สภาวิศวกร

วิชา : Computer Programming

เนื้อหาวิชา : 1 : ความรู้พื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์
ข้อที่ 1 :
  • หน่วยเก็บความจำที่ติดต่อกับ CPU ได้เร็วที่สุดคืออะไร
  • 1 : CD-ROM
  • 2 : HARD DISK
  • 3 : SDRAM
  • 4 : REGISTER
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 2 :
  • ลำดับขั้นตอนการทำงานของคอมพิวเตอร์มีอย่างไร
  • 1 : เริ่ม คำนวณ ประกาศชนิดตัวแปร รับข้อมูล แสดงคำตอบ จบ
  • 2 : เริ่ม ประกาศชนิดตัวแปร รับข้อมูล คำนวณ แสดงคำตอบ จบ
  • 3 : เริ่ม รับข้อมูล ประกาศชนิดตัวแปร คำนวณ แสดงคำตอบ จบ
  • 4 : เริ่ม รับข้อมูล ประกาศชนิดตัวแปร แสดงคำตอบ คำนวณ จบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 3 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือคุณบัติ Portable ของการเขียนโปรแกรม
  • 1 : สามารถเขียนโปรแกรมได้สั้นที่สุด
  • 2 : สามารถเขียนโปรแกรมให้ประมวลผลได้เร็วที่สุด
  • 3 : สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อทำงานข้ามเครือข่ายได้
  • 4 : สามารถย้ายโปรแกรมไปทำงานยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างระบบได้
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 4 :
  • อะไรคือคุณสมบัติของหน่วยความจำประเภท ROM (Read Only Memory)
  • 1 : สามารถอ่าน และเขียนได้
  • 2 : สามารถอ่านได้อย่างเดียว
  • 3 : สามารถเขียนได้อย่างเดียว
  • 4 : ไม่สามารถอ่านและเขียนได้
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 5 :
  • อะไรคือคุณสมบัติของ หน่วยความจำประเภท RAM (Random Access Memory)
  • 1 : สามารถอ่าน และเขียนได้
  • 2 : สามารถอ่านได้อย่างเดียว
  • 3 : สามารถเขียนได้อย่างเดียว
  • 4 : ไม่สามารถอ่านและเขียนได้
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 6 :
  • ข้อมูล1 MB มีขนาดตรงกับข้อใด
  • 1 : 1024 Byte
  • 2 : 1000000 Byte
  • 3 : 1048576 Byte
  • 4 : 1024000 Byte
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 7 :
  • ข้อมูล 1 GB มีขนาดตรงกับข้อใด
    หมายเหตุ เครื่องหมาย ^ หมายถึงการยกกำลัง เช่น 4^2 KB หมายถึง 4 ยกกำลัง 2 KiloByte
  • 1 : 10^3 KB
  • 2 : 1024 KB
  • 3 : 2^10 KB
  • 4 : 2^20 KB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 8 :
  • ทำไมคอมพิวเตอร์จึงใช้เลขฐานสองในการเก็บข้อมูล
  • 1 : คอมพิวเตอร์มีระดับ Voltage แค่ 2 ระดับ
  • 2 : คอมพิวเตอร์ประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีลักษณะการทำงาน 2 โหมด เหมือนสวิทซ์ เปิด - ปิด
  • 3 : การใช้เลขเพียงแค่ 2 เลขในการเก็บข้อมูลทำให้คนสามารถติดต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 9 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน่วยความจำคอมพิวเตอร์
  • 1 : Random-access memory
  • 2 : Read-only memory
  • 3 : Harddisk
  • 4 : Basic input/output system (BIOS)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 10 :
  • คอมพิวเตอร์ประเภทใดมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด
  • 1 : คอมพิวเตอร์พกพา
  • 2 : เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์
  • 3 : ซูเปอร์คอมพิวเตอร์
  • 4 : ไมโครคอมพิวเตอร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 11 :
  • ข้อใดคือส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์
  • 1 : หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง และหน่วยแสดงผล
  • 2 : หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำสำรอง และหน่วยแสดงผล
  • 3 : หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก และหน่วยแสดงผล
  • 4 : หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำหลัก หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง และหน่วยแสดงผล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 12 :
  • จงพิจารณาว่าข้อความใดกล่าวถูกต้องสำหรับการทำงานของคำสั่งต่อไปนี้
    double d = 9.9;
    int i = 2;
    i = (int)d;
  • 1 : ชนิดของข้อมูลตัวแปร d มีการเปลี่ยนแปลง
  • 2 : ค่าที่จัดเก็บในตัวแปร d มีการเปลี่ยนแปลง
  • 3 : ค่าที่จัดเก็บในตัวแปร i มีการเปลี่ยนแปลง
  • 4 : ค่าที่จัดเก็บในตัวแปร i และ d มีการเปลี่ยนแปลง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 13 :
  • คำสั่งใดที่ทำการเปลี่ยนแปลงค่าที่จัดเก็บในตัวแปร x
  • 1 : x +=3;
  • 2 : y=x+3;
  • 3 : x *=1;
  • 4 : x /=1;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 14 :
  • ข้อใดคือหน้าที่ของ Compiler
  • 1 : ช่วยติดต่อกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
  • 2 : ช่วยแก้ไขรหัสคำสั่งโปรแกรมให้ถูกต้อง
  • 3 : ช่วยจัดสรรทรัพยากรภายในระบบคอมพิวเตอร์ให้กับโปรแกรมต่าง ๆ
  • 4 : ช่วยแปลคำสั่งภาษาโปรแกรมต่าง ๆ ให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและทำงานได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 15 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของโปรแกรม
  • 1 : ชุดคำสั่งเพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติงาน
  • 2 : สัญลักษณ์ที่สื่อความหมายให้เครื่องคอมพิวเตอร์และคนสามารถสื่อสารกันได้โดยผ่านกรรมวิธีที่กำหนดขึ้น
  • 3 : ชุดของเลขฐานสองอาทิ 01101011 ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 16 :
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 2 ใช้เทคโนโลยีใด
  • 1 : ทรานซิสเตอร์ (Transistors)
  • 2 : หลอดแก้วสุญญากาศ (Vacuum tubes)
  • 3 : ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessors)
  • 4 : วงจรรวม (Integrated circuits)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 17 :
  • การประมวลคำสั่งในลักษณะการทำงานแบบสายท่อ (pipelining) สอดคล้องกับข้อใด
  • 1 : การประมวลผลแบบแถวลำดับ (Array processing)
  • 2 : การประมวลผลแบบขนาน (Parallel processing)
  • 3 : สถาปัตยกรรม Von Neumann
  • 4 : ระบบหลายตัวประมวลผล (Multiprocessing)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 18 :
  • ข้อใดเป็นความแตกต่างระหว่าง Compiler และ Interpreter ที่ถูกต้อง
  • 1 : Compiler ทำหน้าที่แปลภาษาคอมพิวเตอร์ทีละบรรทัด แต่ Interpreter จะแปลภาษาทั้งโปรแกรม
  • 2 : Compiler แปลได้เฉพาะภาษาเครื่อง แต่ Interpreter จะแปลได้ทุกภาษา
  • 3 : Compiler จะทำการแปลภาษาคอมพิวเตอร์ทั้งโปรแกรม แต่ Interpreter จะแปลภาษาคอมพิวเตอร์บรรทัดต่อบรรทัด
  • 4 : ในการ Debug โปรแกรม ควรใช้ Compiler ในการแปลมากกว่า Interpreter เพราะจะหาข้อผิดพลาดได้ง่ายกว่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 19 :
  • หลังจากที่ทำการเขียนโปรแกรมจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องคัดลอกไฟล์ใดหากต้องการนำโปรแกรมไปให้ผู้อื่นใช้งาน
  • 1 : Executable File
  • 2 : Source File
  • 3 : Object File
  • 4 : Library File
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 20 :
  • ข้อใดที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  • 1 : คีย์บอร์ด
  • 2 : เมาท์
  • 3 : จอภาพ
  • 4 : กล่องเก็บซอล์ฟแวร์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 21 :
  • โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใดที่มีลักษณะคล้ายโปรแกรมภาษาเครื่อง
  • 1 : COBAL
  • 2 : C
  • 3 : C++
  • 4 : ASSEMBLY
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 22 :
  • ข้อใดถูกต้องสำหรับการหาผลลัพธ์ในการประผวลผลข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
  • 1 : หน่วยอินพุท
  • 2 : หน่วยเอาท์พุท
  • 3 : หน่วยความจำข้อมูล
  • 4 : หน่วยประมวลผลกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 23 :
  • การแปลภาษาเครื่องทีละลำดับหมายถึง
  • 1 : Translator
  • 2 : Result
  • 3 : Interpreter
  • 4 : Complier
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 24 :
  • โฟลว์ชาร์ทตามรูปข้างล่างนี้หมายถึง
  • 1 : ขบวนการประมวลผล
  • 2 : อินพุท เอาท์พุท
  • 3 : จุดเชื่อมต่อภายในหน้าเดียวกัน
  • 4 : การตัดสินใจ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 25 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน่วยเก็บข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้
  • 1 : RAM
  • 2 : ROM
  • 3 : Harddisk
  • 4 : CompactFlash
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 26 :
  • ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบภายใน CPU ของไมโครคอมพิวเตอร์
  • 1 : Cache memory
  • 2 : ALU (Arithmetic Logic Unit)
  • 3 : Harddisk
  • 4 : Program Counter Register (PC)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 27 :
  • ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) ตัวใดไม่ได้ถูกพัฒนาสำหรับเครื่องพีซี
  • 1 : Unix
  • 2 : Linux
  • 3 : Windows XP
  • 4 : Symbian
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 28 :
  • จาก pseudocode:
    a=0;
    for i=1 to 10
    a=a+3;
    end
    show_the_value_of(a);
    ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 27
  • 4 : 30
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 29 :
  • จาก pseudocode: a=receive_input_from_user();
    if a>5 and a<10 then
    if a=8 then
    a=a+9;
    else
    a=a+10;
    end
    else
    if a=0 then
    a=a-10;
    end
    end
    ถ้า run pseudocode ดังกล่าว 3 ครั้ง โดยกำหนดให้ input จาก user คือ 10, 3, 7 ตามลำดับ ผลลัพธ์ของค่า a ที่ได้ในแต่ละรอบคือ:
  • 1 : 0 0 70
  • 2 : 18 -7 0
  • 3 : 9 10 -3
  • 4 : 10 3 17
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 30 :
  • ข้อใดบรรยายคุณลักษณะของ Random Access Memory (RAM) ที่ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เหมาะสมที่สุด
  • 1 : ขนาดที่ใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปแบบตั้งโต๊ะคือ 40 Gbyte
  • 2 : ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับราคาของหน่วยความจำชนิดอื่น
  • 3 : ความเร็วในการทำงานช้ามากเมื่อเทียบกับการทำงานของหน่วยความจำชนิดอื่น
  • 4 : ข้อมูลที่เก็บจะสูญหายเมื่อปิดเครื่อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 31 :
  • ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร
  • 1 : เชื้อโรคชนิดหนึ่งที่ติดต่อระหว่างผู้ใช้งานทำให้เกิดการเจ็บป่วย ในขณะที่เข้าใช้งานตามร้านอินเตอร์เนตคาเฟ่
  • 2 : เชื้อโรคชนิดหนึ่งที่ติดต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์มายังผู้ใช้งาน แต่มีความรุนแรงไม่มาก
  • 3 : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้การตรวจสอบการทำงานระบบป้องกัน
  • 4 : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ประสงค์ร้ายต่อข้อมูลและการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแพร่กระจายจากเครื่องสู่เครื่อง โดยการใช้งานร่วมกันของไฟล์ หรือโปรแกรมต่าง ๆ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 32 :
  • ข้อใดผิด
  • 1 : ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่จับตัองได้ เช่นหน่วยประมวลผล
  • 2 : ฮาร์ดดิกส์เป็นฮาร์ดแวร์ชนิดหนึ่ง
  • 3 : ฮาร์ดแวร์ที่ขาดไม่ได้คือตัวแปลโปรแกรม
  • 4 : หน่วยความจำเป้นฮาร์ดแวร์ที่สำคัญ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 33 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชื่อ operating systems
  • 1 : Windows 2000
  • 2 : Windows Office
  • 3 : Windows XP
  • 4 : Linux
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 34 :
  • ข้อใดไม่ใช่ชึ่อภาษาคอมพิวเตอร์
  • 1 : Intel
  • 2 : JAVA
  • 3 : Basic
  • 4 : C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 35 :
  • จงบอกว่าอุปกรณ์ใดต่อไปนี้ เป็นอุปกรณ์ประเภท standard output
  • 1 : printer
  • 2 : monitor
  • 3 : diskette
  • 4 : Key board
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 36 :
  • จงบอกว่าอุปกรณ์ใดต่อไปนี้ เป็นอุปกรณ์ประเภท standard input
  • 1 : printer
  • 2 : monitor
  • 3 : diskette
  • 4 : Keyboard
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 37 :
  • ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการเขียนโฟลว์ชาร์ต
  • 1 : การระบุส่วน start/end ของโปรแกรม
  • 2 : การระบุเงื่อนไขการทำงานต่างๆของโปรแกรม
  • 3 : การระบุภาษาที่จะใช้เขียนโปรแกรม
  • 4 : การระบุตัวแปรที่จะใช้ในการคำนวณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 38 :
  • ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างของอุปกรณ์ input
  • 1 : Keyboard
  • 2 : Mouse
  • 3 : Monitor
  • 4 : Scanner
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 39 :
  • ค่าเลขฐาน 16 ต่อไปนี้ คือ 123 จะมีค่าเท่ากับเลขฐานสองเท่าใด
  • 1 : 0010 0010 0011
  • 2 : 0001 0001 0010
  • 3 : 0010 0010 0010
  • 4 : 0001 0010 0011
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 40 :
  • อุปกรณ์ใดไม่สามารถนำมาใช้เป็นหน่วยความจำหลัก(main memory)ของคอมพิวเตอร์
  • 1 : RAM
  • 2 : ROM
  • 3 : PROM
  • 4 : Flash Memory
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 41 :
  • คอมพิวเตอร์ 32 บิต คือ คอมพิวเตอร์ที่มี
  • 1 : หน่วยความจำขนาด 32 บิต
  • 2 : บัสข้อมูล(data bus) ขนาด 32 บิต
  • 3 : บัสแอดเดรส(address bus) ขนาด 32 บิต
  • 4 : รีจิสเตอร์(register) ขนาด 32 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 42 :
  • การนำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการประมวลผลในข้อใดไม่น่าเป็นไปได้
  • 1 : คำนวณหาค่าสูงสุดของการรับน้ำหนักของสะพาน
  • 2 : หาระยะทางที่สั้นทีสุดจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง
  • 3 : พยากรณ์อากาศ
  • 4 : พยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 43 :
  • พอร์ตอนุกรมแตกต่างจากพอร์ตขนานอย่างไร
  • 1 : พอร์ตอนุกรมสามารถรับส่งข้อมูลได้ แต่พอร์ตขนานส่งข้อมูลได้อย่างเดียว
  • 2 : พอร์ตอนุกรม ส่งข้อมูลเรียงกันไปทีละบิตบนสายหนึ่งเส้น พอร์ตขนาน ส่งข้อมูลในแต่ละบิตออกไปพร้อมๆ กันบนสายหลายๆ เส้น
  • 3 : พอร์ตอนุกรม ส่งข้อมูลโดยผ่านระบบปฏิบัติการ พอร์ตขนาน สามารถเขียนโปรแกรมติดต่อได้โดยตรง
  • 4 : พอร์ตอนุกรม ส่งข้อมูลได้คราวละหนึ่งไบต์ พอร์ตขนานส่งข้อมูลได้คราวละหลายๆ ไบต์
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 44 :
  • MO (Magneto-Optical) disk เป็นหน่วยความจำที่มีพื้นฐานบนเทคโนโลยีใด
  • 1 : เทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำ
  • 2 : เทคโนโลยีแสง
  • 3 : เทคโนโลยีแม่เหล็ก
  • 4 : ข้อ ข. และค. รวมกันเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 45 :
  • Unicode คืออะไร
  • 1 : มาตรฐานชุดคำสั่งที่ใช้ในซีพียู
  • 2 : มาตรฐานรหัสแทนข้อมูลที่ใช้ในการเก็บและคำนวณของคอมพิวเตอร์
  • 3 : มาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • 4 : มาตรฐานรหัสใช้ในการแสดงตัวอักษรหรือข้อความ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 46 :
  • ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
  • 1 : ฮาร์ดแวร์ ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นตัวเครื่อง
  • 2 : ซอฟต์แวร์ โปรแกรมต่างๆ ที่จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
  • 3 : ข้อมูล ตัวเลขต่างๆ ที่เก็บอยู่ภายในเครื่อง
  • 4 : สมชายที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลสัตว์ในฟาร์ม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 47 :
  • ข้อใดจัดเป็นหน่วยความจำหลักในระบบคอมพิวเตอร์
  • 1 : RAM
  • 2 : CD-ROM
  • 3 : Floppy Disk
  • 4 : Hard Disk
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 48 :
  • หากต้องการให้ประสิทธิภาพของการทำงานของไดร์ฟมีประสิทธิภาพที่สูง คำกล่าวในข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : จะต้องมีความเร็วเฉลี่ยในการเข้าถึงข้อมูลที่สูง และ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ต่ำ
  • 2 : จะต้องมีความเร็วเฉลี่ยในการเข้าถึงข้อมูลที่สูง และ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง
  • 3 : จะต้องมีความเร็วเฉลี่ยในการเข้าถึงข้อมูลที่ต่ำ และ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง
  • 4 : จะต้องมีความเร็วเฉลี่ยในการเข้าถึงข้อมูลที่ต่ำและ ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่ต่ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 49 :
  • พื้นที่ที่เล็กที่สุดในการอ่าน หรือ เขียนข้อมูลลงไปในแผ่นดิสก์ หรือ ฮาร์ดดิสก์เรียกว่าอะไร
  • 1 : ไบต์ (Byte)
  • 2 : บิต (Bit)
  • 3 : เซกเตอร์(Sector)
  • 4 : แทร็ก (Track)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 50 :
  • เวลาในการเคลื่อนที่ของหัวอ่านไปยังตำแหน่งที่ต้องการอ่านเขียนข้อมูล เรียกว่า
  • 1 : Header Move Time
  • 2 : Maximum Move Time
  • 3 : Minimum Access Time
  • 4 : Maximum Access Time
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 51 :
  • ความสามารถของระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานโปรแกรมหลายๆ ตัวพร้อมกันได้เรียกว่า
  • 1 : Multitasking
  • 2 : Object Linking
  • 3 : Object Embedding
  • 4 : Multi User
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 52 :
  • ข้อใดกล่าวถึงคำว่า Hierarchical File System ได้ถูกต้องที่สุด
  • 1 : การเก็บรวบรวมข้อมูลว่าโปรแกรมใดใช้อุปกรณ์ตัวใดอยู่
  • 2 : โครงสร้างการทำเมนูเพื่อใช้งานในโปรแกรมต่างๆ
  • 3 : ระบบที่ใช้สำหรับการใช้ข้อมูลร่วมกันในโปรแกรมต่างๆ
  • 4 : โครงสร้างการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบระดับชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 53 :
  • แป้นพิมพ์กลุ่มใดใช้สร้างคำสั่งลัดในการสั่งงานคอมพิวเตอร์
  • 1 : คีย์อักขระ
  • 2 : คีย์ตัวเลข
  • 3 : คีย์ฟังก์ชั่น
  • 4 : คีย์เคลื่อนย้ายตัวอักษร
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 54 :
  • หน่วยวัดความละเอียดในการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์มีหน่วยเป็น
  • 1 : Dot Pitch
  • 2 : PPM
  • 3 : DPI
  • 4 : bps
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 55 :
  • พอร์ท(Port)ชนิดใดของคอมพิวเตอร์สามารถรองรับการเชื่อมต่อแบบPnP(Plug and Play)
  • 1 : COM1
  • 2 : COM2
  • 3 : USB
  • 4 : ISA
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 56 :
  • หน่วยใดไม่ใช่หน่วยวัดการทำงานของคอมพิวเตอร์
  • 1 : MIPS
  • 2 : MFLOPS
  • 3 : VUP
  • 4 : IPS
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 57 :
