < ความร้อนที่ต้องนำออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : ความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยา = ความร้อนที่ต้องนำออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยา มากกว่าหรือเท่ากับ ความร้อนที่ต้องนำออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 270 :

  • 1 : 0.25 M
  • 2 : 0.50 M
  • 3 : 1.25 M
  • 4 : 3.75 M
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :

  • 1 : 5/20
  • 2 : 10/20
  • 3 : 15/20
  • 4 : 20/25
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 272 :
  • ปฏิกิริยา A(g) + 3B(g) ---> 6C(g) เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินงานแบบต่อเนื่องชนิดหนึ่ง สายป้อนประกอบด้วย A (20 mol%) และ B (80 mol%) จากการทำปฏิกิริยาพบว่าค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของ A มีค่าเท่ากับ 0.5 จงหาค่าคอนเวอร์ชันของสาร B
  • 1 : 0.125
  • 2 : 0.25
  • 3 : 0.375
  • 4 : 0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 273 :
  • ปฏิกิริยา A(g) + 2B(g) ---> C(g) + D(g) เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินงานแบบต่อเนื่องชนิดหนึ่ง สายป้อนประกอบด้วย A (10 mol%) B (50 mol%) และก๊าซเฉื่อย (40 mol%) จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) สูงสุดของสาร B
  • 1 : 0.2
  • 2 : 0.4
  • 3 : 0.5
  • 4 : 0.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 274 :
  • ปฏิกิริยา A(g) ---> 2B(g) เกิดขึ้นในภาชนะปิด อุณหภูมิคงที่ ถ้าเริ่มต้นระบบประกอบด้วยสาร A บริสุทธิ์ จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) เมื่อความดันของระบบเพิ่มเป็น 2 เท่าของความดันเริ่มต้น
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.5
  • 3 : 0.75
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 275 :

  • 1 : 0.258 l/min
  • 2 : 0.279 l/min
  • 3 : 0.306 l/min
  • 4 : 0.321 l/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 276 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานในวัฏภาคของเหลว A + 2B --> 3C + D เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินงานแบบต่อเนื่องชนิดหนึ่ง ณ ความดันและอุณหภูมิคงที่ สายป้อนประกอบด้วย A (25 mol%) และ B (75 mol%) โดยสาร A ไหลเข้าเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราการไหลเชิงโมล 6 mol/min จงหาอัตราการไหลเชิงโมลของสาร B ที่ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ ถ้าสาร C มีอัตราไหลเชิงโมลออกจากเครื่องปฏิกรณ์ 9 mol/min
  • 1 : 3 mol/min
  • 2 : 4.5 mol/min
  • 3 : 6 mol/min
  • 4 : 12 mol/min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 277 :
  • ปฏิกิริยามูลฐานในวัฏภาคของเหลว A + 2B ---> 2C + 3D เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินงานแบบต่อเนื่องชนิดหนึ่ง ณ ความดันและอุณหภูมิคงที่ สายป้อนประกอบด้วย A (10 mol%) และ B (90 mol%) โดยสายป้อนไหลเข้าเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราการไหลเชิงโมลรวม 4 mol/s จงหาอัตราการไหลเชิงโมลรวมที่ออกจากเครื่องปฏิกรณ์ ถ้าปฏิกิริยานี้มีค่าคอนเวอร์ชันของสาร A (conversion) 25%
  • 1 : 3.4 mol/s
  • 2 : 3.8 mol/s
  • 3 : 4.2 mol/s
  • 4 : 4.6 mol/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 278 :

  • 1 : 0.006 mol/l
  • 2 : 0.009 mol/l
  • 3 : 0.012 mol/l
  • 4 : 0.018 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 279 :

  • 1 : 0.0016 mol/l.s
  • 2 : 0.0064 mol/l.s
  • 3 : 0.02 mol/l.s
  • 4 : 0.04 mol/l.s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • ปฏิกิริยา A(g) + 3B(g) ---> 2C(g) + D(g) เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์ที่ดำเนินงานแบบต่อเนื่องชนิดหนึ่ง ณ ความดันและอุณหภูมิคงที่ สายป้อนประกอบด้วย A (25 mol%) B (60 mol%) และที่เหลือเป็นก๊าซเฉื่อย ไหลเข้าและออกเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราการไหลเชิงปริมาตร 4 และ 3.7 litre/min ตามลำดับ จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสาร A
  • 1 : 0.075
  • 2 : 0.125
  • 3 : 0.3
  • 4 : 0.7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 281 :

  • 1 : 0.3 mol/l.s
  • 2 : 0.6 mol/l.s
  • 3 : 0.9 mol/l.s
  • 4 : 1.2 mol/l.s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 282 :

  • 1 : 0.045 mol/l
  • 2 : 0.075 mol/l
  • 3 : 0.0225 mol/l
  • 4 : 0.36 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัวของก๊าซ A ได้ผลิตภัณฑ์เป็น R ดังสมการ A --> 3R เกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ซึ่งทำงานที่อุณหภูมิคงที่ ถ้าตอนเริ่มต้นสารป้อนประกอบด้วย A = 80% และก๊าซเฉื่อย = 20% ไหลเข้าเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตรา 1 ลิตร/นาที เมื่อปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ อัตราการไหลออกของก๊าซผลิตภัณฑ์จะเป็นเท่าใด
  • 1 : 1 ลิตร/นาที
  • 2 : 1.6 ลิตร/นาที
  • 3 : 2 ลิตร/นาที
  • 4 : 2.6 ลิตร/นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัวของก๊าซ A คือ 2A --> R ถ้าเราป้อนก๊าซ A ด้วยอัตรา 1 l/min เข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) ซึ่งมีปริมาตร 1 ลิตร กำหนดให้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) เท่ากับ 90% จงคำนวณอัตราการไหลขาออกในสถานะคงตัว (steady state) และถ้าเพิ่มอัตราการไหลเป็น 2 l/min ค่าคอนเวอร์ชันจะเป็นอย่างไร
  • 1 : อัตราการไหลขาออก = 0.5 l/min และ Xa > 90%
  • 2 : อัตราการไหลขาออก = 0.5 l/min และ Xa < 90%
  • 3 : อัตราการไหลขาออก = 0.55 l/min และ Xa > 90%
  • 4 : อัตราการไหลขาออก = 0.55 l/min และ Xa < 90%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 285 :
  • ปฏิกิริยา 2A + B --> 2C เกิดในวัฏภาคก๊าซในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่ ถ้าความเข้มข้นเริ่มต้นของ A, B และ C ในระบบมีค่าเท่ากับ 2, 2 และ 0 mol/l ตามลำดับ ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) เมื่อเทียบกับสาร A ต้องเป็นเท่าไหร่ เมื่อความเข้มข้นของ C เพิ่มขึ้นเป็น 1 mol/l
  • 1 : 0.24
  • 2 : 0.44
  • 3 : 0.64
  • 4 : 0.84
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 :
  • ปฏิกิริยา 2A --> B เกิดในวัฏภาคก๊าซในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่โดยเริ่มต้นจากสาร A บริสุทธิ์ที่ความเข้มข้น 4 mol/l ถ้าสาร A เกิดปฏิกิริยาไป 50% แล้วความเข้มข้นของสาร B จะมีค่าเท่าไร
  • 1 : 1.00
  • 2 : 1.33
  • 3 : 2.00
  • 4 : 2.67
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 287 :

  • 1 : 1.25
  • 2 : 1.5
  • 3 : 1.75
  • 4 : 2.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 288 :

  • 1 : 10 นาที
  • 2 : 40 นาที
  • 3 : 60 นาที
  • 4 : 100 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :

  • 1 : 0.49
  • 2 : 0.60
  • 3 : 0.75
  • 4 : 0.91
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 290 :

  • 1 : 19 นาที
  • 2 : 20 นาที
  • 3 : 23 นาที
  • 4 : 25 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :

  • 1 : 1400 l
  • 2 : 1600 l
  • 3 : 1900 l
  • 4 : 2000 l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :

  • 1 : 288 l
  • 2 : 365 l
  • 3 : 389 l
  • 4 : 400 l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :

  • 1 : 161.7 l
  • 2 : 172.5 l
  • 3 : 181.5 l
  • 4 : 190 l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 294 :

  • 1 : 36 l
  • 2 : 72 l
  • 3 : 100 l
  • 4 : 360 l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 295 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 296 :

  • 1 : 0.38 mol/l
  • 2 : 0.42 mol/l
  • 3 : 0.70 mol/l
  • 4 : 0.89 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :

  • 1 : 7.5 วินาที
  • 2 : 15 วินาที
  • 3 : 30 วินาที
  • 4 : 120 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 298 :

  • 1 : 2 mol/l
  • 2 : 3 mol/l
  • 3 : 6 mol/l
  • 4 : 9 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 299 :

  • 1 : 9 mol/l
  • 2 : 12 mol/l
  • 3 : 24 mol/l
  • 4 : 48 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :

  • 1 : 12.5 %
  • 2 : 25 %
  • 3 : 37.5 %
  • 4 : 62.5 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 301 :

  • 1 : 0.1 litre
  • 2 : 2.0 litre
  • 3 : 2.5 litre
  • 4 : 10 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 302 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาของก๊าซ: A + 3B ---> 2C เกิดปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor) ที่อุณหภูมิคงที่ และความดันที่ 5 atm สายป้อนประกอบด้วยก๊าซ A 30 mol% ก๊าซ B 60mol% และที่เหลือเป็นก๊าซเฉื่อย ณ ทางออกเครื่องปฏิกรณ์พบว่าความเข้มข้นของสาร A เหลือจากปฏิกิริยา 20% เมื่อเทียบกับความเข้มข้นเริ่มต้น จงหาว่าอัตราไหลเชิงปริมาตรที่ทางออกเป็นเท่าไหร่เมื่อเทียบกับสภาวะที่ทางเข้า
  • 1 : ลดเหลือ 48%
  • 2 : ลดเหลือ 68%
  • 3 : ลดเหลือ 88%
  • 4 : เพิ่มขึ้น 48%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :

  • 1 : 0.009 mol/l-min
  • 2 : 0.045 mol/l-min
  • 3 : 0.054 mol/l-min
  • 4 : 0.063 mol/l-min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :

