สภาวิศวกร

สาขา : ไฟฟ้าแขนงไฟฟ้ากำลัง

วิชา : Power Plant and Substation

เนื้อหาวิชา : 74 : Load Curve, Load Duration Curve, Load Factor
ข้อที่ 1 :
  • โรงงานมีการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในหนึ่งวันเท่ากับ 4,200 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง โดยทำงานวันละ 15 ชั่วโมง และมีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 300 kW ให้หาแฟกเตอร์ของโหลด (Load factor)
  • 1 : 0.56
  • 2 : 0.58
  • 3 : 0.93
  • 4 : 0.47
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 2 :
  • โหลดแฟกเตอร์ (Load factor) คือ
  • 1 : กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย / กำลังไฟฟ้าสูงสุด
  • 2 : กำลังไฟฟ้าสูงสุด / กำลังไฟฟ้าทั้งหมดที่ต่ออยู่
  • 3 : กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย / กำลังไฟฟ้าทั้งหมดที่ต่ออยู่
  • 4 : กำลังไฟฟ้าต่ำสุด / กำลังไฟฟ้าเฉลี่ย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • มีการใช้กำลังไฟฟ้าในหนึ่งวันเป็นดังนี้ 12 MW ใช้นาน 4 ชม., 10 MW ใช้นาน 4 ชม., 8 MW ใช้นาน 6 ชม., 15 MW ใช้นาน 8 ชม., 6 MW ใช้นาน 2 ชม. ให้หาโหลดแฟกเตอร์ของการใช้กำลังไฟฟ้าข้างต้น
  • 1 : 0.4
  • 2 : 0.74
  • 3 : 0.54
  • 4 : 0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 4 :
  • โหลดแฟกเตอร์ (Load factor) มีประโยชน์อะไร ให้เลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : ทำให้ทราบว่ามีกำลังไฟฟ้าเหลือจ่ายมากน้อยเพียงใด
  • 2 : ทำให้ทราบว่าระบบมีการใช้กำลังไฟฟ้าเหมาะสมและมีประสิทธิภาพหรือไม่จากแหล่งจ่ายที่มี
  • 3 : ทำให้ทราบว่าโหลดมีค่าสูงสุดเป็นอย่างไร
  • 4 : ทำให้ทราบว่าควรออกแบบขนาดสายส่งหรือตัวนำอย่างไร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • การพยากรณ์โหลดแบบระยะยาวคือครอบคลุมระยะเวลาถึง 20 ปีมีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : ตระเตรียมงบประมาณ
  • 2 : เลือกขนาดของโรงจักร
  • 3 : จัดหาแหล่งพลังงาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 6 :
  • พารามิเตอร์ตัวใดต่อไปนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนต่อหน่วยการผลิตกระแสไฟฟ้า
  • 1 : Demand Factor
  • 2 : Load Factor
  • 3 : Diversity Factor
  • 4 : Maximum Demand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 7 :
  • จากข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในอดีตที่แสดงในตาราง ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นมากระทบ จงพยากรณ์ว่าในปี 2010 น่าจะมีการใช้ปริมาณไฟฟ้ามากน้อยเพียงไร
  • 1 : 1,500 MW
  • 2 : 1,800 MW
  • 3 : 2,200 MW
  • 4 : 2,600 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ Load factor, Plant capacity factor และ Plant use factor
  • 1 : ตัวเศษของตัวประกอบทั้ง 3 เป็นค่าเดียวกัน
  • 2 : Plant capacity factor < Load factor < Plant use factor
  • 3 : ถ้า Plant use factor ทีค่ามากในขณะที่ Load factor มีค่าน้อยแสดงว่าแต่ละเครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพแต่จะมีบางเครื่องไม่ถูกใช้งาน
  • 4 : การเลือกขนาดและจำนวนของเครื่องจักรจะพิจารณาจาก Load factor เป็นหลัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 9 :
  • จาก Load curve ข้างต้นที่กำหนดให้ ถ้าเลือกโรงไฟฟ้าขนาด 1,000 kW 2 เครื่องและ 500 kW 1 เครื่อง โดยต้องใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองขนาด 1,000 kW จงหา Plant capacity factor
  • 1 : 42.57 %
  • 2 : 48.57 %
  • 3 : 53.33 %
  • 4 : 68 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 10 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Load Factor
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทั้งคำตอบ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 11 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Diversity factor
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 : ถูกทั้งคำตอบ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 12 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Plant capacity factor
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 13 :
  • ข้อใดคือความหมายของ Plant use factor
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 14 :
  • Load curve เป็นกราฟที่ Plot ระหว่าง
  • 1 : Load demand กับ เวลาที่เกิด
  • 2 : Load demand กับ เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เกิดขึ้น
  • 3 : Peak demand กับ เวลาที่เกิด
  • 4 : Peak demand กับ เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • Load duration curve เป็นกราฟที่ Plot ระหว่าง
  • 1 : Load demand กับ เวลาที่เกิด
  • 2 : Load demand กับ เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เกิดขึ้น
  • 3 : Peak demand กับ เวลาที่เกิด
  • 4 : Peak demand กับ เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 16 :
  • ในการเลือกขนาดกำลังผลิตต่อหน่วยผลิตที่เหมาะสมนั้น Plant use factor ควรมีค่าเท่าไร
  • 1 : เข้าใกล้ 0%
  • 2 : เข้าใกล้ 50%
  • 3 : เข้าใกล้ 100%
  • 4 : มีค่ามากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 17 :
  • ค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงจักรและการผลิตไฟฟ้า ต่อ kWh จะต่ำเมื่อ
  • 1 : Load factor เป็นลบ
  • 2 : Load factor เข้าใกล้ 0%
  • 3 : Load factor เข้าใกล้ 50%
  • 4 : Load factor เข้าใกล้ 100%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 :
  • % Load factor ของผู้ใช้ไฟฟ้ารายหนึ่งมีค่าสูงความหมายอย่างไร
  • 1 : มีการใช้พลังงานไฟฟ้าไม่ต่อเนื่อง
  • 2 : มีการใช้พลังงานไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ
  • 3 : มีการใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างคงที่
  • 4 : มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • diversity factor ของระบบไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีค่าสูงหมายความว่าอย่างไร
  • 1 : มีการใช้กำลังไฟฟ้าของโหลดแต่ละประเภทไม่ต่อเนื่อง
  • 2 : มีการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดของโหลดแต่ละประเภทไม่พร้อมกัน
  • 3 : มีการใช้กำลังไฟฟ้าต่ำสุดของโหลดแต่ละประเภทไม่พร้อมกัน
  • 4 : มีการใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ยของโหลดแต่ละประเภทค่อนข้างเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 20 :
  • Daily load curve คือ
  • 1 : กราฟแสดงจำนวนกิโลวัตต์ที่ใช้เทียบกับเวลาใน 1 วัน
  • 2 : กราฟแสดงจำนวนพลังงานที่ใช้เทียบกับเวลาใน 1 วัน
  • 3 : กราฟแสดงจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าเทียบกับเวลาใน 1 วัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 21 :
  • พื้นที่ใต้ Daily load curve คือ
  • 1 : จำนวนกิโลวัตต์ที่ใช้เทียบกับเวลาใน 1 วัน
  • 2 : จำนวนพลังงานที่ใช้เทียบกับเวลาใน 1 วัน
  • 3 : จำนวนผู้ใช้ไฟเทียบกับเวลาใน 1 วัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 22 :
  • Load duration curve คือ
  • 1 : กราฟแสดงช่วงเวลาในการเกิดโหลดสูงสุด
  • 2 : กราฟแสดง Load curve เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย
  • 3 : กราฟแสดง Load curve เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 23 :

  • 1 : 500 MWh
  • 2 : 1,250 MWh
  • 3 : 2,500 MWh
  • 4 : 3,400 MWh
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :

  • 1 : 33.33%
  • 2 : 50.25%
  • 3 : 71.33%
  • 4 : 83.33%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :

  • 1 : 25.7%
  • 2 : 33.3%
  • 3 : 56.7%
  • 4 : 94.5%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 26 :
  • Demand factor สำหรับอาคารพานิช ควรมีค่าเป็นอย่างไร
  • 1 : สูง เพราะจำนวนชั่วโมงการใช้งานไฟฟ้าสูง
  • 2 : ต่ำ เพราะจำนวนชั่วโมงการใช้งานไฟฟ้าต่ำ
  • 3 : สูง เพราะอุปกรณ์ต่างๆ มีโอกาสใช้งานพร้อมกัน
  • 4 : สูง เพราะค่าเฉลี่ยในการใช้กำลังไฟฟ้าสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 :
  • ผู้ใช้ไฟต่อไปนี้มีค่า Diversity factor ต่ำที่สุด
  • 1 : บ้านพักอาศัย
  • 2 : อาคารพานิช
  • 3 : โรงงานอุตสาหกรรม
  • 4 : สาธารณูปโภค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • Load factor มีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : สามารถนำมาคิดรายจ่ายประจำปีของระบบผลิตไฟฟ้า
  • 2 : สามารถนำมาใช้ประกอบการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในแต่ละวัน
  • 3 : สามารถนำมาใช้ในการจัดระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • 4 : สามารถนำมาใช้วางแผนขยายการผลิตของระบบจำหน่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับการทำนายโหลดด้วยระเบียบวิธี extrapolation
  • 1 : ใช้การเพิ่มขึ้นของประชากร (Population growth) มาร่วมในการทำนาย
  • 2 : ใช้กระบวนการสุ่ม (Random process) เข้าช่วย
  • 3 : นำปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic growth) ร่วมในการทำงาน
  • 4 : ใช้หลักการของ Curve fitting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • ปัจจัยในข้อใดต่อไปนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโหลด
  • 1 : ฤดูกาล
  • 2 : อุณหภูมิ
  • 3 : จำนวนประชากร
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแห่งหนึ่ง มีกำลังผลิตติดตั้ง 20 MW จ่ายโหลดสูงสุด 15 MW มีตัวประกอบโหลด (load factor) 80% จงหาค่าโหลดเฉลี่ยของโรงไฟฟ้า
  • 1 : 8 MW
  • 2 : 9 MW
  • 3 : 10 MW
  • 4 : 12 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 32 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : Diversity factor มีค่าไม่เกิน 1.0 เสมอ
  • 2 : Load factor มีค่าไม่น้อยกว่า 1.0 เสมอ
  • 3 : Load factor เท่ากับ 1.0 หมายความว่า โหลดเฉลี่ยของโรงไฟฟ้ามีค่าเท่ากับโหลดต่ำสุด
  • 4 : Diversity factor เท่ากับ 1.0 หมายความว่า โหลดเฉลี่ยของโรงไฟฟ้ามีค่าเท่ากับโหลดสูงสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีกำลังผลิตติดตั้ง (Installed capacity) 30 MW มีโหลดติดตั้ง (Connected load) 25 MW มีตัวประกอบโหลด (Load factor) 60% มีโหลดเฉลี่ย 9 MW ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : โหลดสูงสุดมีค่าเป็น 15 MW
  • 2 : ใน 1 วันโรงไฟฟ้าแห่งนี้จ่ายพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น 216,000 หน่วย
  • 3 : diversity factor มีค่าเท่ากับ 1.6
  • 4 : demand factor มีค่าเท่ากับ load factor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 34 :
  • ทำไมจึงต้องทำการศึกษาเรื่อง Load curve
  • 1 : เพื่อนำข้อมูลของ Load curve ที่คำนวณได้ไปเลือกชนิดของโรงไฟฟ้า
  • 2 : เพื่อนำข้อมูลของ Load curve ที่คำนวณได้ไปสร้างโรงจักรเพิ่มขึ้นเพื่อให้เป็นโรงไฟฟ้าสำรอง
  • 3 : เพื่อนำข้อมูลของ Load curve ที่คำนวณได้ไปเลือกชนิดของเชื้อเพลิงที่จะใช้ในการผลิตแระแสไฟฟ้า
  • 4 : เพื่อนำข้อมูลของ Load curve ที่คำนวณได้ไปคำนวณเป็นค่าไฟฟ้าในการเก็บเงินของบ้านพักอาศัย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 35 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นเป้าหมายในการศึกษาการทำนายโหลด(Prediction of load)
  • 1 : เพื่อนำค่าที่ทำนายได้ไปวางแผนการผลิตกระแสไฟฟ้าให้พอเพียงกับ Load ที่ต้องการ
  • 2 : เพื่อนำค่าที่ทำนายได้ไปวางแผนการจัดซื้อเครื่องวัดพลังงาน
  • 3 : เพื่อนำค่าที่ทำนายได้ไปวางแผนการพัฒนาประเทศ
  • 4 : เพื่อนำค่าที่ทำนายได้ไปเป็นเกณฑ์ในการลดการใช้พลังงานในปีถัดไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
  • 1 : ในการผลิตกำลังไฟฟ้าทางการไฟฟ้าจะผลิตกำลังไฟฟ้าเท่ากับ Peak load
  • 2 : ในการผลิตกำลังไฟฟ้าทางการไฟฟ้าจะผลิตกำลังไฟฟ้าเท่ากับ Maximum demand ของปีที่ผ่านมา
  • 3 : ในการผลิตกำลังไฟฟ้าทางการไฟฟ้าจะผลิตกำลังไฟฟ้าเท่ากับ Average load
  • 4 : ในการผลิตกำลังไฟฟ้าทางการไฟฟ้าจะผลิตกำลังไฟฟ้ามากกว่า Maximum demand ในขณะนั้นเล็กน้อย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งมีค่าการใช้กำลังไฟฟ้าดังรายละเอียดด้านล่างนี้ จงหาค่า Load factor ของโรงงานนี้ ช่วงเวลา 0.00 น. ถึง 06.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 2.5 kW ช่วงเวลา 6.00 น. ถึง 12.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 9.5 kW ช่วงเวลา 12.00 น. ถึง 18.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 7.5 kW ช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 00.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 2.5 kW
  • 1 : 0.579
  • 2 : 0.92
  • 3 : 2.316
  • 4 : 5.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 38 :
  • ในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งมีค่าการใช้กำลังไฟฟ้าดังรายละเอียดด้านล่างนี้ จงหาค่า Load factor ของโรงงานนี้ ช่วงเวลา 0.00 น. ถึง 06.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 2.5 kW ช่วงเวลา 6.00 น. ถึง 12.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 9.5 kW ช่วงเวลา 12.00 น. ถึง 18.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 7.5 kW ช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 00.00 น. ค่าการใช้กำลังไฟฟ้าชั่วโมงละ 2.5 kW
  • 1 : 0.579
  • 2 : 0.92
  • 3 : 2.316
  • 4 : 5.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 39 :

  • 1 : 10 kW
  • 2 : 35 kW
  • 3 : 45 kW
  • 4 : 77.5 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 40 :

  • 1 : 1.22
  • 2 : 1.458
  • 3 : 1.542
  • 4 : 3.229
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 41 :

  • 1 : 4.65 %
  • 2 : 46.5 %
  • 3 : 53 %
  • 4 : 77.5 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 :
  • จงคำนวณค่า Load Factor ในรอบวันของโหลดดังแสดงในตาราง
  • 1 : 50%
  • 2 : 60%
  • 3 : 70%
  • 4 : 80%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 43 :
  • การไฟฟ้าแห่งหนึ่งทำการจ่ายไฟฟ้าให้แก่โหลด 4 ค่าเป็นจำนวนชั่วโมงดังแสดงในตาราง จงคำนวณค่าตัวประกอบโหลด (Load Factor) ในรอบวันของการไฟฟ้าแห่งนี้
  • 1 : 0.514
  • 2 : 0.625
  • 3 : 0.775
  • 4 : 0.875
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 44 :
  • สถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่งจ่ายไฟให้แก่ลูกค้า 2 ราย (A และ B) ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าในรอบวันดังแสดงในตารางข้างล่าง จงคำนวณค่าตัวประกอบไดเวอร์ซิตี (Diversity factor) ของสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งนี้
  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.83
  • 3 : 1.2
  • 4 : 1.33
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 45 :
  • สถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่งจ่ายไฟให้แก่ลูกค้า 2 ราย (A และ B) ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าในรอบวันดังแสดงในตารางข้างล่าง จงคำนวณค่าตัวประกอบโคอินซิเดนซ์ (Coincidence factor)ของสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งนี้
  • 1 : 0.75
  • 2 : 0.83
  • 3 : 1.2
  • 4 : 1.33
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 46 :
  • สถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่งรับไฟฟ้าจากสถานีต้นทางรวมตลอดทั้งปีเป็นปริมาณ 70,080,000 kWh ในวันที่มีโหลดสูงสุดในปีนั้น ค่าโหลดสูงสุดและพลังงานที่ส่งผ่านสถานีไฟฟ้าย่อย คือ 20,000 kW และ 216,000 kWh ตามลำดับ จงคำนวณค่าตัวประกอบโหลดประจำปี
  • 1 : 0.40
  • 2 : 0.45
  • 3 : 0.50
  • 4 : 0.55
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 47 :
  • สถานีไฟฟ้าย่อยแห่งหนึ่งรับไฟฟ้าจากสถานีต้นทางรวมตลอดทั้งปีเป็นปริมาณ 70,080,000 kWh ในวันที่มีโหลดสูงสุดในปีนั้น ค่าโหลดสูงสุดและพลังงานที่ส่งผ่านสถานีไฟฟ้าย่อย คือ 20,000 kW และ 216,000 kWh ตามลำดับ จงคำนวณค่าตัวประกอบโหลดของวันที่มีโหลดสูงสุด
  • 1 : 0.40
  • 2 : 0.45
  • 3 : 0.50
  • 4 : 0.55
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 48 :
  • ข้อใดมิใช่วัตถุประสงค์ของการนำการพยากรณ์โหลดรายชั่วโมงและโหลดรายวันไปใช้งาน
  • 1 : กำหนดเวลาการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า
  • 2 : ประเมินสถานภาพการทำงานของระบบไฟฟ้า
  • 3 : จัดสรรกำลังการผลิตให้แก่โรงไฟฟ้า
  • 4 : วางแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 49 :
  • ข้อใดมิใช่วัตถุประสงค์ของการพยากรณ์โหลดในระยะปานกลาง – ระยะยาว
  • 1 : วางแผนการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 2 : วางแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า
  • 3 : ประเมินความเชื่อถือได้และค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้า
  • 4 : กำหนดเวลาการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • ความต้องการกำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟที่เป็นที่พักอาศัยดูได้จาก factor ใดบ้าง
  • 1 : ประเภทของที่พักอาศัย
  • 2 : จำนวนผู้ที่พักอาศัย
  • 3 : ฐานะ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • ความต้องการกำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟที่เป็นธุรกิจดูได้จาก Factor ใดบ้าง
  • 1 : ประเภทของธุรกิจ
  • 2 : พื้นที่ใช้งาน