  • หน่วยของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่เล็กที่สุดคืออะไร?
  • 1 : Bit
  • 2 : Byte
  • 3 : Field
  • 4 : Record
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 58 :
  • มาตรฐานรหัสใดที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน
  • 1 : EBCDIC
  • 2 : ASCII
  • 3 : BCD
  • 4 : UCB
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 59 :
  • อุปกรณ์ใดต่อไปนี้มีการจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลแบบลำดับ
  • 1 : Floppy Disk
  • 2 : Hard Disk
  • 3 : CDROM
  • 4 : Tape
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 60 :
  • ระบบเครือข่ายใดมีขนาดใหญ่ที่สุด
  • 1 : MAN
  • 2 : LAN
  • 3 : WAN
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 61 :
  • ความหมายของคำว่าขั้นตอนวิธี (Algorithm) คือข้อใด
  • 1 : การทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น
  • 2 : การหาวิธีแก้ปัญหา
  • 3 : การอธิบายลำดับขั้นตอนการทำงานเป็นข้อๆตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้าย
  • 4 : การทดสอบวิธีแก้ปัญหา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 62 :
  • เมื่อเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ ส่วนใดของคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เปรียบเทียบได้กับการทำงานของสมอง
  • 1 : CPU + RAM
  • 2 : CPU + Harddisk
  • 3 : RAM + Harddisk
  • 4 : OS + RAM
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 63 :
  • อุปกรณ์ชิ้นใดที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง Input และ Output
  • 1 : Keyboard, Scanner
  • 2 : Printer, Floppy Disk
  • 3 : Harddisk, Touch Screen
  • 4 : Touch Pad, Monitor
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 64 :
  • ข้อใดไม่ใช่ OS (ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์)
  • 1 : Opera
  • 2 : Linux
  • 3 : DOS
  • 4 : Unix
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 65 :
  • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจัดเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทใด
  • 1 : Mini Computer
  • 2 : Super Computer
  • 3 : Micro Computer
  • 4 : Analog Computer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 66 :
  • Hard Disk จัดเป็นหน่วยความจำประเภทใด
  • 1 : หน่วยความจำหลัก
  • 2 : หน่วยความจำสำรอง
  • 3 : หน่วยความจำถาวร
  • 4 : หน่วยความจำชั่วคราว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 67 :
  • ข้อใดคือรูปแบบข้อข้อมูลที่สามารถนำเข้าสู่ระบบสารสนเทศ
  • 1 : ภาพนิ่ง
  • 2 : ภาพเคลื่อนไหว
  • 3 : เสียง
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 68 :
  • ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ Pseudo code และ flow chart
  • 1 : Pseudo code และ flow chart ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดรูปแบบความคิดในการเขียนโปรแกรมให้เป็นระบบ
  • 2 : Pseudo code จำเป็นจะต้องถูกแปลงเป็น flow chart ก่อนเป็นคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • 3 : การเขียน Flow chart จะเน้นการใช้สัญลักษณ์เพื่อให้อ่านเข้าใจได้
  • 4 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 69 :
  • ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของ OS (Operating System)
  • 1 : แบ่งปันทรัพยากรและเนื้อหาในหน่วยความจำให้แต่ละโปรแกรม
  • 2 : โหลดโปรแกรมขึ้นมาทำงาน
  • 3 : อ่านและเขียนข้อมูลจากไฟล์
  • 4 : ใช้ประสานงานการติดต่อกับผู้ใช้งาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 70 :
  • เครือข่ายอินเตอร์เน็ตใช้ครั้งแรกที่ประเทศใด
  • 1 : อังกฤษ
  • 2 : ไทย
  • 3 : ญี่ปุ่น
  • 4 : สหรัฐอเมริกา
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 71 :
  • คอมพิวเตอร์มีบทบาทกับการศึกษาอย่างไร
  • 1 : นำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น ทำสื่อต่างๆ
  • 2 : จัดทำประวัตินักเรียน ประวัติครูอาจารย์
  • 3 : ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ เช่นการค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 72 :
  • หน่วยใดมีลักษณะการทำงานคล้ายกับสมองของมนุษย์
  • 1 : หน่วยประมวลผล
  • 2 : หน่วยรับข้อมูล
  • 3 : หน่วยความจำ
  • 4 : หน่วยแสดงผล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 73 :
  • คอมพิวเตอร์ยุคใด ใช้วงจรไอซี (Integrated Circuit) เป็นหลัก
  • 1 : คอมพิวเตอร์ยุคแรก
  • 2 : คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2
  • 3 : คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3
  • 4 : คอมพิวเตอร์ยุคในยุคปัจจุบัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 74 :
  • ข้อใดเป็นอุปกรณ์รับข้อมูลเบื้องต้น
  • 1 : จอภาพ
  • 2 : คีย์บอร์ด
  • 3 : เครื่องพิมพ์
  • 4 : กล่องใส่ดิสก์
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 75 :
  • อุปกรณ์ที่ช่วยในการสำรองไฟฟ้าเวลาไฟดับหรือไฟตก เรียกว่าอะไร
  • 1 : Power Supply
  • 2 : Monitor
  • 3 : UPS
  • 4 : Case
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 76 :
  • หน่วยความจำในข้อใด มีความจุมากที่สุด
  • 1 : SDRAM
  • 2 : Hard Disk
  • 3 : CD-ROM Disk
  • 4 : Floppy Disk
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 77 :
  • อุปกรณ์ในข้อใด ถือว่าเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • 1 : เมาส์
  • 2 : คีย์บอร์ด
  • 3 : เครื่องพิมพ์
  • 4 : สายไฟ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 78 :
  • ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เรียกว่าอะไร
  • 1 : ซอฟต์แวร์
  • 2 : ฮาร์ดแวร์
  • 3 : พีเพิลแวร์
  • 4 : ระเบียบวิธีปฏิบัติ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 79 :
  • ผลลัพธ์ของนิพจน์ 1 + 4 / 2 คือข้อใด
  • 1 : 2.5
  • 2 : 3
  • 3 : 2
  • 4 : 3.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 80 :
  • จงหาคำตอบของ 2 + 3 * 4 - 1
  • 1 : 11
  • 2 : 13
  • 3 : 15
  • 4 : 19
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 81 :
  • ในการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้ในการหาระยะขจัดของวัตถุที่ตกลงสู่พื้นจากสูตร s = 0.5 * g * t^2 ควรมีการสร้างค่าคงที่กี่ตัวในโปรแกรม
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 82 :
  • ถ้าในมหาวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาเรียนได้ไม่เกิน 8 ปี ในการเขียนโปรแกรมเพื่อทำการหาค่าเฉลี่ยของจำนวนนักศึกษาในแต่ละชั้นปี(โดยเขียนให้สั้นที่สุดและใช้ตัวแปรและค่าคงที่น้อยที่สุด) จะต้องใช้ตัวแปรและค่าคงที่ประเภทใดบ้าง ประเภทละกี่ตัวจึงจะเหมาะสมที่สุด
  • 1 : Integer 2 ตัว, Real 1 ตัว, ค่าคงที่ 1 ตัว
  • 2 : Integer 1 ตัว, Real 2 ตัว, ค่าคงที่ 1 ตัว
  • 3 : Integer 2 ตัว, Real 2 ตัว, ค่าคงที่ 2 ตัว
  • 4 : Integer 1 ตัว, Real 1 ตัว, ค่าคงที่ 2 ตัว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 83 :
  • Assignment Statement ใช้ในการทำอะไร
  • 1 : กำหนดค่าให้กับตัวแปร
  • 2 : เปรียบเทียบค่าของ expression
  • 3 : สร้าง Array
  • 4 : วนลูป
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 84 :
  • Tool ตัวใดที่ช่วยในการลดขนาดของแฟ้มข้อมูล
  • 1 : WinRAR
  • 2 : Oracle
  • 3 : Apache
  • 4 : WinAmp
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 85 :
  • ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านทำงานช้าลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานของเครื่องเมื่อเพิ่งซื้อมาใหม่ ท่านคิดว่าควรใช้ Tool ใดในการแก้ไขปัญหานี้
  • 1 : Norton SystemWork
  • 2 : McAfee Internet Security
  • 3 : MS Office Tools
  • 4 : Adobe Acrobat
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 86 :
  • ข้อใดคือมาตรฐานของระบบเครือข่ายท้องถิ่นที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน
  • 1 : IEEE 802.3
  • 2 : IEEE 802.4
  • 3 : IEEE 802.5
  • 4 : IEEE 802.6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 87 :
  • คอมพิวเตอร์ไม่เหมาะกับงานประเภทใด
  • 1 : งานที่ต้องการความถูกต้องสูง
  • 2 : งานที่มีปริมาณมาก
  • 3 : งานที่ต้องการความรวดเร็วมาก
  • 4 : งานที่มีเงื่อนไขการตัดสินใจไม่แน่นอน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 88 :
  • หน่วยวัดความจุใด มีค่าเท่ากับ 1024 Byte
  • 1 : Megabyte
  • 2 : Kilobyte
  • 3 : Gigabyte
  • 4 : Terabyte
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 89 :
  • สมาชิกที่เล็กที่สุด หรือค่าที่น้อยที่สุด ซึ่งแทนได้เพียงค่าศูนย์ หรือค่าหนึ่งเท่านั้น เรียกว่า
  • 1 : Bit
  • 2 : Byte
  • 3 : Word
  • 4 : Character
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 90 :
  • ภาษาสั่งงานใดที่คล้ายภาษาเครื่องมากที่สุด
  • 1 : Fortran Language
  • 2 : NGV Language
  • 3 : Cobol Language
  • 4 : Assembly Language
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 91 :
  • ข้อใดเป็นขั้นตอนการเขียนโปรแกรมที่ถูกต้องที่สุด
  • 1 : การทดสอบโปรแกรม, การเขียนโปรแกรม, การเขียนผังงาน, การวิเคราะห์งาน
  • 2 : การเขียนโปรแกรม, การทดสอบโปรแกรม, การวิเคราะห์งาน, การเขียนผังงาน
  • 3 : การวิเคราะห์งาน, การเขียนผังงาน, การเขียนโปรแกรม, การทดสอบโปรแกรม
  • 4 : การวิเคราะห์งาน, การเขียนโปรแกรม, การเขียนผังงาน, การทดสอบโปรแกรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 92 :
  • คอมพิวเตอร์สามารถรับรู้คำพูดของมนุษย์ โดยไม่คำนึงว่าใครเป็นผู้พูดเราเรียกว่า
  • 1 : Voice Computer
  • 2 : Voice Technology
  • 3 : Special Computer
  • 4 : Voice Recognition
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 93 :
  • ข้อใดเป็นภาษาคอมพิวเตอร์
  • 1 : BASIC , POWERPOINT
  • 2 : BASIC , COBOL
  • 3 : COBOL , EXCEL
  • 4 : COBOL , POWERPOINT
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 94 :
  • การบริการโอนย้ายข้อมูลได้แก่บริการใด
  • 1 : FTP
  • 2 : IBM
  • 3 : PPP
  • 4 : GPD
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
เนื้อหาวิชา : 2 : ชนิดของข้อมูล
ข้อที่ 95 :
  • ถ้าต้องการเก็บข้อมูลค่าตัวเลข 7.82 ต้องใช้ตัวแปรประเภทใด
  • 1 : integer
  • 2 : char
  • 3 : float
  • 4 : bit
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 96 :
  • ผลลัพธ์ของการกระทำ int * float จะให้ผลลัพธ์ เป็นชนิดข้อมูลแบบใด
  • 1 : char
  • 2 : int
  • 3 : float
  • 4 : double
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 97 :
  • ถ้าข้อมูลมีค่า 3.54 ถ้าเก็บค่าในตัวแปร int จะให้ค่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร
  • 1 : 3.54
  • 2 : 3.5
  • 3 : 3
  • 4 : 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 98 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
  • 1 : 4 bits = 1 byte
  • 2 : 8 bits = 1 byte
  • 3 : 1000 bytes = 1 kilobyte (KB)
  • 4 : 1000 KB = 1 megabyte (MB)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 99 :
  • 16.07 ควรกำหนดเป็นข้อมูลชนิดใด
  • 1 : อักขระ
  • 2 : ข้อความ
  • 3 : จำนวนเต็ม
  • 4 : จำนวนทศนิยม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 100 :
  • ช้อมูลชนิดตัวอักษร 1 ตัว มีความกว้างกี่บิต
  • 1 : 7 บิต
  • 2 : 8 บิต
  • 3 : 9 บิต
  • 4 : 16 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 101 :
  • ผลจากการทำงานของโปรแกรม ค่า x, y, z มีค่าเท่ากับเท่าไหร่
    int x = 8;
    double y = 3;
    int z = 2;
    x++;
    y = y / z;
    z = (int)y;
    x - 1;
  • 1 : x=9 y=1 z=2
  • 2 : x=9 y=1.5 z=1
  • 3 : x=8 y=1 z=2
  • 4 : x=8 y=1.5 z=1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 102 :
  • ถ้าเราต้องการเก็บค่าของเลขจำนวนเต็มบวกซึ่งมีค่าตั้งแต่ 1 ถึง 32767 เก็บไว้ที่ตัวแปร n เราควรกำหนดอย่างไร?
  • 1 : int n;
  • 2 : signed int n;
  • 3 : unsigned int n;
  • 4 : unsigned char n;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 103 :
  • การประกาศตัวแปรต่อไปนี้ ข้อใดใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมากที่สุด?
  • 1 : char str[13] = “California”;
  • 2 : char grade, school[ ] = “SUT KORAT”;
  • 3 : int x, y, z[5];
  • 4 : float average, gpa, mean;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 104 :
  • กำหนดให้ char ch = ’A’; ผลของการใช้คำสั่ง printf ในข้อใดกล่าวถูก? (รหัส ASCII ของ A = 65)
  • 1 : printf(”%c %c”, ch, 65); ผลที่แสดงออกที่จอภาพคือ A 65
  • 2 : printf(”%d %c”, ch, 65); ผลที่แสดงออกที่จอภาพคือ A 65
  • 3 : printf(”%c %d”, 65, 65); ผลที่แสดงออกที่จอภาพคือ A A
  • 4 : printf(”%d %d”, 65, ch); ผลที่แสดงออกที่จอภาพคือ 65 65
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 105 :
  • ในการประกาศตัวแปร char str[ ] = ”I love \”ABC\”.”;
    str จะถูกกำหนดขนาดในหน่วยความจำเท่าไร?
  • 1 : 12 bytes
  • 2 : 13 bytes
  • 3 : 14 bytes
  • 4 : 15 bytes
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 106 :
  • ชื่อตัวแปรใดต่อไปนี้ไม่สามารถนำไปใช้ในการประกาศตัวแปรในภาษาโปรแกรมทั่ว ๆ ไปได้
  • 1 : report_99
  • 2 : food
  • 3 : general
  • 4 : 7sumurai
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 107 :
  • ถ้าต้องการให้ตัวแปร x เก็บค่า -123456
    จะต้องประกาศให้ตัวแปร x เป็นชนิดอะไร
  • 1 : unsigned long
  • 2 : int
  • 3 : unsigned int
  • 4 : long
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 108 :
  • ต้องประกาศตัวแปรเป็นชนิดอะไร
    จึงจะเก็บค่า 12345 ได้อย่างประหยัดหน่วยความจำที่สุด
  • 1 : double
  • 2 : int
  • 3 : long
  • 4 : float
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 109 :
  • ข้อใดคือความหมายของตัวแปรท้องถิ่น (Local Variable) และตัวแปรภายนอก (Global Variable)
  • 1 : Local Variable คือตัวแปรที่กำหนดภายในฟังก์ชันหรือลูปของโปรแกรม Global Variable คือตัวแปรที่กำหนดภายนอกโปรแกรมหลัก
  • 2 : Local Variable คือตัวแปรที่มองเห็นเฉพาะในฟังก์ชันหรือในลูปโปรแกรม Global Variable คือตัวแปรที่สามารถมองเห็นได้ทุกแห่งในโปรแกรม
  • 3 : Local Variable คือตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงค่าได้ Global Variable คือตัวแปรที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าได้
  • 4 : ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 110 :
  • คอมพิวเตอร์จัดเก็บข้อมูลทุกชนิดในรูปแบบใด
  • 1 : เลขฐานสอง
  • 2 : เลขฐานสิบหก
  • 3 : เลขฐานสิบ
  • 4 : เลขฐานสิบแปด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 111 :
  • เราควรระบุชนิดของตัวแปรให้สอดคล้องกับช่วงการเก็บข้อมูลที่เป็นไปได้ เหตุผลข้อใดสำคัญที่สุด
  • 1 : เพื่อความรวดเร็วในการคำนวณ
  • 2 : เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลทุกตัวได้ถูกต้อง
  • 3 : เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
  • 4 : เพื่อให้หน่วยประมวลผลทำงานง่ายขึ้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 112 :
  • ในการเก็บค่าเลขจำนวนเต็มด้วยวิธี Sign-Magnitude จะต้องใช้เนื้อที่กี่บิตในการเก็บค่า Magnitude ของเวิร์ดที่มี n บิต
  • 1 : n-1 บิต
  • 2 : n-2 บิต
  • 3 : n บิต
  • 4 : n+1 บิต
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 113 :
  • int ใช้ระบุถึงตัวแปรประเภทใด
  • 1 : ตัวอักขระ
  • 2 : ชุดข้อความ
  • 3 : ตัวเลขจำนวนเต็ม
  • 4 : เลขฐาน 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 114 :
  • float ใช้ระบุชนิดตัวแปรประเภทใด
  • 1 : เลขฐาน 16
  • 2 : ชุดข้อความ
  • 3 : ตัวเลขจำนวนเต็ม
  • 4 : ตัวเลขจำนวนจริง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 115 :
  • จงแปลงเลข 4286 เป็นเลขฐานสอง
  • 1 : 01100010001110
  • 2 : 01100101001110
  • 3 : 01000110110110
  • 4 : 01000010111110
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 116 :
  • ในการเขียนโปรแกรมภาษา C,C++ คำตอบข้อใดเป็นข้อมูลของเลขฐาน 16
  • 1 : 120X
  • 2 : 0X14
  • 3 : 013
  • 4 : 31H
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 117 :
  • ข้อมูลในลักษณะใดที่ถูกต้องที่สุดต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่เรียกว่า อะเรย์
  • 1 : เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริง
  • 2 : เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
  • 3 : เป็นข้อมูลชนิดข้อความ
  • 4 : เป็นข้อมูลชนิดเดียวกันหลายข้อมูลที่ใช้ชื่อตัวแปรตัวเดียวกัน
  • 5 : เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาคำนวณได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 118 :
  • การประกาศค่าตัวแปรในการเขียนโปรแกรมภาษา c,c++ ที่เก็บข้อมูลของเลขฐาน 8 และฐาน 16 จะประกาศเป็นตัวแปรชนิด
  • 1 : float
  • 2 : double
  • 3 : int
  • 4 : long double
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 119 :
  • ตัวแปรชนิดใดที่ใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อยที่สุด
  • 1 : char
  • 2 : int
  • 3 : float
  • 4 : double
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 120 :
  • ตัวแปรชนิดใดที่ใช้พื้นที่ในหน่วยความจำขนาด 4 bytes
  • 1 : char
  • 2 : ussigned char
  • 3 : int
  • 4 : float
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 121 :
  • ข้อใดถือว่าถูกต้องในการตังชื่อตัวแปร
  • 1 : @@AA
  • 2 : #aa
  • 3 : !aa
  • 4 : aa_
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 122 :
  • ข้อใดเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับการกำหนดค่าตัวแปร
  • 1 : char[2] name ="abcde";
  • 2 : char{2} name = "abcde";
  • 3 : char[6] name ="abcde";
  • 4 : char{6} name = "abcde";
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 123 :
  • รหัสบังคับการพิมพ์ใดในโปรแกรมภาษา C ที่ใช้สำหรับการพิมพ์เลขจำนวนเต็มที่ไม่มีเครื่องหมาย
  • 1 : %c
  • 2 : %e
  • 3 : %f
  • 4 : %u
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 124 :
  • คำสั่งในภาษา C,C++ ที่ใช้สำหรับบังคับการพิมพ์ให้ทำการเลื่อนแท็บในแนวตั้ง
  • 1 : \n
  • 2 : \t
  • 3 : \v
  • 4 : \r
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 125 :
  • x เป็นข้อมูลชนิด Real
    y เป็นข้อมูลชนิด Integer

