โครงการร่วมระหว่าง
สภาวิศวกร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กรุงเทพมหานคร ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
ความเป็นมา
ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินแล้ว ซ้ำยังก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งดำเนินการหาทางป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง สภาวิศวกร ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมของประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักข้อหนึ่งในการช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่และให้บริการทางด้านวิชาการต่างๆ แก่ประชาชน จึงผลักดันให้มีการดำเนินงานต่างๆ ออกมาเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าวแก่รัฐบาล โดยได้จัดโครงการชุมชนร่วมใจ สร้างความปลอดภัยทางถนน เป็นการจัดประกวดผลงานในเรื่อง การแก้ปัญหาความปลอดภัยทางถนน ที่ชุมชน/ท้องถิ่นได้ดำเนินการและสัมฤทธิ์ผลแล้ว เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนตระหนักถึงความปลอดภัย รวมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนและท้องถิ่นมีบทบาทร่วมกันในการคิดค้นหาทางแก้ปัญหาในชุมชน/ท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยที่เกี่ยวกับวิศวกรรมจราจร โดยโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการเป็นประจำทุกปี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปี พ.ศ. 2552 รวม 5 ครั้ง ซึ่งมีการขยายผลมากขึ้นในแต่ละปี อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กรุงเทพมหานคร สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติในการร่วมกันแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนน ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์ด้านวิศวกรรมการจราจร (Engineering) และ ด้านการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม (Education Public Relation & Participation) สำหรับในปี 2553 นี้ สภาวิศวกรเห็นควรดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้มีการขยายผลมากยิ่งขึ้นจึงได้มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มรูปแบบการดำเนินโครงการ โดยใช้ชุมชน/ท้องถิ่นตัวอย่างมาช่วยในด้านการประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากยิ่งขึ้น