  • 3 : ความหรูหรา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 52 :
  • ความต้องการกำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟที่เป็นอุตสาหกรรมดูได้จาก Factor ใดบ้าง
  • 1 : ประเภทของอุตสาหกรรม
  • 2 : ขนาดกำลังผลิต/วัน
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 :
  • ความต้องการกำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟที่เป็นระบบขนส่งมวลชน ดูได้จาก Factor ใดบ้าง
  • 1 : จำนวนตู้รถไฟฟ้า
  • 2 : จำนวนคนที่ขนถ่าย
  • 3 : จำนวนเที่ยวต่อวัน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 54 :
  • ความต้องการกำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟที่เป็นที่การสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ดูได้จาก factor ใดบ้าง
  • 1 : Pressure head
  • 2 : ขนาด Pump
  • 3 : ถูกทั้งข้อ 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • ผู้ใช้ไฟมีอุปกรณ์ไฟฟ้าต่ออยู่ทั้งหมด เท่ากับ 100 kW หมายถึง
  • 1 : Connected load = 100 kW
  • 2 : Maximum demand = 100 kW
  • 3 : Minimum demand = 100 kW
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 56 :
  • การใช้กำลังไฟฟ้าของผู้ใช้ในแต่ละช่วงเวลาตลอดช่วงเวลาที่พิจารณาหมายถึง
  • 1 : Load duration curve
  • 2 : Load curve
  • 3 : Load factor
  • 4 : Demand factor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 57 :
  • ใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ 0.9 เท่าของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่ออยู่ทั้งหมดหมายถึง
  • 1 : Load curve = 0.9
  • 2 : Maximum demand = 0.9
  • 3 : Demand factor = 0.9
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 58 :
  • การใช้กำลังไฟฟ้าเฉลี่ยตลอด 24 ชม. เท่ากับ 30 % ของความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดเท่าไร
  • 1 : Demand factor = 30 %
  • 2 : Load factor = 30 %
  • 3 : Average demand = 30 %
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • ผู้ใช้ไฟแต่ละรายร่วมใจใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดตลอดเวลาแสดงว่า Diversity factor เท่าไร
  • 1 : เท่ากับ 1
  • 2 : มากกว่า 1
  • 3 : เท่ากับ 0
  • 4 : มากกว่า 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 60 :
  • ถ้า Diversity factor เท่ากับ Consider factor เท่ากับเท่าไร
  • 1 : 0.25
  • 2 : 0.2
  • 3 : 0.15
  • 4 : 0.1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงของการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า
  • 1 : วางแผนสร้างโรงไฟฟ้า
  • 2 : วางแผนสร้างระบบส่งไฟฟ้า
  • 3 : วางแผนจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง
  • 4 : วางแผนกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 62 :
  • ค่าตัวประกอบโหลด (Load factor) ที่จะส่งผลดีที่สุดต่อการวางแผนเกี่ยวกับระบบผลิตไฟฟ้า ควรเป็นอย่างไร
  • 1 : มีค่าสูงกว่า 1.0
  • 2 : มีค่าต่ำกว่า 1.0
  • 3 : มีค่าเข้าใกล้ 1.0
  • 4 : สรุปไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของความต้องการใช้ไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 63 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าว ไม่ถูกต้อง
  • 1 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับจ่ายโหลดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องมีความเฉื่อยต่ำ
  • 2 : ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของระบบ หมายถึง ค่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในแต่ละช่วงเวลาตามที่กำหนด
  • 3 : การทราบถึงปริมาณและลักษณะโหลด มีประโยชน์ในการวางแผนผลิตไฟฟ้า
  • 4 : Load duration curve ใช้ประมาณปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าและกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 64 :
  • ตัวประกอบโหลด คือ อัตราส่วนของค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยต่อค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หากระบบใดๆ มีค่าตัวประกอบโหลดต่ำ หมายความว่า การใช้ไฟฟ้าของระบบดังกล่าวดีหรือไม่ เพราะเหตุใด
  • 1 : ดี เนื่องจากลักษณะการใช้ไฟฟ้าของระบบจะมีความสม่ำเสมอ และส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าถูกลง
  • 2 : ดี เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยและความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดมีค่าแตกต่างกันมาก
  • 3 : ไม่ดี เนื่องจากมีการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าปกติ ณ เวลาสั้นๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการจัดเตรียมกำลังผลิตไฟฟ้า
  • 4 : ไม่ดี เนื่องจากระบบไฟฟ้ามีลักษณะ และเวลาการใช้ไฟฟ้าแตกต่างกัน ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้ามีค่าไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 65 :
  • ลักษณะการใช้ไฟฟ้ารายวันในโรงงานแห่งหนึ่ง คำนวณค่าตัวประกอบโหลด (Load factor) ได้เท่ากับ 0.75 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวันคิดเป็นประมาณ 3,600 kWh อยากทราบว่าประมาณความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดของโรงงานแห่งนั้นมีค่าเป็นเท่าใด
  • 1 : 112.5 kW
  • 2 : 150 kW
  • 3 : 200 kW
  • 4 : ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • ข้อมูลใดไม่สามารถบอกได้จากลักษณะโหลดรายวัน (Daily load curve)
  • 1 : Total connected load
  • 2 : Base load
  • 3 : Peak load
  • 4 : Load factor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 67 :
  • ถ้ากำหนดให้โหลดเริ่มต้นที่ 4,700 MVA โดยมีอัตราการเติบโตของโหลดรายปีเฉลี่ย 9.5% จงพยากรณ์โหลดปีที่ 15
  • 1 : 18,336 MVA
  • 2 : 13,368 MVA
  • 3 : 18,633 MVA
  • 4 : 16,833 MVA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 68 :
  • กำหนดให้โหลดเริ่มต้นที่ 1,000 MVA เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฎว่าโหลดในปีดังกล่าวคือ 20,000 MVA กำหนดให้อัตราการเติบโตของโหลดรายปี 10% จงหาเวลาที่ผ่านไป
  • 1 : 41.3 ปี
  • 2 : 43.1 ปี
  • 3 : 34.1 ปี
  • 4 : 31.43 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 69 :
  • ข้อใดคือการแบ่งโหลดตามสภาพแวดล้อม
  • 1 : โหลดวิกฤต
  • 2 : โหลดในเมือง
  • 3 : โหลดปกติ
  • 4 : โหลดฉุกเฉิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 70 :
  • เส้นโค้งโหลด (Load curve) แสดงความสัมพันธ์ของค่าใด
  • 1 : ความต้องการกำลังไฟฟ้าของโหลดกับช่วงเวลาความต้องการ
  • 2 : ความต้องการแรงดันไฟฟ้ากับช่วงเวลาความต้องการ
  • 3 : ความต้องการกระแสไฟฟ้ากับช่วงเวลาความต้องการ
  • 4 : ความต้องการประจุไฟฟ้ากับช่วงเวลาความต้องการ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 71 :
  • Demand factor คือค่าใด
  • 1 : อัตราส่วนของความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดต่อโหลดรวมพิกัดของระบบ
  • 2 : อัตราส่วนของความต้องการแรงดันไฟฟ้าสูงสุดต่อโหลดรวมพิกัดของระบบ
  • 3 : อัตราส่วนของความต้องการกระแสไฟฟ้าสูงสุดต่อโหลดรวมพิกัดของระบบ
  • 4 : อัตราส่วนของความต้องการประจุไฟฟ้าสูงสุดต่อโหลดรวมพิกัดของระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • Connected load คือค่าใด
  • 1 : ผลรวมของกำลังไฟฟ้าในย่านธุรกิจในเมือง
  • 2 : ผลรวมความต้องการไฟฟ้าขณะต่ำสุดของระบบ
  • 3 : ผลรวมความต้องการไฟฟ้าขณะสูงสุดของระบบ
  • 4 : ผลรวมพิกัดต่อเนื่องของโหลดที่ต่อกับระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 73 :
  • การพยากรณ์ค่าโหลดในปีอนาคตสามารถหาได้จากสมการใด เมื่อกำหนดให้ Ln = โหลดของปีที่ n g = อัตราการเติบโตรายปี Lo = โหลดเริ่มต้น N = จำนวนปีที่พยากรณ์
  • 1 : Ln = Lo(1+ng)^n
  • 2 : Ln = Lo(1+g)^ng
  • 3 : Ln = Lo(1+g)^n
  • 4 : Ln = Lo(1+n)^g
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • ความหมายของความต้องการกำลังสูงสุดคือข้อใด
  • 1 : Minimum factor
  • 2 : Maximum factor
  • 3 : Maximum demand
  • 4 : Minimum demand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 75 :
  • ความหมายของความต้องการกำลังไฟฟ้าเฉลี่ยคือข้อใด
  • 1 : Average factor
  • 2 : Average demand
  • 3 : Maximum demand
  • 4 : Minimum demand
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 75 : Energy Resources
ข้อที่ 76 :
  • กำลังผลิตไฟฟ้าจากประเภทของโรงไฟฟ้าในประเทศไทย ให้เรียงลำดับจากการผลิตจากโรงไฟฟ้ามากที่สุดไปหาประเภทโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตต่ำสุด
  • 1 : พลังงานน้ำ ไอน้ำ ก๊าซเทอร์ไบน์ ดีเซล
  • 2 : ไอน้ำ ก๊าซเทอร์ไบน์ พลังงานน้ำ ดีเซล
  • 3 : ก๊าซเทอร์ไบน์ ไอน้ำ พลังงานน้ำ ดีเซล
  • 4 : ไอน้ำ พลังงานน้ำ ก๊าซเทอร์ไบน์ ดีเซล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 77 :
  • Fuel cell คืออะไร
  • 1 : เชื้อเพลิงใหม่ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้แทนน้ำมันและถ่านหิน
  • 2 : เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่อาศัยกระบวนการทางไฟฟ้าเคมีระหว่างไฮโดรเจนและออกซีเจน
  • 3 : เชื้อเพลิงสำหรับใช้ในเตาปฎิกรณ์
  • 4 : แบตเตอรีชนิดใหม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 78 :
  • คำว่า Co-generation ในเรื่องของการผลิตไฟฟ้าหมายถึงอะไร
  • 1 : ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ให้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน
  • 2 : การเชื่อมต่อกันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายเครื่องเพื่อร่วมกันจ่ายพลังงาน
  • 3 : การเชื่อมต่อกันของเครื่องต้นกำลังหลายเครื่องเพื่อช่วยกันขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 4 : ระบบการผลิตไฟฟ้าที่ใช้โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำมีอายุการใช้งานนานกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 2 : โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำใช้น้ำหล่อเย็นมากกว่าโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 3 : โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้ Condenser เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 4 : โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซเหมาะจะใช้เป็น Base load plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 80 :
  • Water treatment plant อยู่ในโรงไฟฟ้าใด
  • 1 : พลังงานไอน้ำ
  • 2 : พลังงานน้ำ
  • 3 : gas turbine
  • 4 : ดีเซล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 81 :
  • Combined cycle power plant คือ
  • 1 : โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและดีเซลทำงานร่วมกัน
  • 2 : โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและความร้อนทำงานร่วมกัน
  • 3 : โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและดีเซลทำงานร่วมกัน
  • 4 : โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซและพลังงานความร้อนทำงานร่วมกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 82 :
  • Cooling tower ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อน มีหน้าที่
  • 1 : ทำให้น้ำหล่อเย็นอุ่นขึ้น
  • 2 : ทำความเย็นภายในโรงไฟฟ้า
  • 3 : ทำให้น้ำหล่อเย็นเย็นลง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 83 :
  • ถ่านหินที่มีคุณภาพดีที่สุดคือถ่านหินประเภทใด
  • 1 : ถ่านหินพีท
  • 2 : ถ่านหินแอนทราไซด์
  • 3 : ถ่านหินลิกไนต์
  • 4 : ถ่านหินบิทูมินัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • ข้อดีของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าดีเซลคืออะไร
  • 1 : ค่าการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ต่ำ
  • 2 : ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโหลดได้อย่างรวดเร็ว
  • 3 : ค่าบำรุงรักษาต่ำ
  • 4 : ไม่มีปัญหาเรื่องเสียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 85 :
  • โรงไฟฟ้า Gas turbine มี ค่าLoad factor = 0.82 ค่า Capacity factor = 0.70 และความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ 750 MW จงคำนวณหา พลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าผลิตได้ใน 24 ชั่วโมง
  • 1 : 12,750 MWh
  • 2 : 13,500 MWh
  • 3 : 14,760 MWh
  • 4 : 15,500 MWh
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 86 :
  • โหลด 4 กลุ่มต่ออยู่กับโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง โดยโหลดแต่ละกลุ่มมีความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับ 30 MW 20 MW 10 MW และ 14 MW และความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของโรงไฟฟ้าคือ 60 MW หากกำหนดให้ขนาดของโรงไฟฟ้าคือ 80 MW และ Load Factor = 0.6 จงคำนวณหา ค่าเฉลี่ยของโหลด
  • 1 : 12 MW
  • 2 : 18 MW
  • 3 : 36 MW
  • 4 : 44 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 87 :
  • ข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้แก่
  • 1 : ใช้เวลาก่อสร้างที่สั้น
  • 2 : กำลังไฟฟ้าที่ต้องการผลิตสามารถควบคุมได้โดยไม่ขึ้นกับปัจจัยภายนอกอื่นๆ
  • 3 : ค่าการผลิตกระแสไฟฟ้าต่ำ ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแห่งหนึ่งเดินเครื่องตลอดวัน มีกำลังผลิตติดตั้ง 20 MW จ่ายโหลดสูงสุด 15 MW มีตัวประกอบโหลด (Load factor) 80% จงหาค่า Plant use factor ของโรงไฟฟ้า
  • 1 : 0.5
  • 2 : 0.6
  • 3 : 0.7
  • 4 : 0.8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 :
  • ระบบไฟฟ้ากำลังแห่งหนึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขนาด 20 MW จำนวน 4 แห่ง โรงไฟฟ้าขนาด 25 MW จำนวน 4 แห่ง และขนาด 30 MW จำนวน 8 แห่ง ถ้ากำหนดให้ระบบไฟฟ้าแห่งนี้มี Load factor เท่ากับ 0.6 และจ่ายโหลดเฉลี่ย 210 MW จงคำนวณ Spinning reserve ของระบบ
  • 1 : 60 MW
  • 2 : 70 MW
  • 3 : 80 MW
  • 4 : 90 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 90 :
  • ในการเลือกขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของโรงไฟฟ้าจะเลือกขนาดพิกัดตามข้อใด
  • 1 : เลือกตามขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีพิกัดต่ำที่สุด
  • 2 : เลือกตามขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีพิกัดที่ใหญ่ที่สุด
  • 3 : เลือกตามขนาดของค่าเฉลี่ยของโหลดที่ต่ออยู่ในระบบ
  • 4 : เลือกตามค่า Load factor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • โรงไฟฟ้าชนิดใดใช้เดินเครื่องช่วงที่เป็น Peak load
  • 1 : Steam turbine power plant
  • 2 : Combine cycle power plant
  • 3 : Diesel power plant
  • 4 : Gas turbine power plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดพิกัด 1,000 kVA 22 kV / 416 V จัดซื้อด้วยวิธีการประมูลในราคา 350,000 บาท หม้อแปลงไฟฟ้านี้มีอัตราค่าเสื่อมราคา 10 % ต่อปี ทางโรงงานมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนหม้อแปลงให้มีพิกัดที่ใหญ่ขึ้น ในอีก 7 ปี ให้หาราคาเมื่อต้องการขายหม้อแปลงนี้ในอีก 7 ปีข้างหน้า ด้วยวิธี Reducing balance method
  • 1 : 105,000 บาท
  • 2 : 167,670 บาท
  • 3 : 245,000 บาท
  • 4 : 315,000 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 93 :
  • โรงไฟฟ้าแบบ Steam turbine power plant ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบถ่านหิน มีค่า Fixed cost เท่ากับ 9,800 บาท/kW ที่ติดตั้งต่อปี และโรงไฟฟ้านี้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งและค่าแรงงานของพนักงาน 5.5 บาทต่อ kWh ให้คำนวณหาค่าใช้จ่ายรวมต่อชั่วโมงของโรงไฟฟ้านี้เมื่อ Load factor มีค่าเท่ากับ 65 %
  • 1 : 1.12 บาท
  • 2 : 5.5 บาท
  • 3 : 9.075 บาท
  • 4 : 35.75 บาท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 94 :
  • ตามปกติในช่วงเวลาโหลดสูงสุด (Peak-load) ความต้องใช้ไฟฟ้าจะมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่านควรจะใช้โรงจักรประเภทใดต่อไปนี้ในการจ่ายโหลดส่วนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวจึงจะเหมาะสมและประหยัดค่าใช้จ่าย
  • 1 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่
  • 2 : โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 3 : โรงไฟฟ้าดีเซล
  • 4 : โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • หากมีเชื้อเพลิงหรือแหล่งต้นกำลังพอเพียง ท่านคิดว่าโรงไฟฟ้าชนิดใดต่อไปนี้มีค่าความพร้อมในการใช้งาน (Availability) สูงที่สุด
  • 1 : โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำที่ใช้ถ่านหิน
  • 2 : โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ
  • 3 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
  • 4 : โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • โรงไฟฟ้าขนาด 500 MW แห่งหนึ่งมีค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าตามสมการ C(P) = P2+ 320 P + 80,000 บาท/ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยสุดท้าย (Marginal cost) ขณะที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้จ่ายไฟฟ้าที่ 400 MW คือเท่าใด
  • 1 : 520 บาท/MWh
  • 2 : 920 บาท/MWh
  • 3 : 1,120 บาท/MWh
  • 4 : 1,600 บาท/MWh
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสขนาด 4 ขั้วติดตั้งทำงานอยู่ในโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งในภาคใต้ โรเตอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องนี้ต้องการหมุนที่ความเร็วกี่ rpm.