    คำสั่งข้อใดที่ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดในการ compile หรือ run โปรแกรม
  • 1 : x + y
  • 2 : x mod y
  • 3 : x * y
  • 4 : x / y
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 126 :
  • ตัวแปร X ในข้อใดสามารถกำหนดชนิดตัวแปรประเภท int
  • 1 : x = 3000000000
  • 2 : X = 35.01
  • 3 : x = 300 + 20*3
  • 4 : x = 3.1416 * 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 127 :
  • ตัวแปรชนิดใดเหมาะสมที่สุด สำหรับเก็บค่าเฉลี่ย
  • 1 : integer
  • 2 : character
  • 3 : string
  • 4 : float
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 128 :
  • ต้องการประกาศตัวแปรเพื่อเก็บข้อมูลชนิดตัวอักขระตัวเดียวควรประกาศตัวแปรเป็นชนิดข้อมูลใดต่อไปนี้
  • 1 : char
  • 2 : string
  • 3 : real
  • 4 : integer
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 129 :
  • ถ้าให้
    a=5
    b=3
    c=true
    d=(a>b) xor c
    d มีเท่ากับข้อใด
  • 1 : a>b
  • 2 : a<>b
  • 3 : not c
  • 4 : ถูกทั้งคำตอบที่ 1 และ 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 130 :
  • จาก program Q3 เป็นการแปลงอุณหภูมิ จาก °C (ตั้งแต่ 0°C ถึง 100°C) เป็น °F  เมื่อต้องการทำให้โปรแกรมนี้สมบูรณ์ บรรทัดที่ 6 ควรเติมอะไร

    program Q3
    1 Program Q3;
    2 uses wincrt;
    3 var i:integer;
    4     c, f: real;
    5  
    6 Procedure CalF(....................., b: real);
    7 begin
    8     a:= (b*9/5)+32;
    9 end;
    10 Begin
    11     writeln('C  to  F');
    12     for i:= 0 to 100 do
    13     begin
    14         c:= .............;
    15         ........................;
    16         writeln(C:5:1, F:8:1);
    17     end;
    18 end.





















  • 1 : a: integer
  • 2 : a: real
  • 3 : var a: integer
  • 4 : var a:real
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 131 :
  • หากกำหนดตัวแปรดังนี้ x,y เป็นชนิดจำนวนเต็ม z เป็นชนิดจำนวนจริง c เป็นชนิดอักขระ ข้อใดเป็นนิพจน์(expression)ที่ไม่ถูกต้อง
  • 1 : x+y/z
  • 2 : -z
  • 3 : x*x*y
  • 4 : z+c
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 132 :
  • ถ้าท่านต้องเขียนโปรแกรมเพื่อหาผลคูณของเมตริกซ์ ตัวแปรที่ใช้เก็บข้อมูลเมตริกซ์ที่เหมาะสมมากที่สุดควรเป็นประเภทใด
  • 1 : จำนวนเต็ม
  • 2 : ประเภทโครงสร้าง(record หรือ structure)
  • 3 : อาเรย์ 2 มิติ
  • 4 : พอยน์เตอร์(pointer)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 133 :
  • หากกำหนดตัวแปรสามตัวดังนี้คือ char a,b,c; หาก b มีค่าเท่ากับ 100 และ c มีค่าเท่ากับ 100 แล้ว a=b*c; จะให้ผลอย่างไร
  • 1 : a จะเก็บค่า 10000
  • 2 : a จะเก็บค่า -10000
  • 3 : a จะเก็บค่า 255 ซึ่งเป็นค่าที่สูงที่สุดเท่าที่ตัวแปรชนิด char เก็บค่าได้
  • 4 : เกิดความผิดพลาดในการจัดเก็บค่าลงใน a ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของโปรแกรมโดยรวมได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 134 :
  • ข้อมูลของน้ำหนักคนจัดเป็นข้อมูลประเภทใด
  • 1 : Real
  • 2 : Integer
  • 3 : Alphabet
  • 4 : Boolean
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 135 :
  • ข้อมูลประเภท Date ควรจัดอยู่ในข้อมูลประเภทใด
  • 1 : Real
  • 2 : Integer
  • 3 : Boolean
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 136 :
  • ข้อใดคือฟังก์ชันที่รับข้อมูลที่ละตัวอักขระ
  • 1 : printf();
  • 2 : chart();
  • 3 : clrscr();
  • 4 : getchar();
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 137 :
  • ข้อใดคือรหัสควบคุมรูปแบบสำหรับการแสดงผลตัวเลขจำนวนเต็ม
  • 1 : %c
  • 2 : %f
  • 3 : %d
  • 4 : %s
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 138 :
  • ข้อมูลชนิดตัวเลข Float ตรงกับข้อใด
  • 1 : 0123
  • 2 : 0x174
  • 3 : 55.5555
  • 4 : -2345
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 139 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือคำสั่งรับข้อมูล
  • 1 : scanf()
  • 2 : printf()
  • 3 : getinfo()
  • 4 : putchar()
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 140 :
  • ข้อใดคือหลักการตั้งชื่อตัวแปรในโปรแกรมภาษาซี
  • 1 : ต้องขึ้นต้นด้วยตัวเลข
  • 2 : ภายในชื่อต้องใช้สัญลักษณ์ #
  • 3 : ความหมายของชื่อไม่ควรเกิน 64 ตัว
  • 4 : ภายในชื่อไม่มีเว้นวรรค
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 141 :
  • ข้อมูลที่มี 0x นำหน้า เป็นตัวเลขแบบใด
  • 1 : ข้อมูลชนิดเลขฐานแปด
  • 2 : ข้อมูลชนิดทศนิยม
  • 3 : ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม
  • 4 : ข้อมูลชนิดเลขฐานสิบหก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 142 :
  • การตั้งชื่อในข้อใดถูกต้องในโปรแกรมภาษาซี
  • 1 : com-puter
  • 2 : 8number
  • 3 : right#
  • 4 : class_room
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 143 :
  • การตั้งชื่อในข้อใดถูกต้องในโปรแกรมภาษาซี
  • 1 : 007bond
  • 2 : james_bond
  • 3 : jason born
  • 4 : jamesbond%
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 144 :
  • ข้อใดต่อไปนี้คือคำสั่งแสดงผลทีละอักขระ
  • 1 : printf()
  • 2 : scanf()
  • 3 : getchar()
  • 4 : putchar()
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 145 :
  • ฟังก์ชันใดเป็นการแสดงผลออกทางหน้าจอ
  • 1 : printf()
  • 2 : scanf()
  • 3 : gets()
  • 4 : fopen()
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 146 :
  • ฟังก์ชันใดเป็นการรับข้อมูลเป็นข้อความ
  • 1 : printf()
  • 2 : fgetpos()
  • 3 : switch()
  • 4 : gets()
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 3 : กระบวนการทางคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์
ข้อที่ 147 :
  • จงเขียนสมการทางคอมพิวตอร์จากสมการทางคณิตศาสตร์ที่กำหนดมาให้
  • 1 : y=a*b/c*d + b/ a+c + a*b*c /d ;
  • 2 : y=a*b/c*d + b/(a+c) + a*b*c /d ;
  • 3 : y=a*b/c/d + b/(a+c) + a*b*c /d ;
  • 4 : y=a*b/c/d + b/a+c + a*b*c /d ;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 148 :
  • กำหนดให้ตัวแปรทุกตัวเป็นชนิดจำนวนเต็ม
    ถ้า a = 100 ; b = 200 ; c = 50 ; d = 2 ;
    a/c/d*b + b /(a+c) + a/d*c*b/1000 ; มีค่าเท่าไร
  • 1 : 701
  • 2 : 700
  • 3 : 501
  • 4 : 702
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 149 :
  • ให้ตัวแปรทุกตัวเป็นชนิดจำนวนเต็ม
    จงหาค่าของ x,a, และ b หลังจากส่วนของโปรแกรมข้างล่างนี้ทำงานเสร็จ
      x = 0; a = -2; b = 5;
      x = x + a; a = a + b; b = b - 6;
      x = b + a; a = a + 1; b = b + 1;
      x = b + a; a = a + 1; b = b + 1;
      x = b + a; a = a + 1; b = b + 1;
    
  • 1 : x=0, a = -2, b = 5
  • 2 : x = 4, a = 6, b = 2
  • 3 : x = 6, a =6, b = 2
  • 4 : x = 6, a = 5, b = 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 150 :
  • ให้ a และ b เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม
    ถ้า a = 5, b = 2 ผลลัพธ์ของ a / b มีค่าเท่าใด
  • 1 : 2
  • 2 : 2.5
  • 3 : 1
  • 4 : 0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 151 :
  • ให้ a และ b เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม และ % คือ modulus operator
    ถ้า a = 5, b = 2 ผลลัพธ์ของ a % b มีค่าเท่าใด
  • 1 : 2
  • 2 : 2.5
  • 3 : 1
  • 4 : 0.5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 152 :
  • ข้อใดให้ผลลัพธ์เท่ากับ (a+b/c-d)*e
  • 1 : ((a+b)/c-d)*e
  • 2 : (a+b)/c-d*e
  • 3 : a+b/c*e-d*e
  • 4 : (a*e+b*e/c-d*e)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 153 :
  • -(-15+(2*4-2))+((6+3)*5+7)/4 มีค่าเท่าใด
  • 1 : 23
  • 2 : 22
  • 3 : 21
  • 4 : 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 154 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ผิด
  • 1 : (a AND b) เป็นจริง ก็ต่อเมื่อทั้ง a และ b มีค่าเป็นจริง
  • 2 : (NOT a) เป็นเท็จ ก็ต่อเมื่อ a มีค่าเป็นจริง
  • 3 : (a OR b) เป็นเท็จ ก็ต่อเมื่อทั้ง a และ b มีค่าเป็นเท็จ
  • 4 : NOT (a AND b) เป็นจริง ก็ต่อเมื่อ a หรือ b มีค่าเป็นเท็จ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 155 :
  • กำหนดให้ X=1, Y=10, Z=100 นิพจน์ใดต่อไปนี้ได้ค่าตรรกะเป็นจริง
  • 1 : NOT (Z/Y == Y)
  • 2 : NOT(Y*X == Y)
  • 3 : Z <= (Y*Y –1)
  • 4 : X*Z => Z/X
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 156 :
  • กำหนดให้ A=1, B=2, C=3, D=4 เงื่อนไขใดต่อไปนี้ ได้ค่าตรรกะเป็นเท็จ
  • 1 : (A*B+C > C-B) && (A*D/B <= B)
  • 2 : (A+B*C < B-C) || ((C+D)*A == A+B*C)
  • 3 : (B/A <= D/C) || ((A+C) == (D*A)) && (C/B < A/D)
  • 4 : (A < B) && (C < D) && (A > B) || (D==2*B)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 157 :
  • ให้ตัวแปร wet, cold, และ windy เป็นตัวแปรที่เก็บค่าจริงเท็จได้
    ถ้า wet=true , cold=false, windy=false
    (cold AND (NOT wet)) OR NOT(windy OR cold) มีค่าความจริงคืออะไร
  • 1 : จริง
  • 2 : เท็จ
  • 3 : ไม่สามารถสรุปได้
  • 4 : ประโยคที่เขียนหาค่าทางตรรกะไม่ได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 158 :
  • ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในข้อนี้มีคุณสมบัติดังนี้

    1. % แทน modulus operator
    2. & แทน bitwise AND operator
    3. ค่าตรรกะจริง มีค่าเท่ากับ 1
    4. ค่าตรรกะเท็จ มีค่าเท่ากับ 0
    5. สามารถนำค่าตรรกะไปประมวลผลกับจำนวนได้

    จากการคำนวณต่อไปนี้ ข้อใดคำนวณหาคำตอบได้ถูกต้อง
  • 1 : (3<2) + 5 มีค่าเท่ากับ 6
  • 2 : (8 % 3) - 1 มีค่าเท่ากับ 0
  • 3 : (3 = 3) + (6 <> 9) * 3 มีค่าเท่ากับ 6
  • 4 : (23 – 2) & 1 มีค่าเท่ากับ 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 159 :
  • ให้ y เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม และ % คือ modulus operator
    ข้อใดเป็นค่าของ y เมื่อ y = 1 – 5 / 3 + 9 % 4;
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : -1
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 160 :
  • หลังจากส่วนของโปรแกรมข้างล่างนี้ทำงานเสร็จ answer มีค่าเท่าใด (% คือ modulus operator)
      int  a = 1, b = 2, c = 3:
      double  f = 1.75, g = 1.0, h = 5
      double answer;
      answer = a + g – b * f – c % b – h * 2;
    
  • 1 : -11.6
  • 2 : -12.5
  • 3 : -13.1
  • 4 : 12.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 161 :
  • กำหนดให้
    1. fmod(x,y) คืนค่าเศษหลังจุดทศนิยมของผลหาร x/y
    2. floor(x) คืนค่าจำนวนเต็มที่ได้จากการปัดเศษหลังจุดทศนิยมของค่าในตัวแปร x ทิ้งไป

    หลังจากทำงานสองบรรทัดข้างล่างนี้แล้ว x มีค่าเป็นเท่าไร (ให้ x เป็นตัวแปรจำนวนจริง)
      x = 19.75;
      x = fmod(x, floor(x));
    
  • 1 : 1.00
  • 2 : 19.75
  • 3 : 0.75
  • 4 : 1.75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 162 :
  • ให้ตัวแปรทุกตัวเป็นชนิดจำนวนเต็ม
    หลังจากส่วนของโปรแกรมข้างล่างนี้ทำงานเสร็จ x1 และ x2 มีค่าเท่าใด?
      x2 = 1;
      x4 = 5;
      x2 = (x4 + x2 % 2 - 3);
      x4 = x2;
      x3 = x4;
      x1 = x3;
    
  • 1 : x1 = 5, x2 = 5
  • 2 : x1 = 3, x2 = 1
  • 3 : x1 = 1, x2 = 5
  • 4 : x1 = 3, x2 = 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 163 :
  • ให้ตัวแปรทุกตัวเป็นชนิดจำนวนเต็ม
    หลังจากส่วนของโปรแกรมข้างล่างนี้ทำงานเสร็จ ตัวแปร ans มีค่าเท่าใด
      x2 = 1;
      x4 = 5;
      x2 = (x4 + x2 % 2 - 3);
      x4 = x2;
      x3 = x4;
      x1 = x3;
      ans = x4 + x3 + x3 + x2 + x1;
    
  • 1 : 18
  • 2 : 17
  • 3 : 16
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 164 :
  • กำหนดให้
    int x, y = 7, z = 5;
    x = ((++y) + (z--)) % 10;

    เมื่อส่วนของโปรแกรมข้างบนนี้ทำงานแล้ว ค่าของ x คืออะไร?
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 165 :
  • if(raining)
        if(window_open)
             puts("Close the window");
    

    ส่วนของโปรแกรมด้านล่างข้อใดต่อไปนี้มีความหมายเหมือนกับส่วนของโปรแกรมด้านบน
  • 1 : if(raining && window_open) puts("Close the window");
  • 2 : if(raining || window_open) puts("Close the window");
  • 3 : if(not (raining && window_open)) puts("Close the window);
  • 4 : if(not (not raining || window_open) puts("Close the window);
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 166 :
  • กำหนดให้ sqrt(Y) คือฟังก์ชันหาค่ารากที่สองของ Y จงหาค่าของนิพจน์ต่อไปนี้ เมื่อให้ค่าตัวแปร M = -3 N = 5 X = -3.57 Y = 4.78
    1. sqrt(Y) < N
    2. (X > 0) OR (Y > 0)
    3. (NOT((M > N) AND (X < Y))) OR ((M <= N) AND (X > X))
  • 1 : 1. เท็จ 2. จริง 3. จริง
  • 2 : 1. จริง 2. จริง 3. จริง
  • 3 : 1. เท็จ 2. เท็จ 3. จริง
  • 4 : 1. จริง 2. จริง 3. เท็จ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 167 :
  • กำหนดค่าของตัวแปรจำนวนเต็มต่อไปนี้
    count = 16, num = 4;

