สภาวิศวกร

สาขา : ไฟฟ้าแขนงไฟฟ้ากำลัง

วิชา : Electrical Machines

เนื้อหาวิชา : 34 : Energy sources
ข้อที่ 1 :
  • พลังงานในข้อใด ไม่สามารถเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าได้
  • 1 : พลังงานจากแสงอาทิตย์
  • 2 : พลังงานจากปฏิกิริยาเคมี
  • 3 : พลังงานน้ำ
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ในโลก ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนรูปของพลังงานรูปใด
  • 1 : พลังงานความร้อน
  • 2 : พลังงานศักย์
  • 3 : พลังงานแสง
  • 4 : พลังงานลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 3 :
  • อุปกรณ์ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อไปนี้ ข้อใดมีการทำงานขั้นต้นเป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ
  • 1 : เทอร์โมคัปเปิล
  • 2 : เซลล์แสงอาทิตย์
  • 3 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 4 : เซลล์เชื้อเพลิง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 4 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซเครื่องหนึ่งมีพิกัด 10 MW ถ้าประสิทธิภาพของกังหันและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็น 35 และ 85 เปอร์เซนต์ตามลำดับ ปริมาณความร้อนเป็นเมกกะจูลต่อชั่วโมง (MJ/h) ที่ป้อนให้กับระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันก๊าซนี้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 33.6  MJ/h
  • 2 : 2017  MJ/h
  • 3 : 36000  MJ/h
  • 4 : 121008  MJ/h
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 5 :
  • การเปลี่ยนรูปพลังงานในเครื่องจักรกลไฟฟ้าทั้งที่ทำงานเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า พลังงานในข้อใดเป็นตัวกลางระหว่าง Energy input กับ Energy output
  • 1 : Electrical energy
  • 2 : Mechanical energy
  • 3 : Magnetic Field energy
  • 4 : Heat energy
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 6 :
  • ในเครื่องจักรกลไฟฟ้า พลังงานถูกเก็บไว้ในส่วนใดมากที่สุด
  • 1 : สเตเตอร์
  • 2 : ช่องว่างอากาศ
  • 3 : โรเตอร์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 7 :
  • ข้อใดเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy)
  • 1 : พลังงานนิวเคลียร์
  • 2 : พลังงานจากถ่านหิน
  • 3 : พลังงานจากน้ำมัน
  • 4 : พลังงานจากแสงอาทิตย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • ข้อใดไม่ได้เป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable energy)
  • 1 : พลังงานลม
  • 2 : พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ
  • 3 : พลังงานจากความร้อนใต้พิภพ
  • 4 : พลังงานจากแสงอาทิตย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 9 :
  • พลังงานไฟฟ้า 1 ยูนิต (kW.h) คิดเป็นกี่จูล
  • 1 : 3600 kJ
  • 2 : 60 kJ
  • 3 : 6000 kJ
  • 4 : 16 kJ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 10 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ 1 kg ให้หาค่าพลังงานที่ต้องการสำหรับเพิ่มอุณหภูมิของน้ำจาก 25 องศาเซลเซียส ไปเป็น 50 องศาเซลเซียส โดยค่าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 4190 J/kg.K
  • 1 : 104.75 kJ
  • 2 : 209.5 kJ
  • 3 : 167.6 kJ
  • 4 : 1048.7 kJ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 11 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ 1 kg ให้หาค่ากำลังไฟฟ้าที่ต้องการสำหรับเพิ่มอุณหภูมิของน้ำจาก 25 องศาเซลเซียส ไปเป็น 50 องศาเซลเซียส ภายในเวลา 2 นาที โดยค่าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 4190 J/kg.K
  • 1 : 873 W
  • 2 : 52.4 W
  • 3 : 1746 W
  • 4 : 436.5 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 :
  • พลังงานไฟฟ้า 2 ยูนิต (2 kW.h) คิดเป็นกี่จูล
  • 1 : 3600 kJ
  • 2 : 7200 kJ
  • 3 : 6000 kJ
  • 4 : 16 kJ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 13 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ 2 kg ให้หาค่าพลังงานที่ต้องการสำหรับเพิ่มอุณหภูมิของน้ำจาก 25 องศาเซลเซียส ไปเป็น 50 องศาเซลเซียส โดยค่าความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 4190 J/kg.K
  • 1 : 104.75 kJ
  • 2 : 209.5 kJ
  • 3 : 167.6 kJ
  • 4 : 1048.7 kJ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 35 : Magnetic circuits
ข้อที่ 14 :
  • กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า เทียบได้กับพารามิเตอร์ใดในวงจรแม่เหล็ก
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 15 :
  • อุปกรณ์ใดทำงานโดยไม่ได้ใช้สนามแม่เหล็ก
  • 1 : สวิตช์ปุ่มกล (Push button switch)
  • 2 : รีเลย์ (Relay)
  • 3 : โซรีนอยด์ (Solenoid)
  • 4 : ไดนาโม (Dynamo)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 16 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งมีความยาวเฉลี่ยแกนเหล็ก 180 cm. พื้นที่หน้าตัดแกนเหล็ก 150 cm2 มีขดลวดจำนวน 200 รอบพันรอบ แกนเหล็ก เมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า 1 A เข้าไปในขดลวด มีค่าความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์ 2500 จงหาค่าเส้นแรงแม่เหล็กของวงจรแม่เหล็กนี้
  • 1 : 4.95 mWb
  • 2 : 3.42 mWb
  • 3 : 4.68 mWb
  • 4 : 5.23 mWb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 17 :
  • ตัวเหนี่ยวนำ (inductor) มีจำนวนรอบขดลวดพันบนแกนเหล็กเท่ากับ 20 รอบ และมีค่า inductance เท่ากับ 0.1 mH ถ้าต้องการเพิ่มค่า inductance เป็น 0.2 mH ต้องพันจำนวนรอบขดลวดเพิ่มอีกกี่รอบ
  • 1 : 20
  • 2 : 15
  • 3 : 12
  • 4 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 18 :
  • ถ้ากำหนดให้ค่าความต้านทานแม่เหล็กของวงจรแม่เหล็ก (Reluctance) มีค่าคงที่ ค่าความเหนี่ยวนำไฟฟ้าของวงจรแม่เหล็กจะมีค่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร เมื่อจำนวนรอบของขดลวดลดลง 3 เท่า
  • 1 : ลดลง 1/3 เท่า
  • 2 : ลดลง 3 เท่า
  • 3 : ลดลง 9 เท่า
  • 4 : ไม่เปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • ผลการเปลี่ยนแปลงของตัวเลือกใดที่ทำให้ค่าความสูญเสียของแกนเหล็กในวงจรแม่เหล็กมีการเปลี่ยนแปลง
  • 1 : ปริมาตรของแกนเหล็ก
  • 2 : น้ำหนักของแกนเหล็ก
  • 3 : แรงเคลื่อนทางแม่เหล็กที่ใช้งาน
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 20 :
  • วงจรแม่เหล็กดังรูป กำหนดให้ค่าความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์เท่ากับ 10,000 พื้นที่หน้าตัดของแกนเหล็กและช่องอากาศเท่ากับ 25 ตร.ซม. ให้คำนวณหาค่าความเหนี่ยวนำ (Inductance)
  • 1 : 0.176 H
  • 2 : 0.318 H
  • 3 : 0.425 H
  • 4 : 0.623 H
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • แกนเหล็กมีความยาวเฉลี่ย 160 cm พื้นที่หน้าตัด 100 cm2 ถ้าขาด้านซ้ายของแกนเหล็กมีขดลวดพันจำนวน 200 รอบ และความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์ของแกนเหล็กเทียบกับอากาศเท่ากับ 2500 จงหาค่าความต้านทานแม่เหล็กของแกนเหล็ก (Reluctance) เมื่อ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งมีค่า      ถ้าขาด้านซ้ายของแกนเหล็กมีขดลวดพันจำนวน 200 รอบ และมีกระแสไฟฟ้าไหล 1 A และความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์ของแกนเหล็กเทียบกับอากาศเท่ากับ 2500 จงหาค่าเส้นแรงแม่เหล็กในแกนเหล็ก
  • 1 : 4.8 mWb
  • 2 : 2.6 mWb
  • 3 : 3.9 mWb
  • 4 : 5.7 mWb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 23 :
  • ตัวแปรใดที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าความเหนี่ยวนำในวงจรแม่เหล็ก
  • 1 : จำนวนรอบของขดลวด
  • 2 : ความยาวเฉลี่ยของแกนเหล็ก
  • 3 : พื้นที่หน้าตัดของแกนเหล็ก
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 24 :
  • ในการแก้ปัญหาความสูญเสียจากกระแสไหลวน ทำได้อย่างไร
  • 1 : เพิ่มความต้านทานในเนื้อของแกนเหล็ก
  • 2 : ใช้แผ่นเหล็กบาง ๆ เคลือบวานิชแล้วอัดขึ้นเป็นแกน
  • 3 : ใช้แผ่นเหล็กบาง ๆ อัดขึ้นเป็นแกน
  • 4 : มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • ขดลวดแกนอากาศขดหนึ่งมี 5 รอบ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 2.5 A เกิดเส้นแรงแม่เหล็กภายในขดลวด 0.1 Wb ความเหนี่ยวนำของขดลวดนี้คือ
  • 1 : 12.5 H
  • 2 : 0.5 H
  • 3 : 0.3 H
  • 4 : 0.2 H
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 26 :
  • วงจรแม่เหล็กหนึ่งมีค่ารีลัคแตนซ์ 1500 A.t/wb ประกอบด้วยขดลวดพันอยู่จำนวน 200 รอบ ถ้าขดลวดนี้ได้รับกระแสไฟฟ้า 3 A จากแบตเตอรี่ 24 V จงหาค่าเส้นแรงแม่เหล็กที่ไหลอยู่ในวงจรแม่เหล็ก และค่าความต้านทานของขดลวด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 27 :
  • กำหนดให้เครื่องจักรกลไฟฟ้าตัวหนึ่งมีค่ากำลังงานสูญเสียจากกระแสไหลวน (eddy current loss) 642 W ขณะทำงานที่ค่าแรงดันไฟฟ้า และความถี่ไฟฟ้าที่พิกัด 240 V และ  25 Hz  ตามลำดับ ถ้าเปลี่ยนสภาพการทำงานโดยใช้ความถี่ไฟฟ้า 60 Hz และแรงดันไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดค่าความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็กเป็น 62% ของค่าพิกัด จงหาค่ากำลังสูญเสียจากกระแสไหลวน
  • 1 : 12.4 kW
  • 2 : 1.42 kW
  • 3 : 14.2 kW
  • 4 : 1.24 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 28 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่ง มีขดลวด 2 ชุด พันอยู่รอบแกนเหล็ก ถ้าขดลวดชุดที่ 1 มีขดลวดพันอยู่จำนวน 100 รอบ ส่วนขดลวดชุดที่ 2 มีขดลวดพันอยู่จำนวน 200 รอบ และแกนเหล็กมีค่ารีลัคแตนซ์ 10,000,000 A.t/Wb ค่าอินดักแตนซ์ร่วม (mutual inductance: M) ของขดลวดสองขดนี้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1 mH
  • 2 : 4 mH
  • 3 : 2 mH
  • 4 : 3 mH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 29 :
  • เหตุใดแกนเหล็กของอาร์มาเจอร์ (Armature Core) ใน DC Machine จึงต้องเป็นแท่งอัดจากแผ่นเหล็กบางอาบฉนวน
  • 1 : เพื่อลด Copper loss
  • 2 : เพื่อระบายความร้อนในแกนเหล็ก
  • 3 : เพื่อเพิ่มหน้าสัมผัสของแปรงถ่าน
  • 4 : เพื่อลด Eddy current loss
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • เมื่อกระตุ้นแกนเหล็กด้วยแรงเคลื่อนสนามแม่เหล็ก (magnetic field) กับวัสดุแม่เหล็กเฟอร์โร (ferromagnetic material) ปรากฏว่าความสัมพันธ์ระหว่างค่าเส้นแรงแม่เหล็ก (magnetic flux) กับความเข้มสนามแม่เหล็ก (magnetic field intensity) ในช่วงเพิ่ม และลดแรงเคลื่อนสนามแม่เหล็กมีค่าไม่เท่ากัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า
  • 1 : Magnetization
  • 2 : Saturation region
  • 3 : Magnetic moment
  • 4 : Hyteresis
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • Input voltage ในวงจรไฟฟ้าเปรียบเหมือนข้อใดในวงจรแม่เหล็ก
  • 1 : Reluctance
  • 2 : Magnetic flux
  • 3 : Magneto motive force
  • 4 : Flux density
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 32 :
  • Current density  ในวงจรไฟฟ้าเปรียบเหมือนข้อใดในวงจรแม่เหล็ก
  • 1 : Reluctance
  • 2 : Magnetic flux density
  • 3 : Permeability
  • 4 : Magnetic field intensity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 33 :
  • จงคำนวณหาค่าความเหนี่ยวนำของขดลวด เมื่อวงจรแม่เหล็กมีรายละเอียดดังนี้
  • 1 : 83.33 mH
  • 2 : 166.67 mH
  • 3 : 16.67 mH
  • 4 : 8.333 mH
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ข้อใดทำให้ leakage flux ของวงจรแม่เหล็กเพิ่มขึ้นได้
  • 1 : โครงสร้างแม่เหล็กทำงานในช่วงอิ่มตัว
  • 2 : โครงสร้างแม่เหล็กทำงานในช่วงก่อนเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวเป็นเวลา 25 วินาที
  • 3 : โครงสร้างแม่เหล็กทำงานในช่วงเชิงเส้น
  • 4 : โครงสร้างแม่เหล็กทำงานในช่วงก่อนเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวเป็นเวลา 60 วินาที
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • ความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็ก และความเข้มสนามแม่เหล็กของวัสดุแม่เหล็กชนิด Ferromagnetic Material ควรมีคุณสมบัติตรงกับข้อใด
  • 1 : ให้ค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็กสูง ที่ความเข้มสนามแม่เหล็กต่ำ
  • 2 : ให้ค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็กต่ำ ที่ความเข้มสนามแม่เหล็กสูง
  • 3 : ให้ค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็กสูง ที่ความเข้มสนามแม่เหล็กสูงมากๆ
  • 4 : ให้ค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็กต่ำ ที่ความเข้มสนามแม่เหล็กต่ำมากๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 36 :
  • อากาศจัดเป็นวัสดุแม่เหล็กชนิดใด
  • 1 : Ferromagnetic Material
  • 2 : Diamagnetic Material
  • 3 : Paramagnetic Material
  • 4 : Amorphous Material
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 37 :
  • นิยามของตัวเหนี่ยวนำไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า คือข้อใด
  • 1 : อัตราการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าต่อเวลา
  • 2 : อัตราการเปลี่ยนแปลงของเส้นแรงแม่เหล็กต่อเวลา
  • 3 : ค่าเส้นแรงแม่เหล็กทั้งหมดที่เกี่ยวคล้องในขดลวดหารด้วยกระแสไฟฟ้า
  • 4 : จำนวนรอบของขดลวดคูณกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของเส้นแรงแม่เหล็กต่อเวลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • กำหนดให้มีกระแสไฟฟ้าขนาด 2 A ไหลในขดลวดทำให้เกิดการกระจายสนามแม่เหล็กดังรูป โดยที่ แต่ละเส้นแสดงถึงค่าเส้นแรงแม่เหล็กเท่ากับ 4 mWb ให้คำนวณ หาค่าความเหนี่ยวนำไฟฟ้าที่เกิดขึ้นของขดลวดนี้
  • 1 : 0.036 H
  • 2 : 0.024 H
  • 3 : 0.012 H
  • 4 : 0.006 H
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 39 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่ง มีขดลวด 2 ชุด พันอยู่รอบแกนเหล็ก ถ้าขดลวดชุดที่ 1 มีขดลวดพันอยู่จำนวน 100 รอบ ส่วนขดลวดชุดที่ 2 มีขดลวดพันอยู่จำนวน 500 รอบ และแกนเหล็กมีค่ารีลัคแตนซ์ 7,960,000 A.t/Wb ให้คำนวณหาค่าความเหนี่ยวนำร่วม (mutual inductance: M) ของขดลวดชุดที่ 1 ที่ถูกกระทำโดยขดลวดชุดที่ 2
  • 1 : 0.0063 H
  • 2 : 0.0126 H
  • 3 : 0.0013 H
  • 4 : 0.1 H
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 40 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งมีช่องอากาศ 2 ช่อง ถ้าพื้นที่หน้าตัดแกนเหล็กเท่ากับ A ตร.ม. และระยะห่างระหว่างแกนเหล็กเท่ากับ x ม. แกนเหล็กมีค่าซึมซาบแม่เหล็กสูงมาก ถ้าระยะ x เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 2 เท่า ค่า Self-inductance ของขดลวดมีค่าเป็นอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
  • 2 : เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า
  • 3 : ลดลงเป็น 1/2 เท่า
  • 4 : ลดลงเป็น 1/4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 41 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งมีขดลวดจำนวน 200 รอบต่ออยู่กับแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 220 V, 50 Hz ถ้าจำนวนรอบของขดลวดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจะต้องปรับให้ค่าของแรงดันไฟฟ้าที่แหล่งจ่ายมีค่าเท่ากับเท่าใด เพื่อให้ค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็ก (B) ยังคงเท่าเดิม
  • 1 : 110 V
  • 2 : 220 V
  • 3 : 440 V
  • 4 : 550 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 42 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งมีแรงเคลื่อนแม่เหล็ก (Magnetomotive force) เท่ากับ 1000 A.t มีขดลวดพันอยู่ 100 รอบ ความยาวเฉลี่ยของแกนเหล็กเท่ากับ 20 ซม. พื้นที่หน้าตัดของแกนเหล็กเท่ากับ 50 ตร.ซม.ความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์เท่ากับ 1000 และ จงหาค่าของเส้นแรงแม่เหล็กในแกนเหล็ก
  • 1 : 31.4 mWb
  • 2 : 3.14 mWb
  • 3 : 0.314 mWb
  • 4 : 31.85 mWb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 43 :
  • ตัวเหนี่ยวนำสร้างโดยพันขดลวดจำนวน 10 รอบบนแกนเหล็กรูปวงแหวน (toroidal core) มีพื้นที่หน้าตัดเท่ากับ 100 ตารางมิลลิเมตร ความยาวเฉลี่ยของวงจรแม่เหล็กเท่ากับ 10 เซนติเมตร กำหนดให้ความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์ของแกนเหล็กเท่ากับ 5000 จงคำนวณหาค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็กภายในแกนเหล็ก เมื่อมีกระแสไฟฟ้าขนาด 1 A ไหลผ่านตัวเหนี่ยวนำนี้ และ
  • 1 : 0.121 เทสลา
  • 2 : 0.358 เทสลา
  • 3 : 0.628 เทสลา
  • 4 : 1.12 เทสลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 44 :
  • ตัวเหนี่ยวนำขนาด 10 mH สร้างโดยพันขดลวดบนแกนเหล็กรูปวงแหวน (toroidal core) มีพื้นที่หน้าตัดเท่ากับ 100 ตารางมิลลิเมตร ความยาวเฉลี่ยของวงจรแม่เหล็กเท่ากับ 10 เซนติเมตร กำหนดให้ความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์ของแกนเหล็กเท่ากับ 5000 และ จงคำนวณหาจำนวนรอบของขดลวดที่ต้องใช้
  • 1 : 40 รอบ
  • 2 : 105 รอบ
  • 3 : 129 รอบ
  • 4 : 157 รอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 45 :
  • เมื่อนำวัสดุแม่เหล็กแบบ Soft Steel เข้าใกล้แม่เหล็กปรากฎว่าวัสดุแม่เหล็กมีความเป็นแม่เหล็กเกิดขึ้นเราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่าอะไร
  • 1 : การเหนี่ยวนำแม่เหล็ก
  • 2 : แม่เหล็กถาวร
  • 3 : ความเป็นแม่เหล็กคงค้าง
  • 4 : แม่เหล็กไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 46 :
  • คุณสมบัติแม่เหล็กจะเกิดกับวัสดุในข้อใด
  • 1 : เหล็ก
  • 2 : นิเกิล
  • 3 : โคบอล
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กรอบตัวนำขึ้นอยู่กับข้อใด
  • 1 : ทิศทางของกระแสไฟฟ้า
  • 2 : ขนาดแรงดันไฟฟ้าที่ป้อน
  • 3 : ขนาดกระแสไฟฟ้า
  • 4 : ชนิดของวัสดุตัวนำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • ขั้วแม่เหล็กของขดลวดหาได้จากข้อใด
  • 1 : ขนาดแรงดันไฟฟ้า
  • 2 : ขนาดกระแสไฟฟ้า
  • 3 : จำนวนรอบ
  • 4 : ทิศทางของกระแสไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 49 :
  • ขนาดแรงเคลื่อนแม่เหล็กของขดลวดขึ้นอยู่กับข้อใด
  • 1 : ทิศทางกระแสไฟฟ้า
  • 2 : กฎมือซ้าย
  • 3 : ทิศทางเส้นแรง
  • 4 : ขนาดกระแสไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 50 :
  • ขดลวดพันบนแกนอากาศ 20 รอบ มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 2 A จะต้องทำอย่างไรถ้าต้องการให้แรงเคลื่อนแม่เหล็กเพิ่มขึ้น
  • 1 : เพิ่มจำนวนรอบ
  • 2 : ลดจำนวนรอบ
  • 3 : ลดกระแสไฟฟ้า
  • 4 : กลับทิศทางกระแสไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 51 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่ง มีขดลวด 200 รอบพันรอบแกนเหล็กที่มีค่าความซึมซาบแม่เหล็กสัมพัทธ์ 2500 มีพื้นที่หน้าตัดเท่ากับ 150 ตารางเซนติเมตร ความยาวเฉลี่ยของวงจรแม่เหล็กเท่ากับ 180 เซนติเมตรเมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า 1 A เข้าไปในขดลวด ค่าความต้านทานแม่เหล็ก (Reluctance) ของวงจรแม่เหล็กนี้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 38,217  A.t/Wb 
  • 2 : 27,638  A.t/Wb
  • 3 : 42,478  A.t/Wb
  • 4 : 21,023  A.t/Wb
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • ขดลวดพันบนแกนอากาศ 50 รอบ มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 2 A จะต้องทำอย่างไร ถ้าต้องการให้แรงเคลื่อนแม่เหล็กเพิ่มขึ้น
  • 1 : กลับทิศทางการพันขดลวด
  • 2 : ลดจำนวนรอบ
  • 3 : เพิ่มกระแสไฟฟ้า
  • 4 : กลับทิศทางกระแสไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 53 :
  • ขดลวดพันบนแกนอากาศ 100 รอบ มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน 5 A จะต้องทำอย่างไรถ้าต้องการให้แรงเคลื่อนแม่เหล็กลดลง
  • 1 : เพิ่มจำนวนรอบ
  • 2 : ลดจำนวนรอบ
  • 3 : เพิ่มกระแสไฟฟ้า
  • 4 : กลับทิศทางกระแสไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 54 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่ง มีขดลวด 100 รอบพันรอบแกนเหล็ก ถ้ามีกระแสไฟฟ้าขนาด 5 A ไหลผ่านขดลวด จะต้องทำอย่างไรถ้าต้องการให้แรงเคลื่อนแม่เหล็กลดลงครึ่งหนึ่ง
  • 1 : เพิ่มจำนวนรอบเป็น 200 รอบ และคงที่กระแสไฟฟ้า
  • 2 : ลดจำนวนรอบเป็น 50 รอบ และคงที่กระแสไฟฟ้า
  • 3 : ลดจำนวนรอบเป็น 50 รอบ และลดกระแสไฟฟ้าเป็น 2.5 A
  • 4 : เพิ่มจำนวนรอบเป็น 200 รอบ และลดกระแสไฟฟ้าเป็น 2.5 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 55 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 56 :
  • เมื่อนำวัสดุแม่เหล็กชนิด Cast Iron ไปใช้งานที่ค่าความหนาแน่นเส้นแรงแม่เหล็ก (B) 0.5 T มีค่าความเข้มสนามแม่เหล็ก 1000 A.t/m วัสดุแม่เหล็กมีค่าความซึมซาบแม่เหล็กเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 500
  • 2 : 1.0
  • 3 : 0.001
  • 4 : 0.0005
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 :
  • ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแกนเหล็กประกอบด้วยอะไรบ้าง
  • 1 : Hysteresis loss และ Eddy current loss
  • 2 : Hysteresis loss และ Copper loss
  • 3 : Eddy current loss และ Copper loss
  • 4 : Copper loss และ Stray load loss
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • วงจรแม่เหล็กหนึ่งมีค่า reluctance เท่ากับ 1500 A.t/wb ประกอบด้วยขดลวดพันอยู่จำนวน 200 รอบ ถ้าขดลวดถูกป้อนจากแบตเตอรี่ 24 V มีกระแสป้อนเข้าในสภาวะคงตัวเท่ากับ 3 A จงหาค่ากำลังที่สูญเสียในแกนเหล็ก
  • 1 : ศูนย์ W
  • 2 : 36 W
  • 3 : 72 W
  • 4 : 576 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 59 :
  • วงจรแม่เหล็กหนึ่งมีค่า reluctance เท่ากับ 1500 A.t/wb ประกอบด้วยขดลวดพันอยู่จำนวน 200 รอบ ถ้าขดลวดถูกป้อนจากแบตเตอรี่ 24 V มีกระแสป้อนเข้าในสภาวะคงตัวเท่ากับ 3 A จงหาค่ากำลังที่สูญเสียในขดลวด
  • 1 : ศูนย์ W
  • 2 : 36 W
  • 3 : 72 W
  • 4 : 576 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 60 :
  • ความต้านทานไฟฟ้า (Resistance) ในวงจรไฟฟ้าเปรียบเหมือนข้อใดในวงจรแม่เหล็ก
  • 1 :  Reluctance
  • 2 :  Magnetic flux
  • 3 :  Permeability
  • 4 :  Magnetic field intensity
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 61 :
  • ถ้าลดจำนวนรอบของขดลวดลงครึ่งหนึ่ง จะทำให้ค่าความเหนี่ยวนำ (Inductance) เป็นเท่าใด
  • 1 : ลดลง 2 เท่า
  • 2 : ลดลง 4 เท่า
  • 3 : เพิ่มขึ้น 2 เท่า
  • 4 : เพิ่มขึ้น 4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 62 :
  • ถ้าเพิ่มจำนวนรอบของขดลวดขึ้นสองเท่า จะทำให้ค่าความเหนี่ยวนำ (Inductance) เป็นเท่าใด
  • 1 : ลดลง 2 เท่า
  • 2 : ลดลง 4 เท่า
  • 3 : เพิ่มขึ้น 2 เท่า
  • 4 : เพิ่มขึ้น 4 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 63 :
  • ถ้าเพิ่มความกว้างของช่องอากาศ (Air-gap) ของวงจรแม่เหล็กที่มีช่องอากาศของขดลวดเหนี่ยวนำโดยยังคงค่ากระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดจะทำให้เกิดอะไรขึ้น
  • 1 : ค่าความเหนี่ยวนำลดลง
  • 2 : ค่าความเหนี่ยวนำเพิ่มขึ้น
  • 3 : พลังงานที่สะสมในรูปสนามแม่เหล็กมีค่ามากขึ้น
  • 4 : ค่าความต้านทานแม่เหล็กมีค่าลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 64 :
  • ถ้าเพิ่มความกว้างของช่องอากาศ (Air-gap) ของวงจรแม่เหล็กที่มีช่องอากาศของขดลวดเหนี่ยวนำโดยยังคงค่ากระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดจะทำให้เกิดอะไรขึ้น
  • 1 : ค่าความต้านทานแม่เหล็กมีค่าลดลง
  • 2 : ค่าความเหนี่ยวนำเพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่าพลังงานที่สะสมในรูปสนามแม่เหล็กมีค่ามากขึ้น
  • 4 : ค่าพลังงานที่สะสมในรูปสนามแม่เหล็กมีค่าลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 65 :
  • ถ้าเพิ่มความกว้างของช่องอากาศ (Air-gap) ของวงจรแม่เหล็กที่มีช่องอากาศของขดลวดเหนี่ยวนำโดยยังคงค่าความหนาแน่นสนามแม่เหล็ก (Magnetic flux density) จะทำให้เกิดอะไรขึ้น
  • 1 : ค่าความต้านทานแม่เหล็กมีค่าลดลง
  • 2 : ค่าความเหนี่ยวนำเพิ่มขึ้น
  • 3 : ค่าพลังงานที่สะสมในรูปสนามแม่เหล็กมีค่ามากขึ้น
  • 4 : ค่าพลังงานที่สะสมในรูปสนามแม่เหล็กมีค่าลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • ถ้าเพิ่มจำนวนรอบของขดลวดขึ้นสามเท่า จะทำให้ค่าความเหนี่ยวนำ (Inductance) เป็นเท่าใด
  • 1 : เพิ่มขึ้น 1.3 เท่า
  • 2 : เพิ่มขึ้น 3 เท่า
  • 3 :  เพิ่มขึ้น 6 เท่า
  • 4 :  เพิ่มขึ้น 9 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 36 : Principles of electromagnetic and electromechanical energy conversion
ข้อที่ 67 :
  • จาก Lorentz’s force law จงคำนวณหา force (F) ที่เกิดบนลวดตัวนำ ที่มีความยาว l = 20 cm. มีกระแสไหลผ่าน i = 10 A ภายใต้สนามแม่เหล็ก B = 0.2 Tesla ในทิศทางตั้งฉาก
  • 1 : 0.2 N
  • 2 : 0.4 N
  • 3 : 1.0 N
  • 4 : 2.0 N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 68 :
  • ถ้าต้องการให้ลวดตัวนำความยาว 0.5 m สร้างแรงดันไฟฟ้าขนาด 3 V โดยการตัดผ่านสนามแม่เหล็กที่มีความหนาแน่น B = 1.2 T ในทิศตั้งฉาก จงหาค่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของลวดตัวนำนี้
  • 1 : 3 m/s
  • 2 : 5 m/s
  • 3 : 0.2 m/s
  • 4 : 0.3 m/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • ถ้าต้องการให้ลวดตัวนำสร้างแรงดันไฟฟ้าขนาด 2.5 V โดยการตัดผ่านสนามแม่เหล็กที่มีความหนาแน่น B = 1.2 T ในทิศตั้งฉากด้วยความเร็ว 8 m/s จงหาค่าความยาวของลวดตัวนำ
  • 1 : 0.43 m
  • 2 : 0.52 m
  • 3 : 0.26 m
  • 4 : 0.32 m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 70 :
  • สมการ   มีชื่อเรียกว่าอะไร  เมื่อ e แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ, N = จำนวนรอบของขดลวด,  = เส้นแรงแม่เหล็ก และ t = เวลา
  • 1 : กฏของเลนส์
  • 2 : กฏของฟาราเดย์
  • 3 : กฏของเทสลา
  • 4 : กฏของเมอร์ฟี่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 71 :
  • เส้นลวดยาว 10 เซนติเมตรวางในแนวราบขนานกับแกน X เคลื่อนที่ในแนวแกน Y ด้วยความเร็ว 1 เมตรต่อวินาที ผ่านบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กสม่ำเสมอขนาด 0.5 T ชี้ในแนวแกน Z จงคำนวณหาค่าแรงเคลื่อนเหนี่ยวนำที่เกิดขี้นบนเส้นลวดนี้
  • 1 : 0.05 V
  • 2 : 0.1 V
  • 3 : 1 V
  • 4 : 2 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 72 :
  • จากหลักการของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หากเราป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดที่วางอยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กถาวร จะทำให้เกิดอะไรขึ้น และเป็นหลักการของอะไร
  • 1 : แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ, มอเตอร์
  • 2 : แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 3 : แรงบิด, มอเตอร์
  • 4 : แรงบิด, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 73 :
  • ภายในเครื่องจักรกลไฟฟ้าตามหลักการปกติ จะมีสนามแม่เหล็กที่เกิดจากสเตเตอร์และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากโรเตอร์ หากสนามแม่เหล็กของสเตเตอร์หมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ขณะที่เครื่องจักรกลไฟฟ้ากำลังทำงานเป็นมอเตอร์ จงหาทิศทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากโรเตอร์ และทิศของแรงบิดทางกล
  • 1 : ทั้งสนามแม่เหล็กโรเตอร์และทิศของแรงบิด หมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • 2 : ทั้งสนามแม่เหล็กโรเตอร์และทิศของแรงบิดหมุนตามเข็มนาฬิกา
  • 3 : สนามแม่เหล็กโรเตอร์หมุนตามเข็มนาฬิกา แต่ทิศของแรงบิดหมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • 4 : สนามแม่เหล็กโรเตอร์หมุนทวนเข็มนาฬิกา แต่ทิศของแรงบิดหมุนตามเข็มนาฬิกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 74 :
  • ภายในเครื่องจักรกลไฟฟ้าตามหลักการปกติ จะมีสนามแม่เหล็กที่เกิดจากสเตเตอร์และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากโรเตอร์ หากสนามแม่เหล็กของสเตเตอร์หมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ขณะที่เครื่องจักรกลไฟฟ้ากำลังทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จงหาทิศทางของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากโรเตอร์ และทิศของแรงบิดที่เกิดจากสนามแม่เหล็ก
  • 1 : ทั้งสนามแม่เหล็กโรเตอร์และทิศทางของแรงบิดหมุนทวนเข็ม
  • 2 : ทั้งสนามแม่เหล็กโรเตอร์และทิศทางของแรงบิดหมุนตามเข็ม
  • 3 : สนามแม่เหล็กโรเตอร์หมุนตามเข็ม แต่ทิศทางของแรงบิดหมุนทวนเข็ม
  • 4 : สนามแม่เหล็กโรเตอร์หมุนทวนเข็ม แต่ทิศทางของแรงบิดหมุนตามเข็ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 75 :
  • จากหลักการของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หากเราหมุนขดลวดที่วางอยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กถาวร จะทำให้เกิดอะไรขึ้น และเป็นหลักการของอะไร
  • 1 : แรงเคลื่อนไฟฟ้า, มอเตอร์
  • 2 : แรงเคลื่อนไฟฟ้า, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 3 : แรงบิด, มอเตอร์
  • 4 : แรงบิด, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 76 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสที่มีจำนวนขั้วเท่ากับ 6 ขั้ว ใช้กับไฟความถี่ 50 Hz และมีค่าความเร็วสลิปในขณะที่พิจารณาเท่ากับ 4% ค่าความเร็วของสนามแม่เหล็กหมุนที่เกิดจากสเตเตอร์ และโรเตอร์จะมีค่าเป็นเท่าไร