  • 1 : 8 litre
  • 2 : 12 litre
  • 3 : 18 litre
  • 4 : 20 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 305 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 306 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 307 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 308 :
  • ปฏิกิริยาการผลิตเอทธิลีนไกลคอล (C) มีสารตั้งต้นสองชนิด คือ เอทธิลีนออกไซด์ (A) และน้ำ (B) (โดยมีกรดซัลฟูริกเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา) ดังสมการ A + B ---> C ถ้าต้องการผลิตเอทธิลีนไกลคอลในอัตรา 100 กรัมโมล/นาที และมีค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของเอทธิลีนออกไซด์ในสายขาออกจากเครื่องปฏิกรณ์เท่ากับ 0.5 เราจะต้องป้อนเอทธิลีนออกไซด์เข้าเครื่องปฏิกรณ์ในอัตราเท่าใด (กำหนดให้ไม่มีเอทธิลีนไกลคอลในสายป้อนเลย)
  • 1 : 50 กรัมโมล/นาที
  • 2 : 100 กรัมโมล/นาที
  • 3 : 150 กรัมโมล/นาที
  • 4 : 200 กรัมโมล/นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 309 :
  • ก๊าซ A สลายตัวตามปฏิกิริยา A ---> 2R ถ้าบรรจุก๊าซ A และก๊าซเฉื่อยลงในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ปริมาตร 10 ลิตร โดยให้มีอัตราส่วนระหว่างก๊าซ A ต่อก๊าซเฉื่อย เท่ากับ 4:1 และความดันรวมเริ่มต้นเท่ากับ 5 atm จงคำนวณค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ขณะที่ความดันรวมมีค่าเท่ากับ 8.2 atm
  • 1 : 50%
  • 2 : 60%
  • 3 : 70%
  • 4 : 80%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 310 :
  • ในการทดลองหาข้อมูลสมการอัตราเร็วปฏิกิริยา (rate equation) โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) เกณฑ์ตัดสินว่าเครื่องปฏิกรณ์ประเภทนี้จะเป็นแบบอนุพันธ์ (differential reactor) หรือไม่นั้นอยู่ที่ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้น ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชันควรมีค่าสูงมาก
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันควรมีค่าสูง
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันที่มีค่าปานกลาง
  • 4 : ค่าคอนเวอร์ชันมีค่าต่ำมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 311 :

  • 1 : 0.25 กรัมโมล/ลิตร
  • 2 : 0.5 กรัมโมล/ลิตร
  • 3 : 0.75 กรัมโมล/ลิตร
  • 4 : 1.0 กรัมโมล/ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 312 :

  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor) แบบป้อน A และ B ร่วมกัน
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank reactor) แบบป้อน A และ B ร่วมกัน
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งกะ (semi-batch reactor) โดยป้อน A เข้าไปใน B ที่อยู่ในเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : เครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งกะโดยป้อน B เข้าไปใน A ที่อยู่ในเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 313 :

  • 1 : 0.24 mol/l
  • 2 : 1.0 mol/l
  • 3 : 1.2 mol/l
  • 4 : 1.5 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 314 :

  • 1 : 0.8 mol/l
  • 2 : 1.08 mol/l
  • 3 : 1.32 mol/l
  • 4 : 2.2 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 315 :
  • ถ้าปฏิกิริยาดำเนินการในเครื่องปฏิกรณ์แบบ CSTR จงหาปริมาตรของปฏิกิริยาใน V2
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • พิจารณาเครื่องปฏิกรณ์แบบ CSTR ดังรูปข้างล่าง จงคำนวณหาปริมาตรของปฏิกิริยาที่ V1 เมื่อ CSTR ต่อแบบอนุกรม
  • 1 : 25 ลิตร
  • 2 : 50 ลิตร
  • 3 : 75 ลิตร
  • 4 : 100 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 317 :
  • พิจารณาเครื่องปฏิกรณ์แบบ CSTR ดังรูปข้างล่าง จงคำนวณหาปริมาตรของปฏิกิริยาที่ V2 เมื่อ CSTR ต่อแบบอนุกรม
  • 1 : 200 ลิตร
  • 2 : 320 ลิตร
  • 3 : 400 ลิตร
  • 4 : 640 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 318 :
  • ถ้าต้องใช้เครื่องปฏิกรณ์ CSTR เพียงถังเดียว เพื่อให้ให้คอนเวอร์ชัน 80% จะต้องใช้ปริมาตรของปฏิกิริยาเท่าใด
  • 1 : 240 ลิตร
  • 2 : 320 ลิตร
  • 3 : 560 ลิตร
  • 4 : 640 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 319 :
  • พิจารณาปฏิกิริยาจากสารตั้งต้น A ไปเป็นผลิตภัณฑ์ B ซึ่งเกิดในวัฏภาคของเหลวและเป็นปฏิกิริยาที่ผันกลับไม่ได้ มีสมการอัตราเร็วปฏิกิริยาและข้อมูลดังต่อไปนี้ -ra = kCa k = 0.2 min-1 ความเข้มข้นของ A เริ่มต้น (Cao) = 5 M ถ้าทำปฏิกิริยานี้ในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ จงหาเวลาที่ทำให้เกิดคอนเวอร์ชัน 50%
  • 1 : 2 min
  • 2 : 2.5 min
  • 3 : 3 min
  • 4 : 3.5 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 320 :

  • 1 : 0.02 mol/l
  • 2 : 0.038 mol/l
  • 3 : 0.098 mol/l
  • 4 : 0.19 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 321 :
  • ปฏิกิริยามูลฐาน A + B ---> 2C ซึ่งเกิดในวัฏภาคของเหลว โดยความเข้มข้นเริ่มต้นของ A และ B เท่ากันซึ่งเท่ากับ 5 mol/l ณ สมดุลมีสาร B เหลือจากปฏิกิริยา 2 mol/l จากนั้นรบกวนระบบโดยการเติมสาร C ลงไปในสารละลาย ส่งผลให้ความเข้มข้นของสาร C เพิ่มขึ้นอีก 2 mol/l จงหาความเข้มข้นของสาร B เมื่อระบบเข้าสู่สมดุลใหม่ สมมติให้ปริมาณสาร C ที่เติมลงไปไม่มีผลต่อปริมาตรรวมของสารละลายที่เกี่ยวข้อง
  • 1 : 1.6 mol/l
  • 2 : 1.8 mol/l
  • 3 : 2.0 mol/l
  • 4 : 2.4 mol/l
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 322 :
  • ปฏิกิริยา A + 2B ---> C ถ้าตอนเริ่มปฏิกิริยา ในระบบมีเฉพาะสารตั้งต้น A จำนวน 1 โมล และสารตั้งต้น B จำนวน 2 โมล ณ เวลาหนึ่งพบว่าค่าความเข้มข้นเชิงโมล (mole fraction) ของสาร C มีค่าเท่ากับ 0.5 จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสาร A
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.5
  • 3 : 0.75
  • 4 : 0.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :

  • 1 : 55 ท่อ
  • 2 : 60 ท่อ
  • 3 : 66 ท่อ
  • 4 : 75 ท่อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 :

  • 1 : 0.59
  • 2 : 0.68
  • 3 : 0.73
  • 4 : 0.86
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :

  • 1 : 8.4 litre
  • 2 : 12.6 litre
  • 3 : 18 litre
  • 4 : 25.7 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :

  • 1 : 3.8 min
  • 2 : 4.8 min
  • 3 : 7.5 min
  • 4 : 9.2 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 327 :

  • 1 : 0.5 min
  • 2 : 0.75 min
  • 3 : 1.25 min
  • 4 : 1.5 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 328 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 329 :
  • จงหาค่าอัตราการเกิดปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ที่ดำเนินงานที่สถานะคงตัว (steady state) ปฏิกิริยาที่เกิดคือ A ---> B + C ซึ่งเกิดในวัฏภาคของเหลว โดยสาร A ถูกป้อนเข้าด้วยอัตรา 2 โมล/ลิตร มีสเปซไทม์ (space time) อยู่ในถังปฏิกรณ์ 38 นาที และมีความเข้มข้นของสาร A ในสายขาออกเท่ากับ 1.25 โมล/ลิตร
  • 1 : 28.5 โมล/ลิตร-นาที
  • 2 : 0.02 โมล/ลิตร-นาที
  • 3 : 2.85 โมล/ลิตร-นาที
  • 4 : 0.03 โมล/ลิตร-นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 330 :

  • 1 : 9 ลิตร
  • 2 : 12 ลิตร
  • 3 : 15 ลิตร
  • 4 : 18 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :

  • 1 : 10 mol/l, 1, 0.68 l/mol•s
  • 2 : 10 mol/l, 2, 0.68 l/mol•s
  • 3 : 0.1 mol/l, 1, 0.34 l/mol•s
  • 4 : 0.1 mol/l, 2, 0.34 l/mol•s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 332 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัวของสาร A เป็นปฏิกิริยาอันดับ ½ เกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ขนาด 2 ลิตร เมื่อเวลาผ่านไป 5 นาที พบว่าสาร A เหลือจากการทำปฏิกิริยา 64% จงหาคำนวณหาจำนวนโมลของสาร A ที่สลายตัวไปในเวลา 1 ชั่วโมง
  • 1 : 0.6 mol
  • 2 : 1.2 mol
  • 3 : 2.4 mol
  • 4 : 4.8 mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 :

  • 1 : 0.1 litre
  • 2 : 8 litre
  • 3 : 13.33 litre
  • 4 : 14.4 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 334 :

  • 1 : 3.18 litre
  • 2 : 15.96 litre
  • 3 : 22 litre
  • 4 : 25 litre
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :

  • 1 : 90 วินาที
  • 2 : 60 วินาที
  • 3 : 120 วินาที
  • 4 : 75 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :

  • 1 : 60 วินาที
  • 2 : 90 วินาที
  • 3 : 150 วินาที
  • 4 : 180 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :

  • 1 : 150 วินาที
  • 2 : 180 วินาที
  • 3 : 240 วินาที
  • 4 : 300 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :

  • 1 : 1 L
  • 2 : 2 L
  • 3 : 3 L
  • 4 : 4 L
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 339 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 743 : Collection and analysis of rate data
ข้อที่ 340 :

  • 1 : กลไกของปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่
  • 2 : ขั้นตอนที่ (2) เป็นขั้นตอนการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (Propagation step)
  • 3 : ขั้นตอนที่ (3) และปฏิกิริยาย้อนกลับของขั้นตอนที่ (1) เป็นขั้นสิ้นสุดปฏิกิริยาลูกโซ่
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1. 2. และ 3.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • ปฏิกิริยา A → B เกิดในวัฏภาคก๊าซในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่และความดันเริ่มต้นของระบบเท่ากับ 1 atm ถ้า A เกิดปฏิกิริยาไป 50% แล้วความดันของระบบจะมีค่าเป็นเท่าไร
  • 1 : 0.5 atm
  • 2 : 1 atm
  • 3 : 1.5 atm
  • 4 : 2 atm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • ปฏิกิริยา A + 2B → C
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 343 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 344 :
  • ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : เราไม่สามารถหาอันดับปฏิกิริยา (reaction order) ได้โดยใช้ Integral Method
  • 2 : ถ้าเราทราบอันดับปฏิกิริยา เราสามารถหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) เพื่อใช้ในการหาพลังงานกระตุ้น (activation energy) ที่ใช้ได้กับทุกอุณหภูมิ
  • 3 : ในการหาอันดับปฏิกิริยาโดยใช้ Integral Method ถ้าอันดับปฏิกิริยาที่หามาถูกต้องจะต้องได้กราฟระหว่างความเข้มข้นกับเวลาเป็นรูปพาราโบลา
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 345 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ในการวิเคราะห์หาค่าอันดับปฏิกิริยา (reaction order) โดยใช้ Method of Initial Rates จำเป็นที่จะต้องคาดเดาค่าของอันดับปฏิกิริยาก่อนเสมอ
  • 2 : ในการวิเคราะห์โดยใช้ Method of Initial Rates ไม่จำเป็นที่จะต้องทำการทดลองที่หลายความเข้มข้นเริ่มต้น
  • 3 : ข้อมูลเพียงชุดเดียวก็เพียงพอสำหรับการหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) และอันดับปฏิกิริยาโดยการใช้ Method of Initial Rates
  • 4 : ถ้าปฏิกิริยาเป็นแบบผันกลับได้ควรจะใช้ Method of Initial Rates ในการหาค่าคงที่ของอัตราการเกิดปฏิกิริยาและอันดับปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 346 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ค่า Half Life ของปฏิกิริยา คือ เวลาที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ให้ได้ครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
  • 2 : ค่า Half Life ของปฏิกิริยา คือ เวลาที่ใช้ในการที่สารตั้งต้นลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง
  • 3 : ค่า Half Life ของปฏิกิริยา คือ เวลาที่ใช้ในการที่อัตราการเกิดปฏิกิริยามีค่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของอัตราการเกิดปฏิกิริยาสูงสุด
  • 4 : ค่า Half Life ของปฏิกิริยา คือ ปริมาณของสารตั้งต้นที่เหลือครึ่งหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 347 :
  • จากปฏิกิริยา A ---> Product ถ้ามีข้อมูลจากการทดลองเป็นความเข้มข้นของ A ที่เวลาใดๆ ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนในการหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) กับอันดับปฏิกิริยา (reaction order) โดยใช้ Differential Method
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :

  • 1 : 0.03 mol/(l-min)
  • 2 : 0.15 mol/(l-min)
  • 3 : 3.75 mol/(l-min)
  • 4 : 30 mol/(l-min)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :
  • ข้อใดไม่ใช่ข้อจำกัดในการวิเคราะห์หาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) โดยใช้ Differential Method
  • 1 : เป็นปฏิกิริยาแบบผันกลับได้
  • 2 : เป็นปฏิกิริยาแบบผันกลับไม่ได้
  • 3 : อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะต้องเป็นฟังก์ชันของสารตั้งต้นตัวเดียว
  • 4 : สามารถใช้หาค่าคงที่ของอัตราการเกิดปฏิกิริยาได้โดยใช้ข้อมูลของความเข้มข้นกับเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 350 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการหาอันดับปฏิกิริยา (reaction order) และค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) i) วิธี differential ใช้ปฏิกิริยาที่มีสารตั้งต้นเพียงชนิดเดียวและผันกลับไม่ได้เท่านั้น ii) วิธี integral ต้องใช้วิธีลองถูก-ลองผิด (trial-and-error) หาค่าอันดับปฏิกิริยา iii) ต้องเขียนสมการสมดุลโมลอยู่ในรูปของตัวแปรที่วัดได้จากการทดลอง
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : ii และ iii ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 351 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการหาอันดับปฏิกิริยาและค่าคงที่ปฏิกิริยา i) วิธีอัตราเร็วปฏิกิริยาเริ่มต้น (initial rate method) เหมาะสำหรับปฏิกิริยาที่ผันกลับได้ ii) วิธีครึ่งชีวิต (half-life method) ทำการทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นเริ่มต้นของสารตั้งต้นเมื่อมีค่าลดลงครึ่งหนึ่งกับเวลา โดยทำการทดลองเพียงครั้งเดียว iii) ข้อเสียของวิธี differential เหมาะสำหรับปฏิกิริยาที่ผันกลับไม่ได้
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : ถูกเฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : ii และ iii ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 352 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) i) สารที่เพิ่มหรือลดอัตราเร็วปฏิกิริยา เพื่อเข้าสู่สมดุลเร็วขึ้นหรือช้าลง ii) ตัวเร่งปฏิกิริยาช่วยลดค่าพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา iii) ตัวเร่งปฏิกิริยาถูกใช้ไปในปฏิกิริยาอย่างถาวร iv) ในกรณีที่ปฏิกิริยาข้างเคียง (side reaction) เกิดขึ้นตัวเร่งปฏิกิริยา มีผลต่อความสามารถในการเลือกทำปฏิกิริยา
  • 1 : ถูกเฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : ถูกเฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : i และ ii ถูก
  • 4 : i ii และ iv ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 353 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst)
  • 1 : ตัวเร่งปฏิกิริยาอาจมีส่วนร่วมในบางขั้นตอนของการเกิดปฏิกิริยา แต่จะกลับสู่สภาพเดิม เมื่อปฏิกิริยาเข้าสู่สมดุลเสมอ
  • 2 : ตัวเร่งสามารถเพิ่มอัตราเร็วปฏิกิริยาโดยเพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์ของกิบส์ (Gibbs energy of activation, G)
  • 3 : ในปฏิกิริยาของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอาจเกิดปฏิกิริยาข้างเคียง ซึ่งมีผลให้เกิดกลุ่มคาร์บอนปกคลุมพื้นผิวกระตุ้น ทำให้ประสิทธิภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาลดลง
  • 4 : การดูดซับทางกายภาพอาศัยแรงแวนเดอร์วาลล์ (van der Waal) ซึ่งเป็นกระบวนการคายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีปริพันธ์ (Integral method) ถ้าสมมติอันดับปฏิกิริยา (Order of reaction) ที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) หลังจากที่ทำการหาปริพันธ์สมการดุลมวลสาร ถ้าสมมุติฐานถูกต้อง ผลการพล๊อตความเข้มข้นกับเวลาแล้วความสัมพันธ์ที่ได้จะมีลักษณะเป็นแบบใด
  • 1 : เส้นโค้ง
  • 2 : เส้นตรง
  • 3 : เส้นขนานกับแกนเวลา
  • 4 : เส้นขนานกับแกนความเข้มข้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 355 :
  • ครึ่งชีวิตของปฏิกิริยา (Half-life of reaction, t1/2 ) หมายถึง
  • 1 : เวลาที่ความเข้มข้นของสารทำปฏิกิริยาลดเหลือ 75% เมื่อเทียบกับเวลาเริ่มต้น
  • 2 : เวลาที่ความเข้มข้นของสารทำปฏิกิริยาลดเหลือ 65% เมื่อเทียบกับเวลาเริ่มต้น
  • 3 : เวลาที่ความเข้มข้นของสารทำปฏิกิริยาลดเหลือ 50% เมื่อเทียบกับเวลาเริ่มต้น
  • 4 : เวลาที่ความเข้มข้นของสารทำปฏิกิริยาลดเหลือ 25% เมื่อเทียบกับเวลาเริ่มต้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 356 :
  • ขั้นตอนหลักของการเกิดปฏิกิริยาแบบที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalytic reaction) นับตั้งแต่การถ่ายเทมวลของสารตั้งต้นเข้าสู่ระบบจนถึงการถ่ายเทมวลของผลิตภัณฑ์ออกจากระบบมีทั้งหมดกี่ขั้นตอน
  • 1 : 4 ขั้นตอน
  • 2 : 5 ขั้นตอน
  • 3 : 6 ขั้นตอน
  • 4 : 7 ขั้นตอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีปริพันธ์ (Integral method) ถ้าได้อันดับปฏิกิริยา (Order of reaction) ที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) เท่ากับศูนย์ ผลการพล๊อตความเข้มข้นกับเวลาแล้วความสัมพันธ์ที่ได้จะมีลักษณะแบบใด
  • 1 : เส้นตรง ความชันเป็นบวก
  • 2 : เส้นโค้ง ความชันเป็นบวก
  • 3 : เส้นขนานกับแกนเวลา
  • 4 : เส้นตรง ความชันเป็นลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 358 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 359 :
  • จงหาครึ่งชีวิตของสาร Y เมื่อสาร Y หนัก 360 g สลายตัวในเวลา 12 ชั่วโมง จนกระทั่งสาร Y เหลือ 45 g
  • 1 : 1 ชั่วโมง
  • 2 : 2 ชั่วโมง
  • 3 : 3 ชั่วโมง
  • 4 : 4 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Turnover Frequency
  • 1 : จำนวนโมเลกุลที่เกิดปฏิกิริยาต่อ Active Site ต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • 2 : จำนวนโมเลกุลที่เกิดปฏิกิริยาต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • 3 : จำนวน Active Site ต่อพื้นที่ผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 4 : จำนวนโมเลกุลที่เกิดปฏิกิริยาต่อน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยาต่อหนึ่งหน่วยเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ข้อ 1 กับ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 363 :

  • 1 : เฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : เฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : เฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : i และ ii ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :

  • 1 : เฉพาะ i และ ii
  • 2 : เฉพาะ i และ iv
  • 3 : i ii และ iii ถูก
  • 4 : i ii และ iv ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 365 :

  • 1 : เฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : เฉพาะ i และ ii
  • 3 : เฉพาะ i และ iii
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 366 :
  • อัตราการสลายตัวของสาร A เท่ากับ 0.04 mol A/kg cat.min ในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank reactor) ซึ่งบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยา โดยสาร A ถูกป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราเร็วเชิงโมล 2 mol/min จงหาน้ำหนักของตัวเร่งปฏิกิริยาที่ต้องการ เพื่อให้สาร A มีค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) 80 %
  • 1 : 0.025 kg cat.
  • 2 : 0.064 kg cat.
  • 3 : 0.1 kg cat.
  • 4 : 40 kg cat.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 367 :
  • สารตั้งต้น A ความเข้มข้น 3 mol/l ถูกป้อนเข้าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous stirred-tank reactor) ซึ่งบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยา ด้วยอัตราการไหลเชิงปริมาตรคงที่ที่ 0.2 l/min จากการทดลองพบว่าต้องใช้ ตัวเร่งปฏิกิริยาจำนวน 10 kg สาร A จึงมีความเข้มข้นที่ทางออกเป็น 0.5 mol/l จงหาอัตราการสลายตัวของสาร A
  • 1 : 0.025 mol A/kg cat.*min
  • 2 : 0.05 mol A/kg cat.*min
  • 3 : 0.1 mol A/kg cat.*min
  • 4 : 0.25 mol A/kg cat.*min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 368 :
  • ตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ช่วยเร่งให้อัตราเร็วปฏิกิริยาเร็วขึ้น แต่ไม่มีผลต่อปัจจัยใดต่อไปนี้
  • 1 : ค่าคงที่สมดุลปฏิกิริยา
  • 2 : สัมประสิทธิ์การแพร่
  • 3 : สัมประสิทธิ์การถ่ายเทมวล
  • 4 : สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 369 :
  • ในกรณีที่มีเครื่องปฏิกรณ์ 2 ตัว เครื่องปฏิกรณ์ A บรรจุแพคกิง (packing) ที่ไม่มีผลต่อการเร่งปฏิกิริยา เครื่องปฏิกรณ์ B บรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาโดยให้มีปริมาตรเท่ากับปริมาตรของแพคกิง หากปล่อยให้สารตั้งต้น ประเภทก๊าซไหลผ่านเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสองด้วยความเร็วเชิงสเปซ (space velocity) เท่ากัน ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเปรียบเทียบระหว่างเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสองจะเป็นอย่างใด
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชันของสารตั้งต้นในเครื่องปฏิกรณ์ B สูงกว่า เครื่องปฏิกรณ์ A
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันของสารตั้งต้นในเครื่องปฏิกรณ์ A สูงกว่า เครื่องปฏิกรณ์ B
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันของสารตั้งต้นในเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสองเท่ากัน
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 370 :
  • ในกรณีที่มีเครื่องปฏิกรณ์ 2 ตัว เครื่องปฏิกรณ์ A บรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความว่องไว (activity) สูงกว่าตัวเร่งปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์ B ซึ่งมีปริมาตรของตัวเร่งปฏิกิริยาเท่ากัน เพื่อให้ได้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเท่ากันสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสอง จะต้องกำหนดค่าความเร็วเชิงสเปซ (space velocity) เปรียบเทียบระหว่างเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสองเป็นอย่างไร
  • 1 : ให้ความเร็วเชิงสเปซสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ A น้อยกว่า เครื่องปฏิกรณ์ B
  • 2 : ให้ความเร็วเชิงสเปซสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ A มากกว่า เครื่องปฏิกรณ์ B
  • 3 : ให้ความเร็วเชิงสเปซเท่ากันสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสอง
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 371 :
  • ในวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีปริพันธ์ (integral method) นั้น ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่าปฏิกิริยาที่เราสนใจมีอันดับของปฏิกิริยาเท่ากับ 0.5 เราควรต้องพล็อตกราฟระหว่างค่าใดจึงจะได้กราฟเป็นเส้นตรง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • ในวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีปริพันธ์ (integral method) นั้น ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่าปฏิกิริยาที่เราสนใจมีอันดับของปฏิกิริยาเท่ากับ 1.5 เราควรต้องพล็อตกราฟระหว่างค่าใดจึงจะได้กราฟเป็นเส้นตรง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 373 :