    และค่าของตัวแปรจำนวนจริงต่อไปนี้
    value = 31.0, many = 2.0;

    เมื่อกระทำตามคำสั่งต่อไปนี้
    value = (value - count)*(count - num)/many + num/many;
    ตัวแปร value มีค่าเท่าไร
  • 1 : 91
  • 2 : 92
  • 3 : 101
  • 4 : 102
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 168 :
  • กำหนดตัวแปร Value = 50; เมื่อกระทำการ bit-wise XOR (exclusive or) ด้วยตัวแปร Value เอง จะมีผลอย่างไรกับค่าตัวแปร Value
  • 1 : ตัวแปร Value จะมีค่าเท่ากับ 0
  • 2 : ตัวแปร Value จะมีค่าเท่ากับ 1
  • 3 : ตัวแปร Value จะมีค่าเท่ากับ 50
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 169 :
  • ข้อใดคือความแตกต่างระหว่าง Bitwise Operator และ Logical Operator
  • 1 : Bitwise Operator จะกระทำตรรกกับบิตข้อมูลของตัวแปร  แต่ Logical Opeator จะกระทำตรรกกับค่าข้อมูลของตัวแปร
  • 2 : Bitwise Operator จะกระทำตรรกกับตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม แต่ Logical Operator จะกระทำตรรกกับตัวแปรชนิดใด ๆ ก็ได้
  • 3 : Bitwise Operator จะกระทำตรรกกับตัวแปรชนิดใด ๆ ก็ได้ แต่ Logical Operator จะกระทำตรรกกับตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม
  • 4 : Bitwise Operator และ Logical Operator เป็นเพียงชื่อเรียกของ Compiler แต่ละภาษาเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 170 :
  • กำหนดให้ % แทน modulus operator

    ถ้า 22 % x มีค่าเท่ากับ 4;

    x มีค่าเท่าไร
  • 1 : 2
  • 2 : 4
  • 3 : 6
  • 4 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 171 :
  • ข้อใดมีค่าจริงเสมอ
  • 1 : P and P
  • 2 : P or P
  • 3 : not(P) and P
  • 4 : not(P) or P
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 172 :
  • กำหนดให้ฟังก์ชัน f มีลักษณะดังนี้
    เงื่อนไขที่ 1 f(n) = f(n-1)+f(n-2) เมื่อ n เป็นจำนวนเต็ม, n ≥ 2
    เงื่อนไขที่ 2 f(1) = 1 และ f(0) = 1
    จงหาว่า f(7) มีค่าเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 11
  • 3 : 21
  • 4 : 31
  • 5 : นับไม่ถ้วน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 173 :
  • กำหนดให้ฟังก์ชัน g มีคุณสมบัติดังนี้
    g(0) = 1
    g(n) = 2g(n-1) เมื่อ n > 0
    จงหาค่า g(n)
  • 1 : g(n) = 2n
  • 2 : g(n) = n*n
  • 3 : g(n) = 2 ยกกำลัง n
  • 4 : g(n) = 2 ยกกำลัง (n+1)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 174 :
  • โอเปอเรเตอร์ ++ หมายถึงการกระทำในลักษณะใด
  • 1 : เพิ่มค่าตัวแปรทีละหนึ่ง
  • 2 : การหารค่าตัวแปร
  • 3 : การยกกำลังของตัวแปร
  • 4 : การหารแบบปัดส่วน
  • 5 : การบวกแบบทวีคูณ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 175 :
  • 3+4*6/2+1 มีค่าเท่ากับ
  • 1 : 9
  • 2 : 11
  • 3 : 14
  • 4 : 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 176 :
  • ข้อใดเป็นจริงเมื่อ q=10,r=5,s=10
  • 1 : (s/r) <= q
  • 2 : (s*r) <=q
  • 3 : (q-r) == (s-q+r)
  • 4 : (q) < (r-s)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 177 :
  • จงหานิพจน์ที่สมมูลกับ NOT( A OR B OR C)
  • 1 : NOT ( (NOT A) AND (NOT B) AND (NOT C) )
  • 2 : NOT ( A AND B AND C )
  • 3 : ( NOT A ) AND (NOT B) AND (NOT C)
  • 4 : A AND B AND C
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 178 :
  • ฟุตบอลไทยจะชนะเมื่อมีเงื่อนใขต่อไปนื้ครบถ้วน
    1. นักฟุตบอลสมบูรณ์
    2. ฝนต้องไม่ตก
    3. แข่งในเมึองไทย
    3. แต่ถ้าศูนย์หน้าป่วยอาจแพ้ได้

    ให้ A แทน นักฟุตบอลสมบูรณ์ B แทน ฝนไม่ตก C แทน แข่งในเมึองไทย D แทน ศูนย์หน้าป่วย
    จงเขียนประโยคข้างบนเป็นนิพจน์ บูลลีน
  • 1 : A AND B AND C AND D
  • 2 : A AND B OR C AND D
  • 3 : A AND B AND C OR D
  • 4 : A AND B AND C AND (NOT D)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 179 :
  • (1 + 2 * 3 - 4) มีค่าเท่าใด
  • 1 : -3
  • 2 : 1
  • 3 : 3
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 180 :
  • ให้ a และ b เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม และ % แทน modulus operator
    อยากทราบว่า a และ b มีค่าเท่าใด ที่ทำให้
      a % b มีค่าเท่ากับ 1
      b % a มีค่าเท่ากับ 2
    
  • 1 : a = 5 และ b = 4
  • 2 : a = 4 และ b = 5
  • 3 : a = 3 และ b = 2
  • 4 : a = 2 และ b = 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 181 :
  • 3 + 5 * 5 -1 มีค่าเท่าใด
  • 1 : 23
  • 2 : 27
  • 3 : 49
  • 4 : 625
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 182 :
  • ถ้าให้ตัวแปร wet, cold, windy มีค่าความจริงดังนี้
    wet=true, cold=false, windy=false
    เครื่องหมาย && คือ and , เครื่องหมาย || คือ or, เครื่องหมาย ! คือ not

    จงหาค่าความจริงของ (cold && !wet) || !(windy || cold)
  • 1 : จริง
  • 2 : เท็จ
  • 3 : นิพจน์ที่เขียนเป็นนิพจน์ทางตรรกศาสตร์ที่ผิด
  • 4 : ไม่สามารถหาได้
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 183 :
  • ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : (x > 0) จะเป็นจริง เมื่อ x เป็น 0
  • 2 : (x >= 0) จะเป็นจริง เมื่อ x ไม่เท่ากับ 0
  • 3 : (x <= 0) จะเป็นเท็จ เมื่อ x เป็นจำนวนบวก
  • 4 : (x < 0) จะเป็นเท็จ เมื่อ x เป็นจำนวนลบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 184 :
  • ให้ %แทน modulus operator และมีลำดับการทำงานจากซ้ายไปขวา
    (203 % 10 % 9 % 7 % 5) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 185 :
  • ให้ % แทน modulus operator

    (201 % (11 % (8 % (7 % 4)))) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 186 :
  • กำหนดให้ a,b,c เป็นตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม ซึ่งมีค่าดังนี้
    a=10,b=20,c=30
    จงหาค่าของนิพจน์ a + b * c / a + 10
  • 1 : 70
  • 2 : 80
  • 3 : 100
  • 4 : 120
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 187 :
  • ให้ && แทน AND, || แทน OR
    operator ใดทำงานก่อนเป็นอันดับแรก ในการหาค่าของนิพจน์ตรรกศาสตร์ข้างล่างนี้

    (x > y + 80) && (z > 100) || (x > 500)
  • 1 : + ใน (y + 80)
  • 2 : > ใน (x > y + 80)
  • 3 : &&
  • 4 : ||
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 188 :
  • x = 1 + 2 + 3 + 4 + 5;
    x = x + x;
    x = x + x;
    x = x + x;

    เมื่อส่วนของโปรแกรมข้างบนนี้ทำงานเสร็จ x มีค่าเท่าใด
  • 1 : 120
  • 2 : 100
  • 3 : 80
  • 4 : 60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 189 :
  • กำหนดให้
    1. ~ คือการกระทำ one-complement (หรือเรียกอีกอย่างว่า bit-wise not)
    2. & คือการกระทำ bit-wise and
    3. ! คือการกระทำ logical not
    4. ผลของการกระทำ logical operation มีค่าได้เพียงสองค่าเท่านั้นคือ 1 (จริง) และ 0 (เท็จ)

    กระบวนการ ~!(b & 1) จะได้ค่าใด หาก b เป็นตัวแปรจำนวนเต็มซึ่งมีค่าเท่ากับ 5
  • 1 : 5
  • 2 : 1
  • 3 : 0
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 190 :
  • สมมติว่ามีการต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบภายนอก ซึ่งเมื่อมีการอ่านข้อมูลเข้ามาทางพอร์ตขนาด 8 บิต แล้ว 4 บิตบน จะเป็น ค่าข้อมูลจากแหล่งที่หนึ่ง และ 4 บิตล่าง เป็นค่าข้อมูลจากแหล่งที่สอง หากเราต้องการตรวจสอบว่า ค่าข้อมูลจากแหล่งที่หนึ่ง เป็นค่าใดนั้น เราจะต้องใช้นิพจน์ใดเพื่อหาค่าดังกล่าว สมมติว่าข้อมูลได้ถูกนำมาพักไว้ในตัวแปร x ก่อนที่จะส่งเข้านิพจน์ เพื่อทำการหาคำตอบ
  • 1 : x>>4
  • 2 : x/16
  • 3 : x-64
  • 4 : x%64
  • 5 : ไม่สามารถหาได้ ต้องออกแบบให้มีการรับค่าแยกพอร์ตกันเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 191 :
  • ให้ตัวแปรทุกตัวเป็นตัวแปรจำนวนจริง
    โดยที่ X1 = 1, X2 = 2, X3 = 3, X4 = 4
    อยากทราบว่า X1 / X2 * X3 / X4 มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0.417
  • 2 : 0.375
  • 3 : 0.667
  • 4 : 0.867
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 192 :
  • กำหนดให้ / คือ operator หารแบบจำนวนเต็ม ซึ่งจะปัดเศษทิ้งเสมอ

    นิพจน์ใดข้างล่างนี้ที่ไม่ได้ค่าเป็น 23
  • 1 : 3 + 4 * 5
  • 2 : 200 / 5 / 2 + 10 / 3
  • 3 : 1 + 77 / 7 * 2
  • 4 : 23 / 3 * 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 193 :

  • 1 : r = -b - (b^2 - 4ac) ^ 0.5 / 2a
  • 2 : r = -b - (b^2 - 4*a*c) ^ 0.5 / 2.0 * a
  • 3 : r = -b - (b^2 - 4*a*c) ^ 0.5 / (2.0*a)
  • 4 : r = (-b - (b*b - 4*a*c) ^ 0.5 ) / a / 2.0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 194 :
  • กำหนดให้ m เป็นตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม
    ข้อใดเป็นการตรวจสอบค่าของตัวแปร m ที่ต่างจากข้ออื่น
  • 1 : NOT((m < 1) AND (m > 12))
  • 2 : (m < 13) AND (m > 0)
  • 3 : NOT(NOT(1 <= m) OR NOT(m <= 12))
  • 4 : (1 <= m) AND (m => 12)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 195 :
  • ให้ n เป็นตัวแปรแบบจำนวนเต็ม และ % แทน modulus operator
    จะทำอย่างไรจึงจะได้ตัวเลขสองตัว ณ ตำแหน่งหลักพันและหลักร้อยของจำนวนเต็มในตัวแปร n (เช่นถ้า n = 12345 สิ่งที่ต้องการคือ 23)
  • 1 : (n / 1000) % 100
  • 2 : (n % 1000) / 100
  • 3 : (n % 10000) / 100
  • 4 : (n % 10000) / 1000
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 196 :
  • ให้ C คือตัวแปรจำนวนจริงที่แทนอุณหภูมิเป็นองศาเชลเชียส
    ข้อใดข้างล่างนี้ไม่แทนการแปลงอุณหภมิใน C ให้เป็นองศาฟาเรนไฮต์เพื่อเก็บใส่ตัวแปร F
    หมายเหตุ : 0 องศาเซลเซียสเทียบได้กับ 32 องศาฟาเรนไฮต์ และ 100 องศาเซลเซียสเทียบได้กับ 212 องศา ฟาเรนไฮต์
  • 1 : F = C * 180/100 + 32
  • 2 : F = 32 + 1.8 * C
  • 3 : F = 1.8C + 32
  • 4 : F = 9 * C / 5 + 32
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 197 :
  • ให้ % แทน modulus operator
    ((201 % (11 % 8)) % (9 % 5)) มีค่าเท่าใด
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 198 :
  • ให้ m คือตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดที่ไม่ใช่นิพจน์ที่แทนการทดสอบ 1 <= m <= 12
  • 1 : ! ((m < 1) && (m > 12))
  • 2 : ! ( (m < 1) || (m >= 13) )
  • 3 : ! ( ! (1 <= m) || ! (m <= 12) )
  • 4 : (1 <= m) && (m >= 12)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 199 :
  • ให้ n คือตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ n เก็บค่าที่เป็นจำนวนคี่
  • 1 : (n == 1) || (n == 3) || (n == 5) || (n == 7) || (n == 9)
  • 2 : (n / 10 == 1)
  • 3 : (n / 2 == 1)
  • 4 : (n % 2 == 1)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 200 :
  • ให้ n เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดให้ค่าจริงเมื่อ n มีค่าตั้งแต่ 13 ถึง 22
  • 1 : (13 < n) && (n < 22)
  • 2 : ! ((n > 22) || (n < 13))
  • 3 : (12 < n) || (n < 23)
  • 4 : (n - (22 - 13 + 1) > 0)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 201 :
  • ให้ n เป็นตัวแปรจำนวนเต็มที่เก็บรหัสไปรษณีย์ที่มีขนาด 5 หลักที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน (เช่น 10600 แถวคลองสาน 10300 แถวปทุมวัน กรุงเทพฯ)

    ถ้าเป็นรหัสไปรษณีย์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะขึ้นต้นด้วย 77 เช่น 77000 คืออำเภอเมือง 77130 คืออำเภอทับสะแก

    ข้อใดให้ค่าจริงเมื่อ n เก็บรหัสไปรษณีย์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • 1 : (n % 77 == 0)
  • 2 : (n % 100 == 77)
  • 3 : (n / 1000 == 77)
  • 4 : (n / 77 == 0)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 202 :
  • ให้ random() เป็นฟังก์ชันที่คืนจำนวนจริงที่สุ่มจากค่าในช่วง [0, 1) คือตั้งแต่ 0 ไปจนถึงเกือบ ๆ 1 (ไม่รวม 1)
    ข้อใดเป็นการสุ่มค่าจำนวนเต็มในช่วง [a, b] คือตั้งแต่ a จนถึง b (a และ b เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม โดยที่ a < b)
    (กำหนดให้ floor(x) เป็นฟังก์ชันคืนจำนวนเต็มที่ได้จากการปัดเศษหลังจุดทศนิยมของ x ออกหมด)
  • 1 : floor(random() * (b - a + 1))
  • 2 : floor(a + random() * b)
  • 3 : a + floor((b - a) * random())
  • 4 : a + floor((b - a + 1) * random())
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 203 :
  • ให้ a เป็นตัวแปรจำนวนเต็ม
    สมมติว่า a เก็บจำนวนตั้งแต่ 0 ถึง 99 ข้อใดข้างล่างนี้ทำให้ b มีค่าเป็นจำนวนที่เขียนสลับหลักสิบกับหลักหน่วยของ a (เช่น a เก็บ 21 จะได้ b เก็บค่า 12 เป็นต้น)
  • 1 : b = a / 10 + (a % 10)
  • 2 : b = (a % 10) * 100 + (a % 10)
  • 3 : b = 10 * (a % 1) + (a % 10)
  • 4 : b = 10 * (a % 10) + (a / 10)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 204 :
  • ให้ตัวแปรทุกตัวเป็นตัวแปรจำนวนเต็ม
    a = 2, b = 4, c = 8, d = 16;

    อยากทราบว่า a + (c + d) / a * b + d / a มีค่าเท่าใด
  • 1 : 58
  • 2 : 60
  • 3 : 13
  • 4 : 122
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 205 :
  • ให้ตัวแปรทุกตัวเป็นตัวแปรจำนวนเต็ม
    a = 2, b = 4, c = 8, d = 16

    อยากทราบว่า b * a + d / b / a + b * c มีค่าเท่าใด
  • 1 : 24
  • 2 : 35
  • 3 : 42
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 206 :
  • ให้ a เป็นตัวแปรจำนวนจริง, && แทนการ AND, || แทนการ OR

    ข้อใดให้ผลเป็นเท็จตลอด ไม่ขึ้นกับค่าของ a
  • 1 : (12 < a) && (a < 23)
  • 2 : (12 < a) || (a < 23)
  • 3 : (a < 12) && (a > 23)
  • 4 : (a < 12) || (a > 23)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 207 :
  • ให้ a เป็นตัวแปรจำนวนจริง, && แทนการ AND, || แทนการ OR

    ข้อใดให้ผลเป็นจริงตลอด ไม่ขึ้นกับค่าที่เก็บใน a
  • 1 : (12 < a) && (a < 23)
  • 2 : (12 < a) || (a < 23)
  • 3 : (a < 12) && (a > 23)
  • 4 : (a < 12) || (a < 23)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 208 :
  • เส้นตรงเส้นหนึ่งผ่านจุด (x1, y1) และ (x2, y2) บนระนาบสองมิติ
    ข้อใดเป็นนิพจน์ที่คำนวณหา slope ของเส้นตรงเส้นนี้
  • 1 : y1 - y2 / x1 - x2
  • 2 : y2 - y1 / x2 - x1
  • 3 : (y1 - y2) / x1 - x2
  • 4 : (y1 - y2) / (x1 - x2)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 209 :
  • ให้ (x1, y1) และ (x2, y2) เป็นจุดสองจุดบนระนาบสองมิติ
    และ sqrt(d) คือฟังก์ชันที่คืนค่ารากที่สองของ d