  • 1 : 1,000
  • 2 : 1,200
  • 3 : 1,500
  • 4 : 3,000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ในการเลือกชนิดของโรงจักรจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง
  • 1 : ขนาดกำลังผลิต / หน่วยการผลิต
  • 2 : ธรรมชาติของโหลดที่จะจ่าย
  • 3 : ชนิดของเชื้อเพลิง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • ในการลงทุนสร้างโรงจักรไฟฟ้าข้อใดที่ไม่ใช้ Variable cost
  • 1 : ราคาเชื้อเพลิง
  • 2 : เงินเดือนพนักงาน
  • 3 : อัตราดอกเบี้ย
  • 4 : ค่าซ่อมบำรุง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 100 :
  • ในการลงทุนสร้างโรงจักรไฟฟ้า ข้อใดที่ไม่ใช้ Fixed cost
  • 1 : งบประมาณที่ใช้จ่ายประจำปี
  • 2 : อัตราดอกเบี้ย
  • 3 : การประกันภัย
  • 4 : ราคาโรงจักร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 101 :
  • การขายพลังงานไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประกอบด้วยค่าอะไรบ้างต่อไปนี้
  • 1 : kWh
  • 2 : kW สูงสุด
  • 3 : Ft
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 102 :
  • ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจ่ายให้กับผู้ใช้ไฟถ้า Load factor เท่ากับ 99 % จะทำให้ต้นทุนในการผลิต / kWh เป็นอย่างไร
  • 1 : ถูก
  • 2 : แพง
  • 3 : ปานกลาง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 103 :
  • ในหนึ่งโรงจักรใดๆ ขนาดและจำนวนหน่วยการผลิตที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่างกี่หน่วยผลิต
  • 1 : 1 หน่วยผลิต
  • 2 : 2 – 10 หน่วยผลิต
  • 3 : มากกว่า 10 หน่วยผลิต
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 104 :
  • ถ้าโรงจักรผลิตกำลังผลิตตามแผนการผลิตเท่ากับ 100 MW แล้วผู้ใช้ ใช้ตาม Load curve เท่ากับ 95 MW ณ เวลาใดๆ โรงจักรนี้จะมี Hot reserve เท่าใด
  • 1 : 10 MW
  • 2 : 9 MW
  • 3 : 5 MW
  • 4 : 1 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 105 :
  • ในโรงจักรหนึ่งมี Hot reserve เท่ากับ 50 MW แล้วโรงจักรเชื่อมต่อกับโรงจักรสองด้วยสายส่งถ้าโรงจักรสองต้องการสายส่งกำลังไฟฟ้าเพิ่ม 40 MW โรงจักรหนึ่งจะจ่าย Spinning reserve ให้โรงจักรสองเท่าใด
  • 1 : 50 MW
  • 2 : 40 MW
  • 3 : 10 MW
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 106 :
  • โรงจักรหนึ่งมี 4 หน่วยผลิตๆ ละ 500 MW จงหากำลังผลิตยามปกติว่ามีค่าเท่าไร
  • 1 : 2000 MW
  • 2 : 1500 MW
  • 3 : 1000 MW
  • 4 : 500 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • โรงจักรหนึ่งมีหน่วยผลิต ๆ ละ 500 MW จงหากำลังผลิตสำรองเท่าไร
  • 1 : 200 MW
  • 2 : 1,500 MW
  • 3 : 1,000 MW
  • 4 : 500 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • โรงจักรหนึ่งมี 4 หน่วยผลิตๆละ 500 MW จงหากำลังผลิตสูงสุดที่โรงจักรสามารถผลิตได้
  • 1 : 2,000 MW
  • 2 : 1,500 MW
  • 3 : 1,000 MW
  • 4 : 500 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 109 :
  • ถ้าโรงจักรจ่ายกำลังผลิตให้กับผู้ใช้ไฟเท่ากับ 60 % ของกำลังผลิตสูงสุดหมายถึงมีค่าใดเท่ากับ 60 %
  • 1 : Plant use factor
  • 2 : Plant capacity factor
  • 3 : Installation capacity
  • 4 : Cold reserve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :
  • ถ้าโรงจักรกำลังผลิตให้กับผู้ใช้ไฟเท่ากับ 60 % ของกำลังผลิตสูงสุดจะเหลือกำลังผลิตสำรองกี่เปอร์เซนต์
  • 1 : 40 %
  • 2 : 30 %
  • 3 : 20 %
  • 4 : 10 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • ถ้าโรงจักรจ่ายกำลังผลิตให้กับผู้ใช้ไฟเท่ากับ 99 % ของกำลังผลิตยามปกติหมายถึงค่าใดเท่ากับ 99 %
  • 1 : Plant use factor
  • 2 : Plant capacity factor
  • 3 : Installation capacity
  • 4 : Cold reserve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • ถ้าโรงจักรจ่ายกำลังผลิตให้กับผู้ใช้ไฟเท่ากับ 99 % ของกำลังผลิตยามปกติจงหาว่า Hot reserve มีค่ากี่เปอร์เซ็นต์
  • 1 : 100 %
  • 2 : 99 %
  • 3 : 1 %
  • 4 : 0 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 113 :
  • ทำไมต้องติดตั้งกำลังผลิตสำรองเพิ่มอีก 1 หน่วยผลิตในโรงจักรใดๆ
  • 1 : เพิ่ม Stability ของโรงจักร
  • 2 : เพิ่ม Reliability ของโรงจักร
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 114 :
  • ข้อใด ไม่ใช่ การจำแนกประเภทของโหลด เพื่อใช้ในการวางแผนผลิตไฟฟ้า
  • 1 : Base load
  • 2 : Intermediate load
  • 3 : Emergency load
  • 4 : Reserved load
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • โรงไฟฟ้าประเภทใดในปัจจุบันมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ได้ สูงที่สุด เมื่อคิดตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า
  • 1 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
  • 2 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
  • 3 : โรงไฟฟ้าดีเซล
  • 4 : โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • โรงไฟฟ้าใดต่อไปนี้ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง
  • 1 : Hydro power plant
  • 2 : Steam turbine power plant
  • 3 : Gas turbine power plant
  • 4 : Combine cycle power plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • ในประเทศไทยมีโรงไฟฟ้ากี่ชนิดที่ร่วมกันจ่ายกำลังผลิตเข้าระบบของประเทศแล้วควบคุมจากศูนย์ควบคุมการผลิตและส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าของประเทศไทย
  • 1 : 5 ชนิด
  • 2 : 6 ชนิด
  • 3 : 7 ชนิด
  • 4 : 8 ชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 118 :
  • การควบคุมการร่วมกันจ่ายกำลังผลิตเข้าระบบไฟฟ้าของประเทศไทยแบ่งการควบคุมออกเป็นกี่พื้นที่
  • 1 : 2 พื้นที่
  • 2 : 3 พื้นที่
  • 3 : 4 พื้นที่
  • 4 : 5 พื้นที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :
  • ถ้าประเทศไทยมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบ Run off river และ Tidal plant เสริมเข้าระบบของประเทศ จะมีผลอย่างไร
  • 1 : ทำให้ ค่าไฟฟ้า / MWh ลดลง
  • 2 : ทำให้ ค่าไฟฟ้า / MWh เพิ่มขึ้น
  • 3 : ทำให้ ค่าไฟฟ้า / MWh คงที่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • ถ้าจะทำให้ Power loss ในสายส่งรวมของประเทศไทยลดน้อยลงควรจะปรับปรุงเป็นระดับแรงดันเป็นเท่าใด
  • 1 : 115 kV
  • 2 : 230 kV
  • 3 : 500 kV
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 121 :
  • ภายในศูนย์ควบคุมการผลิตและส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าของประเทศไทย ประกอบด้วยระบบใดบ้าง
  • 1 : Computer
  • 2 : สื่อสาร
  • 3 : Load and Frequency control
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • การกำหนดขนาดหน่วยผลิตสำรองมีวิธีการกำหนดอย่างไร
  • 1 : กำหนดเท่ากับหน่วยที่ใหญ่ที่สุดในโรงไฟฟ้า
  • 2 : กำหนดเท่ากับหน่วยที่เล็กที่สุดในโรงไฟฟ้า
  • 3 : กำหนดเท่ากับหน่วยผลิตเฉลี่ยทั้งโรงไฟฟ้า
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 76 : Diesel Plant
ข้อที่ 123 :
  • คุณสมบัติใดที่ไม่ใช่เป็นของเครื่องกำเนิดดีเซล
  • 1 : เดินเครื่องได้เร็ว
  • 2 : จ่ายกำลังไฟฟ้าได้น้อยเมื่อเทียบกับโรงจักรอื่นๆ
  • 3 : เหมาะสำหรับการจ่ายโหลดสูง(Peak load)
  • 4 : ต้องทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดก๊าซเทอร์ไบน์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • ข้อความใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : เครื่องจักรดีเซล 4 จังหวะ หมายถึงการเคลื่อนของลูกสูบทำงาน 4 จังหวะ
  • 2 : ที่ความเร็วเท่ากันและขนาดเท่ากันเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 2 จังหวะให้กำลังงานออกมามากกว่า
  • 3 : ก๊าซเสียที่เหลือในการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ 2 จังหวะมีมากกว่าแบบเครื่องยนต์ 4 จังหวะ
  • 4 : เครื่องยนต์ 4 จังหวะสามารถหมุนในทิศทางใดก็ได้ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเครื่องยนต์ 2 จังหวะ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 125 :
  • โรงไฟฟ้า์ดีเซลมีข้อเสียเมื่อเทียบกับเครื่องกำเนิดหรือโรงไฟฟ้าแบบอื่นๆคือ
  • 1 : ราคาเชื่อเพลิงสูงเมื่อเทียบกับถ่านหิน
  • 2 : ค่าหล่อลื่นในเครื่องยนต์ดีเซลสูง
  • 3 : กำลังโหลดเกินของเครื่องมีขีดจำกัด
  • 4 : ใช้น้ำเพื่อระบายความร้อนมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 126 :
  • ประสิทธิภาพเครื่องกลหรือทางกล(Mechanical efficiency) หมายถึง
  • 1 : อัตราส่วนของกำลังม้าแรงบิด(Brake horse power) หรือ กำลังม้าอินดิเกต(Indicated horse power)ต่อพลังงานความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน
  • 2 : อัตราส่วนของกำลังม้าแรงบิด(Brake horse power) ต่อ กำลังม้าอินดิเกต(Indicated horse power)
  • 3 : อัตราส่วนของปริมาตรอากาศ Va ที่เข้ามาในกระบอกสูบที่อุณหภูมิและความดันปกติต่อปริมาตรการดูดของลูกสูบ Vs
  • 4 : อัตราส่วนของประสิทธิภาพความร้อนอินดิเกตต่อประสิทธิภาพความร้อนอุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 127 :
  • ประสิทธิภาพความร้อน คือ
  • 1 : อัตราส่วนของกำลังม้าแรงบิด(Brake horse power) หรือ กำลังม้าอินดิเกต(Indicated horse power)ต่อพลังงานความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน
  • 2 : อัตราส่วนของกำลังม้าแรงบิด(Brake horse power) ต่อ กำลังม้าอินดิเกต(Indicated horse power)
  • 3 : อัตราส่วนของปริมาตรอากาศ Va ที่เข้ามสในกระบอกสูบที่อุณหภูมิและความดันปกติต่อปริมาตรการดูดของลูกสูบ Vs
  • 4 : อัตราส่วนของประสิทธิภาพความร้อนอินดิเกตต่อประสิทธิภาพความร้อนอุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 128 :
  • ประสิทธิภาพสัมพัทธ์(relative efficiency)
  • 1 : อัตราส่วนของกำลังม้าแรงบิด(Brake horse power) หรือ กำลังม้าอินดิเกต(indicated horse power)ต่อพลังงานความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงในช่วงเวลาเดียวกัน
  • 2 : อัตราส่วนของกำลังม้าแรงบิด(Brake horse power) ต่อ กำลังม้าอินดิเกต(indicated horse power)
  • 3 : อัตราส่วนของปริมาตรอากาศ Va ที่เข้ามสในกระบอกสูบที่อุณหภูมิและความดันปกติต่อปริมาตรการดูดของลูกสูบ Vs
  • 4 : อัตราส่วนของประสิทธิภาพความร้อนอินดิเกตต่อประสิทธิภาพความร้อนอุดมคติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 129 :
  • ข้อดีของโรงไฟฟ้าดีเซลคือข้อใด
  • 1 : เดินเครื่องได้รวดเร็ว
  • 2 : เหมาะที่จะเป็นโรงไฟฟ้าสำรองหรือโรงไฟฟ้าฉุกเฉิน
  • 3 : สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกกว่าโรงไฟฟ้าชนิดอื่น
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 130 :
  • ข้อใดที่ไม่ใช่ จังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ
  • 1 : Suction
  • 2 : Compression
  • 3 : Ignition
  • 4 : Extinction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2 จังหวะต่างจาก 4 จังหวะอย่างไร
  • 1 : ไม่มี Suction stroke
  • 2 : ไม่มี Compression stroke
  • 3 : ไม่มี Ignition stroke
  • 4 : ไม่มี Expansion stroke
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 132 :
  • Super-charging มีหน้าที่อะไร
  • 1 : ทำหน้าที่เพิ่มน้ำหนักของอากาศเข้าลูกสูบมากขึ้น ทำให้ฉีดน้ำมันได้มากขึ้น
  • 2 : เป็นการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ดีเซลโดยประสิทธิภาพไม่เปลี่ยน
  • 3 : ใช้เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • Power output ของเครื่องยนต์ดีเซลสัมพันธ์กับการติดตั้งที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลอย่างไร
  • 1 : Rated power output ของเครื่องยนต์ดีเซลจะลดลงเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น
  • 2 : Rated power output ของเครื่องยนต์ดีเซลจะเพิ่มขึ้นเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น
  • 3 : Rated power output ของเครื่องยนต์ดีเซลจะไม่เกี่ยวข้องกับความสูง
  • 4 : Rated power output ของเครื่องยนต์ดีเซลจะคงที่เสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 134 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธี Cooling สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ในโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติปั๊มเข้ามาแล้วปล่อยออกไป
  • 2 : ใช้ Ice cooling ในการผลิตน้ำแข็งเพื่อหล่อเย็น
  • 3 : ใช้ Cooling tower ในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และกรณีที่น้ำขาดแคลน
  • 4 : ใช้บ่อ Cooling water pond อาจใช้การ spray ช่วยในกรณีที่น้ำในบ่ออุณหภูมิสูงเกินไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 135 :
  • ข้อใดไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงจักรดีเซล
  • 1 : ค่าเสื่อมราคา
  • 2 : ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
  • 3 : ค่าน้ำมันหล่อลื่น
  • 4 : ค่าน้ำสำหรับหล่อเย็น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 136 :
  • โรงไฟฟ้าดีเซลไม่นิยมใช้ในกรณีใด
  • 1 : Base-load plant
  • 2 : Peak-load plant
  • 3 : Standby plant
  • 4 : Emergency plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 :
  • คุณสมบัติใดที่แสดงว่าเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซล
  • 1 : มีหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง
  • 2 : มีการดูดไอดีเข้าห้องเผาไหม้
  • 3 : ใช้ปั๊มเชื้อเพลิงความดันสูง
  • 4 : ไม่มีหัวเทียน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 138 :
  • การเปิดสวิทช์ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ดีเซลนานติดต่อกันมีผลเสียอย่างไร
  • 1 : เฟืองของมอเตอร์ชำรุด
  • 2 : เปลืองไฟ
  • 3 : มอเตอร์ร้อนจัด
  • 4 : เครื่องยนต์ชำรุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 :
  • ข้อดีของการวางกระบอกสูบแบบวีคือ
  • 1 : ง่ายต่อการซ่อมแซม
  • 2 : เครื่องยนต์หมุนเรียบขึ้น
  • 3 : ประหยัดเนื้อที่ในแนวตั้ง
  • 4 : เพลาข้อเหวี่ยงมีความแข็งแรงมากขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 140 :
  • ล้อช่วยแรง (Flywheel) มีประโยชน์อย่างไร
  • 1 : ทำให้เครื่องยนต์มีแรงเฉื่อยมากขึ้น
  • 2 : ช่วยลดแรงกระทำต่อลูกสูบ
  • 3 : การสตาร์ทเครื่องสะดวก รวดเร็วมากขึ้น
  • 4 : เครื่องยนต์หมุนเรียบสม่ำเสมอ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • การดูแลรักษาเครื่องยนต์ดีเซล ควรปฏิบัติอย่างไร
  • 1 : เดินเครื่องตัวเปล่าก่อนจ่ายภาระ
  • 2 : เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นตามกำหนด
  • 3 : ถ่ายน้ำระบายความร้อนออกให้หมด เมื่อต้องหยุดเครื่องนานๆ
  • 4 : ตรวจเติมนำระบายความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 142 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : โรงไฟฟ้าดีเซลสามารถนำมาติดตั้งบนรถบรรทุกเคลื่อนที่เพื่อใช้เป็น Mobile plant ได้
  • 2 : โรงไฟฟ้าดีเซลสามารถนำมาจ่าย Auxiliary power ให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่ได้
  • 3 : Operating cost ต่ำ
  • 4 : มีประสิทธิภาพสูง ถึงแม้จะจ่ายที่ Light load
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 143 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : โรงไฟฟ้าดีเซลขนาดเล็กใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่
  • 2 : หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าดีเซลเป็นไปตามวัฏจักรเบรย์ตัน (Brayton cycle)
  • 3 : Common rail injection system เป็นระบบที่ทำหน้าที่ให้โมเลกุลของน้ำมันเกิดการแตกตัวที่ความดันสูง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 144 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นข้อได้เปรียบของโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : เหมาะสมที่จะทำงานในสภาวะโหลดเกิน
  • 2 : ค่าบำรุงรักษาต่ำ
  • 3 : มีประสิทธิภาพสูง ถึงแม้จะจ่ายที่ Light load
  • 4 : ไม่มีปัญหาทางด้านมลภาวะทางเสียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 145 :
  • โรงไฟฟ้าดีเซลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถูกติดตั้งอยู่ที่จังหวัดใด
  • 1 : ตราด
  • 2 : แม่ฮ่องสอน
  • 3 : ยะลา
  • 4 : มุกดาหาร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 146 :
  • โรงไฟฟ้าดีเซลเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยปกติจะมีกำลังผลิตประมาณไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 50 kW
  • 2 : 500 kW
  • 3 : 5.0 MW
  • 4 : 50.0 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นหลักการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 จังหวะ
  • 1 : ดูด(Suction) – อัด(Compression) – ระเบิด(Ignition and expansion) – คาย(Exhaust)
  • 2 : อัด(Compression) – ระเบิด(Ignition and expansion) – คาย(Exhaust) - ดูด(Suction)
  • 3 : ดูด(Suction) – อัด(Compression) – คาย(Exhaust) – ระเบิด(Ignition and expansion)
  • 4 : คาย(Exhaust) - ดูด(Suction) – ระเบิด(Ignition and expansion) - อัด(Compression)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 148 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือเหตุผลในการติดตั้ง Super charging ให้กับโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : เนื่องจากต้องการให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
  • 2 : เนื่องจากต้องการให้เครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มมากขึ้นในกรณีที่ติดตั้งอยู่เหนือจากระดับน้ำทะเลมากๆ
  • 3 : เนื่องจากต้องการให้เครื่องยนต์ทำงานได้ครบ 4 จังหวะ