  • 1 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา = -0.5 x ความชัน
  • 2 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา = +0.5 x ความชัน
  • 3 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา = -2 x ความชัน
  • 4 : ค่าคงที่ปฏิกิริยา = +2 x ความชัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 374 :
  • ในการหาค่าพลังงานกัมมันต์ของปฏิกิริยาเมื่อเราทราบค่าคงที่ปฏิกิริยา (k) ที่อุณหภูมิ (T) ต่างๆแล้ว เราควรทำการพล็อตกราฟระหว่างค่าใด และค่าพลังงานกัมมันต์จะทราบได้จากค่าใด
  • 1 : กราฟระหว่าง k กับ T
  • 2 : กราฟระหว่าง 1/k กับ 1/T
  • 3 : กราฟระหว่าง ln k กับ T
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :
  • สำหรับปฏิกิริยาอันดับหนึ่งนั้น อัตราส่วนระหว่างเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยาจนสารทำปฏิกิริยามีความเข้มข้นลดลงเหลือ 75% ของความเข้มข้นเริ่มต้นต่อเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยาจนสารทำปฏิกิริยามีความเข้มข้นลดลงเหลือ 50% ของความเข้มข้นเริ่มต้นควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.415
  • 2 : 0.500
  • 3 : 2.000
  • 4 : 2.409
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 376 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 377 :
  • ปฏิกิริยา A → B มีค่าคงที่ปฏิกิริยาที่ 100 องศาเซลเซียสเท่ากับ 10.0 min-1 และมีค่าคงที่ปฏิกิริยาที่ 110 องศาเซลเซียสเท่ากับ 20.0 min-1 ค่าพลังงานกัมมันต์ของปฏิกิริยานี้มีค่าเท่าใด กำหนดให้ R = 8.314 J/mol-K = 1.987 cal/mol-K
  • 1 : 1.52 kJ/mol
  • 2 : 6.34 kJ/mol
  • 3 : 19.68 kJ/mol
  • 4 : 82.33 kJ/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • สำหรับปฏิกิริยาอันดับสองนั้น อัตราส่วนระหว่างเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยาจนสารทำปฏิกิริยามีความเข้มข้นลดลงเหลือ 75% ของความเข้มข้นเริ่มต้นต่อเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกิริยาจนสารทำปฏิกิริยามีความเข้มข้นลดลงเหลือ 50% ของความเข้มข้นเริ่มต้นควรมีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.333
  • 2 : 0.500
  • 3 : 2.000
  • 4 : 3.000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • กราฟข้อใดเป็นกราฟที่ใช้ในการหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) ของปฏิกิริยาอันดับที่ 1 โดยใช้ Integral Method
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 380 :
  • การหาความสัมพันธ์ระหว่างครึ่งชีวิตของปฏิกิริยา (Half-life of reaction, t 1/2 ) กับความเข้มข้นเริ่มต้นของสารทำปฏิกิริยา ช่วยให้สามารถกำหนดข้อมูลใดได้
  • 1 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาและชนิดของปฏิกิริยา
  • 2 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาและความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์
  • 3 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาและอันดับของปฏิกิริยา
  • 4 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาและเวลาที่ใช้ในการทำให้เกิดปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการหาข้อมูลการเกิดปฏิกิริยา
  • 1 : การใช้วิธีแบบ Differential นั้นมักจะใช้กับปฏิกิริยาแบบผันกลับไม่ได้ และมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่ขึ้นกับความเข้มข้นของสารตั้งต้นได้หลายตัว
  • 2 : ในการใช้วิธีแบบ Integral นั้น จะต้องสมมติอันดับ (order) ของการเกิดปฏิกิริยาก่อน แล้วจึงพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ โดยสามารถใช้ได้กับระบบที่อัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นกับความเข้มข้นของสารตั้งต้นตัวเดียวเท่านั้น
  • 3 : วิธี Differential สามารถทำได้โดยการใช้ข้อมูลจากการทดลองเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
  • 4 : วิธีแบบ Initial rates สามารถใช้ได้กับปฏิกิริยาผันกลับได้ แต่ต้องการข้อมูลจากหลายการทดลองเพื่อหาค่าอัตราการเกิดปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • ข้อใดเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี
  • 1 : Cracking of Crude Oil
  • 2 : Gas-liquid Absorption with Reaction
  • 3 :
  • 4 : ข้อ 1 กับ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 383 :
  • ข้อใดเป็นปฏิกิริยาที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี
  • 1 : Cracking of Crude Oil
  • 2 :
  • 3 : Gas-liquid Absorption with Reaction
  • 4 : ข้อ 1 กับ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 384 :

  • 1 : อันดับที่ 0
  • 2 : อันดับที่ 1
  • 3 : อันดับที่ 2
  • 4 : อันดับที่ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 385 :

  • 1 :
  • 2 : 2 ln k
  • 3 : k ln 2
  • 4 : 1/2 ln k
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 386 :
  • ปฏิกิริยาสลายตัวของสาร A เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง ในเวลา 2 min สาร A สลายตัวไป 25% ในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) จงหาเวลาที่สาร A ใช้ในการสลายตัวไป 50% กำหนดให้ ln(2) = 0.693 และ ln(3) = 1.099
  • 1 : 2.42 min
  • 2 : 3.0 min
  • 3 : 4.0 min
  • 4 : 4.82 min
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • ปฏิกิริยาสลายตัวของสาร A เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง ในเวลา 5 min สาร A สลายตัวไป 60% ในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) จงหาอัตราสลายตัวของสาร A เมื่อความเข้มข้นเริ่มต้นคือ 4 mol/l และไม่ทำปฏิกิริยา 20% กำหนดให้ ln(0.6) = - 0.511 และ ln(0.4) = - 0.916
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 388 :
  • ในปฏิกิริยาอันดับ ½ ของการสลายตัวของสาร A ในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ความเข้มข้นเริ่มต้นของสาร A คือ 0.16 mol/l เมื่อเวลาผ่านไป 2 min พบว่าสาร A เหลือจากการทำปฏิกิริยา 25% จงหาค่าคงที่ของปฏิกิริยานี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 389 :

  • 1 : A.S + S < ---- > B.S + S
  • 2 : A.S < ---- > B.S + S
  • 3 : A.S + S < --- > B.S
  • 4 : A.S < --- > B.S
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 390 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้อง
  • 1 : อัตราเร็วปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเท่านั้น
  • 2 : ค่าอันดับของปฏิกิริยามีค่าเป็นจำนวนเต็มเสมอ
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์ที่มีปริมาตรเท่ากัน เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor) จะให้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) สูงกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) เสมอ
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 391 :

  • 1 : 6 kg cat.
  • 2 : 12 kg cat.
  • 3 : 15 kg cat.
  • 4 : 24 kg cat.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 392 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 393 :
  • ปฏิกิริยาการสลายตัว A → B เกิดขึ้นในของเหลวมีค่าคงที่ปฏิกิริยาเท่ากับ 0.25 l/mol-min ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส และพลังงานกัมมันต์มีค่าเท่ากับ 21 kJ/mol ถ้าความเข้มข้นเริ่มต้นของสาร A มีค่าเท่ากับ1.2 mol/l จะต้องใช้เวลาเท่าใด เพื่อให้ได้ค่าคอนเวอร์ชันสาร A ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสเท่ากับ 80% กำหนดให้ R = 8.314 J/mol-K = 1.987 cal/mol-K
  • 1 : 5.16 นาที
  • 2 : 6.43 นาที
  • 3 : 10.7 นาที
  • 4 : 13.33 นาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 394 :

  • 1 : 0.63 บรรยากาศ
  • 2 : 1.31 บรรยากาศ
  • 3 : 2.00 บรรยากาศ
  • 4 : 3.31 บรรยากาศ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 395 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 :

  • 1 : 1.07 kJ/mol
  • 2 : 2.40 kJ/mol
  • 3 : 2.78 kJ/mol
  • 4 : 7.40 kJ/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 397 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 398 :