    ข้อใดคือนิพจน์ที่คำนวณหาระยะห่างที่สั้นสุดระหว่างจุดสองจุดนี้
  • 1 : sqrt((x1-x2)*(x1-x2)+(y1-y2)*(y1-y2))
  • 2 : sqrt((x1-x2)*(x2-x1)+(y1-y2)*(y2-y1))
  • 3 : sqrt((x2-x1)*(x1-x2)+(y2-y1)*(y1-y2))
  • 4 : sqrt((y1-y2)*(y2-y1)+(x1-x2)*(x2-x1))
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 210 :
  • ให้ n คือตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ n เก็บค่าที่เป็นจำนวนคู่
  • 1 : (n == 0) || (n == 2) || (n == 4) || (n == 6) || (n == 8)
  • 2 : (n / 10 == 0)
  • 3 : (n % 2 == 0)
  • 4 : (n / 2 == 0)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 211 :
  • ให้ n คือตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ n เก็บค่าที่เป็นจำนวนคู่
  • 1 : (n%10 == 0) || (n%10 == 2) || (n%10 == 4) || (n%10 == 6) || (n%10 == 8)
  • 2 : (n/10 == 0) || (n/10 == 2) || (n/10 == 4) || (n/10 == 6) || (n/10 == 8)
  • 3 : (n%10 == 0) && (n%10 == 2) && (n%10 == 4) && (n%10 == 6) && (n%10 == 8)
  • 4 : (n/10 == 0) && (n/10 == 2) && (n/10 == 4) && (n/10 == 6) && (n/10 == 8)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 212 :
  • ให้ n คือตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ n เก็บค่าที่เป็นจำนวนคู่
  • 1 : (2*n/2 == n)
  • 2 : (n/2*2 == n)
  • 3 : (n/10*10 == n)
  • 4 : (10*n/10 == n)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 213 :
  • ให้ n คือตัวแปรจำนวนเต็ม
    ข้อใดให้ค่าจริง ก็ต่อเมื่อ n เก็บค่าที่เป็นจำนวนคี่
  • 1 : (n/2*2 == n+1)
  • 2 : ((n+1)/2*2 == n)
  • 3 : ((n-1)/2*2 == n)
  • 4 : (n/2*2 == n - 1)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 214 :
  • วันสงกรานต์ตรงกับวันอะไร สามารถคำนวณได้ดังนี้
    1. เปลี่ยน ปี พ.ศ. เป็น ค.ศ.
    2. นำสองหลักทางขวาของปี ค.ศ คูณด้วย 1.2 แล้วบวกด้วย 11
    3. นำผลในข้อ 2 ปัดเศษหลังจุดทศนิยมทิ้ง (ใช้ฟังก์ชัน floor) แล้วหารด้วย 7
    4. เศษของการหาร 7 ถ้าเป็น 0 คืออาทิตย์ 1 คือจันทร์, ..., 6 คือเสาร์
    การคำนวณนี้ใช้ได้ตั้งแต่ปี 2543 ไปประมาณร้อยปี
    ถ้า y เก็บปีพ.ศ. ข้อใดคำนวณผลในข้อ 4
  • 1 : floor(11 + (((year - 543) / 100) * 1.2)) % 7
  • 2 : floor((((year - 543) % 100) * 1.2) + 11) % 7
  • 3 : floor((((year - 543) / 100) * 1.2) + 11) / 7
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 215 :
  • ให้ random() เป็นฟังก์ชันที่คืนจำนวนจริงที่สุ่มจากค่าในช่วง [0, 1) คือตั้งแต่ 0 ไปจนถึงเกือบ ๆ 1 (ไม่รวม 1)
    ข้อใดเป็นการสุ่มค่าจำนวนเต็มตั้งแต่ 0 จนถึง 50 (กำหนดให้ floor(x) เป็นฟังก์ชันคืนจำนวนเต็มที่ได้จากการปัดเศษหลังจุดทศนิยมของ x ออกหมด)
  • 1 : floor( 50*random() )
  • 2 : floor( 50*random() ) % 50
  • 3 : floor( 51*random() ) % 100
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 216 :
  • ให้ random() เป็นฟังก์ชันที่คืนจำนวนจริงที่สุ่มจากค่าในช่วง [0, 1) คือตั้งแต่ 0 ไปจนถึงเกือบ ๆ 1 (ไม่รวม 1)
    ข้อใดเป็นการสุ่มค่าจำนวนเต็มในช่วง [-10, 10] คือตั้งแต่ -10 จนถึง 10
    (กำหนดให้ floor(x) เป็นฟังก์ชันคืนจำนวนเต็มที่ได้จากการปัดเศษหลังจุดทศนิยมของ x ออกหมด)
  • 1 : floor(21 * random()) % 100 - 10
  • 2 : floor(21 * random()) % 20 - 10
  • 3 : floor(20 * random()) % 20 - 10
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 217 :
  • กำหนดให้ a = 5, b = 3 , c = 2 , d = 0.5 ถ้า s = a*b+c; s =
  • 1 : 15
  • 2 : 16
  • 3 : 17
  • 4 : 18
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 218 :
  • กำหนดให้ a = 5, b = 3 , c = 2 , d = 0.5 ถ้า t = b+c*b; t =
  • 1 : 8
  • 2 : 9
  • 3 : 10
  • 4 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 219 :
  • กำหนดให้ a = 5, b = 3 , c = 2 , d = 0.5 ถ้า v = a*a+b*b+c*c; v =
  • 1 : 36
  • 2 : 28
  • 3 : 38
  • 4 : 48
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 220 :
  • กำหนดให้ a = 5, b = 3 , c = 2 , d = 0.5 ถ้า x = a%5; x =
  • 1 : 0
  • 2 : 2
  • 3 : 4
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 221 :
  • กำหนดให้ a = 5, b = 3 , c = 2 , d = 0.5 ถ้า y = a/c; y =
  • 1 : 1.5
  • 2 : 2
  • 3 : 2.5
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 222 :
  • กำหนดให้ a = 5, b = 3 , c = 2 , d = 0.5 ถ้า z = a/d; z =
  • 1 : 0
  • 2 : 10
  • 3 : 11
  • 4 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 223 :
  • การดำเนินการโดยใช้เครื่องหมาย && จะให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร เมื่อ i = 2 และ j = 5 ในการดำเนินการ (i>3) && (j>4)
  • 1 : เป็นจริง
  • 2 : เป็นเท็จ
  • 3 : เป็นบวกเสมอ
  • 4 : เท่ากับหนึ่ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 224 :
  • value1 , value2 ที่แสดงโดยชุดคำสั่งต่อไปนี้มีค่าเท่าใด

    n = 20;
    value1 = n++;
    value2 = ++n;
    printf(“%d , %d ”,value1,value2);
  • 1 : 20 , 21
  • 2 : 21 , 20
  • 3 : 21 , 21
  • 4 : 20 , 22
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
เนื้อหาวิชา : 4 : การทำงานแบบลำดับ
ข้อที่ 225 :
  • ถ้าให้ x = 5; y = 7; z = 12;
    และ k = (x + y) * z + y;
    จงหาค่าของ k
  • 1 : 74
  • 2 : 128
  • 3 : 151
  • 4 : 96
  • 5 : 47
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 226 :
  • สมการ z เท่ากับ x กำลังสอง บวก y กำลังสอง เขียนเป็นนิพจน์ในภาษาคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร
  • 1 : z = x2 + y2;
  • 2 : z = x * x + y * y;
  • 3 : z = x * 2 + y * 2;
  • 4 : z = x ** 2 + y ** 2;
  • 5 : z = xx + yy;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 227 :
  • ถ้ากำหนดให้ Relative Precedence ของ Operators เป็นไปตามลำดับดังนี้ 1) ++ -- 2) * / % 3) + - จากลำดับ Operator Precedence ด้านบน จงjหาค่าตัวแปรดังต่อไปนี้ x = 4 + 5 * 3;
  • 1 : x= 27
  • 2 : x = 19
  • 3 : x= 17
  • 4 : ไม่สามารถระบุค่าได้
  • 5 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 228 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีชุดคำสั่งคือ
    i = 0
    i = i + 1
    j = 1
    j = i + j
    เมื่อคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ ผลลัพธ์จากการทำงานคือข้อใด
  • 1 : i มีค่า 0
  • 2 : j มีค่า 0
  • 3 : j มีค่า 1
  • 4 : j มีค่า 2
  • 5 : j มีค่า 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 229 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้น
    รับค่า x และ y
    นำค่า x + y ใส่ลงใน a
    นำค่า x – y ใส่ลงใน b
    แสดงค่าผลคูณของ a กับ b
    จบ

    ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้ โดยผู้ใช้ใส่ค่า 8 และ 2 ผลลัพธ์ที่ได้คือข้อใด
  • 1 : 8
  • 2 : 16
  • 3 : 28
  • 4 : 60
  • 5 : 66
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 230 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้น
    รับค่า x, y และ z
    นำค่าที่มากที่สุดของ x, y, z ไปใส่ไว้ใน a
    นำค่าที่น้อยที่สุดของ x, y, z ไปใส่ไว้ใน c
    นำค่าเฉลี่ยของ x, y, z ไปใส่ไว้ใน b
    จบ

    ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบแล้วข้อใดเป็นจริง
  • 1 : a < b < c
  • 2 : a > b > c
  • 3 : a <= b <= c
  • 4 : a >= b >= c
  • 5 : a >= b <= c
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 231 :
  • ข้อใดได้ผลลัพธ์บนหน้าจอเหมือนกับคำสั่งต่อไปนี้ int a = 50; PRINTtoSCREEN(a+200);
  • 1 : int a = 350; PRINTtoSCREEN(a); a = a - 100;
  • 2 : PRINTtoSCREEN(a); int a = 50; a = a * 5;
  • 3 : PRINTtoSCREEN(a); a = a - 100; int a = 350;
  • 4 : a = a * 5; int a = 50; PRINTtoSCREEN(a);
  • 5 : int a = 50; a = a * 5; PRINTtoSCREEN(a);
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 232 :
  • ถ้า x, y และ z มีค่าเป็น 18, 12 และ 4 ตามลำดับ ข้อใดต่อไปนี้เป็นค่าถูกต้อง เมื่อมีการทำงานเป็นดังโปรแกรม x = x – y; y = y – x; z = x * y / z;
  • 1 : x = 9;
  • 2 : y = 12;
  • 3 : z = 18;
  • 4 : x = 2/3 ของ z;
  • 5 : y = 1/3 ของ z;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 233 :
  • เมื่อ x, y และ z มีค่าเป็น 100, 13 และ 91 ตามลำดับ และมีการทำงานดังโปรแกรม
    1: z = z / y;
    2: y = y + z;
    3: x = x * z / y;
    ข้อใดถูกต้อง
  • 1 : x มีค่าเท่ากับ 25
  • 2 : z มีค่าเท่ากับ 8
  • 3 : y มีค่าเท่ากับ 21
  • 4 : ถ้าต้องการให้ x มีค่าเท่ากับ 12 จะต้องเปลี่ยนคำสั่งในบรรทัดที่ 3 เป็น (x+z)/y
  • 5 : ถ้าต้องการให้ x มีค่าเท่ากับ 25 จะต้องเพิ่มคำสั่ง z = z-2;ก่อนหน้าบรรทัดที่ 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 234 :
  • ค่า X จากโปรแกรมนี้คืออะไร
    X = 3
    Y = X + 1
    X = Y + 2
    END
  • 1 : 6
  • 2 : 5
  • 3 : 7
  • 4 : 4
  • 5 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 235 :
  • ค่า X จากโปรแกรมนี้คืออะไร
    X = X + 2
    X = 0
    X = X + 1
    END
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • 5 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 236 :
  • ค่า X จากโปรแกรมนี้คืออะไร
    Y = 11
    X = Y
    Y = Y + 3
    END
  • 1 : 0
  • 2 : 3
  • 3 : 11
  • 4 : 14
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 237 :
  • จากโปรแกรมภาษา C จงหาค่าของตัวแปร Newcount และ Count เมื่อโปรแกรมสิ้นสุดการทำงาน
    --------------------------------------------------

    int Newcount=0, Count=1;
    Newcount = Count++;
    Count = 3+Newcount++;
  • 1 : 2,4
  • 2 : 2,5
  • 3 : 3,4
  • 4 : 3,5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 238 :
  • จากโปรแกรม ภาษา C ต่อไปนี้ จงหาค่าของตัวแปร Newcount และ Count เมื่อโปรแกรมหยุดทำงาน
    ------------------------------------------
    int Newcount=0, Count=1;
    Newcount = Count++;
    Count = 3+Newcount++;
    Newcount = ++Count;
  • 1 : 4,5
  • 2 : 4,6
  • 3 : 5,5
  • 4 : 5,6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 239 :
  • x = 10
    y = 5
    x = y
    y = x
    หลังจากโปรแกรมทำงานครบทั้งสี่บรรทัด ข้อใดผิด
  • 1 : ตัวแปร x จะมีค่าเท่ากับ 5
  • 2 : x - y จะมีค่าเท่ากับ 5
  • 3 : y จะมีค่าเท่าเดิม
  • 4 : ไม่มีข้อใดผิด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 240 :
  • ถ้า b = 10 และ c = 5 ผลการทำงานหลังจากบรรทัดที่ 2 แล้ว a จะมีค่าเท่าใด
    บรรทัดที่ 1 b = b + c ;
    บรรทัดที่ 2 a = b - 5 ;
  • 1 : 5
  • 2 : 20
  • 3 : 25
  • 4 : 15
  • 5 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 241 :
  • ถ้า b = 5 และ c = 8 ผลการทำงานหลังจากบรรทัดที่ 3 แล้ว a จะมีค่าเท่าใด
    บรรทัดที่ 1 b = b * 2;
    บรรทัดที่ 2 c = c + b ;
    บรรทัดที่ 3 a = b * c;
  • 1 : 40
  • 2 : 65
  • 3 : 80
  • 4 : 180
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 242 :
  • ถ้า b = 10 และ c = 5 ผลการทำงานหลังจากบรรทัดที่ 4 แล้ว c จะมีค่าเท่าใด
    บรรทัดที่ 1 b = b + c;
    บรรทัดที่ 2 a = b - 5;
    บรรทัดที่ 3 b = a -c;
    บรรทัดที่ 4 c = b + a;
  • 1 : -10
  • 2 : 5
  • 3 : 10
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 243 :
  • ลำดับคำสั่งในข้อใดต่อไปนี้ให้ผลลัพธ์เป็นการสลับค่าของตัวแปร x กับ ตัวแปร y
  • 1 : x=y; y=x;
  • 2 : x=x+y; y=x-y; x=y-x;
  • 3 : x=x-y; y=y+x; x=x+y;
  • 4 : x=x+y; y=x-y; x=x-y;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 244 :

  • 1 : 12
  • 2 : 13
  • 3 : 15
  • 4 : 18
  • 5 : 20
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 245 :

  • 1 : dx2 = x1 - x2 * x1 - x2; dy2 = y1 - y2 * y1 - y2; d = squareRoot( dx2 + dy2 );
  • 2 : dx = x1 - x2; dy = y2 - y1; d = squareRoot( dx*dx, dy*dy );
  • 3 : dx = x2 - x1; dy = y2 - y1; dx2 = dx*dx; dy2 = dy*dy; d = dx2+dy2; d = squareRoot( d );
  • 4 : dx = x1 - x2; dy = y1 - y2; dxy = dx*2 + dy*2; d = squareRoot(dxy);
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 246 :