  • 1 : 1500, 1440 rpm
  • 2 : 1200, 1152 rpm
  • 3 : 1000, 960 rpm
  • 4 : 800, 768 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 77 :
  • ข้อใดเป็นสมการแสดงความสัมพันธ์การคำนวณแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่กระทำกับลวดตัวนำ ที่ถูกต้อง
  • 1 : e = Bli
  • 2 : e = Bli sin
  • 3 : e = Blu
  • 4 : e = Blu sin
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 78 :
  • ข้อใดเป็นสมการแสดงความสัมพันธ์การคำนวณแรงจากสนามแม่เหล็กที่กระทำกับลวดตัวนำที่ถูกต้อง
  • 1 : fd = Bli
  • 2 : fd = Bli sin
  • 3 : fd = Blu
  • 4 : fd = Blu sin
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 79 :
  • ลวดตัวนำความยาว 50 cm วางตั้งฉากกับสนามแม่เหล็กที่มีการกระจายสม่ำเสมอขนาด 1.2 tesla เมื่อลวดตัวนำเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็กด้วยความเร็ว 10 m/s มีแนวทำมุมเท่ากับ 45 องศา ให้หาแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นบนลวดตัวนำมีค่าเท่ากับใด
  • 1 : 3.25 V
  • 2 : 4.24 V
  • 3 : 5.36 V
  • 4 : 6.84 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 80 :
  • แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำในขดลวดแต่ละขดของการพันขดลวดอาร์มาเจอร์ไฟฟ้ากระแสตรงของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรงมีลักษณะเป็นแบบใด
  • 1 : ไฟฟ้ากระแสสลับ
  • 2 : ไฟฟ้ากระแสตรง
  • 3 : ไฟฟ้ากระแสตรงแบบ Half-wave
  • 4 : ไฟฟ้ากระแสตรงแบบ Full-wave
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 37 : Energy and co-energy
ข้อที่ 81 :
  • ขดลวดที่มีค่าความเหนี่ยวนำเท่ากับ 0.1 H ป้อนเข้าด้วยไฟฟ้ากระแสตรงเท่ากับ 10 A ให้คำนวณหาค่าพลังงานที่สะสมอยู่ในรูปสนามแม่เหล็ก
  • 1 : 0.5 J
  • 2 : 1.0 J
  • 3 : 5.0 J
  • 4 : 10.0 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • เมื่อค่าความเข้มสนามแม่เหล็กของวงจรแม่เหล็กชนิดหนึ่งลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของค่าเดิม โดยค่าความซึมซาบแม่เหล็กยังคงมีค่าเท่าเดิม ค่าความหนาแน่นของพลังงาน (Energy density) จะมีค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
  • 1 : เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของค่าเดิม
  • 2 : เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าของค่าเดิม
  • 3 : ลดลงเหลือ 1/2 เท่าของค่าเดิม
  • 4 : ลดลงเหลือ 1/4 เท่าของค่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 83 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งขดลวดมีเส้นแรงแม่เหล็กเกี่ยวคล้องเท่ากับ 1.25 Wb-turn และขดลวดมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (self-inductance) 625 mH ค่าพลังงานสะสมในสนามแม่เหล็ก (Magnetic stored energy) มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 125 J
  • 2 : 1.25 J
  • 3 : 625 J
  • 4 : 6.25 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 84 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งขดลวดมีเส้นแรงแม่เหล็กเกี่ยวคล้องเท่ากับ 2.5 Wb-turn และขดลวดมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (self-inductance) 625 mH ค่าพลังงานสะสมในสนามแม่เหล็ก (Magnetic stored energy) มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 2.5 J
  • 2 : 10 J
  • 3 : 5 J
  • 4 : 6.25 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 85 :
  • ขดลวดขดหนึ่งมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (self-inductance) 100 mH เมื่อขดลวดมีกระแสไฟฟ้าไหล 2 A ค่าพลังงานแม่เหล็กที่สะสมอยู่ในระบบมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.20 J
  • 2 : 1.72 J
  • 3 : 0.50 J
  • 4 : 0.72 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ขดลวดขดหนึ่งมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (self-inductance) 300 mH เมื่อขดลวดมีกระแสไฟฟ้าไหล 2 A ค่าพลังงานแม่เหล็กที่สะสมอยู่ในระบบมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.60 J
  • 2 : 1.72 J
  • 3 : 0.53 J
  • 4 : 0.72 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • ขดลวดขดหนึ่งมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (self-inductance) 300 mH เมื่อขดลวดมีกระแสไฟฟ้าไหล 6 A ค่าพลังงานแม่เหล็กที่สะสมอยู่ในระบบมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 2.7 J
  • 2 : 1.2 J
  • 3 : 5.4 J
  • 4 : 6.8 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 88 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งขดลวดมีเส้นแรงแม่เหล็กเกี่ยวคล้องเท่ากับ l และกระแสไหลผ่านขดลวดเท่ากับ i ขดลวดมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง L ค่าพลังงานสะสมในสนามแม่เหล็ก (Magnetic stored energy) มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 89 :
  • วงจรแม่เหล็กวงจรหนึ่งขดลวดมีเส้นแรงแม่เหล็กเกี่ยวคล้องเท่ากับ 1.5 Wb-turn และขดลวดมีค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (self-inductance) 625 mH ค่าพลังงานสะสมในสนามแม่เหล็ก (Magnetic stored energy) มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 :  3.6 J
  • 2 :  18 J
  • 3 : 1.8 J
  • 4 : 36 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 90 :
  • เมื่อป้อนไฟฟ้ากระแสสลับความถี่ 50 Hz เข้าในขดลวดที่มีค่าความเหนี่ยวนำ 2.0 mH จะมีค่ากระแสไฟฟ้ากระแสสลับไหลผ่านขดลวดเท่ากับ 10.0 A (rms) ให้หาค่าพลังงานสูงสุดที่สะสมอยู่ในรูปสนามแม่เหล็ก (Maximum storage energy in magnetic field)
  • 1 : 0.1 J
  • 2 : 0.2 J
  • 3 : 0.4 J
  • 4 : 0.02 J
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 91 :
  • จากโครงสร้างเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสสลับแบบขั้วยื่น (Salient pole) ที่ตัวโรเตอร์และที่มี 2 ขั้วแม่เหล็ก ค่าความเหนี่ยวนำตัวเอง (Self inductance) ของขดลวดสเตเตอร์เท่ากับ H โดยที่มุม เป็นมุมระหว่างแกนของขดลวดที่สเตเตอร์กับโรเตอร์ ขณะที่มีค่ากระแสไฟฟ้ากระแสสลับความถี่ 50 Hz ไหลผ่านขดลวดเท่ากับ 10.0 A (rms) ให้ค่ามุมที่ทำให้พลังงานสะสมอยู่ในรูปสนามแม่เหล็กสูงสุด (Maximum storage energy in magnetic field)
  • 1 : ศูนย์ องศา
  • 2 : 45 องศา
  • 3 : 90 องศา
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 92 :
  • เมื่อค่าความซึมซาบแม่เหล็กของวงจรแม่เหล็กชนิดหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของค่าเดิม โดยค่าความหนาแน่นสนามแม่เหล็กยังคงมีค่าเท่าเดิม ค่าพลังงานสะสมในสนามแม่เหล็กจะมีค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
  • 1 : ลดลงเหลือ 1/2 เท่าของค่าเดิม
  • 2 : ลดลงเหลือ 1/4 เท่าของค่าเดิม
  • 3 : เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าของค่าเดิม
  • 4 : เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของค่าเดิม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 38 : Principles of rotating machines
ข้อที่ 93 :
  • จงหา synchronous speed ของสนามแม่เหล็กบนแกนเหล็ก stator ของมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ที่มีจำนวนขั้วแม่เหล็ก 4 ขั้ว และรับแรงดันไฟฟ้าความถี่ 50 Hz
  • 1 : 1200 rpm
  • 2 : 1500 rpm
  • 3 : 1600 rpm
  • 4 : 1800 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 94 :
  • จำนวนวงจรขนานของขดลวดอาร์มาเจอร์ในเครื่องจักรไฟฟ้ากระแสตรง มีค่าเท่ากับเท่าใดเมื่อพันขดลวดอาร์มาเจอร์แบบ Lap winding
  • 1 : คงที่เท่ากับ 2
  • 2 : จำนวนขั้วแม่เหล็ก
  • 3 : 2 เท่าของจำนวนขั้วแม่เหล็ก
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 95 :
  • มอเตอร์ชนิดใดเหมาะสมที่สุดสำหรับงานที่ต้องการแรงบิดสูงที่ความเร็วรอบต่ำ
  • 1 : Synchronous motor
  • 2 : Induction motor
  • 3 : Shunt dc motor
  • 4 : Series dc motor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 96 :
  • เครื่องจักรไฟฟ้ากระแสตรงตัวหนึ่งถูกขับด้วยต้นกำลังให้หมุนด้วยความเร็ว 50 rpm โดยอาร์มาเจอร์ของเครื่องจักรไฟฟ้านี้มีจำนวนขั้วแม่เหล็ก 4 ขั้ว แต่ละขั้วมีเส้นแรงแม่เหล็กเกิดขึ้นเท่ากับ 0.1 Wb จำนวนตัวนำทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 100 จำนวนวงจรขนานเท่ากับ 2 วงจร แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นมีค่าเท่าใด
  • 1 : 8.3 V
  • 2 : 16.7 V
  • 3 : 500 V
  • 4 : 1000 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 97 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำตัวหนึ่งขณะใช้งานเต็มพิกัดที่ความถี่ 50 Hz หมุนด้วยความเร็ว 920 rpm. มอเตอร์เหนี่ยวนำตัวนี้จะมีค่า Synchronous speed เท่ากับเท่าใดเมื่อถูกนำไปใช้งานที่ความถี่ 60 Hz
  • 1 : 3600 rpm.
  • 2 : 3000 rpm.
  • 3 : 1800 rpm.
  • 4 : 1200 rpm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 98 :
  • ตัวแปรใดไม่มีผลต่อสมการแรงบิดในเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : กระแสสร้างสนาม
  • 2 : จำนวนแท่งตัวนำ
  • 3 : กระแสอาร์เมเจอร์
  • 4 : ความเร็วที่เพลา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 99 :
  • ตัวแปรใดไม่มีผลต่อสมการแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำในเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : กระแสสร้างสนาม
  • 2 : ความเร็วที่เพลา
  • 3 : กระแสอาร์เมเจอร์
  • 4 : จำนวนแท่งตัวนำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 100 :
  • ผลของการพันขดลวดแบบพิทช์ระยะสั้น (short pitch winding) ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ คืออะไร
  • 1 : แรงเคลื่อนเหนี่ยวนำสูงขึ้น
  • 2 : แก้ปัญหาปฏิกิริยาอาร์เมเจอร์
  • 3 : ลดฮาร์โมนิกส์ได้
  • 4 : หมุนด้วยความเร็วสูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 101 :
  • ขนาดของแรงเคลื่อนแม่เหล็กลัพธ์ของเครื่องจักรไฟฟ้ากระแสสลับสามเฟส มีค่าเป็นกี่เท่าของแรงเคลื่อนแม่เหล็กในแต่ละเฟส
  • 1 : 1/2 เท่า
  • 2 : 1 เท่า
  • 3 : 3/2 เท่า
  • 4 : 2 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 102 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 80 pole ขนาด 100 kVA กำลังทำงานที่ความเร็ว 20 rps จงหาค่ามุมทางไฟฟ้าต่อการหมุนหนึ่งรอบในหน่วยองศา และค่าความถี่ไฟในหน่วย Hz ตามลำดับ
  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • การพันขดลวดในร่องสล็อตอาร์มาเจอร์ของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้แก่อะไร
  • 1 : Wave and Duplex
  • 2 : Simplex Duplex and Wave
  • 3 : Lap and Simplex
  • 4 : Lap and Wave
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 104 :
  • จงคำนวณหาค่าความถี่ของแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำของขดลวดสเตเตอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส 6 pole เมื่อขดลวดสนามที่สร้างสนามแม่เหล็กพันอยู่บนโรเตอร์หมุนที่ด้วยความเร็ว 1000 rpm
  • 1 : 40 Hz
  • 2 : 50 Hz
  • 3 : 60 Hz
  • 4 : 75 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 105 :
  • มอเตอร์มีความเร็วรอบ 1500 rpm จงหาความเร็วรอบในหน่วยเรเดียนต่อวินาที
  • 1 : 50
  • 2 : 157
  • 3 : 12.5
  • 4 : 1500
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 106 :
  • มอเตอร์มีความเร็วรอบ 3000 rpm จงหาความเร็วรอบในหน่วยเรเดียนต่อวินาที
  • 1 : 50
  • 2 : 314
  • 3 : 125
  • 4 : 3000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 107 :
  • มอเตอร์มีความเร็วรอบ 750 rpm จงหาความเร็วรอบในหน่วยเรเดียนต่อวินาที
  • 1 : 25
  • 2 : 78.5
  • 3 : 39.25
  • 4 : 750
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 108 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้าในข้อใดสนามแม่เหล็กอยู่กับที่
  • 1 : Synchronous motor
  • 2 : Induction motor
  • 3 : DC motor
  • 4 : Stepping motor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 109 :
  • ถ้าต้องการกลับทิศทางการหมุนของ Synchronous motor ทำได้โดยการ
  • 1 : สลับสายไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์ทั้งสามเฟส
  • 2 : สลับสายไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์คู่ใดคู่หนึ่ง
  • 3 : สลับสายไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก (Field coil)
  • 4 : มีข้อถูกมากกว่าหนึ่งข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 110 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 12 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 25 รอบ ให้คำนวณหาค่า Pitch factor (Kp) ของ Fundamental
  • 1 : 1.0
  • 2 : 0.9
  • 3 : 0.8
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 12 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 25 รอบ ให้คำนวณหาค่า Winding factor (Kw) ของ Fundamental
  • 1 : 1.0
  • 2 : 0.9
  • 3 : 0.8
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 112 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 12 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 25 รอบ ให้คำนวณหาค่าจำนวนรอบของขดลวดในแต่ละเฟส
  • 1 : 25 รอบ
  • 2 : 50 รอบ
  • 3 : 75 รอบ
  • 4 : 100 รอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 113 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 24 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 25 รอบ ให้คำนวณหาค่าจำนวนรอบของขดลวดในแต่ละเฟส
  • 1 : 25 รอบ
  • 2 : 50 รอบ
  • 3 : 100 รอบ
  • 4 : 200 รอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 39 : DC machines
ข้อที่ 114 :
  • ถ้าต้องการกลับทิศการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : กลับขั้วขดสร้างสนามแม่เหล็กหรือกลับขั้วขดอาร์มาร์เจอร์ขดใดขดหนึ่ง
  • 2 : กลับขั้วขดสร้างสนามแม่เหล็กและกลับขั้วขดอาร์มาเจอร์ทั้งคู่
  • 3 : เปลี่ยนความถี่ที่ป้อนเข้า
  • 4 : เปลี่ยนแปรงถ่าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 115 :
  • เกี่ยวกับเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : แรงดันไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงชนิดกระตุ้นสนามแม่เหล็กด้วยตัวเองแบบขนานจะมีค่าเปลี่ยนแปลงมากกว่าชนิดกระตุ้นสนามแบบแยกส่วนเมื่อมีการจ่ายภาระทางไฟฟ้า
  • 2 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำหน้าที่เปลี่ยนรูปพลังงานจากพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า
  • 3 : ในการเริ่มออกตัวหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง กระแสอาร์มาเจอร์จะมีค่าสูง
  • 4 : เมื่อเพิ่มภาระให้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าที่ขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะมีค่าคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • Separately excited dc generator ถูกหมุนด้วยความเร็วคงที่ ถ้าต้องการเพิ่ม terminal voltage จะสามารถทำได้อย่างไร
  • 1 : ลด field winding resistance
  • 2 : เพิ่ม field winding resistance
  • 3 : เพิ่ม armature resistance
  • 4 : เพิ่มกระแสโหลด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 117 :
  • Armature reaction มีผลอย่างไรกับ dc machine
  • 1 : ไม่มีผล
  • 2 : สนามแม่เหล็กของ armature winding สูงขึ้น
  • 3 : สนามแม่เหล็กของ field winding ลดลง
  • 4 : สนามแม่เหล็กของ field winding สูงขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 118 :
  • ชิ้นส่วนของเครื่องจักรไฟฟ้าในตัวเลือกใดเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องจักรไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : ขั้วแม่เหล็ก
  • 2 : วงแหวนแยก (commutator)
  • 3 : วงแหวนลื่น (slip ring)
  • 4 : โรเตอร์แบบกรงกระรอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 119 :
  • การทำงานของคอมมิวเตเตอร์ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงเทียบได้กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใด
  • 1 : Half Wave Rectifier
  • 2 : Full Wave Rectifier
  • 3 : RC Integrator Circuit
  • 4 : Single Phase Inverter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 120 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาของการเกิดปฏิกิริยาอาร์เมเจอร์ (Armature Reaction)
  • 1 : Brush Shifting
  • 2 : Commutating Winding
  • 3 : Interpole Winding
  • 4 : Compensating Winding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 121 :
  • 1 : 1930 rpm
  • 2 : 1750 rpm
  • 3 : 1680 rpm
  • 4 : 1820 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • 1 : 235 V
  • 2 : 250 V
  • 3 : 265 V
  • 4 : 280 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน (shunt dc generator) ตัวหนึ่งมีความต้านทานขดลวดสร้างสนาม 60 ohm ขณะจ่ายโหลดขนาด 6 kW ที่แรงดันไฟฟ้า 120 V พบว่าแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำมีค่าเป็น 133 V จงหาค่าความต้านทานของขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 1 : 0.4 ohm
  • 2 : 0.15 ohm
  • 3 : 0.2 ohm
  • 4 : 0.25 ohm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบอนุกรม (series dc motor) ขณะขับโหลดมีความเร็วรอบ 720 rpm กำลังเอาท์พุท 9800 W ให้คำนวณหาค่าของแรงบิดที่แกนเพลามอเตอร์
  • 1 : 100 N.m
  • 2 : 120 N.m
  • 3 : 130 N.m
  • 4 : 140 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงตัวหนึ่ง ขณะขับโหลดมีความเร็วรอบ 720 rpm กำลังเอาท์พุท 10 hp ให้คำนวณหาค่าของแรงบิดที่แกนเพลามอเตอร์
  • 1 : 98.9 N.m
  • 2 : 120.7 N.m
  • 3 : 87.5 N.m
  • 4 : 32.6 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 126 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนานที่พิกัดแรงดันไฟฟ้า 250 V ความต้านทานอาร์มาเจอร์ 0.15 ohm ความต้านทานขดลวดสนามแบบขนาน 100 ohm ขณะจ่ายกำลังไฟฟ้าให้ความต้านทานไฟฟ้ามีค่า 25 ohm ต้องใช้ความเร็วของต้นกำลังทางกล 3000 rpm ให้คำนวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 1 : 12.5 A
  • 2 : 2.5 A
  • 3 : 7.5 A
  • 4 : 10 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 127 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนานที่พิกัดแรงดันไฟฟ้า 250 V ความต้านทานอาร์มาเจอร์ 0.15 ohm ความต้านทานขดลวดสนามแบบขนาน 100 ohm ขณะจ่ายกำลังไฟฟ้า 10 kW ต้องใช้ความเร็วของต้นกำลังทางกล 1500 rpm ให้คำนวณหาค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 1 : 40 A
  • 2 : 2.5 A
  • 3 : 42.5 A
  • 4 : 37.5 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 128 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรงมีขดลวดชนิดใด ที่ทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็กหลัก
  • 1 : ขดลวดสนาม
  • 2 : ขดลวดอาเมเจอร์
  • 3 : ขดลวดแดมเปอร์
  • 4 : ขดลวดช่วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง (DC machines) มีส่วนประกอบข้อใดที่อยู่กับที่
  • 1 : โรเตอร์
  • 2 : สเตเตอร์
  • 3 : สลิปริง
  • 4 : คอมมิวเตเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 130 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง (DC machines) มีส่วนประกอบข้อใดที่หมุนได้
  • 1 : สเตเตอร์
  • 2 : โรเตอร์
  • 3 : เปลือกและโครง
  • 4 : แปรงถ่าน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 131 :
  • แรงดันไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง (DC machines) ไม่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบข้อใดของเครื่องจักรกล
  • 1 : ความเร็ว
  • 2 : จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก
  • 3 : ความยาวอาร์มาเจอร์
  • 4 : อุณหภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 132 :
  • แรงบิดที่ได้จากเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง (DC machines) ไม่ขึ้นกับองค์ประกอบข้อใด
  • 1 : ความยาวอาร์มาเจอร์
  • 2 : จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก
  • 3 : กระแส
  • 4 : น้ำหนัก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 133 :
  • ข้อใดไม่ใช่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง (DC machines)
  • 1 : ความสูญเสียในแกนเหล็ก (Core losses)
  • 2 : ความสูญเสียในขดลวด (Copper losses)
  • 3 : ความสูญเสียทางกล (Mechanical losses)
  • 4 : ความสูญเสียความถี่ (Frequency losses)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ส่วนใดของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรงที่ทำหน้าที่เหมือนกับเรคติไฟเออร์ (Rectifier)
  • 1 : ขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : สลิปริง
  • 3 : คอมมิวเตเตอร์
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 135 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : DC Series Generator นิยมนำไปใช้สำหรับงานที่ต้องการจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่
  • 2 : อาร์มาเจอร์รีแอคชั่นจะเกิดขึ้นในกรณีของเครื่องกำเนิดเท่านั้น
  • 3 : อาร์มาเจอร์รีแอคชั่นสามารถแก้ไขได้ด้วยการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของแปรงถ่าน
  • 4 : DC Compound Generator สามารถทำให้แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้โหลดคงที่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงชนิดกระตุ้นแยก (Separately excited DC generator) มีค่าแรงดันอาร์มาเจอร์ 150 V ขณะแกนเพลาถูกขับด้วยความเร็วรอบ 1800 rpm จงหาค่าแรงดันไฟฟ้าขณะไร้ภาระ ที่ความเร็ว 1600 rpm ถ้าควบคุมกระแสไฟฟ้าในขดลวดสนามให้มีค่าคงที่
  • 1 : 133.3 V
  • 2 : 144.3 V
  • 3 : 122.3 V
  • 4 : 111.3 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 137 :
  • ย่านการใช้งานตั้งแต่ไม่มีภาระจนถึงมีภาระเต็มพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบใดที่ความเร็วรอบมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
  • 1 : แบบ Series
  • 2 : แบบ Shunt
  • 3 : แบบ Short shunt compound
  • 4 : แบบ Long shunt compound
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 138 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบใดให้ความเร็วรอบสูงขึ้น ขณะโหลดทางกลมีค่ามากขึ้น
  • 1 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน
  • 2 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบอนุกรม
  • 3 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบผสมที่ต่อขดลวดสร้างสนามแบบ Commulative compound
  • 4 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบผสมที่ต่อขดลวดสร้างสนามแบบ Differential compound
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 139 :
  • ย่านการใช้งานตั้งแต่ไม่มีภาระจนถึงมีภาระเต็มพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบใดที่ความเร็วรอบมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
  • 1 : แบบ Series
  • 2 : แบบ Shunt
  • 3 : แบบ Short shunt compound
  • 4 : แบบ Long shunt compound
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 140 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรงแบบใด ไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงจากภายนอก จ่ายให้กับเครื่องจักร
  • 1 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน
  • 2 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบอนุกรม
  • 3 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบบกระตุ้นแยก
  • 4 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบบกระตุ้นแยกตัวหนึ่งมีค่าแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่สภาวะไร้โหลดที่ความเร็วรอบพิกัด 1500 rpm เท่ากับ 120 V จงคำนวณหาค่าแรงดันเหนี่ยวนำไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้านี้ เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าถูกขับด้วยความเร็วรอบ 1000 rpm กำหนดให้กระแสสร้างสนามมีค่าคงที่
  • 1 : 150 V
  • 2 : 130 V
  • 3 : 180 V
  • 4 : 80 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงแบ่งตามลักษณะการกระตุ้นได้ 2 ลักษณะคือ
  • 1 : Self Excited and Shunt Excited
  • 2 : Self Excited and Compound Excited
  • 3 : Self Excited and Separately Excited
  • 4 : Self Excited and Series Excited
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 143 :
  • ส่วนประกอบใดที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : Pole Pieces
  • 2 : Stator Winding
  • 3 : Armature Winding
  • 4 : Damper winding
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 144 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบกระตุ้นด้วยตัวเอง สามารถแบ่งการต่อขดลวดสร้างสนามแม่เหล็กตามชนิดของการได้เป็น 3 ประเภทคือ
  • 1 : Series, Shunt and Compound
  • 2 : Series, Shunt and Long Shunt
  • 3 : Series, Short Shunt and Long Shunt
  • 4 : Separately, Series and Shunt
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 145 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงชนิดใดที่ให้แรงบิดเริ่มต้นหมุนสูง
  • 1 : Series Motor
  • 2 : Shunt Motor
  • 3 : Compound Short Shunt Motor
  • 4 : Compound Long Shunt Motor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • 1 : 39.0 A
  • 2 : 40.0 A
  • 3 : 41.0 A
  • 4 : 42.7 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 147 :
  • 1 : 1655.2 N.m
  • 2 : 296.4 N.m
  • 3 : 263.5 N.m
  • 4 : 27.6 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 148 :
  • การต่อมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงต้องต่อขดลวดอย่างไร เพื่อให้มีการทำงานเป็นแบบขนาน
  • 1 : ต่อขดลวดอาร์เมเจอร์อนุกรม เข้ากับขดลวดสนามแบบขนาน(Shunt field)
  • 2 : ต่อขดลวดอาร์เมเจอร์ขนาน เข้ากับขดลวดสนามแบบขนาน(Shunt field)
  • 3 : ต่อขดลวดอาร์เมเจอร์อนุกรม เข้ากับขดลวดสนามแบบอนุกรม(Series field)
  • 4 : ต่อขดลวดอาร์เมเจอร์ขนาน เข้ากับขดลวดสนามแบบอนุกรม(Series field)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 149 :
  • แปรงถ่านและซี่คอมมิวเตเตอร์ในมอเตอร์กระแสตรงมีความสำคัญอย่างไร
  • 1 : ใช้ป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดสนามบนโรเตอร์
  • 2 : ใช้ป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดอาร์เมเจอร์บนสเตเตอร์
  • 3 : ใช้ป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดอาร์เมเจอร์บนโรเตอร์
  • 4 : ใช้ป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดสนามบนสเตเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • ตัวเลือกใด กล่าวไม่ถูกต้องในเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มต้นหมุน
  • 1 : กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดอาร์มาเจอร์ขณะต้นหมุนมีค่าสูงมาก
  • 2 : แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำภายในอาร์มาเจอร์มีค่าเท่ากับศูนย์
  • 3 : กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดอาร์มาเจอร์มีค่าต่ำมาก
  • 4 : ความเร็วรอบของมอเตอร์มีค่าต่ำมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 151 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน (shunt dc motor) ขนาด 150 hp, 240 V, 650 rpm ขณะทำงานขับโหลดขนาด 125 hp มอเตอร์กินกระแสไฟฟ้า 420 A ถ้าให้ความต้านทานรวมของขดลวดอาร์เมเจอร์ และขดลวดสร้างสนามมีค่า 0.0125 และ 32 ohm ตามลำดับ แรงดันตกคร่อมแปรงถ่านมีค่า 2 V จงหาค่ากำลังงานสูญเสียจากส่วนหมุน (rotation loss)
  • 1 : 2780 W
  • 2 : 3526 W
  • 3 : 96030 W
  • 4 : 93250 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 152 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน (shunt dc motor) ขนาด 150 hp, 240 V, 650 rpm ขณะทำงานขับโหลดขนาด 125 hp มอเตอร์กินกระแสไฟฟ้า 420 A ถ้าให้ความต้านทานรวมของขดลวดอาร์เมเจอร์ และขดลวดสร้างสนามมีค่า 0.0125 และ 32 ohm ตามลำดับ แรงดันตกคร่อมแปรงถ่านมีค่า 2 V จงหาค่าของกระแสอาร์เมเจอร์
  • 1 : 7.5 A
  • 2 : 412.5 A
  • 3 : 420 A
  • 4 : 232.8 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 40 : Starting methods for dc motor
ข้อที่ 153 :
  • ข้อใดทำให้เกิดความเสียหายกับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ขณะทำการสตาร์ทมอเตอร์
  • 1 : ต่ออนุกรมความต้านทานภายนอกกับขดลวดอาร์มาเจอร์ขณะกำลังสตาร์ท และลัดวงจรความต้านทานภายนอกหลังจากการสตาร์ท
  • 2 : เพิ่มแรงดันไฟฟ้าให้กับขดลวดอาร์มาเจอร์อย่างช้าๆ
  • 3 : สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกกระตุ้นสนามแม่เหล็ก ขณะสตาร์ทต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดสร้างสนามก่อน จึงจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : ปลดขดลวดสร้างสนามออกขณะกำลังสตาร์ท และต่อขดลวดสร้างสนามกลับหลังจากการสตาร์ท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 154 :