  • 1 : 0.105 นาที-1
  • 2 : 0.210 นาที-1
  • 3 : 0.315 นาที-1
  • 4 : 0.420 นาที-1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 744 : Design of reactors for gas-solid reactions
ข้อที่ 399 :
  • อัตราเร็วของการถ่ายเทมวลของก๊าซผ่านฟิล์มของไหล (Fluid film) คือ
  • 1 : ผลคูณระหว่างฟลักซ์ของก๊าซกับพื้นที่ผิวภายนอกของอนุภาคของแข็ง
  • 2 : ผลหารระหว่างฟลักซ์ของก๊าซกับพื้นที่ผิวภายนอกของอนุภาคของแข็ง
  • 3 : ผลบวกระหว่างฟลักซ์ของก๊าซกับพื้นที่ผิวภายนอกของอนุภาคของแข็ง
  • 4 : ผลลบระหว่างฟลักซ์ของก๊าซกับพื้นที่ผิวภายนอกของอนุภาคของแข็ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 400 :
  • เครื่องปฏิกรณ์ของปฏิกิริยาก๊าซกับของแข็งชนิดใดที่มีคุณลักษณะที่ช่วยให้มีการถ่ายเทความร้อนได้ดีที่สุดแต่ผลได้ของปฏิกิริยา (Reaction yield) มีค่าต่ำ
  • 1 : เครื่องปฏิกรณ์แบบฟิกซ์เบด
  • 2 : เครื่องปฏิกรณ์แบบมูฟวิงเบด
  • 3 : เครื่องปฏิกรณ์แบบโรตารีคิล์น
  • 4 : เครื่องปฏิกรณ์แบบฟลูอิดไดซ์เบด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 401 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : Eley Rideal เป็นปฏิกิริยาที่สารที่บนจุดกัมมันต์เกิดปฏิกิริยากับสารที่อยู่ในกระแสก๊าซ
  • 2 : Eley Rideal เป็นปฏิกิริยาที่สารทำปฏิกิริยาโดยใช้จุดกัมมันต์คู่
  • 3 : Eley Rideal เป็นปฏิกิริยาที่สารทำปฏิกิริยาโดยใช้จุดกัมมันต์เดี่ยว
  • 4 : ข้อ 1 กับ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 402 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ข้อ 1 กับ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 403 :
  • แบบจำลองปฏิกิริยาระหว่างก๊าซกับของแข็งที่ไม่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) สำหรับของแข็งอนุภาคหนึ่งแบบ Progressive conversion model หมายถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทุกๆ จุดภายในของแข็ง อัตราเร็วปฏิกิริยา ณ ผิวของแข็งทุกๆ จุดอาจไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไร
  • 1 : ความหนาแน่นของก๊าซ
  • 2 : ความหนาแน่นของอนุภาคของแข็ง
  • 3 : อัตราการแพร่ของก๊าซทำปฏิกิริยาเข้าสู่อนุภาคของแข็ง
  • 4 : อัตราเร็วรอบของการกวนอนุภาคของแข็งในเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 404 :
  • ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องของแบบจำลองปฏิกิริยาระหว่างก๊าซกับของแข็งที่ไม่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) สำหรับของแข็งอนุภาคหนึ่งแบบ Unreacted-core model
  • 1 : ปฏิกิริยาเกิดขึ้นที่ผิวชั้นนอกของอนุภาคของแข็งที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยา
  • 2 : ปฏิกิริยาเกิดขึ้นที่ผิวชั้นในของอนุภาคของแข็งที่ยังไม่ได้ทำปฏิกิริยา
  • 3 : ปฏิกิริยาเกิดขึ้นที่ผิวชั้นนอกของอนุภาคของแข็งที่ทำปฏิกิริยา
  • 4 : ปฏิกิริยาเกิดขึ้นที่ผิวชั้นในของอนุภาคของแข็งที่ทำปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 405 :
  • โดยทั่วไปแล้วเมื่ออนุภาคของแข็งที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสัมผัสกับก๊าซจะเกิดฟิล์มของไหล (Fluid film) รอบๆ ตัวเร่งปฏิกิริยา ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายที่ถูกต้องของฟิล์มของไหลนี้
  • 1 : ความต้านทานการไหล
  • 2 : ความต้านทานการถ่ายเทมวล
  • 3 : ความต้านทานการถ่ายเทโมเมนตัม
  • 4 : สัมประสิทธิ์การถ่ายเทมวล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 406 :
  • ในกรณีที่สารตั้งต้นไหลลอดผ่านช่องว่างระหว่างตัวเร่งปฏิกิริยาโดยไม่ได้สัมผัสพื้นผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา (channeling effect) จะทำให้ค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : คงที่
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 407 :

  • 1 : ขั้นตอนการแพร่ของสารตั้งต้นเป็นขั้นตอนควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยา
  • 2 : ขั้นตอนการแพร่ของสารตั้งต้นไม่ใช่ขั้นตอนการควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยา
  • 3 : ขั้นตอนการดูดซับเป็นขั้นตอนควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยา
  • 4 : ขั้นตอนการดูดซับไม่ใช่ขั้นตอนควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 408 :
  • ข้อใดเป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 1 : การถ่ายโอนมวลสารภายในรูของตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 2 : การดูดซับของสารตั้งต้นบนผิวหน้าตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 3 : การเกิดปฏิกิริยาที่ผิวหน้าของตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 409 :
  • เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค่าคงที่สมดุลการดูดซับ (adsorption equilibrium constant) จะมีค่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : เท่าเดิม
  • 4 : อาจเป็นไปได้ทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 410 :
  • เมื่ออุณหภูมิลดลง ค่าคงที่สมดุลการคาย (desorption equilibrium constant) จะมีค่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : เท่าเดิม
  • 4 : อาจเป็นไปได้ทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 411 :
  • ในปฏิกิริยาในวัฏภาคก๊าซที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นของแข็งนั้น เมื่อต้องการทดสอบว่าในการทดลองของเรานั้น ขั้นตอนการแพร่จาก bulk ถึงผิวนอกของตัวเร่งปฏิกิริยา (external mass transfer) นั้นเป็นขั้นตอนควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยารวมหรือไม่นั้น เราควรทำอย่างไร
  • 1 : ทำการทดลองสองชุดโดยที่มีอัตราเร็วในการไหลของของไหลต่างกัน
  • 2 : ทำการทดลองสองชุดที่อุณหภูมิต่างกัน
  • 3 : ทำการทดลองสองชุดโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดต่างกัน
  • 4 : ทำการทดลองสองชุดโดยใช้ความเข้มข้นเริ่มต้นของสารทำปฏิกิริยา ต่างกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 412 :
  • ในปฏิกิริยาในวัฏภาคก๊าซที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นของแข็งนั้น เมื่อต้องการทดสอบว่าในการทดลองของเรานั้น ขั้นตอนการแพร่ภายในโครงสร้างรูพรุนของตัวเร่งปฏิกิริยา (internal mass transfer) นั้นเป็นขั้นตอนควบคุมอัตราเร็วปฏิกิริยารวมหรือไม่นั้น เราควรทำอย่างไร
  • 1 : ทำการทดลองสองชุดโดยที่มีอัตราเร็วในการไหลของของไหลต่างกัน
  • 2 : ทำการทดลองสองชุดที่อุณหภูมิต่างกัน
  • 3 : ทำการทดลองสองชุดโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดต่างกัน
  • 4 : ทำการทดลองสองชุดโดยใช้ความเข้มข้นเริ่มต้นของสารทำปฏิกิริยา ต่างกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 413 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องสำหรับการดูดซับแบบกายภาพบนของแข็ง (physical adsorption)
  • 1 : การดูดซับเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  • 2 : การดูดซับสารเกิดขึ้นได้หลายชั้น ไม่จำกัดจำนวน
  • 3 : การดูดซับจะมีความร้อนเกี่ยวข้องสูง
  • 4 : มีการคายความร้อนเกิดขึ้นระหว่างการดูดซับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 414 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องสำหรับการดูดซับแบบเคมีบนของแข็ง (chemical adsorption)
  • 1 : การดูดซับเกิดขึ้นจากแรง Van der Waal
  • 2 : การดูดซับสารเกิดขึ้นได้หลายชั้น ไม่จำกัดจำนวน
  • 3 : การดูดซับจะมีความร้อนเกี่ยวข้องสูง
  • 4 : การดูดซับเป็นปฏิกิริยาแบบคายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 415 :
  • สมการไอโซเทอร์ม (Isotherm) ของ Langmuir ได้ทำนายว่าเมื่อความดันของสารในระบบเพิ่มขึ้นแล้ว สัดส่วนของสารที่ดูดซับบนพื้นผิวของของแข็งจะเป็นเช่นไร
  • 1 : เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • 2 : ลดลงเรื่อยๆ
  • 3 : เพิ่มขึ้นแล้วลดลง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 416 :
  • ตามสมมติฐานของ Langmuir ถ้ามีสารสองชนิดที่สามารถดูดซับบนพื้นผิวแล้ว เมื่อความดันของสารตัวแรกในระบบมีค่าเพิ่มขึ้นแล้ว สัดส่วนในการปกคลุมพื้นผิว (equilibrium surface coverage) ของสารอีกตัวหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : อาจเป็นไปทั้งคำตอบ 1และ 2 ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร
  • 4 : อาจเป็นไปทั้งคำตอบ 1 และ 2 ขึ้นอยู่กับความดันรวมของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 417 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องสำหรับสมมติฐานของ Langmuir
  • 1 : ปริมาณสารที่ดูดซับได้มากที่สุดเท่ากับการดูดซับเพียงหนึ่งชั้น (monolayer) เท่านั้น
  • 2 : อัตราการคายตัว (rate of desorption) ของสารขึ้นอยู่กับปริมาณสารที่ดูดซับบนพื้นผิวเท่านั้น
  • 3 : พลังงานของสารที่ดูดซับอยู่บนพื้นผิวมีค่าเท่ากันหมดทั้งพื้นผิว
  • 4 : ไม่มีคำตอบใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 418 :
  • เมื่อเลือกใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความว่องไวสูงขึ้น จะมีผลอย่างไรต่อค่าคงที่ปฏิกิริยาและค่าคงที่สมดุล
  • 1 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น และค่าคงที่สมดุลเพิ่มขึ้น
  • 2 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาเท่าเดิม และค่าคงที่สมดุลเท่าเดิม
  • 3 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น และค่าคงที่สมดุลเท่าเดิม
  • 4 : ค่าคงที่ปฏิกิริยาท่าเดิม และค่าคงที่สมดุลเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 419 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสมการไอโซเทอร์มของ Brunauer, Emmett และ Taylor (BET isotherm)
  • 1 : วิธีนี้นิยมใช้ในการหาพื้นที่ผิวสัมผัสของของแข็งที่มีรูพรุน
  • 2 : วิธีนี้สามารถใช้ได้กับการดูดซับหลายๆชั้น (multilayer)
  • 3 : วิธีนี้สมมติให้การดูดซับเป็นแบบเคมี (chemical adsorption)
  • 4 : อาจมีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 420 :
  • ข้อใดไม่ใช่เครื่องปฏิกรณ์ที่นิยมใช้ในกรณีที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาแบบวิวิธพันธ์ในระบบ
  • 1 : Fixed bed reactor
  • 2 : Fluidized bed reactor
  • 3 : Trickle bed reactor
  • 4 : ไม่มีคำตอบใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 421 :
  • ข้อใดเป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาบนตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 1 : ขั้นตอนการแพร่ของสารตั้งต้นผ่านฟิล์มนอกผิวตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 2 : ขั้นตอนการแพร่ของสารตั้งต้นเข้าไปในรูพรุนของตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 3 : ขั้นตอนการเกิดปฏิกิริยาบนพื้นผิว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 422 :
  • สำหรับปฏิกิริยาอันดับ 1 ที่เกิดบนตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นของแข็ง ข้อใดเป็นหน่วยของค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 423 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 1 : ลดพลังงานกระตุ้นในการทำปฏิกิริยา
  • 2 : ลดเวลาในการเกิดปฏิกิริยา
  • 3 : เปลี่ยนแปลงกลไกการเกิดปฏิกิริยา
  • 4 : ทำให้สารตั้งต้นเปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างสมบูรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 424 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูดซับแบบกายภาพ (physical adsorption) และการดูดซับแบบเคมี (chemical adsorption)
  • 1 : การดูดซับแบบกายภาพเกิดได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ
  • 2 : การดูดซับแบบเคมีเกิดได้เร็วที่อุณหภูมิสูง
  • 3 : การดูดซับแบบกายภาพเกิดขึ้นจากแรง Van der Waal
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 425 :
  • สำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบแพ็คท์เบด ถ้าต้องการลดความต้านทานจากการถ่ายเทมวลภายนอกตัวเร่งปฏิกิริยาซึ่งพบว่าเป็นขั้นตอนควบคุมอัตราปฏิกิริยารวม (rate limiting step) จะทำอย่างไร
  • 1 : ควรเพิ่ม bed porosity
  • 2 : ควรเพิ่มขนาดของตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 3 : ควรเพิ่ม superficial velocity
  • 4 : ควรเพิ่มขนาดพื้นที่หน้าตัดของเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 426 :
  • สาร A ดูดซับบนจุดกัมมันต์ (active site) แสดงดังสมการ A + S <---> A.S ข้อใดแสดงสมการอัตราการดูดซับ กำหนดให้ Cv แสดงปริมาณจุดกัมมันต์ที่ว่างต่อมวลตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 427 :
  • สารผลิตภัณฑ์ C ดูดซับบนจุดกัมมันต์ (active site) เกิดการคายตัว ดังแสดงได้ด้วยสมการ C.S <---> C + S ข้อใดแสดงสมการอัตราการคายซับ กำหนดให้ Cv แสดงปริมาณจุดกัมมันต์ที่ว่างต่อมวลตัวเร่งปฏิกิริยา
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 428 :
  • สำหรับปฏิกิริยาอันดับ 2 ที่เกิดบนตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นของแข็ง ข้อใดเป็นหน่วยของค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 429 :
  • สำหรับปฏิกริยาที่เร่งได้เอง (Autocatalyst reaction) ข้อใดเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อทำให้ปฏิกิริยาเกิดขึ้นได้
  • 1 : ต้องมีสารทำปฏิกิริยาในปริมาณน้อยๆ ที่เวลาเริ่มต้น
  • 2 : ต้องมีสารที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นอนุภาคของแข็งอยู่ด้วยที่เวลาเริ่มต้น
  • 3 : ต้องมีสารผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณเล็กน้อยที่เวลาเริ่มต้น
  • 4 : ต้องใช้เครื่องปฏิกรณ์ที่มีการกวนเชิงกล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 430 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : ในกรณีที่กลไกการดูดซับที่ผิวของตัวเร่งปฏิกิริยาไม่เป็นขั้นตอนจำกัด (Rate limiting step) ค่าคงที่ของการดูดซับที่ผิว (k) จะมีค่าสูงกว่าอัตราการดูดซับ และสัดส่วนระหว่างการดูดซับ (r) และค่าคงที่ของการดูดซับที่ผิว (k) จะมีค่าน้อยเมื่อเทียบกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาในส่วนอื่น ๆ
  • 2 : ขั้นตอนจำกัด (Rate limiting step) เป็นขั้นตอนที่ควบคุมอัตราการเกิดปฏิกิริยาของระบบ
  • 3 : หากสามารถเพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยาของขั้นตอนจำกัด (Rate limiting step) ได้เป็น 2 เท่า อัตราการเกิดปฏิกิริยารวมของระบบจะเพิ่มเป็น 2 เท่าเช่นกัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 431 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  • 1 : หากถังปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (fixed bed reactor) มีขั้นตอนจำกัด (Rate limiting step) เป็นขั้นตอนการเกิดปฏิกิริยาที่ผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา เราสามารถเพิ่ม Conversion ได้โดยการป้อนสารผ่านเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราเร็วที่สูงขึ้น
  • 2 : หากถังปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (fixed bed reactor) มีขั้นตอนจำกัด (Rate limiting step) เป็นการถ่ายเทมวลที่ผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา เราสามารถเพิ่มค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ได้โดยการป้อนสารผ่านเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราเร็วที่สูงขึ้น และทำการป้อนสารย้อนกลับ (Recycle)
  • 3 : หากถังปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (fixed bed reactor) มีขั้นตอนจำกัด (Rate limiting step) เป็นขั้นตอนการแพร่ของสารในอนุภาคตัวเร่งปฏิกิริยา เราสามารถเพิ่มค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ได้โดยการป้อนสารผ่านเครื่องปฏิกรณ์ด้วยอัตราเร็วที่สูงขึ้น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 432 :
  • ปฏิกิริยา A --> B เป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์ (zero order reaction) ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) โดยเริ่มต้นมีสาร A จำนวน 10 โมล โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์เคมีจำนวน 1 kg พบว่าหลังจากเกิดปฏิกิริยาไปแล้ว 1 ชั่วโมง คอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 50% จงหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
  • 1 : 1 mol/(kg.h)
  • 2 : 2 mol/(kg.h)
  • 3 : 5 mol/(kg.h)
  • 4 : 10 mol/(kg.h)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 433 :
  • ปฏิกิริยา A ---> B เป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์ (zero order reaction) ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) โดยเริ่มต้นมีสาร A จำนวน 10 โมล โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์เคมีจำนวน 1 kg พบว่าหลังจากเกิดปฏิกิริยาไปแล้ว 1 ชั่วโมง คอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 50% สมมติถ้าเริ่มต้นมีตัวเร่งปฏิกิริยาจำนวน 0.5 kg ที่เวลา 1 ชั่วโมง คอนเวอร์ชันจะมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 12.5%
  • 2 : 25%
  • 3 : 37.5%
  • 4 : 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 434 :
  • ปฏิกิริยา A ---> B เป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์ (zero order reaction) ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบแพ็คเบด (packed bed reactor) บรรจุด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา 1 kg ป้อนสาร A ด้วยอัตรา 1 mol/min พบว่าคอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 50% ถ้าอัตราการป้อนสาร A เพิ่มขึ้นเป็น 4 mol/min คอนเวอร์ชันจะมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 12.5%
  • 2 : 25%
  • 3 : 37.5%
  • 4 : 50%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 435 :
  • ปฏิกิริยาอันดับหนึ่งที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuously stirred tank reactor, CSTR) พบว่าได้ค่าคอนเวอร์ชันเท่ากับ 50% ถ้าปริมาตรของเครื่องปฏิกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยที่อุณหภูมิ ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา องค์ประกอบสายป้อน และอัตราการป้อน มีค่าไม่เปลี่ยนแปลง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชันลดลงเป็น 25%
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันเท่าเดิมคือ 50%
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันเพิ่มขึ้นเป็น 75%
  • 4 : ค่าคอนเวอร์ชันเพิ่มเป็น 100%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 436 :
  • ปฏิกิริยา A ---> B เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง (first order reaction) ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบแพ็คเบด (packed bed reactor) ที่บรรจุด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์เคมีจำนวน 5 g ป้อนสาร A เข้มข้น 0.1 mol/l ด้วยอัตรา 0.25 mol/s พบว่า คอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 20% จงหาค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant)
  • 1 : 0.06 l/(g.s)
  • 2 : 0.11 l/(g.s)
  • 3 : 0.22 l/(g.s)
  • 4 : 1.11 l/(g.s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 437 :