  • 1 : บรรทัด 04 กับ 05
  • 2 : บรรทัด 05 กับ 06
  • 3 : บรรทัด 06 กับ 07
  • 4 : บรรทัด 07 กับ 08
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 247 :
  • โครงสร้างแบบใดมีลักษณะการทำงานการวนรอบเพื่อทำงานซ้ำจะเริ่มต้นจากการทำงานตามคำสั่งของ do ก่อน หนึ่งรอบ แล้วจึงเริ่มตรวจสอบ เงื่อนไขที่คำสั่ง while
  • 1 : for
  • 2 : if-else
  • 3 : while
  • 4 : do-while
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 248 :
  • คำสั่งใดเป็นการขึ้นบรรทัดใหม่
  • 1 : \m
  • 2 : \n
  • 3 : \o
  • 4 : \p
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 249 :
  • จากโปรแกรม main() { int a,b,c,d; printf(“Enter three number ”); scanf(“%d%d%d”,&a,&b,&c); d =c; if(a>d) d = a; if(b > d) d = b; printf(“value of D = %.2f”,); } เป็นโปรแกรมใด
  • 1 : เป็นโปรแกรมหาค่าผลรวม
  • 2 : เป็นโปรแกรมหาค่าเฉลี่ย
  • 3 : เป็นโปรแกรมหาค่ามากที่สุด
  • 4 : เป็นโปรแกรมหาค่าน้อยที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 250 :
  • สัญลักษณ์ดังรูปหมายถึงสัญลักษณ์ในผังงานข้อใด
  • 1 : กิจกรรมประมวลผล
  • 2 : จุดเริ่มต้น หรือจุดสุดท้ายของกิจกรรม
  • 3 : การตัดสินใจหรือเปรียบเทียบ
  • 4 : แฟ้มข้อมูล
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 251 :
  • สัญลักษณ์ดังรูปหมายถึงสัญลักษณ์ในผังงานข้อใด
  • 1 : การแสดงผลข้อมูลทางจอภาพ
  • 2 : การรับข้อมูล และแสดงข้อมูล
  • 3 : เส้นแสดงทิศทางของกิจกรรม
  • 4 : การตัดสินใจหรือเปรียบเทียบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 252 :
  • ข้อใดคือสัญลักษณ์ของผังงานการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบ
  • 1 : รูปสี่เหลี่ยมคางหมู
  • 2 : รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
  • 3 : รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
  • 4 : รูปวงกลม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 5 : การทำงานแบบเลือก
ข้อที่ 253 :
  • จงหาผลลัพธ์จากขั้นตอนดังต่อไปนี้
    ขั้นที่ 1 เริ่มการทำงาน
    ให้ตัวแปร x , y เป็น integer
    ขั้นที่ 2 ให้ตัวแปร x =20 ; y =25 ;
    ขั้นที่ 3 ให้ตัวแปร x = x + 10 ; y =25 ;
    ขั้นที่ 4 ให้ตัวแปร x น้อยกว่า y ให้ ตัวแปร = x + 20
    มิฉะนั้นแล้ว ให้ตัวแปร x = x- 5 ;
    ขั้นที่ 5 พิมพ์ค่าตัวแปร x และตัวแปร y
    ขั้นที่ 6 จบการทำงาน
  • 1 : x= 30 ; y = 25:
  • 2 : x= 40 ; y = 25:
  • 3 : x= 50 ; y = 25:
  • 4 : x= 25 ; y = 25:
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 254 :
  • จงหาผลลัพธ์จากขั้นตอนดังต่อไปนี้
    ขั้นที่ 1 เริ่มการทำงาน
    ให้ตัวแปร x , y เป็น integer
    ขั้นที่ 2 ให้ตัวแปร x = 10 ; y =40 ;
    ขั้นที่ 3 ให้ตัวแปร x = x + 2 ; y = y - 5 ;
    ขั้นที่ 4 ให้ตัวแปร x = x + 2 ; y = y - 5 ;
    ขั้นที่ 5 ให้ตัวแปร x = x + 2 ; y = y - 5 ;
    ขั้นที่ 6 พิมพ์ค่า x,y จบ
  • 1 : ( x = 16 ; y = 25 ;)
  • 2 : ( x = 14 ; y = 30 ;)
  • 3 : ( x = 12 ; y = 35 ;)
  • 4 : ( x = 10 ; y = 40 ;)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 255 :
  • ถ้า A = 20 เงื่อนไขดังต่อไปนี้ให้ผลลัพธ์อะไร
  • 1 : B=0
  • 2 : B=10
  • 3 : B=20
  • 4 : B=30
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 256 :
  • ถ้า A = 5 เงื่อนไขดังต่อไปนี้ให้ผลลัพธ์อะไร
  • 1 : B=0
  • 2 : B=10
  • 3 : B=20
  • 4 : B=30
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 257 :
  • ถ้า A = 8 เงื่อนไขดังต่อไปนี้ให้ผลลัพธ์อะไร
  • 1 : B=0
  • 2 : B=10
  • 3 : B=20
  • 4 : B=30
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 258 :
  • จาก Flow chart ที่กำหนด ถ้าหลังจาก RUN โปรแกรม แล้วค่า y =15+0.2x ถามว่าค่า x มีโอกาส เป็นเท่าไร
  • 1 : x อาจจะเป็น 84 หรือ 83 หรือ 79 หรือ 75
  • 2 : x อาจจะเป็น 87 หรือ 82 หรือ 77 หรือ 76
  • 3 : x อาจจะเป็น 85 หรือ 80 หรือ 77 หรือ 76
  • 4 : x อาจจะเป็น 84 หรือ 83 หรือ 78 หรือ 75
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 259 :
  • จาก Flow chart ที่กำหนด จงหาค่า y
    เมื่อ ครั้งที่ 1 ให้ x= 79 , ครั้งที่ 2 ให้ x= 15 ;
  • 1 : 30.8 , 32.5
  • 2 : 17.9, 32.5
  • 3 : 17.9, 30.8
  • 4 : 30.8, 17.9
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 260 :
  • ผังงานต่อไปนี้เป็นผังงานของข้อใด
  • 1 : if....then....else
  • 2 : if .. then
  • 3 : for loop
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 261 :
  • ผังงานต่อไปนี้เป็นผังงานของข้อใด
  • 1 : if....then....else
  • 2 : while do ......
  • 3 : if.. then
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 262 :
  • ผังงานต่อไปนี้เป็นผังงานของข้อใด
  • 1 : if....then....else
  • 2 : while do ......
  • 3 : do.... while
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 263 :
  • จากคำสั่งต่อไปนี้เมื่อทำงานจนจบ X มีค่าเท่าไร เมื่อ a = 100
    if (a >= 1000)
    X = 1;
    else if (a < 10)
    X=2;
    else if (a > 100)
    X = 3;
    else
    X = 4;
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • 5 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 264 :
  • แสดงค่าในตัวแปร x ที่เกิดจากผลการทำงานของโปรแกรมนี้
    int x=50;
    if (x > 50)
    x=x+10;
    else if (x < 30)
    x=x+20;
    else x=x+30;
    x=x+10;
  • 1 : 90
  • 2 : 80
  • 3 : 70
  • 4 : 60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 265 :
  • จาก algorithm ต่อไปนี้ เมื่อสิ้นสุดการทำงาน x,y,z จะมีค่าเป็นเท่าใด เครื่องหมาย ! คือ not operator
    -----------------------------------------------------------------------------
    1: int x=6, y = 1, z = 2;
    2: if (!x) {
    3: x = y + 1;
    4: z = x - y;
    5: } else
    6: y = x - z;
  • 1 : x=6, y=1, z=2
  • 2 : x=6, y=4, z=2
  • 3 : x=2, y=1, z=1
  • 4 : x=2, y=4, z=1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 266 :
  • จากโปรแกรมที่ให้ ถ้ากำหนดค่าให้อาเรย์ x ดังนี้ 0, 4, 10, 1,3
    โดยเริ่มตั้งแต่ index 0 ถึง 4 เมื่อโปรแกรมทำงานจบแล้ว ans มีค่าเท่ากับเท่าใด
    กรณีภาษา C ans = x[0];
    for (i=1; i<=4; i++)
    {
    if (ans ans = x[i];
    } หรือ ในภาษา pascal ans := x[0];
    for i:=1 to 4 do
    begin
    if (ans ans := x[i];
    end
  • 1 : 0
  • 2 : 4
  • 3 : 10
  • 4 : 1
  • 5 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 267 :
  • โปรแกรมต่อไปนี้ถ้าต้องการให้ ans = 0 ต้องป้อนค่า num เป็นเท่าไร
    if( ((num*4-15) < num) || ((num*4-15)>num))
    ans = 1;
    else
    ans = 0;
    หมายเหตุ || คือ OR operator ใน pascal
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • 5 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 268 :
  • ข้อใดมีความหมายเช่นเดียวกันกับ a += (n1 >= n2) ? n1 : n2;
  • 1 : if (n1 < n2) a += n2; else a += n1;
  • 2 : if (n1 >= n2) a = n1; else a = n2;
  • 3 : if (n2 < n1) a = a + n2; else a = a + n1;
  • 4 : if (n2 > n1) a = n2; else a = n1;
  • 5 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 269 :
  • จากการใช้ if (a <= b) c = a; else c = b; ข้อใดกล่าวถูก?
  • 1 : c จะมีค่าเท่ากับ a ก็ต่อเมื่อค่าของ a มากกว่าค่าของ b
  • 2 : c จะมีค่าเท่ากับ b ก็ต่อเมื่อค่าของ a เท่ากับค่าของ b
  • 3 : ค่าของ c จะไม่มากกว่าค่าของ b เสมอ
  • 4 : ค่าของ c จะมากกว่าค่าของ a ก็ต่อเมื่อค่าของ a มากกว่า b
  • 5 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 270 :
  • ในการใช้ if statement เพื่อเช็คดูว่าค่าของ n เป็นเลขคี่ ซึ่งอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10 – 30
    หรือไม่นั้น เราต้องใช้คำสั่งอย่างไร? หมายเหตุ == คือเปรียบเทียบเท่ากับ
    != ไม่เท่ากับ
    || OR
    && AND
    / div
    % mod

  • 1 : if (((n % 2) == 1) || ((n >= 10) && (n <= 30)))
  • 2 : if (((n / 2) == 1) && ((n >= 10) && (n <= 30)))
  • 3 : if (((n % 2) != 0) && ((n >= 10) && (n <= 30)))
  • 4 : if (((n % 2) == 0) || ((n >= 10) && (n <= 30)))
  • 5 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 271 :
  • กำหนดตัวแปร n เป็น integer
    ถ้าต้องการเช็คว่าตัวแปร n เก็บเลขที่ลงท้ายด้วย 3
    (เช่น 3, 13, 23, 33, ...) เราต้องใช้คำสั่ง if อย่างไร?
    หมายเหตุ % คือ mod , / คือ div , == เปรียบเทียบเท่ากับ
  • 1 : if((n % 3) == 0)
  • 2 : if((n / 3) == 0)
  • 3 : if((n % 10) == 3)
  • 4 : if((n / 10) == 3)
  • 5 : มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 272 :
  • กำหนด constant ชื่อ MAXNUM มีค่า 20 ตัวแปร integer number มีค่า 30; if (number > MAXNUM) number = MAXNUM; PRINT_TO_SCREEN(number); จากโปรแกรมด้านบน number ที่ได้จะมีค่าอย่างไร
  • 1 : number = 0
  • 2 : number = 20
  • 3 : number = 30
  • 4 : number = 40
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 273 :
  • แสดงผลการทำงานของคำสั่งต่อไปนี้ โดยกำหนดการป้อนค่า
    1. N= 5
    2. N= 2

    IF (N < 5) THEN
    IF (N == 4) THEN PRINT "Hello."
    ELSE IF (N == 3) THEN PRINT "Goodbye."

    PRINT "Siam"
  • 1 : 1. Siam 2. Goodbye
  • 2 : 1. Hello 2. Goodbye
  • 3 : 1. Siam 2. Siam
  • 4 : 1. Hello 2. Goodbye
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 274 :
  • ให้เครื่องหมาย && คือ and operator
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • 5 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 275 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้น
    รับค่า x และ y
    ถ้า x > y และ y > 0 ให้นำ 0 ใส่ลงไปใน y
    จบ

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ โดยผู้ใช้ใส่ค่า 5 และ 3 แล้วทำให้ข้อใดเป็นจริง
  • 1 : x มีค่า 3
  • 2 : y มีค่า 3
  • 3 : y มีค่า 5
  • 4 : y มีค่า 0
  • 5 : y มีค่า -1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 276 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้น
    รับค่า x และ y และ z
    ถ้า x > y แล้ว z = 0
    มิฉะนั้น z = 1
    จบ

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ แล้วทำให้ข้อใดเป็นจริง
  • 1 : z มีค่า 0 หรือ 1 เท่านั้น
  • 2 : z มีค่า 0 เมื่อ x = y
  • 3 : z มีค่า 0
  • 4 : z มีค่า 1
  • 5 : z มีค่า 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 277 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้น
    รับค่า x และ y และ z
    ถ้า (x + y) > z แล้ว z = x + y
    มิฉะนั้น ถ้า z = 0 แล้ว z = y – x
    จบ

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ โดยผู้ใช้ใส่ค่า 1 และ 2 และ 4 แล้วทำให้ข้อใดเป็นจริง
  • 1 : z มีค่า 1
  • 2 : z มีค่า 2
  • 3 : z มีค่า 3
  • 4 : z มีค่า 4
  • 5 : z มีค่า 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 278 :
  • ข้อใดสมมูลกับประโยค if (x <= 80 and x > 49)
  • 1 : if (x = 80 and x > 49)
  • 2 : if (49 < x <= 80)
  • 3 : if (x < 80 or x > 50)
  • 4 : if (not (x > 80 or x < 50))
  • 5 : if (not (x > 80 and x < 50))
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 279 :
  • ผลลัพธ์ของนิพจน์ในข้อใดที่แตกต่างจากผลลัพธ์ของนิพจน์ (5+4) / 3 < 3
  • 1 : not (50 >= 14)
  • 2 : 3 + 8 >= 15 or 5 <= 3
  • 3 : 3 - 4 <= 10 and 3 > 3
  • 4 : 14 / 7 < 1 or not (9 < 4)
  • 5 : not (100 > 80 and 10 < 50)
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 280 :
  • if (วันนี้ฝนตก หรือ เป็นวันหยุด) then ฉันจะไปออกกำลังกาย
    else ฉันจะไปซื้อของ
    สมมุติว่า "วันนี้เป็นวันทำงาน แต่ว่าฝนตก"
    ข้อใดคือผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
  • 1 : ฉันจะไปออกกำลังกาย
  • 2 : ฉันจะไปซื้อของ
  • 3 : ฉันจะไปออกกำลังกาย และ ฉันจะไปซื้อของ
  • 4 : ฉันจะไปออกกำลังกาย แต่ ฉันจะไม่ไปซื้อของ
  • 5 : ฉันจะไม่ไปออกกำลังกาย และ ฉันจะไปซื้อของ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 281 :
  • A B เป็น เงื่อนไข X เป็น ตัวแปร

    X = 0
    IF A THEN
    BEGIN
    IF B THEN X = 1 ELSE X = 2
    END
    ELSE X = 3
    STOP
    ถ้า A จริง B เท็จ เมื่อโปรแกรมหยุด X มีค่าเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • 5 : ไม่ทราบค่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 282 :
  • A B เป็น เงื่อนไข X เป็น ตัวแปร

    X = 0
    IF A THEN
    BEGIN
    IF B THEN X = 1 ELSE X = 2
    END
    ELSE X = 3
    STOP
    ถ้า A เท็จ B จริง เมื่อโปรแกรมหยุด X มีค่าเท่าไร
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • 5 : ไม่ทราบค่า
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 283 :
  • num = -1
    if (num < 0) then (num = num + 1)

    num มีค่าเท่าไร หลังการทำงานของโปรแกรมนี้
  • 1 : -1
  • 2 : 0
  • 3 : 1
  • 4 : 2
  • 5 : ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 284 :
  • answer = 10
    if (a > 10) then answer = answer * 2
    if (a < 5) then answer = answer - 1
    else if (a > 7) then answer = answer + 1

    เมื่อมีการกำหนดค่าให้ตัวแปร a ข้อความใดเป็นจริง
  • 1 : ถ้า a = 3 จะได้ค่า answer = 9
    และถ้า a = 8 จะได้ค่า answer = 11
  • 2 : ถ้า a = 3 จะได้ค่า answer = 11
    และเมื่อ a = 7 จะได้ค่า answer = 10
  • 3 : เมื่อ a = 7 จะได้ค่า answer = 20
    เมื่อ a = 8 จะได้ค่า answer = 10
  • 4 : เมื่อ a = 1 จะได้ค่า answer = 9
    เมื่อ a = 7 จะได้ค่า answer = 20
  • 5 : answer = 10 ไม่ว่า a จะมีค่าเป็นเท่าไรก็ตาม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 285 :
  • ข้อ 3 ดูโจทย์จากรูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : -9
  • 2 : 9
  • 3 : 21
  • 4 : -21
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 286 :
  • ข้อ 1 จงบอกว่าอุปกรณ์ใดต่อไปนี้ เป็นอุปกรณ์ประเภท standard output
  • 1 : printer
  • 2 : monitor
  • 3 : diskette
  • 4 : Key board
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 287 :
  • ข้อ 3 ดูโจทย์จากรูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : -9
  • 2 : 9
  • 3 : 21
  • 4 : -21
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 288 :
  • ข้อ 4 ดูโจทย์จากรูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : -9
  • 2 : 9
  • 3 : 21
  • 4 : -21
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 289 :
  • ต้องการเขียนโปรแกรมเพื่อคำนวณหาค่าเสื้อรวมเมื่อราคาเสื้อเป็นดังนี้
    น้อยกว่า 10 ตัวราคาตัวละ 250 บาท
    น้อยกว่า 20 ตัวราคาตัวละ 230 บาท
    น้อยกว่า 30 ตัวราคาตัวละ 200 บาท
    น้อยกว่า 50 ตัวราคาตัวละ 150 บาท
    ควรเลือกใช้คำสั่งใดต่อไปนี้
  • 1 : if....then
  • 2 : if....then.....else
  • 3 : if...then...else if... (หรือ nested if)
  • 4 : for
  • 5 : while
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 290 :
  • ให้ V เป็นตัวแปรชนิดจำนวนจริงมีค่า 2.5
    if V > 2.0 then
    begin
    M := 3.0 * V;
    end
    else
    begin
    M := 0.0;
    end;
    V :=M;
    หลังจากคำสั่งข้างต้นถูกกระทำแล้ว ค่า V เป็นเท่าไร หมายเหตุ begin...end ก็คือ {..} และ := ก็คือ = ในภาษา C
  • 1 : 0.0
  • 2 : 2.5
  • 3 : 7.5
  • 4 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 291 :
  • จาก flowchart ข้างล่างนี้ การทำงานจะมาถึงกล่ิอง J ได้อย่างไร
  • 1 : A, B, C, และ H ต้องเป็นจริง
  • 2 : A และ H เป็นจริง B เป็นเท็จ
  • 3 : A และ B เป็นเท็จ ส่วน H เป็นจริง
  • 4 : A, H และ C เป็นเท็จ
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
เนื้อหาวิชา : 6 : การทำงานแบบวงวน
ข้อที่ 292 :
  • จงเขียนผลตอบสนองของโปรแกรมดังต่อไปนี้
    #include
    int main(void){
    function(5);
    }
    void function(int i){
    printf("%d ", i);
    if(i==0) return;
    else function(i-1);
    }
  • 1 : 0 1 2 3 4 5
  • 2 : 5 4 3 2 1
  • 3 : 1 2 3 4 5
  • 4 : 5 4 3 2 1 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 293 :
  • จาก Flow chart ที่กำหนด จงหาค่า val , n และวนรอบกี่ครั้ง หลังจากจบโปรแกรม ให้ค่า y=0 ,x = 1 , k=2 ,b=9
  • 1 : val =32 ,n=9 ;วน 4รอบ
  • 2 : val=28 ,n=11 ;วน 5รอบ
  • 3 : val =28 ,n=9 ;วน 4รอบ
  • 4 : val=22 ,n=9 ;วน 4รอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 294 :
  • ถ้า A = 4 และ B = 2เมื่อออกจากวงรอบ(loop) ผลลัพธ์จะเป็นอะไร
  • 1 : B = 8
  • 2 : B= 16
  • 3 : B=32
  • 4 : B=64
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 295 :
  • ถ้า A = 1 และ B = 2เมื่อออกจากวงรอบ(loop) ผลลัพธ์จะเป็นอะไร
  • 1 : B = 0
  • 2 : B=2
  • 3 : B=4
  • 4 : B=6
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 296 :
  • ถ้า A = 5 และ B = 1เมื่อออกจากวงรอบ(loop) ผลลัพธ์จะเป็นอะไร
  • 1 : B=7
  • 2 : B=9
  • 3 : B=11
  • 4 : B=13
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 297 :
  • ถ้า A = 1 และ B = 2เมื่อออกจากวงรอบ(loop) ผลลัพธ์จะเป็นอะไร
  • 1 : B=0
  • 2 : B=2
  • 3 : B=4
  • 4 : B=8
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 298 :
  • ความแตกต่างระหว่างการทำงานของคำสั่ง While และ Do-While คืออะไร
  • 1 : คำสั่ง While ทำคำสั่งก่อนแล้วจึงตรวจสอบเงื่อนไข ส่วนคำสั่ง Do-While ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนถ้าเป็นจริงจึงทำคำสั่งที่ต้องการ
  • 2 : คำสั่ง While ทำคำสั่งก่อนแล้วจึงตรวจสอบเงื่อนไข ส่วนคำสั่ง Do-While ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนถ้าเป็นเท็จจึงทำคำสั่งที่ต้องการ
  • 3 : คำสั่ง While ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนถ้าเป็นจริงจึงทำคำสั่งที่ต้องการ ส่วนคำสั่ง Do-While ทำคำสั่งก่อนแล้วจึงตรวจสอบเงื่อนไข
  • 4 : คำสั่ง While ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนถ้าเป็นเท็จจึงทำคำสั่งที่ต้องการ ส่วนคำสั่ง Do-While ทำคำสั่งก่อนแล้วจึงตรวจสอบเงื่อนไข
  • 5 : ทั้งสองคำสั่งทำงานเป็นวงวนเหมือนกันไม่แตกต่างกัน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 299 :
  • จากคำสั่งต่อไปนี้ ค่า n[3][3] มีค่าเท่ากับเท่าใด
    for (i=0; i<3; i++) {
    for (j=0; j<3; j++) {
    n[j][i] = i;
    }
    }
  • 1 : 0
  • 2 : 1
  • 3 : 2
  • 4 : 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 300 :
  • ให้หาค่า y สุดท้ายที่ได้จาก algorithm ต่อไปนี้
    ---------------------------------------------------
    x = 5
    y = 1
    while (x > 0) {
    x = x - 1
    y = y * x
    print(y)
    }
  • 1 : 0
  • 2 : 4
  • 3 : 10
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 301 :
  • จาก algorithm ด้านล่าง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด
    -----------------------------------------------------------------------------
    i=1 และ j=0
    for (i = 1; i <= 4; i = i+1) {
    if ((i - 1) / 2 == 0){
    print(i)
    j = i+1;
    }
    }
  • 1 : โปรแกรมนี้พิมพ์ค่า i ทั้งหมด 5 ครั้ง
  • 2 : ค่า i ค่าสุดท้ายคือ 4
  • 3 : ค่า j สุดท้าย คือ 2
  • 4 : ค่า j สุดท้าย คือ 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 302 :
  • จาก algorithm ด้านล่า่ง โปรแกรมจะทำงานวน loop ทั้งหมดกี่รอบ
    --------------------------------------------------------------------------
    กำหนด x=0, y = 1, z = 5
    while(x < 6) {
    y = z + x
    if (y < 11) {
    x = y + x
    }
    }
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 303 :
  • ข้อใดต่อไปนี้ได้ค่าตัวแปร sum เท่ากับโปรแกรมต่อไปนี้
    sum = 0;
    for(i=1; i<=100; i++)
    {
    sum = sum +i;
    }
  • 1 : sum = 0;
    j = 0;
    for(i=0; i<100; i++)
    {
    j = i+1;
    sum = sum +j;
    }
  • 2 : sum = 0;
    j = 0;
    for(i=1;i<100;i++)
    {
    j = i+1;
    sum = sum +j;
    }
  • 3 : sum = 0;
    for(i=1;i<100;i++)
    {
    sum = sum +i;
    }
  • 4 : sum = 0;
    for(i=0;i<=99;i++)
    {
    sum = sum +i;
    }
  • 5 : sum = 0;
    for(i=0;i<100;i++)
    {
    sum = sum +i;
    }
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 304 :
  • โปรแกรมที่ให้มีการทำงานวนรอบทั้งหมดกี่รอบ และแต่ละรอบ a มีค่าเท่ากับเท่าไร
    int a=10;
    while (a >= 1)
    {
    a = a - 2;
    }
  • 1 : 10 รอบ แต่ละรอบ a มีค่าเท่ากับ 1,2,3,4,5,6,7,8,9 และ 10
  • 2 : 10 รอบ แต่ละรอบ a มีค่าเท่ากับ 10,9,8,7,6,5,4,3,2 และ 1
  • 3 : 5 รอบ แต่ละรอบ a มีค่าเท่ากับ 9,7,5,3 และ 1
  • 4 : 5 รอบ แต่ละรอบ a มีค่าเท่ากับ 10,8,6,4 และ 2
  • 5 : 5 รอบ แต่ละรอบ a มีค่าเท่ากับ 2,4,6,8 และ 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 305 :
  • กำหนดให้
    int i;
    for (i = 1;i < 10; i++){
    if ( i > 7 ) continue;
    if ( i == 5 ) break;
    printf(”KORAT”);
    }
    สตริง KORAT จะถูกพิมพ์ทั้งหมดกี่ครั้ง?
  • 1 : 10
  • 2 : 6
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • 5 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 306 :
  • ข้อใดมีความหมายตรงกับคำว่า Inifinite Loop มากที่สุด
  • 1 : ผิดเงื่อนไขโปรแกรมจะไม่ทำงานภายในลูป
  • 2 : ทำงานวนซ้ำตามที่กำหนดค่าตัวแปรในโปรแกรม
  • 3 : ทำงานวนซ้ำตามที่กำหนดในโปรแกรมโดยมีจุดสิ้นสุด
  • 4 : ทำงานวนซ้ำตามที่กำหนดในโปรแกรมโดยไม่มีจุดสิ้นสุด
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 307 :
  • i = 0;
    for (j = -2; j < 3; j++) {
    i = j + i++;
    } ค่า i จะมีค่าเท่าไร
  • 1 : 2
  • 2 : 4
  • 3 : 6
  • 4 : -6
  • 5 : -4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 308 :
  • j = k = 0;
    do {
    j += k;
    k += 2;
    } while (k < 20);
    อยากทราบว่าค่า j มีค่าเท่าไร
  • 1 : 50
  • 2 : 60
  • 3 : 70
  • 4 : 80
  • 5 : 90
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 309 :
  • Recursive Function มีความหมายว่าอย่างไร
  • 1 : คือฟังก์ชันที่ทำงานแบบไม่รู้จบ
  • 2 : คือฟังก์ชันที่มีการเรียกจากภายในฟังก์ชันเอง
  • 3 : คือฟังก์ชันที่มีเงื่อนไขจึงจะออกจากโปรแกรมได้
  • 4 : คือฟังก์ชันสำหรับทำงานในโปรแกรมระบบเท่านั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 310 :
  • Nested Loops มีความหมายอย่างไร
  • 1 : คือ Loop ทีโปรแกรมวนไม่รู้จบ
  • 2 : คือ Loop ที่มีคำสั่งประเภทเดียวกันซ้อนอยู่
  • 3 : คือ Loop ที่มีคำสั่งวนซ้อนกันมากกว่า 1 Loop
  • 4 : คือ Loop เฉพาะที่มีเงื่อนไขสำหรับออกจากโปรแกรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 311 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้น
    x = 1
    ทำซ้ำ
    x = x + 1
    จนกระทั่ง x > 5
    จบ