  • 1 : 27.5 A
  • 2 : 34.4 A
  • 3 : 260 A
  • 4 : 287.5 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงตัวหนึ่งพิกัด 230 V, 27.5 A มีความเร็วรอบ 1750 rpm ขณะทำงานที่พิกัด มีค่า Ra= 0.8 ohm ให้คำนวณหาค่าความต้านไฟฟ้าที่ต้องต่อเข้ากับขอลวดอาร์มาเจอร์ เพื่อให้กระแสขณะเริ่มต้นมีค่าสูงสุดไม่เกิน 120 % ของพิกัด
  • 1 : 6.17 ohm
  • 2 : 6.97 ohm
  • 3 : 0.96 ohm
  • 4 : 8.36 ohm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 156 :
  • ตัวเลือกใดกล่าวเกี่ยวกับการสตาร์ทมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงไม่ถูกต้อง
  • 1 : ขณะสตาร์ทแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นที่ขดลวดอาร์มาเจอร์จากการเคลื่อนที่ มีค่าเท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกกระตุ้นสนามแม่เหล็ก ขณะสตาร์ทต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดสร้างสนามก่อน หลังจากนั้นจึงจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 3 : ขณะสตาร์ทกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์มาเจอร์จะมีค่ามากกว่ากระแสพิกัดหลายเท่า
  • 4 : เมื่อมอเตอร์เริ่มหมุนแล้ว (ความเร็วเพิ่มจากศูนย์) กระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์มาเจอร์จะมีค่าลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 157 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนานมีพิกัดขนาด 10 kW 100 V 1000 rpm มีค่าความต้านทานอาร์เมเจอร์ 0.1 ohm ขณะต่อแหล่งจ่าย 100 V จงหาค่ากระแสอาร์เมเจอร์ในช่วงเริ่มหมุนเป็นกี่เท่าของค่ากระแสอาร์เมเจอร์ที่พิกัด
  • 1 : 1 เท่า
  • 2 : 10 เท่า
  • 3 : 15 เท่า
  • 4 : 100 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 158 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบขนาน พิกัดขนาด 10 kW 100 V 1000 rpm มีค่าความต้านทานอาร์เมเจอร์ 0.5 ohm ขณะต่อแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้า 100 V กระแสสตาร์ทมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 100 A
  • 2 : 200 A
  • 3 : 10 A
  • 4 : 50 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 159 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงตัวหนึ่ง ขนาดพิกัด 220 V 32.5 A ขณะทำงานที่พิกัดมีความเร็วรอบ 1750 rpm มอเตอร์มีค่าความต้านทานอาร์มาเจอร์ 0.55 ohm กระแสสตาร์ท (starting current) มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 400 A
  • 2 : 32.5 A
  • 3 : 65.5 A
  • 4 : 121 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 160 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงพิกัด 400 V, 10 A, 1500 rpm ความต้านทานอาร์เมเจอร์ 2 ohm จงคำนวณหาค่ากระแสสตาร์ทในสภาวะที่ขณะสตาร์ทจ่ายแรงดันไฟฟ้าครึ่งหนึ่งของพิกัดแรงดันไฟฟ้าใช้งาน
  • 1 : 150 A
  • 2 : 400 A
  • 3 : 200 A
  • 4 : 100 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 161 :
  • ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการสตาร์ทมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงได้ถูกต้อง
  • 1 : การเพิ่มแรงดันไฟฟ้าให้กับขดลวดอาร์มาเจอร์อย่างช้าๆเป็นการลดกระแสสตาร์ท
  • 2 : การสตาร์ทมอเตอร์ โดยจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่พิกัดใช้งาน กระแสสตาร์ทในขดลวดอาร์มาเจอร์จะมีค่าเท่ากับกระแสไฟฟ้าขณะรับภาระที่พิกัด
  • 3 : ขณะสตาร์ทแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่ขดลวดอาร์มาเจอร์มีค่าเท่ากับแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้ามอเตอร์
  • 4 : ต้องจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่พิกัดใช้งานเท่านั้น มอเตอร์จึงจะหมุนได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 162 :
  • การลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากค่ากระแสไฟฟ้าเริ่มต้นหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบกระตุ้นแยก (Separately excited DC motor) มีค่าสูง สามารถกระทำได้โดย
  • 1 : การนำค่าความต้านทานไฟฟ้าภายนอกที่มีค่าสูง ๆ ต่ออนุกรมเข้ากับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : การนำค่าความต้านทานไฟฟ้าภายนอกที่มีค่าสูง ๆ ต่อขนานเข้ากับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 3 : การนำค่าความต้านทานไฟฟ้าภายนอกที่มีค่าสูง ๆ ต่ออนุกรมเข้ากับขดลวดสร้างสนาม
  • 4 : การนำค่าความต้านทานไฟฟ้าภายนอกที่มีค่าสูง ๆ ต่อขนานเข้ากับขดลวดสร้างสนาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 163 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการลดค่ากระแสเริ่มต้นหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : การนำค่าความต้านทานไฟฟ้าภายนอกต่ออนุกรมเข้ากับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : การลดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์ขณะเริ่มต้นหมุน
  • 3 : การเพิ่มค่าความต้านทานไฟฟ้าของขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : การเพิ่มแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์ขณะเริ่มต้นหมุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • ข้อใดเป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้องในการเริ่มหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกขดลวดกระตุ้น (Separately excited field dc motor)
  • 1 : ป้อนกระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็กที่พิกัดที่ขดลวดกระตุ้นสนามแม่เหล็ก แล้วถึงจะป้อนไฟให้ขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : ป้อนกระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็กที่ครึ่งหนึ่งของพิกัดที่ขดลวดกระตุ้นสนามแม่เหล็ก แล้วถึงจะป้อนไฟให้ขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 3 : ค่อยๆเพิ่มการป้อนกระแสกระตุ้นสนามแม่เหล็กที่ขดลวดกระตุ้นสนามแม่เหล็ก พร้อมกับป้อนไฟให้ขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : ป้อนไฟฟ้ากระแสตรงที่พิกัดเข้าที่ขอลวดอาร์มาเจอร์ แล้วถึงจะป้อนไฟเข้าที่ขดลวด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 165 :
  • ขณะเริ่มหมุนในการเริ่มหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกขดลวดกระตุ้น (Separately excited field dc motor) ถ้ากระแสเริ่มหมุนของขดลวดอาร์มาเจอร์เป็น 1.5 เท่าของกระแสพิกัด แรงบิดเริ่มหมุนจะเป็นเท่าใดของพิกัด
  • 1 : 1.0 เท่าของพิกัดแรงบิด
  • 2 : 1.5 เท่าของพิกัดแรงบิด
  • 3 : 2.25 เท่าของพิกัดแรงบิด
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 166 :
  • ขณะเริ่มหมุนในการเริ่มหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบอนุกรม (DC series motor) ถ้ากระแสไฟฟ้าป้อนเข้าเริ่มหมุนเป็น 1.5 เท่าของกระแสพิกัด แรงบิดเริ่มหมุนจะเป็นเท่าใดของพิกัด (กำหนดให้ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสกับสนามแม่เหล็กเป็นแบบเชิงเส้น)
  • 1 : 1.0 เท่าของพิกัดแรงบิด
  • 2 : 1.5 เท่าของพิกัดแรงบิด
  • 3 : 2.25 เท่าของพิกัดแรงบิด
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 41 : Speed control methods of dc motor
ข้อที่ 167 :
  • การเพิ่มค่าความต้านทานภายนอกที่ต่ออนุกรมกับขดลวดสร้างสนามชนิดต่อขนานของ shunt dc motor ขณะมอเตอร์ทำงานที่ความเร็วรอบพิกัด จะมีผลอย่างไร
  • 1 : ความเร็วรอบสูงขึ้น
  • 2 : ความเร็วรอบต่ำลง
  • 3 : ไม่มีผล
  • 4 : เปลี่ยนทิศทางการหมุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 168 :
  • Separately excited dc motor ขณะทำงานที่ความเร็วรอบพิกัด 800 rpm ถ้า terminal voltage ถูกลดลง 50% โดยสนามแม่เหล็กของ field winding ถูกควบคุมให้มีค่าคงที่ จงคำนวณหาความเร็วรอบของมอเตอร์โดยประมาณหลังจากการปรับ terminal voltage
  • 1 : 1600 rpm
  • 2 : 800 rpm
  • 3 : 400 rpm
  • 4 : 200 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 169 :
  • ตัวเลือกใดเป็นวิธีการควบคุมความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : ปรับแต่งค่าของเส้นแรงแม่เหล็กต่อขั้ว
  • 2 : ปรับแต่งค่าความต้านทานของขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 3 : ปรับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 170 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงตัวหนึ่งขณะไร้ภาระหมุนด้วยความเร็ว 500 rpm. เมื่อทำให้แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นในขดลวดอาร์มาเจอร์ลดลง 10 % ความเร็วรอบของมอเตอร์จะมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 450 rpm.
  • 2 : 556 rpm
  • 3 : 405 rpm.
  • 4 : 617 rpm.
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 171 :
  • การเปลี่ยนความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะไม่มีภาระ ด้วยวิธีการควบคุมแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วให้สูงขึ้นจะทำให้เกิดอะไร
  • 1 : ความเร็วสูงขึ้น
  • 2 : ขดลวดฟิลด์ไหม้
  • 3 : แรงดันไฟฟ้าที่อาร์มาเจอร์ตกลง
  • 4 : ไม่มีผลใด ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 172 :
  • วิธีการควบคุมความเร็วมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงด้วยวิธีควบคุมกระแสสร้างสนาม ควรควบคุมในย่านความเร็วใด
  • 1 : เหนือกว่าพิกัดความเร็วปกติ
  • 2 : ต่ำกว่าพิกัดความเร็วปกติ
  • 3 : เท่าพิกัดความเร็วปกติเท่านั้น
  • 4 : ครึ่งหนึ่งของพิกัดความเร็วปกติเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 173 :
  • หากจะควบคุมความเร็วมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงด้วยวิธีควบคุมค่าความต้านทานของขดลวดสร้างสนาม จะต้องระวังในเรื่องใดมากที่สุด
  • 1 : ความเร็วสนามแม่เหล็กหมุน
  • 2 : พิกัดกระแสสร้างสนาม
  • 3 : ขั้วแม่เหล็ก
  • 4 : ความถี่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 174 :
  • การควบคุมความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงสามารถทำได้หลายวิธียกเว้นข้อใด
  • 1 : ปรับความต้านทานที่ต่อกับขดลวดสร้างสนาม
  • 2 : ปรับแรงดันไฟฟ้าที่อาร์มาเจอร์
  • 3 : ปรับแรงดันไฟฟ้าที่ขดลวดสร้างสนาม
  • 4 : ปรับความถี่ของแหล่งจ่ายไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 175 :
  • การควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงวิธีใดให้ประสิทธิภาพต่ำสุด
  • 1 : การควบคุมความเร็วรอบโดยการปรับแรงดันไฟฟ้าที่ขั้ว
  • 2 : การควบคุมความเร็วรอบโดยการปรับกระแสสร้างสนาม
  • 3 : การควบคุมความเร็วรอบโดยการปรับความต้านทานภายนอกที่ต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 176 :
  • ข้อใดไม่มีผลต่อการปรับความเร็วรอบของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : การควบคุมค่ากระแสสร้างสนาม
  • 2 : การควบคุมค่าความต้านทานภายนอกที่ต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 3 : การควบคุมค่าแรงดันไฟฟ้าที่อาร์มาเจอร์
  • 4 : ไม่มีคำตอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 177 :
  • การควบคุมความเร็วให้กับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงโดยใช้ Controlled rectifiers ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ไม่สามารถควบคุมให้เกิดการส่งพลังงานกลับไปยังระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าได้
  • 2 : ไม่สามารถควบคุมค่าฮาร์มอนิกส์ที่ออกไปรบกวนระบบไฟฟ้าข้างเคียงได้
  • 3 : สามารถควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ได้ดีต่อเนื่องทั้ง 4ควอทแรนซ์
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 178 :
  • การกลับทางหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง สามารถทำได้โดยวิธีการใด
  • 1 : กลับขั้วของขดลวดสร้างสนาม และกลับขั้วของแหล่งจ่ายไฟ
  • 2 : กลับขั้วของขดลวดสร้างสนาม หรือกลับขั้วของแหล่งจ่ายไฟ
  • 3 : กลับขั้วของขดลวดสร้างสนาม และกลับขั้วของขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 179 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการควบคุมความเร็วมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง
  • 1 : ปรับความต้านทานที่ต่ออนุกรม กับขดลวดสร้างสนามแบบขนาน(Shunt field)
  • 2 : ปรับเพิ่มความต้านทานอนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์
  • 3 : ปรับลดความต้านทานที่ต่อขนาน กับขดลวดสร้างสนามแบบอนุกรม(Series field)
  • 4 : สลับขั้วของแรงดันไฟฟ้าเฉพาะที่จ่ายให้กับขดลวดสร้างสนาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 180 :
  • ถ้าต้องการลดความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกขดลวดกระตุ้น (Separately excited field dc motor) แบบ Regenerative braking ในย่านความเร็วต่ำกว่าพิกัด วิธีการใดจึงจะเหมาะสม
  • 1 : กลับทิศทางแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : กลับทิศทางแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก
  • 3 : กลับทิศทางของกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 4 : กลับทิศทางของกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 181 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกขดลวดกระตุ้น (Separately excited field dc motor) ในย่านความเร็วสูงกว่าพิกัด วิธีการในข้อใดจึงจะเหมาะสม
  • 1 : เพิ่มแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 2 : ลดแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์
  • 3 : เพิ่มกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก
  • 4 : ลดกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็ก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 182 :
  • ถ้าต้องการเพิ่มความเร็วของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบแยกขดลวดกระตุ้น (Separately excited field dc motor) เป็น 2 เท่าของพิกัดความเร็ว (กำหนดให้ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสกับสนามแม่เหล็กเป็นแบบเชิงเส้น) วิธีการในข้อใดจึงจะเหมาะสม
  • 1 : เพิ่มแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์เป็น 2 เท่าของพิกัด
  • 2 : ลดแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดอาร์มาเจอร์ลงเหลือครึ่งหนึ่งของพิกัด
  • 3 : เพิ่มกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็กเป็น 2 เท่าของพิกัด
  • 4 : ลดกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าขดลวดสร้างสนามแม่เหล็กลงเหลือครึ่งหนึ่งของพิกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 42 : Theory and analysis of single phase and three phase transformers
ข้อที่ 183 :
  • หม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว ขนาด 6300/210 V 50 Hz มีค่าอัตราส่วนจำนวนรอบเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1/3
  • 2 : 3
  • 3 : 1/30
  • 4 : 30
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 184 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : หม้อแปลงแรงดัน ( Potential Transformer ) ใช้หลักการอัตราส่วนของแรงดันไฟฟ้ามาใช้งาน
  • 2 : หม้อแปลงแรงดัน ( Potential Transformer ) ใช้ลดระดับแรงดันไฟฟ้าที่มีค่าสูงให้มีค่าต่ำลงมา
  • 3 : หม้อแปลงกระแส ( Current Transformer ) ใช้ลดระดับกระแสไฟฟ้าที่มีค่าสูงให้มีค่าต่ำลงมา
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งานหม้อแปลงไฟฟ้า
  • 1 : ขณะหม้อแปลงไฟฟ้าไม่มีการจ่ายโหลดจะเกิดการสูญเสียเฉพาะในลวดทองแดงเท่านั้น
  • 2 : ขณะหม้อแปลงไฟฟ้ามีการจ่ายโหลดจะเกิดการสูญเสียทั้งในลวดทองแดง และในแกนเหล็ก
  • 3 : ค่าความสูญเสียเนื่องจากแกนเหล็กจะมีค่าไม่คงที่เนื่องจากค่าสนามแม่เหล็กในแกนเหล็กจะมี การเปลี่ยนแปลงเมื่อภาระโหลดเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ค่าความสูญเสียเนื่องจากขดลวดทองแดงจะมีค่าคงที่เนื่องจากความต้านทานของขดลวดมีค่าคงที่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 186 :
  • ถ้านำหม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว 3 ชุดนำมาต่อเป็นหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ขนาดพิกัด 600 kVA , 44000/440 V แบบ Delta - Star จงคำนวณหาขนาดพิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว
  • 1 : 44 kV/254 V, 200 kVA
  • 2 : 254 kV/440 V, 200 kVA
  • 3 : 44 kV/440 V, 200 kVA
  • 4 : 254 kV/400 V, 200 kVA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 187 :