  • 1 : Internal mass transfer ช้า External mass transfer ช้า
  • 2 : Internal mass transfer ช้า External mass transfer เร็ว
  • 3 : Internal mass transfer เร็ว External mass transfer ช้า
  • 4 : Internal mass transfer เร็ว External mass transfer เร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 438 :

  • 1 : Internal mass transfer ช้า External mass transfer ช้า
  • 2 : Internal mass transfer ช้า External mass transfer เร็ว
  • 3 : Internal mass transfer เร็ว External mass transfer ช้า
  • 4 : Internal mass transfer เร็ว External mass transfer เร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 439 :
  • ปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง A ----> B เกิดในวัฏภาคของเหลวในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuously stirred tank reactor, CSTR) โดยบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาในตะกร้าที่ติดอยู่บนแกนหมุน พบว่าได้ค่าคอนเวอร์ชันเท่ากับ 50% ถ้าจำนวนตัวเร่งปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยที่อุณหภูมิ องค์ประกอบสายป้อน และอัตราการป้อน มีค่าไม่เปลี่ยนแปลง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชันลดลงเป็น 33%
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันเท่าเดิมคือ 50%
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันเพิ่มเป็น 66%
  • 4 : ค่าคอนเวอร์ชันเพิ่มเป็น 75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 440 :
  • ปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง A ---> B เกิดในวัฏภาคของเหลวในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuously stirred tank reactor, CSTR) โดยบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาในตะกร้าที่ติดอยู่บนแกนหมุน พบว่าได้ค่าคอนเวอร์ชันเท่ากับ 50% ถ้าต้องการให้คอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 90% โดยที่อุณหภูมิ องค์ประกอบสายป้อน และอัตราการป้อน มีค่าไม่เปลี่ยนแปลง จะต้องเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นเท่าใด
  • 1 : 1 เท่าของเดิม
  • 2 : 3 เท่าของเดิม
  • 3 : 5 เท่าของเดิม
  • 4 : 9 เท่าของเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 441 :
  • ปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง A ---> B เกิดในวัฏภาคของเหลวในเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuously stirred tank reactor, CSTR) โดยบรรจุตัวเร่งปฏิกิริยาในตะกร้าที่ติดอยู่บนแกนหมุน พบว่าได้ค่าคอนเวอร์ชันเท่ากับ 50% ถ้าความเข้มข้นของ A ในสายป้อน ลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง โดยที่อุณหภูมิ จำนวนตัวเร่งปฏิกิริยา และอัตราการป้อนเชิงปริมาตร มีค่าไม่เปลี่ยนแปลง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : ค่าคอนเวอร์ชันลดลงเป็น 33%
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันเท่าเดิมคือ 50%
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันเพิ่มเป็น 66%
  • 4 : ค่าคอนเวอร์ชันเพิ่มเป็น 75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 442 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 443 :
  • ปฏิกิริยา A ----> B เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง (first order reaction) ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบแพ็คเบด (packed bed reactor) บรรจุด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา 1 kg ป้อนสาร A บริสุทธิ์ ด้วยอัตรา 1 mol/min พบว่าคอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 50% ถ้าอัตราการป้อนลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง คอนเวอร์ชันจะมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 12.5%
  • 2 : 25%
  • 3 : 50%
  • 4 : 75%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 444 :
  • ปฏิกิริยา A -> B เป็นปฏิกิริยาอันดับสอง (second order reaction) ทำปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์แบบแพ็คเบด (packed bed reactor) บรรจุด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา 0.5 kg ป้อนสาร A บริสุทธิ์ ด้วยอัตรา 1 mol/min พบว่าคอนเวอร์ชันมีค่าเท่ากับ 75% ถ้าอัตราการป้อนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คอนเวอร์ชันจะมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 75%
  • 2 : 60%
  • 3 : 50%
  • 4 : 40%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 445 :
  • ปฏิกิริยา A ---> B เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นในวัฏภาคของเหลว จงหาน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยาที่ต้องการสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuously stirred tank reactor, CSTR) เพื่อให้คอนเวอร์ชันเท่ากับ 50% กำหนดให้อัตราการไหลเชิงโมลของสายป้อน A เท่ากับ 5 mol/s ความเข้มข้นขาเข้าของ A เท่ากับ 0.5 mol/l และค่าคงที่ปฏิกิริยา (k) เท่ากับ 0.1 l/(kg.s)
  • 1 : 10 kg
  • 2 : 25 kg
  • 3 : 50 kg
  • 4 : 100 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 446 :
  • ปฏิกิริยา A ----> B เป็นปฏิกิริยาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นในวัฏภาคของเหลว จงหาน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยาที่ต้องการสำหรับเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (packed bed reacto) เพื่อให้คอนเวอร์ชันเท่ากับ 50% กำหนดให้อัตราการไหลเชิงโมลของสายป้อน A เท่ากับ 5 mol/s ความเข้มข้นขาเข้าของ A เท่ากับ 0.5 mol/l และค่าคงที่ปฏิกิริยา (k) เท่ากับ 0.1 l/(kg.s)
  • 1 : 69 kg
  • 2 : 109 kg
  • 3 : 129 kg
  • 4 : 200 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 447 :