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ แล้วทำให้ข้อใดเป็นจริง
  • 1 : x มีค่า 1
  • 2 : x มีค่า 5
  • 3 : x มีค่า 6
  • 4 : x มีค่า 7
  • 5 : x มีค่า 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 312 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้นโปรแกรม
    รับค่า x และ y
    ทำซ้ำ
    ถ้า x > y แล้ว
    { แสดงค่า x ; x = x – 1 ; }
    จนกระทั่ง x = y
    จบโปรแกรม

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ โดยผู้ใช้ใส่ค่า 5 และ 1 แล้วจะมีการแสดงค่าอะไร
  • 1 : 5
  • 2 : 5 1
  • 3 : 5 4 3 2
  • 4 : 5 4 3 2 1
  • 5 : 5 4 3 2 1 0
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 313 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    BEGIN
    sum = 0 ;
    FOR count = 1 to n
    { sum = sum + 1 ; write(sum) ; }
    END

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ แล้วจะมีการแสดงค่าอะไร
  • 1 : 0 1 2 3 4 ไปจนถึง n
  • 2 : 1 2 3 4 ไปจนถึง n
  • 3 : 0 1 3 4 7 ไปจนถึง n + (n + 1)
  • 4 : 1 3 4 7 ไปจนถึง n + (n + 1)
  • 5 : 1 3 5 7 ไปจนถึง n
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 314 :
  • ในการประมวลผลการทำงานของฟังก์ชันแบบเรียกซ้ำ สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องทราบคือข้อใด
  • 1 : จุดเริ่มต้นของการทำงาน
  • 2 : จุดสิ้นสุดการทำงาน
  • 3 : ค่าเริ่มต้นของการทำงาน
  • 4 : นิพจน์ทั่วไปที่ไม่เรียกซ้ำ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 315 :
  • ในการหาค่าของ n ตัวแรกที่ทำให้ผลบวกของอนุกรม 1 + 2 +3 +..+ n > 15 เป็นจริง ถ้าตรวจสอบเงื่อนไข ผลบวก > 15 ในการออกจากวงวนหลังจากที่ทำการบวกสะสมค่าของพจน์ โปรแกรมนี้จะวนอยู่ในวงวนกี่เที่ยว
  • 1 : 5 เที่ยว
  • 2 : 6 เที่ยว
  • 3 : 7 เที่ยว
  • 4 : 8 เที่ยว
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 316 :
  • จาก psuedocode:
    a=0;
    while a<20
    show a on a screen;
    a=a+1
    a=0; end ผลลัพธ์ค่า a หลังจาก run เสร็จแล้วคือ
  • 1 : 0
  • 2 : 20
  • 3 : 19
  • 4 : ไมมีคำตอบที่ถูกเนื่องจากโปรแกรมไม่สมบูรณ์
  • 5 : ไม่มีคำตอบที่ถูกเนื่องจากโปรแกรมทำงานไม่หยุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 317 :
  • พิจารณาโปรแกรมต่อไปนี้
    S = 0
    X = 0
    WHILE X < N
    BEGIN
    S = S + 2
    X = X + 1
    END
    STOP

    ถ้า N = 10 เมื่อโปรแกรมวิ่งจนจบ S มีค่าเท่าไร
  • 1 : 10
  • 2 : 12
  • 3 : 20
  • 4 : 22
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 318 :
  • ต้องการ บวก 1 ถึง N คำตอบเป็น S โปรแกรมต่อไปนี้ บรรทัดไหนผิด

    1 S = 0
    2 X = 1
    3 WHILE X < N
    BEGIN
    4 S = S + X
    5 X = X + 1
    END
    STOP
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • 5 : 5
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 319 :
  • ให้ N เป็น เลขคู่ มากกว่า 0
    ขณะที่โปรแกรมทำงานอยู่ X กับ Y มีค่าตรงกันพร้อนกันได้หรือไม่ ค่าใด

    X = 0
    Y = N
    WHILE X < N
    BEGIN
    X = X + 1
    Y = Y - 1
    END
    STOP
  • 1 : ไม่มีวันตรงกัน
  • 2 : 0
  • 3 : N
  • 4 : N/2
  • 5 : N/2 + 1
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 320 :
  • x = 0
    for count = 1 to 3
    x = x + count

    x มีค่าเป็นเท่าไร หลังการทำงานของโปรแกรมนี้
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • 5 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 321 :
  • value = -1
    while (value < 3)
    if (value < 0) then (value = value + 1)

    value มีค่าเท่าไร หลังการทำงานของโปรแกรมนี้
  • 1 : -1
  • 2 : 0
  • 3 : 2
  • 4 : 4
  • 5 : ไม่มีคำตอบ เนื่องจากโปรแกรมไม่หยุดทำงาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 322 :
  • จงหาค่าเงื่อนไขที่เพื่อให้ algorithm ได้ผลลัพธ์ต่อไปนี้
    1 2 3 4 5 6 7 8
    -------------------------------------
    count = 1
    while ( ___________ ) {
    Show count
    Show " "
    count = count + 1
    }
  • 1 : count <=9
  • 2 : count !=9
  • 3 : count+1<=8
  • 4 : count+1 < 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 323 :
  • ถ้าต้องการวนรับอายุของผู้ใช้จนกว่าจะใส่ค่าที่มากกว่าศูนย์ น่าจะตรวจสอบเงื่อนไขก่อนหรือหลังจากรับค่าอายุเก็บไว้ในตัวแปร
  • 1 : ก่อน
  • 2 : หลัง
  • 3 : กลาง
  • 4 : ก่อนหรือกลาง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 324 :
  • คำสั่งเทียมต่อไปนี้สอดคล้องกับผลลัพธ์ในข้อใด Set A = 1 Set R = 0.2 FOR I = 1 to N do A = A*(1+R)
  • 1 : A = (1+R)^N
  • 2 : A = A*(1+R)
  • 3 : A = (1+R)*N
  • 4 : A = (1+R)(1+R)
  • 5 : A = A*(1+R)*N
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 325 :
  • ชุดคำสั่งเทียม DO X = X + 1; WHILE (X < 10); เทียบเท่ากับคำสั่งในข้อใด
  • 1 : FOR N=1 TO 10 X=X+1; END FOR
  • 2 : WHILE (X<10) DO X=X+1; END WHILE
  • 3 : LOOP X=X+1; IF (X>=10) EXIT; END LOOP
  • 4 : REPEAT X=X+1; UNTIL (X<10);
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 326 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 327 :

  • 1 : หาผลรวม
  • 2 : หาค่าเฉลี่ย
  • 3 : หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • 4 : หาค่ามัธยฐาน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 328 :
  • กำหนดให้ == คือ operator ในการตรวจสอบความเท่ากันของข้อมูล
  • 1 : หาค่ามากสุด
  • 2 : นับจำนวนตัวที่มาก
  • 3 : หาว่ามีค่าใน data ที่มีค่าเท่ากับ x หรือไม่
  • 4 : นับจำนวนตัวใน data ที่มีค่าเท่ากับ x
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 329 :

  • 1 : 8
  • 2 : 9
  • 3 : 10
  • 4 : 11
  • 5 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 330 :
  • ข้อใดผิดสำหรับส่วนโปรแกรมที่ต้องการวนรับตัวอักษรไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะกด q โดยที่มีการประกาศตัวแปรให้ใช้ดังนี้ char check=’w’;
  • 1 : while(check!=”q”) { printf(“Enter one char : ”); check=getch( ); }
  • 2 : while(check!=113) { printf(“Enter one char : ”); check=getch( ); }
  • 3 : do { printf(“Enter one char : ”); check=getch( ); } while(check!=‘q’);
  • 4 : for(i=0;check!=‘q’;i++) { check=getche(); }
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 331 :
  • จากส่วนของโปรแกรมดังต่อไปนี้ ผลลัพธ์ i และ j จะเป็นจะมีค่าเท่าใดเมื่อสิ้นสุดการทำวนรอบ j =0; for (i =0; i < 10 ; i = i+2) j = j+5;
  • 1 : i = 10 j = 50
  • 2 : i = 10 j = 25
  • 3 : i = 12 j = 50
  • 4 : i = 12 j = 25
  • 5 : ไม่มีข้อถูกต้อง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 332 :
  • จากส่วนของโปรแกรมดังต่อไปนี้ ผลลัพธ์ i และ j จะเป็นจะมีค่าเท่าใดเมื่อสิ้นสุดการทำวนรอบ j =2; for (i =0; i < 10 ; i = i+2) j = j*2;
  • 1 : i = 10 j =32
  • 2 : i = 10 j = 64
  • 3 : i = 12 j = 32
  • 4 : i = 12 j =64
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 333 :
  • จากส่วนของโปรแกรมดังต่อไปนี้ ผลลัพธ์ i และ j จะเป็นจะมีค่าเท่าใดเมื่อสิ้นสุดการทำวนรอบ j =0; for (i =1; i < 10 ; i = i*2) j = j+2;
  • 1 : i = 10 j = 10
  • 2 : i = 10 j = 8
  • 3 : i = 16 j = 10
  • 4 : i = 16 j = 8
  • 5 : i = 16 j = 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 334 :
  • จากส่วนของโปรแกรมดังต่อไปนี้ ผลลัพธ์ i และ j จะเป็นจะมีค่าเท่าใดเมื่อสิ้นสุดการทำวนรอบ j =1; for (i =1; i < 10 ; i = i*2) j = j*2;
  • 1 : i = 8 j = 8
  • 2 : i = 16 j = 8
  • 3 : i = 16 j = 32
  • 4 : i = 8 j = 16
  • 5 : i = 16 j = 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 5
ข้อที่ 335 :

  • 1 :
  • 2 :
  • 3 :
  • 4 :
  • 5 :
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 336 :
  • จากส่วนของโปรแกรมดังต่อไปนี้ ผลลัพธ์ i และ j จะเป็นจะมีค่าเท่าใดเมื่อสิ้นสุดการทำวนรอบ j =0; for (i =1; i < 10 ; i = i*3) j = j+2;
  • 1 : i = 12 j = 8
  • 2 : i = 27 j = 8
  • 3 : i = 12 j =6
  • 4 : i =27 j =6
  • 5 : i =27 j=10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 337 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดการทำงานในวงวน (loop) กี่ครั้ง j = 10; do { j = j-1; } while (j >0);
  • 1 : 7
  • 2 : 8
  • 3 : 9
  • 4 : 10
  • 5 : 11
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 338 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดการทำงานในวงวน (loop) กี่ครั้ง j =10; do { j = j-2; } while (j >0);
  • 1 : 3
  • 2 : 5
  • 3 : 7
  • 4 : 9
  • 5 : 10
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 339 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดการทำงานในวงวน (loop) กี่ครั้ง j = 10; do { j = j/2; } while (j >0);
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • 5 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 340 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดการทำงานในวงวน (loop) กี่ครั้ง j = 10; while (j >=0) { j = j -1; }
  • 1 : 8
  • 2 : 9
  • 3 : 10
  • 4 : 11
  • 5 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 341 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดการทำงานในวงวน (loop) กี่ครั้ง j = 10; while (j >=0) { j = j -2; }
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • 5 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 342 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดการทำงานในวงวน (loop) กี่ครั้ง j = 10; while (j >=0) { j = j - 3 ; }
  • 1 : 3
  • 2 : 4
  • 3 : 5
  • 4 : 6
  • 5 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 343 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะเกิดแสดงข้อความ "Test" กี่ครั้ง for (i =0 ; i < 10 ; i++) { printf ("Test\n"); }
  • 1 : 9
  • 2 : 10
  • 3 : 11
  • 4 : 12
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 344 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะแสดงข้อความ "Test" กี่ครั้ง for (i =0 ;i<= 10 ; i++) { printf ("Test\n"); }
  • 1 : 9
  • 2 : 10
  • 3 : 11
  • 4 : 12
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 345 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะแสดงข้อความ "Test" กี่ครั้ง for (i = 1 ;i< 10 ; i++) { printf ("Test\n"); }
  • 1 : 8
  • 2 : 9
  • 3 : 10
  • 4 : 11
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 346 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะแสดงข้อความ "Test" กี่ครั้ง for (i =1 ;i<= 10 ; i++) { printf ("Test\n"); }
  • 1 : 8
  • 2 : 9
  • 3 : 10
  • 4 : 11
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 347 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะแสดงข้อความ "Test" กี่ครั้ง for (i =0 ;i< 10 ; i=i+2) { printf ("Test\n"); }
  • 1 : 4
  • 2 : 5
  • 3 : 6
  • 4 : 7
  • 5 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 348 :
  • จากส่วนของโปรแกรม ดังต่อไปนี้ จะแสดงข้อความ "Test" กี่ครั้ง for (i =1 ;i< 10 ; i=i*2) { printf ("Test\n"); }
  • 1 : 2
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 5
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 349 :

  • 1 : a = 4 b = 8
  • 2 : a = 4 b = 7
  • 3 : a =5 b= 8
  • 4 : a =5 b= 7
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 350 :