  • 1 : 216 V
  • 2 : 264 V
  • 3 : 2160 V
  • 4 : 2640 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • การกระทำในข้อใดที่ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบหาขั้วของหม้อแปลง
  • 1 : ต่อหม้อแปลงหนึ่งเฟส
  • 2 : ขนานหม้อแปลงหนึ่งเฟส
  • 3 : ขนานหม้อแปลงสามเฟส
  • 4 : ขนานหม้อแปลงแบบออโต้หนึ่งเฟส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • ในการต่อหม้อแปลงไฟฟ้าสามเฟสแบบใด ที่เป็นการต่อแบบแปลงแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้น หากใช้หม้อแปลงไฟฟ้าหนึ่งเฟสที่มีอัตราส่วน 1 : 1 และมีขนาดพิกัด และคุณสมบัติเหมือนกันจำนวน 3 ชุด
  • 1 : Star-Star
  • 2 : Star-Delta
  • 3 : Delta-Star
  • 4 : Delta-Delta
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 190 :
  • ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขในการขนานหม้อแปลงไฟฟ้า
  • 1 : จำนวนขั้วแม่เหล็กเท่ากัน
  • 2 : แรงดันไฟฟ้าเท่ากัน
  • 3 : ลำดับเฟสเหมือนกัน
  • 4 : เปอร์เซ็นต์อิมพีแดนซ์เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 191 :
  • หม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียวอัตราส่วน 1:2 พิกัดกำลัง 100 VA จงหาแรงดันไฟฟ้าด้านออก หากด้านเข้าต่อแบตเตอรี่ 12 V
  • 1 : 0 V
  • 2 : 12 V
  • 3 : 24 V
  • 4 : 100 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 192 :
  • การนำเอาหม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว 3 ตัวมาต่อเป็นหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส การต่อแบบใดที่สามารถนำหม้อแปลงไฟฟ้าตัวใดตัวหนึ่งออก เมื่อจำเป็นต้องการซ่อมบำรุงรักษา โดยที่หม้อแปลงสองตัวที่เหลือยังคงทำหน้าที่เป็นหม้อแปลง 3 เฟสได้ตามปกติ แต่พิกัดกำลังจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 58%
  • 1 : star - star
  • 2 : star - delta
  • 3 : delta - delta
  • 4 : delta – star
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 193 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบที่สำคัญของหม้อแปลงไฟฟ้า
  • 1 : ขดลวดปฐมภูมิ
  • 2 : แกนเหล็ก
  • 3 : ขดลวดโรเตอร์
  • 4 : ขดลวดทุติยภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 194 :
  • ข้อใดคือนิยามของ Voltage Regulation ของหม้อแปลงไฟฟ้า
  • 1 : การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วด้านทุติยภูมิจากขณะไม่มีภาระไปสู่ขณะขับภาระเต็มพิกัด
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วด้านทุติยภูมิจากขณะขับภาระเต็มพิกัดไปสู่ขณะขับภาระที่ 50 เปอร์เซ็นต์
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วด้านปฐมภูมิจากขณะไม่มีภาระไปสู่ขณะขับภาระเต็มพิกัด
  • 4 : การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วด้านทุติยภูมิจากขณะขับภาระเต็มพิกัดไปสู่ขณะขับภาระที่ 50 เปอร์เซ็นต์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • คุณลักษณะของ Two winding transformer กับ Autotransformer ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : Two Winding Transformer มีการสูญเสียต่ำ และราคาถูกกว่า
  • 2 : Autotransformer มีขดปฐมภูมิ และขดทุติยภูมิหลายขด
  • 3 : ขดลวดปฐมภูมิ และทุติยภูมิของ Two Winding Transformer แยกจากกันทางไฟฟ้า
  • 4 : Autotransformer มีน้ำหนักที่มาก และราคาแพงกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 196 :
  • การใช้หม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส มีลักษณะที่ดีกว่าการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเฟสเดียว 3 ตัวมาต่อร่วมกันอย่างไร
  • 1 : ราคาถูก และประสิทธิภาพสูง
  • 2 : น้ำหนักเบา และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย
  • 3 : มีค่าความสูญเสียต่ำกว่า
  • 4 : มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 197 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 199 :
  • Auto-transformer ต่างกับหม้อแปลงธรรมดา (Two winding transformer) อย่างไร
  • 1 : ไม่มีขดลวดทุติยภูมิ
  • 2 : ไม่มีการไอโซเลท (Isolate)
  • 3 : ต้องใช้ขดลวดมากกว่า 2 ชุด
  • 4 : แรงดันขาออกต้องน้อยกว่าแรงดันขาเข้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 200 :
  • ในระบบหม้อแปลงไฟฟ้าสามเฟส ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : หม้อแปลงไฟฟ้าต่อแบบ star - star ทำให้เกิดผลของฮาร์โมนิกที่ 3 ออกไปในระบบไฟฟ้า
  • 2 : หม้อแปลงไฟฟ้ามักเกิดฮาร์โมนิกที่ 3 เนื่องจากความไม่เป็นเชิงเส้นของแกนหม้อแปลง
  • 3 : Tertiary winding เป็นขดลวดพิเศษที่พันเพิ่มเข้าไปโดยต่อแบบ delta และมักจะออกแบบให้มีพิกัดกำลังเป็นสองในสามของพิกัดกำลังขดลวดหลัก ซึ่งช่วยแก้ปัญหาฮาร์โมนิกที่ 3 ได้
  • 4 : หม้อแปลงไฟฟ้าต่อแบบ star - delta จะไม่มีปัญหาฮาร์โมนิกที่ 3 ในแรงดันไฟฟ้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 201 :
  • ถ้านำหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีพิกัดความถี่ 60 Hz มาทำงานที่ความถี่ 50 Hz ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : ควรเพิ่มแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้า หม้อแปลงไฟฟ้า 16.67 เปอร์เซ็นต์จากพิกัดเดิม ถ้าไม่คิดถึงปัญหาของฉนวน
  • 2 : สามารถช่วยลดขนาดกระแสแมกนีไทส์ซิ่ง (Magnetizing current) ได้ประมาณ 16.67 เปอร์เซ็นต์ จากพิกัดเดิม
  • 3 : ควรลดแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้าหม้อแปลงไฟฟ้า 16.67 เปอร์เซ็นต์ จากพิกัดเดิม
  • 4 : ผิดถูกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • การต่อหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสแบบใดที่ทำให้เกิดแรงดันฮาร์มอนิกลำดับที่ 3 ในขดลวดของหม้อแปลงไฟฟ้า
  • 1 : การต่อขดปฐมภูมิเป็นสตาร์ไม่มีสายนิวทรอลและขดทุติยภูมิเป็นเดลต้า
  • 2 : การต่อขดปฐมภูมิเป็นสตาร์มีสายนิวทรอลและขดทุติยภูมิเป็นสตาร์ไม่มีสายนิวทรอล
  • 3 : การต่อขดปฐมภูมิเป็นสตาร์ไม่มีสายนิวทรอลและขดทุติยภูมิเป็นสตาร์ไม่มีสายนิวทรอล
  • 4 : การต่อขดปฐมภูมิเป็นเดลต้าและขดทุติยภูมิเป็นเดลต้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 203 :
  • หม้อแปลงไฟฟ้า 1 เฟส 10 kVA กำลังสูญเสียในแกน (core losses) 50 W กำลังสูญเสียในขดลวด(copper losses) ที่กระแสเต็มพิกัด 200 W จากตัวเลือกที่กำหนด หม้อแปลงไฟฟ้าจ่ายโหลดเท่ากับเท่าใดจะทำให้หม้อแปลงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด
  • 1 : หม้อแปลงไฟฟ้ารับโหลดที่ 50 % ของโหลดเต็มพิกัด
  • 2 : หม้อแปลงไฟฟ้ารับโหลดที่ 60 % ของโหลดเต็มพิกัด
  • 3 : หม้อแปลงไฟฟ้ารับโหลดที่ 70 % ของโหลดเต็มพิกัด
  • 4 : หม้อแปลงไฟฟ้ารับโหลดที่ 80 % ของโหลดเต็มพิกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :

  • 1 : 0.83 เท่า
  • 2 : 0.90 เท่า
  • 3 : 1.10 เท่า
  • 4 : 1.20 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 205 :

  • 1 : 205 W
  • 2 : 605 W
  • 3 : 810 W
  • 4 : 1015 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 206 :

  • 1 : 205 W
  • 2 : 605 W
  • 3 : 810 W
  • 4 : 1015 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 207 :

  • 1 : 205 W
  • 2 : 810 W
  • 3 : 1015 W
  • 4 : 605 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :

  • 1 : 20
  • 2 : 1/20
  • 3 : 200
  • 4 : 1/200
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 209 :

  • 1 : 30 A
  • 2 : 250 A
  • 3 : 500 A
  • 4 : 600 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :

  • 1 : 600 A
  • 2 : 300 A
  • 3 : 30 A
  • 4 : 5.5 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 211 :

  • 1 : 150 kW
  • 2 : 120 kW
  • 3 : 210 kW
  • 4 : 115.8 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 212 :

  • 1 : 45.96 ohm
  • 2 : 2.48 ohm
  • 3 : 2.23 ohm
  • 4 : 304.89 ohm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 213 :

  • 1 : 0.9 โอห์ม
  • 2 : 2.4 โอห์ม
  • 3 : 2.23 โอห์ม
  • 4 : 1.78 โอห์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 214 :

  • 1 : 0.9 ohm
  • 2 : 2.4 ohm
  • 3 : 2.23 ohm
  • 4 : 304.9 ohm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 215 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 216 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 217 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 219 :
  • 1 : 6.95/416.7 A
  • 2 : 12.03/721.7 A
  • 3 : 20.83/1250 A
  • 4 : 20.83/416.7 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 220 :
  • Ammeter 5 A ต่อกับ current transformer (CT) ที่มี ratio 500 : 5 A ถ้ากระแสไฟฟ้าด้านปฐมภูมิ ของ CT เท่ากับ 400 A กระแสไฟฟ้าที่ Ammeter จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 1 A
  • 2 : 2 A
  • 3 : 3 A
  • 4 : 4 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 221 :
  • Potential Transformer (PT) ที่มี ratio 2000 : 120 V ต่อกับ Voltmeter 120 V ถ้ามีแรงดันไฟฟ้าที่ปฐมภูมิของ PT เท่ากับ 1200 V แรงดันไฟฟ้าที่ Voltmeter จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 50 V
  • 2 : 62 V
  • 3 : 72 V
  • 4 : 80 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :

  • 1 : 20 โอห์ม
  • 2 : 400 โอห์ม
  • 3 : 4000 โอห์ม
  • 4 : 8000 โอห์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 223 :

  • 1 : 22 A
  • 2 : 44 A
  • 3 : 110 A
  • 4 : 11 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 224 :
  • หม้อแปลงไฟฟ้าหนึ่งเฟส ขนาดพิกัด 50 kVA, 2400/120 V, 50 Hz เมื่อจ่ายกำลังไฟฟ้าเต็มพิกัดที่พิกัดแรงดันไฟฟ้า 120 V ให้กับโหลดมีค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 power factor lagging ให้คำนวณหาค่าของกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโหลด
  • 1 : 20.83 A
  • 2 : 416.67 A
  • 3 : 41.67 A
  • 4 : 208.3 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 225 :
  • 1 : 27.8 A
  • 2 : 48.1 A
  • 3 : 83.3 A
  • 4 : 58.9 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 226 :

  • 1 : ประสิทธิภาพสูง
  • 2 : Voltage regulation ต่ำ
  • 3 : ราคาถูก
  • 4 : น้ำหนักหม้อแปลงต่อค่าพิกัดกำลังไฟฟ้าของหม้อแปลงมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 227 :
  • ในสภาวะไม่มีภาระ ถ้าหม้อแปลงไฟฟ้า 1 เฟสต่อกับแรงดันไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าสลับ 220 V กินกำลังไฟฟ้า 300 W ถ้าแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้าสู่หม้อแปลงถูกลดลงเหลือ 198 V กำลังไฟฟ้าที่เข้าสู่หม้อแปลงจะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 270 W
  • 2 : 333 W
  • 3 : 370 W
  • 4 : 243 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 228 :

  • 1 : 238 A
  • 2 : 500 A
  • 3 : 83.3 A
  • 4 : 6.9 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : ค่ากำลังไฟฟ้าที่ได้จากการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าแบบเปิดวงจรจะเป็นค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในแกนเหล็ก
  • 2 : ค่ากำลังไฟฟ้าที่ได้จากการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าแบบลัดวงจรจะเป็นค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในขดลวด
  • 3 : การทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าแบบลัดวงจรจะจ่ายแรงดันไฟฟ้าทดสอบจนถึงค่าพิกัดกระแสไฟฟ้าของด้านทดสอบ
  • 4 : ความสูญเสียรวมในหม้อแปลงไฟฟ้าคือผลรวมของค่ากำลังไฟฟ้าที่ได้จากการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าแบบเปิดวงจรรวมกับการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าแบบลัดวงจร และค่ากำลังไฟฟ้าที่ได้จากการคำนวณของค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในขดลวดทั้งด้านปฐมภูมิและด้านทุตติยภูมิ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 231 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 232 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 43 : AC machines construction
ข้อที่ 233 :
  • ในการต่อขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสามเฟสกับระบบไฟฟ้าข้อใดที่กล่าวไม่ถูกต้อง
  • 1 : การตรวจสอบแบบ Three-dark ถ้าหลอดไฟดับสนิททั้งสามดวงโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแสดงว่าสามารถทำการขนานเครื่องจักรกับระบบไฟฟ้าได้
  • 2 : การตรวจสอบแบบ Three-dark ถ้าหลอดไฟมีลักษณะที่ สว่าง-ดับ-สว่าง-ดับ พร้อมกันทั้งสามดวงตลอดเวลาแสดงว่าความถี่เท่ากันแล้วแต่ลำดับเฟสยังไม่ตรงกัน
  • 3 : การตรวจสอบแบบ One-dark Two-bright ถ้าหลอดไฟมีลักษณะที่ดับ 1 ดวงและสว่าง 2 ดวง สลับกันไปตลอดเวลาแสดงว่าลำดับเฟสตรงกันแล้วแต่ความถี่ยังไม่เท่ากัน
  • 4 : ในการขนานกัน ลำดับเฟสต้องเหมือนกัน ความถี่ต้องเท่ากัน และแรงดันไฟฟ้าต้องเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 234 :
  • ตัวเลือกใดเป็นส่วนที่อยู่ในมอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 1 : Inter pole
  • 2 : Compensating winding
  • 3 : Squirrel-cage rotor
  • 4 : Commutator
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 235 :
  • เมื่อต้องการใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซิงโครนัสผลิตแรงเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า โดยใช้เครื่องต้นกำลัง (Prime Mover) เป็นพลังงานน้ำจากเขื่อนในการขับเคลื่อน ควรเลือกใช้โรเตอร์เป็นแบบใดจึงเหมาะสม
  • 1 : Cylindrical Rotor
  • 2 : Salient-Pole Rotor
  • 3 : Wound Rotor
  • 4 : Squirrel Cage Rotor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับในข้อใดที่ไม่มีสนามแม่เหล็กหมุนที่ขดลวดสเตเตอร์
  • 1 : Induction motor
  • 2 : Synchronous motor
  • 3 : Shaded-pole motor
  • 4 : Universal motor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 237 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำหนึ่งเฟสในข้อใดให้แรงบิดเริ่มต้นหมุน (Starting Torque) สูงที่สุด
  • 1 : Split – phase motor
  • 2 : Capacitor – start motor
  • 3 : Permanent – split – capacitor motor
  • 4 : Shaded-pole motor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 238 :
  • ข้อใดเป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรกลไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
  • 1 : Wound rotor กับ Stator
  • 2 : Field pole กับ Rotor
  • 3 : Field pole กับ Armature
  • 4 : Field pole กับ Squirrel cage rotor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 239 :
  • Synchronous reactance เกิดจากสนามแม่เหล็กส่วนใดของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 1 : สนามแม่เหล็กอาร์เมเจอร์กับสนามแม่เหล็กรั่ว
  • 2 : สนามแม่เหล็กอาร์เมเจอร์กับสนามแม่เหล็กของขั้วแม่เหล็ก
  • 3 : สนามแม่เหล็กรั่วกับสนามแม่เหล็กของขั้วแม่เหล็ก
  • 4 : สนามแม่เหล็กรวมทั้งหมดของเครื่องกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 240 :
  • การพันอาร์เมเจอร์โดยใช้ระยะต้น coil กับปลาย coil สั้นกว่า 180 องศาทางไฟฟ้า จะเกี่ยวข้องกับแฟคเตอร์การพันของขดอาร์เมเจอร์ของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสสลับค่าใด
  • 1 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • 2 : Distribution factor
  • 3 : Pitch factor
  • 4 : Form factor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 241 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของขดลวดสเตเตอร์ของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
  • 1 : สร้างสนามแม่เหล็กหมุน
  • 2 : ส่งกำลังกลออกกรณีทำงานเป็นมอเตอร์
  • 3 : ส่งกำลังไฟฟ้าออกกรณีทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 4 : รับกำลังไฟฟ้าเข้ากรณีทำงานเป็นมอเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 242 :
  • ข้อใดเป็นส่วนประกอบที่เคลื่อนที่ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ
  • 1 : เปลือกและโครง
  • 2 : ขั้วแม่เหล็ก
  • 3 : แปลงถ่านและแบริ่ง
  • 4 : แกนเหล็กอาร์เมเจอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 243 :
  • ในการทดสอบการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับตัวหนึ่ง โดยจ่ายไฟ 3 เฟส 400 V 50 Hz ปรากฏว่า มอเตอร์หมุนที่ความเร็วรอบ 980 rpm มอเตอร์ที่ทดสอบนี้น่าจะเป็นมอเตอร์ใดในตัวเลือกต่อไปนี้
  • 1 : มอเตอร์ซิงโครนัส 2 ขั้ว
  • 2 : มอเตอร์ซิงโครนัส 4 ขั้ว
  • 3 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ 4 ขั้ว
  • 4 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ 6 ขั้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :
  • หน้าที่หลักของ Damper bar ในเครื่องจักรกลไฟฟ้า
  • 1 : ลดการแกว่งตัวของตัวหมุนของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 2 : ลดการแกว่งตัวของตัวหมุนของเครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง
  • 3 : ลดการเปลี่ยนแปลงกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์มาเจอร์ของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 4 : ลดการเปลี่ยนแปลงกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์มาเจอร์ของ เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 245 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้าประเภทใดต้องการกระแสไฟฟ้ากระตุ้นจากแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงที่อยู่ภายนอก
  • 1 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
  • 2 : มอเตอร์ซิงโครนัส
  • 3 : มอเตอร์รีลักแทนซ์
  • 4 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 246 :
  • ข้อใดคือรูปแบบการวางตัวของขดลวดอาร์เมเจอร์
  • 1 : การวางตัวแบบ contribution
  • 2 : การวางตัวแบบ extensive
  • 3 : การวางตัวแบบ intensive
  • 4 : การวางตัวแบบ distribution
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 247 :
  • ทิศทางแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำในตัวนำของเครื่องจักรกลไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดย
  • 1 : ลดขนาดลวดตัวนำ
  • 2 : กลับทิศทางสนาม (Field)
  • 3 : เพิ่มความยาวตัวนำ
  • 4 : เพิ่มขนาดสนาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 248 :
  • แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำของลวดตัวนำเดียวในสนามแม่เหล็กที่มีแม่เหล็ก 4 ขั้ว จะมีจำนวนกี่ไซเคิลต่อการหมุน 1 รอบ
  • 1 : 1 ไซเคิล
  • 2 : 2 ไซเคิล
  • 3 : 4 ไซเคิล
  • 4 : 8 ไซเคิล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำสูงสุดในลวดตัวนำเดียวภายในสนามแม่เหล็กจะเกิดขึ้นเมื่อขดลวดวางอยู่ในลักษณะอย่างไร
  • 1 : ตั้งฉากกับสนามแม่เหล็ก
  • 2 : ขนานกับสนามแม่เหล็ก
  • 3 : หมุนด้วยความเร็วต่ำ
  • 4 : ทำมุม 45 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 250 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับเครื่องหนึ่ง มีป้ายบอกพิกัดที่ไม่ชัดเจนเห็นเพียงค่าความถี่ 50 Hz และความเร็วรอบที่ภาระโหลดพิกัดเท่ากับ 1420 rpm แสดงว่ามอเตอร์เครื่องนี้เป็นมอเตอร์แบบใด
  • 1 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ 2 ขั้ว
  • 2 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ 4 ขั้ว
  • 3 : มอเตอร์ซิงโครนัส 2 ขั้ว
  • 4 : มอเตอร์ซิงโครนัส 4 ขั้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :

  • 1 : เป็นโครงสร้างของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 2 : เครื่องจักรกลไฟฟ้านี้มี 4 ขั้วแม่เหล็ก
  • 3 : มีจำนวนขั้วแม่เหล็ก 2 คู่ขั้ว
  • 4 : โรเตอร์เป็นแบบ Cylindrical rotor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • แกนของขดลวดอาร์มาเจอร์เฟส a กับ b ของ Three-phase armature winding ที่มี 4 ขั้วแม่เหล็ก จะวางห่างกันกี่องศาทางกล
  • 1 : 45 องศากล
  • 2 : 60 องศากล
  • 3 : 90 องศากล
  • 4 : 120 องศากล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 253 :
  • แกนของขดลวดอาร์มาเจอร์ของ Main winding กับ Auxiliary winding ของ Single phase induction motor แบบ Capacitor start ที่มี 4 ขั้วแม่เหล็ก จะวางห่างกันกี่องศาทางกล
  • 1 : 45 องศากล
  • 2 : 60 องศากล
  • 3 : 90 องศากล
  • 4 : 120 องศากล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 254 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 48 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีความกว้างของขดลวดเท่ากับ 9 สล๊อต และมีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 10 รอบ ให้คำนวณหาค่าจำนวนรอบของขดลวดในแต่ละเฟส
  • 1 : 40 รอบ
  • 2 : 80 รอบ
  • 3 : 160 รอบ
  • 4 : 480 รอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 255 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 48 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีความกว้างของขดลวดเท่ากับ 9 สล๊อต และมีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 10 รอบ ให้คำนวณหาค่า Distribution factor (Kd ) ของ Fundamental
  • 1 : 0
  • 2 : 0.8
  • 3 : 0.96
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 256 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 48 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีความกว้างของขดลวดเท่ากับ 9 สล๊อต และมีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 10 รอบ ให้คำนวณหาค่า Pitch factor (Kp) ของ Fundamental
  • 1 : 0
  • 2 : 0.8
  • 3 : 0.92
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 257 :
  • จากการพันขดลวดอาร์มาเจอร์สามเฟส (Three-phase armature winding) แบบสองชั้น (Double layer) ที่มี 48 สล๊อต 4 ขั้วแม่เหล็ก มีความกว้างของขดลวดเท่ากับ 9 สล๊อต และมีจำนวนรอบของขดลวดแต่ละขดเท่ากับ 10 รอบ ให้คำนวณหาค่า Winding factor (Kw) ของ Fundamental
  • 1 : 0
  • 2 : 0.64
  • 3 : 0.88
  • 4 : 1.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 44 : Steady state performance and analysis of induction machines
ข้อที่ 258 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส 60 Hz เมื่อไม่มีภาระทางกล มอเตอร์หมุนด้วยความเร็ว 898 rpm มอเตอร์นี้จะมีความเร็วประมาณเท่าไรเมื่อทำงานเต็มพิกัด (ถ้าที่พิกัด Per-unit slip คือ 0.033)
  • 1 : 890 rpm
  • 2 : 865 rpm
  • 3 : 770 rpm
  • 4 : 870 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 259 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส 50 แรงม้า 4 poles ต่อแบบ Y ขณะทำงานที่เต็มพิกัดกำลังจะมีความเร็วรอบ 1764 รอบ/นาที โดยที่มี Rotational losses 950 W, Stator Copper losses 1.6 kW, Iron losses 1.2 kW จงคำนวณหาค่าประสิทธิภาพ
  • 1 : 85%
  • 2 : 87%
  • 3 : 93%
  • 4 : 91%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 260 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส 480 V, 50 Hz ขณะจ่ายโหลดที่สภาวะตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.85 ล้าหลัง ใช้กระแสไฟฟ้า 60 A โดยมอเตอร์มีกำลังสูญเสียคือ Stator copper losses 2 kW, Rotor copper losses 700 W, Friction and windage losses 600 W, Core losses 1800 W กำหนดให้ไม่คิด Stray losses จงคำนวณค่าความสูญเสียในขดลวดทั้งหมด
  • 1 : 2,000 W
  • 2 : 3,300 W
  • 3 : 2,700 W
  • 4 : 5,100 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 261 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส 208 V, 10 hp, 4-pole, 50 Hz ต่อขดลวดสเตเตอร์แบบ Y ที่สภาวะโหลดเต็มพิกัด (Full load) สลิป 5 เปอร์เซ็นต์ จงคำนวณค่าความถี่ไฟที่โรเตอร์ (rotor frequency)
  • 1 : 1.5 Hz
  • 2 : 2.5 Hz
  • 3 : 3.5 Hz
  • 4 : 4.5 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 18.5 kW, 380 V, 50 Hz, 2850 rpm, ต่อแบบ star ให้คำนวณหาจำนวนขั้วแม่เหล็กของมอเตอร์
  • 1 : 2 ขั้ว
  • 2 : 4 ขั้ว
  • 3 : 6 ขั้ว
  • 4 : 8 ขั้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 263 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 18.5 kW, 380 V, 50 Hz, 298.4 rad/s ต่อแบบ star ให้คำนวณหาค่าแรงบิดทางกล (output) ของมอเตอร์ เมื่อมอเตอร์ทำงานที่ภาระเต็มพิกัด
  • 1 : 62 N.m
  • 2 : 123 N.m
  • 3 : 32 N.m
  • 4 : 157 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 264 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 18.5 kW, 380 V, 50 Hz, 2850 rpm, ต่อแบบ star ให้คำนวณหาค่า slip ของมอเตอร์ เมื่อมอเตอร์ทำงานที่เต็มพิกัด
  • 1 : 0.05
  • 2 : 0.053
  • 3 : 0.06
  • 4 : 0.047
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 265 :
  • อัตราส่วนระหว่าง กำลังไฟฟ้าที่จ่ายให้โรเตอร์ (power across air gap) กับกำลังไฟฟ้าที่ออกจากโรเตอร์ (electromagnetic power) ตรงกับตัวเลือกใด
  • 1 : 1/(1-s)
  • 2 : 1-s
  • 3 : s
  • 4 : 1/s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 266 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 440 V, 6-pole, 50 Hz ขณะมอเตอร์ทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 3 % มีค่ากำลังไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโรเตอร์เท่ากับ 20 kW ให้คำนวณหาค่าแรงบิดแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic torque) ของมอเตอร์
  • 1 : 12.7 N.m
  • 2 : 19.1 N.m
  • 3 : 127 N.m
  • 4 : 191 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 267 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำตัวหนึ่งมีขนาด 1 แรงม้า ขณะทำงานที่พิกัดกำลัง โรเตอร์หมุนด้วยความเร็ว 146 rad/s มอเตอร์ตัวนี้มีค่าแรงบิดที่พิกัดเท่าใด
  • 1 : 0.85 N.m
  • 2 : 2.1 N.m
  • 3 : 1.7 N.m
  • 4 : 5.1 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 268 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ขนาดพิกัด 3 kW 4 ขั้ว 400 V 1450 rpm 50 Hz มีพิกัดกำลังเอาท์พุทเท่าใด
  • 1 : 400 W
  • 2 : 1450 W
  • 3 : 3000 W
  • 4 : 19.76 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 269 :
  • ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง สำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 1 : ขณะไม่มีภาระทางกลโรเตอร์มีค่าความต้านทานสูง
  • 2 : ขณะเริ่มหมุนโรเตอร์มีค่าความต้านทานต่ำมาก ๆ
  • 3 : ขณะไม่มีภาระทางกลโรเตอร์มีค่าความถี่สูงสุด
  • 4 : ขณะเริ่มหมุนโรเตอร์มีค่าแรงเคลื่อนแม่เหล็กสูงสุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้าเหนี่ยวนำสามเฟสขนาดพิกัด 10 HP 380 V 4 poles 50 Hz ขณะมีความเร็ว1800 rpm แสดงว่าเครื่องจักรกลไฟฟ้ากำลังทำงานอยู่ในย่านใด
  • 1 : ย่านเบรก
  • 2 : ย่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 3 : ย่านปลั๊กกิ้ง
  • 4 : ย่านกลับทางหมุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 271 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส 10 แรงม้า 220 V 60 Hz 6 ขั้วแม่เหล็ก ต่อแบบสตาร์ ขณะทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 2% มีความเร็วโรเตอร์เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 24.0 rpm
  • 2 : 125.6 rpm
  • 3 : 1,000 rpm
  • 4 : 1,176 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 272 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส 10 แรงม้า ต่อแบบสตาร์ มีพิกัดแรงดันไฟฟ้า 220 V, 50 Hz, 6 ขั้ว สามารถจ่ายกำลังทางกลสูงสุดได้เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 7460 W
  • 2 : 746 W
  • 3 : 11000 W
  • 4 : 1000 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 273 :
  • แนวทางในข้อใดไม่ใช่วิธีการที่สามารถนำไปใช้ในการควบคุมความเร็วมอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 1 : การเปลี่ยนจำนวนขั้วแม่เหล็กของมอเตอร์
  • 2 : ปรับเปลี่ยนความถี่แหล่งจ่ายไฟฟ้า
  • 3 : ปรับค่าแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์
  • 4 : การต่อความต้านทานภายนอกอนุกรมกับโรเตอร์แบบกรงกระรอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 274 :
  • ถ้าแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นในตัวโรเตอร์ของมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสที่มีขั้วแม่เหล็ก 6 ขั้ว มีความถี่ไฟที่โรเตอร์ 2 Hz เมื่อความถี่ไฟของแหล่งจ่ายไฟฟ้ามีค่า 50 Hz มอเตอร์มีค่าสลิปเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.04
  • 2 : 0.02
  • 3 : 0.4
  • 4 : 0.2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 275 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ขนาดพิกัด 3 kW 4 ขั้ว 400 V 1450 rpm 50 Hz มีแรงบิดพิกัดเท่าไร
  • 1 : 20.59 N.m
  • 2 : 14.75 N.m
  • 3 : 19.24 N.m
  • 4 : 19.76 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ขนาดกำลังจ่ายออก 3 kW 4 ขั้ว 400 V 1450 rpm 50 Hz ประสิทธิภาพ 75 % ตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง กระแสไฟฟ้าพิกัดมีค่าเท่ากับเท่าไร
  • 1 : 12.50 A
  • 2 : 4.66 A
  • 3 : 7.22 A
  • 4 : 21.67 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 277 :

  • 1 : 3.844 ohm
  • 2 : 3.662 ohm
  • 3 : 1.185 ohm
  • 4 : 0.435 ohm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :

  • 1 : 624 W
  • 2 : 1080 W
  • 3 : 360 W
  • 4 : 509 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 279 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสตัวหนึ่งที่แผ่นป้าย (Name plate) มีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ 5 kW, 380 V, 10.3 A, 4 ขั้ว, 50 Hz, p.f. 0.85 ต่อแบบสตาร์ ขณะจ่ายกำลังเอาท์พุทเต็มพิกัด มอเตอร์ต้องใช้กำลังไฟฟ้าอินพุทประมาณเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 5762.4 W
  • 2 : 6779.3 W
  • 3 : 3326.9 W
  • 4 : 3914.0 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 280 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส กำหนดพิกัดแรงดันไฟฟ้า 380 V สำหรับการต่อขดลวดสเตเตอร์แบบเดลต้า ขนาด 5 kW เมื่อมอเตอร์จ่ายโหลดที่พิกัดมีสลิป (slip) 5 % ข้อใดกล่าวถึงมอเตอร์เหนี่ยวนำนี้ไม่ถูกต้อง
  • 1 : มอเตอร์ข้างต้นสามารถใช้การสตาร์ทแบบ สตาร์ - เดลต้า ได้กับแรงดันไฟฟ้า 3 เฟสในประเทศไทย( line voltage = 380 V )
  • 2 : เมื่อมอเตอร์ทำงานที่พิกัด มอเตอร์สามารถมีประสิทธิภาพได้มากกว่า 95 %
  • 3 : ขณะใช้งานในสภาวะปกติมอเตอร์สามารถจ่ายกำลังเอาท์พุทสูงสุดได้ 5000 W
  • 4 : มอเตอร์ข้างต้นเมื่อขดลวดสเตเตอร์ต่อแบบสตาร์จะมีกระแสลดลง 3 เท่าของการต่อขดลวดสเตเตอร์แบบเดลต้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 281 :
  • สำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำ เมื่อค่าสลิปมีค่าเป็น 1 มอเตอร์มีสภาวะเป็นอย่างไร
  • 1 : หมุนด้วยความเร็วซิงโครนัส
  • 2 : จะเริ่มหมุนกลับทาง
  • 3 : หยุดหมุน
  • 4 : หมุนด้วยความเร็วครึ่งหนึ่งของความเร็วซิงโครนัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส 100 kW, 460 V, 50 Hz, 4 ขั้วแม่เหล็ก ขณะรับโหลดเต็มพิกัดมีค่าสลิป 0.05 จงหาความถี่ไฟในโรเตอร์ และแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่โรเตอร์ต่อเฟส ที่โหลดเต็มพิกัด กำหนดให้อัตราส่วนจำนวนรอบของขดลวดสเตเตอร์:โรเตอร์ เท่ากับ1:0.5
  • 1 : 2.5 Hz , 8.42 V
  • 2 : 2.5 Hz , 6.64 V
  • 3 : 1.5 Hz , 8.42 V
  • 4 : 1.5 Hz , 6.64 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 283 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส 50 Hz 2 ขั้วแม่เหล็ก ขับภาระ 15 kW ที่ 2,950 rpm จงหาแรงบิดที่เกิดขึ้น โดยไม่คิดความสูญเสีย
  • 1 : 38.6 N.m
  • 2 : 48.6 N.m
  • 3 : 58.6 N.m
  • 4 : 68.6 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 284 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสแบบกรงกระรอก ขนาดพิกัด 2 kW, 380 V ต่อแบบสตาร์ ความถี่ 50 Hz 4 ขั้วแม่เหล็ก ความเร็วพิกัด 1425 rpm กระแสพิกัด 5 A ค่าตัวประกอบกำลัง 0.8 ล้าหลัง ความต้านทานขดลวดสเตเตอร์ 2.0 โอห์ม จงคำนวณหาค่าประสิทธิภาพของมอเตอร์ขณะทำงานที่พิกัด
  • 1 : 67%
  • 2 : 76%
  • 3 : 86%
  • 4 : 91%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 285 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสแบบ wound rotor ต่อแบบสตาร์ มีค่าพิกัดเป็น 2.2 kW, 380 V, 50 Hz, 1440 rpm, 4 ขั้ว จงคำนวณหาค่าความถี่ไฟในโรเตอร์ ขณะที่มอเตอร์ทำงานขับโหลดเต็มพิกัด
  • 1 : 0.5 Hz
  • 2 : 1.0 Hz
  • 3 : 1.5 Hz
  • 4 : 2.0 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 286 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส, 380 V , ต่อแบบ Delta , 50 Hz , 4 Poles หมุนด้วยความเร็วรอบ 1425 rpm จะมีค่า Per - unit slip speed เท่ากับ
  • 1 : 0.02
  • 2 : 0.03
  • 3 : 0.04
  • 4 : 0.05
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 287 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 200 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.92, 1465 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะจ่ายแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า 380 V มอเตอร์ต่อแบบ Delta และมอเตอร์ทำงานที่พิกัดกำลัง ให้คำนวณหาค่ากำลังไฟฟ้าป้อนเข้ามอเตอร์
  • 1 : 122 kW
  • 2 : 367 kW
  • 3 : 212 kW
  • 4 : 200 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 288 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ขนาด 37 kW, 380 V, 50 Hz, 6 ขั้วแม่เหล็ก, ต่อแบบเดลต้า ขณะที่จ่ายแรงดันไฟฟ้าและความถี่ที่พิกัด โดยขับภาระทางกลที่ความเร็วรอบเท่ากับ 970 rpm ให้คำนวณหาค่าความเร็วรอบของสนามแม่เหล็กหมุน (Synchronous speed)
  • 1 : 1000 rpm
  • 2 : 970 rpm
  • 3 : 1200 rpm
  • 4 : 1500 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 289 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ขนาด 37 kW, 380 V, 50 Hz, 6 ขั้วแม่เหล็ก ต่อแบบเดลต้า ขณะที่ป้อนเข้าด้วยพิกัดแรงดันไฟฟ้า และความถี่ไฟ โดยขับภาระทางกลที่ความเร็วรอบเท่ากับ 970 rpm ให้คำนวณหาค่า per-unit slip
  • 1 : 0.03
  • 2 : 0.97
  • 3 : 1.03
  • 4 : 1.97
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 290 :
  • มอเตอร์เหนียวนำ 3 เฟส ขนาด 37 kW, 380 V, 50 Hz, 6 ขั้วแม่เหล็ก ต่อแบบเดลต้า ขณะที่จ่ายแรงดันไฟฟ้า และความถี่ไฟที่พิกัด โดยขับภาระทางกลที่ความเร็วรอบเท่ากับ 970 rpm ให้คำนวณหาความถี่ไฟที่โรเตอร์
  • 1 : 1.5 Hz
  • 2 : 16.7 Hz
  • 3 : 48.5 Hz
  • 4 : 50 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 291 :
  • แผ่นป้าย (Name plate) ของมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสตัวหนึ่ง มีค่าต่าง ๆ ดังนี้ 37 kW, 380 V, 73.5 A, p.f. 0.85, 50 Hz, 970 rpm, 6 ขั้วแม่เหล็ก ต่อแบบเดลต้า ให้คำนวณหาค่าประสิทธิภาพของมอเตอร์ขณะทำงานที่พิกัดกำลัง
  • 1 : 75.5 %
  • 2 : 64.2 %
  • 3 : 94.6%
  • 4 : 90.0 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 292 :

  • 1 : มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส
  • 2 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหนี่ยวนำสามเฟส
  • 3 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสามเฟส
  • 4 : มอเตอร์ซิงโครนัสสามเฟส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 293 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 220 V, 6 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ต่อแบบสตาร์ ขณะมอเตอร์ทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 3 % ค่ากำลังไฟฟ้าที่ออกจากมอเตอร์เท่ากับ 5000 W ถ้าค่าสูญเสียจากการหมุน (rotational loss) และค่าสูญเสียจากแกนเหล็ก (core loss) เท่ากับ 500 W แรงดันไฟฟ้าต่อเฟสมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 220 V
  • 2 : 381 V
  • 3 : 127 V
  • 4 : 73.3 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 294 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 380 V, 6 ขั้วแม่เหล็ก 50 Hz ต่อแบบสตาร์ ขณะมอเตอร์ทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 3 % มอเตอร์หมุนด้วยความเร็วเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1000 rpm
  • 2 : 970 rpm
  • 3 : 1500 rpm
  • 4 : 1455 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 295 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 380 V, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ต่อแบบสตาร์ ขณะมอเตอร์ทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 3 % ค่ากำลังไฟฟ้าที่ออกจากมอเตอร์เท่ากับ 6000 W ถ้าค่าสูญเสียจากการหมุน และค่าสูญเสียจากแกนเหล็กเท่ากับ 550 W ค่าสูญเสียจากลวดทองแดงที่สเตเตอร์ 680 W ค่าสูญเสียจากลวดทองแดงที่โรเตอร์เท่ากับ 270 W ประสิทธิภาพมอเตอร์เท่ากับเท่าใด
  • 1 : 80.0%
  • 2 : 91.6%
  • 3 : 86.3%
  • 4 : 83.0%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 296 :
  • ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 1 : สามารถควบคุมความเร็วโรเตอร์ได้
  • 2 : ขณะรับโหลดจะทำงานที่ p.f. ล้าหลัง
  • 3 : กระแสไฟฟ้าขณะเริ่มหมุนมีค่าสูง
  • 4 : ความเร็วโรเตอร์ของมอเตอร์เท่ากับความเร็วซิงโครนัส
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 297 :
  • ถ้ามอเตอร์เหนี่ยวนำรับโหลดมากเกินกว่าค่าแรงบิดสูงสุด มอเตอร์เหนี่ยวนำจะเป็นอย่างไร
  • 1 : หมุนที่ความเร็วพิกัด
  • 2 : หมุนกลับทิศ
  • 3 : หมุนที่ความเร็วสูงกว่าความเร็วพิกัด
  • 4 : หยุดหมุน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 298 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ขณะไม่มีโหลดมีความเร็ว 1198 rpm เมื่อเพิ่มโหลดมอเตอร์มีความเร็ว 1140 rpm ถ้าจ่ายแรงดันไฟฟ้า 380 V ความถี่ไฟเท่ากับ 60 Hz จงหาจำนวนขั้วของมอเตอร์เหนี่ยวนำนี้
  • 1 : 24 ขั้ว
  • 2 : 18 ขั้ว
  • 3 : 12 ขั้ว
  • 4 : 6 ขั้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 299 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส 480 V, 50 Hz ขณะจ่ายโหลด ที่สภาวะตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.85 ล้าหลัง กินกระแส 60 A ให้คำนวณกำลังไฟฟ้าทางด้านเข้าของมอเตอร์ (Input power)
  • 1 : 42.4 kW
  • 2 : 5.1 kW
  • 3 : 21.2 kW
  • 4 : 28.8 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 300 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 200 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.92, 1465 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะทำงานที่พิกัดกำลังและแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า โดยต่อแบบ Delta มอเตอร์กินกระแสเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 350 A
  • 2 : 202 A
  • 3 : 303 A
  • 4 : 526 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 200 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.92, 1465 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะทำงานที่พิกัดกำลังและแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า โดยต่อแบบ Star มอเตอร์กินกระแสเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 350 A
  • 2 : 202 A
  • 3 : 303 A
  • 4 : 526 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 302 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 200 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.92, 1420 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะทำงานที่พิกัดกำลังและแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า โดยต่อแบบ Star มอเตอร์มีความเร็วรอบประมาณเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1306 rpm
  • 2 : 1495 rpm
  • 3 : 1500 rpm
  • 4 : 1420 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 303 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 200 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.92, 1420 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะทำงานที่พิกัดกำลังและแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า โดยต่อแบบ Delta มอเตอร์มีความเร็วรอบประมาณเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1306 rpm
  • 2 : 1495 rpm
  • 3 : 1500 rpm
  • 4 : 1420 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 304 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 8 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.85, 1425 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะทำงานที่พิกัดกำลังและแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า โดยต่อแบบ Delta มอเตอร์มีค่าสลิปเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.85
  • 2 : 0.05
  • 3 : 0.053
  • 4 : 0.80
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 305 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสขนาด 8 kW, Star/Delta, 660/380 V, 202/350 A, p.f. 0.85, 1425 rpm, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ขณะทำงานที่พิกัดกำลังและแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า โดยต่อแบบ Delta มอเตอร์มีค่าสลิปเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0.85
  • 2 : 0.05
  • 3 : 0.053
  • 4 : 0.80
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 306 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 380 V, 4 ขั้วแม่เหล็ก, 50 Hz ต่อแบบสตาร์ ขณะมอเตอร์ทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 3 % ค่ากำลังไฟฟ้าที่ออกจากมอเตอร์เท่ากับ 6000 W ถ้าค่าสูญเสียจากการหมุน และค่าสูญเสียจากแกนเหล็กเท่ากับ 550 W ค่าสูญเสียจากลวดทองแดงที่สเตเตอร์ 680 W ค่าสูญเสียจากลวดทองแดงที่โรเตอร์เท่ากับ 350 W ความสูญเสียรวมในมอเตอร์มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 1580 W
  • 2 : 550 W
  • 3 : 680 W
  • 4 : 350 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 307 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 220/380 V, 8 ขั้วแม่เหล็ก 50 Hz ต่อแบบเดลต้า ขณะมอเตอร์ทำงานที่ค่าสลิปเท่ากับ 3 % มอเตอร์หมุนด้วยความเร็วเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 22.5 rpm
  • 2 : 970 rpm
  • 3 : 727.5 rpm
  • 4 : 750 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 45 : Steady state performance and analysis of synchronous machines
ข้อที่ 308 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เฟส แบบซิงโครนัส ทำงานอย่างอิสระโดยมีความเร็วคงที่ แรงดันไฟฟ้าที่ขั้ว (Terminal voltage) จะเป็นอย่างไร ถ้าภาระทางไฟฟ้าที่มาต่อเป็น ตัวต้านทาน และตัวเหนี่ยวนำ ตามลำดับ
  • 1 : เท่าเดิม, เพิ่มขึ้น
  • 2 : เพิ่มขึ้น, เพิ่มขึ้น
  • 3 : ลดลง, เพิ่มขึ้น
  • 4 : ลดลง, ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 309 :
  • ค่ากำลังไฟฟ้าที่ส่งผ่านจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสู่ระบบไฟฟ้าจะมีค่าสูงสุดเมื่อมุมระหว่างแรงดันไฟฟ้าทั้งสองมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 0 องศา
  • 2 : 90 องศา
  • 3 : 30 องศา
  • 4 : 60 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  • ใน V-Curve ของมอเตอร์ซิงโครนัส จุดที่เส้นกราฟมีค่ากระแสอาร์มาเจอร์ต่ำที่สุด แสดงถึงอะไร
  • 1 : ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าเท่ากับหนึ่ง
  • 2 : ไม่มีภาระโหลด
  • 3 : ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าล้าหลัง
  • 4 : ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้านำหน้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 311 :
  • มอเตอร์ซิงโครนัสสามเฟส ขนาดพิกัด 10 HP, 380 V, 4 poles, 50 Hz จงหาค่าเปอร์เซ็นต์สลิป
  • 1 : 0%
  • 2 : 2.5%
  • 3 : 3.7%
  • 4 : 4.2%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 312 :
  • ข้อใดไม่ใช่เงื่อนไขในการขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสเข้ากับระบบไฟฟ้า
  • 1 : มีแรงดันไฟฟ้าเท่ากัน
  • 2 : มีความถี่เท่ากัน
  • 3 : มีลำดับเฟสเหมือนกัน
  • 4 : มีกระแสไฟฟ้าเท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 313 :
  • Short circuit ratio (SCR) คือค่าตัวเลขที่เป็นค่าคงที่ของเครื่องจักรซิงโครนัสแต่ละตัว ข้อใดเป็นความหมายของ Short circuit ratio
  • 1 : อัตราส่วนของกระแสอาร์มาเจอร์เต็มพิกัดต่อกระแสอาร์มาเจอร์สูงสุดที่ทนได้ขณะลัดวงจร
  • 2 : อัตราส่วนของกระแสไฟตรงที่ป้อนเข้าสนามแม่เหล็กเพื่อผลิตแรงดันเต็มพิกัดขณะไม่จ่ายโหลด ต่อกระแสไฟตรงที่ป้อนเข้าสนามแม่เหล็กขณะกระแสอาร์มาเจอร์เต็มพิกัดขณะลัดวงจร
  • 3 : ส่วนกลับของค่า per unit ของ ซิงโครนัสรีแอคแตนซ์อิ่มตัว
  • 4 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • 1 : มอเตอร์ซิงโครนัส
  • 2 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 3 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 4 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :

  • 1 : มอเตอร์ซิงโครนัส
  • 2 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 3 : มอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 4 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 316 :
  • 1 : ขณะทำงานเป็นมอเตอร์โดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้านำหน้า
  • 2 : ขณะทำงานเป็นมอเตอร์โดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 1
  • 3 : ขณะทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้านำหน้า
  • 4 : ขณะทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 317 :
  • ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 1 : ความเร็วรอบของโรเตอร์มีค่าคงที่ ขณะทำงานที่สภาวะคงตัว
  • 2 : ความเร็วรอบของโรเตอร์มีค่าเท่ากับความเร็วซิงโครนัส ขณะทำงานที่สภาวะคงตัว
  • 3 : ความถี่สลิปจะเกิดขึ้นที่ขดลวดโรเตอร์ของมอเตอร์ซิงโครนัสเสมอ ขณะทำงานที่สภาวะคงตัว
  • 4 : สามารถใช้เครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัสช่วยในการปรับปรุงตัวประกอบกำลังไฟฟ้าในระบบได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :

  • 1 : การทดสอบแบบเปิดวงจร (Open circuit test)
  • 2 : การทดสอบแบบลัดวงจร (Short circuit test)
  • 3 : การทดสอบหาความสูญเสียเนื่องจากการหมุนและแรงลมต้าน (Friction and windage losses test)
  • 4 : การทดสอบสลิป (Slip test)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 319 :
  • ข้อใดไม่ใช่การทดสอบเครื่องจักรกลซิงโครนัสเพื่อหาค่าพารามิเตอร์ในวงจรสมมูล
  • 1 : การทดสอบเปิดวงจรอาร์มาเจอร์ (Open circuit test)
  • 2 : การทดสอบลัดวงจรอาร์มาเจอร์ (Short circuit test)
  • 3 : การทดสอบแบบยึดโรเตอร์ (Locked rotor test)
  • 4 : การทดสอบสลิป (Slip test)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 320 :
  • ข้อใดที่ไม่ใช่เครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ในการขนานเครื่องกำเนิดแบบซิงโครนัส
  • 1 : หลอด Incandescent 3 ดวง
  • 2 : Voltmeter
  • 3 : Frequency meter
  • 4 : Ohmmeter
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 321 :
  • ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องที่สุด
  • 1 : ค่ามุมกำลัง (Power Angle) ที่มากที่สุดของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขั้วไม่ยื่นในทางปฏิบัติคือ 90 องศา
  • 2 : ค่ามุมกำลังที่มากที่สุดของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขั้วยื่นในทางปฏิบัติน้อยกว่า 90 องศา
  • 3 : การทำ Short-circuit test และ Open-circuit test สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสสามารถนำไปสู่การหา Unsaturated synchronous reactance ได้เท่นั้น
  • 4 : การทดสอบสลิบ (Slip test) ในเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัสแบบขั้วยื่น สามารถใช้หา Xq ได้เท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 322 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสพิกัด 380 V, 50 Hz, 5 A ต่อแบบสตาร์ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง ค่าซิงโครนัสอิมพีแดนซ์ 4+j3 ohm จงคำนวณหาค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำภายในต่อเฟส เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานที่ค่าพิกัด
  • 1 : 194.4 V
  • 2 : 219.4 V
  • 3 : 232.7 V
  • 4 : 310 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 323 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส มีจำนวนขั้วแม่เหล็ก 8 ขั้ว ถ้าต้องการผลิตไฟฟ้าที่มีความถี่ไฟ 50 Hz จะต้องขับแกนเพลาให้หมุนด้วยความเร็วรอบเท่าใด
  • 1 : 750 rpm
  • 2 : 750 rps
  • 3 : 1250 rpm
  • 4 : 25 rps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 324 :
  • เครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัสที่ต้องหมุนแกนเพลาด้วยความเร็วรอบสูงนั้น ลักษณะของโรเตอร์เป็นแบบใด
  • 1 : Wound rotor
  • 2 : Squirrel cage rotor
  • 3 : Salient pole
  • 4 : Cylindrical rotor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 325 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส ขนาด 125 kVA, 400 / 230 V, 50 Hz, 1500 rpm มีจำนวนขั้วแม่เหล็กเท่าใด
  • 1 : 2 ขั้ว
  • 2 : 4 ขั้ว
  • 3 : 6 ขั้ว
  • 4 : 8 ขั้ว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 326 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส ขนาด 200 kW, 400 V ต่อแบบสตาร์ 50 Hz, 6 Poles ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง ขณะใช้งานเต็มพิกัดมีประสิทธิภาพ 95 % ให้คำนวณหาค่าของกระแสไฟฟ้าขณะใช้งานเต็มพิกัด
  • 1 : 360.8 A
  • 2 : 389.8 A
  • 3 : 288.6 A
  • 4 : 500.0 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 327 :
  • การ Synchronization ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 3 เฟส จะต้องมีเงื่อนไขดังนี้
  • 1 : แรงดันไฟฟ้า ความถี่ไฟ และขนาดเครื่อง เท่ากัน
  • 2 : Phase sequence แรงดันไฟฟ้า และแกนเหล็ก เท่ากัน
  • 3 : Phase sequence แรงดันไฟฟ้า และความถี่ไฟ เท่ากัน
  • 4 : Phase sequence แกนเหล็ก และความถี่ไฟ เท่ากัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 328 :
  • เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส ทำการ Synchronization กับ Infinite bus แล้ว และมีการเปลี่ยนแปลงกำลังของ Prime mover ซึ่งจะทำให้เกิดผลในข้อใด
  • 1 : จ่ายกำลังไฟฟ้าให้ Infinite bus เพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มกำลัง Prime mover
  • 2 : จ่ายกำลังไฟฟ้าให้ Infinite bus ลดลง เมื่อเพิ่มกำลัง Prime mover
  • 3 : ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มกำลัง Prime mover
  • 4 : ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าลดลง เมื่อลดกำลัง Prime mover
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 329 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เฟส แบบซิงโครนัส ทำงานอย่างอิสระโดยมีความเร็วคงที่ แรงดันไฟฟ้าที่ขั้ว (Terminal voltage) จะเป็นอย่างไร ถ้าภาระทางไฟฟ้าที่มาต่อเป็น ตัวต้านทาน และตัวเก็บประจุ ตามลำดับ
  • 1 : เท่าเดิม, เพิ่มขึ้น
  • 2 : เพิ่มขึ้น, เพิ่มขึ้น
  • 3 : ลดลง, เพิ่มขึ้น
  • 4 : ลดลง, ลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 330 :
  • มอเตอร์ซิงโครนัสมีความเร็วเป็นอย่างไร
  • 1 : ช้ากว่า Synchronous speed
  • 2 : เท่ากับ Synchronous speed
  • 3 : เร็วกว่า Synchronous speed
  • 4 : มี Slip speed เหมือนกับ Induction motor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 331 :
  • มอเตอร์ซิงโครนัส 3 เฟส ขนาด 100 kW, 380 V, 50 Hz, 4 poles ต่อแบบสตาร์ ขณะที่ขับภาระทางกลที่พิกัด โดยป้อนเข้าที่พิกัดแรงดันไฟฟ้าและพิกัดกระแสไฟฟ้าที่ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าเท่ากับ 1 มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 90% ให้คำนวณหาพิกัดกระแสไฟฟ้า (Line current)
  • 1 : 263.2 A
  • 2 : 168.8 A
  • 3 : 151.9 A
  • 4 : 97.5 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • ถ้าต้องการแปลงความถี่จาก 50 Hz เป็น 400 Hz โดยใช้มอเตอร์ซิงโครนัสขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส จำนวนขั้วของมอเตอร์ซิงโครนัสต่อจำนวนขั้วของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส จะต้อง เป็นจำนวนเท่าใด
  • 1 : 8 ต่อ 2
  • 2 : 2 ต่อ 8
  • 3 : 16 ต่อ 2
  • 4 : 2 ต่อ 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 333 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 3 เฟส แบบ cylindrical rotor ขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 3 เฟส แบบ cylindrical rotor ขนาดพิกัด 800 kVA, 6600 V (line to line), 4 pole, 50 Hz ต่อแบบสตาร์ ขณะที่จ่ายภาระทางไฟฟ้าที่พิกัดแรงดันไฟฟ้าและพิกัดกระแสไฟฟ้า ที่ตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง กำลังไฟฟ้าเอาท์พุทของเครื่องกำเนิดไฟฟ้านี้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 640 kW
  • 2 : 1000 kW
  • 3 : 660 kW
  • 4 : 528 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 334 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 3 เฟส แบบ cylindrical rotor ขนาด 800 kVA, 6600 V (line to line), 4 pole, 50 Hz ต่อแบบสตาร์ ขณะที่จ่ายภาระทางไฟฟ้าที่พิกัดกำลังไฟฟ้า และพิกัดแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับภาระทางไฟฟ้ามีค่าเท่าใด
  • 1 : 70.0 A
  • 2 : 121.2 A
  • 3 : 40.4 A
  • 4 : 85.7 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 335 :
  • ข้อความใดไม่เกี่ยวกับหลักการทำงานของเครื่องจักรกลไฟฟ้าซิงโครนัส
  • 1 : Slip speed
  • 2 : Synchronous speed
  • 3 : Synchronize
  • 4 : Phase sequence voltage
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 336 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 3 เฟส พิกัด 100 kVA, 380 V, 50 Hz, 6 pole ต่อแบบเดลต้า กำหนดให้มีค่าซิงโครนัสอิมพิแดนซ์เท่ากับ 0.25+ j0.75 ohm มีค่าการสูญเสียในการหมุนเท่ากับ 2500 W ให้คำนวณหาค่าแรงบิดของต้นกำลัง (input torque) ขณะจ่ายกำลังไฟฟ้าที่พิกัด โดยภาระทางไฟฟ้ามีค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง
  • 1 : 770 N.m
  • 2 : 568 N.m
  • 3 : 976 N.m
  • 4 : 842 N.m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 337 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัส 3 เฟส พิกัด 100 kVA 380 V 50 Hz 6 pole ต่อแบบเดลต้า กำหนดให้มีค่าซิงโครนัสอิมพิแดนซ์เท่ากับ 0.25+ j0.75 ohm มีค่าการสูญเสียในการหมุนเท่ากับ 2500 W พิกัดกระแสไฟฟ้าต่อเฟสมีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 151.9 A
  • 2 : 87.7 A
  • 3 : 263.2 A
  • 4 : 186.1 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 338 :
  • ซิงโครนัสคอนเดนเซอร์ที่ช่วยปรับค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ขณะจ่ายภาระทางไฟฟ้า 2000 kVA ที่ ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง จงหาค่ากำลังไฟฟ้าเสมือน (Reactive power) ที่ปรับค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ได้เท่ากับ 1
  • 1 : 1200 kVAR
  • 2 : 1000 kVAR
  • 3 : 800 kVAR
  • 4 : 600 kVAR
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 339 :
  • ซิงโครนัสคอนเดนเซอร์ที่ช่วยปรับค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ขณะจ่ายภาระทางไฟฟ้า 2000 kVA ที่ ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง จงหาค่ากำลังไฟฟ้าจริง (Real power)
  • 1 : 1600 kW
  • 2 : 1400 kW
  • 3 : 1200 kW
  • 4 : 1000 kW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • จงหาความเร็วรอบของมอเตอร์ซิงโครนัส 4 ขั้ว ขนาด 480 V 60Hz
  • 1 : 900 rpm
  • 2 : 1800 rpm
  • 3 : 2700 rpm
  • 4 : 3600 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 341 :
  • มอเตอร์ซิงโครนัส 4 ขั้ว ขนาด 480 V 60Hz จงหาค่าความเร็วเมื่อภาระทางกลลดลง 70%
  • 1 : 900 rpm
  • 2 : 1800 rpm
  • 3 : 2700 rpm
  • 4 : 3600 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 342 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสพิกัด 380 V, 50 Hz, 5 A ต่อแบบสตาร์ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง ค่าซิงโครนัสอิมพีแดนซ์ 4+j3 ohm จงคำนวณหาค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ เมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานที่ค่าพิกัด
  • 1 : 403 V
  • 2 : 219.4 V
  • 3 : 232.7 V
  • 4 : 310 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 343 :
  • 1 : ขณะทำงานเป็นมอเตอร์โดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้านำหน้า
  • 2 : ขณะทำงานเป็นมอเตอร์โดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าล้าหลัง
  • 3 : ขณะทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้านำหน้า
  • 4 : ขณะทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยทำงานที่ ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าล้าหลัง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 344 :
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าซิงโครนัสพิกัด 380 V, 50 Hz, 5 A ต่อแบบสตาร์ ขณะจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่พิกัด มีค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า 0.8 ล้าหลัง ให้คำนวณหาค่าของกำลังไฟฟ้าที่จ่ายโหลด
  • 1 : 1900 W
  • 2 : 1520 W
  • 3 : 2633 W
  • 4 : 4560 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :
  • 1 : หลอดไฟดับสนิททั้งสามเฟส
  • 2 : หลอดไฟเฟส A ดับสนิท ส่วนเฟส B และ C สว่าง
  • 3 : หลอดไฟสว่างทั้งสามเฟส
  • 4 : หลอดไฟเฟส A สว่าง ส่วนเฟส B และ C ดับสนิท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 346 :
  • 1 : หลอดไฟดับสนิททั้งสามเฟส
  • 2 : หลอดไฟเฟส A ดับสนิท ส่วนเฟส B และ C สว่าง
  • 3 : หลอดไฟสว่างทั้งสามเฟส
  • 4 : หลอดไฟเฟส A สว่าง ส่วนเฟส B และ C ดับสนิท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 46 : Starting methods for polyphase induction motors
ข้อที่ 347 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ต่อแบบเดลต้า ต้องการกระแส 3 A จากแหล่งจ่ายไฟ 380 V ถ้าต่อมอเตอร์ตัวเดียวกันนี้แบบสตาร์แทน โดยใช้แหล่งจ่ายไฟ 380 V เท่าเดิมจะต้องการกระแสเท่าไร
  • 1 : 2.1 A
  • 2 : 5.2 A
  • 3 : 1.7 A
  • 4 : 3.0 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 348 :
  • วิธีการเริ่มหมุนแบบใดเหมาะกับมอเตอร์เหนี่ยวนำที่มีขนาด 1 แรงม้า
  • 1 : Direct on line
  • 2 : Auto-transformer starting
  • 3 : Part winding starting
  • 4 : Star-delta starting
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 349 :
  • การสตาร์ทมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส แบบ Direct on line กระแสขณะสตาร์ทมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : ลดลงจากกระแสพิกัดประมาณ 2 เท่า
  • 2 : เพิ่มขึ้นจากกระแสพิกัดประมาณ 1-2 เท่า
  • 3 : เพิ่มขึ้นจากกระแสพิกัดประมาณ 5-8 เท่า
  • 4 : เท่ากับกระแสพิกัด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 350 :
  • ตัวเลือกใด กล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการเริ่มสตาร์ทมอเตอร์เหนี่ยวนำแบบสตาร์ – เดลต้า
  • 1 : การสตาร์ทแบบนี้ใช้หลักการลดแรงดัน
  • 2 : ขณะสตาร์ทแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมขดลวดแต่ละเฟส มีขนาดลดลงจากพิกัดประมาณ 1.7 เท่า
  • 3 : ต้องใช้กับมอเตอร์ที่มีขดลวด 3 เฟส 2 ชุด เพื่อต่อสตาร์ 1 ชุด และ เดลต้าอีก 1 ชุด
  • 4 : แรงบิดขณะสตาร์ทมีค่าลดลงจากแรงบิดที่พิกัดประมาณ 3 เท่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 351 :
  • ในการเริ่มหมุนด้วยวิธีสตาร์ทแบบสตาร์และรันด้วยเดลต้ากับระบบไฟสามเฟส 380 V ควรเลือกมอเตอร์ที่มีแผ่นป้าย (Name Plate) ลักษณะใดที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : 220/380 V
  • 2 : 380/660 V
  • 3 : 660 V
  • 4 : 380 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 352 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีในการเริ่มหมุนของมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสแบบวาวน์โรเตอร์
  • 1 : ต่อความต้านทานภายนอกกับวงจรโรเตอร์เฉพาะตอนเริ่มหมุน
  • 2 : ปรับความต้านทานโรเตอร์ให้ต่ำสุดในตอนเริ่มหมุน
  • 3 : ลัดวงจรความต้านทานภายนอกขณะมอเตอร์หมุนตามปกติ
  • 4 : เมื่อมอเตอร์เริ่มหมุน ค่อย ๆ ลดความต้านทานภายนอกลงจนเป็นศูนย์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • ขณะสตาร์ทมอเตอร์แบบกรงกระรอกที่มีแท่งตัวนำโรเตอร์ 2 ชั้น (Double Squirrel Cage Motor) กระแสขณะสตาร์ทส่วนใหญ่ไหลในแท่งตัวนำด้านนอก (Outer Bar) หรือด้านใน (Inner Bar) เพราะเหตุใด
  • 1 : แท่งตัวนำด้านนอก เพราะค่าอิมพีแดนซ์ขณะสตาร์ทต่ำกว่า
  • 2 : แท่งตัวนำด้านใน เพราะค่าอิมพีแดนซ์ขณะสตาร์ทต่ำกว่า
  • 3 : แท่งตัวนำด้านใน เพราะค่าความต้านทานขดลวดขณะสตาร์ทต่ำกว่า
  • 4 : ไหลเท่ากัน เพราะในวงจรสมมูลย์แล้วแท่งตัวนำทั้งสองต่อขนานกันอยู่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 354 :
  • การสตาร์ทอินดัคชั่นมอเตอร์โดยการลดแรงดันจาก 380 เป็น 220 V ด้วยการใช้ Autotransformer ให้ผลของกระแสและแรงบิดขณะสตาร์ทเหมือนกับการสตาร์ทด้วยวิธีใด
  • 1 : การสตาร์ทแบบ Direct on line ด้วยแรงดัน 380 V
  • 2 : การสตาร์ทโดยการลดแรงดันจาก 380 เป็น 220 V ด้วยวิธีใช้ตัวต้านทานต่ออนุกรมในวงจรเพื่อช่วยสตาร์ท
  • 3 : การสตาร์ทโดยการลดแรงดันจาก 380 เป็น 220 V ด้วยวิธีใช้ขดลวดต่ออนุกรมในวงจรเพื่อช่วยสตาร์ท
  • 4 : การสตาร์ทแบบสตาร์- เดลต้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 355 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟสตัวหนึ่งเมื่อทำการสตาร์ทแบบ direct on-line ด้วยแรงดันไฟฟ้า 400 V ปรากฏว่า แรงบิดตอนสตาร์ทมีค่าเป็น 3 เท่าของแรงบิดพิกัด ถ้าเราต้องการให้แรงบิดตอนสตาร์ทมีค่าเท่ากับแรงบิดพิกัดพอดี จะต้องจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับมอเตอร์มีค่าเท่าไร
  • 1 : 100 V
  • 2 : 231 V
  • 3 : 300 V
  • 4 : 380 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 356 :
  • ข้อใดเป็นลักษณะของมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส แบบ Wound rotor
  • 1 : ให้แรงม้าและแรงบิดต่ำกว่ามอเตอร์เหนี่ยวนำแบบ Squirrel cage rotor
  • 2 : ต้องมีความต้านทานภายนอกมาต่อที่ขดลวดสเตเตอร์ขณะสตาร์ท
  • 3 : ไม่ต้องใช้ความต้านทานภายนอกขณะสตาร์ท
  • 4 : ต้องมีความต้านทานภายนอกมาต่อที่ขดลวดโรเตอร์ขณะสตาร์ท
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • การกระทำแบบใดที่ทำให้กระแสไหลเข้ามอเตอร์เหนี่ยวนำมีค่าสูงสุด
  • 1 : การสตาร์ทมอเตอร์แบบต่อไฟเข้าโดยตรง (Direct on line starting)
  • 2 : การกลับทางหมุนมอเตอร์ในทันทีโดยการสลับสายไฟคู่ใดคู่หนึ่ง
  • 3 : การที่มอเตอร์จ่ายโหลดเต็มพิกัด
  • 4 : การสตาร์ทโดยใช้ชุดสตาร์ทแบบสตาร์ - เดลต้า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 358 :