  • 4 : เนื่องจากระบบ Super charging เป็นส่วนหนึ่งการเดินโรงไฟฟ้าดีเซล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 149 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : มีขนาดเล็ก
  • 2 : สามารถเดินเครื่องและสามารถหยุดเดินได้อย่างทันทีทันใด
  • 3 : ใช้น้ำหล่อเย็นน้อย
  • 4 : ขนาดพื้นที่ใช้ในการติดตั้งไม่ขึ้นอยู่กับ Capacity ของเครื่องกำเนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 150 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป้าหมายของโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : เดินเครื่องตลอดเวลา(Base load)
  • 2 : เดินเครื่องในกรณี Peak load
  • 3 : ติดตั้งโรงไฟฟ้าดีเซลในที่ห่างไกลซึ่งสายส่งไฟฟ้ากำลังติดตั้งลำบาก
  • 4 : ติดตั้งโรงไฟฟ้าดีเซลเพื่อใช้เป็น Standby plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 151 :
  • Name plate ของเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้เป็นต้นกำลังในการผลิตไฟฟ้า มีรายละเอียดดังนี้ ใช้งานที่ระดับความสูง 450 m, 32 องศาเซลเซียส และ ความดัน 717.5 mm.Hg ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : สามารถนำเครื่องยนต์นี้ไปติดตั้งใช้งานที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้เลย
  • 2 : นำเครื่องยนต์นี้ไปติดตั้งใช้งานที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จะทำให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ทำงานดีขึ้น
  • 3 : สามารถนำเครื่องยนต์นี้ไปติดตั้งใช้งานที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้แต่ต้องพิจารณาปรับให้ขนาดของ Generator ให้ต่ำลง
  • 4 : ไม่สามารถติดตั้งได้เนื่องจากเครื่องยนต์และ Generator มีขนาดใหญ่จึงไม่เหมาะที่จะนำไปติดตั้งใช้งานที่สูงๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • ในการออกแบบโรงไฟฟ้าดีเซล พิกัด 700 kW ติดตั้งใช้งานที่ระดับความสูง 1,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล , เครื่องยนต์ที่เลือกใช้นี้จะติดตั้ง Super charging และ Generator มีประสิทธิภาพ 90 % ให้หาขนาดของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้านี้ (เครื่องยนต์ที่ติดตั้งเหนือจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร จะทำให้เครื่องยนต์มี Rating ลดลง 92 %)
  • 1 : 700 kW
  • 2 : 760.9 kW
  • 3 : 777.78 kW
  • 4 : 845.41 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 153 :
  • ในระบบของโรงไฟฟ้าดีเซลประกอบด้วยส่วนหลักคือ Generator กับเครื่องยนต์ดีเซล และ ระบบควบคุมคือ AVR และ GOV control AVR มีไว้เพื่อควบคุมอะไร
  • 1 : V ที่ Bus ให้คงที่
  • 2 : f ที่ Bus ให้คงที่
  • 3 : P ที่ Bus ให้คงที่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 :
  • ถ้าในโรงไฟฟ้าดีเซล 1 โรงจักรมีจำนวนหน่วยผลิตเท่ากับ 4 หน่วยผลิตๆละ 500 kW จงหากำลังทางกล (Pm) ที่ขับGenerator /หน่วยผลิตเมื่อประสิทธิภาพของ Generator เท่ากับ 92%
  • 1 : 500 kW
  • 2 : 543 kW
  • 3 : 600 kW
  • 4 : 700 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 155 :
  • ในระบบของโรงไฟฟ้าดีเซลประกอบด้วยส่วนหลักคือ Generator กับเครื่องยนต์ดีเซล และ ระบบควบคุมคือ AVR และ GOV control GOV มีไว้เพื่อควบคุมอะไร
  • 1 : V ที่ Bus ให้คงที่
  • 2 : f ที่ Bus ให้คงที่
  • 3 : P ที่ Bus ให้คงที่
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 156 :
  • ถ้า Generator มีขนาดกำลังผลิต / หน่วยผลิตเท่ากับ 500 kW โดยเป็นโรงไฟฟ้าดีเซลที่ใช้งานที่ความสูง 2,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เครื่องยนต์ที่ใช้ควรจะมี Out put rating ขนาดเท่าใด
  • 1 : ขนาดเท่ากับ 500 kW
  • 2 : ขนาดมากกว่า 500 kW
  • 3 : ขนาดน้อยกว่า 500 kW
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 157 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช้ Specification ของ Generator ขนาด 500 kW ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : 3 เฟส , 440 v , 50 Hz
  • 2 : Powerfactor 4.8 lagging
  • 3 : ประสิทธิภาพ 92%
  • 4 : จำนวน Pole 2 Pole ที่ 1,500 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 158 :
  • จะต้องหาค่าสิ่งใดต่อไปนี้ก่อนจึงจะบอกขนาดของเสื้อสูบได้
  • 1 : จำนวนกระบอกสูบ
  • 2 : ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลาง
  • 3 : ช่วงชักของลูกสูบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • ปริมาตรของกระบอกสูบสามารถบอกได้จากค่าใดต่อไปนี้
  • 1 : stroke / Bore ratio
  • 2 : Out put rating
  • 3 : Pressure ในกระบอกสูบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 :
  • การจะหาขนาดของถังน้ำมันที่ใช้ใน 1 วัน / หน่วยผลิต และขนาดถังน้ำมันสำรองที่ใช้ใน 1 เดือนจะต้องทราบค่าใดบ้าง
  • 1 : อัตราการกินน้ำมัน / ชั่วโมง
  • 2 : จำนวนหน่วยผลิตที่ติดตั้ง
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • น้ำระบายความร้อนในเครื่องยนต์ควรจะมีอุณหภูมิขาออกไม่ควรเกินกี่องศาเซลเซียส
  • 1 : 40 องศาเซลเซียส
  • 2 : 50 องศาเซลเซียส
  • 3 : 60 องศาเซลเซียส
  • 4 : 70 องศาเซลเซียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 :
  • การทำ Plant lag Out ของโรงไฟฟ้าดีเซลเพื่อบอกอะไร
  • 1 : ขนาดของโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 2 : พื้นที่ ที่ใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • 3 : ขนาดของถังเชื้อเพลิง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 163 :
  • Bid document คืออะไร
  • 1 : แบบของโรงไฟฟ้า
  • 2 : Specification ของโรงไฟฟ้า
  • 3 : เอกสารประกวดราคา
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 164 :
  • การทำ Bid document เพื่อบอกสิ่งใด
  • 1 : พื้นที่ของโรงไฟฟ้า
  • 2 : ราคากลางในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • 3 : ราคาน้ำมัน
  • 4 : ราคา Generator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 165 :
  • การสร้างโรงไฟฟ้าดีเซลอื่นๆ โดยที่เจ้าของงานให้บริษัทที่ประมูลได้สร้างจนเสร็จแล้วส่งมอบโรงไฟฟ้าที่เสร็จสมบูรณ์ให้เจ้าของงานเรียกการก่อสร้างลักษณะนี้ว่า
  • 1 : Turn key plant
  • 2 : Project plant
  • 3 : Construetion plant
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : ขนาดกำลังผลิต 1 หน่วยผลิตต่ำ
  • 2 : Start / stop ได้รวดเร็ว
  • 3 : สร้างในที่ซึ่งมีน้ำมันราคาถูก
  • 4 : จ่ายเข้า Grid system ของประเทศไทย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 167 :
  • การใช้งานของโรงไฟฟ้าดีเซลในลักษณะจ่าย Load ฉุกเฉินแทนไฟจากการไฟฟ้าเรียกการใช้งานลักษณะนี้ว่า
  • 1 : Standby plant
  • 2 : Peak load plant
  • 3 : Emergency plant
  • 4 : Nersery station
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 168 :
  • การใช้งานของโรงไฟฟ้าดีเซลในลักษณะจ่าย Load ชั่วคราวเมื่อไฟของการไฟฟ้าจ่ายให้ไม่พอเรียกการใช้งานลักษณะนี้ว่า
  • 1 : Standby plant
  • 2 : Peak load plant
  • 3 : Emergency plant
  • 4 : Nersery station
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 169 :
  • ข้อดีของโรงไฟฟ้าดีเซล คือ ข้อใด
  • 1 : กำลังการผลิตติดตั้งสูง
  • 2 : ประสิทธิภาพในการผลิตสูง
  • 3 : ต้นทุนต่อหน่วยการผลิตต่ำ
  • 4 : ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโหลดได้อย่างรวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • ข้อใดคือข้อดีของโรงไฟฟ้าดีเซล
  • 1 : สามารถเดินเครื่องได้รวดเร็ว
  • 2 : เหมาะสำหรับจ่ายโหลดฉุกเฉิน
  • 3 : ข้อ 1 และ 2 ถูก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • ในโรงไฟฟ้าดีเซลคำว่า Day tank หมายถึงส่วนใดของโรงไฟฟ้า
  • 1 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 วัน/หน่วยผลิต
  • 2 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 สัปดาห์/หน่วยผลิต
  • 3 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 เดือน/หน่วยผลิต
  • 4 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 ปี/หน่วยผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 172 :
  • ในโรงไฟฟ้าดีเซลคำว่า Reserve tank หมายถึงส่วนใดของโรงไฟฟ้า
  • 1 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 วัน/หน่วยผลิต
  • 2 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 สัปดาห์/หน่วยผลิต
  • 3 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 เดือน/หน่วยผลิต
  • 4 : ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ใน 1 ปี/หน่วยผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 77 : Steam Power Plant
ข้อที่ 173 :
  • ดรัม (Drum) ในโรงไฟฟ้่าพลังงานไอน้ำคืออะไร
  • 1 : อุปกรณ์แยกไอน้ำและน้ำออกจากกันและลดจำนวนสารที่เจือปนมากับไอน้ำให้น้อยลงเพื่อไม่ให้เทอร์ไบน์เสียหาย
  • 2 : อุปกรณ์กลั่นไอน้ำให้กลายเป็นน้ำเพื่อฉีดเข้าเตาเผาไหม้
  • 3 : อุปกรณ์ส่งสัญญาณ pulse เพื่อควบคุมการทำงานของโรงไฟฟ้าจากศูนย์ควบคุม
  • 4 : อุปกรณ์กำจัดก๊าซหรือสารที่เจือปนมากับไอน้ำและไม่สามารถกลั่นตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 174 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป็นองค์ประกอบของโรงไฟฟ้าแบบ Steam power plant
  • 1 : สามารถสร้างได้ใกล้จุด Load center
  • 2 : สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอ
  • 3 : มีค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยสูง
  • 4 : เหมาะสำหรับเดินเครื่องเป็น Peaking
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • Precipitator เป็นส่วนหนึ่งของระบบใดในโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 1 : ระบบระบายความร้อน
  • 2 : ระบบกำจัดเถ้าถ่าน
  • 3 : ระบบควบคุมคุณถาพน้ำ
  • 4 : ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 176 :
  • Cycle แบบใดที่นิยมใช้กับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 1 : Brayton cycle
  • 2 : Joule cycle
  • 3 : Rankine cycle
  • 4 : Carnot cycle
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • Steam power station เหมาะสำหรับใช้เป็น
  • 1 : Base-load plant
  • 2 : Peak-load plant
  • 3 : Standby plant
  • 4 : Emergency plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 178 :
  • ข้อใดไม่ใช่การพิจารณาในการออกแบบ Boiler ของ Steam power plant
  • 1 : ปริมาณเชื้อเพลิงที่จะถูกเผา
  • 2 : ความดันที่ใช้งาน
  • 3 : อุณหภูมิ
  • 4 : แรงดันไฟฟ้าที่ผลิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  • ข้อไดไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพ Boiler ของ Steam power plant
  • 1 : Superheater
  • 2 : Super-charger
  • 3 : Economizer
  • 4 : Feed-water heater
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 180 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแบบกังหันไอน้ำ
  • 1 : ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำ
  • 2 : ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • 3 : กำลังการผลิตติดตั้งสูง
  • 4 : ใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 181 :
  • ในระบบเตาหลอมเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า Steam หรือ Thermal ถ้าเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นถ่านหิน ส่วนของ Coal handing plant คืออะไร
  • 1 : เครื่องบดถ่านหินให้เป็นผง
  • 2 : เครื่องผสมถ่านหิน
  • 3 : เครื่องแยกถ่านหิน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 182 :
  • ประสิทธิภาพของ Boiler ในระบบเชื้อเพลิงที่เป็นถ่านหินจะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 75 ถึง 77 %
  • 2 : 80 ถึง 90 %
  • 3 : 85 ถึง 100 %
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • ระบบช่วยทำงานที่สำคัญของ Boiler มีกี่ระบบ
  • 1 : 9 ระบบ
  • 2 : 10 ระบบ
  • 3 : 11 ระบบ
  • 4 : 12 ระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 184 :
  • ระบบช่วยทำงานที่สำคัญของ Turbine มีกี่ระบบ
  • 1 : 9 ระบบ
  • 2 : 10 ระบบ
  • 3 : 11 ระบบ
  • 4 : 12 ระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 185 :
  • ระบบช่วยบริการในโรงไฟฟ้าแบบ Steam หรือ Thermal มีกี่ระบบ
  • 1 : 14 ระบบ
  • 2 : 15 ระบบ
  • 3 : 16 ระบบ
  • 4 : 17 ระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 186 :
  • Generator ของโรงไฟฟ้าแบบ Thermal มีประสิทธิภาพกี่เปอร์เซ็นต์
  • 1 : 98 ถึง 99 เปอร์เซ็นต์
  • 2 : 100 เปอร์เซ็นต์
  • 3 : 95 เปอร์เซ็นต์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :
  • มลภาวะที่เกิดจากโรงไฟฟ้าแบบ Steam หรือ Thermal เกิดทางใดบ้าง
  • 1 : ทางน้ำ
  • 2 : ทางอากาศ
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 188 :
  • ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกำจัดของเสียของโรงไฟฟ้าแบบ Steam เมื่อเชื้อเพลิงเป็นถ่านหินเกรดต่ำ(ลิกไนต์) มีอะไรบ้าง
  • 1 : ปูนซีเมนต์
  • 2 : ยิปซั่ม
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 189 :
  • ระบบช่วยทำงานของโรงไฟฟ้าแบบ Steam หรือ Thermal มีอะไรบ้างต่อไปนี้
  • 1 : ระบบช่วยทำงานที่สำคัญ
  • 2 : ระบบช่วยบริการ
  • 3 : ระบบฉุกเฉิน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • ในการควบคุมโรงไฟฟ้าแบบ Thermal มีจุดประสงค์หลักกี่ข้อ
  • 1 : 4 ข้อ
  • 2 : 5 ข้อ
  • 3 : 6 ข้อ
  • 4 : 7 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • ในการควบคุมแรงดันที่บัสของโรงไฟฟ้าให้คงที่จะต้องควบคุมจากระบบใดต่อไปนี้
  • 1 : AVR control
  • 2 : GOV control
  • 3 : Water flow control
  • 4 : Steam flow control
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • ในการควบคุมความถี่ที่บัสของโรงไฟฟ้าแบบ Thermal ให้คงที่จะต้องควบคุมจากระบบใดต่อไปนี้
  • 1 : Combustion control
  • 2 : Feed water flow control
  • 3 : stream temperature control
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :
  • ในการทำ Plant lay out ของโรงไฟฟ้าแบบ Steam เพื่อกำหนดสิ่งใด
  • 1 : พื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • 2 : ราคาโรงไฟฟ้า
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • โรงไฟฟ้าแบบ Steam เหมาะสำหรับที่จะเดินเครื่องเพื่อจ่ายโหลดในลักษณะใด
  • 1 : Peak load plant
  • 2 : Base load plant
  • 3 : Standby plant
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 195 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของโรงไฟฟ้าแบบ Steam
  • 1 : มี Standby loss
  • 2 : ต้องสร้างใกล้แหล่งเชื้อเพลิงและแหล่งน้ำ
  • 3 : พื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้องใช้มากๆ
  • 4 : มีกำลังผลิตต่อหน่วยผลิตต่ำในช่วง 25 – 5,000 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 196 :
  • โรงไฟฟ้าแบบ Steam ที่อำเภอแม่เมาะใช้เชื้อเพลิงชนิดใด
  • 1 : น้ำมันเตา
  • 2 : ก๊าซธรรมชาติ
  • 3 : ถ่านหินลิกไนต์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • เมื่อหลายปีก่อนโรงไฟฟ้าแม่เมาะถูกประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆโรงไฟฟ้านี้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากสาเหตุใด
  • 1 : ปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ
  • 2 : ปล่อยก๊าซพิษทำให้เกิดฝนกรด
  • 3 : ปล่อยฝุ่นจากถ่านหินให้ฟุ้งกระจาย
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 198 :
  • ระบบของโรงจักรพลังความร้อนประกอบด้วยข้อใด
  • 1 : ระบบเตรียมเชื้อเพลิง
  • 2 : ระบบเตรียมน้ำสำหรับ Boiler
  • 3 : ระบบกำจัดของเสีย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 199 :
  • การพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนคือข้อใด
  • 1 : ต้องสร้างใกล้แหล่งน้ำ
  • 2 : ต้องสร้างใกล้แหล่งเชื้อเพลิง
  • 3 : ข้อ1และ 2 ถูก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 200 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะของไอน้ำที่จะเข้า Turbine
  • 1 : ไอน้ำมีความชื้นเล็กน้อย
  • 2 : ไอน้ำเปียก
  • 3 : ไอน้ำแห้ง
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพของ Rankine cycle
  • 1 : เพิ่มคุณภาพไอน้ำจากสภาพอิ่มตัวเป็นไอร้อนยวดยิ่ง
  • 2 : เพิ่มความดันใน Boiler
  • 3 : ลด Condenser pressure
  • 4 : ปรับปรุงคุณภาพของน้ำก่อนเข้า Boiler
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 202 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เป็นวิธีการแก้ไขไอเปรียกให้เป็นไอน้ำแห้งก่อนเข้า Turbine
  • 1 : Reheat cycle
  • 2 : Regenerative cycle
  • 3 : Regenerative and reheat cycle
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • ในการแก้ไขหลักการของ Rankine cycle โดยการเพิ่มหลักการของ Reheat cycle จะทำให้ส่วนใดของ Steam power plant ดีขึ้น
  • 1 : ลด Wet steam ที่ Turbine, อุณหภูมิของ Steam ไม่สูงมาก
  • 2 : ลดจำนวนเชื้อเพลิงที่ฉีดเข้า Boiler
  • 3 : ทำให้ Wet steam ลดลง
  • 4 : ทำให้ Turbine มีอายุใช้งานยาวนานขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 204 :
  • ในการแก้ไขหลักการของ Rankine cycle โดยการเพิ่มหลักการของ Regenerative cycle จะทำให้ส่วนใดของ Steam power plant ดีขึ้น
  • 1 : ลด Wet steam ที่ Turbine, อุณหภูมิของ Steam ไม่สูงมาก
  • 2 : ลดจำนวนเชื้อเพลิงที่ฉีดเข้า Boiler
  • 3 : ทำให้ Wet steam ลดลง
  • 4 : ทำให้ Turbine มีอายุใช้งานยาวนานขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 78 : Gas Turbine Plant
ข้อที่ 205 :
  • การเพิ่มประสิทธิภาพของก๊าซเทอร์ไบน์แบบ Intercooling หมายถึงอะไร?