  • 1 : a = 5 b =6
  • 2 : a = 5 b =7
  • 3 : a = 4 b = 6
  • 4 : a = 4 b =7
  • 5 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 351 :
  • ในการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้ในการคูณ matrix ขนาด m x n จำนวน 2 matrix จะต้องใช้การวนลูปกี่ชั้นในการแก้ปัญหานี้
  • 1 : 4 ชั้น
  • 2 : 2 ชั้น
  • 3 : 1 ชั้น
  • 4 : 3 ชั้น
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 352 :
  • ในการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้ในการหาค่าน้อยที่สุดของเลขจำนวนเต็ม ถ้ามีเลขจำนวนเต็มอยู่ 10 ตัว จะต้องมีการวนลูปลึกกี่ชั้น และเกิดการเปรียบเทียบขึ้นกี่ครั้ง
  • 1 : 1 ชั้น และเกิดการเปรียบเทียบ 10 ครั้ง
  • 2 : 1 ชั้น และเกิดการเปรียบเทียบ 9 ครั้ง
  • 3 : 2 ชั้น และเกิดการเปรียบเทียบ 36 ครั้ง
  • 4 : 2 ชั้น และเกิดการเปรียบเทียบ 45 ครั้ง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 353 :
  • ถ้า ส่วน for(x = 2; x <20; x+=3) อยู่ในโปรแกรมที่แสดงค่า x ทุกค่าจนจบโปรแกรม ค่าของ x ในข้อใดไม่ถูกต้อง
  • 1 : 8
  • 2 : 14
  • 3 : 17
  • 4 : 18
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 354 :
  • สัญลักษณ์ดังรูป หมายถึงสัญลักษณ์ในผังงานข้อใด
  • 1 : การรับหรือแสดงผลโดยไม่ระบุอุปกรณ์
  • 2 : การแสดงผลทางจอภาพ
  • 3 : การแสดงผลข้อมูลเป็นเอกสาร เช่นแสดงผลทางเครื่องพิมพ์
  • 4 : จุดเริ่มต้น หรือจุดสุดท้ายของกิจกรรม
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 355 :
  • โปรแกรมที่แสดง x = 2; while(x<=100) x++; ให้ผลลัพธ์อย่างไร
  • 1 : โปรแกรมแสดง 1-100
  • 2 : โปรแกรมแสดงเลขคู่ตั้งแต่ 2-100
  • 3 : โปรแกรมแสดงเลขตั้งแต่ 2-100
  • 4 : โปรแกรมแสดงเลขคี่ตั้งแต่ 2-100
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
เนื้อหาวิชา : 7 : Arrays 1-2 มิติ
ข้อที่ 356 :
  • กำหนด a[] = {7,3,2,5,6}; ความหมายของ a[3] จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 7
  • 2 : 3
  • 3 : 2
  • 4 : 5
  • 5 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 357 :
  • ข้อใดถูกต้องที่สุด
  • 1 : a[0] เป็นสมาชิกของอะเรย์ ตัวแรกสุด
  • 2 : a[]= {2,5,3,9} ตัวแปรอะเรย์ ที่มีค่า 5 คือ a[2]
  • 3 : a[]= {2,5,3,9}สมาชิกตัวสุดท้ายของอะเรย์คือ a[4]
  • 4 : ไม่มีข้อถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 358 :
  • ข้อความ “Hello-World” ต้องใช้ตัวแปรอะเรย์ชนิด char จำนวนกี่ตำแหน่ง
  • 1 : 9
  • 2 : 10
  • 3 : 11
  • 4 : 12
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 359 :
  • จาก Flow chart ที่กำหนดหลังจบโปรแกรมจงหาค่า matrix และหาค่าวนรอบจุด A , B ,C,E จุดละกี่รอบ เมื่อตำแหน่ง Array เริ่มที่ a[1][1] ,b[1][1] ให้ค่า n= 1,m=2 ,x=1,y=3
  • 1 : C[2][3]={ 12 , -10 ,35 ,5 ,9,14} วนรอบจุด A = 2 รอบ ,จุด B =2 รอบ,จุด C=2 รอบ ,จุด E =6 รอบ
  • 2 : C[2][3]={ 12 , -13 ,35 ,5 ,9,13} วนรอบจุด A = 2 รอบ ,จุด B =2 รอบ,จุด C=3 รอบ ,จุด E = 7 รอบ
  • 3 : C[2][3]={ 12 , -7 ,35 ,5 ,9,14} วนรอบจุด A = 2 รอบ ,จุด B =2 รอบ,จุด C=2 รอบ ,จุด E =7 รอบ
  • 4 : C[2][3]={ 12 , -13 ,35 ,5 ,9,14} วนรอบจุด A = 2 รอบ ,จุด B =2 รอบ,จุด C=2 รอบ ,จุด E =6 รอบ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 360 :
  • รหัสเทียม(pseudocode) ต่อไปนี้ตรงกับการทำงานในข้อใด
  • 1 : การเรียงตัวเลขจากน้อยไปหามาก
  • 2 : การเรียงตัวเลขจากมากไปหาน้อย
  • 3 : การหาผลรวมตัวเลขในอาร์เรย์ B โดยใช้อาร์เรย์ A และ C ช่วย
  • 4 : การหาผลรวมตัวเลขในอาร์เรย์ C โดยใช้อาร์เรย์ A และ B ช่วย
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 361 :
  • จากรหัสเทียม(pseudocode)ที่กำหนดให้ หากมีการเปลี่ยนบรรทัดที่ 7 เป็น for j = 1 to length[A] จะเกิดผลตรงกับข้อใด
  • 1 : การหาผลรวมตัวเลขในอาร์เรย์ C โดยใช้อาร์เรย์ A และ B ช่วย
  • 2 : การหาผลรวมตัวเลขในอาร์เรย์ B โดยใช้อาร์เรย์ A และ C ช่วย
  • 3 : การเรียงตัวเลขจากมากไปหาน้อย
  • 4 : การเรียงตัวเลขจากน้อยไปหามาก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 362 :
  • กำหนดรหัสเทียม(pseudocode)ของฟังก์ชัน X ต่อไปนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 3
  • 3 : 5
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 363 :
  • กำหนดรหัสเทียม(pseudocode) ของฟังก์ชัน X ต่อไปนี้
  • 1 : 2
  • 2 : 4
  • 3 : 6
  • 4 : 8
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 364 :
  • กำหนดรหัสเทียม(pseudocode) ของฟังก์ชัน X ต่อไปนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 365 :
  • กำหนดรหัสเทียม(pseudocode) ของโปรแกรม Y ซึ่งมีการเรียกใช้งานฟังก์ชัน X ดังต่อไปนี้
  • 1 : 12
  • 2 : 8
  • 3 : 7
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 366 :
  • กำหนดรหัสเทียม(pseudocode) โปรแกรม Y ซึ่งมีการเรียกใช้งานฟังก์ชัน X ดังต่อไปนี้
  • 1 : 1
  • 2 : 10
  • 3 : 9
  • 4 : 21
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 367 :
  • คำสั่งใดมักนิยมใช้ในการนำข้อมูลเข้าไปเก็บและแสดงผลข้อมูลในตัวแปรชุด
  • 1 : loop
  • 2 : while
  • 3 : do-while
  • 4 : for
  • 5 : do-until
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 368 :
  • จากคำสั่งต่อไปนี้เมื่อทำจนจบคำสั่ง ข้อความที่เก็บในC[ ] คืออะไร
    str[ ] = “Hello World”;
    i = 0;
    for (k=10; k>=0; k--){
    C[k] = str[i];
    i = i + 1;
    }
  • 1 : Hello World
  • 2 : World
  • 3 : dlroW olleH
  • 4 : dlroW
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 369 :
  • ้จาก algorithm ด้านล่างนี้ จงหา ค่าของตัวแปร what ที่พิมพ์ออกมา
    ----------------------------------------------------------------------
    score = {1, 4, 8, 5, 6, 2}
    what = score[0]
    FOR (index=0; index < 6; index=index+1) {
    if ( score[index] > what ) {
    what = score[index];
    }
    }
    print(what)
  • 1 : 1
  • 2 : 8
  • 3 : 6
  • 4 : 2
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 370 :
  • ค่าที่เก็บในตัวแปรชุด a[ ][ ] หลังจากการทำงานของโปรแกรมคือข้อใด
    int a[3][4];
    int i,j;
    for(i=0; i<3; i++)
    for(j=0; j<4; j++)
    a[i][j] = i*j;
  • 1 : 0 0 0 0
    0 0 0 0
    0 1 2 3
  • 2 : 0 0 0 0
    0 1 2 3
    0 2 3 6
  • 3 : 0 0 0 0
    0 1 2 3
    0 1 4 6
  • 4 : 0 0 0 0
    0 1 2 3
    0 2 4 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 371 :
  • กำหนดให้ int data[6][5][4];
    ถ้าต้องการให้ตัวแปรตัวที่ 20 เก็บค่า 100 เราต้องใช้คำสั่งอย่างไร?
  • 1 : data[0][4][3] = 100;
  • 2 : data[1][4][3] = 100;
  • 3 : data[1][3][3] = 100;
  • 4 : data[0][3][3] = 100;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 372 :
  • ถ้า y = { 1, 9, 2, 6, 7 };
    y[3] จะมีค่าเท่าไร
  • 1 : 1
  • 2 : 9
  • 3 : 2
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 373 :
  • ถ้า y[3][3] = {{7, 4, 5}, {6, 1, 8}, {2, 3, 4}};
    y[2][1] มีค่าเท่าไร
  • 1 : 1
  • 2 : 3
  • 3 : 4
  • 4 : 6
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 374 :
  • int function_x(int x[] int len) { int temp = x[0]; for(int i=1; i
  • 1 : เรียงค่าน้อยไปหาค่ามาก
  • 2 : เรียงค่ามากไปหาค่าน้อย
  • 3 : ค้นหาค่าที่น้อยที่สุด
  • 4 : ค้นหาค่าที่มากที่สุด
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 375 :
  • จากโปรแกรมด้านล่าง ค่าของ x[7] และ d[7] จะมีค่าเท่าใด int x[8] = 0; int d[8] = 0; int k; for(k=1;k<8;k++) { x[k] = (2*k-1); d[k] = d[k-1] + x[k]; }
  • 1 : 9, 25
  • 2 : 11, 36
  • 3 : 13, 49
  • 4 : 15, 64
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 376 :
  • กำหนดให้ตัวแปร x และ y เป็นแถวลำดับ (array) ที่มี 1 มิติและมีค่าดังนี้
    x[n] = y[n]
    โดยที่ n เป็นเลขจำนวนเต็ม ถ้า n มีค่า 3 และ y[3] มีค่า 4 แล้ว x[3] จะมีค่าเท่าใด
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 377 :
  • ถ้ามีการประกาศตัวแปรอาร์เรย์ของ float โดย float y[10][10]; อาร์เรย์ y มีขนาดเป็นกี่ byte (กำหนดให้ float มีขนาดเท่ากับ 4 byte)
  • 1 : 200
  • 2 : 242
  • 3 : 400
  • 4 : 484
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 378 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้นโปรแกรม
    รับค่า i
    ทำซ้ำ โดยให้ count = 1 ถึง i
    x[i] = i + 1
    จบทำซ้ำ
    จบโปรแกรม

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ โดยผู้ใช้ใส่ค่า 7 แล้วข้อใดเป็นจริง
  • 1 : x[2] มีค่า 3
  • 2 : x[3] มีค่า 3
  • 3 : x[7] มีค่า 6
  • 4 : x[7] มีค่า 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 379 :
  • กำหนดให้โปรแกรมมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

    เริ่มต้นโปรแกรม
    i = 8 ;
    x[1] = 1 ; x[2] = 1 ;
    ทำซ้ำโดยให้ count = 3 ถึง i
    x[i] = x[i – 1] + x[i - 2]
    จบทำซ้ำ
    จบโปรแกรม

    ถ้าคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมนี้จนจบ แล้วทำให้ข้อใดเป็นจริง
  • 1 : x[2] มีค่า 3
  • 2 : x[3] มีค่า 3
  • 3 : x[4] มีค่า 3
  • 4 : x[5] มีค่า 3
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 380 :
  • จาก char fruit [5] [20] = {“apple”, “banana”, “cherry”, “orange”, “strawberry”}; ข้อใดคือค่าของ fruit [3] [0]
  • 1 : ‘a’
  • 2 : ‘c’
  • 3 : ‘b’
  • 4 : ‘o’
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 381 :
  • ถ้า int num[5] = {8,12,20,5,40}; ข้อใดเป็นคำตอบของ y เมื่อ int y = num[1]*num[3]–num[4];
  • 1 : num[0]
  • 2 : num[1]
  • 3 : num[2]
  • 4 : num[3]
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 382 :
  • จาก pseudocode:
    a: array of 2*10;
    b: array of 5*2;
    for a_x=1 to 2
    b(a_x,a_x)=a_x;
    for a_y=1 to 10;
    a(a_x,a_y)=a_x*a_y;
    end
    end
    c=a(5,2)+b(2,2);
    ผลลัพธ์ของ c คือ
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 12
  • 4 : 7
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 383 :
  • ให้ A[1..N] เป็น อะเรย์ หนึ่งมิติ ขนาด N
    โปรแกรมต่อไปนี้ทำอะไร

    M = A[1]
    FOR K =2 TO N
    IF M < A[K] THEN M = A[K]
    END
  • 1 : หาค่า MAX A[1..N]
  • 2 : หาค่า MIN A[1..N]
  • 3 : หาว่า มีค่าใดน้อยกว่า M หรือไม่
  • 4 : หาว่า มีค่าใดมากกว่า M หรือไม่
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 1
ข้อที่ 384 :
  • ให้ A[1..N] เป็น อะเรย์ หนึ่งมิติ ขนาด N
    A[1]=1 A[2]=2 ... A[N]=N
    เมื่อโปรแกรมจบ A[5] มีค่าเท่าไร

    FOR K = 2 TO N
    A[K] = A[K-1] + A[K]
    END
  • 1 : 5
  • 2 : 9
  • 3 : 11
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 385 :
  • ให้ B[1..N, 1..N] เป็น อะเรย์ 2 มิติ ขนาด N x N
    เมื่อโปรแกรมทำงานเสร็จ บรรทัด B[J,K] = B[J,K] + 1 ทำงานไปกี่รอบ

    FOR J = 1 TO N
    FOR K = 1 TO J
    B[J,K] = B[J,K] + 1
    END
  • 1 : N
  • 2 : 2N
  • 3 : N x N
  • 4 : N(N+1)/2
  • 5 : ผิดทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 386 :
  • จากโปรแกรม ตัวแปร a รับค่าได้มากที่สุดกี่ค่า
  • 1 : 30
  • 2 : 60
  • 3 : 90
  • 4 : 120
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 387 :
  • กำหนดให้
    a = {3,5,7,2};
    b = {1,9,9,1};
    จงหาค่าของ b[a[3]] + a[b[3]]
  • 1 : 10
  • 2 : 12
  • 3 : 14
  • 4 : 16
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 388 :
  • ต่อไปนี้ข้อใดต้องใช้ตัวแปรเป็นอาเรย์ 2 มิติ
  • 1 : เพื่อเก็บคะแนนของนักเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ 100 คน
  • 2 : เพื่อเก็บคะแนนนักเรียน 5 วิชา
  • 3 : เพื่อเก็บปริมาณน้ำฝนแต่ละเดือนในช่วง 10 ปี
  • 4 : เพื่อเก็บจำนวนนักเรียนของโรงเรียน 100 โรง
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 389 :
  • ดูโจทย์จากรูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : 10
  • 2 : 20
  • 3 : 30
  • 4 : 60
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 390 :
  • ดูโจทย์จากรูปภาพประกอบคำถาม
  • 1 : read(a[i,j])
  • 2 : read(a[j,i])
  • 3 : write(a[Sun,5])
  • 4 : write(a[Thurs,5])
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 391 :
  • n=6
  • 1 : [7,6,5,4,3,2,1]
  • 2 : [1,1,1,1,1,1,1]
  • 3 : [7,7,7,7,7,7,7]
  • 4 : [1,2,3,4,5,6,7]
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 392 :
  • ถ้าต้องการทำการประกาศตัวแปร A เพื่อเก็บข้อมูลเมตริกซ์ที่มีขนาด 4 X 4 ควรประกาศตัวแปรอย่างไร
  • 1 : A : Array [1..4] of Integer ;
  • 2 : A : Array [1..4, 1..4 ] of Integer ;
  • 3 : A : Array [1..4, 1..4, 1..4, 1..4] of Integer ;
  • 4 : ไม่มีข้อใดถูก
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 393 :
  • ถ้า Array 1 มิติ ชื่อ A มีขนาด 8 ช่องข้อมูล แล้วต้องการเก็บค่า 20 ไว้ในตำแหน่ง(Index)ที่ 5 จะต้องเขียนคำสั่งอย่างไร
  • 1 : A[8] := 20;
  • 2 : A[5] := 20 ;
  • 3 : Readln( A[5] )
  • 4 : For i := 1 to 8 Do Readln( A[i] ) ;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 394 :
  • Var A : Array [0..10] of integer; B : Array [1..10] of real; C : Array [1..2,-1..3,1..3,0..3] of integer; ถ้าต้องการเขียนคำสั่งในการกำหนดให้ Array B มีค่าเป็น 0 ทั้งหมด จะต้องเขียนคำสั่งอย่างไร
  • 1 : B[1..10] := 0;
  • 2 : B := 0;
  • 3 : For i := 1 to 10 do B[i] := 0;
  • 4 : ถูกทุกข้อ
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 395 :
  • Var A : Array [0..10] of integer; B : Array [1..10] of real; C : Array [1..2,-1..3,1..3,0..3] of integer; ตัวแปร C เป็นตัวแปร Array แบบกี่มิติ (Dimension) และสมาชิก (Element) ทั้งหมดกี่จำนวน
  • 1 : 4 มิติ , 54 จำนวน
  • 2 : 4 มิติ , 96 จำนวน
  • 3 : 4 มิติ , 120 จำนวน
  • 4 : 2x2 มิติ , 96 จำนวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 396 :
  • จากโจทย์ต่อไปนี้ For i := 1 to 5 Do For j := 1 to 3 Do Readln (X[i,j]) ; มีการรับข้อมูลเข้าไปไว้ในตัวแปร X กี่จำนวน ?
  • 1 : 3
  • 2 : 5
  • 3 : 8
  • 4 : 15
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 4
ข้อที่ 397 :
  • ถ้าต้องการนำค่า 16 นำไปเก็บไว้ในตัวแปร Array ชื่อ X ลำดับที่ 5 จะต้องเขียนคำสั่งอย่างไร
  • 1 : X : Array[ 5 , 16] of Integer ;
  • 2 : X[ 5 ] := 16 ;
  • 3 : X[ 16 ] := 5 ;
  • 4 : 16 = X[ 5 ] ;
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 2
ข้อที่ 398 :
  • จากโจทย์ต่อไปนี้ B := A[ i,j,k ] ; จงบอกมิติ( Dimension )ของตัวแปร A
  • 1 : 1
  • 2 : 2
  • 3 : 3
  • 4 : 4
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
ข้อที่ 399 :
  • จากการประกาศ Array ต่อไปนี้ A : Array[’A’..’F’,’5’..’7’] of Real ; Array A มีเนื้อที่ในการเก็บข้อมูลเลขจำนวนจริงสูงสุดเท่าใด
  • 1 : 1จำนวน
  • 2 : 9จำนวน
  • 3 : 18จำนวน
  • 4 : 20จำนวน
  • คำตอบที่ถูกต้อง : 3
สภาวิศวกร