  • 1 : 42.3 A
  • 2 : 24.4 A
  • 3 : 73.2 A
  • 4 : 31.6 A
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 359 :
  • ในการเริ่มหมุนด้วยวิธีสตาร์ทแบบสตาร์และรันด้วยเดลต้ากับระบบไฟสามเฟส 220 V ควรเลือกมอเตอร์ที่มีแผ่นป้าย (Name Plate) ลักษณะใดที่เหมาะสมที่สุด
  • 1 : 220/380 V
  • 2 : 380/660 V
  • 3 : 660 V
  • 4 : 380 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 47 : Starting methods for synchronous motors
ข้อที่ 360 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการสตาร์ทมอเตอร์ซิงโครนัสสามเฟส
  • 1 : Synchronization Start
  • 2 : Induction Start
  • 3 : Reduced Frequency Start
  • 4 : ไม่มีข้อใดผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 361 :
  • มอเตอร์ซิงโครนัสที่ใช้เครื่องต้นกำลังช่วยหมุนในขณะสตาร์ทการปลดเครื่องต้นกำลังออกจากมอเตอร์เพื่อให้มอเตอร์ดังกล่าวขับโหลดทางกลได้ด้วยตัวเองสามารถกระทำได้เมื่อใด
  • 1 : เมื่อป้อนกระแสที่ใช้สร้างสนามแม่เหล็กเข้าที่โรเตอร์แล้ว
  • 2 : เมื่อโรเตอร์หมุนด้วยความเร็วพิกัดแล้ว
  • 3 : เมื่อต่อขั้วต่อแรงดันที่สเตเตอร์เข้ากับระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
  • 4 : เมื่อมอเตอร์อยู่ในสภาวะ steady state
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 362 :
  • Amortisseur Winding หรือ Damper Winding ในมอเตอร์ซิงโครนัส คืออะไร
  • 1 : ขดลวดตัวนำ สร้างแรงเคลื่อน
  • 2 : ขดลวดฟิลด์ สร้างสนามแม่เหล็ก
  • 3 : ขดลวดกรงกระรอก ช่วยในการเริ่มหมุน
  • 4 : ขดลวดชดเชย แก้ Armature Reaction
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • เมื่อจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่พิกัดให้มอเตอร์ซิงโครนัส จะเกิดอะไรขึ้น
  • 1 : มอเตอร์ออกตัวหมุนตามปกติ
  • 2 : มอเตอร์ออกตัวไม่ดีนัก แต่ก็หมุนได้ตามปกติในที่สุด
  • 3 : มอเตอร์ไม่หมุนเพราะแรงดันที่ป้อนน้อยเกินไป
  • 4 : มอเตอร์ไม่หมุน เพราะขั้วแม่เหล็กของโรเตอร์เกาะสนามแม่เหล็กหมุนไม่ทัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 364 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : มอเตอร์ซิงโครนัส แบบที่มีขดลวดพิเศษฝังที่หน้าโพลของโรเตอร์ ทำหน้าที่คล้ายโรเตอร์แบบกรงกระรอกในมอเตอร์เหนี่ยวนำ ช่วยมอเตอร์ซิงโครนัสสตาร์ทได้ เรียกว่า Damper winding
  • 2 : การสตาร์ทมอเตอร์ซิงโครนัส ทำได้เพียง 2 วิธี คือ ใช้ Damper winding และตัวต้นกำลังขับจากภายนอก
  • 3 : การเพิ่มขดลวดพิเศษฝังที่หน้าโพลของโรเตอร์ เข้าไปในมอเตอร์ซิงโครนัสสำหรับสตาร์ท จะมีผลตามมาทำให้ลดเสถียรภาพของมอเตอร์ซิงโครนัสลงแต่ยังยอมรับได้
  • 4 : ถ้ามอเตอร์ซิงโครนัสทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดอยู่จะไม่สามารถกลับมาทำงาน เป็นซิงโครนัสมอเตอร์ได้ในทันที ต้องหยุดการทำงานก่อน แล้วจึงจะเริ่มสตาร์ทเป็นมอเตอร์ซิงโครนัสได้ โดยใช้ตัวต้นกำลังขับจากภายนอก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • ในขณะสตาร์ทมอเตอร์ซิงโครนัส โดยอาศัย damper winding เราต้องลัดวงจรสนามเพื่อป้องกันเหตุการณ์ใด
  • 1 : แรงดันเกินในวงจรอาร์มาเจอร์
  • 2 : กระแสเกินในวงจรอาร์มาเจอร์
  • 3 : แรงดันเกินในวงจรสนาม
  • 4 : กระแสเกินในวงจรสนาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • มอเตอร์ซิงโครนัส มีวิธีการสตาร์ทดังนี้
  • 1 : สตาร์ทด้วยไฟฟ้ากระแสตรง
  • 2 : สตาร์ทโดยวิธีเดียวกับมอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 3 : สตาร์ทโดยการ Synchronization แล้วตัด Prime mover ออก
  • 4 : สตาร์ทด้วยขดลวดพิเศษ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 367 :
  • เมื่อมอเตอร์ซิงโครนัสต่อกับ Infinite bus แล้วมีการเปลี่ยนแปลงกระแสสร้างสนามจะทำให้
  • 1 : ต้องการกำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มกระแสสร้างสนาม
  • 2 : ต้องการกำลังไฟฟ้าลดลง เมื่อลดกระแสสร้างสนาม
  • 3 : ตัวประกอบกำลังไฟฟ้าล้าหลัง เมื่อเพิ่มกระแสสร้างสนาม
  • 4 : ตัวประกอบกำลังไฟฟ้านำหน้า เมื่อเพิ่มกระแสสร้างสนาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 48 : Speed control methods of induction motor
ข้อที่ 368 :
  •  เมื่อใช้การปรับความเร็วรอบมอเตอร์โดยคงที่อัตราส่วนแรงดันไฟฟ้าต่อความถี่ไฟ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ผลของการลดความถี่ไฟสำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส
  • 1 : ความเร็วเมื่อไม่มีภาระลดลง
  • 2 : แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น
  • 3 : แรงบิดสำหรับสตาร์ทเพิ่มขึ้น
  • 4 : ความเร็วที่จุดแรงบิดสูงสุดลดลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 369 :
  • ข้อใดไม่ใช่วิธีการควบคุมความเร็วของมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส
  • 1 : การปรับความถี่ไฟของแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับขดลวดสเตเตอร์
  • 2 : การเปลี่ยนจำนวนขั้วแม่เหล็กของมอเตอร์
  • 3 : การเพิ่มค่าความต้านทานไฟฟ้าภายนอกที่โรเตอร์ (สำหรับโรเตอร์แบบพันขดลวด)
  • 4 : การเปลี่ยนรูปแบบการต่อขดลวดสามเฟสที่สเตเตอร์ (star เป็น delta หรือ delta เป็น star)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 370 :
  • ตัวเลือกใดกล่าวเกี่ยวกับการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไม่ถูกต้อง
  • 1 : การเปลี่ยนความถี่เป็นการปรับค่าทางด้านไฟฟ้าอินพุทที่จ่ายให้กับขดลวดสเตเตอร์
  • 2 : การเปลี่ยนจำนวนขั้วแม่เหล็กเป็นการปรับความเร็วรอบที่สามารถปรับได้อย่างละเอียดที่สุด
  • 3 : การควบคุมความเร็วรอบโดยการปรับความถี่ไฟนั้นเมื่อต้องการให้แรงบิดมีค่าคงที่ ต้องรักษาอัตราส่วนของแรงดันไฟฟ้าต่อความถี่ให้คงที่ด้วย
  • 4 : การปรับค่าแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าเป็นวิธีการปรับความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำวิธีหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 371 :
  • ตัวเลือกใดกล่าวเกี่ยวกับการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไม่ถูกต้อง
  • 1 : มอเตอร์เหนี่ยวนำที่สามารถปรับความเร็วรอบขณะใช้งานโดยใช้การเปลี่ยนขั้วแม่เหล็กมี ราคาแพง
  • 2 : การเปลี่ยนความเร็วรอบโดยการเปลี่ยนจำนวนขั้วแม่เหล็กจะเหมาะกับงานที่ไม่ต้องการปรับความเร็วอย่างละเอียด
  • 3 : การควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำสามารถทำได้โดยการปรับความถี่ และจำนวนขั้วแม่เหล็กเท่านั้น
  • 4 : มอเตอร์ไฟฟ้าขณะใช้งานที่ความถี่ 50 Hz เมื่อปรับให้มีจำนวนขั้วแม่เหล็กเพิ่มขึ้นจาก 2, 4 และ 6 ขั้ว จะทำให้ synchronous speed มีค่าเท่ากับ 3000, 1500 และ 1000 rpm. ตามลำดับ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 372 :
  • ในการควบคุมความเร็วมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสด้วยความถี่ต่ำเพื่อให้ความเร็วลดลงต่ำกว่าที่พิกัด จะต้องทำสิ่งใดประกอบ
  • 1 : ลดกระแสสร้างสนาม
  • 2 : ลดแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วลง
  • 3 : เพิ่มแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วขึ้น
  • 4 : ลดภาระทางกลลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 373 :
  • ข้อใดกล่าวถึงการปรับความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำโดยการเปลี่ยนจำนวนขั้วแม่เหล็กไม่ถูกต้อง
  • 1 : วิธีดังกล่าวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการต่อของขดลวดสเตเตอร์
  • 2 : วิธีดังกล่าวเหมาะสมกับมอเตอร์เหนี่ยวนำชนิด Wound rotor
  • 3 : วิธีดังกล่าวไม่สามารถปรับความเร็วรอบของมอเตอร์ได้อย่างต่อเนื่อง
  • 4 : ไม่มีข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 :
  • ถ้าต้องการปรับการทำงานของมอเตอร์เหนี่ยวนำขนาด 380 V, 50 Hz, 4 pole ให้ความเร็วรอบขณะไม่มีภาระมีค่าใกล้เคียง 750 rpm จะต้องจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่ขนาด และความถี่เท่าไร
  • 1 : 190 V, 12.5 Hz
  • 2 : 380 V, 25 Hz
  • 3 : 190 V, 25 Hz
  • 4 : 380 V, 12.5 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 375 :
  • ในการใช้อินเวอร์เตอร์ปรับความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟสพิกัด 380 V, 60 Hz, 6 pole ให้มีค่าประมาณ 2400 rpm ในสภาวะไม่มีภาระ อยากทราบว่าอินเวอร์เตอร์จะต้องจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่ขนาด และความถี่เท่าไร โดยให้คำนึงถึงค่าพิกัดของมอเตอร์ด้วย
  • 1 : 380 V, 40 Hz
  • 2 : 253 V, 40 Hz
  • 3 : 380 V, 120 Hz
  • 4 : 760 V, 120 Hz
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 376 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส สามารถควบคุมความเร็วได้โดย
  • 1 : การเปลี่ยนแปลงจำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก
  • 2 : การเปลี่ยนแปลงจำนวนขั้วแม่เหล็ก
  • 3 : การเปลี่ยนแปลงความถี่แรงดันไฟฟ้าจ่ายให้มอเตอร์
  • 4 : มีคำตอบถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 377 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำขนาด 10 kW, 380 V, 50 Hz, 4 pole ต่อแบบ Delta เมื่อทำการป้อนด้วยแรงดันไฟฟ้าที่พิกัด และให้ความถี่ทางไฟฟ้าเท่ากับ 80 Hz จงคำนวณประมาณค่าของแรงบิดที่มอเตอร์เหนี่ยวนำขับภาระทางกลได้ (โดยประมาณ)
  • 1 : 40 N-m
  • 2 : 50 N-m
  • 3 : 80 N-m
  • 4 : 100 N-m
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 378 :
  • วิธีการใดที่ไม่ใช้ในการควบคุมความเร็วของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
  • 1 : การปรับแรงดันที่ขั้วสาย
  • 2 : การปรับความถี่ของแหล่งจ่าย
  • 3 : การเปลี่ยนลำดับเฟส
  • 4 : การปรับค่าความต้านทานของวงจรโรเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 379 :
  • ถ้าควบควบคุมความเร็วโดยการปรับความถี่มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำขนาด 1.0 kW, 380 V, 50 Hz, 4 poles ในย่านความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัด เมื่อป้อนเข้ามอเตอร์ด้วยความถี่ 25 Hz ค่าพิกัดกำลังที่มอเตอร์สามารถจ่ายได้จะมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 250 W
  • 2 : 500 W
  • 3 : 1,000 W
  • 4 : 2,000 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 380 :
  • ถ้าควบควบคุมความเร็วโดยการปรับความถี่มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำขนาด 1.0 kW, 380 V, 50 Hz, 4 poles ในย่านความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัด เมื่อป้อนเข้ามอเตอร์ด้วยความถี่ 25 Hz ค่าแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามอเตอร์จะมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 95 V
  • 2 : 190 V
  • 3 : 380 V
  • 4 : 760 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 381 :
  • ถ้าควบควบคุมความเร็วโดยการปรับความถี่มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำขนาด 1.0 kW, 380 V, 50 Hz, 4 poles ในย่านความเร็วรอบสูงกว่าพิกัด เมื่อป้อนเข้ามอเตอร์ด้วยความถี่ 100 Hz ค่าพิกัดกำลังที่มอเตอร์สามารถจ่ายได้จะมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 250 W
  • 2 : 500 W
  • 3 : 1,000 W
  • 4 : 2,000 W
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • ถ้าควบควบคุมความเร็วโดยการปรับความถี่มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำขนาด 1.0 kW, 380 V, 50 Hz, 4 poles ในย่านความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัด เมื่อป้อนเข้ามอเตอร์ด้วยความถี่ 100 Hz ค่าแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามอเตอร์จะมีค่าประมาณเท่าใด
  • 1 : 95 V
  • 2 : 190 V
  • 3 : 380 V
  • 4 : 760 V
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 49 : Protection of machines
ข้อที่ 383 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำใช้ขดลวดที่มีฉนวนชนิด B (Insulation class B) อุณหภูมิสูงสุดที่ยอมรับได้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 105 องศา
  • 2 : 120 องศา
  • 3 : 130 องศา
  • 4 : 155 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 384 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำ ใช้ขดลวดที่มีฉนวนชนิด F (Insulation class F) อุณหภูมิสูงสุดที่ยอมรับได้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 105 องศา
  • 2 : 120 องศา
  • 3 : 130 องศา
  • 4 : 155 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :
  • การออกแบบโอเวอร์โหลดเพื่อป้องกันมอเตอร์ ควรออกแบบเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพิกัดกระแสมอเตอร์
  • 1 : 125%
  • 2 : 150 %
  • 3 : 175 %
  • 4 : 200 %
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 386 :
  • อุปกรณ์ใดต่อไปนี้ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันมอเตอร์
  • 1 : Circuit Breaker
  • 2 : Overload Relay
  • 3 : Fuse
  • 4 : Bearing
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้มอเตอร์เกิดความเสียหายได้
  • 1 : อุณหภูมิสูงเกินพิกัด
  • 2 : แรงดันไฟฟ้าสูงเกินพิกัด
  • 3 : ความเร็วสูงเกินพิกัด
  • 4 : มีคำตอบมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 388 :
  • ค่า IP ของมอเตอร์แสดงถึงอะไร
  • 1 : มาตรฐานการจับยึดมอเตอร์
  • 2 : มาตรฐานการระบายความร้อน
  • 3 : มาตรฐานการป้องกันเปลือกหุ้มมอเตอร์
  • 4 : มาตรฐานการตรวจจับการสั่นสะเทือนของมอเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • ค่า IP XX โดยที่ค่า X ทั้งสองตัวนี้แสดงถึงระดับการป้องกันเปลือกหุ้มมอเตอร์ อยากทราบว่าค่า X ตัวแรกแสดงถึงการป้องกันสิ่งใด
  • 1 : น้ำ
  • 2 : ของแข็ง
  • 3 : ไฟฟ้า
  • 4 : ความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • ค่า IP XX โดยที่ค่า X ทั้งสองตัวนี้แสดงถึงระดับการป้องกันเปลือกหุ้มมอเตอร์ อยากทราบว่าค่า X ตัวที่สองแสดงถึงการป้องกันสิ่งใด
  • 1 : น้ำ
  • 2 : ของแข็ง
  • 3 : ไฟฟ้า
  • 4 : ความร้อน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 391 :
  • ค่า IP 55 โดยที่ค่า 55 ทั้งสองตัวนี้แสดงถึงระดับการป้องกันเปลือกหุ้มมอเตอร์ อยากทราบว่าค่า IP 55 แสดงถึงอะไร
  • 1 : ป้องกันวัตถุของแข็งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า12 mm และป้องกันน้ำสเปรย์ที่ตกลงมาในแนวดิ่งได้สูงถึง 600 เมตร
  • 2 : ป้องกันวัตถุของแข็งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า1 mm และป้องกันน้ำสาดที่มาจากทุกทิศทาง
  • 3 : ป้องกันอันตรายจากฝุ่น และป้องกันน้ำฉีดจากปลายกระบอกที่ไม่แรงมากนัก
  • 4 : ป้องกันการเข้าถึงจากฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ และป้องกันน้ำฉีดจากปลายกระบอกที่มีความแรงมาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 392 :
  • โครงสร้างส่วนใดในมอเตอร์กระแสตรงไม่จำเป็นต้องพิจารณาในเรื่องการป้องกัน
  • 1 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • 2 : ขดลวดอาร์เมเจอร์
  • 3 : ขดลวดสนามแบบขนาน
  • 4 : ขดลวดสนามแบบอนุกรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 393 :
  • ประโยชน์ข้อหนึ่งของการใช้งานมอเตอร์ซิงโครนัสคือ การใช้สำหรับปรับปรุงตัวประกอบกำลัง ดังนั้นข้อจำกัดของการปรับตัวประกอบกำลังจะพิจารณาจากปริมาณใด
  • 1 : แรงดันพิกัดของมอเตอร์
  • 2 : กระแสพิกัดของขดลวดอาร์เมเจอร์
  • 3 : กระแสพิกัดของขดลวดสนาม
  • 4 : ตัวประกอบกำลังของแหล่งจ่าย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 394 :
  • มอเตอร์เหนี่ยวนำใช้ขดลวดที่มีฉนวนชนิด E (Insulation class E) อุณหภูมิสูงสุดที่ยอมรับได้มีค่าเท่ากับเท่าใด
  • 1 : 105 องศา
  • 2 : 120 องศา
  • 3 : 130 องศา
  • 4 : 155 องศา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 395 :
  • การป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำจากความผิดปกติของแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้าจากสาเหตุใด
  • 1 : Over voltage
  • 2 : Under voltage
  • 3 : Unbalance voltage
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 396 :
  • การป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำจากความผิดปกติแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้า สาเหตุใดถือว่าต้องทำทำการตัดแหล่งจ่ายไฟฟ้าป้อนเข้าทันที
  • 1 : Over voltage
  • 2 : Under voltage
  • 3 : Unbalance voltage
  • 4 : Phase failure
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 397 :
  • จากความผิดปกติของแรงดันไฟฟ้าป้อนเข้ามอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ข้อใดเป็นสาเหตุใดทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องที่ตัวมอเตอร์
  • 1 : Over voltage
  • 2 : Under voltage
  • 3 : Unbalance voltage
  • 4 : แรงดันไฟฟ้าไม่ส่งผลต่อการสั่นสะเทือนของตัวมอเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 398 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำสามเฟสขนาด 10 kW,380 V,50 Hz, 4 poles, 1430 rpm ความเร็วรอบในข้อใดแสดงว่าเครื่องจักรกลไฟฟ้าเหนี่ยวนำทำงานเกินพิกัด
  • 1 : 1,400 rpm
  • 2 : 1,450 rpm
  • 3 : 1,500 rpm
  • 4 : 1,550 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 399 :
  • มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำสามเฟสขนาด 10 kW,380 V,50 Hz, 4 poles, 1430 rpm ความเร็วรอบในข้อใดแสดงว่าเครื่องจักรกลไฟฟ้าเหนี่ยวนำทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 1 : 1,400 rpm
  • 2 : 1,450 rpm
  • 3 : 1,500 rpm
  • 4 : 1,550 rpm
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
สภาวิศวกร