  • 1 : 25 kg
  • 2 : 50 kg
  • 3 : 100 kg
  • 4 : 200 kg
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 448 :
  • ปฏิกิริยา A ---> B มีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant, k) เท่ากับ 1 m3/(kg.h) ปฏิกิริยาเกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบแพ็คเบด (packed bed reactor) บรรจุด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา 1 kg ถ้าป้อนสาร A บริสุทธิ์ เข้มข้น 500 mol/m3ด้วยอัตรา 50 mol/h ค่าคอนเวอร์ชันจะมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 1.0
  • 2 : 0.9
  • 3 : 0.8
  • 4 : 0.7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 449 :
  • ปฏิกิริยา A ---> B มีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant, k) เท่ากับ 1 m3/(kg.h) ปฏิกิริยาเกิดในเครื่องปฏิกรณ์แบบฟลูอิดไดซ์เบด (fluidized bed reactor) บรรจุด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา 1 kg ถ้าป้อนสาร A บริสุทธิ์ เข้มข้น 500 mol/m3ด้วยอัตรา 50 mol/h ค่าคอนเวอร์ชันจะมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 1.0
  • 2 : 0.9
  • 3 : 0.8
  • 4 : 0.7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 745 : Non-isothermal reactor design
ข้อที่ 450 :
  • ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (Adiabatic)
  • 1 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนเข้าหรือออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : อุณหภูมิของเครื่องปฏิกรณ์คงที่ตลอดเวลา
  • 3 : ไม่มีการให้งานหรือดึงงานออกจากระบบ
  • 4 : ถูกทั้ง 3 ข้อ
  • 5 : ข้อ 1 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 451 :
  • พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาหนึ่งมีค่าเท่ากับ 38.2 kJ/mol  อัตราเร็วปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 40 °C จะเป็นกี่เท่าของอัตราเร็วปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 0 °C 
  • 1 : 2.5
  • 2 : 4.8
  • 3 : 8.6
  • 4 : 10.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 452 :
  • อัตราส่วนระหว่างค่าคงที่ปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 600 และ 700 C มีค่าเท่าใด ถ้าค่าพลังงานกระตุ้น (activation energy) มีค่าเท่ากับ 110 kJ/mol.
  • 1 : 0.10
  • 2 : 0.12
  • 3 : 0.15
  • 4 : 0.21
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 453 :

  • 1 : เฉพาะ i เท่านั้น
  • 2 : เฉพาะ ii เท่านั้น
  • 3 : เฉพาะ iii เท่านั้น
  • 4 : เฉพาะ i และ iii
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 454 :
  • ปฏิกิริยา A(g) ---> B(g) เกิดขึ้นในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่ ที่มีการหุ้มฉนวนกันความร้อนอย่างดี ถ้าปฏิกิริยาข้างต้นเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน (Endothermic Reaction) ภายหลังจากที่สาร A ทำปฏิกิริยาไป 50% ข้อสรุปใดถูกต้อง
  • 1 : ความดันในภาชนะสูงขึ้น
  • 2 : อุณหภูมิภายในภาชนะคงที่
  • 3 : อุณหภูมิภายในภาชนะลดลง
  • 4 : อุณหภูมิภายในภาชนะเพิ่มขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 455 :

  • 1 : cal/(mole•K)
  • 2 : kJ/mole
  • 3 : cal/K
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 456 :
  • ปฏิกิริยา A(g) ---> B(g) เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic Reaction) ถ้าปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาแบบอันดับศูนย์ (Zero Order) ข้อใดเป็นหน่วยของค่าคงที่ปฏิกิริยา (Reaction Rate constant)
  • 1 :
  • 2 : kJ/(mol•s)
  • 3 :
  • 4 : ไม่มีหน่วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 457 :
  • ปฏิกิริยา A(g) ---> 3B(g) ถ้าปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic Reaction) ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ ข้อใดเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นพิเศษ
  • 1 : ระบบระบายความร้อนของระบบ
  • 2 : ระบบให้ความร้อนแก่ระบบ
  • 3 : ระบบระบายความดัน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 458 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 459 :
  • ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (Adiabatic)
  • 1 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนเข้าหรือออกจากเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : อุณหภูมิของเครื่องปฏิกรณ์คงที่ตลอดเวลา
  • 3 : ไม่มีการให้งานหรือดึงงานออกจากระบบ
  • 4 : ข้อ 1 และ 3 ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 460 :

  • 1 : 16 kJ/mol B
  • 2 : 24 kJ/mol B
  • 3 : 32 kJ/mol B
  • 4 : 48 kJ/mol B
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 461 :

  • 1 : - 13 J/ mol B *K
  • 2 : - 6 J/ mol B * K
  • 3 : 6 J/ mol B * K
  • 4 : 13 J/ mol B * K
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 462 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ 0.5 m จงหาพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรเครื่องปฏิกรณ์
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 463 :

  • 1 : คายความร้อน 1 kcal/mol A
  • 2 : ดูดความร้อน 4 kcal/mol A
  • 3 : คายความร้อน 4 kcal/mol A
  • 4 : ดูดความร้อน 12 kcal/mol A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 464 :

  • 1 : 8 W
  • 2 : 20 W
  • 3 : 0.2 kW
  • 4 : 0.8 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 465 :

  • 1 : 5.5 J/mol (ดูดความร้อน)
  • 2 : 5.5 kJ/mol (คายความร้อน)
  • 3 : 6.5 kJ/mol (ดูดความร้อน)
  • 4 : 6.5 kJ/mol (คายความร้อน)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 466 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 467 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 468 :

  • 1 : แบบความดันคงที่ (Isobaric condition)
  • 2 : แบบอุณหภูมิคงที่ (Isothermal condition)
  • 3 : แบบความร้อนคงที่ (Adiabatic condition)
  • 4 : แบบอุณหภูมิไม่คงที่ (Non-isothermal condition)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 469 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (Adiabatic reactor) เพื่อให้ได้ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ตามที่ต้องการปัจจัยที่ต้องคำนวณหรือประเมินหาคืออะไร
  • 1 : ความดันที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยา
  • 2 : อุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยา
  • 3 : ปริมาณความร้อนที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยา
  • 4 : เวลาที่เหมาะสมในการทำปฏิกิริยา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 470 :

  • 1 : อุณหภูมิในเครื่องปฏิกรณ์ถูกควบคุมให้มีค่าคงที่
  • 2 : อัตราเร็วปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์ถูกควบคุมให้มีค่าต่ำ
  • 3 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนจากบริเวณแวดล้อมเข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : เวลาในการเกิดปฏิกิริยาภายในเครื่องปฏิกรณ์มีค่าน้อยมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 471 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (Plug flow reactor) ภายใต้สภาวะอุณหภูมิไม่คงที่ โดยทั่วไปแล้วจะต้องกำหนดข้อสมมุติอะไรในการสร้างสมการสมดุลพลังงานที่สถานะคงตัว (Steady state) เพื่อคำนวณหาการกระจายของอุณหภูมิตามแนวแกนเครื่องปฏิกรณ์อย่างเดียว
  • 1 : ความดันตามแนวแกนของเครื่องปฏิกรณ์มีค่าเท่ากัน
  • 2 : การกระจายของอุณหภูมิในแนวรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์มีค่าเท่ากัน
  • 3 : ความเข้มข้นของสารตั้งต้นในแนวรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์มีค่าเท่ากัน
  • 4 : อัตราเร็วปฏิกิริยามีค่าน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 472 :
  • พจน์ใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่ระบบทำ
  • 1 : งานอื่นๆ (Shaft work)
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงของพลังงานภายใน (Internal Energy)
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงของเอนทาลปี (Enthalpy)
  • 4 : การให้ความร้อนแก่ระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 473 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 474 :
  • ระบบแอเดียแบติก (adiabatic) คือระบบที่มีลักษณะเฉพาะคือ
  • 1 : มีความร้อนไหลเข้าสู่ระบบอย่างเดียว
  • 2 : มีความร้อนไหลออกจากระบบอย่างเดียว
  • 3 : มีความร้อนไหลเข้า และ ออกจากระบบ
  • 4 : ไม่มีความร้อนไหลเข้า และ ออกจากระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 475 :
  • ในการปฏิบัติงานเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (adiabatic reactor) กรณีที่เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction) เมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นมีค่าเพิ่มขึ้นอุณหภูมิในเครื่องปฏิกรณ์จะเป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : คงที่
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 476 :
  • ในการปฏิบัติงานเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (adiabatic reactor) กรณีที่เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน(endothermic reaction) เมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นมีค่าเพิ่มขึ้นอุณหภูมิในเครื่องปฏิกรณ์จะเป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : คงที่
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 477 :
  • ในการปฏิบัติงานเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (adiabatic reactor) กรณีที่เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction) เมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) จะเป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : คงที่
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 478 :
  • ในการปฏิบัติงานเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (adiabatic reactor) กรณีที่เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน(endothermic reaction) เมื่อค่าคอนเวอร์ชัน (conversion) ของสารตั้งต้นมีค่าเพิ่มขึ้น ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) จะเป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้น
  • 2 : ลดลง
  • 3 : คงที่
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 479 :
  • ในการปฏิบัติงานเครื่องปฏิกรณ์แบบแอเดียแบติก (adiabatic reactor) ที่สถานะคงที่ (steady state) อัตราการสะสมพลังงานในระบบจะเป็นอย่างไร
  • 1 : มีค่ามากกว่า 0
  • 2 : มีค่าน้อยกว่า 0
  • 3 : มีค่ามากกว่า 1
  • 4 : มีค่าเท่ากับ 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 480 :
  • ปฏิกิริยา A(g) ---> B(g) เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน (endothermic reaction)เกิดขึ้นในระบบปิดที่มีปริมาตรคงที่ ไม่มีการแลกเปลี่ยนความร้อนกับสิ่งแวดล้อม เมื่อปฏิกิริยาดำเนินไป ข้อสรุปใดถูกต้อง
  • 1 : ความดันในภาชนะสูงขึ้น และอุณหภูมิในภาชนะสูงขึ้น
  • 2 : ความดันในภาชนะสูงขึ้น และอุณหภูมิในภาชนะลดลง
  • 3 : ความดันในภาชนะลดลง และอุณหภูมิในภาชนะสูงขึ้น
  • 4 : ความดันในภาชนะลดลง และอุณหภูมิในภาชนะลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 481 :
  • ที่ค่าพลังงานกระตุ้น 536 kJ/mol อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในช่วงอุณหภูมิ 300-310 K ถ้าทำการทดลองที่อุณหภูมิค่าหนึ่งในช่วงอุณหภูมิข้างต้น พบว่าสารนี้ใช้ในปฏิกิริยาหมดพอดีในเวลา 1 ชั่วโมง ถ้าทำการทดลองเพียงแค่ 7.5 นาที จะต้องเพิ่มอุณหภูมิเท่าไหร่ เพื่อให้สารนี้ทำปฏิกิริยาหมดพอดี
  • 1 : เพิ่ม 10 C
  • 2 : เพิ่ม 20 C
  • 3 : เพิ่ม 30 C
  • 4 : เพิ่ม 40 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 482 :
  • กำหนดให้อัตราการสลายตัวของ A มีค่า E/R = 2400 K โดย E เป็นพลังงานกระตุ้น (activation energy) ซึ่งมีค่าคงที่ในช่วงอุณหภูมิที่กำหนดให้ และ R เป็นค่าคงที่ของก๊าซ ถ้าเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นจาก 400 K เป็น 800 K อัตราเร็วที่ 800 K จะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับอัตราเร็วที่ 400 K
  • 1 : เท่ากัน
  • 2 : เพิ่มขึ้น 2 เท่า
  • 3 : ลดลง 2 เท่า
  • 4 : เพิ่มขึ้น exp(3) เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 483 :
  • ในกระบวนการแตกตัวด้วยความร้อน (Thermal cracking) ของสาร A พบว่าปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 1100 K มีอัตราเร็วสูงกว่าที่อุณหภูมิ 1000 K 20 เท่า จงคำนวณพลังงานกระตุ้น (Activation energy) ของปฏิกิริยานี้ (กำหนดให้ R เป็นค่าคงที่ของก๊าซ
  • 1 : 11000 R ln(20)
  • 2 : 21000 R ln(20)
  • 3 : 11000 R ln(1/20)
  • 4 : 21000 R ln(1/20)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 484 :