  • 1 : การให้อากาศร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์กลับมาถ่ายเทความร้อนให้กับก๊าซร้อนที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไปเข้าเทอร์ไบน์
  • 2 : การทำให้อากาศร้อนที่ออกจากคอมเพรสเซอร์หนึ่งให้มีอุณภูมิลดลงก่อนเข้าในคอมเพรสเซอร์ชุดถัดไป
  • 3 : การทำให้ก๊าซร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์ร้อนขึ้นโดยการผ่านเข้าห้องเผาไหม้ก่อนเข้าไปเทอร์ไบน์ชุดต่อไป
  • 4 : การนำก๊าซร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์ไปใช้ในกิจการอื่นเพื่อให้เกิดประโยชน์แทนที่จะปล่อยให้เสียไป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 206 :
  • การเพิ่มประสิทธิภาพของก๊าซเทอร์ไบน์แบบ Regenerate หมายถึง
  • 1 : การทำให้ก๊าซร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์ร้อนขึ้นโดยการผ่านเข้าห้องเผาไหม้ก่อนเข้าไปเทอร์ไบน์ชุดต่อไป
  • 2 : การให้อากาศร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์กลับมาถ่ายเทความร้อนให้กับก๊าซร้อนที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไปเข้าเทอร์ไบน์
  • 3 : การทำให้อากาศร้อนที่ออกจากคอมเพรสเซอร์หนึ่งให้มีอุณภูมิลดลงก่อนเข้าในคอมเพรสเซอร์ชุดถัดไป
  • 4 : การให้อากาศก่อนเข้าคอมเพรสเซอร์ผ่านท่อที่เลี้ยงด้วยน้ำเย็นก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 207 :
  • การเพิ่มประสิทธิภาพก๊าซเทอร์ไบน์แบบ Reheating คืออะไร
  • 1 : การนำก๊าซร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์ไปใช้ในกิจการอื่นเพื่อให้เกิดประโยชน์แทนที่จะปล่อยให้เสียไป
  • 2 : การทำให้ก๊าซร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์ร้อนขึ้นโดยการผ่านเข้าห้องเผาไหม้ก่อนเข้าไปเทอร์ไบน์ชุดต่อไป
  • 3 : การให้อากาศร้อนที่ออกจากเทอร์ไบน์กลับมาถ่ายเทความร้อนให้กับก๊าซร้อนที่ออกจากคอมเพรสเซอร์ไปเข้าเทอร์ไบน์
  • 4 : การให้อากาศก่อนเข้าคอมเพรสเซอร์ผ่านท่อที่เลี้ยงด้วยน้ำเย็นก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • ข้อได้เปรียบของโรงไฟฟ้าก๊าซเทอร์ไบน์เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำข้อใดที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : ไม่ต้องป้อนกำลังงานให้กับคอมเพรสเซอร์ตอนเริ่มเดินเครื่อง
  • 2 : ที่ขนาดโรงจักรที่เท่ากันค่าลงทุนและค่าดำเนินการถูกกว่าโรงจักรไอน้ำ
  • 3 : ความดันใช้งานต่ำกว่าแบบโรงจักรไอน้ำทำให้เกิดความเครียดน้อยกับอุปกรณ์ทางกลต่างๆ
  • 4 : ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :
  • ข้อใดคือข้อดีของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 1 : เดินเครื่องหรือหยุดได้รวดเร็ว
  • 2 : เปลี่ยนแปลงระดับการผลิต(Load changing) ทำได้รวดเร็ว
  • 3 : ไม่ต้องมีน้ำระบายความร้อน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 210 :
  • โรงไฟฟ้าชนิดใดต้องใช้มอเตอร์ช่วยสตาร์ท
  • 1 : โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
  • 2 : โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 3 : โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 4 : โรงไฟฟ้าดีเซล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 1 : Compressor
  • 2 : Combustion chamber
  • 3 : Turbine
  • 4 : Condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 212 :
  • ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซขึ้นกับอุณหภูมิตรงส่วนใดมากที่สุด
  • 1 : อุณหภูมิของอากาศที่ไหลเข้า Compressor
  • 2 : อุณหภูมิของอากาศที่ไหลออกจาก Compressor
  • 3 : อุณหภูมิของอากาศที่ไหลเข้า Turbine
  • 4 : อุณหภูมิของอากาศที่ไหลออกจาก Turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 213 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของ Gas turbine plant
  • 1 : Boiler
  • 2 : Compressor
  • 3 : Combustion chamber
  • 4 : Turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ Gas turbine plant
  • 1 : Start และ Shutdown ได้เร็ว
  • 2 : มีขนาดใหญ่กว่า Stream power plant
  • 3 : ไม่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก
  • 4 : ใช้เป็น Peak load plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  • หลักการทำงานของ Gas turbine เป็นไปตามใด
  • 1 : Pressure/volume diagram
  • 2 : Flow duration curve
  • 3 : Brayton cycle
  • 4 : Mass curve
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 216 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : Gas turbine ทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่า Steam turbine ทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า
  • 2 : เชื้อเพลิงของ Gas turbine ถูกกว่า ถ่านหิน ที่ใช้ใน Steam turbine
  • 3 : ขนาดของ Gas turbine plant ใหญ่กว่า Steam turbine plant ที่พิกัดเท่ากัน
  • 4 : Gas turbine ต้องการน้ำหล่อเย็นมากกว่า Steam turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • ข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : การบำรุงรักษา Gas turbine ง่ายกว่า Diesel plant
  • 2 : ขนาดของ Gas turbine plant เล็กกว่า Diesel plant ที่พิกัดเท่ากัน
  • 3 : ใน Gas turbine plant ไม่มีลูกสูบจึงไม่เกิดการกระตุกเหมือนเกิด Diesel plant เมื่อ Torque เปลี่ยนไป
  • 4 : ราคาของ Gas turbine plant สูงกว่า Diesel Plant ที่พิกัดเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 218 :
  • ข้อเสียของ Gas turbine power plant ได้แก่
  • 1 : มีประสิทธิภาพต่ำ
  • 2 : ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโหลดที่รวดเร็วได้
  • 3 : มีความน่าเชื่อถือในการผลิตไฟฟ้าต่ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 219 :
  • ข้อใดเป็นสาเหตุของการนำโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ มาใช้แทนโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 1 : แหล่งน้ำขนาดใหญ่หายาก
  • 2 : มีค่าใช้จ่ายต่ำ
  • 3 : ให้กำลังการผลิตได้มากขึ้น
  • 4 : สามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงลงได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 220 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นความคล้ายกันของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซกับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • 1 : ใช้หลักการเครื่องยนต์ชนิดเดียวกัน
  • 2 : มีอัตราการผลิตกำลังไฟฟ้าใกล้เคียงกัน
  • 3 : ใช้แหล่งน้ำขนาดใหญ่เหมือนกัน
  • 4 : เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกลที่ตัวกังหันเหมือนกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 221 :
  • โดยปกติโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซใช้กับงานประเภทใด
  • 1 : เป็นโรงไฟฟ้าจ่ายไฟฟ้าสำรอง
  • 2 : เป็นโรงไฟฟ้าจ่ายไฟฟ้าหลัก
  • 3 : ใช้กับโหลดที่ต้องการกำลังต่ำ
  • 4 : ใช้กับโหลดที่ต้องการกำลังสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 222 :
  • การเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซโดยระบบ Regenerating ทำงานอย่างไร
  • 1 : เพิ่มอุณหภูมิของก๊าซร้อนให้สูงขึ้นก่อนเข้ากังหัน
  • 2 : เพิ่มความดันของอากาศที่ออกจากเครื่องอัดอากาศให้สูงขึ้น
  • 3 : ถ่ายเทความร้อนของอากาศร้อนจากกังหันให้อากาศบริเวณก่อนห้องเผาไหม้
  • 4 : เพิ่มอัตราเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 223 :
  • ข้อเสียของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซเมื่อเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำคือ
  • 1 : ต้องมีตัวจ่ายกำลังขณะเริ่มเดินเครื่อง
  • 2 : การลงทุนก่อสร้างมีราคาสูง
  • 3 : การเดินเครื่องมีข้อยุ่งยาก จากอุปกรณ์ที่มีจำนวนมากกว่า
  • 4 : ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 :
  • ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นข้อด้อยของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 1 : มีปัญหาเรื่องขี้เถ้าจากกระบวนการผลิตกำลังงานผลิตไฟฟ้า
  • 2 : เป็นโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องได้ช้า
  • 3 : ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ Ambient temperature
  • 4 : capital cost สูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 225 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแห่งหนึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงและมีประสิทธิภาพรวมเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าอยู่ที่ 50% หากโรงไฟฟ้าแห่งนี้จ่ายโหลดสูงสุดอยู่ที่ 500 MW และมีค่า Annual plant factor อยู่ที่ 75% จงคำนวณว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้ต้องใช้ก๊าซธรรมชาติจำนวนกี่ล้าน ลบ. ฟุต/ปี หมายเหตุ: กำหนดให้ก๊าซธรรมชาติ 1 ลบ.ฟุต มีค่าความร้อนจำเพาะ 250 k Cal และพลังงานไฟฟ้า 1 kWh มีค่าพลังงานเทียบเท่ากับ 860 k Cal
  • 1 : 9.5
  • 2 : 11.3
  • 3 : 19.1
  • 4 : 22.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 226 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ เป็นคุณสมบัติเด่นของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 1 : ระยะเวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้าสั้น
  • 2 : ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำ
  • 3 : ประสิทธิภาพการผลิตสูง
  • 4 : กำลังการผลิตติดตั้งสูง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 227 :
  • ข้อใดคือจุดเด่นของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 1 : ใช้พลังงานน้ำในการขับกังหัน
  • 2 : ใช้พลังงานแสงแดดในการขับกังหัน
  • 3 : ใช้ระบบไอน้ำในการขับกังหัน
  • 4 : ใช้ก๊าซร้อนในการขับกังหัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อมูลของโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซที่ผิดจากความเป็นจริง
  • 1 : ก่อสร้างง่าย ขนาดเล็ก ใช้เวลาสั้น
  • 2 : ต้องใช้น้ำระบายความร้อน
  • 3 : การเดินเครื่องทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • 4 : การเปลี่ยนแปลงระดับการผลิตทำได้รวดเร็ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 229 :
  • โรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine ประกอบด้วย Main part กี่ส่วน
  • 1 : 2 ส่วน
  • 2 : 3 ส่วน
  • 3 : 4 ส่วน
  • 4 : 5 ส่วน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 230 :
  • โรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine สามารถใช้เชื้อเพลิงได้กี่ชนิด
  • 1 : 2 ชนิด
  • 2 : 3 ชนิด
  • 3 : 4 ชนิด
  • 4 : 5 ชนิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • เชื้อเพลิงที่นิยมใช้ในการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine คือเชื้อเพลิงใดบ้างต่อไปนี้
  • 1 : ก๊าซธรรมชาติ
  • 2 : น้ำมันดีเซล
  • 3 : น้ำมันเตา
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 232 :
  • การใช้งานของโรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine จะเดินเครื่องจ่ายโหลดในลักษณะใด
  • 1 : Peak load plant
  • 2 : Standby plant
  • 3 : Base load plant
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :
  • โรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine สามารถเดินเครื่องจ่ายโหลดสลับกับโรงไฟฟ้าใดต่อไปนี้จึงจะเหมาะสมที่สุด
  • 1 : Steam power plant
  • 2 : Nuclear power plant
  • 3 : Hydro power plant
  • 4 : Tidal power plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 234 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อเสียของโรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine
  • 1 : ต้องมี Starting motor
  • 2 : ไม่สามารถเดินเครื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • 3 : ขณะเดินเครื่องมีอุณหภูมิสูงถึง 650 องศาเซลเซียสหรือมากกว่า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 235 :
  • โรงไฟฟ้าใดต่อไปนี้ในประเทศไทยที่ไม่ใช่โรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine
  • 1 : โรงไฟฟ้าหนองจอก
  • 2 : โรงไฟฟ้าน้ำพอง
  • 3 : โรงไฟฟ้าระยอง
  • 4 : โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 236 :
  • ปล่องควันของโรงไฟฟ้าแบบ Gas turbine เป็นลักษณะใด
  • 1 : เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่และต่ำ
  • 2 : เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กและสูง
  • 3 : เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เหมือนปากแตรและต่ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 237 :
  • กำหนดให้ประสิทธิภาพโดยรวมในการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ มีค่า 50% และ กำหนด ให้พลังงานไฟฟ้า 1 kWh = 860 k Cal ก๊าซธรรมชาติ 1 ลบ.ฟุต = 250 k Cal หากต้องการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติใน 1 ปี เป็นปริมาณ 70,000 GWh จงคำนวณปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ต้องใช้ในการผลิตไฟฟ้าว่ามีค่ากี่ล้านลบ.ฟุตต่อปี
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 238 :

  • 1 : 1,000 ชม.
  • 2 : 2,000 ชม.
  • 3 : 3,125 ชม.
  • 4 : 6,250 ชม.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • ในการผลิตกระแสไฟฟ้าของ Gas turbine ใช้หลักการแบบใด
  • 1 : Heat recovery
  • 2 : Rankine cycle
  • 3 : Brayton cycle
  • 4 : Steam cycle
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 79 : Combined Cycle Plant
ข้อที่ 240 :
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเป็นการทำงานร่วมกันของข้อใด
  • 1 : กังหันแก๊สและกังหันไอน้ำ
  • 2 : กังหันแก๊สและกังหันลม
  • 3 : พลังน้ำและกังหันไอน้ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 241 :
  • Magneto Hydro Dynamics (MHD) Generator คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ทำงานด้วยหลักการใด
  • 1 : ให้ก๊าซร้อนที่นำไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่า่นสนามแม่เหล็กความหนาแน่นสูง
  • 2 : ให้น้ำเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กความหนาแน่นสูง
  • 3 : ให้ไอน้ำเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กความหนาแน่นสูง
  • 4 : ให้แม่เหล็กเคลื่อนอยู่ในของไหล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 242 :
  • MHD Genarator เครื่องหนึ่งมีพารามิเตอร์ต่างๆ ดังรูปด้านล่างนี้ ถ้าท่อส่วนที่อยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กมีปริมาตร 5 ลบ.ม. จงหากำลังไฟฟ้าที่เครื่องกำเนิดดังกล่าวสามารถผลิตได้
  • 1 : 300 MW
  • 2 : 400 MW
  • 3 : 500 MW
  • 4 : 600 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 243 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อจำกัดของไอน้ำที่นำมาใช้ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและส่งผลให้เกิดการพัฒนาโรงไฟฟ้าวัฏจักรร่วม (Combined cycle power plant)
  • 1 : ได้ความร้อนในปริมาณต่ำเมื่อเทียบกับอุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการ
  • 2 : ต้องการตัวให้ความร้อนซ้ำ (Reheater) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางความร้อนให้กระบวนการ
  • 3 : อุณหภูมิวิกฤติ (Critical temperature) ของไอน้ำมีค่าต่ำ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • ข้อใดจัดเป็นข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined cycle power plant)
  • 1 : ประสิทธิภาพโดยรวมของโรงไฟฟ้ามีค่าสูง
  • 2 : ใช้น้ำหล่อเย็นประมาณ 40 – 50% ของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนเท่านั้น
  • 3 : เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined cycle power plant)
  • 1 : โรงไฟฟ้าราชบุรี
  • 2 : โรงไฟฟ้าพระนครใต้
  • 3 : โรงไฟฟ้าลำตะคอง
  • 4 : โรงไฟฟ้าน้ำพอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเป็นการนำโรงไฟฟ้าประเภทใดมาใช้งานร่วมกัน
    ก. โรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ
    ข. โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
    ค. โรงไฟฟ้าเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน
  • 1 : ก และ ข
  • 2 : ก และ ค
  • 3 : ข และ ค
  • 4 : ก ข และ ค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 247 :
  • ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม อยู่ที่ประมาณเท่าใด
  • 1 : 25-30 %
  • 2 : 35-40 %
  • 3 : 55-60 %
  • 4 : 65-70 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 248 :
  • องค์ประกอบใดมีเฉพาะในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม แต่ไม่มีในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทั่วไป
  • 1 : High-Pressured Steam Turbine
  • 2 : Heat Recovery Steam Generator
  • 3 : Condenser and cooling tower
  • 4 : Combustion chamber
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • ข้อใด ไม่ใช่ เหตุผลสำคัญที่ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมได้รับความนิยมแพร่หลายในปัจจุบัน
  • 1 : ประสิทธิภาพในการผลิตสูง
  • 2 : มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง
  • 3 : ใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างต่ำ
  • 4 : ต้องการดูแลและบำรุงรักษาต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • โรงไฟฟ้า Combined cycle หรือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ในประเทศไทยเป็นลักษณะใด
  • 1 : Gas turbine + steam turbine power plant
  • 2 : MHD + steam turbine power plant
  • 3 : MHD + Fuel cell
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 251 :
  • โรงไฟฟ้าใดต่อไปนี้ในประเทศไทยที่เป็นโรงไฟฟ้า Combined cycle
  • 1 : โรงไฟฟ้าวังน้อย
  • 2 : โรงไฟฟ้าราชบุรี
  • 3 : โรงไฟฟ้าระยอง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • โรงไฟฟ้าใดต่อไปนี้ที่ใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่าที่สุด
  • 1 : Diesel
  • 2 : Steam
  • 3 : Gas turbine
  • 4 : Combined cycle
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 253 :
  • ในโรงไฟฟ้า MHD ถ้า B = 4 Tesla, conductivity = 6 mho/m, v = 2,000 m/sec. K = 0.5 จะได้กำลังผลิต/m3 เท่าใด
  • 1 : 100 MW/m3
  • 2 : 200 MW/m3
  • 3 : 300 MW/m3
  • 4 : 400 MW/m3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • โรงไฟฟ้าใดต่อไปนี้ในประเทศไทยที่เป็นระบบของโรงจักร MHD
  • 1 : โรงไฟฟ้ากระบี่
  • 2 : โรงไฟฟ้าน้ำพอง
  • 3 : โรงไฟฟ้าราชบุรี
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 80 : Nuclear Power Plant
ข้อที่ 255 :
  • ยูเรเนียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คือ ชนิดใด
  • 1 : U 335
  • 2 : U 325
  • 3 : U 235
  • 4 : U 239
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • ปฏิกริยานิวเคลียร์แบบฟิวชัน (Fusion) หมายถึง
  • 1 : นิวเคลียสสองนิวเคลียสหรือมากกว่ามารวมกันกลายเป็นนิวเคลียสใหม่ที่หนักกว่าและเสถียรภาพมากกว่า แต่น้ำหนักน้อยกว่าผมรวมของนิวเคลียสทั้งหมด
  • 2 : นิวเคลียสแตกตัวออกเป็นนิวเคลียสสองนิวเคลียสหรือมากกว่าซึ่งน้ำหนักรวมน้อยกว่าน้ำหนักนิวเคลียสเดิม
  • 3 : อะตอมชนกับอิเล็กตรอนจำนวนมากที่มาวิ่งมารวมตัวกัน
  • 4 : อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจรของอะตอมมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 257 :
  • ปฏิกริยานิวเคลียร์ ฟิสชัน (Fission) หมายถึง
  • 1 : อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจรของอะตอมมาก
  • 2 : นิวเคลียสสองนิวเคลียสหรือมากกว่ามารวมกันกลายเป็นนิวเคลียสใหม่ที่หนักกว่าและเสถียรภาพมากกว่า แต่น้ำหนักน้อยกว่าผมรวมของนิวเคลียสทั้งหมด
  • 3 : อะตอมชนกับอิเล็กตรอนจำนวนมากที่มาวิ่งมารวมตัวกัน
  • 4 : นิวเคลียสแตกตัวออกเป็นนิวเคลียสสองนิวเคลียสหรือมากกว่าซึ่งน้ำหนักรวมน้อยกว่าน้ำหนักนิวเคลียสเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • ปกติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเปลี่ยนรูปพลังงานที่ได้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยโรงไฟฟ้าประเภทใด
  • 1 : โรงไฟฟ้าดีเซล
  • 2 : โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
  • 3 : โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
  • 4 : โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบของ Nuclear power plant
  • 1 : Reactor
  • 2 : Boiler
  • 3 : Combustion chamber
  • 4 : Stream Turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 260 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ Nuclear power plant
  • 1 : ชนิดของ Reactor
  • 2 : Power rating
  • 3 : ความปลอดภัย
  • 4 : แหล่งน้ำมัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 261 :
  • ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่สามารถใช้งานได้ในโรงไฟฟ้าในปัจจุบันคือ
  • 1 : ใช้ปฏิกิริยาเคมี
  • 2 : ใช้ปฏิกิริยา Fission
  • 3 : ใช้ปฏิกิริยา Fusion
  • 4 : ใช้ปฏิกิริยาไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • ข้อใดเป็นวิธีการหยุดการทำงานของเตาปฏิกรณ์ที่ถูกต้อง
  • 1 : ฉีดน้ำเข้าไปในเตาปฏิกรณ์
  • 2 : นำเอายูเรเนียมออกจากเตาปฏิกรณ์
  • 3 : ใช้ปั๊มสุญญากาศดูดเอาสารกัมมันตรังสีออกจากเตาปฏิกรณ์
  • 4 : ใส่แท่งควบคุมในเตาปฏิกรณ์เพื่อดูดกลืนนิวตรอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 263 :
  • เลขอะตอม (Atomic number) บอกค่าของ
  • 1 : จำนวนนิวตรอน
  • 2 : จำนวนโปรตอน
  • 3 : น้ำหนักอะตอม
  • 4 : น้ำหนักนิวเคลียส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 264 :
  • ปฏิกริยาใดต่อไปนี้เป็นปฏิกริยานิวเคลียร์
  • 1 : ปฏิกริยาที่เกิดจากการรวมตัวกันของอะตอม 2 อะตอมขึ้นไป
  • 2 : ปฏิกริยาการแตกตัวของอะตอม
  • 3 : ปฏิกริยาการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนที่หมุนในวงโคจร
  • 4 : ปฏิกริยาที่นิวเคลียสถูกยิงด้วยอนุภาคนิวตรอนแล้วแยกเป็นส่วนที่เล็กลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 265 :
  • ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่นำมาใช้เลือกสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  • 1 : ควรจะตั้งอยู่ใกล้แหล่งเชื้อเพลิง
  • 2 : ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหว
  • 3 : ควรจะตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ
  • 4 : ควรจะตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 266 :
  • ข้อใด ไม่ใช่ ข้อเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
  • 1 : ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้สูงมาก
  • 2 : ใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างสูงมาก
  • 3 : การจัดการกากเชื้อเพลิงต้องอาศัยความระมัดระวังสูงมาก
  • 4 : ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโหลดอย่างรวดเร็วได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 267 :
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใช้จ่ายโหลดในกรณีใด
  • 1 : โหลดฐาน
  • 2 : โหลดปานกลาง
  • 3 : โหลดฐานและโหลดฉุกเฉิน
  • 4 : โหลดค่ายอด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 268 :
  • Reacotr หรือเตาปฏิกรณ์ชนิดใดในโรงไฟฟ้า Nuclear ที่ให้สารกัมมันตภาพรังสีออกมากับน้ำระบายความร้อนมากที่สุด
  • 1 : Magnox
  • 2 : AGR
  • 3 : BWR
  • 4 : Condu
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • จากสถาบันกำหนดมาตรฐานนานาชาติ กำหนดว่าคนสามารถทนสารกัมมันตภาพรังสีได้จากสมการใด ( N = อายุคน)
  • 1 : D = 5 (N – 18) rem
  • 2 : D = N – 18 rem
  • 3 : D = 5N rem
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 270 :
  • บุคคลที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้า Nuclear จะต้องมีสารกัมมันตภาพรังสีในเลือดไม่เกินเท่าใด
  • 1 : 0.5 rem/ปี
  • 2 : 1.0 rem/ปี
  • 3 : 1.5 rem/ปี
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • ในการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้พลังงาน Nuclear จะทำให้เกดผลกระทบต่อปฎิกิริยาเรือนกระจกอย่างไร
  • 1 : น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการผลิตด้วยหลังงานอย่างอื่น
  • 2 : มากที่สุดเมื่อเทียบกับการผลิตด้วยหลังงานอย่างอื่น
  • 3 : ปานกลางที่สุดเมื่อเทียบกับการผลิตด้วยหลังงานอย่างอื่น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 272 :
  • กากโคบอล 60 ที่เลิกใช้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นำไปฝังกลบลงดินลึก 100 เมตร ในอีก 1500 ปีต่อมาขุดขึ้นมาชั่งน้ำหนักเหลือ 0.75 กรัมโดย Half life ของโคบอล 60 เท่ากับ 1213 ปี อยากทราบว่าเมื่อตอนนำโคบอล 60 มาฝังมีน้ำหนักเท่าไหร่
  • 1 : 1.5 g
  • 2 : 0.0882 g
  • 3 : 0.5 g
  • 4 : 1.767 g
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 273 :
  • กากโคบอล 60 น้ำหนัก 0.89 g ที่เลิกใช้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นำไปฝังกลบลงดินลึก 100 เมตร ในอีก 1500 ปีต่อมาขุดขึ้นมาชั่งน้ำหนักเหลือ 0.75 กรัม อยากทราบว่า Half life ของโคบอล 60 มีค่าเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2,456 ปี
  • 2 : 6,087.36 ปี
  • 3 : 1,500 ปี
  • 4 : 3,000 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 274 :
  • กากพลูโตเนียม น้ำหนัก 0.95 กิโลกรัม ที่เลิกใช้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นำไปฝังกลบลงดินลึก 50 เมตร อยากทราบว่าในอีก 120 ปี จะเหลือกากพลูโตเนียมน้ำหนักเท่าไหร่ เมื่อ Half life ของพลูโตเนียมเท่ากับ 1250 ปี
  • 1 : 0.889 kg
  • 2 : 0.889 g
  • 3 : 0.3475 kg
  • 4 : 3 g
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • กากพลูโตเนียมที่เลิกใช้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นำไปฝังกลบลงดินลึก 200 เมตร ในอีก 100 ปีต่อมาขุดขึ้นมาชั่งน้ำหนักเหลือ 0.75 กรัมโดย Half life ของพลูโตเนียมเท่ากับ 800 ปี อยากทราบว่าเมื่อตอนนำพลูโตเนียมมาฝังมีน้ำหนักเท่าไหร่
  • 1 : 1.5 g
  • 2 : 0.0882 g
  • 3 : 0.5 g
  • 4 : 0.818 g
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • กากพลูโตเนียมน้ำหนัก 0.69 g ที่เลิกใช้จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นำไปฝังกลบลงดินลึก 100 เมตร ในอีก 1000 ปีต่อมาขุดขึ้นมาชั่งน้ำหนักเหลือ 0.35 กรัม อยากทราบว่า Half life ของพลูโตเนียมมีค่าเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2,456 ปี
  • 2 : 1020.84 ปี
  • 3 : 1,500 ปี
  • 4 : 3,000 ปี
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 277 :
  • Reactor แบบใดที่มีอุปกรณ์และเปลี่ยนความร้อน (Heat exchange)
  • 1 : Pressurized water reactor (PWR)
  • 2 : Boiling water reactor (BWR)
  • 3 : Candu
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 278 :
  • เชื้อเพลิงที่ออกจาก Reactor จะต้องนำไปแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลาเท่าไหร่
  • 1 : ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • 2 : ไม่ต่ำกว่า 2 เดือน
  • 3 : ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
  • 4 : ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 279 :
  • องค์กรกลางที่ดูแลทางด้าน Nuclear คือองค์กรใด
  • 1 : PEA
  • 2 : MEA
  • 3 : IAEA
  • 4 : TIS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 280 :
  • ลักษณะของป้านที่ใช้เตือนบริเวณที่มีรังสี จะมีลักษณะแบบใด
  • 1 : พื้นแดง อักษรขาว
  • 2 : พื้นเหลือง อักษรขาว
  • 3 : พื้นแดง อังษรดำ
  • 4 : พื้นเหลือง อังษรสีดำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 281 :
  • หน่วยที่ใช้ในการเรียกปริมาณรังสีคือข้อใด
  • 1 : Rem
  • 2 : กรัม
  • 3 : กิโลกรัม
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 81 : Hydropower Pant
ข้อที่ 282 :
  • เขื่อนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเขื่อนประเภทใด
  • 1 : เขื่อนดิน
  • 2 : เขื่อนคอนกรีต
  • 3 : เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว
  • 4 : เขื่อนไม้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 283 :
  • เครื่องจักรพลังน้ำเครื่องหนึ่งทำงานที่ความเร็วรอบ 300 rpm อยากทราบว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้ต้องมีกี่ขั้ว
  • 1 : 2 ขั้ว
  • 2 : 8 ขั้ว
  • 3 : 14 ขั้ว
  • 4 : 20 ขั้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 284 :
  • Hydrograph เป็นกราฟที่ plot ระหว่าง
  • 1 : Discharge (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) กับ เวลา(hours)
  • 2 : Discharge (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) รายวัน รายสัปดาห์ หรือ รายเดือน กับ Percent of time
  • 3 : ปริมาณน้ำสะสมที่สามารถเก็บจากการไหลของน้ำ กับ เวลา เป็นวัน สัปดาห์ หรือ เดือน มีหน่วยเป็น Day-second-metre
  • 4 : ปริมาณน้ำสะสมที่สามารถเก็บจากการไหลของน้ำ กับ Percent of time มีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • Flow duration curve เป็นกราฟที่ Plot ระหว่าง
  • 1 : Discharge (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) กับ เวลา (Hours)
  • 2 : Discharge (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) รายวัน รายสัปดาห์ หรือ รายเดือน กับ Percent of time
  • 3 : ปริมาณน้ำสะสมที่สามารถเก็บจากการไหลของน้ำ กับ เวลา เป็นวัน สัปดาห์ หรือ เดือน มีหน่วยเป็น Day-second-metre
  • 4 : ปริมาณน้ำสะสมที่สามารถเก็บจากการไหลของน้ำ กับ Percent of time มีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 286 :
  • Mass curve เป็นกราฟที่ plot ระหว่าง
  • 1 : Discharge (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) กับ เวลา(hours)
  • 2 : Discharge (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) รายวัน รายสัปดาห์ หรือ รายเดือน กับ percent of time
  • 3 : ปริมาณน้ำสะสมที่สามารถเก็บจากการไหลของน้ำ กับ เวลา เป็นวัน สัปดาห์ หรือ เดือน มีหน่วยเป็น day-second-metre
  • 4 : ปริมาณน้ำสะสมที่สามารถเก็บจากการไหลของน้ำ กับ Percent of time มีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 287 :
  • ปริมาณน้ำ 1 Day-second-metre หมายถึง
  • 1 : ปริมาตรน้ำที่ไหลในอัตรา 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นเวลา 1 วัน
  • 2 : ปริมาตรน้ำที่ไหลในอัตรา 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นเวลา 1 sec
  • 3 : ปริมาตรน้ำ 86,400 ลูกบาศก์เมตร
  • 4 : ถูกทั้งคำตอบ 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 288 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชนิดของเขื่อน
  • 1 : Solid gravity concrete dams
  • 2 : Arch dams
  • 3 : Rock-fill dams
  • 4 : Steel dams
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 289 :
  • Spill way คือ
  • 1 : ทางนำน้ำเข้าสู่กังหันน้ำ
  • 2 : ทางนำน้ำออกจากกังหันน้ำไปสู่ท้ายน้ำ
  • 3 : ทางนำน้ำที่จะล้นออกจากเขื่อน
  • 4 : ทางนำน้ำเข้าสูงเครื่องสูบน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • Penstock คือ
  • 1 : ทางนำน้ำเข้าสูงกังหันน้ำ
  • 2 : ทางนำน้ำออกจากกังหันน้ำไปสู่ท้ายน้ำ
  • 3 : ทางนำน้ำที่จะล้นออกจากเขื่อน
  • 4 : ทางนำน้ำเข้าสู่เครื่องสูบน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • Surge tank คือ
  • 1 : ถังเก็บน้ำที่ต่อจากท่อนำน้ำเข้ากังหันโดยที่ปลายเปิดออกสู่บรรยากาศ
  • 2 : ถังเก็บน้ำในโรงจักรพลังน้ำที่ปลายเปิดออกสู่บรรยากาศ
  • 3 : ถังระบายน้ำล้นด้านหน้าของเขื่อน
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 292 :
  • Intake gate คือ
  • 1 : ประตูระบายน้ำล้น
  • 2 : ประตูเปิดน้ำเข้าสู่กังหันน้ำ
  • 3 : ประตูฉุกเฉินปิดน้ำไม่ให้เข้ากังหัน
  • 4 : ประตูปิดท้ายน้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 293 :
  • Active storage ของอ่างเก็บน้ำคือ
  • 1 : ปริมาตรของน้ำต้นทุน
  • 2 : ปริมาตรของน้ำส่วนที่ปล่อยทิ้งไปท้ายน้ำ
  • 3 : ปริมาตรของน้ำส่วนที่นำไปใช้งานได้
  • 4 : ปริมาตรของน้ำส่วนที่ใช้งานไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :
  • กังหันของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบใดที่น้ำมีทิศทางการไหลผ่านตามแนวรัศมีของกังหัน
  • 1 : Francis turbine
  • 2 : Kaplan turbine
  • 3 : Pelton turbine
  • 4 : Bulb type turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 295 :
  • กังหันของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบใดที่น้ำมีมีทิศทางการไหลผ่านตามแนวแกนของกังหัน
  • 1 : Francis turbine
  • 2 : Kaplan turbine
  • 3 : Pelton turbine
  • 4 : Bulb type turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 296 :
  • กังหันของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบใดที่น้ำมีทิศทางการไหลผ่านตามแนวสัมผัสของกังหัน
  • 1 : Francis turbine
  • 2 : Kaplan turbine
  • 3 : Pelton turbine
  • 4 : Bulb type turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 297 :
  • กังหันของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบใดที่น้ำมีทิศทางการไหลผ่านตามแนวขวางของกังหัน
  • 1 : Francis turbine
  • 2 : Kaplan turbine
  • 3 : Pelton turbine
  • 4 : Bulb type turbine
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของคำว่า Steam flow
  • 1 : อัตราการไหลของน้ำ ณ บริเวณที่จะสร้างเขื่อนที่เก็บเป็นรายสัปดาห์ เพื่อนำมาคำนวณหาอัตราการไหลของน้ำเฉลี่ยและ Output power ที่ควรจะได้
  • 2 : อัตราความร้อนสะสม ณ บริเวณที่จะสร้างเขื่อนที่เก็บเป็นรายสัปดาห์ เพื่อนำมาคำนวณหาอัตราการไหลของน้ำเฉลี่ยและ Output power ที่ควรจะได้
  • 3 : อัตราของฝนที่ตกลงมา ณ บริเวณที่จะสร้างเขื่อนที่เก็บเป็นรายสัปดาห์ เพื่อนำมาคำนวณหาอัตราการไหลของน้ำเฉลี่ยและ Output power ที่ควรจะได้
  • 4 : อุณหภูมิของไอน้ำ ณ บริเวณที่จะสร้างเขื่อนที่เก็บเป็นรายสัปดาห์ เพื่อนำมาคำนวณหาอัตราการไหลของน้ำเฉลี่ยและ Output power ที่ควรจะได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 299 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบสูบกลับ มีลักษณะการใช้งานที่สำคัญ คือ ข้อใด
  • 1 : กักเก็บพลังงาน
  • 2 : บริหารจัดการการผลิตไฟฟ้า
  • 3 : เพิ่มความมั่นคงให้ระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 300 :
  • จาก Flow duration curve สามารถแปลงเป็น Power duration curve ได้จากสมการใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 301 :
  • Tidal power plant จะต้องมีความสูงของน้ำ ประมาณเท่าใดจึงจะผลิตไฟฟ้าได้
  • 1 : 0 – 3 เมตร
  • 2 : 3 – 25 เมตร
  • 3 : 30 – 40 เมตร
  • 4 : 50 – 100 เมตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งหนึ่ง มีกำลังผลิตติดตั้งเท่ากับ 50 MW กำลังผลิตสำรองเท่ากับ 10 MW จงหาว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะมีกี่หน่วยผลิต
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • Turbine ชนิดใดต่อไปนี้ที่เหมาะกับ Load ที่คงที่
  • 1 : Kaplan
  • 2 : Francis
  • 3 : Pelton
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 304 :
  • ในการออกแบบเลือก Generator ของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำถ้า Speed ของ Turbine = 1,280 rpm ควรจะเลือก Generator กี่ Poles
  • 1 : 4 Pole 50 Hz
  • 2 : 5 Pole 50 Hz
  • 3 : 6 Pole 50 Hz
  • 4 : 7 Pole 50 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 305 :
  • ขนาดหรือ Main dimension ของ Reaction turbine ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ จะต้องบอกค่าใดบ้างต่อไปนี้
  • 1 : เส้นผ่านศูนย์กลางของทางนำน้ำเข้า Turbine
  • 2 : เส้นผ่านศูนย์กลางของทางน้ำเข้า Turbine
  • 3 : ระยะกว้างของใบ Turbine
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 306 :
  • ขนาดหรือ Main dimension ของ Impulse turbine ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ จะต้องบอกค่าใดบ้างต่อไปนี้
  • 1 : เส้นผ่านศูนย์กลางกงล้อ Turbine
  • 2 : เส้นผ่านศูนย์กลางของหัวฉีด
  • 3 : จำนวนลูกถ้วย
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • ในการ Set turbine เหนือระดับท้ายนี้ จะสามารถคำนวณหาได้จากวิธีการใด
  • 1 : Beraulli’s equation
  • 2 : Sanitation coefficient
  • 3 : Matlab
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 308 :
  • การนำ Plant lay out ของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ พร้อมแบบอาคารโรงไฟฟ้าและอื่นๆ เพื่อบอกสิ่งใด
  • 1 : ราคากลางในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
  • 2 : ราคาในการผลิตกระแสไฟฟ้า
  • 3 : ราคาขายพลังงานไฟฟ้า
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 309 :
  • ความสูงของน้ำที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบใดที่มีความสูงของน้ำมากที่สุด
  • 1 : Reservoir plant
  • 2 : Pump storage plant
  • 3 : Run off river plant
  • 4 : Tidal power plant
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 82 : Economic Operation in Power System
ข้อที่ 310 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำใช้เชื้อเพลิงแบบเดียวกันทั้งสองเครื่อง และร่วมกันจ่ายโหลด ให้พิจารณาว่าคำตอบข้างล่างใดถูกต้อง F1,F2 = ค่าเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า P1,P2 = กำลังไฟฟ้าจากโรงจักร 1 และ 2 ตามลำดับ
  • 1 : การจ่ายโหลดอย่างประหยัดโดยรวม ต้องให้ F1/P1=F2/P2
  • 2 : การจ่ายโหลดอย่างประหยัดโดยรวม ต้องให้ dF1/dP1=dF2/dP2
  • 3 : การจ่ายโหลดอย่างประหยัดโดยรวมต้องให้โรงไฟฟ้าทั้งสองมีประสิทธิภาพในการจ่ายสูงสุด
  • 4 : การจ่ายโหลดไม่ว่ากรณีใดต้องให้โรงไฟฟ้าที่มีค่า F/P ต่ำกว่าเป็นโรงจักรที่จ่ายโหลดออกมาก่อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 311 :
  • โรงไฟฟ้าสองแห่ง มีการจ่ายโหลด P ที่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง F ดังนี้ โรงไฟฟ้าที่ 1 dF1=P1+40 โรงไฟฟ้าที่ 2 dF2=P2+100 รวมกันจ่ายโหลด 400 MW ให้หาค่า P1, P2 ที่จ่ายโหลดอย่างประหยัด
  • 1 : P1=200, P2=200
  • 2 : P1=170, P2=230
  • 3 : P1=230, P2=170
  • 4 : P1=150, P2=250
  • 5 : P1=250, P2=150
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :
  • ให้เลือกคำตอบที่คิดว่าถูกต้องที่สุดสำหรับ การจ่ายโหลดอย่างประหยัด
  • 1 : ค่าเชื้อเพลิง+ค่าบำรุงรักษาต่ำที่สุด
  • 2 : ค่าเชื้อเพลิง+ค่าบำรุงรักษา+เงินเดือนต่ำที่สุด
  • 3 : ค่าเชื้อเพลิง+ค่าบำรุงรักษา+เงินเดือน+ค่าวัสดุต่ำที่สุด
  • 4 : ค่าเชื้อเพลิง+ค่าบำรุงรักษา+เงินเดือน+ค่าวัสดุ+ค่าดำเนินการอื่นๆรวมต่ำที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • โรงจักรไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีขนาดเครื่องจักรขนาด 600 kW 2 เครื่อง โดยมีค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นดังสมการด้านล่าง ถ้าต้องใช้โหลดขนาด 920 kW ถามว่าต้องให้เครื่องไหนจ่ายโหลดเท่าไรจึงจะประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด
  • 1 : เครื่องที่ 1 จ่าย 600 kW เครื่องที่ 2 จ่าย 320 kW
  • 2 : เครื่องที่ 1 จ่าย 500 kW เครื่องที่ 2 จ่าย 420 kW
  • 3 : เครื่องที่ 1 จ่าย 460 kW เครื่องที่ 2 จ่าย 460 kW
  • 4 : เครื่องที่ 1 จ่าย 320 kW เครื่องที่ 2 จ่าย 600 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 300 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 100 MW แต่ละเครื่องมี Fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 0.14P1 + 12 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 0.13P2 + 14 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 210 MW
  • 1 : P1 = 100 MW P2 = 110 MW
  • 2 : P1 = 80 MW P2 = 130 MW
  • 3 : P1 = 100 MW P2 = 100 MW
  • 4 : P1 = 140 MW P2 = 70 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 315 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 300 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 100 MW แต่ละเครื่องมี fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 0.14P1 + 12 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 0.13P2 + 14 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 400 MW
  • 1 : P2 = 200 MW P1= 200 MW
  • 2 : P2 = 214.8 MW P1= 185.2 MW
  • 3 : P2 = 190 MW P1= 210 MW
  • 4 : P2 = 150 MW P1= 250 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 300 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 100 MW แต่ละเครื่องมี fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 0.14P1 + 12 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 0.13P2 + 14 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 580 MW
  • 1 : P2= 500 MW P1= 180 MW
  • 2 : P2= 180 MW P1= 500 MW
  • 3 : P2= 250 MW P1= 330 MW
  • 4 : P2= 300 MW P1= 280 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 317 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 320 MW มีฟังก์ชันค่าเชื้อเพลิงเป็น
  • 1 : 108,000
  • 2 : 132,000
  • 3 : 168,960
  • 4 : 191,840
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :
  • โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีหน่วยผลิตย่อย 2 หน่วย แต่ละหน่วยมีค่าเชื้อเพลิงดังนี้
  • 1 : หน่วยที่ 1 ผลิต 100 MW, หน่วยที่ 2 ผลิต 400 MW
  • 2 : หน่วยที่ 1 ผลิต 200 MW, หน่วยที่ 2 ผลิต 300 MW
  • 3 : หน่วยที่ 1 ผลิต 300 MW, หน่วยที่ 2 ผลิต 200 MW
  • 4 : หน่วยที่ 1 ผลิต 400 MW, หน่วยที่ 2 ผลิต 100 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 319 :
  • โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง (G1 และ G2) แต่ละเครื่องมีค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าตามสมการต่อไปนี้ กำหนดให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องมีพิสัยการผลิตไฟฟ้าในช่วง 100-400 MW หากโรงไฟฟ้าได้รับคำสั่งจากศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าให้ทำการจ่ายโหลดขนาด 500 MW จงคำนวณว่า G1 และ G2 ควรจ่ายโหลดเครื่องละเท่าไรจึงจะทำให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด
  • 1 : G1 = 120 MW ; G2 = 380 MW
  • 2 : G1 = 380 MW ; G2 = 120 MW
  • 3 : G1 = 250 MW ; G2 = 250 MW
  • 4 : G1 = 333 MW ; G2 = 167 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 320 :
  • โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง (G1 และ G2) แต่ละเครื่องมีค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าตามสมการต่อไปนี้ กำหนดให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้งสองเครื่องมีพิสัยการผลิตไฟฟ้าในช่วง 150-400 MW หากโรงไฟฟ้าได้รับคำสั่งจากศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าให้ทำการจ่ายโหลดขนาด 500 MW จงคำนวณว่า G1 และ G2 ควรจ่ายโหลดเครื่องละเท่าไรจึงจะทำให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด
  • 1 : G1 = 120 MW ; G2 = 380 MW
  • 2 : G1 = 380 MW ; G2 = 120 MW
  • 3 : G1 = 150 MW ; G2 = 350 MW
  • 4 : G1 = 350 MW ; G2 = 150 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 321 :
  • เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งกำลังพิจารณาจัดสรรกำลังการผลิตสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อน 2 แห่งซึ่งกำลังเชื่อมต่ออยู่กับระบบไฟฟ้า โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งมีค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าดังนี้
  • 1 : P1 = 500 MW , P2 = 150 MW
  • 2 : P1 = 450 MW , P2 = 200 MW
  • 3 : P1 = 400 MW , P2 = 250 MW
  • 4 : P1 = 350 MW , P2 = 300 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 322 :
  • ขณะที่กำลังการผลิตและโหลดของระบบไฟฟ้าแห่งหนึ่งสมดุลอยู่ที่ประมาณ 20,000 MW ในช่วงวินาทีต่อมา ประชาชนร่วมใจกันปิดไฟฟ้าทันทีเป็นขนาด 500 MW ความถี่ของระบบในช่วง 1 – 5 วินาที จากนั้นจะเป็นเช่นไร
  • 1 : คงเดิม
  • 2 : เพิ่มขึ้น
  • 3 : ลดลง
  • 4 : เพิ่มขึ้นก่อนแล้วจึงลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 323 :
  • ขณะที่การผลิตและโหลดสมดุลของระบบไฟฟ้าแห่งหนึ่งสมดุลอยู่ที่ประมาณ 20,000 MW หากโรงไฟฟ้าขนาด 500 MW เกิดหลุดออกจากระบบ (Forced outage) แต่ระบบสามารถรักษาเสถียรภาพไว้ได้ ความถี่ของระบบในช่วงเวลาประมาณ 10 นาที หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นเป็นเช่นไร
  • 1 : ลดลง
  • 2 : เพิ่มขึ้น
  • 3 : เพิ่มขึ้นชั่วครู่ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงจนเข้าสู่ความถี่คงที่
  • 4 : ลดลงชั่วครู่ จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเข้าสู่ความถี่คงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 324 :
  • อุปกรณ์หรือระบบทางไฟฟ้าต่อไปนี้ ข้อใดมีวัตถุประสงค์ในการควบคุมต่างไปจากการควบคุมแบบอื่น
  • 1 : Automatic generation control
  • 2 : Automatic voltage regulator
  • 3 : Tab-changing transformer
  • 4 : Synchronous condenser
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • การควบคุมแบบ Load frequency control จะไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมใดของระบบไฟฟ้า
  • 1 : การรักษาสมดุลของกำลังการผลิตและโหลดในพื้นที่
  • 2 : การรักษาความถี่ของระบบที่ค่ากำหนด
  • 3 : การรักษาขนาดของแรงดันที่ค่าโหลดความต้องการในพื้นที่
  • 4 : การรักษากำลังการผลิตในพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณการซื้อขายไฟไว้ล่วงหน้ากับระบบข้างเคียง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนมี 2 หน่วยผลิต แต่ละหน่วยผลิตมีขนาด 200 MW และมีค่า Incremental fuel cost ดังนี้
  • 1 : 31 บาท/MWh
  • 2 : 32 บาท/MWh
  • 3 : 33 บาท/MWh
  • 4 : 34 บาท/MWh
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 327 :
  • โรงไฟฟ้าใดที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงจะควบคุมให้แต่ละหน่วยผลิตเกิดการจ่าย Load อย่างประหยัด
  • 1 : ควบคุมให้ค่า dF / dP ของแต่ละหน่วยผลิตเท่ากัน
  • 2 : ควบคุมให้ค่า dF / dP ของแต่ละหน่วยผลิตต่ำสุด
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • โรงไฟฟ้าใดที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงสูงและต่ำ เมื่อนำมารวมกันจ่ายกำลังผลิตร่วมกัน จะต้องควบคุมเช่นไรจึงจะเกิดการจ่าย Load อย่างประหยัด
  • 1 : ให้โรงไฟฟ้าที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงสูงเป็น Peak load
  • 2 : ให้โรงไฟฟ้าที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงต่ำเป็น Base load
  • 3 : ให้โรงไฟฟ้าที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงต่ำรับ Power loss ในสายส่ง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 329 :
  • การจ่ายกำลังผลิตร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้าที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงกับไม่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงจะต้องควบคุมเช่นไรจึงจะเกิดการจ่าย Load อย่างประหยัด
  • 1 : ให้โรงไฟฟ้าที่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเป็น Peak load
  • 2 : ให้โรงไฟฟ้าที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเป็น Base load
  • 3 : ให้โรงไฟฟ้าที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงรับ Power loss ในสายส่ง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 330 :
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 2 แห่งมี Cost function ดังนี้
  • 1 : 436.2 MW
  • 2 : 459.5 MW
  • 3 : 563.8 MW
  • 4 : 636.6 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 331 :
  • โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 2 แห่งมี Cost function ดังนี้
  • 1 : 275.1 MW
  • 2 : 436.2 MW
  • 3 : 563.8 MW
  • 4 : 724.9 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 332 :
  • โรงไฟฟ้าสองแห่ง มีการจ่ายโหลด P ที่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง F ดังนี้ โรงไฟฟ้าที่ 1 dF1=1.5P1+20 โรงไฟฟ้าที่ 2 dF2=P2+50 รวมกันจ่ายโหลด 400 MW ให้หาค่า P1, P2 ที่จ่ายโหลดอย่างประหยัด
  • 1 : P1=200, P2=200
  • 2 : P1=172, P2=228
  • 3 : P1=230, P2=170
  • 4 : P1=228, P2=172
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :
  • โรงไฟฟ้าสองแห่ง มีการจ่ายโหลด P ที่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง F ดังนี้ โรงไฟฟ้าที่ 1 dF1=1.5P1+20 โรงไฟฟ้าที่ 2 dF2=P2+40 รวมกันจ่ายโหลด 200 MW ให้หาค่า P1, P2 ที่จ่ายโหลดอย่างประหยัด
  • 1 : P1=100, P2=100
  • 2 : P1=88, P2=112
  • 3 : P1=80, P2=120
  • 4 : P1=60, P2=140
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 334 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 300 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 100 MW แต่ละเครื่องมี fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 3P1 + 40 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 2P2 + 30 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 600 MW
  • 1 : P2= 238 MW P1= 362 MW
  • 2 : P2= 362 MW P1= 238 MW
  • 3 : P2= 250 MW P1= 350 MW
  • 4 : P2= 300 MW P1= 300 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 335 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 300 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 100 MW แต่ละเครื่องมี fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 3P1 + 40 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 2P2 + 30 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 200 MW
  • 1 : P2= 100 MW P1= 100 MW
  • 2 : P2= 78 MW P1= 122 MW
  • 3 : P2= 122 MW P1= 78 MW
  • 4 : P2= 30 MW P1= 170 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 300 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 50 MW แต่ละเครื่องมี fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 3P1 + 40 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 2P2 + 30 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 200 MW
  • 1 : P2= 100 MW P1= 100 MW
  • 2 : P2= 78 MW P1= 122 MW
  • 3 : P2= 122 MW P1= 78 MW
  • 4 : P2= 30 MW P1= 170 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 337 :
  • โรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 400 MW 2 เครื่อง แต่ละเครื่องมีความสามารถจ่ายโหลดสูงสุดได้ 400 MW จ่ายโหลดต่ำสุดได้ 50 MW แต่ละเครื่องมี fuel incremental cost คือ เครื่องที่ 1 dF1/dP1 = ( 3P1 + 40 ) Bath per MWh เครื่องที่ 2 dF2/dP2 = ( 2P2 + 30 ) Bath per MWh จงหากำลังผลิตของแต่ละเครื่องที่ประหยัดที่สุด เมื่อโหลดรวมของทั้งโรงไฟฟ้าเท่ากับ 120 MW
  • 1 : P1= 46 MW P21= 74 MW
  • 2 : P1=74 MW P2= 46 MW
  • 3 : P1= 50 MW P2= 70 MW
  • 4 : P1= 70 MW P2= 50 MW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 338 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 300 MW มีฟังก์ชันค่าเชื้อเพลังเป็น f= 42,000+800P+0.5P2 บาท/ชั่วโมง จงคำนวณค่าเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้านี้ที่กำลังผลิตพิกัดในหน่วย บาท/ชั่วโมง
  • 1 : 173,250
  • 2 : 222,000
  • 3 : 327,000
  • 4 : 442,000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 83 : Substation and Equipment
ข้อที่ 339 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการต่อลงดินในระบบไฟฟ้ากำลัง
  • 1 : Soil earthing
  • 2 : Reactance earthing
  • 3 : Capacitance earthing
  • 4 : Earth fault neutralizer earthing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 340 :
  • ข้อใดไม่ใช่รูปแบบสำหรับการจัดวางบัสบาร์
  • 1 : Ring bus
  • 2 : Double bus
  • 3 : Breaker and one half
  • 4 : Control bus
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์หลักของโรงไฟฟ้า
  • 1 : Generator
  • 2 : Transformer
  • 3 : Circuit breaker
  • 4 : Computer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 342 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการต่อลงดินในโรงไฟฟ้า
  • 1 : Solid earthing
  • 2 : Reactance earthing
  • 3 : Capacitance earthing
  • 4 : Resistance earthing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 343 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชนิดของ circuit breaker
  • 1 : Oil circuit breaker
  • 2 : Air circuit breaker
  • 3 : SF6 circuit breaker
  • 4 : CO2 circuit breaker
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 344 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของ Shunt reactor
  • 1 : เป็นตัวจ่าย VAR ให้กับระบบเนื่องจากแรงดันในระบบต่ำเกิน
  • 2 : เป็นตัวรับ VAR ในระบบ เนื่องจากแรงดันในระบบสูงเกิน
  • 3 : เป็นตัวจ่าย VA ให้กับระบบ เนื่องจากแรงดันในระบบสูงเกิน
  • 4 : เป็นตัวรับ VA ในระบบ เนื่องจากแรงดันในระบบต่ำเกิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 345 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของ Shunt capacitor
  • 1 : ช่วยเพิ่มระดับแรงดันไฟฟ้า
  • 2 : ช่วยลด Loss ในสายส่ง และเพิ่ม PF ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 3 : เป็นอุปกรณ์รับ VAR ของระบบ
  • 4 : ช่วยให้หม้อแปลงถึง Full load ช้าลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 346 :
  • ข้อดีของการสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยแบบ Gas insulated substation (GIS) ได้แก่
  • 1 : การขยายสถานีไฟฟ้าย่อยทำได้ง่าย
  • 2 : ราคาค่าก่อสร้างถูกว่าแบบ Air insulated substation (AIS)
  • 3 : การบำรุงรักษาน้อยกว่าแบบ Air insulated substation (AIS)
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • แรงดันย่างก้าว (Step voltage) ในสถานีไฟฟ้าคือ
  • 1 : ความต่างศักย์ที่รู้สึกได้โดยบุคคลไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุขณะยืนเท้าห่างกันประมาณ 1 เมตร
  • 2 : ความต่างศักย์ระหว่างพื้นดินกับจุดที่บุคคลสัมผัสโครงสร้างที่ต่อลงดิน
  • 3 : แรงดันสูงสุดที่ตาข่ายลงดินของสถานีไฟฟ้ามีจุดต่อลงดินอื่น
  • 4 : แรงดันระหว่างวัตถุที่เป็นโลหะซึ่งเกิดจากการสัมผัสวัตถุทั้งสอง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 348 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : การจัดบัสแบบบัสคู่เบรกเกอร์คู่จะใช้เบรกเกอร์ทั้งสิ้น 2 ตัวต่อ 1 วงจร
  • 2 : การจัดบัสแบบเบรกเกอร์ครึ่งจะใช้เบรกเกอร์ทั้งสิ้น 3 ตัวต่อ 2 วงจร
  • 3 : การจัดบัสแบบบัสประธานคู่และบัสโอนจะใช้เบรกเกอร์ทั้งสิ้น 1 ตัวต่อ 1 วงจร รวมกับเบรกเกอร์เชื่อมโยงอีก 2 ตัว
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 349 :
  • การป้องกัน Bus bar ใช้ relay อะไร
  • 1 : Overcurrent relay
  • 2 : Differential relay
  • 3 : Earth fault relay
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 350 :
  • การป้องกัน Bus bar ใช้ relay อะไร
  • 1 : overcurrent relay
  • 2 : Differential relay
  • 3 : Earth fault relay
  • 4 : ถูกทั้ง 2 และ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 351 :
  • ข้อใดมิใช่หน้าที่ของสถานีไฟฟ้าย่อย
  • 1 : ปรับระดับและควบคุมแรงดันไฟฟ้าในระบบจำหน่ายไฟฟ้า
  • 2 : ทำการตัดต่อวงจรของระบบไฟฟ้า
  • 3 : วัดปริมาณความต้องการกำลังไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
  • 4 : เป็นที่ตั้งของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 352 :
  • อุปกรณ์ใดไม่ได้ติดตั้งอยู่ภายในสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation)
  • 1 : Power transformer
  • 2 : Primary feeder
  • 3 : Lightning arrester
  • 4 : Current transformer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • Generator ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าเป็นแบบใดในปัจจุบัน
  • 1 : D.C generator
  • 2 : Synchronous generator
  • 3 : Induction generator
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 354 :
  • จุดต่อลงดินในระบบไฟฟ้ากำลังสามารถต่อลงดินได้ที่ใดบ้าง
  • 1 : Generator
  • 2 : Transformer
  • 3 : Bus bar
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • Vector group ของหม้อแปลงระบุว่าเป็น Dy1 หมายถึงข้อใดต่อไปนี้
  • 1 : ขดลวด Primary ต่อ แบบ Delta
  • 2 : ขดลวด Secondary ต่อแบบ Star
  • 3 : มุมของแรงดันทางด้าน Primary ต่างกับ Secondary เท่ากับ – 30 องศา
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 356 :
  • หม้อแปลงที่ใช้ในโรงไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าย่อยจะเป็นแบบ 3 ขดลวด ขด Terming มีไว้เพื่ออะไร
  • 1 : จ่ายกำลังไฟฟ้าให้ระบบไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า
  • 2 : จ่ายกำลังไฟฟ้าให้ระบบไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าย่อย
  • 3 : ไม่มีประโยชน์อะไร
  • 4 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • ในการออกแบบ Circuit breaker ควรจะต้องตัดต่อวงจรในช่วงใด
  • 1 : Wave from ของกระแสเป็น 0
  • 2 : Wave from ของแรงดันเป็น 0
  • 3 : ช่วงใดก็ได้
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • ในการจัด Bus bar ใน Substation แบบใดที่มีผลให้มีโอกาสเกิดไฟดับน้อยที่สุด
  • 1 : Single bus bar
  • 2 : Double bus bar
  • 3 : Breaker and a half
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 359 :
  • การต่อ Reactor สามารถต่อที่ใดได้บ้าง
  • 1 : Generator
  • 2 : Feeder
  • 3 : Bus bar
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • Reactor ที่ต่อในระบบไฟฟ้ากำลังทำหน้าที่อะไร
  • 1 : ลดแรงดัน
  • 2 : จำกัดกระแสลัดวงจรในระบบ
  • 3 : เพิ่มกำลังไฟฟ้าในระบบ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 361 :
  • การควบคุมแรงดันที่ Bus ของโรงไฟฟ้าให้คงที่ ควบคุมได้จากข้อใด
  • 1 : ระบบExcitation ของ Generator
  • 2 : GOV control
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : Voltage control
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 362 :
  • การควบคุมความถี่ที่ Bus ของโรงไฟฟ้าให้คงที่ ควบคุมได้จากข้อใด
  • 1 : ระบบ Excitation ของ Generator
  • 2 : GOV control
  • 3 : ถูกทั้ง 1 และ 2
  • 4 : Voltage control
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 363 :
  • สิ่งใดต่อไปนี้ที่ไม่ใช่ระบบ Excitation control ของ Generator
  • 1 : GOV control
  • 2 : AVR control
  • 3 : Pulse type voltage regulator
  • 4 : Servo type voltage regulator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 364 :
  • เมื่อสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จแล้ว ก่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของประเทศจะต้องตรวจสอบส่วนใดของ Generator บ้าง
  • 1 : ทดสอบฉนวน
  • 2 : ทดสอบระบบป้องกัน
  • 3 : ทดสอบระบบ Synchronize
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 365 :
  • การควบคุมแรงดันในสายส่งให้คงที่ ควบคุมได้จากสิ่งใดต่อไปนี้
  • 1 : Tap change ของหม้อแปลง
  • 2 : Generator
  • 3 : Reactor
  • 4 : ระบบต่อลงดิน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 366 :
  • ในการควบคุมกำลังไฟฟ้าให้ส่งไฟฟ้ ผู้ใช้ได้สูงสุด ในกรณีที่สายส่งยาวมากๆ ควรจะควบคุมจากสิ่งใด
  • 1 : หม้อแปลง
  • 2 : ต่อ C ที่ปลายทาง
  • 3 : Static VAR ที่กลางสายส่ง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 367 :
  • Buchholz relay ใช้ป้องกันอะไรในหม้อแปลง
  • 1 : Pressure
  • 2 : Temperature
  • 3 : Voltage
  • 4 : Current
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 368 :
  • ในการวัดค่าความต้านทานของดิน (Soil resistivity) ด้วยวิธี Wenner method โดยจะทำการปัก Ground refferent จำนวน 4 แท่งลงในดิน มีระยะห่างระหว่างแท่ง เท่ากับ 2 เมตร และปักลึกลงดินเท่ากับ 10 เซนติเมตร และอ่านค่าจากเครื่องมือวัดได้ค่าความต้านทานเท่ากับ 15 ohm.m อยากทราบว่าค่า Soil resistivity มีค่าเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 188.5 ohm.m
  • 2 : 30 ohm.m
  • 3 : 600 ohm.m
  • 4 : 47.124 ohm.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 369 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นปัจจัยในการออกแบบสถานีไฟฟ้า
  • 1 : ความน่าเชื่อถือ และการจัดเตรียมเผื่อการขยายระบบ
  • 2 : ความปลอดภัย
  • 3 : ความง่ายในการใช้งาน และ ค่าใช้จ่ายในการลงทุน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • ในการออกแบบระยะน้อยที่สุดของส่วนที่มีแรงดันไฟฟ้า(Hot part) จะต้องทำการออกแบบส่วนใด
  • 1 : ส่วนที่เป็น Hot part กับระยะพื้นดิน(Groung level)
  • 2 : ส่วนที่เป็น Hot part กับระยะพื้นถนน(Road level)
  • 3 : ข้อ ก. และ ข. ถูก
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 371 :
  • ในกรณีที่เกิดกระแสลัดวงจรและไหลผ่านร่างกาย ข้อใดต่อไปนี้ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมากที่สุด
  • 1 : กระแสไหลผ่านไหลผ่านร่างกายมาก แต่ไหลเป็นระยะเวลาสั้นๆ
  • 2 : กระแสไหลผ่านร่างกายน้อย แต่เป็นระยะเวลานาน
  • 3 : กระแสไหลผ่านร่างกายน้อย เป็นเวลาสั้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 372 :
  • ในการออกแบบสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่งต้องการวาง Current transformer เพื่อใช้วัดค่ากระแสไฟฟ้า ของระดับแรงดัน 230 kV อยากทราบว่าระยะห่างที่ต่ำที่สุดของจุดที่เป็น Hot part กับ Hot part จะมีระยะเท่าใดตามมาตรฐาน NEMA standard
  • 1 : 226.06 cm
  • 2 : 180.34 cm
  • 3 : 210 cm
  • 4 : 134.62 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 373 :
  • ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงพิกัดแรงดัน 230 kVแห่งหนึ่ง ขนาด 100 x 100 เมตร และมี Power transformer ขนาด 25 MVA ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องนำรถเครนเข้าซ่อมบำรุงตัวหม้อแปลงนี้ โดยความสูงของรถเครนมีขนาด 7.5 เมตร อยากทราบว่าระยะความสูง Hot part ของเสาต้น Deat end จะต้องมีความสูงเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 457.2 m
  • 2 : 914.4 m
  • 3 : 12.072 m
  • 4 : 16.644 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 374 :
  • ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงพิกัดแรงดัน 230 kVแห่งหนึ่ง ขนาด 100 x 100 เมตร และมี Power transformer ขนาด 25 MVA โดยต่อกับ Bus bar อลูมิเนียม ขนาด 10 นิ้ว ระยะห่างระหว่าง Bus bar อลูมิเนียมเท่ากับ 226.06 cm อยากทราบว่า Bus bar อลูมิเนียมนี้จะต้องสูงเท่าไหร่ ซึ่งจะต้องให้ผู้ปฏิบัติงานสูง 160 cm และยืดแขนจะสามารถวัดส่วนปลายแขนถึงเท้าได้ 195 cm เข้าไปปฏิบัติงานด้านล่าง Bus bar ในกรณีจ่ายไฟฟ้า
  • 1 : 457.2 cm
  • 2 : 617.2 cm
  • 3 : 652.2 cm
  • 4 : 1371.6 cm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • จากรูปด้านล่างนี้ เป็นการจัดวางอุปกรณ์ของสถานีไฟฟ้าระดับแรงดัน 115 kV ให้คำนวณหาระยะ a จะมีระยะห่างต่ำสุดเท่าไหร่ตามมาตรฐาน IEC standard.
  • 1 : 110 cm
  • 2 : 575 cm
  • 3 : 650 cm
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 376 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช้หลักการวัดค่า Soil resistivity
  • 1 : 2 point method
  • 2 : 3 point method
  • 3 : 4 point method
  • 4 : 5 point method
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 377 :
  • ในการวัดค่า Soil resistivity ของสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ทำการวัดด้วยวิธี 4 point method โดยวางระยะห่างของ Electrode จำนวน 4 แท่งวางห่างเท่าๆ กันคือระยะ 5 เมตร ตามมาตรฐาน IEEE 80-2000 อยากทราบว่าจะต้องฝังแท่ง Electrode นี้ลึกลงในดินเท่าไหร่
  • 1 : 5 m
  • 2 : 1 m
  • 3 : 0.25 m
  • 4 : ไม่ต้องคำนึงถึงความลึกในการฝังแท่ง Electrode
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 378 :
  • ในการวัดค่า Soil resistivity ด้วยวิธี 4 Point method จะใช้แท่ง Electrode จำนวน 4 แท่งฝังในดิน ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง
  • 1 : แท่ง Electrode คู่นอกเป็น Voltage และคู่ในเป็น Current
  • 2 : แท่ง Electrode คู่นอกเป็น Current และคู่ในเป็น Voltage
  • 3 : แท่ง Electrode คู่ทางด้านซ้ายเป็น Voltage และคู่ทางด้านขวาเป็น Current
  • 4 : แท่ง Electrode คู่ทางด้านซ้ายเป็น Current และคู่ทางด้านขวาเป็น Voltage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ผลของการใช้หินโรยหน้าผิวดินในสถานีไฟฟ้า
  • 1 : เพิ่มค่าความต้านทานของผิวดิน
  • 2 : เพื่อลดกระแสไหลผ่านร่างกาย
  • 3 : เพื่อให้กระแสไหลผ่านร่างกายได้เร็วๆ
  • 4 : ข้อ ก. และ ข. ถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 380 :
  • ในการออกแบบระบบรากสายดินของสถานีไฟฟ้าจะต้องทำการคำนวณหาค่าแรงดันที่ตกคล่อมร่างกาย เมื่อมีกระสลัดวงจรเท่ากับ 31.5 kA, ค่าความต้านทานของร่างกายเท่ากับ 1,000 ohm และค่าความต้านทานที่เท้า 2 ข้างเท่ากับ 800 ohm ให้ทำการคำนวณหาค่าแรงดันที่ตกคล่อมร่างกายจะเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 31,500 kV
  • 2 : 25,200 kV
  • 3 : 56,700 kV
  • 4 : 39.375 kV
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 381 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่วิธีการป้องกันฟ้าในสถานีไฟฟ้า
  • 1 : การป้องกันโดยใช้ Earth fault relay
  • 2 : การป้องกันโดยใช้เสาส่อฟ้า (High mast air terminal)
  • 3 : การป้องกันโดยใช้สายดินล่อฟ้าวางเหนือระบบ (Overhead ground wire)
  • 4 : การป้องกันโดยใช้ทั้งเสาและสายดินล่อฟ้าวางเหนือระบบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 382 :
  • . ในสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าแห่งหนึ่งที่ส่งจ่ายจากสถานีไฟฟ้า A ไปยังสถานีไฟฟ้า B และเกิดฟ้าผ่าที่ตำแหน่งห่างจากสถานีไฟฟ้า A ออกไป 3 km มีค่า Surge impedance เท่ากับ 235 และค่า BIL เท่ากับ 35 kV ให้ทำการคำนวณหาค่า กระแสฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นจะเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 35 kA
  • 2 : 0.149 kA
  • 3 : 105 kA
  • 4 : 0.298 kA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 383 :
  • ในสถานีไฟฟ้ามีการติดตั้ง Power transformer ขนาด 10 MVA แต่ยังไม่ได้ใช้งาน เกิดฟ้าผ่าที่บริเวณขั้วด้านแรงสูงของหม้อแปลงตัวนี้ โดยที่หม้อแปลงตัวนี้มีค่า BIL เท่ากับ 70 kV และมีค่า Surge impedance เท่ากับ 445 อยากทราบว่ากระแสฟ้าผ่ามีค่าเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 0.157 kA
  • 2 : 142.857 kA
  • 3 : 22.471 kA
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :
  • ในสถานีไฟฟ้ามีการติดตั้ง Power transformer ขนาด 10 MVA แต่ยังไม่ได้ใช้งาน เกิดฟ้าผ่าที่บริเวณขั้วด้านแรงสูงของหม้อแปลงตัวนี้ โดยที่หม้อแปลงตัวนี้มีค่า BIL เท่ากับ 70 kV และมีค่า Surge impedance เท่ากับ 445 อยากทราบว่ากระแสฟ้าผ่าวิกฤติมีค่าเท่ากับเท่าไหร่ เมื่อกระแสฟ้าผ่าวิกฤติเท่ากับ 1.1 ของกระแสฟ้าผ่า
  • 1 : 0.1727 kA
  • 2 : 157.1427 kA
  • 3 : 0.1727 kA
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 385 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยของค่ากระแสที่มีผลทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
  • 1 : เส้นทางที่กระแสไหลผ่านร่างกายจากทางเข้าถึงทางออก
  • 2 : ปริมาณกระแสที่ไหลผ่านร่างกาย
  • 3 : ระยะเวลาที่กระแสไหลผ่านร่างกาย
  • 4 : ภูมิคุ้มกันภายในของร่างกาย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • จากมาตรฐาน ANSI C37.04 กำหนดค่า IC ของ Circuit breaker แบบใช้ฉนวนเป็น SF6 เท่ากับ 37 kA ที่แรงดัน 72.5 kV โดยมีค่า Voltage range factor k เท่ากับ 1.1 อยากทราบว่าถ้าจะนำ Circuit breaker นี้มาใช้ที่ระดับแรงดัน 69 kV ค่า IC จะเป็นเท่าไหร่
  • 1 : 37 kA
  • 2 : 38.9 kA
  • 3 : 35.21 kA
  • 4 : 40.7 kA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 387 :
  • จากมาตรฐาน ANSI C37.04 กำหนดค่า IC ของ Circuit breaker แบบใช้ฉนวนเป็น SF6 เท่ากับ 37 kA ที่แรงดัน 72.5 kV โดยมีค่า Voltage range factor k เท่ากับ 1.1 อยากทราบว่า Maximum symmetrical interrupting current เท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 37 kA
  • 2 : 38.9 kA
  • 3 : 35.21 kA
  • 4 : 40.7 kA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • จากมาตรฐาน ANSI C37.04 กำหนดค่า IC ของ Circuit breaker แบบใช้ฉนวนเป็น SF6 เท่ากับ 37 kA ที่แรงดัน 72.5 kV โดยมีค่า Voltage range factor k เท่ากับ 1.1 ให้คำนวณหาว่าแรงดันต่ำสุดที่จะสามารถนำ Circuit breaker ตัวนี้นำไปใช้ได้ที่แรงดันเท่าไหร่
  • 1 : 79.75 kV
  • 2 : 72.5 kV
  • 3 : 65.9 kV
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • จากมาตรฐาน ANSI C37.04 กำหนดค่า IC ของ Circuit breaker แบบใช้ฉนวนเป็น SF6 เท่ากับ 37 kA ที่แรงดัน 72.5 kV โดยมีค่า Voltage range factor k เท่ากับ 1.1 ให้คำนวณหา Close and latch (C&L) ที่ระดับแรงดัน 69 kV เมื่อ C&L = 1.6 (k) (rate short circuit current
  • 1 : 65.1 kA
  • 2 : 68.464 kA
  • 3 : 82.5 kA
  • 4 : 90 kA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 390 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการระบายความร้อนด้วย OA ของ Transformer
  • 1 : Liquid immersed, self cooled
  • 2 : Liquid immersed
  • 3 : Liquid immersed, Forced air cooled
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการระบายความร้อนด้วย OA/FA/FA ของ Transformer
  • 1 : Liquid immersed, self cooled
  • 2 : Liquid immersed, self cooled / Forced air cooled / Forced air cooled
  • 3 : Liquid immersed, Forced air cooled
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 392 :
  • ข้อใดต่อไปนี้เป็นการระบายความร้อนด้วย AA/FA ของ Transformer
  • 1 : Liquid immersed, self cooled
  • 2 : Liquid immersed, self cooled / Forced air cooled / Forced air cooled
  • 3 : Liquid immersed, Forced air cooled
  • 4 : Ventilated, Self-cooled / forced-air cooled
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 393 :
  • ในส่วนของลานหม้อแปลงจะต้องทำการโรยหินเบอร์อะไร และต้องมีความหนาอย่างน้อยเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : เบอร์ 1 หนาอย่าน้อย 100 mm
  • 2 : เบอร์ 2 หนาอย่าน้อย 100 mm
  • 3 : เบอร์ 2 หนาอย่าน้อย 300 mm
  • 4 : เบอร์ 1 หนาอย่าน้อย 300 mm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 394 :
  • ในลานหม้อแปลงของสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีหม้อแปลงติดตั้งอยู่ ขนาดคือ 1,500 MVA , โดยที่หม้อแปลงขนาด 1500 MVA มีปริมาณน้ำมันเท่ากับ 1,989 ลิตร อยากทราบว่าจะต้องกำหนดให้บ่อรองรับน้ำมันที่รั่วไหลเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 5,967 ลิตร
  • 2 : 5,301 ลิตร
  • 3 : 1,989 ลิตร
  • 4 : 3,778 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 395 :
  • ในลานหม้อแปลงของสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่งมีหม้อแปลงติดตั้งอยู่ 3 ขนาดคือ 1,500 MVA , 100 MVA และ 200 MVA โดยที่หม้อแปลงขนาด 1500 MVA มีปริมาณน้ำมันเท่ากับ 1,989 ลิตร, หม้อแปลงขนาด 100 MVA มีปริมาณน้ำมันเท่ากับ 1,523 ลิตร และ หม้อแปลงขนาด 200 MVA มีปริมาณน้ำมันเท่ากับ 1,789 ลิตร อยากทราบว่าจะต้องกำหนดให้บ่อรองรับน้ำมันที่รั่วไหลเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 5,967 ลิตร
  • 2 : 5,301 ลิตร
  • 3 : 1,989 ลิตร
  • 4 : 3,778 ลิตร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 396 :
  • ระยะเวลาของ Duty cycle ของ Circuit breaker ในกรณี Two close – open ตามมาตรฐาน ANSI/IEEE C37.04 อยู่ที่เท่าไหร่
  • 1 : 5 Second
  • 2 : 10 Second
  • 3 : 15 Second
  • 4 : 20 Second
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 397 :
  • ในการนำกระแสของบัสบาร์ทองแดง เท่ากับ 2500 A ถ้าเปลี่ยนบัสบาร์เป็นอลูมิเนียม จะนำกระแสเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2,500 A
  • 2 : 1,923.077 A
  • 3 : 1,250 A
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 398 :
  • ในการนำกระแสของบัสบาร์อลูมิเนียม เท่ากับ 5,000 A ถ้าเปลี่ยนบัสบาร์เป็นทองแดง จะนำกระแสเท่ากับเท่าไหร่
  • 1 : 2,500 A
  • 2 : 4,166.67 A
  • 3 : 5,000 A
  • 4 : 6,500 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 399 :
  • ในกรณีติดตั้ง Battery back up ระบบ ในสถานีไฟฟ้า ขนาด 750 Ah อยากทราบว่าตามมาตรฐาน IEEE 450-1987 จะยอมให้ขนาด Capacity drop ลงถึงเท่าไหร่
  • 1 : 675 Ah
  • 2 : 600 Ah
  • 3 : 525 Ah
  • 4 : 450 Ah
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 400 :
  • ลักษณะเฉพาะของฉนวน Non-sele restoring คือข้อใด
  • 1 : ไม่สามารถกลับคืนสภาพความเป็นฉนวนได้ เมื่อเกิด flashover
  • 2 : สามารถกลับคืนสู่ความเป็นฉนวนได้อีกครั้ง เมื่อเกิด flashover
  • 3 : สามารถกลับคืนสู่สภาพความเป็นฉนวนได้หลายครั้ง เมื่อเกิด flashover
  • 4 : เมื่อเกิด flashover ไม่สามารถทำลายฉนวนได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
สภาวิศวกร