  • 1 : (400/R) ln(3.2)
  • 2 : (400R) ln(3.2)
  • 3 : (400R) ln(16)
  • 4 : (400/R) ln(16)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 485 :

  • 1 : 3.01
  • 2 : 20.18
  • 3 :
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 486 :
  • ปฏิกิริยา A <---> B มีค่าคงที่ของสมดุลที่ 75 องศาเซลเซียสเท่ากับ 0.5 จะมีค่าคอนเวอร์ชันสูงสุด (maximum conversion) ที่ 75 องศาเซลเซียสเท่าไหร่ ถ้าความเข้มข้นเริ่มต้นของ A และ B ในระบบมีค่าเท่ากับ 2 และ 0.5 mol/l ตามลำดับ
  • 1 : 0.17
  • 2 : 0.33
  • 3 : 0.67
  • 4 : 1.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 487 :
  • ปฏิกิริยา A + B <---> C เกิดในวัฏภาคของเหลว มีค่าคงที่ของสมดุลที่ 30 องศาเซลเซียสเท่ากับ 0.5 จะมีค่าคอนเวอร์ชันสูงสุด (maximum conversion) ที่ 75 องศาเซลเซียสเท่าไหร่ ถ้าความเข้มข้นเริ่มต้นของ A, B และ C ในระบบมีค่าเท่ากับ 2, 2 และ 0 mol/l ตามลำดับ
  • 1 : 0.19
  • 2 : 0.38
  • 3 : 0.76
  • 4 : 1.00
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 488 :

  • 1 : 0.657 kJ/mol
  • 2 : 2.279 kJ/mol
  • 3 : 3.003 kJ/mol
  • 4 : 22.97 kJ/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 489 :
  • วิธีการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (Fixed-bed reactor) แบบหนึ่งมิติ นั้นจะพิจารณาเฉพาะปัจจัยใดต่อไปนี้
  • 1 : การกระจายของอุณหภูมิและความเข้มข้นตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : การกระจายของความดันและความเข้มข้นตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : การกระจายของตัวเร่งปฏิกิริยาตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : การกระจายของก๊าซตามแนวรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 490 :
  • วิธีการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (Fixed-bed reactor) แบบสองมิติ นั้นจะพิจารณาปัจจัยใดต่อไปนี้
  • 1 : การกระจายของอุณหภูมิและความเข้มข้นตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : การกระจายของอุณหภูมิและความเข้มข้นตามแนวยาวและรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : การกระจายของตัวเร่งปฏิกิริยาตามแนวยาวและรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : การกระจายของก๊าซตามแนวยาวและรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 491 :
  • เหตุใดการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (Fixed-bed reactor) ที่มีสภาวะการดำเนินงานเป็นแบบแอเดียแบติก (Adiabatic operation) สำหรับปฏิกิริยาในวัฏภาคก๊าซบนตัวเร่งปฏิกิริยา จึงสามารถใช้การออกแบบโดยวิธีแบบหนึ่งมิติ (One-dimensional design method)
  • 1 : ไม่มีการถ่ายเทโมเมนตัมและมวลตามแนวรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : ไม่มีการถ่ายเทมวลและความร้อนตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : ไม่มีการถ่ายเทความร้อนทางด้านข้างหรือตามแนวรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 492 :

  • 1 : ดูดความร้อนจากระบบ 55 kJ
  • 2 : ดูดความร้อนจากระบบ 15 kJ
  • 3 : คายความร้อนให้ระบบ 55 kJ
  • 4 : ดูดความร้อนจากระบบ 15 kJ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 493 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 494 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 495 :

  • 1 : 50 cal/mol A (ดูดความร้อน)
  • 2 : 750 cal/mol A (คายความร้อน)
  • 3 : 750 cal/mol A (ดูดความร้อน)
  • 4 : 800 cal/mol A (คายความร้อน)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 496 :

  • 1 : 14.5 cal/mol
  • 2 : 200 cal/mol
  • 3 : 300 cal/mol A
  • 4 : 362.5 cal/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 497 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 498 :
  • ในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) ที่สภาวะอุณหภูมิไม่คงที่ ค่าคอนเวอร์ชัน ( ) ของสารทำปฏิกิริยาใดๆ จะเป็นอัตราส่วนระหว่างอัตราการเกิดความร้อนของปฏิกิริยาต่ออัตราการเกิดความร้อนสูงสุดที่ทำได้เมื่อสาร A ทำปฏิกิริยาจนหมดสิ้น สามารถแสดงได้โดยสมการใดต่อไปนี้
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 499 :
  • สำหรับระบบที่เกิดปฏิกิริยา A + B ----> C + D พบว่าที่อุณหภูมิ T จะให้ค่าเอนทาลปีของปฏิกิริยา (Enthalpy of Reaction) เป็นบวก ข้อใดต่อไปนี้เป็นจริง
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 500 :
  • ในกรณีที่ค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุล (Equilibrium conversion) ของปฏิกิริยา A < ---- > B ต่ำลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สิ่งใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง (ระบบไม่มีการแลกเปลี่ยนพลังงานกับสิ่งแวดล้อม)
  • 1 : เมื่ออุณหภูมิของสายป้อน (สารตั้งต้น) สูงขึ้น ค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุลจะมีค่าสูงขึ้น
  • 2 : ค่าคอนเวอร์ชันที่สถานะคงตัว (Steady state) ไม่จำเป็นต้องมีค่าเท่ากับค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุล
  • 3 : ค่าคอนเวอร์ชันสูงสุดถูกจำกัดด้วยสภาวะสมดุล
  • 4 : ระบบนี้เป็นระบบคายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 501 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 502 :

  • 1 : -500 J/gmol A
  • 2 : 500 J/gmol A
  • 3 : -800 J/gmol A
  • 4 : 800 J/gmol A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 503 :
  • ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องสำหรับกรณีที่ปฏิกิริยาถูกควบคุมด้วยค่าสมดุลทางเคมี (Equilibrium)
  • 1 : สำหรับปฏิกิริยาดูดความร้อน ค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ที่สมดุลจะเพิ่มขึ้นเมื่อให้พลังงานความร้อนแก่ระบบ
  • 2 : สำหรับปฏิกิริยาคายความร้อน ค่าคอนเวอร์ชันที่สมดุลจะเพิ่มขึ้นเมื่อให้พลังงานความร้อนแก่ระบบ
  • 3 : เราสามารถทำให้ ค่าคอนเวอร์ชันมีค่าสูงสุดเท่ากับ 1 ได้ ถ้ามีระบบการให้หรือดึงพลังงานออกแบบเป็นขั้นตอน (Interstage cooling or heating)
  • 4 : ข้อ 1. และ 3.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 504 :
  • สำหรับกระบวนการพาสเจอไรซ์เพื่อฆ่าเชื้อโรคต้องใช้เวลา 30 นาที ในการรักษาอุณหภูมิของนมให้มีค่าเท่ากับ 63 C แต่จะใช้เวลาเพียง 15 วินาที ถ้าใช้อุณหภูมิเท่ากับ 74 C เพื่อทำให้นมมีคุณสมบัติเดียวกัน จงหาค่าพลังงานกระตุ้น (Ea) ของกระบวนการนี้
  • 1 : 123,400 J/mol
  • 2 : 223,500 J/mol
  • 3 : 333,200 J/mol
  • 4 : 422,000 J/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 505 :
  • ปฏิกิริยาการแยกสลายด้วยความร้อน (pyrolysis) ของอีเทน มีค่าพลังงานกระตุ้นเท่ากับ 300 kJ/mol จงหาว่าที่อุณหภูมิ 650 C อัตราเร็วปฏิกิริยาการสลายตัวของอีเทนจะมีค่าเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับอัตราเร็วปฏิกิริยาที่อุณหภูมิ 500 C
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 506 :

  • 1 : 3.14
  • 2 : 0.32
  • 3 :
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 507 :

  • 1 : 40 kJ/mol
  • 2 : 80 kJ/mol
  • 3 : 120 kJ/mol
  • 4 : 150 kJ/mol
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 508 :
  • เครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (fixed-bed reactor) ที่กำหนดให้มีการแลกความร้อนภายนอก ควรเลือกใช้วิธีการออกแบบด้วยวิธีใดที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : แบบหนึ่งมิติเพราะมีการกระจายอุณหภูมิตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 2 : แบบหนึ่งมิติเพราะมีการกระจายความเข้มข้นตามแนวยาวของเครื่องปฏิกรณ์
  • 3 : แบบสองมิติเพราะมีการกระจายอุณหภูมิตามแนวยาวและรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • 4 : แบบสองมิติเพราะมีการกระจายความเข้มข้นตามแนวยาวและรัศมีของเครื่องปฏิกรณ์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 509 :

  • 1 : 24.6 C
  • 2 : 30.5 C
  • 3 : 40.2 C
  • 4 : 50 C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 510 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 511 :
  • จากการทดสอบปฏิกิริยา A <----> C + 2D พบว่าได้ค่าคอนเวอร์ชันสูงสุดที่สมดุล (equilibrium conversion) มีค่าเท่ากับ 80% เมื่อเครื่องปฏิกรณ์นี้ดำเนินงานแบบอุณหภูมิและความดันคงที่ จงหาว่าค่าคอนเวอร์ชันสูงสุดจะเป็นอย่างไร หากเครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวดำเนินการที่สภาวะแอเดียแบติก (adiabatic) โดยมีอุณหภูมิสายป้อนเท่าเดิม
  • 1 : มีค่าต่ำลงถ้าเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
  • 2 : มีค่าสูงขึ้นถ้าเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
  • 3 : มีค่าเท่าเดิมถ้าเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
  • 4 : ถูกทั้งข้อ 1. และ 2.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 512 :

  • 1 : ให้พลังงาน 2,500 J/s
  • 2 : ดึงพลังงานออก 3,000 J/s
  • 3 : ให้พลังงาน 3,500 J/s
  • 4 : ดึงพลังงานออก 4,000 J/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร